The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประกอบด้วย 6 หน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 รู้จัก PISA หน่วยที่ 2 ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน หน่วยที่ 3 ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ หน่วยที่ 4 ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ หน่วยที่ 5 PISA STYLE หน่วยที่ 6 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามแนวทางการประเมิน PISA

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yingpong20, 2021-07-13 06:56:47

หลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามแนวทางการประเมิน PISA

ประกอบด้วย 6 หน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 รู้จัก PISA หน่วยที่ 2 ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน หน่วยที่ 3 ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ หน่วยที่ 4 ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ หน่วยที่ 5 PISA STYLE หน่วยที่ 6 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามแนวทางการประเมิน PISA

Keywords: PISA,PISA STYLE

หลักสูตรการอบรม
การพฒั นาสมรรถนะความฉลาดรู้
ตามแนวทางการประเมิน PISA

เรียบเรียงโดย
นางณัฐภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์

ศกึ ษานิเทศก์

กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา
สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

เอกสารหมายเลข 19/2564

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รยี นตามแนวทางการประเมนิ PISA ก

คำนำ

ประเทศไทยได้เข้าร่วมโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programmed for
International Student Assessment หรือ PISA) เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาในการเตรียม
ความพร้อมให้เยาวชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิตในโลกที่มีการ
เปลี่ยนแปลง โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา ( Organization for Economic
Co-operation and Development หรอื OECD) โดย PISA ประเมินสมรรถนะของนักเรยี นในการใช้ความรู้
และทกั ษะหรือท่เี รยี กว่า “ความฉลาดรู้” (Literacy) ใน 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ ความฉลาดรดู้ า้ นการอา่ น ความฉลาดรู้
ดา้ นคณติ ศาสตร์ และความฉลาดร้ดู ้านวทิ ยาศาสตร์ ซง่ึ เป็นสมรรถนะท่สี ำคญั ในการนำไปใช้ในศตวรรษท่ี 21

กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
นนทบุรี เขต 2 เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามแนวทางการ
ประเมิน PISA ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตาม
แนวทางการประเมิน PISA และมีเครื่องมือในการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมิน PISA
ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนมีความพร้อมในสมรรถนะทั้ง 3
ด้าน ตามแนวทางการประเมิน PISA ตอ่ ไป

กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศกึ ษา

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA ข

สารบัญ

หนา้
หลักสูตรอบรมการพัฒนาสมรรถนะผู้เรยี นตามแนวทางการประเมิน PISA ...............................................1

แบบทดสอบก่อนและหลังอบรม ................................................................................................................. 3
หน่วยการอบรมท่ี 1 รู้จัก PISA.................................................................................................................9

ใบความรทู้ ี่ 1 ความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกับ PISA ........................................................................................ 11
แบบทดสอบประจำหน่วยการอบรมที่ 1 รจู้ ัก PISA................................................................................... 19
หน่วยการอบรมที่ 2 ความฉลาดรดู้ า้ นการอ่าน.......................................................................................21
ใบความรู้ท่ี 2.1 ความหมายของความฉลาดรูด้ ้านการอา่ น (Reading Literacy)....................................... 24
ใบกิจกรรมที่ 2.1 ความหมายของการฉลาดรดู้ ้านการอ่าน........................................................................ 26
ใบความรู้ท่ี 2.2 กรอบการประเมินความฉลาดรดู้ า้ นการอา่ น PISA........................................................... 27
ใบกจิ กรรมที่ 2.2 กรอบการประเมนิ ความฉลาดรดู้ า้ นการอ่าน PISA ........................................................ 34
ใบความรู้ท่ี 2.3 ข้อสอบความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน .................................................................................... 35
ใบกจิ กรรมที่ 2.3 ข้อสอบความฉลาดรดู้ า้ นการอ่าน.................................................................................. 37
ใบความร้ทู ่ี 2.4 แนวทางการพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่าน................................................................... 38
ใบกิจกรรมท่ี 2.4 แนวทางการพฒั นาความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน................................................................ 39
แบบทดสอบประจำหนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรดู้ ้านการอ่าน........................................................... 40
หนว่ ยการอบรมที่ 3 ความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์.................................................................................42
ใบความรทู้ ี่ 3.1 ความหมายของความฉลาดร้ดู า้ นคณติ ศาสตร์ (Mathematical Literacy)...................... 45
ใบกจิ กรรมที่ 3.1 ความหมายของการฉลาดรูด้ า้ นคณติ ศาสตร์.................................................................. 46
ใบความรู้ที่ 2.2 กรอบการประเมนิ ความฉลาดรดู้ า้ นคณติ ศาสตร์.............................................................. 47
ใบกจิ กรรมท่ี 3.2 กรอบการประเมินความฉลาดรูด้ า้ นคณิตศาสตร์ ........................................................... 51
ใบความรทู้ ่ี 3.3 ข้อสอบวัดความฉลาดรดู้ า้ นคณติ ศาสตร์.......................................................................... 52
ใบกิจกรรมที่ 3.3 ข้อสอบวดั ความฉลาดรดู้ ้านคณติ ศาสตร์........................................................................ 54

ผเู้ รยี บเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทักษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA ค

ใบความรู้ท่ี 3.4 แนวทางการพัฒนาความฉลาดร้ดู า้ นคณติ ศาสตร์............................................................. 55
ใบกิจกรรมที่ 2.4 แนวทางการพัฒนาความฉลาดรดู้ า้ นคณิตศาสตร์.......................................................... 56
แบบทดสอบประจำหนว่ ยการอบรมท่ี 3 เรื่อง ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ ............................................ 57
หน่วยการอบรมที่ 4 ความฉลาดร้ดู า้ นวิทยาศาสตร์................................................................................58
ใบความรู้ที่ 4.1 ความหมายของความฉลาดรดู้ ้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy).............................. 61
ใบกิจกรรมท่ี 4.1ความหมายของการฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ .................................................................. 62
ใบความรทู้ ่ี 4.2 กรอบการประเมนิ ความฉลาดรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์ ............................................................. 63
ใบกจิ กรรมที่ 4.2 กรอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์........................................................... 65
ใบความรู้ที่ 4.3 ข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ......................................................................... 66
ใบกิจกรรมท่ี 4.3 ข้อสอบวดั ความฉลาดรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์....................................................................... 67
ใบความร้ทู ี่ 4.4 การวิเคราะห์ตัวชีว้ ดั กบั สมรรถนะความฉลาดรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์ ..................................... 68
ใบกจิ กรรมท่ี 4.4 วเิ คราะหต์ ัวช้ีวดั ในหลกั สตู รกบั สมรรถนะความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ....................... 72
แบบทดสอบประจำหนว่ ยการอบรมท่ี 4 ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์.................................................... 73
หนว่ ยการอบรมท่ี 5 PISA STYLE..........................................................................................................75
ใบความรู้ท่ี 5 PISA STYLE....................................................................................................................... 77
ใบกจิ กรรมที่ 5 PISA STYLE .................................................................................................................... 78
หน่วยการอบรมที่ 6 แนวทางการพฒั นาสมรรถนะความฉลาดร้ตู ามแนวทางการประเมนิ PISA .............80
ใบความรู้ท่ี 6 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะความฉลาดร้ตู ามแนวทางการประเมิน PISA.......................... 82
ใบกจิ กรรมท่ี 6 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ตามแนวทางการประเมิน PISA ....................... 84
บรรณานกุ รม..........................................................................................................................................85

ผู้เรียบเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทักษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA 1

หลักสตู รอบรมการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามแนวทางการประเมนิ PISA

___________________________________________________________

1. สาระสำคญั ของหลกั สูตร

โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ((Programmed for International Student
Assessment : PISA)) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ ในการ
เตรยี มความพรอ้ มให้เยาวชนที่อายุ 15 ปี มศี ักยภาพหรือความสามารถพ้ืนฐานที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิตในโลก
ที่มีการเปลี่ยนแปลง โดย PISA จะประเมินทุก 3 ปี วัดความฉลาดรู้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1. ความฉลาดรู้ด้านการ
อ่าน (Reading Literacy) 2. ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) 3.ความฉลาดรู้ด้าน
วทิ ยาศาสตร์ (Scientific Literacy)

ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) คือ ความสามารถที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้อ่าน
สามารถนำไปใช้ ประเมิน สะท้อนออกมาเป็นความคิดเห็นของตนเอง และมีความรักและผูกพันกับการอ่าน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พัฒนาความรู้และศักยภาพ และการมสี ่วนร่วมในสงั คม

ความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) คือ ความสามารถท่ีจะทำความเข้าใจกับสิ่ง
ที่ได้อ่าน สามารถนำไปใช้ ประเมิน สะท้อนออกมาเป็นความคิดเห็นของตนเอง และมีความรักและผูกพันกับ
การอ่าน เพอ่ื ให้บรรลเุ ป้าหมาย พัฒนาความรู้และศักยภาพ และการมีส่วนรว่ มในสังคม

ความฉลาดรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Literacy) คอื ความสามารถในการเชือ่ มโยงสิ่งตา่ ง ๆ เข้า
กับประเดน็ ที่เก่ยี วข้องกับวิทยาศาสตร์ และแนวคิดทางวทิ ยาศาสตร์ได้อยา่ งมีวจิ ารณญาณ

2. วตั ถปุ ระสงค์หลักสตู ร
2.1 เพือ่ สร้างความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับโปรแกรมประเมนิ สมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA)
2.2 เพอื่ สร้างความรู้ความเขา้ ใจในการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นการอ่าน (Reading Literacy) ดา้ น

คณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) ด้านวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Literacy)

2.3 เพือ่ ให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองทำข้อสอบออนไลน์ตามแนวทางการประเมนิ PISA
2.4 เพื่อสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผ้เู รยี นตามแนวทางการประเมนิ

PISA

3. เนอื้ หาการอบรม
3.1 โปรแกรมประเมนิ สมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA)
3.2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน (Reading Literacy)
3.3 ความฉลาดรูด้ ้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy)

ผู้เรียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศกึ ษา
สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA 2

3.4 ความฉลาดรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy)
3.5 ระบบข้อสอบออนไลน์ PISA Style
3.6 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผ้เู รยี นตามแนวทางการประเมน PISA

4. หน่วยการอบรม ชอื่ หน่วย เวลา
1 ชั่วโมง
หน่วยที่ รจู้ ัก PISA 90 นาที
1
2 ความฉลาดรู้ด้านการอา่ น (Reading Literacy) 90 นาที

3 ความฉลาดร้ดู า้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical 2 ชว่ั โมง
1 ชั่วโมง
Literacy) 1 ชัว่ โมง

4 ความฉลาดรู้ด้านวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Literacy) 8 ชั่วโมง

5 PISA Style

6 แนวทางการพฒั นาสมรรถนะผ้เู รยี นตามแนวทางการ

ประเมิน PISA

รวมระยะเวลาอบรม

5. การวดั และประเมินผลการอบรม
5.1 ผู้เขา้ อบรมทำกจิ กรรมในหลกั สตู รไมน่ อ้ ยกว่า รอ้ ยละ 80
5.2 ผเู้ ขา้ อบรมทำแบบทดสอบหน่วยย่อย ผ่านร้อยละ 75 ขนึ้ ไป
5.3 ผู้เข้าอบรมทำแบบทดสอบหลังอบรม ผา่ นร้อยละ 80 ขึน้ ไป

6. ผลท่คี าดวา่ ว่าจะไดร้ ับ
6.1 ผู้เขา้ อบรมมคี วามรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับโปรแกรมประเมนิ สมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล
6.2 ผู้เข้าอบรมตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการการประเมนิ ความฉลาดรดู้ ้านการอา่ น ดา้ น

คณติ ศาสตร์ และดา้ นวิทยาศาสตร์

6.3 ผู้เขา้ อบรมทราบแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะผเู้ รยี นตามแนวทางการประเมนิ PISA
6.4 ผูเ้ ข้าอบรมนำความรู้ไปใช้ในการจดั การเรยี นการสอนเพ่ือเตรยี มความพร้อมของผ้เู รียนตามแนว

ทางการประเมิน PISA

ผเู้ รียบเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รยี นตามแนวทางการประเมนิ PISA 3

แบบทดสอบกอ่ นและหลงั อบรม

หลกั สูตรการอบรมการพัฒนาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA

1. PISA ย่อมาจาก
ก. Programmed for International Student Association
ข. Programmed for International Student Assessment
ค. Programmed for International Study Assessment
ง. Programmed for International Student Assessment and Evaluation

2. องค์กรใดเปน็ ผูก้ ่อต้ัง PISA
ก. OECD
ข. OEDC
ค. OEAD
ง. OEBD

3. วัตถุประสงคท์ ส่ี ำคญั ที่สดุ ของ PISA คือข้อใด
ก. ประเมนิ คุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศตา่ งๆ
ข. ประเมนิ ความพร้อมเยาวชนมีศกั ยภาพหรือความสามารถพื้นฐานทจี่ าํ เปน็ ตอ่ การดํารงชวี ิต
และการทำงาน
ค. จดั ลำดับคุณภาพระบบการศึกษาของแต่ละประเทศ
ง. ประเมินความรู้ผเู้ รียนตามตวั ชว้ี ัดในหลักสูตร

4. PISA ประเมนิ ความฉลาดรู้ ด้านใดบ้าง
ก. ความฉลาดรดู้ า้ นการอา่ น
ข. ความฉลาดรู้ด้านคณติ ศาสตร์
ค. ความฉลาดรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์
ง. ถูกทุกข้อ

5. PISA มีระยะการประเมนิ เป็นอย่างไร
ก. ประเมินทุกปี
ข. ประเมินทุก 2 ปี
ค. ประเมินทุก 3 ปี
ง. ประเมนิ ทุก 4 ปี

ผูเ้ รียบเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทกั ษ์ กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA 4

6. ประเทศไทยเข้าร่วม PISA ปี ค.ศ.ใด
ก. 1990
ข. 2000
ค. 2003
ง. 2005

7. PISA 2022 นอกจากจะประเมินความฉลาดรู้ 3 ดา้ นแลว้ ยังมกี ารประเมินนักเรียนด้านใดอกี
ก. ทกั ษะชีวิต
ข. ความคิดสร้างสรรค์
ค. การทำงานเป็นทีม
ง. ถูกทุกข้อ

8. คะแนน PISA 2018 ดา้ นใดท่ีมีแนวโน้มลดลงอย่างตอ่ เน่ือง
ก. ความฉลาดรดู้ า้ นการอา่ น
ข. ความฉลาดรูด้ า้ นคณิตศาสตร์
ค. ความฉลาดรดู้ ้านวทิ ยาศาสตร์
ง. ถูกทุกข้อ

9. จากผลการประเมนิ PISA 2018 ความฉลาดรู้ดา้ นใดของนักเรียนในประเทศไทย ควรตอ้ งได้รับการ
พัฒนาอยา่ งเร่งด่วน

ก. ความฉลาดรดู้ า้ นการอา่ น
ข. ความฉลาดรดู้ า้ นคณิตศาสตร์
ค. ความฉลาดรดู้ ้านวิทยาศาสตร์
ง. ถูกทุกข้อ
10. ความฉลาดรูด้ ้านการอา่ น (Reading Literacy) คอื อะไร
ก. ความสามารถที่จะทำความเข้าใจกับสง่ิ ที่ไดอ้ ่าน สามารถนำไปใช้
ข. ความสามารถท่ีจะประเมิน สะท้อนสิ่งท่ีอ่านออกมาเปน็ ความคิดเหน็ ของตนเอง
ค. การมคี วามรักและผูกพนั กบั การอ่าน
ง. ถกู ทุกข้อ
11. PISA ประเมินกระบวนการอ่าน อะไรบ้าง
ก. รู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอา่ น (Locate information)
ข. มีความเข้าใจในบทอา่ น (Understand)
ค. ประเมินและสะท้อนความคดิ เหน็ ต่อเน้อื เรื่อง (Evaluate and Reflect)

ผูเ้ รียบเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รยี นตามแนวทางการประเมนิ PISA 5

ง. ถูกทุกข้อ
12. ข้อใดเป็นรปู แบบบทอา่ น (Text format) ในแบบทดสอบดา้ นการอ่าน PISA

ก. แบบต่อเน่ือง (Continuous text)
ข. แบบไมต่ ่อเน่ือง (Non-continuous text)
ค. แบบผสม (Mixed text)
ง. ถกู ทุกข้อ
13. การคน้ หาและเลอื กบทอา่ นที่เก่ยี วข้อง (Searching for and selecting relevant text) จดั เปน็
กระบวนการอ่านข้อใด
ก. รู้ตำแหนง่ ข้อสนเทศในบทอา่ น (Locate information)
ข. มีความเข้าใจในบทอ่าน (Understand)
ค. ประเมนิ และสะท้อนความคิดเห็นตอ่ เนื้อเรื่อง (Evaluate and Reflect)
ง. ถูกทุกข้อ
14. การแสดงถึงความเขา้ ใจในความหมายทแ่ี ทจ้ ริงของบทอ่าน (Representing literal meaning)
ผู้อา่ นตอ้ งถอดความประโยคหรอื ข้อความสัน้ ๆ เพอ่ื ให้ตรงกับข้อมูลเปา้ หมายตามภาระงานทต่ี ้องการ
จดั เป็นกระบวนการอา่ นข้อใด
ก. รู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอา่ น (Locate information)
ข. มคี วามเขา้ ใจในบทอ่าน (Understand)
ค. ประเมนิ และสะท้อนความคิดเห็นต่อเน้ือเรื่อง (Evaluate and Reflect)
ง. ถกู ทกุ ขอ้
15. กรอบการประเมนิ PISA 2021 เนน้ การประเมินด้านใด
ก. ดา้ นการอ่าน
ข. ด้านวทิ ยาศาสตร์
ค. ด้านคณิตศาสตร์
ง. ด้านความคิดสรา้ งสรรค์
16. ในการประเมินฉลาดรู้ด้านคณติ ศาสตร์ PISA 2022 มีจดุ เนน้ สำคัญในเรอ่ื งใด
ก. ความสามารถในการใหเ้ หตุผลทางคณติ ศาสตร์
ข. การคิดเชงิ คำนวณ (Computational Thinking)
ค. กระบวนการแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตร์
ง. ถกู ทุกขอ้

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพิทักษ์ กล่มุ นิเทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA 6

17. องค์ประกอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นคณติ ศาสตรม์ ีอะไรบา้ ง
ก. การใหเ้ หตุผลทางคณติ ศาสตร์และกระบวนการแกป้ ัญหา
ข. เนื้อหาคณติ ศาสตร์
ค. บรบิ ท
ง. ถกู ทกุ ขอ้

18. หากนักเรียนสามารถแปลงปัญหาให้อยู่ในรูปการนำเสนอทางคณิตศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานหรือในรูป
อัลกอริทึมได้ แสดงว่านักเรียนมีการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์โดยใช้กระบวนการใด ในกรอบการ
ประเมิน PISA
ก. การคดิ หรอื แปลงปญั หา
ข. การใชค้ ณิตศาสตร์
ค. การตีความและประเมิน
ง. ถูกทกุ ขอ้

19. เนอื้ หาในการประเมินความฉลาดรู้ด้านคณติ ศาสตร์ PISA 2018 มอี ะไรบ้าง
ก. ความไม่แนน่ อนและขอ้ มลู
ข. การเปลย่ี นแปลงและความสัมพันธ์
ค. ปรภิ ูมแิ ละรปู ทรง
ง. ถกู ทกุ ขอ้

20. ความฉลาดรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตร์ คอื อะไร
ก. ความสามารถในการเชือ่ มโยงส่งิ ต่างๆ เขา้ กับประเด็นท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั วิทยาศาสตร์ และ

แนวคดิ ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมวี ิจารณญาณ
ข. ความสามารถในการต้งั ปญั หาเขา้ กบั ประเดน็ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับวทิ ยาศาสตร์
ค. การอธิบายปรากฏการณ์ อยา่ งมเี หตผุ ล
ง. ถกู ทุกข้อ

21. PISA มกี รอบการประเมินความฉลาดรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์ อะไรบา้ ง
ก. บริบท
ข. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ค. สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์
ง. ถูกทุกข้อ

22. ขอ้ ใดเปน็ สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์
ก. การอธบิ ายปรากฏการณเ์ ชิงวิทยาศาสตร์
ข. การประเมนิ และออกแบบกระบวนการสบื เสาะหาความรู้

ผูเ้ รียบเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พทิ กั ษ์ กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนตามแนวทางการประเมนิ PISA 7

ค. การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยานในเชิงวทิ ยาศาสตร์
ง. ถูกทุกข้อ
23. ขอ้ ใดเปน็ กรอบการประเมนิ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ก. ดา้ นเนอ้ื หา
ข. ดา้ นกระบวนการ
ค. ดา้ นการได้มาซง่ึ ความรู้
ง. ถูกทุกข้อ
24. ข้อใดเป็นกรอบการประเมินความฉลาดรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้านบรบิ ท
ก. ระดับบุคคล
ข. ระดับทอ้ งถ่ิน/ประเทศ
ค. ระดบั โลก
ง. ถกู ทุกข้อ
25. ขอ้ ใดคอื ความหมายของการอธบิ ายปรากฏการณ์ในเชงิ วิทยาศาสตร์
ก. ความสามารถในการรบั รู้ เสนอและประเมนิ คำอธิบายทเ่ี ก่ียวข้องกบั ปรากฏการณท์ างธรรมชาติ
และเทคโนโลยี
ข. การมคี วามสามารถในการอธิบายและประเมินคุณคา่ ของการสำรวจตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์
และนำเสนอแนวทางในการตอบคำถามอยา่ งเป็นวิทยาศาสตร์
ค. การมคี วามสามารถในการวิเคราะห์และประเมนิ ข้อมูล คำกล่าวอา้ ง และข้อโต้แย้งใน
หลากหลายรูปแบบ และลงข้อสรปุ ทางวิทยาศาสตรไ์ ด้อยา่ งเหมาะสม
ง. ไมม่ ขี ้อถูก
26. ข้อใดคอื ความหมายของการประเมนิ และออกแบบกระบวนการสบื เสาะหาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์
ก. ความสามารถในการรับรู้ เสนอและประเมินคำอธบิ ายทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับปรากฏการณท์ างธรรมชาติ
และเทคโนโลยี
ข. การมคี วามสามารถในการอธบิ ายและประเมินคุณคา่ ของการสำรวจตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตร์
และนำเสนอแนวทางในการตอบคำถามอยา่ งเป็นวิทยาศาสตร์
ค. การมีความสามารถในการวิเคราะห์และประเมินขอ้ มูล คำกล่าวอา้ ง และข้อโตแ้ ย้งใน
หลากหลายรูปแบบ และลงข้อสรปุ ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม
ง. ไม่มีข้อถูก

ผู้เรยี บเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจัดการศกึ ษา
สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หลกั สตู รอบรมการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รยี นตามแนวทางการประเมนิ PISA 8

27. ข้อใดคอื ความหมายของการแปลความหมายขอ้ มลู และการใช้ประจกั ษพ์ ยานในเชิงวิทยาศาสตร์
ก. ความสามารถในการรับรู้ เสนอและประเมินคำอธิบายที่เก่ียวข้องกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

และเทคโนโลยี
ข. การมีความสามารถในการอธิบายและประเมนิ คุณค่าของการสำรวจตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์

และนำเสนอแนวทางในการตอบคำถามอย่างเป็นวทิ ยาศาสตร์
ค. การมคี วามสามารถในการวิเคราะห์และประเมินขอ้ มูล คำกล่าวอ้าง และข้อโต้แยง้ ใน

หลากหลายรูปแบบ และลงข้อสรปุ ทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้อยา่ งเหมาะสม
ง. ไม่มขี ้อถูก

28. PISA STYLE คอื อะไร
ก. ระบบข้อสอบออนไลน์ท่ีพฒั นาขน้ึ ด้วยรูปแบบข้อสอบตามแนว PISA
ข. ขอ้ สอบ PISA ที่ใชก้ ารประเมินในรปู แบบกระดาษ
ค. ระบบทดสอบวดั ความร้ตู ามตัวชี้วดั ในหลกั สูตร
ง. ถกู ทุกข้อ

29. ผ้ทู ่ีเขา้ สอบระบบ PISA Style เป็นใครบา้ ง
ก. ครู
ข. นักเรยี น
ค. ประชาชนทั่วไป
ง. ถูกทุกข้อ

30. ขอ้ ใดกล่าวถงึ ระบบข้อสอบออนไลน์ PISA STYLE ไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. นกั เรียนสามารถทราบผลการทำแบบทดสอบไดด้ ้วยตนเอง
ข. ครูผ้สู อนสามารถดึงแบบทดสอบออกมาใชง้ านได้ตามบรบิ ทที่ต้องการ
ค. เม่อื เข้าทำข้อสอบตอ้ งทำใหเ้ สร็จในครง้ั เดียว ไม่สามารถพกั แล้วกลบั มาทำได้อีก
ง. ถูกทุกข้อ

*****************************

เฉลย 1) ข. 2) ก. 3) ข. 4) ง. 5) ค. 6) ข. 7) ข. 8) ก. 9) ก. 10) ง.

11) ง. 12) ง. 13) ก. 14) ข. 15) ค. 16) ง. 17) ง. 18) ก. 19) ง. 20) ก.

21) ง. 22) ง. 23) ง. 24) ง. 25) ก. 26) ข. 27) ค. 28) ก. 29) ง. 30) ค.

ผ้เู รยี บเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 9

หนว่ ยการอบรมที่ 1 รูจ้ กั PISA

____________________________________________________________

1. สาระสำคัญ

โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programmed for International Student
Assessment : PISA) มวี ตั ถุประสงค์เพื่อประเมนิ คุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ ในการเตรียม
ความพร้อมให้เยาวชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิตในโลกที่มีการ
เปลี่ยนแปลง โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนเกี่ยวกับการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริง
มากกวา่ การเรียนรูต้ ามหลกั สตู รในโรงเรยี น โดยจะประเมินทกุ 3 ปี การประเมินผลนกั เรยี นตามแนวทาง PISA
จะวัดความฉลาดรู้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1. ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) 2. ความฉลาดรู้ด้าน
คณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และ 3.ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) แต่จะ
เน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในการประเมินแต่ละระยะ PISA เลือกประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นวัยที่จบ
การศึกษาภาคบังคบั และจะตอ้ งออกไปประกอบอาชพี ในตลาดแรงงาน คณุ ภาพของนักเรียนในกลุ่มน้ีจงึ เป็นตัว
บ่งชี้ถึงคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในอนาคต อีกทั้งยังสะท้อนจุดแข็งและจุดอ่อนของระบบ
การศกึ ษาของประเทศในการพัฒนาคน โดยถอื ว่ากำลงั คน (Human Capital) เปน็ ต้นทนุ ทสี่ ำคัญและเชอ่ื มโยง
ไปสศู่ กั ยภาพของการพฒั นาทางเศรษฐกจิ ของประเทศนน้ั ๆ

2. วัตถุประสงค์
2.1 เพอื่ สรา้ งความรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกับโปรแกรมประเมนิ สมรรถนะนกั เรยี นมาตรฐานสากล (PISA)
2.2 เพือ่ สร้างความตระหนกั และเห็นความสำคัญในการพฒั นาผ้เู รยี นตามแนวทางการประเมนิ PISA

3. เนอื้ หาการอบรม
3.1 ความร้คู วามเข้าใจเกย่ี วกบั PISA
3.2 ผลการประเมิน PISA 2018

ผ้เู รียบเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพิทักษ์ กล่มุ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 10

4. กิจกรรมการอบรม

หนว่ ยท่ี กจิ กรรม เวลา
5
1 กจิ กรรมที่ 1: ให้ผู้อบรมชมคลิปวิดโี อ เรอ่ื ง How does PISA work + บรรยาย นาที
รู้จัก PISA ไทย และตอบคำถามสนั้ ๆในคลิปวิดีโอ ในลงิ ก์

https://app.playpos.it/go/listcode/1308659/1528535/1079580/0/How-
does-PISA-work-

กิจกรรมท่ี 2: ให้ผอู้ บรมศึกษาใบความรทู้ ่ี 1 ความรูค้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับ PISA 45

นาที

กิจกรรมที่ 3: ให้ผู้อบรมทำแบบทดสอบประจำหน่วยอบรมที่ 1 10

นาที

รวมเวลา 1

ช่ัวโมง

5. ส่ือประกอบการฝึกอบรม

5.1 คลิปวิดโี อ เรอื่ ง How does PISA work + บรรยายไทย จากเวบ็ ไซต์

https://app.playpos.it/go/listcode/1308659/1528535/1079580/0/How-does-PISA-

work-

5.2 ใบความรู้ที่ 1 ความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั PISA

6. การวดั และประเมนิ ผลการอบรม

6.1 ผู้เขา้ อบรมชมสื่อวิดีโอและศกึ ษาเอกสารประจำหน่วย รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป

6.2 ผู้เขา้ อบรมตอบแบบทดสอบประจำหน่วย ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ข้ึนไป

ผู้เรยี บเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พทิ ักษ์ กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 11

ใบความรู้ที่ 1 ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั PISA

1.1 PISA คืออะไร (สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, เกี่ยวกบั PISA, 2564)

PISA เป็นชื่อย่อของคำว่า Programmed for International Student Assessment เป็นโปรแกรม
ประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล1 ในปลายทศวรรษที่ 1990 องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
แ ล ะ ก า ร พ ั ฒ น า ( Organization for Economic Co-operation and Development ห ร ื อ OECD) มี
วตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมี
ศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดย PISA เน้นการ
ประเมินสมรรถนะของนักเรียนเกีย่ วกับการใช้ความรู้และทักษะในชวี ิตจริงมากกวา่ การเรียนรู้ตามหลักสูตรใน
โรงเรยี น ปัจจบุ ันนมี้ ีประเทศจากทัว่ โลกเขา้ รว่ มโครงการประเมินกว่า 80 ประเทศทว่ั โลก

1.2 PISA ประเมินอะไร

PISA ประเมนิ สมรรถนะที่เรียกว่า Literacy ซึ่งในที่นจ้ี ะใชค้ ําว่า “ความฉลาดรู้2” PISA ประเมินความ
ฉลาดรู้ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) 2. ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์
(Mathematical Literacy) และ 3.ความฉลาดรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Literacy)

PISA ได้แบ่งการประเมินออกเป็นรอบ โดยเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 โดยจะประเมินทุก 3 ปี การ
ประเมินผลนักเรียนตามแนวทาง PISA จะวัดความฉลาดรู้ทั้ง 3 ด้าน แต่จะเน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในการ
ประเมนิ แตล่ ะระยะ

การประเมินผลระยะที่ 1 (PISA 2000, PISA 2009 และ PISA 2018) เน้นด้านการอ่าน (น้ำหนัก
ขอ้ สอบดา้ นการอ่าน 60% และทเ่ี หลือเปน็ ดา้ น คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อยา่ งละ 20%)

การประเมินผลระยะท่ี 2 (PISA 2003, PISA 2012 และ PISA 20223) เนน้ ด้านคณิตศาสตร์ (น้ำหนัก
ขอ้ สอบดา้ นคณติ ศาสตร์ 60% และด้านการอา่ นและวิทยาศาสตร์อยา่ งละ 20%)

การประเมินผลระยะที่ 3 (PISA 2006 และ PISA 2015) เน้นด้านวิทยาศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้าน
วทิ ยาศาสตร์ 60% และด้านการอา่ นและคณิตศาสตร์อยา่ งละ 20%)

นอกจาก PISA ประเมินความฉลาดรู้ (Literacy) ใน 3 ด้าน ได้แก่ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน
(Reading Literacy) ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และความฉลาดรู้ด้าน
วิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) นอกจากนี้ยังมีการสํารวจข้อมูลพ้ืนฐานของนักเรียน และการจัดการเรยี น
การสอนอีกด้วย

1 เดมิ ใชค้ าว่า “โครงการประเมนิ ผลนกั เรยี นรว่ มกบั นานาชาต”ิ
2 เดิมใชค้ าว่า “การรูเ้ ร่ือง”
3 เดมิ ประเมินในปี ค.ศ. 2021 แต่เน่อื งจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19 ท่วั โลก จงึ เลอื่ นประเมนิ ไปปี ค.ศ.2022

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 12

การประเมิน PISA ในปี ค.ศ. 2022 นอกจากจะประเมินสมรรถนะทั้ง 3 ด้านแล้วยังเพิ่มการประเมิน
ในเรอ่ื งความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) ซง่ึ เป็นทกั ษะที่สำคัญและจำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21

ข้อสอบของ PISA มีความน่าสนใจและท้าทาย โดยมีหลากหลายสถานการณ์ในชีวิตจริงให้นักเรียน
อ่าน แต่ละสถานการณ์อาจมีหลายคําถามและหลากหลายรูปแบบในการตอบคําถาม เช่น เลือกตอบ เขียน
ตอบสั้น ๆ และเขียนอธิบายในการประเมินที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ ค.ศ. 2000 นักเรียนจะทําข้อสอบในเล่ม
แบบทดสอบ

จนมาปี ค.ศ. 2015 เป็นต้นมา ไดเ้ ปลีย่ นรปู แบบการประเมิน PISA ใหมโ่ ดยให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบ
บนคอมพิวเตอรแ์ ทนซึง่ นกั เรียนต้องทำแบบทดสอบบนคอมพิวเตอร์ โดยใช้การคลกิ เลือกตอบ พิมพ์คำตอบ ใช้
เมาสล์ ากและวางคำตอบหรือคลิกเลือกคำตอบจากรายการท่ีกำหนดให้

การประเมนิ ของ PISA ใช้เวลาสองช่ัวโมงในการทำแบบทดสอบและใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งช่ัวโมงใน
การตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับตัวนักเรียนและการเรียน นอกจากนี้ยังมีแบบสอบถามสำหรับโรงเรียนที่ต้อง
ตอบบนคอมพวิ เตอรเ์ พ่อื ให้ข้อมลู เกยี่ วกับการบริหารจดั การการศึกษาภายในโรงเรียน

PISA เน้นการประเมินความสามารถของนักเรยี น ในการใชค้ วามรแู้ ละทักษะเพื่อแกป้ ัญหาในชีวิตจริง
หรือท่ีเรยี กวา่ “ความฉลาดรู้ (Literacy)” 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ความ
ฉลาดรดู้ ้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และ ความฉลาดรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy)
ซึง่ การรเู้ รอ่ื งทั้งสามด้านน้ีถือวา่ เป็นส่ิงจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ตลอดชวี ติ และเป็นส่งิ ที่ประชากรจำเป็นต้องมี
เพื่อการพัฒนาและการแข่งขนั ทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้มีมาตรฐานด้านการประเมิน PISA จึงกำหนด
ความสามารถที่ใช้เป็นเป้าหมายในการประเมิน ทั้ง 3 ด้าน ดังตาราง (ศูนย์ PISA สพฐ., คู่มือการใช้แบบฝึก
พัฒนาทักษะการแกป้ ัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA, 2562)

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทักษ์ กล่มุ นิเทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศึกษา
สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 13

ตารางท่ี 1ความสามารถท่ีใชเ้ ป็นเปา้ หมายในการประเมนิ PISA ทงั้ 3 ดา้ น

ความฉลาดรูด้ ้านการอ่าน ความฉลาดรดู้ ้านคณติ ศาสตร์ ความฉลาดรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์
(Reading Literacy) (Mathematical Literacy) (Scientific Literacy)

การเขา้ ถงึ และค้นคนื สาระ การคดิ ในเชิงคณิตศาสตร์ การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิง
การบูรณาการและตีความ วิทยาศาสตร์
การใชห้ ลักการและกระบวนการ
การประเมนิ และสะท้อน ทางคณิตศาสตรแ์ กป้ ญั หา การประเมินและออกแบบ
กระบวนการสืบเสาะกาความรูท้ าง
การตคี วามและประเมนิ ผลลพั ธ์ วิทยาศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์
การแปลความหมายข้อมลู และใช้
ประจกั ษ์พยานในเชงิ วทิ ยาศาสตร์

1.3 PISA ประเมนิ ใคร

PISA เลอื กประเมนิ นักเรียนอายุ 15 ปี ซ่งึ เปน็ วัยทจ่ี บการศกึ ษาภาคบังคับและจะต้องออกไปประกอบ
อาชพี ในตลาดแรงงาน คุณภาพของนักเรียนในกลุ่มน้ีจงึ เป็นตัวบ่งช้ีถึงคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศใน
อนาคต การสมุ่ ตัวอย่างนักเรียนทำตามระบบอย่างเคร่งครัด เพ่ือประกนั วา่ นกั เรยี นเป็นตวั แทนของนักเรียนท้ัง
ระบบ อกี ทัง้ การวิจัยในทุกขัน้ ตอนต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ OECD ทุกประเทศต้องทำตามกฎเกณฑ์
และวิธีการทีก่ ำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การวิจัยมีคณุ ภาพอยู่ในระดับเดียวกัน และข้อมูลของทุกประเทศมี
มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ และตามข้อตกลงในการดำเนิน PISA ของ OECD
ไม่อนุญาตให้เปิดเผยรายชื่อของโรงเรียนกลุ่มตัวอย่าง สำหรับ PISA ประเทศไทย ได้กำหนดกรอบการสุ่ม
ตัวอย่าง (sampling frame) เป็นนักเรียนอายุ 15 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไป จาก
โรงเรยี นทกุ สังกดั ไดแ้ ก่

โรงเรียนในสงั กัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรียนในสังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
โรงเรียนในสังกัดสำนกั การศกึ ษา กรุงเทพมหานคร
โรงเรยี นในสังกดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
โรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย สงั กัดสำนกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
วทิ ยาลยั ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ผเู้ รียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพทิ ักษ์ กล่มุ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 14

ตารางท่ี 2 แสดงจำนวนโรงเรยี นและนกั เรยี นกลุ่มตวั อย่างในการประเมนิ ผลของ PISA

ปกี ารประเมิน จำนวนโรงเรยี น (โรง) จำนวนนักเรียน (คน)
PISA 2000 179 5,340
PISA 2003 179 5,236
PISA 2006 212 6,192
PISA 2009 230 6,225
PISA 2012 239 6,606
PISA 2015 273 8,249
PISA 2018 290 8,633
PISA 20224
มากกว่า 300 ประมาณ 9,000

1.4 PISA ประเทศไทยเร่ิมเมื่อใด

ประเทศไทยเข้าร่วม PISA ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (PISA 2000) และดำเนินการต่อเนื่องมาใน PISA
2003, PISA 2006, PISA 2009, PISA 2012 PISA 2015 และ PISA 2018 โดยจัดการประเมินต่อเนื่องทุกสาม
ปี ซง่ึ ขณะน้ีอยใู่ นช่วงดำเนินงาน PISA 2022

1.5 ประเทศไทยได้อะไรจากการเข้าร่วม PISA

ประเทศไทยไม่ใช่สมาชิก OECD แต่สมัครเข้าร่วม PISA ในฐานะประเทศร่วม (Partner countries)
เพ่ือตอ้ งการตรวจสอบคุณภาพของระบบการศึกษา และสมรรถนะของนักเรียนวัยจบการศึกษาภาคบังคับของ
ชาติเก่ยี วกบั ความรแู้ ละทักษะทจี่ ำเปน็ สำหรบั อนาคต โดยใช้มาตรฐานของประเทศที่พฒั นาแลว้ เป็นเกณฑ์ช้ีวัด
ผลสัมฤทธิ์จากการทำแบบทดสอบและข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียน รวมทั้งข้อมูลนโยบาย การบริหารจัดการ
และการจัดการเรียนการสอนจากผู้บริหารของโรงเรียนทำให้ได้ข้อมูลคุณภาพการศึกษาของประเทศทั้งนี้เพื่อ
นำไปสู่การประเมินและพัฒนานโยบายทางการศึกษาการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษา รวมไปถึงการจดั การเรยี นการสอนของประเทศใหม้ ีคณุ ภาพทดั เทียมกับนานาชาติตอ่ ไป

4 เป็นขอ้ มลู จาก INFOGRAPHICS เตรียมพรอ้ มการประเมิน PISA 2022 ของ PISA THAILAND สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี จากเว็บไซต์ [INFOGRAPHICS] เตรียมพร้อมการประเมิน PISA 2022 – PISA THAILAND
(http://pisathailand.ipst.ac.th)

ผเู้ รียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พิทกั ษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 15

1.6 ผลการประเมนิ PISA 2018
สำหรับการประเมิน PISA 2018 เน้นการประเมินด้านการอ่าน มีนักเรียนเข้าร่วมการประเมิน

ประมาณ 600,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปี จำนวนประมาณ 32 ล้านคนทั่วโลก จาก
79 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย ได้ดำเนินการจัดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา
มีนักเรียนกลุม่ ตวั อย่างจำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรยี นในทุกสังกดั การศึกษาเข้ารว่ มการประเมินในรอบ
นี้ โดยนักเรียนได้ทำแบบทดสอบและแบบสอบถามทางคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดรฟ์ข้อสอบ นอกจากนี้ยังมี
การเกบ็ ข้อมลู จากผู้บริหารโรงเรียนผา่ นทางแบบสอบถามออนไลน์ดว้ ย

ผลการประเมนิ PISA 2018 ในระดับนานาชาติ พบว่า นกั เรยี นจากจีนสีม่ ณฑล (ปักก่ิง เซย่ี งไฮ้ เจียงซู
และเจ้อเจียง) และสิงคโปร์ มีคะแนนทั้งสามด้านสูงกวา่ ทกุ ประเทศ/เขตเศรษฐกจิ สำหรับประเทศที่มคี ะแนน
สูงสุดห้าอันดับแรกในด้านการอ่านซึ่งเป็นด้านที่เน้นในรอบการประเมินนี้ ได้แก่ จีนสี่มณฑล สิงคโปร์ มาเก๊า
ฮอ่ งกง และเอสโตเนีย

ภาพท่ี 1 ผลการประเมนิ PISA 2018 ในระดบั นานาชาติ
* จีนสีม่ ณฑล จีนเข้าร่วมโครงการ PISA 2018 เฉพาะใน 4 มณฑล ได้แก่ ปักกิง่ เซีย่ งไฮ้ เจยี งซู และเจอ้ เจียง

ผู้เรียบเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พิทกั ษ์ กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 16

สำหรับผลการประเมินของประเทศไทย นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยในด้านการอ่าน 393 คะแนน
(ค่าเฉลี่ย OECD 487 คะแนน) คณิตศาสตร์ 419 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน) และวิทยาศาสตร์
426 คะแนน (คา่ เฉลยี่ OECD 489 คะแนน) ซง่ึ เมอ่ื เปรียบเทยี บกับ PISA 2015 พบวา่ ด้านการอ่านมีคะแนน
ลดลง 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้น 3 คะแนน และ 4 คะแนน
ตามลำดับ ซึ่งในการทดสอบทางสถติ ิถือว่าด้านคณติ ศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตรไ์ ม่มกี ารเปลี่ยนแปลงเม่ือเทียบกับ
รอบการประเมินท่ีผา่ นมา

ภาพที่ 2 ผลการประเมนิ PISA ของประเทศไทย ปี 2000-2018
อย่างไรกต็ าม เมอื่ วิเคราะห์แนวโน้มการเปล่ยี นแปลงของคะแนนต้ังแตก่ ารประเมินรอบแรกจนถึง
ปัจจบุ นั พบวา่ ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทยไมเ่ ปลีย่ นแปลง แต่ผลการประเมิน
ด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเน่ือง
สำหรับประเทศไทย กลุ่มโรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มประเทศ/
เศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุดห้าอันดับแรก (Top 5) และกลุ่มโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยมีคะแนนสูงกว่า
ค่าเฉลี่ย OECD ส่วนกลุ่มโรงเรียนอื่น ๆ ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งนี้ คะแนนด้านวิทยาศาสตร์
ของนักเรยี นทกุ กล่มุ โรงเรียนมีคะแนนเพ่มิ ขน้ึ เม่ือเทยี บกบั PISA 2015
เมื่อพิจารณาความแตกต่างของคะแนนระหว่างนักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนสูง (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 90) กับ
นักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนต่ำ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 10) ของไทย ในภาพรวมพบว่า มีช่องว่างของคะแนนประมาณ
200 คะแนน โดยแนวโน้มความแตกต่างในด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ยังคงที่ ส่วนด้านคณิตศาสตร์มี
ช่องว่างของคะแนนกวา้ งข้นึ เน่ืองจากนักเรียนกลุ่มสงู มีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น ในขณะท่ีนักเรียนกลุ่มต่ำมีคะแนน
เฉลี่ยลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาความแตกต่างระหว่างเพศ พบว่า นักเรียนหญิงมีคะแนนสูงกว่านักเรียนชายใน
ทกุ ดา้ น โดยเฉพาะด้านการอา่ นทีน่ กั เรียนหญิงมคี ะแนนสูงกวา่ นกั เรยี นชายถึง 39 คะแนน

ผู้เรียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพทิ ักษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 17

OECD แบ่งระดับความสามารถของนักเรียนในแต่ละด้านเป็น 6 ระดับ โดยระดับ 2 ถือเป็น
ระดับพื้นฐานที่นักเรียนสามารถใช้ทักษะและความรู้ในชีวิตจริงได้ พบว่า ในด้านการอ่าน ค่าเฉลี่ย OECD มี
นกั เรยี น 77% ท่ีมคี วามสามารถด้านการอา่ นต้ังแตร่ ะดับ 2 ขึ้นไป สว่ นในประเทศ/เขตเศรษฐกิจท่ีมีคะแนนสูง
อย่างจีนสี่มณฑล แคนาดา เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฮ่องกง ไอร์แลนด์ มาเก๊า โปแลนด์ และสิงคโปร์ มีนักเรียน
มากกว่า 85% ที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป สำหรับประเทศไทย มีนักเรียนที่มีความสามารถตั้งแต่
ระดับ 2 ขึน้ ไป ประมาณ 40%

ในดา้ นคณติ ศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์ นักเรยี นไทยทม่ี ีความสามารถต้งั แต่ระดบั 2 ขน้ึ ไป มีประมาณ
47% และ 56% ตามลำดบั (ค่าเฉลี่ย OECD คณติ ศาสตร์ 76% และวิทยาศาสตร์ 78%) ทงั้ น้ี ในสองด้านนี้มี
สัดส่วนของนกั เรยี นไทยที่มคี วามสามารถระดับสงู (ระดับ 5 และ 6) เพิม่ ขน้ึ เล็กน้อยเม่อื เทยี บกับ PISA 2015

จากการประเมิน PISA ทผี่ า่ นมา มีขอ้ สังเกตทส่ี ำคัญ 3 ประการ คอื ประการแรก ผลการประเมินช้ีว่า
ระบบการศึกษาไทยมีส่วนหนึ่งที่มีคุณภาพและสามารถพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถในระดับสูงได้ หาก
ระดับนโยบายสามารถสร้างความเทา่ เทยี มกันทางการศึกษา โดยขยายระบบการศึกษาที่มีคุณภาพไปให้ทั่วถึง
ประเทศไทยก็จะสามารถยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้ ประการที่สอง
นกั เรียนไทยทงั้ กล่มุ ท่มี ีคะแนนสงู และกลุ่มท่มี คี ะแนนตำ่ มีจดุ อ่อนอยทู่ ่ีด้านการอ่าน ซ่ึงใน PISA 2018 เป็นการ
ประเมินการอ่านเนื้อหาสาระที่มาจากทั้งแหล่งข้อมูลเดียวและหลายแหล่งข้อมูล อีกทั้งสื่อที่นักเรียนได้อ่าน
สว่ นใหญอ่ ยู่ในรูปแบบดิจิทัลซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติของการอ่านที่เปลย่ี นแปลงไปตามสถานการณ์ของโลกและ
สอดคล้องกบั การใช้ข้อมลู ในชีวติ จรงิ ของผคู้ นทว่ั โลก ดงั นน้ั ระบบการศกึ ษาไทยจงึ ควรส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย
เทคโนโลยีดิจิทลั เข้าไปในการเรียนการสอนเพื่อสร้างความคุ้นเคยและยกระดับความสามารถด้านการอ่านของ
นักเรยี นในยุคดิจิทัลต่อไป และประการทีส่ าม แนวโนม้ คะแนนการอ่านของไทยลดลงอย่างต่อเน่ือง และความ
ฉลาดรู้ด้านการอ่านมีความสัมพันธ์กับความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ระบบการศึกษาไทยจึง
ต้องยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนอย่างเร่งด่วน (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี, ข่าวสาร การแถลงข่าวผลการประเมิน PISA 2018, 2562)

เอกสารอ้างองิ

ศูนย์ PISA สพฐ. (2562). คมู่ ือการใชแ้ บบฝึกพัฒนาทกั ษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA.
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .

สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (3 ธันวาคม 2562). การแถลงขา่ วผลการประเมิน PISA
2018. เขา้ ถึงได้จาก PISA THAILAND สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย:ี
https://pisathailand.ipst.ac.th/news-12/

ผู้เรียบเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พทิ ักษ์ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 18

สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (10 มถิ ุนายน 2564). INFOGRAPHICS เตรยี มพรอ้ มการ
ประเมนิ PISA 2022. เข้าถึงไดจ้ าก PISA THAILAND สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลย:ี https://pisathailand.ipst.ac.th/infographics-pisa-2022/

สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (11 มถิ ุนายน 2564). เกีย่ วกบั PISA. เข้าถึงไดจ้ าก PISA
THAILAND สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย:ี
https://pisathailand.ipst.ac.th/about-pisa/

สำนักทดสอบทางการศึกษา. (24 กรกฎาคม 2563). การเลื่อนการจัดสอบ PISA 2021 เปน็ PISA 2022.
เขา้ ถงึ ไดจ้ าก สำนักทดสอบทางการศึกษา: https://bet.obec.go.th/New2020/?p=2154

ผ้เู รยี บเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 19

แบบทดสอบประจำหนว่ ยการอบรมที่ 1 รจู้ ัก PISA

1. PISA ยอ่ มาจาก
ก. Programmed for International Student Association
ข. Programmed for International Student Assessment
ค. Programmed for International Study Assessment
ง. Programmed for International Student Assessment and Evaluation

2. องค์กรใดท่ีเป็นผ้รู เิ รมิ่ PISA
ก. OECD
ข. OEDC
ค. OEAD
ง. OEBD

3. วัตถุประสงคท์ ่ีสำคัญท่ีสุดของ PISA คือขอ้ ใด
ก. ประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ
ข. ประเมนิ ความพร้อมเยาวชนมีศกั ยภาพหรือความสามารถพ้ืนฐานท่ีจาํ เปน็ ตอ่ การดํารงชีวิต
และการทำงาน
ค. จดั ลำดับคุณภาพระบบการศึกษาของแต่ละประเทศ
ง. ประเมินความรูผ้ ู้เรยี นตามตวั ชีว้ ัดในหลักสูตร

4. PISA ประเมินความฉลาดรู้ ด้านใดบ้าง
ก. ความฉลาดรูด้ ้านการอา่ น
ข. ความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์
ค. ความฉลาดรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตร์
ง. ถกู ทุกข้อ

5. PISA มรี ะยะการประเมินเป็นอย่างไร
ก. ประเมนิ ทุกปี
ข. ประเมินทุก 2 ปี
ค. ประเมินทุก 3 ปี
ง. ประเมนิ ทุก 4 ปี

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พทิ กั ษ์ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 1 รูจ้ กั PISA 20

6. ประเทศไทยเขา้ รว่ ม PISA ปี ค.ศ.ใด
ก. 1990
ข. 2000
ค. 2003
ง. 2005

7. ระยะเวลาในการทำข้อสอบ PISA ทงั้ หมดก่ีช่ัวโมง
ก. 1 ชั่วโมง
ข. 2 ชว่ั โมง
ค. 3 ชั่วโมง
ง. 4 ช่วั โมง

8. PISA 2022 นอกจากจะประเมินความฉลาดรู้ 3 ด้านแลว้ ยังมีการประเมนิ นกั เรียนดา้ นใดอกี
ก.ทักษะชวี ติ
ข.ความคดิ สรา้ งสรรค์
ค.การทำงานเปน็ ทีม
ง. ถูกทุกข้อ

9. คะแนน PISA 2018 ด้านใดทม่ี แี นวโน้มลดลงอย่างต่อเน่ือง
ก. ความฉลาดร้ดู า้ นการอา่ น
ข. ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์
ค. ความฉลาดรู้ด้านวทิ ยาศาสตร์
ง. ถูกทุกข้อ

10. จากผลการประเมิน PISA 2018 ความฉลาดร้ดู า้ นใดของนกั เรียนในประเทศไทย ควรต้องไดร้ บั
การพฒั นาอย่างเรง่ ด่วน
ก. ความฉลาดรดู้ ้านการอา่ น
ข. ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์
ค. ความฉลาดร้ดู ้านวิทยาศาสตร์
ง. ถกู ทุกข้อ

*****************************

เฉลย 1) ข. 2) ก. 3) ข. 4) ง. 5) ค. 6) ข. 7) ค. 8) ข. 9) ก. 10) ก.

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กล่มุ นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 21

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรดู้ ้านการอ่าน

___________________________________________________________

1. สาระสำคญั

ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) คือ ความสามารถที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้อ่าน
สามารถนำไปใช้ ประเมิน สะท้อนออกมาเป็นความคิดเห็นของตนเอง และมีความรักและผูกพันกับการอ่าน
เพือ่ ให้บรรลเุ ปา้ หมาย พฒั นาความร้แู ละศักยภาพ และการมีส่วนร่วมในสังคม

PISA ประเมินกระบวนการอ่าน สามกระบวนการ คือ 1) รู้ตำแหน่งข้อสนเทศในเนื้อเรื่อง (Locate
information) คือ ผู้อ่านสามารถอ่านเนื้อเรื่องเพื่อให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจถงึ ใจความสำคัญของเรื่องได้อย่าง
ครบถ้วนและละเอียดถ่ีถ้วน รวมถึงการระบตุ ำแหนง่ ขอ้ สนเทศทางดิจทิ ัลที่ซับซ้อน 2) มีความเข้าใจในเน้ือเร่ือง
(Understand) เปน็ การตคี วามของผ้อู ่านว่าเนอื้ เร่อื งนัน้ มคี วามหมายวา่ อย่างไร และบูรณาการเน้อื หาของเรื่อง
ที่ได้อ่านกับความรู้ที่ผ่านมาด้วยการร่างแผนผังและกระบวนการสร้างข้อสรุป 3) ประเมินและสะท้อนความ
คิดเหน็ ตอ่ เน้ือเร่ือง (Evaluate and Reflect) ผู้อ่านสามารถประเมนิ คุณภาพและความนา่ เชื่อถอื ของเนื้อเร่ือง
ได้ สามารถสะทอ้ นอยา่ งมีวจิ ารณาญาณถงึ เนื้อหาและรูปแบบของเร่ืองท่ีได้อ่าน

2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพอื่ สร้างความรู้ความเขา้ ใจในการประเมนิ ความฉลาดรู้ด้านการอา่ น (Reading Literacy)
2.2 เพื่อสรา้ งความรู้ความเข้าใจกรอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นการอ่าน PISA
2.3 เพื่อใหผ้ ูเ้ ข้าอบรมไดท้ ดลองทำข้อสอบดา้ นการอา่ น PISA 2018
2.4 เพ่ือสร้างความรคู้ วามเข้าใจแนวทางการจัดกิจกรรมการพัฒนาความฉลาดรดู้ ้านการอา่ น

3. เน้อื หาการอบรม
3.1 ความหมายของความฉลาดรู้ด้านการอา่ น (Reading Literacy)
3.2 กรอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นการอา่ น PISA 2018
3.3 ข้อสอบดา้ นการอ่าน PISA 2018
3.4 แนวทางการจดั กิจกรรมการพัฒนาความฉลาดร้ดู ้านการอ่าน

ผูเ้ รยี บเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพทิ ักษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอา่ น 22

4. กจิ กรรมการอบรม

หน่วยท่ี กจิ กรรม เวลา
2 10
กจิ กรรมที่ 1: ศึกษาใบความรู้ที่ 2.1 เรอ่ื ง ความหมายของความฉลาดรู้ นาที
ด้านการอ่าน และทำใบกจิ กรรมท่ี 2.1 30
นาที
กิจกรรมท่ี 2: ศกึ ษาใบความรู้ท่ี 2.2 เรอื่ ง กรอบการประเมินความฉลาด 30
รดู้ า้ นการอา่ น PISA 2018 และทำใบกจิ กรรมท่ี 2.2 นาที
10
กจิ กรรมที่ 3: ศกึ ษาใบความรู้ที่ 2.3 เรือ่ ง ข้อสอบความฉลาดรดู้ า้ นการ นาที
อ่าน และทดลองทำข้อสอบสอบกิจกรรมท่ี 2.3 10
นาที
กจิ กรรมที่ 4: ให้ผอู้ บรมศึกษาใบความรู้ที่ 2.4 เรือ่ ง แนวทางการจดั 90
กจิ กรรมการพัฒนาความฉลาดรดู้ า้ นการอ่าน และทำใบกจิ กรรมที่ 2.4 นาที

กจิ กรรมที่ 5: ให้ผู้อบรมทำแบบทดสอบประจำหน่วยอบรมท่ี 2

รวมเวลา

5. สื่อประกอบการฝึกอบรม

5.1 ใบความรู้ท่ี 2.1 เร่ือง ความหมายของความฉลาดรู้ด้านการอา่ น
5.2 ใบความรทู้ ี่ 2.2 เร่ือง กรอบการประเมนิ ความฉลาดร้ดู ้านการอ่าน PISA 2018
5.3 ใบความรู้ท่ี 2.3 เร่ือง ข้อสอบความฉลาดรูด้ ้านการอ่าน
5.4 ใบความรทู้ ี่ 2.4 เรื่อง แนวทางการจัดกิจกรรมการพฒั นาความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน
5.5 ใบกิจกรรมท่ี 2.1 เรือ่ ง ความหมายของการฉลาดร้ดู ้านการอ่าน
5.6 ใบกิจกรรมที่ 2.2 เร่อื ง กรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่าน PISA 2018
5.7 ใบกจิ กรรมท่ี 2.3 เร่ือง ขอ้ สอบความฉลาดรู้ด้านการอา่ น
5.8 ใบกจิ กรรมท่ี 2.4 เรื่อง แนวทางการจัดกจิ กรรมการพฒั นาความฉลาดรู้ด้านการอา่ น

ผู้เรียบเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทักษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศกึ ษา
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 23

6. การประเมินผลการอบรม
6.1 ผู้เข้าอบรมทำกจิ กรรมตามใบกจิ กรรมไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80
6.2 ผเู้ ขา้ อบรมตอบแบบทดสอบประจำหน่วย ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 75 ขึ้นไป

เอกสารอา้ งองิ
ศนู ย์ PISA สพฐ. (2562). คู่มือการใชแ้ บบฝึกพัฒนาทกั ษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA.

กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (11 มถิ ุนายน 2563). ข้อสอบการอ่าน PISA 2018

เผยแพรแ่ ล้ว. เข้าถึงไดจ้ าก PISA THAILAND สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย:ี
https://pisathailand.ipst.ac.th/news-13/
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (10 มถิ ุนายน 2564). INFOGRAPHICS เตรียมพร้อมการ
ประเมิน PISA 2022. เขา้ ถึงได้จาก PISA THAILAND สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลย:ี https://pisathailand.ipst.ac.th/infographics-pisa-2022/
สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2558). ชุดฝกึ อบรมยกระดับคณุ ภาพผ้เู รยี นสคู่ วามพร้อมในการ
ประเมนิ ระดบั นานาชาติ (PISA).

ผเู้ รยี บเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 24

ใบความรู้ที่ 2.1 ความหมายของความฉลาดรดู้ า้ นการอ่าน (Reading Literacy)

PISA ให้นิยามความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading literacy) ไว้ว่า ความสามารถที่จะทำความเข้าใจ
กบั สิง่ ท่ีได้อ่าน สามารถนำไปใช้ ประเมนิ สะท้อนออกมาเป็นความคดิ เหน็ ของตนเอง และมีความรักและผูกพัน
กับการอ่าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พัฒนาความรู้และศักยภาพ และการมีส่วนร่วมในสังคม (สถาบันส่งเสริม
การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ความฉลาดร้ดู า้ นการอ่าน, 2563)

คำ วลี ในนยิ าม ความหมายเพิ่มเตมิ

การรู้เรื่องการอ่าน แสดงเปา้ หมายส่ิงทีต่ ้องการวัดและวัดให้ครอบคลุมภารกิจที่กว้างและ

ลึกและกลุ่มเปา้ หมายที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถมีสว่ นร่วมในสงั คม

เศรษฐกจิ และ การดำเนินชีวติ ส่วนตวั ไดอ้ ยา่ งมคี ุณภาพ

ความเข้าใจ(understanding) อ่านเอาเรื่อง อา่ นแล้วร้เู ร่ือง

การใช้ (using ) ใช้สิ่งที่อ่านให้เป็นประโยชน์ การใช้หน้าที่ในสิ่งที่อ่าน และกระทำ

บางอยา่ งกับสิ่งท่ีได้อา่ น

การสะทอ้ น (reflecting) ผู้อ่านคิดสิ่งที่อ่าน นำมาตีความ แปลความ แล้วแสดงความคิดเห็น

ของตนเอง ต่อสง่ิ ที่อา่ นได้

ความรักและผูกพันกับการอ่าน แรงจูงใจทจี่ ะอ่าน ไดแ้ ก่ มีจติ พสิ ยั ต่อการอา่ น และมีพฤตกิ รรมทแี่ สดง

(engaging) ถึง ความพึงพอใจในการอ่าน รวมทั้งสามารถควบคุมสิ่งที่อ่าน

ตลอดจนอ่านสื่อ หลากหลายไดท้ ุกที่ ทุกเวลา

ถอ้ ยความทีเ่ ป็นข้อเขยี น (written) ภาษาที่สื่อความหมายเป็นการเขียน ทั้งลายมือ สิ่งพิมพ์ หรือทางสื่อ

อิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งสื่อที่มองเห็นได้ เช่น แผนผัง แผนที่ ตาราง

กราฟ หรือ รูปภาพที่มคี ำบรรยาย เปน็ ตน้

เพื่อนำไปบรรลุเป้าหมาย ของแต่ แสดงการเน้นบทบาทและหน้าที่จากระดับส่วนตัวสู่ระดับสังคม และ

ละคนเพื่อพัฒนา ความรู้ และ เป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของสงั คมหรือประเทศชาติ การเป็นคน “ฉลาด

ศักยภาพของตน รู้” จะเติมเต็มแรงบันดาลใจของแต่ละคน ให้สามารถเรียนจบ

การศึกษาและมีงานทำและนำไปสู่การมีชีวิตส่วนตัวที่ดี และมี

การศึกษาตลอดชีวติ ได้

เพอื่ มสี ว่ นรว่ มในกระบวนการ ของ การเป็นคน “ ฉลาดรู้1” จะเปน็ ผู้มีจติ สาธารณะ มคี วามคิดว่าตนเองมี

สังคม บทบาท ในสังคม และเข้าเกี่ยวข้อง ผูกพัน ทั้งทางด้านสังคม

วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และ การเมืองด้วย ในฐานะที่เป็นพลเมืองที่มี

คณุ คา่

ทม่ี า: (สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา, 2558)

ผู้เรียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กลุม่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจดั การศึกษา
สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 25

ทั้งนี้ เพื่อจะประเมินว่านักเรียนได้พัฒนาศักยภาพในการอ่านของตนและสามารถใช้การอ่านให้เป็น
ประโยชน์ในการเรียนรู้ ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและความเป็นไปของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
เพียงใด เพราะการประเมินของ PISA นั้นเน้น “การอ่านเพื่อการเรียนรู้” PISA ประเมินผลเพื่อศึกษาว่า
นักเรียนจะสามารถรู้เรื่องที่ได้อ่าน สามารถขยายผลและคิดย้อนวิเคราะห์ความหมายของข้อความที่ได้อ่าน
เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ของตนในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างกว้างขวางทั้งในโรงเรียนและในชีวิตจริงนอก
โรงเรียน

นิยามเรื่องการอ่านของ PISA จึงมีความหมายกว้างกว่าการอ่านออกและอ่านรู้เรื่องในสิ่งที่อ่านตาม
ตัวอักษรเท่านั้น แต่การอ่านยังได้รวมถึงความเข้าใจเรื่องราวสาระของเนื้อความ สามารถคิดพิจารณาถึง
จุดมุ่งหมายของการเขียน สามารถนำสาระจากข้อเขียนไปใช้ในจุดมุ่งหมายของตน และทำให้สามารถมีส่วน
ร่วมในสังคมสมยั ใหมท่ ม่ี คี วามย่งุ ยากซบั ซอ้ นข้นึ ด้วยการสื่อสารจากข้อเขียน

*****************************************

ผูเ้ รยี บเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจัดการศกึ ษา
สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 26

ใบกจิ กรรมที่ 2.1 ความหมายของการฉลาดร้ดู ้านการอ่าน

คำชี้แจง: โปรดอธบิ ายความหมายของคำว่า การอา่ น และ ความฉลาดรดู้ ้านการอ่าน และแสดงความคิดเห็น
ว่ามีความตา่ งกันหรอื มคี วามสัมพันธก์ นั อยา่ งไร อธิบายมาพอสังเขป
การอ่าน หมายถงึ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ความฉลาดรดู้ ้านการอ่าน หมายถึง
................................................................................................................................................................. .............
...................................................................................................................... ........................................................
การอา่ น กบั ความฉลาดรูด้ ้านการอา่ น มีความต่างกันหรอื มีความสัมพนั ธ์กันอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................ ..............................

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทักษ์ กลมุ่ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 27

ใบความรูท้ ่ี 2.2 กรอบการประเมนิ ความฉลาดรดู้ า้ นการอ่าน PISA

ในการการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านของ PISA 2018 มีกรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้าน
การอ่าน ดังน้ี (ศูนย์ดำเนนิ งาน PISA แหง่ ชาติ, 2564)

1. บทอ่าน (Text) ในการประเมิน PISA 2018 ได้จำแนกประเภทของบทอ่านออกเป็น 4 มิติ
ดังนี้

1) แหลง่ ข้อมลู (Source) มี 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี
• แหล่งข้อมูลเดียว หมายถึง บทอ่านที่มาจากผู้เขียนคนเดียวหรือกลุ่มผู้เขียนเพียง

กลุ่มเดียว การเขียนหรือพิมพ์เผยแพร่ในครั้งเดียวกัน มีหัวข้อเรื่องเดียว เช่น หนังสือ และโฆษณาบนหน้าเวบ็
เพจ

• หลายแหลง่ ขอ้ มลู หมายถึง บทอา่ นท่ีมาจากผเู้ ขียนหลายคน หรือ เผยแพร่ในเวลาที่
แตกต่างกนั มีหวั ขอ้ เรอ่ื งท่แี ตกต่างกัน โดยบทอา่ นหลากหลายอาจแสดงในหน้าเดยี วกัน เชน่ บทความในหน้า
หนังสือพิมพ์ เปน็ ตน้ แบบผสม (Mixed text) ประกอบด้วยบทอ่านแบบต่อเน่ืองและไม่ต่อเนื่อง เชน่ บทอ่านที่
มกี ารอธบิ ายและมีกราฟหรือตารางประกอบ

2) องค์ประกอบและหน้าจอที่ปรากฏในการสอบด้วยคอมพิวเตอร์ (Organizational
and navigational structure) เนื่องจากหน้าจอคอมพิวเตอร์จะแสดงเฉพาะบางส่วนของบทอ่าน ดังนั้น
ผูอ้ า่ นสามารถอ่านและเลื่อนดูบทอ่านท้ังหมดไดใ้ นเวลาใดก็ได้

• บทอา่ นทีห่ น้าจอตายตัว (Static texts) คือ หนา้ จอทมี่ อี งคป์ ระกอบไม่ซบั ซ้อน มีป่มุ
เคร่อื งมอื นอ้ ย เชน่ แถบเลื่อนหน้าจอ หรือปมุ่ แทบ็

• บทอ่านทหี่ น้าจอสลบั ไปมาได้(Dynamic texts) คอื หน้าจอมีความซับซ้อน เลอื่ นไป
มาได้ มีปุ่มเครื่องมือให้คลิกจำนวนมาก เช่น ไฮเปอร์ลิงก์(Hyperlink) เพ่ือสลับไปมาระหว่างส่วนต่าง ๆ ของ
บทอ่าน หรือเครื่องมือสำหรับโต้ตอบที่ชว่ ยให้ผู้อ่านสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ (เช่น หน้าจอในสื่อสังคม
ออนไลน์)

3) รปู แบบบทอา่ น (Text format) มี 3 ลกั ษณะ ดังน้ี
• แบบต่อเนื่อง (Continuous text) มีรูปแบบเป็นประโยคต่อเนื่องกันเป็นย่อหน้า

ได้แก่ บทอ่านจากรายงานขา่ ว เรียงความ นวนิยาย เรอ่ื งส้ัน บทวิจารณ์ จดหมาย รวมทัง้ เรื่องในอีบุ๊คดว้ ย
• แบบไมต่ อ่ เนือ่ ง (Non-continuous text) อยูใ่ นรปู แบบแสดงรายการ ตาราง กราฟ

แผนผัง โฆษณา ตารางกำหนดการ บัญชีรายชือ่ สนิ ค้า ดชั นี และแบบฟอร์มต่าง ๆ

ผู้เรียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทักษ์ กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 28

• แบบผสม (Mixed text) ประกอบด้วยบทอ่านแบบตอ่ เน่ืองและไม่ต่อเนื่อง เช่น บท
อ่านที่มีการอธิบายและมีกราฟหรอื ตารางประกอบ

4) ประเภทของบทอา่ น (Text type) แบง่ ประเภทของบทอา่ นไดด้ ังนี้
• การพรรณนา (Description) เป็นบทอ่านที่ใช้เพื่อบอกลักษณะของสิ่งใดสิ่งหน่ึง

หรือโดยสรุป การพรรณนา คือ การบอกเล่าเพื่อตอบคำถามที่ถามว่า “อะไร” ตัวอย่างเช่น สารคดีท่องเที่ยว
หรือบันทึกประจำวัน บัญชีรายการสินค้า แผนที่ทางภูมิศาสตร์ ตารางการบินแบบออนไลน์หรือคำอธิบาย
ลักษณะ หน้าท่ี หรอื วธิ ีการทอี่ ย่ใู นคูม่ อื ทางเทคนิค

• การบรรยาย (Narration) เป็นการบอกเล่าถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งในมิติของเวลา หรือโดย
สรุป การบรรยาย คือ การตอบคำถาม “เมื่อใด” หรือ “มีลำดับก่อนหลังอย่างไร” ทำไมลักษณะของเรื่องราว
จงึ ทำอยา่ งน้ัน ตวั อย่างเชน่ นวนิยาย เรอ่ื งสน้ั ชวี ประวตั ิ การ์ตูนยาว หนงั สอื พมิ พท์ ี่รายงานถงึ เหตกุ ารณ์

• การบอกเล่าอธิบายเหตุผล (Exposition) เป็นบทอ่านที่ถูกนำเสนอแบบประสมท่ี
เกิดจากการเรียบเรียงแนวความคิดให้สามารถวิเคราะห์ได้ เป็นการอธิบายว่าองค์ประกอบของแต่ละส่วนมี
ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างไร หรือโดยสรุป คือ เป็นการตอบค าถาม “อย่างไร” ตัวอย่างเช่น การเขียน
บทความวิชาการ การเขียนแผนภาพ กราฟแนวโน้มประชากร แผนผังมโนทัศน์และการบันทึกสารานุกรม
ออนไลน์

• การโต้แย้ง (Argumentation) เป็นบทอ่านที่เสนอปัญหาหรือโจทย์ในลักษณะที่ช้ี
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งแนวคิดตา่ ง ๆ หรืออาจเรยี กวา่ เป็นการบอกเหตุผลวา่ “เพราะเหตใุ ด” ซ่งึ สามารถจำแนก
ออกเป็นสองประเภทย่อย ๆ คือ บอกกล่าวเพื่อชักชวนให้คล้อยตาม หรือบอกกล่าวเพื่อตั้งประเด็นให้มีการ
แสดงความคิดเห็น ถกเถียง โต้แย้งกัน ตัวอย่างเช่น จดหมายถึงบรรณาธิการ แผ่นป้ายโฆษณา การเขียน
ข้อความบนกระดานสนทนาออนไลน์ (Online forum) และการเขียนวิจารณ์หนังสือหรือภาพยนตร์ลงบน
เว็บไซต์

• คำแนะนำ (Instruction) เป็นบทอ่านที่ชี้บอกวิธีการว่าต้องทำอะไร อย่างไร หรือ
เป็นถ้อยความที่บอกวิธีปฏิบัติหรือแสดงการกระท ำเพื่อปฏิบัติภาระงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้เสร็จสิ้ น
ตัวอย่างเช่นวธิ ีทำอาหาร แผนภาพแสดงข้นั ตอนการปฐมพยาบาลเบือ้ งต้น และคมู่ ือการใชง้ านโปรแกรม

• การติดต่อสัมพันธ์(Transaction) เป็นบทอ่านที่เน้นให้บรรลุวัตถุประสงค์เฉพาะ
อย่าง เช่น การร้องขอให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การจัดการงานประชุมหรือการนัดหมายกับเพื่อน ตัวอย่างเช่น อีเมล
ประจำวนั ขอ้ ความทส่ี ง่ แลกเปล่ยี นระหวา่ งคณะทำงานหรือเพ่ือนทีร่ ้องขอหรือยืนยนั ข้อตกลง

2. กระบวนการอ่าน (Processes) กรอบการประเมินการอ่าน PISA 2018 ระบุกระบวนการอ่าน
ไว้ 4 กระบวนการ ดังนี้

ผเู้ รียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทักษ์ กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมินผลกรจัดการศกึ ษา
สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอา่ น 29

1) รู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน (Locate information) คือ ผู้อ่านสามารถอ่านเนื้อเรื่อง
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงใจความสำคัญของเรื่องได้อย่างครบถ้วนและละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงการระบุ
ตำแหนง่ ขอ้ สนเทศทางดจิ ทิ ัลทซ่ี ับซอ้ น เช่น การใชโ้ ปรแกรมค้นหาข้อมูลทางอินเทอรเ์ น็ต การเขา้ เว็บไซต์

PISA 2018 ได้จำแนก “การรู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน” ออกเป็น 2 กระบวนการ
โดยเฉพาะ โดยข้ึนอยกู่ บั จำนวนบทอา่ นทเ่ี ก่ยี วข้อง ดังนี้

1.1) การเขา้ ถึงและค้นสาระข้อสนเทศท่ีอย่ใู นบทอ่าน (Scanning and locating) โดยผู้อ่าน
ต้องอ่านบทอ่านเพียงชิ้นเดียวอย่างคร่าว ๆ เพื่อค้นหาข้อมลู ซึ่งเป็นเพียงคำถ้อยคำหรือวลี หรือค่าตัวเลข ซึ่งมี
ความจำเป็นเพียงเล็กน้อยที่จะต้องทำความเข้าใจกับบทอ่านทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลเป้าหมายจะปรากฏเป็น
คำต่อคำอย่ใู นบทอา่ น

1.2) การค้นหาและเลือกบทอ่านที่เก่ียวข้อง (Searching for and selecting relevant
text) ผู้อ่านต้องจัดการกับบทอ่านหลาย ๆ ชิ้น สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับการอ่านจากสื่อดิจิทัล ซึ่ง
จำนวนบทอ่านที่ต้องจัดการทั้งหมดมีอยู่มากเกินกว่าที่ผู้อ่านจะสามารถอ่านได้ทั้งหมดหรือจ ำเป็นต้องจัดการ
ทั้งนี้ ในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ อันดับแรกผู้อ่านจำเป็นต้องระบุก่อนว่าส่วนใดของบทอ่านที่มีความ
เหมาะสมซึ่งจะเป็นการเพิ่มความซับซ้อนของกระบวนการอ่าน การจัดระเบียบของบทอ่าน อย่างเชน่ หัวเรื่อง
แหล่งที่มาของข้อมูล (เช่น ผู้เขียน สื่อ และวันที่เผยแพร่) และลิงก์ (เช่น หน้าต่างที่แสดงผลจากการสืบคน้ หา
ขอ้ มูลทางอนิ เทอรเ์ นต็ ) ลว้ นแล้วแต่มคี วามสำคัญอยา่ งย่ิงสำหรับกระบวนการอา่ นนี้

ภาระงานทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับบทอ่านหลายแหล่งข้อมลู ไม่จำเป็นต้องยากกว่าภาระงานที่มีบทอ่าน
จากแหล่งข้อมูลเดียว ใน PISA 2018 ได้มีการคำนึงถึงการประเมินภาระงานในการค้นหาอย่างง่าย ๆ ที่
เกีย่ วข้องกบั หลายบทอา่ นที่มคี วามยาวจำกัดและมีความซบั ซ้อนน้อย (เช่น บนั ทึกสัน้ ๆ บนป้ายประกาศ หรือ
รายการหัวข้อเอกสารหรือผลของการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต) ในทางตรงกันข้าม ไม่สามารถรวม
สถานการณ์การค้นหาแบบปลายเปิดที่ซับซ้อนมากขึ้นซึ่งผู้อ่านอาจจะพบในการใช้อินเทอร์เน็ต (เนื่องจากมี
ข้อจำกัดเร่ืองเวลา และการสอบเปน็ แบบออฟไลน์) ด้วยเหตนุ ีก้ ระบวนการอ่านทั้งสองกระบวนการจึงสามารถ
พบได้ในทุกระดับความยาก โดยภาระงานในการเข้าถึงและค้นสาระ หรือการค้นหาและเลือกที่เกี่ยวข้องกับ
ข้อมูลเพียงเล็กน้อย ที่มีเป้าหมายที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดและตรงตามตัวอักษร ขณะที่ภาระงานที่ซับซ้อน
ต้องอาศัยข้อมูลมากขึ้น ไม่ตรงตามตัวอักษร เป้าหมายอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เด่นชัดและมีสิ่งที่เบี่ยงเบนความ
สนใจ

2) มีความเข้าใจในบทอ่าน (Understanding) เป็นการตีความของผู้อ่านว่าเนื้อเรื่องนั้นมี
ความหมายว่าอย่างไร และบูรณาการเนื้อหาของเรื่องที่ได้อ่านกับความรู้ที่ผ่านมาด้วยการร่างแผนผังและ
กระบวนการสร้างข้อสรุป ส่วนการอ่านเนื้อเรื่องที่มีมากกว่าหนึ่งเรื่อง ผู้อ่านต้องใช้การบูรณาการและการลง

ผูเ้ รยี บเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 30

ข้อสรุปจากข้อสนเทศหลายส่วนที่อยู่ในเนื้อเรื่องต่าง ๆ PISA ได้ระบุกระบวนการอ่าน 2 กระบวนการที่
เกีย่ วข้องกบั ความเขา้ ใจในบทอา่ นโดยแยกตามความยาวของบทอา่ นทต่ี ้องทำความเขา้ ใจ ดงั นี้

2.1) การแสดงถึงความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของบทอ่าน (Representing literal
meaning) ผู้อ่านต้องถอดความประโยคหรือข้อความสั้นๆ เพื่อให้ตรงกับข้อมูลเป้าหมายตามภาระงานท่ี
ตอ้ งการ

2.2) การบูรณาการและลงข้อสรุปจากข้อสนเทศหลายๆ ส่วนที่อยู่ในบทอ่าน (Integrating
and generating inferences) ผู้อ่านต้องจัดการกับข้อความท่ียาวขึ้นเพ่ือสร้างความหมายโดยรวม (โดยการ
คาดคะเนตามหลักการเหตุและผล หรือสรุปจากหลักเกณฑ์หรือข้อเท็จจริง) ซึ่งอาจจะต้องเชื่อมต่อข้อมูลกับ
ข้อความหรือบทอา่ นท่ีหลากหลาย และสรุปวา่ เชื่อมต่อกันได้อยา่ งไร (เช่น เชอื่ มกันชัว่ คราวหรือ เชื่อมกันด้วย
ความเปน็ เหตุเป็นผล) และอาจรวมไปถึงการเชื่อมต่อกับข้อความในคำถามดว้ ย ผู้อ่านอาจตอ้ งแก้ไขข้อขัดแย้ง
ระหว่างบทอ่านต่าง ๆ ด้วย การสร้างการบูรณาการบทอ่านแสดงถึงการเชื่อมโยงกับภาระงาน อย่างเช่น การ
ระบุแนวคิดหลักของบทอ่านหนึ่งชิน้ หรือหน่ึงชุด การสรุปย่อข้อความที่ยาว หรือ การตั้งชื่อให้บทอ่านหนึ่งชิ้น
หรือหนึ่งชุด การอนุมานระหว่างบทอ่านมักจะต้องการความเชี่ยวชาญในระดับสูงอาจเป็นเพราะการอนุ มาน
ดังกล่าวเกี่ยวข้องและต้องใช้กระบวนการอ่านที่จำเพาะ ซึ่งกระบวนการอ่านนี้ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่ออ่านบท
อา่ นหลายชิ้นหรอื เม่อื อา่ นบทอา่ นยาว ๆ เพยี งชน้ิ เดยี ว

3) ประเมินและสะท้อนความคิดเห็นต่อเนื้อเรื่องบทอ่าน (Evaluate and Reflect) ผู้อ่าน
สามารถประเมินคุณภาพและความน่าเชื่อถือของเนื้อเรื่องได้ สามารถสะท้อนอย่างมีวิจารณาญาณถึงเนื้อหา
และรูปแบบของเรื่องที่ได้อ่าน เมื่อผู้อ่านต้องอ่านเนื้อเรื่องหลากหลายเรื่องที่ขัดแย้งกัน ผู้อ่านจำเป็นต้อง
คำนึงถึงข้อขดั แย้งและหาวิธจี ัดการกับข้อข้ดแยง้ นนั้ ซง่ึ กระบวนการอา่ นทจ่ี ดั เป็นระดับสงู สุดท่ี PISA 2018 ได้
ระบุไว้ในกรอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน คือ “การประเมินและสะท้อนความคดิ เห็นตอ่ บทอ่าน”
ในที่นี้ ผู้อ่านจะต้องมีความเข้าใจในบทอ่านมากกว่าความเข้าใจความหมายตามตัวอักษรหรือความหมายโดย
สรปุ ของบทอ่านหน่ึงช้ินหรือ หนึ่งชดุ เพื่อประเมนิ คุณภาพและความถูกต้องของเนื้อหาและรูปแบบ ภายใต้การ
ประเมินและสะท้อนความคิดเหน็ ต่อบทอา่ นไดจ้ ำแนกกระบวนการอ่านไว้ 3 กระบวนการโดยเฉพาะดังนี้

3.1) การประเมนิ คณุ ภาพและความนา่ เช่ือถือของบทอ่าน (Assessing quality and credibility)
ผอู้ า่ นตอ้ งตัดสนิ ว่าเนอ้ื หานัน้ มีความถูกต้อง เท่ียงตรง และ/หรือ เปน็ กลางหรือไม่ ซง่ึ อาจเกยี่ วข้องกับการระบุ
ถึงแหล่งทมี่ าของข้อมลู และดว้ ยเหตนุ ้ี การระบุถงึ เจตนาและการลงความเหน็ ของผูเ้ ขียนก็แสดงไดว้ า่ ผเู้ ขียนมี
ความสามารถและมีข้อมูลมากพอหรือไม่ ทั้งนี้ การประเมินคุณภาพและความน่าเชื่อถือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
ต้องการให้ผู้อ่านรวมเนื้อหาสาระที่อยู่ในบทอ่านเข้ากับข้อมูลในการชี้บอกที่อยู่รอบข้าง เช่น ใครเป็นผู้เขียน
เขียนเม่ือใด เขยี นเพ่ือวัตถปุ ระสงค์ใด และอน่ื ๆ

ผเู้ รียบเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กล่มุ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 31

3.2) การสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาและรูปแบบของเรื่องที่ได้อ่านอย่างมีวิจารณญาณ
(Reflecting on content and form) ผ้อู า่ นตอ้ งประเมนิ ถึงคุณภาพและรปู แบบของบทอ่าน โดยต้องประเมิน
ว่าเนื้อหาและรปู แบบของเรื่องแสดงจุดประสงค์และมุมมองของผู้เขียนอย่างเพียงพอหรือไม่ในการจะสามารถ
ทำเช่นนี้ได้ ผู้อ่านจำเป็นต้องดึงเอาความรู้และประสบการณ์จากชีวิตจริงมาใช้ใน การเปรียบเทียบมุมมองที่
แตกตา่ งกันได้

3.3) การตรวจสอบข้อมูลที่ขัดแย้งกันและหาวิธีจัดการข้อขัดแย้งนั้น (Corroborating and
handling conflict) ผู้อ่านจำเป็นต้องเปรียบเทียบข้อสนเทศระหว่างบทอ่าน ตระหนักถึงข้อขัดแย้งระหว่าง
บทอา่ น แล้วหาวธิ ที ด่ี ีที่สุดในการจดั การข้อขัดแยง้ ดังกล่าว ซึ่งจะสามารถทำไดโ้ ดยการประเมินความน่าเช่ือถือ
ของแหล่งข้อมูล และความมีเหตุผลและความถกู ต้องของข้ออ้างในแต่ละแหล่งข้อมลู กระบวนการอ่านนี้มกั ถูก
ใช้เม่ือมีการตรวจสอบบทอ่านจากหลายแหล่งขอ้ มลู

การประเมินและสะท้อนความคิดเห็นต่อบทอ่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของความฉลาดรู้ด้านการอ่าน
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของด้านนี้เพิ่งจะเด่นชัดขึ้นในยุคของการอ่านดิจิทัล เนื่องจากในปัจจุบันผู้อ่าน
จะต้องพบกับข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด และจะต้องสามารถแยกแยะระหว่างสิ่งที่
น่าเชื่อถือและสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือได้ ดังนั้น จึงมีเพียงสองกระบวนการแรก คือ “การประเมินคุณภาพและความ
น่าเชื่อถือของบทอ่าน” และ “การสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาและรูปแบบของเรื่องที่ได้อ่านอย่างมี
วิจารณญาณ” ที่เคยมีอยู่ในการประเมินการอ่านในรอบก่อนแต่รวมอยู่ในกระบวนการ “การสะท้อนและการ
ประเมนิ ”

4) ความคล่องการอ่าน คือ ความสามารถที่จะอ่านประโยคหนึ่ง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วและมี
ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รวมถึงความสามารถในการอ่านคำหรือประโยคอย่างถูกต้องและเป็น
อตั โนมตั ิ จากน้ันจงึ วิเคราะห์คำในประโยค การใช้ถอ้ ยคำหรือวลแี ล้วประมวลผลเพ่อื ทำความเขา้ ใจความหมาย
โดยรวมของประโยคที่อ่าน PISA 2018 ประเมินความคล่องของการอ่าน โดยให้นักเรียนอ่านประโยคท่ี
หลากหลายทีละหนึ่งประโยค และถามนักเรียนว่าประโยคนั้นมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งส่วนมากจะเป็น
ประโยค ค่อนข้างง่ายและไม่คลมุ เครือ ตวั อยา่ งของประโยคเชน่

- นกหกตัวบินอยูเ่ หนอื ต้นไม้
- หนา้ ตา่ งร้องเพลงเสยี งดัง
- ผู้ชายขบั รถไปยังร้านคา้

3. ภาระงาน (Tasks)
ภาระงานที่ต้องปฏิบัติในการประเมิน PISA คือ การที่ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับบทอ่านอย่างมี

จุดประสงค์ ซึ่งจุดประสงค์ดังกล่าวก็เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับบทอ่านเหล่านี้ในการแสดงให้เห็นถึงระดับความ
ฉลาดรู้ ดา้ นการอ่านของตนเอง โดยคำถามหรอื ภาระงานดงั กลา่ วต้องการใหน้ ักเรยี นใช้กระบวนการอ่านอย่าง

ผู้เรยี บเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 32

น้อยหนึ่งกระบวนการ เช่น การรู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน การมีความเข้าใจในบทอ่าน การประเมินและ
สะท้อนความคิดเห็นในบทอ่าน ซึ่งภาระงานเหลา่ นี้ถูกจัดเรยี งเป็นชุดข้อสอบตามแหล่งข้อมูล เดียวหรือหลาย
แหลง่ ข้อมูล ภาระงานภายในชุดข้อสอบแต่ละชุดจะถูกเรียงไวต้ ามลำดบั ความยาก ตัวอย่างเชน่ ภาระงานแรก
ในชุดข้อสอบหนึ่งอาจจะให้นักเรียนค้นหาสาระข้อสนเทศในบทอ่านที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ภาระงานที่สอง
อาจจะให้นักเรียนพิจารณาข้อมูลที่ระบุไว้เป็นพิเศษในบทอ่าน และภาระงานที่สามอาจจะให้นักเรียน
เปรียบเทยี บมมุ มองในสองบทอ่านที่แตกต่างกัน

โดยปกติภาระงานของ PISA จะนำเสนอในรูปแบบของชุดข้อสอบที่ไม่ต่อเนื่องและไม่
เกี่ยวข้องกนั โดยแต่ละชุดข้อสอบจะมีบทอ่านที่จบภายในชุดข้อสอบของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นักเรยี น
มีส่วนร่วมกับการอ่านได้ดีขึ้น PISA 2018 จึงมีบางภาระงานที่ต้องมีการใช้สถานการณ์ต่าง ๆ ร่วมด้วย ซึ่งแต่
ละภาระงานจะมีวัตถุประสงค์ทีค่ รอบคลุมและต้องมีการรวบรวมประเด็นสำคัญท่ีเกี่ยวข้องกับบทอ่านท่ีอาจมา
จากหลายแหล่งขอ้ มลู ท่ีแตกตา่ งกนั

การตอบคำถามในการสอบก็เป็นแบบการตอบแบบเดิม กล่าวคือ ในการตอบสนองต่อ
สถานการณ์นักเรียนต้องรู้ก่อนว่าคำถามคืออะไร แล้วจึงกำหนดวิธีการที่จะนำไปสู่การหาคำตอบที่ถูกต้องให้
สำเร็จและติดตามความคืบหน้าตามเส้นทางนี้ ในการตอบคำถามแบบเดิม ๆ นักเรียนจะต้องอ่านบทอ่านท่ี
กำหนดไว้อย่างชัดเจนก่อน แต่การตอบสนองต่อภาระงานทีก่ ำหนดให้น้ันแทนที่จะทำแบบเดมิ ๆ นักเรียนก็จะ
มีวิธีทางเลือกที่จะตอบคำถามได้หลากหลายมากขึ้น ดังนั้น นักเรียนจะต้องค้นหาส่วนต่างๆ ในบทอ่านที่
เกี่ยวข้องใหพ้ บกอ่ น

ไม่ว่าข้อสอบข้อนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของชุดข้อสอบเดียวหรือของสถานการณ์ที่กว้างขึ้นก็ตาม
รูปแบบการตอบคำถามกลับนำวิธีการตอบชุดเล็ก ๆ มาใช้ ได้แก่ การเลือกตอบ (เช่น เลือกคำตอบถูกหรือ
จริง/เทจ็ หรอื ถกู /ผิด) และการเขยี นตอบส้ัน ๆ (หรอื สร้างคำตอบอสิ ระ) ซง่ึ มีข้อสอบลักษณะนี้ ประมาณ 87
ข้อ หรือประมาณหนึ่งในสามของข้อสอบที่มีทั้งหมด 245 ข้อ โดยให้นักเรียนสร้างคำตอบ แบบสั้น ๆ ซึ่ง
นกั เรียนตอ้ งพิมพ์คำตอบลงในช่องวา่ งท่ีกำหนดไว้ให้เติมคำตอบ ในทนี่ ้ีมขี ้อสอบ 82 ขอ้ จากทง้ั หมด 87 ข้อ ที่
จะต้องใช้คนตรวจคำตอบของนักเรียนว่าตอบถูกตามเกณฑ์การให้รหัสหรือไม่ หลังจากการสอบเสร็จสิ้นแล้ว
และมีข้อสอบ 5 ข้อ ที่สามารถตรวจให้คะแนนอัตโนมัติแบบทันทีขณะสอบซึ่งหมายถึงระบบจะประมวลผล
ข้อมลู ในทนั ทีทข่ี อ้ มลู ถูกสง่ เข้าระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้นว่า คำตอบท่ถี ูกเปน็ ตัวเลขง่าย ๆ

ผู้เรียบเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 33

ภาพที่ 3 กรอบการประเมนิ ด้านการอ่านของ PISA 2018(สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี,
PISA 2021 กบั การประเมินความฉลาดรูด้ ้านวิทยาศาสตร์, 2563)

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 34

ใบกิจกรรมท่ี 2.2 กรอบการประเมนิ ความฉลาดรดู้ ้านการอา่ น PISA

คำช้แี จง: โปรดเขยี นแผนภาพกรอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ของ PISA

ผู้เรียบเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทกั ษ์ กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 35

ใบความรูท้ ี่ 2.3 ขอ้ สอบความฉลาดรดู้ ้านการอ่าน

ในโลกยคุ ปัจจบุ ัน การอา่ นไมไ่ ด้มีเฉพาะในรปู แบบสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ยงั มีการอา่ นในรูปแบบของสื่อดิจิทัล
ทำให้ในแต่ละวันมีข้อความสื่อสารปริมาณมากมายหลายรูปแบบ ดังนั้น การแยกแยะว่าข้อมูลใดเป็น
ข้อเท็จจริงหรือสิ่งใดเป็นความคิดเห็นจึงเป็นทักษะที่มีความจำเป็น มากไปกว่านั้น การอ่านที่ดี ควรมาจาก
แหล่งขอ้ มูลที่หลากหลายและน่าเชื่อถอื เพอ่ื ใหเ้ กิดความเขา้ ใจในเน้ือหาอย่างถูกต้องและครบถว้ น

PISA 2018 จงึ ไดพ้ ัฒนาขอ้ สอบเพื่อประเมินความฉลาดรู้ดา้ นการอา่ นซง่ึ จดั สอบด้วยดว้ ยคอมพิวเตอร์
ในสถานการณ์ของข้อสอบมีทั้งการใช้แหล่งข้อมูลเดียวและหลายแหล่งข้อมูลในการตอบคำถาม ซึ่งการสอบ
ด้วยคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถใช้สื่อดิจิทัลได้หลายแบบ สามารถกดลิงก์ กดแท็บ หรือเมนูต่าง ๆ เพื่อเข้าดู
ข้อมูลบนเว็บไซต์ที่ข้อสอบได้จำลองสถานการณ์ขึ้น (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,
ขอ้ สอบการอ่าน PISA 2018 เผยแพร่แลว้ , 2563)

ทาง OECD ได้อนญุ าตให้เผยแพรข่ ้อสอบประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นการอา่ นของ PISA 2018 จำนวน
3 เรือ่ ง ได้แก่ (1) กระดานสนทนาเร่อื งไก่ (2) ราปานยุ และ (3) นมววั

ตัวอย่างข้อสอบการอ่าน PISA 2018 เร่ือง นมววั https://pisa2018-
questions.oecd.org/platform/index.html?user=&domain=REA&unit=R557-CowsMilk&lang=tha-
THA

ตวั อยา่ งข้อสอบการอ่าน PISA 2018 เร่ือง ราปานยุ https://pisa2018-
questions.oecd.org/platform/index.html?user=&domain=REA&unit=R551-RapaNui&lang=tha-
THA

ตัวอย่างข้อสอบการอ่าน PISA 2018 เรื่อง กระดานสนทนาเร่อื งไก่ https://pisa2018-
questions.oecd.org/platform/index.html?user=&domain=REA&unit=R548-
ChickenForum&lang=tha-THA

ผู้ทส่ี นใจสามารถเข้าไปฝึกทำขอ้ สอบลักษณะดังกล่าวได้ท่รี ะบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ท่ีเวบ็ ไซต์
https://pisaitems.ipst.ac.th รายละเอียดการเขา้ ทดสอบ แสดงดงั ภาพ

ผู้เรียบเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพทิ ักษ์ กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจดั การศกึ ษา
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอา่ น 36

ภาพที่ 4 แสดงขั้นตอนการเข้าทดสอบความฉลาดรูด้ ้านการอ่าน
นอกจากนี้ ศนู ย์ PISA สพฐ. ไดจ้ ัดทำคูม่ ือและแบบฝึกพัฒนาทักษะการแกป้ ัญหาตามแนวทางการประเมิน
PISA สามารถดาวนโ์ หลดเอกสาร คู่มือพัฒนาทกั ษะการแกป้ ญั หาตามแนวทางการประเมิน PISA และแบบฝึก
พฒั นาทกั ษะการแกป้ ัญหาตามแนวทางการประเมนิ PISA เพอ่ื ใช้เปน็ เคร่อื งมอื ในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรยี น
ตามแนว PISA

ผูเ้ รียบเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศึกษา
สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอา่ น 37

ใบกิจกรรมที่ 2.3 ข้อสอบความฉลาดรูด้ ้านการอ่าน

คำช้ีแจง: ให้ทดลองทำข้อสอบด้านการอ่าน PISA 2018 จำนวน 3 เรื่อง ไดแ้ ก่
(1) กระดานสนทนาเรื่องไก่ ตามลิงก์
https://pisa2018-

questions.oecd.org/platform/index.html?user=&domain=REA&unit=R548-
ChickenForum&lang=tha-THA

(2) เรือ่ ง ราปานุย ตามลิงก์
https://pisa2018-
questions.oecd.org/platform/index.html?user=&domain=REA&unit=R551-RapaNui&lang=tha-
THA

(3) เรื่อง นมววั ตามลิงก์
https://pisa2018-
questions.oecd.org/platform/index.html?user=&domain=REA&unit=R557-CowsMilk&lang=tha-
THA

ผ้เู รียบเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พทิ ักษ์ กล่มุ นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศกึ ษา
สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอา่ น 38

ใบความรทู้ ่ี 2.4 แนวทางการพฒั นาความฉลาดรดู้ ้านการอา่ น

การพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ควรพัฒนาให้กับนักเรียนอย่างทั่วถึง ด้วย
การให้ นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติการอ่านตามกระบวนการเรียนการสอนปกติอย่างจริงจัง เพื่อให้นักเรียนเกิด
ความรู้ ความเข้าใจสาระจากถ้อยความที่อ่าน ทั้งนี้ ครูผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมพัฒนาการรู้เรื่องการอ่านได้
หลายเสน้ ทาง ดังน้ี

1. จัดการเรียนรู้บูรณาการกับทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในรายวิชาพื้นฐาน เนื่องจากกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ ทกุ กลุ่มตอ้ งจัดกิจกรรมให้นกั เรยี นอา่ นเร่ืองราวเพอ่ื หาความรูต้ ามสาระการเรียนรใู้ นหลกั สตู รอยู่แลว้

2. จัดการเรยี นรู้บรู ณาการในรายวิชาเพิ่มเติมทส่ี ถานศึกษาจดั สอน
3. บรู ณาการกับการพฒั นาการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน โดยให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดท่ีมีลักษณะ
เช่นเดียวกนั หรือคล้ายคลงึ กับขอ้ สอบ PISA ดา้ นการรู้เรอ่ื งการอา่ น (Reading Literacy)
4. บูรณาการในกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน เชน่ กจิ กรรมลกู เสือ ชุมนมุ ชมรมต่าง ๆ เป็นตน้
การบูรณาการการรู้ทั้ง 4 เส้นทางข้างต้น นอกจากจะทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ด้านการรู้เรื่องการ
อ่าน สงู ขน้ึ แล้ว ยังสง่ ผลให้นักเรยี นมีคุณภาพบรรลุเปา้ หมาย หรอื ตัวชวี้ ัดทางการศกึ ษาหลายดา้ น เชน่
1. มีคุณภาพตามตัวชี้วัดตามมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างย่ิง
ตวั ช้ีวดั ด้านการอ่าน การเขยี น และวรรณคดวี รรณกรรม
2. มีคณุ ภาพตามตวั ชีว้ ดั ด้านการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน ทกุ ระดับชนั้
3. มีคุณภาพตามตัวบง่ ชต้ี ามมาตรฐานการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง มาตรฐาน
ที่ 1 คณุ ภาพผ้เู รยี น ประเดน็ ผลสมั ฤทธิท์ างวชิ าการของผเู้ รียน ด้านผเู้ รยี นมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์
คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น และแกป้ ญั หา
4. มที กั ษะการเรยี นรู้แหง่ ศตวรรษท่ี 21 โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
ทักษะดา้ นการสอื่ สารสารสนเทศ และรูเ้ ทา่ ทนั ส่ือ เป็นต้น

ผเู้ รียบเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศึกษา
สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอ่าน 39

ใบกจิ กรรมที่ 2.4 แนวทางการพฒั นาความฉลาดรู้ด้านการอา่ น

คำชี้แจง: โปรดเขียนแนวทางการพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่านตามแนวทางการประเมิน PISA ตามบริบท
ของสถานศกึ ษาของทา่ น

...................................................................................... ........................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ ..................................................................................
...................................................................................... ....................................................................................... .
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

ผู้เรียบเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจดั การศึกษา
สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอา่ น 40

แบบทดสอบประจำหนว่ ยการอบรมที่ 2 ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน

1. ความฉลาดรู้ดา้ นการอา่ น (Reading Literacy) คอื อะไร
ก. ความสามารถทีจ่ ะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ไดอ้ ่าน สามารถนำไปใช้
ข. ความสามารถทีจ่ ะประเมิน สะท้อนสิง่ ท่อี ่านออกมาเปน็ ความคดิ เหน็ ของตนเอง
ค. การมีความรักและผกู พันกับการอ่าน
ง. ถกู ทุกข้อ

2. PISA ประเมนิ กระบวนการอ่าน อะไรบา้ ง
ก. ร้ตู ำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน (Locate information)
ข. มคี วามเข้าใจในบทอา่ น (Understand)
ค. ประเมนิ และสะท้อนความคิดเหน็ ต่อเน้ือเร่ือง (Evaluate and Reflect)
ง. ถูกทุกข้อ

3. ข้อใดเปน็ รปู แบบบทอา่ น (Text format) ในแบบทดสอบดา้ นการอ่าน PISA
ก. แบบต่อเนื่อง (Continuous text)
ข. แบบไมต่ ่อเน่ือง (Non-continuous text)
ค. แบบผสม (Mixed text)
ง. ถูกทุกข้อ

4. การค้นหาและเลอื กบทอ่านทเี่ กี่ยวข้อง (Searching for and selecting relevant text) จัดเปน็
กระบวนการอา่ นข้อใด
ก. รูต้ ำแหน่งข้อสนเทศในบทอา่ น (Locate information)
ข. มคี วามเข้าใจในบทอา่ น (Understand)
ค. ประเมนิ และสะท้อนความคิดเห็นต่อเนือ้ เรื่อง (Evaluate and Reflect)
ง. ถูกทุกข้อ

5. การแสดงถึงความเข้าใจในความหมายท่ีแท้จริงของบทอ่าน (Representing literal meaning)
ผูอ้ า่ นตอ้ งถอดความประโยคหรือข้อความส้ันๆ เพ่ือให้ตรงกบั ข้อมูลเปา้ หมายตามภาระงานท่ตี ้องการ
จดั เปน็ กระบวนการอ่านข้อใด
ก. รตู้ ำแหน่งข้อสนเทศในบทอา่ น (Locate information)
ข. มคี วามเข้าใจในบทอา่ น (Understand)
ค. ประเมินและสะทอ้ นความคิดเหน็ ต่อเนื้อเรื่อง (Evaluate and Reflect)
ง. ถกู ทกุ ข้อ

*****************************

ผ้เู รยี บเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลมุ่ นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลกรจัดการศกึ ษา
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 2 ความฉลาดรูด้ า้ นการอา่ น 41

เฉลย 1) ง. 2) ง. 3) ง. 4) ก. 5) ข.

ผเู้ รยี บเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พิทักษ์ กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานนทบรุ ี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 3 ความฉลาดรูด้ า้ นคณิตศาสตร์ 42

หน่วยการอบรมที่ 3 ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์

___________________________________________________________

1. สาระสำคญั

ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) คอื ความสามารถท่ีจะทำความเข้าใจกับส่ิง
ที่ได้อ่าน สามารถนำไปใช้ ประเมิน สะท้อนออกมาเป็นความคิดเห็นของตนเอง และมีความรักและผูกพันกับ
การอา่ น เพือ่ ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย พัฒนาความรูแ้ ละศกั ยภาพ และการมสี ว่ นร่วมในสังคม

กรอบการประเมินคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการประเมิน PISA 2021 มี 3 องค์ประกอบ 1) การให้เหตุผล
ทางคณิตศาสตร์และกระบวนการแก้ปัญหา ซึ่งรวมถึงกระบวนการทางคณิตศาสตรท์ ี่แสดงถึงส่ิงที่แต่ละบคุ คล
กระทำเพื่อเช่อื มโยงบริบทของปญั หาดว้ ยคณิตศาสตร์ แลว้ นำไปสู่การแก้ปัญหานั้น 2) เนื้อหาคณิตศาสตร์ ที่
ตอ้ งนำมาใช้ในการแก้ปัญหา 3) บริบท ทใี่ ชใ้ นแบบทดสอบซึ่งสมั พนั ธ์กบั ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21

2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพื่อสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจในการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical

Literacy)

2.2 เพื่อสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจกรอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical

Literacy)

2.3 เพ่ือให้ผเู้ ขา้ อบรมไดท้ ดลองทำข้อสอบดา้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy)
2.4 เพื่อสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจแนวทางการจัดกจิ กรรมการพัฒนาความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์

(Mathematical Literacy)

3. เน้อื หาการอบรม
3.1 ความหมายของความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy)
3.2 กรอบการประเมินความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy)
3.3 ขอ้ สอบดา้ นคณติ ศาสตร์ (Mathematical Literacy)
3.4 แนวทางการจดั กิจกรรมการพัฒนาความฉลาดรู้ดา้ นคณติ ศาสตร์ (Mathematical Literacy)

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณฐั ภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลกรจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 3 ความฉลาดรูด้ า้ นคณิตศาสตร์ 43

4. กจิ กรรมการอบรม

หน่วยท่ี กิจกรรม เวลา
3 10
กิจกรรมที่ 1: ศึกษาใบความรู้ที่ 3.1 เรอ่ื ง ความหมายของความฉลาดรู้ดา้ น นาที
คณติ ศาสตร์ (Mathematical Literacy) และทำใบกจิ กรรมที่ 3.1 30
นาที
กิจกรรมที่ 2: ศกึ ษาใบความรู้ท่ี 3.2 เร่ือง กรอบการประเมินความฉลาดรู้ดา้ น
คณติ ศาสตร์ (Mathematical Literacy) และศึกษาคลิปวิดีโอ เร่อื ง PISA 2022 30
Motion Graphic จากลง้ิ ก์ยูทูป นาที
https://www.youtube.com/watch?v=z1pPObC5Y14 กจิ กรรมที่ 3.2 10
กิจกรรมท่ี 3: ศึกษาใบความรู้ท่ี 3.3 เร่อื ง ตัวอยา่ งข้อสอบด้านคณติ ศาสตร์ นาที
(Mathematical Literacy) และทดลองทำแบบทดสอบกจิ กรรมที่ 3.3
10
กิจกรรมที่ 4: ใหผ้ ้อู บรมศกึ ษาใบความรู้ท่ี 3.4 เร่ือง แนวทางการจัดกิจกรรมการ นาที
พัฒนาความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และทำใบ 90
กจิ กรรมที่ 3.4 นาที
กิจกรรมท่ี 5: ใหผ้ ู้อบรมทำแบบทดสอบประจำหน่วยอบรมที่ 3

รวมเวลา

5. สื่อประกอบการฝึกอบรม
5.1 ใบความรู้ท่ี 3.1 เร่ือง ความหมายของความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์
5.2 ใบความรู้ที่ 3.2 เรื่อง กรอบการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นคณติ ศาสตร์
5.3 ใบความรู้ท่ี 3.3 เรื่อง ข้อสอบความฉลาดรู้ดา้ นคณติ ศาสตร์ PISA 2022
5.4 ใบความรทู้ ่ี 3.4 เรื่อง แนวทางการจดั กจิ กรรมการพฒั นาความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์
5.5 ใบกจิ กรรมที่ 3.1 เรื่อง ความหมายของการฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์
5.6 คลปิ วิดีโอ เรื่อง PISA 2022 Motion Graphic จากลิ้งกย์ ูทปู

https://www.youtube.com/watch?v=z1pPObC5Y14

5.7 ใบกิจกรรมท่ี 3.3 เร่อื ง ข้อสอบความฉลาดรู้ดา้ นคณิตศาสตร์ PISA 2022
5.8 ใบกจิ กรรมท่ี 3.4 เรอ่ื ง แนวทางการจัดกิจกรรมการพฒั นาความฉลาดรู้ดา้ นคณติ ศาสตร์

ผู้เรียบเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพิทกั ษ์ กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานนทบรุ ี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 3 ความฉลาดรูด้ า้ นคณิตศาสตร์ 44

6. การประเมินผลการอบรม
6.1 ผู้เขา้ อบรมทำกิจกรรมตามใบกิจกรรมไมน่ ้อยกว่า รอ้ ยละ 80
6.2 ผเู้ ข้าอบรมตอบแบบทดสอบประจำหนว่ ย ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 75 ข้นึ ไป

เอกสารอา้ งอิง
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (6 กรกฎาคม 2563). PISA 2021 กบั การประเมนิ ความ

ฉลาดรดู้ า้ นคณิตศาสตร์. เข้าถึงไดจ้ าก PISA THAILAND:
https://pisathailand.ipst.ac.th/infographics-issue-2020-53/
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (26 กรกฏาคม 2563). ความฉลาดรูด้ ้านคณติ ศาสตร์.
เข้าถงึ ได้จาก PISA THAILAND สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย:ี
https://pisathailand.ipst.ac.th/about-pisa/mathematical-literacy/

ผูเ้ รยี บเรียง ศน. ณัฐภรณ์ แกว้ พิทกั ษ์ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หนว่ ยการอบรมท่ี 3 ความฉลาดรูด้ า้ นคณิตศาสตร์ 45

ใบความรทู้ ่ี 3.1 ความหมายของความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy)

PISA ให้นิยามความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) ไว้ว่า ความสามารถของแต่
ละบุคคลในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ และสามารถแปลงปัญหา ใช้คณิตศาสตร์ และตีความผลลัพธ์ทาง
คณิตศาสตร์เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาในบริบทของโลกชีวิตจริง รวมถึงการใช้แนวคิด กระบวนการ ข้อเท็จจริง
และเครอ่ื งมือทางคณติ ศาสตร์เพื่อบรรยาย อธบิ าย และคาดการณป์ รากฏการณ์ต่าง ๆ โดยสงิ่ เหลา่ น้จี ะช่วยให้
แต่ละบุคคลทราบถึงบทบาทของคณิตศาสตร์ที่มีต่อโลกนี้และสร้างพื้นฐานที่ดีในการลงข้อสรุปและการ
ตัดสินใจซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องมีความสร้างสรรค์ มีการคิดอย่างไตร่ตรอง
และมสี ว่ นรว่ มต่อสงั คมส่วนรวม

ภาพท่ี 5 ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ PISA 2021

ท่มี า: สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (6 กรกฎาคม 2563). PISA 2021 กบั การประเมินความฉลาดรู้
ด้านคณิตศาสตร์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก PISA THAILAND: https://pisathailand.ipst.ac.th/infographics-issue-2020-53

ผเู้ รียบเรียง ศน. ณฐั ภรณ์ แกว้ พทิ ักษ์ กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลกรจดั การศกึ ษา
สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2

หน่วยการอบรมท่ี 3 ความฉลาดรูด้ า้ นคณิตศาสตร์ 46

ใบกิจกรรมที่ 3.1 ความหมายของการฉลาดรดู้ ้านคณิตศาสตร์

คำชแี้ จง: โปรดอธิบายความหมายของคำวา่ ความฉลาดรดู้ า้ นคณิตศาสตร์ มาพอสงั เขป
ความฉลาดร้ดู ้านคณติ ศาสตร์ หมายถงึ
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ..............................................
.................................................................................. .........................................................................................

ผเู้ รยี บเรยี ง ศน. ณัฐภรณ์ แก้วพทิ กั ษ์ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลกรจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษานนทบุรี เขต 2


Click to View FlipBook Version