The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทคัดย่อคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by taicoj2559, 2020-02-13 22:24:03

บทคัดย่อคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเล่มที่ 1

บทคัดย่อคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ

คำนำ

คำช้ีขำดของอนุญำโตตุลำกำรมีควำมสำคัญท้ังในทำงวิชำกำรและในทำงปฏิบัติ เน่ืองจำกผล
ของคำชี้ขำดนั้นเป็นที่สุดและผูกพันให้คู่พิพำทต้องปฏิบัติตำม นอกจำกน้ียังสำมำรถนำคำช้ีขำดไปขอ
บังคับได้ทั้งในประเทศและต่ำงประเทศท่ัวโลกภำยใต้อนุสัญญำว่ำด้วยกำรยอมรับนับถือและบังคับตำม
คำช้ีขำดของอนุญำโตตุลำกำรต่ำงประเทศ ค.ศ. 1958 ดังน้ัน รูปแบบ เนื้อหำสำระ รวมถึงกำรให้
เหตุผลในคำช้ีขำดจึงเป็นสิ่งสำคัญท่ีควรจะต้องศึกษำ เพ่ือเป็นแนวทำงในกำรพัฒนำกระบวนกำร
อนญุ ำโตตุลำกำรของไทยให้ได้รบั กำรยอมรับในแวดวงกฎหมำยระหวำ่ งประเทศ

สถำบนั อนญุ ำโตตลุ ำกำร TAI เรม่ิ ดำเนินกำรมำต้ังแตป่ ี พ.ศ. 2533 มีขอ้ พิพำทที่สถำบนั บรหิ ำร
จัดกำรไปแล้วรวมจำนวนกว่ำ 2,000 เร่ือง จึงได้คัดเลือกและรวบรวมคำชี้ขำดของอนุญำโตตุลำกำร
ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นมำ มำคัดย่อและจัดทำเป็นหนังสือบทคัดย่อคำชี้ขำดของอนุญำโตตุลำกำร
เล่มที่ 1 ข้ึน โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเผยแพร่แนวคำวินิจฉัยชี้ขำดของอนุญำโตตุลำกำรในประเด็นข้อ
กฎหมำยต่ำง ๆ ท่ีน่ำสนใจ รวมถึงเพ่ือประโยชน์ในกำรศึกษำค้นคว้ำ และหวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำ หนังสือ
บทคัดย่อคำช้ีขำดของอนุญำโตตุลำกำรเล่มน้ี จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติงำนเก่ียวกับกำร
อนญุ ำโตตลุ ำกำรและผสู้ นใจท่ัวไป

ดร. พรภัทร์ ตันติกุลำนนั ท์
ผู้อำนวยกำรบริหำรสถำบนั อนญุ ำโตตุลำกำร
(ผพู้ พิ ำกษำศำลชน้ั ตน้ ประจำสำนกั ประธำนศำลฎกี ำ)

สำรบัญ

เร่อื ง หน้ำ

คำนำ
คำชข้ี ำดเก่ยี วกบั สัญญำจ้ำงทำของ

1. คำชี้ขำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 83/2558 ....................................................................... 1
2. คำชี้ขำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงท่ี 32/2559 ....................................................................... 3
3. คำชขี้ ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 88/2559 ....................................................................... 5
4. คำช้ขี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 102/2559 ..................................................................... 7
5. คำชี้ขำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 16/2560 ....................................................................... 10
6. คำชี้ขำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 97/2560 ....................................................................... 12
7. คำชี้ขำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 129/2560 ..................................................................... 14
8. คำชข้ี ำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 130/2560 ..................................................................... 16
9. คำชข้ี ำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 13/2561 ....................................................................... 17
10. คำช้ขี ำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 19/2561 ...................................................................... 20
11. คำช้ขี ำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 21/2561 ...................................................................... 22
12. คำชข้ี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 27/2561 ...................................................................... 23
13. คำชี้ขำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 68/2561 ...................................................................... 25
14. คำช้ขี ำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 74/2561 ...................................................................... 28
15. คำชี้ขำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 89/2561 ...................................................................... 31
16. คำช้ีขำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 126/2561 ................................................................... 33
17. คำชข้ี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 129/2561 ................................................................... 36
18. คำชข้ี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 130/2561 ................................................................... 37
19. คำชี้ขำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 140/2561 ................................................................... 40
20. คำชขี้ ำดข้อพิพำทหมำยเลขแดงที่ 145/2561 ................................................................... 42

สำรบัญ (ต่อ)

เรอ่ื ง หน้ำ

21. คำชข้ี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 146/2561 ................................................................... 44
22. คำชี้ขำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 2/2562 ......................................................................... 45
23. คำชข้ี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 13/2562 ...................................................................... 47
24. คำช้ขี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 25/2562 ...................................................................... 49
25. คำชี้ขำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 46/2562 ...................................................................... 52
26. คำชี้ขำดข้อพิพำทหมำยเลขแดงท่ี 57/2562 ...................................................................... 54
27. คำชี้ขำดข้อพิพำทหมำยเลขแดงท่ี 59/2562 ...................................................................... 56

คำชีข้ ำดเกีย่ วกับสญั ญำซื้อขำย

28. คำช้ขี ำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงท่ี 116/2558 ................................................................... 58
29. คำชข้ี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 17/2560 ...................................................................... 60
30. คำช้ขี ำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 88/2560 ...................................................................... 62
31. คำชข้ี ำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 128/2560 ................................................................... 65
32. Case NO.(Red) 2/2561 ...................................................................................................... 66
33. คำชี้ขำดข้อพิพำทหมำยเลขแดงที่ 59/2561 ...................................................................... 68
34. Case NO.(Red) 82/2561 .................................................................................................... 70
35. คำชข้ี ำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 85/2561 ...................................................................... 71
36. คำชข้ี ำดขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 88/2561 ...................................................................... 73
37. คำชข้ี ำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 125/2561 ................................................................... 78
38. คำชี้ขำดขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงท่ี 64/2562 ...................................................................... 76

คำชีข้ ำดสัญญำอื่น ๆ

39. Case NO.(Red) 31/2562 .................................................................................................... 78
40. Case NO.(Red) 100/2558 ................................................................................................. .80
41. คำชี้ขำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 66/2560 ...................................................................... 86
42. คำชข้ี ำดข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 101/2560 ................................................................... 88



คำช้ขี ำดเกีย่ วกบั สญั ญำจ้ำงทำของ

1. ข้อพิพำทหมำยเลขแดงท่ี 83/2558

ประเด็นข้อพพิ ำท : ผู้คดั คำ้ นไม่ต้องรับผดิ ผ้เู รยี กร้องชอบทีจ่ ะใช้วิธีหักกลบลบหนจี้ ำนวนตำมคำเรยี กรอ้ งกับ
ธนำคำร ก. ตำมสัญญำโอนสิทธิเรยี กร้องหรอื ไม่

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่ำ เมื่อวันท่ี 27 สิงหำคม 2545 ผู้เรียกร้องได้ตกลงว่ำจ้ำงผู้คัดค้ำน
ทำกำรซ่อมแซมและบำรุงรักษำรถโดยสำรปรับอำกำศของผู้เรียกร้อง โดยผู้คัดค้ำนตกลงรับเป็นผู้ซ่อมแซมและ
บำรุงรักษำรถโดยสำรปรับอำกำศ จำนวน 297 คัน มีกำหนดระยะเวลำ 3 ปี ผู้คัดค้ำนต้องทำควำมสะอำดตรวจสอบ
อปุ กรณต์ ่ำง ๆ ของรถโดยสำร เพ่อื ใหใ้ ชก้ ำรไดด้ แี ละปลอดภัยตลอดเวลำแห่งสญั ญำ ตลอดระยะเวลำ 3 ปีได้ ตอ่ มำมีกำร
ตอ่ อำยุสญั ญำกันตลอดมำอีก 7 ครงั้ ครงั้ สดุ ท้ำยมีกำรต่ออำยสุ ัญญำ ออกไป 1 ปี 6 เดอื น ซง่ึ จะครบกำหนดตำมสัญญำ
ในวันท่ี 31 มกรำคม 2554 และรถคันเกิดเหตุหมำยเลขรถ 2 – 6574 หมำยเลขทะเบียน 12 – 0144 กทม. เป็นรถ
คันหนงึ่ ทอ่ี ยูใ่ นสัญญำดังกลำ่ ว

เมื่อวันที่ 16 มกรำคม 2554 รถโดยสำรคันหมำยเลข 2 – 6574 หมำยเลขทะเบียน 12 – 0144
กทม. ดังกล่ำว ขณะวิ่งรับส่งคนโดยสำรเกิดเพลิงไหม้บริเวณเคร่ืองยนต์ มีเปลวไฟที่ใต้ท้องรถด้ำนหน้ำ เป็นเหตุให้รถ
คันดังกล่ำวเสียหำยท้ังคัน ได้มีกำรตรวจสภำพรถร่วมกัน ในเบื้องต้นผู้คัดค้ำนยินยอมชดใช้ค่ำเสียหำยรถคันเกิดเหตุ
เป็นเงิน 285,458.88 บำท แต่ผู้เรียกร้องได้ทวงถำมให้ผู้คัดค้ำนชดใช้ค่ำเสียหำย จำนวน 643,227.88 บำท
ผู้คัดค้ำนมีหนังสือยืนยันท่ีจะชดใช้ค่ำเสียหำย มูลค่ำคงเหลือทำงบัญชีทรัพย์สินเป็นเงิน 28 5,458.88 บำท
ซ่ึงผู้เรียกร้องยินยอมให้ผู้คัดค้ำนชำระค่ำเสียหำยตำมจำนวนดังกล่ำว แต่ผู้คัดค้ำนซ่ึงขณะนั้นอยู่ระหว่ำงฟื้นฟูกิจกำร
และธนำคำร ก.ได้ให้สินเช่ือแก่ผู้คัดค้ำน โดยมีข้อตกลงให้ผู้คัดค้ำนโอนสิทธิเรียกร้องซ่ึงผู้คัดค้ำนมีกับบุคคลภำยนอก
ที่เป็นลกู หน้ีให้แกธ่ นำคำร

ตำมประเด็นข้อพิพำทผู้คัดค้ำนมีหน้ำท่ีนำสืบก่อน นำสืบว่ำตำมสัญญำโอนสิทธิเรียกร้องระหว่ำง
ผู้คัดค้ำนกับธนำคำร ก. ซึ่งเป็นสัญญำโอนสิทธิเรียกร้องแบบเด็ดขำด ระหว่ำงบริษัท ธ. ในฐำนะผู้โอนกับ บมจ.
ธนำคำร ก. ในฐำนะผู้รับโอน ลงวันที่ 17 กุมภำพันธ์ 2547 จึงเป็นหน้ำที่ของผู้เรียกร้องต้องแสดงเจตนำใช้สิทธิหัก
กลบลบหนี้ไปยังธนำคำร ก.ได้ทันที โดยไม่จำต้องย่ืนคำเสนอข้อพิพำทแต่อย่ำงใดและผู้คัดค้ำนไม่จำต้องรับผิดในหน้ี
จำนวนดังกลำ่ วพรอ้ มดอกเบีย้

ผู้เรียกร้องนำสืบว่ำ กำรโอนสิทธิเรียกร้องระหว่ำงผู้คัดค้ำนกับธนำคำร ก. ลงวันที่ 17 กุมภำพันธ์
2547 เป็นกำรโอนสิทธิในกำรรับเงินค่ำจ้ำงตำมสัญญำในฐำนะผู้คัดค้ำนเป็นเจ้ำหน้ีผู้เรียกร้องในส่วนเงินค่ำจ้ำงไปให้
ธนำคำร ก.เท่ำนั้น อีกท้ังตำมสัญญำโอนสิทธิเรียกร้อง ข้อ 4.1.6 ยังกำหนดไว้อีกว่ำ สิทธิที่โอนตำมสัญญำน้ี ไม่ตกอยู่
ภำยในภำระเง่ือนไขหรือภำระหน้ีใด ๆ อำจทำให้คู่สัญญำแห่งสิทธิใช้สิทธิหักกลบลบหน้ีกันได้ ผู้คัดค้ำนต้องรับผิด
ชดใช้เงนิ ค่ำเสยี หำยพรอ้ มดอกเบ้ียแก่ผู้เรียกรอ้ ง

คำวินจิ ฉยั

กำรโอนสิทธิเรียกร้องเป็นกำรโอนสิทธิของเจ้ำหน้ี มิใช่กำรโอนควำมเป็นลูกหนี้ กำรโอนควำมเป็น
ลูกหน้ีหรือโอนหน้ำท่ีหรือควำมรับผิดของลูกหนี้ มิใช่กำรโอนสิทธิเรียกร้อง ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องมีฐำนะเป็นเจ้ำหน้ี
แทนลูกหนี้คนเดิม มีสิทธิบังคับชำระหน้ีเอำจำกลูกหนี้ในนำมของตนเอง ข้อเท็จจริงได้ควำมตำมสัญญำโอนสิทธิ
เรียกร้องแบบเด็ดขำด ระหว่ำงผู้คัดค้ำนผู้โอน กับ ธนำคำร ก. ผู้รับโอนว่ำ ธนำคำร ก. ให้สินเชื่อในวงเงิน
4,624,000,000 บำท แก่บริษัท ธ. ผู้คัดค้ำน และคู่สัญญำตกลงทำสัญญำโอนสิทธิเรียกร้องแบบเด็ดขำดดังกล่ำว
เพื่อเป็นประกันกำรชำระหนี้ต่ำง ๆ ของบริษัท ธ. ของผู้โอนสิทธิเรียกร้อง เป็นกำรโอนสิทธิเรียกร้องตำมประมวล
กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 306 อันเป็นกำรโอนหน้ีที่บริษัท ธ. จะได้รับจำกบุคคลภำยนอกซึ่งเป็นลูกหนี้ ให้แก่
ธนำคำร ก. เพอ่ื ชำระหน้เี งินท่ีธนำคำร ก. ให้สนิ เชือ่ แกบ่ ริษัท ธ. ดังกลำ่ วแลว้ มใิ ชเ่ ปน็ กำรโอนควำมเปน็ ลกู หนีข้ องตนเอง
ให้แก่ธนำคำร ก.ชำระแทน ดังท่ียื่นคำคัดค้ำน อันเป็นกรณีแปลงหน้ีใหม่โดยเปล่ียนตัวลูกหน้ี จำกบริษัท ธ. ลูกหนี้ใน
ควำมรับผิดของหน้ีค่ำเสียหำยในค่ำซ่อมบำรุงรักษำรถ ที่ต้องชำระแก่ผู้เรียกร้องให้ธนำคำร ก. ชำระแทน ตำมประมวล
กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 350 คือ กำรทำสัญญำเปล่ียนสิ่งซ่ึงเป็นสำระสำคัญแห่งหน้ี เช่น กำรเปล่ียนตัว



เจ้ำหน้ี ลูกหน้ี เปลี่ยนแปลงประเภทของนิติกรรม เปล่ียนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติม หรือสละเง่ือนไขของสัญญำมีผลทำ
ให้หน้ีเดิมเป็นอันระงับไป โดยต้องรับผิดตำมหนี้ท่ีเกิดข้ึนใหม่ กำรที่ผู้คัดค้ำนต่อสู้ให้ผู้เรียกร้องใช้สิทธิหักกลบลบหน้ี
กับธนำคำร ก.จึงเป็นกำรแปลงหน้ีใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหน้ี ซึ่งจะทำเป็นสัญญำระหว่ำงเจ้ำหน้ีกับลูกหน้ีคนใหม่ก็ได้
แต่จะกระทำโดยขืนใจลูกหนี้เดิมหำไดไ้ ม่ แต่จำกทำงนำสืบของผู้คัดค้ำน ธนำคำร ก.หำได้รับรู้ด้วยไม่ จึงรับฟังไม่ได้ว่ำมี
กำรแปลงหน้ีใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหน้ี และข้อเท็จจริงได้ควำมว่ำขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่ำงบริษัทผู้คัดค้ำนฟ้ืนฟูกิจกำรและ
ได้รับอนุมัติสินเชื่อจำกธนำคำร ก.โดยมีกำรโอนสิทธิเรียกร้องที่บริษัทผู้คัดค้ำนมีต่อบุคคลภำยนอกซึ่งเป็นลูกหนี้ให้แก่
ธนำคำร ก.ปรำกฏตำมสัญญำโอนสิทธิเรียกร้องแบบเด็ดขำด เอกสำรท้ำยคำคัดค้ำน ซ่ึงเป็นสัญญำระหว่ำงธนำคำร ก.
เจ้ำหน้ี กับบริษัทผู้คัดค้ำนลูกหน้ี โดยผู้คัดค้ำนยอมโอนบรรดำสิทธิเรียกร้องที่มีต่อบุคคลภำยนอกให้แก่ธนำคำร ก.
ผู้ให้สินเชื่อซ่ึงเป็นผู้รับโอน เป็นประกันกำรชำระหน้ตี ่ำง ๆ ของผู้โอน และท้ำยสัญญำดงั กล่ำวไดม้ ีหนังสือแจง้ กำรโอน
สิทธิในกำรรับเงินตำมสิทธิเรียกร้องให้ผู้เรียกร้องทรำบแล้วด้วย ซึ่งหมำยถึง หำกผู้เรียกร้องเป็นลูกหนี้ผู้คัดค้ำน
ย่อมโอนไปเป็นลูกหนี้ของธนำคำร ก.ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 306 ซึ่งเป็นกำรโอนสิทธิของ
เจ้ำหนี้ มิใช่โอนควำมเป็นลูกหน้ี จึงหำใช่กรณีผู้เรียกรอ้ งเป็นลูกหนี้ของผู้คัดค้ำนไม่ ดังนั้น กรณีตำมที่ผู้คัดค้ำนให้กำร
ต่อสู้ว่ำ ผู้เรียกร้องชอบท่ีจะหักกลบลบหน้ีเอำชำระหนี้จำกธนำคำร ก. น้ัน จึงมิใช่กำรโอนสิทธิเรียกร้อง แต่เป็นกรณี
แปลงหนใ้ี หมโ่ ดยเปลี่ยนตวั ลกู หนี้ กล่ำวคือ เปลยี่ นจำกผู้คดั ค้ำนเป็นธนำคำร ก. เปน็ ลกู หนี้ ตำมประมวลกฎหมำยแพ่ง
และพำณิชย์ มำตรำ 350 บัญญัติว่ำ กำรแปลงหน้ีใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ นั้น จะทำเป็นสัญญำระหว่ำงเจ้ำหนี้กับ
ลูกหน้คี นใหมก่ ็ได้ แตจ่ ะทำโดยขนื ใจลูกหนีเ้ ดมิ หำไดไ้ ม่ กำรแปลงหนใี้ หม่โดยกำรเปล่ียนตวั ลูกหนีจ้ ำกผคู้ ดั คำ้ นมำเป็น
ธนำคำร ก. ต้องมีกำรทำสัญญำระหวำ่ งเจ้ำหน้ีกับลูกหน้ีคนใหม่ คือ ผู้เรียกร้องกับธนำคำร ก.จึงจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อไม่มี
กำรทำสัญญำกันระหว่ำงผู้เรียกร้องซง่ึ เป็นเจำ้ หนี้กับธนำคำร ก.ซึ่งจะเข้ำเป็นลูกหนี้คนใหม่ สัญญำแปลงหนี้ใหม่จึงไม่
เกิดขึ้น ผู้คัดค้ำนจึงยังคงเป็นลูกหน้ีอยู่เช่นเดิม ดังน้ัน สัญญำโอนสิทธิเรียกร้องตำมเอกสำรท้ำยคำคัดค้ำน จึงไม่ใช่
สัญญำแปลงหน้ีใหม่โดยกำรเปล่ียนตัวลูกหนี้ คือ เปล่ียนตัวผู้คัดค้ำนซึ่งเป็นลูกหน้ีมำให้ธนำคำร ก. มำรับผิดแทน
ผคู้ ัดค้ำน ผู้คัดคำ้ นไมม่ ีสิทธใิ ห้ผูเ้ รยี กร้องใช้สทิ ธชิ ำระหน้ีโดยหกั กลบลบหนก้ี ับธนำคำรได้ ผู้คัดคำ้ นยังคงต้องรบั ผิดในมูล
หนีน้ น้ั ตำมเดิม ผู้คัดค้ำนจงึ ต้องรับผิดในจำนวนคำ่ เสยี หำยตำมทีไ่ ด้ตกลงกันแล้ว มใิ ชก่ ำรโอนสิทธเิ รยี กร้องตำมสัญญำ
เอกสำรท้ำยคำคัดค้ำน เพรำะมิใช่บริษัท ธ. เป็นเจ้ำหน้ีผู้เรียกร้องแล้วโอนสิทธิเรียกร้องควำมเป็นเจ้ำหนี้ให้แก่ธนำคำร ก.
เรยี กรอ้ งใหผ้ ูเ้ รียกร้องชำระหน้ี แต่กรณีเป็นเรอื่ งผ้คู ัดค้ำนเป็นหน้ีผเู้ รยี กร้อง จะโอนหนี้ที่ตนตอ้ งรับผิดแก่บุคคลภำยนอก
ให้ธนำคำร ก.ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องของลูกหน้ีรับผิดชำระหน้ีแทนหำได้ไม่ดงั ท่ไี ด้วินิจฉัยมำแล้ว ดังน้ัน เมื่อกำรแปลง
หน้ีใหม่โดยเปล่ียนตัวลูกหน้ีมิได้เกิดข้ึนเพรำะเหตุอย่ำงใดอย่ำงหน่ึง หนี้เดิมจึงยังไม่ระงับ ตำมประมวลกฎหมำยแพ่ง
และพำณิชย์ มำตรำ 351 ผู้คดั คำ้ นจึงตอ้ งรับผิดในมูลหนต้ี ำมคำเรยี กรอ้ งพร้อมดอกเบ้ียแม้ตำมสัญญำว่ำจ้ำงซ่อมแซม
และบำรงุ รักษำรถโดยสำรจะมขี ้อสัญญำให้ผ้รู บั จำ้ งชดใชค้ ่ำจ้ำงแกผ่ เู้ รียกร้อง พรอ้ มดอกเบ้ยี ในอตั รำรอ้ ยละ 15 ตอ่ ปี ก็ตำม
แต่กรณีเป็นเร่ืองผิดนัดชำระหนี้ค่ำเสียหำยในลักษณะเบ้ียปรับ ซ่ึงคณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำสูงเกิน
ควร เห็นสมควรลดลงให้ผ้คู ัดค้ำนรับผดิ ในค่ำเสียหำยเป็นดอกเบ้ียในอตั รำร้อยละ 7.5 ต่อปี ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและ
พำณิชย์ มำตรำ 383 ประกอบมำตรำ 224

วินิจฉัยมำชี้ขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงิน จำนวน 285,458.88 บำท พร้อมดอกเบ้ียในอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปี
ของตน้ เงนิ ดังกล่ำว นบั แตว่ นั ท่ี 12 ตลุ ำคม 2554 เป็นต้นไป จนกว่ำจะชำระเสรจ็ แกผ่ ู้เรียกร้อง คำขออ่ืนนอกจำกนี้ให้ยก

แหล่งท่ีมำ

ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 11/2556
หลกั กฎหมำยท่ีเก่ยี วขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำนิชย์ มำตรำ 306 มำตรำ 350

มำตรำ 351 มำตรำ 383 ประกอบมำตรำ 224
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : นำยสวุ รรณ ตระกำรพันธุ์

นำยกศุ ล แย้มสอำด
นำยเดชำ ยม้ิ อำนวย
ผ้ยู ่อ : ศศิรศั ม์ิ พรมทตั ร์



2. ขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงท่ี 32/2559

ประเดน็ ข้อพิพำท : 1. ผคู้ ัดคำ้ นท่ี 1 เปน็ ฝำ่ ยผิดสญั ญำหรือไม่
2. ผคู้ ัดคำ้ นท้งั สองตอ้ งรว่ มกนั รบั ผดิ ในค่ำเสียหำยและค่ำปรับต่อผ้เู รยี กร้องหรอื ไม่ เพยี งใด

ผู้เรียกร้องนำสืบพยำนแลว้ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่ำ ผู้เรียกร้องเป็นส่วนรำชกำร มีฐำนะเป็น
กรม และเป็นนิติบุคคลตำมกฎหมำย ส่วนผู้คัดค้ำนที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทห้ำงหุ้นส่วนจำกัด โดยมี
ผ้คู ดั คำ้ นท่ี 2 เปน็ หุน้ สว่ นผ้จู ดั กำร และจะต้องรว่ มรับผดิ กับผคู้ ัดคำ้ นท่ี 1 โดยไมจ่ ำกัดจำนวน เม่อื วันที่ 29 สงิ หำคม
2546 ผู้เรียกร้องทำสัญญำจ้ำงเหมำผู้คัดค้ำนที่ 1 ให้ซ่อมแซมตัวเรือตำมสัญญำจ้ำง เป็นเงินจำนวน 1,140,000
บำท ผคู้ ัดค้ำนท่ี 1 ไดน้ ำหลกั ประกันเป็นเงินสดจำนวน 57,000 บำท มอบให้แกผ่ ูเ้ รียกรอ้ งเพื่อเป็นหลักประกันกำร
ปฏิบัติตำมสัญญำจ้ำง ผู้คัดค้ำนท่ี 1 ต้องเร่ิมทำงำนท่ีรับจ้ำงภำยในวันท่ี 5 กันยำยน 2546 และให้แล้วเสร็จภำยใน
วันท่ี 5 พฤศจิกำยน 2546 หลังจำกท่ีผู้เรียกร้องและผู้คัดค้ำนท่ี 1 ได้ทำสัญญำแล้ว ผู้คัดค้ำนท่ี 1 ได้ รับเรือไป
ดำเนินกำรซ่อมแซม จนกระทั่งล่วงพ้นกำหนดส่งมอบงำน ผู้คัดค้ำนที่ 1 ก็มิได้ส่งมอบงำนแต่อย่ำงใด ผู้เรียกร้องได้
เรง่ รัดใหผ้ คู้ ดั คำ้ นท่ี 1 ดำเนินกำรซ่อมแซมและสง่ มอบงำน แตผ่ ้คู ดั ค้ำนท่ี 1 เพิกเฉย ผ้เู รยี กร้องจึงเช่ือวำ่ ผู้คัดคำ้ นที่ 1
ไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จไดต้ ำมสัญญำ จึงมีหนังสือแจ้งกำรบอกเลิกสัญญำจ้ำงเหมำดงั กล่ำวเม่ือวันที่ 3 มีนำคม
2547 และสงวนสิทธิในกำรริบหลักประกันสัญญำ กำรเรียกค่ำปรับ ค่ำใช้จ่ำยในกำรทำงำนต่อให้แล้วเสร็จ และ
คำ่ เสยี หำยอน่ื ๆ ตำมเงื่อนไขทีก่ ำหนดไว้ในสญั ญำทุกประกำร เน่อื งจำกผูค้ ดั คำ้ นท่ี 1 ได้นำเรือไปทำกำรซอ่ มแซมและ
นอนคำนที่บริษัท ก. ต่อมำผู้เรียกร้องได้ว่ำจ้ำงห้ำงหุ้นส่วนจำกัด อ. เป็นผู้ดำเนินกำรซ่อมแซมเรือต่อจำกที่ผู้คัดค้ำน
ท่ี 1 ได้ดำเนินกำรค้ำงไว้ เป็นเงินค่ำจ้ำงเหมำจำนวน 1,471,000 บำท บำท เน่ืองจำกเรือไปทำกำรซ่อมแซมและ
นอนคำนอยู่ท่ีบริษัท ก. ผู้เรียกร้องจะต้องชำระค่ำนอนคำนเรือให้แก่ห้ำงหุ้นส่วนจำกัด อ. เป็นผู้ทดรองจ่ำยไปก่อน
จำนวน 390,000 บำท (รวมภำษมี ูลคำ่ เพ่มิ แล้ว) ตำมทหี่ ำ้ งฯ ขอเบิกเงินดังกลำ่ วจำกผ้เู รียกรอ้ ง

คำวนิ ิจฉัยช้ีขำด

ประเด็นที่จะวินิจฉัยประเด็นแรก ผู้เรียกร้องมีผู้อำนวยกำรส่วนบริหำรกำรพัสดุของผู้เรียกร้อง
นำสืบว่ำ หลังจำกที่ผู้คัดค้ำนท่ี 1 ได้รับมอบเรือไปทำกำรซ่อมแซมแล้ว เม่ือครบกำหนดระยะเวลำส่งมอบงำน
ผคู้ ัดคำ้ นท่ี 1 เพกิ เฉย ผเู้ รยี กรอ้ งจงึ ไดเ้ รง่ รดั ให้ผู้คัดค้ำนที่ 1 ดำเนินกำรซ่อมแซมเรือและสง่ มอบงำน แตผ่ คู้ ัดค้ำนท่ี 1
ก็มิได้ดำเนินกำร ผู้เรียกร้องจึงได้ติดตำมนำเรือมำทำกำรซ่อมแซมเอง เห็นว่ำกำรที่ผู้คัดค้ำนที่ 1 ไม่ดำเนินกำร
ซ่อมแซมเรือ ให้แล้วเสร็จตำมสัญญำ คือภำยในกำหนดวันท่ี 5 พฤศจิกำยน 2546 และยังได้นำเรือไปให้บริษัทอื่น
ดำเนนิ กำรซ่อมแซมแทน โดยผู้เรยี กร้องมไิ ดย้ นิ ยอมในกำรกระทำดังกลำ่ ว จึงรับฟังได้ว่ำผู้คดั ค้ำนที่ 1 เป็นฝำ่ ยผดิ สัญญำ

ประเดน็ ทส่ี อง ผูค้ ัดคำ้ นที่ 2 ซ่งึ เปน็ หุ้นส่วนผู้จัดกำรของผู้คดั คำ้ นที่ 1 จะตอ้ งร่วมรบั ผดิ กบั ผูค้ ดั ค้ำน
ท่ี 1 ในควำมเสยี หำยที่เกิดแก่ผูเ้ รยี กรอ้ งดังตอ่ ไปน้ี

(1) ค่ำปรับตำมสัญญำพิพำท คู่สัญญำทั้งสองตกลงกันว่ำ หำกผู้คัดค้ำนท่ี 1 ไม่สำมำรถทำงำนให้
แล้วเสร็จตำมเวลำที่กำหนดไว้ในสัญญำ และผู้เรยี กร้องยังมไิ ด้บอกเลกิ สัญญำ ผคู้ ัดค้ำนท่ี 1 จะตอ้ งชำระค่ำปรับให้แก่
ผู้เรียกร้องเป็นจำนวนเงินวันละ 1,140 บำท นับถัดจำกวันท่ีกำหนดแล้วเสร็จตำมสัญญำ จนถึงวันบอกเลิกสัญญำ
ที่ผู้เรียกร้องนำสืบว่ำ ผู้เรียกร้องได้บอกเลิกสัญญำเม่ือวันท่ี 3 มีนำคม 2547 จึงคิดคำนวณเงินค่ำปรับนับแต่วันที่ 6
พฤศจิกำยน 2546 จนถึงวันบอกเลิกสัญญำ รวม 117 วัน นั้น คณะอนุญำโตตลุ ำกำรเห็นว่ำ เมื่อผู้เรียกรอ้ งทรำบว่ำ
ลว่ งเลยกำหนดเวลำส่งมอบเรือตำมสญั ญำแล้ว ผู้คดั คำ้ นไม่อำจส่งมอบงำนแล้วเสร็จตำมสญั ญำได้ ผู้เรยี กร้องจะตอ้ งใช้
ดุลพินิจดำเนนิ กำรเลิกสญั ญำโดยไม่ชักช้ำ ซงึ่ ไมค่ วรเกนิ ระยะเวลำทีจ่ ะคดิ คำนวณค่ำปรบั นับแต่วันดังกล่ำวเกินร้อยละ
10 ของมูลค่ำตำมสัญญำ โดยอำศัยนัยตำม ข้อ 138 แห่งระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรพัสดุ พ.ศ. 2535
ซึง่ กำหนดไวใ้ นกรณีทค่ี ู่สญั ญำไม่สำมำรถปฏบิ ัติตำมสญั ญำหรือข้อตกลงไดแ้ ละจะต้องมกี ำรปรบั ตำมสญั ญำหรือข้อตกลง
นั้น หำกจำนวนเงินค่ำปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่ำพัสดุหรือค่ำจ้ำง ให้ส่วนรำชกำรพิจำรณำดำเนินกำรบอกเลิก
สญั ญำหรอื ข้อตกลง… กลำ่ วคือ ผเู้ รยี กร้องควรจะเลิกสญั ญำไมเ่ กินวันที่ 13 มกรำคม 2547 เห็นสมควรใหค้ ดิ ค่ำปรับ
ผเู้ รียกรอ้ งไดถ้ งึ วนั ที่ 13 มกรำคม 2547 เท่ำน้นั คดิ เปน็ เงนิ คำ่ ปรบั จำนวน 114,000 บำท



(2) เงินค่ำเสียหำยอันเกิดจำกกำรท่ผี ู้เรียกร้องว่ำจ้ำงห้ำงหุ้นส่วนจำกดั อ. เป็นผู้ซ่อมแซมเรอื ตอ่ จำกที่
ผู้คัดค้ำนท่ี 1 ดำเนินกำรค้ำงไว้เป็นค่ำจ้ำงเหมำจำนวน 1,471,000 บำท ตำมสัญญำพิพำทกำหนดให้ผู้รับจ้ำงต้อง
รับผิดในค่ำใช้จ่ำยท่ีเพ่ิมข้ึนในกำรทำงำนน้ันต่อให้แล้วเสร็จตำมสัญญำ ปรำกฏจำกทำงนำสืบว่ำ ผู้เรียกร้องได้จ้ำงห้ำง
หุ้นส่วนจำกัด อ. เป็นเงินจำนวน 1,471,000 บำท ซึ่งมำกกว่ำเงินค่ำว่ำจ้ำงตำมสัญญำ 331,000 บำท ผู้คัดค้ำน
ท้ังสองจะตอ้ งรับผิดในค่ำนอนคำนท่ีผ้เู รียกร้องได้จำ่ ยใหแ้ ก่ห้ำงหุ้นสว่ นจำกดั อ. ทีไ่ ปรับเรอื จำกคำนเรือ ก. มำซอ่ มแซม
เป็นเงินจำนวน 390,000 บำท ผู้คัดค้ำนจึงต้องรับผิดต่อผู้เรียกร้องในเงินจำนวน 721,000 บำท (331,000 +
390,000 บำท) ด้วย

เงินค่ำเสียหำยจำนวน 721,000 บำท เมื่อหักเงินหลักประกันซ่ึงเป็นเงินสดที่ผู้เรียกร้องรับไว้
จำนวน 57,000 บำท คงเหลือเงินค่ำเสียหำยท่ีผู้คัดค้ำนท้ังสองจะต้องร่วมกับผิดต่อผู้เรียกร้องจำนวน 664,000
บำท และเม่ือรวมเงินค่ำปรับจำนวน 114,000 บำท แล้ว ผู้คัดค้ำนจะต้องชดใช้ค่ำเสียหำยให้แก่ผู้เรียกร้องจำนวน
778,000 บำท

คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำรจึงวินิจฉัยช้ขี ำดให้ผ้คู ัดค้ำนชำระเงินจำนวน 778,000.-บำท พรอ้ มดอกเบ้ีย
ในอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 778,000.-บำท นับแต่วันที่ 4 มีนำคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่ำจะชำระเสร็จ
คำขออนื่ นอกจำกนี้ใหย้ กเสยี

แหลง่ ท่ีมำ

ข้อพิพำทหมำยเลขดำที่ 60/2556

หลักกฎหมำยทีเ่ ก่ียวขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณชิ ย์
คณะอนญุ ำโตตุลำกำร : ศำสตรำจำรยพ์ เิ ศษ ดร.กมลชยั รตั นสกำววงศ์

ศำสตรำจำรย์ ดร.ศักดำ ธนติ กลุ
นำยจรวย หนคู ง
ผู้ย่อ : ณฐั นชุ อนิ ทร์ใจเออื้



3. ข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 88/2559

ประเดน็ ข้อพิพำท : 1. ผเู้ รียกร้องมสี ิทธเิ รยี กรอ้ งใหผ้ ้คู ดั คำ้ นจำ่ ยเงินคำ่ งำนงวดที่ 6 พร้อมดอกเบี้ยหรอื ไม่ เพียงใด
2. ผ้คู ดั ค้ำนมสี ทิ ธิเรยี กค่ำปรบั จำกผเู้ รียกรอ้ งตำมขอ้ เรียกร้องแย้งหรอื ไม่ เพียงใด

คพู่ ิพำทสืบพยำนหลักฐำนเสร็จสิน้ แล้ว ขอ้ เทจ็ จรงิ ที่ไม่โตแ้ ย้งกันรับฟังไดว้ ่ำ ผ้คู ัดคำ้ นทำสัญญำจ้ำง
ผเู้ รียกรอ้ งขดุ ลอกบึง ระยะเวลำทำงำน นับตั้งแตว่ นั ท่ี 7 สิงหำคม 2556 ถึงวนั ท่ี 2 กุมภำพันธ์ 2557 หำกผรู้ บั จ้ำง
ไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จในกำหนดสัญญำและผู้ว่ำจ้ำงยังมิได้บอกเลิกสัญญำ ผู้รับจ้ำงต้องชำระค่ำปรับ
ผู้เรียกร้องกับผู้คัดค้ำนทำบันทึกแนบท้ำยสัญญำจ้ำง ว่ำต้นทุนกำรขุดลอกลดลงไปกว่ำสัญญำ ผู้รับจ้ำงยินดีให้มีกำร
ปรับลดวงเงินงบประมำณตำมควำมเป็นจริงท่ีสำมำรถคิดคำนวณได้ ผู้เรียกร้องส่งงำนงวดที่ 6 คิดเป็นค่ำงำน
17,578,000 บำท ผู้คัดค้ำนมีหนังสือถึงผู้เรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงปรับลดวงเงิน ลดลงจำกสัญญำเดิมเป็นเงิน
8,742,324.04 บำท โดยอ้ำงว่ำ สำนัก ต. ขอให้ผู้คัดค้ำนทบทวนกำรคิดต้นทุนค่ำงำนในกำรขุดตำมควำมเป็นจรงิ
ผู้เรียกร้องแจง้ ผู้คดั ค้ำนไมข่ อรบั เงอื่ นไขกำรตรวจรับงำนและกำรจำ่ ยเงินคำ่ งำนงวดท่ี 6 โดยขอนำข้อพิพำทสู่กระบวนกำร
อนญุ ำโตตุลำกำรตอ่ ไป

คำวินจิ ฉยั ช้ขี ำด

คณะอนุญำโตตุลำกำรจะวินิจฉัยตำมประเด็นข้อพิพำทที่กำหนดไว้โดยเห็นสมควรให้วินิจฉัย
ในประเด็นข้อพพิ ำทที่ 2 กอ่ นเสร็จแลว้ จงึ จะวินจิ ฉยั ในประเดน็ ขอ้ พิพำทที่ 1 ต่อไป

ประเด็นข้อพิพำทที่ 2 ผู้คัดค้ำนมีสิทธิเรียกค่ำปรับจำกผู้เรียกร้องตำมข้อเรียกร้องแย้งหรือไม่ เพียงใด
ตำมคำเสนอข้อพิพำท ผู้เรียกร้องบรรยำยว่ำตำมสัญญำมีระยะเวลำทำงำน 180 วัน คือต้ังแต่วันที่ 7 สิงหำคม 2556
ถึงวันที่ 2 กุมภำพันธ์ 2557 แต่ผู้เรียกร้องส่งงำนงวดที่ 6 เมื่อวันที่ 8 กุมภำพันธ์ 2557 จึงรับฟังได้ว่ำ ผู้เรียกร้อง
ทำงำนแลว้ เสร็จล่ำชำ้ กวำ่ กำหนดเวลำตำมสัญญำ 6 วัน ผคู้ ัดค้ำนจงึ มสี ทิ ธิปรบั

ประเด็นข้อพพิ ำทท่ี 1 ผู้เรียกร้องมสี ิทธเิ รียกร้องให้ผู้คัดค้ำนจ่ำยเงินคำ่ งำนงวดท่ี 6 พร้อมดอกเบย้ี
หรอื ไม่ เพยี งใด มีปัญหำวินิจฉัยประกำรแรกวำ่ ผู้เรยี กร้องทำงำนครบถ้วนถกู ต้องตำมรปู แบบและรำยกำรในสญั ญำจ้ำง
หรือไม่ ตำมสัญญำจ้ำงและตำมบันทึกแนบท้ำยสัญญำจ้ำง กำหนดให้ขุดดินด้วยรถขุดและเรือขุดเท่ำน้ัน ตำมรำยงำน
ของนำย ว. ผคู้ วบคุมงำนตำมสัญญำจ้ำงวำ่ ผเู้ รียกร้องปฏบิ ัติงำนโดยใช้ทงั้ รถขุดและเรอื ขดุ จรงิ ทงั้ คณะกรรมกำรตรวจ
กำรจ้ำง มีมติว่ำ ผู้เรียกร้องขุดดินได้ปริมำตรรวมท้ังส้ินไดม้ ำกกว่ำสัญญำ สัญญำผู้คัดค้ำนไม่สำมำรถปรับลดค่ำจำ้ งลง
ตำมควำมเห็นของสำนัก ต. จึงรับฟังได้ว่ำ ผู้เรียกร้องทำงำนครบถ้วนถูกต้องตำมรูปแบบและรำยกำรในสัญญำจ้ำง
ดังน้ัน ผู้คัดค้ำนหำมีสิทธิปรับลดค่ำงำนลงตำมควำมเห็นของสำนัก ต. ไม่ และเห็นว่ำผู้เรียกร้องมีสิทธิเรียกร้อง
ให้ผู้คัดค้ำนจ่ำยเงินค่ำงำนงวดที่ 6 เป็นเงิน 17,578,000 บำทตำมสัญญำ แต่คณะอนุญำโตตุลำกำรวินิจฉัยไว้ใน
ประเดน็ ข้อพพิ ำทท่ี 2 แล้ววำ่ ผ้คู ดั คำ้ นมสี ทิ ธิปรับเม่ือหกั ออกแลว้ คงเหลือค่ำงำนงวดท่ี 6 ท่ีผูเ้ รียกร้องมีสทิ ธิทจ่ี ะได้รับ
มีปัญหำวินิจฉัยต่อไปว่ำ ผู้เรียกร้องมีสิทธิเรียกดอกเบ้ียเพียงใด เห็นว่ำ ผู้คัดค้ำนจะจ่ำยค่ำงำนงวดที่ 6 ให้ผู้เรียกร้อง
แต่ผู้เรียกร้องไม่ยอมรับเงินจำนวนดังกล่ำว ดังน้ัน ผู้เรียกร้องจะคิดดอกเบี้ยจำกเงินค่ำงำนงวดที่ 6 ท้ังจำนวนเป็นเงิน
17,578,000 บำท ไม่ได้ ผู้เรียกร้องคงมีสิทธิคิดดอกเบ้ียจำกต้นเงิน 8,742,324.04 บำท เท่ำน้ัน และเห็นว่ำ
วันที่ผู้เรียกร้องส่งงำนงวดท่ี 6 ยังมิใช่วันที่ผู้คัดค้ำนผิดนัด ผู้เรียกร้องจึงไม่อำจคิดดอกเบี้ยต้ังแต่วันดังกล่ำว
จึงเห็นสมควรกำหนดให้ผู้เรียกร้องคิดดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปี นับต้ังแต่วันถัดจำกวันเสนอข้อพิพำทจนกว่ำ
จะชำระเสร็จแก่ผู้เรียกรอ้ ง

อำศัยเหตุผลดังวินิจฉัยมำแล้ว จึงชี้ขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงิน 17,050,660 บำทพร้อมดอกเบี้ย
อตั รำร้อยละ 7.5 ตอ่ ปี คดิ จำกต้นเงิน 8,742,324.04 บำท นบั ตงั้ แต่วนั ถัดจำกวันเสนอข้อพพิ ำท จนกว่ำจะชำระเสร็จ
แก่ผ้เู รยี กรอ้ ง คำขออนื่ ของคู่พิพำทใหย้ ก

แหล่งทมี่ ำ ๖

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 77/2557
หลกั กฎหมำยทเ่ี ก่ียวข้อง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณชิ ย์ มำตรำ 224, 381, 386
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : นำยพิศำล พิรยิ ะสถิต

นำยนวิ ตั ิ แกว้ ล้วน
นำยธรี วุฒิ หงส์ลำวณั ย์
ผูย้ อ่ : วฒุ ิพงษ์ เกือ้ ฉิม



4. ข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 102/2559

ประเด็นขอ้ พพิ ำท : ๑. ผู้เรยี กร้องหรือผคู้ ดั ค้ำนฝ่ำยใดเปน็ ฝ่ำยผดิ สัญญำ
๒. ผเู้ รยี กร้องมีสิทธิเรยี กคำ่ เสียหำยจำกผู้คดั คำ้ นหรือไม่ เพยี งใด
๓. ผ้คู ดั คำ้ นมีสทิ ธิเรียกค่ำเสียหำยจำกผ้เู รียกร้องหรอื ไม่ เพยี งใด

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ำ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวำคม ๒๕๕๗ ผู้เรียกร้องทำสัญญำจ้ำงผู้คัดค้ำนทำกำร
ก่อสร้ำงและตกแต่งภำยในร้ำน อ. ค่ำจ้ำงเป็นเงิน ๓,๕๑๔,๔๕๔.๖๕ บำท แบ่งชำระเป็น ๔ งวด ผู้เรียกร้องว่ำจ้ำงให้
บริษัท ซ. เป็นผูอ้ อกแบบกำรตกแต่งภำยในและผู้บริหำรโครงกำร หรือตัวแทนของผู้เรยี กร้อง รำยละเอียดตำมสัญญำ
จ้ำง ต่อมำวันท่ี ๒๕ ธันวำคม ๒๕๕๗ ผู้เรียกร้องชำระเงินค่ำจ้ำงงวดแรกจำนวน ๑,๔๓๓,๘๙๗.๕๐ บำท วันที่ ๑๓
กมุ ภำพันธ์ ๒๕๕๘ ผู้เรยี กรอ้ งมหี นังสอื บอกเลิกสญั ญำกับผูค้ ดั ค้ำน

คำวนิ ิจฉัย

ประเดน็ ขอ้ พิพำทที่ ๑ ท่วี ่ำผเู้ รียกร้องหรือผคู้ ดั คำ้ นฝ่ำยใดเปน็ ฝ่ำยผิดสัญญำ ผเู้ รยี กร้องนำสืบโดยมี
อ. กรรมกำรของผู้เรียกร้อง ณ. กรรมกำรบริษัท ซ. เป็นผู้ออกแบบและควบคุมดูแลตกแต่งภำยในร้ำนอำหำรของ
ผู้เรียกร้อง และ ช. ซึ่ง ณ. มอบหมำยให้เป็นวิศวกรควบคุมดูแลกำรทำงำนของผู้คัดค้ำน ให้เป็นไปตำมสัญญำจ้ำง
ที่พิพำท เป็นพยำนให้กำรประกอบกันว่ำ ตลอดระยะเวลำกำรทำงำนของผู้คัดค้ำน ผู้คัดค้ำนไม่เคยส่งวิศวกรเข้ำมำ
ควบคุมดูแลกำรทำงำนท่ีหน่วยงำน ผู้ที่เข้ำมำทำงำนไม่สำมำรถอ่ำนแบบหรือผังกำรทำงำนได้ ผู้คัดค้ำนจึงทำงำน
ไม่ตรงตำมแบบ และใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มำตรฐำนท่ีกำหนดในสัญญำ ข้อที่คู่พิพำทนำสืบโต้แย้งกันน้ัน ได้ควำม
ตำมสัญญำที่ผู้เรียกร้องทำกับผู้คัดค้ำนเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวำคม ๒๕๕๗ โดยในสัญญำดังกล่ำวมีข้อควำมว่ำผู้เรียกร้อง
คือลูกค้ำ ส่วนผู้คัดค้ำนคือผู้รับเหมำ ตกลงที่จะก่อสร้ำงและจบงำนโดยเป็นไปตำมแบบท่ีเขียนสเปค และเอกสำร
ท่ีเก่ียวข้องสำหรับพิจำรณำข้อตกลงตำมท่ีแสดงไว้ตำมลำดับ สำหรับเง่ือนไขของสัญญำมีสำระสำคัญ กล่ำวคือ ฝีมือ
และคุณภำพของแรงงำนจะต้องได้ตำมมำตรฐำนอตุ สำหกรรมไทยทีจ่ ัดตัง้ ขึ้นโดยมำตรฐำนกำรค้ำไทย ไม่มีกำรใช้วสั ดุ
อ่ืนนอกเหนือจำกท่ีกำหนดในสเปค ผู้รับเหมำจะต้องปฏิบัติตำมคำแนะนำของผู้บริหำรโครงกำรหรือตัวแทนลูกค้ำ
ตลอดระยะสัญญำ ผู้รับเหมำจะต้องส่งแผนกำรทำงำนที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนกำรจัดกำรงำน และจะต้องเตรียม
ทำแบบสำหรับก่อสร้ำงจริงในเวลำที่เหมำะสม จำกข้อกำหนดแห่งสญั ญำจ้ำงดงั กล่ำวท่ีผู้เรียกรอ้ งกล่ำวอำ้ งและนำสืบ
ว่ำ ผู้คัดค้ำนใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มำตรฐำนท่ีกำหนดไว้ในสัญญำ กล่ำวคือ ชนิดของสำยไฟ ท่อร้อยสำยไฟ ท่อน้ำดี
ท่อน้ำทิ้ง ซ่ึงล้วนผิดสเปค ตำมท่ี BOQ กำหนดไว้ โดยผู้คัดค้ำนไม่นำสืบปฏิเสธ แต่ต่อสู้ว่ำผู้คัดค้ำนใช้วัสดุอุปกรณ์
ตำมที่ตัวแทนของผู้เรยี กรอ้ งอนุมัติ ซึ่งกก็ ลำ่ วอ้ำงมำลอย ๆ ฟังไม่ได้ว่ำตัวแทนของผ้เู รยี กร้องอนุมัตใิ ห้ผู้คัดค้ำนใช้วัสดุ
อุปกรณ์ดังกล่ำวแต่อย่ำงใด และได้ควำมจำก ช. ซ่ึงควบคุมดูแลกำรทำงำนของผู้คัดค้ำนทุกวันว่ำ ตั้งแต่วันท่ี ๑๓
มกรำคม ถึงวนั ที่ ๑๓ กมุ ภำพนั ธ์ ๒๕๕๘ ผคู้ ัดคำ้ นไม่เคยสง่ วิศวกรมำควบคุมงำน ผูเ้ ข้ำมำทำงำนไมส่ ำมำรถอ่ำนแบบ
หรือผังกำรทำงำนได้ โดยที่ ง. พยำนของผู้คัดค้ำน ซ่ึงมีปำกเดียวและเป็นกรรมกำรของผู้คัดค้ำนด้วย ให้กำรแต่เพียง
ว่ำผู้คัดค้ำนใช้แรงงำนท่ีเหมำะสมเข้ำทำงำนทุบสภำพพื้นที่เก่ำท้ิง และผู้แทนของผู้เรียกร้องได้เข้ำตรวจสอบกำร
ทำงำนของผู้คัดค้ำนทุกวัน ไม่เคยแจ้งให้ผู้คดั คำ้ นเปลี่ยนแรงงำนและคัดค้ำนคุณสมบัตขิ องแรงงำนดังกล่ำว จึงน่ำเช่ือ
ตำมท่ี ช. วิศวกรผู้ควบคุมว่ำผู้คัดค้ำนทำงำนไม่ตรงตำมแบบในสัญญำ ตำมงำนท่ีผู้คัดค้ำนทำปรำกฏตำมผังและรูป
ถ่ำย พยำนหลักฐำนของผู้เรียกร้องมีน้ำหนักดีกว่ำพยำนหลักฐำนของผู้คัดค้ำน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ำผู้คัดค้ำนเป็นฝ่ำย
ผิดสญั ญำ

ประเด็นข้อพิพำทท่ี ๒ ท่ีว่ำผู้เรียกร้องมีสิทธิเรียกค่ำเสียหำยจำกผู้คัดค้ำนหรือไม่เพียงใ ด
เมือ่ ไดว้ ินจิ ฉัยมำแลว้ ว่ำผู้คัดค้ำนเป็นฝ่ำยผิดสัญญำ เง่ือนไขของสญั ญำ ขอ้ ๑๔ กำหนดไว้ว่ำ หำกผรู้ บั เหมำไม่สำมำรถ
ปฏิบัติตำมข้อตกลงในสัญญำ ลูกค้ำมีสิทธิที่จะสิ้นสุดสัญญำกำรว่ำจ้ำงตำมดุลพินิจได้ทันที โดยกำรส่งจดหมำยแจ้ง
ให้กับผู้รับเหมำ ฯลฯ และได้ควำมว่ำเม่ือวันที่ ๑๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๘ ผู้เรียกร้องได้มีหนังสือถึงผู้คัดค้ำน แจ้งกำร
สิ้นสุดสัญญำกำรว่ำจ้ำงตำมข้อตกลงสำหรับร้ำน อ. ถือได้ว่ำผู้เรียกร้องได้ใช้สิทธิเลิกสัญญำโดยชอบ ซึ่งตำมประมวล
กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ ๓๙๑ บัญญัตวิ ำ่ “เมื่อค่สู ญั ญำฝำ่ ยหน่ึงไดใ้ ช้สทิ ธเิ ลกิ สัญญำแลว้ ค่สู ัญญำแตล่ ะฝ่ำย



จำต้องให้อีกฝ่ำยหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐำนะดังที่เป็นอยู่เดิม ฯลฯ ส่วนท่ีเป็นกำรงำนอันได้กระทำให้และเป็นกำรยอมให้ใช้
ทรัพย์น้ัน กำรทีจ่ ะชดใช้คนื ทำ่ นใหท้ ำด้วยกำรใช้เงนิ ตำมควรคำ่ แห่งกำรนน้ั ๆ ฯลฯ”

จำกบทบัญญัติของกฎหมำยดังกล่ำว ผู้เรียกร้องจึงมีสิทธิเรียกค่ำเสียหำยจำกผู้คัดค้ำน ข้อน้ีคือ
ผู้คัดค้ำนต้องคืนเงินค่ำจ้ำงงวดแรกให้แก่ผู้เรียกร้อง แต่ผู้เรียกร้องต้องชดใช้ค่ำก่อสร้ำงตำมผลงำนท่ีผู้คัดค้ำนได้สร้ำง
ลงไปแล้ว เพื่อกลับคืนสู่ฐำนะเดิม สำหรับท่ีผู้เรียกร้องขอให้ผู้คัดค้ำนคืนเงินค่ำจ้ำงที่ผู้เรียกร้องได้ชำระไป จำนวน
๑,๔๓๓,๙๕๔.๔๕ บำทนั้น ผู้เรียกร้องนำสืบโดยมี ช. เป็นพยำนให้กำรว่ำ ผลงำนของผู้คัดค้ำนทำงำนรื้อถอนตำม
สัญญำได้ ๘๕% คิดเป็นเงินจำนวน ๑๔๗,๐๐๐ บำท งำนร้ือถอนเพ่ิมเติมคิดเป็นเงิน จำนวน ๑๑,๐๐๐ บำท
งำนกอ่ ผนังเนื้อท่ี ๕๐ ตำรำงเมตร คดิ เปน็ เงนิ จำนวน ๓๓,๐๐๐ บำท งำนเดนิ สำยไฟคิดเป็นเงิน จำนวน ๒๐,๐๐๐ บำท
รวมเป็นเงินท้ังส้ิน ๒๐๘,๙๐๐ บำท ส่วนผู้คัดค้ำนนำสืบโดยมี ง. เป็นพยำนให้กำรว่ำ ผู้คัดค้ำนนำเงินจำนวน
๑,๔๓๓,๘๙๗.๕๐ บำท ไปจัดหำวสั ดุ จ้ำงแรงงำน ซ้ืออปุ กรณ์ และใช้เปน็ คำ่ ใช้จ่ำยเบ็ดเตลด็ อ่ืน ๆ อกี เพอ่ื ดำเนินกำร
ก่อสร้ำงตำมสัญญำและตำมแบบของผู้เรียกร้อง จนจ่ำยเงินทั้งหมดไปแล้ว แล้วมีข้อควำมเพียงว่ำเป็นรำยละเอียด
เก่ียวกับงำนท่ีผู้คัดค้ำนได้ทำข้ึนท่ีร้ำนอำหำร อ. ณ วันท่ี ๑๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันจบสัญญำ รวมเป็นเงิน
๒๐๘,๙๐๐ บำท โดยไมม่ ีหลักฐำนอนื่ ประกอบ แตต่ ำมตำรำงแสดงรำยละเอยี ดคำ่ ใชจ้ ่ำยในโครงกำร มกี ำรจ่ำยจำนวน
๑๑ รำยกำร รวมเป็น ๒๖๑,๘๗๕ บำท สำหรับรำยจ่ำยค่ำแรงงำนนนั้ ไดค้ วำมตรงกนั ว่ำผู้เรียกร้องบอกเลิกสัญญำจ้ำง
ท่ีพิพำทวันท่ี ๑๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๘ ดังนั้นจึงกำหนดค่ำใช้จ่ำยของผู้คัดค้ำน เป็นค่ำแรงงำนเดือนมกรำคม จำนวน
๒๒๙,๖๕๑ บำท สว่ นค่ำแรงงำนเดือนกมุ ภำพันธ์ เห็นควรกำหนดใหค้ รึ่งหนึ่งของจำนวนเงิน ๒๖๑,๘๗๕ บำท คือเป็น
จำนวนเงิน ๑๓๐,๙๓๗.๕๐ บำท รวมเป็นกำรจ่ำยค่ำแรงงำน ๒ เดือน จำนวนเงิน ๓๖๐,๕๘๘.๕๐ บำท
ส่วนรำยกำรอันดับท่ีห้ำเป็นค่ำรับเหมำช่วง ผู้คัดค้ำนขอมำ ๒ รำยกำรเป็นจำนวนเงิน ๓๘๓,๕๓๘.๔๓ บำท
แต่ไมป่ รำกฏใบพยำนหลักฐำนทผ่ี คู้ ดั ค้ำนนำสืบมำ ว่ำไดจ้ ่ำยคำ่ ใช้จ่ำยให้แก่ผ้รู บั เหมำช่วงรำยใด เป็นจำนวนเงนิ เท่ำใด
แตน่ ่ำเชอื่ วำ่ ตำมปกติท่ัวไปผู้รบั เหมำแต่ละรำยจะมีกำรจ้ำงเหมำช่วงงำนบำงอย่ำงซึ่งเป็นงำนที่ต้องใช้ผูม้ ีควำมชำนำญ
เฉพำะด้ำน เห็นควรกำหนดค่ำใช้จ่ำยส่วนน้ีให้เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บำท รวมค่ำใช้จ่ำยโครงกำรท่ีพิพำทซ่ึงกำหนดให้
ผคู้ ดั ค้ำนไดจ้ ำ่ ยไปเป็นจำนวนเงิน ๙๑๒,๙๗๕.๙๐ ดังนนั้ ผคู้ ดั ค้ำนตอ้ งคืนเงินท่ผี เู้ รยี กร้องชำระงวดแรกให้ผ้คู ดั ค้ำนไป
เป็นจำนวน ๕๒๐,๙๒๑.๖๐ บำท ส่วนที่ผู้เรียกร้องขอให้ผู้คัดค้ำนชำระค่ำเสียหำยท่ีผู้เรียกร้องชำระเพิ่มให้แก่
ผรู้ บั เหมำรำยใหม่ จำนวน ๑,๑๐๙,๐๕๖.๙๕ บำทนั้น ผเู้ รยี กรอ้ งนำสบื โดยมี ป. กรรมกำรของบริษัท พ. ซ่งึ ผ้เู รยี กร้อง
ว่ำจ้ำงให้ทำงำนเก่ียวกับระบบไฟฟ้ำ งำนก่อสร้ำงและงำนตกแต่งภำยใน เป็นพยำนให้กำรว่ำได้ทำใบเสนอรำคำใน
หมวดระบบไฟฟ้ำ เป็นเงิน ๑,๔๔๖,๙๘๑.๘๐ บำท หมวดก่อสร้ำงและงำนตกแต่งภำยใน เป็นเงิน ๖๙๑,๑๔๑ บำท
และหมวดงำนระบบสุขำภิบำลและดับเพลิงเป็นเงิน ๒๗๙,๐๐๐ บำท รวมเป็นเงิน ๒,๔๑๗,๑๒๓.๘๐ บำท ต่อมำ
ผู้เรียกร้องได้ตกลงว่ำจ้ำงให้ทำงำน ตำมใบเสนอรำคำดังกล่ำว และผู้เรียกร้องนำสืบต่อไปอีกโดยมี น. กรรมกำร
ของบริษัท ป. ซึ่งผู้เรียกร้องว่ำจ้ำงให้ทำงำนเก่ียวกับเฟอร์นิเจอร์ภำยในร้ำนอำหำรที่พพิ ำทเป็นพยำนให้กำรว่ำ ได้ทำ
สัญญำรับจ้ำงทำเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ของ อ. โดยกำหนดค่ำจ้ำงเป็นเงิน ๒,๒๐๖,๓๘๘.๘๐ บำท ส่วนผู้คัดค้ำนนำสืบ
โดยมี ง. เป็นพยำนให้กำรวำ่ ผู้เรยี กรอ้ งต้องนำหลักฐำนกำรชำระเงินและวธิ ีกำรคิดคำนวณค่ำจำ้ งดังกลำ่ วว่ำเหมำะสม
ถูกต้องตำมกฎหมำยแล้วหรือไม่ รวมถึงขอบเขตกำรทำงำนและปริมำณงำนที่ผู้รับจ้ำงรำยใหม่จะต้องทำว่ำเท่ำกัน
หรือใกล้เคียงกับขอบเขตกำรทำงำนและปริมำณงำนเดิมที่ผู้เรียกร้องว่ำจ้ำงกับผู้คัดค้ำนหรือไม่ข้อท่ี คู่พิพำท
นำสืบโต้แย้งกันนั้นได้ควำมจำกคำให้กำรของ ป. และ น. ตอบคำถำมค้ำนของผู้รับมอบอำนำจของผู้คัดค้ำนว่ำ
เม่ือได้รับเงินค่ำจ้ำงจำกผู้เรียกร้องแล้ว ได้ออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้เรียกร้องด้วย แต่ไม่ปรำกฏว่ำผู้เรียกร้อง
ได้นำใบเสรจ็ รับเงินดังกลำ่ วมำแสดงเป็นพยำนหลักฐำนแต่อยำ่ งใด และ ป. ใหก้ ำรดว้ ยว่ำ ในกำรทำงำนใหแ้ กผ่ เู้ รียกรอ้ งนั้น
มีกำรทำงำนเพิ่มเติม เช่นงำนปูกระเบ้ืองเพิ่ม ปูกระเบื้องผนัง พิจำรณำแล้วเห็นสมควรลดค่ำจำ้ งทผี่ ู้เรียกรอ้ งจ้ำงผู้รับ
จ้ำงรำยใหม่ลง เหลือร้อยละ ๘๐ จำกจำนวนเงนิ ทผ่ี เู้ รียกร้องนำสืบมำ กล่ำวคอื กำหนดค่ำจ้ำงให้ผู้เรยี กรอ้ ง จำ่ ยให้ ป.
เป็นเงิน ๑,๙๓๓,๖๙๙.๐๔ บำท จำ่ ยให้ น. เปน็ เงิน ๑,๗๖๕,๑๑๑.๐๔ บำท รวมเป็นเงนิ ทผี่ เู้ รยี กร้องจำ่ ยให้แก่ผรู้ บั จำ้ ง
รำยใหม่ เป็นเงิน ๓,๖๙๘,๘๑๐.๐๘ บำท ดังน้ันผู้เรียกร้องจึงมีสิทธิเรียกค่ำจ้ำงที่จ่ำยเพ่ิมให้แก่ผู้รับจ้ำงรำยใหม่จำก
ผคู้ ดั คำ้ น เป็นเงิน ๑๘๔,๓๕๕.๔๓ บำท

ตำมทไ่ี ด้วินจิ ฉยั มำแล้ว ผู้เรียกรอ้ งมีสทิ ธิเรียกคำ่ เสยี หำยจำกผูค้ ัดคำ้ น เปน็ เงิน ๗๐๕,๒๗๗.๐๓ บำท



ประเด็นข้อพิพำทที่ ๓ ที่ว่ำผู้คัดค้ำนมีสิทธิเรียกค่ำเสียหำยจำกผู้เรียกร้องหรือไม่ เพียงใด เมื่อได้
วินิจฉัยแล้วว่ำผู้คัดค้ำนเป็นฝ่ำยผิดสัญญำ และผู้เรียกร้องบอกเลิกสัญญำโดยชอบแล้ว ผู้คัดค้ำนจึงไม่มีสิทธิเรียก
คำ่ เสยี หำยใดๆ จำกผเู้ รียกร้อง

วินิจฉัยช้ีขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระค่ำเสียหำยให้ผู้เรียกร้อง เป็นเงิน ๗๐๕,๒๗๗.๐๓ บำท พร้อม
ดอกเบยี้ ร้อยละ ๗.๕ ตอ่ ปี นับแต่วันที่ ๑๐ กนั ยำยน ๒๕๕๘ เปน็ ต้นไปจนกว่ำจะชำระเสรจ็ ใหย้ กข้อเรียกรอ้ งแยง้

แหล่งทม่ี ำ

ขอ้ พิพำทหมำยเลขดำที่ 68/2558
หลกั กฎหมำยท่ีเกีย่ วขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 215, 386 และ 391
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำร : นำยประยรู มูลศำสตร์
ผู้ย่อ : วรนิ ทร ชยวฑั โฒ

๑๐

5. ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 16/2560

ประเด็นข้อพิพำท : จำนวนเงินค่ำปรับที่ผู้คัดค้ำนเห็นว่ำผู้เรียกร้องเรยี กมำน้ันสูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับระเบยี บ
กระทรวงมหำดไทยวำ่ ดว้ ยกำรพัสดขุ องหน่วยงำนบริหำรรำชกำรสว่ นทอ้ งถน่ิ พ.ศ. 2535

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่ำ ผู้เรียกร้องได้ตกลงทำสัญญำจ้ำงผู้คัดค้ำนก่อสร้ำงลำนกีฬำ พร้อมจัดหำ
เคร่ืองออกกำลังกำย และสิ่งก่อสร้ำงประกอบ ว่ำจ้ำงเป็นเงินจำนวน 1,991,000 บำท ผู้คัดค้ำนได้นำหลักประกัน
เป็นหนังสือค้ำประกันสัญญำ เป็นเงินจำนวน 99,600 บำท มำมอบให้แก่ผู้เรียกร้องเพื่อเป็นหลักประกันกำรปฏิบัติ
ตำมสัญญำ ผู้คัดค้ำนต้องเริ่มทำงำนท่รี ับจำ้ งภำยในวันที่ 13 ตุลำคม 2555 และจะต้องทำงำนให้แล้วเสรจ็ สมบรู ณ์
ภำยในวันท่ี 10 มกรำคม 2556 หำกผู้คัดค้ำนไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จตำมเวลำที่กำหนดไว้ในสัญญำและ
ผู้เรียกร้องยงั มไิ ดบ้ อกเลิกสญั ญำ ผูค้ ดั ค้ำนจะตอ้ งชำระค่ำปรับใหแ้ ก่ผเู้ รียกร้องเป็นเงนิ วันละ 4,980 บำท นับถดั จำก
วันท่ีกำหนดแล้วเสรจ็ ตำมสัญญำ หรือวันท่ีผู้เรียกร้องได้ขยำยให้จนถึงวันที่ทำงำนแล้วเสร็จจริง หลังจำกทำสัญญำจ้ำง
แล้วปรำกฏว่ำ ผู้คัดค้ำนมิได้เข้ำดำเนินงำนตำมสัญญำจ้ำงแต่อย่ำงใด ผู้เรียกร้องจึงมีหนังสือให้ผู้คัดค้ำน เร่งเข้ำทำงำน
ตำมสัญญำหลำยคร้ัง แต่ผู้คัดค้ำนเพิกเฉย ต่อมำเมื่อวันที่ 17 มกรำคม 2556 ผู้คัดค้ำนได้มีหนังสือมำยังผู้เรียกร้อง
ขออนญุ ำตใชร้ ถแบค็ โฮวแทนป้ันจ่ันตอกเสำเข็ม ผู้เรียกร้องจงึ ได้อนุมัตใิ ห้ผู้คดั ค้ำนดำเนินกำรดงั กล่ำว ผู้คัดค้ำนเร่มิ เขำ้
ทำงำนวันที่ 26 มีนำคม 2556 แต่ปรำกฏว่ำผู้คัดค้ำนมีผลงำนก่อสร้ำงสะสมได้เพียงเล็กน้อยซึ่งล่วงเลยตำม
ระยะเวลำตำมสัญญำจ้ำงมำเป็นเวลำนำนมำกแล้ว อันเป็นเหตุควรเชื่อได้ว่ำผู้คัดค้ำนไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จภำยใน
ระยะเวลำได้ ผู้เรียกร้องจึงได้มีหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญำจ้ำง ผู้คัดค้ำนแถลงสละประเด็นข้อต่อสู้และข้อเรียกร้องแย้ง
ในข้อพิพำทนี้ ย่อมถือได้ว่ำผู้คัดค้ำนยอมรับว่ำตนปฏิบัติผิดสัญญำ จะต้องรับผิดต่อผู้เรียกร้องในจำนวนเงินค่ำปรับ
ตำมสัญญำ แต่ผู้คัดค้ำนโต้แย้งว่ำจำนวนเงินค่ำปรับที่ผู้เรียกร้องเรียกมำตำมคำเสนอข้อพิพำทน้ันมีจำนวนสูงเกินไป
ไม่สอดคล้องกบั ระเบยี บกระทรวงมหำดไทยว่ำดว้ ยกำรพสั ดุของหนว่ ยงำนบรหิ ำรรำชกำรสว่ นท้องถิ่น พ.ศ. 2535

คำวนิ ิจฉัยชีข้ ำด

กำรท่ีผู้คัดค้ำนเริ่มเข้ำทำงำนในวันท่ี 26 มีนำคม 2556 ซึ่งเป็นระยะเวลำหลังจำกสัญญำพิพำท
ครบกำหนดแล้ว ย่อมเป็นกำรแสดงเจตนำของผู้คัดคำ้ นที่ยอมเสียคำ่ ปรับไปจนกว่ำงำนก่อสรำ้ งลำนกีฬำจะแลว้ เสรจ็
กำรใช้สิทธิเรียกร้องค่ำปรับของผู้เรียกร้องเป็นกำรใช้สิทธิเรียกร้องตำมสัญญำข้อ 15 โดยสุจริต อนุญำโตตุลำกำร
พจิ ำรณำแลว้ เห็นว่ำทุนทรัพย์ในคำ่ ว่ำจำ้ งโครงกำรกอ่ สร้ำงลำนกฬี ำ หำกคิดคำนวณเงินค่ำปรบั ตำมท่ผี ู้เรยี กรอ้ งใชส้ ิทธเิ รยี กร้อง
นบั ว่ำเป็นเงนิ คำ่ ปรับเกือบ 1 ใน 3 ของเงินค่ำว่ำจำ้ ง ซง่ึ พจิ ำรณำแล้วเห็นวำ่ เกินสมควรแก่เหตุ กำรทผี่ ู้คัดค้ำนเข้ำมำ
เริ่มทำงำนหลังจำกกำหนดสง่ มอบงำนตำมสัญญำให้ล่วงพ้นไปแล้ว ก็ไมอ่ ำจถือได้วำ่ ผูค้ ดั คำ้ นยนิ ยอมทีจ่ ะชำระคำ่ ปรบั
ไปโดยไม่มีขอบเขตอันจำกัด ประกอบกับระเบียบกระทรวงมหำดไทยว่ำด้วยกำรพัสดุของหน่วยงำน บริหำรรำชกำร
ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 ข้อ 131 กำหนดว่ำ “ในกรณีท่ีคู่สัญญำไม่สำมำรถปฏิบัติตำมสัญญำหรือข้อตกลงได้
จะต้องมีกำรปรับตำมสัญญำน้ันหรือข้อตกลงนั้น หำกจำนวนเงินค่ำปรับจะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินพัสดุหรือค่ำ
ว่ำจ้ำง ให้หน่วยงำนบริหำรรำชกำรส่วนท้องถิ่นพิจำรณำดำเนินกำรบอกเลิกสัญญำ...” ย่อมเป็นกำรกำหนดประมำณ
กำรค่ำปรับที่จะต้องไม่เป็นภำระแก่คู่สัญญำของรำชกำรส่วนท้องถ่ินมำกจนเกินไป อนุญำโตตุลำกำรจึงเห็นสมควร
กำหนดค่ำปรับเป็นจำนวนร้อยละสิบของค่ำว่ำจ้ำงตำมสัญญำ เมื่อหักหลักประกัน คงเหลือจำนวนเงินค่ำปรับท่ี
ผู้คัดค้ำนจะต้องชำระให้แก่ผู้เรียกร้องจำนวน 99,500 บำท และตำมหนังสือของผู้เรียกร้อง แจ้งให้ผู้คัดค้ำนชำระ
ค่ำปรับโครงกำรลำนกีฬำภำยใน 15 วันนับแต่วันท่ีได้รับหนังสือดังกล่ำว โดยมิได้เรียกดอกเบี้ยอันเกิดจำกต้นเงิน
ค่ำปรับด้วย ผู้คัดค้ำนได้รับหนังสือดังกล่ำวเมื่อวันที่ 29 มกรำคม 2557 ปรำกฏตำมใบตอบรับทำงไปรษณีย์
ครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 13 กุมภำพันธ์ 2557 ผู้คัดค้ำนจึงตกเป็นผู้ผิดนัดต้ังแต่วันท่ี 14 กุมภำพันธ์ 2557
เปน็ ต้นไปอนุญำโตตลุ ำกำรจึงกำหนดให้ผคู้ ดั ค้ำนจะต้องชำระดอกเบยี้ ในอัตรำร้อยละ 7.5 ตอ่ ปีของต้นเงิน 99,500 บำท
นับแต่วันที่ 14 กุมภำพันธ์ 2557 เป็นต้นไปจนกว่ำจะชำระเสร็จ

อนุญำโตตุลำกำรจึงวินิจฉัยช้ีขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงินจำนวน 99,500 บำท ให้แก่ผู้เรียกร้อง
พรอ้ มดอกเบีย้ ในอัตรำร้อยละ 7.5 ตอ่ ปนี บั แตว่ ันท่ี 14 กุมภำพนั ธ์ 2557 เป็นต้นไปจนกว่ำจะชำระเสร็จ

๑๑

แหลง่ ทม่ี ำ

ขอ้ พิพำทหมำยเลขดำท่ี 53/2558

หลกั กฎหมำยท่ีเกยี่ วขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 381 และระเบียบ

กระทรวงมหำดไทยวำ่ ด้วยกำรพัสดุของหน่วยงำนบริหำรรำชกำรสว่ นท้องถ่ิน พ.ศ. 2535 ขอ้ 131

อนุญำโตตุลำกำร : ศำสตรำจำรยพ์ เิ ศษ ดร.กมลชยั รตั นสกำววงศ์

ผยู้ อ่ : วุฒพิ งษ์ เกอ้ื ฉิม

๑๒

6. ขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 97/2560

ประเดน็ ข้อพพิ ำท : 1. ผูค้ ดั คำ้ นปฏบิ ัติผิดสญั ญำวำ่ จำ้ งหรอื ไม่
2. ผคู้ ัดค้ำนจะตอ้ งชำระค่ำปรับและค่ำเสียหำยตำ่ ง ๆ แกผ่ ้เู รียกร้องเพียงใด

คณะอนุญำโตตุลำกำรรับฟังข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่ำ ผู้เรียกร้องได้ดำเนินกำรจ้ำงเหมำผู้คัดค้ำน
ให้ก่อสร้ำงสะพำน ผู้คัดค้ำนต้องเร่ิมทำงำนที่รับจ้ำงภำยในวันท่ี 28 ตุลำคม 2549 และจะต้องทำงำนให้แล้วเสร็จ
บริบูรณ์ภำยในวันท่ี 25 เมษำยน 2550 หำกผู้คัดค้ำนไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จตำมเวลำที่กำหนดไว้ในสัญญำ
และผู้เรียกร้องยังมไิ ด้บอกเลิกสัญญำ ผู้คัดค้ำนจะต้องชำระค่ำปรับให้แก่ผู้เรียกร้อง และจะต้องชำระค่ำใช้จำ่ ยในกำร
ควบคุมงำนในเม่ือผู้เรียกร้องต้องจ้ำงผู้ควบคุมงำนอีกต่อหนึ่งนับถัดจำกวันที่กำหนดแล้วเสร็จตำมสัญญำหรือวันที่
ผู้เรยี กร้องไดข้ ยำยให้จนถึงวนั ทท่ี ำงำนแล้วเสร็จจรงิ ผู้คดั คำ้ นไดข้ อขยำยระยะเวลำกอ่ สร้ำงหลำยครั้งเนือ่ งจำกประสบ
ปัญหำอุทกภัยในบริเวณพื้นท่ีข้ำงเคียง ไม่สำมำรถนำวัสดุเข้ำพื้นที่ได้ ผู้เรียกร้องได้พิจำรณำแล้วได้ขยำยระยะเวลำ
ก่อสร้ำงตำมสัญญำให้โดยสรุปรวมแล้วระยะเวลำก่อสร้ำงที่ผู้คัดค้ำนจะต้องทำงำน ให้แล้วเสร็จตำมสัญญำในวันที่
25 เมษำยน 2550 นั้น ผู้เรียกร้องได้ขยำยให้ไปจนถึงวันท่ี 11 สิงหำคม 2551 เมื่อวันท่ี 25 กุมภำพันธ์ 2551
ผู้เรียกร้องได้ทำบันทึกถึงคณะกรรมกำรตรวจกำรจ้ำง รำยงำนกำรดำเนินงำนก่อสร้ำงของผู้คัดค้ำนในงวดงำนท่ี 3
ว่ำ ผู้คัดค้ำนวำงคำนคอนกรีตอัดแรงบนเสำตอม่อสะพำนช่วงตับที่ 4 ได้ทรุดตัว และตอม่อตับที่ 3 ทรุดตัวและเอียง
ทำให้เกิดควำมเสียหำยแก่เสำตอม่อสะพำน ผู้เรียกร้องได้แจ้งให้ผู้คัดค้ำนแก้ไขปรับปรุงเสำตอม่อสะพำนดังกล่ำว
โดยด่วน แต่ผู้คัดค้ำนเพิกเฉยจนระยะเวลำล่วงไปจนถึงวนั ท่ี 13 ตุลำคม 2551 ผู้เรียกร้องจึงใช้สิทธิบอกเลิกสญั ญำ
ผู้คัดค้ำนได้อุทธรณ์กำรบอกเลิกสัญญำ ผู้เรียกร้องได้พิจำรณำแล้วยินยอมให้ผู้คัดค้ำนทำงำนตำมสัญญำต่อไป
เม่ือวันท่ี 27 ตุลำคม 2551 โดยผู้คัดค้ำนยินยอมที่จะให้ผู้เรียกร้องเรียกค่ำปรับได้ตำมสัญญำ แต่หลังจำกท่ี
ผู้เรียกร้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้ำนแล้ว ผู้คัดค้ำนก็ไม่ได้ดำเนินกำรก่อสร้ำงตำมสัญญำอีก ผู้เรียกร้องจึงใช้สิทธิ
บอกเลิกสัญญำเม่ือวันที่ 8 ตุลำคม 2552 และเรียกให้ผู้คัดค้ำนชำระค่ำปรับและค่ำเสียหำย นอกจำกนี้ ในทำง
พิจำรณำฟังได้ว่ำ ผู้เรียกร้องได้ยกเลิกโครงกำรก่อสร้ำงสะพำนคอนกรีตเสริมเหล็กพิพำทดังกล่ำวแล้ว เน่ืองจำก
กรม ย. ได้ทำกำรก่อสร้ำงสะพำนให้ประชำชนได้ใช้ประโยชน์ห่ำงจำกสะพำนตำมโครงกำรสะพำนพิพำทประมำณ
100 เมตร ผ้เู รยี กร้องจึงไมม่ ีควำมจำเปน็ จะต้องก่อสรำ้ งสะพำนพพิ ำทดังกลำ่ วอีกตอ่ ไป

คำวินิจฉยั ชีข้ ำด

ประเด็นข้อพิพำทที่ 1 ผู้คัดค้ำนปฏิบัติผิดสัญญำว่ำจ้ำงหรือไม่ ผู้คัดค้ำนมีนำย ฐ.และนำย ว. ให้กำรว่ำ
ผู้คัดค้ำนปฏิบัติงำนตำมสัญญำล่ำช้ำ และได้มีหนังสือยืนยันกำรก่อสร้ำงและยินยอมให้คิดค่ำปรับจนกว่ำกำร
ดำเนินกำรก่อสร้ำงแล้วเสร็จตำมสัญญำโดยไม่มีเง่ือนไขใดๆ ท้ังสิ้น อันเป็นกำรยอมรับว่ำผู้คัดค้ำนได้ปฏิบัติผิดสัญญำ
จ้ำงโดยก่อสร้ำงงำนไม่แล้วเสร็จภำยในกำหนดระยะเวลำของสัญญำจ้ำง ต่อมำผู้เรียกร้องได้ขยำยระยะเวลำกำร
ก่อสร้ำงให้ผู้คัดค้ำนจนถึงวันที่ 11 สิงหำคม 2551 แต่ผู้คัดค้ำนก็ไม่เข้ำดำเนินกำรแก้ไขปัญหำดังกล่ำว และในที่สุด
ได้ทิ้งงำนไป คณะอนุญำโตตุลำกำรได้พิเครำะห์แล้วเห็นว่ำ งำนตอม่อพื้นสะพำนนั้นเป็นงำนที่อยู่ในงวดงำนที่ 2
จะต้องแก้ไขปัญหำงำนตอม่อสะพำนเสียก่อน มิฉะน้ัน งำนงวดที่ 3 งวดท่ี 4 และงวดท่ี 5 (งวดสุดท้ำย) ก็ไม่อำจ
ดำเนนิ กำรต่อไปได้ เมอื่ ผคู้ ดั ค้ำนไมป่ ฏบิ ัติตำมสัญญำโดยไม่เขำ้ แกไ้ ขปัญหำในควำมชำรดุ บกพร่อง ยอ่ มถอื วำ่ ผู้คดั คำ้ น
เป็นฝ่ำยผดิ สัญญำ ซึง่ เปน็ เหตุใหผ้ เู้ รียกร้องได้บอกเลกิ สัญญำเม่ือวนั ที่ 13 ตุลำคม 2551 อย่ำงไรก็ตำมเมื่อผ้คู ัดค้ำน
อุทธรณ์กำรบอกเลิกสัญญำโดยประสงค์ที่จะทำงำนอีก ฝ่ำยผู้รับจ้ำงก็ยอมรับว่ำหำกจะต้องชำระค่ำปรับก็ยินดี
แต่ประสงค์ท่ีจะทำงำนดังกล่ำวน้ีให้แล้วเสร็จ และเมื่อผู้คัดค้ำนได้ทิ้งงำนไปอีก จึงรับฟังได้ว่ำ ผู้คัดค้ำนเป็นฝ่ำยผิด
สัญญำ

ประเด็นขอ้ พพิ ำทที่ 2 ผคู้ ดั คำ้ นจะต้องชำระคำ่ ปรับและคำ่ เสียหำยต่ำง ๆ แก่ผเู้ รยี กร้องเพยี งใด
1) ค่ำปรับตำมสัญญำพิพำท ผู้เรียกร้องมีสิทธิปรับในกรณีส่งมอบงำนล่ำช้ำจนถึงวัน
เลิกสัญญำได้ ผู้เรียกร้องขอคิดค่ำปรับต้ังแต่วันท่ี 12 สิงหำคม 2551 อันเป็นวันถัดจำกวันครบกำหนดตำมสัญญำ
จนถงึ วนั ที่ 8 ตุลำคม 2552 อนั เปน็ วนั บอกเลิกสัญญำ

๑๓

(2) ค่ำเสียหำยในงวดงำนที่ 1 และงวดงำนที่ 2 คณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ
ประชำชนในท้องถ่ินมีโอกำสท่ีจะใช้สะพำนอ่ืนท่ีกรม ย. มำสร้ำง ผู้เรียกร้องเองก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่ำผู้เรียกร้องมี
โครงกำรท่ีจะสร้ำงสะพำนน้ีอีกต่อไป แต่ผู้เรียกร้องได้ชำระเงินค่ำงวดงำนที่ 1 และค่ำงวดงำนที่ 2 ให้แก่ผู้คัดค้ำนไป
แล้ว งำนงวดท่ี 2 ก็มีควำมชำรุดบกพรอ่ ง และในท่ีสุดผู้คัดค้ำนก็ทิ้งงำนไป กำรกระทำผิดสัญญำของผู้คัดค้ำนถอื เปน็
สำเหตุอันมีนัยสำคัญท่ีทำให้โครงกำรสร้ำงสะพำนพิพำทต้องเลิกไป ผู้คัดค้ำนจึงต้องรับผิดชอบในจำนวนเงินท่ี
ผู้เรียกร้องต้องจ่ำยไปเพื่อกำรน้ี คณะอนุญำโตตุลำกำรจึงเห็นว่ำผู้เรียกร้องมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้คัดค้ำนชำระเงิน
จำนวน 1,182,180 บำทใหแ้ ก่ผู้เรียกรอ้ งดว้ ย

(3) ค่ำเสียหำยจำกกำรที่ผู้คัดค้ำนก่อสร้ำงสะพำนไม่แล้วเสร็จและผู้เรียกร้องต้องดำเนินกำรจ้ำง
ผู้รับจ้ำงรำยใหม่เข้ำดำเนินกำรและเสียค่ำใช้จำ่ ยเพ่ิม ตำมคำเสนอข้อพิพำท ในทำงพิจำรณำ พยำนของผู้เรียกร้องวำ่
ปัจจุบันนี้ผู้เรียกร้องยังมิได้ดำเนินกำรว่ำจ้ำงผู้รับจ้ำงรำยใหม่ และจำกทำงนำสืบ ผู้เรียกร้องก็ไม่มีโครงกำรท่ีจะสร้ำง
สะพำนนอ้ี กี ตอ่ ไป ในชั้นนี้ ผู้เรียกรอ้ งจงึ ไมม่ ีสิทธทิ ่จี ะเรยี กค่ำเสียหำยจำกผคู้ ัดคำ้ นได้

(4) ค่ำรอ้ื ถอนสิ่งก่อสร้ำงของงำนงวดที่ 1 และงวดท่ี 2 ผู้เรยี กร้องก็ไมไ่ ดด้ ำเนินกำรดังกล่ำวแต่อย่ำงใด
และยังไมไ่ ดว้ ่ำจ้ำงผรู้ ับจ้ำงมำดำเนนิ งำนในส่วนน้ี ในช้ันนผี้ เู้ รียกร้องไม่มสี ทิ ธเิ รยี กรอ้ งค่ำเสียหำยจำกผคู้ ัดคำ้ นได้

(5) ค่ำจ้ำงเหมำวิศวกร คณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ โครงกำรสร้ำงสะพำนพิพำท
ริเร่ิมในกำรจัดสรรงบประมำณรำยจ่ำยประจำปีงบประมำณ 2548 สัญญำก่อสร้ำงได้ทำกันในเดือนตุลำคม 2549
ผู้คัดค้ำนปฏิบัติผิดสัญญำและทิ้งงำนไปจนมีเหตุเลิกสัญญำครั้งแรกในวันที่ 13 ตุลำคม 2551 และเลิกสัญญำ
อีกคร้ังหน่ึงในวันท่ี 8 ตุลำคม 2552 ผู้เรียกร้องก็ไม่ได้ดำเนินกำรท่ีจะก่อสร้ำงสะพำนดังกล่ำวอีกต่อไป ดังนั้น
ในปี 2556 ที่มีกำรว่ำจำ้ งนำย ธ.มำประเมินรำคำคำ่ รือ้ ถอนตอม่อและค่ำก่อสร้ำงสะพำนก็เป็นเรื่องกำรดำเนินกิจกำร
งำนของผเู้ รียกร้อง หำใช่ควำมเสียหำยโดยตรงอันเกดิ จำกกำรปฏิบัติผิดสญั ญำของผู้คดั คำ้ นแต่อย่ำงใด และไม่อำจถือ
ว่ำเปน็ ค่ำเสียหำยอันเกิดขึ้นจำกกำรที่ผู้คดั ค้ำนจะตอ้ งรับผดิ ผู้เรียกรอ้ งไมม่ ีสิทธทิ ี่จะเรียกร้องค่ำเสียหำยในสว่ นนี้จำก
ผคู้ ดั คำ้ นได้

ดังนั้น ผู้คัดค้ำนจึงต้องรับผิดในเงินค่ำปรับและค่ำเสียหำยจำนวน 550,647 + 1,182,180 =
1,732,827 บำท ต่อผู้เรียกร้อง พร้อมดอกเบี้ยในอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันท่ี 9 ตุลำคม 2552 เป็นต้นไป
จนกวำ่ จะชำระเสร็จ

แหล่งท่มี ำ

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 95/2556
หลักกฎหมำยที่เกี่ยวข้อง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณชิ ย์ มำตรำ 222, 224, 381, 391
คณะอนญุ ำโตตุลำกำร : ศำสตรำจำรยพ์ เิ ศษ ดร.กมลชัย รตั นสกำววงศ์

นำงอัจฉรำพร เศรษฐบตุ ร
นำยจรวย หนูคง
ผยู้ อ่ : วุฒพิ งษ์ เก้อื ฉิม

๑๔

7. ข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 129/๒๕60

ประเด็นขอ้ พพิ ำท : ผเู้ รยี กร้องมสี ิทธิขอคืนคำ่ ปรับพร้อมดอกเบ้ยี หรือไม่ เพียงใด

คู่พพิ ำทนำสืบพยำนแล้วขอ้ เทจ็ จริงเบอ้ื งต้นรับฟงั ไดว้ ่ำ เมอื่ วนั ที่ 9 ธนั วำคม 2556 ผคู้ ดั คำ้ นได้
ว่ำจ้ำงผู้เรียกร้องก่อสร้ำงงำน โครงสร้ำง-สถำปัตยกรรมและงำนภำยนอกโครงกำรโรงงำนและคลังสินค้ำ บริษัท ล.
จำกัด โดยตกลงค่ำจ้ำงรวมวัสดุ-อุปกรณ์ ค่ำเคร่ืองมือ เคร่ืองจักร ค่ำแรงงำนและภำษีอำกรต่ำง ๆ เป็นเงินจำนวน
ท้ังส้ิน 410,000,000 บำท มีกำหนดเวลำแล้วเสร็จภำยในวันท่ี 25 ตุลำคม 2557 โดยผู้คัดค้ำนว่ำจ้ำงบริษัท อ.
เป็นผู้ควบคุมงำน ผู้เรียกร้องได้ส่งมอบงำนล่ำช้ำกว่ำกำหนดระยะเวลำที่ผู้คัดค้ำนขยำยให้ นับตั้งแต่วันท่ี 1 มกรำคม
2558 ถึงวันท่ี 15 กรกฎำคม 2558 เป็นเวลำ 196 วัน ผู้คัดค้ำนจึงปรับผู้เรียกร้องเป็นเงินจำนวน
38,317,757.01 บำท และคำ่ ปรบั สำหรับกำรควบคมุ งำน ตำมสัญญำข้อที่ 7.2 คำ่ ปรบั วันละ 383,177.57 บำท
คิดเป็นค่ำปรับเป็นเงินจำนวน 75,102,808.72 บำท แต่ตำมสัญญำดังกล่ำวคิดค่ำปรับสูงสุดได้ไม่เกินร้อยละ 10
ผู้คัดค้ำนจึงปรับในอัตรำร้อยละ 10 เป็นเงินท้ังสิ้นจำนวน 38,317,757.01 บำท (ไม่รวมภำษีมูลค่ำเพ่ิม) และ
ค่ำปรับสำหรับกำรควบคุมงำน ตำมสัญญำข้อ 7.2 อีกวันละ 15,000 บำท ของจำนวน 196 วัน เป็นเงินจำนวน
2,940,000 บำท คิดเป็นเงินคำ่ ปรับรวมทัง้ ส้ินเป็นเงินจำนวน 41,257,757.01 บำท

คำวินิจฉัยช้ีขำด

คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำรพจิ ำรณำตำมทำงนำสืบและพยำนเอกสำรหลักฐำนแลว้ เห็นควรวินจิ ฉัยตำม
ประเดน็ ขอ้ พพิ ำทดังนี้

กำรที่ผู้คัดค้ำนอนุมัติให้ผู้เรียกร้องขยำยระยะเวลำก่อสร้ำงครั้งที่ 2 ผู้คัดค้ำนกำหนดเงื่อนไขว่ำ
หำกผู้เรียกร้องก่อสร้ำงไม่เสร็จตำมท่ีอนุมัติให้ขยำยเวลำก่อสร้ำง ผู้คัดค้ำนสงวนสิทธิที่จะปรับผู้เรียกร้องตำมสัญญำ
ผู้คัดค้ำนได้ถือเอำกำหนดเวลำตำมสัญญำเป็นสำระสำคัญ เมื่อผู้เรียกร้องส่งมอบงำนทั้งหมดให้แก่ผู้คัดค้ำน ในวันที่
15 กรกฎำคม 2558 ได้ล่วงเลยกำหนดเวลำท่ีผู้คัดค้ำนขยำยให้เป็นเวลำ 196 วัน ถือว่ำผู้เรียกร้องผิดสัญญำ
ผู้คัดค้ำนจึงมีสิทธิปรับผู้เรียกร้องตำมสัญญำ หำกมีเหตุที่ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จตำมกำหนดใน
สัญญำ ผเู้ รียกรอ้ งจะตอ้ งรำยงำนเหตดุ ังกล่ำวต่อผู้คดั ค้ำนโดยพลัน เพือ่ ขอขยำยระยะเวลำกอ่ สรำ้ ง แต่ผเู้ รียกรอ้ งก็หำ
ได้กระทำเช่นน้ันไม่ ผู้เรียกร้องเพ่ิงมีหนังสือขอสงวนสิทธิขยำยระยะเวลำก่อสร้ำงเพรำะเหตุดังกล่ำวออกไปอีก
1,211 วัน นับถดั จำกวนั ที่ผ้คู ัดค้ำนขยำยระยะเวลำให้แก่ผเู้ รียกร้อง ซ่ึงขณะนัน้ ลว่ งเลยกำหนดระยะเวลำที่ผู้คัดค้ำน
ขยำยระยะเวลำกอ่ สรำ้ งให้แก่ผู้เรยี กรอ้ งไปแลว้

ส่วนกรณีปัญหำต้องวินิจฉัยว่ำ สมควรคืนค่ำปรับให้แก่ผู้เรียกร้องหรือไม่ เพียงใด ตำมประมวล
กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 383 บัญญัติว่ำ “ถ้ำเบ้ียปรับที่ริบน้ันสูงเกินส่วน ศำลจะลดลงเป็นจำนวน
พอสมควรก็ได้ ในกำรท่ีจะวินิจฉัยว่ำสมควรเพียงใดนั้น ให้พิเครำะห์ถึงทำงได้เสียของเจ้ำหนี้ทุกอย่ำงอันชอบด้วย
กฎหมำย ไม่ใช่แต่เพียงทำงได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เม่ือได้ใช้เงินตำมเบ้ียปรับแล้ว สิทธิขอลดก็เป็นอันขำดไป” กรณีที่
ผู้เรียกร้องต้องทำงำนตำมคำสั่งเปลี่ยนแปลงงำน ชนิดของงำน งำนเพ่ิมนอกเหนือจำกสัญญำและกำรแก้ไข
เปลี่ยนแปลงงำนบำงส่วนทท่ี ำเสรจ็ แล้ว เหตดุ งั กล่ำวยอ่ มต้องใช้เวลำในกำรทำงำนเพม่ิ ขึ้น ซึ่งผู้เรยี กรอ้ งมีสิทธทิ ี่จะขอ
ขยำยระยะเวลำทำงำนดังกล่ำวได้ แตผ่ ูเ้ รียกร้องก็หำไดใ้ ชส้ ิทธิ เม่อื ผูเ้ รียกร้องทำงำนจนเสร็จสิ้นเรียบรอ้ ยส่งมอบให้
ผู้คัดค้ำนเข้ำใช้ประโยชน์สมดังวัตถุประสงค์ของสัญญำ เพียงแต่ล่ำช้ำไปบ้ำงเช่นน้ี จึงเห็นสมควรให้ลดค่ำปรับให้แก่
ผู้เรียกร้อง โดยให้ปรับผู้เรียกร้องเพียง 22,940,000 บำท และให้ผู้คัดค้ำนคืนเงินค่ำปรับแก่ผู้เรียกร้องเป็นเงิน
21,000,000 บำท

ส่วนท่ีผู้เรียกรอ้ งขอคิดดอกเบี้ยอตั รำร้อยละ 7.5 ต่อปี จำกค่ำปรับท่ีขอคืน นับแต่วันที่ผู้เรียกรอ้ ง
ทวงถำมน้ัน เม่ือกำรที่ผู้คัดคำ้ นหักเงินค่ำปรับไว้เป็นกำรใช้สิทธิตำมสัญญำจ้ำงโดยชอบของผู้คดั ค้ำน และให้ผู้คัดค้ำน
คืนค่ำปรับบำงส่วนแก่ผู้เรียกร้อง ผู้เรียกร้องจึงไม่มีสิทธิจะได้ดอกเบ้ียจำกเงินค่ำปรับที่ได้รับคืน (เทียบเคียงคำ
พิพำกษำศำลฎีกำที่ 903/2537 ระหว่ำงห้ำงหุ้นส่วนไชยโชติก่อสร้ำง (2476) โจทก์ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำร
ประถมศึกษำแห่งชำติ จำเลย) เม่ือค่ำปรับท่ีต้องคืนนั้นเป็นหนี้เงิน หำกผู้คัดค้ำนผิดนัดย่อมต้องรับผิดชำระดอกเบี้ย
อัตรำรอ้ ยละ 7.5 ตอ่ ปี

๑๕

วินิจฉัยช้ีขำดให้ผู้คัดค้ำนคืนเงินค่ำปรับ 21,000,000 บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำรอ้ ยละ 7.5 ต่อปี
นบั ตั้งแต่วันถัดจำกวนั ชี้ขำดจนกว่ำจะชำระเสร็จแกผ่ เู้ รียกร้อง

แหลง่ ทม่ี ำ

ขอ้ พิพำทหมำยเลขดำที่ 20/2559
หลกั กฎหมำยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณชิ ย์ มำตรำ 224, มำตรำ ๓๗๙,

มำตรำ ๓๘๓
คณะอนุญำโตตุลำกำร : นำยพศิ ำล พิริยะสถิต ประธำนคณะอนุญำโตตุลำกำร

นำยสพุ ัฒน์ รตั นนำวำทอง อนญุ ำโตตลุ ำกำร
นำยนวิ ัติ แกว้ ลว้ น อนุญำโตตุลำกำร
ผู้ย่อ : ทรงพล อวนกล่ิน

๑๖

8. ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 130/2560

ประเดน็ ข้อพิพำท : ๑. ผู้เรียกร้องมีสทิ ธเิ รียกเงินคำ่ จำ้ งออกแบบทผี่ ู้เรียกร้องไดจ้ ำ่ ยไปแลว้ ในงวดที่ 1 และงวดที่
2 หรอื ไม่ เพียงใด

๒. ผู้คัดค้ำนทำงำนให้ผเู้ รียกรอ้ งถูกตอ้ งครบถ้วนตำมสัญญำว่ำจ้ำงออกแบบหรือไม่ เพียงใด
และมีสทิ ธิเรยี กรอ้ งคำ่ งำนในงวดท่ี 3 หรอื ไม่ เพียงใด

ผู้เรียกร้องยื่นคำเสนอข้อพิพำทวำ่ ผู้เรียกร้องและผู้คดั ค้ำนไดท้ ำสัญญำระหวำ่ งกันเป็นกำรว่ำจ้ำง
ออกแบบ โดยผู้คัดค้ำนเป็นผู้รับจ้ำง ผู้คัดค้ำนได้ใช้สิทธิตำมสัญญำข้อ ๙ โดยเรียกเก็บเงินค่ำจ้ำงเป็นค่ำออกแบบ
ร่ำงข้ันต้น และค่ำออกแบบช้ันพัฒนำ นับตั้งแต่ผู้คัดค้ำนรับเงินเป็นค่ำออกแบบร่ำงขั้นต้นและค่ำออกแบบช้ันพัฒนำ
เป็นเวลำกว่ำ ๘ เดือน ท่ีผู้คัดค้ำนมิได้ส่งร่ำงข้ันต้นเพ่ือกำรอนุมัติและไม่สำมำรถประมำณงบประมำณได้ เกิดควำม
ล่ำช้ำเปน็ อย่ำงมำกผู้เรยี กร้องจึงใช้สิทธติ ำมสญั ญำข้อ ๑๑ บอกเลกิ สญั ญำ โดยใหม้ ผี ลตัง้ แต่วันท่ี ๒๕ มีนำคม ๒๕๕๗
และผู้เรียกร้องได้มีหนังสือให้ผู้คัดค้ำนคืนเงินค่ำจ้ำงท่ีผู้เรียกร้องได้จ่ำยไปแล้ว ผู้คัดค้ำนยอมรับว่ำได้ทำสัญญำว่ำจ้ำง
ออกแบบและรับเงินค่ำจ้ำงจำกผู้เรียกร้อง แต่ขอปฏิเสธคำเสนอข้อพิพำทของผู้เรียกร้องที่กล่ำวอ้ำงว่ำ นับตั้งแต่
ผู้คดั คำ้ นรบั เงินเป็นค่ำออกแบบร่ำงขั้นต้น และค่ำออกแบบข้ันพัฒนำ ผูค้ ัดคำ้ นมไิ ด้ส่งร่ำงข้ันต้นเพ่ือกำรอนมุ ตั แิ ละไม่
สำมำรถประมำณงบประมำณได้ เพรำะควำมเป็นจริงแล้วนับแต่วันที่ผู้คัดค้ำนได้ทำสัญญำกับผู้เรียกร้อง ผู้คัดค้ำนได้
ดำเนินกำร ข้ันกำรออกแบบร่ำงข้ันต้น ขั้นกำรออกแบบข้ันพัฒนำและข้ันกำรทำแบบขั้นลำยละเอียดและเอกสำร
ประกอบแบบก่อสร้ำงให้กับผู้เรียกร้องแล้ว โดยได้ปฏิบัติตำมคำส่ังของผู้เรียกรอ้ งตลอดมำ ซึ่งผู้เรียกร้องได้นำผลงำน
ของผู้คัดค้ำนไปใช้ประโยชน์แล้ว ดังน้ันผู้เรียกร้องจึงมีหน้ำที่ต้องจ่ำยเงินค่ำกำรงำนตำมสัญญำ ซึ่งผู้คัดค้ำนได้รับเงิน
จำกผู้เรียกร้องมำแล้วจำนวน 1,275,000 บำท คงเหลือเงินท่ีผู้เรียกร้องต้องจ่ำยค่ำกำรงำนให้กับผู้คัดค้ำนอีก
จำนวน 1,275,000 บำท ดังนน้ั ผู้คดั ค้ำนจงึ ขอถอื เปน็ เหตุในกำรเรยี กร้องขอ้ เรียกร้องแย้ง

คำวนิ ิจฉัยชีข้ ำด

ประเด็นข้อพพิ ำทท่ี 1 ผู้เรียกร้องมีสิทธิเรยี กเงินค่ำจำ้ งออกแบบที่ผู้เรียกรอ้ งไดจ้ ่ำยไปแล้วในงวดท่ี
1 และงวดที่ 2 หรอื ไม่ เพียงใด ผู้เรียกรอ้ งและผู้คดั คำ้ นได้ทำตำมสัญญำว่ำจ้ำง งวดท่ี 1 - 2 ท้ังได้รับ และได้จ่ำยเงิน
ในงวด 1 – 2 ถือเป็นกำรยอมรับงำนกันท้ัง 2 ฝ่ำยเรียบร้อยแล้ว โดยได้นำผลบำงส่วนไปใช้ประโยชน์แล้ว เน่ืองจำก
ได้มีกำรยกเลิกสญั ญำจำกผเู้ รยี กรอ้ งคอื เหตุผลทผี่ ู้คดั ค้ำนทำงำนล่ำชำ้ สัญญำจึงเป็นอันสนิ้ สุดลง เปน็ กำรวำ่ จำ้ งทำงำน
กันแค่ 2 งวดเท่ำน้ัน ดังน้ันผเู้ รยี กร้องจึงไม่มีสิทธิจะขอคืนเงนิ ในกำรว่ำจำ้ งงวดที่ 1 และ 2

ประเด็นข้อพิพำทที่ 2 ผู้คัดค้ำนทำงำนให้ผู้เรียกร้องถูกต้องครบถ้วนตำมสัญญำว่ำจ้ำงออกแบบ
หรือไม่ เพียงใด และมีสิทธิเรียกร้องค่ำงำนในงวดท่ี 3 หรือไม่ เพียงใด เนื่องด้วยสัญญำได้ส้ินสุดต้ังแต่วันท่ีผู้เรียกร้อง
ได้แจ้งให้ทรำบเป็นทำงกำร งำนที่ผู้คัดค้ำนทำไปล่วงหน้ำ จึงเป็นกำรทำโดยผู้คัดค้ำนรับผิดชอบโดยตรง จึงไม่สำมำรถ
จะเรยี กรอ้ งคำ่ วำ่ จ้ำงจำกงำนที่เหลือได้

วินิจฉัยช้ีขำดให้ยกข้อเรียกร้องในคำเสนอข้อพิพำทของผู้เรียกร้อง ยกข้อเรียกร้องในคำคัดค้ำน/
ขอ้ เรยี กรอ้ งแย้งของผู้คัดค้ำน และคำขออ่ืนของคพู่ พิ ำท

แหล่งทีม่ ำ

ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขดำที่ 12/2558
หลกั กฎหมำยทเ่ี กย่ี วข้อง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณชิ ย์ มำตรำ 407, 587
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : รองศำสตรำจำรย์ มำนพ พงศทัต
ผยู้ อ่ : ฉัตรชนก นิลทะรกั ษ์

๑๗

9. ข้อพิพำทหมำยเลขแดงท่ี 13/2561

ประเดน็ ข้อพิพำท : 1. ผเู้ รยี กรอ้ งมสี ทิ ธิเรียกคนื ค่ำปรบั พร้อมดอกเบ้ยี หรือไม่ เพียงใด
2. ผคู้ ัดค้ำนมีสทิ ธิเรียกค่ำปรบั พรอ้ มดอกเบย้ี ตำมขอ้ เรียกร้องแย้งหรือไม่ เพียงใด

คู่พิพำทสืบพยำนหลักฐำนเสร็จสิ้นแล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่ำ เม่ือวันท่ี 13 มีนำคม
2558 ผู้คัดค้ำนทำสัญญำจ้ำงผู้เรียกร้องก่อสร้ำงท่อระบำยน้ำ คสล.พร้อมบ่อพักและรำงวีสำยเลียบคลอง ตกลง
ค่ำจ้ำงเป็นเงิน 7,100,000 บำท กำหนดจ่ำยค่ำจ้ำง 3 งวด ต้องเร่ิมทำงำนในวันที่ 14 มีนำคม 2558 และต้อง
เสร็จภำยในวันที่ 9 กันยำยน 2558 หำกผู้เรียกร้องทำงำนไม่เสร็จตำมกำหนดในสัญญำและผู้คัดค้ำนยังไม่บอกเลิก
สัญญำ ผู้เรียกร้องจะต้องชำระค่ำปรับวันละ 17,750 บำท นับถัดจำกวันกำหนดแล้วเสร็จตำมสัญญำหรือวันท่ี
ผู้คัดค้ำนขยำยให้จนถึงวันท่ีผู้เรียกร้องทำงำนแล้วเสร็จจริงตำมสัญญำจ้ำง ต่อมำ คู่พิพำทตกลงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญำ
รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกกำหนดให้ทำงำนงวดที่ 1 และท่ี 2 งวดละ 55 วัน งวดที่ 3 กำหนดให้ทำงำน 70 วัน และ
คร้ังท่ี 2 แก้ไขสัญญำโดยตัดเน้ืองำนกำรวำงท่อพัก ลดค่ำงำนลง คงเหลือค่ำงำน 6,259,297 บำท ลดวันทำงำนลง
15 วัน และต้องทำงำนให้เสร็จสมบูรณภ์ ำยในวนั ที่ 25 สิงหำคม 2558 ส่วนค่ำปรับลดลงเหลือวันละ 15,649 บำท
วันท่ี 7 สิงหำคม 2558 ผู้เรียกร้องส่งงำนงวดที่ 1 แต่งำนไม่เสร็จตำมแบบแปลนและงวดงำน ต่อมำวันที่ 25
กนั ยำยน 2558 ผเู้ รยี กร้องสง่ งำนงวดท่ี 1 เปน็ ครั้งทสี่ องและขอเบกิ คำ่ งำนจำนวน 2,130,000 บำท แตผ่ เู้ รียกร้อง
ทำงำนเกินกำหนดตำมสัญญำ ผู้คัดค้ำนจึงหักค่ำปรับ เป็นเงิน 284,000 บำท และค่ำภำษีมูลค่ำเพิ่มอีก 139,345 บำท
ผู้เรียกร้องจึงรับค่ำจ้ำงงวดที่ 1 ไปแล้วเป็นเงิน 1,826,093.46 บำท เม่ือวันที่ 15 กุมภำพันธ์ 2559 ผู้คัดค้ำนมี
หนังสือถึงผู้เรียกร้องว่ำค่ำปรับเกินร้อยละสิบของวงเงินค่ำจ้ำงแล้ว ผู้คัดค้ำนจะบอกเลิกสัญญำเว้นแต่ผู้เรียกร้องจะ
ยินยอมเสียค่ำปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ และวันที่ 19 กุมภำพันธ์ 2559 ผู้เรียกร้องมีหนังสือถึงผู้คัดค้ำนควำมว่ำ
ผู้เรียกร้องยินยอมเสียคำ่ ปรับให้แก่ผู้คัดค้ำน ต่อมำผู้เรียกร้องส่งงำนงวดท่ี 2 และงวดท่ี 3 (งวดสุดท้ำย) และขอเบิก
เงนิ คำ่ งำนงวดที่ 2 จำนวน 2,130,000 บำท คำ่ งำนงวดท่ี 3 จำนวน 2,840,000 บำท (ทถี่ ูกทำสญั ญำลดเนื้องำน
แล้วคงเหลือค่ำงำนงวดสุดท้ำย 1,999,297 บำท) เมื่อวันท่ี 6 มิถุนำยน 2559 แต่เน่ืองจำกวันที่ 25 สิงหำคม
2558 เป็นวันส้ินสุดสัญญำ จึงล่วงเลยกำหนดเวลำแล้วเสร็จตำมสัญญำ ผู้คัดค้ำนจึงคำนวณค่ำปรับรำยวัน รวม
ค่ำปรับทั้งส้ินเป็นเงิน 4,546,683 บำท แต่ผู้เรียกร้องมีสิทธิจะได้รับค่ำจ้ำงงำนงวดท่ี 2 และที่ 3 เป็นเงิน
4,129,297 บำท เม่ือหักกลบกันแล้ว ผู้เรียกร้องจะต้องชำระค่ำปรับที่เกินจำกค่ำงำนเป็นเงิน 417,386 บำท
ผู้คัดค้ำนมีหนังสือแจ้งค่ำปรับเกินส่วนจำกค่ำงวดงำน 2 ฉบับ แต่ผู้เรียกร้องเพิกเฉย ส่วนผู้เรียกร้องก็ทวงถำมให้
ผู้คัดค้ำนเพิกถอนคำส่ังเรียกค่ำปรับของผู้คัดค้ำนจำนวน 4,546,683 บำท และชำระค่ำงำน 2 งวด เป็นเงิน
4,129,297 บำท พร้อมดอกเบ้ียอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปีของยอดเงิน 4,129,297 บำท แต่ผู้คัดค้ำนก็เพิกเฉย
เชน่ เดยี วกัน ผเู้ รยี กร้องจงึ เสนอข้อพพิ ำทเพ่ือให้คณะอนุญำโตตลุ ำกำรวนิ ิจฉัยชีข้ ำดตำมขอ้ พิพำทนี้

คำวินจิ ฉยั ชขี้ ำด

อนญุ ำโตตลุ ำกำรพิจำรณำตำมทำงนำสบื พยำนและพยำนเอกสำรหลักฐำนแล้ว
ประเด็นข้อพิพำทท่ี 1 ผู้เรียกร้องมีสิทธิเรียกคืนค่ำปรับพร้อมดอกเบี้ยหรือไม่ เพียงใด
ผู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำงว่ำผู้เรียกร้องก่อสร้ำงล่ำช้ำเพรำะผู้คัดค้ำนส่งวัสดุก่อสร้ำงไปทดสอบช้ำ ทำให้ผู้เรียกร้องไม่อำจ
ก่อสร้ำงงำนงวดท่ี 1 และที่ 2 ได้นั้น เห็นว่ำวิธีกำรส่งวสั ดุไปทดสอบคือ ผู้เรียกร้องจะตอ้ งขอส่งวสั ดุเพอื่ ทดสอบโดย
ผู้คัดค้ำนมีหน้ำที่ทำหนังสือนำส่งไปยังหน่วยงำนที่ทดสอบ และผู้เรียกร้องเป็นผู้ออกค่ำใช้จ่ำยในกำรทดสอบพร้อม
นำผลทดสอบมำเสนอผู้คัดค้ำน ตำมสัญญำ ผู้เรียกร้องจะตอ้ งเริ่มทำงำนวันที่ 14 มีนำคม 2558 และจะต้องส่งงำน
งวดที่ 1 ภำยในวันที่ 8 พฤษภำคม 2558 และจะต้องส่งงำนงวดท่ี 2 ภำยในวันท่ี 2 กรกฎำคม 2558
แตผ่ ้เู รียกร้องเพ่ิงทำหนังสือถึงผคู้ ัดคำ้ นขอส่งเหล็กเส้นไปทดสอบเมื่อวันท่ี 12 พฤษภำคม 2558 หลงั วันทีจ่ ะต้องส่ง
งำนงวดที่ 1 ถงึ 4 วัน และผูเ้ รียกรอ้ งเพ่ิงแจ้งผู้คดั คำ้ นทำงโทรศัพท์ขอให้ผูค้ ดั ค้ำนส่งท่อระบำยน้ำไปทดสอบเมื่อวันที่
27 มิถุนำยน 2558 ก่อนวันท่ีผู้เรียกร้องจะต้องส่งงำนงวดท่ี 2 ในวันท่ี 2 กรกฎำคม 2558 เพียง 6 วัน ดังน้ัน
กำรส่งวัสดุไปทดสอบล่ำช้ำมิใช่ควำมผิดของผู้คัดค้ำน ส่วนที่ผู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำงว่ำระหว่ำงรอผลกำรทดสอบวัสดุ
ผูเ้ รยี กรอ้ งไมอ่ ำจทำงำนได้น้ัน ท้ังน้ี ไดค้ วำมจำกนำยส. ผคู้ วบคมุ งำนก่อสร้ำงเบิกควำมประกอบบันทึกกำรปฏิบัติงำน

๑๘

ประจำวันของผู้เรียกร้อง ว่ำผู้เรียกร้องไม่ทำงำนตำมสัญญำรวม 175 วัน และระหว่ำงรอผลกำรทดสอบวัสดุ
ผู้เรียกร้องมิได้หยุดทำงำนยังคงทำงำนอ่ืนอย่ำงต่อเนื่อง ผู้เรียกร้องไม่นำสืบหักล้ำงให้เห็นเป็นอย่ำงอื่น จึงมีน้ำหนัก
ให้รับฟังเป็นควำมจริงว่ำระหว่ำงรอผลกำรทดสอบวัสดุ ผู้เรียกร้องยังทำงำนอื่นได้อย่ำงต่อเนื่อง ซ่ึงตำมสัญญำ
ผู้เรียกร้องจะต้องเร่ิมทำงำนตำมสัญญำในวันที่ 14 มีนำคม 2558 แต่บันทึกกำรปฏิบัติงำนประจำวัน คร้ังท่ี 8
ปรำกฏว่ำ ผู้เรียกร้องเพิ่งเร่ิมเข้ำทำงำนในวันท่ี 2 พฤษภำคม 2558 แสดงว่ำผู้เรียกร้องเริ่มเข้ำทำงำนล่ำช้ำกว่ำ
กำหนด ดังนั้นท่ีผู้เรียกร้องก่อสร้ำงล่ำช้ำ จึงเป็นควำมล่ำช้ำของผู้เรียกร้องแต่ฝ่ำยเดยี ว เมื่อผู้เรียกร้องก่อสร้ำงไมแ่ ลว้
เสรจ็ ตำมกำหนดในสัญญำ ผูเ้ รยี กรอ้ งจึงเป็นฝ่ำยผิดสญั ญำ ผคู้ ัดค้ำนย่อมมีสิทธปิ รับผู้เรยี กรอ้ งตำมสญั ญำข้อ 16

สำหรับค่ำปรับเกินร้อยละสิบของวงเงินค่ำจ้ำง ผู้คัดค้ำนมีหนังสือ แจ้งค่ำปรับเกินร้อยละสิบของ
วงเงินค่ำจ้ำง สรุปควำมว่ำ ค่ำปรับเกินร้อยละสิบของสัญญำจ้ำงแล้ว หำกผู้เรียกร้องยินยอมเสียค่ำปรับให้แก่
ผู้คัดค้ำนโดยไม่มีเง่ือนไขใด ๆ ทั้งส้ิน โปรดแจ้งให้ผู้คัดค้ำนทรำบภำยใน 15 วันนับจำกวันได้รับหนังสือน้ี มิฉะน้ัน
ผู้คัดค้ำนจะพิจำรณำบอกเลิกสัญญำ ต่อมำผู้เรียกร้องมีหนังสือ อ้ำงถึงหนังสือของผู้คัดค้ำน สรุปควำมว่ำ
ผู้เรียกร้องได้รับแจ้งว่ำจะถูกปรับเกินร้อยละสิบของวงเงินค่ำจำ้ ง ฯ ผู้เรียกร้องไม่ขัดข้องกำรเรียกค่ำปรับและยินยอม
เสียค่ำปรับให้แก่ผู้คัดค้ำนตำมจำนวนวัน นับถัดจำกวันที่กำหนดตำมสัญญำหรือวันที่ผู้ว่ำจ้ำงขยำยให้จนถึง
วันที่ทำงำนแล้วเสร็จจรงิ เมื่อพิเครำะห์หนังสือทั้งสองฉบับประกอบกัน ย่อมแปลได้ว่ำ ผู้เรียกร้องยินยอมเสียค่ำปรบั
ใหแ้ กผ่ ู้คัดค้ำนโดยไมม่ เี งื่อนไขใด ๆ ทัง้ สิน้ เม่ือผคู้ ดั ค้ำนผ่อนปรนกำรบอกเลิกสญั ญำ ผ้คู ัดค้ำนจึงมีสทิ ธปิ รับผู้เรยี กร้อง
เกินร้อยละสิบของวงเงินค่ำจ้ำง หำขัดต่อระเบียบกระทรวงมหำดไทยว่ำด้วยกำรพัสดุของหน่วยกำรบริหำรรำชกำร
ส่วนท้องถิน่ พ.ศ. 2535 ขอ้ 131 ไม่ แต่ทง้ั นกี้ ำรทีผ่ ูค้ ัดค้ำนปรับผเู้ รียกรอ้ งโดยหักจำกค่ำจำ้ งงำนงวดที่ 1 ถึง งวดท่ี
3 รวมปรับท้ังส้ินเป็นเงิน 4,830,683 บำท คิดเป็นอัตรำร้อยละ 77.176 ของวงเงินค่ำจ้ำงน้ัน ซึ่งตำมประมวล
กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 383 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่ำ “ถ้ำเบี้ยปรับท่ีริบนั้นสูงเกินส่วน ศำลจะลดลงเป็น
จำนวนพอสมควรก็ได้ ในกำรท่ีจะวินิจฉัยว่ำสมควรเพียงใดน้ัน ท่ำนให้พิเครำะห์ถึงทำงได้เสียของเจ้ำหนี้ทุกอย่ำง
อนั ชอบด้วยกฎหมำย ไม่ใชแ่ ตเ่ พยี งทำงไดเ้ สียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อไดใ้ ช้เงนิ ตำมเบ้ียปรับแล้ว สิทธิเรียกรอ้ งขอลดก็เป็น
อันขำดไป” โดยคำเบิกควำมของนำยพ. ปลัดองค์กำรบริหำรส่วนตำบลบ. ปฏิบัติหน้ำที่นำยกองค์กำรบริหำรส่วน
ตำบลบ. และเป็นประธำนกรรมกำรตรวจกำรจ้ำงถึงเหตุผลที่ไม่บอกเลิกสัญญำ เพรำะถนนเส้นดังกล่ำวเป็นถนนสำย
หลักหำกเลิกสัญญำจะต้องจัดซื้อจัดจ้ำงใหม่ จะต้องเสียเวลำมำกข้นึ ประชำชนจะได้รับควำมเดือดร้อนเพิ่มข้ึน เท่ำที่
พยำนทรำบคือผู้เรียกร้องมีปัญหำกำรจัดกำรภำยในของผู้เรียกร้องมีกำรเปลี่ยนคนงำนและผู้ควบคุมงำนจึงทำให้งำน
ล่ำช้ำ ซึ่งพยำนต้องกำรให้งำนเสร็จ จึงให้โอกำสแก่ผู้เรียกร้องทำงำนแล้วเสร็จตำมสัญญำ ทั้งงำนท่ีผู้เรยี กร้องกอ่ สรำ้ ง
ก็ถือว่ำใช้กำรได้แม้จะไม่เรียกว่ำดีก็ตำม เห็นว่ำ แม้ผู้เรียกร้องมีปัญหำกำรจัดกำรภำยในองค์กรของผู้เรียกร้อง
แต่ผู้เรียกร้องก็ก่อสร้ำงงำนจนแล้วเสร็จตำมสัญญำโดยไม่ละท้ิงงำนไป นับว่ำสมประโยชน์ของทำงรำชกำรอย่ำงมำก
และเหน็ วำ่ ที่ผคู้ ดั ค้ำนผ่อนปรนให้ผเู้ รยี กร้องก่อสร้ำงจนแล้วเสรจ็ ตำมสัญญำก็เพื่อมิให้ประชำชนเดือดร้อนเพ่มิ ขึ้นมิใช่
หวังจะได้ค่ำปรับเพ่ิมขึ้นแต่อย่ำงใด ดังน้ัน กำรที่ผู้คัดค้ำนปรับผู้เรียกร้องถึงร้อยละ 77.176 ของวงเงินค่ำจ้ำงจึง
นับว่ำสูงเกินส่วน แม้ผู้เรียกร้องจะยินยอมให้ปรับโดยไมม่ ีเงื่อนไขใดๆ ทั้งส้ินก็ตำม แต่เมื่อค่ำปรับสูงเกินส่วนก็สมควร
ลดลงเป็นจำนวนพอสมควร จึงเห็นสมควรใหล้ ดคำ่ ปรับลงโดยให้ปรับผู้เรียกร้องเทำ่ กับร้อยละ ๒๐ ของวงเงินค่ำจำ้ ง
เป็นเงิน ๑,๒๕๑,๘๕๙.๔๐ บำท เม่ือนำไปหักออกจำกค่ำปรับที่ผู้คัดค้ำนหักไว้จำกค่ำจ้ำงงำนงวดที่ 2 และที่ 3
เป็นเงิน 4,546,683 บำท แล้ว ผู้คัดค้ำนต้องคืนเงินค่ำปรับให้แก่ผู้เรียกร้องเป็นเงิน ๓,๒๙๔,๘๒๓.๖๐ บำท พร้อม
ดอกเบยี้ อตั รำรอ้ ยละ 7.5 ต่อปี นับตง้ั แต่วนั ถดั จำกวันยืน่ ขอ้ พพิ ำทไปจนกวำ่ จะชำระเสร็จแกผ่ ู้เรยี กรอ้ ง สว่ นท่ผี ้เู รียก
รอ้ งขอใหผ้ ู้คัดค้ำนชำระคำ่ จำ้ งจำนวน 4,129,297 บำท พร้อมดอกเบี้ยน้นั เห็นว่ำ ผู้คัดคำ้ นใชส้ ิทธหิ กั ค่ำจำ้ งจำนวน
ดังกล่ำวเป็นค่ำปรับไปแลว้ และคณะอนุญำโตตลุ ำกำรก็วนิ ิจฉัยให้ผู้คดั ค้ำนคืนคำ่ ปรบั ให้แก่ผู้เรียกร้องบำงส่วนแล้วจึง
ไมอ่ ำจใหผ้ คู้ ดั ค้ำนชำระค่ำจ้ำงจำนวนดังกล่ำวอีก สำหรบั ประเดน็ ข้อพิพำทที่ 2 ทก่ี ำหนดไวไ้ ม่จำต้องวินจิ ฉัยเพรำะไม่
ทำให้ผลของคำชี้ขำดเปลยี่ นแปลง

วินิจฉัยช้ีขำดให้ผู้คัดค้ำนคืนเงิน ๓,๒๙๔,๘๒๓.๖๐ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปี
นับต้งั แต่วนั ถัดจำกวันยน่ื ขอ้ พิพำท จนกวำ่ จะชำระเสรจ็ แก่ผู้เรียกร้อง คำขออนื่ ใหย้ ก และให้ยกข้อเรยี กร้องแย้ง

แหลง่ ทม่ี ำ ๑๙

ข้อพิพำทหมำยเลขดำที่ 80/2559
หลกั กฎหมำยท่เี กีย่ วข้อง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณิชย์ มำตรำ 383
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : นำยพศิ ำล พริ ิยะสถิต

นำยไชยยศ อรุณสรุ ยิ ศักด์ิ
นำยอัมพร เหลียงนอ้ ย
ผู้ย่อ : ณัฐนรินทร์ ชำนนท์

๒๐

10. ขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงท่ี 19/2561

ประเดน็ ขอ้ พิพำท : 1. คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำรมีอำนำจช้ีขำดขอ้ พิพำทนี้หรอื ไม่
2. คำเสนอข้อพพิ ำทขำดอำยุควำมหรอื ไม่
3. ผู้เรียกร้องมีสิทธิเรยี กรอ้ งตำมคำเสนอขอ้ พิพำทหรอื ไม่ เพียงใด

ข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นรับฟังได้ตำมท่ีคู่ควำมนำสืบรับกันและไม่โต้เถียงกันว่ำ วันท่ี 9 สิงหำคม
2551 ผู้คัดค้ำนทำสัญญำจ้ำงผู้เรียกร้องก่อสร้ำงอำคำรเรียนหน่ึงหลัง ค่ำจ้ำงถือรำคำเหมำรวมเป็นเกณฑ์ เป็นเงิน
124,998,000 บำท กำหนดจ่ำยค่ำจ้ำง 22 งวด และกำหนดให้แล้วเสร็จตำมสัญญำภำยในวันที่ 10 กรกฎำคม
2553 ตำมสัญญำจ้ำงเอกสำรหมำย ร.2 หลังจำกนั้นมีกำรแก้ไขสัญญำเกี่ยวกับกำรกำหนดให้แล้วเสร็จตำม
สัญญำรวม 8 ครั้ง ครั้งที่ 8 กำหนดให้ผู้เรียกร้องทำงำนให้แล้วเสรจ็ ภำยในวันที่ 27 ธันวำคม 2554 ตำมบันทกึ
แก้ไขเพิ่มเติมสัญญำเอกสำรหมำย ค.7 ผู้เรียกร้องทยอยส่งงำนเป็นงวดๆ และรับเงินค่ำจ้ำงไปแล้วรวม 16
งวด ส่วนงำนงวดที่ 17 ถึง 22 ผู้เรียกร้องส่งมอบให้แก่ผู้คัดค้ำนรวมกันในวันที่ 11 พฤษภำคม 2555 ผูค้ ดั ค้ำน
จ่ำยเงินค่ำจ้ำงรวม 6 งวดให้แก่ผู้คัดค้ำนเป็นเงิน 31,873,610 บำท ในวันที่ 19 ตุลำคม 2555 นับตั้งแต่วันที่
ผู้เรียกร้องส่งมอบงำนในวันท่ี 11 พฤษภำคม 2555 จนถึงวันที่ 19 ตุลำคม 2555 เป็นเวลำ 162 วัน ผู้เรียกร้อง
กล่ำวอ้ำงว่ำผู้คัดค้ำนจ่ำยค่ำจ้ำงให้แก่ผู้เรียกร้องล่ำช้ำเป็นเวลำ 162 วัน ทำให้ผู้เรียกร้องเสียหำย ผู้เรียกร้องขอคิด
คำ่ เสียหำยเปน็ ดอกเบี้ยอตั รำร้อยละ 7.5 ตอ่ ปี จำกต้นเงิน 31,873,610 บำท แตผ่ ู้คดั ค้ำนปฏิเสธโดยกล่ำวอ้ำงว่ำ
ผู้คัดค้ำนต้องตรวจสอบควำมถูกต้องเพื่อคุ้มครองประโยชน์สำธำรณะ ผู้เรียกร้องไม่มีสิทธิเรียกร้องดอกเบ้ียจำก
ผ้คู ัดค้ำน

คำวนิ จิ ฉัยชข้ี ำด

อนญุ ำโตตลุ ำกำรพจิ ำรณำกำรนำสบื พยำนและพยำนเอกสำรหลักฐำนแลว้
ประเด็นข้อพิพำทท่ี 1 เห็นว่ำ ผู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำงว่ำผู้คัดคำ้ นปฏิบัติผิดเงื่อนไขตำมสัญญำสองกรณี
กรณีแรก ผู้คัดค้ำนจ่ำยค่ำจ้ำงจำนวน 31,873,610 บำท ให้แก่ผู้เรียกร้องล่ำช้ำเป็นเวลำ 162 วัน ทำให้ผู้เรียกร้อง
เสียหำย จึงขอคดิ ค่ำเสยี หำยเทำ่ กบั ดอกเบ้ยี อตั รำร้อยละ 7.5 ตอ่ ปี เปน็ เงนิ 1,060,999 บำท กรณีหลังผู้คัดค้ำน
หักเงินค่ำปรับจำกค่ำจ้ำงเกินไป 5,124,918 บำท ต่อมำผู้คัดค้ำนยอมคืนเงินจำนวนดังกล่ำวให้แก่
ผู้เรียกร้องแล้วแต่ไม่ยอมจ่ำยดอกเบี้ยจำกค่ำปรับที่ผู้คัดค้ำนหักเกินไปคิดเป็นดอกเบ้ียเป็นเงิน 295,511.36 บำท
ทัง้ สองกรณีเป็นข้อโต้แย้ง ทเ่ี กดิ ข้ึนระหวำ่ งคู่สัญญำเกี่ยวกับข้อกำหนดแห่งสญั ญำน้ี หรือเกยี่ วกบั กำรปฏิบตั ิตำมสัญญำนี้
และคู่สัญญำไม่สำมำรถตกลงกันได้ ดังนน้ั คณะอนญุ ำโตตุลำกำรยอ่ มมอี ำนำจช้ีขำดขอ้ พิพำทน้ี
ประเด็นข้อพิพำทท่ี 2 ปัญหำนี้ ผู้คัดค้ำนโต้แย้งว่ำผู้เรียกร้องส่งมอบงำนวันที่ 11 พฤษภำคม
2555 ผู้คัดค้ำนจ่ำยค่ำจ้ำงวันที่ 19 ตุลำคม 2555 นับถึงวันท่ีผู้เรียกร้องยื่นเสนอข้อพิพำทคือวันท่ี 21 มิถุนำยน
2559 เกินกว่ำหนึ่งปีนับแต่วันทำละเมิด ข้อพิพำทขำดอำยุควำมแล้ว และผู้เรียกร้องมิได้สงวนสิทธิที่จะเรียกร้อง
ดอกเบี้ยจำกตน้ เงินค่ำงวดงำน ท้ังเกินสองปีขำดอำยุควำมเช่นเดยี วกัน ท้ังผู้เรียกรอ้ งยนื่ ข้อพิพำทเม่ือพ้นกำหนดเวลำ
ใช้สทิ ธิทำงปกครองขำดอำยุควำมตำมกฎหมำย คณะอนญุ ำโตตุลำกำรเห็นวำ่ กำรเรียกดอกเบี้ยจำกต้นเงินค่ำงวด
งำนก็ดี กำรเรียกดอกเบ้ียจำกค่ำปรับท่ีได้รับคืนก็ดี ไมม่ ีกฎหมำยบัญญตั วิ ำ่ ผเู้ รียกร้องจะต้องสงวนสทิ ธิท่จี ะเรียก
ดอกเบ้ียเสียก่อนจึงจะเรียกได้ ดังนั้น ผู้เรียกร้องจึงไม่จำต้องสงวนสิทธิที่จะเรียกร้องดอกเบี้ยแต่อย่ำงใดและเห็นว่ำ
ทผ่ี ู้เรยี กร้องเรยี กร้องดอกเบ้ียจำกต้นเงินค่ำงวดงำน และต้นเงินค่ำปรับที่ได้รับคืนเป็นกรณีท่ีผู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำง
ว่ำผู้คัดค้ำนชำระหน้ีแก่ผู้เรียกร้องไม่ถูกต้องตำมสัญญำ ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดจำกสัญญำมิใช่หน้ีทำงละเมิด จึงไม่อำจนำ
อำยุควำมตำมท่ีผู้คัดค้ำนกล่ำวอ้ำงมำใช้บังคับได้ แต่กำรเรียกร้องของผู้เรียกร้องเป็นกำรเรียกดอกเบี้ยค้ำงชำระ
จึงมีกำหนดอำยุควำมห้ำปี ตำมประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณิชย์มำตรำ 193/33 (1) คำเสนอข้อพิพำทจึงไม่ขำดอำยคุ วำม
ประเด็นข้อพิพำทที่ 3 เมื่อผู้เรียกร้องมีส่วนก่อให้ผู้คัดค้ำนต้องจ่ำยค่ำจ้ำงล่ำช้ำไปด้วย เม่ืออำศัย
พฤติกำรณ์ของคู่พิพำทเป็นประมำณแล้วเห็นสมควรกำหนดให้ผู้เรียกร้องมสี ิทธเิ รียกรอ้ งในส่วนนี้เป็นเงิน 500,000 บำท
เทียบเคียงคำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สุดคดีหมำยเลขแดงที่ อ.148/2554 มีปญั หำวินิจฉัยตอ่ ไปวำ่ ผู้เรยี กร้องมีสิทธิ
เรียกร้องค่ำเสียหำยเป็นค่ำดอกเบ้ียจำกตน้ เงินค่ำปรับที่ผู้เรียกร้องได้รับคืนหรือไม่ เห็นว่ำ ผู้เรียกร้องส่งมอบงำนงวด

๒๑

สุดทำ้ ยเมือ่ วนั ที่ 11 พฤษภำคม 2555 ลำ่ ช้ำกว่ำกำหนดตำมสัญญำ 221 วนั ผู้คดั ค้ำนจึงมสี ิทธิปรับผู้เรยี กรอ้ งตำม
สัญญำวันละ 124,998 บำท อันเป็นกำรใช้สิทธิโดยชอบตำมสัญญำ ต่อมำ เมื่อผู้คัดค้ำนพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ
ผเู้ รยี กรอ้ งมีสิทธไิ ด้รบั กำรชว่ ยเหลือตำมมตคิ ณะรฐั มนตรีเมอื่ วันท่ี 6 มนี ำคม 2555 เรือ่ งกำรชว่ ยเหลอื ผู้ประกอบกำร
ท่ีได้รับผลกระทบจำกเหตุอุทกภัยจึงได้คืนค่ำปรับให้แก่ผู้เรียกร้องเป็นเงิน 5,124,918 บำท ผู้เรียกร้องไม่มีสิทธิ
คิดดอกเบ้ียจำกเงินค่ำปรับที่ได้รับคืน เทียบเคียงคำพิพำกษำศำลฎีกำที่ 903/2537

อำศัยเหตุผลดังวินิจฉัยมำแล้ว จึงชี้ขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงิน 500,000 บำท แก่ผู้เรียกร้อง
คำขออื่นของคพู่ ิพำทใหย้ ก ให้คพู่ ิพำทออกคำ่ ธรรมเนียมและค่ำใชจ้ ่ำยช้ันอนุญำโตตลุ ำกำรฝ่ำยละกึ่งหนึง่

แหล่งทม่ี ำ

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำที่ 54/2559
หลกั กฎหมำยทเ่ี กยี่ วข้อง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณชิ ย์ มำตรำ 193/33 ,224,383
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำร : นำยพศิ ำล พิริยะสถติ

นำยประเสริฐ จันทรจรัส
รองศำสตรำจำรย์ ดร. สุรพล สุยะพรหม
ผู้ยอ่ : ประกอบบุญ สวุ รรณโมลี

๒๒

11. ข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 21/2561

ประเดน็ ข้อพิพำท : ไมม่ ีกำรกำหนดประเดน็ ขอ้ พิพำท

เน่ืองจำกผู้คัดค้ำนได้รับคำเสนอข้อพิพำทแล้วไม่ต้ังอนุญำโตตุลำกำรฝ่ำยตนและไม่ย่ืนคำคัดค้ำน
ภำยในกำหนด ผู้เรยี กร้องย่นื คำรอ้ งต่อศำลแพ่งใหม้ ีคำสั่งตั้งอนญุ ำโตตุลำกำรแทนผู้คัดค้ำน ศำลแพ่งมีคำส่ังตัง้ นำย ถ.
และนำย บ. เปน็ อนญุ ำโตตลุ ำกำรฝ่ำยผู้คดั ค้ำน วนั นัดสืบพยำนผเู้ รยี กร้อง ผคู้ ดั คำ้ นทรำบนดั โดยชอบ แตไ่ มม่ ำโดยไม่
แจง้ เหตขุ ัดขอ้ ง คณะอนญุ ำโตตุลำกำรจงึ ดำเนนิ กระบวนพจิ ำรณำตอ่ ไปโดยสืบพยำนผู้เรียกร้องไปฝำ่ ยเดียว

ผู้เรียกร้องนำสืบพยำนแล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่ำ เมื่อวันท่ี 10 กันยำยน 2539
ผู้เรียกร้องกับผู้คัดค้ำนทำสัญญำร่วมดำเนินกิจกำรให้บริกำรโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมำชิก หลังจำกทำสัญญำ
พิพำท ผู้คัดค้ำนไม่ส่งมอบเครื่องมืออุปกรณ์มูลค่ำไม่น้อยกว่ำ 50 ล้ำนบำท ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เรียกร้องและไม่
จัดต้ังสถำนีหลักในกรุงเทพมหำนครหรือปริมณฑลเพื่อเปิดดำเนินกำรให้บริกำรโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมำชิก
ภำยในวันที่ 1 มกรำคม 2540 รวมท้ัง ผู้คัดค้ำนไม่ส่งมอบอุปกรณ์กำรให้บริกำรในภูมิภำคทั่วประเทศมูลค่ำไม่น้อย
กว่ำ 120 ล้ำนบำทให้แก่ผู้เรยี กร้องภำยใน 5 ปี นับแต่วันท่ี 1 มกรำคม 2540 ซึ่งถือเป็นวันเร่ิมตน้ ของอำยุกำรเรม่ิ
ดำเนินกิจกำรตำมสัญญำพิพำทตลอดจนผู้คดั ค้ำนมไิ ดช้ ำระค่ำตอบแทนรำยปีให้แก่ผู้เรียกร้องตำมเง่ือนไขท่ีกำหนดไว้
ในสัญญำพิพำท ผู้เรียกรอ้ งได้มีหนังสอื แจ้งเร่งรัดใหผ้ ู้คัดคำ้ นปฏิบตั ติ ำมสัญญำมำโดยตลอดแต่ผคู้ ัดค้ำนยังคงไม่ปฏิบัติ
ตำมเง่ือนไขของสัญญำพิพำท ต่อมำเมื่อวันที่ 30 ธันวำคม 2548 ผู้เรียกร้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญำกับผู้คัดค้ำน
และเรยี กรอ้ งให้ผู้คัดคำ้ นชดใช้คำ่ เสยี หำยจำกกำรประพฤติผิดสัญญำพพิ ำทให้แก่ผเู้ รยี กร้องภำยใน 15 วนั นบั แต่วันที่
ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญำ ซึ่งผู้คัดค้ำนได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญำดังกล่ำวแล้วเมื่อวันที่ 5 มกรำคม 2549 แต่
ผคู้ ัดคำ้ นเพิกเฉย ผเู้ รยี กร้องได้รับชดใช้คำ่ เสียหำยจำกธนำคำร ก. ซง่ึ เป็นผู้คำ้ ประกนั ผคู้ ัดคำ้ นเปน็ เงนิ 20 ล้ำนบำท

คำวินิจฉยั ชี้ขำด

คณะอนุญำโตตุลำกำรพิเครำะห์แล้ว เห็นว่ำ กำรท่ีผู้คัดค้ำนทำสัญญำพิพำทกับผู้เรียกร้องแต่
ผู้คัดค้ำนไม่จัดหำ ติดต้ังและส่งมอบอุปกรณ์ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เรียกร้องรวมทั้งผู้คัดค้ำนไม่สำมำรถดำเนินกำร
ให้บริกำรโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมำชิกแก่ประชำชนผู้ใช้บริกำรตำมเจตนำรมณ์ของสัญญำพิพำท ถือว่ำผู้คัดค้ำน
ผิดสัญญำเป็นเหตุให้ผู้เรียกร้องได้รับควำมเสียหำย ผู้เรียกร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้คัดค้ำนชำระค่ำเสียหำยเป็นเงิน
170,000,000 บำท แต่ผู้เรียกร้องได้รับชดใช้ค่ำเสียหำยจำกธนำคำร ก. ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันเป็นเงิน 20,000,000 บำท
แล้ว ผู้เรียกร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องค่ำเสียหำยจำกผู้คัดค้ำนเพียง 150,000,000 บำท พร้อมดอกเบ้ียอัตรำร้อยละ
7.5 ต่อปีนับแต่วันผิดนัด ซึ่งตำมหนังสือบอกเลิกสัญญำของผูเ้ รยี กร้องขอให้ผู้คดั ค้ำนชำระค่ำเสียหำยภำยใน 15 วัน
นับแตว่ นั รับหนงั สือบอกเลกิ สัญญำ ผคู้ ดั คำ้ นได้รับหนงั สือบอกเลิกสญั ญำเม่ือวันท่ี ๕ มกรำคม 2549 ครบ 15 วันใน
วันท่ี 20 มกรำคม 2549 ผู้คัดค้ำนไม่ชำระค่ำเสียหำยแก่ผู้เรียกร้อง จึงตกเป็นผู้ผิดนัดต้ังแต่วันท่ี 21 มกรำคม
2549 เป็นต้นไป ผู้คัดค้ำนจึงต้องรับผิดชำระคำ่ เสียหำย 150,000,000 บำทพร้อมดอกเบ้ียอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อ
ปนี ับตงั้ แตว่ ันที่ 21 มกรำคม 2549 จนกว่ำจะชำระเสร็จแก่ผู้เรียกรอ้ ง

แหลง่ ท่ีมำ

ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 43/2558
หลกั กฎหมำยทเ่ี กยี่ วข้อง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณิชย์
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำร : นำยพศิ ำล พริ ิยะสถิต

นำยมนสั สุขสวสั ดิ์
นำยสทุ ธิ กิตตศิ ภุ พร
นำยถวลิ อินทรักษำ
นำยบุญอินทร์ สง่ เสริมสกุล
ผยู้ ่อ : ณฐั นชุ อนิ ทรใ์ จเอ้ือ

๒๓

12. ข้อพิพำทหมำยเลขแดงที่ 27/2561

ประเด็นข้อพิพำท ๑. ผคู้ ัดคำ้ นผดิ สญั ญำวำ่ จำ้ งหรอื ไม่
๒. หำกผู้คัดค้ำนผิดสัญญำ ผู้คัดค้ำนจะต้องชำระค่ำปรับและค่ำเสียหำยต่ำง ๆ แก่ผู้เรียกร้อง
หรอื ไม่ พยี งใด

คู่พิพำทนำสืบพยำนแล้วข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นรับฟังได้ว่ำ เมื่อวันที่ ๑๖ มกรำคม ๒๕๕๙ ผู้เรียกร้อง
ได้ว่ำจ้ำงผู้คัดค้ำน ให้ทำงำนปลูกต้นไม้ปรับปรุงภูมิทัศน์ และคอยดูแลรักษำภำยหลังกำรปลูก บริเวณทำงหลวง
ปริมำณ ๑ แห่ง วงเงนิ ค่ำจำ้ งรวม ๙๒๒,๔๕๐ บำท (เก้ำแสนสองหมื่นสองพนั สี่รอ้ ยห้ำสิบบำทถ้วน) โดยผคู้ ดั คำ้ นต้อง
เริ่มทำงำนภำยในวันที่ ๑๗ มกรำคม ๒๕๔๙ ซึ่งตำมสัญญำแนบท้ำยได้กำหนดให้ผู้คัดค้ำนดูแลต้นไม้ต่อไปเป็น
ระยะเวลำ ๑ ปี นับจำกวันท่ี ๑๗ มีนำคม ๒๕๔๙ ถึงวันท่ี ๑๖ มีนำคม ๒๕๕๐ โดยกำหนดกำรจ่ำยเงินค่ำดูแลรักษำ
ต้นไม้ดังกล่ำวแบ่งเป็นงวด ๆ รวมจำนวน ๑๒ งวด

คำวินิจฉัยชี้ขำด

ประเด็นข้อพิพำทข้อที่ 1 ตำมสัญญำจ้ำงท่ีพิพำทกันน้ี มีข้อ ๗.ข กำหนดเรื่องสิทธิของผู้ว่ำจ้ำงในกำร
บอกเลิกสัญญำไว้ว่ำ “กำหนดเวลำแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่ำจ้ำงในกำรบอกเลิกสัญญำ” ดังนั้น ผู้รับจ้ำงต้องเริ่ม
ทำงำนท่ีรับจ้ำงภำยในวันท่ี ๑๗ เดือน มกรำคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และจะต้องทำงำนให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภำยในวันท่ี ๑๗
เดือน มีนำคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ถ้ำผู้รับจ้ำงมิได้ลงทำงำนภำยในกำหนดเวลำ หรือไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จตำม
กำหนดเวลำ หรือมีเหตุให้เช่ือได้ว่ำ ผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จภำยในกำหนดเวลำ หรือจะแล้วเสร็จล่ำช้ำ
เกินกว่ำกำหนดเวลำ หรือผู้รับจ้ำงทำผิดสัญญำข้อใดข้อหน่ึงหรือตกเป็นผู้ล้มละลำย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตำมคำสั่ง
ของคณะกรรมกำรตรวจกำรจ้ำง หรือผู้ควบคุมงำน หรือบริษัทท่ีปรึกษำ ซึ่งได้รับมอบอำนำจจำกผู้ว่ำจ้ำง ผู้ว่ำจ้ำงมีสิทธิ
บอกเลิกสัญญำน้ีได้ และมีสิทธิจ้ำงผู้รับจ้ำงรำยใหม่เข้ำทำงำนของผู้รับจ้ำงให้ลุล่วงไปด้วย ภำยในกำหนดเวลำแล้ว
เสร็จบริบูรณ์ตำมสัญญำน้ี ถ้ำผู้รับจ้ำงหยุดกำรทำงำน หรือทำแต่เพียงให้เห็นว่ำมิได้หยุดกำรทำงำนโดยส้ินเชิงเป็น
เวลำติดต่อกนั เกนิ กวำ่ ๓๐ วนั กด็ ี หรือหยดุ กำรทำงำนโดยไมม่ เี หตุผลสมควร และก่อใหเ้ กิดควำมเดอื ดรอ้ นไม่สะดวก
หรืออำจเป็นอันตรำยแก่ประชำชนผู้ใช้เส้นทำงก็ดี หรือมีหลักฐำนแสดงว่ำผู้รับจ้ำงมีฐำนะกำรเงินไม่ดี ขำดเงินทุ น
หมุนเวียน และขำดเครื่องมือเครื่องจักร หรืออื่น ๆ ที่อำจทำให้คำดหมำยได้ว่ำผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถทำงำนจ้ำงให้แล้ว
เสร็จบริบูรณ์ได้ก็ดี หรือเวลำล่วงเลยไปเกินกว่ำคร่ึงหน่ึงของกำหนดเวลำตำมสัญญำแต่ผู้รับจ้ำงทำงำนตำมสัญญำ
ล่ำช้ำต่ำกว่ำแผนงำน โดยมีผลต่ำง ซ่ึงมีหน่วยเป็นร้อยละระหว่ำงแผนงำนที่ผู้ว่ำจ้ำงเห็นชอบไว้แล้วกับผลงำนที่
ผู้รับจ้ำงทำได้จริงตั้งแต่สำมสิบข้ึนไปก็ดี ให้ถือว่ำผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภำยในกำหนดเวลำ
กำรที่ผวู้ ่ำจ้ำงไมใ่ ชส้ ทิ ธเิ ลกิ สญั ญำดังกลำ่ วข้ำงตน้ ไม่เปน็ เหตุใหผ้ ู้รบั จ้ำง (ผู้คัดค้ำน) พน้ จำกควำมผดิ ตำมสญั ญำ”

ประเด็นข้อพพิ ำทข้อท่ี 2 ตำมพฤตกิ ำรณท์ ีเ่ กิดข้นึ ในคดีน้ี จะเหน็ ไดว้ ำ่ ผ้คู ดั คำ้ นละเลยไม่รับผิดชอบใน
กำรดแู ลสวนของผเู้ รยี กรอ้ งหลังจำกผ้เู รยี กร้องได้มหี นังสือบอกกล่ำวแล้ว ผูเ้ รียกรอ้ งควรรีบดำเนินกำรบอกเลกิ สัญญำ
จ้ำงหรอื กระทำด้วยประกำรใด ๆ ในกำรดูแลสวนดังกลำ่ ว เชน่ ใหเ้ จ้ำหนำ้ ทข่ี องหนว่ ยงำนของผู้เรยี กร้องเข้ำดูแลสวน
เช่น ในกำรรดน้ำต้นไม้ หรือจ้ำงบุคคลอ่ืนให้ดูแล แต่กำรท่ีผู้เรียกร้องไม่ดำเนินกำรใด ๆ ท่ีสมควรในทำงปัดเป่ำควำม
เสยี หำยทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ โดยใชเ้ วลำนำนมำกในกำรบอกเลกิ สญั ญำจำ้ ง และไม่ดำเนนิ กำรอน่ื ๆ กล่ำวคอื มีกำรประชุมเพ่ือ
ลงมติบอกเลิกสัญญำหลังจำกผู้คัดค้ำนผิดสัญญำ ถึงสำมปีกว่ำ คือ ในวันที่ ๙ มีนำคม ๒๕๕๓ หลังจำกฝ่ำยผู้คัดค้ำน
ผิดสัญญำไมเ่ ข้ำดแู ลต้นไมต้ ำมสัญญำจ้ำงตั้งแตว่ ันที่ ๑๗ พฤศจิกำยน ๒๕๔๙ และไดม้ ีกำรแจง้ บอกเลิกสัญญำจ้ำงเป็น
หนังสอื ไปยงั ผู้คัดค้ำน ในวนั ท่ี ๓ ธนั วำคม ๒๕๕๘ นน้ั เห็นได้ว่ำ กำรทีผ่ ้เู รยี กรอ้ งละเลยไมร่ ีบดำเนินกำรบอกเลกิ สัญญำ
ภำยในเวลำอันสมควรแต่ปล่อยปละละเลยเป็นเวลำ เกำ้ ปกี ว่ำ จำกวนั ทีผ่ ดิ สัญญำจ้ำง โดยผเู้ รยี กรอ้ งจึงมสี ่วนผิดอยู่ด้วย
ท้ังน้ีเพรำะกำรที่ผู้เรียกร้องไม่บอกเลิกสัญญำจ้ำงต่อผู้คัดค้ำนท่ีผิดสัญญำจนค่ำปรับมีจำนวนสูงมำกเกินสมควร คือ
สูงเกินกว่ำควำมเสียหำยที่แท้จริง กล่ำวคือ ผู้เรียกร้องขอให้คณะอนุญำโตตุล ำกำรชี้ขำดให้ค่ำปรับจำนวน
๑,๗๖๓,๙๓๖ บำท (หนง่ึ ลำ้ นเจ็ดแสนหกหม่ืนสำมพันเก้ำร้อยสำมสิบหกบำทถว้ น) ในขณะท่ีค่ำจำ้ งตำมสัญญำจ้ำงนั้น
เปน็ จำนวนเพียง ๙๒๒,๔๕๐ บำท (เก้ำแสนสองหมนื่ สองพันสี่รอ้ ยหำ้ สิบบำทถ้วน) จงึ เห็นได้วำ่ ค่ำปรบั นัน้ สูงกว่ำมูลค่ำ
ตำมสัญญำประมำณ ๙๑ เปอร์เซ็นต์ นอกจำกน้ันผู้เรียกร้องมีส่วนก่อให้เกิดควำมเสียหำยด้วย เพรำะบอกเลิกสัญญำ

๒๔

ล่ำช้ำมำก เบ้ียปรับดังกล่ำวหำกเป็นกำรพิจำรณำคดีในศำล ศำลมีอำนำจลดเงินจำนวนที่กำหนดให้เป็นเบ้ียปรับลงได้
ตำม ป.พ.พ. มำตรำ ๒๒๓

จึงวินจิ ฉัยชข้ี ำดให้ผูค้ ดั ค้ำนชำระเงินจำนวน ๕๙๒,๓๘๗ บำท (ห้ำแสนเกำ้ หมน่ื สองพันสำมรอ้ ยแปดสิบ
เจ็ดบำทถ้วน) พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจำกวันเสนอข้อพิพำทจนกว่ำผู้คัดค้ำนจะชำระให้แก่
ผู้เรยี กรอ้ งเสร็จสนิ้

แหลง่ ที่มำ

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 22/2559
หลักกฎหมำยทเ่ี ก่ียวข้อง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณิชย์ มำตรำ 223
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : ศำสตรำจำรย์ ดร. เสำวนยี ์ อศั วโรจน์

ดร. สนธยำ เครือเวทย์
ผูช้ ่วยศำสตรำจำรย์ ดร. สุรรี ัตน์ ประจนปจั จนึก
ผ้ยู ่อ : ประกอบบุญ สวุ รรณโมลี

๒๕

13. ขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงที่ 68/2561

ประเด็นข้อพิพำท : 1. ฝ่ำยใดเป็นฝ่ำยผิดสญั ญำ
2. ทัง้ สองฝำ่ ยมสี ทิ ธิเรียกร้องค่ำเสียหำยหรอื ไม่ เพียงใด

ข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นฟังได้ว่ำ เม่ือวันท่ี ๒๖ มีนำคม ๒๕๕๗ ผู้คัดค้ำนได้ทำสัญญำพิพำทว่ำจ้ำง
ผู้เรยี กร้องรับเหมำตดิ ต้ังงำนโครงสร้ำงและสถำปตั ยกรรมโครงกำร A ตกลงค่ำจำ้ งเปน็ เงิน ๒๙,๐๐๐,๐๐๐ บำท (รวม
ภำษีมูลค่ำเพิ่ม) มีกำหนดเวลำทำงำนท่ีรับจ้ำง ๔๖๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนำคม ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๑๘ พฤษภำคม ๒๕๕๘
ผู้คัดค้ำนจะชำระค่ำจ้ำงเป็นรำยงวดทุก ๑๕ วัน ตำมผลงำนท่ีผู้เรียกร้องทำได้จริงในแต่ละงวด และจะชำระภำยใน
๑๕ วัน นับแตว่ ันทีไ่ ด้รบั ใบแจง้ หนี้จำกผ้เู รยี กร้อง โดยผเู้ รียกรอ้ งยอมให้ผูค้ ดั ค้ำนหกั เงินประกนั ผลงำนในอัตรำร้อยละ
๑๐ ของมลู คำ่ งำนทผี่ เู้ รยี กรอ้ งทำได้ในแต่ละงวด เพอื่ เปน็ ประกนั ผลงำน หำกผเู้ รียกรอ้ งไมส่ ำมำรถทำงำนท่จี ำ้ งได้ตำม
กำหนดเวลำของจุดตรวจสอบ (Milestone) ผู้คัดค้ำนมีสิทธิหักเงินในอัตรำร้อยละ ๐.๐๕ ของมูลค่ำงำนเฉพำะ
จุดตรวจสอบน้ัน และผู้คัดค้ำนจะคืนเงินที่หักไว้เมื่อผู้เรียกร้องทำงำนในจุดตรวจสอบน้ันแล้วเสร็จ ตำมสัญญำพิพำท
กำหนดว่ำหำกผู้เรียกร้องทำงำนล่ำช้ำกว่ำกำหนด จะต้องชำระค่ำปรับวันละ ๑๔,๕๐๐ บำท หรือเท่ำกับ ๐.๐๕ ของ
มูลค่ำตำมสัญญำ จนกว่ำงำนจะแล้วเสร็จ แต่รวมกันไม่เกิน ๒,๙๐๐,๐๐๐ บำท ผู้เรียกร้องได้มอบหนังสือค้ำประกัน
ของธนำคำร ก. ลงวันท่ี ๑๐ มิถุนำยน ๒๕๕๗ จำนวนเงิน ๗๒๕,๐๐๐ บำท ไว้แก่ผู้คัดค้ำนเพื่อเป็นประกันกำรปฏบิ ัติ
ตำมสัญญำพิพำท

ผู้เรียกร้องได้ทำงำนที่รับจ้ำงและได้เบิกเงินค่ำจ้ำงจำกผู้คัดค้ำนไปแล้ว ๒๔ งวดงำน ซึ่งผู้คัดค้ำนได้
หักเงินประกันผลงำนไว้ ๑,๓๕๕,๑๔๐.๑๙ บำท และในระหว่ำงกำรทำงำนผู้คัดค้ำนได้หักเงินไว้อีก ๕๐๐,๐๐๐ บำท ของ
ผู้เรียกร้องจำกมูลค่ำงำนเฉพำะจุดตรวจสอบ ต่อมำผู้เรียกร้องได้ขอเบิกเงินค่ำงวดงำนท่ี ๒๕ จำนวน ๒๘๙,๙๗๙.๘๔ บำท
และค่ำงวดงำนที่ ๒๖ จำนวน ๒๘๘,๖๘๔ บำท ผู้คัดค้ำนไม่ยอมชำระเงินค่ำงำนทั้งสองงวดดังกล่ำวให้แก่ผู้เรียกร้อง
ผเู้ รยี กร้องจึงบอกเลกิ สัญญำพพิ ำท

คำวนิ จิ ฉยั ช้ีขำด

อนุญำโตตลุ ำกำรเหน็ สมควรวินจิ ฉัยประเดน็ ที่ ๑ และประเด็นที่ ๒ รวมกนั ไป
ปัญหำแรกมีว่ำ ผู้เรียกร้องส่งมอบงำนล่ำช้ำตำมที่ผู้คัดค้ำนกล่ำวอ้ำงหรือไม่ ตำมสัญญำพิพำท
กำหนดให้ผู้เรียกร้องต้องเริ่มงำนวันที่ ๑๗ มีนำคม ๒๕๕๗ และต้องส่งมอบงำนภำยในวันท่ี ๑๘ พฤษภำคม ๒๕๕๘
แต่ปรำกฏตำมรำยงำนกำรประชุมของผู้คัดค้ำน ข้อ ๔.๑๐ ว่ำ บริษัท L ซ่ึงผู้คัดค้ำนจ้ำงให้มำทำกำแพงกันดิน
ในบริเวณกอ่ สรำ้ ง บรษิ ทั L เพ่งิ ส่งมอบพนื้ ท่ีก่อสร้ำงไดเ้ มอื่ วันท่ี ๒๐ พฤษภำคม ๒๕๕๗ ทำให้ผูเ้ รยี กร้องเขำ้ ทำงำนใน
บริเวณดังกล่ำวได้เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภำคม ๒๕๕๗ ทำให้ผู้เรียกร้องเข้ำทำงำนได้ล่ำช้ำกว่ำกำหนด ๖๕ วัน
และในระหว่ำงกำรก่อสร้ำงผู้คัดค้ำนได้ส่ังให้ผู้เรียกร้องหยดุ กำรทำงำนตำมสัญญำพิพำท เพรำะเมื่อวันท่ี ๓๐ ตุลำคม
๒๕๕๗ สำนกั งำนเขตวฒั นำได้ส่ังให้ผู้คดั ค้ำนระงับกำรก่อสร้ำง เน่ืองจำกชำวบำ้ นบริเวณก่อสรำ้ งไดร้ ับควำมเดือดร้อน
อันเนือ่ งมำจำกกำรก่อสร้ำงอำคำรชุดของผคู้ ดั คำ้ น ผู้เรยี กรอ้ งจงึ ไม่สำมำรถทำงำนในชว่ งดังกล่ำวไดอ้ ีก ๒๓ วนั รวม ๒ ครั้ง
ผู้เรียกร้องทำงำนไม่ได้ ๘๘ วัน ควำมล่ำช้ำในกำรส่งมอบพ้ืนที่ก่อสร้ำงและกำรถูกส่ังห้ำมทำงำนของสำนักงำนเขต
วฒั นำอันเป็นคำสั่งทำงปกครองของเจ้ำพนักงำนนี้ มิใชค่ ำสง่ั ให้หยุดงำนของผูว้ ่ำจ้ำงตำมขอ้ ๑๒.๑(๔) จงึ มิใช่เหตุตำม
สัญญำพิพำทข้อ ๑๒.๑ ท่ีผู้เรียกร้องจะต้องขอขยำยระยะเวลำก่อสร้ำงต่อผู้คัดค้ำนตำมเง่ือนไขท่ีระบุไว้ในข้อ ๑๒.๓
ควำมล่ำช้ำดังกล่ำวจึงเป็นพฤติกำรณซ์ ึ่งผู้เรียกร้องท่ีเป็นลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ผู้เรียกร้องจึงยังหำได้ชื่อว่ำผิดนัดไม่
ตำมทบี่ ญั ญัตไิ ว้ในประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณชิ ย์ มำตรำ ๒๐๕ ผูเ้ รยี กรอ้ งมีสทิ ธไิ ดร้ ับกำรขยำยระยะเวลำก่อสร้ำง
เพรำะทั้ง ๒ เหตุนี้ได้รวม ๘๘ วัน ผู้คัดค้ำนจึงต้องขยำยระยะเวลำทำงำนดังกล่ำวให้แก่ผู้เรียกร้อง เม่ือผู้เรียกร้องส่ง
มอบงำนให้แก่ผู้คัดค้ำนในวันที่ ๑๑ กรกฎำคม ๒๕๕๘ จึงไม่เกินกำหนดระยะเวลำตำมสัญญำพิพำท
ผู้คัดค้ำนจึงไม่มีสิทธิหักเงินค่ำจ้ำงงำนในงวดที่ ๒๕ ไว้เป็นค่ำปรับ ส่วนค่ำจ้ำงงำนในงวดท่ี ๒๖ ก็ถึงกำหนดชำระแล้ว
ผู้คัดค้ำนจึงต้องรับผิดชำระเงินค่ำจ้ำงงำนในงวดท่ี ๒๕ และงวดที่ ๒๖ รวมเป็นเงิน ๕๗๘,๖๖๓.๘๔ บำท ให้แก่
ผเู้ รียกร้อง

๒๖

ปัญหำต่อไป ผู้เรียกร้องได้ปรับเปลี่ยนทำงำนเพ่ิมเติมจำกสัญญำตำมคำส่ังของผู้คัดค้ำน
อันจะต้องชำระค่ำจ้ำงในส่วนงำนเพ่ิมเติมน้ี ซึ่งผู้เรียกร้องได้ทำไปแล้วอีกจำนวน ๘๔๑,๓๔๑.๙๒ บำท ตำมท่ี
ผ้เู รียกร้องกล่ำวอ้ำงหรอื ไม่ นอกจำกนำย ณ.ผู้จัดกำรโครงกำรของผ้คู ัดค้ำนจะเบิกควำมเป็นพยำนยอมรับและร่วมกับ
นำย น. ผู้ควบคุมงำนของผู้คัดค้ำนลงชื่อไว้ในเอกสำรว่ำ ผู้คัดค้ำนมีกำรส่ังงำนเพ่ิมคือ ทำสีหลำยรำยกำร
งำนเปล่ียนแปลงฝ้ำเพดำน งำนเปลี่ยนแปลงหินแกรนิต งำนเปลี่ยนแปลง Finishing ม้ำนั่ง งำน Landscape ช้ัน
Roof และงำนอ่ืน ๆ อกี รวมกว่ำ ๒๐ รำยกำร อันแสดงวำ่ ผู้คัดค้ำนได้ส่ังเปล่ียนแปลงทำงำนเพ่มิ ไวจ้ ริง เม่อื ผคู้ ดั ค้ำน
มิได้สืบหักล้ำงเป็นอ่ืน ปัญหำว่ำงำนเพิ่มท่ีผู้คัดค้ำนต้องชำระเป็นเงินเท่ำใด ปรำกฏตำมเอกสำรสรุป final account
ประกอบคำเบิกควำมของนำย ณ. ยอดเงินงำนเพ่ิมที่ผู้คัดค้ำนต้องจ่ำยให้แก่ผู้เรียกร้องตำมเอกสำร อันดับ ๑.๑
เปน็ เงนิ จำนวน ๖๙๖,๓๓๘.๐๘ บำท ผู้คัดคำ้ นจงึ ตอ้ งชำระเงินคำ่ งำนเพ่มิ จำนวนนใี้ ห้แก่ผ้เู รยี กร้อง

ส่วนเงินค่ำปรับจดุ ตรวจสอบท่ีผู้คัดค้ำนหักไว้จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บำท โดยอ้ำงว่ำผู้เรียกรอ้ งทำงำน
ล่ำช้ำกว่ำกำหนดน้ัน เมื่อผู้เรียกร้องมิได้ทำงำนล่ำช้ำกว่ำสัญญำดังที่ได้วินิจฉัยไว้แล้ว ผู้คัดค้ำนจึงต้องคืนเงินจำนวน
๕๐๐,๐๐๐ บำท ท่หี กั ไว้นัน้ ให้แกผ่ ูเ้ รียกร้อง

สำหรับเงินประกันผลงำนงวดงำนท่ี ๑ ถึงงวดท่ี ๒๓ จำนวน ๑,๓๕๕,๑๔๐.๑๙ บำท ที่ผู้คัดค้ำนได้
หักไว้นนั้ เมอ่ื ผู้เรียกรอ้ งไดท้ ำงำนจนแลว้ เสร็จ ผู้คดั ค้ำนก็ต้องคนื เงนิ จำนวนนใี้ ห้แกผ่ ้เู รียกรอ้ งเชน่ กัน

ค่ำปรับ ต้องชดใช้เงินค่ำเสียหำยที่ต้องจ้ำงผู้บริหำรงำนก่อสร้ำง ทั้งไม่ต้องชดใช้ค่ำเสียหำย
ทผี่ คู้ ัดค้ำนตอ้ งจำ้ งบุคคลภำยนอกเพิ่มขึ้น ตำมขอ้ เรียกร้องแยง้ ของผู้คัดค้ำน

ปัญหำเร่ืองค่ำสำธำรณูปโภคท่ีผู้คัดค้ำนอ้ำงว่ำได้สำรองจ่ำยแทนผู้เรียกร้องไปในระหว่ำงสัญญำ
รวม ๑๒๒,๙๐๔.๒๒ บำท ซ่ึงผู้เรียกร้องจะต้องจ่ำยคืนให้แก่ผู้คัดค้ำน นั้น นำย น. เบิกควำมว่ำ ค่ำสำธำรณูปโภค ได้แก่
ค่ำน้ำค่ำไฟ ค่ำทำควำมสะอำด ค่ำพนักงำนรักษำควำมปลอดภัย ซึ่งตำมเอกสำรนี้เป็นหนังสือที่ฝ่ำยผู้คดั ค้ำนแจ้งเร่ือง
ค่ำสำธำรณูปโภคที่ผู้เรียกร้องต้องรับผิดชอบรวม ๙ ฉบับ โดยนำย น. เบิกควำมตอบคำถำมค้ำนฝ่ำยผู้เรียกร้องว่ำ
ค่ำสำธำรณูปโภคของโครงกำรซ่ึงมีผู้รับจ้ำงทำงำนของโครงกำรนี้หลำยรำยด้วยกันจะต้องช่วยกันแบ่งจ่ำยตำมสัดส่วน
ตำมเอกสำรฉบับแรกระบุไว้ว่ำคำ่ น้ำประปำ ณ วันท่ี ๕ มีนำคม ๒๕๕๘ ท่ีผู้เรียกร้องจะต้องรับผิดได้หักไว้แล้วจำกค่ำ
ผลงำนในงวดท่ี ๒๐ ฉบับที่สองระบุไว้ว่ำค่ำน้ำประปำ ณ วันที่ ๕ เมษำยน ๒๕๕๘ ที่ผู้เรียกร้องจะต้องรับผิดได้หักไว้
แล้วจำกค่ำผลงำนในงวดท่ี ๒๒ ฉบับที่สำมระบุไว้ว่ำค่ำน้ำประปำ ณ วันท่ี ๕ พฤษภำคม ๒๕๕๘ ที่ผู้เรียกร้องจะต้อง
รับผิดได้หักไว้แล้วจำกค่ำผลงำนในงวดที่ ๒๓ ฉบับท่ีสี่ระบุไว้ว่ำค่ำน้ำประปำ ณ วันที่ ๕ มิถุนำยน ๒๕๕๘
ที่ผู้เรียกร้องจะต้องรับผิดได้หักไว้แล้วจำกค่ำผลงำนในงวดที่ ๒๓ ฉบับที่ห้ำระบุไว้ว่ำค่ำน้ำประปำ ในรอบบิล วันท่ี ๕
กรกฎำคม ถึง ๕ กันยำยน ๒๕๕๘ ที่ผู้เรียกร้องต้องรับผิดจะหักจำกงวด Final Account ฉบับที่หกระบุไว้วำ่ ค่ำไฟฟำ้
ในรอบบลิ วันที่ ๔ เมษำยน ถงึ ๔ กนั ยำยน ๒๕๕๘ ทีผ่ ู้เรียกร้องตอ้ งรับผดิ จะหักจำกงวด Final Account ฉบับทีเ่ จ็ด
ระบุไว้ว่ำค่ำไฟฟ้ำ ในรอบบิล วันที่ ๔ สิงหำคม ๒๕๕๘ ถึง ๔ มกรำคม ๒๕๕๙ ที่ผู้เรียกร้องต้องรับผิดจะหักจำกงวด
Final Account ฉบับท่ีแปดระบุไว้ว่ำค่ำไฟฟ้ำ ในรอบบิล วันท่ี ๔ ธันวำคม ๒๕๕๘ ถึง ๔ มกรำคม ๒๕๕๙
ท่ีผู้เรียกร้องต้องรับผิดจะหักจำกงวด Final Account ฉบับท่ีเก้ำระบุไว้ว่ำค่ำพนักงำนรักษำควำมปลอดภัยและ
คำ่ ทำควำมสะอำด ท่ผี ู้เรยี กรอ้ งต้องรับผดิ จะหักจำกงวด Final Account แต่ทำงนำสืบของผคู้ ัดค้ำนไม่ปรำกฏโดยชัด
แจ้งว่ำ หลังจำกหักค่ำสำธำรณูปโภคจำกค่ำผลงำนในแต่ละงวดดังกล่ำวแล้ว ผู้คัดค้ำนไดห้ ักจำกงวด Final Account
หรือไม่ ยังเหลือค่ำสำธำรณูปโภคที่ผ้เู รียกร้องต้องชำระอีกเท่ำใด ข้อเรยี กรอ้ งแยง้ น้ผี ู้คดั ค้ำนมีภำระพิสจู น์ เมื่อไม่นำสืบ
ใหเ้ หน็ โดยชัดแจ้ง จึงไม่อำจกำหนดใหผ้ ้เู รยี กร้องรบั ผิดในหนี้ส่วนนีต้ ่อผู้คดั ค้ำน

ปัญหำต่อไป งำนท่ีผู้เรียกร้องได้ส่งมอบให้แก่ผู้คดั ค้ำน ปรำกฏต่อมำว่ำเป็นงำนทไี่ ม่ได้คุณภำพและ
ชำรุดบกพร่องซ่ึงจะต้องแก้ไขคิดเป็นเงิน ๒๕,๔๐๘.๖๓ บำท ตำมที่ผู้คัดค้ำนกล่ำวอ้ำงหรือไม่ ปรำกฏว่ำ งำนท่ี
ผู้เรียกร้องทำและส่งมอบให้แก่ผู้คัดค้ำนต้ังแต่งวดท่ี ๑ ถึงงวดท่ี ๒๔ นั้น ไม่มีควำมชำรุดบกพร่องและผู้เรียกร้องไดร้ บั
ชำระเงนิ ใน ๒๔ งวดดงั กลำ่ วแลว้ โดยไม่มีปัญหำ สว่ นงำนงวดท่ี ๒๕ และงวดท่ี ๒๖ นำย ณ. ผู้จดั กำรโครงกำรของผู้คัดค้ำน
ก็ได้ลงชื่อรับรองไว้ในเอกสำรหมำย ร.๑๔ และ ร.๑๕ ว่ำ ผู้เรียกร้องทำงำนโดยถูกต้องให้ผู้เรียกร้องเบิกเงินค่ำจ้ำงทัง้
สองงวดดงั กลำ่ วได้ จำกทำงนำสืบของผู้คัดค้ำนไม่ปรำกฏว่ำลูกค้ำห้องชุดของผู้คดั ค้ำนได้มีกำรแจ้งว่ำงำนท่ีผ้เู รยี กร้อง
ทำไม่ได้คุณภำพหรือชำรุดบกพร่อง ท้ังนำยณฐกร บัวทอง ผู้จัดกำรโครงกำรของผู้คัดค้ำนก็ได้ออกหนังสือ แบบ อ.๖
ในเอกสำรหมำย ร.๑๒ รับรองว่ำงำนของผู้เรียกร้องเสร็จเรียบร้อยถูกต้อง และต่อมำอำคำรพิพำทก็ได้จดทะเบียน

๒๗

อำคำรชุดเมอื่ วันที่ ๑๐ สิงหำคม ๒๕๕๘ และได้มีกำรจดทะเบียนนติ ิบุคคลเม่ือวนั ที่ ๑๔ สิงหำคม ๒๕๕๘ จงึ ยงั ฟงั ไมไ่ ด้วำ่
งำนของผู้เรียกร้องทีม่ ีกำรส่งมอบมีควำมชำรุดบกพร่องอันจะตอ้ งแก้ไข ผู้เรียกร้องจึงไม่ตอ้ งชำระค่ำเสียหำยในสว่ นนี้
เมื่องำนท่ีผู้เรียกร้องส่งมอบให้แก่ผู้คัดค้ำนน้ัน ไม่มีส่วนท่ีจะต้องแก้ไขทำเพิ่มเติม ผู้เรียกร้องจึงไม่ต้องรับผิดใน
คำ่ เสยี หำยทีอ่ ้ำงว่ำผคู้ ดั ค้ำนตอ้ งไปว่ำจำ้ งผู้บรหิ ำรงำนก่อสร้ำงวนั ละ ๑๐,๐๐๐ บำท ตำมข้อเรยี กร้องแยง้

รวมที่ผคู้ ดั ค้ำนตอ้ งชำระให้แก่ผูเ้ รยี กร้องเปน็ เงิน ๓,๑๓๐,๑๔๒.๑๑ บำท
ส่วนหนังสือค้ำประกันของธนำคำร ก. น้ัน เมื่อผู้เรียกร้องไมม่ ีภำระทจ่ี ะตอ้ งรับผิดตำมสญั ญำพพิ ำท
ดังทไ่ี ดว้ ินิจฉัยมำแล้ว ผู้คดั ค้ำนจึงตอ้ งคนื หนงั สอื ค้ำประกันดงั กล่ำวนั้นใหแ้ ก่ผู้เรยี กรอ้ ง
วินิจฉัยชี้ขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงินจำนวน ๓,๑๓๐,๑๔๒.๑๑ บำท พร้อมด้วยดอกเบ้ียอัตรำร้อยละ
๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ ตุลำคม ๒๕๕๙ อันเป็นวันยื่นเสนอข้อพิพำทจนกว่ำจะชำระเสร็จ และให้ผู้คัดค้ำนคืน
หนงั สือคำ้ ประกันของธนำคำรกสกิ รไทยดังกลำ่ วใหแ้ กผ่ ู้เรยี กร้อง ส่วนขอ้ เรยี กร้องแยง้ ของผู้คัดค้ำนใหย้ ก

แหล่งทมี่ ำ

ข้อพิพำทหมำยเลขดำท่ี 111/2559
หลกั กฎหมำยท่ีเก่ียวขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำนชิ ย์ มำตรำ 205
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : ไพฑรู ย์ เนติโพธ์ิ
ผยู้ อ่ : ศศิรศั ม์ิ พรมทตั ร์

๒๘

14. ข้อพิพำทหมำยเลขแดงที่ 74/2561

ประเดน็ ขอ้ พิพำท : 1. ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถปฏิบัติงำนตำมสัญญำจำ้ งในช่วงระยะเวลำเดอื นพฤศจิกำยน 2556
ถึงเดือนพฤษภำคม 2557 อันเนื่องมำจำกเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองตำมหนังสือเวียนคณะกรรมกำรว่ำ
ด้วยกำรพัสดุ กรมบัญชีกลำง ด่วนท่ีสุดที่ กค (กวพ) 0421.3/ว291 ลงวันท่ี 20 สิงหำคม 2558 จริงหรือไม่

2. ผู้คัดค้ำนจะต้องคืนเงินค่ำปรับ (ค่ำจ้ำงที่ผู้คัดค้ำนหักไว้ชำระเป็นค่ำปรับ) พร้อมดอกเบ้ีย
ตำมคำขอทำ้ ยคำเสนอข้อพิพำทให้แก่ผ้เู รียกรอ้ งหรอื ไม่ เพียงใด

คณะอนญุ ำโตตุลำกำรจะไดพ้ ิจำรณำวนิ ิจฉัยประเดน็ ข้อพิพำทในแตล่ ะประเด็นดังนี้

ประเด็นข้อพิพำทที่ 1 ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถปฏิบัติงำนตำมสัญญำจ้ำงในช่วงระยะเวลำเดือน
พฤศจิกำยน 2556 ถึงเดือนพฤษภำคม 2557 อันเน่ืองมำจำกเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมือง
ตำมหนังสือเวียนคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ กรมบัญชีกลำง คณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ
ตำมหนังสือเวียนคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ ได้กำหนดแนวทำงเร่ืองกำรยกเวน้ ผ่อนผัน กำรขอรับควำมชว่ ยเหลอื
กรณีเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองไวม้ ีใจควำมวำ่ ตำมท่ีคณะกรรมกำรว่ำดว้ ยกำรพัสดุ (กวพ.) ได้เวียนซักซ้อม
ควำมเข้ำใจแนวทำงกำรปฏิบัติกรณีเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลำต้ังแต่เดือน
พฤศจิกำยน 2556 ถึงเดือนพฤษภำคม 2557 ซ่ึงเหตุกำรณ์ดังกล่ำวอำจมีผลกระทบต่อคู่สัญญำของทำงรำชกำร
ทำให้คู่สัญญำบำงรำยมีปัญหำอุปสรรคในกำรปฏิบัติงำนหรือไม่สำมำรถปฏิบัติงำนตำมสัญ ญำในช่วงระยะเวลำ
ดังกล่ำวได้ จนกว่ำสถำนกำรณ์จะเข้ำสู่ภำวะปกติ โดยให้ถือว่ำเหตุกำรณ์ดังกล่ำว เป็นเหตุสุดวิสัยตำมระเบียบสำนัก
นำยกรัฐมนตรีว่ำดว้ ยกำรพสั ดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแก้ไขเพ่มิ เติมข้อ 139 (2) ท้ังน้ี ต้องเป็นกรณีที่คูส่ ัญญำได้ปฏบิ ตั ิ
ตำมสัญญำหรือข้อตกลงที่ให้ไว้กับทำงรำชกำรเป็นไปอย่ำงปกติตลอดมำ และต้องไม่มีพฤติกำรณ์ที่จะทิ้งงำนของทำง
รำชกำร หำกมีเหตุอันสมควรท่ีจะพิจำรณำงดหรือลดค่ำปรับหรือขยำยเวลำทำกำรตำมสัญญำ ก็ให้สำมำรถดำเนินกำรได้
โดยให้เปน็ ดุลพนิ ิจของสว่ นรำชกำรทจ่ี ะพิจำรณำไดต้ ำมจำนวนวันทม่ี ีเหตเุ กดิ ขนึ้ จริง

ตำมหลักเกณฑ์ดังกล่ำวข้ำงต้น คณะอนุญำโตตุลำกำรเห็นว่ำ คู่สัญญำของทำงรำชกำร ที่จะได้รับ
กำรพิจำรณำงดหรือลดค่ำปรับหรือขยำยเวลำกำรทำกำรตำมสัญญำน้ัน ต้องเป็นคู่สัญญำที่ได้รับผลกระทบจำก
เหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองท่ีเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลำต้ังแต่เดือนพฤศจิกำยน 2556 ถึงเดือนพฤษภำคม
2557 และผลกระทบนั้นมีต่อคู่สัญญำของทำงรำชกำร ทำให้คู่สัญญำมีปัญหำอุปสรรคในกำรปฏิบัติงำนหรือไม่
สำมำรถปฏิบัตงิ ำนตำมสญั ญำในชว่ งระยะเวลำดังกลำ่ วได้ โดยใหเ้ ป็นดุลพนิ ิจของสว่ นรำชกำรที่จะพิจำรณำงดหรือลด
ค่ำปรับหรือขยำยเวลำทำกำรตำมสัญญำได้ตำมจำนวนวันท่ีมีเหตุกำรณ์เกิดข้ึนจริง ซ่ึงเป็นปัญหำข้อเท็จจริง
ที่คู่สัญญำของทำงรำชกำรท่ีขอรับควำมช่วยเหลืออ้ำงเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองจะต้องเสนอข้อเท็จจริง
และพยำนหลกั ฐำนต่อทำงรำชกำร เพ่ือแสดงให้เหน็ วำ่ ได้รับผลกระทบอยำ่ งใดบ้ำงทท่ี ำใหค้ ู่สัญญำมีปญั หำอุปสรรคใน
กำรปฏิบัติงำน หรือไม่สำมำรถปฏิบัติงำนตำมสัญญำได้ ตำมข้อเท็จจริงที่ผู้เรียกร้องและผู้คัดค้ำนนำสืบได้ควำม
ตรงกันว่ำ ผู้เรียกร้องส่งมอบงำนงวดที่ 1 เม่ือวันที่ 2 กันยำยน 2557 และส่งมอบงำนงวดสุดท้ำย เมื่อวันท่ี 10
ตลุ ำคม 2557 ผคู้ ัดคำ้ นไดต้ รวจรับงำนทั้งสองงวด และจำ่ ยเงนิ คำ่ จ้ำงตำมสัญญำใหแ้ ก่ผูเ้ รียกร้องรับไปแลว้ เม่ือวันที่
15 กันยำยน 2557 และวันที่ 24 ตุลำคม 2557 โดยหักเงินค่ำจ้ำงไว้เป็นค่ำปรับเนื่องจำกผู้เรียกร้องส่งมอบงำน
เกินกำหนดเวลำแลว้ เสรจ็ ตำมสญั ญำงวดท่ี 1 จำนวน 204 วนั งวดสุดทำ้ ยจำนวน 38 วัน ทั้งนี้ โดยผเู้ รียกร้องไมไ่ ดย้ ก
เหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองขึ้นกล่ำวอ้ำงว่ำมีผลกระทบต่อผู้เรียกร้องทำให้ผู้เรียกร้องมีปัญหำอุปสรรคในกำร
ปฏิบัตงิ ำนหรือไมส่ ำมำรถปฏิบตั ิงำนตำมสญั ญำอย่ำงใดบำ้ ง จนกระท่งั คณะกรรมกำรวำ่ ดว้ ยกำรพสั ดไุ ด้มีหนังสือเวียน
แจ้งเร่ือง กำรยกเว้นผ่อนผันกำรขอรบั ควำมช่วยเหลอื กรณีควำมไม่สงบทำงกำรเมืองสำหรับคูส่ ญั ญำของทำงรำชกำรที่
ได้รับผลกระทบจำกเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมือง สำมำรถยื่นคำขอรับควำมช่วยเหลือจำกทำงรำชกำรเพื่อขอ
งดหรือลดค่ำปรับได้ ผู้เรียกร้องจึงได้มำยื่นขอให้ผู้คัดค้ำนงดหรือลดค่ำปรับสำหรับกำรส่งมอบงำนล่ำช้ำเมื่อวันท่ี 30
กันยำยน 2558 แต่ในหนังสือขอรับควำมช่วยเหลือลดค่ำปรับ ผู้เรียกร้องก็มิได้กล่ำวอ้ำงข้อเท็จจริงหรือ
แสดงพยำนหลักฐำนว่ำผู้เรียกร้องได้รับผลกระทบจำกเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองในคร้ังน้ีอย่ำง ใดบ้ำง
ผเู้ รียกร้องเพิ่งจะยกข้อเท็จจริงข้ึนกลำ่ วอำ้ งในคำเสนอข้อพิพำทนี้

๒๙

ในคำเสนอข้อพิพำทผู้เรียกร้องได้กล่ำวอ้ำงเหตุท่ีทำให้ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จ
ภำยในกำหนดเวลำตำมสัญญำในคำเสนอข้อพิพำท ว่ำในระหว่ำงที่ผู้เรียกร้องทำกำรก่อสร้ำง เกิดเหตุสุดวิสัยท่ี
ผู้เรียกร้องและบุคคลท่ัวไปในรำชอำณำจักรไม่อำจหลีกเล่ียงได้ คือเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมือง มีกำร
ยึดอำนำจบริหำรของรัฐบำลโดยทหำร เป็นเหตุให้ผู้เรียกร้องขำดแคลนแรงงำน กำรขนส่งสินค้ำต้องหยุดชะงัก
วัสดุอุปกรณ์กำรก่อสรำ้ งบำงรำยกำรหยดุ กำรผลิตไวช้ ่วั ครำว มีผลทำใหผ้ ู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำงำนและส่งมอบงำนได้
ทันภำยในกำหนดเวลำตำมสัญญำจำนวน 2 งวดงำน คือ งวดประจำวันท่ี 23 ตุลำคม 2556 และงวดสุดท้ำย
ของสัญญำ และในวรรคสำมมีใจควำมว่ำ ผู้เรียกร้องยืนยันว่ำเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองที่เกิดขึ้นส่งผลให้
ผู้เรียกร้องขำดแคลนวัสดุอุปกรณ์สำหรับก่อสร้ำง เนื่องจำกผู้ประกอบกิจกำรขนส่งวัสดุหยุดกำรประกอบกิจกำร
ร้ำนค้ำ หรือผู้ประกอบกำรขำยวัสดุก่อสร้ำงก็ไม่อำจส่งสินค้ำวัสดุก่อสร้ำงให้แก่ผู้เรียกร้อง ตลอดจนคนงำนรับจ้ำง
ท่ีเป็นแรงงำนก่อสร้ำงก็เดินทำงกลับภูมิลำเนำเพรำะเกรงกลัวเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบ ทำงกำรเมืองจึงเดินทำง
กลบั ไปอย่กู ับครอบครัวเพ่อื ควำมปลอดภัย

ปัญหำท่ีจะต้องพิจำรณำในเบ้ืองต้นว่ำ หำกข้อเท็จจริงเป็นดังที่ผู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำงแล้ว
กรณถี ือเปน็ ปญั หำอปุ สรรคในกำรปฏิบัตงิ ำนก่อสร้ำงตำมสัญญำไดห้ รอื ไม่ ในปญั หำนี้เหน็ วำ่ คนงำนและวัสดุอุปกรณ์
สำหรบั ก่อสร้ำงเป็นปัจจัยสำคัญในกำรทำงำนก่อสรำ้ งตำมสัญญำ ดงั น้ันกำรขำดแคลนคนงำนและวสั ดุอปุ กรณ์สำหรับ
ก่อสร้ำงจึงถือได้ว่ำเป็นปัญหำอุปสรรคในกำรปฏิบัตงิ ำน ประเด็นท่ีจะต้องพิจำรณำต่อไป คือ ปัญหำและอุปสรรคใน
กำรปฏิบัติงำนตำมสัญญำจ้ำงระหว่ำงผู้เรียกร้องกั บผู้คัดค้ำนจะถือเกณฑ์ช่วงระยะเวลำใด เน่ืองจำก
ตำมสัญญำจ้ำงกำหนดให้ผู้เรียกร้องเริ่มทำงำนภำยในวันที่ 16 กรกฎำคม 2556 และจะต้องทำงำนให้แล้วเสร็จ
บริบูรณ์ภำยในวันที่ 10 กุมภำพันธ์ 2557 แต่ตำมหนังสือเวียนของคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ กำหนด
ระยะเวลำกำรขอรับควำมช่วยเหลือสำหรับเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองท่ีเกิดข้ึนในช่วงระยะเวลำตั้งแต่เดือน
พฤศจิกำยน 2556 ถงึ เดอื นพฤษภำคม 2557 ในประเดน็ น้เี ห็นวำ่ ตำมหนังสือคณะกรรมกำรว่ำดว้ ยกำรพัสดุ เร่ือง
กำรยกเว้นผ่อนผันกำรขอรับควำมช่วยเหลือกรณีเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองวำงแนว ทำงปฏิบัติไว้ว่ำ
เหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองท่ีเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลำต้ังแต่เดือนพฤศจิกำยน 2556 ถึงเดือนพฤษภำคม
2557 ซึ่งอำจมีผลกระทบต่อคู่สัญญำ ทำให้คู่สัญญำท่ีมีปัญหำอุปสรรคในกำรปฏิบัติงำน หรือไม่สำมำรถปฏิบัติงำน
ตำมสัญญำในช่วงระยะเวลำดังกล่ำวได้ ให้ถือว่ำเหตุกำรณ์ดังกล่ำวเป็นเหตุสุดวิสัย ดังนั้น จึงเห็นว่ำผู้เรียกร้อง
ซึ่งยังปฏิบัติงำนตำมสัญญำจ้ำงอยู่ แม้จะเลยกำหนดเวลำแล้วเสร็จตำมสัญญำทีก่ ำหนดให้ผู้เรียกร้องจะต้องทำงำนให้
แล้วเสรจ็ ภำยในวันท่ี 10 กุมภำพันธ์ 2557 กต็ ำม ผู้เรียกร้องกส็ ำมำรถขอรับควำมชว่ ยเหลอื กรณีเหตุกำรณ์ควำมไม่
สงบทำงกำรเมืองตำมแนวทำงปฏิบัติตำมหนังสือเวียนของคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ ต้ังแต่เดือนพฤศจิกำยน
2556 ถึงเดือนพฤษภำคม 2557 แต่ทั้งน้ี ผู้เรียกร้องจะได้รับกำรพิจำรณำงดหรือลดค่ำปรับหรือไม่เพียงใด
ย่อมข้ึนอยู่กับข้อเทจ็ จรงิ วำ่ ผู้เรียกร้องได้รบั ผลกระทบเพียงใดตำมจำนวนวนั ท่ีมีเหตกุ ำรณ์เกิดข้ึนจริง

ตำมรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนประจำวัน เดือนพฤศจิกำยนและธันวำคม 2556 มกรำคมและ
กุมภำพันธ์ 2557 ผู้เรียกร้องหยุดงำนติดต่อกันเป็นเวลำ 50 วัน ปัญหำว่ำสำเหตุที่ผู้เรียกร้องหยุดงำนนำนถึง
50 วัน เน่ืองจำกสำเหตุใด เห็นว่ำ สำเหตุที่ผู้เรียกร้องหยุดงำนนำนถึง 50 วัน เน่ืองจำกผู้เรียกร้องหำคนงำนมำ
ทำงำนตำมสัญญำจ้ำงไม่ได้ เพรำะถ้ำหำกผู้เรียกร้องสำมำรถหำคนได้ ผู้เรียกร้องย่อมจะจ้ำงให้มำทำงำนแน่นอน
เพื่อเร่งทำงำนก่อสร้ำงให้แล้วเสร็จตำมสัญญำ ผู้เรียกร้องก็จะไม่ต้องเสียค่ำปรับวันละ 3,058 บำทให้แก่ผู้คัดค้ำน
คณะอนุญำโตตุลำกำรจึงเห็นว่ำสำเหตุทีผ่ ู้เรียกร้องหยุดงำนเนื่องจำกขำดแคลนคนงำนจริงตำมท่ีผู้เรียกรอ้ งกล่ำวอ้ำง
และสำเหตุที่หำคนงำนไม่ได้ก็น่ำจะมำจำกเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองท่ีเกิดข้ึนอยู่ในประเทศในขณะน้ัน
ตำมหนังสือเวียนคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ กรมบัญชีกลำง และผู้เรียกร้องไม่มีพฤติกำรณ์ท่ีจะทิ้งงำน
เพรำะเมือ่ ผูค้ ัดคำ้ นมหี นงั สือแจ้งให้ผู้เรียกรอ้ งมำทำข้อตกลงยนิ ยอมเสยี ค่ำปรับโดยไมม่ เี งื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ผูเ้ รียกร้อง
กไ็ ด้มำทำข้อตกลงใหไ้ วก้ ับผคู้ ัดค้ำน และตอ่ มำผูเ้ รียกรอ้ งก็ไดท้ ำงำนก่อสร้ำงจนแลว้ เสรจ็ ตำมสัญญำ

ในส่วนที่ผู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำงว่ำ ผู้เรียกร้องขำดแคลนวัสดุอุปกรณ์สำหรับก่อสร้ำงเนื่องจำก
ผปู้ ระกอบกำรขนสง่ วัสดหุ ยุดกำรประกอบกจิ กำรร้ำนค้ำหรือผ้ปู ระกอบกจิ กำรขำยวสั ดกุ ่อสร้ำงก็ไม่อำจส่งสินค้ำให้แก่
ผู้เรียกร้องน้ัน ผู้เรียกร้องมิได้นำสืบให้เห็นว่ำ ผู้เรียกร้องส่ังซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับก่อสร้ำงจำกผู้ประกอบกำรรำยใด
ซ่ึงไม่อำจส่งสินค้ำให้แก่ผู้เรียกร้องได้ ประกอบกับในรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนประจำวัน ก็ไม่ปรำกฏว่ำ

๓๐

ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำกำรก่อสร้ำงเพรำะขำดแคลนวัสดุอุปกรณ์สำหรับก่อสร้ำง ข้ออ้ำงของผู้เรียกร้องในส่วนน้ี
จงึ เปน็ กำรกล่ำวอำ้ งลอย ๆ ไม่อำจรบั ฟงั ได้

ประเด็นข้อพิพำทท่ี 2 ผู้คัดค้ำนจะต้องคืนเงินค่ำปรบั (ค่ำจ้ำงท่ีผู้คัดค้ำนหักไวช้ ำระคำ่ ปรับ) พร้อม
ดอกเบยี้ ตำมคำขอท้ำยคำเสนอขอ้ พพิ ำทให้แกผ่ ้เู รยี กร้องหรอื ไม่ เพยี งใด

ตำมท่ีได้วินิจฉัยแล้วว่ำผู้เรียกร้องหยุดงำนก่อสร้ำงเพรำะขำดแคลนคนงำน หำคนงำนมำทำงำน
ไม่ได้ เน่ืองจำกเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมือง ทำให้ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถปฏิบัติงำนตำมสัญญำจ้ำงในช่วง
ระยะเวลำตั้งแต่วันที่ 4 มีนำคม - 22 เมษำยน 2557 คณะอนุญำโตตุลำกำรจึงเห็นสมควรลดหรืองดค่ำปรับให้แก่
ผู้เรียกร้องในช่วงระยะเวลำที่ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำงำนก่อสร้ำงได้ ต้ังแต่วันท่ี 4 มีนำคม - 22 เมษำยน 2557
โดยหักวันหยุดสงกรำนต์ 4 วันซึ่งแม้จะไม่เกิดเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมืองคนงำนก็หยุดงำนอยู่แล้ว จึงเหลือ
จำนวนวันที่ผู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำงำนก่อสร้ำงได้อันเน่ืองมำจำกเหตุกำรณ์ควำมไม่สงบกำรเมือง เท่ำกับ 46 วัน
(50 - 4 วัน) ค่ำปรับวันละ 3,058 บำท คิดเป็นเงินค่ำปรับที่ผู้คัดค้ำนต้องคืนให้แก่ผู้เรียกร้องเป็นเงินจำนวน
140,668 บำท ปัญหำว่ำผู้คัดค้ำนจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้เรียกร้องหรือไม่ ในเร่ืองนี้เห็นว่ำ เงินค่ำจ้ำง
ที่ผู้คัดค้ำนหักไว้ชำระเป็นค่ำปรับก็เน่ืองจำกผู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำงำนก่อสร้ำงให้แล้วเสร็จภำยในกำหนดเวลำ
ตำมสัญญำ เงินค่ำปรับที่ผู้คัดค้ำนหักไว้ จึงเป็นกำรหักโดยชอบตำมสัญญำ ในส่วนท่ีคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ
กรมบั ญชี กลำงได้ มี หนั งสื อเวี ยนเรื่ องกำรยกเว้ นผ่ อนผั นกำรขอรั บควำมช่ วยเหลื อกรณี เหตุ กำรณ์
ควำมไม่สงบทำงกำรเมือง โดยให้ผู้ประกอบกำรท่ีเป็นคู่สัญญำของทำงรำชกำรท่ีได้รับผลกระทบจำกเหตุกำรณ์
ดังกลำ่ วสำมำรถขอรับควำมชว่ ยเหลอื จำกทำงรำชกำร เพ่ือขอลดหรืองดค่ำปรบั นัน้ เปน็ หลักเกณฑ์ทคี่ ณะกรรมกำร
ว่ำด้วยกำรพัสดุได้กำหนดขึ้นภำยหลังเพื่อช่วยเหลือคู่สัญญำของทำงรำชกำร หำกคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ
กรมบัญชีกลำงมิได้มีหนังสือเวียนดังกล่ำว ผู้เรียกร้องก็ไม่มีสิทธิขอลดหรืองดค่ำปรับแต่อย่ำงใด เพรำะผู้เรียกร้อง
ยินยอมชำระค่ำปรับให้แก่ผู้คัดค้ำนแล้ว ทั้งน้ีตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 383 วรรคหน่ึง ดังนั้น
กำรที่คณะอนุญำโตตุลำกำรวินิจฉัยลดหรืองดค่ำปรับให้แก่ผู้เรียกร้อง ผู้คัดค้ำนจึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้เรียกร้อง

วินิจฉัยชี้ขำดให้ผู้คัดค้ำนคืนเงินค่ำปรับ (ค่ำจ้ำง) ให้แก่ผู้เรียกร้องเป็นเงินจำนวน140,668 บำท
ภำยใน 30 วนั นับแต่วันทีไ่ ด้รับสำเนำคำชข้ี ำด คำขออ่ืนนอกจำกนใี้ หย้ ก

แหลง่ ที่มำ

ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 118/2559
หลักกฎหมำยที่เก่ยี วขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณิชย์ มำตรำ 383 วรรคหนง่ึ
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : นำยทวศี กั ด์ิ วรพิวุฒิ

นำงสำวมยุรี คะศรีทอง
นำงกนกพร สัน้ ศรี
ผูย้ ่อ : บนั ลือ สำยยศ

๓๑

15. ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงที่ 89/2561

ประเด็นขอ้ พิพำท : 1. ผูค้ ัดค้ำนปฏิบัตถิ กู ต้องตำมสญั ญำจดั ทำกิจกรรมระบบเว็บไซต์หรอื ไม่
เพยี งใด 2. ผู้เรียกร้องได้รับควำมเสียหำยอันเกิดจำกกำรผิดสัญญำของผู้คัดค้ำนมำกน้อย

ผู้เรียกร้องย่ืนคำเสนอข้อพิพำทว่ำ ผู้เรียกร้องทำสัญญำว่ำจ้ำงผู้คัดค้ำนจัดทำกิจกรรมระบบ
เวบ็ ไซต์ กำหนดงวดกำรทำงำนและกำรจำ่ ยเงินออกเป็น 4 งวด โดยเริ่มทำงำนภำยในวันท่ี 28 กันยำยน 2555 และ
ทำงำนแล้วเสร็จภำยในวันท่ี 25 พฤษภำคม 2556 ขณะทำสัญญำผู้คัดค้ำนได้นำหลักประกันเป็นเงินสดมำมอบให้
เพ่ือเป็นหลักประกันกำรปฏิบัติตำมสัญญำจ้ำง โดยตำมสัญญำ มีสำระสำคัญสรุปได้ดังน้ี “ข้อ 18 สิทธิของผู้ว่ำจ้ำง
ภำยหลงั บอกเลิก ในกรณีทผ่ี วู้ ำ่ จำ้ งบอกเลิกสัญญำ ผู้วำ่ จำ้ งอำจทำงำนนั้นเอง หรือว่ำจำ้ งผู้อ่ืนใหท้ ำงำนน้ันต่อจนแล้ว
เสร็จได้ ... ในกรณีดังกล่ำว ผู้ว่ำจ้ำงมีสิทธิริบหลักประกันกำรปฏิบัติตำมสัญญำท้ังหมดหรือบำงส่วนตำมแต่จะ
เหน็ สมควร นอกจำกนัน้ ผ้รู ับจำ้ งจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในค่ำเสยี หำย”

ปรำกฏว่ำผู้คัดค้ำนไม่ได้เร่ิมทำงำนตำมกำหนด จนกระท่ังใกล้ครบกำหนดตำมสัญญำ ผู้เรียกร้อง
ได้มีหนังสือเร่งรัดกำรปฏิบัติงำนจ้ำงและแจ้งสงวนสิทธิกำรเรียกค่ำปรับ ไปยังผู้คัดค้ำน ต่อมำวันที่ 23 พฤษภำคม
2556 ผูค้ ัดคำ้ นไดส้ ง่ มอบงำนงวดท่ี 1 และงวดท่ี 2 และ ผเู้ รยี กรอ้ งได้ตรวจรับงำนและเบิกเงินใหแ้ ก่ผู้คัดคำ้ นไปแล้ว
เมื่อวันท่ี 3 มิถุนำยน 2556 ภำยหลังจำกผู้คัดค้ำนส่งมอบงำนงวดที่ 1 และงวดท่ี 2 แล้ว เพ่ือเร่งรัดและติดตำม
ควำมก้ำวหน้ำของงำน ผู้เรียกร้องและผู้คัดค้ำนได้เข้ำร่วมประชุมและผลกำรประชุมสรุปได้ว่ำ ผู้คัดค้ำนยินยอมให้
ผู้เรียกร้องปรับตำมสัญญำไดจ้ นกระท่ังงำนแล้วเสร็จตำมสัญญำจ้ำง และผู้คัดค้ำนยินดีให้ผู้เรียกร้องยกเลิกสัญญำจ้ำง
ได้หำกไม่ทำงำนแล้วเสร็จตำมกำหนด ในวันที่ 31 มกรำคม 2557 ผู้คัดค้ำนได้มีหนังสือขอส่งมอบงำนงวดที่ 3
และงวดท่ี 4 คณะกรรมกำรตรวจรบั พัสดุนัดตรวจรับงำนจ้ำง พบว่ำงำนที่ผู้รับจ้ำงส่งมอบมีขอ้ บกพรอ่ งไมเ่ ป็นไปตำม
ขอบเขตงำนที่กำหนด ผู้เรียกร้องจึงได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้ำนเร่งรัดกำรปรับปรุงข้อบกพร่อง ปรำกฏว่ำผู้คัดค้ำนมิได้
ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของงำน และปฏิบัติงำนให้แล้วเสร็จตำมกำหนดเวลำสัญญำจ้ำง ผู้เรียกร้องจึงได้มีหนังสือ
แจ้งกรณีผู้คัดค้ำนไม่ปฏิบัติตำมสัญญำ จะต้องมีกำรปรับหำกค่ำปรับจะเกินร้อยละสิบของรำคำค่ำงำน ให้ผู้เรียกร้อง
พิจำรณำเลกิ สัญญำเวน้ แต่ผู้คัดค้ำนจะยนิ ยอมเสยี ค่ำปรับโดยไม่มีเงือ่ นไข ตอ่ มำผู้คดั ค้ำนได้มีหนังสือชแ้ี จงและยินดีรับ
คำ่ ปรับโดยไม่มีเง่ือนไข แต่กำรคิดคำ่ ปรบั ต้องเปน็ ไปตำมระเบยี บพสั ดุ หลงั จำกผ้คู ัดค้ำนมีหนังสือยนิ ยอมใหผ้ ู้เรียกร้อง
ปรับโดยไม่มีเง่ือนไขดังกล่ำวแล้ว ปรำกฏว่ำผู้คัดค้ำนยังคงทำงำนไม่แล้วเสร็จตำมสัญญำ ผู้เรียกร้องได้พิจำรณำแล้ว
เห็นว่ำผู้คัดค้ำนไม่ปฏิบัติตำมสัญญำจึงได้มีหนังสือ ลงวันท่ี 21 พฤศจิกำยน 2557 บอกเลิกสัญญำ ริบหลักประกัน
สัญญำ และขอเรียกค่ำปรับ (ตั้งแต่วันท่ี 26 พฤษภำคม 2556 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกำยน 2557) จำนวน 544 วัน
ซ่ึงผ้คู ดั ค้ำนไดร้ ับหนังสือและไดม้ ีหนังสือวำ่ ผคู้ ัดค้ำนจะเรง่ ดำเนนิ กำรแก้ไขปญั หำใหเ้ รว็ ทสี่ ุด และขอใหผ้ ้เู รยี กร้องอย่ำเพ่ิง
ยกเลิกสัญญำจ้ำง ต่อมำผู้เรียกร้องได้ทวงถำมอีกคร้ังให้ผู้คัดค้ำนชำระเงินค่ำปรับตำมสัญญำแต่ผู้คัดค้ำนเพิกเฉย
จึงต้องถือว่ำผู้คัดค้ำนผิดนัด ผู้เรียกร้องได้ริบหลักประกัน ผู้คัดค้ำนยื่นคำคัดค้ำนว่ำ ผู้คัดค้ำนได้มีหนังสือขอส่งมอบ
งำนงวดท่ี 3 และงวดท่ี 4 ในวนั ท่ี 31 มกรำคม 2557 และหลงั จำกผู้คัดค้ำนได้ส่งมอบงำนตำมสญั ญำกับผเู้ รยี กร้อง
แลว้ ผคู้ ัดค้ำนไมไ่ ดร้ บั กำรติดต่อหรือประสำนหรือรบั ทรำบในกำรตรวจรับงำนจำกผู้เรียกรอ้ ง ต่อมำวันที่ 10 เมษำยน
2557 ผ้คู ัดคำ้ นได้รบั แจง้ จำกผูเ้ รยี กรอ้ งวำ่ จะมีกำรตรวจรบั งำนอีก แต่ในวนั ดงั กล่ำวกม็ ิไดม้ กี ำรตรวจรับงำนแต่อย่ำง
ใด ผู้คัดค้ำนโต้แย้งว่ำ เม่ือผู้คัดค้ำนส่งมอบงำนแล้ว และคณะกรรมกำรยังไม่ได้ตรวจรับ ค่ำปรับจะต้องหยุดลงและ
จะคิดค่ำปรับใหม่เม่ือคณะกรรมกำรตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ผู้คัดค้ำนยอมรับว่ำกำรส่งมอบงำนยังไม่ค รบถ้วน
ดังน้ัน กำรบอกเลิกสัญญำและ เรียกค่ำปรบั กับผู้คดั ค้ำนจำนวน 544 วัน จึงไม่ถูกต้อง เพรำะผู้คัดคำ้ นได้ส่งมอบงำน
งวดท่ี 3 และงวดที่ 4 แลว้ เมือ่ วันที่ 31 มกรำคม 2557 หำกต้องรบั ผิดตำมคำ่ ปรับควรเป็นจำนวน 218 วัน

คำวินิจฉัยชข้ี ำด

อนุญำโตตลุ ำกำรจะไดว้ ินจิ ฉัยไปตำมประเด็น ดังน้ี
ประเด็นข้อพิพำทที่ 1 ผู้คัดค้ำนปฏิบัติถูกต้องตำมสัญญำจัดทำกิจกรรมระบบเว็บไซต์หรือไม่
ตำมประเดน็ น้ี ในวันท่ี 31 มกรำคม 2557 ผคู้ ดั คำ้ นไดม้ หี นังสือขอส่งมอบงำนงวดท่ี 3 และงวดท่ี 4 พรอ้ มรำยงำน

๓๒

งวดที่ 3 และรำยงำนงวดที่ 4 แตเ่ มือ่ คณะกรรมกำรตรวจรับกำรจำ้ งไดต้ รวจงำนท้ังสองงวดแล้ว กลับพบว่ำงำนดงั กล่ำว
ยังมีข้อบกพร่อง เพรำะไม่ได้ดำเนินกำรให้ถูกต้องตรงตำมขอบเขตของงำนตำมสัญญำหลำยรำยกำร คณะกรรมกำร
ตรวจรบั งำนจำ้ งของผูเ้ รียกร้องจึงมีมตไิ ม่รบั มอบงำน และได้มหี นังสอื แจ้งใหผ้ ู้คัดคำ้ นปรบั ปรุงแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่ำว
ให้เสร็จภำยในวันที่ 10 เมษำยน 2557 แต่ผู้คัดค้ำนไม่ได้แก้ไขปรับปรุงงำนตำมท่ีผู้เรียกร้องแจ้งจนกระทั่งวันท่ี
8 กรกฎำคม 2557 ผู้เรียกร้องได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้ำนทรำบว่ำ ได้พ้นกำหนดงำนแล้วเสร็จตำมสัญญำเป็น
ระยะเวลำกว่ำ 408 วันแลว้ และเงินค่ำปรับมจี ำนวนเกินร้อยละ 10 ของวงเงนิ ค่ำจำ้ งแตผ่ ูร้ ับจ้ำงยังไม่ส่งมอบงำนให้
ถูกต้องจึงเร่งรัดให้ผู้คัดค้ำนส่งมอบงำนให้แล้วเสร็จภำยใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับน้ี มิฉะนั้นจะดำเนินกำร
บอกเลิกสัญญำและเรียกค่ำปรับ เมื่อผู้คัดค้ำนได้รับหนังสือดังกล่ำว ผู้คัดค้ำนได้มีหนังสือชี้แจงกลับมำยังผู้เรียกร้อง
ระบุวำ่ ยินดรี ับคำ่ ปรับโดยไมม่ ีเง่ือนไข แต่กำรคิดคำ่ ปรับตอ้ งเป็นไปตำมระเบียบพัสดุ เม่ือผ้คู ัดค้ำนไม่ดำเนนิ กำรแกไ้ ขงำน
ตำมสัญญำ จนกระท่ังผู้เรยี กร้องพิจำรณำเห็นว่ำ งำนตำมสัญญำมีควำมล่ำช้ำเป็นอันมำกจนอำจเกิดควำมเสียหำยแก่
ทำงรำชกำร เมือ่ วนั ที่ 21 พฤศจกิ ำยน 2557 ผู้เรียกรอ้ งจึงได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญำและเรียกค่ำปรับ ไมไ่ ดผ้ อ่ นปรน
กำหนดเวลำให้อีกต่อไป จึงใช้สิทธิริบหลักประกันตำมสัญญำ พร้อมท้ังทวงถำมให้ผู้คัดค้ำนชำระหน้ีค่ำปรับ
แต่ผ้คู ัดคำ้ นยังไม่ได้ชำระคำ่ ปรบั ดังกลำ่ ว ผคู้ ัดคำ้ นจึงเป็นฝ่ำยผิดนัดผดิ สัญญำ

ประเด็นข้อพิพำทท่ี 2 ผู้เรียกร้องได้รับควำมเสียหำยอันเกิดจำกกำรผิดสัญญำของผู้คัดค้ำนมำก
น้อยเพียงใด ตำมประเด็นน้ี งวดท่ี 3 และงวดที่ 4 คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุของผู้เรียกรอ้ ง พบว่ำ งำนท่ีผู้คัดค้ำน
ส่งมอบมขี อ้ บกพร่อง แตผ่ ู้คัดค้ำนเพิกเฉย ผู้เรยี กรอ้ งจงึ ใช้สทิ ธิปรับ ผเู้ รยี กรอ้ งได้ทำสญั ญำจ้ำงบรษิ ัท จ. ดงั นั้น กำรท่ี
ผู้เรียกร้องต้องว่ำจ้ำงบริษัทใหม่มำดำเนินกำรตำมสัญญำท่ีผู้คัดค้ำน ทำไม่แล้วเสร็จในรำคำเดิม ผู้เรียกร้องจึงมิได้รับ
ควำมเสียหำยอันเกิดจำกกำรผิดสัญญำของผู้คัดค้ำนในส่วนน้ีแต่อย่ำงใด อย่ำงไรก็ตำม ระยะเวลำห่ำงจำกวันกำหนด
แล้วเสร็จตำมสัญญำเดิม เป็นเวลำถึงสองปีเศษ ผู้เรียกร้องย่อมได้รับควำมเสียหำยจำกกำรที่กำรดำเนินงำนตำม
โครงกำรต้องล่ำช้ำไป แต่กำรที่ผู้เรียกร้องปรับผู้คัดค้ำนเป็นเงินจำนวน 497,059.94 บำท คิดเป็นร้อยละ 49.75 ของ
วงเงินค่ำจ้ำง เห็นว่ำสูงเกินส่วน แม้ผู้เรียกร้องจะยินยอมให้ปรับโดยไม่มีเง่ือนไขใด ๆ ท้ังส้ินก็ตำม แต่เม่ือค่ำปรับสูงเกิน
สว่ นก็สมควรลดลงบ้ำงเพ่ือควำมเป็นธรรม เมือ่ หกั หลักประกันจึงคงเหลือค่ำปรับท่ีผคู้ ดั ค้ำนจะต้องชำระอีก 99,900 บำท

วินิจฉัยช้ีขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงินค่ำปรับให้แก่ผู้เรียกร้อง จำนวน 99,900 บำท พร้อมดอกเบ้ีย
ในอตั รำรอ้ ยละ 7.5 ตอ่ ปี นบั แตว่ นั ท่ี 30 มถิ นุ ำยน 2559 จนกว่ำจะชำระเสรจ็

แหล่งท่มี ำ

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 56/2559

หลกั กฎหมำยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณชิ ย์ มำตรำ 222, 224, 377,

381, 383, 386, 391 และระเบยี บสำนกั นำยกรัฐมนตรี

วำ่ ด้วยกำรพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 138

อนุญำโตตลุ ำกำร : นำยอมั พร เหลยี งนอ้ ย

ผู้ยอ่ : ฉัตรชนก นลิ ทะรักษ์

๓๓

16. ข้อพิพำทหมำยเลขแดงที่ 126/2561

ประเด็นข้อพิพำท : 1. กำรทีผ่ เู้ รียกรอ้ งทำงำนไม่แล้วเสรจ็ ภำยในเวลำท่ีกำหนดตำมสัญญำ เนอื่ งจำกเหตสุ ุดวิสัย
และมกี ำรแกไ้ ขแบบก่อสรำ้ ง ซ่ึงมใิ ช่ควำมผิดของผ้เู รยี กร้องตำมขอ้ อ้ำงในคำเสนอข้อพพิ ำทจรงิ หรือไม่

2. ผคู้ ดั คำ้ นจะตอ้ งชำระคำ่ จำ้ งที่ผู้คัดค้ำนได้หักไว้เป็นคำ่ ปรับพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้เรียกร้อง
หรือไม่ เพียงใด และคำ่ ปรับที่หักไวส้ งู เกนิ ส่วนหรือไม่

คู่พิพำทนำสืบพยำนแล้วข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นรับฟังได้ว่ำ ผู้เรียกร้องได้ตกลงรับจ้ำงผู้คัดค้ำน
ทำงำนก่อสร้ำงสะพำนลอยในรำคำ 3,234,000 บำท กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 4 มิถุนำยน 2557 ตำมสัญญำจ้ำง
ผู้เรียกร้องเข้ำทำงำนต้ังแต่วันที่ 7 ธันวำคม 2556 จนถึงเดือนพฤษภำคม 2557 ได้เกิดเหตุกำรณ์ไม่สงบ
ทำงกำรเมือง มีกำรปิดถนนหลำยสำย กำรเดินทำงมำทำงำนของคนงำน กำรขนส่งวัสดุอุปกรณ์ในกำรก่อสร้ำง
หยดุ ชะงกั ไมส่ ะดวก เป็นอปุ สรรคในกำรดำเนินงำนกอ่ สร้ำง คนงำนไมก่ ลำ้ เขำ้ มำทำงำนได้ตำมปกติ ทำใหข้ ำดคนงำน
ผู้เรยี กรอ้ งตอ้ งหยุดงำนเป็นระยะ ๆ นอกจำกเหตุกำรณค์ วำมไม่สงบทำงกำรเมอื งแล้วสำเหตุทง่ี ำนล่ำช้ำยังมเี หตุอื่นอีก
คอื มกี ำรแก้ไขแบบโครงสร้ำงหลังคำสะพำนลอย ซึง่ เดมิ เปน็ หลงั คำกระเบื้องไอยรำ แกเ้ ป็นโครงหลงั คำไฟเบอร์ขึ้นรูป
แม้แบบใหม่จะเบำกวำ่ กระเบื้อง ทำงำนง่ำยกวำ่ แต่หลังคำไฟเบอร์ไม่มีจำหนำ่ ยในท้องตลำดท่ัวไป ต้องหำผู้ผลิตแบบ
แม่พมิ พ์ขน้ึ รปู ใหม่ ตอ้ งเสียเวลำหำและค่ำใช้จ่ำยเพม่ิ ขึ้น ผูเ้ รียกรอ้ งขอขยำยระยะเวลำเปน็ เวลำ 90 วนั และขอสงวน
สิทธิค่ำปรับ ผู้คัดค้ำนมีหนังสือแจ้งผู้เรียกร้องว่ำไม่สำมำรถขยำยเวลำให้ได้ และอีกกรณีหนึ่งท่ีทำให้กำรส่งมอบงำน
ล่ำช้ำ คือ เม่ือวันที่ 1 สิงหำคม 2558 ได้เกิดเหตุรถยนต์บรรทุก 18 ล้อ ชนเสำไฟฟ้ำล้ม 40 กว่ำต้น โดนหลังคำ
สะพำนลอยข้ำมถนนท่ีผู้เรียกร้องดำเนินกำรแล้วเสร็จเสียหำยอย่ำงมำก ผู้คัดค้ำนจึงส่ังให้หยุดงำนเป็นเวลำ 4 เดือน
เพื่อสำรวจควำมเสียหำย ผูค้ ัดคำ้ นนำสบื ว่ำ ตำมสัญญำจำ้ งข้อ 16 กำหนดว่ำ หำกผูเ้ รยี กรอ้ งไม่สำมำรถทำงำนให้แล้ว
เสร็จตำมเวลำที่กำหนดในสัญญำและผู้คัดค้ำนยังไม่ได้บอกเลิกสัญญำ ผู้เรียกร้องจะต้องชำระค่ำปรับให้แก่ผู้คัดค้ำน
เป็นเงินวันละ 8,085 บำท นับถัดจำกวันท่ีกำหนดแล้วเสร็จตำมสัญญำ หรือวันท่ีผู้คัดค้ำนได้ขยำยให้จนถึงวันท่ี
ทำงำนแล้วเสรจ็ จรงิ และตำมสญั ญำจ้ำงขอ้ 18 กำหนดว่ำ คำ่ ปรบั หรือค่ำเสียหำยซ่ึงเกดิ ขึ้นจำกผูเ้ รียกร้องตำมสัญญำน้ี
ผ้คู ดั ค้ำนมสี ิทธจิ ะหกั เอำจำกจำนวนเงนิ คำ่ จำ้ งท่ีค้ำงจำ่ ยได้

คำวนิ ิจฉัยชี้ขำด

ประเด็นข้อพิพำทที่ 1 กำรที่ผู้เรียกร้องทำงำนไมแ่ ลว้ เสร็จภำยในเวลำทก่ี ำหนดตำมสญั ญำ เนื่องจำกเหตุ
สุดวสิ ัยและมีกำรแกไ้ ขแบบกอ่ สร้ำง ซง่ึ มิใชค่ วำมผดิ ของผูเ้ รียกร้องตำมข้ออ้ำงในคำเสนอขอ้ พพิ ำทจริงหรอื ไม่

ตำมคำเสนอข้อพิพำท ผู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำงเหตุท่ีทำใหผ้ ู้เรียกร้องทำงำนไมแ่ ล้วเสร็จภำยในเวลำที่กำหนด
ตำมสัญญำไว้ 3 กรณี

กรณีที่ 1 เกิดเหตกุ ำรณ์ควำมไมส่ งบทำงกำรเมอื ง ต้ังแต่วันที่ 7 ธันวำคม 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผเู้ รียกรอ้ ง
เร่ิมเข้ำทำงำน ถึงเดือนพฤษภำคม 2557 อันเป็นอุปสรรคในกำรปฏิบัติไม่สำมำรถปฏิบัติงำนในช่วงระยะเวลำดังกล่ำวได้
ซ่ึงคณะกรรมกำรว่ำด้วยกำรพัสดุ กรมบัญชีกลำง ได้มีหนังสือแจ้งอธิบดีกรมส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่นให้ถือว่ำเหตุกำรณ์
ควำมไม่สงบท่ีเกิดข้ึนเป็นเหตุสุดวิสัยตำมระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพ่ิมเติมข้อ
139(2) ซึ่งค่สู ัญญำอำจยนื่ ของดหรอื ลดคำ่ ปรับหรอื ขยำยเวลำทำกำรตำมสญั ญำไดต้ ำมจำนวนทม่ี เี หตเุ กดิ ข้ึนจริง ผู้เรยี กรอ้ งจึงย่นื
หนังสอื ของดหรอื ลดคำ่ ปรบั หรอื ขยำยเวลำทำกำรตำมสญั ญำต่อผู้คัดคำ้ นเป็นเวลำ 175 วัน แต่ไม่ไดร้ บั กำรพจิ ำรณำ

คณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ กำรท่ีผู้เรียกร้องนำสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุกำรณ์ควำมไม่
สงบทำงกำรเมืองว่ำ มีกำรปิดถนนหลำยสำย กำรเดินทำงมำทำงำนของคนงำน กำรขนส่งวัสดุอุปกรณ์ในกำรก่อสร้ำง
หยุดชะงักไม่สะดวก เป็นอุปสรรคในกำรดำเนินงำนก่อสร้ำง คนงำนไม่กล้ำเข้ำทำงำนตำมปกติ ทำให้ขำดคนงำน ผู้เรียกร้อง
ต้องหยดุ งำนเป็นระยะ ๆ แต่จำกกำรตรวจสอบเอกสำรแบบบนั ทึกผลกำรปฏบิ ตั ิงำนประจำวันโครงกำรก่อสร้ำงสะพำนลอยที่
พิพำท ซึ่งผู้เรียกร้องและผู้คัดค้ำนอ้ำงเป็นพยำนร่วม ปรำกฏว่ำ ในแบบบันทึกผลกำรปฏิบัติงำนประจำวันซ่ึงผู้ควบคุมงำนได้
บันทึกไว้ว่ำ วันที่ 16 ธันวำคม 2556 ผู้เรียกร้องขอเข้ำพ้ืนที่ทำงำนเจำะสำรวจชั้นดินสำหรับงำนเสำเข็มเจำะ วันที่ 17
ธันวำคม 2556 ถงึ วันท่ี 3 มกรำคม 2557 ผู้เรียกร้องไม่ได้ดำเนนิ กำร แต่มกี ำรบนั ทกึ ปญั หำและอปุ สรรคในกำรปฏิบัติงำนว่ำ
เนื่องจำกตำแหน่งของเสำเข็มและฐำนรำกรวมท้ังตอม่อตรงกับแนวสำธำรณูปโภคทั้ง 2 ฝ่ัง กำรก่อสร้ำงต้องใช้วิธีกำรขยำย
ฐำนรำกเพอ่ื หลบท่อประปำและทอ่ ระบำยนำ้ ผเู้ รยี กร้องจึงจะสำมำรถทำงำนเจำะเสำเขม็ และก่อสร้ำงฐำนรำกได้ แต่ตำแหน่ง

๓๔

เสำเข็มและฐำนรำกฝัง่ ตรงขำ้ มโรงเรยี นไมม่ พี น้ื ทส่ี ำหรับขยำยฐำนรำก จึงมีควำมจำเป็นทจี่ ะตอ้ งยำ้ ยท่อประปำเพ่ือให้ก่อสรำ้ งได้
และตั้งแต่ชว่ งเวลำวันท่ี 4 มกรำคม 2557 ถึงวันที่ 13 พฤษภำคม 2557 ผู้เรยี กร้องเขำ้ ทำงำนกอ่ สรำ้ งและหยดุ งำนสลับกนั
เป็นช่วง ๆ โดยท่ีในบันทึกรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนประจำวนั ไม่ปรำกฏบันทึกของผู้ควบคมุ งำนวำ่ ผู้เรียกร้องไม่ได้ดำเนนิ กำร
เนื่องจำกสำเหตุใด ในหนังสือขอขยำยเวลำทำกำรตำมสัญญำก็มิได้กล่ำวอ้ำงข้อเท็จจริงดังกล่ำว คณะอนุญำโตตุลำกำร
เหน็ ว่ำ ข้อเทจ็ จรงิ ทผี่ เู้ รยี กร้องนำสบื เก่ยี วกบั เหตกุ ำรณ์ควำมไมส่ งบทำงกำรเมอื งนัน้ ในคำเสนอขอ้ พิพำทของผู้เรียกร้องก็มิได้
กล่ำวถึงขอ้ เท็จจริงตำมท่ีผเู้ รียกร้องนำสืบแต่ประกำรใด กำรนำสืบข้อเท็จจริงของผู้เรยี กรอ้ งในชั้นอนุญำโตตุลำกำรจึงไม่เก่ยี ว
แก่คำเสนอข้อพิพำทเป็นกำรนำสืบนอกประเด็นข้อพิพำท ตำมประมวลกฎหมำยวิธพี ิจำรณำควำมแพ่ง มำตรำ 86 วรรคสอง
ประกอบพระรำชบญั ญัติอนุญำโตตลุ ำกำร พ.ศ. 2545 มำตรำ 25 วรรคสำม จงึ ต้องหำ้ มมิใหร้ ับฟงั เช่นกนั

กรณที ่ี 2 ผู้คัดคำ้ นได้แกไ้ ขแบบแปลนโครงสรำ้ งหลงั คำสะพำนลอยขำ้ มถนน โดยเปล่ียนวสั ดมุ ุงหลังคำจำก
กระเบ้ืองไอยรำ เป็นหลังคำไฟเบอร์ข้ึนรูป ซ่ึงไม่มีขำยในท้องตลำด ผู้เรียกร้องต้องว่ำจ้ำงผู้ผลิตขึ้นรูปต้นแบบแม่พิมพ์ใหม่
เปน็ กำรเฉพำะ ทำใหต้ อ้ งใช้เวลำนำนและหำผู้รบั ทำไดย้ ำก

คณะอนุญำโตตุลำกำรจึงเหน็ ว่ำ กำรแก้ไขแบบแปลนโครงสร้ำงวสั ดมุ งุ หลังคำในครั้งน้ี เป็นควำมผดิ ของ
ผู้คัดค้ำนท่ีออกแบบใช้วัสดุมงุ หลังคำท่ีไม่เหมำะสมกับกำรใช้งำนและควำมปลอดภยั สำธำรณะ อย่ำงไรก็ตำม เนื่องจำกตำม
สัญญำจ้ำงข้อ 15 เรื่องงำนพิเศษและกำรแก้ไขงำน กำหนดให้ผู้คัดค้ำนในฐำนะผู้ว่ำจ้ำงมีสิทธิสั่งให้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข
รูปแบบและข้อกำหนดตำ่ ง ๆ ในเอกสำรสัญญำไดด้ ว้ ย สำหรับอตั รำค่ำจ้ำงหรือรำคำทก่ี ำหนดไว้ในสัญญำ ใหก้ ำหนดใชส้ ำหรบั
งำนพเิ ศษหรอื งำนทเ่ี พ่ิมเติมขึน้ หำกในสัญญำไมไ่ ดก้ ำหนดไวถ้ งึ อัตรำค่ำจำ้ งหรอื รำคำใด ๆ ทีจ่ ะนำมำใชส้ ำหรับงำนพเิ ศษหรือ
งำนท่ีเพ่ิมขึ้นดังกล่ำว ผู้ว่ำจ้ำงและผู้รับจ้ำงจะได้ตกลงกันท่ีจะกำหนดอัตรำหรือรำคำ รวมท้ังกำรขยำยระยะเวลำ (ถ้ำมี)
กันใหม่เพ่ือควำมเหมำะสม ในกรณีท่ีตกลงกันไม่ได้ ผู้ว่ำจ้ำงจะกำหนดอัตรำจ้ำงหรือรำคำตำยตัวตำมแต่ผู้ว่ำจ้ำงจะเห็นว่ำ
เหมำะสมและถูกต้อง ซ่ึงผู้รับจ้ำงจะต้องปฏบิ ตั ิตำมคำส่ังของผู้ว่ำจำ้ ง และอำจสงวนสิทธิท่ีจะดำเนนิ กำรตำมข้อ 20 ต่อไปได้
ดังนั้นเมอ่ื ผู้เรียกร้องได้ตกลงยนิ ยอมลงนำมในเอกสำรแนบท้ำยสัญญำจ้ำง (ครั้งที่ 2) แก้ไขแบบแปลนโครงสร้ำงสะพำนลอย
โดยมิได้มีกำรขยำยระยะเวลำสัญญำจ้ำง ผู้เรียกร้องจึงต้องผูกพันตำมระยะเวลำของสัญญำจ้ำงเดิมและระยะเวลำท่ีผู้คดั คำ้ น
ได้ขยำยใหต้ ำมเอกสำรแนบท้ำยสญั ญำจำ้ ง (คร้งั ที่ 1)

กรณีที่ 3 เกิดเหตุสดุ วสิ ยั รถยนตบ์ รรทกุ พ่วง 18 ลอ้ เฉ่ยี วชนเสำไฟฟ้ำบริเวณงำนกอ่ สรำ้ ง ทำให้เสำไฟฟำ้
ล้มจำนวน 40 กว่ำต้น โดนโครงหลังคำสะพำนลอยขำ้ มถนนทผ่ี เู้ รยี กร้องได้ดำเนินกำรแลว้ เสร็จ ทำใหโ้ ครงสร้ำงคอนกรตี เสริม
เหล็ก เหล็กและรำวกันตกสแตนเลสเสียหำย ผู้เรียกร้องต้องหยุดงำนประมำณ 4 เดือน ในระหว่ำงที่หยุดงำนน้ัน คนงำน
ลำออกไปทำงำนกับผู้อ่ืน เม่ือผู้เรียกร้องเข้ำทำงำนต่อ ต้องใช้ระยะเวลำในกำรหำคนงำนใหม่ และต้องเสียเวลำรื้องำนเก่ำ
ทีเ่ สียหำยออก จึงซ่อมแซมทำงำนใหม่ได้ ซง่ึ เป็นงำนแกต้ อ้ งใช้ระยะเวลำนำน

ผู้เรียกร้องใชเ้ วลำท้ังหมดเป็นเวลำ 8 เดือน คณะอนญุ ำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นวำ่ ในช่วงระยะเวลำ
11 วันท่ีผู้เรียกร้องทำงำนก่อสร้ำงโครงหลังคำและติดต้ังรำวสแตนเลสใหม่ในส่วนท่ีได้รับควำมเสียหำย ไม่ควรนำมำคิดเป็น
วันท่ที ำงำนตำมสัญญำจำ้ งเพรำะมใิ ช่ควำมผิดของผ้เู รยี กรอ้ ง จะตอ้ งนำไปหักออกจำกวนั คำนวณคำ่ ปรบั ซ่งึ ผคู้ ดั คำ้ นไดค้ ำนวณ
ไวเ้ ปน็ เวลำ 396 วนั คงเหลือวันคำนวณคำ่ ปรบั เพยี ง 385 วัน (396 วัน - 11 วัน)

ประเด็นข้อพิพำทท่ี 2 ผู้คัดค้ำนจะต้องชำระค่ำจ้ำงท่ีผู้คัดค้ำนได้หักไว้เป็นค่ำปรับพร้อมดอกเบ้ียให้แก่
ผเู้ รียกร้องหรือไม่ เพยี งใด และค่ำปรับทีห่ กั ไว้สูงเกนิ สว่ นหรอื ไม่

ในคำเสนอขอ้ พิพำทผ้เู รยี กร้องกลำ่ วอ้ำงวำ่ แม้ผูค้ ดั คำ้ นจะไม่ขยำยเวลำให้แกผ่ ูเ้ รียกร้อง แต่กำรท่ีผู้คัดค้ำน
ไม่ได้ใชส้ ิทธบิ อกเลกิ สัญญำ กลับเรง่ รดั ใหผ้ ู้เรยี กรอ้ งทำงำนต่อใหแ้ ล้วเสร็จโดยไม่ไดถ้ อื เอำระยะเวลำเป็นสำคัญ และผูเ้ รยี กร้อง
ก็ได้ทำงำนต่อเร่ือยมำตำมที่ผู้คัดค้ำนมีหนังสือแจ้งให้ผู้เรียกร้องส่งแผนกำรทำงำนและกำหนดวันดำเนินกำรแล้วเสร็จ
เพื่อพิจำรณำอนุมัติ ซ่ึงผู้เรียกร้องก็ได้รับอนุมัติให้ทำงำนต่อเร่ือยมำ นอกจำกนี้ผู้คัดค้ำนยังได้แจ้งให้ผู้เรียกร้องทรำบว่ำ
ผ้คู ัดคำ้ นไดข้ ออนุมตั ิขยำยเวลำใหก้ ันเงินไวเ้ บกิ จำ่ ยถดั ไปอกี 6 เดือน (จำกเดือนเมษำยน - กนั ยำยน 2559) เท่ำกับผู้คัดค้ำน
ใหส้ ัตยำบันวำ่ ผู้เรยี กรอ้ งสำมำรถทำงำนและเบิกเงนิ งวดงำนได้ตำมผลงำนท่ีทำแลว้ เสรจ็ และจำกกำรนำสบื กไ็ ดค้ วำมดงั กล่ำว
ข้ำงต้น ปัญหำท่ีต้องพิจำรณำว่ำ กำรท่ีผู้คัดค้ำนไม่ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญำแม้ว่ำผู้เรียกร้องไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จ
ตำมกำหนดเวลำตำมสัญญำจ้ำงข้อ 6 มีผลเป็นประกำรใด คณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ กำรที่ผู้คัดค้ำน
ยังไม่บอกเลิกสัญญำทั้ง ๆ ท่ีผู้เรียกร้องทำงำนเลยกำหนดวันแล้วเสร็จตำมสัญญำ เป็นเพียงกำรขยำยระยะเวลำกำรทำงำน
ให้แก่ผู้เรียกร้อง แต่มิได้หมำยควำมวำ่ เมื่อผู้เรียกร้องทำงำนแล้วจะเบิกเงินงวดงำนไดต้ ำมผลงำนที่ทำแล้วเสร็จ กำรที่ผู้เรียก
ร้องจะได้รับเงินคำ่ จำ้ งเพียงใด จะต้องพิจำรณำประกอบสัญญำจ้ำงข้อ 16 เรื่องค่ำปรับด้วย เพรำะหำกผู้เรียกร้องไมส่ ำมำรถ
ทำงำนให้แล้วเสร็จตำมเวลำท่ีกำหนดไว้ในสัญญำและผู้คัดค้ำนยังมิได้บอกเลิกสัญญำ ผู้เรียกร้องจะต้องชำระค่ำปรับให้แก่
ผู้คัดค้ำนเป็นจำนวนเงินวันละ 8,085 บำท นับถัดจำกวันท่ีกำหนดแล้วเสร็จตำมสัญญำหรือวันท่ีผู้คัดค้ำนได้ขยำยเวลำให้

๓๕

จนถึงวันที่แล้วเสร็จจริง และตำมสัญญำจ้ำงข้อ 18 เรื่องกำรกำหนดค่ำเสียหำยกำหนดว่ำค่ำปรับที่เกิดข้ึนจำกผู้เรียกร้อง
ผู้คัดค้ำนมีสิทธิที่จะหักเอำจำกจำนวนเงินค่ำจ้ำงท่ีค้ำงจ่ำยได้ ดังน้ัน กำรท่ีผู้คัดค้ำนใช้สิทธิปรับผู้เรียกร้องและหักเงินค่ำปรับ
เอำจำกจำนวนค่ำจ้ำงท่ผี ้คู ดั คำ้ นจะตอ้ งจ่ำยใหแ้ ก่ผ้เู รยี ร้อง จึงเปน็ กำรใช้สิทธโิ ดยชอบตำมสญั ญำจ้ำง

ปญั หำที่ต้องพจิ ำรณำตอ่ ไปวำ่ คำ่ ปรับจำนวน 385 วัน ทีผ่ ู้เรียกรอ้ งจะตอ้ งรบั ผิดตำมทก่ี ลำ่ วมำในประเดน็
ข้อพิพำทข้อ 1 สูงเกินส่วนหรือไม่ คณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ สัญญำจ้ำงก่อสร้ำงสะพำนลอยท่ีพิพำท
มีกำหนดระยะเวลำทำงำนแล้วเสร็จเพียง 180 วันและตำมระเบียบกระทรวงมหำดไทยว่ำด้วยกำรพัสดุของหนว่ ยกำรบริหำร
รำชกำรส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2535 ข้อ 131 ก็ได้กำหนดว่ำ หำกผู้รับจ้ำงไมส่ ำมำรถปฏบิ ัตงิ ำนตำมสัญญำหรือขอ้ ตกลงได้และ
จะต้องมีกำรปรับตำมสัญญำหรือข้อตกลงนั้น หำกจำนวนเงินค่ำปรับจะสูงเกินร้อยละสิบของวงเงินค่ำจ้ำงให้พิจำรณำ
ดำเนินกำรบอกเลิกสัญญำหรือข้อตกลง เว้นแต่คู่สัญญำจะได้ยินยอมเสียค่ำปรับโดย ไม่มีเง่ือนไขใด ๆ ทั้งสิ้นแม้ว่ำ
ผเู้ รียกรอ้ งจะได้ทำหนงั สือยินยอมเสียค่ำปรับโดยไมม่ เี งอื่ นไขใด ๆ ทงั้ สิ้นให้ไว้แก่ผูค้ ดั ค้ำนตำมระเบียบของกระทรวงมหำดไทย
ดงั กลำ่ วก็ตำม แต่เมอื่ ได้พจิ ำรณำถึงกำรทำงำนกอ่ สรำ้ งตำมสัญญำจ้ำงน้ี ปรำกฏข้อเทจ็ จริงว่ำ ผเู้ รยี กรอ้ งไดป้ ระสบปญั หำและ
อุปสรรคตลอดเวลำกำรทำงำนโดยมใิ ช่ควำมผิดของผู้เรียกร้อง เริ่มต้ังแต่เขำ้ พื้นทท่ี ำงำนเจำะสำรวจชั้นดินสำหรับงำนเสำเขม็
ก็มีปญั หำอุปสรรคเกี่ยวกับสำยไฟฟำ้ ระบบโทรคมนำคม และทอ่ ประปำกีดขวำงกำรก่อสร้ำง จนผู้คดั ค้ำนต้องสง่ั ใหผ้ ้เู รยี กร้อง
หยุดงำนถึง 2 คร้ัง ซ่ึงทำให้งำนก่อสร้ำงตอ้ งหยุดชงัก ในกำรก่อสร้ำงฐำนรำกและตอมอ่ ก็เป็นไปดว้ ยควำมยำกลำบำก ต่อมำ
ผู้คัดค้ำนได้แก้ไขแบบแปลนโครงสร้ำงวัสดุมุงหลังคำจำกกระเบื้องไอยรำเป็นไฟเบอร์ข้ึนรูป เน่ืองจำกเป็นควำมผิด
ของผู้คัดค้ำนท่ีออกแบบใช้วัสดุมุงหลังคำที่ไม่เหมำะสมกับกำรใช้งำนและควำมปลอดภัยสำธำรณะ และวัสดุไฟเบอร์ข้ึนรูปมี
รำคำสงู กว่ำกระเบอ้ื งไอยรำเป็นเงิน 58,368 บำท ผ้เู รยี กรอ้ งยนิ ยอมไม่เรียกรอ้ งค่ำจำ้ งเพิม่ แต่ขอขยำยระยะเวลำทำกำรตำม
สัญญำ 90 วัน ผู้คัดค้ำนก็ไม่ขยำยเวลำให้ คร้ันต่อมำได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุก 18 ล้อ ชนเสำไฟฟ้ำบริเวณงำนก่อสร้ำง
ทำให้เสำไฟฟ้ำล้มลงจำนวน 40 กว่ำต้น โดนโครงหลังคำสะพำนลอย รำวกันตกสแตนเลสท่ีผู้เรียกร้องได้ก่อสร้ำงเสร็จแล้ว
เสียหำย ผู้เรียกร้องต้องหยุดงำนอีกเป็นเวลำ 127 วัน ต้องเสียเวลำร้ืองำนเก่ำและซ่อมแซมทำงำนใหม่ ปัญหำและอุปสรรค
ต่ำง ๆ ดังกล่ำวแล้วน่ำจะมีส่วนทำให้งำนก่อสร้ำงล่ำช้ำ นับตั้งแต่วันที่ผู้เรียกร้องเข้ำทำสัญญำรับจ้ำงก่อสร้ำงสะพำนลอย
ที่พิพำท จนถึงวันที่ผู้เรียกร้องทำงำนแล้วเสร็จเป็นเวลำเกือบ 3 ปี ผู้เรียกร้องยังไม่ได้รับเงินค่ำจ้ำงเลย เนื่องจำกตำมสัญญำ
จ้ำงกำหนดจำ่ ยเงินคำ่ จำ้ งเมื่องำนแล้วเสร็จตำมสญั ญำ ด้วยเหตุผลตำมทก่ี ลำ่ วมำข้ำงต้น จงึ เหน็ ว่ำ ค่ำปรับทีผ่ ูเ้ รยี กรอ้ งจะต้องรับ
ผิดเป็นจำนวน 385 วัน เป็นเงิน 3,112,725 บำท (385x8,085) น้ันสูงเกินส่วน เห็นควรลดคำ่ ปรับลง โดยให้ปรับเพียงร้อยละ
ส่ีสิบของวงเงินค่ำจ้ำง เป็นเงิน 1,293,600 บำท คงเหลือเงินค่ำจ้ำงท่ีผู้คัดค้ำนจะต้องชำระแก่ผู้เรียกร้องเป็นเงิน
1,940,400 บำท (3,234,000 - 1,293,600)

ปัญหำว่ำผู้คัดค้ำนต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้เรียกร้องหรือไม่ คณะอนุญำโตตุลำกำรเห็นว่ำ เงินค่ำจ้ำงท่ี
ผูค้ ดั ค้ำนหกั ไวช้ ำระค่ำปรับเปน็ กำรหักไว้โดยชอบตำมสัญญำ กำรที่คณะอนุญำโตตลุ ำกำรวนิ ิจฉยั ลดคำ่ ปรบั ให้แก่ผเู้ รยี กรอ้ ง ผ้คู ัดคำ้ น
จึงไม่ตอ้ งเสยี ดอกเบ้ยี ให้แก่ผ้เู รยี กรอ้ ง

วินิจฉัยช้ีขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงินค่ำจ้ำง ให้แก่ผู้เรียกร้องเป็นเงิน 1,940,400 บำท ภำยใน 30 วัน
นับแตว่ นั ไดร้ บั สำเนำคำช้ขี ำด คำขอนอกจำกน้ใี หย้ ก

แหลง่ ท่มี ำ

ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขดำที่ 130/2559
หลักกฎหมำยที่เกี่ยวข้อง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณชิ ย์ มำตรำ 377 , 372 (2) และ

มำตรำ 383
ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่ง มำตรำ 86 วรรคสอง
ประกอบพระรำชบัญญัติอนุญำโตตุลำกำร พ.ศ. 2545 มำตรำ
25 วรรคสำม
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำร : นำยทวีศักดิ์ วรพวิ ุฒิ
นำยอรำ่ ม เชำวส์ โุ ข
นำงกนกพร ส้ันศรี
ผยู้ อ่ : บนั ลือ สำยยศ

๓๖

17. ขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงท่ี 129/2561

ประเดน็ ขอ้ พพิ ำท : ผ้คู ดั คำ้ นมสี ิทธิหกั เงนิ ค่ำเสำเข็มตำมสญั ญำพิพำทหรือไม่

คู่พพิ ำทนำสืบพยำนแล้วข้อเท็จจริงเบ้ืองตน้ รับฟังได้ว่ำ เม่อื วนั ที่ ๒๑ ธันวำคม ๒๕๕๒ ผู้คดั ค้ำน
ได้ทำสัญญำว่ำจ้ำงผู้เรียกร้องทำกำรก่อสร้ำงอำคำรศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก จำนวน ๑ หลัง โดยมีรำยละเอียดตำมแบบ
แปลนมำตรฐำนของกรมส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหำดไทย ตำมข้อกำหนดและเง่ือนไขแห่งสัญญำตำม
เอกสำรแนบทำ้ ยสัญญำซึ่งถือเป็นส่วนหน่งึ ของสญั ญำ รำคำคำ่ จ้ำงเหมำรวมจำนวน ๒,๔๖๓,๐๐๐ บำท โดยผูเ้ รียกร้อง
ต้องเร่ิมทำงำนที่รับจ้ำงในวันที่ ๒๒ ธันวำคม ๒๕๕๒ และจะต้องทำงำนให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ในวันท่ี ๒๐ พฤษภำคม
๒๕๕๓ ตำมแบบแปลนมำตรฐำนของกรมส่งเสริมกำรปกครองทอ้ งถน่ิ ไดก้ ำหนดกำรก่อสร้ำงฐำนรำกเป็น ๒ แบบ คือ
แบบตอกเสำเข็มและแบบไม่ตอกเสำเข็ม (ฐำนรำกแผ่) กำรก่อสร้ำงจะใช้ฐำนรำกแบบใดจะต้องถือเอำผล
กำรตรวจสอบกำรรับน้ำหนักของพ้ืนดินเป็นเกณฑ์ ภำยหลังทำสัญญำผู้เรียกร้องได้ดำเนินกำรก่อสร้ำงตำมสัญญำ
แต่สภำพพ้ืนดินบริเวณก่อสร้ำงผู้เรียกร้องไม่สำมำรถก่อสร้ำงแบบตอกเสำเข็มได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแบบแปลน
ฐำนรำกแบบตอกเสำเข็มเป็นฐำนรำกแบบไม่ตอกเสำเข็ม (ฐำนรำกแผ่) ผู้คัดค้ำนจึงให้ผู้เรียกร้องดำเนินกำรก่อสร้ำง
อำคำรโดยใช้ฐำนรำกชนิดฐำนแผ่ ซึ่งผู้คัดค้ำนได้เปรียบเทียบปริมำณงำนและรำคำกำรก่อสร้ำงฐำนรำกแบบไม่ตอก
เสำเข็ม (ฐำนรำกแผ่) กับฐำนรำกแบบตอกเสำเข็มแล้วพบว่ำมีส่วนต่ำงของเงินค่ำเสำเข็มลดลงเป็นเงินจำนวน
๒๒๐,๔๓๐.๖๐ บำท ผู้คัดค้ำนเห็นว่ำผู้เรียกร้องดำเนินกำรก่อสร้ำงอำคำรโดยลดปริมำณงำนลงจำกเดิม จึงหักเงิน
ค่ำเสำเข็มคืนจำกผู้เรียกรอ้ งเป็นจำนวนเงิน ๒๒๐,๔๓๐.๖๐ บำท แตผ่ เู้ รียกรอ้ งโต้แย้งว่ำผคู้ ดั ค้ำนได้เสนอรำคำค่ำจ้ำง
กอ่ สรำ้ งเป็นรำคำเหมำรวม ตอ้ งจ่ำยเงินค่ำจำ้ งก่อสรำ้ งเต็มจำนวนตำมทร่ี ะบุไวใ้ นสัญญำ

คำวนิ จิ ฉัยชข้ี ำด

เมื่อข้อเท็จจริงปรำกฏว่ำพื้นดินบริเวณท่ีก่อสร้ำงไม่สำมำรถที่จะตอกเสำเข็มจำนวนดังกล่ำวได้
จำเป็นต้องทำบันทึกร่วมกันแก้ไขเปล่ียนแปลงแบบแปลนฐำนรำกจำกแบบตอกเสำเข็มเป็นฐำนรำกแบบไม่ตอก
เสำเข็ม (ฐำนรำกแผ่) ซ่ึงผู้เรียกร้องย่อมรู้อยู่แล้วว่ำกำรเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวเป็นเหตุให้ผู้เรียกร้องลดต้นทุนลงและ
ไม่ต้องเสียค่ำใช้จ่ำยในกำรซื้อหรือจัดหำเสำเข็ม คิดเป็นเงินค่อนข้ำงสูง จำนวน ๒๒๐,๔๓๐.๖๐ บำท แม้สัญญำ
ก่อสร้ำงพิพำทจะเป็นสัญญำจ้ำงเหมำก็ตำม แต่ก็เป็นสัญญำต่ำงตอบแทนท่ีผู้ว่ำจ้ำงกับผู้รับจ้ำงคู่สัญญำจะต้อง
ปฏิบัตกิ ำรชำระหนใี้ ห้ครบถ้วนตำมวตั ถุประสงค์แห่งหน้ี ฉะน้ัน เม่อื กำรก่อสร้ำงตำมสัญญำมีข้อกำหนดระบุว่ำจะต้อง
เป็นแบบตอกเสำเข็ม แต่ภำยหลังเปลี่ยนเป็นแบบไม่ต้องตอกเสำเข็ม ไม่เป็นไปตำมสัญญำว่ำจ้ำง โดยไม่ใช่ควำมผิด
ของผวู้ ำ่ จ้ำง ดงั นน้ั ผู้เรียกร้องจะเรยี กร้องให้ผคู้ ัดค้ำนชำระเงินเต็มตำมสญั ญำหำได้ไม่ จงึ เหน็ วำ่ ผ้คู ดั ค้ำนมสี ิทธิหักเงิน
คำ่ เสำเขม็ จำนวน ๒๒๐,๔๓๐.๖๐ บำท ออกจำกคำ่ จำ้ งเหมำตำมสญั ญำจ้ำงชอบธรรมแลว้ ส่วนท่ีผเู้ รยี กรอ้ งกล่ำวอ้ำง
คำวินิจฉัยข้อหำรือของสำนักงำนอัยกำรสูงสุดมำสนับสนุนว่ำผู้คัดค้ำนไม่มีสิทธิหักเงินจำนวน ๒๒๐,๔๓๐.๖๐ บำท
ออกจำกค่ำจ้ำงเหมำนั้น เห็นว่ำคำวินิจฉัยดังกล่ำวไม่มีผลผูกพันคณะอนุญำโตตุลำกำรท่ีต้องวินิจฉัยช้ีขำดตำม อำศัย
เหตุผลดังได้วินิจฉัยมำ คณะอนุญำโตตุลำกำรจึงชี้ขำดให้ยกคำเสนอข้อพิพำทของผู้เรียกร้อง ให้คู่พิพำทออก
ค่ำธรรมเนยี มและค่ำใชจ้ ำ่ ยชนั้ อนญุ ำโตตลุ ำกำรฝ่ำยละกึ่งหนง่ึ

แหลง่ ท่ีมำ

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 40/2555
หลกั กฎหมำยทเ่ี กีย่ วข้อง : ประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณชิ ย์
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำร : นำยกุลพัชร์ อิทธิธรรมวินจิ

นำยมนสั ทองศรสี มบรู ณ์
นำยมนสั สุขสวัสดิ์
ผยู้ อ่ : รงั สมิ ำ ดำรำพงษ์

๓๗

18. ข้อพิพำทหมำยเลขแดงที่ 130/2561

ประเดน็ ขอ้ พิพำท : 1. ผู้คัดค้ำนผิดสัญญำ โดยส่งมอบงำนล่ำช้ำกว่ำกำหนดแล้วเสร็จ ซ่ึงต้องรับผิดชำระ
คำ่ ปรับแก่ผู้เรียกรอ้ งหรอื ไม่ เพยี งใด

2. ผู้เรียกร้องต้องจ่ำยเงินค่ำงวดงำน 3.43, 3.44 และ3.45 เป็นเงิน 2,181,477.33 บำท
พร้อมดอกเบ้ียแกผ่ ้คู ดั คำ้ นหรอื ไม่

3. ผเู้ รียกรอ้ งตอ้ งจำ่ ยเงนิ ประกันผลงำนตำมทไี่ ด้หักไว้แก่ผูค้ ดั คำ้ นหรือไมเ่ พียงใด
4. ผเู้ รียกรอ้ งต้องคนื หนังสอื ค้ำประกันกำรรบั เงินคำ่ จ้ำงล่วงหนำ้ และหนังสือ
ค้ำประกันกำรปฏิบัติตำมสัญญำ พรอ้ มทง้ั ชำระค่ำธรรมเนียมแก่ธนำคำรตำมข้อเรยี กรอ้ งแย้งหรือไม่

คู่พิพำทรับข้อเท็จจริงกันว่ำ (1) ผู้คัดค้ำนผิดสัญญำ โดยส่งมอบงำนล่ำช้ำกว่ำกำหนดแล้วเสร็จ
และระยะเวลำทีข่ ยำยให้ 84 วนั และตำมสญั ญำระบคุ ำ่ ปรบั วันละ 322,000 บำท และมูลคำ่ ของงำนท่ีส่งมอบล่ำช้ำ
เป็นเงินตำมค่ำงวดงำน 3.43 - 3.45 (2) ผู้เรียกร้องค้ำงชำระค่ำงำนงวด 3.43 - 3.45 หลังหักเงินค่ำจ้ำงล่วงหน้ำ
แล้วเหลือ 1,963,329.60 บำท (3) มีเงินประกันผลงำนท่ีผู้เรียกร้องได้หักไว้ในกำรชำระค่ำจ้ำง
แต่ละงวดจำนวน 15,911,276.08 บำท

คำวนิ ิจฉยั ช้ขี ำด

คณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ ตำมคู่พิพำทรับข้อเท็จจริงดังกล่ำวเป็นกำรเพียงพอ
แกก่ ำรวนิ จิ ฉยั คดีแลว้ โดยไม่ตอ้ งสบื พยำน จึงให้งดสืบพยำนทัง้ สองฝำ่ ยและวนิ จิ ฉยั ขอ้ พพิ ำทนี้ต่อไป

ก่อนอ่ืนจะได้วินิจฉัยตำมคำให้กำรต่อสู้ของผู้เรียกร้องที่ว่ำ ผู้คัดค้ำนย่ืนคำคัดค้ำนล่วงเลยกำหนด
ระยะเวลำย่นื คำคดั ค้ำนและเรียกรอ้ งแยง้ แล้ว เป็นกำรใชส้ ิทธิไมส่ จุ รติ หรือไม่ ขอ้ พิพำทนเี้ ดมิ ผูค้ ัดคำ้ น ยนื่ คำคดั คำ้ นไว้
แล้ว ต่อมำได้ย่ืนคำร้องขอเปล่ียนแปลงผู้รับมอบอำนำจใหม่ พร้อมกับย่ืนคำคัดค้ำนใหม่โดยขอยกเลิกคำคัดค้ำนเดิม
ขณะเดียวกันก็ยื่นคำเรียกร้องแย้งให้ ผู้เรียกร้องรับผิด ซึ่งคณะอนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ ตำม พ.ร.บ.
อนุญำโตตุลำกำร พ.ศ. 2545 มำตรำ 25 บัญญัติว่ำในกำรพิจำรณำของคณะอนุญำโตตุลำกำรให้คู่พิพำทได้รับกำร
ปฏิบัติอย่ำงเท่ำเทียมกัน และให้มีโอกำส นำสืบพยำนหลักฐำนและเสนอข้ออ้ำงข้อต่อสู้ของตนได้ตำมพฤติกำรณ์
แห่งข้อพิพำทน้ัน ในกรณีที่คู่พิพำทมิได้ตกลงกันหรือกฎหมำยน้ีมิได้บัญญัติไว้เป็นอย่ำงอื่นให้คณะอนุญำโตตุลำกำร
มีอำนำจดำเนินกระบวนกำรพิจำรณำใด ๆ ได้ตำมที่เห็นสมควร อำนำจของคณะอนุญำโตตุลำกำรน้ีให้รวมถึงอำนำจ
ในกำรวินิจฉัยเร่ืองกำรรับฟังพยำนหลักฐำนและกำรชั่งน้ำหนักพยำนหลักฐำนทั้งปวงด้วย เพื่อประโยชน์แห่งหมวดน้ี
คณะอนุญำโตตุลำกำรอำจนำเอำประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่งว่ำ ด้วยพยำนหลักฐำนมำใช้โดยอนุโลม
ประกอบกับข้อบังคับสำนักงำนศำลยุติธรรมว่ำด้วยอนุญำโตตุลำกำร ข้อ 28 ท่ีกำหนดไว้ทำนองเดียวกันว่ำ
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำรมีอำนำจดำเนนิ กระบวนกำรพิจำรณำใด ๆ ตำมที่เหน็ สมควรโดยคำนึงถึงหลักแหง่ ควำมยตุ ธิ รรม
ควำมรวดเร็วและมีประสิทธิภำพ รวมถึงกำรเปิดโอกำสให้คู่พิพำทเสนอข้อเท็จจริงเพ่ือสนับสนุนข้ออ้ำง ข้อต่อสู้ของ
ตนได้ตำมควรแก่พฤติกำรณ์แห่งข้อพิพำทนั้น เว้นแต่ในกรณีที่คู่พิพำทกำหนดไว้เป็นอย่ำงอ่ืน เฉพำะอย่ำงย่ิง
ผู้เรียกร้องก็ยังไม่ได้แก้ข้อเรียกร้องแย้งและผู้เรียกร้อง มีโอกำสแก้ข้อเรียกร้องแย้งได้เม่ือคณะอนุญำโตตุลำกำร
ได้อนุญำตให้ผู้คัดค้ำนเปล่ียนแปลงแก้ไขคำให้กำรและมีคำเรียกร้องแย้งได้ อันเป็นกำรเปิดโอกำสให้ทง้ั สองฝ่ำยเสนอ
ข้อเท็จจริงตำม คำเรียกร้องและผู้คัดค้ำนเสนอข้อเท็จจริงตำมคำคัดค้ำน เพ่ือสนับสนุนข้ออ้ำงของตนตำมควรแก่
พฤติกำรณ์แห่งข้อพิพำทกำรดำเนินกระบวนกำรพิจำรณำจึงชอบแล้ว ไม่ทำให้ ผู้เรียกร้องเสียเปรียบและ
เป็นกำรกระทำที่มใิ ช่เป็นกำรใชส้ ิทธิโดยไมส่ ุจรติ แต่อยำ่ งใด

ประเด็นข้อพิพำทท่ี 1 ท่ีจะได้วินิจฉัยมีว่ำ ผู้คัดค้ำนผิดสัญญำโดยส่งมอบงำนล่ำช้ำกว่ำกำหนด
แล้วเสร็จ ซ่ึงต้องรับผิดชำระค่ำปรับแก่ผู้เรียกร้องหรือไม่เพียงใด พิเครำะห์แล้วเห็นว่ำ คู่พิพำทรับข้อเท็จจริงกัน
ในประเด็นนี้แลว้ ว่ำ ผคู้ ดั คำ้ นส่งมอบงำนล่ำช้ำกวำ่ ทกี่ ำหนดให้แลว้ เสร็จ 84 วัน ดังนนั้ จึงตอ้ งรับฟงั ขอ้ เทจ็ จริงว่ำตำม
สัญญำว่ำจ้ำงเอกสำรหมำยเลข 9 ท้ำยคำเสนอข้อพิพำทกำหนดระยะเวลำแล้วเสร็จของงำนภำยใน 730 วัน นับแต่
วันที่ 21 มิถุนำยน 2553 และต่อมำได้มีกำรแก้ไขเพ่มิ เติมระยะเวลำก่อสร้ำงรวม 7 ครั้งสุดท้ำยส้ินสุดระยะเวลำใน
วนั ที่ 6 มกรำคม 2558 ปรำกฏตำมสำเนำสัญญำจำ้ งฉบับแก้ไขเพ่ิมเตมิ เอกสำรทำ้ ยคำเสนอขอ้ พิพำทหมำยเลข 16

๓๘

คร้ันวันที่ 5 มกรำคม 2558 ผู้คัดค้ำนที่ 1 มีหนังสือส่งมอบงำนงวดท่ี 3.45 แต่ผู้เรียกร้องพิจำรณำแล้วพบว่ำงำน
งวดท่ี 3.43 - 3.45 ที่ส่งมอบมำนั้นเนื้องำนยังไม่เสรจ็ สมบูรณต์ ำมเงอื่ นไขสญั ญำจ้ำง จึงแจ้งใหผ้ ูค้ ัดค้ำนที่ 1 แกไ้ ขให้
ถูกต้องตำมรูปแบบสัญญำจ้ำง จนกระท่ังวันที่ 31 มีนำคม 2558 ผู้คัดค้ำนที่ 1 จึงส่ง มอบงำนงวดดังกล่ำว
อันเป็นกำรส่งมอบงำนงวด 3.43 ถึง 3.45 (สำมงวดสุดท้ำย) เสร็จสมบูรณ์ตำมสัญญำ ซ่ึงผู้เรียกร้องได้ตรวจรับงำน
ไว้แล้ว กำรส่งมอบงำนของผู้คัดค้ำนล่ำช้ำกว่ำที่กำหนดไว้ในสัญญำ และกำรขยำยระยะเวลำรวม 84 วัน ซึ่งระหว่ำง
พิจำรณำคู่พิพำทท้ังสองฝ่ำยต่ำงรับข้อเท็จจริงกันว่ำผู้คัดค้ำนส่งมอบงำนล่ำช้ำกว่ำกำหนดแล้วเสร็จและระยะเวลำที่
ขยำยให้แล้ว 84 วัน และตำมสัญญำระบุค่ำปรับวันละ 322,000 บำท ดังนั้น จึงรับฟังได้ว่ำผู้คัดค้ำนส่งมอบงำน
ลำ่ ช้ำกวำ่ กำหนดแลว้ เสร็จและระยะเวลำทข่ี ยำยให้แลว้ 84 วันตำมคำเรยี กร้อง ผูค้ ดั ค้ำนจึงผดิ สัญญำ

ปัญหำมีว่ำผู้คัดค้ำนทั้งสำมต้องรับผิดชำระค่ำปรับเพียงใด เม่ือคดีฟังได้ว่ำผู้คัดค้ำน
เป็นฝ่ำยผิดสัญญำแม้ตำมสญั ญำข้อ 19 จะกำหนดไวว้ ำ่ หำกผู้รับจำ้ งไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จตำมที่กำหนดไวใ้ น
สัญญำ ผู้รับจ้ำงจะต้องชำระค่ำปรับให้แก่ผู้ว่ำจ้ำงเป็นรำยวันในอัตรำวันละ 322,000 บำทและผู้คัดค้ำนยอมรับว่ำ
ตำมสัญญำระบุค่ำปรับวันละ 322,000 บำทก็ตำม ตำมสัญญำให้ผู้คัดค้ำนท้ังสำมรับผิดชำระค่ำปรับจำนวน
27,048,000 บำทตำมคำเรียกร้อง แต่ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 383 กำหนดไว้ว่ำในกรณี
ค่ำปรับ ถ้ำเบี้ยปรับที่ริบนั้น สูงเกินส่วน ศำลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในกำรท่ีจะวินิจฉัยว่ำสมควรเพียงใด
นั้น ท่ำนให้พิเครำะห์ถึงทำงได้เสียของเจำ้ หนี้ทุกอยำ่ งอันชอบดว้ ยกฎหมำย เมื่อได้พิเครำะห์ถึงงำน ที่ส่งมอบล่ำช้ำ
นั้นเป็นเพียงงำนลิฟท์ขนของที่คู่พิพำทรับกันมีมูลค่ำของงำนเท่ำกับค่ำงวดงำน 3.43 -3.45 คือ 2 ล้ำนบำทเศษ
เท่ำนั้น เทียบกับมูลค่ำของงำนก่อสร้ำงรำยนี้ทั้งหมดจำนวน 320 ล้ำนบำทเศษ จึงคิดเป็นมูลค่ำของงำนที่ส่งมอบ
ลำ่ ช้ำเพียงเลก็ นอ้ ยมำก เมือ่ เทยี บกบั มลู คำ่ ของงำนทั้งหมด ท้งั ผู้เรยี กร้องก็มไิ ด้กลำ่ วอ้ำงว่ำมคี วำมเสียหำยประกำรอ่ืน
นอกจำกค่ำปรับ

คณะอนุญำโตตุลำกำรเห็นว่ำ เบี้ยปรับถือเป็นค่ำเสียหำยท่ีกำหนดไว้ล่วงหน้ำให้ฝ่ำยที่
ผิดสัญญำชดใช้แก่ฝ่ำยท่ีไม่ได้ผิดสัญญำ แต่ก็ไม่ได้บังคับโดยเด็ดขำดว่ำจะต้องเป็นไปตำมข้อตกลง
ศำลอำจใช้ดุลพินิจลดจำนวนค่ำปรับลงได้ เม่ือพิเครำะห์ทำงได้เสียทุกอย่ำงอันชอบด้วยกฎหมำยดังกล่ำวแล้ว
เบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วนจึงเห็นสมควรลดลงเหลือเป็นจำนวน 200,000 บำท ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและ
พำณิชย์มำตรำ 383 ผู้เรียกร้องมีสิทธินำไปหักจำกเงินค่ำประกันผลงำนท่ีผู้เรียกร้องได้หักไว้และเม่ือผู้เรียกร้องได้
ตรวจรบั งำนงวดที่ 3.43 - 3.45 ไวเ้ สร็จเรยี บรอ้ ยแลว้ ผู้เรยี กรอ้ งจึงตอ้ งชำระค่ำงำนงวดดังกลำ่ วแก่ผู้คัดค้ำน รวมทง้ั
ต้องคืนเงินประกันผลงำนท่ีผู้เรียกร้องได้หักไว้แก่ผู้คัดค้ำนตำมประเด็นข้อพิพำทที่ 2 และ 3 สรุปแล้ว ผู้คัดค้ำนต้อง
ชำระเงินค่ำงำนงวดที่ 3.43 - 3.45 ตำมจำนวนที่รับกันคือหักเงินค่ำจ้ำงล่วงหน้ำแล้ว จำนวน 1,963,329.60
บำทและคืนเงินประกันผลงำนท่ีผู้เรียกร้องได้หักไว้ จำนวน 15,911,276.080 บำท โดยหักค่ำปรับจำนวน
200,000 บำท คงเหลือ 15,711,276.080 บำท รวมเป็นเงินท่ีผู้เรียกร้องต้องชำระแก่ผู้คัดค้ำนท้ังสำมซึ่งเป็น
กิจกำรร่วมค้ำเป็นจำนวนเงิน 17,674,605.68 บำท และผู้คัดค้ำนไม่มีสิทธิได้ดอกเบ้ียจำกเงินท่ีได้รับคืนจำก
ผเู้ รยี กร้อง เพรำะเปน็ กรณที ีผ่ เู้ รยี กรอ้ งใช้สทิ ธหิ ักค่ำปรับตำมสญั ญำจ้ำง มิใชก่ รณผี ดิ นดั ท้งั ผคู้ ัดคำ้ นเป็นฝ่ำยผดิ สัญญำ
(เทยี บคำพิพำกษำฎีกำที่ 839/2543) และผเู้ รียกรอ้ งต้องคนื หนงั สอื ค้ำประกันกำรรบั เงินคำ่ จ้ำงลว่ งหนำ้ และหนังสือ
ค้ำประกันกำรปฏิบัติตำมสญั ญำแกผ่ ู้คดั ค้ำนตำมประเด็นขอ้ 4 แต่ผู้เรยี กรอ้ งไม่ต้องชำระคำ่ ธรรมเนยี มแกธ่ นำคำรตำม
ข้อเรยี กรอ้ งแย้ง เพรำะเป็นหน้ำทใ่ี นกำรปฏิบตั ิตำมสัญญำจ้ำงของผ้คู ัดค้ำน

วินิจฉัยช้ีขำดให้ผู้เรียกร้องชำระเงินจำนวน 17,674,605.68 บำท แก่ผู้คัดค้ำนท้ังสำม
ให้ผู้เรียกร้องคืนหนังสือค้ำประกันกำรรับเงินค่ำจ้ำงล่วงหน้ำและหนังสือค้ำประกันกำรปฏิบัติตำมสัญญำแก่
ผูค้ ดั ค้ำน คำขออน่ื นอกจำกนต้ี ำมขอ้ เรียกร้องแยง้ ให้ยก และให้ยกคำเรยี กรอ้ งหรอื คำเสนอข้อพพิ ำท

แหล่งทม่ี ำ ๓๙

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำท่ี : 85/2559
หลักกฎหมำยทีเ่ กย่ี วข้อง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชยม์ ำตรำ 383
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำร : นำยสวุ รรณ ตระกำรพันธุ์

นำยกุศล แย้มสะอำด
นำยวิชัย ช่ืนชมพูนุท
ผู้ย่อ : บรุ พล ชจู นั ทร์

๔๐

19. ขอ้ พิพำทหมำยเลขแดงท่ี 140/2561

ประเดน็ ขอ้ พพิ ำท : 1) ผเู้ รยี กร้องมีสทิ ธิเรียกร้องให้ผคู้ ดั คำ้ นชำระเงินค่ำสินจ้ำง และค่ำขำดประโยชน์
ตำมขอ้ เรียกรอ้ งหรอื ไม่ เพียงใด

2) ผู้คัดค้ำนมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้เรียกร้องชำระค่ำปรับและค่ำเสียหำยตำม
ข้อเรียกรอ้ งแยง้ หรือไม่ เพยี งใด

ขอ้ เทจ็ จรงิ ที่คู่พพิ ำทนำสืบตรงกันรับฟังไดว้ ำ่ เม่อื วันท่ี 10 มนี ำคม 2559 ผคู้ ัดคำ้ นได้ทำสัญญำ
ว่ำจ้ำงให้ผู้เรียกร้องก่อสร้ำงอำคำรซ่อมบำรุงส่วนท่ี 2 ของมหำวิทยำลัยแห่งหน่ึง กำหนดแล้วเสร็จภำยใน 210 วัน
ในรำคำค่ำจ้ำง รวมเป็นเงิน 7,700,000 บำท โดยแบ่งจ่ำยเงินเป็น 5 งวด ตำมผลงำน รำยละเอียดปรำกฏตำม
สัญญำจ้ำงเหมำก่อสร้ำงอำคำร เอกสำรท้ำยคำเสนอข้อพิพำทหมำยเลข 4 (หมำย ค.1) ผู้เรียกร้องได้เข้ำดำเนินกำร
ก่อสร้ำงจนเสร็จตำมสัญญำงวดท่ี 1 และได้ขอเบิกเงินสำหรับงวดงำนที่ 1 ซ่ึงผู้คัดค้ำนได้จ่ำยเงินคำ่ จ้ำงแกผ่ ู้เรยี กรอ้ ง
ไปแล้ว ต่อมำผู้เรียกร้องขอส่งมอบงำนงวดท่ี 2 และขอเบิกค่ำจ้ำงงวดงำนท่ี 2 ผู้คัดค้ำนปฏิเสธอ้ำงว่ำจำกกำร
ตรวจสอบ พบวำ่ บญั ชีแสดงรำยกำรค่ำวัสดแุ ละค่ำแรง (BOQ) มีปริมำณงำนไม่สอดคล้องกบั เอกสำรภำคผนวก 2 – 3
ในใบ BOQ เม่ือวันท่ี 16 กันยำยน 2559 ผู้คัดค้ำนจึงนัดผู้เรียกร้องให้มำประชุมเพ่ือแก้ไขเปล่ียนแปลงสัญญำจ้ำง
เหมำก่อสร้ำงในส่วนท่ีเก่ียวกับงวดงำนค่ำจ้ำงและกำรจ่ำยเงิน โดยรำยละเอียดของ BOQ และปริมำณงำนต้องไม่ทับ
ซ้อนกับงำนที่ได้ดำเนินกำรไปแล้วตำมสัญญำเก่ำ และผู้คัดค้ำนตกลงให้ขยำยกำหนดเวลำทำงำนให้แล้วเสร็จตำม
สัญญำเดิมออกไปอีก 99 วัน ส่วนสิทธิหน้ำท่ีและควำมรับผิดชอบของผู้เรียกร้องและผู้คัดค้ำนคงเป็นไปตำมสัญญำ
เดิม รำยละเอียดปรำกฏตำมสัญญำแก้ไขเพ่ิมเติม (ครั้งท่ี 1) ลงวันที่ 8 ธันวำคม 2559 (เอกสำรหมำย ค.5) ต่อมำ
วันที่ 20 มีนำคม 2560 ผู้เรียกร้องได้ทำหนังสือขอยกเลิกกำรส่งงวดงำนที่ 2 และทำหนังสือ ลงวันที่เดียวกันอีก
ฉบับหนง่ึ รำยงำนควำมก้ำวหนำ้ งำนกอ่ สร้ำงงวดท่ี 2 โดยแสดงรำยกำรค่ำวสั ดุ ปริมำณงำนและมูลค่ำงำนท่ดี ำเนินกำร
เสร็จแล้ว เพ่ือให้ผู้คัดค้ำนพิจำรณำดำเนินกำรต่อไป ในวันท่ี 21 มีนำคม 2560 ผู้คัดค้ำนมีหนังสือแจ้งข้อมูลในกำร
ปรับผู้เรียกร้องตำมสัญญำ และสอบถำมว่ำจะดำเนินกำรตำมสัญญำจ้ำงหรือไม่ ซึ่งผู้เรียกร้องมีหนังสือ ลงวันที่ 12
พฤษภำคม 2560 ชีแ้ จงขอควำมเป็นธรรมและปฏิเสธกำรปรบั สดุ ทำ้ ยผู้เรียกรอ้ งให้ทนำยควำมมีหนังสอื ลงวันที่ 30
มถิ ุนำยน 2560 บอกเลกิ สญั ญำและเรยี กคำ่ เสียหำยจำกผคู้ ดั คำ้ น

คำวินิจฉัยชขี้ ำด

คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำรวินิจฉยั ตำมประเด็นขอ้ พพิ ำททีก่ ำหนดไว้ ดังนี้
ประเด็นข้อพิพำทที่ 1 ผู้เรียกร้องมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้คัดค้ำนชำระค่ำสินจ้ำงตำมสัญญำจ้ำง
ทำของหรือไม่ เพียงใดน้ัน ผู้เรียกร้องมีนำย.ส วิศวกรผู้ควบคุมงำนก่อสร้ำง และนำยห. ผู้จัดกำรโครงกำรของ
ผู้เรียกร้อง ให้กำรว่ำ ได้ก่อสร้ำงอำคำรจนแล้วเสรจ็ ในงวดงำนท่ี 2 ตำมสัญญำแล้ว แต่ผู้คัดค้ำนไม่จ่ำยเงินให้อ้ำงวำ่ มี
งำนทับซ้อนใน BOQ กับผู้รับเหมำรำยเดิม จึงให้ผู้เรียกร้องมำประชุมร่วมกับผู้คัดค้ำนเพ่ือขอแก้ไขสัญญำกันก่อน
ผู้เรียกร้องได้ตกลงทำสัญญำแก้ไขเพ่ิมเติมกับผู้คัดค้ำน โดยแก้ไขในส่วนท่ี 2 ข้อที่ 4 เก่ียวกับค่ำจ้ำงและ
กำรจ่ำยเงิน งวดงำนและรำยละเอียดเกี่ยวกับปริมำณงำน (BOQ) ให้ตรงกับควำมเป็นจริง ส่วนข้อสัญญำอ่ืน ๆ
คงเป็นไปตำมสัญญำก่อสร้ำงเดิม รำยละเอียดปรำกฏตำมสัญญำแก้ไขเพิ่มเติม ลงวันท่ี 8 ธันวำคม 2559 (เอกสำร
หมำย ค.5) ต่อมำวันท่ี 20 มีนำคม 2560 ผู้เรียกร้องได้ทำหนังสือขอยกเลิกกำรส่งงวดงำนท่ี 2 และทำหนังสือลง
วันท่ีเดียวกันอีกฉบับหน่ึง รำยงำนควำมก้ำวหน้ำงำนก่อสร้ำงในงวดงำนที่ 2 ตำมเอกสำรท้ำยคำเสนอข้อพิพำท
หมำยเลข 12 โดยมีเอกสำรแสดงปริมำณงำนและมูลค่ำงำนในงวดที่ 2 เป็นจำนวน 1,062,482.63 บำท แจ้งแก่
ผคู้ ดั ค้ำนทรำบแลว้ เหน็ ว่ำ กำรทผ่ี ูเ้ รียกร้องไดด้ ำเนินกำรก่อสร้ำงอำคำรตำมสญั ญำจนถงึ งวดงำนท่ี 2 แลว้ ซึง่ แม้อำจ
มีงำนบำงส่วน เช่น งำนสำยไฟฟ้ำ ท่อส้วม ท่อน้ำท้ิง ยังไม่สมบูรณ์ และสัญญำระหว่ำงผู้เรียกร้องและผู้คัดค้ำนได้
สิ้นสุดลงแล้วก็ตำม แต่งำนตำมงวดที่ผู้เรียกร้องได้ก่อสร้ำงไปย่อมถือได้ว่ำมีส่วนที่เป็นประโยชน์แก่ผู้คัดค้ำน ซึ่งเป็น
ผู้ว่ำจ้ำงแล้ว ทั้งผู้คัดค้ำนก็ยอมรับไว้ในคำคัดค้ำนว่ำ เมื่อได้ตรวจสอบรำยงำนของผู้เรียกร้องแล้วพบว่ำปริมำณและ
มูลค่ำของงำนที่ผู้เรียกร้องทำได้ตรงกับเอกสำรรำยงำนควำมก้ำวหน้ำของผู้เรียกร้องจริงแต่เหตุท่ียังไม่จ่ำยเงินให้
เน่ืองจำกติดต่อกับผู้เรียกร้องไม่ได้ ดังนั้น ผู้คัดค้ำนในฐำนะ ผู้ว่ำจ้ำงจึงจำต้องรับผลงำนในส่วนท่ีผู้เรียกร้องทำขึ้นมำ

๔๑

และใช้สินจ้ำงตำมสมควรในส่วนท่ีผู้คัดค้ำนไดร้ ับประโยชน์ ตำมมูลค่ำที่ระบุไว้ในเอกสำรแสดงปริมำณงำนและมูลค่ำ
งำน (เอกสำรทำ้ ยคำเสนอขอ้ พิพำทหมำยเลข 12)

สำหรับประเด็นต่อไปที่ผู้เรียกร้องขอให้ผู้คัดค้ำนชำระค่ำก่อสร้ำงที่ผู้เรียกร้องได้ทำงำนเพิ่ มเติม
ระหว่ำงกำรแก้ไขสัญญำ เป็นเงิน 2,024,801.58 บำท และค่ำขำดประโยชน์ในทำงทำมำหำได้ในผลกำไรจำกงำน
ตำมสัญญำอีก 1,000,000 บำท นั้น เห็นว่ำ ผู้เรียกร้องอ้ำงว่ำ ผู้คัดค้ำนมีคำส่ังให้ผู้เรียกร้องทำงำนเพ่ิมเติม
แต่ผู้เรียกร้องกลับไม่บรรยำยรำยละเอียดหรอื นำพยำนมำนำสืบให้เห็นวำ่ งำนดังกล่ำวเป็นงำนประเภทใด เหตุใดจึงมี
มูลค่ำสูงถึงกว่ำ 2 ล้ำนบำท จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่มีน้ำหนักส่วนค่ำขำดประโยชน์จำกผลกำไรที่จะได้ตำมสัญญำ
1,000,000 บำท นนั้ กเ็ ป็นกำรคำดหวงั ในอนำคต เพรำะงำนที่รบั ทำนั้นอำจกำไรหรอื ขำดทุนมำกหรอื นอ้ ยกเ็ ป็นได้
จึงไมอ่ ำจนำมำพจิ ำรณำให้ผูเ้ รยี กร้องได้

ประเด็นข้อพิพำทที่ 2 ท่ีผู้คัดค้ำนมีคำขอให้ผู้เรียกร้องชำระค่ำปรับตำมสัญญำนับแต่วันสิ้นสุด
สัญญำ เป็นเงิน 1,031,800 บำท และค่ำควบคุมงำนอีก 33,500 บำท รวมเป็นเงิน 1,065,300 บำทนั้น เห็นว่ำตำม
สัญญำก่อสร้ำงอำคำรประกอบกับหนังสือที่ผู้คัดค้ำนส่งถึงผู้เรียกร้อง ฉบับลงวันที่ 14 มีนำคม 2559 น้ัน
แจ้งให้ผู้เรียกร้องเข้ำปฏิบัติงำนตำมสัญญำโดยให้นับแต่วันที่ผู้ว่ำจ้ำง (ผู้คัดค้ำน) มีหนังสือแจ้งมำและต้องทำงำนให้
เสร็จบริบูรณ์ภำยใน 210 วันนับแต่วันท่ีผู้ว่ำจ้ำงมีหนังสือดังกล่ำว ซ่ึงจะครบกำหนดตำมสัญญำในวันที่ 10 ตุลำคม
2559 แต่เน่ืองจำกต่อมำ คู่กรณีได้ตกลงใหม้ กี ำรแก้ไขรำยละเอยี ดในสัญญำส่วนที่ 2 ขอ้ ที่ 4 เกี่ยวกับค่ำจำ้ งและกำร
จ่ำยเงิน เพ่ือให้ตรงกับควำมเป็นจริง ส่วนรำยละเอียดอื่นคงเป็นไปตำมสัญญำเดิม ซ่ึงผู้เรียกร้องโดย
นำยส. ก็ได้เข้ำร่วมประชุมกับผู้คัดค้ำนโดยมิได้โต้แย้ง เพียงแต่ได้ขอขยำยระยะเวลำออกไปจำกเดิมอีก 120 วัน
แตผ่ ู้คัดคำ้ นอนุญำตให้มีกำรขยำยระยะเวลำออกไป 99 วัน ซึ่งครบกำหนดส่งมอบงำนตำมสัญญำ วนั ท่ี 17 มกรำคม
2560 ดงั น้ัน ผเู้ รียกรอ้ งจึงจำตอ้ งผกู พนั ตำมสญั ญำที่ทำไวก้ บั ผคู้ ัดค้ำน ซึ่งตำมสัญญำ ขอ้ 18 เรอ่ื งค่ำปรับน้นั กำหนด
ว่ำ หำกผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถทำงำนให้แล้วเสร็จตำมเวลำที่กำหนดในสัญญำ และผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้บอกเลิกสัญญำ ผู้รับจ้ำง
ต้องชำระค่ำปรับแก่ผู้ว่ำจ้ำงเป็นเงินวันละ 15,400 บำท นับถัดจำกวันท่ีกำหนดแล้วเสร็จตำมสัญญำ คือวันที่ 18
มกรำคม 2560 จนถงึ วนั ท่ี 21 มนี ำคม 2560 เปน็ เวลำ 63 วนั คิดเปน็ เงนิ คำ่ ปรับรวม 970,200 บำท อย่ำงไรก็
ตำม คณะอนุญำโตตุลำกำรได้พิจำรณำระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรี พ.ศ. 2535 ข้อ 138 แล้ว เห็นว่ำ ตำมควำม
เป็นธรรมในข้อพิพำทนี้ เห็นควรกำหนดให้ผู้เรียกร้องเสียค่ำปรับจำกกำรผิดสัญญำ เป็นเงินจำนวน 770,000 บำท
ส่วนท่ีผู้คัดค้ำนมีคำขอให้ผู้เรียกร้องคืนเงินท่ีเบิกไปในงวดที่ 1 โดยเกินปริมำณไปเป็นเงิน 312,877.31 บำทน้ัน
เห็นว่ำ เม่ือผู้เรียกร้องขอเบิกเงินในงวดงำนท่ี 1 นั้น ผู้คัดค้ำนได้จ่ำยเงินให้แก่ผู้เรียกร้องไป โดยที่ผู้คัดค้ำนมิได้มีข้อ
ทักท้วงหรือโต้แยง้ ผู้เรยี กร้องว่ำมคี วำมไมถ่ ูกต้องประกำรใด ผู้คัดค้ำนจึงไมม่ ีสิทธิเรยี กร้องเงินจำนวนน้ีจำกผู้เรียกร้อง
ได้ ส่วนควำมเสียหำยส่วนต่ำงที่ผู้คัดค้ำนต้องหำผู้รับจ้ำงรำยใหม่มำทำงำนต่อนั้นในคำคัดค้ำนและเรียกร้องแย้งของ
ผู้คัดค้ำนบรรยำยไวว้ ่ำ ผู้คัดค้ำนยงั ไมไ่ ด้จำ้ งผ้ใู ดเข้ำมำทำงำน และไมท่ รำบจำนวนควำมเสียหำยในส่วนน้ี จึงไมอ่ ำจรับฟัง
วำ่ ผคู้ ัดคำ้ นได้รบั ควำมเสียหำยหรอื ไม่ เพียงใด ข้ออ้ำงของผคู้ ัดค้ำนในข้อนีจ้ ึงไมม่ นี ้ำหนกั ใหร้ บั ฟงั

วินิจฉัยชี้ขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระสินจ้ำงจำนวน 1,062,480.63 บำท แก่ผู้เรียกร้อง
พร้อมดอกเบี้ยในอัตรำร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่ำว นับแต่วันที่เสนอข้อพิพำทจนกว่ำจะชำระครบ และให้
ผู้เรียกร้องชำระค่ำปรับ จำนวน 770,000 บำท แก่ผู้คัดค้ำน พร้อมท้ังดอกเบ้ียในอัตรำร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
ในตน้ เงนิ ดงั กล่ำวนบั แตว่ ันที่เสนอขอ้ เรยี กร้องแย้งจนกวำ่ จะชำระครบ คำขออ่ืนนอกจำกน้ใี หย้ ก

แหลง่ ที่มำ

ขอ้ พิพำทหมำยเลขดำที่ : 81/2560
หลักกฎหมำยทเ่ี กย่ี วข้อง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : นำยศิรชิ ัย สวัสดมิ์ งคล

นำยสุชำติ สขุ สุมติ ร
นำยภูรชิ ฦำไชย
ผูย้ อ่ : บุรพล ชูจันทร์

๔๒

20. ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 145/2561

ประเด็นข้อพพิ ำท : ผู้คัดค้ำนที่ 1 จะต้องรับผดิ ชอบชดใชค้ ่ำเสำเขม็ เพมิ่ ให้แก่ผเู้ รียกร้องหรอื ไม่ เพียงใด

ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่ำ ผู้คัดค้ำนท่ี 1 เป็นนิติบุคคลตำมพระรำชบัญญัติมหำวทิ ยำลัยฯ ตกลงทำสัญญำ
จ้ำงผู้เรียกร้องให้ก่อสร้ำงอำคำรเรียนรวม จำนวน 1 หลัง ณ มหำวิทยำลัย ตำมสัญญำจ้ำงลงวันท่ี 22 มีนำคม 2554
ตกลงค่ำจ้ำงเป็นเงินจำนวน 260,500,000 บำท ซึ่งรวมภำษีมูลค่ำเพิ่มจำนวน 17,042,056.07 บำท และภำษีอำกร
อื่น ๆ รวมทั้งค่ำใชจ้ ำ่ ยทงั้ ปวงแล้ว แบ่งงวดงำนออกเป็น 20 งวด ในระหว่ำงกำรปฏิบัติตำมสัญญำ เกดิ ข้อขดั แย้งควำมยำว
ของเสำเข็มเจำะตำมแบบและปริมำณงำนตำมสัญญำที่แก้ไขครั้งท่ี 3 ควำมยำว 11.00 เมตร มีปริมำณควำมยำวเสำเข็มเจำะ
เพิม่ ขึ้นเปน็ ควำมยำว 12.00 เมตร ผ้เู รยี กร้องเหน็ ว่ำเป็นงำนเพ่ิมจึงไดม้ หี นังสอื ถึงผูค้ ัดค้ำนขอเรียกเงินจำนวน 1,834,400
บำท แต่ผู้คัดค้ำนท่ี 1 พิจำรณำแล้วเห็นว่ำไม่เป็นงำนเพิ่มแต่อย่ำงใด ผู้เรียกร้องจึงได้ยื่นอุทธรณ์เม่ือวันท่ี 27 กุมภำพันธ์
2555 แจ้งต่อประธำนคณะกรรมกำรตรวจกำรจ้ำง ผลกำรพิจำรณำอุทธรณ์ คณะกรรมกำรอุทธรณ์ของผู้คัดค้ำนที่ 1
ได้ประชุมเม่ือวันที่ 29 มิถุนำยน 2555 มีมติไม่เห็นชอบกับกำรคิดค่ำงำนเพ่ิมของผู้เรียกร้อง ผู้คัดค้ำนท่ี 1 จึงไม่ชำระ
คำ่ งำนเพิ่มอันเน่ืองมำจำกควำมยำวเสำเขม็ ให้แก่ผเู้ รยี กรอ้ ง

คำวินจิ ฉยั ชีข้ ำด

ประเด็นที่จะวินิจฉัยมีว่ำ ผู้คัดค้ำนที่ 1 จะต้องรับผิดชดใช้ค่ำเสำเข็มเพ่ิมให้แก่ผู้เรียกร้องหรือไม่ เพียงใด
ผู้เรียกร้องมีนำย ส. ผู้รับมอบอำนำจของผู้คัดค้ำน และนำย น. ให้กำรตอบคำถำมค้ำนผู้รับมอบอำนำจของฝ่ำยผู้คัดค้ำนว่ำ
แบบในกำรก่อสร้ำงถือเป็นส่วนหน่ึงของสัญญำ ระบุงำนเสำเข็มเจำะอำคำรเรียนรวม มีควำมลึกประมำณ 12 เมตร ส่วนใน
BOQ ท่ีผู้เรียกร้องเสนอไว้มีควำมลึกของเสำเข็มอยู่ท่ี 11 เมตร แต่เม่ือมีกำรสำรวจเจำะหน้ำดินแล้ว จะต้องใช้เสำเข็มเจำะลึก
12 เมตร นำย น. ยังไดต้ อบคำซักถำมของอนุญำโตตุลำกำรฝ่ำยผู้คดั ค้ำนว่ำ ในกำรเสนอรำคำตำม BOQ เสำเขม็ จะมีควำมลึก
เป็น 12 เมตร หรือ 11 เมตร ก็เป็นรำคำท่ียอมรับได้ ณ ขณะนั้น เพรำะไม่สำมำรถแก้ไขอะไรได้ โครงกำรน้ีมีกำรปรับเปลี่ยน
แบบ (Revise) อยู่บ่อยคร้ัง ในกำร Revise สัญญำครั้งท่ี 3 ได้ตกลงกันเม่ือวันท่ี 8 ธันวำคม 2554 โดยมีสำระสำคัญแก้ไข
รูปแบบรำยกำรข้อ 2.1 ผนวก 1 แบบรูปรำยกำรของงำนฐำนรำกให้ใช้เข็มเจำะควำมยำวเข็มท่ี 12.00 เมตร ตำมหลัก
วิศวกรรม เพรำะเสำเขม็ เจำะควำมยำวที่ 11 เมตร ตำมกำรประมำณรำคำกอ่ สรำ้ ง (BOQ) ยังไม่ได้เป็นไปตำมมำตรฐำนใน
กำรทดสอบเจำะสำรวจดินโดยบริษัท อ. เม่ือได้มีกำรแก้ไขสัญญำโดยระบุเรื่องควำมยำวของเสำเข็มเปลี่ยนแปลงยำวขึ้นอีก
ต้นละ 1 เมตร จึงทำให้ปริมำณงำนเพ่ิมขึ้นอีกจำนวน 1,834,440 บำท ซ่ึงผู้เรียกร้องจึงมีสิทธิที่จะได้ค่ำงำนเพิ่มดังกล่ำว
ส่วนผู้คัดค้ำนที่ 1 มีนำย ร. ผู้ประสำนงำนคดี นำย ส. ผู้ควบคุมงำน นำย บ. และนำย ข. ให้กำรเป็นพยำนสอดคล้องกันว่ำ
ในแบบรูปวิศวกรรมโครงสร้ำงและรำยกำรโครงสร้ำงงำนเสำเข็มเจำะ กำหนดควำมลึกเสำเข็มเจำะประมำณควำมลึกไว้ท่ี
ประมำณ 12.00 เมตร แต่ผู้เรียกร้องใช้ประมำณรำคำกลำงค่ำก่อสร้ำง ปร.4 กำหนดควำมยำวเสำเขม็ เจำะไวท้ ี่ 11 เมตร
ทั้งทำกำรสำรวจดินพบว่ำ ระดับช้ันดินควำมลึก 12.00 เมตร สำมำรถรับน้ำหนักตำมค่ำกำลังรับน้ำหนักตำมแบบรูป
วิศวกรรมโครงสร้ำงได้ ดังนั้น กำรประมำณรำคำกลำงค่ำก่อสร้ำงของผู้เรียกร้องในส่วนควำมยำวเสำเข็มเจำะท่ีประมำณ
ควำมยำวไว้ที่ 11 เมตร เป็นกำรประมำณที่ไม่ตรงตำมหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตำมประกำศประกวดรำคำก่อสร้ำงอำคำร
เรียนรวม ท่ี อ.1/งปม.2554 ท่ีกำหนดให้ผู้เรียกร้องยึดรูปแบบวิศวกรรมโครงสร้ำงในกำรประมำณรำคำค่ำก่อสร้ำงมิใช่
แบบประมำณรำคำกลำงค่ำก่อสร้ำงของผู้คัดค้ำนที่ 1 ซึง่ เป็นหน้ำท่ีของผเู้ รียกร้องตอ้ งตรวจดูให้ถ่ีถ้วนเสยี ก่อน

เม่ือรูปแบบวิศวกรรมโครงสร้ำงกำหนดควำมลึกเสำเข็มเจำะไว้ที่ 12 เมตร ซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของสัญญำ
และตรงตำมขนำดควำมยำวที่บริษัท อ. ได้ทำกำรสำรวจไว้ว่ำรับน้ำหนักอำคำรได้อย่ำงปลอดภัย หำกมิได้มีกำร
เปลี่ยนแปลงงำนฐำนรำกส่วนอื่น ควำมยำวของเสำเข็มตำมที่กำหนดไว้ในกำรประเมินรำคำ BOQ ที่ 11 เมตร หรือ
ที่กำหนดไว้ในรูปแบบวิศวกรรมโครงสร้ำงดังกล่ำว ก็มิได้มีควำมแตกต่ำงในสำระสำคัญในอันท่ีจะถือว่ำเป็นงำนเพ่ิมได้
แต่เนื่องจำกมีกำร Revise สัญญำคร้ังท่ี 3 โดยมีสำระสำคัญในกำรแก้ไขงำนฐำนรำก จึงมีกำรแก้ไขควำมยำวของเสำเข็ม
จำก 12 เมตรเป็น 11 เมตรไปด้วย ตำมรำคำประเมินกลำง ดังนั้น กำรปรับแก้ควำมยำวเสำเข็มเจำะจำก 11 เมตร
เป็น 12 เมตร มิได้เป็นสำระสำคัญหลักของกำรแก้ไขสัญญำคร้ังที่ 3 แต่อย่ำงใด นอกจำกน้ี ผู้เรียกร้องก็ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์
ต่อผู้คัดค้ำนท่ี 1 ซึ่งผู้คัดค้ำนที่ 1 ได้แต่งต้ังคณะกรรมกำรอุทธรณ์พิจำรณำงำนเพ่ิมเสำเข็มเจำะดังกล่ำวด้วยแล้ว โดยมีมติ
ไม่เห็นชอบต่อกำรขอคิดค่ำงำนเพ่ิมของผู้เรียกร้องโดยเห็นว่ำกำรกำหนดค่ำจ้ำงตำมสัญญำพิพำทข้อ 4 น้ัน ระบุชัดแจ้งว่ำ
ถือรำคำเหมำรวมเป็นเกณฑ์ คณะอนุญำโตตุลำกำรเห็นด้วยว่ำค่ำใช้จ่ำยในส่วนของควำมยำวเสำเข็มอยู่ในรำคำเหมำรวม

๔๓

ตำมข้อ 4 ของสัญญำจ้ำงก่อสร้ำงอำคำรเรียนรวมดังกล่ำว ผู้เรียกร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกรำคำงำนค่ำเสำเข็มเจำะเพ่ิม
ดังน้ันผ้คู ดั ค้ำนท่ี 1 จงึ ไมต่ ้องรบั ผิดชดใช้คำ่ เสำเข็มเพิม่ ตำมท่ผี ู้เรียกร้องกล่ำวอ้ำงให้แก่ผเู้ รียกรอ้ ง

วนิ จิ ฉัยชข้ี ำดให้ยกคำขอตำมคำเสนอขอ้ พิพำทของผเู้ รียกร้องทุกขอ้

แหล่งที่มำ

ข้อพพิ ำทหมำยเลขดำท่ี 12/2560
หลักกฎหมำยท่เี ก่ยี วขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์
คณะอนุญำโตตุลำกำร : ศำสตรำจำรย์ ดร.กมลชยั รตั นสกำววงศ์

ศำสตรำจำรย์ ดร.สหธน รตั นไพจติ ร
นำงทรรศนิ ศริ ิคณุ โชติ
ผยู้ ่อ : ศศริ ศั ม์ิ พรมทตั ร์

๔๔

21. ข้อพพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 146/2561

ประเดน็ ข้อพิพำท : 1. ผ้เู รยี กร้องหรอื ผู้คดั ค้ำนเป็นฝ่ำยผดิ สัญญำ
2. คำ่ เสียหำยมหี รอื ไมเ่ พียงใด

คู่พิพำทนำสืบพยำนแล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่ำ เม่ือเดือนพฤศจิกำยน พ.ศ. 2558
ผู้คัดค้ำนได้ว่ำจ้ำง ผู้เรียกร้อง ให้ก่อสร้ำงโครงกำรปรับปรุงถนนลำดยำงแอสฟัลท์ติก ชนิดผิวทำงแอสฟัลท์ติก
คอนกรีต กว้ำง 6.00 เมตร ระยะทำง 0.650 กโิ ลเมตร พ้นื ท่ไี มน่ ้อยกวำ่ 3,900 ตำรำงเมตร ผเู้ รียกรอ้ งได้ก่อสร้ำง
งำนตำมสัญญำเสร็จและส่งมอบงำนเม่ือเดือน ธันวำคม 2558 ผู้ควบคุมงำนได้ตรวจงำนกำรจ้ำงตำมระเบียบแล้ว
ผคู้ ัดค้ำนไมช่ ำระคำ่ จ้ำงงำนดังกล่ำวแกผ่ เู้ รยี กรอ้ ง โดยอ้ำงว่ำ ผูเ้ รียกร้องสรำ้ งถนนพพิ ำทมคี วำมหนำของยำงแอสฟัลท์
ตกิ น้อยกว่ำทกี่ ำหนดไวใ้ นสัญญำ

คำวินิจฉยั ชขี้ ำด

อนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำตำมทำงนำสบื พยำนและพยำนเอกสำรแลว้ วินจิ ฉัยดังต่อไปนี้
ประเด็นข้อพิพำทที่ 1 โครงกำรปรับปรุงถนนลำดยำงแอสฟัลท์ติก ตำมข้อพิพำท มีหน่วยงำนของ
รัฐบำล เป็นผู้ว่ำจ้ำง ตำมระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรพัสดุ พ.ศ. 2535 กำหนดไว้ว่ำ ก่อนเร่ิมดำเนินกำร
จัดจ้ำง ผู้คัดค้ำนต้องกำหนดเง่ือนไขและแบบรูปรำยกำรของงำนก่อสร้ำงให้แน่นอนชัดเจน เกี่ยวกับกรณีนี้ผู้เรยี กรอ้ ง
นำสืบอ้ำงว่ำ ตำมสัญญำจ้ำง ใบเสนอรำคำ ใบสรุปประมำณกำรรำคำ ไม่ได้กำหนดควำมหนำของช้ันยำงแอสฟัลท์ตกิ
ในส่วนที่เป็นผิวจรำจรไว้ พฤติกำรณ์จำกข้อตกลงท่ีไม่ได้กำหนดควำมหนำของผิวจรำจรดังกล่ำว มีเหตุให้เช่ือได้ว่ำ
โครงกำรปรับปรงุ ถนนลำดยำงตำมข้อพิพำท ผคู้ ัดคำ้ นไม่ได้กำหนดควำมหนำของยำงแอสฟัลท์ติกไวใ้ นสัญญำแสดงว่ำ
ค่สู ญั ญำไม่ถือเอำควำมหนำของยำงแอสฟัลท์ตกิ เปน็ สำระสำคัญ คงมคี วำมประสงคเ์ พยี งปรับปรุงสภำพถนนในส่วนที่
ชำรดุ ให้บุคคลท่วั ไปใช้งำนตำมปกตไิ ด้เท่ำนั้น และผูเ้ รียกร้องนำสืบอีกว่ำ โครงกำรปรับปรุงถนนดังกล่ำวยำงแอสฟัลท์
ติกมีควำมหนำ 0 03 เมตร ซึ่งขณะน้ีผู้คัดค้ำนได้เปิดให้แก่บุคคลท่ัวไปใช้งำนตำมปกติแล้ว ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่ำ
ผู้เรียกรอ้ งกอ่ สรำ้ งปรับปรุงถนนพพิ ำทถกู ต้องตำมสญั ญำแล้ว เมือ่ ผคู้ ัดค้ำนไม่ชำระค่ำกอ่ สร้ำงจึงเปน็ ฝำ่ ยผิดสญั ญำ
ประเดน็ ท่ี 2 ผู้เรียกรอ้ งนำสบื อำ้ งวำ่ งำนโครงกำรปรบั ปรุงถนนลำดยำงแอสฟลั ท์ติก ตำมขอ้ พพิ ำท
มีค่ำจ้ำงจำนวน 1,325,000 บำท ตำมระบุในสัญญำว่ำจ้ำง เม่ือผู้เสนอข้อพิพำทสร้ำงเสร็จและส่งมอบงำนแล้ว
ผู้คัดค้ำนจึงต้องชำระเงินจำนวนดังกล่ำวพร้อมดอกเบี้ยในอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเสนอข้อพิพำทจนกว่ำ
จะชำระเสรจ็
อำศัยเหตุและผลดังได้วินิจฉัยมำจึงช้ีขำดให้ผู้คัดค้ำนชำระเงินจำนวน 1,325,000 บำทพร้อม
ดอกเบี้ยในอัตรำร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเสนอข้อพิพำทจนกว่ำจะชำระเสร็จแก่ผู้เสนอข้อพิพำท ยกข้อเรียกร้อง
แย้งของผูค้ ดั ค้ำน

แหล่งทม่ี ำ

ขอ้ พิพำทหมำยเลขดำที่ 42/2559
หลักกฎหมำยทีเ่ กย่ี วขอ้ ง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์
คณะอนญุ ำโตตลุ ำกำร : นำยถวลิ อนิ ทรักษำ

นำยคำนวณ ชโลปถัมป์
พล.อ.ดร.รุจ กสวิ ุฒิ
ผยู้ ่อ : ณฐพร ถนอมทรพั ย์

๔๕

22. ขอ้ พพิ ำทหมำยเลขแดงท่ี 2/2562

ประเด็นข้อพิพำท : 1. ผู้เรียกร้องเป็นฝ่ำยผิดสัญญำก่อสร้ำงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมวำงท่อระบำยน้ำ
หรือไม่

2. ผ้เู รียกร้องมีสทิ ธิทีจ่ ะไดร้ บั เงินคำ่ จำ้ งตำมขอ้ เรยี กรอ้ งหรือไม่
3. ผู้คัดค้ำนมีสิทธิบอกเลิกสัญญำจ้ำงและเรียกค่ำปรับตำมสัญญำจ้ำงจำกผู้เรียกร้องตำม
ขอ้ เรยี กรอ้ งแย้งหรือไม่ จำนวนเท่ำใด

คู่พิพำทนำสืบพยำนแล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่ำ เม่ือวันที่ 8 สิงหำคม 2559 ผู้คัดค้ำน
ตกลงว่ำจ้ำงและผู้เรียกร้องตกลงรับจ้ำงทำงำนก่อสร้ำงยกระดับถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมวำงท่อระบำยน้ำ
โดยผู้คัดค้ำนตกลงจ่ำยค่ำจ้ำงเป็นเงินทั้งส้ิน 2,100,000 บำท รวมภำษีมูลค่ำเพิ่ม กำหนดเร่ิมทำงำนภำยในวันท่ี 9
สิงหำคม 2559 เสร็จภำยในวันที่ 6 พฤศจิกำยน 2559 และผู้เรียกร้องได้วำงหลักประกันสัญญำจ้ำงเป็นเงินสด
จำนวน 105,000 บำท โดยผคู้ ัดค้ำนจะคืนให้แก่ผเู้ รียกรอ้ งหลังจำกพน้ ข้อผูกพันตำมสัญญำ

คำวนิ จิ ฉยั ชี้ขำด

อนุญำโตตุลำกำรพิจำรณำตำมทำงนำสืบพยำนและพยำนเอกสำรหลักฐำนแล้ว เห็นควรวินิจฉัย
ประเดน็ ข้อพิพำทที่ 3 ก่อน

ประเด็นข้อพิพำทที่ 3 ผู้คัดค้ำนมีสิทธิบอกเลิกสัญญำจ้ำงและเรียกค่ำปรับตำมสัญญำจ้ำงจำก
ผู้เรียกร้องตำมข้อเรียกร้องแย้งหรือไม่ จำนวนเท่ำใด ตำมประเด็นข้อน้ีผู้คัดค้ำนอ้ำงว่ำผู้เรียกร้องไม่เข้ำทำงำนตำม
เวลำที่กำหนด และผู้คัดค้ำนไม่เตือนผู้เรียกร้องให้เร่งดำเนินกำรโครงกำรก่อสร้ำงยกระดับถนนให้เสร็จตำมสัญญำ
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลำแล้วเสร็จตำมสัญญำในวันท่ี 6 พฤศจิกำยน 2559 ผู้เรียกร้องมีผลงำนคิดเป็นร้อยละ 45
ของงำนทัง้ หมดและยังทำงำนไม่ครบถ้วนถกู ต้องตำมสญั ญำ ผคู้ ดั ค้ำนไดท้ ำหนังสือแจ้งให้ผู้เรยี กร้องแกไ้ ขงำนก่อสร้ำง
ใหถ้ กู ต้องตำมหลักวิชำช่ำงเพอื่ ให้เกดิ ควำมมั่นคง ข้ออ้ำงตำ่ งๆ ดงั กลำ่ วของผ้คู ดั ค้ำนลว้ นแตเ่ ป็นข้อกำหนดในสัญญำท่ี
ผู้คัดค้ำนสำมำรถบอกเลิกสัญญำได้ตำมสัญญำจ้ำง แต่ผู้คัดค้ำนกลับเพิกเฉย โดยเฉพำะ เอกสำรท้ำยคำคัดค้ำน
หมำยเลข 16 ลงวันที่ 26 พฤษภำคม 2560 ผู้คัดค้ำนแจ้งให้ผู้เรียกร้องดำเนินกำรแก้ไขกำรก่อสร้ำงให้แล้วเสร็จ
ตำมข้อกำหนดในสญั ญำโดยอำ้ งวำ่ เพ่อื ไมใ่ ห้เกดิ ควำมเสียหำยตอ่ ทำงรำชกำร ทงั้ ๆ ที่สัญญำก่อสร้ำงได้ครบกำหนดกำร
ก่อสร้ำงแล้วต้ังแต่วันท่ี 6 พฤศจิกำยน 2559 จำกข้อเท็จจริงดังกล่ำว เห็นว่ำ เม่ือสัญญำก่อสร้ำงครบกำหนดกำร
กอ่ สรำ้ ง วนั ท่ี 6 พฤศจิกำยน 2559 ผู้เรยี กรอ้ งยังก่อสร้ำงไม่เสร็จตำมสญั ญำ แต่ผูค้ ดั ค้ำนก็ยังคงปล่อยให้ผเู้ รยี กร้อง
ดำเนินกำรก่อสร้ำงต่อไป แสดงให้เห็นว่ำผู้คัดค้ำนไม่ได้ถือเอำระยะเวลำตำมสั ญญำจ้ำงเป็นสำระสำคัญ
จึงเป็นพฤติกำรณ์ที่บ่งชี้ว่ำข้อสัญญำท่ีเกี่ยวกับกำรส่งมอบงำนล่ำช้ำไม่แล้วเสร็จตำมกำหนดในสัญญำผู้คัดค้ำนและ
ผู้เรียกร้องต่ำงมีเจตนำให้ระงับกันไปไม่ถือว่ำเป็นกำรผิดสัญญำก่อสร้ำง ย่อมเป็นเหตุให้ผู้คัดค้ำนไม่อำจเรียกค่ำปรับ
รำยวันตำมสัญญำจ้ำงจำกผู้เรียกร้องได้ ผู้คัดค้ำนจึงไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญำจ้ำงและเรียกค่ำปรับจำกผู้เรียกร้อง
ตำมขอ้ เรียกรอ้ งแยง้ ทัง้ นี้ตำมนยั คำพิพำกษำฎกี ำท่ี 1867/2555

ประเด็นข้อพิพำทที่ 1 ผู้เรียกร้องเป็นฝ่ำยผิดสัญญำก่อสร้ำงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมวำงท่อ
ระบำยน้ำหรือไม่ ตำมประเด็นข้อน้ี ผู้คัดค้ำนอ้ำงว่ำผู้เรียกร้องเป็นฝ่ำยผิดสัญญำจ้ำง ตำมท่ีได้วินิจฉัยมำแล้วใน
ประเด็นข้อ 3 แต่ผู้คัดค้ำนก็ไม่ได้ใช้สิทธบิ อกเลิกสัญญำตำมข้อกำหนด ในสัญญำข้อ 18 ท้ังท่ีครบกำหนดสัญญำจำ้ ง
แล้วกลับปล่อยให้ผู้เรียกร้องทำกำรก่อสร้ำงต่อไปอีกทั้งมีกำรเปลี่ยนแปลงแนวท่อระบำยน้ำเพ่ือหลีกเลี่ยงแนว
เสำไฟฟ้ำ ซงึ่ ก็ปรำกฎว่ำผ้เู รยี กรอ้ งได้ทำกำรกอ่ สร้ำงจนแลว้ เสร็จและมกี ำรใช้ถนนดงั กล่ำวมำจนถึงปจั จุบันแม้วำ่ จะไม่
มีกำรตรวจรบั มอบงำน แสดงว่ำกำรก่อสรำ้ งถนนของผ้เู รียกร้องได้ทำกำรตำมแบบสัญญำแลว้ และขอ้ เทจ็ จริงจะรับฟัง
ได้ว่ำผู้เรียกร้องดำเนินกำรก่อสร้ำงไม่ถูกต้องตำมสัญญำบำงส่วน แต่ก็ไม่ถึงกับว่ำทำให้ถนนท่ีก่อสร้ำงเสียหำย
เพรำะก็ยังปรำกฏว่ำถนนดังกล่ำวมีกำรเปิดใช้แล้วจนถึงปัจจุบัน โดยไม่ปรำกฏว่ำเกิดควำมเสียหำยกับถนนที่
ผเู้ รยี กรอ้ งก่อสรำ้ งแตอ่ ย่ำงใด ผู้เรียกร้องจึงไมเ่ ป็นฝำ่ ยผดิ สญั ญำ

ประเด็นข้อพิพำทที่ 2 ผู้เรียกร้องมีสิทธิท่ีจะได้รับเงินค่ำจ้ำงตำมข้อเรียกร้องหรือไม่ ตำมประเด็น
ข้อนี้เห็นว่ำ ดังที่ได้วินิจฉัยมำแล้วในประเด็นข้อพิพำทท่ี 1 ว่ำ ผู้เรียกร้องทำกำรก่อสร้ำง ไม่ตรงตำมแบบสัญญำ

๔๖

บำงส่วนจริงรวมท้งั ก่อสร้ำงเลยกำหนดไว้ในสญั ญำดว้ ย จงึ เห็นควรกำหนดลดคำ่ จ้ำงตำมสัญญำลงร้อยละ 1๐ คงเหลือ
คำ่ จ้ำงที่ผ้คู ดั ค้ำนจะต้องจ่ำยให้ผ้เู รยี กร้องจำนวน 1,๘๙๐,000 บำท

วนิ ิจฉยั ช้ีขำดให้ผคู้ ัดค้ำนชำระเงินจำนวน 1,๘๙๐,000 บำท พร้อมดอกเบย้ี อัตรำร้อยละ 7.5 ตอ่ ปี
นับถดั จำกวนั ยืน่ คำเสนอข้อพิพำทเปน็ ต้นไปจนกว่ำจะชำระเสรจ็ คำขออ่ืนและขอ้ เรียกร้องแย้งใหย้ ก

แหลง่ ที่มำ

ข้อพิพำทหมำยเลขดำท่ี 1/2561
หลกั กฎหมำยทเี่ กี่ยวข้อง : ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 377, 372 (2)

และ 386
คณะอนุญำโตตลุ ำกำร : นำยกนก พรรณรักษำ

นำยถวลิ อนิ ทรกั ษำ
รอ้ ยเอกศุภกิจ นิลพงษ์
ผยู้ ่อ : อยั ละดำ เสน่ห์วงศ์


Click to View FlipBook Version