นายอดุล ดือราแม
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษายะลา
นายอดุล ดือราแม
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษายะลา
ก
คำนำ
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรื่อง ดาวฤกษแ์ ละ
ระบบสรุ ยิ ะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 จดั ทาขึน้ เพอ่ื มุ่งเนน้
ให้นกั เรยี นสามารถศกึ ษาหาความรู้ และสามารถทดสอบความเขา้ ใจก่อนเรียน และหลังเรยี นได้ดว้ ย
ตนเอง ภายในเลม่ จะมีใบกิจกรรม ใบความรู้ท่ีให้ความรดู้ ้านเน้ือหาแก่นักเรยี น เมื่อศึกษาเน้อื หาเข้าใจ
แลว้ จะมีใบงาน ให้นักเรียนฝึกคดิ และแบบทดสอบหลงั เรียน เพ่ือทดสอบความรู้ ความเข้าใจ อีกทัง้
ยังสามารถตรวจคาตอบจากเฉลยไดด้ ้วยตนเอง และนกั เรียนจะได้ฝกึ ฝนทกั ษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ และการนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ โดยครูผู้สอนเป็นผใู้ ห้
คาปรึกษา แนะนา และคอยอานวยความสะดวก ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ผจู้ ดั ทาเปน็ อยา่ งย่ิงวา่ เอกสารประกอบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรอ่ื ง ดาวฤกษ์และระบบ
สรุ ิยะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หนว่ ยที่ 4 ววิ ฒั นาการของ
ดาวฤกษช์ ดุ น้ี จะเปน็ ประโยชนต์ ่อนักเรยี น และครูผู้ปฏบิ ัติการสอนกลุ่มสาระ การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นการจัดกระบวนการเรียนรใู้ หเ้ หมาะสมกบั นักเรียนได้ดยี ่ิงข้ึน
อดุล ดอื ราแม
สำรบญั ข
คานา หน้า
สารบญั ค
คาชีแ้ จงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ง
คาแนะนาการใชส้ าหรบั ครู 1
คาแนะนาการใชส้ าหรบั นักเรียน 2
ขน้ั ตอนการจัดเอกสารประกอบการเรียนรแู้ บบวฏั จกั ร 7 ขั้น (7E) 3
ขั้นตอนการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น 4
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด 5
สาระสาคัญ 6
จุดประสงค์การเรียนรู้ 6
แบบทดสอบก่อนเรียน 7
ขน้ั ที่ 1 ขนั้ ตรวจสอบความรเู้ ดมิ 8
12
ใบคาถาม 13
ขนั้ ท่ี 2 ขั้นเร้าความสนใจ 14
15
ใบกิจกรรมที่ 1 17
ขน้ั ที่ 3 ข้ันสารวจและคน้ หา 18
20
ใบกจิ กรรมท่ี 2 25
ใบความร้ทู ่ี 1 26
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ อธบิ าย 30
ใบกจิ กรรมที่ 3 31
ข้ันที่ 5 ขน้ั ขยายความคิด
ใบความรทู้ ี่ 2
สำรบญั ค
. หน้า
34
ขั้นท่ี 6 ขั้นประเมนิ ผล 35
ใบงาน 41
42
ข้ันที่ 7 ข้นั นาความรูไ้ ปใช้ 44
ใบกจิ กรรมท่ี 4 48
แบบทดสอบหลังเรียน 49
50
บรรณานุกรม 51
ภาคผนวก 55
เฉลยแบบทดสอบก่อนและเรียน
เฉลยกิจกรรม
เฉลยใบงาน
1
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 1 รหสั วิชา ว33194
เรือ่ ง ดาวฤกษแ์ ละระบบสรุ ยิ ะ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยที่ 4 ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ ประกอบด้วย
1. คาแนะนาสาหรบั ครู
2. คาแนะนาสาหรบั นักเรยี น
3. แผนผงั มโนทัศน์ขั้นตอนการเรียนเอกสารประกอบการเรียน
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
5. แบบทดสอบก่อนเรียน
6. ใบกจิ กรรม
7. ใบความรู้
8. ใบงาน
9. แบบทดสอบหลังเรยี น
10. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น
11. เฉลยใบงาน
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 1 รหสั วชิ า ว33194
เรอ่ื ง ดาวฤกษแ์ ละระบบสรุ ิยะ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
เล่มนี้ เปน็ หนว่ ยท่ี 4 ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ ใชเ้ วลาในการเรียน 2 ช่ัวโมง มีวตั ถปุ ระสงค์เพือ่ ให้
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั มวลของดาวฤกษ์ ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์และจุดจบของดาวฤกษ์
โดยการพัฒนาการเรยี นรใู้ นรูปแบบเอกสารประกอบการเรียน เพื่อสะดวกในการใชท้ ั้งครแู ละนกั เรียน
ตามเจตนารมณแ์ ละเป้าหมายของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรุง
พทุ ธศักราช 2560)
2
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 1 รหสั วชิ า ว33194
เรอ่ื ง ดาวฤกษแ์ ละระบบสุริยะ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
เลม่ นี้ เป็นหน่วยที่ 4 วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ครคู วรเตรยี มความพร้อม และปฏบิ ตั ิตามคาแนะนา
ดงั ตอ่ ไปนี้
ก่อนการจดั การเรียนการสอน ครูผู้สอนควรดาเนินการ ดังนี้
1. ศกึ ษาแผนการจัดการเรียนรู้ เอกสารประกอบการเรียน และอ่านเนื้อหาสาระอย่าง
ละเอยี ดรอบคอบ พร้อมทั้งทาความเข้าใจกบั เนื้อหาทุกเล่มก่อนการใชง้ าน
2. เตรียมเอกสารประกอบการเรียนให้ครบถ้วนและเพียงพอกบั จานวนนักเรียน
3. เตรยี มเครอื่ งมือวดั และประเมินผล เพ่อื ให้ทราบความก้าวหน้าของนักเรียน
4. จัดชัน้ เรยี นให้นกั เรียนเรยี นรู้เป็นรายบคุ คล รายคู่ หรือกล่มุ ตามแผนการจัดการเรียนรู้
ระหว่างเดินดาเนนิ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรดาเนินการ ดังนี้
1. ดาเนนิ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามกิจกรรมการเรียนรู้ที่กาหนดไวใ้ นแผนการจดั การ
เรียนรอู้ ย่างเคร่งครัด
2. ชแ้ี จงใหน้ ักเรียนทราบลาดับข้นั ตอนและวิธีการเรียนรู้โดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน
อยา่ งชัดเจน และประโยชน์ทไี่ ด้รบั จากการเรียนรู้ โดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน
3. ชแ้ี จงให้นักเรียนทราบเกี่ยวกบั บทบาทของนักเรียนในการเรียนรู้ โดยใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น
ใหเ้ ข้าใจ และเน้นย้าเรอ่ื งความซ่ือสัตย์ โดยไมล่ อกเพ่ือน ไมใ่ ห้เพอื่ นทาให้ก่อนลงมือทาด้วยตนเอง
4. สงั เกตความตง้ั ใจของนักเรียน ความสนใจในการเรยี น การทางานรว่ มกันเปน็ กล่มุ ของ
นกั เรียนทุกกลุ่มอยา่ งใกลช้ ดิ หากนกั เรยี นคนใดมปี ญั หาข้อสงสัย ครูต้องใหค้ วามช่วยเหลือทนั ที
5. ควบคุมเวลาในการจดั กิจกรรมการเรียนร้โู ดยใช้เอกสารประกอบการเรยี นของนักเรียน
แตล่ ะคนอาจจะไม่เทา่ กนั ครูควรยืดหย่นุ ตามความเหมาะสม และตามสถานการณ์
6. การสรุปบทเรียนควรเปน็ กจิ กรรมร่วมกันของนักเรยี นทุกคนหรือแต่ละกล่มุ สง่ ตวั แทน
มาร่วมอภิปรายเร่ืองทเี่ รียนมา
7. กากับควบคุมใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน
สิน้ สดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ครูผสู้ อนควรดาเนนิ การ ดังน้ี
1. เก็บรวบรวมผลงานของนักเรียนไปตรวจ
2. เน้นย้าให้นกั เรียนทาการบา้ นมาส่งใหต้ รงตามเวลาทีก่ าหนดและนาข้อบกพร่องจากการทา
การบา้ นของนกั เรยี นไปบอกและแก้ไขให้กับนกั เรยี นในช่ัวโมงถดั ไป
3. ตรวจแบบทดสอบ บนั ทึกคะแนนและสรุปผลการประเมนิ พฤติกรรมของนักเรยี น
3
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ 1 รหสั วิชา ว33194
เร่ือง ดาวฤกษ์และระบบสรุ ยิ ะ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรงุ พุทธศักราช 2560) หน่วยท่ี 4
ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์ นกั เรียนควรปฏบิ ตั ิตามคาแนะนา ดังนี้
1. อา่ นคาช้แี จงและคาแนะนาในการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี นให้เข้าใจก่อนทากจิ กรรม
ทกุ ครั้ง
2. ศกึ ษาจุดประสงค์การเรยี นรูแ้ ละข้นั ตอนการใช้เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า
วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ เพ่อื ให้ทราบว่า เมอ่ื เรยี นจบแล้วนกั เรยี นจะมีความรูใ้ นเร่ืองใดบา้ ง
3. ทาแบบทดสอบก่อนเรียนลงในกระดาษคาตอบ ตรวจคาตอบจากเฉลยแบบทดสอบ
ก่อนเรยี น พร้อมท้ังบันทึกคะแนนลงในแบบบนั ทึกคะแนน
4. ทาใบกิจกรรม และศึกษาใบความรู้
5. ทาใบงาน ตรวจคาตอบจากเฉลยแบบใบงาน พร้อมท้ังบนั ทกึ คะแนนลงในแบบบันทกึ
คะแนนรายบุคคล
6. เม่ือนักเรียนไมเ่ ขา้ ใจทาเอกสารประกอบการเรียน ข้อใดไม่ไดห้ รือมีปัญหาข้อสงสัยใน
เนอื้ หาให้กลับไปศึกษาใบความรู้และตัวอย่างอีกครั้งจนเขา้ ใจดหี รือปรกึ ษาครูผสู้ อน แลว้ จงึ กลบั มาทา
เอกสารประกอบการเรียน
7. การเขียนคาตอบของเอกสารประกอบการเรียนใหน้ ักเรียน ทาดว้ ยความรอบคอบให้
ผลงานมคี วามถูกตอ้ ง สะอาดเรยี บรอ้ ยและเป็นระเบยี บ
8. ทาแบบทดสอบหลังเรียน ตรวจให้คะแนนตามเฉลย ถ้าได้ตา่ กวา่ ร้อยละ 80% ให้
กลับไปศึกษาเอกสารประกอบการเรียนอีกครง้ั
9. สรุปผลการเรยี น ประเมนิ ปรับปรุงและพัฒนาตนเอง
10. การศกึ ษาเอกสารประกอบการเรยี นเลม่ น้ี จะไม่บรรลุผลสาเร็จถา้ นักเรยี นขาดความ
ซือ่ สตั ยใ์ นการทาเอกสารประกอบการเรยี น
4
ข้ันท่ี 1 ข้ันตรวจสอบความรู้เดมิ (Elicitation Phase)
ขั้นที่ 2 ข้นั เร้าความสนใน (Engagement Phase)
ข้นั ที่ 3 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration Phase)
ขัน้ ที่ 4 ข้นั อธบิ าย (Explanation Phase)
ขัน้ ที่ 5 ขน้ั ขยายความคิด (Expansion Phase)
ขัน้ ท่ี 6 ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)
ขนั้ ท่ี 7 ขั้นนาความร้ไู ปใช้ (Extension Phase)
5
อา่ นคาชแี้ จง
ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ทาใบกิจกรรม
ศึกษาใบความรู้
ทาใบงาน
ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
6
เอกสารประกอบการเรียน เร่ือง ดาวฤกษ์และระบะสุรยิ ะ
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
หนว่ ยท่ี 4 ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์
มาตรฐานการเรียนรู้/ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพ
กาแลก็ ซ่ี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทง้ั ปฏสิ ัมพนั ธภ์ ายในระบบสุรยิ ะท่ี
สง่ ผลตอ่ ส่ิงมชี วี ติ และการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
ว 3.1 ม.6/7 อธบิ ายลาดบั วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ท่ีสัมพันธก์ ับมวลต้งั ต้น และวิเคราะห์
การเปล่ยี นแปลงสมบัตบิ างประการของดาวฤกษ์
สาระสาคัญ
มวลของดาวฤกษ์ขึ้นอยู่กบั มวลของดาวฤกษ์ก่อนเกิดดาวฤกษท์ ม่ี ีวลมากจะผลิตและ
ใชพ้ ลังงานมากจึงมีอายุสั้นกว่าดาวฤกษ์ท่มี ีมวล
ดาวฤกษ์มกี ารวิวัฒนาการท่ีแตกตา่ งกัน วิวัฒนาการและจุดจบของดาวฤกษ์ข้นึ อยู่
กบั มวลตั้งตน้ ของดาวฤกษส์ ่วนใหญเ่ ทยี บกับจานวนเทา่ ของมวลดวงอาทติ ย์
7
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายลาดบั ววิ ฒั นาการของดาวฤกษท์ ี่สมั พันธ์กบั มวลต้ังต้นได้
2. บอกการเปลย่ี นแปลงสมบตั ิบางประการของดาวฤกษใ์ นลาดบั ววิ ัฒนาการจาก
แผนภาพเฮริ ต์ ปรงุ -รัสเซลลไ์ ด้
3. บอกจดุ จบของดาวฤกษ์ได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
3. เขยี นแผนผงั มโนทศั น์สรปุ ความร้เู กี่ยวกับการวิวฒั นาการของดาวฤกษ์ได้
4. มคี วามสามารถในการแก้ปัญหาและกระบวนการทางานเปน็ กล่มุ
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
5. นักเรียนมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มน่ั ในการทางาน และมจี ิตวทิ ยาศาสตร์
8
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เอกสารประกอบการเรยี น เรอ่ื ง ดาวฤกษแ์ ละระบะสรุ ิยะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6
หน่วยที่ 4 ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนทาเครือ่ งหมายกากบาท () ลงในช่องตัวอกั ษร ก ข ค หรือ ง ท่ีถกู ต้องท่สี ดุ
เพยี งข้อเดียว
1. ข้อใดต่อไปนี้กลา่ วถูกต้อง
ก. ดาวฤกษเ์ กิดจากการยบุ ตัวของหลมุ ดา
ข. ดวงอาทิตย์จดั เป็นดาวฤกษ์ท่มี มี วลมาก
ค. ดาวฤกษท์ มี่ ีมวลมากจะมีช่วงชีวติ ที่ยาวกวา่ ดาวฤกษท์ ี่มมี วลน้อย
ง. จดุ จบของดาวฤกษ์ท่ีมมี วลมาก คือ การระเบิดอย่างรุนแรงท่ีเรยี กวา่ ซเู ปอรโ์ นวา
2. จุดจบของดาวฤกษข์ ึ้นอยู่กบั ข้อใด
ก. มวล
ข. อุณหภูมิ
ค. สเปกตรมั
ง. องค์ประกอบทางเคมี
3. พัฒนาการของดาวฤกษ์ ช่วงเวลาในข้อใดมีอตั ราการใช้เชอ้ื เพลิงมากทสี่ ดุ
ก. ดาวยกั ษแ์ ดง
ข. ดาวแคระดา
ค. ดาวยักษใ์ หญ่
ง. ดาวแคระขาว
9
4. ดาวฤกษท์ ี่มีมวลตัง้ ตน้ 0.08 – 9 เท่าของดวงอาทติ ย์ และจบชีวิตโดยกลายเปน็ ดาวในขอ้ ใด
ก. หลุมดา
ข. ดาวนวิ ตรอน
ค. ดาวแคระขาว
ง. ดาวแคระนา้ ตาล
5. การระเบิดอย่างรนุ แรงของดาวยกั ษแ์ ดงเรยี กว่าอะไร
ก. หลุมดา
ข. ซเู ปอร์โนวา
ค. ดาวฤกษ์มวลนอ้ ย
ง. ปฏิกริ ิยาเทอร์โมนวิ เคลียร์
6. การระเบิดของดาวฤกษ์ที่มมี วลมาก บริเวณใจกลางของดาวจะยุบตวั ลงกลายเปน็ สิ่งใด
ก. หลุมดา
ข. ดาวนิวตรอน
ค. ดาวแคระขาว
ง. ดาวแคระนา้ ตาล
7. ขอ้ ใดแสดงลาดบั วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ได้ถกู ต้อง
ก. ดาวฤกษ์มวลน้อย ดาวเคราะห์น้าตาล ซเู ปอร์โนวา
ข. เนบวิ ลา ดาวฤกษ์มวลมาก ดาวยกั ษแ์ ดง นวิ ตรอน
ค. ดาวฤกษม์ วลนอ้ ย ดาวยกั ษแ์ ดง ซูเปอร์โนวา หลมุ ดา
ง. เนบิวลา ดาวฤกษม์ วลน้อย ดาวยักษ์แดง ดาวแคระขาว
8. ข้อใดต่อไปน้ีกล่าวไม่ถกู ต้อง
ก. ดาวยกั ษ์แดงเปน็ ดาวฤกษ์ทม่ี ีช่วงเวลาไมย่ าวนาน
ข. เนบิวลาดาวเคราะหค์ อื เนบวิ ลาทีป่ กคลุมดาวเคราะห์
ค. ดาวแคระขาวเป็นดาวท่ียังมีพลงั งานและแสงสวา่ งในตัวเอง
ง. ดาวฤกษท์ ม่ี ีมวลน้อยจะมีช่วงชีวติ ทยี่ าวนานกวา่ ดาวฤกษ์มวลมาก
10
9. ดวงอาทิตย์จะให้แสดงสวา่ งไปอกี กี่ล้านปี
ก. 1,000 ลา้ นปี
ข. 2,000 ล้านปี
ค. 5,000 ลา้ นปี
ง. 10,000 ล้านปี
10. ขอ้ ใดคือววิ ัฒนาการสุดท้ายของดวงอาทิตย์
ก. ดาวนิวตรอน
ข. ดาวยักษ์ใหญ่
ค. ดาวแคระขาว
ง. เนบวิ ลาดาวเคราะห์
11
กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน
หน่วยที่ 4 วิวัฒนาการของดาวฤกษ์
ช่อื – สกุล ชั้น เลขท่ี .
ขอ้ ที่ ตัวเลอื ก 1. เกณฑก์ ารให้คะแนน
ก ขค
ง ระดบั คะแนน รายการ
1
2 1 ตอบคาถามไดถ้ ูกต้อง
3
4 0 ตอบคาถามไม่ถูกต้อง หรือไม่ตอบ
5
6 2. ระดับคะแนน
7
8 ระดับคะแนน รายการ
9 8 - 10 ดี
10 5-7
0-4 พอใช้
ปรับปรุง
3. ผลการประเมิน
ผ่าน
ไม่ผา่ น
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ลงชือ่ ผูป้ ระเมนิ
(นายอดลุ ดือราแม)
ไดค้ ะแนน คะแนน
12
คาช้แี จง
- ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามจากใบคาถาม เร่อื ง วิวิฒนาการ
ของดาวฤกษ์
13
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้
1. ดาวฤกษ์ คือ
2. ดาวฤกษม์ กี าเนิดอย่างไร
3. เมื่อเกดิ ดาวฤกษ์แลว้ ดาวฤกษ์จะมกี ารเปลีย่ นแปลงต่อไปอีกหรือไม่ อย่างไร
4. นักเรียนคดิ ว่าดาวฤกษ์แต่ละดวงจะมีววิ ฒั นาการและจุดจบเหมอื นหรือต่างกัน อย่างไร
14
คาชีแ้ จง
- ให้นกั เรียนทากจิ กรรมที่ 1 วิวฒั นาการของดาวฤกษ์
และตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม
15
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
บอกลาดบั วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ทสี่ ัมพันธก์ ับมวลตั้งตน้ ได้
วสั ดุ – อุปกรณ์
วดิ โี อเกี่ยวกบั ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์
https://www.youtube.com/watch?v=GpCl3nvGLpE
วธิ ีทา
จบวิดโี อ 1. ให้นักเรียนแบง่ กลมุ่ ออกเป็น 6 กลุ่ม กลมุ่ ละ 5 – 6 คน
2. ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มศกึ ษาวดิ โี อเกย่ี วกับววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์ โดยดตู ้งั แต่เร่ิมตน้ จน
3. แต่ละกลมุ่ รว่ มกันบันทึกผลการทากจิ กรรม
16
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
17
คาช้ีแจง
- ใหน้ กั เรยี นทากิจกรรมที่ 2 สบื ค้นวิวฒั นาการของดาวฤกษ์
ท่สี มั พนั ธก์ ับมวลตั้งต้น
- ให้ศกึ ษาใบความรูท้ ่ี 1 วิวฒิ นาการของดาวฤกษ์กบั
มวลตั้งต้น
18
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
สืบค้นและบอกลาดับววิ ฒั นาการของดาวฤกษท์ ี่สมั พันธก์ บั มวลต้งั ตน้ ได้
วสั ดุ – อุปกรณ์
-
วธิ ที า
1. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 6 กลมุ่ กลมุ่ ละ 5 – 6 คน
2. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มศึกษา ค้นควา้ สืบค้นขอ้ มลู จากแหล่งข้อมูลตา่ ง ๆ เชน่ หอ้ งสมดุ
อินเตอร์เน็ต เปน็ ต้น หวั ขอ้ วิวฒั นาการของดาวฤกษ์
3. แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนออกแบบการปฏบิ ัติกจิ กรรม
4. ตอบคาถามหลงั กจิ กรรม
19
คาถามท้ายกิจกรรม
1. ววิ ฒั นาการของดาวฤกษข์ ึ้นอยกู่ บั ปัจจัยใด
2. ดาวฤกษท์ ่มี ีมวลน้อย และดาวฤกษท์ ี่มีมวลมากมีวิวฒั นาการเหมือนกันหรือแตกตา่ งกันอยา่ งไร
3. ในแต่ละชว่ งววิ ัฒนาการ สมบัติของดาวฤกษม์ ีการเปลี่ยนแปลงหรอื ไม่ อยา่ งไร
20
ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ เปน็ กระบวนการที่ดาวฤกษเ์ ปลยี่ นแปลงองคป์ ระกอบภายใน
ตามลาดบั ไปในชว่ งอายขุ องมัน ซง่ึ จะมีลกั ษณะแตกตา่ งกันตามขนาดของมวลของดาวฤกษ์น้นั ๆ อายุ
ของดาวฤกษ์มีตัง้ แต่ไม่กลี่ า้ นปี ไปจนถึงหลายลา้ นล้านปี
ดาวฤกษ์ทุกดวงเกดิ จากการยุบตวั ของเนบิวลา การที่เนบิวลายบุ บตัวเนือ่ งมาจากแรงโน้ม
ถ่วงของเนบิวลา ทาให้ความดนั และอุณหภูมภิ ายในเนบิวลาสูงมาก โดยเฉพาะบรเิ วณแกน่ กลางทย่ี ุบตัว
จะมีอุณหภมู ิสูงกวา่ ท่ีขอบนอก สูงเป็นหลายแสนองศาเซลเซยี ส เรียกวา่ การยบุ ตวั ของเนบิวลาช่วงนี้ว่า
กาวฤกษก์ ่อนเกดิ (pro – tostar)
21
ดาวฤกษ์มอี งคป์ ระกอบสว่ นใหญ่เปน็ ธาตไุ ฮโดรเจน รองลงมาคือ ธาตฮุ ีเลยี ม มีปฏกิ ริ ิยา
เทอรม์ อนิวเคลียร์ที่แกน่ ตลอดเวลา ดาวฤกษ์จึงปลดปล่อยพลังงานออกมาได้อย่างตอ่ เน่ืองตลอดอายุขยั
เมอื่ กระบวนการเทอร์มอนิวเคลยี รท์ แ่ี ก่นของดาวฤกษ์เกิดการเปลย่ี นแปลงสมบัติของดาวฤกษ์ก็
เปลีย่ นแปลงไป ทาใหเ้ กดิ เป็นวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ขนึ้ ซง่ึ ลาดบั วิวฒั นาการและจุดจบที่แตกตา่ งกัน
ของดาวฤกษ์แตล่ ะดวงจะขึ้นอยกู่ บั มวลต้ังต้นของดาวฤกษ์ โดยจะเทียบมวลของดาวฤกษเ์ ป็นจานวนเท่า
ของมวลดวงอาทติ ย์ สามารถอธบิ ายไดด้ งั น้ี
1. ดาวฤกษ์เกดิ กอ่ นที่มีมวลตั้งต้นน้อยกว่า 0.08 เท่าของดวงอาทติ ย์ (ไม่ถึง 8% ของ
ดวงอาทิตย์) จะมมี วลไมเ่ พยี งพอที่แรงโนม้ ถว่ งจะทาให้เกิดแรงดนั มากพอจนเกดิ ปฏิกริ ิยาเทอร์มอ
นวิ เคลยี ร์ที่แก่นได้ จึงไม่สามารถเกดิ เปน็ ดาวฤกษ์ได้ จงึ มีวิวัฒนาการเปน็ ดาวแคระน้าตาล (brown
dwarf) ซง่ึ มแี สงริบหรี่จนเกอื บไม่สอ่ งแสงเลย อณุ หภูมติ ่ามาก แต่มีอายยุ ืนยาวทส่ี ุด
2. ดาวฤกษ์เกิดกอ่ นท่ีมีมวลตัง้ ตน้ มากกวา่ 0.08 เท่าแต่นอ้ ยกว่าหรอื เทา่ กับ 9 เทา่ ของ
มวลดวงอาทติ ย์ หรอื มวลใกล้เคยี งกบั ดวงอาทิตย์ (เ0ก.ิด0ก8ารMเผาผ≤ลMาญ<ฮเี ล9ียMมด)าวเมจะ่ือขดยาาวยฤใกหษญใ์ ช่ข้ึ้นเป็น
เชอ้ื เพลิงไฮโดรเจนหมดแกนกลางของดาวจะยุบตัว
ดาวยักษแ์ ดง เมื่อเช้าเพลงิ ฮเี ลียมแก่นกลางหมด ดาวจะยุบตวั ลงอีกคร้งั ต่อมาเม่ือปฏิกิรยิ าหลอม
ฮีเลยี มสน้ิ สุดลงแก่นของดาวยกั ษแ์ ดงยุบตัวกลายเปน็ ดาวแคระขาว (white dwarf) สว่ นอ่นื ๆ ทอี่ ย่รู อบ
แก่นไม่ได้ยบุ เขา้ มารวม แต่กระจายตวั ออกสู่อวกาศทาใหเ้ กิดเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ (planetary
nebula)
ยบุ ตวั ขยายตัว เนบิวลา
ดาวเคราะห์
เนบวิ ลา ดาวฤกษก์ ่อน ดาวฤกษ์คลา้ ย ดาวยกั ษ์แดง
เกดิ ดวงอาทติ ย์ ดาว
แคระขาว
ภาพท่ี 1 ดาวฤกษ์กอ่ นเกิดที่มีมวลต้งั ต้นมากกว่า 0.08 เท่าของดวงอาทิตย์แต่ไม่เกิน 9 เท่า
ทมี่ า : อดลุ ดือราแม. (2563) ,ภาพประกอบ
22
3. ดาวฤกษ์เกดิ ก่อนที่ทม่ี ีมวลตั้งต้นมากกวา่ 9 เท่าแต่น้อยกวา่ หรือเทา่ กับ 25 เทา่ ของ
จมะวขลยดาวยงขอนาาทดิตขยนึ้ ์มพีสรนี ้อ้ามเทงินัง้ อ(ุณ9หMภมู ทิ ≤่ีผิวMจะ<ลด2ล5งเMปลย่ี )นเจมาื่อกดดาาววฤฤกกษษใ์ท์ ช่มีเ้ ชีสอื้ ีคเ่อพนลขิง้าไฮงไโปดรทเาจงนนหา้ มเงดนิ ไปดาเปวน็ฤกดษาว์
ยกั ษแ์ ดง จากนนั้ แกน่ ของดาวจะยบุ ตัวลงพรอ้ มกบั เกดิ การระเบิดทีเ่ รียกว่า ซเู ปอรโ์ นวา แตด่ าวฤกษ์
บางดวงอาจจะเปล่ยี นจากดาวยักษแ์ ดงเป็นดาวยักษใ์ หญส่ นี า้ เงนิ ก่อน จากนั้นแก่นของดาวจะยบุ ตวั ลง
พรอ้ มกบั การเกิดระเบดิ ท่ีเรยี กว่า ซเู ปอร์โนวา สดุ ท้ายแกน่ ของดาวจะยบุ ตวั เปน็ ดาวนิวตรอน
ยบุ ตัว ขยายตัว ซเู ปอร์โนวา
เนบวิ ลา ดาวฤกษ์ ดาวยกั ษ์ ดาวยกั ษแ์ ดง ดาว
กอ่ นเกิด ใหญ่ นวิ ตรอน
ภาพท่ี 2 ดาวฤกษ์กอ่ นเกิดที่มมี วลตงั้ ต้นมากกว่า 9 เทา่ ของดวงอาทิตย์แตน่ อ้ ยกว่าหรอื เทา่ กบั 25
ที่มา : อดลุ ดอื ราแม. (2563) ,ภาพประกอบ
4. ดาวฤกษ์เกิดก่อนท่ีท่ีมีมวลต้งั ต้นมากกว่า 25 เท่าของมวลดวงอาทติ ย์มสี ีนา้ เงนิ (M
≥ได้แ2ก5่Mฮเี ล)ยี มเมอ่ื คดาารวบ์ ฤอกนษ์ใชน้เีอชอื้อนเพลแิงมไกฮนโดเี ซรเียจมนหอมอดกซจิเจะนเริ่มแกลาะรสเผ้นิ าสผุดลทาญเ่ี หธลา็กตุทจม่ี าีมกวนล้นั มแากก่นขข้ึนอเปงด็นาลวาจดะบั
ยบุ ตัวลงพรอ้ มกับการเกิดการระเบดิ ท่ีเรียกว่า ซูเปอร์โนวา สุดท้ายแก่นของดาวจะยุบตวั เป็นหลุมดา
ยบุ ตวั ซเู ปอรโ์ นวา
เนบวิ ลา ดาวฤกษ์ ดาวยกั ษ์ หลุมดา
กอ่ นเกดิ ใหญ่
ภาพที่ 3 ดาวฤกษ์ก่อนเกดิ ที่มีมวลต้งั ตน้ มากกว่า 25 เท่าของดวงอาทติ ย์
ที่มา : อดลุ ดอื ราแม. (2563) ,ภาพประกอบ
23
ดาวยกั ษ์แดง เนบวิ ลาดาวเคราะห์
ดวงอาทติ ย์ ดาวแคระขาว
เนบวิ ลา ซูเปอร์โนวา
ดาวนิวตรอน
ดาวยกั ษน์ ้าเงิน
ดาวยกั ษใ์ หญ่ ซเู ปอร์โนวา หลมุ ดา
ภาพท่ี 5 วิวฒั นาการของดาวฤกษ์
ทมี่ า : หนงั สือวทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ ม.6. (2560)
ตารางที่ 1 วิวฒั นาการของดาวฤกษ์ ตามขนาดและมวลดาวฤกษ์ก่อนเกดิ (M) เมอ่ื เปรียบเทยี บกับมวล
ของดวงอาทิตย์
มวลดาวฤกษ์ก่อนเกิด (M) ววิ ัฒนาการของดวงอาทติ ย์
เทยี บกับมวลดวงอาทติ ย์ (M)
M < 0.08 M ไม่ก่อกาเนิดเป็นดาวฤกษ์ แต่จะเปน็ ดาวแคระนา้ ตาล
0.08 M ≤ M < 9 M (brown dwarf)
9 M ≤ M < 25 M ดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทติ ย์ และสดุ ท้ายเป็นดาวแคระขาว
M ≥ 25 M (white dwarf)
ดาวยกั ษใ์ หญส่ ีนา้ เงนิ ดาวยักษแ์ ดง และสดุ ท้ายเปน็ ดาว
นวิ ตรอน
ดาวยักษ์ใหญ่สีน้าเงนิ (blue super giant) และสุดทา้ ยเป็น
หลุมดา
24
เกร็ดความรู้
ภาพท่ี 4 วิวฒั นาการของดวงอาทติ ย์
ทม่ี า : https://th.wikipedia.org/wiki/วิวัฒนาการของดาวฤกษ์
ดวงอาทติ ยเ์ ปน็ ดาวฤกษส์ ีเหลืองอายุประมาณ 5,000 ล้านปี ในอนาคตอีกประมาณ 5,000
ลา้ นปี เม่อื ธาตุไฮโดรเจนท่ีเป็นเชอ้ื เพลงิ เหลอื น้อยลง ดวงอาทิตยจ์ ะขยายขนาดข้นึ ถึงประมาณ 100 เท่า
ของขนาดปัจจบุ นั พ้นื ท่ีผิวทเี่ พม่ิ มากขึน้ จะ ส่งผลให้อุณหภูมผิ วิ ลดลง สขี องดวงอาทิตย์จงึ เปลย่ี นจาก
เหลอื งเป็นแดง เรยี กวา่ ดาวยักษแ์ ดง ต่อมาเม่ือปฏิกิรยิ าเทอร์มอนวิ เคลยี รส์ นิ้ สดุ ลงแก่นของดวง
อาทติ ย์ท่เี ปน็ ดาวยกั ษแ์ ดงจะยบุ ตัวลงกลายเป็ฯดาวแคระขาว ท่ีมีอุณหภมู ิสงู มากและมีขนาดเล็กกวา่ ดวง
อาทิตย์ในปัจจบุ นั มาก ดาวแคระขาวนจ้ี ะไมม่ ปี ฏิกิรยิ าเทอรม์ อนิวเคลียร์เกดิ ขึน้ อีกแลว้ แตย่ งั คงส่องแสง
ไดอ้ ีกนานเทยี บเทา่ กับอายุของเอกภพ ดังนน้ั ดาวแคระขาวจึงเปน็ ชว่ งสุดท้ายของววิ ฒั นาการของดวง
อาทติ ย์
ในแต่ละช่วงวิวฒั นาการของดาวฤกษ์จะมกี าร
เปล่ยี นแปลงทง้ั ขนาด สี และอุณหภูมผิ วิ ของดาวฤกษ์
เลยนะครับ
25
คาชแี้ จง
- ให้นักเรยี นทากจิ กรรมที่ 3 ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์
26
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายลาดบั ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ที่สัมพันธก์ ับมวลตั้งตน้ ได้
2. จัดทาแผนภาพแสดงลาดับวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ท่ีมีมวลแตกตา่ งกนั ได้
วสั ดุ – อุปกรณ์
1. ชดุ ภาพท่ี 1 ภาพดาวฤกษเ์ กิดกอ่ นท่ีมีมวลแตกตา่ งกัน
2. ชุดภาพที่ 2 ภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงของดาวฤกษใ์ นแต่ละช่วงวิวฒั นาการ
วิธีทา
1. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็น 6 กลมุ่ กล่มุ ละ 5 – 6 คน
2. เขยี นแผนผงั สรุปวิวฒั นาการของดาวฤกษ์ทม่ี ีมวลแตกต่างกนั
3. นาภาพทก่ี าหนดใหจ้ ากชดุ ภาพท่ี 1 และชุดภาพท่ี 2 มาเรียงลาดับตามแผนผังในข้อ 2
4. แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันตอบคาถามหลงั กจิ กรรม
27
ชุดภาพท่ี 1 ภาพดาวฤกษ์เกิดก่อนทมี่ ีมวลแตกต่างกนั
ภาพที่ 1 ดาวฤกษเ์ กิดก่อน 0.08M ≤ M < 9 M ภาพท่ี 2 ดาวฤกษ์เกดิ ก่อน 9 M ≤ M < 25 M
ภาพท่ี 3 ดาวฤกษเ์ กดิ ก่อน M ≥ 25M
ท่มี า : https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34144
28
ชุดภาพที่ 2 ภาพแสดงการเปลยี่ นแปลงของดาวฤกษใ์ นแตล่ ะชว่ งวิวัฒนาการ
ภาพท่ี 4 ดาวยกั ษ์ใหญน่ ้าเงิน ภาพท่ี 5 ดาวยกั ษแ์ ดง
ภาพท่ี 6 ดาวแคระขาว ภาพท่ี 7 ดาวยักษ์แดง
ภาพที่ 8 ดาวฤกษค์ ล้ายดวงอาทิตย์ ภาพที่ 9 หลมุ ดา
ทม่ี า : https://www.scimath.org/
29
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
30
คาชแ้ี จง
- ให้นักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ที่ 2 แผนภาพเฮริ ต์ ปรงุ –
รัสเซลล์ และจุดจบของดาวฤกษ์
31
แผนภาพเฮริ ต์ ซปรุง – รัสเซลล์ บอกการเปล่ยี นแปลงสมบัตขิ องดาวฤกษต์ ามขน้ั ตอนการ
วิวฒั นาการได้ เมื่อดาวฤกษ์ใช้ไฮโดรเจนท่ีแกน่ หลอมเปน็ ฮีเลยี มจนเกอื บหมด จะเริ่มววิ ัฒนาการจาก
แถบลาดับ ไปอยู่ในกลุ่มอ่ืน ๆ บนแผนภาพเฮริ ์ตปรุง – รัสเซลล์ โดยลาดบั ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์
ขน้ึ อยกู่ ับมวลของดาวฤกษ์ก่อนเกดิ ดังนี้
ภาพท่ี 6 วิวัฒนาการของดาวฤกษ์บนแผนภาพเฮริ ต์ ปรุง – รสั เซลล์
ทีม่ า : http://www.lesa.biz/astronomy/star-properties/hr-diagram
32
ดาวฤกษก์ ่อนเกดิ ที่มีมวลตัง้ ต้นต้งั แต่ 0.08 ถึง 9 เท่าของมวลดวงอาทติ ย์
จากภาพที่ 6 เมอ่ื ดาวฤกษ์ออกจากแถบลาดับหลกั ทีต่ าแหนง่ หมายเลข 1 ดาวฤกษจ์ ะเขา้ สู่
กลุ่มดาวยักษ์ โดยรอบแก่นและผิวดาวฤกษข์ ยายขน้ึ ทาให้อณุ หภมู ิของดาวฤกษ์ลดลง สผี วิ ของดาว
ฤกษ์เปล่ยี นเป็นสีแดง เรียกว่า ดาวยกั ษ์ ดังแสดงทตี่ าแหนง่ หมายเลข 2 ในช่วงชวี ิตของดาวยกั ษแ์ ดง
จะเกิดการหลอมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมรอบแก่นอยา่ งต่อเน่ือง จนอณุ หภูมทิ แ่ี กน่ สงู ข้ึนประมาณ 300 ล้าน
เคลวนิ ทาให้เกิดปฏิกริ ิยาเทอรม์ อนวิ เคลียรท์ ี่แก่นของดาวยักษแ์ ดงอยา่ งฉับพลนั โดยหลอมฮีเลียมเป็น
คารบ์ อนและออกซิเจน แก่นจึงเกดิ การขยายตวั ทนั ทีทนั ใด เรียกวา่ ฮเี ลยี มแฟลช (helium flash) ดงั
แสดงท่ตี าแหนง่ หมายเลข 3 จากนนั้ ดาวฤกษจ์ ะหลอมฮเี ลยี มท่ีแกน่ กลายเป็นคารบ์ อนและออกซิเจน
และหลอมไฮโดรเจนทีร่ อบแก่นใหเ้ ปน็ ฮเี ลียมทแี่ กน่ กลายเป็นคาร์บอนและออกซเิ จน และหลอม
ไฮโดรเจนท่ีรอบแกน่ ให้เป็นฮีเลยี มอย่างต่อเนื่อง ในช่วงดาวจะเล่อื นตาแหนง่ ฮีเลยี มแฟลชต่าลงมา
ทางซา้ ยบรเิ วณหมายเลข 4 เรยี กบริเวณน้วี ่า กิง่ แนวนอน (the horizontal branch) ต่อมาดาวฤกษ์
เกดิ การหลอมฮีเลยี มทแ่ี ก่นเป็นคารบ์ อนอยา่ งต่อเนื่อง จนดาวฤกษ์เลื่อนเขา้ สูต่ าแหน่งก่ิงดาวยักษ์แอ
ซิมปโ์ ทติก (asymptotic giant branch) ดงั แสดงที่ตาแหนง่ 5 เมอื่ แกน่ ของดาวฤกษ์หลอมฮเี ลยี มเป็น
คาร์บอนจนเกือบหมด แก่นมมี วลสงู ขน้ึ ทาใหแ้ รงโน้มถว่ งมากกวา่ แรงดัน แกน่ จึงยุบตัวลง สสารส่วน
ทเี่ หลือกระจายออกสู่อวกาศกลายเปน็ เนบิวลาดาวเคราะห์ ส่วนแก่นดาว ซ่งึ ประกอบไปด้วยคารบ์ อน
เป็นสว่ นใหญ่จะมีอุณหภูมิสงู ข้นึ มคี วามสวา่ งนอ้ ยและมีขนาดเล็ก เรยี กวา่ ดาวแคระขาว (white
dwarf)
ดาวฤกษก์ ่อนเกดิ ทมี่ ีมวลต้ังตน้ ตั้งแต่ 9 ถงึ น้อยกว่า 25 เทา่ ของดวงอาทิตย์
ดาวฤก์เรมิ่ มวี ิวัฒนาการจากแถบลาดบั หลกั บริเวณซา้ ยบนของแผนภาพเฮริ ์ตซปรงุ – รสั
เซลลท์ ่ีตาแหนง่ หมายเลข 6 เมอ่ื ดาวฤกษ์ออกจากแถบลาดับหลักแลว้ จะเล่อื นตาแหน่งไปอย่ใู นกลมุ่
ดาวยกั ใ์ หญ่ ดงั แสดงทีห่ มายเลข 7 ซง่ึ มกี าลงั ส่องสวา่ งสูง มขี นาดใหญ่ และมีสแี ดง จงึ เรียกว่า ดาว
ยกั ษ์แดง ในช่วงเริ่มมีการหลอมไฮโดรเจนรอบแก่นของดาวฤกษจ์ นอุณหภูมสิ ูงมากพอที่จะเกิดการหลอม
ฮเี ลยี มเปน็ คาร์บอน ดาวฤกษจ์ ะเลื่อนไปอยทู่ ี่ตาแหนง่ หมายเลข 8 และเกดิ ฮเี ลียมแฟลช จากน้นั แกน่
ของดาวหลอมฮเี ลยี มเปน็ คาร์บอนและออกซิเจน ทาใหอ้ ุณหภูมิของดาวฤกษเ์ พิม่ สงู ขน้ึ ดาวจะเลือ่ นไป
ยังซ้ายมอื ในกลุ่มดาวยกั ์ใหญ่บรเิ วณก่ิงแนวนอน ซ่งึ อยทู่ ต่ี าหน่งหมายเลข 9 ในช่วงนป้ี ฏกิ ริ ยิ านิวเคลยี ร์
เปน็ ขน้ั ๆ ซงึ่ ทาใหเ้ กดิ ธาตคุ าร์บอน ออกซิเจน นอี อน แมกนีเซยี ม และส้ินสดุ ที่เหลก็ จากน้ันอุณหภูมิ
ของดาวฤกษจ์ ะลดลงอกี ครั้ง กลายเปน็ ดาวยักษ์ใหญแ่ ดง ดาวฤกษจ์ ะเลอ่ื นตาแหน่งไปอยู่ทกี่ งิ่ ดาวยักษ์
แอซมิ โทติก ดงั แสดงทต่ี าแหนง่ หมายเลข 10 แกน่ ของดาวยัก์ใหญแ่ ดงในชว่ งนจ้ี ะมีขนาดเล็ก
ประกอบดว้ ยเหล็กลอ้ มด้วยช้นั ของปฏกิ ริ ิยานวิ เคลียร์ขัน้ ต่าง ๆ จนกระทั่งแก่นทเ่ี ป็นเหล็กมีมวลมากกว่า
1.4 ถงึ น้อยกวา่ 3 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ อเิ ลก็ ตรอนในแก่นรวมกับโปรตอนเปลยี่ นเปน็ นวิ ตรอน
แกน่ จึงกลายเปน็ ดาวนวิ ตรอน พร้อมปลดปล่อยสสารและพลังงานออกมาจานวนมากทาใหเ้ กิดการ
ระเบดิ เรยี กวา่ ซเู ปอร์โนวา
33
ดาวฤกษก์ ่อนเกดิ ทม่ี ีมวลตั้งตน้ มากกว่า 25 เทา่ ของดวงอาทติ ย์
ดาวฤกษ์จะมขี นนาดใหญส่ ีนา้ เงนิ อยูซ่ ้ายบนของแผนภาพเฮิร์ตปรุง – รัสเซลล์ 11 ดาวฤกษ์
จะมีลาดับววิ ฒั นาการเช่นเดียวกันกบั ดาวฤกษ์ที่มมี วลต้ังต้นตง้ั แต่ 9 ถึง 25 เทา่ ของมวลดวงอาทติ ย์ โดย
เกดิ กระบวนการสงั เคราะห์ธาตหุ นกั ทแ่ี ก่นและไปส้ินสดุ ท่เี หล็ก จากน้นั ดาวฤกษเ์ ลอื่ นไปตาแหน่งไปอยทู่ ่ี
กิง่ ดาวยกั ษืแอซิมโทตกิ ในช่วงนแี้ กน่ ดาวฤกษม์ ีมวลมากกว่า 3 เท่าของมวลดวงอาทติ ย์ แรงโนม้ ถ่วงท่ี
แก่นสูงมาก ไม่มีสิ่งใดท่ีจะต้านทานแรงโน้มถ่วงได้ ทาให้แก่นกลางของดาวยบุ ตวั ลงเป็นหลุมดา
หลังจากน้ันสว่ นทเี่ หลอื จะเกิดการระเบดิ เปน็ ซเู ปอร์โนวา
เม่ือศึกษาเนื้อหาครบถ้วนแลว้
เราไปทาใบงานกันนะครบั
34
คาช้แี จง
- ให้นกั เรยี นทาใบงานที่ 1 – 3 เรื่อง ววิ ัฒนาการของ
ดาวฤกษ์
35
คาชี้แจง ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถกู ต้อง
1. วิวฒั นาการของดาวฤกษ์ คือ
2. ดาวฤกษท์ มี่ ีมวลตัง้ แต่ 0.08 ถงึ นอ้ ยกว่า 9 เทา่ ของมวลดวงอาทติ ย์ มวี ิวัฒนาการอย่างไร
3. ดาวฤกษ์ทม่ี ีมวลตง้ั แต่ 9 แต่ไม่เกิน 25 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ มวี วิ ฒั นาการอย่างไร
4. ดาวฤกษท์ ี่มีมวลตง้ั แต่ 25 เทา่ ของมวลดวงอาทิตยข์ ้ึนไป มวี วิ ัฒนาการอย่างไร
5. ดาวฤกษท์ ีม่ ีมวลตน้อยกว่าหรือเทา่ กับมวลของดวงอาทิตย์ กบั ดาวฤกษ์ท่มี ีมวลมากกวา่ ของดวง
อาทิตย์มจี ุดจบเหมือนกนั หรือแตกตา่ งกนั อย่างไร
36
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. เกณฑ์การให้คะแนน (ข้อละ 2 คะแนน)
ระดับคะแนน รายการ
2 ตอบคาถามและอธิบายได้ถูกตอ้ ง และครบถว้ น
1 ตอบคาถามไดถ้ ูกต้องอธบิ ายไม่ถูกต้อง หรอื ไมค่ รบถว้ น
0 ตอบคาถามไดไ้ ม่ถูกต้องหรือไม่ตอบ
2. เกณฑ์การประเมิน
ระดบั คะแนน รายการ แปลความหมาย
8 - 10 ดี 3
6–7 2
0–5 พอใช้ 1
ปรับปรุง
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ได้คะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม (ต้องได้คะแนน 8 คะแนนขน้ึ ไป)
3. ผลการประเมนิ
ผา่ น
ไม่ผา่ น
ลงชือ่ ผู้ประเมนิ
(นายอดลุ ดือราแม)
37
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเตมิ ลงในช่องว่างของแผนภาพวิวฒั นาการดาวฤกษ์ท่ีกาหนดให้ถูกต้อง
ดาวยกั ษ์แดง เนบิวลาดาวเคราะห์
ดาวแคระขาว
ดวงอาทิตย์
เนบิวลา
ซเู ปอร์โนวา
ดาวนิวตรอน
ดาวยกั ษน์ า้ เงิน
ดาวยกั ษ์ใหญ่ ซเู ปอรโ์ นวา หลุมดา
38
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. เกณฑ์การให้คะแนน (ข้อละ 1 คะแนน)
ระดับคะแนน รายการ
1 ตอบคาถามได้ถูกต้อง
0 ตอบคาถามไดไ้ ม่ถูกต้องหรือไมต่ อบ
2. เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั คะแนน รายการ แปลความหมาย
8 - 11 ดี 3
5–7 2
0–4 พอใช้ 1
ปรับปรงุ
คะแนนเต็ม 11 คะแนน ได้คะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80 ของคะแนนเตม็ (ต้องได้คะแนน 8 คะแนนขน้ึ ไป)
3. ผลการประเมิน
ผ่าน
ไม่ผ่าน
ลงชือ่ ผู้ประเมนิ
(นายอดุล ดอื ราแม)
39
คาชีแ้ จง ให้นักเรียนตอบคาถามเกยี่ วกบั การเปลยี่ นแปลงสมบัติของดาวฤกษ์
ตามช่วงววิ ฒั นาการใหถ้ ูกต้อง
1. ดาวฤกษก์ ่อนเกิด คือ
2. ดาวแคระน้าตาล คอื
3. ดาวยักษแ์ ดง คือ
4. ดาวแคระขาว คือ
5. เนบวิ ลาดาวเคราะห์ คอื
6. ดาวยักษ์ใหญ่ คอื
7. ซเู ปอรโ์ นวา คือ
8. หลุมดา คอื
9. ดาวนิวตรอน คอื
10. เพราะเหตใุ ดดาวฤกษท์ ี่มีมวลน้อย จงึ มีช่วงชวี ติ ทย่ี าวนานกวา่ ดาวฤกษ์ทม่ี ีมวลมาก
40
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ข้อละ 2 คะแนน)
ระดบั คะแนน รายการ
2 ตอบคาถามและอธบิ ายได้ถูกต้อง และครบถว้ น
1 ตอบคาถามได้ถูกต้องอธิบายไม่ถูกต้อง หรอื ไม่ครบถว้ น
0 ตอบคาถามได้ไมถ่ ูกต้องหรือไมต่ อบ
2. เกณฑ์การประเมิน
ระดับคะแนน รายการ แปลความหมาย
16 - 20 ดี 3
9 – 15 2
0–8 พอใช้ 1
ปรบั ปรุง
คะแนนเต็ม 20 คะแนน ได้คะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเตม็ (ต้องได้คะแนน 16 คะแนนขึน้ ไป)
3. ผลการประเมิน
ผ่าน
ไม่ผา่ น
ลงช่ือ ผู้ประเมนิ
(นายอดลุ ดือราแม)
41
คาชี้แจง
- ให้นักเรียนทากจิ กรรมท่ี 4 สรุปววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์
- ทาแบบทดสอบหลังเรยี น
42
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายลาดับวิวัฒนาการของดาวฤกษท์ ่ีสมั พนั ธก์ บั มวลตง้ั ต้นได้
2. บอกการเปลยี่ นแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษใ์ นลาดับววิ ฒั นาการจาก
แผนภาพเฮิร์ตปรงุ -รัสเซลล์ได้
วัสดุ – อุปกรณ์
-
วธิ ีทา
1. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั เขยี นแผนผงั มโนทัศน์สรปุ องค์ความรวู้ ิวฒั นาการของดาว
ฤกษ์ โดยนาแผนผังมโนทัศน์ของสมาชิกกลุ่มแตล่ ะคน มาสรปุ เปน็ แผนผงั มโนทศั นข์ องกลุ่ม
2. นาเสนอผลงานกลุม่ หนา้ ช้ันเรยี น 3 กลมุ่ (โดยจบั ฉลาก) นักเรยี นอกี 3 กล่มุ ใหซ้ กั ถาม
แลว้ เสนอแนะเพ่มิ เติม รว่ มกันอภิปราย และปรบั ปรงุ แก้ไขเพ่ือให้ผลงานสมบรู ณ์
43
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
44
แบบทดสอบหลงั เรียน
เอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง ดาวฤกษแ์ ละระบะสุริยะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยท่ี 4 ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์
คาชี้แจง ให้นักเรยี นทาเคร่ืองหมายกากบาท () ลงในช่องตัวอกั ษร ก ข ค หรอื ง ที่ถกู ต้องที่สดุ
เพียงข้อเดยี ว
1. ขอ้ ใดต่อไปน้ีกลา่ วถูกต้อง
ก. จดุ จบของดาวฤกษ์ทีม่ มี วลมาก คือ การระเบดิ อยา่ งรุนแรงที่เรียกวา่ ซเู ปอรโ์ นวา
ข. ดาวฤกษ์ท่มี ีมวลมากจะมีชว่ งชวี ิตที่ยาวกว่าดาวฤกษ์ที่มีมวลนอ้ ย
ค. ดวงอาทติ ยจ์ ดั เป็นดาวฤกษท์ มี่ มี วลมาก
ง. ดาวฤกษเ์ กดิ จากการยุบตัวของหลุมดา
2. จดุ จบของดาวฤกษข์ ึน้ อยู่กบั ข้อใด
ก. องคป์ ระกอบทางเคมี
ข. สเปกตรัม
ค. อุณหภมู ิ
ง. มวล
3. พฒั นาการของดาวฤกษ์ ชว่ งเวลาในข้อใดมีอัตราการใช้เช้ือเพลงิ มากทสี่ ดุ
ก. ดาวแคระขาว
ข. ดาวยักษใ์ หญ่
ค. ดาวแคระดา
ง. ดาวยกั ษ์แดง