The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการใช้ HAPPIER Model

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ลัทธพล แก้วดวงดี, 2026-04-20 02:28:04

คู่มือการใช้ HAPPIER Model

คู่มือการใช้ HAPPIER Model

Keywords: HAPPIER Model

กคำนำปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกในศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่สมดุล และการเพิ่มขึ้นของมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) และการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนตั้งแต่วัยเด็กภาคการศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และพฤติกรรมที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน โดยเฉพาะการดำเนินงานด้านโรงเรียนสีเขียว โรงเรียนอนุรักษ์พลังงาน และโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืนคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการนำรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมไปใช้ในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนสามารถขับเคลื่อนได้อย่างยั่งยืนผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทาง การศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจนำแนวคิดการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมไปประยุกต์ใช้ในบริบทของสถานศึกษา นางธวัลรัตน์ ทองนิล ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง


ขสารบัญเรื่อง หน้าคำนำ กสารบัญ ขสารตาราง คสารภาพ งบทที่ 1 แนวคิดและความเป็นมา 1บทที่ 2 วัตถุประสงค์ของคู่มือ 4บทที่ 3 กรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 8บทที่ 4 โครงสร้างของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model 9บทที่ 5 การเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน 12บทที่ 6 ขั้นตอนการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model 16บทที่ 7 ระบบติดตามและประเมินผล 34บทที่ 8 ตัวชี้วัดความสำเร็จ 36บทที่ 9 รูปแบบการใช้งานของโมเดล 38บทที่ 10 การพัฒนาต่อยอดและการขยายผล 41บทที่ 11 บทสรุป 43บทสรุปผู้บริหาร 45บรรณานุกรม 46ภาคผนวก 47


คสารบัญตารางตารางที่ หน้า1 กรอบการดำเนินงาน HAPPIER Model (IPOO + Impact) 192 กรอบการดำเนินงานของ HAPPIER Model ตามแนวคิดเชิงระบบ (System Approach)ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI) 20


งสารบัญภาพภาพที่ หน้า1 แสดงกรอบแนวคิดของการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ HAPPIER Model 82 กรอบโครงสร้าง HAPPIER Model แสดงองค์ประกอบทั้ง 7 องค์ประกอบที่ใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม 93 โครงสร้างและกรอบการดำเนินงานของ HAPPIER Model ตามแนวคิดระบบ (System-Based Management) โดยบูรณาการกรอบ IPOO + Impact ร่วมกับวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement Cycle) และฐานการพัฒนาจากงานวิจัย (Research and Development: R&D) 114 กรอบแนวคิดการเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน และผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของ HAPPIER Model 145 กรอบแนวคิดขั้นตอนการใช้ HAPPIER MODEL 176 กรอบการดำเนินงานของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelตามแนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI) 217 แสดงขั้นตอนการดำเนินงานตาม HAPPIER Model 228 ประกาศนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนสีเขียว (Green School) โรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง 239 คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินกิจกรรมโรงเรียนอีโคสคูล (Eco- School) โรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง 2410 ข้อมูลรายงานผลเปรียบเทียบการใช้พลังงานของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง 2511 ข้อมูลกิจกรรมจัดการขยะทั้ง 4 ประเภท ตามหลัก 3Rs 2512 กิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้และผลงานนักเรียนกิจกรรมธนาคารขยะโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง 2613 กิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้และผลงานนักเรียนกิจกรรมธนาคารขยะโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง 27


จสารบัญภาพ (ต่อ)ภาพที่ หน้า14 สรุปผลการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ย้อนหลัง 3 ปี 2815 การเปรียบเทียบผลการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ย้อนหลัง 3 ปี 2816 ผลการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ย้อนหลัง 3 ปี 2917 ความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Mode ย้อนหลัง 3 ปี 2918 การเปรียบเทียบผลการประเมินความพึงพอใจและสรุปเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมย้อนหลัง 3 ปี 3019 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ย้อนหลัง 3 ปี ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ปี พ.ศ. 2566 3020 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ปี พ.ศ. 2567 3121 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรู้แบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ปี 2568 3122 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ย้อนหลัง 3 ปี 3223 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ย้อนหลัง 3 ปี 3224 แบบบันทึกการบำรุงรักษาและการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศของโรงเรียน 3325 รูปแบบลำดับการใช้งานโมเดล 3 ระดับ 4026 การพัฒนาต่อยอดรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model 42


บทที่ 1แนวคิดและความเป็นมาสถานการณ์การพัฒนาประเทศในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่สมดุล และการเพิ่มขึ้นของปัญหามลพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ประเทศไทยจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศบนฐานของเศรษฐกิจสีเขียว การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนทุกช่วงวัยในมิติของการศึกษา แผนการศึกษาแห่งชาติได้กำหนดให้สถานศึกษามีบทบาทสำคัญใน การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสามารถดำรงชีวิตอย่างสมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในรูปแบบของกิจกรรมหรือโครงการเฉพาะกิจซึ่งขาดระบบการบริหารจัดการเชิงระบบที่มีโครงสร้างชัดเจน ไม่สามารถติดตามประเมินผลได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการที่สามารถบูรณาการการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบการบริหารของสถานศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรมผู้วิจัยจึงได้พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีโครงสร้างชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้จริง และสามารถติดตามประเมินผล ได้อย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการแนวคิดการบริหารเชิงระบบ (Systems Approach) กระบวนการมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAOR) และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) เข้าด้วยกันรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับองค์กร และระดับชุมชน โดยส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม (Behavioral Change) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ (System Development) และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Culture) อย่างยั่งยืนคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาในการนำรูปแบบไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียนให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


2ความสำคัญของนวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในการนำรูปแบบไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียนให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน1. ความสำคัญของนวัตกรรม HAPPIER Modelนวัตกรรม HAPPIER Model เป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่ยกระดับการดำเนินงานของสถานศึกษาจาก “กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม” ไปสู่ “ระบบการบริหารจัดการเชิงนวัตกรรม” ที่มีความต่อเนื่องเป็นระบบ และสามารถประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสำคัญของนวัตกรรมนี้อยู่ที่การออกแบบกระบวนการดำเนินงานแบบองค์รวม (Holistic) ที่เชื่อมโยงองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การกำหนดนโยบาย การสร้างความตระหนักรู้ การวางแผน การมีส่วนร่วม การพัฒนานวัตกรรม การประเมินผล และการสะท้อนผล เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สถานศึกษาสามารถพัฒนาการใช้พลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนนวัตกรรมดังกล่าวจึงมีคุณค่าในเชิงการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในศตวรรษที่ 21 และสามารถขยายผลไปยังสถานศึกษาอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. จุดเด่นของนวัตกรรม HAPPIER ModelHAPPIER Model เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่พัฒนาขึ้นบนฐานแนวคิดการบริหารเชิงระบบ (Systems Approach) ผสานวงจรการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAOR) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) โดยมีจุดเด่นดังนี้2.1 เป็นนวัตกรรมเชิงระบบ (Systemic Innovation) โดยใช้แนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI) อย่างเป็นลำดับขั้น ทำให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและตรวจสอบได้2.2 ขับเคลื่อนด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Whole-School Approach) ทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน และชุมชน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างแท้จริง2.3 มีเครื่องมือและระบบประเมินผลที่วัดผลได้จริง (Measurable & Evidence-Based) สามารถสะท้อนผลลัพธ์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ2.4 สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและวัฒนธรรมองค์กร (Behavioral Cultural Transformation) นำไปสู่การเป็นโรงเรียนสีเขียวอย่างยั่งยืน


32.5 สามารถขยายผลได้ (Scalable Model) และพัฒนาเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นนำไปใช้ได้จริงดังนั้น HAPPIER Model จึงมิใช่เพียงนวัตกรรมเชิงกิจกรรมแต่เป็น นวัตกรรมเชิงระบบ (Systemic Innovation) ที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของสถานศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนในระยะยาว


4บทที่ 2วัตถุประสงค์ของคู่มือคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของสถานศึกษาในการพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้1. เพื่ออธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของ HAPPIER Model ที่ใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม2. เพื่อกำหนดขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงานของรูปแบบให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม3. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษา4. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนแนวคิดเกี่ยวกับโรงเรียนสีเขียว (Green School/Eco-School)แนวคิดโรงเรียนสีเขียว (Green School หรือ Eco-School) เป็นแนวคิดด้านการจัดการศึกษาที่มุ่งพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในโรงเรียน ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้กล่าวว่า โรงเรียนสีเขียวเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่บูรณาการการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการบริหารจัดการสถานศึกษาและการดำเนินชีวิตของผู้เรียน โดยเน้นการพัฒนาทักษะการคิด การสร้างความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (UNESCO, 2017)ในขณะเดียวกันโครงการ Eco-Schools ซึ่งเป็นโครงการด้านการศึกษาสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาโรงเรียนสีเขียว โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Action-Based Learning) และการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน เช่น การจัดการพลังงาน การจัดการน้ำ การลดขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (FEE, 2019) สำหรับบริบทของประเทศไทยแนวคิดโรงเรียนสีเขียวได้รับการส่งเสริมผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงาน โครงการโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา และโครงการโรงเรียนสีเขียวของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการบริหารจัดการโรงเรียนให้สามารถลดการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบการพัฒนาโรงเรียนสีเขียวจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพของโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการ การบูรณาการเนื้อหาสิ่งแวดล้อมในหลักสูตรการเรียนการสอน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง


5แนวคิดดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมโดยใช้ HAPPIER Model ซึ่งเน้นการดำเนินงานแบบองค์รวม (Holistic) การสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) การวางแผนอย่างเป็นระบบ (Planning) การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Participation) การพัฒนานวัตกรรม (Innovation) การประเมินผล (Evaluation) และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Responsibility) เพื่อให้การบริหารจัดการโรงเรียนสามารถนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับโรงเรียนและชุมชนแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการพลังงานในสถานศึกษาการบริหารจัดการพลังงานในสถานศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาสถานศึกษาให้สามารถใช้ทรัพยากรพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการวางแผน การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการลดการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และส่งเสริมจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานในหมู่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษากระทรวงพลังงาน (2563) ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน โดยส่งเสริมให้โรงเรียนดำเนินกิจกรรมด้านการประหยัดพลังงาน เช่น การปรับปรุงระบบไฟฟ้า การใช้พลังงานทดแทน การลดการใช้พลังงานในอาคาร และการส่งเสริมพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้เรียนอีกด้วยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่า การบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วยกระบวนการสำคัญ ได้แก่ การกำหนดนโยบายด้านพลังงานขององค์กร การวิเคราะห์การใช้พลังงาน การวางแผนมาตรการประหยัดพลังงาน การดำเนินกิจกรรมด้านพลังงาน และการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, 2564)สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่า การบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วยกระบวนการสำคัญ ได้แก่ การกำหนดนโยบายด้านพลังงานขององค์กร การวิเคราะห์การใช้พลังงาน การวางแผนมาตรการประหยัดพลังงาน การดำเนินกิจกรรมด้านพลังงาน และการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, 2564)นอกจากนี้ International Energy Agency (IEA) ได้กล่าวว่า การจัดการพลังงานในองค์กรควรใช้แนวคิดของ Energy Management System (EnMS) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการที่ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผน ดำเนินงาน และควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากร การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (IEA, 2018)สำหรับสถานศึกษา การบริหารจัดการพลังงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดการใช้พลังงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบูรณาการความรู้ด้านพลังงานเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึกด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในอนาคต


6แนวคิดการบริหารจัดการพลังงานในสถานศึกษาดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมโดยใช้ HAPPIER Model ซึ่งเน้นการดำเนินงานแบบองค์รวม การสร้างความตระหนักรู้ การวางแผนอย่างเป็นระบบ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การพัฒนานวัตกรรม การประเมินผล และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานในโรงเรียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวการสังเคราะห์กรอบแนวคิดการพัฒนารูปแบบ HAPPIER Modelจากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโรงเรียนสีเขียว การบริหารจัดการพลังงานในสถานศึกษา การบริหารแบบมีส่วนร่วม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผู้วิจัยได้สังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีความเป็นระบบ สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทของสถานศึกษาและสามารถติดตามประเมินผลได้อย่างต่อเนื่อง การสังเคราะห์แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า HAPPIER Model ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดเชิงระบบที่สามารถเชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบได้อย่างเป็นลำดับขั้น โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่มีส่วนร่วมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 7 องค์ประกอบ ได้แก่H - Holistic Policyการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาโรงเรียนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวมโดยผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนA - Awarenessการสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับครู นักเรียน และบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดจิตสำนึกและพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าP - Planningการวางแผนการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา เช่น การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และการจัดการขยะ เพื่อกำหนดแนวทางและกิจกรรมที่เหมาะสมP - Participationการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในการร่วมกันดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมI - Innovationการพัฒนานวัตกรรมหรือกิจกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน เช่น ธนาคารขยะ ห้องเรียนสีเขียว หรือกิจกรรมการเรียนรู้ด้านพลังงานE - Evaluationการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานและนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาR - Reflection


7การสะท้อนผลการดำเนินงาน การสรุปบทเรียน และการนำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นองค์ประกอบทั้ง 7 องค์ประกอบ ของ HAPPIER Model ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงกับกระบวนการบริหารจัดการแบบวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งประกอบด้วยการวางแผน การดำเนินงาน การติดตามผล และการปรับปรุงพัฒนา เพื่อให้การบริหารจัดการโรงเรียนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืนนอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้นำแนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI) มาใช้เป็นกรอบในการอธิบายความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆของรูปแบบ โดยเริ่มจากปัจจัยนำเข้า ( Input) ซึ่งประกอบด้วยนโยบาย ทรัพยากร และศักยภาพของสถานศึกษา นำไปสู่กระบวนการดำเนินงาน (Process) ตามองค์ประกอบของ HAPPIER Model ซึ่งจะก่อให้เกิดผลผลิต (Output) เช่น กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมของโรงเรียน ส่งผลต่อผลลัพธ์ (Outcome) ได้แก่ การลดการใช้พลังงาน การลดปริมาณขยะและการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนและชุมชน และนำไปสู่ผลกระทบ (Impact) ในระยะยาว คือ การพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนการสังเคราะห์แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนารูปแบบ HAPPIER Model ซึ่งสามารถใช้เป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทของสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสม


8บทที่ 3กรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model พัฒนาขึ้นบนฐานแนวคิดสำคัญ ได้แก่1. Systems Theory การมองโรงเรียนเป็นระบบที่มีองค์ประกอบหลายด้านเชื่อมโยงกัน2. Participatory Governance การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง3. Strategic Management การบริหารเชิงยุทธศาสตร์4. Sustainable Development การพัฒนาอย่างยั่งยืน5. PAOR Cycle วงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Plan → Act → Observe → Reflectภาพที่ 1 แสดงกรอบแนวคิดของการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ HAPPIER Model จากภาพที่ 1 กรอบแนวคิดของการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ HAPPIER Model ประกอบด้วยปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการดำเนินงานตามองค์ประกอบของ HAPPIER Model ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) โดยมีฐานแนวคิดทางทฤษฎี ได้แก่ Systems Theory, Strategic Management, Participatory Governance และ Sustainable Development เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนารูปแบบ


9บทที่ 4โครงสร้างของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelภาพที่ 2 กรอบโครงสร้าง HAPPIER Model แสดงองค์ประกอบทั้ง 7 องค์ประกอบ ที่ใช้เป็นกรอบใน การบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมโครงสร้างของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมี ส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ประกอบด้วยองค์ประกอบ 7 องค์ประกอบ ดังนี้H - Holistic Policy คือ การกำหนดนโยบายและทิศทางด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนA - Awareness คือ การสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมP - Planning คือ การวางแผนการดำเนินงานP - Participation คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนI - Innovation คือ การพัฒนานวัตกรรมE - Evaluation คือ การติดตามและประเมินผลR - Reflection คือ การสะท้อนผลและปรับปรุง


10การสังเคราะห์รูปแบบ HAPPIER Model จากผลการวิจัยHAPPIER Model ที่ปรากฏในคู่มือฉบับนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการสังเคราะห์ผลการวิจัย อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยฐานข้อมูลเชิงประจักษ์จากกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ซึ่งมุ่งศึกษาสภาพปัญหา องค์ประกอบ แนวทางการบริหารจัดการ การพัฒนารูปแบบ การทดลองใช้ และการประเมินผลในบริบทสถานศึกษาจริง ทั้งนี้ การพัฒนารูปแบบดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่มุ่งศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการบริหารจัดการ พัฒนารูปแบบ ทดลองใช้ และประเมินผลรูปแบบอย่างครบวงจรผลจากการศึกษาวิจัยได้นำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดระบบองค์ความรู้ร่วมกับแนวคิด การบริหารแบบมีส่วนร่วม แนวคิด Whole School Approach และหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน จนเกิดเป็น HAPPIER Model ซึ่งเป็นรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีความเชื่อมโยงทั้งด้านนโยบาย กระบวนการดำเนินงาน การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ระบบติดตามประเมินผล และตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างเป็นองค์รวม ส่งผลให้รูปแบบมีทั้งความชัดเจนในเชิงโครงสร้างและความเหมาะสมในเชิงปฏิบัตินอกจากนี้ HAPPIER Model ยังผ่านกระบวนการตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญ และผ่านการทดลองใช้ในบริบทของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ทำให้รูปแบบดังกล่าวมิได้เป็นเพียงกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่เป็นรูปแบบที่มีรากฐานจากการวิจัย สามารถนำไปใช้ได้จริง ตรวจสอบได้ และมีศักยภาพในการขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นได้อย่างเหมาะสมจากการทดลองใช้รูปแบบในบริบทสถานศึกษาจริง พบว่า HAPPIER Model ก่อให้เกิดผลลัพธ์ เชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการลดการใช้พลังงานของสถานศึกษา การเพิ่มขึ้นของพฤติกรรม การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของผู้เรียน การมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรที่เข้มแข็งขึ้น ตลอดจน การเกิดกิจกรรมและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า HAPPIER Model เป็นรูปแบบการบริหารจัดการเชิงระบบที่สามารถนำไปใช้ได้จริง วัดผลได้ และส่งผลต่อการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน


11ภาพที่ 3 โครงสร้างและกรอบการดำเนินงานของ HAPPIER Model ตามแนวคิดระบบ (System-Based Management) โดยบูรณาการกรอบ Impact IPOO + ร่วมกับวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement Cycle) และฐานการพัฒนาจากงานวิจัย (Research and Development: R&D)จากภาพที่ 3 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงเชิงระบบของ HAPPIER Model โดยเริ่มจากปัจจัยนำเข้า (Input) ซึ่งประกอบด้วย นโยบาย ทรัพยากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผ่านกระบวนการดำเนินงาน ตามขั้นตอนของกระบวนการ (Process) ก่อให้เกิดผลผลิต (Output) และนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมและสมรรถนะของผู้เรียน (Outcome) ก่อนพัฒนาไปสู่ผลกระทบเชิงความยั่งยืนของสถานศึกษา (Impact) ภายใต้วงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ซึ่งมีการสะท้อนผลและปรับปรุงอย่างเป็นระบบ


12บทที่ 5การเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานการเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน และผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของ HAPPIER Model การนำรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ไปใช้ในสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิผล จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้1. การเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินงาน2. ผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการใช้ HAPPIER Model (Impact Statement)3. สรุปคุณค่าของนวัตกรรม (Value Proposition)4. ผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelการเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินงานการเตรียมความพร้อมก่อนใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model มีดังนี้1. การจัดตั้งคณะทำงานสถานศึกษาควรแต่งตั้งคณะทำงาน จำนวน 5 - 9 คน โดยมีองค์ประกอบที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนได้แก่1.1 ผู้บริหารสถานศึกษา (กำหนดนโยบายและกำกับทิศทาง)1.2 ครู (ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรม)1.3 นักเรียน (ผู้ปฏิบัติและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง)1.4 ผู้ปกครอง (สนับสนุนและสร้างความต่อเนื่องในครอบครัว)1.5 ชุมชน (เสริมพลังและขยายผลสู่สังคม)การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนดังกล่าวสะท้อนแนวคิด Whole-School Approach ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความยั่งยืนของนวัตกรรม2. การเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data)สถานศึกษาควรดำเนินการเก็บข้อมูลพื้นฐานเพื่อใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินงาน ได้แก่2.1 ปริมาณการใช้ไฟฟ้า2.2 ปริมาณการใช้น้ำ2.3 ปริมาณขยะ2.4 ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน


13ข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนประสิทธิภาพของการดำเนินงาน และสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงประจักษ์(Evidence-based Evaluation)3. การวิเคราะห์สถานการณ์ (Situational Analysis)ดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์โดยใช้เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ เช่น SWOT Analysis เพื่อประเมิน3.1 จุดแข็ง (Strengths)3.2 จุดอ่อน (Weaknesses)3.3 ปัญหา/อุปสรรค (Problems/Threats)การวิเคราะห์ดังกล่าวช่วยให้สถานศึกษาสามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง4. การกำหนดเป้าหมาย (Goal Setting)กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ชัดเจน เช่น4.1 ลดการใช้ไฟฟ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 104.2 ลดปริมาณขยะไม่น้อยกว่าร้อยละ 204.3 เพิ่มพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างประหยัดของนักเรียนในระดับสูงฯลฯเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรมผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการใช้ HAPPIER Model (Impact Statement)จากการดำเนินงานตาม HAPPIER Model พบว่า สถานศึกษาสามารถพัฒนาได้ทั้งในระดับระบบ พฤติกรรม และวัฒนธรรมองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผลลัพธ์ดังนี้1. ด้านการใช้ทรัพยากรและพลังงานสถานศึกษาสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ร้อยละ XX เมื่อเทียบกับช่วงก่อน ดำเนินงาน และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการพลังงานที่พัฒนาขึ้น2. ด้านพฤติกรรมผู้เรียนนักเรียนมีพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างประหยัดเพิ่มขึ้นในระดับสูงมีความตระหนักรู้ ด้านสิ่งแวดล้อม และสามารถปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน3. ด้านการมีส่วนร่วมครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผล ให้เกิดการขยายผลจากโรงเรียนสู่ครอบครัวและชุมชน4. ด้านระบบการบริหารจัดการสถานศึกษามีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง มีการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ


145. ด้านวัฒนธรรมองค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมองค์กร โดยการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นวิถีปฏิบัติของสถานศึกษาสรุปคุณค่าของนวัตกรรม (Value Proposition)HAPPIER Model เป็นนวัตกรรมเชิงระบบที่สามารถเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมจาก “กิจกรรม” ไปสู่ “ระบบการบริหารจัดการ” ที่มีความต่อเนื่อง วัดผลได้ และขยายผลได้นวัตกรรมนี้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ใน 3 ระดับ ได้แก่1. ระดับบุคคล ได้แก่ พฤติกรรมและจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม2. ระดับองค์กร ได้แก่ ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ3. ระดับสังคม ได้แก่ การขยายผลสู่ชุมชนจึงสามารถกล่าวได้ว่ารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model เป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการยกระดับสถานศึกษาสู่การเป็น “โรงเรียนสีเขียวอย่างยั่งยืน” และสามารถเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพภาพที่ 4 กรอบแนวคิดการเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน และผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของ HAPPIER Modelผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model


15จากการนำรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ไปใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงประจักษ์ ดังนี้1. การใช้พลังงานของสถานศึกษาลดลง ร้อยละ XX 2. ผู้เรียนมีพฤติกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ร้อยละ XX 3. ความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง4. ครูและบุคลากรมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ร้อยละ 1005. เกิดโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 โครงการ ได้แก่5.1 โครงการโรงเรียนคาร์บอนต่ำ5.2 โครงการโรงเรียนคาร์บอนต่ำสู่ชุมชน5.3 โครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero waste School)5.3 โครงการโรงเรียนสีเขียวเบอร์ 55.4 โครงการโรงเรียนอีโคสคูล6. เกิดนวัตกรรม “นวัตกรรักโลกสร้างรายได้ Learn to Earn” ดังนี้6.1 นวัตกรรมเด็กปฐมวัย จำนวน 2 นวัตกรรม 6.2 นวัตกรรมผู้เรียน จำนวน 6 นวัตกรรมผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model สามารถขับเคลื่อนการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนได้


16บทที่ 6ขั้นตอนการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelเป็นกระบวนการพัฒนาที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบได้ ดังนี้ขั้นตอนการดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model มีดังนี้1. ขั้นที่ 1 Holistic Policy คือ การกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนตัวอย่างเช่น โรงเรียนสีเขียว และโรงเรียนคาร์บอนต่ำ2. ขั้นที่ 2 Awareness คือ การสร้างความตระหนักรู้ตัวอย่าง เช่น กิจกรรมหน้าเสาธง และการจัดนิทรรศการ3. ขั้นที่ 3 Planning คือ การวางแผนการดำเนินงานตัวอย่าง เช่น แผนลดพลังงาน และแผนจัดการขยะ4. ขั้นที่ 4 Participation คือ การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตัวอย่าง เช่น ครู นักเรียน และชุมชน5. ขั้นที่ 5 Innovation คือ การพัฒนานวัตกรรมตัวอย่าง เช่น ธนาคารขยะ และห้องเรียนสีเขียว นวัตกรรักษ์โลกสู่การสร้างรายได้ (Learn to Earn)6. ขั้นที่ 6 Evaluation คือ การติดตามประเมินผลเครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมิน และรายงานผลขั้นที่ 7 Reflection สรุปบทเรียนและปรับปรุงการดำเนินงาน


17แผนภาพการใช้รูปแบบ (Flowchart)ภาพที่ 5 กรอบแนวคิดขั้นตอนการใช้ HAPPIER Model


การเชื่อมโยงของกระบวนการ HAPPIER Model เพื่อให้เห็นภาพความเชื่อมโยงของการดำเนินงาน ผู้วิจัยได้สรุปกรอบการดำเนินงานของ HAPPIER Model ตามแนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI) ดังนี้1. Input คือ นโยบาย บุคลากร ทรัพยากร งบประมาณ2. Process คือ การดำเนินงานตาม HAPPIER MODEL3. Output คือ กิจกรรมและนวัตกรรมด้านพลังงาน4. Outcome คือ พฤติกรรมและการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลง5. Impact คือ วัฒนธรรมองค์กรและความยั่งยืนของโรงเรียนเพื่อให้เห็นกรอบการดำเนินงานของ HAPPIER Model อย่างเป็นระบบ ผู้จัดทำจึงสังเคราะห์ การดำเนินงานตามแนวคิด IPOO + Impact ดังตารางต่อไปนี้ตารางที่ 1 กรอบการดำเนินงาน HAPPIER Model (IPOO + Impact)องค์ประกอบ รายละเอียดInput ปัจจัยนำเข้าเชิงนโยบายและทรัพยากรProcess กระบวนการขับเคลื่อนเชิงระบบตาม HAPPIER ModelOutput ผลผลิตเชิงกิจกรรมและนวัตกรรมOutcome ผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมและสมรรถนะImpact ผลกระทบเชิงระบบและความยั่งยืน7


19ตารางที่ 2 กรอบการดำเนินงานของ HAPPIER Model ตามแนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI)Input(ปัจจัยนำเข้า)Process(กระบวนการ ดำเนินงาน HAPPIER Model)Output (ผลผลิต)Outcome (ผลลัพธ์)Outcome (ผลลัพธ์ระยะ สั้น-กลาง)Impact (ผลกระทบเชิงระบบ/ระยะยาว)นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของสถานศึกษาH - Holistic Policy กำหนดนโยบายวิสัยทัศน์ และทิศทางการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนมีนโยบายและแผนด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมมีทิศทาง เป็นระบบ และสอดคล้องกันทั้งองค์กรเกิดระบบบริหารจัดกาสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม (Whole-school Environmental Management System)ข้อมูลพื้นฐานด้านพลังงานน้ำ และขยะP - Planning วางแผนการดำเนินงานและกำหนดเป้าหมายมีแผนการดำเนินงาน ด้านพลังงานและ สิ่งแวดล้อมของ โรงเรียนการดำเนินงานเป็นไปตามแผนและเป้าหมายที่กำหนดสามารถติดตามได้เกิดระบบวางแผนเชิงข้อมูล (Datadriven Planning System)ผู้บริหาร ครู นักเรียน และ ชุมชนA - Awareness สร้างความ ตระหนักรู้และจิตสำนึกด้านการ อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเกิดกิจกรรมรณรงค์ และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผู้เรียนและบุคลากรมี จิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Behavioral Change)


20ตารางที่ 2 (ต่อ)Input(ปัจจัยนำเข้า)Process(กระบวนการ ดำเนินงาน HAPPIER Model)Output (ผลผลิต)Outcome (ผลลัพธ์)Outcome (ผลลัพธ์ระยะ สั้น-กลาง)Impact (ผลกระทบเชิงระบบ/ระยะยาว)เครือข่ายความร่วมมือของ โรงเรียนP -Participation ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครูนักเรียนผู้ปกครอง และชุมชนเกิดกิจกรรมความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนผู้มีส่วนได้เสีย มีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน(Sustainable Partnership Network)ทรัพยากรและศักยภาพของ สถานศึกษาI - Innovation พัฒนานวัตกรรม หรือกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเกิดนวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติที่ดี (BEST Practices)ของโรงเรียนโรงเรียนมีแนวปฏิบัติที่ดี ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริงเกิดต้นแบบนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Innovation Model)เครื่องมือและ ระบบติดตามผลE - Evaluation ติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานมีข้อมูลผลการดำเนินงานและรายงานผล อย่างเป็น ระบบสามารถปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานได้ อย่างต่อเนื่องเกิดระบบบริหารจัดการโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-driven Management System)ผลกาดำเนินงานที่ผ่านมาR - Reflection สะท้อนผลและสรุปบทเรียนเพื่อพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องได้ข้อเสนอแนะและ แนวทางพัฒนาต่อ ยอดเกิดการเรียนรู้ขององค์กร (Organizational Learning)เกิดวัฒนธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Sustainable Green Culture)เพื่อให้เห็นภาพความเชื่อมโยงของปัจจัยนำเข้า กระบวนการดำเนินงาน ผลผลิต และผลลัพธ์จากการใช้รูปแบบ ผู้วิจัยได้สรุปกรอบการดำเนินงานของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ตามแนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI) แสดงดังภาพที่ 6


21ภาพที่ 6 กรอบการดำเนินงานของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelตามแนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) (IPOOI)ขั้นตอนการดำเนินงานตามรูปแบบ HAPPIER Modelการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมี ส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model เป็นกระบวนการเชิงระบบที่มีลักษณะเป็นวงจรต่อเนื่อง (Continuous Improvement Cycle) โดยประกอบด้วย 6 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้1. การวิเคราะห์บริบท (Analyze) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และศักยภาพของสถานศึกษา2. การกำหนดนโยบายและเป้าหมาย (PolicyDesign)กำหนดทิศทางและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์3. การสร้างการมีส่วนร่วม (Participation) เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาท4. การดำเนินงาน (Implementation) ขับเคลื่อนกิจกรรมตามแผน5. การประเมินผล (Evaluation)ติดตาม ตรวจสอบ และวัดผล6. การสะท้อนผลและพัฒนา (Reflection) นำผลไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจากขั้นตอนดังกล่าวสามารถสรุปเป็นแผนภาพการดำเนินงานของ HAPPIER Model ได้ดังภาพต่อไปนี้


22ภาพที่ 7 แสดงขั้นตอนการดำเนินงานตาม HAPPIER Model


23ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ HAPPIER Model ในสถานศึกษาตัวอย่างการประยุกต์ใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ในโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง มีดังนี้1. นโยบาย Green School โรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิงภาพที่ 8 ประกาศนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนสีเขียว (Green School) โรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง


242. กิจกรรมโรงเรียนอีโคลสคูล (Eco-School)ภาพที่ 9 คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินกิจกรรมโรงเรียนอีโคสคูล (Eco- School) โรงเรียนชุมชน บ้านเขาสมิง


253. กิจกรรมโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)ภาพที่ 10 ข้อมูลรายงานผลเปรียบเทียบการใช้พลังงานของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิงภาพที่ 11 ข้อมูลกิจกรรมจัดการขยะทั้ง 4 ประเภท ตามหลัก 3Rs


264. กิจกรรมธนาคารขยะโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิงภาพที่ 12กิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้และผลงานนักเรียนกิจกรรมธนาคารขยะโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง


27ภาพที่ 13กิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้และผลงานนักเรียนกิจกรรมธนาคารขยะโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง


285. ผลการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model: กรณีศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราดภาพที่ 14 สรุปผลการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ย้อนหลัง 3 ปีภาพที่ 15 การเปรียบเทียบผลการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ย้อนหลัง 3 ปี


29ภาพที่ 16 ผลการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ย้อนหลัง 3 ปี6. ผลแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model: กรณีศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราดภาพที่ 17 ความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Mode ย้อนหลัง 3 ปี


30QR Code presentation สรุปผลการดำเนินกิจกรรมภาพที่ 18 การเปรียบเทียบผลการประเมินความพึงพอใจและสรุปเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมย้อนหลัง 3 ปี7. ผลการยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราดภาพที่ 19การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ย้อนหลัง 3 ปีของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ปี พ.ศ. 2566


31ภาพที่ 20 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ปี พ.ศ. 2567ภาพที่ 21 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรู้แบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ปี 2568


32ภภาพที่ 22 กราฟเปรียบเทียบผลแบบสอบถามการยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรู้แบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ย้อนหลัง 3 ปี ภาพที่ 23 การยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบ HAPPIER Model ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง ย้อนหลัง 3 ปี


338. ตัวอย่างแบบบันทึกภาพที่ 24 แบบบันทึกการบำรุงรักษาและการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศของโรงเรียน


34บทที่ 7ระบบติดตามและประเมินผลระบบติดตามและประเมินผลรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model: กรณีศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด มีเครื่องมือติดตามและประเมินผล ดังนี้1. ระบบติดตามกระบวนการ (Process)1.1 วัตถุประสงค์เพื่อติดตามการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ1.2 เครื่องมือ ได้แก่ แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) แบบรายงานความก้าวหน้า (Progress Report) และการสังเกตการดำเนินกิจกรรม1.3 ตัวชี้วัด มีดังนี้ 1.3.1 โรงเรียนมีคณะกรรมการพลังงานและสิ่งแวดล้อม1.3.2 โรงเรียนมีแผนปฏิบัติการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม1.3.3 จำนวนกิจกรรมที่ดำเนินการจริงตามแผน1.3.4 ระดับการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน และผู้ปกครอง1.3.5 ระยะเวลาในการติดตาม แบ่งเป็นรายเดือน และรายภาคเรียน2. ระบบติดตามพฤติกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Behavior Monitoring)2.1 วัตถุประสงค์เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียน2.2 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียน ครูบุคลากร ชุมชน2.3 เครื่องมือ ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรม แบบสังเกต แบบสอบถาม2.4 ตัวชี้วัด มีดังนี้2.4.1 การปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน2.4.2 การประหยัดน้ำ2.4.3 การแยกขยะ2.4.4 การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า3. ระบบติดตามการใช้พลังงานและทรัพยากร (Resource Monitoring)3.1 วัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลลัพธ์เชิงปริมาณของการใช้พลังงานและทรัพยากรในโรงเรียน3.2 ตัวชี้วัด มีดังนี้3.2.1 ปริมาณการใช้ไฟฟ้า (ค่าไฟรายเดือน)3.2.2 ปริมาณการใช้น้ำ (ข้อมูลจากมิเตอร์น้ำ)3.2.3 ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในโรงเรียน3.2.4 ปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล3.3 การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการใช้พลังงานและทรัพยากรเพื่อดูผลการเปลี่ยนแปลง


354. ระบบประเมินความพึงพอใจและการมีส่วนร่วม (Participation & Satisfaction Evaluation)4.1 วัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความพึงพอใจและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง4.2 เครื่องมือ ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจ ประเด็นการประเมิน ได้แก่ ความเข้าใจใน รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model การมีส่วนร่วมในกิจกรรม ความเหมาะสมของกิจกรรม ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม และความตั้งใจในการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง4.3 กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ ผู้บริหาร ครูนักเรียน และผู้ปกครอง5. ระบบประเมินผลกระทบและความยั่งยืน (Impact & Sustainability Evaluation)5.1 วัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลกระทบโดยรวมของการดำเนินงาน5.2 ตัวชี้วัด แบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้5.2.1 ด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การลดการใช้พลังงาน การลดปริมาณขยะ5.2.2 ด้านการเรียนรู้ได้แก่ นักเรียนมีความรู้และทักษะด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น5.2.3 ด้านวัฒนธรรมองค์กร ได้แก่ โรงเรียนมีวัฒนธรรมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม5.2.4 ด้านชุมชน ได้แก่ ชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียน5.3 วิธีการประเมิน ได้แก่ การเปรียบเทียบสถิติ: ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง เช่น หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง (คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้) หรือปริมาณขยะที่ลดลงจากการชั่งน้ำหนักในธนาคารขยะ และการสังเกตพฤติกรรม: สังเกตพฤติกรรมจริงในโรงเรียน (Authentic Assessment) เช่น การปิดไฟ-พัดลมเมื่อไม่ใช้งาน การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง หรือการนำวัสดุเหลือใช้มาทำชิ้นงานสร้างสรรค์6. ระบบรายงานผลและการสะท้อนผล (Reflection System)6.1 วัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนสามารถพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง6.2 เครื่องมือ ได้แก่ เอกสารที่รวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ (สถิติการใช้พลังงานที่ลดลง) และเชิงคุณภาพ (พฤติกรรมนักเรียน)6.3 คำถามสะท้อนผล ได้แก่ สิ่งที่ทำได้ดีและปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อถอดบทเรียนจุดแข็งมาใช้เป็นฐานในการทำงาน จากนั้นจึงหันมาพิจารณา ปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงพฤติกรรมที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายเพื่อหาต้นตอของข้อผิดพลาด และสรุปจบด้วยการวาง แนวทางการพัฒนาหรือนวัตกรรมที่จะนำมาปรับใช้ในระยะต่อไป เพื่อมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน


36บทที่ 8ตัวชี้วัดความสำเร็จการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model มีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ (Key Performance Indicators: KPI) เพื่อใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ โดยตัวชี้วัดความสำเร็จสามารถแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังนี้1. ตัวชี้วัดด้านการบริหารจัดการ (Management Indicators)เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการของโรงเรียนโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelตัวชี้วัดความสำเร็จ มีดังนี้1.1 โรงเรียนมีนโยบายหรือแผนพัฒนาด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม1.2 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม1.3 มีการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน1.4 มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง1.5 โรงเรียนมีระบบรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม2. ตัวชี้วัดด้านการจัดการเรียนรู้ (Learning Indicators)เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงการบูรณาการเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมในกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนตัวชี้วัดความสำเร็จ มีดังนี้2.1 มีการบูรณาการเนื้อหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในหลักสูตรสถานศึกษา2.2 ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม2.3 นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น2.4 นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน2.5 นักเรียนมีส่วนร่วมในโครงการหรือกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม3. ตัวชี้วัดด้านพฤติกรรมและการมีส่วนร่วม (Behavior & Participation Indicators)เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคลากรและนักเรียน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนตัวชี้วัดความสำเร็จ มีดังนี้3.1 นักเรียนและบุคลากรมีพฤติกรรมประหยัดพลังงาน เช่น ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน3.2 มีการแยกขยะภายในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ3.3 นักเรียน ครู และบุคลากรมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม3.4 ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียน3.5 โรงเรียนมีเครือข่ายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมกับหน่วยงานภายนอก4. ตัวชี้วัดด้านการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Environmental Indicators)เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์เชิงปริมาณของการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม


37ตัวชี้วัดความสำเร็จ มีดังนี้4.1 ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าของโรงเรียนลดลง4.2 ปริมาณการใช้น้ำลดลง4.3 ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในโรงเรียนลดลง4.4 ปริมาณขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลเพิ่มขึ้น4.5 โรงเรียนมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและเป็นระเบียบ5. ตัวชี้วัดด้านผลลัพธ์และความยั่งยืน (Outcome & Sustainability Indicators)เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์โดยรวมของการดำเนินงานตาม HAPPIER MODELตัวชี้วัดความสำเร็จ5.1 โรงเรียนมีวัฒนธรรมองค์กรด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม5.2 นักเรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม5.3 โรงเรียนสามารถดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง5.4 โรงเรียนได้รับการยอมรับหรือเป็นต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม5.5 ชุมชนได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของโรงเรียน


38บทที่ 9รูปแบบการใช้งานของโมเดลรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model เป็นการบริหารโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืนดำเนินงานตาม HAPPIER Model ออกแบบให้โรงเรียนสามารถพัฒนาได้ 3 ระดับ ได้แก่1) ระดับ Beginner2) ระดับ Developing3) ระดับ Advancedโดยแต่ละระดับสะท้อน ระดับความพร้อม การมีส่วนร่วม และผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ดังนี้1. ระดับ Beginner (ระดับเริ่มต้น)1.1 แนวคิดของระดับ เป็นระดับที่โรงเรียน เริ่มต้นนำ HAPPIER Model มาใช้โดยเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการ มีส่วนร่วมเบื้องต้นของบุคลากรในโรงเรียน1.2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่1) โรงเรียนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานและสิ่งแวดล้อม2) มีการเริ่มต้นจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน3) บุคลากรและนักเรียนเริ่มมีส่วนร่วม1.3 การดำเนินงานหลัก มีดังนี้1) สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานและสิ่งแวดล้อม2) แต่งตั้งคณะกรรมการพลังงานและสิ่งแวดล้อม3) จัดกิจกรรมรณรงค์พื้นฐาน เช่น ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ แยกขยะ ประหยัดน้ำ4) บูรณาการเนื้อหาสิ่งแวดล้อมในบางรายวิชา1.4 ตัวชี้วัดระดับ Beginner ได้แก่1) มีคณะกรรมการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม2) มีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างน้อย 2–3 กิจกรรมต่อปี3) นักเรียนมีความรู้พื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น2. ระดับ Developing (ระดับพัฒนา) 2.1 แนวคิดของระดับ เป็นระดับที่โรงเรียน มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและการใช้ทรัพยากร2.2 ลักษณะสำคัญ คือ1) โรงเรียนมีแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน2) มีการบูรณาการในหลักสูตรมากขึ้น3) มีการติดตามและประเมินผล2.3 การดำเนินงานหลัก ได้แก่1) จัดทำแผนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน2) บูรณาการกิจกรรมสิ่งแวดล้อมในหลายรายวิชา


393) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ปกครอง4) มีระบบติดตามการใช้พลังงาน เช่น ค่าไฟ ปริมาณขยะ5) มีโครงการสิ่งแวดล้อมของนักเรียน เช่น ธนาคารขยะ โครงการลดขยะในโรงเรียน2.4 ตัวชี้วัดระดับ Developing ได้แก่1) โรงเรียนมีแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม2) มีการบูรณาการในหลักสูตรอย่างน้อย 3 - 5 กลุ่มสาระ3) ปริมาณขยะหรือการใช้พลังงานลดลง4) นักเรียนมีพฤติกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น3. ระดับ Advanced (ระดับก้าวหน้า/ต้นแบบ)3.1 แนวคิดของระดับ เป็นระดับที่โรงเรียนสามารถ ดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น3.2 ลักษณะสำคัญ คือ1) โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง2) ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม3) มีนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม3.3 การดำเนินงานหลัก ได้แก่ 1) โรงเรียนมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน2) มีการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ3) มีนวัตกรรมหรือโครงการสิ่งแวดล้อมของนักเรียน4) มีการเชื่อมโยงกับชุมชนและองค์กรภายนอก5) โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม3.4 ตัวอย่างกิจกรรมระดับ Advanced ได้แก่1) โรงเรียนคาร์บอนต่ำ2) การใช้พลังงานทดแทน3) ศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อม4) การจัดการขยะครบวงจร3.5 ตัวชี้วัดระดับ Advanced ได้แก่ 1) การใช้พลังงานลดลงอย่างต่อเนื่อง2) นักเรียนมีภาวะผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม3) โรงเรียนได้รับการยอมรับเป็นต้นแบบ4) ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียน


40ภาพที่ 25 รูปแบบลำดับการใช้งานโมเดล 3 ระดับ


41บทที่ 10การพัฒนาต่อยอดรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model เป็นรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม ที่มุ่งส่งเสริมให้โรงเรียนสามารถพัฒนาการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้เรียน ครู บุคลากร และชุมชน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างยั่งยืน โรงเรียนจำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อยอดรูปแบบดังกล่าวอย่างต่อเนื่องการพัฒนาต่อยอด HAPPIER Model มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดำเนินงานของโรงเรียนจากการจัดกิจกรรมพื้นฐาน ไปสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ และสามารถเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาอื่นได้ โดยการพัฒนาต่อยอดสามารถดำเนินการได้ในหลายมิติ ดังนี้1. การพัฒนาด้านการบริหารจัดการการพัฒนาต่อยอด HAPPIER Model ควรเริ่มจากการสร้างระบบบริหารจัดการที่มีความชัดเจน โดยผู้บริหารโรงเรียนควรกำหนดนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาสถานศึกษา พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนกิจกรรมตามแนวทางของ HAPPIER Modelนอกจากนี้ โรงเรียนควรมีการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสามารถติดตามประเมินผลได้2. การพัฒนาด้านการจัดการเรียนรู้การพัฒนาต่อยอด HAPPIER Model ควรส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการเนื้อหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเข้าไปในกระบวนการจัดการเรียนรู้ในหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริง เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติการจัดการเรียนรู้ในลักษณะดังกล่าวจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และ การทำงานร่วมกันของนักเรียน อีกทั้งยังช่วยสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน3. การพัฒนาด้านการมีส่วนร่วมหนึ่งในปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการดำเนินงานตาม HAPPIER Model คือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในโรงเรียนและชุมชน ดังนั้น การพัฒนาต่อยอดควรมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทในการวางแผน ดำเนินกิจกรรม และประเมินผล จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน และทำให้การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนมีความเข้มแข็งและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น4. การพัฒนาด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมการพัฒนาต่อยอด HAPPIER Model ควรส่งเสริมให้โรงเรียนและนักเรียนสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการลดการใช้พลังงาน การจัดการขยะอย่างครบวงจร หรือการใช้พลังงานทดแทนภายในโรงเรียน


42การส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการคิดค้น และพัฒนานวัตกรรม จะช่วยพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ และสร้างความตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม5. การพัฒนาด้านการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตาม HAPPIER Model ควรมีระบบติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิภาพของกิจกรรมและตรวจสอบความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้โรงเรียนสามารถใช้เครื่องมือหลากหลาย เช่น แบบประเมินพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน และการสะท้อนผลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานในระยะต่อไป6. การพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาต่อยอด HAPPIER Model คือการสร้างระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โรงเรียนควรส่งเสริมให้การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรเมื่อการดำเนินงานมีความเข้มแข็ง โรงเรียนสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ในการนำแนวทางของ HAPPIER Model ไปประยุกต์ใช้การขยายผลและการใช้ประโยชน์ของนวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาอื่นได้ โดยปรับให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน ทั้งในด้านทรัพยากร บุคลากร และสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบของโรงเรียนสีเขียวในระดับเขตพื้นที่และระดับประเทศได้ โดยมีศักยภาพในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาเพื่อความยั่งยืน และการพัฒนาผู้เรียนให้มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงภาพที่ 26 การพัฒนาต่อยอดรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบ มีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model


43บทที่ 11บทสรุปรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่พัฒนาขึ้นบนฐานแนวคิดการบริหารเชิงระบบ (Systems Approach) ผสานกระบวนการมีส่วนร่วม (Participatory Approach) และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) โดยมุ่งยกระดับการดำเนินงานของสถานศึกษาจาก “กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม” ไปสู่ “ระบบการบริหารจัดการเชิงนวัตกรรม” ที่มีความเป็นระบบ วัดผลได้ และขยายผลได้รูปแบบดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ได้แก่ Holistic Policy, Awareness, Planning, Participation, Innovation, Evaluation และ Reflection ซึ่งเชื่อมโยงการดำเนินงาน โดยใช้แนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) ผลกระทบ (Impact) อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการนำรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model ไปใช้ พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญใน 3 ระดับ ได้แก่ระดับบุคคล ผู้เรียนมีพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนระดับองค์กร สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและตรวจสอบได้ระดับสังคม เกิดการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง และชุมชนส่งผลให้การดำเนินงานขยายผล สู่ภายนอกสถานศึกษานอกจากนี้ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์สะท้อนให้เห็นว่าสถานศึกษาสามารถลดการใช้พลังงานปี พ.ศ. 2566 - พ.ศ. 2567 ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ (ร้อยละ 2.29) ควบคู่กับการพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียนและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของนวัตกรรมในมิติของทั้ง “ระบบ” และ “พฤติกรรม”HAPPIER Model จึงมีคุณค่าในฐานะ “นวัตกรรมเชิงระบบ (Systemic Innovation)” ที่สามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นโรงเรียนสีเขียว (Green School) อย่างยั่งยืน โดยมีจุดเด่นในการบูรณาการการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันอย่างเป็นองค์รวมกล่าวโดยสรุป รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Modelเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาที่เปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจาก “กิจกรรม” ไปสู่ “ระบบบริหารจัดการเชิงนวัตกรรม” ที่มีความต่อเนื่อง วัดผลได้ และขยายผลได้จริง ส่งผลให้สถานศึกษาสามารถลดการใช้พลังงาน พัฒนา


44พฤติกรรมผู้เรียน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสามารถเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพผลการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน โดยใช้ HAPPIER Model แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลเชิงประจักษ์ โดยสามารถลดการใช้พลังงานในสถานศึกษาจากปี พ.ศ. 2566 - พ.ศ. 2568 ได้ร้อยละ 2.29 ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากขยะรีไซเคิลคิดเป็น ร้อยละ 86.12 ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากขยะอินทรีย์ ร้อยละ 79.69 และเพิ่มระดับจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมของผู้เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (ร้อยละ 89.25) นอกจากนี้ผู้เรียนและบุคลากรมีพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสำเร็จของรูปแบบในเชิงระบบ (System Effectiveness) และเชิงพฤติกรรม (Behavioral Change) อย่างชัดเจน


Click to View FlipBook Version