be all ears.
ART activities to encourage LISTENing skills
Surada D.
Art Education
Chulalongkorn
University 2020
be all ears.
a j i w u q m v
k p l e s a o y
u l p n r x r i
y o f s v b f t
p v e i o l h k
j e q e w u q a
h l i s t e n c
e m p a t h y t
q r t l d x e i
h a p p y l u v
e f g n m v b i
a e r x y b n t
l e t y v n m y
be all ears.
Art activities to encourage listening skills.
Design
Contents
Art Activities : Surada Dokpikul
Email : [email protected]
Art Education
Chulalongkorn University
(2020)
กจิ กรรมศิลปะเพ่อื ส่งเสรมิ ทักษะการฟงั
ออกแบบ
เนือ้ หา
กิจกรรมศิลปะ : สรุ ดา ดอกพิกุล
คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาศลิ ปศึกษา
จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
(2563)
IN
TRO
DUC
TION
บทน�ำ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่างๆในปัจจุบัน
ความวุ่นวายในสังคม ความอึดอดั ใจ ความเครียดและกงั วลที่เกดิ ขึ้น อาจจะ
ท�ำ ให้เกิดภาวะซมึ เศร้าโดยไมร่ ตู้ วั ใครๆกอ็ ยากระบายความในใจให้ผู้อ่ืนไดร้ ู้
“แต่ถ้าทุกคนพดู แลว้ ใครจะเปน็ ผ้ฟู งั ล่ะ?”
be all ears. ชุดกจิ กรรมศิลปะ ท่จี ะชวนทกุ คนเปดิ ใจตนเอง
ให้กว้างขนึ้ เรยี นรทู้ ่จี ะรบั ฟังคนรอบข้าง ผา่ นกจิ กรรมศิลปะทัง้ 5 กจิ กรรม
ชวนเพ่อื น คนรกั หรอื คนในครอบครวั มาทำ�กจิ กรรมสรา้ งสรรคร์ ว่ มกนั
เพ่ือสรา้ งสัมพันธท์ ด่ี แี ละเสริมทกั ษะการฟงั ของตนเอง
ใส่ใจคนใกล้ชิดใหม้ ากขนึ้ รับฟังพวกเขาดว้ ยหวั ใจ รวมไปถึงฟงั เสยี ง
ในใจของตนเอง เพ่อื ความสุขทส่ี ร้างขน้ึ ได้เองง่ายๆดว้ ย be all ears.
CH
ECK
LI
ST
ส�ำ รวจพฤตกิ รรมการฟงั ของคุณ
1___________คุณมกั จะคาดเดาเรอื่ งทก่ี �ำ ลังฟงั วา่ จะเกดิ อะไรต่อจากนนั้
2___________คณุ ปฏเิ สธการฟังเรอื่ งทไ่ี มส่ นใจ เรื่องท่ีไม่เกยี่ วกับตนเอง
3___________คณุ มกั พูดวา่ เคยไดย้ ินเรือ่ งนน้ั มาก่อนแลว้
4___________คณุ เชือ่ ทุกอย่างทไี่ ดย้ นิ
5___________คุณใช้สายตามองดูทีวีขณะทคี่ ณุ แมข่ องคุณพดู ดว้ ย
6___________แม้ว่าจะตง้ั ใจฟงั แลว้ แต่ก็ยังอดคิดไมไ่ ดว้ า่ เขาพูดเรือ่ งอะไร
7___________คณุ มกั จะแสดงความคิดเห็นในทางตรงขา้ มกบั ผู้พดู เสมอ
8___________คุณมกั พูดวา่ คุณฟงั เรานะ
9___________คุณตัดสินผ้พู ูดจากเรอ่ื งทีไ่ ดย้ นิ
10__________คณุ มกั จะพดู วา่ ห้ะ เมอื่ กีว้ ่าอะไรนะ ขออีกรอบ
ถ้าคุณมพี ฤตกิ รรมขา้ งต้น แสดงว่าคณุ มพี ฤติกรรมการฟังแบบผิดๆ
ที่ควรพฒั นา มาฝกึ ฝนทักษะการฟังใหด้ ขี ้นึ กันเถอะ!
THE
O
RY
U
ทฤษฎีตัวยู (Theory U)
จากทฤษฎตี วั ยู (Theory U) ในหนงั สอื Theory U: Leading from
the Future as It Emerges ของออ็ ตโต้ ชาเมอร์ (Dr.Claus Otto Scharmer)
ที่ได้เผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2550 ได้แบ่งระดับการฟงั เอาไว้ 4 ระดบั ตามระดับ
ความลกึ ซง้ึ ของการรบั สาร ดงั น้ี
ระดบั ที่ 1 Downloading
ระดบั ที่ Download ขอ้ มูลจากประสบการณเ์ ดมิ ของตวั เองมาตัดสนิ
เรื่องทฟ่ี งั แล้วตอบกลับทันทโี ดยไม่ทันไดใ้ ชค้ วามคดิ พิจารณา
ระดับท่ี 2 Factual
ระดบั ทพ่ี ยายามหาจุดรว่ มของข้อเท็จจรงิ กบั ประสบการณ์เดมิ และ
ความเชอ่ื ของตน ยงั คงตดิ กบั เหตุผลของตัวเอง จึงเป็นการฟังที่ยงั ไม่ถึงขนั้ รบั
ฟังอยา่ งเตม็ ท่ี เพราะก�ำ ลังพยายามหาขอ้ ถกเถียงกับสิ่งท่ฟี ังอยู่
ระดบั ท่ี 3 Empathetic
ระดบั การฟงั ทล่ี กึ ขนึ้ ด้วยความตง้ั ใจโดยไมต่ ัดสนิ ไมย่ ึดตดิ กบั เหตุผล
เข้าอกเข้าใจความรู้สกึ ผพู้ ูด รจู้ กั เอาใจเขา มาใส่ใจเรา
ระดบั ที่ 4 Generative
ระดับการฟังข้นั ที่ลึกซึ้งที่สดุ คอื ฟังโดยร้สู ึกว่าตนเองเขา้ ไปอยใู่ น
เรือ่ งราวน้ัน เข้าถึงคุณคา่ และแก่นแท้ของเนื้อหา ไมเ่ พยี งแคเ่ ข้าถึงอารมณ์แต่
เขา้ อกเข้าใจความคิดและความเปน็ มาดว้ ย
การพัฒนาทักษะการฟังให้มีความลึกซึ้งขึ้นสามารถทำ�ได้เหมือนกับ
ทักษะการสือ่ สารอืน่ ๆอยา่ งทักษะการอา่ น ทักษะการพดู หรอื ทกั ษะการเขียน
ทัง้ ยังเปน็ ทักษะท่สี มควรได้รับการพฒั นาอยา่ งยิ่ง เพราะจะชว่ ยให้ฝึกการจับ
ประเด็น ไดใ้ ช้ความคิด นอกจากน้ยี งั สรา้ งลักษณะนิสยั การเปน็ ผ้ฟู งั ทดี่ ี และ
เปน็ คนที่สามารถเปิดใจรับเรอื่ งราวใหมๆ่ รบั ฟังคนรอบขา้ ง อยา่ งเขา้ อกเขา้ ใจ
เป็นการพัฒนาทักษะการส่อื สารและสร้างสมั พันธภาพท่ดี ตี ่อกันไดอ้ กี ด้วย
HE
AR
LIS
TEN
การฟงั ต่างจากการได้ยินอยา่ งไร
การฟังและการได้ยินน้ันแม้ว่าจะเป็นการรับรู้เสียงด้วยหูของเรา
เหมอื นกันก็ตาม แตก่ ม็ ีความแตกตา่ งกันในความหมาย
การไดย้ ิน คือ การท่หี ขู องเราไดร้ บั รเู้ สียงท่เี กดิ จากการสน่ั สะเทือน
การได้ยินอาจเกดิ ข้นึ ไดต้ ลอดเวลา แม้ไม่ได้ตง้ั ใจก็ตาม เพราะเสยี งน้นั เขา้ มา
กระทบหขู องคุณเอง
แต่การฟงั คือการที่ได้ยนิ แล้วใหก้ ารใส่ใจ ใชส้ มองท�ำ หน้าทป่ี ระมวล
เสยี งทีไ่ ดย้ ิน ใคร่ครวญจนเขา้ ใจในส่ิงท่ไี ด้ยิน
ดงั นนั้ การ‘ถกู ’ฟัง จะท�ำ ใหร้ ู้สึกว่า ก�ำ ลงั ถกู ใสใ่ จ ท�ำ ให้รู้สกึ ว่ามีคน
รับรอู้ ารมณ์และเรื่องราว รู้สึกว่าตนเองไมไ่ ด้อยูค่ นเดียวบนโลกใบน้ี ขณะเล่า
ก็จะทำ�ให้ผพู้ ูดได้ทบทวนกบั ตัวเอง ท�ำ ใหม้ องเห็นภาพชัดขน้ึ นำ�ไปสคู่ วาม
สบายใจได้ในทสี่ ดุ
ผ้ฟู ังท่ดี ี
ตง้ั ใจฟัง
ตั้งใจฟัง อาจฟังดูเขา้ ใจยาก
และเปน็ นามธรรม เราจะแสดงออก
อย่างไรไดบ้ ้างวา่ ก�ำ ลงั ตั้งใจฟัง?
การใช้อวจั นภาษา หรอื
ท่าทางในการโต้ตอบกับผู้พูดว่าเรา
ก�ำ ลงั ตง้ั ใจฟงั เรอ่ื งท่ีเขาพดู สบตาบา้ ง
หรอื พยกั หน้าเม่ือรู้สึกเห็นด้วย สง่ ย้ิม
หัวเราะ จบั มอื อกี ฝ่าย เพอื่ แสดงออก
วา่ ยังมเี ราเปน็ ผ้ฟู งั อยูน่ ะ ช่วยใหผ้ พู้ ดู
อยากพูดตอ่ และไว้วางใจทีจ่ ะพูดด้วย
สะทอ้ น
ไม่ใช่การสะท้อนความคิด
เหน็ ของตนเอง แตเ่ ปน็ การสะท้อน
ก ลั บ ป ร ะ เ ด็ น ที่ กำ � ลั ง พู ด คุ ย ห รื อ
สะทอ้ นอารมณ์ความรสู้ ึก เช่น “ท่ีคุณ
ร้องไห้แบบนี้เพราะคุณกำ�ลังเสียใจ
กับเร่อื งทีเ่ กดิ ขึน้ ใช่ไหม?” “คณุ บอก
ว่าคุณแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนั้นสินะ”
แมจ้ ะไม่ไดช้ ว่ ยแก้ปญั หาอะไร แต่ก็
สามารถสรา้ งความเชอ่ื ม่นั ได้ ทำ�ให้
รู้สึกวา่ มีคนเข้าใจ
สนใจ
สนใจแต่เพียงผู้พูดและ
เรอ่ื งทก่ี �ำ ลงั ฟงั หลกี เล่ียงการทำ�
กจิ กรรมอน่ื ๆ ขณะทก่ี �ำ ลงั ฟงั
ทบทวน
พูดทวนเน้ือความท่ีได้ยิน
ถามซ้ำ�เมือ่ ไมแ่ นใ่ จ เพ่ือใหแ้ นใ่ จว่า
เข้าใจความหมายตรงกันกับผู้พูด
แตต่ ้องระวังการพดู ขดั จงั หวะ ควรรอ
ไมข่ ัดจังหวะ จงั หวะทีเ่ หมาะสม
ไม่ขดั จงั หวะผู้พูด แมว้ ่าจะ
อยากแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
มากขนาดไหนก็ตาม เพราะการมี
มารยาทในการฟัง ไม่พูดแทรกผพู้ ดู
ถอื เป็นเรื่องส�ำ คญั
ไม่คาดคัน้
ไม่คาดคั้นให้เขาพูดในสิ่งที่
ไมอ่ ยากพดู เพราะทกุ คนก็ต้องการมี
พ้ืนทสี่ ว่ นตัวของตนเอง บางเรื่องเป็น
เรอ่ื งละเอียดออ่ นตอ่ ความรสู้ ึก หาก
ต้องพูดออกมาแล้วเป็นการสะกิดปม
ในใจ กอ็ าจจะย่ิงท�ำ ให้สถานการณ์
เลวร้ายลง หนา้ ท่ขี องผฟู้ ังทด่ี คี ือฟงั
สง่ิ ท่เี ขาพดู เท่าทเ่ี ขาอยากให้เรารู้
คุมอารมณกา์ รควบคุมอารมณ์ของ แยกแยะ
ตนเองให้ม่ันคงก็ถือเป็นเรื่องสำ�คัญ แยกแยะเร่ืองที่กำ�ลังฟังว่า
ไม่โอนอ่อนอารมณ์ หรือหว่ันไหวไป เป็นขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื ขอ้ คดิ เห็น
กับเรอ่ื งท่ีฟังจนเกินไป เพราะไมใ่ ช่ การแยกแยะออกว่าเป็น
เรื่องของเรา บางครงั้ ทไ่ี ด้ยินเร่ืองท่ี ข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นจะช่วยให้
น่าหงุดหงิดก็ทำ�ให้รู้สึกหงุดหงิดตาม เราใส่ใจไดถ้ กู จุด และเข้าใจความเปน็
ความอ่อนไหวทางอารมณ์ของเราจะ ไปได้อยา่ งถ่องแท้ ไมห่ ลงไปกบั ข้อคิด
ทำ�ให้สุขภาพจติ ของเราเสียไปดว้ ย เห็นส่วนตวั แล้วหันมาพจิ ารณาข้อ
เท็จจรงิ ท่เี กิดขน้ึ ไดง้ ่ายข้ึน
ไมต่ ัดสนิ
รับฟังโดยไม่จำ�เป็นต้อง
ตั ด สิ น ป ร ะ เ ด็ น ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง ใ ด ๆ
ไ ม่ ค อ ย จั บ ผิ ด ป ร ะ เ ด็ น ท่ี ไ ม่ เ ห็ น
ดว้ ย ไมอ่ คตกิ ับผู้พดู หรอื เร่ือง
ทฟี่ ัง เคารพในความแตกตา่ งของการ
ตัดสินใจ ใหค้ ดิ ว่าทำ�ไมจงึ เกิดเรื่อง
แบบนัน้ ขน้ึ เม่ือมองเหน็ ท่ีมาแล้ว
ก็จะทำ�ใหเ้ หน็ ภาพชดั เจน ดีกว่าการ
ตัดสนิ ท่ีจะทำ�ให้เร่ืองจบลงทันที
เชอื่ มัน่ ในผพู้ ดู
เช่ือมั่นในความสามารถ
ในการแก้ปัญหาของผพู้ ดู วา่ เขาจะ
ผา่ นพ้นไปได้ แม้ว่าเราจะอยาก
เสนอแนวทางแก้ไขหรืออยากให้
เข า ห ลุ ด พ้ น จ า ก ปั ญ ห า แ ค่ ไ ห น
ก็ตามแต่อย่าลืมว่าปัญหานั้นไม่ใช่
ปญั หาของเรา คนทจ่ี ะเขา้ ใจบริบท
แ ล ะ วิ ธี แ ก้ ไ ข ไ ด้ ดี ท่ี สุ ด คื อ เ จ้ า ตั ว
เราเปน็ เพยี งผู้ฟงั เทา่ นั้น
ถามความรสู้ กึ
เม่ือผพู้ ดู พดู จบ ลองถาม
ความรู้สกึ ว่า “ร้สู กึ ดีขนึ้ ไหม” “เปน็
อยา่ งไรบา้ ง” แลว้ ปลอบใจ
ให้ก�ำ ลังใจเขา
ขอบคุณ
กล่าวขอบคุณที่เขาเล่าเรื่อง
เหล่านั้นออกมา เพราะแสดงว่าเขา
ไวใ้ จให้เรารับรู้ แสดงใหเ้ ขาเหน็ ว่า
การที่เขาเล่าออกมานั้นเป็นประโยชน์
ส�ำ หรับบางคน การต้องเลา่
เร่ืองบางเร่ืองของตนเองก็เป็นเร่ืองที่
ยาก แต่เม่ือเขาเล่าออกมาแล้วทำ�ให้
เขาสบายใจข้ึน กถ็ อื เป็นเรอื่ งทด่ี ี
พฤติกรรมที่ไมค่ วรท�ำ
ตัง้ ใจฟงั มากจนเกนิ ไป
แสดงทา่ ทกี ดดันผพู้ ูด หรอื
ตง้ั ใจมากจนกดดันตนเอง ท�ำ ให้เกดิ
ความตึงเครียดทั้งกับความคิดและ
ร่างกาย มอี าการตงึ ตามคอ บา่ ไหล่
ถ้ารู้สึกว่ากำ�ลังตึงให้ค่อยๆผ่อนคลาย
หายใจเขา้ ออกลึกๆ ชา้ ๆ
พยายามท�ำ ลายความเงยี บ อยากร้อู ยากเหน็
บางครั้งความเงียบก็ไม่ใช่ เกิดคำ�ถาม เกดิ ขอ้ สงสยั
เรอ่ื งท่ีแย่เสมอไป ปลอ่ ยใหม้ ชี ว่ งเวลา มากมายกับเร่ืองที่ได้ฟังตลอดเวลา
ทเี่ งยี บบา้ งกไ็ ด้ เพื่อใหไ้ ด้มชี อ่ งวา่ ง จะท�ำ ให้เสียสมาธิในการฟัง
ใคร่ครวญคนเอง
มอี ารมณ์รว่ มมากเกนิ ไป
ผู้ฟังไม่จำ�เป็นจะต้องมี
อารมณ์ร่วมกับเรื่องที่ฟังมากเกินไป
บางคนเม่ือได้ฟังเร่ืองราวที่เศร้าแล้ว
อาจมีอารมณเ์ ศรา้ คล้อยตาม ร้องไห้
ตาม ท�ำ ใหเ้ รือ่ งราวยง่ิ ไปกันใหญ่
ทางท่ดี คี ือต้องมสี ติ ระลึกรูต้ วั กบั
ตวั เอง และคอยใหก้ ำ�ลงั ใจจะดกี ว่า
นึกถงึ แตเ่ ร่ืองของตัวเอง ตัดสิน
คอยเช่ือมโยงเรื่องท่ีได้ฟัง ตัดสินเรื่องที่ได้ฟังว่าถูก
เขา้ ตัวเอง เปรียบเทยี บกับเร่ืองของ หรอื ผดิ จรงิ หรอื ไมจ่ รงิ เชอ่ื หรือไมเ่ ชอ่ื
ตวั เอง วา่ เรอ่ื งนฉ้ี ันเคยเจอมาก่อน หน้าที่ของผู้ฟังท่ีดีนั้นควรวางตัว
ไม่เห็นจะเป็นปัญหาตรงไหนเลย ใหเ้ ป็นกลาง และมีวิจารณญาน
เรื่องนี้มันต้องแก้ไขแบบน้ีจะดีกว่านะ
เพราะฉันเคยทำ�แบบน้ันแล้วมันไม่ดี
อย่าลืมว่าทุกคนมีบริบทของเร่ือง
ราวตา่ งกนั เรอ่ื งของเราไมส่ ามารถ
แทนที่เรื่องของใครได้การเลือกใช้วิธี
แกป้ ญั หายอ่ มแตกตา่ งกนั
น�ำ เรื่องไปเล่าต่อ
การนำ�เรื่องราวไปเผยแพร่
หรือนำ�ไปเล่าต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากเจา้ ของเร่ือง นอกจากเปน็ การ
เสยี มารยาทแล้ว หากเร่อื งถกู เลา่
ต่อไปเรอ่ื ยๆ อาจท�ำ ใหเ้ กดิ ความผดิ
พลาดของสารได้
สังเกตตัวเองขณะฟงั
สงั เกตอารมณข์ องตัวเอง
การส�ำ รวจตวั เองขณะฟัง ว่าตวั เองกำ�ลังมอี ารมณ์อะไรเกดิ ขึน้ เช่น
มีอารมณโ์ กรธจากการฟังเรือ่ งที่คดิ ว่าไม่ถูกต้อง มอี ารมณ์เสยี ใจจากการ
ฟังเรือ่ งเศร้า มีอารมณท์ ม่ี ีความสุขเมอื่ ได้ฟงั เรอ่ื งนา่ ยนิ ดี
สงั เกตรา่ งกายตวั เอง
การระลึกร้ตู ัวว่ากำ�ลงั มีความรู้สกึ อะไรกับสิ่งทฟ่ี งั ถา้ ร้สู กึ ว่ารา่ งกายมี
ความผดิ ปกติ เช่นรสู้ กึ หน้าชา หูชา หน้าตึง หายใจแรงขน้ึ จากการไดฟ้ ังสง่ิ ท่ไี ม่
พึงพอใจ กใ็ ห้ร้สู กึ ตวั เท่านัน้ เรียกวา่ เป็นการมสี ติอย่กู ับปจั จบุ นั
สังเกตความคิดตัวเอง
สังเกตวา่ ก�ำ ลังมีความคดิ อะไรอยู่ กำ�ลังพยายามเช่ือมโยงเรอื่ งทฟี่ งั
เปรียบเทยี บกับเรอื่ งของตนเองอยู่หรอื ไม่ ก�ำ ลังตดั สนิ เร่อื งที่ฟังดว้ ยความคดิ
ของตัวเองอยูห่ รือไม่ การสังเกตความคดิ จะท�ำ ให้ช่วยมองตัวเองได้ชดั เจนขน้ึ
ด้วยว่าตัวเองน้นั ชอบหรอื ไมช่ อบอะไร มีทัศนคตอิ ย่างไรกบั เรื่องตา่ งๆ
เมื่อเราเขา้ ใจตวั เองมีสติอยูก่ บั ตัวเองกจ็ ะชว่ ยให้ฟงั ได้มปี ระสิทธิภาพ
มากข้นึ ดว้ ย เพราะสง่ิ ส�ำ คัญคือการเรียนรตู้ วั เอง เพอ่ื จะได้สามารถ
พฒั นาทักษะการฟงั ตอ่ ไปได้
N
O
T
E
มาถงึ ตรงน้แี ลว้ มอี ะไรท่ีอยากจดบันทึกเกยี่ วกับทกั ษะการฟงั ไหม
ส่วนไหนที่อยากน�ำ ไปพัฒนาเป็นพิเศษ หรอื เขยี นส่ิงท่ีอยากบันทกึ ไวอ้ า่ นทีหลงั
ก็ไดน้ ะ
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
................................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
5 ขั้นตอนการฟังส�ำ หรับมือใหม่หดั ฟัง
การฟังนนั้ ดเู หมอื นจะเปน็ สงิ่ ทีต่ อ้ งท�ำ กันอยทู่ ุกวัน ทุกเวลาอยู่แล้ว
ในแต่ละวันเราก็ต้องฟงั เสยี งต่างๆมากมาย ทงั้ เสยี งผคู้ น เสียงเพลง เสยี งรถ
เสียงธรรมชาติ แต่แท้จรงิ แล้ว การฟงั ก็เปน็ อกี หนึ่งทักษะการสอ่ื สารทส่ี �ำ คญั
และจำ�เป็นจะตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาใหด้ ีข้นึ เรอ่ื ยๆเชน่ กัน
be all ears. กิจกรรมศิลปะที่ตงั้ ใจออกแบบมาเพอ่ื ให้ทกุ คนได้
พัฒนาทักษะการฟัง ผ่านศิลปะท่ไี ม่มถี กู หรือผิด ไม่มคี วามสวยหรือไมส่ วย
เพราะสง่ิ ส�ำ คัญอย่ทู กี่ ระบวนการขณะท�ำ กิจกรรมร่วมกบั ผู้อน่ื ท่ที �ำ ใหเ้ ราได้
มโี อกาสรบั ฟงั ซึง่ กนั และกนั มากขึน้ ได้ระบายเร่ืองราวอดึ อัดใจ ไดร้ บั ฟงั เรอื่ ง
ทเ่ี ป็นทุกข์ และได้ฝึกทกั ษะการฟังของตัวเอง ฝึกฝนการเปน็ ผฟู้ งั ทด่ี ี เพราะ
สง่ิ ส�ำ คัญคอื ความสัมพนั ธ์ท่ดี กี บั ผู้คนรอบข้าง เมื่อเราเขา้ ใจกัน ก็จะชว่ ยแบง่
เบาความทกุ ขล์ งไปได้ เพราะร้วู า่ ยังมคี นทีพ่ ร้อมจะรับฟังเรา นอกจากนก้ี าร
รู้จักจัดการกับปัญหาและความพร้อมรับมือในสถานการณ์ต่างๆในปัจจุบันที่มี
ความไมแ่ น่นอน จนท�ำ ใหเ้ กดิ ความกงั วล ความเครยี ดสะสมก็ควรมที างระบาย
ออกอยา่ งเหมาะสม ศิลปะก็เปน็ อกี หน่งึ เคร่ืองมือที่จะสามารถชว่ ยใหเ้ ราได้
ปลดปล่อยและขีดเขียนเรื่องราวเป็นผลงานศิลปะท่ีมีความหมายลึกซ้ึงและ
มคี ณุ ค่าตอ่ จติ ใจอีกดว้ ย
ช่วยหาวธิ พี ฒั นาทกั ษะการฟังกนั สักหนอ่ ย
สำ� รวจ ตน เอง ต�ำ กรวด คน จีน
บาง วาด พดู ก่อน ไม่ รอ พกั ฟัง
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รัก มา
ยืด สดุ ราบ กา ดิน คดิ ท�ำ ไม
หยนุ่ ตัด ใจ ไม ่ ตน ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตดั นา ฬิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ สิน คน ม ี สมา ธิ
ต�ำ รวจ ตน เกง่ ตำ� กรวด คน จีน
บาง วาด พดู ก่อน ไม่ รอ พกั ฟงั
คดิ นอน พอ ถงึ น�ำ เลย รัก มา
เออ้ื สดุ ราบ กา ดนิ คดิ ท�ำ ไม
หยนุ่ ตดั ใจ ไม่ ตน สำ� การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ บนิ คน นัง่ สมา วิ
รอ เลย พอ ตดั นา ฬ ิ กา เค
มอง จรงิ แท้ สิน คน ม ี สมา รา
ตำ� รวจ ตน เก่ง ต�ำ กรวด คน ะห์
บาง วาด พูด ทบ ไม่ รอ พัก ฟัง
คดิ นอน พอ กวน น�ำ เลย รัก มา
เออื้ สุด ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หย่นุ ตัด ใจ ไม่ ตน สำ� การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จรงิ แท้ บนิ ทบ ทวน สมา ธิ
บน เก่ง ต�ำ กรวด คน จกิ ราว กบั
บาง วาด พดู ก่อน ไม่ รอ พกั ฟงั
คดิ นอน พอ ถึง นำ� เลย รัก มา
ยดื สุด ราบ กา ดนิ คดิ ทำ� ไม
หยุ่น ตัด ใจ ไม่ ตน สำ� การ คดิ
รอ เลย พอ ตดั นา ฬิ กา บ่อ
มอง จริง แท้ สนิ คน ม ี สมา ธิ
ตำ� รวจ ตน เก่ง ตำ� กรวด คน จีน
บาง วาด พูด ก่อน ไม ่ รอ พัก ฟัง
คดิ นอน พอ ถึง นำ� เลย รัก มา
เอื้อ สุด ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หย่นุ ตดั ใจ ไม ่ ตน ส�ำ คว คิด
รอ เลย พอ ตดั นา ฬิ าม บ่อ
มอง จริง แท้ บิน คน นงั่ เข้า วิ
รอ เลย พอ ตดั นา ฬิ ใจ เค
มอง จริง แท้ สิน คน ม ี สมา รา
น�ำ รวจ ตน เก่ง ต�ำ กรวด คน ะห์
บาง วาด พูด ทบ ไม่ รอ พัก ฟัง
คิด น�ำ ไป ใช้ นำ� เลย รัก มา
เออ้ื สุด ราบ กา ดิน คิด ทำ� ไม
หยนุ่ ตดั ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บอ่
มอง จรงิ แท ้ บิน ทบ ทวน สมา ธิ
บน เก่ง ส่อื สาร กบั ผู้ อื่น กบั
คดิ นอน พอ ถงึ น�ำ เลย รกั ไม่
สำ� รวจ ตน เอง ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พูด ก่อน ไม ่ รอ พัก ฟงั
คดิ นอน พอ ถึง น�ำ เลย รกั มา
ยืด สุด ราบ กา ดิน คดิ ทำ� ไม
หยุ่น ตดั ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ สนิ คน ม ี สมา ธิ
ตำ� รวจ ตน เกง่ ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พดู กอ่ น ไม่ รอ พกั ฟงั
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รกั มา
เออ้ื สุด ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หยุ่น ตัด ใจ ไม่ ตน สำ� การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จรงิ แท้ บนิ คน น่งั สมา วิ
รอ เลย พอ ตดั นา ฬ ิ กา เค
มอง จรงิ แท ้ สิน คน มี สมา รา
ต�ำ รวจ ตน เก่ง ต�ำ กรวด คน ะห์
บาง วาด พดู ทบ ไม่ รอ พัก ฟงั
คิด นอน พอ กวน น�ำ เลย รัก มา
เอือ้ สดุ ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หยุน่ ตัด ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ บิน ทบ ทวน สมา ธิ
บน เก่ง ตำ� กรวด คน จกิ ราว กับ
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รัก ไม่
สำ� รวจ รถ เอง ต�ำ กรวด คน จนี
บาง วาด พูด กอ่ น ไม ่ รอ พกั ฟงั
คดิ นอน พอ ถงึ ท�ำ เลย รกั มา
ยืด สุด ราบ กา คว คดิ ทำ� ไม
ราว ตดั ใจ ไม ่ าม ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด เข้า ฬ ิ กา บอ่
มอง จริง แท ้ สนิ ใจ มี ตบะ ธิ
ตำ� รวจ ตน เก่ง ต�ำ กด คน จนี
บาง วาด พดู ก่อน ไม่ รอ พัก ฟัง
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รกั มา
เอื้อ สุด ราบ กา ดิน คิด ทำ� ไม
หยนุ่ ตดั นำ� ไป ใช ้ ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บอ่
มอง จริง แท ้ บนิ คน น่ัง สมา วิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา เค
มอง จริง แท ้ สนิ คน มี สมา รา
ต�ำ รวจ ตน เก่ง ตำ� กรวด คน สงค์
บาง วาด พูด กบ ไม ่ รอ พกั ฟัง
คดิ นอน สอื่ ทวน น�ำ เลย รัก มา
เออื้ สุด ราบ สาร ดนิ คิด ทำ� ไม
หยนุ่ ตดั ใจ ไม ่ กับ สำ� การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ผ ู้ กา บอ่
มอง จรงิ แท ้ บนิ คน นัง่ อนื่ ธิ
บน เก่ง ต�ำ กรวด คน จกิ ราว กับ
คดิ นอน พอ ถึง นำ� เลย รัก ม
ส�ำ รวจตนเองและ ฟังอยา่ งไม่ตัดสิน วิเคราะหแ์ ละ
รจู้ กั คดิ ยดื หย่นุ และมสี มาธจิ ดจ่อ ทวนสง่ิ ทีไ่ ด้ฟัง
กจิ กรรมที่ 1 มอื ของฉัน
ทำ�ความเขา้ ใจ พัฒนาทักษะ
และน�ำ ไปใช้ การสือ่ สารกบั ผอู้ ืน่
เรามาเริม่ ดว้ ยการสำ�รวจตัวเองกอ่ นเปน็ อันดับแรก วา่ เราอยใู่ นภาวะ
ทพี่ ร้อมรบั ฟังหรือไม่ กำ�ลังมคี วามคดิ อาการ อารมณ์เปน็ เชน่ ไรบา้ ง น�ำ สตแิ ละ
ใจกลบั มาอยู่กับตวั เอง เม่ือพรอ้ มแลว้ ก็เตรยี มความพรอ้ มท่จี ะรบั ฟงั เปดิ ใจให้
กวา้ ง เคลยี ร์ความรูส้ ึกและความคดิ ของตวั เอง เพื่อทจ่ี ะได้ฟังผู้อนื่ ไดอ้ ยา่ งไมม่ ี
อคติ และไม่ยดึ ตดิ กับตัวตนของตวั เอง นำ�ไปสูค่ วามเคารพในตัวตนของผูพ้ ูด
เพราะเมือ่ เรามีสตอิ ยู่กับตนเอง-รู้ตวั ตน ก็จะทำ�ใหร้ ู้ได้ว่าทุกคนมีความแตกตา่ ง
กนั ในตัวตน เราคือเรา เขากค็ อื เขา ไม่มใี ครที่เหมอื นกนั บนโลกใบนี้ ทุกอย่างท่ี
เกิดขนึ้ ในแตล่ ะคนก็นำ�มาซ่งึ ความรู้สึกความคิดและพฤติกรรมที่แตกตา่ งกันไป
เอาละ่ ...
หายใจเขา้ ลกึ ๆ จัดรา่ งกายและจัดทา่ ทางใหอ้ ย่ใู นท่าท่สี บาย นำ�ความ
รสู้ ึกไปท่รี า่ งกายแตล่ ะสว่ น อาจเริ่มจากศีรษะ ค่อยๆไลล่ งมาที่บา่ แขน และขา
สว่ นไหนรสู้ ึกอยา่ งไรบา้ ง เจบ็ ปวดตรงไหน เมอื่ ยหรอื ไม่ ลองเอามอื ไปแตะเบาๆ
ไปท่ัวๆ ยืดหลงั ตรง เตรยี มกระดาษ ขนาดประมาณ A4 หรอื ใหญก่ วา่ จากน้นั
นำ�มือข้างซา้ ยไปวางทาบลงบนกระดาษดา้ นซ้าย ใช้ดนิ สอหรอื ปากกา หรอื สี
อะไรก็ไดต้ ามท่ถี นัดหรือทพี่ อจะให้ไดใ้ นเวลานี้ คอ่ ยๆลากเส้นไปรอบๆรูปร่าง
มือของตวั เอง จากนั้นใหน้ กึ ถึงส่งิ ที่ตัวเองอยากปรับปรงุ ทสี่ ิง่ ท่คี ิดว่าเป็นข้อเสยี
ของตัวเอง เขียนลงไปบนนิว้ มอื แตล่ ะน้วิ น้ิวละหนง่ึ อยา่ งที่นึกขนึ้ ได้
ตกแต่งหรอื ระบายสีลงไปตามต้องการ เป็นการใหเ้ วลาตวั เองในการ
พจิ ารณาสิ่งเหลา่ น้นั ในตัวตนของเราผา่ นตัวแทนคอื น้ิวมือท้งั ห้า
จากนัน้ ลองแบง่ ปันเร่ืองราวตา่ งๆทเ่ี ขยี นลงไปกบั เพอ่ื น ครอบครัว ที่
ทำ�กจิ กรรมรว่ มกนั อยู่ เลา่ ใหเ้ ขาฟงั วา่ เกดิ เร่อื งอะไรข้ึน ทำ�ไมถงึ ทำ�ให้เราคดิ วา่
ส่งิ เหลา่ นัน้ เปน็ สิ่งทีอ่ ยากจะปรับปรงุ เลา่ เทา่ ท่ีสบายใจ เร่ืองไหนท่ีไมต่ อ้ งการ
พดู ออกมา กไ็ ม่ต้องฝืนความรู้สกึ ตวั เองนะ :)
สำ�รวจตนเองและ ฟงั อยา่ งไมต่ ัดสิน วเิ คราะหแ์ ละ
รู้จกั คดิ ยดื หยนุ่ และมีสมาธจิ ดจ่อ ทวนสง่ิ ท่ไี ด้ฟงั
เมอ่ื แลกเปลี่ยนเรอื่ งราวกับเพือ่ นเสร็จเรียบร้อย หน้ากระดาษฝัง่ ขวา
ที่ยังวา่ งอยู่ ให้ใชม้ ือขวา วางทาบลงไป แลว้ รา่ งตามขนาดมอื เหมือนเดมิ
แต่...
ฝงั่ ตรงขา้ มนีใ้ นแต่ละน้วิ ใหเ้ ขียนค�ำ ตรงข้ามกับมือขา้ งซา้ ย เชน่ ถา้ ที่
นิ้วโปง้ ฝงั่ ซา้ ยได้เขยี นค�ำ ว่าขี้เกยี จ ให้เขียนคำ�ตรงข้ามอยา่ งคำ�ว่า‘ขยัน’ลงไป
บนน้ิวโปง้ ข้างขวา ท�ำ วธิ ีเดียวกนั นจ้ี นครบทุกนิ้ว แลว้ ระบายสีตกแตง่ ตาม
จนิ ตนาการ
จากนนั้ ลองพิจารณาค�ำ แตล่ ะค�ำ ในมือฝั่งขวาน้ี ว่าเราเคยมสี ง่ิ เหล่า
น้เี กดิ ขน้ึ ในชวี ติ บ้างหรือไม่? เราแน่ใจวา่ จะตอ้ งมเี กดิ ขึน้ อย่างแนน่ อน ไมม่ าก
ก็นอ้ ย เพราะเราเชอื่ วา่ ในตัวของพวกเรายอ่ มมีมากกว่ามิตเิ ดยี ว อยู่ที่เราจะ
เลอื กโฟกัสและใหค้ วามส�ำ คัญกบั อะไร
หลังจากทีไ่ ดท้ �ำ กิจกรรมนี้ จะทำ�ให้คณุ ไดม้ ีความตระหนกั ร้ใู นตนเอง
มี Self Awareness และเปน็ การเคลียรใ์ จตวั เอง ท�ำ ใจให้กว้าง พร้อมจะเปดิ ใจ
รบั ฟังเรอื่ งของผูอ้ นื่ อกี ทงั้ ยงั ชว่ ยใหต้ ระหนักและมมี มุ มองท่ีหลากหลายในชีวติ
ไม่ยดึ ตดิ กบั ความคดิ เพียงความคิดเดยี ว เพือ่ ช่วยให้ขณะฟังเราจะไดม้ สี ตแิ ละ
ไมต่ ัดสินเร่อื งที่ได้ฟัง โดยทีย่ ังไม่ไดค้ ดิ ให้รอบคอบเสียกอ่ น
ท�ำ ความเข้าใจ พฒั นาทกั ษะ
และนำ�ไปใช้ การสือ่ สารกบั ผอู้ น่ื
DRAW HERE
สำ� รวจ ตน เอง ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พูด ก่อน ไม ่ รอ พัก ฟงั
คดิ นอน พอ ถึง น�ำ เลย รกั มา
ยืด สุด ราบ กา ดิน คดิ ทำ� ไม
หยุ่น ตดั ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ สนิ คน ม ี สมา ธิ
ตำ� รวจ ตน เกง่ ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พดู กอ่ น ไม่ รอ พกั ฟงั
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รกั มา
เออ้ื สุด ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หยุ่น ตัด ใจ ไม่ ตน สำ� การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จรงิ แท้ บนิ คน น่งั สมา วิ
รอ เลย พอ ตดั นา ฬ ิ กา เค
มอง จรงิ แท ้ สิน คน มี สมา รา
ต�ำ รวจ ตน เก่ง ต�ำ กรวด คน ะห์
บาง วาด พดู ทบ ไม่ รอ พัก ฟงั
คิด นอน พอ กวน น�ำ เลย รัก มา
เอือ้ สดุ ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หยุน่ ตัด ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ บิน ทบ ทวน สมา ธิ
บน เก่ง ตำ� กรวด คน จกิ ราว กับ
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รัก ไม่
สำ� รวจ รถ เอง ต�ำ กรวด คน จนี
บาง วาด พูด กอ่ น ไม ่ รอ พกั ฟงั
คดิ นอน พอ ถงึ ท�ำ เลย รกั มา
ยืด สุด ราบ กา คว คดิ ทำ� ไม
ราว ตดั ใจ ไม ่ าม ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด เข้า ฬ ิ กา บอ่
มอง จริง แท ้ สนิ ใจ มี ตบะ ธิ
ตำ� รวจ ตน เก่ง ต�ำ กด คน จนี
บาง วาด พดู ก่อน ไม่ รอ พัก ฟัง
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รกั มา
เอื้อ สุด ราบ กา ดิน คิด ทำ� ไม
หยนุ่ ตดั นำ� ไป ใช ้ ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บอ่
มอง จริง แท ้ บนิ คน น่ัง สมา วิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา เค
มอง จริง แท ้ สนิ คน มี สมา รา
ต�ำ รวจ ตน เก่ง ตำ� กรวด คน สงค์
บาง วาด พูด กบ ไม ่ รอ พกั ฟัง
คดิ นอน สอื่ ทวน น�ำ เลย รัก มา
เออื้ สุด ราบ สาร ดนิ คิด ทำ� ไม
หยนุ่ ตดั ใจ ไม ่ กับ สำ� การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ผ ู้ กา บอ่
มอง จรงิ แท ้ บนิ คน นัง่ อนื่ ธิ
บน เก่ง ต�ำ กรวด คน จกิ ราว กับ
คดิ นอน พอ ถึง นำ� เลย รัก ม
ส�ำ รวจตนเองและ ฟังอยา่ งไมต่ ดั สนิ วเิ คราะหแ์ ละ
รู้จกั คิดยดื หยุ่น และมีสมาธิจดจ่อ ทวนสิ่งทไี่ ด้ฟงั
หลังจากเตรียมความพรอ้ มของตวั เองเรยี บร้อยแลว้ ตอ่ ไปก็เป็น
ข้ันตอนของการมสี มาธิในขณะฟัง เรียนรู้การฟังโดยไม่ตัดสินตามความคดิ ของ
ตนเอง ปลอ่ ยใหผ้ ู้พดู ได้พูดส่งิ ท่เี กิดข้ึนกบั เขา พูดสิ่งทเี่ ขาก�ำ ลังคดิ ส่วนเราก็
มีหน้าท่ีตงั้ ใจฟงั โดยไม่ตอ้ งคาดคนั้ หรอื สงสยั สง่ิ ใด เพอื่ จะไดท้ ราบเรอื่ งราวว่า
เกิดอะไรขนึ้ ทงั้ หมด ขณะฟงั อยากจะชวนทุกคนทำ�กิจกรรมศิลปะงา่ ยๆไปด้วย
ก็คือกิจกรรม Contour Drawing
Contour Drawing คอื เทคนิคการวาดภาพโดยใช้ประสาทสัมผัสรับ
รแู้ ลว้ ลากเสน้ ตามท่รี บั รู้ โดยไมย่ กดนิ สอจากกระดาษเลย ต้องวาดตอ่ เนอ่ื งจาก
ประสาททก่ี �ำ ลังรบั รูอ้ ยู่ จะต้องมสี มาธอิ ยา่ งมากเพอ่ื วาดเส้นตามอยา่ งรวดเร็ว
และตอ่ เน่อื ง โดยปกติ Contour Drawing จะรับรู้โดยใชป้ ระสาทสมั ผัสทางการ
มองเห็นคอื ตา แลว้ วาดตามส่ิงทตี่ ามองเห็น แต่เพอ่ื ฝกึ ทักษะการฟัง เราลองมา
เปล่ยี นเปน็ วาดเส้นตามเสียงทีไ่ ด้ยนิ ตามประสาทสัมผสั ทางการไดย้ ิน
อปุ กรณ์ที่ใชม้ ีเพียงกระดาษและดนิ สอ หรอื ปากกา หรอื สีอะไรกไ็ ด้
ง่ายๆ เพราะหลักการของกิจกรรมไม่ไดอ้ ยูท่ ี่ภาพทวี่ าด แตอ่ ยู่ที่ขณะฟงั นั้น
คณุ มีสมาธฟิ ังมากเพียงใด หากมคี วามคิดใดแทรกเขา้ มาหรือเผลอเสยี สมาธิใน
การฟังไป ก็อาจทำ�ให้ภาพวาดของคุณสะดดุ ลง ไมเ่ ปน็ เสน้ ทีต่ อ่ เนื่อง
ลองชวนเพอ่ื น ครอบครวั หรอื คนใกล้ตวั มาพดู คยุ ถงึ ความเป็นอยู่
ในช่วงนี้ ส�ำ รวจหัวใจของกนั และกันว่าเกิดอะไรข้นึ บ้าง สุขสบายดหี รือไม่
ปล่อยใหเ้ ขาได้ระบายความกงั วลหรอื เลา่ เรอ่ื งราวที่เกิดขึ้น สว่ นคณุ ก็ทำ�หนา้ ท่ี
เป็นผฟู้ ังที่ดีมีสมาธิฟงั โดยไมข่ ดั ผ้พู ูด ขณะฟงั ก็ลากเสน้ ตามเสียงทีไ่ ด้ยิน รับรู้
ส่ิงทไี่ ด้ยนิ ผ่านหู ส่งผ่านไปยังมือของเรา และวาดมันออกมาอย่างตอ่ เน่อื งโดย
ไมม่ อี ะไรมาขดั สมองจะเป็นตวั กลางในการรับรู้ ขอเพยี งไม่ใชส้ มองในการคิด
ที่จะขัด หรอื คิดหาขอ้ ขัดแยง้ จากสงิ่ ทีฟ่ งั ภาพวาดของคุณกจ็ ะเปน็ เสน้ ต่อเนื่อง
อย่างตรงไปตรงมา สะทอ้ นสง่ิ ท่ีไดฟ้ ังอย่างต่อเนอ่ื งสมบรู ณ์
ท�ำ ความเข้าใจ พฒั นาทกั ษะ
และนำ�ไปใช้ การสื่อสารกับผอู้ ืน่
กิจกรรมท่ี 2 เราร่างเรื่องราว
CONTOUR DRAWING
DRAW HERE
สำ� รวจ ตน เอง ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พูด ก่อน ไม ่ รอ พัก ฟงั
คดิ นอน พอ ถึง น�ำ เลย รกั มา
ยืด สุด ราบ กา ดิน คดิ ทำ� ไม
หยุ่น ตดั ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ สนิ คน ม ี สมา ธิ
ตำ� รวจ ตน เกง่ ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พดู กอ่ น ไม่ รอ พกั ฟงั
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รกั มา
เออ้ื สุด ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หยุ่น ตัด ใจ ไม ่ ตน สำ� การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จรงิ แท้ บนิ คน น่งั สมา วิ
รอ เลย พอ ตดั นา ฬ ิ กา เค
มอง จรงิ แท ้ สิน คน มี สมา รา
ต�ำ รวจ ตน เก่ง ต�ำ กรวด คน ะห์
บาง วาด พดู ทบ ไม่ รอ พัก ฟงั
คิด นอน พอ กวน น�ำ เลย รัก มา
เอือ้ สดุ ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หยุน่ ตัด ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ บิน ทบ ทวน สมา ธิ
บน เก่ง ตำ� กรวด คน จกิ ราว กับ
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รัก ไม่
สำ� รวจ ตน เอง ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พูด ก่อน ไม ่ รอ พัก ฟงั
คดิ นอน พอ ถึง น�ำ เลย รกั มา
ยืด สุด ราบ กา ดิน คดิ ทำ� ไม
หยุ่น ตดั ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คดิ
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ สนิ คน ม ี สมา ธิ
ตำ� รวจ ตน เกง่ ตำ� กรวด คน จนี
บาง วาด พดู กอ่ น ไม่ รอ พกั ฟงั
คิด นอน พอ ถงึ นำ� เลย รกั มา
เออ้ื สุด ราบ กา ดนิ คิด ท�ำ ไม
หยุ่น ตัด ใจ ไม ่ ตน สำ� การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬิ กา บ่อ
มอง จรงิ แท้ บนิ คน น่งั สมา วิ
รอ เลย พอ ตดั นา ฬ ิ กา เค
มอง จรงิ แท ้ สิน คน มี สมา รา
ต�ำ รวจ ตน เก่ง ต�ำ กรวด คน ะห์
บาง วาด พดู ทบ ไม่ รอ พัก ฟงั
คิด นอน พอ กวน น�ำ เลย รัก มา
เอือ้ สดุ ราบ กา ดิน คิด ท�ำ ไม
หยุน่ ตัด ใจ ไม่ ตน ส�ำ การ คิด
รอ เลย พอ ตัด นา ฬ ิ กา บ่อ
มอง จริง แท ้ บิน ทบ ทวน สมา ธิ
บน เก่ง ตำ� กรวด คน จกิ ราว กับ
คิด นอน พอ ถงึ น�ำ เลย รัก ไม่
ส�ำ รวจตนเองและ ฟงั อยา่ งไมต่ ดั สิน วเิ คราะหแ์ ละ
รู้จกั คิดยืดหยนุ่ และมสี มาธจิ ดจอ่ ทวนสง่ิ ทไี่ ดฟ้ งั
จากท่ีไดฟ้ ังเร่อื งราวของผอู้ น่ื อยา่ งมีสมาธแิ ล้ว กจิ กรรมตอ่ ไปจะชว่ ย
ใหท้ �ำ ความเข้าใจกบั เร่ืองทีไ่ ดฟ้ ังมากขนึ้ รวมไปถงึ วิเคราะห์เรือ่ งทไ่ี ดฟ้ ัง และ
ทบทวนเน้ือความทไ่ี ดย้ ิน วา่ เข้าใจเรอ่ื งราวตรงกบั ผพู้ ดู หรอื ไม่
การวิเคราะห์ส่งิ ท่ีฟงั ออกเปน็ หัวขอ้ จะช่วยใหม้ องภาพได้ชัดเจนขนึ้
WHO (ใคร)
WHAT (ท�ำ อะไร)
WHERE (ทไี่ หน)
WHEN (เม่ือไหร)่
WHY (ท�ำ ไม)
HOW (อยา่ งไร)
การพิจารณาเรอ่ื งทฟ่ี ัง แล้ววิเคราะห์แยกออกเป็นส่วนยอ่ ยแบบนี้
จะชว่ ยท�ำ ใหเ้ ขา้ ใจเรื่องได้อยา่ งแจ่มแจง้ มองเห็นความสัมพนั ธ์ไดง้ ่ายข้ึน
ทำ�ให้ไม่ตีความเรื่องที่ฟังไปตามความคิดและประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเอง
กจิ กรรมตอ่ ไป จะเริ่มเปน็ การฟงั เข้าขั้น Empathetic มากขน้ึ คือ
เขา้ อกเข้าใจอีกฝ่าย แตไ่ มไ่ ดต้ ัดสินอะไรตามความคิดของตัวเอง อยากจะชวน
ทุกคนมาวิเคราะห์ตคี วามสง่ิ ทไ่ี ดฟ้ ัง ออกมาเป็นภาพวาดโดยทยี่ งั คงมีความ
หมายเหมือนเดิม