แผนการจดั การเรียนรู้
วิชาคณิตศาสตร์
1ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี
จัดทาโดย
นางสาวกุณฑลี โคนโท รหสั นกั ศึกษา 6321159004
เลขที่ 13 สาขาการวัดประเมินและวจิ ัยทางการศกึ ษา
รายงาน
เรือ่ ง แผนการจดั การเรียนรู้
รายวชิ าคณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 รหสั วิชา ค15101
สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
เสนอ
อาจารย์ ผศ.ดร.พัชรภี รณ์ บางเขยี ว
จดั ทาโดย
นางสาวกณุ ฑลี โคนโท
รหัสนกั ศกึ ษา 6321159004 เลขท่ี 13 หม่เู รยี น D5
สาขาการวดั ประเมนิ และวจิ ัยทางการศึกษา ( คบ.4ปี) คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั บ้านสมเด็จเจา้ พระยา
รายงานฉบับนี้เปน็ ส่วนหนึง่ ของการศึกษารายวชิ า วิทยาการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
ก
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนงึ่ ของการศึกษารายวชิ า วิทยาการจัดการเรยี นรู้ ซึง่ เนอื้ หา
ภายในแผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จัดขึ้นเพื่อเป็นแนวทาง
ในการจดั การเรียนการสอนที่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั ตามหลักสตู รแกนแกนกลางการศกึ ษาขนั้
พ้นื ฐานพทุ ธศักราช 2551
แผนการจัดการเรยี นร้เู ลม่ น้ี ประกอบไปดว้ ย แผนการจดั การเรยี นรู้รายปี และ
แผนการจัดการเรยี นรรู้ ายหน่วย มีทั้งหมด 2 หน่วย ไดแ้ ก่ หน่วยที่ 1 จานวนนับ 1 ถงึ 10 และ
0 และหน่วยที่ 2 รปู เรขาคณิตและแบบรปู
ผจู้ ดั ทาหวังวา่ รายงานเลม่ นจี้ ะเป็นส่งิ ทมี่ อบให้ท้งั ความรู้ และวิธีการทจี่ ะนาไป
ประยุกตใ์ ช้ได้ และเกิดประโยชนแ์ ก่ผู้ทศ่ี กึ ษาและผอู้ ่านทกุ ทา่ น หากมิข้อผิดพลาดประการใด
ผู้จัดทาน้อมรับทกุ คาติชมของผทู้ ่ีสนใจหรือผอู้ า่ น เพ่ือนามาปรับปรุงในครงั้ ตอ่ ไป
กณุ ฑลี โคนโท
1 ธันวาคม 2565
สำรบัญ ข
หน่วยท่ี หน้ำ
คานา ก
สารบญั ข
แผนการจัดการเรียนรู้รายปี 1
คาอธิบายรายวชิ า 5
โครงสรา้ งตารางแผนรายปี 6
แผนการจัดการเรยี นรู้ 1 9
แผนการจดั การเรยี นรู้ 2 44
บรรณานกุ รม 60
1
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้รำยปี
กลมุ่ สำระกำรเรียนรูค้ ณติ ศำสตร์ รำยวชิ ำพื้นฐำน
ช้ัน ประถมศกึ ษำปีที่1 ภำคเรยี นท่ี 1 ปีกำรศึกษำ 2565 เวลำ 200 ชวั่ โมง
ครผู สู้ อน นำงสำวกุณฑลี โคนโท
1. มำตรฐำนกำรเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั
สำระท่ี 1 จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวน ผลท่เี กดิ ข้ึนจากการดาเนนิ การสมบตั ิของการดาเนินการและนาไปใช้
ค 1.1 ป.1/1 บอกจานวนของส่งิ ต่างๆแสดงส่งิ ต่างๆตามจานวนที่กาหนด อ่านและ
เขียนตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ ตวั เลขไทยแสดงจานวนนับไมเ่ กิน100และ0
ค 1.1 ป.1/2 เปรียบเทยี บจานวนนับไมเ่ กนิ 100และ0โดยใช้เครือ่ งหมาย = ≠ > <
ค 1.1 ป.1/3 เรยี งลาดับจานวนนับไม่เกนิ 100และ0ต้ังแต่3ถึง5จานวน
ค 1.1 ป.1/4 หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยค
สัญลกั ษณ์แสดงการลบของจานวนนับไมเ่ กิน100และ0
ค 1.1 ป.1/5 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบของ
จานวนนับไมเ่ กนิ 100และ0
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจและวิเคราะหแ์ บบรูปความสัมพันธฟ์ งั กช์ ันลาดับและอนุกรมและนาไปใช้
ค 1.2 ป.1/1 ระบุจานวนที่หายไปในแบบรปู ของจานวนทเี่ พ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละ1และ
ทลี ะ10และระบรุ ปู ทห่ี ายไปในแบบรปู ซ้าของรปู เรขาคณติ และรูปอืน่ ๆที่สมาชกิ ในแต่
ละชดุ ทซี่ า้ ม2ี รูป
สำระท่ี 2 กำรวดั และเรขำคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกีย่ วกับการวดั และคาดคะเนขนาดของส่งิ ทีต่ อ้ งการวัดและนาไปใช้
ค 2.1 ป.1/1 วดั และเปรียบเทียบความยาวเปน็ เซนติเมตรเป็นเมตร
ค 2.1 ป.1/2 วัดและเปรียบเทียบนา้ หนกั เป็นกโิ ลกรัมเป็นขีด
มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณติ สมบัตขิ องรูปเรขาคณิตความสมั พนั ธร์ ะหว่างรูป
เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ค 2.2 ป.1/1 จาแนกรูปสามเหลยี่ มรปู ส่เี หล่ียมวงกลมวงรีทรงสเี่ หลีย่ มมุมฉากทรง
กลมทรงกระบอกและกรวย
2
สำระท่ี 3 สถติ แิ ละควำมนำ่ จะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิและใช้ความรทู้ างสถิตใิ นการแกป้ ัญหา
ค 3.1 ป.1/1 ใชข้ ้อมลู จากแผนภูมริ ูปภาพในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเมื่อ
กาหนดรปู 1รปู แทน1หนว่ ย
2. จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
สำระที่ 1 จำนวนและพชี คณติ
1.1 อธบิ ายหลักการอา่ นตวั เลขฮินดอู ารบกิ ตวั เลขไทยแสดงจานวนนับ 1 ถงึ 10 และ 0 ได้ (K)
1.2 อ่านและเขียนตวั เลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับ 1 ถึง 10 และ 0
ไดถ้ กู ตอ้ ง (P)
1.3 รับผิดชอบต่อหนา้ ที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
2.1เปรียบเทียบจานวน 1 ถึง 10 และ 0 ว่ามีค่าเท่ากันหรือไม่เท่ากันและมีค่ามากกว่าหรือน้อย
กวา่ ได้ (K)
2.2 เขียนเรียงลาดับจานวน 1 ถึง 10 และ 0 จากน้อยไปหามากและจากมากไปหาน้อยได้ถูกต้อง
(P)
2.3 รับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย (A)
3.1 นกั เรยี นสามารถบอกเรยี งลาดบั จานวนนบั ไมเ่ กนิ 100 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถงึ 5 จานวนได้ (K)
3.2 นกั เรยี นสามารถเขยี นลาดบั จานวนนบั ไมเ่ กนิ 100 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถงึ 5 จานวนได้ (P)
3.3 นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการเรียงลาดับจานวนนับไม่เกิน 100 และ 0 ตั้งแต่ 3 ถึง 5 จานวน
(A)
4.1 นักเรียนสามารถอธิบายหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและ
ประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับไม่เกิน 100 และ 0 ได้ (K)
4.2 นักเรียนสามรถแสดงวิธีการหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและ
ประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนบั ไม่เกนิ 100 และ 0 ได้ (P)
5.1 นักเรียนสามารถบอกวิธีการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการ
ลบของจานวนนับไม่เกนิ 100 และ 0 ได้ (K)
5.2 นักเรียนสามารถแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบของ
จานวนนบั ไมเ่ กนิ 100 และ 0 ได้ (P)
5.3นักเรียนมีความมุ่งม่ันในการแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการ
ลบของจานวนนับไม่เกนิ 100 และ 0 (A)
3
สำระที่ 2 กำรวัดและเรขำคณิต
1.1นักเรียนสามารถอธบิ ายการระบุจานวนที่หายไปในแบบรูปของจานวนท่ีเพ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละ
1 และทีละ 10 และระบุรูปท่หี ายไปในแบบรูปซา้ ของรปู เลขาคณิตและรปู อ่นื ๆท่ีสมาชิกในแต่ละชุดทซ่ี ้ามี 2
รูปได้ (K)
1.2นักเรียนสามารถระบุจานวนท่ีหายไปในแบบรูปของจานวนที่เพ่มิ ขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ
10 และระบรุ ปู ทหี่ ายไปในแบบรูปซ้าของรปู เลขาคณติ และรปู อื่นๆท่ีสมาชิกในแต่ละชดุ ทซี่ ้ามี 2 รูปได้ (P)
1.3 นกั เรียนมคี วามมุ่งมน่ั ในการระบุจานวนทหี่ ายไปในแบบรูปของจานวนท่ีเพมิ่ ข้ึนหรอื ลดลงทลี ะ
1 และทีละ 10 และระบุรูปที่หายไปในแบบรูปซ้าของรูปเลขาคณติ และรปู อื่นๆท่ีสมาชิกในแต่ละชดุ ทีซ่ ้ามี 2
รูป (A)
2.1นกั เรยี นสามารถวดั และเปรยี บเทยี บความยาวเปน็ เซนตเิ มตรเปน็ เมตรได้ (K)
2.2 นกั เรยี นมคี วามรบั ผิดชอบในการทางาน(A)
3.1 นกั เรยี นสามารถวดั และเปรยี บเทยี บนา้ หนกั เปน็ กโิ ลกรมั เปน็ ขดี ได้ (K)
3.2 นกั เรยี นมีความรบั ผดิ ชอบ (A)
4.1 นักเรียนสามารถจาแนกรูปสามเหล่ียม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก ทรงกลม
ทรงกระบอก และกรวย (K)
4.2นักเรียนสามารถนาการจาแนกรูปสามเหลี่ยม รูปส่ีเหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก
ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้ (P)
4.3นักเรียนมีความมุ่งม่ันในจาแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหล่ียม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก
ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย (A)
สำระท่ี 3 สถติ แิ ละควำมนำ่ จะเป็น
1.1 นักเรียนสามารถอธิบายการใช้ข้อมูลจากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเม่ือ
กาหนดรปู 1 รปู แทน 1 หน่วย (K)
1.2 นักเรียนสามารถ แสดงวิธีการใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
เม่ือกาหนด 1 รูปแทน 1 หน่วย (P)
1.3 นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเม่ือ
กาหนดรปู 1 รปู แทน 1 หน่วย (A)
สำระสำคญั
คณิตศาสตรม์ บี ทบาทสาคญั ตอ่ การพฒั นาความคิดของนกั เรียนในชว่ งชั้นที่ 2 ช่วยให้นกั เรียนคิด
วเิ คราะห์ สังเคราะห์ และตดั สินใจแก้ปญั หาได้อย่างเหมาะสม มีวิจารณญาณบนหลกั เหตผุ ลอย่างรอบด้าน
4
รเู้ ท่ากนั การเปล่ยี นแปลงทางสงั คม สิง่ แวดล้อม และเทคโนโลยี การจัดประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ าง
คณติ ศาสตรใ์ หก้ ับนักเรียนจะส่งผลให้นกั เรียนมคี วามสามารถในการคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล
เป็นระบบ มีแบบแผน สือ่ สาร นาเสนอ เลอื กใช้เคร่ืองมอื หรือเทคโนโลยตี ่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
นอกจากน้ีคณติ ศาสตร์ยังเปน็ เครือ่ งมอื ในการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตรอ์ ่ืน ๆ
เพือ่ ใหม้ ีความเขา้ ใจเกยี่ วกบั ปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ รอบตัว สามารถแก้ปญั หาในชวี ติ จริง อยู่รว่ มกับธรรมชาติ
และผู้อ่ืนในสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ
สำระกำรเรยี นรู้
- จานวนนบั 1 ถงึ 100 และ 0 .
- การนบั ทีละ ๑ และทลี ะ ๑๐
- การอา่ นและการเขียนตวั เลขฮินดอู ารบกิ ตัวเลขไทยแสดงจานวน
- การบอกอนั ดับท่ี
- หลักคา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั และการเขยี นตัวเลขแสดงจานวนในรปู กระจาย
- การเปรียบเทียบจานวนและการใชเ้ ครือ่ งหมาย = + > <
- การเรยี งลาดบั จานวน
- การบวก การลบ จานวนนับ 1 ถงึ 100 และ 0
- ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การหาผลบวก การหาผลลบและความสมั พันธ์
ของการบวกและการลบ
- การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก โจทยป์ ญั หาการลบ และการสร้างโจทย์ปัญหาพรอ้ มทั้งหาคาตอบ
- แบบรปู ของจานวนที่เพม่ิ ขึ้นหรือลดลงทีละ ๑ และทีละ ๑๐
- แบบรูปซา้ ของจานวน รูปเรขาคณติ และรปู อื่น ๆ
- การวดั ความยาวโดยใชห้ น่วยท่ีไม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน
- การวัดความยาวเปน็ เชนตเิ มตร เปน็ เมตร
- การเปรยี บเทยี บความยาวเป็นเซนตเิ มตรเป็นเมตร
- การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก การลบเกี่ยวกบั ความยาวทม่ี หี น่วยเป็นเชนติเมตร เปน็ เมตร
- การวดั น้าหนักโดยใชห้ น่วยท่ีไมใ่ ชห่ น่วยมาตรฐานการวดั น้าหนกั เปน็ กิโลกรมั เปน็ ขีด
- การเปรียบเทยี บนา้ หนกั เป็นกโิ ลกรมั เปน็ ขดี
- การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก การลบเก่ยี วกับนา้ หนักที่มหี น่วยเปน็ กโิ ลกรมั เปน็ ขดี
-การอ่านแผนภมู ริ ปู ภาพ
5
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ คณติ ศำสตร์
รำยวิชำพ้นื ฐำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ คณติ ศำสตร์
ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 1 เวลำ 200 ชวั่ โมง
ศกึ ษาการอา่ นและการเขียนตวั เลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจานวนนบั 1 ถงึ 100 และ
0 การแสดงจานวนไมเ่ กนิ 20 ในรปู ความสมั พันธ์ของจานวนแบบสว่ นย่อย-ส่วนรวม การบอกอันดับที่ หลัก ค่า
ประจาหลักและค่าของเลขโดดในแตล่ ะหลกั การเขยี นตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การเปรยี บเทยี บจานวนนบั
1 ถึง 100 และ 0 โดยใช้เครือ่ งหมาย = ≠ > < การเรียงลาดับจานวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 ตง้ั แต่ 3 ถงึ 5 จานวน
ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การหาผลบวก การหาผลลบ การหาตัวไมท่ ราบคา่ ในประโยค
สญั ลกั ษณ์ โจทย์ปญั หาการบวก โจทยป์ ัญหาการลบ การสร้างโจทย์ปญั หา รปู เรขาคณติ สองมติ ิ และรปู เรขาคณิต
สามมิติ แบบรปู ของจานวนท่ีเพิ่มขน้ึ หรือลดลงทลี ะ 1 ทลี ะ 10 แบบรปู ซาของจานวน รูปเรขาคณติ และรูปอ่ืนๆ
การวัดความยาวโดยใช้หนว่ ยทีไ่ มใ่ ช้หนว่ ยมาตรฐาน การวัดและเปรียบเทยี บความยาวเป็นเซนตเิ มตร เปน็ เมตร
โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับความยาวท่มี หี นว่ ยเปน็ เซนติเมตร เปน็ เมตร การวัดนา้ หนักโดยใช้หน่วยทีไ่ มใ่ ชห้ น่วยมาตรฐาน
การวดั และเปรยี บเทียบน้าหนกั เป็นกิโลกรัม เป็นขดี โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับน้าหนักท่ีมีหนว่ ยเป็นกโิ ลกรัม เปน็ ขดี การ
อา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ
การจดั ประสบการณ์หรือสร้างสถานการณท์ ใ่ี กล้ตวั ผเู้ รียนได้ศกึ ษา ค้นควา้ ฝกึ ทักษะ โดยการปฏบิ ตั ิจริง
ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อ พัฒนาทกั ษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การส่อื
ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทกั ษะและกระบวนการทีไ่ ดไ้ ปใชใ้ นการ
เรยี นร้สู งิ่ ตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ เพอ่ื ให้เหน็ คณุ ค่าและมีเจตคตทิ ี่ดีต่อคณิตศาสตร์
สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มรี ะเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์
และมคี วามเชอื่ มัน่ ในตนเอง
เพ่ือให้ผเู้ รียนได้ศึกษา พัฒนาทักษะกระบวนการในการคดิ คานวณ การแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล การส่อื
ความหมายทางคณติ ศาสตร์ ไปใช้ในชีวิตประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์ เห็นคณุ ค่าและมเี จตคติที่ดตี อ่ คณิตศาสตร์
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และเชอื่ มนั่ ในตนเอง
ตัวชี้วัด
ค. 1.1 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4 ป.1/5
ค. 1.2 ป.1/1
ค. 2.1 ป.1/1 ป.1/2
ค. 2.2 ป.1/1
ค. 3.1 ป.1/1
รวม 10 ตวั ชว้ี ดั
6
โครงสร้ำงรำยวชิ ำ
รำยวชิ ำ คณิตศำสตร์ รหัสวชิ ำ ค15101 กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ คณิตศำสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษำปีท่ี 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2565
ช่อื หน่วยกำรเรยี นรู้ จำนวน 200 ชั่วโมง/ 5.0 หนว่ ยกิต
หนว่ ยที่
มำตรฐำน เวลำ(ช่วั โมง)
กำรเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั
1 จำนวนนบั 1 ถึง 10 และ 0 ค.1.1 ป.1/1 21
ค.1.1 ป.1/2
ค.1.1 ป.1/3
1.1 การอ่านและการเขยี นจานวนนับ1-10และ0 ค.1.1 ป.1/1 8
1.2 การเปรยี บเทียบจานวน ค.1.1 ป.1/2 7
1.3 การเรยี งลาดับจานวน
2 รปู เรขำคณิตและแบบรปู ค.1.1 ป.1/3 6
2.1 การเรยี กช่ือรูปเรขาคณิต
ค 2.2 ป.1/1 16
ค 2.2 ป.1/1 4
2.2 รปู เรขาคณิตสองมิติ ค 2.2 ป.1/1 4
4
2.3 รูปเรขาคณติ สามมิติ ค 2.2 ป.1/1 4
43
2.4 แบบรปู ของรูปเรขาคณิต ค 2.2 ป.1/1
4
3 จำนวนนับไมเ่ กนิ 20 ค.1.1 ป.1/1 4
4
ค.1.1 ป.1/2 6
6
ค.1.1 ป.1/3 6
6
ค 1.1 ป.1/4 7
ค 1.1 ป.1/5
3.1 การเขียนและการอา่ นจานวนไม่เกิน20 ค.1.1 ป.1/1
3.2 การเรยี งลาดับจานวนการเขยี นจานวนในรูปกระจาย ค.1.1 ป.1/2
3.3 การเขียนจานวนในรูปกระจายการเปรียบเทียบจานวน ค.1.1 ป.1/3
3.4 การบวกจานวนสองจานวนทม่ี ผี ลบวกไม่เกนิ 20 ค 1.1 ป.1/4
3.5 การบวกโดยการนับเพิม่ การบวกโดยบวกให้ครบสิบการบวกโดยวธิ ีอน่ื ๆ ค.1.1 ป.1/3
3.6 การลบจานวนสองจานวนท่ีมีตัวตงั้ ไม่เกิน20 ค 1.1 ป.1/4
3.7 การลบโดยการนับลดการลบจานวนในหลกั หน่วยการลบโดยวิธอี ่ืนๆ ค.1.1 ป.1/3
3.8 การเขียนประโยคสญั ลักษณ์ การแกโ้ จทยป์ ัญหาการสรา้ งโจทย์ปัญหาของ ค1.1ป.1/5
การบวกลบจานวนนบั ไม่เกนิ 20
กำรวัดควำมยำว กำรวดั น้ำหนัก ค 2.1 ป.1/1 7
ค 2.1 ป.1/2
การวัดความยาวโดยใช้หน่วยทีเ่ ปน็ หน่วยมาตรฐาน ค 2.1 ป.1/1 38
การวดั ความยาวโดยใชห้ น่วยทไ่ี มใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐาน ค 2.1 ป.1/1
การเปรยี บเทียบความยาว ค 2.1 ป.1/1 4
6.5 การแกโ้ จทยป์ ัญหาการวดั ความยาว ค 2.1 ป.1/1 4
การวัดความยาวโดยใช้หน่วยที่เป็นหนว่ ยมาตรฐาน ค 2.1 ป.1/2 5
การวัดน้าหนักโดยใชห้ นว่ ยท่ไี ม่ใชห่ น่วยมาตรฐาน ค 2.1 ป.1/2 6
การเปรียบเทยี บและการเรียงลาดับนา้ หนัก ค 2.1 ป.1/2 4
การแก้โจทย์ปญั หาการวดั น้าหนัก ค 2.1 ป.1/2 4
จำนวนนับไมเ่ กิน40 ค1.1 ป.1/1 5
ค1.1 ป.1/2 6
การเขยี นและการอา่ นจานวนนบั ไมเ่ กิน40 ค1.1 ป.1/3 36
การเปรยี บเทยี บและเรยี งลาดบั จานวนไมเ่ กิน100 ค1.1 ป.1/4
ค1.1 ป.1/5 4
หลกั และค่าของเลขโดดในหลักหน่วยและหลกั สิบ ค1.2 ป.1/1 6
การบวกและการลบจานวนที่มีผลลพั ธไ์ ม่เกิน40 ค1.1 ป.1/1
การหาผลบวกของจานวน ท่มี ผี ลบวกไม่เกิน40 ค 1.1 ป.1/2 6
การหาผลลบของจานวน ทมี่ ผี ลลบไมเ่ กิน40 ค 1.1 ป.1/3 6
การสร้างโจทยป์ ญั หาการแก้โจทยป์ ญั หา ค 1.2 ป.1/1 6
จำนวนนับไม่เกิน 100 ค 1.1 ป.1/4 6
ค 1.1 ป.1/4 8
จานวนนบั ไมเ่ กิน100 ค 1.1 ป.1/4 36
ค 1.1 ป.1/5
ค1.1 ป.1/1 6
ค1.1 ป.1/2
ค1.1 ป.1/3
ค1.1 ป.1/4
ค1.1 ป.1/5
ค1.2 ป.1/1
ค1.1 ป.1/1
การเปรยี บเทยี บและเรยี งลาดบั จานวนไม่เกิน100 ค 1.1 ป.1/2 8
ค 1.1 ป.1/3
แบบรูปของจานวนนับ ค 1.2 ป.1/1 6
การบวกจานวนที่มผี ลลัพธ์ไมเ่ กนิ 100 ค 1.1 ป.1/4
การลบจานวนท่ีมีผลลพั ธไ์ มเ่ กนิ 100 ค 1.1 ป.1/4 6
การสร้างโจทยป์ ญั หาการแก้โจทย์ปัญหา ค 1.1 ป.1/5 5
แผนภมู ิรูปภำพ ค 3.1 ป.1/1 5
การอ่านแผนภมู ิรูปภาพ 8
องค์ประกอบของแผนภมู ิรูปภาพ ค 3.1 ป.1/1 10
6
รวม ค 3.1 ป.1/1 4
200
9
แผนการจัดการเรียนรู้ท1ี่
จานวนนบั 1 ถงึ 10
และ 0
10
แผนกำรจัดกำรเรียนร1ู้
สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ รายวิชาพนื้ ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่1ี ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ ง จำนวนนับ 1 ถงึ 10 และ 0 เวลา 21 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด
ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลทเี่ กดิ ข้นึ จาก
การดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ค 1.1 ป.1/1 บอกจานวนของส่ิงตา่ งๆ แสดงสง่ิ ต่างๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อา่ นและเขยี นตัวเลขฮนิ ดู-
อารบกิ ตัวเลขไทยแสดงจานวนนบั ไมเ่ กนิ 100 และ 0
ป.1/2 เปรียบเทียบจานวนนับไมเ่ กิน 100 และ 0 โดยใช้เครื่องหมาย = ≠ > <
ป.1/3 เรียงลาดบั จานวนนับไมเ่ กิน 100 และ 0 ตงั้ แต่ 3 ถึง 5 จานวน
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
1.1 อธิบายหลักการอา่ นตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทยแสดงจานวนนบั 1 ถึง 10 และ 0 ได้ (K)
1.2 อา่ นและเขียนตัวเลขฮินดอู ารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสอื แสดงจานวนนบั 1 ถึง 10 และ 0 ได้
ถูกตอ้ ง (P)
1.3 รับผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
2.1 เปรยี บเทียบจานวน 1 ถงึ 10 และ 0 วา่ มคี า่ เท่ากนั หรือไม่เท่ากันและมคี า่ มากกว่าหรือนอ้ ยกว่าได้ (K)
2.2 เขยี นเรยี งลาดับจานวน 1 ถงึ 10 และ 0 จากน้อยไปหามากและจากมากไปหาน้อยได้ถูกต้อง (P)
3.1 อธิบายการเรยี งลาดับจานวน 1 ถงึ 10 และ 0 จากนอ้ ยไปมาก และจากมากไปน้อยได้ (K)
3.2 เขยี นเรยี งลาดบั จานวน 1 ถงึ 10 และ 0 จากน้อยไปมาก และจากมากไปน้อยไดถ้ ูกต้อง (P)
3. สำระสำคญั
ปรมิ าณของสิง่ ของหรือจานวนนบั 1 ถึง 10 และ 0 สามารถเขยี นแสดงจานวนเป็นตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ
ตัวเลขไทย และสามารถแสดงจานวนนับไมเ่ กิน 10 ในรูปความสัมพันธ์ของจานวนแบบส่วนย่อยและ
ส่วนรวมได้ จานวนนบั 1 ถึง 10 และ 0 สามารถนามาเปรียบเทียบโดยใชเ้ ครือ่ งหมาย = ≠ > < การ
เรยี งลาดับจานวนจะเรยี งจากนอ้ ยไปมากและมากไปน้อย และยงั สามารถใช้ตัวเลขบอกอนั ดับท่ไี ด้
11
4. สำระกำรเรยี นรู้
1) การอ่านและการเขียนตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ ตัวเลขไทยแสดงจานวน
2) การเปรียบเทียบจานวนและการใชเ้ ครอื่ งหมาย = ≠ > <
3) การเรยี งลาดบั จานวน
5 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น (เฉพำะทเี่ กดิ ในหนว่ ยกำรเรยี นรู้น้ี)
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
1. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สู่การพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น)
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการ เขียน (Writing)
ทักษะการ คดิ คานวณ (Arithmetic)
ทกั ษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and problem
solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้าน การสอ่ื สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทันส่อื (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผนู้ า (Leadership)
12
7. ชิ้นงำนหรอื ภำระงำน ( หลกั ฐำน / รอ่ งรอยแสดงควำมรู้ )
ผลงานสมุดเลม่ เล็กจานวน 1 ถึง 10 และ 0
8. กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้
เร่ือง จำนวนนบั 1 ถึง 10 และ 0 จำนวน 21 ชว่ั โมง
หนว่ ยที่ 1 กำรอ่ำนและกำรเขยี นจำนวนนับ 1-10 และ 0 จำนวน 8 ช่ัวโมง
ใช้วิธสี อนกำรสอนแบบสำธติ (Demonstration Method)
ขนั้ นำส่เู ข้ำบทเรียน
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และให้นักเรียนช่วยกันนับจานวนของส่ิงของชนิดต่าง ๆ ในหนังสือ
เรียนแม่บทมาตรฐาน คณติ ศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 จานวนนับไมเ่ กิน 10 และ 0 หน้า 2-3
2. ครหู ยบิ บตั รตวั เลขข้ึนมาแล้วให้นกั เรียนบอกวา่ เปน็ ตวั เลขอะไร และใชแ้ สดงจานวนใด
3. ครูหยิบสิง่ ของต่าง ๆ ในหอ้ งเรยี น เช่น ดินสอ ยางลบ สมดุ ขน้ึ มา เพอื่ ให้นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบ
ว่า ส่งิ ของน้ัน ๆ มจี านวนเท่าใด จากน้นั ครบู อกนกั เรยี นวา่ เราจะเรยี นเกีย่ วกบั การอา่ นและการเขยี น
ตวั เลขฮนิ ดอู ารบิก ตวั เลขไทย และตัวหนงั สือแสดง จานวนนบั 1 ถงึ 10 และ 0
ขัน้ สอน
1. ครูให้นกั เรยี นฝกึ อ่านจานวนนับ 1-10 และ 0 ในหนังสอื เรียนแมบ่ ทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1
เล่ม 1 หนา้ 4-5 พรอ้ มกนั โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง จากน้ันครใู หน้ กั เรยี นอ่านยอ้ นกลบั จาก 10 ถงึ 0
อกี ครงั้
2. ครใู หน้ ักเรียนสงั เกตวธิ ีการเขยี นตวั เลขฮินดอู ารบกิ และตัวเลขไทยในหนังสือเรยี นแมบ่ ท
มาตรฐาน คณติ ศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 4-5 จากนัน้ ครูถามคาถามนักเรยี น ดังนี้
- การเขยี นตวั เลขฮินดูอารบกิ และตวั เลขไทย นักเรียนจะเรม่ิ ต้นเขียนทีต่ วั เลขใด
- การเขยี นตวั เลขฮนิ ดูอารบิกและตวั เลขไทยแต่ละตัว จะเร่มิ ลากเสน้ ไปทศิ ทางใด
3. ครูตดิ บัตรตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ 1–10 และ 0 บนกระดาน จากน้นั ครูสาธติ การเขียนตัวเลขฮนิ ดอู า
รบกิ 1–10 และ 0 ให้นกั เรยี นดูอย่างช้า ๆ
13
4. ครูติดบัตรตัวเลขไทย ๑–๑๐ และ ๐ บนกระดาน จากน้ันครูสาธิตการเขียนตัวเลขไทย ๑–๑๐
และ ๐ ให้นักเรยี นดูอยา่ งช้า ๆ
5. ครใู หน้ ักเรียนเขยี นตัวเลขฮนิ ดอู ารบิก 0–5 และตัวเลขไทย ๐–๕ ลงสมุด โดยครตู รวจสอบความ
ถูกตอ้ งเป็นรายบคุ คล พร้อมอธบิ ายและแนะนาเพิ่มเติมให้กับนักเรียนท่ียังเขียนไม่ถูกตอ้ ง
6. ครูสาธติ การเขียนตัวหนังสือจานวน หน่ึง ถึง ห้า และ ศูนย์ บนกระดานประกอบกับตัวเลขไทย
และตัวเลขฮินดอู ารบกิ เพือ่ ใหน้ ักเรียนสามารถเขยี นตวั เลขได้ถกู ตอ้ ง
7. ครูสุ่มนักเรียนออกมาเขียนตัวเลขฮินดูอารบกิ ตามตัวอย่างบนกระดานจนครบจากตัวเลข 1-5
และ 0 โดยก่อนท่ีจะเขียนครูถามนักเรียนวา่ ตัวเลขนี้อ่านวา่ อะไร แทนจานวนอะไร จากนั้นให้นักเรียนเขียน
ตัวเลขและตวั หนงั สือตามแบบโดยมีนักเรยี นทเ่ี หลอื คอยตรวจสอบความถูกต้องและครูคอยให้คาแนะนา
8. ครูให้นกั เรยี นทาใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง การเขียนตวั เลขแสดงจานวน 1 ถงึ 5 และ 0
9. ครูทบทวนการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวน 6-9 ท่ีเรียนไป
ในชั่วโมงท่ีแล้ว โดยให้นักเรียนออกมาเขียนตัวเลขบนกระดาน ให้นักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูก
ต้อง
10. ครูติดบัตรตัวเลขฮินดูอารบิก 6–9 และบัตรตัวเลขไทย ๖–๙ บนกระดาน พร้อมท้ังสาธิตการ
เขียนตัวเลขฮินดูอารบิก 6–9 และตัวเลขไทย ๖–๙ ให้นักเรียนดูอย่างช้า ๆ พร้อมทั้งแสดงทิศทางลูกศรใน
การเขียนให้ถกู ตอ้ ง
11. ครูให้นักเรียนเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก 6–9 และตัวเลขไทย ๖–๙ ลงสมุด โดยครูตรวจสอบ
ความถกู ต้องเป็นรายบุคคล พรอ้ มอธิบายและแนะนาเพ่ิมเติมให้กบั นกั เรียนทีย่ ังเขียนไม่ถูกต้อง
12. ครสู าธติ การเขียนตัวหนังสือจานวน หก ถึง เกา้ บนกระดานประกอบกับตวั เลขไทยและตวั เลข
ฮินดอู ารบกิ เพอ่ื ให้นกั เรยี นได้เข้าใจจานวนมากย่ิงขึน้
13. ครูสุ่มนักเรียนออกมาเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกตามตวั อย่างบนกระดานจนครบจากตัวเลข 6-9
โดยก่อนท่ีจะเขียนครูถามนักเรียนว่า ตัวเลขนี้อ่านว่าอะไร แทนจานวนอะไร จากน้ันให้นักเรียนเขียนตัวเลข
ตามแบบ และตวั หนงั สอื โดยมนี ักเรยี นท่ีเหลอื คอยตรวจสอบความถกู ต้องและครคู อยให้คาแนะนา
14. ครใู ห้นักเรียนทาใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง การเขยี นตัวเลขแสดงจานวน 6 ถงึ 10
15. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) ทากิจกรรม
Let’s Have Fun! “Play and Learn” ในหนังสอื เรยี นแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หนา้ 7 โดย
14
ให้นักเรียนหน่ึงคนหยิบตัวต่อของเล่นข้ึนมาวางบนโต๊ะ จากนั้นเพ่ือน ๆ เลือกบัตรภาพที่มีจานวนตรงกับ
จานวนของตัวตอ่ นกั เรยี นคนใดหยิบบัตรจานวนไดถ้ กู ต้องเปน็ คนแรก เปน็ ผูช้ นะ แลว้ จึงสลบั หนา้ ท่กี ันในครัง้
ตอ่ ไป โดยครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
16. ครใู หน้ กั เรียนกลมุ่ เดิมช่วยกนั ทา Do and Learn ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณติ ศาสตร์
ป.1 เล่ม 1 หน้า 7 จากนนั้ ครูสุ่มนักเรียน 2-3 กล่มุ ออกมาเฉลยคาตอบท่หี น้าช้ันเรยี น โดยครูและเพือ่ น ๆ ท่ี
เหลอื รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
17. ครูให้นกั เรียนแต่ละคนทาใบงานท่ี 1.3 เรื่อง การเขียนตัวเลขแสดงจานวน 1 ถงึ 5 และ 0 เมื่อ
นักเรียนคนใดทาเสร็จให้นาไปส่งครู จากน้ันครูให้กาลังใจโดยการให้คะแนนเป็นดาวหรือหัวใจตอบแทน เพ่ือ
เก็บสะสมคะแนน แลกรบั ของรางวลั เม่อื จบหน่วยท่ี 1
18. ครูใหน้ กั เรยี นทาใบงานที่ 1.4 เรือ่ ง การเขยี นตัวเลขแสดงจานวน 6 ถึง 10
19. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทาแบบฝึกหัด ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1
หนา้ 8-10 โดยครใู ห้คาแนะนา พร้อมอธิบายเพิ่มเตมิ ใหก้ ับนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่
20. เมื่อทาเสรจ็ ทุกคแู่ ลว้ ครูขออาสาสมัครนกั เรยี น 2-3 คู่ ออกมาเฉลยคาตอบท่หี นา้ ช้นั เรียน โดย
ครูและเพ่อื น ๆ ทเี่ หลือร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้นั สรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับการอ่านและการเขียนตัวเลขฮนิ ดอู ารบกิ ตวั เลขไทย
และตัวหนังสือแสดงจานวน 1 ถึง 10 และ 0 ดังนี้ “การบอกจานวนของสิ่งของจะเร่ิมนับจาก 1 และนับ
เพิม่ ขึ้นทีละ 1 การเขียนตัวเลขฮนิ ดอู ารบกิ ตวั เลขไทยจะเร่มิ ต้นทเี่ ลข 1 และเขียนตามลูกศร”
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานท่ี 1.5 เร่ือง การเขียนตัวเลขแสดงจานวน 1 ถึง 10 และ 0 แล้วส่งครู
เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจเปน็ รายบคุ ค
หน่วยท่ี 2 กำรเปรียบเทียบจำนวน จำนวน 7 ชวั่ โมง
ใช้วิธสี อนกำรสอนแบบสำธติ (Demonstration Method)
ขัน้ นำส่เู ข้ำบทเรียน
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน แล้วสุ่มนักเรียนออกมาหน้าห้อง 1 คน เพ่ือหยิบสิ่งของ (สมุด ดินสอ
ยางลบ อ่นื ๆ) มาจานวนหนึง่ (จานวน 1-10) แลว้ ให้นกั เรยี นทีเ่ หลอื ในหอ้ งนบั จานวนของส่งิ ของนั้นในใจ แล้ว
เขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนั้น ลงในสมุดของตัวเอง จากนั้นให้เปลี่ยน
15
สมุดกบั เพือ่ นข้าง ๆ เพือ่ ตรวจสอบคาตอบที่ถูกตอ้ ง ครูทากจิ กรรมนี้โดยเปลีย่ นนกั เรยี นออกมาหยบิ สง่ิ ของอกี
2-3 คน
2. ครูเขียนตวั เลขบนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นหยบิ สงิ่ ของตัวเองให้มจี านวนเทา่ กบั ตัวเลขท่ีครเู ขียน
โดยครจู ัดกจิ กรรมไปเรือ่ ย ๆ จนครบจานวนสบิ
3. ครถู ามนักเรยี นว่า เป็นจานวนเดยี วกนั หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ขัน้ สอน
1. ครหู ยิบดนิ สอขึน้ มา 4 แทง่ และหยิบยางลบข้ึนมา 4 ก้อน แล้วถามคาถามนกั เรยี น ดงั น้ี
จานวนดินสอและยางลบเทา่ กันหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
นกั เรยี นทราบไดอ้ ยา่ งไร
จากนั้นครูยกตวั อยา่ งอีก 2-3 ตัวอย่างให้นกั เรยี นเห็นว่าส่ิงของมีจานวนเทา่ กันและไม่เท่ากัน
2. ครูขออาสาสมัครนกั เรียนออกมายืนหนา้ ช้นั เรยี น 2 กลุ่ม ดังนี้
- กลมุ่ ท่ี 1 มีนักเรียน 7 คน
- กลมุ่ ที่ 2 มนี ักเรยี น 7 คน
3. ครใู ห้นักเรียนกลมุ่ ท่ี 1 จบั คกู่ บั นักเรียนกลมุ่ ที่ 2 แลว้ ถามนกั เรยี น ดังน้ี
- นกั เรยี นทง้ั สองกลุ่มมจี านวนเท่ากนั หรอื ไม่ และทราบได้อย่างไร
4. ครูขออาสาสมคั รนักเรยี นออกมายืนหนา้ ชนั้ เรยี น 2 กลุ่ม อีกครง้ั ดังนี้
- กลมุ่ ที่ 1 มีนกั เรยี น 5 คน
- กลุม่ ที่ 2 มนี ักเรยี น 7 คน
5. ครใู ห้นกั เรยี นกล่มุ ที่ 1 จบั คู่กบั นักเรียนกลุ่มท่ี 2 แลว้ ถามนักเรียน ดังนี้
นกั เรยี นทง้ั สองกลมุ่ มจี านวนเทา่ กนั หรอื ไม่ และทราบไดอ้ ยา่ งไร
ทากิจกรรมทานองเดียวกันน้ี 2-3 ครั้ง โดยเปลี่ยนจานวนนักเรียน น้ีออกมาจับคู่เป็นจานวนอื่น ๆ เพ่ือให้
นกั เรยี นเขา้ ใจชดั เจนขน้ึ
6. ครูแบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน (คละความสามารถทางคณติ ศาสตร์) แล้วทาใบงาน
ท่ี 1.6 เรื่อง การเปรียบเทยี บจานวนเท่ากันหรือไมเ่ ทา่ กัน โดยใหน้ ักเรียนอา่ นคาช้แี จงในใบงานพรอ้ มกัน
7. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั คาชแ้ี จง
เพ่อื ใหเ้ ข้าใจตรงกัน โดยครคู อยพูดกระตุ้นใหส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ ใหช้ ่วยกันแสดงความคดิ เหน็ และทา
กจิ กรรมในประเดน็ ต่อไปน้ี
- มีแมวกี่ตัว - มหี นูกตี่ วั
- แมวกับหนูมีจานวนเท่ากันหรือไม่ - นกั เรยี นมวี ิธีคิดอย่างไร
16
8. เมื่อทกุ กลมุ่ ทาใบงานเสร็จแล้ว ครูสมุ่ นกั เรยี นออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน 3-4 กลมุ่ โดย
กลุ่มท่ีเหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันให้กลุ่มท่ีมีวิธีคิดต่างจากกลุ่มที่นาเสนอออกมานาเสนอ
หน้าชนั้
9. เม่ือทุกกลุ่มนาเสนอเสร็จแล้วครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปใบงานท่ี 1.6 ดงั นี้ “แมวกับหนูมีจานวน
ไม่เท่ากัน โดยวิธีหาคาตอบได้แก่ การโยงเส้นจับคู่ การกากบาทจับคู่ (และวิธีอ่ืน ๆ) ซึ่งเม่ือจับคู่กันแล้วจะมี
แมวเหลอื อยจู่ านวน 2 ตัว”
10. ครูและนักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันพิจารณาความคล้ายคลึงกันของการเปรียบเทียบจานวนใน
ตัวอย่างการจับคู่ของนักเรียนสองกลุ่มและจากการทาในใบงาน เพื่อให้แต่ละกลุ่มเตรียมสรุปเก่ียวกับการ
เปรยี บเทียบจานวนท่เี ทา่ กันและไมเ่ ท่ากนั
11. ครูยกตัวอย่างการเปรียบเทียบจานวนโดยใช้คาว่า “เท่ากับ” และ “ไม่เท่ากับ” โดยติดบัตร
ภาพบนกระดานทีละคู่ แล้วสุ่มนักเรียนออกมาเปรียบเทียบจานวนของสิ่งของบนบัตรภาพว่าเท่ากันหรือไม่
เทา่ กนั โดยใชบ้ ัตรคา “เทา่ กับ” หรอื “ไม่เทา่ กบั ” ระหวา่ งบัตรภาพ
12. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า การใช้คาว่า “เท่ากับ” และ “ไม่เท่ากับ” เพื่ออธิบายว่า
จานวนสิ่งของสองกลุ่มเท่ากันหรือไม่เท่ากัน นักเรียนคิดว่าเราสามารถใช้สัญลักษณ์อื่น ๆ อธิบายการ
เปรยี บเทยี บไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
13. ครูอธิบาย See and Learn ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า
11-12 จากนัน้ ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษาการเปรยี บเทียบจานวนทเี่ ทา่ กนั และไมเ่ ทา่ กันโดยการจบั คู่
14. ครถู ามนกั เรยี นวา่ จากที่นักเรียนได้ศกึ ษาในหนังสอื เครอื่ งหมาย = และ ≠ ใชแ้ ทนคาว่าอะไร
15.ครูยกตัวอย่างการเปรียบเทียบจานวนโดยใช้เคร่ืองหมาย = และ ≠ โดยนาบัตรภาพติดบน
กระดานทีละคู่ แล้วสุ่มนักเรียนออกมาเปรียบเทียบจานวนของสิ่งของบนบัตรภาพว่าเท่ากันหรือไม่เท่ากัน
โดยนาบัตรสัญลกั ษณต์ ิดระหวา่ งบัตรภาพ
16. ครูยกตัวอย่างการเปรียบเทียบจานวนโดยใช้คาว่า “มากกว่า” และ “น้อยกว่า” โดยติดบัตร
ภาพบนกระดานทีละคู่ แล้วสุ่มนักเรียนออกมาเปรียบเทียบจานวนของส่ิงของบนบัตรภาพว่าเท่ากันหรือไม่
เทา่ กนั โดยใช้บัตรคา “มากกวา่ ” หรอื “น้อยกว่า” ระหวา่ งบัตรภาพ
17. ครถู ามนักเรียนว่า เราใช้คาวา่ “มากกวา่ ” และ “น้อยกว่า” เพื่ออธิบายวา่ จานวนส่ิงของสอง
กลุ่มมากกวา่ หรือน้อยกว่ากัน นักเรียนคิดว่าเราสามารถใชส้ ัญลักษณ์อ่ืน ๆ อธิบายการเปรียบเทียบไดห้ รือไม่
อย่างไร
18.ครูยกตัวอย่างการเปรียบเทียบจานวนโดยใช้เครื่องหมาย > และ < โดยนาบัตรภาพติดบน
กระดานทีละคู่ แล้วสุ่มนักเรียนออกมาเปรียบเทียบจานวนของสิ่งของบนบัตรภาพว่าเท่ากันหรือไม่เท่ากัน
โดยนาบัตรสญั ลักษณ์ติดระหวา่ งบัตรภาพ 2 - 3 ตัวอย่าง
19. ครูแนะนาเทคนิคการจาเคร่ืองหมายมากกว่า (>) และน้อยกว่า (<) โดยจาจากการอ้าปากของ
จระเข้ ถ้าปากจระเขอ้ ้าไปทางจานวนใด แสดงว่าจานวนนัน้ มคี า่ มากกว่า
17
20. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) แล้วทา
Let’s Have Fun! “Show and Say” ในหนังสอื เรยี นแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เลม่ 1 หนา้ 13 โดย
ครูแจกบัตรภาพให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฟังคาถามจากครู จากนั้นหยิบบัตรภาพให้
ถกู ต้อง
21. ครูใหน้ ักเรยี นกลุ่มเดมิ ช่วยกนั ทา Do and Learn ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์
ป.1 เลม่ 1 หน้า 13
22. เมื่อทุกกลุ่มทาเสร็จหมดแล้ว ครูขออาสาสมัคร 2-3 กลุ่ม ออกมาเฉลยคาตอบที่หน้าช้ันเรียน
โดยครูและนกั เรียนที่เหลอื ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
23. ครใู หน้ กั เรียนกลุ่มเดมิ ทาใบงานที่ 1.7 เรอื่ ง การเปรียบเทยี บจานวนมากกว่าหรอื น้อยกว่า
24. เมื่อแต่ละกลุ่มทาใบงานเสร็จแล้วครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 2-3 กลุ่ม
โดยกล่มุ ทเ่ี หลือช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง จากนน้ั ใหก้ ลุ่มทม่ี ีวิธีคดิ ต่างจากกล่มุ ทนี่ าเสนอออกมานาเสนอ
หน้าชน้ั
25. เม่ือทุกกลุ่มนาเสนอเสร็จแล้วครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมเร่ือง การเปรียบเทียบจานวน
มากกวา่ หรือน้อยกว่า ดงั นี้ “ขนมเค้กมีจานวนมากกว่าอมย้ิม หรืออมยิ้มมีจานวนน้อยกว่าขนมเค้ก เพราะว่า
เมือ่ จับคู่กนั แล้วจะมขี นมเค้กเหลอื อยู่ 1 ช้นิ ”
26.นักเรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั พิจารณาความคล้ายคลึงกันของการเปรยี บเทียบจานวนในตัวอยา่ งการ
จับคู่ของนักเรียนสองกลุ่มและจากการทาในใบงาน เพ่ือให้แต่ละกลุ่มเตรียมสรุปเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ
จานวนที่มากกว่าหรือนอ้ ยกวา่
27. ครูขออาสาสมคั รนกั เรยี นออกมาหยบิ ลกู ปิงปองใส่ตะกรา้ ใบทีส่ อง โดยคาตอบแตล่ ะคนห้ามซ้า
กัน โดยครูเป็นคนเขียนคาตอบบนกระดาน และนักเรียนท่ีเหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง (ครูขอ
อาสาสมคั รนักเรยี นเรอ่ื ย ๆ จนได้ครบทุกคาตอบ)
28. ครูถามนักเรียนเพ่ิมเติมอีกว่า “ถ้าต้องการให้ตะกร้าใบที่สองมีลูกปิงปองจานวนมากกว่า
ตะกร้าใบทีห่ นงึ่ จะหยบิ ลกู ปิงปองใส่ตะกรา้ ใบท่สี องไดก้ ลี่ ูกบ้าง” (ครบู อกให้นักเรยี นเกบ็ คาตอบไวใ้ นใจ)
ขน้ั สรุป
1.ครูใช้คาถามกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า “นักเรียนสามารถสรุปวิธีการ
เปรยี บเทียบจานวนที่มคี ่ามากกวา่ หรอื นอ้ ยกว่าได้โดยใชว้ ิธใี ดบา้ ง”
2.ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับการเปรียบเทียบจานวนท่ีมีมากกว่าหรือน้อยกว่าจนได้ประเด็น
ดงั น้ี
● การเปรียบเทยี บจานวนทีม่ ากกว่าและนอ้ ยกว่าโดยการจบั คู่
- กลมุ่ ทจี่ บั คแู่ ล้วมีของเหลอื อยู่ แสดงว่ากล่มุ นนั้ มีสิง่ ของจานวนมากกวา่ อีกกล่มุ หนงึ่
- กลุ่มที่จับคแู่ ลว้ ไม่มีของเหลอื อยู่ แสดงวา่ กลุ่มนน้ั มสี ิง่ ของจานวนนอ้ ยกวา่ อกี กลมุ่ หนึ่ง
18
● เปรียบเทยี บจานวนโดยใชเ้ คร่อื งหมาย > และ < ว่า
- เคร่ืองหมาย “<” แสดงว่า จานวนทางซา้ ยมือ “นอ้ ยกวา่ ” จานวนทางขวามือ
- เครื่องหมาย “>” แสดงวา่ จานวนทางซ้ายมือ “มากกว่า” จานวนทางขวามือ
3. ครใู หน้ ักเรยี นทาใบงานท่ี 1.8 เรอ่ื ง การเปรียบเทยี บจานวนมากกวา่ หรอื นอ้ ยกวา่ เป็นการบา้ น
หน่วยที่ 3 กำรเรยี งลำดบั จำนวน จำนวน 6 ชวั่ โมง
ใช้วิธีสอนกำรสอนแบบสำธติ (Demonstration Method)
ขน้ั นำสเู่ ข้ำบทเรียน
1. ครูทบทวนเร่ืองการเปรียบเทียบจานวน โดยนาบัตรภาพแสดงจานวนส่ิงต่าง ๆ มาให้นักเรียนดู
ทลี ะคู่ แล้วให้นักเรียนช่วยกันเปรียบเทียบว่า รูปภาพใดแสดงจานวนสิ่งต่าง ๆ มากกว่าหรือน้อยกวา่ กัน (2-3
ตัวอยา่ ง)
2. ครูเขียนตัวเลขบนกระดานทีละคู่ แล้วให้นักเรียนช่วยกันเปรียบเทียบว่าจานวนใดมีค่ามากกว่า
หรือน้อยกว่ากัน โดยใช้เคร่ืองหมาย ดังนี้ 2 กับ 2, 0 กับ 0, 5 กับ 4, 6 กับ 5, 7 กับ 6, 7 กับ 8, 8 กับ 9
และ 9 กับ 10
3. ครเู ขยี นตัวเลข 5 บนกระดาน แลว้ ถามคาถามนกั เรยี น ดงั น้ี
จานวนใดบ้างท่ีมคี า่ น้อยกว่า 5
จานวนใดบ้างที่มีค่ามากกว่า 5
4. ครูใชค้ าถามเพอื่ กระตุน้ ความคิดเพิ่มเติมอีก ดงั นี้
นกั เรยี นคิดวา่ จานวนทม่ี ากกวา่ 4 แต่นอ้ ยกวา่ 9 มีจานวนใดบ้าง
5. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า “จากที่นักเรียนเรียนเรื่องการเปรียบเทียบจานวนในช่ัวโมง
ก่อน หรือกิจกรรมที่นักเรียนทาก่อนหน้านี้ นักเรียนคิดว่าจะสามารถเรียงลาดับจานวนจาก 0 ถึง 10 ได้
หรอื ไม่ และนกั เรยี นจะมีวธิ ใี ดบา้ งในการเรียงลาดับจานวนเหลา่ น”้ี
ข้นั สอน
1. ครูติดบัตรตัวเลข 0-10 บนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันคิดว่า “ถ้าต้องการเรียงลาดับบัตร
ตัวเลขเหล่าน้ี จะสามารถเรยี งลาดบั ไดใ้ นลกั ษณะใดบา้ ง”
19
2. ครแู บง่ นักเรยี นออกเปน็ กล่มุ กลมุ่ ละ 4 คน (คละความสามารถทางคณติ ศาสตร)์ จากน้ันแจกใบ
งานท่ี 1.9 เร่ือง การเรยี งลาดับจานวน 1 ถึง 10 และ 0 และบตั รตวั เลข 0-10 แล้วให้นกั เรียนอา่ นคาชี้แจง
พร้อมกนั เพ่อื ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจตรงกนั
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม โดยครูใช้คาถามกระตุ้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกันคิดใน
ประเดน็ ดงั น้ี
- นกั เรยี นสามารถเรยี งลาดบั บัตรตวั เลข 0-10 ในลักษณะใดไดบ้ ้าง
- จานวนที่นอ้ ยที่สดุ คือจานวนใด จานวนที่มากทสี่ ุดคอื จานวนใด
- นกั เรยี นสามารถนาเรื่องการเปรยี บเทียบจานวนมาใชใ้ นการเรยี งลาดบั จานวนได้หรือไม่ อยา่ งไร
4. เมื่อนักเรียนทาใบงานเสร็จแล้วครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
โดยกลุ่มทเี่ หลอื ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง แล้วครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ตอบคาถามในประเด็นตอ่ ไปน้ี
ในการเรียงลาดับจานวน 1 ถงึ 10 และ 0 มวี ิธีการเรียงลาดับอย่างไรบา้ ง
5. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า วิธีคิดของแต่ละกลุ่มถูกต้องหรือต้องปรับปรุงตรงไหนหรือไม่
จากน้ันครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั สรุปใบงานท่ี 1.9 ว่าสามารถเรียงลาดบั บัตรตวั เลขในลักษณะใดไดบ้ ้าง
6. ครูนาวิธคี ิดของนักเรียนมาสรุปโดยให้นักเรียนสังเกตการเรียงลาดับจากน้อยไปมากเป็นการนับ
เพิ่มทลี ะ 1 และการเรียงลาดับจากมากไปน้อยเปน็ การนบั ลดทีละ 1
7. ครูนาภาพผลไม้ที่มีจานวนแตกต่างกันมา 3 ชนิด มาติดบนกระดาน แล้วสุ่มนักเรียนออกมา
เขียนตัวเลขแสดงจานวนผลไม้ใต้ภาพและช่วยกันหาว่าจานวนใดมีค่ามากท่ีสุด และจานวนใดมีค่าน้อยท่ีสุด
จากนนั้ ครูเขียนเรียงลาดบั จานวนดังกล่าวจากมากไปน้อย และจากน้อยไปมาก
8. ครูนาบตั รตวั เลขแสดงจานวน 4 5 6 7 8 มาใหน้ ักเรยี นดู แล้วให้นักเรยี นสังเกตดวู ่า จานวน
ที่อยู่ติดกันมากกว่าหรือน้อยกว่ากันอยู่เท่าไร จากน้ันครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า จานวน 4 5 6 7 8
เป็นจานวนนับเพมิ่ ขน้ึ ทลี ะ 1
9. ครูให้นักเรียนฝึกเรียงลาดับจานวน 3 จานวน 4 จานวน และ 5 จานวน ตามลาดับ (จานวนท่ี
เพิ่มขึ้นทีละ 1) จนนักเรียนสามารถเรียงลาดบั ได้คล่อง โดยครูแนะนาให้นักเรียนพจิ ารณาจากการนับจานวน
และการเปรียบเทียบจานวนเป็นคู่ ๆ (ครูเป็นคนเขียนจานวนบนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันเรียงลาดับ
จานวนเหลา่ นั้นจากนอ้ ยไปมากและจากมากไปนอ้ ย)
20
10. ครอู ธบิ าย See and Learn ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณติ ศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 16
พร้อมยกตวั อย่างเพ่ิมเติมใหน้ ักเรียนเข้าใจ
11. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทากิจกรรม Let’s Have Fun! “Pair and Share” ในหนังสือเรียน
แม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 17 โดยให้แต่ละคู่เรียงลาดับจานวนจากน้อยไปหามาก และ
จากมากไปหาน้อย โดยครคู อยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
12. ครูให้นกั เรียนคูเ่ ดมิ ช่วยกนั ทาใบงานที่ 1.10 เรอื่ ง การเรียงลาดับจานวน จากนน้ั ครสู ุ่มนกั เรยี น
2-3 คู่ ออกมานาเฉลยคาตอบท่หี นา้ ช้ันเรียน โดยครแู ละนกั เรียนที่เหลอื ในห้องร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
และครอู ธิบายเพม่ิ เติม
13. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า จากการทาใบงานท่ี 1.10 นักเรียนจะเห็นว่าจานวนที่นามาเรียงลาดับ
บางครงั้ อาจจะไม่ใชจ่ านวนนบั ทเี่ พิ่มขึ้นทลี ะ 1 เสมอไป พร้อมทั้งยกตวั อย่าง 2-3 ตัวอยา่ งเพม่ิ เติม
ขั้นสรปุ
1. ครทู บทวนความรู้ เรอ่ื ง “การเรียงลาดบั จานวน 0–10” ดงั น้ี
“- การเรียงลาดับจานวนจากน้อยไปมาก 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 เป็นการนบั เพม่ิ ทีละ 1
- การเรียงลาดบั จานวนจากมากไปน้อย 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 0 เปน็ การนับลดทีละ 1”
2. ครูทบทวนการเรียงลาดับจานวน 3 จานวน 4 จานวน และ 5 จานวน ตามลาดับ โดยครูเขียน
ตัวเลขบนกระดาน แล้วสุ่มนักเรียนออกมาเรียงลาดับจานวนจากน้อยไปมากหรือจากมากไปน้อย และให้
นกั เรยี นทเ่ี หลือชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันทา Let’s Think Along, Problem Solving, Math Journal และ
Math in Real Life ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 20, 21, 22 และ 23
ตามลาดับ
4. ครูให้นักเรียน แต่ละคนนาคาตอบที่ได้ใน Let’s Think Along, Problem Solving, Math Journal และ
Math in Real Life มาจดั ทาเป็นสมดุ เล่มเล็ก พรอ้ มตกแตง่ ให้สวยงาม ส่งครู
5. ครูให้นักเรียนแตล่ ะคนทาใบงานที่ 1.11 เร่ือง การเรียงลาดับจานวนจากน้อยไปมาก และจากมากไปน้อย แล้ว
ส่งครู เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจเป็นรายบุคคล
21
9. สื่อกำรสอน
1) หนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป. 1 เลม่ 1
2) ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การเขียนตวั เลขแสดงจานวน 1 ถึง 5 และ 0 (ตามแบบ)
3) ใบงานท่ี 1.2 เร่ือง การเขียนตวั เลขแสดงจานวน 6 ถงึ 10 (ตามแบบ)
4) ใบงานท่ี 1.3 เรื่อง การเขียนตัวเลขแสดงจานวน 1 ถงึ 5 และ 0 (ไม่มแี บบ)
5) ใบงานที่ 1.4 เรอ่ื ง การเขียนตวั เลขแสดงจานวน 6 ถงึ 10 (ไม่มีแบบ)
6) ใบงานที่ 1.5 เร่อื ง การเขียนตัวเลขแสดงจานวน 1 ถงึ 10 และ 0
7) ใบงานท่ี 1.6 เร่ือง การเปรียบเทียบจานวนเทา่ กนั หรือไมเ่ ท่ากนั
8) ใบงานที่ 1.7 เรื่อง การเปรยี บเทียบจานวนมากกวา่ หรือน้อยกวา่
9) ใบงานท่ี 1.8 เรือ่ ง การเปรยี บเทยี บจานวนมากกวา่ หรือนอ้ ยกวา่
10) ใบงานท่ี 1.9 เรอ่ื ง การเรียงลาดับจานวน 1 ถึง 10 และ 0
11) ใบงานที่ 1.10 เรอ่ื ง การเรียงลาดับจานวน
12) ใบงานท่ี 1.11 เรื่อง การเรยี งลาดบั จานวนจากนอ้ ยไปมาก และจากมากไปนอ้ ย
13) บตั รตวั เลขฮินดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตวั หนงั สือแสดงจานวน 1-10 และ 0
14) ลูกปิงปองและตะกรา้
15) บัตรภาพ บัตรคา บตั รตวั เลข และบัตรสญั ลกั ษณ์
16) สมดุ และดนิ สอ
17) สง่ิ ของตา่ ง ๆ
18) บัตรภาพ และบัตรตัวเลข 0 - 10
10. แหล่งเรียนร้ใู นหรอื นอกสถำนท่ี
1) หอ้ งเรียน
22
11. กำรวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธวี ดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารให้ เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน
หรอื ส่งิ ทตี่ อ้ งการจะวัดและ
ประเมนิ ผล
1.อธิบายหลักการอ่านตวั เลขฮินดู -ตรวจใบงานท่ี 1.1 -ใบงานที่ 1.1 ใบท่1ี .1–1.4 -ร้อยละ60ผ่านเกณฑ์
ทาถูกตอ้ งได้ -ร้อยละ60ผา่ นเกณฑ์
อารบกิ ตัวเลขไทยแสดงจานวนนับ -ตรวจใบงานที่ 1.2 -ใบงานที่ 1.2 ข้อละ2คะแนน -ร้อยละ60ผา่ นเกณฑ์
ใบงานที่ 1.5ทา -ร้อยละ60ผา่ นเกณฑ์
1ถึง10และ0ได้ (K) -ตรวจใบงานที่ 1.3 -ใบงานที่ 1.3 ถกู ต้องได้ 1 -รอ้ ยละ60ผ่านเกณฑ์
2.อ่านและเขียนตวั เลขฮนิ ดูอา -ตรวจใบงานที่ 1.4 -ใบงานที่ 1.4 คะแนน
รบกิ ตวั เลขไทยและตัวหนังสอื -ตรวจใบงานที่ 1.5 -ใบงานท่ี 1.5
แสดงจานวนนบั 1ถึง10และ0
ไดถ้ กู ต้อง(P)
1. เปรยี บเทียบจานวน 1 ถงึ 10 -ตรวจใบงานที่ 1.6 -ใบงานท่ี 1.6 ใบท1ี่ .6.–1.7 -รอ้ ยละ60ผ่านเกณฑ์
ทาถกู ตอ้ งได้ -ร้อยละ60ผา่ นเกณฑ์
และ 0 วา่ มคี า่ เท่ากนั หรือไม่ -ตรวจใบงานท่ี 1.7 -ใบงานที่ 1.7 ข้อละ2คะแนน -รอ้ ยละ60ผ่านเกณฑ์
เทา่ กนั และมีค่ามากกวา่ หรือน้อย -ตรวจใบงานที่ 1.8 -ใบงานที่ 1.8 ใบงานที่ 1.8ทา
กวา่ ได้ (K)
2. เขยี นเรยี งลาดับจานวน1ถึง ถูกตอ้ งได้ 1
10 และ 0 จากน้อยไปหามากและ คะแนน
จากมากไปหาน้อยได้ถกู ต้อง(P)
1.อธิบายการเรียงลาดบั จานวน1 -ตรวจใบงานท่ี 1.9 -ใบงานท่ี 1.9 ทาถูกต้อง -รอ้ ยละ60ผา่ นเกณฑ์
เรียบร้อย -ร้อยละ60ผ่านเกณฑ์
ถงึ 10และ0จากนอ้ ยไปมากและ -ตรวจใบงานท่ี 1.10 -ใบงานท่ี 1.10 -ร้อยละ60ผา่ นเกณฑ์
จากมากไปนอ้ ยได้ (K) -ตรวจใบงานท่ี 1.11 -ใบงานท่ี 1.11
2. เขยี นเรยี งลาดบั จานวน1ถึง
10 และ 0 จากน้อยไปมาก และจาก
มากไปนอ้ ยได้ถูกตอ้ ง(P)
23
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน วธิ วี ดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 5) คะแนน -ระดับคณุ ภาพดี
- ประเมินการ - แบบประเมินการ ผ่านเกณฑ์
ความสามารถในการสอ่ื สาร นาเสนอ นาเสนอผลงาน 12 -15 = ดี
ผลงาน/ผลการทา 8 – 6 = พอใช้ -ระดบั คณุ ภาพดี
ความสามารถในการคิด กิจกรรม -แบบสงั เกต ต่ากว่า 8 = ผ่านเกณฑ์
-สงั เกตพฤติกรรม พฤตกิ รรม ปรับปรุง
ความสามารถในการแกป้ ัญหา การทางาน การทางาน -ระดับคณุ ภาพดี
รายบคุ คล รายบคุ คล 12 -15 = ดี ผ่านเกณฑ์
ความสามารถในการใชท้ กั ษะ - แบบประเมิน 8 – 6 = พอใช้
ชวี ติ - ตรวจผลงานสมุด ชน้ิ งาน/ภาระงาน ต่ากว่า 8 = -ระดับคณุ ภาพดี
เลม่ เล็กจานวน1ถึง ปรบั ปรุง ผ่านเกณฑ์
10 และ 0 -แบบสงั เกต
พฤตกิ รรม 11-12 = ดีมาก
-สังเกตพฤตกิ รรม การทางานกล่มุ 9- 10=ดี
การทางานกลุม่ 6 – 8 = พอใช้
ต่ากว่า 6 =
ปรับปรุง
12 -15 = ดี
8 – 6 = พอใช้
ต่ากว่า 8 =
ปรบั ปรุง
ตำรำงเกณฑก์ ำรประเมนิ ผล
24
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีตรงกับ
ระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 เนือ้ หาละเอยี ดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเน้ือหา
3 ภาษาท่ีใชเ้ ข้าใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไี่ ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............/................./................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
25
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ
ระดับคะแนน
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผู้อนื่
3 การทางานตามหน้าที่ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมีน้าใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ............../.................../................
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
26
แบบประเมนิ ผลงำน สมุดเล่มเลก็ จานวน 1 ถงึ 10 และ 0
ระดับคณุ ภำพ
ลำดับที่ รำยกำรประเมิน 32 1
1 (ด)ี (พอใช)้ (ปรับปรุง)
2
3 รปู เลม่ /การสร้างผลงาน
4
ความคิดสรา้ งสรรค์
ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
กาหนดเวลาส่งงาน
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............./.................../..............
เกณฑ์กำรประเมนิ ผลงำน สมดุ เล่มเล็กจานวน 1 ถึง 10 และ 0
รายการประเมนิ คาอธิบายระดับคณุ ภาพ/ระดบั คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
1.รปู เล่ม/การสรา้ ง ตกแต่งผลงานไดส้ วยงาม ตกแตง่ ผลงานได้สวยงาม ตกแต่งผลงานไดส้ วยงาม มี
ผลงาน มีความคิดสร้างสรรคด์ ีมาก มีความคิดสร้างสรรคด์ ี ความคิดสรา้ งสรรค์ ทางาน
ทางานสะอาดและเรยี บร้อยดี ทางานสะอาดและเรียบรอ้ ยดี สะอาดและเรียบร้อยนอ้ ย
มาก
2. ความคิดสรา้ งสรรค์ ผลงานแสดงออกถงึ ความคดิ ผลงานมแี นวคิด ผลงานมคี วามนา่ สนใจแต่ยัง
สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ แต่ยงั ไมม่ แี นวคดิ
แปลกใหม่ และเป็นระบบ ไมเ่ ป็นระบบ แปลกใหม่
3. ความถกู ต้องของ เน้ือหาสาระของผลงานถกู ต้อง เนอื้ หาสาระของผลงานถูกต้อง เนอื้ หาสาระของผลงานถูกต้อง
เน้อื หา ครบถ้วน เป็นสว่ นใหญ่ บางประเด็น
4. กาหนดเวลาสง่ งาน ส่งชิ้นงานภายในเวลาท่ี สง่ ชน้ิ งานช้ากว่ากาหนด 1- สง่ ชนิ้ งานช้ากว่ากาหนดเกนิ
กาหนด 2วัน 3วันขน้ึ ไป
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภำพ เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
11-12 ดีมำก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ต่ำกวำ่ 6 ปรบั ปรุง
27
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ
คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกับ
ระดับคะแนน
ลาดับท่ี ชอ่ื – สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมีสว่ น รวม
ของนกั เรียน ความคดิ เหน็ ฟงั คนอ่ืน ตามที่ได้รับ ร่วมในการ 15
มอบหมาย ปรับปรงุ คะแนน
ผลงานกลมุ่
321321321321321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../...............
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ตา่ กว่า8 ปรบั ปรุง
28
13. บันทึกผลหลงั กำรสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นกั เรยี นทงั้ หมดจานวน.....................คน
จดุ ประสงค์การเรยี นรขู้ ้อท่ี จานวนนกั เรียนทผี่ า่ น จานวนนกั เรียนท่ไี ม่ผ่าน
จานวนคน ร้อยละ จานวนคน ร้อยละ
1
2
3
15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
16. ข้อเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................................................
()
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................
ลงชือ่ ................................................................ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
()
ลงชื่อ.......................................................... รองผ้อู านวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
(………………………………………..)
29
ควำมเหน็ ของหัวหนำ้ สถำนศึกษำ
ไดท้ าการตรวจแผนการเรียนรขู้ องนางสาวกณุ ฑลี โคนโท แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผูเ้ รยี นเป็นสาคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผ้อู านวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..
30
ใบงานท่ี 1.1
คาชีแ้ จง : เขยี นตัวเลขฮินดอู ารบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนงั สือแสดงจานวน 1 ถึง 5 และ 0 อย่างละ 5 ตัว
1
๑
หน่งึ
2
๒
สอง
3
๓
สาม
31
4
๔
ส่ี
5
๕
หา้
0
๐
ศูนย์
32
ใบงานที่ 1.2
เร่อื ง การเขียนตวั เลขแสดงจานวน 6 ถงึ 10
คาชแ้ี จง : เขยี นตัวเลขฮนิ ดอู ารบิก ตัวเลขไทยและตวั หนังสือแสดงจานวน 6 ถงึ 10 อย่างละ 5 ตวั
6
๖
หก
7
๗
เจด็
8
๘
แปด
33
9
๙
เก้า
10
๑๐
สิบ
34
ใบงานท่ี 1.3
เรื่อง การเขียนตวั เลขแสดงจานวน 1 ถึง 5
คาชี้แจง : เขียนตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ ตัวเลขไทยและตวั หนงั สือแสดงแสดงจานวน 1 ถงึ 5 อยา่ งละ 3 ตวั
ตัวเลขฮินดอู ารบกิ
ตัวเลขไทย
ตัวหนังสือ
ตวั เลขฮนิ ดูอารบิก
ตัวเลขไทย
ตัวหนงั สอื
ตัวเลขฮินดูอารบกิ
ตวั เลขไทย
ตัวหนงั สอื
ตัวเลขฮนิ ดูอารบิก
ตัวเลขไทย
ตัวหนงั สอื
ตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทย
ตัวหนังสอื
35
ใบงานท่ี 1.4
เรือ่ ง การเขยี นตวั เลขแสดงจานวน 6 ถึง 10 และ 0
คาชี้แจง : เขยี นตัวเลขฮนิ ดูอารบิก ตวั เลขไทยและตวั หนงั สือแสดงแสดงจานวน 6 ถงึ 10 อยา่ งละ 3 ตวั
ตวั เลขฮนิ ดอู ารบิก
ตัวเลขไทย
ตัวหนังสือ
ตวั เลขฮินดอู ารบิก
ตัวเลขไทย
ตัวหนงั สอื
ตวั เลขฮนิ ดูอารบิก
ตัวเลขไทย
ตัวหนังสอื
ตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ
ตวั เลขไทย
ตวั หนงั สือ
ตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ
ตัวเลขไทย
ตวั หนงั สอื
36
ใบงานท่ี 1.5
เร่ือง การเขยี นตวั เลขแสดงจานวน 1 ถงึ 10 และ 0
คาชี้แจง : ให้แตล่ ะกล่มุ นบั จานวนของส่ิงตา่ ง ๆ แล้วเขยี นตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ ตัวเลขไทยและตวั หนงั สอื แสดง
จานวน
ตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทย 37
ตัวหนังสือ
38
ใบงำนที่ 1.6
เรอ่ื ง การเปรียบเทยี บจานวนเท่ากันหรือไม่เทา่ กัน
คาช้ีแจง : ให้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ แสดงวิธหี าคาตอบว่า จานวนของแมวกับหนูมจี านวนเท่ากนั หรอื ไมเ่ ทา่ กัน
(ห้ามใช้วิธีนบั )
จานวนของแมวกบั หนู
เพราะ
วธิ ีคิด
39
ใบงานท่ี 1.7
เร่อื ง การเปรียบเทียบจานวนมากกว่าหรอื น้อยกวา่
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นแสดงวิธหี าคาตอบต่อไปนี้ (หา้ มใช้วิธีนับ)
มีจานวนมากกวา่ หรอื มจี านวนน้อยกว่า
มจี านวนมากกว่า หรือ มจี านวนน้อยกว่า
40
ใบงานท่ี 1.8
เรอ่ื ง การเปรียบเทียบจานวนมากกวา่ หรอื นอ้ ยกว่า
คาชแ้ี จง : ให้นักเรียนเติมจานวนหรอื เครื่องหมายลงในช่องว่าง
1. เตมิ เคร่ืองหมาย > หรือ < ลงใน ให้ถูกตอ้ ง
1) 2)
3) 4)
2. เขียน รอบจานวนทีใ่ หก้ ารเปรียบเทยี บต่อไปนเ้ี ปน็ จรงิ
1) 8 < 2) >9
958 987
3) 4)
<1 5<
340 142
41
ใบงานท่ี 1.9
เร่อื ง การเรียงลาดับจานวน 1 ถึง 10 และ 0
คาชี้แจง : ใหแ้ ต่ละกลมุ่ เรยี งลาดบั บตั รตัวเลข 0 - 10 ตามแนวคิดของกลุม่ โดยให้เขียนอธบิ ายวธิ คี ดิ ลงใน
กระดาษคาตอบ
วธิ คี ิด
42
ใบงานที่ 1.10
เรอื่ ง การเรียงลาดบั จานวน
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นเรียงลาดบั จานวนตามทีก่ าหนดตอ่ ไปน้ี
1. นบั รปู ภาพต่อไปนแี้ ล้วเติมตัวเลขใน จากน้นั เรยี งลาดบั จานวน
เรยี งลาดับจานวนจากน้อยไปมาก
เรียงลาดบั จานวนจากมากไปน้อย
_______________________
_______________________________________________________________________________________________
เรยี งลาดับจานวนจากมากไปน้อย
2. เรยี งลาดับจานวนจากนอ้ ยไปมาก _______________
1) _3_,_0_, 7________________________________________
2) 6, 10, 9, 8
3. เรียงลาดบั จานวนจากมากไปนอ้ ย
1) 2, 8, 5
2) 6, 5, 4, 9
43
ใบงานท่ี 1.11
เร่ือง การเรียงลาดบั จานวนจากน้อยไปมาก และจากมากไปน้อย
คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นทากจิ กรรมตามทีก่ าหนดตอ่ ไปน้ี
1. ให้นกั เรยี นกาหนดจานวน 4 จานวน แล้วเรียงลาดบั จากน้อยไปมาก จากนัน้ วาดรปู ตามจานวนทน่ี กั เรยี น
กาหนดขน้ึ
จานวนทีก่ าหนด เรยี งลำดบั จำกน้อยไปมำก
2. ให้นกั เรียนกาหนดจานวน 4 จานวน แล้วเรียงลาดบั จากมากไปน้อย จากนั้นวาดรปู ตามจานวนทนี่ กั เรียน
กาหนดขนึ้
จานวนท่ีกาหนด เรียงลำดบั จำกมำกไปนอ้ ย
44
45
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวชิ าพน้ื ฐาน
ชั้น ประถมศึกษาปที ่ี1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง รูปเรขำคณติ และแบบรปู เวลา 16 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชีว้ ัด
ค2.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณติ สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต
และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ค 2.2 ป.1/1 จาแนกรูปสามเหล่ยี ม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกลม
ทรงกระบอก และกรวย
ค 1.2 เขา้ ใจและวิเคราะหแ์ บบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้
ค 1.2 ป.1/1 ระบุจานวนทห่ี ายไปในแบบรูปของจานวนที่เพ่ิมขน้ึ หรอื ลดลงทลี ะ 1 และทลี ะ 10
และระบรุ ูปที่หายไปในแบบรปู ซา้ ของรูปเรขาคณิตและรปู อื่นๆ ที่สมาชกิ ในแตล่ ะ
ชุดทซ่ี า้ มี 2 รปู
2. จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้
1.1 จาแนกชนิดของรปู เรขาคณติ สองมิติได้ (K)
1.2 เขียนบอกช่อื รปู เรขาคณิตสองมติ ทิ ่ีกาหนดให้ไดถ้ กู ต้อง (P)
1.3 รับผิดชอบตอ่ หน้าทีท่ ไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)
2.1 อธิบายความหมายของรูปเรขาคณิตสองมติ ไิ ด้ (K)
2.2 เขียนบอกลกั ษณะของรูปสามเหล่ียม รูปสีเ่ หลี่ยม รปู วงกลม และรปู วงรไี ด้ (P)
3.1 อธบิ ายความหมายของรูปเรขาคณติ สามมติ ไิ ด้ (K)
3.2 เขยี นบอกลกั ษณะของทรงส่ีเหลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวยได้ (P)
3. สำระสำคญั
รปู สามเหลี่ยม รปู ส่ีเหลย่ี ม วงกลม และวงรี เปน็ รูปเรขาคณิตสองมติ ิ ส่วนทรงสเี่ หลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกลม
ทรงกระบอก และกรวยเป็นรปู เรขาคณิตสามมิติ แบบรปู ของรปู ทม่ี สี สี ัมพันธก์ ัน แบบรูปของรูปทม่ี ีขนาดสัมพนั ธ์กนั
แบบรปู ของรูปที่มีรูปรา่ งสัมพนั ธก์ นั สามารถบอกรปู ต่อไปหรอื รปู ท่หี ายไปได้
46
4. สำระกำรเรียนรู้
1) ลกั ษณะของทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย
2) ลกั ษณะของรปู สามเหลีย่ ม รปู ส่ีเหลีย่ ม วงกลม และวงรี
3) แบบรูปซ้าของจานวน รูปเรขาคณิตและรูปอืน่ ๆ
5 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น (เฉพำะทเี่ กิดในหน่วยกำรเรยี นรู้นี้)
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเน้นสู่การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน)
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการ เขียน (Writing)
ทกั ษะการ คดิ คานวณ (Arithmetic)
ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and problem
solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เทา่ ทันสอื่ (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผู้นา (Leadership)