003237
รายงานผลการปฏบิ ัตงิ าน
เพ่ือรับรางวลั ทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS)
ปี การศึกษา 2562
ระดบั ชาติ
รางวลั ทีเ่ สนอขอ ครูผสู้ อนยอดเยย่ี ม
ประเภท บุคคลยอดเยย่ี ม สังกดั สำนกั งำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำมธั ยมศึกษำ
ด้าน นวตั กรรมและเทคโนโลยเี พ่ือกำรเรียนกำรสอนยอดเยย่ี ม
ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย บูรณำกำร
สำหรบั เผยแพร/่ ศึกษา
ตดิ ต่อ [email protected] นายวฒุ ศิ ักด์ิ สุภษิ ะ
ครู โรงเรียนทุ่งไชยพทิ ยา รัชมงั คลาภเิ ษก
โรงเรียนทุ่งไชยพทิ ยา รัชมงั คลาภิเษก
ตาบลทุ่งไชย อาเภออุทุมพรพสิ ัย จังหวดั ศรีสะเกษ
สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 28
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
003237
รายงานผลการปฏิบัตงิ าน
เพ่อื รบั รางวัลทรงคณุ คา่ สพฐ. (OBEC AWARDS)
ปีการศึกษา 2562
ระดบั ชาติ
รางวลั ทีเ่ สนอขอ ครผู ูส้ อนยอดเยย่ี ม
ประเภท บคุ คลยอดเยย่ี ม สังกัด สำนักงำนเขตพื้นทีก่ ำรศึกษำมัธยมศึกษำ
ด้าน นวตั กรรมและเทคโนโลยีเพอ่ื กำรเรยี นกำรสอนยอดเย่ยี ม
ระดับ มัธยมศึกษำตอนปลำย บูรณำกำร
นายวุฒิศกั ดิ์ สุภษิ ะ
ครู (วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ)
โรงเรยี นทงุ่ ไชยพิทยา รชั มงั คลาภเิ ษก
ตาบลทุง่ ไชย อาเภออุทมุ พรพิสัย จงั หวัดศรีสะเกษ
สานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 28
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก
คานา
เอกสำรฉบับนี้ จัดทำข้ึนเพื่อเสนอขอประเมินรับรำงวัลทรงคุณค่ำ สพฐ. (OBEC AWARDS)
ประจำปีกำรศึกษำ 2562 นำยวุฒิศักด์ิ สุภิษะ ครูผู้สอนยอดเยี่ยม ประเภท บุคคลยอดเยี่ยม สังกัด
สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 28 ด้ำน นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือกำรเรียนกำรสอน
ยอดเย่ียม ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย บูรณำกำร รหัส 003237 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้น
พื้นฐำน โดยผู้จัดทำได้รวบรวม สรุปผลกำรปฏิบัติงำนตำมกรอบหน้ำท่ีของครูผู้สอน ตำมองค์ประกอบและ
ตัวชว้ี ดั ในกำรประเมนิ ตำมหวั ข้อทกี่ ำหนด
หวังอย่ำงย่ิงว่ำรำยงำนสรปุ ผลกำรปฏิบัติงำนเล่มน้ี จะสำมำรถอำนวยควำมสะดวกต่อกำรประเมนิ ใน
กำรพิจำรณำตรวจสอบคุณสมบัติต่ำง ๆ ของกำรประเมิน หำกมีส่ิงใดบกพร่องประกำรใด ข้ำพเจ้ำขอน้อมรับ
คำแนะนำ ช้แี นะ เพ่ือปรบั ปรงุ พัฒนำ ให้ดยี ่งิ ขึ้นตอ่ ไป
ขอขอบคุณ นำยวีระศักดิ์ จันทะรัตน์ ผู้อำนวยกำรโรงเรียนทุ่งไชยพิทยำ รัชมังคลำภิเษก คณะครู
และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรยี นทุ่งไชยพิทยำ รัชมงั คลำ-
ภิเษก ทุกคน ณ โอกำสน้ี ที่ส่งเสริม สนับสนุน กำรปฏิบัติงำนท่ีผ่ำนมำ ทำให้งำนต่ำง ๆ สำเร็จตำม
เป้ำหมำยทกุ ประกำร
(นำยวฒุ ิศักด์ิ สภุ ิษะ)
ครู โรงเรียนทุ่งไชยพิทยำ รัชมังคลำภเิ ษก
ข
สารบัญ หน้า
ก
คานา ข
สารบญั จ
ประวตั ขิ องผ้ขู อรับการประเมิน 1
คุณสมบัตเิ บือ้ งต้น (OBEC AWARDS) 2
2
1. คุณสมบตั ิเบ้ืองตน้ เชิงประจกั ษ์ 4
2. กำรครองตน (มีคุณธรรมจริยธรรมท่ีพงึ ประสงค)์ 13
3. กำรครองคน (ทำงำนร่วมกบั ผอู้ ่ืนไดด้ ีเป็นท่ียอมรับรักใคร่ของศิษยผ์ รู้ ่วมงำน)
4. กำรครองงำน (รับผดิ ชอบมุง่ มน่ั ต้งั ใจทำงำนตำมภำรกิจท่ีไดร้ ับมอบหมำยจนเกิด 16
18
ควำมสำเร็จ)
5. มีผลงำนที่เกิดจำกกำรพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำ 23
6. ไดร้ ับกำรยกยอ่ ง เชิดชูเกียรติจำกหน่วยงำนภำครัฐ เอกชน เป็นที่ยอมรับ 23
24
ในวชิ ำชีพและสงั คม 25
ผลงานด้านนวตั กรรมและเทคโนโลยเี พ่ือการเรียนการสอนยอดเยย่ี ม (OBEC AWARDS) 30
การประเมินตัวชี้วดั เฉพาะ 30
องค์ประกอบที่ 1 คุณภาพ 30
31
1.1 คุณลกั ษณะของนวตั กรรม 33
1.2 คุณภำพขององคป์ ระกอบในนวตั กรรม 34
1.3 กำรออกแบบนวตั กรรม 34
1.4 ประสิทธิภำพของนวตั กรรม 34
องค์ประกอบที่ 2 คุณประโยชน์
2.1 ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำหรือพฒั นำ 36
2.2 ประโยชน์ต่อบุคคล
2.3 ประโยชน์ต่อหน่วยงำน 36
องค์ประกอบที่ 3 ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
3.1 ควำมแปลกใหม่ของนวตั กรรม
3.2 จุดเด่นของนวตั กรรม
การประเมินตวั ชี้วดั ร่วม
องค์ประกอบท่ี 1 ผลทเี่ กดิ กบั ผู้เรียน
1.1 ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) นกั เรียนผำ่ นกำรประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคค์ รบท้งั 8 ขอ้
คิดเป็นร้อยละ 100
สารบญั (ต่อ) ค
2) นกั เรียนประพฤติตนตำมคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ที่เป็นจุดเนน้ ของ หน้า
สถำนศึกษำไดค้ รบทุกขอ้ คิดเป็นร้อยละ 100 37
38
3) นกั เรียนไดร้ ับ / กำรยกยอ่ งชูเกียรติ / ประกำศชมเชย จำกหน่วยงำน / องคก์ ร 41
ระดบั เขต / จงั หวดั 42
42
4) นกั เรียนไดร้ ับ / กำรยกยอ่ งชูเกียรติ / ประกำศชมเชย จำกหน่วยงำน / องคก์ ร 42
ระดบั ชำติ / นำนำชำติ 43
43
1.2 ผลงาน / ชิ้นงาน / ภาระงาน / ผล การปฏบิ ตั ิงาน 43
1) นกั เรียนทุกคนมีผลงำน / ชิ้นงำน / ภำรงำน / ผลกำรปฏิบตั ิงำนครบตำมท่ีครูกำหนด
2) ผลงำน / ชิ้นงำน / ภำรงำน / ผลกำรปฏิบตั ิงำนครบตำมท่ีกำหนดในระดบั ดีข้ึนไป 44
คิดเป็นร้อยละ 80
3) ผลงำน / ชิ้นงำน / ภำรงำน / ผลกำรปฏิบตั ิงำนเกิดจำกกำรปฏิบตั ิงำนของนกั เรียนตำม 44
หลกั สูตรอยำ่ งแทจ้ ริงและไดร้ ับกำรรับรองจำกผบู้ ริหำรโรงเรียน 45
1.3 การเผยแพร่ผลงานนักเรียน 49
1) นกั เรียนไดน้ ำเสนอ / จดั แสดง / แลกเปล่ียนเรียนรู้ / ผลงำน/ชิ้นงำน / ภำระงำน / 49
ผลกำรปฏิบตั ิงำนท่ีมีคุณภำพในรูปแบบต่ำง ๆ ตำมวำระและโอกำสในระดบั 50
สถำนศึกษำไมจ่ ำกดั คร้ัง 50
2) นกั เรียนไดน้ ำเสนอ / จดั แสดง / แลกเปล่ียนเรียนรู้ / ผลงำน/ชิ้นงำน / ภำระงำน /
ผลกำรปฏิบตั ิงำนท่ีมีคุณภำพในรูปแบบตำ่ ง ๆ ตำมวำระและโอกำสในระดบั
เขต / จงั หวดั อยำ่ งนอ้ ย 2 คร้ัง / ปี
3) นกั เรียนไดน้ ำเสนอ / จดั แสดง / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ / ผลงำน/ชิ้นงำน / ภำระงำน /
ผลกำรปฏิบตั ิงำนที่มีคุณภำพในรูปแบบต่ำง ๆ ตำมวำระและโอกำสในระดบั ภำค
4) นกั เรียนไดน้ ำเสนอ / จดั แสดง / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ / ผลงำน/ชิ้นงำน / ภำระงำน /
ผลกำรปฏิบตั ิงำนที่มีคุณภำพในรูปแบบตำ่ ง ๆ ตำมวำระและโอกำสในระดบั
ชำติ / นำนำชำติ
1.4 การได้รับรางวลั / ยกย่อง / เชิดชู
1) ผลงำน / ชิ้นงำน / ภำรงำน / ผลกำรปฏิบตั ิงำนของนกั เรียน ไดร้ ับรำงวลั / ยกยอ่ งเชิดชู
ในระดบั เขต / จงั หวดั
2) ผลงำน / ชิ้นงำน / ภำรงำน / ผลกำรปฏิบตั ิงำนของนกั เรียน ไดร้ ับรำงวลั / ยกยอ่ งเชิดชู
ในระดบั ภำค
3) ผลงำน / ชิ้นงำน / ภำรงำน / ผลกำรปฏิบตั ิงำนของนกั เรียน ไดร้ ับรำงวลั / ยกยอ่ งเชิดชู
ในระดบั ชำติ / นำนำชำติ
ง
สารบญั (ต่อ) หน้า
51
4) ผลงำน / ชิ้นงำน / ภำรงำน / ผลกำรปฏิบตั ิงำนของนกั เรียน ไดร้ ับรำงวลั / ยกยอ่ งเชิดชู
และมีผนู้ ำไปประยกุ ตใ์ ช้ / เป็นแนวคิดในกำรพฒั นำผลงำนของนกั เรียน / 52
ครูนอกสถำนศึกษำ 52
52
องค์ประกอบที่ 2 ผลการพัฒนาตนเอง 52
2.1 เป็ นแบบอย่าง และเป็ นทีย่ อมรับจากบุคคลอ่ืน ๆ
1) พฒั นำตนเองในดำ้ นคุณธรรม จริยธรรม กำรพฒั นำจิตอยำ่ งนอ้ ยปี ละ 1 คร้ัง 53
2) ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยำ่ งที่ดี ตำมแนวปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ท้งั ในหนำ้ ท่ี
รำชกำร และส่วนตน 53
3) นอ้ มนำแนวปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นกำรจดั กิจกรรม
กำรเรียนกำรสอนจนไดร้ ับกำรยองรับหรือกำรยกยอ่ งเชิดชูจำกหน่วยงำน / 56
องคก์ รภำครัฐและเอกชน ระดบั เขต / จงั หวดั 56
4) นอ้ มนำแนวปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นกำรจดั กิจกรรม 60
กำรเรียนกำรสอนจนไดร้ ับกำรยองรับหรือกำรยกยอ่ งเชิดชูจำกหน่วยงำน / 60
องคก์ รระดบั ชำติ 60
2.2 พฒั นาตนเองอย่างต่อเนื่อง (การได้รับการพฒั นา / พฒั นาตนเอง ในรอบ 2 ปี ) 60
1) กำรไดร้ ับกำรพฒั นำ / พฒั นำตนเอง ในรอบ 2 ปี 61
61
องค์ประกอบท่ี 3 การดาเนินงาน / ผลงานท่เี ป็ นเลศิ 61
3.1 การนาองค์ความรู้จากการได้รับการพฒั นาหรือการพฒั นาตนเองไปใช้ประโยชน์ 62
1) นำไปพฒั นำนกั เรียนแบบองคร์ วมไดค้ วำมรู้ ทกั ษะ กระบวนกำร และเจตคติ 62
2) นำไปใชบ้ ูรณำกำรกบั หน่วยงำน / เรื่องอ่ืน ๆ ได้ 62
3) นำไปใชบ้ ูรณำกำรกบั วชิ ำอ่ืน ๆ ได้ 62
4) นำไปใชเ้ ป็นตน้ แบบเผยแพร่ขยำยผลได้ 64
5) เชื่อมโยง / นำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
3.2 การแก้ปัญหา / การพฒั นาผู้เรียน
1) กำรแกป้ ัญหำ / พฒั นำผเู้ รียนโดยใชก้ ระบวนกำรวจิ ยั ในช้นั เรียน
2) กำรแกป้ ัญหำ / พฒั นำผเู้ รียนโดยใชน้ วตั กรรมทำงกำรเรียนกำรสอน
3) กำรแกป้ ัญหำ / พฒั นำผเู้ รียนโดยใชร้ ะบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียน
ภาคผนวก
สำเนำ ก.พ. 7
รูปภำพป้ำย และเกียรตบิ ตั รฯ สวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น
ตำรำงสรุปผลกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยนอกจำแนกเป็นรำยมำตรฐำนตำมกฎ
กระทรวงฯ/กำรดำเนินงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน
จ
ประวตั ิของผู้ขอรับประเมนิ
เพอื่ เสนอขอรบั รางวัลทรงคุณคา่ สพฐ. OBEC AWARDS
รางวลั ทเ่ี สนอขอ ครผู สู้ อนยอดเยี่ยม ประเภท บคุ คลยอดเยี่ยม
สังกดั สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศกึ ษา ดา้ น นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการเรียนการสอน
ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย บรู ณาการ
................................................................................................... ..................................
1. ขอ้ มูลท่วั ไป
1.1 ช่ือ – สกลุ นำยวฒุ ิศักดิ์ สุภิษะ
1.2 วัน/เดือน/ปเี กิด วันท่ี 6 ธนั วำคม 2515 เชื้อชำติ ไทย สัญชำติ ไทย ศำสนำ พุทธ
1.3 ตำแหนง่ ครู (วทิ ยฐำนะ ครูชำนำญกำรพิเศษ) โรงเรียนทุ่งไชยพทิ ยำ รัชมงั คลำภเิ ษก
1.4 ที่อยูป่ จั จบุ นั บำ้ นเลขท่ี 990 หมู่ 7 ตำบล กำแพง อำเภอ อุทุมพรพสิ ยั จังหวัด ศรีสะเกษ
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ. ระดับการศึกษา ชอื่ สถานศึกษา วุฒทิ ่ไี ดร้ ับ / วิชาเอก
2521-2527 ป.6 โรงเรียนประโคนชัยวิทยำ ตำบลประโคนชยั ประถมศกึ ษำ
2528 -2530 ม.3 อำเภอประโคนชยั จังหวัดบรุ รี มั ย์
2531-2533 ม.6 โรงเรยี นประโคนชยั พทิ ยำคม ตำบลประโคนชยั มัธยมศึกษำตอนตน้
2534- 2537 ปริญญำตรี อำเภอประโคนชัย จงั หวัดบุรีรัมย์
โรงเรียนประโคนชัยพทิ ยำคม ตำบลประโคนชยั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย
2545-2547 ปริญญำตรี อำเภอประโคนชยั จงั หวดั บุรีรัมย์
2554 - 2556 ปรญิ ญำโท สถำบนั รำชภัฎบุรีรมั ย์ อำเภอเมือง จังหวัดบุรรี มั ย์ คุรศุ ำสตรบ์ ัณฑติ (ค.บ.)/
วชิ ำเอกเคมี
มหำวิทยำลัยสุโขทัยธรรมำธริ ำช จังหวัดนนทบุรี วชิ ำโทชีววทิ ยำ
มหำวิทยำลยั กรุงเทพธนบรุ ี ศกึ ษำศำสตร์บัณฑิต(ศศ.บ.)
/บรหิ ำรกำรศกึ ษำ
ศกึ ษำศำสตรม์ หำบัณฑิต
(ศษ.ม.)
/หลกั สตู รและกำรสอน
ฉ
ประวัตกิ ารรับราชการ
วัน / เดือน / ปี ตาแหนง่ โรงเรียน สงั กดั
29 พฤษภำคม อำจำรย์ 1 ระดบั 3 ตะเคยี นวทิ ยำคม อ.ขุขันธ์ สศจ.ศรสี ะเกษ
2538 จ.ศรีสะเกษ
1 เมษำยน 2547 อำจำรย์ 2 ระดบั 5 ตะเคยี นวิทยำคม อ.ขุขันธ์ สศจ.ศรสี ะเกษ
จ.ศรสี ะเกษ
1 พฤษภำคม 2550 ครู ลมศกั ดิ์วิทยำคม อ.ขุขันธ์ สพท.ศรสี ะเกษ
วิทยฐำนะ ครชู ำนำญกำร จ.ศรีสะเกษ เขต 3
31 มีนำคม 2553 ครู ทุ่งไชยพิทยำ รชั มังคลำภิเษก สพม.เขต 28
ถึง ปจั จบุ นั วิทยฐำนะ ครชู ำนำญกำรพิเศษ อ.อทุ มุ พรพิสัย จ.ศรสี ะเกษ
1
แบบเสนอขอรับรางวลั ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและหน่วยงาน
รับรางวลั ทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS)
ระดับชาติ
คุณสมบตั เิ บือ้ งต้น (OBEC AWARDS)
1. ชอ่ื รางวลั ท่ีเสนอขอ ครูผูส้ อนยอดเยี่ยม
ชอ่ื นำยวุฒศิ ักด์ิ สภุ ษิ ะ
ตาแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครชู ำนำญกำรพิเศษ
ประเภท บคุ คลยอดเย่ียม
สงั กดั สังกัดสำนกั งำนเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำ
สังกัดสำนกั งำนเขตพนื้ ท่ีกำรศึกษำมัธยมศกึ ษำ เขต 28
ดา้ น ดำ้ นวชิ ำกำรยอดเย่ยี ม
ดำ้ นบริหำรจัดกำรยอดเยย่ี ม
ด้ำนนวตั กรรมและเทคโนโลยีเพอื่ กำรเรียนกำรสอนยอดเย่ียม
ระดบั ( ) ก่อนประถมศึกษำ
( ) ประถมศึกษำ
( ) มธั ยมศกึ ษำ
( ) มัธยมศกึ ษำตอนต้น
( ) มัธยมศึกษำตอนปลำย
กลุม่ สาระการเรียนรู้
( ) ภำษำไทย ( ) คณิตศำสตร์
( ) วิทยำศำสตร์ ( ) สงั คมศกึ ษำ
( ) ศลิ ปะ ( ) สุขศกึ ษำและพละศกึ ษำ
( ) ภำษำตำ่ งประเทศ ( ) กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี
( ) บูรณำกำร
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
( ) กจิ กรรมแนะแนว
( ) กจิ กรรมนกั เรยี น (กจิ กรรมชุมนมุ )
( ) กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสำธำรณะประโยชน์
2
ตัวชี้วดั ท่ี 1 คุณสมบัติเบือ้ งต้นเชิงประจักษ์
1.1 ข้ำพเจ้ำ นำยวุฒิศักด์ิ สุภิษะ ตำแหน่ง ครู โรงเรียนทุ่งไชยพิทยำ รัชมังคลำภิเษก สังกัด
สำนกั งำนเขตพน้ื ทกี่ ำรศกึ ษำมธั ยมศึกษำ เขต 28 (จังหวดั ศรสี ะเกษและจงั หวดั ยโสธร)
2.2 ปฏบิ ตั ิหน้ำที่ในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน ต้งั แต่ วนั ที่ 29 พฤษภำคม 2538 ตำแหน่ง อำจำรย์ 1
ระดับ 3 ปฏบิ ตั ิรำชกำรมำแลว้ เปน็ ระยะเวลำ 24 ปี 1 เดอื น (นบั ถึงวนั ท่ี 31 มกรำคม 2563)
1.3 ไมเ่ คยถกู ลงโทษทำงวนิ ยั ตัง้ แตเ่ ขำ้ รับกำรกำรบรรจแุ ตง่ ตง้ั นบั จนถงึ วนั ท่ยี ื่นขอรบั กำรประเมิน
1.4 มีควำมประพฤติในกำรครองตน ครองคน ครองงำน เป็นแบบอย่ำงท่ีดีและยอมรับของบุคคล
ในวิชำชีพและสังคม
ตวั ชี้วดั ที่ 2 การครองตน (มีคุณธรรมจริยธรรมทพ่ี งึ ประสงค์)
การครองตน ข้ำพเจ้ำได้ปฏบิ ัตติ นในกำรพ่งึ ตนเอง ขยนั หม่นั เพียร มีควำมรับผดิ ชอบสงู ปฏิบตั ิ
หนำ้ ทีด่ ้วยควำมสุภำพเรียบร้อย กำรพูดจำที่ไพเรำะ กำรตรงตอ่ เวลำในกำรเขำ้ สอน กำรบำเพญ็ ประโยชน์ต่อ
สังคม วำงตนใหเ้ หมำะสม ปฏิบตั ิตำมกฎระเบียบของสถำนศกึ ษำ รว่ มกจิ กรรมต่ำง ๆ ของโรงเรียนอย่ำง
สม่ำเสมอ ไดร้ ับกำรยอมรับจำกผบู้ งั คบั บญั ชำ เพ่อื นครู และผเู้ กี่ยวข้อง ว่ำเปน็ ผู้มีคุณธรรม จริยธรรม
เป็นผู้ทม่ี ีมนุษย์สัมพนั ธท์ ด่ี ีกบั ทกุ คน เพ่ือนรว่ มงำนท้งั ในโรงเรียนและต่ำงโรงเรยี น ผปู้ กครองนักเรียน บุคคล
ในชุมชน และหนว่ ยงำนอืน่ มคี วำมมุง่ ม่นั ในกำรปฏิบัตงิ ำนกำรสอน เข้ำสอนตรงเวลำ ถ่ำยทอดควำมรู้ให้
ผเู้ รยี นไดเ้ ต็มควำมสำมำรถ และหำวธิ สี อนทหี่ ลำกหลำยโดยเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ปฏบิ ัตหิ นำ้ ทีส่ อนแทน
โดยปฏบิ ตั ิหน้ำทีด่ ้วยควำมเอำใจใส่ และอุทศิ เวลำเพอื่ กำรสอน ปฏิบัติงำนดว้ ยควำมตั้งใจ ประพฤติตนเปน็
แบบอยำ่ งแก่ผู้อ่ืน ท้งั ในด้ำนคลกิ ภำพ มำรยำท เปน็ ผู้ท่ีสุภำพอ่อนนอ้ ม มคี วำมสภุ ำพเรยี บร้อย มสี ัมมำ
คำรวะ มีควำมโอบอ้อมอำรแี ละพูดจำไพเรำะ เป็นผ้ทู มี่ ีควำมขยัน อดทน อดกลั้นในกำรทำงำน ทำงำนอยำ่ ง
ไมย่ ่อท้อ จนงำนประสบควำมสำเรจ็ เปน็ ผรู้ ้จู ักประหยัดอดออม มีควำมสำมำรถในกำรวำงแผนกำรใช้จ่ำย
ไมส่ ร้ำงหนส้ี นิ ดำรงชวี ติ ตำมแนวเศรษฐกจิ พอเพียงได้อย่ำงมคี วำมสขุ เปน็ ท่ียอมรบั โดยทวั่ ไป สำมำรถเปน็
แบบอยำ่ งท่ีดีได้ ปฏิบัตหิ น้ำท่ตี ำมคำสั่งของผู้บังคับบัญชำและปฏิบตั ิตำมกฎระเบยี บของโรงเรยี นที่ต้งั ไว้อย่ำง
เคร่งครัด เป็นผู้มวี นิ ยั และควำมรบั ผดิ ชอบต่อตนเองและสังคม โดยกำรประพฤติปฏบิ ัติตนตำมกฎหมำยและ
กฎระเบียบของสงั คมอย่ำงเครง่ ครัด และเปน็ แบบอย่ำงแกช่ ุมชน สงั คม รกั ษำควำมสำมัคคี มนี ำ้ ใจ
เออ้ื เฟื้อเผือ่ แผต่ ่อเพื่อนร่วมงำน องค์กรและชุมชน ทำงำนร่วมกบั บุคคลอ่ืนไดอ้ ยำ่ งงำ่ ย และทมุ่ เทกำรทำงำน
เสยี สละเวลำในกำรทำงำน เช่น ในวนั หยดุ เสำร์ – อำทิตย์ จะมำปฏิบัติหน้ำทรี่ ำชกำรโดยไม่ตอ้ งมีคำสงั่
จำกผ้บู งั คบั บญั ชำ เปน็ ผ้ตู รงตอ่ เวลำในกำรทำงำน เช่น เข้ำร่วมประชมุ อบรมสัมมนำ ท้ังของครู นกั เรยี น
และผูป้ กครอง หรอื กำรปฏิบัติหนำ้ ท่รี ำชกำรทรี่ ว่ มกับผ้อู ่ืน เพอ่ื เปน็ แบบอยำ่ งแก่คณะครู นักเรยี น และ
ผูป้ กครอง
มผี ลกำรประเมินมำตรฐำนท่ี 9 จำกกำรประเมินคุณภำพกำรศึกษำภำยนอกรอบสองหรือรอบสำมตำม
มำตรฐำนกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน พ.ศ. 2550 อยูใ่ นระดบั ดี
จำกผลกำรประเมินมำตรฐำนที่ 9 ครมู ีคุณธรรมจรยิ ธรรมมีวฒุ ิควำมรคู้ วำมสำมำรถตรงกับงำนที่
รับผดิ ชอบหม่นั พฒั นำตนเองเขำ้ กับชมุ ชนได้ดีและมีครูพอเพียง ซง่ึ ตรงกับตัวบง่ ช้ที ี่ 6 ประสทิ ธผิ ลของกำร
จัดกำรเรียนกำรสอนที่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญพบว่ำ อยู่ในระดบั ดี
3
ตำรำงสรุปผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอกจำแนกเป็ นรำยมำตรฐำนตำมกฎกระทรวงฯ
ระดบั กำรศึกษำข้นั พ้นื ฐำน : มธั ยมศึกษำ
ระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน นา้ หนัก คะแนน ระดบั
(มธั ยมศึกษา) (คะแนน) ทไี่ ด้ คณุ ภาพ
มาตรฐานที่ ๑ ผลการจดั การศึกษา
กลุ่มตวั บ่งชีพ้ ืน้ ฐาน
ตวั บ่งช้ีที่ ๑ ผเู้ รียนมีสุขภำพกำยและสุขภำพจิตท่ีดี ๑๐.๐๐ ๙.๘๖ ดีมำก
ตวั บ่งช้ีท่ี ๒ ผเู้ รียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่ำนิยมท่ีพึงประสงค์ ๑๐.๐๐ ๙.๗๒ ดีมำก
ตวั บ่งช้ีที่ ๓ ผเู้ รียนมีควำมใฝ่ รู้ และเรียนรู้อยำ่ งตอ่ เนื่อง ๑๐.๐๐ ๘.๗๗ ดี
ตวั บ่งช้ีท่ี ๔ ผเู้ รียนคิดเป็ น ทำเป็น ๑๐.๐๐ ๘.๗๕ ดี
ตวั บ่งช้ีที่ ๕ ผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรียนของผเู้ รียน ๒๐.๐๐ ๙.๘๕ พอใช้
กลุ่มตวั บ่งชี้อตั ลกั ษณ์
ตวั บ่งช้ีท่ี ๙ ผลกำรพฒั นำใหบ้ รรลตุ ำมปรัชญำ ปณิธำน พนั ธกิจและวตั ถุประสงคข์ อง ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดีมำก
กำรจดั ต้งั สถำนศึกษำ
ตวั บ่งช้ีท่ี ๑๐ ผลกำรพฒั นำตำมจุดเนน้ และจุดเด่นท่ีส่งผลสะทอ้ นเป็นเอกลกั ษณ์ของ ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดีมำก
สถำนศึกษำ
กล่มุ ตวั บ่งชี้มาตรการส่งเสริม
ตวั บ่งช้ีที่ ๑๑ ผลกำรดำเนินงำนโครงกำรพเิ ศษเพือ่ ส่งเสริมบทบำทของสถำนศึกษำ ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดีมำก
มาตรฐานที่ ๒ การบริหารจดั การศึกษา
กล่มุ ตวั บ่งชี้พืน้ ฐาน
ตวั บ่งช้ีที่ ๗ ประสิทธิภำพของกำรบริหำรจดั กำรและกำรพฒั นำสถำนศึกษำ ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดีมำก
กล่มุ ตวั บ่งชี้มาตรการส่งเสริม
ตวั บ่งช้ีที่ ๑๒ ผลกำรส่งเสริมพฒั นำสถำนศึกษำเพื่อยกระดบั มำตรฐำน รักษำมำตรฐำน ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดีมำก
และพฒั นำสู่ควำมเป็ นเลิศที่สอดคลอ้ งกบั แนวทำงกำรปฏิรูปกำรศึกษำ
มาตรฐานท่ี ๓ การจดั การเรียนการสอนทเ่ี น้นผ้เู รียนเป็ นสาคญั
กล่มุ ตวั บ่งชี้พืน้ ฐาน
ตวั บ่งช้ีท่ี ๖ ประสิทธิผลของกำรจดั กำรเรียนกำรสอนท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ๑๐.๐๐ ๘.๐๐ ดี
มาตรฐานท่ี ๔ การว่าด้วยการประกนั คุณภาพภายใน
กล่มุ ตวั บ่งชี้พืน้ ฐาน
ตวั บ่งช้ีที่ ๘ พฒั นำกำรของกำรประกนั คุณภำพภำยในโดยสถำนศึกษำและตน้ สงั กดั ๕.๐๐ ๔.๙๐ ดีมำก
ผลรวมคะแนนท้งั หมด ๑๐๐.๐๐ ๘๔.๖๗ ดี
4
ตวั ชว้ี ัดที่ 3 การครองคน (ทางานร่วมกับผู้อื่นไดด้ ี เป็นที่ยอมรบั รกั ใครข่ องศิษย์ ผู้ร่วมงาน)
(ต้องปฏิบัติครบทั้ง 3 กิจกรรมรวมแล้วไมน่ ้อยกวา่ 10 รายการ/ปีการศกึ ษา)
การครองคน ในกำรทำงำนร่วมกับผู้อื่น ข้ำพเจ้ำใช้หลักกัลยำณมิตร และมีมนุษย์สัมพันธ์ท่ีดี
สำมำรถทำงำนร่วมกับผู้อื่นได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย จึงได้รับกำรยอมรับจำกผู้บริหำรโรงเรียน ผู้ร่วมงำน
นักเรียน ผู้ปกครอง และประชำชนท่ัวไป อีกทั้งมีควำมเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ มีบุคลิกภำพที่ดี มีควำมสำมำรถใน
กำรประสำนงำน มีเหตผุ ล แก้ปัญหำต่ำง ๆ ได้ มีเทคนิคกำรพูด ชักชวน เสนอแนะ ให้กำลังใจ สำมำรถ
ทำงำนร่วมกับผู้อ่ืนโดยสำมำรถวำงตัวในกำรเป็นผู้นำ ผู้ตำม เป็นผู้ให้และผู้รับท่ีดี มีหลักในกำรทำงำน มี
ควำมบริสุทธ์ิยุติธรรม และทำงำนอย่ำงโปร่งใส ปรำศจำกอคติ ยึดประโยชน์ของนักเรียน และส่วนรวมเป็น
ท่ีตั้ง จึงประสบควำมสำเร็จในกำรทำงำนเป็นทีม ได้รับกำรยอมรับจำกทุกฝ่ำยท่ีเกี่ยวข้อง สำมำรถเป็น
แบบอย่ำงท่ีดีได้ โดยได้ทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียน ครูในโรงเรียน มีกิจกรรมระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียน
และกจิ กรรมร่วมกับชมุ ชน มำกกวำ่ 10 รำยกำรตอ่ ปี ดงั รำยละเอียดตอ่ ไปนี้
3.1 กิจกรรมท่ีทาร่วมกับผู้ร่วมงานในโรงเรียน ได้แก่ กำรร่วมเป็น
คณะกรรมกำรดำเนินงำน / โครงกำร / กจิ กรรม ต่ำง ๆ มำกกวำ่ 10 กจิ กรรม เชน่
1) กำรประชมุ ปรับปรุงหลักสตู รสถำนศึกษำ
2) กำรกำหนดมำตรฐำนกำรศกึ ษำข้นั พน้ื ฐำน โรงเรยี นทุ่งไชยพิทยำ รชั มังคลำภิเษก
5
3) กำรรับสมัครนักเรยี น ม.1 และ ม.4
4) กจิ กรรมปฐมนิเทศนักเรยี นใหม่
5) กจิ กรรมประชุมผูป้ กครองนกั เรยี น
6
6) กิจกรรมวนั ไหว้ครู
7. กิจกรรมวนั แม่
8. กิจกรรมวันสนุ ทรภู่
9. กจิ กรรมตอ่ ต้ำนยำเสพตดิ
7
10. กิจกรรมเขำ้ คำ่ ยภำษำจีน
11. กิจกรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมจริยธรรมนักเรยี น
12. กจิ กรรมเยีย่ มบำ้ นนักเรียน
8
13. กิจกรรมกำรประเมินงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น
14. กจิ กรรมวันสำคญั ทำงศำสนำ
15. กจิ กรรมวันสำคัญของชำติ
16. กจิ กรรมกำรจดั แผนปฏิบตั ิกำรประจำปี
9
17. กจิ กรรมวนั ครสิ ตม์ ำส และวันปใี หม่
18. กิจกรรมกำรแข่งขันกีฬำภำยใน
19. กิจกรรมกำรปัจฉมิ นเิ ทศ
20. กิจกรรมศึกษำดูงำน/จัดนิทรรศกำร สวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น
จงั หวัดสระบรุ ีและจงั หวดั ปทุมธำนี
10
21. ศึกษำดูงำน โรงเรียนห้วยทับทันวิทยำคม เพื่อรับกำรประเมิน ป้ำยสนองพระรำชดำริ
งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน
22. ศึกษำดูงำน โรงเรียนห้วยทับทันวิทยำคม เพื่อรับกำรประเมิน เกียรติบัตร ขั้นท่ี 1
งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น
23. กำรประชมุ วชิ ำกำร ณ มหำวิทยำลยั อบุ ลรำชธำนี คร้งั ท่ี 10
11
3.2 จัด / รว่ มกิจกรรมตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรยี น ไดแ้ ก่
จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้โอกำสแก่ผู้ด้อยโอกำส
ปลูกฝังระเบียบวินัยและควำมกระตือรือร้นในกำรเรียน นอกจำกน้ีในกำรประสำนงำนด้ำนกำรศึกษำกับ
หน่วยงำนอ่ืน ข้ำพเจ้ำปฏิบัติหน้ำท่ีอย่ำงเต็มควำมสำมำรถ ปฏิบัติหน้ำท่ีด้วยไมตรีจิตที่ดีพัฒนำและใช้
นวัตกรรมกำรเรียนกำรสอน จนเกิดผลดังน้ีคือ นำนวัตกรรมกำรสอนใหม่ ๆ มำใช้ในกำรพัฒนำนักเรียน กำร
บริกำรจัดหำเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ โดยนำ เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำทุกรูปแบบมำพัฒนำ เช่น แผ่น CD
สื่อออนไลน์ YOUTUBE DLIT สื่อสำเร็จรูป เคร่ืองขยำยเสียง ไมโครโฟน รักเมตตำเอำใจใส่ช่วยเหลือ
ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ปฏิบัติต่อทุกคนอย่ำงเสมอภำคเท่ำเทียมกัน โดยช่ืนชม ออกเย่ียมบ้ำนนักเรียนเพ่ือ
แก้ปัญหำ ปรึกษำหำรือผู้ปกครอง นำปัญหำต่ำงๆ มำแก้ไข เช่น จัดหำทุนให้นักเรียน จัดอำหำรกลำงวัน
จัดหำสง่ิ จำเป็นให้กบั นักเรยี นทม่ี ีปญั หำ สนับสนุนสง่ เสริมนักเรียนกล่มุ ปกตใิ หไ้ ดพ้ ฒั นำย่ิงข้ึนไป เช่น
1) ด้ำนกำรรู้จักนักเรียนเป็นรำยบุคคล มีกำรดำเนินงำน 8 วิธี คือ 1) กำรประเมิน
พฤติกรรม (SDQ) 2) กำรจัดทำระเบียนสะสม 3) กำรวัดแววนักเรียน 4) กำรเย่ียมบ้ำนนักเรียน 5) กำร
สังเกตพฤติกรรมนักเรียน 6) กำรประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน 7) กำรจัดกิจกรรมโฮมรูม 8) สอบถำม
นักเรียนและเพ่ือนนักเรียน ปัญหำอุปสรรค คือ มีนักเรียนและผู้ปกครองให้ข้อมูลท่ีไม่ตรงกับควำมเป็นจริง
ทำให้ข้อมูลท่ีได้เกิดควำมคลำดเคลื่อน แนวทำงแก้ไข ช้ีแจงทำควำมเข้ำใจ แก่ครู นักเรียนและผู้ปกครอง
นกั เรยี น ใหเ้ ห็นควำมสำคัญของระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียน
2) กำรคัดกรองนักเรียน มีกำรดำเนินงำน คือ กำรสรุปกำรคัดกรองนักเรียน โดยครูท่ี
ปรึกษำสรุป โดยนำขอ้ มลู จำก กำรประเมนิ พฤติกรรม (SDQ) ระเบียนสะสม กำรวัดแววนักเรียน กำรเยีย่ ม
บ้ำนนักเรียน กำรสังเกตพฤติกรรมนักเรียน กำรจัดกิจกรรมโฮมรูม กำรประชุมผู้ปกครองช้ันเรียน กำร
สอบถำมนักเรียนหรือเพื่อนนักเรียน มำสรุปตำมเกณฑ์กำรคัดกรองของโรงเรียน โดยนำผลกำรสรุปแต่ละข้อ
มำพิจำรณำประกอบกัน สรุปผลในภำพรวม แล้วแบ่งกลุ่มนักเรียนนักเรียนออกเป็นกลุ่ม 3 คือ กลุ่มปกติ
กลุ่มเส่ียง และกลุ่มมีปัญหำ ปัญหำอุปสรรค คือ มีนักเรียนและผู้ปกครองไม่ยอมรับกำรแบ่งกลุ่มของครู
แนวทำงแก้ไข คือ ชี้แจงทำควำมเข้ำใจแก่นกั เรยี นและผปู้ กครอง
3) กำรส่งเสริมและพัฒนำ โรงเรียนมีกำรดำเนินงำน 2 วิธี คือ 1) ใช้จัดกิจกรรมต่ำง ๆ
เช่น กำรประชุมผู้ปกครองช้ันเรียน กำรจัดกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน กำรจัดกิจกรรมโฮมรูม และ 2) กำร
ส่งเสริมและพัฒนำโดยใช้โครงกำร เช่น โครงกำรอบรมคุณธรรมจริยธรรม โครงกำรทัศนศึกษำ โครงกำร
กิจกรรมวันสำคัญของชำติ โครงกำรวันสำคัญทำงศำสนำ โครงกำรประกวดนักเรียนดีเด่น โครงกำรแข่งขัน
ทักษะทำงวิชำกำร โครงกำรแข่งขันกีฬำและโครงกำรรณรงค์ต่ำง ๆ ปัญห ำอุปสรรค คือ โรงเรียนมี
งบประมำณในกำรดำเนินงำนไม่เพียงพอ แนวทำงแก้ไข คือ ระดมทรัพยำกรจำกผู้ปกครอง ชุมชนหรือ
หน่วยงำนต่ำง ๆ
4) กำรป้องกันและแก้ไข โรงเรียนมีกำรดำเนินงำน 2 วิธี คือ 1) กำรป้องกันและแก้ไข
โดยใชก้ ิจกรรมรวมกลุ่ม เชน่ กำรให้คำปรกึ ษำ กำรจดั กิจกรรมในช้ันเรียน กำรจดั กิจกรรมส่งเสริมหลักสูตร
กำรศึกษำนอกสถำนที่ กำรอบรมสัมมนำ 2) กำรป้องกันและแก้ไขเป็นรำยบุคคล เช่น กำรให้คำปรึกษำ
กำรติดตำมดูแลนักเรียน กำรสื่อสำรผู้ปกครอง กำรศึกษำเป็นรำยกรณี กิจกรรมซ่อมเสริม ปัญหำอุปสรรค
โรงเรียนมีงบประมำณในกำรดำเนินงำนไม่เพียงพอแนวทำงแก้ไข คือ บริจำคทรัพย์ส่วนตัว และระดม
ทรพั ยำกรจำกผปู้ กครอง ชมุ ชนหรอื หน่วยงำนต่ำง ๆ
12
5) กำรส่งต่อ โรงเรียนมีกำรดำเนินงำนส่งต่อนักเรียน 2 แบบ คือ 1) กำรส่งต่อภำยใน
สถำนศึกษำ โดยครูท่ีปรึกษำส่งต่อครูท่ีสำมำรถช่วยเหลือนักเรียนได้ ซ่ึงมีข้ันตอนในกำรดำเนินงำน คือ
ชแ้ี จงทำควำมเข้ำใจ ถึงควำมจำเป็นที่ต้องส่งต่อนักเรียน ให้สถำนศึกษำ นักเรียนและผู้ปกครองทรำบ แล้ว
ประสำนครทู ่ีจะช่วยเหลือนักเรียน ติดตำมดูแลนักเรียน และรำยงำนผลกำรช่วยเหลือนักเรยี นให้สถำนศึกษำ
และผู้ปกครองทรำบ และ 2) กำรส่งต่อภำยนอกสถำนศึกษำ โดยโรงเรียนหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมำย ส่งต่อ
ผู้เช่ียวชำญหรือหน่วยงำนที่เก่ียวข้อง ภำยนอกสถำน ศึกษำ ซ่ึงมีแนวกำรดำเนินงำน คือ ครูที่ปรึกษำ
ชี้แจงทำควำมเข้ำใจถึงควำมจำเป็นที่ต้องส่งต่อนักเรียนให้สถำนศึกษำ นักเรียนและผู้ปกครองทรำบ โรงเรียน
หรือ ผู้ท่ีได้รับมอบหมำย ประสำนผู้เช่ียวชำญท่ีจะช่วยเหลือนักเรียน ติดตำมดูแลนักเรียน และรำยงำนผล
กำรช่วยเหลือนักเรียน ให้สถำนศึกษำและผู้ปกครองทรำบ ปัญหำอุปสรรค คือ นักเรียนและผู้ปกครองบำง
คนไม่ยินยอมท่ีจะถูกส่งต่อ แนวทำงแก้ไข คือ ช้ีแจงทำควำมเข้ำใจถึงควำมจำเป็นและผลท่ีจะได้รับต่อ
นักเรยี น
3.3 รว่ มกจิ กรรมชมุ ชน ได้แก่
กำรรว่ มกจิ กรรมชุมชน ขำ้ พเจ้ำในฐำนะครโู รงเรยี นทุง่ ไชยพทิ ยำ รัชมังคลำภิเษก ซง่ึ เป็นโรงเรียน
ประจำตำบล ขำ้ พเจำ้ ได้เขำ้ ร่วมกจิ กรรมของชมุ ชน อยำ่ งสมำ่ เสมอ เช่น
1) กจิ กรรมบุญสงั ฆทำน
2) กิจกรรมแห่เทยี นเข้ำพรรษำ
3) กจิ กรรมประเพณีต่ำง ๆ ของชมุ ชน
4) กิจกรรมแข่งขันกฬี ำ อ.บ.ต.
5) กจิ กรรมประเพณลี อยกระทง
6) กิจกรรมประเพณีอบต.ทงุ่ ไชย “ปลำชอ่ นรสดี ขำ้ วจีร่ สเดด็ ”
7) กิจกรรมงำนขน้ึ บ้ำนใหม่
8) กิจกรรมงำนฌำปนกิจ
9) กิจกรรมงำนสรำ้ งขวญั กำลงั ใจ
13
ตวั ชี้วดั ท่ี 4 การครองงาน (รับผดิ ชอบ มุ่งม่ันต้งั ใจทางานตามภารกจิ ทไ่ี ด้รับมอบหมาย จนเกดิ
ความสาเร็จ)
4.1. ไมเ่ คยขาดงาน ตัง้ แตเ่ ริ่มบรรจุเขำ้ รับรำชกำรเปน็ ขำ้ รำชกำรครู ข้ำพเจ้ำไดน้ ำแนว
พระรำชดำรขิ องพระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ วั ผู้เปน็ “ครูแหง่ แผ่นดิน” มำเปน็ แบบอยำ่ งในกำรดำเนนิ ชีวิต
และกำรทำงำน โดยยดึ มนั่ ในพระรำชดำรัสของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อย่หู วั ท่ีว่ำ “ผทู้ ่ีเป็นครูจะต้องถือเปน็
หน้ำทอี่ ันดบั แรก ที่จะต้องให้กำรศึกษำ คือ ส่ังสอนอบรมอนชุ นใหไ้ ด้ผลแทจ้ ริง ท้ังในด้ำนวชิ ำควำมรู้ ทัง้ ใน
ดำ้ นจิตใจ และควำมประพฤติ ท้งั ตอ้ งคดิ ว่ำงำนท่ีแตล่ ะคนกำลงั ทำอยนู่ ้คี ือ ควำมเปน็ ควำมตำยของประเทศ
เพรำะอนุชนทมี่ ีควำมรู้ควำมดีเทำ่ น้ันท่ีจะรักษำชำตบิ ำ้ นเมืองไว้
4.2 ลากจิ ไม่เกนิ 2 คร้ัง/ภาคเรียน และไมเ่ กนิ 4 ครง้ั / ปี
กำรมำปฏิบตั ิหน้ำท่ีของข้ำพเจำ้ ในระหวำ่ งปงี บประมำณ 2561 – 2562 มีดังน้ี
1) ปงี บประมำณ 2561 ลำป่วย .... คร้ัง ลำกจิ 1 ครงั้ ลำ..... .....ครัง้
2) ปงี บประมำณ 2562 ลำป่วย .1. คร้ัง ลำกิจ … คร้งั ลำ..... .....คร้ัง
4.3 มชี ่ัวโมงสอนตามเกณฑ์ ก.ค.ศ. กาหนด
กำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ท่ีสอนของขำ้ พเจ้ำในระหวำ่ งปีงบประมำณ 2560 – 2562 มีชัว่ โมงสอน ดงั นี้
1) ปีกำรศึกษำ 2560 จำนวน(เฉล่ยี ) 21 ชว่ั โมง/สปั ดำห์ (มำกกว่ำเกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ.กำหนด)
ภำคเรียนท่ี 1 / 2560 ภำคเรยี นที่ 2 / 2560
ท่ี รหสั วิชำ ช้นั (ม.) ชว่ั โมง ที่ รหัสวิชำ ช้นั (ม.) ชั่วโมง
1 ว23208 32 1 ว20212 32
2 ว30224 63 2 ว30225 63
3 ว30268 63 3 ว30285 64
4 ส23235 33 4 ส23236 33
5 ง30251 ปลำย 4 5 ง30252 ปลำย 4
6 ซ่อมเสรมิ ปลำย 5 6 ซ่อมเสรมิ ปลำย 5
7 ลูกเสอื -เนตรนำรี 3 1 7 ลกู เสอื -เนตรนำรี ตน้ 1
8 ชุมนมุ ปลำย 1 8 ชมุ นุม ปลำย 1
รวม 22 รวม 19
14
2) ปกี ำรศึกษำ 2561 จำนวน(เฉลยี่ ) 21 ชว่ั โมง/สปั ดำห์ (มำกกว่ำเกณฑท์ ่ี ก.ค.ศ.กำหนด)
ภำคเรียนท่ี 1 / 2561 ภำคเรยี นท่ี 2 / 2561
ที่ รหัสวิชำ/กิจกรรม ชั้น (ม.) ชว่ั โมง ที่ รหสั วชิ ำ/กิจกรรม ชัน้ (ม.) ช่ัวโมง
1 ว30224 69 1 ว30225 66
2 พ32101 53 2 ว30282 62
3 ทักษะอำชีพใน 3 2 3 ว33201 64
ศตวรรษที่ 21
4 ซ่อมเสรมิ 65 4 พ23102 52
5 ลูกเสือ-เนตรนำรี 3 1 5 ซ่อมเสริม 63
6 ชุมนุม ปลำย 1 6 ลกู เสือ-เนตรนำรี 3 1
7 ลดเวลำเรียนฯ ตน้ 3 7 ชุมนุม ปลำย 1
8 PLC 3 8 ลดเวลำเรยี นฯ ตน้ 3
9 PLC 3
รวม 25 รวม 26
3) ปกี ำรศกึ ษำ 2562 จำนวน(เฉลี่ย) 21 ชัว่ โมง/สัปดำห์ (มำกกว่ำเกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ.กำหนด)
ภำคเรยี นท่ี 1 / 2562 ภำคเรียนที่ 2 / 2562
ท่ี รหัสวิชำ ช้นั (ม.) ชั่วโมง ท่ี รหัสวิชำ ช้นั (ม.) ชวั่ โมง
1 ว30224 66 1 ว30225 66
2 ว33254 64 2 ว33255 36
3 ว23238 32 3 ส23104 33
4 ซ่อมเสริม ปลำย 5 4 ซอ่ มเสรมิ ปลำย 5
5 ลูกเสือ-เนตรนำรี ตน้ 1 5 ลกู เสอื -เนตรนำรี ตน้ 1
6 ชมุ นุม ปลำย 1 6 ชุมนมุ ปลำย 1
7 ลดเวลำเรยี นฯ ตน้ 5 7 ลดเวลำเรยี นฯ ตน้ 5
8 PLC 3 8 PLC 3
9 9
รวม 27 รวม 30
3) ปฏิบตั ิงำนอน่ื ๆ มีดังนี้
1. หัวหน้ำกลุ่มบรหิ ำรงำนวิชำกำร
2. หวั หนำ้ งำนวชิ ำกำร
3. หัวหน้ำงำนวำงแผนวิชำกำร
4. ครทู ่ีปรกึ ษำ ชั้นมัธยมศึกษำศกึ ษำปที ี่ 1/1
15
4.4. มีผลงาน ดงั น้ี
ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในกลุ่มสำระวิทยำศำสตร์ กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน แนะแนว
ได้ศึกษำหลักสูตร วิเครำะห์ผลกำรเรียนรู้ กำหนดหน่วยกำรเรียนรู้ ชั่วโมงเรียน เรียบเรียงเนื้อหำศึกษำ
เอกสำรกำรจัดทำแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ด้วยตนเองด้วยควำมอุตสำหะ ขยัน สำมำรถจัดทำแผนกำรจัดกำร
เรียนรู้ที่สร้ำงด้วยตนเองจนสำเร็จ และนำมำปฏิบัติกำรสอนนักเรียน โดยมุ่งให้นักเรียนมีควำมรู้และสำมำรถ
ปฏบิ ัตงิ ำนตำมผลที่คำดหวงั ซึ่งสง่ ผลให้ นักเรยี น โรงเรียน และชุมชน เกดิ ควำมภำคภูมิใจ
4.4.1 มีแผนการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญเป็นปัจจุบันและครบช่ัวโมงสอน
ตลอดปกี ารศกึ ษา
ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ข้ำพเจ้ำได้จัดทำแผนกำรเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ทุกรำยวิชำ ทกุ กิจกรรมที่ไดป้ ฏิบัติกำรสอน ดังน้ี
1) แผนกำรสอนรำยวิชำ เคมีเพ่มิ เติม 4 จำนวน 60 ช่วั โมง
2) แผนกำรสอนรำยวชิ ำ พฤกษศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง
3) แผนกำรจดั กจิ กรรมชมุ นมุ นักอนุรักษ์พนั ธกุ รรมพืช จำนวน 20 ช่ัวโมง
4.4.2 มคี วามสาเร็จในการพฒั นาตามแผนพฒั นาตนเอง (ID Plan)
ในกำรปฏบิ ัติหนำ้ ท่ี ข้ำพเจำ้ ไดป้ ฏิบัติงำนตำมแผนพฒั นำตนเอง (ID Plan) ซงึ่ ไดท้ ำ
กับโรงเรียนทงุ่ ไชยพิทยำ รัชมังคลำภเิ ษก ทุกภำคเรยี น โดยผลกำรปฏิบัตงิ ำน มี
ดำ้ นสมรรถนะหลัก มีกำรพัฒนำตนเองใน 5 ดำ้ น คือ
1) กำรมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation-ACH) ควำมมุ่งม่ันจะปฎิบัติ
หน้ำท่ีรำชกำรให้ดีหรือให้เกินมำตรฐำนท่ีมีอยู่ โดยมำตรฐำนนี้อำจเป็นผลกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำของตนเอง
หรือเกณฑ์วัด ผลสัมฤทธิ์ท่ีส่วนรำชกำรกำหนดขึ้น อีกท้ังยังหมำยรวมถึงกำรสร้ำงสรรค์พัฒนำผลงำน หรือ
กระบวนกำรปฏิบตั งิ ำนตำมเป้ำหมำยทย่ี ำกและท้ำทำยชนดิ ท่ีอำจไม่เคยมผี ูใ้ ดสำมำรถกระทำไดม้ ำกอ่ น
2) กำรบรกิ ำรท่ีดี (Service Mind-SERV) ควำมต้ังใจ ควำมพยำยำมของขำ้ รำชกำร
ในกำรใหบ้ รกิ ำรต่อประชำชน ขำ้ รำชกำร หรือ หน่วยงำนอื่นๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
3) กำรสั่งสมควำมเช่ียวชำญในงำนอำชีพ (Expertise-EXP) ควำมสนใจใฝ่รู้ สั่งสม
ควำมรคู้ วำมสำมำรถของตนในกำรปฏบิ ัติหนำ้ ที่รำชกำร ดว้ ยกำรศึกษำ ค้นควำ้ และพฒั นำตนเองอย่ำงต่อเนื่อง
จนสำมำรถประยกุ ตใ์ ชค้ วำมรู้เชงิ วชิ ำกำรและเทคโนโลยตี ่ำงๆเข้ำกบั กำรปฏบิ ัติรำชกำรใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธ์ิ
4) กำรยึดม่ันในควำมถูกต้องชอบธรรม และจริยธรรม (Integrity-ING) กำรดำรงตน
และประพฤติปฏิบัติอย่ำงถูกต้องเหมำะสม ท้ังตำมกฎหมำย คุณธรรม จรรยำบรรณแห่งวิชำชีพ และจรรยำ
ขำ้ รำชกำรเพอ่ื รักษำศกั ดศ์ิ รแี หง่ ควำมเป็นขำ้ รำชกำร
5) กำรทำงำนเป็นทีม (Teamwork-TW) ควำมต้ังใจท่ีจะทำงำนร่วมกับผู้อื่น เป็น
ส่วนหนึ่งของทีม หน่วยงำน หรือส่วนรำชกำร โดยผู้ปฏิบัติมีฐำนะเป็นสมำชิก ไม่จำเป็นต้องมีฐำนะหัวหน้ำทีม
รวมทั้งควำมสำมำรถในกำรสรำ้ งและรักษำสมั พนั ธภำพกับสมำชิกในทีม
16
ตวั ชี้วดั ที่ 5 มผี ลงานทเ่ี กดิ จากการพฒั นาคุณภาพการศึกษา
5.1 มีผลการประเมินมาตรฐานที่ 10 ตามมาตรฐานการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2550 อย่ใู นระดับ ดี
มำตรฐำนท่ี 10 ครูมีควำมสำมำรถในกำรจดั กำรเรียนกำร สอนอย่ำงมีประสทิ ธิภำพและเนน้ ผู้เรียน
เป็นสำคัญ ของมำตรฐำนกำรศกึ ษำขั้นพ้นื ฐำน ปี 2550 ซึ่งตรงกบั ตวั บ่งช้ีท่ี 6 ประสิทธิผลของกำร
จัดกำรเรียนกำรสอนทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั ของมำตรฐำนกำรศกึ ษำภำยนอกรอบสำม พบวำ่ อยใู่ นระดับ ดี
5.2 มีงานวิจัยในชัน้ เรยี นทส่ี าเรจ็ ท่ีเผยแพรแ่ ลว้
5.2.1 รายงานการวิจยั ทสี่ าเร็จและเผยแพรแ่ ลว้ มีดังน้ี
1) กำรพัฒนำระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียนตำมศำสตร์พระรำชำ แบบมีสว่ นรว่ ม : กรณโี รงเรียน
ทุง่ ไชยพิทยำ รัชมังคลำภเิ ษก ปีกำรศกึ ษำ 2559
2) รำยงำนผลกำรศึกษำประโยชน์แท้แกม่ หำชน ฟกั ขำ้ ว (Momordica cochinchinensis (Lour.)
Spreng.) ประจำปีกำรศกึ ษำ 2558
3) รำยงำนผลกำรศึกษำประโยชนแ์ ท้แก่มหำชน ฟกั ขำ้ ว (Momordica cochinchinensis (Lour.)
Spreng.) ประจำปกี ำรศึกษำ 2559
5.2.2 การเผยแพรร่ ายงานการวจิ ยั มีดังน้ี
1) เผยแพร่ในกำรประชมุ อบรมและสัมมนำดงั ต่อไปน้ี
1.1) กำรแสดงผลงำน เผยแพรใ่ นกำรประชมุ ประจำเดือนของโรงเรียน
1.2) กำรแสดงผลงำน เผยแพร่ในกำรประชมุ กรรมกำรสถำนศกึ ษำขนั้ พื้นฐำน
1.3) กำรแสดงผลงำน “การประชุมวชิ าการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น และ
นิทรรศการ ทรพั ยากรไทย : หวนดทู รพั ย์สิ่งสนิ ตน ระหวำ่ งวนั ท่ี 23 – 29 มนี ำคม พ.ศ. 2559 ณ
ศูนย์ประชมุ อเนกประสงค์กำญจนำภิเษก จงั หวดั ขอนแก่น
1.4) กำรแสดงผลงำน “การประชุมวชิ าการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และ
นทิ รรศการ ทรพั ยากรไทย : ศักยภาพมากล้นมีใหเ้ หน็ ระหวำ่ งวนั ท่ี 28 พฤศจิกำยน – 4 ธนั วำคม พ.ศ.
2560 ณ ศนู ย์เครอื ข่ำยเรยี นรู้เพ่อื ภมู ิภำค จุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลยั ตำบลชำผักแพว อำเภอแกง่ คอย
จังหวดั สระบุรี
1.5) กำรแสดงผลงำน "นิทรรศการวันพชื มงคล ปี 2561" ระหวำ่ งวนั ท่ี 12-15
พฤษภำคม 2561 ณ สำนกั งำนโครงกำรอนุรักษ์พนั ธุกรรมพชื อันเนื่องมำจำกพระรำชดำริฯ สวนจติ รลดำ
พระรำชวงั ดสุ ติ กรงุ เทพมหำนคร
1.6) กำรแสดงผลงำน “การประชุมวิชาการและนทิ รรศการสวนพฤกษศาสตร์
โรงเรียน และฐานทรัพยากรทอ้ งถิ่น ระดับภูมภิ าค คร้ังที่ 5 ระหวำ่ งวนั ท่ี 24 - 30 พฤษภำคม พ.ศ. 2561
ณ มหำวิทยำลยั รำชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมรำชปู ถัมภ์ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัด
ปทมุ ธำนี
2) เผยแพร่ผลงำนกำรวิจัยทำงอินเทอร์เน็ตดังตอ่ ไปนี้
2.1)เว็บไซต์ของโรงเรียนทุ่งไชยพิทยำ รชั มังคลำภเิ ษก https://tpr.ac.th) เผยแพรผ่ ลงำน
เรื่อง “โครงกำรอนรุ ักษพ์ ันธุกรรมพืชอันเนอื่ งมำจำกพระรำชดำริ สมเด็จพระเทพรตั นรำชสุดำฯ สยำมบรม
รำชกุมำรี (อพ.สธ) งำนสวนพฤษศำสตรโ์ รงเรยี น โรงเรยี นทงุ่ ไชยพิทยำ รัชมังคลำภเิ ษก” มผี ู้เข้ำชมจำนวน
290 คน
17
2.2) เวบ็ ไซต์สวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น โรงเรียนทุ่งไชยพทิ ยำ รัชมงั คลำภเิ ษก
(https://sites.google.com/site/botanicalgardentpr/home) โดยเผยแพรบ่ ทควำมเร่อื ง
สวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน จุดเริ่มนกั อนุรกั ษ์พนั ธกุ รรมพืช มผี เู้ ขำ้ ชมจำนวน 329 คน
18
ตัวชี้วดั ท่ี 6 ได้รับยกย่องเชิดชูเกยี รตจิ ากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เป็ นทยี่ อมรับในวชิ าชีพและสังคม
6.1 ไดร้ ับรางวัลยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติจากหนว่ ยงานภาครฐั / เอกชน เป็นทย่ี อมรบั ในวงวิชาชีพ
ครดู ีศรีรัชมงั คลำภเิ ษก MOE AWARD ระดับ เขตพื้นท่ีกำรศึกษำ
ผู้นำเสนอผลงำนและกำรปฏิบัติที่ดี รำงวลั Obec Award ครั้งท่ี 60 เหรยี ญเงิน
(Good Practices) กจิ กรรมนักเรียน มธั ยมศึกษำตอนปลำย
ครูผูส้ อน เหรยี ญทอง ระดบั ชำติ
กิจกรรมกำรแปรรูปอำหำร ม.4-ม.6
19
6.2 ได้รบั เชิญใหเ้ ป็นวทิ ยากรบรรยายหัวข้อทีต่ รงกับภารกิจ / งานท่ีไดร้ ับมอบหมายอย่างนอ้ ย
2 คร้ัง / ปีการศึกษา ระดบั สถานศกึ ษา / เขต
- เป็นวทิ ยำกรในกำรดำเนินงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น ใหแ้ กโ่ รงเรียนดงมะไฟวิทยำคม โรงเรยี น
ไกรภักดีวทิ ยำคม โรงเรยี นศรีรัตนวทิ ยำ โรงเรียนพยหุ ์วทิ ยำ โรงเรยี นสม้ ปอ่ ยวิทยำคม โรงเรียนปรำงค์กู่
โรงเรยี นทุ่งสิมวิทยำคม
ใหค้ วำมรู้สวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน
โรงเรยี นดงมะไฟวทิ ยำคม โรงเรียนศรรี ตั นวทิ ยำ และโรงเรียนพยหุ ์วทิ ยำ
6.3 ได้รับเชิญ / คดั เลอื กใหแ้ สดงผลงานตนเองในระดับชาติ / นานาชาติ
1) เป็นคณะทำงำนทไ่ี ด้รบั คัดเลอื กให้ไปแสดงผลงำน ณ มหำวิทยำลยั ขอนแกน่ ในกำรแสดง
ผลงำน “การประชุมวชิ าการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น และนทิ รรศการ ทรพั ยากรไทย : หวนดูทรัพย์ส่งิ สนิ
ตน” ระหว่ำงวนั ท่ี 23-29 มนี ำคม พ.ศ. 2559 ณ มหำวิทยำลัยขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวดั ขอนแก่น
20
2) เป็นคณะทำงำนได้รับคดั เลอื กให้ไปแสดงผลงำน “การประชุมวิชาการสวนพฤกษศาสตร์
โรงเรียน และนทิ รรศการ ทรพั ยากรไทย : ศักยภาพมากลน้ มใี หเ้ ห็น” ระหว่ำงวันท่ี 28 พฤศจกิ ำยน – 4
ธนั วำคม พ.ศ. 2560 ณ จฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ตำบลชำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบรุ ี
3) ได้รบั เชิญในกำรเปน็ วิทยำกรในกำรนำเสนอผลงำน กำรดำเนินงำนสวนพฤกษศำสตร์
โรงเรยี น เรื่อง กำรบรู ณำกำรสำรวจและจัดทำฐำนทรัพยำกรทอ้ งถิ่น ในงำน “การประชมุ วิชาการสวน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น และนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : ศกั ยภาพมากล้นมใี หเ้ หน็ ” วันท่ี 3 ธนั วำคม พ.ศ.
2560 ณ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั ตำบลชำผกั แพว อำเภอแกง่ คอย จังหวัดสระบรุ ี
21
4) ได้รับคดั เลือกใหไ้ ปแสดงผลงำน เน่ืองใน “วันพืชมงคล” ระหว่ำงวันท่ี 12 – 14 พฤษภำคม
พ.ศ. 2561 ณ สวนจติ รลดำ พระบรมมหำรำชวงั กรุงเทพมหำนคร
สมเด็จพระเทพรัตนรำชสดุ ำ สยำมบรมรำชกุมำรีฯ ทรงเสด็จเย่ยี มชมนิทรรศกำรผลงำน
โรงเรียนทุ่งไชยพิทยำ รัชมงั คลำภิเษก ณ สวนจติ รลดำ พระบรมมหำรำชวงั กรงุ เทพมหำนคร
วนั ที่ 14 พฤษภำคม 2561
22
6.4 มีผลงานเขียนแสดงผลงาน / ความคิดสรา้ งสรรค์ท่ีเกย่ี วข้องกับการจัดการเรียนการสอน /
การพฒั นาหลกั สูตร / ระบบประกันคุณภาพภายใน เผยแพรผ่ า่ นสอื่ สาธารณะ ไม่นอ้ ยกว่า 1 คร้งั /ภาค
เรยี น
ข้ำพเจ้ำนำยวุฒศิ ักดิ์ สภุ ิษะ ครู โรงเรียนทุ่งไชยพิทยำ รชั มงั คลำภเิ ษก ปฏิบตั หิ นำ้ ท่ี หัวหน้ำกลุ่ม
บรหิ ำรงำนวิชำกำร และผู้รับผดิ ชอบงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น ครูผู้สอนวทิ ยำศำสตร์ ไดม้ กี ำรจดั ทำ
เผยแพร่ แผนกำรสอน วชิ ำเคมี บูรณำกำรส่วนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น แผนกำรจัดกจิ กรรมชมุ นุม บูรณำกำร
สวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน จดั กำรเรยี นกำรสอนท่ีฝึกปฏิบัตนิ กั เรียนให้ได้เรียนรู้แบบปฏิบัติจรงิ มกี ำร
ประยกุ ตใ์ ช้หลัก PLC ในกำรเรยี นรู้ รวมกลุ่มเพ่ือวำงแผนแกป้ ญั หำ เพ่ือเป้ำหมำยรว่ มกนั และส่งเสริมใหม้ ีกำร
เทคโนโลยีที่เหมำะสมในกำรเรยี นรู้
นักเรียนเรียนดว้ ยกำรปฏบิ ัติจริง
มกี ำรสรำ้ งกลุ่ม เครือขำ่ ยภำยใน/ภำยนอกสถำนศึกษำ และบนระบบเครือข่ำย Internet
เพ่อื ใชแ้ ลกเปลยี่ น เรียนรู้ พฒั นำ กระบวนกำรจัดกำรเรียนกำรสอน
23
2. การประเมนิ ตัวชี้วดั เฉพาะ
องค์ประกอบท่ี 1 คุณภาพ
ตัวชี้วดั ที่ 1 คุณลกั ษณะของนวตั กรรม
รายการประเมิน 1. มรี ูปแบบนวัตกรรมถกู ตอ้ ง ครบถว้ นตำมประเภทของนวัตกรรมท่ีระบุ
2. นวัตกรรมมีควำมสอดคล้องกบั ควำมร้คู วำมสำมำรถและกำรปฏิบัตหิ น้ำท่ใี นด้ำน
ทข่ี อรบั กำรประเมินคัดเลือก
3. รูปแบบกำรจัดพิมพ์ จัดรปู เล่มนวตั กรรมกำรนำเสนอนำ่ สนใจ มีกำรจดั เรียงลำดับ
อย่ำงเปน็ ข้ันตอน
ความเป็นมา
จำกแผนยทุ ธศำสตรช์ ำติ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) ที่กำหนดเพอื่ ใหบ้ รรลวุ ิสยั ทศั น์ เพื่อกำรพฒั นำ
ประเทศทวี่ ่ำ “ประเทศมคี วามมั่นคง ม่ังค่งั ยง่ั ยนื เป็นประเทศพัฒนาแลว้ ด้วยการพัฒนาตามปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง” มกี ำรนำยทุ ธศำสตรช์ ำติ ยทุ ธศำสตร์ท่ี 8 กำรพัฒนำวทิ ยำศำสตร์ เทคโนโลยี วจิ ัย และ
นวตั กรรม ขับเคล่ือนไทยแลนด์ 4.0 เขำ้ สู่ประเทศแห่งควำมคิดสรำ้ งสรรค์และนวตั กรรม
จดุ เนน้ กำรจดั กำรศึกษำ ของกระทรวงศึกษำธกิ ำร ดำ้ นนวัตกรรม ใหโ้ รงเรียนระดับประถมศึกษำ /
มัธยมศกึ ษำ ครแู ละผู้เรียนสรำ้ งกระบวนกำรเรียนรรู้ ่วมกนั และจดั กำรเรียนรู้แบบองคร์ วม จดั แหล่งเรยี นรู้เพอ่ื
พฒั นำผู้เรียนให้มคี ุณภำพ โดยมจี ุดเนน้ หน่ึงในนน้ั ท่ีว่ำ “ส่งเสริมกำรเรียนวิทยำศำสตร์เพ่อื สร้ำงนวตั กรรม”
และจำกกำรประกำศกระทรวงศกึ ษำธิกำร เร่ือง กำรจดั ตัง้ พนื้ ทน่ี วตั กรรมกำรศึกษำจังหวดั ศรสี ะเกษ
ประกำศ ณ วันที่ 19 กันยำยน พ.ศ. 2561 ลงนำมโดย นำยธรี ะเกียรติ เจรญิ เศรษฐศิลป์ รฐั มนตรวี ำ่ กำร
กระทรวงศึกษำธิกำร ท่ีมเี ป้ำหมำยมุง่ เน้น เพิ่มผลสมั ฤทธ์ใิ นกำรเรียนรู้ของนักเรยี นในพ้ืนทน่ี วัตกรรมกำรศกึ ษำ
ดำ้ นเจตคติ ทักษะสำคญั และควำมรู้ ลดควำมเหลอ่ื มล้ำดำ้ นคณุ ภำพกำรศึกษำ โดยยกผลกำรเรยี นรู้ของ
นักเรียนกล่มุ ออ่ นและยำกจน ด้วยกำรพัฒนำนวัตกรรมกำรบริหำรกำรศกึ ษำระดับจงั หวดั อนั เกดิ จำกควำม
ร่วมมือกับภำครฐั องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ เอกชน และประชำสงั คมในกำรจัดกำรศกึ ษำ กำรพัฒนำ และ
กำรขยำยผลกำรพฒั นำนวัตกรรมกำรศึกษำ
นวตั กรรมทข่ี ำ้ พเจ้ำนำมำเขำ้ รับกำรประเมินในคร้ังน้ี จึงมแี นวคิดท่ีจะพฒั นำผ้เู รียน แกป้ ญั หำในกำร
เรียนรทู้ ่สี ำมำรถคิด สร้ำงนวัตกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง และสว่ นรวม เป็น
นวัตกรรมด้ำนส่ือกำรสอน ชอื่ “รูปแบบการจดั การเรียนการสอนเพือ่ สร้างนวัตกรรม โดยใช้กระบวนการ
งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน” เป็นนวัตกรรมท่เี น้นกำรเรียนรแู้ บบผสมผสำนกนั ระหว่ำงงำนสวน
พฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น ในโครงกำรอนรุ ักษ์พนั ธกุ รรมพืช อันเนอ่ื งมำจำกพระรำชดำริ สมเด็จพระเทพ
รตั นรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี ผสมผสำนกับกำรใช้เทคโนโลยที ำงคอมพวิ เตอร์ สรำ้ งและใช้แหลง่ เรียนรู้
ออนไลนต์ ำ่ งๆ เพือ่ ให้นักเรยี นมที กั ษะกำรเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21 นกั เรียนจะไดศ้ กึ ษำเรียนรู้ได้ตำมอัธยำศัย
และเพ่ือทบทวนควำมรจู้ ำกที่ได้เรยี นมำในห้องเรียน สง่ เสริมให้มกี ำรพฒั นำด้ำนผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรยี นที่
สงู ขึน้ มที ักษะกำรสือ่ สำร กำรทำงำนรว่ มกัน กำรแก้ปัญหำและมีควำมคิดสรำ้ งสรรค์ ผูส้ อนไดร้ วบรวมและนำ
ควำมรเู้ ก่ยี วกับวัฒนธรรมประจำท้องถ่ิน มำเปน็ หัวเรอื่ งในกำรให้นกั เรียนไดร้ ่วมกนั ศึกษำ
24
ในกำรจัดทำนวัตกรรมนี้ข้ำพเจ้ำได้สรำ้ งส่ือกำรสอนทเี่ ป็นเคร่ืองมือในกำรให้ผเู้ รยี นได้ใช้เป็นสือ่ แหล่ง
เรียนรู้ที่สำมำรถใช้ศึกษำค้นคว้ำ โดยใช้สื่อออนไลน์ต่ำงๆ เช่น Line Facebook Youtube google sites
ได้ แ ก่ 1. https://sites.google.com/site/botanicalgardentpr/home แ ล ะ ใช้ Edmodo ส ร้ำงก ลุ่ ม
ห้องเรียนต่ำงๆ เพื่อเป็นพ้ืนท่ีใช้นักเรียนได้ติดต่อสื่อสำรและนำเสนอผลงำนของตนเอง ตำมลิงก์น้ี
2. https://new.edmodo.com/home เพ่ือให้นักเรียนเข้ำมำศึกษำในหลำยลักษณะ เช่น ไฟล์แบบนำเสนอ,
รูปภำพ, วิดีโอ,กำรแนบไฟล์,กำรตอบคำถำมแสดงควำมคิดเห็น,กำรส่งช้ินงำนและตรวจงำนเป็นต้น
(เอกสำรอ้ำงองิ รำยงำนกำรใชน้ วตั กรรม, ตวั อยำ่ งนวัตกรรม)
12
ตวั ชี้วดั ท่ี 2 คุณภาพขององค์ประกอบในนวตั กรรม
รายการประเมนิ 1. วตั ถปุ ระสงค์ เปำ้ หมำยของนวตั กรรมสอดคล้องกบั สภำพปญั หำควำมต้องกำรพัฒนำ
2. ควำมสมบูรณใ์ นเนื้อหำสำระของนวัตกรรม
3. ควำมถูกต้องตำมหลกั วชิ ำกำร
ผลการปฏบิ ัติ
นวตั กรรมทข่ี ำ้ พเจ้ำจัดทำครั้งนีม้ วี ัตถปุ ระสงค์ 3 ข้อ คอื 1) เพื่อพัฒนารปู แบบการจัดการเรียนการ
สอนเพอื่ สร้างนวตั กรรม โดยใชก้ ระบวนการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ซงึ่ โรงเรยี นเข้ำเปน็ สมำชกิ สวน
พฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น ในโครงกำรอนุรักษ์พันธกุ รรมพชื อันเนื่องมำจำกพระรำชดำริ สมเดจ็ พระเทพ
รัตนรำชสดุ ำฯ สยำมบรมรำชกมุ ำรี โดยนำหลักกำรศกึ ษำจำก 3 สำระ คือ สำระท่ี 1 ธรรมชำติแหง่ ชีวติ สำระ
ที่ 2 สรรพส่งิ ล้วนพันเก่ียว สำระท่ี 3 ประโยชนแ์ ท้แกม่ หำชน และฐำนทรัพยำกร โดยใช้สำระที่ 3 ประโยชนแ์ ท้
แก่มหำชน มำบรู ณำกำรในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอน 2) เพื่อสง่ เสริมให้นกั เรียนมกี ารสร้างนวัตกรรม จาก
รูปแบบการจดั การเรยี นการสอน โดยใชก้ ระบวนการงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น นักเรียนจะไดเ้ รียนรู้
ด้วยกำรนำหลักกำรทีเ่ รียนมำทงั้ 3 สำระ กบั ฐำนทรัพยำกร เพือ่ สร้ำงนวตั กรรมตำ่ งๆทมี่ ีประโยชน์ สำมำรถใช้
และเผยแพรต่ ่อชุมชนได้ 3) เพื่อส่งเสริมให้นักเรยี นไดเ้ รยี นรูด้ ้วยวิธกี ารท่ีหลากหลายและได้ประสบการณ์
ตรงอนั จะสง่ ผลต่อการคุณภาพการเรยี นรทู้ ่ยี ่งั ยืน นกั เรยี นมีกำรเรยี นรู้จำกแหลง่ ฐำนทรพั ยำกรท่ีมอี ยู่ใน
โรงเรยี น และชมุ ชน รวมถึงเรียนรู้โดยใชส้ ่ือกำรเรยี นรู้ออนไลน์ (Online) โดยใชเ้ ทคโนโลยีสื่อสังคม (Social
Media)
จำกปัญหำในกำรเรยี นรู้เพ่ือคิดสร้ำงนวัตกรรม นอกจำกข้ำพเจ้ำจะใช้กำร “พัฒนำรูปแบบกำรจัดกำร
เรียนกำรสอนเพ่ือสร้ำงนวัตกรรม โดยใช้กระบวนกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน” แล้ว ข้ำพเจ้ำยังใช้
รูปแบบกำรใช้สอนโดยใช้เทคโนโลยีทำงคอมพิวเตอร์ เป็นรูปแบบกำรบูรณำกำรเพ่ิมเติม ปรับใช้เทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์เปน็ เครอื่ งมือใช้กบั กำรเรียนกำรสอนแบบปกติ เพื่อใหเ้ กดิ กำรเรียนรู้ท่ีก้ำวไกลและมีประสิทธิภำพ
ทำงกำรเรียนรู้มำกยิ่งขึ้น ซ่ึงรูปแบบดังกล่ำวนี้เรียกว่ำ “กำรเรียนรู้แบบส่ือประสม ( Multimedia )” เป็น
นวัตกรรมกำรศึกษำที่ผสมโมเดล (Module) กำรเรียนกำรสอนหลำยรูปแบบเข้ำด้วยกัน เป็นลักษณะกำร
ผสมผสำนผ่ำนระบบเครือข่ำย Online ร่วมกับกำรเรียนแบบเผชิญหน้ำ (Face to Face) ทำให้เกิดกำรเรียนรู้
ที่มีประสิทธิภำพมำกกว่ำกำรน่ังฟังคำบรรยำยในช้ันแบบปกติ กำรเรียนกำรสอนในรูปแบบน้ีจะให้ควำมสำคัญ
กับกำรเลอื กใช้สอื่ ทเี่ หมำะสมและถกู ตอ้ งตำมจุดประสงคก์ ำรเรยี นร้ใู นลกั ษณะต่ำงๆ เพอื่ เพิม่ ศกั ยภำพใน
กำรเรยี น
25
กำรเรียนกำรสอนพฤกษศำสตร์ ในหัวข้อ กำรสรำ้ งนวัตกรรม มุ่งเน้นใหผ้ ู้เรียนรูจ้ ำกกำรสืบคน้ ค้นคว้ำ
หำควำมรู้ สรุป นำเสนอนวัตกรรม และนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งถ้ำเรำใช้วิธีกำรสอนแบบห้องเรียนปกติ จะ
ไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ครูจึงนำรูปแบบกำรสอนท่ีใช้เทคโนโลยีมำผสมผสำนกับกำรเรียนขั้นตอนกระบวนกำร
งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน เพ่ือให้เกิดควำมน่ำสนใจและได้ลงมือปฏิบัติจริง อีกทั้งยังเป็นพ้ืนฐำนในกำร
พัฒนำทักษะผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 คือ นักเรียนต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ 3R x 7C ซ่ึง 3R ได้แก่ Reading
(กำรอ่ำน), ‘Riting (writing = กำรเขียน) และ ‘Rithmetics (arithmetics =คณิตศำสตร์) ส่วน 7 C ได้แก่
Critical thinking & problem solving (กำรคิดเชิงวิพำกษ์และกำรแก้ปัญหำ) Creativity & innovation
(ควำมคิดสร้ำงสรรค์และกำรคิดค้นนวัตกรรม) Cross-cultural understanding (ควำมเข้ำใจบนวัฒนธรรมที่
แตกต่ำงหลกำหลำย) Collaboration, teamwork & leadership (กำรประสำนควำมร่วมมือ กำรทำงำนเป็น
ทีมและภำวะผู้นำ) Communications, information & media literacy (กำรส่ือสำร และกำรมีควำมรู้เท่ำ
ทนั ส่อื และข้อมลู ) Computing & ICT literacy (คอมพิวเตอร์และข้อมูลสำรสนเทศ) และ Career & learning
skills (ทักษะอำชีพและกำรเรียนร)ู้ อีกทั้งสำมำรถนำควำมรู้ไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั และถ่ำยทอดใหก้ ับ
ชุมชน ท้องถิ่นได้ ซึ่งเม่ือผู้เรียนเรียนรู้ สืบค้นนวัตกรรมเก่ำ จำกฐำนทรัพยำกรท้องถ่ินท่ีเกิดท่ีอยู่อำศัยของตน
แลว้ จะทำนกั เรียนเกิดจิตอนรุ ักษ์ในภูมปิ ัญญำด้ำนตำ่ งๆ รวมถงึ จะไมท่ ำลำยและหวงแหนถิน่ กำเนดิ ของตนเอง
อีกดว้ ย
ตวั ชี้วดั ที่ 3 การออกแบบนวัตกรรม
รายการประเมิน 1. มแี นวคิด ทฤษฎีรองรบั อยำ่ งสมเหตสุ มผล สำมำรถอำ้ งอิงได้
2. แนวคิด ทฤษฎีทร่ี ะบุมีควำมเปน็ ไปไดใ้ นกำรพัฒนำนวัตกรรมใหส้ ัมฤทธผิ์ ล
3. นวัตกรรมมีควำมสอดคลอ้ งตำมแนวคดิ ทฤษฎีที่ระบุ
ออกแบบและพัฒนำนวัตกรรม และมีกำรนำนวตั กรรมไปใชร้ ่วม จนสำมำรถนำมำเปน็ แนวกำรปฏบิ ตั ิ
ที่ดี (Best Practices) คอื
รูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพือ่ สร้างนวตั กรรม โดยใช้กระบวนการงานสวนพฤกษศาสตร์
โรงเรยี น
26
สภาพปญั หา
แกป้ ัญหำในกำรเรยี นร้ทู ส่ี ำมำรถคดิ สรำ้ งนวัตกรรม เพ่ือนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่
ตนเอง และส่วนรวม ประกอบกบั โรงเรยี นได้เขำ้ โครงกำรอนุรักษพ์ ันธุกรรมพชื อันเน่ืองมำจำก
พระรำชดำรสิ มเด็จพระเทพรตั นรำชสดุ ำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี ท่มี เี ปำ้ หมำยสรำ้ งจติ สำนกึ ในกำรอนุรักษ์ โดย
ใช้กิจกรรม “งำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น” ขบั เคล่อื นในส่วนของกำรสร้ำงจิตสำนึกกำรอนุรักษ์ใหก้ บั เยำวชน
ส่วนใหญ่ ที่อยวู่ ยั ศึกษำ ในสถำนศกึ ษำ
ความตอ้ งการพฒั นา (จดุ ประสงค)์
1) เพือ่ พฒั นำรปู แบบกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนเพือ่ สรำ้ งนวัตกรรม โดยใช้กระบวนกำรงำน
สวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น
2) เพ่อื ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนมีกำรสรำ้ งนวตั กรรม จำกรูปแบบกำรจดั กำรเรียนกำรสอน โดยใช้
กระบวนกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน
3) เพ่อื สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นไดเ้ รยี นรู้ด้วยวิธีกำรท่ีหลำกหลำยและได้ประสบกำรณต์ รงอันจะ
ส่งผลตอ่ กำรคุณภำพกำรเรียนรูท้ ่ีย่งั ยืน
แนวคิด ทฤษฎี
1. งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน (สำระกำรเรียนรทู้ ี่ 3 ประโยชน์แท้แก่มหำชน)
2. กำรเรยี นรู้แบบใช้โครงงำนเป็นฐำน (ปรับปรงุ จำก ดษุ ฎี โยเหลำและคณะ,2557: 20-23)
กิจกรรม
1. กำรรวมกลุ่มแบบคละ เพศ อำยุ
2. กำรทำงำนรว่ มกนั ของกลุ่มทมี่ ีควำมแตกตำ่ งทง้ั เพศ และอำยุ
นวัตกรรม “รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนเพอื่ สรา้ งน
1.ข้ันให้ความรู้พน้ื ฐาน 2.ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ การเรียนร้โู ด
3.ข้ันจัดกลมุ่ รว่ มมือ
การเรยี นรู้ 3 สาระ 4.ข้นั แส
- สาระท่ี 1 ธรรมชาติ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน (ส
แหง่ ชีวิต
- สาระที่ 2 สรรพสิ่ง ธรรมชาติ รูปลักษณ
ลว้ นพนั เกีย่ ว แห่งชีวิต คุณสมบัต
- สาระที่ 3 ประโยชน์ พฤตกิ รรม
แท้แก่มหาชน ปญั หา/
ปัจจยั
สรรพส่งิ ลว้ น
พนั เกยี่ ว
นวัตกรรม โดยใชก้ ระบวนการงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน”
ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน
สวงหาความรู้ 5.ข้ันสรุปเป็น 6.ขั้นนาเสนอ
- แนวคิด และแนวทาง ผลงาน
สาระการเรยี นรู้ท่ี 3 ประโยชน์แท้แกม่ หาชน)
ณ์ พจิ ารณา นวัตกรรม
ติ วเิ คราะห์ ด้านวตั ถุ
ศักยภาพ พิจารณา คุณ นาเสนอ
วเิ คราะห์ นวตั กรรม
จนิ ตนาการ
ม จินตนาการ คตธิ รรม
27
การศึกษาและสรา้ งนวตั กรรมเพอ่ื การเรียนการสอนนี้ มแี นวคิดท
1. งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น (สำระกำรเรียนรูท้ ี่ 3 ประโยชน
2. กำรเรียนรแู้ บบใช้โครงงำนเปน็ ฐำน (ปรบั ปรุงจำก ดษุ ฎี โยเหลำ
การเรียนรู้ 3 สาระ ธรรมชาติ รปู ลักษณ์
แห่งชวี ติ คุณสมบตั ิ
- สาระท่ี 1 ธรรมชาติ พฤตกิ รรม
แหง่ ชวี ิต ปัญหา/
- สาระที่ 2 สรรพส่ิง ปจั จัย
ล้วนพันเก่ียว
- สาระท่ี 3 ประโยชน์ สรรพส่ิงล้วน
แทแ้ กม่ หาชน พนั เกีย่ ว
งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน (ส
ทฤษฎี ทรี่ ะบมุ ีความเปน็ ไปได้ในการพฒั นานวตั กรรมใหส้ มั ฤทธ์ผิ ล คือ
นแ์ ทแ้ ก่มหำชน)
ำและคณะ,2557: 20-23)
พจิ ารณา นวตั กรรม
วเิ คราะห์ ด้านวัตถุ
ศักยภาพ พิจารณา คุณ นาเสนอ
วิเคราะห์ นวตั กรรม
จนิ ตนาการ
จินตนาการ คติธรรม
สาระการเรยี นรูท้ ่ี 3 ประโยชนแ์ ท้แกม่ หาชน)
28
29
กำรเรียนรูแ้ บบใช้โครงงำนเป็นฐำน (ปรับปรุงจำก ดษุ ฎี โยเหลำและคณะ,2557: 20-23)
มีแนวคิดสอดคลอ้ งกบั John Dewey เรอ่ื ง “learning by doing” ซึง่ ได้กลำ่ ววำ่ “Education is a
process of living and not a preparation for future living.” (Dewey John, 1897: 79 cite in
Douladeli Efstratia, 2014) ซึ่งเปน็ กำรเน้นกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ใี ห้นกั เรยี นไดร้ ับประสบกำรณช์ ีวติ ขณะทเี่ รยี น
เพ่ือให้นกั เรยี นไดพ้ ฒั นำทักษะต่ำงๆ สอดคล้องกับหลกั พฒั นำกำรคิดของ Bloom ทั้ง 6 ขนั้ คือ ควำมรู้
ควำมจำ (Remembering) ควำมเขำ้ ใจ (understanding) กำรประยุกต์ใช้ (Applying) กำรวเิ ครำะห์
(Analyzing) กำรประเมินค่ำ (Evaluating) และ กำรคดิ สร้ำงสรรค์ (Creating) ซ่งึ กำรจัดกำรเรยี นรู้แบบใช้
โครงงำนเปน็ ฐำน น้นั จงึ เป็นเป็นอกี รปู แบบหนึ่ง ท่ถี ือไดว้ ่ำเปน็ กำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญ
เน่ืองจำกผเู้ รยี นไดล้ งมือปฏิบัตเิ พ่ือฝึกทักษะตำ่ งๆด้วยตนเองทุกขนั้ ตอน โดยมีครเู ปน็ ผจู้ ัดประสบกำรณก์ ำร
เรยี นรู้ โดยกำรเรยี นรู้แบบใช้โครงงำนเป็นฐำน (ปรับปรงุ จำก ดุษฎี โยเหลำและคณะ,2557: 20-23) ทไ่ี ดใ้ ช้ มี
ทงั้ หมด 6 ขน้ั ตอน ดังนี้
กำรเรยี นรแู้ บบใชโ้ ครงงำนเป็นฐำน (ปรบั ปรุงจำก ดุษฎี โยเหลำและคณะ,2557: 20-23)
30
ตัวชี้วดั ท่ี 4 ประสิทธิภาพของนวตั กรรม
รายการประเมนิ 1. กระบวนกำรหำประสทิ ธิภำพของนวัตกรรมถูกตอ้ งตำมหลักวิชำ
2. นวตั กรรมมีประสิทธิภำพตำมเกณฑท์ ี่กำหนดวิธีกำรหำประสทิ ธิภำพของนวัตกรรม
ครอบคลมุ ในดำ้ นเนื้อหำวิชำ (Content validity) และโครงสรำ้ ง (Construct validity)
ผลการปฏิบตั ิ
ในกำรจัดทำนวัตกรรมครั้งนี้ ครูผู้สอนได้ใช้วิธีกำรหำประสิทธิภำพของนวัตกรรมกำรเรียนกำรสอน
ตำมเกณฑ์ E1/ E2 ที่ต้ังไว้ คือ 80/80 หำกนวัตกรรมกำรเรียนกำรสอนนี้มีประสิทธิภำพจริง เมื่อผู้เรียนได้
ดำเนินกิจกรรมตำมข้ันตอนต่ำงๆ ของนวัตกรรมน้ันครบถ้วนทุกข้ันตอนแล้ว คะแนนเฉล่ียร้อยละที่ได้จำกกำร
ดำเนินกระบวนกำรระหวำ่ งเรียนของผ้เู รยี นท้ังกล่มุ จะมีคำ่ ใกล้เคียงกับคะแนนเฉล่ียรอ้ ยละที่ได้จำกกำรทดสอบ
หลงั เรยี น โดยไมค่ วรมีคำ่ แตกตำ่ งกันเกินร้อยละ 5
E1 แทน ประสิทธิภำพของกระบวนกำร หมำยถึง คะแนนเฉล่ียคิดเป็นร้อยละ ที่ได้จำกกำรทดสอบ
ย่อยในแตล่ ะหนว่ ย ในกำรทำกิจกรรมในระหว่ำงเรียนทุกกิจกรรม
E2 แทน ประสิทธิภำพของผลลัพธ์ หมำยถึง คะแนนเฉล่ียคิดเป็นร้อยละ ท่ีได้จำกกำรทดสอบหลัง
เรียน
และผลจำกกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ดังกล่ำว ผู้เรียนมีคะแนนระหว่ำงเรียน ร้อยละ 79.50 และ
คะแนนหลังเรียน ร้อยละ 81.00 ซ่ึงมีค่ำแตกต่ำงกันอยู่ที่ ร้อยละ 1.50 ซ่ึงเป็นไปตำมสมมุติฐำนท่ีต้ังไว้ใน
ตอนแรก
องค์ประกอบท่ี 2 คุณประโยชน์
ตวั ชี้วดั ที่ 1 ความสามารถในการแก้ปัญหาหรือพฒั นา
รายการประเมิน 1. สอดคล้องตำมวตั ถุประสงคแ์ ละเป้ำหมำยที่ระบุได้ครบถว้ น
2. แก้ปัญหำหรอื พัฒนำไดต้ รงตำมกลุ่มเป้ำหมำย
3. นำไปประยุกต์ใชใ้ นสภำพบริบทท่ีมีลกั ษณะใกลเ้ คยี งกัน
ผลการปฏบิ ัติ
รปู แบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอนเพอื่ สร้ำงนวัตกรรม โดยใช้กระบวนกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์
โรงเรียน เปน็ วตั กรรมที่ชว่ ยเปลยี่ นกำรเรียนกำรสอนให้ผเู้ รยี นเปน็ ศูนยก์ ลำง โดยทุกขั้นตอ้ งผู้เรียนจะต้องได้
ลงมอื ปฏบิ ตั ิ (Learning by Doing) ควำมรทู้ ่ีได้มำจำกกำรค้นคว้ำ และวเิ ครำะห์ควำมถูกตอ้ งดว้ ยกระบวนกำร
เปน็ ข้นั ตอน คล้ำยกบั ฝึกให้ผ้เู รียนทำกำรศึกษำวิจัยแบบง่ำย เพือ่ เป็นกำรได้เรยี นรู้ทักษะกำรทำงำนร่วมกันเปน็
กลมุ่ ใช้เทคโนโลยใี นกำรเป็นเครือ่ งมือให้กำรเรียนรู้ ซง่ึ สอดคลอ้ งตำมวัตถุประสงค์และเป้ำหมำยของกำร
พฒั นำนวัตกรรมนี้
- ระดับช้ันเรียนท่ีเรียน คือ ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 6 เป็นช้ันเรียนที่มีควำมสำมำรถทำงกำรใช้เทคโนโลยี
มำกพอที่จะสำมำรถเรียนรู้กำรสืบค้นหำข้อมูล กำรรู้จักกำรใช้ Line Facebook Edmodo และแอพพลิเคชั่น
ตำ่ งๆ พอสมควรแลว้ และเปน็ วัยรนุ่ ที่เรำสำมำรถปลูกฝงั กำรใชเ้ ทคโนโลยอี ย่ำงมีคุณค่ำ และมีคณุ ภำพได้
31
- ดังนั้น สิ่งที่ผสมผสำนกำรเรียนรู้ด้วยกระบวนกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์โรเรียน กับกำรใช้เทคโนโลยี
ในช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 6 จึงเป็นกำรดีท่ีจะให้ผู้เรียนมีพื้นฐำนในกำรเรียนรู้ กำรสืบค้น กำรฝึกกำรทำงำนแบบ
กำรทำวิจัยแบบง่ำย และกำรเรียนรู้กำรใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ในกำรเรียนรู้ เพื่อสร้ำงนวัตกรรม
มำกกว่ำกำรใช้เพื่อควำมบันเทิงเพียงอย่ำงเดียว ซึ่งในสภำพปัจจุบันน้ีเด็กๆ มักเป็นเหย่ือของส่ือ ใช้ โซเชียล
มเี ดีย (Social Media) กนั อย่ำงไม่มีคุณภำพ และบำงครงั้ ไม่เหมำะสม จึงสำมำรถนำรูปแบบกำรสอนนี้ไปใช้ได้
กบั กำรเรียนรู้วชิ ำอ่นื ได้เช่นกนั
ตวั ชี้วดั ที่ 2 ประโยชน์ต่อบุคคล
รายการประเมิน 1. ผลงำนส่งผลใหเ้ กิดประโยชน์ต่อผเู้ รียน
2. ผลงำนสง่ ผลใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อเพื่อนครู
3. ผลงำนสง่ ผลใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ
ผลการปฏบิ ตั ิ
1.นวัตกรรมนี้ เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นอย่ำงมำก เน่ืองจำก ผู้เรียนได้เรียนรู้ขั้นตอนกำรสร้ำง
นวตั กรรม จำกกำรนำสำระที่ 3 ประโยชน์แท้แกม่ หำชน ในงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน มำบูรณำกำรในกำร
เรียนรู้ ซึ่งเม่ือเรียนครบกระบวนกำร นอกจำกนักเรียนจะมีทักษะในกำรค้นคว้ำ วิเครำะห์ มีกำรคิดอย่ำงมี
วิจำรณญำณ สำมำรถสร้ำงนวัตกรรม ยังสำมำรถนำไปใช้เป็นทักษะในกำรเรียนรู้ในวชิ ำอื่นๆ รวมถึงจะมที ักษะ
ในกำรใช้เทคโนโลยี อันเป็นพ้ืนฐำนของกำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ดังตัวอย่ำงท่ีนักเรียนสำมำรถนำ
กระบวนกำรไปคิดพัฒนำผลติ ภัณฑ์จำกฟกั ข้ำว จำกปีกำรศึกษำ 2561 จำนวน 10 ผลติ ภัณฑ์ เป็นจำนวน 29
ผลติ ภณั ฑ์ ในปีกำรศึกษำ 2562 สง่ ผลให้ได้รับรำงวลั
- ระดับเหรียญทอง ชนะเลศิ กจิ กรรม กำรแปรรปู อำหำร ระดบั ช้ัน ม. 1- ม.3 และม.4 – ม. 6 งำน
มหกรรมควำมสำมำรถทำงศิลปหัตกรรม วิชำกำร และเทคโนโลยี ของนักเรยี น ระดับเขตพ้นื ท่กี ำรศึกษำ ปี
กำรศกึ ษำ 2561สำนกั งำนเขตพ้นื ท่ีกำรศกึ ษำมัธยมศกึ ษำ เขต 28 ระหวำ่ งวนั ท่ี 8-10 พฤศจิกำยนพ.ศ. 2561
32
- รำงวัลเหรยี ญทอง กำรแขง่ ขันกำรงำนอำชพี กำรประกวดแปรรปู อำหำร ม. 1 – 3 และ ม. 4 – ม.
6 งำนมหกรรมควำมสำมำรถทำงศิลปหัตกรรม วิชำกำร และเทคโนโลยี ประจำปีกำรศึกษำ 2561
ระดบั ชำติ จังหวัดบุรรี ัมย์
33
2. นวัตกรรมนี้ สำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกรำยวิชำ ซ่ึงสำมำรถนำข้ันตอนกำรเรียนรู้
กระบวนกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน มำประกอบกับกำรใช้เทคโนโลยีทำงคอมพิวเตอร์ สื่อออฟไลน์
ออนไลน์ ครสู ำมำรถส่งเสริมให้นกั เรียนเกดิ กำรเรียนรู้ในเน้อื หำควำมรู้และมีทักษะกำรเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21
3. ผลงำนนวัตกรรมน้ีส่งผลต่อผู้บริหำรศึกษำ กล่ำวคือ นวัตกรรมน้ีไม่ได้ใช้งบประมำณในกำรลงทุน
ท่ีมำกเกินไป สำมำรถใช้ทรัพยำกรที่มีอยู่เดิมในงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน และฐำนทรัพยำกรท้องถิ่น ไม่
ต้องเสียงบประมำณในกำรจัดซ้ือจัดหำโปรแกรมเพ่ิมเติม เข้ำมำใช้ในกำรพัฒนำนวัตกรรมเลย เพรำะ เว็บไซต์
ของGoogle site Facebook Line และ Edmodo น้ีเป็นแอพพลิเคชั่นท่ีให้ใช้ได้ฟรี เป็นที่นิยมกันทั่วโลก ใช้
งำ่ ย ไม่ยุ่งยำก นักเรยี นใหค้ วำมสนใจและเข้ำใช้เปน็ ประจำอยูแ่ ลว้
ตวั ชี้วดั ท่ี 3 ประโยชน์ต่อหน่วยงาน
รายการประเมนิ 1. ผลงำนส่งผลใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ สถำนศกึ ษำ
2. ผลงำนสง่ ผลใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อวงกำรวิชำชีพ
3. ผลงำนสง่ ผลให้เกิดประโยชนต์ ่อชมุ ชน
ผลการปฏิบตั ิ
1. นวัตกรรมนี้เป็นกำรตอบสนองต่อสถำนศึกษำโดยตรง กล่ำวคือ โรงเรียนทุ่งไชยพิทยำ รัชมังคลำ
ภิเษก เป็นสมำชิกงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน ในโครงกำรอนุรักษพ์ ันธุกรรมพืช อันเนื่องมำจำกพระรำชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมี มีบริบทเป็นโรงเรียนที่ต้ังอยู่ในชุมชนลำว-เขมร ซ่ึงมีควำม
ต้องกำรสอดรับกับโครงกำรฯ ในกำรให้เยำวชนรักษำอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ภูมิปัญญำ และวัฒนธรรมท้องถ่ิน
เมือ่ ได้จัดทำนวตั กรรมน้ี ผู้ปกครองได้ใหก้ ำรสนบั สนุนและสง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นไดร้ ว่ มกจิ กรรม
2. นวัตกรรมนี้ส่งผลให้วงกำรวิชำชีพครูได้นำรูปแบบกำรสอนที่ผสมผสำนกำรเรียนรูเ้ ทคโนโลยีกบั วชิ ำ
พฤกษศำสตร์ มำปรับใช้กบั กำรจดั กำรเรยี นรู้ของครทู ำ่ นอืน่ ๆ
3. เป็นประโยชนต์ ่อชุมชนเป็นอย่ำงมำก เนื่องจำกเมื่อผู้เรยี นเรียนรู้ในกำรสรำ้ งนวัตกรรม โดยใช้สำระ
ท่ี 3 ประโยชน์แทแ้ ก่มหำชน ทำใหม้ ีกำรเผยแพร่นวัตกรรม องค์ควำมรู้ ท่ีเป็นประโยชน์ในกำรใช้ รวมถึงผู้เรียน
ไดม้ คี วำมรกั และหวงแหนในกำรรักษำนวตั กรรม ภูมปิ ัญญำ และวัฒนธรรมประเพณีให้สบื ตอ่ ไป
ภำพ กำรใหค้ วำมร่วมมอื กบั ทำงชุมชน และร่วมนำเสนอผลงำนนักเรยี นสชู่ มุ ชน
34
องค์ประกอบท่ี 3 ความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์
ตวั ชี้วดั ที่ 1 ความแปลกใหม่ของนวตั กรรม
รายการประเมนิ 1. เกิดจำกแนวคิดแปลกใหม่ไมเ่ คยมีปรำกฏมำก่อน
2. เปน็ กำรพฒั นำต่อยอดจำกแนวคดิ เดิม
3. มกี ำรปรบั ปรุงจำกแนวคิดเดิมและนำมำพฒั นำใหม่
ผลการปฏบิ ัติ
นวัตกรรม เรื่อง รูปแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอนเพอ่ื สรำ้ งนวัตกรรม โดยใชก้ ระบวนกำรงำนสวน
พฤกษศำสตร์โรงเรียน มีกำรนำรูปแบบกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้วิชำ พฤกษศำสตร์ ท่ีผสมผสำนกำรเรียนมำ
รวมกับกำรใช้เทคโนโลยีทำงคอมพิวเตอร์ และใชส้ ื่อประสม (Multimedia) เป็นเครื่องมือในกำรจดั กิจกรรมให้
ผ้เู รียนเกิดควำมรู้ในเร่ืองกำรกำหนดหวั ข้อเร่ืองที่สนใจศึกษำ กำรรวบรวมข้อมูล กำรตรวจสอบข้อมูล กำรสรุป
และกำรนำเสนอ ซ่ึงเป็นพน้ื ฐำนในกำรเรียนรู้ในสำระอื่นๆ ซ่ึงในแต่ละขั้นตอน ผ้สู อนจะใช้สื่อเทคโนโลยี นั่นก็
คือ เว็บไซต์ของGoogle site , Facebook, Line Edmodo ใช้แอพพลิเคชั่นต่ำงๆ ที่เล่นควำมสนใจ ให้
นกั เรยี นเกิดควำมสนใจในกำรจดั กิจกรรม เพรำะสือ่ เหล่ำนเ้ี ป็นสือ่ ท่นี ักเรยี นใหค้ วำมสนใจและใกลต้ วั ผเู้ รียน จึง
ทำให้ผู้เรียนมีควำมสนใจมำกกว่ำรูปแบบกำรสอนแบบเดิม ซึ่งถือว่ำเป็นวิธีกำรสอนหรือรูปแบบกำรสอนท่ี
แปลกใหม่ ไม่เคยมีปรำกฏมำก่อน อีกทั้งกำรพัฒนำนวัตกรรมน้ียังเป็นกำรต่อยอดแนวคิดเดิมในเรื่อง กำร
ดำเนินงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน โครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมำจำกพระรำชดำริ สมเด็จ
พระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี โดยใช้สำระท่ี 3 ประโยชน์แท้แก่มหำชน กับกำรศึกษำฐำน
ทรัพยำกรท้องถิ่น เพ่ือสร้ำงนวัตกรรม และเป็นกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ภูมิปัญญำ และวัฒนธรรมท้องถ่ินท่ี
สำมำรถทำให้ผู้เรียนเกิดควำมสนใจ และสำมำรถสร้ำงควำมตระหนักในกำรต้องกำรรักษำส่ิงที่บรรพบุ รุษได้
รักษำไว้
รูปแบบกำรสอนน้ี ได้ถูกปรับปรุงจำกกำรดำเนินงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน โครงกำรอนุรักษ์
พนั ธุกรรมพชื อันเนอ่ื งมำจำกพระรำชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนรำชสดุ ำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี และนำมำพฒั นำ
ใหม่ สอดคล้องกบั กำรสร้ำงนวตั กรรม ตำมนโยบำยพ้นื ทน่ี วัตกรรมกำรศึกษำ กระทรวงศึกษำธิกำร
ตัวชี้วดั ท่ี 2 จุดเด่นของนวตั กรรม
รายการประเมิน 1. ผลงำนมจี ุดสนใจ น่ำสนใจ สะท้อนถึงกำรมีแนวคิดใหม่
2. ใชง้ ่ำย สะดวก
3. ลงทุนน้อย
ผลการปฏิบตั ิ
2.1 ผลงานมจี ดุ เดน่ นา่ สนใจ สะท้อนถึงการมแี นวคิดใหม่
1. รูปแบบกำรสอนนี้ รูปแบบกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนเพื่อสรำ้ งนวัตกรรม โดยใช้กระบวนกำรงำนสวน
พฤกษศำสตร์โรงเรียน มีจุดเด่น คือ นำกระบวนกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน (สำระกำรเรียนรู้ท่ี 3
ประโยชน์แท้แก่มหำชน) มำใช้ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนผ่ำนกำรเรียนรู้แบบโครงงำนเป็นฐำน (PBL) และ
ดำเนินงำนด้วยกระบวนกำร PLC ซึ่งทุกคนท่ีเกี่ยวข้องจะร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ปัญหำด้วยกัน
นอกจำกนี้ยังให้นักเรียน มำร่วมดำเนินกำร โดยใช้เทคโนโลยีทำงคอมพิวเตอร์ Internet มำเป็นเคร่ืองมือใน
กำรถำ่ ยทอด และเผยแพรใ่ หผ้ ูอ้ ่ืนได้ทรำบ
35
2. Facebook , Line , Edmodo เป็นแอพพลิเคช่ันท่ีใช้ง่ำยมำก ไม่ตอ้ งติดตั้งโปรแกรมใดๆให้ยุ่งยำก
เดก็ และผใู้ หญ่กส็ ำมำรถใช้ได้ มีควำมสะดวกมำกใชไ้ ดท้ ั้งในระบบคอมพวิ เตอร์ PC, โน้ตบุ๊ค, เน็ตบุ๊ค, โทรศพั ท์
(Smart Phone) , แท็บเล็ต (Tablet) เป็นต้น สำมำรถพกพำสะดวก ใชง้ ำนที่ใดกไ็ ด้ทีม่ ีเครอื ขำ่ ยอินเทอร์เน็ต
3. นวัตกรรมน้ีแทบไม่ต้องใช้ทุน ใช้เพียงโทรศัพท์มือถือสมำร์ทโฟน (Smart Phone) ซ่ึงทุกคนมีอยู่
แล้ว ก็ใช้งำนได้ได้ เพรำะมี WIFI ที่สำมำรถใช้งำนได้ในทุกท่ี ส่วนทรัพยำกรอ่ืนที่ใช้ ส่วนมำกจะใช้ของที่มีอยู่
แล้วตำมธรรมชำติ ในโรงเรียน ซง่ึ ถอื ว่ำคมุ้ คำ่ ในกำรดำเนินงำนเปน็ อย่ำงยง่ิ ไดแ้ ก่
1. ต้นไม้ ท่ีมีอยแู่ ลว้ ในโรงเรียนเป็นปจั จัยหลัก
2. อำคำร สถำนที่ ท่มี ีอยแู่ ล้วในโรงเรียนเป็นปัจจยั เสริม
3. วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ เป็นปัจจัยประกอบ ซึ่งอำจมีกำรใช้งบประมำณบ้ำง หรือ
ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื ต่ำงๆ รว่ มกบั กลมุ่ สำระตำ่ งๆ
4. ควำมรู้ มอี ยู่ในตัวครูและบุคลำกรอยู่แลว้ แต่สำมำรถชว่ ยเหลือนักเรยี นใหบ้ รรลตุ ำม
เปำ้ หมำยของกำรจัดกำรศึกษำได้ตำมวัตถปุ ระสงค์ ซึ่งถือว่ำคุม้ ค่ำมำก
4. นวัตกรรมน้ีจะชว่ ยให้ผู้เรยี นเกิดทักษะท่จี ำเป็นของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 เน่ืองจำกผเู้ รียน
ได้ลงมือปฏบิ ตั ิเอง มีกำรรวบรวมขอ้ มลู ตรวจสอบข้อมูล จึงทำใหผ้ ้เู รยี นรู้จกั ใชก้ ำรคิด แก้ปญั หำและกำร
ทำงำนรว่ มกัน
3. การประเมนิ ตวั ชี้วดั ร่วม 36
องค์ประกอบท่ี 1 ผลทเ่ี กดิ กบั ผ้เู รียน
ตัวชี้วดั ท่ี 1.1 ด้าน / คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) นักเรียนผา่ นการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ครบทงั้ 8 ประการ คดิ เปน็ ร้อยละ 100
จำกผลกำรประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประกำร ในปกี ำรศึกษำ 2561 พบดังน้ี
ประการท่ี จานวนนักเรียนทม่ี คี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประการ (คน) ระดบั
1. รักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ ท้งั หมด ปรับปรุง พอใช้ ดี /ดมี าก ร้อยละ คณุ ภาพ
2. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
3. มีวนิ ยั 48 0 0 48 100.00 ดีมำก
4. ใฝ่ เรียนรู้
5. อยอู่ ยำ่ งพอเพียง 48 0 0 48 100.00 ดีมำก
6. มุง่ มน่ั ในกำรทำงำน
7. รักควำมเป็นไทย 48 0 0 48 100.00 ดีมำก
8. มีจิตสำธำรณะ
48 0 0 48 100.00 ดีมำก
รวม
ร้อยละ 48 0 0 48 100.00 ดีมำก
48 0 0 48 100.00 ดีมำก
48 0 0 48 100.00 ดีมำก
48 0 0 48 100.00 ดีมำก
384 0 0 384 100.00
100 0.00 0.00 100 ดีมำก
จากตาราง พบวำ่ นักเรียนทมี่ ีคุณธรรมจริยธรรมและค่ำนิยมทพี่ งึ ประสงค์ ระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 100
จากแผนภมู ิ พบวำ่ นักเรยี นทมี่ ีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและค่ำนิยมทพ่ี ึงประสงค์ 8 ประกำร
ระดบั ดขี น้ึ ไป รอ้ ยละ 100
37
2) นกั เรียนประพฤติตนตามคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคท์ ีเ่ ป็นจดุ เน้นของสถานศึกษาได้ครบทุกข้อ
คิดเป็นรอ้ ยละ 100
จำกกำรประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ท่เี ป็นจุดเน้นของสถำนศึกษำตำม อตั ลักษณ์ เอกลกั ษณ์
และคำขวญั ของโรงเรียน ซ่งึ มที งั้ หมด 6 ประกำร ในปีกำรศกึ ษำ 2561 พบว่ำ ผลกำรประเมินอยูใ่ นระดบั
ดขี ้ึนไปร้อยละ 100 ดังตำรำง
ประการที่ จานวนนกั เรยี นทีอ่ ยูใ่ นระดับคุณภาพ (คน) ระดบั
คุณภาพ
1. ยม้ิ งำ่ ย ทั้งหมด ปรับปรุง พอใช้ ดี / ดมี าก ดีขึ้นไปร้อยละ ดมี ำก
2. ไหว้สวย ดีมำก
3. รักษศ์ ักดิ์ศรี 48 0 0 48 100 ดมี ำก
4. มีคุณธรรม ดมี ำก
5. นำวิชำกำร 48 0 0 48 100 ดมี ำก
6. สบื สำนงำนพระรำชดำริ ดมี ำก
48 0 0 48 100
รวม ดมี ำก
เฉลีย่ 48 0 0 48 100
ร้อยละ
48 0 0 48 100
48 0 0 48 100
288 0 0 288 100
100 0 0 100
100 0 0 100
จากตาราง พบวำ่ ในปีกำรศึกษำ 2561 นกั เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตำมจดุ เนน้ ของ
สถำนศึกษำ อยูใ่ น ระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 100
จากแผนภมู ิ พบว่ำ นกั เรียนทม่ี ีคณุ ลักษณะอันพึงประสงคท์ เี่ ป็นจดุ เนน้ ของสถำนศกึ ษำ อยใู่ น
ระดบั ดีขึน้ ไป ร้อยละ 100
38
3) นักเรียนได้รบั รางวลั / การยกย่องชูเกยี รติ / ประกาศชมเชย จากหนว่ ยงาน / องคก์ ร ระดบั เขต
/ จังหวดั
นกั เรยี นได้รับรำงวัล / กำรยกยอ่ งชูเกยี รติ / ประกำศ ปีกำรศกึ ษำ 2560-2561 ดังน้ี
1) นำงสำวชลกนก อนิ ทร์แก้ว นกั เรียนทนุ พระรำทำนสมเดจ็ พระเทพรัตนรำชสดุ ำฯ สยำมบรม
รำชกมุ ำรี ปีกำรศึกษำ 2560
39
2) นกั เรียนชุมนมุ นกั อนรุ ักษพ์ นั ธุกรรมพืช สวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น มีกำรศกึ ษำ “ฟักข้ำว” ซง่ึ เป็น
พชื ศกึ ษำ และนำไปแปรรปู เข้ำแขง่ ขนั ดังนี้
- ศิลปหัตถกรรมนกั เรียน ระดบั เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา คร้ังท่ี 67 ปกี ารศกึ ษา 2560 ไดร้ บั รางวลั
ดังน้ี
1) รำงวลั เหรียญทอง กำรประกวดแปรรปู อำหำร ม.1 – ม.3
2) รำงวลั เหรียญเงิน กำรประกวดแปรรปู อำหำร ม.4 – ม.6
- มหกรรมความสามารถทางศิลปหัตกรรม วิชาการ และเทคโนโลยี ของนกั เรยี น ปีการศกึ ษา
2561 ไดร้ บั รางวัล ดังน้ี
1) รำงวลั ระดับเหรียญทอง ชนะเลิศ กจิ กรม กำรแปรรูปอำหำร ระดบั ชน้ั ม. 1 – ม. 3 งำน
มหกรรมควำมสำมำรถทำงศลิ ปหตั กรรม วิชำกำร และเทคโนโลยี ของนักเรยี น ระดบั เขตพนื้ ท่กี ำรศึกษำ ปี
กำรศึกษำ 2561 สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 28 ระหวำ่ งวนั ที่ 8-10 พฤศจกิ ำยน พ.ศ.2561
40
2) รำงวัล ระดับเหรียญทอง ชนะเลิศ กิจกรรม กำรแปรรูปอำหำร ระดับช้ัน ม. 4 – ม. 6
งำนมหกรรมควำมสำมำรถทำงศิลปหัตกรรม วิชำกำร และเทคโนโลยี ของนักเรียน ระดับเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ
ปีกำรศึกษำ 2561สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 28 ระหว่ำงวันที่ 8-10 พฤศจิกำยน
พ.ศ. 2561