นายอดุล ดือราแม
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษายะลา
นายอดุล ดือราแม
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษายะลา
ก
คำนำ
เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ เรื่อง ดาวฤกษแ์ ละ
ระบบสรุ ยิ ะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 จัดทาขึ้นเพื่อมุ่งเน้น
ให้นกั เรยี นสามารถศกึ ษาหาความรู้ และสามารถทดสอบความเข้าใจก่อนเรยี น และหลังเรยี นไดด้ ้วย
ตนเอง ภายในเล่มจะมีใบกจิ กรรม ใบความรู้ท่ีใหค้ วามรดู้ ้านเนอื้ หาแกน่ กั เรยี น เม่ือศึกษาเนอ้ื หาเขา้ ใจ
แลว้ จะมีใบงาน ให้นักเรียนฝึกคดิ และแบบทดสอบหลังเรียน เพอื่ ทดสอบความรู้ ความเข้าใจ อีกทงั้
ยังสามารถตรวจคาตอบจากเฉลยได้ด้วยตนเอง และนักเรียนจะไดฝ้ ึกฝนทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ และการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ โดยครผู ู้สอนเป็นผ้ใู ห้
คาปรกึ ษา แนะนา และคอยอานวยความสะดวก ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ผ้จู ดั ทาเปน็ อยา่ งยิ่งว่า เอกสารประกอบการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เรือ่ ง ดาวฤกษแ์ ละระบบ
สุรยิ ะ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ สาหรับนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 หน่วยที่ 5 กาเนดิ ระบบ
สุรยิ ะและการแบ่งเขตบริวารรอบดวงอาทิตย์ชุดนี้ จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ นักเรยี น และครผู ู้ปฏิบัติการสอน
กล่มุ สาระ การเรียนรู้วทิ ยาศาสตรส์ ามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ในการจดั กระบวนการเรยี นรใู้ ห้เหมาะสมกบั
นักเรียนได้ดยี ง่ิ ขึ้น
อดลุ ดอื ราแม
สำรบัญ ข
คานา หน้า
สารบญั ค
คาชแ้ี จงการใช้เอกสารประกอบการเรียน ง
คาแนะนาการใช้สาหรับครู 1
คาแนะนาการใช้สาหรับนกั เรียน 2
ขน้ั ตอนการจัดเอกสารประกอบการเรยี นรู้แบบวัฏจกั ร 7 ขน้ั (7E) 3
ขนั้ ตอนการใช้เอกสารประกอบการเรยี น 4
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั 5
สาระสาคญั 6
จุดประสงค์การเรียนรู้ 6
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 7
ขน้ั ที่ 1 ขนั้ ตรวจสอบความรเู้ ดมิ 8
12
ใบคาถาม 13
ขัน้ ที่ 2 ขน้ั เรา้ ความสนใจ 14
15
ใบกิจกรรมท่ี 1 17
ข้ันที่ 3 ขั้นสารวจและค้นหา 18
21
ใบกิจกรรมที่ 2 30
ใบความรทู้ ่ี 1 31
ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั อธิบาย 33
ใบกิจกรรมที่ 3 34
ขั้นที่ 5 ขั้นขยายความคดิ 37
ใบกิจกรรมท่ี 4
ใบความร้ทู ่ี 2
สำรบัญ ค
. หน้า
39
ขั้นท่ี 6 ข้ันประเมินผล 40
ใบงาน 48
49
ข้ันที่ 7 ข้นั นาความร้ไู ปใช้ 52
ใบกจิ กรรมท่ี 4 56
แบบทดสอบหลังเรยี น 57
58
บรรณานุกรม 59
ภาคผนวก 65
เฉลยแบบทดสอบก่อนและเรียน
เฉลยกจิ กรรม
เฉลยใบงาน
1
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 1 รหสั วชิ า ว33194
เร่อื ง ดาวฤกษแ์ ละระบบสรุ ิยะ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
หนว่ ยที่ 3 กาเนิดดาวฤกษ์ ประกอบดว้ ย
1. คาแนะนาสาหรบั ครู
2. คาแนะนาสาหรบั นักเรยี น
3. แผนผังมโนทศั น์ข้ันตอนการเรียนเอกสารประกอบการเรยี น
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
5. แบบทดสอบก่อนเรียน
6. ใบกิจกรรม
7. ใบความรู้
8. ใบงาน
9. แบบทดสอบหลังเรยี น
10. เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
11. เฉลยใบงาน
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 1 รหัสวชิ า ว33194
เรือ่ ง ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6
เล่มนี้ เป็นหน่วยท่ี 5 กาเนดิ ระบบสุรยิ ะและการแบ่งเขตริวารรอบดวงอาทิตย์ ใช้เวลาในการเรยี น 6 ชวั่ โมง
มวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือใหน้ ักเรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั กระบวนการเกดิ ระบบสุรยิ ะ การแบ่งเขต
บรวิ ารของดวงอาทิตย์ และลักษณะของดาวเคราะหท์ ี่เอื้อต่อการดารงชวี ติ โดยการพฒั นาการเรยี นรใู้ น
รูปแบบเอกสารประกอบการเรยี น เพ่อื สะดวกในการใช้ท้งั ครูและนกั เรียนตามเจตนารมณแ์ ละเป้าหมาย
ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง พุทธศักราช 2560)
2
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ 1 รหสั วชิ า ว33194
เรือ่ ง ดาวฤกษแ์ ละระบบสุริยะ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6
เลม่ น้ี เป็นหน่วยท่ี 5 กาเนิดระบบสุริยะและการแบง่ เขตริวารรอบดวงอาทิตย์ ครูควรเตรยี มความ
พรอ้ ม และปฏบิ ัตติ ามคาแนะนา ดงั ตอ่ ไปนี้
ก่อนการจดั การเรยี นการสอน ครผู ู้สอนควรดาเนนิ การ ดังนี้
1. ศกึ ษาแผนการจดั การเรยี นรู้ เอกสารประกอบการเรยี น และอา่ นเน้ือหาสาระอย่าง
ละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งทาความเขา้ ใจกับเน้ือหาทุกเล่มก่อนการใช้งาน
2. เตรยี มเอกสารประกอบการเรยี นใหค้ รบถว้ นและเพียงพอกับจานวนนักเรยี น
3. เตรียมเครื่องมือวัดและประเมินผล เพื่อใหท้ ราบความก้าวหนา้ ของนักเรียน
4. จัดชนั้ เรียนใหน้ กั เรียนเรียนรู้เปน็ รายบุคคล รายคู่ หรือกล่มุ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
ระหว่างเดนิ ดาเนินการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ครูผูส้ อนควรดาเนนิ การ ดงั น้ี
1. ดาเนนิ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ตามกิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ีกาหนดไว้ในแผนการจัดการ
เรียนรอู้ ย่างเครง่ ครัด
2. ช้ีแจงใหน้ กั เรยี นทราบลาดบั ขน้ั ตอนและวธิ กี ารเรยี นรโู้ ดยใช้เอกสารประกอบการเรยี น
อย่างชัดเจน และประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากการเรยี นรู้ โดยใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น
3. ช้ีแจงให้นักเรียนทราบเก่ียวกับบทบาทของนักเรียนในการเรียนรู้ โดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน
ใหเ้ ขา้ ใจ และเนน้ ย้าเร่ืองความซ่อื สัตย์ โดยไม่ลอกเพ่ือน ไมใ่ หเ้ พ่ือนทาใหก้ ่อนลงมือทาดว้ ยตนเอง
4. สงั เกตความตั้งใจของนักเรยี น ความสนใจในการเรียน การทางานรว่ มกันเป็นกลมุ่ ของ
นักเรียนทกุ กลุม่ อย่างใกล้ชดิ หากนักเรยี นคนใดมีปัญหาข้อสงสยั ครูต้องให้ความช่วยเหลือทนั ที
5. ควบคุมเวลาในการจดั กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้เอกสารประกอบการเรยี นของนักเรียน
แต่ละคนอาจจะไมเ่ ทา่ กนั ครูควรยดื หย่นุ ตามความเหมาะสม และตามสถานการณ์
6. การสรปุ บทเรยี นควรเปน็ กจิ กรรมร่วมกันของนกั เรียนทุกคนหรือแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทน
มารว่ มอภิปรายเรื่องท่ีเรยี นมา
7. กากับควบคุมใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่ือประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน
สิ้นสดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ครูผสู้ อนควรดาเนนิ การ ดงั น้ี
1. เก็บรวบรวมผลงานของนักเรียนไปตรวจ
2. เนน้ ย้าให้นักเรยี นทาการบา้ นมาส่งใหต้ รงตามเวลาท่กี าหนดและนาข้อบกพร่องจากการทา
การบา้ นของนักเรยี นไปบอกและแก้ไขให้กับนกั เรียนในชัว่ โมงถัดไป
3. ตรวจแบบทดสอบ บันทึกคะแนนและสรุปผลการประเมินพฤตกิ รรมของนักเรยี น
3
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ 1 รหัสวชิ า ว33194
เร่อื ง ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุงพุทธศกั ราช 2560) หนว่ ยท่ี 5
กาเนดิ ระบบสรุ ยิ ะและการแบ่งเขตรวิ ารรอบดวงอาทิตย์ นักเรยี นควรปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา ดังน้ี
1. อ่านคาชแี้ จงและคาแนะนาในการใช้เอกสารประกอบการเรียนใหเ้ ข้าใจก่อนทากจิ กรรม
ทุกครั้ง
2. ศกึ ษาจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้แู ละขั้นตอนการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า
วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เพ่ือให้ทราบวา่ เม่ือเรยี นจบแล้วนักเรียนจะมีความร้ใู นเร่ืองใดบา้ ง
3. ทาแบบทดสอบก่อนเรียนลงในกระดาษคาตอบ ตรวจคาตอบจากเฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรียน พร้อมทั้งบนั ทึกคะแนนลงในแบบบันทึกคะแนน
4. ทาใบกจิ กรรม และศึกษาใบความรู้
5. ทาใบงาน ตรวจคาตอบจากเฉลยแบบใบงาน พร้อมท้ังบนั ทกึ คะแนนลงในแบบบนั ทกึ
คะแนนรายบุคคล
6. เมอ่ื นักเรยี นไมเ่ ขา้ ใจทาเอกสารประกอบการเรียน ขอ้ ใดไม่ได้หรอื มีปญั หาข้อสงสัยใน
เนอ้ื หาใหก้ ลบั ไปศึกษาใบความรแู้ ละตัวอยา่ งอีกคร้งั จนเข้าใจดหี รอื ปรกึ ษาครูผู้สอน แลว้ จงึ กลบั มาทา
เอกสารประกอบการเรยี น
7. การเขียนคาตอบของเอกสารประกอบการเรยี นให้นักเรียน ทาด้วยความรอบคอบให้
ผลงานมีความถูกต้อง สะอาดเรียบรอ้ ยและเป็นระเบยี บ
8. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น ตรวจให้คะแนนตามเฉลย ถ้าได้ตา่ กวา่ ร้อยละ 80% ให้
กลบั ไปศึกษาเอกสารประกอบการเรียนอีกครั้ง
9. สรุปผลการเรยี น ประเมนิ ปรับปรงุ และพัฒนาตนเอง
10. การศึกษาเอกสารประกอบการเรยี นเลม่ นี้ จะไม่บรรลผุ ลสาเรจ็ ถ้านกั เรยี นขาดความ
ซ่อื สัตย์ในการทาเอกสารประกอบการเรียน
4
ข้ันท่ี 1 ข้ันตรวจสอบความรู้เดมิ (Elicitation Phase)
ขนั้ ที่ 2 ข้นั เร้าความสนใน (Engagement Phase)
ข้นั ที่ 3 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration Phase)
ขัน้ ที่ 4 ข้นั อธบิ าย (Explanation Phase)
ขัน้ ที่ 5 ขน้ั ขยายความคดิ (Expansion Phase)
ขัน้ ท่ี 6 ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)
ขนั้ ท่ี 7 ขั้นนาความร้ไู ปใช้ (Extension Phase)
5
อา่ นคาชแี้ จง
ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ทาใบกิจกรรม
ศึกษาใบความรู้
ทาใบงาน
ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
6
เอกสารประกอบการเรยี น เร่อื ง ดาวฤกษ์และระบะสุรยิ ะ
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
หนว่ ยท่ี 5 กาเนดิ ระบบสุรยิ ะและการแบ่งเขตบริวารรอบดวงอาทิตย์
มาตรฐานการเรียนรู้/ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแลก็ ซ่ี ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ รวมทัง้ ปฏสิ ัมพนั ธภ์ ายในระบบสุริยะท่ี
ส่งผลต่อสิ่งมชี วี ิต และการประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ
ว 3.1 ม.6/8 อธบิ ายกระบวนการเกิดระบบสรุ ยิ ะ และการแบ่งเขตบริวารของดวงอาทติ ย์
และลักษณะของดาวเคราะห์ท่เี อ้ือต่อการดารงชีวิต
สาระสาคญั
ดวงอาทิตยเ์ ปน็ ดาวฤกษท์ ี่เป็นศูนย์กลางของระบบสุรยิ ะ เกิดจากมวลส่วนใหญข่ อง
เนบวิ ลาที่ยุบตัวลงดว้ ยแรงโนม้ ถว่ งจนมีขนาดเล็กลงและแก่นกลางมีอุณหภมู ิสงู ขน้ึ มากพอทจ่ี ะ
เกิดปฏกิ ิริยาเทอรม์ อนิวเคลยี ร์ หลอมไฮโดรเจนเป็นฮเี ลยี มเพื่อผลติ พลังงาน ส่วนเนบิวลาทอี่ ยู่
รอบนอกจับกลุ่มรวมกันเป็นดาวเคราะหแ์ ละบริวารอน่ื ๆ ของดวงอาทิตย์ มคี วามเปน็ ไปไดท้ ่ีจะ
มสี ง่ิ มชี วี ิตอ่ืนบนดาวดวงอ่นื หากดวงดาวนัน้ มีสภาวะที่เหมาะสมต่อการดารงชวี ติ เชน่ เดยี วกับ
โลก ซึง่ พลังงานจากดวงอาทิตยเ์ ปน็ ปัจจยั สาคัญต่อการดารงชวี ติ ของสิ่งมีชวี ิต
7
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายกระบวนการเกิดระบบสรุ ิยะ และการแบ่งเขตบรวิ ารรอบดวงอาทิตยไ์ ด้
2. อธบิ ายลักษณะของดาวเคราะห์ทีเ่ ออื้ ต่อการดารงชีวิตของส่งิ มชี วี ติ ได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
3. เขียนแผนผงั มโนทัศน์สรปุ ความรูเ้ กย่ี วกับกาเนดิ ระบบสุรยิ ะและการแบง่ เขตบริวาร
รอบดวงอาทติ ยไ์ ด้
4. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หาและกระบวนการทางานเป็นกลมุ่
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
5. นักเรียนมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทางาน และมีจิตวทิ ยาศาสตร์
8
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เอกสารประกอบการเรยี น เรื่อง ดาวฤกษแ์ ละระบะสุรยิ ะ
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
หนว่ ยท่ี 5 กาเนิดระบบสรุ ิยะและการแบ่งเขตบริวารรอบดวงอาทติ ย์
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นทาเครอ่ื งหมายกากบาท () ลงในชอ่ งตัวอกั ษร ก ข ค หรอื ง ที่ถูกต้องที่สดุ
เพียงข้อเดยี ว
1. ขอ้ ใดคือจดุ ศูนย์กลางของระบบสรุ ิยะ
ก. เอกภพ
ข. กาแลก็ ซี่
ค. ดวงอาทติ ย์
ง. ดาวเคราะห์
2. ดวงอาทิตย์และบริวารกาเนิดมาจากแหลง่ กาเนิดใด
ก. หลมุ ดา
ข. ดาวฤกษ์
ค. เนบวิ ลาสุรยิ ะ
ง. เนบิวลาดาวฤกษ์
3. การแบง่ เขตบริวารรอบดวงอาทิตย์ใชห้ ลกั เกณฑ์ใด
ก. แบง่ ตามลักษณะการก่อตัวของเนบิวลา
ข. แบ่งตามลกั ษณะการก่อตัวของบริวารดวงอาทติ ย์
ค. แบง่ ตามลกั ษณะการเกดิ และธาตุเป็นองคป์ ระกอบ
ง. แบ่งตามลกั ษณะการเกิดและมแี กส๊ ไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ
9
4. ข้อใดคือองคป์ ระกอบของการกาเนิดของดาวเคราะหช์ ้นั ใน
ก. องคป์ ระกอบสว่ นใหญเ่ ป็นของแข็ง
ข. องค์ประกอบส่วนใหญเ่ ป็นของเหลว
ค. องค์ประกอบส่วนใหญเ่ ป็นแก๊สฮเี ลียม
ง. องคป์ ระกอบส่วนใหญ่เป็นแกส๊ ไฮโดรเจน
5. ขอ้ ใดคือองคป์ ระกอบของการกาเนิดของดาวเคราะห์ชั้นนอก
ก. องคป์ ระกอบส่วนใหญเ่ ป็นของแขง็
ข. องค์ประกอบสว่ นใหญเ่ ป็นของเหลว
ค. องค์ประกอบสว่ นใหญ่เป็นแก๊สฮเี ลียม
ง. องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแก๊สฮีเลียมและไฮโดรเจน
6. ข้อใดไมใ่ ช่เขตบริวารรอบดวงอาทิตย์
ก. ดาวพลูโต
ข. ดาวเคราะห์ชนั้ ใน
ค. ดาวเคราะห์ช้ันนอก
ง. แถบดาวเคราะห์น้อย
7. ดาวในขอ้ ใดคือดาวเคราะหช์ นั้ ใน
ก. ดาวพุธ ดาวศุกร์
ข. ดาวพุธ ดาวเสาร์
ค. ดาวเสาร์ ดาวศุกร์
ง. ดาวองั คาร ดาวศุกร์
8. เขตเอ้ือชีวติ หมายถงึ ข้อใด
ก. บรเิ วณท่ีอยู่ใกลด้ วงอาทิตย์
ข. บรเิ วณทอ่ี ยไู่ กลดวงอาทิตย์
ค. บรเิ วณท่ีเหมาะสมต่อการอยอู่ าศัยของสง่ิ มชี วี ติ
ง. บรเิ วณท่ีมชี ้ันบรรยากาศเหมาะสมต่อการดารงชวี ติ ของสงิ่ มีชีวติ
10
9. ปจั จยั ใดบ้างท่ีเอ้ือต่อการดารงชวี ติ ของสง่ิ มชี วี ิต
ก. ดิน น้า อากาศ
ข. น้า อากาศ อุณหภูมิ
ค. อากาศ ดิน ของเหลว
ง. ของแข็ง น้า อุณหภูมิ
10. ดาวเคราะห์ดวงใดทน่ี า่ จะเป็นดาวเคราะห์คลา้ ยโลก
ก. ดาว Proxima-b
ข. ดาว Kepler – 425b
ค. ดาวเคราะห์ Trappist-1e
ง. ดาว Kepler – 425b และดาวเคราะห์ Trappist-1e
11
กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยที่ 5 กาเนดิ ระบบสุรยิ ะและการแบง่ เขตบริวารรอบดวงอาทติ ย์
ช่อื – สกลุ ชั้น เลขที่ .
ขอ้ ที่ ตวั เลอื ก 1. เกณฑก์ ารให้คะแนน
ก ขค
ง ระดบั คะแนน รายการ
1
2 1 ตอบคาถามไดถ้ ูกต้อง
3
4 0 ตอบคาถามไมถ่ ูกต้อง หรอื ไม่ตอบ
5
6 2. ระดบั คะแนน
7
8 ระดับคะแนน รายการ
9 8 - 10 ดี
10 5-7
0-4 พอใช้
ปรับปรุง
3. ผลการประเมนิ
ผา่ น
ไมผ่ า่ น
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ลงชือ่ ผ้ปู ระเมนิ
(นายอดลุ ดอื ราแม)
ได้คะแนน คะแนน
12
คาชแี้ จง
- ให้นกั เรยี นตอบคาถามจากใบคาถาม เร่ือง กาเนิดระบบ
สุริยะ
13
คาช้ีแจง ให้นกั เรียนเขยี นเคร่ืองหมาย หน้าข้อความท่ีถกู ต้อง และเครือ่ งหมาย
หน้าขอ้ ความคิดไม่ถูกต้อง
1. ดาวองั คารเป็นดาวเคราะห์ชัน้ ใน
2. ดวงอาทิตย์สร้างพลังงานจากปฏกิ ริ ิยาเทอร์มอนิวเคลยี ร์
3. วงโคจรของดาวพลโู ตเป็นเขตนอกสุดของระบบสรุ ยิ ะ
4. เม่ือระยะหา่ งระหวา่ งวัตถุเพ่ิมมากข้ึน แรงโน้มถ่วงจะมคี ่านอ้ ยลง
5. ดาวเคราะห์บางดวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี
6. ดาวหางไม่จดั เปน็ ระสมาชิกของระบบสุริยะ
7. จุดมดื ดวงอาทิตย์เปน็ บรเิ วณที่ไมม่ ีความร้อน
8. ดวงอาทติ ย์มีการหมุนรอบตวั เอง
9. นา้ เปน็ ปัจจัยหนง่ึ ทเ่ี อ้ือต่อการดารงชวี ติ
10. วงรมี จี ดุ โฟกัสสองจดุ และมีแกนสองแกนตัดกันทจ่ี ุดศูนยก์ ลาง แกนที่ยาวกวา่ เรียกวา่
แกน X อีกแกนหน่งึ เรยี กวา่ แกน Y
14
คาชแ้ี จง
- ให้นกั เรยี นทากจิ กรรมท่ี 1 ดาวเคราะหใ์ นระบบสุรยิ ะที่
ฉันรูจ้ ัก
15
จุดประสงค์การเรยี นรู้
บอกดาวเคราะห์ในระบบสุรยิ ะได้
วสั ดุ – อุปกรณ์
1. กระดาษร้อยปอนด์
2. ดนิ สอสี
วิธีทา
1. ให้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 6 กลมุ่ กลุ่มละ 5 – 6 คน
2. เลอื กดาวเคราะห์ในระบบสรุ ิยะจักรวาลทร่ี จู้ กั มากลมุ่ ละ 1 ดาว นามาสรา้ งพีระมิด
ดาวเคราะห์ แลว้ นาเสนอผลการทากิจกรรม
16
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
17
คาช้แี จง
- ใหน้ กั เรียนทากิจกรรมท่ี 2 สืบคน้ การกาเนดิ ระบบสุริยะ
และการแบ่งเขตบริวารรอบดวงอาทิตย์
- ให้ศกึ ษาใบความรทู้ ่ี 1 การกาเนดิ ระบบสุริยะและการแบ่ง
เขตบริวารรอบดวงอาทติ ย์
18
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
สบื คน้ ขอ้ มูลการกาเนดิ ระบบสรุ ิยะและวิเคราะห์กระบวนการเกิดกาเนิดระบบสุรยิ ะ จาก
แผนภาพทกี่ าหนดให้
วสั ดุ – อปุ กรณ์
1. แผนภาพแสดงกระบวนการเกิดระบบสรุ ยิ ะ
2. ชุดข้อความ
3. ดนิ สอสี
วธิ ที า
1. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 6 กลมุ่ กลุ่มละ 5 – 6 คน
2. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มศึกษา ค้นควา้ สบื คน้ ข้อมลู จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น หอ้ งสมุด
อินเตอรเ์ น็ต เปน็ ต้น หัวข้อการกาเนดิ ระบบสุริยะและการแบง่ เขตบริวารรอบดวงอาทิตย์ จากนั้น
วเิ คราะหก์ ระบวนการกาเนดิ ระบบสรุ ิยะจากแผนภาพท่ีกาหนด
3. แตล่ ะกลุ่มร่วมกันวางแผนออกแบบการปฏิบัติกิจกรรม
4. เลือกคา จากชดุ ข้อความเตมิ ลงในชอ่ งวา่ งของแผนภาพแสดงกระบวนการเกิดระบบ
สรุ ยิ ะให้สัมพันธ์กับขน้ั ตอนต่าง ๆ ในกระบวนการเกิดระบบสรุ ยิ ะ
4.1 พธุ ศุกร์ โลก อังคาร 4.5 เนบวิ ลาสุรยิ ะ
4.2 ดวงอาทิตย์ 4.6 แถบไคเปอร์และดวงดาวหาง
4.3 แถบดาวเคราะหน์ ้อย 4.7 ดาวเคราะห์ยักษ์แก๊ส
4.4 ยเู รนัส เนปจูน
5. จาแนกประเภทบรวิ ารรอบดวงอาทิตย์ตามเกณฑ์ที่นกั เรยี นกาหนด
4. นาเสนอผลการทากิจกรรม และตอบคาถามหลังกิจกรรม
19
แผนภาพแสดงกระบวนการเกดิ ระบบสรุ ิยะ
ระบบสรุ ิยะ
ประกอบด้วยฝุ่นและแกส๊ เปน็ ใกล้ดวงอาทติ ยม์ าก
98% รวมตวั เป็น
จานดาวเคราะห์
ใกลด้ วงอาทติ ย์
หมนุ รอบดวงอาทติ ย์
วัตถดุ าวเคราะห์ ใกล้ดวงอาทติ ย์
(ของแข็ง,จดุ หลอมเหลวสูง)
วัตถุดาวเคราะห์
(แกส๊ ,จุดหลอมเหลวตา่ )
ชนกันแล้วพอกพูนมวล รวมตัวกัน
ดาวเคราะหก์ อ่ นเกิด ดาวเคราะหข์ นาดใหญม่ แี ก่นเปน็ ของแข็ง
ชนกนั แล้วพอกพนู มวล ถูกรบกวนดว้ ย สว่ นใหญ่เป็นแกส๊ H,He
แรงโน้มถ่วง
ดาวเคราะหห์ ิน ดาวเคราะห์ยกั ษ์แก๊ส ดาวเคราะห์ยักษ์นา้ แขง็
เปน็ ดาวเคราะห์ชั้นใน ไดแ้ ก่ ได้แก่ ได้แก่
พฤหสั บดี เสาร์
20
คาถามหลังกิจกรรม
1. ดวงอาทิตยแ์ ละบริวารกาเนิดมาจากแหลง่ กาเนดิ เดียวกันหรอื ไม่ และมาจากแหล่งกาเนิดใด
2. ดาวเคราะห์ช้นั ในและดาวเคราะห์ชน้ั นอกกาเนิดมาจากวตั ถุดาวเคราะห์ทมี่ สี มบัติเหมือนกันหรือ
ต่างกนั อย่างไร
3. จากกจิ กรรมนักเรยี นสามารถจาแนกประเภทบรวิ ารรอบดวงอาทิตย์ได้อย่างไรบ้าง และใช้เกณฑใ์ ด
21
ระบบสรุ ยิ ะ เปน็ ระบบหน่ึงในกาแลกซ่ีทางชา้ งเผือก ในระบบสุรยิ ะประกอบดว้ ยดวงอาทิตย์
และบริวารตา่ ง ๆ เชน่ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง อุกบาตร และดวงจนั ทร์ โดยจะโคจร
รอบดวงอาทิตย์
ระบบสรุ ิยะ คอื ระบบที่ว่าดว้ ยดวงอาทิตย์และบรวิ าร บรรดาเทหวัตถุบนท้องฟา้ ในระบบ
สรุ ยิ ะต่างอยู่ภายใต้อานาจแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ บริวารสว่ นใหญจ่ งึ โคจรรอบดวงอาทติ ย์ในระนาบ
เดียวกนั จนเกอื บเปน็ วงกลม และโคจรไปในทศิ ทางเดียวกันในลกั ษณะทวนเข็มนาฬิกา ถ้ามองจากเสน้
ศูนยส์ ตู รของโลก ขอบเขตของระบบสรุ ิยะมรี ัศมกี ว้าง 2.45 ปีแสง
โลกของเราเป็นดาวเคราะห์ดวงหน่งึ ในระบบสรุ ยิ ะ ซง่ึ เกดิ ขน้ึ มาพร้อมกบั ดวงอาทติ ย์ ดวง
อาทติ ย์มบี รวิ าร คอื ดาวเคราะห์ ดวงจันทรข์ องดาวเคราะห์ ดาวเคราะหน์ ้อย ดาวหาง แก๊ส และฝ่นุ
ธลุ เี นอ้ื ทสี่ ว่ นใหญ่ในระบบสุริยะเปน็ อวกาศ
ดวงอาทติ ย์เปน็ กล่มุ แกส๊ รปู ทรงกลมทีม่ ีอุณหภูมสิ ูงมาก มเี สน้ ผา่ นศูนย์กลาง 1,392,000
กิโลเมตร ยาวกว่าเส้นผา่ นศนู ย์กลางของโลก 109 เท่า ดวงอาทติ ยม์ ีปริมาตรขนาดใหญก่ วา่ โลก
1,304,000 เท่า นักวิทยาศาสตร์คานวณว่า มวลสารในระบบสรุ ยิ ะเป็นมวลสารของดวงอาทิตย์ประมาณ
ร้อยละ 99.85 ดวงอาทิตยห์ มุนรอบแกนตวั เอง ดาวเคราะหเ์ กอื บทั้งหมดหมนุ รอบตัวเองไปในทิศทาง
เดียวกันและระนาบเดยี วกัน ขณะทโ่ี คจรรอบดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทรข์ องดาวเคราะห์ต่างโคจรรอบ
ดาวเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกนั กับท่ีดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทติ ย์
22
ระบบสุริยะก่อกาเนดิ ข้ึนเม่ือประมาณ 4,600 ล้านปีก่อน การกาเนิดระบบสรุ ิยะสามารถ
อธบิ ายได้โดยใช้ สมมตฐิ านเนบวิ ลา (Nebula bypothesis) ซ่งึ อิมมานูเอล คานต์ (Immanuel Kant)
และปแี อร์ - ซีมง มากีร์ เดอลาพลาส (Pierre – Simon, marquis de Laplace) ได้เสนอไวใ้ นชว่ ง
ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 18
ระบบสุริยะเริ่มตน้ ขนึ้ เม่ือเมฆโมเลกลุ ขนาดยกั ษท์ เ่ี รยี กว่า เนบิวลาสุรยิ ะ (solar nebula)
ซ่งึ ประกอบดว้ ยแกส๊ และฝุ่นที่หนาแน่น ได้รับคลน่ื กระแทกจากการเกิดซูเปอรโ์ นวาบริเวณใกลเ้ คยี ง ทา
ให้แกส๊ และฝนุ่ เกิดการยบุ ตัว เนอื่ งจากแรงโนม้ ถว่ งภายในโมเลกลุ และเร่ิมหมุนรอบตวั เอง บริเวณแก่น
กลางของเมฆโมเลกลุ ทย่ี ุบตวั น้นั จะมคี วามหนาแน่นมากข้ึน มอี ุณหภูมสิ งู ขึ้น และหมุนรอบตัวเองเรว็ ข้นึ
ทาให้แกส๊ และฝ่นุ โดยรอบกระจายตวั ออกรอบแกนหมนุ จนมรี ูปรา่ งเหมือนจานแบน บรเิ วณแก่นกลางท่มี ี
ความหนาแน่นสงู จะเกดิ เป็นดวงอาทติ ย์ ซึ่งมีมวลมากถึงร้อยละ 99 ของมวลทั้งหมดในระบบสรุ ิยะ
มวลสว่ นทเ่ี หลอื น้ันจะเกิดเป็นดาวเคราะห์และวตั ถุตา่ ง ๆ ในระบบสุรยิ ะ ซง่ึ เปน็ ดาวบริวารทโ่ี คจรรอบ
ดวงอาทิตย์
ภาพท่ี 2 จานกาเนิดดาวเคราะหใ์ นระบบสุริยะ
ที่มา : https://www.facebook.com/ardwarong
จานกาเนดิ ดาวเคราะห์ปประกอบด้วยฝนุ่ และแกส๊ ทีเ่ หลือจากการรวมตัวเปน็ ดวงอาทิตย์
โดยจะกระจายล้อมรอบดวงอาทิตย์ สสารทีม่ ีจดุ หลอมเหลวสงู ซ่งึ สว่ นใหญเ่ ป็นสารประกอบของธาตุ
หนกั ต่าง ๆ จะอยูใ่ นบรเิ วณใกลด้ วงอาทิตย์ ส่วนสสารทีม่ ีจุดหลอมเหลวต่า ซงึ่ ส่วนใหญ่เป็นแก๊ส จะถูก
ผลกั ออกไปไกลจากดวงอาทิตย์
23
บรเิ วณจานกาเนิดดาวเคราะหท์ ่ีอย่ใู กล้ดวงอาทิตย์ ฝุน่ แกส๊ และสารประกอบของธาตุ
หนักจะเกิดการควบแน่นเปน็ ของเหลวและของแข็งตามลาดบั โดยสสารน้จี ะเกดิ การชนกนั และรวมตัวกัน
ด้วยแรงโน้มถ่วงเกิดการพอกพูนมวล (accretion) เกดิ เป็นกลุ่มก้อนของแข็งทม่ี ีขนาดใหญ่ขึน้ เรียกวา่
วตั ถดุ าวเคราะห์ (planetesimal) ดงั ภาพท่ี 3 (ก) หลงั จากนั้นวตั ถุดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ จะชนกนั และ
รวมตัวกนั ด้วยแรงโนม้ ถ่วงเกิดการพอกพูนมวลอีก จนเปน็ ดาวเคราะห์กอ่ นเกดิ (protoplanet) ท่มี ี
ขนาดเล็ก ดังภาพที่ 3 (ข) มีเส้นผา่ นศนู ย์กลางน้อยกว่า 5 กิโลเมตร จากน้ันดาวเคราะห์กอ่ นเกิดจะชนกัน
แลว้ พอกพนู มวลจนกระท่ังมีขนาดใหญข่ นึ้ กลายเปน็ ดาวเคราะห์หิน (rocky planet) ขนาดต่าง ๆ
จานวน 4 ดวง ดังภาพที่ 3 (ค) ซึ่งเปนดาวเคราะห์ชั้นใน และอย่หู ่างจากดวงอาทิตยจ์ ากใกล้ไปไกล
ได้แก่ ดาวพธุ ดาวศุกร์ โลก และดาวองั คาร ตามลาดบั
(ก) (ข) (ค)
ภาพท่ี 3 แบบจาลองกระบวนการพอกพนู มวลของดาวเคราะห์
ที่มา : คู่มอื หนังสือวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ ม.6. สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์ และ
เทคโนโลย.ี หนา้ 49
สสารทเ่ี หลอื จากการก่อตัวของดาวเคราะหช์ ั้นใน ถูกรบกวนจากแรงโนม้ ถว่ งอนั มหาศาล
ของดาวพฤหสั บดี ทาให้ไมส่ ามารถก่อตัวเปน็ ดาวเคราะห์ได้ จงึ เกดิ เป็น แถบดาวเคราะหน์ อ้ ย
(asteroid belt) โคจรรอบดวงอาทิตย์ ในบริเวณทอ่ี ยรู่ ะหวา่ งวงโคจรของดาวองั คารและดาวพฤหสั บดี
จานกาเนดิ ดาวเคราะหบ์ รเิ วณทีอ่ ยู่ไกลจากดวงอาทิตยม์ ีอุณหภูมติ า่ ทาให้สสารทม่ี ีจดุ
หลอมเหลวต่า เช่น ไฮโดรเจน ฮีเลียม มีแทน แอมโมเนีย ไอนา้ รวมถึงฝ่นุ จะคอ่ ย ๆ รวมตัวกันเป็น
ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ มีองค์ประกอบสว่นใหญ่เปน็ แก๊สไฮโดรเจนและฮเี ลียม และมีแก่นเปน็ ของแขง็
เรียกว่า ดาวเคราะห์ยกั ษแ์ ก๊ส (gas giant planet) ซ่งึ มี 2 ดวง ได้แก่ ดาวยเู รนัส และดาวเนปจนู
24
จานกาเนดิ ดาวเคราะห์ชนั้ นอกในบริเวณที่ไกลออกไป ประกอบด้วยสสารดงั้ เดมิ ของ
เนบิวลาสุริยะท่ีไมได้ก่อตัวเป็นดาวเคราะห์ เช่น มีเทน แอมโมเนยี นา้ ที่อยู่ในสถานะของแข็ง สสาร
เหล่านี้กระจายตวั อยู่ในบรเิ วณถดั จากวงโคจรของดาวเนปจนู ออกไป เรยี กว่า แถบไคเปอร์ (Kuiper
belt) ซ่ึงเปน็ แหล่งกาเนดิ ดาวหางคาบสัน้ และบริเวณท่ีถัดจากแถบไคเปอร์ออกไป เรียกวา่ ดงดาว
หาง หรือ เมฆของออรต์ (Oort cloud) จะเป็นแหลง่ กาเนิดดาวหางคาบยาว
ภาพที่ 4 ระบบสุรยิ ะ
ท่มี า : https://sites.google.com/site/robroojakkawan/xngkh-prakxb-khxng-rabb-suriya
ดวงอาทิตยแ์ ละบรวิ ารต่าง ๆ กาเนิดมาจากเนบิวลาสุริยะ มีธาตเุ ปน็ องค์ประกอบสว่ นใหญ่
คลา้ ยคลงึ กนั แต่มีสัดส่วนองคป์ ระกอบของธาตหุ นักแตกต่างกันไป องค์ประกอบของระบบสรุ ิยะ
ประกอบด้วย
1. ดวงอาทติ ย์ (The Sun) เปน็ ดาวฤกษ์ทอ่ี ยตู่ รงตาแหน่งศูนยก์ ลางของระบบสุรยิ ะและ
เป็นศนู ยก์ ลางของแรงโน้มถ่วง ทาใหด้ าวเคราะห์และบรวิ ารท้งั หลายโคจรลอ้ มรอบ
2. ดาวเคราะห์ชัน้ ใน (Inner Planets) เปน็ ดาวเคราะห์ขนาดเลก็ มคี วามหนาแนน่ สูง
และพืน้ ผิวเป็นของแขง็ ซึ่งส่วนใหญเ่ ป็นธาตุหนัก มีบรรยากาศอย่เู บาบาง ท้ังนเี้ นอื่ งจากอิทธพิ ลจาก
ความร้อนของดวงอาทิตย์และลมสรุ ิยะทาให้ธาตุเบาเสยี ประจุ ไม่สามารถดารงสถานะอยไู่ ด้ ดาว
เคราะห์ช้นั ในบางครง้ั เรยี กว่า ดาวเคราะหพ์ ื้นแข็ง “Terrestrial Planets” เนื่องจากมพี ้นื ผิวเป็น
ของแข็งคลา้ ยคลึงกบั โลก ดาวเคราะหช์ ัน้ ในมี 4 ดวง คอื ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร
25
3. ดาวเคราะหช์ นั้ นอก (Outer Planets) เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ แต่มคี วาม
หนาแนน่ ต่า เกดิ จากการสะสมตัวของธาตุเบาอย่างชา้ ๆ ทานองเดียวกับการก่อตวั ของกอ้ น
หมิ ะ เนือ่ งจากได้รบั อิทธิพลของความรอ้ นและลมสุรยิ ะจากดวงอาทติ ยเ์ พียงเลก็ น้อย ดาวเคราะห์พวกน้ี
จงึ มีแก่นขนาดเลก็ ห่อหุ้มด้วยกา๊ ซจานวนมหาสาร บางครงั้ เราเรียกดาวเคราะห์ประเภทนวี้ า่ ดาวเคราะห์
กา๊ ซยักษ์ (Gas Giants) หรอื Jovian Planets ซ่งึ หมายถึงดาวเคราะห์ท่มี ีคุณสมบตั คิ ล้ายดาว
พฤหัสบดี ดาวเคราะหช์ ้ันนอกมี 4 ดวงคอื ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยเู รนัส และดาวเนปจนู
4. ดวงจันทรบ์ รวิ าร (Satellites) โลกมิใชด่ าวเคราะห์เพยี งดวงเดียวทม่ี ีดวงจนั ทร์
บริวาร โลกมบี ริวารชอ่ื วา่ “ดวงจันทร์” (The Moon) ขณะท่ีดาวเคราะหด์ วงอื่นก็มีบรวิ าร
เชน่ กนั เช่น ดาวพฤหสั บดีมีดวงจนั ทรข์ นาดใหญ่ 4 ดวงชื่อ ไอโอ (Io), ยโู รปา (Europa), กนั นีมดี
(ganymede) และคลั ลิสโต (Callisto) ดาวเคราะหแ์ ละดวงจนั ทร์ถอื กาเนดิ ข้ึนพร้อม ๆ กัน เพียงแต่ดวง
จันทร์มไิ ดร้ วมตัวกับดาวเคราะหโ์ ดยตรง แตก่ ่อตัวขนึ้ ภายในวงโคจรของดาวเคราะห์ สงั เกตไดว้ ่าหาก
มองจากดา้ นบนของระบบสรุ ิยะ จะเหน็ ได้วา่ ทง้ั ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะหแ์ ละดวงจันทร์ส่วนใหญ่ จะ
หมนุ รอบตวั เองในทิศทวนเขม็ นาฬกิ า และโคจรรอบดวงทิตย์ในทิศทวนเข็มนาฬิกาเชน่ กนั หากมองจาก
ดา้ นขา้ งของระบบสุรยิ ะก็จะพบว่าทงั้ ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ และดวงจันทรบ์ รวิ ารจะอย่ใู นระนาบที่
ใกลเ้ คยี งกับสุริยะวิถีมาก เนอ่ื งมาจากระบบสรุ ิยะทง้ั ระบบกาเนดิ ขน้ึ พร้อม ๆ กนั โดยการยุบและหมุน
ตัวของจานฝนุ่
5. ดาวเคราะหแ์ คระ (Dwarf Planets) เปน็ วัตถุขนาดเล็กท่ีมีรปู ร่างคลา้ ยทรงกลม แต่มี
วงโคจรเป็นรปู รี ซ้อนทับกับดาวเคราะหด์ วงอื่น และไม่อย่ใู นระนาบของสุริยะวิถี ได้แก่ ซรี สี พัลลาส
พลูโต และดาวทีเ่ พ่ิงค้นพบใหม่ เช่น อีรสิ เซด็ นา วารนู า เป็นตน้
ภาพที่ 5 ขนาดของดาวเคราะห์แคระเปรยี บเทียบกบั โลก
ทมี่ า : https://sites.google.com/site/robroojakkawan/xngkh-prakxb-khxng-rabb-suriya
26
6. ดาวเคราะหน์ ้อย (Asteroids) เกดิ จากวสั ดุที่ไมส่ ามารถรวมตัวกันเปน็ ดาวเคราะห์ได้
เนอื่ งจากแรงรบกวนจากดาวเคราะหข์ นาดใหญ่ เชน่ ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ จะพบวา่ ประชากร
ของดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่อยู่ท่ี “แถบดาวเคราะหน์ อ้ ย” (Asteroid belt) ซึง่ อยู่ระหวา่ งวงโคจร
ของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะห์นอ้ ยสว่ นใหญจ่ ะมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เปน็ รูปรี
มาก และไม่อยู่ในระนาบสุรยิ ะวถิ ี ขณะนี้มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยแลว้ ประมาณ 3 แสนดวง
ภาพที่ 6 แถบดาวเคราะหน์ ้อย
ทม่ี า : https://sites.google.com/site/robroojakkawan/xngkh-prakxb-khxng-rabb-suriya
7. ดาวหาง (Comets) เปน็ วัตถขุ นาดเลก็ เช่นเดยี วกับดาวเคราะห์น้อย แต่มวี งโคจรรอบ
ดวงอาทิตยเ์ ปน็ วงยาวรมี าก มีองคป์ ระกอบสว่ นใหญเ่ ปน็ ก๊าซในสถานะของแข็ง เมื่อดาวหางเคลือ่ นท่ีเข้า
หาดวงอาทิตย์ ความร้อนจะให้มวลของมนั ระเหิดกลายเปน็ ก๊าซ ลมสรุ ยิ ะเปา่ ให้กา๊ ซเล่านั้นพุ่งออกไปใน
ทศิ ทางตรงขา้ มกบั ดวงอาทิตย์ กลายเปน็ หางยาวหลายลา้ นกิโลเมตร
27
ภาพที่ 7 ดาวหางเวสต์
ทม่ี า : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%
E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87
8. วัตถุในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt Objects) เปน็ วัตถทุ ่ีหนาวเย็นเชน่ เดียวกับดาวหาง
แต่มวี งโคจรอยู่ถดั จากดาวเนปจนู ออกไป บางคร้ังจึงเรยี กว่า Trans Neptune Objects แถบคยุ เปอรจ์ ะ
อย่ใู นระนาบของสรุ ยิ ะวิถี โดยมีระยะห่างออกไปตั้งแต่ 40 – 500 AU (AU ย่อมาจาก Astronomical
Unit หรอื หน่วยดาราศาสตร์ เท่ากบั ระยะทางระหวา่ งโลกถึงดวงอาทิตย์ หรอื 150 ลา้ นกโิ ลเมตร) ดาว
พลโู ตว่าเป็นวัตถุในแถบคยุ เปอร์ รวมท้ังดาวเคราะห์แคระซึ่งค้นพบใหม่ เช่น อีริส เซ็ดนา วารูนา เป็นต้น
ปจั จุบนั มกี ารค้นพบวัตถุในแถบไคเปอร์แลว้ มากกวา่ 35,000 ดวง
9. เมฆออร์ท (Oort Cloud) เป็นสมมติฐานท่ตี ้ังขน้ึ โดยนักดาราศาสตร์ชาวเนเธอรแ์ ลนด์
ชื่อ แจน ออร์ท (Jan Oort) ซึ่งเช่ือว่า ณ สุดขอบของระบบสรุ ยิ ะ รศั มีประมาณ 50,000 AU จาก
ดวงอาทติ ย์ ระบบสรุ ยิ ะของเราห่อหุม้ ด้วยวสั ดกุ า๊ ซแข็ง ซึ่งหากมีแรงโน้มถ่วงจากภายนอกมากระทบกระเทอื น
กา๊ ซแข็งเหลา่ น้กี จ็ ะหลุดเข้าสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ กลายเป็นดาวหางวงโคจรคาบยาว (Long-
period comets)
28
นักดาราศาสตร์แบง่ เขตพนื้ ท่รี อบดวงอาทิตยอ์ อกเปน็ 4 เขต โดยใช้ลกั ษณะการก่อตัวของ
บริวารของดวงอาทติ ยเ์ ปน็ เกณฑ์ คอื ดาวเคราะหช์ ้นั ใน แถบดาวเคราะหน์ อ้ ย ดาวเคราะหช์ ้นั นอก
และแถบไคเปอร์กับดงดาวหาง
1. เขตดาวเคราะหช์ น้ั ในหรอื ดาวเคราะห์หนิ เปน็ ดาวเคราะหท์ ่มี ีพ้นื ผวิ แขง็ หรือเปน็ หิน
เหมือนโลก บางครง้ั จึงเรียกว่า ดาวเคราะห์แบบโลก ไดแ้ ก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร
เชอ่ื กนั ว่าดาวเคราะหช์ ั้นในเกิดจากมวลสารของเนบิวลาที่อยถู่ ดั ออกมาจากบริเวณใจกลาง ทไี่ ม่ได้
เคล่อื นที่ไปรวมกับมวลสารท่เี กิดดวงอาทิตย์ แตเ่ คลอื่ นท่รี อบดวงอาทติ ย์และมีอุณหภมู ิพอเหมาะทจี่ ะ
เกิดเป็นก้อนหินขนาดตา่ ง ๆ กนั จานวนมาก ก้อนใหญ่จะดงึ ก้อนเล็กเข้าหาดว้ ยแรงโนม้ ถว่ งพอกพนู
กลายเปน็ ดาวเคราะหท์ ่มี ีความหนาแน่นสงู ดาวเคราะหช์ ั้นในจะใชเ้ วลาในการเกิดประมาณ 100 ลา้ นปี
ภาพท่ี 8 เขตพ้ืนทีร่ อบดวงอาทติ ย์
ทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34145
29
2. เขตดาวเคราะห์นอ้ ย เปน็ มวลสารที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารและดาว
พฤหสั บดี มกี ารก่อตัวเชน่ เดียวกบั วัตถทุ ่กี ่อกาเนดิ เปน็ ดาวเคราะหช์ ั้นใน เศษทเี่ หลอื ของการสร้างดาว
เคราะห์หินถูกแรงรบกวนของดาวพฤหัสบดีท่ีมขี นาดใหญแ่ ละเกิดพรอ้ มดวงอาทติ ย์ ทาให้มวลสารใน
บริเวณแถบดาวเคราะห์น้อยจบั ตวั เป็นกอ้ นขนาดใหญ่ไม่ได้ จึงกลายเปน็ ดาวเคราะหน์ ้อยทม่ี ขี นาดเล็ก
จานวนมาก
3. เขตดาวเคราะหช์ ั้นนอกหรอื ดาวเคราะห์ยกั ษ์ เปน็ ดาวเคราะหท์ ่ีมีขนาดใหญ่
องคป์ ระกอบหลักเปน็ แก๊สไฮโดรเจนและแก๊สฮเี ลียม ได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยเู รนัส และ
ดาวเนปจนู เกดิ จากมวลสารของเนบิวลาที่อยถู่ ัดออกมาจากดาวเคราะห์หนิ ดาวเคราะหย์ กั ษเ์ กิดจาก
การสะสมของแกส๊ และสารท่รี ะเหยง่าย เชน่ นา้ เข้าไว้เป็นก้อนใหญ่ แกส๊ สว่ นใหญ่หลุดจากดวงอาทิตย์
และบริเวณชนั้ ในของระบบสรุ ิยะท่ีดวงอาทติ ย์ส่งแรงดนั ของการแผร่ งั สผี ลักแกส๊ เหลา่ นีอ้ อกไปไกล
รวมกันเป็นดาวเคราะห์ช้นั นอกซ่ึงมีความหนาแน่นต่า ดาวเคราะหช์ ้ันนอกบางดวงมีความหนาแนน่ น้อยมาก
ภาพท่ี 9 ดาวเคราะหช์ ้นั นอก
ท่ีมา : http://www.pw.ac.th/emedia/media/science/lesa/2/solar_system_birth/
solar_system_birth/solar_system_birth.html
4. ดงดาวหางของออร์ต เปน็ บริเวณท่ีอยู่ของดาวหางซ่ึงเปน็ วัตถทุ อ้ งฟ้าที่ไม่มีแสงสว่างใน
ตวั เอง ประกอบดว้ ยฝุ่นผงเศษหิน กอ้ นนา้ แข็งและแกส๊ แข็งตัว จงึ เรยี กวา่ ก้อนนา้ แข็งสกปรก โคจร
รอบดวงอาทติ ยเ์ ปน็ วงรี ขณะที่อย่ไู กลจากดวงอาทิตย์ จะไม่มหี างและแสงสวา่ งแตเ่ ม่ือเข้าใกล้จะทาให้
ผวิ นอกของใจกลางหวั ดาวหาง ซึง่ เป็นของแขง็ ระเหดิ เปน็ แกส๊ เปน็ ฝนุ่ ดว้ ยความรอ้ นและลมสรุ ิยะ
กลายเปน็ หวั ฝ่นุ และแก๊สที่พงุ่ ไปในทิศตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ กลางเป็นหางและสวา่ งขน้ึ ลมสรุ ยิ ะ
ดังกล่าวจะผลักดนั ให้หางของดาวหางพงุ่ ในทิศตรงกันขา้ มกับดวงอาทติ ย์
30
คาชแ้ี จง
- ให้นกั เรยี นทากจิ กรรมท่ี 3 กาเนิดระบบสรุ ยิ ะและการ
แบง่ เขตบรวิ ารรอบดวงอาทิตย์
31
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
สบื ค้นข้อมลู การกาเนิดระบบสรุ ิยะและวิเคราะห์กระบวนการเกดิ กาเนิดระบบสุริยะ จาก
แผนภาพที่กาหนดให้
วัสดุ – อุปกรณ์
-
วธิ ีทา
1. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันเขียนแผนผงั มโนทัศนส์ รุปองค์ความรเู้ ก่ยี วกับกาเนดิ ระบบ
สรุ ิยะและการแบง่ เขตบริวารรอบดวงอาทิตย์ โดยนาแผนผงั มโนทศั นข์ องสมาชกิ กลุ่มแตล่ ะคน มาสรุป
เปน็ แผนผงั มโนทัศนข์ องกลุ่ม
2. นาเสนอผลงานกล่มุ หน้าช้ันเรยี น 3 กลมุ่ (โดยจบั ฉลาก) นักเรียนอีก 3 กลุ่ม ให้ซักถาม
แลว้ เสนอแนะเพ่ิมเติม ร่วมกันอภปิ ราย และปรับปรงุ แกไ้ ขเพื่อใหผ้ ลงานสมบรู ณ์
32
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
33
คาช้แี จง
- ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมที่ 4 เขตเอ้ือชวี ติ
- ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาใบความร้ทู ี่ 2 เขตเอื้อชีวติ
34
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
อธิบายลักษณะของดาวเคราะห์ที่เอื้อตอ่ การดารงชีวิตของส่ิงมชี วี ติ
วัสดุ – อปุ กรณ์
ตารางวเิ คระห์ขอ้ มูลของโลกและตวั อย่างดาวเคราะห์
วธิ ีทา
1. ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มสืบค้นเกีย่ วกบั การคน้ พบดาวเคราะหน์ อกระบบสุรยิ ะดวงใหม่
ทน่ี า่ จะอยู่ในเขตเอ้ือชีวติ หรือส่งิ มชี ีวติ นอกโลก
2. ให้นกั เรียนศกึ ษาข้อมูลของโลกและตัวอยา่ งดาวเคราะห์จากตารางท่ีกาหนดให้
3. วิเคราะหแ์ ละอภปิ รายถึงดาวเคราะหท์ ่ีกาหนดให้ ดงั ต่อไปน้ี
3.1 ดาวเคราะห์ดวงใดทเี่ ปน็ ดาวเคราะห์คลา้ ยโลก
3.2 ถ้ามนุษยจ์ าเปน็ ตอ้ งอพยพไปอาศัยดาวเคราะห์ดวงอน่ื นักเรยี นจะเลอื กดาวเคราะห์
ดวงใด เพราะเหตุใด
3. นาเสนอผลงานกลุม่ หนา้ ชั้นเรยี น 3 กลมุ่ (โดยจบั ฉลาก) นักเรียนอกี 3 กล่มุ ให้ซักถาม
แล้วเสนอแนะเพ่มิ เติม รว่ มกันอภปิ ราย และปรบั ปรงุ แกไ้ ขเพื่อใหผ้ ลงานสมบรู ณ์
35
ตาราง วเิ คระหข์ ้อมลู ของโลกและตวั อยา่ งดาวเคราะห์
ดาว ดาวแม่ ชนิด มวลของ มวลดาว รัศมีดาว อณุ หภมู ิ คาบการ ระยะทาง
เคราะห์ (ดาว สเปกตรัม ดาวแม่ เคราะห์ เคราะห์ สมดลุ โคจร จากดาว
ศนู ยก์ ลาง ของ (จานวน (จานวน (จานวน (องศา (เทียบกับ
ของ ดาวแม่ เท่าของ เทา่ ของ เทา่ ของ เซลเซยี ส) วนั บน แม่
ระบบ) มวลดวง มวลโลก) รัศมโี ลก) โลก) (หนว่ ย
อาทิตย์) -17 ดารา
โลก ดวง G 1.00 1.00 365.24 ศาสตร)์
อาทติ ย์ G 1 -17
Kepler- M 1.00 1.00 365.24 1.00
452b Kepler- M 1 -39
Proxima 452b 1.27 1.2 11 1.00
0.12 -27
b Proxima 0.77 0.9 6.09 0.0485
Trappist- Centauri 0.08
0.029
1e Trappist-
1
36
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
37
ปัจจุบันมกี ารศึกษาดาวเคราะหต์ า่ ง ๆ ทง้ั ในระบบสรุ ยิ ะและนอกระบบสุรยิ ะเพื่อหาดาว
เคราะห์ทจี่ ะสามารถมสี ่ิงมชี ีวิตอาศัยได้ เนื่องจากในกาแลกซ่มี ดี าวฤกษ์อยา่ งน้อย 200,000 ลา้ นดวง จงึ
มีโอกาสเป็นไปได้ท่ีจะเกดิ เปน็ ระบบของดาวเคราะห์ทโ่ี คจรรอบดาวฤกษ์จานวนมาก ทาใหน้ กั ดารา
ศาสตร์สามารถตรวจพบดาวเคราะห์ท่ีมีลักษณะคล้ายกับระบบสรุ ิยะแลวประมาณ 3,500 ดวง จงึ มี
โอกาสที่จะพบระบบดาวเคราะหท์ ม่ี ีลกั ษณะคล้ายคลึงกับระบบสรุ ยิ ะและอาจมคี วามเป็นไปได้ทจ่ี ะพบ
ดาวเคราะห์ที่อยู่ในบรเิ วณเอื้อตอ่ การอยู่อาศยั ของสิ่งมชี ีวิตเช่นเดียวกบั โลก เรียกบริเวณดงั กล่าววา่ เขต
เอื้อชีวิต (habitable zone) ซ่ึงเปน็ บริเวณท่เี หมาะสมและอยหู่ ่างจากดาวฤกษ์ในระยะทางทีเ่ หมาะสม
จงึ ทาใหผ้ ิวดาวมอี ุณหภมู แิ ละสภาพวะแวดลอ้ มท่ีเอ้ือต่อการดารงชวี ติ
ภาพที่ 10 แบบจาลองระบบสรุ ิยะ บรเิ วณเขตเอ้ือชวี ิตรอบดวงอาทติ ย์
ทม่ี า : http://thaiastro.nectec.or.th/news/3724/
38
โลกเป็นดาวเคราะห์ในระบบสรุ ยิ ะท่มี สี ภาวะเอื้อต่อการดารงชวี ิตของสงิ่ มีชวี ิต มี
องค์ประกอบสาคัญ คอื มีน้าอยใู่ นทั้ง 3 สถานะ คอื ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส มีชั้นบรรยากาศที่
เหมาะสมต่อการดารงชวี ิตของสง่ิ มชี วี ิต และอยู่ห่างจากดวงอาทติ ย์ในระยะทางท่ีเหมาะสม จงึ เป็นแหลง่
พลังงานท่ีสาคญั ทส่ี ดุ สาหรับการดารงชวี ิตอยแู่ ละววิ ฒั นาการของส่งิ มีชวี ติ ถา้ โลกอย่ใู กล้ดวงอาทติ ย์
จนเกินไปจะทาให้น้าระเหยกลายเป็นไอจนหมด หรือหากอยหู่ า่ งมากเกนิ ไปจะทาให้น้าอยใู่ นสถานะ
ของแขง็ ซ่ึงสงิ่ มีชีวิตไม่สามารถเกดิ ขน้ึ ได้
ดังน้นั ถ้าดาวเคราะห์ดวงใดมีลักษณะคล้ายกับโลก จึงมีโอกาสพบสิง่ มชี ีวติ บนดาวเคราะห์
ดวงนั้นได้ ในปจั จุบันนักดาราศาสตร์ไดต้ รวจพบดาวเคราะหน์ อกระบบสรุ ยิ ะ ซงึ่ มีดาวเคราะห์หลายดวง
เป็นดาวเคราะห์คล้ายโลก เช่น ดาวเคพเลอร์ 425b ดาวเคราะห์ Trappist-1 ดาวเคราะห์ Proxima – b
เปน็ ต้น
ดาวเคราะห์ Kepler-425b (ดาวแม่คอื Kepler-425) องค์การนาซาคน้ พบในปี พ.ศ.
2558 ดาวเคราะหด์ วงน้ีอยูใ่ นเขตเอ้ือชวี ิต โคจรรอบดาวแม่ทมี่ ลี ักษณะคลา้ ยดวงอาทิตย์ ปจั จบุ ันยังไม่
เปน็ ท่ีแนช่ ัดวา่ Kepler-425b เป็นดาวเคราะห์ชนดิ ใด แตถ่ ้าหากเปน็ ดาวเคราะห์หิน ดาวเคราะห์ดวงนี้
ก็เอ้ือตอ่ การเกิดส่งิ มชี วี ิต และเนือ่ งจาก Kepler-425b มีขนาดใหญ่กวา่ โลกถงึ ห้าเท่า นักวิทยาศาสตร์
จึงสนั นิษฐานว่าพ้นื ผวิ ดาวมีโอกาสทจ่ี ะเกิดภเู ขาไฟและมหาสมุทรดงั เชน่ โลกของเรา
ดาวเคราะห์ Proxima-b (ดาวแม่คือ Proxima Centauri) Proxima-b เปน็ ดาวเคราะห์
นอกระบบสุริยะในเขตเออื้ ชวี ิต โคจรรอบดาวฤกษ์ Proxima Centauri ซ่งึ เป็นดาวฤกษป์ ระเภทดาว
แคระแดงในกลมุ่ ดาวคนคร่ึงม้า เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกลโ้ ลกมากท่สี ุด โดยอยหู่ า่ งจากโลกประมาณ 4.24 ปแี สง
Proxima-b ค้นพบโดยคณะนักดาราศาสตร์จากหอดูดาวยโุ รปในซีกโลกใต้ ในวันที่ 24 สงิ หาคม พ.ศ. 2559
นกั ดาราศาสตร์กลุ่มนีไ้ ดต้ รวจวดั โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ ณ หอดูดาวลาซียา ประเทศชิลี โดยตรวจพบ
ดาวเคราะห์ในช่วงความยาวคลืน่ แสงทตี่ ามองเห็นและช่วงคลน่ื อัลตราไวโอเลต นกั ดาราศาสตรเ์ ช่ือวา่ บน
ผวิ ของดาวเคราะหด์ วงนี้มีของเหลวซึ่งคลา้ ยกับน้าอยู่ นอกจากน้ีดาวแม่ได้มีการปลดปล่อยพลังงานและรังสี
อลั ตราไวโอเลตออกมาตลอดเวลา จึงส่งผลให้ได้รับปริมาณของรังสีอลั ตราไวโอเลตมากกวา่ โลกหลายเท่า
ดาวเคราะห์ Trappist-1e (ดาวแมค่ ือ Trappist-1) เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสรุ ยิ ะที่มี
ขนาดใกลเ้ คียงโลก ดาวแมม่ ีขนาดเลก็ กว่าดวงอาทิตย์ 0.08 เทา่ นกั วทิ ยาศาสตร์สามารถคานวณหา
พ้นื ทเี่ ขตเอื้อชวี ติ ของระบบน้ี พบวา่ ดาวเคราะห์ Trappist-1e มวี งโคจรอยูใ่ นเขตเอื้อชีวติ พอดี
เนือ่ งจากดาวแม่มีขนาดเล็ก เขตเอื้อชีวิตจึงมรี ะยะใกล้ดาวแมม่ ากข้นึ ดว้ ย ซึง่ ในปีพ.ศ. 2560
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบหลกั ฐานทีแ่ สดงให้เหน็ ว่าพ้ืนผิวของดาวเคราะห์ Trappist-1e มีนา้ อยจู่ รงิ แต่
ยงั ไมม่ ีการยืนยันผลวา่ น้าทค่ี ้นพบอยู่ในรปู ของของเหลวหรอื แก๊ส และยังไม่มีการช้ชี ดั วา่ สภาพอากาศ
ของดาวเคราะห์สามารถทาให้เกิดส่ิงมชี ีวิตไดห้ รือไม่ ต้องมีการศกึ ษาต่อไป
39
คาชแ้ี จง
- ใหน้ กั เรยี นทาใบงานท่ี 1 – 4 เรอ่ื ง กาเนดิ ระบบสรุ ยิ ะ
และการแบง่ เขตบรวิ ารรอบดวงอาทติ ย์
40
คาช้ีแจง ให้นักเรียนเขียนเคร่อื งหมาย หน้าข้อความท่ีถกู ต้อง และเครือ่ งหมาย
หน้าขอ้ ความคิดไมถ่ ูกต้อง
1. ระบบสรุ ิยะ คือ วตั ถุในท้องฟ้าในระบบสุรยิ ะทอ่ี ยู่ภายใตแ้ รงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์
2. โลกเปน็ ดาวเคราะหใ์ นระบบสุริยะ
3. เนบิวลา เป็นแหล่งกาเนดิ ของระบบสรุ ยิ ะ ประกอบด้วยแก๊ส และฝุ่นที่หนาแน่น
4. ระบบสุริยะเกิดขึน้ เป็นระยะเวลา 3,500 ล้านปี
5. จานกาเนดิ ดาวเคราะหป์ ระกอบด้วยฝุน่ และแก๊ส มีสสารท่จี ุดหลอมเหลวตา่ ใกลด้ วง
อาทติ ย์
6. ดาวเคราะหเ์ กิดจากการชนและรวมตัวกันด้วยแรงโนม้ ถ่วงเกดิ เปน็ การพอกพนู มวล
7. ดาวฤกษ์ในระบบสรุ ิยะ คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหสั บดุ ี ดาว
เสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน
8. ดาวเคราะห์ช้นั นอกมี 4 ดวงคอื ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนสั และดาวเนปจนู
9. ดาวเคราะห์น้อยมีวงโคจรรอบดวงอาทิตยเ์ ปน็ รูปรมี าก และไม่อยใู่ นระนาบสรุ ยิ ะวถิ ี
10. ดาวเคราะห์ก่อนเกดิ จะชนกนั แล้วพอกพูนมวลจนกระท่ัวมีขนาดใหญข่ นึ้ กลายเป็นวตั ถุ
ดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นดาวเคราะหช์ ัน้ ใน
41
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. เกณฑ์การให้คะแนน (ข้อละ 1 คะแนน)
ระดับคะแนน รายการ
1 ตอบคาถามได้ถูกต้อง
0 ตอบคาถามไดไ้ ม่ถูกต้องหรือไมต่ อบ
2. เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั คะแนน รายการ แปลความหมาย
8 - 10 ดี 3
5–7 2
0–4 พอใช้ 1
ปรับปรงุ
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ได้คะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80 ของคะแนนเตม็ (ต้องได้คะแนน 8 คะแนนขน้ึ ไป)
3. ผลการประเมิน
ผ่าน
ไม่ผ่าน
ลงชือ่ ผู้ประเมนิ
(นายอดุล ดอื ราแม)
42
คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นวาดภาพระบบสุรยิ ะ พรอ้ มชอี้ งคป์ ระกอบของระบบสุรยิ ะให้ครบถ้วน
43
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1. เกณฑก์ ารให้คะแนน (ข้อละ 1 คะแนน)
ระดบั คะแนน รายการ
1 อธิบายองค์ประกอบของระบบสรุ ิยะไดถ้ ูกต้อง จดุ ละ 1 คะแนน
0 ตอบคาถามไดไ้ ม่ถูกตอ้ งหรอื ไมต่ อบ
2. เกณฑก์ ารประเมิน
ระดับคะแนน รายการ แปลความหมาย
8 - 10 ดี 3
6–7 2
0–5 พอใช้ 1
ปรบั ปรุง
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ได้คะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 80 ของคะแนนเตม็ (ต้องได้คะแนน 8 คะแนนขึ้นไป)
3. ผลการประเมิน
ผ่าน
ไมผ่ า่ น
ลงช่อื ผปู้ ระเมนิ
(นายอดลุ ดอื ราแม)
44
คาชี้แจง ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง
1. นักดาราศาสตร์แบง่ เขตพื้นที่รอบดวงอาทิตย์ออกเปน็ กี่เขต อะไรบา้ ง และใชว้ ธิ ใี ดเป็นเกณฑ์
2. ดาวเคราะห์ช้ันใน คอื
3. ดาวเคราะห์นอ้ ย คือ
4. ดาวเคราะห์ชัน้ นอกมที ้ังหมดก่ดี วง อะไรบา้ ง
5. ดงดาวหางของออร์ต คอื