The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จากนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางรหัส 64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kantinanwanji, 2022-09-19 02:19:34

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขัชกาลที่ 10

จากนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางรหัส 64

โครงการ
ด้ ว ย พ ร ะ ม ห า ก รุ ณ า ธิ คุ ณ ใ น

หลวงแห่งใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่

– จากน้ำพระ
ทรงมีพระราชปณิธานในการ

ราชหฤทัย สู่
สืบสาน รักษา ต่อยอดงานของ

สายธารหล่อ
มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อพัฒนา

เลี้ยงชีวิตชาว
คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาว

ไทย ไทยภูเขา ลดการปลูกฝิ่ น และ

ฟื้ นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ตาม

แนวทางพระราชทานพระบาท

สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหา

ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรม

นาถบพิตร
ก่อตั้งเป็น “ศูนย์พัฒนาโครงการ

หลวงแห่งใหม่ ลำดับที่ 35” คือ

“ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอ

ตอ”อ.แม่ระมาด จ.ตาก ที่มีเป้า

หมายในการเสริมสร้างอาชีพและ

พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

ในพื้นที่ ด้วยการส่งเสริมพืช

เศรษฐกิจทดแทนการปลูกฝิ่ น

และการทำไร่เลื่อนลอย

ประวัติความเป็นมา

หมู่บ้านเลอตอ ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัด
ตาก ตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาสูง ห่างไกลและทุรกันดาร

เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ มีฐานะ
ยากจน ดำรงชีพด้วยการปลูกฝิ่ น รวมทั้งเริ่มมีการ
บุกรุกขยายพื้นที่เพื่อปลูกข้าวโพด มีรายได้ไม่เพียง

พอต่อการดำรงชีพ
พ.ศ. 2559 มูลนิธิโครงการหลวงจึงเข้าไปพัฒนา
ชุมชนดังกล่าว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้ง
มูลนิธิโครงการหลวง โดยเริ่มดำเนินงาน ตาม

วัตถุประสงค์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานแก่โครงการหลวง คือ การพัฒนาชีวิต
และความเป็นอยู่ของชาวเขา ลดการปลูกฝิ่ น และ
ฟื้ นฟูป่าต้นน้ำลำธาร โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิโครงการ
หลวง ได้เข้าไปสำรวจและปรึกษาหารือกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง และเริ่มดำเนินงานพัฒนาด้านต่าง ๆ มา
ตามลำดับ และก่อตั้งเป็น “ศูนย์พัฒนาโครงการ

หลวงเลอตอ”

การดำเนินงาน

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ได้จัดทำแปลง

ทดสอบสาธิตการปลูกพืช และศึกษาการเจริญเติบโตของ

พืชภายใต้สภาพแวดล้อมบริเวณศูนย์ฯ เพื่อคัดเลือกชนิด

พืชที่มีความเหมาะสมส่งเสริมแก่เกษตรกร ภายใต้ระบบ


อนุรักษ์ดินและน้ำ ได้แก่ พืชผัก ไม้ผล และกาแฟ จน

สามารถสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีแก่เกษตรกรใน


พื้นที่ นอกจากนี้ยังสนับสนุน การฟื้ นฟูและอนุรักษ์

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการ

ปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์

4 อย่าง ปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยการผลิต

ปุ๋ยหมัก การปลูกหญ้าแฝก ส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้ม


แข็ง พึ่งพาตนเอง ภายใต้บริบทของชุมชน โดยร่วม

ระหว่างชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการ

พัฒนายุวเกษตรกรโครงการหลวง เพื่อเป็นเกษตรกรที่ดี


ในอนาคต

ผลผลิตหลัก

ได้แก่ กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี คะน้าฮ่องกง เบบี้ฮ่องเต้ กวางตุ้งต้น ถั่วแขก

มะเขือม่วงก้านเขียว ฟักทองญี่ปุ่น ถั่วฝักยาว พริกกะเหรี่ยง แตงกวา เสาวรส


สตรอว์เบอร์รี เคพกูสเบอร์รี อาโวคาโด



หมู่ที่ 13 ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก 63140

แหล่งอ้างอิง

https://royalprojectthailand.com/Data704
7

จัดทำโดย

นางสาว ธัญญ์ทิพา ฟองไข่มุกข์
6410122134006

วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

สถานีเกษตรหลวงอิน
ทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

บทที่9

Welcome!

ประวัติความเป็นมา
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลย

เดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้ง “โครงการหลวง” ขึ้นเป็น
โครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรม
ราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการพระบรม
ราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และได้รับงบจากรัฐบาล
ไทยรัฐบาลต่างประเทศและเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากราษฎร เพื่อที่จะส่งเสริมและ
สนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถที่จะเพาะปลูกสิ่งที่มีประโยชน์และ
เป็นรายได้กับชาวเขา

ในวันพุธที่ 15 ธันวาคม 2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรชาวเขาในเขตพื้นที่ดอยอิน
ทนนท์เป็นครั้งแรก เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังบ้านผาหมอน (ดอยอินทน
นท์) ผู้ใหญ่บ้านที่มาเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงาน ความว่าในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว
มีหมู่บ้านกะเหรี่ยง 5 หมู่บ้าน จำนวน 197 หลังคาเรือน ราษฎรมีอาชีพทำนาและ
ปลูกฝิ่ น ส่วนบริเวณที่สูงขึ้นไปทางยอดดอยอินทนนท์ มีการปลูกฝิ่ นเป็นจำนวนมาก
ส่วนมากเป็นของชาวเขาเผ่าม้งขาว ซึ่งมีอยู่ 4 หมู่บ้าน ประมาณ 100 หลังคาเรือน ใน
ขณะนั้นมีพระราชทานกระแสพระราชดำริให้ชาวเขาพยายามหาทางใช้น้ำจากน้ำตก
มาใช้ประโยชน์ ทางการเกษตรและส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักกับหัวดอกไม้แกลดิ
โอลัสเพื่อชาวเขาเหล่านี้จะมีรายได้และเลิกทำการปลูกฝิ่ นได้เป็นขั้นๆไป (ที่มา :
เอกสารสิ่งพิมพ์เนื่องในงานเฉลิมพระชนมพรรษา สำนักราชเลขาธิการ ปี2515 )

ผลการดำเนินงาน

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์มุ่งเน้นด้านงานวิจัยงานทดสอบ งานสาธิตการ
ผลิตการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพพร้อมทั้งการฟื้ นฟูและอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินงานด้านการวิจัย งาน
ทดสอบ งานสาธิตการผลิตไม้ดอกไม้ผลกาแฟ พืชผักการพัฒนาอาชีพทั้งใน
ภาคการเกษตรการปลูกพืชผัก ทั้งในระบบอินทรีย์และระบบ GAP การปลูกไม้
ดอก ไม้ผล กาแฟ และปศุสัตว์ ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีรายได้
มากขึ้น มีประชากรที่ได้รับประโยชน์ 2,192 ครัวเรือน ประชากรรวม 8,004
คน นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศต่างๆ รวมทั้งการ
พัฒนาระบบการบริหารจัดการ รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานราชการ ทั้ง
ส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชนต่างๆโดยให้
ความสำคัญในการวิจัย ทดสอบ เพื่อค้นคว้าองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อการพัฒนา
ต่อยอดด้านการเกษตรรวมถึงด้านการบริหารจัดการ และยังส่งเสริม
กระบวนการมีส่วนร่วมในการฟื้ นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อม ส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง
ประโยชน์ 4 อย่างการปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดการพังทลายของดิน และพัฒนา
คุณภาพชีวิตเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนและชุมชนพัฒนาสุขภาพอนามัย
และสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนชาวเขา และการรวมกลุ่มจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร
กลุ่มออมทรัพย์ ตลอดจนเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรที่สูงแก่นักเรียน
นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป

การปลูกพืช

การปลูกพืช
ผลผลิตหลัก
พืชผัก ได้แก่ กะหล่ำปลี, มะเขือเทศเชอรี่แดง, มะเขือเทศโครงการหลวง, พริกหวาน

เขียว, ซูกินี, ถั่วแขก, เซเลอรี,ยอดชาโยเต้, เฟนเนล,ต้นหอมญี่ปุ่น,ผักกาดฮ่องเต้, เบบี้
ฮ่องเต้, เบบี้แคร์รอต,ผักกาดกวางตุ้งต้น,คะน้าฮ่องกง, โอ๊คลีฟเขียว

ไม้ดอก ได้แก่กุหลาบ, เจอบีร่า, จิ๊ปซอฟฟิลล่า, ลิ้นมังกร, ลิลลี่, ฟอโมลองโก้, พิทู
เนีย, เทียนนิวกินี, อาจูก้า, เฟินใบมะขาม, ซัลเวีย, ลิ้นมังกร, ไฮเดรนเยีย

ไม้ผล ได้แก่ พีช, พลับ,กีวี, บ๊วย, พลัม,อะโวคาโด, มะม่วง,สตรอว์เบอร์รี, เครปกูส
เบอร์รี, มัลเบอรี่, เสาวรส, มะเดื่อฝรั่ง, องุ่น

ผลผลิตรอง
พืชไร่ ได้แก่ ข้าว, ถั่วลิสง
เห็ด ได้แก่ เห็ดพ็อตโตเบลโล่, เห็ดแชมปิญอง
กาแฟ ได้แก่ อาราบิกา
ปศุสัตว์ ได้แก่ ไก่, หมู

อาชีพหลักและอาชีพรองของเกษตรกร

เ เกษตรกรมีอาชีพหลัก คือ การปลูกพืชผักอินทรีย์และผัก GAP ที่มีคุณภาพได้ทั้งผัก
เมืองหนาว และเมืองร้อน เช่น เซเลอรี่ มะเขือเทศเชอรี่แดง เฟนเนล หอมญี่ปุ่น เบบี้
ฮ่องเต้อินทรีย์ ผักกาดกวางตุ้งอินทรีย์ การปลูกไม้ดอกเมืองหนาวที่สำคัญ ได้แก่
เบญจมาศ กุหลาบ ลิ้นมังกร ออนิโทกาลัม เยอบีร่า จิ๊ฟซอฟฟิลล่า การปลูกไม้ผลเขต
หนาว เขตกึ่งร้อน และไม้ผลขนาดเล็ก ได้แก่ พลับ พีช อะโวคาโด มะม่วง องุ่น สตรอว์
เบอร์รี เครปกูสเบอร์รี อาชีพรอง คือ การเลี้ยงสัตว์และงานหัตถกรรม

ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
เกิดจากการรวมกลุ่มเกษตรกรสามารถเป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งตนเองได้มี

การรวมกลุ่มมั่นคงในรูปแบบสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงดอยอินทนนท์กลุ่ม
วิสาหกิจชุมชน จำนวน 2 กลุ่ม (วิสาหกิจชุมชนกลุ่มบ้านเมืองอาง, วิสาหกิจชุมชนกลุ่ม
กาแฟขุนยะ) กลุ่มทอผ้า กลุ่มเยาวชน กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เกษตรกรทำการเกษตรกับมูลนิธิโครงการหลวงเฉลี่ยต่อครอบครัว จะมีรายได้
ประมาณ 82,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี รายได้ส่วนใหญ่มาจากการทำการเกษตร

จัดทำโดย

นางสาว ยโสธรา มณีพินิจ
6410122134023

สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

THANK YOU

บทที่ 10

โครงการ "จิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ"

"จิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ"
โครงการพระราชทานของในหลวง ร.10




ในหลวง ร.10 พระราชทานโครงการ "จิตอาสา
เราทำความดี ด้วยหัวใจ" เพื่อส่งเสริมให้คนไทย

สมัครสมานสามัคคี สร้างสรรค์ความดีเพื่อ
ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ไม่หวังสิ่งตอบแทน




เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 นี้ ฐานเศรษฐกิจ ชวนคนไทยร่วมเทิด
พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา
ลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว "ในหลวง รัฐกาลที่ 10"

จากโครงการ “จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.” ของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ ยมล้นด้วยพระเมตตา
ของพระองค์ที่ทรงทุ่มเทพระวรกาย ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ
โดยคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของราษฎรเป็นสำคัญ และทรงมีพระราช
ปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระ
ราชดำริของพระบรมราชชนกที่ได้ทรงพระราชทานไว้เป็นแนวทางสำหรับ
การพัฒนาประเทศ ต่อมาทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อ
ใหม่เป็น "โครงการจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ" โดยพระราชทาน
โครงการดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน มีความเสียสละ
และความสมัครสมานสามัคคี ในการสร้างสรรค์ความดี เพื่อประโยชน์แก่
ประเทศชาติ

ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับหน่วย
ราชการต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ใน
พื้นที่ต่างๆเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนไม่ว่าจะเป็น
ปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ปัญหาการจราจร และอื่นๆ เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิต ได้เปิดให้ประชาชน
ทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”ปรากฏว่า มี
ประชาชนสมัครเข้าร่วมจำนวนมากจนเสื้อยืดคอโปโลสีดำ “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรัน
ดร์” ที่พระราชทานให้ประชาชนจำนวน 770,000 ตัว ถูกแจกจ่ายจนหมด ซึ่ง
หมายความว่า มีผู้เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 770,000 คน และอาจจะถึง 1 ล้านคน
เพราะมีประชาชนอีกมากที่เข้าร่วมโครงการแม้จะไม่ได้รับเสื้อ ถือเป็นโครงการที่มี
ประชาชนเข้าร่วม และประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง

สำหรับ จิตอาสาตามพระราโชบาย แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1 จิตอาสาพัฒนา : ได้แก่กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาท้องถิ่นของแต่ละชุมชนให้มี
คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบำเพ็ญ สาธารณประโยชน์ การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวันการประกอบอาชีพ รวมทั้งการ
สาธารณสุข ฯลฯ แบ่งตามภารกิจงานเป็น 8 กลุ่มงาน ดังนี้

จิตอาสาพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง ประชามีสุข หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ อาทิ
การขุดลอกคูคลอง การดูแลรักษา ความสะอาดเรียบร้อยของศาสนสถานหรือสถานที่สาธารณะ การจัดเก็บผักตบ
ชวา การปลูกต้นไม้ รวมทั้งการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่สร้างความเป็นอยู่ของ ชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนมีความ
สุขอย่างยั่งยืน

จิตอาสางานประดิษฐ์และเผยแพร่งานศิลปาชีพ หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่นำความรู้ทางด้านศิลปหัตถกรรม
พื้นบ้าน/ภูมิ ปัญญาท้องถิ่น มาเผย แพร่ และถ่ายทอดเพื่อให้ประชาชนนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาให้เป็นประโยชน์
ต่อไป

จิตอาสาฝ่ายกิจกรรมการแสดงและนิทรรศการ หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่ปฏิบัติงานสนับสนุนในการจัดงาน
หรือกิจกรรมการแสดงและมีนิทรรศการ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจและเผยแพร่กิจกรรมจิตอา
สาฯ เช่น กิจกรรมการแสดงดนตรีบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต การจัดงานอุ่นไอ รัก คลายความหนาว งานเถลิง
ศกสุขสันต์มหาสงกรานต์ตำนานไทย เป็นต้น

จิตอาสาฝ่ายแพทย์และสาธารณสุข หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่ปฏิบัติงานสนับสนุนและช่วยอำนวยความ
สะดวกแก่แพทย์ พยาบาล รวมถึงช่วยอำนวย ความสะดวกด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนส่งเสริมให้
ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพ

จิตอาสาฝ่ายทะเบียนและข้อมูล หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกประชาชนที่มา
ลงทะเบียนจิตอาสาฯ

จิตอาสาฝ่ายส่งกำลังบำรุงและสนับสนุน หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่สนับสนุน อำนวยความสะดวก ดูแลความ
เรียบร้อย จัดหาหรือบริการอาหาร น้ำดื่ม ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม/จิตอาสาที่เข้าร่วมปฏิบัติงาน

จิตอาสาฝ่ายประชาสัมพันธ์ หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่ช่วยงานประชาสัมพันธ์และให้บริการข้อมูลการจัด
กิจกรรมจิตอาสาฯรวมถึงช่วยดูแลต้อนรับ ประชาชนที่มาเข้าร่วมกิจกรรม

จิตอาสาฝ่ายรักษาความปลอดภัยและจราจร หมายถึง กลุ่มงานจิตอาสาที่สนับสนุนและช่วยอำนวยความสะดวก
ในการสัญจรของประชาชนการแนะนำ เส้นทางการแจ้งอุบัติเหตุการจราจรให้เจ้าพนักงานทราบ

2 จิตอาสาภัยพิบัติ : ได้แก่กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้า ตรวจ เตือน และ
เตรียมการรองรับภัยพิบัติทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ และเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อ
ประชาชนในพื้นที่โดยรวมและการเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยพิบัติ
ดังกล่าว เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย เป็นต้น

3 จิตอาสาเฉพาะกิจ : ได้แก่กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์ให้ปฏิบัติในงานพระราชพิธี หรือการรับ
เสด็จ ในโอกาสต่างๆ เป็นการใช้กำลังพลจิตอาสาร่วมปฏิบัติกับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรืออำนวย
ความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมงานรวมทั้งการเตรียมการ การเตรียมสถานที่และการฟื้ นฟูสถานที่ภายหลัง การ
ปฏิบัติในพระราชพิธี และการเสด็จฯ นั้นๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เเหล่งที่มา

https://www.thansettakij.com/royal/442798

จัดทำโดย
นายวีระวัฒน์ แดงดี
6410122134027
สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

"บทที่ 11"

โครงการ
พัชรสุธา
คชานุ
รักษ์

เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างชุมชนอยู่ร่วม
กับช้างป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

โ ค ร ง ก า ร พั ช ร สุ ธ า
ค ช า นุ รั ก ษ์

“...ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงเเต่ต้องทำให้
ป่านั้นอาหารช้างเพียงพอ การปฏิบัติคือเว้น
วรรคให้ไปสร้างอาหารช้างในป่าเป็นแปลง
เล็กๆและกระจายกรณีช้างป่าออกมาที่ชายป่า

ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า...”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พระราชทานเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๒

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า
สุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้
ประกาศว่า “โดยช้างป่าเป็นสัตว์สำคัญที่ดำรงอยู่ มี
ตำนานผูกพันคู่กับผืนแผ่นดินไทยมาเป็นเวลาช้านาน
และมีบทบาทต่อสังคมไทยเป็นอย่างยิ่งทั้งทางด้านการ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ เศรษฐกิจ สังคม และการ
คมนาคม” ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เห็นคุณค่า
และความสำคัญของช้างจึงควรที่จะต้องมีการอนุรักษ์
เอาไว้โดยเฉพาะช้างป่า แต่จะต้องไม่ให้ราษฎรมีความ
เดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุกหากินในพื้นที่
การเกษตรของราษฎรแต่งตั้งคณะกรรมการจึงทรงมี
พระราชดำริว่าควรจะมีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา
การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้างป่า

ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ
โครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดในภาค
ตะวันออก ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์และทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมโครงการอนุรักษ์ช้างป่า
รอยต่อ ๕ จังหวัดในภาคตะวันออก และพระราชทาน
ชื่อโครงการว่า “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” มี
ความหมายว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยง
ดุจเพชร” โดยมีวัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่อ
สืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริพระบาท
สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในการแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง
ป่า รวมทั้งการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ป่ารอย
ต่อ ๕ จังหวัดในภาคตะวันออก ซึ่งต่อมาได้เกิดชุมชน
นำร่องในพื้นที่ ๕ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัด
ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระแก้ว และจันทบุรี
ภายใต้ชื่อ “หมู่บ้านคชานุรักษ์” เพื่อสร้างต้นแบบใน
การปรับเปลี่ยนวิถีเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับ
ช้างอย่างสมดุลต่อไป

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ
นางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี
เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้า
ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ทรงเปิด และทรงเป็นองค์ประธานการประชุมใหญ่
คณะกรรมการ “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรม
ราโชบายว่า
“ช้างเป็นสัตว์ที่คู่กับประเทศไทย และการที่มีช้าง
ป่าในประเทศเราและยังอยู่ได้ ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า
เป็นมงคล แต่ถ้าจะให้เป็นมงคลจริง ก็เป็นอย่างที่
โครงการทำได้ คือ ดูแล รักษา และปฏิบัติให้ช้าง
ป่าอยู่กับชุมชนและอยู่กับคนได้อย่างราบรื่นและ
ปลอดภัยทั้งคนและช้าง....”

แผนปฏิบัติการภายใต้แผนแม่บทสร้าง
ความสมดุลระหว่างคนและช้างป่า ภายใตั

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์

แผนปฏิบัติการสร้างความสมดุลระหว่างคนและช้างป่า

ระยะ ๓ ปี แบ่งออกเป็น ๓ ด้านตามพื้นที่ ดังนี้



ด้ านที่ ๑ การจัดการพื้ นที่ ป่าอนุรักษ์
สำหรับเป็นที่ อยู่อาศั ยของช้างป่า
(วงใน : พื้ นที่ ช้างอาศั ย)

เพิ่มศักยภาพถิ่นอาศัยของช้าง
ป่า
และการจัดการประชากรช้าง

ด้ านที่ ๒ การจัดการพื้ นที่ แนวกันชน
(วงกลาง : พื้ นที่ พักช้าง)

สร้างจุดพักช้างในป่าชุมชนเพื่อดึง
ช้างกลับสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ
ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพป่า
ชุมชนและจัดทําระบบติดตามและเฝ้า
ระวังช้างป่า

ด้ านที่ ๓ การจัดการพื้ นที่ ชุ มชน
(วงนอก : พื้ นที่ ชุ มชนอาศั ย)

สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ
ประชาชนปรับเปลี่ยนอาชีพ พัฒนา
อาชีพสร้างกระบวนการเฝ้าระวัง
ป้องกัน และเตือนภัยให้กับชุมชน
และสร้างระบบการเยียวยาผู้ได้รับ
ผลกระทบ

เเนว
ทางการ
ดำเนินการ
ของ ส.ป.ก.

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนิน
งานสนองพระราชดำริโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในปี
พ.ศ. ๒๕๖๓ ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ๕ จังหวัด
จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระแก้ว และ (จันทบุรี)
ภายใต้แผนแม่บทฯ และดำเนินการจัดทำแผนชุมชนร่วมกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดและระดับพื้นที่เพื่อให้
สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ได้แก่ โครงการส่ง
เสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อเป็นพื้นที่แนวกันชน
การพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ป่ารอยต่อ
๕ จังหวัด ในภาคตะวันออก การส่งเสริมการทำปศุสัตว์ เช่น
การเลี้ยงหนูพุ กและการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อช่วยบรรเทาความ
เดือดร้อนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ และสร้างรายได้หมุนเวียน
ในชุมชน ส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
และสามารถทำการเกษตรแบบอยู่ร่วมกันกับช้างป่าได้อย่าง
สมดุล

อ้างอิง

https://alro.go.th/uploads/org/roy
al_ini/download/article/article_20
200715161302.pdf

จัดทำโดย

นางสาวอรพินท์ จันทร์เพ็ญ
6410122134026
สาขา วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

บทที่ 12
โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยะ
พร้อมระบบส่งน้ำ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตำบลเกาะตะเภา อำเภอสามเงา

จังหวัดตาก

พระราชดำริ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยะพร้อมระบบส่งน้ำไว้
เป็น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ ๒๕
เมษายน ๒๕๖๐ ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ
ที่ รล ๐๐๐๘.๔/๔๐๔๗ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐
เพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านแม่ยะและบ้านปูน ซึ่งขาดแคลนน้ำ
สำหรับทำการเกษตรและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่
บ้านแม่ยะ

สาระสำคัญของโครงการ
ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยะ ความจุ 5,000,000
ลูกบาศก์เมตร ทำนบดินยาว ๓๐๐ เมตร กว้าง 4 เมตร สูง
๒๙ เมตร อาคารระบายน้ำ ล้นสันฝายยาว ๑๐ เมตร ทาง
ระบายน้ำกว้าง 6 เมตร ระบบส่งน้ำท่อส่งน้ำสายใหญ่
ยาว ๗,๐๐๐ เมตร พร้อมถังเก็บน้ำ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร
จำนวน ๑ แห่ง พื้นที่รับประโยชน์ ๓,๕๐๐ ไร่ ฤดูแล้ง
๒,๐๐๐ ไร่

ผลความก้าวหน้าของโครงการ
- กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาโครงการเบื้องต้น
แล้วเสร็จ คาดว่าจะใช้งบประมาณ
ในการก่อสร้าง ๘๕.๖๐ ล้านบาท (ทำนบดิน ๗๕,๗๐ ล้าน
บาทระบบส่งน้ำ ๙.๙๐ ล้านบาท)
- สํานักงาน กปร. สนับสนุนงบประมาณ กปร. เพื่อสำรวจ
ภูมิประเทศและสำรวจธรณีวิทยาในปี ๒๕๖๑
- คาดว่าจะของบประมาณค่าออกแบบ ในปี ๒๕๖๒
- ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ กปร. ปี ๒๕๖๔ แผนงาน
ก่อสร้างปี ๒๕๖๔ คาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี ๒๕๖๔
- โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ขอรับการสนับสนุนงบ กปร
ปี ๒๕๖๔ จำนวน ๗๕๗๐ ล้านบาท
- โครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำ ใช้งบปกติกรมชลประทาน

จำนวน ๘.๔๐ ล้านบาท

แหล่งที่มา

http://www.rdpb.go.th/TH/Projects/%E0%B8%A
0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B
8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD-
c388/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E
0%B8%B2%E0%B8%87-v10279

จัดทำโดย
นางสาวสุชาดา โรงอ่อน

6410122134019
วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

บทที่ 13

โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทาความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

โครงการในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.10

ที่มาของโครงการ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา
วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรม
ราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ประกาศ
พระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการ
ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เนื่องจากทรงมีพระราชดาริว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์
เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขัง ในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วยเป็น
จำนวนมาก ยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์
และเวชภัณฑ์ การดูแลสุขภาพ ของผู้ต้องขังถือเป็น
หน้าที่สำคัญของกรมราชทัณฑ์ ในการที่จะให้ผู้ป่วย เข้า
ถึงการรับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลัก
มนุษยธรรม

วัตถุประสงค์โครงการ

1. เพื่อยกระดับการดู และสุขภาพผู้ต้องขังให้ได้รับ การ
รักษาพยาบาลเท่าเทียมกับบุคคลภายนอกให้ เป็นไป
ตามหลักสิทธิมนุษยชน
2. เพ่ือจัดระบบการรักษาพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ
ตลอดจนปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อม การป้องกันโรค
และการส่งเสริมสุขภาพ
3. จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับสถานพยาบาล ใน
เรือนจำ/ทัณฑสถานทัณฑสถานโรงพยาบาล ราชทัณฑ์
และโรงพยาบาลแม่ข่าย
4. พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ของกรมราชทัณฑ์
5. พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุข เรือนจำ (อสรจ.) ให้
ได้มาตรฐาน

โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ

ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1

เป้าหมาย 25 แห่ง
วันที่ 28 ธันวาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิด การดำเนิน
งานตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพ่ือชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องมือและ
ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวม
เป็นเงินทั้งสิ้น 190,072,863 บาท จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์
ทางการแพทย์ได้ถึง 756 ชิ้น
1 โรงพยาบาลแม่ข่าย 12 แห่ง จำนวน 24 ชิ้น
เป็นเงิน 98,880,000 บาท
2 เรือนจำทัณฑสถาน 24 แห่ง จานวน 615 ช้ิน
เป็นเงิน 47,796,050 บาท
3 ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จำนวน 117 ชิ้น
เป็นเงิน 43,396,813 บาท

โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2

เป้าหมาย เพิ่ม 19 แห่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรม

ราชินี พระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และทอด
พระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการ ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ณ พระที่นั่งอัมพร
สถาน พระราชวังดุสิต

ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการโรง
พยาบาลแม่ข่าย พยาบาลประจำเรือนจำ และอาสาสมัครสาธารณสุข
เรือนจำของเรือนจำอำเภอฝาง เรือนจำอำเภอเบตง เรือนจำอำเภอ
รัตนบุรี และ เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งเป็นเรือนจำ 4 แห่ง จาก
ทั้งหมด 19 แห่ง ของเรือนจำเป้าหมาย ในการดำเนินงานระยะที่ 2 ความ
ตอนหนึ่งว่า
“มีความยินดีที่ได้รับรายงาน และรับทราบว่าทางเรือนจำและเจ้าหน้าที่
ทุก คน ได้มีกำลังใจและ ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความอยู่ดี กินดี
มีสภาพชีวิตที่ดีของผู้ต้องขัง และหวังอย่างยิ่งว่า เครื่องมือ เครื่อง
ใช้ที่ได้มอบให้โครงการนี้ จะไปเสริมการปฏิบัติหน้าที่ให้ได้ผลยิ่งขึ้น ก็
ขอฝากความปรารถนาดี และความหวังดีมายังทุกท่านด้วย”

โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องมือและ
ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมเป็นเงิน
ทั้งสิ้น 118,547,200 บาท
1. เครื่องมือและครภุ ัณฑ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแม่ข่าย
จำนวน 16 รายการ 191 หน่วย เป็นเงิน 102,691,400 บาท
2. เครื่องมือและครภุ ัณฑ์ทางการแพทย์ของสถานพยาบาลเรือนจำ
จำนวน 16 รายการ 338 หน่วย เป็นเงิน 15,855,800 บาท
รวมเป็นเงินท้ังสิ้น 118,547,200 บาท

แหล่งอ้างอิง

https://www.tijthailand.org/public/files/highlight/HL%20Summ
ary%20Mandela%202021/Presentation_Weerakit_DOC_and%
20Prison%20Management%20by%20DOC.pdf

ผู้จัดทำ

นางสาววิชญาพร ชินรัมย์ 6410122134012

วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

บทที่14

โครงการพัฒนา
แหล่งน้ำอันเนื่องมา

จากพระราชดำริ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำทรงดำเนิน
ตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตรพระบรมชนกนาถที่ทรงให้ความสำคัญกับ“น้ำ”ที่เป็นปัจจัย

หลักในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของพระพสกนิกรถ้วนทั่วเริ่ม
ต้นจากการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริตรงที่พระราชทาน
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ต่างๆมีจำนวน 61 โครงการใน 12
จังหวัดทุกภูมิภาคต่างหมู่บ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่จังหวัด
เชียงใหม่ราชบุรีจันทบุรีอุดรธานีจนถึงจังหวัดนราธิวาสเพื่อช่วยพลิกฟื้ น

ชีวิตราษฎรตามความต้องการของประชาชนและความเหมาะสมของ

สภาพภูมิประเทศ

นับจากนั้นเป็นต้นมาในเกือบทุกครั้งที่โดยเสด็จพระบรมราชชนนี
พันปีหลวงทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่างๆขนาดที่สมเด็จพระบรม
ราชชนนีส่งงานด้านศิลปาชีพมักทรงงานแยกไปทอดพระเนตร
ความเป็นอยู่ของราษฎรและพระราชทานแนวพระราชดำริในการ
พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือปัดเป่าความเดือดร้อนให้กับราษฎร

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่ องมาจากพระราชดำริที่เกิดขึ้นตั้งแต่

ครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราช

กุมารครอบคลุมตั้งแต่การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำฝายแก้มลิงบ่อเก็บน้ำ

ท่อระบายน้ำระบบส่งน้ำและการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำฝายอาคารบังคับ

น้ำระบบและท่อส่งน้ำทำนบดินการจัดหาน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่

การเกษตรและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในรูปแบบต่างๆและ
การพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการทั้ง 61 โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคคือภาคเหนือมี 6
โครงการ 12 จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รวม 12 โครงการใน 6 จังหวัดคืออุบลราชธานีมุกดาหารบุรีรัมย์
ศรีสะเกษอุดรราชธานีและสกลนครภาคกลางที่จังหวัดราชบุรีรวม 6

โครงการขณะที่ภาคใต้เป็นภาคที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทาน
โครงการมาถึง 37 โครงการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือปัตตานี

ยะลาและนราธิวาส



แหล่งอ้างอิง

https://www.pidthong.org

จัดทำโดย

นางสาวนิรดา ธาดาสุวรรณเวช
6410122134013

วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

คณะผู้จัดทำ






นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัย


ราชภัฏพระนคร
1.นายกันตนันท์ หวันจิ 6410122134025
2.นางสาวณัฐพร คำเพ็ชร 6410122134009
3.นายธนากร มาสศาลา 6410122134020
4.นายพีรชยา บัวชุม 6410122134008
5.นางสาวมนัญชยา พลตาล 6410122134038
6.นายภากร โรจนพาณิชย์วงศ์ 6410122134048
7.นางสาวศรวณีย์ ทองมั่ง 6410122134001
8.นางสาวธัญญ์ทิพา ฟองไข่มุกข์ 6410122134006
9.นางสาวยโสธรา มณีพินิจ 6410122134023
10.นายวีระวัฒน์ เเดงดี 6410122134027
11.นางสาวอรพินท์ จันทร์เพ็ญ 6410122134026
12.นางสาวสุชาดา โรงอ่อน 6410122134019
13.นางสาววิชญาพร ชินรัมย์ 6410122134012
14.นางสาวนิรดา ธาดาสุวรรณเวช 6410122134013

วิ ถี ไ ท ย เ เ ล ะ ป รัช ญ า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง

THANK
YOU

for your attentions


Click to View FlipBook Version