The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

(ด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teerapatpho, 2021-07-13 04:22:09

การเก็บตัวอย่างอากาศ และการวิเคราะห์

(ด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม)

140

แต่ในอีกลักษณะเสยี งจะทำให้การปฏิบัตงิ านทม่ี ีประสทิ ธิภาพลดลงกวา่ เดิม และในบางลกั ษณะเสยี งอาจจะ
ไม่มีผลใดๆ เลยตอ่ การปฏิบตั งิ าน ดังเชน่ ทกี่ ารร์ อน ไดท้ ำการทดลองเกีย่ วกบั ผลของเสียงต่อการปฏบิ ัติงาน
ของมนุษย์ในหอ้ งทดลอง โดยมคี นเข้าทดลองทัง้ สิ้น 58 คน ผลการทดลองปรากฏวา่ มี 7 คนที่ผลการ
ปฏบิ ตั งิ านดีขน้ึ กวา่ เดมิ มี 22 คน ทไี่ ม่มกี ารเปลี่ยนแปลงในการปฏบิ ตั ิงาน และมี 29 คนมีผลการปฏบิ ตั งิ าน
แย่ลงกวา่ เดมิ
3. เหตุรำคาญจากเสียง

นอกจากเสียงดังจะทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยิน และส่งผลกระทบในด้านความปลอดภัยแล้ว
เสียงดังยังก่อให้เกดิ ปัญหาเหตรุ ำคาญต่อผ้สู ัมผัสเสียง ความรำคาญนส้ี ่วนใหญ่จะเกดิ ขึ้นกับชุมชนโดยรอบ
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการ ผลกระทบตามมาคือความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างโรงงานกับชุมชน จึง
เป็นอันตรายของเสียงทคี่ วรหาทางปอ้ งกนั ด้วย

การตรวจวดั

1. เครื่องมอื อุปกรณ์
1. เครอื่ งมือวัดเสยี ง (Sound Level Meter) ประกอบด้วย ไมโครโฟน สว่ นขยายสัญญาณวงจรถว่ ง

นำ้ หนัก มาตรแสดงคา่
2. เครื่องมือวเิ คราะหค์ วามถี่ (Frequency Analyzer) เปน็ เคร่ืองมือวิเคราะห์ความถ่ี สามารถ

วิเคราะห์ความถ่ีช่วงต่างๆ เชน่ Octave และ 1/3 octave โดยได้มีการกำหนดช่วงค่าความถ่ีที่แยกได้ไว้เป็น
มาตรฐานสากล

3. เครอื่ งมือปรับความถูกต้อง (Sound Calibrator) เปน็ เครอ่ื งมือกำหนดเสียงมาตรฐาน ใช้สำหรับ
ปรบั แตง่ เครือ่ งมอื วดั ระดบั เสยี งทเ่ี ฉพาะความถี่เดยี ว

4. อปุ กรณก์ ำบงั ลม (Windscreen)ใชส้ วมครอบลงบนไมโครโฟน เพื่อทำหน้าท่ีปอ้ งกนั ลม และ
ฝน ในกรณีทต่ี งั้ ไมโครโฟนไวก้ ลางแจง้ หรอื บริเวณทม่ี ลี มแรง

5. ขาต้งั (Tripod) เปน็ อุปกรณท์ จ่ี ำเปน็ ต้องใชเ้ ม่อื ตอ้ งวดั เสียงหลาย และเคร่อื งวดั ระดับเสียงมี
นำ้ หนักมาก นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหากรณีที่รา่ งกายของผตู้ รวจวดั บงั เสยี ง

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวิทยาศาสตรอ์ นามยั ส่งิ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

141

การปรับความถูกต้องของเครอ่ื งมือ

ก่อนการตรวจวัดระดับเสียง จะต้องปรับความถูกต้องของเคร่ืองมือ โดยนำเคร่ืองมือปรับความ
ถกู ต้องสวมเข้ากับไมโครโฟน แล้วเปิดสวิตซ์ เสียงมาตรฐานจากเคร่ืองกำหดิ เสียง จะเปลง่ ออกมา จากน้ัน
ทำการปรบั ค่าระดับเสยี งของเครื่องมือวดั ระวดั เสยี งให้เทา่ กบั เสียงมาตรฐาน

วิธกี ารตรวจวัด

1. ตรวจสอบเครอ่ื งมอื วดั ระดับเสียงและอุปกรณต์ ่างๆ ให้ถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
- กรณตี รวจวดั ระดบั เสยี งเพ่ือดูว่าระดบั เสียงเกินกวา่ ทก่ี ฎหมายกำหนด ใหใ้ ช้เครือ่ งมือวัดระดบั เสยี ง(Sound
Level Meter)
- กรณตี รวจวดั ระดับเสียงเพ่ือควบคุมระดบั เสยี ง หรอื หาวธิ ีปอ้ งกนั เสียงดงั ให้ใช้เคร่ืองมือวัดระดบั เสียงวดั
ระดบั เสียงแบบวิเคราะหค์ วามถ่ี

2. ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมอื วดั ระดับเสยี งและอปุ กรณท์ ่ีใช้ เช่น แบตเตอร่ี
3. ปรบั ความถูกต้องของเคร่ืองมือวัดระดับเสยี ง
4. เลือกวงจรถ่วงนำ้ หนกั (Weighting Network) ให้เหมาะสมกับการตรวจวดั โดยปกตจิ ะใช้วงจร
ถ่วงนำ้ หนกั “A”
5. ให้ทดลองวดั ค่าระดบั เสยี งดกู อ่ นทจี่ ะมกี ารตรวจวัดค่าจริง และปรบั สเกลของเคร่อื งมือให้
เหมาะสม
6. หันไมโครโฟนไปยงั แหล่งกำเนดิ สยี งท่ตี ้องการวดั
-ขณะวดั การตรวจวดั ควรอยหู่ า่ งจากพ้นื ผวิ ท่ีทำใหเ้ กดิ เสยี งสะท้อน
-ตำแหนง่ ทีจ่ ะทำการตรวจวัดขน้ึ อยกู่ บั ลกั ษณะของงาน ดงั น้ี

ก. สะหรับงานทางด้านสุขศาสตร์อตุ สาหกรรม จะทำการตรวจวดั จุดทคี่ นปฏิบตั งิ าน โดย
ใหร้ ะดับไมโครโฟนอยู่ทร่ี ะดบั หู (Hearing Zone) ของผู้ปฏบิ ตั งิ าน

ข. สำหรับการตรวจวดั เพือ่ การควบคุมระดบั เสียง จะทำการตรวจวัดท่ีแหลง่ กำเนดิ เสียง
โดยหนั ไมโครโฟนไปยังแหลง่ กำเนิดสยี ง หา่ งจากเครอ่ื งจกั รประมาณ 1 เมตร

7. เลือกปมุ่ ความไวในการแสดงคา่ ระดบั เสียงไปที่ “Slow”
8. จดบนั ทกึ ค่าระดับเสียง

การวิเคราะห์และแปลผล

นำเอาค่าระดบั เสียงทว่ี ดั ไดเ้ ปรียบเทยี บกบั ค่ามาตรฐานหรอื กฎหมาย

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตร์อนามัยส่ิงแวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

142

กฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ ง

2.4.1 กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
สภาพแวดล้อมในการทำงานเก่ียวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2549 ออกโดยอาศัยอำนาจตาม
มาตรา 6 และ 103 แห่งพระราชบญั ญตั ิคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

ข้อ 8 นายจา้ งตอ้ งควบคุมระดับเสียงท่ีลกู จ้างได้รับเฉล่ียตลอดเวลาการทำงานในแตล่ ะวนั (Time
Weighted Average-TWA) มใิ หเ้ กินมาตรฐานตามตารางที่ 6 ทา้ ยประกาศนี้

ข้อ 9 ในบรเิ วณสถานประกอบกิจการท่มี รี ะดับเสียงกระทบหรือเสียงกระแทก (Impact or Impulse
Noise) เกิน 140 เดซิเบลเอ หรือมีปริมาณเสียงสะสมของเสียงกระทบหรือเสียงกระแทกเกินมาตรฐานท่ี
กำหนดไว้ในตารางท่ี 6 ท้ายกฎกระทรวงน้ี นายจ้างต้องให้ลูกจ้างหยุดทำงานจนกว่าจะได้ปรับปรุงหรือ
แก้ไขระดบั เสียง หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการตรวจวัดระดับเสยี งกระทบหรอื เสียงกระแทก ใหเ้ ปน็ ไปตามที่อธบิ ดี
ประกาศกำหนด

ขอ้ 10 ภายในสถานประกอบกิจการทีส่ ภาวะการทำงานมีระดับเสียงทล่ี ูกจ้างได้รบั เกินมาตรฐานท่ี
กำหนดในขอ้ 8 หรอื ข้อ 9 ให้นายจ้างดำเนนิ การปรับปรุงหรอื แก้ไขสิง่ ทเี่ ป็นตน้ กำเนดิ ของเสยี งหรือทางผ่าน
ของเสยี งหรือการบริหารจดั การเพือ่ ให้มีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รบั อยู่ไม่เกินมาตรฐานท่กี ำหนด ส่วนมลพิษ
ทางเสียงและความส่ันสะเทือน สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง ในกรณียังดำเนินการปรับปรุงหรือ
แก้ไขตามวรรคหน่งึ ไม่ได้ นายจ้างตอ้ งจดั ให้ลูกจา้ งสวมใส่อปุ กรณ์คมุ้ ครองความปลอดภยั สว่ นบุคคลตามท่ี
กำหนดไว้ในหมวด 4 ตลอดเวลาท่ีทำงาน เพื่อลดเสียงใหอ้ ยู่ในระดบั ทไ่ี มเ่ กนิ มาตรฐานท่กี ำหนดไว้ในข้อ 8
หรอื ขอ้ 9

ข้อ 11 ในบริเวณท่มี ีระดับเสียงเกนิ มาตรฐานทีก่ ำหนดในขอ้ 8 หรอื ขอ้ 9 นายจา้ งต้องจดั ใหม้ ี
เคร่อื งหมายเตอื นใหใ้ ชอ้ ุปกรณค์ ุ้มครองความปลอดภยั สว่ นบคุ คลตดิ ไวใ้ หล้ กู จ้างเหน็ ไดโ้ ดยชดั เจน

ข้อ 12 ในกรณที ่ีสภาวะการทำงานในสถานประกอบกจิ การมีระดบั เสยี งที่ลกู จา้ งไดร้ บั เฉลยี่ ตลอด
ระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงต้ังแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป ให้นายจ้างจัดทำโครงการอนุรักษ์การได้ยินใน
สถานประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์และวิธีการทอ่ี ธบิ ดปี ระกาศกำหนด

ข้อ 13 อปุ กรณค์ ้มุ ครองความปลอดภัยส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐาน ดงั ต่อไปนี้
(5) ปลั๊กลดเสียง (Ear Plugs) ตอ้ งทำดว้ ยพลาสติก ยาง หรอื วัสดุอน่ื ทอ่ี ่อนน่มุ และไม่ระคายเคอื ง
ใช้ใสช่ ่องหูท้งั สองขา้ ง และสามารถลดเสียงไดไ้ ม่น้อยกวา่ 15 เดซเิ บลเอ
(6) ครอบหูลดเสยี ง (Ear Muffs) ต้องทำด้วยพลาสตกิ ยาง หรอื วสั ดอุ น่ื ทอ่ี อ่ นนุม่ และไมร่ ะคาย
เคอื ง ใชค้ รอบหทู ัง้ สองข้าง และสามารถลดระดบั เสยี งลงไดไ้ ม่น้อยกว่า 25 เดซเิ บลเอ
ข้อ 15 นายจ้างตอ้ งจดั ให้มกี ารตรวจวัดและวเิ คราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสง

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตรอ์ นามยั สง่ิ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

143

สว่าง หรือเสียงภายในสถานประกอบกิจการหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ระยะเวลา และ
ประเภทกจิ การทีต่ อ้ งดำเนนิ การใหเ้ ป็นไปตามที่อธบิ ดปี ระกาศกำหนด

ข้อ 16 นายจา้ งต้องจัดทำรายงานการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานตามขอ้ 15 โดยให้
เจา้ หนา้ ทคี่ วามปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพหรอื ใหผ้ ูส้ ำเรจ็ การศึกษาไม่ตำ่ กวา่ ปริญญาตรสี าขา
อาชีวอนามยั หรือเทยี บเท่าตามท่ีได้ขนึ้ ทะเบียนไว้เป็นผู้รบั รองรายงาน และใหน้ ายจา้ งเก็บรายงานดังกล่าว
ไว้ ณ สถานประกอบกิจการเพ่ือให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้ตลอดเวลาทำการพร้อมท้ังส่ง
รายงานคู่ฉบบั ต่ออธิบดีหรือผ้ซู ึง่ อธิบดมี อบหมาย ภายใน 30 วันนบั แตว่ นั ทที่ ำการตรวจวัด

ขอ้ 20 ใหน้ ายจ้างจดั ให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างทที่ ำงานในสภาวะการทำงานทีอ่ าจไดร้ ับ
อนั ตรายจากความร้อน แสงสว่าง หรอื เสียงตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีอธบิ ดีประกาศกำหนด

ขอ้ 22 ในกรณที ่ที ราบความผิดปกติของร่างกายหรอื ความเจบ็ ปว่ ยของลูกจ้าง เน่อื งจากการทำงาน
ในสภาวะการทำงานที่อาจไดร้ บั อันตรายจากความร้อน แสงสวา่ ง หรือเสียง นายจ้างต้องจัดให้ลกู จา้ งได้รับ
การรักษาพยาบาลในทันที และทำการตรวจสอบหรือหาสาเหตุของความผิดปกติหรือเจ็บป่วย พร้อมทั้ง
สง่ ผลการตรวจสขุ ภาพของลกู จา้ งทผ่ี ิดปกตหิ รือเจ็บป่วย การใหก้ ารรักษาพยาบาลและการปอ้ งกนั แก้ไขต่อ
พนักงานตรวจแรงงานตามแบบที่อธบิ ดีประกาศกำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบความผิดปกติหรือ
การเจบ็ ป่วย ถา้ ลกู จ้างผใู้ ดมีหลกั ฐานทางการแพทยจ์ ากสถานพยาบาลของทางราชการหรอื ท่รี าชการยอมรับ
แสดงว่าไม่อาจทำงานในหนา้ ทเี่ ดิมได้ ใหน้ ายจ้างเปลี่ยนงานให้แก่ลูกจ้างผ้นู ้ันตามท่ีเห็นสมควร ทั้งน้ี ตอ้ ง
คำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภยั ของลกู จา้ งเปน็ สำคญั

ตารางท่ี 1 มาตรฐานระดบั เสียงท่ยี อมให้ลกู จา้ งไดร้ ับตลอดเวลาการทำงานในแต่ละวนั *

เวลาการทำงานทไี่ ดร้ บั เสียง (ชม.) ระดบั เสยี งเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน (TWA)

ไม่เกิน (เดซิเบลเอ)

12 87

8 90

7 91

6 92

5 93

4 95

3 97

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวิทยาศาสตรอ์ นามัยสิง่ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

144

เวลาการทำงานทไ่ี ดร้ บั เสียง (ชม.) ระดบั เสียงเฉลีย่ ตลอดระยะเวลาการทำงาน (TWA)

ไมเ่ กิน (เดซิเบลเอ)

2 100

1 ½ 102

1 105

½ 110

¼ หรือน้อยกว่า 115

หมายเหตุ * เวลาการทำงานทไ่ี ดร้ ับเสยี งและระดบั เสียงเฉลยี่ ตลอดระยะเวลาการทำงาน (TWA) ให้ใช้
ค่ามาตรฐานที่กำหนดตามตารางขา้ งตน้ เป็นลำดับแรก หากไม่มีค่ามาตรฐานท่ีกำหนดตรงตามตาราง

การส่นั สะเทือน (Vibration)

ลกั ษณะของการส่ันสะเทือน
1. การสน่ั สะเทือนแบบเสรี เป็นการเคล่อื นท่ไี ปมาของระบบโดยไม่มแี รงกระทำตอ่ ระบบ เช่น

พนักงานขบั รถแทรกเตอร์ รถบรรทุกและป้ันจั่น

2. การสั่นสะเทือนแบบแบบบงั คบั เป็นการเคล่อื นท่ใี นขณะที่มแี รงภายนอกมากระทำทีร่ ะบบ เชน่

การใชเ้ ครื่องเจาะถนน เคร่ืองเจยี ร เครื่องเล่ือยไฟฟา้

การสน่ั สะเทอื นดงั กลา่ วสามารถวัดโดยเครอื่ งมอื ที่เรียกวา่ Vibration Pickups ใชว้ ดั ความ
สัน่ สะเทือน (Vibrameter) มีการวัดความเร็วโดยเครอ่ื งมอื วัดความเรว็ (Velocity meter) มีการใช้เครื่องมือ
วดั ความเรง่ (Accelerometer)
อนั ตรายจากการส่นั สะเทอื น

การส่ันสะเทอื นทัว่ ร่างกายอาจส่งผลให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงโครงสรา้ งของกระดูก กระดูกสันหลัง
อักเสบ อวัยวะภายในทำงานผดิ ปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ระดับโคเสลเตอรอลในเลือดต่ำ ระดับของ
กรดแอสคอร์บกิ ต่ำ ปวดทอ้ งบริเวณชอ่ งท้องส่วนบน คลืน่ ไส้

การส่ันสะเทือนเฉพาะบางส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนว้ิ มือ อาจส่งผลกระทบกบั ข้อต่อ
ต่างๆ เช่น ข้อมือ ข้อศอก กระดูกขาดแคลเซียมหรือเกลือแร่ ทำให้เนื้อเย่ือของมือด้านและแข็ง ปลาย
ประสาทมอื อาจไดร้ บั การกระทบกระเทอื น

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามัยสง่ิ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

145

วิธีป้องกนั อันตรายจากการสน่ั สะเทือน
ป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับการสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านทางพื้นท่ียืนทำงาน โดยอาจจะใช้วัสดุ

ป้องกันการส่ันสะเทือนรองไว้ไต้เครื่องจักร หรือใช้วัสดุป้องกัน และดูดซับการส่ันสะเทือนหุ้มด้าม
เครือ่ งมอื

แบบบันทกึ ผลการวดั ระดบั เสยี งด้วยเครอื่ งวดั เสยี ง (SLM)

วนั ที่……………………..

ชอ่ื โรงงาน……………………………..

ช่อื ผู้ตรวจวดั ………………………………

ข้อมูลเกยี่ วกบั ผู้ปฏบิ ัตงิ านและบรเิ วณทำงาน

ชือ่ นามสกลุ ……… บรเิ วณทำงาน……. อาคาร………..

หน้าท่ี ……………………………. แผนก…………………….

ตำแหน่ง………………………..….. ช้ัน……………………….

เวลาทำงาน……………………………. จำนวนคนทสี่ ัมผัสเสยี ง………

มาตรการการควบคมุ การสัมผสั เสียง

วธิ กี ารทางวศิ วกรรม การบริหาร อุปกรณป์ ้องกนั ไมม่ ี

เครอ่ื งวัดเสียง…………………..

วนั ที่ตรวจปรับฯ หมายเลขเคร่อื งวัด หมายเลขเครือ่ งตรวจปรบั

………………………… ……………………………….. ……………………………………..

ผลการตรวจ dBA ผลการตรวจ dBA

จดุ ท่ี เวลา จุดท่ี เวลา

16

27

38

49

5 10

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตรอ์ นามัยส่งิ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

146

ความถ่ี 31.5 63 125 250 500 1,000 2,000 4,000 8,000 16,000
จุดที่ เวลา

1

2

3

4

5

แบบบันทึกผลการวดั เสยี งด้วยเคร่ืองวดั ปริมาณการสะสมของเสยี ง

วันที่……………………..

ชอ่ื โรงงาน……………………………..

ชอ่ื ผู้ตรวจวดั ………………………………

ขอ้ มูลเก่ยี วกับผ้รู บั การวดั ปริมาณการสมั ผัสเสียงและบรเิ วณทำงาน

ชื่อ นามสกุล……… บริเวณทำงาน……. อาคาร………..

หนา้ ท่ี ……………………………. แผนก…………………….

ตำแหนง่ ………………………..….. ชั้น……………………….

เวลาทำงาน…………………………….

ระยะเวลาท่ที ำงานในโรงงานน้ี……………………………………………….

ผลการอ่านคา่ จากเครือ่ งวดั ปรมิ าณการสะสมของเสียง

เครอื่ งทต่ี งั้ ไว้ 80 dBA เครอื่ งทีต่ ง้ั ไว้ 90 dBA ค่าที่

แตกตา่ ง

หมายเลข เวลา % dBA หมายเลข เวลา % dBA dBA

เครื่อง (นาท)ี เครื่อง (นาที)

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตรอ์ นามัยสงิ่ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

147

ตวั อย่าง โครงการ ตรวจวดั ระดบั ความดงั เสยี ง
ณ บริษทั มกรา 10 จำกดั จงั หวดั ขอนแกน่

ชื่อโครงการ : ตรวจวดั ระดบั ความดงั เสียง
หนว่ ยงานที่รับผดิ ชอบ : หน่วยงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั บริษทั ซี เค ชสู (์ ประเทศไทย) จำกัด
ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวพัชรนิ ท์ กลุ เกตุ และนายศิวดล ศริ ิวงศ์

E-mail: [email protected]; [email protected]
…………………………………………………………………………………………………………

ประเภทโครงการ : การเฝา้ ระวงั สมรรถภาพการไดย้ นิ ของพนกั งาน

หลกั การและเหตผุ ล
เสียงดังเป็นสิ่งแวดล้อมในการทำงานท่ีสำคัญ ซ่ึงพบได้จากการประกอบอาชีพทั่วไป โดยเฉพาะ

อย่างย่ิงการทำงานในภาคอุตสาหกรรม อันตรายจากเสียงดังทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของผู้
ประกอบอาชีพ เช่น กอ่ ให้เกิดความเครียดรบกวนสมาธใิ นการทำงาน เกิดการสญู เสียการได้ยินไม่ว่าจะเป็น
แบบชว่ั คราวหรอื ถาวร นอกจากนก้ี ารสัมผสั เสียงดังเปน็ ระยะเวลานานๆอาจก่อให้เกิดโรคประสาทหูเสอื่ ม
จากการประกอบอาชีพ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ซ่ึงกำหนดให้คนงานที่ทำงานในสถาน
ประกอบการทมี่ ีระยะเวลาในการทำงาน 8 ชัว่ โมง จะต้องมรี ะดับเสียงดงั เฉลีย่ ตลอดระยะเวลาการทำงานไม่
เกิน 90 db(A) ซง่ึ ในโรงงานหลายแห่งยังมีระดับความดงั เสียงเฉลีย่ ตลอดระยะเวลาการทำงาน 8 ชว่ั โมง เกิน
90 db(A)

จากรายงานสถานการณแ์ ละแนวโนม้ ปัญหาอาชวี อนามัยของกองชีวอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
พบว่า การเกิดโรคจากการทำงาน ของกรมควบคุมโรค พ.ศ. ๒๕๔๘ มีแนวโน้มโรคหูเสื่อมจากการ
ประกอบอาชีพเพิ่มข้ึนร้อยละ 9.06 และจากการศึกษาข้อมูลของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและ
ส่งิ แวดล้อมโดยการวิเคราะห์ขอ้ มูลกจิ การทมี่ คี วามเสี่ยงในการเกดิ โรคจากการประกอบอาชพี ทีส่ ำคัญ พ.ศ.
2551 ดำเนินการเฝ้าระวังในภาคอุตสาหกรรม คือ โรคประสาทหูเสอื่ มจากการประกอบอาชีพ (ยุวดี ยง่ิ ยงค์ .
ศกั ดดิ์ า ศิรกิ ุลพทิ ักษ์ และดวงพร ชาติสุวรรณ,๒๕๔๒ อ้างตามกองอาชีวอนามัย, ๒๕๓๘)

บริษทั มกรา ๑๐ จำกัด เปน็ สถานประกอบการณ์แห่งหนึ่งที่อยู่ในเครือเดียวกันกับบริษัท ซี เค ชูส์
(ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการผลิตรองเท้าเพ่ือส่งไปจำหนา่ ยต่างประเทศ ในกระบวนการผลิตมีการ
นำเอาเครื่องจักรเข้ามาใช้ในกระบวนการผลติ หลายชนดิ ซง่ึ เครอ่ื งจกั รเหล่าน้ีกก็ ่อให้เกดิ เสยี งดังรบกวนแก่

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตรอ์ นามัยสิ่งแวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

148

พนักงานท่ีปฏิบัติงานและคนรอบข้าง ซ่ึงจากการสัมผัสเสียงดังเหล่าน้ีเป็นเวลานานๆเข้ามันอาจส่งผลต่อ
สมรรถภาพการไดย้ ินของพนกั งานทส่ี มั ผัสถงึ ขน้ั สญู เสยี การได้ยนิ ได้

ดงั นั้นผู้ศกึ ษาจึงได้เลง็ เห็นความสำคัญในปัญหาเหลา่ น้ี ซ่ึงภายในระยะเวลาท่ไี ดม้ กี ารกอ่ ตั้งบริษัท
มกรา ๑๐ จำกดั ขน้ึ มาจนถงึ ปัจจุบนั ก็ยังไมเ่ คยไดม้ ีการตรวจวัดสมรรถภาพการได้ยินของพนักงานมากอ่ น
ผู้ศึกษาจึงได้คิดท่ีจะจัดทำโครงการการตรวจวัดเสียงข้ึนเพ่ือเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการสูญเสีย
สมรรถภาพการไดย้ ินของพนกั งาน ไมใ่ ห้เกดิ อบุ ตั ิการณ์เหล่าน้ขี นึ้ ทั้งยังทำใหพ้ นักงานเกดิ ความเชื่อมน่ั ใน
เรอื่ งความปลอดภัยของทางบริษัทมากขน้ึ ทำใหพ้ นกั งานปฏิบัตงิ านไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพือ่ ตรวจวัดระดบั ความดังเสียงในพนื้ ที่การทำงาน และประเมินผลการตรวจวัดระดับความดัง
เสยี งโดยเปรยี บเทยี บกับคา่ มาตรฐานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
๒. เพื่อเปน็ ข้อมลู ในการควบคุมและเฝ้าระวงั ระดับความดังเสยี ง ท่ีอาจสง่ ผลกระทบต่อได้ได้ยิน
ของผู้ปฏิบตั ิงานในพนื้ ท่ี ทีม่ เี สียงดัง

กล่มุ เปา้ หมาย
๑. พนักงานบรษิ ทั มกรา 10 จำกัด ทท่ี ำงานสมั ผัสกับเคร่อื งจกั รทม่ี ีเสียงดัง

กิจกรรมดำเนนิ การ
๑. ศกึ ษาข้อมลู เคร่ืองยนต์ เคร่ืองจักรท่มี เี สยี งดัง ในบริษทั มกรา ๑๐ จำกดั
๒. สำรวจข้อมูลโรงงานแต่ละแผนก เพ่ือดูว่าแผนกใดมีพนักงานท่ีทำงานกับเครื่องยนต์หรือ
เครอ่ื งจักรทม่ี เี สียงดงั
๓. จดั ทำหนังสือขอยืมเคร่ืองวัดความดังเสียง(Sound Level Meter) จากคณะสาธารณะสุขศาสตร์
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่
๔. ลงพื้นท่สี ำรวจ พ้ืนทีป่ ฏิบัตงิ านเพ่อื กำหนดจุดการตรวจวดั ระดบั เสยี ง
๕. จัดทำแผนผังการตรวจวดั ระดบั ความดังเสยี ง ในแตล่ ะพน้ื ทกี่ ารทำงาน
๖. ดำเนินการตรวจวัดเสียงตามจุดทีก่ ำหนดไว้
๗. นำคา่ ท่ีไดจ้ ากการตรวจวดั มาเปรยี บเทยี บกับค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
๘. สรปุ ผลการตรวจวัด
๙. จดั ทำเป็นรายงานการตรวจวัดเสยี ง

ระยะเวลาดำเนนิ การ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๔ – ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามัยสิง่ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

ผังควบคุมกำกับการดำเนินงาน 149

หวั ขอ้ ดำเนนิ การ ระยะเวลาดำเนนิ การ ผู้รบั ผดิ ชอบ หมายเหตุ
น.ส.พชั รินทร์
๑. ศกึ ษาขอ้ มลู เครือ่ งยนต์ ๒๐ ธันวาคม – ๒๒ นายศวิ ดล หมายเหตุ

เครอ่ื งจกั รท่ีมเี สียงดัง ใน ธันวาคม ๒๕๕๔ น.ส.พชั รินทร์
นายศวิ ดล
บรษิ ทั มกรา 10 จำกดั
น.ส.พัชรนิ ทร์
๒.สำรวจขอ้ มลู โรงงานแต่ ๒๓ ธันวาคม – ๒๗ นายศิวดล

ละแผนก เพื่อดวู ่าแผนกใดมี ธนั วาคม ๒๕๕๔

พนกั งานทท่ี ำงานกบั

เครื่องยนต์หรอื เครือ่ งจกั รที่

มีเสียงดงั

๓. จดั ทำหนงั สอื ขอยมื ๕ มกราคม ๒๕๕๕

เครอ่ื งวัดความดังเสยี ง

(Sound Level Meter) จาก

คณะสาธารณะสขุ ศาสตร์

มหาวิทยาลยั ขอนแกน่

หัวข้อดำเนนิ การ ระยะเวลาดำเนนิ การ ผู้รับผดิ ชอบ

๔. ลงพน้ื ท่สี ำรวจ พ้นื ที่ ๖ มกราคม – ๗ น.ส.พชั รนิ ทร์

ปฏิบัตงิ านเพ่อื กำหนดจดุ การ มกราคม๒๕๕๕ นายศวิ ดล

ตรวจวัดระดับเสียง

๕. จดั ทำแผนผังการตรวจวัด ๙ มกราคม – ๑๑มกราคม น.ส.พชั รนิ ทร์

ระดับความดังเสียง ในแต่ละ ๒๕๕๕ นายศวิ ดล

พื้นทก่ี ารทำงาน

๖. ดำเนนิ การตรวจวัดเสียง ๑๒ มกราคม– ๑๓ น.ส.พัชรินทร์
นายศิวดล
ตามจดุ ทกี่ ำหนดไว้ มกราคม ๒๕๕๕

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยส่งิ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

150

๗. นำคา่ ทไ่ี ด้จากการ ๑๔ มกราคม– ๑๖ น.ส.พชั รินทร์
ตรวจวดั มาเปรียบเทยี บกับ มกราคม ๒๕๕๕ นายศิวดล
คา่ มาตรฐานตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทย น.ส.พัชรินทร์
นายศิวดล
๘.สรุปผลการตรวจวดั ๑๗ มกราคม– ๒๐
มกราคม ๒๕๕๕

๙.จดั ทำเปน็ รายงานการ ๒๑ มกราคม – ๒๕ น.ส.พัชรนิ ทร์
ตรวจวัดเสยี ง มกราคม ๒๕๕๕ นายศวิ ดล

สถานที่ดำเนินการ

บริษทั มกรา ๑๐ จำกดั จังหวัดขอนแกน่

งบประมาณ/คา่ ใชจ้ ่าย

งบประมาณจากหนว่ ยงานความปลอดภัย บริษทั มกรา ๑๐ จำกดั

- ค่าเอกสารแบบฟอรม์ การตรวจวดั เปน็ เงนิ ๕๐ บาท

- ค่านำ้ มนั รถยนตข์ องบริษัท ระยะทางไปกลบั จากบริษทั มกรา ๑๐ จำกัด

ถึง บรษิ ทั ซี เค ชูส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเงนิ ๘๐๐ บาท

รวมจำนวนเงิน ๘๕๐ บาท

หมายเหตุ ค่าใช้จา่ ยทุกรายการสามารถเฉลยี่ จ่ายแทนกันได้ตามทจ่ี ่ายจริง

ตวั ชี้วดั ความสำเรจ็
๑. ตรวจวัดค่าความดงั เสียงครบทุกจดุ ทพี่ นักงานทำงานกบั เคร่อื งจักร

ประเมินผลโครงการ
๑. ตรวจวัดค่าความดังเสยี งครบทกุ จุดตามผังการตรวจวดั ทกี่ ำหนดไว้

ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั
๑. ทราบระดบั ความดังเสียงและผลการประเมนิ การตรวจวัดระดับความดงั เสียงในแต่ละพ้นื ทกี่ าร
ทำงาน เพอื่ เปรยี บเทยี บกับคา่ มาตรฐานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามยั ส่งิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

151

๒. สามารถเสนอแนวทางการปรับปรงุ แกไ้ ข รวมท้ังการบรหิ ารจัดการระดับความดงั เสยี งสำหรับ
พนื้ ทก่ี ารทำงานที่มรี ะดบั เสยี งดงั ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทก่ี ำหนด

ลงชอ่ื ............................................ผเู้ ขยี นโครงการ ลงชื่อ............................................ผู้เขียน
โครงการ
(นายศวิ ดล ศิริวงศ์)
(นางสาวพัชรินท์ กุลเกต)ุ นักศึกษ าฝึกงานอาชีวอน ามัยและความ
นักศกึ ษาฝกึ งานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ปลอดภัย

ลงชอ่ื .............................................ผเู้ สนอโครงการ ลงช่ือ...............................................ผเู้ สนอ
โครงการ
(นายศิวดล ศิรวิ งศ)์
(นางสาวพัชรินท์ กลุ เกตุ) นั ก ศึ ก ษ า ฝึ ก ง าน อ า ชี ว อ น า มั ย แ ล ะ ค ว า ม
นกั ศึกษาฝกึ งานอาชีวอนามยั และความปลอดภยั
ปลอดภยั

ลงช่ือ.................................................ผูเ้ ห็นชอบโครงการ
(นางสาวสุกลั ญา พกิ ลุ ศรี)

ลงช่ือ..................................................ผูอ้ นุมตั โิ ครงการ
(นายจกั รกฤษ วดั ศร)ี

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยส่งิ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

152

บรรณานกุ รม

เถลิงศกั ด์ิ เพ็ชรสวุ รรณและคณะผจู้ ดั ทำ. รวมกฎหมายเกยี่ วกับมลพษิ ทางเสียงและความสน่ั สะเทือน.พมิ พ์
คร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ: สำนักจดั การคณุ ภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพษิ กระทรวง
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม; 2551

สขุ ภาพ. พิมพ์ครั้งท่ี1. กรงุ เทพฯ: กรมควบคุมมลพษิ กระทรวงวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยีและสง่ิ แวดลอ้ ม;
2541

สุจติ รา ประสานสขุ และคณะผู้ศกึ ษา. โครงการศกึ ษาผลกระทบมลพษิ ทางเสยี งและความสั่นสะเทือนตอ่
Cherrie, John W. Monitoring for health hazards at work. 4th ed. Chichester, West Sussex; Malden,
MA:Wiley-Blackwell; 2010

Benaroya, Haym. Mechanical vibration. 2nd ed. New York: Dekker; c2004.
James Atkinson. Natural ventilation for infection control in health-care settings. 1st ed. Geneva: World

Health Organization; c2009
Rawool, Vishakha Waman. Hearing conservation. 1st ed. New York: Thieme; c2012

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยส่งิ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

153

บทท่ี 7

หลกั การและวธิ ีการเกบ็ ตวั อย่างจลุ ชพี แขวนลอยในอากาศ
(Bioaerosol
Sampling)

อันตรายในสิ่งแวดล้อมการทำงานทางชีวภาพ หมายถึง อันตรายทีม่ ีสาเหตมุ าจากปัจจยั ทางชวี ภาพ
โดยท่วั ไปหมายถึงสารหรอื ส่ิงซึ่งมาจากสงิ่ มชี ีวติ เชน่ พืช หรือสัตว์ หรือจุลชีพทั้งหลาย อนภุ าคของหรือ
จากสิง่ มีชวี ิตเหลา่ นี้ที่แขวนลอยหรอื ตกสะสมบนพืน้ ผิวถกู เรียกรวมๆวา่ ฝุ่นอินทรยี ์ หรือในบางครงั้ ใชค้ ำว่า
อนภุ าคแขวนลอยชีวภาพ (Bioaerosols) ซึ่งรวมถึง จลุ ชีพและสารพิษ (Toxins) หรอื สารทท่ี ำใหเ้ กดิ ภูมิไวรับ
(Allergens) ของพชื หรือสัตว์ชน้ั สูง

ในบทนี้จะกลา่ วถึงการเกบ็ ตัวอยา่ งอากาศเพ่อื วเิ คราะห์จลุ ชพี ซง่ึ อาจแขวนลอยในอากาศทั่วไปและ
ตวั กลางอื่นทั้งในและนอกอาคาร โดยทั่วไปในส่ิงแวดล้อมในอาคารท่ีสะอาดถูกสุขอนามัยมีจุลชพี น้อย
กว่าในส่ิงแวดล้อมนอกอาคาร การเก็บตัวอย่างเพื่อประเมนิ การสมั ผัสจุลชีพในส่ิงแวดล้อมการทำงานใน
อาคารเป็นส่วนหน่ึงของการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารของนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรม ซ่ึง
โดยทั่วไปเน้นทีก่ ารเกบ็ ตัวอย่างในตัวกลางต่างๆ เช่น อากาศ น้ำ และพน้ื ผวิ เพื่อวิเคราะหแ์ บคทีเรียและเช้ือ
รา

หลกั การเก็บตวั อยา่ งจุลชพี แขวนลอยในอากาศ

การประเมินการสัมผัสจุลชีพแตกต่างไปจากสารเคมีหรือสารอนินทรีย์ต่างๆ เนื่องจากความ
หลากหลายและแตกต่างกันของจลุ ชีพแขวนลอยเหลา่ นี้ กล่าวคือจลุ ชพี ทกี่ อ่ ให้เกิดโรคอาจเป็นอนั ตรายอย่าง
ย่ิงแม้สัมผัสในปริมาณเพียงเล็กน้อย ขณะที่จุลชีพบางชนิดเป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อเมื่อสัมผัสที่ความ
เข้มข้นสูงๆ เท่าน้ัน จุลชีพบางชนิดทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี เช่น สปอร์ของราส่วนใหญ่ บางชนิด
ตายหรือเปล่ียนแปลงสภาพไปอยา่ งง่ายดายในสิ่งแวดลอ้ มท่ีแปรปรวน ซ่งึ รวมถึงสภาวะของกระบวนการ
เก็บตวั อย่างดว้ ย

อุปกรณ์เก็บตัวอย่างจลุ ชีพอาศัยหลักการเช่นเดียวกับการเกบ็ ตัวอย่างอนภุ าค กล่าวคอื แยกอนุภาคจุล
ชีพออกจากกระแสอากาศและดักเก็บไว้บนหรือในตัวกลางท่ีเป็นของเหลว ของแข็ง กระดาษกรอง หรือ
อาหารเลี้ยงเชื้อ และเทคนิคที่ใช้ทั่วไปคือ การดักเก็บด้วยเพลทเก็บตัวอย่าง (Impaction) การกรอง

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

154

(Filtration) และการดักด้วยของเหลวในอมิ พิงเจอร์ (Impingement) จากนั้นจึงนำตัวอย่างไปวิเคราะห์หา
ปริมาณและชนิดของจุลชพี ตอ่ ไป ซง่ึ เทคนิคทีใ่ ชเ้ กบ็ ตัวอย่างจุลชีพ มีดงั นี้

1. การดกั เกบ็ ด้วยเพลทเก็บตวั อย่าง (Impactor method) ด้วยวิธีการเก็บโดยใช้อุปกรณ์อิมแพคเตอร์
น้ี

จลุ ชีพซง่ึ แขวนลอยในอากาศถูกดูดผ่านช่องเล็กๆ และชนเข้ากบั อาหารเพาะเชือ้ ซ่ึงบรรจอุ ยูใ่ นจานเพาะเช้ือ
ซ่งึ จุลชีพนั้นสามารถเจริญเติบโต เพ่ิมจำนวนและสร้างโคโลนี หรือบนแผน่ กระจกหรอื เทปกาวและนำไป
เพาะเช้ือ หรือส่องกล้องนับและสังเกตลกั ษณะสปอร์ ความคลาดเคลือ่ นในการวเิ คราะหอ์ าจเกิดขน้ึ ไดห้ าก
จุลชีพอยชู่ ิดกนั บนอาหารเพาะเชอื้ และสร้างโคโลนีขน้ึ มาตดิ กนั นับไดเ้ ปน็ หนง่ึ โคโลนี ความคลาดเคลื่อน
มมี ากขน้ึ ตามความหนาแนน่ ของโคโลนบี นอาหารเพาะเช้อื ดังนน้ั ผู้ผลิตอุปกรณช์ นดิ นจ้ี งึ ต้องจดั หาตาราง
การปรับค่าให้แก่ผู้ซ้ืออุปกรณ์ด้วย โดยทั่วไปค่าปรับความถูกต้องนี้เรียกว่า “Positive hole correction
factor”

2. การกรอง (Filtration) การเก็บตัวอย่างจุลชีพในอากาศโดยทั่วไปใช้วิธีการกรองจุลชีพแขวนลอย
ออก

จากอากาศดว้ ยกระดาษกรอง ซงึ่ อาศยั กลไกเดยี วกบั การกรองอนุภาคท่วั ๆไป นัน่ คือ การชนกบั เน้ือเย่อื หรือ
เสน้ ใยกระดาษกรองโดยตรง การเกาะติดกับกระดาษกรองเนอ่ื งจากแรงเฉ่ือย จากการแพร่จากประจไุ ฟฟ้า
ทต่ี ่างกัน และด้วยแรงโน้มถ่วง จากน้ันล้างหรือเขย่าจลุ ชีพทต่ี ิดบนกระดาษกรองลงในสารละลาย แล้วจึง
เจือจางสารละลายดังกล่าวตามความเหมาะสม จากนั้นจึงนำไปเพาะบนอาหารเล้ียงเชื้อ และนับจำนวน
โคโลนไี ด้ กระดาษกรองท่นี ยิ มใช้ทั่วไป คือ ชนิดเมมเบรน

3. การดักด้วยของเหลวในอิมพงิ เจอร์ (Liquid impinger method) การเกบ็ ตวั อย่างดว้ ยวธิ ีน้ีทำได้โดย
การดดู อากาศในบรเิ วณที่ต้องการตรวจประเมนิ ผ่านลงในของเหลวบรรจุในอมิ พิงเจอร์ (ภาพที่ 7-1) จุลชีพ
ถูกดักไว้ในของเหลว มีเดียหรือของเหลวปราศจากเช้ือที่ใช้ในการดักเก็บจุลชีพมีหลายชนิด ท่ีใช้อย่าง
กว้างขวางคือ น้ำ เปปโตนละลายในน้ำ (1% เปปโตนผสมน้ำกล่ัน กับ 0.01% Tween 80 และ 0.005%
antifoam A) บีเทนละลายในน้ำ (5mM Betaine กับ Tween 80 และ antifoam A) จากน้ันจึงนำไปเพาะเชื้อ
บนอาหารท่ีเหมาะสม โดยทั่วไปของเหลวหรือมีเดียที่ดักจุลชีพไว้จะถูกนำไปเจือจางด้วย sterile isotonic
solution กอ่ นนำไปเพาะบนอาหารเลี้ยงเช้ือ เพ่ือให้ความหนาแน่นของโคโลนีเหมาะสม (30 – 300 โคโลนี/
เพลท)

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

155

อปุ กรณแ์ ละเครอื่ งมอื เกบ็ ตวั อย่างจลุ ชพี แขวนลอยในอากาศ

1. อุปกรณ์สำหรับการดักเก็บตัวอย่างด้วยเพลทเก็บตัวอย่าง (Impactor method) ถูกออกแบบมา
เพอ่ื ให้

สามารถคดั แยกขนาดอนุภาคและนับจำนวนจลุ ชีพที่มชี ีวิตในเวลาเดียวกันได้ มีหลายชนิด ไดแ้ ก่ อุปกรณ์
ชนิดหกชั้น (Six stage impactor) อปุ กรณ์ชนิดสองช้ัน (Two stage impactor) อุปกรณช์ นิดช้นั เดียว (Single
stage impactor) (ภาพที่ 1) ขอ้ ดีของอปุ กรณช์ นดิ น้ีคือสามารถดักเก็บจุลชพี บนอาหารเพาะเชอ้ื ไดโ้ ดยตรง
ไม่ต้องเจอื จางหรือล้างอุปกรณ์เก็บเพื่อนำไปเพาะเชื้อต่อ ขณะทปี่ ัญหาหลกั คือสามารถเก็บเฉพาะจุลชีพทีม่ ี
ชีวิตเท่าน้ัน ไม่สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างอากาศจุลชีพท่ีไม่มีชวี ิตหรือไม่สามารถเพาะเชื้อขนึ้ ซึ่งอาจเป็น
อันตรายตอ่ สขุ ภาพไดเ้ ช่นกันหากหายใจเขา้ ไป และจดุ อ่อนอีกประการหน่งึ คือ หากมีจลุ ชีพจำนวนมากใน
อากาศอาจมีจุลชีพมากกว่าหนึง่ ตกลงบนอาหารเลี้ยงเช้ือในจดุ เดียวกนั ซึ่งสง่ ผลให้การวิเคราะหต์ ่ำกว่าความ
เป็นจริง

Six stage viable impactor Single stage viable impactor

ภาพท่ี 7-1 อปุ กรณ์เกบ็ ตวั อย่างโดยการดักเกบ็ ด้วยเพลทเกบ็ ตวั อยา่ ง
URL: http://www.thermoscientific.com. 8 มถิ นุ ายน, 2558

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตรอ์ นามัยส่ิงแวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

156

2. อปุ กรณ์สำหรบั การดกั เกบ็ ตวั อย่างดว้ ยการกรอง (Filtration) กระดาษกรองชนดิ เมมเบรนเป็นกระ
ดาษกรองที่ใช้แพร่หลายในการ ดักเกบ็ อนุภาคชีวภาพโดยบรรจุกระดาษกรองไวใ้ นตลับยึดกระดาษกรอง
เชน่ เดียวกับการเกบ็ ตัวอย่างอนุภาคท่ัวไป สงิ่ สำคญั ที่แตกตา่ งจากการเก็บอนุภาคทัว่ ไป คือ กระดาษกรอง
นั้นต้องปราศจากเชื้อ หลังจากเก็บตัวอย่างแล้วนำกระดาษกรองไปชะล้าง อนุภาคบนกระดาษกรองออก
และนำน้ำจากการล้างไปเพาะเช้ือ ข้อดีของอุปกรณ์ชนิดน้ี คือใช้ได้สำหรับจุลชีพหลายชนิดและง่าย
ขณะท่ีปัญหาสำคัญของการเก็บตัวอย่างด้วยอุปกรณ์ชนิดน้ี คือ จุลชีพท่ีมีชีวิตอาจตายในระหว่างการเก็บ
ตัวอย่าง และการล้างอนภุ าคออกจากกระดาษกรองไม่สามารถนำจุลชพี ออกมาได้ดนี กั

ภาพท่ี 7-2 อปุ กรณ์เก็บตัวอยา่ งโดยการกรอง
URL: http://quiz2.chem.arizona.edu/vip/filtration.com. 8 มิถุนายน, 2558
3. อุปกรณ์สำหรบั การดักเก็บตวั อย่างด้วยของเหลวในอมิ พงิ เจอร์ อุปกรณช์ นดิ นถ้ี ูกพฒั นามากว่า 70
ปี
แล้ว และคงใช้จนกระท่ังทุกวันนี้ เน่ืองจากราคาถูและใช้ง่าย อีกทั้งของเหลวในหนึ่งตัวอยา่ งอาจนำไป
เพาะเชือ้ ในอาหารเล้ียงเชือ้ ต่างชนิดเพือ่ วิเคราะห์จุลชพี ต่างชนิดได้ด้วย ข้อจำกัดของอุปกรณน์ ี้ คือ จลุ ชีพ
อาจตายในระหว่างการเกบ็ ตัวอย่างเน่ืองจากการกระแทกกับก้นของอิมพงิ เจอร์ และอาจสูญเสียจุลชีพไป
จากการกลับเข้าสู่กระแสอากาศและเคลื่อนท่ีออกไปกับอากาศอกี คร้ังหนง่ึ นอกจากนนั้ จุลชพี บางชนดิ อาจ
ชอ็ กเนอื่ งจากการเปียกชนื้ อยา่ งกะทนั หัน หรอื จากการดูดซมึ นำ้ เข้าไปในขณะทีจ่ มอยู่ในสารละลายในอิมพงิ
เจอร์

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตรอ์ นามยั สง่ิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

157

ภาพท่ี 7-3 อปุ กรณเ์ กบ็ ตัวอย่างโดยการดกั ดว้ ยของเหลวในอมิ พิงเจอร์
URL: http://www.apexchemicals.co.th. 8 มิถนุ ายน, 2558

วธิ กี ารเก็บตวั อย่างจุลชีพแขวนลอยในอากาศ

แม้การพฒั นาวธิ กี ารเก็บตวั อยา่ งจุลชีพแขวนลอยในอากาศจะดำเนนิ ไปอยา่ งตอ่ เน่อื ง แตว่ ิธีท่เี ปน็
มาตรฐานและวิธที ี่เสนอแนะกลับมีจำนวนค่อนขา้ งจำกัด ในท่ีนี้จึงนำเสนอวิธีการเกบ็ ตัวอยา่ งเพื่อวิเคราะห์
จุลชพี แขวนลอยในอากาศที่เผยแพร่ท้งั โดยองคก์ รท่ีศึกษาวจิ ยั ค้นคว้าโดยตรงและโดยผู้ผลิตอุปกรณก์ ารเก็บ
ตวั อยา่ ง ดังนี้

1. วิธีการเกบ็ ตวั อย่างจลุ ชีพแขวนลอยโดยการดกั เกบ็ ดว้ ยเพลทเกบ็ ตวั อยา่ ง (Impactor method) ตาม
วิธีของ NIOSH (NIOSH Method #0800)
วิธีเก็บตัวอย่างอากาศ ซึ่งนำเสนอโดย National Institute for Occupational Safety and Health

(NIOSH) – NIOSH Method 0800 เป็นวิธีสำหรับเก็บตัวอย่างอากาศเพอื่ วิเคราะห์หาเช้ือราและแบคทีเรียใน
ส่งิ แวดล้อมการทำงานในอาคาร ท่ีถูกเผยแพรแ่ ละมีผู้นำมาใชอ้ ยา่ งกวา้ งขวางวิธหี น่ึง วัตถุประสงคใ์ นการ
พัฒนาวธิ ีเก็บตวั อยา่ งน้ี คือเพื่อการบ่งช้ีจลุ ชพี ชนดิ ท่ีสามารถเพาะได้และประเมินความเป็นไปไดท้ ่ีจะมีการ
ฟงุ้ กระจายและแพรข่ ยายของแบคทเี รยี หรอื เชือ้ ราจากแหลง่ ภายในอาคาร

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามยั สงิ่ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

158

เคร่ืองมือและอุปกรณ์
1) อุปกรณ์เกบ็ ตัวอยา่ ง – Andersen 2 stage cascade impactor หรืออปุ กรณท์ เี่ ทียบเทา่ หรอื

Andersen N-6 single-stage sampler หรืออุปกรณท์ ี่เทยี บเทา่
2) ตวั กลางเกบ็ ตัวอยา่ ง/อาหารเลี้ยงเชื้อ – สำหรับเชือ้ รา คอื Malt extract agar (MEA) และ

Trypicase soy agar (TSA) สำหรับ Mesophilic bacteria และ Thermophilic actenomycetes (อาจใช้อาหาร
เลี้ยงเชอ้ื ชนิดอื่นตามความเหมาะสมได้ เช่น Dichloran glycerol agar (DG18) – สำหรับ เชื้อรา Xerophilic,
R2A agar สำหรับแบคทีเรีย Heterophilic และ Rose bengal agar สำหรับเชื้อราท่ีเพาะเช้ือข้ึนช้า เช่น
Stachybotrys)

3) เคร่อื งดดู อากาศ ทีส่ ามารถดูดอากาศด้วยอตั ราการไหลตามทผ่ี ผู้ ลิตเครือ่ งเก็บตัวอย่างระบุ
เช่นในท่นี ค้ี ือ 28.3 ลติ ร/นาที

4) สำลีแผน่ หรอื กอ้ นทผ่ี ่านการฆ่าเชือ้ แลว้
5) แอลกอฮอล์เชด็ ทำความสะอาดแผล (ไอโซโพรพานอล 70%)
6) ไอซแ์ พค (Ice pack) สำหรับเก็บตัวอย่างใหเ้ ย็น (แต่ไม่เยน็ จนแข็ง) ในระหว่างการขนส่ง
กลวธิ ีในการเกบ็
1) เลือกพื้นท่ีเก็บตัวอย่างอากาศอย่างน้อยสามพ้ืนที่ คือ พ้ืนท่ีมีปัญหา (หรือท่ีมีลักษณะ

ใกลเ้ คียง
ท่ีสดุ ) พืน้ ทที่ ่ไี ม่มปี ัญหา และบริเวณนอกอาคาร

2) เก็บตัวอย่างเช้ือราและแบคทีเรียพร้อม ๆกันในแต่ละพื้นท่ี ใช้เวลาในการเก็บตัวอย่างไม่
เกิน

10 นาที (อุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นมาในปัจจุบันใช้อัตราการไหลอากาศค่อนข้างสูง เช่น 100 ลิตร/นาที เพ่ือลด
ระยะเวลาในการเกบ็ ตัวอย่างให้ส้ันที่สุด เช่น 1 นาที เพ่ือป้องกันการสูญเสียตัวอย่างจากการท่ีผิวหน้าของ
อาหารเลีย้ งเช้อื แหง้ และอนภุ าคเกิดการกระดอนขึ้น (Bounce) และเคลือ่ นท่ไี ปกับอากาศ (Re-entrainment)

3) วางจานเกบ็ ตัวอยา่ งบนอปุ กรณเ์ กบ็ ตัวอย่าง-เปิดฝาและปิดฝาเกบ็ ทนั ที เพ่อื ใช้เป็น Field
Blank

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามยั ส่งิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

159

การเก็บตวั อย่าง
1) ปรับเทยี บความถกู ต้องของเคร่อื งดูดอากาศโดยมอี ุปกรณเ์ กบ็ ตัวอย่างอย่ใู นระบบดว้ ย

ภาพท่ี 7-4 การปรบั เทียบความถกู ต้องของเครื่องดูดอากาศ
URL: http://quiz2.chem.arizona.edu/vip/filtration.com. 8

มถิ นุ ายน, 2558

2) ก่อนเร่ิมการเก็บตัวอย่างให้ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดอุปกรณ์เก็บตัวอย่างและปล่อยให้
แห้ง

ตอ่ อปุ กรณ์เขา้ กับเครอ่ื งดดู อากาศ
3) วางจานอาหารเล้ียงเช้ือลงบนอุปกรณ์ เปิดฝาที่ปิดอยู่ออก ประกอบอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง
และ

เปดิ เคร่อื งดูดอากาศ (ระวงั การปนเปื้อนในขัน้ ตอนวางและเกบ็ จานโดยไมส่ ัมผสั กับอาหารเล้ยี งเช้อื )
4) จับเวลาในการเก็บตัวอย่าง หากจุลชีพในอากาศหนาแน่นควรลดระยะเวลาในการเก็บ
ตวั อย่าง

ใหส้ นั้ ลง
5) สนิ้ สุดการเก็บตัวอย่างใหป้ ิดฝาอาหารเลี้ยงเชือ้ ทันที ติดฉลากระบุหมายเลขตัวอย่างท่ีก้น
จาน

เพาะเชื้อ และวางจานอาหารเลยี้ งเช้ือโดยใหด้ า้ นท่ีมีอาหารอยู่ข้างบน (ป้องกันหยดนำ้ กลัน่ ตัวซงึ่ เกาะบนฝา
หยดลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อ) บรรจุถุงพลาสติกท่ีผ่านการฆ่าเชื้อวางลงในกล่องโฟมหรือกระติกบรรจุไอซ์
แพค นำส่งหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร

การขนส่งตวั อยา่ ง เกบ็ ตวั อย่างให้เย็นในกลอ่ งบรรจะไอซ์แพค และรบี นำส่งห้องปฏบิ ัตกิ ารโดยเร็ว
เพอ่ื เพาะเชื้อและนบั จำนวนหรอื ระบชุ นิด

วิธีการวิเคราะห์ โดยทั่วไปสำหรับเมโสฟิลิคแบคทีเรีย (Mesophilic bacteria) เทอร์โมฟิลคิ แอคติ
โนไมสสิ (Thermophilic actenomycetes) สามารถระบไุ ด้ถงึ species และเชอื้ ราสามารถระบไุ ดถ้ ึง genus การ
แปลผลขึ้นกับประสบการณ์ของผู้วิเคราะห์และอยู่บนพื้นฐานของจำนวนจุลชีพในพ้ืนท่ีปัญหากับพื้นที่
เปรยี บเทยี บ

2. วธิ ีการเกบ็ ตัวอย่างโดยการกรอง (Filtration) แมจ้ ะไมม่ ีวิธมี าตรฐานหรือวธิ ที ผ่ี า่ นการทดสอบเชน่

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยส่ิงแวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

160

การดกั เก็บตวั อยา่ งด้วยเพลทเก็บตวั อยา่ ง แตว่ ธิ ีทใ่ี ช้กันทวั่ ไปประกอบดว้ ยวสั ดุ อุปกรณแ์ ละข้นั ตอนดังนี้
เครือ่ งมอื และอปุ กรณ์
1) กระดาษกรองแมมเบรนชนดิ Nucleopore, PVC หรือ Polycarbonate ขนาด 25 มม. หรือ 37

มม. รูบนกระดาษกรอง 0.4 – 0.8 ไมโครเมตร
2) ตลับยดึ กระดาษกรองขนาดเทา่ กบั กระดาษกรอง (25 มม. หรอื 37 มม.)
3) ปั๊มดูดอากาศทส่ี ามารถดูดอากาศด้วยอตั รา 1- 5 ลติ ร/นาที
4) อุปกรณ์เสริมอื่น เช่นเดียวกับการเก็บตัวอย่างอากาศท่ัวไป เช่น สายยาง คลิปหนีบยึด
ตัวอย่าง

กบั ขาต้ัง ฯลฯ
5) อุปกรณ์สอบเทยี บความถูกต้องของเครื่องดูดอากาศ
6) Deionizes water ท่ีผ่านการฆา่ เชือ้
7) อาหารเพาะเลีย้ งเชื้อ Trypticase soy agar, TSA สำหรับแบคทีเรยี และ Malt extract agar,

MEA สำหรบั ราและยสี ต์
8) กล่องบรรจตุ ลบั ยดึ กระดาษกรอง

กลวิธใี นการเกบ็ เช่นเดียวกบั วธิ กี ารดกั เก็บตัวอย่างด้วยเพลท

การเกบ็ และเตรยี มตัวอยา่ ง
1) ฆ่าเช้อื อปุ กรณเ์ ก็บตัวอย่าง (ตลับยึดกระดาษกรอง กระดาษรองกระดาษกรอง และกระดาษ

กรอง) ด้วยแสงยวู ี
2) ปรบั เทยี บความถกู ต้องของเครอ่ื งดดู อากาศโดยมีอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างอยใู่ นระบบดว้ ย

เช่นเดียวกับการเก็บตัวอย่างอนุภาคท่ัวไป เลือกใช้อัตราการไหลให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและ
วตั ถปุ ระสงคก์ ารเกบ็ ตวั อย่าง โดยท่วั ไปเลือกใชอ้ ตั ราการไหลอากาศระหว่าง 1 – 4 ลติ ร/นาที

3) ติดตั้งอปุ กรณ์บนขาตัง้ โดยให้อปุ กรณ์เก็บตัวอย่างอยทู่ ีร่ ะดับประมาณ 1.5 เมตร หรือใน
ระดับที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างอาจอยู่ระหว่าง 30 นาที ถึง 6 หรือ 8
ช่วั โมง ข้ึนกับความเขม้ ขน้ ของจลุ ชีพและอนุภาคในอากาศ

4) เม่ือส้ินสุดการเก็บตัวอย่างอากาศ ปิดเคร่ืองดูดอากาศและปิดตลับเก็บตัวอย่าง ขนย้าย
กลับมา

ยงั ห้องปฏิบัติการโดยบรรจใุ นกล่องสำหรับบรรจุตลับยึดกระดาษกรอง (ภาพท่ี 7-5) ติดฉลากระบุหมายเลข
ตัวอย่างเพื่อเตรียมตัวอย่าง โดยเปิดตลับยึดกระดาษกรองนำกระดาษกรองใส่ลงในเทสทิวบ์ ซึ่งบรรจุ
deionized water 4 ลบ.ซม. จากนั้นเขย่าวนเป็นวงประมาณหนึง่ นาที

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวิทยาศาสตรอ์ นามยั สิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

161

5) นำสารละลายในเทสทิวบไ์ ปเพาะเชื้อในอาหารเล้ียงเชอื้ ซงึ่ อาจต้องเจอื จางสารละลายตาม
ความเหมาะสม และสำหรับเมโสฟิลิคแบคทีเรียบ่มที่ 37 องศาเซลเซียส เทอร์โมฟิลิคแบคทีเรียบ่มที่ 53
องศาเซลเซยี ส เปน็ เวลา 24 ชวั่ โมง และสำหรับราและยสี ตบ์ ม่ ท่ี 25 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48 ชว่ั โมง

ภาพที่ 7-5 กลอ่ งใสต่ ลับยึดกระดาษกรอง
URL: http://www.unionsci.com. 8 มถิ ุนายน, 2558

การขนส่งตวั อยา่ ง เกบ็ ตวั อยา่ งในแนวตั้งตรงที่อุณหภมู ิห้อง และรบี นำส่งห้องปฏบิ ัตกิ ารโดยเรว็ เพื่อ
เพาะเชื้อและนบั จำนวนหรอื ระบุชนิด

การวิเคราะห์ เช่นเดยี วกบั วธิ ีการดกั เกบ็ ตัวอยา่ งด้วยเพลท
3. วิธกี ารเกบ็ ตัวอย่างโดยการดักด้วยของเหลวในอิมพงิ เจอร์ (Impingement)

เครื่องมือและอุปกรณ์
1) อิมพงิ เจอร์สำหรบั เก็บตัวอยา่ งจลุ ชีพ เช่น AGI-30 impinger หรือ Biosampler ของ SKC
2) เครื่องดดู อากาศที่สามารถดูดอากาศด้วยอตั รา 10- 15 ลติ ร/นาที
3) อุปกรณ์เสริมอื่น เช่นเดียวกับการเก็บตัวอย่างอากาศทั่วไป เช่น สายยาง คลิปหนีบยึด
ตวั อยา่ ง

กบั ขาตั้ง ฯลฯ
4) อปุ กรณ์ปรบั เทยี บความถูกต้องของเครือ่ งดูดอากาศ
5) สารละลายดกั เก็บจุลชพี ประกอบดว้ ย Deionizes water ที่ผ่านการฆ่าเช้อื ผสมด้วย 1% เปป

โตน และ 0.01% ทวนี 80 หรือ 0.01 M phosphate buffer saline ท่ีปราศจากอนุภาคและผ่านการออโตเคลฟ
แลว้ ผสมกบั 0.01% ทวนี 80

6) อาหารเพาะเลยี้ งเช้อื Trypticase soy agar, TSA สำหรบั แบคทเี รยี และ Malt extract agar,

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวิทยาศาสตรอ์ นามัยส่งิ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

162

MEA สำหรับราและยสี ต์
7) ไอซ์แพคและกล่องบรรจุหรอื กระตกิ นำ้ แขง็

กลวิธีในการเก็บ เชน่ เดยี วกบั วธิ กี ารดักเก็บตวั อยา่ งด้วยเพลท
การเกบ็ ตัวอย่าง

1) ฆ่าเช้ืออุปกรณ์เก็บตัวอยา่ ง (อิมพิงเจอร์บรรจุสารละลายดักเก็บจุลชีพ 20 มิลลิลิตร) ด้วย
การ

ออโตเคลฟ
2) ปรับเทียบความถกู ตอ้ งของเครอื่ งดูดอากาศโดยมอี ปุ กรณเ์ ก็บตวั อย่างอยใู่ นระบบดว้ ย

เช่นเดยี วกบั การปรบั เทียบเคร่ืองดูดอากาศทีใ่ ช้กับการเก็บตวั อย่างด้วยเพลท เลือกใช้อัตราการไหลในช่วงที่
ผผู้ ลติ กำหนด ซ่ึงอัตราการไหลอากาศทใ่ี ช้ทั่วไปสำหรับ AIG-30 และ Biosampler คอื ประมาณ 12.5 ลิตร/
นาที

3) ติดตั้งอุปกรณ์บนขาต้ัง โดยให้อุปกรณ์เก็บตัวอย่างอยู่ที่ระดับประมาณ 1.5 เมตร หรือ
ระดับ

ทีส่ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงค์ของการเกบ็ ตัวอยา่ ง ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างอาจอยรู่ ะหว่าง 30 นาที ถงึ 1
หรือ 2 ชว่ั โมง ข้นึ กบั ความเข้มขน้ ของจลุ ชีพและอนภุ าคในอากาศ

4) เมอื่ สน้ิ สุดการเก็บตัวอย่างอากาศ ปิดเครือ่ งดดู อากาศและเทสารละลายลงในขวดแกว้ ฝา
เกลียวที่ผ่านการฆ่าเช้ือแล้วติดฉลากระบุหมายเลขตัวอย่าง จุด/พื้นที่ที่เก็บตัวอย่าง ขนย้ายกลับมายัง
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเพือ่ บม่ เพาะและวิเคราะหต์ ่อไป

5) นำสารละลายในขวดแก้วไปเพาะเชอ้ื ในอาหารเลี้ยงเช้อื ซึ่งอาจตอ้ งเจอื จางสารละลายตาม
ความเหมาะสม และสำหรับเมโสฟิลิคแบคทีเรียบ่มท่ี 37 องศาเซลเซียส เทอร์โมฟิลิคแบคทีเรียบ่มท่ี 53
องศาเซลเซียส เปน็ เวลา 24 ช่ัวโมง และสำหรับราและยสี ต์บ่มท่ี 25 องศาเซลเซยี ส เป็นเวลา 48 ช่วั โมง

การขนสง่ ตวั อย่าง เก็บตวั อย่างให้เย็นโดยใส่ในกระติกหรอื กล่องโฟมบรรจุไอซ์แพคและรบี นำส่ง
หอ้ งปฏบิ ัติการโดยเรว็ เพ่ือเพาะเชอ้ื และนับจำนวนหรือระบุชนิด

การวิเคราะห์ เชน่ เดียวกบั วิธีการดกั เก็บตัวอยา่ งดว้ ยเพลท

กลวธิ ีในการเกบ็ ตัวอย่าง

กลวิธีในการเก็บตัวอย่างอากาศเพื่อวิเคราะห์จุลชีพนั้นมกี ลวิธีเช่นเดียวกับการเกบ็ ตัวอยา่ งอากาศ
ทั่วไป ซ่ึงนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมต้องตอบคำถาม เช่น วัตถุประสงค์ของการเก็บตัวอย่าง จะเก็บ
ตัวอยา่ งเพือ่ วเิ คราะห์หาจุลชีพชนิดใดชนิดหนึง่ เปน็ การเฉพาะหรอื ไม่ จะเก็บตัวอย่างแบบใด ที่ใครหรือท่ี

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามยั สิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

163

ไหน เม่ือไร นานเท่าใดสำหรับแต่ละตัวอย่าง ฯลฯ ทั้งน้ี สำหรับการเก็บตัวอย่างอากาศนอกจากการใช้
อุปกรณ์ในการเก็บตัวอย่างอากาศดังกล่าวข้างต้นแล้ว การเก็บตัวอย่างจุลชีพในอาคารบางชนิดซ่ึงเป็น
อนุภาคขนาดใหญ่และตกสะสมบนพ้ืน อาจต้องทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาในอากาศแล้วจึงเก็บตัวอย่าง
อากาศในระยะเวลาส้ันๆ หรือสำหรับการเก็บตัวอย่างไรฝนุ่ ซึ่งซอ่ นตัวอาศยั อยใู่ นพรม ท่ีนอน หมอน ฯลฯ
ในท่พี ักอาศัย อาจตอ้ งใชเ้ ครอื่ งดูดฝุ่นในการเก็บตัวอย่างจึงสามารถประเมินผลกระทบของจุลชีพต่อผู้ที่อยู่
อาศยั ในห้อง/อาคารได้ ดงั น้ัน หน่วยนบั ของจุลชพี จงึ อาจเปน็ จำนวนจลุ ชีพต่อลูกบาศกเ์ มตรอากาศ หรอื ต่อ
ตารางเมตรของพื้นท่ี หรือตอ่ มลิ ลิกรมั ของฝุน่ ท่เี กบ็ ท้ังหมด

กลวิธีในการเก็บตัวอย่างจุลชีพแขวนลอยในอากาศที่มีความแตกต่างไปจากการเก็บตัวอย่างเพื่อ
วิเคราะห์หาสารเคมีอย่างยิ่ง คือ ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่าง ฉะนั้น กลวิธีการเก็บตัวอย่างในท่ีนี้จึงจะ
กลา่ วถึงในประเด็นทม่ี ีความเฉพาะสำหรบั จลุ ชีพเท่านั้น

ระยะเวลาในการเก็บและจำนวนตวั อยา่ ง

โดยท่ัวไประยะเวลาในการเก็บตัวอย่างอากาศเพ่ือประเมินการสัมผัสเฉล่ียกับสารใด ๆน้ัน ควร
สะท้อนระยะเวลาการทำงานท่สี ัมผัสสารน้ันๆ อยา่ งไรก็ตาม สำหรบั การเก็บตัวอย่างจลุ ชีพน้ัน เป็นสิ่งที่
ทำได้ยากและสิ้นเปลือง เนื่องจากระยะเวลาท่ีคนส่วนใหญ่อาศัยหรือทำงานอยู่ในอาคารมักมีระยะเวลา
ยาวนาน ในขณะที่การเก็บตัวอย่างจุลชีพท่ีมีชีวิตแขวนลอยในอากาศและนำมาเพาะบนอาหารเลี้ยงเชื้อ
โดยเฉพาะการเกบ็ โดยการดักเกบ็ ด้วยจานอาหารเลยี้ งเช้อื น้ัน แต่ละตวั อย่างอาจต้องใช้เวลาสั้นๆ เพยี งไมก่ ่ี
วนิ าที เน่อื งจากจลุ ชพี อาจตกลงที่จดุ เดียวกันหรอื จดุ ที่ใกล้กนั มากกว่าหนึง่ อนุภาค เม่อื เพาะบ่มเชอื้ โคโลนี
ของจุลชีพเหล่าน้ีเจรญิ เตบิ โตซอ้ นกนั หรือรวมเป็นโคโลนีเดียว การนับจุลชีพจึงคลาดเคลื่อนได้ และการ
เก็บตัวอย่างเป็นเวลานานอาจส่งผลให้จุลชีพบางชนิดตายเพราะไม่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมบน
ตวั อย่างได้ โดยเฉพาะตัวอยา่ งท่เี ก็บดว้ ยกระดาษกรอง ดังนัน้ การเก็บตัวอยา่ งโดยการดกั เก็บดว้ ยเพลทเก็บ
ตัวอย่างหรือจานอาหารเลีย้ งเชือ้ จึงใชเ้ วลาประมาณ 1 – 5 นาที หรืออาจสั้นเพียง 15 – 90 วนิ าที ขณะที่การ
เกบ็ ตัวอย่างอากาศด้วยกระดาษกรองและอมิ พิงเจอรอ์ าจเก็บนานถึง 30 นาที ถึงหลายชั่วโมง ทั้งน้ีระยะเวลา
เกบ็ ตวั อย่างอากาศสำหรับอุปกรณ์แต่ละชนิดข้ึนกบั อัตราการไหลของอากาศและความเข้มข้นของจุลชีพท่ี
คาดว่าจะมีในอากาศ กล่าวคือ หากคาดว่าความเข้มข้นของจุลชีพในอากาศสูงควรเก็บตัวอย่างอากาศใน
ปริมาตรที่ตำ่ กว่า โดยอาจกำหนดใหร้ ะยะเวลาเกบ็ ตวั อยา่ งสนั้ กวา่ หรอื อัตราการไหลอากาศต่ำกวา่ เป็นต้น

นอกจากปจั จัยทกี่ ล่าวมาแล้ว การแปรผันของปัจจยั แวดล้อม เช่น อุณหภมู ิ ฤดกู าล และภูมอิ ากาศมี
อิทธิพลต่อปริมาณและชนิดจลุ ชีพในอากาศ รวมท้ังกิจกรรมทีอ่ าจทำให้เกิดการฟุ้งกระจายและการสร้าง
สปอรข์ องจุลชพี การเก็บตวั อยา่ งอากาศในเวลาส้ัน ๆหลาย ๆตัวอยา่ งจงึ สะทอ้ นปัจจยั ดังกลา่ วและปรมิ าณ

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตรอ์ นามัยสงิ่ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

164

เฉล่ียตลอดระยะเวลาการทำงานหรอื การสมั ผสั ไดด้ ีกว่า และหากเนอื่ งจากการระยะเวลาในการเกบ็ ตวั อย่าง
อากาศสั้นด้วยเหตุผลที่กล่าวมาท้ังหมดน้ี การประเมินการสัมผัสท่ีนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมม่ันใจว่า
ถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริงจึงอาจต้องการตัวอย่างจำนวนมาก ทั้งน้ีข้ึนกับความแปรปรวนของปัจจัย
แวดล้อมเป็นสำคญั น่ันคือ หากสภาพแวดล้อมมีการแปรผันหรือแตกต่างกันมากในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ อาจ
ตอ้ งการตัวอยา่ งจำนวนมากกวา่ สภาพแวดลอ้ มทม่ี ีความแตกต่างหรอื แปรผันนอ้ ยกว่า

สงิ่ ท่ีตอ้ งคำนึงในการเก็บตัวอยา่ งจุลชีพ

1. อุณหภูมิสูงและความช้ืนต่ำ จะมีผลทำให้การเจริญเติบโตของจุลชีพชะงักงันได้ แบคทีเรียบาง
ชนิดมี

อัตราการรอดในทีค่ วามช้ืนสัมพัทธ์ 80% สูงกวา่ ในที่ความช้ืนสัมพทั ธ์ 30% ถึง 35 - 65 เท่า ขณะทอี่ ุณหภมู ิ
อาจทำให้รูปร่างของจุลชีพเปลี่ยน (Morphological change) ได้ เช่น Histoplasma capsulatum เป็นจุลชีพท่ี
ทำให้เกิดโรคชนิดหนึ่งซ่งึ ในท่ีอณุ หภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซยี ส จะอยู่ในรูปของไมซีเลียหรอื สปอร์ แต่เม่ือ
อุณหภูมิสูงข้ึนจะกระตุ้นให้ Histoplasma capsulatum เปลี่ยนไปอยู่ในรูปของยีสต์ ดังน้ัน ในการเก็บ
ตัวอยา่ งจลุ ชีพจงึ ต้องจดบันทึกอุณหภูมแิ ละความชืน้ ดว้ ยเสมอ

2. ความปลอดภัย เนื่องจากจุลชีพมีอยู่ท่ัวไปทุกหนทุกแห่งรวมทั้งบนร่างกายของคนเราด้วย เพ่ือ
ปอ้ งกันการปนเป้ือนของตัวอยา่ งในขณะจัดการเกบ็ ตัวอยา่ งอากาศ อุปกรณ์ทุกชนดิ จงึ ต้องผา่ นขน้ั ตอนการ
ฆ่าเชื้อ และผู้ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างต้องล้างมือให้สะอาดและระมัดระวังไม่สัมผัสกับตัวอย่างหรืออาหาร
เลี้ยงเชื้อโดยตรง ขณะเดยี วกันจุลชพี ในสง่ิ แวดล้อมที่ต้องการประเมินน้ันอาจเป็นอันตรายตอ่ สุขภาพของ
นกั สุขศาสตร์อุตสาหกรรมทีท่ ำหนา้ ท่ีไดด้ ว้ ย ดังนั้น การป้องกันตนเองโดยการใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั อันตราย
สว่ นบคุ คลทเ่ี หมาะสมและขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ านทีด่ ีจงึ เปน็ สง่ิ จำเปน็ และตอ้ งคำนงึ ถงึ เสมอ

3. การควบคุมคณุ ภาพ การเก็บตัวอย่างอากาศเพอ่ื วเิ คราะห์จลุ ชีพแขวนลอยในอากาศจำเปน็ ต้องความ
คุมคุณภาพเช่นเดียวกับการเก็บตัวอย่างอากาศอื่นๆ และดังท่ีกล่าวมาแล้วการปนเปื้อนของตัวอย่างอาจ
เกิดชึ้นได้ค่อนข้างง่ายและในทุกขั้นตอน ดังนั้น แบลงค์ (คือ อุปกรณ์เก็บตัวอย่างซึ่งนักสุขศาสตร์
อุตสาหกรรมเตรียมขึ้นเพ่ือใช้ในการเก็บตัวอย่างอากาศ และได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับตัวอย่างทุก
ประการ ยกเว้นไม่ดูดอากาศผา่ น) จึงถูกใช้สำหรบั การควบคมุ คุณภาพในขัน้ ตอนตา่ งๆ ของการเตรียม การ
เกบ็ และการวเิ คราะห์ตวั อยา่ ง นั่นคือ แบลงค์ในขณะเตรยี มอาหารเลี้ยงเชอื้ (Laboratory media blank) และ
แบลงคใ์ นขณะเกบ็ ตัวอยา่ งและขนส่งกลับมายงั หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเพ่อื วิเคราะห์ (Field blank)

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

165

1) แบลงค์ในขณะเตรียมอาหารเลย้ี งเช้ือ กอ่ นนำอาหารเลีย้ งเชื้อมาใช้ควรมน่ั ใจว่าอาหาร
น้นั

ไม่ถูกปนเปื้อนมาก่อนโดยการเตรียมตัวอย่างอย่างน้อยสามตัวอย่างและบ่มเพาะเชื้อตามขั้นตอนท่ีต้อง
ปฏบิ ัตสิ ำหรับตวั อย่าง หากไม่มีการปนเปือ้ น (ไม่มีจุลชีพเจรญิ เตบิ โตบนอาหารเลี้ยงเช้ือ) จึงเตรยี มอาหาร
สำหรับเก็บตัวอย่าง สุ่มเก็บอาหารที่เตรียมไว้น้ีอย่างน้อยห้าตัวอย่าง (หรือตามที่ห้องปฏิบัติการกำหนด)
เพื่อเปน็ แบลงค์ซ่ึงตอ้ งนำเขา้ บ่มเพาะเชือ้ พรอ้ มกบั ตัวอยา่ งท่เี กบ็ มา

2) แบลงค์ในขณะเก็บตัวอย่าง (Field blank) คืออาหารเลี้ยงเชื้อสำหรับเก็บตัวอย่างที่
นำไป

ยังพน้ื ทท่ี ่ีตอ้ งการเกบ็ ตัวอยา่ งดว้ ย และปฏบิ ัติกบั แบลงค์เหล่าน้เี ช่นเดียวกบั ตัวอย่างทกุ ประการยกเวน้ ไม่ใช้
ในการเก็บตวั อย่างอากาศ กล่าวคือ นำมาวางบนอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง เปดิ ฝาและปิดฝาทันที และเก็บบรรจุ
ขนส่งเพ่ือนำกลับมาบม่ เพาะเช้ือรวมกับตวั อยา่ ง อย่างนอ้ ยควรสุม่ เกบ็ แบลงค์สองตวั อย่างสำหรบั ตวั อยา่ ง
อากาศสิบตัวอย่าง แต่ไมเ่ กินสบิ แบลงคส์ ำหรบั การเกบ็ ตัวอยา่ งอากาศหน่งึ เซ็ต

การเก็บตวั อย่างจลุ ชพี ในตัวกลางอืน่ ๆ

เนื่องจากจุลชีพเป็นส่ิงมีชวี ิตเล็ก ๆท่ีพบได้ทุกหนทุกแห่ง นอกเหนือจากการแขวนลอยในอากาศ
แล้ว เราสามารถพบจุลชีพชนิดเดียวกันน้ันในตัวกลางอ่ืน ๆด้วย เช่นบนพ้ืนผิววัสดุ ทั้งน้ีเน่ืองจาก จลุ ชีพ
แขวนลอยอาจตกลงบนพ้ืนผิวและสะสมหรือถูกกักเก็บอยู่บน/ในวัสดุ เช่น พ้ืนโต๊ะ ผนัง พ้ืนห้อง พรม
ผ้าม่าน ฯลฯ และยังมีจลุ ชีพบางชนดิ ท่ีมีชีวติ อยูใ่ นนำ้ และสามารถแพร่กระจายสู่มนุษยไ์ ด้หากเข้าสรู่ า่ งกาย
ทางใดทางหน่ึง สำหรับจุลชีพท่ีอยู่ในน้ำซ่ึงอาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยในคนได้ และเป็นท่ีรู้จักท่ัวไปใน
งานสขุ ศาสตร์อุตสาหกรรม คือ เลจิโอแนล่า แบคทเี รีย เป็นต้น ในหัวขอ้ นี้จะกล่าวถงึ วธิ ีการเกบ็ ตวั อยา่ งจุล
ชีพในตวั กลางเหลา่ นี้

การเก็บตวั อยา่ งจุลชีพบนพื้นผิววสั ดุ

1. การเกบ็ ตัวอยา่ งจลุ ชีพโดยการปา้ ยพื้นผวิ (Surface swab samples)
โดยทั่วไปวัตถปุ ระสงค์ของการเก็บตัวอย่างโดยการป้ายพื้นผิว คอื ในงานวิจัย การสอบสวนทาง

ระบาดวิทยา หรือเป็นสว่ นหนง่ึ ของการประกันคุณภาพ ในฐานะท่ีเป็นเคร่ืองมือการวิจยั ผลวิเคราะห์จาก
การเก็บตัวอย่างโดยการป้ายพ้ืนผิวบ่งบอกได้วา่ มีเชื้อโรคหรือจุลชีพที่ก่อโรคในส่ิงแวดล้อมหรือไม่ มีจุล
ชีพท่ียังคงมชี ีวติ หลงเหลือหรอื อยู่บนพ้นื ผวิ หรอื ไม่ และบง่ ช้ีแหลง่ ของจลุ ชีพปนเปอ้ื นในส่งิ แวดลอ้ ม

ในการเก็บตัวอย่างโดยการป้ายพ้ืนผิวน้ัน นักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมควรพิจารณาปัจจัยต้อไปน้ี
กอ่ นดำเนนิ การเกบ็ ตัวอยา่ ง

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามัยส่ิงแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

166

- ข้อมูลพ้ืนฐานจากการทบทวนวรรณกรรมและกิจกรรมต่าง ๆในพ้ืนท่ีที่ต้องการเก็บ
ตวั อยา่ ง เช่น ขอ้ มลู ทางระบาดวทิ ยา อาการผดิ ปกติของบคุ คลในพ้ืนท่ี การสัมผสั สารหรอื
ปัจจัยเสยี่ งอืน่ ๆ ในพ้นื ท่ี

- พนื้ ท่ี/สถานท่ที ตี่ อ้ งการเกบ็ ตวั อย่าง
- วิธกี ารเกบ็ และเครื่องมือที่จะใชใ้ นการน้ี
- จำนวนตวั อย่าง จำนวนตัวอย่างควบคุมและจำนวนตัวอยา่ งเปรียบเทียบทตี่ อ้ งการ
- ผลการวิเคราะห์ทตี่ อ้ งการเป็นชนดิ ใด เช่น เชงิ คณุ ภาพหรอื เชิงปรมิ าณหรอื ทั้งสองชนดิ
- ค่าขีดจำกัดหรอื ปรมิ าณของจุลชพี สงู สดุ ท่ียอมรับได้จากตัวอย่างทเี่ ก็บจากพ้นื ผิว และ
- มาตรการควบคุมหรือแก้ไขทค่ี าดวา่ จะนำมาใช้

เครื่องมอื และอุปกรณ์
1) บัฟเฟอร์ (Phosphate Buffered Saline, PBS)
2) ขวดแก้วปราศจากเชอ้ื ขนาดประมาณ 30 มลิ ลลิ ติ ร พร้อมฝาปดิ บรรจบุ ฟั เฟอร์ 5 มิลลลิ ิตร
3) กา้ นไม้พนั สำลีปราศจากเชื้อ
4) อาหารเพาะเชอ้ื PCA และ SDA
5) กรอบกำหนดพื้นที่เก็บตัวอยา่ ง (Template)
6) ไอซ์แพคและกล่องบรรจหุ รอื กระตกิ นำ้ แข็ง

กลวธิ ใี นการเกบ็
1) เลือกเก็บตัวอย่างในพ้ืนท่ีเป้าหมาย โดยเก็บตัวอย่างบนพ้ืนผิวท่ีเห็นว่าสะอาด (ไม่มีส่ิง
สกปรก

แปดเป้ือนบนพ้ืนผิว) และพ้ืนท่ที ไี่ ม่มีปญั หาเพอ่ื เปรียบเทียบผล
2) นำไม้พันสำลสี ำหรับเก็บตัวอยา่ งทีย่ งั ไม่ได้ใช้ใสล่ งในขวดบฟั เฟอร์แล้วปดิ ฝาเพ่ือใชเ้ ปน็

Field blank
การเกบ็ ตวั อย่าง
1) นำไมพ้ ันสำลที ปี่ ราศจากเชอ้ื จมุ่ ในหลอดแกว้ บรรจุ PBS ใหช้ มุ่ พอหมาดๆ (บบี บัฟเฟอร์

ออกจากสำลีโดยกดสำลีกับผนังด้านในของขวดแก้ว) ป้ายพ้ืนผิวบริเวณท่ีต้องการศึกษา/เก็บตัวอย่างด้วย
วิธีการหมุนก้านไม้พันสำลี (Rolling motion) ไปบนพื้นผิวในกรอบท่ีกำหนด ซึ่งมีพื้นท่ีระหว่าง 1 – 4
ตารางน้ิว (ภาพท่ี 7-6) โดยใช้ไม้พันสำลี 1 อันต่อ 1 ตัวอย่าง การป้ายพ้ืนผิวในลักษณะน้ีให้ทำซ้ำ 2-3 คร้ัง
จนกระทั่งเตม็ กรอบ ในแต่ละครงั้ นำไม้พนั สำลีแกวง่ ในขวดบรรจุ PBS ขวดเดิม บบี บัฟเฟอร์ออกจากสำลี
ก่อนป้ายพืน้ ผิวเชน่ คร้งั แรก

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตร์อนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

167

2) เม่ือป้ายครัง้ สุดท้ายแล้วให้ใส่ไม้พันสำลีไว้ในหลอด PBS (หักก้านไม้ท่ียาวเกินปากขวด
ออก)

ปิดฝาขวดให้แนน่
3) เขยี นฉลากระบุหมายเลขตัวอย่าง จดบันทกึ วันท่ี เวลา สถานที่/พ้ืนที่ และขนาดพ้ืนท่ีท่เี ก็บ

ตัวอย่าง
การขนส่งตัวอย่าง บรรจุขวดแก้วเก็บตัวอย่างในกล่องเย็นบรรจุไอซ์แพค นำส่งห้องปฏิบัติการ
โดยเร็ว

เพอื่ การเพาะบ่มและวเิ คราะห์ต่อไป
การวิเคราะห์ เขย่าขวดบรรจุสารละลายทเ่ี กบ็ ตวั อย่างบนพื้นผิวเพ่ือใหจ้ ลุ ชีพท่อี าจเกาะบนสำลหี ลุด

ออกมาอยู่ในบัฟเฟอร์ แล้วเจือจางด้วย Normal Saline Solution (10-1–10-3) นำตัวอย่างที่เจือจางแล้ว 0.1
มิลลิลิตร หยดบนอาหารเล้ียงเช้ือ PCA และ SDA แล้วใช้แท่งแก้วสามเหล่ียมเกลี่ยกระจายเช้ือด้วยวิธี
spread plate นำจานอาหารเล้ียงเชื้อ PCA และ SDA ไปบ่มท่ี 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง
และสำหรับ SDA บ่มท่ี อุณหภูมิห้อง (25 องศาเซลเซียส) เป็นเวลา 5-7 วัน การอ่านผลให้นับโคโลนีท่ี
เจรญิ บน PCA และ SDA จากน้นั รายงานผลเปน็ CFU/ตารางหน่วยพน้ื ท่ีของพน้ื ผวิ นน้ั

ภาพท่ี 7-6 เก็บตวั อย่างจุลชพี บนพ้นื ผิวด้วยวิธปี า้ ยพื้นผวิ
URL: http://www.sansabaytwelve.com. 8 มิถนุ ายน, 2558

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตร์อนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

168

การเกบ็ ตัวอย่างจุลชีพบนพ้นื ขรุขระหรือพรม

การเก็บตวั อย่างจุลชีพบนพื้นขรุขระหรอื พรมใชห้ ลักการเดียวกบั การเก็บตวั อยา่ งอนุภาคในอากาศ
นน่ั คือใช้ป้ัมดูดอากาศดูดฝนุ่ หรืออนุภาคที่สะสมในพรมหรอื บนพ้ืนทข่ี รขุ ระในขนาดท่ีกำหนด เช่น 4 x 4
ตารางน้ิว ดกั เก็บอนุภาคด้วยกระดาษกรอง (ภาพท่ี 7-7) และนำตวั อยา่ งสง่ ห้องปฏบิ ัติการเพ่ือวเิ คราะห์ จุล
ชีพที่เก็บตวั อย่างดว้ ยวธิ นี ี้ เชน่ สปอร์ราและไรฝนุ่

เคร่ืองมอื และอุปกรณ์
1) เครือ่ งดดู อากาศทสี่ ามารถดูดอากาศดว้ ย อตั ราการไหลอากาศสงู (เช่น 20 ลิตร/นาท)ี
2) กระดาษกรองชนิดเมมเบรน (เช่น โพลีคาริบอเนต) ขนาด 37 มิลลิเมตร รูบนกระดาษกรอง

0.45 ไมโครเมตร
3) หวั ดูดสำหรบั ตอ่ กับตลับยดึ กระดาษกรอง
4) กรอบกำหนดพื้นท่ีเก็บตวั อย่าง (Template)
5) กล่องบรรจุตลับยดึ กระดาษกรอง
6) อุปกรณ์ปรบั เทียความถกู ตอ้ งของเครอื่ งดูดอากาศ
กลวิธีการเกบ็ ตวั อยา่ ง เชน่ เดียวกับวธิ ีการเกบ็ ตวั อย่างโดยการป้ายพื้นผวิ
วิธกี ารเก็บตัวอย่าง ต่ออุปกรณ์เก็บตัวอยา่ งเข้ากบั เคร่ืองดูดอากาศแล้วดูดฝุ่นในกรอบกำหนดพ้ืนที่
เกบ็ ตวั อย่าง โดยค่อยๆเคล่ือนหัวดูดฝนุ่ เปน็ แถวจากดา้ นหนงึ่ ไปยังอีกดา้ นหนึง่ จนเตม็ พ้ืนทใ่ี นกรอบ
วิธีการวิเคราะห์ นำกระดาษกรองไปชะล้างอนุภาคออกและนำน้ำท่ีชะล้างอนุภาคน้ันไปวิเคราะห์
ด้วยกล้องจลุ ทรรศน์ เพ่อื ระบชุ นิดของสปอร์ราหรอื ไรฝุน่

ภาพที่ 7-7 การเกบ็ ตวั อยา่ งจุลชพี บนพนื้ พรม
URL: http://www.sansabaytwelve.com. 8 มถิ นุ ายน, 2558

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามัยสง่ิ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

169

ภาพที่ 7- 8 อปุ กรณ์การเก็บตวั อยา่ งจุลชีพบนพ้ืนพรม
URL: http://www.sansabaytwelve.com. 8 มิถนุ ายน, 2558

การวิเคราะห์จุลชพี และการแปลผล

ในการวิเคราะห์อาจบ่งช้ีชนิดของจุลชีพได้ไม่ยาก เช่น สปอร์ของเชื้อราบางชนิด ขณะท่ีการ
แยกแยะแบคทีเรยี บางชนิดน้นั ทำไดย้ าก และต้องการท้ังวธิ ีการเกบ็ ทเ่ี ฉพาะเจาะจงและการบ่งชโี้ ดยผูช้ ำนาญ
ดังน้ัน วิธีการเกบ็ ตัวอย่างอากาศเพื่อวิเคราะห์จุลชีพจึงแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของจุลชีพ ทั้งน้ีเทคนคิ การ
วเิ คราะห์ที่ใช้ทั่วไปคือ การวิเคราะห์ด้วยกล้องจุลทรรศน์ วิธีทางจุลชวี วิทยา วิธีทางเคมีชีววิทยา วิธีทาง
Immunochemical หรือ Molecular biological ซึ่งวิธีเหล่านี้แบ่งเป็นสองประเภท คือ การเพาะเช้ือ (Culture-
based methods) และไมต่ อ้ งเพาะเชอื้ (Non-culture-based methods)

วิธกี ารวเิ คราะหจ์ ุลชพี แบบไมเ่ พาะเชื้อ

วธิ ีการวิเคราะห์จุลชีพแบบไม่เพาะเช้ือบางครั้งเรยี กวา่ วธิ ีการเก็บตัวอยา่ งจุลชพี รวม มวี ัตถุประสงค์
เพื่อนับจำนวนจุลชีพโดยมิได้สนใจว่าจุลชีพเหล่านั้นมีชีวิตอยู่หรือไม่ เทคนิคต่างๆ ท่ีนำมาใช้ในการ
วิเคราะห์จลุ ชพี น้ีมีหลายเทคนคิ สามารถแบง่ ออกเปน็ 2 วธิ ีใหญ่ๆ คอื

1. การนบั สปอร์
จุลชพี หรอื สปอรถ์ ูกดกั ไวบ้ นกระดาษกรองหรือใชเ้ ทปกาวเกบ็ ตวั อย่างจากพืน้ ผวิ และ

นำไปวเิ คราะหด์ ้วยกล้องจุลทรรศน์ เนือ่ งจากรูปร่างท่ีแตกตา่ งกนั ของสปอร์ของจุลชีพทีต่ ่างชนิดกันทำให้
สามารถบ่งชช้ี นิดและจำนวนของจลุ ชีพได้ นอกจากกกระดาษกรองแลว้ ตัวอย่างอากาศยงั อาจ ถกู ดักไว้บน
กระจกสไลดเ์ คลือบสารเหนียว เช่นวาสลนิ หรือเทปกาวใส ซ่ึงโดยทวั่ ไปถูกนำไปยอ้ มสดี ว้ ย lactol phenol
cotton blue และนบั ด้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์รวมทั้งระบุชนดิ ของสปอร์โดยการเทยี บเคยี งกบั ตัวอย่างอ้างองิ และ

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามยั สิ่งแวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

170

ภาพในหนังสือคู่มือสปอร์ (Spore atlases) ซ่ึงอย่างน้อยผู้วิเคราะห์สามารถระบุจุลชีพต่อไปนี้ได้ –
Penicillium/Aspergillus, Alternaria, Cladosporium, Fusarium, Botrytis, ascomycetes, ละอองเกสร เปน็ ตน้

2. การนบั จลุ ชีพโดยตรง
วิธีน้เี ป็นการวเิ คราะห์ท่ีไมเ่ ฉพาะซึง่ อาศัยการสังเกตสีเรืองแสงของสารยอ้ มที่ติดหรือแทรกอยใู่ น

นิวคลีอิกแอสิดของ DNA หรอื RNA ข้อดีของวิธีนี้คือ สามารถเก็บตัวอย่างไดโ้ ดยใชอ้ ุปกรณ์เก็บตัวอย่าง
อนุภาคทั่วไปทั้งสำหรับอนุภาคขนาดเล็ก (Respirable particles) และอนุภาคท่ีสามารถหายใจเข้าไปได้
(Inhalabel particles) การย้อมด้วยฟอร์มัลดีไฮด์หรือกลูตัลดีไฮด์ช่วยให้โครงสร้างของจุลชีพไม่
เปล่ียนแปลงและหยุดการเจริญเติบโตต่อไป การนับอนุภาคจุลชีพใช้กล้องจุลทรรศน์ใต้แสง
epifluorescence หรือโดย Flow cytometry

วิธีการวเิ คราะห์จุลชพี แบบเพาะเช้ือ

วิธีการเพาะเช้ือมีความเฉพาะขึ้นกับวิธีการเก็บตัวอย่างของจุลชีพชนิดท่ีสามารถเพาะเช้ือได้
โดยทัว่ ไปนยิ มใชอ้ าหารเลี้ยงเชอื้ ในการเกบ็ ตัวอยา่ ง เพาะเชอ้ื และนับหรืออาจเก็บในตวั กลางทีเ่ ปน็ ของเหลว
หรอื แม้แต่กระดาษกรอง แล้วจึงเตรียมตัวอย่างเพ่ือเพาะเชื้อต่อไป สำหรับจุลชีพประเภทเช้ือรา แบคทีเรีย
และ Thermophilic actinomycetes การเลือกใช้อาหารเลี้ยงเช้ือท่ีแตกต่างกันในการเก็บตัวอย่างอาจทำให้
สามารถเลือกเก็บและวิเคราะห์จลุ ชพี ท่ีเฉพาะเจาะจงได้ ดงั เช่น

1. เชื้อรา อาหารเลี้ยงเช้ือสำหรบั เชือ้ ราทัว่ ไปนิยมใช้ Malt extract agar (MEA) และ Rose bengal agar
(RBA) ทัง้ MEA และ RBA เป็นชอื่ ท่วั ไป บรษิ ทั หรอื หอ้ งปฏิบัติการผ้ผู ลติ ตา่ งมีสว่ นผสมที่แตกตา่ งกันไป
สูตรผลิต MEA ท่ีมีอาหารน้อย เช่นมีเพียง 2% MEA สปอร์จะเจริญได้ดีกว่าอาหารท่ีเติมน้ำตาลกลูโคลส
หรือ/และเปปโตน ขณะที่ RBA ทำให้ขนาดของโคโลนีไม่ขยายใหญ่ แต่แสงสว่างอาจทำให้อาหารเลี้ยง
เชอ้ื เป็นพิษต่อเช้ือราบางชนิด นอกจากนนั้ สีของเช้ือราที่เจริญบน RBA อาจทำให้การบ่งชี้ชนิดของเชอ้ื รา
ยุ่งยากด้วย ดังนั้น นักวิจัยจึงแนะนำให้ใช้ dichloran glycerol 18 agar (DG-18) ซึ่งไม่มีผลข้างเคียงเช่น
RBA ในการเกบ็ และวิเคราะห์เชอ้ื รา อกี ทง้ั ยงั สามารถใชก้ บั เช้ือรา Xerophilic ด้วย หากตอ้ งการควบคุมการ
เจริญเติบโตของแบคทีเรียอาจเตมิ สารแอนตี้ไบโอติค เชน่ Streptomycin ในอาหารเลี้ยเชื้อได้

2. แบคทีเรีย มีเดียหรอื อาหารที่ใช้สำหรับเก็บตวั อย่างและเลี้ยงแบคทีเรยี ท่ัวๆไป คือ Tryptic soy agar
(TSA), Casein soy peptone agar(CPA) และ Nutrient agar (NA) หากต้องการเก็บวิเคราะห์แบคทีเรีย
เฉพาะเจาะจงอาจใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเฉพาะสำหรับแบคทีเรียนั้นๆ ได้ และอาจเติมสารเคมีบางชนิดเพื่อ
ควบคุมการเจรญิ ของเชอ้ื ราและแบคทีเรียบางชนดิ ทไี่ ม่ต้องการให้รบกวนได้เช่นเดียวกับอาหารเล้ียงเช้อื รา

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตร์อนามัยส่ิงแวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

171

3. Thermophilic Actenomycetes เปน็ แบคทีเรียชนิดพิเศษท่มี คี วามสมั พนั ธก์ ับปัญหาคณุ ภาพอากาศ
ภายในอาคาร สามารถใช้ CSPA, TSA และ Tryptone glucose yeast agar (หรือทีท่ ราบกนั ดีในช่อื Standard
method agar และ Standard plate count agar) เก็บตัวอย่างและเพาะเช้อื เพื่อบง่ ชแี้ ละนับจำนวนได้

4. มีเดยี /อาหารสำหรบั เกบ็ และเลยี้ งเชอ้ื อ่นื ๆ ในการวิเคราะห์เชอ้ื ราหรือแบคทเี รียชนดิ ใดชนิดหนึง่
โดยท่วั ไปสามารถทำได้โดยเลือกใช้อาหารท่เี ติมสารแอนตไิ บโอตกิ หรือสารเคมีที่กำจัดหรือยับยัง้ การเจริญ
ของจุลชีพอ่ืน และในการแยกแยะจุลชีพในสายพันธ์ุ (Species) เดียวกันออกจากกันอาจใช้อาหารสำหรับ
แยกแยะ (Differential media) อาหารเลี้ยงเชอ้ื จำพวกน้ีโดยทั่วไปมสี ารบง่ ช้ีซึ่งทำใหจ้ ุลชีพบางชนิดมีเมตา
บอลิซึมแตกตา่ งไป

นอกจากน้ันระยะเวลาและอณุ หภมู ใิ นการเพาะเชื้อท่แี ตกต่างกนั สามารถแยกแยะจลุ ชีพได้แมใ้ ช้
อาหารเล้ียงเชื้อชนิดเดียวกัน ในกรณีท่ีจำเป็นต้องใช้มีเดีย/อาหารสำหรับเก็บและเล้ียงจุลชีพที่มีความ
เฉพาะเจาะจงนักสขุ ศาสตรอ์ ตุ สาหกรรมสามารถค้นคว้าได้จาก Manual of Clinical Microbiology เลม่ ลา่ สุด
ซ่ึงตีพิมพ์โดย the American Society for Microbiology หรือ DIFCO Manual: Dehydrated Culture Medias
and Reagents for Microbiology ตีพมิ พโ์ ดย DIFCO Laboratories ได้

การแปลผลการประเมนิ

โดยท่ัวไปการแปลผลหมายถงึ การเปรียบเทียบคา่ ความเขม้ ข้นของสารทีส่ นใจกับค่ามาตรฐานหรือ
ค่าเสนอแนะสำหรับการสัมผัสสารนั้นๆ แต่เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดกำหนดมาตรฐาน
สำหรบั จลุ ชพี ในอากาศ ดว้ ยเหตทุ ี่จลุ ชีพแขวนลอยในอากาศนน้ั มมี ากมายท้งั ชนดิ ทีก่ อ่ และไม่กอ่ ให้เกิดโรค
หรืออาการผิดปกตติ อ่ มนุษย์ อกี ทงั้ โรคหรอื อาการบางอาการไม่เฉพาะเจาะจง เชน่ อาการแพ้ จึงยากตอ่ การ
ระบุว่าเป็นผลมาจากการสัมผัสส่ิงใดในอากาศ ขณะท่ีการเกบ็ และวิเคราะห์ตัวอย่างโดยท่วั ไปไม่สามารถ
ระบุชนิดของจุลชีพทุกชนิดได้ และถึงแม้จะสามารถระบุได้ ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการรับสัมผัส
(Dose) และการตอบสนองของร่างกาย (Response) ไมแ่ นน่ อน นอกจากน้ัน ปริมาณและชนิดของจุลชีพใน
อากาศ ณ ขณะหน่งึ ๆ มคี วามแปรปรวนสูง โดยปจั จัยทม่ี อี ทิ ธพิ ลมหี ลายประการดงั กล่าวมาแลว้

อย่างไรก็ตาม สำหรับ เชื้อราท่ีพ บ ใน อาคารส่ วน ใหญ่ คือ Aspergillus, Penicillium และ
Cladosporium ซึ่งปริมาณเชื้อราท่ีพบในบ้านเรือนทวั่ ไป คือ 100 – 2000 CFU/ลูกบาศก์เมตรอากาศ ปรมิ าณ
ที่พบในอาคารมักสูงกว่านอกอาคาร 20 – 50% (ขณะที่บางการศึกษาอ้างว่าสูงกว่า 4 – 10 เท่า ในกรณีท่ี
ระบบทำความร้อนความเย็น (Heating, Ventilating, Air conditioning air hadling system, HVAC) ของ
อาคารทำงานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ นอกจากน้ี OSHA เสนอแนะระดบั ทอ่ี าจมีการปนเป้อื นของเช้ือราคือ 106

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวทิ ยาศาสตรอ์ นามยั สิ่งแวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

172

CFU/กรัมของฝุ่น และหากพบแบคทีเรียท้ังหมดเกิน 1000 CFU/ลูกบาศก์เมตรอากาศ ควรดำเนินการ
สอบสวนและปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร

ดังนั้น ในการแปลผลเพ่ือการประเมินการสัมผัสจุลชี พแขวนลอยในอากาศ นักสุขศาสตร์
อตุ สาหกรรมจึงควรใช้วิธีการเปรียบเทียบกับค่าในส่ิงแวดล้อมทั่วไป (Background) เช่นนอกอาคาร หรือ
เปรียบเทียบค่าความเข้มข้นจุลชีพในพื้นที่ท่ีมีปัญหากับพื้นที่ท่ีไม่มีปัญหา เช่น อาคารใกล้เคียงที่มีสภาพ
คล้ายคลึงกัน หรือห้องที่อยู่ในอาคารเดียวกัน เป็นต้น การแปรผลจึงต้องใช้ความระมัดระวังและ
ประสบการณข์ องผู้ประเมินด้วย

ละอองชีวภาพในอากาศและการตรวจวเิ คราะห์

สภาวะสิ่งแวดล้อมของโลกมกี ารเปล่ียนแปลงเกิดขน้ึ อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา มนุษย์ไดพ้ ัฒนา
ส่งิ แวดลอ้ มให้เหมาะสมและเออ้ื ประโยชนต์ ่อความเปน็ อยขู่ องตนเองในแตล่ ะยุคสมัย ซ่ึงการเปล่ียนแปลงนี้
มที ั้งขอ้ ดีและข้อเสยี ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยใ์ นสังคม ไปจนถึงระดับภูมภิ าคอย่างหลกี เล่ียงไม่ได้ เช่น
กรณีไฟไหม้ป่าในประเทศอินโดนีเซีย ท่ีส่งผลกระทบไปยังประเทศข้างเคียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้วยกนั เป็นตน้ สภาวะมลพิษทางอากาศทเี่ กดิ ข้นึ จากการพฒั นาอตุ สาหกรรมในยโุ รป กอ่ ปัญหาทางสขุ ภาพ
ทพี่ บในอดีตเปน็ เหตุให้มีการศึกษาวิจัยหาสาเหตุ ศึกษาสารที่มลพษิ ในอากาศ ปัจจัยท่ีมีอิทธพลต่อสภาวะ
อากาศและการเปล่ียนแปลงของสารมลพิษต่างๆ เกิดการพัฒนาวิทยาการทางการตรวจวิเคราะห์
สารประกอบตา่ งๆในอากาศ เพื่อประเมินสถานการณ์ของสภาวะมลพิษ อีกท้ังกำหนดมาตรฐานต่างๆ เพ่ือ
ความปลอดภัยของสุขภาพของประชาชน มลพิษในอากาศที่เกดิ จากสารเคมีโดยมากสามารถสังเกตเห็นได้
ด้วยจากสี ควัน หรือปริมาณฝุ่นละออง สารเคมีบางชนิดไม่อาจเห็นได้ด้วยตาแต่ทราบได้ด้วยกล่ิน แต่
สำหรับจลุ ชพี ในอากาศไม่สามารถมองเหน็ ได้ด้วยตา จับตอ้ งไมไ่ ด้ ท้ังไม่สามารถสูดกล่นิ พิสูจนไ์ ด้

ละอองชีวภาพในอากาศ (bioaerosols) ประกอบด้วย จุลชีพและสารท่ีมาจากส่ิงมีชีวิตหลายชนิด
ได้แก่ แบคทเี รยี รา ไวรัส ไรฝนุ่ ละอองเกสรจากตน้ ไม้ ขนสัตว์เล้ียง เช่น แมว สุนัข นก มูลขอลสัตว์พวก
หนู แมลงสาบ จิ้งจก เมื่อแห้งจะปลิวภายในอากาศ รวมทั้งซากหรือสว่ นประกอบของสัตว์เหลา่ น้ีทตี่ ายแล้ว
ซึง่ เป็นสารกระตุ้นภูมิแพ้ (allergen) สำหรับคนบางคนได้ จุลชีพในอากาศเป็นธรรมชาติรอบตัวมนุษย์ เรา
สูดอากาศหายใจทุกขณะที่ยังมีชีวิต เราก็สูดเอาจุลชีพเหล่านี้ เข้าไปด้วยในเวลาเดียวกัน การไอจามครั้ง
หนึ่งๆ พบว่ามีแบคทีเรียต้ังแต่ 104-106 ในละอองชีวภาพ หากเราอาศัยในบริเวณบรรยากาศท่ีค่อนข้างดี
ปริมาณจุลชีพท่ีเราสูดหายใจเข้าสู่รา่ งกายโดยเฉลี่ยประมาณ 8 เซลลต์ ่อนาที แต่จุลชีพพวกนี้ส่วนมากไม่มี
ศกั ยภาพในการกอ่ โรค อกี ท้ังร่างกายเรามคี วามสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านอ้ี อกจากรา่ งกายได้อย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพ ทำใหเ้ ราไม่เจบ็ ปว่ ย หรอื ตดิ เชอื้ จนเกิดอาการได้ ยกเวน้ บุคคลบางกล่มุ เชน่ ผู้สบู บหุ รี่ ผ้ปู ่วย

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามยั สิง่ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

173

โรคปอดเร้ือรัง ผู้ปว่ ยหอบหดื กลุ่มนี้ระบบภูมิคุ้มกนั ของร่างกายจะหยอ่ นสมรรถภาพ และบกพรอ่ งในการ
กำจัดสิ่งแปลกปลอมท่ีเขา้ สู่ร่างกายได้ อยา่ งไรก็ตามจุลชีพในอากาศเพียงส่วนน้อยมศี ักยภาพในการกอ่ โรค
แต่แม้จะมเี พียงเล็กนอ้ ยกอ็ าจก่อให้เกดิ การติดเชอ้ื ได้ และอากาศยังเป็นตัวชว่ ยแพร่กระจายเชอ้ื ไปในอากาศ
ได้อย่างรวดเร็ว เชื้อพวกนี้เช่น เช้ือไข้หวัด – Rhinovirus, Adenovirus, เชื้อโรคลีเจเนลโลสิส – Legionella
pneumophila, เชื้อวณั โรค – Microbacterium tuberculosis เปน็ ตน้ คุณภาพอากาศท่ีอยรู่ อบตัวเราและอากาศ
ภายในอาคารจงึ มคี วามสำคัญตอ่ สขุ ภาพ
ละอองชีวภาพในอากาศมีผลตอ่ สุขภาพอยา่ งไร ?

ละอองชีวภาพจึงเป็นธรรมชาตริ อบตัวมนษุ ยท์ ่ีหลีกเลยี่ งไมไ่ ด้ แต่สิง่ เหล่าน้ีผลต่อสขุ ภาพของเราได้
หรอื ไม่ ? คำตอบเป็นไปได้ท้งั สองทาง ขนึ้ อยู่กับปริมาณและชนิดของละอองชีวภาพ สขุ ภาพและภมู ิค้มุ กัน
ของรา่ งกาย และสภาพแวดลอ้ มทเี่ ราอยู่มีปัจจยั ที่เอื้อต่อการเจริญ หรอื ยับยง้ั การเพิ่มจำนวนของจลุ ชพี เหลา่ นี้
ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด ละอองชีวภาพ รวมท้งั จุลชพี ทม่ี ีชีวติ จะดำรงอย่ใู นอากาศได้นานมากน้อยเพยี งใดข้ึนอยู่
กับปัจจัยท่ีเอื้อต่อการเจริญของจุลชีพ ปัจจัยที่สำคัญในท่ีนี้คือ อาหารเพื่อการเจริญเติบโตของจุลชีพและ
ความช้นื (น้ำ) สภาพแวดลอ้ มใดท่ีมีปัจจยั ท้งั สองนี้ กจ็ ะเอ้อื ให้จุลชพี ดำรงชีวิตและแพรพ่ ันธ์ตุ ่อไปในอากาศ
ได้ สถานทเ่ี หล่านีพ้ บได้ตาม ห้องน้ำ หอ้ งใต้ดินทม่ี ีความชนื้ อับ (ราไมต่ ้องการแสงเพื่อการเจรญิ เตบิ โตและ
เจริญไดด้ ีในอากาศท่อี ยู่นงิ่ ๆ) หอ้ งครวั ห้องท่ีปพู รม ฝาผนังหรือเฟอนิเจอร์ ทีบ่ ุด้วยผ้า (โดยเฉพาะชนดิ ที่เอ้ือ
ต่อการสะสมฝุ่น) หรืออุปกรณ์ท่ีมีน้ำหรือความชื้น เช่น เครื่องทำความเย็น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องช่วย
หายใจ และ humidifier สำหรับอาหารเพือ่ การเจรญิ เตบิ โต จุลชีพสามารถใช้อาหารในรูปแบบต่างๆ มากมาย
เพื่อการเจริญ เตบิ โต ฝุ่นมีสารอินทรยี ืมากมายท่ีจลุ ชีพเจรญิ ได้ นอกจากนี้ พวกอาหาร ผัก ผลไม้ กระดาษ
เสื้อผ้า เคร่ืองหนังก็เป็นอาหารสำหรับจุลชีพไดท้ ้ังสิ้น ดังน้ันห้องท่ีไม่ได้ทำความสะอาดประจำจึงมีจลุ ชีพ
ในอากาศไดม้ ากกวา่ ห้องที่หมัน่ ทำความสะอาดอยู่เสมอ จะเห็นได้ว่าอากาศภายในอาคาร สถานท่ีต่างๆ มี
ปัจจัยที่เอ้ือต่อการเจริญของจุลชีพมากกว่าอากาศภายนอกอาคาร แม้ว่าโดยปกติปริมาณจุลชีพภายนอก
อาคารจะมีมากกวา่ ภายในอาคารกต็ าม แตป่ ัจจยั ทสี่ ง่ เสริมการเจริญเตบิ โตใหจ้ ุลชพี เพิม่ จำนวนไดใ้ นอาคารมี
มากกวา่ นอกจากน้ี วนั หน่ึงๆ เราทำงาน หลับนอน และใชเ้ งลาส่วนมากอยู่ภายในอาคาร โดยเฉลี่ยเราอาศัย
อยูภ่ ายในอาคารมากกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาทงั้ หมด โอกาสของการสมั ผสั และได้รับละอองชวี ภาพจงึ มีมาก

ละอองชีวภาพมีผลต่อสุขภาพรา่ งกายของคนและสัตว์ได้อย่างไร ? ประการแรกจุลชีพที่ก่อโรคติด
เชื้อหลายชนิดพบและแพร่ กระจายในอากาศ เช่น เช้ือไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus), เชื้อโรคหัด
(measles), เชื้อไวรัสก่อโรคอีสุกอีใส (chicken pox), หรือแบคทีเรีย เช่น เชื้อวัณโรค เป็นต้น ตารางท่ี 1
แสดงโรคติดเชอื้ ที่แพรเ่ ชื้อในอากาศ ประการท่ีสอง เกิดจากพวก allergen ก่อใหเ้ กดิ อาการภูมิแพ้ หอบหืด
ซ่ึงมกั พบจากการทไ่ี ดร้ ับ allergen ชนดิ นั้นซ้ำๆ จนกระตุ้นรา่ งกายใหเ้ กิดภูมไิ วต่อสารชนิดนน้ั ๆได้ ในกลุ่ม
ผู้เป็นโรคภูมิแพ้พบว่ารอ้ ยละ 40 แพ้พวกไรฝุ่นซงึ่ พบมากในอากาศภายในอาคาร โดยเฉพาะห้องนอนที่เรา

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตร์อนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

174

ใชเ้ วลาหน่งึ ในสามอยูภ่ ายในหอ้ งนี้ ประการทีส่ าม พวกราบางชนิดสามารถสร้างทอกซินหรอื สารพิษได้ ซง่ึ
จะไปทำลายเน้ือเย่ือ และอวัยวะของร่างกาย เช่น ตับ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และระบบ
ภูมคิ มุ้ กันของร่างกาย ราและผลติ ภัณฑข์ องราอาจเปน็ allergens ไดเ้ ชน่ กนั

ตารางท่ี 7.1 โรคติดเชือ้ ทแี่ พร่กระจายทางอากาศ

โรคติดตอ่ ท่เี กิดได้ในคนปกติ โรคติดเชือ้ ท่เี กิดในผ้ทู ่ีมีภมู ิคมุ้ กันบกพร่อง

แบคทีเรยี แบคทีเรยี

แอนแทรกซ์ (Anthrax) Legionnaire,s disease

บรูเซลโลซิส (Brucellosis) Pontiac fever

Streptococcal pneumonia Pseudomonas pneumonia

วัณโรค (Tuberculosis)

ไวรัส ไวรัส

หวัด (Common cold) เริม (Herpes)

อีสุกอีใส (Chicken pox) งูสวัด (Shingles)

ไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza) โปรโตซัว

หัด (Measles) Cryptosporidiosis

หัดเยอรมัน (Rubella) Pneumocystis pneumonia

รา รา

Blastomycosis Aspergillosis

โรคตดิ ตอ่ ทเ่ี กิดได้ในคนปกติ โรคติดเชอ้ื ทเ่ี กดิ ในผู้ทม่ี ีภูมิคุ้มกนั บกพรอ่ ง

Coccidioidomycosis Cryptococcosis
Histoplasmosis Mucormycosis
Phycomycosis

เด็กเล็กและผู้สูงอายุจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากละอองชีวภาพในอากาศมากที่สุด
นอกจากน้ีผู้ท่ีมปี ญั หาสุขภาพทเ่ี กี่ยวกบั ระบบทางเดินหายใจกอ็ าจแสดงอาการมากกว่าปกติ อาการในระบบ
ทางเดินหายใจที่พบได้ คือไอจาม น้ำตาไหล มึน เวียนศีรษะ แน่นหน้าอก สูดหายใจเข้าไม่เต็มที่ ออ่ นเพลีย
มไี ข้ บางรายมีอาการในระบบทางเดนิ อาหาร

ยังมีโรคเก่ียวกับอากาศในอาคารท่ีรู้จักกันในนามว่า Sick building syndrome ซ่ึงพบในผู่ท่ีอยู่ใน
อาคาร เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจอยา่ งเฉียบพลนั อาการท่ีเกดิ มีความสัมพันธ์หรอื เกย่ี วขอ้ งกบั เวลา
และสถานที่ที่อยู่ในอาคาร เม่ือออกมาภายนอกอากาศดขี ึ้น และไม่สามารถหาสาเหตทุ ี่เฉาะเจาะจงไดว้ ่าเกิด
จากอะไร ผู้ป่วยมกั มีอาการระคายเคอื งทีค่ อ ตา จมกู ไอแห้งๆ เวียนศีรษะ คล่ืนไสห้ รือคันตามผวิ หนงั ไมม่ ี

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตรอ์ นามัยสิ่งแวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

175

สมาธใิ นการทำงาน ออ่ นเพลยี และไวต่อกล่นิ ต่างๆ เป็นพิเศษ สาเหตุของโรคไม่อาจระบไุ ดช้ ัดเจน แตเ่ ช่อื ว่า
มหี ลายสาเหตุที่เกยี่ วขอ้ ง หรอื ส่งเสรมิ ซึ่งกนั และกนั ก่อใหเ้ กดิ อาการของผทู้ ่ีทำงานอยบู่ ริเวณนั้นได้ สาเหตุ
เหลา่ นี้ ได้แก่

ก. สารเคมีท่ีมาจากภายนอกและภายในอาคาร เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนไดออก-
ไซด์

ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ได ออกไซด์ สารโลหะหนัก ควันบุหรี่ ฟอร์มัลดีไฮด์ ยาฆ่าแมลง สาร
ระเหย สารทำละลาย สารเคมที ใี่ ช้ทำความสะอาดต่างๆ

ข. จุลชีพในอากาศ รวมทง้ั สว่ นต่างๆ ของสัตว์เล้ียง และทีไ่ ม่ไดเ้ ลี้ยง เช่น หนู แมลงสาบ มด จิ้งจก
เป็นต้น

ค. ปัญหาด้านระบบระบายอากาศและอุณหภูมิของอาคาร (Heating Ventilating and Conditioning
syndrome-HVAC)

คุณภาพดา้ นชีวภาพของอากาศภายนอกและภายในอาคาร/สถานประกอบการลกั ษณะพเิ ศษบางชนิด
อากาศรอบตัวเราน้ีอาจจำแนกได้เปน็ 2 ชนิดคืออากาศภายนอกและภายในอาคาร จุลชพี ในอากาศ

ภายนอกท่ีมาจากธรรมชาติ ดิน ต้นไม้ สัตว์และคน มีหลากหลายชนิด และในปริมาณที่มากกว่าอากาศ
ภายในอาคาร การแพร่กระจายจุลชีพชนิดต่างๆ ในอาคารภายนอกแปรเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม เช่น
อุณหภูมิ ความชื้นสมั พทั ธ์ รังสี และภาวะมลพิษ อากาศภายนอกในบางสถานที่พบจุลชีพบางชนิดมากกว่า
ปกติ เช่น พวกแบคทีเรียแกรมลบ, fecal coliform, enteric bacteria และสปอร์ของเช้ือรา ซึ่งพบมากใน
บริเวณกองขยะ ท่ีขัดแยกขยะ ราพวก Coccididides immit หรือ rabies virus ในบริเวณถ้ำ บริเวณโรงบำบัด
นำ้ เสยี ฟาร์มปศุสัตวพ์ บเชือ้ ก่อโรคในสัตว์ได้ท้งั แบคทีเรีย ไวรัส และเช้ือรา จากการศึกษาเชื้อราในอากาศ
บ ริ เว ณ ล าน ข น ถ่ าย ข ยะ ข องก รุ งเท พ ม ห าน ค ร พ บ พ ว ก Mucor, Aspergillus, แ ละ Penicilium,
Syncephalastrum spp และอ่นื ๆ จากการเปรยี บเท่ียบกบั ปรมิ าณของราในอากาศภายในสำนกั งานบรเิ วณไกล่
เคยี งพบชนิดของเช้ือราคล้ายกนั และปริมาณโดยเฉลยี่ ตำ่ กว่ารอ้ ยละ 10 ของอากาศภายนอกบรเิ วณท่ีขนถ่าน
ขยะ (ขอ้ มลู ยังไมไ่ ด้ตพี มิ พ)์ ดังนนั้ การทำงานของคนงานขนถ่ายและคัดเลอื กขยะย่อมมอี ตั ราเสี่ยงตอ่ ละออง
ชวี ภาพเหล่านีส้ ูงกวา่ คนงานในสำนกั งาน

สำหรับละอองชีวภาพของอากาศภายในอาคารมีท่ีมาจากอากาศภายนอก และจากคน สัตว์ ต้นไม้
และสิง่ ของท่อี ยูภ่ ายในอาคาร โดยปกติมีปริมาณเพยี งร้อยละ 30-80 ของปริมาณในอากาศภายนอก มนษุ ยเ์ รา
ใชเ้ วลาส่วนมากอยใู่ นอาคาร ไมว่ า่ จะเปน็ บา้ นเรือน ห้องเรยี น สำนักงาน โรงเรยี นโรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า
ตลอดจนภายในรถยนต์ รถโดยสาร (โดยเฉพาะเมื่อการจราจรติดขัด) เครื่องบิน เรือดำน้ำ ยานอวกาศ (ทั้ง
ของจริงและในสวนสนุก) รวมไปท้ังรปู แบบของอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่างๆ ที่มีการพัฒนารปู แบบ

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามยั สง่ิ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

176

เป็นอาคารปิดขนาดใหญ่ เช่น โรงงานบำบดั นำ้ เสยี โรงรดี กากตะกอนท่ีสร้างเป็นอาคาร หรืออตุ สาหกรรม
เกษตร ฟารม์ ไก่ สกุ ร โรงงานผลิตอาหารสตั ว์ โรงงา่ นผลติ แปง้ มัน โรงงานทำขนมปัง เป็นตน้

สถานประกอบการที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดน้ีได้รายงานสำรวจละอองชีวภาพในอากาศซึ่งพบใน
ปรมิ าณสูงกวา่ อากาศภายนอกมาก และพบว่าคนในโรงงานบำบัดนำ้ เสยี และคนเกบ็ ขยะมีอตั ราการป่วยด้วย
โรคระบบทางเดินอาหารมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบในโรงงานกล่ันน้ำมันแล ะคนงานทำความสะอาดใน
วิทยาลัย เชน่ เดียวกับการศกึ ษาในโรงงานผลิตอาหารสตั ว์ โรงงานผลิตแป้ง และโรงงานทำขนมปัง ที่พบว่า
คนงานในโรงงานเหลา่ นี้มีสมรรถภาพการทำงานของปอดลดลง และมีอาการของระบบทางเดินหายใจ ซึ่ง
สมั พันธก์ ับปริมาณของละอองชีวภาพท่ตี รวจไดใ้ นบริเวณต่างๆและลักษณะงานทคี่ นทำงานอยู่ นอกจากน้ี
ในยุคของการประหยัดพลังงาน ระบบการระบายอากาศภายในอาคารท่ีมักใช้อากาศภายในหมุนเวียน
กลับมาใช้ในอัตราส่วนที่สูงกว่าอากาศใหม่จากภายนอก จึงมักพบปัญหาการติดเช้ือในระบบทางเดิน
หายใจสงู หรอื การระบาดเกิดขน้ึ ได้ง่าย คุณภาพอากาศภายในอาคารจึงเป็นประเดน็ ท่ฝี ่ายให้ความสนใจ
เพราะอาจเปน็ สาเหตขุ องการหยุดงาน การขาดเรียน หรอื ลดประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งไม่เปน็ ผลดีตอ่ ทั้ง
บุคคลนัน้ และของหนว่ ยงาน

การประเมินความเสี่ยงตอ่ สขุ ภาพของละอองชีวภาพในอากาศ
การประเมินบทบาทของละอองชีวภาพท่ีอาจก่อปญั หาสุขภาพได้น้ัน ควรดำเนนิ การตามขั้นตอน

ตอ่ ไปน้ี
1) ตรวจสขุ ภาพ อาการและอาการแสดงของผรู้ ้องเรยี น หรือผู้ป่วยทีอ่ าศยั อยู่ในอาคารหรือบรเิ วณ

รวมทั้งการซักประวัตทิ เี่ กย่ี วข้องอย่างละเอียด
2) โยงความสัมพันธแ์ ละเปรียบเทียบอาการของผู้ป่วย กับอาการท่ีแสดงท่ีเกิดจากละอองชีวภาพ

ชนดิ ใด? ท่ีอาจเป็นสาเหตไุ ด้
3) สำรวจอาคารสถานท่ี เพ่ือค้นหาปัจจัยเส่ียงท่ีเอ้ือต่อการเกิด และแพร่กระจายของละออง

ชีวภาพในอาคาร เช่น ระบบระบายอากาศ ความแออดั หนาแน่นของคนในบรเิ วณหรือสถานท่ี
4) ตรวจวิเคราะห์ตวั อยา่ งอากาศ ให้พจิ ารณาดำเนินการเป็นประการสดุ ทา้ ย

การตรวจวิเคราะห์จลุ ชีพในอากาศในอาคาร
การวิเคราะห์จุลชีพในอากาศ ในทีน่ ี้ขอกลา่ วเฉพาะอากาศภายในอาคาร ซ่งึ อาจจำแนกได้สามวธิ ี

คอื หนง่ึ วธิ ีตรวจหาจุลชีพท่มี ีชวี ติ ในอากาศ (viable) โดยการเพาะในอาหารเลี้ยงเช้ือ, สอง วีธีตรวจหาจุล
ชพี ทัง้ ทีม่ ีและไม่มีชีวิต (viable and nonviable) และสาม วธิ ีพิเศษเพ่ือวิเคราะห์หาส่วนประกอบของจุลชีพ
หรือด้ วยวิธีท างอ้อม เช่น การตรวจ endotoxin ของแบ คทีเรีย, ergosterol ของเชื้อรา หรือใช้
oligonucleotide probe ในการตรวจจุลชีพ ซ่ึงมักเปน็ วิธีที่ใช้ศึกษางานวิจัย ในที่นี่จะกลา่ วเฉพาะสองวิธี

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตรอ์ นามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

177

แรกเทา่ นน้ั การตรวจวเิ คราะห์จุลชพี ในอากาศด้วยวธิ ใี ดก็ตาม มสี ง่ิ ทต่ี ้องทำความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ธรรมชาติ
และลักษณะของจุลชีพในอากาศเสียก่อน เพ่ือให้การเก็บตัวอยา่ งนั้นสามารถแปลผลได้อยา่ งมีความหมาย
หรอื ได้ข้อสรปุ ท่ีตรงกับความต้องการ หรือวัตถุประสงค์ของการตรวจวิเคราะห์นัน้

ก. ชนดิ ของจุลชีพที่พบในละอองอากาศ
จลุ ชีพในอากาศนั้นมีทง้ั แบคทีเรีย เชือ้ รา ไวรสั โปรโตซวั (ตารางท่ี7-2) ท้ังในรูปของสปอร์และ
vegetative form และมีที่ต่างๆกัน จากคน สัตว์ พืช และธรรมชาติ เช่นฝนุ่ ละออง ดิน น้ำ แต่ส่วนมาก
เปน็ จุลชีพที่ไม่กอ่ โรค มีเพียงส่วนน้อยทสี่ ามารถก่อโรคได้และมคี วามทนทานในอากาศไดด้ ี เน่อื งจากการ
ยังชีพในอากาศของจุลชพี มคี วามแตกต่างกนั ในแต่ละชนดิ บางชนิดไวต่อออกซเิ จน ถกู ทำลายได้งา่ ย บาง
ชนิดตอ้ งการอาหารพิเศษเพ่อื การเจริญเติบโต หรืออุณหภมู ิความช้ืนที่เหมาะสม บางชนิดจะสร้างสปอร์
และยังชพี อยไู่ ดน้ านเปน็ ปใี นธรรมชาติ ดังน้ันจุลชีพในอากาศทกี่ ่อโรคได้นั้นจึงมอี ยู่ไม่มาก สว่ นใหญ่เป็น
จุลชีพที่ไม่ก่อโรค อยา่ งไรกต็ ามแมว้ ่าจะไม่สามารถก่อโรคได้หากมีปริมาณมากเกิน หรือได้รับเสมอๆ ก็
สามารถกระตุ้นภมู ิคุ้มกนั ของรา่ งกายใหเ้ กดิ เป็นโรคภูมแิ พ้ (hypersensitivity) ตอ่ สารหรือส่วนประกอบของ
จลุ ชีพทเี่ รียกวา่ aeroallergens หรอื allergens ได้ จุลชพี ในอากาศนน้ั จะอยู่กับอนภุ าคของฝุ่นละออง หรือที่
เรยี กว่า ละอองอากาศ (aerosols)ซึ่งอาจมขี นาดเลก็ ท่ีสุดทพี่ บจุลชีพแฝงอยู่ได้คอื 1 µm ไปจนถึง 100µm ซ่ึง
ฝุ่นขนาดใหญ่นี้จะตกสู่พ้ืนได้ในเวลาอันรวดเร็ว และไม่ฟุ้งกระจายไปในอากาศ ละอองฝุ่นท่ีสำคัญคือ
พบว่ามีจลุ ชพี และสามารถเข้าสทู่ างเดินหายใจ สว่ นมากมีขนาดระหว่าง 4-20 µm ที่สำคัญท่สี ุดคือละอองที่
มีขนาดเล็กกว่า10µmเน่ืองจากเป็นขนาดที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเราได้ (respirable
particles) และถ้าเล็กกว่า 5µm จะเป็นละอองที่สามารถผ่านลงไปถึงถุงลมปอด หรือทางเดินหายใจ
สว่ นล่าง ซึ่งจะตกค้างเป็นเวลานานพอท่จี ะกอ่ ใหเ้ กิดการตดิ เช้อื หรอื ภูมิแพ้ขนึ้ ได้ไว
ไวรัสเป็นจุลชีพท่ีอาศัยอยู่ภายในเซลล์ชนิดอ่นื ดังนนั้ การเก็บตัวอยา่ งเพ่ือวิเคราะหไ์ วรัสก็สามารถ
ทำได้เช่นเดียวกับแบคทีเรียหรือเชื้อรา ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเพ่ือกรองฝุ่นเฉพาะขนาดเล็กๆ พิเศษ
ปริมาณของจุลชีพและชนิดของจลุ ชีพตา่ งๆ ในละอองชีวภาพ มีความแตกต่างๆ ไปตามภูมิประเทศ อากาศ
และฤดกู าล เชน่ ช่วงฤดรู ้อนจะพบสปอร์ของราพวก Aspergillus และ Penicillium ซงึ่ ยอ่ ยสลายซากพชื ซาก
สัตวท์ ่ีอยู่เหนือดินจำนวนมาก ลักษณะของอาคารบ้านเรือน ชนิดของเฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้และสัตว์เล้ียงใน
บ้านก็มบี ทบาทตอ่ ปริมาณของสารกระตุ้นภูมแิ พ้ที่มาจากไรฝุน่ หรอื แมลงสาบ

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามัยส่ิงแวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

178

ตารางท่ี 7.2 จุลชีพทมี่ กั พบและแยกได้จากอากาศภายในอาคาร และน้ำ

Fungi Bacteria Amoebae

Alternaria1 Bacillus Acanthamoeba

Aspergillus2 Corynebacterium Naeglaria

Aureobasidium1 Flavobacterium

Cephalosporium Legionella

Cladosporium1 Micrococcus

Epicoccum1 Pseudomonas

Fusarium3 Staphylococcus

Streptomyces

1 ราในกลมุ่ ทพ่ี บอย่เู หนือดนิ , 2- ราทพ่ี บในดนิ , 3- ราท่ีพบในท่ีชน้ื ๆ หรือมนี ำ้
ข. วิธีการเกบ็ ตวั อยา่ งและตรวจวเิ คราะห์จลุ ชีพทีม่ ีชวี ติ ในอากาศ (Culturable method)
ในทางการแพทย์การวิเคราะห์จุลชีพในอากาศภายในอาคารได้ทำมานานแล้ว เช่น ในห้องผ่าตัด

ห้องเตรียมยา ห้องปฏิบัติการ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีปริมาณการปนเป้ือนของจุลชีพก่อโรคจากผู้ป่วย
หรือตัวอย่างส่งตรวจได้สูง จึงใช้เป็นมาตรการควบคมุ คุณภาพของห้องปฏิบัตกิ าร และการป้องกนั การติด
เช้ือในโรงพยาบาล การตรวจวิเคราะห์จุลชีพท่ีมีชีวิตน้ันถือว่าเป็นจุลชีพท่ีมีศักยภาพในการก่อโรคหรือ
สงั เคราะหส์ ารพิษไดอ้ ยู่ แต่บางชนิดไม่มชี ีวิตก็สามารถกระตุ้นภูมิแพไ้ ด้เช่นกัน การตรวจทำได้ทั้งในเชิง
ปริมาณและการวิเคราะห์ชนดิ ของจุลชพี การตรวจภายในโรงพยาบาลโดยมากเพื่อวิเคราะหช์ นิดของงจุลชพี
ที่อาจก่อโรคในผู้ป่วยได้เช่นการตรวจวิเคราะห์จุลชีพบนผิวโต๊ะ อุปกรณ์ในบริเวณทำงาน (Surface
sampling) ภายในหอ้ งผา่ ตดั หรอื ห้องผู้ป่วยทีม่ ีภมู ิค้มุ กนั บกพร่อง ซึ่งควรเปน็ หอ้ งท่ีสะอาดมีฝุ่นละอองน้อย
หากมีฝุ่นละอองที่มีจุลชีพอยู่อาจปนเปื้อนแผลผ่าตดั หรือเครอื่ งมือผ่าตัด จะทำให้ผู้ป่วยเกิดการติดเช้ือได้
ตามมา ดังนน้ั การตรวจอากาศภายในห้องผ่าตัดและวิเคราะหช์ นิดของจุลชีพจะช่วยประเมินโอกาสเส่ียงต่อ
การติดเชื้อได้ตามมา ดงั นั้นการตรวจอากาศภายในหอ้ งผ่าตัดและวิเคราะห์ชนิดของจุลชีพจะช่วยประเมิน
โอกาสเสย่ี งตอ่ การตดิ เชื้อของผู่ป่วยในหอ้ งผา่ ตดั ได้

การตรวจวเิ คราะห์จุลชีพแบบนมี้ ขี อ้ เสีย คือขนาดของละอองชีวภาพทเี่ กบ็ ไดม้ กั มขี นาดใหญ่ เพราะ
ตกลงพ้ืนดว้ ยแรงโน้มถ่วง ซึง่ อาจไม่เปน็ ตัวแทนของจลุ ชีพในอากาศส่วนท่ีแขวนลอยอยู่ หรอื จุลชีพท่พี ้นื ผิว
โตะ๊ อาจไม่ลอยขึ้นสู่อากาศก็ได้ การเลือกบรเิ วณท่ีเก็บตวั อยา่ งอาจไมเ่ ป็นตัวแทนของสถานที่เชน่ กัน อน่ึง
การตรวจวิเคราะห์หาจลุ ชีพในอากาศโดยการเก็บตวั อย่างอากาศแบบใดก็ตามจำเปน็ ต้องทราบหรือระบจุ ุล

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามยั สงิ่ แวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

179

ชีพลงไปว่าต้องการตรวจหาเช้ือชนิดอะไร หรือสงสัยว่าจะมีการปนเป้ือนเชื้อชนิดใด ผู้ตรวจจะได้เลือก
อาหารเลีย้ งเชื้อท่ีจำเพาะตอ่ จุลชีพน้นั ๆ

การตรวจเชิงปริมาณจะมีประโยชน์ในเชิงของการเปรียบเทียบได้ดีกว่าการตรวจแบบ Surface
sampling การตรวจลักษณะทำโดยเก็บตัวอย่างอากาศด้วยเคร่ืองมือท่ีให้อากาศไหลผ่านด้วยอัตราคงที่
(volumetric instrument) และคำนวณจุลชีพต่อปริมาตรของอากาศที่เก็บในสถานประกอบการ เช่น
สำนักงาน ธนาคาร โรงงาน ทง้ั นี้เพื่อทราบปริมาณ
ของจุลชพี ทบี่ ุคคลที่อยูภ่ ายในอาคารหายใจเขา้ ออก ( Respiratory infective dose) และใช้เปรียบเทียบปริมาณ
การปนเป้ือนระหวา่ งอากาศในสถานทตี่ ่างๆได้

จำนวนเช้ือท่ีเจรญิ ขนึ้ บนอาคารเลี้ยงเชื้อท่ีใช้เกบ็ ตัวอย่างอากาศ จะวัดจำนวนแบคทเี รีย หรือเชื้อรา
ในอากาศเป็นจำนวนโคโลน/ี ลบ.ม. หรือ Colony-forming unit (CFU)/m³ สำหรบั ไวรัสเปน็ plaque-forming
unit/ลบ.ม. (PFU/m³) วธิ ีน้ีเป็นการวัดโดยประมาณว่า 1 อนภุ าคของฝนุ่ มีจลุ ชีพเพียง 1 ตวั จึงสามารถใช้บอก
คร่าวๆได้ ถ้าต้องการละเอียดมากข้ึนไปอีกสามารถวัดจำนวนของจุลชีพท่ีมีชีวิตในอนุภาคฝุ่นทั้งหมดได้
เช่นกัน โดยเก็บตัวอย่างอากาศลงในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดเหลว หรือลงบนแผ่นกรอง แล้วนำลงเพาะใน
อาหารเล้ียงเช้ือชนิดเหลวอีกต่อหนึ่ง ก็จะสามารถคำนวณปริมาณของจุลชีพทั้งหมดในอากาศได้ การ
เพาะเลี้ยงจุลชีพจะใช้เวลาในการบ่ม 3-5 วัน สำหรับเช้ือราบ่มที่อุณภูมิห้องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ อย่างไรก็
ตามการเก็บตัวอย่างอากาศเพื่อวิเคราะห์จุลชีพน้ันมีข้อจำกัดหลายประการการแปลผลบางคร้ังไม่อาจให้
ข้อสรปุ อะไรได้ การเก็บตวั อยา่ งมขี น้ั ตอนและคา่ ใชจ้ ่ายสูง ดังน้นั ก่อนทีจ่ ะตอ้ งการเกบ็ ตัวอย่างอากาศตรวจ
ควรพิจารณาขอ้ จำกดั ของการตรวจ (ง) และควรมีข้อบ่งชี้ (จ) หรอื วตั ถุประสงค์ของการตรวจใหช้ ัดเจน

ตารางท่ี 7.3 ตัวอยา่ งวิธีการเก็บตวั อยา่ งอากาศเพอื่ วเิ คราะหจ์ ลุ ชพี ที่มชี ีวิตในอากาศ

วิธี เครอื่ งมอื Flow rate ระยะเวลาเกบ็
Impaction onto agar (ลิตร/นาที) ตวั อยา่ ง(นาท)ี
Single-stage inpactor
Two-stare inpactor 28 1-30
Six-stage inpactor 28 1-30
28 1-30

Impaction onto agar Centrifugal sampler 40 0.5
agar in plastic strips

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตรอ์ นามยั สง่ิ แวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

Impaction and settling Spore trap 180
onto microscope slide
10 24ช.ม.

Impingement into liquid All-glass impinge 12.5 1-30
Personal impinge 1.5 5-15

Filtration Cassette filters 1-2 5-60
High-volume filters 140-1400 5-60
Gravity settling onto Open petri dish, settling plate < 240
agar in plates Adhesive-coated surface - > 1 วัน
-

ข้นั ตอนการเก็บตวั อยา่ งในอาคาร
1. การเก็บตวั อยา่ งอากาศ ควรทำในเวลาเดียวกันกบั ท่มี ีปัญหา หรือใกล้เคียงกับเหตุการณ์มากที่สุด เช่นการ
เจ็บไข้ของพนักงาน เนื่องจากสภาวะในบรรยากาศน้ันเปล่ียนแปลงได้รวดเร็ว การเก็บตวั อยา่ งล่าชา้ อาจทำ
ใหค้ าดเคลือ่ นจากความเป็นจรงิ ได้มาก
2. เตรียมอาหารเล้ยี งเช้อื ท่ใี ชใ้ นการเก็บตวั อยา่ ง

การเลือกเกบ็ อาหารเลยี้ งเชือ้ ชนดิ ใดข้ึนอยู่กบั ชนิดของเคร่ืองมอื ที่ใช้ และความตอ้ งการตรวจหาจุล
ชีพชนิดใด(การเกบ็ ตัวอย่างเพอ่ื วิเคราะห์หา Leginella จากตวั อย่างอากาศนัน้ มักไมพ่ บ แต่พบได้มากกว่าใน
น้ำทขี่ ังในระบบทำความเยน็ เช่น cooling tower water หรอื cooling coli condensor)

2.1 ชนดิ ของวุ่น (agar plates)
แบคทีเรีย ได้แก่ Nutrient agar, tryptic soy agar (สำหรับ Actinomycese) , blood agar,

MacConkey, heart infusion agar เปน็ ตน้
รา ได้แก่ malt extract agar (MEA) , sabaround dextrose agar, corn meal เปน็ ต้น

2.2 อาหารเลี้ยงเชอื้ ชนิดเหลว (liquid medium) Nutrient broth, Sterile distilled water/ physiological
saline, Phosphate buffered saline, Brain heart infusion broth, Peptone water, Endo broth

2.3 ไวรสั ใช้Cell culturesหรือ liquid mediua ในการเกบ็ ตวั อย่าง
3. เตรียมและ calibrate อุปกรณ์ในการเกบ็ ตัวอย่าง

Andersen sampler (six-stage impactor) แ ละ Ace Glass all glass impacter-30 เป็ น เครื่องมื อท่ี
ACGIH (American Conference of Governmental Industrial Hygienists) เลือกและแนะนำในการตรวจ

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

181

วิเคราะหล์ ะอองทางชวี ภาพในอากาศ ซ่ึงประกอบดว้ ยเคร่อื งปม๊ั ดูดอากาศ (Volumetric air sampling pumps)
ท่ีต้องนำมาตรวจเชค็ ก่อนใช้ทุกครงั้ (Calibrate) ความสม่ำเสมอของอากาศทด่ี ดู เขา้ เครอ่ื ง (air flow) และเช็ค
flow rate (28.3 ลติ ร/นาท)ี
4. การเกบ็ ตัวอย่าง

วางอุปกรณ์การเก็บตัวอย่างในบริเวณท่ตี ้องการและให้สูงจากพน้ื จากพ้ืนประมาณ 1.5 เมตร ในแต่
ล่ะจุดเก็บ 2-3 ตัวอย่างสำหรับอาหารเลี้ยงเชื้อ 1 ชนิดและเลือกใช้อาหารเล้ียงเช้ือชนิดต่างๆ ตามความ
ประสงคท์ ่ตี อ้ งการจะตรวจจลุ ชีพชนิดใด บรเิ วณทเ่ี ก็บตัวอย่างควรเป็นบรเิ วณท่สี งสยั หรือบรเิ วณท่ีใกลเ้ คียง
ว่าจะเป็นจุดท่ีมีการปนเป้ือนเชื้อ หรือเป็นทางระบายอากาศใกล้กับแหล่งท่ีสงสัยว่ามีจุลชีพ ( supply
air/return air dusts) ซึ่งเป็นบริเวณที่ส่งผลตอ่ คนจำนวนมาก และเลือกเก็บอีกบริเวณอีกบริเวณท่ีไม่มผี ลต่อ
คนหมู่มากหรอื พืน้ ทท่ี ี่มีการใช้สอยนอ้ ยกว่าบริเวณแรก หากห้องทเ่ี กบ็ ตัวอยา่ งมกี ิจกรรมหรือการทำงานอยู่
ก็ควรเก็บขณะท่ีมกี ารทำงานตามปกติ เวลาท่ีเก็บตัวอย่าง 1-30 นาที ต่ออาหารเล้ียงเช้ือ 1 เพลท ระยะเวลา
ของการเก็บตัวอย่างขึ้นอยู่กับสภาพของสถานที่ หากเป็นสถานที่ที่มคี นทำงานอยู่มาก หรอื มีกิจกรรมมาก
ควรลดเวลาเก็บใหน้ ้อยลงเพ่ือไม่ให้เพลท overload ด้วยฝุ่น/เชอ้ื มากเกินไป หากห้องท่ีเก็บตัวอย่างสะอาด
เงยี บ สงบ ก็อาจใชเ้ วลานานขนึ้ หรืออาจเก็บในเวลาต่างๆกัน ( 5, 15, 30 นาที ) ในจดุ เดยี วกันหากไมท่ ราบ
สภาพของสถานที่มากอ่ น เพื่อให้ได้ผลใกล้เคียงเหตกุ ารณ์ปกติ อุปกรณ์เครอื่ งมือทุกชิ้นต้องทำความสะอาด
ด้วยน้ำยาฆา่ เช้ือกอ่ นการเกบ็ ตัวอย่างแต่ละครง้ั ท้ังนี้เพ่ือป้องกันการปนเปื้อนตัวอย่างท่ีเก็บ ( carried over
contamination) จากเพลทหนึ่งไปยังอีกเพลทหนงึ่ โดยมีเครอ่ื งมือตัวผู้เก็บเองทำใหเ้ กิดการปนเปื้อน

ผลการวเิ คราะห์ละอองชีวภาพในอากาศ อาจแสดงได้ทงั้ จำนวนตวั เลขทีต่ รวจพบได้จรงิ หรือบอก
เป็นค่าความสัมพันธ์กับปริมาณ ของชีวภาพในอากาศภายนอกอาคาร( Relative value, % of out
concentration ซงึ่ คา่ ปกติจำนวนท่ีอยภู่ ายในจะมปี ระมาณรอ้ ยละ 30-80 ของอากาศภายนอก)
ในกรณเี ช่นนี้ตอ้ งเกบ็ ตวั อยา่ งอากาศภายนอกอาคารหรือนอกห้องน้ันด้วย เพื่อใชเ้ ปรยี บเทียบตอ่ ไป
5. บันทึกข้อมูลขณะเก็บตวั อยา่ ง

5.1 ตำแหนง่ ที่เก็บตัวอยา่ ง
5.2 วนั ทีแ่ ละเวลาทีเ่ ก็บตวั อย่าง
5.3 Flow rate และระยะเวลาท่ีเก็บของแต่ละตัวอย่าง
5.4 ข้อมูลทัว่ ไปของห้องท่ีเกบ็ ตวั อย่าง เชน่ อณุ หภมู ิ, ความช้นื , ขนาดของห้อง, จำนวนคน, air
change per hour เป็นต้น
5.5 ชอื่ ผ้เู ก็บตวั อย่าง และผู้นำสง่ ห้องปฏิบตั กิ าร
6. ควรส่งตวั อย่างท่ีเก็บแลว้ ใหห้ อ้ งปฏิบตั กิ ารทนั ที หรือภายใน 24 ช่วั โมงเพื่อทำการบ่มเพลทและตรวจ
วิเคราะหต์ ่อไป

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวิทยาศาสตรอ์ นามยั ส่ิงแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

182

ค. การเก็บตัวอยา่ งและวเิ คราะหจ์ ลุ ชีพแบบไม่เพาะเล้ียง (Non-culturable method)
การเกบ็ ตวั อย่างแบบไมต่ อ้ งเพาะเลีย้ งจะสามารถตรวจเชื้อทัง้ ท่มี ีชวี ติ และไม่มชี วี ิต โดยใชก้ ารตรวจ

ดว้ ยกล้องจลุ ทรรศนแ์ ละบนั ทึกสปอร์ สายรา แบคทเี รยี ทต่ี รวจพบได้ รวมทง้ั เศษผลต่างๆ (amorphous
debris) ตวั อยา่ งอากาศเก็บโดยใชเ้ ครื่องมอื ท่ดี ูดอากาศเข้าเครอ่ื งและเก็บละอองชีวภาพบนแผ่นสไลดท์ ี่
เคลอื บผวิ หนา้ ด้วยนำ้ มนั ใหเ้ หนยี วเพ่ือให้ละอองชวี ภาพเกาะตดิ เคร่ืองมอื เหล่านี้ได้แก่ Burkard spore trap,
Allergenco MK-3, Zefon Air O-Cell cassette เป็นตน้ นอกจากนอ้ี าจใชส้ กอตเทปใส 1-2 นวิ้ ทาบไปบนผิว
ท่ีตอ้ งการตรวจ แลว้ นำไปแปะบนแผน่ สไลด์ แลว้ นำไปตรวจดว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์ ดว้ ยวิธีนี้ลักษณะของ
สปอร์ สายราบางชนิดสามารถวิเคราะห์ไดว้ า่ เป็นชนดิ ใด ขน้ั ตอนการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะหท์ ำได้
รวดเรว็ กวา่ เพราะไม่ตอ้ งเสยี เวลาบม่ เช้ือ และสิน้ เปลืองน้อยกวา่ อยา่ งไรกต็ ามวิธีที่ดที ีส่ ดุ ในการวิเคราะห์
ละอองชวี ภาพในอากาศ หากสามารถทำไดค้ วรตรวจทัง้ แบบเพาะเลี้ยงและแบบไม่ตอ้ งเพาะเล้ยี ง เนอ่ื งจาก
ทง้ั สองวิธมี ีขอ้ ดขี ้อเสียต่างกนั การตรวจทง้ั สองวธิ ีจะชว่ ยในการแปลผลการตรวจไดถ้ กู ต้องมากทีส่ ดุ
ง. ขอ้ จำกดั ท่ีพงึ่ ทราบในการเกบ็ ตวั อยา่ งอากาศ

1. การเกบ็ ตวั อย่างอากาศเพ่ือวิเคราะห์จลุ ชีพในอากาศน้นั ใชเ้ วลา มีค่าใช้จ่ายสูง และโดยมากมักหา
ขอ้ สรปุ จากผลการตรวจไมค่ ่อยได้ เน่ืองจากผลการตรวจตวั อย่างหนึ่งๆ มคี วามเฉพาะ และหมายถงึ คา่ ของ
วนั เวลาและสถานทีข่ ณะเก็บเท่านั้น

2. เคร่อื งมือและวิธกี ารเก็บตัวอยา่ งท่เี ปน็ มาตรฐานและยอมรบั กนั เป็นสากลนน้ั ยงั ไม่มี และไม่มจี ุล
ชีพบ่งชวี้ ่ามกี ารปนเปื้อนของเช้ือในบรรยากาศ เหมือนเชน่ E.coli ที่ต้องเปน็ indicator สำหรับการปนเป้ือน
ของน้ำ วิธีท่ีใช้กันโดยมากเป็นวิธีที่ ACGIH แนะนำให้ซง่ึ มเี พยี งการเก็บเพื่อตรวจหาแบคทีเรียและ เชอ้ื รา
แตย่ งั ไม่มีวิธสำหรบั ไวรสั โปรโตซัว และพษิ ของเชอ้ื รา เครอ่ื งมือท่ีใช้เกบ็ ตัวอย่างมีมากหลายชนิด เลือกใช้
ตามลักษณะของสภาพอากาศของสถานที่เก็บ

3. แม้ว่าจะมีข้อมูลทางการแพทย์และวิทยาการระบาด ร่วมกับผลการตรวจตัวอย่างอากาศแล้ว
ส่วนมากแล้วก็ยงั ไม่สามารถสรุปเหตแุ ละผล (cause and effect) ที่เกิดข้นึ ได้ หรืออีกนัยหนง่ึ คอื ไม่สามารถ
บอกความสัมพันธโ์ ดยตรงระหวา่ งปัจจัยต่างๆ เหล่าน้ีกบั ผลท่ีเกดิ ข้นึ ได้ เช่นปริมาณของเชื้อในบรรยากาศ
กับการเจบ็ ไข้ไดป้ ่วย
จ. ข้อบ่งชใ้ี นการเก็บตัวอย่างเพ่อื วเิ คราะหจ์ ุลชีพในอากาศ

โดยทั่วไปการตรวจอากาศเพอ่ื วิเคราะห์ละอองชวี ภาพในอากาศ ทำเพื่อวินิจฉัยว่ามีจุลชพี ที่สงสัย
หรือไม่? หรือมีการเจริญเติบโตของจุลชพี ในอาคาร สถานทน่ี ั้นหรือไม่ ? ซึ่งปกติจุลชีพในอาคารเป็นจลุ ชีพ
ทมี่ าจากภายนอกแต่ถ้ามีการเจรญิ เพ่ิมข้ึนภายในอาคารบ่งบอกถงึ ปัญหาท่ีเกิดขึ้นภายในอาคารได้ หรอื เป็น
จลุ ชพี ชนดิ ท่ีไมพ่ บวา่ มใี นอากาศภายนอก และเพ่ือสืบหาจุด หรือตำแหน่งท่ีจลุ ชีพเจริญและแพร่พันธ์ไปใน

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควชิ าวิทยาศาสตรอ์ นามยั ส่งิ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

183

อากาศ ทัง้ นีเ้ พื่อกำจดั แหล่งที่มาของเช้ือต่อไป การตรวจเพ่ือวัตถุประสงคอ์ าจทำเพอื่ การศึกษาวิจยั หรือใน
ประเดน็ อ่ืนๆ ซ่งึ พอสรุปข้อบง่ ชใี้ นการตรวจวเิ คราะหล์ ะอองชวี ภาพในกรณีต่อไปน้ี คอื

1. มีหลักฐานที่สงสัยว่าปัญหาเกิดจากจุลชีพในอากาศ เช่น การเจ็บป่วยของคนภายในอาคารหรือ
บรเิ วณ

น้นั มีการอุดตันของท่อระบายนำ้ ของเครื่องทำความเย็น พบเชื้อราขึน้ พรมปูพืน้ ในเคร่ืองทำความเย็น
ท่อระบายอากาศ เปน็ ตน้
2. ต้องการสืบสวนหาแหล่งแพร่กระจายของเชอ้ื ในอากาศ
3. ตอ้ งการศกึ ษาวจิ ยั หรือมีความตอ้ งการขอ้ มูลเพื่อประโยชน์ทางกฎหมาย
4. เพ่ือใช้เป็นข้อมูลเสริมในการศึกษาหาสาเหตุโดยตรงของปัญหา (จากเชื้อโรคตัวใดตัวหน่ึง)

ร่วมกับ
ข้อมูลทางการแพทย์ ทางสิง่ แวดลอ้ ม และระบาดวทิ ยา
5. ใช้เป็นตัววัดว่ามาตรการแก้ไขปัญหามลถาวะภายในอาคารเปรียบเทียบก่อนและหลังการแกไข

ปญั หา
ว่าไดผ้ ลเหมาสมหรือยงั เชน่ การระบายอากาศ อุณหภูมิ และความช้นื ของสถานท่ี เป็นตน้
ฉ. มาตรฐานกำหนดสำหรบั ปริมาณจุลชีพในอากาศภายในอาคาร

ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐานของจุลชีพในอากาศท่ีปลอดภัยสำหรับมนุษย์ ส่วนมากเป็น
เพยี ง
ค่าท่ีแนะนำไว้เป็นเกณฑ์ แต่ละสถาบันหรือผู้เช่ียวชาญให้เกณฑ์ไว้ต่างๆกัน ตามประสบการณ์และการ
ศึกษาวิจัย เช่น ของเชอ้ื รามีตั้งแต่ ไม่ให้เกิน 100 cfu/m³ จนถึง 1000 cfu/m³ สำหรับอาคารภายในอาคาร
ทั่วไปที่ไม่มีการปนเปื้อนเช้อื จุดด้อยของเกณฑ์เหล่าน้ีคือ เกณฑ์ยงั ไม่ได้อิงกับข้อมูลผลต่อสุขภาพมนุษย์
และค่าท่ีกำหนดได้มาจากการตรวจวิเคราะห์จุลชีพที่มีชีวิต โยไม่ได้รวมละอองชีวภาพทั้งหมด ซึ่งมีพวก
allergens อยดู่ ้วย นอกจากนีย้ งั ไมม่ ีมาตรฐานการเก็บตวั อยา่ งทกี่ ำหนดออกมาใชใ้ ห้เป็นสากล ทำให้การอา่ น
ผลและแปลผลแตกตา่ งกันได้มาก เนื่องจากเคร่ืองมอื ทใี่ ชเ้ ก็บมีมากมายหลายชนดิ และมคี วามแตกต่างกนั ใน
การใช้งานต่างๆกัน ค่าที่วัดได้ครั้งหนึ่งๆ ในแต่ละสถานที่มีความแปรปรวนสูง อีกทั้งมีปัจจัยอ่ืนๆท่ีมี
บทบาทต่อปรมิ าณของเช้อื ในอากาศ ณ ขณะหน่ึงๆอย่างไรก็ตามคา่ กำหนดท่รี วบรวมไวต้ อนทา้ ยนี้เป็นของ
สถาบนั ตา่ งๆทเ่ี สนอแนะเป็นแนวทางเพอ่ื ใชใ้ นการเปรยี บเทียบ ซง่ึ ไม่ได้หมายความวา่ ถา้ จำนวนแบคทเี รีย

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวทิ ยาศาสตรอ์ นามัยส่ิงแวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

184

สูงกว่าน้ีจะไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ หรือหากค่าต่ำกว่านี้จะปลอดภัยกับสุขภาพ เพราะปัจจัยร่วมอื่นๆและ
ปัจจัยของแต่ละบุคคลมีบทบาทสำคัญในการก่อโรคด้วยเช่นกัน ดังน้ันการแปลผลการตรวจวิเคราะห์
ปรมิ าณจุลชพี ในอากาศควรใช้หลักในการพจิ ารณาหรอื คำนึงถงึ สิ่งต่อไปนีร้ ่วมด้วยเสมอ

1.การใช้เปรียบเทียบปริมาณของแบคทีเรยี /ราในอากาศระหวา่ งภายในอาคารและภายนอกอาคาร
ซึง่ จำนวนของจุลชีพภายในควรนอ้ ยกว่าภายนอกอาคาร (ร้อยละ30-80) และประกอบดว้ ยชนดิ ของเช้ือหรือ
สปอร์ เปน็ สัดสว่ นกัน โดยคำนงึ ถึงขอ้ มูลพื้นฐานในบรรยากาศ และสถานท่ี ของแต่ละท้องถ่นิ หรอื ประเทศ
รวมทั้งฤดูกาล (ปริมาณของจุลชีพในอากาศแปรตามสภาพภูมอิ ากาศและฤดู โดยท่วั ไปปรมิ าณสูงสุดในฤดู
รอ้ นและต่ำสุดในฤดูหนาว)

2.ใช้หลักฐานทางการแพทย์และประวัติการเจ็บป่วยของพนักงานเป็นสำคัญกว่าผลการตรวจใน
อากาศ

3.มองหาแหล่งที่อาจเปน็ แหลง่ แพร่พันธ์ขุ องจลุ ชพี ในระบบควบคุมอาการภายในอาคาร
4.ใชว้ ิธกี ารเก็บตัวอย่างตามทสี่ ถาบันระหวา่ งประเทศแนะนำไดใ้ กลเ้ คียงทีส่ ุดหรือไม่

ตารางท่ี 7.4 เกณฑข์ องปรมิ าณจุลชีพในอากาศและนำ้ ทแ่ี นะนำโดยสถาบนั ตา่ งๆ

สถาบัน Total bacteria count Fungus

OSHA( Occupational Safety <104 CFU/ ml of stagnant water <106 /g of dust

and Health Administration) <103/ml of stagnant water

ACGIH <75 CFU/m3 ( any single viable

organism)

(>104 remedial actions taken)

# cooling tower, humidifier

บทสรปุ

การตรวจละอองชีวภาพในอากาศเพื่อประเมินคุณภาพของอากาสภาพในอาคารน้ัน ยังไม่มีมาตรฐานทั้ง
วิธีการหรือจำนวนละอองชีวภาพท่ีกำหนดเป็นค่ามาตรฐานสูงสุดห้ามไม่ให้เกิน การตรวจจึงควรมี
วตั ถุประสงคใ์ นการตรวจอย่างชดั เจน อีกท้ังการแปรผลควรพิจารณาปัจจยั ต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อปรมิ าณและ
ชนิดของละอองชีวภาพได้ การสำรวจสถานท่ีเพ่ือประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารเป็นส่ิงที่ตอ้ งเน้นถึง
ความสำคัญลำดับแรก โดยจะข้ามไปที่การเก็บตัวอย่างอากาศตรวจวิเคราะห์เลยไม่ได้ ผลการตรวจอากาศ

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวิทยาศาสตรอ์ นามัยส่ิงแวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

185

น้ันใช้เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งเท่าน้ัน การสำรวจสถานที่จึงเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินและแก้ไข
คุณภาพอากาศ ซ่ึงประเด็นท่ีสำรวจควรรวมถึงความสะอาดของพ้ืนท่ี จำนวนประตู หน้าต่าง การถ่ายเท
อากาศจากภายนอก ระบบกรองอากาศและ HVAC มบี รเิ วณท่ีมคี วามช้ืนสูง หรือนำ้ ร่วั ไหลหรอื ไม่?
ผู้ท่ีอาศัยในบรเิ วณมมี ากน้อยเพยี งใด มีกิจกรรมอะไร และสมั ผัสกับอากาศบรเิ วณนนั้ หรือไม่? คุณภาพของ
อากาศภายในอาคาร และยานพาหนะ นับวันจะทวีปัญหามากขึ้นตามความเจริญและการพัฒนาตาม
เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม หากไม่ได้รับความสนใจจากนักวิชาการ แพทย์ นักสาธารณสุข และ
นักการเมือง ปญั หาเหลา่ นอ้ี าจสง่ ผลกระทบต่อสขุ ภาพของคนไทย และเศรษฐกิจของประเทศอย่างประมาณ
คา่ มิได้

อาหารเลย้ี งเชอ้ื (Culture medium)
อาหารเล้ียงเชอื้ (Culture medium) หมายถงึ อาหารที่มสี ่วนประกอบที่เอ้ืออำนวยให้จลุ ินทรีย์เจรญิ เตบิ โต
และแบ่งเซลล์ โดยจุลนิ ทรีย์ต่างชนดิ กันมีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน ตลอดจนสภาพความเป็นกรด
ด่าง (pH) ของอาหารตา่ งกัน

ลกั ษณะของอาหารเลย้ี งเช้ือ

✓ มีธาตอุ าหาร และความเขม้ ข้นท่เี หมาะสมกบั การ เจริญเติบโตของจุลนิ ทรีย์

✓ มคี ่าความเปน็ กรดดา่ ง (pH) ที่เหมาะสมกับการเจริญเตบิ โต ของจลุ ินทรยี ์

✓ ปราศจากสารพษิ ทมี่ ผี ลต่อการเจรญิ เตบิ โตของจลุ นิ ทรีย์

ประเภทของอาหารเล้ยี งเชอื้
1. แบง่ ตามองคป์ ระกอบของอาหาร
2. แบ่งตามการใชง้ าน
3. แบง่ ตามประโยชน์ทใ่ี ช้

1. แบ่งตามองค์ประกอบของอาหาร
1. Synthetic media หมายถึง อาหารที่ทราบส่วนประกอบทางเคมี ที่แน่นอนเช่น Czapek ‘s medium,
Glucose medium
2. Non-synthetic media หมายถึงอาหารท่ีไม่ทราบองค์ประกอบทางเคมีท่ี แน่นอน เช่นอาจมีส่วนผสม
บางอย่างทไ่ี ด้จาก ธรรมชาติจากพืชหรอื สัตว์ ได้แก่

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควชิ าวิทยาศาสตร์อนามยั สิ่งแวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

186

• Natural media เช่น sterile plant tissue
• Semi-synthetic media เชน่ อาหาร PDA
2.1 Natural media คอื อาหารท่ีใชช้ น้ิ ส่วนของพืชโดยตรง ไมด่ ดั แปลง เพม่ิ เตมิ สารเคมใี ด ๆ ลงไป
อาจเตรียมโดยใช้เมล็ด ธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวฟา่ ง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ตหรอื เช่น Cornmeal agar, Oatmeal agar
บางกรณีอาจใชช้ ิ้นผกั หรือผลไม้ เชน่ แตงกวา แครอท มันฝรงั่ หรือ แอปเปิล้ เปน็ ต้น
2.2 Semi-synthetic media คือ อาหารทป่ี ระกอบดว้ ยสารเคมที ท่ี ราบองคป์ ระกอบแนน่ อนผสมกับ
สารอื่นที่ไม่สามารถระบุองค์ประกอบได้แน่ชัด เช่นการใช้ส่วนผสมที่ได้จากส่วนของพืชหรือสัตว์ เช่น
อาหาร PDA (Potato dextrose agar) อาหาร NA (Nutrient agar) เป็นต้น
2.แบ่งตามการใชง้ าน
1. General media คือ อาหารเลี้ยงเชื้อท่ีเตรียมขึน้ เพ่อื ใชเ้ ล้ียงเช้ือท่วั ๆ ไป เช่น อาหาร PDA ใช้เลี้ยง
เชอื้ ราได้เกือบทกุ ชนิด อาหาร NA ใชเ้ ล้ียง เชื้อแบคทีเรียท่ัว ๆ ไปได้ มักเปน็ อาหารประเภท Non-synthetic
media
2. Selective media คือ อาหารเลี้ยงเชื้อท่ีเติมสารบางอย่างลงไป เพื่อยับย้ังการเจริญ ของเชื้อท่ีไม่
ตอ้ งการ โดยสารทเี่ ติมลงไปนนั้ จะไม่มีผลยับย้ังการ เจริญของเชือ้ ท่ีตอ้ งการ
3. Minimal media คือ อาหารที่มีส่วนประกอบของสารในปริมาณน้อยเฉพาะท่ีจำเป็นต่อการ
เจรญิ เติบโตของเชื้อบางชนดิ
4. Differential media คือ อาหารเล้ียงเช้ือที่เติมสารเคมีบางชนิดลงไปเพื่อช่วยให้เช้ือที่ ต้องการ
เจริญอย่างรวดเร็ว และหรือมีลักษณะเช้ือทีแ่ ตกต่าง แปลกไป
3.แบง่ ตามประโยชนท์ ีใ่ ช้
1.Enrichedmedia
เป็นอาหารท่ีใช้เฉพาะกับแบคทีเรียบางชนิดท่ีเลี้ยงยาก โดยต้องเติมสารบางอย่างลงไปเพื่อเร่งการ
เจริญของแบคทเี รีย
2.Selective media
เป็นอาหารเลี้ยงเชอ้ื ที่ใชแ้ ยกจุลนิ ทรีย์ที่ตอ้ งการออกจากจุลนิ ทรีย์ชนิดอืน่ โดยเติมสารเคมีเพ่ือยับย้ัง
การเจริญของจลุ ินทรียท์ ีไ่ ม่ตอ้ งการ
3. Differential media
เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อท่ีใช้แยกชนิดของแบคทีเรียที่เจริญปะปนอยู่ในอาหารนั้นโดยอาศัยความแตกต่างของ
โคโลนี
เช่น Blood agar media, Mac Conkey agar

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามัยส่ิงแวดลอ้ ม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.

187

4. Assay media
เปน็ อาหารทีม่ ีองค์ประกอบพเิ ศษเพื่อใชว้ ิเคราะหห์ าปริมาณของสารต่างๆ

5. Media for enumeration of microorganism
เปน็ อาหารเลีย้ งเช้ือท่ีใชต้ รวจนบั จลุ ินทรียบ์ างชนิด

6.Media for characterization of microorganism
เป็นอาหารท่ีใช้ตรวจสอบสมบัติในการเจริญของจุลินทรีย์ในอาหารรวมทั้งสมบัติที่ทำให้เกิดการ

เปลย่ี นแปลงทางสรีรวทิ ยาและชวี เคมี
7.Maintenance media

เป็นอาหารเล้ียงเช้ือท่ีใช้เก็บรักษาเชื้อให้มีชีวิตนานท่ีสุด ซึ่งจะมีการลดองค์ประกอบของอาหาร
บางอยา่ งลงเพอื่ ใหเ้ ชอื้ เจรญิ ไดช้ ้าท่ีสดุ และปลดปลอ่ ยของเสียน้อยลง

ภาพที่7-9 Potato dextrose agar (PDA)
URL: http://youtubewoodworking.party.com. 8 มถิ นุ ายน, 2558

ใช้เพาะเล้ยี งเช้อื รา เชน่ Aspergillus niger และสามารถเพาะเลยี้ งยตี สไ์ ด้ เช่น Candida albicans
และ Saccharomyces cerevisiae

ภาพท7ี่ -10 Sabouraud's dextrose agar (SDA)
URL: http://www.heipha.com. 8 มิถุนายน, 2558

เป็น Selective medium สำหรบั รา (fungi) และ ยสี ต์ (yeasts) มี pH ประมาณ 5.6 ซงึ่ มีสภาพเปน็ กรด มคี วามสามารถในการ
ยบั ย้งั แบคทีเรยี บางชนดิ ได้

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตร์อนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

188

ภาพท่7ี -11 Nutrient agar
URL: http://int-prop.lf2.cuni.cz.com. 8 มถิ นุ ายน, 2558

มีส่วนประกอบก็เป็นพวกสารอาหารจำพวกท่ีคาร์โบไฮเดรท โปรตีน ท่ีจำเป็นสำหรับแบคทีเรีย และต้องปรับ pH (ความ
เป็นกรด-ด่าง) ให้เหมาะสมแกก่ ารเตบิ โตของแบคทีเรยี ซึ่งใชเ้ พาะเชอื้ แบคทเี รียได้หลายชนิด

ภาพท7่ี -12 Chocolate agar
URL: http://www.medical-labs.netnzae-546.com. 8 มถิ นุ ายน, 2558

เป็น Non-selective ใชเ้ พาะเลีย้ งแบคทีเรียชนิดrespiratory bacteria, เช่น Haemophilus influenzae, Neissria gonorrhoeae

ภาพท่7ี -13MacConkey agar
URL: https://courses.cit.cornell.com. 8 มถิ ุนายน, 2558

เชื้อที่ขน้ึ ใน MacConkey Agar สามารถบอกไดว้ า่ เปน็ กลมุ่ Negative bacilli ซึ่งหากโคโลนมี สี ีชมพู แสดงวา่ แบคทีเรียชนิด
นัน้ สามารถใช้ lactose เปน็ แหล่งพลังงานได้ (lactose fermenter) เช่น E.coli, Salmonella, Shebelle

ภาพที7่ -14 Blood Agar
URL: https://courses.cit.corn. 8 มิถนุ ายน, 2558

เป็น Non-selective media ซ่ึงใช้เพาะเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด รวมทั้ง Gram negative และ Gram-positive species เช่น
Staphylococci และ Streptococci

ผศ.ดร.พรพรรณ สกลุ คู ภาควิชาวทิ ยาศาสตรอ์ นามยั สงิ่ แวดลอ้ ม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

189

บรรณานกุ รม

นนท์ วงศค์ ณู . การจัดระบบการจดั เกบ็ เครอ่ื งมอื และอุปกรณใ์ นโรงงานปฏบิ ตั กิ าร. พมิ พค์ ร้ังท่ี 1. ขอนแก่น:
ภาควชิ าวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ; 2545

ศิวพันธุ์ ชูอินทร์. มลพษิ ทางอากาศ. พิมพ์ครั้งท่ี 1. กรุงเทพฯ: สำนกั พมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ; 2556
สุพจน์ ใชเ้ ทยี มวงศ์. จลุ ชวี วิทยา. พิมพ์ครั้งท่ี 9. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง; 2545
Asfahl, C. Ray. Industrial safety and health management. 2nd ed. Englewood Cliffs, N.J.: Prentice
Hall;c1990
Brauer, Roger L. Safety and health for engineers. 2nd ed. Hoboken, N.J.: John Wiley; 2006
Cherrie, John W. Monitoring for health hazards at work. 4th ed. Chichester, West Sussex; Malden, MA:

Wiley-Blackwell; 2010
Heinrich, H.W. (Herbert William). Industrial accident prevention. 4th ed. New York: McGraw-Hill; 1959
Jensen, Roger C. Risk Reduction Methods for Occupational Safety and Health. 1sted. Hoboken, N.J.:
Wiley;

c2012
John R. Ridley. Safety at work. 3rd ed. Oxford: Butterworth-Heinemann; c1990

ผศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู ภาควิชาวทิ ยาศาสตรอ์ นามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มข.


Click to View FlipBook Version