The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tawan.mm03, 2023-06-04 03:10:09

IN LOVING MEMORY [Recovered]

IN LOVING MEMORY [Recovered]

พานักศึกษาสา นักวชิาศิลปศาสตร ์ มหาวทิยาลัยแม่ฟ้าหลวงรุ่นแรกมาเยยี่มแม่ทบ้าน ี่ 201 แม่ไปช่วยบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตให้แก่พนักงานบริษัทเซียงเพียว


202


203


204


แม่ชอบดูหนังไทย 205


ตัม้พาแม่ไปเทยี่ว Rancho Chanvee Resort เขาใหญ่ คุณอนุทิน ชาญวีรกุล ให้การต้อนรับอย่างดี


“ต่อ” กับ Kurt บินมาจากอเมริกา มาขอพรจากแม่ในการแต่งงาน


208 แม่ในงานแต่งงานของตัม้กับน้องปุ้ย


209


ใหแ ้ ม ่“พระในบ้าน” เจ ิ มรถใหม ่ เพ ื่อเป็ นศ ิ ร ิ มงคล 210


211


212


แม่ไปเข้าร่วมกิจกรรมของหลานเพลง-พณ ิ ทโี่รงเร ี ยน ISB 213


214


215


216


217


219


220


222


223


225


หลานสาวสเตฟานีกับAlex Foy บนิมาเยยี่มคุณยายทเี่มืองไทย 227


228


230


ชีวิตมีทั้งทุกขแ์ละสุขปะปนกัน ชีวิตแม่ได้เผชิญกับเหตุการณ์น ้าท่วมบ้านและทั่วทั้งจังหวัดปทุมธานีครั้งใหญ่ หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่แม่น ้าจะไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านชวนชื่นฟรอร่าวิลล์ที่แม่พักอาศัยอยู่กับน้องชาย”ตั้ม” แม่ได้คิดจัดกิจกรรมร่วมกับเพื่อนบ้านหลายรายเพื่อรับบริจาคเงินและข้าวของช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแต่แล้วบ้านน้องชายก็หนี ไม่พ้นจากน ้าท่วมอย่างหนักเช่นกัน! ห้องนอนของแม่ถูกน้าท่วมพังเสียหายหมด โชคดีที่แม่ได้เดินทางไปอยู่กับบ้านพี่สาวป้าหวิลที่ สงขลาก่อนล่วงหน้าสองสามวัน แม่ไปพักอยู่ที่สงขลาประมาณสองเดือนเพื่อรอให้น ้าลดลง เหตุการณ์อุทกภัยพิบัติครั้งใหญ่นี้นับว่าเป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ของผู้คนทั่วทั้งจังหวัดปทุมธานีและทั้งประเทศก็ว่าได้ 231 ตุลาคม พ.ศ.2554 เหตุการณน ์ ้าทว่มใหญ่


แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงสี่แผ่นดิน ตลอดชีวติของแม่แม่ไดบ้า เพญ็ ประโยชน์ต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติแม่มี จิตใจที่เสียสละเพื่อส่วนรวม มีความเอ้ือเฟ้ือ ช่วยเหลือเพื่อนฝงูมีความขยนัหมนั่เพียร เขม้แขง็อดทน และเป็นนกัสู้ที่จะกดัฟันสู้เพื่อผา่นอุปสรรคนานาในชีวติใหผ้า่นไปได้โดย ไม่เคยคิดทอ้ถอย แม่ไดก้่อร่างสร้างตวัจากเด็กผหู้ญิงที่มีความใฝ่ฝัน ทะเยอทะยาน เดินทางจาก ต่างจงัหวดัเขา้มาเรียนหนงัสือต่อในกรุงเทพฯ แม่เป็นคนขยนั ใฝ่ศึกษาหาความรู้อยา่งไม่ ทอ้ถอย สามารถสอบชิงทุนไปเรียนจบปริญญาโทจากอเมริกา แม่รับราชการกวา่ 25ปี และ ตดัสินใจลาออกดว้ยความมุ่งมนั่และทา้ทาย ที่จะนา พาครอบครัวเดินทางไปเผชิญกบั โชคชะตาชีวติใหม่ที่อเมริกา แม่เป็นนักสู้ทไี่ม่ยอมท้อถอย เมื่อพอ่จากไปในขณะที่แม่อายุ57 ปีแม่ไดท้า หนา้ที่เป็นเสาหลกัใหแ้ก่ครอบครัวอยา่ง ไม่รู้จกัเหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างความเจริญมนั่คงใหลู้กทุกคน ทุกวนัน้ีสุขภาพร่างกายของแม่ เสื่อมถอยลงมาก สายตามองเห็นไม่ชดัมีโรคประจา ตวัท้งัหวัใจความดนัเบาหวาน และ ไตวายแต่จิตใจแม่ยงัสู้และแขง็แกร่งเสมอ ความสุขของแม่…ในบั้นปลายชีวิต แม่มีชีวติที่งดงามและมีความสุขสงบในบ้นั ปลายของชีวติลูกทุกคนจบการศึกษาจาก อเมริกา ประกอบอาชีพเล้ียงตนเองได้ลูกทุกคนมีความกตญัญูและตระหนกัถึงคุณค่าที่ พอ่แม่ไดป้ระกอบคุณงามความดีเพื่อเป็นแบบอยา่งใหลู้กทุกคนเจริญรอยตาม ลูกทุกคนมี ความภูมิใจที่ไดเ้กิดมาเป็นลูกแม่และมีดีเอน็เอของความเป็นนกัสู้อยใู่นตวักนัทุกคน ลูกทุกคนรักแม่และจะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆตามที่แม่ได้พร ่าสอนเพวกเรามา ชีวิตแม่ทงี่ดงามน่าจดจา หากจะอธิบายชีวิตแม่เป็ นคา พูดสั้นๆ คา ว่า “Fulfilment”คงได้ความหมายดทีสีุ่ด


ค าสอนของแม่...และข้อคิด 10 ประการในการด าเนินชีวิต ชีวติมนุษยเ ์ ราจะมีคุณค่ามากนอ ้ ยเพียงใดน้นัข้ึนอยกู่บัความดีที่ไดก ้ ระทา มิใช่เป็ นเพราะมีอายยุนืยาว บางคนอายไุม่มาก แต่หมนั่ประกอบคุณงามความดีชีวติเขากม ็ีคุณค่าแต่บางคนอายมุากเขา ้ วยั 60-70 ปีแต่ไม่ไดท ้ า คุณงามความดีกเ ็ป็ น เรื่องน่าเสียดาย ฉนัคิดเสมอวา่ตลอดชีวติที่ไดผ ้ า่นร ้ อนผา่นหนาวมาจนมีอายกุวา่เกา ้ สิบปีฉันไดม ้ องเห ็ นคุณค่าและ เขา ้ใจสัจธรรมของชีวติพอสมควรไดร ้ับรู้ ถึงความสุขความทุกขท ์ ้งัของตนเองและของมนุษยร ์่วมโลกที่ตอ ้ งดิ้นรน ขวนขวายเพื่อจะยงัชีพอยู่รวมท้งัเพื่อใหม ้ีความเป็ นอยดู่ ีข้ึน ตอ ้ งนบัวา่ โชคดีที่ฉนั ไดด ้ า เนินชีวิต โดยยึดหลักธรรมค า สอนต่างๆ จนทา ใหช ้ีวติเดินทางมาไดจ ้ นถึงทุกวนัน้ีโดยราบรื่น และสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆได ้จึงอยากฝาก หลกัการดา เนินชีวติไวใ้ หแ ้ ก่ลูกหลาน และคนรุ่นหลงั... 1. มีเป้าหมายชีวิต การมีเป้ าหมายในชีวติเปรียบเสมือนมีเขม ็ ทิศในการเดินทางทา ใหเ ้ รารู้สึกวา่ตวัเองยงัไม่แก่และมีแรง ที่จะกา ้ วไปใหถ ้ึงเป้ าหมาย ชีวติที่ผา่นมาฉนัถามตวัเองเสมอวา่ ในอนาคตฉนัอยากจะเป็ นอะไรอยากจะมีอะไรอยากจะ ไดอ ้ ะไรและฉนักม ็ีความมุ่งมนั่ทา จนสา เร ็ จ 2. ความมุ่งมนั่ต้ังใจจริง เป็ นพ้ืนฐานในความสา เร ็ จของมนุษยใ์ นทุกๆดา ้ น เช่นการต่อสู้ กบัอุปสรรคในการด าเนินชีวิต และหนา ้ ที่การงาน นอกจากอาศยัสติปัญญาแลว ้ สิ่งหน่ึงซ่ึงขาดไม่ไดค ้ือความอดทน อุตสาหะ มุ่งมนท าจนประสบ ั่ ความสา เร ็ จอยา่งไม่ทอ ้ ถอย 3. ความซ ื่อสัตย ์ สุจริต ตลอดช่วงเวลาของชีวติฉนัถือวา่ความซื่อสัตยเ ์ป็ นสมบตัิที่มีค่ายง ค าพูดและการกระท าที่ ิ่ ซื่อสัตย์ จะท าให้ผู้คนนับถือและไว้วางใจ 4. ความรับผิดชอบ ตอ ้ งรับผดิชอบในภารกิจที่ไดร ้ับมอบหมายและกระทา ใหส้ า เร ็ จอยา่งเตม ็ กา ลงัความสามารถ ไม่วา่ จะเป็ นหน้าที่การงานของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ 5. จิตใจอดทน แข็งแกร่ง ฉนัชอบคา พูดที่วา่ "Patience is a virtue" แปลวา่ความอดทนเป็ นคุณธรรมอนัดีงาม ชีวิตที่ ผา่นมา ฉนั ไดอ ้ ดทนต่อสู้ กบัเหตุการณ ์ ต่างๆมากมายแมท ุ้กวนัน้ีกย ็ งัตอ ้ งมีความอดทนกบัความเจบป่ วยจากสภาพ ็ ร่างกายที่เสื่อมโทรมลง


6. ความกตญัญูกตเวทีต่อผมู้ีพระคุณ นบัต้งัแต่บิดามารดาครูบาอาจารย ์ หรือเพื่อนฝง ต้องระลึกรู้และ ู หาทางตอบแทนบุญคุณน้นัๆ ฉนัเคยฟังท่าน ว.วชิรเมธีเทศนว ์ า่ .."หากรวมสิ่งดีงามในโลกไว้ 100 สิ่ง ขอยกให้การเป็ นผู้มีความกตัญญูเป็ นอันดับแรก" ฉนัเชื่อเสมอวา่ผทู้ี่มีความกตญัญูกตเวทียอ่มเป็ นผทู้ี่ ตกน้า ไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม ้ และชีวติจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง 7. เอาใจเขามาใส่ใจเรา หากเราอยากใหผ ้ อู้ื่นปฏิบตัิต่อเราอยา่งไร เรากค ็ วรปฏิบตัิต่อผอู้ื่นอยา่งน้นัซ่ึงฉนั ใชห ้ ลกัขอ ้ น้ีในการเป็ นพยาบาลตลอดเวลา ฉนัจึงคิดเสมอวา่ผปู้่วยทุกคนเป็ นเสมือนญาติที่ฉันจะต้องให้ ความดูแลเอาใจใส่อยา่งดีที่สุด แมจ ้ ะเหน ็ ดเหนื่อยหรือทา เกินหนา ้ ที่ฉนักย ็ นิดีท า 8. มีน้า ใจและเสียสละไม่เป็ นคนเห ็ นแก่ตวัหรือเห ็ นแก่ประโยชนข ์ องตนเป็ นใหญ่ไม่ใชเ ้ ล่ห ์ เหลี่ยมเพื่อ จะเอารัดเอาเปรียบผอู้ื่น ฉนัสรรเสริญคนที่ไม่เห ็ นแก่ตวัมีน้า ใจเสียสละช่วยเหลือผอู้ื่น ผมู้ีน้า ใจใหค ้ น อื่นยอ่มเป็ นที่รักและชื่นชมของผอู้ื่นเสมอ 9. มีความมธัยสัถ ์ใชจ ้่ายแต่พอประมาณ คิดหาหนทางมีรายไดเ ้สริม ฉนัเคยต่อเติมบา ้ นที่อเมริกาให้มี หอ ้ งมากข้ึน เพื่อเพิ่มรายไดจ ้ ากค่าเช่า หากเราประหยดัชีวติจะไม่ลา บากในยามแก่และจะไดไ้ ม่เป็ น ภาระใหแ ้ ก่ลูกหลาน 10. เป็ นผมู้ีความเมตตากรุณา มุทิตาอุเบกขาเป็ นที่ต้งัซ่ึงจะทา ใหจ ้ิตใจมีแต่ความรักใคร่เบิกบาน เป็ น สุข มองเห ็ นความทุกขย ์ ากของผอู้ื่น ท้งัคนและสัตว ์ มีใจสงสารคิดช่วยเหลือแบ่งปัน ปรารถนาดีและไม่ หวงัร ้ ายต่อผอู้ื่น


แม่เป็ นคนอารมณ ์ ดีแม่ชอบใหล ู้กๆอ่านเรื่องขา ขนัตลกๆใหแ ้ ม่ฟังเวลามาเยยี่มแม่แม่มกัจะพูดวา่ “ วนัน้ีมีเรื่องตลกๆ อะไรมาเล่าใหแ ้ ม่ฟังมงั่ ” หรือก่อนที่ลูกๆจะลาแม่กลบับา ้ นหากยงัไม่ไดเ ้ ล่าเรื่องตลกใหแ ้ ม่ฟังแม่จะทวงถามวา่ “ ก่อนกลบั…ช่วยเล่าเรื่องตลกๆใหแ ้ ม่ฟังก่อนสักเรื่องสองเรื่อง” และแม่สั่งไวว ้ า่เวลาทา หนงัสืองานศพใหแ ้ ม่ ใหน ้ า เรื่องตลกๆที่แม่ชอบมาลงดว ้ ย ☺ พ่อ : สอบตกอีกแล้วหรอวะ ? ลูก : ก้อข้อสอบมันยากนี่พ่อ . พ่อ : ถ้าสอบตกคราวหน้า ไม่ ต้องมาเรียกกูว่าพ่อ . ลูก : คับๆ หลังสอบ พ่อ : เป็นไงบ้างลูก ?! ลูก : ใครลูกมึง !! พ่อ : ?!!!! พระบวชใหม่ออกเดินบิณฑบาตรที่ ภาคใต้ สีกาท าแกงไตปลามาถวาย จึงถามพระหนุ่มว่า… ‘ฉันเป็นไม่’ (กินเป็นหรือไม่) พระหนุ่มตอบสีกาว่า… ‘เดี๋ยวๆรอให้อาตมาสึกก่อนนะโยม’


แม่….ในความทรงจา ของผู้คนทรี่ักและรู้จักแม่ดี “ครูเพยี้น” อ.เพยี้น พูนสุวรรณ “จิราพรเป็ นคนมีความพยายาม” อาจารยเ์พ้ียน พนูสุวรรณ หรือ“ครูเพ้ียน” ตามที่ลูกศิษย์ พยาบาลร.พ.หญิงเรียกกนัเป็นคุณครูคนแรกของโรงเรียนพยาบาลฯ กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ท่านเป็นปูชนียบุคคลของวงการ พยาบาลของประเทศไทยวนัที่แวะไปกราบเยยี่มท่าน ครูเพ้ียนมีอายุ 99 ปี ท่านยงัมีสุขภาพความจา ดีและไม่มีโรคประจา ตวั ครูเพ้ียนเล่าถึงแม่วา่ ….“ป้าพบแม่คร้ังแรกตอนที่เขาเป็ น นักเรียนพยาบาลปี 1 เมื่อเจ็ดสิบกวา่ ปีมาแลว้จิราพรสนใจการเรียนดี เป็ น คนขยนัเรียบร้อยไม่เอะอะโวยวาย บุคลิกดูเป็นผใู้หญ่รู้จกการวางตัว เป็ น ั คนมีฝีมือ สูง้านไม่ถอยจิราพรเป็นคนตรงมีเหตุผลยตุิธรรม เป็นคนต้งัใจ ท างานจนได้รับความไว้วางใจจากคุณหลวงนิตย์ และคุณหมอเสมให้เป็ น ผดูู้แลเด็กแฝดและพาไปผา่ตดัแยกตวัที่อเมริกาเขาเป็นคนมีเมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผอู้ื่น ป้าจา ไดว้า่ …จิราพรเป็นตวัต้งัตวัตีช่วยเหลือครูพยาบาลรายหนึ่ง ที่ชีวติตกระกา ลา บากจิราพรเขาหาทางช่วยเหลือกบัสมาคมศิษยเ์ก่าฯ หา ที่พักพิงให้(ไดร้ับการอนุเคราะห์จากศิษยเ์ก่าพยาบาลรุ่น 27คุณสมพร กิตติกรเจริญ) คือเขาเป็นคนเห็นใจคนยากลา บาก สรุปไดว้า่จิราพรเป็ น คนมีความพยายาม เป็นคนดีใครๆก็ชอบเขารักเขา” ประวตัิอาจารย์เพยี้น พูนสุวรรณ (จากหนังสือวันเกิดครบรอบ 98 ปี) ส าเร็จการศึกษาพยาบาลผดุงครรภ์จากโรงเรียนพยาบาลศิริราช ปริญญา ตรีและปริญญาโททางการพยาบาลจาก Boston University U.S.A. ท่าน ได้ด ารงต าแหน่งเป็ นผู้อ านวยการกองการพยาบาลซึ่งเป็ นต าแหน่งสูงสุด ของพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขเป็ นเวลา 8 ปี ท่านเป็ นพยาบาลไทย คนแรกที่ท างานเป็ นผู้เชี่ยวชาญสาขาการพยาบาลที่องค์การอนามัยโลก (WHO)ประจ าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงนิวเดลฮี ประเทศ อินเดีย แม่ได้เคยเขียนถึงครูเพี้ยนไว้ว่า “ท่านเป็ นทั้งครู พี่และเพื่อนของ พวกเรา ท่านเป็ นครูท่านแรกที่สอนวิชาชีพ Nursing Arts ถ่ายทอด รากฐานวิชาชีพพยาบาลให้ เริ่มตั้งแต่การวัดปรอท การจับชีพจรและการ ท าเตียง” อารารย์เพี้ยน พูนสุวรรณเป็ นผู้มีอุปการคุณต่อการศึกษา พยาบาลและวิชาชีพพยาบาลเป็ นอย่างมาก ฯพณฯประทีป โศจิรัตน์ “คุณจิราพรเป็นผู้ที่พึ่งพาได”้ “ท่านทูตประทีป” หรือคุณอาประทีปเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือของ ครอบครัวเรามาเป็นเวลายาวนาน ท่านรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ตอนที่ท่าน มาด ารงต าแหน่งกงสุลใหญ่ประจ านครลอส แอนเจลิสในปีพ.ศ.2523- 2525ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเปิดธุรกิจร้านโดนัท คุณพ่อจะน าโดนัทใส่ กล่องไปฝากท่านที่สถานกงสุลใหญ่เสมอ คุณอาประทีปมีความเป็นชาวบ้านที่น่ารัก บางวันหลังเลิกงาน ท่านจะแวะมาเยี่ยมที่ร้านโดนัทมานั่งคุยกับคุณพ่อและน ากล้วยหอมติด มือมาฝากหนึ่งหวี ท่านกับคุณพ่อคุณแม่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน และ ยังเป็นคนปักษ์ใต้ด้วยกัน คุณอาเป็นคนจังหวัดระนองเวลาคุยกับ คุณพ่อคุณแม่ก็จะมีโอกาสแหลงใต้กันด้วย คุณอาประทีปพูดถึงคุณแม่ว่า…คุณจิราพรเป็นคนจิตใจดี ร่า เริง เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ตอนที่คุณจิราพรเป็นนายกสมาคมพยาบาลฯ คุณจิราพรเป็นเสมือนผู้น าสตรีไทยเป็นแบบอย่างของการเสียสละให้ ความช่วยเหลือสังคม ใครต้องการความช่วยเหลือคุณจิราพรจะออกมา ช่วยก่อนแบบอัตโนมัติ เรียกว่าเป็นที่พึ่งได้ ภรรยาคุณอาประทีป “คุณ อาแอ๊ว” ก็รักและนับถือคุณแม่มาก คุณแม่ชมเสมอว่าคุณอาแอ๊วพูดจา เพราะ และท ากับข้าวอร่อยโดยเฉพาะแกงไตปลาที่มีรสชาติอร่อยมาก ทั้งๆที่คุณอาแอ๊วเป็นคนกรุงเทพฯ เมื่อย้ายกลับมาเมืองไทยคุณแม่ยังไป มาหาสู่กับครอบครัวคุณอาประทีปเสมอ ความสัมพันธ์ที่สนิทกันอย่าง แนบแน่นนี้ยังส่งต่อมาถึงรุ่นลูกด้วย ทุกวันนี้แม้ว่าคุณอาแอ๊วจะจากไป แล้ว แต่ความทรงจ าดีๆที่มีกันมาอย่างยาวนานยังคงจารึกอยู่ในใจเรา ตลอดไป (ฯพณฯประทปี โศจิรตัน์อดตีกงสลุใหญ่ประจา นครลอส แอนเจลส อดีต ิ เอกอคัรราชทูตไทยประจา กรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวยีและอดคี เอกอคัรราชทูตไทยประจา กรุงบราซีเลยี ประเทศบราซิล)


แม่….ในความทรงจา ของผู้คนทรี่ักและรู้จักแม่ดี “ป้าสายหยุด” รศ.ดร.สายหยุด นิยมวิภาต จิรา เป็ นคนเก่งและมีความอดทน ป้าสายหยุดเป็นแพื่อนรัก จบรุ่นเดียวกับแม่ (รุ่น 1 โรงเรียน พยาบาลฯ โรงพยาบาลหญิง) ป้าสายหยุด เรียกมาว่า “จิรา” และแม่เรียกป้าสายหยุดว่า “สาย” ป้าสายหยุดพูดถึงแม่ว่า…จิราเป็นคนมีนิสสัยใจคอคล้ายคลึง กัน เป็นคนขยันอดทนและท างานหนัก สมัยเป็นนักเรียน พยาบาล จิราให้การพยาบาลคนไข้อย่างมีความเมตตากรุณา ไม่บ่น แม้งานจะหนักและเหน็ดเหนื่อย จิราเป็นคนไม่เห็นแก่ ตัว ยอมเสียสละเพื่อเพื่อนฝูง สิ่งที่ประทับใจมากๆคือจิราเป็นคนเก่ง สามารถน าฝาแฝด “นภิศ-ปริศนา” เดินทางไปรับการผ่าตัดแยกตัวที่อเมริกา ได้เพียงคนเดียว ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คุณพ่อเสม และคุณหลวงนิตย์เป็นอย่างมาก รศ.ดร.สายหยุด นิยมวิภาต เคยเป็ นผู้อ านวยการโรงเรียนพยาบาลฯ โรงพยบาลหญิง เป็ นผู้ก่อตั้งและด ารงต าแหน่งคณบดีคณะพยาบาล ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นคนแรก ท่านเคยเป็ นที่ปรึกษาฝ่ ายการ พยาบาลองค์การอนามัยโลกประเทศอินเดีย และเป็ นที่ปรึกษาฝ่ ายการ พยาบาล โรงพยาบาลเวชธานี ฯลฯ’ “ป้าผ่อง” อาจารย์ผ่องศรี มังคละคีรี อาจารย์ผ่องศรี มังคละคีรี เคยเป็ นอาจารย์ด้านโภชนาการ โรงเรียนพยาบาลฯ โรงพยาบาลหญิง และเป็ นหัวหน้าฝ่ ายโภชนาการโรงพยาบาลเปาโล เมมโมเรียล จิรา เป็นทรี่ักของเพอื่นพ้อง ป้าผ่องเป็นเพื่อนรักและสนิทกับแม่มาก ป้าผ่อง จบรุ่น เดียวกับแม่ (รุ่น 1 โรงเรียนพยาบาลฯ โรงพยาบาลหญิง) เมื่อก่อนครอบครัวป้าผ่อง-ป้าปิ่น-และป้าปราณี จะนัด มาพบเจอกันที่บ้านโดยเวียนสถานที่กัน หรือไม่ก็จะนัด ไปเที่ยวกันที่สวางคนิวาส ลูกทุกคนของทั้งสามบ้านนี้ รู้จักกันหมดและมีความสามัคคีกันรักใคร่กันเหมือนพี่ น้อง ป้าผ่องพูดถึงแม่ว่าจิราเป็นคนใจดี มีน ้าใจ ชอบช่วยเหลือ เพื่อนเสมอ ตอนที่แม่จากไปท างานที่อเมริกา ป้าผ่องได้ ช่วยจัดการธุระ จ่ายเงินค่าบ ารุงฌาปนกิจสงเคราะห์ กระทรวงสาธารณสุข และเสียภาษีที่ดินให้แม่ เมื่อแม่ กลับมาเที่ยวเมืองไทย แม่ก็จะจ่ายคืนให้ป้าผ่องทุกครั้ง


“อาจารย์จิราพรเป็ นคนใจดีและเป็ นกันเอง” คุณอาหมออารีย์เป็นเพื่อนเล่นกอลฟ์ กับพ่อที่สปอร์ต คลับ ก่อนที่แม่จะมาเป็นผู้อ านวยการวิทยาลัยพยาบาลต ารวจ จากนั้นความสนิทสนมจึงมีเพิ่มมากขึ้น คุณอาบอกว่าครอบครัว เรารู้จักกันเสมือนญาติ “ตั้ม” กับ “อั๋น” ลูกชายคุณอาก็เป็นเพื่อน นักเรียนป.1 ที่ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ส่วนภรรยาคือคุณอาหมอวิรัตนาก็ สนิทรักใคร่กับคุณแม่อย่างมาก คุณอาหมออารีย์พูดถึงแม่ว่า…แม่เป็นคนใจดีลูกศิษย์ รัก แม่มีความเป็นกันเองและจริงใจ แม่เคยเชิญคุณอาหมออารีย์ มาสอนเรื่องโรคตาให้กับนักศึกษาพยาบาลรุ่นแรกๆ เวลาคุณอา ไปประชุมที่อเมริกา คุณอาจะแวะมาเยี่ยมพ่อกับแม่และมาพักที่ บ้าน พ่อมีความสุขมากที่ได้พาคุณอาหมออารีย์ไปออกรอบเล่น กอล์ฟกันที่อเมริกา ทุกปีช่วงเทศกาลปีใหม่ แม่จะโทรไปเยี่ยมคุณอาทั้ง สองคน ตอนที่คุณอาหมอวิรัตนาล้มป่ วย แม่มีความเป็นห่วงมาก แม่ไปเยี่ยมคุณหมอและพยายามสอนการท ากายภาพให้คุณ หมอ แม่บอกคุณอาหมอวิรัตนาว่า… “ตอนท างานที่อเมริกาพี่ เคยเป็นพยาบาลดูแลคนไข้ rehab จึงขออนุญาติสอนคุณหมอ ท ากายภาพฝึกกล้ามเนื้อหน่อย” คุณอาหมอวิรัตนายิ้มรับและ ท าตามที่แม่แนะน า เมื่อคุณอาหมอวิรัตนาจากไป แม่ได้ไปร่วมงาน พระราชทานเพลิงศพด้วยความรักและอาลัยยิ่ง (พล.ต.ต.น.พ.อารยี์เจรญิพงศ์เป็นจกัษุแพทยผ์ูก้่อตงแผนกตาั้ โรงพยาบาลตา รวจ และเคยดา รงตา แหนง่ผูอ้า นวยการ โรงพยาบาลตา รวจ) แม่…ในความทรงจา ของผู้ทรี่ักและรู้จักแม่ดี พล.ต.ต.หญิง ยุพิน เนียมแสง และพล.ต.ต.หญิง สุขสมร จันทรุกขา “อาจารยจ์ิราพรเป็นเหมือนแม่คนที่สอง” พี่แมวและพี่ต้อยเป็นลูกศิษย์พยาบาลต ารวจรุ่น 1 พี่ทั้งสองเล่าให้ฟังว่าแม่เป็นอาจารย์ที่มีบุคลิกน่าเกรงขาม ให้ ความอบอุ่นเป็นเสมือนทั้งพ่อและแม่ นักศึกษาส่วนใหญ่เดินทาง มาจากต่างจังหวัด แม่จึงท าหน้าที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้เสร็จสรรพ ดูแลตั้งแต่การเป็นอยู่หลับนอน เราอยู่กันเหมือนครอบครัว เดียวกัน แม่จะเข้มงวดเรื่องระเบียบวินัย การแต่งกาย ห้ามไม่ให้ ใส่รองเท้าแตะเดินออกไปข้างนอก เวลาใส่กระโปรงออกงาน แม่ จะให้ยกมือขึ้นตรงเพื่อดูไม่ให้เห็นปาติโคทชั้นในแลบออกมา แม่ จะให้ลูกสาวทุกคนเดินหมุนตัวให้ดูเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนไปงาน ที่วิทยาลัยแม่จัดให้มีล็อบบี้รับแขกกว้างขวาง แม่ไม่ว่าหากใครจะพาแฟนมานั่งคุยด้วย และแม่จะช่วยเตือนหาก แฟนใครแต่งตัวไม่สุภาพเรียบร้อย ในหอพักแม่มีตู้จดหมาย ส่วนตัวให้ทุกคนและที่นี่เป็นวิทยาลัยพยาบาลแห่งแรกที่ไม่มีการ ตรวจเช็คจดหมายนักศึกษา แม่เป็นคนมีวาทะศิลป์ ดี เวลาที่ นักศึกษามีความขัดแย้ง แม่จะเข้ามาเคลียและสุดท้ายเรื่องจะ เป็นไปตามที่แม่ต้องการ แม่สอนให้เรามีความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้ไหว้ทุกคนตั้งแต่คนขับรถ แม่สอนว่าเมล็ดข้าวที่เต็มรวงย่อม โน้มต ่าติดดินฉันใดคนที่มากด้วยสติปัญญาและความสามารถ ย่อมอ่อนน้อมถ่อมตนฉันนั้น แม่ยังเป็นแบบอย่างและสอนให้มี ความกตัญญูรู้คุณกับผู้ที่ให้ทุนการศึกษาและมีบุญคุณต่อ วิทยาลัย สรุปได้ว่าแม่เป็นต้นแบบที่ดีให้แก่พยาบาลต ารวจทุกคน (“พแี่มว” พล.ต.ต.หญิง ยพุนิเนยีมแสง เคยดา รงตา แหนง่ผูบ้งัคบั การวทิยาลยัพยาบาลตา รวจ และ “พตี่อ้ย” พล.ต.ต.หญิง สุขสมร จทัรุกขา เคยดา รงตา แหนง่เป็นหวัหนา้พยาบาลโรงพยาบาล ตา รวจ)


พ.ต.อ.หญิง ปรีดา สมุทระประภูติ “อาจารยจ์ิราพรมีเมตตาสูง” “ครั้งแรกที่น้ามีโอกาสรู้จักกับอาจารย์จิราพรเมื่อปี 2506 ตอน นั้นน้าท างานที่โรงพยาบาลต ารวจ และได้ถูกส่งมาเรียนครูพยาบาลที่ วิทยาลัยพยาบาล กรมการแพทย์ เป็นช่วงที่อาจารย์พึ่งกลับจากเมือง นอก น้านั่งเรียนหน้าห้องรู้สึกถูกชะตากับอาจารย์มาก อาจารย์มีบุคลิกดี สง่างามและมีความเมตตาสูง พอเรียนจบน้ากลับมาท างานที่โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล ร.พ.ต ารวจ ในปี 2511 ผู้บริหาร ร.พ.ต ารวจ มีแผนการจะเปิดโรงเรียน พยาบาลเพื่อผลิตพยาบาลเองคุณหมอเทียนชัย (น.พ.เทียนชัย วีรกุล) เรียกน้าไปปรึกษาเรื่องเปิดโรงเรียนพยาบาล น้าจึงเสนอว่าควรให้ อาจารย์จิราพรมาให้ค าแนะน าเพราะอาจารย์มีความรู้และประสบการณ์ จบปริญญาโทจากเมืองนอก น้าจึงไปพบกับอาจารย์ จากนั้นไม่นาน คุณ หมอเทียนชัยจึงขอเชิญอาจารย์มาทานอาหารกลางวันที่ร้านถาดทอง ประตูน ้า อาจารย์ให้ความกรุณาตอบรับ ตกลงมาช่วยงาน..ก่อนที่จะ โอนย้ายมาเป็นผู้อ านวยการคนแรกของโรงเรียนพยาบาลต ารวจ อาจารย์เป็นคนที่ทุ่มเทและรักโรงเรียนมาก อาจารย์มีความรัก ที่ท าได้ทุกอย่างทั้งในและนอกเวลางาน อาจารย์เป็นผู้ติดต่อกับ ดร.สตางค์ มงคลสุข อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้นักศึกษาเราเป็นนักศึกษาสมทบไปเรียน หมวดวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ท าให้นักศึกษาเราเก่งและมีความรู้แน่นมาก ความประทับใจที่น้ามีต่ออาจารย์คืออาจารย์เป็นเป็นผู้มีบุคลิก ดีสมเป็นผู้น า มีน ้าใจ มีคุณธรรม และมีเมตตาสูง” (อาจารยป์รดีา สมทุระประภูติเป็นผูร้่วมบกุเบกิและก่อตงวิทยาลัย ั้ พยาบาลตา รวจ ท่านเคยดา รงตา แหนง่รองผูบ้งัคบัการวทิยาลยั พยาบาล) อาจารย์นิษฐิดา ลีนะชุนางกูร “ท่านเป็นผู้มีความเมตตา เอือ้อาทร” อาจารย์จิราพร เครือโสภณ คือผู้ที่ท าให้ดิฉันได้เป็นดิฉัน ในวันนี้ สมัยที่ดิฉันได้เข้าศึกษาหลักสูตรครูพยาบาล เมื่อ พุทธศักราช 2508 ท่านเป็นผู้อ านวยการวิทยาลัยครูพยาบาล กรมการแพทย์และเป็นอาจารย์ผู้สอนด้วย สิ่งที่ดิฉันได้เห็นคือ ลักษณะการท างาน อาจารย์จะสอนลูกศิษย์ด้วยความทุ่มเท เอา ใจใส่ มีความรัก และความเมตตากับทุกคน ท่านเป็นแบบอย่าง ในการแสดงออกถึงความเมตตา กรุณา และความเอื้ออาทรต่อ ผู้อื่น ขณะที่ดิฉันศึกษาหลักสูตรครูพยาบาล ในวันเสาร์-อาทิตย์ ท่านจะมารับดิฉันที่หอพัก เพื่อไปดูแลเด็กก าพร้าหรือเด็กบางคนที่ แม่ไม่พร้อมก็จะฝากเลี้ยงไว้ ที่มูลนิธิพีระยานุเคราะห์ ของแพทย์ หญิง ดร.คุณเพียร เวชบุล ต่อมาท่านได้ไปเป็นผู้ร่วมก่อตั้งวิทยาลัยพยาบาลต ารวจ และเป็นผู้อ านวยการวิทยาลัยพยาบาลต ารวจท่านแรก ดิฉันก็ยัง ได้พบท่านบ้าง เพราะท่านให้ดิฉันไปช่วยสอนวิชาการพยาบาลสูติ ศาสตร์ ดิฉันไม่ได้พบท่านอยู่ระยะหนึ่ง ขณะที่ท่านไปท างานอยู่ ต่างประเทศ เมื่อท่านกลับมาอยู่ประเทศไทย ดิฉันขอให้ท่านเป็นที่ ปรึกษาในการจัดอบรมพยาบาลที่ต้องการสอบ CGFNS และ NCLEX-RN เพื่อไปท างานต่างประเทศ ซึ่งดิฉันได้รับความเมตตา จากท่านรับเป็นที่ปรึกษาให้ ท่านได้มาช่วยงานที่สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนีกรุงเทพ ในตา แหนง่กรรมการกิตติมศกัดิ์ อาจารย์จิราพร เครือโสภณ เป็นทั้งนักวิชาการ และนัก ปฏิบัติการพยาบาล เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา กรุณา เอื้อ อาทร เป็นกันเองกับทุกคน เป็นที่รักของเพื่อน ของน้องและของ ลูกศิษย์ทุกรุ่นทุกหลักสูตร (อาจารย์นิษฐิดา ลีนะชุนางกูร อดีตผู้อ านวยการวิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช) แม่…ในความทรงจา ของผู้ทรี่ักและรู้จักแม่ดี


แม่….ในความทรงจา ของผู้คนทรี่ักและรู้จักแม่ดี แอน รติศรี โศจิรัตน์-เอือ้วิทยา กราบสวัสดีค่ะ คุณป้าจิราพรที่เคารพรักมาก บทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่แอนได้เรียนจากคุณป้าเป็นเวลา 40 ปีที่ ผ่านมา ก็คือคนเราแม้ว่าเกิดจากสถานที่แตกต่างกันเมื่อมาพบกันเรา สามารถรักดูแลใกล้ชิดและแคร์กันได้เสมือนกับคนในครอบครัว เดียวกันค่ะ แอนอยากจะกราบขอบพระคุณคุณป้าส าหรับเวลาดีๆ ความรักและห่วงใย เวลาเจอกันคุณป้าจะเรียกกันว่าลูกเสมอ ตั้งแต่ สมัยที่เราอยู่ L.A. ด้วยกัน ตอนแรกคุณลุงและคุณป้าเป็นเพื่อนสนิท ของคุณพ่อและคุณแม่ ท าให้แอนได้รู้จักใกล้ชิดกับพี่ตู่ พี่ต่าย และตั้ม ไปไหนมาไหนด้วยกัน มีชีวิตที่อบอุ่นเพราท าให้แอนได้มีพี่ชายและ พี่สาวค่ะ หากจะใช้ค าเปรียบเทียบเมื่อนึกถึงคุณป้าก็จะมีค าว่า รัก ครอบครัว สง่างาม ใจดี ท าทุกอย่างเพื่อคนที่คุณป้ารักตลอดจนสังคม ค่ะ โลกของแอนมีความสุขเพราะครอบครัวโศจิรัตน์ไปพบและสนิท สนมกับครอบครัวเครือโสภณ แม้ว่าคุณแม่และคุณป้าได้จากไปแล้ว แอนก็มั่นใจว่าความรักและผูกพันยังจะมีอยู่ตลอดไประหว่างรุ่นลูกๆค่ะ บางครั้งคนเราเวลาท าอะไรเราจะไม่เคยทราบเลยว่านี่คือหน สุดท้าย ครั้งสุดท้ายที่แอนได้พบปะพูดคุยกับคุณป้าคือตอนที่ไปบ้าน ตั้ม เขาท าหมูย่างทานกันอย่างสนุกสนาน พูดคุยถึงวันเวลาที่เราอยู่ L.A. ตอนไปลาคุณป้า คุณป้ายังบอกเลยว่าแล้วคราวหน้าลูกมาหาป้า อีกนะ เสียงของคุณป้าเต็มไปด้วยความรัก กังวานและจะจ าได้ตลอด กราบขอบพระคุณส าหรับความอบอุ่นนะคะ แอนจะใช้ชีวิตที่ ดีและมอบความรู้สึกดีๆให้กับทุกคนที่พบ ให้เหมือนกับความรู้สึกที่ ได้รับจากคุณป้า แอนภูมิใจมาก โชคดีที่ได้เกิดมาพบและได้รับความ เมตตากรุณาจากคุณป้าค่ะ บุคคลบางคนเข้ามาในชีวิตเราประเดี๋ยวประด๋าว บางคนก็ได้ อยู่กันนานหน่อย หากโชคดีจะได้พบบุคคลที่ยิ่งใหญ่เมตตากรุณาและ จะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป แอนจะจดจ าความรู้สึกอบอุ่นเวลาคุณ ป้าจะลูบหัวแอน จะเก็บไว้ในหัวใจตลอดนานแสนนาน จะบอกตัวเอง เสมอว่าคุณป้ายังอยู่ใกล้ๆ และสามารถมองดูลูกๆหลานๆด้วยความ ภาคภูมิใจ กราบลาก่อนนะคะคุณป้า My one and only I love you แอน รติศรี โศจิรัตน์-เอื้อวิทยา อาจารย์ผุสดี รุ่งรังษี “อาจารย์จิราพรเป็ นคน NICE” "น้ารู้จักกับคุณแม่ขณะที่มาเรียนครูพยาบาลเมื่อ พ.ศ. 2509 รู้สึกภูมิใจที่ได้เรียนกับอาจารย์เก่งๆจบจากเมืองนอก และ ประทับใจที่ท่านน าหลักทฤษฎี 21 Nursing Problems ของ Faye Abdellah มาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์เข้าใจได้อย่างดี ท่าน เสียสละ ทุ่มเทในการท างาน เป็นคนจริงใจ และ nice มาก ที่ประทับใจอีกเรื่องหนึ่งคือ เมื่อสมาคมมีการระดมความคิด หารายได้ ท่านมีความคิดริเริ่ม แนะน าว่าควรท าหนังสือที่ระลึก ครบรอบ 65 ปีวิทยาลัยฯ ในขณะนั้นท่านอายุ 82 ปี ยังแข็งแรงดี ท่าน แวะมาที่สมาคมแทบทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อมาเป็นศูนย์รวมใจ ร่วมมือช่วยกันท าหนังสือ ทุกครั้งที่มาท่านจะเป็นผู้โทรศัพท์ไปขอเงิน สนับสนุนจากศิษย์เก่าเพื่อเป็นทุนในการท าหนังสือ ซึ่งท าให้สมาคม สามารถระดมทุนจากเงินบริจาคและจากการขายหนังสือที่ระลึกนี้ เป็นจ านวนเงินถึงล้านกว่าบาทหลังหักค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ท่านจะแสดงความห่วงใยและคิดถึงผู้อื่นเสมอ เช่น โทรมาเตือนให้สมาคมส่งดอกไม้วันเกิดให้แก่ผู้มีพระคุณ หรือส่ง พวงหรีดให้แก่ผู้เสียชีวิต ท่านเป็นผู้ที่ให้โอกาสและยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่นตลอดเวลา มักจะพูดว่า"มีอะไรพูดกับฉันได้เลยนะ" ท่านเป็นผู้มีความรักวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเป็น อย่างมาก มีความกตัญญูสูง มีความคิดอยากสร้างอนุสาวรีย์ผู้มี พระคุณต่อวิทยาลัย เพื่อให้ศิษย์เก่า นักศึกษารุ่นปัจจุบัน และรุ่น ต่อๆไปไม่ลืมผู้มีพระคุณ นับตั้งแต่ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม คุณแม่มณี สหัสสานนท์ พันโทนายแพทย์หลวงนิตย์เวชชวิศิษฎ์และ คุณพ่อเสม พริ้งพวงแก้ว...ท่านให้ความส าคัญในการร่วมงานต่างๆ ของวิทยาลัยเป็นประจ าไม่ว่าจะเป็นงานไหว้ครู งานวันเกิดวิทยาลัย งานแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณหลวงนิตย์ คุณพ่อเสม และร่วม กิจกรรมร าลึกถึงคุณแม่มณี ที่สุสานคริสตจักรส าเหร่ทุกปี" (นางผุสดี รุ่งรังษี อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนี กรุงเทพ)


241 คุณธรรมนูญ เกษมศักดิ์(น้านูญ) “น้านูญ”เรียกแม่ว่า “พี่จิรา” น้านูญเป็นน้องชายคนเดียวของ แม่ ที่มีความรักและความผูกพันกับแม่มาก น้านูญเล่าให้ฟังว่า ถ้าไม่มีแม่คอยให้ความช่วยเหลือ…ชีวิตน้านูญจะไม่มีวันรุ่งโรจน์ มาถึงวันนี้ เริ่มตั้งแต่ที่แม่สนับสนุนออกค่าใช้จ่ายให้น้านูญ เดินทางจากสงขลาเข้ามาเรียนหนังสือต่อที่กรุงเทพฯ พอน้านูญ เรียนจบจากโรงเรียนช่างกลปทุมวันและวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ แม่ได้ฝากงานให้น้านูญเข้าท างานที่กรมชลประทานจกระทั่ง เกษียณอายุราชการ นอกจากนั้นแม่ยังเป็นม่สื่อให้น้านูญรู้จักกับ “น้าเมียด” เพื่อนพยาบาลรุ่นน้อง เมื่อแม่ไปเรียนต่อเมืองนอก แม่ได้ฝากเงินค่าใช้จ่ายรายเดือนไว้ที่น้าเมียด โดยให้น้านูญมารับ เงินที่น้าเมียด น้านูญกับน้าเมียดครองรักครองสุขกันมาจนน้า เมียดจากไป พอมาถึงรุ่นลูก…แม่ยังเป็นแม่สิ่อให้ลูกชายคนโต ของน้านูญรู้จักกับ “น้องแหนม” ลูกสาวน้าปรีดา จนทั้งคู่ได้ แต่งงานและมีชีวิตที่มีความสุขร่วมกัน น้านูญเป็นผู้ที่รู้บุญคุญ ของแม่ เมื่อถึงโอกาสส าคัญเช่นวันปีใหม่ วันสงกรานต์ หรือวัน เกิดแม่ น้านูญจะน าเงินปึกใหญ่ใส่ซองมาให้แม่ ซึ่งแม่จะคืน กลับไปทุกครั้ง (แม่เป็นคนไม่ชอบรับเงินใคร ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น) น้านูญจึงใช้วิธีใหม่คือให้ลูกสาวโอนเงินมาให้เพื่อสมทบ ทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่แม่ต้องใช้ เช่นเตียงคนไข้ หรือ เครื่องช่วยหายใจ ลูกๆไม่อยากขัดศรัทธาที่น้านูญรักแม่มาก จึงรับไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง และได้แจ้งให้แม่รับทราบ ในช่วงที่แม่ป่ วยรักษาตัวที่โรงพยาบาลและกลับมาบ้าน น้านูญโทรมาเช็คข่าวคราวและแวะมาเยี่ยมแม่สม ่าเสมอ น้านูญกล่าวถึงแม่ว่า.… “แม่เป็นผู้ให้ทุกอย่าง” พจี่ิราเป็นผู้ให้ทุกอย่าง แม่….ในความทรงจา ของผู้คนทรี่ักและรู้จักแม่ดี


ยามป่ วย แม่เขา ้ รับการผา่ตดักระดูกขอ ้สะโพกและผา่ตดัหวัเข่าขวาที่โรงพยาบาลตา รวจ ขอขอบพระคุณพล.ต.ต.น.พ.ธนา ธุระเจน ศลัยแพทยก ์ ระดูกที่ทา การผา่ตดัใหเ ้ป็ นที่เรียบร ้ อย และขอขอบคุณลูกศิษยพ ์ ยาบาลทุกท่านที่กรุณามาเยยี่มเยยีนใหก ้ า ลงัใจคุณแม่


243


244 ขอชื่นชมวัฒนธรรมอันดีงามของวิทยาลัยพยาบาลต ารวจที่ปลูกฝังให้นักศึกษาพยาบาล มีความสา นึกรู้คุณต่ออาจารยอ์าวโุสผมู้ีพระคุณต่อวทิยาลยัฯ


245


นักศึกษาพยาบาลทไี่ด้รับทุนการศึกษาจากแม่มาเยยมแม่ ี่ 246


คุณหมอเกษม (พล.ต.ต.น.พ.เกษม รัตนสุมาวงศ์) แพทยผ์ู้เชี่ยวชาญโรคหวัใจ ใหก้ารดูแลรักษาแม่เป็ นอย่างดมีาตลอด นายแพทยป์รัชญ์อุทาโย ผู้ช่วยคุณหมอเกษม ดูแลเอาใจใส่แม่อย่างดี


คุณหมอธนิต (พล.ต.ต.น.พ.ธนิต จิรนันท์ธวัช) แพทยผ์เู้ชี่ยวชาญโรคไตใหก้ารดูแลรักษาแม่อยา่งดีมาตลอด “คุณกงุ้” (พ.ต.อ.หญิงฐานิศรา เมืองนารถ) หัวหน้าพยาบาลร.พ.ตา รวจนา พวงมาลยัมากราบเยยี่มแม่


พ ๆ ี่พ ย า บ า ล ต า ร ว จ รุ่น 1 -3 ม า เ ย ย ี่ม แ ม่ย า ม เ จบป่ วย ็


พล.ต.ต.หญิงยพุิน เนียมแสงลูกศิษยแ ์ ม่รุ่น 1 250 พล.ต.ต.หญิง ยุพิน เนียมแสง พล.ต.ต.หญิง สุขสมร จันทรุกขา พ.ต.อ.หญิง พิมล พันธุ์วิไล ลูกศิษยแ ์ ม่รุ่น 1


Click to View FlipBook Version