The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kunwadee12345, 2021-06-14 01:57:40

เที่ยวพิพิธภัณฑ์มีนบุรี ใน E-Book

มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร ได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.สุธี มีนชันนันท์ ดำเนินการจดทะเบียน

เป็นมูลนิธิ ในปี พ.ศ.2536 ใช้ชื่อว่า “มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร” มีเขตพื้นที่รับผิดชอบทั้งใน
กรุงเทพมหานคร จังหวดปทุมธานี จังหวัดสตูล และจังหวัดนครสวรรค์ มีอุปกรณ์ที่พร้อมจะให้การ

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกประเภท ซึ่งนอกจากความช่วยเหลือด้านอุบัติภัยและบรรเทาสาธารณภัย
มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร ยังได้ให้การดูแลช่วยเหลือด้านสาธารณสุขอื่น ๆ อาทิ เปิดคลินิกเวชกรรม

เฉพาะทางไตเทียม มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร เพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยที่ต้องการฟอกไต โดยใช้สิทธิ
ประกันสังคมและสิทธิประกันสุขภาพ เปิดศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิเศษ (มีนบุรี) เพื่อช่วยให้



ความรู้และพัฒนาการแก่เด็กพิเศษ เปดคลินิกเวชกรรมนอกเวลา มูลนิธิกู้ภัย รมไทร เปดศูนย์ฝึก


กีฬาเทควันโด และโรงเรยนเด็กพิเศษมีนบุรี เป็นต้น
มูลนิธิกูภัย ร่มไทร มีที่ทำการอาคารหลังใหม่ อาคารดังกล่าวประกอบด้วยอาคาร




สำนักงาน ห้องประชุม อาคารปฏิบัติการ หองวิทยุสื่อสาร (ศูนย์เอราวณ) สถานีวทยุคนรักเมืองมีน
สถานีย่อย สน.มีนบุรี ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์และให้บริการแก่ประชาชนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
16. มูลนิธิคนรักเมืองมีน














ที่ตั้ง : เลขที่ 64/2 ซอยรามคำแหง 172/2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

10510
ชมรมคนรักเมืองมีน (ชื่อเดิม) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2553 จากการรวมตัว

ของกลุ่มบุคคล ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน มีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ เปนประธานชมรม

ต่อมาได้จดทะเบยนจัดตั้งเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2557 ใช้ชื่อว่า “มูลนิธิคนรักเมืองมีน”

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อดูแลรักษาขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมโบราณ และโบราณวัตถุ
2. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นให้เหมาะสมต่อสภาพการณ์ปัจจุบันและอนาคต

3. เพื่อการสงเคราะห์ และส่งเสรมการศึกษา กีฬา การค้นคว้า และแก้ไขปัญหายาเสพติด

4. เพอเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร หน่วยงาน ภาครัฐ และ
ื่
ภาคเอกชน โดยให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์
5. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

17. ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (มีนบุรี)






























ที่ตั้ง : ภายในตลาดนัดจตุจักร 2 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุร เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

10510

ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร คือศูนย์ฝึกอาชีพที่มุ่งเน้นฝึกอาชีพให้แก่บุคคลทั่วไปที่ยัง

ไม่มีงานทำ ผู้ที่มีเวลาว่างจากงานประจำ หรือผู้ที่ต้องการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ

ไปประกอบอาชีพตามความถนัด ความสนใจ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว


ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (มีนบุรี) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสรมแนวทาง
อาชีพใหม่ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากตลาดนัดจตุจักร 2 ให้ใช้สถานที่ในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพ
กรุงเทพมหานคร (มีนบุรี) โดยมีหลักสูตรการสอนมากมายให้เลือกเรียนตามความต้องการ เช่น
อาหารไทย อาหารและโภชนา เบเกอรี่ กรอบรูปและกัดลายกระจก ดอกไม้ดินไทย ศิลปประยุกต์

ศิลปประดิษฐ์ ร้อยลูกปัด/ของชำรวย แปรรูปสมุนไพร สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ เซรามิก

แกะสลักผักและผลไม้ จัดดอกไม้สด ดีไชน์ เสริมสวย ตัดผมชาย นวดไทยเพื่อสุขภาพ การนวด
ด้วยน้ำมันหอมระเหย และการดูแลสุขภาพและความงามสตรีหลังเรือนไฟ ตัดเสื้อสตรี เย็บจักร

อุตสาหกรรม แพทเทิร์น พิมพ์ดีด(คอมพิวเตอร์เบื้องต้น) คอมพิวเตอร์ ซ่อมโทรศัพท์มือถือ

ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
ทุกหลักสูตรเมื่อเรียนจบแล้วจะได้รับวุฒิบัตร สามารถนำไปทดสอบยกระดับพัฒนาฝีมือ

แรงงานได้ เปิดรับสมัครวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 - 15.00 น. และวันเสาร์ - วันอาทิตย์

เวลา 08.00 - 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดพิเศษ

สถานที่สำคัญทางศาสนา

ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคมไทย ใช้เป็นหลักหรือแนวทางในการดำเนิน

ชีวิตประจำวัน ศาสนาแต่ละศาสนาสอนให้ทุกคนเปนคนดี อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบ ประชาชน

ในเขตมีนบุรีนับถือศาสนาที่หลากหลายทั้งศาสนาพทธ อิสลาม คริสต์ และมีสถานที่ประกอบการ
พิธีกรรมของแต่ละศาสนาเพื่อให้ประชาชนได้มาพบปะหรือทำกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน


สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา 6 วัด

1. วัดแสนสุข



วัดแสนสุข เดิมเปนวัดโบราณ สนนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี ประมาณปี พ.ศ.2315

ไม่ปรากฏนามผู้สร้างแต่เข้าใจว่าชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้น แล้วตั้งชื่อว่า “วัดแสนแสบ” เพราะ
ตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบ

ต่อมาในปี พ.ศ.2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจาอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรง

พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมท้องที่อำเภอคลองสามวา อำเภอแสนแสบ อำเภอเจียรดับ และ

อำเภอหนองจอก รวม 4 อำเภอ ตั้งเป็นเมืองขนานนามว่า “เมืองมีนบุรี” วัดแสนแสบจึงมีฐานะ
เป็นวัดประจำเมืองมีนบุรีมีหลักฐานว่าวัดแสนแสบเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ พ.ศ.2455


ภายในวัดแสนแสบมีโรงเรียนประจำเมืองมีนบุรี
ชื่อ “โรงเรียนมินนครธรรมภาณเมืองมีนบุรี” สันนิษฐานว่า

ตั้งมาก่อน ร.ศ. 131 (พ.ศ.2455) อาศัยศาลาการเปรียญ

เป็นอาคารเรียน มีพระโทน(มินนครกธรรมภาณ)
เจ้าอาวาสเป็นผู้อุปการะและสนับสนุน มีนายคำ เป็นครู

ถือเป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในมีนบุร ี


ต่อมาเมื่ออำเภอแสนแสบได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเปนจังหวัดเมืองมีนบุรี
ถึงได้ย้ายออกจากวัดไปตั้งอยู่ในตัวเมืองมีนบุร ี


ประมาณปี พ.ศ.2450 ได้สร้างอุโบสถวัดแสนแสบเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2458 และได้รับ

พระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2459

ปี พ.ศ.2490 คณะสงฆ์ได้ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดแสบแสน เป็นวัดแสนสุข มาจน

ทุกวันนี้ ภายในวัดมีถาวรวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ
หลังเก่า ยุคโบราณเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อปี พ.ศ.2557 โดยใช้โครงสร้างเดิม

แต่เปลี่ยนเสาไม้เป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก

ศาลาการเปรียญหลังใหม่ สร้างเป็นแบบ
อาคารอเนกประสงค์ คอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น




เมรุสรางเป็นคอนกรีตเสรมเหล็ก มณฑปสรางเป็น
แบบคอนกรีตเสริมเหล็กทรงจตุรมุข และอาคาร
เสนาสนะภายในวัด ประกอบด้วย กุฏิแบบกึ่งไม้

กึ่งคอนกรีต และกุฏิแบบคอนกรีตเสริมเหล็กล้วน



2 ชั้น จำนวน 6 หลัง


2. วัดบางเพ็งใต้
วัดบางเพ็งใต้ สร้างเมื่อปลายสมัย

รัชการที่ 3 (2394) โดยชาวเวียงจันทร์
ที่อพยพมาอยู่บริเวณคลองแสนแสบและ

ตั้งชื่อหมู่บ้านของตนว่า “บางเพ็ง” ร่วมกัน

สร้าง “วัดบางเพ็งเหนือ” ขึ้นทางฝั่งเหนือ
ต่อมาเจ้าอาวาสชื่อ “พระครูดำ” เกิดวิกลจริต

จึงกลับไปรักษาตัวที่กบินทร์บุรี หมอได้รักษา

ท่านจนหาย แต่บอกว่า “ถ้ากลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเดิมจะป่วยหนักกว่าเดิม” ชาวบ้านจึงสร้าง

วัดบางเพ็งใต้ขึ้นในฝั่งตรงข้าม ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมสร้างแบบศิลปกรรมไทยสวยงาม ได้แก่

พระอุโบสถ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2396 เป็นพระอุโบสถไม้ ต่อมามีการปรับปรุงสร้างใหม่ ในปี พ.ศ.
2466 และ ในปี พ.ศ.2513 มีการบูรณะครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากพระอุโบสถไม้เป็นพระอุโบสถปูน

ดังเช่นปัจจุบัน ช่อฟ้าหน้าบันมีลวดลายปิดทองติดกระจก หอสวดมนต์เป็นไม้สักทั้งหลัง

พระประทานในพระอุโบสถ หน้าตักกว้าง 1 เมตรเศษ มือถือดอกบัว บริเวณวัดมีการตกแต่ง
ปลูกไม้ยืนต้น ไม้ดอกไม้ประดับ สวนหย่อมอย่างเป็นระเบียบสวยงาม


3. วัดบำเพ็ญเหนือ

วัดบำเพ็ญเหนือ หรือวัดบางเพ็งเหนือ

ตั้งอยู่ริมคลองแสบแสบเขตมีนบุรี สร้างขึ้นเมื่อ

พ.ศ.2367 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จ

พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 3 โดยกลุ่มผู้อพยพ
ชาวเวียงจันทน์ที่เคยพักอาศัยอยู่ระแวกบางปะ

อินได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐาน อยู่บริเวณคลองแสนแสบ

แ ล ะตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บางเพ็ง” เหตุที่ชื่อ

วัดบางเพ็งเหนือ เพราะตั้งอยู่ทางเหนือของคลองแสนแสบ คู่กับวดบางเพ็งใต้ ต่อมาคำเรียกชื่อวัด

ว่าบางเพ็งได้เพี้ยนเสียงไปเป็น บำเพ็ญ ดังที่เรียกในปัจจุบัน วัดบำเพ็ญเหนือได้วิสุงคามสีมาในปี
พ.ศ.2518


บริเวณโดยรอบวัดบำเพ็ญเหนือเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งบางกะปิ แหล่งเพาะปลูกข้าวสำคัญ

แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในอดีต และทวีความเจริญยิ่งขึ้นในภายหลังจากรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ

ให้ขุดคลองแสนแสบขยายต่อจากบริเวณหัวหมากออกไปยังแม่น้ำบางประกง ที่ตำบลบางขนาก
โดยเริ่มขุดเมื่อ พ.ศ.2380 แล้วเสร็จใน พ.ศ.2383 และเรียกคลองช่วงนี้ว่าคลองแสนแสบ

ื่



ช่วงปลาย เพอเป็นเสนทางลำเลียงอาวธยทโธปกรณ์ เสบียงอาหาร และไพร่พลในสงคราม อานาม
สยามยุทธ (อานัม) อันเป็นสงครามระหว่างไทยกับญวนที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ.2376 – 2390
ผลจากการขุดคลองแสนแสบช่วงปลายทำให้มีคนไทย ลาว เขมร มลายู และจีน พากัน

อพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่ง ประกอบอาชีพทำสวน ทำนา ปลูกข้าว บริเวณริมสองฝั่งคลองแสนแสบ
ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดบำเพ็ญเหนือเพิ่มมากขึ้น


ภายในวัดบำเพ็ญเหนือ มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ.2504

เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กผสมไม้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง ขนาดหน้าตัก

กว้าง 50 นิ้ว สง 96 นิ้ว ทั้งยังมีปูชนียวัตถุอื่น ๆ ที่คนในชุมชนให้ความศรัทธาเคารพนับถือ เชน


รูปหล่อหลวงพ่อยอด รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และรูปหล่อหลวงปู่ทวด


นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าแม่คำผวและศาลเจาแม่ตะเคียน ซึ่งเปนที่เคารพศรัทธาของหมู่บ้าน


มีตำนานเล่าว่า เจ้าแม่คำผิวเป็นเจ้าจากเมืองเวียงจันทน์ เดินทางมาวัดขณะก่อสร้าง แต่ระหว่าง
ลงเรือเกิดพลัดตกเสียชีวิต จึงมีการตั้งศาลขึ้นที่วัด ส่วนศาลเจ้าแม่ตะเคียนเล่ากันว่าเจ้าอาวาส

รูปหนึ่งเกิดนิมิตถึงหญิงสาวมาบอกให้ขุดต้นตะเคียนขึ้นจากบริเวณที่สร้างเสาสะพานข้ามคูน้ำ
เมื่อขุดบริเวณนั้นแล้วพบต้นตะเคียนทางวัดจึงตั้งศาลเจ้าแม่ตะเคียนไว้ ทุกวันนี้สะพานข้ามคูน้ำ

ยังคงอยู่แต่มีการถมคูน้ำไปแล้ว



4. วัดใหม่ลำนกแขวก

วัดแห่งนี้ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดลำนกแขวก”

สร้างเมื่อ พ.ศ.2440 ที่ตั้งเดิมเป็นที่ลุ่ม เมื่อฝนตกจึงมีน้ำขัง
เป็นทางยาว มีต้นไม้มาก จึงมีนกแขวกมาอาศัยอยู่ เมื่อมี

คนมาอยู่บริเวณนี้มากขึ้นจึงสร้างวัดและเรียกกันว่า

“วัดใหม่” แต่ต่อมาปรากฏว่า วัดที่สร้างมาใหม่ทุกวัด

ก็เรยกว่าวดใหม่หมดจนไม่ทราบว่า เมื่อเอ่ยถึงวัดใหม่แล้ว


ผู้พูดหมายถึงวัดใด จึงตั้งชื่อวัดใหม่แห่งนี้ว่า “วัดใหม่ลำนกแขวก”

พระประธานในโบสถ์ คือ หลวงพ่อโต ซึ่งอัญเชิญมาจากวัดร้างในจังหวัดสุพรรณบุรี

เป็นพระแกะสลักด้วยหินทั้งองค์ปางสมาธิเลียนแบบสุโขทัย รูปแบบอุโบสถวัดใหม่ลำนกแขวก
แปลกจากวัดอื่น เนื่องจากมีใบเสมาติดกับตัวของอุโบสถซึ่งหาดูได้ยากมาก


วัดใหม่ลำนกแขวก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า

เจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2446 ดังมีพระบรมราชโองการที่ 6/33 ดังนี้




































นอกเหนือจากพระอุโบสถ ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างเก่าแล้ว วัดใหม่ลำนกแขวกยังมีศาลาการเปรียญ

หลังใหญ่ ต่อมาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษร

พระนามาภิไธยสมเด็จพระมหิดตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรี-

นครินทราบรมราชชนนีประดับบนหน้าบันไดศาลา
สำหรับพระพุทธรูปซึ่งเป็นประธานของ

ศาลาหลังนี้ เป็นพระพุทธสิหิงค์จำลอง ขนาดหน้าตัก
กว้าง 60 นิ้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในสมัย

รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
พระบรมราชานุญาตให้วัดใหม่ลำนกแขวกสร้างถวาย

เป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรี-

นครินทราบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2535

5. วัดศรีกุเรชา


วัดศรีกุเรชาเป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์
มหานิกาย เดิมเป็นสำนักสงฆ์มหานิกาย

เดิมเป็นสำนักสงฆ์ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า

“วัดแขก” เนื่องจากโดยรอบวัดเป็นที่อยู่

อาศัยของอิสลามมิกชน วัดมีพื้นที่ 6 ไร่
ตั้งอยู่บนถนนราษฎร์อุทิศ นายสวัสดิ์

ศรีกุเรชา เป็นชาวอินเดียได้อุทิศที่ดินให้ ที่มา : WWW.วัดไทย.com

พระมหาชูชีพ เขมะจาโร เพื่อสร้างวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ.2530 (ตั้งเป็นสำนักสงฆ์) ต่อมาในวันที่
21 มกราคม พ.ศ.2541 จึงได้รับอนุญาตให้ตั้งชื่อว่า “วัดศรีกุเรชา” เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้อุทิศที่ดิน

แรกเริ่มได้มีกุฏิ 4 หลัง และมี ศาลาการเปรียญอยู่ริมน้ำ เรียกว่า “สิมน้ำ” หรือ “โบสถ์น้ำ”

ปัจจุบันมีพระอุโบสถทรงไทยอ่อนช้อย งดงาม และมีอาคารเสนาสนะเป็นไม้ชั้นเดียว


5. วัดทองสัมฤทธิ์



วัดทองสัมฤทธิ์ มีพื้นที่ 18 ไร่ เรียกอีก
ชื่อหนึ่งว่า “วัดตารุ่ง” สร้างเมื่อ พ.ศ.2458

เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัด

เป็นที่ราบลุ่ม ภายในวัดมีอุโบสถ กว้าง 6 เมตร

ยาว 12 เมตร ศาลาการเปรียญและหอสวดมนต์

สร้างแบบทรงไทยทั้งหมด ปูชนียวัตถุสำคัญ
มีพระประธานปูนปั้น ปิดทองหน้าตัก กว้าง 3 ฟุต

และมีโรงเรียนระดับปฐมศึกษาสังกัดสำนักงาน

เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานครอยู่ภายในพื้นที่วัด

สถานที่สำคญของศาสนาอิสลาม

นอกจากศาสนาพุทธแล้ว ประชาชนในเขตมีนบุรีบางส่วนยังนับถือศาสนาอิสลาม จึงพบเห็น
ศาสนสถานของศาสนาอิสลาม คือ มัสยิด ได้ทั่วไปในเขตมีนบุร ี


มัสยิดในพื้นที่เขตมีนบุรี 16 แห่ง


1. มัสยิดซอลีฮุสสลาม (บางชันพัฒนา)






















ที่ตั้ง : เลขที่ 28 หมู่ที่ 15 ซอยหม่อมเจ้าสง่างามสุประดิษฐ์ 2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี

กรุงเทพมหานคร 10510


มัสยิดซอลีฮุสสลาม (บางชันพัฒนา) จดทะเบยนเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 นายสะอาด
รังสรรค์ บริจาคที่ดิน 1 ไร่เศษ เพื่อสร้างมัสยิดเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กดังเช่นในปัจจุบัน


2. มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม (คูคต)






















ที่ตั้ง : เลขที่ 92 หมู่ที่ 21 ซอยรามอินทรา 117 ถนนรามอนทรา แขวงมีนบุร เขตมีนบุร ี
กรุงเทพมหานคร 10510
มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม (คูคต) ได้เริ่มสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2500 โดยแยกตัวออกมาจากมัสยิด

ซอลีฮุ้ลอิสลาม เพราะในสมัยก่อนไปมาจะลำบาก ในปี พ.ศ.2496 คุณครูการีม ลังประเสริฐ

ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลได้เริ่มทำการสอนภาษาอาหรับให้ลูกหลาน และในปี พ.ศ.

2500 จึงเริ่มทำการก่อสรางโดยท่านอัลมัรฮูมฮัจยีสะอุ สุขเขียว ได้อุทิศที่ดิน จำนวน 4 ไร่ 3 งาน

1 ตารางวา เพอใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารมัสยิด และสถานที่กุโบร์ สำหรับตัวอาคารโต๊ะกีโซ๊ะ-
ื่
หลิ่มรอมคอบ ได้วากัฟบ้านไม้ 1 หลัง ให้มาสร้างอาคารมัสยิดขนาดกว้าง 3 วา ยาว 4 วา และ

ได้แต่งตั้งให้ครูการีม ลังประเสริฐ เป็นอิหม่าม พร้อมดำเนินการจดทะเบียนมัสยิดเมื่อปี พ.ศ. 2502

โดยครูการีม

ปี พ.ศ. 2509 ได้ขยายขนาดของอาคารมัสยิดเป็น กว้าง 6 วา 2 ศอก ยาว 8 วา

ปี พ.ศ. 2515 ได้ขยายขนาดของอาคารมัสยิดเป็น ยาว 16 วา และได้ขยายอาคารเรยน
ขนาดกว้าง 5 วา ยาว 8 วา เพื่อทำการสอนอัลกุรอาน ในภาคกลางคืน

ปี พ.ศ. 2535 ท่านอิหม่ามการีม ลังประเสริฐ ได้เสียชีวิต และได้แต่งตั้งครูฮัจยีฮาโรน
บุญมาเลิศ เป็นอิหม่าม

ปี พ.ศ. 2539 ได้ต่อเติมอาคาร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความกว้าง 6 วา

2 ศอก ยาว 7 วา รวมแล้ว มีขนาดกว้าง 6 วา 2 ศอก ยาว 20 วา

ปี พ.ศ. 2541 ได้เริ่มการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

3 ชั้น ขนาดกว้าง 17 วา ยาว 10 วา


3. มัสยิดซีรอยุดดีน (บ้านเกาะบัวขาว)
























ที่ตั้ง : เลขที่ 64 หมู่ที่ 4 ซอยรามคำแหง 174 ถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี

กรุงเทพมหานคร 10510

มัสยิดซีรอยุดดีน ชาวบ้านใกล้เคียงเรียกว่า มัสยิดซีรอยุดดีน (บ้านเกาะบัวขาว) “บ้านเกาะ”

เพราะเนื่องจากชาวบ้านแถวนี้ปลูกบ้านอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นเกาะ และมีที่นาอยู่รอบ ๆ และคำว่า
“บัวขาว” มาจากชื่อของหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ใกล้กันคือ หมู่บ้านบัวขาว จึงนิยมเรียกต่อท้ายว่า

“บ้านเกาะบัวขาว”

วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2495 ได้ทำการจดทะเบียนที่ศาลากลางจังหวัดพระนคร

โดยมีชื่อว่า “มัสยิดซีรอยุดดีน” ซึ่งแปลว่า ตะเกียงส่องแสงสว่างของศาสนา และนายจำปี บู่หาด
ได้อุทิศที่ดินติดกับมัสยิดเพิ่มอีกจำนวน 1 ไร่ 31 ตารางวา

ปัจจุบันมัสยิดมีที่ดิน 2 ไร่ 46 ตารางวา มีที่ดินที่ใช้เป็นสุสานฝังศพ (กุโบร์) 1 ไร่ 3 งาน

7 ตารางวา โดยมีโรงเรียนสอนศาสนามัดดารอตุ้ลอิสลาม และสถาบันสอนศาสนาเนี๊ยะมาตุ้ลอิสลาม
ตั้งอยู่ในมัสยิดด้วย


4. มัสยิดนูรุ้ลฮูดา (คลองสองต้นนุ่น)






















ที่ตั้ง : หมู่ที่ 5 ซอยร่มเกล้า 14 ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510


มัสยิดนูรุ้ลฮูดา ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีเศษมาแล้ว เดิมเป็นอาคารไม้สักทรงไทย
อยู่บนเนื้อที่ 6 ไร่ 80 ตารางวา ต่อมาได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม โดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม

และหลวงบริภัณฑ์ยุทธกิจ ซึ่งเป็นสัปบุรุษของมัสยิด ภายหลังอาคารดังกล่าวชำรุดทรุดโทรมมาก

คณะกรรมการมัสยิดจึงได้สร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อประมาณ พ.ศ.2537


5. มัสยิดอัตตั๊กวา (คลองสองต้นนุ่น)























ที่ตั้ง : เลขที่ 21 ซอยร่มเกล้า 6 ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบุร เขตมีนบุร กรุงเทพมหานคร
10510

มัสยิดอัตตั๊กวา สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2492 นายเลาะห์ พงษ์เพ็ง และญาติ อุทิศที่ดิน

จำนวน 5 ไร่ เพื่อสร้างอาคารมัสยิดคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กว้าง 5 วา ยาว 9 วา ต่อมามีการ
ยุบอาคารเหลือเพียงชั้นเดียว ปัจจุบันมีอาคารสอนศาสนา 2 หลัง สำหรับสอนเยาวชนในชุมชน

คลองสองต้นนุ่นและชุมชนใกล้เคียง


6. มัสยิดอัลฮูดา (คลองสามประเวศ)























ที่ตั้ง : เลขที่ 5 หมู่ที่ 15 เสนทางลัดถนนสุวิทวงศ์ - ร่มเกล้า แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี
กรุงเทพมหานคร 10510


มัสยิดอัลฮูดา ได้ขอจดทะเบียนและได้ทะเบียนเลขที่ 5 เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2491 ต่อมา

อาคารหลังเก่าได้ชำรุด คณะผู้บริหารได้มีการปรึกษาหารือเพื่อที่จะสร้างอาคารหลังใหม่แทน
หลังเก่าที่ชำรุดได้มีมติสร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารไม้ทรงปันหยาชั้นเดียว และได้ใช้อาคาร

หลังดังกล่าวเป็นระยะเวลาประมาณ 50กว่าปี ต่อมาอาคารหลังดังกล่าวได้ชำรุดและมีผู้มา

ประกอบศาสนากิจมากขึ้น ทางคณะกรรมการได้มีมติสร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีต
เสริมเหล็กสองชั้นครึ่ง มีขนาดเนื้อที่ 1 ไร่ครึ่ง ได้วางรากฐานเมื่อวันที่ 17 พ.ค. พ.ศ.2537

โดยอาจารย์มานิต วิทยานนท์ เป็นประธานวางศิลารากฐาน


7. มัสยิดอันนูรอยน์ (บึงขวาง)


















ที่ตั้ง : เลขที่ 22/3 หมู่ที่ 4 ถนนบึงขวาง แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

10510

มัสยิดอันนูรอยน์ สร้างเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2526 เป็นอาคารชั้นเดียว กว้าง 8 เมตร

ยาว 16 เมตร โดยนายยูซบ หมัดนุรักษ์ และนางฟีซะห์ หมัดนุรักษ์ อุทิศที่ดิน จำนวน 5 ไร่

เพื่อก่อสรางมัสยิดและกุโบร์ ปัจจุบนในบริเวณมัสยิดมีศูนย์อบรมสอนศาสนาอิสลามและจริยธรรม

ประจำมัสยิด มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน มีศูนย์สุขภาพชุมชน และที่ทำการชุมชน


8. มัสยิดอัลบุ๊ซรอ (คลองสี่วังเล็ก)



























ที่ตั้ง : 65 หมู่ที่ 17 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510


มัสยิดอัลบุ๊ซรอ (คลองสี่วังเลก) สร้างเมื่อ พ.ศ.2489 บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ โดยนางเล็ก
มุสตอฟาดี วากัฟ (อุทิศ) ที่ดินให้สร้างพร้อมเงิน 600 บาท รวมกับเงินบริจาคของอิสลามิกชน

อีก 3,000 คน ซื้อบ้านทรงไทยใช้เป็นมัสยิด ต่อมาจึงขายที่ดินแถวคลองไผ่เหลืองเพื่อนำเงิน
มาสร้างมัสยิดหลังนี้เป็นไม้แดงทั้งหลัง สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2500


9. มัสยิดนูรุลฮีดายะห์ (ไผ่เหลือง)






















ที่ตั้ง : เลขที่ 92 หมู่ที่ 17 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510

มัสยิดนูรุลฮีดายะห์ (ไผ่เหลือง) ก่อตั้งในปี พ.ศ.2499 นายมิ๊และนางนะห์ โต๊ะหมัน

ได้บริจาคที่ดินแห่งนี้ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา ให้สร้างมัสยิดเปนอาคารไม้ชั้นเดียว

ใต้ถุนสูง กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร ได้ตั้งชื่อว่ามัสยิด “นูรุลฮีดายะห์” ซึ่งมีความหมายว่า


“แสงสวางแห่งทางนำ” ในปี พ.ศ.2524 ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างมัสยิดเป็นอาคารคอนกรีต
เสริมเหล็ก กว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร และต่อมาปี พ.ศ.2537 ได้สร้างส่วนต่อหน้าอาคารมัสยิด

ทางทิศตะวันออกเพิ่มเติมดังที่ได้เห็นในปัจจุบัน

10. มัสยิดเราะห์มาตุ้ลอิสลามียะ (บ้านเกาะไผ่เหลือง)




















ที่ตั้ง : หมู่ที่ 4 ซอยคลองบึงใหญ่ ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

10510

มัสยิดเราะห์มาตุ้ลอิสลามียะ มีพื้นที่ 3 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา จัดตั้งโดย นายริดดูวาลย์

มะซอ มัสยิดหลังใหม่ได้ก่อสรางเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2543 กว้าง 28 เมตร ยาว 44 เมตร

งบประมาณ 15 ล้านบาท ในบริเวณมัสยิดมีโรงเรียนสอนศาสนา ชื่อโรงเรียนเราะหมาตุ้ลอิสลามียะ


11. มัสยิดอัลมาดานี




















ที่ตั้ง : เลขที่ 2/1 หมู่ที่ 8 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
10510


ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 มีพื้นที่ประมาณ 1.5 ไร่ คณะกรรมการประจำมัสยิด
ประกอบด้วย นายอับดุลเราะห์มาน เดชเล่ย์

12. มัสยิดอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน (แสนแสบฝั่งใต้)





















ที่ตั้ง :เลขที่ 29/1 ถนนราษฎร์อุทิศ 17 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

10510

มัสยิดอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน ตั้งอยู่ในชุมชนอิดดฮาดร์พัฒนา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2485

ู่
โดยนายซำซุดดิน หวังบและคณะ หลังจากที่นายซำซุดดิน หวังบู่ซึงได้เดินทางไปศึกษาศาสนาอิสลาม
ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นเวลา 12 ปี เมื่อเดินทางกลับประเทศไทย ได้เปิดโรงเรียนสอน
ศาสนาอิสลาม ชื่อโรงเรียนอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน มีลูกศิษย์มากมายประกอบกับประชากรริมสองฝั่ง

ิ่

ื่
คลองแสบแสนมีจำนวนเพมมากขึ้นจึงมีการปรึกษาหารอ เพอจัดตั้งมัสยิดสถานโดยใช้อาคารเรียน
ทรงปั้นหยาเป็น ศาสนสถาน จัดเป็นที่ละหมาดวันศุกร์และละหมาดประจำวัน พร้อมทั้งใช้เป็น
โรงเรียนสอนศาสนาตลอดมา


ื่
ในปี พ.ศ.2492 คณะกรรมการได้มีการปรึกษาหารอร่วมกันเพอขอจดทะเบียนเปนมัสยิด

ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการจดทะเบียนเป็นมัสยิด ณ ศาลากลางจังหวัดพระนคร
ลำดับที่ 9 ชื่อมัสยิด “อิดดฮาดร์อูลูมุดดีน” ตั้งอยู่บนที่ดินของ นายซำซุดดิน หวังบู่ ถึงแก่กรรม
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2509 ที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 157 หมู่ที่ 1 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี


กรุงเทพมหานคร จำนวน 12 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา ซึ่งเปนสถานที่ตั้งของมัสยิด และโรงเรียน
อิดดฮาดร์อูลูมุดดีน และได้บริจาคที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์เลขที่ 157 ดังกล่าว จำนวน 12 ไร่

3 งาน 16 ตารางวา ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมัสยิดอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม
พ.ศ.2515 เปนต้นมา


ปัจจุบันมัสยิดอิดดฮาดร์อูลูมุดดีน มีศูนย์บริการสาธารณสุขสาขาอิดดฮาดร์ โรงเรียนสอน

ศาสนา ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์จริยธรรมประจำมัสยิด ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
สำนักงานสมาคมนักเรียนเก่าอาหรับและลานกีฬาต้านยาเสพติด

13. มัสยิดกมาลุ้ลเอียะห์ซาน (แสงวิมาน)


















ที่ตั้ง :เลขที่ 132 ซอยแสงมาย ถนนราษฎร์อุทิศ 26 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุร ี

กรุงเทพมหานคร 10510


มัสยิดกมาลุ้ลเอียะห์ซาน สรางเมื่อ พ.ศ.2524 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง ประกอบด้วย นายฮาซัน
มานวงศ์ นายยูซบ มานวงศ์ นายกอเซ็ม แสงมาน นายดลการีม มานวงศ์ ในพื้นที่ 6 ไร่
ประกอบด้วย อาคารมัสยิด อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนสอนศาสนา 2 โรงเรียน คือมัสยิด


กมาลุ้ลเอียะห์ซานและมูลนิธิธรรมานุสรณ์ บรรพบรุษของคนในระแวกนี้เป็นมุสลิมที่อพยพมาจาก
รัฐไทรบุร ในสมัยรัชกาลที่ 3


ู้
14. มัสยิดอัลเอียะห์ซาน (ศาลาค)


















ที่ตั้ง : หมู่ที่ 5 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุร กรุงเทพมหานคร 10510

มัสยิดอัลเอียะห์ซาน เดิมเป็นอาคารไม้หลังคาทรงปั้นหยา กว้าง 8 เมตร ยาว 12.50 เมตร

เรียกว่า “บาแลคู้ล่าง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 ได้มีอาคารไม้หลังใหม่แทนหลังเดิมซึ่งชำรุด
ทรุดโทรม และในปี พ.ศ. 2529 คณะกรรมการมัสยิดเห็นว่าอาคารหลังเก่าได้ชำรุด จึงได้มีมติ

สร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กว้าง 18 เมตร ยาว 32 เมตร เนื้อที่
ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน อาคารมัสยิดก่อสร้างเสร็จเมื่อประมาณ พ.ศ. 2540 ตั้งอยู่บนถนนราษฎร์อุทิศ



ในบริเวณมัสยิดประกอบด้วยโรงเรยนสอนศาสนาคือโรงเรียนนูรุ้ลเอียะห์ซาน ศูนย์พัฒนาเด็กเลก
ก่อนวัยเรียน ชุมชนคู้ล่างสร้างสรรค์ และศูนย์พัฒนาสุขภาพชุมชน

15. มัสยิดนูรุ้ลญันนะฮ์






























ที่ตั้ง : ถนนบึงขวาง แขวงแสนแสบ เขตมีนบุร กรุงเทพมหานคร 10510



มัสยิดนูรุ้ลญันนะฮ์ เป็นอาคารสง 2 ชั้น มีเนื้อที่ประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร ก่อตั้งเมื่อ
วันที่ 22 กันยายน 2557



16. มัสยิดอะห์ลิสซุนนะห์วั้ลยะมาอะห์


























ที่ตั้ง : ซอยราษฎร์อุทิศ 62/1 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510


มัสยิดอะห์ลิสซุนนะห์วั้ลยะมาอะห์ เป็นอาคารยกพื้นสูง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่
ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2557

สถานที่สำคัญของศาสนาคริสต์ 10 แห่ง


ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีคนนับถือโลก ซึ่งในเขตมีนบุรีมีประชาชนที่นับถือศาสนาคริสต์
อยู่ไม่น้อย โดยปรากฏศาสนสถานที่เปนแหล่งรวมคริสต์ศาสนิกชนกระจายอยู่ทั่วไปทั้งโบสถ์คริสต์

คริสตจักรสถาน โดยคริสต์ชนในเขตมีนบุรี มีทั้งที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิก และนิกาย

โปรเตสแตนต์ ซึ่งมีความแตกต่างกัน

นิกายโรมันคาทอลิก มีพระสันตะปาปาเป็นประมุขโดยสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอัครสาวก

กลุ่มแรก โดยถือว่านักบุญเปโตรหรือเซนต์ปีเตอร์ คือพระสันตะปาปาพระองค์แรก โดยนิกาย

โรมันคาทอลิก จะมีนักบวชที่เรียกว่า บาทหลวงหรือซิสเตอร์ มีการให้เกียรติและยกย่องพระนาง
มาลี แม่ของพระเยซูเป็นพิเศษ และเรียกพระนามว่า “แม่พระ” มาจากคำว่ามารดาของพระเจ้า

นิกายโรมันคาทอลิกจะยกย่องวีรบุรุษหรือวีรสตรีทางศาสนา หรือเรียกง่าย ๆ ว่าบุคคลที่ดำเนิน

ชีวิตตามแบบอย่างพระเยซูอย่างดีมาก จึงมั่นใจว่าเขาได้ไปสวรรค์แน่นอน โดยเรียกว่าเป็นนักบุญ

โบสถ์คาทอลิกทุกแห่งถือเป็นหนึ่งเดียวกันขึ้นตรงต่อกรุงวาติกันและองค์พระสันตะปาปา ซึ่งในเขต

มีนบุรีมีวัดนักบุญโทมัส อไควนัส เป็นศาสนสถานในนิกายโรมันคาทอลิกของศาสนาคริสต์


วัดนักบุญโทมัส อไควนัส


นิกายโปรเตสแตนต์ ในประเทศไทย แบ่งเป็น 4 สาย
สำคัญๆ ได้แก่ สายสภาคริสตจักรในประเทศไทย สายสหกิจ

คริสตจักร สายสหแบ๊บติสท์ และเซเวนต์เดย์แอดเวนทิสต์

นอกจากนั้นยังมีคริสต์ศาสนิกชนที่ไม่มีสังกัดเรียกตนเองว่า
คริสตจักรอิสระ นิกายโปรเตสแตนต์ไม่มีนักบวช

แต่ผู้ถวายตัว รับใช้พระเจ้า

เรียกว่า ศาสนจารย์หรือ

ศิษยาภิบาลหรือเรียกว่า

ผู้ประกาศ ซึ่งจะแต่งงานหรือไม่แต่งงานก็ได้ นิกายโปรเตสแตนน์
ไม่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพระนางมาลีหรือนักบุญ แต่จะเน้น

การเข้าถึงพระเยซูเจ้าโดยตรงด้วยตนเอง สถานที่ประกอบกิจกรรม

ทางศาสนาของโปรเตสแตนน์เรียกว่าคริสตจักร

ในเขตมีนบุร มีคริสตจักรทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป จำนวน 9 แห่ง

1. คริสตจักรเป็นความรักของพระคริสต์
2. คริสตจักรของพระเจ้าพระรัสมี

3. คริสตจักรเบธเอลไทย

4. คริสตจักรประทีปมีนบุร ี

5. ศาลาธรรมเก้าพระพร

6. คริสตจักรพระพรไทย
7. คริสตจักรพระคริสตธรรม

8. คริสตจักรต้นไม้แห่งชีวิต

9. คริสตจักรกิจการของพระคริสต์ (Acts of Christ Church)

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตมีนบุรี



ตลาดน้ำขวัญเรียม


ตลาดน้ำสร้างขึ้นจากแนวคิดการ

จำลองวิถีชีวิตของชาวริมน้ำคลองแสนแสบ




ื่
เพอให้เปนแหล่งเรยนรู้แก่คนรุ่นหลังได้เรยนรู้วิถี
ชีวิตริมน้ำ ทั้งภาพพระที่ออกบิณฑบาตทางเรือ
การทอดผ้าป่าทางน้ำ การแสดงทางวัฒนธรรม

และการสบทอดประวัติศาสตร์ของคลองแสนแสบ
ที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์

นอกจากจะเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญในอดีตแล้วยังเปนต้นกำเนิดของนิยายโศกนาฏกรรม
รักอมตะ เรื่อง แผลเก่า ที่มีตัวเอกคือ ขวัญกับเรียม ตลาดน้ำขวัญเรียม เป็นหนึ่งในสีสันของชาว

กรุงเทพฯ ที่บอกเล่าความเป็นมาของวัดบำเพ็ญเหนือ และวัดบางเพ็งใต้

จุดเด่นของตลาดน้ำขวัญเรียม คือ สะพานเรือที่เชอมระหว่างตลาดน้ำวัดบำเพ็ญเหนือ
ื่
และวัดบางเพ็งใต้

ตลาดมีนบุรี
ตลาดมีนบุรีเป็นชุมชนการค้าขนาดใหญ่
มีพื้นที่ 2 ฝั่งคือ ด้านทิศใต้ชื่อว่ามีนบุร (1) และ

ทิศเหนือ คือ ศูนย์การค้ามีนบุรี ภายในตลาด

จะมีสินค้าที่หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น

อาหาร เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง
ของใช้ในบ้าน ต้นไม้ ของเล่น เฟอร์นิเจอร์

สัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ภายในศูนย์การค้า จะแบ่งโซนสินค้าไว้เป็นส่วน ๆ เช่น โซนมีนบุรีสแควร์ โซนตลาดสด

โซนอาคารพาณิชย์ โซนตลาดนัด โซนตลาดของเก่า โซนพลาซ่า โซนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์


ตลาดมีนบุรีมีชื่อเสียงด้านบริการสินค้า

ในราคาที่เป็นธรรม มีป้ายบอกราคาสินค้าชัดเจน
เมื่อปี พ.ศ.2546 ได้รับรางวัลชมเชยการประกวด

ตลาดสดเพื่อผู้บริโภคดีเด่นจากกรมการค้าภายใน

กระทรวงพาณิชย์ และได้รับประกาศเกียรติคุณ
จากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้เป็นตลาด

ที่มีเครื่องชั่งมาตรฐานยุติธรรมแก่ผู้บริโภคอีกด้วย
ที่มา : หมีเป็ดไปทั่วโลก
ภาพรวมของตลาดมีนบุรีกล่าวได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนรถขนาดใหญ่ เป็นชุมสายรถบริการ

สาธารณะครบทุกรูปแบบ อาทิเชน อู่รถ ขสมก. ซึ่งมีทั้งรถร้อนและรถเย็นหลายสาย ท่ารถตู้ ซึ่งมี

เสนทางวิ่งมากกว่า 15 สาย ท่ารถสองแถวหลายสายหลายเส้นทาง ตลาดมีนบุรีตั้งอยู่ติดทั้งคลอง

แสนแสบและคลองสามวา จึงมีท่าเรือสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางทางน้ำเพื่อมาจับจ่ายใช้สอย

ซึ่งมีทั้งท่าเรือของเอกชนและของรัฐ ทำให้ตลาดมีนบุรีเป็นตลาดชุมชนการค้าที่คึกคัก มีผู้มา
ใช้บริการตลอดเวลา



ตลาดนัดจตุจักร 2

เป็นตลาดชื่อดังที่มีการปรับปรุงใหม่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดเก่ามีนบุรีชื่อทางการว่า

ตลาดนัดจตุจักร 2 ตั้งอยู่บนถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี มีพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ตลาดมีนบุรี



เดิมมีเพียงแห่งเดียวคือตลาดเก่ามีนบุรีริมคลองแสนแสบ ซึ่งเปดมานานกว่า 60 ป แต่ถูกไฟไหม้
เสียหาย ต่อมากรุงเทพมหานครมีนโยบายจะเปิดตลาดนัดบริเวณชานเมืองเพิ่มขึ้น ทางด้านฝั่งธนบุรี
หรือเขตรอบนอก เช่น เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง เพื่อกระจายความเจริญออกไป

กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานครได้พยายาม

เสาะแสวงหาที่ดินที่เหมาะสมสำหรับจัดเป็นตลาดนัด
ในพื้นที่ ปรากฏว่าเส้นทางเข้า-ออกด้านถนน

สีหบุรานุกิจ ปากทางเข้าเป็นสถานธนานุบาลของ

กรุงเทพมหานครเลยเข้าไปจะเป็นที่ดินว่างเปล่า

จึงได้มีการจัดตั้งที่ดินแห่งนี้เป็นตลาดนัดจตุจักร 2

มีสินค้าหลากหลายประเภทตั้งแต่เสื้อผ้า ของใช้
จนถึงของสด และสัตว์เลี้ยง ร้านของเก่าของโบราณ นอกจากนี้ยังมีของทะเล ทั้งปู ปลา กุ้ง

ปลาหมึก และปลาสลิดหอม มีร้านเซรามิก และเปิดสอนสาธิตวิธีการทำเครื่องปั้นให้แก่ผู้ที่สนใจ

ในโซนสัตว์เลี้ยงมีสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น ปลา นก สุนัข เป็ด ไก่ เป็นต้น โซนที่น่าสนใจอีกโซนหนึ่ง
คือ โซนต้นไม้ พืชสวน กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ร้านขายของตกแต่งสวน สวนประดับ และอื่นๆ



ศาลเจ้าเจียวตี่เหล่าเอี้ย

ศาลเจ้าแม่แห่งนี้มีอายุกว่า 100 ปี
มีมาพร้อมกับการสร้างชุมชนหมู่ 9 (ชุมชน

มีนบุรีอุปถัมภ์ในปัจจุบัน) ของพี่น้องชาวจีนที่

ค้าขายในเมืองมีนบุรี เดิมเป็นศาลเจ้าไม้ตั้งอยู่
ริมคลองแสนแสบในสถานที่ที่ตั้งอยู่ปัจจุบัน

ต่อมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ชุมชนแห่งนี้

ถูกไฟเผาผลาญไปครึ่งชุมชนรวมถึงศาลเจ้า

แต่องค์เจียวตี่เหล่าเอี้ย นายสายยัน เผือกอุดม

ได้อุ้มออกมา กระโดดหนีไฟลงไปในคลองแสนแสบและว่ายน้ำข้ามฝั่งมาขึ้นที่ตลาดเก่ามีนบุรี
ได้อย่างปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่ขณะเกิดเพลิงไหม้น้ำในคลองแสนแสบมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงอยู่ หลังจาก

เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งนั้น ผู้ค้าขายและประชาชนเชื้อสายจีนจึงได้ร่วมกันบูรณศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นใหม่

เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน ถูกต้องตามลักษณะ ฮวงจุ้ย ตั้งตระหง่านริมคลองแสนแสบดังที่เหนใน

ปัจจุบัน


องค์เทพเจ้าเจียวตี่เหล่าเอี้ย สร้างด้วย

ไม้มงคลซึ่งได้มาจาก อำเภอโผวเล้ง มลฑลกวางตุ้ง
ประเทศจีน นำมาสักการะบูชาเป็นที่นับถือกัน

อย่างมาก


ศาลเจ้าแห่งนี้เปนศูนย์รวมความเชื่อและความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน มีการกราบไหว้
ขอพรเทพเจ้าก่อนออกไปค้าขาย มีการหาทุนทรัพย์เพื่อส่งเสริมการศึกษา ดูแลงานสาธารณประโยชน์

ของพี่น้องชุมชนย่านมีนบุรี โดยจัดตั้งโรงเรียนจีนหรือโรงเรยนมีนประสาทวิทยาขึ้น ซึ่งปัจจุบันมี
ดร.สุธี มีนชัยนันท์ เป็นผู้ดูแล


ในแต่ละปีศาลเจ้าจะมีการจัดงานฉลองวันเกิดเทพเจ้าเจียวตี่เหล่าเอี้ย ทำให้มีรายได้

จากการประมูลวัตถุมงคล ผลไม้ และเงินบริจาคจากผมีจิตศรัทธา
ู้



ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ตลาดจตุจักร 2 มีนบุรี)
ศาลเจาแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2512

โดยกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัยครั้งใหญ่

ในช่วงนั้น ได้รวมตัวกันขอใช้พื้นที่ของทางราชการ
เพื่อปลูกสร้างอาคารพาณิชย์เรียกว่า “ตลาดใหม่

สุขาภิบาลมีนบุรี”และก่อสร้างศาลเจาแห่งนี้ขึ้น

เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

ต่อมามีการขยายสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร จัดเป็นตลาดนัดเมืองมีน (จตุจักร 2)


จนมีผู้ค้ามากขึ้นจึงยุบอาคารตึกแถวเปนอาคารตลาดปัจจุบัน แต่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังคงอยู่และเปนที่

สักการะของชาวตลาดจตุจักร 2 มาจนถึงทุกวันนี้

ศาลเจ้าพ่อกวนอูจะมีการจัดงานขอบคุณเทพเจ้ากวนอูที่คุ้มครองให้ชาวมีนบุรีอยู่เย็น

เป็นสุข ค้าขายรุ่งเรือง เป็นประจำทุกปี มีการประมูลสิ่งของหารายได้เพื่อใช้ในงานสาธารณกุศล

มีการแสดงอุปรากรจีน การบริหารงานอยู่ในความดูแลของชมรมศาลเจ้ามีนบุร ี


ชมรมศาลเจ้ามีนบุรี ก่อตั้งโดยความร่วมมือร่วมใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในตลาดมีนบุรี
และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารจัดการรายได้ของศาลเจ้าทั้ง 3 แห่ง

ข้างต้น โดยกำหนดวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการดูแล ดังนี้

1. เพื่อการดูแลซ่อมแซมบูรณะศาลเจ้าทั้ง 3 แห่ง

2. เพื่อสนับสนุนกิจการของโรงเรียนมีนประสาทวิทยา
3. เพื่อสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล เช่น ศูนย์ฟอกไต, ศูนย์เรียนร ู้

และฟื้นฟูเด็กพิเศษมีนบุรี และสภาวัฒนธรรมเมืองมีนบุรี เป็นต้น

4. เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจัดงานไทยทานทิ้งกระจาดแจกจ่ายข้าวสารอาหารแห้งแก่

ประชาชนผู้ยากไร้

กำหนดการจัดงานของศาลเจ้าแต่ละแห่ง ดังนี้

- เดือนเมษายน งานประจำปีศาลเจ้าเจียวตี่เหลาเอย (ชุมชนมีนบุรีอุปถัมป์)

ี้

- เดือนมิถุนายน งานประจำปีศาลเจาพ่อกวนอู (ตลาดนัดจตุจักร 2)
- เดือนสิงหาคม งานประจำปีไทยทานทิ้งกระจาด (ตลาดนัดจตุจักร 2)

- เดือนธันวาคม งานประจำปีศาลเจาปึงเถ่ากงม่า (ตลาดเก่ามีนบุรี)



ตำหนักพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ กวนอิม มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ กวนอิม

นับเป็นพระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพุทธ
ศาสนามหายาน ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วโลก

ตำหนักเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร

สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของ ดร.สุธี
มีนชัยนันท์ และ คุณฉวีวรรณ มีนชัยนันท์

เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวมีนบุรี และประชาชนทั่วไปให้ดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดี

ร่วมกันช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเป็นอีกหนึ่งกำลังในการช่วยพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

พระโพธิสัตว์เจาแม่กวนอิมที่สร้างขึ้นเปนปางประทานพรประทับยืนบนดอกบัวเหนือหลัง



มังกร ความสูง 3.60 เมตร เป็นปางที่บำเพ็ญบารมีสำเร็จ เจาแม่กวนอิมเมื่อเป็นมนุษย์พระชาติ
สุดท้ายทรงเกิดเป็นพระราชธิดาองค์ที่ 3 ของจักพรรดิเมี่ยวจวงผู้ปกครองอาณาจักรซิงหลิง
พระธิดาเมี่ยวซัน เป็นผู้มีเมตตาและชอบถือศีลกินเจแต่จักรพรรดิเมี่ยวจวงผู้เป็นพระบิดาไม่เห็นด้วย



และพยายามขัดขวาง ครั้งหนึ่งขณะที่พระธิดาเมี่ยวซันบำเพญบุญที่เกาะโพวถ่อซัว ก่อนที่จะสำเรจ
โพธิจิต พระเจ้าเมี่ยวจวงได้ยกทัพใหญ่มาขัดขวาง บุกขึ้นเกาะทำลายบ้านเรือน เผาโรงเจ
แต่พระธิดาเมี่ยวซันไม่หนี พระอินทร์หรือเง็กเซียนฮ่องเต้ต้องใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้พระราชธิดา

ลอยขึ้นไปบนฟ้าแล้วดับไฟทั้งหมด พระธิดาจึงได้เทศน์โปรดจนพระบิดาสำนึกบาปกลับใจหันมา

บำรุงพระศาสนา ตอนพระธิดาเมี่ยวซันลอยลงมาจากอากาศ เง็กเซียนฮ่องเต้ได้เนรมิตดอกบัว
มารองรับไว้จึงปรากฏองค์สมมติ เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพรยืนประทับบนดอกบัวขึ้น


เจ้าแม่กวนอิมปางประทับยืนบนดอกบัว ด้วยทรงมีเมตตาอเนกอนันต์
ทรงพระกรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เชื่อกันว่าด้วยพระญาณบารมี

ของพระโพธิสัตว์กวนอิม จะคุ้มครองปกปักรักษาให้ประสบความสำเร็จ

ในทุกประการ อีกทั้งปลอดภัยจากอุบัติภัยทั้งปวง สมหวังในสิ่งที่

พึงปรารถนา ในเทศกาลสำคัญจะมีประชาชนและผู้มีจิตศรัทธามากราบไหว้

อธิษฐานขอพร ขอให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตมีนบุรี


สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตมีนบุรี ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานเขตมีนบุรี ได้ขอ
พระราชทานชื่อ “สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9” เนื่องในวโรกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ.2530


ในปี พ.ศ. 2544 ได้มีการขอพระราชทาน
จัดสร้างพระบรมราชาอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5

พระอิริยาบถทรงยืน ฉลองพระองค์ชุดเสด็จประพาสต้น

ขนาดความสูง 2 เมตร และเรือพระที่นั่งยอดไชยา
(เรือมาดยอดไชยยา) จำลองขึ้นไว้ในสวน เพื่อระลึกถึง

ในอดีตที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงเสด็จประพาสคลองแสนแสบทางชลมารคด้วย

เรือพระที่นั่งยอดไชยา (เรือมาดยอดไชยา) ในเดือน

มกราคม พ.ศ.2451 และเสด็จมาประทับใกล้กับ
บริเวณพื้นที่ดังกล่าว (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมีนบุรี)




สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ-
พระเทพรัตนราชสุดาฯ ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ

เป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช

กุมารี เสด็จแทนพระองค์ในการเปิดพระบรม-
ราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2545

เวลา 16.00 น. โอกาสนี้ทรงปลูกต้นพิกุลไว้เป็น

ที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีหอพระเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดมีนบุรี

“พระพุทธรังสีสวัสดิรังสรรค์” หน้าตัก 39 นิ้ว ซึ่งได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร-

สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก

ในสวนดังกล่าวยังมีหอนาฬิกาอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี

บริเวณสวนมีการทำสวนสมุนไพรและปลูกต้นไม้มงคล 9 ชนิด ได้แก่
ต้นราชพฤกษ์ ต้นขนุน ต้นชัยพฤกษ์ ต้นทองหลาง ต้นไผ่สีสุก

ต้นทรงบาดาล ต้นสัก ต้นพยุง ต้นกันเกรา มีลานเอนกประสงค์ และ

เวทีแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งใช้ในการทำกิจกรรมส่วนรวม และงานพิธี

เพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม อาทิ งานพระราชพิธีต่าง ๆ

งานหล่อเทียนพรรษา งานสงกรานต์ งานปิยมหาราช และอื่น ๆ

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองมีนบุรี
























พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองมีนบุรี เป็นอาคารไม้สัก ยกพื้นทั้งหลัง เป็นสถาปัตยกรรม
ผสมผสานระหว่างสมัยธนบุรีและรัตนโกสินตอนต้น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2445 ซึ่งเคยใช้เป็น


ศาลาว่าการจังหวัดมีนบุรีมาก่อน เมื่อครั้งที่มีนบุรีมีฐานะเปนจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ในสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อาคารหลังนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็น

โบราณสถานของกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ.2544 อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์
ท้องถิ่นเมืองมีนบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมให้กับชนรุ่นหลัง ซึ่งได้เริ่ม

เปิดให้บริการเข้าเยี่ยมชม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551


ภายในจัดแสดงเป็นห้องต่าง ๆ บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และความสำคัญของ
เมืองมีนบุรี วิถีชีวิตของผู้คนกับคลองแสนแสบ และเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีต ตลอดจนเรื่องราว

อันเกี่ยวเนื่องกับศาสนาในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวเกร็ดประวัติศาสตร์ของอาคารศาลา

ว่าการเมืองมีนบุรีหลังเก่าให้ได้รับชมด้วย

จัดทำโดย






















สำนักงานเขตมีนบุรี




ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุร กรุงเทพฯ 10510
โทรศัพท์ 0-2540-7156, 0-2540-7160, 0-2914-5830


โทรสาร 0-2914-5830


Click to View FlipBook Version