The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ฉบับ เม.ย.-ก.ย.64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Satjakun Bunchoo, 2021-09-09 22:20:45

วารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ฉบับ เม.ย.-ก.ย.64

วารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ฉบับ เม.ย.-ก.ย.64

梯 ÒÀºÔ ÒÅÍÒËÒÃáÅйÓéÇÒÃÊÒà FOOD AND WATER SANITATION JOURNAL
»·‚ èÕ 12 ©ººÑ ·èÕ 2 à´Í× ¹àÁÉÒ¹ - ¡¹Ñ ÂÒ¹ 2564
VOL 12 NO. 2 Apr - Sep 2021 ISSN : 1906-8212

สธ. ลงพนื้ ทภ่ี เู ก็ต

รวมขับเคล่ือนมาตรการ 3 สราง

“เปดประเทศปลอดภัย ม่ันใจไร COVID - 19”

พ้นื ทต่ี ลาด - สตรีทฟูด

梯 ÒÀºÔ ÒÅÍÒËÒÃáÅйÓéÇÒÃÊÒà FOOD AND WATER SANITATION JOURNAL 梯 ÒÀºÔ ÒÅÍÒËÒÃáÅйÓéÇÒÃÊÒà FOOD AND WATER SANITATION JOURNAL cÊoÒnÃteºnÑÞts
»·‚ èÕ 12 ©ººÑ ·èÕ 2 à´Í× ¹àÁÉÒ¹ - ¡¹Ñ ÂÒ¹ 2564 »·‚ èÕ 12 ©ººÑ ·èÕ 2 à´Í× ¹àÁÉÒ¹ - ¡¹Ñ ÂÒ¹ 2564
VOL 12 NO. 2 Apr - Sep 2021 ISSN : 1906-8212 VOL 12 NO. 2 Apr - Sep 2021 ISSN : 1906-8212 2-3

สธ. ลงพนื้ ทภ่ี เู ก็ต àÃ×Íè §¨Ò¡»¡
รวมขับเคลื่อนมาตรการ 3 สราง
“เปด ประเทศปลอดภัย ม่นั ใจไร COVID - 19” สธ. ลงพน้ื ทภ่ี เู ก็ตรว มขบั เคลื่อนมาตรการ 3 สราง
“เปด ประเทศปลอดภยั มน่ั ใจไร COVID - 19”
พ้นื ท่ตี ลาด - สตรที ฟูด พน้ื ท่ีตลาด - สตรีทฟูด

਌Ңͧ 4-5

สำนกั สขุ าภบิ าลอาหารและนำ้ ÃÒ§ҹ¾ÔàÈÉ

·èջრÉÒ กรมอนามยั เล็งยกระดับเขม กลมุ เดลิเวอรี เพิ่ม 4 ขอปฏบิ ตั ิ
สรา งความมั่นใจลูกคา ลดเสี่ยงโควดิ
นายสมศกั ด์ิ ศริ วิ นารังสรรค
6-59
ºÃóҸ¡ ÒÃ
§Ò¹Ç¨Ô ÑÂ
นายชัยเลิศ กิง่ แกว เจรญิ ชัย
 การพฒั นารปู แบบการบรหิ ารระบบประปา
¡Í§ºÃóҸ¡ Òà ขององคกรปกครองสวนทอ งถ่ิน

นายสุชาติ สขุ เจริญ  การศกึ ษาองคประกอบและกระบวนงานท่ีมีผลตอ ความสำเร็จ
นายรัชชผดงุ ดำรงพงิ คสกุล ของงานสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ

นายเอกชยั ชัยเดช ในพนื้ ท่อี งคกรปกครองสว นทองถนิ่ ป พ.ศ. 2560 : กรณีศึกษา เขตสุขภาพท่ี 6
น.ส.ปวริศา ดษิ ยาวานชิ  ความสัมพันธของปริมาณแบคทีเรยี โคลฟิ อรมและฟค ัลโคลิฟอรม
ในน้ำประปาหมูบา น กบั ประสทิ ธผิ ลของคลอรนี
¼ŒªÙ ‹ÇºÃóҸ¡ Òà  สถานการณการบรหิ ารจดั การนำ้ สะอาด สขุ าภิบาล และสุขอนามยั
ในสถานบรกิ ารการสาธารณสุขของประเทศไทย ป พ.ศ. 2562
นายกิตตพิ งศ ภูอุดม กรณีศึกษาในโรงพยาบาลสังกดั กระทรวงสาธารณสุข
และโรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตำบล
ÈÅÔ »¡ÃÃÁ
 สถานการณความปลอดภยั ของนมโรงเรยี นตามหวงโซความเยน็ ปลายทาง
นายกิตตพิ งศ ภอู ุดม กรณศี ึกษาโรงเรียนประถมศึกษาพื้นที่อำเภอพิมาย
จังหวดั นครราชสีมา
¼ÅÔµ·Õè
60-61
บรษิ ัท ควิ ไลฟ มเี ดีย จำกดั
àÃ×èͧàÅ‹Ò...¢Ò‹ ǪÁÃÁ
Çѵ¶Ø»ÃÐʧ¤
62-63
 เพ่อื เผยแพรวชิ าการ ขา วสารทางวทิ ยาศาสตรแ ละ
เทคโนโลยีทางอาหาร à¡ÒлÃÐà´¹ç Ì͹

 เพอ่ื เปน เอกสารประชาสัมพนั ธผ ลงานของ  กรมอนามยั หวงบริการอาหารแบบใหม เสริ ฟ ในรถสว นตัว
สำนักสขุ าภิบาลอาหารและน้ำและศูนยอ นามยั หวัน่ ทแี่ คบ กนิ รวมกัน เส่ยี งโควดิ 19
สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวัด เทศบาล และบุคคล
ในแวดวงสุขาภบิ าลอาหารและนำ้ 64-65

 เพือ่ รายงานกจิ กรรมความเคลอื่ นไหวของบคุ คลในแวดวง ÊÃ»Ø ¢Ò‹ Ç梯 ÒÀºÔ ÒÅÍÒËÒÃáÅйéÓ
สุขาภิบาลอาหารและน้ำ
 กรมอนามัย ใช 8 มาตรการ
 เพ่อื เปนส่ือกลางในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล คุมตลาดสดพ้ืนท่สี ีแดงเขม ยกระดับปองกนั โควดิ
ในแวดวงสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้  กรมอนามัยเผย โควิดโรงงานน้ำแข็งทำเสยี่ ง แนะเล่ยี งน้ำแข็งซอง
ใชน้ำแข็งหลอดถุงปดสนิท ผา น GMP มน่ั ใจปลอดภยั กวา
 เพือ่ เสริมสรา งความสมั พันธอ นั ดีระหวา งบุคลากรกรมอนามัย
สำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั เทศบาล ภาคเอกชน 66-67
และหนว ยงานตา งๆ ท่เี กยี่ วขอ ง
¡Ô¨¡ÃÃÁ梯 ÒÀºÔ ÒÅÍÒËÒÃáÅйéÓ
ʶҹ·µÕè ´Ô µÍ‹
 การประชมุ “แนวทางการขบั เคล่อื น
สำนักสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ พัฒนายกระดบั ตลาดสดนาซือ้ วิถีใหม”
ถนนติวานนท อำเภอเมือง จงั หวัดนนทบุรี 11000
โทรศัพท 0 2590 4179 ผานระบบ Video Conference
Website : http//foodsan.anamai.moph.go.th  การประชุมหารือมาตรการแนวทาง
สำหรบั รา นอาหารในการปอ งกันและลดความเส่ยี ง
ของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ผา นระบบการประชุมทางไกล Webex Conference
 การประชุมผา นระบบ Video Conference
หารือมาตรการในการใหบ ริการจดั สง อาหาร

ในสถานการณทมี่ กี ารแพรระบาด
ของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)

บรรณาธิการแถลง

สวสั ดคี รบั ...สมาชกิ วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้ ทกุ ทา่ นฉบบั นก้ี เ็ ปน็ ฉบบั ท่ี 2 หรอื ฉบบั สดุ ทา้ ย
ในรปู แบบ e - book ของปงี บประมาณ 2564 แลว้ นะครบั ถงึ ตอนนก้ี ารแพรร่ ะบาดและยอดผตู้ ดิ เชอื้ ของ
โรคโควิด 19 ระลอกใหม่ก็ยงั ไม่ได้ลดลงเลยโดยเฉพาะในพ้นื ที่กรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑล กข็ อใหท้ กุ ทา่ น
รว่ มดว้ ยชว่ ยกนั “ฉดี วคั ซนี หยดุ เชอ้ื เพอื่ ชาต”ิ เพอื่ สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั หมู่ รว่ มกบั มาตรการ D - M - H - T - T
ก็คือ D = อยู่ห่างไว้ M = ใส่แมสกัน H = หมั่นล้างมือ T = ตรวจวัดอุณหภูมิ/ตรวจหาเช้ือโควิด 19
(เฉพาะกรณี) T = สแกนไทยชนะ เพ่ือที่เราจะผ่านวิกฤตคร้ังนี้ไปด้วยกัน สำหรับวารสารฯ ฉบับน้ี
กม็ เี นอ้ื หาสาระมากมาย ไมว่ า่ จะเปน็ งานวจิ ยั บทความวชิ าการ ขา่ วความเคลอ่ื นไหวของภาคเี ครอื ขา่ ย
และกจิ กรรมสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ตดิ ตามได้ในฉบบั ครบั

สดุ ทา้ ยนี้ กองบรรณาธกิ ารขอขอบคณุ ทุกท่านทใ่ี ห้ความสนใจ และรว่ มส่งผลงานวจิ ัย บทความ
และสาระความรู้ รวมท้ังกิจกรรมความเคลื่อนไหวต่างๆ ในการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
มาเผยแพรน่ ะครับ และขอให้ทกุ ท่านปลอดโรค ปลอดภยั สุขภาพแข็งแรง...ครับ

กองบรรณาธกิ าร

คำแนะนำ

สำหรบั การนำผลการศึกษาวิจยั ลงพมิ พใ์ นวารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้

เป็นผลงานการศกึ ษาวิจัยเกย่ี วกับงานสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ซงึ่ สรปุ เน้ือหา ดงั น้ี
1. ชือ่ เรือ่ ง ภาษาไทย
2. ชอ่ื ผเู้ ขยี น ชอื่ เตม็ / ตำแหนง่ / สถานท่ีทำงาน
3. บทคัดยอ่ เขยี นนำตวั เรื่อง สรุปสาระสำคัญของเร่ือง โดยเฉพาะวตั ถุประสงค์ วธิ ีการและผลการศกึ ษา
4. เน้ือหา ควรประกอบด้วย
 บทนำ เพอ่ื อธิบายความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หาและวัตถปุ ระสงค์
 วิธีการศกึ ษา
 ผลการศกึ ษา
 สรุปและเสนอแนะ เป็นการสรปุ สาระสำคัญและแนวทางท่จี ะนำผลไปใช้ประโยชน์

ทัง้ น้ี เนื้อหาทจ่ี ะลงเผยแพร่ทงั้ หมดไม่ควรเกิน 8 หนา้ กระดาษ A 4
และการเขยี นเอกสารอ้างอิงจะใช้แนวทางแบบแวนคเู วอร์ (Vancouver Style)
โดยส่งมาท่ี กองบรรณาธิการ วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ สำนกั สุขาภิบาลอาหารและน้ำ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
หรอื Email : [email protected] กติ ตพิ งศ์ ภูอุดม โทรศัพท์ 0 2590 4179

1Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

เร่ืองจากปก

สธ. ลงพ้ืนท่ภี เู กต็ รว่ มขับเคลอื่ นมาตรการ 3 สร้าง

“เปิดประเทศปลอดภัย มนั่ ใจไร้ COVID - 19 ”

พื้นทตี่ ลาด - สตรีทฟดู้

กระทรวงสาธารณสุขลงพ้ืนที่ตลาดและสตรีทฟู้ด
จังหวัดภเู ก็ต รว่ มขบั เคล่ือนมาตรการ 3 สร้าง สร้าง
มาตรฐาน สรา้ งความปลอดภยั และสรา้ งความมน่ั ใจ
“เปิดประเทศปลอดภยั ม่นั ใจไร้ COVID - 19”
วนั ที่ 4 กรกฎาคม 2564 ดร.สาธติ ปติ ุเตชะ รัฐมนตรชี ว่ ยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลัง
การลงพืน้ ทีต่ รวจเย่ียมตลาดนดั วดั เทพ และถนนคนเดนิ ภเู กต็ หลาดใหญ่ จงั หวดั ภเู ก็ตวา่ กระทรวงสาธารณสขุ
ได้ใชม้ าตรการ 3 สร้าง เพอื่ ขบั เคลือ่ น “เปดิ ประเทศปลอดภยั ม่ันใจไร้ COVID - 19” พน้ื ท่ตี ลาดและสตรีทฟดู้
ภายหลังท่ีรัฐบาลได้เลือกภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องของการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเท่ียวตามแผน
“ภเู ก็ตแซนด์บ็อกซ ์ (Phuket Sandbox)” เพอ่ื กระตุ้นเศรษฐกจิ และการทอ่ งเทีย่ ว ซงึ่ มาตรการ 3 สรา้ ง ประกอบ
ไปด้วย 1) สร้างมาตรฐานโดยการพัฒนาและยกระดับมาตรฐาน “ตลาดนัด น่าซ้ือ” และสตรีทฟู้ด
ทัง้ ในด้านจัดการส่ิงแวดลอ้ มภายในตลาดให้สะอาด อาหารทีจ่ ำหนา่ ยปลอดภยั ถกู สุขลักษณะ ทำใหผ้ บู้ ริโภคเกดิ
ความม่ันใจในการใช้บริการ 2) สร้างความปลอดภัยโดยตลาดและสตรีทฟู้ดต้องคุมเข้มทางเข้า - ออก

2 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้ ปีท่ี 12 ฉบับที่ 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

เรอื่ งจากปก

จุดคัดกรองที่ชัดเจน จัดให้มีท่ีล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย
ให้ถูกต้องตลอดเวลาท่ีใช้บริการ เว้นระยะห่างระหว่างแผง - บุคคล เพ่ือลดความแออัดรักษาสุขอนามัย
สว่ นบคุ คลอยา่ งเครง่ ครดั และทำความสะอาดจดุ สมั ผสั รว่ มบอ่ ยๆ และ 3) สรา้ งความมน่ั ใจ โดยใหเ้ จา้ ของตลาด
ผคู้ ้าขายและผู้ใช้บริการในตลาดและสตรีทฟดู้ ตอ้ งฉีดวคั ซนี ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 และตลาดต้องประเมนิ ตนเอง
ผา่ น Thai stop COVID Plus ติดประกาศให้ชดั เจน โดยขอความรว่ มมือผปู้ ระกอบการตลาดและสตรีทฟดู้ ปฏิบัติ
ตามมาตรการดังกล่าวอยา่ งเคร่งครัด เพือ่ สร้างความเช่ือม่ันใหก้ ับนกั ทอ่ งเทีย่ ว

ทางดา้ นนายแพทยด์ นยั ธวี ันดา รองอธบิ ดกี รมอนามยั กลา่ ววา่ ข้อมลู ประเมนิ ตนเองของผู้ประกอบการ
จังหวัดภูเก็ตผ่าน Thai stop COVID Plus ในภาพรวมขณะนี้พบว่า การจัดบริการอาหารแบบ Delivery และ
แหล่งท่องเท่ียว ผ่านการประเมิน ร้อยละ 100 ร้านค้าปลีก ค้าส่ง ผ่านการประเมิน ร้อยละ 94.84 ร้านอาหาร
ผ่านการประเมิน ร้อยละ 82.65 ตลาดสด ผ่านการประเมิน ร้อยละ 81.82 และตลาดนัด ผ่านการประเมิน
ร้อยละ 75.47 โดยมาตรการในภาพรวมท่ีไม่ได้ดำเนินการมากท่ีสุด 3 อันดับแรก คือ 1) การลงทะเบียน
2) การคดั กรอง และ 3) มจี ดุ บรกิ ารลา้ งมอื และการควบคมุ จำนวนลกู คา้ ดงั นนั้ ขอใหผ้ ปู้ ระกอบการทไี่ มผ่ า่ น
การประเมินได้เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายใน 1 - 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการและพนักงานต้อง
ประเมินตนเองผ่าน “ไทยเซฟไทย” เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและแพร่กระจายเช้ือโควิด 19 สู่ครอบครัว
เพือ่ นรว่ มงาน และชมุ ชน...

3Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

รายงานพเิ ศษ

กรมอนามยั เลง็ ยกระดับเข้ม

กลมุ่ เดลเิ วอรีเพมิ่ 4 ข้อปฏิบัติ
สร้างความม่ันใจลูกค้า ลดเสี่ยงโควดิ

กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ ประชมุ รว่ มกบั ผปู้ ระกอบการเดลเิ วอรี เพมิ่ 4 ขอ้ ปฏบิ ตั ิ ยกระดบั
ความปลอดภัย สรา้ งความม่นั ใจใหป้ ระขาชนผูใ้ ชบ้ รกิ ารในช่วงการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ 19

นายแพทยส์ วุ รรณชยั วฒั นายง่ิ เจรญิ ชยั อธบิ ดกี รมอนามยั กลา่ ววา่
จากท่ีมีการแชร์ข้อความที่พาดพิงถึงการระบาดของคลัสเตอร์คลองเตยว่า
สว่ นหนงึ่ เกดิ จากผทู้ อี่ ยใู่ นชมุ ชนประกอบอาชพี หลกั คอื เปน็ พนกั งานสง่ อาหาร
เดลิเวอรี และขอให้งดใช้บริการเหล่าน้ีเพราะอาจส่งผลให้นำเชื้อไปสู่คน
ในครอบครัว ซึ่งข้อความท่ีไม่ถูกต้องและไม่เป็นความจริงดังกล่าวอาจสร้างวิตกกังวลให้กับประชาชน
ทใี่ ชบ้ รกิ ารสงั่ อาหารจากนอกบา้ นได้ โดยประเดน็ นี้ ดร.สาธติ ปติ เุ ตชะ รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ
มีความห่วงใยและกังวลต่อความมั่นใจในการใช้บริการของประชาชนผู้บริโภคประกอบกับรัฐบาลมีนโยบาย
ลดการพบปะเพอ่ื ลดการแพรร่ ะบาดของโรคจงึ ตอ้ งมกี ารเพมิ่ ความมน่ั ใจในการสง่ อาหารแบบเดลเิ วอรีรวมทงั้ กำชบั
ให้ปฏิบัติให้ได้ตามมาตรการท่ีวางไว้โดยให้ผู้ประกอบการอาหารแบบเดลิเวอรีแต่ละแห่งมีการควบคุมกำกับ
พนกั งานและปฏบิ ตั ติ ามมาตรการอยา่ งเขม้ ขน้ รดั กมุ เพอื่ ความปลอดภยั ปอ้ งกนั การแพรเ่ ชอื้ เพมิ่ ขน้ึ พรอ้ มเนน้ ยำ้
ให้เกิดการปฏิบัติจริงจัง และให้หน่วยงานภาครัฐติดตามผลการดำเนินการเป็นระยะ ส่วนเรื่องวัคซีน อาจจะ
พจิ ารณาใหพ้ นกั งานสง่ อาหารเดลเิ วอรไี ดร้ บั การฉดี วคั ซนี เปน็ กลมุ่ ลำดบั ตน้ ๆดงั นน้ั จงึ มอบใหก้ รมอนามยั จดั ประชมุ
รว่ มกบั ผปู้ ระกอบการเดลเิ วอรี ไดแ้ ก่ Minor food, Grab, Gojek, Food Panda และ Lalamove เพอ่ื ทำความเขา้ ใจ
ตอ่ ประเดน็ ทเี่ กดิ ขนึ้ พรอ้ มขอความรว่ มมอื ผปู้ ระกอบการและพนกั งานสง่ อาหารเดลเิ วอรที กุ คนปฏบิ ตั ติ ามมาตรการ
ของกระทรวงสาธารณสขุ อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณก์ ารแพร่ระบาดขณะน้ี จำเป็นต้องยกระดบั
มาตรการความปลอดภัยให้มากขึ้นโดยเพิ่มการปฏิบัติ 4 ข้อหลัก คือ 1) เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการ

4 วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 12 ฉบับท่ี 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

รายงานพเิ ศษ

ตามมาตรการป้องกัน โควิด 19 2) มกี ารคัดกรองพนกั งานรบั สง่ อาหารอยา่ งจรงิ จังทกุ วนั 3) มรี ะบบการติดตาม
อาการป่วยและพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงาน โดยอาจเลือกใช้การประเมินผ่านเว็บไซต์ Thai save Thai และ
4) มีการจดั ทำ Timeline ของพนกั งานในการจัดส่งอาหารแต่ละวัน

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า “แม้ว่าในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา
จะยังไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีการแพร่เชื้อโควิด 19 ผ่านอาหาร แต่ผู้ประกอบการร้านอาหารท่ีให้บริการ
แบบเดลเิ วอรแี ละประชาชนผใู้ ชบ้ รกิ ารจำเปน็ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามมาตรการของกระทรวงสาธารณสขุ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งตง้ั แต่
1) ตดิ ตามสถานการณแ์ ละศกึ ษาขอ้ มลู เกย่ี วกบั การปอ้ งกนั โรค และใหค้ วามรหู้ รอื ประชาสมั พนั ธแ์ กผ่ ขู้ นสง่ อาหาร
เมือ่ ไปส่งอาหารให้ลกู คา้ ขอใหใ้ ช้วิธกี ารสง่ อาหารแบบ Personal distancing ยืนหา่ งจากลกู ค้าอย่างนอ้ ย 1 เมตร
และหา้ มวางอาหารบนพนื้ 2)รา้ นอาหารทใี่ หบ้ รกิ ารในรปู แบบเดลเิ วอรีตอ้ งสะอาดถกู สขุ ลกั ษณะอาหารปรงุ สำเรจ็
ต้องปรุงสกุ ใหม่ ส่วนอาหารประเภทเนอื้ สัตวป์ รุงสกุ ดว้ ยความร้อนไมน่ อ้ ยกวา่ 70 องศาเซลเซียส นานกว่า 5 นาที
หลกี เลยี่ งการจำหนา่ ยอาหารประเภทเนอื้ สตั วท์ ปี่ รงุ ไมส่ กุ 3) ผสู้ ง่ อาหารเดลเิ วอรี ตอ้ งลงทะเบยี นกบั ผปู้ ระกอบการ
ที่จัดบริการอาหารแบบเดลิเวอรี สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยระหว่างปฏิบัติงาน ล้างมือบ่อยๆ ด้วย
น้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าร้านอาหาร ก่อนและหลังการส่งอาหารให้ผู้สั่งซ้ืออาหารด้วย รวมท้ังหลัง
เขา้ หอ้ งส้วม หลังจับสิ่งสกปรก หรือจับเงนิ และคอยสงั เกตอาการตนเอง หากพบมีความเส่ยี งให้หยดุ ปฏิบัตงิ าน
และไปพบแพทย์ทันที และ 4) ผู้สั่งซื้ออาหาร หรือผู้บริโภค ให้จัดเตรียมภาชนะรองรับอาหาร เช่น กล่องหรือ
โต๊ะแบบพับได้ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เม่ือออกมารับอาหาร และให้ยืนห่างจากผู้ขนส่งอาหาร
อย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือหลังการรับอาหาร
จากคนขนส่งอาหารและควรจ่ายค่าบริการโดยวิธี E-Payment หรือเตรียมเงินสดให้พอดี เพื่อหลีกเลี่ยง
การสัมผัสเงนิ ทอน” อธบิ ดีกรมอนามัย กล่าว ...

5Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

การพัฒนารปู แบบการบรหิ ารระบบประปา
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่

Development of Drinking Water Quality
Management in Local

ชัยเลศิ กงิ่ แก้วเจรญิ ชยั * / รัชชผดุง ดำรงพงิ คสกุล* / วราภรณ์ ถาวรวงษ์*

บทคดั ย่อ

การศึกษาคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารระบบประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยทำการศึกษาสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน/คณะกรรมการ
บรหิ ารประปาหมบู่ า้ นประชาชน,การทบทวนเอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ งและการประชมุ หารอื ของผเู้ กยี่ วขอ้ งกบั การบรหิ าร
ระบบประปาโดยใชแ้ บบสอบถามเปน็ เครอ่ื งมอื ในการเกบ็ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั บทบาทการดำเนนิ งานปจั จยั ความสำเรจ็
ปญั หาอปุ สรรคการบรหิ ารจดั การและกลไกการทำงานเพอ่ื นำมาพฒั นารปู แบบการบรหิ ารระบบประปาใหเ้ หมาะสม
กบั การทำงานขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน โดยเทคนิค Participatory Rural Appraisal (PRA) และวิเคราะห์
ข้อมูลโดยการหาความสัมพันธ์ของปัจจัยในการพัฒนากับรูปแบบการบริหารระบบประปาขององค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถิน่ โดยใชเ้ ทคนคิ กระบวนการวเิ คราะหต์ ามลำดบั ขั้น (Analytic Hierarchy Process : AHP) หาระดบั
ความสำคญั ของปัจจัยท่สี ่งผลตอ่ รูปแบบการบรหิ ารระบบประปาท้องถิ่น

ผลการศึกษา รูปแบบการบริหารระบบประปาท้องถิ่นที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย สามารถจัดกลุ่มได้
4รปู แบบไดแ้ ก่รปู แบบการบรหิ ารโดยคณะกรรมการบรหิ ารประปาหมบู่ า้ น,รปู แบบการบรหิ ารโดยองคก์ รปกครอง
สว่ นท้องถิน่ (อปท.) , รปู แบบการบรหิ ารโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ และประชาชนร่วมกนั บรหิ าร และรูปแบบ
การบรหิ ารโดยองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ และมอบใหเ้ อกชนเปน็ ผดู้ ำเนนิ การ ทงั้ นจี้ ากการวเิ คราะหป์ จั จยั ทสี่ ง่ ผล
ตอ่ รปู แบบการบรหิ ารระบบประปาทอ้ งถน่ิ จำนวน 6 ปจั จยั หลกั ไดแ้ ก่ แหลง่ นำ้ ดบิ , งบประมาณ/รายไดข้ อง อปท.,
อัตรากำลังบุคลากรของ อปท., ความรู้ประสบการณ์ของ อปท., สภาพเศรษฐกิจของชุมชน และความรู้/
ความสามารถของผนู้ ำชมุ ชนและเปรยี บเทยี บความสำคญั ของเกณฑก์ ารตดั สนิ ใจจากผเู้ ชยี่ วชาญโดยกระบวนการ
วเิ คราะหต์ ามลำดับขนั้ (Analytic Hierarchy Process : AHP) พบว่า ปจั จยั ด้านแหลง่ นำ้ ดิบมีนัยสำคัญสูงที่สุด
โดยมีอัตรากำลังบุคลากรของอปท., งบประมาณ/รายได้ของอปท., ความรู้ประสบการณ์ของอปท., ความรู้/
ความสามารถของผู้นำชมุ ชน และสภาพเศรษฐกิจของชุมชน มีนัยสำคญั รองลงมา โดยมคี า่ นยั สำคญั 0.26, 0.19,
0.19,0.18,0.13และ0.06ตามลำดบั นำไปสกู่ ารจดั ทำขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายตอ่ การพฒั นาระบบการบรหิ ารงาน
ระบบประปาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นของประเทศไทย

คำสำคัญ : รูปแบบ, ระบบประปาทอ้ งถิน่ , องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ , กระบวนการลำดับชน้ั เชงิ วิเคราะห์

* สำนักสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ กรมอนามยั

6 วารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปที ี่ 12 ฉบบั ท่ี 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวจิ ัย

บทนำ ในรอบสบิ กวา่ ปที ผี่ า่ นมาเกอื บจะครอบคลมุ ครบทกุ หมบู่ า้ น
แล้วท่ัวประเทศแต่อย่างไรเพราะในหลายพื้นท่ียังประสบ
นำ้ เปน็ ปจั จยั ทม่ี คี วามสำคญั ยง่ิ ตอ่ การดำรงชวี ติ ของ ปัญหาการผลิตน้ำประปาให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และ
มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิต เพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการของประชาชนอยู่
การจัดหาน้ำสะอาดเพ่ือใช้ในการอุปโภค - บริโภคเป็น
สิทธิข้ันพ้ืนฐานที่ประชาชนควรได้รับอย่างมีคุณภาพ การบรหิ ารกจิ การประปาใหม้ คี ณุ ภาพมใิ ชเ่ รอ่ื งงา่ ยๆ
และท่ัวถึง เม่ือประชาชนมีน้ำสะอาดสำหรับด่ืมและใช้ ตอ้ งมคี วามพรอ้ มในดา้ นตา่ งๆมากมายอาทิบคุ ลากรตอ้ ง
อย่างเพียงพอก็จะส่งผลให้ประชาชนมีสุขอนามัยท่ีดี มีความรู้ ความสามารถด้านการบริหารงานมีความพร้อม
รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำ ดา้ นงบประมาณเปน็ ตน้ ซงึ่ ถา้ พจิ ารณาจากองคก์ รปกครอง
โดยกำหนดการใหเ้ ปน็ วาระแหง่ ชาติ และกำหนดวสิ ยั ทศั น์ ส่วนท้องถ่ินแล้ว มีทั้งคณะผู้บริหารที่มาจากประชาชนใน
ไวว้ า่ “ทกุ หมบู่ า้ นมนี ำ้ สะอาดอปุ โภคบรโิ ภคนำ้ เพอื่ การผลติ พน้ื ที่และพนกั งานฝา่ ยประจำทม่ี คี ณุ วฒุ สิ งู เมอื่ เทยี บเคยี ง
ม่ันคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ใน กับคณะกรรมการในระดับหมู่บ้านแล้ว องค์กรปกครอง
เกณฑ์มาตรฐานบริหารจัดการน้ำอย่างย่ังยืน ภายใต้ สว่ นทอ้ งถน่ิ มคี วามพรอ้ มและศกั ยภาพทด่ี กี วา่ เพราะหวั ใจ
การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน หรือเป้าหมายสำคัญท่ีต้องการ คือ การแก้ไขปัญหาน้ำ
ภายในปี 2573 เพือ่ อปุ โภคบริโภคแกป่ ระชาชนในชนบทได้อยา่ งยงั่ ยืน

ในปี พ.ศ. 2558 กรมอนามัยร่วมกับกรมส่งเสริม และคนำิยจาำมกศัดัพคทว์เาฉมพาะ
การปกครองท้องถิ่นสำรวจระบบประปาทุกประเภททั่ว
ประเทศ พบว่าเป็นระบบประปาที่ผลิตโดยการประปา การบรหิ ารระบบประปา คอื การดาํ เนนิ งานใหร ะบบ
นครหลวง จำนวน 13 แห่ง ระบบประปาท่ีผลิตโดยการ ประปาสามารถบรกิ ารนำ้ สะอาดใหแ กช มุ ชนไดอ ยา งทวั่ ถงึ
ประปาส่วนภูมิภาค จำนวน 228 แห่ง และระบบประปา เพียงพอตอเนื่องตลอด 24 ช่ัวโมง และมีผลประกอบการ
ท่ีอยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและ ใหสามารถดําเนินกิจการไดอยางยั่งยืน ทั้งน้ีการบริหาร
คณะกรรมการบริหารประปาหมู่บา้ น จำนวน 65,833 แหง่ กิจการประปาเร่ิมจากการควบคุมการผลิตน้ำประปาใหมี
(กรมอนามัย, 2558) จากการสำรวจสัดส่วนของระบบ “คุณภาพดี” และมี “ปริมาณเพียงพอตอเนื่องตลอด
ประปาทั่วประเทศเมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือน 24 ชั่วโมง” และสามารถดําเนนิ การจาํ หนายประปาใหม ี
พบว่า ระบบประปาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินคิดเป็น รายไดเ พียงพอตอ การดําเนินงานกิจการประปา ตลอดจน
สัดส่วนมากท่ีสุด ร้อยละ 74 รองลงมา คือ ระบบประปา มกี ารควบคมุ รายได - รายจา ยของการประปาอยา งรัดกุม
ของการประปาส่วนภมู ิภาค ร้อยละ 16 และระบบประปา สามารถตรวจสอบไดอยางโปรง ใส
ของการประปานครหลวง รอ้ ยละ 10 (จริยา ย้ิมรัตนบวร,
2555) ท้ังนี้ปัจจุบันระบบประปาหมู่บ้านได้ถูกถ่ายโอน กระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับขั้น (Analytic
ภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ Hierarchy Process : AHP) เป็นเทคนิคหน่ึงท่ีนำมาใช้
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 หากระบบประปามีการผลิตท่ีไม่มี ในกระบวนการตดั สนิ ใจ เปน้ ทยี่ อมรบั ในระดบั สากลอยา่ ง
ประสิทธิภาพทำให้น้ำประปาท่ีได้มีสารปนเป้ือนย่อม แพร่หลาย โดยเป็นเทคนิคที่ใช้การแบ่งองค์ประกอบของ
ส่งผลกระทบต่อสขุ ภาพของคนจำนวนมาก ปญั หาออกเปน็ สว่ นๆในรปู ของแผนภมู ติ ามลำดบั ชนั้ และ
มีการให้ค่าน้ำหนักของแต่ละองค์ประกอบแล้วนำมา
ภายใต้นโยบายของรัฐบาลท่ีต้องการให้ประชาชน คำนวณค่าน้ำหนัก เพ่ือนำไปสู่ค่าลำดับความสำคัญของ
มนี ำ้ ประปาใชค้ รอบคลมุ ทกุ หมบู่ า้ นเพอื่ สรา้ งระบบประปา แตล่ ะทางเลือก ประกอบการตัดสินใจ
รปู แบบตา่ งๆ ผา่ นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยเฉพาะ

7Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

วัตถุประสงค์การศึกษา กำหนดปญั หา
และขอบเขต
 เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร
ระบบประปาขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ทบทวนวรรณกรรม
และเอกสารที่เกย่ี วขอ้ ง
 เพื่อศึกษาทำรูปแบบการบริหารระบบประปา
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่เหมาะสมสำหรับ สรา้ งแบบสอบถาม
ประเทศไทย
เกบ็ รวบรวมข้อมลู
 เพ่ือจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการพัฒนา
ระบบการบริหารงานระบบประปาขององค์กรปกครอง ประชมุ /สมั ภาษณ์ ทบทวนและตรวจสอบ
สว่ นทอ้ งถน่ิ ของประเทศไทย วเิ คราะห์และคำนวณ ความสอดคลอ้ ง/
หาลำดบั ความสำคัญ สรปุ คา่ นำ้ หนัก
วิธีการศึกษา และความสำคัญ
สรุปผล ของปัจจัย
การศึกษาคร้ังน้ีเป็นการการทบทวนเอกสารที่
เกย่ี วขอ้ งขอ้ มลู แผนยทุ ธศาสตร์กฎหมายการบรหิ ารจดั การ ภาพท่ี 1 แผนภมู ิแสดงขน้ั ตอนการดำเนินการศึกษา
และกลไกการทำงาน best practice ในประเทศไทย
รวมไปถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน/ การวเิ คราะห์ข้อมูล
คณะกรรมการบริหารประปาหมู่บ้าน ประชาชน, และ
การประชมุ หารอื ของผเู้ กยี่ วขอ้ งกบั การบรหิ ารระบบประปา เป็นการนำข้อมลู จากแบบสอบถามทง้ั หมด 34 ชุด
โดยใชแ้ บบสอบถามเปน็ เครอ่ื งมอื ในการเกบ็ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั และมีการแยกเป็น 2 ชุดตามกลุ่มประชากรท่ีแยกไว้
บทบาท การดำเนนิ งาน ปจั จยั ความสำเรจ็ ปญั หาอปุ สรรค สำหรบั การเปรยี บเทยี บผลมาประมวลผลโดยใชโ้ ปรแกรม
การบริหารจัดการและกลไกการทำงาน เพื่อนำมาพัฒนา Microsoft Excel เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล โดยรายละเอียด
รปู แบบการบรหิ ารระบบประปาใหเ้ หมาะสมกบั การทำงาน การวเิ คราะหข์ อ้ มลู แต่ละส่วนแบบสอบถามเปน็ ดงั น้ี
ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ซง่ึ จะแบ่งการวจิ ัย 2 ส่วน
ใหญๆ่ โดย(1)เปน็ การสำรวจพนื้ ท่ีเกบ็ ขอ้ มลู การสมั ภาษณ์  แบบสอบถามข้อมูลท่ัวไป ใช้การวิเคราะห์
เชงิ ลึกผบู้ ริหาร ผู้ปฏิบัติงาน/คณะกรรมการบริหารประปา เชิงพรรณนาด้วยการแจกแจงความถี่ ค่า รอ้ ยละ
หมบู่ า้ นประชาชนและหนว่ ยงานรฐั ตา่ งๆทมี่ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง
โดยเทคนิค Participatory Rural Appraisal (PRA)  แบบสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน/
(2) ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาความสัมพันธ์ คณะกรรมการบรหิ ารประปาหมู่บ้าน
ของปจั จยั ในการพฒั นากบั รปู แบบการบรหิ ารระบบประปา
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเทคนิคการหาระดับ  แบบทดสอบระดบั ความเขม้ ขน้ จากผเู้ ชย่ี วชาญ
ความสำคญั ของปจั จยั ทสี่ ง่ ผลตอ่ รปู แบบการบรหิ ารระบบ เร่อื งปจั จยั มผี ลกระทบตอ่ รูปแบบการบรหิ ารระบบประปา
ประปาท้องถิ่น โดยเทคนิคกระบวนการวิเคราะห์ตาม ท้องถน่ิ ใชก้ ารวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ลำดบั ขน้ั (Analytic Hierarchy Process : AHP) เพอ่ื นำมา
ใช้ประกอบการจัดทำรูปแบบและข้อเสนอเชิงนโยบาย 3.1 ผู้วิจัยนำค่าการเปรียบเทียบกันเป็นคู่ๆ
ของการบริหารงานระบบประปาขององค์กรปกครอง จากแบบสอบถามมาใส่ลงในเมทริกซ์ เพื่อทำการเปรียบ
ส่วนทอ้ งถ่นิ ดังรปู ภาพท่ี 1 เทียบเป็นคู่ๆ จากนั้นคำนวณหาค่าไอเกนเวคเตอร์
(Eigenvector) หรือค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัย ซึ่ง
วธิ ีการน้ีผวู้ ิจัยได้ใช้ Microsoft Excel ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

8 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปที ่ี 12 ฉบับที่ 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจัย

3.2 ผวู้ จิ ยั ทำการตรวจสอบคา่ ความสอดคลอ้ งของขอ้ มลู แบบสอบถามโดยใชค้ า่ ไอเกนเวคเตอรท์ วี่ ดั ไดจ้ าก
อัตราส่วนความสอดคล้อง (Consistency Ratio : C.R.) ซ่ึงเป็นอัตราส่วนระหว่างดัชนีวัดความสอดคล้อง
(Consistency Index : C.I.) กับดัชนีความสอดคล้องเชิงสุ่ม (Random Consistency Index : R.I.) โดยเกณฑ์
การตรวจสอบความสอดคล้องตอ้ งมีคา่ ไมเ่ กิน 0.10 หรอื 10% (Saaty, 1980)

3.3 สรุปผลการวิจัย โดยแสดงผลจากการวิเคราะห์ในส่วนของค่าน้ำหนักความสำคัญของแต่ละปัจจัย
พร้อมทั้งทำการสรุปว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านใดเพื่อให้เกิดการบริหารระบบ
ประปาท้องถน่ิ ท่เี หมาะสม

ผลการศึกษา

จากการลงพื้นทีส่ ำรวจเก็บข้อมลู ประสทิ ธภิ าพของระบบประปาทอ้ งถิน่ , สัมภาษณเ์ ชิงลึก ผบู้ ริหาร ผปู้ ฏิบตั ิงาน/
คณะกรรมการบริหารประปาหมูบ่ ้าน ประชาชน, การทบทวนเอกสารท่เี ก่ียวข้อง และการประชุมหารือของผเู้ ก่ยี วข้องกบั
การบรหิ ารระบบประปา สามารถสรุปรปู แบบการบรหิ ารระบบประปาทอ้ งถน่ิ ออกเป็น 4 รูปแบบ ดงั ตารางที่ 1

ตารางที่ 1 แสดงรายละเอียดรูปแบบการบรหิ ารระบบประปาท้องถน่ิ

ทางเลอื ก (รูปแบบ) รายละเอยี ด

คณะกรรมการหมบู่ ้านบริหาร การบริหารโดยประชาชนเป็นคณะกรรมการบริหารกิจการประปาท้องถิ่น ซึ่งให้สิทธิใน
การดำเนนิ การเองทง้ั หมด ทง้ั ในดา้ นการซอ่ มบำรงุ บคุ ลากร การดแู ลคณุ ภาพนำ้ งบประมาณ
ทั้งรายจา่ ยและรายรับ โดยไม่ได้พ่งึ พางบประมาณจากภาครัฐ

องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน การบริหารที่ อปท. ดำเนนิ การเองท้งั หมด ได้แก่ บคุ ลากร เงนิ วัสดอุ ุปกรณ์ การบรหิ ารจดั การ
(อปท.) บริหารเอง ต้ังแต่การคัดเลือกและจ้างผู้ควบคุมการผลิตน้ำประปา ทำงบประมาณ บัญชีรายรับ - จ่าย
ตลอดจนการบัญญตั ิระเบยี บขอ้ บงั คับ

อปท. และประชาชน การบรหิ ารงานท่ีมคี ณะกรรมการบริหารกิจการประปา ท่ีมีทงั้ มาจากการเลอื กต้ังจากสมาชกิ
รว่ มกันบริหาร ผู้ใชน้ ้ำส่วนหนงึ่ และแต่งตั้งโดยตำแหน่งจากเจ้าหนา้ ท่ีของ อปท. สว่ นหน่งึ

อปท. ใหเ้ อกชนบริหาร การบริหารงานทอ่ี งค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ เปน็ ผรู้ ับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทนุ และคุณภาพ
น้ำประปาตอ่ ประชาชน โดยการจา้ งเหมาะต่อใหเ้ อกชน ทงั้ นี้การบริหารรูปแบบน้จี ะมีการทำ
สญั ญาขอ้ ตกลงในการบรหิ ารงานเปน็ สว่ นตา่ งๆ ในระบบการดำเนนิ การ ตามการตกลงเฉพาะ
เช่น การผลิตน้ำ วัสดุอุปกรณ์ การบำรุงรักษาระบบท่อส่ง การกำกับบันทึกมาตรวัดน้ำ
การเก็บเงนิ คา่ บริการน้ำ เปน็ ต้น

จากการศกึ ษา พบวา่ ปจั จยั ทสี่ ่งผลต่อรูปแบบการบริหารระบบประปาทอ้ งถ่นิ ประกอบด้วย จำนวน 6 ปัจจัยหลกั
ได้แก่ แหล่งน้ำดิบ, งบประมาณ/รายได้ของ อปท., อัตรากำลังบุคลากรของ อปท., ความรู้ประสบการณ์ของ อปท.,
สภาพเศรษฐกิจของชมุ ชน และความรู/้ ความสามารถของผนู้ ำชุมชน โดยรูปแบบการบริหารจดั การระบบประปาทอ้ งถิ่น
และปัจจัยมีความสมั พันธเ์ กี่ยวข้องกนั ทกุ ปจั จยั ดงั ตารางที่ 2

9Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจยั

ตารางท่ี 2 รายละเอียดของปจั จยั ที่สง่ ผลตอ่ รปู แบบการบรหิ ารระบบประปาทอ้ งถน่ิ

ปัจจัย รายละเอยี ด

แหล่งน้ำดิบ ปริมาณและคณุ ภาพน้ำดิบที่จะนำมาผลติ ประปา

งบประมาณรายไดข้ อง อปท. งบประมาณจัดซอ้ื อุปกรณ์/ซอ่ มบำรุง (ระบบผลติ , ระบบจ่ายสารเคมี, ระบบจ่ายน้ำ)
อัตรากำลังบคุ ลากรของ อปท. จำนวนบุคลากรในส่วนงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

ความรปู้ ระสบการณข์ อง อปท. การอบรมตามหลักสูตรของส่วนราชการ/สถาบันการศึกษาของรัฐ/เอกชนท่ีได้มาตรฐาน
และประสบการณก์ ารควบคมุ การผลติ /บำรุงรกั ษาระบบประปา

สภาพเศรษฐกิจของชมุ ชน รายได้ครวั เรือนโดยรวมของชมุ ชน
ความรคู้ วามสามารถของ การอบรมด้านการผลิตประปา ประสบการณ์การควบคุมการผลิต/บำรุงรักษาระบบประปา
ผู้นำชมุ ชน และความพร้อมดา้ นเวลาในการดูแลและบรหิ ารระบบประปา

จากการศกึ ษาปจั จยั ทมี่ คี วามสำคญั ตอ่ รปู แบบการ รูปแบบการบริหารประปาประเภทต่างๆ ในการศึกษาน้ี
บริหารระบบประปาทอ้ งถ่นิ สามารถแสดงความเชื่อมโยง ใชก้ ระบวนการวเิ คราะหต์ ามลำดบั ขนั้ (AnalyticHierarchy
ระหว่างปัจจัยท่ีส่งผลต่อรูปแบบการบริหารระบบประปา Process : AHP) เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ความ
ท้องถิ่น ดงั แสดงในรปู ที่ 2 สัมพันธ์ของปัจจัยและรูปแบบประปาท่ีเหมาะสม โดย
การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บความสำคญั ของเกณฑก์ ารตดั สนิ ใจ
ภาพที่ 2 ความสัมพันธ์ระหวา่ งปจั จัยทีส่ ง่ ผลต่อรปู แบบ จากผ้เู ชี่ยวชาญ พบวา่ ปัจจยั ดา้ นแหลง่ นำ้ ดบิ มนี ยั สำคญั
การบริหารระบบประปาท้องถน่ิ สงู ทส่ี ดุ โดยมอี ตั รากำลงั บคุ ลากรของ อปท., งบประมาณ/
รายได้ของ อปท., ความรปู้ ระสบการณ์ของ อปท., ความรู/้
การพิจารณาตัดสินใจเลือกรูปแบบการบริหาร ความสามารถของผู้นำชุมชนและสภาพเศรษฐกิจของ
ประปาทอ้ งถน่ิ ทเ่ี หมาะสมในรปู แบบการบรหิ ารตา่ งๆสามารถ ชุมชน มีนัยสำคัญรองลงมา โดยมีค่านัยสำคัญ 0.26,
พิจารณาจากปัจจัยที่เก่ียวข้องตามที่กล่าวมาแล้ว ทั้งน้ี 0.19, 0.19, 0.18, 0.13 และ 0.06 ตามลำดับ
ในแต่ละปัจจัยที่เก่ียวข้องมีระดับนัยสำคัญแตกต่างกัน
ออกไป และยังมีความสัมพันธ์กับรูปแบบการบริหาร ปัจจัยหลักทั้ง 6 ปัจจัยมีผลกระทบต่อรูปแบบการ
แตกต่างกัน ดังน้ันจึงต้องทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ บริหารระบบประปาท้องถนิ่ ท้งั 4 รูปแบบที่แตกต่างกันไป
และระดับนัยสำคัญเพ่ือนำข้อมูลท่ีได้ใช้ในการสนับสนุน โดยแสดงการจัดลำดับนัยสำคัญของปัจจัยท่ีมีผลกระทบ
ประกอบการตดั สินใจในการพจิ ารณาความเหมาะสมของ ตอ่ รูปแบบการบริหารระบบประปา ตามรูปท่ี 3

ภาพท่ี 3 แผนภูมแิ สดงการจัดลำดับนยั สำคญั ของปัจจัยตา่ งๆ
ทีม่ ผี ลกระทบตอ่ รูปแบบการบรหิ ารระบบประปา

10 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ปที ่ี 12 ฉบับท่ี 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจยั

ปจั จัยและรูปแบบ มากทส่ี ดุ รองลงมาเปน็ อปท.และประชาชนรว่ มกนั บรหิ าร,
ที่ใชใ้ นการพจิ ารณา อปท. ให้เอกชนบริหาร และบริหารโดยคณะกรรมการ
หม่บู ้าน
จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสำคัญของ
เกณฑ์การตัดสินใจจากผู้เช่ียวชาญจำนวน 10 ท่าน จาก  ปจั จยั ดา้ นความรปู้ ระสบการณข์ องอปท.มี
สำนักงานงานส่ิงแวดล้อมภาค กรมวิทยาศาสตร์บริการ ผลกระทบต่อรูปแบบการบริหารระบบประปาโดย อปท.
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ศูนย์อนามัย พบว่า และประชาชนรว่ มกนั บรหิ ารมากทสี่ ดุ รองลงมาบรหิ ารโดย
ปัจจัยด้านแหล่งน้ำดับมีนัยสำคัญสูงที่สุด โดยมี อัตรา อปท.,บรหิ ารโดยคณะกรรมการหมบู่ า้ นและอปท.ใหเ้ อกชน
กำลังบุคลากรของ อปท., งบประมาณ/รายไดข้ อง อปท., บริหาร
ความรูป้ ระสบการณข์ อง อปท.,ความรู้/ความสามารถของ
ผู้นำชุมชน และสภาพเศรษฐกิจของชุมชน มีนัยสำคัญ  ปัจจัยด้นสภาพเศรษฐกิจของชุมชน มีผล
รองลงมาตามลำดับดงั ตารางที่ 3 กระทบต่อรูปแบบการบริหารระบบประปาโดย อปท.
มากทส่ี ดุ รองลงมาเปน็ อปท.และประชาชนรว่ มกนั บรหิ าร,
ตารางท่ี 3 แสดงปจั จยั ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ รปู แบบ บริหารโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน และ อปท. ให้เอกชน
การบรหิ ารระบบประปาและคา่ นยั สำคัญ บรหิ าร

ปัจจยั คา่ นัยสำคญั  ปจั จยั ดา้ นความร/ู้ความสามารถของผนู้ ำชมุ ชน
มีผลกระทบต่อรูปแบบการบริหารระบบประปาโดย
แหลง่ น้ำดิบ 0.26 คณะกรรมการหมบู่ า้ น มากทีส่ ุด รองลงมาเปน็ อปท. และ
อัตรากำลังบุคลากรของ อปท. 0.19 ประชาชนร่วมกันบริหาร, อปท. ให้เอกชนบริหาร และ
งบประมาณ/รายไดข้ อง อปท. 0.19 บริหารโดย อปท. รายละเอียดดังตารางท่ี 4
ความร้ปู ระสบการณข์ อง อปท. 0.18
ความรู้/ความสามารถของผู้นำชุมชน 0.13 ตารางที่ 4 แสดงการจัดลำดับนัยสำคัญของ
สภาพเศรษฐกจิ ของชมุ ชน 0.06 ปัจจัยต่างๆ ท่ีมีผลกระทบต่อรูปแบบการบริหาร
ระบบประปา

รปู แบบการบริหารระบบประปา คา่ นัยสำคัญ

การจัดลำดับนัยสำคัญของปัจจัยต่างๆ ที่มี ปัจจยั ดา้ นแหล่งนำ้ ดบิ
ผลกระทบตอ่ รปู แบบการบริหารระบบประปา
บริหารโดยคณะกรรมการหมูบ่ ้าน 0.34
 ปจั จยั ดา้ นแหลง่ นำ้ ดบิ มผี ลกระทบตอ่ รปู แบบ
การบริหารระบบประปาโดย คณะกรรมการหมู่บ้านมาก อปท. และประชาชนร่วมกันบริหาร 0.26
ท่ีสุดรองลงมาเป็น อปท. และประชาชนร่วมกันบริหาร,
บรหิ ารโดย อปท. และ อปท. ให้เอกชนบริหาร บรหิ ารโดย อปท. 0.22

 ปจั จยั ดา้ นงบประมาณ/รายไดข้ อง อปท. มี อปท. ให้เอกชนบริหาร 0.18
ผลกระทบต่อรูปแบบการบริหารระบบประปาโดย
คณะกรรมการหมู่บ้านมากท่ีสุด รองลงมาเป็น อปท. อตั รากำลังบุคลากรของ อปท.
และประชาชนรว่ มกนั บรหิ าร, บรหิ ารโดย อปท. และ อปท.
ให้เอกชนบริหาร บรหิ ารโดย อปท. 0.41

 ปจั จยั ดา้ นอตั รากำลงั บคุ ลากรของ อปท. มี อปท. และประชาชนรว่ มกันบรหิ าร 0.34
ผลกระทบต่อรูปแบบการบริหารระบบประปาโดย อปท.
อปท. ให้เอกชนบริหาร 0.13

บริหารโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน 0.12

11Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจยั

รปู แบบการบรหิ ารระบบประปา คา่ นัยสำคัญ ตารางท่ี 5 คา่ นำ้ หนกั นยั สำคญั ของปจั จยั ทสี่ ง่ ผล
ต่อรปู แบบการบรหิ ารระบบประปา
สภาพเศรษฐกจิ ของชมุ ชน
บริหารโดย อปท. 0.28 รปู แบบ ค่านยั สำคัญ
อปท. และประชาชนรว่ มกันบริหาร 0.28
บริหารโดยคณะกรรมการหมบู่ า้ น 0.27 โดยคณะกรรมการหมูบ่ ้าน 0.29
อปท. ใหเ้ อกชนบรหิ าร 0.17 อปท. และประชาชนร่วมกันบรหิ าร 0.28
โดย อปท. 0.27
งบประมาณ/รายได้ของ อปท. อปท. ให้เอกชนบริหาร 0.16

บริหารโดยคณะกรรมการหมบู่ า้ น 0.31 จากการการศึกษาพัฒนารูปแบบการบริหารระบบ
ประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดกลุ่ม
อปท. และประชาชนร่วมกนั บริหาร 0.28 ข้อเสนอแนะได้ดงั นี้

บริหารโดย อปท. 0.25  ด้านแหล่งน้ำดบิ
1) ส่งเสริมการจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เพ่ือผลิต
อปท.ใหเ้ อกชนบรหิ าร 0.16 ประปาอย่างเต็มกำลงั
2) บูรณาการจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง อาทิ
ความรู้ ประสบการณ์ของ อปท. กรมเจา้ ทา่ กรมทรพั ยากรนำ้ ในการขดุ ลอกคคู ลองเพอื่ ใหม้ ี
แหลง่ กกั เกบ็ น้ำทม่ี ีประสิทธภิ าพมากขึ้น
อปท. และประชาชนร่วมกันบริหาร 0.35 3) บูรณาการหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ในการจัด
ทำมาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผวิ ดนิ ซงึ่ เปน็ นำ้ ตน้ ทนุ ในการผลติ
บรหิ ารโดย อปท. 0.31 ประปา
4) สร้างระบบและกลไกการเฝ้าระวังคุณภาพ
บรหิ ารโดยคณะกรรมการหม่บู ้าน 0.21 น้ำดบิ โดยชมุ ชน
5) เพมิ่ ศกั ยภาพหนว่ ยงานในการเฝา้ ระวงั และ
อปท. ใหเ้ อกชนบริหาร 0.13 เตือนภยั วิกฤตคุณภาพน้ำ
 ด้านงบประมาณรายได้ของ อปท.
ความรู/้ ความสามารถของผ้นู ำชมุ ชน 1) ผลกั ดนั ใหเ้ ขา้ สแู่ ผนแมบ่ ทโครงสรา้ งพน้ื ฐาน
(Master plan) โดยปรับใหส้ อดคล้องกับชมุ ชน
บรหิ ารโดยคณะกรรมการหมบู่ ้าน 0.50 2) ส่งเสริมการขยายการให้บริการน้ำประปา
อยา่ งทว่ั ถงึ เพยี งพอ และมน่ั คง
อปท. และประชาชนรว่ มกนั บรหิ าร 0.18  ด้านอัตรากำลังบุคลากรของ อปท.
1) ปรับเกณฑ์จำนวนอตั รากำลังบุคลากร จาก
อปท. ใหเ้ อกชนบรหิ าร 0.16 อัตรารายได้เปน็ สัดสว่ นต่อจำนวนผูใ้ ช้นำ้
2) ปรับเกณฑ์การคัดเลือกและคุณวุฒิของ
บรหิ ารโดย อปท. 0.16 บุคลากรกองประปาให้มคี วามยืดหยนุ่ ในการปฏิบัตงิ าน

จากการใหค้ า่ นำ้ หนกั นยั สำคญั ของปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่
รูปแบบการบริหารระบบประปา สามารถวิเคราะห์และ
จัดลำดับความสำคัญ/ทางเลือกที่มีระดับความเหมาะสม
พบว่า รูปแบบการบริหารระบบประปาท้ัง 3 ประเภท เป็น
รูปแบบที่มีความเหมาะสมโดยมีระดับนัยสำคัญใกล้เคียง
กัน คือ บริหารโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน อปท. และ
ประชาชนร่วมกนั บริหาร และบรหิ ารโดย อปท. ตามลำดบั
ทั้งนี้รูปแบบท่ี อปท. ให้เอกชนเป็นผู้บริหารระบบประปา
มีนัยสำคัญน้อยมากเป็นโดยมีระดับคะแนนน้อยท่ีสุด
ดังแสดงในตารางที่ 5

12 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 เดือนเมษายน - กันยายน 2564

งานวิจัย

 ดา้ นความรปู้ ระสบการณข์ อง อปท. 5) สนับสนุนชุดทดสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้น
1) พฒั นาบคุ ลากรใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและพรอ้ ม ให้กบั ผดู้ แู ลระบบประปาทอ้ งถิ่น
รับการเปล่ยี นแปลง
2) สร้างเครือข่ายผู้ให้บริการประปาในกลุ่ม อภิปรายผลและสรุปผล
พนื้ ท่ีเพอ่ื สรา้ งความเขม้ แขง็ ดา้ นองคค์ วามรู้ประสบการณ์
และการแลกเปลีย่ นขอ้ มูล จากการลงพ้ืนท่ีสำรวจเก็บข้อมูลประสิทธิภาพ
3) สรา้ งเครอื ขา่ ยหนว่ ยงานทมี่ ศี กั ยภาพในการ ของระบบประปาท้องถ่ิน, สัมภาษณ์เชิงลึก ผู้บริหาร
ส่งเสริมความรู้ความสามารถในการดำเนินงานด้านการ ผู้ปฏิบัติงาน/คณะกรรมการบริหารประปาหมู่บ้าน
บรกิ ารประปาทอ้ งถน่ิ เชน่ สำนกั งานทรพั ยากรนำ้ ,สำนกั งาน ประชาชน, การทบทวนเอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ ง และการประชมุ
ทรัพยากรน้ำบาดาล, สำนักงานส่ิงแวดล้อมภาค (สสภ.), หารือของผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารระบบประปา สามารถ
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัด สรุปรูปแบบการบริหารระบบประปาท้องถิ่นออกเป็น
(ทสจ.) และการประปาสว่ นภมู ภิ าค เปน็ ต้น 4 รูปแบบ ดงั น้ี
4) ส่งเสริมการดูงานระบบประปาที่ประสบ
ความสำเร็จและมีรปู แบบการดำเนนิ งานคลา้ ยคลงึ กนั  การบรหิ ารโดยคณะกรรมการบรหิ ารกจิ การ
 ด้านสภาพเศรษฐกิจของชุมชน ประปาระดับหมูบ่ ้าน
1) สง่ เสรมิ การผลิตนำ้ ประปาอยา่ งงา่ ย มีตน้ ทุน
และคา่ บำรุงรักษาตำ่ ประชาชนเป็นคณะกรรมการบริหารกิจการ
2) สนับสนุนค่าน้ำประปาจากภาครัฐ ในกรณี ประปาท้องถิ่น ซึ่งให้สิทธิในการดำเนินการเองทั้งหมด
ทมี่ ีอัตราการใชต้ ่ำ ท้ังในด้านการซ่อมบำรุง บุคลากร การดูแลคุณภาพน้ำ
 ดา้ นความรู้/ความสามารถของผนู้ ำชมุ ชน งบประมาณท้ังรายจ่ายและรายรับ โดยไม่ได้พ่ึงพา
1) เพิ่มเติม “การกำกับติดตาม/ให้ความรู้” งบประมาณจากภาครัฐ
ในระเบียบการบริหารกิจการประปาหมู่บ้านขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่  การบริหารโดยองคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่
2) ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รปู แบบการบรหิ ารประปาภายใตก้ ารดแู ลของ
ศูนย์อนามัย สาธารณะสุขจังหวัด และองค์กรปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผู้บริหารกิจการประปา
ส่วนท้องถิ่น ในการจัดอบรมให้ความรู้และการตรวจวัด จะได้รับการแต่งตั้งหรือเลือกต้ังให้มีหน้าท่ีบริหารกิจการ
คุณภาพน้ำประจำปี ประปา โดยใชง้ บประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
3) ส่งเสริมการจัดทำส่ือมัลติมีเดียท่ีง่ายต่อ 2.1 องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ บรหิ ารเอง
การเข้าถงึ ในเรอื่ งการดูแลระบบประปาหมู่บา้ น เป็นการบริหารที่องค์กรปกครองส่วน
4) ส่งเสริมการจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ท้องถ่ินดำเนินการเองทั้งหมด ได้แก่ บุคลากร การเงิน
ในพื้นท่ี เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการตรวจสอบ วัสดุอุปกรณ์ การบริหารจัดการ ตั้งแต่ การคัดเลือกและ
คณุ ภาพนำ้ จา้ งผคู้ วบคมุ การผลติ นำ้ ประปา การทำงบประมาณ บญั ชี
รายรบั รายจา่ ย ตลอดจนการบัญญัตริ ะเบียบขอ้ บงั คบั
2.2 องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและ
ประปาชนรว่ มกันบรหิ าร
เป็นการบริหารงานที่มีคณะกรรมการ
บรหิ ารกจิ การประปาทมี่ ที งั้ มาจากการเลอื กตงั้ จากสมาชกิ

13Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจยั

ผใู้ ชน้ ำ้ สว่ นหนง่ึ และแตง่ ตง้ั โดยตำแหนง่ จากเจา้ หนา้ ทขี่ อง มีนัยสำคัญน้อยมากเป็นโดยมีระดับคะแนนน้อยท่ีสุด
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นสว่ นหนึง่ ดังนัน้ จึงเป็นรปู แบบ และจากการประมวลผล อัตราส่วนความสอดคล้อง
ที่เช่ือมโยงระยะการเปล่ียนผ่าน ซ่ึงเดิมให้คณะกรรมการ (Consistency Ratio : C.R.) มีค่าน้อยกว่า 0.10 ซ่ึงว่า
หมู่บ้านเป็นผู้บริหารกิจการประปา สู่การถ่ายโอนให้ กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามได้เปรียบเทียบเป็นรายคู่ของ
หนว่ ยงานองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ปัจจัยตา่ งๆ และให้คะแนนความสำคัญได้อยา่ งสอดคลอ้ งกัน

2.3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ้างเหมา รูปแบบการบริหารระบบประปาท้องถิ่นสามารถ
เอกชนบรหิ าร แบ่งออกได้เป็นบริหารโดยคณะกรรมการบริหารกิจการ
ประปาระดับหมู่บ้านและบริหารประปาภายใต้การดูแล
เป็นการบริหารงานท่ีองค์กรปกครอง ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ
ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนและ เมตตาและคณะ(2545)ไดท้ ำการศกึ ษารปู แบบการบรหิ าร
คุณภาพน้ำประปาต่อประชาชน โดยการจ้างเหมาะต่อ กิจการประปาหมู่บ้านที่มีการบริหารโดยองค์การบริหาร
ให้เอกชน ท้ังนี้การบริหารรูปแบบนี้จะมีการทำสัญญา ส่วนตำบล (อบต.) และศึกษาปัญหาอุปสรรคทั้ง 4 ด้าน
ข้อตกลงในการบริหารงานเป็นส่วนต่างๆ ในระบบการ ได้แก่ ด้านคน ด้านงบประมาณ ด้านวัสดุอุปกรณ์และ
ดำเนนิ การ ตามการตกลงเฉพาะ เชน่ การผลติ นำ้ การดแู ล ด้านการจัดการ รวมถึงการมีส่วนร่วมและความพึงพอใจ
วัสดุอุปกรณ์ การบำรุงรักษาระบบทอ่ สง่ เป็นตน้ ของผู้ดูแลระบบประปาและสมาชิกผู้ใช้น้ำต่อการบริหาร
กิจการประปาหมู่บ้าน เพ่ือทราบถึงรูปแบบการบริหาร
จากการประเมินผลปัจจัยหลักจากกลุ่มผู้ตอบ กิจการประปาหมบู่ า้ นทีเ่ หมาะสมที่สามารถบรหิ ารกจิ การ
แบบสอบถาม จำนวน 34 ท่าน แสดงให้เห็นว่าปัจจัย ประปาให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการศึกษา พบว่ากิจการ
สำคัญของปัจจัยท่ีมีความสำคัญต่อรูปแบบการบริหาร ประปาหมู่บ้านทั้งหมดมีคณะกรรมการบริหารกิจการ
ระบบประปาท้องถิ่นโดยพิจารณาครอบคลุมทุกระดับชั้น ประปาท่ีมวี าระการทำงานครง้ั ละ 4 ปี และเปน็ การผสม-
สามารถจัดลำดับความสำคัญได้ดังนี้ อันดับหน่ึง คือ ผสานระหว่างคณะกรรมการบริหารกิจการประปาและ
ปัจจัยด้านแหล่งน้ำดิบมีนัยสำคัญสูงท่ีสุดมีคะแนนความ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มีคณะกรรมการฝ่ายบัญชี
สำคัญ 0.26 อันดับสอง คือ อัตรากำลงั บุคลากรของ อปท. ทำรายรับรายจ่ายและฝากเงินไว้กับธนาคาร โดยกัน
มคี ะแนนความสำคญั 0.19 อันดับสาม คือ งบประมาณ/ บางสว่ นไวเ้ พือ่ การซ่อมแซม บำรงุ รักษาระบบประปา
รายไดข้ อง อปท. มีคะแนนความสำคญั 0.19 อนั ดับส่ี คือ
ความรู้ประสบการณ์ของ อปท. มีคะแนนความสำคัญ ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อรูปแบบการบริหารระบบ
0.18 อันดับห้าคือ ความรู้/ความสามารถของผู้นำชุมชน ประปาท้องถ่ินเม่ือพิจารณาภาพรวมแล้ว พิจารณาว่า
มีคะแนนความสำคญั 0.13 อันดับหก คอื สภาพเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านแหล่งน้ำดิบมีสัดส่วนลำดับความสำคัญมาก
ของชมุ ชน มคี ะแนนความสำคัญ 0.06 ทส่ี ดุ หรือมลี ำดบั ความสำคัญ เปน็ ลำดับท่ี 1 ซงึ่ สอดคลอ้ ง
กบั งานวจิ ยั ของดร.มยรุ ีโยธาวธุ (2560)ทศ่ี กึ ษากระบวนการ
จากนนั้ ผวู้ จิ ยั ไดม้ กี ารแยกกลมุ่ ผตู้ อบแบบสอบถาม บริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้านของประเทศไทยและ
ออกเปน็ สองกลมุ่ ตามบทบาทหนา้ ทใ่ี นองคก์ รคอื ผบู้ รหิ าร ผลลพั ธข์ องการบรกิ ารจดั การ และนำผลการศกึ ษาทไ่ี ดม้ า
และนกั วชิ าการจำนวน10ทา่ นไดผ้ ลวา่ พบวา่ มคี วามเหน็ นำเสนอเปน็ แนวทางเพ่อื การพฒั นานโยบายระบบบรหิ าร
ใกลเ้ คยี งกนั คอื บรหิ ารโดยคณะกรรมการหมบู่ า้ น อปท.และ จดั การประปาหมบู่ า้ นของประเทศไทยใหด้ แี ละมปี ระสทิ ธ-ิ
ประชาชนร่วมกนั บริหาร และบริหารโดย อปท. ตามลำดบั
ทั้งน้ีรูปแบบที่ อปท. ให้เอกชนเป็นผู้บริหารระบบประปา

14 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและนำ้ ปีท่ี 12 ฉบับที่ 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวจิ ยั

ภาพโดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative แหล่งน้ำดิบประปาในพื้นที่เทศบาลมีไม่เพียงพอใน
research) ทใ่ี ชก้ ารสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ (In-depth interview) การผลติ นำ้ ประปา ทำใหม้ คี วามจำเปน็ ตอ้ งแสวงหาแหลง่
โดยการสัมภาษณ์กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารจัด นำ้ ดบิ ภายนอกเขตเทศบาลทม่ี คี วามหา่ งไกลออกไปนำมา
การประปาหมู่บ้าน จากผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วม ผลติ เปน็ ปญั หาขอ้ กฎหมายทนี่ อกเหนอื อำนาจหนา้ ท่ีของ
ปริมาณและคุณภาพของน้ำ โครงสร้างของระบบประปา เทศบาล จึงต้องได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน
มีความสำคัญมากต่อการบริหารจัดการระบบประปายัง ที่มีหน้าท่ีควบคุมดูแลและมีอำนาจหน้าท่ีแห่งตนท่ีกำกับ
สอดคลอ้ งกบั เผชิญ ธรรมศรางกลู (2559) ท่พี บว่าปญั หา อยู่ ซึ่งกว่าโครงการนำน้ำจากแหล่งน้ำห่างไกลออกไป
พ้ืนฐานการบริหารจัดการระบบประปาของ อปท. ปัญหา จากเขต อปท. จึงเป็นโจทย์ปญั หาใหญม่ าก

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . การสำรวจข้อมูลระบบการผลิตน้ำประปาในองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ปี 2558
กรมทรพั ยากรนำ้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม. ร่างหลักเกณฑ์ มาตรฐานและแนวทางการประเมินคุณภาพประปาหม่บู ้าน ; 2561.
กติ ตยิ า กฤตยิ รงั สติ และฉตั รเพชร ยศพล. การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพระบบประปาชมุ ชนในเขตเมอื งนครราชสมี า การประชมุ วชิ าการวศิ วกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ ครงั้ ที่ 7 21 - 22พฤษภาคม 2552., 2552.
นฤมล ประภาสมทุ ร และวรางคณา สังสทิ ธสิ วัสดิ.์ การดแู ลระบบผลิตประปาและคณุ ภาพนำ้ ประปาของระบบประปาหมู่บ้าน ในเขตจงั หวดั ขอนแก่น.
วารสารวจิ ัย มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ฉบบั บัณฑิตศึกษา ปที ี่ 6 ฉบบั ที่ 2 (ก.ค. - ธ.ค. 2549) หน้า 121 - 134.
วรางคณา สังสทิ ธสิ วัสด์ิ และสมศักด์ิ พทิ กั ษานุรัตน.์ การปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทเี รียในน้ำดมื่ ของครัวเรือนชนบท. วารสารวิจยั journal มหาวิทยาลยั
ขอนแกน่ ปี 2554. 16 (8). หนา้ 1,025 - 1,035.
มยรุ ี โยธาวุธ. การบริหารจดั การระบบประปาหมู่บ้านของประเทศไทย : กรณีศกึ ษาชุมชน จงั หวัดนครนายก., 2560.

15Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจยั

การศึกษาองคป์ ระกอบและกระบวนงานที่มีผลตอ่ ความสำเรจ็
ของงานสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ

ในพน้ื ทีอ่ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ปี พ.ศ. 2560 :
กรณีศกึ ษา เขตสุขภาพท่ี 6

ชาญศักด์ิ เทพมาลี และคณะ*

บทคดั ยอ่

ศกึ ษาสถานการณ์ ระบบและกระบวนการดำเนนิ งานสุขาภบิ าลอาหารของเขตสขุ ภาพที่ 6 เป็นการศึกษา
ท้ังเชิงคุณภาพ (Quality Research) และปริมาณ (Quantity Research) ซ่ึงเป็นการศึกษาภาคตัดขวาง
(Cross-sectional Research) และการประเมินผลการทำงาน (Evaluation Research) ประกอบดว้ ยกระบวนการ
คน้ ควา้ เอกสาร การรวบรวมวิเคราะหแ์ ละสังเคราะหข์ อ้ มูล การสัมภาษณเ์ ชงิ ลกึ ผ้บู ริหาร (In-depth - Interview)
การประชุมกล่มุ เจา้ หน้าที่และเครอื ข่าย (Focus Group) การประเมนิ ระบบมาตรฐานระบบงานสุขาภิบาลอาหาร
(StandardofProcedure:SOP)และการสมุ่ สำรวจ(Survey)ทกุ กลมุ่ เปา้ หมายดว้ ยแบบสำรวจแบบตรวจประเมนิ
และการสุ่มตรวจการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ดำเนินการในพื้นท่ศี ึกษา 7 แห่ง ระหว่างปี 2559 - 2560 ซง่ึ เป็นพนื้ ท่ี
ทมี่ ผี ลการดำเนนิ งานสขุ าภบิ าลอาหารประสบความสำเรจ็ เพอื่ ศกึ ษาสถานการณ์ ความคดิ เชงิ ระบบ ระบบงานทม่ี ี
และกลวิธีการดำเนินงานจนประสบความสำเร็จ ผลการศึกษาพบว่า เทศบาล 7 แห่ง มีความหลากหลาย
ด้านสถานการณ์ ทั้งด้านกลไกการขับเคล่ือน บุคลากร การสนับสนุนของเครือข่ายและการบริหารจัดการ ท้ังน้ี
ปจั จยั ความสำเรจ็ (KeySuccessFactor)ประกอบไปดว้ ยผนู้ ำองคก์ รในพนื้ ที่เจา้ หนา้ ท่ีผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคเี ครอื ขา่ ย
ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร และผู้ประกอบการค้าอาหารในพื้นที่ ผลการศึกษาได้สรุปตามกิจกรรม ดังนี้
การสมั ภาษณ์ พบวา่ ผบู้ รหิ ารหนว่ ยงานในทกุ ภาคสว่ นใหค้ วามสำคญั อยา่ งยงิ่ ตอ่ งานสขุ าภบิ าลอาหาร เนอื่ งจาก
สามารถส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนมีสขุ ภาพและคณุ ภาพชวี ิตทด่ี ี วธิ ีการหลักๆ คือ กำหนดนโยบาย ผลักดนั ใหเ้ กดิ งาน
ผา่ นสำนกั /กอง/ฝา่ ยสาธารณสขุ และสง่ิ แวดลอ้ มงานเดน่ ในการพฒั นางานสนบั สนนุ คอื ปรบั ปรงุ กฎหมายใชบ้ งั คบั
ให้ทันสมัย ใช้งานได้จริง วางกิจกรรมการประสานงานระหว่างผู้บริหารกับชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร
และภาคีภาคเอกชนและพัฒนาให้เข้มแข็ง ให้ความร่วมมือในการทำงานทุกระดับ กำหนดและส่งเสริมกิจกรรม
การตรวจเยยี่ ม วางกรอบการสนับสนุนงบประมาณ สนบั สนนุ ใหเ้ จา้ หนา้ ทพ่ี ัฒนาศกั ยภาพ เช่น การศกึ ษาดงู าน
สง่ เสริมกิจกรรมการจัดมหกรรมอาหารในงานเทศกาล และงานสำคญั ตา่ งๆ พรอ้ มท้ังได้ผนวกเข้าเปน็ แผนพฒั นา
และตัวชี้วัดเทศบาลหรือของหน่วยงาน เป็นต้น การประชุมกลุ่ม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน กรรมการชมรมฯ
ผู้ประกอบการ และภาคีที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ว่าความสำเร็จของงานสุขาภิบาลอาหารขึ้นอยู่กับปัจจัยบุคคล

* ศนู ย์อนามัยท่ี 6 ชลบุรี

16 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ปีท่ี 12 ฉบับท่ี 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจัย

และความเขม้ แขง็ ของเจา้ หนา้ ทแ่ี ละภาคเี ครอื ขา่ ย ผปู้ ฏบิ ตั ทิ กุ ภาคสว่ นตอ้ งนำนโยบาย สกู่ ารปฏบิ ตั ิ วางกรอบงาน
และแผนงานอยา่ งเปน็ ระบบและปจั จยั ทส่ี ำคญั คอื ตอ้ งมจี ติ อาสาเปน็ กนั เองเปน็ พน่ี อ้ งดแู ลเอาใจใส่ใหค้ วามสำคญั
และการมอบหมายกจิ กรรมบางสว่ นใหด้ ำเนนิ การแทนได้ เปน็ ตน้ การสำรวจ/ตรวจประเมนิ โดยใชแ้ บบสอบถาม
แบบสำรวจ แบบประเมนิ และการตรวจการปนเปอื้ นแบคทเี รยี ในกลมุ่ เปา้ หมายทศ่ี กึ ษา เพอ่ื วเิ คราะหส์ ถานการณ์
และการประเมินผลพื้นท่ีดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารประสบความสำเร็จ โดยแบ่งสรุปตามกลุ่มเป้าหมายดังน้ี
ผู้ประกอบการให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญการดำเนินงาน มีความพึงพอใจและความคาดหวังสูงต่อ
การทำงานของเจา้ หนา้ ที่ และภาคีที่เกี่ยวขอ้ ง ยังตอ้ งให้ความร้เู พม่ิ เตมิ เพ่ือนำไปปฏบิ ตั จิ ริงด้านสุขาภบิ าลอาหาร
เชน่ การจดั เกบ็ อาหารสด/ปรงุ สำเรจ็ ปอ้ งกนั การปนเปอ้ื น นำ้ ดมื่ ใสภ่ าชนะสะอาดบรกิ าร ไมน่ ำอาหาร นำ้ บรรจขุ วด
แช่รวมในน้ำแข็ง มีท่ีรองรับที่ถูกต้องในการรวบรวมขยะและส่ิงโสโครก มีสุขวิทยาส่วนบุคคลโดยการสวมหมวก
คลมุ ผมและผ้ากนั เป้อื น การปรงุ ประกอบอาหาร ร่วมเขา้ รับการอบรมสม่ำเสมอ เต็มใจรบั การตรวจแนะนำ และ
ร่วมไปศึกษาดูงานสม่ำเสมอ ทำการสุ่มตรวจการปนเป้ือนเชื้อแบคทีเรีย ด้วยน้ำยาตรวจการปนเป้ือนแบคทีเรีย
ข้นั ตน้ (SI - 2)

จากการตรวจพบอาหารมีการปนเปื้อนเพียง ร้อยละ 23.56 ภาชนะพบการปนเป้ือน ร้อยละ 30 มอื ผสู้ ัมผสั
อาหารพบการปนเปอื้ นรอ้ ยละ35.3ทำสมุ่ ตรวจการปนเปอ้ื นนำ้ ดม่ื ดว้ ยนำ้ ยาทดสอบการปนเปอ้ื นแบคทเี รยี (อ.11)
ในน้ำด่ืมบริการจากร้านและแผงจำหน่ายอาหาร เช่น เหยือกน้ำ คูลเลอร์และจากปลายก๊อกเคร่ืองกรองน้ำ
พบเช้ือการปนเปื้อนสูง ร้อยละ 71 และทำการตรวจหาคลอรีนอิสระคงเหลือปลายท่อประปา พบว่า มีคลอรีน
ตกค้างถูกต้อง ร้อยละ 65.7 ผู้บริโภค ปรุง ประกอบอาหารรับประทานท่ีบ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่จัดหาวัตถุดิบ
หรืออาหารปรุงสำเร็จนอกบ้าน รับประทานอาหารนอกบ้านอย่างน้อย 1 มื้อต่อวัน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน/
นักศึกษา โดยเฉพาะร้านอาหารและแผงลอยได้รับบริการจากประชาชนมากท่ีสุด มีประวัติท้องเสียท่ีจำความได้
ในรอบปี รอ้ ยละ 12.1 เจ้าหน้าท่ผี ูป้ ฏบิ ตั งิ าน หน้าทหี่ ลกั ในการควบคุม ดูแลรา้ นอาหาร/แผงลอย และตลาดสด
สว่ นงานดา้ นคณุ ภาพนำ้ ดม่ื ทำนอ้ ยมาก ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ ความสำเรจ็ ของสขุ าภบิ าลอาหารของเจา้ หนา้ ท่ี ประกอบ
ดว้ ยการมนี โยบายทกุ ระดบั ทม่ี าจากการเมอื ง มแี ผนงาน/โครงการและเปา้ หมายของงานอยา่ งชดั เจน ทกุ ภาคสว่ น
ทเี่ กยี่ วขอ้ งตอ้ งใหค้ วามรว่ มมอื และสนบั สนนุ การดำเนนิ งานชมรมฯตอ้ งมคี วามเขม้ แขง็ และสนบั สนนุ การดำเนนิ งาน
ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร มีหน้าที่ร่วมทำงานกับเจ้าหน้าท่ี มีความต้องการให้ภาคราชการมีระบบ
การเฝ้าระวังฯ ที่มีคุณภาพ/สม่ำเสมอเพื่อควบคุมคุณภาพ มีระบบการให้ความรู้และพัฒนาหลายช่องทาง
ชมรมฯ ยังได้มีส่วนพัฒนาเทคโนโลยี/สิ่งประดิษฐ์ขึ้นใช้งานด้านสุขาภิบาลอาหาร เช่น เคร่ืองหรือถังดักไขมัน
ท่ีวางชอ้ น น้ำยาEM และผ้ากันเป้อื น พรอ้ มทัง้ เผยแพรอ่ งคค์ วามร้ใู ห้ผูป้ ระกอบการค้าอาหารทวั่ ประเทศผบู้ ริหาร
หน่วยงานให้ความสำคัญต่องานสุขาภิบาลอาหาร ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความสำเร็จในทัศนะของผู้บริหาร คือ
นโยบายและทศิ ทางของงานกลยทุ ธแ์ ละกจิ กรรมระบบภาคเี ครอื ขา่ ยชว่ ยเหลอื การทำงานการตรวจสอบทเ่ี ปน็ ระบบ
การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์/งบประมาณ และ กระแสสังคม/เศรษฐกิจ/การเมือง การประเมินระบบมาตรฐาน
การดำเนนิ งาน (SOP) ทำการประเมนิ แลว้ จำนวนทง้ั สนิ้ 17แหง่ ตามแบบการประเมนิ 5ระบบงานมาตรฐานรายขอ้
พบวา่ สว่ นใหญผ่ า่ นอยใู่ นเกณฑข์ น้ั ปานกลางถงึ กา้ วหนา้ (คะแนนระหวา่ ง2ถงึ 3)หมายถงึ พน้ื ทท่ี ำการประเมนิ แลว้
สามารถดำเนินงานตามกระบวนการมาตรฐานทก่ี ำหนด ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ มหี ลักฐานอา้ งองิ และตรวจสอบ
ได้ สง่ ผลต่อความสำเรจ็ ตอ่ งานสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ของพ้ืนท่ี

17Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ัย

ข้อเสนอแนะ งานสุขาภบิ าลอาหารของเขตสุขภาพท่ี 6 ในแต่ละพื้นที่ จะประสบความสำเร็จและยัง่ ยนื ได้
จะต้องมีองค์ประกอบและปัจจัยสนับสนุนในการบริหาร จัดการ ประกอบด้วย ปัจจัยหลักในการบริหาร คือ
บคุ ลากรทกุ ระดบั ระบบทมี่ มี าตรฐานและยอมรบั การบรหิ ารจดั การมาตรการหรอื กลวธิ กี ารดำเนนิ งานเปน็ ทยี่ อมรบั
การบริหารภาคีเครือข่าย และการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดของผลลัพธ์ และผลผลิต และและท่ีสำคัญ คือ
การปรับปรุงบทบาทการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารของเขตสุขภาพที่ 6 โดยให้ท้องถิ่นมีอำนาจหน้าท่ีเต็มตาม
กฎหมาย เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขมีหน้าท่ีเป็นกลุ่มตรวจสอบ (Certificate Body) และกรม/กองที่เกี่ยวข้องหรือ
หน่วยงานเฉพาะ มีหน้าที่เพียง Accredit (Accredit Body) หามาตรการเร่งด่วนในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์
การเฝา้ ระวัง และระบบการควบคุมคุณภาพ จึงมีข้อเสนอแนะดงั ตอ่ ไปนี้

 ระบบงานสขุ าภบิ าลอาหารของเขตสขุ ภาพท่ี 6 มกี ารพฒั นาในด้านปรมิ าณเปน็ ตอ้ งพฒั นาด้านคุณภาพ
ของการบรกิ ารความรู้ทกั ษะและการปฏบิ ตั ิใหเ้ ปน็ สากลเพอื่ ตอบสนองการเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น(AEC)
นโยบายรัฐบาล “ครัวไทย สู่ครัวโลก” ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางสินค้าอาหารสุขภาพ
(Medical HUB) เป็นต้น

 การสุขาภบิ าลอาหาร เปน็ การควบคุมอาหารจากกลางนำ้ ถงึ ปลายน้ำ ของห่วงโซ่อาหาร (Food Chain)
หรือ Form Farm to Table ดังน้ันจำเป็นต้องร่วมมือและพัฒนาควบคู่ให้อาหารปลอดภัยท้ังระบบ
และท่สี ำคญั มมี าตรฐานสากล

 ระบบการสขุ าภบิ าลอาหารไดส้ รา้ งภาคเี ครอื ขา่ ยทงั้ ภาครฐั และเอกชนเชน่ ชมรมผปู้ ระกอบการคา้ อาหาร
ดงั นนั้ จำเปน็ ตอ้ งเรง่ และหามาตรการให้ภาคเี ครอื ขา่ ยมสี ว่ นรว่ มในการปรบั ปรงุ พฒั นาควบคมุ ตรวจสอบ
และรายงานเหตทุ ่เี กดิ จากอาหารไม่สะอาดปลอดภยั

 เพ่ิมการพัฒนา ศึกษา องค์ความรู้และเทคโนโลยี ด้านสุขาภิบาลอาหารอย่างต่อเน่ืองทั้งนี้เน่ืองจาก
มีอาหารต่างชาติมากมายในเมืองไทย มีการบริการอาหารท่ีพัฒนาไปจากเดิม เช่น การส่งอาหารตรง
(Delivery) โต๊ะจีน ตลาดนำ้ ตลาดนัด ซุปเปอร์มาเกต็ ทกุ ขนาด และ มินิมาร์ทต่างๆ

บทนำ ท่ีสนองนโยบายรัฐบาลอีกมากมาย รวมถึงได้กระจาย
อำนาจให้พ้ืนที่ดำเนินการและ ปรับองค์กรเป็นหน่วยงาน
งานสุขาภิบาลอาหารของเขตสุขภาพท่ี 6 เริ่มต้น ทางวิชาการ ผลการดำเนินงานท่ีผ่านมาประสบความ
ดำเนินการต้ังแต่ปี พ.ศ. 2513 ถึงปัจจุบัน ทำการพัฒนา สำเร็จ ท่ีทำให้ต้องมีการศึกษา ประเมิน สถานการณ์
องค์ความรู้ และเทคโนโลยี ถ่ายทอด และสนับสนุน ศึกษาระบบและกลวิธีการดำเนินงานท่ีหลากหลาย
ผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ครอบคลุมตามพระราช- เพื่อสรุปบทเรียน และปรับปรุงกระบวนทัศน์ ยุทธ์ศาสตร์
บญั ญัติการสาธารณสขุ ปี 2535 หมวด 7, 8 และหมวด 9 กลยุทธ์ ให้ทันสมัย โดยเฉพาะการพัฒนาด้านคุณภาพ
การดำเนนิ งานสขุ าภบิ าลอาหาร เรมิ่ บรรจเุ ขา้ แผนพัฒนา ซ่ึงสถานการณ์ที่ผ่านมาพบว่างานสุขาภิบาลอาหาร
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 3 เป็นต้นมา เร่ิม ประสบความสำเร็จด้านปริมาณ อย่างสูง โดยเฉพาะ
จากการเร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการค้าอาหาร ความสำเร็จของโครงการ “อาหารสะอาด รสชาติอร่อย”
โดยเฉพาะในเขตเมือง เป็นหลักแล้วกระจายสู่ครัวเรือน (CleanFoodGoodTaste)และโครงการ“ตลาดสดนา่ ซอื้ ”
ชนบท พัฒนาเกณฑ์ กติกา มาตรฐานการดำเนินงาน (Healthy Markets) มรี อ้ ยละของสถานประกอบการสะสม
จนถงึ ปจั จบุ นั อกี ทงั้ มกี ารพฒั นาแผนงานโครงการทสี่ ำคญั

18 วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 2 เดือนเมษายน - กันยายน 2564

งานวจิ ยั

เพิ่มข้ึนชัดเจน โดยร้านอาหารและแผงลอยท่ัวประเทศ  ศึกษาเชิงกระบวนการ กลวิธีการดำเนินงาน
ไดม้ าตรฐานCleanFoodGoodTasteปี2542รอ้ ยละ2.2 และองค์ประกอบท่ีดีต่อการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหาร
เพม่ิ ขึ้นเปน็ รอ้ ยละ 86.2 ในปี 2554 ตลาดสดประเภทท่ี 1 ในพื้นทด่ี ำเนินงานประสบความสำเรจ็
ท่ัวประเทศ ผ่านเกณฑ์ตลาดสดน่าซ้ือสะสมเพิ่มขึ้น โดย
ปี 2546 รอ้ ยละ 16.9 เพ่ิมขึ้นเปน็ ร้อยละ 84.9 ในปี 2554 วธิ กี ารศกึ ษา
ผลกระทบตอ่ ประชาชน เหน็ ชดั เจน วา่ โรคทเ่ี กดิ จากอาหาร
และนำ้ เปน็ สอ่ื ลดลงโดยเฉพาะโรคบดิ (Dysentery)ลดลง เป็นการศึกษาประเมินผลการทำงาน (Evaluation
จากปี 2541 อัตราป่วยต่อแสน เท่ากับ 96.09 ลดลง Research) ทงั้ การศกึ ษาเชงิ คณุ ภาพ (Quality Research)
เหลือ 23.8 ในปี 2552 ไขเ้ อนเทอรร์ กิ ลดลง จากปี 2541 และปรมิ าณ(QuantityResearch)โดยศกึ ษาภาคตดั ขวาง
อตั ราปว่ ยตอ่ แสนเทา่ กบั 20.7ลดลงเหลอื 10.8ในปี2552 (Cross-sectional Research) ประกอบด้วยกระบวนการ
และท่ีสำคัญ โรคอาหารเป็นพิษ เริ่มลดลง จากปี 2547 ศึกษา ค้นคว้าเอกสาร สัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหาร
อัตราป่วยต่อแสน เท่ากับ 247.8 ลดลงเหลือ 168.2 ใน (In-depth - Interview) การประชมุ กล่มุ (Focus Group)
ปี2552ในขณะทส่ี วนทางกบั อตั ราปว่ ยของโรคอจุ จาระรว่ ง การประเมนิ ระบบกระบวนการมาตรฐานคณุ ภาพของงาน
ประชาชนมคี วามรดู้ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารมากกวา่ รอ้ ยละ80 สุขาภบิ าลอาหารของเทศบาล (SOP) โดยใช้กระบวนการ
และผู้ประกอบการค้าอาหารปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทาง Delphi และการสำรวจ (Survey) ด้วยแบบสำรวจ
ท่ีดีย่ิงขึ้น ท้ังน้ีอาจมีสาเหตุมาจาก งานสุขาภิบาลอาหาร แบบสอบถาม แบบตรวจประเมินและการตรวจการ
ไดพ้ ฒั นายทุ ธศ์ าสตร์กลยทุ ธ์ควบคกู่ บั นโยบายของรฐั บาล ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น พ้ืนท่ีศึกษาเทศบาล
ที่ให้ความสำคัญด้านอาหารปลอดภัยมาโดยตลอด งาน สุ่มเลือกได้ 7 แห่ง คือ เทศบาลนครสมุทรปราการ
สุขาภิบาลอาหารได้กระจายอำนาจตามพระราชบัญญัติ เทศบาลนครแหลมฉบงั เทศบาลเมอื งฉะเชงิ เทรา เทศบาล
การสาธารณสุข ปี 2535 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เมืองจันทบรุ ี เทศบาลเมอื งปราจนี บุรี เทศบาลนครระยอง
สามารถที่จะกำหนดนโยบาย กลวิธีในการดำเนินการ และเทศบาลเมืองตราด
ควบคุมสถานประกอบการค้าอาหาร โดยอาศยั มาตรฐาน
และระเบียบวิธีการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหาร ดำเนิน ประชากร กลุ่มตัวอย่างและขนาดตัวอย่าง
งานไดอ้ ยา่ งอสิ ระ ประกอบกับได้เกิดภาคีภาคเอกชนตาม คือ ผู้บริหารหน่วยงาน ประกอบด้วย นายแพทย์
นโยบายของรฐั ใหม้ กี ารจดั ตง้ั ชมรมผปู้ ระกอบการคา้ อาหาร สาธารณสขุ จังหวัดหรอื ผ้แู ทน นายกเทศมนตรี หรอื ผู้แทน
ทั่วประเทศ มีการส่อื สาร ให้บทบาทในการรว่ มดำเนนิ งาน (ดแู ลงานดา้ นสาธารณสขุ )ผอู้ ำนวยการสำนกั /กองหวั หนา้
และมกี ารให้ความรแู้ ละแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ กองสาธารณสขุ และสิ่งแวดล้อม ผปู้ ฏิบัตงิ าน สำนักงาน
สาธารณสขุ จงั หวดั เทศบาลสาธารณสขุ อำเภอโรงพยาบาล
วัตถปุ ระสงคก์ ารศึกษา และสถานีอนามัย ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร
ประกอบดว้ ยกรรมการและสมาชกิ ชมรมผปู้ ระกอบการคา้
 เพอื่ ศกึ ษาสถานการณ์ขององคป์ ระกอบปจั จยั อาหาร ผู้ประกอบการค้าอาหาร ประกอบด้วยเจ้าของ
ทุกด้านของงานสุขาภิบาลอาหาร ในพ้ืนที่ดำเนินงาน หุ้นส่วน ญาติของสถานท่ีจำหน่ายอาหาร ผู้บริโภค คือ
ประสบความสำเร็จ ประชาชนผู้บริโภค ท่ีได้จากการสุ่มแบบ Accidental
จากสถานประกอบการค้าอาหาร
 ศึกษาระบบงานมาตรฐาน ตามกระบวนการ
มาตรฐานการดำเนนิ งานสขุ าภบิ าลอาหาร (SOP) ในพนื้ ท่ี วธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู มกี จิ กรรมคอื การจดั เกบ็ ขอ้ มลู
ดำเนินงานประสบความสำเร็จ คณุ ภาพโดยการสัมภาษณ์เชงิ ลกึ (In-depth Interview)
การประชุมกลุ่ม (Focus Group) การประเมินระบบ
มาตรฐานงานสขุ าภบิ าลอาหาร การสำรวจขอ้ มลู การ

19Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

ตรวจประเมินมาตรฐานกายภาพงานสุขาภิบาลอาหาร การตรวจการปนเป้ือนเช้ือแบคทีเรีย ตรวจด้วยน้ำยา
การตรวจหาเชื้อขั้นต้น (SI-2)ตรวจการปนเปื้อนแบคทีเรียน้ำดื่ม (อ11) และการตรวจสารคลอรีนตกค้าง
จากทอ่ ประปา

การวิเคราะห์และการแปรผล ข้อมูลท่ีได้ทำการวิเคราะห์ใน 2 ส่วน คือ การวิเคราะห์พรรณนา (Descriptive)
และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบท่ีเก่ียวข้อง (Analysis) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ในการแจกแจงความถ่ี
รอ้ ยละ คา่ เฉล่ีย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทยี บองค์ประกอบและปจั จัยต่างๆ ด้วยการวิเคราะห์ T - test,
Analysis of Variance

สำหรับปัจจัยท่ีแบ่งระดับการวัด เป็น 5 ระดับ ประกอบด้วย มากท่ีสุด มาก ปานกลาง น้อยและน้อยที่สุด
กำหนดความหมายและเกณฑก์ ารวัดคา่ เฉลีย่ ดังต่อไปนี้

คา่ เฉลีย่ 4.50 - 5.00 มากทสี่ ดุ /เห็นด้วยอย่างยง่ิ
ค่าเฉลี่ย 3.50 - 4.49 มาก/เห็นดว้ ย
คา่ เฉล่ีย 2.50 - 3.49 ปานกลาง
คา่ เฉลย่ี 1.50 - 2.49 น้อย/ไม่เห็นด้วย
คา่ เฉล่ีย 0.00 - 1.49 นอ้ ยท่สี ุด/ไม่เห็นดว้ ยอยา่ งยิ่ง
สำหรับแบบสำรวจ แบบสอบถาม ทำการทดสอบความน่าเช่ือถือ (Reliability) มีความน่าเชื่อถือในระดับต่างๆ
โดยมีค่า Cronbach’s Alpha ตามแบบสำรวจ แบบสอบถามและแบบประเมนิ ดังตอ่ ไปนี้

แบบสำรวจ แบบสอบถาม แบบประเมินต่างๆ คา่ Cronbach’s Alpha

1. แบบสอบถามผบู้ ริหาร 0.86
2. แบบสอบถามผปู้ ฏบิ ัติงาน 0.96
3. แบบประเมนิ ระบบมาตรฐานงานสุขาภบิ าลอาหาร 0.87
4. แบบสอบถามสมาชกิ ชมรมผูป้ ระกอบการค้าอาหาร 0.97
5. แบบสอบถามผปู้ ระกอบการคา้ อาหาร 0.89
6. แบบสำรวจผ้บู ริโภค 0.84

ผลการศกึ ษา

ผลการศึกษาแบ่งเป็น 4 ส่วนจากวิธีการจัดเก็บข้อมูล 4 ส่วน คือ การสัมภาษณ์ การประชุมกลุ่ม การประเมิน
ระบบมาตรฐานงานสุขาภิบาลอาหาร และการตรวจ/สำรวจ กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ใน 10 เทศบาล มีผลสรุป โดยมี
รายละเอยี ดแต่ละกจิ กรรม ดังตอ่ ไปน้ี

 การสำภาษณผ์ ้บู รหิ ารเทศบาล สามารถสรปุ องคป์ ระกอบท่มี ีผลตอ่ ความสำเรจ็ ดังนี้
จากการสัมภาษณ์ ผู้บริหารในทุกระดับขององค์กรที่เก่ียวข้อง ต่อการทำงานสุขาภิบาลอาหาร จำนวน
รวม 15 คน สามารถสรปุ ความคดิ เหน็ ตอ่ สถานการณ์ ระบบและกลวธิ กี ารดำเนนิ งานสขุ าภบิ าลอาหาร ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ตามประเด็นคำถาม ดงั ต่อไปน้ี

20 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจัย

ประเด็นคำถาม สรุปความคดิ เหน็ และคำตอบของผบู้ ริหาร ปัจจัยความสำเร็จ

1. นโยบายทส่ี ำคญั  นโยบายด้านอาหารปลอดภัย นโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก และ  ปจั จัยบุคคลของผ้บู ริหาร
ในการผลกั ดนั งาน นโยบายการส่งเสรมิ สขุ ภาพ  ความรแู้ ละความเขา้ ใจ
ใหส้ ำเรจ็ ตามเป้าหมาย  แผนงานสุขาภบิ าลอาหารมีความสำคัญ เน่ืองจากค้มุ ครองผบู้ ริโภค ตอ่ งานสุขาภบิ าลอาหาร
2. ความสำเร็จของงาน  นโยบายการปรับปรุงกฎหมายและการนำไปใชอ้ ยา่ งจรงิ จัง
และแผนงานโครงการ  นโยบายด้านเศรษฐกจิ และการทอ่ งเที่ยว
ด้านสุขาภิบาลอาหาร
ท่สี ำคัญท่ที ำให้งาน  มคี วามสำเรจ็ ดา้ นปรมิ าณชดั เจน  เจา้ หน้าท่ผี ปู้ ฏิบัติงาน
ประสบความสำเรจ็  ทำใหป้ ระชาชนมีอาชีพ และมรี ายได้  ชมรมผ้ปู ระกอบการค้า
3. กิจกรรมเสริมทีท่ ำให้  แผนงานทส่ี ำเรจ็ คอื “อาหารสะอาด รสชาตอิ รอ่ ย” อาหาร
งานสุขาภิบาลอาหาร  การบริหารเครอื ข่าย  ผปู้ ระกอบการคา้ อาหาร
ประสบความสำเร็จ  ภาคีเครอื ข่าย
 ผบู้ ริโภคท่ีเก่ียวข้อง
4. ปจั จยั ภายในองค์กร
ทป่ี ระสบความสำเร็จ  การบังคบั ใช้กฎหมายอย่างจริงจัง  ความตระหนัก
5. ปัจจัยภายนอกที่มีผล  การให้ภาคชี มรมมสี ่วนรว่ มในการดำเนนิ งาน  ความร่วมมอื
ตอ่ ความสำเร็จของ  การสรา้ งขวญั กำลังใจโดยการตรวจเยี่ยมสถานทีจ่ ำหน่ายอาหาร  ขวญั กำลงั ใจ
งานสขุ าภบิ าลอาหาร  สนบั สนุนให้มกี ารศึกษาดงู าน
6. ผลผลติ ผลลพั ธ์  การให้ความรูแ้ ก่ผปู้ ระกอบการค้า
และผลกระทบ  การประชาสัมพนั ธ์
7. กรรมวธิ กี ารควบคุม  สนับสนุนให้หน่วยงานราชการสนับสนุนสถานประกอบการ
8. การบริหารเครอื ขา่ ย ท่ไี ดม้ าตรฐาน
(ชมรมผูป้ ระกอบการค้า
อาหาร)  โครงสร้างของหนว่ ยงานที่รับผดิ ชอบ  โครงสรา้ งชดั เจน
 ทักษะความสามารถ และความรบั ผิดชอบของ เจา้ หนา้ ท่ี  บคุ ลากรเพียงพอ
 ปรมิ าณเจ้าหน้าท่แี ละภาระงาน  บุคลากรมคี วามร้คู วาม
สามารถ

 ความรว่ มมือของภาคเี ครือข่าย  ความร่วมมือ
 ความร่วมมอื ของผปู้ ระกอบการคา้  การปฏิบัตอิ ยา่ งจรงิ จัง
 ความร่วมมอื ของประชาชน
 ผลประโยชน์ท่ผี ูป้ ระกอบการจะได้รบั

 จำนวนสถานประกอบการไดม้ าตรฐาน “อาหารสะอาด  กระแสทางสงั คม
รสชาติอร่อย”  ผลประโยชน์ทจ่ี ะได้รบั
 ผูบ้ ริโภคมที างเลือกอาหารทป่ี ลอดภยั
 ประชาชนไมเ่ จบ็ ป่วยจากอาหารเป็นสาเหตุ

 สมุ่ ตรวจสอบ ตรวจเยย่ี ม โดยผู้บริหาร  ความถ่ีการตรวจเย่ียม
 รับคำรอ้ งเรียนจากประชาชน  การตอบสนองและ
 เจา้ หนา้ ที่ตรวจประเมนิ ตอ่ อายุ แก้ปญั หาการรอ้ งเรยี น

 สนับสนนุ การจัดตงั้ ชมรมฯ  ชมรมฯ เข้มแข็ง
 ใหง้ บประมาณอบรมใหค้ วามรู้  ศักยภาพของชมรมฯ
 สนบั สนุนการศกึ ษาดูงาน  การยอมรบั ชมรมฯ
 ให้มีสว่ นร่วมตอ่ การวางแผนการดำเนินงาน

21Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

 การประชุมกลุ่มเจา้ หน้าที่และภาคีทเี่ กี่ยวขอ้ ง
การประชมุ กลมุ่ เจา้ หนา้ ทผี่ ปู้ ฏบิ ตั งิ านสขุ าภบิ าลอาหารชมรมผปู้ ระกอบการคา้ อาหารผปู้ ระกอบการคา้ และ
ภาคีที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 แห่งๆ ละ 15 - 20 คน รวม 180 คน สรุปภาพตามประเด็นท่ีสำคัญของการประชุมกลุ่ม
มรี ายละเอยี ดตามกลุ่มผ้เู ขา้ ร่วมประชมุ ดังตอ่ ไปนี้
 กลุม่ เจ้าหนา้ ทผี่ ู้ปฏิบัตงิ านสุขาภิบาลอาหาร

ประเด็นคำถาม สรุปความคิดเห็นและคำตอบของผ้บู ริหาร ปัจจยั ความสำเร็จ

1. แผนงาน/โครงการ  “อาหารสะอาด รสชาติอร่อย” หรือ โครงการ Clean Food  ตอ้ งเปน็ นโยบายพ้นื ที่
ด้านสุขาภิบาลอาหาร Good Taste  ผู้บริหารสนบั สนนุ
ทีร่ ่วมดำเนนิ การ  “ตลาดสดนา่ ซ้อื ”  มีระบบบรหิ ารทด่ี ี
2. กิจกรรมหลกั ของ  “ประปาดมื่ ได้”
การดำเนินงาน  “อาหารปลอดภัย”
สขุ าภบิ าลอาหาร
 ร่วมเปน็ คณะกรรมการตา่ งๆ  นโยบายผู้บรหิ าร
3. กิจกรรมเสริมงาน  จัดทำแผนงาน/โครงการดำเนินงานและบริหารจัดการงาน  จำนวนบคุ ลากร
สขุ าภบิ าลอาหาร สุขาภิบาลอาหาร  งบประมาณสนบั สนุน
4. ผลผลติ /ผลลัพธ์  ตรวจแนะนำ ประเมินผล และตรวจต่ออายุ  ความร่วมมือของภาคฯี
และผลกระทบ  อบรมใหค้ วามรแู้ ก่ผู้ประกอบการและภาคฯี  เปา้ หมายและจำนวน
5. การปรบั ปรุงงาน  ใหก้ ารรับรองมาตรฐานสถานประกอบการค้า ของตัวชว้ี ัดเหมาะสม
สขุ าภิบาลอาหาร  สรุปและรายงานผล  กฎหมายตอ้ งใชไ้ ด้ตรง
 ผลักดันการใชก้ ฎหมาย ตามเป้าหมาย
 แกไ้ ขขอ้ รอ้ งเรียน
 เปน็ ทีป่ รึกษาและรว่ มบรหิ ารชมรมผู้ประกอบการคา้ อาหาร
 การเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์

 การจัดต้งั ชมรมผูป้ ระกอบการค้าอาหาร  ประเภทกิจกรรมท่สี ง่ ผล
 การทัศนะศกึ ษาและแลกเปล่ยี นเรยี นรู้  งบประมาณสนับสนนุ
 การจดั มหกรรมอาหารและงานเทศกาล  ความร่วมมือของภาคฯี
 การจัดถนนคนเดิน (Street Food)
 การประชาสมั พันธส์ ถานประกอบการทไ่ี ด้มาตรฐานในทุกชอ่ งทาง

 จำนวนสถานประกอบการค้าไดม้ าตรฐานงานสุขาภบิ าลอาหาร  ตัวชว้ี ัดต้องชดั เจน
 ประชาชนมที างเลอื กสถานประกอบการค้าท่ีได้มาตรฐาน ไมส่ ูงเกินไป
 การเจ็บป่วยจากอาหาร  การรกั ษาคุณภาพมาตรฐาน
สถานประกอบการ
 การประชาสมั พนั ธ์

 ปรับปรุงเป้าหมายให้ครอบคลุม และตัวช้ีวัดไม่ให้สูงเกินไป  การถ่ายทอดนโยบาย
และไมเ่ ปน็ ของพน้ื ท่ี สู่การปฏิบตั ิ
 สนับสนุนการดำเนินงานให้มากยิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะ  ระเบียบวิธวี ัด ตวั ชี้วัด
งบประมาณและบุคลากร  กฎหมายต้องใชอ้ ยา่ งจริงจงั
 ชีแ้ จงนโยบายทกุ ระดบั กอ่ นจะมกี ารทำงานในพืน้ ที่
 เพิม่ การอบรมให้ความรู้
 เพ่ิมกล่มุ เส่ยี งของงานสุขาภิบาลอาหาร
 ออกกฎหมายให้ตรงกล่มุ เปา้ หมาย

22 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปที ี่ 12 ฉบับที่ 2 เดอื นเมษายน - กันยายน 2564

งานวจิ ยั

 กลุ่มชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร

ประเด็นคำถาม สรปุ ความคดิ เห็นและคำตอบของผูบ้ ริหาร ปจั จัยความสำเร็จ

1. แผนงาน/โครงการ  โครงการ “อาหารสะอาด รสชาตอิ รอ่ ย” หรอื “Clean Food  ต้องเป็นไปได้และมกี จิ กรรม
ด้านสขุ าภิบาลอาหาร Good Taste” ท่ีทำได้
ท่ีรบั ร้แู ละร่วมดำเนินการ  “ตลาดสดน่าซือ้ ”  เจ้าหน้าที่สนบั สนนุ
 “ประปาดม่ื ได”้  มีระบบบรหิ ารท่ีดี
 “อาหารปลอดภัย”

2. กิจกรรมหลกั ที่ ร่วม  ร่วมเป็นคณะกรรมการภาคประชาชน  จิตอาสา อดทน
ดำเนินงานสุขาภิบาล  รว่ มตรวจแนะนำ และประเมนิ ผล  เจา้ หน้าที่และผูป้ ระกอบการ
อาหารของพนื้ ท่ี  รว่ มอบรมใหค้ วามรแู้ กผ่ ู้ประกอบการ ต้องยอมรับและร่วมมือ
 รว่ มแกไ้ ขขอ้ รอ้ งเรียน  ผู้ประกอบการตอ้ งเชอ่ื ถือ
 เป็นกรรมการและสมาชิกชมรมผปู้ ระกอบการค้าอาหาร การทำงาน
 ร่วมการเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์  ให้สทิ ธพิ ิเศษตา่ งๆ
 เปน็ พเี่ ลี้ยงสถานประกอบการค้าอาหาร แกช่ มรมฯ

3. กิจกรรมเสริมทม่ี ีสว่ นรว่ ม  รว่ มจดั ตั้งชมรมผ้ปู ระกอบการคา้ อาหาร  งบประมาณสนบั สนุน
ในงานสขุ าภบิ าล  รว่ มทศั นะศกึ ษาและแลกเปลยี่ นเรยี นรู้  ความรว่ มมอื ของภาคีฯ
อาหารของชมรมฯ  จดั และร่วมจัดมหกรรมอาหารและงานเทศกาล  ผูป้ ระกอบการและเจา้ หน้าที่
 จัด และร่วมจัดถนนคนเดิน (Street Food) ตอ้ งใหค้ วามสำคญั
 สนับสนุนการประชาสัมพันธ์สถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน
ในทุกช่องทาง

4. ผลผลิต/ผลลัพธ์  จำนวนสถานประกอบการคา้ ได้มาตรฐานงานสุขาภบิ าลอาหาร  ให้บทบาทแกช่ มรมฯ
และผลกระทบทเ่ี กิด  สร้างทางเลือกสถานประกอบการคา้ ท่ไี ด้มาตรฐานให้ประชาชน  ตอ้ งเชอื่ ถือการทำงาน
จากการทำงานของ  เทคโนโลยีด้านสขุ าภิบาลอาหาร เชน่ บ่อดกั ไขมันฯ ของชมรมฯ
ชมรมฯ  การประชาสัมพันธ์

5. ข้อเสนอแนะของชมรมฯ  ผู้ประกอบการไม่เชอื่ ถือชมรมฯ  สร้างโครงสร้างของชมรมฯ
 ผปู้ ระกอบการค้าตอ้ งให้ความร่วมมือ ให้เปน็ ทย่ี อมรับ
 ต้องร่วมรบั รู้แผนงาน กิจกรรม รว่ มกบั ภาครัฐ  เปิดโอกาสใหม้ สี ่วนรว่ มกบั
 เพ่มิ สทิ ธิทพี่ งึ มใี ห้ชมรมฯ ภาครัฐ
 ทำชมรมฯ ใหถ้ ูกกฎหมาย  ใหก้ ารสนับสนุนอย่างจรงิ จงั
 ราชการตอ้ งเป็นพี่เลยี้ งและสนับสนุน

23Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจัย

 กลุ่มผู้ประกอบการคา้ อาหาร

ประเด็นคำถาม สรปุ ความคิดเห็นและคำตอบของผบู้ รหิ าร ปจั จัยความสำเรจ็

1. แผนงาน/โครงการ  “อาหารสะอาด รสชาตอิ ร่อย” หรอื โครงการ "Clean Food  สอื่ สารใหม้ ากขึน้
ด้านสุขาภิบาลอาหาร Good Taste"  ผู้ประกอบการยอมรบั
ที่รบั รู้และรว่ มดำเนินการ  “ตลาดสดนา่ ซื้อ”  ผปู้ ระกอบการมสี ่วนร่วม
รบั ผดิ ชอบ

2. กจิ กรรมหลักท่ี  ร่วมอบรมใหค้ วามรู้  ให้ความรว่ มมือผู้ที่เก่ียวข้อง
ร่วมดำเนินงานสุขาภิบาล  นำความรู้ไปปรบั ปรงุ สถานประกอบการ  ตง้ั ใจปรบั ปรงุ สถานท่ี
อาหารของพ้ืนที่  รกั ษามาตรฐานสถานประกอบการค้า  ต้องปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย
 ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด
 เป็นกรรมการและสมาชิกชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร
 ร่วมการเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์
 ให้ความสนใจ และยอมรบั การประเมินของเจ้าหน้าท่ีและชมรมฯ

3. กจิ กรรมเสรมิ ที่มสี ่วนร่วม  รว่ มทัศนะศกึ ษาและแลกเปล่ียนเรยี นรู้  ใหค้ วามรว่ มมือผทู้ เี่ กยี่ วขอ้ ง
ในงานสขุ าภบิ าลอาหาร  เข้ารว่ มจัดมหกรรมอาหารและงานเทศกาล  เข้าร่วมกจิ กรรมตา่ งๆ
 เข้าร่วมจัดถนนคนเดนิ (Street Food)
 สนับสนุนการประชาสัมพันธ์สถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน
ในทกุ ช่องทาง

4. ข้อเสนอแนะตอ่  รกั ษามาตรฐานยาก  ความรว่ มมือของ
การปรับปรุงงาน  ขาดการประชาสัมพันธ์ ผู้ประกอบการ
สขุ าภบิ าลอาหาร  ขาดขวญั กำลงั ใจ  การมีส่วนร่วมกับภาครัฐ
 หาแหล่งทุนสนบั สนนุ กจิ การคา้
 ดแู ลเร่อื งภาษเี มือ่ ไดแ้ ละรักษามาตรฐาน

 กลุ่มภาคเี ครือขา่ ยที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นคำถาม สรุปความคดิ เหน็ และคำตอบของผูบ้ รหิ าร ปจั จยั ความสำเรจ็

1. แผนงาน/โครงการ  “อาหารสะอาด รสชาตอิ ร่อย” หรอื โครงการ "Clean Food  ตอ้ งเป็นนโยบายท่ดี ี
ด้านสุขาภิบาล Good Taste" และมีประโยชน์
อาหาร  “ตลาดสดน่าซ้ือ”  ภาครัฐสนบั สนนุ
ทรี่ ่วมดำเนินการ  “ประปาด่มื ได”้  มรี ะบบบริหารท่ีดี
 “อาหารปลอดภัย”
2. กิจกรรมสนับสนนุ
การดำเนนิ งาน  รว่ มเปน็ คณะกรรมการตา่ งๆ  นโยบายภาครฐั
สขุ าภบิ าลอาหาร  ร่วมจัดทำแผนงาน/โครงการดำเนินงานและบริหารจัดการ  งบประมาณสนบั สนนุ
งานสขุ าภิบาลอาหาร  ความรว่ มมือของภาคฯี
 ร่วมตรวจแนะนำ ประเมินผล  การให้บทบาทภาคี
 รว่ มอบรมใหค้ วามร้แู กผ่ ปู้ ระกอบการและภาคฯี  มชี ่องทางการประสาน
 สนับสนุนงบประมาณในการอบรมและการพฒั นาศักยภาพ และร่วมมอื ทำงาน
 สนบั สนุนเงนิ กใู้ หก้ ับผู้ประกอบการ
 สนบั สนุนการจดั มหกรรมอาหาร งานเทศกาล
 สนับสนนุ การเผยแพร่ ประชาสัมพนั ธ์

24 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปีท่ี 12 ฉบับท่ี 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจัย

 การประเมนิ ระบบกระบวนการมาตรฐาน
ทำการประเมิน 7 เทศบาล ปี 2559 ประเมินจังหวัดตรัง ประกอบด้วยเทศบาลนครสมุทรปราการ
เทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ปี 2560 ทำการประเมินเพ่ิมประกอบด้วยเทศบาลเมืองจันทบุรี
เทศบาลเมอื งปราจนี บุรี เทศบาลนครระยอง และเทศบาลเมอื งตราด ทำการประเมนิ 5 กระบวนการ มาตรฐาน 3 ระดบั
คือ ระดับมาตรฐาน ระดับปานกลางและระดับก้าวหน้า โดยมีคะแนนการประเมิน 1 ถึง 3 จาก 22 ข้อ พบว่า
ผลจากการประเมิน 17 แหง่ ระดับการประเมนิ อยูร่ ะหว่าง ปานกลางถงึ ก้าวหน้า มคี า่ เฉล่ยี เทา่ กับ 2.61 (sd = 0.58)
ซ่ึงพบว่า ข้อย่อย ระบบกระบวนงานรบั รองสถานประกอบกจิ การตามพระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 (5 ข้อ)
มี 2 ขอ้ ย่อย ประเมนิ แลว้ ต่ำกวา่ ค่ามาตรฐานรวม คือ มีการตรวจแนะนำสถานประกอบกิจการ (พ้นื ทมี่ ากกวา่ 200 ตร.ม.
และการจำหนา่ ยในท่ีทางสาธารณะ) กอ่ นออกใบอนุญาตและหลังออกใบอนุญาต ระบบมาตรฐานกระบวนงานพัฒนา
ศกั ยภาพเจา้ หนา้ ท/่ี ผปู้ ระกอบกจิ การ/ผสู้ มั ผสั อาหาร(3ขอ้ )ตำ่ กวา่ คา่ เฉลย่ี กลางทกุ ขอ้ คอื มกี ารพฒั นาศกั ยภาพเจา้ หนา้ ที่
ผู้รบั ผดิ ชอบงานสุขาภบิ าลอาหาร มกี ารอบรมดา้ นสุขาภบิ าลอาหาร แกเ่ จ้าของหรือผู้ควบคุมดูแลสถานประกอบกจิ การ
และมีการอบรมด้านสุขาภิบาลอาหาร แก่ผู้สัมผัสอาหาร ระบบกระบวนงานเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหาร (5 ข้อ)
มี 4 ข้อยอ่ ย มคี า่ เฉลีย่ ต่ำกวา่ คา่ เฉลีย่ รวม คอื มีการวิเคราะหส์ ถานการณด์ า้ นสุขาภบิ าลอาหารในพ้นื ที่ มกี จิ กรรมแก้ไข
ปญั หาสขุ าภบิ าลอาหารทพี่ บและสามารถกำหนดประเดน็ ทเ่ี ปน็ ปญั หาดา้ นสขุ าภบิ าลอาหารของพนื้ ทไ่ี ดแ้ ละดำเนนิ การ
เฝา้ ระวงั ปญั หาทพี่ บ (กำหนดพนื้ ทเี่ สยี่ งในการเฝา้ ระวงั ทง้ั ทางกายภาพ เคมี และชวี ภาพ) สว่ นเกณฑร์ ายการขอ้ ยอ่ ยของ
ระบบ 5 ระบบอื่นๆ มีค่าสูงกว่าค่าเฉล่ียรวม แสดงว่าเทศบาลท่ีได้ทำการประเมินระบบ ส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีประสบ
ความสำเร็จของงานสุขาภิบาลอาหาร มีระบบและกิจกรรมการทำงานท่ีมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ค่าเฉลี่ยรวมของ
5 ระบบมาตรฐานจงึ มคี ่าระหวา่ งปานกลางถงึ กา้ วหน้า รายละเอียดดงั แผนภมู ิต่อไปนี้

 การสำรวจ สอบถาม และตรวจประเมนิ
กลมุ่ เปา้ หมายทท่ี ำการสอบถามและสำรวจประกอบดว้ ยผบู้ รหิ ารหนว่ ยงานเจา้ หนา้ ทผี่ ปู้ ฏบิ ตั งิ านคณะกรรมการ
ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร ผูป้ ระกอบการคา้ และผู้บรโิ ภค ซึง่ มีผลการศึกษา จำแนกตามกลมุ่ เปา้ หมาย ดังตอ่ ไปนี้

25Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

4.1 ผู้บริหารหน่วยงาน ผลจากแบบสอบถามพบว่าผู้บริหารทราบถึงงานสุขาภิบาลอาหารเป็นอย่างดี
ปัจจัยสำเร็จของงานคือบุคลากร องค์กร เศรษฐกิจและการเมือง การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ลำดับปัจจัยท่ีสำคัญต่อ
การทำงานให้สำเร็จตามลำดับ คือ นโยบายและทิศทางของงาน กลยุทธ์และกิจกรรม มีระบบภาคีเครือข่ายช่วยเหลือ
การทำงาน การตรวจสอบท่เี ป็นระบบ การสนับสนนุ วสั ดุอปุ กรณ์/งบประมาณ และกระแสสงั คม/เศรษฐกิจ เห็นชอบกบั
การปรับปรุงบทบาทการดำเนินงานโดยให้ท้องถิ่นมีอำนาจหน้าท่ีเต็ม เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขมีหน้าท่ีเป็นกลุ่มตรวจสอบ
(Certificate Body) และกรมฯ กองฯ ทเ่ี กีย่ วขอ้ งมหี น้าทเี่ พียง Accredit (Accredit Body)

4.2 ผู้ปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ จบปริญญาตรี บทบาทต่องานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
กจิ กรรมสว่ นใหญ่ คอื ตรวจแนะนำ การอบรมฯ บรหิ าร/วางแผน/ประสานงบประมาณฯ และ ตดิ ตาม/นเิ ทศตามเปา้ หมาย
สว่ นใหญม่ กี จิ กรรมกบั รา้ นอาหาร/ภตั ตาคารฯแผงลอยฯโรงอาหารและรา้ นในโรงเรยี นฯและตลาดสดสว่ นประปาหมบู่ า้ น
ประปาเขตเมือง ตลาดนัด และหาบเร่/รถเร่ทำน้อย ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ คือ กิจกรรมแผนงาน/โครงการ
เป้าหมายของแผนงาน/โครงการ นโยบายทุกระดับ การเมือง/ความร่วมมือ และความเข้มแข็งของชมรม/การสนับสนุน
การทำงานความคาดหวงั มากถงึ มากทส่ี ดุ ในเรอื่ งการผลติ และพฒั นาองคค์ วามรู้การถา่ ยทอดองคค์ วามรู้เปน็ ศนู ยก์ ลาง
การเรียนรู้ และพัฒนาผลกั ดันนโยบาย/กฎหมายท่ีจำเป็น

4.3 ชมรมผปู้ ระกอบการคา้ อาหารกจิ กรรมทมี่ สี ว่ นชว่ ยภาครฐั มากทส่ี ดุ คอื การใหค้ ำแนะนำและใหค้ วามรู้
รองลงมาเปน็ ช่วยสำรวจและนดั ประชมุ ประดษิ ฐเ์ ทคโนโลยี

4.4 ผปู้ ระกอบการคา้ อาหารสว่ นใหญเ่ ปน็ เจา้ ของไดม้ าตรฐานCleanFoodGoodTasteมากกวา่ รอ้ ยละ90
เคยอบรมเฉลย่ี 1คนตอ่ แหง่ (sd=1.2)ขายอาหารมานานเฉลย่ี 11ปี(sd=9.3)การมสี ว่ นเขา้ รบั การอบรมดา้ นสขุ าภบิ าล
อาหารและน้ำ พบวา่ มคี วามรทู้ ไ่ี ม่ถูกตอ้ งในประเด็น การปกปดิ อาหาร/แผงมีตู้กระจกปดิ 3 ด้าน ไม่สามารถปอ้ งกนั
การปนเปอ้ื นได้ใชภ้ าชนะและอปุ กรณใ์ นการปรงุ ประกอบอาหารไมถ่ กู ตอ้ งการไมส่ วมผา้ กนั เปอ้ื นและหมวกคลมุ ผม
การกำจดั มูลฝอย และนำ้ เสียทุกชนิดไมถ่ ูกตอ้ ง ทัง้ รา้ นและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ตรวจอาหารด้วยนำ้ ยาการตรวจหา
เช้อื แบคทีเรยี ขั้นต้น (SI - 2) ทงั้ ส้ิน 1,371 ตวั อยา่ ง ภาชนะตรวจ 544 ตวั อย่าง มือผสู้ ัมผสั อาหาร จำนวน 397 ตวั อย่าง
ผลการตรวจ พบว่า การตรวจอาหารผ่านเฉล่ีย ร้อยละ 76.44 ภาชนะผ่านเฉลย่ี รอ้ ยละ 70 มอื ผู้สมั ผสั อาหารผ่านเฉลีย่
ร้อยละ 64.7 ตามลำดับ การตรวจตัวอย่างนำ้ ด่ืมดว้ ยน้ำยาตรวจหาเช้ือแบคทเี รีย (อ.11) พบเชือ้ ร้อยละ 71

4.5 ประชาชนผู้บริโภค ส่วนใหญ่อาศัยในพ้ืนที่จังหวัดที่ศึกษา มีประวัติรับประทานอาหารนอกบ้าน
ร้อยละ 99.1 และเคยซ้ือกลับไปทานที่บ้าน ร้อยละ 99.2 เลือกซ้ือจากร้านอาหารมากที่สุด ร้อยละ 64.1 แผงลอย
รอ้ ยละ 21.4 มีประวัติท้องเสยี จากการรบั ประทานอาหารนอกบา้ น รอ้ ยละ 12.1 เคยรับรู้/พบเห็นปา้ ย “อาหารสะอาด
รสชาติอร่อย” Clean Food Good Taste หรือเคยได้ยินมาก่อน ร้อยละ 89.7 ความรู้ผู้บริโภคยังเข้าใจว่าร้านหรือ
แผงลอยแตง่ ตวั ดีมมี ารยาทจะเปน็ รา้ น/แผงลอยทสี่ ะอาดรอ้ ยละ50.3และเขา้ ใจวา่ ไมส่ ามารถรอ้ งเรยี นเอาผดิ รา้ น/แผงลอย
จากการบรกิ ารอาหารได้รอ้ ยละ44.1มคี วามพงึ พอใจมากถงึ มากทส่ี ดุ ในประเดน็ ภาครฐั จำเปน็ ตอ้ งมชี อ่ งทางใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ าร
ร้องเรียนปัญหาท่ีเกิดข้ึน ร้านอาหาร/แผงรวมควรรวมตัวเป็นชมรมฯ เพื่อส่งเสริมและทำให้อาหารสะอาด ปลอดภัย
และภาครฐั ต้องมรี ะบบการควบคมุ และปรับปรุงรา้ น/แผงลอยจำหนา่ ยอาหารอย่างเคร่งครดั ตลอดเวลา

อภปิ รายผล

จากการศึกษาสถานการณ์ ระบบและกระบวนการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารของเขตสุขภาพท่ี 6 ประสบ
ความสำเรจ็ ได้ขนึ้ กบั องคป์ ระกอบทสี่ ำคญั และมผี ลตอ่ การดำเนนิ งานทปี่ ระกอบไปดว้ ยสถานการณท์ เ่ี ปลยี่ นไประบบของ
งานสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และกระบวนการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหาร ในส่วนของสถานการณ์ด้านสุขาภิบาล

26 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ปีท่ี 12 ฉบับท่ี 2 เดือนเมษายน - กันยายน 2564

งานวจิ ัย

อาหาร บ่งถึงความสำเร็จของงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ พบว่ามีการปรับเปลี่ยน ทั้งปริมาณและคุณภาพ
ของมาตรฐานสถานประกอบการค้าอาหาร ซึ่งปริมาณสถานประกอบการค้าอาหารทั่วประเทศ ประมาณ 3 แสนแห่ง
มีร้อยละการได้มาตรฐานสะสมเพ่ิมข้ึน เช่น ร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ได้มาตรฐาน อาหารสะอาด
รสชาตอิ รอ่ ย (Clean Food Good Taste) เพ่มิ จากปี 2542 รอ้ ยละ 2.2 เปน็ ร้อยละ 86.2 ในปี 2554 ตลาดสดประเภทที่ 1
ได้มาตรฐานตลาดสดน่าซ้ือ เพ่ิมจากปี 2546 ร้อยละ 16.9 เป็น ร้อยละ 84.9 ในปี 2554 ดังแผนภูมิท่ี ยังไม่รวมถึง
โรงอาหารในโรงเรียน สถาบันต่างๆ โรงครัวโรงพยาบาลและศูนย์อาหาร ในสถานที่ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สถาน
ประกอบการค้าอาหารส่วนใหญ่อยู่ในพ้ืนที่เทศบาล มากกว่า ร้อยละ 80 และครึ่งหน่ึง ได้จดทะเบียนถูกต้องตาม
กฎหมายของพน้ื ที่ ดงั แผนภมู ิ

ประเภทอาหารท่จี ำหน่าย เปน็ อาหารประเภทจานเดยี วและอาหารตามสัง่ ถงึ ร้อยละ 60 เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่
ก๋วยเต๋ียว เป็นต้น เจ้าหน้าท่ีท้ังผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติ ชมรมฯ มีความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร มากกว่า ร้อยละ 90
ผู้ประกอบการค้ามีความรู้มากกว่า ร้อยละ 80 แต่ยังบกพร่องในมาตรฐานสุขลักษณะ มากกว่าร้อย 50 รองลงมา
เปน็ การปกปดิ อาหารและการจดั การดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มของสถานที่ทำใหเ้ กดิ การปนเปอื้ นเชอื้ แบคทเี รยี (ใชT้ estkitsSI-2)
ในอาหาร รอ้ ยละ 24 ในภาชนะ รอ้ ยละ 30 และมือผู้สัมผัสอาหาร รอ้ ยละ 35 ในขณะผบู้ รโิ ภค มีความรู้ดา้ นสขุ ลักษณะ
มากกว่า ร้อยละ 70 พฤตกิ รรมผู้บริโภคมากกว่า ร้อยละ 98 เคยทานอาหารนอกบา้ น มากว่า ร้อยละ 99 เคยซื้ออาหาร
มารับประทานท่ีบ้าน และ มากกว่า ร้อยละ 80 รับประทานอาหารนอกบ้านอย่างน้อย 1 ม้ือ ในแต่ละวัน มากกว่า
ร้อยละ 80 ซ้ืออาหารที่ร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร มีประวัติท้องเสีย ร้อยละ 12 ทิศทางการพัฒนา
เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ พบว่า ประชาชน ผู้บริโภค และเจ้าหน้าท่ีมีความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหารเพิ่มข้ึน การปฏิบัติ
ให้ถูกสุขลักษณะเพ่ิมข้ึนเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการค้าอาหารยังละเลยในด้านสุขนิสัย ในการปกปิดอาหาร
การกำจัดขยะ หรือการล้างภาชนะที่ถูกต้อง ทำให้ยัง ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย ในอาหาร ภาชนะและมือผู้สัมผัสอาหาร
ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น จากส่ิงสังเกตถึงความปลอดภัยจากภาครัฐ เช่นป้าย หรือประกาศ และมีความใส่ใจต่อ
การเลอื กอาหารใหส้ ะอาดปลอดภยั มากยง่ิ ขน้ึ โดยเฉพาะเหตผุ ลการเลอื กสถานทร่ี บั ประทานอาหาร มากกวา่ รอ้ ยละ 70
มคี วามสะอาดของสถานทเี่ ปน็ องคป์ ระกอบในการเลอื กอกี ดว้ ย สำหรบั การรกั ษามาตรฐานใหค้ งคณุ ภาพความปลอดภยั
ของอาหาร จากการรายงานจากพื้นที่ท่ัวประเทศ สถานประกอบการค้าที่ได้มาตรฐาน สามารถรักษามาตรฐาน โดย

27Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

การประเมินเพือ่ ตอ่ อายุและต่อใบอนญุ าต ครบถ้วน จากการประเมนิ ของกรมอนามยั ปี 2547-2548 พบว่า แทจ้ รงิ แลว้
สถานประกอบการคา้ อาหารในพ้นื ท่ี มสี ถานท่เี กิดใหมแ่ ละเลิกกจิ การพอๆ กัน คอื ประมาณ รอ้ ยละ 25-30 ต่อพืน้ ท/่ี ปี
(รา้ นและแผงลอย)จากสถานการณด์ งั กลา่ วสง่ ผลกระทบตอ่ ประชาชนหรอื ผบู้ รโิ ภคโดยเฉพาะดา้ นสขุ ภาพทเี่ กดิ เจบ็ ปว่ ย
จากอาหารและน้ำเป็นส่ือ เรายังพบว่า อัตราป่วยโรคอุจาระร่วง ยังมีแนวโน้มสูงเช่นเดิม แต่โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด
โรคไข้เอนเทอริก มีแนวโนม้ ลดลงอยา่ งชดั เจน ดังแผนภูมิ

ข้อมูลพื้นท่ีศึกษา พ้ืนท่ีเทศบาลนครแหลมฉบัง แทนเจา้ หนา้ ทไ่ี ด้ ผปู้ ระกอบการคา้ อาหาร จะตอ้ งปรบั ปรงุ
เทศบาลเมอื งปราจนี บรุ ีและเทศบาลจนั ทบรุ ีมจี ำนวนผปู้ ว่ ย สภาพการปรุงประกอบและจำหน่ายให้ได้มาตรฐาน
โรคอาหารเปน็ พษิ ลดลงเปน็ เหตแุ ละผลทบ่ี างพน้ื ท่ีดำเนนิ ตามกฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมาย ใส่ใจให้ความ
งานสุขาภิบาลอาหารประสบความสำเร็จ ทำให้การเกิด สำคัญต่ออาชีพ มีช่องทางเพ่ิมพูนความรู้และรับผิดชอบ
โรคอาหารเป็นพิษลดลง ตอ่ ผบู้ รโิ ภค มชี อ่ งทางการรอ้ งเรยี นและการตดิ ตอ่ ประสาน
งานเจา้ หนา้ ทแ่ี ละชมรมผปู้ ระกอบการคา้ อาหาร ผบู้ รโิ ภค
ระบบกระบวนการทำงานมีส่วนเก่ียวข้อง บุคคล จะตอ้ งมชี ่องทางแจ้งขอ้ มลู ขา่ วสาร มที างเลือก มีช่องทาง
3กลมุ่ คอื เจา้ หนา้ ท่ีผปู้ ระกอบการและผบู้ รโิ ภคเปน็ สำคญั เข้าถึงข้อมูลทางวิชาการ การสะท้อนการทำงานและการ
เจ้าหน้าท่ี ยังแบ่งเป็น ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ภาคีผู้ท่ี ควบคุมทางสังคมให้แกเ่ จา้ หนา้ ท่แี ละผู้ประกอบการ
เก่ียวข้อง เป็นผู้กำหนดนโยบาย แผนงานและกิจกรรม
การทำงาน กำหนดปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงาน การ หากการวัดความสำเร็จโดยอาศัยหลักการประเมิน
ควบคมุ กำกบั การพฒั นาศกั ยภาพตวั เอง และผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ ง โครงการตามหลักวิชาการ การศึกษาคร้ังนี้อาศัย CIPP
การวิเคราะห์และจัดทำระบบข้อมูล เฝ้าระวังฯ รวมถึง Model วิเคราะห์ แสดงให้เห็นว่า บริบท (Context)
การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และการสร้างขวัญกำลังใจ ของงานสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ในมุมมอง 3 กลุ่ม คือ
กรรมการและสมาชิกชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร การคุม้ ครองผูบ้ ริโภคดา้ นอาหาร การสง่ เสริมสขุ ภาพ ผา่ น
เป็นผู้สนบั สนุนนำนโยบายสกู่ ารปฏบิ ัติ เสรมิ การปรบั ปรงุ แผนงานอาหารสะอาด รสชาตอิ ร่อย Clean Food Good
สถานประกอบการ เป็นผู้แทนภาครัฐเช่ือมระหว่าง Taste ตลาดสดนา่ ซอื้ และประปาดม่ื ได้ สว่ นปจั จยั นำเขา้
ผปู้ ระกอบการคา้ (ChangeAgent)และสามารถดำเนนิ การ (Input) ของงานสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่ทำให้ประสบ

28 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ปีท่ี 12 ฉบับที่ 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจยั

ความสำเรจ็ ประกอบดว้ ยบคุ ลากรทงั้ 3กลมุ่ คอื เจา้ หนา้ ท่ี ทุกข้ันตอน แสดงว่าการสุขาภิบาลอาหารและน้ำของ
ภาครฐั ผปู้ ระกอบการและภาคเอกชน และผบู้ รโิ ภค ระบบ ประเทศดีขึ้นเป็นไปตามทิศทางของประเทศ ซ่ึงจะต้อง
แผนงานโครงการท่ีชัดเจนและเป็นนโยบายท่ีสำคัญ พัฒนาระบบงานต่อไป พฤติกรรมความเส่ียงการบริโภค
มีกลวิธีการปฏิบัติท่ีสามารถทำได้จริง ตัวช้ีวัดสามารถ อาหารดีขึ้น จากการศึกษาผู้บริโภคมีความรู้ มีทางเลือก
วัดได้จริง จัดระบบงบประมาณให้ครอบคลุม การจัด แต่พฤติกรรมยังไปผูกติดกับราคาและรสชาติ (การวิจัย
โครงสร้างองค์กรท้ังเจ้าหน้าที่และภาคประชาชนรองรับ กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปี 2551) ทางเลือกคือ
การทำงาน เช่น ชมรมฯ สมาคมต่างๆ กระบวนงาน ร้านและแผงได้มาตรฐานมากกว่า รอ้ ยละ 80 ครอบคลุม
(Process) ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของงานมีหลายระดับ ท่ัวประเทศ ผลการตรวจตัวอย่างอาหาร ภาชนะและ
โดยเฉพาะระดับพื้นท่ี คือกระบวนงานรับรองมาตรฐาน มือผู้สัมผัสอาหารยืนยันว่าไม่พบเช้ือมากกว่า ร้อยละ 70
ทปี่ ระกอบด้วย การตรวจแนะนำ การอบรมให้ความรู้ การ แสดงวา่ อาหารและองคป์ ระกอบสะอาดในเบอื้ งตน้ ดงั นน้ั
ตดิ ตาม/ประเมนิ การสรา้ งขวญั กำลงั ใจการจดั ทำทะเบยี น ความเสี่ยงจึงข้ึนกับการละเลย ไม่ใส่ใจ ค่านิยมและวิถี
ฐานขอ้ มูล ระบบการรายงานและการวิเคราะห์งาน ระบบ ของประชาชนเป็นหลัก
การบังคับใช้กฎหมาย และมีกิจกรรมเสริมท่ีสำคัญ คือ
การประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวังฯ การตรวจเยี่ยมของ ขอ้ เสนอแนะ
ผูบ้ ริหาร การพฒั นาศกั ยภาพทง้ั 3 กลมุ่ ผลผลติ /ผลลัพธ์
และผลกระทบ (Product) มีท้งั ด้านปรมิ าณและคุณภาพ ข้อเสนอแนะตอ่ การศึกษา 7 พื้นทที่ ่ีมผี ลงานสขุ าภิ
ด้านปริมาณคือจำนวนท่ีเข้าระบบการรับรองมาตรฐาน บาลอาหารและนำ้ สำเรจ็ คอื จำเปน็ ตอ้ งดำเนนิ การตอ่ เนอื่ ง
ดา้ นคณุ ภาพคอื ระบบการรกั ษามาตรฐานใหย้ ง่ั ยนื ทง้ั หมด เพอ่ื ใหเ้ กิดการขบั เคลอ่ื น อย่างเปน็ ระบบ มดี งั ต่อไปนี้
จะทำให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกในการบริโภคอาหารที่
สะอาดปลอดภยั ซง่ึ จะสง่ ผลใหม้ สี ขุ ภาพดใี นทสี่ ดุ สามารถ  จดั การสนบั สนนุ 7 พนื้ ท่ใี หเ้ ป็นพนื้ ท่ีตน้ แบบใ
วัดได้จากการเจ็บป่วยด้วยโรคสาเหตุจากอาหารและน้ำ นการแลกเปลย่ี นเรียนรแู้ ละศึกษา/ดูงาน
เปน็ ส่ือ และพฤตกิ รรมเสี่ยงด้านการบรโิ ภคอาหาร เปน็ ต้น
ทั้งนี้การประเมินความสำเร็จ ยังต้องมีระบบการประเมิน  ศกึ ษาตอ่ เนอ่ื งปจั จยั ความแตกตา่ งของพน้ื ทท่ี ่ี
หรอื ขอ้ มลู ยอ้ นกลบั เพอื่ วเิ คราะหห์ าแนวทางแกไ้ ขปรบั ปรงุ ส่งผลต่อความสำเร็จของงานสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ
จนสามารถเปน็ ระบบมาตรฐาน(SOP:StandardOperation
Procedure)จากการศกึ ษาไดผ้ ลตามกระบวนการประเมนิ  ศกึ ษาการปรบั บทบาทการดำเนนิ งานสขุ าภบิ า
ลอาหารและนำ้ โดยใหท้ อ้ งถนิ่ มอี ำนาจหนา้ ทเ่ี ตม็ เจา้ หนา้ ที่
สาธารณสขุ มหี นา้ ทเี่ ปน็ กลมุ่ ตรวจสอบ (Certificate Body)
และกรมฯกองฯทเี่ กยี่ วขอ้ งมหี นา้ ทเ่ี พยี งAccredit(Accredit
Body) ใน 7 พ้ืนที่

เอกสารอ้างอิง

1. สำนกั สขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ กรมอนามัย. รายงานการประเมนิ ผลการดำเนนิ งานสุขาภิบาลอาหาร ตามแผนพฒั นาการสาธารณสุข ฉบับที่ 8 ; 2459.
2. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรแ์ ละสถาบนั อาหาร. สถานการณ์ความเส่ียงของอาหารพร้อมบริโภคยอดนยิ ม กรณีกรงุ เทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร ; 2550.

29Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจัย

ความสัมพันธ์ของ
ปรมิ าณแบคทเี รียโคลฟิ อรม์ และฟีคลั โคลฟิ อรม์ ในนำ้ ประปาหมู่บ้าน

กับประสทิ ธิผลของคลอรีน

นิภาพร มหาแสน* / ฤทธริ งค์ จงั โกฏ*ิ * / Yoshinobu Ishibashi***

บทคัดยอ่

การศึกษาความสมั พนั ธ์ของปรมิ าณแบคทีเรยี โคลิฟอร์ม (Total Coliform Bacteria : TCB) และฟคี ลั โคลิฟอรม์
(FaecalColiformBacteria:FCB)ในนำ้ ประปาหมบู่ า้ นกบั ประสทิ ธผิ ลของคลอรนี เปน็ การวจิ ยั เชงิ ทดลองมวี ตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือ 1) ศึกษาระดับความเข้มข้นคลอรีนท่ีมีต่อปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือ 2) ศึกษาระดับความเข้มข้นคลอรีนท่ีมีต่อ
ปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์ม และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์ม
และฟคี ลั โคลฟิ อรม์ กบั ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในนำ้ ประปาหมบู่ า้ นในระยะเวลาสมั ผสั ทแี่ ตกตา่ งกนั ทำการทดลอง
ภายใตส้ ภาวะควบคมุ ไดแ้ ก่ควบคมุ ความเปน็ กรด-ดา่ งของตวั อยา่ งนำ้ (pH)ใหม้ คี า่ ในชว่ ง6.5-8,ควบคมุ แสงโดยการเกบ็
ตัวอย่างน้ำไว้ในที่มืด และควบคุมการระเหยของคลอรีนโดยการปิดฝาภาชนะที่บรรจุตัวอย่างน้ำแล้วเติมคลอรีน
ในตวั อยา่ งน้ำทมี่ ปี ริมาณTCB ในช่วง 0 - 1,000 mg/L ใหม้ คี วามเข้มข้น 1.50 mg/L, 1.75 mg/L และ 2.00 mg/L,
ชว่ ง 1,001 - 2,000 mg/L ให้มีความเข้มขน้ 1.75 mg/L, 2.00 mg/L และ 2.25 mg/L และชว่ ง 2,001 - 3,000 mg/L
ให้มีความเข้มข้น 2.00 mg/L, 2.25 mg/L และ 2.50 mg/L จากน้ันตรวจวิเคราะห์ปริมาณ TCB และ FCB
และคลอรนี อสิ ระคงเหลือ (Residual Chlorine) ในระยะเวลาสัมผสั (Contact Time) 0, 2, 4, 6 และ 24 ช่วั โมง พบวา่
ระดบั ความเขม้ ขน้ ของคลอรนี (Chlorineconcentration)ทนี่ อ้ ยทส่ี ดุ ทส่ี ามารถกำจดั TCBและFCBไดห้ มดในระยะเวลา
สัมผัส 4 ช่วั โมง ในนำ้ ประปาหม่บู า้ นที่มปี รมิ าณ TCB ในชว่ งท่ี 1, 2 และ 3 คอื 1.75 mg/L, 2.00mg/L และ 2.25mg/L
ตามลำดับ เมื่อหาความสัมพันธ์ของปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือกับปริมาณ TCB และ FCB พบว่า ปริมาณ
คลอรีนอิสระคงเหลอื ในนำ้ ประปาหมูบ่ ้านไมม่ คี วามสมั พันธ์กบั ปริมาณ TCB (r = 0.4042) และ FCB (r = 0.1001)
ในตัวอย่างน้ำท่ีเติมคลอรีนที่ระดับความเข้มข้น 1.50 mg/L (TCB ช่วง 0 - 1,001 MPN/100 mL) และปริมาณ TCB
(r = 0.9080) ในตวั อยา่ งนำ้ ทเี่ ตมิ คลอรนี ทร่ี ะดบั ความเขม้ ขน้ 1.75 mg/L (TCB ชว่ ง 1,001 - 2,000 MPN/100 mL) และ
พบว่าปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปาหมู่บ้านมีความสัมพันธ์ความสัมพันธ์เชิงลบในระดับสูงกับ
ปริมาณ TCB (r = 0.8237) ที่เติมคลอรีนที่ความเข้มข้น 2.00 mg/L(TCB ช่วง 2,001 - 3,000 MPN/100 mL)
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับนัยสำคัญ 0.05 (p - value = 0.0002) ผลที่ได้จากการทดลองเหมาะสำหรับ
การนำไปทดลองใช้ในระบบประปาหมู่บ้านท่ีสามารถจ่ายน้ำประปาไปยังบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ไกลท่ีสุดแล้วใช้ระยะเวลา
ไมเ่ กิน 6 ชัว่ โมง แต่อยา่ งไรก็ตาม ควรมีการศกึ ษาเพ่ิมเตมิ เก่ียวกบั ปจั จัยอนื่ ๆ เช่น สารละลายในน้ำ เปน็ ตน้

คำสำคญั : ประสิทธผิ ลของคลอรนี /ระยะเวลาสัมผสั /สภาวะควบคุม/ปริมาณคลอรีนทเี่ หมาะสม

* นกั ศึกษาสาขาอนามัยสงิ่ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น
** อาจารยค์ ณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่
*** ศาสตราจารย์ คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น

30 วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปที ี่ 12 ฉบับท่ี 2 เดือนเมษายน - กันยายน 2564

งานวิจัย

ความเปน็ ขมอาบงแทปลนญั ะำคหวาามสำคญั ผู้วิจัยจึงศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณแบคทีเรีย
โคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์มในน้ำประปาหมู่บ้าน กับ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการ ประสิทธิผลของคลอรีน โดยนำตวั อย่างนำ้ ทผี่ ่านการกรอง
สุ่มตรวจสอบคุณภาพน้ำจากระบบประปาหมู่บ้านใน ทรายจากระบบประปาพรหมนิมิตมาใช้ในการทดลอง
ปี พ.ศ. 2561 จำนวน 445 แห่ง พบวา่ คุณภาพนำ้ ประปา เพอื่ หาระดบั ความเขม้ ขน้ ของคลอรนี ทเี่ หมาะสมกบั แตล่ ะ
หมู่บ้านไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 80.9 เม่ือแยก ช่วงของปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์ม
ตามเกณฑ์คุณภาพแต่ละด้าน พบว่า สาเหตุหลักท่ีทำให้ ท่ีสามารถกำจัดแบคทีเรียท้ัง 2 ชนิดได้หมด แล้วยังมี
น้ำประปาหมู่บ้านไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกิดจาก ปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือ ณ ปลายท่ออย่างน้อย
คณุ ภาพนำ้ ดา้ นแบคทีเรีย รอ้ ยละ 72.4(1) 0.2 mg/L ตามตำแนะนำของกรมอนามัยโลก ซึ่งนำไปสู่
การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจของผู้ดูแลเกี่ยวกับการเติม
ในปี พ.ศ. 2560 - 2562 สำนักงานส่ิงแวดล้อม คลอรนี และสามารถผลติ นำ้ ประปาทมี่ คี ณุ ภาพดา้ นชวี ภาพ
ภาคที่ 10 จังหวัดขอนแก่น ได้เก็บตัวอย่างน้ำประปา ผ่านเกณฑ์มาตรฐานใหแ้ กป่ ระชาชน
เพื่อนำมาวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ใน 3 จังหวัด ได้แก่
ขอนแกน่ รอ้ ยเอด็ และกาฬสนิ ธุ์พบวา่ แบคทเี รยี โคลฟิ อรม์ สมมติฐานของการวจิ ยั
ทพ่ี บในนำ้ ประปามปี รมิ าณไมผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐานรอ้ ยละ
72.8 และมีน้ำประปาทปี่ นเปื้อนฟคี ัลโคลิฟอรม์ แบคทีเรยี ปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์ม
รอ้ ยละ 65.7(2) ในน้ำประปาหม่บู ้านแปรผกผันกับประสิทธผิ ลของคลอรนี

ข้อมูลการการสำรวจความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ วัตถปุ ระสงค์
ระบบประปาของผดู้ แู ลในตำบลโคกสี อำเภอเมอื ง จงั หวดั
ขอนแก่น จำนวน 14 หมู่บ้าน ในปี พ.ศ. 2563 พบว่า วตั ถุประสงคท์ ัว่ ไป
มีหมู่บ้านท่ีเคยได้รับการอบรมเกี่ยวกับระบบประปาเพียง  ศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณแบคทีเรีย
1 หมบู่ า้ น คดิ เปน็ รอ้ ยละ 7.14(3) และการสำรวจในประปา โคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์มในน้ำประปาหมู่บ้านกับ
หมบู่ ้านจงั หวดั อุบลราชธานี จำนวน 110 แหง่ ในปี พ.ศ. ประสิทธิผลของคลอรนี
2557 พบว่าผู้ดูแลบางส่วนไม่มีความรู้ในเก่ียวกับระบบ วตั ถุประสงค์เฉพาะ
ประปา และขาดความเอาใจใส่ในการปฏิบัติงาน ส่งผล  ศกึ ษาระดบั ความเขม้ ขน้ คลอรนี ทมี่ ตี อ่ ปรมิ าณ
ใหใ้ ชป้ รมิ าณสารเคมตี า่ ง ๆ ไมถ่ กู ตอ้ ง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 78(4) คลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปาหมู่บ้าน ในระยะเวลา
สาเหตหุ ลกั ทคี่ ุณภาพน้ำประปาด้านชวี ภาพไม่ผ่านเกณฑ์ ที่แตกตา่ งกนั
มาตรฐาน จงึ เกดิ จากการท่ผี ดู้ แู ลระบบประปาขาดความรู้  ศกึ ษาระดบั ความเขม้ ขน้ คลอรนี ทมี่ ตี อ่ ปรมิ าณ
ความเขา้ ใจในการดแู ลระบบประปา ประกอบกบั คมู่ อื การ แบคทเี รยี โคลฟิ อรม์ และฟคี ลั โคลฟิ อรม์ ในนำ้ ประปาหมบู่ า้ น
เตมิ คลอรนี ทมี่ อี ยเู่ ดมิ มวี ธิ กี ารเตมิ คลอรนี โดยไมไ่ ดค้ ำนงึ ถงึ ในระยะเวลาทแ่ี ตกต่างกัน
ปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์ม ทำให้  ศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณแบคทีเรีย
ผดู้ แู ลไมส่ ามารถกำจดั แบคทเี รยี ทง้ั 2 ชนดิ ได้ แมจ้ ะมกี าร โคลฟิ อรม์ และฟคี ลั โคลฟิ อรม์ กบั ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื
เติมคลอรีนแล้วมีปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในเส้นท่อ ในน้ำประปาหมู่บา้ นในระยะเวลาสัมผัสทแี่ ตกตา่ งกนั
ระหว่าง 0.2 - 0.5 mg/L ก็ตาม

31Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจยั

วิธีการวจิ ัย 3,000MPN/100mLเตมิ คลอรนี ในตวั อยา่ งนำ้ (ใช้Calcium
hypochlorite) ท่ีมีปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์มในช่วง
ตัวแปรและการวัดตวั แปร 0 - 1,000 mg/L ใหม้ คี วามเข้มขน้ 1.50mg/L, 1.75mg/L
 ตวั แปรตน้ และ2.00mg/L,ชว่ ง1,001 -2,000mg/Lใหม้ คี วามเขม้ ขน้
1.1 ระดบั ความเข้มข้นของคลอรนี 1.75mg/L,2.00mg/Lและ2.25mg/Lและชว่ ง2,001-3,000
1.2 ระยะเวลาสัมผสั คลอรนี mg/L ให้มีความเข้มข้น 2.00 mg/L, 2.25mg/L และ
 ตัวแปรตาม 2.50mg/L จากนั้นกวนด้วยความเร็ว 25 รอบ/นาที เป็น
2.1 ปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัล- เวลา 1 นาท(ี 5)
โคลฟิ อรม์ ในระยะเวลาสมั ผัส 0, 2, 4, 6 และ 24 ช่วั โมง
2.2 ปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือภายในน้ำ  วดั ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในตวั อยา่ งนำ้
ในระยะเวลาสมั ผัส 0, 2, 4, 6 และ 24 ชัว่ โมง โดยใชเ้ ครอื่ งSpectroquantMove100Mobile Colorimeter
 ตัวแปรควบคมุ (Merck) เมื่อเวลาผ่านไป 0, 2, 4, 6 และ 24 ชั่วโมง
3.1 ความเปน็ กรด-ดา่ งของตวั อยา่ งนำ้ (pH) (ดังภาพท่ี 1)
ใหม้ คี ่า pH ในชว่ ง 6.5 - 8
3.2 แสง ควบคุมโดยการเก็บตัวอย่างน้ำไว้ ระยะท่ี 2 การทดลองเพ่ือศกึ ษาระดับความเข้มข้น
ในท่มี ืด คลอรีนที่มีต่อปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิ-
3.3 การระเหยของคลอรีน ควบคุมโดยการ ฟอรม์ ในนำ้ ประปาหมบู่ า้ นในระยะเวลาสมั ผสั ในระยะเวลา
ปิดฝาภาชนะที่บรรจุตัวอย่างน้ำของกลุ่มทดลองและ สัมผสั 0, 2, 4, 6 และ 24 ชวั่ โมง
กลุ่มควบคมุ เพอ่ื ป้องกันระเหยของคลอรีน
ข้นั ตอนการดำเนินงานวิจัย  ตรวจวิเคราะห์ปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์ม
ระยะที่ 1 การทดลองเพอ่ื ศึกษาระดับความเขม้ ขน้ และฟคี ลั โคลฟิ อรม์ ในตวั อยา่ งนำ้ (จากระยะท่ี 1) เมอ่ื เวลา
คลอรีนที่มีต่อปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปา ผา่ นไป 0, 2, 4, 6 และ 24 ชั่วโมง (ดงั ภาพท่ี 1)
หมู่บา้ นในระยะเวลาสัมผสั 0, 2, 4, 6 และ 24 ชั่วโมง
 เพิ่มจำนวนแบคทีเรียโคลิฟอร์มในตัวอย่าง ภาพที่ 1 การทดลองระยะที่ 1 และ 2
น้ำโดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ LSTBroth แล้วบ่มในอุณภูมิ
35 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 - 48 ช่ัวโมง จากนัน้ นำมา
เจือจางด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ แล้วเทียบความขุ่นให้มี
ความขุ่นเท่ากับ McFarland Standard No.0.5 (108
CFU/mL) ดว้ ย Wickerham card
 เตรียมตัวอย่างน้ำโดยนำน้ำที่ผ่านการกรอง
ทรายจากระบบประปาหมู่บ้านพรหมนิมิตรมาปรับ pH
ของน้ำให้มีค่าไม่เกนิ 8 โดยเติมกรดซลั ฟวิ รกิ แล้วกวนดว้ ย
ความเรว็ 40รอบ/นาทีเปน็ เวลา8นาที(5)จากนน้ั นำตวั อยา่ ง
น้ำมาผสมกับสารละลายในข้อ 1. ให้มีปริมาณแบคทีเรีย
โคลฟิ อรม์ ในชว่ ง 0 - 1,000, 1,001 - 2,000 และ 2,001 -

32 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจัย

การวเิ คราะห์ผลการทดลอง TCB ชว่ ง 1,001 - 2,000 MPN/100 mL และ ช่วง 2,001 -
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยใช้โปรแกรม 3,000 MPN/100 mL ตามลำดบั
STATA 15.0
วัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะข้อท่ี  และ  จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ ระดบั ความเขม้ ขน้ ของคลอรนี บาง
 ใช้ค่าเฉลย่ี และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน ระดบั ไมส่ ามารถกำจดั TCBและ/หรอื FCBได้แมว้ า่ ตวั อยา่ ง
วตั ถุประสงคเ์ ฉพาะขอ้ ท่ี 3 น้ำจะมีปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในระยะเวลาสัมผัส
 ใช้สถิติ Spearman’s rankcorrelation 0, 2, 4 และ 6 ชัว่ โมง มากกว่า 0.2 mg/L โดยระดับความ
coefficientในการหาความสัมพันธ์ของปริมาณแบคทีเรีย เข้มข้นของคลอรีนที่เหมาะสมท่ีสามารถกำจัด TCB และ
โคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์มกับปริมาณคลอรีนอิสระ FCBและมปี รมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื มากกวา่ 0.2mg/L
คงเหลือในน้ำประปาหมู่บ้าน ในระยะเวลาสมั ผสั 4ชวั่ โมงคอื 1.75mg/Lและ2.00mg/L
ในตวั อยา่ งนำ้ ทม่ี ปี รมิ าณTCBชว่ ง0-1,000MPN/100mL,
ผลการศึกษา 2.00 mg/Lและ 2.25 mg/L ในตวั อยา่ งนำ้ ทมี่ ปี รมิ าณ TCB
ชว่ ง 1,001 - 2,000 MPN/100 mL และ 2.25 mg/L และ
 ผลการศึกษาวัตถุประสงคเ์ ฉพาะขอ้ ท่ี 1 2.50 mg/L ในตัวอยา่ งนำ้ ทม่ี ปี รมิ าณ TCB ชว่ ง 2,001 -
พบว่าตัวอย่างน้ำท่ีมีปริมาณ TCB ในช่วง 3,000 MPN/100 mL
0 - 1,000 MPN/100 mL (เติมคลอรีนที่ความเข้มขน้ 1.50,
1.75 และ 2.00 mg/L), 1,001 - 2,000 MPN/100 mL ภาพที่ 2 ปรมิ าณ TCB และ FCB และคลอรีนอิสระคงเหลอื
(เตมิ คลอรนี ทค่ี วามเขม้ ขน้ 1.75,2.00และ2.25mg/L),และ ในระยะเวลาสัมผัส 0, 2, 4, 6 และ 24 ชัว่ โมง
2,001 - 3,000 MPN/100 mL (เติมคลอรีนทคี่ วามเข้มข้น (ชว่ ง 0 - 1,000 MPN/100 mL)
2.00, 2.25 และ 2.50 mg/L) มีปริมาณคลอรีนอิสระ
คงเหลอื ลดลงตามระยะเวลาสมั ผสั ทเ่ี พมิ่ ขนึ้ และมปี รมิ าณ จากภาพที่ 2 ตัวอย่างน้ำท่ีมีปริมาณ TCB ช่วง
คลอรีนอิสระคงเหลือน้อยกว่า 0.2 mg/L ท่ีระยะเวลา 0 - 1,000MPN/100 mL ทมี่ ีการเติมคลอรนี ที่ความเขม้ ขน้
สมั ผัส 24 ช่วั โมง ดงั ภาพที่ 1, 2 และ 3 และดังตารางที่ 1 1.50 mg/L ปรมิ าณ TCB และFCB ลดลงจากเดมิ (560
 ผลการศึกษาวัตถุประสงค์เฉพาะข้อท่ี 2 และ220MPN/100mLตามลำดบั )เปน็ 6.67และ4.00MPN/
จากตารางที่ 1 พบวา่ ตวั อยา่ งนำ้ ทเี่ ตมิ คลอรนี
ที่ความเข้มข้นแตกต่างกัน เม่ือมีระยะสัมผัส 4 ชั่วโมง
ซึ่งกำหนดให้เป็นเวลาท่ีน้อยที่สุดในการเก็บกักน้ำประปา
เพื่อใช้ในบ้านเรือน(6) จะมีคลอรีนอิสระคงเหลือมากกว่า
0.2mg/L(WHOกำหนดใหน้ ำ้ ประปามคี ลอรนี อสิ ระคงเหลอื
ในเสน้ ทอ่ เทา่ กบั 0.2–0.5mg/L(7))แตเ่ มอ่ื มรี ะยะเวลาสมั ผสั
24ชวั่ โมง พบวา่ ตวั อยา่ งนำ้ มปี รมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื
น้อยกว่า 0.2 mg/L และพบว่าระดับความเข้มข้นของ
คลอรีนท่ี 1.50 mg/L ไม่สามารถกำจัด TCB และ FCB
ในตวั อยา่ งนำ้ ทม่ี ปี รมิ าณTCBชว่ ง0-1,000MPN/100mL
และระดบั ความเขม้ ขน้ ของคลอรนี ท่ี 1.75 mg/L และ 2.00
mg/L ไม่สามารถกำจัด TCB ในตัวอย่างน้ำที่มีปริมาณ

33Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

100 mL ตามลำดับในระยะเวลาสัมผัส 0 ช่ัวโมง และลดลงอย่างต่อเนื่องจนแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิดมีปริมาณน้อยกว่า
2 MPN/100 mL ในระยะเวลาสมั ผสั 4 ชว่ั โมง จากนน้ั มีปริมาณเพิม่ ขึ้นในระยะเวลาสมั ผัส 6 ช่วั โมง และในระยะสมั ผสั
24 ช่ัวโมง TCB มีปริมาณลดลง แต่ FCB มีปริมาณคงที่ ส่วนตัวอย่างน้ำท่ีมีการเติมคลอรีนท่ีความเข้มข้น 1.75
และ 2.00 mg/L พบวา่ TCB และ FCB มีปริมาณน้อยกวา่ 2 MPN/100 ในระยะสมั ผสั 0, 2, 4, 6 และ 24 ช่วั โมง

34 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวจิ ยั

ภาพท่ี 3 ปรมิ าณ TCB และ FCB และคลอรนี อิสระคงเหลือ ภาพที่ 4 ปริมาณ TCB และ FCB และคลอรีนอิสระคงเหลอื
ในระยะเวลาสัมผัส 0, 2, 4, 6 และ 24 ชั่วโมง ในระยะเวลาสมั ผสั 0, 2, 4, 6 และ 24 ช่วั โมง
(ชว่ ง 1,001 - 2,000 MPN/100 mL) (ช่วง 2,001 - 3,000 MPN/100 mL)

หมายเหตุ : กราฟแบบเลขฐานสอง กำหนดให้ TCB หรอื FCB ท่มี ีค่า < 2 เท่ากับ 1 เพอ่ื ให้งา่ ยต่อการสร้างกราฟและการอา่ นคา่ จากกราฟ

จากภาพที่ 3 ตวั อยา่ งน้ำที่มีปรมิ าณ TCB ชว่ ง 1,001 - 2 ช่ัวโมงแลว้ มีปริมาณลดลงในระยะเวลาสมั ผสั 4 ชั่วโมง
2,000 MPN/100 mL ที่มีการเติมคลอรีนท่ีความเข้มข้น และเพม่ิ ขึน้ ในระยะเวลาสมั ผัส 6 ช่วั โมง จนถงึ ระยะเวลา
1.75 mg/L ปริมาณ TCB และ FCB ลดลงจากเดิม (1,440 สัมผัส 24 ชว่ั โมง ซึ่งอาจมแี นวโน้มเพมิ่ ข้ึนตามระยะเวลา
และ 900 MPN/100 mL ตามลำดับ) เป็น 3.33 และ สัมผัส ส่วนตัวอย่างน้ำท่ีมีการเติมคลอรีนที่ความเข้มข้น
< 2 MPN/100 mL ตามลำดับ ในระยะเวลาสัมผัส 0 ชวั่ โมง 2.25และ2.50mg/Lพบวา่ TCBและFCBมปี รมิ าณนอ้ ยกวา่
จากน้ัน TCB มีปรมิ าณเพมิ่ ข้ึนในระยะเวลาสมั ผสั 2 ชวั่ โมง 2 MPN/100 ในระยะสัมผัส 0, 2, 4, 6 และ 24 ชว่ั โมง
แล้วมีปริมาณลดลงอย่างต่อเน่ืองตั้งแต่ระยะเวลา
สัมผัส 4 - 24 ชั่วโมง ส่วนตัวอย่างน้ำท่ีมีการเติมคลอรีน  ผลการศึกษาวัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะขอ้ ที่ 3
ทค่ี วามเขม้ ข้น 2.00 และ 2.25mg/L พบวา่ TCB และ FCB จากตางรางที่ 3 พบว่า ปริมาณคลอรนี อิสระ
มีปริมาณน้อยกว่า 2 MPN/100 ในระยะสัมผัส 0, 2, 4, 6 คงเหลอื ในนำ้ ประปาหมบู่ า้ นไมม่ คี วามสมั พนั ธก์ บั ปรมิ าณ
และ 24 ช่ัวโมง TCB (r = 0.4042) และ FCB (r = 0.1001) ในตวั อย่างนำ้
ทเ่ี ตมิ คลอรนี ทร่ี ะดบั ความเขม้ ขน้ 1.50mg/Lแลว้ มปี รมิ าณ
จากภาพที่ 4 ตัวอย่างน้ำท่ีมีปริมาณ TCB ช่วง TCB ช่วง 0 - 1,001 MPN/100 mL และไมม่ ีความสมั พันธ์
2,001 - 3,000 MPN/100 mL ท่ีมีการเติมคลอรีนท่ีความ กับปริมาณ TCB (r = 0.9080) ในตัวอย่างน้ำท่เี ติมคลอรีน
เข้มข้น 2.00 mg/L ปริมาณ TCB และ FCBลดลงจากเดิม ท่รี ะดบั ความเขม้ ข้น 1.75 mg/L แล้วมปี ริมาณ TCB ช่วง
(2,400 และ 1,220 MPN/100 mL ตามลำดับ) เป็น 6.67 1,001 - 2,000 MPN/100 mL กลา่ วคือปรมิ าณ TCB และ/
และ < 2 MPN/100 mL ตามลำดับ ในระยะเวลาสัมผัส หรือ FCB ไม่แปรผกผันกับปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือ
0 ชวั่ โมง จากนน้ั TCB มปี รมิ าณเพมิ่ ขนึ้ ในระยะเวลาสมั ผสั

35Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ัย

อันเนอ่ื งมาจากเซลลแ์ บคทเี รียบางเซลลป์ ระกอบด้วย Glutathione sulfhydryl, Methionine sulfoxidereductase และ
Fe2+ จำนวนมาก ทำใหแ้ บคทเี รยี สามารถทนตอ่ คลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในนำ้ ไดม้ ากขน้ึ และยงั หลงเหลอื อยใู่ นนำ้ ตวั อยา่ ง
ในขณะท่คี ลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในน้ำมากกวา่ 0.2 mg/L ระดับความเขม้ ขน้ ของคลอรนี ที่ 1.50 mg/L และ 1.75 mg/L
จึงไม่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในการฆ่าเช้ือโรคในน้ำประปาที่มีปริมาณ TCB ช่วง 0 - 1,001 MPN/100 mL และ
1,001 - 2,000 MPN/100 mL ตามลำดับ และพบวา่ ปรมิ าณคลอรีนอสิ ระคงเหลอื ในน้ำประปาหม่บู ้านมีความสัมพันธ์
ความสัมพันธ์เชิงลบในระดับสูงกับปริมาณTCB (r = 0.8237) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับนัยสำคัญ 0.05
(p-value=0.0002)กลา่ วคอื ปรมิ าณTCBจะแปรผกผนั กบั ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในตวั อยา่ งนำ้ ทม่ี ปี รมิ าณTCB
ชว่ ง2,001-3,000MPN/100mLแลว้ เตมิ คลอรนี ทค่ี วามเขม้ ขน้ 2.00mg/Lแตเ่ มอ่ื พจิ ารณาTCBในระยะเวลาสมั ผสั 0,2,4,6
และ 24 ชวั่ โมง ระดับความเขม้ ข้นของคลอรีนท่ี 2.00 mg/L ไมเ่ หมาะสมสำหรับนำมาใชใ้ นการฆา่ เช้อื โรคในนำ้ ประปา
ทม่ี ีปริมาณ TCB ช่วง 2,001 - 3,000 MPN/100 mL เนอ่ื งจากไมส่ ามารถกำจดั TCB ได้หมด

ตารางท่ี 3 การวิเคราะห์ระดับความสัมพันธ์ของปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือกับปริมาณแบคทีเรีย
โคลิฟอรม์ และฟีคลั โคลิฟอร์ม ในระยะเวลาสมั ผัส 0 , 2 , 4 , 6 และ 24 ชว่ั โมง

หมายเหตุ : * = มีนัยสำคัญทางสถติ ิ ณ ระดบั นยั สำคญั 0.05
ตารางท่ี 4 ปรมิ าณผงปนู คลอรีนปรมิ าณผงปูนคลอรนี 60% ที่ตอ้ งใชส้ ำหรับ 1 วนั (กรมั ) เปรยี บเทียบ

จากกำลังการผลิต จำนวนช่ัวโมงการเดินระบบ และปริมาณสารละลายคลอรีนที่ต้องใช้สำหรับ 1 วัน (ลิตร)
โดยกำหนดให้อัตราการจ่ายสารละลายคลอรีนเท่ากนั 1.2 ลิตร/ชว่ั โมง

36 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปีท่ี 12 ฉบบั ที่ 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจัย

ตารางที่ 4 ปริมาณผงปูนคลอรีนปริมาณผงปนู คลอรีน 60% ทตี่ ้องใชส้ ำหรบั 1 วนั (กรัม) เปรียบเทยี บ
จากกำลังการผลิต จำนวนชั่วโมงการเดินระบบ และปริมาณสารละลายคลอรีนท่ีต้องใช้สำหรับ 1 วัน (ลิตร)
โดยกำหนดใหอ้ ตั ราการจ่ายสารละลายคลอรีนเท่ากัน 1.2 ลิตร/ชั่วโมง (ตอ่ )

จากผลการทดลอง สามารถหาปรมิ าณผงปนู คลอรีน 60% ซึง่ เปน็ ปรมิ าณขน้ึ ต่ำท่ตี ้องใช้ในการเตรยี มสารละลาย
คลอรีนท่ตี อ้ งใชส้ ำหรบั 1 วนั (ลิตร) ดงั ตารางที่ 4 หากเตมิ คลอรีนแล้วปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในนำ้ ประปาตน้ ทอ่
ณ ระบบประปามีปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือท่ีกำหนด (ปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปาต้นท่อกำหนด
โดยปรมิ าณแบคทีเรียโคลฟิ อรม์ ) ให้คำนวณดงั สตู ร

ปรมิ าณผงปนู คลอรีนทตี่ อ้ งใชจ้ ริง (ใหม)่ = ปรมิ าณคลอรนี อิสระคงเหลือทต่ี ้องการ x ปริมาณผงปนู คลอรนี ท่เี ติม
ปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลอื ทวี่ ดั ได้

เน่ืองจากปริมาณผงปูนในตารางท่ี 4 เป็นปริมาณที่ได้จากการคำนวณ ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยถึงสารอินทรีย์และ
อนินทรีย์ในน้ำ ซึ่งพื้นท่ีแต่ละแห่งมีคุณภาพน้ำที่แตกต่างกัน ผู้ดูแลระบบประปาจึงสามารถใช้ปริมาณผงปูนคลอรีน
ที่ได้จากตารางในการทดลองเตมิ เพอื่ หาปริมาณผงปูนคลอรนี ท่ตี ้องใชจ้ รงิ (หาไดจ้ ากสตู รขา้ งต้น)

สรุปผลการวจิ ยั ในชว่ ง 0 - 1,000 , 1,001 - 2,000 และ 2,001 - 3,000
MPN/100 mL คือ 1.75 mg/L, 2.00 mg/L และ 2.25
จากผลการศกึ ษาสามารถหาระดบั ความเขม้ ขน้ ของ mg/L
คลอรนี ทน่ี อ้ ยทส่ี ดุ ทส่ี ามารถกำจดั แบคทเี รยี โคลฟิ อรม์ และ
ฟีคลั โคลฟิ อรม์ ได้ท้ังหมด ในระยะเวลาสัมผัส 0 , 2 , 4 , 6 ระดับความเข้มข้นของคลอรีนที่ไม่สามารถกำจัด
และ 24 ชั่วโมง แลว้ เม่ือเวลาผ่านไป 4 ช่ัวโมง (กำหนดให้ แบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์มในน้ำตัวอย่าง
เป็นเวลาที่น้อยท่ีสุดในการเก็บกักน้ำประปาเพื่อใช้ใน ทม่ี ปี ริมาณโคลฟิ อร์มแบคทีเรยี ในช่วง 0 - 1,000, 1,001 -
บา้ นเรอื น(3))มคี ลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในนำ้ มากกวา่ 0.2mg/L 2,000และ2,001-3,000MPN/100mLได้คอื 1.50,1.75
ในน้ำประปาหมู่บ้านท่ีมีปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์ม และ 2.00 ตามลำดบั โดยทำปฏกิ ริ ยิ ากบั คลอรนี เชน่ GSH

37Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ัย

หรือ Fe2+ จะทำปฏิกิริยากับคลอรีนอิสระคงเหลือในรูป น้ำประปาท่ีต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 6 ช่ัวโมง จึงจะ
ของ HOCl ทำให้ปริมาณ HOCl ทจ่ี ะไปทำลายเซลล์ของ ถึงบ้านเรือนผู้ใช้น้ำ ควรเติมคลอรีนให้มีความเข้มข้นให้
แบคทีเรียลดลง จนอาจไม่สามารถกำจัดแบคทีเรียในน้ำ เพ่ิมข้ึนจากระดบั ความเข้มข้นต่ำท่สี ุดท่ีไดจ้ ากการทดลอง
ได้หมด(8) และคลอรีนอสิ ระคงเหลือในรูปของ HOCl จะมี (Optimum Dose)
อัตราการทำปฏิกิริยากับกรดอะมิโน Methionine สูง
ไดผ้ ลติ ภณั ฑเ์ ปน็ Methionine sulfoxide ทำใหก้ ารเรยี งตวั  ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ัยครง้ั ต่อไป
ของพอลิเปปไทด์ของแบคทีเรียผิดปกติ หากแบคทีเรีย 2.1 ควรเพม่ิ จำนวนของชว่ งปรมิ าณแบคทเี รยี
มี Methionine sulfoxidereductase ปริมาณมาก โคลิฟอร์มและปรับช่วงปริมาณของแบคทีเรียให้แคบลง
จะช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาระหว่าง HOCl กับ เช่น จาก 0 - 1,000 MPN/100 mL เป็น 0 - 500 MPN/
กรดอะมิโน Methionine ส่งผลให้แบคทเี รยี ทนตอ่ คลอรีน 100mLเปน็ ตน้ เพอื่ หาความเขม้ ขน้ ของคลอรนี ทเ่ี หมาะสม
ไดม้ ากข้นึ (9) กับปรมิ าณแบคทีเรยี โคลฟิ อรม์ ไดแ้ ม่นยำขน้ึ
2.2 ควรนำผลท่ีได้จากการศึกษาไปทดลอง
ขอ้ เสนอแนะ ใช้ในระบบประปา เพื่อทดสอบประสิทธิผลของการเติม
คลอรีนในระดับความเข้มข้นที่น้อยท่ีสุดที่สามารถกำจัด
 ขอ้ เสนอแนะในการนำไปใช้ แบคทีเรียแบคทีเรียโคลิฟอร์มและฟีคัลโคลิฟอร์มแล้ว
1.1 หากมีกรณีท่ีต้องเก็บกักน้ำประปาใน มีปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลืออย่างน้อย 0.2 mg/L
ระบบในระยะเวลามากกว่า 6 ชั่วโมง เช่น การหยุดเดิน ในระยะเวลาสัมผัส 4 ชว่ั โมง
ระบบประปาเพื่อซ่อมบำรุง เป็นต้น หรือกรณีการจ่าย

เอกสารอา้ งอิง

1. สำนกั สขุ าภิบาลอาหารและน้ำ. การประเมนิ รับรองมาตรฐานคุณภาพน้าประปาหมู่บา้ น พ.ศ. 2563 [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เขา้ ถึงเมือ่ 30 ต.ค. 2563].
เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://foodsan.anamai.moph.go.th/main.php?filename=water_index18
2. สำนักงานส่งิ แวดลอ้ มภาคที่ 10. รายงานสถานการณ์คุณภาพส่ิงแวดล้อม ประจำปี 2562 (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม รอ้ ยเอด็ หนองบัวลำภู)
[อนิ เทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมือ่ 20 ก.ย. 2563]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.mnre.go.th/reo10/th/information/more/181
3. ธิดารัตน์ เสียงหวาน, สุชานรี สมมุ่ง. การศึกษาสถานภาพการให้บริการน้ำประปาของระบบประปาชุมชนกรณีศึกษาพื้นท่ีตำบลโคกสี อำเภอเมือง
จงั หวดั ขอนแก่น. รอตพี ิมพ์ 2563.
4. ยภุ าพรอำนาจ,นนั ทพรสทุ ธปิ ระภา,วฒั นาชยั มาลยั .การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพระบบประปาหมบู่ า้ นในพนื้ ทจี่ งั หวดั อบุ ลราชธาน.ี วารสารมหาวทิ ยาลยั
ศรีนครินทรวโิ รฒ (สาขาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย)ี 2557 ; 6 (12) : 77 - 90.
5. Basson ND, Schutte CF. Optimisation of coagulation and chlorination in drinking water treatment : laboratory and full - scale studies.
Water Supply 2002 ; 2 : 131 - 137.
6. Centers for Disease Control and Prevention. Free Chlorine Testing [Internet]. 2014 [Cited on 2020 Jan 5]. Available from :
https://www.cdc.gov/safewater/chlorine - residual - testing.html
7. WHO. Measuring chlorine levels in water supplies [Internet]. 2011 [Cited on 2020 Jul 21]. Available from : https://www.who.int/water_sanitation_
health/publications/2011/tn11_chlorine_levels_en.pdf
8. Villamena FA. Chemistry of Reactive Species [Internet]. 2017[Cited on 2020 Jul 23]. Available from : https://www.sciencedirect.com
9. GrayMJ, WholeyW,Jakob U. Bacterial Responses to Reactive Chlorine Species. Annu Rev Microbiol 2017 ; 67 : 141 - 160.

38 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจยั

สถานการณ์การบริหารจัดการนำ้ สะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามยั
ในสถานบริการการสาธารณสขุ ของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2562

(กรณีศึกษาในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสขุ
และโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล)

พรสดุ า ศริ *ิ / นวรตั น์ อภชิ ัยนนั ท์* / ณรี นชุ อาภาจรสั **

บทคดั ยอ่

การบรกิ ารพน้ื ฐานดา้ นนำ้ สะอาดสขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั (Water(WA),Sanitation(S)andHygiene(H);
WASH) ในสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ ถอื เปน็ ปจั จยั สำคญั ทส่ี ง่ ผลตอ่ คณุ ภาพการบรหิ ารจดั การดา้ นสาธารณสขุ
ให้มีความปลอดภัยและมีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นข้อกำหนดพื้นฐานในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจาย
ของเช้ือโรค การศกึ ษาวิจัยครงั้ น้มี วี ัตถปุ ระสงค์เพอ่ื สำรวจขอ้ มลู พน้ื ฐานดา้ นนำ้ สะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามยั
ของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (รพ.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ
วเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บขอ้ มลู กบั การจดั ระดบั บรกิ ารWASHของWHOและUNICEF(2019)(JMPserviceladders
for monitoring basic WASH services in health care facilities) ตามขอ้ กำหนดระดับการตรวจประเมินติดตาม
การจัดบริการข้ันพ้ืนฐานด้าน WASH รวมท้ังจัดทำฐานข้อมูลพ้ืนฐานฯ การศึกษาวิจัยครั้งน้ี เป็นการวิจัย
แบบผสมผสาน(MixedMethodResearch)ทง้ั เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คณุ ภาพ โดยการวจิ ยั เชงิ ปรมิ าณใชแ้ บบสำรวจ
ทจี่ ดั ทำขน้ึ ตามแนวทางคำถามและชดุ ตวั ชว้ี ดั หลกั ของWHOและUNICEFเพอ่ื ใหส้ ามารถเทยี บเคยี งกบั สถานการณ์
ของประเทศอ่ืนโดยใช้สถิติพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูลและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก
(In-depth Interview) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) เก็บข้อมูลจากโรงพยาบาล จำนวน 958 แห่ง
ได้รับการตอบกลับ 602 แห่ง และใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ (Systematic random sampling)
ในการคัดเลือก รพ.สต. จำนวน 445 แห่ง จาก รพ.สต. จำนวน 9,783 แห่ง ได้รับการตอบกลับ 506 แห่ง
ผลการศกึ ษา พบวา่ ดา้ นนำ้ สะอาด โรงพยาบาลสว่ นใหญม่ นี ำ้ สะอาดผา่ นการปรบั ปรงุ คณุ ภาพ มปี รมิ าณเพยี งพอ
หรืออยู่ในระดับบริการพ้ืนฐาน ร้อยละ 59.5 และ รพ.สต. ส่วนใหญ่มีน้ำสะอาดผ่านการปรับปรุงคุณภาพใน
ระยะทาง500เมตรจากสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ แตไ่ มเ่ พยี งพอหรอื อยใู่ นระดบั บรกิ ารแบบจำกดั รอ้ ยละ80.4
ด้านสุขาภิบาล พบว่า โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีห้องส้วมท่ีถูกสุขลักษณะ สำหรับเจ้าหน้าท่ีอย่างน้อย 1 ห้อง
หอ้ งนำ้ แยกเพศอยา่ งนอ้ ย1หอ้ งพรอ้ มจดั ใหม้ ถี งั สำหรบั ทง้ิ ผา้ อนามยั ในหอ้ งนำ้ หญงิ และมหี อ้ งนำ้ สำหรบั ผพู้ กิ าร/
ผู้ใช้รถเข็น/ผู้สูงอายุ อย่างน้อย 1 ห้อง หรืออยู่ในระดับบริการพื้นฐาน ร้อยละ 74.6 และ รพ.สต. ส่วนใหญ่
มหี อ้ งสว้ มอยา่ งนอ้ ย1หอ้ งหรอื อยใู่ นระดบั บรกิ ารแบบจำกดั รอ้ ยละ54.8ดา้ นสขุ ลกั ษณะพบวา่ โรงพยาบาลและ
รพ.สต. ส่วนใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการล้างทำความสะอาดมือ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์

* นกั วิชาการสาธารณสขุ ชำนาญการ สำนักอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม กรมอนามัย 39
** นักวชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการพิเศษ สำนกั อนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม กรมอนามยั

Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวิจยั

ในบริเวณทท่ี ำการรกั ษาและในระยะไม่เกิน 5 เมตรจากหอ้ งสว้ ม หรือผา่ นระดบั บรกิ ารพืน้ ฐาน ร้อยละ 94.1 และ
รอ้ ยละ 92.3 ตามลำดบั ด้านการจัดการมูลฝอย พบวา่ โรงพยาบาลและ รพ.สต. ส่วนใหญ่มกี ารจัดการของเสยี
อยา่ งปลอดภยั โดยมกี ารคดั แยกทง้ิ อยา่ งนอ้ ย 3 ประเภท โดยของมคี มและมลู ฝอยตดิ เชอ้ื หรอื ผา่ นระดบั บรกิ ารพน้ื ฐาน
ร้อยละ 98.8 และ ร้อยละ 96.8 ตามลำดบั และด้านการทำความสะอาด พบว่า โรงพยาบาลและ รพ.สต. สว่ นใหญ่
มีการกำหนดแนวทางการทำความสะอาดอย่างชดั เจน และเจา้ หนา้ ท่ีทำความสะอาดทกุ คนได้รับการอบรม หรือ
ให้ความร้เู รอ่ื งการทำความสะอาด หรอื ผ่านระดับบริการพน้ื ฐาน ร้อยละ 90.5 และ ร้อยละ 82.8 ตามลำดบั

คำสำคัญ : Health Care Facilities, WASH, นำ้ สะอาด, สขุ าภบิ าล, สขุ อนามัย, สถานบรกิ ารการสาธารณสขุ

ความสำคบญัทนขำองปัญหา สาธารณสุขทั่วโลก มีแหล่งน้ำประปาไกลเกินกว่าระยะ
500เมตรรอ้ ยละ19 มปี ญั หาดา้ นสขุ อนามยั และรอ้ ยละ35
การบริการพื้นฐานซ่ึงประกอบด้วยด้านน้ำสะอาด ไม่มีการจัดสถานท่ีและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ
สุขาภบิ าลและสขุ อนามยั ในสถานบรกิ ารการสาธารณสุข ล้างมือ ซึ่งข้อมูลรายงานน้ีประเทศในภูมิภาคเอเชียยังมี
ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการบริหารจัดการ ข้อมูลไมเ พียงพอ รวมทั้งประเทศไทยด้วย
ด้านสาธารณสขุ ให้มคี วามปลอดภยั และมคี ณุ ภาพ อีกทัง้
ยังเป็นข้อกำหนดพื้นฐานในการป้องกันและควบคุมการ ทงั้ น้ี องคก์ ารอนามยั โลก (World Health Organiza-
แพร่กระจายของเชอ้ื โรคต่าง ๆ tion)รว่ มกบั องคก์ ารทนุ เพอื่ เดก็ แหง สหประชาชาติ(United
Nations Children’s Fund - UNICEF) และทีมงานวิจัย
จากรายงานการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ ระดบั โลกดำเนนิ การตดิ ตามสถานการณด์ า้ นนำ้ สขุ าภบิ าล
(Systematic reviews) ขององค์การอนามัยโลก (World และสขุ อนามยั (Water,sanitationandhygiene-WASH)
Health Organization) แสดงให้เห็นว่าการเสียชีวิตของ ในสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ (Health care facilities -
ทารกแรกเกิดและการตายของมารดาจากการคลอดบุตร HCF)โดยไดม กี ารพฒั นาชดุ คำถามหลกั และตวั ชวี้ ดั สำหรบั
(newborn deaths and maternal mortality) และ การสุขาภิบาลข้ันพื้นฐานในสถานบริการด้านสาธารณสุข
การตดิ เชอื้ ในสถานบรกิ ารสขุ ภาพของประเทศกำลงั พฒั นา เพื่อสนับสนุนให้นานาประเทศมีการสำรวจและติดตาม
มีความสัมพันธ์กับการขาดแคลนน้ำสะอาดและการ ผลการจดั การดา้ นนำ้ สะอาดสขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั เพอ่ื
สขุ าภบิ าลข้นั พื้นฐาน(1)(2) ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายตามวาระการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื ปีค.ศ.2030
(WASH in the 2030 Agenda for Sustainable Develop-
จากแถลงการณ์เร่ืองสถานการณ์ของอหิวาตกโรค ment Goals) โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาที่ 3 และ 6
ขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) รวมถึงส่งเสริมให้แต่ละประเทศท่ัวโลกมีการสำรวจข้อมูล
ในปี ค.ศ. 2018 ได้รายงานว่าการบริการด้านน้ำสะอาด ดงั กลา่ วและรายงานข้อมูลเพื่อให้มสี ถานการณ์ระดบั โลก
และสุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันประชาชนจาก สำหรับการวางแผน ติดตามและพัฒนาให้มีความยั่งยืน
อหวิ าตกโรคได้ซงึ่ การปรบั ปรงุ การบรกิ ารดา้ นนำ้ สขุ าภบิ าล ต่อไป
และสุขอนามัยให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน สามารถท่ีจะ
ควบคมุ และกำจดั อหวิ าตกโรคได(้ 3) และจากขอ้ มลู รายงาน ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการรวบรวมข้อมูล
การสำรวจสถานการณท์ วั่ โลกในปี ค.ศ. 2015 ขององคก์ าร สถานการณ์เกี่ยวกับบริการข้ันพื้นฐานด้านน้ำสะอาด
อนามยั โลก(WorldHealthOrganization)รว่ มกบั องคก์ าร การสขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั ในสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ
ทนุ เพอ่ื เดก็ แหง สหประชาชาติ(UnitedNationsChildren’s อย่างเป็นระบบทำให้ไม่มีข้อมูลท่ีสามารถเทียบเคียงกับ
Fund – UNICEF) พบวา่ เกอื บรอ้ ยละ 40 ของสถานบรกิ าร นานาประเทศได้ ผู้วิจัยจึงดำเนินการสำรวจข้อมูลสถาน-

40 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปีท่ี 12 ฉบบั ที่ 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวิจยั

การณ์นำ้ สะอาด สุขาภิบาลและสุขอนามัยในสถานบรกิ ารการสาธารณสุขของประเทศไทย เพื่อใช้ประกอบการกำหนด
นโยบาย และวางแผนการพัฒนาท่ีย่ังยืน ตลอดจนกำหนดมาตรการเพื่อยกระดับการจัดการด้านน้ำสะอาด สุขาภิบาล
และสุขอนามัยในสถานบริการการสาธารณสุขของประเทศมีมาตรฐานตามแนวทางสากล และสนับสนุนการบรรลุ
เป้าหมาย SDGs ตลอดจนสามารถเตรียมพรอ้ มรับมอื กับผลกระทบการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

วตั ถุประสงค์

 เพอ่ื สำรวจขอ้ มลู พน้ื ฐานดา้ นนำ้ สะอาดสขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั ของโรงพยาบาลสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ
และโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล

 เพ่ือวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์จัดการน้ำสะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามัยของโรงพยาบาลสังกัด
กระทรวงสาธารณสขุ และโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลกบั ตวั ชวี้ ดั การจดั ระดบั บรกิ ารดา้ นนำ้ สะอาด การสขุ าภบิ าล
และสุขอนามัยของสถานบริการการสาธารณสุข (JMP service ladders for monitoring basic WASH services
in health care facilities)(4)

 เพอื่ จดั ทำฐานขอ้ มลู ดา้ นการนำ้ สะอาดสขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั ของโรงพยาบาลสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ
และโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลที่สามารถเขา้ ถึง และนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ดส้ ะดวก

ขอบเขตการวิจัย/กรอบแนวคิด

 ขอบเขตการวิจัย
1.1 กลุ่มประชากร โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 958 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล จำนวน 9,783 แหง่ (5)
1.2 กลุ่มเป้าหมาย โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 958 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล จำนวน 445 แห่ง
 กรอบแนวคดิ

ปัจจยั นำเข้า (Input) กระบวนการ (Process)
 ทบทวนวรรณกรรมท่ีเกีย่ วขอ้ ง  จัดทำแบบสำรวจ/แบบสัมภาษณ์
 สถานการณ์ WASH ระดับโลก/ภมู ิภาค  สำรวจสถานการณก์ ารจดั การดา้ นWASH/ขยะมลู ฝอย/
 ขผอลงกสาถราสนำบรวริกจา/ศรึกกาษราสวาิจธัยาทรณี่เกสี่ยขุ วใขน้อปงรกะับเทWศไAทSยH ความสะอาดของสภาพแวดลอ้ มของสถานบรกิ าร
 ทบทวนและการออกแบบเคร่ืองมือการสำรวจท่ี การสาธารณสขุ
เหมาะสมกบั บริบทประเทศไทย  สัมภาษณเ์ ชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้
ข้อมลู สำคญั (Key Informants)

ผลผลิต (Output)
 สถานการณ์การบริหารจัดการ WASH ของสถานบริการการสาธารณสุขในประเทศไทย และผลการวิเคราะห์ เทียบกับ
ตวั ชวี้ ดั การจดั ระดบั บรกิ ารดา้ นนำ้ สะอาด สขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั ของสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ (JMPserviceladders
for monitoring basic WASH services in health care facilities)
 จดั ทำสรุปผลการศกึ ษาฯ และจดั ประชมุ ร่วมกบั หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
 จดั ทำฐานข้อมูล (Baseline Data) เร่ือง WASH in HCF ของไทย

41Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

 รปู แบบการศกึ ษาวจิ ยั วธิ ีการศกึ ษา

เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method Research) ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการวิจัย
เชิงปริมาณ (Quantitative research) จะใช้แบบสำรวจท่ีจัดทำข้ึนตามแนวทางคำถามและชุดตัวช้ีวัดหลักของ WHO
และ UNICEF เพ่ือให้เทียบเคียงกับสถานการณ์ของประเทศอื่นๆ ได้ และใช้สถิติในการรายงานผลการสำรวจข้อมูล
สถานการณด า้ นนำ้ สะอาดสขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั ในสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ ของประเทศไทยนำเสนอดว้ ยจำนวน
และรอ้ ยละ สำหรบั ข้อมูลแจงนบั (Categorical variable) และนำเสนอด้วยคา่ เฉลย่ี (Mean) ค่าสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
(Standard deviation - SD) หรอื คา่ มธั ยฐาน (Median) และคา่ ตำ่ สดุ และคา่ สงู สดุ (Minimum - Maximum) สำหรบั ขอ้ มลู
ต่อเนื่อง (Continuous variable) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก
(In-depth Interview) จากผใู้ หข้ อ้ มลู สำคญั (Key Informants) และใชก้ ารวเิ คราะหข อ มลู เชงิ เนอ้ื หา (Content Analysis)
ในการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ขอ้ มลู เพ่อื สนบั สนุนข้อมลู การจดั การน้ำสะอาด การสุขาภบิ าล และสขุ อนามัยในสถานบรกิ าร
การสาธารณสขุ
 ประชากรทศี่ ึกษา
โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 958 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
จำนวน 9,783 แหง่ (5)
 การเลือกตวั อยา่ ง
โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 958 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
จำนวน 445 แห่ง โดย
3.1 การคำนวณขนาดตวั อยา่ ง สำหรบั โรงพยาบาลสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ จะถกู สำรวจทกุ โรงพยาบาล
จำนวน 958 แห่ง ส่วนกลุ่มตัวอย่างของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะคำนวณขนาดตัวอย่างโดยอ้างอิงสูตร
การคำนวณของเครซ่ีและมอรแ์ กน(6)ดงั น้ี
n = e 2 (N x2Np(1-p)
- 1) + x2 p (1-p)
โดยกำหนด
n คอื ขนาดของกลุ่มตวั อย่าง
N คอื ขนาดของประชากร
e คือ ระดับความคลาดเคล่ือนของการสมุ่ ตัวอยา่ งท่ยี อมรบั ได้
x2 คือ ค่าไคสแควร์ที่ df เท่ากับ 1 และระดับความเช่ือมน่ั 95% (= 3.841)
p คือ สัดส่วนของลักษณะทสี่ นใจในประชากร (กำหนด p = 0.5 กรณีไมท่ ราบ)
เมอ่ื แทนค่าลงในสูตรข้างต้น

n = (0 .05)2 3.841 x 9.783 x 0.5 x (1 - 0.5) - 0.5) = 369.6255 ≈ 370
x (9.783 - 1) + 3.841 x 0.5 x (1

กำหนดให้จำนวนโรงพยาบาลทไ่ี ม่ตอบแบบสอบถามมปี ระมาณ ร้อยละ 20 (r = 0.20)
n + n(20%) = 370 + (370 x 0.2) = 444 n ≈ 445

42 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 2 เดือนเมษายน - กันยายน 2564

งานวิจัย

3.2 การสุ่มตัวอย่าง ในการคัดเลือกและการสุ่มตัวอย่าง ใช้การเก็บข้อมูลโรงพยาบาลสังกัดกระทรวง
สาธารณสขุ จำนวน958แหง่ ทง้ั หมดและใชก้ ารสมุ่ ตวั อยา่ งแบบเปน็ ระบบ(Systematicrandomsampling)ในการคดั เลอื ก
โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบล จำนวน 445 แห่ง โดยแสดงขน้ั ตอนการคัดเลือกและการสุ่มตวั อยา่ ง ดังน้ี

สถานบรกิ ารการสาธารณสุขสังกัดกระทรวงสาธารณสขุ

โรงพยาบาลสงั กัดกระทรวงสาธารณสุข (n1 = 958) โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล (n2 = 9,783)
สำรวจโรงพยาบาลทกุ แหง่ การสุ่มตวั อยา่ งแบบเป็นระบบ
(Systematic random sampling)

n1 = 958 N = n1 + n2 = 1,403 n2 = 445

ภาพที่ 1 ขน้ั ตอนการคดั เลือกและการสมุ่ ตวั อย่าง

 เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการและ
การเก็บรวบรวมข้อมูลในการสำรวจสถาน- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยแบบ
การณน์ ำ้ สะอาดสขุ าภบิ าลและสขุ อนามยั ในสถานบรกิ าร สำรวจแบ่งออกเป็น 6 ส่วน ดังน้ี ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไป
การสาธารณสุขของประเทศไทย โดยใช้แบบสำรวจที่ ของสถานบริการการสาธารณสุข ส่วนท่ี 2 ข้อมูลด้าน
จัดทำข้ึนตามแนวทางคำถามหลักและตัวช้ีวัดสำหรับ นำ้ สะอาดในสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ สว่ นที่ 3 ข้อมูล
การสุขาภิบาลข้ันพ้ืนฐานในสถานบริการด้านสาธารณสุข การจดั การดา้ นสขุ าภบิ าล ในสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ
(Core questions and indicators for monitoring WASH ส่วนท่ี 4 ขอ้ มลู การจัดการดา้ นสขุ ลกั ษณะ ในสถานบรกิ าร
in Health Care Facilities in the Sustainable การสาธารณสุข ส่วนที่ 5 ข้อมูลด้านการจัดการมูลฝอย
Development Goals) ทจี่ ดั ทำข้ึนโดยองค์การอนามัยโลก ในสถานบริการการสาธารณสุข และส่วนท่ี 6 ข้อมูลด้าน
(World Health Organization) รว่ มกบั องคก์ ารทนุ เพอ่ื เดก็ ความสะอาดของสภาพแวดล้อมในสถานบริการการ
แห่งสหประชาชาติ (United Nations Children’s Fund) สาธารณสุขโดยแบบสำรวจได้ผ่านการพิจารณาจากการ
และปรับให้เหมาะสมตามบริบทของประเทศไทยโดย ประชุมผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานภายในกรมอนามัย
เนอ้ื หาของแบบสำรวจทพ่ี ฒั นาขน้ึ ครอบคลมุ ในดา้ นการจดั จำนวน 3 ครั้ง และพิจารณาจากการประชุมผู้เช่ียวชาญ
บรกิ ารนำ้ สะอาด(Water)สขุ าภบิ าล(Sanitation)สขุ อนามยั จากหน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสขุ จำนวน 1 ครง้ั
(Hygiene) การจดั การมลู ฝอย (Health care waste) และ และทดสอบเคร่ืองมือโดยการส่งแบบสอบถามให้กับ
ความสะอาดของสภาพแวดล้อม (Environmental สถานบรกิ ารการสาธารณสขุ จำนวน 5 แห่ง และปรบั ปรุง
cleaning)ในสถานบรกิ ารการสาธารณสขุ ของประเทศไทย แบบสำรวจตามขอ้ เสนอแนะ
โดยครอบคลุมถึงโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลท่ัวไป

43Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

 วธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
5.1 ผู้วิจัยได้พัฒนาเครื่องมือการวิจัยแบบสำรวจข้อมูลเรื่อง สถานการณ์ WASH in Health Care
Facilitiesin Thailand และส่งแบบสำรวจฯ พรอ้ มกับหนังสอื ราชการลงนามโดยปลดั กระทรวงสาธารณสขุ แจ้งหวั หนา้
ส่วนราชการ โดยครอบคลุมถึงโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลท่ัวไป โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการ
และโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบล(รพ.สต.)เพอื่ ขอความอนเุ คราะหด์ ำเนนิ การตอบแบบสำรวจออนไลน์Googleform
โดยระบผุ ตู้ อบแบบสอบถามเปน็ ผบู้ รหิ าร และเจา้ หนา้ ทผี่ ปู้ ฏบิ ตั งิ านทเี่ กย่ี วขอ้ งดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ มของโรงพยาบาล
สังกัดกระทรวงสาธารณสขุ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
5.2 ผู้วิจัยลงพ้ืนท่ีเพื่อเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling)
สุ่มรายภาค 4 ภาค โดยเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงพยาบาล จำนวน 10 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
จำนวน 5 แห่ง ซึ่งเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants)
ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหาร หรือเจา้ หนา้ ทผ่ี ปู้ ฏบิ ตั งิ านทีเ่ กย่ี วข้องด้านอนามยั สง่ิ แวดล้อมของสถานบริการการสาธารณสขุ

ผลการศึกษา

พบว่า มีสถานบริการการสาธารณสุขเป้าหมายที่มีการส่งข้อมูลแบบสำรวจฯ ตอบกลับรวมท้ังสิ้น 1,108 แห่ง
(รอ้ ยละ 78.9) แบง่ เปน็ โรงพยาบาล 602 แห่ง (ซ่งึ ประกอบดว้ ย โรงพยาบาลทัว่ ไป 56 แห่ง โรงพยาบาลชมุ ชน 480 แห่ง
โรงพยาบาลศูนย์ 24 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการ 42 แห่ง) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)
506 แห่ง และสรุปผลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของโรงพยาบาล จำนวน 10 แห่ง และ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 5 แห่ง รวม 15 แห่ง จำแนกข้อมูลแยกรายด้านตามแบบสำรวจฯ
โดยสรปุ ดงั น้ี

 สรุปข้อมูลพ้ืนฐานด้านน้ำสะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามัยในสถานบริการการสาธารณสุขของ
ประเทศไทย แบ่งเปน็ 5 ดา้ น ดงั นี้

1.1 ดา้ นนำ้ สะอาด

ภาพที่ 2 แสดงข้อมลู ด้านนำ้ สะอาด จำแนกเป็นโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบล

จากภาพท่ี 2 พบวา่ โรงพยาบาลมคี วามพอเพยี งของนำ้ ใช้รอ้ ยละ92.5เขา้ ถงึ นำ้ สะอาดใชใ้ นโรงพยาบาล
ร้อยละ 95 โดยมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำใช้เองในโรงพยาบาล ร้อยละ 97.6 มีแหล่งน้ำสะอาดท่ีอยู่ใกล้โรงพยาบาล
ในระยะ 500 เมตร ร้อยละ 67.4 ทง้ั นม้ี ผี ดู้ แู ลระบบน้ำใชใ้ นโรงพยาบาลทช่ี ดั เจน คิดเปน็ ร้อยละ 95.5 ซ่งึ อยใู่ นระดับ

44 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ ปที ่ี 12 ฉบับท่ี 2 เดอื นเมษายน - กันยายน 2564

งานวิจัย

สูงกว่า รพ.สต. โดยใน รพ.สต. พบว่า มีความพอเพียงของน้ำใช้ ร้อยละ 81.6 เข้าถึงน้ำสะอาดใช้ใน รพ.สต.
ร้อยละ 89.1 โดยมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำใช้เองใน รพ.สต. ร้อยละ 95.6 มีแหล่งน้ำสะอาดอยู่ใกล้ รพ.สต. ในระยะ
500 เมตร ร้อยละ 42.5 ท้ังนมี้ ีผ้ดู ูแลระบบน้ำใชท้ ี่ชดั เจน เพยี ง รอ้ ยละ 34.5

ขอ้ มลู จากการสมั ภาษณ์ พบวา่ รพ. สต. บางแหง่ ใชน้ ำ้ จากระบบประปาหมบู่ า้ นซงึ่ มกี ำลงั การผลติ นำ้
ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของหมู่บ้าน ทำให้กระบวนการผลิตน้ำประปามีเวลาในการตกตะกอนน้อย
ซงึ่ ในชว่ งฤดแู ลง้ น้ำประปาจะมีกลน่ิ และนำ้ ขนุ่ ส่งผลใหข้ าดแคลนนำ้ ใชใ้ น รพ.สต. อกี ทง้ั บางพนื้ ทย่ี ังไมม่ กี ารตรวจวัด
คุณภาพน้ำประปา และบางช่วงมีน้ำปนเป้ือนจากภาคการเกษตรไหลลงสู่แหล่งน้ำดิบทำให้น้ำประปามีคุณภาพลดลง
รพ.สต. จงึ ไมส่ ามารถใชน้ ำ้ สำหรบั การอบอปุ กรณท์ างการแพทยเ์ พอ่ื ฆา่ เชอื้ โรคตา่ งๆ ได้ นอกจากนโ้ี รงพยาบาลบางแหง่
ยังไม่มีการอบรมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในหลักสูตรผู้ควบคุมดูแลระบบผลิตน้ำประปา เช่น การเลือกทราย กรวด
การใชค้ ลอรีนในปรมิ าณทีเ่ หมาะสม เปน็ ตน้ และไม่มีการจดั เจา้ หนา้ ทด่ี แู ลระบบบำบดั น้ำเสียของโรงพยาบาลโดยเฉพาะ

1.2 ดา้ นสขุ าภบิ าล

ภาพท่ี 3 แสดงขอ้ มลู ด้านสุขาภบิ าล จำแนกเปน็ โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบล

จากภาพที่ 3 พบวา่ โรงพยาบาล มีหอ้ งสว้ มสำหรับเจ้าหนา้ ท่ี ร้อยละ 97 มหี อ้ งส้วมสำหรบั ใหบ้ รกิ าร
ตลอด 24 ชัว่ โมง รอ้ ยละ 99 มหี อ้ งส้วมคนพกิ าร/คนใชร้ ถเข็น/ผูส้ งู อายุ รอ้ ยละ 99.5 มที ที่ ิ้งผา้ อนามัยสำหรับห้องนำ้ หญงิ
ร้อยละ 81.6 และมีอา่ งล้างมือพรอ้ มอุปกรณส์ ำหรบั ลา้ งมอื ร้อยละ 98.1 ซ่ึงมีระดบั การจัดการสุขาภิบาลสงู กวา่ รพ.สต.
โดยใน รพ.สต. พบว่ามีห้องส้วม แยกสำหรับเจ้าหน้าท่ี ร้อยละ 85.3 มีห้องส้วมสำหรับให้บริการตลอด 24 ช่ัวโมง
รอ้ ยละ 92.1 มีห้องส้วมคนพิการ/คนใช้รถเขน็ / ผสู้ ูงอายุ ร้อยละ 99.4 มีท่ีท้ิงผา้ อนามัยสำหรับหอ้ งน้ำหญงิ ร้อยละ 80.6
และมอี า่ งล้างมอื พร้อมอปุ กรณส์ ำหรบั ล้างมือ รอ้ ยละ 98.0

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พบว่า โรงพยาบาลขนาดเล็กบางแห่งพบปัญหาห้องส้วมไม่ได้แยกเพศ
และไมม่ สี บกู่ อ้ นหรอื สบเู่ หลวไวใ้ หบ้ รกิ ารสำหรบั ลา้ งมอื รวมทง้ั ไมม่ สี ว้ มสำหรบั ผพู้ กิ ารแตใ่ หใ้ ชร้ ว่ มกบั สว้ มของเจา้ หนา้ ท่ี
ซงึ่ รถเขน็ สามารถเขา้ ได้โดยในหอ้ งสว้ มจดั ใหม้ ถี งั ขยะแตไ่ มไ่ ดแ้ ยกทที่ ง้ิ ผา้ อนามยั เปน็ การเฉพาะผใู้ ชบ้ รกิ ารทงิ้ ผา้ อนามยั
และกระดาษชำระลงในโถส้วม/ชักโครกทำให้ท่อเกิดการอุดตันส่งผลให้ต้องซ่อมแซมบ่อยขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมของ
ผใู้ ชบ้ ริการที่ไมค่ ้นุ ชนิ กับการใชส้ ว้ มแบบน่งั ราบ และขึน้ เหยียบบนฝารองนัง่ ของโถชักโครกทำให้เกิดความชำรุดเสียหาย

45Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ยั

1.3 ด้านการจัดการมูลฝอย

ภาพท่ี 4 แสดงข้อมลู ด้านการจัดการมูลฝอย จำแนกเปน็ โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบล

จากภาพที่ 4 พบว่า โรงพยาบาล ร้อยละ 96 ส่งกำจัดมูลฝอยติดเชื้อโดยหน่วยงานอ่ืนภายนอก
โรงพยาบาล ทำให้มีการบำบัด/กำจัดมูลฝอยติดเช้ือในโรงพยาบาลเองเพียง ร้อยละ 4 และโรงพยาบาล ร้อยละ 95.6
สง่ มลู ฝอยตดิ เชอ้ื ประเภทของมคี มไปบำบดั /กำจดั ภายนอกโรงพยาบาล ทำใหม้ กี ารบำบดั /กำจดั ของมคี มทางการแพทย์
ในโรงพยาบาล รอ้ ยละ 4.4 ในขณะที่ รพ.สต. รอ้ ยละ 97.6 สง่ กำจัดมูลฝอยติดเชื้อโดยหนว่ ยงานอืน่ ภายนอก รพ.สต.
ทำใหม้ กี ารบำบดั /กำจดั มูลฝอยติดเช้อื ใน รพ.สต. เพียง ร้อยละ 2.4 และ รพ.สต. รอ้ ยละ 97.2 ส่งมลู ฝอยตดิ เช้อื ประเภท
ของมคี มไปบำบดั /กำจัดภายนอก ทำให้มกี ารบำบัด/กำจดั ของมีคมทางการแพทย์ใน รพ.สต. ร้อยละ 2.8

ขอ้ มลู จากการสมั ภาษณ์พบวา่ โรงพยาบาลบางแหง่ ไมม่ สี ถานทกี่ ำจดั และหนว่ ยงานรบั ของเสยี อนั ตราย
ไปกำจัด ทำให้ปริมาณของเสียอันตรายสะสมอยู่ในโรงพยาบาลจำนวนมาก และรถเก็บขนขยะติดเช้ือไม่มาเก็บขน
ตามเวลาที่กำหนด และรถเก็บขนบางคันไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ ผู้เก็บขนบางคนไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย
ส่วนบคุ คล นอกจากน้ี การติดตามมูลฝอยติดเชือ้ มีการใช้เอกสารติดตาม แตไ่ ม่เปน็ ไปตามหลกั การของระบบ Manifest
รวมทง้ั โรงพยาบาลไมเ่ คยไดเ้ อกสารกลบั มาจากแหลง่ กำจดั และระบบกำกบั ตดิ ตามออนไลน์(InfectiousWasteManifest
System)ยงั ไมส่ ามารถแสดงขอ้ มลู ปรมิ าณมลู ฝอยตดิ เชอ้ื (รวมรายป)ี ของรพ.สต.ได้และบรษิ ทั เกบ็ ขนลงขอ้ มลู ทะเบยี นรถ
ช่ือพนักงานเกบ็ ขน และเวลา ยังไม่ครบถ้วน

1.4 ดา้ นสขุ ลกั ษณะ

ภาพท่ี 5 แสดงขอ้ มูลด้านสุขลกั ษณะ จำแนกเป็นโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล

46 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้ ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 2 เดอื นเมษายน - กนั ยายน 2564

งานวจิ ยั

จากภาพท่ี 5 พบว่า โรงพยาบาลจัดให้มีจุดบริการสำหรับการล้างมือให้กับเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ
ร้อยละ 97.7 โดยจัดให้มีการให้บริการน้ำและสบู่สำหรับล้างมือพร้อมใช้งาน ร้อยละ 94.1 และจัดให้มีจุดล้างมือ
ตลอดเวลาในโรงพยาบาล ร้อยละ 97.6 ในขณะท่ี รพ.สต. พบว่า จัดให้มีจุดบริการสำหรับการล้างมือให้กับเจ้าหน้าท่ี
และผู้รับบริการ ร้อยละ 96.4 โดยจัดให้มีการให้บริการน้ำและสบู่สำหรับล้างมือพร้อมใช้งาน ร้อยละ 92.3 และ
จัดให้มจี ดุ ลา้ งมือตลอดเวลาใน รพ.สต. รอ้ ยละ 95.5

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พบว่า บริเวณภายในตัวอาคารโรงพยาบาลมีอ่างล้างมือหรือจุดให้บริการ
ลา้ งมอื ภายนอกหอ้ งสว้ มและมนี ำ้ สบเู่ หลวใหบ้ รกิ ารหรอื บรเิ วณทไ่ี มม่ อี า่ งลา้ งมอื จะจดั เเจลแอลกอฮอลท์ ดแทนและจดั ให้
มีจุดบริการล้างมือได้ตลอดเวลา แต่บริเวณภายนอกอาคารยังขาดจุดบริการล้างมือให้แก่ผู้ใช้บริการเพื่อใช้ล้างมือก่อน
รับประทานอาหาร นอกจากน้ีโรงพยาบาลบางแห่งยังจัดกิจกรรมรณรงค์เรื่องการล้างมือในช่วงเดือนตุลาคมเป็น
ประจำทกุ ปี และอบรมการล้างมอื ใหถ้ กู ตอ้ งตาม 7 ข้ันตอน และมีสต๊กิ เกอร์สอนการล้างมือติดบริเวณอ่างล้างมอื

1.5 ด้านความสะอาดของสภาพแวดลอ้ ม

ภาพที่ 6 แสดงข้อมูลดา้ นความสะอาดของสภาพแวดล้อม จำแนกเปน็ โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล

จากภาพที่ 6 พบว่า โรงพยาบาล มกี ารกำหนดขน้ั ตอน/กระบวนการรกั ษาความสะอาด ร้อยละ 97.2
กำหนดให้มเี จ้าหน้าทรี่ ับผิดชอบเรอื่ งทำความสะอาดโรงพยาบาลชัดเจน ร้อยละ 98.7 และมกี ารใหค้ วามรแู้ กพ่ นกั งาน
ทำความสะอาดทกุ คน รอ้ ยละ 91.7 ในขณะท่ี รพ.สต. มกี ารกำหนดขน้ั ตอน/กระบวนการรกั ษาความสะอาด รอ้ ยละ 95.5
กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเรื่องทำความสะอาด รพ.สต. ชัดเจน ร้อยละ 97.2 และมีการให้ความรู้แก่พนักงาน
ทำความสะอาดทุกคน ร้อยละ 84.4

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พบว่า โรงพยาบาลขนาดเล็กบางแห่งไม่มีการกำหนดขั้นตอนการทำ
ความสะอาดอย่างชัดเจน ส่วนมากจ้างคนงานในพื้นที่เป็นแม่บ้านทำความสะอาด และการให้ความรู้โดยการสอนงาน
จากเจ้าหน้าที่

2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานะการจัดการน้ำสะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามัยในสถานบริการ
การสาธารณสุขของประเทศไทยกับตัวช้ีวัดการจัดระดับบริการด้านน้ำสะอาดสุขาภิบาลและสุขอนามัยของ
สถานบรกิ ารการสาธารณสขุ (JMP service ladders for monitoring basic WASH services in health care facilities)

องคก์ ารอนามยั โลกและองคก์ ารยนู เิ ซฟ (2019) ไดจ้ ดั ทำตวั ชวี้ ดั ระดบั ความกา้ วหนา้ ดา้ นนำ้ สะอาด สขุ าภบิ าล
และสุขอนามัยของสถานบริการการสาธารณสุข (JMP service ladders for monitoring basic WASH services in
health care facilities) (ทมี่ า : WHO&UNICEF, 2019) โดยแบง่ การใหบ้ รกิ ารออกเปน็ 3 ระดับ ได้แก่ บริการพืน้ ฐาน

47Food and Water Sanitation Journal Vol. 12 No. 2 Apr - Sep 2021

งานวจิ ัย

(Basic service) บริการแบบจำกัด (Limited service) ระดับไม่มีบริการ (No service) หมายถึง
และไมม่ บี รกิ าร(Noservice)ซงึ่ ระบกุ ารใหบ้ รกิ ารในแตล่ ะดา้ น หอ้ งสว้ มไมม่ กี ารปรบั ปรงุ (สว้ มหลมุ สว้ มซมึ สว้ มแบบไมม่ ี
ดงั น้ี ฐานรอง) หรอื ไม่มีสว้ มเลย

2.1 ด้านน้ำสะอาด การจัดระดับของการให้ ผลการวิเคราะห์จัดระดับการให้บริการด้าน
บริการนำ้ สะอาด แบง่ ได้ดังนี้ สุขาภิบาล พบว่า โรงพยาบาลมีการจดั การด้านสุขาภิบาล
ผ่านระดับบริการพื้นฐาน (Basic service) ร้อยละ 74.6
ระดับบริการพื้นฐาน (Basic service) อยู่ในระดับบริการแบบจำกัด (Limited service) ร้อยละ
หมายถึง มีบริการน้ำสะอาดผ่านการบำบัดได้คุณภาพ 25.4 ส่วน รพ.สต. ของประเทศไทยมีการจัดการด้าน
จากโรงพยาบาลทีส่ ามารถใชไ้ ดอ้ ยา่ งเพยี งพอ สุขาภิบาลผ่านระดับบริการพ้ืนฐาน (Basic service)
ร้อยละ 45.2 อยู่ในระดับบริการแบบจำกัด (Limited
ระดับบริการแบบจำกดั (Limited service) service) ร้อยละ 54.8
หมายถึง มีบริการน้ำสะอาดผ่านการบำบัดอยู่ในระยะ
ไม่เกนิ 500 เมตร แตย่ ังมีบางประเด็นไม่ถึงระดับพน้ื ฐาน 2.3 ด้านการจัดการมูลฝอย การจัดระดับของ
การใหบ้ ริการดา้ นการจดั การมูลฝอย แบง่ ไดด้ ังน้ี
ระดับไม่มีบริการ (No service) หมายถึง
น้ำที่ถูกนำมาจากแหล่งน้ำดิบที่ไม่มีระบบการป้องกัน ระดบั บรกิ ารพน้ื ฐาน(Basicservice)หมายถงึ
หรือน้ำที่ผ่านการบำบัดแต่ห่างไกลจากโรงพยาบาลเกิน มูลฝอยทางการแพทย์ มีการคัดแยกท้ิงอย่างปลอดภัย
500 เมตร รวมทงั้ โรงพยาบาลทไี่ ม่มีแหลง่ น้ำใชเ้ ลย โดยคัดแยกในถัง อย่างน้อย 3 ประเภท และของมีคม
และมูลฝอยติดเชื้อมีการบำบัด และกำจัดอย่างถูก
ผลการวิเคราะห์จัดระดับการให้บริการ สุขลกั ษณะ
นำ้ สะอาดพบวา่ โรงพยาบาลของประเทศไทยมกี ารจดั การ
น้ำสะอาด ผ่านระดับบริการพ้ืนฐาน (Basic service) ระดับบรกิ ารแบบจำกดั (Limited service)
รอ้ ยละ 59.5อยใู่ นระดบั บรกิ ารแบบจำกดั (Limitedservice) หมายถึง มีข้อจำกัดในการคัดแยก การบำบัด และกำจัด
รอ้ ยละ 40.5 ส่วน รพ.สต. มกี ารจัดการนำ้ สะอาดในระดบั มูลฝอยทางการแพทย์ ทั้งของมีคมและมูลฝอยติดเช้ือ
บริการพ้นื ฐาน (Basic service) รอ้ ยละ 19.2 อยู่ในระดบั โดยไม่มกี ารจดั การครบถ้วนตามเกณฑร์ ะดับพ้ืนฐาน
บริการแบบจำกัด (Limited service) ร้อยละ 80.4
และระดับไมม่ ีบริการ (No service) ร้อยละ 0.4 ระดับไม่มีบริการ (No service) หมายถึง
ไม่มีการแยกถังทิ้งของมีคม หรือมูลฝอยติดเช้ือ และทั้ง
2.2 ด้านสุขาภิบาล การจัดระดับของการให้ ของมคี มและหรอื มลู ฝอยตดิ เชอื้ ไมม่ กี ารบำบดั /กำจดั อยา่ ง
บริการดา้ นสุขาภิบาล แบง่ ได้ดงั นี้ ถกู สุขลักษณะแตอ่ ยา่ งใด

ระดับบริการพ้ืนฐาน (Basic service) ผลการวิเคราะห์จัดระดับการให้บริการด้าน
หมายถึง มีการปรับปรุงด้านสุขาภิบาลในโรงพยาบาล มูลฝอย พบว่า โรงพยาบาลมีการจัดการมูลฝอยผ่าน
โดยอย่างน้อยต้องจัดให้มีห้องส้วมสำหรับเจ้าหน้าที่ ระดบั บริการพื้นฐาน (Basic service) รอ้ ยละ 98.8 อย่ใู น
อย่างน้อย 1 แห่ง มีห้องน้ำแยกเพศ พร้อมจัดให้มีถัง ระดับมีข้อจำกดั ตอ่ การให้บรกิ าร ร้อยละ 1.2 ส่วน รพ.สต.
สำหรับท้ิงผ้าอนามัยในห้องน้ำหญิง อย่างน้อย1 แห่ง มีการจัดการมูลฝอย ผ่านระดับบริการพื้นฐาน (Basic
และห้องน้ำสำหรับผู้พิการ/ผู้ใช้รถเข็น/ผู้สูงอายุอย่างน้อย service) ร้อยละ 96.8 อยู่ในระดับบริการแบบจำกัด
1 แหง่ (Limited service) รอ้ ยละ 3.2

ระดบั บรกิ ารแบบจำกัด (Limited service) 2.4 ด้านสุขลักษณะ การจัดระดับของการให้
หมายถึง มีการปรับปรุงด้านสุขาภิบาลในโรงพยาบาล บรกิ ารดา้ นสขุ ลักษณะ แบ่งไดด้ งั น้ี
อยา่ งใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ไดค้ รบตามเกณฑ์ระดบั พื้นฐาน

48 วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 2 เดือนเมษายน - กนั ยายน 2564


Click to View FlipBook Version