คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๐ ทันสมัย เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เข้ารับการอบรมเป็นสำคัญ โดยวิทยากรผู้มี ความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ คาดหวังว่าผู้เข้ารับการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ทุกท่าน จะได้รับความรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใน ๓ มิติ คือ ๑. กายานามัย คือ การพัฒนากาย ๒. จิตตานามัย คือ การพัฒนาจิตให้คิดดีมีเมตตากรุณาและเอื้ออาทรแก่บุคคลอื่นได้ และ ๓. ชีวิตานามัย คือ บุคคลเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิต (Lifestyle) ให้สามารถดำรงชีพอยู่รอดปลอดภัย พึ่งตนเองและ สามารถช่วยเหลือบุคคลอื่นได้ และมีความสุข อายุยืนยาวอย่างมีชีวิตคุณภาพ บัดนี้ ได้เวลาอันเหมาะสมแล้ว กระหม่อมขอกราบทูลเชิญองค์ประธานได้โปรดกล่าวเปิดการอบรม ธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ เพื่อความสิริมงคลแก่ผู้เข้ารับการอบรมและผู้มีเกียรติ ณ บัดนี้ แล้วแต่จะโปรด *************************************************
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๑ คำกล่าวเปิดการอบรมธรรมานามัยรุ่นที่ ๒๑ ของ พลเรือเอก นายแพทย์ หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ และประธานโครงการธรรมานามัย ในพิธีเปิดการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ท่านรองประธานโครงการธรรมานามัย กรรมการมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ประธานชมรมธรรมานามัยและ กรรมการชมรมฯ คณะกรรมการดำเนินการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ท่านวิทยากร และแขกผู้มี เกียรติทุกท่าน ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิดอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ในวันนี้ จากคำ กล่าวรายงานของนายแพทย์สุรศักดิ์ สัมปัตตะวนิช รองประธานโครงการธรรมานามัย ทำให้ทราบ จุดประสงค์ของการจัดอบรมในครั้งนี้ และยังได้ทราบอีกว่าคณะกรรมการดำเนินการจัดการอบรม ธรรมานามัยในปี พ.ศ.๒๕๖๗ มีความมุ่งมั่นที่จะจัดการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ขึ้น เพื่อเป็นการ แสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณ แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์ องค์อุปถัมภ์และสืบสานงานของพระองค์ท่าน มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ จึงภาคภูมิใจ เช่นคนไทยทุกคนและขอถือโอกาสเชิญชวนพวกเราทุกคนที่ ชุมนุม ณ ที่นี้ ตลอดจนทุก ๆ ท่านที่มิได้มาร่วมงานนี้โปรดได้ระลึกในพระคุณพระองค์อุปถัมภ์มูลนิธิฯ และ จงตั้งปณิธานที่จะพัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นในตลอดกาล เพื่อสนองในพระจริยวัตรและพระราช กรณียกิจที่ได้บำเพ็ญประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทย เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแนวทางชีวิตพัฒนาของ ธรรมานามัย ๓ มิติ คือ กายานามัย จิตตานามัย และชีวิตานามัย ให้ชีวิตสมบูรณ์มีความมั่นคงและเป็นสุข ตลอดกาล ผมขอต้อนรับผู้เข้าอบรมธรรมานามัยรุ่นที่ ๒๑ ด้วยความยินดี ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จใน ชีวิตและมีความสุขกันถ้วนหน้า ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและคณะกรรมการดำเนินการจัดการอบรม
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๒ ธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่สนับสนุนอุปถัมภ์ เงินทุนแก่มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ และขอขอบคุณท่านวิทยากรทุกท่านที่สละเวลาและเตรียมพร้อมในการ ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เข้าอบรม เพื่อให้การอบรมนี้ได้สมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการธรรมานามัยของ มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการอบรมธรรมานามัยรุ่นที่ ๒๑ และขออวยพรให้ทุกท่าน ประสบความสุข สวัสดีประสบความสำเร็จ และบรรลุวัตถุประสงค์ของการอบรม ขอให้การดำเนินการ จัดการอบรมธรรมานามัย ครั้งนี้ได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ ขอบคุณ ****************************************************
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๓ ขั้นตอนพิธีเปิด ขั้นตอนพิธีเปิด - ประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๐ และกรรมการมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ยืนรับเสด็จ - พลเรือเอกเชษฐา ใจเปี่ยม ประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๐ เชิญพานพวงมาลัย - พลเรือเอก นายแพทย์ หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัฒน์ องค์ประธานกรรมการมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ และ ประธานโครงการธรรมานามัย เสด็จถึงอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ทรงถวายพวงมาลัย สักการะพระรูปปั้นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ - พลเรือเอก นายแพทย์ หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัฒน์ องค์ประธานในพิธีเสด็จเข้าสู่ห้องพิธี - ผู้เข้ารับการอบรมยืนถวายความเคารพ - ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย - ประทับพระเก้าอี้ - นางอุไรวรรณ มณีโชติ รองประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๐ ถวายคู่มือการอบรมธรรมานามัยรุ่นที่ ๒๑ - พิธีกร ดำเนินรายการ พิธีเปิดการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ - นายแพทย์สุรศักดิ์ สัมปัตตะวนิช รองประธานโครงการธรรมานามัย กล่าวถวายรายงาน - องค์ประธานในพิธีประทานโอวาทเปิดการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ - นายแพทย์สุรศักดิ์ สัมปัตตะวนิช กล่าวนำผู้เข้ารับการอบรมถวายราชสดุดีแด่สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสดุดี ศาสตราจารย์ เรือโท นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ ราชบัณฑิตผู้รังสรรค์ทฤษฎีธรรมานามัย - องค์ประธานฯ เสด็จออกจากห้องพิธี ประทับ ณ ห้องรับรอง - ผู้เข้ารับการอบรมยืนถวายความเคารพ -------------------------------------------
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๔ ขั้นตอนพิธีปิด การอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ พิธีปิดการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ - พลเรือเอก นายแพทย์ หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ เป็นองค์ประธานในพิธีประทานเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม - ทรงถวายพวงมาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ แล้วประทับพระเก้าอี้ - ประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ถวายมาลัยข้อพระกรแด่องค์ประธานพิธี - ประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๐ ถวายหนังสืออนุสรณ์ธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ - นายแพทย์สุรศักดิ์ สัมปัตตะวนิช ถวายรายงานสรุปผลการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ - ทูลเชิญองค์ประธานในพิธี เสด็จขึ้นที่ประทับพระเก้าอี้พิธี - ทรงประทานเกียรติบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรม ---------------------------------------
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๕ รายชื่อคณะวิทยากรธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ลำดับ ชื่อ หัวข้อที่บรรยาย ที่อยู่ โทรศัพท์/ Email Address ๑ นพ.สุรศักดิ์ สัมปัตตะวนิช แนะนำโครงการ แนะนำมูลนิธิชีวิต พัฒนา ๑๙๙/๑ ซอยทิมแลนด์ ถนนงามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ ๐๘๑-๒๕๙-๐๕๗๕ ๒ ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ทักษะการพัฒนา กายและจิตแบบ องค์รวม ๘๔ ซอยเจริญนคร ๕๘ ถนนเจริญนคร แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ ๐๘๙-๔๘๑-๘๘๑๑ เลขา ๐๘๐-๕๙๘-๗๓๙๐ ๓ ผศ.ดร.นักรบ ระวังการณ์ กลุ่มสัมพันธ์ [email protected] ๔ ผศ.ดร.กุสุมา ศรียากูล แพทย์แผนไทยกับ การดูแลสุขภาพ ๐๘๑ ๑๗๑ ๘๒๒๑ [email protected] [email protected] ๕ รศ.ดร.สมชาย ดุรงค์เดช Smart Eating ๒๕๓ ซอยวินิจสรรค์ ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐ ๐๘๑-๔๔๒-๘๙๓๔ somchaidu@gmail com
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๖ ลำดับ ชื่อ หัวข้อที่บรรยาย ที่อยู่ โทรศัพท์/ Email Address ๖ พญ. วราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ การดูแลสุขภาพ แบบองค์รวม ๗๓/๒ ลาดพร้าว ๗๑ แขวงสะพานสูง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐ ๐๘๑-๖๘๔-๙๙๕๕ ๗ พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ ชีวิตงาม วัดสระเกศราชวรวิหาร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐ ๐๘๖-๖๖๙-๙๒๒๑ ๘ พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ ความสมดุลของชีวิต ๒๑ ซอย ๓ หมู่บ้านสวนสน ถนนรามคำแหง ๖๐ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐ ๐๘๑-๙๓๘-๙๒๙๖ ๙ อ.ชัชวัสส์ เศรษฐลักษมิ์ กฎหมายและ การบริหารการเงิน ๔๙/๑ ซอยเอกมัย ๑๒ ถนนสุขุมวิท ๖๓ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ ๐๙๔-๙๑๙-๖๙๘๗ ๑๐ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ อยู่ให้ดี อยู่ให้สุข ในโลกดิจิตัล อาคาร ๘ ชั้น ๗ กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์กระทรวง สาธารณสุข อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ ๐๘๔-๕๓๓-๕๖๕๖ [email protected]
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๗ ลำดับ ชื่อ-ชื่อสกุล หัวข้อที่บรรยาย ที่อยู่ โทรศัพท์/ Email Address ๑๑ อ.วันวิสา ศิลาทอง Living Wills การ ทำพินัยกรรมและ การจัดการทรัพย์สิน บริษัทสำนักกฎหมาย ธรรมนิติจำกัด ๒/๒ ชั้น ๒ อาคารภักดี ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ ๐๘๘-๘๘๓-๑๗๘๘ [email protected] ๑๒ อ. สีนวล เดชพรหม กิจกรรมพิเศษ มูลนิธิชีวิตพัฒนา ๐๒-๔๔๘-๖๔๖๑ ๑๓ นพ.พล หิรัณยศิริ การอบรม ธรรมานามัย ดีอย่างไร คอนโดศุภาลัยพรีเมียร์ เจริญนคร ๑๙๘/๘๔ ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ ๐๘๖-๕๖๔-๘๙๕๕ ๑๔ ผศ.ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ การอบรม ธรรมานามัย ดีอย่างไร ๑๕๐๔ Royal castle ซอยสุขุมวิท๓๙ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ ๐๘๑-๒๕๒-๑๕๑๕ [email protected] ๑๕ ดร.ธนวรรธน์ อิ่มสมบูรณ์ การอบรม ธรรมานามัย ดีอย่างไร ๑๖ นพ. สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา โครงสร้างร่างกายที่ ไม่สมดุล ภัยเงียบ และร้ายแรงกว่าที่ คุณคิด ๐๘๑-๖๓๘-๖๕๒๘ [email protected]
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๘ ลำดับ ชื่อ-ชื่อสกุล หัวข้อที่บรรยาย ที่อยู่ โทรศัพท์/ Email Address ๑๗ อ. ธนัท ดลอัมพรพิศุทธิ์ สมดุลสุขภาพ โดยแพทย์ ทางเลือก ๙๔/๑๐๖ ม.๓ ต. บางรักพัฒนา อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี ๑๑๑๑๐ ๐๘๖-๓๔๑-๓๘๗๙ [email protected] ๑๘ วิทยากรจากกรมกิจการ ผู้สูงอายุ คุณภาพชีวิตที่ ดีของผู้สูงอายุ อาคารกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ ชั้น ๖ ๑๐๓๔ ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ๑๐๑๐๐ ๑๙ อ. เสาวนีย์ สังฆโสภณ ดนตรีบำบัด ๔๐/๔ ซ. อารีสัมพันธ์ ๘ คลองประปา สามเสน กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ ๐๘๙-๘๙๓-๒๑๖๐ ๒๐ อ. อภิวัฒน์ โควินทรานนท์ ศิลปวัฒนธรรม โบราณสถาน และ ประวัติศาสตร์ เมืองมรดกโลก ๗๘๑ ม. เพชรเกษม ๓ ซอยเพชรเกษม ๙๔ ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ ๑๐๑๖๐ ๐๘๘-๘๙๗๔-๙๙๙
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๕๙ รายชื่อผู้เข้ารับการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ลำดับ กลุ่มดอกไม้ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น วัน เดือน ปีเกิด ๑ กล้วยไม้ นายเกรียงศักดิ์ศรีศิลปวงศ์ เกรียง ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๕ ๒ กุหลาบ นางสาวกรกนก เอี่ยมศิริ นก ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๑๐ ๓ พุด นางสาวกรรณิการ์ ตั้งสราลักษณ์ กัน ๑๑ มกราคม ๒๕๑๒ ๔ บานไม่รู้โรย นางสาวกัญญณัช ศิระเกล้า ปุณ ๒๙ มีนาคม ๒๕๑๑ ๕ กุหลาบ นางกัลยา เศรษฐ์ปราโมทย์ กัล ๓๐ มกราคม ๒๕๐๕ ๖ กุหลาบ พลฺโทกิตติศักดิ์ บุญสุข เปี๊ยก ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ๗ กล้วยไม้ นางสาวกิรณา หงส์ฟ่องฟ้า วรรณ ๑๐ กันยายน ๒๕๐๔ ๘ รัก นางกุลติมา เลี้ยงชีพเสริมสุข แหม่ม ๓ พฤษภาคม ๒๕๐๔ ๙ รัก นางสาวขวัญใจ ถิ่นมีผล ตุ้ย ๒๐ มิถุนายน ๒๕๐๓ ๑๐ กุหลาบ นางสาวจรัญญา ชื่นศิวา แจง ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ๑๑ พุด นางสาวจารุรัศมิ์ วัฒนะชัยวิเศษ ไก่ ๒๐ เมษายน ๒๕๐๓ ๑๒ กล้วยไม้ นางจินตนา สุขวุฒิชัย เป้า ๑๔ ตุลาคม ๒๔๙๗ ๑๓ กล้วยไม้ นางจิรัชฌา คลังธนสาร จิ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๕ ๑๔ พุด นางชนม์ทิตา บัวทอง ตา ๑๙ ตุลาคม ๒๕๐๕ ๑๕ กล้วยไม้ นางสาวชมชนก ทวิชัย นก ๓ มกราคม ๒๕๐๒ ๑๖ พุด นายชยพล สำเภาจันทร์ วัช ๑๗ ธันวาคม ๒๔๙๙ ๑๗ กล้วยไม้ นางช่อแก้ว บัญชากร แก้ว ๑ มกราคม ๒๕๐๘ ๑๘ รัก นางชัชชญา ศุภมงคล มู่ลี่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ ๑๙ พุด นายชาญ จรัสสิริพงศ์ ชาญ ๑๐ มกราคม ๒๔๙๗ ๒๐ พุด นางสาวณัฐชรัตน์ ทวีโชติวรรัชต์ นิด ๑ พฤษภาคม ๒๕๐๓
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๐ รายชื่อผู้เข้ารับการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ (ต่อ) ลำดับ กลุ่มดอกไม้ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น วัน เดือน ปีเกิด ๒๑ พุด พท.ผศ.ดร.ณัฐวรรณ์ ยศวัฒน อ้อด ๒๔ มีนาคม ๒๕๐๓ ๒๒ พุด นางดวงนภา เอกวรรณพัฒนา หลั่น ๓ มกราคม ๒๔๙๑ ๒๓ พุด นางดวงฤดี จิรากรตระกูล ดวง ๑ มกราคม ๒๔๙๕ ๒๔ พุด นางธันยธร แนวพนิช หลิน ๙ กรกฎาคม ๒๕๑๖ ๒๕ บานไม่รู้โรย นางสาวธันยาภัทร์ ภิวัฒน์ธนโภคิน ติ๋ว ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๐๐ ๒๖ รัก นางนภา รวมลาภ ภา ๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ ๒๗ รัก นางนลินรัตน์ จรุงพิทักษ์สกุล รัตน์ ๑๓ กันยายน ๒๔๙๕ ๒๘ กุหลาบ นางนวลจิรา อภินันท์ธรรม นวล ๙ สิงหาคม ๒๕๐๖ ๒๙ รัก นางสาวนวลสกุล แสงอาทิตย์ ก๊อก ๓๑ มกราคม ๒๕๐๔ ๓๐ พุด นางสาวนัจ เบญจศิรนาท นัจ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ ๓๑ พุด นางเบญจมาศ แก้วพรหมมาลย์ แหม่ม ๑๖ สิงหาคม ๒๔๙๘ ๓๒ กุหลาบ นางสาวเบญจรงค์ หุตะเสวี อู๊ด ๘ มกราคม ๒๔๙๖ ๓๓ รัก นางเบญญาภา ณ นคร นิด ๑ มกราคม ๒๔๙๘ ๓๔ รัก นางสาวบุญเรือง ชะนะป่าโมกโข SUNSUN ๑๙ ธันวาคม ๒๕๐๗ ๓๕ กุหลาบ นางสาวบุญเอนก รอดเพชรไพร เหนก ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ ๓๖ บานไม่รู้โรย นางสาวปาลิณีย์ ศรีนภาวรรณ์ ตุ้ม ๓๑ ตุลาคม ๒๕๐๐ ๓๗ บานไม่รู้โรย นางพรณี เลิศสิริชินกร ฮั้ว ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๓ ๓๘ กล้วยไม้ นางสาวพรพรรณ พรมโพธิ์ ต้อม ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๐ ๓๙ กุหลาบ นางพวงเพชร อภิธนาคุณ เพชร ๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ ๔๐ กุหลาบ นางสาวพัทยา จันทร์งาม ต่าย ๙ มีนาคม ๒๕๑๙
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๑ รายชื่อผู้เข้ารับการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ (ต่อ) ลำดับ กลุ่มดอกไม้ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น วัน เดือน ปีเกิด ๔๑ บานไม่รู้โรย นายพิษณุ กลัดแก้ว ณุ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕ ๔๒ พุด นางสาวภคพิมล ไกรสร แหว๋ว ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๔ ๔๓ พุด นางภารดี เทพรักษ์ ปุ๋ย ๓๐ มกราคม ๒๕๑๑ ๔๔ รัก น.อ.หญิงภาสินี ทัดภู่ ผู้พันจุ๊ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๙๔ ๔๕ กล้วยไม้ นางเมตตา บัวเอม อ๋อย ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ ๔๖ กล้วยไม้ นายมงคล จารุจันทร์นุกูล พัน ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๐๒ ๔๗ พุด นางมณีโชค ตติยไตรรงค์ หนิง ๑๖ ธันวาคม ๒๕๐๐ ๔๘ พุด นางมณีวรรณ รักวาทิน อุ๋ย ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๙๙ ๔๙ บานไม่รู้โรย นางสาวมัทนา อิสสระอานัติพงษ์ เชง ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๗ ๕๐ บานไม่รู้โรย นางมาลี ลีวงศ์เจริญ ลี ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๓ ๕๑ บานไม่รู้โรย นางรัตนา สุคนธ์ นา ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๐๒ ๕๒ กล้วยไม้ นางสาวรุ่งนภา ยิ่งชาญกุล รุ่ง ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ ๕๓ กุหลาบ นางลักษณา วงศ์รุ่งโรจน์กิจ จุ๋ม ๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ ๕๔ รัก นางวงศ์วาสนา กิตติพรหมวงศ์ ยุ้ย ๒๗ มกราคม ๒๔๙๗ ๕๕ กุหลาบ นางวลัยลักษณ์ ตังตติยภัทร์ Nuch ๒๙ พฤษภาคม ๒๔๙๙ ๕๖ กุหลาบ นางวันดี พรสิริเดโช เปีย ๒๓ มกราคม ๒๕๐๐ ๕๗ กล้วยไม้ นางวันทนีย์ ก่อเกิดสันติสุข หน่ำ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ ๕๘ กล้วยไม้ นางสาววิไล เบญจบุตร จิ๋ว ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๕ ๕๙ กุหลาบ นางวิชชุวรรณ อำไพรัตน์ อ๋า ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ๖๐ บานไม่รู้โรย นางสาววิทยารัตน์ คณาสิทธิสิทธิ์ รินทร์ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๘
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๒ รายชื่อผู้เข้ารับการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ (ต่อ) ลำดับ กลุ่มดอกไม้ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น วัน เดือน ปีเกิด ๖๑ รัก นางศรีนวล จรัสสิริพงศ์ ศรี ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ๖๒ บานไม่รู้โรย นางศรีวรรณา เจียรวัฒน์ชัย อ้วน ๘ พฤษภาคม ๒๔๙๗ ๖๓ รัก นายศักรินทร์ พันสมตน บอย ๒๖ มกราคม ๒๕๐๖ ๖๔ บานไม่รู้โรย นางศิริวรรณ พิริเยศยางกูร แต๋ว ๑๔ มกราคม ๒๔๙๙ ๖๕ กุหลาบ นางสาวศิลป์สุภา บุญลือ นก ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ ๖๖ กล้วยไม้ นางสงกรานต์ บำรุงสุข อี๊ด ๑๓ เมษายน ๒๕๐๔ ๖๗ กล้วยไม้ นางสถาพร พิทักษ์ธีระธรรม เล็ก ๒๖ ธันวาคม ๒๕๐๘ ๖๘ บานไม่รู้โรย นางสาวสมจิตต์ ศีลเภสัชกุล จิต ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ๖๙ รัก นายสมชัย สุชาติเจริญยิ่ง Thone (โทน) ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ ๗๐ รัก นางสาวสุนารี ธรรมรุจิกุล หลี ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ๗๑ รัก นางสาวสุมนทิพท์ รัตนศิริแสงโชติ เก๋กิ้ว ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๒ ๗๒ พุด นางสุรดา ศุลผลถาวร เดือน ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๕ ๗๓ บานไม่รู้โรย นายสุรทิน เลี้ยงชีพเสริมสุข ทิ้ม ๕ มกราคม ๒๕๐๒ ๗๔ กุหลาบ นางสาวสุรัสวดี สุทธิธรรม สุ ๑๙ มกราคม ๒๕๐๒ ๗๕ กล้วยไม้ นางสุวิภา วิชานนะ ภา ๘ ธันวาคม ๒๔๙๑ ๗๖ กล้วยไม้ นางหรรษา คมวัชระ น้อย ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ ๗๗ บานไม่รู้โรย พญ.อภิรมย์ เวชภูติ เจน ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๒ ๗๘ กุหลาบ พญ.อรวรรณ กิจเชวงกุล อรวรรณ ๒๘ มีนาคม ๒๕๐๐ ๗๙ บานไม่รู้โรย นางสาวอรุณี มหาธนะกิติวงศ์ หรั่ง ๑๒ เมษายน ๒๕๐๕ ๘๐ บานไม่รู้โรย นางอัมพร หาญศิริชัย น้อย ๑ มกราคม ๒๔๙๕
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๓ ลำดับ กลุ่มดอกไม้ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น วัน เดือน ปีเกิด ๘๑ กล้วยไม้ นายสุกิจ รัตนวิบูลย์ อุ้ย ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๐ ๘๒ รัก นางกรรณิการ์ นาคา ติ๋ม ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๘ ๘๓ รัก นางณฐจินต์ เสี่ยงโชคอยู่ จิน ๓๐ มิถุนายน ๒๔๙๕
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๔ กลุ่มดอกกล้วยไม้ ลำดับ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ Email address ๑ นายเกรียงศักดิ์ ศรีศิลปวงศ์ เกรียง ๐๘๑ ๘๑๖๕ ๗๑๔ [email protected] ๒ นางสาวกิรณา หงส์ฟ่องฟ้า วรรณ ๐๙๔ ๖๕๙๓ ๒๔๑ [email protected] ๓ นางจินตนา สุขวุฒิชัย เป้า ๐๘๑ ๙๐๔๘ ๗๕๖ [email protected] ๔ นางจิรัชฌา คลังธนสาร จิ ๐๘๙ ๙๒๗๖ ๙๓๓ [email protected] ๕ นางสาวชมชนก ทวิชัย นก ๐๙๕ ๙๑๖๕ ๙๕๑ [email protected] ๖ นางช่อแก้ว บัญชากร แก้ว ๐๘๕ ๐๖๐๗ ๑๔๔ - ๗ นางสาวพรพรรณ พรมโพธิ์ ต้อม ๐๘๑ ๗๗๒๓ ๒๗๓ - ๘ นางเมตตา บัวเอม อ๋อย ๐๘๖ ๐๓๒๗ ๐๖๑ [email protected] ๙ นายมงคล จารุจันทร์นุกูล พัน ๐๘๙ ๔๘๐๔ ๘๘๘ - ๑๐ นางสาวรุ่งนภา ยิ่งชาญกุล รุ่ง ๐๘๑ ๔๘๓๖ ๓๔๙ [email protected] ๑๑ นางวันทนีย์ ก่อเกิดสันติสุข หน่ำ ๐๘๓ ๐๖๒๐ ๗๓๒ [email protected] ๑๒ นางสาววิไล เบญจบุตร จิ๋ว ๐๘๐ ๘๓๖๐ ๒๒๙ - ๑๓ นางสงกรานต์ บำรุงสุข อี๊ด ๐๘๖ ๗๗๒๐ ๓๕๗ [email protected] ๑๔ นางสถาพร พิทักษ์ธีระธรรม เล็ก ๐๙๖ ๕๙๕๖ ๒๖๔ Pridap@ hotmail.com ๑๕ นางสุวิภา วิชานนะ ภา ๐๘๙ ๗๗๑๙ ๖๗๒ - ๑๖ นางหรรษา คมวัชระ น้อย ๐๘๓ ๙๖๔๘ ๔๘๔ [email protected] ๑๗ นายสุกิจ รัตนวิบูลย์ อุ้ย ๐๙๒ ๔๔๙๑ ๙๘๕ [email protected] วิทยากรพี่เลี้ยงกลุ่มดอกกล้วยไม้ คุณณัฐธยาน์ ไทยศิริมงคล คุณสุนิสา ฝีมือช่าง คุณดวงสมร กรทองคำ คุณศิริพร อุตตมะเวทิน คุณสุวรรณา พูลชัยวิลัยศักดิ์
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๕ กลุ่มดอกกุหลาบ ลำดับ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ Email address ๑ นางสาวกรกนก เอี่ยมศิริ นก ๐๘๖ ๓๒๒๙ ๕๒๙ [email protected] ๒ นางกัลยา เศรษฐ์ปราโมทย์ กัล ๐๘๔ ๙๙๔๑ ๙๓๒ [email protected] ๓ พลโทกิตติศักดิ์ บุญสุข เปี๊ยก ๐๘๑ ๖๔๘๘ ๓๔๘ [email protected] ๔ นางสาวจรัญญา ชื่นศิวา แจง ๐๘๑ ๘๑๕๑ ๖๒๐ [email protected] ๕ นางนวลจิรา อภินันท์ธรรม นวล ๐๘๙ ๗๔๓๗ ๗๗๙ [email protected] ๖ นางสาวเบญจรงค์ หุตะเสวี อู๊ด ๐๘๑ ๕๕๑๗ ๖๕๗ [email protected] ๗ นางสาวบุญเอนก รอดเพชรไพร เหนก ๐๘๙ ๔๘๔๔ ๐๐๔ [email protected] ๘ นางพวงเพชร อภิธนาคุณ เพชร ๐๘๙ ๘๒๗๗ ๗๘๘ [email protected] ๙ นางสาวพัทยา จันทร์งาม ต่าย ๐๘๙ ๔๗๙๕ ๙๕๒ [email protected] ๑๐ นางลักษณา วงศ์รุ่งโรจน์กิจ จุ๋ม ๐๙๑ ๙๑๔๙ ๖๕๙ [email protected] ๑๑ นางวลัยลักษณ์ ตังตติยภัทร์ Nuch ๐๘๗ ๐๑๖๑ ๖๘๐ [email protected] ๑๒ นางวันดี พรสิริเดโช เปีย ๐๘๙ ๘๘๙๙ ๒๗๕ - ๑๓ นางวิชชุวรรณ อำไพรัตน์ อ๋า ๐๘๙ ๔๘๓๓ ๘๐๐ [email protected] ๑๔ นางสาวศิลป์สุภา บุญลือ นก ๐๘๑ ๓๑๕๕ ๑๒๕ [email protected] ๑๕ นางสาวสุรัสวดี สุทธิธรรม สุ ๐๙๐ ๙๗๔๔ ๑๒๖ [email protected] ๑๖ พญ. อรวรรณ กิจเชวงกุล อรวรรณ ๐๘๕ ๙๐๕๙ ๕๕๕ [email protected] วิทยากรพี่เลี้ยงกลุ่มดอกกุหลาบ คุณไพจิตร ชอบออมทรัพย์ พ.ต.อ.อาณัตชัย ทรงสอาด คุณขนิษฐา ปราชญ์วิทยา คุณโสภาวดี ปานจันทร์ นายพุฒิพรรักษ์ พุฒิพลธนากร
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๖ กลุ่มดอกพุด ลำดับ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ Email address ๑ นางสาวกรรณิการ์ ตั้งสราลักษณ์ กัน ๐๘๖ ๓๒๒๙ ๕๒๙ - ๒ นางสาวจารุรัศมิ์ วัฒนะชัยวิเศษ ไก่ ๐๖๑ ๘๙๔๒ ๘๒๙ [email protected] ๓ นางชนม์ทิตา บัวทอง ตา ๐๙๕ ๖๔๖๔ ๒๖๒ [email protected] ๔ นายชยพล สำเภาจันทร์ วัช ๐๘๑ ๙๒๖๘ ๑๔๓ [email protected] ๕ นายชาญ จรัสสิริพงศ์ ชาญ ๐๘๑ ๘๑๗๗ ๒๐๖ - ๖ นางสาวณัฐชรัตน์ ทวีโชติวรรัชต์ นิด ๐๘๔ ๔๒๒๕ ๕๖๖ [email protected] ๗ พท. ผศ. ดร. ณัฐวรรณ์ ยศวัฒน อ้อด ๐๙๗ ๑๓๑๘ ๙๐๘ [email protected] ๘ นางดวงนภา เอกวรรณพัฒนา หลั่น ๐๙๖ ๖๖๙๕ ๙๔๕ [email protected] ๙ นางดวงฤดี จิรากรตระกูล ดวง ๐๘๕ ๕๖๗๘ ๑๑๑ [email protected] ๑๐ นางธันยธร แนวพนิช หลิน ๐๙๔ ๙๖๓๖ ๓๕๙ [email protected] ๑๑ นางสาวนัจ เบญจศิรนาท นัจ ๐๙๙ ๔๓๒๘ ๙๖๓ [email protected] ๑๒ นางเบญจมาศ แก้วพรหมมาลย์ แหม่ม ๐๘๑ ๘๓๔๑ ๐๐๓ [email protected] ๑๓ นางสาวภคพิมล ไกรสร แหว๋ว ๐๘๑ ๙๙๕๓ ๔๓๑ [email protected] ๑๔ นางภารดี เทพรักษ์ ปุ๋ย ๐๘๑ ๘๒๙๐ ๗๗๗ [email protected] ๑๕ นางมณีโชค ตติยไตรรงค์ หนิง ๐๘๗ ๗๙๔๙ ๗๕๐ [email protected] ๑๖ นางมณีวรรณ รักวาทิน อุ๋ย ๐๘๑ ๘๕๕๗ ๓๔๔ [email protected] ๑๗ นางสุรดา ศุลผลถาวร เดือน ๐๙๘ ๔๔๕๖ ๑๕๙ [email protected] วิทยากรพี่เลี้ยงกลุ่มดอกพุด นพ.อนุพันธ์ ตันติวงศ์ คุณแน่งน้อย จามรมาน คุณชุติมา เกิดเจริญ คุณศิราณี พุสิงห์ คุณวันดี ละอองทิพรส
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๗ กลุ่มดอกรัก ลำดับ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ Email address ๑ นางกุลติมา เลี้ยงชีพเสริมสุข แหม่ม ๐๘๑ ๖๑๑๗ ๙๒๒ [email protected] ๒ นางสาวขวัญใจ ถิ่นมีผล ตุ้ย ๐๖๕ ๖๓๖๑ ๖๙๐ [email protected] ๓ นางชัชชญา ศุภมงคล มู่ลี่ ๐๖๒ ๘๒๘๙ ๙๒๓ [email protected] ๔ นางนภา รวมลาภ ภา ๐๙๘ ๘๒๙๒ ๙๔๕ [email protected] ๕ นางนลินรัตน์ จรุงพิทักษ์สกุล รัตน์ ๐๘๒ ๔๔๙๘ ๘๘๗ [email protected] ๖ นางสาวนวลสกุล แสงอาทิตย์ ก๊อก ๐๙๔ ๙๘๓๐ ๗๕๓ [email protected] ๗ นางเบญญาภา ณ นคร นิด ๐๘๔ ๒๒๖๕ ๖๔๑ [email protected] ๘ นางสาวบุญเรือง ชะนะป่าโมกโข SUNSUN ๐๘๓ ๙๐๔๑ ๔๙๖ [email protected] ๙ นอ.หญิงภาสินี ทัดภู่ ผู้พันจุ๊ ๐๘๑ ๙๑๕๕ ๗๔๕ [email protected] ๑๐ นางวงศ์วาสนา กิตติพรหมวงศ์ ยุ้ย ๐๘๑ ๘๙๙๙ ๕๙๘ [email protected] ๑๑ นางศรีนวล จรัสสิริพงศ์ ศรี ๐๘๖ ๙๙๕๑ ๒๕๙ - ๑๒ นายศักรินทร์ พันสมตน บอย ๐๘๖ ๙๐๔๗ ๘๙๗ [email protected] ๑๓ นายสมชัย สุชาติเจริญยิ่ง โทน ๐๘๙ ๗๘๓๕ ๗๙๓ [email protected] ๑๔ นางสาวสุนารี ธรรมรุจิกุล หลี ๐๘๙ ๗๘๖๓ ๒๑๙ [email protected] ๑๕ นางสาวสุมนทิพท์ รัตนศิริแสงโชติ เก๋กิ้ว ๐๙๐ ๔๒๖๕ ๙๔๒ [email protected] ๑๖ นางกรรณิการ์ นาคา ติ๋ม ๐๘๔ ๐๑๑๑ ๘๖๗ - ๑๗ นางณฐจินต์ เสี่ยงโชคอยู่ จิน ๐๘๑ ๓๗๑๐ ๙๗๙ [email protected] วิทยากรพี่เลี้ยงกลุ่มดอกรัก คุณนภาดา พรหมรัตน์ คุณชลาลัย สุขสถิตย์ คุณปิยะนุช เงินคล้าย คุณอุมาพร แพรประเสริฐ คุณสมควร พุทธเกษร
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ________________________________________________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๘ กลุ่มดอกบานไม่รู้โรย ลำดับ ชื่อ สกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ Email address ๑ นางสาวกัญญณัช ศิรเกล้า ปุณ ๐๙๕ ๒๘๔๖ ๒๑๒ [email protected] ๒ นางสาวธันยาภัทร์ ภิวัฒน์ธนโภคิน ติ๋ว ๐๙๔ ๙๙๕๖ ๖๙๒ [email protected] ๓ นางสาวปาลิณีย์ ศรีนภาวรรณ์ ตุ้ม ๐๙๙ ๔๔๑๙ ๙๖๔ [email protected] ๔ นางพรณี เลิศสิริชินกร ฮั้ว ๐๘๔ ๑๔๔๙ ๕๕๓ [email protected] ๕ นายพิษณุ กลัดแก้ว ณุ ๐๘๑ ๗๕๑๙ ๐๐๔ [email protected] ๖ นางสาวมัทนา อิสสระอานัติพงษ์ เชง ๐๘๓ ๐๔๒๙ ๒๖๑ [email protected] ๗ นางมาลี ลีวงศ์เจริญ ลี ๐๙๓ ๑๔๖๘ ๙๗๘ [email protected] ๘ นางรัตนา สุคนธ์ นา ๐๘๑ ๘๓๒๓ ๗๑๙ [email protected] ๙ นางสาววิทยารัตน์ คณาสิทธิสิทธิ์ รินทร์ ๐๘๑ ๑๔๖๓ ๒๖๔ [email protected] ๑๐ นางศรีวรรณา เจียรวัฒน์ชัย อ้วน ๐๘๔ ๘๗๔๗ ๔๔๗ [email protected] ๑๑ นางศิริวรรณ พิริเยศยางกูร แต๋ว ๐๘๖ ๓๙๒๓ ๙๖๖ [email protected] ๑๒ นางสาวสมจิตต์ ศีลเภสัชกุล จิต ๐๘๑ ๖๒๑๓ ๘๕๘ - ๑๓ นายสุรทิน เลี้ยงชีพเสริมสุข ทิ้ม ๐๘๑ ๖๑๑๗ ๙๒๒ [email protected] ๑๔ พญ. อภิรมย์ เวชภูติ เจน ๐๙๑ ๗๘๔๑ ๙๙๙ [email protected] ๑๕ นางสาวอรุณี มหาธนะกิติวงศ์ หรั่ง ๐๘๖ ๓๕๖๔ ๖๕๒ [email protected] ๑๖ นางอัมพร หาญศิริชัย น้อย ๐๖๖ ๑๕๔๒ ๘๙๒ [email protected] วิทยากรพี่เลี้ยงกลุ่มดอกบานไม่รู้โรย คุณจุฑารัตน์ เสร็ฐศรี คุณเพ็ญศรี ศิระสากร คุณพรรณี แสงทองสุข คุณธัญญ์รัตน์ นิ่มนวล คุณกนกวรรณ ยมกกุล
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๖๙ ส่วนที่ ๓ บทความทางวิชาการ • แก่อย่างสง่า ศ.เกียรติคุณ เรือโท นายแพทย์ อวย เกตุสิงห์ • ธรรมานามัย นายแพทย์ สุรศักดิ์ สัมปัตตะวนิช • ความงามของชีวิต พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ • กายดี ชีวีเป็นสุข นายแพทย์ พล หิรัณยศิริ • อ่านสักนิด...ชีวิตเปลี่ยน นายแพทย์ พล หิรัณยศิริ • ดนตรีเพื่อสุขภาพ อาจารย์เสาวณีย์ สังฆโสภณ • มะเร็งที่รัก อาจารย์ สีนวล เดชพรหม • ยากันล้ม... มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มสผส.) • การกดจุดสะท้อนเท้า อาจารย์ธนัท ดลอัมพรพิศุทธิ์ • Living Wills การทำพินัยกรรมและ การจัดการทรัพย์สิน อาจารย์วันวิสา ศิลาทอง
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๐ แก่อย่างสง่า ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เรือโท นายแพทย์ อวย เกตุสิงห์ ทุกคนควรสนใจเรื่องความแก่ เพราะทุกคนกำลังแก่... อย่าเข้าใจผิดว่าเราอายุยังน้อย ยังไม่แก่... แท้จริงความแก่เริ่มตั้งแต่เกิด... ทุกคนต้องแก่ ไม่มีใครหนีพ้น จะดิ้นรนเดือดร้อนอย่างไรก็ต้องแก่ ทางที่ดี คือ พยายามหา ประโยชน์ให้มากที่สุดจากการแก่ หรือทำให้การแก่มีโทษต่อตัวเองน้อยที่สุด คนแก่กำลังมีความสำคัญมากขึ้นในสังคม การแพทย์ก้าวหน้า ทำให้คนอายุยืนมากขึ้นและรักษา สมรรถภาพไว้ได้นานมากขึ้น ในขณะเดียวกันเด็กกำลังมีจำนวนน้อยลงเพราะการวางแผนครอบครัว ดังนั้น สัดส่วนของคนแก่จึงเพิ่มขึ้น ในเยอรมันตะวันตกคนมีอายุเกิน ๖๕ ปี มีถึงร้อยละ ๑๕ ของพลเมือง ในฝรั่งเศสมีร้อยละ ๑๓.๔ ในประเทศไทยผู้ที่มีอายุเกิน ๖๐ ปี มีร้อยละ ๕.๑๒ (สถิติตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๑) นอกจากในแง่ของจำนวน คนแก่มีความได้เปรียบในสังคม เพราะมีประสบการณ์ มีสายสัมพันธ์ ทางการงานและธุรกิจ และบางทีมีเงินสะสมไว้ด้วย สิ่งเหล่านี้คนหนุ่มสาวส่วนมากยังไม่มี ถ้ามีการปฏิบัติที่ถูกต้อง คนแก่ก็อาจจะมีอายุยืนมากขึ้น มีสมรรถภาพเสื่อมช้าลง มีเวลาทำ ประโยชน์ให้สังคมยาวนานขึ้น แต่ก่อนนี้เคยเข้าใจว่าคนเริ่มแก่เมื่ออายุย่างเข้าสี่สิบปี แต่เดี๋ยวนี้รู้แล้วว่าร่างกายเริ่มแก่ทีละส่วนๆ ไม่ได้แก่พร้อมกันทั้งตัว ส่วนที่แก่ก่อนอื่นๆ คือ จักษุประสาท ซึ่งเริ่มแก่ตั้งแต่หลังคลอด พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า คนเริ่มแก่ตั้งแต่ปฏิสนธิ คือ การผสมระหว่างไข่ของแม่กับตัวเชื้อของพ่อ การเจริญเติบโตคือการแก่ขึ้นนั่นเอง ความหนุ่มสาวก็คือ ความแก่น้อย เมื่อเกิดแล้วก็มีแต่จะตาย ระหว่างความเกิดกับความตาย ก็คือ ความแก่ คนกลัวแก่ก็เพราะความ ไม่รู้จริงว่าตัวนั้นแก่มาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่ว่าจะมีอายุสักเท่าใดก็ตาม ต่างกันแค่แก่มากแก่น้อยเท่านั้น
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๑ ส่วนที่แก่ต่อจากสายตา คือ ความยืดหยุ่นของข้อกระดูกซึ่งเริ่มลดลงตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ ความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขั้นต่อไป คือ อายุ ๒๕ ปี กำลังกล้ามเนื้อลด พร้อมทั้งการประสานกับกล้ามเนื้อ และความว่องไว อายุ ๓๐ – ๔๕ ปี สมรรถภาพในการจับออกซิเจนต่ำลง ความอดทนเริ่มน้อยลง แต่การออกกำลังกายระยะสั้นยังดีอยู่ อายุ ๔๕ – ๕๐ปี สมรรถภาพสูงสุดของหัวใจเริ่มลดลง หลอดเลือดยืดหยุ่นน้อยลง อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ หน้าที่ตับ ไต และต่อมไร้ท่อลดลง สาเหตุพื้นฐาน คือ ผนังเซลล์มีการซึมผ่านได้ (เพอร์มีเอบิลิตีย์) ลดลง เกิดขึ้นทั่วไปที่เม็ดเลือดแดง หลอดเลือดฝอย ทิชชู อีกอย่างหนึ่งคือ แคลเซียมจับและพอกพูนขึ้น หลอดเลือดฝอยอักเสบ อาจมีผนังแข็ง ทำให้เลือดไหลช้า ความเร็วอาจเหลือเพียงครึ่งเดียว ออกซิเจนไปถึงทิชชูต่างๆ ลดลง ทำให้เมตะบอลิสม์ ลดลง ปอดมีประสิทธิภาพลดลง เนื้อที่ถุงลมที่ทำงานได้เหลือน้อยลง เลือดจับออกซิเจนน้อยลง “ความจุ ปอด” ลดลง เนื่องจากทรวงอกยืดหยุ่นน้อยลง ปริมาตรตกค้างในปอดมากขึ้น จำนวนถุงลมลดลงจาก ๑๑๐ ล้านตอนอายุ ๔๐ ปี เหลือ ๖๐ ล้าน ตอนอายุ ๗๐ ปี จำนวนหลอดเลือดฝอยในปอดก็ลดลงด้วย อากาศผ่านเข้าออกหลอดลมน้อยเข้า ชวนให้เสมหะคั่งขังมากขึ้น หลอดเลือดเสียความยึดหยุ่น คลื่นชีพจร (พัลส์เวฟว์) เร็วขึ้น การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างเลือดกับ ทิชชูน้อยลง หัวใจต้องทำงานมากขึ้น ขณะเดียวกันเยื่อภายในห้องหัวใจหนาขึ้น ลิ้นหัวใจชวนจะรั่ว อัตรา สูงสุดของหัวใจน้อยลง จาก ๒๐๐/นาที ตอนอายุ ๒๐ ปี เหลือ ๑๒๐/นาที ตอนอายุ ๗๐ ปี กล้ามเนื้อเสีย โพแทสเซียม เส้นใยมีขนาดเล็กลง กำลังความเร็วในการหดตัวลดลง การประสานงานเลวลง ความอดทนเสีย ไป แต่โดยเทียบส่วนยังน้อยกว่าอย่างอื่น ความยืดหยุ่นลดทำให้กล้ามเนื้อแข็งตึง ชวนให้เกิดอุบัติเหตุในการ เคลื่อนไหว กระดูกเสียแคลเซียมไป เกิดกระดูกพรุน กระดูกสันหลังบางลง หมอนรองกระดูกสันหลังยืดหยุ่น น้อยลง ความสูงของร่างกายลดลงในอายุ ๗๐ ปี อาจเตี้ยกว่าเดิม ๓-๔ ซม. ความกว้างของไหล่และความใหญ่ของทรวงอกน้อยลง รูปสันหลังเปลี่ยน ทำให้หลังโกง กะโหลกศีรษะไม่เปลี่ยนแปลง แต่สมองมีน้ำหนักน้อยลง น้ำหนักเฉลี่ยตอนอายุ – ปี ๑,๔๐๐ กรัม ตอนอายุ ๘๔ ปี ๑,๑๘๐ กรัม ที่ข้อกระดูก ถุงหุ้มมีความยืดหยุ่นน้อยลง และกระดูกอ่อนแข็งขึ้น ทำให้เกิดข้อพิการ
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๒ ไขมันใต้ผิวหนังลดน้อยลง ในผู้หญิงตั้งแต่ ๔๕ ปี ผู้ชายตั้งแต่ ๕๕ ปี ความยืดหยุ่นของผิวหนัง น้อยลง การย่อยและการดูดซึมอาหารเสื่อมสมรรถภาพ ชวนให้เกิดการขาดอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินต่าง ๆ ตับ ไต ต่อมไร้ท่อ เริ่มเสื่อมสมรรถภาพตั้งแต่อายุ ๔๐ กว่า ที่เห็นชัดเจน คือ ต่อมหมวกไต และ ต่อมเพศในสตรี ต่อมเพศของชายก็เสื่อมและแสดงผลในด้านสมรรถภาพทางกาย เช่น กำลังหรือความเร็ว และความอดทน แต่ความอดทนเสื่อมช้ากว่ากำลังและความเร็ว ตั้งแต่อายุ ๕๐ ปี การไหลเวียนเลือดในสมองเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงในผนังหลอดเลือด ปลายทาง ข้อนี้อธิบายการซึมเศร้า ว้าวุ่น และมองโลกในแง่ไม่ดีของคนแก่ ซึ่งมักจะรู้สึกว่า คนดูถูกและขาด ความอบอุ่น บังเกิดความว้าเหว่ บางคนหมดกำลังใจ เบื่อชีวิต และฆ่าตัวตาย เกี่ยวกับสุขภาพ กล่าวสั้นๆ ได้ว่า “ป่วยหลาย หายช้า มาหลายโรค” ในการรักษาต้องมุ่งโรคที่ สำคัญที่สุด ข้อที่จะละเลยไม่ได้ในการบริบาล คือ วิตามิน ฮอร์โมน การส่งเสริมการไหลเวียน และบำรุง กำลัง โรคและความพิการที่พบบ่อยในคนแก่ ได้แก่ ความพิการของหมอนกระดูกสันหลังออสตีโออาร์ไธ รติส คอนแทรคเซอร์ มัยอาลเจีย โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง หลอดลมพอง เบาหวาน ไตอักเสบ ไตพิการ เนื้องอก อินฟาร์คต์ หัวใจ หลอดเลือดแดงแตกในสมอง ธร็อมโบลิส ความดันเลือดสูง เบาจืด เก๊าท์ ฮัยเปอร์ ไลปิเมีย กระดูกพรุน รูห์มาติคอาร์ไธรติส หลอดเลือดแข็ง โรคจิต โรคและความพิการเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมของทิชชูโดยตรง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการ อยู่เฉยๆ คือการขาดการเคลื่อนไหว ตำราแบ่งความแก่ออกเป็น ๔ อย่าง ๑) แก่โดยอายุ คือ แก่เพราะเกิดมานาน ๒) แก่โดยสังขาร คือ แก่ตามสภาพของร่างกาย ๓) แก่โดยจิตใจ คือ แก่ไปตามความนึกคิด ๔) แก่โดยสังคม คือ แก่เพราะเหตุแวดล้อม เช่น ตำแหน่งหน้าที่การงาน ทั้ง ๔ ประการนี้ แก่โดยสังขาร เป็นการแก่ที่เด็ดขาดที่สุด และแก้ไขได้ยาก เหตุปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของการแก่ คือ การเปลี่ยนในการไหลเวียนซึ่งทำให้ร่างกายได้รับ ออกซิเจนน้อยไป จึงเกิดความเสื่อมขึ้น ปัจจัยอื่นก็มี แต่การไหลเวียนเป็นข้อสำคัญ และอาจแก้ไขหรือ “ชะลอ” ได้ วิธีที่ให้ผลคือ การบริหารกาย ซึ่งต่อต้าน “การขาดการเคลื่อนไหว” เร่งให้หัวใจทำงานมากขึ้น แก่การอ่อนกำลัง และแก้หลอดเลือดตึงหรือโน้มเอียงที่จะแข็ง ทำให้หลอดเลือดฝอยเปิดทำการมากขึ้น
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๓ เลือดไหลดีขึ้น โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ความเสื่อมช้าลง หรือถ้าเกิดขึ้นแล้วก็ดำเนินไปช้าลง คือ การชะลอชรา อนึ่งการออกกำลังกายที่หนักพอสมควรยังกระตุ้นต่อมไร้ท่อบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อม หมวกไต ให้ทำงานมากขึ้น ได้ผลคล้ายกับการฉีดฮอร์โมน ไปเพิ่มพูนทางการไหลเวียนอีกทางหนึ่ง กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับร่างกายมีอยู่ว่า “ใช้ไว้ไม่เสื่อม” และการปล่อยนิ่งนานพาลเสื่อมถอย ใช้ น้อยค่อยๆ เจริญ หักโหมเกิน ย่อมพังภิณท์” ความเสื่อมหลายอย่างในคนแก่ เกิดเพราะไม่ใช้ หรือใช้น้อย เกินไป ข้อเสียเหล่านี้ป้องกันได้ด้วยการบริหาร การบริหารในคนแก่มีข้อต้องระวัง คือ ๑. ความหนักเบาต้องพอเหมาะกับสภาพ ๒. ต้องไม่มีการเบ่งหรือออกกำลังกายอย่างรวดเร็ว ๓. ต้องไม่เรียกร้องในความเร็ว ๔. ควรเป็นประเภทค่อยทำค่อยไป ใช้เวลามาก ความอดทนมาก อาหารเป็นปัจจัยสำคัญ อาหารที่เหมาะ คือ ๑. ย่อยง่าย ๒. มีโปรตีนมากปานกลาง ไขมันน้อย ๓. วิตามินมาก ๔. ปริมาณต้องจำกัด มิฉะนั้นจะอ้วน มีผลแทรกซ้อนยุ่ง ๆ หลายประการ การพักผ่อนและนันทนาการ เช่น การเที่ยวเตร่และคบหาเพื่อนฝูงที่ถูกใจก็มี ส่วนมากคนไทย จำนวนไม่น้อยเมื่อแก่แล้วก็เข้าวัด ข้อนี้เป็นการกระทำที่ถูก เพราะธรรมะจะช่วยลดความทุกข์ทางใจ ได้ดี ที่สุด “เมตตา กรุณา อุเบกขา” ทำให้คนแก่เป็นที่รักนับถือของผู้อ่อนวัย และช่วยให้จิตใจของคนแก่โปร่ง สบาย ความเข้าใจเรื่อง ไตรลักษณ์ “อนิจจัง ทุกข์ อนัตตา” บดบังความเศร้าเสียใจในความเสื่อมต่างๆ ที่ เกิดกับตัวความเชื่อมั่นในหลักธรรม “ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” และ “กรรมจำแนกสัตว์ ทั้งหลายให้เป็นไป” ช่วยลดความกลัวตาย จิตภาวนาหรือกัมมัฎฐาน “สมาธิ วิปัสสนา” ช่วยให้เข้าใจแท้จริง และเชื่อมั่นใน พระธรรม ไม่ยึดความเป็นไปในสังคมทั้งแง่ดีและแง่ร้าย ลดความโลภ โกรธ หลง ทำให้ตัวเองเป็นอิสระ และ มีความสบายใจ กายกับใจเป็นของคู่กัน พระท่านสอนว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ตัวจะเป็นอย่างไรก็ล้วนแต่ใจ ถ้าใจทุกข์ กายทุกข์ตาม หน้าตาก็เศร้าหมอง ถ้าใจสบาย กายก็สุข หน้าตาแจ่มใส ถ้าใจไม่แก่ กายก็ไม่แก่ ถ้า ใจท้อแท้กายก็หมดกำลังสู้ การเอาธรรมะเข้าช่วยกล่อมเกลาจิตใจ จึงได้ผลไปถึงกายด้วย
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๔ ความแก่จะเกิดเร็วเกิดช้า แก่มากแก่น้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัย ๔ ข้อ ๑. พันธุกรรม คนในบางครอบครัวแก่เร็ว บางครอบครัวแก่ช้า ๒. ภาวะแวดล้อม เช่น ลมฟ้าอากาศ ครอบครัว ผู้ร่วมงาน ธุรกิจ ๓. โภชนาการ อาหารที่ทำให้อ้วน ทำให้แก่เร็ว ๔. อาชีพ อาชีพที่หนักใจมีกังวลมาก ทำให้แก่เร็ว อาชีพเบาๆ สบายๆ ชวนให้แก่ช้า การออก กำลังกาย น้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็ไม่ดี ต้องปานกลางและพอเหมาะ การชะลอชรา อาศัย ๕ ปัจจัย คือ ๑. ทำใจให้สบายโดยอาศัยธรรมะ ๒. ให้ยาช่วย โดยเฉพาะวิตามิน ฮอร์โมน ๓. กำหนดโภชนาการ อาหารดีมีคุณค่า ปริมาณพอดี ๔. การงดเว้นหรือลดลง ได้แก่การเสพต่าง ๆ สุรา นารีบุหรี่และการหักโหมในการงานหรือการ เล่น ๕. การบำรุงรักษาร่างกาย ได้แก่ การออกกำลังกายพอเหมาะร่วมกับการพักผ่อนพอเพียง การออกกำลังกาย คนแก่ก็ทำได้ดีและได้ผลดีคล้ายๆ กับคนหนุ่มสาว แตกต่างกันที่ปริมาณ คือ ผลได้น้อยกว่าและเกิดช้ากว่า ผลที่คาดหมายได้ คือ ๑.ชะลอชรา ลักษณะการของความแก่จะปรากฏช้ากว่าปกติ ๒.สมรรถภาพการงานเพิ่มขึ้น ๓. รักษาอาการโรคบางอย่าง เช่น ท้องผูกเรื้อรัง เมื่อยเคล็ดขัดยอก ๔. ป้องกันโรคบางอย่าง เช่น ข้อพิการ ความดันเลือดสูง ๕.ต่ออายุ ทำให้มีเวลาทำคุณประโยชน์มากขึ้น และ ๖.ส่งเสริมสุขภาพจิต เพิ่มกำลังใจ แก้ใจหดหู่ กีฬาคนแก่ต้องไม่ให้หนักแรงมาก ไม่เร่งเร้ามาก ไม่ทำให้เหน็ดเหนื่อยมาก ไม่ควรทำการแข่งขัน ต้องงดถ้าเป็นไข้ หรือมีอาการเหนื่อยหรือเพลียผิดปกติ มีอาการอักเสบ หรือปวดเจ็บที่ใดที่หนึ่ง การเดินปลอดภัยที่สุด ควรเดินตั้งแต่ช้า ๆ ใกล้ ๆ ค่อย ๆ เพิ่มความเร็วและระยะตามความ แข็งแรงที่เพิ่มขึ้น อย่างเต็มที่เดินเร็วครึ่งชั่วโมงก็พอ
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๕ กีฬาอาจเล่นได้ มีจักรยาน (ช้าๆ) โบว์ลิ่ง (ไม่พนัน) กลางแจ้ง แบดมินตัน (ไม่แข่งขัน) วอลเล่ย์บอล ฯลฯ การออกกำลังวิธี “ก้าวม้า” (ก้าวขึ้นม้าเตี้ย ๆ แล้วก้าวลง) มีประโยชน์มาก ถ้าหากข้อเข่าเป็นปกติ หรือเสื่อมไม่มาก การบริหารหรือดัดตน อาจใช้วิธีต่อไปนี้ วันละหลาย ๆ ท่าหรือทั้งหมด วันละครั้ง เช้าหรือเย็น ถ้า ทำกลางคืน บางคนอาจนอนไม่หลับ ท่ากายบริหาร ๑. นอนราบ ยกขาตั้งตรง แล้วกลับที่เดิม ทำ ๓ - ๑๒ ครั้ง ๒. นอนราบ ยกขาตั้งตรง งอเข่าให้ขาท่อนล่างพับลงไป แล้วกลับเหยียดใหม่ ทำ ๓ - ๑๒ ครั้ง ๓. นอนราบ ยกขา งอเข่า ทำท่าเหมือนถีบจักรยานสลับขา ทำ ๒๐ - ๑๐๐ รอบ ๔. นอนราบ แขนเหยียดเหนือศีรษะ เหวี่ยงแขนไปทางปลายเท้าพร้อมกับเกร็งตัว ลุกขึ้นนั่ง กลับ นอนใหม่ ทำ ๓ - ๑๒ ครั้ง ๕. นั่งตรง ก้มศีรษะจนคางใกล้หน้าอกเต็มที แล้วกลับหงายศีรษะไปข้างหลังเต็มที่ ทำช้า ๆ ๖ – ๑๒ ครั้ง ๖. นั่งตรง ศีรษะตั้งตรง หันไปทางซ้ายจนเต็มที่ แล้วหันกลับไปทางขวาจนเต็มที่ หันกลับไป
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๖ ให้หน้าตรง ทำช้า ๆ ๖ - ๑๒ ครั้ง ๗. นั่งตรง วางแขนขนานกัน ยื่นตรงไปข้างหน้า กำมือเต็มที่ แล้วเหยียดนิ้วออกเต็มที่ ๖ - ๑๒ ครั้ง ๘. นั่งตรง กางแขนยื่นตรงออกไปข้าง ๆ แกว่งแขนให้มือแกว่งเป็นวงกลมโตประมาณ ๕๐ ซม. แกว่งไปข้างหน้า ๖ รอบ ทำเพิ่มจนถึงข้างละ ๕๐ รอบ ๙. นั่งตรง กำมือ งอแขนให้กำปั้นอยู่ตรงหน้าอก ทำท่า “ชกลม” ออกไปข้างหน้า ตรง ๆ แล้วดึง กำปั้นกลับที่เดิม ทำ ๑๒ - ๒๐ ครั้ง ๑๐. นั่งตรง กำมือ งอแขน เหมือนท่า ๑๐ พุ่งกำหมัดตรง ๆ ขึ้นไปเหนือศีรษะ (“ชกฟ้า”) แล้วดึง แขนกลับมาที่เดิม ๑๑. นั่งตรง กางแขนออกไปข้าง ๆ เสมอไหล่ ฝ่ามือหงาย ยกแขนให้ฝ่ามือพบกันเหนือศีรษะ แขน ตรงแล้วกลับที่เดิม ทำ ๑๒-๒๐ ครั้ง ๑๒. นั่งตรง เหยียดขาตรงไปข้างหน้า งอเข่าชักเท้าเข้ามาจนส้นเท้าถึงก้น หรือใกล้ที่สุดเหยียด กลับไปใหม่ ทำซ้ำ ๑๒-๒๐ ครั้ง ๑๓. นั่งตรง มือท้าวสะเอว หันลำตัวส่วนบนไปทางซ้ายจนเต็มที่ แล้วหันกลับเลยไปทางขวาจน เต็มที่ หันกลับท่าตั้งต้น ทำซ้ำ ๖ - ๑๒ ครั้ง ๑๔. นั่งตรง มือท้าวสะเอว เอียงลำตัวส่วนบนลงไปทางซ้ายจนเต็มที่ แล้วกลับเอียงไปทางขวา กลับที่เดิม ทำซ้ำ ๖ - ๑๒ ครั้ง ๑๕. นั่งตรง ขาเหยียดตรงไปข้างหน้า มือท้าวสะเอว งอเอวให้ตัวก้มไปข้างหน้าจนเต็มที่ กลับตั้ง ตรงแล้วเลยแหงนตัวไปข้างหลังมากเท่าที่จะทำได้ (ระวังล้ม) กลับที่ที่ตั้งต้น ทำซ้ำ ๖ – ๑๒ ครั้ง ๑๖. ยืนตรง (เกาะฝาหรือยึดเก้าอี้ไว้ถ้ากลัวล้ม) เขย่งเท้าให้ตัวขึ้นสูงเต็มที่ กลับลงยืนแล้วงอข้อ เท้าให้ปลายเท้าชี้ขึ้นข้างบนให้มากที่สุด กลับที่ตั้งต้น ทำซ้ำ ๖ - ๑๒ ครั้ง ๑๗. ยืนตรง มือท้าวสะเอว เท้าห่างกันเล็กน้อย ย่อเข่าช้า ๆ ให้ก้นลดต่ำลงจนท่อนบนขาขนานกับ พื้น (ไม่มากกว่า) แล้วกลับ เหยียดเท้าให้ตรง ทำซ้ำ ๖-๑๒ ครั้ง (ถ้าข้อเข่าพิการ หรืออักเสบต้องงด) ๑๘. ยืนตรง งอข้อศอก เอากำมือไว้ข้างหน้าทรวงอก หายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ จนเต็มที่กลับ หายใจออกช้า ๆ พร้อมกับแขม่วท้องไล่อากาศออกมาด้วย จนเต็มที่ หยุดพักนิดหนึ่ง แล้วทำใหม่ ทำซ้ำ ๓ - ๖ ครั้ง (ท่าที่ช่วยให้หายเหนื่อยเร็ว แต่ต้องทำช้า ๆ และไม่มากครั้งเกินไป) คนแก่มีหลายอย่าง คน “แก่อย่างสลด” ป่วยออดแอด ทำอะไรไม่ไหว ช่วยตัวเองไม่ได้ เป็นภาระ แก่ครอบครัว และสังคม เป็นที่รังเกียจและรำคาญ
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๗ คน “แก่อย่างสง่า” อายุมากแล้ว สุขภาพยังดี มีสมรรถภาพ ทำงานได้ ช่วยตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่ง ใคร มีเมตตาสมเป็นผู้ใหญ่ ไม่ระราน ไม่งอแง ไม่หงุดหงิด คิดช่วยผู้อื่น ทำประโยชน์ให้แก่สังคม ตังเองก็ใจ คอสบาย ไม่เดือดร้อนที่แก่ ไม่วิตกว่าไม่ช้าจะตาย ใครอยากจะเป็นอย่างไหน เลือกเองได้ ทำเองได้ เพราะทุกอย่างอยู่ที่กรรม คือการกระทำ การฝึกหัวใจ การฝึกหัวใจ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพ ใช้ประกอบกายบริหารที่แสดงไว้ในสองหน้าข้างต้น อาจใช้วิธี เดินเร็ว (เดินด่วน) วิ่งเหยาะ กระโดดเชือก ฯลฯ นอกจากนั้นขอแนะนำสองวิธีต่อไปนี้ ซึ่งมีข้อดีคือไม่ ต้องการที่มากและเสียเวลาน้อย ๑. ก้าวม้า ใช้ม้าแข็งแรงและไม่ล้มง่าย สูง ๒๕ - ๓๐ ซม กว้างยาวพอควร ยืนใกล้ม้า (เตรียม) ก้าวเท้าซ้ายวางบนม้า (รูปที่ ๑ ) ออกแรงยกตัวขึ้น เอาเท้าขวาวางบนม้าด้วย (รูปที่ ๒) ยืนอยู่บนม้า ย้าย เท้าซ้ายกลับลงบนพื้น (รูปที่ ๓) แล้วเอาเท้าขวาตามมา (รูปที่ ๔ บ ๑ รอบ) หัดก้าวจนคล่อง เท่าที่ามารถทำ ได้ หัดตั้งแต่ ๕ รอบ ไปจนได้ครั้งหนึ่ง ๘๐ รอบขึ้นไป (สูงสุด ๒๐๐ รอบ ) เมื่อทำไปได้ครึ่งควรเปลี่ยนเป็น เอาเท้าขวาขึ้นก่อนบ้าง ก้าวตา ๒. ก้าวตา ตีตาราง ๙๐x๙๐ หรือ ๑๒๐x๑๒๐ (สำหรับคนสูงหรือคนเตี้ย) บนพื้นแบ่งเป็น ๙ ตา เท่าๆ กัน ยืนในตาที่มุมซ้ายใกล้ตัว (ดูรูปที่ ๑) ก้าวเท้าขวาไปลงมุมขวาทางข้างตัว (รูปที่ ๒) แล้วชักเท้าซ้าย ตามมา (รูปที่ ๓) ก้าวเท้าขวาไปลงมุมข้างหน้า (รูปที่ ๔) ชักเท้าซ้ายตามไป (รูปที่ ๕) ก้าวเท้าซ้ายลงไป มุมซ้าย (รูปที่ ๖) ก้าวเท้าขวาตามไป (รูปที่ ๗) ก้าวเท้าซ้ายไปลงมุมข้างหลัง (มุมเริ่มต้น) แล้วชักเท้าขวา ตามไป กลับไปเหมือนตอนเริ่มต้น ทำเวียนไปเช่นนี้ให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ นาน ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ นาที แล้ว เปลี่ยนเป็นยืนที่มุมขวาและเริ่มก้าวด้วยเท้าซ้ายก่อน ใช้เวลาเท่ากัน ---------------------------------------------
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๘ ธรรมานามัย นายแพทย์ สุรศักดิ์ สัมปัตตะวนิช กรรมการมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ และรองประธานโครงการธรรมานามัย มูลนิธิชีวิตพัฒนาในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์เป็นผู้จัดตั้งโครงการ “ธรรมานามัย” ขึ้นสำหรับผู้สูงวัยเพื่อเตรียมตนให้พร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ เป็นความประสงค์ที่ต้องการให้ธรรมานามัยชน ที่ได้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรของ “ธรรมานามัย” ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้มีความสมัครใจ มีศรัทธาในทฤษฎีของธรรมานามัยอย่างถ่องแท้ เพราะการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและรูปแบบอัตลักษณ์ของตนเองให้ครบถ้วนสมบูรณ์นั้นจะต้องมีความศรัทธาใน โครงการ “ธรรมานามัย” ที่มูลนิธิฯ นี้ได้รังสรรค์พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นรูปแบบที่สามัญชน โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่ไม่มีตัวแปรที่กระทบระบบภายนอกและหน้าที่การงาน ซึ่งในวัยอายุเกิน ๖๐ ปีแล้วนั้น หลายท่านสามารถหลีกเลี่ยงหรือโอนมอบภารกิจงานหรือความรับผิดชอบที่รบกวนทาง กาย ทางจิตใจ และ ทางการเงินหรือภาระในหน้าที่ที่ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์หรือเลี้ยงดูบุคคลอื่น ๆ หรือสัตว์เลี้ยง ตลอดจนทรัพย์สิน ที่ท่านดูและครอบครองอยู่ได้แล้ว ท่านจะต้องปลดเปลื้องพันธนาการภายนอก ขณะเดียวกันก็ต้องมีความ มุ่งมั่นมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยการปรับปรุง และแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เคยมีอยู่ในปัจจุบันและอดีต โดยเฉพาะบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเพราะผิดศีลและผิดพุทธธรรมก็ต้องทบทวน และประมวลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็นรูปแบบและวิถีชีวิตใหม่เพื่อที่จะได้มีชีวิตใหม่ที่มีคุณภาพตามแบบใหม่คือ “ธรรมานามัยของ ชีวิตผู้เจริญตามวิถีของธรรมานามัยชน และเป็นกัลยาณมิตรแก่ผู้ร่วมสังคมและหมู่คณะเดียวกันให้ได้ ตลอดจนมีนิสัยที่มีชีวิตงามอย่างยั่งยืนตลอดชีวิต” จึงจะนับว่าเป็นบุคคลที่สามารถ รักเคารพตัวเองได้ ภาคภูมิใจได้แล้วยังเป็นผู้ที่คนอื่นและสังคมยอมรับการเป็นคนดีของสังคมมีคุณประโยชน์ให้แก่ครอบครัว และบ้านเมืองประเทศชาติได้อย่างน่าสรรเสริญ เพราะว่าท่านรู้รัก (รักตัวท่านเอง) รักผู้อื่น พร้อม ด้วยสามัคคี เมตตาและเอื้ออาทร มีมุทิตาจิต อุเบกขา และสรรพสัตว์เพื่อนมนุษย์และสิ่งที่มีชีวิตและไม่มี ชีวิตได้ตลอดชีวิต “ธรรมานามัย” ตามต้นฉบับเดิมนั้นที่มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ได้ถือเอามาเป็นแบบอย่างและต่อมา มูลนิธิฯ ได้พัฒนาขึ้นให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับชีวิตคนไทย ประเพณี วัฒนธรรม และตามฐานะสังคม
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๗๙ ในปัจจุบัน ข้าพเจ้าในฐานะผู้เขียนและรวบรวมเรียบเรียงความเป็นมาของปรมาจารย์ที่รังสรรค์ทฤษฎี ธรรมานามัย ตลอดจนได้พัฒนาขึ้นเป็นโครงการธรรมานามัย แล้วประยุกต์ให้เป็นประโยชน์แก่คนไทยใน ทุกวัยไม่เฉพาะแต่ผู้สูงวัยเท่านั้น จึงขอบูชาพระคุณแด่ ปรมาจารย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ อวย เกตุสิงห์ ซึ่งได้เคยเป็นอาจารย์สอนผู้เขียนและองค์ประธานมูลนิธิฯ นี้ในอดีต ท่านเป็นครูแพทย์ที่ลูกศิษย์ ทุกคนเคารพรักและยกย่องในฐานะผู้ได้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างครูที่ซื่อตรงในวิชาชีพ และพัฒนาวิชาการ และสิ่งประดิษฐ์เพื่อการศึกษาทดลองเป็นอุปกรณ์การสอนสำหรับศิษย์แล้ว ยังพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยต่อ ความเจริญของโลก อีกทั้งได้หาทุนและส่งเสริมสนับสนุนให้คณาจารย์ที่ท่านดูแลในภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศจนจบการศึกษาในประเทศเยอรมันนีและ ประเทศอื่น เพื่อกลับมาเป็นอาจารย์และพัฒนาในภาควิชาที่ท่านรับผิดชอบอยู่อย่างต่อเนื่องอีกด้วย หลังจากปรมาจารย์ หมออวย เกตุสิงห์ ได้เกษียณอายุราชการแล้วท่านได้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นคณบดี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหิดล การก่อตั้งหน่วยงานที่ท่านเองริเริ่มและเป็นผู้อำนวยการบัดนี้เองที่เกี่ยวกับสุขภาพตามแนวทาง แบบไทย ได้แก่ มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิม ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ยอมรับว่าการแพทย์ แผนไทยเดิมนี้มีประโยชน์สำหรับคนไทย จึงจัดตั้งกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกขึ้นมาแล้ว หลังจากการจัดตั้งมูลนิธิฯ นี้ขึ้นมาแล้ว จึงได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อรองรับขึ้นอีก ได้แก่ ( ๑) ตั้ง โรงเรียนอายุรเวทวิทยาลัย (ชีวกโกมารภัจจ์) เพื่อผลิตแพทย์อายุรเวท คือจัดตั้งสถานพยาล “บวรนิเวศ โบราณ เวชกรรม บริการการแพทย์ไทยเดิมแก่ประชาชน ณ วัดบวรนิเวศ กรงเทพฯ จัดตั้งศูนย์ธรรมานามัย กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๓๖ ได้รับอุดหนุนจากระทรวงสาธารณสุขให้บริการรักษาธรรมชาติบำบัด ฟื้นฟูสุขภาพ โดย ปรมาจารย์หมอ อวย เกตุสิงห์ ได้วางแนวทางพัฒนาชีวิตไว้ ๓ ประการ คือ (๑) กายานามัย ทำให้ร่างกายสมบูรณ์ด้วย โภชนาการที่ถูกต้อง การออกกำลังกาย และดูแล สุขลักษณะ (๒) จิตตานามัย ทำให้จิตใจผ่องใส และ (๓) ชีวิตานามัย ดำเนินชีวิตโดยชอบ ด้วยการมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและอาชีพสุจริต เพื่อ ดำเนินชีวิตโดยชอบ ดังนั้นศูนย์แห่งนี้ขึ้นกับการดูแลการแพทย์แผนไทยครบวงจร ซึ่งต่อมากระทรวง สาธารณสุขได้กำหนดบูรณาการทุกระดับทั่วประเทศแล้ว ในขณะที่ท่านอาจารย์หมอ อวย เกตุสิงห์ ดำรง ตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาศาสตร์การกีฬา ท่านได้เขียนเรื่อง “ธรรมานามัย” และจัดพิมพ์เผยแพร่แก่ ประชาชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพดำเนินชีวิตโดยชอบ และยึดหลัก ๓
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๐ ประการ ดังกล่าวของธรรมานามัยที่ปรมาจารย์ได้รังสรรค์และเสนอแนวทางและวิธีการปฏิบัติตนไว้อย่าง ละเอียดครบถ้วนในหนังสือ “ธรรมานามัย” เล่มเล็กสีเขียวเป็นแบบคู่มือขนาดกะทัดรัด จำนวน ๔๙ หน้า พิมพ์และเผยแพร่แก่ผู้สนใจและประชาชน ข้าพเจ้าจึงขอนำสาระสำคัญมีปรมาจารย์ อวย เกตุสิงห์ ผู้เริ่มต้นตำราคุณภาพชีวิตคนไทยนั้นโดยต้องให้ปฏิบัติตนปฏิบัติเคร่งครัด ๓ ประการ เพื่อชีวิตพัฒนา คือ ๑. กายานามัย หรือ Healthy body เป็นการส่งเสริมสุขภาพทางกายด้วยการออกกำลังกาย ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การวิ่ง การว่ายน้ำ การเดิน เป็นต้น แต่ต้องเหมาะแก่วัยและสภาพร่างกายของบุคคล เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดและการเสี่ยงอันตรายน้อยที่สุด นอกจากนั้นการรับประทานอาหารที่ดีและการพักผ่อน อย่างเพียงพอจัดอยู่ในการส่งเสริมสุขภาพทางกายด้วยกายานามัยเป็นหลักปฏิบัติเพื่อป้องกันก่อนที่จะ เจ็บป่วย โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ อวย เกตุสิงห์ กล่าวว่าผู้ที่มีอายุ ๓๐ ปีขึ้นไป ในทางการแพทย์แผนไทย ถือว่า “มัชฌิมวัย”ตามคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย ธาตุทั้ง ๔ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) จะเริ่มทำงานเสื่อมลง เมื่อธาตุทั้ง ๔ ทำงานไม่สมดุลกันจะก่อให้เกิดโรคขึ้นได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท คือการดูแล ร่างกายในเรื่องการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย และกระทำการพัฒนากายให้แข็งแรงต่อเนื่องใน ปัจฉิมวัยอีกด้วย ๒. จิตตานามัย หรือ Healthy mind เป็นการส่งเสริมสุขภาพทางจิตด้วยการบริหารจิตเกิด สมาธิและพัฒนาจิตถึงขั้นวิปัสสนาตามหลักพุทธธรรมหรือหลักศาสนาอื่นที่ตนนับถือ เพื่อสร้างพื้นฐานจิตให้ มั่นคงไม่กวัดแกว่งไปตามกิเลส ไม่เครียด กล่าวง่าย ๆ คือ การพูดดี คิดดี ทำดี ตระหนักรู้และมีสติในทุก การกระทำ การปฏิบัติเพื่อฝึกจิตให้มั่นคงสามารถทำได้หลายวิธีได้แก่ เดินจงกรม การนั่งสมาธิ ตลอดจน การปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจให้บริสุทธิ์ ๓. ชีวิตานามัย หรือ Healthy behavior เป็นการดำเนินชีวิตยึดหลักอนามัยมีพฤติกรรมใน การดำรงชีวิตประจำวันที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตตนเองให้ได้ก่อนแล้วเป็นแบบอย่างสำหรับครอบครัว ต่อไป ควบคุมพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเสียดุลยภาพของชีวิต โดยการรับประทานอาหารที่ถูกต้องมีประโยชน์ การดำเนินชีวิตอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากหลีกเลี่ยงมลภาวะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตตามหลัก ชีวิตานามัย หลักธรรมานามัยเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพแบบบูรณาการ ร่วมกับการดำเนินชีวิตว่าด้วยหลักธรรมชาติของกายและจิตที่เคลื่อนไหวไปตามกาลเวลา เพื่อให้ดำรงชีพ และเอื้ออาทรกับบุคคลอื่นและสิ่งแวดล้อมที่มีบุญคุณต่อเราได้อยู่ร่วมกันโดยสันติ นอกจากนี้ ปรมาจารย์ อวย เกตุสิงห์ ยังได้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ทฤษฎีธรรมานามัยให้แก่ ประชาชนทั่วไปแล้ว ท่านยังได้เขียนบทความลงในหนังสือธรรมานามัยเล่มนี้อีกมีชื่อเรื่องว่า “แก่อย่างสง่า”
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๑ โดยได้เตือนผู้สูงวัยว่าความแก่หรือชรามันหนีไม่พ้น แต่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรไม่ให้เป็นคนไร้ค่า ต้องหา ประโยชน์ให้มากที่สุดจากการแก่หรือการให้การแก่มีโทษแก่ตัวน้อยที่สุด ยังกล่าวอีกว่าในปัจจุบันการแพทย์ ได้ก้าวหน้าสามารถกู้ชีพและทำให้คนมีอายุยืนยาวได้ในสังคมมีผู้สูงอายุมากขึ้น (อายุเกิน ๖๐ ปี) ในปีนี้ประเทศไทยจะเข้าเกณฑ์ เป็นสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ จึงขอเรียนว่าในหลักสูตรการอบรม “ธรรมานามัย” ของมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ จัดอบรมขึ้นมาสำหรับประชาชนที่สนใจที่ได้รับการคัดเลือกเข้า อบรมอายุระหว่าง ๕๐ – ๗๐ ปี ในหลักสูตรที่จัดอบรมเฉพาะ วันอาทิตย์ เวลา ๐๗.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ติดต่อกันทุกวัน ๖ สัปดาห์นั้น ได้กำหนดให้มีวิชาการต่าง ๆ รองรับใน ๓ มิติ โดยมีวิทยากรรับเชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นวิทยากร สำหรับการอบรมวิชาการด้านกายานามัยจิตตานามัย และชีวิตานามัย นั้นให้มี การจัดกลุ่มใน ผู้เข้าอบรมซึ่งมีประมาณ ๘๐ คน เป็นกลุ่มได้ประมวลความรู้ความเข้าใจกับวิทยากรแล้วทุก ๆ คนมาแยกกันเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันแล้วมาสรุปเสนอในที่ประชุมใหญ่เพื่อปรับเปลี่ยนให้เป็น หลักสูตรสำเร็จ โดยมีวิทยาการจัดทำหลักสูตรไว้มาแนะนำและสรุปเป็นแนวทางในแต่ละหัวข้อสำหรับ ๑. กายานามัย ๒. จิตตานามัย และ ๓. ชีวิตานามัย ซึ่งในชีวิตานามัยนั้นถือว่าสำคัญที่สุด ซึ่งมีผู้อบรมถอด บทเรียนไว้เป็นสูตรเฉพาะทุกครั้งไป เพื่อเป็นวิถีชีวิตที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับตนได้ต่อไป นอกจากมีข้อเสนอแนวทางรายวิชาที่สอนแล้ว ในวันสุดท้าย ข้าพเจ้าก็เป็นผู้สรุปประโยชน์ผู้ที่ ผ่านการอบรมครั้งนี้แล้วเสนอแนวทางชีวิตใหม่ให้ผู้เข้าอบรมในหัวข้อ “ปัจฉิมนิเทศ” เพื่อผู้เข้าอบรมได้ นำไปประยุกต์ธรรมานามัยนี้ให้เหมาะสมกับชีวิตตนเองต่อไป สำหรับชีวิตที่เหลืออยู่เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ และมีจิตอาสาตลอดไปในการเป็นธรรมานามัยชน หลักสูตร “ธรรมานามัย” ที่มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ จัดขึ้นมาตั้งแต่รุ่นที่ ๑ ถึงปัจจุบัน รุ่นที่ ๒๑ (อบรมระหว่างวันที่ ๑๒ พฤษภาคม – ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๗) คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรธรรมานามัยได้ เปลี่ยนหลักการที่เป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตจาก ๓ ประการเดิม เป็นเรียกว่า ๓ มิติ คือ มิติที่ ๑ กายานามัย มิติที่ ๒ จิตตานามัย มิติที่ ๓ ชีวิตานามัย และในหลักสูตรมีการเรียนการสอนทั้งได้รับการเอื้อเฟื้อและกรุณาจัดวิทยากรจากภายนอกที่เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการและมากด้วยประสบการณ์ชีวิตเป็นผู้บรรยายแต่ละวิชา โดยมีทั้งคฤหัสถ์และ บรรพชิตโดยเฉพาะจะเป็นพระเถระที่เป็นธรรมถึกเพื่อบรรยายธรรมโปรดแก่ผู้เข้าอบรมในปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ชีวิตงาม” ทำให้ผู้เข้าอบรมและคณะผู้จัดการอบรมมีโอกาสได้รับธรรมะและร่วมกันบำเพ็ญทาน ส่งเสริมพระพุทธศาสนาอีกด้วยในฐานะอุบาสกและอุบาสิกา
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๒ หลักสูตรธรรมานามัยนี้ ในวาระแรก รุ่นที่ ๑ – ๑๒ นั้นกำหนดอบรม รวม ๕ สัปดาห์ โดยอบรม เฉพาะรุ่นนี้ ๑๓ และถึงรุ่นที่ ๒๑ คือรุ่นปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๖๗ กำหนดอบรมรวม ๖ สัปดาห์ และตั้งแต่รุ่นที่ ๑๘ เป็นต้นมาให้เพิ่มกิจกรรมเพื่อบำเพ็ญกุศลด้วยการทอดผ้าป่าจัดโดยผู้แทนรุ่นนี้ร่วมบริจาค และไป ร่วมงานถวายผ้าป่า ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ และต่อท้ายหลักสูตรด้วย ผู้ที่อบรมขณะนั้นไปค้างคืนพักแรมปฏิบัติกิจกรรมสังสรรค์ร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการดำเนินการอบรม ธรรมานามัยกับผู้เข้าอบรมรวม ๒ วันร่วมความสัมพันธ์ที่ผ่านการอบรมถือว่าเป็นสมาชิก “ธรรมานามัย” โดยอัตโนมัติ สำหรับการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๑ – ๑๔ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ได้สนับสนุนงบประมาณแก่มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ เมื่อการอบรมมีตั้งแต่ธรรมานามัย รุ่น ที่ ๑๕ จำนวน ๗๕ คน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวนปีละ ๑ รุ่น มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ได้รับความอนุเคราะห์งบประมาณจากกรมกิจการผู้สูงอายุ โดยผ่านการ เห็นชอบจากกรรมการผู้สูงอายุของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้สนับสนุนมา ตั้งแต่ธรรมานามัย รุ่นที่ ๑๕ ต่อมามีถึงรุ่นที่ ๑๘ โดยผู้เข้าอบรมจำนวน ๗๕ คน ในวงเงิน ๑๗๕,๐๐๐ บาท ปีละ ๑ รุ่น ใน พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นปีเฉลิมฉลองพระเกียรติยศขององค์อุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครบรอบ ๑๐๐ ปี วันประสูติ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ มูลนิธิฯ จึงได้จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติในวันนี้ด้วย และโครงการธรรมานามัยได้ขอรับทุนสนับสนุนจากกรม กิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมบริจาคสมบทบในการอบรมธรร มานามัย รุ่นที่ ๑๙ และรุ่นที่ ๒๐ ที่เป็นการเทิดพระเกียรติแด่องค์อุปถัมภ์ในฐานะที่ได้รับและยกย่องเป็น บุคคลสำคัญของโลกโดย UNESCO หรือองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations) มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ขอขอบพระคุณในไมตรีจิต และความเอื้อการุณย์ที่ได้สนับสนุนให้ทุน อบรมธรรมานามัยในครั้งนี้และในรุ่นก่อน ๆ ในอดีต ดังนั้น เพื่อเป็นปีเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลององค์อุปถัมภ์ จึงบูรณาการการจัดพิธีในวันครบรอบ วันประสูติองค์อุปถัมภ์ และการจัดการอบรมธรรมานามัยรุ่นเฉลิมพระเกียรติ ๒ รุ่น (รุ่นที่ ๑๙ และรุ่นที่ ๒๐) แล้ว มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ โดยกรรมการชมรมธรรมานามัยได้ร่วมกันจัดทำโครงการเทิดพระเกียรติอีก ด้วยหลายโครงการ ดังมีรายงานในสายงานปฏิบัติของมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ซึ่งจะจัดพิมพ์รายงานในโอกาส ต่อไป
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๓ ในการอบรมธรรมานามัยก่อนจบหลักสูตรในแต่ละรุ่นนั้น ผู้เขียนได้กำหนดให้มีการเลือก กรรมการรุ่น เลือกตั้งประธานรุ่น และเลขานุการรุ่น โดยจำลององค์ประกอบของกรรมการรุ่นเสมือน คณะกรรมการของสมาคม ซึ่งผู้เขียนมีประสบการณ์มาก่อน ทั้งนี้ เพื่อให้กรรมการและประธานรุ่นในแต่ละ รุ่นได้เป็นตัวแทนของสมาชิกในรุ่นด้วย ต่อมาได้จัดตั้งชมรมธรรมานามัยขึ้นหลังจากได้อบรมรุ่นที่ ๑๐ โดย การเลือกตั้งจากธรรมานามัยชน ในครั้งแรกที่มีการจัดตั้งชมรมธรรมานามัยของมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ขึ้นมาได้มีการเลือกตั้งโดย สมาชิกธรรมานามัยชน ประธานและกรรมการ “ชมรมธรรมานามัย” ที่จัดตั้งขึ้นให้อยู่ในการบังคับบัญชา และควบคุมโดยกรรมการบริหารของมูลนิธิฯ ประธานชมรมและกรรมการดำรงตำแหน่ง ๒ ปี และอยู่ได้ไม่ เกิน ๔ ปี กำหนดมีการรับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกวาระ กรรมการชมรมมีหน้าที่ ดังนี้ (๑) บริหารงานในฐานะผู้ปฏิบัติการตามนโยบายและโครงการหลักที่มูลนิธิฯ กำหนดไว้ (๒) บริหารงานโดยกรรมการที่ประกอบด้วยประธานรุ่นในแต่ละรุ่น ปัจจุบันมี ๒๐ รุ่นแล้ว และ จะมีกรรมการรุ่นเพิ่มเติมอีก คือ ธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๗ (๓) กำหนดให้มีการบริหารงานโดยการจัดประชุมของกรรมการบริหารชมรมธรรมานามัย ในแต่ ละเดือนอย่างน้อย ๑ ครั้ง (เว้นแต่จะมีการประชุมเฉพาะกิจเป็นการเพิ่มเติมอีกก็ได้) โดยมีประธานกรรมการ ชมรมฯ เป็นประธานที่ประชุม ซึ่งประธานที่ประชุมจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากสมาชิกธรรมานามัยชนที่ผ่านการ อบรมธรรมานามัยของมูลนิธิชีวิติพัฒนาฯ จากการจัดประชุมใหญ่สามัญประธานของชมรมที่จัดขึ้น และ กำหนดให้มีการเลือกตั้งเพื่อรับเลือกผู้มีจิตอาสาจากมวลสมาชิกเสนอชื่อ เพื่อทำหน้าที่ประธานชมรมและมี การเลือกตั้งโดยสมาชิกตามระบอบของประชาธิปไตย (๔) สาระสำคัญในการประชุมแต่ละครั้ง และหน้าที่ ที่กำหนดไว้ของชมรมแล้ว คณะกรรมการ ชมรมธรรมานามัยจะต้องเสนอเรื่องกิจกรรมหรือโครงการที่เป็นประโยชน์เพื่อมูลนิธิฯ และที่เป็นประโยชน์ เพื่อสมาชิกธรรมานามัย ทั้งนี้ที่ไม่ขัดต่อนโยบายและวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ ด้วย (๕) กรรมการของชมรมธรรมานามัยจงอย่าใช้อำนาจในหน้าที่หรือตำแหน่งตนเองในมูลนิธิฯ เพื่อ สั่งการหรือแสดงกิริยามารยาทโดยมิชอบ และไม่ให้เกียรติแก่กรรมการชมรม และธรรมานามัยชน (๖) ประธานชมรมธรรมานามัย จะสิ้นวาระโดยผลการเลือกตั้งตามวาระ ๒ ปี ซึ่งผู้ที่ได้รับ เลือกตั้งใหม่มานั้นจะทำหน้าที่ดำรงตำแหน่งแทนสืบไป ประธานชมรมจะต้องมอบหมายงาน/กิจกรรม/ โครงการที่ค้างอยู่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้ประธานชมรมท่านใหม่ที่มารับหน้าที่ทราบ ภายในระยะเวลา ๒ สัปดาห์หลังการเลือกตั้งครั้งใหม่เสร็จสิ้น และมีการประชุมเพื่อรับงานของประธานคนใหม่เป็นทางการไม่มี ประชุมของกรรมการบริหารชมรมชุดใหม่
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๔ (๗) ประธานชมรมธรรมานามัยคนใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้ง คุณสมบัติเมื่อก่อนเข้ารับตำแหน่ง ประธานชมรมจะต้องไม่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของกรรมการบริหารมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ (๘) ประธานและกรรมการชมรมจะไม่ดำรงตำแหน่งทางการบริหาร ได้แก่ กรรมการและที่ ปรึกษามูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ นับตั้งแต่มีการส่งมอบงานให้แก่ประธานและกรรมการบริหารชมรมฯ แล้ว ทั้งนี้ ให้ออกแบบและกำหนดให้มีชมรมธรรมานามัยขึ้นมาเพื่อให้เกิดขึ้นเป็นคณะบุคคลที่เป็น ผู้ปฏิบัติการแทนคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เพื่อสนองรับนโยบายและโครงการที่มูลนิธิฯ ได้กำหนดไว้ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯ ซึ่งมีรวม ๑๔ โครงการ ขณะเดียวกันก็ให้ชมรมได้มีอิสระในการเสนอแนะสิ่งที่เป็น ประโยชน์หรือพัฒนาต่อยอดนโยบาย หรือโครงการที่มูลนิธิฯ ทำไว้ ทั้งนี้ ชมรมธรรมานามัยก็จะขอพลัง ทรัพยากรจากมวลสมาชิกธรรมานามัยชนได้ร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ด้วย แต่ ทั้งนี้ชมรมธรรมานามัยจะจัดโครงการที่เป็นประโยชน์จะต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการบริหารของมูลนิธิฯ ก่อนทุก ๆ ครั้ง ซึ่งรวมทั้งการนำรายได้ทุกประเภทหรือที่จะเกิดขึ้นและกระทบต่อบทบาทและหน้าที่ของ มูลนิธิฯ เพราะนิติกรรมและสัญญาที่เป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากมูลนิธิฯ ดำเนินการอยู่ตามระเบียบ กฎหมาย และข้อบังคับของมูลนิธิฯ (๙) การที่จัดให้มีชมรมและบริหารโดยกรรมการนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มี การเพิ่มศักยภาพบุคคลและขยายขีดความสามารถบุคคล เป็นการศึกษาเรียนรู้วิธีบริหารบุคคลที่มีและให้ ชมรมจัดทำข้อบังคับหรือระเบียบขึ้นมา เพื่อเป็นกติกาในการถือปฏิบัติของชมรมเองโดยรายงา นให้ กรรมการบริหารของมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ทราบด้วย สรุปแล้วทุกคนที่ผ่านการบริหารชมรมธรรมานามัยแล้วจะเป็น “กัลยาณมิตร” ที่มีชีวิตมั่นคง แล้วเผชิญชีวิตได้สู้กับสังคมโลกในยุควิวัฒนาการแบบพลวัติ จากธรรมานามัยชนไปสู่กัลยาณมิตรให้ได้ไม่ เกิน ๓ ปีหลังจากการอบรมธรรมานามัยแล้ว วันเวลาล่วงเลยไปตามกาลเวลา อายุท่าน อายุยาวขึ้น ขณะเดียวกันวัย/เวลาที่เหลืออยู่ท่านได้ทำประโยชน์แก่ตนเอง และทำเพื่อผู้อื่นได้ดี นั่นคือ ความภาคภูมิใจ และมั่นใจ มีอนาคตที่งดงามแจ่มใส (ไม่มีทุกข์หรือปัญหา) เพราะได้วางแผนและสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับตน เป็นอย่างดีแล้ว บุคคลที่ผมขออ้าง สำนึกในพระคุณของท่านอย่างมีรู้สึกในชีวิต คือ พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์องค์ประธานมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ท่านอาจารย์ของผมให้ชักชวนให้ผมเข้ามาร่วมโครงการธรรมานามัย หลังจาก พลเรือตรีนายแพทย์ วิทุร แสงสิงแก้ว รองประธานมูลนิธิชีวิตพัฒนฯ ได้ชี้นำเลือกให้ผู้เขียนซึ่งเป็น กรรมการบริหารมูลนิธิฯ ที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิฯ นี้มาแต่ต้นที่ยังไม่มีมูลนิธิฯ นี้ขึ้นมา
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๕ หลังจากท่านอาจารย์ได้ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ แล้ว โครงการสำคัญที่อาจารย์ ต้องการให้โครงการธรรมานามัยบังเกิดเป็นรูปธรรม และมีผู้ช่วยที่จะผลักดันให้โครงการนี้ดำเนินการ ต่อเนื่อง และยืนยาวเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนนั้น ผมได้รับความเมตตา กรุณา อันสูงยิ่งจากอาจารย์ผมเพื่อให้ มีโอกาสไปเรียนรู้และสัมผัสใกล้ชิดกับที่พักอาศัยเดิมที่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เรือโท นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ เคยพำนักอยู่นั้นคือโรงเรียน “สวนบัว” เป็นโรงเรียนอนุบาลเอกชนที่มีชื่อเสียง ฝึกอบรมให้มี มารยาทและวัฒนธรรมไทย ตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เป็นที่ยอมรับจากมหาชน ผู้ปกครองที่มี ความรู้และฐานะดีนิยมส่งบุตรธิดาของตนเข้าเรียนที่โรงเรียนนี้และยังได้รับวุฒิบัตรระดับอนุบาล จาก กระทรวงศึกษาธิการ ปรมาจารย์ อวย เกตุสิงห์ เจ้าของโรงเรียนอนุบาล ท่านเป็นต้นตำรับ “ทฤษฎี ธรรมานามัย” และผมมีโอกาสมาร่วมงานทำบุญฉลองครบรอบ เพื่อรำลึกถึงปรมาจารย์ของผมถึง ๒ ครั้ง ณ ที่แห่งนี้ ๒ ปี ติดต่อกัน องค์ประธานมูลนิธิฯ ซึ่งต่อไปผมขออนุญาตเรียกอาจารย์หม่อมนั้นได้แนะนำ หนังสือและบทความ “ธรรมานามัย” และอื่น ๆ โดยเฉพาะหนังสือ “อวยนิมิตอนุสรณ์” เป็นที่ได้บันทึก ประวัติชีวิตและผลงานตลอดจนเกียรติยศและตำแหน่งที่ปรมาจารย์ให้รังสรรค์ให้แก่โลกนี้ เพื่อคนไทยด้วย ความเมตตาและแนะนำให้ผมทำหน้าที่และรับผิดชอบธรรมานามัยตามประสงค์ ท่านประธานโครงการ ธรรมานามัยและผู้เขียนเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ อวย เกตุสิงห์ จึงเป็นเหตุที่ผู้เขียนได้ยอมรับโครงการนี้ด้วย ความศรัทธาและมุ่งมั่น วิริยะเพื่อให้โครงการนี้มีความยั่งยืนตลอดไป ดังนั้น โครงการธรรมานามัยและ การพัฒนาให้เกิดธรรมานามัยชน ซึ่งเกิดขึ้นมาด้วยเพราะองค์ประธานมูลนิธิฯ นี้ และท่านได้ผลักดันให้ ธรรมานามัยชน ให้เกิดขึ้นและเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ได้ผลิตคนเขาเหล่านั้นขึ้นมารวม เป็นคนดีมีประโยชน์และจิตอาสาร่วมกับพัฒนามูลนิธิฯ ผู้เขียนขอคารวะแด่องค์ประธานมูลนิธิชีวิติพัฒนาฯ ผู้ซึ่งเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงของบุคคล เพื่อmความผาสุกของประชาชนไทย ผู้อ่านทุกท่านคงเห็นด้วยกับผมว่า การที่จะให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์แห่งชีวิตซึ่งอาศัย “ธรรมานามัย” และ ผู้มีบทบาท หน้าที่ (ธรรมะ) ซึ่งถือพุทธวจนะที่ว่า “ธัมมัง สุจริตตัง จเร” จงประพฤติธรรมให้สุจริต ผู้เขียนและธรรมนามัยชนทุกท่าน จงประพฤติและเจริญรอยตามแนวทางการบริหารขององค์ ประธานมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ อย่างไม่หยุดและตลอดไป ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันมา รวมทั้งบุคลากรจากสำนักงานมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ทุกท่าน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ขอบพระคุณทุกท่านที่ได้อ่านเรื่องนี้จนจบ หวังว่าท่านคงจะนำเนื้อหาที่สำคัญเป็น ประโยชน์เท่าชีวิตท่านสืบไป ---------------------------------------------------------
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๖ ความงามของชีวิต พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ รองผู้อำนวยสถาบันพัฒนาพระวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ๏ ชีวิตคือการเลือกเฟ้น เอาสิ่งเป็นสาระเข้า คือสละวางว่างเบา คือเลือกเอาและเลือกทิ้ง ๏ ไม้ต้นสละใบแห้งกรัง เพื่อยังความงามบางสิ่ง ดอกปริผลิแผ่แท้จริง ทุกสิ่งเลือกทิ้งยิ่งงาม ๏ สละใบให้หล่นร่วง ผลิตพวงดอกออกเช้าค่ำ ปล่อยทิ้งมวลสิ่งระยำ เพื่อนำชีวิตงามแท้ ๏ ลดความหนักพักใจวาง พื้นที่ว่างทางทุกข์แก้ บำรุงสิ่งควรดูแล ลดข้อแม้เพิ่มข้อมูล ๏ ให้ออกดอกบอกความดี สิ่งนี้ที่ไม่มีสูญ เติบโตงอกงามเพิ่มพูน ไพบูลย์งามจริงสิ่งนี้ ๏ ให้ผ่านแล้งผ่านลมฝน ให้อดทนพ้นยามที่ ให้แข็งแกร่งเรี่ยวแรงดี ให้มีสิ่งที่เลือกสรร ๏ ให้สละละบางสิ่ง ให้ความจริงในสิ่งนั้น ให้เลือกเฟ้นสิ่งสำคัญ ให้ชีวิตนั้นผลิดอกงาม ๚๛
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๗ ความงามของชีวิต กายงาม ===> วาจางาม ===> ใจงาม ธรรมที่ทำให้งาม ๒ อย่าง ๑. ขันติ คือความอดทน (อดทน พากเพียร เรียนรู้ สู้งาน) ๒. โสรัจจะ คือ ความสงบเสงี่ยม ( สำรวม หนักแน่น มั่นคง ไม่หวั่นไหว ) ศีลทำให้งาม ๑. ใคร่ครวญ เสียก่อน ค่อยทำ ดีกว่า ๒. ไม่โหดร้าย ไม่มือไว ไม่ใจคด ไม่พูดปด ไม่หมดสติเพราะน้ำเมา สมาธิทำให้งาม ๑. การตั้งมั่นในกิจที่ทำ ในคำที่พูด ๒. เจริญอานาปานสติ ปัญญาทำให้งาม ๑. ฟัง ๒. น้อมจิตพิจารณาในข้ออรรถ ข้อธรรม คนที่เราควรรัก มากที่สุด บ่ายแก่ ๆ วันหนึ่ง ขณะที่นั่งอยู่ที่ศาลาหลวงพ่อโชคดี ทางลงภูเขาทอง วัดสระเกศ ก็ได้มีผู้ชายคน หนึ่งถือถุงของร้านสะดวกซื้อเดินเข้ามาในศาลา “หลวงพี่ครับ ผมอยากทำบุญ” นั่นคือประโยคทักทายจาก ชายหน้าตาเศร้าสร้อยผู้นั้น อาตมาจึงจัดที่นั่งหน้าพระพุทธรูป แล้วนำไหว้พระรัตนตรัยและกล่าวคำถวายสังฆทาน น้ำเสียง ขณะกล่าวตามของชายผู้นั้นแผ่วเบาจนต้องกล่าวย้ำหลายครั้ง เพราะเกรงว่าเขาจะได้ยินไม่ชัดเจน แต่ น้ำเสียงแต่ละคำแผ่วเบาเช่นเดิม เหมือนการจะพูดแต่ละคำออกมาได้นั้นลำบากมาก หลังจากกรวดน้ำรับพร เขาก็ไม่ยอมลุกจากที่นั่งได้แต่พนมมือก้มหน้า บรรยากาศตึงเครียดมาก อาตมาจึงตัดสินใจใช้ธรรมะ ครอบจักรวาล โดยพูดขึ้นว่า “โยม โยมรู้ไหม ในความเป็นมนุษย์ของเรามีสิ่งวิเศษอยู่สองอย่าง คือตาที่ มองเห็นทุกสิ่ง และหัวใจที่รักได้ทุกอย่าง แต่น่าเสียดายที่เราไม่เห็นตัวเรา และไม่เอาหัวใจมารักตัวเอง” พอพูดจบ เขาก็มีน้ำตาซึมออกมาและค่อย ๆ สะอื้น พร้อมพูดอย่างแผ่วเบาว่า “ถ้าหลวงพี่ไม่คุยกับ ผม หลวงพี่ก็จะเป็นคนสุดท้ายที่ได้เห็นผม นี่เป็นการทำบุญครั้งสุดท้ายในชีวิตของผม ก่อนที่ผมจะไป กระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่สะพานพระรามแปด” อาตมาตกใจมากกับประโยคที่ผู้ชายคนนี้บอก ถึงแม้น้ำเสียง
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๘ จะแผ่วเบา แต่ดูความตั้งใจจะแน่วแน่ และดูเหมือนว่าสิ่งที่เขากำลังจะไปทำได้ผ่านขั้นตอนการตัดสินใจ มาแล้ว เหลือแต่ขั้นตอนการลงมือทำเท่านั้น “เกิดอะไรขึ้นเหรอโยม?” คือคำถามที่ถามออกไป เพราะบางทีตอนนี้เขาอาจไม่ได้ต้องการธรรมะ อะไร แต่เขาอยากได้ใครสักคนที่ฟังเขาแค่นั้น “ผมกับแฟนกำลังจะแต่งงานในอีก ๑ เดือนข้างหน้า เตรียมการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งการเตรียมสถานที่ ของชำร่วย และการเชิญญาติผู้ใหญ่ เพื่อ นพ้องน้องพี่ เมื่อวานผมไปเจอแฟนผมนอนอยู่กับผู้ชายอีกคน ชีวิตผมไม่เหลืออะไรแล้ว” เขาเล่าพลางสะอื้น “แล้วที่นั่งอยู่นี่ใคร?” อาตมาถาม “ก็ผมไง แต่ผมไม่เหลืออะไรแล้ว” เขาตอบ “ก็เหลือตัวโยมนี่ไง” เขาตอบกลับมาด้วยคำสั้น ๆ ว่า “ครับ” “โยมรักใครไม่ได้หรอก ถ้าตราบใดโยมยังไม่สามารถรักตัวเอง” อาตมาบอก และต่อด้วยคำพูดว่า ว่างๆ โยมก็แอดเข้าไปเฟซบุ๊ก “กลุ่มใต้ร่มพุทธธรรม” (https://www.facebook.com/puttathampage) นะ ลองเข้าไปดูชีวิตผู้คน ไปดูข้อคิด ธรรมะ เขาตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ครับ” เหมือนเดิมและขอลากลับ เขากราบลาพระพุทธรูปและหันมากราบอาตมา แล้วหลังจากที่เขาเดินลับตาไป เฟซบุ๊กแจ้งเตือนว่า มีคนเพิ่มเป็นเพื่อน คือเขานั่นเอง อาตมารีบกดรับทันทีเผื่อว่าข้อคิดหรือชีวิตผู้คนที่เขาได้อ่านได้ดูจะช่วยอะไร เขาได้บ้าง ผ่านไปไม่นาน เขาเช็คอินที่สะพานพระรามแปด ไม่รู้ด้วยเหตุใด อาตมาเป็นห่วงเขามาก หรืออาตมา จะเป็นคนสุดท้าย ที่ได้พบเจอเขาจริง ๆ อาตมาพยายามรีเฟรซหน้าเฟซบุ๊กของเขาเผื่อมีสเตตัสอะไรเพิ่ม ขึ้นมา ความเป็นห่วงเพิ่มขึ้นมากมาย จนตัดสินใจว่าจะตามไปที่สะพานพระรามแปด ... แล้วเขาก็โพสต์รูปตัวเองคู่กับสะพานพระรามแปด พร้อมสเตตัสว่า “ถ้ารู้สึกว่าชีวิตไม่เหลือใคร ให้ เอาหัวใจกลับมารักตัวเอง” --------------------------------------------------------------- สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐ โทรศัพท์ : ๐๘๖๖๖๙๙๒๒๑
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๘๙ กายดี ชีวีเป็นสุข นายแพทย์ พล หิรัณยศิริ รองประธานชมรมธรรมานามัย ประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๕ ร่างกายของคนเราก็เปรียบเหมือนกับรถหรือเรือ หรือเครื่องจักรเครื่องยนต์ ถ้าดูแลดี กายนี้ก็จะ เหมือนรถดี จะรับใช้เราได้นาน บ้างว่าได้ถึง ๑๒๐ ปี (ตามทฤษฎี อ.หมอเฉก ธนะสิริ) การดูแลกายให้ดีนั้นมี หลักการจำง่ายเพราะจะขึ้นต้นด้วย อ. ซึ่ง อ. หลักๆ จะมี ๕ อ. กล่าวคือ ๑. อ. อาหาร ให้ถือหลักว่า อย่ากินตามใจปากหรือถือคติว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา (หวานคือ ยาพิษนี่เอง) หรือกินน้อยตายยาก กินมากตายง่าย (กินอิ่มแล้วอย่าเสียดายให้หยุดกินทันที) กล่าวโดยสรุป เรื่องอาหารคือกินให้ครบ ๕ หมู่ มีอายุแล้วให้เน้นหมวดผักและผลไม้ (รสไม่หวาน หรือหวานน้อย) หมวดข้าวให้กินน้อยๆ แค่ ๑ ทัพพีก็พอแล้ว (ใช้ข้าวกล้องด้วย ถ้าทำได้) และการกินให้เน้น ดังนี้ มื้อเช้า กินเหมือนพระราชา คือ กินตามใจปรารถนา มื้อกลางวัน กินเหมือนคนธรรมดา คือ กินน้อยลงมากกว่ามื้อเช้า มื้อเย็น กินเหมือนยาจก(อนาถา) คือ กินให้น้อยที่สุดหรือไม่กินเลย (เหมือนพระที่ฉันแค่ ๒ มื้อ) เพราะส่วนใหญ่หลังพระอาทิตย์ตกดินเราไม่ค่อยได้ทำอะไรแล้ว การกินในมื้อนี้จะมักเป็นส่วนเกิน แต่ในความเป็นจริงเราจะกินหนักในมื้อเย็น และบางทีกินเสร็จแถมเหล้าเบียร์กับแกล้มเมาได้ที่แล้วก็นอน เลย โรคอ้วนและโรคต่างๆ จึงตามมา ๒. อ. ออกกำลังกาย ให้ขยับทุกวันทุกโอกาสที่นึกขึ้นได้ ให้เดินวันละ ๑๐,๐๐๐ ก้าว หรือขึ้น บันไดแทนการใช้ลิฟท์ และให้เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือแอโรบิค (ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องไม่หยุดอย่าง น้อย ๒๐-๓๐ นาที) หรือถ้าดีกว่านั้นก็ต่อเนื่องกันเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง อย่างน้อยที่สุดก็คือ ขยับดีกว่านั้น คือ เดิน (และเน้นเดินเร็วหรือเดินจ้ำ) และดีกว่านั้นอีก คือ วิ่งเหยาะ ๆ หรือว่ายน้ำ รวมทั้งกิจกรรมยืดเหยียด ต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับผู้สูงอายุ สรุปให้จำง่ายคือ “ขวดยา” กล่าวคือ ข คือ ขยับ
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๐ ว คือ วิ่ง ว่ายน้ำ ด คือ เดิน ย คือ ยืด เหยียด า...สระอา คือ ......(ให้ คนฟังเดา)....................... การออกกำลังกายที่ดีนั้น ต้องออกกำลังกายให้หนักและนานพอ คือ ออกกำลังกายแล้วต้องรู้สึก หายใจเร็วขึ้น (เหมือนคนที่หอบเหนื่อยหลังจากวิ่งไปไกลๆ) ชีพจรเต้นเร็วขึ้น ชีพจรที่เต้นเร็วขึ้นมีสูตรคำนวณ คือ ๒๒๐ –ลบอายุของท่าน จะเป็นชีพจรที่ไม่ควรเต้นเกินนั้น การออกกำลังกายที่ดีนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ต้องมีการวอร์มตัวเองก่อนออกกำลังกายจนร่างกาย ตื่นตัวและพร้อมเต็มที่ จึงเร่งสปีดขึ้นได้และพอใกล้เวลาสิ้นสุดการออกกำลังกายก็ต้องมีการคูลดาวน์หรือ ค่อยๆ ผ่อนลงมา อย่าหยุดกึกทันที อย่าออกกำลังกายหลังกินอาหารใหม่ๆ หรือออกในช่วงที่ยังรู้สึกหิวอยู่ ควรห่างจากมื้ออาหารอย่างน้อยสัก ๑ ชั่วโมง และแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสม ไม่รุ่มร่าม รองเท้าออก กำลังกายก็ต้องเหมาะสมกับงาน เช่น จะวิ่งก็ควรใช้รองเท้าที่ออกแบบสำหรับวิ่งเป็นต้น ๓. อ. อนามัย อนามัยที่ดีของท่าน คือ - การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ยิ่งสูงวัยแล้วการนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญมาก น้ำหนัก ตัวที่เหมาะสม (อย่าอ้วน) - น้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับรูปร่างของท่านนั้น คำนวณได้จากค่า BMI (BODY MASS INDEX) ซึ่ง ภาษาไทย เรียกว่า ดัชนีมวลกาย หรือ ดัชนีความอ้วน ซึ่งคำนวณได้จากสูตร BMI = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม (ส่วนสูงเป็นเมตร)ยกกำลัง ๒ ซึ่งค่า BMI ปกติจะอยู่ที่ ๑๘.๕ - ๒๔.๙ ถือว่าปกติ ๒๕ - ๓๐ ถือว่าน้ำหนักเกิน ๓๐ หรือมากกว่า ถือว่าอ้วน ...อย่าอ้วน...! นะครับ (โดยเฉพาะอ้วนลงพุง ไม่ดีมาก ๆ) ผู้ชายคำนวณได้ง่าย ๆ คือ ส่วนสูง (เป็นเซนติเมตร) – ๑๐๐ = เป็นน้ำหนักตัว (Kg.) ที่ไม่ควร สูงเกินกว่าค่านั้น สำหรับผู้หญิง ค่าที่ได้ข้างบนต้องลบออกอีก ๕ - ๑๐ % เพราะสรีระของหญิงมีไขมัน มากกว่าชาย เพราะฉะนั้น จะให้แน่นอน คำนวณจากค่า BMI เป็นดีที่สุด การดูความอ้วน โดยเฉพาะ กลุ่มอ้วนลงพุง จึงมีวิธีตรวจเช็ค โดยวัดเส้นรอบพุง ซึ่งต้องวัดผ่าน สะดือทุกครั้ง กล่าวคือ
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๑ หญิง รอบเอวต้องไม่เกิน ๘๐ cm. ชาย รอบเอวต้องไม่เกิน ๙๐ cm. อนามัยที่ดีของท่านยังหมายถึง การต้องไป ตรวจเช็คสุขภาพประจำปี (เหมือนรถยนต์ก็ต้องเข้าอู่ เช็คทุกปีหรือเมื่อมีปัญหา) ซึ่งการตรวจเช็คที่แนะนำในผู้สูงวัย คือ ดูค่าของ FBG ตรวจการทำงานของตับ ไต ไขมันในเลือด และดู CBC ซึ่งจะดีเรื่องซีด (โลหิตจาง) เกล็ดเลือด ชนิดของเม็ดเลือดต่าง ๆ ตรวจเช็คความดันโลหิต และชีพจร และชั่งน้ำหนัก (เป็นกิจกรรมที่ท่านควรตรวจเช็คบ่อยๆ หรือ ทุกวันได้ก็ยิ่งดี) ความดันโลหิตปกติอยู่ในเกณฑ์ ๑๔๐ / ๙๐ มม.ปรอท ชีพจรคนปกติ ควรอยู่ในเกณฑ์ ๖๐ - ๘๐ ครั้ง / นาที การมาตรวจเช็คสุขภาพประจำปีนั้น ควรตรวจดูโรคร้าย มะเร็ง ตับอักเสบ (ถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง) วัณ โรคปอด กระดูกพรุนด้วย มะเร็งในผู้ชายที่ควรระวัง คือ มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งในผู้หญิงที่ควรระวัง คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และอย่าลืมตรวจดูเรื่องความเสี่ยงต่อเรื่อง “หัวใจหลอดเลือดอุดตัน” อนามัยที่ดีนั้นไม่ควรเติมยาพิษใส่เข้า ไปในร่างกาย เลิกได้แล้วทั้งเหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติดทั้งหลาย ๔. อ. อารมณ์แม้ว่าจะพูดเรื่องกายดี ชีวีเป็นสุขนั้น แต่กายจะดีได้จิตต้องดีด้วย เรื่องของอารมณ์นั้นส่งผลมาถึงกายอย่างค่อนข้างมาก และบางคนถึงกับเครียดมาก ฆ่าตัวตาย! หรือเป็นโรค ซึมเศร้าไม่กินไม่นอนและก็จะตายในที่สุด อารมณ์ที่ดีนั้น ต้องเป็นคนที่อารมณ์มั่นคง ไม่เครียด ไม่วิตกง่ายเกินเหตุ เป็นอารมณ์ที่ไม่โกรธ ตอบหรือหนักแน่นพอ การจะมีอารมณ์ดีได้นั้นต้องหัด “ปล่อยวาง” ต้องมีกัลยาณมิตรที่ดี ไปสู่สถานที่ดี เช่น ไปวัด ไปท่องเที่ยวอยู่กับธรรมชาติ และอารมณ์จะดีนั้น ต้องอยู่ใน สภาวะที่มีเงิน ไม่มีหนี้(รวมทั้งไม่เป็นเจ้าหนี้ใคร) อารมณ์ดีจะทำ ให้สุขภาพหัวใจดีด้วย อารมณ์เครียดก็จะมีฮอร์โมนเครียดหลั่งออกมาซึ่งจะเกิดผลเสียต่าง ๆ มากมาย ๕. อ. อากาศ คือ ลมหายใจที่สูดเข้าไปและคายออก อนุโลมหมายถึงสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันค่า อากาศเป็นพิษ หรือค่า PM ๒.๕ สูงเกินค่ามาตรฐานบ่อย ๆ จนเป็นที่กล่าวขวัญกันมาก อ. อื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจในการช่วยให้มี กายดี ชีวีเป็นสุข ได้แก่ อ. ต่อไปนี้ด้วย ได้แก่ อ. อุบัติเหตุ (ระวังการลื่นล้มและอุบัติเหตุทางรถ) อ. อุจจาระ (ขับถ่ายปกติทุกวัน มองดูก้อนอุจจาระด้วย) อ. อย่าอั้นปัสสาวะ (โดยเฉพาะเวลาเดินทาง เวลาประชุม)
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๒ อ. อาทิตย์(แสงแดด) อ. อบอุ่น (มีเพื่อน) อ. อบายมุข (เหล้า บุหรี่งดได้แล้ว อย่าใส่ยาพิษเข้าไปในตัวอีก) อ. อโคจร (อย่าไปในที่ที่ไม่ควรไป) อ. อัฬรส (เงินทองต้องบริหารให้ดี) อ. อาภรณ์(เสื้อผ้า) อ. อาคาร (บ้านช่อง) อ. อาวุธ ทางปัญญา (เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อ ไม่ถูกหลอก) อ. อิสระ (อย่ามีภาระผูกพันกับสิ่งใดใดถ้าทำได้) อ. อัตตา (ต้องพยายามลดอัตตาตัวตนให้มากที่สุด) อ. อคติ(อย่ามี) ในผู้ชายต้องระวัง อ. อิสตรี(เพราะบางครั้งความใกล้ชิดอาจทำให้จิตวิปริตได้) และ อ. สุดท้าย คือ.. อ. อย่าประมาท (ปัจฉิมโอวาท) และ “กายดี ชีวีมีสุข” ผมต้องยอมรับว่าต้องมี ส. มาก่อน อ. อีก กล่าวคือ “สติ” คนสูงวัยขาดสติได้ง่าย จึงหาของที่หายได้ทั้งวัน สงบ สว่าง สะอาด (ชำระจิตของเราทุกเวลาที่นึกได้) สมาธิ สมอง (ต้องคอยออกกำลังกายสมองด้วย) เรามาดูอวัยวะที่เราควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ หัวใจและหลอดเลือด เพราะหัวใจเป็นอวัยวะ ที่ทำงานหนักที่สุดในร่างกายทำงาน ๒๔ ชั่วโมง ทุกวันไม่มีหยุด ไม่เคยมีฮอลิเดย์แม้แต่ชั่วโมงเดียว มาดูกัน ว่าหัวใจทำงานหนักแค่ไหนใน ๑ วัน สมมุติว่าหัวใจเต้น ๗๐ ครั้ง/นาที (๖๐ -๘๐ ครั้ง/นาที เป็น H.R. ที่ต้องการ) ใน ๑ ชม. หัวใจจะเต้น = ๗๐ x ๖๐ = ๔,๒๐๐ ครั้ง/นาที ใน ๑ วัน (๒๔ ชม.) = ๔,๒๐๐ x ๒๔ = ??? (ค่าX) ครั้ง/นาที ใน ๑ เดือน (๓๐ วัน) ค่า X x ๓๐ = ??? ครั้ง/นาที ใน ๑ ปี (๓๖๕ วัน) = ??? ครั้ง/นาที จะเห็นว่า หัวใจทำงานหนักมาก ทุกวัน ทุกเวลา การดูแลหัวใจให้อยู่ในสภาพที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก คงมี เรื่องอีกมากมายที่จะพูดในเรื่องของ กายดี ชีวีเป็นสุข......ไว้พบกันโอกาสหน้า
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๓ อ่านสักนิด...ชีวิตเปลี่ยน นายแพทย์ พล หิรัณยศิริ รองประธานชมรมธรรมานามัย ประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๕ คงเป็นเพราะในวัยเด็กผมเป็นเด็กขี้โรค จึงมุ่งมั่นอยากเรียนแพทย์ และเมื่อได้มาเป็นแพทย์จึงรู้ ว่ากลไกการทำงานของร่างกายนั้นน่าอัศจรรย์มาก เรียนจบแพทย์แล้วจึงต้องเรียนต่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ต่าง ๆ อีกหลายสิบสาขา เช่น แพทย์อายุรกรรม ก็ยังแบ่งย่อยเป็น หมอหัวใจ หมอปอด หมอ GI (ช่องท้อง) หมอยูโร (ทางเดินปัสสาวะ) หมอสมอง ศัลยกรรมก็แบ่งย่อยแบบนี้เช่นกัน ยังมีหมอตา หมอหู และอีก สารพัดด้าน ฯลฯ และระยะหลังมีเพิ่มอีกมากมาย เช่น เวชศาสตร์ชะลอวัย การที่ได้สุดยอดฝีมือในแต่ละ เรื่องจากคณะแพทย์ศิริราช ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศ มาบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องวิเศษสุด เพราะจะเป็นโอกาสที่ดีได้ซักถามจากผู้รู้จริงได้แน่ชัดในทุกประเด็น ผมเองก็เป็นตัวอย่างของการได้ ประโยชน์จากการฟังวิชาการที่ศิริราช ที่มีหมอโรคหัวใจมาพูดถึงเรื่องความเสี่ยงของ “การเกิดหลอดเลือด หัวใจอุดตัน” และพบว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยงเพราะคุณพ่อเสียชีวิตจากโรคนี้ในวัยแค่ ๔๘ ปี ฟังการบรรยาย มาแล้ว (อีกปีเศษ) จึงเข้าไปร่วมโครงการจนพบว่าตัวเองมีหลอดเลือดหัวใจตีบตันถึง ๓ เส้นหลัก ถ้ารู้ช้า กว่านี้ก็มีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิตได้ฉับพลันแบบที่หลาย ๆ คนเป็น เมื่อผมรับการผ่าตัดทำ Bypass จึงฟื้นตัว ได้อย่างรวดเร็วเพราะว่าผ่าตัดในขณะที่ร่างกายแข็งแรงอยู่ มีอีกหลายท่านที่เอะใจ จากการฟังวิชาการ เช่น พบว่าการขับถ่ายของตนเองผิดไปจากเดิม (ถ่ายเหลวตลอด) และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ การรู้ เรื่องวิทยาการใหม่ ๆ เกี่ยวกับมะเร็งและเรื่องของ Telomere ที่จะช่วยยืดอายุของเราให้อยู่ยืนยาวออกไป (แก่แบบสง่า-แข็งแรง) จึงล้วนแต่มาจากเรื่องวิชาการทั้งสิ้น ยิ่งยุคของโควิด ๑๙ ระบาด เราจะได้รับข้อมูล ข่าวสารผิด ๆ มากมาย (Fake News) เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันจะทำให้เกิดเป็นโรคนั้นโรคนี้ หรือถึงกับฉีด วัคซีนแล้วตาย (จริง ๆ ผู้ป่วยชันสูตรแล้วไม่ได้ตายจากฉีดวัคซีนแต่ตายจากโรคเรื้อรัง หรือโรคหัวใจวายที่ เจ้าตัวไม่รู้มาก่อน) การรู้ข้อมูลที่ถูกต้องของกลุ่ม ๖๐๘ (กลุ่มเสี่ยงสูงที่จะตายได้หากติดโรคโควิด ๑๙) จึง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินทางได้อย่างถูกต้อง
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๔ เมื่อเราแก่ชราลง ร่างกายเราก็เปรียบเสมือนรถ เสมือนเรือ...ที่ต้องคอยบำรุงรักษา ซ่อม ปะ อุด แก้ไขในสิ่งที่เกิดปัญหา โรคที่พบบ่อยในผู้สูงวัยมีมากมาย เช่น โรคของกระดูกและข้อต่อ โดยเฉพาะข้อเข่า และข้อหลัง ที่พบว่ามีการเสื่อมอย่างมาก โดยเฉพาะผู้มีน้ำหนักเกิน สภาวะโรคกระดูกพรุนที่พบบ่อยในสตรี ซึ่งต้องควรตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก เพื่อแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เมื่อพบว่ามีปัญหา เพราะ กระดูกพรุนก็จะทำให้เกิดสภาวะกระดูกทรุดจนหลังค่อม และถ้าล้มหรือเซ-บิดผิดท่า..กระดูกสันหลังอาจยุบ จนกดทับเส้นประสาท และที่สำคัญคือ กระดูกสะโพกหักซึ่งต้องรับการผ่าตัด เพราะถ้าไม่ผ่ากระดูกสะโพกที่ หักตำแหน่งนี้จะไม่สามารถติดได้ดังเดิม จึงพบว่ามีอันตรายตายสูงเพิ่มถึง ๒๕% หลังจากพบกระดูกสะโพก หักในผู้สูงวัย เพราะถ้าจะผ่าบางรายก็อยู่ในสภาวะร่างกายไม่แข็งแรงพอที่จะทนการผ่าตัดเช่นนี้ได้ บางราย ที่ไม่ผ่าจึงกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและตามมาด้วยแผลกดทับ เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ (Sepsis) จนเป็นสาเหตุของการตายในที่สุด มะเร็งหลายตัวที่พบมากในผู้สูงวัย จึงทำให้เราต้องมีความรอบรู้มากพอที่จะดูแลตัวเองให้อยู่รอด และปลอดภัย มะเร็งเต้านมที่พบได้มากในสตรีจึงต้องทำการตรวจเช็คเต้านมด้วยตนเอง รวมทั้งทำ แมมโมแกรม หรือทำอัลตร้าซาวด์เมื่อท่านอายุครบ ๔๐ ปีขึ้นไป หรือเมื่อพบว่าตนเองมีก้อนที่เต้า เพราะ การรู้เร็วว่ามีก้อนเนื้อร้ายโอกาสที่จะผ่าตัดรักษาให้หายเป็นปกติก็จะมีมากขึ้น เรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการนอนหลับ รวมทั้งการมาตรวจเช็คสุขภาพ เจาะเลือดตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง ถ้าเป็นเบาหวานหรือสภาวะน้ำตาลเกิน ก็ต้องตรวจเช็คถี่ขึ้น เพราะค่า น้ำตาลที่สูงเกินที่อยู่ในกระแสเลือดก็จะเป็นศัตรูร้ายที่จะก่อปัญหาให้เกิดกับหลอดเลือดต่าง ๆ ทั้งเล็กและ ใหญ่ให้เกิดสภาวะอักเสบ จนทำงานผิดปกติไปจากเดิม ทั้งมีปัญหาตามมากับอวัยวะที่มีเลือดเลี้ยงมาก ๆ เช่น จอประสาทตา ไต และปลายมือ ปลายเท้า เรื่องของความดันโลหิตสูงก็เป็นสาเหตุสำคัญของอัมพฤกษ์ อัมพาต และอีกหลาย ๆ โรคตามมา จะเห็นว่าโรคของผู้สูงวัยมีเยอะแยะมากมาย จึงไม่แปลกใจว่าบางคน กินยาแต่ละมื้อเป็นกำ ๆ การรู้เรื่อง Telomere ไขมันดีหรือ HDL ไขมันเลวหรือ LDL รอบรู้เรื่องอาหารต้าน อนุมูลอิสระก็จะทำให้เราเลือกกินอาหารได้ถูกต้อง เพื่อจะได้อยู่รอด ปลอดภัย และแข็งแรง ถ้ารู้อย่างนี้แล้วท่านก็จะเข้าใจว่า “รู้อะไรไม่สู้รู้วิชาการ เพราะพญามารก็จะถูกไล่ตะเพิดไป และ ชีวิตจะเฉิดฉายไฉไล อาจอยู่ยาวไกลไปถึงอายุ ๑๒๐ ปี” .... อ่านจบบทความนี้แล้ว ใครไม่เคยมาฟังวิชาการเลย ก็ควร มาฟังได้แล้วครับ -------------------------------------------
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๕ ดนตรีเพื่อสุขภาพ อาจารย์เสาวณีย์ สังฆโสภณ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ธรรมานามัย รุ่นที่ ๔ ดนตรีเป็นศิลปะที่สร้างความสุนทรี ผ่อนคลายความตึงเครียดความวิตกกังวล ทาให้เกิดความสุข ความงดงามในใจ และเข้าถึงมนุษย์ได้ง่ายและเร็ว (โดยเฉพาะเรื่องการฟัง) จากการศึกษา ค้นคว้าวิจัยทาง วิทยาศาสตร์การแพทย์ทาให้ พบว่า องค์ประกอบที่สำคัญ ๓ ประการ ของดนตรีคือ ระดับเสียง ความดัง และความเร็วของจังหวะจะส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การฟังเพลงที่มี คุณภาพจะช่วยให้ใยประสาทสมองเพิ่มจานวนมากขึ้น ช่วยพัฒนาการรับรู้ การเรียนรู้ สร้างความจำ สร้าง พลัง กาลังใจ ก่อให้เกิดความสุข ความผูกพันรักใคร่อบอุ่น และช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข เกิด ภูมิคุ้มกันโรค ลดความวิตกกังวล ความเจ็บปวด ช่วยทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีพลังและเคลื่อนไหว ได้มากขึ้น ดนตรีจึงมีคุณค่ามหาศาลต่อมนุษย์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ สามารถผสมผสานกับศิลปะหรือ กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะอื่น ๆ ได้ดี ข้อแนะนำการใช้ดนตรีเพื่อสุขภาพมี ดังนี้ ๑. เลือกฟังเพลงที่มีจังหวะปานกลางประมาณ ๗๐ - ๘๐ ครั้งต่อนาที เท่ากับอัตราการเต้นหัวใจ มนุษย์ในภาวะปกติ เช่น เพลงบรรเลง เพลงร้องแบบพื้นบ้านหรือลูกทุ่ง ลูกกรุง ไทย-สากล ฯลฯ เสียงไม่ดัง มาก ไม่ควรเกิน ๘๐ เดซิเบล และเสียงไม่สูงเกินไป ควรหาโอกาสฟังเพลงก่อนเวลาเริ่มเรียน เริ่มทำงาน ช่วง พัก จะทำให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีสุขภาพจิตดีขึ้น ช่วยลดความเหนื่อยความเครียดลงได้ ๒. เลือกฟังเสียงดนตรี หรือเสียงนักร้องที่ฟังชัด ใส กังวาน ทุ้ม นุ่มนวล เช่น เปียโน กีตาร์ ไวโอลิน พิณ แอคคอเดียน เมาท์ออแกน ขิม เสียงธรรมชาติ เช่น นกร้อง น้ำตก เสียงคลื่น เป็นต้น และฟังเพลงที่มี ท่วงทำนองที่ไพเราะ นุ่มนวล มีชีวิตชีวา สร้างสรรค์ให้ความหมายที่ดี
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๖ ๓. นอกจากเพลงที่ชอบฟังเป็นประจำแล้ว หากมีเวลาควรฟังเพลงให้ได้หลากหลายประเภท โดย ฟังจากที่ต่าง ๆ เช่น ฟังรายการทางวิทยุ โทรทัศน์ ชมการแสดงดนตรีประเภทต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและประสบการณ์การฟัง ๔. ไม่ควรใช้หูฟังซาวอะเบาท์นานเกินไป การฟังเสียงที่ดังอึกทึก เสียงสูงแหลม หรือเสียงที่มี จังหวะเร็วเร่งเร้าเป็นเวลานานทำให้ประสาทหูเสื่อมเร็ว และอาจนำมาซึ่งความเจ็บป่วยทางจิตใจและ ร่างกายได้ จึงควรหลีกเลี่ยงเสียงที่มีมลพิษ ได้แก่ เสียงตะโกน เสียงทะเลาะเบาะแว้ง เสียงดังมาก เช่น เสียง เร่งเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ เสียงเครื่องบิน เสียงเครื่องจักร ขุดถนน ๕. ไม่ควรฟังเพลงพร้อมกับทำงานที่ต้องใช้ความคิด การรับรู้เสียงเพลงอาจเป็นไปไม่ได้เต็มที่ เพราะสมองต้องทำงาน มากขึ้น ควรฟังก่อนหรือหลังการทำงานจะได้ผลดีกว่า ๖. ควรหัดเล่นเครื่องดนตรีให้เป็น โดยเฉพาะเครื่องดนตรีที่พกพาไปได้สะดวก เช่น ขลุ่ย กีตาร์ หีบเพลงปาก ซอ ระนาดเล็ก ๗. ฝึกเคลื่อนไหวประกอบเพลง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะช้าราบเรียบนุ่มนวล จังหวะปานกลาง ๘. หาเวลาทากิจกรรมดนตรีร่วมกัน ทั้งในครอบครัวและในสังคม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความรักสามัคคีและความสนุกสนานเพลิดเพลิน ๙. ฝึกการเป็นผู้ฟังที่ดี พูดจาด้วยนำเสียงที่มีคุณภาพเหมือนเสียงดนตรี ความไพเราะ นุ่มนวล ชัดเจน มีความหมายในทางสร้างสรรค์ด้วยกริยาท่าทางที่ดูสุภาพ งดงาม ๑๐. ฝึกร้องเพลงที่ชอบและถนัดบ่อย ๆ เลือกเพลงที่ร้องได้ดีที่สุดและรู้สึกสบายที่สุดเป็นช่วง บันไดเสียงตนเอง จากคีย์หรือบันไดเสียงของเพลงที่เราจะร้องเพื่อนักดนตรีจะได้เล่นให้ตรงคีย์ของเรา เพลง ที่ร้องควรมีเนื้อหาในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ทำให้เกิดอารมณ์เชิงลบ กิจกรรมฝึกส่งความรู้สึกดีดีให้กัน นั่งบนเก้าอี้ หันหน้าไปทางเดียวกัน คนนั่งหน้า นั่งหลับตา เท้าวางติดพื้น มีสติอยู่กับปัจจุบัน คน นั่งข้างหลัง ลืมตา เอื้อมมือทั้งสองวางบนบ่าคนข้างหน้า ลูบหลังคนนั่งข้างหน้าเบา ๆ ช้า ๆ ร้องเพลงคลอ เบา ๆ ส่งใจให้คนข้างหน้ารู้สึกสบาย มีสุขภาพดี ขณะเดียวกัน ตามองตามมือที่ลูบหลังไปเรื่อย ๆ ตั้งสติเอา ใจจรดจ่ออยู่กับการทำนี้ไปเรื่อย ๆ ประมาณ ๓ - ๕ นาที แล้วผลัดกันทำ เทคนิคการร้องเพลงเพื่อสุขภาพ ๑. อยู่ในท่ายืนผ่อนคลาย ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่งเย็นสบายในเวลากลางวัน ๒. ตั้งสติ ทำใจให้ผ่องแผ้ว สูดหายใจลึก ๆ ยาว ๆ ๓. เลือกร้องเพลงที่ชอบ ที่ร้องได้ดี ร้องแล้วเกิดความสุขเพลิดเพลิน ไม่ทำให้ต้องคิดมาก
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๗ ๔. ออกเสียงร้องด้วยจังหวะไม่เร็วมาก ไม่ดังมาก เสียงไม่สูงมาก ๕. ร้องตามสไตล์ของตนเอง ไม่ต้องถูกต้องหรือเหมือนต้นฉบับ ๖. ปัญหาอยู่ที่คนฟัง จึงควรร้องในที่และในเวลาที่เหมาะสม เพลงไร้รักไร้ผล (บทเพลงพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ ๖) เรานี้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง ควรคำนึงถึงชาติศาสนา มีควรให้เสียทีที่เกิดมาในหมู่ประชาชาวไทย แม้ใครตั้งจิตคิดรักตัว จะมัวนอนนิ่งอยู่ไฉน ควรจะร้อนอกร้อนใจ เพื่อให้พรั่งพร้อมทั่วตน ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร เพลง หนึ่งในร้อย (คำร้อง แก้ว อัจฉริยกุล ทำนอง สง่า อารัมภีร์) พราวแพรว อันดวงแก้วแวววาว สดสีงาม หลายหลากมากนามนิยม นิลกาฬมุกดา บุษราคัมคม น่าชมว่างาม เหมาะสมดี เพชรน้ำหนึ่งงามซึ้ง จึงเป็นยอดมณี ผ่องแผ้วสดสี เพชรดีมีหนึ่งในร้อยดวง ความดี คนเรานี่ดีใด ดีน้ำใจที่ให้แก่คน ทั้งปวง อภัยรู้แต่ให้ ไปไม่หวง เจ็บทรวง หน่วงใจให้รู้ทัน รู้กลืนกล้าเลิศล้ำ ความเป็นยอดคน ชื่นชอบตอบผล ร้อยคนมีหนึ่งเท่านั้นเอย เพลงคิดเป็น (เนื้อร้อง/ทำนอง เสาวณีย์ สังฆโสภณ) คิดดี ทำดี อย่างมีสติเข้าไว้ ตัวตนย่อมมีสลาย ปล่อยวางใจกิเลสทั้งปวง น้ำคำ น้ำใจ เปลี่ยนตนให้มีความหมาย ดูกายและใจตนไว้ ชีพสดใสงดงามทั่วกัน *** ธรรมดาทุกคนต้องอยากมี จนหรือมีทุกคนก็อยากดัง แต่จะเป็นหรือตายก็คนละครั้ง ชีพอยู่ยังขอจงหยุดที่เพียงพอ คิดให้ คิดส่วนดี อย่างมีเวทีสร้างสรรค์ ห่วงใยอาทรกัน ร่วมฝ่าฟันขจัดทุกข์ภัย หันมายิ้มให้กัน แบ่งปันสิ่งดี ๆ ไว้ สิทธิฯ ประชาธิปไตย ต้องใส่ใจชาติไทยเจริญ เสาวณีย์ สังฆโสภณ วิทยากรผู้เชียวชาญด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยวิธีดนตรีบำบัด กายภาพบำบัด สติบำบัด และธรรมชาติบำบัด โทรศัพท์ : ๐๘ ๙๘๙๓ ๒๑๖๐ Facebook : เสาวณีย์ สังฆโสภณ ID. Line : Sao 2160 ---------------------------------------------------
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๘ มะเร็งที่รัก อาจารย์ สีนวล เดชพรหม ประธานธรรมานามัย รุ่นที่ ๑๐ ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าทำไมจึงขึ้นหัวเรื่องว่า "มะเร็งที่รัก" เพราะมันทำให้ชีวิตครูรอดตายมาจน อายุ ๗๕ และมีร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีทั้งกายและใจ ปัจจุบันมีคนรู้จักมากมายและมีแฟนคลับ คอยติดตามเป็นชีวิตที่ "สุขเกษียณ" ที่ทุกคนวัยนี้ต้องการ มันเป็นชีวิตที่มีปาฏิหาริย์ที่น้อยคนนักจะได้พบ สิ่งนี้ เดิมรับราชการครูตั้งแต่อายุ ๒๑ เป็นครูที่ขยันจะอยู่แนวหน้าได้ทำทุกอย่างที่ผู้อำนวยการสั่งการ ด้วย ความขยันและมีความตั้งใจจะเป็น "ครูมืออาชีพ" มิใช่มีอาชีพครูเท่านั้นจึงทุ่มเทให้งานอย่างเต็มที่ ประกอบ กับผลการสอนเป็นที่ต้องการของผู้ปกครอง เพราะผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้น จึงเจียดเวลามาสอนนอก เวลาจนได้รับฉายานามว่า "ติวเตอร์มือทอง" เพราะยิ่งสอนคนก็ยิ่งเพิ่มจากปากต่อปากของผู้ปกครอง ดังนั้น จึงต้องนอนดึกขึ้น มีความเครียดโดยครูไม่รู้ตัว โดยนึกว่างานนั่นแหละคือความสุขที่ทำให้เรามีศักยภาพ เหนือเพื่อน ได้รับการยกย่องความไว้วางใจ มีชื่อเสียง และแล้วเงินทองที่มากกว่าเงินเดือนก็ตามมา ก็ยิ่งทำ ให้ลืมดูแลตัวเองไม่มีเวลาได้ออกกำลังกาย ไม่มีเวลาจะทานอาหารที่ครบหมู่เอาสะดวกแค่ให้ "ท้องไม่ว่าง" เท่านั้น ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นอาหารจานเดียว "จานด่วน" สะสมมาหลายปีประกอบกับมี ภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้ "เครียด" โดยไม่รู้ตัวสะสมมาเรื่อย ๆ ทั้งที่มีอาการเตือนมาบ้าง เช่น ปวดศีรษะ เช้ามาก็มีอาการบ้านหมุน ปวดหัวข้างเดียว ท้องผูก เพราะเสียดายเวลาที่ต้องไปเข้าห้องน้ำนานในช่วงสอน การทำงานสอนหนังสือต้องไปแต่เช้าเพื่อเตรียมนักเรียน เล่นดนตรีสดเพลงชาติ และกายบริหารหน้าเสาธง ทำให้ต้องรีบตื่นแต่เช้า ได้ลงชื่อทำงานคนแรกเสมอ ไม่ได้ทานอาหารเช้าเป็นประจำ พอชั่วโมงว่างก็จะแอบ หาของลงท้อง ถ้าไม่มีเวลาก็ทานพักเที่ยงทีเดียวเลย จนเป็นความเคยชิน และเย็นก็ต้องรีบมาสอนพิเศษ หนักกว่านั้นด้วยความดัง ความโลภ ก็รับสอนตามคำขอของผู้ปกครองเพิ่มอีก ๔ รอบ เสาร์อาทิตย์เช้าบ่าย ทำเช่นนี้มา ๒๐ กว่าปีจนวันหนึ่งร่างกายทนไม่ไหว มีอาการปวดท้องอย่างหนักขณะสอนพิเศษภาคค่ำและ ปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว หมอบอกว่า ถ้าคุณมาช้ากว่านี้จะเสียชีวิตได้หมอสั่งเช็คด่วนทุกอย่างเพื่อเตรียม ผ่าตัดในวันนั้น แต่ครูคิดว่าเป็นแค่ลำไส้อุดตันเพราะมีก้อน ๔×๗ ที่ลำไส้และมีอาการเบื่ออาหาร ทำดีท๊อกซ์ จึงจะถ่ายได้ส่วนผมก็เริ่มร่วงแต่คิดว่าเข้าสู่วัยชราอาการก็เป็นแบบนี้เอง เมื่อผลออกมาว่าเป็นมะเร็งระยะ
คู่มือการอบรมธรรมานามัย รุ่นที่ ๒๑ ______________________________________________________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________________________ โครงการธรรมานามัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ๙๙ ๓ ปลายเข้าต่อมน้ำเหลืองไปแล้ว ยอมรับว่าทำใจไม่ได้เพราะมีประสบการณ์ว่าคนเป็นมะเร็งไม่รอด ก็ ตัดสินใจเข้ารับคีโมและศึกษาหาความรู้จากโรคมะเร็ง ก็ได้ค้นพบว่า ไม่ตายทุกคนถ้าดูแลตัวเองอย่างดี ก็ เลยลองสู้ให้ดีที่สุดสุดท้ายค่อยว่ากัน หยุดงานทุกอย่างหันมาดูแลตัวเองตั้งแต่ การทานอาหาร การนอน การ พักผ่อน การออกกำลังกาย สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น อ่านและฟังธรรมะมากขึ้นที่สำคัญได้มาออกกำลังกายก็ ได้พบกลุ่มคนมากมาย จากที่เคยอยู่ในโรงเรียนกับครู ๒๐ กว่าชีวิตในโรงเรียนมาเกือบ ๔๐ ปี ก็ได้มาพบกับ ผู้คนมากมายในการได้ออกกำลังกาย ก็ต้องขอขอบคุณ อาจารย์สายใจ หัวเรืองเมือง ขณะที่รักษาตัวได้ไปอยู่ที่ใหม่หมู่บ้านสหพร หลัง มหิดล ก็ได้มาออกกำลังกายเดินรอบสนามฟุตบอล ทุกเช้า ได้เข้าร่วมทำบุญในหมู่บ้าน ก็แนะนำให้มาเป็น สมาชิก สว.ของศูนย์การแพทย์ที่อยู่ใกล้บ้านลูก เมื่อเป็นสมาชิกก็ได้รับเลือกเป็นประธานคนแรกของ สว.ที่นี่ ในบุคลิกที่ดูแล้วน่าจะเป็นผู้นำได้ดี เพราะตอนเข้าไปใหม่ ๆ สมาชิกมีแค่สวดมนต์ กิจกรรมยืดเหยียดสัก ชั่วโมงแล้วกลับบ้าน จึงคิดว่าน่าจะมีกิจกรรมเสริมให้มากกว่านี้เพราะเสียเวลามาแล้ว จึงได้จัดกายบริหาร รำวง ไม้พลองและลีลาศเพิ่มขึ้น จัดให้มีโชว์กิจกรรมของ สว.ตามที่ต่าง ๆ และเริ่มมีรายการทีวีมาถ่ายทำ สมาชิกก็เพิ่มเป็น ๕๐๐ กว่าคนจากที่ครูเข้าไปเป็นสมาชิกมีแค่ ๘๓ คน ในช่วงนั้นได้มีโอกาสเข้ามาอบรม ธรรมานามัย รุ่นที่ ๑๐ คุณหมอพล หิรัณยศิริ ได้สนับสนุนให้ลงเลือกประธาน ได้ปฏิเสธการลงเลือกเป็น ประธานเพราะยังอยู่ในการรักษามะเร็งอยู่ในขณะนั้น หลังจากได้ฟังการบรรยายของคุณหมอพงษ์ศักดิ์ เกี่ยวกับรัชกาลที่ ๙ ก็เลยตัดสินใจลงเข้ารับการเลือกตั้งจึงได้มาเป็นประธานรุ่น ๑๐ เมื่อครบวาระของการ เป็นประธาน สว.ที่ศูนย์การแพทย์มหิดล ก็ตัดสินใจมาทำเรื่องที่ประชุมกันที่อยากให้สมาชิกกลับมาทำ กิจกรรมที่มูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่องซึ่งในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๙ ครูได้รับเกียรติเป็นบุคคลแบบอย่างจาก มูลนิธิฯ ก็เลยเป็นพลังให้คิดงานนี้ขึ้นโดยไดัรับการสนับสนุนจากคุณพิเชฐ และคุณสมจิตต์ มุจลินทังกูร และ คณะกรรมการทางมูลนิธิฯ ซึ่งมีความเห็นว่า น่าจะมีกิจกรรมหลังการอบรมเพื่อให้สมาชิกได้กลับมาที่ มูลนิธิฯ บ้าง เพราะทุกรุ่นอบรมแล้วไม่กลับมาแม้กระทั่งประธานรุ่นก็หายไปเพราะไม่มีกิจกรรมต่อเนื่อง ตามที่ได้อบรมไป ครูจึงมาวิเคราะห์กิจกรรมที่ให้ต่อเนื่องจากการที่อบรมไปให้ตรงกับการที่ สว.จะมีชีวิตตาม "ธรรมานามัยชน" ตามที่อบรมไป เน้น กาย ใจ และการใช้ชีวิตให้มีสุขภาพกาย ใจที่ดี ได้แสดงศักยภาพที่ ตนเองถนัดแต่ขาดโอกาส มีการพบปะเพื่อนในวัยเดียวกัน มีการประสานกันในรุ่น มาพบปะเพื่อสร้าง กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับมูลนิธิฯ ของแต่ละรุ่น จึงคิดก่อตั้ง "พฤหัสหรรษา" ขึ้นโดยครูเองเป็นผู้จัดหา กรรมการและวิทยากรที่มีความสามารถและตรงตามหลักสูตรที่ได้อบรมไปให้มีกิจกรรมต่อเนื่องตามที่มูลนิธิ ฯ ต้องการ และผลออกมาเป็นที่น่าพอใจมีสมาชิกมาร่วมกิจกรรมจนทำให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ มากมายใน มูลนิธิฯ สมาชิกมีความสนใจในกิจกรรมที่ทางมูลนิธิฯ จัดมากขึ้น กิจกรรมที่ทางพฤหัสฯ จัดให้ทางกายให้