The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มแผนตำบลหนองบัว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noppakunflame, 2022-03-17 02:46:10

เล่มแผนตำบลหนองบัว

เล่มแผนตำบลหนองบัว



คานา

แผนพัฒนาเกษตรกรรมตาบลหนองบัว อาเภอบา้ นแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ฉบับน้ีจัดทาขึ้น
เพ่ือให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553 เพ่ือแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมของเกษตรกรในตาบล โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและ
ให้ความสาคัญกับการแก้ไขปัญหา 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) ปัญหาด้านหนี้สิน 2) ปัญหาด้านแหล่งน้าเพ่ือ
การเกษตร 3) ปัญหาดา้ นท่ดี นิ ทากิน 4) ปญั หาด้านราคาสนิ คา้ เกษตร 5) ปัญหาดา้ นสวสั ดิการเกษตรกร สิทธิ
เกษตรกรและการไมไ่ ดร้ ับความเป็นธรรม และ 6) ปญั หาดา้ นสงั คมหรือคณุ ภาพชวี ติ ของเกษตรกร โดยจัดเก็บ
รวบรวมข้อมูลด้านการเกษตรจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง สารวจแบบสอบถามปัญหาด้านก ารเกษตรและ
ความต้องการแกไ้ ขปัญหาของกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรในตาบล นามาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการเกษตร
ของตาบล ปัญหาความต้องการ ศักยภาพของตาบลและนามากาหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาในรูปของ
โครงการ และจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับเกษตรกรและหน่วยงานที่เก่ียวข้อง รวมทั้งจัดทาเป็น
รูปเลม่ แผนพฒั นาเกษตรกรรมตาบล เพ่อื นาไปขบั เคลื่อนโครงการ/กจิ กรรม ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยนาส่ง
โครงการเสนอใหอ้ งคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลของพน้ื ท่ี หรือในบางโครงการที่เกินศักยภาพของพ้ืนที่ จะเสนอให้
หนว่ ยงานราชการระดบั จงั หวัดให้การสนับสนุนตอ่ ไป

ในการจัดทาแผนพัฒนาเกษตรกรรมตาบลหนองบัว อาเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเกษตรกรผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กานัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
จงึ ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนพัฒนาเกษตรกรรมตาบลหนองบัว ฉบับน้ี จะเป็น
ประโยชน์และสามารถใชเ้ ป็นเครอื่ งมือในการพฒั นาและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรของตาบลหนองบัว และ
สามารถยกระดบั คณุ ภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดยี ่งิ ขึ้น มคี วามยัง่ ยนื ในอาชพี เกษตรกรรมต่อไป

สว่ นยุทธศาสตร์การเกษตร
สานักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร

ปีงบประมาณ พ.ศ.2565



บทสรุปผบู้ ริหาร

จากภารกิจหลักของสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร ท่ีได้ยึดเอาสภาเกษตรกรเป็นสถาบัน
แกนหลักประสานการพัฒนาภาคเกษตรกรรม มุ่งให้เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร มีความเข้มแข็งในอาชีพ
และพนั ธกิจของเราท้งั 6 ด้าน นั้นคอื

1. เพิม่ ประสทิ ธภิ าพพนักงาน สมาชกิ สภาเกษตรกร และคณะผู้ปฏิบัติงาน ในการใช้เทคโนโลยี
เครื่องมืออปุ กรณ์ สารวจ/จัดเก็บ ข้อมูลปัญหา ความต้องการพัฒนาแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรและส่ือสาร
คาแนะนา แนวทางแก้ไขปัญหา

2. เพิ่มศักยภาพพนักงาน สมาชิกสภาเกษตรกรและคณะผู้ปฏิบัติงานในการวิเคราะห์/
สังเคราะห์ ข้อมูลด้านการเกษตร หรือวิเคราะห์สภาพแวดล้อม แล้วแต่กรณี รวมท้ังวิธี การจัดทา
ข้อเสนอเชงิ นโยบาย หรอื วเิ คราะห์สภาพแวดล้อม แล้วแต่กรณี รวมท้งั วธิ ีการจัดทาข้อเสนอเชิงนโยบาย หรือ
วิเคราะห์การจดั ทาแผนพัฒนาเกษตรกรรมท่ีมีคณุ ภาพ

3. ประสานงานกับหน่วยงานท้ังภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา
ภาคเอกชน และเกษตรกร เปา้ หมายในการขับเคลอื่ นงาน/โครงการท่ีได้จัดการ จัดทาแผนไปส่กู ารปฏิบัติ

4. ส่งเสริมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการจัดทาฟาร์มแก่เกษตรกรต้นแบบ ตั้งแต่การ วางแผน
การผลติ แปรรปู และการตลาด รวมท้ังกาหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยี
เกดิ ผลผลิตทีแ่ ตกต่าง หรอื เปล่ียนแปลง วธิ ีการผลิตใหม่ ทาใหล้ ดตน้ ทนุ พัฒนาคณุ ภาพ และเพมิ่ มูลค่าสนิ ค้า

5. สง่ เสริมสนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวเป็นกลุ่ม/องค์กรเกษตรกร ขายสินค้า ดาเนินการผลิต
โดยใชเ้ ทคโนโลยี หรอื นวตั กรรมเพื่อพัฒนาคณุ ภาพมาตรฐานของสนิ ค้าเกษตร จากเดิมที่มุ่งหมายวัตถุดิบไปสู่
การแปรรปู เพ่ิมมลู คา่

6. ประสานหน่วยงานพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการธุรกิจของกลุ่ม/องค์กรเกษตรกร
ขายสินค้าท่มี งุ่ มัน่ ผลิตสินค้าเกษตรแปรรปู เพิม่ มลู คา่

ดังจะเห็นได้ว่า สภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาครได้เดินหน้าทาภารกิจครบทั้ง 6 ด้าน
เป็นทนี่ า่ พอใจ แตอ่ าจมีบางโครงการตอ้ งปรับเปล่ียนให้เข้ากับสถานการณ์ ให้เกิดความสาเร็จ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่
กับตัวแปรท่ีสาคัญ ประกอบดว้ ย

- นโยบายภาครฐั
- หนว่ ยงานท่ีเกย่ี วขอ้ ง
- สถานการณก์ ารเมอื ง
- ภยั ธรรมชาติ
- โรคระบาด
และที่สาคัญแกนหลัก 3 แกน คือ สภาเกษตรกร สภาอุตสาหกร รม หอการค้า
ต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน หล่อหลอมไปสู่จุดหมายปลายทาง โดยเร่ิมท่ี ต้นน้า คือ เกษตรกรรม
กลางนา้ อตุ สาหกรรม คอื แปรรูป และปลายน้า หอการค้า คือการตลาด โดยมีหน่วยงานราชการท่ีเกี่ยวข้อง
ทาหนา้ ที่อยา่ งเข้มแขง็ ไมใ่ ช่เพอ่ื ใหโ้ ครงการผา่ นๆ ไป โดยมตี ัวชวี้ ัด แต่ไม่ผา่ นผลสัมฤทธิ์

นายศกั ดา เนตพิ ฒั น์
ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร



บทสรุปผบู้ รหิ าร

ภาคการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประเทศไทยมาช้านาน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ.2550 เล็งเห็นถึงความสาคัญของเกษตรกรที่ประกอบอาชีพภาคการเกษตร จึงได้จัดทากฎหมาย เพื่อ
คุ้มครอง และรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ซึ่งเป็นที่มาของพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.
2553 เพื่อต้องการให้มีสภาของเกษตรกรโดยตรง ในการนาเสนอปัญหา และแนวทางการแก้ไข ร วมท้ัง
การพฒั นาภาคการเกษตรอยา่ งยงั่ ยนื ซ่ึงผา่ นกระบวนการเครือข่ายผู้แทนสภาเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ระดับ
ตาบล และระดบั จังหวดั โดยใช้เวทีการประชุมการจดั ทาแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตาบล ท่ีเป็นเคร่ืองมือ
และกลไก การได้มาซึ่งข้อมูล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อาทิ เกษตรกรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพ้ืนที่
ผูใ้ หญ่บา้ น กานัน หนว่ ยงานทอ้ งถนิ่ หนว่ ยงานภาครฐั หนว่ ยงานภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ร่วมกันเสนอ
ประเด็นปัญหา และแนวทางการแก้ไข อย่างแท้จริง เพื่อนาไปสู่การพัฒนาในหลายมิติ ภาคการเกษตร
ภาคสังคม และชีวิติความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ให้เกิดความมั่นคง และความย่ังยืน รวมทั้งการได้รับ
การแกไ้ ข และพฒั นาอยา่ งแทจ้ รงิ

นางณริภา ระยา้ แก้ว
หวั หน้าสานักงานสภาเกษตรกรจงั หวดั สมทุ รสาคร

สารบญั หนา้

คานา
บทสรปุ ผู้บรหิ าร ข

- ประธานสภาเกษตรกรจงั หวัดสมทุ รสาคร
- หวั หนา้ สานกั งานสภาเกษตรกรจังหวดั สมุทรสาคร 1
สว่ นท่ี 1 บทนา 2
- หลกั การและเหตผุ ล 6
- ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580)
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560 – 2564) 12
และรา่ งแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 13 (พ.ศ.2566 – 2570) 13
- ยุทธศาสตรเ์ กษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579)
- แผนพฒั นาจังหวัดสมุทรสาคร (พ.ศ.2561 – 2565) 14
สว่ นที่ 2 ขอ้ มลู ทว่ั ไปของตาบลหนองบัว อาเภอบา้ นแพว้ จงั หวดั สมทุ รสาคร 23
- บริบทพ้ืนที่ 25
- ข้อมูลภาคการเกษตร ตาบลหนองบัว อาเภอบา้ นแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
- ผลการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นท่ีตาบลหนองบวั อาเภอบ้านแพว้ 27
จังหวัดสมุทรสาคร เพอ่ื การพัฒนาดา้ นการเกษตร 28
สว่ นที่ 3 วิธีการรวบรวมขอ้ มูล 30
- ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 30
- เครอ่ื งมือทใี่ ช้ในการรวบรวมข้อมลู 32
- การสร้างและตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมอื
- วิธีการเก็บรวบรวมข้อมลู 54
- การวิเคราะหข์ ้อมลู 54
ส่วนที่ 4 สรปุ ประเด็นปญั หาและแนวทางแกไ้ ขปญั หา 55
- ด้านหนส้ี ินและแหล่งเงนิ ทุน 55
- ด้านแหลง่ นา้ เพอื่ การเกษตร 56
- ด้านที่ดนิ ทากนิ 56
- ด้านราคาสนิ ค้าเกษตร
- ดา้ นสวสั ดิการเกษตรกร สิทธิเกษตรกรและการไม่ได้รบั ความเปน็ ธรรม
- ด้านสงั คมหรอื คุณภาพชวี ิตเกษตรกร

สารบัญ (ต่อ) หนา้

ส่วนท่ี 5 แผนงาน/โครงการ 58
- วิสยั ทัศน์ 58
- พนั ธกิจ 58
- ยทุ ธศาสตร์ 60
- แผนงาน/โครงการ/กจิ กรรม 63

ภาคผนวก

สารบัญรปู ภาพ

รูปท่ี 1 แสดงตาแหนง่ ทีต่ ง้ั ตาบลหนองบวั อาเภอบา้ นแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร หนา้
รปู ที่ 2 ผังแสดงขัน้ ตอนกิจกรรมการจัดทาแผนพฒั นาเกษตรกรรมระดับตาบล 14
ภายใต้โครงการจดั ทาแผนพฒั นาอาชีพในระดับตาบล จงั หวดั สมทุ รสาคร 26
รูปที่ 3 ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565
รปู ที่ 4 จานวนผลการตอบแบบสอบถามของเกษตรกรในตาบลหนองบัว 31
รปู ท่ี 5 32
รูปที่ 6 จานวนชว่ งอายกุ ล่มุ เป้าหมายท่ตี อบแบบสอบถาม 33
รูปท่ี 7 34
รูปท่ี 8 ขอ้ มูลระดบั การศกึ ษาของกลมุ่ เปา้ หมายทีต่ อบแบบสอบถาม 35
รูปที่ 9 จานวนผูต้ อบแบบสอบถามจาแนกตามลกั ษณะการประกอบอาชพี 36
รูปท่ี 10 ขอ้ มูลประเภทการประกอบอาชพี เกษตรกรรม 37
รูปท่ี 11 ข้อมูลพนื้ ที่เกษตรกรรมของตาบลหนองบัว 38
รูปที่ 12 ขอ้ มูลผลผลิตทางการเกษตรของตาบลหนองบัว 39
รปู ท่ี 13 ข้อมูลรายรบั ของผู้ตอบแบบสอบถาม 40
รปู ที่ 14 ขอ้ มูลรายจ่ายของผ้ตู อบแบบสอบถาม 41
รูปที่ 15 ข้อมูลท่ดี ินเพอ่ื ทาเกษตรกรรมของผูต้ อบแบบสอบถาม 41
รูปท่ี 16 ข้อมูลลกั ษณะการถือครองทดี่ ินของผตู้ อบแบบสอบถาม (ทีด่ ินตนเอง) 42
รปู ท่ี 17 ขอ้ มลู ลกั ษณะการถอื ครองที่ดินของผ้ตู อบแบบสอบถาม (ท่ดี นิ เช่า) 42
รปู ที่ 18 ขอ้ มูลค่าเชา่ ทดี่ นิ เพ่อื ประกอบอาชพี เกษตรกรรมของผูต้ อบแบบสอบถาม 43
รปู ท่ี 19 ข้อมลู แหลง่ น้าเพอื่ การเกษตรกรรม 43
รูปท่ี 20 ข้อมลู ระดบั กจิ กรรมเกษตรกรรม 44
รูปท่ี 21 ขอ้ มลู สภาพการรวมกลมุ่ ของเกษตรกร 44
ขอ้ มลู ระบบเกษตรกรรมของผูต้ อบแบบสอบถาม 57
ขอ้ มลู รปู แบบเกษตรกรรมย่ังยนื ของผู้ตอบแบบสอบถาม
แสดงความเชอื่ มโยงประเด็นปัญหาตาบลหนองบัว อาเภอบ้านแพว้ จังหวัดสมุทรสาคร
กบั มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญตั สิ ภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553

สารบญั ตาราง

ตารางที่ 1 แหลง่ น้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ที่ 1 ตาบลหนองบัว หน้า
16
ตารางท่ี 2 แหล่งน้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ท่ี 2 ตาบลหนองบวั 17
18
ตารางท่ี 3 แหลง่ น้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ที่ 3 ตาบลหนองบวั 19
19
ตารางท่ี 4 แหล่งนา้ ธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ท่ี 4 ตาบลหนองบัว 20
21
ตารางท่ี 5 แหลง่ นา้ ธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ที่ 5 ตาบลหนองบวั 21
22
ตารางที่ 6 แหลง่ น้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ที่ 6 ตาบลหนองบวั 23
23
ตารางท่ี 7 แหล่งน้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ที่ 7 ตาบลหนองบวั 24
24
ตารางท่ี 8 แหลง่ น้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ที่ 8 ตาบลหนองบัว 24
48
ตารางที่ 9 แหล่งน้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ท่ี 9 ตาบลหนองบัว
48
ตารางท่ี 10 จานวนครวั เรือนภาคเกษตร ปี พ.ศ. 2564
49
ตารางท่ี 11 การใชป้ ระโยชน์ท่ดี ินตาบลหนองบัว ปี พ.ศ. 2564
50
ตารางที่ 12 การใชป้ ระโยชน์ทดี่ ินทางการเกษตร ปี พ.ศ.2564
50
ตารางท่ี 13 ขอ้ มูลเกษตรกรผ้ปู ลูกพชื ในพนื้ ท่ตี าบลหนองบัว 51

ตารางท่ี 14 ขอ้ มลู เกษตรกรผเู้ พาะเลย้ี งสัตวน์ า้ ในพนื้ ทตี่ าบลหนองบัว

ตารางที่ 15 แสดงขอ้ มลู ประเด็นปัญหาการสร้างความเป็นธรรมดา้ นราคาผลผลิตทางเกษตรกรรม
และสง่ เสริมให้สินค้าไดร้ บั ผลตอบแทนสูงสุด

ตารางท่ี 16 แสดงขอ้ มูลประเดน็ ปัญหาการแก้ไขปญั หาหน้ีสนิ และการเข้าถึงแหลง่ เงินทนุ
ของเกษตรกร

ตารางที่ 17 แสดงข้อมูลประเดน็ ปัญหาการปรบั ปรงุ การบริหารจัดการกองทนุ ทเี่ กยี่ วกบั การเกษตร
ทมี่ ีอยู่ ให้สามารถรองรบั การชว่ ยเหลือเกษตรกรอย่างครบวงจร และลดความซา้ ซ้อน
รวมถึงการจัดตัง้ กองทนุ เพื่อวตั ถปุ ระสงคด์ ังกล่าว

ตารางท่ี 18 แสดงข้อมลู ประเดน็ ปญั หาการสง่ เสริมสนบั สนุนการรวมกลมุ่ /องค์กรเกษตรกร
ตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ตารางท่ี 19 แสดงข้อมลู ประเดน็ ปญั หาการพัฒนาแหล่งน้าและระบบชลประทานเพอ่ื เกษตรกรรม

ตารางที่ 20 แสดงขอ้ มลู ประเด็นปญั หาการคน้ คว้าวิจยั และพัฒนาภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น เพ่ือประโยชน์
ทางเกษตรกรรมและเกษตรอุตสาหกรรม

สารบญั ตาราง (ต่อ) หนา้
51
ตารางท่ี 21 แสดงข้อมูลประเด็นปญั หาการอนรุ กั ษฟ์ นื้ ฟแู ละใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมเพอ่ื การเกษตร 52
52
ตารางท่ี 22 แสดงขอ้ มูลประเดน็ ปญั หาการค้มุ ครองพ้นื ทีเ่ กษตรกรรม และคุ้มครองสิทธิ 53
ของเกษตรกรใหม้ ีกรรมสิทธ์ิหรือสทิ ธใิ นทด่ี ิน 53

ตารางที่ 23 แสดงข้อมูลประเด็นปญั หาการแก้ปญั หาทดี่ นิ และส่งเสริมปรบั ปรงุ ดนิ เพอ่ื การเกษตร 60
ตารางที่ 24 แสดงข้อมูลประเด็นปัญหาการสนบั สนุน สง่ เสริมการศึกษา อบรมถา่ ยทอดความรู้

เทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม และการจัดการแก่เกษตรกรและยุวเกษตร
ตารางที่ 25 แสดงขอ้ มลู ประเดน็ ปัญหาการสร้างเครือขา่ ยองค์กรเกษตรกรเชื่อมโยงและพัฒนา

ความรว่ มมอื ด้านการผลติ ทางเกษตรกรรม การแปรรปู และการบริโภคเพื่อการยังชพี
ระหว่างเครือข่ายองคก์ รเกษตรกรกบั ภาครัฐและภาคเอกชน
ตารางท่ี 26 แผนงาน/โครงการ/กจิ กรรม

สว่ นที่ 1
บทนา

1. หลกั การและเหตุผล

ตามท่ีคณะรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภา เม่ือวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 รัฐบาลให้ความสําคัญ
กับชุมชนในการนําความรู้และทรัพยากรในพ้ืนท่ี มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ เพ่ือเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจ
ฐานรากให้สามารถสร้างรายได้ กระจายรายได้สู่ชุมชน สนับสนุนสินค้าชุมชนและยกระดับวิสาหกิจชุมชนให้มี
ความเข้มแข็ง พัฒนาช่องทางการตลาดเชื่อมโยงกับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และสร้างพลังสังคม พลังชุมชน
รวมทัง้ สรา้ งการเรียนรู้ ฝกึ อาชีพกลมุ่ อิสระในการร่วมขับเคลื่อนและพฒั นาประเทศ รัฐบาลจึงมีนโยบายดําเนินการ
ดังนี้ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้วยการสร้างมูลค่าเพ่ิมธุรกิจชุมชนผ่านอัตลักษณ์ของพื้นท่ี
สนับสนุนความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชนผ่านเทคโนโลยี สร้างโอกาสและส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่
ทันสมัยและบริการทางการเงินของวิสาหกิจชุมชน ส่งเสริมการลงทุนในชุมชนเพื่อสร้างงานในชุมชน และสร้าง
สภาพแวดล้อมทเ่ี ออื้ ตอ่ การดาํ เนนิ ธรุ กิจของวสิ าหกจิ ชมุ ชน สรา้ งความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยการสร้างผู้นําชุมชน
ยกระดับคุณภาพตลาดชุมชน สถาบันการเงินของชุมชน สวัสดิการชุมชน สาธารณสุขชุมชน ปุาชุมชน แหล่ง
ท่องเที่ยวชุมชนและส่งเสริมขยายตลาดออกสู่ประเทศ แก้ไขปัญหาท่ีอยู่อาศัย ที่ดินทํากิน สร้างชุมชนที่น่าอยู่
สร้างพลังในชุมชน และสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง และส่งเสริมเสริมบทบาทภาคเอกชนในการช่วยพัฒนา
สังคมและเศรษฐกิจฐานราก สภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นองค์กรท่ีจัดต้ังข้ึนตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรและ
องค์กรเกษตร จงึ เหน็ ความจําเปน็ ในการสง่ เสรมิ ให้สภาเกษตรกรจงั หวัดต่างๆ จดั ให้มเี วทสี ําหรับเกษตรกรฐานราก
ท่ีช่วยกันคิดวิเคราะห์ ค้นหาทางออก วางแผนพัฒนา แก้ปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการประการต่าง ๆ
ของตนเอง จึงอาศัยอํานาจตามมาตรา 4 พระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553 ประกอบกับ มาตรา
11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม แต่งต้ังคณะกรรมการ
บริหารและคณะทํางานขับเคลื่อนโครงการการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วมด้วย
เครือข่ายชุมชน

2

2. ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580)
เปูาหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่าง

ตอ่ เนือ่ ง สงั คมเป็นธรรม ฐานทรพั ยากรธรรมชาติย่งั ยืน” โดยยกระดบั ศักยภาพของประเทศในหลากหลายมติ ิ
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (3) ประเด็นการเกษตร (พ.ศ.2561 – 2580) โดยในแผนแม่บท

ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร จะให้ความสําคัญกับการยกระดับการผลิตให้เข้าสู่คุณภาพมาตรฐาน
ความปลอดภัย การใช้ประโยชน์จากความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของสินค้าเกษตร รวมถึงความหลากหลายทาง
ชีวภาพในแต่ละพื้นที่ การพัฒนาสินค้าเกษตรและการแปรรูปสินค้าเกษตร เพ่ือสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้า
การเกษตร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิตและการจัดทําฟาร์ม นอกจากนี้ ยังมี
การสนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศของภาคเกษตร เพ่ือเสริมสร้างให้การพัฒนามีการเติบโตอย่าง
ต่อเนอ่ื งและเข้มแขง็ ประกอบดว้ ย 6 แผนย่อย โดยสรปุ ดงั น้ี

1. แผนยอ่ ยเกษตรอตั ลักษณ์พนื้ ถ่ิน ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดงั น้ี
1) ส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอัตลักษณ์พ้ืนถ่ิน ด้วยการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา

นวตั กรรม และเทคโนโลยีการพัฒนากระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ เพ่ือให้สินค้ามีอัตลักษณ์พ้ืนถิ่นออกสู่ตลาด
สมํ่าเสมอ รวมถึงสนิ คา้ การเกษตรนอกฤดกู าล ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานท่ีตอบสนองต่อความ
ต้องการผบู้ ริโภคทีห่ ลากหลาย

2) ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับความสามารถของเกษตรกรและชุมชนในการพัฒนา
สินคา้ เกษตรอตั ลกั ษณ์พน้ื ถิน่ เพ่ือสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และผปู้ ระกอบการวสิ าหกจิ ชุมชนท้องถ่นิ อยา่ งย่ังยืน

3) สร้างอตั ลักษณ์หรือนําเสนอเรือ่ งราวเกยี่ วกบั เหล่งกาํ เนดิ ให้กับสินค้า รวมทั้งการสร้าง
ความแตกต่างและโดเด่นของสินค้าในแต่ละท้องถ่ิน และสร้างตราสินค้าของเกษตรอัตลักษณ์พื้นถ่ินตลอดจน
เช่ือมโยงไปสู่ภาคการผลิตอ่ืน เช่นการท่องเท่ียวและบริการ และส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พ้ืนถิ่น
ในระดับประเทศ และเพ่ือการส่งออกไปยังตลาดโลก

เปาู หมาย สินค้าเกษตรอตั ลักษณ์พืน้ ถ่ินมีมลู คา่ เพ่ิมขึ้น
ตวั ชวี้ ัด อัตราการขยายตัวของมูลคา่ ของสนิ ค้าเกษตรอตั ลักษณ์พื้นถ่นิ (เฉล่ียรอ้ ยละ)
2. แผนย่อยเกษตรปลอดภัย ประกอบดว้ ยแนวทางการพัฒนา ดงั นี้
1) สนับสนุนการบริหารจัดการฐานทรัพยากรทางการเกษตรและระบบการผลิตที่เป็น
มิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม และส่งเสริมการผลิตในระบบเกษตรกรรมยัง่ ยนื
2) พฒั นาระบบคณุ ภาพมาตรฐานความปลอดภยั และระบบการตรวจรับรองคุณภาพจาก
สภาบันท่ีมีความน่าเช่ือถือในระดับต่างๆ พัฒนาคุณค่าทางโภชนาการของสินค้าเกษตรและอาหาร และพัฒนา
ระบบการตรวจสอบยอ้ นกลับใหเ้ ป็นท่ียอมรบั กับความต้องการของตลาดทัง้ ในประเทศและตา่ งประเทศ

3

3) ส่งเสริมและสนับสนนุ เกษตรกร ชุมชน ทอ้ งถ่นิ รวมถึงผู้ประกอบการ ให้สามารถผลิต
สินคา้ เกษตรและอาหารทีม่ คี ุณภาพมาตรฐาน และส่งเสริมการวจิ ยั พฒั นาสนิ ค้า

4) สร้างความตระหนักรู้ของผู้ผลิตและผู้บริโภคถึงความสําคัญของความปลอดภัย และ
การส่งเสรมิ ด้านการขยายตลาดการบรโิ ภคสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภยั

5) สนับสนุนการทําเกษตรอินทรีย์วิธีชาวบ้าน ควบคู่การขยายตลาดเกษตรอินทรีย์ท้ังใน
และตา่ งประเทศ

เปาู หมายที่ 1 สินคา้ เกษตรปลอดภัยมีมลู คา่ เพิม่ ขึ้น
ตัวช้วี ัด อัตราการขยายตวั ของมูลคา่ ของสินค้าเกษตรปลอดภัย (เฉล่ยี รอ้ ยละ)
เปูาหมายที่ 2 ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัยของไทยได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ
ความปลอดภัย และคณุ คา่ ทางโภชนาการสูงขน้ึ
ตวั ชว้ี ัด ดัชนีความเชื่อมน่ั ผู้บริโภคด้านคุณภาพและความปลอดภยั อาหาร
3. แผนย่อยเกษตรชีวภาพ ประกอบด้วยแนวทางการพฒั นา ดงั น้ี
1) สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ พันธุ์พืช พันธ์ุสัตว์และ
เช้อื จลุ ินทรยี ์
2) ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิต การแปรรูป และการพัฒนาสินค้าเกษตรและ
ผลิตภัณฑ์จากฐานเกษตรกรรมและฐานทรัพยากรชีวภาพ ยกระดับให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจ
การเกษตรขนาดกลางและเล็ก และสนับสนุนให้มีการนําวัตถุดิบเหลือท้ิงทางการเกษตรมาใช้ในอุตสาหกรรมและ
พลงั งานที่เกย่ี วเนอ่ื งกับชวี ภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรให้เป็นพืชเศรษฐกิจตามความเหมาะสมของ
สภาพแวดลอ้ มในแตล่ ะพื้นท่ี ม่งุ แปรรูปเพื่อปูอนในตลาดอุตสาหกรรมผลติ ภณั ฑเ์ สรมิ อาหาร สินค้าประเภทโภชนา
เภสัชภัณฑ์ ประเภทเวชสาํ อาง และผลติ ภัณฑ์กลุ่มเครอ่ื งสาํ อาง
4) ส่งเสริมการทําการตลาดผ่านการสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับผลิตภัณฑ์จาก
เกษตรชีวภาพ ตลอดจนประโยชนแ์ ละสรรพคณุ ของสมนุ ไพรไทย
เปาู หมายที่ 1 สินค้าเกษตรชีวภาพมมี ลู ค่าเพ่ิมขน้ึ
ตวั ชีว้ ดั อตั ราการขยายตวั ของมูลคา่ ของสนิ ค้าเกษตรชวี ภาพ (เฉลย่ี รอ้ ยละ)
เปูาหมายที่ 2 วิสาหกิจการเกษตรจากฐานชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นมีการจัดต้ัง
ทกุ ตาํ บลเพม่ิ ขนึ้
ตัวช้ีวัด จํานวนวิสาหกิจการเกษตรขนาดกลางและเล็ก และผลิตภัณฑ์จากรากฐาน
ชีวภาพ

4

4. แผนยอ่ ยเกษตรแปรรูป ประกอบด้วยแนวทางการพฒั นา ดังนี้
1) ส่งเสริมการพัฒนาและใ ช้วัตถุดิบและผลิตผลทางการเกษ ตรที่เชื่อมโยง

ไปสู่กระบวนการแปรรูปในอตุ สาหกรรมต่อเนื่องท่เี กี่ยวข้อง
2) ส่งเสริมการแปรรูปโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงองค์ความรู้และ

ภูมิปัญญาท่ีทันสมัย มีประสิทธิภาพในการแปรรูป สร้างความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์
และสนิ คา้ เกษตร

3) สนับสนุนการนําเทคโนโลยี นวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิต
หลังการเก็บเกยี่ วและแปรรปู

4) ส่งเสริมการสร้างตราสินค้า และขยายช่องทางการตลาดด้วยระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ และการสรา้ งเครื่องหมายทางการค้าและการปกปูองสิทธิในทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา

เปาู หมาย สินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑม์ มี ูลคา่ เพ่ิมข้นึ
ตัวชี้วัด อัตราการขยายตัวของมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและมีผลิตภัณฑ์
(เฉลย่ี รอ้ ยละ)
5. แผนย่อยเกษตรอัจฉรยิ ะ ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดงั น้ี
1) ส่งเสริมการพัฒนาพันธ์ุพืช พันธุ์สัตว์ ปัจจัยการผลิตเคร่ืองจักรกลและอุปกรณ์
การเกษตร รวมทง้ั เทคโนโลยีและนวตั รกรรมการเกษตรแห่งอนาคต
2) พัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ทางการเกษตร การจัดการภาคการเกษตรที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม องค์ความรู้ด้านการผลิตและการตลาด
การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล ฐานข้อมูลสารสนเทศ
ทางการเกษตรตา่ งๆ
3) สนับสนุนและสงเสริมการทําระบบฟาร์มอัจฉริยะ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
และการใช้ประโยชน์จากขอ้ มลู ในการวางแผนการปรับเปลีย่ นกระบวนการผลิตสินค้าท่ีสอดคล้องกับความต้องการ
ของตลาด
เปาู หมายท่ี 1 สินคา้ ทีไ่ ดจ้ ากเทคโนโลยีสมัยใหม่/อจั ฉรยิ ะมีมลู ค่าเพ่ิมข้ึน
ตัวช้ีวดั มูลค่าสินค้าที่มกี ารใชเ้ ทคโนโลยีสมัยใหม่/อัจฉรยิ ะ (เฉลย่ี ร้อยละ)
เปูาหมายที่ 2 ผลผลิตต่อหน่วยของฟาร์มหรือแปลงที่มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
/อัจฉรยิ ะ เพ่มิ ขึ้น
ตัวช้ีวัด ผลผลิตต่อหน่วยของฟาร์มหรือแปลงท่ีมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่/อัจฉริยะ
(เฉลย่ี รอ้ ยละ)

5

6. แผนย่อยการพัฒนาระบบนิเวศการเกษตร ประกอบด้วยแนวทางการพฒั นา ดังน้ี
1) เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพและการจัดการฐานทรพั ยากรทางการเกษตร อนุรักษ์และรักษาฐาน

ทรัพยากรทางการเกษตรท่ีสําคัญ การคุ้มครองท่ีดินการเกษตร การจัดการน้ําเพ่ือการเกษตรและชุมชนอย่างมี
ประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลทรัพยากรทางการเกษตรและการบริหารจัดการพื้นที่
เกษตรกรรมอย่างเหมาะสม

2) สร้างความมั่นคงอาหารให้กับครัวเรือนเกษตรกรและชุมชน สนับสนุนให้ชุมชน
ทางการเกษตรของท้องถ่ิน ส่งเสริมการทําการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนให้
หน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่นในพ้ืนท่ีมีบทบาทดําเนินการให้ความม่ันคงด้านอาหารในมิติต่างๆ รวมถึงการดูแล
โภชนาการของประชาชนในทุกช่วงวัย สร้างเสถียรภาพด้านรายได้ของเกษตรกรและประชาชน การมีมาตรก าร
รองรับสําหรับผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรกรรมและอาหารได้อย่างท่ัวถึง และการติดตามการ
เปลยี่ นแปลงของราคา อาหาร และผลกระทบ

3) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และการเฝูาระวังและเตือนภัยสินค้าเกษตร ส่งเสริมให้
มกี ารพฒั นาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่มีมาตรฐานครบวงจร ทั้งเรื่องเกษตรกร ข้อมูลอุปสงค์อุปทาน
สินค้าเกษตรท่ีมุ่งเน้นการตลาดนําการผลิต ข้อมูลพื้นท่ีเกษตรกรรม ข้อมูลมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาระบบ
ติดตามเฝูาระวังและวางระบบเตือนภัย กลไกการจัดการปัญหาท่ีอาจเกิดข้ึนกับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ในมิติ
ต่างๆ ทง้ั ในด้านอปุ สงคแ์ ละอุปทาน รวมทง้ั ให้เกษตรกรและผใู้ ชป้ ระโยชน์สามารถเข้าถึงข้อมูล ตลอดจนเช่ือมดยง
ขอ้ มลู ระหว่างหนว่ ยงานทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ วเิ คราะห์แนวโน้มการผลิตสินคา้ เกษตร

4) ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรเชื่อมดยงไปถึงผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาด้านการผลิตและด้านการตลาดของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สนับสนุนการ
ขยายเครือข่ายธุรกิจของวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ สนับสนุนให้มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนภายใต้เง่ือนไขที่
ผ่อนปรนมากข้ึน และมีกลไกในการดูแลให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการรวมกลุ่มและการเพิ่มมูลค่าสินค้า
เกษตรอย่างจริงจงั

5) วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนภาคเกษตร สนับสนุนและส่งเสริมการ
วิจัยพ้ืนฐาน รวมถึงการวิจัยเชิงประยุกต์ในด้านต่างๆ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการเข้าถึงองค์ความรู้และ
เทคโนโลยีด้านการผลติ และการตลาด เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั และขอ้ มลู สารสนเทศ

6) พัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์ ยกระดับการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์
ให้มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหรือกลุ่มผู้บริโภค จัดให้มีระบบการตรวจรับรอง
คุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษ๖รอย่างเพียงพอ มีขั้นตอนการตรวจสอบที่รวดเร็ว และมีราคาเหมาะสม รวมถึงการ
วางระบบตรวจสอบย้อนกลับ

6

7) ส่งเสริมด้านการตลาดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์การเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีและ
เคร่ืองมอื ต่างๆ ในการสง่ เสรมิ และขยายตลาดสนิ ค้าเกษตรและผลติ ภณั ฑเ์ กษตรในรูปแบบต่างๆ

8) อํานวยความสะดวกทางการค้าและพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตร
เพ่ิมประสิทธิภาพการให้บริการทางการค้าและอํานวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ให้มีความรวดเร็วและไม่เป็น
ภาระค่าใช้จ่ายในการทําธุรกรรมทางการค้า และเตรียมความพร้อมของสถานที่เก็บรวบรวม/รักษาคุณภาพสินค้า
และผลิตภณั ฑเ์ กษตรทไี่ ด้คุณภาพและมาตรฐาน

เปาู หมายท่ี 1 ประสิทธิภาพการผลติ สินค้าเกษตรตอ่ หน่วยมกี ารปรบั ตัวเพ่มิ ข้นึ
ตวั ช้วี ัด มูลค่าผลผลติ สินค้าเกษตรตอ่ หน่วย (เฉล่ยี รอ้ ยละ)
เปูาหมายท่ี 2 สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเปูาหมาย) ท่ีขึ้น
ทะเบยี น กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความเขม้ แขง็ ในระดบั มาตรฐานเพ่ิมขน้ึ
ตัวชี้วัด สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกร) ที่ข้ึนทะเบียน
กบั กระทรวงเกษตรและสหกรณม์ ีความเข้มแขง็ ในระดับมาตรฐาน (เฉลย่ี รอ้ ยละ)

3. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560 - 2564) และร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 13 (พ.ศ.2566 - 2570)

3.1 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564)
ได้น้อมนําหลัก “ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง” มาเป็นปรชั ญานําทางในการพัฒนาประเทศ

อยา่ งต่อเน่อื งจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 9 – 11 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้สังคมไทย
สามารถยืดหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง เกิดภูมิคุ้มกัน และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ส่งผลให้
การพัฒนาประเทศสู่ความสมดลุ และยั่งยนื

ในการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 คร้ังน้ี ได้จัดทําบน
พื้นฐานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) ซ่ึงเป็นแผนแม่บทหลักของการพัฒนาประเทศ และ
เปูาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (Sustainable Development Golds : SDGs) รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศ
ไทยไปส่ปู ระเทศไทย 4.0 ตลอดจนประเด็นการปฏิรปู ประเทศ นอกจากน้ันได้ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของ
ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนทั้งในระดับกลุ่มอาชีพ ระดับภาค และระดับประเทศทุกขั้นตอนของแผนฯ อย่าง
กว้างขวางและต่อเน่ืองเพ่ือร่วมกันกําหนดวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมท้ังร่วมจัดทํารายละเอียด
ยุทธศาสตร์ของแผนฯ เพ่อื ม่งุ สู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ในส่วนของภาคการเกษตร อยู่ในแผนยุทธศาสตร์
การพัฒนาประเทศ ในประเด็นยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 การสรา้ งความเข้มแข็งทางเศรษฐกจิ และแข่งขันได้อยา่ งย่งั ยนื

7

การพฒั นาภาคการเกษตร โดย
1) เสริมสรา้ งฐานการผลติ ภาคเกษตรให้เข้มแขง็ และยัง่ ยนื โดย
(1) พัฒนาและบํารงุ รกั ษาแหล่งนํ้าเพื่อการเกษตร รวมท้ังจัดระบบการปลูกพืชให้

สอดคล้องปริมาณนาํ้ ที่หาได้ โดยใหค้ วามสาํ คญั กับการมีสว่ นร่วมของประชาชนในการพัฒนาแหล่งเก็บน้ําแหล่งน้ํา
ในไร่นา อ่างน้ําขนาดเล็กและขนาดกลางให้กระจายตัวตามศักยภาพของพ้ืนท่ี รวมท้ังให้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟู
พื้นที่ต้นน้ําและมีการผันน้ําจากแหล่งนํ้าท่ีมีปริมาณน้ําเกินความต้องการเข้ามาเติมในเขื่อนหรือ ในแหล่งน้ําที่มี
ปริมาณนํ้าน้อยให้เพียงพอกับการทําการเกษตร การจัดทําแผนบริหารจัดการนํ้าในภาคเกษตรระดับลุ่มน้ําและ
การเพิ่มประสิทธภิ าพการใชน้ าํ้ เพื่อการเกษตร

(2) คุ้มครองพ้ืนท่ีเกษตรกรรมที่มีศักยภาพและขยายโอกาสในการเข้าถึงพ้ืนท่ี
ทาํ กนิ ของเกษตรกรให้มากขึ้น โดยผลักดันการจัดทําพระราชบัญญัติคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม การบริหารจัดการ
ท่ีดินเพื่อการเกษตรอย่างเป็นระบบ การรักษาพื้นที่ท่ีเหมาะสมกับเกษตรกรรมไว้ให้เป็นฐานการผลิตการเกษตรที่
ม่ันคง รวมถึงการกําหนดเขตการใช้พื้นท่ีทําการเกษตรที่เหมาะสม และสนับสนุนให้ทําการเกษตรที่สอดคล้องกับ
ศักยภาพพ้ืนท่ี ปรมิ าณน้ําและความต้องการของตลาดในพื้นที่ รวมท้ังการเร่งฟื้นฟูและปรับปรุงบํารุงดินให้มีความ
อดุ มสมบรู ณ์ การฟื้นฟพู ื้นทีน่ ารา้ ง และสง่ เสรมิ การเข้าถงึ ปัจจัยการผลิตคุณภาพดีอย่างทั่วถึงและราคาที่เป็นธรรม
อาทิ พนั ธุ์พชื พนั ธ์สุ ตั ว์ ปย฻ุ

(3) ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ในการรวบรวม คัดเลือก และปรับปรุง
พนั ธุกรรมพืช สตั ว์ สตั ว์น้าํ และจลุ ินทรยี ข์ องทอ้ งถ่นิ

2) สรา้ งและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
และภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านการเกษตรแบบมีส่วนร่วม เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรชีวภาพ
(Bio Base) และการปรับระบบการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพ่ือสร้างมูลค่าเพ่ิมให้
สินค้าเกษตรมีความปลอดภัยและตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคท่ีหลากหลาย โดยไม่ส่งผลกระทบ
ทางลบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อมของประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของทกุ ฝาุ ยทีเ่ กย่ี วขอ้ งในการศกึ ษาทางเลอื กและกําหนดกระบวนการในการศึกษา
วิจัย พัฒนา และกลไกการกาํ กบั ดูแลอย่างเคร่งครดั และเหมาะสมโดยให้ความสาํ คัญกับ

(1) ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิต ด้านพันธ์ุพืช พันธ์ุสัตว์ พันธุ์สัตว์น้ํา
เทคโนโลยีการเพาะปลูก และการวิจัยและพัฒนาเคร่ืองจักรกล ทางการเกษตร ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
สภาพภมู ิอากาศและเพมิ่ ศักยภาพในการแข่งขนั

(2) วจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยกี ารผลิต และรูปแบบผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปใหม่ๆ
เพื่อสรา้ งมูลค่าเพม่ิ และความหลากหลายของสนิ ค้าทเ่ี กษตรกรและผู้ประกอบการสามารถเขา้ ถึงได้

8

(3) พัฒนารูปแบบและกระบวนการถ่ายทอดความรู้เพื่อปรับระบบการผลิต
ท่ีเหมาะสมกับสภาพพ้ืนที่และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ
การจดั ทําแปลงต้นแบบผา่ นศูนยเ์ รยี นร้แู ละถา่ ยทอดเทคโนโลยีในแตล่ ะพน้ื ที่

3) ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเข้าสู่ระบบมาตรฐานและสอดคล้องกับ
ความตอ้ งการของตลาดและการบรโิ ภคอาหารเพอ่ื สขุ ภาวะ โดย

(1) พัฒนาระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารให้เป็นท่ียอมรับในระดับสากล
ทั้งในกลุ่มสินค้าท่ีเป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร อาทิ สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ ยา พลังงานทดแทน
วสั ดุชวี ภาพ รวมถงึ การพฒั นาระบบการตรวจรับรองคณุ ภาพและระบบตรวจสอบยอ้ นกลับให้เป็นไปตามมาตรฐาน
อันเป็นท่ียอมรับของตลาดภายในและต่างประเทศอย่างทั่วถึง และการกํากับดูแลให้มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อ
รกั ษาคณุ ภาพมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารอยา่ งเคร่งครัดและต่อเน่ือง

(2) ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารให้ได้คุณภาพมาตรฐานและ
ความปลอดภัย และการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ โดยให้ความรู้ด้านกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน อาทิ
หลักการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี รวมถึงส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารสําหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มที่มี
มาตรฐานเฉพาะ อาทิ สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินคา้ ฮาลาล และสินคา้ ท่เี ปน็ มิตรกบั ส่ิงแวดล้อม ตลอดจนการกําหนด
มาตรการจูงใจในการปรับปรุงการผลิต และการส่งเสริมวางระบบการตรวจสอบย้อนกลับ รวมทั้งส่งเสริมการผลิต
อาหารท่ีมีคุณภาพและเพียงพอสําหรับเด็กในวัยเรียนเพ่ือเพ่ิมสุขภาวะและศักยภาพการเรียนรู้และสร้าง
ความตระหนกั ในการบริโภคอาหารและโภชนาการทสี่ ่งผลตอ่ สขุ ภาวะ

(3) ขับเคล่ือนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง โดยการสร้างแรงจูงใจใน
การปรบั เปล่ียนเขา้ สมู่ าตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์ ผา่ นมาตรการทางการเงินการคลัง การส่งเสริมการผลิตการยกระดับ
ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้แตกต่างจากสินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมี ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการตลาด
และแนวทางอื่นๆ เช่น การใช้หลักการคาร์บอนเครดิต เป็นต้น การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับกลุ่ม
ผบู้ รโิ ภค การพฒั นาระบบการรับรองมาตรฐานและการพิสูจน์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรอินทรีย์ การส่งเสริม
กระบวนการตรวจรับรองแบบมีส่วนร่วม รวมท้ังการจัดทําโซนนิ่งระบบเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นรูปธรรม โดย
นําร่องในพ้ืนที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสม และเช่ือมโยงไปสู่การท่องเท่ียวเชิงเกษตรหรือการท่องเท่ียววิธีไทย
เพือ่ ขยายฐานรายได้

4) เสริมสรา้ งขีดความสามารถการผลติ ในหว่ งโซอ่ ุตสาหกรรมเกษตร โดย
(1) เสริมสร้างศักยภาพของสถาบันเกษตรกรและการรวมกลุ่ม ให้เป็นกลไกหลัก

ในการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมเกษตร โดยอาศัยแนวคิดและกระบวนการสหกรณ์เป็น
พ้ืนฐานในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้คลอบคลุมเกษตรกรและประชาชนในทุกพ้ืนท่ีและขยายผลเช่ือมโยง
เครือข่ายระบบการผลิต การตลาดและการเงิน กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และคลัสเตอร์ที่เช่ือมโยงกับ

9

ภาคอุตสาหกรรม ต้ังแต่ระดับทอ้ งถ่นิ ถึงระดบั ชาติ ร่วมกับการขับเคลื่อนและสนับสนุนการดําเนินธุรกิจการเกษตร
แบบประชารัฐ การลงทุนแบบความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน และการทําเกษตรพันธ สัญญาที่มี
ความรับผิดชอบต่อสงั คมและมีความเปน็ ธรรม

(2) ส่งเสริมการให้เกษตรกรผลิตพืช ปศุสัตว์ และการทําประมงให้สอดคล้องกับ
ศกั ยภาพพืน้ ทีแ่ ละความต้องการของตลาด (Zoning) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต โดยเร่งส่งเสริม
การทาํ เกษตรแปลงใหญแ่ ละเกษตรกรรมแม่นยําสูงในพ้ืนท่ีที่เหมาะสม การร่วมจัดหาปัจจัยผลิตและเครื่องจักรกล
การเกษตร การสนับสนุนการเขา้ ถึงแหล่งเงินทุนเพ่ือการปรบั ปรุงการผลิต และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจําเป็น
ด้านการเกษตรอาทิ ระบบโลจิสติกส์ และระบบภูมิสารสนเทศในการวางแผนการผลิตตลอดห่วงโซ่ ตลอดจน
ส่งเสริมการทําเกษตรแบบประณีตที่ต้องการใช้องค์ความรู้ควบคู่กับการวางแผนและการจัดการอย่างเป็นระบบ
มีความเอาใจใส่ และใช้พื้นท่ีให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากท่ีสุดรวมท้ังคํานึงถึงระบบนิเวศ การพัฒนาสินค้ า
เกษตรท่ีได้จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และการปรับเปล่ียนการผลิตในพ้ืนท่ีท่ีไม่เหมาะสมไปสู่การทําเกษตร
ทางเลอื กอนื่ ๆ รวมถึงการสางเสรมิ ระบบและการเลีย้ งปศุสตั วแ์ ละการทําประมงอย่างย่งั ยืน

(3) วิจัยพัฒนาและใช้เทคโนโลยีและเคร่ืองจักรสมัยใหม่ในกระบวนการผลิตทั้ง
ก่อนการเกบ็ เก่ียว หลังเกบ็ เกีย่ วและในกระบวนการแปรรูปเพ่ือให้เกิดการเพ่ิมประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต
ตลอดหว่ งโซ่การผลติ

(4) สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพ่ิมสินค้าเกษตร และการใช้ประโยชน์จากฐาน
ทรัพยากรชีวภาพเพื่อต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยนําผลการวิจัยและพัฒนามาใช้
ประโยชน์ในการสร้างมูลค้าเพิ่มสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ที่หลากหลายและสอดคล้องกับ
ความต้องการของตลาดบนพ้ืนฐานของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทัง้ ภาคเกษตรกร ภาคเอกชน และภาครัฐ

(5) บริหารจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบครบวงจร โดยมีการวงแผนการผลิตให้
สอดคล้องและเช่ือมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเพื่อการแปรรูปสร้างมูลค่าและความต้องการของ
ผู้บริโภคในตลาด เพื่อสร้างสมดุลการผลิตในทุกระดับต้ังแต่ท้องถ่ิน จังหวัด ภูมิภาค และประเทศ ตลอดจนมี
การเช่อื งโยงการผลติ ภาคเกษตรกับภาคการผลิตอื่น เช่นภาคบรหิ ารและการท่องเท่ียวเพื่อลดการพ่ึงพิงการส่งออก
สินค้าเกษตรและเพมิ่ มูลค่าทางการเกษตร

(6) พัฒนากลไกจัดการความเส่ียงที่กระทบต่อสินค้าเกษตร ได้แก่ ตลาดซ้ือขาย
สินค้าเกษตรลว่ งหนา้ การจัดต้งั กองทนุ ประกันภัยพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งสร้างระบบเตือนภัยทางการเกษตร
ลว่ งหนา้

(7) สร้างความร่วมมอื ดา้ นการเกษตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการเป็นแหล่งผลิต
วัตถุดบิ เพ่อื การแปรรปู สรา้ งมูลค่าและโอกาสในด้านการตลาดจากการส่งออกทั้งในและนอกภมู ภิ าคอาเซียน

10

5) ส่งเสริมและเร่งขยายผลแนวคิดการทําการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง โดย

(1) ส่งเสริมให้เกษตรกรมีสว่ นรว่ มในการกําหนดนโยบายการเกษตร มีส่วนร่วมคิด
ร่วมทําและเป็นเจ้าของในการพัฒนาการเกษตรของตน โดยภาครัฐสนับสนุนด้านปัจจัยพ้ืนฐานท่ีจําเป็นและ
เชอ่ื มโยงการดาํ เนินการกบั ศูนยเ์ รียนร้ตู ่างๆ ในพืน้ ท่ี

(2) ส่งเสริมขยายผลและพัฒนาการผลิตในระบบเกษตรกรรมย่ังยืน ทั้งในรูปแบบ
เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร เกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ รวมถึงการทําเกษตรกรรมตาม
หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีโดยสนับสนุนบทบาทเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน ในการขับเคล่ือน และการปรับ
กลไกและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรที่จําเป็น ในการทําเกษตรกรรมยั่งยืนอาทิการพัฒนาระบบข้อมูล
เกษตรกรรมย่ังยืน การสร้างองค์ความรู้ การสนับสนุนเงินทุนในลักษณะสินเช่ือสีเขียวท่ีจูงใจ การผลิตและ
การส่งเสริมการตลาด

(3) ควบคุมการใช้สารเคมีการเกษตรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะสารเคมีกําจัดศัตรูพืช ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพทดแทนสารเคมีการเกษตรให้
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่ืองรวมทั้งใช้สารเคมีการเกษตรอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการเพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพ
และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกําหนดมาตรการทางการเงินการคลังในการกํากับดูแลการผลิตการนําเข้าและการใช้
สารเคมีการเกษตร

6) พัฒนาปัจจัยสนับสนุนในการบริหารจัดการภาคเกษตรและสนับสนุนเกษตรกร
รุ่นใหม่ โดย

(1) พัฒนาฐานข้อมูลด้านอุปสงค์และอุปทานด้านการเกษตรให้มีความถูกต้อง
แม่นยํา เชื่อถือได้ และสามารถนํามาใช้ประโยชน์สําหรับการวางแผนด้านการเกษตรโดยใช้การตลาดนํา
รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีได้อย่างท่ัวถึง และ
การพัฒนาระบบเตอื นภยั การเกษตรท่มี ีประสิทธภิ าพ

(2) สร้างบุคลากรด้านการเกษตร โดยการผลิตเกษตรกรรุ่นใหม่หรือดําเนิน
นโยบายบณั ฑิตคืนถิน่ การจดั ทาํ หลกั สูตรการศึกษาท่ีเน้นการเรียนรู้จากภาคปฏิบัติเพ่ือสร้างเกษตรกรท่ีมีนโยบาย
บัณฑิตคืนถ่ิน การจัดทําหลักสูตรการศึกษาท่ีเน้นการเรียนรู้จากภาคปฏิบัติเพ่ือสร้างเกษตรกรที่มีความรู้และมี
ความสามารถปรับตัวได้ทันตามการเปลี่ยนแปลงของโลก การสนับสนุนการสร้างและการรวมกลุ่มเกษตรกร
ปราดเปรอื่ งใหเ้ ป็นผู้บริหารจัดการธุรกิจการเกษตรต้ังแต่ต้นน้ําถึงการแปรรูปและการตลาดและเปิดโอกาสให้บุตร
ของเกษตรที่มีพ้ืนท่ีทําการเกษตร มีทัศนคติและความต้องการในการสานต่องานเกษตรกรรมเป็นลําดับแรก
ตลอดจนการสร้างค่านิยมท่ีดีและการสร้างความม่ันคงของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยเฉพาะการดูแล

11

สวัสดิการชาวนาควบคู่กับการสนับสนุนการเพ่ิมรายได้จากอาชีพนอกภาคเกษตร รวมถึงการสร้างองค์ความรู้
เพื่อให้เกิดการถา่ ยทอดองคค์ วามรเู้ ทคโนโลยี

(3) ปรับปรุงกฎหมายที่เก่ียวข้องกับการเกษตรให้ทันสมัย เช่นกฎหมายด้าน
สารเคมี กฎหมายด้านสหกรณ์ กฎหมายด้านปฏิรูปที่ดิน กฎหมายด้านอาหาร และกฎหมายที่เก่ียวข้องกับ
มาตรฐานสนิ คา้ เกษตร เปน็ ตน้

3.2 รา่ งแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13 (พ.ศ.2566 – 2570)
ช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13 ประเทศไทยจะยังคงเผชิญกับแนวโน้ม

การเปล่ียนแปลงต่างๆ ของโลก ทั้งท่ีเป็นแนวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะส้ันและระยะยาวท่ีสามารถคาดการณ์
ผลกระทบได้ และท่ีไม่สามารถคาดการณ์ผลท่ีจะเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในมิติ
ต่างๆ อย่างมีนัยสําคัญด้วยขนาดและลักษณะท่ีแตกต่างกันออกไป โดยบริบทและเงื่อนไขสภาพแวดล้อม
ภายในประเทศจะเป็นตัวแปรหลักที่บ่งชี้ว่าบริบทการเปล่ียนแปลงจากภายนอกที่เกิดข้ึนจะสร้างโอกาสหรือ
เป็นความเส่ยี งต่อการพฒั นาประเทศ รวมถงึ มีอทิ ธิพลต่อการกาํ หนดทิศทางของไทยในอนาคต

ในส่วนของภาคการเกษตร แม้ว่าในช่วงหลายปีท่ีผ่านมาสัดส่วนของมูลค่าเพิ่ม
ของภาคการเกษตรต่อ GDP จะมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 11.5 ในปี พ.ศ. 2552 เป็นร้อยละ 8.1 ในปี
พ.ศ. 2561 แต่ภาคการเกษตรยังคง มีสัดส่วนการจ้างงานสูงถึงร้อยละ 30.2 ของการจ้างงานท้ังหมดของประเทศ
สะทอ้ นให้เหน็ ถึงความสําคญั ของ ภาคการเกษตรที่ยังคงเป็นแหล่งรายได้ของประชากรจํานวนมาก อย่างไรก็ดีเม่ือ
เปรียบเทียบสัดส่วนของ มูลค่าเพ่ิมกับสัดส่วนการจ้างงานในภาคการเกษตร กลับพบว่าผลิตภาพของแรงงาน
ในภาคการเกษตรยังอยู่ในระดับตํ่าเมื่อเปรียบเทียบกับภาคการผลิตอื่น ซ่ึงเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้เกษตร
จํานวนมากมีฐานะยากจน นอกจากน้ีผลจากแนวโน้มการเปล่ียนแปลงในอนาคตจะส่งผลให้ภาคเกษตร
มคี วามเปราะบางเพ่มิ ขึน้ ในหลายด้าน กล่าวคือ

(1) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มจะทําให้ระดับอุณหภูมิเฉลี่ย
เพิ่มสูงข้ึนและ ฤดูกาลผันแปรไปจะส่งผลให้ภัยพิบัติทางนํ้ามีความถี่และรุนแรงขึ้น แมลงศัตรูพืชเจริญเติบโตและ
ระบาดมากขึน้ ซง่ึ อาจลดทอนท้งั ปริมาณและคณุ ภาพของผลผลิตการเกษตร

(2) การให้ความสําคัญกับการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค ประกอบกับมาตรฐาน
ด้านความปลอดภัยของสนิ ค้าเกษตรในระดับสากลทม่ี ีแนวโน้มจะเข้มงวด ข้ึน ทําให้สินค้าเกษตรท่ีมีปัญหาสารเคมี
ตกค้าง หรอื ไมผ่ ่านมาตรฐานสากลมแี นวโน้มไมไ่ ดร้ ับการยอมรบั มากขนึ้

(3) การเข้าสู่สังคมสูงวัยของแรงงานเกษตรซ่ึงรวดเร็วและรุนแรงกว่าแรงงานใน
ภาพรวมของประเทศ ประกอบกับแรงงานเกษตรอายุน้อยท่ีมีแนวโน้มลดจํานวนลง อาจเป็นปัจจัยลดทอนผลิต
ภาพแรงงานในภาคการเกษตร และเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวเพื่อลดความเส่ียงและเพิ่มผลิตภาพของ
ภาคการเกษตร อย่างไรก็ดี พัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะ Internet of Things (IOT) และ

12

เทคโนโลยีชีวภาพ จะเป็นโอกาสสําคัญสําหรับภาคการเกษตรในการท่ีจะเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดการพ่ึงพา
ทรัพยากรธรรมชาติ และ เพิ่มมูลค่าใหก้ บั ผลผลิต ซ่งึ จะช่วยจดั การปัญหาและความเสย่ี งในภาคการเกษตรได้

ทง้ั นี้ ยุทธศาสตร์ชาติให้ความสาํ คัญกบั การพัฒนาภาคการเกษตรใน 5 รปู แบบ ดังนี้
(1) เกษตรอัตลกั ษณพ์ นื้ ถน่ิ โดยการนาํ อตั ลกั ษณ์พ้ืนถ่ินและภูมิปัญญาท้องถ่ินของ

ไทยมาใช้ในการพฒั นาผลิตภัณฑ์การเกษตร
(2) เกษตรปลอดภัย คือ การมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน

ความปลอดภัยในระดับสากล
(3) เกษตรชีวภาพ เป็นการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของ

ประเทศในการสร้าง มูลค่าเพม่ิ ใหแ้ ก่ภาคการเกษตร
(4) เกษตรแปรรูป โดยการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดสินค้า

เกษตรขน้ั ตอนให้เป็นผลติ ภัณฑ์ท่ีมีมูลคา่ สูง
(5) เกษตรอัจฉรยิ ะ โดยการนาํ เทคโนโลยีและวทิ ยาการ สมัยใหม่มาใช้ในการผลิต

เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิตและปริมาณผลผลิตต่อพ้ืนที่ และรองรับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงสภาพ
ภมู อิ ากาศ
ทมี่ า: การจัดทําแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท1่ี 3 (พ.ศ.2566 – 2570) สํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแหง่ ชาติ

4.ยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579)
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไดจัดทํายุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ป (พ.ศ.2560 -

2579) เพื่อเป็นกรอบการดําเนินงานในการพัฒนาภาคการเกษตรให้สามารถดําเนินการได้อย่างต่อเน่ือง
และมีประสิทธิภาพ ซ่ึงสอดคลองกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาท่ีสําคัญ ไดแก ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ป
(พ.ศ.2560 -2579) ท้ัง 6 ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 แผนปฏิรูปของ
สภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และยังสอดคลองกับเปูาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) ซ่ึงเป็น
เปูาหมายการพัฒนาในระดับโลกขององค์การสหประชาชาติ โดยยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ป
(พ.ศ.2560-2579) มุ่งในการแก้ไขจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เอ้ือต่อการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว เพ่ือ
บรรลุวิสัยทัศน์ “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรม่ังคั่ง ทรัพยากรการเกษตรย่ังยืน” โดยมีแนวทางไปสู่เปูาหมาย
คอื

นวัตกรรม 13
และยัง่ ยืน
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 สร้างความเข้มแขง็ ให้กับเกษตรกรและสถาบนั เกษตรกร
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 เพ่ิมประสิทธิภาพการผลติ และยกระดับมาตรฐานสนิ คา้ เกษตร
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

ยุทธศาสตรท์ ี่ 5 พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การภาครัฐ

5. แผนพัฒนาจงั หวดั สมทุ รสาคร (พ.ศ.2561 – 2565)
ประเดน็ ยุทธศาสตร์และแนวทางการพฒั นาจงั หวัดสมุทรสาครไดก้ ําหนดเป็นประเด็นยุทธศาสตร์และ

แนวทางการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมขนาดย่อมของเอกชนท่ีมีศักยภาพทางการตลาด
และเป็นจุดแข็งของจังหวัด กําหนดแนวทางการพัฒนาโดยมุ่งวิจัยพัฒนาและฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมศักยภา พการ
ผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมขนาดย่อมที่มีศักยภาพ ยกระดับมาตรฐานการผลิตและสร้างโอกาสทาง
การตลาดเพือ่ เพิ่มรายไดป้ ระชาชนในระดบั ทอ้ งถิ่นและเพิ่มมลู ค่าการสง่ ออกของประเทศ โดยได้กําหนดในประเด็น
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมภาคการแปรรูปอาหารและการบริการ สู่ตลาดสากล เปูาประสงค์สินค้าทางการเกษตร
การประมง และการบรกิ ารมมี ลู คา่ เพ่ิมขน้ึ และสนิ คา้ อตุ สาหกรรม สามารถแข่งขนั ในตลาดโลก

กลยทุ ธ์
1.ส่งเสรมิ ภาคการผลิต การแปรรปู อาหารและภาคอตุ สาหกรรมตอ่ เนือ่ งให้ได้มาตรฐานสากล

ตัวชว้ี ดั
1.1 รอ้ ยละท่เี พมิ่ ข้นึ ของผลผลิต ด้านอาหารและอุตสาหกรรมผา่ นการรับรองมาตรฐาน
1.2 ร้อยละที่เพมิ่ ขึ้นของ GPP ภาคผลผลิต อาหารและอตุ สาหกรรม

2.เพ่ิมชอ่ งทางการตลาด การจําหน่ายสินค้าและการบรกิ ารทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ
2.1 จาํ นวนช่องทางการตลาด

3.ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานแหล่งทอ่ งเทย่ี วและการบริการ
3.1 พฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศ ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม
3.2 รอ้ ยละท่ีเพิม่ ขึน้ ของจํานวนนักทอ่ งเท่ียว
3.3 ร้อยละท่เี พ่มิ ขึ้นของรายไดจ้ ากนักท่องเทย่ี ว

14

ส่วนท่ี 2
ข้อมลู ทว่ั ไปของตาบลหนองบัว
อาเภอบา้ นแพว้ จังหวดั สมทุ รสาคร

1.บรบิ ทพ้นื ท่ี

1.1 ทีต่ ัง้ อาณาเขต

ตาํ บลหนองบัว ตง้ั อยู่ทิศตะวนั ตกเฉียงเหนอื หา่ งจากตวั จังหวัดสมุทรสาครประมา 30 กิโลเมตร

ทศิ เหนือ ติดตอ่ กับ ตาํ บลตลาดจนิ ดา อําเภอสามพาน จงั หวดั นครปฐม

ทศิ ใต้ ติดต่อกับ ตําบลยกกระบัตร อาํ เภอบา้ นแพ้ว จงั หวัดสมทุ รสาคร

ทิศตะวันออก ติดตอ่ กบั ตําบลบ้านแพว้ อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมทุ รสาคร

ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กบั ตําบลโพหัก อาํ เภอบางแพ จังหวดั ราชบรุ ี

เนื้อท่ี ของตําบลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ
40 ตารางกโิ ลเมตร

ตาํ บลหนองบวั อาํ เภอบา้ นแพ้ว
จังหวัดสมทุ รสาคร

ทมี่ า:https://www.google.com/maps/place/@13.6157783,100.0442
118,13z/data=!3m1!4b1!4m5!3m4!1s0x30e2db5567a08bad:0x4019
237450e07b0!8m2!3d13.5988746!4d100.0863269

รูปท่ี 1 แสดงตาํ แหน่งทต่ี ้ังตําบลหนองบัว
อาํ เภอบ้านแพ้ว จงั หวัดสมทุ รสาคร

15

ภูมิประเทศ สภาพพน้ื ท่ีเป็นทรี่ าบลุม่ พ้ืนทส่ี ่วนใหญ่ใชใ้ นการทําการเกษตร เช่น มะพรา้ ว มะนาว มะมว่ ง

จํานวนหมู่บ้าน ในเขตของตาํ บลหนองบัว รวมทั้งส้นิ 9 หม่บู ้าน

หมู่ที่ 1 ชมุ ชนหนองบวั หมู่ท่ี 1 จาํ นวนครัวเรอื น 253 หลังคาเรือน

หมู่ท่ี 2 ชมุ ชนบ้านกลางคลองสองหอ้ ง จาํ นวนครวั เรอื น 278 หลงั คาเรอื น

หมู่ท่ี 3 ชุมชนรว่ มใจหนองบัว จํานวนครัวเรอื น 81 หลังคาเรือน

หมู่ท่ี 4 ชุมชนบ้านหนองบัว (โพธร์ิ ้อย) จาํ นวนครัวเรือน 165 หลงั คาเรอื น

หมทู่ ี่ 5 ชุมชนบ้านดอนวัว จาํ นวนครัวเรือน 196 หลงั คาเรือน

หมทู่ ี่ 6 ชุมชนบ้านรางเสาธง จํานวนครวั เรือน 173 หลังคาเรอื น

หมู่ที่ 7 ชุมชนบ้านสารภี จํานวนครวั เรือน 176 หลังคาเรือน

หมู่ท่ี 8 ชุมชนบา้ นปากคลองสองห้อง จํานวนครัวเรือน 92 หลังคาเรอื น

หมทู่ ่ี 9 ชมุ ชนบ้านหนองบวั 2 จาํ นวนครัวเรือน 101 หลงั คาเรอื น

ประชากร ตําบลหนองบวั อาํ เภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีท้ังส้นิ 6,756 คน

หมู่ท่ี 1 ชุมชนหนองบวั หมทู่ ี่ 1 จํานวน 1,124 คน

หมู่ท่ี 2 ชมุ ชนบา้ นกลางคลองสองห้อง จํานวน 1,249 คน

หมทู่ ี่ 3 ชมุ ชนร่วมใจหนองบัว จํานวน 329 คน

หมู่ท่ี 4 ชมุ ชนบ้านหนองบัว (โพธิร์ ้อย) จาํ นวน 691 คน

หมู่ที่ 5 ชมุ ชนบา้ นดอนววั จาํ นวน 784 คน

หมู่ท่ี 6 ชมุ ชนบ้านรางเสาธง จาํ นวน 713 คน

หมู่ที่ 7 ชุมชนบา้ นสารภี จํานวน 932 คน

หมู่ที่ 8 ชุมชนบา้ นปากคลองสองห้อง จาํ นวน 422 คน

หมูท่ ่ี 9 ชุมชนบ้านหนองบวั 2 จาํ นวน 512 คน

1.2 สภาพเศรษฐกิจ

ประชาชนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ท้ังในพ้ืนที่และบริเวณใกล้เคียง บางส่วนประกอบอาชีพ

รับจ้างทว่ั ไป

1.3 สภาพทางสังคม

ตําบลหนองบวั มีสถานศึกษาสําหรับเด็กเล็กและเด็กโต ดงั นี้

1.3.1 ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ จํานวน 2 ศนู ย์

- ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็ก โรงเรียนวดั ดอนโฆสติ าราม

- ศูนย์พัฒนาเดก็ เล็ก โรงเรยี นวัดหนองบวั

16

1.3.2 โรงเรียน จาํ นวน 2 โรงเรยี น
- โรงเรยี นวัดดอนโฆสติ าราม
- โรงเรียนวัดหนองบวั

1.4 สถาบนั และองค์กรทางศาสนา
ตาํ บลหนองบวั มีสถาบันและองคก์ รทางศาสนา ดงั นี้
1.4.1 วัด จํานวน 3 แหง่
- วดั ดอนโฆสติ าราม
- วดั รางตันนลิ ประดษิ ฐ์
- วัดหนองบัว
1.4.2 ศาลเจ้า จาํ นวน 2 แห่ง
- ศาลเจ้ากวิ่ เที่ยงเน้ียว
- ศาลเจ้าแม่ทบั ทมิ

1.5 การคมนาคม
ตําบลหนองบวั มีการใช้งานการคมนาคมทง้ั ทางบกและทางน้ํา

1.6 การไฟฟาู
ตําบลหนองบวั การไฟฟูาเขา้ ถงึ ทุกหมบู่ ้าน ทั้งหมด 9 หมู่บา้ น

1.7 แหลง่ นํา้
ตําบลหนองบัว มีแหล่งนํ้าธรรมชาติและแหล่งนํ้าท่ีสร้างขึ้นมาเองในพื้นท่ีท้ัง 9 หมู่บ้าน เพื่อใช้ใน

การอปุ โภคและการบริโภค รวมทัง้ สน้ิ จํานวน 114 สาย ดังน้ี
ตารางที่ 1 แหล่งน้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมทู่ ี่ 1 ตาบลหนองบวั มีจํานวน 7 สาย ได้แก่

ที่ ช่ือแหล่งน้าปดิ ขนาดแหล่งนา้

1 คลองยายทวด กว้าง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองทงเฮง
3 คลองเรือทราย 8 460
4 คลองตาขนุ
5 คลองเชอ่ื มคลองตาขนุ -คลองยายชวด 8 1,900
6 คลองซอย
7 คลองบ้านเลขที1่ 11 6 460

8 1,090

8 600

8 400

6 300

17
ตารางที่ 2 แหล่งนา้ ธรรมชาติ คลอง ลาธาร หม่ทู ี่ 2 ตาบลหนองบวั มจี าํ นวน 40 สาย ไดแ้ ก่

ที่ ช่อื แหล่งนา้ ปิด ขนาดแหลง่ นา้

1 คลองสองหอ้ ง กว้าง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองบ้านผูช้ ่วยพร
3 คลองบา้ นลุงเหง่ียมเกา่ 20 1,700
4 คลองบ้านนายชวลติ
5 คลองร้านสะบดั ช่อ 8 400
6 คลองบา้ นนายประเสรฐิ
7 คลองบา้ นนายเม้ง 8 300
8 คลองบา้ นนายประพนั
9 คลองบ้านนายวิเชยี ร 8 380
10 คลองตาขนุ
11 คลองบ้านนางริ้ว 8 400
12 คลองบ้านนายปูอ
13 คลองบ้านนายบุญเลิศ 8 500
14 คลองหนา้ อนามัย
15 คลองบา้ นนายปรีดา 8 500
16 คลองบ้านนายวัฒนา
17 คลองบ้านนายจวบ 8 790
18 คลองบา้ นนายอนชุ า
19 คลองบ้านนางเหมือน 6 200
20 คลองบา้ นต๋ีเล็ก
21 คลองบา้ นเปาู คล้ายเกิด 10 1,000
22 คลองบา้ นนายบุญช่วย
23 คลองบ้านนายกลึง 8 400
24 คลองบ้านสาํ ราญ
25 คลองบ้านนางมะลิ 6 240
26 คลองบ้านนายแดง
8 270

8 900

8 360

8 500

8 400

8 270

8 500

8 950

8 1,300

8 510

8 590

8 150

8 850

8 320

18

ที่ ช่ือแหล่งน้าปดิ ขนาดแหลง่ นา้

27 คลองบา้ นนายกบ กวา้ ง (เมตร) ยาว (เมตร)
28 คลองบ้านนายตี๋
29 คลองบา้ นนายเผยใช้ 8 300
30 คลองบ้านปาู สาล่ี
31 คลองบ้านต้ีคณุ เชง้ 8 300
32 คลองบ้านนายมาก
33 คลองบ้านนางกิมไน้ 8 250
34 คลองบ้านนายเกรียงศักดิ์
35 คลองบ้านผู้ช่วยเฮง 8 440
36 คลองสวนพีห่ มู
37 คลองบ้านนายกติ ติ 8 140
38 คลองสําราญ
39 คลองบา้ นนายวนั ชัย 8 130
40 คลองบา้ นนายชู
8 780

8 800

12 565

8 680

8 670

8 270

6 160

8 600

ตารางที่ 3 แหลง่ น้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ที่ 3 ตาบลหนองบวั มจี าํ นวน 9 สาย ได้แก่

ท่ี ชอื่ แหล่งน้าปิด ขนาดแหลง่ นา้

1 คลองรางมอญ กวา้ ง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองตาเล็ก
3 คลองรวมใจ 8 1,550
4 คลองสุรชยั
5 คลองชยั สิทธิ์ 8 1,400
6 คลองโชคกาญจนา
7 คลองมนสั 6 500
8 คลองเล่งฮวั้
9 คลองแพ้วเหนือ 6 540

6 460

8 500

6 440

6 400

12 500

19

ตารางที่ 4 แหล่งน้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมทู่ ี่ 4 ตาบลหนองบัว มจี ํานวน 6 สาย ได้แก่

ที่ ชอ่ื แหล่งน้าปิด ขนาดแหลง่ นา้

1 คลองโพธ์ิร้อย กว้าง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองหนองบัวเก่า
3 คลองบ้านลุงพุก 8 1,600
4 คลองบ้านนายสวสั ด์ิ
5 คลองบ้านผใู้ หญ่ 15 800
6 คลองแพว้ เหนือ
12 400

12 740

8 300

12 1,100

ตารางที่ 5 แหล่งนา้ ธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมทู่ ่ี 5 ตาบลหนองบวั มีจาํ นวน 9 สาย ไดแ้ ก่

ท่ี ช่ือแหล่งนา้ ปิด ขนาดแหล่งนา้

1 คลองส่งน้าํ 1 กวา้ ง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองส่งน้าํ 2
3 คลองลาํ ราง 1 8 900
4 คลองลําราง 2
5 คลองหลังวัดรางตนั 8 300
6 คลองซอยหลงั วัดรางตนั 1-4
7 คลองขุดใหม่-รางสามพราน 6 240
8 คลองนายทวี
9 คลองแพ้วเหนือ 6 750

8 1,520

8 990

10 1,480

8 540

12 3,750

20

ตารางท่ี 6 แหลง่ น้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ท่ี 6 ตาบลหนองบวั มีจํานวน 11 สาย ไดแ้ ก่

ท่ี ชอ่ื แหล่งนา้ ปิด ขนาดแหล่งนา้

1 คลองชยั มงคล กวา้ ง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองโชคกาญจนา
3 คลองตาไปฺ 8 720
4 คลองบา้ นนายไพบูลย์
5 คลองข้างสวนนายมนสั บุญมี 9 1,300
6 คลองข้างร้านสุนทรพาณิชย์
7 คลองบา้ นนายประยทุ ธ์ 9 890
8 คลองชัยมงคล-รางเสาธง 1-3
9 คลองชัยมงคล-คลองตาไปฺ 8 470
10 คลองรางเสาธง
11 คลองแพว้ เหนือ 6 480

7 480

6 480

5 1,400

5 260

7 1,240

12 625

21

ตารางที่ 7 แหล่งนา้ ธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมู่ท่ี 7 ตาบลหนองบัว มจี าํ นวน 18 สาย ได้แก่

ท่ี ชอ่ื แหล่งนา้ ปิด ขนาดแหลง่ นา้

1 คลองสแี่ ยกรางมอญ กวา้ ง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองบา้ นอาํ นวย
3 คลองบา้ นนายนุ่ม 8 1,320
4 คลองตาชู
5 คลองตาวัด 7 510
6 คลองตาวี
7 คลองตาเหลา 6 150
8 คลองตาหอม
9 คลองตาโต้ง 6 710
10 คลองทองเพยี ร
11 คลองนายอู๊ด 6 140
12 คลองยายธรรม
13 คลองยายแปูน 7 710
14 คลองตาเชน
15 คลองตายยุ้ 6 450
16 คลองตาหร่ัง
17 คลองซอยสารภี 7 660
18 คลองแพ้วเหนือ
6 750

5 900

6 480

6 110

6 193

6 60

6 12

6 240

6 440

10 1,000

ตารางท่ี 8 แหล่งน้าธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมทู่ ่ี 8 ตาบลหนองบวั มจี ํานวน 4 สาย ไดแ้ ก่

ที่ ชอ่ื แหล่งนา้ ปดิ ขนาดแหล่งนา้

1 คลองสองห้อง กว้าง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองขวางนายบญุ ธรรม
3 คลองชัยมงคล 18 1,080
4 คลองนายต้อย
8 560

8 1,270

8 560

22

ตารางท่ี 9 แหลง่ นา้ ธรรมชาติ คลอง ลาธาร หมทู่ ี่ 9 ตาบลหนองบัว มจี ํานวน 10 สาย ได้แก่

ท่ี ชื่อแหล่งนา้ ปิด ขนาดแหล่งน้า

1 คลองรางสะพาน กวา้ ง (เมตร) ยาว (เมตร)
2 คลองแพ้วเหนือ
3 คลองผู้ใหญด่ ่วน 10 1,0860
4 คลองนายธนสิริ
5 คลองนายมงคล 10 1,770
6 คลองนายตังกวย
7 คลองนายประยรู 1 8 430
8 คลองบ้านนายทิม
9 คลองนายประยรู 2 8 720
10 คลองหนองบัวเก่
8 680

8 590

8 617

8 420

8 263

15 1,000

ทีม่ า : เทศบาลตําบลหลักห้า

23

2. ขอ้ มลู ภาคการเกษตร ตาบลหนองบัว อาเภอบา้ นแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

ประชาชนส่วนใหญ่ของพื้นท่ีตําบลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ประกอบอาชีพ

ภาคการเกษตร มพี ื้นทเ่ี กษตรกรรมท้งั หมด 3,677 ไร่ ประกอบดว้ ย

- ไม้ผล มีเนอ้ื ท่ี จํานวน 1,697 ไร่

- ไม้ยืนตน้ มีเน้ือท่ี จาํ นวน 1,669 ไร่

- พื้นทีเ่ พาะเลี้ยงสตั วน์ ํ้า มเี นือ้ ที่ จาํ นวน 159 ไร่

- พื้นท่กี ารทําปศุสตั ว์ มเี นอ้ื ท่ี จาํ นวน 152 ไร่

ตารางท่ี 10 จานวนครัวเรอื นภาคเกษตร ปี พ.ศ. 2564

หมูท่ ี่ จานวนครัวเรือนภาคเกษตร (ครัวเรอื น)
1 147
2 191
3 46
4 98
5 143
6 117
7 72
8 41
9 68
รวม 923
ทม่ี า : แผนชุมชนตําบลหนองบัว อาํ เภอบ้านแพ้ว จงั หวัดสมทุ รสาคร เทศบาลตําบลหลกั ห้า

ตารางท่ี 11 การใช้ประโยชนท์ ด่ี นิ ตาบลหนองบัว ปี พ.ศ. 2564

เนอ้ื ทท่ี ้ังตาบล (ไร)่ เน้ือทป่ี า่ ไม้ (ไร)่ เน้อื ที่ใชป้ ระโยชน์ เนอ้ื ทใ่ี ชป้ ระโยชน์ เน้ือท่ใี ชป้ ระโยชน์
นอกการเกษตร ทางการเกษตร ทางการเกษตร
ต่อครัวเรือน (ไร)่
(ไร)่ (ไร)่

25,000 - - 3,677 2.4

ทีม่ า : แผนชมุ ชนตําบลหนองบัว อาํ เภอบา้ นแพ้ว จังหวดั สมทุ รสาคร เทศบาลตําบลหลกั หา้
ตารางท่ี 12 การใช้ประโยชนท์ ่ดี นิ ทางการเกษตร ปี พ.ศ.2564

24

รวมเนือ้ ท่ี นาขา้ ว พืชผัก/ไมด้ อก/ เพาะเล้ียง การเกษตรอ่นื ๆ
เกษตร ไม้ผล/ไม้ยนื ต้น ไมป้ ระดับ สตั ว์นา้ (ปศสุ ัตว์)
ทง้ั ตาบล ไร่ %
ไร่ % -- ไร่ % ไร่ % ไร่ % ไร่ %
3,677 14.70 3,366 13.46 - - 159 0.64 152 0.61

ที่มา : แผนชุมชนตําบลหนองบวั อําเภอบ้านแพว้ จังหวดั สมุทรสาคร เทศบาลตาํ บลหลกั หา้

ตารางท่ี 13 ขอ้ มลู เกษตรกรผู้ปลูกพชื ในพ้นื ทตี่ าบลหนองบวั

ที่ ชนดิ พชื จานวนครวั เรอื น พน้ื ทเี่ พาะปลูก พื้นทเ่ี ก็บเกย่ี ว
(ไร)่
ทเ่ี พาะปลูก (ครวั เรอื น) (ไร่)
1,805.22
1 มะพร้าว 257 1,849.22 578.25
697.86
2 มะนาว 76 622.50 274.99
3,356.32
3 ลาํ ไย 74 697.86

4 ฝร่งั 50 291.74

รวม 457 3,461.32

ท่ีมา : ข้อมูลดา้ นการเกษตร ปี พ.ศ.2564 สํานักงานเกษตรอําเภอบ้านแพว้

ตารางที่ 14 ขอ้ มูลเกษตรกรผู้เพาะเล้ียงสัตว์นา้ ในพ้ืนท่ีตาบลหนองบวั

เนอื้ ทเี่ ลยี้ งสัตว์น้า กงุ้ ขาวแวนนาไม ปลาสลดิ ปลาตะเพียน ปลาหมอไทยเล้ียงรวมกับปลาบึก

(ไร)่ (ไร่) (ไร่) (เลีย้ งในรอ่ งสวน) (ไร่)

(ไร)่

242.11 210.36 10 21.25 0.50

ทม่ี า: ขอ้ มลู เกษตรกรผ้เู พาะเลยี้ งสัตว์นาํ้ ตาํ บลหนองบัว อําเภอบ้านแพว้ จังหวัดสมทุ รสาคร ท่ีขนึ้ ทะเบียน ทบ.1

ปี พ.ศ.2564 สํานักงานประมงจงั หวดั สมทุ รสาคร

25

3. ผลการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นท่ีตาบลหนองบัว อาเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพ่ือการพัฒนา
ด้านการเกษตร

ผลการวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินสถานภาพการพัฒนาในปัจจุบัน และโอกาสการพัฒนาภาค
การเกษตรของตําบลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้เทคนิค SWOT Analysis (จุดแข็ง
จดุ อ่อน โอกาส และอุปสรรค)

จุดแขง็ (Strength)
1. สภาพภูมิประเทศ ดิน น้ํา และอากาศ อุดมสมบูรณ์ เหมาะแกก่ ารประกอบอาชีพทางการเกษตร
2. การคมนาคมสะดวกทง้ั ทางนาํ้ และทางบก
3. เกษตรกรในพื้นทมี่ ีความรคู้ วามเช่ียวชาญในดา้ นการประกอบอาชีพ

จดุ ออ่ น (Weak)
1. ขาดอํานาจในการตอ่ รองราคาผลผลิต
2. ขาดความตระหนกั ในการอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม
3. ขาดการถา่ ยทอดองค์ความรู้ให้แกช่ มุ ชนในอาชพี เดยี วกัน
4. ขาดการมีส่วนรว่ มในการพฒั นาความร้ดู า้ นการเกษตร

โอกาส (Opportunity)
1. มีหนว่ ยงานภาครัฐ ได้แก่ เทศบาลตําบลหลกั ห้า ซ่ึงสามารถสนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื ชุมชนไดอ้ ย่าง
รวดเรว็
2. ใกล้แหล่งรบั ซอ้ื ผลผลติ ทางการเกษตรและมีตลาดรับซ้อื ผลผลติ ตลอดทง้ั ปี
3. ทางราชการมงี บประมาณสู่ชมุ ชน

อปุ สรรค (Threat)
1. ตน้ ทุนการผลติ มรี าคาสูง
2. ราคาผลผลติ ตกต่ํา ผนั ผวน ไมส่ ามารถกาํ หนดราคาท่แี นน่ อนได้
3. ข้นั ตอนของราชการในการช่วยเหลอื สนบั สนนุ ชมุ ชน มีความซับซ้อนยุ่งยาก ลา่ ชา้

26

ส่วนที่ 3
วิธีการรวบรวมขอ้ มลู

ผังแสดงข้ันตอนกจิ กรรมการจัดทาแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตาบล
ภายใต้โครงการจดั ทาแผนพัฒนาอาชพี ในระดบั ตาบล จงั หวดั สมุทรสาคร ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565

ขน้ั ตอนที่ 1 : การแต่งต้งั คณะทางานขบั เคลอ่ื นและจัดทาแผนพัฒนาเกษตรกรรม
ระดับตาบลแบบมสี ว่ นรว่ ม จงั หวดั สมทุ รสาคร

ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 และคัดเลอื กพื้นท่ตี าบลเปา้ หมาย

ขน้ั ตอนที่ 2 : การจดั เกบ็ ข้อมลู เกษตรกรในพนื้ ทต่ี าบลเป้าหมาย
และนามาวเิ คราะห์ทนุ และศกั ยภาพของพื้นท่ี

ขน้ั ตอนที่ 3 : การประชมุ คณะทางานขับเคลื่อนและจัดทาแผนพฒั นาเกษตรกรรม
ระดบั ตาบลแบบมีส่วนร่วม จังหวดั สมุทรสาคร
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565

ขนั้ ตอนที่ 4 : การจัดประชุมระดมความเห็นแบบมสี ว่ นรว่ ม
ของเกษตรกร และภาคสว่ นทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

ขั้นตอนที่ 5 : การจัดทารปู เลม่ แผนพฒั นาเกษตรกรรมระดับตาบล
และจดั สง่ หนว่ ยงานภาคีเครอื ขา่ ยนาไปดาเนินการในสว่ นท่ีเก่ียวขอ้ ง

ขนั้ ตอนที่ 6 : การประชาสมั พันธก์ ารขับเคลอ่ื นแผนพัฒนา
เกษตรกรรมระดับตาบล ให้สอดคล้องกับบริบทของชมุ ชน

ขัน้ ตอนที่ 7 : การตรวจสอบ ติดตาม และรายงานผล

หมายเหตุ : ผงั แสดงขนั้ ตอนกิจกรรมการจดั ทาแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตาบลฯ สามารถปรบั เปล่ียนได้ตามความเหมาะสม

รูปท่ี 2 ผังแสดงขั้นตอนกจิ กรรมการจัดทาํ แผนพัฒนาเกษตรกรรมระดบั ตาํ บล ภายใตโ้ ครงการจัดทาํ แผนพัฒนาอาชีพในระดบั ตาํ บล จงั หวดั สมทุ รสาคร ประจาํ ปงี บประมาณ พ.ศ.2565

27

การจัดทําแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตําบล เป็นกระบวนการในการจัดทําแผนพัฒนา
เกษตรกรรมระดับตําบลตามนโยบายสภาเกษตรกรแห่งชาติท่ีกําหนดให้ดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.2565
จังหวัดละ 1 ตําบล รวมท้ังส้ิน 77 ตําบล เพื่อการพัฒนาและแก้ปัญหาในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของ
เกษตรกรในตําบล หรือเพอ่ื ปรับเปล่ียนรูปแบบการทาํ การเกษตรในลักษณะของการนําร่องหรือการทําเป็นตัวอย่าง
โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรและภาคส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานราชการองค์กรการปกครอง
ส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายต่างๆ โดยให้ความสําคัญกับการพัฒนาและแก้ไข
ปัญหา อย่างน้อย 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านหน้ีสิน 2) ด้านแหล่งนํ้าเพื่อการเกษตร 3) ด้านที่ดินทํากิน
4) ด้านราคาสินค้าเกษตร 5) ด้านสวัสดิการเกษตรกร สิทธิเกษตรกรและการไม่ได้รับความเป็นธรรม และ
6) ด้านสงั คมหรอื คณุ ภาพชวี ิตของเกษตรกร

ทง้ั นี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สํานักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดทําแบบจัดเก็บ
ข้อมูลเกษตรกรเพื่อใช้ประกอบการจัดทําฐานข้อมูลและการจัดทําข้อเสนอหรือแนวทางการพัฒนา แก้ไขปัญหา
ดา้ นการเกษตร โดยมวี ัตถุประสงค์ตอ้ งการรวบรวมข้อมูลปัญหาและแนวทางความต้องการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา
ด้านการเกษตร ของกลุ่มเปูาหมาย คือ ตําบลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีรายละเอียด
เกย่ี วกับวธิ ดี าํ เนนิ การ ดงั น้ี

1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
2. เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการรวบรวมขอ้ มลู
3. การสร้างและตรวจสอบคณุ ภาพเครื่องมือ
4. วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
5. การวิเคราะหข์ ้อมลู

1. ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
ประชากรที่เป็นกลุ่มเปูาหมาย คือ เกษตรกรในพ้ืนที่ตําบลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัด

สมุทรสาคร ประกอบด้วย หมู่ท่ี 1 ชุมชนหนองบัวหมู่ท่ี 1 หมู่ท่ี 2 ชุมชนบ้านกลางคลองสองห้อง หมู่ท่ี 3 ชุมชน
ร่วมใจหนองบัว หมู่ท่ี 4 ชุมชนบ้านหนองบัว (โพธ์ิร้อย) หมู่ที่ 5 ชุมชนบ้านดอนวัว หมู่ที่ 6 ชุมชนบ้านรางเสาธง
หมทู่ ี่ 7 ชุมชนบ้านสารภี หมู่ที่ 8 ชุมชนบ้านปากคลองสองห้อง และหมู่ที่ 9 ชุมชนบ้านหนองบัว 2 ที่นํามาใช้เป็น
ฐานในการคํานวณหากลุ่มตัวอย่างเพ่ือหาค่าจํานวนประชากรท่ีต้องทําแบบสอบถาม ประกอบด้วยเกษตรกรใน
พ้ืนท่ีตําบลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ทั้ง 9 หมู่บ้าน จํานวนท้ังสิ้น 923 ครัวเรือน เนื่องจาก
ต้องการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามให้กระจายทุกพื้นท่ีของตําบลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

28

จึงใช้วธิ กี ารคดั เลอื กกลุ่มตัวอยา่ งโดยมกี ารหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของทาโร่ ยามาเน่ (Yamane, 1970,
pp. 580 -581) โดยมสี ูตร ดังน้ี

ใช้สูตร n = N
1+N (e)2

เม่ือ n = ขนาดของกลมุ่ ตวั อย่าง
N = ประชากร
e = ความคลาดเคลอ่ื นของกลมุ่ ตวั อยา่ ง โดยคดิ ระดับของความคลาดเคลอื่ น 0.1

แทนคา่ ในสตู ร
เกษตรกรในตาํ บลหนองบัว จาํ นวน 923 ครัวเรือน (N)
n = 923
1+ 923 (0.1)2
n = 90.22 ชุด
n = 91 ชดุ

จากการคํานวณไดก้ ลุ่มตัวอยา่ งทใ่ี ชจ้ ริงจากเกษตรกรในพน้ื ท่ีตาํ บลหนองบัว อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัด
สมุทรสาคร จํานวน 923 ครัวเรือน โดยกําหนดความเชื่อมั่นที่ 0.1 และทําการสุ่มตัวอย่างเจาะจงพื้นท่ีจํานวน
ประชากรทีอ่ าศัยอยู่ในตาํ บลหนองบัว ท้งั 9 หมบู่ ้าน จํานวน 102 ชุด

2. เครอื่ งมือทีใ่ ช้ในการรวบรวมขอ้ มูล
เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรเพื่อใช้ประกอบการจัดทํา

ฐานข้อมูลและการจัดทําข้อเสนอหรือแนวทางการพัฒนา แก้ไขปัญหาด้านการเกษตร สภาเกษตรกรจังหวัด
สมทุ รสาคร โดยรวบรวมขอ้ มูล 2 สว่ น ดงั น้ี

ส่วนที่ 1 แบบจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรเพ่ือใช้ประกอบการจัดทําฐานข้อมูลและการจัดทําข้อเสนอ
หรือแนวทางการพัฒนา แก้ไขปัญหาด้านการเกษตร สํานักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร จํานวน 3 ตอน
ได้แก่

ตอนที่ 1 ข้อมูลผู้ตอบแบบสํารวจ ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป อาทิ ช่ือ – นามสกุล
อายุ สถานภาพ ท่ีอยู่ ระดบั การศกึ ษา

29

ตอนที่ 2 ข้อมูลครัวเรือนเกษตรกร ประกอบด้วย สถานะครัวเรือน ลักษณะ
การประกอบอาชพี ขอ้ มลู สภาพการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ตอนที่ 3 ผลกระทบจากสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019
ส่วนที่ 2 ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา/ความต้องการ ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกร
แห่งชาติ พ.ศ.2553 มาตรา 41 โดยมีสาระสาํ คญั จํานวน 11 ขอ้ ไดแ้ ก่

ข้อที่ 1 การส่งเสริมสนับสนุนการรวมกลุ่ม/องค์กรเกษตรกร ตามแนวปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง

ข้อท่ี 2 การคุ้มครองพ้ืนที่เกษตรกรรม และคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรให้มีกรรมสิทธิ์
หรือสิทธิในท่ดี ิน

ข้อท่ี 3 การแก้ปัญหาท่ีดินและสง่ เสริมปรบั ปรุงดินเพอื่ การเกษตร
ขอ้ ท่ี 4 การสร้างความเป็นธรรมด้านราคาผลผลิตทางเกษตรกรรม และส่งเสริมให้สินค้า
เกษตรได้รบั ผลตอบแทนสูงสุด
ข้อที่ 5 การพัฒนาแหล่งนํ้าและระบบชลประทานเพอื่ เกษตรกรรม
ขอ้ ที่ 6 การค้นคว้าวจิ ยั และพฒั นาภูมิปญั ญาท้องถนิ่ เพ่ือประโยชน์ทางเกษตรกรรมและ
เกษตรอตุ สาหกรรม
ข้อที่ 7 การอนุรักษ์ฟ้ืนฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพ่ือ
การเกษตร
ขอ้ ที่ 8 การแกไ้ ขปญั หาหนส้ี นิ และการเข้าถงึ แหล่งทนุ ของเกษตรกร
ข้อที่ 9 การสร้างเครือข่ายองค์กรเกษตรกรเชื่อมโยงและพัฒนาความร่วมมือด้านการ
ผลิตทางเกษตรกรรม การแปรรูป และการบริโภคเพื่อการยังชีพระหว่างเครือข่ายองค์กรเกษตรกรกับภาครัฐและ
ภาคเอกชน
ข้อท่ี 10 การสนับสนุน ส่งเสริมการศึกษา อบรมถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีด้าน
เกษตรกรรม และการจดั การ แก่เกษตรกรและยวุ เกษตรกร
ข้อท่ี 11 การปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนท่ีเกี่ยวกับการเกษตรที่มีอยู่ ให้สามารถ
รองรับการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างครบวงจร และลดความซํ้าซ้อน รวมถึงการจัดต้ังกองทุนเพ่ือวัตถุประสงค์
ดังกลา่ ว

30

โดยแบบสอบถามในส่วนท่ี 2 มีการกําหนดระดับความรุนแรงของปัญหา ที่เกี่ยวกับปัญหา แนวทางแก้ไขปัญหา/

ความต้องการ ของประเด็นปัญหาทั้ง 11 หัวข้อ ดังน้ี

ความรุนแรงของปัญหา 5 ระดับ คือ

- น้อยที่สุด

- น้อย

- ปานกลาง
- มาก
- มากที่สุด

3. การสรา้ งและตรวจสอบคณุ ภาพเครอ่ื งมอื
เคร่ืองมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อดําเนินการครั้งนี้ใช้แบบสอบถาม โดยแบบสอบถามเป็น

คาํ ถามปลายเปิด และมขี น้ั ตอนการสร้างแบบสอบถาม ดงั น้ี
1. ต้องการทราบข้อมูลทั่วไปของเกษตรกรในพ้ืนท่ีกลุ่มเปูาหมายที่ของการจัดทําแผนพัฒนา

เกษตรกรรมระดับตําบล ภายใต้โครงการจัดทําแผนพัฒนาอาชีพในระดับตําบล จังหวัดสมุทรสาคร ประจําปี
งบประมาณ พ.ศ.2565

2. สร้างแบบสอบถามเก่ียวกับความเห็นท่ีมีต่อประเด็นปัญหาด้านการเกษตร แนวทางการพัฒนา
หรือแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร โดยนําข้อมูลมาจัดทําเป็นข้อเสนอเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาด้านเกษตร
ในรูปแบบของแนวทางหรอื มาตรการ เพื่อเสนอหน่วยงานทเี่ ก่ียวขอ้ งดาํ เนินการ

4. วิธกี ารเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ลงพื้นท่ีแจกสอบถามด้วยตนเอง พร้อมท้ังอธิบายวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล โดยขอ

ความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลและอธิบายวิธีการตอบแบบสอบถามโดยละเอียด พร้อมท้ังรอรับ
แบบสอบถามคืน

2. จากการเก็บรวบรวมข้อมูล เจ้าหน้าที่สํานักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพ้ืนท่ี
แจกแบบสอบถาม จํานวน 110 ชุด จากจํานวนแบบสอบถามท่ีต้องดําเนินการเก็บข้อมูล จํานวน 91 ชุด
(ตามการคํานวณโดยใช้สูตรของทาโร่ ยามาเน่ ท่ีระดับความคลาดเคลื่อน 10%, e = 0.10) โดยมีแบบสอบถามท่ี
ได้รับกลับคืนและมีความสมบูรณ์ของข้อมูล จํานวน 102 ชุด คิดเป็น 112.09 เปอร์เซ็นต์ ของจํานวน
กลุ่มเปาู หมายท่ีต้องดําเนนิ การเกบ็ ขอ้ มูล ซง่ึ ประกอบดว้ ยข้อมลู ที่ได้จากการแจกแบบสอบถาม ดังนี้

31

2.1 ชุมชนหนองบัวหมู่ท่ี 1 จํานวนแบบสอบถาม 13 ชดุ คิดเปน็ 12.75 %

2.2 ชุมชนบ้านกลางคลองสองห้อง จาํ นวนแบบสอบถาม 12 ชุด คิดเปน็ 11.76 %

2.3 ชุมชนรว่ มใจหนองบวั จาํ นวนแบบสอบถาม 10 ชุด คดิ เป็น 9.81 %

2.4 ชุมชนบา้ นหนองบัว (โพธ์ริ อ้ ย) จํานวนแบบสอบถาม 9 ชดุ คดิ เป็น 8.82 %

2.5 ชุมชนบา้ นดอนวัว จํานวนแบบสอบถาม 21 ชดุ คิดเปน็ 20.59 %

2.6 ชมุ ชนบา้ นรางเสาธง จาํ นวนแบบสอบถาม 11 ชดุ คิดเป็น 10.78 %

2.7 ชมุ ชนบา้ นสารภี จาํ นวนแบบสอบถาม 12 ชดุ คิดเปน็ 11.76 %

2.8 ชุมชนบา้ นหนองบัว 2 จาํ นวนแบบสอบถาม 14 ชดุ คิดเป็น 13.73 %

ชมุ ชน จานวนผลการตอบแบบสอบถามของเกษตรกรในตาบลหนองบัว

บ้านหนองบัว 2 14
บ้านสารภี 12
11
บา้ นรางเสาธง
บา้ นดอนวัว 21
9
บา้ นหนองบวั (โพธริ์ ้อย)
ร่วมใจหนองบัว 10

บ้านกลางคลองสองหอ้ ง 12
หนองบัวหมูท่ ี่ 1 13

0 5 10 15 20 25
จานวนขอ้ มลู แบบสอบถาม (ชุด)

รูปท่ี 3 จาํ นวนผลการตอบแบบสอบถามของเกษตรกรในตําบลหนองบัว

32

5. การวิเคราะหข์ ้อมูล
จากการรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม จํานวน 102 ชุด โดยนําข้อมูลจากแบบสอบถามใน

ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 มาแปรผลด้วยระบบแทนค่าการนับจาํ นวน ได้ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังน้ี
ส่วนที่ 1 แบบจัดเก็บข้อมูลเกษตรกร เพื่อใช้ประกอบการจัดทาฐานข้อมูลและการจัดทา

ข้อเสนอหรือแนวทางการพัฒนา แก้ไขปัญหาด้านการเกษตร
ตอนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไป
จากการตอบแบบสอบถามกลุ่มเปูาหมายส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสอบถาม อยู่ในช่วงอายุ

31-40 ปี จํานวน 36 ราย คิดเป็น 35.30 % รองลงมา คือ ช่วงอายุ 41–50 ปี จํานวน 28 ราย คิดเป็น
27.45 % ช่วงอายุ 21-30 ปี จํานวน 24 ราย คิดเป็น 23.53 % ช่วงอายุ 51-60 ปี จํานวน 8 ราย คิดเป็น
7.84 % ช่วงอายุ 61-70 ปี จํานวน 3 ราย คิดเป็น 2.94 % ช่วงอายุ 71–80 ปี จํานวน 2 ราย คิดเป็น 1.96 %
และช่วงอายุ 81-90 ปี จํานวน 1 ราย คิดเป็น 0.98 % (รูปท่ี 4)

34[จพ50ามิ นพวค์ นาอ(ร้าางยอ)ิง ช่วงอายุกล่มุ เป้าหมายทีต่ อบแบบสอบถาม ช่วงอายุ (ปี)
30
25 24 36
20 28
15
10 8
5 321
0
31-40 41-50 51-60 61-70 71-80 81-90
21-30

รปู ท่ี 4 จํานวนชว่ งอายกุ ลุ่มเปาู หมายทต่ี อบแบบสอบถาม

33

จากการตอบแบบสอบถาม กลุ่มเปูาหมายส่วนใหญ่มีระดับการศึกษา ในระดับประถม
ศึกษามากที่สุด จํานวน 63 ราย คิดเป็น 61.76 % รองลงมาคือ ระดับมัธยมศึกษา จํานวน 30 ราย คิดเป็น
29.41 % ลําดับถัดมา คือ ระดับปริญญาตรี จํานวน 7 ราย คิดเป็น 6.86 % และระดับต่ํากว่าประถมศึกษา
จํานวน 2 ราย คิดเป็น 1.96 % (รูปที่ 5)

จานวน (ราย) ระดับการศึกษา
70
63
60
30
50
ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา 7
40 ปริญญาตรี

30

20

10
2

0
ต่ากวา่ ประถมศึกษา

รปู ที่ 5 ข้อมลู ระดับการศึกษาของกลุ่มเปูาหมายที่ตอบแบบสอบถาม

34

ตอนที่ 2 ข้อมูลครัวเรือนเกษตรกร
จากการตอบแบบสอบถาม กลุ่มเปูาหมายส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพ

หลัก มากที่สุด จํานวน 86 ราย คิดเป็น 84.31% และประกอบอาชีพรับจ้างท่ัวไปเป็นอาชีพรองมากที่สุด จํานวน
13 ราย คิดเปน็ 12.75 % ทงั้ นี้ มีผู้ตอบแบบสอบถามทไ่ี ม่มอี าชพี รอง จํานวน 71 ราย คดิ เปน็ 69.61 % (รปู ที่ 6)

จานวน (ราย) ลกั ษณะการประกอบอาชพี ของผู้ตอบแบบสอบถาม

90 86 71
80
70 อาชีพหลัก
60 อาชพี รอง
50
40 9 10 13 5
30 00
20 4 12 1
10 0

2

0

รปู ที่ 6 จํานวนผ้ตู อบแบบสอบถามจําแนกตามลักษณะการประกอบอาชีพ

35

จากการตอบแบบสอบถาม กลุ่มเปูาหมายส่วนใหญ่มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ประเภทการเพาะปลูกมากที่สุด จํานวน 92 ราย คิดเป็น 90.20 % รองลงมา คือ การประมง จํานวน 11 ราย
คิดเป็น 10.78 % ลําดับถัดมา คือ การเล้ียงสัตว์ จํานวน 3 ราย คิดเป็น 2.94 % และลําดับสุดท้าย
ด้านการเกษตรอื่นๆ จํานวน 1 ราย คิดเป็น 0.98 % ทั้งน้ี มีผู้ตอบแบบสอบถามท่ีประกอบอาชีพเกษตรกรรม
มากกว่า 1 ประเภท จํานวน 5 ราย (รปู ที่ 7)

ประเภทการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

จานวน (ราย) 3 11 1
การเล้ยี งสตั ว์ การประมง การเกษตรอ่นื ๆ
100 92
90
80
70
60
50
40
30
20
10
0

การเพาะปลกู

รปู ที่ 7 ข้อมูลประเภทการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

36

จากการตอบแบบสอบถาม ทําให้ทราบว่าพื้นท่ีเกษตรกรรมในตําบลหนองบัวส่วนใหญ่
เป็นพื้นท่ีปลูกมะพร้าว จํานวน 832 ไร่ คิดเป็น 22.63 % ของพ้ืนที่เกษตรกรรมทั้งหมดของตําบลหนองบัว
รองลงมา คือ พื้นที่ปลูกลําไย จํานวน 147 ไร่ คิดเป็น 4.00 % ของพื้นท่ีเกษตรกรรมท้ังหมดของตําบลหนองบัว
ลําดับถัดมา คือ พื้นท่ีปลูกมะนาว จํานวน 110 ไร่ คิดเป็น 2.99 % ของพื้นที่เกษตรกรรมท้ังหมดของตําบล
หนองบัว ส่วนพ้ืนที่เลี้ยงสัตว์ จํานวน 3 ไร่ คิดเป็น 0.08 % ของพื้นท่ีเกษตรกรรมทั้งหมดของตําบลหนองบัว
ซงึ่ ประกอบด้วยการเล้ยี งไกไ่ ข่ 0.05 % และการเล้ียงเปด็ 0.03 % นอกจากน้ี ตําบลหนองบวั ยังมีพ้ืนท่ีเกษตรกรรม
ทําการประมง โดยเป็นพื้นท่ีเลี้ยงกุ้ง จํานวน 46.5 ไร่ คิดเป็น 1.26 % ของพ้ืนท่ีเกษตรกรรมท้ังหมดของตําบล
หนองบัว และเป็นพื้นท่ีเล้ียงปลา จํานวน 1 ไร่ คิดเป็น 0.03 % ของพ้ืนที่เกษตรกรรมทั้งหมดของตําบลหนองบัว
ท้ังน้ี พ้ืนที่ดังกล่าวข้างต้นที่ได้จากการตอบแบบสอบถาม เป็นพื้นท่ีเกษตรกรรมท้ังส้ิน 1,300.50 ไร่ จากพ้ืนที่
เกษตรกรรมท้ังหมดของตําบลหนองบัว ซ่ึงมีจํานวนทั้งหมด 3,677 ไร่ คิดเป็น 35.37 % ของพื้นที่เกษตรกรม
ทงั้ หมดของตําบลหนองบวั (รปู ที่ 8)

พื้นที่ (ไร่) พน้ื ทเ่ี กษตรกรรมของตาบลหนองบวั
900 832
800

700

600

500

400

300

200 147 110 1 46.5 1
100 51 42 43 7 6 12 2

0

รูปท่ี 8 ข้อมูลพน้ื ทเี่ กษตรกรรมของตาํ บลหนองบวั

37

จากการตอบแบบสอบถาม ทําให้ทราบว่าผลผลิตทางการเกษตรของตําบลหนองบัว
สว่ นใหญ่ คือ มะพร้าว โดยมผี ้ปู ลูกมะพร้าวมากท่ีสุด จํานวน 60 ราย คิดเป็น 58.82 % รองลงมา คือ ผู้ปลูกลําไย
จาํ นวน 15 ราย คิดเป็น 14.71 % รองลงมา คือ ผปู้ ลกู มะนาว จาํ นวน 12 ราย คิดเป็น 11.76 % ลําดับถัดมา คือ
ผเู้ ลี้ยงกุ้ง จํานวน 10 ราย คิดเป็น 9.80 % ซ่ึงสอดคล้องกับข้อมูลพ้ืนที่เกษตรกรรมของตําบลหนองบัว ดังรูปที่ 7
ทั้งน้ี จากข้อมูลท่ีได้จากการตอบแบบสอบถาม มีผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่า 1 ประเภท (พืช, สัตว์,
ประมง) จาํ นวน 9 คน (รูปที่ 9)

จานวน (ราย) ผลผลิตทางการเกษตรของตาบลหนองบวั
70

60
60

50

40

30

20 15 12 9 10
10
5311321
0 1

รปู ที่ 9 ข้อมลู ผลผลติ ทางการเกษตรของตําบลหนองบัว

38

จากการตอบแบบสอบถาม สามารถจําแนกรายรับออกเป็นรายรับในภาคการเกษตร และ
รายรับนอกภาคการเกษตร โดยกลุ่มเปูาหมายส่วนใหญ่มีรายรับในภาคการเกษตร มากกว่า 200,000 บาท/ปี
มากทีส่ ดุ จํานวน 40 ครวั เรอื น คิดเป็น 39.22 % รองลงมา คือ น้อยกว่า 100,000 บาท/ปี จํานวน 28 ครัวเรือน
คดิ เปน็ 27.45% รองลงมา คือ 100,000-150,000 บาท/ปี จํานวน 20 ครัวเรือน คิดเป็น 19.61 % และมีรายรับ
ในภาคการเกษตร 150,001-200,000 บาท/ปี จํานวนน้อยที่สุด คือ 14 ครัวเรือน คิดเป็น 13.73 % ส่วนรายรับ
นอกภาคการเกษตร น้อยกว่า 100,000 บาท/ปี มากท่ีสุด จํานวน 59 ครัวเรือน คิดเป็น 57.84 % รองลงมา คือ
มากกวา่ 200,000 บาท/ปี จํานวน 6 ครวั เรอื น คดิ เปน็ 5.88 % ทั้งนี้ มผี ตู้ อบแบบสอบถามที่เป็นผู้ไม่มีรายได้นอก
ภาคการเกษตร จาํ นวน 30 ราย คิดเปน็ 29.41 % (รปู ท่ี 10)

รายรับของผตู้ อบแบบสอบถาม

70
60 59

50 30 ในภาคการเกษตร (ครวั เรือน)
นอกภาคการเกษตร (ครวั เรอื น)
40

40
30 28

20

20 14

10 5 2 6
0
0 รายรบั (บาท/ปี)

น้อยกวา่ 100,000 - 150,001 - มากกวา่ ผู้ไม่มีรายได้

100,000 150,000 200,000 200,000

รูปที่ 10 ข้อมลู รายรบั ของผ้ตู อบแบบสอบถาม

39

จากการตอบแบบสอบถาม สามารถจําแนกรายจ่ายออกเป็นรายจ่ายในภาคการเกษตร
และรายจ่ายนอกภาคการเกษตร โดยกลุ่มเปูาหมายส่วนใหญ่มีรายจ่ายในภาคการเกษตร น้อยกว่า 100,000
บาท/ปี มากที่สุด จํานวน 49 ครัวเรือน คิดเป็น 48.04 % รองลงมา คือ มากกว่า 200,000 บาท/ปี จํานวน
24 ครวั เรอื น คิดเปน็ 23.53 % รองลงมา คอื 100,000-150,000 บาท/ปี จาํ นวน 19 ครัวเรือน คิดเป็น 18.63 %
และมีรายจ่ายในภาคการเกษตร 150,001-200,000 บาท/ปี จํานวนน้อยท่ีสุด คือ 10 ครัวเรือน คิดเป็น 9.80 %
ส่วนรายจ่ายนอกภาคการเกษตร น้อยกว่า 100,000 บาท/ปี มากที่สุด จํานวน 43 ครัวเรือน คิดเป็น 42.16 %
รองลงมา คือ 100,000-150,000 บาท/ปี จํานวน 37 ครัวเรือน คิดเป็น 36.27 % รองลงมา คือ
150,001-200,000 บาท/ปี จํานวน 13 ครัวเรือน คิดเป็น 12.75 % และมีรายจ่ายนอกภาคการเกษตร มากกว่า
200,000 บาท/ปี จาํ นวน 9 ครวั เรอื น คดิ เป็น 8.82 % (รูปที่ 11)

รายจ่ายของผ้ตู อบแบบสอบถาม

60

50 49
43
37
40

30 24 ในภาคการเกษตร (ครวั เรือน)
19 นอกภาคการเกษตร (ครัวเรอื น)
20 10 13 9
10 รายจา่ ย (บาท/ปี)

0
นอ้ ยกว่า 100,000 - 150,001 - มากกว่า
100,000 150,000 200,000 200,000

รปู ที่ 11 ขอ้ มูลรายจ่ายของผู้ตอบแบบสอบถาม

40

จากการตอบแบบสอบถาม เกษตรกรส่วนใหญ่มีที่ดินเพื่อทําเกษตรกรรมอยู่ในช่วง 1-5 ไร่
จํานวน 29 ราย คิดเป็น 28.43 % ของผู้ตอบแบบสอบถามท้ังหมด รองลงมา คือ อยู่ในช่วง 6-10 ไร่ จํานวน
24 ราย คิดเป็น 23.53 % รองลงมา คือ อยู่ในช่วง 11-15 ไร่ จํานวน 18 ราย คิดเป็น 17.65 % ลําดับถัดมา
คือ อยู่ในช่วง 16-20 ไร่ จํานวน 11 ราย คิดเป็น 10.78 % รองลงมา คือ มากกว่า 30 ไร่ จํานวน 9 ราย คิดเป็น
8.82 % ส่วนช่วง 21-25 ไร่ และ 26-30 ไร่ มีจํานวน 5 รายเท่ากัน คิดเป็น 4.90 % และลําดับสุดท้าย คือ
น้อยกวา่ 1 ไร่ จาํ นวน 1 ราย คดิ เปน็ 0.98 % (รปู ที่ 12)

จานวน (ราย) 29 ท่ดี ินเพอื่ ทาเกษตรกรรม
35
24
30 18
11
25 9
55
20 ทีด่ ิน (ไร่)

15 6-10 11-15 16-20 21-25 26-30 มากกว่า 30

10

5 1-5
1

0

นอ้ ยกว่า 1

รูปท่ี 12 ขอ้ มลู ท่ีดินเพอื่ ทาํ เกษตรกรรมของผู้ตอบแบบสอบถาม


Click to View FlipBook Version