44 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยในประเทศ ทิพย์สุคนธ์ พันธ์กิ่ง (2558, หน้า 85 - 90) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียน อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐานเรื่องการเขียนผังงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหา ประสิทธิภาพของบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานให้มีประสิทธิภาพ และ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกม คอมพิวเตอร์เป็นฐาน กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ที่เรียน ห้องเรียนพิเศษที่ส่งเสริมความสามารถด้านคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ โดยการสุ่ม จำนวน 114 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน 2) แบบประเมิน คุณภาพบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน และ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน เรื่องการเขียนผัง งาน มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์เท่ากับ 81.5/82.24 ซึ่งไม่ต่ำกว่า 80/80 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยบทเรียน อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาการโปรแกรมเบื้องต้น เรื่องการเขียนผังงาน สูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ธีระ วรรณเกตุศิริ(2560, หน้า 1 - 12) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดการเรียนรู้การ ออกแบบโปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรมแบบจำลองสถานการณ์ในรายวิชาการโปรแกรมเบื้องต้นของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้การ ออกแบบโปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรมแบบจำลองสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ด้วยชุดการเรียนรู้การออกแบบ โปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรมแบบจำลองสถานการณ์และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการ จัดการเรียนด้วยชุดการเรียนรู้ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพนม สารคาม "พนมอดุลวิทยา" จำนวนนักเรียน 161 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) ชุดการเรียนรู้การ ออกแบบโปรแกรมด้วยผังงาน 2) แบบทดสอบ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้การออกแบบโปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรม แบบจำลองสถานการณ์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
45 พนมไพร สุขมา (2557, หน้า 69 - 74) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์ปัญหาและการ เขียนผังงานที่มีคุณภาพและหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนา บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวนเรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานที่มีคุณภาพ และหาประสิทธิภาพของบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาพณิชยการแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจภาค เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ของวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 37 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการ เขียนผังงาน 2) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวนเรื่องการวิเคราะห์ปัญหา และการเขียนผังงานมีคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อ ทบทวนเรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานมีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.36/81.49 ซึ่งไม่ต่ำกว่า เกณฑ์ที่กำหนด E1/E2=80/80 เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยที่กำหนดไว้และ 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวน เรื่องการวิเคราะห์ปัญหา และการเขียนผังงานนั้น สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ พิจิตรา ศิริวัฒน์ (2559, หน้า 56 - 62) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอรเน็ต วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีวิทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงานที่เรียนด้วยบทเรียนบน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต กับที่เรียนตามปกติกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 3 ห้องเรียน รวม 118 คน ได้จากการสุ่ม แบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต 2) แบบประเมินคุณภาพของบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และ 3) แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบ ค่าที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซี และการเขียนผังงาน ของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอรเน็ต สูงกว่านักเรียนที่เรียน ตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
46 พิมพันธุ์ จันทะทั่ง (2561, หน้า 129 - 136) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงานสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีวิทยา มี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงาน ที่มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยบทเรียน ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลโพธาราม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ที่เรียนรายวิชา คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม 3 จาก 2 ห้องเรียน จำนวน 61 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียน ผังงาน 2) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงาน สถิติที่ใช้ใน การวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงาน มีประสิทธิภาพของกระบวนการต่อ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์(E1/E2) เท่ากับ 82.08/80.35 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ไม่ต่ำกว่า 80/80 และ 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรื่อง การเขียนผังงานสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ วรุฒ ปานเหลือง (2560, หน้า 1 - 10) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การฝึกทักษะเรื่องการเขียนผังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบปัญหาเป็นฐานร่วมกับบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาการเขียน โปรแกรมเบื้องต้น เรื่องการเขียนผังงาน ที่สามารถใช้กับรูปแบบการสอนแบบปัญหาเป็นฐาน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการสอนแบบปัญหาเป็นฐานร่วมกับ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น เรื่องการเขียนผังงาน และ 3) ศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 โรงเรียนโพธา วัฒนาเสนี อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จำนวน 30 คน ที่ศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบประเมินความ พึงพอใจของ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) นักเรียนมีความพึงพอใจภายหลังได้รับการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องการเขียนผังงาน ร่วมกับแนวคิดรูปแบบการสอนแบบปัญหาเป็นฐาน มีคาเท่ากับ 4.43 โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.51 ทำให้มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
47 สิราวรรณ ศรีม่วง (2558, หน้า 39 - 65) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต เรื่อง หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมความสามารถใน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างและหา ประสิทธิภาพของบทเรียนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนเครือข่าย และ 3) เพื่อเปรียบเทียบ ความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย ใช้บทเรียนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน ชัยมงคลพิทยาอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 35 คน ได้จาก การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ทดสอบค่าที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และทดสอบเพื่อแบบทดสอบวัด ความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เรื่อง หลักการเขียนและวิธีการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยี สารสนเทศก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่ามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ยุพาภรณ์ หงษ์สามารถ และ อรนุช ลิมตศิริ (2564, หน้า 359 - 365) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง สารละลาย โดยใช้บทเรียนออนไลน์ใน Google Classroom กับการสอนแบบปกติ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างบทเรียนออนไลน์ใน google classroom วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารละลาย ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง สารละลาย โดยใช้บทเรียนออนไลน์ใน google classroom กับ การสอนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนคลอง หนองใหญ่ (ทองคำ ปานขำอนุสรณ์) สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 2 ห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนออนไลน์ใน Google Classroom เรื่องสารละลาย 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ใน Google Classroom 3) แผนการจัดการเรียนรู้ แบบปกติ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง สารละลาย โดยใช้บทเรียนออนไลน์ใน google classroom สูงกว่า การสอนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง สารละลาย หลังเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์ใน google classroom สูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
48 วีรวิชญ์ บุญส่ง (2561, หน้า 132 - 139) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักศึกษาวิชาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์แบบเว็บเควสท์กับการเรียน แบบบรรยาย รายวิชา สศ 2202304 ประวัติศาสตร์อเมริกา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียน ออนไลน์แบบเว็บเควสท์สำหรับรายวิชา สศ 2202304 ประวัติศาสตร์อเมริกา 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์แบบเว็บเควสท์กับการสอนแบบบรรยาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัยคือ นักศึกษาสาขาวิชาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ บทเรียนออนไลน์แบบเว็บเควสท์ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ บรรยาย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์แบบเว็บเควสท์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า นักศึกษาที่เรียนแบบบรรยาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 สุมาลี สิกเสน (2562, หน้า 241 - 250) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้บทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสร้างภาพเคลื่อนไหวร่วมกับการจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียน กลับด้าน สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อ พัฒนาบทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสร้างภาพเคลื่อนไหว ร่วมกับการจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียน กลับด้าน สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 2) เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสร้าง ภาพเคลื่อนไหว ร่วมกับการจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ภาคเรียนที่ 1/2561 จำนวน 35 คน คัดเลือกโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสร้างภาพเคลื่อนไหว 2) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนออนไลน์ 3) แบบทดสอบก่อนเรียนและ แบบทดสอบหลังเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องสามารถสรุปได้ว่า การใช้บทเรียนออนไลน์สามารถช่วย พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงานของนักเรียนให้สูงขึ้นได้ ผู้วิจัยจึงเลือกใช้บทเรียนออนไลน์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วยการ เขียนผังงาน วิชาวิทยาการคำนวณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดท่าแคลง (ท่าแคลงวิทยาคาร)
49 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย แบบแผนการทดลอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ผู้วิจัยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อน และหลังการทดลอง (One Group Pre-test Post-test Design) ซึ่งมีรายละเอียดแบบแผนดังนี้ ตารางที่ 3.1 แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง/ กลุ่มเป้าหมาย การทดสอบ การทดลอง การทดสอบ E T1 X T2 E แทน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 T1 แทน การทดสอบก่อนการทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียน ออนไลน์ X แทน การทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ T2 แทน การทดสอบหลังการทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียน ออนไลน์ กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดท่าแคลง (ท่าแคลงวิทยาคาร) ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 10 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง จากนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การออกแบบโปรแกรมโดยการเขียนผังงานต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 60 เครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือ 1. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์มีกระบวนการ ในการสร้างและการหาคุณภาพ ดังนี้ 1.1 ศึกษาแนวคิด ที่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ จากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
50 1.2 สร้างแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ซึ่งมีลักษณะเป็นบทเรียน ออนไลน์เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ออกแบบอย่างเป็นระบบ ออกแบบมาเป็น เว็บไซต์มีเนื้อหา 4 บท คือ ความหมายและประโยชน์ของผังงาน ประเภทของผังงาน วิธีการเขียนผังงานที่ดี และสัญลักษณ์ที่ใช้ในการเขียนผังงาน ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงบทเรียน ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จากทุกที่ทุกเวลา 1.3 นำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของแผนการจัดการเรียนรู้โดย ใช้บทเรียนออนไลน์กับจุดประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.67 – 1.00 และ ความเหมาะสมเท่ากับ 4.00 ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่ในระดับเหมาะสมมาก 1.4 ปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้แผนการ จัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ที่มีความสมบูรณ์ 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรม ด้วยการเขียนผังงาน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน มีกระบวนการในการสร้างและการ หาคุณภาพ ดังนี้ 2.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน จากเอกสาร ตำรา และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.2 วิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้ และระดับพฤติกรรมที่ต้องการวัด กำหนด จำนวนข้อสอบ ที่ใช้วัดในแต่ละจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.3 ดำเนินการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน ตามที่กำหนดไว้ 2.4 ตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการ คำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน โดยนำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของข้อสอบกับจุดประสงค์การเรียนซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 0.67 – 1.00 2.5 ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และนำไปใช้กับนักเรียน กลุ่มเป้าหมายต่อไป
51 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามแบบแผนการทดลองที่กำหนดไว้ดังนี้(P – D – C - A) หรือ (P – A –O - R) 1. ชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงรูปแบบและจุดประสงค์ของการเรียนการสอนตามแผนการจัดการ เรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ พร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องบทเรียนออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนปฏิบัติตนได้ ถูกต้อง 2. คัดเลือกนักเรียนกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการ คำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ บทเรียนออนไลน์ 3. ทดสอบนักเรียนก่อนการเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์เรื่อง การ ออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน 4. ดำเนินการใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์เรื่อง การออกแบบโปรแกรม ด้วยการเขียนผังงาน กับนักเรียนเป็นระยะเวลา 1 คาบ/สัปดาห์จำนวน 2 สัปดาห์ 5. ทดสอบนักเรียนกลุ่มเป้าหมายหลังการเรียนโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังการเรียนเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน 6. นำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์การวิจัยที่ได้ตั้งไว้ 7. สะท้อนผลการปฏิบัติ/การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การหาความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย
52 บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยนำเสนอผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบ โปรแกรมด้วยการเขียนผังงานของนักเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์ ดังนี้ ตาราง แสดงการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบ โปรแกรมด้วยการเขียนผังงานของนักเรียนก่อนและหลังการใช้บทเรียนออนไลน์ ตารางที่ 4.1 แสดงการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบ โปรแกรมด้วยการเขียนผังงานของนักเรียนก่อนและหลังการใช้บทเรียนออนไลน์ ลำดับที่ คะแนนก่อน การเรียน (20 คะแนน) คะแนนหลัง การเรียน (20 คะแนน) ผลต่าง เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 60 (12 คะแนน) ผ่าน ไม่ผ่าน 1 10 13 3 ✓ 2 10 15 5 ✓ 3 9 17 8 ✓ 4 11 16 5 ✓ 5 5 11 6 ✓ 6 8 18 10 ✓ 7 8 17 9 ✓ 8 9 18 9 ✓ 9 9 15 6 ✓ 10 8 12 4 ✓ คะแนนเฉลี่ย/ความถี่ 8.70 15.20 6.50 9 1 จากตาราง แสดงว่า นักเรียนทั้ง 10 คน มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 8.70 คะแนน มี คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 15.20 คะแนน แสดงให้เห็นว่า นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงานหลังสูงกว่าก่อนเรียน และเมื่อนำ คะแนนหลังเรียนไปเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 60 พบว่า มีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 9 คน คิดเป็น ร้อยละ 90.00 มีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ที่กำหนดไว้
53 บันทึกผลหลังการสอน นักเรียนทำแบบทดสอบแบบเลือกตอบก่อนเรียน จำนวน 20 ข้อ พบว่านักเรียนมีคะแนนก่อน เรียนต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 และนักเรียนยังเกิดความสงสัยเกี่ยวกับการเขียนผังงาน จากนั้นผู้วิจัยนำ นักเรียนเข้าสู่กระบวนการโดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ โดยเริ่มต้นจากการทบทวน ความรู้เดิมก่อนที่จะนำเสนอความรู้ใหม่แก่นักเรียน และให้นักเรียนศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านบทเรียน ออนไลน์ จากนั้นให้นักเรียนแบ่งกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมเพื่อค้นคว้าหาความรู้จากบทเรียนออนไลน์ และ แลกเปลี่ยนความคิดและการเรียนรู้ภายในกลุ่ม และร่วมกันอภิปรายหน้าชั้นเรียนเพื่อสรุปองค์ความรู้ที่ ได้จากการศึกษาบทเรียนผ่านบทเรียนออนไลน์โดยมีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษา จากนั้นให้นักเรียนทำ แบบทดสอบแบบเลือกตอบเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน จำนวน 20 ข้อ หลัง จัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ดังนั้นจึง สรุปได้ว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงานได้
54 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณ เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน ของนักเรียนก่อนและหลังการเรียนโดยใช้บทเรียน ออนไลน์2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการ เขียนผังงาน ของนักเรียนหลังการเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์กับเกณฑ์ร้อยละ 60 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 10 คน ซึ่ง ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียน ออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการ คำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย สรุปผลการวิจัย 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน หลังการเรียน (คะแนนเฉลี่ย = 15.20 คะแนน) สูงกว่าก่อนการเรียน (คะแนนเฉลี่ย = 8.70 คะแนน) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน หลังการเรียน (คะแนนเฉลี่ย = 15.20 คะแนน) โดยใช้บทเรียนออนไลน์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 (12 คะแนน) อภิปรายผลการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วย การเขียนผังงาน หลังสูงกว่าก่อนการเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์และสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 ทั้งนี้ เพราะผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์เนื้อหาได้ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้และบทเรียนออนไลน์นั้นได้รับ คำแนะนำให้ปรับปรุงจากผู้เชี่ยวชาญ และทดลองนำออกไปทดลองให้กับกลุ่มที่ใกล้เคียงกับ กลุ่มเป้าหมาย ทำให้ทราบถึงสภาพและทำการแก้ไขปรับปรุงบทเรียนให้ได้คุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับ ผลการวิจัยของ ทิพย์สุคนธ์ พันธ์กิ่ง (2558, หน้า 85) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียน อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐานเรื่องการเขียนผังงานของนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็น
55 ฐานให้มีประสิทธิภาพ และ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียน อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ที่เรียน ห้องเรียนพิเศษที่ส่งเสริมความสามารถด้านคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ โดยการสุ่ม จำนวน 114 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน เรื่อง การเขียนผัง งาน 2) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน เรื่องการเขียนผัง งาน และ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการเขียนผังงาน รูปแบบข้อสอบเป็นปรนัย แบบเลือกตอบ 20 ข้อ ข้อละ 4 ตัวเลือก ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกม คอมพิวเตอร์เป็นฐาน เรื่องการเขียนผังงาน มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์เท่ากับ 81.5/82.24 ซึ่งไม่ต่ำกว่า 80/80 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐาน มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน วิชาการโปรแกรมเบื้องต้น เรื่องการเขียนผังงาน สูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการ เรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้และสอดคล้องกับ ผลการวิจัยของธีระ วรรณเกตุศิริ(2560, หน้า 1 - 12) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดการเรียนรู้การ ออกแบบโปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรมแบบจำลองสถานการณ์ในรายวิชาการโปรแกรมเบื้องต้นของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้การ ออกแบบโปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรมแบบจำลองสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ด้วยชุดการเรียนรู้การออกแบบ โปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรมแบบจำลองสถานการณ์และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการ จัดการเรียนด้วยชุดการเรียนรู้ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพนม สารคาม "พนมอดุลวิทยา" จำนวนนักเรียน 161 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) ชุดการเรียนรู้การ ออกแบบโปรแกรมด้วยผังงาน 2) แบบทดสอบ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้การออกแบบโปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรม แบบจำลองสถานการณ์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้และ สอดคล้องกับผลการวิจัยของ พนมไพร สุขมา (2557, หน้า 71) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียน ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อทบทวนวิชาหลักการเขียนโปรแกรม เรื่องการวิเคราะห์ปัญหา และการเขียนผังงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวนเรื่อง การวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานที่มีคุณภาพและหาประสิทธิภาพของบทเรียนผ่านเครือข่าย อินเตอร์เน็ต 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยบทเรียน ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวน เรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัยคือนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาพณิชยการแผนกวิชา
56 คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ของวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม จังหวัด ฉะเชิงเทรา จำนวน 37 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อ ทบทวน เรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานแบบประเมินคุณภาพบทเรียนผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวน เรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงาน 2) แบบประเมินคุณภาพ บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวนเรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานและ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งเป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 50 ข้อ ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวนเรื่องการ วิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานมีคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก บทเรียนผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ตเพื่อทบทวนเรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานมีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.36/81.49 ซึ่งไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด E1/E2=80/80 เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยที่กำหนดไว้ และ 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อ ทบทวน เรื่องการวิเคราะห์ปัญหาและการเขียนผังงานนั้น สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้และสอดคล้องกับผลการวิจัยของ พิจิตรา ศิริวัฒน์ (2559, หน้า 56) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง บทเรียนออนไลน์วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียน ผังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีวิทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนา บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอรเน็ต วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงานที่มี คุณภาพและประสิทธิภาพ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้าง ภาษาซีและการเขียนผังงานที่เรียนด้วยบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กับที่เรียนตามปกติของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 3 ห้องเรียน รวม 118 คน ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงาน 2) แบบประเมินคุณภาพของบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้าง ภาษาซีและการเขียนผังงานเป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียน บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงาน มีคุณภาพอยู่ ในระดับดีทั้งด้านเนื้อหา (X = 4.29) และด้านเทคนิคการผลิตสื่อ (X = 4.35) 2) บทเรียนบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาชีและการเขียนผังงาน มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 86.15/83.38 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือไม่ต่ำกว่า 80/80 และ 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงาน ของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียน บนเครือข่ายอินเทอรเน็ต สูงกว่านักเรียนที่เรียนตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไป ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้และสอดคล้องกับผลการวิจัยของ พิมพันธุ์ จันทะทั่ง (2561, หน้า 129) ได้ ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทร์เน็ต เรื่องการเขียนผังงานสำหรับนักเรียนชั้น
57 มัธยมศึกษาปีที่ 2 ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงาน มี คุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (X = 4.54, S = 0.33) และมีคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก (X = 4.57, S = 0.33) และคุณภาพด้านสื่ออยู่ในระดับดีมาก (X =4.51, S = 0.33) 2) บทเรียนผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงาน มีประสิทธิภาพของกระบวนการต่อประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์ (E1/E2) เท่ากับ 82.08/80.35 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ไม่ต่ำกว่า 80/80 และ 3) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรื่อง การเขียนผังงาน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1. ครูควรนำบทเรียนออนไลน์ไปใช้บูรณาการกับรายวิชาอื่นนอกเหนือจากวิชาวิทยาการ คำนวณ เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่6 2. ผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ควรนำบทเรียนออนไลน์ไปใช้ในการจัดการเรียน การสอน โดยจัดการความรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน
58 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน. กิดานันท์ มลิทอง. (2555), เทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการศึกษา. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์. เขมณัฏฐ์ มิ่งศิริธรรม. (2559). การออกแบบสื่อการศึกษาสร้างสรรค์(Creative education media design.). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิตติมา พุทธเจริญ. (2554). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจจากรูปแบบเว็บเพจที่มีการ นำเสนอต่างกัน. ศึกษาศาตร์มหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการศึกษา) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. จิตติรัตน์ แสงเลิศอุทัย. (2562). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครปฐม. จินตวี คล้ายสังข์. (2554). อีเลิร์นนิ่งคอร์สแวร์ แนวคิดสู่การปฏิบัติสำหรับการจัดการเรียนรู้อีเลิร์นนิ่ง ในทุกระดับ. กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2557). การสอนผ่านเครือข่ายเวิลด์ไวด์เว็บ. วารสารครุศาสตร์, 27(3) มี.ค.-มิ.ย. 2552. ชวาล แพรัตกุล. (2556). เทคนิคการวัดผล. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช. ชัชรินทร์ เลิศยศบดินทร์, ปรัชญา ปารมี, และ ณรงค์ฤทธิ์ นาคเม้า. (2563), การออกแบบกิจกรรมการ เรียนรู้ทางวิทยาการคำนวณโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับการจำลอง สถานการณ์ออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนเตรียม ทหาร. วารสารครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 56-73. ฐิพากาญษ์ โยธารักษ์, ภูเบศ เลื่อมใส, และ สุขมิตร กอมณี. (2563). การพัฒนาบทเรียนผ่านสื่อสังคม ออนไลน์ เรื่อง ผังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. e-Journal of Education Studies, Burapha University, 1-16. ณัฐกร สงคราม. (2554). การออกแบบและพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: วี พริ้นท์.
59 ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2555). Designing Learning. กรุงเทพ: อรุณการพิมพ์. ทักษิณา ดาราบถ. (2558). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เรื่อง การเขียนผังงานแบบ ลำดับเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาโจทย์ สำหรับนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.). ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (วิทยาศาสตร์ศึกษา) มหาวิทยาลัย นเรศวร. ทักษิณา วิไลลักษณ์. (2555). การออกแบบบทเรียน. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ใน พระบรมราชูปถัมน์. ทิพย์สุคนธ์ พันธ์กิ่ง, ธนินทร์ รัตนโอฬาร, และ ศิริรัตน์ เพ็ชร์แสงศรี. (2558). การพัฒนาบทเรียน อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เกมคอมพิวเตอร์เป็นฐานเรื่องการเขียนผังงาน. วารสารครุศาสตร์ อุตสาหกรรม, 244-251. ทิศนา แขมณี. (2556). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีระ วรรณเกตุศิริ. (2560). การพัฒนาชุดการเรียนรู้การออกแบบโปรแกรมด้วยผังงานโปรแกรม แบบจำลองสถานการณ์ในรายวิชาการโปรแกรมเบื้องต้นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารศาสตร์การศึกษาและการพัฒนามนุษย์, 13-24. บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2562). นวัตกรรมการศึกษา. นนทบุรี: เอส อาร์ พริ้นติ้ง. บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวิริยาสาส์น. บุญธิดา ชุนงาม. (2561) การเสริมสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาหลักการออกแบบและ พัฒนาโปรแกรมโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับเครือข่ายสังคอมออนไลน์. วารสาร มทร.อีสาน ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 86-98. ปรัชญนันท์นิลสุข. (2558). ครูอาชีวแห่งศตวรรษที่ 21. กรุงเทพ: แมคเอ็ดดูเคชั่น. ปาริชาติ พองพรหม. (2554). การพัฒนาบทเรียนบนเว็บ เรื่อง อาณาจักรสุโขทัย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
60 พนมไพร สุขมา, บุญจันทร์ สีสันต์, และ ไพรฑูรย์ พิมดี. (2557). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย สอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อทบทวนวิชาหลักการเขียนโปรแกรม เรื่องการวิเคราะห์ ปัญหาและการเขียนผังงาน. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 48-55. พิจิตรา ศิริวัฒน์, พรรณี ลีกิจวัฒนะ, และ บุญจันทร์ สีสันต์. (2559). บทเรียนบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต วิชาโปรแกรมภาษาซี เรื่องโครงสร้างภาษาซีและการเขียนผังงาน สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่4. โรงเรียนสตรีวิทยา วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 138-144. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2556). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มิสท์ พิมพ์พันธุ์ จันทะทั้ง. (2561). การพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทร์เน็ต เรื่อง การเขียนผังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การศึกษา วิทยาศาสตร์(คอมพิวเตอร์) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภพ เลาหไพบูลย์. (2557). การสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: เชียงใหม่ คอม เมอร์เชียล มณฑารพ สิงห์โตเกษม. (2558). การสร้างเกมเพื่อการศึกษา เรื่อง เรียนรู้การคิดกับผังงานสำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี. ปริญญาครุศาสตร์ อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการเรียนรู้และสื่อสารมวลชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี มนต์ชัย เทียนทอง. (2554). การออกแบบและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, (2556). คู่มือการจัดระบบการเรียนการ สอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้. ปทุมธานี: เทียนวัฒนา พริ้นท์ติ้ง. ยุพาภรณ์ หงษ์สามารถ. (2564). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความและความพึง พอใจของนักเรียนชั้นมัยมศึกษาปีที่2. คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง. เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2555). รวมบทความทางการประเมินโครงการ. (พิมพ์ครั้งที่ 5) กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊ค พับลิเคชั่นส์ จำกัด.
61 รสริน พันธุ. (2555). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ ได้รับการสอนตามหลักการเรียนเพื่อรอบรู้โดยใช้ของเล่นวิทยาศาสตร์. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วรุฒ ปานเหลือง, และ อุบลรัตน์ ศิริสุขโภคา. (2560). การฝึกทักษะเรื่องการเขียนผังงาน สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบปัญหาเป็นฐานร่วมกับบทเรียน คอมพิวเตอรช่วยสอน. งานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 9 (หน้า 398-407) นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม วัญญาวิศาลาภรณ์. (2555). การสร้างแบบทดสอบ. กรุงเทพมหานคร: อักษรการพิมพ์. วิจารย์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิลป์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์ วงศ์. วิวัฒน์ มีสุวรรณ์. (2561). ผลการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ ด้วยกระบวนการห้องเรียนกลับด้าน. วารสารศึกษาศาสตร์, 20(3), 3-11 วีรวิชญ์ บุญส่ง. (2561). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาวิชาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์แบบเว็บเควสท์กับการเรียนแบบบรรยาย. สาขาวิชา สังคมศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. ศรัณย์ พรมสวสดิ์. (2557). การพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การสร้างเว็บด้วย ภาษา HTML สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา. ศิริชัย นามบุรี. (2556). แผนการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อชีวิต. [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 12 มกราคม 2565. เข้าถึงได้จาก http://e-learning.yru.ac.th/course/view.php?id=18 สมนึก ภัททิยธนี. (2554). การวัดผลการศึกษา. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์ สมบุญ ภู่นวล. (2555). การประเมินผลและการสร้างแบบทดสอบ. พิมพ์ครั้งที่ 3. พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์เทียนวัฒนา.
62 สิราวรรณ ศรีม่วง. (2558). การพัฒนาบทเรียนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง หลักการและวิธีการ แก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่าง สร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (วิทยาศาสตร์ ศึกษา) มหาวิทยาลัยนเรศวร สุมนา สุขพันธ์. (2561). การเปรียบเทียบนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยห้องเรียนออนไลน์โดยใช้ Google classroom กับรายวิชาออนไลน์บนเว็บไซต์การเรียนการสอน. ใน การประชุม หาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 9 (หน้า 587). ม.ป.ท. สุมาลี สิกเสน. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์ เรื่องการสร้าง ภาพเคลื่อนไหวร่วมกับการจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน. สาขาวิชาสังคม ศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. สุวัฒน์ บันลือ. (2559). รูปแบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่เหมาะสมสำหรับมหาวิทยาลัยราช ภัฏอุบลราชธานี. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 9(4), 122-136. อรนุช ลิมตศิริ. (2564). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความและความพึงพอใจของ นักเรียนชั้นมัยมศึกษาปีที่ 2. คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง. อัญญปารย์ ศิลนิลมาลย์, และ ศรัณยวัฒน์ พลเรียงโพน. (2558). การพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดียเรื่อง การสร้างผังงานด้วยโปรแกรม Microsoft Visio 2010 สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม, 61-68. อำนวย เลิศชยันตี. (2553). สถิติขั้นสูง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ศิลปะสนองการพิมพ์.
63 ภาคผนวก
64 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ
65 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ นายธนกฤต ปาจันทร์ หัวหน้างานบริหารบุคคล โรงเรียนวัดท่าแคลง(ท่าแคลงวิทยาคาร) วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี หลักสูตร ศศ.บ. สาขาวิชา ภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี นายสุวิทย์ จันทร์คูเมือง หัวหน้างานวิชาการ โรงเรียนวัดท่าแคลง(ท่าแคลงวิทยาคาร) วุฒิการศึกษา ปริญญาโท หลักสูตร ศษ.ม. สาขาวิชา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ นางสาวนัฐฑริกา สุขสมบูรณ์ ครู โรงเรียนวัดท่าแคลง(ท่าแคลงวิทยาคาร) วุฒิการศึกษา ปริญญาโท หลักสูตร ศษ.ม. สาขาวิชา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
66 ภาคผนวก ข นวัตกรรม
67 นวัตกรรม บทเรียนออนไลน์ รูปภาพที่ ข.1 หน้าหลัก รูปภาพที่ ข.2 หน้าหน่วยการเรียนรู้
68 รูปภาพที่ ข.3 หน้าแบบทดสอบก่อนเรียน รูปภาพที่ ข.4 หน้าใบความรู้
69 รูปภาพที่ ข.5 หน้าวีดีโอ รูปภาพที่ ข.6 หน้าแบบฝึกหัด
70 รูปภาพที่ ข.7 หน้าแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม รูปภาพที่ ข.8 หน้าแบบทดสอบหลังเรียน
71 ภาคผนวก ค แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้นวัตกรรม
72 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี วิทยาการคำนวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 หน่วยการเรียนรู้ที่2 การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จำนวน 4 ชั่วโมง เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวบุษยมาส เลิศศิริธรกุล โรงเรียนวัดท่าแคลง(ท่าแคลงวิทยาคาร) มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วย การเขียนผังงาน ของนักเรียนก่อนและหลังการเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วย การเขียนผังงาน ของนักเรียนหลังการเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์กับเกณฑ์ ร้อยละ 60 สาระสำคัญ การออกแบบโปรแกรม เป็นการอธิบายการทำงานของโปรแกรมอย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดย การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้ทั้งการเขียนข้อความ และการเขียนผังงาน การออกแบบโปรแกรม ด้วยการเขียนข้อความโปรแกรม Scratch เป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นบล็อก โปรแกรม (block) นำมาต่อกันเพื่อสร้างรหัสคำสั่ง (Code) เพื่อสั่งให้โปรแกรม Scratch ทำงานตามที่ ได้เขียนโปรแกรมไว้ สามารถนำมาใช้พัฒนาซอฟต์แวร์เชิงสร้างสรรค์ โดยต้องกำหนดตัวแปร เขียน โปรแกรมอย่างมีเงื่อนไข
73 ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. บอกความหมายของผังงานได้ 2. เลือกสัญลักษณ์ของผังงานได้อย่างเหมาะสมและออกแบบผังงานโดยการเขียนสัญลักษณ์ แทนความหมายต่าง ๆ ได้ 3. อธิบายหลักการใช้ผังงานได้อย่างถูกต้อง 4. อธิบายขั้นตอนการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงานได้ 5. บอกประโยชน์และข้อดีข้อเสียของผังงานได้ สาระการเรียนรู้ ภาระงาน กิจกรรมการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการสอนโดยใช้บทเรียนออนไลน์ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดบทเรียนออนไลน์เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผัง งาน และถามความรู้เดิมว่าผู้เรียนเคยใช้บทเรียนออนไลน์มาบ้างหรือไม่ และมีลักษณะเป็นอย่างไร 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียน ผังงาน แบบเลือกตอบ จำนวน 20 ข้อ 3. ผู้สอนถามผู้เรียนเพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน เช่น “นักเรียนมีวิธีการจัด หนังสือ เพื่อมาโรงเรียนอย่างไร ที่ไม่ทำให้ต้องแบกหนังสือทุกเล่มมาโรงเรียน” 1. การการออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็นข้อความ หรือผังงาน 2. การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร การวนซ้ำ การตรวจสอบเงื่อนไข 3. หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้อง ให้ ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 4. การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่นจะช่วย พัฒนาทักษะการหาสาเหตุของ ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น 5. ตัวอย่างปัญหาเช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า ค.ร.น เกมฝึกพิมพ์ 6. ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมเช่น Scratch, logo
74 แนวคำตอบ : จัดหนังสือตามตารางเรียน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าใส่กระเป๋า ครบถ้วนหรือไม่ 4. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่าในชีวิตประจำวันจำเป็นต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ วางแผน เพื่อให้ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวก และรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง ขั้นสอน 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน จาก บทเรียนออนไลน์ พร้อมอธิบายใบความรู้ การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน เป็นการอธิบายการทำงานของโปรแกรมด้วยการใช้สัญลักษณ์แทนความหมายต่าง ๆ โดยสัญลักษณ์ที่ใช้ในการเขียนผังงาน มีดังนี้ 2. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่า วิธีการเขียนผังงานที่ดี มีดังนี้ • ใช้สัญลักษณ์ตามที่กำหนดไว้ • ใช้ลูกศรแสดงทิศทางการไหลของข้อมูลจากบนลงล่าง หรือจากซ้าย ไปขวา ยกเว้นมีการทำงานแบบย้อนกลับ • คำอธิบายในภาพควรสั้นกะทัดรัด และเข้าใจง่าย • ทุกแผนภาพต้องมีลูกศรแสดงทิศทางเข้า - ออก สัญลักษณ์ ความหมาย เริ่มต้นหรือสิ้นสุด ปฏิบัติ ตัดสินใจ ทิศทาง จุดเชื่อมต่อ รับข้อมูล
75 • ไม่ควรโยงเส้นเชื่อมผังงานที่อยู่ไกลมาก ๆ ควรใช้สัญลักษณ์จุดเชื่อม ต่อแทน • ผังงานควรมีการทดสอบความถูกต้องของการทำงานก่อนนำไปเขียน โปรแกรม 3. ผู้สอนอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจว่า แนวคิดการเขียนผังงาน (Flowchart) มีหลักการ ง่าย ๆ 3 ข้อ 1. การทำงานแบบลำดับ 2. การทำงานแบบทางเลือก 3. การทำงานแบบทำซ้ำ 4. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้เรียนเปิดบทเรียนออนไลน์เรื่อง การ ออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน และให้ผู้เรียนค้นคว้าหาข้อมูล เกี่ยวกับการ ออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน แนวคิดการเขียนผังงาน (Flowchart) ทั้ง 3 แบบ และให้ผู้เรียนทำกิจกรรมการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน จาก บทเรียนออนไลน์เพื่อออกแบบเกม หรือโปรแกรม ที่ผู้เรียนได้ลองออกแบบโปรแกรม ด้วยการใช้วิธีการเขียนแสดงลำดับขั้นตอน 5. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนเริ่มทำกิจกรรมจากบทเรียนออนไลน์ โดยผู้สอนคอยดูแลความ เรียบร้อย และคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน (ต่อ) 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดบทเรียนออนไลน์เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผัง งาน 2. ผู้สอนอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจว่า แนวคิดการเขียนผังงานมีหลักการง่าย ๆ 3 ข้อ การทำงานแบบทางเลือก (Selection) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การทำงานแบบ ตัดสินใจ (Decision) คือเราสามารถให้โปรแกรมเลือกทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งได้ โดยใช้เงื่อนไข เป็นตัว กำหนดการทำงานตามคำสั่ง โดยทางเลือกแต่ละอย่างก็จะมีเงื่อนไขเป็นตัวกำหนดว่าจะไปทางใด
76 ภาพอธิบายวิธีการเขียนผังงานแบบทางเลือก การทำงานแบบวนซ้ำ (Loop) เป็นการนำคำสั่งมาทำงานซ้ำหลายๆ รอบ จะทำงานกี่รอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดไว้ ซึ่งอาจจะเป็นการ กำหนดจำนวนรอบที่แน่นอน ภาพอธิบายวิธีการเขียนผังงานแบบวนซ้ำ
77 การทำงานแบบลำดับ ผังงานที่มีโครงสร้างแบบลำดับ เป็นผังงานที่เขียน เรียงลำดับการทำงานไล่ลงมาตรงๆ จากบนลงล่าง ไม่มีความซับซ้อน ภาพอธิบายวิธีการเขียนผังงานแบบลำดับ 3. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนเริ่มทำกิจกรรมจากบทเรียนออนไลน์ โดยผู้สอนคอยดูแลความ เรียบร้อย และคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม ขั้นสรุป 1. ผู้สอนสรุปให้ผู้เรียนเข้าใจว่า การเขียนผังงานช่วยลำดับขั้นตอนการทำงานของ โปรแกรม และสามารถนำไปเขียนโปรแกรมได้โดยไม่สับสน ช่วยในการตรวจสอบ และ แก้ไขโปรแกรมได้ง่าย เมื่อเกิดข้อผิดพลาด ช่วยให้การดัดแปลง แก้ไข ทำได้อย่าง สะดวกและรวดเร็ว ช่วยให้ผู้อื่นสามารถศึกษาการทำงานของโปรแกรมได้อย่างง่าย และรวดเร็วมากขึ้นผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียน ผังงาน แบบเลือกตอบ จำนวน 20 ข้อ 3. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสอบถาม และให้ผู้เรียนกลับไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง การ ออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน จากบทเรียนออนไลน์เพิ่มเติม
78 สื่อการเรียนรู้ 1. บทเรียนออนไลน์ 2. ใบความรู้ การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน 3. แบบทดสอบเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน 0 การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ วิธีการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิทยาการคำนวณ เรื่อง การออกแบบโปรแกรม ด้วยการเขียนผังงาน ของ นักเรียนก่อนและหลังการเรียน โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ทดสอบก่อนเรียน และหลังการเรียน แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน คะแนนหลังเรียนสูงกว่า คะแนนก่อนเรียน 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิทยาการคำนวณ เรื่อง การออกแบบโปรแกรม ด้วยการเขียนผังงาน ของ นักเรียนหลังการเรียนโดยใช้ บทเรียนออนไลน์กับเกณฑ์ ร้อยละ 60 ทดสอบหลังการเรียน แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน คะแนนหลังเรียนสูงกว่า เกณฑ์ร้อยละ 60 เครื่องมือวัดและประเมินผล 1. แบบประเมินผลงาน 2. แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 3. แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เกณฑ์การวัดและประเมินผล เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60
79 สื่อและอุปกรณ์ 1. บทเรียนออนไลน์ 2. ใบความรู้ เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 3. บทเรียนออนไลน์
80 แบบบันทึกหลังแผนการสอน เทคโนโลยี วิทยาการคำนวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จำนวน 4 ชั่วโมง เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวบุษยมาส เลิศศิริธรกุล โรงเรียนวัดท่าแคลง(ท่าแคลงวิทยาคาร) ผลการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน นักเรียนชั้น ป.6 หลังใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ บทเรียนออนไลน์จำนวนนักเรียน 10 คน เรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน ปรากฎว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน หลังการ เรียน (คะแนนเฉลี่ย = 15.20 คะแนน) สูงกว่าก่อนการเรียน (คะแนนเฉลี่ย = 8.70 คะแนน) โดยใช้ บทเรียนออนไลน์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาการคำนวณเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการ เขียนผังงาน หลังการเรียน (คะแนนเฉลี่ย = 15.20 คะแนน) โดยใช้บทเรียนออนไลน์สูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 60 (12 คะแนน) ปัญหา และอุปสรรค - เนื้อหาของบทเรียนค่อนข้างยาก นักเรียนยังไม่สามารถเขียนโปรแกรมโดยใช้ผังงานได้ ข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ไข - ใช้การทำกิจกรรมกลุ่มเข้ามาช่วยให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และแบ่งหน้าที่กันภายใน กลุ่ม - ให้แต่ละกลุ่มออกมาอภิปรายหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับวิธีการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผัง งาน ลงชื่อ……………........……….…………….ผู้บันทึก (นางสาวบุษยมาส เลิศศิริธรกุล) ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน - ลงชื่อ…………………….……....……….ผู้อำนวยการโรงเรียน (นางสาวเตือนใจ สุวโจ)
81 ใบความรู้
82 ใบความรู้
83 ภาคผนวก ง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
84 แบบทดสอบเรื่อง การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนผังงาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คำชี้แจง ในการทำแบบทดสอบ 1. แบบทดสอบฉบับนี้เป็นแบบเลือกตอบ มีคำถามทั้งหมด 20 ข้อ ให้เวลาตอบ 30 นาที 2. วิธีตอบ ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดของคำถามแต่ละข้อจากตัวเลือก ก ข ค หรือ ง ที่ ให้ไว้เมื่อเลือกได้แล้วให้กากบาทลงในช่อง ที่ท่านเลือกในกระดาษคำตอบ ดังตัวอย่าง 1 ก ข ค ง 3. ถ้าต้องการเปลี่ยนคำตอบให้ลบข้อที่ไม่ต้องการ แล้วขีดเส้นทึบลงในช่องที่ตรงกับคำตอบใหม่ 4. จงอ่านคำถามแต่ละข้ออย่างตั้งใจ เพื่อพบข้อใดยากและคิดไม่ออก ให้เว้นข้ามไปทำข้ออื่นก่อน แล้วจึงย้อนกลับมาทำภายหลัง จงพยายามทำข้อสอบให้ครบทุกข้อเพื่อแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ 5. ห้ามขีด เขียนข้อความใด ๆ ลงในแบบทดสอบฉบับนี้ แต่ให้เขียนที่ด้านหลังกระดาษคำตอบได้
85 1. การเขียน Flowchart มีความหมายตรงกับ ข้อใด ก. การเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอน วิธีการแก้ปัญหา ข. การดำเนินการแก้ปัญหาโดยคำพูด ค. การแสดงการทำงานของคอมพิวเตอร์ ง. การใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ ที่ใช้เขียน แทนคำอธิบาย 5. จากภาพ สัญลักษณ์ผังงาน แสดงกระบวนการใด ก. เทปแม่เหล็กเก็บข้อมูล ข. แสดงการประมวลผล ค. แสดงการรับข้อมูลเข้า ง. แสดงจุดเริ่มต้น และจบการทำงาน 2. จงบอกความหมายของผังงานโปรแกรม ก. เป็นการเขียนคำอธิบายที่ชัดเจนและสั้น ข. ประกอบด้วยเส้นและสัญลักษณ์รูปต่าง ๆ ค. เป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่ใช้เขียนแทน ขั้นตอน ง. เป็นผังแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานใน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 6. จากภาพ สัญลักษณ์ผังงาน แสดงกระบวนการใด ก. แสดงการประมวลผล ข. เทปแม่เหล็กเก็บข้อมูล ค. แสดงจุดเริ่มต้น และจบการทำงาน ง. แสดงการรับข้อมูลเข้า – ออกโดยทั่วไป 3. ความหมายของผังงานคือข้อใด ก. เป็นที่จัดเก็บโปรมแกรม ข. ใช้เป็นแค่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่านั้น ค. สัญลักษณ์ รูป ที่ใช้แทนคำพูดหรือ คำอธิบายในอัลกอลิทึม ง. คำพูดหรือคำอธิบายที่ใช้แทนขั้นตอน สัญลักษณ์ รูปภาพในอัลกอลิทึม 7. จากภาพ สัญลักษณ์ผังงานแสดง กระบวนการใด ก. การป้อนข้อมูลเข้าด้วยมือ ข. เทปแม่เหล็กเก็บข้อมูล ค. แสดงจุดเริ่มต้น และจบการทำงาน ง. แสดงการรับข้อมูลเข้า - ออกโดยทั่วไป 4. สัญลักษณ์ใดต่อไปนี้ไม่อยู่ใน ผังงาน (Flowchart) ก. ข. ค. ง. 8. กิ๊กต้องการเขียนผังงานแบบมีเงื่อนไข โดยใช้ สัญลักษณ์การตรวจสอบเงื่อนไขเพื่อตัดสินใจ กิ๊กควรเลือกใช้สัญลักษณ์ในข้อใดจึงจะถูกต้อง ก. ข. ค. ง.
86 9. นาวาต้องการเขียนผังงานให้แสดงผลลัพธ์ ผ่านหน้าจอ นาวาควรเลือกใช้สัญลักษณ์ของ ผังงานในข้อใด ก. ข. ค. ง. 12. ข้อใดคือหลักการเขียนผังงาน ก. ใช้สัญลักษณ์ที่ไม่เป็นมาตรฐาน ข. ไม่กำหนดทิศทางการไหลของข้อมูล ค. ไม่คำนึงถึงความเหมาะสมของขนาด สัญลักษณ์ ง. จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานควรมีเพียงจุด เดียว 13. ผังงานแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง ก. ผังงานระบบ ผังงานวงจร ข. ผังงานโปรแกรม ผังงานระบบ ค. ผังงานโปรแกรม ผังงานวงจร ง. ผังงานวงจร ผังงานเชื่อมโยง 10. การเขียนผังงานแบบลำดับมีลักษณะ อย่างไร ก. เพื่อแสดงเงื่อนไขในการตัดสินใจ ข. แสดงลำดับขั้นตอนก่อน-หลังต่อเนื่องกัน ค. มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่เดียวกัน ง. มีกระบวนการที่หลากหลาย 14. นุชต้องการออกแบบโปรแกรมแสดงขั้นตอน การแต่งกายมาโรงเรียน นุชควรเลือกผังงานในข้อ ใด ก. การเขียนผังงานแบบทำซ้ำ ข. การเขียนผังงานแบบทางเลือก ค. การเขียนผังงานแบบลำดับ ง. การเขียนผังงานแบบวงจรปิด 11. ผังงานระบบมีลักษณะเป็นแบบใด ก. คำอธิบายในภาพควรสั้นกระทัดรัด ข. เป็นผังแสดงขั้นตอนการทำงานภายใน ระบบ ค. สามารถหาข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาด ได้ ง. เป็นผังแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานใน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 15. จากผังงาน คือโปรแกรมอะไร ก. โปรแกรมการบันทึกส่วนสูง ข. โปรแกรมหาผลรวมของส่วนสูง ค. โปรแกรมหาค่าเฉลี่ยของส่วนสูง ง. โปรแกรมคำนวณค่า BMI ดัชนีมวลกาย
87 แบบประเมินความสอดคล้องของเครื่องมือวัดตัวแปรตามประเภทข้อสอบ โรงเรียนวัดท่าแคลง(ท่าแคลงวิทยาคาร) วิชาวิทยาการคำนวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 ครูผู้สอน นางสาวบุษยมาส เลิศศิริธรกุล กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่าระดับในการประเมิน ค่าดัชนีความสอดคล้องของเครื่องมือวัดตัวแปรตามประเภทข้อสอบ โดยมีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้ ถ้าแน่ใจว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ถ้าไม่แน่ใจว่าสอดคล้อง ให้คะแนน 0 ถ้าแน่ใจว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1 คำชี้แจง โปรดพิจารณาความสอดคล้องของประเด็นข้อคำถามเพื่อใช้ในแต่ละข้อความถูกต้องเหมาะสม หรือไม่ เมื่อพิจารณาให้ใส่เครื่องหมาย ลงในช่องความคิดเห็น โดยใช้เกณฑ์การพิจารณา ดังนี้ ตารางที่ ง.1 แบบประเมินความสอดคล้องของเครื่องมือวัดตัวแปรตามประเภทข้อสอบ รายการประเมิน ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ข้อที่ ข้อสอบ +1 0 -1 บอกความหมาย ของผังงานได้ 1 การเขียน Flowchart มีความหมายตรงกับข้อใด ก. การเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอน วิธีการแก้ปัญหา ข. การดำเนินการแก้ปัญหาโดยคำพูด ค. การแสดงการทำงานของคอมพิวเตอร์ ง. การใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ ที่ใช้เขียนแทน คำอธิบาย 2 จงบอกความหมายของผังงานโปรแกรม ก. เป็นการเขียนคำอธิบายที่ชัดเจนและสั้น ข. ประกอบด้วยเส้นและสัญลักษณ์รูปต่างๆ ค. เป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่ใช้เขียนแทน ขั้นตอน ง. เป็นผังแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานใน โปรแกรมคอมพิวเตอร์
88 รายการประเมิน ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ข้อที่ ข้อสอบ +1 0 -1 บอกความหมาย ของผังงานได้ 3 ความหมายของผังงานคือข้อใด ก. เป็นที่จัดเก็บโปรมแกรม ข. ใช้เป็นแค่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่านั้น ค. สัญลักษณ์ รูป ที่ใช้แทนคำพูดหรือ คำอธิบายในอัลกอลิทึม ง. คำพูดหรือคำอธิบายที่ใช้แทนขั้นตอน สัญลักษณ์ รูปภาพในอัลกอลิทึม เลือกสัญลักษณ์ ของผังงานได้ อย่างเหมาะสม และออกแบบผัง งานโดยการเขียน สัญลักษณ์แทน ความหมายต่าง ๆ ได้ 4 สัญลักษณ์ใดต่อไปนี้ไม่อยู่ใน ผังงาน (Flowchart) ก. ข. ค. ง. 5 จากภาพ สัญลักษณ์ผัง งานแสดงกระบวนการใด ก. เทปแม่เหล็กเก็บข้อมูล ข. แสดงการประมวลผล ค. แสดงการรับข้อมูลเข้า ง. แสดงจุดเริ่มต้น และจบการทำงาน
89 รายการประเมิน ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ข้อที่ ข้อสอบ +1 0 -1 เลือกสัญลักษณ์ ของผังงานได้ อย่างเหมาะสม และออกแบบผัง งานโดยการเขียน สัญลักษณ์แทน ความหมายต่าง ๆ ได้ 6 จากภาพ สัญลักษณ์ผัง งานแสดงกระบวนการใด ก. แสดงการประมวลผล ข. เทปแม่เหล็กเก็บข้อมูล ค. แสดงจุดเริ่มต้น และจบการทำงาน ง. แสดงการรับข้อมูลเข้า – ออกโดยทั่วไป 7 จากภาพ สัญลักษณ์ผังงานแสดง กระบวนการใด ก. การป้อนข้อมูลเข้าด้วยมือ ข. เทปแม่เหล็กเก็บข้อมูล ค. แสดงจุดเริ่มต้น และจบการทำงาน ง. แสดงการรับข้อมูลเข้า – ออกโดยทั่วไป 8 กิ๊กต้องการเขียนผังงานแบบมีเงื่อนไข โดยใช้ สัญลักษณ์การตรวจสอบเงื่อนไขเพื่อตัดสินใจ กิ๊กควรเลือกใช้สัญลักษณ์ในข้อใดจึงจะถูกต้อง ก. ข. ค. ง.
90 รายการประเมิน ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ข้อที่ ข้อสอบ +1 0 -1 เลือกสัญลักษณ์ ของผังงานได้ อย่างเหมาะสม และออกแบบผัง งานโดยการเขียน สัญลักษณ์แทน ความหมายต่าง ๆ ได้ อธิบายหลักการ ใช้ผังงานได้อย่าง ถูกต้อง 9 นาวาต้องการเขียนผังงานให้แสดงผลลัพธ์ผ่าน หน้าจอ นาวาควรเลือกใช้สัญลักษณ์ของผังงาน ในข้อใด ก. ข. ค. ง. อธิบายหลักการ ใช้ผังงานได้อย่าง ถูกต้อง 10 การเขียนผังงานแบบลำดับมีลักษณะอย่างไร ก. เพื่อแสดงเงื่อนไขในการตัดสินใจ ข. แสดงลำดับขั้นตอนก่อน-หลังต่อเนื่องกัน ค. มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่เดียวกัน ง. มีกระบวนการที่หลากหลาย 11 ผังงานระบบมีลักษณะเป็นแบบใด ก. คำอธิบายในภาพควรสั้นกระทัดรัด ข. เป็นผังแสดงขั้นตอนการทำงานภายใน ระบบ ค. สามารถหาข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดได้ ง. เป็นผังแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานใน โปรแกรมคอมพิวเตอร์
91 รายการประเมิน ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ข้อที่ ข้อสอบ +1 0 -1 อธิบายหลักการ ใช้ผังงานได้อย่าง ถูกต้อง 12 ข้อใดคือหลักการเขียนผังงาน ก. ใช้สัญลักษณ์ที่ไม่เป็นมาตรฐาน ข. ไม่กำหนดทิศทางการไหลของข้อมูล ค. ไม่คำนึงถึงความเหมาะสมของขนาด สัญลักษณ์ ง. จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานควรมีเพียงจุด เดียว 13 ผังงานแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง ก. ผังงานระบบ ผังงานวงจร ข. ผังงานโปรแกรม ผังงานระบบ ค. ผังงานโปรแกรม ผังงานวงจร ง. ผังงานวงจร ผังงานเชื่อมโยง อธิบายขั้นตอน การออกแบบ โปรแกรมด้วย การเขียนผังงาน ได้ 14 นุชต้องการออกแบบโปรแกรมแสดงขั้นตอนการ แต่งกายมาโรงเรียน นุชควรเลือกผังงานในข้อใด ก. การเขียนผังงานแบบทำซ้ำ ข. การเขียนผังงานแบบทางเลือก ค. การเขียนผังงานแบบลำดับ ง. การเขียนผังงานแบบวงจรปิด 15 จากผังงาน คือโปรแกรมอะไร ก. โปรแกรมการบันทึกส่วนสูง ข. โปรแกรมหาผลรวมของส่วนสูง ค. โปรแกรมหาค่าเฉลี่ยของส่วนสูง ง. โปรแกรมคำนวณค่า BMI ดัชนีมวลกาย
92 รายการประเมิน ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ข้อที่ ข้อสอบ +1 0 -1 อธิบายขั้นตอน การออกแบบ โปรแกรมด้วย การเขียนผังงาน ได้ 16 ข้อใดเขียนผังงานการข้ามถนนด้วยสัญญาณไฟ จราจรคนข้ามถนนได้ถูกต้อง ก. ข. ค. ง.
93 รายการประเมิน ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ข้อที่ ข้อสอบ +1 0 -1 บอกประโยชน์ และข้อดีข้อเสีย ของผังงานได้ 17 ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการเขียนโปรแกรมด้วย ผังงาน ก. ใช้ภาษาพูดที่เข้าใจง่ายในการเขียน โปรแกรม ข. หาข้อผิดพลาดได้ง่าย ค. แสดงลำดับการทำงานชัดเจน ง. ทำให้เข้าใจ และแยกแยะปัญหาได้ง่าย 18 ข้อใดคือข้อดีของการเขียนผังงานเพื่ออธิบายการ ทำงานของโปรแกรม ก. แสดงจุดบกพร่องของการทำงานได้ ข. แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานชัดเจน ค. ประหยัดค่าใช้จ่าย ง. เข้าใจง่าย 19 การเขียนผังงาน (Flowchart) ที่ดี ตรงกับข้อใด ก. มีความซับซ้อน ข. มีความเป็นเชื่อมโยงที่หลากหลาย ค. การนำข้อความต่อเรียงกันให้เกิดความซับซ้อน ง. มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเข้าใจง่าย 20 ประโยชน์ของผังงาน คืออะไร ก. ใช้ทำงานแทนคน ข. ใช้ทำงานแทนโปรแกรม ค. ใช้เป็นสื่อกลางในการติดต่อประสาน ความคิดระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง ง. ใช้เป็นสื่อกลางในการติดต่อประสานงาน และระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง