97
9. ครูให้นักเรียนศึกษาครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสีต่าง ๆ การหาปริมาณสารที่เหลือหรือการหา
ครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสี โดยวิธีเขียนเป็นแผนภาพแสดงการลดลงครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิมตาม
ระยะเวลาทก่ี ำหนดให้ และวิธคี ำนวณโดยใชส้ ตู ร โดยครูยกตัวอยา่ งประกอบ
10. ครูยกตวั อย่างการคำนวณคร่ึงชีวิตของไอโซโทปกัมมนั ตรังสตี ่าง ๆ เช่น ปฏกิ ริ ยิ าระหว่างโซเดียมกับ
น้ำ และปฏกิ ิรยิ าการเผาไหม้
2Na(s) + 2H2O(l) 2Na+(aq) + 2OH(aq) + H2(g) + พลงั งาน
CH4(g) + 2O2(g) CO2(g) + 2H2O(g) + พลงั งาน
และปฏิกิรยิ านวิ เคลียร์เชน่ ปฏกิ ริ ิยาในโรงไฟฟ้านิวเคลยี ร์
01 + 23925 15416 + 3926 + 301 + พลงั งาน
11. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่าปฏิกิริยานิวเคลียร์แบ่งเป็น 2 ประเภท โดยกระบวนการที่นิวเคลียสของ
ไอโซโทปหนักที่ไม่เสถียรและแตกออกเป็นไอโซโทปที่เบากว่า เรียกว่า ฟิชชัน เมื่อฟิชชันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จะได้ปฏิกิริยาลูกโซ่ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูส่วนกรณีที่ไอโซโทปเบาหลอม
รวมกนั เปน็ ไอโซโทปท่มี ีมวลสงู ขึน้ เรยี กว่า ฟิวชนั พลังงานทเ่ี กดิ จากฟิชชนั และฟวิ ชันแตกตา่ งกันโดยฟิวชันให้
พลงั งานมากกว่า
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
11. ครูใหน้ ักเรียนทำใบงาน เร่ือง ธาตกุ ัมมันตรังสี
สื่อการเรียนการสอน/แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตรเ์ พิ่มเตมิ เคมี ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 1
2. Power point เรอื่ ง ธาตุกัมมนั ตรังสี
3. รูปภาพคนเก็บของเกา่ (Co-60) โรงไฟฟา้ นวิ เคลียร์ เคร่อื งเอกซเรย์ การทำ MRI
4. ใบงาน เรอ่ื ง ธาตกุ ัมมนั ตรังสี
98
การวัดผลประเมินผล
รายการประเมนิ วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านความรู้ : K - การตอบคำถาม - ถามตอบ - ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ผ่านเกณฑ์
1.1. อธบิ ายสมบัตขิ องไอโซโทป - ประเมินการ - แบบประเมนิ การ - น้อยกว่าร้อยละ 70 ไม่ผ่าน
กัมมันตรังสีและรังสีแอลฟา รีง นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน เกณฑ์
- ตรวจใบงาน - ใบงาน
สีบีตา และรีงสแี กมมาได้
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ : P - การตอบคำถาม - ใบงาน - รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ผา่ นเกณฑ์
2.1 คำนวณครึง่ ชวี ิตของ - น้อยกวา่ ร้อยละ 70 ไมผ่ ่าน
ไอโซโทปกัมมนั ตรังสีได้ เกณฑ์
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ : A - สงั เกต - แบบประเมนิ - ร้อยละ 70 ข้ึนไป ผ่านเกณฑ์
3.1 ทำงานรว่ มกับผู้อน่ื คุณลกั ษณะอันพงึ คณุ ลักษณะอันพงึ - น้อยกวา่ ร้อยละ 70 ไมผ่ ่าน
มสี ่วนร่วมในการแสดง ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เหน็ ภายในกลมุ่
ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของ
ผอู้ น่ื และรบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่ท่ี
ได้รับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................. ..........................
............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
99
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หน่วยที่ 2 อะตอมและสมบัติของธาตุ
คำชแ้ี จง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ทีผ่ เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤติกรรมการแสดงออกไวเ้ ป็น 3 คะแนน ดงั นี้
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสมำ่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว
1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยคร้ัง
สถานะผ้ปู ระเมิน ผู้สอน ผูเ้ รียน
รายการประเมนิ
ชื่อ-นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเห็น
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงชอ่ื
(................................................)
ตำแหนง่ ...................................
วนั ท.ี่ .........................................
100
บันทึกหลังสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ด้านคณุ ลักษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปญั หาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ……………………………………..ครผู สู้ อน
(………………………………………………)
วนั ท่.ี ...........เดอื น...............................พ.ศ..............
101
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้/ครูพเี่ ลย้ี ง
เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ ……………………………………..
( นางนริ ดา นันทะมชี ัย )
ความคิดเห็นของเจ้าหน้าท่ีงานจัดการเรยี นการสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
องค์ประกอบครบถว้ น องค์ประกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้/กระบวนการเรียนรเู้ หมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั กจิ กรรมเหมาะสมกับเน้ือหา/สื่อ/เวลา
ไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. การวดั /ประเมนิ ผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมนิ ตามสภาพจริง
การประเมนิ ผลควรหลากหลาย และประเมนิ ตามสภาพจริง
ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื ……………………………………..
( นางสาวอัจฉราภรณ์ ทูลมี )
ความคิดเหน็ ของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝา่ ยวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ……………………………………..
(นางสาวบัวมี เหนอื โพธ์ิทอง)
ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหนองคายวทิ ยาคาร
102
103
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอื่ ง อะตอมและสมบตั ขิ องธาตุ เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง
เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 เร่อื ง การนำธาตุไปใชป้ ระโยชนแ์ ละผลกระทบ
ปกี ารศึกษา 2565
ต่อส่งิ มชี ีวติ
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียน 1
ช่อื ครผู ู้สอน นางสาวสธุ าสนิ ี พเิ นตรเสถยี ร
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพิ่มเติมเคมี)
เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พันธะเคมแี ละสมบัตขิ อง
สาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอนิ ทรยี ์และพอลเิ มอร์ รวมท้งั การนำความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ตัวชีว้ ดั
ม.4/8 สืบคน้ ข้อมูล และยกตัวอย่างการนำธาตุมาใชป้ ระโยชน์ รวมท้ังผลกระทบต่อส่งิ มีชีวติ
และสง่ิ แวดลอ้ ม
สาระสำคัญ
สมบตั บิ างประการของธาตุแต่ละชนดิ ทำใหส้ ามารถนำธาตุไปใชป้ ระโยชน์ในดา้ นตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ ง
หลากหลาย ทั้งนก้ี ารนำธาตุไปใชต้ ้องตระหนักถึงผลกระทบที่มตี ่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสาร
กมั มนั ตรังสีซึ่งตอ้ งมีการจัดการอย่างเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
สบื คน้ ขอ้ มูล และยกตวั อยา่ งการนำธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งผลกระทบต่อส่งิ มีชวี ิตและสิง่ แวดล้อม
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. สบื ค้นข้อมูลและยกตัวอย่างการนำธาตมุ าใช้ประโยชน์ รวมทง้ั ผลกระทบต่อส่งิ มชี ีวิตและ
สิง่ แวดล้อมได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. เปรียบเทียบและประเมนิ ประโยชน์และผลกระทบตอ่ สง่ิ มชี วี ิตและสงิ่ แวดล้อมของธาตไุ ด้
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
3. ทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืน มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ
คิดเห็นของผอู้ ื่น และรับผิดชอบต่อหนา้ ท่ีที่ได้รบั มอบหมาย
104
กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครทู บทวนเกย่ี วกับธาตุและสารประกอบท่ีนกั เรยี นไดศ้ ึกษาผา่ นมาแล้ว ดังน้ี
• ธาตุ หมายถงึ สารบรสิ ุทธเ์ิ นอื้ เดยี ว มีองคป์ ระกอบเพยี งอยา่ งเดยี ว มีสมบัตเิ ฉพาะตวั และมี
จุดเดือดและจดุ หลอมเหลวคงตัว เชน่ Fe Zn Cu He Ne Ar Au เป็นต้น
• ธาตุเป็นสารชนิดเดียวที่ไม่สามารถแยกหรือสลายออกไปเป็นสารอื่นได้ แบ่งออกได้เป็น 2
กลุ่ม ตามแหล่งที่มา ได้แก่ ธาตุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และธาตุที่นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์ขึ้นใน
หอ้ งทดลอง
• ธาตุใดที่มีสมบัติส่วนใหญ่เป็นโลหะ จัดให้เป็นธาตุโลหะ และธาตุใดมีสมบัติส่วนใหญ่เป็น
อโลหะ จัดให้เป็นธาตุอโลหะ สำหรับธาตุที่ไม่สามารถจัดเป็นธาตุโลหะหรือธาตุอโลหะได้ ให้จัดธาตุนั้นไว้เป็น
ธาตกุ ง่ึ โลหะ เช่น โบรอน ซิลคิ อน พลวง เปน็ ตน้
• ธาตสุ ามารถแบ่งออกได้ 3 ชนดิ ได้แก่ โลหะ อโลหะ และก่งึ โลหะ
• สารประกอบเป็นสารบริสุทธิ์ที่เกิดจากธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป รวมตัวกันทางเคมีใน
อัตราส่วนโดยมวลคงตัว มีจุดเดือด จุดหลอมเหลวคงตัว และมีสมบัติต่างจากธาตุองค์ประกอบเดิมและไม่
สามารถแยกกลับเปน็ สารเดมิ ได้โดยงา่ ย เชน่ CO2 H2O KMnO4 HNO3 NaCl เป็นตน้
2. ครูถามคำถามว่า ธาตุและสารประกอบในธรรมชาติสามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ไดเ้ ลยหรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : เราสามารถนำธาตุหรือสารประกอบมาใช้ได้ ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น น้ำ (H2O) เป็น
สารประกอบที่ประกอบด้วยออกซิเจน 1 อะตอมและไฮโดรเจน 2 อะตอม สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้
เลย แต่ถ้าต้องการความสะอาดหรือความบริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้น จะต้องผ่านกระบวนการกรองก่อนนำไปใช้
ประโยชน)์
ขนั้ สำรวจคน้ หา (Exploration)
3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มมีนักเรียนคละความสามารถซึ่งประกอบด้วยเด็ก
เรียนเก่ง เด็กเรียนปานกลาง และเด็กเรียมอ่อน เพื่อให้นักเรียนได้ร่วมมือกันในการปฏิบัติกิจกรรมและ
ช่วยเหลอื ซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม พร้อมกับจัดห้องเรียนและจัดชัน้ เรียนแบบเป็นกลุม่ และจัดเตรียมสื่อและ
อุปกรณต์ ่าง ๆ ใหเ้ รยี บรอ้ ย
4. แต่ละกลุ่มให้ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มออกมาจับฉลาก กลุ่มละ 2 ศูนย์การเรียน เพื่อเข้าเรียนตามศนู ยก์ าร
เรยี นแตล่ ะศนู ย์ ดังน้ี
• ศนู ย์การเรยี นที่ 1 เร่อื ง ธาตุแคลเซยี ม (Ca)
• ศูนย์การเรยี นที่ 2 เรื่อง ธาตุอะลมู ิเนียม (Al)
• ศนู ย์การเรยี นที่ 3 เรอ่ื ง ธาตุซิลคิ อน (Si)
• ศนู ย์การเรียนที่ 4 เรื่อง ธาตไุ นโตรเจน (N)
• ศนู ย์การเรียนท่ี 5 เรอ่ื ง ธาตุฟอสฟอรสั (F)
• ศนู ยก์ ารเรียนท่ี 6 เรอ่ื ง ธาตุออกซเิ จน (O)
• ศนู ย์การเรียนที่ 7 เรือ่ ง ธาตุไอโอดนี (I)
105
• ศูนย์การเรยี นท่ี 8 เรื่อง ธาตุเหล็ก (Fe)
• ศูนย์การเรียนที่ 9 เรื่อง ธาตุทองแดง (Cu)
• ศูนยก์ ารเรยี นท่ี 10 เรื่อง ธาตุสงั กะสี (Zn)
• ศูนย์การเรียนท่ี 11 เรอ่ื ง ธาตุโครเมยี ม (Cr)
• ศูนยก์ ารเรยี นท่ี 12 เร่อื ง ธาตุเรเดยี ม (Ra)
5. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มเปรียบเสมือนตัวแทนจากศูนย์การเรยี นรู้ตา่ งๆ โดยแต่ละศูนย์การเรียนรู้แต่
ละศูนยจ์ ะตอ้ งสบื คน้ ในหวั ข้อทต่ี นเองได้รับ ดังนี้
(1) ธาตปุ ระจำศูนย์ของนกั เรยี นนน้ั มคี ุณสมบัติโดยรวมอยา่ งไร
(2) มีขอ้ ดี-ข้อเสียอยา่ งไร
6. ครูให้นักเรียนแต่ละศนู ย์คดั เลอื กตวั แทนกลุ่มเพ่ือออกไปยังศูนย์การเรยี นรอู้ ื่นๆเพ่ือให้ข้อมูลของศูนย์
ตนเองแก่ศูนย์อื่นๆ โดยคอยสังเกตนักเรียนอย่างใกล้ชิดในขณะที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม และคอยแก้ปัญหา
เมือ่ นักเรียนบางคน หรอื บางกลุ่มมปี ัญหา
7. เมื่อนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมในศูนย์การเรียนเสร็จแล้ว ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจาก
การปฏิบตั ิกิจกรรมจากศนู ย์การเรียนรู้ และเขยี นเป็นแผนผังมโนทัศนล์ งในกระดาษปรู๊ฟ
ขน้ั อธบิ ายความรู้ (Explain)
8. นกั เรียนร่วมกันนำเสนอและสรุปผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมจากศนู ย์การเรียน
9. ครถู ามคำถาม แล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบคำถาม เพ่ือเปน็ การอธบิ ายความร้ใู ห้กับนกั เรยี น ดงั นี้
1) ธาตุอะลูมเิ นยี มเตรยี มได้โดยวิธีใด
(แนวตอบ : แยกด้วยกระแสไฟฟ้า)
2) ในส่ิงมชี วี ิตสามารถพบธาตุแคลเซียมไดบ้ ริเวณใด
(แนวตอบ : กระดกู และฟนั )
3) ทองแดงมีความสำคัญกับรา่ งกายอยา่ งไร
(แนวตอบ : ชว่ ยในการสงั เคราะหไ์ ขมนั บางชนดิ )
4) เหล็กกลา้ เปน็ ส่วนผสมระหวา่ งเหลก็ กับธาตุใด
(แนวตอบ : ธาตคุ ารบ์ อน)
5) ทำไมจงึ นยิ มใชโ้ ครเมยี มเคลอื บผิวโลหะชนิดอนื่ ๆ
(แนวตอบ : ทนตอ่ การผุกร่อนและสารเคม)ี
6) ไอโอดนี พบได้ในบรเิ วณใดบา้ ง
(แนวตอบ : น้ำทะเล สาหร่ายทะเลบางชนิด และพบในสินแร่ในรูปสารประกอบโซเดียม
ไอโอเดต (NaIO3))
7) บริเวณใดพบไนโตรเจนมากท่สี ุด
(แนวตอบ : อากาศ)
8) ธาตชุ นดิ ใดพบอยูใ่ นรูปของแรแ่ มกนไี ทต์
(แนวตอบ : เหล็ก)
106
10. ครูอธิบายสรุปเกี่ยวกับเนื้อหา หรือเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถาม ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ
และใหค้ วามรู้เพ่มิ เตมิ ในสว่ นน้นั
ขนั้ ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
11. นักเรียนร่วมกันนำเสนอและสรุปเน้ือหาท่ีได้ศึกษาและปฏิบัติกจิ กรรมจากศูนย์การเรียนเป็นผังมโน
ทัศน์ โดยครูคอยให้คำแนะนาและรว่ มอภปิ รายเพิ่มเติม
12. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปเกี่ยวกบั ประโยชน์ของธาตุและสารประกอบบางชนิดในสิง่ มีชวี ิตและใน
สิ่งแวดลอ้ มทม่ี คี วามสำคัญต่อการดำรงชีวิต
ข้นั ตรวจสอบผล (Evaluate)
13. ตรวจสอบจากผงั มโนทัศน์
สื่อการเรียนการสอน/แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตรเ์ พิ่มเตมิ เคมี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 เล่ม 1
2. Power point เร่ือง การนำธาตไุ ปใช้ประโยชนแ์ ละผลกระทบตอ่ ส่ิงมีชวี ิต
107
การวดั ผลประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน
1. ดา้ นความรู้ : K - การตอบคำถาม - ถามตอบ - รอ้ ยละ 70 ข้นึ ไป ผ่านเกณฑ์
1.1สืบค้นข้อมูลและยกตัวอย่าง - ประเมินการ - แบบประเมินการ - น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ไมผ่ ่าน
การนำธาตุมาใช้ประโยชน์ นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน
รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต - ประเมนิ การทำ เกณฑ์
และสง่ิ แวดลอ้ มได้ กิจกรรม
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ : P - ประเมนิ การทำ -กจิ กรรมศนู ย์การ - ร้อยละ 70 ข้นึ ไป ผ่านเกณฑ์
2.1 เปรยี บเทยี บและประเมนิ กิจกรรม เรียนรู้ - น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ไม่ผา่ น
ประโยชนแ์ ละผลกระทบตอ่ เกณฑ์
สงิ่ มชี วี ิตและสง่ิ แวดล้อมของ
ธาตไุ ด้
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ : A - สังเกต - แบบประเมิน - ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผา่ นเกณฑ์
3.1 ทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื คุณลกั ษณะอันพงึ คณุ ลักษณะอันพงึ - น้อยกว่าร้อยละ 70 ไมผ่ ่าน
มสี ่วนร่วมในการแสดง ประสงค์ ประสงค์ เกณฑ์
ความคิดเหน็ ภายในกลมุ่
ยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของ
ผู้อ่นื และรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ีท่ี
ไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................. ..........................
............................................................................................................................. ................................................
.................................................................................. ...........................................................................................
108
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
หน่วยท่ี 2 อะตอมและสมบัติของธาตุ
คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องตรงกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ทผี่ เู้ รยี นแสดงออก โดย
จำแนกระดับ พฤตกิ รรมการแสดงออกไวเ้ ปน็ 3 คะแนน ดังนี้
3 คะแนน หมายถงึ ผเู้ รียนมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผูเ้ รียนมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นคร้งั คราว
1 คะแนน หมายถงึ ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยคร้งั
สถานะผู้ประเมนิ ผ้สู อน ผ้เู รยี น
รายการประเมิน
ชอ่ื -นามสกุล ความสนใจในการทำงาน
การเสนอความ ิคดเ ็หน
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน คะแนน ร้อยละ สรุปผลการ
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน รวม ประเมิน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไมผ่ า่ น
เกณฑก์ ารประเมิน ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ( 9-12 คะแนน) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-8 คะแนน)
ลงช่ือ
(................................................)
ตำแหน่ง...................................
วนั ท่.ี .........................................
109
บนั ทึกหลังสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
ดา้ นความรู้
(K) ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
(P) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ด้านคณุ ลักษณะ
(A) ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปญั หาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ แสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ……………………………………..ครผู สู้ อน
(………………………………………………)
วนั ท่ี............เดอื น...............................พ.ศ..............
110
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้/ครูพเี่ ลย้ี ง
เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ ……………………………………..
( นางนริ ดา นันทะมชี ัย )
ความคิดเหน็ ของเจ้าหน้าท่ีงานจัดการเรยี นการสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
องค์ประกอบครบถว้ น องค์ประกอบไม่ครบ คือ.........................................................
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้/กระบวนการเรียนรเู้ หมาะสม
เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั กจิ กรรมเหมาะสมกับเน้ือหา/สื่อ/เวลา
ไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. การวดั /ประเมนิ ผล
หลากหลาย เหมาะสม ประเมนิ ตามสภาพจริง
การประเมนิ ผลควรหลากหลาย และประเมนิ ตามสภาพจริง
ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื ……………………………………..
( นางสาวอัจฉราภรณ์ ทูลมี )
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนฝา่ ยวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ……………………………………..
(นางสาวบัวมี เหนอื โพธ์ิทอง)
ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหนองคายวทิ ยาคาร
111