47
กจิ กรรมการเรยี นรู้
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครทู บทวนความรู้เรื่องแบบจำลองอะตอมให้กบั นกั เรยี น
2. ครถู ามคำถามกระต้นุ ความคิดนกั เรียน โดยมคี ำถามดังน้ี
“จากทีน่ ักเรียนได้เรยี นเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมแบบต่างๆ นักเรยี นคดิ วา่ แบบจำลองอะตอมนน้ั มี
ลักษณะอยา่ งไร” (นักเรียนตอบตามท่ีเข้าใจ)
“แลว้ จากทน่ี กั วิทยาศาสตร์ต่างๆ ได้ทำการทดลอง ภายในอะตอมนนั้ ประกอบด้วยอะไรบา้ ง”
(โปรตอน อิเลก็ ตรอน นวิ ตรอน)
3. ครชู แ้ี จงจุดประสงคใ์ นการเรยี นวันนี้
ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
4. แบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลมุ่ โดยคละความสามารถตามความเหมาะสมให้มีท้ังนักเรียนชายและหญิง
ภายในกลมุ่ กลุม่ ละ 3-5 คน (ควรใช้กล่มุ เดิมท่ีแลว้ เพอ่ื ความสะดวก)
5. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุว่าแต่ละตวั อักษรมีความหมายวา่
อย่างไร ต่อไปน้ี (ดงั ภาพ)
และความหมายหรอื ความสมั พนั ธข์ องคำว่า ไอโซโทป(Isotope) ไอโซโทน (Isotones) ไอโซบาร์
(Isobar)
6. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกันสรุปสัญลกั ษณ์ของธาตุ อนภุ าคมูลฐานต่างๆ และไอโซโทป ไอโซ
โทน ไอโซบาร์ ไอโซอิเล็กทรอนิก ของกลุ่มตัวเอง (โดยใช้เทคนคิ แผนภาพความคิด Mind Map ในการสรปุ )
ขั้นอธิบายความรู้ (Explanation)
7. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภิปรายและเปรยี บเทียบสมบตั ิของอเิ ล็กตรอน โปรตอน และนวิ ตรอน ซึง่
นักเรียนควรได้ข้อสรุปว่า อเิ ล็กตรอนและโปรตอนมปี ระจุไฟฟา้ เทา่ กัน แตอ่ เิ ล็กตรอนมีประจุลบ สว่ นโปรตอน
มีประจุบวก และนิวตรอนไม่มีประจไุ ฟฟ้า
8. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดังน้ี
(1) อธิบายการหาอนภุ าคมูลฐานของธาตุและการเขียนสญั ลักษณน์ วิ เคลียร์
(2) อธิบายถึงสภาวะท่ีอะตอมมีจำนวนโปรตอนและจำนวนอเิ ลก็ ตรอนไม่เทา่ กัน เรียกว่า
ไอออน (ion) เกดิ ขน้ึ ไดอ้ ย่างไร และมผี ลอย่างไร
(3) อธบิ ายเพิ่มเติมเกยี่ วกับไอโซโทป (Isotope) ไอโซโทน (Isotone) และไอโซบาร์ (Isobar)
9. ครูตง้ั คำถามให้นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายเรื่องสัญลักษณ์ของธาตุ และไอโซโทป ไอโซโทนและ
ไอโซบาร์ เช่น
“จากสัญลักษณน์ ิวเคลียร์ AZX ตวั A และ Z หมายถงึ อะไร”
(แนวตอบ : A หมายถึง เลขมวล ซงึ่ เปน็ จำนวนโปรตอนรวมกับจำนวนนวิ ตรอนในนิวเคลียส และ Z
หมายถงึ เลขอะตอม ซึ่งเปน็ จำนวนโปรตอนในนวิ เคลียส)
48
“การเปลย่ี นแปลงจากอะตอมของธาตุไปเปน็ ไอออนเกิดข้นึ จากอะไร”
10. ครอู ภิปรายสรปุ ให้ความรู้เกยี่ วกับอนุภาคมลู ฐานของอะตอมและสัญลักษณน์ ิวเคลยี ร์ ไอโซโทป ไอ
โซโทน ไอโซบาร์ ให้กบั นักเรียนเพม่ิ เติมโดยใชแ้ ผนภาพความคิด (Mind Map)
ขน้ั ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
11. ครูถามคำถามเพ่ือเชอื่ มโยงสิง่ ทผ่ี เู้ รียนไดเ้ รยี นรูว้ า่ นำไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั ได้อย่างไร
และครูให้นักเรยี นทำใบงานเรื่องอนุภาคมลู ฐานของอะตอมและสัญลักษณน์ วิ เคลียร์ เพื่อใหน้ ักเรียนได้ฝึก
ทกั ษะทำให้นักเรยี นมีความเข้าใจมากยง่ิ ขน้ึ เชน่ นักเรียนคิดวา่ การศึกษาเรื่องอนภุ าคมลู ฐานและสัญลกั ษณ์
นิวเคลยี ร์มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง
(แนวตอบ : ทำให้เราทราบองค์ประกอบของธาตุและศึกษาสัญลกั ษณข์ องธาตุ เลขมวล เลขอะตอม
ในตารางธาตุและเพ่ือประโยชน์ในการเรียนต่อไป)
12. กำหนดธาตใุ ห้ 6 ธาตุ ดงั นี้ 115B 126C 3105P 136C 3140Si และ 146C จงระบวุ า่ ธาตุใดเปน็
ไอโซโทป ไอโซโทน หรือไอโซบาร์กัน พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผลประกอบ
(แนวตอบ : ธาตุ 126C และ 146C เปน็ ไอโซโทปกนั เนื่องจากเป็นอะตอมของธาตชุ นิดเดยี วกนั ที่มี
จำนวนโปรตอนเทา่ กนั แต่มีจำนวนนิวตรอนตา่ งกัน ธาตุ 126C และ 115B เป็นไอโซโทนกัน เนอ่ื งจากเปน็
อะตอมของธาตุตา่ งชนิดกนั แต่มีจำนวนนิวตรอนเทา่ กัน ธาตุ 1350Pและ 1340Si เป็นไอโซบาร์กัน เนื่องจาก
เปน็ อะตอมของธาตุตา่ งชนดิ กัน แตม่ เี ลขมวลเท่ากัน)
13. ใหน้ กั เรียนเขยี นสรปุ ความรู้เปน็ แผนภาพความคิด (Mind map) ตามความเขา้ ใจของตวั เอง
เกยี่ วกบั สัญลักษณ์ของธาตุและสัญลกั ษณน์ ิวเคลยี ร์ และไอโซโทป (Isotope) ไอโซโทน (Isotones) ไอโซบาร์
(Isobar) (โดยครยู กตวั อยา่ งการเขยี นแผนภาพเป็นตัวอยา่ งให้นกั เรียนดเู พ่ือเปน็ แนวทาง)
ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation)
14. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำแบบฝกึ หัด ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์
ส่อื การเรียนการสอน/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์เพ่มิ เตมิ เคมี ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 เลม่ 1
2. Power point เรื่อง ไอโซโทป
3. ใบงาน เรื่อง อนภุ าคมูลฐานของอะตอมและสญั ลักษณ์นิวเคลยี ร
49
การวดั ผลประเมินผล วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รายการประเมนิ - รอ้ ยละ 70 ขึน้ ไป ผา่ นเกณฑ์
- การตอบคำถาม - ขอ้ คำถาม - น้อยกวา่ ร้อยละ 70 ไม่ผา่ น
1. ด้านความรู้ : K - ตรวจใบงาน เกณฑ์
1.1 บอกความหมายของเลข
มวล เลขอะตอม สญั ลักษณ์
นวิ เคลียร์ ไอโซโทป ไอโซบาร์
ไอโซโทน และไอโซอิเลก็ ทรอ
นิกได้
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ : P - ตรวจใบงาน - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป ผา่ นเกณฑ์
2.1 เขียนสญั ลักษณน์ วิ เคลียร์ - นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 70 ไม่ผ่าน
ของธาตุ และระบจุ ำนวน เกณฑ์
โปรตอน นิวตรอน และ
อเิ ลก็ ตรอนของอะตอมจาก
สัญลกั ษณ์นิวเคลียร์ รวมท้ัง
บอกความหมายของไอโซโทป
ไอโซโทน ไอโซบาร์ และไอโซ
อิเลก็ ทรอนกิ
3. ด้านคุณลักษณะ : A - สังเกต - แบบประเมิน - รอ้ ยละ 70 ขึน้ ไป ผา่ นเกณฑ์
3.1 มีความใฝ่รู้ มุ่งมั่นในการ คณุ ลักษณะอนั พึง คุณลักษณะอันพงึ - น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ไมผ่ า่ น
ทำงาน และทำงานร่วมกบั ผู้อื่น ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ได้
ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................. ..........................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
50
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หนว่ ยท่ี 2 อะตอมและสมบตั ิธาตุ
คำช้ีแจง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงคท์ ีผ่ เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤติกรรมการแสดงออกไว้เปน็ 3 คะแนน ดงั น้ี
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกอยา่ งสมำ่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผูเ้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นคร้งั คราว
1 คะแนน หมายถงึ ผูเ้ รียนมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยครง้ั
สถานะผปู้ ระเมนิ ผูส้ อน ผ้เู รยี น
รายการประเมนิ
ชื่อ-นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเห็น
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมิน ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 70 ข้นึ ไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงชื่อ
(................................................)
ตำแหนง่ ...................................
วันท่.ี .........................................
51
บันทึกหลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ ……………………………………..ครผู ู้สอน
(………………………………………………)
วนั ท่ี............เดือน...............................พ.ศ..............
52
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ครพู ี่เลย้ี ง
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ ……………………………………..
( นางนิรดา นนั ทะมชี ัย )
ความคิดเห็นของเจ้าหนา้ ท่ีงานจัดการเรยี นการสอน
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
องค์ประกอบครบถว้ น องคป์ ระกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ กระบวนการเรยี นรเู้ หมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ กจิ กรรมเหมาะสมกับเน้ือหา/ส่ือ/เวลา
ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. การวัด/ประเมินผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
การประเมนิ ผลควรหลากหลาย และประเมินตามสภาพจรงิ
ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..
( นางสาวอจั ฉราภรณ์ ทูลมี )
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ……………………………………..
(นางสาวบวั มี เหนือโพธทิ์ อง)
ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการโรงเรยี นหนองคายวทิ ยาคาร
53
แผนการจัดการเรยี นรู้ 54
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง อะตอมและสมบัติของธาตุ เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง
เวลาเรยี น 2 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6 เรือ่ ง การจัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในอะตอม ปกี ารศกึ ษา 2565
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี น 1
ชื่อครูผู้สอน นางสาวสุธาสนิ ี พิเนตรเสถียร
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพมิ่ เตมิ เคมี)
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พนั ธะเคมีและสมบัตขิ อง
สาร แกส๊ และสมบตั ิของแกส๊ ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้งั การนำความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชวี้ ดั
ม.4/3 อธบิ ายและเขยี นการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดบั พลังงานหลัก และระดบั พลังงานยอ่ ย
เมื่อทราบเลขอะตอมของธาตุ
สาระสำคญั
การศึกษาสเปกตรัมการเปล่งแสงของอะตอมแก๊สทำให้ทราบวา่ อิเลก็ ตรอนจดั เรียงอยรู่ อบ ๆ
นิวเคลยี สในระดบั พลังงานหลักต่าง ๆ และแต่ละระดบั พลังงานหลักยงั แบง่ เปน็ ระดับพลงั งานยอ่ ยซึ่งมบี ริเวณ
ท่จี ะพบอิเล็กตรอนเรยี กว่า ออรบ์ ทิ ัล ได้แตกต่างกัน และอิเลก็ ตรอนจะจัดเรยี งในออร์บิทัลให้มรี ะดบั พลังงาน
ตำ่ ท่สี ุดสำหรบั อะตอมในสถานะพน้ื
ผลการเรยี นรู้
อธบิ ายและเขยี นการจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในระดับพลังงานหลัก และระดบั พลังงานย่อย เมอื่ ทราบเลข
อะตอมของธาตุ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. บอกความแตกต่างของระดับพลงั งานหลกั พลงั งานย่อย และออร์บทิ ัลได้
2. จัดเรียงอิเลก็ ตรอนในอะตอมเม่ือทราบเลขอะตอมของธาตุ พรอ้ มทงั้ ระบุ หมู่ คาบ และกลมุ่ ของธาตใุ น
ตารางธาตุได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
3. เขียนการจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั และระดับพลงั งานย่อยได้
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
4. ทำงานร่วมกบั ผู้อืน่ มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุ่ม ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผู้อื่น
และรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ที ่ีไดร้ ับมอบหมาย
55
กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนอภิปรายว่า แบบจำลองอะตอมของโบว์แตกต่างจากแบบจำลองอะตอมของ
รัทเทอร์ฟอร์ดอยา่ งไร (แนวตอบ : อิเลก็ ตรอนรอบนวิ เคลียสเคลื่อนทีเ่ ปน็ วงคล้ายวงโคจรของดาวเคราะห์รอบ
ดวงอาทติ ย์ แตล่ ะวงมีพลังงานเฉพาะตัว)
2. ครยู กตัวอยา่ งธาตุมา 1 ชนดิ เชน่ 151B แล้วถามคำถาม ดังนี้
“จากธาตุท่กี ำหนดให้ นกั เรยี นคิดวา่ มอี นุภาคมลู ฐานอยา่ งไร”
“หากเป็นไปตามแบบจำลองอะตอมของโบร์ อเิ ลก็ ตรอนของธาตุที่กำหนดให้มีการจดั เรียงตัวอย่างไร
เมื่อ n คอื ตัวเลขแสดงระดบั พลงั งาน”
ขัน้ สำรวจค้นหา (Exploration)
3. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน ศึกษาข้อมลู เกีย่ วกบั การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในอะตอม
4. ครูสุ่มนักเรียน 2 กลมุ่ ส่งตัวแทนออกมาอภปิ รายหนา้ ชนั้ เรียน
5. ครถู ามนักเรียนเพ่ือทดสอบความเข้าใจ ดังนี้
“ในระดบั พลังงานที่ 1 และ 2 มีจำนวนอเิ ล็กตรอนสูงสดุ เทา่ ใด” (แนวตอบ : 2 และ 8 ตามลำดบั )
“ถ้าในระดับพลังงานที่ 3 มีจำนวนอิเล็กตรอนสุงสุด 18 อิเล็กตรอน ระดับพลังงานกับจำนวน
อิเล็กตรอนสูงสุดในแต่ละระดับพลังงานมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร” (แนวตอบ : จำนวนอิเล็กตรอน
สูงสุดกับระดับพลังงานมคี วามสัมพันธ์ดังนี้ คือ 2n2 เม่ือ n คือตวั เลขแสดงระดับพลงั งาน)
ขัน้ อธิบายความรู้ (Explain)
6. ครูแสดงจำนวนอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานของธาตุ K (2 8 8 1) และ Ca (2 8 8 2) จากน้ัน
ต้งั คำถามวา่
“จากสูตร 2n2 จำนวนอิเล็กตรอนสูงสดุ ในระดับพลงั งานที่ 3 ควรเป็น 18 อิเล็กตรอน แต่เพราะเหตุ
ใดอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงานท่ี 3 ของธาตุ K และ Ca จงึ มีเพียง 8 อเิ ลก็ ตรอน”
7. ครูใหค้ วามร้ใู นเร่ืองระดับพลังงานหลกั และระดบั พลังงานยอ่ ยของอิเล็กตรอนในอะตอม ดังนี้
(1) ในระดับพลังงานหลกั แบ่งเปน็ ระดับพลงั งานย่อย คือ s p d f ตามลำดับ
(2) ในระดับพลงั งานหลกั ที่ 1–4 มีจำนวนระดบั พลังงานย่อยต่าง ๆ ดงั นี้
พลงั งานหลกั ท่ี 1 มรี ะดับพลงั งานยอ่ ยคือ 1s
พลังงานหลักท่ี 2 มรี ะดับพลงั งานย่อยคือ 2s 2p
พลงั งานหลักท่ี 3 มีระดบั พลงั งานยอ่ ยคอื 3s 3p 3d
พลังงานหลักท่ี 4 มรี ะดบั พลงั งานย่อยคือ 4s 4p 4d 4f
(3) ระดับพลังงานย่อยในระดับพลังงานหลักเดียวกันมีค่าพลังงานแตกต่างกัน เช่น 2p มีพลังงาน
มากกวา่ 2s
(4) ลำดับระดับพลังงานที่บรรจุอิเล็กตรอนไม่จำเป็นต้องเรียงตามพลังงานหลักเสมอ เช่น 4 s มี
พลังงานตำ่ กวา่ 3d ดงั น้ันจงึ บรรจุอเิ ลก็ ตรอนใน 4s กอ่ น 3d
56
8. ครูอธิบายความหมายของคำว่าออร์บิทัล จากนั้นให้นักเรียนศึกษาระดับพลังงานที่แสดงจำนวนออร์
บทิ ลั และร่วมกนั อภิปรายว่า ในแตล่ ะระดบั พลงั งานย่อยมจี ำนวนออร์บิทัลเท่ากันหรือไม่ อยา่ งไร และจำนวน
อิเล็กตรอนสูงสุดในระดับพลังงานย่อยมีเท่าไร (แนวตอบ : ในแต่ละระดับพลังงานย่อยมีจำนวนออร์บิทัล
แตกตา่ งกนั และในแตล่ ะออรบ์ ิทลั มีจำนวนอเิ ลก็ ตรอนสูงสดุ 2 อเิ ลก็ ตรอน โดยท่ี
ระดบั พลงั งานยอ่ ย s มี1 ออร์บิทลั มีจำ นวนอิเลก็ ตรอนสงู สุด 2
ระดบั พลังงานยอ่ ย p มี3 ออร์บิทัล มจี ำ นวนอเิ ล็กตรอนสูงสดุ 6
ระดับพลงั งานยอ่ ย d มี5 ออร์บิทัล มจี ำ นวนอเิ ลก็ ตรอนสูงสุด 10
ระดบั พลังงานย่อย f ม7ี ออร์บิทัล มจี ำ นวนอิเล็กตรอนสูงสดุ 14)
9. ครูใหค้ วามรแู้ ละยกตัวอยา่ งเกยี่ วกบั การจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนของธาตุ ดังน้ี
(1) บรรจอุ เิ ล็กตรอนในออร์บิทัลทีม่ ีพลงั งานตำ่ สุดและว่างกอ่ นเสมอ
(2) การบรรจอุ เิ ล็กตรอนในออรบ์ ิทัล มลี ำดับเปน็ ดงั นี้
1s 2s 2p 3s 3p 4s 3d 4p 5s 4d 5p 6s 4f 5d 6p 7s 5f 6d 7p ……
ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
10. ครูให้นักเรียนเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุที่มีเลขอะตอม 1-12 แล้วนำไปตรวจสอบกับ
ข้อมลู ในหนังสือเรยี น จากนัน้ ย้อนกลับไปตอบคำถามว่า
“เพราะเหตุใดอิเล็กตรอนในระดับพลังงานท่ี 3 ของธาตุ K และ Ca จงึ มีเพยี ง 8 อิเล็กตรอน”
11. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมอาจเขียนแบบย่อ โดยแทนการจัดเรียง
อิเล็กตรอนบางส่วนด้วยแกนแก๊สมีสกุล (noble gas core) ซึ่งใช้สัญลักษณ์ของแก๊สมีสกุลที่อยู่ในคาบก่อน
หน้าไว้ในวงเล็บเหลีย่ ม ตามด้วยสัญลักษณ์แสดงการบรรจุอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยที่อยู่ชั้นถัดออกไป
เช่น โซเดียม จัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 1s2 2s2 2p6 3s1 เขียนโดยใช้แกนแก๊สมีสกุลเป็น [Ne] 3s1 โดย [Ne]
หมายถงึ แกนนอี อนซึง่ แทนการจดั เรยี งอิเล็กตรอน 1s2 2s2 2p6
12. ครูตั้งคำถามว่า การที่ธาตุเกิดเป็นไอออน มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนอนุภาคชนิดใดของอะตอม
(แนวตอบ : อิเลก็ ตรอน ซึ่งไอออนลบเกดิ จากอะตอมรับอิเลก็ ตรอนเพิ่มเขา้ มา ส่วนไอออนบวกเกิดจากอะตอม
เสียอิเล็กตรอนออกไป)
13. ใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกับการจดั เรยี งอเิ ล็กตรอน ดังนี้
(1) กรณีที่ธาตุได้รับอิเล็กตรอน ให้บรรจุอิเล็กตรอนปกติรวมกับอิเล็กตรอนที่รับเข้ามา ตามลำดับ
ระดับพลงั งานโดยอาศยั แผนภาพตามหลกั เอาฟบาว เช่น
N : 1s2 2s2 2p3
N3- : 1s2 2s2 2p6 (รบั เพม่ิ 3 อิเลก็ ตรอน)
(2) กรณีที่ธาตุเสียอิเล็กตรอน ให้บรรจุอิเล็กตรอนตามปกติก่อน จากนั้น จึงนำอิเล็กตรอนที่อยู่
ชนั้ นอกสุดออก เช่น
Al : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p1
Al3+: 1s2 2s2 2p6 (เสยี 3 อเิ ล็กตรอน)
Fe : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2 3d6
Fe2+ : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d6 (เสีย 2 อเิ ล็กตรอน)
57
ไมใ่ ช่ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2 3d4
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
14. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปหลักการของการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม จนนักเรียนเกิดความ
เข้าใจท่ตี รงกัน
15. ครูตั้งประเด็นคำถามเพื่อขยายความเข้าใจของนักเรียนว่า การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมของ
ธาตุแตล่ ะชนิดสามารถบอกสมบตั ิตา่ งๆของธาตุชนดิ นน้ั ได้หรอื ไม่ อย่างไร ใหน้ กั เรียนร่วมแสดงความคดิ เหน็
16. นักเรียนทำใบงาน เรอ่ื ง การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอน
ส่ือการเรียนการสอน/แหล่งเรียนรู้
1. สไลด์ เรอื่ ง การจดั เรียงอิเล็กตรอน
2. ใบงาน เรือ่ ง การจดั เรียงอเิ ล็กตรอน
58
การวดั ผลประเมินผล
รายการประเมนิ วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน
- รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ผ่านเกณฑ์
1. ดา้ นความรู้ : K - การตอบคำถาม - ถามตอบ - น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 ไม่ผ่าน
เกณฑ์
1.1. บอกความแตกต่างของ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ระดับพลังงานหลัก พลังงาน-
ยอ่ ย และออร์บิทัลได้
1.2. จัดเรียงอิเล็กตรอนใน
อะตอมเมื่อทราบเลขอะตอม
ของธาตุ พรอ้ มทงั้ ระบุ หมู่ คาบ
และกลุ่มของธาตุในตารางธาตุ
ได้
2. ด้านทักษะกระบวนการ : P - ตรวจใบงาน - ใบงาน - ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
2.1 เขียนการจัดเรยี ง - นอ้ ยกว่าร้อยละ 70 ไมผ่ ่าน
อเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งาน เกณฑ์
หลักและระดับพลังงานยอ่ ยได้
3. ด้านคณุ ลักษณะ : A - สังเกต - แบบประเมนิ - ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ผา่ นเกณฑ์
3.1 ใฝเ่ รียนรู้ มีความรบั ผดิ ชอบ คุณลกั ษณะอันพงึ คณุ ลักษณะอันพงึ - น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ไมผ่ ่าน
มุ่งมั่นในการทำงาน ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ขอ้ เสนอแนะ .......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................................
59
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หน่วยที่ 2 อะตอมและสมบัติของธาตุ
คำชแ้ี จง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ทีผ่ เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤติกรรมการแสดงออกไวเ้ ปน็ 3 คะแนน ดงั น้ี
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสมำ่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว
1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยคร้ัง
สถานะผ้ปู ระเมิน ผู้สอน ผูเ้ รียน
รายการประเมนิ
ชื่อ-นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเห็น
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงชอ่ื
(................................................)
ตำแหน่ง...................................
วนั ที.่ .........................................
60
บนั ทึกหลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..ครผู ้สู อน
(………………………………………………)
วนั ท.ี่ ...........เดอื น...............................พ.ศ..............
61
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้/ครพู เ่ี ล้ยี ง
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ……………………………………..
( นางนิรดา นนั ทะมีชยั )
ความคิดเห็นของเจ้าหนา้ ท่ีงานจัดการเรียนการสอน
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
องค์ประกอบครบถ้วน องค์ประกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ กระบวนการเรยี นรู้เหมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั กจิ กรรมเหมาะสมกบั เน้ือหา/สื่อ/เวลา
ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. การวัด/ประเมินผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
การประเมนิ ผลควรหลากหลาย และประเมนิ ตามสภาพจรงิ
ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ……………………………………..
( นางสาวอจั ฉราภรณ์ ทูลมี )
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื ……………………………………..
(นางสาวบัวมี เหนือโพธิท์ อง)
ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนหนองคายวิทยาคาร
62
แผนการจัดการเรยี นรู้ 63
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง อะตอมและสมบตั ขิ องธาตุ เวลาเรยี น 60 ช่ัวโมง
เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง ตารางธาตุ ปีการศึกษา 2565
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียน 1
ชอ่ื ครูผู้สอน นางสาวสธุ าสินี พิเนตรเสถยี ร
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพ่มิ เตมิ เคม)ี
เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบัติของสาร
แก๊สและสมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอนิ ทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตัวช้ีวดั
ม.4/4 ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและ
ธาตแุ ทรนซิชนั ในตารางธาตุ
สาระสำคัญ
ตารางธาตุในปจั จบุ ันจัดเรียงธาตตุ ามเลขอะตอมและสมบตั ิท่ีคล้ายคลงึ กนั เป็นหมู่และคาบโดยอาจ
แบ่งธาตใุ นตารางธาตุเปน็ กลุ่มธาตุโลหะกึ่งโลหะ และอโลหะ นอกจากน้ีอาจแบ่งเปน็ กลุ่มธาตเุ รพรีเซนเททฟี
และกลมุ่ ธาตุแทรนซชิ นั
ผลการเรยี นรู้
ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตแุ ทรนซิชนั ใน
ตารางธาตุ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. ระบหุ มู่ คาบ ของกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททฟี และธาตทุ รานซิซนั ในตารางธาตุได้
2. อธบิ ายความเป็นโลหะ อโลหะ และก่งึ อโลหะของธาตุในตารางธาตไุ ด้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
3. จำแนกธาตเุ ปน็ กล่มุ โลหะ อโลหะ และก่ึงอโลหะได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
4. มคี วามใฝร่ ู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
64
กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูให้นักเรียนพิจารณารูปตารางธาตุ จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 แล้วตั้งคำถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรียน
เกี่ยวกับตารางธาตุ โดยการตัง้ คำถามกระตนุ้ ความคดิ ดังน้ี
- จากรปู นักเรยี นคดิ วา่ เพราะเหตุใดจึงต้องจัดธาตุเป็นหมวดหมู่ ถา้ ใชเ้ กณฑ์การจัดกลุ่มแตกต่างกัน จะ
ได้ธาตใุ นกลมุ่ เหมือนกนั หรือไม่
(แนวตอบ : เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาและจดจำ การจัดกลุ่มด้วยเกณฑ์ที่แตกต่างกัน จะได้ธาตุในกลุ่มไม่
เหมอื นกัน จากนัน้ นำเขา้ ส่เู รอื่ งวิวฒั นาการของการสร้างตารางธาต)ุ
ขน้ั สำรวจค้นหา (Exploration)
2. แบ่งนักเรียนเป็น 5 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มศึกษาแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนที่ใช้จัดธาตุเป็น
หมวดหมเู่ ดอเบอไรเนอร์ นิวแลนด์ ไมเออร์ ดมิ ิทรี และเมนเดเลเอฟ โมสลีย์ และตารางธาตใุ นปัจจุบัน โดยให้
บันทึกข้อมูลการสืบค้นลงในใบงานที่ 10 วิวัฒนาการตารางธาตุ แล้วนำเสนอผลการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ
ตามความคิดของกล่มุ ให้เพอ่ื นรับฟังและซักถาม
ขนั้ อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครูและนักเรียนร่วมกันร่วมกันสรุปเรื่อง วิวัฒนาการตารางธาตุแนวคิดนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ จนได้
ตารางธาตทุ เ่ี ป็นพื้นฐานของตารางธาตใุ นปจั จบุ ัน โดยอธิบายว่าตารางธาตเุ รียงตามเลขอะตอมจากซ้ายไปขวา
แถวธาตุในแนวตัง้ เรยี กวา่ หมู่ มีจำนวน 18 หมู่ นอกจากนย้ี งั แบ่งได้เปน็ หมู่ A คอื ธาตเุ รพรีเซนเททฟี และ หมู่ B
คือธาตุทรานซิซัน โดยธาตบุ างหม่มู ีช่ือเรียกเฉพาะ เช่น ธาตหุ มู่ 1 หรือ IA ยกเว้น H คือโลหะแอลคาไลน์ ธาตุ
หมู่ 18 หรือ VIIIA ยกเว้น Og คือแก๊สมีสกุล ส่วนธาตุในแนวนอนเรียกว่าคาบ มีทั้งหมด 7 คาบ ธาตุในกรอบ
สี่เหลยี่ มมีขอ้ มูลตา่ ง ๆ เชน่ สัญลกั ษณธ์ าตุ เลขอะตอม มวลอะตอม และสมบัตคิ วามเป็นโลหะ
4. ครูให้ความรเู้ ก่ียวกบั สมบัติความเปน็ โลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะของธาตุ รวมถงึ ตำแหนง่ ของกลุ่มธาตุ
เหลา่ น้ันในตารางธาตุ
ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaborate)
5. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้เรอ่ื ง ตารางธาตุ จนนักเรียนเกิดความเข้าใจทต่ี รงกนั
6. ครใู หน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดเรอื่ ง ววิ ัฒนาการตารางธาตุ 11
6. ครูตงั้ ประเด็นคำถามว่า ความรูเ้ ร่อื งตารางธาตุสามารถนำมาใชป้ ระโยชนไ์ ด้อยา่ งไร
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
7. ครูประเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และการรว่ มกนั ทำผลงาน
8. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหัด เรื่อง ววิ ัฒนาการตารางธาตุ 2.3และ2.4
สื่อการเรยี นการสอน/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวชิ าวิทยาศาสตร์เพ่ิมเตมิ เคมี เลม่ 1 สสวท (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
2. แบบฝกึ หัด เรื่อง ววิ ัฒนาการตารางธาตุ 10 และ 11
65
การวัดผลประเมินผล
รายการประเมิน วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- ร้อยละ 70 ขึน้ ไป ผา่ นเกณฑ์
1. ด้านความรู้ : K - การตอบคำถาม - ถามตอบ - น้อยกวา่ ร้อยละ 70 ไม่ผ่าน
เกณฑ์
1.1. ระบุหมู่ คาบ ของกลุ่มธาตุ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
เรพรีเซนเททีฟ และธาตุทราน
ซซิ ันในตารางธาตไุ ด้
1.2. อธิบายความเป็นโลหะ
อโลหะ และกึ่งอโลหะของธาตุ
ในตารางธาตุได้
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ : P - ตรวจใบงาน - ใบงาน - ร้อยละ 70 ขนึ้ ไป ผา่ นเกณฑ์
2.1 จำแนกธาตเุ ปน็ กลุ่มโลหะ - นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 ไม่ผ่าน
อโลหะ และกึ่งอโลหะได้ เกณฑ์
3. ด้านคุณลกั ษณะ : A - สังเกต - แบบประเมนิ - ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ผ่านเกณฑ์
3.1 มคี วามใฝ่รู้ มุ่งมน่ั ในการ คุณลักษณะอนั พงึ คณุ ลักษณะอนั พึง - น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ไม่ผา่ น
ทำงาน และทำงานร่วมกบั ผู้อื่น ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ได้
ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..........................
....................................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................. ................................................
66
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หน่วยที่ 2 อะตอมและสมบัติของธาตุ
คำชแ้ี จง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ท่ผี เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤติกรรมการแสดงออกไวเ้ ปน็ 3 คะแนน ดงั น้ี
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสมำ่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว
1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยคร้ัง
สถานะผ้ปู ระเมิน ผู้สอน ผูเ้ รียน
รายการประเมนิ
ชื่อ-นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเห็น
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงชอ่ื
(................................................)
ตำแหน่ง...................................
วนั ที.่ .........................................
67
บนั ทึกหลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..ครผู ้สู อน
(………………………………………………)
วนั ท.ี่ ...........เดอื น...............................พ.ศ..............
68
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ครพู เี่ ลี้ยง
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ……………………………………..
( นางนริ ดา นนั ทะมีชยั )
ความคิดเห็นของเจ้าหนา้ ท่ีงานจัดการเรียนการสอน
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
องค์ประกอบครบถว้ น องคป์ ระกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ กระบวนการเรียนรเู้ หมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ กิจกรรมเหมาะสมกบั เนื้อหา/สื่อ/เวลา
ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. การวัด/ประเมินผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมินตามสภาพจริง
การประเมนิ ผลควรหลากหลาย และประเมนิ ตามสภาพจริง
ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื ……………………………………..
( นางสาวอัจฉราภรณ์ ทลู มี )
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝา่ ยวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..
(นางสาวบัวมี เหนอื โพธิ์ทอง)
ตำแหน่งรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นหนองคายวิทยาคาร
69
70
71
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 เร่อื ง อะตอมและสมบัติของธาตุ เวลาเรยี น 60 ชัว่ โมง
เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง ขนาดอะตอมของธาตุ ขนาดของไอออน
ปีการศึกษา 2565
พลงั งานไอออไนเซชนั
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี น 1
ชื่อครูผสู้ อน นางสาวสุธาสนิ ี พเิ นตรเสถยี ร
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพม่ิ เตมิ เคม)ี
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบัติของสาร
แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทัง้ การนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตวั ชว้ี ัด
ม.4/5 วเิ คราะห์ และบอกแนวโน้มสมบัตขิ องธาตุเรพรีเซนเททฟี ตามหมู่และตามคาบ
สาระสำคัญ
นกั วทิ ยาศาสตร์ไดจ้ ำแนกหมวดหมู่ของธาตุ โดยจดั ธาตุทม่ี ีสมบัตคิ ลา้ ยคลงึ กันให้อยู่ในกลมุ่ เดียวกัน
โดยนำเสนอในรปู แบบของตารางธาตทุ แ่ี สดงสมบตั ิทางเคมี และสมบัติทางกายภาพของธาตุไว้อยา่ งชัดเจน ซึง่
สามารถนำมาใชอ้ ธิบายแนวโนม้ ขนาดอะตอมของธาตุ ขนาดของไอออน พลงั งาน ไอออไนเซชันได้
ผลการเรยี นรู้
วิเคราะห์ และบอกแนวโน้มสมบตั ิของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟตามหมู่และตามคาบ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายสมบัติตา่ ง ๆ ของธาตุเรพรีเซนเททฟี ตามหมู่และตามคาบได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2. วิเคราะและสรุปแนวโน้มสมบัตติ า่ ง ๆ ของธาตตุ ามหมแู่ ละคาบเกี่ยวกับขนาดอะตอมของธาตุ
ขนาดของไอออน และพลงั งานไอออไนเซชนั พร้อมท้ังอธิบายเหตุผลประกอบได้
ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
3. มคี วามใฝ่รู้ มุ่งม่นั ในการทำงาน และทำงานร่วมกบั ผู้อื่นได้
72
กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูกระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นเกย่ี วกบั เร่ืองท่จี ะเรียนในช่ัวโมงน้ี โดยครูตงั้ คำถามกระตนุ้ ความคิด
เช่น
1) เพราะเหตใุ ดธาตใุ นหมู่เดียวกนั จึงมสี มบตั ิทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั
(แนวตอบ : เพราะมเี วเลนซ์อเิ ล็กตรอนเทา่ กัน)
2) นักเรียนคิดว่า ธาตุท่ีอยู่ในคาบเดียวกันจะมสี มบัตเิ หมอื นหรอื ตา่ งกนั อย่างไร เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : ธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกันจะมีสมบัติคล้ายคลึงกัน เนื่องจากมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนอยู่ในระดับ
พลงั งานหลกั เดียวกนั )
ข้ันสำรวจค้นหา (Exploration)
2. ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่นั่งข้างกัน แล้วศึกษาเรื่อง ขนาดอะตอมและรัศมีไอออน จากหนังสือ
เรยี นเคมี ม.4 เล่ม 1 หนา้ 52-55 แล้วสรปุ ความรทู้ ี่ได้ลงในสมดุ บนั ทึกของนกั เรยี น
3. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน 2 คู่ ออกมาสรุปความรู้ เรื่อง ขนาดอะตอมและรัศมีไอออน ให้เพ่ือนฟังหน้า
ชนั้ เรยี น
ขั้นอธิบายความรู้ (Explain)
4. ครตู งั้ คำถามใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายเรอ่ื ง ขนาดอะตอมและรัศมไี อออน เช่น
1) ธาตเุ รพรีเซนเททีฟมีแนวโน้มของขนาดอะตอมตามหมแู่ ละตามคาบเป็นอยา่ งไร
(แนวตอบ : ในหมู่เดียวกัน อะตอมจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้นในคาบเดียวกัน
อะตอมจะมีขนาดเล็กลง เมอ่ื เลขอะตอมเพ่มิ ขนึ้ )
2) แนวโนม้ ของรัศมีไอออนของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟเปน็ อย่างไร
(แนวตอบ : เมอ่ื มจี ำนวนอิเล็กตรอนเทา่ กัน ไอออนบวกจะมขี นาดเล็กกว่าไอออนลบ และไอออน
บวกที่มีประจุมากจะมีขนาดเล็กกว่าไอออนบวกที่มีประจุน้อย แต่ไอออนลบที่มีประจุมากจะมีขนาดใหญ่กว่า
ไอออนลบทม่ี ีประจนุ ้อย)
5. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปแนวโน้มขนาดของธาตุ และขนาดของไอออน ดงั นี้
- ธาตุในคาบเดยี วกันมีขนาดลดลงเมือ่ เลขอะตอมเพิม่ ขึ้น ส่วนธาตุในหมู่เดียวกันมีขนาดอะตอม
ใหญ่ขึ้นเมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น ส่วนขนาดไอออนของธาตุตามหมู่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง
เชน่ เดยี วกบั ขนาดของอะตอม
ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaborate)
6. ครใู หน้ กั เรียนเปรยี บเทียบขนาดอะตอมของธาตุ และขนาดของไอออนต่อไปน้ี
- เปรียบเทียบขนาดอะตอมของธาตใุ นหมูแ่ ละคาบเดียวกนั
ตามหมู่ 9F 17Cl 35Br ตามคาบ 12Mg 6S 18Ar
- เปรียบเทียบขนาดอะตอมของธาตุต่างหมู่ - ตา่ งคาบ 5A 7B 11C 16D 19E 20F
จากขนาดใหญไ่ ปเลก็
- เปรียบเทยี บขนาดอะตอมของธาตแุ ละขนาดของไอออนท่ีเสถียรของ 11Na 13Al 16S 17Cl
20Ca จากขนาดใหญไ่ ปเล็ก
73
7. ครใู ห้ความรเู้ ร่อื งพลังงานไอออไนเซชัน ซึง่ เป็นพลังงานปริมาณน้อยทีส่ ดุ ท่ที ำใหอ้ ิเล็กตรอนหลุด
ออกจากอะตอมในสถานะแก๊ส ถา้ มีค่าน้อยแสดงว่าทำให้เป็นไอออนบวกได้ง่ายแตถ่ ้ามีค่ามากแสดงวา่ ทำให้
เป็นไอออนบวกไดย้ าก
8. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาขอ้ มลู คา่ พลังงานไอออไนเซชันของธาตุ 20 ธาตใุ นตาราง และกราฟแสดง
ความสมั พนั ธ์ระหว่างพลังงานไอออไนเซชนั กับลำดับท่ขี องพลังงานไอออไนเซชนั จากน้ันตง้ั คำถาม ดงั นี้
- ค่า IE1 ของแต่ละธาตตุ ่างกนั อย่างไร (แนวตอบ : ตา่ งกันโดยค่า IE1 ของธาตุในคาบเดียวกันจะ
เพ่ิมขึ้นตามเลขอะตอม)
- ธาตเุ ดยี วกันจะมลี ำดบั IE เป็นอยา่ งไร (แนวตอบ : เพม่ิ ข้นึ ตามลำดับ เชน่ IE3> IE2 > IE1)
- ถ้าจัดกลุ่มค่า IE ของธาตุ F เป็นกลุ่มจะจัดได้อย่างไร (แนวตอบ : จัดได้ 2 กลุ่มตาม ค่า IE ท่ี
ใกล้เคียงกนั คือ IE1– IE7 และ IE8– IE9)
ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
9. ครใู หน้ ักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื ทำนายแนวโนม้ ของค่าพลังงานไอออไนเซชนั ลำดับที่ 1 ของธาตุ
ตามคาบและตามหมู่ รวมทัง้ เหตผุ ลสนับสนนุ (แนวข้อสรุป : ค่า IE1 มคี วามสมั พันธ์กับขนาดอะตอมโดยค่า IE1
จะมีคา่ เพิ่มข้นึ เม่ือขนาดอะตอมลดลง)
สือ่ การเรยี นการสอน/แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มเติม เคมี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 เลม่ 1
2. Power point เรือ่ ง สมบตั ิของธาตหุ มู่หลกั
74
การวดั ผลประเมนิ ผล
รายการประเมิน วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ : K - การตอบคำถาม - ถามตอบ - ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
1.1. อธิบายสมบัติต่าง ๆ ของ - ตรวจใบงาน - ใบงาน - น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 ไมผ่ า่ น
ธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมู่และ - ประเมินการ - แบบประเมินการ เกณฑ์
นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน
ตามคาบได้
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ : P - ตรวจใบงาน - ใบงาน - ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ผ่านเกณฑ์
2.1 วิเคราะและสรุปแนวโน้ม - ประเมนิ การ
สมบัตติ ่าง ๆ ของธาตตุ ามหมู่ นำเสนอผลงาน - แบบประเมินการ - นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 70 ไม่ผ่าน
และคาบเก่ยี วกบั ขนาดอะตอม
รัศมไี อออน พลังงานไอออไน- นำเสนอผลงาน เกณฑ์
เซชนั พร้อมท้งั อธบิ ายเหตผุ ล
ประกอบได้
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ : A - สังเกต - แบบประเมนิ - รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์
3.1 มีความใฝ่รู้ มุง่ มัน่ ในการ คณุ ลักษณะอนั พงึ คุณลกั ษณะอันพึง - น้อยกว่าร้อยละ 70 ไมผ่ ่าน
ทำงาน และทำงานรว่ มกับผ้อู ่ืน ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ได้
ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..........................
............................................................................................................................. ................................................
.............................................................................................................................................................................
75
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หน่วยที่ 2 อะตอมและสมบัติของธาตุ
คำชแ้ี จง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ทีผ่ เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤติกรรมการแสดงออกไวเ้ ป็น 3 คะแนน ดงั นี้
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสมำ่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว
1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยคร้ัง
สถานะผ้ปู ระเมิน ผู้สอน ผูเ้ รียน
รายการประเมนิ
ชื่อ-นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเห็น
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงชอ่ื
(................................................)
ตำแหนง่ ...................................
วนั ท.ี่ .........................................
76
บันทึกหลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ ……………………………………..ครผู ู้สอน
(………………………………………………)
วนั ท่ี............เดือน...............................พ.ศ..............
77
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ครพู ี่เลย้ี ง
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ……………………………………..
( นางนริ ดา นนั ทะมีชัย )
ความคิดเห็นของเจ้าหนา้ ท่ีงานจัดการเรยี นการสอน
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
องค์ประกอบครบถว้ น องคป์ ระกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ กระบวนการเรยี นรเู้ หมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ กจิ กรรมเหมาะสมกับเน้ือหา/ส่ือ/เวลา
ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. การวัด/ประเมินผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
การประเมนิ ผลควรหลากหลาย และประเมินตามสภาพจริง
ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื ……………………………………..
( นางสาวอัจฉราภรณ์ ทูลมี )
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..
(นางสาวบวั มี เหนือโพธทิ์ อง)
ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นหนองคายวิทยาคาร
แผนการจัดการเรยี นรู้ 78
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรื่อง อะตอมและสมบัตขิ องธาตุ เวลาเรียน 60 ชั่วโมง
เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 9 เรื่อง อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ิตี และสมั พรรคภาพ ปกี ารศึกษา 2565
อิเลก็ ตรอน
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี น 1
ชอ่ื ครูผ้สู อน นางสาวสุธาสนิ ี พเิ นตรเสถียร
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพ่มิ เติมเคมี)
เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมแี ละสมบัติของสาร
แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้งั การนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตัวชว้ี ัด
ม.4/6 บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซชิ ัน และเปรียบเทียบสมบตั กิ บั ธาตุโลหะในกลุ่มธาตุ
เรพรีเซนเททีฟ
สาระสำคญั
นกั วทิ ยาศาสตร์ได้จำแนกหมวดหมู่ของธาตุ โดยจดั ธาตทุ ี่มีสมบตั ิคลายคลึงกันให้อยู่ในกลมุ่ เดียวกัน
โดยนำเสนอในรปู แบบของตารางธาตุท่แี สดงสมบัติทางเคมี และสมบัติทางกายภาพของธาตไุ วอ้ ย่างชดั เจน ซึ่ง
สามารถนำมาใช้อธบิ ายแนวโน้มอิเล็กโทรเนกาตวิ ิตี และสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนได้
ผลการเรียนรู้
บอกสมบตั ิของธาตุโลหะแทรนซชิ นั และเปรียบเทียบสมบัตกิ ับธาตโุ ลหะในกล่มุ ธาตเุ รพรีเซนเททฟี
จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายสมบัตติ ่าง ๆ ของธาตุเรพรเี ซนเททีฟตามหมู่และตามคาบได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. วิเคราะและสรุปแนวโน้มสมบัติต่าง ๆ ของธาตุตามหมู่และคาบเกี่ยวกับขนาดอะตอมของ
ธาตุ ขนาดของไอออน และพลังงานไอออไนเซชัน พรอ้ มทงั้ อธิบายเหตุผลประกอบได้
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ
คิดเห็นของผ้อู ่นื และรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ีทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
79
กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครทู บทวนเก่ียวกบั การเกิดไอออน และคา่ พลังงาน IE1 ซึง่ เป็นพลังงานท่ีน้อยท่สี ุดทีท่ ำให้อิเล็กตรอน
หลดุ ออกจากอะตอมในสถานะแกส๊ เกดิ เปน็ ไอออนบวก ซ่ึงเปน็ การเปล่ียนแปลงแบบดดู พลังงาน
2. ครตู งั้ คำถามเพอ่ื กระตุ้นนักเรยี น ดงั น้ี
- ในการเกิดเป็นไอออนของธาตุธาตุที่รับอิเล็กตรอนได้ดีจะอยู่ส่วนใดของตารางธาตุและ
การรบั อเิ ล็กตรอนเปน็ การดดู หรือคายพลงั งาน (แนวตอบ : อยทู่ างดา้ นขวาและเป็นการคายพลงั งาน)
- ถ้าอะตอมของธาตุมีการรับอิเลก็ ตรอนจะมีการเปล่ยี นแปลงพลงั งานอยา่ งไร (แนวตอบ :
ตอบตามความคิดของนักเรยี น)
ข้นั สำรวจคน้ หา (Exploration)
3. ครูให้ความรู้ เรื่อง สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน ว่าเป็นพลังงานที่คายออกเมื่ออะตอมในสถานะแก๊ส
ได้รับอิเล็กตรอน 1 อิเล็กตรอน อะตอมที่สามารถรับอิเล็กตรอนได้ดีจะมีสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนสูงกว่า
อะตอมท่รี ับอิเลก็ ตรอนไดย้ าก
4. ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนกับพลังงานไอออไนเซชันของธาตุเหมือนและ
ต่างกันอย่างไร (แนวตอบ : ทั้งสองค่าใช้อธิบายอะตอมในสถานะแก๊สเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือสัมพรรคภาพ
อเิ ลก็ ตรอนเป็นการคายพลังงานออกมา ส่วนพลังงานไอออไนเซชนั เป็นการดูดพลงั งาน)
5. ครูให้นักเรียนเป็นกลุม่ ๆ ละ 4 คน ให้แต่ละกลุ่มศึกษาแนวโน้มของคา่ สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนของ
ธาตุในตารางธาตุ แลว้ ร่วมกนั สรุปสาระสำคัญลงในกระดาษชารต์
ขน้ั อธบิ ายความรู้ (Explain)
6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอความรู้เรื่อง แนวโน้มของค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนของ
ธาตุในตารางธาตุ
7. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ สาระสำคญั ดังนี้
เมื่อพิจารณาธาตุตามคาบ ธาตุโลหะหมู่ IA IIA และ IIIA มีแนวโน้มที่จะรับอิเล็กตรอนยาก
โดยเฉพาะธาตุในหมู่ IIA จะรับอิเล็กตรอนยากที่สุด ส่วนธาตุในหมู่ IVA VA VIA และ VIIA มีแนวโน้มที่จะรับ
อิเล็กตรอนสูงโดยเฉพาะหมู่ VIIA จะรับอิเล็กตรอนได้ดีที่สุด สำหรับธาตุหมู่ VIIIA มีค่า EA เป็นลบซึ่งได้จาก
การคำนวณแสดงให้เห็นว่าถ้าต้องการให้ธาตุหมู่นั้นรับอิเล็กตรอนนอกจากจะไม่คายพลังงานแล้ว ยังต้องใส่
พลงั งานแก่อะตอมเพม่ิ ดว้ ย
ขัน้ ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
8. ครูทบทวนเรื่องธาตุและสารประกอบโดยยกตัวอย่าง เช่น Na HCl จากนั้นให้นักเรียนบอกความ
แตกต่างระหว่างธาตุและสารประกอบ แล้วให้ความรู้เพิ่มเติมว่าสารประกอบบางชนิด เช่น HCl มีการใช้
อิเลก็ ตรอนร่วมกนั แล้วถามนกั เรียนว่าอิเล็กตรอนทใ่ี ช้ร่วมกันอยูต่ ำแหน่งใดของโมเลกุล (อยู่ใกล้ H หรือ Cl)
9. ครใู ห้ความหมายของคา่ อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ีตวี า่ เปน็ ความสามารถของอะตอมในการดึงดูดอิเล็กตรอน
ที่ใช้ร่วมกันในโมเลกุลของสาร จากนั้นให้นักเรียนศึกษาค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีของธาตุบางชนิด แล้วร่วมกัน
สรุปแนวโน้มค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีของธาตุในตารางธาตุ ซึ่งควรได้ว่าธาตุในคาบเดียวกันมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเลข
80
อะตอมเพิ่มขึ้น เนื่องจากขนาดของอะตอมเล็กลง ธาตุในหมู่เดียวกันส่วนใหญ่มีค่าลดลง เนื่องจากขนาดของ
อะตอมใหญ่ข้ึน
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
10. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อกลับไปตอบคำถามว่าในสารประกอบ HCl อิเล็กตรอนที่ใช้
ร่วมกันนา่ จะอยู่ตำแหน่งใด (แนวตอบ : อเิ ล็กตรอนอยู่ใกล้อะตอมของคลอรีนมากกวา่ ไฮโดรเจน เนือ่ งจากมคี ่า
EN สงู กวา่ อะตอมของไฮโดรเจน)
11. ครูให้นักเรียนทำแบบฝกึ หัด สมบัตขิ องธาตุหมูห่ ลัก
สอื่ การเรยี นการสอน/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์เพิม่ เติม เคมี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 เลม่ 1
2. Power point เร่อื ง สมบตั ขิ องธาตหุ ม่หู ลัก
3. กระดาษชาร์ต
81
การวัดผลประเมนิ ผล
รายการประเมนิ วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ : K - การตอบคำถาม - ถามตอบ - รอ้ ยละ 70 ขึน้ ไป ผ่านเกณฑ์
1.1. อธิบายสมบัติต่าง ๆ ของ - ตรวจใบงาน - ใบงาน - น้อยกวา่ ร้อยละ 70 ไม่ผา่ น
ธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมู่และ - ประเมินการ - แบบประเมินการ เกณฑ์
นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน
ตามคาบได้
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ : P - ตรวจใบงาน - ใบงาน - ร้อยละ 70 ขึน้ ไป ผา่ นเกณฑ์
2.1 วิเคราะและสรุปแนวโนม้ - ประเมนิ การ
สมบัตติ า่ ง ๆ ของธาตตุ ามหมู่ นำเสนอ - แบบประเมนิ การ - น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 ไมผ่ า่ น
และคาบเก่ียวกบั ขนาดอะตอม ผลงาน
รศั มีไอออน พลงั งานไอออไน- นำเสนอผลงาน เกณฑ์
เซชัน พร้อมท้งั อธิบายเหตุผล
ประกอบได้
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ : A - สังเกต - แบบประเมนิ - ร้อยละ 70 ขึน้ ไป ผา่ นเกณฑ์
3.1 มคี วามใฝร่ ู้ มุ่งมัน่ ในการ คุณลักษณะอนั พงึ คุณลกั ษณะอนั พึง - น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 ไม่ผา่ น
ทำงาน และทำงานรว่ มกับผอู้ ่ืน ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ได้
ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................. ..........................
............................................................................................................................. ................................................
.............................................................................................................................................................................
82
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หน่วยที่ 2 อะตอมและสมบัติของธาตุ
คำชแ้ี จง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ทีผ่ เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤติกรรมการแสดงออกไวเ้ ป็น 3 คะแนน ดงั นี้
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสมำ่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว
1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยคร้ัง
สถานะผ้ปู ระเมิน ผู้สอน ผูเ้ รียน
รายการประเมนิ
ชื่อ-นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเห็น
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงชอ่ื
(................................................)
ตำแหนง่ ...................................
วนั ท.ี่ .........................................
83
บันทึกหลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ ……………………………………..ครผู ู้สอน
(………………………………………………)
วนั ท่ี............เดือน...............................พ.ศ..............
84
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ครพู ่เี ลย้ี ง
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ……………………………………..
( นางนริ ดา นนั ทะมชี ัย )
ความคิดเห็นของเจ้าหนา้ ท่งี านจัดการเรียนการสอน
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
องค์ประกอบครบถว้ น องคป์ ระกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นร้/ู กระบวนการเรียนรูเ้ หมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ กิจกรรมเหมาะสมกับเนื้อหา/สื่อ/เวลา
ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. การวัด/ประเมนิ ผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมินตามสภาพจรงิ
การประเมินผลควรหลากหลาย และประเมนิ ตามสภาพจรงิ
ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื ……………………………………..
( นางสาวอัจฉราภรณ์ ทลู มี )
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..
(นางสาวบัวมี เหนอื โพธท์ิ อง)
ตำแหน่งรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นหนองคายวิทยาคาร
85
แผนการจดั การเรียนรู้ 86
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง อะตอมและสมบตั ขิ องธาตุ เวลาเรยี น 60 ชั่วโมง
เวลาเรยี น 2 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 10 เรื่อง ธาตุแทรนซชิ นั ปีการศึกษา 2565
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี น 1
ช่ือครูผูส้ อน นางสาวสธุ าสนิ ี พเิ นตรเสถียร
มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพม่ิ เติมเคมี)
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ิของธาตุ พันธะเคมีและสมบัตขิ อง
สาร แกส๊ และสมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลิเมอร์ รวมทง้ั การนำความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวชว้ี ัด
ม.4/6 บอกสมบัติของธาตโุ ลหะแทรนซชิ นั และเปรยี บเทยี บสมบัติกับธาตโุ ลหะในกลุ่มธาตุ
เรพรเี ซนเททฟี
สาระสำคัญ
ธาตแุ ทรนซชิ นั เป็นโลหะทสี่ ่วนใหญม่ ีเวเลนซอ์ ิเล็กตรอนเท่ากับ 2 มีขนาดอะตอมใกล้เคียงกนั มีจุด
เดอื ด จุดหลอมเหลวและความหนาแน่นสูงเกิดปฏิกิริยากบั น้ำไดช้ า้ กว่าธาตโุ ลหะในกล่มุ ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ
เม่ือเกดิ เปน็ สารประกอบสว่ นใหญจ่ ะมีสี
ผลการเรยี นรู้
บอกสมบตั ิของธาตโุ ลหะแทรนซิชัน และเปรยี บเทยี บสมบัติกบั ธาตุโลหะในกลมุ่ ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ
จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายสมบตั ขิ องโลหะแทรนซชิ นั ได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. เปรียบเทยี บสมบัติของโลหะเรพรเี ซนเททีฟหรอื โลหะหมู่หลักและโลหะแทรนซชิ ันได้
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
3. ทำงานรว่ มกบั ผู้อ่นื มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็นภายในกล่มุ ยอมรับฟังความคดิ เห็นของ
ผู้อืน่ และรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีท่ีได้รบั มอบหมาย
87
กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับธาตุในตารางธาตุ ดงั น้ี
- ตารางธาตุแบง่ ออกเปน็ 18 หมู่ 7 คาบ
- ตารางธาตุที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแบ่งธาตุในแนวตั้งออกเป็น 18 แถว โดยเรียกแถวในแนวตั้งว่า
“หมู”่ ธาตุในแนวต้งั ยังแบง่ ออกเป็นธาตกุ ลมุ่ A และธาตกุ ลุ่ม B
- กลุ่ม A มี 8 หมู่ คือ 1A ถึง 8A เรียกว่า โลหะเรพรเี ซนเททฟี
- กลุม่ B มี 8 หมู่ คอื 1B ถึง 8B (โดยหมู่ 8B จะมี 3 แถว) เรยี กวา่ โลหะแทรนซชิ นั
2. ครูให้นักเรียนพิจารณาตารางธาตุ แลว้ ใชค้ ำถามกระตุ้นความสนใจของนกั เรียน ดังนี้
- นักเรียนคิดว่า ธาตุกลุ่ม B ที่ปรากฏในตารางธาตุ มีสมบัติแตกต่างจากธาตุกลุ่ม A หรือไม่
อยา่ งไร (แนวตอบ : แตกตา่ งกัน ซ่ึงนกั เรยี นจะได้ศกึ ษาสมบัตขิ องธาตุกลุ่ม B ในลำดบั ตอ่ ไป)
- นกั เรยี นคิดวา่ ธาตุกลุ่ม B ทุกธาตุจะมสี มบตั ิเหมอื นหรอื แตกต่างกัน อย่างไร (แนวตอบ : มีทั้ง
เหมือนและแตกตา่ งกนั เชน่ ทกุ ธาตใุ นกลุ่ม B จะเปน็ โลหะ สว่ นใหญ่จะมมี เี วเลนซ์อเิ ล็กตรอนเทา่ กับ 2 ยกเว้น
ธาตุโครเมยี ม และทองแดง ที่มีเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนเปน็ 1 เป็นต้น)
ขัน้ สำรวจคน้ หา (Exploration)
3. ครูใหค้ วามรู้เกี่ยวกับโลหะแทรนซิชันว่า คาบท่ี 6 แบง่ เปน็ 2 กลุ่ม กลุม่ แรกมี18 ธาตุ คือ Cs ถึง Rn
กลุ่มที่สองมี 14 ธาตุ คือ Ce ถึง Lu ซึ่งมีชื่อเรียกว่า กลุ่มธาตุแลนทาไนด์ และคาบที่ 7แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกเริ่มจาก Fr เป็นต้นไป และมีการค้นพบเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาส่วนกลุ่มที่สองมี 14 ธาตุ คือ Th ถึง Lr
ซง่ึ มีชื่อเรยี กว่า กลมุ่ ธาตุแอกทไิ นด์
4. ครถู ามนักเรยี นเกี่ยวกบั สมบตั ิของโลหะแทรนซิชัน โดยใช้คำถามว่า “นักเคมีจัดโลหะแทรนซชิ ันไว้ใน
กลุ่มของธาตุที่เป็นโลหะ แตไ่ ม่ได้เปน็ กลุ่มเดียวกับธาตหุ มู่ 1A 2A และ 3A เพราะเหตใุ ด”
5. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 4 คน แตล่ ะกล่มุ ศึกษาข้อมลู เกี่ยวกบั สมบัติของโลหะแทรนซชิ นั
แล้วสรุปสาระสำคัญลงในกระดาษชารต์
ขั้นอธบิ ายความรู้ (Explain)
6. ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับสมบัติของโลหะแทรนซิชัน จากนั้นให้เพื่อนใน
หอ้ งเรียนร่วมกันอภิปรายผลการศึกษา
7. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเกีย่ วกับสมบตั ขิ องโลหะแทรนซิชนั เพือ่ ให้ไดข้ อ้ สรุป ดงั น้ี
- โลหะแทรนซิชันมีค่า IE1 และค่า EN ต่ำ คล้ายธาตุ K และ Ca แต่มีจุดหลอมเหลว จุดเดือด
และความหนาแนน่ สงู กวา่ K และ Ca ซง่ึ เป็นโลหะ ดงั น้นั โลหะแทรนซิชันจึงมสี มบตั เิ ปน็ โลหะ
- โลหะแทรนซิชันมขี นาดอะตอมใกลเ้ คยี งกนั
8. ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ เกี่ยวกบั การจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักของธาตุแทรนซชิ ัน ดังนี้
- ถ้าจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดบั พลังงานแลว้ ลงทา้ ยเปน็ 11 ถึง 20 จะเปน็ ธาตแุ ทรนซชิ นั
- ธาตุหมู่ B จะมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 2 ยกเว้น 24Cr และ 29Cu จะมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน
เทา่ กบั 1
88
- อเิ ลก็ ตรอนถดั จากวงนอกสุดเข้ามา 1 ระดับ ไมจ่ ำเป็นต้องเปน็ 8 หรือ 18 เปน็ เลขอะไรกไ็ ด้
9. ครูยกตัวอย่างการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักของโลหะแทรนซิชัน เช่น 26Fe มีการ
จัดเรยี งอิเล็กตรอนเปน็ 2 8 14 2 ซงึ่ จะเห็นวา่ ระดับพลังงานที่ 3 มอี เิ ล็กตรอนเกนิ 8 อยู่ 6 อิเลก็ ตรอน
10. ครูถามคำถามว่า “โลหะแทรนซิชันในคาบที่ 4 มีสมบัติใดคล้ายกันและสมบัติใดแตกต่างต่างจาก
โพแทสเซยี มและแคลเซยี ม”
(แนวตอบ : โลหะแทรนซิชันในคาบที่ 4 ส่วนใหญ่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 2 ยกเว้น Cr และ
Cu มีเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนเทา่ กับ 1 เชน่ เดียวกบั K
จำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานถัดเข้ามาของโลหะแทรนซิชันมีค่าไม่เท่ากัน เพราะ
อิเล็กตรอนในระดบั พลังงานยอ่ ย 3d ไมเ่ ท่ากนั
โลหะแทรนซิชันส่วนใหญ่มีสมบัติคล้ายคลึงกันตามคาบ เพราะในคาบเดียวกันจะมีเวเลนซ์
อเิ ลก็ ตรอนเทา่ กันและขนาดอะตอมใกลเ้ คยี งกนั )
ขน้ั ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
11. ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามว่าเหตุใดขนาดอะตอมของโลหะแทรนซิชันในคาบที่ 4 จึงมีค่า
ใกลเ้ คียงกัน
(แนวตอบ : เมื่อโลหะแทรนซิชันมีเลขอะตอมเพิ่มขึ้น จำนวนอิเล็กตรอนที่เพิ่มขึ้นจะเข้าไปอยู่ท่ี
ออร์บิทัล 3d ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการขยายขนาดกลุ่มหมอกอิเล็กตรอน (เพราะไม่ใช่ระดับพลังงานชั้นนอกสุด)
และแม้จำนวนโปรตอนจะเพิ่มขึ้นตามเลขอะตอม แต่เนื่องจากมีอิเล็กตรอนในออร์บิทัล 3d ทำหน้าที่กำบัง
ดังนั้นแรงดึงดูดของโปรตอนในนิวเคลียสต่ออิเล็กตรอนในออร์บิทัล 4s จึงมีค่าน้อย ทำให้ขนาดอะตอมไม่
เปลยี่ นแปลงมากนัก)
12. ครูให้นกั เรียนแต่ละกลุม่ เปรยี บเทียบสมบัตขิ องโลหะเรพรีเซนเททีฟหรือโลหะหม่หู ลกั และโลหะ
แทรนซชิ ัน จากนัน้ สรปุ สาระสำคญั ตามความคิดของแต่ละกลุม่
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
13. นักเรียนทำใบงาน เรื่อง โลหะแทรนซชิ นั
ส่อื การเรียนการสอน/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเตมิ เคมี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 เล่ม 1
2. Power point เร่อื ง โลหะแทรนซิชัน
3. ใบงาน เร่ือง โลหะแทรนซชิ นั
89
การวดั ผลประเมินผล
รายการประเมิน วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ : K - การตอบคำถาม - ถามตอบ - ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ผ่านเกณฑ์
1.1. อธิบายสมบัติของโลหะ - ประเมนิ การ - แบบประเมินการ - นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 ไมผ่ ่าน
นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน เกณฑ์
แทรนซิชนั ได้ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
2. ด้านทักษะกระบวนการ : P - การตอบคำถาม - ใบงาน - รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
2.1 เปรียบเทยี บสมบัติของ - นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 ไม่ผา่ น
โลหะเรพรเี ซนเททฟี หรือโลหะ เกณฑ์
หมู่หลกั และโลหะแทรนซชิ ันได้
3. ด้านคุณลกั ษณะ : A - สงั เกต - แบบประเมิน - รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ผ่านเกณฑ์
3.1 ทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื คณุ ลักษณะอันพึง คุณลักษณะอันพงึ - น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 ไมผ่ า่ น
มสี ว่ นร่วมในการแสดง ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ความคิดเห็นภายในกล่มุ
ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของ
ผู้อนื่ และรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีท่ี
ได้รับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..........................
....................................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................. ................................................
90
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หน่วยที่ 2 อะตอมและสมบัติของธาตุ
คำชแ้ี จง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ท่ผี เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤติกรรมการแสดงออกไวเ้ ปน็ 3 คะแนน ดงั น้ี
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสมำ่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว
1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยคร้ัง
สถานะผ้ปู ระเมิน ผู้สอน ผูเ้ รียน
รายการประเมนิ
ชื่อ-นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเห็น
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงชอ่ื
(................................................)
ตำแหน่ง...................................
วนั ที.่ .........................................
91
บนั ทึกหลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ……………………………………..ครูผู้สอน
(………………………………………………)
วันที.่ ...........เดอื น...............................พ.ศ..............
92
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ครพู ี่เลย้ี ง
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..
( นางนริ ดา นนั ทะมีชัย )
ความคิดเห็นของเจ้าหนา้ ท่ีงานจัดการเรยี นการสอน
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
องค์ประกอบครบถว้ น องคป์ ระกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ กระบวนการเรยี นรเู้ หมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ กจิ กรรมเหมาะสมกับเน้ือหา/ส่ือ/เวลา
ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. การวัด/ประเมินผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
การประเมนิ ผลควรหลากหลาย และประเมินตามสภาพจริง
ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..
( นางสาวอัจฉราภรณ์ ทูลมี )
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ……………………………………..
(นางสาวบวั มี เหนือโพธทิ์ อง)
ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นหนองคายวิทยาคาร
93
แผนการจัดการเรียนรู้ 94
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง อะตอมและสมบัตขิ องธาตุ เวลาเรียน 60 ช่วั โมง
เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 11 เรอ่ื ง ธาตุกมั มนั ตรงั สี ปีการศึกษา 2565
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียน 1
ชอื่ ครผู สู้ อน นางสาวสุธาสนิ ี พเิ นตรเสถียร
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพ่มิ เตมิ เคมี)
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบตั ขิ อง
สาร แกส๊ และสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้ังการนำความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชี้วัด
ม.4/7 อธบิ ายสมบตั ิ และคำนวณครึ่งชีวติ ของไอโซโทปกมั มนั ตรังสี
สาระสำคัญ
ธาตุแต่ละชนดิ มีไอโซโทป ซ่ึงในธรรมชาตบิ างธาตุ มไี อโซโทปทแี่ ผร่ งั สีได้ เนื่องจากนวิ เคลียสไม่เสถียร
เรียกว่า ไอโซโทปกัมมันตรังสี สำหรับธาตุกัมมันตรังสีเป็นธาตุที่ทุกไอโซโทปสามารถแผ่รังสีได้ รังสีที่เกิดข้ึน
เช่น รังสีแอลฟา รังสีบีตา รังสีแกมมา โดยครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสีเป็นระยะเวลาที่ไอโซโทป
กัมมันตรังสสี ลายตัวจนเหลือครง่ึ หน่ึงของปริมาณเดิม ซ่ึงเปน็ ค่าคงท่เี ฉพาะของแต่ละไอโซโทปกมั มนั ตรังสี
ผลการเรยี นรู้
อธบิ ายสมบัติ และคำนวณครึ่งชวี ติ ของไอโซโทปกัมมันตรงั สี
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายสมบตั ขิ องไอโซโทปกมั มนั ตรังสแี ละรงั สแี อลฟา รีงสีบตี า และรงี สแี กมมาได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2. คำนวณคร่ึงชีวติ ของไอโซโทปกัมมันตรงั สีได้
ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
3. ทำงานรว่ มกับผู้อ่ืน มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเหน็ ภายในกลมุ่ ยอมรบั ฟังความ
คิดเหน็ ของผู้อน่ื และรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทที่ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
95
กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนเกี่ยวกับองค์ประกอบที่สำคัญของอะตอมที่นักเรียนเคยศึกษาไปแล้ว เช่น อะตอมจะ
ประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีโปรตอนและนิวตรอนรวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นบริเวณตรงกลางอะตอม
นวิ เคลยี สมขี นาดเลก็ มาก มมี วลมาก มีประจุไฟฟ้าบวก และมีมวลเกอื บเท่ากับมวลอะตอม โดยมอี ิเลก็ ตรอนซ่ึง
มีประจุไฟฟ้าลบ เคลื่อนที่อยู่รอบ ๆ นิวเคลียส เป็นต้น จากนั้นครูกล่าวต่อว่า ในตารางธาตุยังมีธาตุอีกกลุ่ม
หนึง่ ซงึ่ มสี มบตั แิ ตกต่างไปจากธาตุอืน่ ๆ ที่ไดศ้ กึ ษาไปแล้ว โดยธาตุกลุ่มนส้ี ามารถแผร่ ังสีแล้วกลายเปน็ อะตอม
ของธาตใุ หม่ได้ โดยเรยี กธาตใุ นกลมุ่ น้วี ่า ธาตุกมั มนั ตรงั สี ซงึ่ นกั เรียนจะไดศ้ ึกษาตอ่ ไป
2. ครูตั้งคำถามว่า นักวิทยาศาสตร์มีวิธีศึกษาหาองค์ประกอบของนิวเคลียสอย่างไร โดยให้นักเรียนแต่
ละคนชว่ ยกนั ตอบคำถาม
ข้นั สำรวจคน้ หา (Exploration)
3. ครใู ห้นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน จากนน้ั ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความหมาย
ของสารกัมมนั ตภาพรังสี ชนดิ ของรงั สีสญั ลกั ษณแ์ ละสมบตั ิของรงั สี ได้แก่ แอลฟา บตี า แกมมา หรือรงั สีอื่น ๆ
แลว้ เขยี นสรุปลงในกระดาษชารต์
ขัน้ อธิบายความรู้ (Explain)
4. ครูสุ่มนักเรยี นออกมานำเสนอผลการศึกษาท่ีนักเรียนจัดทำขน้ึ จากนนั้ อภปิ รายผลรว่ มกนั ระหว่างครู
และนักเรยี น
5. ครูนำนักเรียนอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี ธาตุกัมมันตรังสี และคุณสมบัติของ
กัมมันตภาพรังสี โดยตงั้ คำถาม ดังน้ี
1) เราทราบได้อย่างไรว่า อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา และรังสีแกมมา มีประจุไฟฟ้าบวก
ประจไุ ฟฟา้ ลบ และไม่มีประจไุ ฟฟา้ ตามลำดบั
(แนวตอบ : ทราบโดยให้รังสีผ่านสนามแม่เหล็ก แล้วสังเกตทิศการเบี่ยงเบนของอนุภาค
แอลฟาและอนุภาคบีตาเป็นทิศเดียวกับการเบี่ยงเบนไปของประจุบวกและประจุลบ ตามลำดับ ส่วนรั งสี
แกมมาไมเ่ บีย่ งเบนในสนามแมเ่ หลก็ แสดงวา่ ไมม่ ปี ระจุไฟฟ้า)
2) อนภุ าคหรอื รังสีใดมีอำนาจทะลผุ ่านสงู ทีส่ ดุ
(แนวตอบ : รังสีแกมมา)
3) อนุภาคหรอื รังสใี ดตอ้ งใช้วสั ดทุ ี่มคี วามหนาแน่นมากในการกนั้ รังสีชนิดนนั้
(แนวตอบ : รงั สแี กมมา)
4) อนุภาคหรือรังสีใดมสี มบตั ิเหมอื นอิเลก็ ตรอน
(แนวตอบ : อนุภาคบตี า)
5) อนุภาคหรือรังสีใดมีอำนาจทะลุทะลวงต่ำ กระดาษที่หนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร ก็
สามารถก้นั รงั สนี ้ไี ด้
(แนวตอบ : อนภุ าคแอลฟา)
6. ครใู ห้ความรู้เพ่มิ เติมเก่ียวกับปฏิกิรยิ าฟิชชันกบั ปฏิกิรยิ าฟวิ ชัน โดยใช้สอื่ PPT และส่อื animation
ประกอบ แลว้ อธิบาย ดังนี้
96
ปฏิกิริยาฟิชชัน เป็นปฏิกิริยาแยกตัวของนวิ เคลยี ส โดยมีนิวตรอนเป็นตัววิ่งเข้าชนนิวเคลยี สหนัก
ๆ (A > 230) ทำให้เกิดนิวเคลียสใหม่ 2 นิวเคลียส ที่มีเลขมวลปานกลางใกล้เคียงกัน และมี
นิวตรอนที่มีความเร็วสูงเกิดขึ้นประมาณ 2-3 ตัว พร้อมทั้งมีการคายพลังงานออกมาด้วย
ตัวอย่างเช่น ปฏิกิริยาการยิงนิวตรอนที่มีความเร็วพอประมาณเข้าชนนิวเคลียสของ 235 U ทำให้
92
เกิดนิวเคลียสขนาดกลาง 2 นิวเคลียส พร้อมทั้งนิวตรอนประมาณ 2-3 ตัว และพลังงานออกมา
จำนวนหน่งึ ดังสมการ
235 U + 01n → 15461Ba + 92 Kr + 301n +E
92 36
จากสมการการเกิดปฏิกิริยาฟิชชัน จะเห็นว่า ในการเกิดปฏิกิริยาทุกครั้งจะมีการปล่อยนิวตรอน
ออกมาทุกครั้ง โดยเฉลี่ยประมาณครั้งละ 2-3 นิวตรอน ซึ่งนิวตรอนเหล่านี้จะวิ่งไปชนนิวเคลียส
ของยเู รเนียมที่อยใู่ กลเ้ คยี ง ทำให้เกดิ ปฏกิ ิรยิ าอย่างเดียวกันต่อเน่อื งกัน เรียกวา่ ปฏิกิรยิ าลกู โซ่
ปฏิกริ ยิ าฟิวชัน เป็นปฏิกริ ิยาหลอมรวมตวั ของนิวเคลียส และมีพลงั งานคายออกมาดว้ ย นวิ เคลียส
ที่ใช้หลอมจะต้องเป็นนิวเคลียสขนาดเล็ก ๆ (A < 20) หลอมรวมกลายเป็นนิวเคลียสเบาที่ใหญ่
กว่าเดิม โดยต้องทำให้มีอุณหภมู ิมากเป็นล้าน ๆ องศาเซลเซียส
7. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าไอโซโทปกัมมันตรังสีสามารถแผ่รังสีได้ตลอดเวลา ซึ่งระยะเวลาในการแผ่รังสี
ของแตล่ ะไอโซโทปไม่เทา่ กนั จากนั้นใหน้ กั เรียนพิจารณารูป แลว้ ครถู ามคำถามวา่ เมื่อเวลาผา่ นไปปริมาณของ
Na-24 และ Mg-24 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร (แนวตอบ : ปริมาณของ Na-24 ลดลง และ Mg-24 เพิ่มขึ้น
แต่มวลรวมของสารเท่าเดมิ )
8. ครูถามต่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปทุก ๆ 15 ชั่วโมง ปริมาณ Na-24 เปลี่ยนแปลงอย่างไร (แนวตอบ :
ปริมาณ Na-24 จะลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม) จากนั้นครูให้ความหมายของคำว่าครึ่งชีวิต คือ
ระยะเวลาที่ไอโซโทปกัมมันตรังสีสลายตัวจนเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม ซึ่งเป็นสมบัติเฉพาะตัวของธาตุ
กัมมนั ตรังสี เช่น Na-24 มีครงึ่ ชีวติ เทา่ กับ 15 ช่ัวโมง
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)