31910-2007 รวบรวมโดย เครือ รื ข่า ข่ ยคอมพิวพิเตอร์ และความปลอดภัย นางสาวสมปรารถนา ศรีร รี มย์
ค ำน ำ เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา 31910-2007 เครือข่ายคอมพิวเตอร์และความปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนส าคัญ ส าหรับใช้ในการประกอบการเรียนการสอน ซึ่งลักษณะของเนื้อหารายวิชาท าตาม จุดประสงค์รายวิชา มาตรฐาน รายวิชา ค าอธิบายรายวิชา สมรรถนะของรายวิชา ที่ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ก าหนด ผู้รวบรวมเอกสารหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารการสอนรายวิชา 31910-2007 เครือข่ายคอมพิวเตอร์และ ความปลอดภัย จะน าผู้เรียนไปสู่ความรู้และสมรรถนะอาชีพ จนสามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้เป็นอย่างดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการสอนวิชาเครือข่ายคอมพิวเตอร์และความปลอดภัยส าหรับธุรกิจดิจิทัล เล่มนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อผู้ที่ได้ศึกษาและสามารถน าไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป ลงชื่อ…………………….…………………. (นางสาวสมปรารถนา ศรีรมย์) วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น
สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข หน่วยการเรียนรู้ ค บทที่ 1 ความหมายของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย 1 บทที่ 2 เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการเชื่อมต่อ 16 บทที่ 3 แบบจ าลองเครือข่าย OSI Model 35 บทที่ 4 สื่อกลางส่งข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 56 บทที่ 5 อุปกรณ์เครือข่าย 80 บทที่ 6 มาตรฐานเครือข่ายท้องถิ่น 98 บทที่ 7 โปรโตคอล 120 บทที่ 8 อินเตอร์เน็ตและความปลอดภัยบนเครือข่าย 138 จ
บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูล และเครือข่าย
บทที่ 1 ความร้เบู้องตื ้นเกี่ ยวกับการสื่ อสารข้อมลและเครูือข่าย เนื้อหาสาระ 1. ความหมายของการสื่อสาร 2. ความหมายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 3. รูปแบบของการสื่อสารข้อมูล 4. ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 5. ประเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 6. ลักษณะข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 7. พื้นฐานการรับส่งข้อมูลในเครอขื ่ายคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของการสื่อสารได้ 2. อธิบายความหมายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ 3. อธิบายรูปแบบของการสื่อสารข้อมูลได้ 4. อธิบายประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ 5. อธิบายลักษณะของเครือข่ายแต่ละประเภทได้ 6. อธิบายลักษณะข้อมูลในเครอขื ่ายคอมพิวเตอร์ได้ 7. อธิบายลักษณะการรับส่งข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ กิจกรรมระหว่างเรียน 1. ทําบททดสอบก่อนเรียน จํานวน 10 ข้อลงในกระดาษคําตอบ 2. ศึกษา เนื้อหา สาระ รายละเอียด ในเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารขอมู้ลและเครือข่าย 3. ทําแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 4. ตรวจสอบคําตอบแบบฝึกหัดท้ายบท 5. ทําบททดสอบหลังเรียน จํานวน 10 ข้อ ลงในกระดาษคําตอบ 6. ตรวจสอบคําตอบบททดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 7. สรุปผลคะแนนที่ได้รับในกระดาษคําตอบเพื่อทราบผลการพัฒนา
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 2 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ บททดสอบก่อนเรียน วิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารขอมู้ลและเครือข่าย คําชี้แจง ให้นกเรั ียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดลงในกระดาษคําตอบ 1. ข้อใดเป็นลักษณะของการสื่อสารข้อมูล ก. นายเอเขียนจดหมาย ข. นายบีติดประกาศ ค. นายมนคุยโทรศัพท์กับนางมี ง. นายอเนกร้องเพลง จ. นายสามานคิดวางแผนงาน 2. องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูลใดที่เป็นขอตกลงท้ ี่ผู้รับผู้ส่งต้องรู้ ก. โปรโตคอล ข. ข่าวสาร ค. สื่อกลาง ง. ผู้รับ จ. ผู้ส่ง 3. ข้อใดเป็นการสื่อสารแบบครึ่งดูเพล็กซ์ (Half Duplex) ก. นางศรีเปิดทีวี ข. นายประชาดูหนังกับเพื่อน ค. ยามพูดวิทยุสื่อสาร ง. นางสาวปูเป้คุยโทรศัพท์ จ. นายมนูญฟงวั ิทยุ 4. ข้อใดเป็นการสื่อสารข้อมลแบบฟลู ูดูเพล็กซ์ (Full Duplex) ก. นางศรีเปิดทีวี ข. นายประชาดูหนังกับเพื่อน ค. ยามพูดวิทยุสื่อสาร ง. นางสาวปูเป้คุยโทรศัพท์ จ. นายมนูญฟงวั ิทยุ 5. ข้อใดเป็นความหมายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ก. การใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน ข. การสําเนาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ให้เครื่องอื่น ๆ ค. การนําคอมพิวเตอร์มาติดตั้งเป็นเครื่องแม่ข่าย ง. การอุปกรณ์อื่นๆ มาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ จ. การนําคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 3 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 6. การส่งข้อมูลแบบขนาน (Parallel) มีลักษณะอย่างไร ก. มีลําดับการส่งข้อมูลก่อนและหลัง ข. ช่องทางในการส่งข้อมูล 1 ช่องครั้งละ 1 บิต ค. .ใช้สายในการส่งข้อมูลเพียงเส้นเดียว ง. ส่งข้อมูลที่มระยะทางไกล ี จ. การส่งข้อมลไปยูังอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น พริ๊นเตอร์ 7. เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น (LAN) มีลักษณะอย่างไร ก. เป็นเครือข่ายที่ติดต่อระหว่างจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ข. เป็นเครือข่ายที่มีบริเวณใกล้กันระหว่างห้องหรือระหว่างอาคารในหน่วยงานเดียวกัน ค. การติดต่อสื่อสารเครือข่ายแบบท้องถิ่นต้องอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ง. สามารถเข้าถึงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านไปยังคอมพิวเตอร์ที่ทํางานได้ จ. สามารถรับส่งข้อมูลได้กันได้ทั่วโลก 8. การส่งข้อมูลแบบอนุกรม (Serial) มีลักษณะอย่างไร ก. ใช้สายในการส่งข้อมูลจํานวนมาก ข. ความเร็วในการส่งข้อมูลสงู ค. นิยมส่งข้อมลระยะไกลู ง. ช่องทางการส่งข้อมูล 1 ช่องครั้งละ 1 บิต จ. การส่งข้อมลไปยูังอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น พริ๊นเตอร์ 9. ประโยชน์ของเครือข่ายในข้อใดที่สามารถประหยัดเนื้อที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ก. การแลกเปลี่ยนข้อมูล ข. การสื่อสารสะดวก ค. การใช้โปรแกรมร่วมกัน ง. การแชร์อุปกรณ์ร่วมกัน จ. การเรียกใชข้้อมูลจากที่อนื่ๆ 10. การประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงคือประโยชน์ของเครือข่ายข้อใด ก. การแลกเปลี่ยนข้อมูล ข. การสื่อสารสะดวก ค. การใช้โปรแกรมร่วมกัน ง. การแชร์อุปกรณ์ร่วมกัน จ. การเรียกใชข้้อมูลจากที่อนื่ๆ
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 4 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ การสื่อสารเป็นหัวใจสําคญในการก ั ่อใหเก้ ิดกิจกรรมหลายอย่างตามมา ก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ การสื่อสารข้อมูลเป็นการนําข้อมูลที่ ต้องการไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งทั้งด้านผู้รับและผู้ส่งจะต้องมีข้อมูลทั้ง สองด้านที่ถูกต้องตรงกัน พร้อมทั้งอาศัยสิ่งนําพาข้อมูลไปยังปลายทาง เรียกว่า สื่อ ทงสั้ื่อเป็นสายละสื่อไร้สาย 1. ความหมายของการสอสารขื่อมู้ล การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) หมายถึง การนําข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง มีองค์ประกอบคือ ผู้ส่ง ผู้รับ ตัวกลางในการส่งข้อมูล ข่าวสาร และวิธีการหรือกฎระเบียบของการ ติดต่อสื่อสารที่เรียกว่าโปรโตคอล (Protocol) ภาพที่ 1-1 องค์ประกอบของการสื่อสาร องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล 1.1 ข้อมลู (Message) หมายถึง ข่าวสารที่ต้องการส่งไปยังปลายทาง ซึ่งอาจเป็นลักษณะ ของ ข้อความ รูปภาพ วีดิโอ หรือ สื่อผสม (Multimedia) 1.2 ผู้สง่ (Sender) หรือ แหล่งกําเนิดข่าวสาร (Source) เป็นอุปกรณท์ ี่ใช้ในการส่งขาวสาร่ (Message) เป็นต้นทางของการสื่อสารข้อมลมูีหน้าที่เตรียมสร้างข้อมูล เช่น ผู้พูด โทรทัศน์กล้อง วิดีโอ เป็นต้น 1.3 ผู้รับ (Receiver) เป็นปลายทางการสื่อสาร มีหน้าทรี่ับข้อมูลทสี่่งมาให้เช่น ผู้ฟัง เครื่องรับโทรทัศน์เครื่องพิมพ์เป็นต้น 1.4 สื่อกลาง (Medium) หรือตัวกลาง เป็นเส้นทางการสื่อสารเพื่อนําข้อมูลจากต้นทางไป ยังปลายทาง สื่อส่งข้อมูลอาจเป็นสายคู่บิดเกลียว สายโคแอกเชียล สายใยแก้วนําแสง หรือคลื่นที่ ส่งผ่านทางอากาศ เช่น เลเซอร์คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุภาคพื้นดิน หรือคลื่นวิทยุผ่านดาวเทียม 1.5 โปรโตคอล (Protocol) คือ วิธีการหรือกฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อใหผู้้รับ และผู้ส่งสามารถเข้าใจกันหรอคืุยกันรู้เรื่อง โดยทั้งสองฝั่งทั้งผู้รับและผสู้งได่ ้ตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้า
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 5 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ แล้ว ในคอมพวเตอริ ์โปรโตคอลอยู่ในส่วนของซอฟต์แวร์ที่มีหน้าที่ทําให้การดําเนินงาน ในการสื่อสาร ข้อมูลเป็นไปตามโปรแกรมทกี่ําหนดไว้ 2. ความหมายของเครอขืายคอมพ่วเตอริ ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) คือ การนําคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสอง เครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง เช่น สายส่งข้อมูลหรือคลื่นอากาศ ที่สามารถสื่อสารข้อมูลกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทําใหผู้้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได ้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเครือข่ายร่วมกันได้เช่น เครื่องพิมพ์สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิสก์เป็นต้น การใช้ทรัพยากรเหล่านี้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้มาก อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็น เครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลก จึงทําให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ได้กับคนทั่วโลก โดยใช้แอพพลิเคชั่น เช่น เว็บ อีเมล์เป็นต้น 3. รูปแบบของการสอสารขื่อมู้ล ในการส่งสัญญาณข้อมูล หากแบ่งตามทิศทางการส่งข้อมูล สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท 3.1 แบบซิมเพล็กซ์ (Simplex) เป็นการส่งข้อมูลออกในทิศทางเดียว เช่น สัญณาณวิทยุ สัญญาณโทรทศนั ์ ภาพ 1-2 การส่งสัญญาณแบบซิมเพล็กซ์ 3.2 แบบครงดึู่เพล็กซ์ (Half Duplex) เป็นการส่งสัญณาณข้อมูลที่สามารถโต้ตอบกันได้ แต่ในเวลาที่ต่างกัน เช่น วิทยุสื่อสาร เป็นต้น ภาพ 1-3 การส่งสัญญาณแบบครึ่งดูเพล็กซ์
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 6 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 3.3 แบบฟลูดเพลู็กซ์ (Full Duplex) เป็นการสื่อสารที่สามารถส่งได้สองทิศทางในเวลา เดียวกัน หรือการสื่อสารวิ่งสวนทางกัน เช่น การพูดคุยโทรศัพท์เป็นต้น ภาพ 1-4 การส่งสัญญาณแบบฟลูดูเพล็กซ์ 4. ประโยชน์ของเครอขืายคอมพ่วเตอริ ์การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จนเป็นเครือข่าย ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้ 4.1 การแลกเปลี่ยนข้อมูลทาได ํ ้ง่าย โดยผู้ใชในเคร ้ ือข่ายสามารถที่จะดึงข้อมูลจากส่วนกลาง หรือข้อมูลจากผู้ใช้คนอื่นมา ใช้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหมือนกับการดึงข้อมูลมาใช้จากเครื่องของตนเอง และนอกจากดึง ไฟล์ข้อมูลมาใช้แล้ว ยังสามารถคัดลอกไฟลไปให ์ ้ผู้อื่นได้อีกด้วย 4.2 ใช้ทรพยากรรั ่วมกันได้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายนั้น ถือว่าเป็นทรัพยากรส่วนกลางที่ผใชู้ ้ใน เครือข่าย ทุกคนสามารถใช้ได้โดยการสั่งงานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองผ่านเครือข่ายไปยัง อุปกรณ์นั้น เช่น การติดตั้งเครื่องพิมพ์ส่วนกลางในเครือข่าย ซึ่งทําให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย 4.3 ใช้โปรแกรมร่วมกัน ผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถที่จะเรียกใช้โปรแกรมจากเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง เช่น โปรแกรม Word, Excel, Power Point ได้โดยไม่จําเป็นจะต้องจัดซื้อโปรแกรม สําหรับคอมพิวเตอร์ ทุกเครื่อง เป็นการประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อ และยังประหยัดเนื้อที่ในหน่วยความจําด้วย 4.4 ทํางานประสานกันเปนอย็ ่างดี เมื่อมีการนําเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อเป็นระบบเครือข่าย หน่วยงานสามารถกระจาย งานต่าง ๆ ใหก้ับหลาย ๆ เครื่อง แล้วทํางานประสานกัน เช่น การใช้เครือข่ายในการจัดการระบบงาน ขาย โดยให้เครื่องหนึ่งทําหน้าที่จัดการการเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า อีกเครื่องหนึ่งจัดการกับระบบ สินค้าคงคลัง เป็นต้น 4.5 ติดต่อสื่อสารสะดวก รวดเร็ว เครือข่ายนับว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ได้เป็นอย่างดีผู้ใชสามารถแลกเปล ้ ี่ยน ข้อมูล กับเพื่อนร่วมงานที่อยู่คนละที่ได้อยางสะดวก่และรวดเร็ว 4.6 เรียกข้อมลจากทูี่อื่นๆ ได้ เครือข่ายในปัจจุบันมักจะมีการติดตั้งคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเป็นแม่ข่าย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถ เข้าใช้เครือข่ายจากระยะไกล เช่น จากที่บ้านหรือที่ต่างๆ ไปยังเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายได้
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 7 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 5. ประเภทของเครอขืายคอมพ่วเตอริ ์ ประเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งตามลักษณะทางภูมิศาสตร์สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ 5.1 เครือข่ายระดับท้องถนิ่ (Local Area Network : LAN) เครือข่ายท้องถิ่น หรือทมี่ักเรียกว่าเครือข่ายแลน เปนเคร็ ือข่ายที่มบรี ิเวณในการ เชื่อมต่อขนาดเล็กที่สุด เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป จํากัดบริเวณในการเชื่อมต่อ อาทิ ห้องเดียวกัน อาคารเดียวกัน หรือ สถานที่เดียวกัน ภาพ 1-5 เครอขื ่ายระดับท้องถิ่น 5.2 เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network : MAN) เครือข่ายระดับเมืองหรือเครือข่ายแมน เป็นการเชื่อมโยงระหว่างเมือง ซึ่งครอบคลมุ บริเวณที่กว้างกว่าเครือข่ายท้องถิ่น เช่น การเชื่อมต่อสํานักงานสาขาต่างๆ ที่อยู่ในเมองหรื ือจังหวัด เดียวกัน ภาพ 1-6 เครอขื ่ายระดับเมือง
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 8 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 5.3 เครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network : WAN) เป็นเครือข่ายที่ครอบคลมบรุิเวณกว้าง เชื่อมโยงระหว่างประเทศหรือระหว่างประเทศ หรือนําเครือข่ายระดับท้องถิ่นตั้งแต่สองเครือข่ายขึ้นไปมาเชื่อมต่อกัน ด้วยความที่มีการเชื่อมโยงระ ไกลจึงมีการใชเทคโนโลย ้ ีการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น สายโทรศัพท์สายเคเบิลใต้น้ํา รวมถึง การ สื่อสารผ่านดาวเทียม ภาพ 1-7 เครอขื ่ายประเทศ 6. ลกษณะขัอมู้ลทใชี่ ในระบบคอมพ ้วเตอริ ์ ข้อมูลหรือข่าวสารโดยทั่วไปแล้วในเบื้องต้นส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบที่มนุษย์เข้าใจได้ในทันที เช่น ตัวอักษร ตัวเลข เสียง และภาพต่าง ๆ ซึ่งข่าวสารเหล่านี้จะอยู่ในรูปแบบแอนาลอก (analog) แต่เมื่อต้องการนําข้อมูลหรือข่าวสารเหล่านี้มาใช้กับคอมพิวเตอร์จะต้องเปลี่ยนข้อมูล หรือข่าวสาร เหล่านี้ให้อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์เข้าใจได้เสียก่อน ซึ่งคอมพิวเตอร์จะรับรู้ข่าวสารที่เป็นแบบ ดิจิทัล (digital) เท่านั้น นั่นคือการเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนข่าวสารแบบอนาลอกให้เป็นข่าวสารแบบ ดิจิตอลนั่นเอง ข้อความหรือข่าวสารต่าง ๆ ที่มนุษย์มองเหนและเข็ ้าใจได้เมื่อป้อนเข้าสู่คอมพิวเตอร์โดย พิมพ์เข้าทางแป้นพิมพ์ตัวอักษรที่พิมพ์เข้าไปจะต้องมีการเข้ารหัสโดยผานต่ ัวเข้ารหัส (Encoder) ให้ อยู่ในรูปของสัญญาณทสามารถสี่่งสัญญาณต่อไปได้เมื่อสัญญาณถูกส่งไปยังเครื่องรับ จากนั้น เครื่องรับก็จะตีความสัญญาณที่ส่งมาและผ่านตัวถอดรหัส (Decodes) ให้กลับมาอยู่ในรูปแบบที่ มนุษย์สามารถเข้าใจได้หรืออยู่ในรูปแบบทใชี่้สําหรับเก็บในคอมพิวเตอร์ก็ได้อีกครั้งหนึ่ง คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ดงนั ั้นลักษณะขอมู้ลจึงเป็นลักษณะของกระแสไฟฟ้า เปิด-ปิด หรือลักษณะดิจิตอลซึ่งมีหน่วยข้อมลทูี่เล็กทสีุ่ดคือ “บิต” ข้อมลทูี่เป็นบิต มีสถานะที่เป็นไป ได้ 2 สถานะคือ บิตเปิด ซึ่งแทนด้วย 1 และ บิตปิด ซึ่งแทนด้วย 0
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 9 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 7. พนฐานการร้ืบสั ่งขอมู้ลในเครอขืายคอมพ่วเตอริ ์ การเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีการรับส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ 2 เครองื่ พื้นฐานของการเชื่อมโยงระหว่าง 2 ตําแหน่ง มีอุปกรณ์ 2 ชุด สถานีต้นทางหรือเครื่องส่ง ข้อมูลจะถูก ส่งออกไปยังสถานีปลายทางหรือเครื่องรับ มีลักษณะการส่งข้อมูล 2 แบบ คือ 7.1 การส่งข้อมูลแบบอนุกรม (Serial) แตละบ่ ิตของข้อมูลถูกส่งไปในชองทางการส่ ื่อสาร 1 ช่องและครั้งละ 1 บิต เรียงลําดับกันไป ความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อย จึงสามารถส่งข้อมลไปไดู้ในระยะ ทางไกลๆ และลําดับการรับข้อมูลจะตรงกับลําดับการส่ง ค่าใช้จ่ายในการส่งข้อมูลจะราคาถูกกว่า แบบขนาน เพราะใช้ช่องทางการสื่อสารเพียงช่องเดียว 7.2 การส่งข้อมูลแบบขนาน (Parallel Data) ทุกบิตของข้อมูลจะถูกแบบส่งตามช่องทาง การสื่อสารในเวลาเดียวกัน การส่งข้อมูลแบบขนานต้องใช้สายนําข้อมูลจานวนมากํ และยังต้องมี ความเร็วในการส่งสูงกว่าด้วยเพราะทุกบิตส่งข้อมูลในเวลาเดียวกัน มีผลทําให้การใช้งานการส่งข้อมูล แบบขนานเหมาะสําหรับเครื่องรับติดตั้งใกล้เครื่องส่ง
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 10 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ สรุป - การสื่อสารขอมู้ล (Data Communication) หมายถึง การนําข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังจุด หนึ่ง มีองค์ประกอบคือ ผู้ส่ง ผู้รับ ตัวกลางในการส่งข้อมูล ข่าวสาร และโปรโตคอล (Protocol) - เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) คือ การนําคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสอง เครื่อง เชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง - ประเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งตามลักษณะภูมศาสตริ ์ออกเป็น 3 แบบคือ เครือข่ายระดับท้องถิ่น เครือข่ายระดับเมืองและเครือข่ายระดับประเทศ - ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีดังนี้คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทาไดํ ้ง่าย สามารถใช้ ทรัพยากรร่วมกันได้สามารถใช้โปรแกรมร่วมกัน สามารถทํางานประสานกันเป็นอย่างดีติดต่อสื่อสาร สะดวกรวดเร็ว และเรียกข้อมลจากทูี่อื่นๆ ได้ - รูปแบบการสอสารขื่้อมูลม 3 ีแบบคือ แบบซิมเพล็กซ์ครึ่งดูเพล็กซ์และฟลูดูเพล็กซ์ - รูปแบบของการรับส่งข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์มี 2 ลักษณะคือแบบอนุกรมและแบบ ขนาน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีประโยชนต์ ่อเราจริง ๆ
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 11 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ แบบฝึกหัด วิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารขอมู้ลและเครือข่าย ชื่อ....................................................................................ชั้น......................................................... 1. ความหมายของการสื่อสารคือ............................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. ความหมายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์คือ ......................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. จงอธิบายองค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูลมาเป็นข้อ ๆ ................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 4. จงอธิบายรูปแบบของการส่งสัญญาณข้อมูล ...................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 5. จงอธิบายประเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยแบ่งตามลักษณะภูมศาสตริ ์.................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 12 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 6. จงบอกประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 7. จงอธิบายข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์มาพอเข้าใจ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 8. จงอธิบายความแตกต่างระหว่างการส่งข้อมูลแบบอนุกรมและแบบขนาน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 13 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ บททดสอบหลงเรั ียน วิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารขอมู้ลและเครือข่าย คําชี้แจง ให้นกเรั ียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดลงในกระดาษคําตอบ 1. ข้อใดเป็นลักษณะของการสื่อสารข้อมูล ก. นายบีติดประกาศ ข. นายมนคุยโทรศัพท์กับนางมี ค. นายสามานคิดวางแผนงาน ง. นายอเนกร้องเพลง จ. นายเอเขียนจดหมาย 2. องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูลใดที่เปนข็ ้อตกลงที่ผู้รับผู้ส่งต้องรู้ ก. สื่อกลาง ข. ข่าวสาร ค. โปรโตคอล ง. ผู้ส่ง จ. ผู้รับ 3. ข้อใดเป็นการสื่อสารแบบครึ่งดูเพล็กซ์ (Half Duplex) ก. นายประชาดูหนังกับเพื่อน ข. นางศรีเปิดทีวี ค. นางสาวปูเป้คุยโทรศัพท์ ง. ยามพูดวิทยุสื่อสาร จ. นายมนูญฟงวั ิทยุ 4. ข้อใดเป็นการสื่อสารข้อมลแบบฟลู ูดูเพล็กซ์ (Full Duplex) ก. นายประชาดูหนังกับเพื่อน ข. นางศรีเปิดทีวี ค. นางสาวปูเป้คุยโทรศัพท์ ง. ยามพูดวิทยุสื่อสาร จ. นายมนูญฟงวั ิทยุ 5. ข้อใดเป็นความหมายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ก. การนําคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป ข. การใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน ค. การนําคอมพิวเตอร์มาติดตั้งเป็นเครื่องแมข่ ่าย ง. การอุปกรณ์อื่นๆ มาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ จ. การสําเนาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ให้เครื่องอื่น ๆ
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 14 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 6. การส่งข้อมูลแบบขนาน (Parallel) มีลักษณะอย่างไร ก. การส่งข้อมลไปยูังอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น พริ๊นเตอร์ ข. ช่องทางในการส่งข้อมูล 1 ช่องครั้งละ 1 บิต ค. .ส่งข้อมูลทมี่ีระยะทางไกล ง. ใช้สายในการส่งข้อมูลเพียงเส้นเดียว จ. มีลําดับการส่งข้อมูลก่อนและหลัง 7. เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น (LAN) มีลักษณะอย่างไร ก. การติดต่อสื่อสารเครือข่ายแบบท้องถิ่นต้องอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ข. เป็นเครือข่ายที่มีบริเวณใกล้กันระหว่างห้องหรือระหว่างอาคารในหน่วยงานเดียวกัน ค. เป็นเครือข่ายที่ติดต่อระหว่างจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ง. สามารถรับส่งข้อมูลได้กันได้ทั่วโลก จ. สามารถเข้าถึงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านไปยังคอมพิวเตอร์ที่ทํางานได้ 8. การส่งข้อมูลแบบอนุกรม (Serial) มีลักษณะอย่างไร ก. ใช้สายในการส่งข้อมูลจํานวนมาก ข. นิยมส่งข้อมลระยะไกลู ค. ช่องทางการส่งข้อมูล 1 ชองคร่ ั้งละ 1 บติ ง. ความเร็วในการส่งข้อมูลสงู จ. การส่งข้อมลไปยูังอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น พริ๊นเตอร์ 9. ประโยชน์ของเครือข่ายในข้อใดที่สามารถประหยัดเนื้อที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ก. การสื่อสารสะดวก ข. การแลกเปลี่ยนข้อมลู ค. การแชร์อุปกรณ์ร่วมกัน ง. การใช้โปรแกรมร่วมกัน จ. การเรียกใชข้้อมูลจากที่อนื่ๆ 10. การประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงคือประโยชน์ของเครือข่ายข้อใด ก. การแชร์อุปกรณ์ร่วมกัน ข. การสื่อสารสะดวก ค. การใช้โปรแกรมร่วมกัน ง. การแลกเปลี่ยนข้อมูล จ. การเรียกใชข้้อมูลจากที่อนื่ๆ
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย หน้า 15 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารขอมู้ลและเครือข่าย ชื่อ..................................................................................เลขที่......................................ชั้น................... แบบทดสอบกอนเร่ ียน แบบทดสอบหลังเรียน ข้อ ก ข ค ง จ ข้อ ก ข ค ง จ 1 1 2 2 3 3 4 4 5 5 6 6 7 7 8 8 9 9 10 10 ประเมนผลิก่อนเรียน หลังเรียน รวม แบบฝึกหัด รวม เต็ม ได้ กระดาษคาตอบํ สรปผลการเรุียน
บทที่ 2 ระบบเครือข่ายท้องถิ่นและการเชื่อมต่อ
บทที่ 2 เครือข่ายท้องถิ่ นและรปแบบการเชูื่ อมต่อ เนื้อหาสาระ 1. ลักษณะของเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Netwok : LAN) 2. ประโยชน์ของเครือข่ายท้องถิ่น 3. รูปแบบการเชื่อมต่อของเครือข่ายท้องถิ่น 4. ลักษณะการใหบร้ ิการของเครือข่ายท้องถิ่น 5. องค์ประกอบของเครือข่ายท้องถิ่น จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของเครือข่ายท้องถิ่นได้ 2. บอกประโยชน์ของเครือข่ายท้องถิ่นได้ 3. อธิบายลักษณะการเชื่อมต่อเครือข่ายแต่ละรูปแบบได้ 4. จําแนกรูปแบบการเชื่อมต่อของเครือข่ายท้องถิ่นได้ 5. บอกข้อดีข้อเสียของการเชื่อมต่อเครือข่ายแต่ละแบบได้ 6. บอกองค์ประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นได้ 7. อธิบายหน้าที่ขององค์ประกอบเครือข่ายท้องถิ่นแต่ละส่วนได้ กิจกรรมระหว่างเรียน 1. ทําบททดสอบก่อนเรียน จํานวน 10 ข้อลงในกระดาษคําตอบ 2. ศึกษา เนื้อหา สาระ รายละเอียด ในเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เครือข่ายท้องถิ่นและรปแบบการเชูื่อมต่อ 3. ทําแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 4. ตรวจสอบคําตอบแบบฝึกหัดท้ายบท 5. ทําบททดสอบหลังเรียน จํานวน 10 ข้อ ลงในกระดาษคําตอบ 6. ตรวจสอบคําตอบบททดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 7. สรุปผลคะแนนที่ได้รับในกระดาษคําตอบเพื่อทราบผลการพัฒนา
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 17 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ บททดสอบก่อนเรียน วิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เรื่อง เครือขายท่ ้องถิ่นและรปแบบการเชูื่อมต่อ คําชี้แจง ให้นกเรั ียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดลงในกระดาษคําตอบ 1. เครือข่ายท้องถิ่นมีลักษณะอย่างไร ก. เป็นการติดต่อระหว่างจังหวัด ข. ติดต่อในองค์กรของแต่ละจังหวัด ค. ติดต่อภายในองค์กรเดียวกัน ง. สามารถส่งขอมู้ลได้ทั่วโลก จ. การติดต่อสื่อสารต้องผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 2. ข้อใดเป็นประโยชน์ของเครือข่ายท้องถิ่น ก. ประหยัดค่าบริการอินเทอร์เน็ต ข. ช่วยให้สื่อสารกันได้ทั่วโลก ค. ส่งข้อมูลไดรวดเร้ ็ว ง. แบ่งปันทรัพยากรในองค์กร จ. มีความถูกตองของข้ ้อมูล 3. รูปแบบการเชื่อมต่อแบบใดสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ก. โทโปโลยีแบบบัส ข. โทโปโลยีแบบดาว ค. โทโปโลยีแบบวงแหวน ง. โทโปโลยีแบบตาข่าย จ. โทโปโลยีแบบผสม 4. โทโปโลยีใดที่โหนดแต่ละโหนดเป็นอุปกรณ์ทวนสัญญาณไปในตัว ก. โทโปโลยีแบบบัส ข. โทโปโลยีแบบดาว ค. โทโปโลยีแบบวงแหวน ง. โทโปโลยีแบบตาข่าย จ. โทโปโลยีแบบผสม 5. โทโปโลยีใดที่ใช้อุปกรณ์ฮับในการรวมสายสัญญาณ ก. โทโปโลยีแบบบัส ข. โทโปโลยีแบบดาว ค. โทโปโลยีแบบวงแหวน ง. โทโปโลยีแบบตาข่าย จ. โทโปโลยีแบบผสม
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 18 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 6. โทโปโลยีแบบตาข่ายมีลักษณะแบบใด ก. ใช้สายการสื่อสารเพียงเส้นเดียว ข. แต่ละโหนดเป็นเหมือนอุปกรณ์ทวนสัญญาณ ค. ใช้สายการสื่อสารมาก ง. มีอุปกรณ์ในการรวมสัญญาณ จ. ส่งข้อมูลทศทางเดิ ียว 7. การให้บริการแบบจุดต่อจุด (Peer to Peer) มีลักษณะอย่างไร ก. คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องมีสทธิ ิเป็นทั้งแต่ข่ายและลูกข่าย ข. การเข้าถึงข้อมูลทําได้ยาก ค. ต้องมีผู้ดูแลระบบคอยดูแล ง. มีระบบความปลอดภัยสูง จ. มีการกําหนดสิทธิของผู้ใช้งาน 8. การให้บริการแบบลูกข่าย/แม่ข่าย (Client/Server) มลีักษณะอย่างไร ก. เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ข. ทุกเครื่องมสีิทธิเท่าเทียมกัน ค. ระบบความปลอดภัยต่ํา ง. ลงทุนต่ํา จ. มีการกําหนดสิทธิของผู้ใช้ 9. ส่วนประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นในข้อใดใช้ในการนําพาสัญญาณจากต้นทางไปปลายทาง ก. เครื่องแม่ข่าย ข. เครื่องลูกข่าย ค. สายเคเบิล ง. ฮับ จ. การ์ดเครือข่าย 10. ส่วนประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นในข้อใดที่เป็นอุปกรณ์รวมสายสญญาณั ก. เครื่องแม่ข่าย ข. เครื่องลูกข่าย ค. สายเคเบิล ง. ฮับ จ. การ์ดเครือข่าย
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 19 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ เครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network) เป็นระบบเครือข่ายที่ให้บริการ เฉพาะที่ใดที่หนึ่งหรือภายในองค์กร การเชื่อมต่อจะมีรูปแบบหลายรูปแบบ อาทิการเชื่อมต่อแบบบัส แบบดาว แบบวงแหวน และแบบตาข่าย ซึ่งหาก มองจากการเชื่อมต่อเพื่อให้บริการแล้วจะมี 2 ลักษณะคือ แบบจุดต่อจุด และแบบลูกข่าย/แม่ข่าย 1. ลกษณะของเครัอขืายท่ ้องถนิ่ (Local Area Netwok : LAN) เครือข่ายท้องถิ่น หรือ เครือข่ายแลน เป็นเครือข่ายที่แบ่งตามลักษณะภูมิศาสตร์และมขนาดี เล็กที่สุด จํากดเฉพาะบรั ิเวณใดบริเวณหนึ่ง หรือเป็นลักษณะเครือข่ายแบบส่วนตัว (Private Netwok) ในองค์การหากต้องการใช้งานเครือข่าย ทําการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกันเป็น เครือข่ายในระยะใกล้ๆ ซึ่งช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร ภาพที่ 2-1 ระบบเครือข่ายท้องถิ่น 2. ประโยชน์ของเครอขืายท่ ้องถนิ่การเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่น ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรมากมาย คือ 2.1. สามารถแบ่งเบาการประมวลผลไปยังเครื่องต่าง ๆ เฉลยกี่ันไป 2.2 สามารถแบ่งปันอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องพิมพ์ฮาร์ดดิสต์และอุปกรณ์อื่น ๆ 2.3 แบ่งปันการใช้งานซอฟต์แวร์และข้อมลสารสนเทศตู่าง ๆ รวมทั้งสามารถจัดเก็บข้อมูล ไว้เพียงที่เดียว 2.4 สามารถวางแผนหรือทํางานร่วมกันได้แม้ว่าไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน 2.5 สามารถใชในการต ้ ิดต่อกันได้แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน 2.6 ช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในองค์การ
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 20 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 3. รูปแบบการเชอมตื่่อเครอขืายท่ ้องถนิ่ (Topology) เครือข่ายท้องถิ่นสามารถเชื่อมต่อเป็นรูปแบบเครือข่ายหรือโทโปโลยี (Topology) ระหว่าง เครื่องต่อเครื่องเป็นลักษณะทางกายภาพ 4 รูปแบบ ด้วยกันดังนี้ 3.1 โทโปโลยแบบบี ัส (Bus Topology) เป็นโทโปโลยีที่ประกอบด้วยสายเคเบิ้ลเพียงเส้นเดียวที่เป็นเส้นหลักเป็นลักษณะคล้ายกระดูก สันหลัง (Backbone) โดยเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องหรือโหนด (node) จะต้องเชื่อมต่อกับสาย เส้นนี้ ภาพที่ 2-2 การเชื่อมต่อแบบบัส ข้อดีและข้อเสยของโทโปโลย ี ีแบบบัส ข้อดี 1. มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนติดตั้งง่าย 2. เพิ่มจํานวนโหนดได้ง่าย สามารถเชื่อมเข้ากับเส้นกลักได้ทันที 3. ประหยัดสายการสื่อสารเนื่องจากใช้สายเคเบิ้ลหลักเพียงอย่างเดียว ข้อเสีย 1. หากสายสื่อสารหลักเสียหายหรือขาด เครือข่ายจะหยุดชะงักทันที 2. กรณีที่เกิดการผิดพลาดบนเครือข่ายจะหาจุดผิดพลาดได้ยาก เนื่องจากทุก อุปกรณ์ต่างเชื่อมต่อบนสายสื่อสารหลัก 3. แต่ละโหนดบนเครือข่ายจะต้องห่างกันตามข้อกําหนด 3.2 โทโปโลยแบบดาวี (Star Topology) โทโปโลยีแบบดาวนั้นมีจุดเริ่มต้นจากการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องเทอร์มินัลกับเครื่อง คอมพิวเตอร์เมนเฟรม โดยเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมจะทําหน้าที่เป็นศูนย์กลาง และเทอร์มินัลทุก เครื่องจะเชื่อมต่อเข้ากับเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบัน อุปกรณ์ที่นิยมนํามาใช้เป็นศูนย์กลางควบคุมการสื่อสารทงหมดคั้ือ ฮบั (Hub) โดยทุกโหนดบนเครือข่ายจะเชื่อมโยงสายสื่อสารผ่านฮับทั้งสิ้น ซึ่งฮับจะทําหน้าที่รับขอมูลจากผู้ส่ง เพื่อส่งไปยังปลายทางที่ต้องการ การนําฮับมาใช้เป็นศูนย์กลางรับส่งขอมูลทําให้ระบบนั้นเกิดความคงทนต่อความเสียหายเมื่อ เทียบกับระบบบัส คือหากมีสายการสื่อสารที่ต่อกับฮับเส้นใดเส้นหนึ่งเกิดความเสียหายก็จะมีผล
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 21 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ เฉพาะเครื่องที่เชื่อมต่อกับสายการสื่อสารนั้นไม่ทําให้เกิดความเสียหายกับเครื่องอื่น ๆ แต่หากตัวฮับ เกิดความเสียหายจึงจะเกิดความเสียหายกับเครื่องที่ทําการเชื่อมต่อกับฮับทั้งหมด ภาพที่ 2-3 การเชื่อมต่อแบบดาว ข้อดีและข้อเสยของโทโปโลย ี ีแบบดาว ข้อดี 1. มีความคงทนสูงคือหากสายเคเบิลบางโหนดหลุดหรือขาด จะส่งผลกระทบเพียง โหนดนั้นและจะไม่ส่งกระทบต่อระบบโดยรวม 2. เนื่องจากมีจุดศูนย์กลางควบคุมอยู่ที่ฮับ ทําให้การจัดการดูแลง่ายและสะดวก ข้อเสีย 1. สิ้นเปลืองสายเคเบิล เนื่องจากต้องใช้จํานวนสายเท่ากับจํานวนเครื่องที่เชื่อมต่อ 2. หากฮับชํารุดเสียหายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกับฮับจะใช้งานไม่ได้ทั้งหมด 3.3 โทโปโลยแบบวงแหวนี (Ring Topology) การเชื่อมต่อแบบวงแหวน เป็นการเชื่อมต่อสายสัญญานผ่านสายเคเบิลจากโหนดหนึ่งไปยัง อีกโหนดหนึ่งต่อกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโหนดแรกและโหนดสุดท้ายเชื่อมต่อถึงกันเป็นลักษณะ วงกลมหรือวงแหวน โหนดแต่ละโหนดจะมีการเชื่อมต่อกันแบบจุดต่อจุด สัญญาณในการส่งข้อมูลจะส่งในทิศทาง เดียวกันภายในวงแหวน โดยจะส่งต่อกันจากโหนดหนึ่งไปยังอีกโหนดหนึ่งเป็นทอด ๆ และแต่ละโหนด ในวงแหวนจะทําหน้าที่คล้ายเครื่องทวนสัญญาณไปในตัว โดยหากเครื่องใดได้รับสัญญาณก็จะทวน สัญญาณส่งทอดไปยังโหนดต่อไปเรื่อย ๆ หากถึงเครื่องปลายทางที่รับข้อมูลก็จะทําการคัดลอกข้อมูล เก็บไว้และส่งข้อมูลผ่านวงแหวนจนกระทั่งกลับมายังโหนดผู้ส่ง เมื่อโหนดผู้ส่งได้รับข้อมูลเดิมที่ส่งไป ก็จะทราบทันทีว่าได้ส่งข้อมูลสําเร็จแล้ว
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 22 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ ภาพที่ 2-4 การเชื่อมต่อแบบวงแหวน ข้อดีและข้อเสยของโทโปโลย ี ีแบบวงแหวน ข้อดี 1. แต่ละโหนดในวงแหวนสามารถส่งข้อมูลได้เท่าเทียมกัน 2. ประหยัดสายสัญญาณ 3. งานต่อการติดตั้งสามารถลดหรือเพิ่มจํานวนโหนดได้ตามต้องการ ข้อเสีย 1. หากวงแหวนชํารุดหรือขาดจะส่งผลต่อระบบทั้งหมด 2. ตรวจสอบได้ยากหากมีโหนดใดโหนดหนึ่งขัดข้อง เนื่องจากต้องทําการตรวจสอบ แต่ละจุดว่าเครื่องใดขัดข้อง 3.4 โทโปโลยแบบตาขีาย่ (Mesh Topology) เป็นโทโปโลยีที่เป็นการเชื่อมโยงแบบจุดต่อจุดโดยที่แต่ละโหนดมีการเชื่อมต่อการสื่อสาร ระหว่างกันเอง ภาพที่ 2-5 การเชื่อมต่อแบบตาข่าย
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 23 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ ข้อดีและข้อเสยของโทโปโลย ี ีแบบตาขาย่ ข้อดี 1. การเชื่อมต่อแต่ละเครื่องสามารถมีการโหลดข้อมูลของตัวเองได้ดังนั้นจึงไม่มี ปัญหาการสื่อสาร 2. มีความปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวสูงในข้อมูลทสี่ื่อสารกันระหว่างโหนด ข้อเสีย 1. ราคาแพง 2. ยากต่อการติดตั้ง 3. สิ้นเปลืองสายการสื่อสารมากที่สุด 4. ลกษณะการให ั ้บรการของเคริอขืายท่ ้องถนิ่การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าดัวยกันเป็นเครือข่ายท้องถิ่นนั้น จุดประสงค์หลักอย่างหนึ่งคือ การแบ่งปันทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกัน ซึ่งทรัพยากรดังกล่าวอาจเป็นหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่มี ความเร็วสูง ฮาร์ดดิสก์เครื่องพิมพ์หรือแมอุ้ปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะเชื่อมต่ออยู่กับ คอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง วิธีการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพี่อจัดสรรการใช้งานทรัพยากรในระบบเครือข่าย สามารถจําแนกได้ 2 รูปแบบคือ 4.1 เครือข่ายแบบจุดต่อจุด (Peer to Peer) เป็นเครือข่ายซึ่งเชื่อมต่อกันแบบไม่มีเครื่องใดเครื่องหนึ่งทําหน้าที่เป็นศูนย์บริการโดยเฉพาะ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในการเชื่อมต่อแบบนี้มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน โดยสามารถเป็นทั้งเครื่องแม่ข่าย (Server) และเครื่องลูกข่าย (Client) ในขณะเดียวกัน จุดประสงค์ของเครือข่ายประเภทนี้คือ ต้องการ เพียงสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลและแชร์ทรัพยากรร่วมกันเป็นหลัก ระบบความปลอดภัยค่อนข้างต่ํา ภาพที่ 2-6 เครือข่ายแบบ จุดต่อจุด
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 24 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ ข้อดีข้อเสียในการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบจุดต่อจุด ข้อดี 1. ลงทุนต่ํา 2. เหมาะสําหรับเครือข่ายขนาดเล็ก 3. ไม่จําเป็นต้องพึ่งพาผู้ดูแลระบบ 4. ติดตั้งง่าย ข้อเสีย 1. ในขณะที่ใชงานเคร้ ื่องใดเครื่องหนึ่งอยู่หากมีผู้อื่นขอใช้ทรัพยากรเครื่องที่กําลังใช้ งานอยู่จะทําให้เครื่องที่กําลังใช้งานอยู่นั้นทํางานําได้ช้าลง 2. มีระบบความปลอดภัยค่อนข้างต่ํา ทั้งด้านการจดการขั ้อมูลและการกาหนดสํ ิทธิ์ ของผู้ใช้ 3. ทําการสํารองข้อมูลเป็นไปได้ยาก เนื่องจากไม่มีเครื่องแม่ข่ายเฉพาะ ข้อมูล กระจายไปยังเครื่องต่าง ๆ 4. บํารุงรักษาได้ยาก เนื่องจากข้อมูลไม่ได้อยู่รวมกันที่เดียว 5. มีข้อจํากัดในการขยายเครือข่าย หากมีจานวนเครํ ื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย มากจะส่งผลตอประส ่ ิทธิภาพในการทํางาน 6. การจัดการกับบัญชีผู้ใช้ (Account) ค่อนข้างยาก 4.2 เครือข่ายแบบลูกข่าย/แม่ข่าย (Client/Server) เป็นเครือข่ายที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ทําหน้าที่เป็นศูนย์บริการข้อมูลโดยเฉพาะ (Server) เครื่องดังกล่าวมักมีประสิทธภาพสิูง เนื่องจากต้องคอยบริการทรัพยากรให้กับเครื่องลกขู่ายที่ร้องขอ เข้ามาตลอดเวลา เครือข่ายแบบแม่ข่ายลูกข่ายนี้เมาะสมกับเครือข่ายที่ต้องการต่อกับเครื่องลูกข่ายจํานวนมาก โดยรอบรับจํานวนเครื่องลูกข่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการบนเครือข่ายนั้นด้วย ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานในระบบเครือข่ายแบบลูกข่ายแม่ข่าย ได้แก่ Novell Netware, Windows 2000 server, Windows Server 2003 เป็นต้น ภาพที่ 2-7 เครือข่ายแบบลูกข่าย/แม่ข่าย
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 25 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ ข้อดีข้อเสียของการเชื่อมต่อแบบแม่ข่ายลกขู่าย ข้อดี 1. มีระบบความปลอดภัยสูง โดยทรัพยากรที่แชร์ใช้งานร่วมกันทั้งหมดจะจัดไว้ที่ ส่วนกลาง ซึ่งผดูู้แลระบบ (admin) สามารถจัดการบัญชีผู้ใช้และกําหนดสิทธิ์การใช้งานของผู้ใช้ ทั้งหมดที่เครื่องแม่ข่ายเพียงเครื่องเดียว 2. มีประสทธิ ิ์ภาพสูง เนื่องจากคอมพิวเตอร์ที่นํามาใช้เป็นเครื่องแม่ข่ายมมักมีราคา แพงและมีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป 3. สํารองข้อมลไดู้ง่าย เนื่องจากมีข้อมูลเกบไว ็ ้ที่เดียว 4. มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากรองรับระบบความคงทนต่อความเสียหาย (Fault Tolerance) เป็นความสามารถของระบบที่จะทํางานต่อไปได้เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นกับระบบ หรือ กรณีที่ฮาร์ดดิสก์ในเครื่องแม่ข่ายตัวใดตัวหนึ่งเสีย ฮาร์ดดิสก์อีกตัวหนึ่งก็จะทํางานแทนอัตโนมัติ ( Auto-Rebuild) เป็นต้น 5. มีอุปกรณ์และยูทิลิตี้โปรแกรม รวมถึงเครื่องมือตาง่ๆ สนับสนุนการทํางาน ค่อนข้างมาก ข้อเสีย 1. จําเป็นต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญในการจัดการดูแลระบบทงหมดั้ 2. ลงทุนสูง เนองจากอืุ่ปกรณ์บางเป็นอุปกรณ์เฉพาะของเครื่องแม่ข่ายซงสึ่่วนใหญ่มี ราคาแพง 5. องค์ประกอบของเครอขืายท่ ้องถนิ่ การสร้างเครือข่ายท้องถิ่นขึ้นมาใช้งาน จําเป็นต้องมีส่วนประกอบหลายส่วนด้วยกันเพื่อให้ คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยกันได้ส่วนประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นมีดังนี้ 1. เครื่องศูนย์บริการหรือแม่ข่าย (Server) คือ เครื่องที่ทําหน้าที่ในการให้บริการทรัพยากร ให้กับเครื่องลูกข่าย (client) ในเครือข่าย เช่น บริการไฟล์ (File Server) บริการงานพิมพ์ (Print Server) เป็นต้น เครื่องศูนย์บริการอาจเป็นคอมพิวเตอร์ที่เป็นระดับเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์หรือ ไมโครคอมพิวเตอร์ก็ได้ โดยคอมพิวเตอร์ที่เป็น ศูนย์บริการนี้มักมีสมรรถนะสูง เนื่องจากถูกออกแบบ มาเพื่อทนทานต่อความผิดพลาด (Fault Tolerance) และรองรับการทํางาน 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงทํา ให้คอมพิวเตอร์ดังกล่าวมีราคาสูงมาก ภาพที่ 2-8 เครื่องแม่ข่าย
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 26 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 2. เครื่องลูกขาย่ (Clients/Workstation) คือเครื่องลูกข่ายที่ติดต่อกับระบบเครือข่าย สําหรับเครือขายท่ ี่เป็นแบบลูกข่าย/แม่ข่าย (Client/Server) เครื่องลูกข่ายจะต้องล็อกออนเข้ากับ เครื่องแม่ข่ายให้ได้ก่อน จึงจะสามารถใช้ทรัพยากรจากเครื่องแม่ข่ายหรอเครื ื่องศูนย์บริการได้เครื่อง ลูกข่ายไม่จําเป็นต้องมีสมรรถนะสูง ภาพที่ 2-9 เครื่องลูกข่าย 3. การ์ดเครือข่าย (Network Interface Card :NIC) เป็นแผงวงจรที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง คอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องแม่ข่ายและเครื่องลกขู่าย มีหน้าทในการเช ี่ื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับสายเคเบิล ปัจจุบันคอมพิวเตอร์จะบรรจุพอร์ตเครือข่ายมาด้วย แต่สาหรํ ับเครื่องที่ไม่มีสามารถติดตั้งเพิ่มเติมใน แผงวงจรหลัก (Mainboard) ได้ ภาพที่ 2 -10 การ์ดเครือข่าย 4. สายเคเบลิ (Network Cable) เป็นสื่อมีสายที่ใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายเข้า ด้วยกัน สายเคเบิลมีหน้าที่ในการลําเลียงสัญญาณไฟฟ้าจากต้นทางไปยังปลายทาง เครือข่ายส่วนใหญ่ มักใช้สายคู่ตีเกลียวแบบไม่มฉนวนี (UTP) เนื่องจากมีราคาถูก ยังมีสายอื่น ๆ อาทิสายคู่ตีเกลียวแบบ มีฉนวน (STP) สายใยแก้วนําแสง (Fiber Optic) เป็นต้น นอกจากสายเคเบิลแล้วยังสามารถใช้ คลื่นวิทยุในการสื่อสารได้ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่นแบบไร้สาย
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 27 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ ภาพที่ 2 -11 สายเคเบิล 5. อุปกรณ์ฮับ (Network Hub) อุปกรณ์นี้นํามาใช้ในการรวมสายเคเบิลทั้งหมดที่เชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์บนเครือข่ายทั้งหมด และยังใช้เป็นอุปกรณ์ทวนสัญญาณเพื่อให้สามารถส่งสัญญาณ ออกไปยังเครือข่ายในระยะทางไกล ๆ ทั้งนี้การส่งสัญญาณของฮับจะส่งสัญญาณไปยังพอร์ตทุกพอร์ต ที่มีการเชื่อมต่อ ภาพที่ 2-12 ฮบั 6. ระบบปฏิบตัิการเครือข่าย (Network Operating System : NOS) คือซอฟต์แวร์ที่ นํามาใช้ในการควบคุมเครือขาย่ซอร์ฟแวรจะม์ ีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ ระบบปฏิบัติการที่นํามาใช้ บนเครื่องแม่ขาย่เช่น Novell NetWare, Windows NT, Windows 2003 เป็นต้น และ ระบบปฏิบัติการที่นํามาใช้ในเครื่องลูกข่าย เช่น Windows XP, Windows 7, Windows 8 เป็นต้น ภาพที่ 2-13 ตัวอย่างระบบปฏิบัติการเครือข่าย
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 28 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ สรุป เครือข่ายท้องถิ่น หรือ เครือข่ายแลน เป็นเครือข่ายที่แบ่งตามลักษณะภูมิศาสตร์และมขนาดี เล็กที่สุด จํากดเฉพาะบรั ิเวณใดบริเวณหนึ่ง หรือเป็นลักษณะเครือข่ายแบบส่วนตัว การเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่น มีประโยชน์ต่อองค์กรดังนี้ - สามารถแบ่งเบาการประมวลผลไปยังเครื่องต่าง ๆ - สามารถแบ่งปันอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ร่วมกันได้ - แบ่งปันการใช้งานซอฟต์แวร์และข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ - สามารถวางแผนหรือทํางานร่วมกันได้แมว้่าไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน - สามารถใช้ในการติดต่อกันได้แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน - ช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในองค์การ ลักษณะการเชื่อมต่อที่เป็นการให้บริการมี 2 แบบคือ แบบจุดต่อจุดและแบบแม่ข่าย/ลูกข่าย รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่น มี 4 รูปแบบคือ แบบบัส แบบดาว แบบวงแหวนและ แบบตาข่าย องค์ประกอบที่ประกอบกันขึ้นเป็นเครือข่ายท้องถิ่น ได้แก่เครื่องศูนย์บริการหรือเครื่องแม่ ข่าย เครื่องลูกข่าย การ์ดเครือข่าย สายเคเบิล อุปกรณ์ฮบั และระบบปฏิบัติการเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นมีความ จําเป็นทุกต่อองค์กรจริง ๆ
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 29 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ แบบฝึกหัด วิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เรื่อง เครือขายท่ ้องถิ่นและการเชื่อมต่อ ชื่อ....................................................................................ชั้น......................................................... 1. ลักษณะของเครือข่ายท้องถิ่น คือ...................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. บอกประโยชน์ของเครือข่ายท้องถิ่นมาเป็นข้อ ๆ ............................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. อธิบายลักษณะของรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบบัสพร้อมบอกข้อดีข้อเสีย ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 4. อธิบายลักษณะของรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบดาวพร้อมบอกข้อดีข้อเสีย ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 30 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 5. อธิบายลักษณะของรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบวงแหวนพร้อมบอกข้อดีข้อเสีย ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 6. อธิบายลักษณะของรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบตาข่ายพร้อมบอกข้อดีข้อเสีย ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 7. การให้บริการของเครือข่ายท้องถิ่นมีกี่ประเภท อะไรบ้าง อธิบาย ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 31 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 8. จงอธิบายส่วนประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นมาเป็นข้อ ๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 32 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ บททดสอบหลงเรั ียน วิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เรื่อง เครือขายท่ ้องถิ่นและรปแบบการเชูื่อมต่อ คําชี้แจง ให้นกเรั ียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดลงในกระดาษคําตอบ 1. เครือข่ายท้องถิ่นมีลักษณะอย่างไร ก. เป็นการติดต่อระหว่างจังหวัด ข. ติดต่อในองค์กรของแต่ละจังหวัด ค. การติดต่อสื่อสารต้องผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ง. สามารถส่งขอมู้ลได้ทั่วโลก จ. ติดต่อภายในองค์กรเดียวกัน 2. ข้อใดเป็นประโยชน์ของเครือข่ายท้องถิ่น ก. ส่งข้อมูลไดรวดเร้ ็ว ข. ประหยัดค่าบริการอินเทอร์เน็ต ค. ช่วยให้สื่อสารกันได้ทั่วโลก ง. มีความถูกต้องของข้อมูล จ. แบ่งปันทรพยากรในองค ั ์กร 3. รูปแบบการเชื่อมต่อแบบใดสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ก. โทโปโลยีแบบบัส ข. โทโปโลยีแบบผสม ค. โทโปโลยีแบบวงแหวน ง. โทโปโลยีแบบตาข่าย จ. โทโปโลยีแบบดาว 4. โทโปโลยีใดที่โหนดแต่ละโหนดเป็นอุปกรณ์ทวนสัญญาณไปในตัว ก. โทโปโลยีแบบบัส ข. โทโปโลยีแบบผสม ค. โทโปโลยีแบบวงแหวน ง. โทโปโลยีแบบตาข่าย จ. โทโปโลยีแบบดาว 5. โทโปโลยีใดที่ใช้อุปกรณ์ฮับในการรวมสายสัญญาณ ก. โทโปโลยีแบบบัส ข. โทโปโลยีแบบผสม ค. โทโปโลยีแบบวงแหวน ง. โทโปโลยีแบบตาข่าย จ. โทโปโลยีแบบดาว
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 33 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 6. โทโปโลยีแบบตาข่ายมีลักษณะแบบใด ก. ใช้สายการสื่อสารเพียงเส้นเดียว ข. ใช้สายการสื่อสารมาก ค. ส่งข้อมูลทิศทางเดียว ง. มีอุปกรณ์ในการรวมสัญญาณ จ. แต่ละโหนดเป็นเหมือนอุปกรณ์ทวนสัญญาณ 7. การให้บริการแบบจุดต่อจุด (Peer to Peer) มีลักษณะอย่างไร ก. ต้องมีผู้ดูแลระบบคอยดูแล ข. คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องมีสทธิ ิเป็นทั้งแต่ข่ายและลูกข่าย ค. การเขาถ้ ึงข้อมูลทําได้ยาก ง. มีระบบความปลอดภัยสูง จ. มีการกําหนดสิทธิของผู้ใช้งาน 8. การให้บริการแบบลูกข่าย/แม่ข่าย (Client/Server) มลีักษณะอย่างไร ก. เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ข. ทุกเครื่องมสีิทธิเท่าเทียมกัน ค. ระบบความปลอดภัยต่ํา ง. มีการกําหนดสิทธิของผู้ใช้ จ. ลงทุนต่ํา 9. ส่วนประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นในข้อใดใช้ในการนําพาสัญญาณจากต้นทางไปปลายทาง ก. เครื่องแม่ข่าย ข. ฮับ ค. สายเคเบิล ง. เครื่องลูกข่าย จ. การ์ดเครือข่าย 10. ส่วนประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นในข้อใดที่เป็นอุปกรณ์รวมสายสญญาณั ก. เครื่องแม่ข่าย ข. เครื่องลูกข่าย ค. สายเคเบิล ง. การ์ดเครือข่าย จ. ฮับ
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 34 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ เรื่อง เครือข่ายท้องถิ่นและรปแบบการเชูื่อมต่อ ชื่อ..................................................................เลขที่......................................ชั้น................... แบบทดสอบกอนเร่ ียน แบบทดสอบหลังเรียน ข้อ ก ข ค ง จ ข้อ ก ข ค ง จ 1 1 2 2 3 3 4 4 5 5 6 6 7 7 8 8 9 9 10 10 ประเมนผลิก่อนเรียน หลังเรียน รวม แบบฝึกหัด รวม เต็ม ได้ กระดาษคาตอบํ สรปผลการเรุียน
บทที่ 3 แบบจำ ลองเครือข่ายในระบบคอมพิวเตอร์
บทที่ 3 แบบจาลองเครํ ือข่าย OSI Model เนื้อหาสาระ 1. แบบจําลองเครือข่าย OSI Model 2. แนวคิดของ OSI Model 3. ชั้นการสื่อสารในแบบจําลอง OSI Model 4. การส่งข้อมูลระหว่างเลเยอร์ 5. การแทนรหัสในคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะแบบจําลองเครือข่าย OSI Model ได้ 2. บอกแนวคิดของ OSI Model ได้ 3. อธิบายลักษณะการทํางานของชั้นการสื่อสารทั้ง 7 เลเยอร์ได้ 4. อธิบายรูปแบบการส่งข้อมูลระหว่างเลเยอร์ได้ 5. แทนรหสขั ้อมลในคอมพูิวเตอร์ได้ กิจกรรมระหว่างเรียน 1. ทําบททดสอบก่อนเรียน จํานวน 10 ข้อลงในกระดาษคําตอบ 2. ศึกษา เนื้อหา สาระ รายละเอียด ในเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง แบบจําลองเครือข่าย OSI Model 3. ทําแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 4. ตรวจสอบคําตอบแบบฝึกหัดท้ายบท 5. ทําบททดสอบหลังเรียน จํานวน 10 ข้อ ลงในกระดาษคําตอบ 6. ตรวจสอบคําตอบบททดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 7. สรุปผลคะแนนที่ได้รับในกระดาษคําตอบเพื่อทราบผลการพัฒนา
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 36 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ บททดสอบก่อนเรียน วิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เรื่อง แบบจําลองเครือขาย่ OSI Model คําชี้แจง ให้นกเรั ียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดลงในกระดาษคําตอบ 1. แบบจําลองเครือข่าย OSI Model คืออะไร ก. มาตรฐานการทํางานของคอมพิวเตอร์ ข. มาตรฐานการสื่อสารทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ค. มาตรฐานการควบคุมคุณภาพในหน่วยงาน ง. มาตรฐานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จ. มาตรฐานอุตสาหกรรม 2. แนวความคิดการสื่อสารของแบบจําลองเครือข่าย OSI Model ขอใดท ้ ี่ทําให้ข้อมลมูความปลอดภ ี ัย ก. ลดความซ้ําซ้อน ข. จําแนกหน้าที่ชัดเจน ค. ทําตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ง. สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จ. ป้องการการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเครือข่ายการสื่อสาร 3. แนวความคิดการสื่อสารของแบบจําลองเครือข่าย OSI Model ข้อใดที่ทําให้อุปกรณ์เครือข่ายของ ผู้ผลิตแตละรายใช ่ ้ร่วมกันได้ ก. ลดความซ้ําซ้อน ข. จําแนกหน้าที่ชัดเจน ค. ทําตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ง. สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จ. ป้องการการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเครือข่ายการสื่อสาร 4. ชั้นการสื่อสารใน OSI Model ใดที่ทํางานในระดับบิต ก. ฟิสิคัลเลเยอร์ ข. ดาต้าลิงค์เลเยอร์ ค. เน็ตเวิร์คเลเยอร์ ง. พรีเซนเตชันเลเยอร์ จ. เซสชั่นเลเยอร์ 5. เลเยอร์ใดที่ทําการแปลงขอมู้ลที่อยู่ต่างระบบกันให้มีความเข้าใจตรงกัน ก. ฟิสิคัลเลเยอร์ ข. ดาต้าลิงค์เลเยอร์ ค. เน็ตเวิร์คเลเยอร์ ง. พรีเซนเตชันเลเยอร์ จ. เซสชั่นเลเยอร์
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 37 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 6. หน้าที่ของชั้นการสื่อสารแอพพลิเคชันเลเยอร์คืออะไร ก. รับส่งข้อมูลในระดับบิต ข. ส่งข้อมูลในรูปของเฟรม ค. ทําหน้าที่ส่งข้อมูลข้ามเครอขื ่ายต่างชนิดกัน ง. ทําหน้าที่แปลงข้อมูลที่ต่างระบบกันให้ถูกต้องตรงกัน จ. ติดต่อกับผู้ใช้ในลักษณะการทํางานของโปรแกรมประยกตุ์ 7. หน้าที่ของชั้นการสื่อสารดาต้าลิงค์เลเยอร์คืออะไร ก. รับส่งข้อมูลในระดับบิต ข. ส่งข้อมูลในรูปของเฟรม ค. ทําหน้าที่ส่งข้อมูลข้ามเครอขื ่ายต่างชนิดกัน ง. ทําหน้าที่แปลงข้อมูลที่ต่างระบบกันให้ถูกต้องตรงกัน จ. ติดต่อกับผู้ใช้ในลักษณะการทํางานของโปรแกรมประยกตุ์ 8. หน้าที่ที่สําคัญของพรีเซนเตชั่นเลเยอร์คืออไร ก. รับส่งข้อมูลในระดับบิต ข. ส่งข้อมูลในรูปของเฟรม ค. ทําหน้าที่ส่งข้อมูลข้ามเครอขื ่ายต่างชนิดกัน ง. ทําหน้าที่แปลงข้อมูลที่ต่างระบบกันให้ถูกต้องตรงกัน จ. ติดต่อกับผู้ใช้ในลักษณะการทํางานของโปรแกรมประยกตุ์ 9. ในการส่งข้อมูลระหว่างเลเยอร์จากผู้ส่งไปยังผู้รับมีลักษณะการทํางานอย่างไร ก. ส่งข้อมูลจากผู้ส่งจากล่างขึ้นบนผ่านแต่ละเลเยอร์ ข. ส่งข้อมูลจากผู้ส่งในแนวระนาบ ค. ส่งข้อมูลจากผู้ส่งข้อมูลจากบนลงล่างจากนั้นบรรจุข้อมลของแตู่ละชั้นลงไป ง. ส่งข้อมูลจากบนลงล่างในลักษณะเดิมไมม่ ีการบรรจุข้อมูลใดๆลงไป จ. ส่งข้อมูลข้ามเลเยอร์ 10. ระบบยูนิโคดสามารถแทนค่าข้อมูลไดก้ี่รูปแบบ ก. 2 ข. 8 ค. 256 ง. 34,168 จ. 54,168
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 38 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ แบบจําลอง OSI เป็นมาตรฐานการสื่อสารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อทําให้ อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ซึ่งมีผผลู้ ิตที่หลากหลายสามารถทางานรํ ่วมกันได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้จําลองลักษณะการทางานออกเป ํ ็น 7 เลเยอร์และมี หน้าที่การทํางานที่แตกต่างกัน เพื่อให้การสอสารขื่้อมูลไดต้ ้องตรงกันระหว่าง ผู้รับและผู้ส่ง 1. แบบจาลองเครํอขืาย่ OSI Model แบบจําลองเครือข่าย OSI Model (Open System Interconnection) คือมาตรฐานของ การสื่อสารทางเครือข่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายหรือซอฟต์แวร์ใดๆ ซึ่งมี หลากหลายผู้ผลิต ใช้เป็นโครงสร้างอ้างอิงในการสร้างอุปกรณ์ให้สามารถทํางานร่วมกันอย่างดีบน ระบบเครือข่าย องค์กรที่กําหนดมาตรฐานนี้คือองค์กรมาตรฐานสากล ISO (International Standard Organization) โดยผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์บนระบบเครือข่ายต้องปฏิบัติตามคําแนะนําตาม มาตรฐานการออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์ โดยมีการจัดแบ่งเลเยอร์ของ OSI ออกเป็น 7 ชั้นหรือเลเยอร์ (Layer) แต่ละเลเยอร์จะมีการ โต้ตอบหรือรับส่งข้อมูลกับชั้นที่อยู่ข้างเคียงเท่านั้น โดยชั้นที่อยู่ล่างจะกําหนดลักษณะของอินเตอร์ เฟซ (Interface) เพื่อให้บริการกับเลเยอร์ที่อยู่เหนือขึ้นไปตามลําดับขั้น เริ่มตั้งแต่ส่วนล่างสุดซึ่งเป็น การจัดการลักษณะทางกายภาพของฮาร์ดแวร์และการสงกระแสของข่ ้อมูลในระดับบิต ไปสิ้นสุดที่ แอพพลิเคชั่นเลเยอร์ในส่วนบนสุด ภาพ 3-1 OSI Reference Model การอินเตอร์เฟซ (Interface) คือการประสานการเชื่อมต่อการติดต่อซึ่งกันและกันเพื่อให้ สามารถทํางานร่วมกันได้
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 39 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 2. แนวคดหลิกของแบบจัาลองเครํอขืาย่ OSI Model แบบจําลอง OSI มีการแบ่งการสื่อสารออกเป็นลําดับชั้น เรียกว่าชั้นการสื่อสารหรือเลเยอร์ (Layer) แต่ละเลเยอร์มีหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกัน โดยเรียงกันตามลําดับชั้น แบบจําลอง OSI ประกอบด้วยชั้นการสื่อสาร 7 เลเยอร์โดยแนวคิดของการแบ่งของแต่ละเลเยอร์มีเหตุผลสําคัญ ดังนี้ 2.1. การแบ่งออกเป็นเลเยอร์ก็เพื่อลดความซ้ําซ้อน ทําให้ง่ายต่อการทําความเข้าใจ 2.2 เพื่อใหแต้ ่ละเลเยอร์จําแนกหน้าที่ที่ชดเจนและแตกตั ่างกัน 2.3 เพื่อใหแต้ ่ละเลเยอร์ทําหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 2.4 เพื่อใหแต้ ่ละเลเยอร์สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 2.5 เพื่อป้องกันกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงขอมู้ลบนเลเยอร์หนึ่ง ๆ มีผลกระทบต่อเลเยอร์ใน ลําดับอื่น ๆ 2.6 จํานวนเลเยอร์ต้องมีจํานวนเหมาะสมเพียงพอต่อการจําแนกหน้าที่ไม่มากหรือน้อย เกินไป 3. ชนการสั้ อสารในแบบจ ื่าลองํ OSI (Layer in The OSI Model) แบบจําลอง OSI มีกรอบการทํางานด้วยการแบ่งเป็นชั้นสื่อสารที่เรียกว่า เลเยอร์ (layer) แต่ ละเลเยอร์จะมชีื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งฟังก์ชันหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งมี 7 ชั้นการสื่อสารด้วยกันคือ 1. ฟิสิคลเลเยอรั ์ (Physical Layer) 2. ดาต้าลิงค์เลเยอร์ (Data Link Layer) 3. เน็ตเวิร์คเลเยอร์ (Network Layer) 4. ทรานสปอรตเลเยอร์ ์ (Transport Layer) 5. เซสชั่นเลเยอร์ (Session Layer) 6. พรีเซนเตชั่นเลเยอร์ (Presentation Layer) 7. แอปพลิเคชนเลเยอรั่์ (Application Layer) 3.1 ฟสิิคลเลเยอรั ์(Physical Layer) เป็นชั้นสื่อสารที่ทําหน้าที่ประสานงานในเรื่องการส่งข้อมูลในระดับบิต บนสื่อกลางที่ เกี่ยวข้องกับข้อกําหนดทางกลไกและทางไฟฟ้าของการอินเตอร์เฟสและการสื่อสารข้อมูล รวมถึง ข้อกําหนดด้านฟังก์ชั่นการทํางาน และขั้นตอนการทํางานของอุปกรณ์ที่จะนํามาอินเตอร์เฟซเพื่อการ ส่งข้อมูล หน้าที่ของฟิสิคัลเลเยอร์คือ - กําหนดคุณสมบัติของการอินเตอร์เฟซที่เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และสื่อที่ใช้ส่งผ่าน ข้อมูล รวมถึงการกําหนดชนิดของสื่อในการส่งข้อมูล - การส่งข้อมูลในชั้นนี้ข้อมูลจะส่งเป็นลักษณะบิต หากส่งผ่านสายสัญญาณข้อมูลที่เป็น บิตจะถูกแปลงด้วยการเข้ารหัสให้เป็นสญญาณั
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 40 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ - ภาพที่ 3- 2 ฟิสิคัลเลเยอร์ 3.2 ดาต้าลิงกเลเยอร์ ์(Data Link Layer) เป็นชั้นสื่อสารที่รวบรวมข้อมูลจากฟิสิคัลเลเยอร์ด้วยการกําหนดรูปแบบของข้อมูลที่ส่งผ่าน ภายในเครื่องให้อยู่ในรูปแบบของ เฟรม (Frame) รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วย เช่น การส่งข้อมูลในเครือข่ายข้อมูลมีโอกาสที่จะสูญหายหรือเสียหายบางส่วน เลเยอร์นี้จะทําการ ตรวจสอบความผิดปกติเหล่านี้หากพบก็จะแจ้งข้อมูลกลับไปยังผู้ส่ง เพื่อให้ส่งข้อมูลเดิมกลับมาใหม่ หรือในกรณีที่มีการส่งข้อมูลเดิมซ้ํากันสองครั้งของเครื่องส่ง เลเยอร์นี้ก็จะมีการกําจัดเฟรมข้อมูลที่ ซ้ําซ้อนออกไป ดาต้าลิ้งเลเยอร์จะจัดส่งข้อมูลไปยังปลายทางในเครือข่ายเดียวกันเท่านั้น ดังนั้น เครือข่ายแลนจึงทํางานอยู่ใน 2 เลเยอร์แรกคือ ฟิสิคัลเลเยอร์และดาต้าลิ้งเลเยอร์ ภาพที่ 3 -3 ดาต้าลิงค์เลเยอร์ 3.3 เน็ตเวิรคเลเยอร์ ์(Network Layer) เป็นชั้นการสื่อสารที่เกี่ยวกับการส่งแพ็คเกตจากต้นทางไปยังปลายทางเครือข่ายหลาย ๆ เครือข่าย ความแตกต่างระหว่างดาต้าลิ้งเลเยอร์และเน็ตเวิร์คเลเยอร์คือ หน่วยหน่วยข้อมูลบนชั้น สื่อสารเน็ตเวิร์คจะถูกแบ่งเป็นส่วน ๆ เรียกว่า แพ็กเก็ต (Packet) แต่ละแพ็จเก็ตจะถูกส่งไปทาง ซึ่ง ระหว่างทางจะมีเครือข่ายย่อยที่ลิ้งก์ต่อมากมาย รวมถึงการส่งข้ามเครือข่ายต่างชนิดกัน ดังนั้นจึง จําเป็นต้องมีการใช้อุปกรณ์ที่ทํางานภายใต้ชั้นการสื่อสารเน็ตเวิร์ค เช่น อุปกรณ์เร้าเตอร์ (Router) เลเยอร์นี้ยังทําหน้าที่ในการเลือกเส้นทางการส่งข้อมูลที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด เพื่อส่งข้อมูลไปยัง ปลายทางอย่างรวดเร็ว
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 41 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ ภาพที่ 3-4 เน็ตเวิร์คเลเยอร์ 3.4 ทรานสปอร์ตเลเยอร์(Transport Layer) เลเยอร์นี้จะทําหน้าที่ส่งมอบข้อมูลในลักษณะ โปรเซสทูโปรเซส (Process to Process) โปรเซสในที่นี้หมายถึงโปรแกรมประยุกต์ใด ๆ ที่รันอยู่บนเครื่อง การส่งข้อมูลจากต้นทางไปยัง ปลายทางจะทําหน้าที่ในการส่งมอบข้อมูลระหว่างโปรเซสต้นทางไปยังโปรเซสปลายทางให้ถูกต้อง ส่วนใหญ่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหน่ึง ๆ สามารถรันโปรแกรมได้หลายโปรแกรมในเวลาเดียวกัน ดังนั้น จึงจําเป็นต้องมีพอร์ตต่าง ๆ ไว้คอยบริการด้านการสื่อสาร ทรานสปอร์ตเลเยอร์จะผนวก เฮดเดอร์ที่ถือเป็นแอดเดรสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า พอร์ตแอดเดรส (Port Address) หรือ เซอร์วิสพ้อย แอดเดรส (Service-Point Address) เพื่อให้เน็ตเวิร์คเลเยอร์ส่งแพ็คเก็ตไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทาง ได้อย่างถูกต้อง หน้าที่ที่สําคัญของเลเยอร์นี้คือ หน้าที่ในการแบ่งข้อมูลจากเซสชั่นเลเยอร์ออกเป็นเซกเม้นต์ ย่อย ๆ โดยเซ็กเม้นต์ที่ถูกแบ่งนี้จะมีเลขลําดับบรรจุอยู่ และให้โปรเซสฝั่งรับรวบรวมข้อมูลนําส่ง เลเยอร์ด้านบนต่อไป ภาพที่ 3-5 ทรานสปอร์ตเลเยอร์ - พอร์ตแอดเดรส (Port Address) คือ หมายเลขช่องทางในการรับส่งข้อมูลในระบบ เครือข่ายที่ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่จะทําการบริการหมายเลขให้กบผัู้ใช้อินเทอร์เน็ต
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 42 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 3.5 เซสชนเลเยอรั่ ์(Session Layer) เซสชั่นเลเยอร์มีหน้าที่ควบคุมการสื่อสาร การจัดการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างโฮสต์ ซึ่งการสื่อสารที่กําลังดําเนินอยู่ในขณะใดขณะหนึ่งเรียกว่า เซสชั่น (Session) ทั้งนี้หลายเซสชั่นที่ เกิดขึ้นอาจจะมาจากการทํางานของคนเดียวหรือหลายคนก็ได้เช่น การล็อกอินระยะไกลของเครื่อง คอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องให้บริการที่อยู่คนละที่จนกระทั่งออกจากระบบ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งเซสชั่น หรือ ขั้นตอนการสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันจนกระทั่งจบการสนทนา กล่าวคือเซสชั่นเลเยอร์ทําหน้าที่ในการอนุญาตให้สองระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ตั้งแต่ เริ่มต้นสื่อสารกันนําระทั่งยุติการสื่อสาร ซึ่งเริ่มจากขั้นตอนการเปิดเซสชั่นในการแลกเปลี่ยนข้อมูลใน เซสชั่นนั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการสนทนาด้วยการยกเลิกเซสชนนั่ั้นไป ทั้งนี้การสื่อสารจะ โต้ตอบในรูปแบบผลัดกันส่งหรือฮาร์ฟดูเพล็กซ์หรือรับสงข่ ้อมูลในเวลาเดียวกันหรือฟลูดูเพล็กซ์ก็ได้ นอกจากนี้หากการสื่อสารภายในเซสชั่นเกิดความล้มเหลวขึ้นมากลางคันจนต้องมีการเปิด เซสชั่นในการสอสารรอบใหม ื่่เซสชั่นเลเยอรจะอน์ุญาตให้เพิ่มจุดตรวจสอบเข้าไปพร้อมกับการส่ง ข้อมูลไป เช่น ส่งข้อมูล 50 หน้าและมีการแทรกจุดตรวจสอบทุก 10 หนา้ต่อมาการส่งข้อมูลเกิด ล้มเหลวในการส่งข้อมูลหน้า 32 การกู้ไฟลข์อมู้ลจะดําเนินการเปิดเซสชั่นใหม่เพื่อส่งข้อมูลที่ผิดพลาด เท่านั้นคือ หนาท้ ี่ 31 เป็นต้นไปโดยไม่จําเป็นต้องเริ่มส่งข้อมูลใหม่ทั้งหมด ภาพที่ 3-6 เซสชันเลเยอร์ 3.6 พรเซนเตชี ั่นเลเยอร์(Presentation Layer) เลเยอร์นี้เป็นลักษณะการทํางานเกี่ยวกับการแปลงข้อมูลให้มีรูปแบบและความหมายเดียวกัน คือระบบคอมพิวเตอร์ในแต่ละระดับอาจใช้รหัสแทนข้อมูลที่แตกต่างกัน เช่น บนพีซีคอมพิวเตอร์ใช้ รหัสแอสกิ (ASCII code) หรือ ยูนิโคด (Unicode) ในขณะที่เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ก็ใช้รหัสเอพซิดิก (EBCDIC Code) หน้าที่ของพรีเซนเตชั่นเลเยอร์นี้คือทําให้ทั้งสองระบบที่มีการใช้รหัสข้อมูลที่แตกต่าง กันเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย โดยจะมีกระบวนการแปลงข้อมูล (Translation) ให้สามารถนําเสนอข้อมูลได้ อย่างถูกต้อง หน้าที่อื่น ๆ ในเลเยอร์นี้อาทิการบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กลงเพื่อสะดวกและรวดเร็ว
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 43 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ ต่อการส่งข้อมูล และช่วยลดแบนด์วิธในระบบสื่อสารได้อีกทั้งยังมีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) เพื่อความปลอดภัยก่อนส่งไปยังปลายทางเพื่อทําการถอดรหัส (Decryption) ต่อไป ภาพที่ 3-7 พรีเซนเตชันเลเยอร์ 3.7 แอปพลเคชิ ั่นเลเยอร์ (Application Layer) เลเยอร์นี้มุ่งเน้นการติดต่อกับผู้ใช้เป็นชั้นที่เกี่ยวข้องกับการทํางานของโปรแกรมประยุกต์ ต่างๆ ที่ใช้สําหรับติดต่อสื่อสาร ผู้ใช้งานสามารถใช้โปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงเครือข่าย โดย อนุญาตให้ผู้ใชซ้ึ่งอาจเป็นบุคคลหรือซอฟตแวร์ ์สามารถเขาถ้ ึงเครือข่ายได้โดยมียูสเซอร์อินเตอร์เฟส (User Interface) เพื่อสนับสนุนบริการต่างๆ เช่น การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์การติดต่อเครือข่าย แบบระยะไกลเพื่อเข้าถึงข้อมูล การถ่ายโอนข้อมูล เป็นต้น ภาพที่ 3-8 แอพพลิเคชันเลเยอร์
3204-2003 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย เครือข่ายท้องถิ่นและรูปแบบการเชื่อมต่อ หน้า 44 ครูสมปรารถนา ศรีรมย์ 4. การส่งขอมู้ลระหว่างเลเยอร์ ในแต่ละเลเยอร์มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการส่งข้อมูลจากสถานีต้นทางไปยังสถานีปลายทาง ข้อมูลเดินทางจากระดับบนสุดของสถานีต้นทางไปยังระดับล่างโดยถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเข้าไป ในสายสื่อสาร โปรโตคอล (Protocal) ซึ่งเป็นข้อกําหนดในการสื่อสาร ระดับล่างสุดที่สถานีปลายทาง จะรับสัญญาณและส่งผ่านขึ้นไปยังโปรโตคอลระดับบนต่อไป ขณะที่ข้อมูลผ่านไปในแต่ละระดับชั้น โปรโตคอลในชั้นนั้นจะผนวกข้อมูลกํากับการทํางานซึ่ง เรียกว่า เฮดเดอร์ (header) เข้าไปยังส่วนต้นของข้อมูล (ยกเว้นระดับชั้นฟิสิคัลที่ไม่มีการแทรก เฮดเดอร์) ในโอเอสไอใช้ศัพท์เทคนิคเรียกข้อมูลและเฮดเดอร์รวมกันว่า พีดียู (PDU : Protocol Data Unit) และเรียกเฉพาะเฮดเดอร์ว่า พีซีไอ (PCI : Protocol Control Information) นอกจากนี้ ระดับชั้นดาตาลิงค์มักแทรกข่าวสารต่อท้ายข้อมูลเรียกว่า เทรลเลอร์ (trailer) โปรโตคอลระดับล่างถัด มาเมื่อได้รับพีดียูจากระดับบนก็จะแทรกเฮดเดอร์ประจําชั้นตัวเองเข้าไปอีก กระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ว่า การเอ็นแคปซูเลต (encapsulation) หรือเปรียบเทียบได้กับการบรรจุข้อมูลเข้าไปในแคปซูลหลายชั้น เมื่อข้อมูลและเฮดเดอร์ทั้งหมดออกจากระดับชั้นฟิสิคัลก็จะกลายเป็นสัญญาณเดินทางไปในสาย สื่อสาร สัญญาณที่มาถงสถานึ ีปลายทางจะเข้าสู่ระดับชั้นฟิสิคัลเพื่อแปลงกลับไปเป็นบิตและส่งไปยัง ระดับชั้นถัดไป โปรโตคอลประจําระดับชั้นจะปฏิบัติงานโดยอาศัยข้อมูลในเฮดเดอร์จากนั้นจึงถอด เฮดเดอร์ออกและส่งส่วนที่เหลือไปยังระดับชั้นถัดไป เมื่อถึงระดับชั้นบนสุดก็จะเหลือเพียงตัวข้อมูลที่ ต้องการนําส่ง กระบวนการนี้เรียกว่า การดีแคปซูเลต (decapsulation) ภาพที่ 3-9 การเอนแคบซูเลต/ดีแคบซูเลต