41 บทที่ 4 ผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 4.1 ผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน บ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี 4.2 ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนโดยใช้นิทานอีสปและ เทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) 4.3 ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed ReadingThinking Activity (DR-TA) 4.1 ผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคนิค Directed ReadingThinking Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ตารางที่ 4.1 ผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคนิค Directed Reading- Thinking Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี การ ทดสอบ คะแนน เต็ม ร้อยละ S.D. t ก่อนเรียน 20 5.43 27.15 2.38 10.46 หลังเรียน 20 15.14 75.70 3.08 ตารางที่ 4.1 พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5.43 และ 15.14 ตามลำดับและเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง คะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้
42 เทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) เป็นการฝึกฝนให้ผู้เรียนฝึกกระบวนการคิด โดยการฝึกฝนในกิจกรรมนี้เป็นการกลั่นกรองและตรวจสอบข้อมูลโดยให้ผู้เรียนกำหนดวัตถุประสงค์ ในการอ่านด้วยตนเอง เริ่มต้นการสอนด้วยการคาดเดา ให้นักเรียนดูรูปภาพ แล้วคาดเดาเนื้อหาของ เรื่องซึ่งกระตุ้นให้ผู้เรียนมีการคิดตามตลอดเวลา จากนั้นครูอ่านนำ และนักเรียนอ่านตามเพื่อให้ นักเรียนได้ดูข้อความตามครูไปด้วยและได้อ่านทุกตัวอักษร หาคำตอบ และมีครูผู้สอนเป็นผู้ ตรวจสอบความเข้าใจโดยขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Directed ReadingThinking Activity (DR-TA) คือการให้นักเรียนฝึกซ้ำและทำแบบฝึกหัด เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีนี้ทำให้นักเรียนได้ฝึกฝนการอ่านเพื่อความเข้าใจได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่งผลให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจดีขึ้นไปด้วย 4.2 ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนโดยใช้นิทานอีสปและ เทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ตารางที่ 4.2 ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้โดยนิทานอีสปและใช้เทคนิค Directed Reading- Thinking Activity (DR-TA) รายการ ประเมิน N คะแนน เต็ม Mean S.D. % of Mean t Sig. (1-tailed) หลังเรียน 14 20 15.14 3.085 75.71 1.39 0.0945 ตารางที่ 4.2 พบว่า การทดสอบหลังเรียน ของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 15.14 คะแนน คดเป็นร้อยละ 75.71 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับคะแนนสอบของผู้เรียนหลัง เรียนพบว่าคะแนนสอบของผู้เรียน สูงกว่าเกณฑ์ แสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ฝึกฝนกระบวนการ อ่านเพื่อความเข้าใจได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นจากการกระบวนการอ่านและคิด (Directing ReadingThinking Process) โดยครูให้นักเรียนฝึกการคาดเดา อ่าน แปลความหมายและตรวจสอบความ เข้าใจ ในช่วงที่1 จากนั้นในช่วงที่ 2 การฝึกทักษะที่จำเป็น ซึ่งเป็นช่วงของการรวบรวมข้อมูลหลังจาก การอ่านเนื้อเรื่องทั้งหมด และทบทวนความเข้าใจในการอ่านเพื่อเป็นการเสริมทักษะการอ่านจับ ใจความของนักเรียนให้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น จากเหตุผลที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำ ให้ผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคนิค Directed Reading-Thinking
43 Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
44 4.3 ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed ReadingThinking Activity (DR-TA) ผลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis) เพื่อหาทัศนคติที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Direct Reading-Thinking Activity (DR-TA) ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านเนื้อหา และด้านประโยชน์ที่ ได้รับ สรุปผลดังนี้ 4.3.1 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (1) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อภาพประกอบที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้ให้สัมภาษณ์ ให้ความเห็นว่า ภาพประกอบที่ใช้ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่ง ว่า “...ภาพที่ครูให้ผมดูก่อนที่จะเรียนใช่มั้ยครับ อ๋อ ก็ช่วยอยู่นะครับ เวลา มีภาพให้ดูก่อนผมก็เดาได้ว่าจะเรียนเกี่ยวกับอะไร เอ่อ แล้วตอนอ่าน เนื้อเรื่องอะครับมีหลายคำอยู่นะครับที่ผมแปลไม่ออก (หัวเราะ) แต่พอ ได้ดูภาพก็เดา ๆ ได้อยู่ครับว่ามันแปลว่าอะไรแล้วประโยคต่อไปจะเป็น ยังไง อ่า แล้ว ก็ภาพที่ครูเอามาให้ดูตอนสอนน่ะครับผมก็รู้จักอยู่แล้ว มัน ก็เข้ากับเรื่องที่กำลังอ่านพอดี…” (2) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน ร่วมกับครูผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมการเรียนการ สอนร่วมกับครูผู้สอน ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “…ผมว่าได้ครับครู ก่อนที่จะเรียนครูก็ชวนคุย ทำให้ผมไม่กดดันมาก ครูชวนคุยเรื่องที่ผมสนใจแล้วก็เรื่องที่ครูเอามาให้อ่านก็เป็นเรื่องที่ผม สนใจ แต่บางเรื่องก็ยากไป ทั้งยากและยาวเลยแหละครับ (หัวเราะ) แล้วก็เรื่องนั้นน่ะครับที่ครูพาผมอ่านกับที่ได้ทำอะไรก่อนเรียนนั่น แหละที่ครูให้ผมดูรูปแล้วให้ผมเดาว่าจะอ่านเรื่องอะไร ผมก็ลืม ผม ว่าดีนะครับ พออ่านแล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรูปที่ครูให้ผมดูนั่นแหละ….” (3) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้ให้สัมภาษณ์ ให้ความเห็นว่า กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมกับเนื้อหา ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...หนูว่าบทอ่านบางเรื่องก็ยากอยู่นะคะ หมายถึงคำศัพท์ เพราะบาง คำผมไม่รู้จัก ก็เลยแปลไม่ออก แต่พอมีภาพก็ทำให้เดาเนื้อเรื่องได้อยู่
45 แล้วครูก็ช่วยบอกความหมายทีละประโยค ทีนี้หนูก็เลยเดาได้ว่า เกี่ยวกับเรื่องอะไรแล้วก็ต่อไปจะเป็นยังไง ผมชอบวิธีสอนที่ครูสอนนะ ครับ เพราะมันมีภาพช่วยให้เดาได้ เอ่อ ก็ใช้กับเรื่องที่อ่านได้อยู่ครับ ...” (4) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยน ความรู้ความคิด ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า กิจกรรมการเรียนรู้ได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยน ความรู้ความคิด ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...ได้ค่ะ เพราะ เอ่อ ครูก็ถามหนูบ้างอยู่ค่ะเวลาอ่านเนื้อเรื่องจบ ประโยคนึงครูก็ถามว่าพอเดาได้มั้ยว่าแปลว่าอะไร และมีความคิดเห็น ว่ายังไง แล้วก็ก่อนที่ครูจะสอนน่ะค่ะ ครูก็ถามหนูเยอะ ๆ ให้หนูตอบ เกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียน อ่า พออ่านเสร็จครูก็มาถามเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ อ่านไปค่ะ ครูบอกว่าเป็นการทบทวนเรื่องที่อ่านใช่มั้ยคะตอนนั้น ก็ได้ แลกเปลี่ยนความรู้อยู่ค่ะ...” (5) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้นั้นช่วยให้กล้าคิดกล้าตอบ ผู้ให้ สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า กิจกรรมการเรียนรู้มีส่วนช่วยให้ผู้เรียนได้กล้าคิดและกล้าตอบคำถาม ดัง คำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...ครับ ผมกล้าตอบขึ้นเพราะครูช่วยแนะนำ ไม่ด่าผมเวลาตอบผิดแล้ว ก็มีรูปให้ผมดูด้วย ถ้าไม่มีรูปบางครั้งผมก็นึกไม่ออก ตอนอ่านเสร็จแต่ ละ ประโยคครูก็ถามให้ผมตอบว่าประโยคนั้นแปลว่าอะไร บางอันผมก็ไม่ เข้าใจนะ แต่ครูก็ช่วยผม เอ่อ ตอบผิดตอบถูกครูก็ไม่ว่า ผมชอบตรงนี้ ล่ะ ผมมาเข้าใจเรื่องที่อ่านทั้งหมดตอนที่ครูให้ผมสรุปตามที่ผมเข้าใจ ทีนี้ ครู ก็สรุปต่อ เอ่อ นั่นแหละครับ ช่วยให้ผมกล้าตอบครู...” 4.3.2 ด้านเนื้อหา (1) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อความต่อเนื่องและเป็นลำดับขั้นตอนของเนื้อหา ผู้ให้ สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า เนื้อหาที่เรียนมีความต่อเนื่องและเป็นลำดับขั้นตอน ดังคำสัมภาษณ์ตอน หนึ่งว่า “...ต่อเนื่องครับ ตอนที่เรียนตอนนั้นครูให้ดูภาพก่อนใช่มั้ยครับ ครู บอก ว่าให้เดาว่าวันนี้จะอ่านเกี่ยวกับเรื่องอะไร อ่า ทีนี้ครูก็เอาบทอ่านมา ตอนแรกผมแปลไม่ออก ครูก็พาแปลแล้วก็ให้นึกถึงภาพที่ครูเคยเอาให้
46 ดู ทำให้ผมพอเข้าใจมากขึ้น ทีนี้อะไรต่อนะ แป๊บนะครับ ผมลืม (หัวเราะ) ทำแบบฝึกใช่มั้ยครับ อ่านจบแล้วก็ทำแบบฝึกหัด ก็พอทำได้อยู่ครับ เพราะเข้าใจเนื้อเรื่องแล้ว ประมาณนี้มั้ยครับ วิธีที่ครูสอนก็เป็นลำดับดี ครับ...”
47 (2) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อความยากง่ายของเนื้อหาและมีความเหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า เนื้อหาที่เรียนมีความยากพอประมาณ บท อ่านมีความยาวและมีคำศัพท์หรือประโยคที่ไม่คุ้นชิน ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...ผมว่ามีบางเรื่องยากอยู่ครับ เพราะมันยาวแล้วก็ผมแปลไม่ออก อือ เหมือนเรื่องอันนั้นอะครับ คิดก่อนนะครับ เอ้อ เรื่องกำแพงเมืองตีนน่ะ ครับครู มีคำศัพท์ยาก บางคำผมไม่รู้ ไม่เคยเห็น ผมแปลไม่ออกก็งงอยู่ แต่พอครูบอกว่าให้นึกถึงรูปที่ดูแล้วครูก็ช่วยบางคำก็เดาได้ครับ แล้วก็ อะไรอีกนะ ที่ครูพาผมอ่านทีละประโยคแล้วก็ให้เดาว่าต่อไปจะเป็น อะไร ก็ช่วยให้เข้าใจอยู่นะครับ...” (3) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมสรุปเนื้อหากับครู ผู้ให้ สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับครูดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่ง ว่า “...ครับ ตอนอ่านเสร็จใช่มั้ยครับ แล้วครูก็ถามผมแล้วบอกว่าจะ ทบทวนเรื่องที่ได้อ่าน เอ่อ ตอนอ่านเสร็จครูก็ให้สรุปเรื่องนั้นตามที่ผม เข้าใจ แล้วครูก็สรุปให้ฟังอีกครั้ง แต่เรื่องนั้นน่ะครู เรื่องกำแพงเมืองจีน ที่ตอนแรกผมนึกว่านักบินอวกาศออกนอกโลกเพื่อไปดูกำแพง เมืองจีน ผมเกือบจะเข้าใจแบบนี้ละถ้าครูไม่สรุปตอนท้าย (หัวเราะ)...” (4) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อความยากง่ายของเนื้อหาที่ส่งผลต่อความเข้าใจของ นักเรียน ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า เนื้อหาที่ได้เรียนทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ ในความสนใจของนักเรียนและมีภาพประกอบช่วยให้เดาเนื้อหาได้ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...เนื้อหาบางอันก็ยากบางอันก็ง่ายนะครับ ถ้าเป็นเรื่องที่ผมเคยรู้จักก็ พอเข้าใจอยู่ครับ บางเรื่องก็เข้าใจจากรูปที่ได้ดูครับ พอเป็นเรื่องที่ยาว ๆ คำศัพท์ยาก ๆ บางอันผมก็แปลไม่ออก อ่า แล้วก็ครูก็บอกว่าให้นึกถึง รูปภาพที่ครูให้ดู กับครูช่วยแนะนำก็เข้าใจบ้างครับ แต่ดีที่ผมได้ดูรูปก่อน เพราะช่วยให้เดาเนื้อเรื่องได้ว่าเกี่ยวกับอะไรบ้าง...” (5) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อภาษาที่ใช้ในบทอ่านมีความชัดเจน ทำให้เข้าใจได้ง่าย ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า ภาษาที่ใช้ในบทอ่านมีความยากอยู่บ้าง ทำให้เกิดความไม่เข้าใจใน บางครั้ง ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า
48 “...ผมว่าบางเรื่องมันก็ยากนะอยู่ครับ เรื่องที่มันยาว ๆ กับเรื่องที่มีคำ ยาก ๆ ผมอ่านไม่ออกแล้วก็แปลไม่ออก (หัวเราะ) เรื่องนั้นอะครับครู ที่เป็นนิทานของฟิลิปปินส์ ที่ชื่อมันเป็นภาษาฟิลิปปินส์ แค่อังกฤษผมก็ อ่านไม่ค่อยออกแล้ว (หัวเราะ)บางคำก็ไม่เคยเห็น เอ่อ เวลาผม แปล ไม่ออกผมก็ไม่อยากอ่านเลย จนได้บอกให้ครูช่วยแปล ทีนี้เวลาไม่รู้ว่า คำนั้นแปลว่าอะไรก็จะไม่รู้เรื่องเลยครับ ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร...” 4.3.3 ด้านประโยชน์ที่ได้รับ (1) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ส่งผลต่อความยากง่ายในการเข้าใจ เนื้อหา ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า การจัดการเรียนรู้ส่งผลให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ดังคำ สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...อ๋อผมว่าง่ายขึ้นครับ เพราะวิธีที่ครูสอนผมคือให้ดูรูปก่อน ผมก็พอ เดาได้อยู่ครับว่าจะอ่านเรื่องอะไรแล้วก็ครูก็ช่วยผมแปลประโยคที่ผมไม่รู้ มันก็ช่วยให้ผมเข้าใจเรื่องที่อ่านอยู่ บางเรื่องผมก็เดาได้จากภาพเลย เหมือนเรื่องอันนั้นอะครับครู อะไรนะ เด็กเลี้ยงแกะน่ะ ใช่มั้ย ผมดูก็รู้ เลยว่าจะอ่านเกี่ยวกับอะไร แล้วเรื่องนี้ผมก็เคยอ่านมาหลายครั้งแล้วก็ เลยเข้าใจครับ..” (2) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ส่งผลให้จำเนื้อหาได้นาน ผู้ให้ สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า การจัดการเรียนรู้ส่งผลให้นักเรียนจดจำเนื้อหาได้นาน ดังคำสัมภาษณ์ตอน หนึ่งว่า “...ส่งผลครับเพราะเวลาดูรูปใช่มั้ยครับก็ทำให้จำรูปกับเรื่องนั้น ๆ ได้ พออ่านเสร็จครูก็สรุปแล้วก็ทบทวนเนื้อเรื่องอีกทีนึง แล้วก็ทำ แบบฝึกหัด เวลาจะตอบคำถามในแบบฝึกหัดอะครับ ผมก็นึกถึงภาพ และเนื้อเรื่องเป็นฉาก ๆ เลยครับ ตอนผมตอบไม่ได้ผมก็ถามครูนี่แหละ ครับ ผมก็เรียนคนเดียวเนาะครู ถ้าเรียนในห้องกับเพื่อนก็ยังจะได้ถาม เพื่อนหลาย ๆ คนอยู่...” (3) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า การจัดการเรียนรู้ส่งผลให้ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจเพิ่ม มากขึ้น ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า
49 “...ครับ แต่ก่อนผมไม่อยากอ่านภาษาอังกฤษเลย มันยาก อ่านแล้วก็ ไม่เข้าใจ แล้วผมได้มาอ่านกับครูมันช่วยให้ผมอยากอ่านภาษาอังกฤษ เลยครับ เวลามีครูช่วยบอกแล้วก็ให้ผมคิดผมว่ามันดีกว่าให้ผมอ่านคน เดียวอีก เวลาที่ผมจะอ่านผมก็จะนึกภาพตาม อ่า ถ้ามีภาพให้ผม ดูก่อนก็ช่วยได้เยอะครับ ถ้าได้อ่านเรื่องที่เคยอ่านหรือรู้จักผมก็จะนึก ถึงภาพก่อน มันช่วยให้ผมทำข้อสอบได้ครับ…”
50 (4) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของตนเอง ภายหลังจากได้รับการสอนแบบ DR-TA ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของตนเองภายหลังได้รับการสอนแบบ DR-TA ดังคำ สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...ครับผม พึงพอใจครับ แต่ก่อนผมไม่ชอบอ่านภาษาอังกฤษที่ยาก ๆ ยาว ๆ เพราะผมแปลไม่ออก เวลาผมแปลก็แปลมั่วครับ แต่ครูสอนวิธี ที่ทำให้ดูภาพก่อนและช่วยผมแปล ผมก็คิดว่ามันง่ายขึ้นครับ ถ้าแปล ไม่ได้ก็พอเดาได้จากรูปภาพหรือว่าประโยคก่อนหน้า ครูเคยบอกว่า มันเชื่อมโยงกันครับ ถ้าเข้าใจประโยคก่อนหน้าแล้วก็พอเดาประโยค ต่อไปได้ผมว่าวิธีนี้ดีนะครับ…” (5) ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่า สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ ดังคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “...ได้ค่ะ เวลาผมเจอบทอ่านภาษาอังกฤษแล้วถ้าผมได้ดูรูปก่อนนะ หนูก็จะเดาได้เลยว่าต้องเกี่ยวกับเรื่องอะไร อ่า อะไรอีกนะ หนูนึก ก่อน ก็เวลาที่หนูจะทำแบบฝึกหัดก็จะนึกถึงรูปที่เคยดูมันมีภาพในหัวน่ะ ค่ะ เป็นฉาก ๆ แล้วที่ครูให้ผมฝึกตั้งคำถามว่าถ้าเนื้อเรื่องมาแบบนี้ ต่อไปจะเป็นยังไง อันนั้นก็ดีนะคะ เหมือนกับอ่านไปแล้วก็ลุ้นไปว่า ต่อไปจะเกิดอะไร ...” จากการใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis) เพื่อหาทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านเนื้อหา และด้านประโยชน์ที่ได้รับ แสดงให้เห็นว่าผู้เรียน มีความเข้าใจในเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีภาพประกอบช่วยในการคาดเดาเนื้อเรื่อง นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหา และ มีการแลกเปลี่ยนความคิดและคำตอบร่วมกับผู้สอน อีกทั้งด้านเนื้อหา มีการลำดับขั้นตอนและมี ความต่อเนื่อง ช่วยให้นักเรียนจดจำเนื้อหาได้นานและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านเพื่อความ เข้าใจโดยใช้เทคนิค DR-TA ทั้งนี้เพราะเป็นการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคาดเดา เนื้อหาควบคู่ไปกับการอ่าน และกิจกรรมการสอนยังสร้างอารมณ์ร่วมให้เกิดขึ้นระหว่างสอน จึงทำให้ นักเรียนรู้สึกสนใจและรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ ของการสอน
51
52 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การพัฒนาความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยนิทานอีสปและใช้เทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้าน ท่าลี่อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ดังนี้ 5.1 สรุปผล 5.2 อภิปรายผล 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผล การพัฒนาความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้าน ท่าลี่อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ผู้วิจัยสรุปผลการวิจัย ดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปเทคนิค DR-TA ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน และหลังเรียน เท่ากับ 5.43 และ 15.14 ตามลำดับและเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลัง เรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนโดยใช้นิทานอีสปและ เทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ที่มีการทดสอบหลังเรียน ของนักเรียนมี คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 15.14 คะแนน คดเป็นร้อยละ 75.71 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับ คะแนนสอบของผู้เรียนหลังเรียนพบว่าคะแนนสอบของผู้เรียน สูงกว่าเกณฑ์ 3. ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed ReadingThinking Activity (DR-TA) สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ด้าน ดังนี้ 3.1 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากการสัมภาษณ์นักเรียน พบว่า ภาพประกอบที่ ใช้ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมการเรียนการ
53 สอนร่วมกับครู กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมกับเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้นักเรียน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิด และกิจกรรมการเรียนรู้ทำให้นักเรียนกล้าคิดกล้าตอบ เพราะมี ภาพประกอบช่วยกระตุ้นในการตอบ 3.2 ด้านเนื้อหา จากการสัมภาษณ์นักเรียน พบว่า เนื้อหาที่เรียนมีความต่อเนื่องและ เป็นลำดับขั้นตอน เนื้อหาที่เรียนมีความความยากพอประมาณ บทอ่านมีความยาวและมีคำศัพท์หรือ ประโยคที่ไม่คุ้นชิน ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมสรุปเนื้อหากับครู เนื้อหาที่เรียนทำให้เกิดความ เข้าใจได้ง่าย และภาษาที่ใช้ในบทอ่านมีความชัดเจน ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น 3.3 ด้านประโยชน์ที่ได้รับ จากการสัมภาษณ์นักเรียน พบว่า การจัดการเรียนรู้ส่งผลให้ นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เพราะมีภาพประกอบให้ดูก่อน การจัดการเรียนรู้ส่งผลให้นักเรียน จดจำเนื้อหาได้นานเพราะมีภาพให้ดูก่อนทำให้นึกภาพตามได้ นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อความสามารถ ในการอ่านเพื่อความเข้าใจมากขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจในความสามารถด้านการอ่านจับใจความ ของตนเองภายหลังจากได้รับการสอนแบบ DR-TA เพราะมีภาพช่วยกระตุ้นและเกิดการคาดเดาเนื้อ เรื่องได้ล่วงหน้า และนักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ เพราะเวลา เจอบทอ่านแล้วได้เห็นภาพก่อนทำให้สามารถคาดเดาเนื้อหาได้ และจับใจความเนื้อหาได้ 5.2 อภิปรายผล จากการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อ. เมือง จ.อุดรธานี สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค DRTA ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี มีคะแนนเฉลี่ยก่อน เรียนและหลังเรียน เท่ากับ 5.43 และ 15.14 ตามลำดับและเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อน และหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบรคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียนโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ที่มีการทดสอบหลังเรียน ของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 15.14 คะแนน คดเป็นร้อยละ 75.71 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับคะแนนสอบของผู้เรียนหลังเรียนพบว่าคะแนนสอบของ ผู้เรียน สูงกว่าเกณฑ์ ทั้งนี้เป็นเพราะการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปและ เทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี เป็นวิธีการสอนที่มีการรับรองได้ว่ามีประสิทธิภาพ ช่วยให้
54 การเรียนของนักเรียนประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ขวัญฤทัย มุลทาทอง (2560) ทำการศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยวิธี DR-TA เสริมด้วย วิธี Story Impressions และการใช้คำถาม 5W1H ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนความสามารถใน การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียน เท่ากับ 14.20 คิดเป็นร้อยละ 47.33 และมีคะแนน เฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 24.10 คิดเป็นร้อยละ 80.33 และมีคะแนนความสามารถในการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจไม่น้อยกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 75 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านบ้านท่าลี่ อ. น้ำโสม จ.อุดรธานี ที่มีการทดสอบหลังเรียน ของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 15.14 คะแนน คิด เป็นร้อยละ 75.71 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับคะแนนสอบของผู้เรียนหลังเรียนพบว่า คะแนนสอบของผู้เรียน สูงกว่าเกณฑ์ ทั้งนี้เนื่องจากการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้ นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าลี่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้พัฒนาในด้านทักษะการอ่าน ทั้งนี้เพราะมุ่งสอนให้นักเรียนคิดเป็นและรักการอ่าน ส่งเสริมให้ นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียน จากการคาดเดาเนื้อเรื่องล่วงหน้า กระตุ้นให้นักเรียนอ่านเรื่องเพื่อ ค้นหาคำตอบจากการคาดเดา ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับงานวิจัยของ วรัชฎา ครองยุต (2562) ทำการพัฒนาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค DR-TA ประกอบ แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความซึ่งศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างประโยค พื้นฐานภาษาอังกฤษ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค DR - TA ประกอบแบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ (E1/E2 ) เท่ากับ 76.11/77.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75 3. ทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค Directed ReadingThinking Activity (DR-TA) จากผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ นิทานอีสปและเทคนิค Directed Reading- Thinking Activity (DR-TA) ทั้งนี้เนื่องจาก การจัดการ เรียนการสอนโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค DR-TA นั้นเป็นการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ การคาดเดาเนื้อหาของเรื่องควบคู่ไปกับการอ่าน ด้วยการให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมี
55 จุดมุ่งหมาย ผู้เรียนสามารถคาดเดาและวางแผนหรือปรึกษาผู้สอนได้ ทำให้นักเรียนสามารถจดจำ เนื้อหาของเรื่องได้ และนักเรียนสามารถตรวจสอบความเข้าใจของตนเองได้ กิจกรรมการเรียนการสอนหรือขั้นตอนในการสอนยังสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้ เกิดขึ้นในระหว่างการสอน จึงทำให้ผู้เรียนมีความสนใจและรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ ของการสอน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ จารุวรรณ คำบุญเรือง (2555) ที่กล่าวว่า การสอนอ่าน แบบ DR-TA มุ่งให้เด็กคิดได้ ด้วยการให้เด็กทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมีจุดหมาย เด็กสามารถคาดเดา วางแผนร่วมกับเพื่อน ๆ และจดจำได้ และเด็กตรวจสอบได้ รวมถึงเด็กเกิดอารมณ์ร่วมได้อันนำไปสู่ การทำให้เด็กเกิดความเข้าใจ อาจกล่าวได้ว่า ความเข้าใจของเด็กขึ้นอยู่กับแรงจูงใจที่มาจากความ ต้องการของประสบการณ์เดิม จากความรู้สึกมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ จากการทำกิจกรรม เช่น การกำหนดวัตถุประสงค์ การกระทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ การประเมินผลการกระทำ สอดคล้องกับ แนวคิดของ Stauffer (1969) ที่กล่าวว่า วิธีการสอนอ่านแบบ DR-TA มีแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนที่มี พื้นฐานมาจากแนวทฤษฎีการสอนแบบเน้นประสบการณ์ที่เด็กคิดได้ จากประสบการณ์เพียงเล็กน้อย ที่เด็กได้รับ และด้วยความสามารถทางภาษาที่ติดตัวมา เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นหรือคาดเดา ไปถึงสถานการณ์อื่น ๆ ได้โดยใช้ภาษาเป็นเครื่องมือถ่ายทอด เด็กทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมี จุดมุ่งหมาย สามารถคาดเดา วางแผนร่วมกับเพื่อน ๆ และจดจำได้ ส่วนในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนมีทัศนคติต่อภาพประกอบที่ใช้ว่ามี ส่วนช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะ การใช้ภาพประกอบในการสอนทำให้ นักเรียนเกิดการคาดเดาเนื้อหาของเรื่องก่อนการอ่าน อีกทั้งนักเรียนได้ฝึกตั้งคำถามจึงช่วยให้ นักเรียนมีความเข้าใจในการอ่านสูงขึ้นได้และภาพที่นำมาใช้ประกอบการสอนในเนื้อหาของเรื่องเป็น เรื่องใกล้ตัว ทำให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์และความรู้เดิมให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ได้ง่าย ขึ้น การนำรูปภาพมาเป็นสื่อในการคาดเดานั้นช่วยให้นักเรียนได้ระลึกถึงประสบการณ์เดิมได้ง่ายขึ้น เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยงความรู้เก่ากับความรู้ใหม่ที่ได้รับซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ บันลือ พฤกษ วัน (2543) ที่ว่า ภาพจะช่วยแปลความหมายและสร้างความเข้าใจและช่วยขยายประสบการณ์ของ ผู้อ่านให้กว้างขวางขึ้นได้ และสอดคล้องกับ กอบแก้ว สกุลแก้ว (2553) ที่กล่าวว่า การสอนอ่าน แบบ DR-TA จะทำให้ผู้เรียนสามารถเล่าเรื่องที่อ่านได้และสามารถตอบคำถามในระดับความจำได้ดี เนื่องจากการสอนแบบนี้ เป็นการสอนที่มีลำดับขั้นตอนที่เริ่มจากง่ายไปยาก คือ เริ่มจากรูปภาพ โดย การดูรูปภาพสามารถสื่อให้นักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องในบางส่วนได้และเมื่อนักเรียนได้อ่านเนื้อเรื่องซ้ำ อีกครั้งยิ่งทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดียิ่งขึ้น 5.3 ข้อเสนอแนะ
56 5.3.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1) ภาพประกอบที่ใช้ในการสอนควรมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาของเรื่องที่สอน เพราะจะ สามารถทำให้นักเรียนเกิดการคาดเดาเนื้อเรื่องได้ 2) การจัดเนื้อหาของการสอนครูควรเลือกเนื้อหาที่นักเรียนคุ้นเคยหรือใกล้ตัวกับ นักเรียน ไม่ควรเลือกเนื้อหาที่ยากหรือไกลตัวนักเรียนเกินไป 3) ครูควรศึกษาเนื้อหาของเรื่องอย่างละเอียด จนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาของเรื่อง หรือคำศัพท์ที่ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่อง เพื่อจะได้อธิบายหรือให้คำแนะนำนักเรียนได้มากที่สุด 4) ครูผู้สอนควรอธิบายวิธีการ ลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรมต่าง ๆ แก่นักเรียนให้เข้าใจ ก่อนปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
57 5.3.2 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1) ควรเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยให้มากขึ้น 2) ควรมีการพัฒนาการออกแบบการจัดกิจกรรมที่สามารถบูรณาการกับวิชาอื่น ๆ ได้ 3) ควรมีการศึกษาและนำแนวการสอนตามกระบวนการสอนอ่านด้วยการชี้นำการคิด แบบกลุ่มสัมฤทธิ์นี้ไปปรับและทดลองใช้กับนักเรียนในชั้นอื่น ๆ โดยใช้เนื้อหาบทอ่านที่เหมาะสมกับ วัย ระดับความสามารถในการอ่าน ระดับชั้นเรียนและความสนใจของนักเรียนในระดับชั้นนั้น ๆ 4) ควรทำการศึกษาค้นคว้าผล การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทาน อีสปและเทคนิค Directed Reading-Thinking Activity (DR-TA) กับตัวแปรอื่น ๆ เช่น ความคงทน ในการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ความสนใจในการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ความสามารถในการพูด ภาษาอังกฤษ ความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ ความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษ เป็นต้น เพื่อนำมาพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
58 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: วัฒนพานิช. กระทรวงศึกษาธิการ. กรมวิชาการ. (2546). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตาม หลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. กรมวิชาการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. กานต์มณีศักดิ์เจริญ. (2546). วิธีอ่านหนังสือและการอ่านหนังสือให้ฟังในกิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. การอ่านเร็ว คิดเป็น. (2543). กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. กอบแก้ว สกุลแก้ว. (2553). การศึกษาความสามารถอ่านจับใจความวิชาภาษาไทยของ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่2 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง จากการสอนอ่านแบบ DR- TA (Directed Reading-Thinking Activity). (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. กรุงเทพฯ. กฤษฎา โพธิ์ชัยรัตน์. (2556). ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกันโดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบ กว้างขวาง. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา, 36(3), 10-17. ขวัญฤทัย มุลทาทอง. (2560). ผลการสอนด้วยวิธี DR-TA เสริมด้วยวิธี Story Impression และ การ ใช้คําถาม 5W1H ต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 5(1), 67-80. ชนกานต์ทิพย์อุ่น. (2556). การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชนเผ่าปกา เกอะญอ ชั้นประถมศึกษาปีที่2 โรงเรียนบ้านกองแขก โดยใช้รูปแบบการสอน ซีไอ อาร์ซี. (ปริญญา นิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
59 ดารา หวานสนิท. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจใน วิชา ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนด้วยวิธีการสอนแบบ DR-TA และวิธีการ ตั้งคำถามแบบ EX-QAR กับวิธีสอนแบบปกติ. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. กรุงเทพฯ. ทัศนีย์ศุภเมธี. (2534). พฤติกรรมการสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา.กรุงเทพฯ: ภาควิชาหลักสูตร และการสอนคณะครุศาสตร์วิทยาลัยครูธนบุรีสหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์. นฤมล กังวานไกล. (2534). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่าน และความสามารถในการ เขียน และเจตคติต่อการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ที่ได้รับการสอนแบบ มุ่งประสบการณ์ภาษากับการสอนปกติ. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. กรุงเทพฯ. นภเนตร ธรรมบวร. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย . กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. นันทิยา แสงสิน. (2540). กลวิธีการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษในระดับ มัธยมศึกษา. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่. นิดดา หงส์วิวัฒน์. (2545). เด็กกับสังคมโรงเรียน. กรุงเทพฯ : แสงแดด บันลือ พฤกษะวัน. (2532). มิติใหม่ในการอ่าน. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. บันลือ พฤกษะวัน. (2543). การอ่านเร็ว คิดเป็น. กรุงเทพ : ไทยวัฒนาพานิช. บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 5).กรุงเทพฯ:สุวีริยาสาส์ น. บุญเรือง ขจรศิลป์. (2529). วิจัยทางการศึกษา. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผชิญ กิจระการ. (2544). การวิเคราะห์ประสิทธิภาพสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา E1/E2 . วารสาร การวัดผลการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 5(11), 44-51. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนัก ทดสอบทางการศึกษาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. พิน คงพูล. (2529). ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ที่ มี ต่ อ บ ท บ า ท ห น้ า ที่ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ข อ ง คณะกรรมการ
60 ประถมศึกษาจังหวัดใน 14 จังหวัดภาคใต้. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพฯ. แพรวพวง โยวะผุย. (2558). ก าร ใช้ กิ จกร รมชี้น ำการอ่ านการคิ ดร่วมกั บหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษและความพึงพอใ จของ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) . เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ภณิดา ชัยปัญญา. (2541). ความพึงพอใจของเกษตรกรต่อกิจกรรมไร่นาสนผสมภายใต้โครงการ ปรับ โครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร ของจังหวัดเชียงราย. (ปริญญานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. มณีรัตน์สุกโชติรัตน์. (2549). อ่านเป็น: เรียนก่อน สอนเก่ง. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์. โยธิน แสวงดี. (2551). การวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ : ศูนย์ศึกษาและฝึกอบรมการวิจัย. วรัชฎา ครองยุต. (2562). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค DR-TA ประกอบแบบฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความ สำหรับ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ. วารสารเทคโนโลยีและ สื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2 (6), 34-43. วิรัชนี มาตันทัง. (2558). การใช้กิจกรรมดีอาร์ ทีเอเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่าน ภาษาอังกฤษ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. (ปริญญานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. สมุทร เซ็นเชาวนิช. (2542). เทคนิคการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สุชาดา นาทรงคุณ. (2541). การพัฒนารูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน เพื่อ
61 ความเข้าใจภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (ปริญญานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สุธิดา ศิริพงศ์. (2532). การใช้กิจกรรมชี้นำการอ่าน-การคิดเพื่อพัฒนาความเข้าใจในการ อ่าน ภาษาอังกฤษและความสามารถในการตรวจสอบความเข้าใจระหว่างอ่านขอบนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สุภัทรา อักษรานุเคราะห์. (2532). การสอนทักษะทางภาษาะวัฒนธรรม .กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สุรีรัตน์โรจน์ประทักษ์. (2539). ความพึงพอใจในงานของข้าราชการในสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดอุบลราชธานี. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. สมนึก ภัททิยธนี. (2558). การวัดผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 10). กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์. สมบัติ ท้ายเรือคํา. (2553). ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์. อัจฉรา ชีวพันธ์. (2547). กิจกรรมการเขียนสร้างสรรค์ในชั้นประถมศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เอกลักษณ์ เทพวิจิตร. (2558). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยวิธีการสอนอ่านแบบ DR-TA (Directed Reading-Thinking Activity). (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร. Andi Ulmi Dwiyanti Sukri. (2021). The Effect of Application Directed Reading Thinking Activity (DRTA) Learning Strategies Toward Reading Comprehension Skills At The Fourth Grade Student Of SDN Kompleks Pincengpute Kecamatan Tanasitolo Kabupaten Wajo. (IJEST) International Journal of Elementary School Teacher, 1 (1), 27-34. Eli Yeny. (2020). The Effect of Directed Reading-Thinking Activity on Students’ Critical Thinking Abilities. Advances in Social Science, Education and Humanities, 432 (3). Likert, Rensis. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. New York: Wiley & Son.
62 Maslow, A.H. (1968). Towards A Psychology of Being. New Jersey: D.Van Nostrand Company Inc.
63 ภาคผนวก
64 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้นิทาอีสปและเทคนิค Directed Reading - Thinking Activity
65 Lesson Plan 32 Subject: English Level: Grade 7 Unit 8: Folklore Topic: the monkey and the fishermen Time: 3 hours Teacher: Mr.Chanchai Cammungkun Dates: ___/____/____ 1. Learning Standards and Indicators Strand 1: Language for Communication Standard F1.1: Understanding of and capacity for interpreting what has been heard and read from various types of media and ability to express opinions with proper reasoning Indicators F1.1 M.1/4 Specify the topic and main idea and answer questions from listening to and reading dialogues, tales and short stories. 2. Concept Reading comprehension from tale is a reading in which the reader must grasp the meaning in the short story in order to understand the story or summarize the story from reading and find answers from the story that who, what, where, and how. Tale is a type of writing that gives entertainment and moral which requires reading comprehension skills. It will allow you to understand the story and events continuously and be able to draw a better conclusion. 3. Contents 3.1 Vocabulary: the monkey and the fishermen - Monkey - Fishermen - River - Net - Breath - Treetop 3.2 Skills: Reading comprehension from tale 4. Learning Objectives Behavioral objectives 1. Students will be able to identify the vocabulary of the monkey and the fishermen. (K) 2. Students will be able to pronounce words about the monkey and the fishermen.
66 (P) 3. Student will be able to summarizes from the stories and apply them to daily life. (P) 4. Students will be able to participate in learning activities deliberately. (A) 5. Teaching and Learning Procedures Period 1 Phase 1: Directing the reading-thinking process Step 1 Predicting Teacher directs and activates students' thinking prior to reading a passage by scanning the illustrations for example: 1. Shows picture about Aesop and asks student that “Do you know what animal is it?” 2. Asks student what Aesop's fables they know. 3. Show the picture of the shepherd. 4. Asks student that “Who is he? and “What does he do?” 5. It's time for students to guess how they are related and figure out from the passage. Step 2 Reading 1. The teacher reads the tale on topic “the monkey and the fishermen” aloud and directs students to read after to check their predictions. The teacher is responsible for ensuring that students read for meaning, observing reading performance, and helping students who request help with words. Step 3 Proving 1. After student has reads the first segment, teacher asks he/she to close the text, and the comprehension check begins. Questions serve to guide the student’s examination of the evidence, his/her evaluation of their previous predictions, and their generation of new predictions. 2. Then student reads the next segment of text, and with each new segment, continue the predicting-reading-proving cycle. Phase 2: Fundamental skill training
67 The teacher and student summarize the story “the monkey and the fishermen” together. To enhance student’s reading comprehension skills to be more accurate and accurate. Then have students do the exercise.
68 Period 2 Phase 1: Directing the reading-thinking process Step 1 Predicting Teacher directs and activates students' thinking prior to reading a passage by scanning the illustrations for example: 1. Shows picture about the monkey and the fishermen. 2. Asks student that “What do you know about the monkey and the fishermen?” 3. Shows picture about the monkey and the fishermen. 4. Asks student that “Do you know how did they happened?” 5. It's time for student to guess what this story about and figure out for his/her prediction. Step 2 Reading 1. The teacher reads the documentary on topic “the monkey and the fishermen” aloud and directs students to read after to check their predictions. The teacher is responsible for ensuring that students read for meaning, observing reading performance, and helping students who request help with words. Step 3 Proving 1. After student has reads the first segment, teacher asks he/she to close the text, and the comprehension check begins. Questions serve to guide the student’s examination of the evidence, his/her evaluation of their previous predictions, and their generation of new predictions. 2. Then student reads the next segment of text, and with each new segment, continue the predicting-reading-proving cycle. Phase 2: Fundamental skill training The teacher and student summarize the story ‘the monkey and the fishermen’ together. To enhance student’s reading comprehension skills to be more accurate and accurate. Then have student do the exercise. 6. Materials 1. Tale on topic “the monkey and the fishermen”
69 2. Canva 3. Pictures 4. Exercise
70 7. Evaluations Objectives Measurements Tools Criteria 1. Students will be able to identify the vocabulary of the monkey and the fishermen (K) Completed worksheets worksheets Passed 70 percent criteria 2. Students will be able to indicate vocabulary related to the monkey and the fishermen correctly. (P) The teacher has students indicate vocabulary related to Daily Chores correctly. worksheets Passed 70 percent criteria 3. Student will be able to summarizes from the stories and apply them to daily life. (P) The teacher observes students’ ask and answer about the monkey and the fishermen. Observation Students become able ask and answer about the monkey and the fishermen at a good level 4 4. Students will be able to participate in learning activities deliberately. (A) The teacher observes students’ feedback while doing the activities. Desirable Characteristics Assessment Students’ feedback and satisfaction toward the activity participation is at a high level. 8. Instructional report - What happened during my lesson? .............................................................................................................................................................. - How will I improve my lesson next time? ..............................................................................................................................................................
71 Signature......................................... (Mr. Chanchai Cammungkun) Student Teacher ......../....................../..............
72 9. Trainer’s comment and suggestion. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. Signature................................................ (Mr. Natthapong Namwongsa) Trainer Teacher ......../....................../.............. 10. The administrator’s comment and suggestion. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. Signature............................................ (Mr. Wuttikrai Jaroensin) School Director ......../....................../..............
73 Lesson Plan 33 Subject: English Level: Grade 7 Unit 8: Folklore Topic: The Frog and The Mouse Time: 3 hours Teacher: Mr.Chanchai Cammungkun Dates: ___/____/____ 1. Learning Standards and Indicators Strand 1: Language for Communication Standard F1.1: Understanding of and capacity for interpreting what has been heard and read from various types of media and ability to express opinions with proper reasoning Indicators F1.1 M.1/4 Specify the topic and main idea and answer questions from listening to and reading dialogues, tales and short stories. 2. Concept Reading comprehension from tale is a reading in which the reader must grasp the meaning in the short story in order to understand the story or summarize the story from reading and find answers from the story that who, what, where, and how. Tale is a type of writing that gives entertainment and moral which requires reading comprehension skills. It will allow you to understand the story and events continuously and be able to draw a better conclusion. 3. Contents 3.1 Vocabulary: The Frog and The Mouse - country - town - prepared - journey - weather - give up - thirsty - near - pond - across - refresh - towards - threatened - refused - harmed - force - greed - afraid - reached - middle - drown - satisfaction - meanwhile 3.2 Skills: Reading comprehension from tale
74 4. Learning Objectives Behavioral objectives 1. Students will be able to identify the vocabulary of The Frog and The Mouse. (K) 2. Students will be able to pronounce words about The Frog and The Mouse. (P) 3. Student will be able to summarizes from the stories and apply them to daily life. (P) 4. Students will be able to participate in learning activities deliberately. (A) 5. Teaching and Learning Procedures Period 1 Phase 1: Directing the reading-thinking process Step 1 Predicting Teacher directs and activates students' thinking prior to reading a passage by scanning the illustrations for example: 1. Shows picture about Aesop and asks student that “Do you know what animal is it?” 2. Asks student what Aesop's fables they know. 3. Show the picture of the shepherd. 4. Asks student that “Who is he? and “What does he do?” 5. It's time for students to guess how they are related and figure out from the passage. Step 2 Reading 1. The teacher reads the tale on topic “The Frog and The Mouse” aloud and directs students to read after to check their predictions. The teacher is responsible for ensuring that students read for meaning, observing reading performance, and helping students who request help with words. Step 3 Proving 1. After student has reads the first segment, teacher asks he/she to close the text, and the comprehension check begins. Questions serve to guide the student’s examination of the evidence, his/her evaluation of their previous predictions, and their generation of new predictions.
75 2. Then student reads the next segment of text, and with each new segment, continue the predicting-reading-proving cycle. Phase 2: Fundamental skill training The teacher and student summarize the story “The Frog and The Mouse” together. To enhance student’s reading comprehension skills to be more accurate and accurate. Then have students do the exercise.
76 Period 2 Phase 1: Directing the reading-thinking process Step 1 Predicting Teacher directs and activates students' thinking prior to reading a passage by scanning the illustrations for example: 1. Shows picture about the monkey and the fishermen. 2. Asks student that “What do you know about The Frog and The Mouse?” 3. Shows picture about The Frog and The Mouse. 4. Asks student that “Do you know how did they happened?” 5. It's time for student to guess what this story about and figure out for his/her prediction. Step 2 Reading 1. The teacher reads the documentary on topic “The Frog and The Mouse” aloud and directs students to read after to check their predictions. The teacher is responsible for ensuring that students read for meaning, observing reading performance, and helping students who request help with words. Step 3 Proving 1. After student has reads the first segment, teacher asks he/she to close the text, and the comprehension check begins. Questions serve to guide the student’s examination of the evidence, his/her evaluation of their previous predictions, and their generation of new predictions. 2. Then student reads the next segment of text, and with each new segment, continue the predicting-reading-proving cycle. Phase 2: Fundamental skill training The teacher and student summarize the story ‘The Frog and The Mouse’ together. To enhance student’s reading comprehension skills to be more accurate and accurate. Then have student do the exercise. 6. Materials 1. Tale on topic “The Frog and The Mouse” 2. Canva
77 3. Pictures 4. Exercise
78 7. Evaluations Objectives Measurements Tools Criteria 1. Students will be able to identify the vocabulary of The Frog and The Mouse (K) Completed worksheets worksheets Passed 70 percent criteria 2. Students will be able to indicate vocabulary related to The Frog and The Mouse correctly. (P) The teacher has students indicate vocabulary related to The Frog and The Mouse correctly. worksheets Passed 70 percent criteria 3. Student will be able to summarizes from the stories and apply them to daily life. (P) The teacher observes students’ ask and answer about The Frog and The Mouse. Observation Students become able ask and answer about The Frog and The Mouse at a good level 4 4. Students will be able to participate in learning activities deliberately. (A) The teacher observes students’ feedback while doing the activities. Desirable Characteristics Assessment Students’ feedback and satisfaction toward the activity participation is at a high level. 8. Instructional report - What happened during my lesson? .............................................................................................................................................................. - How will I improve my lesson next time? ..............................................................................................................................................................
79 Signature......................................... (Mr. Chanchai Cammungkun) Student Teacher ......../....................../..............
80 9. Trainer’s comment and suggestion. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. Signature................................................ (Mr. Natthapong Namwongsa) Trainer Teacher ......../....................../.............. 10. The administrator’s comment and suggestion. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. Signature............................................ (Mr. Wuttikrai Jaroensin) School Director ......../....................../..............
81 Lesson Plan 34 Subject: English Level: Grade 7 Unit 8: Folklore Topic: jack and the beanstalk Time: 3 hours Teacher: Mr.Chanchai Cammungkun Dates: ___/____/____ 1. Learning Standards and Indicators Strand 1: Language for Communication Standard F1.1: Understanding of and capacity for interpreting what has been heard and read from various types of media and ability to express opinions with proper reasoning Indicators F1.1 M.1/4 Specify the topic and main idea and answer questions from listening to and reading dialogues, tales and short stories. 2. Concept Reading comprehension from tale is a reading in which the reader must grasp the meaning in the short story in order to understand the story or summarize the story from reading and find answers from the story that who, what, where, and how. Tale is a type of writing that gives entertainment and moral which requires reading comprehension skills. It will allow you to understand the story and events continuously and be able to draw a better conclusion. 3. Contents 3.1 Vocabulary: jack and the beanstalk - beanstalk - giant - climb - chop - shout - cupboard - jump - golden - hen - castle - crash - cow - axe 3.2 Skills: Reading comprehension from tale 4. Learning Objectives Behavioral objectives 1. Students will be able to identify the vocabulary of jack and the beanstalk. (K)
82 2. Students will be able to pronounce words about jack and the beanstalk (P) 3. Student will be able to summarizes from the stories and apply them to daily life. (P) 4. Students will be able to participate in learning activities deliberately. (A)
83 5. Teaching and Learning Procedures Period 1 Phase 1: Directing the reading-thinking process Step 1 Predicting Teacher directs and activates students' thinking prior to reading a passage by scanning the illustrations for example: 1. Shows picture about Aesop and asks student that “Do you know what animal is it?” 2. Asks student what Aesop's fables they know. 3. Show the picture of the shepherd. 4. Asks student that “Who is he? and “What does he do?” 5. It's time for students to guess how they are related and figure out from the passage. Step 2 Reading 1. The teacher reads the tale on topic “jack and the beanstalk” aloud and directs students to read after to check their predictions. The teacher is responsible for ensuring that students read for meaning, observing reading performance, and helping students who request help with words. Step 3 Proving 1. After student has reads the first segment, teacher asks he/she to close the text, and the comprehension check begins. Questions serve to guide the student’s examination of the evidence, his/her evaluation of their previous predictions, and their generation of new predictions. 2. Then student reads the next segment of text, and with each new segment, continue the predicting-reading-proving cycle. Phase 2: Fundamental skill training The teacher and student summarize the story “jack and the beanstalk” together. To enhance student’s reading comprehension skills to be more accurate and accurate. Then have students do the exercise.
84 Period 2 Phase 1: Directing the reading-thinking process Step 1 Predicting Teacher directs and activates students' thinking prior to reading a passage by scanning the illustrations for example: 1. Shows picture about jack and the beanstalk. 2. Asks student that “What do you know about jack and the beanstalk?” 3. Shows picture about jack and the beanstalk. 4. Asks student that “Do you know how did they happened?” 5. It's time for student to guess what this story about and figure out for his/her prediction. Step 2 Reading 1. The teacher reads the documentary on topic “jack and the beanstalk” aloud and directs students to read after to check their predictions. The teacher is responsible for ensuring that students read for meaning, observing reading performance, and helping students who request help with words. Step 3 Proving 1. After student has reads the first segment, teacher asks he/she to close the text, and the comprehension check begins. Questions serve to guide the student’s examination of the evidence, his/her evaluation of their previous predictions, and their generation of new predictions. 2. Then student reads the next segment of text, and with each new segment, continue the predicting-reading-proving cycle. Phase 2: Fundamental skill training The teacher and student summarize the story ‘jack and the beanstalk’ together. To enhance student’s reading comprehension skills to be more accurate and accurate. Then have student do the exercise. 6. Materials 1. Tale on topic “jack and the beanstalk” 2. Canva
85 3. Pictures 4. Exercise
86 7. Evaluations Objectives Measurements Tools Criteria 1. Students will be able to identify the vocabulary of jack and the beanstalk (K) Completed worksheets worksheets Passed 70 percent criteria 2. Students will be able to indicate vocabulary related to jack and the beanstalk correctly. (P) The teacher has students indicate vocabulary related to jack and the beanstalk correctly. worksheets Passed 70 percent criteria 3. Student will be able to summarizes from the stories and apply them to daily life. (P) The teacher observes students’ ask and answer about jack and the beanstalk.. Observation Students become able ask and answer about jack and the beanstalk at a good level 4 4. Students will be able to participate in learning activities deliberately. (A) The teacher observes students’ feedback while doing the activities. Desirable Characteristics Assessment Students’ feedback and satisfaction toward the activity participation is at a high level. 8. Instructional report - What happened during my lesson? .............................................................................................................................................................. - How will I improve my lesson next time? ..............................................................................................................................................................
87 Signature......................................... (Mr. Chanchai Cammungkun) Student Teacher ......../....................../..............
88 9. Trainer’s comment and suggestion. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. Signature................................................ (Mr. Natthapong Namwongsa) Trainer Teacher ......../....................../.............. 10. The administrator’s comment and suggestion. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. Signature............................................ (Mr. Wuttikrai Jaroensin) School Director ......../....................../..............
89 ภาคผนวก ข แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
90 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน และหลังเรียน จากการจัดการเรียนรู้พัฒนาทักษะในการ อ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปและเทคนิค DR-TA สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 Pretest-Posttest กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ชั้นประมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 ข้อ เวลา 60 นาที ครูผู้สอน นายชาญชัย คำมุงคุณ คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว โดยวงกลมคำตอบที่ถูกต้อง ที่สุด Direction: Read the passage below, and then choose the best answer. (Number 1-5) A monkey perched upon a lofty tree saw some fishermen casting their nets into a river, and narrowly watched their proceedings. The fishermen after a while gave up fishing, and ongoing home to dinner left their nets upon the bank. The Monkey, who is the most imitative of animals, descended from the treetop and endeavored to do as they had done. Having handled the net, he threw it into the river, but became tangled in the meshes and drowned. With his last breath he said to himself, “I am rightly served; for what business had I who had never handled a net to try and catch fish?” 1. What things do fishermen use to catch fish? a) axe b) hands c) cup d) net 2. What do the fishermen do after they catch the fish? a) Go home to make a dinner. b) Go to the market for sale fishes. c) Swim cross the river. d) Talk with the monkey. 3. What habits do monkeys have? a) Dance all the time b) Swim in the river c) Imitate the humans d) Sleep all day 4. Why did the monkey fall into the river? a) It wants to swimming. b) It’s dropped the ax into the water.