ภาพที่ 6 ตวั อย่างเสน้ ทางการลาดตระเวน (SMART Patrol)
| 49
2. การใช้แผนท่ี และเขม็ ทิศส�ำหรับชดุ ลาดตระเวน
การลาดตระเวน เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบกระท�ำผิดเป็นหน่ึงในการท�ำงาน เพ่ือรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพ้ืนที่ทั้งใน
อทุ ยานแหง่ ชาตแิ ละเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ เจา้ หนา้ ทล่ี าดตระเวนตอ้ งใชค้ วามรู้ ความชำ� นาญ และประสบการณ์ บวกกบั ความตงั้ ใจ ทมุ่ เท
และเสียสละในการปฏิบัติงาน นอกจากน้ีองค์ประกอบที่ส�ำคัญอีกอย่างหนึ่งเพื่อให้ท�ำงานได้มีประสิทธิภาพ ก็คือการน�ำอุปกรณ์และ
เทคโนโลยที ่ีทนั สมัยและเหมาะสมมาใชก้ บั งานแผนท่ี เขม็ ทศิ และเครือ่ งบอกพกิ ดั ทางภมู ิศาสตร์ GPS (Global Positioning System)
เปน็ อปุ กรณพ์ น้ื ฐานทจี่ ำ� เปน็ ในการลาดตระเวน การทำ� งานรว่ มกนั ของอปุ กรณท์ ง้ั 3 อยา่ งน้ี เปน็ การผสมผสานเทคโนโลยที ผี่ า่ นการใชง้ าน
มาอย่างยาวนาน คอื แผนทแ่ี ละเขม็ ทศิ กับเทคโนโลยีทไี่ ดร้ บั การพฒั นาให้ทันสมยั และให้ข้อมลู ท่ถี ูกตอ้ งมากข้นึ คอื เคร่ืองบอกพกิ ัด
ทางภูมิศาสตร์ (GPS) ท่ีสามารถระบุต�ำแหน่งบนพ้ืนโลกโดยใช้สัญญาณจากดาวเทียม ซ่ึงเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน มีหน้าท่ีผสมผสาน
องค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ให้ท�ำงานได้อย่างถูกต้อง สอดคล้อง และเหมาะสมกับเหตุการณ์เพ่ือให้การลาดตระเวนมีประสิทธิภาพ
และบรรลวุ ัตถปุ ระสงคท์ ่ีตอ้ งการ
2.1 แผนที่
แผนท่ี คือ รูปลายเสน้ ท่เี ขียน หรือกำ� หนดขนึ้ เพ่อื แสดงลกั ษณะของพนื้ ผิวโลกทัง้ หมด หรือเพยี งบางสว่ นลงบนพน้ื ราบ โดยมีมาตราส่วน
ก�ำกับไว้ รายละเอียดของภูมิประเทศ ท้ังที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างข้ึนจะถูกแทนด้วยสีและสัญลักษณ์ที่บอกให้เรา
ทราบถงึ รายละเอยี ดท่ีมอี ย่ใู นพน้ื ท่ีท้ังเปน็ ส่งิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ เช่น สภาพภมู ปิ ระเทศ แหล่งน้�ำพืชพรรณทีป่ กคลุมพนื้ ที่ รวมถงึ
ส่ิงท่ีมนุษย์สร้างขน้ึ เชน่ ถนน พืน้ ที่เกษตรกรรมแหลง่ ชุมชน เปน็ ต้น
แผนที่ท่ีมีการจัดพิมพ์คร้ังหลังสุด จะมีรายละเอียดท่ีถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากกว่าแผนท่ีที่จัดพิมพ์ขึ้นมาก่อน ในขณะนี้ประเทศไทย
ได้มีการเปลีย่ นแปลงการใชแ้ ผนที่แสดงสภาพภมู ิประเทศ มาตราสว่ น 1 : 50,000 จากทเี่ คยใช้แผนท่ีลำ� ดบั ชุด L7017 ไปเป็น L7018
ความแตกต่างระหวา่ งแผนท่ี L7017 และ L7018
1) พืน้ หลักฐานทางราบ (datum) L7017 ใช้ INDIAN 1975 ในขณะท่ี L7018 ใช้ WGS 84 สง่ ผลใหร้ ะยะทางในแนวราบ (บวก
ระยะตะวันออก) แตกต่างกนั ประมาณ 334 เมตร ระยะทางในแนวดงิ่ (ลบระยะเหนอื ) 304 เมตร ตอ้ งต้ังค่าใน GPS ตอ้ งให้
ตรงกบั แผนที่ท่ีใช้
2) ข้อสังเกตความแตกตา่ งระหว่างแผนท่ี L7017 และ L7018
- ค�ำเตือนให้ระวังการใชแ้ ผนท่สี ลบั ชดุ จะอยู่ดา้ นหลังของแผนท่ี
- ใช้แทนแผนทชี่ ุด L 7017 ซงึ่ จะไมม่ ผี ลติ อีกตอ่ ไป
- ใช้ WGS 84 เปน็ พ้นื อ้างอิงทางราบแทน Indian 1975
- ตำ� แหนง่ รายละเอยี ดแตกตา่ งกบั ชดุ เดมิ 300 – 500 เมตร
- ควรอ่านรายละเอยี ดขอบระวาง ใหเ้ ขา้ ใจกอ่ นใชง้ าน
50 |
• ที่มุมบนขวาของแผนท่ี นอกจากจะมีชื่อชุดและมาตราส่วนแล้วในแผนที่ L7018 ยังระบุพื้นหลักฐานทางราบ (datum) ระบุไว้ คือ
WGS 84 แตใ่ น แผนที่ L7017 ไมไ่ ดร้ ะบุไว้ และที่มุมบนซา้ ยของแผนที่ไดเ้ ปลย่ี นเลขลำ� ดับชดุ เป็น L7018
• ด้านบนของค�ำอธิบายสัญลักษณ์จะมีข้อความบอกว่าหน่วยงานใดเป็นผู้จัดเตรียมแผนท่ีรวมทั้งข้อมูลของแผนที่รวบรวมถึงเวลาใด
(ในท่ีนี้กรมแผนท่ีทหารเปน็ ผู้จดั เตรยี มแผนที่ L7018 และมีการรวบรวมขอ้ มลู แผนทจ่ี นถงึ ปี พ.ศ. 2540)
• เหนอื ตารางคำ� แนะนำ� การใชก้ รดิ (Grid reference Box) จะมวี ธิ กี ารแปลงคา่ พกิ ดั จากแผนที่ L7018 ซง่ึ ใช้ WGS 84 เปน็ พน้ื หลกั ฐาน
ทางราบ (datum) ไปเปน็ INDIAN 1975 เพือ่ นำ� ไปใชก้ บั แผนท่ี L7017
• มุมลา่ งขวาของแผนท่ีจะแสดงใหเ้ ห็นวา่ เลขลำ� ดับชดุ เปล่ยี นไปเปน็ L7018
| 51
ระบบ Universal Transverse Mercator หรอื UTM
พิกัดกริด UTM (Universal Transverse Mercator) เป็นระบบตารางกริดท่ีใช้ช่วยในการก�ำหนดต�ำแหน่ง และใช้อ้างอิงในการบอก
ตำ� แหนง่ ทนี่ ยิ มใชก้ บั แผนทใี่ นกจิ การทหารของประเทศตา่ ง ๆ เกอื บทว่ั โลกในปจั จบุ นั เพราะเปน็ ระบบตารางกรดิ ทมี่ ขี นาดรปู รา่ งเทา่ กนั
ทกุ ตาราง และมวี ธิ กี ารกำ� หนดบอกคา่ พกิ ดั ทงี่ า่ ย และถกู ตอ้ ง เปน็ ระบบกรดิ ทน่ี ำ� เอาเสน้ โครงแผนทแี่ บบ Universal Transverse Mercator
Projection ของ Gauss Krugger มาใช้ดัดแปลงการถ่ายทอดรายละเอียดของพ้ืนผิวโลกให้รูปทรงกระบอก Mercator Projection
อยู่ในต�ำแหน่ง Mercator Projection (แกนของรูปทรงกระบอกจะทับกับแนวเส้นอิเควเตอร์ และตั้งฉากกับแนวแกนของข้ัวโลก)
และมีการแบง่ โลกออกเป็น 60 โซน ๆ ละ 6 องศา ประเทศไทยตกอย่ใู น โซน GZD 47N 47P 47Q 48N 48P และ 48Q
ประเทศไทยเราไดน้ ำ� เอาเสน้ โครงแผนทแ่ี บบ UTM นมี้ าใชก้ บั การทำ� แผนทก่ี จิ การทหารภายในประเทศจากรปู ถา่ ยทางอากาศในปี 1953
ร่วมกบั สหรฐั อเมรกิ า เป็นแผนทม่ี าตราส่วน 1 : 50,000 ชุด L7017 และปรบั ปรุงใหมเ่ ป็นชุด L7018 ท่ใี ชใ้ นปจั จุบนั
ภาพท่ี 7 รปู แสดงการแบ่งกรดิ โซนในระบบพิกดั กริด UTM
52 |
การอา่ นค่าพิกัดในแผนท่ี มาตราสว่ น 1 : 50,000
1) ก�ำหนดจดุ ในแผนที่ใหช้ ัดเจน
2) การบอกคา่ พกิ ดั ในแผนทจ่ี ากจดุ ทกี่ ำ� หนด จะบอกเปน็ คา่ ตวั เลข ซง่ึ แบง่ เปน็ 2 แกน คอื เสน้ ตงั้ (แกน X) ประกอบดว้ ยตวั เลข
6 ตัว และ เส้นนอน (แกน Y) ประกอบดว้ ยตัวเลข 7 ตวั
3) เมอื่ ไดจ้ ดุ ทจ่ี ะอา่ นแลว้ เรม่ิ แกนตง้ั กอ่ น โดยใหห้ าเสน้ ตามแกนตง้ั ดา้ นซา้ ยของจดุ ทอี่ ยใู่ กลจ้ ดุ ทสี่ ดุ แลว้ ไลห่ าตวั เลขตามแกนตงั้
ทีข่ อบ หรอื ตอนกลางของแผนท่ี ในท่ีนค้ี ือเลข 76
4) เนอ่ื งจากจดุ อยรู่ ะหวา่ งเสน้ แกนตงั้ ที่ 76 และ 77 แตช่ ดิ ไปทางดา้ น 77 ใหก้ ะ ประมาณดว้ ยสายตาคา่ พกิ ดั ทจ่ี ดุ ตง้ั อยู่ โดยการ
แบ่งช่อง 76-77 เป็น 10 ช่องเล็ก และประมาณว่าตัวเลขตัวท่ีสามควรจะเป็นอะไร ในที่น้ีคือ 8 ดังนั้นตัวเลข ตามแกนต้ัง
จะเป็น 768
5) ใหเ้ พม่ิ เลขหนา้ อกี หนงึ่ ตวั โดยดทู ต่ี วั เลขตวั เลก็ ตรงมมุ แผนท่ี ในทนี่ คี้ อื เลข 4 พรอ้ มกบั เตมิ 0 อกี สองตำ� แหนง่ ตอ่ ทา้ ย เพราะฉะนน้ั
เลขตามแกนตง้ั จะเปน็ 476800
6) จากนั้นให้หาตัวเลขตามเส้นนอน เสน้ ทอ่ี ยู่ใตจ้ ุด ไลห่ าตัวเลขจากของแผนที่ ในที่น้ี คอื เส้น 17
7) ใชห้ ลกั การในขอ้ 4 ประมาณหาตวั เลขตัวทสี่ ามของแกนนอน ในทน่ี ้คี อื 173
8) ใช้หลักการในข้อ 5 ไดค้ ่าตัวเลขหน้าตัวเล็ก คือ 17 และเตมิ 0 ตอ่ ทา้ ยอกี สองตัว เป็น 1717300
9) ค่าพกิ ัดที่จดุ นี้คอื 476800 , 1717300
ภาพท่ี 8 รปู แสดงการอา่ นคา่ พิกัดในแผนที่ มาตราสว่ น 1:50,000
| 53
การใชม้ าตราส่วนในแผนที่ 1 : 50,000
มาตราสว่ นเปน็ สง่ิ ทใ่ี ชบ้ อกอตั ราสว่ นระหวา่ งระยะทางในแผนทก่ี บั ระยะทางในภมู ปิ ระเทศจรงิ เชน่ มาตราสว่ น 1 : 50,000 หมายความวา่
ระยะทางในแผนที่ยาว 1 หน่วย ระยะทางในภมู ิประเทศจริงจะมคี า่ 50,000 หนว่ ย ในทีน่ ี้หนว่ ยของแผนทีค่ อื เซนตเิ มตร ดังนน้ั ระยะทาง
1 เซนติเมตรในแผนทจ่ี งึ เท่ากับ 50,000 เซนตเิ มตร หรอื 500 เมตร หรอื 0.5 กิโลเมตรในภมู ปิ ระเทศจรงิ
เราสามารถหาระยะทางระหวา่ งสถานทต่ี า่ ง ๆ ในแผนทไี่ ดโ้ ดยการวดั ระยะทางเปน็ เสน้ ตรงทลี่ ากผา่ นสถานทเ่ี หลา่ นนั้ แลว้ คำ� นวณออกมา
เปน็ หนว่ ยกโิ ลเมตรได้ ซ่งึ ระยะทางนนั้ จะเป็นระยะทางตรงระหวา่ งสถานทต่ี ่อสถานทน่ี น้ั
การตีความแผนที่และเส้นชั้นความสูง
การใชป้ ระโยชนจ์ ากแผนทนี่ นั้ นอกจากเราสามารถอา่ นคา่ พกิ ดั ในแผนท่ี และหาทศิ ทางและคำ� นวณระยะทางระหวา่ งจดุ ตอ่ จดุ แลว้ การใช้
ประโยชนจ์ ากสญั ลกั ษณ์ต่าง ๆ และเส้นช้นั ความสงู (contour line) เพื่อประกอบการวางแผนการท�ำงานใหม้ คี วามสะดวก รดั กุม และ
ปลอดภัยโดยการตีความจากแผนท่ีแล้วคาดคะเนถึงสภาพภูมปิ ระเทศจริงในการท�ำงานกเ็ ปน็ อีกสงิ่ หนง่ึ ทีเ่ ราสามารถทำ� ได้
เสน้ ช้นั ความสูง คอื เสน้ สมมุติบนพ้ืนโลกทีล่ ากไปตามจุดต่าง ๆ ท่ีมีความสงู เทา่ กนั เส้นช้นั ความสูงจะแสดงให้ทราบถึงระยะในทางดง่ิ
ทอ่ี ยสู่ งู หรอื ตำ�่ กวา่ พนื้ หลกั ฐานปกติ เรม่ิ จากระดบั นำ�้ ทะเลปานกลาง ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ เสน้ ชน้ั ความสงู ทมี่ คี า่ เปน็ ศนู ย์ แผนทสี่ ว่ นมากจะแสดง
เสน้ ชั้นความสงู ไวด้ ว้ ย สีน้�ำตาล แต่ละเสน้ จะมีความสูงตา่ งกัน 20 เมตร เส้นทึบแสดงค่าความสูงทุก ๆ 100 เมตร
54 |
ประเภทของเสน้ ช้นั ความสูง
1) เสน้ ชั้นความสงู หลัก (index contours)
เสน้ ชนั้ ความสงู หลกั เปน็ เสน้ ทบึ มคี วามสงู หา่ งกนั 100 เมตร และ
มีความสูงเขียนกำ� กบั ไว้
2) เส้นชน้ั ความสูงรอง (intermediate contours)
คือเส้นช้ันความสูงที่อยรู่ ะหวา่ งเส้นชน้ั ความสูงหลกั
3) เส้นชน้ั ความสูงแทรก (supplementary contours)
คอื เส้นชั้นความสูงท่เี ขยี นเปน็ เส้น ประผา่ นบรเิ วณทมี่ ีความสูง
ครงึ่ หนง่ึ ระหวา่ งเสน้ ชนั้ ความสงู สองเสน้ มกั เปน็ บรเิ วณภมู ปิ ระเทศ
ที่ลาดชันน้อยจนเกือบเป็นพ้ืนระดับ แสดงให้ทราบถึงความสูง
บริเวณใดบริเวณหนึ่งระหว่างเสน้ ชั้นทั้งสอง
4) เส้นชนั้ ความสูงดเี พรสช่ัน (depression contours)
คอื เสน้ ชน้ั ความสงู ทแ่ี สดงลกั ษณะของพนื้ ทท่ี มี่ คี วามสงู นอ้ ยกวา่
ภมู ปิ ระเทศทอ่ี ยโู่ ดยรอบ เชน่ แอง่ บอ่ เหว เสน้ ชน้ั ความสงู ชนดิ นี้
จะเขยี นขดี สนั้ ๆ เพม่ิ ลงทเ่ี สน้ ชน้ั ความสงู ดา้ นใน โดยหนั ปลายขดี
ไปทางลาดลง (กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื , 2560,
น.52–59)
| 55
2.2 การใช้เข็มทิศ (Use of Compass)
โลกเปน็ เสมอื นแมเ่ หลก็ ขนาดใหญท่ ม่ี ขี วั้ 2 ขวั้ คอื ขวั้ เหนอื และขวั้ ใต้ และมสี นามแมเ่ หลก็ ทม่ี องไมเ่ หน็ เชอ่ื มระหวา่ ง 2 ขวั้ เขม็ ทศิ จะชไ้ี ปท่ี
ขั้วทศิ เหนือตลอดเวลา จงึ เปน็ คุณสมบตั ิที่ทำ� ใหเ้ ราหาทิศเหนอื ได้โดยงา่ ย
มนษุ ย์ใช้เขม็ ทศิ มาเปน็ ระยะเวลายาวนาน และถูกพฒั นาข้ึนมาจนกระทง่ั ปัจจบุ ันมีลักษณะเป็นตลบั ทม่ี เี ขม็ ยึดตดิ อยูบ่ นแกน และตัวเขม็
หมนุ เป็นอิสระ เพอ่ื ใชใ้ นการอ่านทศิ ทาง เนอื่ งจากวตั ถุที่สรา้ งสนามแม่เหล็กจะมีผลตอ่ การแสดงคา่ ของเขม็ ทิศได้ ดงั นั้นไมค่ วรใช้เข็มทศิ
ใกล้เหลก็ หรอื ส่งิ ท่มี กี ระแสไฟฟา้ ไหลผ่าน เชน่ สายไฟ ยานพาหนะ สายโทรศัพท์ และปนื เลก็ ยาว
มมุ เอียงของเข็มทิศ (Declination)
เข็มทศิ จะชไี้ ปที่ขัว้ เหนือแม่เหลก็ (Magnetic North Pole) ซึ่งแตกต่างจากตำ� แหน่ง ข้วั โลกเหนือทางภมู ศิ าสตร์ (Geographic North)
อยปู่ ระมาณ 1,000 ไมล์ ดังนัน้ มมุ ระหวา่ งขั้วเหนือแมเ่ หล็กและข้วั โลกเหนอื ภูมศิ าสตรน์ ้ี เรียกว่ามุมเอยี ง (Declination)
ภาพท่ี 9 ภาพแสดงมุมเอียงของเขม็ ทิศแต่ละตำ� แหน่งในพนื้ โลก
56 |
องค์ประกอบของเข็มทิศ
การใชเ้ ขม็ ทศิ ขนั้ พน้ื ฐาน ตอ้ งถอื เขม็ ทศิ ในแนวนอนใหข้ นานกบั พนื้ โดยถอื ไวร้ ะดบั อก แขนแนบลำ� ตวั พยายามใหเ้ ขม็ ทศิ อยนู่ ง่ิ โดยพงึ ระลกึ วา่
ปลายเขม็ สแี ดงจะชไ้ี ปทางทศิ เหนอื เสมอ คา่ ทอี่ า่ นไดจ้ ากเขม็ ทศิ จะไดค้ า่ มมุ ทศิ “แบรง่ิ แมเ่ หลก็ (Magnetic bearing)” ซงี่ เปน็ มมุ ทเ่ี กดิ ขนึ้
ระหว่างเสน้ ตรงท่ลี ากจากผสู้ ังเกตไปยังทศิ เหนอื แม่เหล็กกับเสน้ ทีล่ ากจากผสู้ ังเกตไปยงั วัตถทุ ่ที ำ� การสงั เกต
ภาพที่ 10 องค์ประกอบของเขม็ ทิศ
| 57
1) การหาทิศทางจากจดุ ท่ีอยู่ไปยงั จุดหมายทีต่ อ้ งการ มขี ัน้ ตอนดังนี้
(1) วางเข็มทิศลงบนแผนที่ โดยวางแผนท่ีให้ตรงทิศ สังเกตจากปลาย
ลูกศรสีแดงของเข็มทิศ (magnetic needle) ช้ีไปทางทิศเหนือ
จะขนานกับเส้นกรดิ (magnetic meridian lines) ในแนวต้งั
(2) หมายต�ำแหน่งท่ีอยู่ ณ ปัจจุบัน และต�ำแหน่งจุดหมายที่ต้องการ
แล้วลากเส้นตรงจากจดุ ท่ีอย่ไู ปยังจดุ หมาย
(3) วางขอบเขม็ ทศิ ใหช้ ิด และขนานกบั เส้นที่ลาก
(4) จบั เขม็ ทศิ บนแผนที่ใหม้ น่ั คง แลว้ คอ่ ย ๆ หมนุ ปรบั วงแหวนปรบั มมุ
จนกระทง่ั เสน้ ทบี่ อกทศิ เหนอื -ใต้ ขนานกบั ลกู ศรบอกทศิ และขนานกบั
เส้นกริดแนวต้ัง หรือสังเกตที่มุมบนวงแหวนที่ตรงกับปลายลูกศร
มีคา่ เท่ากับ 0
(5) ถือเข็มทิศวางราบไว้ในมือ โดยหันหน้าด้านที่มีลูกศรชี้ทิศทางไป
ด้านหน้า โดยต้องแน่ใจวา่ เข็มทศิ ขนานกบั พน้ื ราบมากทีส่ ดุ
(6) หาทิศทางท่ีต้องการ โดยหมุนตัวไปรอบ ๆ จนกระท่ังเส้นท่ีบอก
ทิศเหนือ-ใต้ ขนานกับลูกศรของเข็มทิศ ต้องระวังอย่าให้วงแหวน
บอกมุมเคลอื่ น เพราะจะท�ำให้ทศิ ทางผิดไปจากเดมิ
(7) ทศิ ทางทจี่ ะไปสามารถอา่ นไดจ้ ากมมุ ทีอ่ ยตู่ รงลูกศรชีท้ าง
(8) เม่ือได้มุมและทิศทางที่ต้องการแล้ว ให้หาวัตถุที่สังเกตเห็นง่ายใน
พ้ืนที่จริง และอยู่ในทิศทางที่จะไป เช่น ต้นไม้ หินใหญ่ หน้าผา
แล้วเดนิ ทางตรงไปยงั จุดหมายโดยไมต่ ้องใชเ้ ขม็ ทิศ
(9) ระวังไว้เสมอว่า ลูกศรของเข็มทิศ จะชี้ไปยังสนามแม่เหล็กบริเวณ
ขั้วโลกเสมอ แต่ลกู ศรชี้ทศิ ทาง จะช้ีไปยงั ทศิ ทางทใ่ี ชเ้ ดินทาง
*** การทำ� งานทมี่ กี ารใชแ้ ผนทแี่ ละเขม็ ทศิ รว่ มกนั โดยเฉพาะกรณที เี่ ปน็ ระยะทางไกล ๆ เราควรคดิ คา่ ชดเชย สำ� หรบั ความแตกตา่ งระหวา่ ง
มมุ ทิศแบริ่งแมเ่ หล็กกบั แบร่ิงจรงิ เสมอ โดยปกติทุก 1 กโิ ลเมตรท่เี ราเดิน เราจะคลาดเคล่อื นจากเป้าหมายท่ีก�ำหนดไว้ประมาณ 17 เมตร
ต่อคา่ ความเบ่ียงเบนของเข็มทิศ 1 องศา ***
58 |
2) วธิ ี Triangulation
เมื่อเราเดินทางอยู่ในป่า แล้วต้องการทราบต�ำแหน่งที่อยู่ในแผนที่ สามารถใช้วิธี Triangulation ช่วยหาต�ำแหน่งได้ แต่แผนท่ีท่ีเราใช้
ตอ้ งมีเสน้ กรดิ แสดงแนวทศิ เหนือแมเ่ หลก็ ปรากฏในแผนท่ี โดยวิธกี ารมดี งั น้ี
(1) วางแผนท่ีให้ทิศเหนือของแผนที่ตรงกับทิศเหนือที่ปลายลูกศรของ
เข็มทศิ ชี้
(2) หาภมู ปิ ระเทศทม่ี ลี กั ษณะเดน่ หรอื สงั เกตเหน็ ไดง้ า่ ยจากตำ� แหนง่ ทเี่ ราอยู่
เปน็ จดุ หมาย เชน่ ภเู ขา ทวิ เขา หนา้ ผา เปน็ ตน้ จำ� นวน 3 จดุ โดยทง้ั 3 จดุ
ต้องปรากฏในแผนท่ี
(3) หาค่ามุมจากจุดท่ีเราอยู่ไปยังจุดหมายท่ีหน่ึง จากน้ันวางเข็มทิศลงบน
แผนทใี่ ห้ขอบด้านยาวแตะทีจ่ ุดหมายในแผนท่ี
(4) หมนุ เขม็ ทศิ ไปรอบ ๆ จนกระทั่งเส้นที่บอกทศิ เหนือ-ใต้ ขนานกบั ลกู ศร
ของเข็มทิศ และให้ระวังอย่าให้วงแหวนบอกมุมเคล่ือนในขณะท่ีหมุน
เข็มทิศ
(5) เมื่อเข็มทิศอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว จับฐานเข็มทิศให้แน่น แล้วลาก
เส้นตรงผ่านจุดทห่ี มายเอาไว้
(6) เปล่ียนมาเป็นจุดหมายที่สอง และท�ำซ�้ำตามขั้นตอนที่ 1 - 5 อีกครั้ง
บรเิ วณที่เราอยคู่ ือบริเวณที่เส้นทัง้ สองตดั กนั
(7) ให้ท�ำซ�้ำกับจุดหมายท่ีสามเพิ่มอีกจุดหน่ึง ซึ่งจุดที่เกิดจากการลากมา
จากจดุ หมายทีส่ ามควรเป็นจดุ เดียวกบั สองจุดแรก
| 59
3) การใชเ้ ขม็ ทิศอย่างเดียว
เม่ือเราเดินทางเข้าหาจุดหมายท่ีสามารถมองเห็นได้ เราสามารถใช้เข็มทิศช่วยกำ� หนดทิศทางตรงที่จะพาไปยังจุดหมายได้ แม้จะไม่เห็น
จุดหมายตลอดเวลากต็ าม โดยมีขั้นตอนการปฏบิ ัติดังนี้
(1) หาภูมิประเทศท่ีเป็นลักษณะเด่นแล้วถือเข็มทิศหันไปหาจุดหมาย หลังจากน้ัน
เล็งเข็มทศิ เปน็ แนวตรงผ่านลกู ศรชท้ี ิศทางไปยงั จุดหมายทต่ี ้องการ โดยพยายาม
วางเข็มทศิ ในแนวราบและขนานกบั พนื้ เสมอ
(2) รักษาแนวเส้นตรงระหว่างตัวเรากับจุดหมายไว้ แล้วหมุนวงแหวนปรับค่ามุม
จนกว่าเส้นแสดงทิศเหนือ-ใต้ จะขนานกับลูกศรของเข็มทิศ ค่ามุมท่ีปรากฏตรง
ลูกศรชี้ทิศทาง จะเป็นค่ามุมจากต�ำแหน่งท่ีเราอยู่ไปยังจุดหมายท่ีต้องการเดิน
ทางไป
(3) ตรวจสอบเสน้ ทางขณะเดนิ ทาง โดยดวู า่ เสน้ ทแ่ี สดงทศิ เหนอื -ใต้ ขนานกบั ลกู ศร
ของเขม็ ทศิ หรอื ไม่ ทิศทางท่ถี ูกต้องน้ันเสน้ และลกู ศรต้องขนานกัน (กรมอทุ ยาน
แห่งชาตสิ ัตว์ป่าและพันธุพ์ ืช, 2560, น.59–65)
60 |
3. การใช้เครือ่ ง GPS รุน่ Map 62s และการถ่ายโอนข้อมลู สำ� หรับชุดลาดตระเวน
ในการท�ำงานด้านการส�ำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามด้านทรัพยากรป่าไม้และงานลาดตระเวนเพ่ือการป้องกันการกระท�ำผิดต่อทรัพยากร
ปา่ ไมน้ น้ั จำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งมอี ปุ กรณท์ ส่ี ามารถชว่ ยในการนำ� ทางและระบตุ ำ� แหนง่ พกิ ดั ภมู ศิ าสตรบ์ นผวิ โลกหรอื เครอ่ื ง GPS (Global
Positioning System) ประจำ� ทมี ส�ำรวจหรอื ชุดลาดตระเวน เพือ่ บอกตำ� แหนง่ ทต่ี ั้งทีม่ ีความส�ำคัญหรอื จดุ สนใจใด ๆ รวมท้ังการบนั ทึก
เส้นทางทไ่ี ด้เดนิ ผา่ นไปในพนื้ ทตี่ า่ ง ๆ
ในปัจจุบัน GPS เป็นท่ีรู้จัก และมีการใช้งานกันอย่างกว้างขวาง มีหลากหลายวงการและสาขาอาชีพได้มีการน�ำ GPS มาประยุกต์ใช้
ในการน�ำทาง และการระบตุ �ำแหน่งภมู ิศาสตรข์ องสงิ่ ทจี่ ะศกึ ษา โดยเฉพาะงานดา้ นการส�ำรวจทรพั ยากรธรรมชาติ การศึกษาวิจยั ด้าน
ป่าไมแ้ ละสัตวป์ า่ และการลาดตระเวนเพอื่ การปอ้ งกนั การลักลอบลา่ สตั วป์ ่า ลักลอบตัดไม้ และบุกรกุ พน้ื ท่ีป่า เป็นตน้ GPS นบั ไดว้ ่ามี
บทบาทสำ� คญั อยา่ งมาก เนอ่ื งจากการสำ� รวจหรอื การลาดตระเวนนน้ั มกั มคี วามจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งผา่ นพนื้ ทท่ี ไี่ มค่ นุ้ เคยอยเู่ สมอ ๆ ประกอบกบั
งานดังกลา่ วตอ้ งท�ำในป่าซึ่งมีพืน้ ทที่ ีก่ วา้ งใหญ่ และเขา้ ถงึ ด้วยความยากล�ำบาก ขอ้ มูลทถ่ี ูกบันทกึ ใน GPS ยังสามารถนำ� มาประยุกต์ใชไ้ ด้
อีกหลายทาง ซึ่งมีความน่าเช่อื ถือและทำ� ความเขา้ ใจไดง้ ่ายกว่าการบรรยายหรือรายงานดว้ ยวาจา
3.1 องค์ประกอบของ GPS
ระบบ GPS ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 3 ส่วนหลัก จงึ จะสามารถทำ� งานไดค้ รบวงจร คือ สว่ นอวกาศ (Space Segment) ส่วนควบคมุ
(Control Segment) และส่วนผู้ใช้ (User Segment)
| 61
1) ส่วนอวกาศ (Space Segment) ประกอบด้วยเครือข่ายดาวเทียม 3 เครือข่าย คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และรัสเซีย
โดยเครอื ขา่ ยดาวเทยี มนำ� ทางของสหรัฐอเมริกา ไดแ้ ก่ NAVSTAR GPS ท่เี คร่อื ง GPS ของเรารบั สัญญาณนั่นเอง บริหารงาน
โดยกระทรวงกลาโหมของสหรฐั อเมริกา
2) สว่ นควบคมุ (Control Segment) ประกอบดว้ ยสถานภี าคพนื้ ดนิ มสี ถานคี วบคมุ ใหญอ่ ยทู่ ่ี Falcon Air Force Base (USA)
ส่วนสถานีควบคมุ ย่อยจะกระจายไปยังพ้นื ท่ตี ่าง ๆ ทว่ั โลก เพอ่ื คอยตดิ ตามการเคล่ือนทขี่ องดาวเทยี ม ทำ� ใหส้ ามารถคำ� นวณ
วงโคจรและต�ำแหน่งของดาวเทียม รวมถึงการปรับแก้ค่าเวลาของนาฬิกาบนดาวเทียม และส่งข้อมูลดังกล่าวกลับไปยังส่วน
อวกาศหรือดาวเทียม จากน้ันดาวเทียมจะส่งข้อมูลเหล่านี้กลับมายังโลกในรูปแบบของคล่ืนวิทยุและแปลรหัสจากดาวเทียม
เพือ่ นำ� มาประมวลผลให้เหมาะสมกับการใชง้ านในรปู แบบตา่ ง ๆ ประกอบไปด้วยทกุ สว่ น ไมว่ ่าจะเปน็ ฮารด์ แวร์ ซอฟทแ์ วร์
การประยกุ ตใ์ ชง้ าน การท�ำงานในภาคสนาม และวิธกี ารคำ� นวณต่าง ๆ ซึ่งใหผ้ ลในรปู ของคา่ พกิ ัด และความเรว็
3) สว่ นผใู้ ช้ (User Segment) ผใู้ ชง้ านตอ้ งมเี ครอื่ งรบั สญั ญาณทสี่ ามารถรบั คลนื่ และแปลรหสั จากดาวเทยี ม เพอื่ นำ� มาประมวลผล
ให้เหมาะสมกบั การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ประกอบไปดว้ ยทกุ ส่วน ไมว่ า่ จะเป็น ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ การประยุกต์ใช้งาน
การท�ำงานในภาคสนาม และวิธกี ารคำ� นวณต่าง ๆ ซ่งึ ให้ผลในรปู ของคา่ พกิ ัด และความเร็ว
62 |
3.2 สว่ นประกอบภายนอกของ GPSmap 62s
การใสถ่ า่ น
GPSmap 62s ใช้ถา่ นขนาด AA จ�ำนวน 2 ก้อน ซง่ึ ควรจะเปน็ ถ่าน Alkaline หรอื NiMH เพอ่ื เป็นการเพ่ิมระยะเวลา และประสิทธภิ าพ
ในการใชง้ าน การใส่ถา่ นท�ำได้ดงั วธิ ีการต่อไปน้ี
1) ดงึ แหวนสลกั เปดิ /ปดิ ฝาครอบถ่านข้นึ และหมนุ แหวนทวนเขม็ นาฬิกา ¼ รอบ กจ็ ะสามารถดงึ ฝาครอบถ่านออกได้
2) เมอื่ ดงึ ฝากครอบถา่ นออก จะพบรอ่ งใสถ่ า่ นพรอ้ มกบั สญั ลกั ษณ์ +/- แสดงทศิ ทางของขว้ั ไฟฟา้ ของถา่ น ใหห้ นั ขวั้ บวกของถา่ น
ไปทางเครือ่ งหมาย + หันขั้วลบไปทางเคร่อื งหมาย ดงั ภาพ
3) กดถา่ นลงร่องถา่ นให้เรียบร้อย แล้วจงึ ปิดฝาครอบถา่ นโดยการหมนุ แหวนสลักตามเข็มนาฬกิ า ¼ รอบ
การเปดิ และปิดเครอื่ ง GPSmap 62s
1) การเปดิ เครอื่ ง กดปมุ่ POWER คา้ งไวป้ ระมาณ 2-3 วนิ าที จะปรากฏหนา้ คำ� แนะนำ� และขอ้ ความตอ้ นรบั (Hello Message)
ปรากฏขึน้ หลงั จากนนั้ หนา้ จอจะเปลีย่ นไปเป็นหนา้ แผนที่โดยอตั โนมตั ิ ดงั ภาพ
2) ส่วนการปดิ เครื่องให้กดปุม่ POWER ค้างไวส้ ักครู่ ขณะอยหู่ นา้ ใดก็ตาม กจ็ ะเปน็ การปิดการทำ� งานเครอ่ื ง GPS
| 63
3.3 การใช้ GPS ในภาคสนาม
ก่อนและระหวา่ งการใช้งาน
1) ตรวจสอบระดับแบตเตอรีอ่ ยเู่ สมอ (กดป่มุ POWER จะปรากฏขดี ระดับแบตเตอร่)ี
2) ปรับระดับความสว่างของหน้าจอใหเ้ หมาะสม
3) ตรวจสอบการรบั สญั ญาณดาวเทยี ม
4) ตรวจสอบการตั้งคา่ ต่าง ๆ
(1) ต้งั คา่ รปู แบบต�ำแหนง่ (Position Format) ให้เป็น UTM UPS
(2) Map datum ใหต้ รงกบั ลำ� ดับชุดของแผนที่แสดงภมู ิประเทศ (Topographic map) เช่น หากใชแ้ ผนที่ลำ� ดบั ชดุ L-7017
ตอ้ งปรบั Map datum เปน็ Indian-Thailand หรอื ถา้ ใชแ้ ผนทล่ี ำ� ดบั ชดุ L-7018 ตอ้ งปรบั Map datum ใหเ้ ปน็ WGS-1984
(3) ตั้งค่าโซนเวลาเปน็ อัตโนมตั ิ
(4) ตัง้ ค่าหน่วยวัดเป็น ระบบเมตริก
(5) ตั้งค่าแนวการหันของแผนทีใ่ ห้เป็น หนั แผนทต่ี ามทิศเหนือ (North up)
(6) ตั้งค่าวิธีการบนั ทึกเสน้ Track ให้เปน็ ระยะทาง (Distance) โดยมีชว่ ง (Interval) เป็น 0.10 Km (100 เมตร)
5) ปรบั ตง้ั เข็มทศิ อิเลก็ ทรอนิกสเ์ สมอ
6) ในการบนั ทกึ คา่ พกิ ดั กอ่ นกดปมุ่ MARK ทกุ ครงั้ ตอ้ งสงั เกตทหี่ นา้ ดาวเทยี ม และควรรบั สญั ญาณดาวเทยี มไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 4 ดวง
และหา้ มแกไ้ ขช่ือ Waypoint
หลังการใชง้ าน
1) น�ำข้อมลู เข้าเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ให้เร็วทีส่ ุด
2) ลบคา่ พกิ ดั (Waypoint) ด้วยความระมดั ระวัง
3) ลบเส้นทางเดิน (Tracks) ด้วยความระมดั ระวงั
64 |
3.4 การตงั้ คา่ แสดงผล (Display Setup)
การต้ังค่าจอแสดงผลของ GPSmap 62s เพ่อื ก�ำหนดลักษณะการแสดงผลตา่ ง ๆ ของหนา้ จอทำ� งาน เช่น แสงสว่าง และระยะเวลาให้
แสงสวา่ งปรากฏ เปน็ ต้น
1) เปิดหนา้ เมนูหลกั เลอื ก “ต้ังคา่ ” แลว้ กดปุ่ม ENTER เลือก “แสดง”
2) กดปมุ่ ENTER จะปรากฏรายการคำ� สง่ั เกยี่ วกบั การแสดง ซง่ึ แถบสเี หลอื งจะอยบู่ นชอ่ ง “หมดเวลาไฟ Backlight” โดยอตั โนมตั ิ
3) กดปุ่ม ENTER เลือกระยะเวลาทไี่ ฟ Backlight จะแสดงบนหนา้ จอ
4) ในชอ่ ง “ประหยัดแบตเตอร”ี่ เลือก “ปิด” กดปมุ่ QUIT ออกไปจากเมนนู ้ี เม่ือเสร็จสน้ิ การตั้งคา่
5) เมอ่ื ต้องการใหห้ น้าจอมแี สงสว่างขณะใช้งาน ใหก้ ดปมุ่ ค�ำส่งั ใด ๆ กไ็ ด้ หน้าจอจะสวา่ งขนึ้ ทันที
6) หากตอ้ งการเพม่ิ หรอื ลดระดบั ความสวา่ งของหนา้ จอ กดปมุ่ POWER 1 ครงั้ หนา้ จอจะแสดงระดบั ความสวา่ งของหนา้ จอทตี่ ง้ั ไว้
7) กดปุม่ Rocker เลื่อนขึ้นหรือเลอื่ นไปทางขวาหากต้องการเพ่ิมความสว่างของหนา้ จอ
8) กดปุ่ม Rocker เล่อื นลงหรอื เลอ่ื นไปทางซา้ ยหากตอ้ งการลดความสวา่ งของหนา้ จอ
| 65
การตัง้ คา่ เวลา (Time Setup)
การตง้ั คา่ เวลาใน GPS เปน็ สง่ิ ทส่ี ำ� คญั อกี ประการหนงึ่ เพราะถา้ หากตงั้ คา่ โซนเวลาผดิ กจ็ ะทำ� ใหเ้ วลาทป่ี รากฏบน GPS ผดิ ไปจากเวลาทอ้ งถน่ิ
จงึ ตอ้ งมกี ารตรวจสอบการต้ังคา่ เวลาอยเู่ สมอ โดยเฉพาะเครอ่ื ง GPS ทมี่ กี ารใช้งานรว่ มกันหลายคน การตั้งคา่ เวลาทำ� ไดด้ งั ตอ่ ไปน้ี
1) เปดิ หน้าเมนหู ลัก เลอื ก “ตัง้ คา่ ” กดปุ่ม ENTER กดปุม่ Rocker เลอ่ื นไปท่ี “เวลา”
2) กดปุ่ม ENTER จะปรากฎหน้าต่างตง้ั ค่าเวลา
3) ในชอ่ งรูปแบบเวลา กดป่มุ ENTER เลอื กรูปแบบเวลาเป็น “24 ชม.”
4) ในชอ่ งโซน กดปมุ่ ENTER เลอื ก “อตั โนมตั ”ิ ซงึ่ โซนเวลาจะปรบั ตามตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั โดยอตั โนมตั ิ กดปมุ่ QUIT เมอ่ื เสรจ็ สนิ้
การตั้งค่าเวลา
66 |
การตงั้ คา่ รูปแบบต�ำแหน่ง (Position Format Setup)
เน่อื งจากประเทศไทยใชแ้ ผนท่ภี ูมิศาสตรท์ ่ีมรี ะบบระบพุ กิ ัดต�ำแหน่งทางภูมิศาสตรเ์ ปน็ UTM (Universal Transverse Mercator) และ
ใช้พน้ื หลกั ฐานอ้างอิง (Map Datum) 2 ระบบคือ Indian Thailand และ WGS 84 จงึ ต้องมกี ารต้ังค่ารูปแบบต�ำแหนง่ ให้สมั พันธ์กบั
แผนทภ่ี ูมิศาสตรท์ ่ีใชอ้ ยู่ ซง่ึ มขี น้ั ตอนดงั น้ี
1) เปิดหน้าเมนูหลกั เลอื ก “ตั้งคา่ ” กดปุ่ม ENTER กดปุ่ม Rocker เล่ือนไปที่ “รปู แบบตำ� แหนง่ ”
2) กดปุ่ม ENTER แลว้ กดปุ่ม Rocker เล่ือนไปทีช่ อ่ ง “รปู แบบต�ำแหนง่ ”
3) กดปมุ่ ENTER เลอื ก “UTM UPS” กดปุม่ ENTER เพือ่ ยนื ยัน
4) กดปมุ่ Rocker เลอื่ นมาทช่ี อ่ ง Map Datum เลอื ก “WGS 84” สำ� หรบั แผนที่ ลำ� ดบั ชดุ L-7018 หรอื เลอื ก “Indian Thailand”
สำ� หรับแผนท่ีลำ� ดบั ชุด L-7017 กดปมุ่ ENTER เพ่ือยนื ยัน
5) ชอ่ ง Map Spheroid จะเปลย่ี นตามการเลอื ก Map Datum โดยอตั โนมตั ิ เมอ่ื เสรจ็ สน้ิ การตงั้ คา่ รปู แบบตำ� แหนง่ กดปมุ่ QUIT
ออกจากเมนูน้ี
| 67
การตงั้ ค่าหน่วย (Unit Setup)
หน่วยการวัดที่ใช้ จ�ำเป็นที่จะต้องตั้งค่าให้เหมาะสมกับการใช้งานหรือตั้งให้เป็นหน่วยสากล เพื่อการประยุกต์ใช้ในภายหลัง การต้ังค่า
หน่วยของ GPSmap 62s มีขนั้ ตอน ดังน้ี
1) เปดิ หนา้ เมนูหลกั เลือก “ต้งั คา่ ” กดปุ่ม ENTER เลือก “หนว่ ย” กดปมุ่ ENTER จะปรากฎหน้าตา่ งหนว่ ยทใี่ ชอ้ ยูป่ จั จบุ ัน
2) ชอ่ ง “ระยะทางความเรว็ ” กดปุม่ ENTER เลอื ก “ระบบเมตรกิ ” กดปมุ่ ENTER
3) ชอ่ ง “ความสงู (ความเร็วในแนวดง่ิ )” กดปุ่ม ENTER เลือก “เมตรต่อนาท”ี กดปมุ่ ENTER
4) ชอ่ ง “ความลึก” กดป่มุ ENTER เลอื ก “เมตร” กดปมุ่ ENTER
5) ช่อง “อณุ หภูมิ” เลอื ก “เซลเซยี ส” กดปุ่ม ENTER และกดปุ่ม QUIT เพือ่ ออกจากหน้าน้ี
การเปล่ียนภาษา
GPSmap 62s สามารถเปลย่ี นเมนูตา่ ง ๆ เป็นภาษาไทยได้ ซึ่งจะทำ� ความเขา้ ใจได้งา่ ยในบางกรณี โดยการเขา้ ไปตั้งคา่ ผา่ นหนา้ เมนหู ลัก
มขี น้ั ตอนดังน้ี
1) เปดิ หนา้ เมนหู ลกั โดยการกดปมุ่ MENU 2 ครัง้ หน้าเมนหู ลักกจ็ ะปรากฏข้ึน (หรือกดปุ่ม PAGE หรือปุม่ QUIT ไปจนพบ
หน้าเมนูหลัก)
2) เลอื กตัง้ คา่ (Setup) จากน้ันกดป่มุ ENTER จะปรากฏเมนยู อ่ ยภายใต้คำ� ส่ังตง้ั คา่
3) เลอื กระบบ (System) จากนน้ั กดปมุ่ ENTER จะปรากฏหน้าต่าง ตั้งค่าระบบ
4) กดปุม่ Rocker เลื่อนลงไปทช่ี อ่ งภาษา (Language) กด ENTER จะปรากฏภาษาทีม่ อี ยใู่ นเคร่ือง เลือ่ นไปหาภาษาท่ตี อ้ งการ
แลว้ กดปมุ่ ENTER
5) หลังจากการตั้งค่าเสรจ็ แล้ว ใหก้ ดปุ่ม QUIT เพือ่ ออกจากหน้านี้
68 |
การเพ่ิมหนา้ หลัก (Adding Main Page)
GPSmap 62s มหี น้าทีแ่ สดงไว้เป็นหน้าหลัก 5 หนา้ ซง่ึ ยังมหี นา้ อนื่ ๆ ทม่ี คี วามส�ำคญั ในการใช้งานและจำ� เป็นต้องเพิ่มเขา้ มาในหนา้ หลัก
คอื หน้าดาวเทียม ซง่ึ มวี ิธีการเพ่มิ ต่อไปนี้
1) เปดิ หนา้ เมนหู ลัก เลือก “ตัง้ ค่า” กดปมุ่ ENTER แลว้ กดปุ่ม Rocker เลื่อนไป คำ� วา่ “ล�ำดบั หนา้ ”
2) กดปมุ่ ENTER จะปรากฏรายชื่อหน้าหลัก จากนัน้ กดปุ่ม Rocker เล่อื นไปคำ� วา่ “เพิ่มหนา้ ”
3) กดปมุ่ ENTER จะปรากฏรายชื่อหน้าทไ่ี มใ่ ชห่ นา้ หลัก
4) กดปุม่ Rocker เลือ่ นไปคำ� ว่า “ดาวเทยี ม”
5) กดปุ่ม ENTER หน้าดาวเทียมจะกลายเป็นหนา้ หลัก จากนัน้ กดปมุ่ QUIT เพ่ือออกจากเมนนู ี้
6) หากตอ้ งการเพิ่มหน้าอน่ื ๆ ใหท้ �ำตามข้ันตอนเดียวกนั กบั วธิ กี ารข้างตน้
| 69
3.5 หน้าหลักของ GPSmap 62s
GPSmap 62s มหี นา้ หลัก 5 หนา้ คอื หน้าเมนหู ลัก หน้าแผนที่ หน้าเข็มทิศ หน้าสถติ กิ ารเดินทาง หน้าผงั ความสูง และ หน้าดาวเทยี ม
ซ่ึงไม่ได้อยู่ในหน้าหลัก ดังน้ันจึงต้องเพิ่มหน้าดาวเทียมข้ึนมาเองตามข้ันตอนในหัวข้อ การเพิ่มหน้าหลัก โดยหน้าหลักที่มีความจ�ำเป็น
ในการใช้งานไดแ้ ก่
1) หน้าเมนูหลัก (Main menu Page) เป็นทีร่ วมหน้าหลักอื่น และฟงั ก์ชันการทำ� งานตา่ ง ๆ ของ GPS
2) หนา้ แผนที่ (Map Page) แสดงต�ำแหนง่ ปัจจุบัน และรายละเอยี ดของภมู ิประเทศโดยรอบ
3) หนา้ เข็มทิศ (Compass Page) แสดงเข็มทิศอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ใชใ้ นการน�ำทางไปยงั จดุ หมาย
4) หน้าสถติ กิ ารเดนิ ทาง (Trip Computer Page) แสดงขอ้ มูลตา่ ง ๆ ระหวา่ งการใช้งาน GPS เช่น ระยะทางที่มีการเคลอื่ นท่ี
ทง้ั หมด ความเร็วสูงสุดในการเคลือ่ นที่ ความเรว็ เฉลย่ี เป็นต้น
5) หนา้ ผงั ความสงู (Elevation Plot Page) แสดงการเคลอื่ นทตี่ ามแนวดง่ิ และแนวราบ ทำ� ใหท้ ราบไดว้ า่ มกี ารเดนิ ทางขน้ึ หรอื ลง
มคี วามชันของพน้ื ที่มากนอ้ ยอย่างไร
6) หน้าดาวเทยี ม (Satellite Page) แสดงจำ� นวนและตำ� แหนง่ ดาวเทยี ม และพิกดั ต�ำแหนง่ ปัจจบุ นั
หนา้ หลักแตล่ ะหนา้ จะมีเมนเู ฉพาะ สามารถป้อนค�ำสง่ั โดยการกดปมุ่ Menu ในหน้าน้นั ๆ ดังภาพตวั อยา่ ง
70 |
หน้าเมนูหลกั (Main Menu Page)
หน้าเมนหู ลกั เป็นหนา้ รวมคำ� ส่ังและฟงั กช์ นั สำ� คญั ตา่ ง ๆ รวมไปถึงเป็นท่รี วมของหนา้ หลักอืน่ ๆ ทไี่ มไ่ ดถ้ กู กำ� หนดให้แสดงเป็นหนา้ หลกั
เช่น “จดั การ Track” “จัดการ Waypoint” “การค�ำนวณพ้ืนที่” “ปฏทิ ิน” “เคร่ืองคิดเลข” เป็นต้น
หนา้ แผนท่ี (Map Page)
หนา้ แผนท่ี แสดงขอ้ มลู ของตำ� แหนง่ ทต่ี งั้ ตา่ ง ๆ ทง้ั ตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั โดยมเี ครอื่ งหมายลกู ศร แสดงตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั และสามารถหาตำ� แหนง่
ใกล้เคียงไดโ้ ดยวธิ ีการเล่อื น (Pan) เพ่ือคน้ หาตำ� แหนง่ อื่น ๆ เช่น ถนน แมน่ ำ้� และสถานที่สำ� คัญตา่ ง ๆ เป็นตน้ สำ� หรบั รายละเอยี ดของ
แผนทด่ี งั กล่าวมีมาพร้อมกับ GPSmap 62s อยู่แล้ว
| 71
1) การเพมิ่ ขอ้ มลู ทแี่ สดงบนหน้าแผนที่ (Map setup and add data fields)
ส�ำหรับการใช้ GPS ในภาคสนามน้ัน ข้อมูลท่ีเหมาะสมและควรเพ่ิมเข้ามาในหน้าแผนที่ ประกอบด้วย ต�ำแหน่ง (Location)
ทิศทาง (Bearing) เวลา (Time of day)และระยะทางถงึ จดุ หมาย (Distance to destination) เพื่อใช้งานร่วมกบั ฟังกช์ นั Go To
การเพม่ิ ข้อมูลในหนา้ แผนทม่ี ีขั้นตอนดังน้ี
(1) กด MENU 1 ครั้ง เลือก “ตง้ั คา่ แผนท่”ี แล้วกดป่มุ ENTER
(2) เลอื กแนวการหันเปน็ “หนั แผนที่ตามทศิ เหนือ” เลือกข้อมูลทีแ่ สดงเป็น “4 ชอ่ งเลก็ ” แลว้ กดปุ่ม QUIT 1 คร้งั เพ่ือออก
จากเมนนู ี้กอ่ น
(3) หนา้ แผนทจี่ ะปรากฏขอ้ มลู เพมิ่ ขนึ้ มา 4 ชอ่ ง ซงึ่ สามารถปรบั เปลยี่ นขอ้ มลู ไดโ้ ดย กดปมุ่ MENU 1 ครงั้ เลอื ก “เปลยี่ น Data
Fields” จากนนั้ กดปุม่ ENTER จะปรากฎตวั เลอื กขอ้ มลู ท่สี ามารถปรับเปลย่ี นได้ เม่อื แกไ้ ขแล้ว กดปุ่ม QUIT 1 ครัง้
2) การเปลี่ยนระยะการซูม (Zoom Range)
สำ� หรบั หนา้ แผนที่ สามารถทจ่ี ะทำ� การเปลยี่ นระยะการซมู เพอ่ื ใหแ้ สดงรายละเอยี ดครอบคลมุ พนื้ ทตี่ อ้ งการทราบได้ โดยการซมู
เขา้ จะทำ� ใหห้ นา้ แผนทคี่ รอบคลมุ พน้ื ทขี่ นาดเลก็ และใหร้ ายละเอยี ดภายในแผนทม่ี ากกวา่ ในขณะทกี่ ารซมู ออกจะทำ� ใหห้ นา้ แผนที่
ครอบคลมุ พนื้ ทขี่ นาดใหญ่แต่จะใหร้ ายละเอยี ดภายในแผนที่นั้นน้อยลง การเปล่ยี นระยะการซมู สามารถท�ำได้ตามวิธกี ารตอ่ ไปน้ี
(1) กดปมุ่ IN ในหน้าแผนทเี่ พื่อซมู เข้าหาตำ� แหน่งปัจจุบนั ท�ำให้แผนท่ีแสดงรายละเอียดมากขน้ึ แตค่ รอบคลุมพน้ื ทนี่ อ้ ยลง
(2) กดปมุ่ OUT ในหนา้ แผนทเ่ี พอื่ ซมู ออกจากตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั ทำ� ใหแ้ ผนทแี่ สดงรายละเอยี ดนอ้ ยลง แตค่ รอบคลมุ พนื้ ทมี่ ากขน้ึ
72 |
หน้าเขม็ ทศิ (Compass Page)
หน้าเขม็ ทศิ แสดงมุมเปน็ องศาที่ท�ำกบั ทศิ เหนือ และทิศทางท่กี ำ� ลงั ม่งุ ไป โดยใช้งานร่วมกบั ฟังกช์ ัน Go To ประกอบด้วยข้อมูลท่ีจำ� เป็น
ในการน�ำทาง ซ่ึงสามารถเปลีย่ นแปลงชอ่ งขอ้ มูลท่ีแสดงได้ดงั นี้
1) กดปุ่ม MENU 1 ครง้ั เลอื ก “เปลี่ยน Data Fields” กดปมุ่ ENTER
2) เลอื ก “ระยะทางถงึ จดุ หมาย” และ “ทิศทาง” กดปุ่ม ENTER เพ่อื เลือกชอ่ ง ข้อมูลดงั กลา่ ว
3) กดปมุ่ QUIT เมอ่ื เสรจ็ สิน้ การเปล่ียนแปลงช่องข้อมลู ทัง้ หมดแล้ว
การใชง้ านฟังก์ชัน Go To จากหน้าเขม็ ทิศ จะปรากฏช่องข้อมลู “ระยะทางถงึ จุดหมาย” และ “ทิศทาง” พรอ้ มกับแสดงลูกศรสแี ดงบน
หนา้ ปดั เข็มทิศแสดงทิศทางของจดุ หมายทเ่ี ราต้องมงุ่ ไป โดยแนวทางท่ีถกู ตอ้ งของการใชง้ านฟังกช์ นั Go To เมื่อเดินถูกทิศทาง ตวั เลข
ในชอ่ ง “ระยะทางถึงจดุ หมาย” จะต้องลดลงเรอ่ื ย ๆ เม่อื เข้าใกล้จุดหมาย และลกู ศรสแี ดงจะต้องชขี้ น้ึ ด้านบนของหน้าปัดเขม็ ทศิ ทัง้ น้ี
ควรท�ำการปรับตง้ั เข็มทศิ อเิ ล็กทรอนกิ สอ์ ยู่เสมอ
| 73
การปรับตั้งเข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์เป็นการแก้ไขความคลาดเคลื่อนของอุปกรณ์ท่ีอาจเกิดข้ึนจากการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ หรือ
การไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์เป็นเวลานาน ดังนั้นในการใช้งาน GPS จึงควรมีการปรับตั้งเข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์อยู่เสมอ หรือปรับต้ังก่อน
ทุกครั้งท่ีจะน�ำไปใช้งาน ซงึ่ มขี ้นั ตอนดงั ตอ่ ไปนี้
1) เปิดหน้าเข็มทิศ (Compass Page) กดปุ่ม MENU 1 ครั้งจะปรากฏเมนูต่าง ๆ ของหน้าเข็มทิศ กดปุ่ม Rocker เลื่อนไปท่ี
“ปรบั ตงั้ เข็มทิศ”
2) กดปุ่ม ENTER จะปรากฏข้อความ “ปรับต้งั เขม็ ทศิ ” แถบสีเหลืองจะอยู่บนคำ� วา่ “เร่มิ ต้น”
3) กดปุ่ม ENTER ก็จะเป็นการเริ่มต้นการปรับต้ัง ซ่ึงต้องท�ำการปรับต้ังเข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ท้ังหมด 3 แกน โดยปฏิบัติตาม
ทลี ะขัน้ ตอนอยา่ งช้า ๆ จนเสรจ็ สมบรู ณ์
4) หากการปรบั ตง้ั ไม่เสร็จสมบูรณจ์ ากขัน้ ตอนใด จะมีคำ� สงั่ บนหนา้ จอให้เริ่มตน้ ข้ันตอนนน้ั ใหม่จนเสร็จสิ้นสมบรู ณ์ทกุ ข้ันตอน
74 |
หน้าสถติ ิการเดินทาง (Trip Computer Page)
หน้าสถติ ิการเดินทาง แสดงปรมิ าณต่าง ๆ เพ่ือการตรวจสอบสถิติการเดินทาง ไดแ้ ก่ ความสงู ระยะทาง ความเรว็ เปน็ ต้น ซ่งึ สามารถ
เพ่ิม ลด เปลย่ี นแปลงรายการขอ้ มูลทแ่ี สดงบนหนา้ จอได้ดงั นี้
1) เปิดหน้าสถิตกิ ารเดนิ ทาง (Trip Computer Page) กดปุ่ม MENU จะปรากฏคำ� สั่งต่าง ๆ ให้เลอื ก
2) เลือกเปลี่ยน “Data Field” และเปลีย่ นขอ้ มูลตามความจ�ำเปน็ ในการใชง้ าน
3) เม่ือเริม่ เดินทางใหม่ และต้องการใช้งานสถติ ิการเดนิ ทาง ต้องตงั้ ใหม่ (Reset) ทุกคร้งั ดงั ภาพ
| 75
หนา้ ผงั ความสูง (Elevation Plot Page)
หน้าผังความสูง แสดงแถบสถานะความสูงระหว่างการเดินทาง โดยแสดงความสูงปัจจุบัน อัตราการลาดข้ึนและลาดลงขณะเคลื่อนท่ี
โดยแสดงผลออกมาเป็นกราฟอัตราสว่ นระหว่างระยะทางในแนวดงิ่ กับระยะทางในแนวราบ
หน้าดาวเทียม (Satellite Page)
หนา้ ดาวเทยี ม จะแสดงจำ� นวนและตำ� แหนง่ ของดาวเทยี มทส่ี ามารถรบั สญั ญาณได้ (อยเู่ หนอื เสน้ ขอบฟา้ ) ความแรงของสญั ญาณดาวเทยี ม
ตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั ของเครอ่ื งรบั คา่ ความคลาดเคลอ่ื นของตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั ความสงู จากระดบั นำ�้ ทะเล วงกลมนอกแสดงขอบฟา้ และวงกลม
ในแสดงตำ� แหนง่ 45 องศาจากขอบฟา้ ตวั เลขทแี่ สดงอยเู่ ปน็ ตวั เลขแทนชอ่ื ทถี่ กู กำ� หนดใหก้ บั ดาวเทยี มแตล่ ะดวง แทง่ ทปี่ รากฏทสี่ ว่ นลา่ ง
ของหน้าจอแสดงความแรงของสญั ญาณดาวเทียมแต่ละดวง
76 |
4. การใชง้ าน GPSmap 62s เบอื้ งตน้
4.1 การรับสัญญาณดาวเทยี ม
เมอ่ื เปดิ เครอื่ ง GPS หนา้ ดาวเทยี มจะปรากฏขอ้ ความ “กำ� ลงั คน้ หาสญั ญาณดาวเทยี ม” ซง่ึ หมายความวา่ GPS กำ� ลงั รบั สญั ญาณดาวเทยี ม
และเมอื่ สามารถระบตุ ำ� แหนง่ ไดแ้ ลว้ จงึ จะปรากฏขอ้ มลู ตา่ ง ๆ โดยจะใชเ้ วลาเทา่ ใดนนั้ ขนึ้ อยกู่ บั สภาพอากาศ การปกคลมุ ของเรอื นยอดไม้
สภาพภูมิประเทศ และตำ� แหนง่ ของดาวเทียมในวงโคจรขณะนน้ั
4.2 การบนั ทึกคา่ พกิ ดั (Marking Waypoint)
กอ่ นบนั ทกึ คา่ พกิ ดั หรอื กดปมุ่ MARK ตอ้ งตรวจสอบการรบั สญั ญาณดาวเทยี มของ GPS กอ่ น วา่ รบั สญั ญาณดาวเทยี มไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 4 ดวง
ซง่ึ จะทำ� ใหไ้ ดต้ �ำแหนง่ ที่บนั ทึกมคี วามถูกต้องและแมน่ ยำ� การบนั ทกึ ค่าพกิ ัดของ GPSmap 62s ทำ� ได้ โดย
1) กดปมุ่ MARK 1 ครงั้ จะปรากฏหน้าบันทกึ ค่าพิกดั ท�ำการตรวจสอบความถูกต้อง
2) กดป่มุ ENTER เมื่อแถบสเี หลืองปรากฏทค่ี ำ� ว่า “เสรจ็ ” เป็นการสิ้นสุดการบันทึก ค่าพิกดั
| 77
4.3 การสรา้ งพิกัดใหม่ (Creating Waypoint)
การสร้างพกิ ัดใหม่ เป็นการนำ� เข้าตัวเลขต�ำแหน่งด้วยมอื เช่น พิกัดการลกั ลอบลา่ สตั ว์ทไี่ ด้รับแจ้งเข้ามา มีวิธกี ารดงั น้ี
1) กดป่มุ MARK 1 ครั้ง จะปรากฏรายละเอยี ดต�ำแหน่งปัจจุบนั
2) กดปุม่ Rocker เลื่อนแถบสีเหลืองไปชอ่ ง “ตำ� แหนง่ ” กดปุม่ ENTER จะปรากฏ หนา้ แก้ไขพกิ ัด
3) เลือ่ น Rocker ไปหาลกู ศร (ขึ้น ลง ซ้าย ขวา) แล้วกดปมุ่ ENTER เพือ่ เลื่อนแถบสเี หลอื งไปยงั ตวั เลขที่ตอ้ งการแก้ไข
4) แก้ไขตัวเลขโดยเล่ือน Rocker ไปหาตัวเลขที่ต้องการแลว้ กดปมุ่ ENTER
5) เมอื่ แกไ้ ขตัวเลขได้ตามทีต่ ้องการแล้ว เลือ่ น Rocker ไปที่ต�ำแหน่ง “เสร็จ” และกดปมุ่ ENTER
6) เลอ่ื นแถบสเี หลอื งไปทีค่ ำ� วา่ “เสร็จ” กดปุ่ม ENTER อีกครงั้ เพ่ือยนื ยนั
78 |
4.4 การลบค่าพกิ ัด (Deleting Waypoint)
คา่ พกิ ดั ทไี่ ด้ทำ� การบนั ทกึ ไว้ สามารถลบออกจากหนว่ ยความจ�ำของ GPS ได้ โดยมีวิธกี ารลบ 2 แบบดว้ ยกนั แบบแรกคือการลบทีละจุด
เหมาะทีจ่ ะใช้ในกรณที ีม่ กี ารบันทกึ โดยไม่ต้ังใจ แบบที่ 2 คือการลบค่าพกิ ัดทัง้ หมด ซงึ่ วิธกี ารลบแบบน้ีควรใชเ้ ม่อื มั่นใจวา่ ไดท้ ำ� การยา้ ย
ข้อมลู ไปเก็บไวใ้ นเครื่องคอมพวิ เตอรแ์ ล้วเท่าน้ัน
1) เปดิ หนา้ เมนหู ลกั (Main Menu) เลอื ก “จดั การ Waypoint” กดปมุ่ ENTER จะปรากฎรายการชอื่ พกิ ดั ทงั้ หมด (Waypoint list)
2) เลือก Waypoint ที่ต้องการลบ แล้วกดปุ่ม ENTER จะปรากฏหน้าต่างแสดงข้อมูลของค่าพิกัดนั้น กดปุ่ม MENU 1 คร้ัง
เลอื กคำ� วา่ “ลบ” กดปมุ่ Enter แล้วจะมีขอ้ ความยืนยัน การลบ เมือ่ ตอบใช่โดยการกดปมุ่ ENTER กจ็ ะเสรจ็ สนิ้ การลบคา่
พิกัดนนั้ หรือ
3) กดปมุ่ MENU 1 ครงั้ เลอื ก “ลบทง้ั หมด” กดปมุ่ ENTER จะปรากฎขอ้ ความยนื ยนั การลบ Waypoint ทง้ั หมด เมอ่ื เลอื ก “ใช”่
และกดปมุ่ ENTER รายการพกิ ดั จะถกู ลบทั้งหมด
| 79
4.5 การใช้ GPS นำ� ทาง (Go To)
การใช้ Go To เป็นฟังกช์ นั ทจ่ี �ำเปน็ ตอ้ งใช้เมื่อต้องการเดินไปยงั จุดหมายทไี่ ด้กำ� หนดตำ� แหน่งพิกัดไว้ในเคร่ือง GPS แล้ว เมื่อออกเดนิ ทาง
GPS จะกำ� หนดทศิ ทางและระยะทางถงึ จดุ หมายจากตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั ซง่ึ ชว่ ยทำ� ใหก้ ารเดนิ ทางเขา้ หาจดุ หมายมคี วามถกู ตอ้ งและรวดเรว็ ขนึ้
1) เปิดหน้าเมนูหลกั เลือก “จดั การ Waypoint” จะปรากฏรายช่อื พิกดั ทั้งหมด
2) กดปมุ่ Rocker เลอ่ื นขึน้ /ลงเพอ่ื เลือก Waypoint ทตี่ ้องการ และกดปุ่ม ENTER จะปรากฏรายละเอยี ดของ Waypoint นั้น
3) กดปมุ่ ENTER เมอื่ แถบสีเหลอื งอย่บู นคำ� ว่า “น�ำทาง” เพ่ือสัง่ น�ำทาง จะปรากฏ ขอ้ มูลการนำ� ทาง ในชอ่ งขอ้ มลู 4 ชอ่ งใน
หนา้ แผนท่ี แล้วใชข้ ้อมลู ดังกล่าว เชน่ “ระยะทางถงึ จดุ หมาย” และ “ทิศทาง” เพอื่ ไปยงั จดุ หมายนั้น
4) การยกเลกิ การนำ� ทางของฟงั กช์ นั Go To เมอ่ื เดนิ ทางไปถงึ ยงั จดุ หมายแลว้ หรอื เปลย่ี นแปลงจดุ หมาย ทำ� ไดโ้ ดยกดปมุ่ FIND
ขณะอยู่หน้าใดกไ็ ด้ จะปรากฏข้อความ “ขณะนี้น�ำทางไปยัง ....”
5) กดปมุ่ Rocker เลอ่ื นใหแ้ ถบสเี หลอื งตรงกบั คำ� วา่ “หยดุ นำ� ทาง” กดปมุ่ ENTER เพอ่ื ยนื ยนั การยกเลกิ นำ� ทาง ขอ้ มลู การนำ� ทาง
ในหนา้ แผนที่กจ็ ะหายไป และ GPS จะกลบั สสู่ ถานะปกติ
80 |
4.6 การตงั้ ค่า Track (Track Setup)
Track เปน็ ขอ้ มลู พกิ ดั ตำ� แหนง่ ทมี่ กี ารบนั ทกึ แบบอตั โนมตั ิ โดยการนำ� พกิ ดั ตำ� แหนง่ ดงั กลา่ วมาตอ่ กนั จนมลี กั ษณะเปน็ เสน้ ทำ� ใหท้ ราบวา่
การเดนิ ทางได้ผ่านไปยงั ที่ใดบ้าง ซ่งึ สามารถตัง้ คา่ ความถีใ่ นการบันทึกไดต้ ามข้นั ตอนดังต่อไปน้ี
1) เปดิ หน้าเมนูหลกั เลอื ก “ตั้งคา่ ” กดปมุ่ ENTER จะปรากฏรายการการต้ังคา่ ตา่ ง ๆ กดปมุ่ Rocker เล่อื นแถบสีเหลอื งไปที่
“Tracks” กดปุ่ม ENTER จะปรากฏ หนา้ ตง้ั คา่ Track
2) ชอ่ ง “Track log” กดปมุ่ ENTER เลอื ก “บนั ทึก แสดงบนแผนท่”ี กดปุ่ม ENTER
3) ชอ่ ง “วิธีการบันทกึ ” กดปมุ่ ENTER เลือก “ระยะทาง” เพ่ือบนั ทกึ Tracks ตามระยะทางแล้วกด ENTER
4) ชอ่ ง “ช่วง” กดปมุ่ ENTER แกไ้ ขระยะทางตามตอ้ งการ เชน่ 0.10 km (บนั ทกึ ทุก 100 เมตร) กดปุ่ม Rocker เลอื่ น ลงมาที่
ค�ำว่า “เสรจ็ ” แลว้ กดป่มุ ENTER เพ่ือบนั ทกึ การต้ังค่า
| 81
4.7 การจดั เก็บ Track (Save Track)
ก่อนถ่ายโอนขอ้ มูล Tracks จาก GPSmap 62s ตอ้ งท�ำการจัดเกบ็ Tracks (Save Tracks) เสยี ก่อน ซ่ึงตา่ งจาก Waypoint ทส่ี ามารถ
เขา้ ไปคดั ลอก GPX File ออกมาเก็บไดโ้ ดยไม่ตอ้ งสั่งจดั เกบ็ ซงึ่ ขนั้ ตอนการจัดเกบ็ Tracks มดี ังนี้
1) เปิดหนา้ เมนหู ลกั กดปุ่ม Rocker เลอ่ื นมาท่ี “จัดการ Track”
2) กดปุ่ม Rocker เล่ือนไปท่ี “Track ปจั จุบนั ” กดปมุ่ ENTER จะมีคำ� ส่งั ว่า “จดั เก็บ Track” ใหเ้ ลือก
3) กดปมุ่ ENTER จะปรากฏหนา้ ตา่ งแกไ้ ขชอื่ เสน้ Track ทจี่ ะจดั เกบ็ โดยรปู แบบชอ่ื เสน้ Track จะถกู ตงั้ เปน็ “วนั -เดอื น-ป-ี เวลา”
โดยอตั โนมัติ ไม่จ�ำเป็นตอ้ ง แกไ้ ขแตอ่ ย่างใด
4) กดปุ่ม Rocker เลอ่ื นไปที่ “เสร็จ” กดปุ่ม ENTER จะปรากฏขอ้ ความยืนยันการ จัดเก็บ Track
5) กดปมุ่ ENTER อกี ครงั้ จะปรากฏขอ้ ความวา่ จะใหล้ บ Track ปจั จบุ นั หรอื ไม่ ถา้ ตอบ “ใช”่ Track ปจั จบุ นั จะถกู ยา้ ยไปเกบ็ ไว้
และไมแ่ สดงบนหนา้ แผนที่ แตถ่ า้ หากเลอื ก “ไม”่ เสน้ Track กจ็ ะถกู บนั ทกึ แตเ่ สน้ Track ปจั จบุ นั ยงั คงปรากฏในหนา้ แผนที่
เช่นเดิม
82 |
4.8 การลบ Track (Clear Track)
กอ่ นการออกทำ� งานภาคสนามในครงั้ ตอ่ ไปควรทำ� การลบ Track (Clear Track) เสยี กอ่ น เพอื่ ปอ้ งกนั ความสบั สนในการทำ� งาน และปอ้ งกนั
หน่วยความจ�ำของ GPS เตม็ ขณะอยู่ในภาคสนาม โดยทกี่ ารจดั เก็บ Track ของ GPSmap 62s จะมดี ว้ ยกันทัง้ หมด 3 สว่ น ไดแ้ ก่ Track
ปัจจบุ นั Track ทจี่ ดั เก็บไวโ้ ดยอัตโนมัติ และ Track ทจ่ี ดั เกบ็ โดยคำ� สัง่ จากผใู้ ช้งานเอง ซ่ึงตอ้ งลบทั้ง 3 สว่ น การลบ Track มขี น้ั ตอนดงั น้ี
1) เปดิ หนา้ เมนหู ลกั (Main Menu) กดปมุ่ Rocker เลอ่ื นไปท่ี “จดั การ Track” กดปมุ่ ENTER จะปรากฎรายการ Track ทมี่ อี ยู่
2) กดปมุ่ Rocker เลอื่ นไปที่ “Track ทจี่ ดั เกบ็ ไว”้ กดปมุ่ ENTER และเลอื ก “ลบ” กดปมุ่ ENTER จะปรากฏหนา้ ยนื ยนั การลบ
Track เมอ่ื กดปุ่ม ENTER อกี ครัง้ เสน้ Track ก็จะถกู ลบ
3) การลบ Track ปจั จบุ นั ทำ� ไดโ้ ดยการกดปมุ่ Rocker เลอ่ื นไปท่ี “Track ปจั จบุ นั ” กดปมุ่ ENTER จะปรากฏรายการคำ� สงั่ ของ
Track ปจั จุบนั กดปมุ่ Rocker เล่ือนไปท่ี “ลบ Track ปจั จุบัน” เมอื่ กดปมุ่ ENTER จะปรากฏข้อความให้ยนื ยนั เลอื ก “ใช”่
กดปมุ่ ENTER เสน้ Track ปจั จบุ ันจะถกู ลบออกไปจากหน่วยความจ�ำของ GPS
4) การลบ Track ทจ่ี ดั เกบ็ ไวโ้ ดยอตั โนมตั ิ ทำ� ไดโ้ ดยกดปมุ่ Rocker เลอื่ นไปท่ี “Track ที่ จดั เกบ็ ไว”้ กดปมุ่ ENTER กจ็ ะปรากฏ
รายการ Track ที่จดั เก็บไวโ้ ดยอตั โนมตั ิ เม่อื กดปมุ่ MENU จะปรากฏค�ำสัง่ “ลบทถี่ กู บันทกึ ไว้ทัง้ หมด” กดป่มุ ENTER จะ
ปรากฏข้อความเพอื่ ยนื ยนั กดปุ่ม ENTER อกี ครงั้ เส้น Track ทจ่ี ัดเกบ็ ไว้โดยอตั โนมตั ิ กจ็ ะถูกลบถาวร
| 83
84 |
4.9 การคำ� นวณพน้ื ท่จี ากเสน้ Tracks (Area Calculation)
การค�ำนวณพื้นท่ีจากเส้น Tracks มีประโยชน์กับเจ้าหน้าท่ีลาดตระเวนในกรณีพบพ้ืนท่ีที่ถูกบุกรุก และต้องท�ำการประเมินขนาดเน้ือที่
ของพน้ื ทที่ ถ่ี กู บกุ รกุ หรอื แผว้ ถางนน้ั ฟงั กช์ นั นจ้ี ะชว่ ยใหก้ ารประเมนิ พน้ื ทมี่ คี วามแมน่ ยำ� มากกวา่ การประเมนิ ดว้ ยสายตา ซง่ึ มขี นั้ ตอนดงั น้ี
1) ตั้งคา่ Track ให้มีชว่ งในการบันทกึ ให้มีความถ่สี ูง เพอ่ื ความแม่นย�ำในการคำ� นวณพืน้ ท่ี
2) เปิดหน้าเมนูหลัก เลอื ก “การค�ำนวณพื้นที”่ กดปุ่ม ENTER จะปรากฏค�ำสั่ง “เรมิ่ ต้น”
3) กดปมุ่ ENTER และเดินรอบพืน้ ทดี่ ังกล่าวไปจนครบรอบ
4) กดปุ่ม ENTER อกี คร้งั เพือ่ สั่งให้คำ� นวณพ้ืนที่จาก เส้น Tracks
5) พื้นทท่ี ่คี �ำนวณได้จะมีหน่วยเป็น “ตารางเมตร”
| 85
4.10 การเขา้ ถงึ และการถ่ายโอนขอ้ มูล
การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ จาก GPSmap 62s เพอื่ การนำ� ไปประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งอนื่ สามารถทำ� ไดโ้ ดยงา่ ย เนอ่ื งจากเปน็ GPS รนุ่ ทมี่ หี นว่ ยความจำ�
ในการจัดเกบ็ ขอ้ มลู ของระบบแยกกบั การจัดเกบ็ ขอ้ มลู ทีม่ ีการส่ังการจากผูใ้ ชง้ าน การถ่ายโอน (Download) ขอ้ มลู ไปจดั เก็บทำ� ไดโ้ ดย
การเช่อื มตอ่ สาย USB และทำ� การคดั ลอกขอ้ มลู (Waypoint และ Tracks) ไดโ้ ดยตรงดงั วิธกี ารตอ่ ไปน้ี
1) เชื่อมตอ่ GPSmap 62s กับเคร่ืองคอมพิวเตอรผ์ ่านสาย USB
2) เปดิ หนา้ “My Computer” เลือก “Garmin GPSmap 62s SEA” เลือก “Garmin”
3) ภายใต้ Folder “Garmin” เข้าไปเลือก Folder ท่ชี ่อื “GPX” จะพบไฟล์ Waypoint และ Tracks ที่ไดท้ ำ� การจดั เกบ็ ไว้แลว้
4) คดั ลอกทง้ั Waypoint และ Tracks (GPX File) ไปจดั เก็บไวใ้ นเคร่อื งคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง เพือ่ นำ� ไปประยกุ ต์ใชง้ านอย่าง
อ่ืนต่อไป
**การถ่ายโอนข้อมูลผ่านสาย USB ของ GPSmap 62s ไมแ่ ตกตา่ งจากการเชอื่ มต่อกบั แหล่งเก็บข้อมลู ทว่ั ไป ซึง่ สามารถสง่ ตอ่ โปรแกรม
ไวรสั ถึงกนั ได้ ตอ้ งใช้ความระมัดระวัง และควรใช้เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ทไี่ ด้ตดิ ตงั้ โปรแกรมปอ้ งกันไวรัสแล้ว
5. การใช้แบบฟอร์มการบันทกึ ขอ้ มูลในการลาดตระเวน
การปฏบิ ตั งิ านตามระบบลาดตระเวนแผนใหมท่ ไ่ี ดม้ กี ารตรวจวดั สถานภาพเสอื โครง่ และเหยอ่ื พรอ้ มดว้ ยปจั จยั คกุ คามตา่ ง ๆ ควบคไู่ ปกบั
การลาดตระเวนท่ีผ่านมาประสบผลส�ำเร็จอย่างสูง ท�ำให้เจ้าหน้าท่ีเห็นภาพรวมของการท�ำงานและผลของการด�ำเนินงานที่ผ่านมาได้ดี
ยงิ่ ขนึ้ สง่ ผลใหส้ ามารถจดั การพนื้ ทไี่ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและมปี ระสทิ ธภิ าพเพม่ิ ขน้ึ กวา่ ทผี่ า่ นมา องคป์ ระกอบอยา่ งหนงึ่ ทช่ี ว่ ยใหก้ ารปฏบิ ตั งิ าน
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คือ แบบฟอร์มการบันทึกข้อมูลที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ครอบคลุมตามที่ผู้ใช้ต้องการและสอดคล้องกับ
ระบบการจดั การฐานขอ้ มลู ทมี่ คี ณุ ภาพ เพอ่ื ใหก้ ารลาดตระเวนเพอ่ื การอนรุ กั ษส์ ตั วป์ า่ มปี ระสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ขนึ้ จงึ ไดม้ กี ารพฒั นาแบบฟอรม์
การบนั ทกึ ขอ้ มลู ในการลาดตระเวนเพอื่ ใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกบั ระบบฐานขอ้ มลู ทม่ี แี นวคดิ ในการจดั การขอ้ มลู เชงิ พน้ื ที่ หรอื MIST (spatial
Management Information System) ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการลาดตระเวนเพื่อการ
อนุรักษ์สัตว์ป่ามากยิ่งขึ้น และได้น�ำต้นแบบของระบบการลาดตระเวนของ MIST มาปรับให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่
ในประเทศไทย โดยปรบั ปรุงเน้อื หาในแบบฟอรม์ การบนั ทึกขอ้ มูลใหอ้ �ำนวยความสะดวกตอ่ เจา้ หน้าทใ่ี นการบันทกึ ข้อมลู โดยไม่เสียเวลา
ในการเขยี นรายละเอยี ด เพยี งเลอื กตามขอ้ มลู ทม่ี อี ยแู่ ลว้ ในแบบฟอรม์ ทำ� ใหส้ ามารถบนั ทกึ ขอ้ มลู ไดง้ า่ ย รวดเรว็ และถกู ตอ้ ง สอดคลอ้ งกบั
ระบบการจดั การฐานข้อมูล และแมว้ ่าในปจั จุบันได้มีการเปลย่ี นมาใช้ระบบฐานข้อมูลลาดตระเวน SMART (Spatial Monitoring And
Reporting Tool) แลว้ กต็ าม แตว่ ธิ กี ารบนั ทกึ ขอ้ มลู ภาคสนามของเจา้ หนา้ ทพ่ี ทิ กั ษป์ า่ กย็ งั คงเดมิ ไมไ่ ดม้ กี ารเปลยี่ นแปลงแตอ่ ยา่ งใด โดย
แบบฟอรม์ ที่ใชใ้ นปจั จบุ ัน ประกอบด้วย 7 แบบฟอรม์ ยอ่ ย ดงั นี้
1. แบบฟอร์มหลัก (ใช้บอ่ ย)
- แบบฟอร์มรายงานการลาดตระเวน
- แบบฟอร์มความเคล่ือนไหวของชุดลาดตระเวน
- แบบฟอร์มการสงั เกตการณ์โดยชดุ ลาดตระเวน
- แบบฟอร์มการสอบทานขอ้ มลู หลงั ปฏบิ ตั งิ าน
2. แบบฟอรม์ ยอ่ ย (ใชเ้ มอื่ พบข้อมลู )
- แบบฟอร์มการส�ำรวจเสือโคร่ง/สตั วผ์ ูล้ ่า
- แบบฟอรม์ รายงานซากสตั ว์
- แบบฟอรม์ การสำ� รวจโปง่ และแหลง่ ปัจจยั ท่เี หมาะสมสำ� หรบั สัตว์ปา่
86 |
การใช้แบบฟอรม์ การลาดตระเวน
แบบฟอร์มรายงานการลาดตระเวน
ใหผ้ ูร้ ายงานเปน็ ผบู้ นั ทึกขอ้ มูลลงในแบบฟอรม์ ใหค้ รบถ้วนทสี่ ุดเทา่ ทจ่ี ะทำ� ได้ ทง้ั ขณะกำ� ลังทำ� การลาดตระเวนและเดนิ ทางกลับ ต่อจาก
น้ันให้หัวหน้าชุดลาดตระเวนตรวจทาน และ/หรอื บันทึกข้อมลู ใหค้ รบถ้วนระหวา่ งการสอบทานข้อมลู หลงั ปฏิบตั งิ าน โดย..
“เลขทปี่ ระจำ� ชดุ ลาดตระเวน : ชดุ ลาดตระเวนแตล่ ะชดุ ตอ้ งมี เลขทป่ี ระจำ� ชดุ ลาดตระเวน ซงึ่ ประกอบดว้ ย รหสั พนื้ ที่ (เปน็ ภาษาองั กฤษ)
ขดี วันเดอื นปีทเี่ ร่ิมต้นท�ำการลาดตระเวน (เปน็ ตวั เลขติดกนั ทั้งหมด) ขีด รหสั ประจำ� ตัวของหวั หนา้ ชุดลาดตระเวน (เป็นตวั เลขสามตัว)
ตวั อย่างเชน่ HKK-061050-001”
1) ชอ่ื พ้นื ทโ่ี ครงการ : กรอกชือ่ เตม็ อย่างเปน็ ทางการของพ้นื ทโ่ี ครงการ
2) เจ้าหนา้ ที่ผู้รายงาน : เป็นผู้บันทกึ ขอ้ มูลตลอดการลาดตระเวน
3) ช่ือและต�ำแหน่งของหัวหน้าชุดลาดตระเวน : กรอกช่ือและต�ำแหน่งของผู้มีอ�ำนาจบังคับบัญชาระหว่างการลาดตระเวนใน
ภาคสนาม ตามปกติ คือ เจ้าหนา้ ที่ผมู้ อี ำ� นาจสงู สุดในชดุ ลาดตระเวน
4) ลาดตระเวนโดย : ระบวุ ธิ กี ารลาดตระเวนโดยการขีดเครือ่ งหมายเลอื กหน่งึ ขอ้
5) บรเิ วณการลาดตระเวน : ควรเปน็ “ชอื่ จดุ เรม่ิ ตน้ ของการลาดตระเวน – จดุ สดุ ทา้ ยของ การลาดตระเวน” เชน่ เรม่ิ ลาดตระเวน
จากหน่วยพิทักษ์ป่าซบั ฟ้าผา่ แลว้ ก�ำหนดใหไ้ ปส้ินสดุ ที่ โปง่ นำ�้ พรุ ้อน (แล้วอาจนัง่ รถกลับมาทีห่ นว่ ยเริ่มต้น) เขยี นว่า หน่วยฯ
ซบั ฟา้ ผ่า - โปง่ ดำ� - หนว่ ยฯ กะปกุ กะเปียง - โป่งน้ำ� พุรอ้ น ในกรณีท่พี น้ื ทีเ่ ปา้ หมายไม่มี ช่ือเรียกให้ใช้จดุ พกิ ัดในแผนที่แทน
เชน่ หนว่ ยฯ ซบั ฟา้ ผ่า – 0512345, 1456789
6) วตั ถปุ ระสงคข์ นั้ ตน้ /ประเภทของการลาดตระเวน : ระบวุ ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของการ ลาดตระเวนโดยเลอื กขดี เครอ่ื งหมายในชอ่ ง
ทเี่ หมาะสม ประกอบดว้ ย
- ลาดตระเวนทัว่ ไป – ลาดตระเวนเพ่อื ปอ้ งกนั และปราบปรามการกระท�ำผิด
- สืบสวนหาข้อมลู – ลาดตระเวนเพือ่ สืบสวนหาข้อมลู เร่อื งใดเรอื่ งหนง่ึ
- แก้ปัญหาแผ้วถาง บกุ รกุ พ้ืนที่ – ลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบและปอ้ งกนั การบกุ รกุ แผว้ ถางพน้ื ท่ี
- ตดิ ตามตรวจสอบ – ลาดตระเวนเพ่ือติดตามตรวจสอบสถานการณ์
- บำ� รงุ รักษาพน้ื ที่ – ลาดตระเวนเพ่อื ปฏบิ ตั ิภารกจิ ในการบำ� รงุ รกั ษา
- แก้ปัญหาสตั วป์ ่า – ลาดตระเวนเพอื่ ปฏิบัตภิ ารกิจแก้ปญั หาเกย่ี วกับสตั วป์ ่า
- การวิจยั – ลาดตระเวนเพอื่ ปฏิบตั ภิ ารกจิ การวจิ ยั
- ดกั ซุ่ม – ลาดตระเวนเพอ่ื ดกั ซมุ่ จบั ผูก้ ระทำ� ผิด หรือการดกั ซมุ่ ตามจุดเมื่อได้รับ ข่าววา่ มกี ารกระท�ำผิดเกิดข้ึนในพ้ืนที่
7) วตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะของการลาดตระเวน : ใหข้ อ้ มลู เกยี่ วกบั วตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะของการลาดตระเวนครง้ั นี้ เชน่ กลบั ไปตรวจสอบ
แคมป์ล่าสตั ว์ของพรานทไ่ี ดร้ ับขา่ วมาหรอื เขา้ ไปขดุ แอ่งน้�ำให้สตั ว์ไดใ้ ชใ้ นชว่ งหน้าแลง้ เปน็ ตน้
8) วันเร่ิมต้นลาดตระเวน : ลงวันที่วันแรกท่ีเร่ิมต้นลาดตระเวน โดยกรอกวันเป็นตัวเลข เดือนเป็นตัวอักษร และปีเป็นตัวเลข
เชน่ 26 ต.ค. 2550 พิกัดเร่มิ ตน้ (UTM) : ใสพ่ กิ ัด UTM ท่ีเปน็ จดุ เรมิ่ ต้นของการลาดตระเวนครัง้ นี้
| 87
9) วันที่ส้นิ สดุ การลาดตระเวน : ลงวันท่ีสุดท้ายของการลาดตระเวนโดยใช้รูปแบบเดียว กบั ข้อ 8 พกิ ัดสุดท้าย (UTM) : ใสพ่ กิ ัด
UTM ท่เี ปน็ จุดส้นิ สดุ การลาดตระเวนครงั้ น้ี
10) กำ� ลงั คนในชดุ ลาดตระเวน : ระบชุ อ่ื -นามสกลุ สงั กดั หนว่ ยงาน และอาวธุ ประจำ� กายของเจา้ หนา้ ทท่ี ร่ี ว่ มอยใู่ นทมี ลาดตระเวน
(อาวุธในท่นี ีห้ มายถึงอาวุธปืน ซ่งึ ควรจะระบชุ นดิ ของปืนด้วยถา้ ท�ำได้ และระบุจ�ำนวนอาวธุ ที่นำ� ติดตัวไปด้วย) รวมทั้งระบุวา่
เจา้ หนา้ ท่คี นใดที่รับผดิ ชอบในการใช้ GPS ในการลาดตระเวนครั้งนี้
ภาพที่ 11 ตวั อย่างแบบฟอร์มและการเขยี นแบบฟอร์มรายงานการลาดตระเวน
88 |
แบบฟอรม์ ความเคลือ่ นไหวของชดุ ลาดตระเวน
ให้หวั หนา้ ชุดลาดตระเวน หรอื เจา้ หน้าท่ีท่ไี ดร้ ับมอบหมายท�ำการบนั ทึกข้อมูลพกิ ัดจากเครื่อง GPS ลงในแบบฟอรม์ เพือ่ เป็นการจดจ�ำ
เส้นทาง เช่น POS ไวท้ ุก ๆ 30 นาที และท�ำการบันทกึ พกิ ัดทุกครั้งท่มี ีการหยดุ พกั เรม่ิ เดนิ รูปแบบการเดนิ ทางเปลยี่ นไป และพบเห็นตัว
หรือซากของเสือโคร่ง พบปัจจัยคุกคามและการกระท�ำผิดจากมนุษย์ พร้อมท้ังบันทึกการเห็นตัว และร่องรอยของสัตว์เล้ียงลูกด้วยนม
ขนาดใหญใ่ นแตล่ ะชว่ งการลาดตระเวน
1) เลขทป่ี ระจ�ำชุดลาดตระเวน : เป็นเลขทีเ่ ดยี วกบั ท่เี ขยี นอย่ใู นรายงานการลาดตระเวนแผน่ แรก
2) วันที่ : บนั ทกึ เปน็ วันเดือนปี วันเปน็ ตวั เลข เดือนเปน็ ตวั อักษร (สามารถใส่เป็นตัวย่อได)้ ปเี ป็นตัวเลข
3) ชอื่ Waypoint : กรอกช่อื waypoint นน้ั ๆ ที่ทำ� การบนั ทกึ พกิ ดั นั้น ๆ ลงเครือ่ ง GPS
4) เวลา : กรอกเวลาของกิจกรรมตา่ ง ๆ ใหต้ รงกบั ช่องของกจิ กรรมนนั้ ๆ โดยให้กรอก เวลาเป็นรูปแบบ 24 ชั่วโมง
5) ชนิดของ Waypoint : เลือกชนิดของ waypoint ที่กระท�ำหรือพบเห็น โดยให้กากบาทท่ีช่องของชนิด waypoint นั้น ๆ
(คำ� อธิบายความหมายชนดิ ของ waypoint อยหู่ นา้ หลังสุดของแบบฟอร์ม)
หมายเหตุ : ใส่คำ� อธิบาย หรือรายละเอยี ดเพิ่มเตมิ ตัวอย่างเชน่ เมื่อทีมลาด ตระเวนท�ำการหยดุ ซง่ึ ตอ้ งเลือกชนิดของ waypoint
คอื STOP อาจเขยี นอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ในชอ่ งนวี้ า่ รบั ประทานอาหารกลางวนั หรอื เมอ่ื ทมี ลาดตระเวนพบเหน็ หา้ งยงิ สตั วต์ อ้ งเขยี นใน
ช่องชนดิ ของ waypoint ว่า OBS และอธบิ ายเพิ่มเติมในชอ่ งการสังเกตการณว์ า่ พบเหน็ ห้างยิงสตั ว์ รายละเอยี ดอยใู่ นแบบฟอรม์
การสงั เกตการณโ์ ดยชดุ ลาดตระเวนหนา้ ที่ 1 หรอื 2 หรอื 5 ใหต้ รงกบั รายละเอียดของการสังเกตเห็นครง้ั น้ัน
6) การเดินทาง : เลือกรปู แบบของการเดนิ ทาง
7) พกิ ดั : กรอกพกิ ัด UTM ที่อ่านได้จากเครือ่ ง GPS ในแต่ละเหตุการณห์ รือการสงั เกตพบ
8) การสงั เกตการณส์ ตั วป์ า่ : ถา้ พบเหน็ ตวั สตั วป์ า่ ระหวา่ งการลาดตระเวนใหบ้ นั ทกึ ขอ้ มลู ของสตั วป์ า่ ชนดิ นนั้ ๆ ลงในแบบฟอรม์
โดยเลือกบันทึกเฉพาะสัตว์ท่ีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ท่ีเป็นเหย่ือของเสือโคร่งและมีความส�ำคัญในพ้ืนที่ เช่น ช้าง
สมเสรจ็ เก้ง กวาง กระทิง ววั แดง และเสอื โคร่ง ในแต่ละช่องจะเป็นการพบเห็นตัวสัตว์แตล่ ะคร้ัง
การพบเหน็ ตวั สตั วป์ า่ โดยตรง ใหบ้ นั ทกึ ในชอ่ งพบเหน็ ตวั สตั วป์ า่ โดยตรงถา้ พบเหน็ ตวั สตั วป์ า่ หลายชนดิ ในเวลาเดยี วกนั ใหใ้ สข่ อ้ มลู
ของสัตวแ์ ตล่ ะชนิดในช่องทตี่ า่ งกนั ใส่จำ� นวนของสัตวท์ ่พี บโดยให้ระบุจ�ำนวนตวั (ใชต้ วั ยอ่ ต.) เพศ (ใช้ตวั ยอ่ ผ.หมายถงึ ตวั ผู้,
ม.หมายถงึ ตวั เมีย) และชว่ งวัยของสัตวท์ ่ีพบด้วย ถ้าไมท่ ราบเพศให้ใสต่ วั เลขในชอ่ งไมท่ ราบ
9) การสังเกตการณ์ : ระบุแบบฟอร์มการลาดตระเวนและหนา้ (ใชต้ ัวย่อ น. หมาย ถงึ หน้าของแบบฟอรม์ ท่บี นั ทึกข้อมูล) ของ
แตล่ ะแบบฟอรม์ ทไี่ ดม้ กี ารบนั ทกึ ในขณะการลาดตระเวนและระบรุ ปู แบบการสงั เกตการณ์ เชน่ การลา่ หาปลา การบกุ รกุ พนื้ ที่
การเก็บหาของป่า สัตว์เลี้ยง ฯลฯ ประกอบด้วยแบบฟอร์มการสังเกตการณ์โดยชุดลาดตระเวน ใช้ค�ำว่าการสังเกตการณ์
แบบฟอร์มรายงานซากสัตว์ใช้ค�ำว่ารายงานซากสัตว์ แบบฟอร์มการส�ำรวจโป่งและปัจจัยที่เหมาะสมส�ำหรับสัตว์ป่า ใช้ค�ำว่า
ปจั จัยดา้ นนิเวศ แบบฟอรม์ การส�ำรวจเสอื โครง่ ใช้คำ� ว่าเสอื โครง่
| 89
สถานการณจ์ �ำลองการบนั ทกึ ข้อมลู ในแบบฟอรม์ ความเคล่อื นไหวและเกบ็ ขอ้ มูลสตั วป์ า่
90 |
ภาพที่ 12 ตัวอย่างแบบฟอรม์ ความเคลอ่ื นไหวของชดุ ลาดตระเวน
| 91
ภาพที่ 13 ตวั อย่างการเขียนแบบฟอรม์ ความเคล่อื นไหวของชดุ ลาดตระเวน
92 |
| 93
94 |
| 95
แบบฟอรม์ การสังเกตการณโ์ ดยชดุ ลาดตระเวน
ทกุ ครงั้ ทช่ี ดุ ลาดตระเวนพบซากสตั ว์ ผกู้ ระทำ� ผดิ อาวธุ คา่ ยพกั แรม กบั ดกั สตั วห์ รอื กจิ กรรมผดิ กฎหมายอนื่ ๆ ใหบ้ นั ทกึ รายละเอยี ดลงใน
แบบฟอร์มนี้ สำ� หรับซากสตั ว์ปา่ ท่ีพบใหบ้ นั ทึกข้อมูลเพ่มิ เตมิ ในใบแบบฟอร์มรายงานซากสัตว์ ซากละหนงึ่ ชุด
1) วนั ที่ : วันท่พี บเห็นการสงั เกต วันท่ีเปน็ ตัวเลข เดือนเป็นตัวอักษร (สามารถใช้ ตวั ย่อได)้ ปเี ปน็ ตัวเลข
2) เวลาที่เร่มิ สังเกต และเวลาสนิ้ สุดการสังเกต : ใช้ระบบ 24 ชวั่ โมง เช่น 14.30
3) ซากสตั วป์ า่ จากการกระทำ� ผดิ : ในกรณที พ่ี บซากสตั วท์ เี่ กดิ จากการกระทำ� ผดิ ให้ ระบชุ นดิ สตั ว์ จำ� นวนสตั วท์ ย่ี งั มชี วี ติ จำ� นวนซาก
ของแตล่ ะซาก ระบชุ น้ิ สว่ นตา่ ง ๆ ทผ่ี กู้ ระทำ� ผดิ ไดน้ ำ� ไป ระบใุ นชอ่ งการจดั การดว้ ยวา่ ไดม้ กี ารกระทำ� อะไรลงไป เชน่ สงั เกตพบ
ยดึ ซากสตั วห์ รอื อวยั วะของซากสตั ว์ เช่น งาช้าง เขี้ยวเสอื ไวเ้ ป็นของกลางหรือได้ทำ� ลายของกลาง ถา้ ไมไ่ ด้จดั การใด ๆ ตอ้ ง
อธบิ ายดว้ ยวา่ เพราะเหตุใด
4) ผู้กระท�ำผิด : ถา้ พบผูก้ ระทำ� ผดิ ต้องระบเุ หตุการณ์การกระท�ำผิดเชน่ ลา่ กวางปา่ การหาปลา การตดั ไม้ การเกบ็ หาของป่า
หรือบุกรุกพื้นท่ี พร้อมทั้งระบุเช้ือชาติเช่น คนไทย หมายถึง คนที่เชื้อชาติและสัญชาติไทย ชาวเขา หมายถึง คนไทยท่ีเป็น
ชาวเขาเผ่ากะเหร่ียงและคนไทยชาวเขาเผา่ ม้ง จ�ำนวนคน จ�ำนวนอาวธุ
5) จำ� นวนคนในชอ่ งการจัดการ หมายถึง
- สงั เกตการณ์ หมายถงึ จำ� นวนคนทเี่ จา้ หนา้ ทพ่ี บเหน็ แตป่ ระเมนิ สถานการณแ์ ลว้ เสยี เปรยี บ ไมส่ ามารถแสดงตวั จบั กมุ ได้
- ตักเตือนดว้ ยวาจา หมายถงึ จ�ำนวนคนท่เี จา้ หน้าทไ่ี ด้มีการว่ากลา่ วตักเตอื นในกรณกี ารกระท�ำผดิ ที่ไมถ่ งึ ข้นั ต้องจับกุม
ผู้กระท�ำผิด
- ลงบันทกึ หรือ การภาคทัณฑ์ หมายถึง จ�ำนวนคนท่ีเจ้าหนา้ ทไี่ ดบ้ นั ทึกการกระท�ำผิดในคร้ังน้เี พ่อื เปน็ หลักฐานไว้
- เปรียบเทียบปรับ หมายถงึ จ�ำนวนคนท่เี จ้าหน้าท่ีได้ท�ำการเปรียบเทยี บปรบั ตามกฎหมายก�ำหนด
- จบั กุมไม่สำ� เร็จ หมายถึง จ�ำนวนคนที่เจา้ หน้าทพี่ บเห็นแตไ่ ม่สามารถจับกมุ ได้
- จบั กมุ หมายถงึ จำ� นวนผตู้ อ้ งหาทที่ ำ� การจบั กมุ ได้ เชน่ พบผตู้ อ้ งหา 2 คน ไดม้ กี ารสอบสวน 2 คน พบวา่ กระทำ� ผดิ จรงิ 2 คน
จึงทำ� การจับกุมทง้ั 2 คน
6) อาวธุ : ถ้าได้ยินเสียงอาวธุ (ในทนี่ ีห้ มายถึงปนื ) ให้ระบทุ ศิ ทางของเสยี งทไ่ี ดย้ นิ (องศา) ระยะทางโดยประมาณ (เมตร) และ
จำ� นวนครงั้ ถา้ พบเหน็ อาวธุ ปนื ใหร้ ะบชุ นดิ และจำ� นวน และถา้ สามารถยดึ เปน็ ของกลางไดใ้ หร้ ะบชุ นดิ และจำ� นวนดว้ ยเชน่ กนั
ถ้าไม่ทราบให้ใส่ในช่องไม่ทราบ แต่ถ้าทราบชนิดแล้วไม่มีช่ืออยู่ในตารางให้ระบุช่ือในช่องอ่ืน ๆ สามารถอธิบายเพิ่มเติมได้
ในชอ่ งอธิบาย
7) เครอ่ื งกระสนุ : หากพบลกู กระสนุ และ/หรอื ปลอกกระสนุ ในระหวา่ งการลาดตระเวน ใหร้ ะบวุ า่ เปน็ ของปนื ชนดิ ใดและจำ� นวน
เท่าใดลงในตารางถ้าไม่มี รายช่ืออยู่ในตารางให้ระบุชื่อในช่องอ่ืน ๆ ถ้าไม่ทราบให้ใส่ในช่องไม่ทราบสามารถอธิบายเพ่ิมเติม
ได้ในช่องขา้ งล่าง
8) กบั ดกั สตั ว์ / อปุ กรณอ์ นื่ ๆ : ถา้ พบอปุ กรณด์ กั หรอื ฆา่ สตั วป์ า่ การหาปลา การเกบ็ หา ของปา่ การบกุ รกุ พน้ื ท่ี และการลกั ลอบ
ตัดไม้ให้เลือกต๊ิกที่อุปกรณ์ท่ีพบเห็น พร้อมทั้งระบุจ�ำนวน ถ้าอุปกรณ์ท่ีพบเห็นไม่มีอยู่ในรายชื่อท่ีให้มาให้ต๊ิกท่ีช่องอื่น ๆ
พร้อมทั้งระบุช่อื และจำ� นวน
ถา้ พบเหน็ พาหนะทไี่ มใ่ ชข่ องเจา้ หนา้ ทห่ี รอื พาหนะทไ่ี มไ่ ดร้ บั อนญุ าตอยใู่ นพนื้ ทข่ี ณะทำ� การลาดตระเวนใหร้ ะบชุ นดิ ของพาหนะ
ทพ่ี บเห็น
96 |
9) สภาพการใช้งานของกับดกั สตั ว์ : ประเมินสภาพการใช้งานของกบั ดักสัตวท์ ่พี บ ว่าสามารถใช้การได้หรือใชก้ ารไม่ได้
10) ปางพักพราน/ห้างดักยงิ สตั ว์ : ถา้ พบคา่ ยพกั แรมในป่า ให้เลอื กติ๊กสภาพของค่ายพักแรมทีพ่ บวา่ ยงั มีการใช้อยหู่ รอื เลิกใช้
มานานเทา่ ไรแล้ว ระบุจ�ำนวนท่ีนอน หรอื ร้านยา่ งเน้อื ของหา้ งดกั ยงิ สตั ว์ และระบใุ นช่องบรรยายวา่ เป็นปางพกั หรือหา้ งดัก
ยิงสัตว์
- มีผู้อยู่อาศัย หมายถึง พบเหน็ คนอาศยั หรือใช้อยู่
- เพ่ิงเลิกใช้ไม่นาน หมายถึง ไม่พบเห็นคนแต่อาจเห็นร่องรอยกองไฟยังมีควันหรือระอุอยู่ หรือสังเกตจากความสดของ
ไม้ไผ่ทใี่ ช้ท�ำค่ายพกั แรม
- ถ้าไม่เก่ามากนกั อาจสังเกตจากไม้ไผท่ ่ีตัดทำ� ของใช้อาจเปน็ สเี หลอื งแกมเขียวเก่า
- เลิกใช้นานแลว้ หมายถงึ คา่ ยพักแรมนีเ้ กา่ เร่ิมมรี าขึน้ ทีไ่ มไ้ ผห่ รอื ไมเ้ รมิ่ ผุ เป็นต้น
- ถ้าไม่ทราบติ๊กชอ่ ง ไมท่ ราบสามารถอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ไดใ้ นชอ่ งบรรยาย
11) ปัจจัยคุกคามอืน่ ๆ :
- ตัดไม้ : ถ้าพบเห็นการตดั ไม้ให้ตกิ๊ ชอ่ ง ตดั ไม้ พรอ้ มระบชุ นิดพนั ธุ์ จ�ำนวนตน้ ไม้ จำ� นวนทอ่ น และประเมนิ เนอ้ื ไม้เป็น
ลูกบาศกเ์ มตร
- การเกบ็ หาของป่า : ถ้าพบเหน็ การหาของป่า เชน่ หาเหด็ ตผี ึง้ เกบ็ ลูกเหรยี ง ใหต้ ิก๊ ช่อง การเกบ็ หาของปา่ พร้อมทงั้
ระบชุ นดิ ของปา่ ทีผ่ ู้กระท�ำความผิดได้ เกบ็ หา
- การบกุ รกุ : การบกุ รกุ หรอื แผว้ ถางพนื้ ทปี่ า่ ใหบ้ นั ทกึ ในชอ่ ง บกุ รกุ พนื้ ท่ี พรอ้ มทงั้ ระบรุ ะดบั ของการบกุ รกุ วา่ กำ� ลงั บกุ รกุ
คือ เจา้ หนา้ ทีล่ าดตระเวนพบผู้กระท�ำผิดก�ำลงั บกุ รุกอยู่ หรอื บกุ รุกนานแลว้ คอื ไม่มีการใชป้ ระโยชนพ์ ืน้ ทน่ี ั้นมาเปน็
เวลานาน
- ปลกู พืช คือ พบการปลูกพชื อยใู่ นพ้นื ท่ี โดยระบชุ นิดพชื ท่ีพบดว้ ย
- สตั วเ์ ลยี้ ง : สตั วเ์ ลย้ี งอาจนำ� อนั ตรายมาสสู่ ตั วป์ า่ ไดเ้ ชน่ นำ� เชอื้ โรคมาแพร่ สสู่ ตั วป์ า่ ดงั นน้ั เมอ่ื พบเหน็ ตวั และ/หรอื รอ่ งรอย
ของสัตว์เล้ียงระหว่างท�ำการลาดตระเวนให้ติ๊กในช่อง สัตว์เล้ียง ระบุชนิดสัตว์เลี้ยงที่เห็นตัว และ/หรือ เห็นร่องรอย
พรอ้ มทง้ั จำ� นวนตวั ทพี่ บเหน็ ดว้ ย ถา้ พบชนดิ ของสตั วเ์ ลย้ี ง นอกเหนอื จากทก่ี ำ� หนดใหส้ ามารถระบเุ พม่ิ เตมิ ไดใ้ นชอ่ งอน่ื ๆ
- การจดั การภยั คกุ คาม : เจา้ หนา้ ทคี่ วรมมี าตรการจดั การกบั ภยั คกุ คามทพ่ี บเหน็ ใหเ้ ลอื กตก๊ิ ในชอ่ งทไี่ ดก้ ระทำ� พรอ้ มระบุ
สง่ิ ทไี่ ดจ้ ดั การลงในชอ่ งการจดั การ เชน่ ยดึ เปน็ ของกลาง หรอื ทำ� ลายของกลาง หรอื เขยี นบรรยายเพมิ่ เตมิ ในชอ่ งบรรยาย
- ร่องรอยอื่น ๆ : ถ้าพบเห็นร่องรอยอื่น ๆ ท่ีไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นร่องรอยของเจ้าหน้าที่ หรือร่องรอยของนักวิจัย
ใหเ้ ขยี นอธบิ ายในช่อง ร่องรอยอืน่ ๆ หรือ บรรยายรายละเอยี ดเพม่ิ เติมในช่องบรรยาย
| 97
สถานการณจ์ �ำลองการบนั ทกึ ข้อมลู ในแบบฟอรม์ การสงั เกตการณแ์ ละเกบ็ ขอ้ มูลสตั วป์ า่
98 |