The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่ 10 การติดตามปริมาณคาร์บอนในพื้นที่พรุควนเคร็ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forestry Research Center, 2021-11-14 20:42:39

เล่มที่ 10 การติดตามปริมาณคาร์บอนในพื้นที่พรุควนเคร็ง

เล่มที่ 10 การติดตามปริมาณคาร์บอนในพื้นที่พรุควนเคร็ง

ตารางที่ 25 สรุปการเก็บขอ้ มลู การปล่อยก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์วธิ ี Chamber method

การเกบ็ ขอ้ มลู รายเดือน พ.ศ. 2563 มิ.ย.
พืน้ ท่ี พ.ศ. 2562 ม.ี ค. เม.ย. พ.ค.

ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. เกดิ การแพรร่ ะบาด
ปา่ พรุด้ังเดิม covid-19 ท�ำให้ไม่
สามารถลงพื้นที่ได้
ปา่ เสมด็
สวนปาลม์ น�้ำมัน

หมายเหตุ : ชว่ งท่ีเกบ็ ข้อมูลดว้ ย Chamber method ได้

5.3.1.2 การปลดปล่อยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) รายเดือน

ตจา้ังแกตผ่เลดกอื านรกเกร็บกขฎ้อาคมมูลก2า5ร6ป2ลด–ปลก่อมุ ยภคาาพรัน์บธอ์ น25ได6อ3อแกลไซะดเ์ ด(Cอื Oนม2)ถิ เุนหานยือนพ2้ืน5ด6ิน3 ด้วยเคร่ืองมือ Li-Cor 8100A เป็นระยะเวลา 9 เดือน
สว่ นในเดือน มีนาคม เมษายน และ พฤษภาคม 2563
ไม่สามารถเดนิ ทางไปเก็บขอ้ มูลได้เน่ืองจากเกดิ ปญั หาโรค COVID - 19 ระบาดภายในประเทศ โดยจากการเกบ็ ข้อมลู ได้ผลดังตอ่ ไปน้ี

ปเ(สตดว่า่ อาื นเรสนใามนกงด็รชทพกว่ ี่ งฏ2บบ6กวา่)าา่ ยคแแปมปล2ลง5งปป6า่ 2าเสลใมอ์ นด็าแยแปุป5ลลงงปสทวี ี่มน2กีปามารลกี ปม์าลรดปในปลชดลว่ อ่ปงยลเชคอ่ า้ ายปรคาบ์ าลอรม์ นบ์ ไออดนาอยไอดุ ก2อไอซปกดมี ไ์ซกี (ดCาร์O(ปC2ล)Oดส2ป)งู ทลสอ่ส่ีงู ทยดุ คส่ี (าดุ1ร.3บ์(10อ.8นg7ไ/ดmgอ/2อm/กh2ไ)/ซhใดน์แช(ลCว่ ะOงเช21)า้.4สแ5งูลทะgสี่ช/ดุวm่ ง2บ(1/า่h.2ย7ตขาgอม/งลmแำ� ป2ด/ลบัhง))

เดอื นสงิ หาคม 2562 ในแปลงสวนปาลม์ ในชว่ งเชา้ และบา่ ย พนื้ ทสี่ วนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 7 ปี มกี ารปลดปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
สงู ทสี่ ดุ (1.49 g/m2/h และ 1.26 g/m2/h ตามลำ� ดบั ) ในชว่ งเชา้ ของแปลงปา่ เสมด็ พบวา่ แปลงป่าเสมด็ แปลงท่ี 1 มกี ารปลดปลอ่ ย
สคงูาทรบ์ี่สอุดน(ไ1ด.6อ1อกg/ไซmด2์/(hC)O(2ต)าสรงูาทงทสี่ ่ีดุ 26(1).69 g/m2/h) สว่ นในช่วงบ่ายแปลงป่าเสม็ดแปลงที่ 3 มกี ารปลดปล่อยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)

เดอื นกนั ยายน 2562 ในแปลงสวนปาลม์ ในชว่ งเชา้ และบา่ ย พนื้ ทส่ี วนปาลม์ นำ�้ มนั อายุ 2 ปี มกี ารปลดปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
สูงที่สุด (1.67 g/m2/h และ 2.19 g/m2/h ตามล�ำดับ) ในช่วงเช้าของแปลงป่าเสมด็ พบวา่ แปลงป่าเสมด็ แปลงที่ 3 มีการปลดปลอ่ ย
คสงูาทรบ์ีส่ อดุ น(ไ1ด.5อ1อกg/ไซmด2์/(hC)O(2ต)าสรูงาทงที่สี่ดุ 26(1).76 g/m2/h) ส่วนในช่วงบ่ายแปลงป่าเสมด็ แปลงที่ 4 มีการปลดปลอ่ ยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

เดอื นตลุ าคม 2562 ในแปลงสวนปาลม์ พนื้ ทส่ี วนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 7 ปี มกี ารปลดปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) สงู ทส่ี ดุ (1.24 g/m2/h)
สว่ นในชว่ งบา่ ยแปลงปาลอ์ ายุ 10 ปี มกี ารปลดปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) สงู ทสี่ ดุ (1.33 g/m2/h) ในชว่ งเชา้ และชว่ งบา่ ย ของแปลง
ปา่ เสมด็ พบวา่ แปลงปา่ เสมด็ แปลงที่ 2 มกี ารปลดปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) สงู ทสี่ ดุ (0.96 g/m2/h และ 0.97 g/m2/h ตามลำ� ดบั )
(ตารางที่ 26)

100 |

เดอื นพฤศจกิ ายน 2562 พบวา่ แปลงปา่ เสมด็ ไมส่ ามรถเกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยเครอ่ื ง Li-core 8100A ได้ เนอื่ งจากมปี รมิ าณนำ�้ ทท่ี ว่ มขงั ในพน้ื ทสี่ งู
ปทา�ำลใหม์ ้เนกำ้�็บมขัน้ออมาูลยกุ 7ารปปี ลมดกี ปารลป่อลยดคปารล์บ่ออยนคาไดรบ์อออกนไไซดดอ์อ(กCไOซด2)์ ได้แค่เฉพาะแปลงสวนปาล์มเท่านั้น โดยในช่วงเช้าและช่วงบ่าย พ้ืนท่ีสวน
(CO2) สูงทส่ี ุด (1.41 g/m2/h และ 1.40 g/m2/h ตามลำ� ดบั ) (ตารางท่ี 26)

เดอื นธนั วาคม 2562 พบวา่ แปลงปา่ เสมด็ และพน้ื ทสี่ วนปาลม์ นำ�้ มนั อายุ 2 ปไี มส่ ามรถเกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยเครอื่ ง Li-core 8100A ได้ เนอื่ งจาก
มปี รมิ าณนำ�้ ทท่ี ว่ มขงั ในพน้ื ทสี่ งู ทำ� ใหเ้ กบ็ ขอ้ มลู การปลดปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) ไดแ้ คเ่ ฉพาะแปลงสวนปาลม์ 5, 7 และ 10 ปี
เทา่ นั้น โดยในช่วงเชา้ และชว่ งบ่าย พนื้ ท่ีสวนปาลม์ นำ�้ มันอายุ 5 ปี มกี ารปลดปล่อยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) สูงท่สี ุด (0.60 g/m2/h
และ 0.69 g/m2/h ตามล�ำดบั ) (ตารางที่ 26)

เดือนมกราคม 2563 พบว่าแปลงป่าเสม็ด ไม่สามรถเกบ็ ขอ้ มลู ด้วยเคร่อื ง Li-core 8100A ได้ เนือ่ งจากมีปริมาณน�้ำทีท่ ว่ มขังในพน้ื ท่สี ูง
ปทา�ำลใหม์ ้เนก้�ำ็บมขัน้ออมาูลยกุ 2ารปปี ลมดกี ปารลป่อลยดคปารล์บ่ออยนคาไดรบ์อออกนไไซดดอ์อ(กCไOซด2)์ ได้แค่เฉพาะแปลงสวนปาล์มเท่านั้น โดยในช่วงเช้าและช่วงบ่าย พ้ืนที่สวน
(CO2) สูงท่ีสุด (1.12 g/m2/h และ 1.25 g/m2/h ตามล�ำดบั ) (ตารางที่ 26)

เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2563 พบวา่ แปลงปา่ เสมด็ ไมส่ ามรถเกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยเครอื่ ง Li-core 8100A ได้ เนอ่ื งจากมปี รมิ าณนำ�้ ทที่ ว่ มขงั ในพน้ื ทส่ี งู
ปทา�ำลใหม์ ้เนกำ้�็บมขนั ้ออมาูลยกุ 5ารปปี ลมดกี ปารลป่อลยดคปารล์บ่ออยนคาไดรบ์อออกนไไซดดอ์อ(กCไOซด2)์ ได้แค่เฉพาะแปลงสวนปาล์มเท่านั้น โดยในช่วงเช้าและช่วงบ่าย พ้ืนท่ีสวน
(CO2) สงู ท่สี ุด (1.05 g/m2/h และ 1.20 g/m2/h ตามลำ� ดบั ) (ตารางท่ี 26)

เดอื นมิถุนายน 2563 พบวา่ แปลงป่าเสม็ด ไม่สามรถเกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยเคร่อื ง Li-core 8100A ได้ เนอ่ื งจากมีปริมาณนำ�้ ท่ที ่วมขังในพน้ื ท่ีสงู
ท�ำให้เก็บข้อมูลการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้แค่เฉพาะแปลงสวนปาล์มเท่าน้ัน โดยในช่วงเช้าและช่วงบ่าย พื้นท่ีสวน
ปาลม์ น้�ำมันอายุ 5 ปี มกี ารปลดปล่อยคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) สงู ทส่ี ุด (1.37 g/m2/h และ 1.37 g/m2/h ตามลำ� ดับ) (ตารางที่ 26)

| 101

ตารางที่ 26 การปลดปล่อยคารบ์ อนไดออกไซด์ในแปลงตัวอยา่ งถาวรต่าง ๆ ในพน้ื ทพี่ รคุ วนเคร็ง

เดอื น แปลง ชว่ งเช้า เวลา 8.00-12.00 น. (g/m2/h) ชว่ งบ่าย เวลา 13.00-16.00 น. (g/m2/h)
กรกฎาคม จดุ ท่ี 1 จดุ ที่ 2 จดุ ที่ 3 เฉล่ีย จุดท่ี 1 จดุ ที่ 2 จุดท่ี 3 เฉลย่ี
สงิ หาคม ปาล์มอายุ 2 ปี 0.75 1.25 1.81 1.27 0.45 0.65 0.86 0.65
กนั ยายน ปาลม์ อายุ 5 ปี 1.20 0.98 1.26 1.14 1.04 1.30 1.57 1.30
ตุลาคม ปาลม์ อายุ 7 ปี 0.13 0.68 1.51 0.77 1.44 1.16 0.99 1.20
ปาลม์ อายุ 10 ปี 0.90 1.19 1.46 1.18 1.13 1.25 1.12 1.16
ปา่ เสมด็ แปลงที่ 1 1.02 1.18 1.44 1.22 0.95 1.60 1.13 1.23
ป่าเสม็ดแปลงที่ 2 1.83 1.29 1.25 1.45 1.87 1.38 1.09 1.45
ป่าเสมด็ แปลงที่ 3 0.90 1.07 1.28 1.08 0.67 1.60 1.78 1.35
ปา่ เสมด็ แปลงท่ี 4 0.65 0.71 0.63 0.66 0.60 0.89 0.94 0.81
ปาลม์ อายุ 2 ปี 1.21 0.74 1.19 1.05 0.72 0.51 0.78 0.67
ปาลม์ อายุ 5 ปี 0.94 1.97 0.58 1.17 1.28 1.89 0.46 1.21
ปาลม์ อายุ 7 ปี 1.65 0.72 2.08 1.49 1.66 0.61 1.52 1.26
ปาล์มอายุ 10 ปี 1.07 1.19 0.99 1.08 1.32 1.11 0.94 1.12
ป่าเสม็ดแปลงที่ 1 2.10 1.29 1.68 1.69 1.18 1.48 1.88 1.51
ป่าเสม็ดแปลงท่ี 2 1.47 1.29 1.68 1.48 1.60 1.20 1.56 1.46
ปา่ เสม็ดแปลงท่ี 3 0.75 1.11 1.68 1.18 1.47 1.63 1.74 1.61
ปา่ เสม็ดแปลงท่ี 4 1.17 0.54 1.14 0.95 1.25 0.50 1.32 1.02
ปาลม์ อายุ 2 ปี 1.40 3.29 0.33 1.67 2.37 3.85 0.35 2.19
ปาลม์ อายุ 5 ปี 0.65 0.81 0.61 0.69 1.30 0.83 0.54 0.89
ปาลม์ อายุ 7 ปี 1.52 0.81 0.66 1.00 1.64 0.98 0.72 1.11
ปาลม์ อายุ 10 ปี 0.84 0.50 0.87 0.74 0.72 0.74 1.13 0.86
ป่าเสมด็ แปลงที่ 1 1.02 1.20 1.47 1.23 1.15 1.21 1.45 1.27
ป่าเสมด็ แปลงที่ 2 1.24 1.55 1.18 1.33 1.30 1.41 1.23 1.31
ป่าเสม็ดแปลงที่ 3 1.36 2.21 1.72 1.76 0.72 1.78 1.74 1.42
ป่าเสม็ดแปลงท่ี 4 0.86 1.26 2.36 1.49 0.81 1.39 2.33 1.51
ปาลม์ อายุ 2 ปี 0.57 0.49 0.46 0.51 0.40 0.16 0.11 0.23
ปาลม์ อายุ 5 ปี 1.15 0.79 0.55 0.83 0.13 0.09 0.02 0.08
ปาลม์ อายุ 7 ปี 1.12 0.94 1.66 1.24 0.16 0.18 0.19 0.18
ปาล์มอายุ 10 ปี 1.08 1.44 1.08 1.20 1.49 1.29 1.21 1.33
ปา่ เสมด็ แปลงที่ 1 1.10 0.73 0.56 0.79 1.22 0.73 0.54 0.83
ปา่ เสมด็ แปลงท่ี 2 0.90 0.66 1.31 0.96 0.84 0.79 1.30 0.97
ป่าเสม็ดแปลงท่ี 3 1.04 0.73 0.63 0.80 0.95 0.81 0.73 0.83
ปา่ เสมด็ แปลงที่ 4 0.87 0.34 0.51 0.57 1.04 0.36 0.52 0.64

102 |

เดือน แปลง ช่วงเชา้ เวลา 8.00-12.00 น. (g/m2/h) ชว่ งบา่ ย เวลา 13.00-16.00 น. (g/m2/h)
พฤศจกิ ายน จดุ ท่ี 1 จดุ ที่ 2 จดุ ที่ 3 เฉลยี่ จดุ ท่ี 1 จุดที่ 2 จดุ ท่ี 3 เฉลย่ี
ธนั วาคม ปาล์มอายุ 2 ปี 0.94 0.29 0.33 0.52 0.16 0.39 0.38 0.31
มกราคม ปาลม์ อายุ 5 ปี 0.80 0.39 1.21 0.80 0.80 0.59 1.24 0.88
กุมภาพันธ์ ปาลม์ อายุ 7 ปี 1.26 1.59 1.37 1.41 1.31 1.51 1.38 1.40
มิถุนายน ปาล์มอายุ 10 ปี 1.15 0.71 0.66 0.84 1.31 0.53 0.62 0.82
ปาลม์ อายุ 2 ปี
ปาล์มอายุ 5 ปี ---- ----
ปาล์มอายุ 7 ปี 0.14 1.54 0.14 0.60 0.16 1.87 0.06 0.69
ปาล์มอายุ 10 ปี 0.73 0.13 0.45 0.44 0.17 0.17 0.22 0.19
ปาลม์ อายุ 2 ปี 0.19 0.35 0.22 0.26 0.31 0.36 0.26 0.31
ปาลม์ อายุ 5 ปี 0.43 2.52 0.41 1.12 0.46 2.71 0.59 1.25
ปาล์มอายุ 7 ปี 0.81 0.37 0.46 0.55 0.93 0.38 0.63 0.65
ปาลม์ อายุ 10 ปี 0.38 0.56 0.56 0.50 0.38 0.67 0.60 0.55
ปาลม์ อายุ 2 ปี 0.39 0.90 0.92 0.73 0.65 0.75 0.89 0.76
ปาลม์ อายุ 5 ปี 0.58 0.52 0.57 0.55 0.53 0.83 0.52 0.63
ปาล์มอายุ 7 ปี 0.94 1.20 0.91 1.05 1.11 1.44 1.04 1.20
ปาล์มอายุ 10 ปี 0.89 1.04 0.78 0.90 0.83 1.33 0.80 0.99
ปาล์มอายุ 2 ปี 0.78 0.75 1.53 1.02 1.19 0.58 1.59 1.12
ปาล์มอายุ 5 ปี 0.97 1.58 0.33 0.96 0.68 1.06 0.41 0.72
ปาลม์ อายุ 7 ปี 2.19 0.77 1.14 1.37 1.83 0.81 1.48 1.37
ปาล์มอายุ 10 ปี 0.72 1.32 0.91 0.98 0.71 1.14 0.91 0.92
0.74 0.59 0.70 0.68 0.72 0.58 0.73 0.68

| 103

5.3.1.3 การเปรยี บเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งพืน้ ที่
ทำ� การวเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งระหวา่ งพน้ื ทส่ี วนปาลม์ นำ้� มนั และปา่ เสมด็ เพอื่ ดคู วามแตกตา่ งของทง้ั 2 แปลงในแตล่ ะเดอื นโดยใชว้ ธิ ี Paired
Sample t-test ทรี่ ะดับความเช่อื ม่ัน 95 เปอรเ์ ซน็ ต์ ยกเว้นเดือน พฤศจกิ ายน 2562, ธันวาคม 2562, มกราคม 2563, กุมภาพนั ธ์ 2563
แ(ตลาะรามงถิ ทนุ ี่ า2ย7น) โ2ด5ย6ผ3ลทกไี่ามรม่วเิขี คอ้ รมาลูะหกาพ์ รบปวลา่ ดในปแลตอ่ ่ลยะคเาดรอืบ์ นอพนนื้ไดทอสี่ อวกนไปซาดล์ (์มCนOำ้� 2ม) ขนั อแงลพะนื้ปทา่ เปี่ สา่มเ็ดสมมีคด็ วไวาเ้มปแรตยี กบตเทา่ งยี กบนั เนออื่ยงา่ จงไามกม่มีนนี ยัำ้� สท�ำว่ คมญัขงัทใานงพสนื้ถทิติ่ี
(p > 0.05) ในชว่ งฤดทู แี่ หง้ ทง้ั นีพ้ ้นื ที่สวนปาลม์ น้ำ� มนั มคี วามแตกตา่ งระหวา่ งแปลงตวั อยา่ งสูง เน่ืองจากอายทุ ี่แตกต่างกนั

ตารางที่ 27 การเปรยี บเทยี บพ้ืนที่สวนปาลม์ นำ�้ มนั และพ้นื ท่ปี า่ เสมด็ ในแต่ละเดอื น

การปล่อยก๊าซ CO2 (g/m2/h)

ระยะเวลา ปา่ เสมด็ สวนปาล์มน้ำ� มัน

เช้า บา่ ย เช้า บา่ ย

กรกฎาคม 2562 1.10 1.21 1.09 1.08
สิงหาคม 2562
กันยายน 2562 1.13 1.40 1.20 1.07
ตลุ าคม 2562
พฤศจิกายน 2562 1.45 1.38 1.03 1.26
ธันวาคม 2562
มกราคม 2563 0.78 0.82 0.95 0.46
กมุ ภาพนั ธ์ 2563
มถิ ุนายน 2563 NA NA 0.89 0.85

เฉลย่ี NA NA 0.61 0.61

NA NA 0.58 0.65

NA NA 0.98 1.01

NA NA 1.01 0.99

1.17 1.20 0.93 0.89

5.3.1.4 ความสัมพนั ธ์กับปจั จัยสง่ิ แวดล้อม
จเมาื่อกนกำ�ามรเากเปบ็ รขียอ้ บมเลู ทกียาบรกกบัารขปอ้ ลมดลู ปสล่ิงแ่อวยดคลา้อร์บมอไนดแ้ไดกอ่ ออุณกไหซภดมู์ (ิแCลOะ2ค)วเาหมนชอื ้นื พซ้นื ึง่ ดเกิน็บดไดว้ โ้ยดเคยเรคอ่ื รง่อืมงอื LLi-ic-ocorere8180100A0Aในเแปต็นล่ ระะเยดะือเนวเลชา่นเ9ดียเดวือกนัน
นำ� มาใสล่ งไปในแผนภมู แิ ทง่ เพอ่ื เปรยี บเทยี บไดด้ งั ภาพท่ี 46 ซง่ึ จะเหน็ ไดว้ า่ โดยสว่ นใหญเ่ มอื่ มปี รมิ าณความชนื้ และอณุ หภมู ทิ ส่ี งู จะมกี าร
เพมิ่ ขึน้ ของการปลดปลอ่ ยกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ เปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกนั กบั งานวจิ ัยของ Astiani และคณะ 2559 ท่ไี ดท้ ำ� การศกึ ษา
ปจั จัยทมี่ ผี ลตอ่ การปลดปลอ่ ยก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ที่ป่าพรุตะวันตกใน kalimantan ประเทศอินโดนีเซีย ซึง่ พบวา่ อุณหภูมิท่เี พม่ิ ขน้ึ
1 °C จะทำ� ใหม้ ีปรมิ าณการปลดปล่อยก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์เพม่ิ ขน้ึ 0.005 กรัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง

104 |

ภาพท่ี 45 ปจั จยั อณุ หภมู ิ และ ความชน้ื กบั การปลดปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ ของเดอื นกรกฎาคม 2562 - มถิ นุ ายน 2563 ในชว่ งเชา้
และบ่าย

เดือน P-value
เชา้ บา่ ย
กรกฎาคม 0.942 0.469
สงิ หาคม 0.507 0.098
กนั ยายน 0.162 0.74
ตลุ าคม 0.33 0.088

| 105

5.3.2 การศกึ ษาการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก

5.3.2.1 วธิ ีการศึกษา

ได้ท�ำการศึกษาการตรวจวัดและติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เรชว่นมทก้งั ๊าสซ้ินคจา�ำรน์บวอนน1ได2อแอปกลไซงดโด์ (ยCวOธิ ี2)gaกs๊าcซhมrีเoทmนat(CoHgr4a)pแhลyะ(กG๊าCซ)
ไนตรสั ออกไซด์ (N2O) พ้ืนทีป่ า่ พรทุ ง้ั 3 พ้นื ท่ี ๆ ละ 4 แปลงตัวอยา่ ง
โดยทำ� การเกบ็ ตัวอย่างกา๊ ซด้วยวธิ ี The closed static chamber technique ของ Klute (1986) โดยนำ� chamber ขนาดเส้นผ่าน
ศูนยก์ ลาง 10 เซนตเิ มตร สูง 20 เซนตเิ มตร ไปครอบท่ีพืน้ ที่ ปดิ รไู มใ่ ห้อากาศจากภายนอกเขา้ ไปในระบบ (ภาพท่ี 47) จับเวลาเร่ิมครอบ
และเวลาทเ่ี กบ็ ก๊าซ ซง่ึ เก็บก๊าซนาทีท่ี 0, 10 และ 20 นาที โดยเก็บตัวอยา่ งแปลงละ 3 จุด จดุ ละ 3 ตวั อย่าง ในช่วงเวลา 10.00-14.00 น.
ซง่ึ วิธดี งั กลา่ วจะดำ� เนนิ การชว่ งเวลาท่ีพื้นทีไ่ ม่เกดิ นำ�้ ทว่ มขงั

หากพ้นื ทเี่ กดิ น�้ำท่วมขงั จะท�ำการใช้ chamber แบบลอยนำ�้ ได้ (floating chamber) ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง 35 เซนตเิ มตร สูง 20
เซนติเมตร และนำ� มาลอยในท่นุ โฟมเพ่อื ให้ chamber ลอยน้ำ� ได้ (ภาพที่ 48) โดยเก็บตวั อยา่ งแปลงละ 1 จุด เกบ็ ตวั อยา่ งกา๊ ซจุดละ
4 ตวั อยา่ ง เมื่อท�ำการปิดระบบ chamber ไมใ่ ห้มีการถา่ ยเทของอากาศ จากน้นั เร่ิมจับเวลาเก็บตัวอยา่ งนาทีท่ี 5, 10, 20 และ 30 นาที
ต่อจดุ โดยเกบ็ ตวั อย่างกา๊ ซในชว่ งเวลา 10.00 น.ถงึ 14.00 น. เช่นกนั

จากนั้นฉีดก๊าซท่ีเก็บใส่ขวดสุญญากาศ (vial) เพื่อน�ำไปวิเคราะห์ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน และก๊าซไนตรัสออกไซด์
ด้วยเครื่อง gas chromatography (GC) ในห้องปฏิบัติการ เพ่ือค�ำนวณอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถสรุปช่วงเวลา
ท่ที �ำการศึกษาไดด้ ังตารางที่ 28

106 |

ภาพท่ี 46 การเกบ็ ตวั อย่างกา๊ ซดว้ ยวิธี The closed static chamber technique ชว่ งเวลาไมม่ นี ำ�้ ทว่ มขงั

ภาพท่ี 47 การเกบ็ ตวั อยา่ งกา๊ ซดว้ ยวิธี The closed static chamber technique ดว้ ย floating chamber ชว่ งเวลามีน้ำ� ทว่ มขัง

| 107

ตารางที่ 28 สรุปการเก็บตัวอยา่ งเพือ่ วิเคราะห์การปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกโดยวิธี gas chromatography

การเก็บขอ้ มลู รายเดือน

พื้นที่ พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563

ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย.

ป่าพรดุ ัง้ เดมิ มีการแพร่ระบาดไวรสั
ปา่ เสมด็ covid-19 ทำ� ให้

สวนปาล์มน้�ำมัน ไมส่ ามารถลงพ้นื ทไี่ ด้


หมายเหตุ : ในเดอื นตลุ าคม 2562 ปา่ พรดุ งั้ เดมิ เรมิ่ มนี ำ�้ ทว่ มขงั ระดบั สงู กวา่ chamber จงึ ทำ� ใหไ้ มส่ ามารถเกบ็ ตวั อยา่ งกา๊ ซไดเ้ ดอื นตลุ าคม 2562

5.2.2.2 การปลอ่ ยกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
ใแนลเะดนอื ้อนยกทรกี่สฎุดาในคแมป2ล5ง6ป2า่ พเสบมว็ดา่ แกปา๊ ลซงคทาี่ร2บ์ (อ0น.7ได7อกอรกัมไซ/ตดา์ ร(CาOงเ2ม)ตมรมี /าชกั่วทโมสี่ งดุ )ในพนื้ ทป่ี า่ พรดุ งั้ เดมิ แปลงที่ 1 (1.94 กรมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง)

เแดลือะนนสอ้ ิงยหทา่สีคุดมใน2พ5้ืน62ทีป่ พ่าบเสวม่า็ดกแ๊าปซลคงาทรี่บ์ 2อ(น0ไ.5ด9ออกกรไัมซ/ดต์ า(รCาOง2เ)มตมรีม/าชกวั่ ทโม่สี งดุ )ในพน้ื ท่ปี า่ พรุด้ังเดมิ แปลงท่ี 4 (2.18 กรัม/ตารางเมตร/ชัว่ โมง)

เแดลอื ะนนกอ้ นั ยยทาส่ี ยุดนใน2ส5ว6น2ปพาลบ์มวนา่ ้�ำกม๊าันซอคาายรุ บ์7อปนี ไ(ด0.อ4อ4กกไซรดมั ์/(ตCาOร2า)งเมมมี ตารก/ทช่วัสี่ โุดมใงน)พ้นื ท่ปี า่ พรุดั้งเดมิ แปลงท่ี 4 (1.82 กรัม/ตารางเมตร/ชว่ั โมง)

เดือนตุลาคม 2562 จากการส�ำรวจพบว่าเร่ิมมีน�้ำท่วมขังในพ้ืนที่ พ้ืนท่ีป่าพรุดั้งเดิม ทุกแปลงย่อย และจากการศึกษาพบว่า
กแป๊าซลคงทาร่ี 2์บอ(0น.ไ4ด1อกอรกัมไ/ซตดา์ร(าCงOเม2ต) รม/ชีมั่วาโกมทง่ีส) ุดในพ้ืนที่ป่าเสม็ดแปลงที่ 3 (1.30 กรัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง) และน้อยที่สุดในพ้ืนที่ป่าเสม็ด

เดือนพฤศจกิ ายน 2562 จากการส�ำรวจพบว่ามนี �ำ้ ท่วมขงั ในพื้นที่ พ้นื ทป่ี ่าพรดุ ง้ั เดิม และ พ้นื ทีป่ ่าเสมด็ โดยสมบรู ณ์ ในทกุ แปลงย่อย
แแลละะนจาอ้ กยกทาสี่ รดุ ศใึกนษพาน้ื พทบปี่ วา่ ่าพรกดุ า๊ งั้ซเคดมาิ รแ์บปอลนงทไดี่ 2อ,อพกนื้ไซทดปี่ ์ า่(CพOรดุ 2)งั้ เมดีมมิ าแกปทล่ีสงทุด่ีใ4น,พพ้ืนนื้ ททส่ี ป่ี วา่นเสปมาลด็ ม์แปนล�้ำมงทนั ่ีอ2าแยลุ 7ะ ปี (1.38 กรัม/ตารางเมตร/ชวั่ โมง)
ตารางเมตร/ชวั่ โมง) พน้ื ทปี่ า่ เสมด็ แปลงที่ 4 (0.37 กรมั /

เดอื นธนั วาคม 2562 จากการสำ� รวจพบวา่ มีน�้ำท่วมขังในพ้ืนที่ พนื้ ที่ปา่ พรดุ ้ังเดิม, พ้ืนทปี่ า่ เสมด็ และ พืน้ ท่ีสวนปาล์มน้ำ� มนั อายุ 2 ปี
โชดว่ั ยโมสมง)บแรู ลณะ์ นแล้อะยจทาส่ี กุดกใานรพศกึ้นื ษทาี่ปพ่าบเสวมา่ ด็ กแา๊ ปซคลางรทบ์ ี่ 2อนแไลดะออเสกมไซด็ ดแ์ ป(CลOง2ท)่ี มมี ากทส่ี ดุ ในพนื้ ทสี่ วนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 10 ปี (1.29 กรมั /ตารางเมตร/
3 (0.39 กรัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง)

เดอื นมกราคม 2563 จากการสำ� รวจพบวา่ มนี ำ้� ทว่ มขงั ในพนื้ ท่ี พน้ื ทป่ี า่ พรดุ ง้ั เดมิ และ พน้ื ทปี่ า่ เสมด็ จากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซคารบ์ อนได-
อ(0อ.0ก6ไซกดร์ (มั C/Oต2า)รามงมี เามกตทรสี่/ชดุ ัว่ในโมพงนื้ )ทส่ี วนปาลม์ นำ�้ มนั อายุ 5 ปี (0.44 กรมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง) และนอ้ ยทสี่ ดุ ในพนื้ ทปี่ า่ พรดุ ง้ั เดมิ แปลงที่ 3

108 |

เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2563 จากการสำ� รวจพบวา่ มนี ำ้� ทว่ มขงั ในพนื้ ที่ พนื้ ทป่ี า่ พรดุ ง้ั เดมิ และ พน้ื ทปี่ า่ เสมด็ จากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซคารบ์ อน-
ไ(0ด.อ1อ1กกไซรดัม์/(ตCาOร2า)งเมมมี ตารก/ทชสี่ว่ั ดุโมในง)พน้ื ทสี่ วนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 10 ปี (0.66 กรมั /ตารางเมตร/ชวั่ โมง) และนอ้ ยทส่ี ดุ ในพนื้ ทปี่ า่ เสมด็ แปลงที่ 1
และเดือนมิถุนายน 2563 จากการส�ำรวจพบว่ายังมีน�้ำท่วมขังในพื้นท่ี พ้ืนท่ีป่าพรุด้ังเดิม และ พ้ืนที่ป่าเสม็ด แต่ระดับน้�ำเร่ิมลดลงจน
เกอื บแหง้ จากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) มมี ากทสี่ ดุ ในพน้ื ทปี่ า่ พรดุ งั้ เดมิ แปลงที่ 2 (0.60 กรมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง)
และน้อยทสี่ ุดในพ้ืนทสี่ วนปาล์มนำ�้ มันอายุ 10 ปี (0.15 กรมั /ตารางเมตร/ชวั่ โมง) (ตารางท่ี 29)

ตารางท่ี 29 ข้อมูลการปลดปล่อยก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) ตัง้ แตเ่ ดอื น กรกฎาคม 2562 – มถิ ุนายน 2563

เดอื น แปลง CO2 (กรมั /ตารางเมตร/ช่วั โมง) เฉล่ีย
กรกฎาคม จุดที่ 1 จดุ ที่ 2 จุดที่ 3 1.94
ป่าพรดุ ้ังเดิม 1 2.75 2.63 0.44 0.77
สิงหาคม ปา่ พรุดงั้ เดิม 2 1.02 0.64 0.66 2.00
ปา่ พรุดงั้ เดิม 3 3.02 0.71 2.28 1.34
ป่าพรดุ ง้ั เดมิ 4 2.25 1.22 0.54 0.79
1.22 0.54 0.61 0.77
ป่าเสมด็ 1 1.00 0.85 0.45 1.62
ป่าเสมด็ 2 3.21 0.78 0.88 1.54
ป่าเสม็ด 3 2.58 0.86 1.20 1.01
ปา่ เสม็ด 4 1.46 0.84 0.72 1.07
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 2 ปี 0.57 2.25 0.39 0.80
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 5 ปี 0.50 1.24 0.66 1.40
สวนปาล์มน้ำ� มนั อายุ 7 ปี 1.65 0.83 1.70 1.89
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 10 ปี 2.44 1.09 2.15 1.69
ปา่ พรุดง้ั เดิม 1 3.24 0.81 1.02 1.65
ป่าพรดุ ัง้ เดิม 2 0.75 2.16 2.03 2.18
ปา่ พรุดั้งเดิม 3 0.58 2.71 3.24 2.13
ป่าพรุดั้งเดมิ 4 3.01 2.99 0.38 0.59
ป่าเสม็ด 1 0.84 0.40 0.52 0.92
ปา่ เสม็ด 2 0.76 1.53 0.47 1.37
ปา่ เสม็ด 3 0.45 2.82 0.83 1.16
ป่าเสมด็ 4 1.83 0.88 0.77 1.65
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 2 ปี 1.88 2.32 0.74 0.76
สวนปาลม์ น้�ำมนั อายุ 5 ปี 0.41 1.12 0.76 0.90
สวนปาลม์ น้ำ� มัน อายุ 7 ปี 0.61 1.46 0.62 1.89
สวนปาลม์ น้ำ� มัน อายุ 10 ปี 2.44 1.09 2.15 1.69
ปา่ พรุดั้งเดมิ 1 3.24 0.81 1.02
ปา่ พรดุ ้งั เดมิ 2 | 109

เดอื น แปลง CO2 (กรมั /ตารางเมตร/ชัว่ โมง) เฉลย่ี
สงิ หาคม (ตอ่ ) จุดที่ 1 จุดที่ 2 จดุ ท่ี 3 1.65
ปา่ พรดุ ั้งเดมิ 3 2.18
กันยายน ปา่ พรุดง้ั เดมิ 4 0.75 2.16 2.03 2.13
0.59
ตุลาคม ปา่ เสมด็ 1 0.58 2.71 3.24 0.92
ปา่ เสม็ด 2 1.37
ป่าเสมด็ 3 3.01 2.99 0.38 1.16
ป่าเสมด็ 4 1.65
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 2 ปี 0.84 0.40 0.52 0.76
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 5 ปี 0.90
สวนปาล์มน้�ำมนั อายุ 7 ปี 0.76 1.53 0.47 1.25
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 10 ปี 0.81
ปา่ พรุด้งั เดมิ 1 0.45 2.82 0.83 1.26
ป่าพรุดง้ั เดิม 2 1.82
ป่าพรุดง้ั เดมิ 3 1.83 0.88 0.77 1.20
ป่าพรุดัง้ เดิม 4 0.80
ป่าเสม็ด 1 1.88 2.32 0.74 1.57
ป่าเสม็ด 2 1.49
ป่าเสมด็ 3 0.41 1.12 0.76 0.69
ปา่ เสมด็ 4 0.78
สวนปาล์มนำ้� มนั อายุ 2 ปี 0.61 1.46 0.62 0.44
สวนปาล์มน้ำ� มัน อายุ 5 ปี 1.39
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 7 ปี 0.93 0.68 2.14 0.49
สวนปาลม์ น�ำ้ มนั อายุ 10 ปี 0.45
ปา่ พรดุ ง้ั เดมิ 1 0.50 1.35 0.57 0.57
ปา่ พรดุ ้งั เดิม 2
ป่าพรดุ งั้ เดิม 3 0.37 0.82 2.59 -
ป่าพรดุ ง้ั เดิม 4 0.46
ปา่ เสม็ด 1 0.72 2.52 2.23 0.41
ปา่ เสมด็ 2 1.30
ปา่ เสม็ด 3 1.20 1.40 0.99 0.53
ปา่ เสม็ด 4 0.60
สวนปาลม์ นำ้� มัน อายุ 2 ปี 1.05 0.38 0.95 0.52
สวนปาลม์ นำ้� มัน อายุ 5 ปี 0.46
สวนปาลม์ น�้ำมัน อายุ 7 ปี 1.34 2.91 0.45 0.75
สวนปาลม์ นำ�้ มัน อายุ 10 ปี
0.66 2.20 1.63

0.87 0.82 0.38

0.47 0.67 1.21

0.58 0.36 0.37

3.02 0.49 0.64

0.58 0.39 0.51

0.43 0.47 -

0.57 - -

---

0.48 0.42 0.47

0.40 0.40 0.43

1.88 1.57 0.46

0.45 0.55 0.60

0.51 0.92 0.37

0.42 0.69 0.44

0.57 0.42 0.38

0.81 0.63 0.82

110 |

เดือน แปลง CO2 (กรัม/ตารางเมตร/ชวั่ โมง) เฉล่ีย
พฤศจิกายน จุดที่ 1 จุดที่ 2 จุดท่ี 3 0.39
ธนั วาคม ป่าพรุดง้ั เดมิ 1 0.37
มกราคม ปา่ พรุดัง้ เดิม 2 0.39 - - 0.38
ปา่ พรดุ ง้ั เดิม 3 0.37
ปา่ พรุดั้งเดิม 4 0.37 - - 0.38
0.37
ป่าเสม็ด 1 0.38 - - 0.39
ปา่ เสมด็ 2 0.37
ป่าเสม็ด 3 0.37 - - 1.37
ปา่ เสม็ด 4 1.28
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 2 ปี 0.38 - - 1.38
สวนปาลม์ น้�ำมนั อายุ 5 ปี 1.29
สวนปาล์มนำ้� มนั อายุ 7 ปี 0.37 - - 0.41
สวนปาล์มนำ�้ มัน อายุ 10 ปี 0.42
ปา่ พรุดั้งเดมิ 1 0.39 - - 0.40
ป่าพรุด้ังเดมิ 2 0.40
ปา่ พรุดั้งเดมิ 3 0.37 - - 0.41
ป่าพรดุ ้ังเดิม 4 0.39
ป่าเสม็ด 1 1.45 1.26 1.41 0.39
ปา่ เสม็ด 2 0.42
ป่าเสม็ด 3 1.34 1.32 1.18 0.41
ปา่ เสม็ด 4 1.18
ปาลม์ อายุ 2 ปี 1.12 1.62 1.41 1.22
สวนปาลม์ น�้ำมัน อายุ 2 ปี 1.29
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 5 ปี 1.24 1.25 1.38 0.07
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 7 ปี 0.18
สวนปาลม์ น้ำ� มนั อายุ 10 ปี 0.41 - - 0.06
พนางตุง 2 0.12
พนางตุง 3 0.42 - - 0.15
พนางตงุ 4 0.11
เสมด็ 1 0.40 - - 0.18
เสมด็ 2 0.11
เสมด็ 3 0.40 - - 0.31
เสมด็ 4 0.44
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 2 ปี 0.41 - - 0.29
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 5 ปี 0.35
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 7 ปี 0.39 - -
สวนปาล์มนำ�้ มนั อายุ 10 ปี | 111
0.39 - -

0.42 - -

0.41 - -

1.12 1.18 1.23

1.15 1.11 1.41

1.42 1.31 1.13

0.07 - -

0.18 - -

0.06 - -

0.12 - -

0.15 - -

0.11 - -

0.18 - -

0.11 - -

0.27 0.34 0.33

0.72 0.25 0.34

0.23 0.21 0.44

0.46 0.20 0.40

เดอื น แปลง CO2 (กรมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง) เฉลี่ย
กุมภาพันธ์ จุดที่ 1 จุดที่ 2 จุดท่ี 3 0.11
พนางตุง 1 0.13
มถิ ุนายน พนางตงุ 2 0.11 - - 0.21
พนางตงุ 3 0.18
พนางตงุ 4 0.13 - - 0.11
เสมด็ 1 0.25
เสมด็ 2 0.21 - - 0.15
เสมด็ 3 0.25
เสมด็ 4 0.18 - - 0.38
สวนปาลม์ นำ�้ มนั อายุ 2 ปี 0.48
สวนปาลม์ น้ำ� มนั อายุ 5 ปี 0.11 - - 0.54
สวนปาล์มน�้ำมนั อายุ 7 ปี 0.66
สวนปาลม์ น้�ำมนั อายุ 10 ปี 0.25 - - 0.54
พนางตุง 1 0.60
พนางตงุ 2 0.15 - - 0.40
พนางตงุ 3 0.31
พนางตุง 4 0.25 - - 0.20
เสม็ด 1 0.39
เสมด็ 2 0.35 0.40 0.39 0.31
เสม็ด 3 0.41
เสมด็ 4 0.46 0.48 0.50 0.25
สวนปาล์มน้ำ� มนั อายุ 2 ปี 0.29
สวนปาล์มน�้ำมนั อายุ 5 ปี 0.55 0.56 0.52 0.21
สวนปาล์มนำ้� มนั อายุ 7 ปี 0.15
สวนปาล์มนำ�้ มัน อายุ 10 ปี 0.75 0.66 0.58

0.54 - -

0.60 - -

0.40 - -

0.31 - -

0.20 - -

0.39 - -

0.31 - -

0.41 - -

0.20 0.28 0.26

0.27 0.25 0.36

0.18 0.32 0.13

0.13 0.20 0.11

จในาพกกน้ื าทร่ีวพเิ คื้นรทาป่ีะา่หพข์ รอ้ ุดมง้ัลู เดกมิ า๊ ซจคะามรีกบ์ าอรนปไลดดอปอลกอ่ ไซยดม์า(กCทOี่ส2)ดุ อจนัะมเนกี ื่อางรมปาลจดาปกลมอ่ เี ศยมษาซกาสกดุพขืชนึ้ สอะยสกู่ มบั อสยภใู่ นาพพนน้ื ำ�้ททจ่ี ท่ี �ำว่นมวขนงั มในากพน้ื ททำ� ี่ใหห้เากกดิ ไมกม่ระนี บำ�้ ทวนว่ มกขารงั
ใยรนอ่อแงยลตสง่ลลมะาาเยดไแดือบ้แนบกจ่ใะชพพ้อื้นบอทวก่ปี ่าซา่ เิ มเจสีกนมาด็ร(aลeแดrลลoะงbตiพcา้นืมdทลe่สี�ำcดวoับนmปในpาแลoต์มs่ลiนtะi�ำ้oเมดnนั อื) นซตึ่งาตจม้ังะลแไ�ำตดดเ่้ผดบั ลอื ผเนลมิตื่อกจดราภูกกฎากพาาครรวมยม่อ6ขย2อสง–ลกาามยรถิ เปปนุ ลน็าดยกปน๊าลซ6่อค2ยารซก์บง่ึา๊ อสซนมั คไพาดรันอบ์ ธออก์ กนับไซไรดดะอด์ (อบัCกนOไำ�้ซ2ท)ดีท่เ์ ก(่วCดิ มOขขึน้2งั )
ใทกนา๊ีท่ พซว่ คน้ื มาทขร่ีังบ์ โใดอนยนพเไดนื้ ดอืทอน่ีนอทกนั่ ไี่ ไเมซอม่ดงนี์ ((ำ้�CภทOาว่ พ2ม)ทขใี่งัน4ใรน8ะแ)ดปบั ลทงจตี่ ะำ�่ มโกีดายรปปจั ลจดยั ปหลลอ่ กั ยทกค่ีา๊ ซวบคาครมุ บ์ กอานรไปดลอดอปกลไซอ่ ดย์ก(า๊CซOค2า)รทบ์ ส่ีองู นไสดว่ อนอเดกอืไซนดท์ ม่ี(Cนี Oำ�้ ท2)ว่ นมนั้ขขงั จน้ึ ะอมยกี กู่ าบั รปปรลมิดาปณลอ่นยำ�้

112 |

จากการวเิ คราะหท์ างสถติ พิ บวา่ พนื้ ทป่ี า่ พรดุ งั้ เดมิ พนื้ ทป่ี า่ เสมด็ และพนื้ ทส่ี วนปาลม์ นำ�้ มนั ในแตล่ ะเดอื นทเี่ กบ็ ขอ้ มลู มาระยะเวลา 9 เดอื น
พบวา่ มคี วามแตกตา่ งกันอย่างมีนัยส�ำคญั ทางสถติ ิ (p < 0.05) และท้ัง 3 แปลงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (P < 0.05)
ตงั้ แตเ่ ดอื นพฤศจกิ ายน 2562 – เดอื นมถิ นุ ายน 2563 (ตารางที่ 30) เมอ่ื มาเปรยี บเทยี บ Dilys และคณะ (2561) ทไ่ี ดท้ ำ� การศกึ ษาเรอ่ื ง
การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นท่ีใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน ทางพ้ืนที่พรุตอนใต้ของประเทศกาน่า โดยในงานวิจัยพบว่าในช่วง
กราลยางงาคนนื ฉ(บ1บั7น:0ซ้ี 0ง่ึ ไ–ด5ท้ :ำ�3ก0านรเ.ก) บม็ กขี อ้ารมปลู ลในดชปว่ ลงอ่เวยลกาา๊กซลคาางรวบ์นั อเพนยี ไงดชอว่ องกเวไลซาดเ์ด(Cยี Oว 2ใ)นอชยว่ ทู่งร่ี 0ะ.ย3ะ4เวกลรามั เก/ตบ็ าขรอ้ ามงลูเม9ตรเ/ดชอื ว่ั นโมพงบสวว่ า่ นใในนพกน้ืารทเปี่กา่บ็ พขรอ้ ดุ มง้ั ลูเดขมิอมงี
แอลตั ะรใานกพารน้ื ปทลส่ี ดวปนลปอ่ ายลกม์ า๊นซำ้� คมานั รอบ์ ยอทู่ น่ี ไ0ด.7อ8อกกไรซมั ด/์ต(CารOา2ง)เมอตยรทู่ /ี่ช0ว่ั .7โม4งก(ตรมาั ร/าตงาทรี่า3ง0เม)ตซรงึ่ /ทชง้ั ว่ั โ3มแงปใลนงพนน้ื น้ั ทมปี่ อี า่ตั เรสามกด็ าอรยปทู่ล่ีด0ป.6ล4อ่ ยกกรา๊มั ซ/คตาารรบ์ าองเนมไตดรอ/อชกวั่ ไโซมดง์
(จCะOม2สี )ว่ มนาชกว่ กยวใา่นใกนางราเนรวง่ กจิ ยัระดบงั กวลนา่ยวอ่ ใยนสชลว่ างเยวแลบากบลใชาอ้งคอนืกซอเิ จนั นเน(อื่ aงeมrาoจbาiกcปdจั eจcยั oดmา้ นpอoณุ siหtiภonมู )ิ โดยชว่ งเวลาทมี่ อี ณุ หภมู ทิ ส่ี งู ซงึ่ กค็ อื ชว่ งกลางวนั
ไมใ่ ชอ้ อกซเิ จน (anaerobic decomposition) ใหม้ ากขน้ึ เชน่ เดยี วกบั กระบวนยอ่ ยสลายแบบ
พน้ื ทปี่ า่ พรดุ งั้ เดมิ จะมกี ารปลดปลอ่ ยอยทู่ ่ี 64.8 และเมอื่ นำ� มาคำ� นวณการปลดปลอ่ ยกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CตนัO/2เ)ฮเกฉตลาย่ี รร/์ าปยีปแจี ละะพพบนื้ วทา่ ี่
ตนั /เฮกตาร/์ ปี พน้ื ทป่ี า่ เสมด็ จะมกี ารปลดปลอ่ ยอยทู่ ี่ 56.1
สวนปาลม์ นำ�้ มนั จะมกี ารปลดปลอ่ ยอยทู่ ี่ 68.3 ตนั /เฮกตาร/์ ปี เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั งานวจิ ยั ของ Dhandapani และคณะ (2562) ทไ่ี ดท้ ำ� การศกึ ษา
(กวCัดาOรขป2้อ)ลมอดูลยปใู่ทนล่ีชอ่5่วย2งก.4ก๊าลซลาค้างนาครกืน์บรซอมั ่ึงน/มเไฮีอดกัตอตรอาากรกไ/์าซปรดีป์ซ(ลCึง่ ่อมOยีค2ก)่าน๊าในซ้อคปยา่ากรพว์บา่รอใทุ นนี่ กPไาeดรnอศiอnกึ กsษไuซาlคaดrร์ตง้ัป่�ำนกรี้ ะวอ่าเยทา่ ศจงึงมไทราก�เำลต็ใหเาซ้อมยี ัตกพราาบรกวศา่าึกรมษปกี าลาค่อรรปยง้ั กลน๊าดี้ ซขปคอ้ลามอ่ รูลย์บยกองั๊าไนซมไคค่ดารอรบอ์บถกอ้วไนซนไดดแ์ใอนลอะรกไอมไบซ่ไปดดี์้
มคี ่าสูงกว่าทีค่ วรจะเป็น

ภาพท่ี 48 การแปรผนั ของการปลดปลอ่ ยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในช่วงกรกฎาคม 2562 – มถิ นุ ายน 2563

| 113

ตารางที่ 30 คา่ เฉล่ียการปล่อยกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในแต่ละเดือน

พน้ื ที่ การปลดปลอ่ ยกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) (กรมั /ตารางเมตร/ชวั่ โมง) เฉลยี่ F-value

ป่าพรดุ ัง้ เดมิ ก.ค ส.ค ก.ย ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มิ.ย

ป่าเสม็ด 1.51 1.85 1.28 0.50 0.38 0.41 0.11 0.16 0.46 0.74 ± >0.05
0.64
สวนปาลม์ น้ำ� มัน
F-value 1.18 1.25 1.26 0.67 0.38 0.40 0.14 0.19 0.33 0.64 ± >0.05
0.46

1.07 1.12 0.83 0.58 1.33 1.02 0.35 0.52 0.22 0.78 ± >0.05
0.38

0.391 0.114 0.223 0.706 >0.05 >0.05 >0.05 >0.05 >0.05

5.3.2.3 การปล่อยกา๊ ซมีเทน

ใในนเพดนื้ อื ทนีป่กรา่ กเสฎมาด็ คแมป2ล5ง6ท2ี่ 2ก(า๊ 0ซ.ม04เี ท6นม(ลิ CลHิก4)รัมม/มี ตาากรทาส่ีงเดุ มใตนรพ/นื้ชทวั่ โป่ี มา่ งพ)รดุ งั้ เดมิ แปลงท่ี 3 (13.257 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชวั่ โมง) และนอ้ ยทสี่ ดุ

นเด้อือยนทส่สี ิงดุ หใานคพม้ืนท25่สี 6วน2ปพาบลม์ว่านก้�ำ๊ามซันมอีเาทยนุ 7(CปHี (40).0ม0ีม9ากมทิลลี่สกิุดรในมั พ/ตื้นาทรี่ปาง่าเพมรตุดร้ัง/ชเดวั่ ิมโมแงป)ลงที่ 3 (11.034 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ช่ัวโมง) และ

เดอื นกนั ยายน 2562 พบวา่ กา๊ ซมเี ทน (CH4) มมี ากทสี่ ดุ ในพน้ื ทป่ี า่ เสมด็ แปลงท่ี 1 (0.159 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง) และนอ้ ยทส่ี ดุ
ในพน้ื ท่ีป่าเสมด็ แปลงท่ี 4 (0.007 มิลลกิ รัม/ตารางเมตร/ชวั่ โมง)

เดือนตุลาตม 2562 จากการส�ำรวจพบว่าเรมิ่ มนี ำ้� ท่วมขังในพ้ืนที่ พื้นทีป่ า่ พรุดง้ั เดิมในทกุ แปลงย่อย และจากการศึกษาพบว่า กา๊ ซมเี ทน
((0C.H041)1มมีมิลาลกกิทรสี่ มั ดุ /ใตนาพรื้นางทเี่ปมตา่ พร/รชดุ ่ัวง้ั โเมดงิม)แปลงท่ี 3 (1.406 มิลลิกรมั /ตารางเมตร/ช่วั โมง) และน้อยที่สุดในพืน้ ท่ีสวนปาล์มน้ำ� มนั อายุ 5 ปี

เดือนพฤศจิกายน 2562 จากการส�ำรวจพบว่ามีนำ้� ท่วมขังในพืน้ ที่ พืน้ ท่ปี ่าพรุด้ังเดมิ และ พน้ื ที่ปา่ เสม็ด โดยสมบูรณ์ ในทุกแปลงย่อย
และจากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซมเี ทน ((0C.0H24)1 มมี ากทสี่ ดุ ในพนื้ ทปี่ า่ พรดุ ง้ั เดมิ แปลงท่ี 3 (14.931 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง) และนอ้ ยทสี่ ดุ
ในพ้นื ท่ีสวนปาลม์ น้�ำมันอายุ 2 ปี มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง)

เดอื นธันวาคม 2562 จากการส�ำรวจพบว่ามนี ำ�้ ท่วมขังในพ้นื ท่ี พ้ืนทีป่ ่าพรุดั้งเดมิ , พืน้ ทีป่ ่าเสมด็ และ พ้ืนท่ีสวนปาล์มน�้ำมนั อายุ 2 ปี
แโดลยะสนมอ้ บยรู ทณีส่ ์ุดแใลนะแจปาลกงกาสรวศนกึ ปษาาลพม์ บนวำ้� า่ มกันา๊ อซามยเี ทุ 5นป(Cี (H0.40) 0ม6มี ามกลิ ทลส่ีิกดุรใัมน/แตปารลางงปเมา่ ตพรร/ดุ ชงั้ ัว่ เโดมมิ งแ)ปลงที่ 2 (38.745 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง)

เดอื นมกราคม 2563 จากการสำ� รวจพบวา่ มนี ำ้� ทว่ มขงั ในพนื้ ที่ พนื้ ทป่ี า่ พรดุ ง้ั เดมิ และ พนื้ ทปี่ า่ เสมด็ จากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซมเี ทน 1(C0Hป4)ี
มีมากท่ีสุดในแปลง ป่าพรุดั้งเดิมแปลงท่ี 2 (38.695 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ช่ัวโมง) และน้อยท่ีสุดในพื้นที่สวนปาล์มน�้ำมันอายุ
(0.015 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ช่วั โมง)

114 |

เดือนกุมภาพันธ์ 2563 จากการส�ำรวจพบวา่ มนี �้ำท่วมขงั ในพ้ืนท่ี พ้ืนท่ีป่าพรดุ ง้ั เดมิ และ พ้นื ทป่ี ่าเสมด็ จากการศึกษาพบว่ากา๊ ซมีเทน
((0C.H045)8มมีมิลาลกกิ ทร่ีสมั ุด/ใตนาพราื้นงทเม่ีปต่ารเส/ชม่ัว็ดโแมปง)ลงที่ 3 (39.968 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง) และน้อยที่สุดในพ้ืนที่สวนปาล์มน�้ำมันอายุ 7 ปี
เดอื นมถิ นุ ายน 2563 จากการสำ� รวจพบวา่ ยงั มนี ำ�้ ทว่ มขงั ในพนื้ ที่ พนื้ ทปี่ า่ พรดุ ง้ั เดมิ และ พน้ื ทปี่ า่ เสมด็ แตร่ ะดบั นำ้� เรม่ิ ลดลงจนเกอื บแหง้
จในาพกกนื้ าทรสี่ ศวึกนษปาาพลบ์มวนา่ ้�ำกมา๊ นัซอมาเี ทยุน10(CปHี 4(0) .ม00ีม3ากมทลิ ีส่ ลุดกิ ใรนมั พ/้นืตทาร่ีปาา่ งพเมรตดุ ร้งั /เดช่ัวิมโแมปงล) ง(ตทา่ี ร2าง(3ท3่ี 3.614)5 มิลลกิ รมั /ตารางเมตร/ช่วั โมง) และน้อยทีส่ ุด

ตารางท่ี 31 ขอ้ มลู การปลดปลอ่ ยกา๊ ซมเี ทน (CH4) ตง้ั แตเ่ ดอื น กรกฎาคม 2562 – มถิ นุ ายน 2563

เดอื น แปลง จดุ ท่ี 1 CH4 (มิลลกิ รมั /ตารางเมตร/ช่ัวโมง) เฉล่ีย
กรกฎาคม 3.140 จดุ ที่ 2 จดุ ท่ี 3 8.334
ป่าพรดุ ั้งเดิม 1 16.215 11.002
สิงหาคม ปา่ พรุด้งั เดมิ 2 3.695 11.473 10.390 13.257
ปา่ พรุดั้งเดิม 3 28.460 10.069
ป่าพรุดงั้ เดมิ 4 0.160 11.442 5.349 0.093
0.084 0.046
ปา่ เสม็ด 1 0.020 4.513 31.563 0.099
ปา่ เสม็ด 2 0.161 0.088
ปา่ เสม็ด 3 0.014 0.160 1.589 0.100
ปา่ เสม็ด 4 0.192 0.100
สวนปาล์มน�ำ้ มัน อายุ 2 ปี 0.141 0.085 0.035 0.141
สวนปาล์มนำ้� มนั อายุ 5 ปี 0.181 0.135
สวนปาล์มนำ�้ มนั อายุ 7 ปี 13.115 0.035 0.019 8.963
สวนปาล์มน�้ำมนั อายุ 10 ปี 7.534 5.600
ปา่ พรดุ ัง้ เดมิ 1 8.113 0.085 0.191 11.034
ป่าพรดุ ั้งเดมิ 2 0.725 2.039
ป่าพรดุ ้งั เดิม 3 0.682 0.010 0.094 0.320
ป่าพรุดงั้ เดิม 4 0.092 0.039
ปา่ เสมด็ 1 0.084 0.069 0.216 0.055
ปา่ เสม็ด 2 0.002 0.044
ปา่ เสมด็ 3 0.008 0.081 0.028 0.128
ป่าเสมด็ 4 0.074 0.080
สวนปาลม์ น�้ำมัน อายุ 2 ปี 0.020 0.001 0.281 0.009
สวนปาลม์ น้ำ� มนั อายุ 5 ปี 0.013 0.048
สวนปาล์มน้ำ� มัน อายุ 7 ปี 0.024 0.198
สวนปาลม์ น�ำ้ มนั อายุ 10 ปี
4.883 8.890

5.896 3.370

13.023 11.965

4.940 0.452

0.261 0.017

0.017 0.008

0.048 0.035

0.066 0.063

0.262 0.113

0.122 0.045

0.003 0.003

0.098 0.034

| 115

เดือน แปลง จดุ ท่ี 1 CH4 (มิลลิกรมั /ตารางเมตร/ชัว่ โมง) เฉลีย่
กันยายน 0.016 จดุ ท่ี 2 จดุ ท่ี 3 0.029
ปา่ พรุดง้ั เดิม 1 0.215 0.036 0.037 0.087
ตลุ าคม ป่าพรุดั้งเดิม 2 0.003 0.034 0.011 0.010
ป่าพรดุ ั้งเดิม 3 0.007 0.019 0.009 0.023
พฤศจกิ ายน ป่าพรุดงั้ เดิม 4 0.188 0.042 0.019 0.159
116 | 0.123 0.193 0.096 0.114
ปา่ เสมด็ 1 0.016 0.026 0.193 0.018
ปา่ เสม็ด 2 0.003 0.032 0.006 0.007
ปา่ เสมด็ 3 0.314 0.009 0.009 0.145
ปา่ เสม็ด 4 0.009 0.095 0.026 0.025
สวนปาล์มน�้ำมนั อายุ 2 ปี 0.021 0.003 0.063 0.010
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 5 ปี 0.238 0.007 0.003 0.086
สวนปาล์มน้�ำมัน อายุ 7 ปี 0.264 0.016 0.003 0.107
สวนปาลม์ น้�ำมัน อายุ 10 ปี 0.091 0.038 0.019 0.205
ป่าพรดุ ง้ั เดิม 1 1.406 0.318 - 1.406
ป่าพรุดง้ั เดมิ 2 --
ป่าพรดุ ง้ั เดมิ 3 - -- -
ป่าพรุดัง้ เดิม 4 0.003 0.509 0.027 0.179
ปา่ เสมด็ 1 0.027 0.028 0.003 0.019
ป่าเสมด็ 2 0.092 0.163 0.002 0.086
ปา่ เสมด็ 3 0.034 0.024 0.057 0.038
ปา่ เสมด็ 4 0.325 0.020 0.004 0.116
สวนปาล์มนำ้� มนั อายุ 2 ปี 0.011 0.020 0.003 0.011
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 5 ปี 0.031 0.009 0.004 0.015
สวนปาลม์ นำ้� มัน อายุ 7 ปี 0.022 0.032 0.007 0.021
สวนปาล์มนำ�้ มัน อายุ 10 ปี 2.552 -- 2.552
ป่าพรดุ ั้งเดมิ 1 1.938 -- 1.938
ปา่ พรดุ ง้ั เดมิ 2 14.931 -- 14.931
ปา่ พรุดั้งเดิม 3 1.028 -- 1.028
ป่าพรดุ ง้ั เดมิ 4 2.010 -- 2.010
ป่าเสมด็ 1 0.371 -- 0.371
ป่าเสมด็ 2 0.749 -- 0.749
ป่าเสมด็ 3 3.140 -- 3.140
ปา่ เสม็ด 4 0.034 0.020 0.009 0.021
สวนปาลม์ นำ้� มัน อายุ 2 ปี 0.031 0.035 0.151 0.072
สวนปาลม์ น้ำ� มัน อายุ 5 ปี 0.032 0.003 0.057 0.031
สวนปาล์มน�ำ้ มนั อายุ 7 ปี 0.251 0.021 0.044 0.105
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 10 ปี

เดือน แปลง จุดท่ี 1 CH4 (มลิ ลกิ รัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง) เฉลี่ย
ธันวาคม 15.590 จดุ ที่ 2 จุดที่ 3 15.590
มกราคม ปา่ พรดุ ง้ั เดิม 1 36.445 -- 38.745
กมุ ภาพนั ธ์ ป่าพรุด้งั เดิม 2 25.319 -- 25.319
ปา่ พรดุ ั้งเดมิ 3 38.347 -- 38.347
ปา่ พรุด้ังเดมิ 4 32.285 -- 32.285
17.680 -- 17.680
ป่าเสม็ด 1 2.904 -- 2.904
ป่าเสมด็ 2 17.624 -- 17.624
ปา่ เสม็ด 3 2.764 -- 2.764
ปา่ เสมด็ 4 0.019 -- 0.006
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 2 ปี 0.152 0.005 0.010 0.007
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 5 ปี 0.051 0.069 0.159 0.008
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 7 ปี 28.810 0.014 0.063 28.810
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 10 ปี 38.695 -- 38.695
พนางตุง 1 33.973 -- 33.973
พนางตงุ 2 35.645 -- 35.645
พนางตุง 3 32.736 -- 32.736
พนางตงุ 4 14.484 -- 14.484
เสมด็ 1 20.879 -- 20.879
เสม็ด 2 24.025 -- 24.025
เสม็ด 3 0.059 -- 0.267
เสมด็ 4 0.501 0.520 0.223 0.191
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 2 ปี 0.003 0.043 0.030 0.029
สวนปาลม์ นำ�้ มนั อายุ 5 ปี 0.005 0.076 0.007 0.015
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 7 ปี 31.490 0.018 0.021 31.490
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 10 ปี 33.993 -- 33.993
พนางตุง 1 36.473 -- 36.473
พนางตุง 2 28.148 -- 28.148
พนางตุง 3 28.140 -- 28.140
พนางตุง 4 10.838 -- 10.838
เสมด็ 1 39.968 -- 39.968
เสมด็ 2 24.663 -- 24.663
เสม็ด 3 1.513 -- 0.583
เสมด็ 4 0.012 0.122 0.115 0.080
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 2 ปี 0.073 0.065 0.162 0.058
สวนปาล์มนำ�้ มัน อายุ 5 ปี 0.081 0.037 0.065 0.101
สวนปาล์มน้ำ� มัน อายุ 7 ปี 0.120 0.104
สวนปาล์มน�้ำมนั อายุ 10 ปี | 117

เดอื น แปลง จดุ ท่ี 1 CH4 (มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง) เฉลี่ย
มิถนุ ายน 19.738 จดุ ที่ 2 จดุ ที่ 3 19.738
พนางตุง 1 33.645 -- 33.645
พนางตงุ 2 15.108 -- 15.108
พนางตงุ 3 21.218 -- 21.218
พนางตุง 4 7.511 -- 7.511
เสมด็ 1 4.968 -- 4.968
เสม็ด 2 0.887 -- 0.887
เสม็ด 3 1.758 -- 1.758
เสม็ด 4 0.160 -- 0.058
สวนปาล์มน้�ำมนั อายุ 2 ปี 0.008 0.004 0.010 0.013
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 5 ปี 0.004 0.019 0.011 0.008
สวนปาลม์ น�้ำมนั อายุ 7 ปี 0.004 0.007 0.013 0.003
สวนปาล์มนำ้� มนั อายุ 10 ปี 0.003 0.004

ก๊าซมเี ทน (CH4) จะมกี ารปลดปล่อยมากสุดทใ่ี นพนื้ ทป่ี ่าพรดุ ง้ั เดิม รองลงมาได้แก่ พน้ื ทปี่ ่าเสม็ด และพ้ืนที่สวนปาล์มน้ำ� มนั เนอ่ื งจาก
พ้ืนที่ป่าพรุดั้งเดิม และพื้นท่ีป่าเสม็ด มีการสะสมของเศษซากพืชในพื้นท่ีจ�ำนวนมาก เม่ือเกิดน�้ำท่วมขังในพ้ืนท่ี ท�ำให้กระบวนการ
ยอ่ ยสลายเศษซากพืชเป็นไปไดอ้ ยา่ งช้า ๆ โดยกระบวนยอ่ ยสลายแบบไมใ่ ช้ออกซเิ จน (anaerobic decomposition) ซงึ่ จะไดผ้ ลผลิต
ซมจาากกกรกพาคาืชรมทย,ี่น่อก้อยมุ ยสภใลนาาพแยนัปเธปล์ง็น2ทก5�ำ6๊าใซ3หม้กแีเาลทระนปธล(นั ดCวปHาล4ค)่อมยเก2กิด5๊าข6ซ้ึน2มีเตทใานนมขลณ(Cำ� ะดHทับ4)ี่พซ้ืมนง่ึ ีปทจระ่ีสิมเวหานน็ณปไนาดล้อ้ว์มา่ยเนปแ�้ำ็นลมเะันดเไือมมน่ือ่ไทมดี่เา้รกดับิดูเผดนลือ�้ำกทนรว่ทะมี่มทขีกบงั าใจรนาปพกล้นืนดท�้ำปทท่ี ลี่ทั้ง่อส่วยิ้นมมขา(ัภงกใาทนพ่ีสพทุด้ืน่ีจ4ทะ9ี่แเ)ปล็นะมเดีเศือษน

จากการวิเคราะหท์ างสถิตพิ บวา่ พื้นท่ีปา่ พรุด้งั เดิม และ พื้นทีป่ า่ เสม็ด ในแตล่ ่ะเดอื นทีเ่ กบ็ ข้อมูลมาระยะเวลา 9 เดอื น พบว่ามคี วาม
แตกตา่ งกันอย่างมีนยั ส�ำคญั ทางสถติ ิ (P < 0.05) ส่วนพ้ืนท่สี วนปาลม์ น้ำ� มันทไี่ ม่มคี วามแตกต่างกนั ในระยะเวลา 9 เดอื น (P = 0.607)
และทงั้ 3 แปลงมคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั ส�ำคัญทางสถิติ (P < 0.05) ยกเวน้ เดือนกนั ยายน (P = 0.658) และเดือนตลุ าคม 2562
(P = 0.059) ท่ีไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (ตารางท่ี 32) เม่ือมาเปรียบเทียบกับงานวิจัยของ Chandra และคณะ (2562) ซ่ึงได้
ท�ำการศึกษาเรื่อง การปลดปล่อยก๊าซมีเทน (CH4) จากการสร้างสวนป่ากระถินณรงค์ในพื้นท่ีป่าพรุเขตร้อน โดยในงานวิจัยพบว่าใน
ช่วงกลางคืน (18:00 – 06:00 น.) มีการปลดปล่อยกา๊ ซมเี ทน (CH4) อยทู่ ี่ 8.4 มลิ ลิกรัม/ตารางเมตร/ชว่ั โมง ส่วนในการเกบ็ ขอ้ มลู ของ
รายงานฉบับน้ซี ง่ึ ได้ทำ� การเกบ็ ขอ้ มลู ในชว่ งเวลากลางวนั เพียงชว่ งเวลาเดียว ในช่วงระยะเวลาเกบ็ ข้อมูล 9 เดือน พบวา่ ในพื้นที่ปา่ พรุ
ดชั่วง้ั เโดมมิ งมแอี ลตั ะรใานกพารืน้ ปทล่ีสดวปนลปอ่ ายลก์มา๊ นซ้ำ�มมเี ทันนอย(ทู่CHี่ 04.)1อ3ยมทู่ ลิ ่ี 1ล5ิก.ร7ัม8/มตลาิ รลากิ งรเมัม/ตตรา/รชาวั่ งโเมมงตร(ต/ชาวั่รโามงงท่ี ในพน้ื ทปี่ า่ เสมด็ อยทู่ ี่ 9.17 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/
32) โดยในพ้นื ที่ป่าพรุดง้ั เดมิ ) และพืน้ ทป่ี า่ เสมด็
จเวะลมาีอทัตี่มรีอาณุ กาหรภปูมลิทด่สี ปูงลซอ่ ึ่งยกกค็ ๊าือซชมว่ ีเงทกนลา(งCวHนั 4จ)ะมมาีสกว่ กนวช่า่วใยนใงนากนาวรจิ เยัร่งดกังรกะลบ่าววในนยชอ่ ่วยงสเวลลาายกแลบาบงไคมืน่ใชออ้ นั อเกนซ่อื เิ งจมนาจ(aาnกaปeจั rจoยั bดic้านdอeณุ coหmภูมpิ oโsดiยtiชoว่nง)
ใหม้ ากขน้ึ ในขณะทพ่ี น้ื ทสี่ วนปาลม์ นำ�้ มนั จะมอี ตั ราการปลดปลอ่ ยนอ้ ยกวา่ งานวจิ ยั ในขา้ งตน้ เมอื่ เปรยี บเทยี บในรอบปี พบวา่ พนื้ ทป่ี า่ พรุ
ดั้งเดิม มีการปล่อยก๊าซมีเทนสูงสุดเท่ากับ 1.38 ตัน/เฮกตาร์/ปี รองลงมาคือ พื้นท่ีป่าเสม็ด เท่ากับ 0.80 ตัน/เฮกตาร์/ปี และสวน
ปาลม์ น้�ำมันปลอ่ ยก๊าซมีเทนต่�ำที่สดุ เท่ากบั 0.01 ตนั /เฮกตาร/์ ปี ตามลำ� ดบั เน่ืองจากสวนปาลม์ น้�ำมันมชี ่วงเวลาท่มี ีน�ำ้ ท่วมขังนอ้ ยกวา่
พนื้ ที่ปา่ พรดุ ั้งเดิม และพนื้ ท่ปี า่ เสมด็

118 |

ตารางที่ 32 การปล่อยก๊าซมเี ทน (CH4) เฉลยี่ รายเดือน ของพืน้ ท่ตี า่ ง ๆ ในพ้นื ทพ่ี รคุ วนเคร็ง

พ้ืนท่ี ก.ค การปลดปลอ่ ยก๊าซมีเทน (CH4) (มิลลกิ รมั /ตารางเมตร/ชั่วโมง) ม.ิ ย เฉลย่ี F-value
ส.ค ก.ย ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ
ป่าพรดุ ั้งเดมิ
10.66 7.0 0.03 0.55 5.00 29.50 34.28 32.52 22.42 15.78 ± >0.05
ป่าเสมด็ 13.94

สวนปาล์มน�ำ้ มัน 0.08 0.11 0.07 0.07 1.50 28.00 23.03 25.90 3.78 9.17 ± >0.05
F-value 12.47

0.12 0.11 0.06 0.02 0.05 0.50 0.12 0.20 0.02 0.13 ± 0.607
0.14

>0.05 >0.05 0.658 0.059 >0.05 >0.05 >0.05 >0.05 >0.05

ภาพที่ 49 การแปรผันของการปลดปลอ่ ยกา๊ ซมีเทน (CH4) ตัง้ แต่ กรกฎาคม 2562 – มถิ นุ ายน 2563

| 119

5.3.2.4 การปลอ่ ยกา๊ ซไนตรัสออกไซด์

ชใน่ัวเโดมอืงน) แกลรกะฎนา้อคยมทส่ี 2ุด5ใ6น2พพ้ืนบทวป่ี ่าา่ กเสา๊ มซได็ นแตปรลัสงอทอ่ี 2กไ(ซ0ด.0์ (2N02Oม)ิลลมกิีมราัมก/ทตีส่ าุดรใานงพเมน้ื ตทรส่ี/ชววั่นโปมางล) ์มน�้ำมนั อายุ 2 ปี (1.106 มิลลิกรมั /ตารางเมตร/

แเดลอื ะนนสอ้ งิ ยหทาี่สคดุมใน25พ6นื้ 2ทพี่ปบ่าเวสา่ มกด็า๊ ซแไปนลตงรทสั ี่ อ2อ(ก0ไ.ซ0ด0์9(Nม2ิลOล)ิกมรมี ัมา/กตทาสรี่ าดุ งเใมนตพรน้ื /ทชส่วั่ี โวมนงป)าลม์ นำ้� มนั อายุ 2 ปี (1.321 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชว่ั โมง)

เดอื นกนั ยายน 2562 พบวา่ กา๊ ซไนตรสั ออกไซด์ ((N02.O00)8มมมี าิลกลทิกสี่รดัมุ ใ/นตพารน้ื าทงสี่เมวตนรป/าชลัว่ ม์ โมนงำ�้ )มนั อายุ 2 ปี (0.551 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชวั่ โมง)
และนอ้ ยท่ีสดุ ในพื้นที่สวนปาล์มน้�ำมนั อายุ 5 ปี

เดอื นตลุ าตม 2562 จากการสำ� รวจพบวา่ เรมิ่ มนี ำ�้ ทว่ มขงั ในพนื้ ท่ี พน้ื ทป่ี า่ พรดุ งั้ เดมิ ในทกุ แปลงยอ่ ย และจากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซไนตรสั
อ(0อ.0ก0ไซ7ดม์ ลิ(Nล2ิกOร)มั /มตีมาารกาทงเี่สมุดตใรน/พชวั่ื้นโทม่ีปง)่าเสม็ดแปลงท่ี 4 (0.912 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ช่ัวโมง) และน้อยที่สุดในพื้นท่ีป่าเสม็ดแปลงที่ 2

เดอื นพฤศจกิ ายน 2562 จากการส�ำรวจพบวา่ มีนำ้� ท่วมขงั ในพน้ื ท่ี ปา่ พรดุ ้งั เดิมและ พน้ื ท่ีปา่ เสม็ด โดยสมบรู ณ์ ในทุกแปลงยอ่ ย และ
จแาลกะกนา้อรยศทึกส่ี ษุดาใพนบพวืน้ ่าทกปี่ ๊า่าซเไสนมต็ดรแัสปอลองกทไี่ซ2ด(์ 0(.N020O3) มีมากท่ีสุดในพื้นที่สวนปาล์มน�้ำมันอายุ 2 ปี (0.083 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง)
มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/ชั่วโมง)

เดือนธนั วาคม 2562 จากการส�ำรวจพบว่ามีนำ้� ทว่ มขงั ในพน้ื ที่ พ้นื ทีป่ า่ พรดุ ้งั เดิม, พื้นท่ปี ่าเสมด็ และ พนื้ ท่สี วนปาลม์ น�ำ้ มันอายุ 2 ปี
โชดว่ั ยโมสมง)บแรู ลณะ์ นแ้อลยะทจา่สี กุดกในารพศน้ื กึ ทษส่ีาวพนบปวาา่ กลา๊์มซนไำ้�นมตนั รอสั าอยอุก2ไซปดี ์(0(N.020O3) มมี ากทสี่ ดุ ในพน้ื ทปี่ า่ พรดุ ง้ั เดมิ แปลงที่ 4 (0.013 มลิ ลกิ รมั /ตารางเมตร/
กรมั /ตารางเมตร/ชวั่ โมง)

เดอื นมกราคม 2563 จากการสำ� รวจพบวา่ มนี ำ้� ทว่ มขงั ในพน้ื ท่ี พนื้ ทปี่ า่ พรดุ งั้ เดมิ และ พนื้ ทปี่ า่ เสมด็ จากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซไนตรสั ออกไซด์
((0N.20O0)3 มีมากท่ีสุดในพ้ืนท่ีสวนปาล์มน้�ำมันอายุ 2 ปี (0.038 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ช่ัวโมง) และน้อยที่สุดในพื้นท่ีป่าเสม็ดแปลงที่ 2
มลิ ลิกรมั /ตารางเมตร/ช่ัวโมง)

เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2563 จากการสำ� รวจพบวา่ มนี ำ้� ทว่ มขงั ในพน้ื ท่ี พน้ื ทป่ี า่ พรดุ งั้ เดมิ และ พนื้ ทป่ี า่ เสมด็ จากการศกึ ษาพบวา่ กา๊ ซไนตรสั ออกไซด์
((0N.20O0)3 มีมากที่สุดในพื้นท่ีสวนปาล์มน้�ำมันอายุ 2 ปี (0.131 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ชั่วโมง) และน้อยที่สุดในพ้ืนที่ป่าเสม็ดแปลงที่ 2
มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ชว่ั โมง)

และเดือนมิถุนายน 2563 จากการส�ำรวจพบว่ายังมีน�้ำท่วมขังในพ้ืนที่ พื้นที่ป่าพรุด้ังเดิม และ พ้ืนท่ีป่าเสม็ด แต่ระดับน�้ำเร่ิมลดลงจน
เกือบแหง้ จากการศกึ ษาพบว่ากา๊ ซไนตรสั ออกไซด์ (N2O) มมี ากที่สดุ ในพื้นท่สี วนปาลม์ น้ำ� มนั อายุ 2 ปี (0.592 มิลลกิ รมั /ตารางเมตร/
ช่วั โมง) และน้อยทส่ี ดุ ในพ้นื ทปี่ ่าเสม็ดแปลงท่ี 2 (0.003 กรัม/ตารางเมตร/ชวั่ โมง) (ตารางท่ี 33)

120 |

ตารางท่ี 33 ขอ้ มลู การปลดปล่อยกา๊ ซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ตั้งแตเ่ ดอื น กรกฎาคม 2562 – มถิ นุ ายน 2563

เดือน แปลง N2O (มลิ ลิกรมั /ตารางเมตร/ชั่วโมง) เฉลีย่
กรกฎาคม จดุ ท่ี 1 จุดท่ี 2 จดุ ท่ี 3 0.098
ปา่ พรุด้ังเดมิ 1 0.086
สงิ หาคม ป่าพรุดั้งเดิม 2 0.147 0.083 0.065 0.081
กนั ยายน ป่าพรดุ ง้ั เดิม 3 0.056
ปา่ พรดุ ้งั เดมิ 4 0.181 0.039 0.038 0.052
0.02
ป่าเสม็ด 1 0.115 0.036 0.092 0.096
ป่าเสมด็ 2 0.109
ปา่ เสม็ด 3 0.054 0.079 0.036 1.106
ป่าเสม็ด 4 0.06
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 2 ปี 0.079 0.036 0.04 0.042
สวนปาลม์ นำ้� มัน อายุ 5 ปี 0.046
สวนปาลม์ น้�ำมนั อายุ 7 ปี 0.011 0.05 0 0.028
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 10 ปี 0.11
ป่าพรดุ ง้ั เดมิ 1 0.225 0.044 0.019 0.016
ปา่ พรดุ ง้ั เดมิ 2 0.057
ป่าพรดุ ั้งเดิม 3 0.263 0.038 0.027 0.154
ปา่ พรดุ ั้งเดมิ 4 0.009
ปา่ เสม็ด 1 0.799 1.264 1.255 0.02
ปา่ เสมด็ 2 0.247
ปา่ เสม็ด 3 0.048 0.122 0.009 1.321
ปา่ เสม็ด 4 0.07
สวนปาล์มน�้ำมนั อายุ 2 ปี 0.11 0.012 0.005 0.024
สวนปาล์มน้ำ� มัน อายุ 5 ปี 0.025
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 7 ปี 0.057 0.028 0.054 0.038
สวนปาล์มน้�ำมัน อายุ 10 ปี 0.066
ป่าพรุดั้งเดมิ 1 0.018 0.027 0.039 0.057
ป่าพรุดง้ั เดมิ 2 0.036
ปา่ พรดุ ง้ั เดิม 3 0.286 0.012 0.03 0.035
ป่าพรุดง้ั เดิม 4
ป่าเสม็ด 1 0.009 0.009 0.029 | 121

0.024 0.051 0.096

0.33 0.113 0.019

0.021 0.007 0

0.017 0.032 0.011

0.01 0.67 0.061

1.016 1.572 1.375

0.082 0.116 0.011

0.004 0.033 0.035

0.012 0.052 0.01

0.022 0.009 0.085

0.017 0.171 0.01

0.016 0.066 0.088

0.022 0.053 0.032

0.014 0.058 0.032

เดอื น แปลง N2O (มิลลกิ รมั /ตารางเมตร/ชั่วโมง) เฉลยี่
กนั ยายน (ต่อ) จดุ ท่ี 1 จดุ ที่ 2 จดุ ท่ี 3
ปา่ เสมด็ 2
ตุลาคม ป่าเสม็ด 3 0.008 0.019 0.018 0.015
ป่าเสมด็ 4
พฤศจกิ ายน สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 2 ปี 0.064 0.965 0.003 0.344
122 | สวนปาล์มน�ำ้ มนั อายุ 5 ปี
สวนปาลม์ นำ้� มัน อายุ 7 ปี 0.182 0.935 0.241 0.453
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 10 ปี
ป่าพรุดง้ั เดมิ 1 1.165 0.438 0.05 0.551
ป่าพรุดง้ั เดิม 2
ปา่ พรดุ ง้ั เดมิ 3 0.012 0.003 0.009 0.008
ปา่ พรุดั้งเดมิ 4
ปา่ เสม็ด 1 0.027 0.041 0.007 0.025
ปา่ เสมด็ 2
ปา่ เสม็ด 3 0.134 0.021 0.012 0.056
ปา่ เสมด็ 4
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 2 ปี 0.013 0.021 0.05 0.028
สวนปาลม์ น้�ำมัน อายุ 5 ปี
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 7 ปี 0.015 0.033 - 0.024
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 10 ปี
ป่าพรดุ ั้งเดมิ 1 0.02 - - 0.02
ป่าพรดุ ้งั เดมิ 2
ปา่ พรุดั้งเดิม 3 ----
ป่าพรุดงั้ เดิม 4
ป่าเสมด็ 1 0.021 0.003 0.015 0.013
ป่าเสมด็ 2
ป่าเสมด็ 3 0.011 0.004 0.008 0.007
ปา่ เสม็ด 4
สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 2 ปี 0.055 0.044 0.003 0.034
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 5 ปี
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 7 ปี 1.299 0.934 0.503 0.912
สวนปาลม์ น้ำ� มัน อายุ 10 ปี
0.162 0.207 0.013 0.127

0.019 0.03 0.013 0.02

0.011 0.006 0.013 0.01

0.029 0.015 0.009 0.018

0.004 - - 0.004

0.004 - - 0.004

0.012 - - 0.012

0.005 - - 0.005

0.011 - - 0.011

0.003 - - 0.003

0.02 - - 0.02

0.013 - - 0.013

0.21 0.03 0.01 0.083

0.024 0.017 0.009 0.017

0.015 0.022 0.032 0.023

0.021 0.008 0.004 0.011

เดือน แปลง N2O (มิลลกิ รมั /ตารางเมตร/ช่ัวโมง) เฉลย่ี
ธันวาคม จุดท่ี 1 จดุ ท่ี 2 จุดที่ 3
ป่าพรุด้งั เดมิ 1
มกราคม ปา่ พรดุ ง้ั เดิม 2 0.007 - - 0.007
กมุ ภาพนั ธ์ ป่าพรดุ ง้ั เดมิ 3
ปา่ พรุดัง้ เดิม 4 0.011 - - 0.011

ปา่ เสมด็ 1 0.01 - - 0.01
ปา่ เสม็ด 2
ปา่ เสมด็ 3 0.013 - - 0.013
ปา่ เสมด็ 4
สวนปาลม์ น�้ำมัน อายุ 2 ปี 0.003 - - 0.003
สวนปาลม์ น้�ำมัน อายุ 5 ปี
สวนปาล์มน้ำ� มนั อายุ 7 ปี 0.007 - - 0.007
สวนปาลม์ นำ้� มนั อายุ 10 ปี
พนางตุง 1 0.003 - - 0.003
พนางตงุ 2
พนางตงุ 3 0.003 - - 0.003
พนางตุง 4
เสมด็ 1 0.003 - - 0.003
เสมด็ 2
เสม็ด 3 0.012 0.007 0.004 0.007
เสมด็ 4
สวนปาลม์ น�้ำมัน อายุ 2 ปี 0.003 0.007 0.014 0.008
สวนปาล์มน้�ำมนั อายุ 5 ปี
สวนปาล์มน�ำ้ มัน อายุ 7 ปี 0.007 0.02 0.003 0.01
สวนปาล์มนำ้� มนั อายุ 10 ปี
พนางตงุ 1 0.003 - - 0.003
พนางตงุ 2
พนางตงุ 3 0.005 - - 0.005
พนางตุง 4
เสม็ด 1 0.011 - - 0.011
เสม็ด 2
เสม็ด 3 0.007 - - 0.007

0.015 - - 0.015

0.003 - - 0.003

0.004 - - 0.004

0.015 - - 0.015

0.018 0.065 0.03 0.038

0.013 0.013 0.011 0.012

0.003 0.002 0.007 0.004

0.004 0.002 0.017 0.008

0.004 - - 0.004

0.008 - - 0.008

0.003 - - 0.003

0.006 - - 0.006

0.01 - - 0.01

0.003 - - 0.003

0.043 - - 0.043

| 123

เดอื น แปลง N2O (มิลลิกรัม/ตารางเมตร/ชว่ั โมง) เฉลย่ี
กมุ ภาพันธ์ (ตอ่ ) จุดที่ 1 จุดท่ี 2 จดุ ที่ 3
เสม็ด 4
มถิ นุ ายน สวนปาล์มนำ้� มัน อายุ 2 ปี 0.011 - - 0.011
สวนปาลม์ น�้ำมัน อายุ 5 ปี
สวนปาล์มนำ�้ มนั อายุ 7 ปี 0.179 0.077 0.138 0.131
สวนปาลม์ น้ำ� มนั อายุ 10 ปี
0.032 0.048 0.077 0.052
พนางตุง 1
พนางตงุ 2 0.051 0.031 0.054 0.045
พนางตุง 3
พนางตงุ 4 0.031 0.033 0.057 0.04
เสม็ด 1
เสม็ด 2 0.009 - - 0.009
เสมด็ 3
เสม็ด 4 0.011 - - 0.011
สวนปาลม์ น้�ำมนั อายุ 2 ปี
สวนปาลม์ น้�ำมัน อายุ 5 ปี 0.013 - - 0.013
สวนปาล์มน�้ำมัน อายุ 7 ปี
สวนปาลม์ น้ำ� มัน อายุ 10 ปี 0.024 - - 0.024

0.007 - - 0.007

0.003 - - 0.003

0.003 - - 0.003

0.003 - - 0.003

0.003 0.244 1.528 0.592

0.003 0.007 0.026 0.012

0.003 0.003 0.003 0.003

0.003 0.005 0.005 0.004

เกเพม๊า่ือิม่ซดผไนูปลตผรริมลัสาิตอณซอก่งึกาเไมรซปอ่ื ดจล์ ับด(Nตป2ัวลOก่อ)ับยจอในะากมแาีกตศา่ลระทปเมี่ดลีือดอนปอจลกะ่อซพยเิ จบมนกากา(Oรทป่ีส2)ลุดทดในำ�ปใพลห้ืน่อ้เกทยิดมี่สกาวกานรทปป่ีสาลุดล่อ์มในยนกช้�ำ๊า่วมซงันเไดนเือตนนรื่อัสสงอิงจหอาากกคไมซมีกดา์จร(Nาใชก2้ปOนุ๋ย)ั้นไเจนกะโิดเตรขริ่มึ้นเมจในีคนพ่าล(้นื Nดท2ล)ี่ปงใรนิมไพปาณจ้ืนนทมถ่ีเาพึงกเื่อดแกือลานะร
ธันวาคม และเริ่มกลับมาสูงอีกคร้ังในเดือนมิถุนายน 2563 เน่ืองจากได้รับอิทธิพลของน้�ำฝนซึ่งจะท�ำให้เกิดการชะล้างปุ๋ยไนโตรเจนใน
พนื้ ที่ ทำ� ใหก้ ารปลดปลอ่ ยนอ้ ยลง สว่ นพน้ื ทปี่ า่ พรดุ ง้ั เดมิ และ พนื้ ทปี่ า่ เสมด็ ซง่ึ เปน็ พนื้ ทที่ ม่ี กี ารทบั ถมกนั ของเศษซากพชื เปน็ จำ� นวนมาก
การทบั ถมนท้ี ำ� ใหเ้ กิดการย่อยสลายโดยจูลนิ ทรยี ์ เกิดเป็นสารแอมโมเนยี เกิดขึ้น (NH4) เมือ่ รวมกบั น�ำ้ ทที่ ่วมขังในพ้นื ท่ีท�ำให้เกิดกระบวน
การไฮโดรไลต์ เกิดเป็นก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ซึ่งจะมีมากท่ีสุดในช่วงที่เป็นรอยต่อระหว่างช่วงท่ีแห้งกับช่วงที่มีน้�ำท่วมขังในพื้นท่ี
ดพังบเวช่า่นเพด้นื ือทนี่ปตาุ่ลพารคดุมัง้ เทด่ีพิมื้นในทแ่ีปต่า่ลเสะมเด็ดือมนีคท่ากเี่ กา็บรขปอ้ลมดูลปมลา่อรยะกย๊าะซเวไนลาตร9ัสเอดออื กนไซพดบ์ ว(Nา่ ม2Oีคว) าทม่ีสแูงตทกี่สตุด่างก(ภันาอพยทา่ ่ีงม51ีน)ยั สจ�ำาคกญักาทราวงิเสคถริตาิะ(หP์ท<าง0ส.0ถ5ิต)ิ
ส่วนพน้ื ทปี่ ่าเสมด็ (P = 0.345) และ พ้ืนทส่ี วนปาล์มน�้ำมัน (P = 0.669) ทีไ่ ม่มีความแตกต่างกันในระยะเวลา 9 เดือน และทัง้ 3 แปลง
มคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถติ ิ (P < 0.05) ในเดอื นธนั วาคม 2562 - เดอื นมถิ นุ ายน 2563 (ตารางท่ี 34) ขา้ งตน้ เมอื่ เปรยี บเทยี บ
ในรอบปี พบวา่ สวนปาลม์ นำ�้ มนั ปลอ่ ยกา๊ ซไนตรสั ออกไซดส์ งู ทส่ี ดุ เทา่ กบั 10.51 กโิ ลกรมั /เฮกตาร/์ ปี รองลงมา คอื พน้ื ทปี่ า่ เสมด็ เทา่ กบั
6.13 กิโลกรัม/เฮกตาร์/ปี และพ้ืนท่ีป่าพรุด้ังเดิม มีการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ต�่ำสุดเท่ากับ 1.75 กิโลกรัม/เฮกตาร์/ปี เนื่องจาก
สวนปาล์มนำ�้ มนั มีการใส่ปยุ๋ เคมีเพ่อื เร่งการเติบโตของปาลม์ นำ้� มัน

124 |

ภาพท่ี 50 กราฟแสดงค่าการปลดปลอ่ ยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ตั้งแต่ กรกฎาคม 62 – มถิ ุนายน 63



ตารางท่ี 34 การปล่อยกา๊ ซไนตรัสออกไซด์ (N2O) รายเดอื น ของพ้ืนท่ตี า่ ง ๆ ในพนื้ ทพ่ี รคุ วนเคร็ง

พ้นื ที่ การปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) (มิลลิกรมั /ตารางเมตร/ช่วั โมง) เฉลย่ี p-value
ก.ค ส.ค ก.ย ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ ม.ิ ย >0.05
ป่าพรดุ งั้ เดมิ 0.060 0.051 0.030 0.021 0.006 0.009 0.006 0.005 0.014 0.02 ± 0.345
0.02 0.669
ปา่ เสม็ด 0.060 0.105 0.210 0.240 0.009 0.003 0.009 0.017 0.004 0.07 ±
0.09
สวนปาลม์ น�้ำมัน 0.300 0.330 0.150 0.030 0.033 0.006 0.015 0.067 0.153 0.12 ±
p-value 0.475 0.498 0.518 0.458 0.158 >0.05 >0.05 >0.05 >0.05 0.12



| 125

5.4 การพฒั นานกั วิทยาศาสตร์รุ่นเยาวร์ ่วมกับสถาบนั การศกึ ษาในพน้ื ที่

5.4.1 พฒั นาทีมนกั วิจยั จากสถาบันการศกึ ษาในพน้ื ที่
หลักการส�ำคัญในการการตรวจวัดและติดตามปริมาณคาร์บอนในป่าพรุของโครงการมีความต้องการทีมนักวิจัยจากสถาบันการศึกษา
ในพ้ืนทใ่ี ห้เขา้ มามีสว่ นร่วมในวจิ ัยในลักษณะต่าง ๆ เช่น การแลกเปลยี่ นประสบการณ์ การใหข้ อ้ เสนอแนะงานวจิ ยั ตลอดจนการเข้ามา
ร่วมฝึกปฏิบัติในการวิจัย ดังน้ัน ในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ได้มีการเข้าไปหารือกับทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมี
ดร. สุธีระ ทองขาว และดร. สุขมุ า ชติ าภรณพ์ ันธุ์ ส�ำนักวชิ าวศิ วกรรมศาสตรแ์ ละทรัพยากร เปน็ ตวั แทนของทางทีมนักวิจัยจากสถาบนั
การศึกษาในพน้ื ท่ี มกี ารหารือในเร่ืองการตรวจวดั และติดตามปรมิ าณคารบ์ อนในป่าพรุ (ภาพที่ 51) โดยทางทีมวิจยั ในพน้ื ทมี่ คี วามสนใจ
ที่จะเข้ารว่ มงานวจิ ยั พร้อมทัง้ แลกเปลี่ยนข้อคดิ เหน็ ทงั้ ในเรือ่ งประเดน็ ต่าง ๆ เช่น ภาพถ่ายทางอากาศโดยใช้โดรน การใช้ภาพถา่ ยทาง
อากาศในการดูการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการประเมินการกักเก็บคาร์บอน การศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชน การใช้
ประโยชน์ของชุมชน และการปลูกฟน้ื ฟู
นอกจากน้ี ในวนั ท่ี 14 กรกฎาคม พ.ศ. พ.ศ. 2562 ทำ� การลงพนื้ ทเ่ี พอ่ื ศกึ ษาระบบการตดิ ตามปรมิ าณคารบ์ อนและแลกเปลยี่ นองคค์ วามรู้
ประสบการณ์ ในพน้ื ทสี่ าธติ ปา่ พรคุ นั ธลุ ี มกี ารพดู คยุ หารอื รว่ มกบั อาจารยจ์ ากมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี โดยมี ดร.ชนญั ชดิ า ทพิ ยญ์ าณ
และ ดร.วงษ์สิริ เรืองศรี ณ มูลนิธปิ ่า-ทะเลเพ่อื ชีวิต (ภาพท่ี 52) เน่ืองจากอาจารยท์ ้งั 2 ท่าน ได้ท�ำการศกึ ษาบริบทตา่ ง ๆ ของพรุคันธลุ ี
รว่ มกบั ชมุ ชนเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื ของปา่ พรคุ นั ธลุ ี โดยหารอื พดู คยุ ในประเดน็ การจดั การดแู ลพน้ื ทพ่ี รคุ นั ธลุ ขี องชมุ ชนในพน้ื ที่ การถา่ ยทอด
ความรใู้ นการดแู ลจัดการพื้นทจี่ ากรุ่นสู่รนุ่ การสร้างจิตส�ำนกึ ในชมุ ชนเพอื่ ใหเ้ ห็นคณุ คา่ ของป่าพรคุ ันธลุ ี และการกกั เก็บคาร์บอนในพน้ื ท่ี
ป่าพรคุ นั ธุลี เพื่อศกึ ษาเปรียบเทยี บและนำ� มาเพอ่ื เป็นแนวทางในการศึกษากบั พ้ืนทป่ี ่าพรุควนเคร็ง
ภาพท่ี 51 หารอื ความรว่ มมอื ในการวจิ ัยระหวา่ งทมี นักวจิ ัยจากมหาวิทยาลัยวลยั ลักษณ์ จงั หวัดนครศรีธรรมราช

126 |

ภาพที่ 52 หารอื กบั ทางทีมมหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี ณ มูลนธิ ิป่า-ทะเลเพื่อชีวติ

5.4.2 การพฒั นาอาสาสมัครวจิ ัยจากชมุ ชนในการตรวจวดั และติดตามปรมิ าณคารบ์ อน
หลกั การสำ� คญั ในการการตรวจวดั และตดิ ตามปรมิ าณคารบ์ อนในปา่ พรขุ องโครงการมคี วามตอ้ งการใหช้ มุ ชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในวจิ ยั ดงั นน้ั
ในการลงพนื้ ทจี่ งึ ไดม้ กี ารประสานกบั ชมุ ชนในพนื้ ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ เพอ่ื หาทมี อาสาสมคั รวจิ ยั จากชมุ ชนในการตรวจวดั และตดิ ตามปรมิ าณ
คารบ์ อนในปา่ ท�ำใหใ้ นวันท่ี 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ได้มกี ารจดั อบรมส�ำรวจตน้ ไมแ้ ละตรวจวัดการกักเกบ็ คาร์บอนในพนื้ ท่ีปา่ พรคุ วน
เครง็ ณ หนว่ ยพทิ กั ษป์ า่ ตน้ ไทร เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ บอ่ ลอ้ จงั หวดั นครศรธี รรมราช เพอ่ื ใหท้ มี อาสาสมคั รภายในชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการวจิ ยั
และสามารถตรวจวดั และติดตามปรมิ าณคารบ์ อนในปา่ พรุไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง โดยมีบรรยายการภาพรวมของกิจกรรม การใช้เทคโนโลยเี พือ่
หลกี เลยี่ งการเสอ่ื มโทรมของปา่ พรแุ ละฟน้ื ฟปู า่ พรทุ เี่ สอ่ื มโทรม การตรวจวดั ขอ้ มลู ภมู อิ ากาศและอทุ กวทิ ยา และการสำ� รวจตน้ ไมแ้ ละตรวจวดั
การกักเก็บคาร์บอนในพ้ืนท่ีป่าพรุควนเคร็ง โดยสอนการใช้เคร่ืองมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีใช้ในการตรวจวัด และได้รับความสนใจจาก
ชาวบา้ นภายในพนื้ ทอี่ ยา่ งมากมจี ำ� นวนผเู้ ขา้ รว่ มในการอบรมจำ� นวนทง้ั สน้ิ 32 คน จากจำ� นวน 4 หมบู่ า้ น ไดแ้ ก่ บา้ นควนเงนิ บา้ นไสขนนุ
บา้ นหวั ถนน บ้านควนเคร็ง และหนว่ ยงานราชการ 2 แห่ง ไดแ้ ก่ ศนู ยส์ ง่ เสรมิ และพฒั นาปา่ ไม้ และเขตห้ามล่าสตั วป์ า่ บอ่ ล้อ นอกจากน้ี
ยงั มีการฝกึ ปฏิบัตภิ าคสนาม เพ่อื ให้ชาวบ้านเข้าใจและสามารถปฏิบัตใิ นพ้นื ท่ไี ดจ้ ริง (ภาพท่ี 53) และสามารถจดั ตั้งทมี อาสาสมัครวจิ ยั
จากชมุ ชนในการตรวจวัดและติดตามปริมาณคารบ์ อนในปา่ พรุ

| 127

ภาพท่ี 53 การจดั อบรมการสำ� รวจตน้ ไมแ้ ละการตรวจวัดการกักเก็บคาร์บอนในพื้นทปี่ า่ พรคุ วนเครง็

5.4.3 การฝกึ อบรมเยาวชนเร่ืองการตรวจวัด การประเมินคาร์บอนเบ้อื งตน้ ส�ำหรับพื้นทป่ี า่ พรุ
จดั กจิ กรรมคา่ ยเยาวชน “สำ� รวจปา่ ...สบื หาคารบ์ อนในปา่ พรคุ วนเครง็ ” วนั ที่ 6-7 ธนั วาคม พ.ศ.2562 ณ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ บอ่ ลอ้ ตำ� บล
สวนหลวง อำ� เภอเฉลิมพระเกยี รติ จงั หวดั นครศรีธรรมราช เพ่อื ใหเ้ ยาวชนในพ้นื ทพี่ รคุ วนเคร็งมีจติ สำ� นึก และเลง็ เห็นความสำ� คญั ของ
ป่าพรุและป่าไม้ เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนท่ีส�ำคัญของประเทศท่ีควรค่าแก่การอนุรักษ์ โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมท้ังส้ิน 39 คน
จาก 7 โรงเรยี น ไดแ้ ก่ โรงเรยี นชะอวดวิทยาคาร โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรม โรงเรียนทางพูนวิทยาคาร โรงเรียนแหลมราษฎร์บํารงุ และ
โรงเรยี นเฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทร์ นครศรธี รรมราช โรงเรยี นบา้ นควนเงิน จำ� นวนโรงเรยี นละ 5 คน และโรงเรยี นชะอวด
จ�ำนวน 9 คน โดยมีการบรรยายความส�ำคัญของพ้ืนที่ป่าไม้และพื้นที่พรุต่อการลดโลกร้อน การจัดการดูแลป่าเพื่อควบคุมการเกิด
ไฟป่าในพ้ืนท่ีพรุ วิธีการตรวจวัดและประเมินการกักเก็บคาร์บอนในพ้ืนพรุ และมีลงมือปฏิบัติเพ่ือท�ำการตรวจวัดการกักเก็บคาร์บอน
ในมวลชวี ภาพ (ภาพท่ี 54) โดยทางเยาวชนและคณุ ครใู หค้ วามสนใจ และเปน็ ความรใู้ หมท่ สี่ ามารถนำ� ไปพฒั นาตอ่ ยอดในการเรยี นการสอน
ในกลมุ่ สาระวิชาต่าง ๆ เชน่ กลุ่มสาระวทิ ยาศาสตร์ ในการกักเก็บคาร์บอนของตน้ ไม้และป่าไม้ เปน็ ต้น

128 |

ภาพที่ 54 กจิ กรรมคา่ ยเยาวชน “สำ� รวจปา่ ...สบื หาคารบ์ อนในป่าพรคุ วนเคร็ง”

| 129

5.5 การศกึ ษาบทเรียนการติดตามปรมิ าณคารบ์ อนในพ้นื ทสี่ าธิตป่าพรุคนั ธุลี

5.5.1 ความเป็นมาของพรคุ นั ธลุ ี
“ปา่ พรุคนั ธลุ ”ี เปน็ พน้ื ทช่ี ุม่ น�้ำท่ีส�ำคญั แหง่ หนึ่งของประเทศ ตง้ั อยทู่ ่ี ต.คันธลุ ี อ.ทา่ ชนะ จ.สรุ าษฎรธ์ านี มพี ้นื ทป่ี ระมาณ 875 ไร่ เดมิ เป็น
ปา่ พรทุ ม่ี คี วามอุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศของพนื้ ท่ชี ุม่ น้�ำ ตอ่ มาเมอื่ ปี พ.ศ. 2525 เกดิ ภัยแล้งติดตอ่ กนั เปน็ เวลานานหลายเดือนท�ำใหเ้ กิด
ไฟปา่ เผาไหมป้ า่ พรเุ กอื บรอ้ ยละ 50 ของพนื้ ท่ี หลงั จากนนั้ มชี มุ ชนเขา้ มาจบั จองพน้ื ทเ่ี พอ่ื ทำ� การเกษตรระยะหนง่ึ จนดนิ ในพนื้ ทป่ี า่ พรหุ มด
ความอุดมสมบูรณ์แล้วจึงปล่อยให้พื้นท่ีท้ิงร้าง และปล่อยให้ฟื้นตัวกลับคืนสภาพเป็นป่าท่ีมีความสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นถิ่นท่ีอยู่อาศัยของ
พืชทอ้ งถนิ่ พืชสมนุ ไพร และสตั ว์ป่า และสัตว์น้�ำหลายชนดิ โดยชาวชมุ ชนอาศยั จับสัตว์ป่าจ�ำพวก นก ลงิ กงั ต่อ และตีผงึ้ จบั ปลา และ
เกบ็ พชื พรรณพวกหลมุ พี เหด็ และพชื สมนุ ไพร ทง้ั ทใี่ ชบ้ รโิ ภคในครวั เรอื น และเพอื่ ขายไดต้ ลอดทง้ั ปี อกี ทงั้ เปน็ แหลง่ นำ้� อปุ โภคบรโิ ภคของ
ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ และทำ� เกษตรกรรม อยา่ งไรกต็ าม ยงั มกี ารบกุ รกุ พน้ื ทป่ี า่ พรเุ พอ่ื ทำ� ประโยชนใ์ นการประกอบอาชพี เพอื่ ใชป้ ลกู ปาลม์ นำ�้ มนั
และท�ำให้ระบบนิเวศของป่าพรุคันธุลีถูกคุกคามมากขึ้น และในปี พ.ศ. 2541 ได้มีการเดินส�ำรวจรังวัด และออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับ
ทีห่ ลวง เลขที่ สฎ 0299 ลงวนั ที่ 13 กนั ยายน พ.ศ. 2543 เน้ือที่ จำ� นวน 391 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา ต่อมา ปี พ.ศ. 2552 ไดม้ มี ติ
คณะรฐั มนตรี เรอ่ื งทบทวนมติคณะรัฐมนตรี วนั ท่ี 1 สิงหาคม 2543 เรือ่ งทะเบยี นรายนามพืน้ ท่ชี ุ่มนำ�้ ท่ีมคี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาติ
และระดบั ชาติของประเทศไทย และมาตรการอนุรกั ษพ์ ้ืนทชี่ ุ่มน�้ำ ลงวนั ที่ 11 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2552 ให้ปา่ พรุคนั ธลุ ีเปน็ พนื้ ท่ีช่มุ นำ้�
ที่มีความส�ำคัญระดับนานาชาติ และพ้ืนที่ชุ่มน�้ำที่มีความจ�ำเป็นเร่งด่วนต้องได้รับการศึกษาส�ำรวจ โดยป่าพรุคันธุลี เป็นที่ดินอันเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตามหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง เลขที่ สฎ 0299 ดังกล่าว
และในปัจจบุ ันพนื้ ทปี่ ่าพรุคนั ธลุ มี พี ้ืนท่ีทั้งสนิ้ 421 ไร่ 28 ตารางวา
5.5.2 กระบวนการศึกษา
5.5.2.1 การทบทวนเอกสาร
ปา่ พรคุ นั ธลุ มี ลี กั ษณะเปน็ แอง่ กระทะวางตวั ลาดเอยี งในแนวทศิ เหนอื ใต้ หา่ งจากชายฝง่ั ทะเลอา่ วไทยราว 4 กโิ ลเมตร ความสงู ของพนื้ ทรี่ อบ
ปา่ พรอุ ยรู่ ะหวา่ ง 10-18 เมตร จากระดบั นำ�้ ทะเลปานกลาง ลาดเอยี งสใู่ จกลางปา่ พรทุ มี่ คี วามสงู ราว 1 เมตร จากระดบั นำ้� ทะเลปานกลาง
ภมู ิทัศนท์ างกายภาพทเี่ ด่นชดั บริเวณชายป่าพรุทางทิศเหนอื คอื เขาชวาลา ซ่งึ เปน็ ภูเขาหินปูนขอบป่าพรุ ดา้ นทศิ ใต้ คือ เขาเตะ๊ ด้าน
ตะวันตกของปา่ พรุเป็นพ้ืนทล่ี อนลาด ลกั ษณะเช่นนท้ี �ำใหน้ ้�ำไหลจากบริเวณโดยรอบลงมารวมกนั ในพรุ มคี ลองดวดซึง่ เป็นล�ำคลองเล็กๆ
ดา้ นทิศตะวันออกเฉียงเหนอื เป็นทางระบายนำ้� ไหลลงทะเลอา่ วไทย โดยขอบเขตทางธรรมชาตขิ องป่าพรุแบ่งออกเปน็ 3 เขต คือ
เขตปา่ พรุ เป็นพืน้ ที่สาธารณประโยชน์ ไมม่ กี ารถือครองทดี่ ินใดๆ มเี นือ้ ทีร่ วมกนั ประมาณ 875 ไร่ อย่ใู นเขตหมู่บ้านแหลมดิน หมู่ท่ี 5
และบ้านเขาชวาลา หมู่ที่ 7 ตำ� บลคันธลุ ี อ�ำเภอท่าชนะ จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี
บรเิ วณรอบพรุ เปน็ พนื้ ทท่ี ี่ชาวชมุ ชนถอื ครอง ทั้งโดยถกู ตอ้ งตามกฎหมายและผิดกฎหมาย ในการเขา้ ถอื ครองมที ้ังการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ
และการปล่อยท้งิ รา้ ง โดยไมม่ กี ารใช้ประโยชน์เนื้อทีร่ วมกนั ประมาณ 4,030 ไร่
เขตพื้นท่ตี อ่ เน่อื งกบั ระบบนิเวศป่าพรุ คือ บริเวณเขาเตะ๊ ซงึ่ อยทู่ างดา้ นทิศใต้ และเขาชวาลา ซง่ึ เปน็ เขาโดดทางทศิ ตะวันออกเฉยี งเหนือ
ของป่าพรุคันธุลี
ลกั ษณะทางปฐพวี ทิ ยาของพน้ื ทป่ี า่ พรคุ นั ธลุ ี และบรเิ วณโดยรอบมคี วามสมั พนั ธแ์ ละมลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั อยา่ งมาก กลา่ วคอื มสี ภาพพน้ื ที่
แบนราบถึงค่อนขา้ งราบเรยี บ เปน็ ดนิ ลึก พืน้ ทท่ี ่ีมคี วามลาดชนั แตกต่างกนั บา้ ง สามารถพบไดบ้ ริเวณเขาเต๊ะ และทางทิศตะวนั ตกของ
ฝ่งั ถนนสายเอเชียตรงข้ามกบั พรคุ นั ธลุ ซี ่งึ มีสภาพพ้นื ทีเ่ ป็นแบบลกู คล่นื ลอนลาด

130 |

จากการส�ำรวจสถานภาพ ชนิด และความหนาแน่นของพืชในป่าพรุคันธุลีและพ้ืนที่โดยรอบ พบว่ามีพรรณพืชท้ังหมด 36 ชนิด พืชท่ี
ปรากฏเจริญเตบิ โตอย่ภู ายในป่าพรจุ ะมีการปรับปรงุ ระบบของรากพืชให้แผ่กวา้ ง ชว่ ยเสรมิ ในการยดึ พนื้ ชพู ยุงต้น หรือมีรากแบบค้�ำยนั
มีรากช่วยหายใจโผลพ่ ้นเหนือดินเหนอื ระดบั นำ�้ พรรณพชื ทม่ี ีในปา่ พรุคนั ธุลีแบง่ ตามระดบั ความสงู เปน็ 3 ระดบั

1) ระดับช้นั บน พืชในกล่มุ น้เี ปน็ พืชยืนต้น ความสงู 25-35 เมตร เสน้ ผ่านศนู ย์กลางลำ� ต้นต้งั แต่ 20-75 เซนตเิ มตร (ล�ำต้นท่ี
ระดบั 3 เมตรจากพนื้ ดนิ ) เปน็ พชื ทม่ี อี ายรุ าว 40 ปี จดั เปน็ พชื ทเ่ี ตบิ โตมาจากลกู ไมข้ องพนั ธพ์ุ ชื เดมิ ของปา่ พรแุ หง่ นี้ จำ� นวนตน้
ของพชื ในกลมุ่ นเี้ ฉลยี่ ประมาณรอ้ ยละ 12 ของพน้ื ท่ี เชน่ กะออก (Artocarpus elasticus) หยู าน (Bhesa indica) สา้ นใหญ่
(Dillenia obobata) หว้าหิน (Eugenia claviflora) ขวาดหรือขใ้ี ต้ (E. longiflora) เป็นต้น

2) ระดับช้ันกลาง พืชท่ีอยู่ในกลุ่มน้ีส่วนใหญ่เป็นพืชในวงศ์ปาล์ม และพืชเลื้อยเกาะอาศัย จัดเป็นกลุ่มพืชที่มีจ�ำนวนต้นสูงมาก
ภายในปา่ พรุ เฉลยี่ ถงึ รอ้ ยละ 35 ของพน้ื ที่ เชน่ หวายสะเดานำ�้ (Korthalsia grandis) กะพอ้ (Licuala paludosa) หวายลงิ
(Flagellaria indica) หลมุ พี (Eleiodoxa conferta) เปน็ ตน้

3) ระดบั ลา่ ง พชื ในกลมุ่ นม้ี กั จะเปน็ พชื ใบใหญแ่ ละกกบางชนดิ เนอื่ งจากปรมิ าณแสงทลี่ อดผา่ นลงเปน็ ตวั กำ� หนดแหลง่ กระจายพนั ธ์ุ
เฉลย่ี จำ� นวนตน้ มปี ระมาณรอ้ ยละ 5 เชน่ กงหรอื ปรง (Hanguana malayana) โครงเครงขนี้ ก (Melastoma malabathicum)
เปน็ ต้น

ในอดตี ป่าพรคุ นั ธุลีมคี วามอุดมสมบูรณ์สงู นอกจากพันธพ์ุ ืช แลว้ ยงั พบพันธป์ุ ลา สัตวน์ �้ำ และสตั ว์ปา่ อ่นื ๆ ต่อมาเกดิ ความแห้งแล้งและ
ไฟไหมป้ า่ ตลอดจนมีการเขา้ ไปใช้ประโยชน์จากไม้ และเปลี่ยนแปลงเปน็ พ้ืนท่เี กษตรกรรม ป่าพรุคนั ธลุ ีท่ีมคี วามอุดมสมบรู ณ์ในปจั จบุ นั
คือ ป่าพรทุ ี่ฟน้ื คนื สภาพเดิมเมอื่ 40 ปที ่ีผา่ นมาและมกี ารดแู ลรักษาโดยชมุ ชนทต่ี ั้งอยรู่ อบพรุ

| 131

5.5.2.2 การศึกษาในพ้ืนทแ่ี ละสมั ภาษณ์ชมุ ชนท่ีเก่ยี วข้อง
ทำ� การลงพ้นื ท่ีในวันท่ี 15 กรกฎาคม 2562 เพือ่ พูดคุยหารือรว่ มกับองค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บล (อบต.) และแกนนำ� ชมุ ชนในการดแู ลพนื้ ที่
ปา่ พรคุ นั ธลุ ี (ภาพท่ี 55) ประเดน็ บทบาทของพนื้ ทป่ี า่ พรตุ อ่ การเปน็ แหลง่ กกั เกบ็ คารบ์ อน สถานภาพปจั จบุ นั ความหลากหลายทางชวี ภาพ
การป้องกันรักษาพื้นที่ และการบริหารจัดการเพ่ือการเก็บคาร์บอนของพื้นที่พรุคันธุลีโดยชุมชนส่วนร่วม เป็นต้น โดยพื้นที่พรุคันธุลี
ประสบปัญหาเดียวกับพ้ืนท่ีพรุควนเคร็ง คือ ถูกบุกรุกจากชุมชนในพ้ืนท่ีเพ่ือเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินไปเป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม
จึงท�ำใหเ้ กดิ การทวงคนื พ้ืน ทำ� ใหป้ ัจจุบนั มพี น้ื ทป่ี า่ พรุจ�ำนวน 421 ไร่ 28 ตารางวา หลังจากนั้นเพื่อปอ้ งกันการบกุ รุกพ้ืนทีท่ างองค์การ
บรหิ ารสว่ นต�ำบล (อบต.) จึงทำ� การขุดร่องน�้ำเพือ่ เป็นการแบ่งแนวเขตทช่ี ดั เจนของป่าพรุ และปอ้ งกันการบุกรกุ พนื้ ที่ แตก่ ลบั พบปัญหา
ทำ� ใหน้ ำ�้ ในปา่ พรไุ หลออกสรู่ อ่ งนำ�้ โดยทางองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล (อบต.) เนน้ สง่ เสรมิ ใหพ้ นื้ ทเ่ี ปน็ แหลง่ เรยี นรใู้ หแ้ กเ่ ยาวชนในสถานศกึ ษา
โดยรอบ และมีการจดั การดูแลรกั ษาพน้ื ทีเ่ พ่อื ให้พืน้ ทีป่ า่ พรคุ งอยู่ และเนน้ ด้านความหลากหลายทางชวี ภาพในพ้นื ท่ี โดยไม่ทราบถึงการ
บรหิ ารจัดการป่าพรุเพื่อการเก็บคารบ์ อน
ภาพที่ 55 หารือพูดคยุ กับทางองค์การบริหารส่วนต�ำบล (อบต.) และทมี แกนน�ำชมุ ชน

132 |

5.5.3 การถอดบทเรียนการตดิ ตามปริมาณคาร์บอนในพื้นทีส่ าธิตปา่ พรคุ นั ธลุ ี
5.5.3.1 สถานภาพปจั จุบนั ของพรุคนั ธลุ ี
สถานภาพทางนิเวศวิทยาของพื้นท่ีป่าพรุคันธุลีในปัจจุบันนั้นพบว่า พื้นที่มีการทรุดโทรมลงจากการถูกไฟไหม้ และบุกรุกพื้นที่ ทั้งยังมี
ปริมาณนำ�้ ในพนื้ ที่ป่าพรุลดลง เน่อื งจากมีการขดุ รอ่ งน้�ำเพื่อทำ� แนวแบ่งเขตพน้ื ทเ่ี พื่อป้องกนั การบุกรกุ พืน้ ทำ� การเกษตร และปลกู ปาลม์
นำ้� มนั โดยพนื้ ท่ีปา่ พรคุ ันธุลีนัน้ มกี ารเตบิ โตของพรรณไมแ้ ละการกระจายพันธ์ุของพรรณไมเ้ ป็นขอบเขตพืน้ ที่อย่างชดั เจน ดังน้ี
พนื้ ทปี่ า่ พรสุ มบรู ณ์ เมอื่ เขา้ มาในพนื้ ทบ่ี รเิ วณนจ้ี ะพบตน้ ไมข้ นาดสงู ใหญแ่ ละมเี รอื นยอดทห่ี นาแนน่ ซงึ่ เปน็ สว่ นทย่ี งั อดุ มสมบรู ณ์ เนอื่ งจาก
บรเิ วณดังกล่าวไมไ่ ดถ้ กู ไฟไหมใ้ นปี พ.ศ. 2525 และไมถ่ ูกบุกรุกเพอื่ ท�ำการเกษตรโดยตน้ ไมม้ ีความสูงถึง 25-35 เมตร เป็นพชื ทีเ่ ตบิ โต
มาจากลกู ไมข้ องพนั ธพ์ุ ชื เดมิ ของปา่ พรแุ หง่ นี้ เชน่ กะออก (Artocarpus elasticus) หยู าน (Bhesa indica) สา้ นใหญ่ (Dillenia obobata)
หวา้ หิน (Eugenia claviflora) ขวาดหรอื ขี้ใต้ (E. longiflora) เปน็ ต้น และไมพ้ ้ืนลา่ ง เชน่ หลมุ พี (Eleiodoxa conferta) กงหรอื ปรง
(Hanguana malayana) เป็นตน้ (ภาพที่ 56)
ภาพท่ี 56 พน้ื ทป่ี ่าพรุสมบรู ณข์ องพรคุ นั ธลุ ี

| 133

พน้ื ทปี่ า่ พรถุ กู ไฟไหม้ พืน้ ที่ในบรเิ วณนเี้ ดมิ เคยเกดิ ไฟไหม้ในปี พ.ศ. 2525 ท�ำให้ไมต้ น้ และไม้พน้ื ล่างบางสว่ นตาย โดยจะพบว่าพ้ืนทย่ี งั คง
มไี มใ้ หญข่ นาดสงู ใหญเ่ ชน่ เดยี วกบั บรเิ วณปา่ พรสุ มบรู ณ์ แตก่ ลบั พบวา่ พรรณไมม้ คี วามหนาแนน่ และชอ่ งวา่ งระหวา่ งเรอื นยอดของตน้ ไม้
นอ้ ยกวา่ พนื้ ทป่ี า่ พรสุ มบรู ณ์ เนอื่ งจากพรรณไมบ้ างสว่ นเปน็ พรรณไมท้ ฟี่ น้ื ตวั จากการไฟไหม้ ซง่ึ เรอื นยอดชนั้ บนและชน้ั ลา่ งประกอบไปดว้ ย
พรรณไม้ชนิดเดียวกับพ้นื ที่ปา่ พรสุ มบรู ณ์ ตอ่ มาจะพบกล่มุ ของหลมุ พี (Eleiodoxa conferta) ขึน้ อย่างหนาแน่น และถดั มาจะพบพน้ื ท่ี
ทม่ี กี ารเจริญทดแทนของพรรณไม้หลังจากการเกิดไฟไหมเ้ ป็นกลมุ่ ของชะมวงกวาง (Ploiarium alternifolium) ข้ึนเจริญทดแทนอยา่ ง
หนาแนน่ (ภาพท่ี 57) เนอ่ื งจากชะมวงกวางจะขน้ึ ตามปา่ เสมด็ ในท่ีลมุ่ น้ำ� ขังและในปา่ พรนุ ำ้� จดื ที่มดี ินปนทราย ดินปนกรวด แตบ่ างคร้ัง
จะพบไดใ้ นปา่ ดบิ ชน้ื ทีม่ รี ะดบั ความสงู ไมเ่ กิน 100 เมตร
ภาพที่ 57 พน้ื ท่ีป่าพรถุ ูกไฟไหม้ (บน) หลุมพี (ลา่ งซา้ ย) และชะมวงกวาง (ล่างขวา)

134 |

พน้ื ที่ป่าพรุถกู บกุ รุกและรกรา้ ง พน้ื ท่ีบรเิ วณนจ้ี ะพบรอ่ งรอยของพนื้ ทท่ี ีเ่ คยถูกบุกรุกเพ่อื ปลกู ปาลม์ น้�ำมนั โดยจะพบเหน็ ตน้ ปาลม์ น�ำ้ มนั
เปน็ แถวเป็นแนว และร่องนำ�้ ทย่ี กรอ่ งเพ่อื ทำ� การปลกู ปาลม์ นำ้� มัน นอกจากน้ยี งั พบกลมุ่ ของเฟริ ์น และโครงเครงขนี้ กขึ้นอย่างหนาแน่น
ท�ำให้ไม้อ่ืนไม่สามารถเจริญทดแทนได้ ถัดมาเป็นกลุ่มของป่าเสม็ดข้ึนอย่างหนาแน่น เน่ืองจากพื้นที่น้ีถูกไฟไหม้ซ้�ำซากจากเกษตรกร
บกุ รกุ พนื้ ทเี่ พอื่ ทำ� เกษตร หลงั จากการทวงคนื พน้ื ทที่ ำ� ใหพ้ น้ื ทดี่ งั กลา่ วไมม่ กี ารรบกวนจงึ มกี ลมุ่ ของปา่ เสมด็ ขนึ้ อยา่ งหนาแนน่ ขณะทพี่ น้ื ท่ี
รอบนอกสุดถัดจากพื้นที่เสม็ดซ่ึงติดกับบริเวณสวนปาล์มน�้ำมันชาวบ้านจะพบกระถินเทพาขนาดสูงใหญ่ เน่ืองจากมีการปลูกพรรณไม้
ฟนื้ ฟพู ้นื ที่เดิมทถ่ี กู บุกรก โดยมีการปลูกพรรณไม้พ้นื เมืองหลายชนดิ แต่กไ็ ม่สามารถเจรญิ ทดแทนได้ มเี พียงกระถนิ เทพาที่สามารถเจริญ
เตบิ โตได้ เน่ืองจากไม้พน้ื ลา่ ง เช่น เฟริ น์ และโครงเครงข้นี ก ขึน้ อยา่ งหนาแน่น (ภาพที่ 58)

ภาพท่ี 58 พน้ื ทที่ ป่ี ลกู ปาลม์ นำ�้ มนั (บนซา้ ย และบนกลาง) พนื้ ทร่ี กรา้ ง (บนขวา และลา่ งซา้ ย) ปา่ เสมด็ (ลา่ งกลาง) ฟน้ื ทป่ี ลกู พนื้ ฟู (ลา่ งขวา)

| 135

5.5.3.2 กลไกการบริหารจดั การพรุคนั ธลุ ี
ปา่ พรคุ นั ธลุ อี ยใู่ นการดแู ลรกั ษาของอำ� เภอทา่ ชนะ รว่ มกบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลคนั ธลุ ี ตามนยั มาตรา 122 แหง่ พระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะ
ปกครองทอ้ งที่ พทุ ธศกั ราช 2457 แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครองทอ้ งที่ (ฉบบั ที่ 11) พ.ศ.2551 ประกอบความตามขอ้
6 และ 7 แหง่ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการดแู ลรกั ษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทด่ี นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ สำ� หรบั พลเมอื ง
ใช้ร่วมกัน พ.ศ.2553 โดยองค์การบริหารสว่ นต�ำบล (อบต.) เปน็ แกนนำ� หลกั ในการจัดการดูแลพื้นท่ีปา่ พรคุ ันธลุ ี ซง่ึ จะท�ำการดูแลรกั ษา
อนุรกั ษ์พ้ืนท่ีปา่ พรุ โดยมีการจดั สรา้ งฝ่ายชะลอน�ำ้ จำ� นวน 2 แห่ง บริเวณรอบป่าพรุ ซ่ึงไดร้ บั ความร่วมกบั ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ชุมพร)
เพ่ือให้น�้ำจากการสร้างฝ่ายชะลอน�้ำน้ีช่วยกักเก็บน�้ำเข้าไปในพ้ืนท่ีป่าพรุ และยังให้เกษตรกรโดยรอบน�้ำไปใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย มีการ
จา้ งเหมาคนงานเพ่ือเขา้ มาดแู ลท�ำความสะอาดพ้นื ที่ การเสนอของบประมาณจากทางองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดสุราษฎ์ธานี (อบจ.สฎ.)
เพ่ือจัดสร้างหอชมวิวป่าพรุคันธุลีในปี พ.ศ. 2549 และทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 2 กิโลเมตร ในปีพ.ศ. 2559 เพื่อให้พื้นท่ี
ป่าพรุคันธุลี เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี เพื่อบริการนักสำ� รวจ นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ศึกษาดูงาน แหล่งศึกษาเรียนรู้ และ
แลกเปลี่ยนความรู้ และในอนาคตมีในการเสนอของบประมาณเพื่อจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้เพิ่มเติม และท�ำท่ีพักเพื่อเป็นเรียนรู้ศึกษา
ธรรมชาติปา่ พรุอยา่ งใกลช้ ดิ นอกจากนี้มกี ารร่วมมอื จากสถานศึกษาบรเิ วณใกล้เคียง ได้แก่ โรงเรยี นจากอ�ำเภอละแม มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้
จงั หวดั ชมุ พร และโรงเรยี นจากอำ� เภอทา่ ชนะ จงั หวดั สรุ าษฎธ์ านี ในทกุ ปมี นี กั เรยี นในพนื้ ทใี่ กลเ้ คยี งเขา้ มาจดั กจิ กรรมอนรุ กั ษพ์ นื้ ทป่ี า่ พรุ เชน่
การทำ� ความสะอาดบรเิ วณป่าพรุ
5.5.3.3 ประเดน็ ปญั หาในการจัดการ
จากการประชุมร่วมกบั กบั ทางองค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บล (อบต.) และแกนน�ำชุมชนทีด่ ูแลพ้นื ที่ ท�ำให้ทราบถงึ ปัญหาของพื้นทพ่ี รุคนั ธุลี
ได้แก่ 1) ปัญหาของน�้ำในพ้ืนที่ป่าพรุลดลง เน่ืองจากการขุดร่องน�้ำเพื่อท�ำแนวแบ่งเขตพื้นที่ และป้องกันการบุกรุกพื้นท่ี 2) ศูนย์การ
เรียนรู้ป่าพรุคันธุลไี มม่ สี ่อื การเรียนรู้ ข้อมูล และการส่ือความหมาย เพื่อถา่ ยทอดความรูต้ อ่ ผ้เู ข้ามาเย่ียมชม และศึกษาเส้นทางธรรมชาติ
3) ไม่มีการสืบทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เนื่องจากปราชญ์ชาวบ้านท่ีมีความรู้ ไม่รู้วิธีการในการถ่ายทอดความรู้ให้รุ่นต่อไป ท�ำให้รุ่น
ต่อไปอาจไม่เห็นความส�ำคัญ และป่าพรุอาจจะหายไปได้ในอนาคต 4) ทางองค์การบริหารส่วนต�ำบล (อบต.) มีการท�ำกิจกรรมกับ
สถานศึกษาในพืน้ ที่โดยรอบ แตไ่ มม่ กี ารกระจายขา่ วสาร หรอื เชญิ ชวนหน่วยงานอน่ื ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ งมาจัดกิจกรรมในพ้นื ท่ี 5) ชุมชนโดย
รอบมกี ารอนรุ ักษ์ปา่ แตก่ ลับไม่มีการใช้ผลผลิตจากป่า หรอื ประโยชนจ์ ากป่า เพราะกลัวพนั ธ์พุ ชื หรือสตั วท์ ่ีมีสญู หายไป ทำ� ให้ชมุ ชนโดย
รอบท่ัวไปไม่เหน็ ความสำ� คัญ และไมซ่ มึ ซบั ในการอนรุ ักษพ์ น้ื ทจ่ี รงิ ๆ
5.5.3.4 แนวทางในการพฒั นา
ในการบริหารจัดการควรก�ำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนและจัดล�ำดับความส�ำคัญเพื่อตอบสนองประเด็นปัญหาที่เกิดข้ึน และควรต้องมี
การบูรณาการระหว่างหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ที่ผ่านมาปัญหาส�ำคัญในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินโดยการขุดร่องน้�ำเพื่อท�ำแนวแบ่ง
เขตพืน้ ท่ี และปอ้ งกันการบุกรุกพื้นท่ี จงึ ทำ� น้ำ� ในพ้นื ท่ปี า่ พรุลดลง เน่อื งจากพน้ื ท่เี ป็นท่ีลาดเท ก่อให้เกิดปัญหาใหม่ทางด้านนิเวศวิทยา
ของปา่ พรุ ก่อใหเ้ กิดการสูญเสยี ระบบนเิ วศ และความหลากหลายทางชีวภาพ
การพฒั นาศูนยก์ ารเรียนรูป้ า่ พรุคนั ธลุ ีใหส้ ื่อการเรยี นรู้ ขอ้ มูล และการสื่อความหมาย เพอ่ื ถ่ายทอดความร้ตู ่อผู้เขา้ มาเยยี่ มชม และศกึ ษา
เสน้ ทางธรรมชาติ และที่สำ� คญั ควรใชศ้ ูนยก์ ารเรยี นรู้ป่าพรคุ นั ธุลีเพ่อื สร้างความรู้ ความเข้าใจ ถงึ ความส�ำคัญของป่าพรุคันธุลี ทัง้ ในดา้ น
นิเวศวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพ และบทบาทในการกักเก็บคาร์บอน ให้แกช่ มุ ชนที่อยโู่ ดยรอบ ตลอดจนพฒั นาการใชป้ ระโยชน์
จากของปา่ ในพรคุ ันธุลี เพ่อื ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ละความเป็นอยู่ทด่ี ขึน้ ของชุมชน
สดุ ทา้ ยควรจดั กจิ กรรมประชาสมั พนั ธ์ และสรา้ งกระบวนการมสี ว่ นรว่ มแกเ่ ยาวชน เพอื่ ใหเ้ กดิ การสบื ทอดองคค์ วามรจู้ ากปราชญช์ าวบา้ น
ท่มี ีความรู้ส่รู ุน่ เยาวชนใหเ้ กดิ ความตอ่ เนอื่ ง

136 |

5.6 การสรา้ งและพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู สำ� หรบั การตรวจวดั ปริมาณการกกั เก็บคาร์บอน

5.6.1 ระบบฐานขอ้ มูลส�ำหรบั การตรวจวดั ปริมาณการกกั เกบ็ คาร์บอนในพนื้ ที่พรคุ วนเคร็ง
การสรา้ งและพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู สำ� หรบั การตรวจวดั ปรมิ าณการกกั เกบ็ คารบ์ อนดำ� เนนิ การจดั จา้ งผพู้ ฒั นาระบบฐานขอ้ มลู แลว้ เสรจ็
ไดแ้ ก่ ดร.ชาคริต ณ ตะกั่วทุ่ง อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ โดยแสดงถึงข้อมูลพรรณไม้
ของไมต้ น้ (tree) ไมร้ ุ่น (sapling) และลูกไม้ (seedling) การกักเกบ็ คารบ์ อนในมวลชีวภาพ พกิ ดั ของพ้ืนทศี่ ึกษาแปลงตัวอย่างถาวรท้ัง
3 แห่ง เพ่ือให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาศึกษาข้อมูลการกักเก็บในพื้นที่ได้ อีกท้ังได้มีการจัดท�ำฐานข้อมูลท่ีประกอบด้วยข้อมูลชื่อวงศ์
ชนดิ พชื แปลงตวั อยา่ ง ขอ้ มลู รายตน้ ผใู้ ช้ และบนั ทกึ การใชง้ าน โดยเกบ็ ขอ้ มลู ทงั้ หมดไวบ้ นพน้ื ทเี่ กบ็ ขอ้ มลู ออนไลน์ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านสามารถ
เข้าถงึ ไดผ้ า่ นเวบ็ http://thailandia.tk/pkk ระบบสามารถค�ำนวณปริมาณการกกั เกบ็ คารบ์ อนของพนื้ ทป่ี ่าพรคุ วนเคร็ง แสดงต�ำแหน่ง
ในแผนทภี่ าพถา่ ยดาวเทยี มจากพกิ ดั ภมู ศิ าสตรข์ องแปลงตวั อยา่ ง และขอ้ มลู พชื พรรณของแปลงตวั อยา่ งถาวรพรอ้ มภาพประกอบ มรี ะบบ
การจัดการฐานข้อมลู ซงึ่ เจ้าหนา้ ทีโ่ ครงการฯ สามารถเขา้ ไปใชใ้ นการเพม่ิ และปรับปรุงข้อมลู ได้ และระบบฐานข้อมูลน้จี ะน�ำไปเชอื่ มต่อ
กับเวบไซต์ของโครงการในอนาคต อีกท้ังหน่วยงานท่ีรับผิดชอบสามารถอัพเดทข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งในปี
ตอ่ ๆ ไปได้ เพอื่ เป็นแหล่งข้อมลู ท่แี สดงถงึ สถานภาพการกักเกบ็ คาร์บอนของพรคุ วนเครง็ (ภาพท่ี 59)

| 137

ภาพที่ 59 ระบบฐานขอ้ มลู สำ� หรบั การตรวจวดั ปริมาณการกกั เก็บคาร์บอนในพ้นื ที่ปา่ พรคุ วนเครง็

138 |

5.6.2 แอพพลิเคชนั่ ส�ำหรบั การตรวจวัดปรมิ าณการกักเกบ็ คาร์บอนในพื้นทพ่ี รุควนเคร็ง
มกี ารจดั ทำ� แอพพลเิ คชน่ั สำ� หรบั การตรวจวดั ปรมิ าณการกกั เกบ็ คารบ์ อนในพนื้ ทพี่ รคุ วนเครง็ สำ� หรบั บคุ คลทวั่ ไปบนสมารท์ โฟน เพอื่ รองรบั
ข้อมูลการส�ำรวจตรวจวดั การกกั เกบ็ และสนับสนนุ การประเมินการกักเก็บคาร์บอนในการส�ำรวจภาคสนามโดยอาศัยการมสี ่วนร่วมของ
ชุมชน ในการตรวจวดั ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของตน้ ไมใ้ นพนื้ ท่ภี าคสนาม อีกท้งั แอพพลิเคชนั่ ดังกล่าวสามารถน�ำไปใชป้ ระโยชนใ์ ห้
แก่ เจา้ หนา้ ท่ี นักวจิ ยั หนว่ ยงานภาครฐั เอกชน นกั เรียน และบุคคลท่วั ไป เปน็ ตัวช่วยสำ� คญั ในการเก็บข้อมลู ภาคสนาม และค�ำนวณการ
กักเก็บคาร์บอนในพ้ืนท่ีดังกล่าว โดยการน�ำเข้าข้อมูลส�ำรวจ ประกอบด้วย ข้อมูลแปลงส�ำรวจ และข้อมูลชนิดและขนาดของพรรณไม้
และมกี ารรายงานผลการสำ� รวจ ประกอบดว้ ย รายชอ่ื พนั ธไ์ุ ม้ ปรมิ าณมวลชวี ภาพ การกกั เกบ็ คารบ์ อนในมวลชวี ภาพ และสรปุ (ภาพที่ 60)
โดยสามารถเขา้ ใช้งานแอพพบอเคช่ันดังกลา่ วได้ https://thailandia.tk/pkk/app/
ภาพที่ 60 ตัวอยา่ งขอ้ มูลทีแ่ สดงในแอพพลเิ คชนั่ การตรวจวดั ปรมิ าณการกกั เกบ็ คารบ์ อน

| 139

5.7 คมู่ ือการตรวจวัดปริมาณคาร์บอนอยา่ งง่าย

คมู่ อื การสำ� รวจและตรวจวดั ปรมิ าณคารบ์ อนในปา่ พรอุ ยา่ งงา่ ย จดั ทำ� ขนึ้ เพอื่ เปน็ สอื่ สำ� หรบั สรา้ งความเขา้ ใจใหก้ บั ชมุ ชนทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ปา่ พรุ
หรอื ผทู้ ส่ี นใจเกยี่ วกบั การประเมนิ การกกั เกบ็ คารบ์ อนในมวลชวี ภาพของปา่ พรุ สามารถสำ� รวจและประเมนิ การกกั เกบ็ คารบ์ อนมวลชวี ภาพ
ของป่าพรุได้อย่างง่าย ท้ังนี้ คู่มือเล่มนี้ ตระหนักถึงความส�ำคัญของบทบาทของชุมชนที่มีต่อการจัดการป่าพรุเพ่ือเพ่ิมศักยภาพในการ
กกั เกบ็ คารบ์ อนของระบบนเิ วศปา่ พรใุ นระดบั ภมู ทิ ศั นอ์ ยา่ งยงั่ ยนื คมู่ อื เลม่ นี้ จงึ ไดร้ วบรวมเทคนคิ และวธิ กี ารในการสำ� รวจและการประเมนิ
การกกั เกบ็ คารบ์ อนในพนื้ ทป่ี า่ พรุ โดยเนน้ เทคนคิ วธิ กี าร และเครอ่ื งมอื อยา่ งงา่ ยในการประเมนิ การกกั เกบ็ คารบ์ อนในมวลชวี ภาพเพอื่ ให้
เหมาะสมกบั ชมุ ชน โดยคมู่ อื เลม่ นจ้ี ดั ทำ� ขน้ึ ภายใต้ โครงการเสรมิ ศกั ยภาพการจดั การระบบนเิ วศปา่ พรุ เพอื่ เพมิ่ ความสามารถในการกกั เกบ็
คาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างย่ังยืน ด�ำเนินการโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อ
คนกบั ปา่ (RECOFTC) และสมาคมคนรกั ษถ์ น่ิ โดยไดร้ บั การสนบั สนนุ งบประมาณและกำ� กบั ดแู ลโครงการโดย สำ� นกั งานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม กองทนุ ส่งิ แวดลอ้ มโลก (Global Environment Facility: GEF) และสำ� นกั งานโครงการพัฒนาแห่ง
สหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) ดังนน้ั ความส�ำเร็จของค่มู ือเลม่ นเี้ กดิ ข้นึ จากความรว่ มมือของ
เจ้าหนา้ ที่และผูเ้ ช่ยี วชาญจากหลายภาคส่วน คณะผู้จดั ท�ำจงึ หวังว่าผู้อ่านคู่มอื เลม่ นจ้ี ะไดร้ บั ประโยชน์จากเนือ้ หาในคมู่ ือน้ี
โดยเนอ้ื หาของ คมู่ อื การสำ� รวจและตรวจวดั ปรมิ าณคารบ์ อนในปา่ พรอุ ยา่ งงา่ ย ประกอบดว้ ย 4 บท ตงั้ แต่ บทท่ี 1 ปา่ พรกุ บั การเปลยี่ นแปลง
สภาพภูมอิ ากาศ บทที่ 2 การส�ำรวจและตรวจวดั ปรมิ าณคาร์บอน บทท่ี 3 ขั้นตอนและวิธกี ารตรวจวดั ปริมาณคารบ์ อนในมวลชวี ภาพ
และ บทท่ี 4 การประยกุ ต์ข้อมลู การตรวจวัดปริมาณคารบ์ อนในป่าพรุ (ภาพที่ 61) ภาพรวมของคมู่ ือสรุปไดด้ งั นี้

1) เน้ือหาของคู่มือเล่มน้ีส่วนแรกเป็นหลักการและแนวคิดต่าง ๆ ตลอดจนวิธีการปฏิบัติท่ีเก่ียวข้องกับการประเมินการกักเก็บ
คารบ์ อนในปา่ และ ผู้อ่านจึงควรอา่ นและทำ� ความเข้าใจเนอ้ื หาของคมู่ ือทีละบท

2) คมู่ อื เลม่ นมี้ คี ำ� ศพั ทท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การประเมนิ การเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ และการประเมนิ การกกั เกบ็ คารบ์ อนในปา่ พรุ
ผอู้ ่านจึงควรท�ำความเข้าใจศัพท์วชิ าการเบ้อื งต้นจากคำ� อธบิ ายศพั ท์

3) วิธีการและข้ันตอนการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในป่าพรุในคู่มือเล่มนี้สามารถน�ำไปปรับใช้ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ
ปา่ ประเภทอน่ื ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานคู่มอื เล่มนอ้ี าจมขี อ้ จ�ำกดั ประการทส่ี ำ� คญั มดี ังนี้
1) แหลง่ สะสมคารบ์ อนในป่าพรมุ ที ง้ั ในมวลชวี ภาพของพืชพรรณ ไมต้ าย ซากพชื และในดนิ แต่เนือ้ หา ข้นั ตอน วธิ กี าร และ
เทคนิคในการส�ำรวจและตรวจวัดปริมาณคาร์บอนอย่างง่าย เน้นการตรวจวัดการกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพของต้นไม้
อย่างงา่ ย เพื่อใหช้ มุ ชนสามารถเรียนรู้ และฝึกปฏิบตั ไิ ด้
2) การคำ� นวณปรมิ าณคารบ์ อนในมวลชวี ภาพของตน้ ไมโ้ ดยใชส้ มการแอลโลเมตรตี อ้ งอาศยั การคำ� นวณดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
หากผู้ใชข้ าดทกั ษะในการใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์อาจเป็นอุปสรรคในการปฏบิ ัตงิ าน
3) เพ่อื ใหก้ ารใช้คูม่ ือเล่มนมี้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ในการใช้งานคร้ังแรกจึงควรอาศยั ผ้รู ู้ นักวิชาการ หรือผ้เู ช่ยี วชาญ ชว่ ยอธิบาย หากมี
การจัดหลักสูตรฝึกอบรมการส�ำรวจและตรวจวัดปริมาณคาร์บอนในป่าพรุร่วมด้วยจะย่ิงท�ำให้การใช้คู่มือเล่มน้ีน�ำไปสู่การ
ปฏบิ ัติอย่างมปี ระสิทธิภาพ

140 |

ภาพท่ี 61 เน้อื หาของ ค่มู ือการส�ำรวจและตรวจวดั ปรมิ าณคาร์บอนในป่าพรอุ ย่างง่าย

| 141

6. สรปุ และขอ้ เสนอแนะ

142 |

6.1 สรปุ

จากการดำ� เนนิ งาน โครงการเสรมิ ศกั ยภาพการจดั การระบบนเิ วศป่าพรเุ พ่อื เพิ่มความสามารถในการกักเก็บคารบ์ อน และอนุรักษ์ความ
หลากหลายทางชีวภาพอย่างยงั่ ยนื ผลลพั ธท์ ี่ 2 การใช้เทคโนโลยเี พอ่ื หลกี เล่ียงการเส่อื มโทรมของปา่ พรุ และปา่ พรทุ เ่ี สือ่ มโทรม ผลผลิต
ท่ี 2.3 การติดตามปรมิ าณคาร์บอนในพ้ืนท่พี รุควนเครง็ สามารถสรปุ ผลการดำ� เนินงานได้ดังนี้

1) การติดตั้งอุปกรณ์การตรวจวัดและติดตามปริมาณคาร์บอนในป่าพรุร่วมกับชุมชนในพื้นท่ีพรุ 3 แห่ง ได้แก่ (1) พ้ืนที่ป่าพรุ
ดงั้ เดมิ (undisturbed peat swamp forest) ณ สวนพฤกษศาสตรพ์ นางตุง อ�ำเภอควนขนนุ จังหวัดพัทลงุ (2) พนื้ ท่ีปา่ พรุท่ถี ูก
รบกวน (disturbed peat swamp forest) ปา่ เสมด็ ต�ำบลเครง็ อำ� เภอชะอวด จังหวดั นครศรธี รรมราช และ (3) พ้นื ทป่ี ่าพรุ
ท่ีถูกเปลย่ี นแปลงการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ (land conversion) โดยท�ำการคัดเลอื กพนื้ ทีส่ วนปาล์มน�้ำมัน 4 ช้นั อายุ ได้แก่ ปปี ลูก
พ.ศ. 2552 (อายุ 10 ป)ี พ.ศ. 2555 (อายุ 7 ป)ี พ.ศ. 2557 (อายุ 5 ป)ี และปปี ลกู พ.ศ. 2560 (อายุ 2 ปี) ในพ้ืนทบ่ี ริเวณหมู่
6 ต�ำบลเคร็ง อำ� เภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยวางแปลงตัวอย่างถาวรและเกบ็ ข้อมูลการส�ำรวจพืชพรรณและปรมิ าณ
การกกั เกบ็ คารบ์ อนในแหลง่ สะสมคาร์บอนตา่ ง ๆ รว่ มกับชมุ ชนในพ้นื ท่ี
2) จากการเปรยี บเทยี บภาพรวมของการกกั เก็บคารบ์ อนในแหล่งสะสมคาร์บอนตา่ งๆ พบวา่ ป่าพรุด้ังเดิมมกี ารกกั เก็บมากทีส่ ดุ
เทา่ กบั 109.45 ตนั ตอ่ ไร่ หรือ 684.06 ตนั คารบ์ อนต่อเฮกตาร์ รองลงมาเป็นปา่ เสม็ดมีค่าเท่ากบั เทา่ กบั 46.87 ตันตอ่ ไร่ หรือ
292.94 ตนั คารบ์ อนตอ่ เฮกตาร์ และสวนปาลม์ นำ้� มนั มกี ารกกั เกบ็ คารบ์ อนตำ�่ สดุ เพยี ง 23.19 ตนั ตอ่ ไร่ หรอื 144.94 ตนั คารบ์ อน
ตอ่ เฮกตาร์ โดยปา่ พรดุ ง้ั เดมิ และปา่ เสมด็ มกี ารกกั เกบ็ คารบ์ อนสว่ นใหญใ่ นดนิ และในมวลชวี ภาพ ในขณะทส่ี วนปาลม์ นำ�้ มนั มกี าร
กักเก็บคารบ์ อนร้อยละ 80 อยู่ในดนิ โดยการกักเก็บคาร์บอนในดินลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผา่ นไป แตก่ ารกักเกบ็ คาร์บอนใน
มวลชวี ภาพเพมิ่ ขนึ้ เม่ือปาลม์ น�ำ้ มันอายุมากข้นึ
3) จากการส�ำรวจแบบกรดิ (grid sampling) โดยวางแปลงส�ำรวจให้ครอบคลุมทวั่ พื้นทพี่ รคุ วนเคร็ง ในจงั หวัดนครศรีธรรมราช
จงั หวดั พทั ลุงและจงั หวัดสงขลา เน้อื ทที่ ้ังหมด 508,981 ไร่ (93,105 เฮกตาร์) มีระยะห่าง 2 กิโลเมตร x 2 กิโลเมตร จ�ำนวนแปลง
สำ� รวจทง้ั สนิ้ 234 จดุ สำ� รวจ เพอ่ื สำ� รวจปรมิ าณการกกั เกบ็ คารบ์ อน และประเมนิ ศกั ยภาพในการกกั เกบ็ คารบ์ อน พบวา่ พน้ื ทพี่ รุ
ควนเครง็ ทัง้ หมดมีการกกั เก็บคาร์บอน หรือ carbon stock ในปี พ.ศ. 2561 เทา่ กบั 37,637,644 ตันคารบ์ อน หรือ 138 ลา้ น
ตนั คาร์บอนไดออกไซด์ โดยพน้ื ทชี่ ุ่มนำ้� (พ้ืนทป่ี า่ พรุสมบูรณ์ ปา่ พรุเส่อื มโทรม และพ้ืนท่ีลมุ่ ) และพื้นทีเ่ กษตร (สว่ นใหญเ่ ป็นพ้นื ท่ี
สวนปาลม์ น�ำ้ มนั ) มีการกักเก็บคาร์บอนรวมสงู ถงึ เกอื บร้อยละ 90 ของพ้ืนท่ีทัง้ หมด
4) การศกึ ษาการปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจก (กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ กา๊ ซมเี ทน และก๊าซไนตรสั ออกไซด)์ ในพ้นื ทป่ี ่าพรุ 3 แห่ง ด้วย
วธิ ี Chamber method ดว้ ยเครื่อง LI-8100A Automated Soil CO2 Flux System (เฉพาะก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์) และ
ด้วยเครื่อง gas chromatography (GC) ในห้องปฏิบตั ิการ โดยเกบ็ ข้อมูลรายเดอื น พบวา่ มีการแปรผนั ไปตามชว่ งเวลาขน้ึ อยู่
กบั ปัจจยั สงิ่ แวดล้อม โดยพน้ื ทปี่ า่ พรดุ ั้งเดิม ปา่ เสมด็ และสวนปาลม์ น�ำ้ มันมกี ารปลอ่ ยก๊าซคารบ์ อนไดออกไซดอ์ ย่ทู ่ี 64.8, 56.1
และ 68.3 ตนั /เฮกตาร์/ปี มกี ารปล่อยก๊าซมเี ทนเท่ากบั 1.38, 0.80 และ 0.01 ตัน/เฮกตาร์/ปี ในขณะทมี่ กี ารปล่อยกา๊ ซไนตรสั
ออกไซด์เพยี ง 1.75, 6.13 และ 10.51 กโิ ลกรมั /เฮกตาร์/ปี ตามล�ำดับ
5) พ้นื ท่ีพรุควนเครง็ ในจงั หวัดนครศรธี รรมราช จงั หวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา เนือ้ ทท่ี งั้ หมด 508,981 ไร่ (93,105 เฮกตาร์)
ท�ำการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพ้ืนท่ีป่าพรุด้ังเดิม ป่าพรุรอฟื้นสภาพ/เส่ือมโทรม พ้ืนที่ลุ่ม และพื้นที่เกษตร
คดิ เปน็ เน้ือท่ี 516,943 ไร่ (82,711 เฮกตาร)์ หรอื รอ้ ยละ 88 ของเนื้อท่ีท้ังหมด มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 6,462,061 ตัน
คาร์บอนไดออกไซด์เทยี บเท่าต่อปี

| 143

6) ในขณะท่ีพ้ืนท่ีน�ำร่องขนาด 4,600 เฮกตาร์ หรือ 28,750 ไร่ ในพ้ืนทีป่ า่ ดอนทราย เขตหา้ มล่าสัตว์ปา่ บ่อล้อ ป่าชมุ ชนควนเงนิ
ปา่ ชมุ ชนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ และปา่ ชมุ ชนบา้ นไสขนนุ ซง่ึ เปน็ พน้ื ทปี่ า่ พรรุ อฟน้ื สภาพ/เสอื่ มโทรมทง้ั หมด มกี ารกกั เกบ็ คารบ์ อน
2,595,968 ตัน คิดเป็น 9.52 ลา้ นตนั คาร์บอนไดออกไซด์ และมกี ารปล่อยก๊าซเรือนกระจก 352,461 ตนั คารบ์ อนไดออกไซด์
เทียบเท่าตอ่ ปี
7) การพฒั นานกั วทิ ยาศาสตรร์ นุ่ เยาวร์ ว่ มกบั สถาบนั การศกึ ษาในพน้ื ที่ โดยการจดั ประชมุ เพอื่ สรา้ งทมี วทิ ยากรในการตรวจวดั และ
ตดิ ตามปรมิ าณคารบ์ อนในปา่ พรรุ ว่ มกบั สถาบนั การศกึ ษาในพนื้ ที่ ไดแ้ ก่ มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี
ตลอดจนเครอื ขา่ ยดา้ นการอนรุ กั ษใ์ นพนื้ ท่ี การจดั ฝกึ อบรมการตรวจวดั และตดิ ตามปรมิ าณคารบ์ อนในปา่ พรใุ หแ้ กช่ มุ ชนในพน้ื ท่ี
และการจดั ฝกึ อบรมนกั วทิ ยาศาสตรร์ นุ่ เยาวใ์ นการตรวจวดั และตดิ ตามปรมิ าณคารบ์ อนในปา่ พรรุ ว่ มกบั สถาบนั การศกึ ษาในพนื้ ที่
8) การศึกษาบทเรียนการติดตามปริมาณคาร์บอนในพ้ืนท่ีสาธิตป่าพรุคันธุลี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการทบทวนเอกสาร การ
ศกึ ษาในพื้นที่ และสัมภาษณช์ ุมชนท่ีเก่ียวข้อง เพื่อวเิ คราะหส์ ถานภาพปจั จุบันของปา่ พรคุ ันธุลี ท้ังในดา้ นระบบนิเวศของปา่ พรุ
กลไกการบริหารจัดการพรุคันธุลีของหน่วยงานภาครัฐร่วมกับชุมชน วิเคราะห์ประเด็นปัญหาในการจัดการ และเสนอแนะแนว
ทางในการพัฒนา เช่น การก�ำหนดวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการให้ชัดเจนและจัดล�ำดับความส�ำคัญเพื่อตอบสนองประเด็น
ปัญหาที่เกิดขึ้น และควรต้องมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างสมดุลด้านการป้องกันรักษาพ้ืนท่ีและระบบ
นิเวศ การพัฒนาศนู ยก์ ารเรียนรปู้ า่ พรคุ นั ธลุ ีให้สอื่ การเรียนรู้ ขอ้ มูล และการสื่อความหมาย เพือ่ ถา่ ยทอดความรตู้ ่อผเู้ ข้ามาเยย่ี ม
ชม และเพอ่ื สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ ถึงความส�ำคญั ของป่าพรุคนั ธลุ ี ทง้ั ในด้านนเิ วศวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพ และ
บทบาทในการกักเก็บคาร์บอน ให้แก่ชุมชนที่อยู่โดยรอบ และควรจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
แก่เยาวชน เพ่อื ใหเ้ กิดการสบื ทอดองค์ความรู้จากปราชญช์ าวบา้ นท่ีมีความรสู้ ่รู ุ่นเยาวชนให้เกดิ ความต่อเนื่อง
9) การสรา้ งและพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู สำ� หรบั การตรวจวดั ปรมิ าณการกกั เกบ็ คารบ์ อน โดยการสรา้ งและพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู
ส�ำหรับการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในระบบออนไลน์ผ่านเวบไซต์เพ่ือให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาศึกษาข้อมูลการ
กักเก็บในพื้นท่ีได้ อีกท้ังพัฒนาแอพพลิเคช่ันส�ำหรับการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่พรุควนเคร็งเพื่อสนับสนุน
การเกบ็ ขอ้ มูลภาคสนามสำ� หรับตรวจวดั ปรมิ าณคาร์บอนในพ้นื ท่ีพรุ
10) จัดท�ำ คู่มือ การส�ำรวจและตรวจวัดปริมาณคาร์บอนในป่าพรุอย่างง่าย เพื่อเป็นสื่อส�ำหรับสร้างความเข้าใจให้กับชุมชนท่ี
เก่ียวข้องกับป่าพรุ หรือผู้ที่สนใจเก่ียวกับการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพของป่าพรุ สามารถส�ำรวจและประเมิน
การกักเก็บคาร์บอนมวลชีวภาพของป่าพรุได้อย่างง่าย โดยเนื้อหาของ คู่มือการส�ำรวจและตรวจวัดปริมาณคาร์บอนในป่าพรุ
อยา่ งง่าย ประกอบดว้ ย 4 บท ต้ังแต่ บทที่ 1 ปา่ พรกุ บั การเปลีย่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ บทท่ี 2 การสำ� รวจและตรวจวดั ปริมาณ
คารบ์ อน บทท่ี 3 ขน้ั ตอนและวธิ กี ารตรวจวดั ปรมิ าณคารบ์ อนในมวลชวี ภาพ และ บทที่ 4 การประยกุ ตข์ อ้ มลู การตรวจวดั ปรมิ าณ
คาร์บอนในป่าพรุ

144 |

6.2 ขอ้ เสนอแนะ

6.2.1 ข้อเสนอแนะเพื่อการวจิ ัยด้านการกักเกบ็ และปลดปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกในพ้ืนทพ่ี รุ
1) การศกึ ษาตอ่ ยอดเกยี่ วกบั การกกั เกบ็ คารบ์ อนในแหลง่ สะสมคารบ์ อนตา่ ง ๆ นอกเหนอื จากแหลง่ สะสมคารบ์ อนในมวลชวี ภาพ
ของพชื เชน่ ไมต้ าย ซากพืช และดิน เปน็ ต้น เป็นปจั จัยสำ� คญั ท่มี ีสว่ นต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกา๊ ซเรือนกระจก
ท้ังนี้ ปจั จุบันยงั มีการศึกษาอยนู่ อ้ ยมากในประเทศไทย
2) การศึกษาปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซมีเทน ในพื้นที่พรุ และปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการศึกษาปล่อยก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ และกา๊ ซมเี ทน เชน่ การแปรผนั ในรอบกลางวนั และกลางคนื การแปรผนั เนอ่ื งจากอทิ ธพิ ลของการเปลย่ี นแปลง
ระดบั นำ้� การตอบสนองตอ่ การเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศ เปน็ ต้น

6.2.2 ข้อเสนอแนะเพอื่ การบรหิ ารจดั การเพื่อเพิ่มศกั ยภาพในการกักเกบ็ คาร์บอนในพื้นทพ่ี รุ
1) พ้ืนท่ีลุ่ม ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นทุ่งกระจูด และหญ้าที่มีน้�ำท่วมถึง มีการกักเก็บคาร์บอนสูงมากกว่าป่าพรุ เนื่องจากมีการกักเก็บ
คาร์บอนในดินสูงมาก ดงั นั้น การบรหิ ารจดั การระบบน้�ำเพ่อื รักษาระดบั น�ำ้ ใหท้ ่วมขงั พื้นท่ีเหลา่ น้ี จะช่วยรกั ษาปริมาณคารบ์ อน
ให้ยังคงอยู่ในพ้ืนท่พี รุ
2) การเปลย่ี นแปลงการใช้ท่ดี นิ จากปา่ พรุ และพืน้ ทล่ี ุ่ม ท�ำใหส้ ญู เสยี การกกั เก็บคาร์บอนจากดนิ เปน็ ปรมิ าณตั้งแต่ 15.69-39.74
ตันตอ่ ไร่ จงึ ควรมีมาตรการเพือ่ ป้องกันการบกุ รกุ พ้นื ท่ี และเปลีย่ นแปลงการใช้ประโยชนท์ ่ดี นิ
3) ข้อมูลสถานภาพการกักเก็บคาร์บอนในพ้ืนที่พรุควนเคร็ง สามารถน�ำไปใช้เป็นข้อมูลส�ำหรับการณีฐาน (baseline) ส�ำหรับ
ประเมินการเปลย่ี นแปลงปริมาณการกกั เกบ็ คาร์บอนในพ้ืนที่พรุควนเคร็ง เพื่อการดำ� เนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในการเพ่ิมศักยภาพใน
การกักเกบ็ คารบ์ อนของพนื้ ที่

| 145

7. บรรณานกุ รม

146 |

กรมพฒั นาทด่ี นิ . 2541. แผนการใชท้ ดี่ นิ ลมุ่ นำ�้ ปากพนงั โครงการพนื้ ทล่ี มุ่ นำ้� ปากพนงั อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ร.ิ กองวางแผนการใชท้ ด่ี นิ ,
กรมพฒั นาท่ีดนิ , กรุงเทพฯ.

กอบศกั ด์ิ วนั ธงไชย. 2554. นเิ วศวทิ ยาของไฟปา่ ทมี่ ไี มส้ นและผลกระทบของไฟตอ่ สงั คมพชื และพลวตั รของธาตอุ าหาร บรเิ วณภกู มุ่ ขา้ ว
อทุ ยานแหง่ ชาตนิ ำ้� หนาว. ภาควชิ าวนวฒั นวิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.

คณะวนศาสตร.์ 2554. คมู่ อื ศกั ยภาพของพรรณไมส้ าหรบั สง่ เสรมิ ภายใตโ้ ครงการกลไกการพฒั นาทส่ี ะอาดภาคปา่ ไม.้ อกั ษรสยามการพมิ พ,์
กรงุ เทพฯ. 88 หน้า.

คณะวนศาสตร์. 2556. การประเมินความเสียหายของไฟไหม้ป่าครุควนเคร็ง ปี พ.ศ. 2555. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.

จรสั ชว่ ยนะ. 2540. ลกั ษณะโครงสรา้ งของปา่ เตง็ รงั ทตุ ยิ ภมู ิ บรเิ วณโครงการพฒั นาตามพระราชดำ� รปิ า่ หนองเตง็ - จกั ราช จงั หวดั นครราชสมี า.
วทิ ยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.์

จำ� ลอง เพง็ คลา้ ย, ชวลติ นยิ มธรรม และววิ ฒั น์ เออื้ จริ กาล. 2534. พรรณไมป้ า่ พรจุ งั หวดั นราธวิ าส. โครงการศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาพกิ ลุ ทอง
อนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ จงั หวัดนราธวิ าส.

จริ นนั ท์ ธรี ะกลุ พศิ ทุ ธิ์ และ นนั ทนา คชเสน.ี 2547. ศกั ยภาพการกกั เกบ็ คารบ์ อนในมวลชวี ภาพเหนอื พนื้ ดนิ ของระบบนเิ วศปา่ ทองผาภมู ิ
ใน เอกสารประกอบการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศด้านป่าไม้ “ป่าไม้กับการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
ณ โรงแรมมารวยการเ์ ดน้ กรงุ เทพฯระหวา่ งวนั ท่ี 16-17 สงิ หาคม 2547. กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื , กรงุ เทพฯ.

ธวชั ชยั สนั ตสิ ขุ และ ชวลิต นยิ มธรรม. 2528.ป่าพรใุ นประเทศไทยกับปญั หาการอนรุ กั ษ์, น. 206-220. ใน สยามสมาคม ฉบบั พเิ ศษ
เรอื่ ง อนุรักษธ์ รรมชาตใิ นประเทศไทยในแง่การพัฒนาสงั คมและเศรษฐกิจ. ห้างหนุ้ ส่วน จำ� กัด ชุตมิ าการพมิ พ์, กรุงเทพฯ.

พงษศ์ กั ด์ิ สหุ นาฬ.ุ 2524. ผลผลติ ขน้ั ปฐมภมู ขิ องสวนปา่ ไมส้ นสามใบ : 1. ผลผลติ ขน้ั ปฐมภมู สิ ทุ ธขิ องสวนปา่ สนสามใบอายตุ า่ งๆ ทฮี่ อด
เชยี งใหม.่ รายงานวนศาสตร์วจิ ยั เลม่ ท่ี 77. คณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.์ 39 น.

วสันต์ จันทร์แดง, ลดาวัลย์ พวงจิตร และ สาพิศ ดิลกสัมพันธ์. 2553. การกักเก็บคาร์บอนของป่าเต็งรังและสวนป่ายูคาลิปตัส
ณ สวนป่ามัญจาคีรี จังหวัดขอนแกน่ . วารสารวนศาสตร์ 29 (3) : 36-44.

ศริ ิ อคั คะอคั ร. 2543. การควบคุมไฟป่าส�ำหรบั ประเทศไทย. สำ� นักควบคุมไฟปา่ กรมป่าไม,้ กรุงเทพฯ.
สาพศิ ดิลกสมั พนั ธ์ พรเทพ เหมือนพงษ์ กอบศกั ดิ์ วันธงไชย จงรกั วัชรนิ ทรร์ ัตน์ และ มนสั วี เก้ือวงค์. 2559. การกกั เก็บคารบ์ อนของ

ปา่ พรคุ วนเครง็ จงั หวดั นครศรธี รรมราช, น.215-229 ใน รายงานการประชมุ สมั มนาทางวนวฒั นวทิ ยา ครงั้ ท่ี 10. กรมปา่ ไม้
และคณวนศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, กรงุ เทพ.
สาพิศ ดิลกสัมพันธ์, ธิติ วิสารัตน์, ส�ำเริง ปานอุทัย, ภาณุมาศ ลาดปาละ, สิริรัตน์ จันทร์มหเสถียร และ ศุภรัตน์ ส�ำราญ. 2548.
วฏั จกั รคารบ์ อนในปา่ ดบิ แลว้ สะแกราชและปา่ เบญจพรรณลมุ่ นำ�้ แมก่ ลอง, น. 77-94. ใน รายงานประชมุ วชิ าการการเปลย่ี นแปลง
สภาพภูมิอากาศทางด้านป่าไม้ “ศักยภาพของป่าไม้ในการสนับสนุนพิธีสารเกียวโต” ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ
ระหวา่ งวันที่ 4-5 สิงหาคม 2548. กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตวป์ า่ และพนั ธุ์พชื , กรุงเทพฯ.

| 147

สาพิศ ดิลกสมั พันธ์. 2550. การกกั เกบ็ คาร์บอนของปา่ ไมก้ บั ภาวะโลกรอ้ น. วารสารอนุรักษด์ นิ และน�ำ้ 22 (3): 40-49.
สาพิศ ดิลกสัมพันธ์. 2554. สถานภาพในการกักเก็บคาร์บอนของป่าชายเลนในประเทศไทย, น. 285-298. ใน. ประมวลผลงานวิจัย

การสมั มนาปา่ ชายเลนแหง่ ชาติ ครง้ั ที่ 14 “ชมุ ชนเขม้ แขง็ ปอ้ งกนั ภยั ภบิ ตั ิ ขจดั โลกรอ้ น”, กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั ,
กรุงเทพฯ.
สำ� นกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม. 2552. โครงการสำ� รวจสถานภาพพนื้ ทชี่ มุ่ นำ�้ ประเภทพรขุ องประเทศไทย.
รายงานฉบบั สมบรู ณ,์ กรงุ เทพฯ.
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). 2558. คู่มืออ้างอิงการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตาม
มาตรฐานของประเทศไทยสาขาปา่ ไม้และการเกษตร. องค์การบริหารจดั การก๊าซเรอื นกระจก (องค์การมหาชน), กรงุ เทพฯ.
องคก์ ารบรหิ ารจดั การกา๊ ซเรือนกระจก (องคก์ ารมหาชน). 2559ก. รายละเอยี ดระเบยี บวธิ ีลดกา๊ ซเรอื นกระจกภาคสมคั รใจ ส�ำหรับการ
ปลกู ปา่ อยา่ งยง่ั ยนื . แหลง่ ทมี่ า: http://ghgreduction.tgo.or.th/t-ver/index.php?option=com_fabrik&view=list&lis-
tid=38&Itemid=292 , 25 สิงหาคม 2559.
องคก์ ารบรหิ ารจดั การกา๊ ซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน). 2559ข. การคำ� นวณการกกั เกบ็ คารบ์ อนของตน้ ไม้ (Calculation for Carbon
Sequestration). แหลง่ ทมี่ า: http://ghgreduction.tgo.or.th/t-ver/index.php?option=com_fabrik&view=list&lis-
tid=46&Itemid=295, 25 สงิ หาคม 2559.
องคก์ ารบรหิ ารจดั การกา๊ ซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน). 2559ค. การคำ� นวณการสะสมคารบ์ อนในดนิ (Calculation for Soil Carbon).
แหลง่ ทม่ี า: http://ghgreduction.tgo.or.th/t-ver/index.php?option=com_fabrik&view=list&listid=46&Itemid=295,
25 สิงหาคม 2559.
อทุ ิศ กุฏอินทร์. 2542. นิเวศวทิ ยาพ้นื ฐานเพอ่ื การปา่ ไม.้ ภาควิชาชวี วทิ ยาปา่ ไมค้ ณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร,์ กรุงเทพฯ.
Astiani, D., B. Burhanuddin, M. Taherdjadeh and L.M. Curran. 2016. Effects of water table level on soil CO2 respiration
in West Kalimantan forested and bare peatland: An experimental stage. Nusantara Biosci 8 (2): 201-206.
Carbon2Markets. 2009. Standard Operating Procedures: Field Measurements, Data Collection and Reporting. Global
Observatory for Ecosystem Services, Michigan State University, East Lansing, USA.
Deshmukh, C. S., Julius, D., Evans, C. D., Nardi, Susanto, A. P., Page, S. E., and Desai, A. R. 2020. Impact of forest
plantation on methane emissions from tropical peatland. Glob Chang Biol.
Dhandapani, S., K. Ritz, S. Evers, C.M. Yule and S. Sjogersten. 2019. Are secondary forests second-rate? Comparing
peatland greenhouse gas emissions, chemical and microbial community properties between primary and
secondary forests in Peninsular Malaysia. Sci. Total Environ. 655: 220-231.
FAO. 2005. Global Forest Resource Assessment 2005-Progress towards Sustainable Forest Management. FAO Forestry
Paper 147. Available Source: http://www.fao.org/docrep/008/a0400e/a0400e00.htm), 15 January 2014.

148 |

IPCC. 2006. IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories. International Panel on Climate Change. IGES,
Japan.

IPCC. 1996. Greenhouse Gas Inventory Reference Manual. International Panel on Climate Change. Cambridge
University Press, Cambridge.

MacCarthy, D. S., Zougmoré, R. B., Akponikpè, P. B. I., Koomson, E., Savadogo, P. and Adiku, S. G. K. 2018. Assessment
of Greenhouse Gas Emissions from Different Land-Use Systems: A Case Study of CO2 in the Southern
Zone of Ghana. Applied and Environmental Soil Science, 2018, 1-12.

Ogawa, H., K. Yoda, K. Ogino and Kira, T. 1965. Comparative ecological studies on three main types of forest vegetation
in Thailand. Nature and Life in Southeast Asia 4: 13-48.

Tangtham, N. and C. Tantasirin. 1997. An assessment of policies to reduce carbon emissions in the Thai forestry
sector with emphasis on forest protection and reforestation for conservation, pp. 100-121. In C. Khemnark,
B. Thaiutsa, L. Puangchit and S. Thammincha, eds. Tropical Forestry in the 21st Century Volume 2:
Global Changes in the Tropical Contexts. Proceedings of FORTROP’96 International Conference, 25-28
November 1996, Bangkok.

Watson, C. 2009. Forest Carbon Accounting: Overview and Principles. UNDP: CDM Capacity Development in Eastern
and Southern Africa. Available Source http://www.undp.org/climatechange/carbon-finance/Docs/Forest%20
Accounting%20-%200verview%20&%20Principle.pdf, 12 May 2016.

| 149


Click to View FlipBook Version