The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พิมพิกา พิมพ์สอน, 2019-12-09 09:39:30

หลักสูตรห้องเรียนพิเศษ ม.ต้น (2561-2563)

M1-M3-AP

47

ว๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร ๑ รายวชิ าวทิ ยาศาสตรพื้นฐาน ๑.๕ หนว ยกิต
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑
๓ ชั่วโมง/สัปดาห/ ภาค

คาํ อธิบายรายวชิ า

ศกึ ษา วิเคราะห สํารวจ สังเกตและเปรียบเทียบรูปรางของเซลลส่ิงมีชีวิตเซลลเดียวและหลายเซลล
สวนประกอบสําคัญและหนาที่สวนประกอบของเซลลพืชและเซลลสัตว กระบวนการเคลื่อนท่ีของสารผาน
เซลลโ ดยการแพรแ ละออสโมซิส ปจจยั ทีจ่ ําเปนและความสําคัญของกระบวนการสังเคราะหดว ยแสงของพืชตอ
ส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดลอม กลุมเซลลที่เก่ียวของกับการลําเลียงน้ําของพืช ระบบลําเลียงนํ้าและอาหาร การ
สืบพันธุของพืชแบบอาศัยเพศและไมอาศัยเพศโดยใชสวนตาง ๆ ของพืชในการขยายพันธุ พฤติกรรมและการ
ตอบสนองของพืชตอ สง่ิ เรา เทคโนโลยชี ีวภาพเพ่อื ขยายพันธุ ปรับปรงุ พนั ธุแ ละเพิม่ ผลผลิตพืช การจําแนกสาร
โดยใชเน้ือสารหรือขนาดอนุภาคเปนเกณฑ และสมบัติของสารแตละกลุม การเปล่ียนสถานะของสารโดยใช
แบบจําลองการจัดเรยี งอนุภาคของสาร สารละลายกรด-เบส การตรวจสอบคา pH ของสารละลายและของดนิ
ในทอ งถ่ิน วิธีเตรยี มสารละลายท่ีมีความเขมขนเปนรอยละ การเปล่ยี นแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสาร
ปจ จยั ทม่ี ีผลตอการเปล่ียนแปลงสถานะและการละลายของสาร

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตร ในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา
มีความสามารถในการสํารวจ ตรวจสอบ การสบื คนขอมูล และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความ
เขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและดูแลสิ่งแวดลอม มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม คา นิยมท่เี หมาะสม และเขาใจวา วิทยาศาสตร เทคโนโลยี สงั คม และส่ิงแวดลอมเกยี่ วของ
สมั พันธกัน

ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๒ ม.๑/๑-๑๘ ว ๒.๑ ม.๑/๑-๑๐ ว ๒.๒ ม.๑/๑ ว ๔.๑ ม.๑/๑-๕

รวมทงั้ หมด ๓๔ ตัวช้ีวัด

48

ว๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตร ๒ รายวชิ าวิทยาศาสตรพ้นื ฐาน ๑.๕ หนว ยกติ
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒
๓ ช่วั โมง/สัปดาห/ภาค

คําอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษา วิเคราะห สํารวจ สบื คนขอมูล และอธิบายเก่ยี วกบั ปริมาณสเกลาร ปรมิ าณเวกเตอร ระยะทาง
การกระจัด อัตราเร็ว และความเร็วในการเคลื่อนท่ีของวัตถุ อุณหภูมิและการวัดอุณหภูมิ การถายโอนความ
รอน การดูดกลืนและการคายความรอนโดยการแผรังสี สมดุลความรอน ผลของความรอ นตอ การขยายตวั ของ
สาร และนําความรูไปใชประโยชน องคประกอบและการแบงชั้นบรรยากาศท่ีปกคลุมผิวโลก ความสัมพันธ
ระหวางอุณหภูมิ ความชื้น และความกดอากาศที่มีผลตอปรากฏการณทางลมฟาอากาศ ผลของลมฟา
อากาศตอการดํารงชวี ติ ของสิ่งมชี ีวิตและสง่ิ แวดลอมการแปลความหมายขอมูลจากการพยากรณอ ากาศ ปจจัย
ทางธรรมชาติ และการกระทาํ ของมนุษยท ่ีมผี ลตอการเปลยี่ นแปลงอุณหภมู ิของโลก รูโหวโอโซน ผลของภาวะ
โลกรอน และฝนกรดทีม่ ตี อส่ิงมีชีวิตและสง่ิ แวดลอม

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตร ในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา มี
ความสามารถในการสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล และการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความ
เขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและดูแลส่ิงแวดลอม มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม คานยิ มทเ่ี หมาะสม และเขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สงั คม และส่ิงแวดลอ มเกี่ยวของ
สมั พันธกัน

ตวั ชีว้ ัด
ว ๒.๒ ม.๑/๑ ว ๒.๓ ม.๑/๑-๗ ว ๓.๒ ม.๑/๑-๗ ว ๔.๑ ม.๑/๑-๕

รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวช้วี ัด

49

ว๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร ๓ รายวิชาวทิ ยาศาสตรพ้ืนฐาน ๑.๕ หนวยกติ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๑
๓ ชัว่ โมง/สัปดาห/ภาค

คาํ อธิบายรายวชิ า

ศึกษา วิเคราะห สํารวจ สืบคนขอมูล และอธิบายโครงสรางและการทํางานของระบบยอยอาหาร
ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุ ของมนุษยและสัตว รวมทั้งระบบประสาท
ของมนุษย ความสัมพันธของระบบตาง ๆ ของมนุษย พฤติกรรมของมนุษยและสัตวท่ีตอบสนองตอส่ิงเรา
ภายนอกและภายใน หลักการและผลของการใชเทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ ปรับปรุงพันธุ และเพ่ิม
ผลผลิตของสัตว สารอาหารในอาหารมปี ริมาณพลังงานและสดั สวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย ผลของสารเสพ
ติดตอระบบตาง ๆ ของรางกาย และแนวทางในการปองกันตนเองจากสารเสพติด สมบัติของธาตุ และ
สารประกอบเปรยี บเทยี บสมบัตขิ องธาตโุ ลหะ ธาตุอโลหะ ธาตกุ ึ่งโลหะและธาตกุ มั มนั ตรังสี หลกั การแยกสาร
ดวยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกล่ัน และโครมาโทกราฟ การเปล่ียนแปลงสมบัติมวล และ
พลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี ปจจยั ที่มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมี เขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาของสาร
ตาง ๆ ผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม การใชสารเคมีอยางถูกตอง ปลอดภัย วิธี
ปองกันและแกไ ขอันตรายทเ่ี กดิ ขึน้ จากการใชสารเคมี

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตร ในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา
มีความสามารถในการสํารวจ ตรวจสอบ การสบื คน ขอมูล และการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคดิ ความ
เขาใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและดูแลสิ่งแวดลอม
มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยมที่เหมาะสม และเขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดลอม
เกย่ี วขอ งสมั พันธกัน

ตวั ช้วี ดั
ว ๑.๒ ม.๒/๑-๑๗ ว๒.๑ ม.๒/๑-๓ ว๔.๑ ม.๒/๑-๕

รวมท้งั หมด ๒๕ ตัวชว้ี ดั

50

ว๒๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตร ๔ รายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ้ืนฐาน ๑.๕ หนว ยกติ
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒
๓ ช่วั โมง/สัปดาห/ภาค

คาํ อธิบายรายวิชา

ศึกษา วิเคราะห สาํ รวจ สืบคน ขอมูล และอธิบายการหาแรงลัพธข องแรงหลายแรงในระนาบเดียวกัน
ท่ีกระทําตอวัตถุ อธิบายแรงลัพธที่กระทําตอวัตถุท่หี ยุดน่ิงหรือวัตถุเคลือ่ นที่ดวยความเร็วคงตัว ทดลองและ
อธิบายการสะทอนของแสง การหักเหของแสง ผลของความสวางท่ีมีตอมนษุ ยและสงิ่ มีชีวิตอื่น ๆ การดูดกลืน
แสงสี การมองเห็นสีของวัตถุ ลักษณะของชั้นหนาตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน การใช
ประโยชนและการปรับปรุงคุณภาพของดิน กระบวนการเกิดและลักษณะองคประกอบของหิน สมบัติของหิน
จาํ แนกประเภทของหิน ลักษณะทางกายภาพของแร กระบวนการเกิด ลกั ษณะและสมบตั ิของปโตรเลยี ม ถา น
หิน หินน้ํามัน สํารวจและอธิบายลักษณะแหลงน้ําธรรมชาติ การใชประโยชนและการอนุรักษแหลงน้ําใน
ทองถ่ิน การเกิดแหลงนํา้ บนดนิ แหลงน้ําใตดนิ กระบวนและผลของการผพุ ังอยกู ับที่ การกรอน การพัดพา
การทับถมและการตกผลกึ โครงสรา งและองคป ระกอบของโลก

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตร ในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา
มคี วามสามารถในการสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล และการอภิปราย เพื่อใหเ กดิ ความรู ความคดิ ความ
เขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและดูแลสิ่งแวดลอม
มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยมที่เหมาะสม และเขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และส่ิงแวดลอม
เกีย่ วของสัมพันธก นั

ตัวชวี้ ัด
ว ๒.๒ ม.๒/๑-๒ ว๒.๓ ม.๒/๑-๒ ว๓.๒ ม.๒/๑-๑๐ ว๔.๑ ม.๒/๑-๕

รวมทัง้ หมด ๑๙ ตัวชวี้ ัด

51

ว๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร ๕ รายวชิ าวิทยาศาสตรพ้ืนฐาน ๑.๕ หนว ยกิต
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑
๓ ชั่วโมง/สัปดาห/ภาค

คําอธิบายรายวชิ า

ศกึ ษา วิเคราะห สํารวจ สืบคนขอมูล และอธิบายลักษณะของโครโมโซมที่มีหนวยพันธุกรรมหรือยีน
ในนิวเคลียส สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ กระบวนการถายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม โรคทางพันธุกรรมที่เกิด
จากความผิดปกติของยนี และโครโมโซม ความหลากหลายทางชวี ภาพในทอ งถิน่ ทที่ ําใหส งิ่ มชี วี ติ ดาํ รงชวี ิตอยไู ด
อยางสมดุล ผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีตอมนุษย สัตว พืช และส่ิงแวดลอม ผลของ
เทคโนโลยีชีวภาพตอการดํารงชีวิตของมนษุ ยและส่ิงแวดลอม ระบบนเิ วศตาง ๆ ในทองถ่ิน ความสัมพันธของ
องคประกอบภายในระบบนิเวศ ความสัมพันธของการถายทอดพลังงานของสิ่งมีชวี ิตในรูปของโซอาหารและ
สายใยอาหาร วัฏจักรนํ้า วัฏจักรคารบอน ความสําคัญท่ีมีตอระบบนิเวศ ปจจัยที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลง
ขนาดของประชากรในระบบนิเวศ สภาพปญหาส่ิงแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติในทองถิ่นและแนวทางในการ
แกไขปญหา แนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ การใชทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน การใช
ทรัพยากรธรรมชาติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปญหาส่งิ แวดลอมและเสนอแนะแนวทางการแกป ญหาและ
มสี ว นรวมในการดแู ลและอนุรกั ษส ิ่งแวดลอ มในทอ งถิ่นอยา งยั่งยืน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตร ในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา มี
ความสามารถในการสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความ
เขาใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและดูแลสิ่งแวดลอม มี
คุณธรรม จริยธรรม คานยิ มที่เหมาะสม และเขา ใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สงั คม และส่ิงแวดลอมเกี่ยวของ
สมั พันธก นั

ตัวชว้ี ัด
ว ๑.๑ ม.๓/๑-๖ ว๑.๓ ม.๓/๑-๑๑ ว๔.๑ ม.๓/๑-๕

รวมทั้งหมด ๒๒ ตัวชว้ี ัด

52

ว๒๓๑๐๒ วิทยาศาสตร ๖ รายวชิ าวิทยาศาสตรพน้ื ฐาน ๑.๕ หนวยกิต
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
๓ ชั่วโมง/สัปดาห/ ภาค

คาํ อธบิ ายรายวิชา

ศึกษา วิเคราะห สํารวจ สบื คน ขอมูล และอธิบายความเรงและผลของแรงลัพธที่ทําตอวัตถุแรงกิริยา
และแรงปฏกิ ิริยาระหวางวัตถุ แรงพยงุ ของของเหลวที่กระทําตอวัตถุ ความแตกตา งระหวางแรงเสียดทานสถิต
กับแรงเสียดทานจลน วิเคราะหโมเมนตของแรง การเคล่ือนท่ีของวัตถุท่ีเปนแนวตรงและแนวโคง งาน
พลงั งานจลน พลังงานศกั ยโ นมถว ง กฎการอนุรกั ษพลงั งาน ความสัมพันธระหวางความตางศักย กระแสไฟฟา
ความตานทาน คาํ นวณพลังงานไฟฟาของเครอ่ื งใชไฟฟา การตอวงจรไฟฟา ในบานอยางถูกตอ งปลอดภัย และ
ประหยัดตัวตานทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร และทดลองตอวงจรอิเล็กทรอนิกสเบ้ืองตนที่มีทรานซิสเตอร
ความสัมพันธระหวางดวงอาทิตย โลก ดวงจันทรและดาวเคราะหอ่ืน ๆ และผลที่เกิดขึ้นตอส่ิงแวดลอมและ
ส่ิงมีชีวิตบนโลก องคป ระกอบของเอกภพ กาแล็กซี และระบบสรุ ิยะ ระบตุ ําแหนง ของกลุมดาว ความกาวหนา
ของเทคโนโลยีอวกาศท่ีใชสํารวจอวกาศ วัตถุทองฟา สภาวะอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตรและ
การสอื่ สาร

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตร ในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา มี
ความสามารถในการสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความ
เขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและดูแลส่ิงแวดลอม มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม คานยิ มทีเ่ หมาะสม และเขา ใจวา วทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และส่ิงแวดลอมเก่ยี วของ
สมั พนั ธก ัน

ตวั ช้วี ดั
ว ๒.๓ ม.๓/๑-๑๒ ว๓.๒ ม.๓/๑-๔ ว๔.๑ ม.๓/๑-๕

รวมท้ังหมด ๒๑ ตัวชีว้ ัด

53

รายวิชาวิทยาศาสตรเพมิ่ เติม ๑.๐ หนว ยกติ
ภาคเรยี นที่ ๑
ว๒๑๒๐๑ ของเลน เชิงวิทยาศาสตร ๒ ช่วั โมง/สัปดาห/ภาค
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๑

คําอธิบายรายวชิ า

ศกึ ษา วิเคราะห ออกแบบ สรางของเลนอยางงายตามแบบท่ีกําหนดให ดัดแปลงหรือประดิษฐของ
เลนทใ่ี ชเครื่องกลอยางงายหรือหลักการทางไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสอยางงาย และอธิบายการทํางานของของ
เลน ดวยหลกั การทางวิทยาศาสตร

เพื่อ ใหเกิดความรู ความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค
และสามารถอาน คดิ วเิ คราะห และเขียนส่ือความได

การวัดและประเมนิ ผล วัดทั้งดานความรู ทกั ษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคโดยการ
สงั เกตพฤติกรรม การปฏิบตั ิ การถาม การทดสอบ การประเมินผลงานกลุมและรายบุคคล และเครอ่ื งมือท่ี
หลากหลายตามสภาพความเปน จริง

ผลการเรยี นรู
๑. ตง้ั คําถามเก่ียวกบั หลักการทางวิทยาศาสตรท่สี ังเกตไดจ ากการเลน ของเลน
๒. สังเกตและอธบิ ายหลกั การทํางานของเคร่ืองกลอยางงา ย วงจรไฟฟาและอเิ ล็กทรอนิกสอยา งงา ยที่

ประกอบขนึ้ ในของเลน
๓. ตรวจสอบและแกไขขอบกพรองของเครื่องกลอยา งงา ย วงจรไฟฟา และอิเล็กทรอนิกสอยางงายที่

ประกอบขึน้ ในของเลนท่ีกําหนด
๔. ออกแบบและประดษิ ฐของเลน โดยใชเ ครือ่ งกลอยางงาย และไฟฟาและอเิ ล็กทรอนิกสอ ยางงาย
๕. มีเจตคติท่ดี ีตอ หลกั การทางวทิ ยาศาสตรใ นของเลน

รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรียนรู

54

รายวิชาวิทยาศาสตรเพม่ิ เติม ๑.๐ หนวยกิต
ภาคเรียนที่ ๒
ว๒๑๒๐๒ วิทยาศาสตรก ับความงาม ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห/ภาค
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๑

คําอธิบายรายวชิ า

ศึกษา วิเคราะห ตรวจสอบ และอธิบาย ความงามท่ีสมวัยและปจจัยท่ีมีผลตอความงาม การดูแล
ความงามและการเลือกใชเครือ่ งสาํ อาง เครื่องสําอางในชีวิตประจําวัน การใชสมุนไพรในทองถ่ินเพื่อความงาม
และสุขภาพ เทคโนโลยีเพ่อื ความงามและสุขภาพ

โดยใช กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถสอื่ สารส่ิง
ท่รี ู มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นําความรูไปใชในชวี ิตประจาํ วนั มีจติ วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรมและ
คานิยมทีเ่ หมาะสม

เพื่อสงเสรมิ ใหผูเรียนมีความกระตือรือรนท่ีจะใฝเรียนรู ตระหนักถึงความสําคัญของวิทยาศาสตรใน
การนําหลักการทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มาดูแลความงามและสุขภาพใหสมวัย โดยใชสมุนไพรใน
ทองถ่ิน

ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายสวนตางๆ ของรางกายท่ีเกี่ยวของกับความงาม และแนวทางในการดแู ลอยา งถูกตองและ

เหมาะสม
๒. สืบคนขอมูล สํารวจตรวจสอบและอธิบายผลิตภัณฑและเทคโนโลยีเก่ียวกับความงามประเภท

ตา งๆ
๓. สบื คน ขอ มลู และสํารวจตรวจสอบภูมปิ ญ ญาไทยท่ีเกี่ยวกับความงาม
๔. นําความรูไปใชในการเลือกใชผลิตภัณฑและเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามไดอยางถูกตองและ

เหมาะสม
๕. สอ่ื สารสง่ิ ที่เรียนรู และสรางสรรคผ ลงานเกีย่ วกบั ความงามอยางมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม

รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรยี นรู

55

รายวิชาวิทยาศาสตรเพม่ิ เติม ๑.๐ หนวยกิต
ภาคเรียนที่ ๑
ว๒๒๒๐๑ เริ่มตน กับโครงงานวทิ ยาศาสตร ๒ ชั่วโมง/สัปดาห/ภาค
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๒

คาํ อธิบายรายวชิ า

ตรวจสอบ วิเคราะห แกปญหาและเขาใจการต้ังสมมติฐานจากปญ หาหรอื เหตุการณต าง ๆ ออกแบบ
การทดลองเพ่ือ ตรวจสอบสมมุติฐาน โดยมีการกําหนดและควบคุมตัวแปรตางๆ และกําหนดนิยามเชิง
ปฏิบัติการ ออกแบบวิธีการทดลอง เลือกใชอุปกรณและลงมือทําการทดลอง บันทึกขอมูลท่ีสามารถอาน
เขาใจงายและสรุปผลของขอมูลจากการศึกษาทดลอง สามารถท่ีจะวิเคราะหโครงงานวิทยาศาสตรประเภท
ตาง ๆ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงการจัดทําเคาโครงของโครงงานวิทยาศาสตรโดยมี
ความคดิ รเิ ร่ิมสรางสรรคใ นการแสดงความคดิ ออกแบบหรือ ดดั แปลงการทดลอง ตลอดจนวัสดุตางๆ ในการทาํ
กิจกรรมลงสกู ารทําโครงงานวทิ ยาศาสตรไ ดอยา งเหมาะสม

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะ
หาความรูเพ่ือใหเกิดทักษะกระบวนการ ความรูความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู และนํา
ความรูไ ปใชใ นชวี ติ ประจําวันดแู ลรกั ษาสงิ่ มีชีวติ อื่น เฝา ระวงั และพฒั นาสิ่งแวดลอ มอยา งย่ังยนื

มีจติ วิทยาศาสตรมีคณุ ธรรม มจี ริยธรรม และคา นยิ ม

ผลการเรยี นรู
๑. ต้งั สมมติฐานจากปญหาหรือเหตุการณต า งๆ ไดอยางเหมาะสม
๒. ออกแบบการทดลองเพือ่ ตรวจสอบสมมุติฐาน โดยมีการกาํ หนดและควบคมุ ตัวแปรตาง ๆ และ

กําหนด นิยามเชงิ ปฏบิ ัติการไดอยางเหมาะสม
๓. ออกแบบวธิ ีการทดลอง เลือกใชอปุ กรณแ ละลงมือทํา การทดลองไดอยา งมีระบบ
๔. บนั ทกึ ขอ มูลทีส่ ามารถอานเขาใจงา ยและสรปุ ผลของขอมูลจากการศึกษาทดลอง
๕. วเิ คราะหโครงงานวทิ ยาศาสตรป ระเภทตา งๆ และมีแนวคดิ ในการวางแผนการทดลอง รวมถึง การ

จดั ทําเคา โครงของโครงงานวิทยาศาสตร
๖. มคี วามคดิ ริเริม่ สรา งสรรคใ นการแสดงความคดิ ออกแบบหรือดดั แปลงการทดลอง ตลอดจนวสั ดุ

ตาง ๆ ในการทํา กจิ กรรมแกปญ หา
๗. เขาใจการมจี ิตวทิ ยาศาสตร และมเี จตคติทดี่ ีตอ วทิ ยาศาสตร

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู

56 ๑.๐ หนวยกติ
ภาคเรียนท่ี ๒
รายวชิ าวิทยาศาสตรเพม่ิ เติม

ว๒๒๒๐๒ วิทยาศาสตรก ับการแกปญหา ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห/ภาค
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๒

คาํ อธบิ ายรายวิชา

มีทักษะการกําหนดและควบคุมตัวแปร คํานวณ สื่อความหมายขอมูล จัดทําขอมูล จําแนกประเภท
ต้งั สมมติฐาน ทดลอง กําหนดนิยามเชิงปฏิบัตกิ าร วิเคราะหขอมูล แปลความหมายขอมูล ตีความหมายขอมูล
ลงขอ สรุป คาดคะเน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร 13 กระบวนการ
กระบวนการสืบเสาะหาความรูเพ่ือใหเกิดทักษะกระบวนการ ความรูความคิด ความเขาใจ สามารถนําความรู
ไปใชใ นชีวตปิ ระจําวัน ดแู ลรักษาสิ่งมีชวี ตอิ ื่น เฝา ระวงั และพฒั นา ส่งิ แวดลอ มอยางยง่ั ยืน

มีจติ วทิ ยาศาสตร มคี ณุ ธรรม มีจริยธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. มีความเขา ใจสามารถอธิบายทกั ษะและฝกทักษะกระบวนการการกาํ หนดและควบคมุ ตัวแปร และ

การนําไปใช ประโยชน
2. มีความเขา ใจสามารถอธิบายและฝกทักษะกระบวนการคํานวณ และการนําไปใชประโยชน
3. มคี วามเขาใจสามารถอธบิ ายและฝกทักษะกระบวนการจัดทาํ และส่ือความหมายขอมลู และการ

นาํ ไปใชประโยชน
4. มคี วามเขาใจสามารถอธบิ ายและฝก ทักษะกระบวนการจําแนกประเภท และการนาํ ไปใชป ระโยชน
5. มคี วามเขา ใจสามารถอธิบายและฝ กทักษะกระบวนการตัง้ สมมตฐิ าน และการนําไปใชป ระโยชน
6. มีความเขาใจสามารถอธิบายและฝกทักษะการตคี วามหมายขอมูล และลงขอสรปุ
7. มคี วามเขา ใจสามารถอธิบายและฝกทักษะกระบวนการทดลอง
8. มีความเขา ใจสามารถอธิบายและฝกทักษะกระบวนการกําหนดนยิ ามเชงิ ปฏบิ ตั ิการ
9. มีความเขาใจสามารถอธิบายและฝกทักษะกระบวนการพยากรณ
10. มคี วามเขา ใจสามารถอธิบายและฝกทักษะกระบวนการลงความเหน็ จากขอมลู
11. มีความเขาใจสามารถอธิบายและฝก ทักษะกระบวนการวัด
12. มคี วามเขาใจสามารถอธิบายและฝก ทักษะกระบวนการสงั เกต
13. มคี วามเขาใจสามารถอธิบายและฝกทักษะกระบวนการหาความสมั พนั ธระหวางมติ ิกบั มิติ และมติ ิ

กบั เวลา
รวมท้ังหมด 13 ผลการเรยี นรู

57

รายวิชาวทิ ยาศาสตรเพ่ิมเตมิ ๑.๐ หนว ยกิต
ภาคเรยี นที่ ๑
ว๒๓๒๐๑ โครงงานวทิ ยาศาสตรเพอื่ คณุ ภาพชีวติ ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห/ภาค
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๓

คําอธิบายรายวิชา

ศกึ ษาคนควาดงู านและทํากิจกรรมในรูปแบบตาง ๆ โดยเนนเกี่ยวกับกระบวนการแกปญหา อยางมี
ระบบ ฝกทักษะการสังเกต การต้ังสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การกําหนดและควบคุม ตัวแปร
การนิยามเชิงปฏิบัติการ การวิเคราะหขอมลู การอภิปรายและสรุปผลการทดลอง ตลอดจนการใช เคร่ืองมือ
พื้นฐาน เพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับโครงงานและสามารถนํา ความรูและทักษะไปวางแผนดําเนินการ
ทําโครงงานและเสนอผลงานไดอยา งเหมาะสม มีความสามารถในการตัดสนิ ใจนาํ ความรไู ปใช ในชีวิตประจาํ วัน

โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะหา
ความรูเพ่ือ ใหเกิดทกั ษะกระบวนการ ความรูค วามคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่ เรยี นรูแ ละนําความรู
ไปใชในชวี ติ ประจําวนั ดูแลรักษาส่ิงมชี ีวิตอืน่ เฝา ระวังและพฒั นาสิ่งแวดลอมอยา งยัง่ ยืน

มีจิตวทิยาศาสตรจ รยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา นยิ มอันพึงประสงค

ผลการเรียนรู
1. สบื คนและอธิบายโครงงานวิทยาศาสตรประเภทตางๆ ได
2. ใชทกั ษะทางวทิ ยาศาสตรในการสงั เกตและระบปุ ญ หาจากสิ่งท่ีสังเกตได
3. นําหลกั การตั้งสมมติฐานไปต้ังสมมตฐิ านของปญหาไดถูกตองตามวธิ ีการ
4. สามารถออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมตฐิ านไดอยางถูกตองเหมาะสม
5. วางแผนการเกบ็ ขอมลู และจัดกระทาํ ไดถูกตองชัดเจน
6. วเิ คราะหขอมูล และสรปุ ผลจากขอมลู ไดถูกตอง
7. คดิ และเลอื กเร่ืองในการทาํ โครงงานวิทยาศาสตรได
8. สามารถวางแผนหรอื ออกแบบการทดลองในเร่ืองทจ่ี ะทําโครงงานไดอ ยางชดั เจน และรอบคอบ

จะตองคํานึงถงึ สิ่งตา งๆ
9. เขยี นเคา โครงในการทาํ โครงงานวิทยาศาสตรได
10. ทาํ โครงงานโดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ ด
11. เขยี นรายงานการทาํ โครงงานวทิ ยาศาสตรได
12. นาํ เสนอผลงานโครงงานได

รวมท้ังหมด 12 ผลการเรียนรู

58 ๑.๐ หนวยกติ
ภาคเรียนท่ี ๒
รายวิชาวทิ ยาศาสตรเพิ่มเตมิ

ว๒๓๒๐๒ สนกุ กบั อเิ ล็กทรอนกิ ส ๒ ช่วั โมง/สัปดาห/ ภาค
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ ๓

คําอธิบายรายวิชา

ศึกษาและปฏิบัติงานเก่ียวกับระบบความปลอดภัยในงานไฟฟาอิเล็กทรอนิกส แหลงกําเนิดไฟฟา
กฎของโอหม พลังงานไฟฟา วงจรไฟฟาเบ้ืองตน วงจรไฟฟาแสงสวาง การควบคุมมอเตอรเบื้องตนอุปกรณ
ปอ งกันไฟฟา และการตอ สายดิน อุปกรณอีเล็กทรอนิกส RLC หมอแปลงไฟฟา รีเลย ไมโครโฟน ลําโพง
อปุ กรณสารก่ึงตัวนํา เทคนิคการบัดกรี การใชมัลติมิเตอรออสซลิ โลสโคป เครื่องกําเนิดสัญญาณ การประกอบ
วงจรอิเล็กทรอนิกสเบื้องตนบนแผนวงจรพิมพประกอบชุดคิตเก่ียวกับเครื่องหร่ีไฟ แหลงจายไฟฟากระแสตรง
ปรบั คา ไดสวิตชท ํางานดวยแสง

โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะหา
ความรเู พื่อใหเกิดทักษะกระบวนการความรูความคิด ความเขาใจ สามารถสือ่ สารสิง่ ท่ีเรียนรู และนําความรูไ ป
ใชในชวี ตปิ ระจําวัน ดูแลรักษาสิ่งมชี ีวิตอื่น เฝาระวังและพฒั นาส่งิ แวดลอมอยางยง่ั ยืน

มีจติ วทยิ าศาสตร มคี ณุ ธรรมมีจรยิ ธรรม และคานิยม

ผลการเรยี นรู
๑. มีความเขาในหลักการเกยี่ วกับไฟฟา และอเี ล็กทรอนกิ สเ บอ้ื งตน ระบบความปลอดภยั ในงานไฟฟา
๒. อธบิ ายการทาํ งานของอุปกรณทางอเิ ลก็ ทรอนิกสเบ้อื งตน ได
๓. มคี วามสามารถในการใชเคร่ืองมือวดั ทดสอบวงจรไฟฟา และอเิ ล็กทรอนิกส
๕. สามารถนําเอาอปุ กรณอิเล็กทรอนิกสม าเชื่อมตอ ประกอบเปนวงจรพ้ืนฐานและเลือกเคร่ืองใชไฟ

ฟไดอยา งเหมาะสม
๕. เพ่อื ใหม ีลกั ษณะนสิ ยั เปน นักวิทยาศาสตรใ นการทาํ งานดวยความเปน ระเบยี บ มีลําดับขนั้ ตอนใน

การทาํ งานอยางถกู ตองและปลอดภัย
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู

59

รายวิชาวทิ ยาศาสตรเพิม่ เติม ๑.๐ หนว ยกติ
ภาคเรยี นท่ี ๑
ว๒๐๒๐๑ การสืบเสาะอยางวิทยาศาสตร ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห/ภาค
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑

คําอธิบายรายวิชา

สืบเสาะความรูทางวิทยาศาสตรดวยประสบการณตรงจากปรากฏการณธรรมชาติทั้งเปนรายบุคคล
และเปนกลุม สังเกตปรากฏการณธรรมชาติเพื่อตง้ั คําถามท่ีนําไปสูการสืบเสาะ การใชเหตุผลและจินตนาการ
การทดลอง การลงขอสรุปจากขอมูลอยา งสมเหตุสมผลเพื่อหาคาํ ตอบ การเสนอผลการสืบเสาะในรูปแบบการ
นําเสนอผลงานทางวทิ ยาศาสตร ทง้ั แบบบรรยายหรือรายงานหรอื รปู แบบอ่ืน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสังเกต การสาํ รวจ การอธิบาย การ
วิเคราะห และการอภิปราย เพื่อใหเขาใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร เรียนรกู ารทํางานทางดานวิทยาศาสตร
พัฒนาทักษะในการทํางานกับผูอื่น พัฒนาการคิดอยางสรางสรรค และพัฒนานวัตกรรมการหาคําตอบในส่ิงท่ี
สงสัยผา นกระบวนการสืบเสาะ นาํ ไปตอยอดการทาํ โครงงาน

ผลการเรยี นรู
๑. อธบิ ายกระบวนการสรางความรูแ ละจุดเริม่ ของการเกิดความรทู างวิทยาศาสตร
๒. อธิบายปรากฏการณท ี่พบเห็นโดยใชห ลักการทางวทิ ยาศาสตรทสี่ มเหตุสมผล
๓. รจู ักการสังเกต วเิ คราะห สถานการณแ ละตั้งประเดน็ คําถาม (กาํ หนดปญ หา) จากสถานการณท ี่
กาํ หนดให
๔. สบื คนขอ มลู เพ่ือหาคําตอบจากสถานการณท ี่กาํ หนดให
๕. ออกแบบและทดสอบเพื่อตอบคําถามท่สี งสยั ตามหัวขอท่ีกําหนดให
๖. อภปิ รายกลุม เพ่ือหาขอ ผิดพลาด และหาขอมูลสนบั สนนุ ผลการทดลอง
๗. สรา งคาํ อธบิ ายจากหลกั ฐานและเชือ่ มโยงหลกั การและทฤษฏที างวทิ ยาศาสตรมาสนบั สนุนที่
เหมาะสม
๘. แกปญ หาจากคําถามรอบตัวดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตรและลงขอสรุปอยา งเหมาะสมโดยใช
ฐานขอ มลู จากกิจกรรม

รวมท้ังหมด ๘ ผลการเรยี นรู

60

ว๒๐๒๐๒ สนกุ กับโครงงาน รายวิชาวทิ ยาศาสตรเพิ่มเติม ๑.๐ หนว ยกิต
ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒
๒ ชัว่ โมง/สัปดาห/ ภาค

คาํ อธิบายรายวิชา

ศึกษาวิเคราะห ทาํ กิจกรรม สรางแรงบันดาลใจ ในการทําโครงงานวิทยาศาสตร ลักษณะสําคัญของ
โครงงานวิทยาศาสตรประเภทตางๆ การเร่ิมตนทําโครงงานวิทยาศาสตร ดวยการตั้งคําถามและการสืบคน
ขอมูล การวางแผนและการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร การเขียนเคาโครงของโครงงานวิทยาศาสตร การ
ทําโครงงานวิทยาศาสตร การเขียนรายงาน และการนําเสนอโครงงานวทิ ยาศาสตร

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งที่
รู มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและ
คานยิ มที่เหมาะสม

เพอ่ื สงเสริมใหผูเรียนมีความกระตือรือรนทจี่ ะใฝเรียนรูต ระหนักถึงความสําคัญของการจัดทําโครงงาน
วทิ ยาศาสตรว ทิ ยาศาสตร

ผลการเรียนรู

๑. ต้งั คาํ ถามจากสถานการณตา งๆ ตามความสนใจ โดยมปี ระเด็นหรือตัวแปรทีส่ าํ คัญในการสํารวจ
ตรวจสอบหรือศกึ ษาไดอ ยา งครอบคลุมและเช่ือถือได

๒. ออกแบบและวางแผนการสํารวจตรวจสอบ โดยมีการกําหนดและควบคุมตวั แปรตางๆ กาํ หนด
นิยามเชิงปฏิบัติการ เลือกวิธกี ารสํารวจตรวจสอบเชงิ ปริมาณ เชงิ คุณภาพทไี่ ดผ ลเท่ยี งตรงและ
ปลอดภยั โดยใชวสั ดุและเคร่อื งมือทเี่ หมาะสม

๓. วเิ คราะหและอธิบายผลการทดลองเชอื่ มโยงกับสมมติฐาน และสถานการณในชีวิตประจําวันได
๔. วิเคราะหโครงงานวทิ ยาศาสตร และมแี นวคดิ ในการวางแผนการทดลอง รวมถงึ จัดทําเคาโครง

ของโครงงานวทิ ยาศาสตรได
๕. ทําโครงงานวิทยาศาสตร ตามความสนใจ โดยมีข้นั ตอนของกระบวนการทางวิทยาศาสตร ในการ

แกป ญ หา และนําเสนอไดอ ยางเหมาะสม
รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู

61

รายวชิ าวทิ ยาศาสตรเพ่ิมเติม ๑.๐ หนว ยกติ
ภาคเรียนท่ี ๑
ว๒๐๒๐๓ พลงั งานทดแทนกับการใชป ระโยชน ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห/ภาค
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๒

คําอธบิ ายรายวิชา

ศกึ ษา วิเคราะห ทดลอง ตรวจสอบ เก่ียวกับพลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานนํ้า พลังงาน
ชีวมวล และพลังงานนวิ เคลียร

โดย ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสาร
สิ่งท่ีเรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม
คุณธรรมและคานิยมทเี่ หมาะสม

เพ่ือ สงเสริมใหผูเรียนมีความกระตือรือรนท่ีจะใฝเรียนรู ตระหนักถึงความสําคัญของวิทยาศาสตร
โดยใหมีความรูความเขาใจในหลักการทางวิทยาศาสตรของพลังงานดังกลาว และการนํามาใชเปนพลังงาน
ทดแทน และตระหนกั ในบทบาทและผลกระทบของพลงั งานเหลาน้ันทมี่ ีตอมนุษยและสง่ิ แวดลอ ม

ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายความสําคัญของพลงั งานทดแทน
๒. อธบิ ายหลกั การทางวิทยาศาสตร ในการนําพลงั งานแสงอาทติ ย พลังงานลม พลงั งานนา้ํ พลงั งาน
ชีวมวลและพลงั งานนวิ เคลียร ไปใชประโยชน
๓. อธิบายการใชป ระโยชน พลงั งานแสงอาทิตย พลงั งานลม พลงั งานนาํ้ พลงั งานชวี มวลและพลงั งาน
นิวเคลียร ในประเทศไทย
๔. อธิบายขอดแี ละขอจํากัดเก่ยี วกับการใชประโยชนแ ละแนวทางการพัฒนา ของพลงั งานแสงอาทิตย
พลงั งานลม พลงั งานนา้ํ พลังงานชวี มวลและพลังงานนิวเคลยี ร

รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู

62

รายวิชาวทิ ยาศาสตรเพมิ่ เติม

ว๒๐๒๐4 เคมนี ารู ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห/ภาค ๑.๐ หนว ยกิต

ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๒

คําอธบิ ายรายวชิ า

ศกึ ษาวิเคราะหตรวจสอบและจําแนกสารเปนกลุมโดยใชเนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเปนเกณฑ สมบัติ

ของสารในแตละกลุม สมบัติความเปนกรด เบสของสารละลายคา pH ของสารละลาย สมบัตแิ ละ การเปล่ียน

สถานะของสารโดยใชแบบจําลองการจัดเรียงอนุภาคของสาร สมบัติของธาตุโลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ

สารประกอบ สารกัมมนั ตรังสี การแยกสารโดยการกล่นั การกรอง การสกดั ดวยตวั ทาํ ละลายโครมาโทรกราฟ

วิธีเตรียมสารละลายท่ีมีความเขมขนเปนรอยละการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสารเมื่อสาร

เปลย่ี นสถานะและเกดิ การละลาย ปจ จยั ท่มี ผี ลตอการเปลีย่ นสถานะและการละลายของสาร

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะ

หาความรูเพื่อใหเกิดทักษะกระบวนการความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรูและนํา

ความรไู ปใชในชีวิตประจาํ วัน ดูแลรักษาสิ่งมีชวี ติ อืน่ เฝาระวังและพัฒนาสิ่งแวดลอมอยา งยง่ั ยนื

มีจิตวทิ ยาศาสตร มคี ุณธรรม มจี รยิ ธรรม และคา นยิ ม

ผลการเรียนรู
๑. ทดลองและจําแนกสารเปนกลมุ โดยใชเ นื้อสารหรอื ขนาดอนภุ าคเปนเกณฑ และอธิบายสมบตั ขิ อง
สารในแตล ะกลุม
๒. ทดลองและอธิบายสมบัตคิ วามเปน กรด เบส ของสารละลาย
๓. ตรวจสอบคา pH ของสารละลายและนาํ ความรูไปใชป ระโยชน
๔. อธบิ ายสมบตั แิ ละการเปลีย่ นสถานะของสาร โดยใชแ บบจําลองการจดั เรยี งอนุภาคของสาร
๕. สืบคนขอมูลและอธบิ ายสมบัติของธาตุโลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ
๖. ทดลองและอภิปรายเกีย่ วกับสารประกอบ
๗. สบื คนขอ มูลและอภิปรายเกย่ี วกบั สารกมั มนั ตรังสี
๘. อธบิ ายหลักการและทดลองการแยกสารโดยการกลั่น การกรอง การสกดั ดว ยตัวทาํ ละลาย โครมา
โทรกราฟ
๙. ทดลองและอธิบายวิธีเตรยี มสารละลายทม่ี ีความเขม ขนเปน รอยละและอภิปรายการนําความรู
เกย่ี วกับสารละลายไปใช ประโยชน
๑๐.ทดลองและอธิบายการเปล่ยี นแปลงสมบตั ิ มวลและพลงั งานของสาร เมอ่ื สารเปลีย่ นสถานะและ
เกิดการละลาย
๑๑.ทดลองและอธบิ ายปจจัยท่มี ผี ลตอ การเปลีย่ นสถานะ และการละลายของสาร

รวมทั้งหมด ๑๑ ผลการเรียนรู

63

รายวิชาวทิ ยาศาสตรเพิ่มเติม ๑.๐ หนว ยกิต
ภาคเรียนที่ ๑
ว๒๐๒๐5 นาโนเทคโนโลยีเบ้ืองตน ๒ ช่ัวโมง/สัปดาห/ภาค
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓

คําอธบิ ายรายวชิ า

ศกึ ษา ทดลอง และอธิบายขนาดท่ีเลก็ ท่ีสดุ ระดบั นาโน และการเปลี่ยนหนวยของสิง่ ตา งๆ นาโน
เทคโนโลยใี นธรรมชาติ ความสมั พนั ธระหวา งคารบอนกบั นาโนเทคโนโลยีการสังเคราะหผลิตภณั ฑ ระดบั
นาโน การใชประโยชนจากนาโนเทคโนโลยใี นธรรมชาติ นาโนเทคโนโลยจี ากอดตี สูอนาคต การรูท ันนาโน
เทคโนโลยี

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะ
หาความรูเพ่ือใหเกดิ ทักษะกระบวนการ ความรูความคิด ความเขา ใจ สามารถสอื่ สารสงิ่ ทเี่ รียนรู และนาํ ความรู
ไปใชใ นชวี ิตประจาํ วัน ดแู ลรักษาส่งิ มชี วี ติ อ่ืน เฝา ระวงั และพฒั นาสิ่งแวดลอมอยางย่ังยืน

มีจติ วิทยาศาสตร มีคณุ ธรรม มจี รยิ ธรรม และคา นิยม

ผลการเรยี นรู
๑. ศกึ ษาและอธบิ ายนาโนเทคโนโลยใี นธรรมชาตแิ ละการนําไปใชป ระโยชน
๒. ทดลองและอธบิ ายการสังเคราะหผ ลติ ภัณฑระดบั นาโนและการนาํ ไปใชป ระโยชน
๓. อธิบายการใชป ระโยชนจ ากนาโนเทคโนโลยใี นธรรมชาติ
๔. อธบิ ายนาโนเทคโนโลยีจากอดีตสูอนาคต
๕. อภปิ รายการรูทันนาโนเทคโนโลยี
๖. อธบิ ายความสมั พนั ธระหวางคารบอนกบั นาโนเทคโนโลยี
๗. อธบิ ายขนาดทเี่ ล็กที่สดุ ระดับนาโน และการเปล่ยี นหนว ยของสงิ่ ตา งๆ

รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรยี นรู

64

รายวิชาวิทยาศาสตรเพม่ิ เติม ๑.๐ หนวยกติ
ภาคเรยี นท่ี ๒
ว๒๐๒๐6 ส่งิ มชี ีวิตกบั กระบวนการดาํ รงชีวติ ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห/ภาค
ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี ๓

คําอธบิ ายรายวิชา

สบื คนอธบิ ายเซลล เปนหนว ยเล็กทีส่ ดุ ของส่งิ มีชีวติ ไดแก เซลลสง่ิ มชี ีวติ เซลลเดียว เซลลพ ืชเซลล
สัตว ซ่งึ จะมีรปู รางโครงสรา งและองคป ระกอบของเซลลแตกตา งกนั โดยเฉพาะเซลลพ ืชและเซลลส ตั ว
มรี ะบบการทํางาน การรักษา ดลุ ยภาพ การแบงเซลล การถา ยทอดลักษณะตา งๆ ทางพันธกุ รรม และ
การววิ ัฒนาการทําใหเกดิ ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดหมวดหมูของสง่ิ มีชีวติ และการใหเ ทคโนโลยี
ทางชวี ภาพจะมผี ลดตี อมนุษย และสิง่ แวดลอ ม

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะ
หาความรูเ พื่อใหเ กิดทักษะ กระบวนการ ความรูค วามคดิ ความเขา ใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่เี รยี นรแู ละนาํ
ความรไู ปใชใ นชวี ิตประจาํ วัน ดูแลรักษาส่งิ มีชวี ติ อื่น เฝาระวงั และพฒั นาสิง่ แวดลอมอยา ง ย่ังยืน

มีจิตวทิ ยาศาสตร มีคุณธรรม มจี รยิ ธรรม และคานยิ ม

ผลการเรยี นรู
๑. อธบิ ายลักษณะรูปราง สว นประกอบของเซลล ระบบการทํางานของเซลล
๒. อธบิ ายการรักษาดลุ ยภาพของเซลลของสงิ่ มีชวี ิต
๓. อธบิ ายและการแบงเซลลของส่ิงมีชีวติ
๔. อธบิ ายลกั ษณะทางพันธุกรรม ทีเ่ กี่ยวกับการถายทอดทางพันธกุ รรม การแปรผันทางพนั ธกุ รรม

การผา เหลา ทางพนั ธกุ รรม และสืบคนเทคโนโลยีการตดั ตอยีน
๕. อธบิ ายความสาํ คัญ ความหลากหลายทางชีวภาพ และจาํ แนกการจดั หมวดหมขู องสิ่งมีชวี ติ ชีวิต
๖. สบื คน และอธบิ ายความสัมพันธข องสิง่ มชี ีวิตกบั ส่ิงแวดลอม

รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู

กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

โครงสรางรายวิชากลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน โรงเรียนมว งสามสบิ อมั พวันวทิ ยา

วิชาพนื้ ฐาน เรยี นวชิ าพ้ืนฐานในกลมุ สาระการเรียนรูส งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม จํานวน
๑๒.๐ หนว ยกติ ไดแก รายวชิ าดังตอ ไปน้ี

รหัสวชิ า รายวชิ า หนว ยกิต ช่วั โมง
ส๒๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ๑ ๑.๕ ๖๐
ส๒๑๑๐๓ ประวตั ิศาสตร ๑ ๐.๕ ๒๐
ส๒๑๑๐๒ สงั คมศึกษา ๒ ๑.๕ ๖๐
ส๒๑๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร ๒ ๐.๕ ๒๐
ส๒๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ๓ ๑.๕ ๖๐
ส๒๒๑๐๓ ประวตั ิศาสตร๓ ๐.๕ ๒๐
ส๒๒๑๐๒ สังคมศึกษา ๔ ๑.๕ ๖๐
ส๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๔ ๐.๕ ๒๐
ส๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา ๕ ๑.๕ ๖๐
ส๒๓๑๐๓ ประวัติศาสตร ๕ ๐.๕ ๒๐
ส๒๓๑๐๒ สังคมศึกษา ๖ ๑.๕ ๖๐
ส๒๓๑๐๔ ประวัติศาสตร ๖ ๐.๕ ๒๐

66

คําอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหสั วิชา ส 21101 ช่อื วชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1
กลุม สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จํานวน 60 ชว่ั โมง

จํานวน 1.5 หนวยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี ภาคเรียนที่ 1

คาํ อธิบายรายวชิ า

ศกึ ษาการเผยแผพระพุทธศาสนา ความสําคญั ของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถือสู
ประเทศไทย ท่ีมีตอสภาพแวดลอมในสังคมไทย รวมท้ังการพัฒนาตนและครอบครัว พุทธประวัติ
ตงั้ แตประสูตจิ นถึงบําเพ็ญทุกรกิริยา หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือ การดําเนินชีวติ และขอคิดจาก
ประวัติสาวก ชาดก/เรือ่ งเลา และศาสนิกชนตวั อยาง พุทธคุณ และขอธรรมสําคัญในกรอบอรยิ สัจ ๔
หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ การพัฒนาจิต เพื่อการเรียนรูและการดําเนินชีวิต ดวยวิธีคิด
แบบโยนิโสมนสิการ สวดมนต แผเมตตา บริหารจิตและเจรญิ ปญญาดวยอานาปานสติ ปฏิบัตติ นตาม
หลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ในการดํารงชีวิตแบบพอเพียง และดูแลรักษาสิ่งแวดลอม เหตุผล
ความจําเปนที่ทุกคนตอ งศึกษาเรียนรูศาสนาอ่ืนๆ การปฏบิ ตั ิตนตอศาสนิกชนอ่ืนในสถานการณตางๆ
ไดอยา งเหมาะสม การกระทําของบุคคลที่เปนแบบอยางดานศาสนสมั พันธ และนําเสนอแนวทางการ
ปฏิบัติของตนเอง บําเพ็ญประโยชนตอศาสนสถาน จริยวัตรของสาวกเพื่อเปนแบบอยางในการ
ประพฤตปิ ฏิบัติ พิธีกรรม ศาสนพธิ ี ประวตั ิ ความสําคัญ และปฏิบตั ติ นในวนั สาํ คญั ทางศาสนาทีต่ น
นับถือ การเคารพในสิทธิของตนเองและผูอ่ืน กฎหมายในการคุมครองสิทธิของบุคคล การเคารพใน
สิทธิของตนเองและผูอื่น โครงสราง และสาระสําคัญ บทบาทการถวงดุล บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
แหง ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปจจุบนั

โดยการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในกระบวนการวิเคราะห การ
สืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล บันทึก จัดกลมุ ขอมูล และการอธิบาย
การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู มี
ความสามารถในการตัดสนิ ใจ เหน็ คุณคา ของการนําความรูไ ปใชป ระโยชนในชีวติ ประจาํ วนั
จิตสาธารณะ คุณธรรม จรยิ ธรรมและคานิยมท่ีพงึ ประสงค

รหสั ตวั ช้ีวัด
ส 1.1. ม.1/1-11, ส 1.2 ม.1/1-5, ส 2.1 ม.1/1-4, ส 2.2 ม.1/1-3

รวม 23 ตวั ช้วี ัด

67

คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

รหัสวชิ า ส 21102 ช่ือวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2
กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จํานวน 60 ชัว่ โมง

จาํ นวน 1.5 หนวยกติ ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2

คาํ อธิบายรายวชิ า

ศึกษาการความหมายและความสาํ คัญของเศรษฐศาสตร คานิยมและพฤติกรรมการบริโภค
ของคนในสังคม หลักการและความสําคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตอสังคมไทย บทบาท
หนา ทแ่ี ละความแตกตา งของสถาบันการเงินแตละประเภทและธนาคารกลาง การพ่ึงพาอาศยั กนั และ
การแขงขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ อุปสงคและอุปทาน กฎหมายเก่ียวกับทรัพยสินทางปญญา
เลือกใชเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร (ลูกโลก แผนที่ กราฟ แผนภูมิ) ในการสืบคนขอมูล เสนแบงเวลา
และเปรียบเทียบวนั เวลาของประเทศไทยกับทวีปตาง ๆ การเชอ่ื มโยงสาเหตุและแนวทางปองกันภัย
ธรรมชาติและการระวังภัยที่เกิดข้ึนในประเทศไทยและทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ความรว มมือของประเทศตาง ๆที่มีผลตอสง่ิ แวดลอมทางธรรมชาติ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ปจจัยทางกายภาพและสังคมที่มีผลตอการเลื่อนไหลของความคิด
เทคโนโลยี สินคา และประชากรในทวปี เอเชีย ออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย

โดยการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชกระบวนการวิเคราะห การ
สืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล บันทกึ จัดกลุม ขอมูล และการอธิบาย
การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอสื่อสารส่ิงที่เรียนรู มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ เห็นคณุ คา ของการนาํ ความรไู ปใชป ระโยชนในชีวิตประจาํ วัน
จติ สาธารณะ คุณธรรม จรยิ ธรรมและคานิยมทพี่ ึงประสงค

รหัสตวั ช้ีวัด
ส 3.1. ม.1/1-3, ส 3.2 ม.1/1-4, ส 5.1 ม.1/1-3, ส 5.2 ม.1/1-4,

รวม 14 ตัวชว้ี ดั

68

คําอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

รหัสวชิ า ส 21103 ชอื่ วิชาประวตั ิศาสตร
กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จํานวน 20 ชวั่ โมง

จํานวน 0.5 หนวยกิต ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1

คําอธิบายรายวิชา

ศึกษาความสําคัญ การเทียบศักราชตามระบบตางๆ ของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร
การนําวิธีการทางประวัติศาสตรมาใชศึกษาเหตุการณทางประวัติศาสตร การพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจและการเมือง ความสําคัญของแหลงอารยธรรมของประเทศตาง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉยี งใต

โดยใชกระบวนการวิเคราะห การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอ มูล บันทกึ จดั กลมุ ขอ มูล และการอธิบาย การอภิปราย

เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอส่ือสารสิ่งที่เรียนรู มี
ความสามารถในการตัดสนิ ใจ โดยการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชป ระโยชนใน
ชีวิตประจาํ วัน จติ สาธารณะ คุณธรรม จรยิ ธรรมและคา นยิ มทีพ่ ึงประสงค

รหสั ตวั ชี้วัด
ส 4.1 ม.2/1-3, ส 4.2 ม.2/1-2

รวม 5 ตัวชี้วดั

69

คาํ อธิบายรายวชิ า

รหสั วชิ า ส 21104 ชอื่ วิชาประวัตศิ าสตร
กลุม สาระการเรยี นรูส งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จาํ นวน 20 ชัว่ โมง

จํานวน 0.5 หนว ยกติ ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2

คําอธิบายรายวิชา

การศึกษาเร่ืองราวทางประวัติศาสตรสมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย พัฒนาการของ
อาณาจักรสุโขทยั ในดานตาง ๆ อิทธิพลของวัฒนธรรม และภูมิปญญาไทยสมัยสุโขทยั และสังคมไทย
ในปจจุบนั

โดยใชกระบวนการวิเคราะห การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมูล และการอธิบาย การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความ
เขาใจ สามารถนําเสนอส่ือสารส่ิงทเ่ี รียนรู มคี วามสามารถในการตดั สินใจ และนอมนําหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงมาไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน จิตสาธารณะ คุณธรรม จริยธรรมและ
คา นิยมทีพ่ งึ ประสงค

รหัสตัวช้ีวัด
ส 4.3 ม.2/1-3

รวม 3 ตัวชีว้ ัด

70

คาํ อธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

รหัสวิชา ส 22101 ชอื่ วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3
กลุมสาระการเรยี นรูส งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จาํ นวน 60 ช่วั โมง

จาํ นวน 1.5 หนว ยกติ ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1

คําอธิบายรายวิชา

ศกึ ษาการเผยแผพระพทุ ธศาสนา ความสําคญั ของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนับถือใน
ฐานะท่ีเปนรากฐานของวัฒนธรรม เอกลักษณของชาติและมรดกของชาติ พุทธประวัติ การ
ประพฤติตนตามแบบอยางศาสนิกชนตัวอยาง โครงสรางของพระไตรปฎก คุณธรรมและขอธรรม
สําคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาทีตนนับถือ การพัฒนาจิต วิธีคิดแบบโยนิโส
มนสิการ วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ การสวดมนต แผเมตตา การบริหารจิต การเจริญปญญา
ดวยอานาปานสติ การปฏิบัติตนตามหลักธรรม ทางศาสนาที่ตนนับถือ การปฏิบัติตนตามหลัก
ศาสนา มรรยาทของความเปน ศาสนกิ ชนท่ีดี ศาสนิกชนทดี่ ี ศาสนพิธี พิธีกรรม วันสําคญั ทางศาสนา

ศึกษากฎหมายท่ีเกี่ยวของกับตัวเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ การปฏิบัติตนเปน
พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ความสําคัญ ความแตกตางของวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของ
ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนกระบวนการในการตรากฎหมาย ขอมูล ขาวสารทางการเมือง
การปกครองทมี่ ีผลกระทบตอ สงั คมไทยสมัยปจจุบัน

โดยใชกระบวนการวิเคราะห การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมูล และการอธิบาย การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความ
เขาใจ สามารถนาํ เสนอส่ือสารสง่ิ ทเี่ รียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนอม
นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีจิตสาธารณะ คุณธรรม
จรยิ ธรรมและคา นยิ มทพ่ี ึงประสงค

รหัสตวั ชี้วดั ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9,
ส 1.1. ม.2/10, ม.2/11
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5,
ส 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 2.1 ม.2/1, ม.2/2
ส 2.2

รวม 22 ตัวช้ีวัด

71

คาํ อธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

รหสั วชิ า ส 22102 ชือ่ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 4
กลุม สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จาํ นวน 60 ชวั่ โมง

จาํ นวน 1.5 หนว ยกิต ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2

คาํ อธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาการลงทุน การออม การผลิตสินคาและบริการ การพัฒนาการผลิตในทองถิ่นตาม
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง การคุมครองสิทธิของตนเองในฐานะผูบริโภค ระบบเศรษฐกิจ การ
พึ่งพาอาศัยกันและกันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย การกระจายทรัพยากรโลก การแขงขันทาง
การคาในประเทศและตางประเทศ การใชเคร่ืองมือทางภูมิศาสตรในการรวบรวมวิเคราะห และ
นาํ เสนอขอมูลเกี่ยวกับลกั ษณะความสัมพันธท างกายภาพและสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา การ
เกิดส่ิงแวดลอมใหมทางสังคมอันเปนผลของการเปล่ียนแปลงทางธรรมชาติ และทางสังคมของทวีป
ยุโรปและแอฟริกา ตลอดจนแนวทางการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมในทวีปยุโรป
และแอฟริกา ปญหาเกี่ยวกับส่ิงแวดลอมที่เกิดขึน้ เหตุและผลกระทบท่ีประเทศไทย ไดรับจากการ
เปลย่ี นแปลงของส่งิ แวดลอมในทวีปยโุ รปและแอฟรกิ า

โดยใชกระบวนการวิเคราะห การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมูล และการอธิบาย การอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคดิ ความ
เขาใจ สามารถนําเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนอ ม
นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีจิตสาธารณะ คุณธรรม
จริยธรรมและคานิยมทพ่ี ึงประสงค

รหัสตัวชี้วดั ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 3.1. ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 3.2 ม.2/1, ม.2/2
ส 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 5.2

รวม 14 ตัวช้ีวดั

72

คําอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วิชา ส 22103 ชอื่ วิชาประวตั ิศาสตร 3
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จาํ นวน 20 ช่วั โมง

จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1

คาํ อธิบายรายวิชา

ศึกษาความนาเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร ความแตกตางระหวางความจริงกับ
ขอ เท็จจรงิ ของเหตกุ ารณทางประวตั ศิ าสตร ความสําคัญของการตีความหลักฐานทางประวตั ิศาสตรที่
นาเชื่อถือ การพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง ความสําคัญของแหลงอารยธรรม
โบราณในภูมภิ าคเอเชยี

โดยใชกระบวนการวิเคราะห การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมูล และการอธิบาย การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความ
เขาใจ สามารถนาํ เสนอส่ือสารสิ่งทเ่ี รียนรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนอม
นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีจิตสาธารณะ คุณธรรม
จรยิ ธรรมและคา นยิ มที่พงึ ประสงค

รหสั ตัวช้ีวัด ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ส 4.1. ม.2/1, ม.2/2
ส 4.2

รวม 5 ตัวชวี้ ดั

73

คาํ อธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ส 22104 ช่ือวิชาประวัตศิ าสตร 4
กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จํานวน 20 ช่ัวโมง

จาํ นวน 0.5 หนว ยกิต ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2

คําอธิบายรายวชิ า

ศึกษาการพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในดานตางๆ ปจจัยท่ีสงผลตอความ
ม่ันคง และความเจริญรงุ เรืองของอาณาจักอยุธยา ภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทย สมัยอยุธยาและ
ธนบรุ ี อทิ ธิพลของภูมิปญ ญาตอ การพฒั นาชาตไิ ทยในยุคตอมา

โดยใชกระบวนการวิเคราะห การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมูล และการอธิบาย การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความ
เขาใจ สามารถนาํ เสนอสื่อสารสิ่งทีเ่ รียนรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนอ ม
นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีจิตสาธารณะ คุณธรรม
จรยิ ธรรมและคานิยมทีพ่ ึงประสงค

รหัสตัวช้ีวัด
ส 4.3 ม.2/1

รวม 1 ตัวชีว้ ัด

74

คําอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ส 23101 รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 5
กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

จํานวน 60 ช่ัวโมง จํานวน 1.5 หนวยกิต ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1

คาํ อธิบายรายวชิ า

การศึกษา การเผยแผพระพุทธศาสนา ความสําคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน
นับถือ ในฐานะที่ชวยสรางสรรคอารยธรรม ความสุขของโลก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พุทธ
ประวัติจากพระพุทธรูปปางตาง ๆ ประวัติศาสดา การประพฤติตนตามแบบอยางที่ดี ขอคิดจาก
ประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเลา ศาสนิกชนตัวอยาง สังฆคุณ ขอธรรมในกรอบอริยสัจ 4 หรือ
หลักธรรมของศาสนาทีตนนับถือ การปฏิบัติตนตามหลักธรรม การพัฒนาจิต วิธีคิดแบบโยนิโส
มนสิการ วิธีคดิ แบบอริยสัจ วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปจจัย การสวดมนต แผเมตตา การบริหารจิต
การเจริญปญญาดวยอานาปานสติ ความแตกตางและยอมรับวิถีการดําเนินชีวิตของศาสนิกชนใน
ศาสนาอื่น บทบาทหนา ที่ของสาวก การปฏบิ ัตติ นตอสาวกและบุคคล การปฏบิ ตั ิตนของศาสนิกชน
ในศาสนพิธี พิธีกรรม วันสําคัญทางศาสนา พุทธมามกะ การธํารงรักษาศาสนา กฎหมายอาญา
กฎหมายแพง สิทธิมนุษยชน การอนุรักษวฒั นธรรมไทย วัฒนธรรมสากล ปจ จัยท่ีกอใหเกิดความ
ขัดแยงภายในประเทศ แนวคิดในการลดความขดั แยง การดํารงชีวติ อยางมีความสุขในประเทศและ
โลก ระบอบการปกครองแบบตาง ๆ ในยุคปจจุบัน การปกครองดวยระบอบประชาธิปไตย
รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน การเลือกต้ัง การตรวจสอบอํานาจรัฐ อุปสรรคของพัฒนาประชาธปิ ไตย
ของประเทศไทย และแนวทางแกไ ข

โดยการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในกระบวนการวิเคราะห การ
สืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล บันทึก จัดกลมุ ขอมูล และการอธิบาย
การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอสื่อสารส่ิงที่เรียนรู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีจิต
วิทยาศาสตร จติ สาธารณะ คุณธรรม จรยิ ธรรมและคา นิยมท่ีพงึ ประสงค

รหัสตัวช้ีวดั ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9,
ส 1.1. ม.3/10
ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ส 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ส 2.1
รวม 21 ตัวชี้วดั

75

คาํ อธิบายรายวิชา

รหัสวชิ า ส 23102 วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6
กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

จํานวน 60 ชวั่ โมง จํานวน 1.5 หนวยกิต ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2

คําอธิบายรายวิชา

ศกึ ษา กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สหกรณ ระบบเศรษฐกิจ
นโยบายทางเศรษฐกิจของรฐั การรวมกลุมทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟอ ภาวะเงินฝด การวางงาน
การคาระหวางประเทศ เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ทวีปอเมรกิ าเหนือ ทวีปอเมริกาใต ความสมั พันธ
ทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและทวปี อเมริกาใต การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
ปญหาเก่ียวกับส่ิงแวดลอมท่ีเกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต ผลกระทบจากการ
เปลย่ี นแปลงของสิ่งแวดลอ มในทวปี อเมรกิ าเหนือและทวปี อเมริกาใตทีส่ ง ผลตอ ประเทศไทย

โดยการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในกระบวนการวิเคราะห การ
สบื เสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบคน ขอ มูล บันทึก จัดกลมุ ขอมลู การอธิบายและ
การอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู มี
ความสามารถในการตดั สินใจ เห็นคุณคาของการนําความรูไ ปใชในชีวิตประจําวนั มีจิตวิทยาศาสตร
จิตสาธารณะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม

รหสั ตัวช้ีวดั ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ส 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ส 3.2 ม.3/1, ม.3/2,
ส 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม3/4
ส 5.2

รวม 15 ตัวช้วี ัด

76

จํานวน 20 คาํ อธิบายรายวชิ า ภาคเรยี นที่ 1

รหสั วิชา ส 23103 วิชาประวัตศิ าสตร 5
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช่วั โมง จํานวน 0.5 หนวยกติ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3

คาํ อธบิ ายรายวิชา

ศึกษา วิธีการทางประวัติศาสตร พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของภูมิภาค
ตางๆ ของโลก การเปล่ียนแปลงและความขดั แยง ในครสิ ตศ ตวรรษที่ 20

โดยการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในกระบวนการวิเคราะห การ
สืบเสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสบื คนขอมูล บันทึก จัดกลุม ขอมูล การอธิบายและ
การอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนําความรไู ปใชในชีวติ ประจําวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร
จติ สาธารณะ คุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม

รหัสตัวชี้วัด
ส 4.1 ม.3/1, ม.3/2
ส 4.2 ม.3/1, ม.3/2

รวม 4 ตัวชวี้ ัด

77

จํานวน 20 คําอธบิ ายรายวชิ า ภาคเรยี นท่ี 2

รหัสวิชา ส 23104 วชิ าประวตั ศิ าสตร 6
กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัว่ โมง จาํ นวน 0.5 หนวยกติ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3

คาํ อธบิ ายรายวิชา

ศกึ ษา พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสนิ ทรในดานตาง ๆ ปจจัยท่ีสงผลตอความม่ันคงและ
ความเจริญรุงเรืองในสมัยรัตนโกสินทร ภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร ประเทศ
ไทยสมัยประชาธิปไตย

โดยการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในกระบวนการวิเคราะห การ
สบื เสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสบื คนขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมลู การอธิบายและ
การอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนําความรไู ปใชในชีวติ ประจําวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร
จิตสาธารณะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมทีเ่ หมาะสม

รหัสตวั ช้ีวัด
ส 4.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/2, ม.3/4

รวม 4 ตัวชวี้ ดั

กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

โครงสรา งรายวิชากลุมสาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน โรงเรยี นมว งสามสิบอมั พวันวิทยา

วชิ าพืน้ ฐาน เรยี นวชิ าพนื้ ฐานในกลุม สาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา จํานวน 6.0 หนว ย
กิต ไดแก รายวชิ าตอ ไปนี้

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 สขุ ศึกษา1 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 0.5 หนวยกติ
พ2๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษา2 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 0.5 หนว ยกติ
พ21๑๐๒ พลศกึ ษา1 1 ชั่วโมง/สัปดาห 0.5 หนวยกติ
พ2๑๑๐3 พลศกึ ษา2 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 0.5 หนว ยกติ
พ21๑๐4

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 สขุ ศึกษา3 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห 0.5 หนว ยกติ
พ22๑๐๑ สุขศกึ ษา4 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 0.5 หนวยกิต
พ22๑๐๒ พลศกึ ษา3 1 ชั่วโมง/สัปดาห 0.5 หนวยกิต
พ22๑๐3 พลศกึ ษา4 1 ช่วั โมง/สัปดาห 0.5 หนว ยกิต
พ22๑๐4

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 สุขศกึ ษา5 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 0.5 หนว ยกิต
พ23๑๐๑ สขุ ศึกษา6 1 ชวั่ โมง/สัปดาห 0.5 หนว ยกิต
พ23๑๐๒ พลศกึ ษา5 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 0.5 หนว ยกติ
พ23๑๐3 พลศกึ ษา6 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 0.5 หนว ยกติ
พ23๑๐4

79

พ๒๑๑๐๑ สุขศกึ ษา รายวิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา ๐.๕ หนวยกติ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑
๑ ชัว่ โมง/สัปดาห/ภาค

คาํ อธบิ ายรายวิชา

ศึกษา อธิบาย วิเคราะหเกี่ยวกับระบบประสาท และตอมไรทอ และดูแลรักษา ภาวะการ
เจริญเตบิ โตตามตามเกณฑมาตรฐาน และพฒั นาการของวัยรุน วิธกี ารปรับตวั ตอการเปลย่ี นแปลงทาง
รางกาย จิตใจอารมณและพฒั นาการทางเพศ ทกั ษะการปฏิเสธการถูกลอลวงละเมดิ ทางเพศ

โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสํารวจ การสืบคนขอมูล การบันทึก เพ่ือใหมี
ความรู ความเขาใจ ความหมายของระบบประสาท และตอมไรทอ และดูแลรักษา ภาวะการ
เจริญเติบโตตามตามเกณฑมาตรฐาน และพัฒนาการของวัยรุน วิธีการปรับตวั ตอการเปล่ียนแปลง
ทางรางกาย จิตใจอารมณและพัฒนาการทางเพศ ทกั ษะการปฏิเสธการถูกลอลวงละเมิดทางเพศ มี
ทกั ษะการปฏเิ สธ สามารถนาํ ความรไู ปใชใ นชวี ติ ประจําวัน

มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีคานิยมที่เหมาะสม

รหัสตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม. ๑/๔
พ ๒.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒

รวม ๖ ตัวชวี้ ดั

80

พ ๒๑๑๐๓ พลศกึ ษา รายวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๐.๕ หนวยกิต
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑
๑ ชวั่ โมง/สัปดาห/ ภาค

คําอธิบายรายวชิ า

เพ่ิมพูนความสามารถของตนเองตามหลกั การเคล่อื นไหวที่ใชท กั ษะกลไกและทักษะพ้ืนฐาน
ที่นาํ ไปสกู ารพัฒนาทกั ษะการเลน กีฬาทง้ั กีฬาไทย กีฬาสากล ประเภทบุคคลและประเภททีม

เพ่ือใหมีความรู ความเขาใจ ความหมาย ความสําคัญ เห็นคุณคาของตนเองและ
ผูอ่ืน ศึกษาหาความรู องคประกอบของสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ มีทักษะการเคล่ือนไหวใน
ชีวิตประจําวัน มีทักษะการเคล่ือนไหวเบ้ืองตนมีระเบียบวินัยเคารพสิทธิกฎและกติกา เขารวม
กจิ กรรมทางกายอยางสมา่ํ เสมอ มีสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ รักการออกกําลังกายและการเลน
กีฬา มีนํ้าใจนักกีฬา เปนผูนําและผูตามที่ดี ชื่นชมในสุนทรียภาพของกีฬา เอ้ืออาทร เสียสละและ
คํานึงถึงสวนรวม มีจิตวิญญาณในการแขงขันและรวมมืออยางสันติ รับผิดชอบหนาที่ที่ไดรับ
มอบหมาย มีจิตสํานึกในการใชเวลาใหเปนประโยชนและสรางสรรค และพยายามแกไขขอบกพรอง
ของตนเอง

รหสั ตวั ชี้วดั
พ ๓.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓

รวม ๓ ตัวชวี้ ัด

81

พ ๒๑๑๐๒ สขุ ศึกษา รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๐.๕ หนวยกติ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒
๑ ชวั่ โมง/สัปดาห/ภาค

คําอธบิ ายรายวิชา

ศึกษา อธิบาย วิเคราะหเก่ียวกับการเลือกอาหารและโภชนาการท่ีเหมาะสมกับวยั ปญหา
ท่ีเกิดจากภาวะโภชนาการ การควบคุมน้ําหนัก รูวิธีการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน ลักษณะและวิธีการ
ปอ งกนั การตดิ สารเสพติด แสดงวิธีการชักชวนผูอนื่ ใหล ด ละ เลิกสารเสพตดิ

โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสํารวจ การสืบคนขอมูล การบันทึกเพ่ือใหมี
ความรู ความเขาใจ การเลือกอาหารและโภชนาการท่ีเหมาะสมกับวัย ปญหาที่เกิดจากภาวะ
โภชนาการ การควบคุมนํ้าหนัก รูวิธีการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน ลักษณะและวิธีการปองกันการติด
สารเสพติด แสดงวิธีการชักชวนผูอื่นใหลด ละ เลิกสารเสพติด มีทักษะการปฏิเสธ สามารถนํา
ความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีคณุ ธรรม จริยธรรม มคี า นิยมท่ีเหมาะสม

รหสั ตัวช้ีวัด
พ ๔.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓
พ ๕.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓, ม ๑/๔

รวม ๗ ตัวช้ีวัด

82

พ ๒๑๑๐๔ พลศึกษา รายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา ๐.๕ หนว ยกติ
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒
๑ ช่ัวโมง/สัปดาห/ ภาค

คาํ อธบิ ายรายวิชา

ศึกษา อธิบาย วิเคราะห ความสําคัญของการออกกําลังกาย การเลนกีฬา รูปแบบการ
เลน ความแตกตางของวธิ ีการเลน เลอื กเขารวมกฬี าตามความถนัดและความสนใจ ปฏบิ ตั ิตาม กฎ
กติกาและขอตกลง รวมมือในการเลนกีฬาและการทํางานเปนทีม กาย ยอมรับความสามารถและ
ความแตกตางระหวางบุคคลในการเลนกฬี า การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

เพ่ือใหมีความรู ความเขาใจ ความหมาย ความสําคัญ เห็นคุณคาของตนเองและ
ผูอื่น ศึกษาหาความรู องคประกอบของสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ มีทักษะการเคล่ือนไหวใน
ชีวิตประจําวัน มีทักษะการเคลื่อนไหวเบ้ืองตนมีระเบียบวินัยเคารพสิทธิกฎและกติกา เขารวม
กจิ กรรมทางกายอยางสม่าํ เสมอ มีสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ รักการออกกําลังกายและการเลน
กีฬา มีน้ําใจนักกีฬา เปนผูนําและผูตามที่ดี ช่ืนชมในสุนทรียภาพของกีฬา เอื้ออาทร เสียสละและ
คํานึงถึงสวนรวม มีจิตวิญญาณในการแขงขันและรวมมืออยางสันติ รับผิดชอบหนาที่ที่ไดรับ
มอบหมาย มีจิตสํานึกในการใชเวลาใหเปนประโยชนและสรางสรรค และพยายามแกไขขอบกพรอง
ของตนเอง

รหสั ตัวช้ีวัด
พ ๓.๒ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓

รวม ๓ ตัวชว้ี ัด

83

พ๒๒๑๐๑ สขุ ศึกษา รายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๐.๕ หนว ยกิต
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑
๑ ช่วั โมง/สัปดาห/ภาค

คําอธบิ ายรายวชิ า

อธิบายและรับรูการเปลี่ยนแปลงดา นรางกาย จติ ใจ อารมณ สังคม และสติปญ ญาในวัยรนุ
ความสําคัญของความเสมอภาคทางเพศและวางตัวไดอยา งเหมาะสม ระบปุ จจยั ท่มี ีผลกระทบตอการ
เจรญิ เติบโตของวยั รุน

วิเคราะหปจจัยที่มีอิทธิพลตอเจตคติในเร่ืองเพศ ตระหนักในปญหา โรคติดตอทาง
เพศสัมพันธ โรคเอดส และการต้ังครรภไมพึงประสงค โดยการหลีกเลี่ยงและเรียนรูวิธกี ารปอ งกันที่
ถกู ตอ ง

รหัสตวั ช้ีวดั
พ ๑.๑ ม.๒/๑, พ ๑.๑ ม.๒/๒, พ ๒.๑ ม.๒/๑, พ ๒.๑ ม.๒/๒, พ ๒.๑ ม.๒/๓,
พ ๒.๑ ม.๒/๔

รวม ๖ ตวั ชี้วัด

84

พ๒๒๑๐๓ พลศกึ ษา รายวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๐.๕ หนว ยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑
๑ ชว่ั โมง/สัปดาห/ภาค

คําอธิบายรายวิชา

เพ่ิมพูนความสามารถของตนเองตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใชทักษะกลไกและทักษะ
เคล่ือนไหวในการเลนกีฬาจากแหลง ขอมูลทีห่ ลากหลายมาสรุปเปน วิธที เี่ หมาะสมในบริบทของตนเอง
ในการเลนกีฬาทั้งกีฬาไทย กีฬาสากล ประเภทบคุ คลและประเภททมี ประสิทธภิ าพของรปู แบบการ
เคลื่อนไหวท่ีสงผลตอการเลนกีฬาและกิจวัตรประจําวัน นําประสบการณจากการรวมกิจกรรม
นันทนาการไปใชใ นชวี ิตประจํา

เพ่ือใหมีความรู ความเขาใจ ความหมาย ความสําคัญ เห็นคุณคาของตนเองและ
ผูอ่ืน ศึกษาหาความรู องคประกอบของสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ มีทักษะการเคล่ือนไหวใน
ชีวิตประจําวัน มีทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องตนมีระเบียบวินัยเคารพสิทธิกฎและกติกา เขารวม
กจิ กรรมทางกายอยางสม่าํ เสมอ มีสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ รักการออกกําลังกายและการเลน
กีฬา มีนํ้าใจนักกีฬา เปนผูนําและผูตามที่ดี ช่ืนชมในสุนทรียภาพของกีฬา เอื้ออาทร เสียสละและ
คํานึงถึงสวนรวม มีจิตวิญญาณในการแขงขันและรวมมืออยางสันติ รับผิดชอบหนาท่ีที่ไดรับ
มอบหมาย มีจิตสํานึกในการใชเวลาใหเปนประโยชนและสรางสรรค และพยายามแกไขขอบกพรอง
ของตนเอง

รหสั ตวั ชี้วดั
พ ๓.๑ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔

รวม ๔ ตัวชวี้ ดั

85

พ ๒๒๑๐๒ สุขศึกษา รายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา ๐.๕ หนว ยกิต
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒
๑ ช่วั โมง/สัปดาห/ ภาค

คาํ อธบิ ายรายวชิ า

เลือกใชบริการสุขภาพอยา งมเี หตุผล วิเคราะหผลการใชเทคโนโลยีทางการแพทยท่ีมีผลตอ
สขุ ภาพ พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองใหเปนไปตามเกณฑทีกําหนดเพ่ือ ความสัมพันธข องภาวะ
สมดุลระหวางสุขภาพกาย และสุขภาพจิต อธิบายลักษณะอาการเบ้ืองตนของผูมีปญหาสุขภาพจิต
เสนอแนะวิธีปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณและความเครียด ตระหนักในคุณคาของการใชทักษะ
ชีวิตในการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง สถานการณเสี่ยง ตลอดจนสถานการณคับขันท่ีอาจนําไปสู
อันตราย และระบุวธิ ีการปจ จยั และแหลงที่ชวยเหลอื ฟนฟูผตู ิดสารเสพติด

ตวั ชี้วัด
พ ๔.๑ ม.๒/๑ , พ ๔.๑ ม.๒/๒ , พ ๔.๑ ม.๒/๓ , พ ๔.๑ ม.๒/๔ ,
พ ๔.๑ ม.๒/๕ , พ ๔.๑ ม.๒/๖ , พ ๔.๑ ม.๒/๗
พ ๕.๑ ม.๒/๑ , พ ๕.๑ ม.๒/๒ , พ ๕.๑ ม.๒/๓

รวม ๑๐ ตัวช้ีวัด

86

พ ๒๒๑๐๔ พลศึกษา รายวิชาสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๐.๕ หนวยกติ
ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๒
๑ ชว่ั โมง/สัปดาห/ ภาค

คําอธิบายรายวชิ า

ศึกษา อธิบาย วิเคราะห ความสําคัญของสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ
อารมณสังคมและสติปญญาจากการออกกําลังกายและการเลนกีฬาอยางสมํ่าเสมอ ออกกําลังกาย
และเลนกีฬาตามความถนัดและความสนใจ ความแตกตางระหวางบุคคลเพ่ือเปนแนวทางในการ
พัฒนาตนเอง วินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และขอตกลงในการเลนกีฬาที่เลือก วางแผนการรุกและ
การปองกันในการเลนกีฬาท่ีเลือกนําไปใชในการเลนอยางเหมาะสมกับทีมอยางมุงม่ัน พัฒนา
สมรรถภาพทางกายตนเอง

โดยใชกระบวนการปฏิบัติ การสํารวจ การสืบคนขอมูล การบันทึก เพื่อใหมีความรู ความ
เขาใจความหมาย ความสําคัญ เห็นคุณคาของตนเองและผูอื่น ศึกษาหาความรู องคป ระกอบของ
สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ มีทักษะการเคล่ือนไหวในชีวิตประจําวัน มีทักษะการเคลื่อนไหว
เบือ้ งตนมีระเบยี บวินัยเคารพสิทธิกฎและกตกิ า เขารว มกิจกรรมทางกายอยางสมํ่าเสมอ มีสมรรถภาพ
ทางกายเพ่ือสขุ ภาพ รักการออกกําลังกายและการเลนกีฬา มนี ้ําใจนกั กีฬา เปน ผูนาํ และผูตามท่ดี ี ช่ืน
ชมในสุนทรียภาพของกีฬา เอ้ืออาทร เสยี สละและคํานึงถึงสวนรวม มีจิตวิญญาณในการแขงขันและ
รวมมอื อยางสันติ รับผิดชอบหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย มีจิตสํานึกในการใชเวลาใหเปนประโยชนและ
สรา งสรรค และพยายามแกไขขอ บกพรองของตนเอง

ตวั ชวี้ ัด
พ ๓.๒ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔, ม. ๒/๕
พ ๔.๑ ม. ๒/๗

รวม ๖ ตัวชว้ี ัด

87

พ ๒๓๑๐๑ สุขศกึ ษา รายวิชาสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๐.๕ หนวยกติ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑
๑ ชว่ั โมง/สัปดาห/ ภาค

คําอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษา อธบิ าย วิเคราะหเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดา นรา งกาย จิตใจ อารมณและสติปญ ญา
ในแตล ะวยั อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมทม่ี ีตอ การเปลีย่ นแปลงของวยั รุน ส่ือโฆษณาทมี่ ี
อิทธิพลตอการเจริญเติบโตและการพัฒนาของวัยรุน องคประกอบของอนามัยเจริญพันธุ ปจจัยที่มี
ผลกระทบตอ การต้ังครรภ สาเหตแุ ละเสนอแนวทางปอ งกนั แกไ ขความขัดแยง ในครอบครัว

โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสํารวจ การสืบคนขอมูล การบันทึกเพื่อใหมี
ความรู ความเขาใจเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงดานรางกาย จิตใจ
อารมณและสติปญญาในแตละวัย อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมท่ีมีตอการเปลี่ยนแปลงของ
วัยรุน ส่ือโฆษณาที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโตและการพัฒนาของวัยรุน องคประกอบของอนามัย
เจริญพนั ธุ ปจ จัยทม่ี ีผลกระทบตอการตัง้ ครรภ สาเหตแุ ละเสนอแนวทางปอ งกันแกไ ขความขัดแยง ใน
ครอบครวั นาํ ไปใชในชีวติ ประจาํ วนั มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม มคี า นิยมท่ีเหมาะสม

ตัวช้ีวัด
พ ๑.๑ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓
พ ๒.๑ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓

รวม ๖ ตัวชี้วดั

88

พ ๒๓๑๐๓ พลศกึ ษา รายวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๐.๕ หนวยกิต
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑
๑ ชวั่ โมง/สัปดาห/ภาค

คําอธิบายรายวิชา

เพ่ิมพูนสามารถใชเทคนิคและวิธีการเลนกีฬาไทยและกีฬาสากลที่เหมาะสมกับตนเองและ
ทีม ความรูและทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกม และการเลนกีฬาไปใชเปน
ระบบสรางเสรมิ สุขภาพอยางตอเนอ่ื ง การจดั กจิ กรรมนันทนาการแกผูอ่นื

โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติ เห็นคุณคาใชเ ทคนิคและวธิ ีการเลนกีฬาไทยและกีฬาสากลที่
เหมาะสมกับตนเองและทีม ความรูและทักษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกม และ
การเลนกีฬาไปใชเปนระบบสรา งเสริมสุขภาพอยางตอ เนื่อง การจัดกิจกรรมนนั ทนาการแกผ ูอ่นื เขา
รวมกจิ กรรมทางกายอยา งสมาํ่ เสมอ มนี ้าํ ใจนกั กฬี า เปนผูนาํ และผูตามทีด่ ี ช่นื ชมในสุนทรียภาพของ
กีฬา เอ้ืออาทร เสียสละและคํานึงถึงสวนรวม มีจิตวิญญาณในการแขงขันและรวมมืออยางสันติ
รับผดิ ชอบหนา ทท่ี ีไ่ ดร ับมอบหมาย มจี ติ สํานึกในการใชเวลาใหเ ปนประโยชนและสรา งสรรค
และพยายามแกไ ขขอบกพรองของตนเอง

ตวั ช้วี ัด
พ ๓.๑ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓

รวม ๓ ตัวชีว้ ดั

89

พ๒๓๑๐๒ สุขศึกษา รายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศึกษา ๐.๕ หนว ยกติ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒
๑ ชว่ั โมง/สัปดาห/ภาค

คําอธบิ ายรายวชิ า

ศกึ ษา อธิบาย วิเคราะหเกี่ยวกับการกําหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยตาง ๆ โรคท่ี
เปนสาเหตุสําคญั ของการเจ็บปวยและการตายของคนไทย ปญหาสุขภาพในชุมชน วางแผนและจัด
เวลาในการออกกําลังกาย การพักผอนและการสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย ปจจัยเส่ียงและ
พฤติกรรมเส่ียงตอสุขภาพและแนวทางปองกัน หลีกเล่ียงการใชความรุนแรงในการแกปญหา
อิทธิพลของส่ือตอพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง ความสัมพันธของการด่ืมเครื่องด่ืมที่มี
แอลกอฮอลต อ สุขภาพและการเกิดอุบัตเิ หตุ วิธีการชวยฟน คืนชีพอยางถูกวิธี

โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสํารวจ การสืบคนขอมูล การบันทึกเพื่อใหมี
ความรู ความเขาใจเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เก่ียวกับการกําหนดรายการอาหารท่ีเหมาะสมกับ
วัยตาง ๆ โรคท่ีเปนสาเหตุสําคัญของการเจ็บปวยและการตายของคนไทย ปญหาสุขภาพในชุมชน
วางแผนและจัดเวลาในการออกกาํ ลังกาย การพักผอนและการสรางเสรมิ สมรรถภาพทางกาย ปจ จัย
เสี่ยงและพฤติกรรมเส่ียงตอสุขภาพและแนวทางปองกัน หลีกเล่ียงการใชความรุนแรงในการ
แกป ญหา อิทธิพลของสอ่ื ตอพฤติกรรมสุขภาพและความรนุ แรง ความสัมพนั ธข องการด่ืมเคร่ืองดมื่ ที่
มีแอลกอฮอลตอสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ วิธีการชวยฟนคืนชีพอยางถูกวิธี นําไปใชใน
ชวี ติ ประจาํ วัน มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมมีคา นิยมทเ่ี หมาะสม

ตัวชวี้ ัด
พ ๔.๑ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓, ม. ๓/๔
พ ๕.๑ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓, ม. ๓/๔, ม. ๓/๕

รวม ๙ ตัวชวี้ ดั

90

พ ๒๓๑๐๔ พลศกึ ษา รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา ๐.๕ หนว ยกิต
ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
๑ ชั่วโมง/สัปดาห/ ภาค

คาํ อธบิ ายรายวิชา

เพิม่ พนู ความรเู ก่ียวกบั มารยาทในการเลน และการดกู ฬี าดวยความมนี ํ้าใจนักกีฬา ออกกาํ ลัง
กายและเลนกีฬาอยางสม่ําเสมอ นําแนวคิดหลักการจากการเลนทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม
กฎ กติกาและขอตกลงในการเลนกีฬา วิธีการประยุกตใชกลวีในการรุกและการปองกันในการเลน
กีฬาไดตามสถานการณของการเลน พัฒนาสุขภาพตนเองท่ีเกิดจากการออกกําลังกายและการเลน
กีฬา ทดสอบสมรรถภาพทางกาย

โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติ เพื่อใหมีความรู เห็นคุณคาของตนเองและผูอื่น ศึกษาหา
ความรู องคประกอบของสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ มีทักษะการเคลื่อนไหวในชีวติ ประจําวนั มี
ทักษะการเคล่ือนไหวเบื้องตนมีระเบียบวินัยเคารพสิทธกิ ฎและกติกา เขารวมกิจกรรมทางกายอยาง
สมํ่าเสมอ มีสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ รักการออกกําลังกายและการเลนกีฬา มีนํ้าใจนักกีฬา
เปนผูนําและผูตามที่ดี ช่ืนชมในสุนทรียภาพของกีฬา เอ้ืออาทร เสียสละและคํานึงถึงสวนรวม มีจิต
วญิ ญาณในการแขงขันและรวมมืออยางสันติ รับผดิ ชอบหนาที่ที่ไดรบั มอบหมาย มีจิตสํานกึ ในการใช
เวลาใหเ ปน ประโยชนแ ละสรา งสรรค และพยายามแกไ ขขอ บกพรองของตนเอง

ตวั ช้วี ัด
พ ๓.๒ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓, ม. ๓/๔, ม. ๓/๕
พ ๔.๑ ม. ๓/๕

รวม ๖ ตัวชีว้ ดั

กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ

โครงสรา งรายวิชากลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน โรงเรยี นมวงสามสบิ อมั พวนั วทิ ยา

วิชาพ้ืนฐาน เรยี นวชิ าพ้ืนฐานในกลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ จํานวน 3.0 หนว ยกิต ไดแ ก
รายวชิ าตอไปนี้

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ศิลปะ1 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 0.5 หนว ยกติ
ศ2๑๑๐๑ ศิลปะ2 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 0.5 หนว ยกิต
ศ21๑๐๒

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 ศิลปะ3 1 ชั่วโมง/สัปดาห 0.5 หนวยกิต
ศ22๑๐๑ ศิลปะ4 1 ช่วั โมง/สปั ดาห 0.5 หนวยกิต
ศ221๑๐๒

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ศิลปะ5 1 ช่วั โมง/สัปดาห 0.5 หนว ยกติ
ศ23๑๐๑ ศิลปะ6 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห 0.5 หนวยกิต
ศ23๑๐๒

92

ศ๒๑๑๐๑ ศลิ ปะ1 รายวชิ าศิลปะ 0.5 หนวยกิต
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑
1 ชวั่ โมง/สปั ดาห/ ภาค

คําอธบิ ายรายวชิ า

ศกึ ษาความรูเก่ียวกับการบรรยายความแตกตางและความคลายคลึงกันของงานทัศนศิลป
และสิ่งแวดลอม โดยใชความรูเรื่องทัศนธาตุ ระบุและบรรยายหลักการออกแบบงานทัศนศิลป โดย
เนนความเปนเอกภาพความกลมกลืนและความสมดุล ประเมินงานทัศนศิลปและบรรยายถึงวิธีการ
ปรับปรุงงานของตนเองและผอู ่ืนโดยใชเกณฑท่ีกําหนดให ระบุและบรรยายเก่ียวกับลักษณะรูปแบบ
งานทัศนศิลปของชาติและของทองถ่ินตนเองจากอดีตจนถึงปจจุบัน ระบุและเปรียบเทียบงาน
ทัศนศิลปของภาคตางๆในประเทศไทย เปรียบเทียบความแตกตางของจุดประสงคใ นการสรางสรรค
งานทัศนศลิ ปข องวัฒนธรรมไทยและสากล วาดภาพทัศนยี ภาพแสดงใหเห็นระยะไกลใกล เปน ๓ มิติ
รวบรวมงานปน หรือสือ่ ผสมมาสรา งเปนเร่ืองราว ๓ มิติโดยเนนความเปน เอกภาพความกลมกลืนและ
การสื่อถึงเรื่องราวของงาน ออกแบบรูปภาพสัญลักษณหรือกราฟกอ่ืนๆในการนําเสนอความคิดและ
ขอมลู

เพอ่ื ใหเ กดิ ความสามารถในการบรรยาย ระบุ ประเมนิ งาน เปรียบเทยี บ วาดภาพ
รวบรวมงานออกแบบผลงานดานทศั นศลิ ป

เห็นคุณคา งานทัศนศลิ ป ถา ยทอดความรสู กึ ความคิดตอ งานศิลปะอยา งอสิ ระ ชื่นชมและ
ประยกุ ตใชใ นชวี ิตประจาํ วนั เห็นคุณคา งานทัศนศลิ ปทเี่ ปน มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญญาทองถิ่น
ภมู ิปญ ญาไทยและสากล

ตัวชว้ี ัด ศ ๑.๑ ม.๑/๕
ศ ๑.๑ ม.๑/๑ ศ ๑.๑ ม.๑/๒ ศ ๑.๑ ม.๑/๓ ศ ๑.๑ ม.๑/๔
ศ ๑.๑ ม.๑/๖ ศ ๑.๒ ม.๑/๑ ศ ๑.๑ ม.๑/๒ ศ ๑.๑ ม.๑/๓

จํานวน ๙ ตวั ช้ีวดั

93

ศ ๒๑๑๐๒ ศลิ ปะ 2 รายวิชาศิลปะ 0.5 หนว ยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒
๑ ช่ัวโมง/สัปดาห/ ภาค

คําอธิบายรายวชิ า

ศึกษาความรูเก่ียวกับการเปรียบเทียบเสียงรองและเสียงของเคร่ืองดนตรีท่ีมาจาก
วัฒนธรรมที่ตางกัน จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากลมาจากวัฒนธรรมตางๆ
เปรียบเทียบอารมณ ความรูสึกในการฟงดนตรีแตละประเภท ใชเกณฑสําหรับประเมินคุณภาพงาน
ดนตรีหรือเพลงท่ีฟง อธิบายบทบาทความสมั พันธและอิทธพิ ลของดนตรีท่ีมีตอสังคมไทย ระบุความ
หลากหลายขององคประกอบดนตรีในวัฒนธรรมตางกัน อธิบายอิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลตอ
การโนม นาวอารมณหรือความคดิ ของผชู ม ใชน าฏยศพั ทห รือศัพททางการละครในการแสดง ระบุ
ปจจัยท่ีมีผลตอการเปล่ียนแปลงของนาฏศิลป นาฏศิลปพื้นบาน ละครไทย และละครพื้นบาน
บรรยายประเภทของละครไทยในแตละยคุ สมัย ใชเ กณฑงายๆท่ีกาํ หนดใหใ นการพิจารณาคณุ ภาพการ
แสดงที่ชมโดยเนนเรื่องการใชเสียง การแสดงทาและการเคลื่อนไหว อาน เขียน รองโนตไทย-สากล
รองเพลงและใชเคร่ืองดนตรีบรรเลงประกอบ รองเพลงดวยบทเพลงท่ีหลากหลายรูปแบบ นําเสนอ
ตัวอยางเพลงที่ตนเองช่ืนชอบ และอภิปรายลักษณะเดนที่ทําใหงานนั้นนาชนื่ ชม ใชและบํารุงรักษา
เคร่ืองดนตรีอยางระมัดระวังและรับผิดชอบ ใชทักษะการทํางานเปนกลุมในกระบวนการผลิตการ
แสดง แสดงความคดิ เห็นท่ีมีตอ อารมณของบทเพลงทม่ี ีความเร็วของจังหวะและความดังเบาแตกตาง
กัน

เพ่ือใหเกิดความสามารถในการเปรียบเทียบ จัดประเภท ใชเกณฑ อธิบาย ระบุ การ
แสดงทา อาน เขียน รอง นําเสนอ อภิปราย ฝกทักษะ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับดนตรีและ
นาฏศลิ ป วจิ ารณคณุ คา ดนตรีถายทอดความรูสึก ความคดิ ตอดนตรีอยา งอิสระ ชนื่ ชมและประยุกตใช
ในชีวิตประจําวัน เห็นคุณคาของดนตรีท่ีเปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถ่ิน ภูมิปญญาไทย
และสากลวิพากษวิจารณคุณคานาฏศิลป ถายทอดความรูสึกความคิดอยางอิสระ ช่ืนชมและ
ประยุกตใชในชีวิตประจาํ วนั เห็นคุณคาของนาฏศิลปท ่ีเปนมาดกทางวัฒนธรรม ภูมปญญาทองถ่ิน
ภูมิปญญาไทยและสากล

ตวั ช้ีวดั
ศ ๒.๑ ม.๑/๑ ศ ๓.๑ ม.๑/๒ ศ ๒.๑ ม.๑/๓ ศ ๒.๑ ม.๑/๔ ศ ๒.๑ ม.๑/๕
ศ ๒.๑ ม.๑/๖ ศ ๒.๑ ม.๑/๗ ศ ๒.๑ ม.๑/๘ ศ ๒.๑ ม.๑/๙ ศ ๒.๒ ม.๑/๒
ศ ๒.๒ ม.๑/๒ ศ ๓.๑ ม.๑/๑ ศ ๓.๑ ม.๑/๒ ศ ๓.๑ ม.๑/๓ ศ ๓.๑ ม.๑/๔
ศ ๓.๑ ม.๑/๕ ศ ๓.๒ ม.๑/๑ ศ ๓.๒ ม.๑/๒

จํานวน ๑๘ ตัวชี้วดั

94

ศ ๒๒๑๐๑ ศิลปะ 3 รายวชิ าศิลปะ 0.5 หนวยกิต
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑
๑ ชั่วโมง/สปั ดาห/ ภาค

คาํ อธิบายรายวชิ า

ศกึ ษาความรูเก่ียวกับการอภิปรายเก่ียวกับทัศนธาตุในดา นรปู แบบ และแนวคดิ ของงาน
ทัศฯศิลปท่ีเลอื กมา อภิปรายเก่ียวกับทัศนธาตุในดานรูปแบบ และแนวคิดของงานทัศฯศิลปท่ีเลือก
มา ระบุและบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรมตางๆที่สะทอนถึงงานทัศนศิลปในปจจุบัน บรรยายถึงการ
เปลี่ยนแปลงของงานทัศนศิลปของไทยในแตละยุคสมัย โดยเนนถึงแนวคิดและเน้ือหาของงาน วาด
ภาพดวยเทคนคิ ทห่ี ลากหลาย ในการสื่อความหมายและเร่ืองราวตา งๆสรางเกณฑในการประเมินและ
วจิ ารณงานทัศนศิลป นําผลการวจิ ารณไปปรับปรุงแกไขและพัฒนางาน วาดภาพแสดงบคุ ลิกลกั ษณะ
ของตัวละคร บรรยายวิธีการใชงานทัศนศิลปในการโฆษณาเพื่อโนมนาวใจและนําเสนอตัวอยาง
ประกอบ เปรียบเทียบแนวคิดในการออกแบบงานทศั นศลิ ปท ีม่ าจาก วฒั นธรรมไทยและสากล

เพื่อใหเกดิ ความสามารถในการอภปิ ราย ระบุ บรรยาย วาดภาพ ประเมิน เปรียบเทียบ
วิจารณเ กี่ยวกับงานดา นทัศนศิลป

เหน็ คุณคางานทัศนศลิ ป ถายทอดความรสู กึ ความคดิ ตองานศลิ ปะอยางอสิ ระ ช่นื ชมและ
ประยุกตใ ชใ นชีวิตประจาํ วัน เหน็ คณุ คางานทัศนศลิ ปท ีเ่ ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญญาทองถ่นิ
ภมู ิปญญาไทยและสากล

ตวั ช้วี ดั
ศ ๑.๑ ม.๒/๑ ศ ๑.๑ ม.๒/๒ ศ ๑.๑ ม.๒/๓ ศ ๑.๑ ม.๒/๔ ศ ๑.๑ ม.๒/๕
ศ ๑.๑ ม.๒/๖ ศ ๑.๑ ม.๒/๗ ศ ๑.๒ ม.๒/๑ ศ ๑.๒ ม.๒/๒ ศ ๑.๒ ม.๒/๓

จํานวน ๑๐ ตัวช้ีวัด

95

ศ ๒๒๑๐๒ ศิลปะ 4 รายวชิ าศลิ ปะ 0.5 หนวยกติ
ช้ันมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๒
๑ ชั่วโมง/สัปดาห/ภาค

คําอธิบายรายวชิ า

ศึกษาความรูเกี่ยวกับการเปรียบเทียบการใชองคประกอบดนตรีที่มาจากวัฒนธรรม
ตางกัน อาน เขียนรองโนต ไทยและโนตสากลท่ีมีเครื่องหมายแปลงเสยี ง ระบุปจจยั สําคญั ทีม่ ีอิทธิพล
ตอการสรางสรรคงานดนตรี รองเพลงและเลน ดนตรเี ดย่ี วและรวมวง บรรยายอารมณของเพลงและ
ความรูสกึ ทีม่ ีตอ บทเพลงทฟ่ี ง ประเมิน พัฒนาการทักษะทางดนตรีของตนเอง หลงั จากการฝกปฏิบตั ิ
ระบุงานอาชีพตางๆทีเ่ ก่ียวของกับดนตรแี ละบทบาทของดนตรใี นธุรกิจบันเทิง บรรยายบทบาทและ
อิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศตางๆ บรรยายอิทธิพลของวัฒนธรรมและเหตุการณใน
ประวัติศาสตรท่ีมีตอรูปแบบของดนตรีในประเทศไทย อธบิ ายการบูรณาการศิลปะแขนงอ่ืนๆกับการ
แสดง สรางสรรคการแสดงโดยใชองคประกอบนาฏศิลปและการละคร วิเคราะหการแสดงของ
ตนเองและผูอ่ืน โดยใชนาฏยศพั ทห รือศัพททางการละครท่ีเหมาะสม เสนอขอคิดเห็นในการปรบั ปรุง
การแสดง เชื่อมโยงการเรียนรูระหวางนาฏศลิ ปและการละครกับสาระการเรียนรอู ื่นๆ เปรียบเทียบ
ลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฎศิลปจากวฒั นธรรมตางๆ ระบหุ รอื แสดงนาฏศลิ ป นาฏศลิ ปพ ื้นบา น
ละครไทย ละครพนื้ บาน หรือมหรสพอน่ื ที่เคยนิยมกนั ในอดีต อธิบายอิทธพิ ลของวฒั นธรรมทมี่ ผี ลตอ
เนือ้ หาของละคร

เพ่ือใหเกิดความสามารถในการเปรียบเทียบ การอานการเขียนการรอง ระบุ บรรยาย
ประเมิน อธบิ าย สรา งสรรค วเิ คราะห เสนอขอ คดิ เหน็ เชื่อมโยงผลงานดานดนตรแี ละนาฏศลิ ป

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ดนตรี เสียงขับรองตนเอง มสี ว นรวมกบั กิจกรรมดนตรใี น
ชีวติ ประจาํ วัน มคี วามชื่นชมและเหน็ คณุ คา ความสําคัญประโยชนของดนตรีตอการดําเนินชีวติ ของ
คนในทองถน่ิ แสดงออกถึงความชื่นชมและภาคภมู ิใจในการละเลนพ้ืนบานและเช่ือมโยงสิ่งที่พบเหน็
ในการละเลน พืน้ บา นกับการดํารงชวี ิตของคนไทย

ตัวชี้วดั

ศ ๒.๑ ม.๒/๑, ศ ๒.๑ ม.๒/๒, ศ ๒.๑ ม.๒/๓, ศ ๒.๑ ม.๒/๔, ศ ๒.๑ ม.๒/๕,
ศ ๒.๑ ม.๒/๖, ศ ๒.๑ ม.๒/๗, ศ ๒.๒ ม.๒/๑, ศ ๒.๒ ม.๒/๒, ศ ๓.๑ ม.๒/๑,
ศ ๓.๑ ม.๒/๒, ศ ๓.๑ ม.๒/๓, ศ ๓.๑ ม.๒/๔, ศ ๓.๑ ม.๒/๕, ศ ๓.๒ ม.๒/๑,
ศ ๓.๒ ม.๒/๒, ศ ๓.๒ ม.๒/๓
รวม ๑๗ ตวั ช้ีวดั

96

ศ ๒๓๑๐๑ ศิลปะ 5 รายวิชาศลิ ปะ 0.5 หนวยกิต
ภาคเรียนที่ ๑
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ ๓ ๑ ช่ัวโมง/สปั ดาห/ ภาค

คําอธิบายรายวิชา

ศึกษาความรูเกี่ยวกับส่ิงแวดลอมและงานทัศนศิลปที่เลือกมาโดยใชความรูเรื่องทัศนธาตุ
และหลักการออกแบบ ระบุและบรรยายเทคนิค วิธีการของศิลปนในการสรางงานทัศนศิลป
วิเคราะหและบรรยายวิธีการใชทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสรา งงานทัศนศลิ ปของตนเอง
ใหมคุณภาพ วิเคราะหและอภิปรายรูปแบบเนื้อหาและคุณคาในงานทัศนศิลปของตนเองและผูอื่น
หรือของศิลปน ระบุอาชีพที่เกี่ยวของกับงานทัศนศิลปแ ละทักษะจําเปนในการประกอบอาชีพน้ันๆ
ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศลิ ปทีส่ ะทอนคุณคาของวัฒนธรรม เปรียบเทียบความแตกตาง
ของงานทัศนศิลปในแตละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล มีทักษะในการสรางงานทัศนศิลป
อยางนอย ๓ ประเภท สรางงานทัศนศิลป ท้ัง ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถายทอดประสบการณและ
จินตนาการ สรางสรรคงานทัศนศิลป สื่อความหมายเปนเร่ืองราวโดยประยุกตใชทัศนธาตุและ
หลกั การออกแบบ สรา งสรรคงานทัศนศิลป เพื่อบรรยายเหตกุ ารณต างๆ โดยใชเ ทคนิคท่ีหลากหลาย
เลือกงานทศั นศลิ ปโดยใชเกณฑท ่กี าํ หนดขน้ึ อยา งเหมาะสมและนําไปจัดนิทรรศการ

เพื่อใหเกิดความสามารถในการบรรยาย,ออกแบบ,ระบุ,วิเคราะห,อภิปราย,ศึกษา
เปรยี บเทยี บ,สรางสรรคง าน,เลือกงานที่เกยี่ วกับสง่ิ แวดลอ มและทัศนศลิ ป

เหน็ คณุ คา งานทัศนศลิ ป ถายทอดความรสู กึ ความคดิ ตองานศลิ ปะอยางอิสระ ชื่นชมและ
ประยุกตใชในชีวิตประจําวัน และเห็นคุณคางานทัศนศลิ ปท ่เี ปน มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญญา
ทองถนิ่ ภูมิปญญาไทยและสากล

ตัวช้วี ดั
ศ ๑.๑ ม.๓/๑ ศ ๑.๑ ม.๓/๖ ศ ๑.๒ ม.๓/๑
ศ ๑.๑ ม.๓/๒ ศ ๑.๑ ม.๓/๗ ศ ๑.๒ ม.๓/๒
ศ ๑.๑ ม.๓/๓ ศ ๑.๑ ม.๓/๘
ศ ๑.๑ ม.๓/๔ ศ ๑.๑ ม.๓/๙
ศ ๑.๑ ม.๓/๕ ศ ๑.๑ ม.๓/๑๐
ศ ๑.๑ ม.๓/๑๑

จาํ นวน ๑๓ ตวั ชี้วดั


Click to View FlipBook Version