The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จากนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางรหัส 64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kantinanwanji, 2022-09-19 02:19:34

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขัชกาลที่ 10

จากนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางรหัส 64

โครงการอันเนื่อง
มาจากพระราชดำริ

วิถีไทยเเละปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นักศึกษาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

คำนำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณีบดินทรเทพยวรางกูรได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียน
ประชาชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยได้พระราชทานพระราชดำริให้ส่วนราชการต่างๆ
ดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกหมู่เหล่าซึ่งทุกโครงการล้วนมี
มุ่งหมายที่สำคัญคือ “ความอยู่ดีกินดีและความผาสุก”ของประชาชนทั้งสิ้น

คณะผู้จัดทำในฐานะประชาชนชาวไทยดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้เล็งเห็น
ความสำคัญของการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในด้านต่างๆตลอดจนความ
จำเป็นในการรวบรวมฐานข้อมูลโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ถูกต้องครบถ้วน และสมบูรณ์
คณะกรรมจัดทำหนังสือเล่มนี้

จึงขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

คณะผู้จัดทำ
นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

สารบัญ

01 บทที่ 1

โครงการเกษตรวิชญา

02 บทที่ 2

โครงการพัฒนาพื้นบ้านกูแบซีรา

03 บทที่ 3
05
โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อัน

เนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ยโสธร

04 บทที่ 4

โครงการแก้ไขปัญหาช้างป่าตามแนวพระ

ราชดำริบ้านป่าเด็ง ตำบลป่าเด็ง อำเภอ

แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

บทที่ 5

โครงการเพื่อชุมชนเข้มเเข็งเเละร่มเย็นบ้าน

สันติ2 จ.ยะลา

สารบัญ

06 บทที่ 6

โครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว เป็นโครงการ

พระราชดำริของพระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัว แห่งแรกใน จ.อุดรธานี

07 บทที่ 7

วุโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว

08 บทที่ 8

โครงการหลวงเลอตอ

09 บทที่ 9

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รัชกาลที่9

10 บทที่ 10

โครงการจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ

สารบัญ

11 บทที่ 11

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์

12 บทที่ 12

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยะ พร้อม

ระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จ.ตาก

13 บทที่ 13

โครงการราชทัณฑ์ปันสุข

14 บทที่ 14

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมา

จากพระราชดำริ

บทที่ 1

เกษตรวิชญา

โครงการเกษตรวิชญา
ตามพระราชดำริ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรม


ราชกุมาร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

นายกันตินันท์ หวันจิ 6410122134025

ความเป็นมา

โครงการเกษตรวิชญา

พื้นที่สวนบ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม

จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่จำนวน 1,350 ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศ

ของพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูงลาดเทลงสู่หุบเขาเล็ก ๆ สภาพ

พื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันระหว่าง 20-35 % (hilly) ถึง 35-50 %

(steep) พื้นที่มีความสูง 1,060 -1,320 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปาน

กลาง ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินลึก ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ

เสื่อมโทรมจากการชะล้างพังทลาย ลักษณะภูมิอากาศมีอุณหภูมิ

ตลอดปีเฉลี่ย 23.3 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพันธ์เฉลี่ยตลอดปี

82.1 % ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,344.1 มิลลิลิตร สภาพป่าไม้เป็น


ป่าที่ไม่ผลัดใบ ประเภทป่าดิบเขา และมีไร่หมุนเวียนปะปน

เนื่องจากมีการบุกรุกเข้าใช้ประโยชน์ ทำให้พื้นที่ป่าเดิมกลายเป็น


ป่าที่เสื่อมโทรมให้พบเห็นอยู่ทั่วไป
ในวาระที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับพระราชทานที่ดิน

จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งเป็นพระ

มหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงแก่ประชาชนบนพื้นที่สูง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงตั้งใจทำให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์เรียนรู้

ด้านเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นที่สูง ให้แก่เกษตรอย่างครบวงจร

เกษตรวิชญา

1พระราชดําริ
“เกษตรวิชญา” เป็นศูนย์เรียนรู้ด้าน

การเกษตร ที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของ

ประเทศไทย ตามพระราชดําริ
ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ

บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระ

อิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งได้ทรงมีพระราชดําริ

ที่จะมอบที่ดินส่วนพระองค์บริเวณ บ้านกอง

แหะ หมู่ที่ 4 ตําบลโป่งแยง อําเภอแม่ริม

จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ จํานวน 1,350 ไร่ ให้

กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นําไปดําเนิน

การในลักษณะเป็นคลินิกเกษตร เพื่อเผย

แพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตร

จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อัน

เนื่องมาจากพระราชดําริ ในรูปแบบของศูนย์

บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน เป็น

ศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้

เหมาะสมกับพื้นที่รวมทั้งเพื่อการฟื้ นฟูและ

อนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศ

ที่สมบูรณ์เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ

และมีการใช้ประโยชน์จาก

ทรัพยากรธรรมชาติแบบอย่างยั่งยืน

เกษตรวิชญา

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2544 สมเด็จ
ดังนั้น เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2544

พระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนิน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มี

เป็นการส่วนพระองค์ไปยังพื้นที่ บ้าน
หนังสือสั่งการอย่างเป็นทางการ

กองแหะ ตําบลโป่งแยง อําเภอแม่ริม
มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินร่วมกับ

จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทรงมีพระราชดํา
กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยว

ริ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทํากา
ข้องสํารวจวิเคราะห์ข้อมูล
รสํารวจและวางแผนการใช้ที่ดิน รวม
เบื้องต้น กรมพัฒนาที่ดินจึงได้ดํา

ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ได้
เนินการสํารวจและวางแผนการใช้

แนวทางหรือวิธีการที่เหมาะสมต่อ
ที่ดินโดยเร่งด่วนและได้ทําการสํารวจ
การเกษตร ส่วนจะพัฒนาอย่างไร
ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ขอบเขตพื้นที่

หรือปลูกพืชชนิดใด ควรพิจารณา
โครงการ ลักษณะภูมิประเทศ เจาะ

หลังจากได้ข้อมูลดังกล่าวแล้ว สํารวจดิน จําแนกความเหมาะสมของ

ดิน
เกษตรวิชญา เพื่อการวางแผนการใช้ที่ดินให้

สอดคล้องกับศักยภาพของที่ดิน

และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่ใน

ปัจจุบัน
ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและสังคมของ

ท้องถิ่น สําหรับกรมชลประทานให้

สํารวจแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำ
ตรวจสอบสภาพพื้นที่เพื่อรวบรวม

ข้อมูลและจัดทําแผนพัฒนาพื้นที่

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้

นํา
แผนพัฒนาพื้นที่ถวายสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงวินิจฉัย

2

วันที่ 18 กรกฎาคม 2545 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ได้พระราชทานทีดินส่วนพระองค์ให้กระทรวง

เกษตรและสหกรณ์ และทรงมีพระราชดําริ

ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา

กําหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการ

อนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง

ยั่งยืน
วันที่ 26 ธันวาคม 2546 กระทรวงเกษตรและ

สหกรณ์ได้นําเสนอแผนแม่บทและแผน

ปฏิบัติงานเพื่อ
ขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี 2546 จาก

คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน

โครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดําริ (สำนักงาน กปร.) จะยึดกรอบ

แนวทางการดําเนินงานตามแผนแม่บทและ

แผนปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุตามแนวพระรา

ชดําริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป ในวาระ

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ ์ได้รับ

พระราชทานที่ดินจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง

ให้แก่เกษตรกรอย่างครบวงจร

เกษตรวิชญา 3

พระราชดําริเกี่ยว


2 กับโครงการ

พระราชดําริเกี่ยวกับโครงการ
ให้ทําการสํารวจและวางแผนการใช้ที่ดิน

พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมต่อ
การเกษตร
เลือกพืชปลูกให้เหมาะสม กำหนดแนวทางการ

ใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการอนุรักษ์ และการใช้

ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของโครงการ

3วัตถุประสงค์ของโครงการ
1.เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2549
2.เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในวาระเฉลิมขวัญพระโอรส

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
3.เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร คลินิกเกษตร และศูนย์ฝึกอบรมการทําการเกษตร

บนพื้นที่สูงอย่างสมบูรณ์แบบ ฟื้ นฟูป่าเสื่อมโทรมให้เป็นเขตธนาคารอาหารชุมชน

อนุรักษ์แหล่งต้นน้ำลำธาร เพื่อให้เกิดการผลิตทดแทนหมุนเวียน โดยชุมชนมีส่วนร่วม

และเกื้อกูลกันในระบบนิเวศของป่าอย่างยั่งยืน
4.เพื่อจัดตั้งศูนย์อภิบาลเด็กสายใยจากแม่สู่ลูก เป็นต้นแบบในการจัดสวัสดิการให้แก่

เกษตรกร และเจ้าหน้าที่ในโครงการ

เกษตรวิชญา 4

ที่ตั้งและ


4 อาณาเขต

ที่ตั้งและอาณาเขต
โครงการ “เกษตรวิชญา” ตั้งอยู่บ้านกองแหะ

หมู่ที่ 4 ตําบลโป่งแยง อําเภอแม่ริม จังหวัด

เชียงใหม่ อยู่ระหว่างพิกัด x = 478389 –

480830 ค่าพิกัด y = 2084111 – 2086082 ใน

ระบบ WGS84 บนแผนที่ประเทศไทย ลําดับชุด

L7018 ระวาง 4746 I มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 1,350 ไร่

โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ อยู่ระหว่างห้วยนาลิวกับแม่น้ำสา
ทิศใต้ ติดต่อกับห้วยสุวรรณ (เนิน 1286)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับดอยผานกกก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับห้วยนาลิวและเส้นทาง

ไปบ้านบวกจั่นและเนิน 1196

เกษตรวิชญา 5

5 ผลการทำเนินการ
ผลการดำเนินงาน

เพาะชำกล้าไม้โตเร็ว จำนวน 50,000 กล้า เพื่อแจก


จ่ายให้ราษฎรนำไปปลูกขยายผลใช้ประโยชน์ใน


ชุมชนและครัวเรือน ปลูกป่าไม้ใช้สอย ไม้โตเร็ว


จำนวน 120 ไร่ เพื่อให้ราษฎรมีพื้นที่ป่าไว้ใช้ประโยชน์


เป็นถ่านฟืนหุงต้มอาหาร และดำเนินกิจกรรมส่ง


เสริมราษฎรผลิตและ ใช้เชื้อเพลิงชีวมวล จำนวน 2


หมู่บ้าน อีกทั้งจัดฝึกอบรมหลักสูตร “การผลิตและ


ใช้เชื้อเพลิง อย่างมีประสิทธิภาพ” แก่ราษฎรจานวน


30 คน 6

ประโยชน์ที่ได้รับ

ทำให้ราษฎร จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้เรียนรู้การ


ผลิตและนาเชื้อเพลิงจากวัสดุชีวมวลมา


ใช้สอยในชีวิตประจำวันและพัฒนาเป็น


แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น มีวัสดุเชื้อเพลิง


ทดแทนการใช้ไม้ฟืน ลดปริมาณการใช้ไม้


ฟืนจากป่าธรรมชาติ ราษฎรได้ใช้ประโยชน์


จากพื้นที่ปลูกไม้ฟืน จำนวน 120 ไร่ ส่งผลให้


ราษฎรเกิดความรัก ความหวงแหน

ทรัพยากรป่าไม้และเรียนรู้การจัดการ


ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่


ยั่งยืน

เกษตรวิชญา 6

รูปโครงการ

รูปโครงการ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อ

ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม

มกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่ สวนบ้าน

กองแห หมู่ที่4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

จำนวน 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนิน

การในลักษณะคลินิกเกษตรเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและ

เทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อัน

เนื่องมาจากพระราชดำริ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอด

เทคโนโลยีชุมชนเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้

เหมาะสมกับพื้นที่

อ้างอิง

1. โครงการเกษตรวิชญา (พ.ศ. 2549)

http://www.tsdf.nida.ac.th/th/royally-initiated-

projects/10216-

%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87

%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8

0%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%

A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8

%8D%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%A8-2549/

6410122134025

กันตินันท์ หวันจิ

สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

โครงการเกษตรวิชญา



















บบททททีี่่ 33

โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร



เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิ
ราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรง
เยี่ยมราษฎรบ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง
ยโสธร จังหวัดยโสธร ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ใน
การนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้
พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ
พิจารณาช่วยเหลือเรื่ องปากท้องของราษฎรในพื้นที่ซึ่ง
เป็ นหมู่บ้านยากจน

ในวันเดียวกันนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิ

ราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จ

พระราชดำเนิ นไปทอดพระเนตรสภาพ
บริเวณหนองอึ่ง ในพื้นที่บ้านท่าเยี่ยม
ตำบลค้อเหนือ และมีพระราชดำริเกี่ยวกับ
การพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่ อช่วย

เหลือราษฎรดังนี้
1. ให้ปรับปรุงขุดลอกหนองอึ่ง เพื่อให้เป็ น

แหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรและแหล่ง
เพาะพันธุ์ปลา

2. ให้พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่และสภาพ
ดินโดยรอบหนองอึ่ง ปลูกหญ้าแฝก และ

ต้นไม้เพื่อป้ องกันการชะล้างหน้าดิน
3. ให้ฟื้ นฟูสภาพป่ าโดยรวม เพื่อให้คนกับ

ป่ าอยู่อย่างเกื้อกูลกัน

ผผลลกกาารรดดำำเเนนิินนงงาานน

ปปีี 22554455

1. ปรับปรุงขุดลอกหนองอึ่งและ
แหล่งน้ำบริเวณโดยรอบ ดำเนินการ
ขุดลอกหนองน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วมี
ปริมาณเก็บกักน้ำได้ 640,530 ลูกบาศก์

เมตร





2. การพัฒนาและปรับปรุงดิน ปลูก
หญ้าแฝกเพื่อป้ องกันการชะล้างและพัง
ทลายของดินบริเวณขอบหนองอึ่งและ
สาธิตการทำปุ๋ยหมัก จำนวน 7 ตันใน 7


หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ตัน สาธิตการใช้
ปุ๋ยพืชสด รวม 30 ไร่ ส่งเสริมการใช้ปุ๋ย
พืชสด จำนวน 50 ไร่






3. การพัฒนาป่ าไม้
และป่ าชุมชน ทำ
แปลงสาธิตอาหารชุมชนพื้นที่ 16 ไร่
โดยปลูกหวายดง ไผ่ และพันธุ์ไม้ท้อง
ถิ่น เพาะชำกล้าไม้ 100,000 ต้น
จำนวน 30 ชนิด แจกจ่ายให้ราษฎรใน
พื้นที่ปลูกซ่อมบำรุงป่าเดิม จำนวน 380
ไร่ โดยปลูกต้นไม้ตามแนวเขตป่า
ชุมชน จัดทำธนาคารอาหารชุมชนใน
โรงเรียน

ปปรระะโโยยชชนน์์ขขอองง
โโคครรงงกกาารร




ราษฎร จำนวน 6 หมู่บ้าน 693 ครัวเรือน ประชากร 3,493 คน มี
น้ำใช้เพื่อการเกษตร และอุปโภค-บริโภค และยังสนับสนุนพื้นที่
การเกษตรได้อีกประมาณ 581 ไร่

อ้ า ง อิ ง

HTTP://WWW.RDPB.GO.TH/TH/PROJECTS/
แ น ะ นำ โ ค ร ง ก า ร - C 3 8 / โ ค ร ง ก า ร พั ฒ น า พื้ น ที่ บ ริ เ ว ณ ห น อ ง

อึ่ ง อั น เ นื่ อ ง ม า จ า ก พ ร ะ - V 7 4 1 0

จั ด ทำ โ ด ย

นายธนากร มาสศาลา
020

ค ณ ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ เ ค รื่ อ ง สำ อ า ง

บทที่4
โครงการแก้ไขปัญหาช้าง
ป่าตามแนวพระราชดำริ

บ้านป่าเด็ง

ความเป็นมา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระ
ราชเสาวนีย์กับ พลเอก นพดล วรรธโนทัย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ ความโดยสรุปว่า ช้างเป็นสัตว์ที่
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ทรงรัก ทรงห่วงใย โดยเฉพาะช้างทางกุยบุรี และแก่งกระจาน ทรงห่วงใย
มาตลอด ทรงช่วยหาที่อยู่ ที่กินให้ช้าง จะได้ไม่รบกวนคน คนกับช้างจะได้มีปัญหา
กันน้อยที่สุด เช่น ที่กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ช้างมีความสำคัญมาแต่ครั้ง
ประวัติศาสตร์ เคยช่วยรักษาบ้านเมือง กู้บ้านกู้เมือง ดังนั้น ขอให้ช่วยกันดูแล
มิให้ช้างถูกฆ่าอย่างทารุณเยี่ยงนี้ เพื่อจะได้ไม่ผิดพระราชประสงค์ ที่พระบาท
สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้ง
พระทัยที่จะให้มีการอนุรักษ์ช้าง ให้เป็นสัตว์คู่แผ่นดินสืบไป

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ได้มีพระราชเสาวนีย์กับ ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ที

ขะระ และพลเอก นพดล วรรธโนทัย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวัง
ดุสิต เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ความโดยสรุปว่า “...ขอให้ร่วมมือกับ แม่ทัพ

ภาคที่ ๑ และ ดร.ธวัชชัย สันติสุข ดำเนินการ เรื่อง การปลูกพืชอาหารช้าง การ
ปลูกต้นไม้ให้เป็นป่ามีที่อยู่ที่กินของช้างที่แก่งกระจาน เช่นเดียวกับที่กุยบุรี...”

ผลการดำเนินงาน
ปี2562

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธุ์พืช ดำเนินการจัดหาและรวบรวม

พืชอาหารช้าง (ไผ่พันธุ์ท้องถิ่น)
จำนวน ๔๐,๐๐๐ กล้า ปรับปรุงแหล่ง

น้ำสำหรับสัตว์ป่า ขนาด ๑,๐๐๐
ลูกบาศก์เมตร จำนวน ๒ แห่ง
ปรับปรุงทุ่งหญ้าสำหรับเป็นแหล่ง
อาหารสัตว์ป่า จำนวน ๒๐๐ ไร่
ปรับปรุงแหล่งอาหารสัตว์ป่า (โป่ง

เทียม) จำนวน ๒๐ แห่ง

ประโยชน์ที่ได้รับ

ช่วยเพิ่มแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และที่อยู่อาศัยของ
ช้างป่า รวมทั้งสัตว์ป่าอื่น ส่งผลให้ช้างป่าไม่ออกจาก

ป่ามากินพืชผลการเกษตรของราษฎร ลดการกระ
ทบกระทั่งระหว่างคนกับช้างป่า นอกจากนี้ ราษฎรได้

มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน เกิดจิตสำนึกในการ
อนุรักษ์ช้างป่าและสัตว์ป่า ตลอดจน
ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ

อ้างอิง

http://www.rdpb.go.th/th/Projects/

จัดทำโดย

นาย พีรชยา บัวชุม
รหัส6410122134008
สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

บทที่5

โครงการเพื่อชุมชนเข้ม

เเข็งเเละร่มเย็นบ้านสันติ 2

จังหวัดยะลา

โครงการในพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐



1

โครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ ๒ ตั้งอยู่ใน
พื้นที่ หมู่ที่ ๖ ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เกิด
ขึ้นจาก พระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม
๒๕๔๙ ชาวไทยพุทธจากบ้านสันติ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลเขื่อนบาง
ลาง อำเภอบันนังสตา และบ้านสันติ ๒ หมู่ที่ ๖ ตำบลแม่หวาด
อำเภอธารโต จังหวัดยะลา จำนวน ๗๔ ครอบครัว รวม ๑๓๔
คน ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บ้านเรือน
ประชาชนถูกเผา ญาติพี่น้องถูกฆ่า ถูกทำร้าย ทำให้ไม่มีความ
ปลอดภัยในชีวิต จึงอพยพมาอาศัยที่วัดนิโรธสังฆาราม (วัด
หัวควน) ในเขตเทศบาลนครยะลา พร้อมได้ทูลเกล้าฯ ถวาย
ฎีกาขอรับพระราชทานความช่วยเหลือ พระองค์จึงได้เสด็จ
พระราชดำเนินไปเยี่ยมให้กำลังใจและทรงมีพระราชกระแส
รับสั่งกับชาวบ้านว่า “อย่าทิ้งถิ่นฐาน” พร้อมพระราชทานที่ดิน
๘๐ ไร่ สร้างบ้านให้ราษฎร ปรับปรุงสาธารณูปโภคและอาคาร
ศูนย์เด็กเล็ก ส่งเสริมให้ทำการเกษตรพอเพียงและมีอาชีพ
เสริมเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

2

ผลจากการดำเนินโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็ง
และร่มเย็นบ้านสันติ ๒ ทำให้ราษฎรในพื้นที่มี

ความรัก ความสามัคคี อยู่ดีมีความสุขและความ

ร่มเย็น และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

อย่างหาที่สุดมิได้ ราษฎรในหมู่บ้านได้พร้อมใจ

กันกล่าวปฏิญาณตนว่า “จะจงรักภักดีต่อชาติ

ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะประพฤติตนเป็น

พลเมืองที่ดี และเสริมสร้างความสมานฉันท์

เพื่อให้หมู่บ้านสันติ ๒ เป็นต้นแบบหมู่บ้านชุมชน

เข้มแข็งและร่มเย็นตลอดไป”

3

แหล่งที่มา

https://king.kapook.

com/

จัดทำโดย

น.ส.มนัญชยา พลตาล 6410122134038
วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

4

บทที่ 6


โครงการพระราชดำริ

รัชกาลที่ 10
แห่งแรก จ.อุดรธานี

โครงการพระราชดำริ รัชกาลที่ 10 แห่งแรก จ.อุดรธานี




โครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว เป็นโครงการพระราชดำริของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งแรกใน จ.อุดรธานี ช่วยชาวบ้าน
ให้พ้นจากความแห้งแล้ง ขยายระบบสาธารณูปโภคเข้าสู่หมู่บ้าน
ทำให้ชาวบ้านที่เคยอพยพหนีความทุกข์ยาก เริ่มกลับมาตั้งถิ่นฐาน

ในภูมิลำเนา

ชาวบ้านห้วยหมากหล่ำ ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เริ่มมีน้ำใช้
เพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน หลังรอคอยมานานกว่า 4 ปี เนื่องจากที่
ตั้งหมู่บ้านอยู่บนพื้นที่เชิงเขา และมีร่องน้ำซำตมขาวไหลผ่าน แต่ปริมาณ
น้ำในแต่ละปีไม่เพียงพอทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพหนีความลำบาก และ
ต้องไปค้าแรงงานต่างถิ่นเพื่อความอยู่รอด โครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว
เป็นโครงการพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่ง
แรกใน จ.อุดรธานี หลังชาวบ้านได้ยื่นหนังสือถวายฎีกากราบบังคมทูลขอ
พระราชทานความช่วยเหลือ

กระทั่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับโครงการอ่างเก็บน้ำซำ
ตมขาวพร้อมระบบส่งน้ำ ไว้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเริ่ม
ก่อสร้างเมื่อเดือน ต.ค.2560 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ปีที่แล้ว

บ้านห้วยหมากหล่ำมีประมาณ 70 ครอบครัว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ
เกษตรกรรม และรับจ้าง สภาพภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ภูเขาและดินปนทราย
รวมทั้งยังขาดแคลนแห่งน้ำ โครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว จึงเป็นเสมือน
ความหวังของชาวบ้านที่ต้องการพลิกฟื้ นผืนดินให้กลับมามีความอุดม
สมบูรณ์ และ เดินตามหลักปรัชญาเศรษกิจพอเพียง

โครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาวเป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก
มีปริมาณกักเก็บ 200,000 ลูกบาศก์เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 15
เมตร พร้อมระบบท่อส่งน้ำยาวกว่า 2 กิโลเมตร พื้นที่ได้รับ
ประโยชน์ 350 ไร่ เพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านที่ขาดแคลนน้ำเพื่อ
การอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรในฤดูแล้ง ซึ่งสำนักงาน
ชลประทานจังหวัดอุดรธานี เชื่อว่า จะสามารถเริ่มส่งนำได้เต็ม
ระบบในช่วงฤดูฝนปีนี้

เเหล่งที่มา

https://news.thaipbs.or.th/content/279787?

จัดทำโดย
นายภากร โรจนพาณิชย์วงศ์

6410122134048
สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

บทที่7

โครงการ
สายใยรักแห่ง
ครอบครัว

โครงการในพระราชดำริ สมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐

“สายใยรักแห่งครอบครัว”

เป็นโครงการในพระราชดำริเมื่อครั้งดำรงพระราช
อิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช
กุมาร โดยได้พระราชทานความหมายของ “โครงการ
สายใยรักแห่งครอบครัว” ไว้ว่า สายใยรักของพ่อ-แม่
และลูกที่อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวและมีความสัมพันธ์
เกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกไม่ออกจะเป็นแค่สายใยรัก
ของแม่กับลูก หรือของพ่อกับลูกก็ไม่ได้ เพราะถ้าขาด
คนใดคนหนึ่งไปครอบครัวก็จะไม่สมบูรณ์ สถาบัน
ครอบครัว จะทำให้เด็กมีสุขภาพกายและใจที่ดี และเมื่อ
เติบใหญ่เด็กชายและเด็กหญิงเหล่านั้นก็จะเป็นพ่อและ
แม่ที่ดีของลูก ๆ ในรุ่นต่อ ๆ ไป เป็นวัฏจักรไม่มีที่สิ้น
สุด ดังนั้น ถ้าได้มีการสนับสนุนให้มีสายใยรักแห่ง
ครอบครัวที่ดีแล้วย่อมเป็นหลักประกันได้ว่า สังคม
ไทยในอนาคตจะมีแต่เยาวชนที่มีคุณภาพ และมีความ
สามารถที่จะช่วยพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า
ถาวรสืบไป

ภาพประกอบจากกรมประชาสัมพันธ์

สำหรับโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เน้นส่ง
เสริมสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง
ครอบครัวมีความรักความอบอุ่นโดยสมาชิกใน
ครอบครัวมีเวลาให้กันและดูแลกันมากขึ้น รวมถึง
ส่งเสริมให้ทารกได้รับการดูแลตั้งแต่ในครรภ์จน
คลอดและส่งเสริมให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกด้วย

แหล่งที่มา

https://king.kapook
.com

จัดทำโดย

น.ส.ศรวณีย์ ทองมั่ง 001

วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

บทที่8

โครงการหลวงแห่งใหม่

'เลอตอ' โครงการหลวง

พลิกฟื้ นชีวิตชาวเขาปกา


กะญ


Click to View FlipBook Version