มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร ได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.สุธี มีนชันนันท์ ดำเนินการจดทะเบียน
เป็นมูลนิธิ ในปี พ.ศ.2536 ใช้ชื่อว่า “มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร” มีเขตพื้นท่ีรับผิดชอบทั้งใน
กรงุ เทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสตูล และจังหวัดนครสวรรค์ มีอปุ กรณท์ ่ีพร้อมจะใหก้ าร
ชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยทุกประเภท ซง่ึ นอกจากความช่วยเหลือด้านอุบตั ิภยั และบรรเทาสาธารณภัย
มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร ยังได้ให้การดูแลช่วยเหลือด้านสาธารณสุขอ่ืน ๆ อาทิ เปิดคลินิกเวชกรรม
เฉพาะทางไตเทียม มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร เพ่ือให้บริการแก่ผู้ป่วยที่ต้องการฟอกไต โดยใช้สิทธิ
ประกันสังคมและสิทธิประกันสุขภาพ เปิดศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิเศษ (มีนบุรี) เพ่ือช่วยให้
ความรู้และพัฒนาการแก่เด็กพิเศษ เปิดคลินิกเวชกรรมนอกเวลา มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร เปิดศูนย์ฝึก
กีฬาเทควันโด และโรงเรียนเดก็ พเิ ศษมีนบรุ ี เป็นตน้
มูลนิธิกูภัย ร่มไทร มีท่ีทำการอาคารหลังใหม่ อาคารดังกล่าวประกอบด้วยอาคาร
สำนักงาน หอ้ งประชุม อาคารปฏิบตั ิการ ห้องวิทยสุ ่ือสาร (ศูนย์เอราวัณ) สถานวี ิทยุคนรักเมืองมีน
สถานียอ่ ย สน.มนี บุรี ซึง่ สามารถใชป้ ระโยชน์และใหบ้ ริการแกป่ ระชาชนไดส้ ะดวกมากยิ่งข้ึน
16. มูลนธิ ิคนรักเมอื งมนี
ท่ีตั้ง : เลขท่ี 64/2 ซอยรามคำแหง 172/2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510
ชมรมคนรักเมืองมีน (ช่ือเดิม) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2553 จากการรวมตัว
ของกลุ่มบุคคล ท้งั ภาครฐั ภาคเอกชน และประชาชน มีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ เป็นประธานชมรม
ตอ่ มาไดจ้ ดทะเบียนจัดต้ังเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่ 17 ตลุ าคม 2557 ใช้ชือ่ วา่ “มูลนิธิคนรกั เมืองมีน”
โดยมวี ัตถปุ ระสงค์ ดงั น้ี
1. เพื่อดูแลรกั ษาขนบธรรมเนยี มวฒั นธรรม สถาปตั ยกรรมโบราณ และโบราณวัตถุ
2. เพ่อื สนบั สนุนการพฒั นาทอ้ งถิ่นให้เหมาะสมตอ่ สภาพการณ์ปัจจบุ นั และอนาคต
3. เพ่ือการสงเคราะห์ และส่งเสริมการศกึ ษา กฬี า การค้นควา้ และแก้ไขปัญหายาเสพติด
4. เพ่ือเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร หน่วยงาน ภาครัฐ และ
ภาคเอกชน โดยใหค้ วามชว่ ยเหลอื และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ อนั เปน็ ไปเพือ่ สาธารณประโยชน์
5. ไมด่ ำเนนิ การเกี่ยวข้องกบั การเมอื งแตป่ ระการใด
17. ศูนยฝ์ ึกอาชีพกรงุ เทพมหานคร (มีนบรุ ี)
ทีต่ ้ัง : ภายในตลาดนดั จตุจักร 2 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมนี บุรี กรุงเทพมหานคร
10510
ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร คือศูนย์ฝึกอาชีพท่ีมุ่งเน้นฝึกอาชีพให้แก่บุคคลทั่วไปที่ยัง
ไม่มีงานทำ ผู้ท่ีมีเวลาว่างจากงานประจำ หรือผู้ท่ีต้องการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ
ไปประกอบอาชีพตามความถนดั ความสนใจ เพอ่ื ชว่ ยแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว
ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (มีนบุรี) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมแนวทาง
อาชพี ใหม่ ซ่ึงไดร้ ับความอนุเคราะห์จากตลาดนัดจตจุ กั ร 2 ให้ใช้สถานท่ีในการจดั ตั้งศูนย์ฝกึ อาชีพ
กรุงเทพมหานคร (มีนบุรี) โดยมีหลักสูตรการสอนมากมายให้เลือกเรียนตามความต้องการ เช่น
อาหารไทย อาหารและโภชนา เบเกอร่ี กรอบรูปและกัดลายกระจก ดอกไม้ดินไทย ศิลปประยุกต์
ศิลปประดิษฐ์ ร้อยลูกปัด/ของชำรวย แปรรูปสมุนไพร สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ เซรามิก
แกะสลักผักและผลไม้ จัดดอกไม้สด ดีไชน์ เสริมสวย ตัดผมชาย นวดไทยเพ่ือสุขภาพ การนวด
ด้วยน้ำมันหอมระเหย และการดูแลสุขภาพและความงามสตรีหลังเรือนไฟ ตัดเส้ือสตรี เย็บจักร
อุตสาหกรรม แพทเทิร์น พิมพ์ดีด(คอมพิวเตอร์เบ้ืองต้น) คอมพิวเตอร์ ซ่อมโทรศัพท์มือถือ
ซ่อมเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เป็นตน้
ทกุ หลกั สูตรเม่ือเรียนจบแล้วจะได้รับวุฒิบัตร สามารถนำไปทดสอบยกระดับพัฒนาฝีมือ
แรงงานได้ เปิดรับสมัครวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 - 15.00 น. และวันเสาร์ - วันอาทิตย์
เวลา 08.00 - 17.00 น. ยกเวน้ วันหยุดนกั ขตั ฤกษแ์ ละวันหยดุ พเิ ศษ
สถานที่สำคญั ทางศาสนา
ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคมไทย ใช้เป็นหลักหรือแนวทางในการดำเนิน
ชวี ติ ประจำวนั ศาสนาแตล่ ะศาสนาสอนใหท้ กุ คนเป็นคนดี อยู่ร่วมกนั ในสงั คมอยา่ งสงบ ประชาชน
ในเขตมีนบุรีนับถือศาสนาท่ีหลากหลายทั้งศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ และมีสถานท่ีประกอบการ
พธิ กี รรมของแต่ละศาสนาเพ่ือใหป้ ระชาชนไดม้ าพบปะหรอื ทำกจิ กรรมทางศาสนาร่วมกัน
สถานที่สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา 6 วัด
1. วดั แสนสขุ
วดั แสนสุข เดิมเป็นวดั โบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี ประมาณปี พ.ศ.2315
ไม่ปรากฏนามผู้สร้างแต่เข้าใจว่าชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้น แล้วต้ังชื่อว่า “วัดแสนแสบ” เพราะ
ต้งั อย่รู มิ คลองแสนแสบ
ต่อมาในปี พ.ศ.2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมท้องที่อำเภอคลองสามวา อำเภอแสนแสบ อำเภอเจียรดับ และ
อำเภอหนองจอก รวม 4 อำเภอ ตั้งเป็นเมืองขนานนามว่า “เมืองมีนบุรี” วัดแสนแสบจึงมีฐานะ
เปน็ วดั ประจำเมอื งมนี บุรีมหี ลักฐานว่าวดั แสนแสบเป็นวดั เก่าแกต่ ั้งแต่ พ.ศ.2455
ภายในวัดแสนแสบมีโรงเรียนประจำเมืองมีนบุรี
ช่ือ “โรงเรียนมินนครธรรมภาณเมืองมีนบุรี” สันนิษฐานว่า
ต้ังมาก่อน ร.ศ. 131 (พ.ศ.2455) อาศัยศาลาการเปรียญ
เป็นอาคารเรียน มีพระโทน(มินนครกธรรมภาณ)
เจ้าอาวาสเป็นผู้อุปการะและสนับสนุน มีนายคำ เป็นครู
ถอื เปน็ โรงเรยี นเก่าแก่ท่ีสุดในมนี บรุ ี
ต่อมาเม่ืออำเภอแสนแสบได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นจังหวัดเมืองมีนบุรี
ถงึ ได้ยา้ ยออกจากวดั ไปตัง้ อยใู่ นตวั เมอื งมนี บุรี
ประมาณปี พ.ศ.2450 ได้สร้างอุโบสถวัดแสนแสบเสร็จเม่ือปี พ.ศ.2458 และได้รับ
พระราชทาน วสิ งุ คามสมี า เมอ่ื วันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2459
ปี พ.ศ.2490 คณะสงฆ์ได้ขออนุญาตเปล่ียนช่ือวัดจากวัดแสบแสน เป็นวัดแสนสุข มาจน
ทกุ วนั น้ี ภายในวัดมีถาวรวตั ถุท่ีสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถสรา้ งแบบคอนกรีตเสรมิ เหล็ก ศาลาการเปรียญ
หลังเก่า ยุคโบราณเป็นอาคารไม้ท้ังหลัง ปฏิสังขรณ์ใหม่เม่ือปี พ.ศ.2557 โดยใช้โครงสร้างเดิม
แต่เปลย่ี นเสาไมเ้ ปน็ เสาคอนกรตี เสริมเหล็ก
ศาลาการเปรียญหลังใหม่ สร้างเป็นแบบ
อาคารอเนกประสงค์ คอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ช้ัน
เมรุสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มณฑปสร้างเป็น
แบบคอนกรีตเสริมเหล็กทรงจตุรมุข และอาคาร
เสนาสนะภายในวัด ประกอบด้วย กุฏิแบบกึ่งไม้
กึ่งคอนกรีต และกุฏิแบบคอนกรตี เสริมเหล็กล้วน
2 ช้นั จำนวน 6 หลัง
2. วดั บางเพง็ ใต้
วัดบางเพ็งใต้ สร้างเมื่อปลายสมัย
รัชการท่ี 3 (2394) โดยชาวเวียงจันทร์
ที่ อ พ ย พ ม าอ ยู่ บ ริ เวณ ค ล อ งแ ส น แ ส บ แ ล ะ
ตั้งช่ือหมู่บ้านของตนว่า “บางเพ็ง” ร่วมกัน
สร้าง “วัดบางเพ็งเหนือ” ข้ึนทางฝ่ังเหนือ
ต่อมาเจ้าอาวาสช่ือ “พระครูดำ” เกิดวิกลจริต
จึงกลับไปรักษาตัวที่กบินทร์บุรี หมอได้รักษา
ท่านจนหาย แต่บอกว่า “ถ้ากลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเดิมจะป่วยหนักกว่าเดิม” ชาวบ้านจึงสร้าง
วัดบางเพ็งใต้ข้ึนในฝ่ังตรงข้าม ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมสร้างแบบศิลปกรรมไทยสวยงาม ได้แก่
พระอุโบสถ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2396 เป็นพระอุโบสถไม้ ต่อมามีการปรับปรุงสร้างใหม่ ในปี พ.ศ.
2466 และ ในปี พ.ศ.2513 มีการบูรณะคร้ังใหญ่ เปล่ียนจากพระอุโบสถไม้เป็นพระอุโบสถปูน
ดังเช่นปัจจุบัน ช่อฟ้าหน้าบันมีลวดลายปิดทองติดกระจก หอสวดมนต์เป็นไม้สักทั้งหลัง
พระประทานในพระอุโบสถ หน้าตักกว้าง 1 เมตรเศษ มือถือดอกบัว บริเวณวัดมีการตกแต่ง
ปลูกไม้ยนื ตน้ ไมด้ อกไม้ประดับ สวนหยอ่ มอย่างเป็นระเบียบสวยงาม
3. วดั บำเพญ็ เหนอื
วัดบำเพ็ญเหนือ หรือวัดบางเพ็งเหนือ
ตั้งอยู่ริมคลองแสบแสบเขตมีนบุรี สร้างข้ึนเมื่อ
พ.ศ.2367 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระนัง่ เกล้าเจ้าอยูห่ ัว รัชการท่ี 3 โดยกลุ่มผอู้ พยพ
ชาวเวียงจันทน์ที่เคยพักอาศัยอยู่ระแวกบางปะ
อนิ ได้ยา้ ยมาต้ังถ่นิ ฐาน อยูบ่ ริเวณคลองแสนแสบ
และต้ังช่ือหมู่บ้านว่า “บางเพ็ง” เหตุที่ชื่อ
วดั บางเพ็งเหนือ เพราะต้ังอยู่ทางเหนือของคลองแสนแสบ คู่กับวัดบางเพ็งใต้ ต่อมาคำเรยี กช่ือวัด
ว่าบางเพ็งได้เพ้ียนเสียงไปเป็น บำเพ็ญ ดังท่ีเรียกในปัจจุบัน วัดบำเพ็ญเหนือได้วิสุงคามสีมาในปี
พ.ศ.2518
บริเวณโดยรอบวัดบำเพ็ญเหนือเป็นส่วนหน่ึงของทุ่งบางกะปิ แหล่งเพาะปลูกข้าวสำคัญ
แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในอดีต และทวีความเจริญยิ่งขึ้นในภายหลังจากรัชกาลท่ี 3 โปรดเกล้าฯ
ให้ขุดคลองแสนแสบขยายต่อจากบริเวณหัวหมากออกไปยังแม่น้ำบางประกง ที่ตำบลบางขนาก
โดยเร่ิมขุดเม่ือ พ.ศ.2380 แล้วเสร็จใน พ.ศ.2383 และเรียกคลองช่วงนี้ว่าคลองแสนแสบ
ช่วงปลาย เพ่ือเปน็ เส้นทางลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหาร และไพร่พลในสงคราม อานาม
สยามยทุ ธ (อานัม) อันเป็นสงครามระหวา่ งไทยกบั ญวนท่เี กดิ ขึน้ ระหว่าง พ.ศ.2376 – 2390
ผลจากการขุดคลองแสนแสบช่วงปลายทำให้มีคนไทย ลาว เขมร มลายู และจีน พากัน
อพยพเข้ามาตั้งหลักแหลง่ ประกอบอาชีพทำสวน ทำนา ปลกู ข้าว บริเวณริมสองฝ่ังคลองแสนแสบ
ซ่ึงเป็นท่ีตง้ั ของวดั บำเพ็ญเหนอื เพม่ิ มากข้ึน
ภายในวัดบำเพ็ญเหนือ มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ สร้างเม่ือ พ.ศ.2504
เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กผสมไม้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง ขนาดหน้าตัก
กว้าง 50 นิ้ว สูง 96 นิ้ว ท้ังยังมีปูชนียวัตถุอื่น ๆ ท่ีคนในชุมชนให้ความศรัทธาเคารพนับถือ เช่น
รูปหลอ่ หลวงพ่อยอด รูปหล่อสมเดจ็ พระพุฒาจารย์ (โต พรฺ หมฺ รํสี) และรูปหลอ่ หลวงปทู่ วด
นอกจากน้ียังมีศาลเจ้าแม่คำผิวและศาลเจ้าแม่ตะเคียน ซึง่ เป็นที่เคารพศรัทธาของหมู่บ้าน
มีตำนานเล่าว่า เจ้าแม่คำผิวเป็นเจ้าจากเมืองเวียงจันทน์ เดินทางมาวัดขณะก่อสร้าง แต่ระหว่าง
ลงเรือเกิดพลัดตกเสียชีวิต จึงมีการตั้งศาลข้ึนท่ีวัด ส่วนศาลเจ้าแม่ตะเคียนเล่ากันว่าเจ้าอาวาส
รูปหน่ึงเกิดนิมิตถึงหญิงสาวมาบอกให้ขุดต้นตะเคียนข้ึนจากบริเวณท่ีสร้างเสาสะพานข้ามคูน้ำ
เม่ือขุดบริเวณนั้นแล้วพบต้นตะเคียนทางวัดจึงตั้งศาลเจ้าแม่ตะเคียนไว้ ทุกวันน้ีสะพานข้ามคูน้ำ
ยงั คงอยแู่ ตม่ กี ารถมคูนำ้ ไปแล้ว
4. วัดใหม่ลำนกแขวก
วัดแห่งน้ีชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดลำนกแขวก”
สร้างเม่ือ พ.ศ.2440 ท่ีต้ังเดิมเป็นที่ลุ่ม เม่ือฝนตกจึงมีน้ำขัง
เป็นทางยาว มีต้นไม้มาก จึงมีนกแขวกมาอาศัยอยู่ เม่ือมี
ค น ม า อ ยู่ บ ริ เว ณ นี้ ม า ก ขึ้ น จึ ง ส ร้ า ง วั ด แ ล ะ เรี ยก กั น ว่ า
“วัดใหม่” แต่ต่อมาปรากฏว่า วัดที่สร้างมาใหม่ทุกวัด
ก็เรียกว่าวัดใหม่หมดจนไม่ทราบว่า เมื่อเอ่ยถึงวัดใหม่แล้ว
ผพู้ ูดหมายถึงวัดใด จงึ ต้งั ชื่อวดั ใหม่แหง่ นี้ว่า “วดั ใหม่ลำนกแขวก”
พระประธานในโบสถ์ คือ หลวงพ่อโต ซ่ึงอัญเชิญมาจากวัดร้างในจังหวัดสุพรรณบุรี
เป็นพระแกะสลักด้วยหินท้ังองค์ปางสมาธิเลียนแบบสุโขทัย รูปแบบอุโบสถวัดใหม่ลำนกแขวก
แปลกจากวัดอ่ืน เน่ืองจากมีใบเสมาตดิ กับตัวของอุโบสถซึ่งหาดูได้ยากมาก
วัดใหม่ลำนกแขวก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยูห่ วั เมื่อวันท่ี 2 พฤษภาคม พ.ศ.2446 ดังมพี ระบรมราชโองการท่ี 6/33 ดงั นี้
นอกเหนือจากพระอโุ บสถ ซ่ึงเป็นสิ่งปลกู สร้างเก่าแลว้ วัดใหม่ลำนกแขวกยังมศี าลาการเปรียญ
หลังใหญ่ ต่อมาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษร
พระนามาภิไธยสมเด็จพระมหิดตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรี-
นครนิ ทราบรมราชชนนปี ระดับบนหน้าบันไดศาลา
สำหรับพระพุทธรูปซ่ึงเป็นประธานของ
ศาลาหลังนี้ เป็นพระพุทธสิหิงค์จำลอง ขนาดหน้าตัก
กวา้ ง 60 น้ิว พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวในสมัย
รัชกาลท่ี 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
พระบรมราชานุญาตให้วัดใหม่ลำนกแขวกสร้างถวาย
เป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรี-
นครินทราบรมราชชนนี เม่อื วนั ที่ 1 สงิ หาคม พ.ศ.2535
5. วดั ศรกี เุ รชา
วัดศรีกุเรชาเป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์
มหานิกาย เดิมเป็นสำนักสงฆ์มหานิกาย
เดิมเป็นสำนักสงฆ์ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า
“วัดแขก” เนื่องจากโดยรอบวัดเป็นที่อยู่
อาศัยของอิสลามมิกชน วัดมีพ้ืนที่ 6 ไร่
ต้ังอยู่บนถนนราษฎร์อุทิศ นายสวัสดิ์
ศรีกุเรชา เป็นชาวอินเดียได้อุทิศท่ีดินให้ ทมี่ า : WWW.วดั ไทย.com
พระมหาชูชพี เขมะจาโร เพ่อื สรา้ งวดั เมอื่ ประมาณปี พ.ศ.2530 (ต้ังเปน็ สำนักสงฆ์) ต่อมาในวนั ที่
21 มกราคม พ.ศ.2541 จึงได้รับอนุญาตให้ตั้งช่ือว่า “วัดศรีกุเรชา” เพ่ือเป็นเกียรติแก่ผู้อุทิศท่ีดิน
แรกเร่ิมได้มีกุฏิ 4 หลัง และมี ศาลาการเปรียญอยู่ริมน้ำ เรียกว่า “สิมน้ำ” หรือ “โบสถ์น้ำ”
ปัจจบุ นั มีพระอโุ บสถทรงไทยอ่อนชอ้ ย งดงาม และมีอาคารเสนาสนะเป็นไม้ช้นั เดยี ว
5. วัดทองสมั ฤทธ์ิ
วัดทองสัมฤทธิ์ มีพ้ืนท่ี 18 ไร่ เรียกอีก
ชื่อหนึ่งว่า “วัดตารุ่ง” สร้างเม่ือ พ.ศ.2458
เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัด
เป็นที่ราบลุ่ม ภายในวัดมีอุโบสถ กว้าง 6 เมตร
ยาว 12 เมตร ศาลาการเปรยี ญและหอสวดมนต์
สร้างแบบทรงไทยท้ังหมด ปูชนียวัตถุสำคัญ
มพี ระประธานปูนป้ัน ปิดทองหน้าตัก กวา้ ง 3 ฟุต
และมีโรงเรียนระดับปฐมศึกษาสังกัดสำนักงาน
เขตมนี บุรี กรุงเทพมหานครอยู่ภายในพน้ื ท่ีวัด
สถานที่สำคัญของศาสนาอิสลาม
นอกจากศาสนาพุทธแล้ว ประชาชนในเขตมีนบุรีบางส่วนยังนับถือศาสนาอิสลาม จึงพบเห็น
ศาสนสถานของศาสนาอิสลาม คอื มสั ยดิ ไดท้ ่ัวไปในเขตมนี บุรี
มัสยดิ ในพน้ื ทเี่ ขตมนี บรุ ี 16 แห่ง
1. มัสยิดซอลฮี สุ สลาม (บางชันพัฒนา)
ที่ต้ัง : เลขที่ 28 หมู่ท่ี 15 ซอยหม่อมเจ้าสง่างามสุประดิษฐ์ 2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี
กรุงเทพมหานคร 10510
มสั ยิดซอลีฮุสสลาม (บางชนั พัฒนา) จดทะเบียนเม่ือวันที่ 25 มนี าคม 2562 นายสะอาด
รงั สรรค์ บริจาคที่ดนิ 1 ไร่เศษ เพือ่ สรา้ งมัสยดิ เป็นอาคารคอนกรีตเสรมิ เหลก็ ดังเชน่ ในปัจจุบัน
2. มัสยดิ นูรลุ้ อสิ ลาม (คูคต)
ทตี่ ั้ง : เลขที่ 92 หมู่ท่ี 21 ซอยรามอินทรา 117 ถนนรามอินทรา แขวงมนี บรุ ี เขตมีนบุรี
กรุงเทพมหานคร 10510
มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม (คูคต) ได้เริ่มสร้างข้ึนเม่ือ ปี พ.ศ.2500 โดยแยกตัวออกมาจากมัสยิด
ซอลฮี ุ้ลอิสลาม เพราะในสมยั กอ่ นไปมาจะลำบาก ในปี พ.ศ.2496 คณุ ครกู ารีม ลังประเสริฐ
ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลได้เริ่มทำการสอนภาษาอาหรับให้ลูกหลาน และในปี พ.ศ.
2500 จึงเริ่มทำการก่อสร้างโดยท่านอัลมัรฮูมฮัจยีสะอุ สุขเขียว ได้อุทิศท่ีดิน จำนวน 4 ไร่ 3 งาน
1 ตารางวา เพ่ือใชเ้ ป็นสถานที่กอ่ สรา้ งอาคารมัสยิด และสถานที่กโุ บร์ สำหรับตวั อาคารโตะ๊ กโี ซ๊ะ-
หลิ่มรอมคอบ ได้วากัฟบ้านไม้ 1 หลัง ให้มาสร้างอาคารมัสยิดขนาดกว้าง 3 วา ยาว 4 วา และ
ได้แต่งตั้งให้ครูการีม ลังประเสริฐ เป็นอิหม่าม พร้อมดำเนินการจดทะเบียนมัสยิดเมื่อปี พ.ศ. 2502
โดยครกู ารมี
ปี พ.ศ. 2509 ไดข้ ยายขนาดของอาคารมสั ยดิ เป็น กว้าง 6 วา 2 ศอก ยาว 8 วา
ปี พ.ศ. 2515 ได้ขยายขนาดของอาคารมัสยิดเป็น ยาว 16 วา และได้ขยายอาคารเรียน
ขนาดกว้าง 5 วา ยาว 8 วา เพ่ือทำการสอนอลั กรุ อาน ในภาคกลางคืน
ปี พ.ศ. 2535 ท่านอิหม่ามการีม ลังประเสริฐ ได้เสียชีวิต และได้แต่งต้ังครูฮัจยีฮาโรน
บญุ มาเลศิ เป็นอหิ มา่ ม
ปี พ.ศ. 2539 ได้ต่อเติมอาคาร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความกว้าง 6 วา
2 ศอก ยาว 7 วา รวมแล้ว มขี นาดกว้าง 6 วา 2 ศอก ยาว 20 วา
ปี พ.ศ. 2541 ได้เร่ิมการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
3 ช้ัน ขนาดกวา้ ง 17 วา ยาว 10 วา
3. มสั ยิดซรี อยดุ ดีน (บา้ นเกาะบัวขาว)
ท่ีต้ัง : เลขท่ี 64 หมู่ที่ 4 ซอยรามคำแหง 174 ถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขตมนี บรุ ี
กรงุ เทพมหานคร 10510
มัสยิดซีรอยุดดีน ชาวบ้านใกล้เคียงเรียกว่า มัสยิดซีรอยุดดีน (บ้านเกาะบัวขาว) “บ้านเกาะ”
เพราะเน่ืองจากชาวบ้านแถวนี้ปลูกบ้านอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นเกาะ และมีที่นาอยู่รอบ ๆ และคำว่า
“บัวขาว” มาจากชื่อของหมู่บ้านจัดสรรท่ีอยู่ใกล้กันคือ หมู่บ้านบัวขาว จึงนิยมเรียกต่อท้ายว่า
“บ้านเกาะบวั ขาว”
วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2495 ได้ทำการจดทะเบียนที่ศาลากลางจังหวัดพระนคร
โดยมีชื่อว่า “มัสยิดซีรอยุดดีน” ซ่ึงแปลว่า ตะเกียงส่องแสงสว่างของศาสนา และนายจำปี บู่หาด
ได้อทุ ศิ ที่ดนิ ติดกับมสั ยิดเพ่มิ อกี จำนวน 1 ไร่ 31 ตารางวา
ปัจจุบันมัสยิดมีที่ดิน 2 ไร่ 46 ตารางวา มีท่ีดินท่ีใช้เป็นสุสานฝังศพ (กุโบร์) 1 ไร่ 3 งาน
7 ตารางวา โดยมีโรงเรียนสอนศาสนามัดดารอตุ้ลอิสลาม และสถาบันสอนศาสนาเนี๊ยะมาตุ้ลอิสลาม
ตัง้ อยใู่ นมัสยิดดว้ ย
4. มัสยดิ นรู ุ้ลฮูดา (คลองสองตน้ นุน่ )
ทตี่ ัง้ : หมทู่ ี่ 5 ซอยร่มเกล้า 14 ถนนร่มเกลา้ แขวงมนี บุรี กรุงเทพมหานคร 10510
มัสยิดนูรุ้ลฮูดา ต้ังขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีเศษมาแล้ว เดิมเป็นอาคารไม้สักทรงไทย
อยู่บนเน้ือท่ี 6 ไร่ 80 ตารางวา ต่อมาได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม โดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม
และหลวงบริภัณฑ์ยุทธกิจ ซ่ึงเป็นสัปบุรุษของมัสยิด ภายหลังอาคารดังกล่าวชำรุดทรุดโทรมมาก
คณะกรรมการมสั ยดิ จึงได้สร้างอาคารคอนกรตี เสริมเหลก็ เมือ่ ประมาณ พ.ศ.2537
5. มัสยิดอตั ตัก๊ วา (คลองสองตน้ นุ่น)
ทีต่ ้ัง : เลขที่ 21 ซอยรม่ เกลา้ 6 ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบรุ ี เขตมีนบรุ ี กรงุ เทพมหานคร
10510
มัสยิดอัตต๊ักวา สร้างเม่ือประมาณ พ.ศ.2492 นายเลาะห์ พงษ์เพ็ง และญาติ อุทิศที่ดิน
จำนวน 5 ไร่ เพื่อสร้างอาคารมัสยิดคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กว้าง 5 วา ยาว 9 วา ต่อมามีการ
ยุบอาคารเหลือเพียงชั้นเดียว ปัจจุบันมีอาคารสอนศาสนา 2 หลัง สำหรับสอนเยาวชนในชุมชน
คลองสองตน้ นนุ่ และชุมชนใกล้เคยี ง
6. มัสยดิ อัลฮูดา (คลองสามประเวศ)
ที่ต้ัง : เลขที่ 5 หมู่ท่ี 15 เส้นทางลัดถนนสุวิทวงศ์ - ร่มเกล้า แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี
กรงุ เทพมหานคร 10510
มัสยิดอัลฮูดา ได้ขอจดทะเบียนและได้ทะเบียนเลขท่ี 5 เมื่อวันท่ี 29 พ.ย. 2491 ต่อมา
อาคารหลังเก่าได้ชำรุด คณะผู้บริหารได้มีการปรึกษาหารือเพื่อท่ีจะสร้างอาคารหลังใหม่แทน
หลังเก่าที่ชำรุดได้มีมติสร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารไม้ทรงปันหยาชั้นเดียว และได้ใช้อาคาร
หลังดังกล่าวเป็นระยะเวลาประมาณ 50กว่าปี ต่อมาอาคารหลังดังกล่าวได้ชำรุดและมีผู้มา
ประกอบศาสนากิจมากขึ้น ทางคณะกรรมการได้มีมติสร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีต
เสริมเหล็กสองช้ันคร่ึง มีขนาดเน้ือท่ี 1 ไร่คร่ึง ได้วางรากฐานเม่ือวันที่ 17 พ.ค. พ.ศ.2537
โดยอาจารยม์ านติ วทิ ยานนท์ เป็นประธานวางศิลารากฐาน
7. มัสยดิ อันนรู อยน์ (บึงขวาง)
ที่ตั้ง : เลขท่ี 22/3 หมู่ที่ 4 ถนนบึงขวาง แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510
มัสยิดอันนูรอยน์ สรา้ งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2526 เป็นอาคารชั้นเดียว กว้าง 8 เมตร
ยาว 16 เมตร โดยนายยูซบ หมัดนุรักษ์ และนางฟีซะห์ หมัดนุรักษ์ อุทิศท่ีดิน จำนวน 5 ไร่
เพ่ือก่อสร้างมสั ยิดและกุโบร์ ปจั จุบันในบริเวณมัสยดิ มีศนู ย์อบรมสอนศาสนาอิสลามและจรยิ ธรรม
ประจำมัสยดิ มีการจดั ต้ังศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ กอ่ นวยั เรยี น มีศูนยส์ ขุ ภาพชมุ ชน และท่ีทำการชมุ ชน
8. มสั ยิดอัลบุ๊ซรอ (คลองส่ีวังเลก็ )
ท่ีตงั้ : 65 หม่ทู ี่ 17 ถนนสวุ ินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมนี บรุ ี กรุงเทพมหานคร 10510
มัสยิดอัลบุ๊ซรอ (คลองสี่วังเล็ก) สร้างเม่ือ พ.ศ.2489 บนพื้นท่ี 3 ไร่เศษ โดยนางเล็ก
มุสตอฟาดี วากัฟ (อุทิศ) ท่ีดินให้สร้างพร้อมเงิน 600 บาท รวมกับเงินบริจาคของอิสลามิกชน
อีก 3,000 คน ซื้อบ้านทรงไทยใช้เป็นมัสยิด ต่อมาจึงขายท่ีดินแถวคลองไผ่เหลืองเพื่อนำเงิน
มาสร้างมัสยดิ หลังน้ีเป็นไม้แดงทง้ั หลัง สรา้ งเสรจ็ เมอ่ื ปี พ.ศ.2500
9. มัสยดิ นูรุลฮีดายะห์ (ไผเ่ หลอื ง)
ที่ต้ัง : เลขที่ 92 หมู่ที่ 17 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510
มัสยิดนูรุลฮีดายะห์ (ไผ่เหลือง) ก่อต้ังในปี พ.ศ.2499 นายมิ๊และนางนะห์ โต๊ะหมัน
ได้บริจาคท่ีดินแห่งน้ีประมาณ 1 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา ให้สร้างมัสยิดเป็นอาคารไม้ช้ันเดียว
ใต้ถุนสูง กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร ได้ต้ังช่ือว่ามัสยิด “นูรุลฮีดายะห์” ซ่ึงมีความหมายว่า
“แสงสว่างแห่งทางนำ” ในปี พ.ศ.2524 ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างมัสยิดเป็นอาคารคอนกรีต
เสรมิ เหล็ก กว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร และต่อมาปี พ.ศ.2537 ได้สร้างส่วนต่อหน้าอาคารมัสยิด
ทางทิศตะวนั ออกเพมิ่ เติมดงั ทไี่ ด้เห็นในปจั จุบนั
10. มสั ยดิ เราะห์มาตุ้ลอิสลามียะ (บ้านเกาะไผ่เหลอื ง)
ที่ตั้ง : หมู่ที่ 4 ซอยคลองบึงใหญ่ ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510
มัสยิดเราะห์มาตุ้ลอิสลามียะ มีพ้ืนที่ 3 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา จัดต้ังโดย นายริดดูวาลย์
มะซอ มัสยิดหลังใหม่ได้ก่อสร้างเม่ือวันท่ี 15 มกราคม 2543 กว้าง 28 เมตร ยาว 44 เมตร
งบประมาณ 15 ล้านบาท ในบรเิ วณมัสยิดมีโรงเรียนสอนศาสนา ชื่อโรงเรยี นเราะหมาตุล้ อสิ ลามยี ะ
11. มัสยดิ อัลมาดานี
ท่ีต้ัง : เลขท่ี 2/1 หมู่ท่ี 8 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510
กอ่ ตั้งเม่ือวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 มีพื้นท่ีประมาณ 1.5 ไร่ คณะกรรมการประจำมัสยิด
ประกอบด้วย นายอับดุลเราะหม์ าน เดชเล่ย์
12. มสั ยิดอดิ ดฮาดรอ์ ูลูมุดดีน (แสนแสบฝัง่ ใต)้
ที่ตั้ง :เลขท่ี 29/1 ถนนราษฎร์อุทิศ 17 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510
มัสยิดอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน ต้ังอยู่ในชุมชนอิดดฮาดร์พัฒนา ก่อต้ังขึ้นเม่ือปี พ.ศ.2485
โดยนายซำซุดดิน หวังบู่และคณะ หลังจากที่นายซำซดุ ดิน หวังบู่ซึงไดเ้ ดินทางไปศกึ ษาศาสนาอิสลาม
ท่ีประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นเวลา 12 ปี เมื่อเดินทางกลับประเทศไทย ได้เปิดโรงเรียนสอน
ศาสนาอิสลาม ช่ือโรงเรียนอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน มีลูกศิษย์มากมายประกอบกับประชากรริมสองฝ่ัง
คลองแสบแสนมีจำนวนเพ่ิมมากขึ้นจึงมีการปรึกษาหารือ เพ่ือจัดต้ังมัสยิดสถานโดยใช้อาคารเรยี น
ทรงป้ันหยาเป็น ศาสนสถาน จัดเป็นท่ีละหมาดวันศุกร์และละหมาดประจำวัน พร้อมทั้งใช้เป็น
โรงเรยี นสอนศาสนาตลอดมา
ในปี พ.ศ.2492 คณะกรรมการไดม้ ีการปรึกษาหารือรว่ มกันเพื่อขอจดทะเบียนเป็นมสั ยิด
ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการจดทะเบียนเป็นมัสยิด ณ ศาลากลางจังหวัดพระนคร
ลำดับที่ 9 ชื่อมัสยิด “อิดดฮาดร์อูลูมุดดีน” ต้ังอยู่บนท่ีดินของ นายซำซุดดิน หวังบู่ ถึงแก่กรรม
วันท่ี 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2509 ท่ีดินแปลงโฉนดเลขที่ 157 หมู่ที่ 1 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี
กรุงเทพมหานคร จำนวน 12 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา ซึ่งเป็นสถานที่ต้ังของมัสยิด และโรงเรียน
อิดดฮาดร์อูลูมุดดีน และได้บริจาคที่ดินและโอนกรรมสิทธ์ิเลขท่ี 157 ดังกล่าว จำนวน 12 ไร่
3 งาน 16 ตารางวา ให้เป็นกรรมสิทธ์ิของมัสยิดอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน เมื่อวันท่ี 27 กรกฎาคม
พ.ศ.2515 เป็นตน้ มา
ปัจจุบันมัสยิดอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน มีศูนย์บริการสาธารณสุขสาขาอิดดฮาดร์ โรงเรียนสอน
ศาสนา ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์จริยธรรมประจำมัสยิด ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
สำนกั งานสมาคมนกั เรียนเก่าอาหรบั และลานกีฬาต้านยาเสพตดิ
13. มัสยดิ กมาลุ้ลเอยี ะหซ์ าน (แสงวมิ าน)
ท่ีตัง้ :เลขท่ี 132 ซอยแสงมาย ถนนราษฎร์อุทศิ 26 แขวงแสนแสบ เขตมนี บุรี
กรงุ เทพมหานคร 10510
มัสยิดกมาลุ้ลเอียะห์ซาน สร้างเมื่อ พ.ศ.2524 โดยมีผู้ร่วมก่อต้ัง ประกอบด้วย นายฮาซัน
มานวงศ์ นายยูซบ มานวงศ์ นายกอเซ็ม แสงมาน นายดลการีม มานวงศ์ ในพื้นท่ี 6 ไร่
ประกอบด้วย อาคารมัสยิด อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนสอนศาสนา 2 โรงเรียน คือมัสยิด
กมาลุ้ลเอียะห์ซานและมูลนิธิธรรมานุสรณ์ บรรพบุรุษของคนในระแวกนี้เป็นมุสลิมท่ีอพยพมาจาก
รฐั ไทรบุรี ในสมยั รัชกาลท่ี 3
14. มัสยิดอัลเอียะห์ซาน (ศาลาคู้)
ท่ีต้งั : หมูท่ ี่ 5 ถนนราษฎรอ์ ุทศิ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรงุ เทพมหานคร 10510
มัสยิดอัลเอียะห์ซาน เดิมเป็นอาคารไม้หลังคาทรงปั้นหยา กว้าง 8 เมตร ยาว 12.50 เมตร
เรียกว่า “บาแลคู้ล่าง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 ได้มีอาคารไม้หลังใหม่แทนหลังเดิมซึ่งชำรุด
ทรุดโทรม และในปี พ.ศ. 2529 คณะกรรมการมัสยิดเห็นว่าอาคารหลังเก่าได้ชำรุด จึงได้มีมติ
สร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ช้ัน กว้าง 18 เมตร ยาว 32 เมตร เน้ือที่
ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน อาคารมัสยิดกอ่ สรา้ งเสร็จเม่ือประมาณ พ.ศ. 2540 ตั้งอยู่บนถนนราษฎร์อุทิศ
ในบริเวณมัสยิดประกอบด้วยโรงเรียนสอนศาสนาคือโรงเรียนนูรุ้ลเอียะห์ซาน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
กอ่ นวยั เรยี น ชมุ ชนคูล้ ่างสรา้ งสรรค์ และศูนยพ์ ฒั นาสุขภาพชมุ ชน
15. มสั ยดิ นูรลุ้ ญันนะฮ์
ทต่ี ้ัง : ถนนบงึ ขวาง แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
มสั ยิดนูรลุ้ ญันนะฮ์ เป็นอาคารสูง 2 ช้ัน มีเน้ือท่ีประมาณ 400 ตารางกโิ ลเมตร กอ่ ต้งั เม่ือ
วนั ที่ 22 กันยายน 2557
16. มัสยิดอะห์ลิสซุนนะห์วล้ั ยะมาอะห์
ทตี่ ง้ั : ซอยราษฎร์อทุ ศิ 62/1 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
มัสยิดอะห์ลิสซุนนะห์วั้ลยะมาอะห์ เป็นอาคารยกพื้นสูง มีเนื้อท่ีทั้งหมดประมาณ 3 ไร่
กอ่ ต้ังข้นึ เมือ่ วันท่ี 10 เมษายน 2557
สถานทส่ี ำคญั ของศาสนาครสิ ต์ 10 แห่ง
ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มคี นนับถือโลก ซงึ่ ในเขตมีนบุรมี ีประชาชนทน่ี ับถือศาสนาคริสต์
อยู่ไม่น้อย โดยปรากฏศาสนสถานท่ีเป็นแหล่งรวมคริสต์ศาสนิกชนกระจายอยูท่ ่ัวไปท้ังโบสถ์คริสต์
คริสตจักรสถาน โดยคริสต์ชนในเขตมีนบุรี มีท้ังท่ีนับถือนิกายโรมันคาทอลิก และนิกาย
โปรเตสแตนต์ ซึ่งมคี วามแตกต่างกนั
นิกายโรมันคาทอลิก มีพระสันตะปาปาเป็นประมุขโดยสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอัครสาวก
กลุ่มแรก โดยถือว่านักบุญเปโตรหรือเซนต์ปีเตอร์ คือพระสันตะปาปาพระองค์แรก โดยนิกาย
โรมันคาทอลิก จะมีนักบวชท่ีเรียกว่า บาทหลวงหรือซิสเตอร์ มีการให้เกียรติและยกย่องพระนาง
มาลี แม่ของพระเยซูเป็นพิเศษ และเรียกพระนามว่า “แม่พระ” มาจากคำว่ามารดาของพระเจ้า
นิกายโรมันคาทอลิกจะยกย่องวีรบุรุษหรือวีรสตรีทางศาสนา หรือเรียกง่าย ๆ ว่าบุคคลที่ดำเนิน
ชีวิตตามแบบอย่างพระเยซูอย่างดีมาก จึงมั่นใจว่าเขาได้ไปสวรรค์แน่นอน โดยเรยี กว่าเป็นนักบุญ
โบสถ์คาทอลิกทุกแห่งถือเป็นหนึ่งเดียวกันขึ้นตรงต่อกรุงวาตกิ ันและองคพ์ ระสันตะปาปา ซ่ึงในเขต
มนี บรุ ีมวี ดั นกั บุญโทมัส อไควนัส เปน็ ศาสนสถานในนิกายโรมนั คาทอลกิ ของศาสนาครสิ ต์
วดั นกั บญุ โทมสั อไควนัส
นกิ ายโปรเตสแตนต์ ในประเทศไทย แบ่งเปน็ 4 สาย
สำคัญๆ ได้แก่ สายสภาคริสตจักรในประเทศไทย สายสหกิจ
ครสิ ตจักร สายสหแบ๊บติสท์ และเซเวนต์เดยแ์ อดเวนทิสต์
นอกจากนั้นยังมีครสิ ตศ์ าสนกิ ชนที่ไม่มีสงั กดั เรยี กตนเองว่า
คริ สตจั กรอิ สระ นิ กายโปรเตสแตนต์ ไม่ มี นั กบวช
แต่ผู้ถวายตัว รับใช้พระเจ้า
เรียกว่า ศาสนจารย์หรือ
ศิ ษ ยาภิ บาลหรื อเรี ยกว่ า
ผู้ประกาศ ซ่ึงจะแต่งงานหรือไม่แต่งงานก็ได้ นิกายโปรเตสแตนน์
ไม่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพระนางมาลีหรือนักบุญ แต่จะเน้น
การเข้าถึงพระเยซูเจ้าโดยตรงด้วยตนเอง สถานท่ีประกอบกิจกรรม
ทางศาสนาของโปรเตสแตนน์เรียกวา่ ครสิ ตจกั ร
ในเขตมนี บรุ ี มคี รสิ ตจักรทงั้ ขนาดเลก็ และขนาดใหญ่กระจายอยทู่ ่วั ไป จำนวน 9 แหง่
1. ครสิ ตจักรเป็นความรกั ของพระคริสต์
2. คริสตจกั รของพระเจ้าพระรัสมี
3. คริสตจกั รเบธเอลไทย
4. ครสิ ตจกั รประทีปมีนบรุ ี
5. ศาลาธรรมเก้าพระพร
6. ครสิ ตจักรพระพรไทย
7. คริสตจกั รพระคริสตธรรม
8. คริสตจกั รต้นไมแ้ ห่งชวี ิต
9. ครสิ ตจกั รกจิ การของพระครสิ ต์ (Acts of Christ Church)
สถานท่ีท่องเที่ยวในเขตมนี บรุ ี
ตลาดนำ้ ขวัญเรยี ม
ต ล า ด น้ ำ ส ร้ า ง ขึ้ น จ า ก แ น ว คิ ด ก า ร
จ ำ ล อ ง วิ ถี ชี วิ ต ข อ ง ช าว ริ ม น้ ำ ค ล อ ง แ ส น แ ส บ
เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วิถี
ชีวิตริมน้ำ ท้ังภาพพระท่ีออกบิณฑบาตทางเรือ
การทอดผ้าป่าทางน้ำ การแสดงทางวัฒนธรรม
และการสืบทอดประวัติศาสตร์ของคลองแสนแสบ
ท่ีอยู่คู่กรุงเทพฯ มาต้ังแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์
นอกจากจะเป็น เส้นทางคมนาคมท่ีสำคัญในอดีตแล้วยังเป็นต้นกำเนิดของนิ ยายโศกนาฏกรรม
รักอมตะ เร่ือง แผลเก่า ท่ีมีตัวเอกคือ ขวัญกับเรียม ตลาดน้ำขวัญเรียม เป็นหนึ่งในสีสันของชาว
กรงุ เทพฯ ท่ีบอกเลา่ ความเป็นมาของวัดบำเพ็ญเหนือ และวัดบางเพ็งใต้
จุดเด่นของตลาดน้ำขวัญเรียม คือ สะพานเรือที่เช่ือมระหว่างตลาดน้ำวัดบำเพ็ญเหนือ
และวัดบางเพง็ ใต้
ตลาดมีนบรุ ี
ตลาดมีนบุรเี ป็นชุมชนการค้าขนาดใหญ่
มพี นื้ ท่ี 2 ฝงั่ คือ ด้านทิศใต้ชื่อวา่ มีนบรุ ี (1) และ
ทิศเหนือ คือ ศูนย์การค้ามีนบุรี ภายในตลาด
จะมีสินค้าท่ีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น
อาหาร เส้ือผ้า กระเป๋า รองเท้า เคร่ืองสำอาง
ของใช้ในบ้าน ต้นไม้ ของเล่น เฟอร์นิเจอร์
สตั ว์เล้ียง เป็นตน้
ภายในศูนย์การคา้ จะแบง่ โซนสนิ คา้ ไว้เปน็ ส่วน ๆ เช่น โซนมีนบุรสี แควร์ โซนตลาดสด
โซนอาคารพาณชิ ย์ โซนตลาดนัด โซนตลาดของเก่า โซนพลาซ่า โซนสนิ คา้ อเิ ล็กทรอนิกส์
ตลาดมีนบุรีมีชื่อเสียงด้านบริการสินค้า
ในราคาที่เป็นธรรม มีป้ายบอกราคาสินค้าชัดเจน
เมื่อปี พ.ศ.2546 ได้รับรางวัลชมเชยการประกวด
ตลาดสดเพื่อผู้บริโภคดีเด่นจากกรมการค้าภายใน
กระทรวงพาณิชย์ และได้รับประกาศเกียรติคุณ
จากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้เป็นตลาด
ทมี่ เี ครอ่ื งช่ังมาตรฐานยุตธิ รรมแกผ่ ้บู ริโภคอกี ดว้ ย ทม่ี า : หมีเปด็ ไปทั่วโลก
ภาพรวมของตลาดมีนบุรีกล่าวได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนรถขนาดใหญ่ เป็นชุมสายรถบริการ
สาธารณะครบทุกรปู แบบ อาทิเช่น อู่รถ ขสมก. ซึ่งมีทั้งรถร้อนและรถเย็นหลายสาย ท่ารถตู้ ซ่ึงมี
เส้นทางว่ิงมากกว่า 15 สาย ท่ารถสองแถวหลายสายหลายเส้นทาง ตลาดมีนบุรีต้งั อยูต่ ิดทั้งคลอง
แสนแสบและคลองสามวา จึงมีท่าเรือสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางทางน้ำเพื่อมาจับจ่ายใช้สอย
ซ่ึงมีทั้งท่าเรือของเอกชนและของรัฐ ทำให้ตลาดมีนบุรีเป็นตลาดชุมชนการค้าท่ีคึกคัก มีผู้มา
ใช้บริการตลอดเวลา
ตลาดนัดจตุจกั ร 2
เป็นตลาดชื่อดังท่ีมีการปรับปรุงใหม่ ต้ังอยู่ไม่ไกลจากตลาดเก่ามีนบุรีช่ือทางการว่า
ตลาดนัดจตุจักร 2 ตั้งอยู่บนถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี มีพื้นท่ีประมาณ 30 ไร่ ตลาดมีนบุรี
เดิมมีเพียงแห่งเดียวคือตลาดเก่ามีนบุรีริมคลองแสนแสบ ซ่ึงเปิดมานานกว่า 60 ปี แต่ถูกไฟไหม้
เสียหาย ต่อมากรุงเทพมหานครมีนโยบายจะเปิดตลาดนัดบรเิ วณชานเมืองเพ่ิมขึ้น ทางด้านฝั่งธนบุรี
หรอื เขตรอบนอก เชน่ เขตมนี บุรี เขตหนองจอก เขตลาดกระบงั เพอ่ื กระจายความเจริญออกไป
กองอำนวยการตลาดนดั กรุงเทพมหานครไดพ้ ยายาม
เสาะแสวงหาที่ดินที่เหมาะสมสำหรับจัดเป็นตลาดนัด
ในพ้ืนที่ ปรากฏว่าเส้นทางเข้า-ออกด้านถนน
สีหบุรานุกิจ ปากทางเข้าเป็นสถานธนานุบาลของ
กรุงเทพมหานครเลยเข้าไปจะเป็นที่ดินว่างเปล่า
จึงได้มีการจัดต้ังที่ดินแห่งนี้เป็นตลาดนัดจตุจักร 2
มีสินค้าหลากหลายประเภทตั้งแต่เส้ือผ้า ของใช้
จนถึงของสด และสัตว์เลี้ยง ร้านของเก่าของโบราณ นอกจากน้ียังมีของทะเล ทั้งปู ปลา กุ้ง
ปลาหมึก และปลาสลิดหอม มีร้านเซรามิก และเปิดสอนสาธิตวิธีการทำเคร่ืองป้ันให้แก่ผู้ที่สนใจ
ในโซนสัตว์เลี้ยงมีสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น ปลา นก สุนัข เป็ด ไก่ เป็นต้น โซนท่ีน่าสนใจอีกโซนหน่ึง
คอื โซนตน้ ไม้ พืชสวน กลว้ ยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ร้านขายของตกแต่งสวน สวนประดบั และอนื่ ๆ
ศาลเจา้ เจียวตี่เหลา่ เอ้ีย
ศาลเจ้าแม่แห่งน้ีมีอายุกว่า 100 ปี
มีมาพร้อมกับการสร้างชุมชนหมู่ 9 (ชุมชน
มีนบุรีอุปถัมภ์ในปัจจุบัน) ของพี่น้องชาวจีนท่ี
ค้าขายในเมืองมีนบุรี เดิมเป็นศาลเจ้าไม้ต้ังอยู่
ริมคลองแสนแสบในสถานท่ีท่ีตั้งอยู่ปัจจุบัน
ตอ่ มาเกิดเหตุเพลิงไหม้คร้ังใหญ่ ชุมชนแหง่ นี้
ถูกไฟเผาผลาญไปครึ่งชุมชนรวมถึงศาลเจ้า
แต่องคเ์ จียวต่ีเหล่าเอ้ีย นายสายยัน เผือกอุดม
ได้อุ้มออกมา กระโดดหนีไฟลงไปในคลองแสนแสบและว่ายน้ำข้ามฝั่งมาข้ึนที่ตลาดเก่ามีนบุรี
ได้อย่างปลอดภัย ทั้ง ๆ ท่ีขณะเกิดเพลิงไหมน้ ้ำในคลองแสนแสบมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงอยู่ หลังจาก
เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งน้ัน ผู้ค้าขายและประชาชนเชื้อสายจีนจึงได้ร่วมกันบูรณศาลเจ้าแห่งน้ีข้ึนใหม่
เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน ถูกต้องตามลักษณะ ฮวงจุ้ย ต้ังตระหง่านริมคลองแสนแสบดังที่เห็นใน
ปัจจุบนั
องค์เทพเจ้าเจียวต่ีเหล่าเอ้ีย สร้างด้วย
ไม้มงคลซ่ึงได้มาจาก อำเภอโผวเล้ง มลฑลกวางตุ้ง
ประเทศจีน นำมาสักการะบูชาเป็นท่ีนับถือกัน
อย่างมาก
ศาลเจ้าแห่งนีเ้ ป็นศนู ยร์ วมความเชอ่ื และความศรทั ธาของชาวไทยเชอ้ื สายจีน มีการกราบไหว้
ขอพรเทพเจ้าก่อนออกไปค้าขาย มีการหาทุนทรัพย์เพ่อื ส่งเสริมการศึกษา ดูแลงานสาธารณประโยชน์
ของพ่ีน้องชุมชนย่านมีนบุรี โดยจัดต้ังโรงเรียนจีนหรือโรงเรียนมีนประสาทวิทยาข้ึน ซ่ึงปัจจุบันมี
ดร.สธุ ี มีนชัยนันท์ เปน็ ผดู้ แู ล
ในแต่ละปีศาลเจ้าจะมีการจัดงานฉลองวันเกิดเทพเจ้าเจียวต่ีเหล่าเอ้ีย ทำให้มีรายได้
จากการประมลู วัตถมุ งคล ผลไม้ และเงินบรจิ าคจากผู้มจี ติ ศรัทธา
ศาลเจา้ พอ่ กวนอู (ตลาดจตจุ กั ร 2 มีนบุร)ี
ศาลเจ้าแห่งน้ีก่อสร้างข้ึนในปี พ.ศ. 2512
โดยกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัยครั้งใหญ่
ในช่วงน้ัน ได้รวมตัวกันขอใช้พื้นที่ของทางราชการ
เพื่อปลูกสร้างอาคารพาณิชย์เรียกว่า “ตลาดใหม่
สุขาภิบาลมีนบุรี”และก่อสร้างศาลเจ้าแห่งน้ีขึ้น
เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ทย่ี ึดเหนย่ี วจติ ใจ
ต่อมามีการขยายสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร จัดเป็นตลาดนัดเมืองมีน (จตุจักร 2)
จนมีผู้ค้ามากข้ึนจึงยุบอาคารตึกแถวเป็นอาคารตลาดปัจจุบัน แต่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังคงอยู่และเป็นที่
สกั การะของชาวตลาดจตจุ กั ร 2 มาจนถึงทุกวันนี้
ศาลเจ้าพ่อกวนอูจะมีการจัดงานขอบคุณเทพเจ้ากวนอูที่คุ้มครองให้ชาวมีนบุรีอยู่เย็น
เป็นสุข ค้าขายรุ่งเรือง เป็นประจำทุกปี มีการประมูลสิ่งของหารายได้เพื่อใช้ในงานสาธารณกุศล
มีการแสดงอุปรากรจนี การบริหารงานอยู่ในความดแู ลของชมรมศาลเจา้ มีนบรุ ี
ชมรมศาลเจ้ามีนบุรี ก่อต้ังโดยความร่วมมือร่วมใจของชาวไทยเช้ือสายจีนในตลาดมีนบุรี
และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารจัดการรายได้ของศาลเจ้าทั้ง 3 แห่ง
ขา้ งตน้ โดยกำหนดวตั ถุประสงค์ในการบริหารจดั การดูแล ดังนี้
1. เพอ่ื การดแู ลซอ่ มแซมบรู ณะศาลเจา้ ท้ัง 3 แห่ง
2. เพ่ือสนบั สนุนกจิ การของโรงเรียนมีนประสาทวทิ ยา
3. เพ่อื สนับสนุนงานสาธารณประโยชนแ์ ละสาธารณกศุ ล เชน่ ศูนย์ฟอกไต, ศูนย์เรียนรู้
และฟนื้ ฟูเดก็ พเิ ศษมีนบุรี และสภาวัฒนธรรมเมอื งมีนบรุ ี เป็นต้น
4. เพื่อนำรายได้ส่วนหน่ึงจัดงานไทยทานทิ้งกระจาดแจกจ่ายข้าวสารอาหารแห้งแก่
ประชาชนผู้ยากไร้
กำหนดการจัดงานของศาลเจา้ แต่ละแหง่ ดงั นี้
- เดือนเมษายน งานประจำปีศาลเจ้าเจียวตเ่ี หล่าเอ้ีย (ชมุ ชนมีนบุรอี ปุ ถมั ป์)
- เดอื นมิถนุ ายน งานประจำปศี าลเจ้าพอ่ กวนอู (ตลาดนดั จตจุ ักร 2)
- เดือนสิงหาคม งานประจำปีไทยทานท้งิ กระจาด (ตลาดนัดจตจุ ักร 2)
- เดือนธันวาคม งานประจำปศี าลเจ้าปงึ เถา่ กงม่า (ตลาดเก่ามนี บุรี)
ตำหนกั พระอวโลกเิ ตศวรโพธิสตั ว์ กวนอมิ มลู นธิ ิกภู้ ยั รม่ ไทร
พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ กวนอิม
นับเป็นพระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพุทธ
ศาสนามหายาน ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาท่ัวโลก
ตำหนักเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร
สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของ ดร.สุธี
มนี ชัยนันท์ และ คุณฉวีวรรณ มีนชัยนันท์
เพื่อให้เป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจของชาวมีนบุรี และประชาชนท่ัวไปให้ดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดี
รว่ มกันช่วยเหลือเพอื่ นมนุษย์ และเปน็ อีกหนึง่ กำลังในการช่วยพฒั นาสังคมและประเทศชาติ
พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมท่ีสร้างข้ึนเป็นปางประทานพรประทับยืนบนดอกบัวเหนือหลัง
มังกร ความสูง 3.60 เมตร เป็นปางที่บำเพ็ญบารมีสำเร็จ เจ้าแม่กวนอิมเม่ือเป็นมนุษย์พระชาติ
สุดท้ายทรงเกิดเป็นพระราชธิดาองค์ท่ี 3 ของจักพรรดิเมี่ยวจวงผู้ปกครองอาณาจักรซิงหลิง
พระธิดาเมี่ยวซัน เป็นผู้มีเมตตาและชอบถือศีลกินเจแต่จักรพรรดิเมี่ยวจวงผู้เป็นพระบิดาไม่เห็นด้วย
และพยายามขัดขวาง ครง้ั หนงึ่ ขณะที่พระธดิ าเมี่ยวซันบำเพ็ญบุญที่เกาะโพวถอ่ ซัว กอ่ นท่จี ะสำเร็จ
โพธิจิต พระเจ้าเมี่ยวจวงได้ยกทัพใหญ่มาขัดขวาง บุกข้ึนเกาะทำลายบ้านเรือน เผาโรงเจ
แต่พระธิดาเม่ียวซันไม่หนี พระอินทร์หรือเง็กเซียนฮ่องเต้ต้องใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้พระราชธิดา
ลอยขึ้นไปบนฟ้าแล้วดับไฟทั้งหมด พระธิดาจึงได้เทศน์โปรดจนพระบิดาสำนึกบาปกลับใจหันมา
บำรุงพระศาสนา ตอนพระธิดาเมี่ยวซันลอยลงมาจากอากาศ เง็กเซียนฮ่องเต้ได้เนรมิตดอกบัว
มารองรับไว้จงึ ปรากฏองคส์ มมติ เจา้ แม่กวนอมิ ปางประทานพรยืนประทับบนดอกบวั ขน้ึ
เจา้ แม่กวนอิมปางประทับยนื บนดอกบัว ด้วยทรงมีเมตตาอเนกอนนั ต์
ทรงพระกรุณาต่อสรรพสตั ว์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เชือ่ กนั วา่ ด้วยพระญาณบารมี
ของพระโพธิสัตว์กวนอิม จะคุ้มครองปกปักรักษาให้ประสบความสำเร็จ
ในทุกประการ อีกท้ังปลอดภัยจากอุบัติภัยท้ังปวง สมหวังในส่ิงที่
พึงปรารถนา ในเทศกาลสำคัญจะมีประชาชนและผู้มีจิตศรัทธามากราบไหว้
อธิษฐานขอพร ขอใหค้ รอบครวั อยูเ่ ย็นเปน็ สุข
สวนเฉลิมพระเกยี รติ ร.9 เขตมีนบุรี
สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตมีนบุรี ต้ังอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานเขตมีนบุรี ได้ขอ
พระราชทานชื่อ “สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9” เน่ืองในวโรกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อย่หู วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 5 ธนั วาคม พ.ศ.2530
ในปี พ.ศ. 2544 ได้มีการขอพระราชทาน
จั ด ส ร้างพ ระ บ รม ราช าอ นุ ส าวรีย์ รัช ก าล ที่ 5
พระอิริยาบถทรงยืน ฉลองพระองค์ชุดเสด็จประพาสต้น
ขนาดความสูง 2 เมตร และเรือพระท่ีนั่งยอดไชยา
(เรือมาดยอดไชยยา) จำลองขึ้นไว้ในสวน เพื่อระลึกถึง
ในอดีตท่ีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงเสด็จประพาสคลองแสนแสบทางชลมารคด้วย
เรือพระที่น่ังยอดไชยา (เรือมาดยอดไชยา) ในเดือน
มกราคม พ.ศ.2451 และเสด็จมาประทับใกล้กับ
บริเวณพื้นทด่ี งั กลา่ ว (จวนผู้วา่ ราชการจังหวดั มีนบรุ ี)
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ-
พระเทพรัตนราชสุดาฯ ขณะดำรงพระราชอสิ รยิ ยศ
เป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี เสด็จแทนพระองค์ในการเปิดพระบรม-
ราชานุสาวรีย์ เม่ือวันท่ี 20 ธันวาคม พ.ศ.2545
เวลา 16.00 น. โอกาสนี้ทรงปลูกต้นพิกุลไว้เป็น
ที่ระลึก นอกจากน้ียังมีหอพระเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดมีนบุรี
“พระพุทธรังสสี วัสดิรงั สรรค”์ หน้าตัก 39 นิ้ว ซ่งึ ได้รบั พระราชทานมาจากสมเด็จพระญาณสงั วร-
สมเด็จพระสงั ฆราชสกลมหาสังฆปรินายก
ในสวนดังกล่าวยังมีหอนาฬิกาอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี
บริเวณสวนมีการทำสวนสมุนไพรและปลูกต้นไม้มงคล 9 ชนิด ได้แก่
ต้นราชพฤกษ์ ต้นขนุน ต้นชัยพฤกษ์ ต้นทองหลาง ต้นไผ่สีสุก
ต้นทรงบาดาล ต้นสัก ต้นพยุง ต้นกันเกรา มีลานเอนกประสงค์ และ
เวทีแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งใช้ในการทำกิจกรรมส่วนรวม และงานพิธี
เพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม อาทิ งานพระราชพิธีต่าง ๆ
งานหล่อเทยี นพรรษา งานสงกรานต์ งานปิยมหาราช และอน่ื ๆ
พพิ ิธภัณฑท์ อ้ งถ่นิ เมอื งมนี บุรี
พิพิธภัณฑ์ท้องถ่ินเมืองมีนบุรี เป็นอาคารไม้สัก ยกพื้นทั้งหลัง เป็นสถาปัตยกรรม
ผสมผสานระหว่างสมัยธนบุรีและรัตนโกสินตอนต้น สร้างขึ้นเม่ือปี พ.ศ.2445 ซ่ึงเคยใช้เป็น
ศาลาว่าการจังหวัดมีนบุรีมาก่อน เมื่อครั้งท่ีมีนบุรีมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ในสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อาคารหลังน้ียังได้ขึ้นทะเบียนเป็น
โบราณสถานของกรมศิลปากร เม่ือปี พ.ศ.2544 อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์
ท้องถิ่นเมืองมีนบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมให้กับชนรุ่นหลัง ซึ่งได้เริ่ม
เปดิ ให้บรกิ ารเข้าเยี่ยมชม เมอ่ื วันที่ 11 มิถนุ ายน 2551
ภายในจัดแสดงเป็นห้องต่าง ๆ บอกเล่าเร่ืองราวประวัติศาสตร์และความสำคัญของ
เมืองมีนบุรี วิถีชีวิตของผู้คนกับคลองแสนแสบ และเคร่ืองมือเครื่องใช้ในอดีต ตลอดจนเรื่องราว
อันเก่ียวเนื่องกับศาสนาในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีเร่ืองราวเกร็ดประวัติศาสตร์ของอาคารศาลา
วา่ การเมอื งมนี บุรหี ลังเก่าใหไ้ ดร้ ับชมดว้ ย
จดั ทำโดย
ฝ่ายพฒั นาชมุ ชนและสวสั ดิการสงั คม
สำนักงานเขตมนี บุรี
ถนนสหี บุรานุกจิ แขวงมีนบุรี เขตมนี บุรี กรุงเทพฯ 10510
โทรศพั ท์ 0-2540-7156, 0-2540-7160, 0-2914-5830
โทรสาร 0-2914-5830