47
7. ชิ้นงำนหรอื ภำระงำน ( หลักฐำน / ร่องรอยแสดงควำมรู้ )
- ห่นุ ยนตเ์ รขาคณิต
8. กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้
เรื่อง รูปเรขำคณิตและแบบรปู จำนวน 16 ชว่ั โมง
หนว่ ยที่ 1 กำรเรียกช่ือรปู เรขำคณิตสองมติ ิ จำนวน 4 ช่วั โมง
ใช้วธิ สี อนกำรสอนแบบสำธติ (Demonstration Method)
ขน้ั นำส่เู ขำ้ บทเรียน
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน แล้วให้นักเรียนพิจารณาภาพ ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน
คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 114-115 จากน้ันครูถามนักเรียนวา่ “จากภาพนักเรียนเห็นรูปเรขาคณิตสอง
มิติใดบ้าง” (โดยครูยงั ไมเ่ ฉลยคาตอบโดยจะเฉลยในแผนการเรยี นรู้สดุ ทา้ ยของหนว่ ย)
ข้นั สอน
1. ครูนาส่ิงของต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเรียน เช่น ไม้บรรทัด หนังสือเรียน กล่องดินสอ ขึ้นมาแสดงให้
นกั เรยี นดู และใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกวา่ สง่ิ ของเหลา่ นป้ี ระกอบดว้ ยรปู เรขาคณติ สองมติ ริ ปู ใดบา้ ง
2. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละความสามารถทางคณติ สาสตร์) แลว้ ใหช้ ่วยกัน
ศึกษาการเรียกชือ่ รูปเรขาคณิตสองมิติ ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 116-117
จากน้ันครูขออาสาสมัคร 1-2 กลุ่ม ออกมาอธิบายการเรียกชื่อรูปเรขาคณิตสองมิติที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและ
นกั เรยี นกลมุ่ ทเ่ี หลือ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ
ขน้ั สรุป
1. ครูนาบัตรภาพรูปเรขาคณิตสองมิติต่าง ๆ ข้ึนมาแสดงที่หน้าชั้นเรียน จากน้ันครูและนักเรียน
ร่วมกันสรปุ วา่ ช่อื ของรูปเรขาคณติ สองมติ ชิ นิดตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ วงกลม รูปส่เี หลีย่ ม รูปสามเหลี่ยม วงรี
2. ครูให้นักเรียนทุกคนทาแบบฝึกหัด ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1
หนา้ 119-120 เปน็ การบ้าน เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจเปน็ รายบุคคล
48
หน่วยท่ี 2 รูปเรขำคณติ สองมิติ จำนวน 4 ชั่วโมง
ใช้วิธสี อนกำรสอนแบบสำธติ (Demonstration Method)
ขน้ั นำสูเ่ ขำ้ บทเรียน
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และทบทวนความรู้เร่ืองการเรียกช่ือรูปเรขาคณิตสองมิติ โดยการนา
ส่ิงของรอบตัวข้ึนมาแสดงให้นักเรียนดู และให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าสิ่งของเหล่านั้นประกอบด้วยรูป
เรขาคณติ สองมติ ิใดบา้ ง
ขน้ั สอน
1. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน (คละความสามารถทางคณติ ศาสตร์) จากนน้ั ครแู จก
กระดาษที่ตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม รูปส่ีเหล่ียม รูปวงกลม และรูปวงรีขึ้นมา ให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 ชุด
เพื่อให้นักเรียนสังเกตและร่วมกันอภิปรายว่า รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม และรูปวงรีท่ีครูแจกให้
มลี กั ษณะอย่างไรบ้าง
2. ครูให้แต่ละกลุ่มสังเกตและร่วมกันอภิปรายว่า รปู สามเหล่ียม รูปสเี่ หล่ยี ม รปู วงกลม และรปู วงรี
ทีค่ รแู จกให้มลี ักษณะอยา่ งไร โดยครูเปน็ ผูก้ ระตุน้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันแลกเปล่ยี นความคิดเห็นกนั จากนัน้ ครใู ห้
นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอแนวคดิ หนา้ ชน้ั เรยี น โดยครเู ปน็ ผู้ถามในประเดน็ ดังน้ี
o รูปสามเหลี่ยม มลี ักษณะอย่างไร
o รูปส่ีเหล่ียม มลี ักษณะอย่างไร
o รปู วงกลม มีลกั ษณะอย่างไร
o รูปวงรี มลี กั ษณะอยา่ งไร
3.ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมช่วยกันศึกษาเรื่อง รูปเรขาคณิตสองมิติ ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน
คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 121-122 โดยครูอธิบายเพิ่มเติมวา่ “รูปเรขาคณิตสองมิติ เป็นรูปท่ีอยู่บนพื้นท่ี
แบนราบ มีความกวา้ ง ความยาว แตไ่ ม่มคี วามหนา เชน่ รูปสามเหลี่ยม รปู สี่เหลีย่ ม รูปวงกลม หรอื รปู วงร”ี
4. ครใู หน้ กั เรียนบอกว่าสงิ่ ของทอี่ ยรู่ อบ ๆ ตวั มีส่วนประกอบเป็นรปู เรขาคณติ สองมติ อิ ะไรบา้ ง
5. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมจากชั่วโมงทแ่ี ล้วทากิจกรรม Let’s Have Fun! “Show and Say” และ
“Do and Learn” ในหนงั สือเรยี นแม่บทมาตรฐาน คณติ ศาสตร์ ป.1 เลม่ 1 หนา้ 123
6. ครูขออาสาสมัคร 2-3 กลุ่ม ออกมานาเสนอที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนกลุ่มท่ีเหลือ
ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
7. ครูให้นักเรียนทุกคนทาแบบฝึกหัด ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1
หนา้ 124-125 เปน็ การบ้าน เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจเป็นรายบคุ คล
ข้นั สรปุ
49
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสองมิติวา่ “รูปเรขาคณิตสองมิติ เป็นรูปท่ี
อยู่บนพ้ืนที่แบนราบมีความกว้าง ความยาว แต่ไม่มีความหนา เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปส่ีเหลี่ยม รูปวงกลม และ
รปู วงรี ซง่ึ แต่ละรูปจะมีลักษณะเฉพาะแตกตา่ งกนั ออกไป”
หน่วยที่ 3 รูปเรขำคณติ สำมมิติ จำนวน 4 ช่วั โมง
ใช้วิธีสอนกำรสอนแบบสำธติ (Demonstration Method)
ข้ันนำสเู่ ข้ำบทเรียน
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และทบทวนเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสองมิตวิ ่า รูปเรขาคณิตสองมิติ เป็น
รูปทีอ่ ยบู่ นพ้นื ท่ีแบนราบมีความกว้าง ความยาว แต่ไมม่ ีความหนา เชน่ รปู สามเหลี่ยม รปู สเี่ หล่ยี ม รูปวงกลม
และรูปวงรี ซึ่งแต่ละรูปจะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันออกไป จากน้ันครูให้นักเรียนช่วยกันแสดงความ
คิดเห็นว่า อะไรบ้างที่นักเรียนเห็นในชีวิตประจาวันหรือในห้องเรียนของเรา ซ่ึงสิ่งของเหล่านั้นอาจมี
สว่ นประกอบเปน็ รูปเรขาคณติ สองมิติ
2. ครูหยิบแก้วน้าข้ึนมา (มีลักษณะทรงกระบอก) แล้วถามนักเรียนว่า นักเรียนคิดว่าแก้วน้ามี
ลกั ษณะเป็นอย่างไร
ขน้ั สอน
1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน จากน้ันครูหยิบสิ่งของท่ีมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม
มุมฉาก ทรงกลม และกรวยขึ้นมา ได้แก่ กล่องส่ีเหล่ียม แกนกระดาษทิชชู่ ลูกปิงปอง และแก้วกระดาษ (ที่มี
ลักษณะกรวย) เพ่ือให้นักเรียนสังเกตและร่วมกันอภิปรายว่า ส่ิงของท่ีครูหยิบขึ้นมาแต่ละอย่างมีลักษณะ
อย่างไรบา้ ง
2. ครูให้แตล่ ะกล่มุ สังเกตและร่วมกนั อภปิ รายวา่ กลอ่ งสี่เหล่ยี ม แกนกระดาษทิชชู่ ลกู ปงิ ปอง และ
แก้วกระดาษ (ที่มีลักษณะกรวย) แต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไรบ้าง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มช่วยกันแสดงความ
คิดเห็น โดยครูเป็นผู้กระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันแลกเปล่ียนความคิดเห็น จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
ออกมานาเสนอแนวคิดหนา้ ช้ันเรยี น โดยครูตั้งคาถามในประเด็น ตอ่ ไปน้ี
o กล่องส่ีเหล่ียม มลี กั ษณะอยา่ งไร
o แกนกระดาษทิชชู่ มีลกั ษณะอยา่ งไร
o ลกู ปงิ ปอง มีลกั ษณะอยา่ งไร
o แก้วกระดาษ มีลักษณะอยา่ งไร
3. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรุปแนวคิด ดงั น้ี
- กลอ่ งส่ีเหลย่ี ม มลี ักษณะเป็นทรงสเี่ หล่ียมุมฉาก
- แกนกระดาษทชิ ชู่ มีลักษณะเปน็ ทรงกระบอก
50
- ลกู ปงิ ปอง มีลักษณะเป็นทรงกลม
- แก้วกระดาษ มีลักษณะเป็นกรวย
สิ่งเหลา่ นเ้ี รยี กวา่ “รปู เรขาคณิตสามมิติ”
4. ครูและนักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างส่ิงต่าง ๆ ในชีวิตประจาวันท่ีมีลักษณะเป็นรูปเรขาคณิตสาม
มิติ
5. ครูให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า อะไรบ้างท่ีนักเรียนเห็นในชีวิตประจาวันหรือใน
ห้องเรยี นของเรา ซ่งึ ส่งิ ของชนิดใดบา้ งทมี่ ลี ักษณะเปน็ ทรงส่ีเหลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกระบอก ทรงกลม และกรวย
6. ครูใหน้ ักเรยี นศกึ ษาเรอื่ ง รปู เรขาคณิตสามมติ ิ ในหนงั สือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1
เล่ม 1 หน้า 126-128 โดยครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า “รูปเรขาคณิตสามมิติ เป็นลักษณะของวัตถุหรือส่ิงของซ่ึงมี
ความกว้าง ความยาว และความหนา เช่น ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกลม และกรวย ซ่ึงแต่อย่าง
จะมลี กั ษณะเฉพาะแตกต่างกนั ออกไป”
7. ครใู ห้นักเรียนจับคูก่ ันทากจิ กรรม Let’s Have Fun! “Pair and Share” ในหนงั สอื เรียนแมบ่ ท
มาตรฐาน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน้า 128-129 โดยครูแจกถุงทึบที่มีส่ิงของอยู่ภายในให้นักเรียน จากน้ัน
ให้แต่ละคู่ผลัดกันจับสิ่งของที่อยู่ในถุง เพ่ือบอกลักษณะของสิ่งของท่ีสัมผัสได้ว่ามีขอบ มุม หรือหน้าหรือไม่
แลว้ ให้เพ่ือนทายว่าเปน็ รูปเรขาคณิตสามมิตชิ นดิ ใด
ขัน้ สรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสามมิติ ดังน้ี “รูปเรขาคณิตสามมิติ
เป็นลักษณะของวัตถุหรือส่ิงของ ซ่ึงมีความกว้าง ความยาว และความหนา เช่น ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก
ทรงกระบอก ทรงกลม และกรวย ซง่ึ แต่อย่างจะมลี ักษณะเฉพาะแตกต่างกนั ออกไป”
2. จากน้ันครูถามนกั เรยี นวา่ รปู เรขาคณติ สองมติ กิ บั รูปเรขาคณติ สามมติ ิต่างกันอยา่ งไรบา้ ง
3. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมาเฉลยคาตอบท่ีหน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนท่ีเหลือในห้อง
ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ครูให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัด ในหนงั สือเรียนแม่บทมาตรฐาน คณติ ศาสตร์ ป.1 เลม่ 1 หนา้ 130-
131 และครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เพ่อื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจมากยง่ิ ขนึ้
5. ครูมอบหมายให้นักเรียนทุกคนทาช้ินงาน โดยให้นักเรียนสร้างหุ่นยนต์เรขาคณิต โดยท่ีใน
หุ่นยนต์จะต้องมีรูปเรขาคณิตเป็นส่วนประกอบไม่ต่ากว่า 3 รูป พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ลงในกระดาษ A4
แล้วนามาส่งครใู นชว่ั โมงถดั ไป
51
9. สอื่ กำรสอน
1) หนังสือเรยี นแม่บทมาตรฐาน คณติ ศาสตร์ ป.1 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 รปู เรขาคณติ และแบบรปู
2) ส่ิงของตา่ ง ๆ ที่อยู่ในหอ้ งเรียน เช่น ไม้บรรทัด หนังสอื เรยี น กลอ่ งดินสอ
3) บตั รภาพ
4) กระดาษรปู สามเหลีย่ ม รูปสี่เหลยี่ ม รูปวงกลม และรปู วงรี
5) แกว้ น้าทรงกระบอก
6) กล่องส่เี หลี่ยม
7) แกนกระดาษทิชชู่
8) ลกู ปงิ ปอง
9) แก้วกระดาษ (ท่มี ลี กั ษณะกรวย)
10) กระดาษ A4
11) แถบแบบรูป
12) แผนภาพรปู เรขาคณติ
13) บตั รภาพแบบรปู
10. แหล่งเรยี นรใู้ นหรอื นอกสถำนที่
- หอ้ งเรยี น
- หอ้ งสมดุ
52
11. กำรวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ วี ดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การประเมิน
หรือสง่ิ ทต่ี ้องการจะวัดและ คะแนน
-ตรวจกจิ กรรมฝึก -กจิ กรรมฝึก -รอ้ ยละ60ผา่ น
ประเมินผล ทกั ษะ ทกั ษะ ทาถูกตอ้ ง เกณฑ์
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หดั เรยี บร้อย
1. จาแนกชนิดของรูปเรขาคณิต - ร้อยละ 60 ผ่าน
สองมติ ิได้ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึก - กิจกรรมฝึก ทาถูกตอ้ ง เกณฑ์
ทกั ษะ ทกั ษะ เรียบร้อย -
2. เขียนบอกช่ือรูปเรขาคณติ สอง -ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั
มิติทก่ี าหนดใหไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง(P) ทาถูกตอ้ ง -ร้อยละ60ผา่ น
-ตรวจกจิ กรรมฝึก - กิจกรรมฝกึ เรยี บร้อย เกณฑ์
1.อธบิ ายความหมายของรปู ทกั ษะ ทักษะ
เรขาคณติ สองมิติได้ (K) -ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด
2. เขียนบอกลักษณะของรูป
สามเหล่ยี มรูปส่ีเหล่ียมรปู
วงกลมและรปู วงรไี ด้ (P)
1.อธิบายความหมายของรูป
เรขาคณติ สามมิติได้ (K)
2. เขียนบอกลักษณะของทรง
ส่เี หลี่ยมมุมฉากทรงกลม
ทรงกระบอกและกรวยได้ (P)
53
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน วธิ วี ดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ เกณฑก์ ารประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 5) - ระดับคุณภาพ ดี
-ประเมนิ การ คะแนน ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการสื่อสาร นาเสนอ
ผลงาน/ผลการทา -แบบประเมนิ การ 12-15=ดี -ระดับคณุ ภาพดี
ความสามารถในการคิด กิจกรรม ผา่ นเกณฑ์
-สงั เกตพฤตกิ รรม นาเสนอผลงาน 8–6=พอใช้
ความสามารถในการใช้ทกั ษะ การทางาน ต่ากว่า 8 = -ระดบั คณุ ภาพดี
ชวี ติ รายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ปรบั ปรุง
- สังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุม่ -แบบสังเกต 12-15=ดี
พฤตกิ รรม 8 – 6 = พอใช้
การทางาน ต่ากว่า 8 =
รายบคุ คล ปรบั ปรุง
-แบบสงั เกต 12-15=ดี
พฤตกิ รรม 8–6=พอใช้
การทางานกล่มุ ตา่ กวา่ 8=
ปรับปรุง
ตำรำงเกณฑก์ ำรประเมนิ ผล
54
แบบประเมนิ ผลงานหุ่นยนต์เรขาคณติ
ลำดับที่ รำยกำรประเมิน ระดบั คณุ ภำพ
32 1
1 รูปเลม่ /การสร้างผลงาน (ด)ี (พอใช)้ (ปรบั ปรงุ )
2 ความคดิ สร้างสรรค์
3 ความถูกต้องของเน้อื หา รวม
4 กาหนดเวลาส่งงาน
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
............./.................../..............
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานหนุ่ ยนต์เรขาคณติ (แผนฯ ที่ 3)
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
1.รูปเลม่ /การสร้าง ตกแต่งผลงานได้สวยงาม ตกแตง่ ผลงานได้สวยงาม ตกแต่งผลงานไดส้ วยงาม
ผลงาน มีความคิดสร้างสรรค์ดีมากทางาน มคี วามคิดสร้างสรรคด์ ี มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ทางาน
สะอาดและเรยี บร้อยดีมาก ทางานสะอาดและเรียบร้อยดี สะอาดและเรยี บร้อยนอ้ ย
2. ความคิดสร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถงึ ความคิด ผลงานมแี นวคิดแปลกใหม่ แต่ ผลงานมีความนา่ สนใจ
สร้างสรรค์ ยงั ไม่เป็นระบบ แต่ยงั ไม่มแี นวคิดแปลกใหม่
แปลกใหม่ และเป็นระบบ
3. ความถกู ตอ้ งของ เนือ้ หาสาระของผลงานถูกต้อง เนอ้ื หาสาระของผลงานถูกตอ้ ง เนอ้ื หาสาระของผลงาน
เนือ้ หา ครบถ้วน เป็นสว่ นใหญ่ ถกู ต้องบางประเดน็
4. กาหนดเวลาส่งงาน ส่งชิ้นงานภายในเวลาทกี่ าหนด สง่ ช้ินงานชา้ กวา่ กาหนด 1- สง่ ชิ้นงานชา้ กว่ากาหนดเกิน
2วัน 3วนั ข้นึ ไป
เกณฑก์ ำรตัดสนิ คุณภำพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
11-12 ดมี ำก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ตำ่ กว่ำ 6 ปรับปรุง
55
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทีตรงกับ
ระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 เนือ้ หาละเอยี ดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเน้ือหา
3 ภาษาท่ีใชเ้ ข้าใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไี่ ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............/................./................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
56
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ
ระดับคะแนน
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผู้อนื่
3 การทางานตามหน้าที่ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมีน้าใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ............../.................../................
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
57
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ
คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกับ
ระดับคะแนน
ลาดับท่ี ชอ่ื – สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมีสว่ น รวม
ของนกั เรียน ความคดิ เหน็ ฟงั คนอ่ืน ตามที่ได้รับ ร่วมในการ 15
มอบหมาย ปรับปรงุ คะแนน
ผลงานกลมุ่
321321321321321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../...............
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ตา่ กว่า8 ปรบั ปรุง
58
13. บันทึกผลหลงั กำรสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นกั เรยี นทงั้ หมดจานวน.....................คน
จดุ ประสงค์การเรยี นรขู้ ้อท่ี จานวนนกั เรียนทผี่ า่ น จานวนนกั เรียนท่ไี ม่ผ่าน
จานวนคน ร้อยละ จานวนคน ร้อยละ
1
2
3
15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
16. ข้อเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................................................
()
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................
ลงชือ่ ................................................................ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
()
ลงชื่อ.......................................................... รองผ้อู านวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
(………………………………………..)
59
ควำมเหน็ ของหัวหนำ้ สถำนศึกษำ
ไดท้ าการตรวจแผนการเรียนรขู้ องนางสาวกณุ ฑลี โคนโท แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
4. เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
5. การจัดกิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผูเ้ รยี นเป็นสาคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
6. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผ้อู านวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..
60
บรรณำนกุ รม
ดร.อรี ิค ชาน ชนุ หมิง, แดนเนยี ล วิลเลียม โคล./(2563).//สอื่ ฯ แมบ่ ทมาตรฐาน คณติ ศาสตร์ ป.1 เลม่ 1/(
พิมพ์ครั้งที่2).//อักษรเจริญทศั น:์ /บรษิ ทั ไทยรม่ เกลา้ จากดั .