The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ. 2566 - 2570) ทบทวน ปี 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pongpun.nualsri, 2021-10-23 03:25:11

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ. 2566 - 2570) ทบทวน ปี 2564

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ. 2566 - 2570) ทบทวน ปี 2564

Keywords: แผนพัฒนาการเกษตรจังหวัดระนอง รายได้เกษตรกรเพิ่ม,ขึ้น

คำนำ

ตามกฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2552
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด มีหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์
ของจังหวัด ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้อง เพ่ือใช้เป็นแผนแม่บท ในการนำนโยบายของ
รฐั บาล นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปแกไ้ ขปัญหาและพฒั นาการเกษตรให้สอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพ
ของพื้นที่และตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของเกษตรกรมากทีส่ ุด

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวนปี 2564 จึงเป็น
แผนเชิงกลยุทธ์ท่ีครอบคลุมการพัฒนาการเกษตรของจังหวัดระนองในทุกบริบทที่มีความสำคัญ ภายใต้วิสัยทัศน์
“เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตท่ีดี มีความม่ันคง มั่งค่ัง อย่างย่ังยืน บนพ้ืนฐานเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีพื้นฐานความคิด
มาจาก “กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว (White Ocean Strategy)” และแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)” โดยท่ี
กลยุทธ์น่านน้ำสีขาวมุ่งสร้างการเติบโตอย่างย่ังยืน เติบโตอย่างมีคุณธรรม มีสติ ในขณะเดียวกันแนวคิดเศรษฐกิจ
สีเขียวก็อยู่บนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างความต้องการของมนุษย์กับทรัพยากรท่ีมีอยู่ และการเป็นมิตรกับ
ส่งิ แวดล้อม

ขอขอบคุณทุกภาคีเครือข่ายท่ีให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในทุก
ข้ันตอนของกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวน
ปี 2564 ซึ่งจะได้นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการจัดทำคำของบประมาณ การเชื่อมโยงแหล่งงบประมาณ การติดตาม
ประเมนิ ผลและการขับเคลอื่ นการพัฒนาภาคเกษตรร่วมกนั ต่อไป

สำนกั งานเกษตรและสหกรณ์จงั หวัดระนอง
สำนักงานปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สงิ หาคม 2564

สารบัญ หน้า
1
สว่ นที่ 1 บทนำ 1
1. ความเป็นมา
2. ความเช่อื มโยง ทิศทาง นโยบายและยทุ ธศาสตร์ทีเ่ กยี่ วข้องฯ 2
2.1 ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) 5
2.2 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) 6
2.3 นโยบายรัฐบาลท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 10
2.4 แผนการพฒั นาเกษตรและสหกรณร์ ะยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) 11
2.5 การพฒั นาการเกษตรในช่วงแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ
ฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564) 15
2.6 นโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 23
2.7 แผนพัฒนาภาคในชว่ งแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564) ฉบับทบทวน 24
2.8 แผนพฒั นากลุม่ จังหวัดภาคใต้ฝั่งอนั ดามัน 28
2.9 แผนพัฒนาจงั หวดั ระนอง 29
2.10 แผนพัฒนาขององค์การบริหารสว่ นจังหวัดระนอง 29
2.11 กรอบการพฒั นาการจดั การด้านอาหารของประเทศไทย
ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2561-2579 30
2.12 แผนแมบ่ ทการดำเนนิ การแกไ้ ขปัญหาแรงงานในภาคประมง 31
2.13 ไทยแลนด์ 4.0 32
3. วตั ถุประสงค์ในการจดั ทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวดั 32
4. คำนิยาม 32
5. แนวทางการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จงั หวัด 33

สว่ นท่ี 2 ข้อมูลทวั่ ไปและขอ้ มลู ด้านการเกษตรทสี่ ำคญั ของจังหวดั ระนอง 33
1. ขอ้ มูลทัว่ ไปของจงั หวัด 33
1.1 ด้านกายภาพ 34
1.1.1 ลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์ 36
1.1.2 ลกั ษณะภูมอิ ากาศ 37
1.1.3 แหล่งน้ำธรรมชาติ
1.1.4 ทรัพยากรธรรมชาติท่สี ำคญั

หนา้

1.1.5 ปญั หาสาธารณภัยจากธรรมชาติ 42

1.2 ด้านการปกครอง

1.2.1 การแบง่ เขตการปกครอง 45

1.2.2 ประชากร 45

1.3 โครงสรา้ งพื้นฐานและสาธารณูปโภค

1.3.1 การคมนาคมขนสง่ 46

1.3.2 ด่านกกั กันของจงั หวัด 47

1.3.3 ไฟฟ้า 48

1.3.4 ประปา 48

1.3.5 บอ่ บาดาล 48

1.3.6 การสอ่ื สารและโทรคมนาคม 51

1.3.7 โครงสร้างการผลิตภาคอตุ สาหกรรม 52

1.4 ดา้ นสังคม

1.4.1 การศึกษา 54

1.4.2 การศาสนา 55

1.4.3 การสาธารณสุข 56

1.4.4 ประเพณีและวัฒนธรรม 57

1.4.5 ขอ้ มลู แรงงานของจงั หวัดระนอง 58

1.4.6 สถานการณ์ครวั เรือนยากจนของจังหวัดระนอง 60

1.5 ด้านเศรษฐกิจ

1.5.1 สรปุ ข้อมูลและสถานการณ์การนำเข้า-สง่ ออกสินค้าเกษตรจงั หวัดระนอง ปี 2563 61

1.5.2 ประมาณการเศรษฐกจิ จังหวัดระนอง ปี 2563 และแนวโน้มปี 2564 62

1.5.3 ข้อจำกัดและปจั จัยเสยี่ งเศรษฐกจิ จังหวดั ระนอง ในปี 2563 และปี 2564 64

2. ข้อมลู ดา้ นการเกษตรทีส่ ำคญั ของจังหวดั

2.1 โครงสรา้ งพน้ื ฐานภาคการเกษตร 67

1) ดนิ 67

2) พ้นื ท่ี สปก. ในจงั หวัดระนอง 70

3) พื้นท่ีชลประทานและระบบชลประทาน 70

4) การใชท้ ดี่ นิ เพ่ือการเกษตร 71

2.2 สังคมเกษตร 73

1) ครวั เรือนเกษตรกร 73

2) องคก์ รเกษตรกร หนา้
3) อาสาสมัครเกษตรของจังหวัด 73
4) การสำรวจและคัดกรองเกษตรกร/บุคลากรภาครัฐของจังหวดั ระนอง 75
76
ตามนโยบาย Smart Farmer/Smart Officer
5) สมาชิกสภาเกษตรกรจงั หวัด 78
6) ปราชญ์ชาวบา้ นของจงั หวัดภายใตโ้ ครงการเกษตรตามแนวทฤษฎใี หม่ 79

โดยยดึ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 79
7) ศูนยจ์ ดั การดนิ ปุย๋ ชุมชน 81
8) ศูนยจ์ ดั การศัตรูพชื ชมุ ชน (คจช.) 82
9) ศูนย์เรยี นรูเ้ ศรษฐกิจพอเพียง 82
10) ศนู ยเ์ รยี นรู้การเพิ่มประสิทธภิ าพการผลติ สินค้าเกษตร (ศพก.) 85
2.3 ข้อมูลสำคัญ ดา้ นพชื ปศุสัตว์ และประมง 85
1) การเกษตรกรรม 92
2) การปศุสัตว์ 94
3) การประมง 98
2.4 การบริหารจดั การพ้นื ทเ่ี กษตรกรรมตามเขตความเหมาะสม
สำหรับสนิ ค้าเกษตรจังหวัดระนอง 99
2.5 สถานประกอบการเกย่ี วเน่ืองกับภาคการเกษตร 100
2.6 การขับเคล่ือนอาหารปลอดภยั ของจังหวดั ระนอง 107

สว่ นที่ 3 การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มด้านการเกษตรและสหกรณข์ องจังหวัด 107
1. การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายใน 108
1.1 จดุ แข็ง (Strengths: S)
1.2 จุดอ่อน (Weakness: W) 109
2. การวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก 111
2.1 โอกาส (Opportunity: O)
2.2 ภยั คกุ คาม (Threat: T) 111
3. การจดั ทำ TOWS Matrix 112
3.1 กลยุทธเ์ ชิงรุก (SO) 112
3.2 กลยุทธ์เชงิ ป้องกัน (ST)
3.3 กลยทุ ธเ์ ชิงแก้ไข (WO)

หน้า

3.4 กลยทุ ธ์เชิงรบั (WT) 114

4 บริบทการเปลย่ี นแปลงของสภาวะแวดลอ้ ม 122

ส่วนท่ี 4 แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวดั ระนอง (พ.ศ.2566-2570) ฉบบั ทบทวนปี 2564 133

 พน้ื ฐานความคดิ 133

 การประยกุ ต์ใช้ “กลยทุ ธน์ า่ นนา้ สขี าว” และ “เศรษฐกิจสเี ขยี ว” 134

กบั การพฒั นาภาคเกษตรของจงั หวัดระนอง

 กรอบแนวคดิ 134

 หลกั การของแผนพฒั นาการเกษตรและสหกรณ์จงั หวัดระนอง 134

1. วสิ ยั ทัศน์ (Vision) 134

2. พนั ธกจิ (Mission) 134

3. เป้าประสงค์หลัก (Goals) 135

4. ประเดน็ การพฒั นา (Strategic Issue) 135

5. สรุปประเดน็ การพฒั นาภายใต้แผนพฒั นาการเกษตรและสหกรณจ์ งั หวดั ระนอง 138

(พ.ศ.2566-พ.ศ.2570) ฉบับทบทวนปี 2564

6. แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จงั หวดั ระนอง (พ.ศ.2566-2570) 142

ส่วนท่ี 5 โครงการภายใตแ้ ผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณจ์ งั หวัดระนอง (พ.ศ.2566-2570) 143

ฉบับทบทวนปี 2564

ประเด็นการพฒั นาที่ 1 พัฒนาคุณภาพชวี ติ เกษตรกรและส่งเสริมองคก์ รเกษตรกรใหเ้ ข้มแขง็ 144

ประเดน็ การพฒั นาที่ 2 การพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตการจดั การสนิ ค้าเกษตร 149

และความม่ันคงปลอดภยั ด้านอาหาร

ประเด็นการพฒั นาที่ 3 เพม่ิ ศักยภาพทรัพยากรการผลติ และโครงสร้างพืน้ ฐานทางการเกษตร 158

ประเด็นการพฒั นาที่ 4 เพ่มิ ประสทิ ธิภาพการบริหารจัดการด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวดั 163

ภาคผนวก

สารบญั ตาราง

หนา้

ตารางท่ี 1 แสดงลักษณะภมู ิประเทศของพน้ื ที่ 34

ตารางที่ 2 แสดงปรมิ าณน้ำฝน ปี 2552-2563 (เฉลี่ยต่อเดือน) 35

ตารางท่ี 3 แสดงอณุ หภมู แิ ละความชนื้ สัมพทั ธส์ ูงสุด-ต่ำสดุ ปี 2552-2563 35

ตารางท่ี 4 แสดงชอื่ ปา่ ชุมชนและท่ีตง้ั ในจังหวัดระนอง 38

ตารางท่ี 5 แสดงการแบง่ เขตการปกครองของจังหวัดระนอง 45

ตารางท่ี 6 แสดงจำนวนประชากรครัวเรือนเกษตรกรของจังหวัดระนอง 46

ตารางที่ 7 แสดงจำนวนบ่อบาดาลและการใชน้ ้ำบาดาลทข่ี ออนุญาตกับสำนกั งานทรัพยากรธรรมชาติ 49

และสิ่งแวดลอ้ มจังหวัดระนอง ปี พ.ศ.2563

ตารางท่ี 8 แสดงจำนวนบอ่ บาดาลและการใช้นำ้ บาดาลข้อมูลจากสำนกั ทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 6 (ตรัง) 50

ตารางที่ 9 แสดงโรงงานแยกตามหมวดอตุ สาหกรรม 52

ตารางที่ 10 แสดงอุตสาหกรรมทีต่ อ่ เนื่องจากการประมง ปี 2563 53

ตารางที่ 11 แสดงโรงงานท่ีได้รับอนญุ าตประกอบกจิ การและเลกิ กิจการ 53

ตารางท่ี 12 แสดงบริษทั ทไ่ี ด้รับการสง่ เสริมการลงทุน 54

ตารางท่ี 13 แสดงจำนวนสถานศกึ ษาจำแนกตามสังกดั เปน็ รายอำเภอ 54

ตารางที่ 14 แสดงจำนวนนกั เรยี นและครู จำแนกตามสังกัดเป็นรายอำเภอ 54

ตารางท่ี 15 แสดงจำนวนผเู้ รยี น/นกั เรียน ในสงั กัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ 55

ตารางที่ 16 แสดงจำนวนวดั สำนักสงฆ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด และสามเณร เป็นรายอำเภอ 55

ตารางท่ี 17 แสดงประชากรจังหวดั ระนองตามเพศและสถานการณ์แรงงาน 58

ตารางท่ี 18 แสดงจำนวนผ้มู ีงานทำท่ีอยู่ในแรงงานนอกระบบจังหวดั ระนอง ป2ี 563 59

ตารางที่ 19 แสดงจำนวนผมู้ ีงานทำจงั หวัดระนองจำแนกตามอาชีพและเพศ ป2ี 563 60

ตารางท่ี 20 ครวั เรือนที่ยากจนของจงั หวดั ระนอง ปี 2562 61

ตารางที่ 21 แสดงลักษณะดินในพืน้ ทจี่ งั หวัดระนอง 67

ตารางที่ 22 แสดงกลมุ่ ชุดดนิ ทพี่ บในจงั หวดั ระนอง 68

ตารางที่ 23 แสดงการกระจายของกลมุ่ ดินท่ีพบในอำเภอต่างๆ 69

ตารางท่ี 24 แสดงพน้ื ท่ี สปก. ในจังหวัดระนอง 70

ตารางท่ี 25 แสดงการใชท้ ด่ี นิ เพ่อื การเกษตรแยกตามรายอำเภอ จังหวดั ระนอง ปี 2563 71

ตารางที่ 26 แสดงจำนวนผปู้ ระกอบการ จำนวนฟารม์ และเน้อื ที่เลยี้ งรวม จำแนกตามกล่มุ สัตวน์ ำ้ 72

ตารางที่ 27 แสดงขอ้ มลู การทำประมงชายฝ่ัง (เรือประมงต่ำกว่า 10 ตนั กรอส) ของจังหวดั ระนอง 72

ตารางที่ 28 แสดงครัวเรอื นเกษตรกรและรายไดเ้ ฉล่ยี ของครวั เรอื นรายอำเภอ 73

ตารางท่ี 29 ประเภทสหกรณ์และจำนวนสมาชกิ หนา้
ตารางท่ี 30 แสดงสถานะสหกรณ์ 73
ตารางท่ี 31 จำนวนและสมาชกิ กลมุ่ เกษตรกรจังหวัดระนอง 74
ตารางที่ 32 แสดงสถานะกลุ่มเกษตรกรจังหวัดระนอง 74
ตารางท่ี 33 แสดงจำนวนกลมุ่ และสมาชกิ ของสถาบันเกษตรกรจงั หวัดระนอง (รายอำเภอ) 74
ตารางที่ 34 แสดงจำนวนอาสาสมคั รเกษตรของจงั หวัดระนอง 75
ตารางท่ี 35 แสดงจำนวนกลุ่มและสมาชกิ กองทนุ ฟนื้ ฟูและพัฒนาเกษตร (รายอำเภอ) 75
ตารางท่ี 36 สรปุ ผลการสำรวจและคดั กรองเกษตรกรของจังหวัดระนอง 76
ตารางที่ 37 จำนวนเกษตรกรตามกรอบ Smart Farmer แบ่งตามสาขา 76
ตารางท่ี 38 แสดง Smart Officer จังหวัดระนอง 76
ตารางที่ 39 แสดงรายช่ือสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด 77
ตารางท่ี 40 แสดงรายชื่อศูนย์จัดการดนิ ปยุ๋ ชมุ ชน 78
ตารางท่ี 41 แสดงขอ้ มลู ศูนย์จัดการศัตรูพืชชมุ ชน (คจช.) 79
ตารางท่ี 42 แสดงข้อมลู ศูนย์เรยี นรูเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง 81
ตารางท่ี 43 แสดงข้อมลู ศูนยเ์ รียนรู้การเพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลติ สินค้าเกษตร 82
ตารางท่ี 44 แสดงพื้นที่ดำเนินงานระบบสง่ เสรมิ การเกษตรแบบแปลงใหญ่ ต้ังแตป่ ี 2559-2564 82
ตารางที่ 45 แสดงข้อมูลการปลกู ข้าวจังหวัดระนอง 83
ตารางที่ 46 แสดงขอ้ มลู การปลกู ยางพาราจังหวดั ระนอง 86
ตารางท่ี 47 แสดงข้อมลู การปลูกปาล์มน้ำมันจังหวัดระนอง 86
ตารางที่ 48 แสดงข้อมลู การปลกู กาแฟโรบสั ต้าจงั หวัดระนอง 87
ตารางท่ี 49 แสดงขอ้ มลู การปลูกมะมว่ งหิมพานตจ์ ังหวัดระนอง 87
ตารางที่ 50 แสดงข้อมูลการปลูกมังคดุ จงั หวดั ระนอง 88
ตารางท่ี 51 แสดงขอ้ มูลการปลูกทเุ รียนจงั หวัดระนอง 88
ตารางที่ 52 แสดงขอ้ มลู การปลกู ลองกองจงั หวัดระนอง 89
ตารางท่ี 53 แสดงขอ้ มลู การปลกู เงาะจังหวดั ระนอง 89
ตารางที่ 54 แสดงข้อมลู การปลูกสะตอจังหวดั ระนอง 90
ตารางท่ี 55 แสดงขอ้ มูลการปลกู หมากจงั หวดั ระนอง 90
ตารางที่ 56 แสดงขอ้ มลู การปลกู จำปาดะจงั หวัดระนอง 91
ตารางท่ี 57 แสดงขอ้ มูลการปลกู มะพรา้ วจงั หวัดระนอง 91
ตารางท่ี 58 แสดงการเคลื่อนย้ายสนิ คา้ ปศุสัตว์ ณ ปี 2562 92
ตารางที่ 59 แสดงการส่งซากสตั วม์ ีชีวิตออกนอกราชอาณาจกั ร (ร.9) ดา่ นกักกนั สัตวร์ ะนอง 92
93

ตารางที่ 60 แสดงปรมิ าณ ราคา มูลค่าไก่เน้ือ หน้า
ตารางที่ 61 แสดงปริมาณ ราคา มูลค่าสกุ ร 93
ตารางที่ 62 แสดงปรมิ าณ ราคา มูลค่าโคเนื้อ 93
ตารางท่ี 63 แสดงปรมิ าณ ราคา มลู ค่าแพะ 94
ตารางที่ 64 แสดงปรมิ าณ ราคา มลู ค่าประมงพาณชิ ย์ (นำ้ ลึก) 94
ตารางท่ี 65 แสดงปริมาณ ราคา มูลค่าประมงชายฝั่ง 94
ตารางท่ี 66 แสดงปริมาณ ราคา มลู ค่าเพาะเลีย้ งสตั วน์ ้ำจดื 96
ตารางท่ี 67 แสดงจำนวนสถานประกอบการท่ีเก่ยี วเน่ืองกบั ภาคการเกษตร 97
ตารางที่ 68 แสดงจำนวนโรงงานอตุ สาหกรรมท่ีเกย่ี วเน่ืองจากปาล์มน้ำมัน 99
ตารางท่ี 69 แสดงข้อมลู สนิ ค้าเกษตรที่ไดร้ ับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรยี ์ 100
ตารางที่ 70 แสดงข้อมลู สนิ ค้าเกษตรท่ีไดร้ ับการรับรองมาตรฐาน GAP 100
ตารางท่ี 71 แสดงขอ้ มลู สนิ ค้าเกษตรดา้ นพืชท่ีไดร้ ับการรับรองมาตรฐาน GAP 100
ตารางที่ 72 แสดงขอ้ มลู สินค้าเกษตรด้านประมงทไ่ี ดร้ ับการรบั รองมาตรฐาน 101
ตารางที่ 73 แสดงข้อมลู สนิ ค้าเกษตรดา้ นปศสุ ตั ว์ท่ีได้รับการรบั รองมาตรฐาน GAP จังหวัดระนอง 101
ตารางที่ 74 แสดงจำนวนรา้ นอาหารวัตถุดิบปลอดภัยเลือกใชส้ ินคา้ Q รายอำเภอ 102
ตารางที่ 75 แสดงจำนวนสถานท่จี ำหน่ายสนิ คา้ Q ประเภทแผงร้านคา้ ในตลาดสด 102
ตารางที่ 76 แสดงจำนวนสถานทจี่ ำหน่ายสนิ คา้ Q ประเภทรา้ นคา้ หน้าฟาร์ม 103
ตารางท่ี 77 แสดงร้านอาหารทีผ่ ่านเกณฑม์ าตรฐาน (Clean Food Good Taste) 104
ตารางท่ี 78 แสดงขอ้ มูลสถานทจี่ ำหนา่ ยเนอื้ สัตว์ (ปศุสัตว์ OK.) 104
ตารางที่ 79 แสดงจำนวนกลมุ่ เกษตรกรทีใ่ ชส้ ารอนิ ทรยี ์ ลดการใชส้ ารเคมีทางการเกษตร 105
ตารางท่ี 80 Tow Matrix เพื่อกำหนดกลยทุ ธ์ 106
114

สารบัญภาพ หนา้
33
แผนภาพที่ 1 แผนทจ่ี ังหวัดระนอง 36
แผนภาพที่ 2 แหลง่ น้ำธรรมชาติที่สำคญั 44
แผนภาพที่ 3 แผนท่รี อยเลือ่ นมีพลังกลุ่มรอยเลื่อนระนอง 58
แผนภาพท่ี 4 แสดงโครงสรา้ งประชากรจงั หวัดระนอง ปี 2563 62
แผนภาพท่ี 5 กราฟแสดงอัตราขยายตวั ของเศรษฐกิจจังหวดั ระนอง ปี 2558-2564 65
แผนภาพที่ 6 แผนภมู แิ สดงมูลค่าการค้ารวมชายแดนกับประเทศสาธารณรฐั แห่งสหภาพเมยี นมา 65
แผนภาพท่ี 7 แผนภมู แิ สดงมูลค่าการส่งออก เดือนธนั วาคม พ.ศ. 2563 66
แผนภาพที่ 8 แผนภูมแิ สดงมูลค่าการนำเข้า เดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 66
แผนภาพที่ 9 แผนภมู ิแสดงสถิตกิ ารค้าชายแดนไทย-เมียนมา เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2563
142
เทยี บกบั ชว่ งเวลาเดยี วกันของปีก่อน และการเปรยี บเทยี บมูลคา่ การคา้ ระหว่าง
เดอื นธนั วาคมและเดือนพฤศจกิ ายน 2563
แผนภาพท่ี 10 แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณจ์ งั หวดั ระนอง (พ.ศ.2566-2570)

ส่วนที่ 1
บทนำ

1. ความเปน็ มา
1.1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 72 รัฐพึง

ดำเนนิ การเก่ียวกับท่ีดิน ทรัพยากรน้ำ และพลังงาน (1) วางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของ
พื้นท่ี และศกั ยภาพของท่ีดินตามหลักการพัฒนาอย่างย่ังยืน (3) จัดให้มีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้
ประชาชนสามารถมีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม (4) จัดให้มีทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อการ
อุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้งการประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอื่น มาตรา 73 รัฐพึงจัดให้มี
มาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและ
คณุ ภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่ำและสามารถแข่งขันในตลาดได้ และพึงช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ให้
มีที่ทำกินโดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่นใด และมาตรา 75 รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับ
ประโยชน์จากความเจริญเติบโตไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1.2 แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
20 ปี มุ่งในการแก้ไขจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เอื้อต่อการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์
“เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” โดยมีแนวทางไปสู่เป้าหมาย คือ ประเด็นการ
พัฒนาท่ี 1 สรา้ งความเข้มแข็งให้กบั เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ประเด็นการพัฒนาที่ 2 เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ การ
ผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า ประเด็นการพัฒนาที่ 3 เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วย
เทคโนโลยีและนวัตกรรม ประเด็นการพัฒนาที่ 4 บริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
และยง่ั ยืน และประเด็นการพัฒนาท่ี 5 พฒั นาระบบบริหารจดั การภาครฐั

1.3 แผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)
ซงึ่ สอดคล้องกับแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) และนโยบายรัฐบาล ถือเป็น
กรอบแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะ 5 ปีแรก (พ.ศ.2560-2564) ภายใต้
วิสยั ทัศน์ “ภาคเกษตรก้าวไกลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลาดนำการผลิต ชวี ติ เกษตรกรมีคุณภาพ ทรัพยากร
การเกษตรมีความสมดุลและยั่งยืน” ครอบคลุมการพัฒนาภาคเกษตรใน 5 ด้าน โดยมีกระบวนการขับเคลื่อนแผน
ไปสู่การปฏิบัติ ผ่านกลไกขับเคลื่อนในระดับนโยบาย และหน่วยปฏิบัติ ที่จะช่วยกำกับให้ทุกหน่วยงานจัดทำ
แผนงาน/โครงการสำคัญท่ีสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา ภายใตแ้ ผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับ
ที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) รวมทั้งติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการสำคัญดังกล่าวให้บรรลุ
ผลสัมฤทธิ์ ซง่ึ จะเปน็ สว่ นหนึง่ ทช่ี ่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมัน่ คง มัง่ คั่ง ย่งั ยืน ไดใ้ นท้ายทีส่ ดุ

ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศบรรลุตามเป้าหมาย และการขับเคลื่อนการพัฒนา
ภาคการเกษตรในระดับพื้นที่เกิดผลสำเร็จอย่างเปน็ รูปธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมอบหมายให้สำนักงาน
เกษตรและสหกรณ์จังหวัดทกุ จังหวดั เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการบรู ณาการการจัดทำแผนพฒั นาการเกษตรและสหกรณ์
ของจังหวัด ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคีเครือข่าย โดยต้องมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบาย
และการพัฒนาในระดับต่างๆ ขณะเดียวกันก็ตอบสนองต่อความต้องการในการพัฒนาของประชาชนและศักยภาพ

2

ของพื้นที่ แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง พ.ศ.2561-2565 ฉบับทบทวนปี 2564 จึงเป็นศูนย์รวม
การพัฒนาภาคการเกษตรที่ครอบคลุมในทุกบริบทของการพัฒนาที่มีความสำคัญ โดยจังหวัดระนอง ขับเคลื่อนการ
จัดทำแผนดังกล่าว ผ่านคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นคณะทำงานฯ
ภายใตค้ ณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณข์ องจังหวดั

2. ความเชื่อมโยง ทิศทาง นโยบาย และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและ
สหกรณข์ องจงั หวดั
เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ

20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) นโยบายรัฐบาล แผนการพัฒนา
เกษตรและสหกรณ์ระยะ 20 ปี แผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาฯ นโยบายของกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ จึงกำหนดกรอบแนวคิดหลักในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด โดยมุ่งเน้นให้มี
ความเชือ่ มโยงสอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนาในระดับตา่ งๆ ดงั น้ี

2.1 ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580)
เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการ

พัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” นำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุข และตอบสนองต่อการบรรลซุ ่ึง
ผลประโยชน์แห่งชาติ ในการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างรายได้ระดับสูงเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และสร้าง
ความสขุ ของคนไทย สงั คมมีความมนั่ คง เสมอภาคและเปน็ ธรรม ประเทศสามารถแขง่ ขนั ไดใ้ นระบบเศรษฐกิจ
ประกอบด้วย 6 ดา้ นสำคญั ดังนี้

1) ด้านความม่นั คง
2) ด้านการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั
3) การพัฒนาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพคน
4) การสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกนั ทางสงั คม
5) การสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวิตทเ่ี ป็นมติ รต่อสิ่งแวดลอ้ ม
6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ
โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจ
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศใน
หลากหลายมติ ิ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกชว่ งวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมคี ณุ ภาพสร้างโอกาสและความเสมอ
ภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อ
ประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมนิ ผลการพฒั นาตามยทุ ธศาสตร์ ประกอบดว้ ย
1) ความอยดู่ มี สี ุขของคนไทยและสงั คมไทย
2) ขีดความสามารถในการแข่งขนั การพฒั นาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้
3) การพัฒนาทรพั ยากรมนุษยข์ องประเทศ
4) ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสงั คม
5) ความหลากหลายทางชวี ภาพ คณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม และความยัง่ ยนื ของทรัพยากรธรรมชาติ
6) ประสทิ ธิภาพการบริหารจัดการและการเขา้ ถึงการให้บริการของภาครัฐ

3

➢ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (3) ประเด็นการเกษตร (พ.ศ.2561-2580) โดยในแผน
แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร จะให้ความสำคัญกับการยกระดับการผลิตให้เข้าสู่คุณภาพ
มาตรฐานความปลอดภัย การใช้ประโยชน์จากความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของสินค้าเกษตร รวมถึงความ
หลากหลายทางชีวภาพในแต่ละพื้นที่ การพัฒนาสินค้าเกษตรและการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าและ
คุณค่าให้กับสินค้าเกษตร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรรมสมัยใหม่ในการผลิตและการจัดทำฟาร์ม
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนนุ และส่งเสริมการพัฒนาระบบนเิ วศของภาคเกษตร เพอ่ื เสริมสร้างให้การพัฒนามีการ
เตบิ โตอย่างต่อเนื่องและเขม้ แข็ง ประกอบดว้ ย 6 แผนยอ่ ย ดงั นี้

1) แผนยอ่ ยเกษตรอัตลักษณ์พ้ืนถ่ิน ประกอบดว้ ยแนวทางพัฒนา ดงั นี้
(1) ส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ด้วยการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา

นวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนากระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานที่
ตอบสนองตอ่ ความต้องการของผบู้ รโิ ภคท่หี ลากหลาย

(2) ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับความสามารถของเกษตรกรและชุมชนในการพัฒนา
สินค้าเกษตรอัตลักษณพ์ ื้นถิน่

(3) สร้างอัตลักษณ์หรือนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดให้กับสินค้า รวมทั้งการสร้าง
ความแตกต่างและโดดเด่นของสินค้าในแต่ละท้องถิ่นและสร้างตราสินค้าของเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ตลอดจน
เชือ่ มโยงไปสู่ภาคการผลิตอ่ืน

2) แผนยอ่ ยเกษตรปลอดภัย ประกอบดว้ ยแนวทางพัฒนา ดังนี้
(1) สนับสนุนการบริหารจัดการฐานทรัพยากรทางเกษตรและระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อ

สง่ิ แวดลอ้ ม และสง่ เสริมการผลิตในระบบเกษตรกรรมย่งั ยืน
(2) พัฒนาระบบคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยและระบบการตรวจรับรองคุณภาพจาก

สถาบันที่มีความน่าเชื่อถือในระดับต่างๆ พัฒนาคุณค่าทางโภชนาการของสินค้าเกษตรและอาหาร และพัฒนา
ระบบการตรวจสอบย้อนกลบั ใหเ้ ป็นทีย่ อมรับกบั ความต้องการของตลาดท้ังในประเทศและตา่ งประเทศ

(3) ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร ชุมชน ท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการ ให้สามารถผลิต
สนิ ค้าเกษตรและอาหารท่ีคุณภาพมาตรฐาน และสง่ เสรมิ การวิจยั พฒั นาสนิ ค้า

(4) สร้างความตระหนักรู้ของผู้ผลิตและผ้บู ริโภคถึงความสำคัญของความปลอดภัย และการ
ส่งเสรมิ ดา่ นการขยายตลาดการบรโิ ภคสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย

(5) สนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์วิถีชาวบ้าน ควบคู่การขยายตลาดเกษตรอินทรีย์ทั้งใน
และตา่ งประเทศ

3) แผนยอ่ ยเกษตรชีวภาพ ประกอบดว้ ยแนวทางการพัฒนา ดังนี้
(1) สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และ

เชือ้ จุลนิ ทรีย์
(2) ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิต การแปรรูป และการพัฒนาสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์

จากฐานเกษตรกรรมและฐานทรัพยากรชีวภาพ ยกระดับให้เกษตรกรเป็นผปู้ ระกอบการวสิ าหกิจการเกษตรขนาด
กลางและเล็ก และสนับสนุนให้มีการนำวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ในอุตสาหกรรมและพลังงาน
ท่ีเกี่ยวข้องเนอื่ งกบั ชวี ภาพได้อย่างมีประสิทธภิ าพ

4

(3) ส่งเสริมการปลูกพืชสมนุ ไพรให้เป็นพืชเศรษฐกิจตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม
ในแต่ละพื้นที่ มุ่งแปรรูปเพื่อป้อนในตลาดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สินค้าประเภทโภชนาเภสัช
ผลิตภณั ฑป์ ระเภทเวชสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มเคร่ืองสำอาง

(4) ส่งเสริมการทำการตลาดผ่านการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากเกษตร
ชีวภาพ ตลอดจนประโยชนแ์ ละสรรพคุณของสมุนไพรไทย

4) แผนยอ่ ยเกษตรแปรรปู ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดงั น้ี
(1) สง่ เสริมการพฒั นาและใช้วัตถุดิบและผลิตผลทางการเกษตรท่ีเชื่อมโยงไปสู่กระบวนการ

แปรรปู ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องท่เี กย่ี วข้อง
(2) ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงองค์ความรู้

และภมู ปิ ญั ญาที่ทนั สมัย มปี ระสทิ ธภิ าพในการแปรรูป สร้างความแตกต่าง และเพิม่ มูลค่าในผลิตภัณฑ์และสินค้า
เกษตร

(3) สนับสนุนการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิตหลังการ
เกบ็ เกย่ี ว และการแปรรปู

(4) ส่งเสรมิ การสร้างตราสินค้า และขยายช่องทางการตลาดดว้ ยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสรา้ งเครื่องหมายทางการค้าและการปกป้องสิทธิในทรัพยส์ นิ ทางปัญญา

5) แผนย่อยเกษตรอัจฉรยิ ะ ประกอบดว้ ยแนวทางการพัฒนา ดงั นี้
(1) ส่งเสริมการพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ปัจจัยการผลิต เครื่องจักรกลและอุปกรณ์

การเกษตร รวมท้งั เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมการเกษตรแห่งอนาคต
(2) พัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการเขา้ ถงึ และใชป้ ระโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมทาง

การเกษตร การจัดการภาคเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม องค์ความรู้ด้านการผลิตและการตลาด การใช้
ประโยชน์ จากเทคโนโลยีอวกาศและภมู ิสารสนเทศ เทคโนโลยีดจิ ทิ ัล ฐานข้อมูลสารสนเทศทางการเกษตรต่างๆ

(3) สนับสนุนและสง่ เสริมการทำระบบฟาร์มอัจฉริยะ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั และ
การใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวางแผนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการ
ของตลาด

6) แผนยอ่ ยการพฒั นาระบบนเิ วศการเกษตร ประกอบด้วยการพฒั นา ดังนี้
(1) เพิ่มประสิทธิภาพและการจัดการฐานทรัพยากรทางการเกษตร อนุรักษ์และรักษาฐาน

ทรัพยากรทางการเกษตรที่สำคัญ การคุ้มครองที่ดินการเกษตร การจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและชุมชนอย่างมี
ประสิทธิภาพตลอดจนใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลทรัพยากรทางการเกษตร และการบริหารจัดการพื้นที่
เกษตรกรรมอย่างเหมาะสม

(2) สร้างความมั่นคงอาหารให้กับครัวเรือนเกษตรกรและชุมชน สนับสนุนให้ชุมชนทางการ
เกษตรของท้องถิ่น ส่งเสริมการทำการเกษตรตามหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนให้หน่วยงาน
ของรัฐหรือท้องถิ่นในพื้นที่มีบทบาทดำเนินการให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารในมิติต่างๆ รวมถึงการดูแล
โภชนาการของประชาชนในทุกช่วงวัย สร้างเสถียรภาพด้านรายได้ของเกษตรกรและประชาชน การมีมาตรการ
รองรับสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรและอาหารได้อย่างทั่วถึง และการติดตามกา ร
เปลีย่ นแปลงของราคาอาหารและผลกระทบ

5

(3) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และการเฝ้าระวังและเตือนภัยสินค้าเกษตร ส่งเสริมให้มี
การพฒั นาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่มาตรฐานและครบวงจร ทัง้ เรือ่ งเกษตรกร ข้อมูล อุปสงค์และ
อุปทานสินค้าเกษตรที่มุ่งเน้นการตลาดนำการผลิต ข้อมูลพื้นที่เกษตรกรรม ข้อมูลมูลค่าสินค้าเกษตรการพัฒนา
ในมิติต่างๆ ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งให้เกษตรกรและผู้ใช้ประโยชน์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
ตลอดจนเชอ่ื มโยงข้อมลู ระหวา่ งหนว่ ยงานที่ประสทิ ธิภาพ วเิ คราะห์แนวโนม้ การผลติ สนิ ค้าเกษตร

(4) สง่ เสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรเช่ือมโยงไปถึงผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และหนว่ ยงานที่
เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาด้านการผลิตและด้านการตลาดของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการขยาย
เครือข่ายธุรกิจของวิสาหกิจและสหกรณ์ สนับสนุนให้มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน
มากขึ้น และมีกลไกในการดูแลให้เกษตรกรได้รับประโยชนจ์ ากการรวมกลุ่มและการเพิม่ มูลคา่ สินค้าเกษตรอย่าง
แทจ้ รงิ

(5) วจิ ยั พฒั นาเทคโนโลยีและนวตั กรรมสนับสนุนภาคเกษตร สนบั สนนุ และสง่ เสริมการวิจัย
พื้นฐาน รวมถึงการวิจัยเชิงประยุกต์ในด้านต่างๆ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการเข้าถึงองค์ความรู้เทคโนโลยี
ด้านการผลิตและการตลาด เทคโนโลยดี ิจิทลั และขอ้ มลู สารสนเทศ

(6) พัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์ ยกระดับการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้
มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหรือกลุ่มผู้บริโภค จัดให้มีระบบการตรวจรับรอง
คุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรอย่างเพียงพอ มีขั้นตอนการตรวจสอบที่รวดเร็ว และมีราคาเหมาะสม รวมถึงการ
วางระบบตรวจสอบย้อนกลบั

(7) ส่งเสริมด้านการตลาดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์การเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีและ
เครอื่ งมือตา่ งๆ ในการส่งเสรมิ และขยายตลาดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรในรปู แบบต่างๆ

(8) อำนวยความสะดวกทางการค้าและพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตร เพม่ิ ประสิทธิภาพ
การให้บริการทางการค้าและอำนวยความสะดวกแก่ผูป้ ระกอบการให้มีความรวดเรว็ และไม่เปน็ ภาระค่าใช้จ่ายใน
การทำธุรกรรมทางการค้า และเตรียมความพร้อมของสถานที่เก็บรวบรวม/รักษาคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์
เกษตรทมี่ คี ุณภาพและมาตรฐาน

2.2 แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)
การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนา ฉบับที่ 12 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเชื่อมต่อกับ

ยทุ ธศาสตร์ 20 ปี ในลกั ษณะการแปลงยุทธศาสตร์ระยะยาวสู่การปฏิบตั ิ โดยในแต่ละประเด็นการพัฒนาของ
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ได้กำหนดประเด็นการพัฒนาพร้อมทั้งแผนงาน/โครงการสำคัญที่ต้องดำเนินการ
ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วง 5 ปีแรก ของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมคน สังคม
และระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม
ประกอบดว้ ย 10 ประเด็นการพฒั นา ดังน้ี

ประเด็นการพัฒนาท่ี 1 การเสรมิ สร้างและพัฒนาศกั ยภาพทุนมนุษย์
ประเด็นการพฒั นาที่ 2 การสรา้ งความเป็นธรรมและลดความเหล่ือมล้ำในสังคม
ประเดน็ การพฒั นาที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกจิ และแขง่ ขนั ได้อยา่ งยั่งยืน
ประเด็นการพฒั นาท่ี 4 การเตบิ โตทเี่ ปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ มเพอ่ื การพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน

6

ประเดน็ การพัฒนาที่ 5 การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความ
ม่นั คงมง่ั คงั่ และยั่งยนื
การบริหารจัดการในภาครัฐ การปอ้ งกนั การทุจรติ ประพฤติมิชอบ
ประเดน็ การพัฒนาท่ี 6
และธรรมาภบิ าลในสังคมไทย การพฒั นาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสตกิ ส์
การพฒั นาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วจิ ัย และนวัตกรรม
ประเด็นการพฒั นาที่ 7 การพฒั นาภาค เมือง และพ้ืนทเี่ ศรษฐกจิ
ประเดน็ การพฒั นาที่ 8 ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศเพอ่ื การพัฒนา
ประเด็นการพัฒนาท่ี 9
ประเดน็ การพัฒนาที่ 10

2.3 นโยบายรัฐบาลที่เกย่ี วข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2.3.1 นโยบายหลัก 12 ด้าน (เฉพาะประเดน็ ด้านการเกษตร)
1. การพฒั นาเศรษฐกิจและความสามารถในการแขง่ ขนั ของไทย
1.1 การพฒั นาภาคอตุ สาหกรรม
พัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจ

สีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy) โดยนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมมา
พัฒนาต่อยอดและสรา้ งมูลคา่ เพ่ิมจากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมในการผลิตสินค้า
เกษตร อุตสาหกรรม และบริการของท้องถิ่น ปรับระบบการบริหารจัดการการผลิตและระบบโลจิสติกส์
ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า การบริหาร
จัดการของเสียอุตสาหกรรมและขยะแบบคลัสเตอร์ระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด
กลุ่มจังหวัด เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับกฎระเบียบทางด้าน
สงิ่ แวดล้อมในระดบั ประเทศและระหวา่ งประเทศ

1.2 พัฒนาภาคเกษตร
1) รกั ษาเสถียรภาพราคาสนิ ค้าเกษตรและรายได้ให้กับเกษตรกรในสินค้าเกษตร

สำคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย และข้าวโพด โดยผ่านเครื่องมือและมาตรการที่
เหมาะสม มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นภาระกับงบประมาณแผ่นดินเกินสมควร จัดให้มีระบบประกันภัยสินค้า
เกษตร การพัฒนาระบบตลาดที่เชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรถึงผู้ประกอบการแปรรูปและผู้บริโภคอย่าง
เป็นธรรม การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือในการขยายและเข้าถึงตลาดในรูปแบบต่างๆ การอำนวยความ
สะดวกในการคา้ และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตรท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ

2) ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดภาวะ
ทางการเงินการคลังของภาครัฐ โดยจัดให้มีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการเกษตร
ครบวงจร ตั้งแต่การปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก ปุ๋ย เครื่ องจักรกล
และอุปกรณ์ทางการเกษตร แหล่งน้ำ และระบบไฟฟ้าเพื่อการเกษตร การลดภาระหนี้สินโดยให้เกษตรกร
เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่มีต้นทุนต่ำ การลดความเสี่ยงจากราคาพืชผลทางการเกษตร การพัฒนาทักษะ
อาชีพเสรมิ รายได้ รวมท้ังการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเพ่มิ ผลผลติ และการปรับเปล่ยี นการผลิตให้
เหมาะสมกับฐานทรัพยากรในพื้นที่และความต้องการของตลาด นำระบบข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ระบบ

7

แผนที่เกษตรเพื่อการจัดเขตพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) และส่งเสริมกลไกอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านรวมท้ัง
ระบบการบรหิ ารจดั การเชงิ รกุ มาใช้ในการบรหิ ารจัดการการผลติ สินค้าเกษตรใหเ้ หมาะสมกบั พนื้ ที่

3) พัฒนาองค์กรเกษตรกรและเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพ
และพัฒนาความเชื่อมโยงของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ในทุกระดับ โดยเฉพาะด้านการตลาด
การค้าออนไลน์ ระบบบัญชี เพื่อขยายฐานการผลิตและฐานการตลาดของสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง
มีความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ไปสู่เกษตรกรอัจฉริยะ เพื่อการพัฒนาภาค
เกษตรได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

4) ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพ
ชวี ิตใหก้ ับเกษตรกร โดยใช้ประโยชน์จากฐานความหลากหลายทางชวี ภาพ การลด ละ เลิกใช้ยาปราบศตั รูพืชโดยเร็ว
โดยตอ้ งจดั หาสารทดแทนทม่ี ีประสทิ ธิภาพเพยี งพอและเปน็ ที่ยอมรบั ของเกษตรกร การสง่ เสริมการผลติ สนิ ค้าเกษตร
ท่มี มี ลู ค่าเพิ่มและโอกาสทางเศรษฐกิจ อาทิ เกษตรอินทรีย์ เกษตรอตั ลักษณ์พื้นถนิ่ เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ
และเกษตรแปรรูป เพื่อต่อยอดสู่เกษตรอุตสาหกรรม ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีในการพัฒนา
สนิ ค้าเกษตรและผลิตภณั ฑ์ รวมท้งั สง่ เสริมการผลติ สนิ ค้าเกษตรให้ได้คณุ ภาพมาตรฐานความปลอดภยั

5) ดูแลเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกิน
แหล่งเงินทุน โครงสรา้ งพื้นฐาน และปจั จัยการผลติ ต่างๆ รวมทง้ั ดูแลและลดความเสียหายจากการทำการเกษตร
ในพื้นท่ปี ระสบภยั ทางธรรมชาติซ้ำซาก โดยกำหนดเขตพน้ื ที่เกษตรกรรม (Zoning)

6) ส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ และให้
ความรู้ในการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการปลูก บำรุงรักษา ดูแล และการแปรรูป
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซ่ึงจะชว่ ยเพ่ิมรายไดใ้ ห้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

7) ส่งเสริมการทำปศุสัตว์ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยส่งเสริมการตลาด วิจัย
และพฒั นาพันธ์ุสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์พื้นบ้าน อาทิ โคเนื้อ แพะ และแกะ เพอ่ื สรา้ งมูลค่าเพ่ิม พัฒนามาตรฐาน
การผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค
ท้ังภายในประเทศและตา่ งประเทศ รวมทง้ั สนบั สนุนการสง่ ออกผลติ ภัณฑ์ดังกล่าวไปส่ตู ลาดโลก

8) ฟื้นฟูและสนับสนุนอาชีพการทำประมงให้เกิดความยั่งยืนบนพื้นฐานของการ
รักษาทรัพยากรทางการประมงและทรัพยากรทางทะเลให้มีความสมบรู ณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขีดความสามารถ
การทำประมงอย่างถูกต้องในกลุ่มประมงพ้ืนบา้ นและเชิงพาณิชย์ การเข้าถึงแหลง่ เงินทนุ เพ่ือเพ่ิมศักยภาพในการ
สร้างรายได้และลดต้นทุนการทำประมง ลดอุปสรรคในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมการรวมกลุ่มประมงชายฝ่ังและ
ประมงพื้นบา้ น เพ่อื สร้างพลงั ในการประกอบอาชีพควบคู่ไปกับการอนุรักษพ์ ้ืนท่ี และเร่งการพฒั นาการเพาะเล้ียง
ในทะเลที่สอดคล้องกับแผนการใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภูมิปัญญาในการแปร
รปู มาเพ่มิ มลู ค่าผลิตภณั ฑ์และสินค้าประมง

2. การพฒั นาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก
ส่งเสรมิ วสิ าหกจิ ชุมชนและผลิตภัณฑช์ มุ ชน สร้างมูลค่าเพิ่มวสิ าหกิจชุมชนผ่านอัตลักษณ์

ของพื้นที่ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ของไทย ผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหน่ึง
ผลิตภัณฑ์และสหกรณ์ในชุมชนให้สามารถใช้ประโยชน์และต่อยอดจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญา
วัฒนธรรม และทรัพยากรในพื้นที่ รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าผลิตภัณฑ์และบริการ

8

ของชุมชนที่มีอัตลักษณ์และมีมาตรฐานการผลิตตามหลักสากล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นำไปสู่
การเศรษฐกิจชุมชนท่ีสามารถพงึ่ พาตนเองได้อย่างยั่งยนื และมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวัดมากขึ้น

3. การฟนื้ ฟทู รัพยากรธรรมชาตแิ ละการรักษาส่ิงแวดล้อมเพ่ือสร้างการเติบโตอยา่ งยั่งยนื
3.1 ปรับปรุงระบบที่ดินทำกินและลดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดิน โดยจัดสรร

ที่ดินทำกนิ และท่ีอยู่อาศัยให้แก่ราษฎรท่ียากไร้และเกษตรกรตามหลักการของคณะกรรมการนโยบายทด่ี ินแห่งชาติ
การกระจายสิทธิการถือครองให้แก่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รุกล้ำ และมีมาตรการป้องกันการเปลี่ยนมือไปอยู่ใน
ครอบครองของผู้ที่มิใช้เกษตรกรและผู้ยากจน จัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการที่ดิน จัดทำหลักฐาน
การถือครองที่ดินของรัฐทุกประเภท จัดทำแผนที่แสดงแนวเขตที่ดินของรัฐให้ชัดเจน และเร่งแก้ไขปัญหาเขตที่ดิน
ทับซอ้ นและแนวเขตพ้ืนที่ป่าที่ไม่ชัดเจน เพือ่ ลดขอ้ ขัดแยง้ ระหว่างประชาชนกับเจา้ หน้าทรี่ ัฐ

3.2 ส่งเสริมการบริหารจดั การนำ้ ทั้งระบบ แหลง่ นำ้ ชุมชน และทะเล โดยเช่อื มโยงกับ
แผนบริหารจดั การน้ำ 20 ปี ของประเทศ เพิ่มผลิตในการจัดการและการใช้นำ้ ทุกภาคสว่ น จัดให้มีน้ำสะอาด
ใช้ทุกครัวเรือนในชุมชนชนบท ในปริมาณ คุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้ มีระบบการจัดการน้ำชุมชนท่ี
เหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมฟื้นฟู อนุรักษ์ พื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่พักน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ แอ่งน้ำ
บาดาล การระบายน้ำชายฝงั่ เพม่ิ ผลิตภาพของนำ้ ทั้งระบบ และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้น้ำให้ทดั เทยี มระดับ
สากล ดูแลภัยพิบัติจากน้ำ พัฒนาการจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำทั้งระบบ และเพิ่มพื้นที่ชลประทาน เพื่อลดความ
เหลื่อมล้ำ และสร้างระบบจัดสรรน้ำที่เป็นธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้ชมุ ชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำในชุมชน
ตามแนวพระราชดำริ

3.3 แก้ไขปัญหากา๊ ซเรือนกระจกและผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ
โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างสังคมคาร์บอนต่ำและปลอดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5
ไมครอน กำหนดมาตรการควบคุมการเผาพื้นที่ทำการเพาะปลูก ปรับปรุงการบรหิ ารจัดการภัยพิบัติทั้งระบบ
และสร้างความรู้ความเข้าใจของประชาชนในการรับมือและปรับตัว เพื่อลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของ
ภาครัฐและภาคเอกชนทีเ่ ป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีสว่ นร่วมในการพัฒนาปรับปรุง
ระบบบริหารจัดการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายตาม
พนั ธกรณรี ะหว่างประเทศท่ีไทยเข้าร่วมและใหส้ ตั ยาบันไว้

3.4 พัฒนากลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยให้ความสำคญั กับการจัดทำระบบการประเมินสิง่ แวดล้อมระดบั ยุทธศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมอื เชิงนโยบาย
ในการเพิ่มขีดความสามารถในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกันของภาคส่วนต่างๆ ในสังคม
และบูรณาการการทำงานระหว่างหนว่ ยงานภาครัฐท้ังระดับประเทศ รายสาขา และเชิงพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การ
พัฒนาอย่างยั่งยืน ลดความขัดแย้งระหว่างยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะระหว่างยุทธศาสตร์รายสาขากับ
ยุทธศาสตรเ์ ชิงพนื้ ท่ี

2.3.2 นโยบายเรง่ ดว่ น 12 เรอ่ื ง (เฉพาะประเด็นดา้ นการเกษตร)
1) การแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยลดข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ

ของคนไทย การจัดการระบบการขนส่งสาธารณะผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ทบทวนรูปแบบและมาตรฐานหาบเร่
แผงลอยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อยังคงเอกลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งร้านอาหารริมถนน ทำให้

9

บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม แก้ไขปัญหาหนี้สินและลดภาระหนี้สินของประชาชนในกองทุน
หมู่บ้าน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหนี้สินนอกระบบ การฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนโดยครอบคลุม
ไปถงึ การฉอ้ โกงหลอกลวงผา่ นระบบออนไลน์ ปรับปรงุ ระบบภาษีและการใหส้ ินเช่ือที่เอ้อื ใหป้ ระชาชนสามารถ
มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ตามความพร้อม ปรับปรุงระบบที่ดินทำกินให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ จัดทำ
แนวทางการกำหนดสิทธิและการจัดการสิทธิในที่ดินของเกษตรกรที่เหมาะสม ลดอุปสรรคในธุรกิจประมง
พาณิชย์และประมงชายฝง่ั รวมท้ังช่วยดแู ลประมงพ้ืนที่ โดยยงั ตอ้ งสอดคล้องกบั มาตรฐานด้านการประมงของ
องค์กรระหว่างประเทศ

2) การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม โดยจัดพื้นที่การเกษตรให้
สอดคล้องกับระบบบริหารจัดการน้ำและคุณภาพของดินตาม Agri-Map กำหนดเป้าหมายรายไดเ้ กษตรกรให้
สามารถมีรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพในสินค้าเกษตรสำคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา
มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย และข้าวโพด ด้วยการชดเชย การประกันรายได้ ส่งเสริมระบบประกันภัยสินค้า
เกษตร หรือเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางวินัยการเงินการคลังของภาครัฐใน
ระยะยาว ส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา และศึกษารูปแบบระบบแบ่งปันผลกำไรสินค้าเกษตรที่เป็นธรรมแก่
เกษตรกร แก้ไขปัญหาข้าวครบวงจร ส่งเสริมการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานของประเทศ ส่งเสริมการใช้ผลผลิตทางการเกษตรในอุตสาหกรรมพลังงาน สร้างนวัตกรรมและ
เครอื่ งมอื ทางการเกษตรในราคาท่ีเขา้ ถงึ ได้ เพอ่ื ลดตน้ ทุนการผลิต ควบคมุ มาตรฐานการใช้สารเคมหี รือปุ๋ยเคมี
ในการเกษตรเพื่อนำไปสู่การลด ละ เลิกการใช้สารเคมหี รือปุ๋ยเคมี โดยจัดหาส่ิงทดแทนท่ีมปี ระสิทธิภาพและ
เปน็ ที่ยอมรับของเกษตรกร ต่อยอดภมู ปิ ัญญาและความร้ขู องปราชญ์ชาวบ้านในการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์
เกษตรแปรรูป รวมทั้งเร่งศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง และพืชสมุนไพรในทาง
การแพทย์ อตุ สาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภณั ฑอ์ ืน่ ๆ เพอื่ สรา้ งโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ของ
ประชาชน โดยกำหนดกลไกการดำเนินงานที่รดั กมุ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามที่กฎหมายบญั ญัตไิ ว้
อย่างเคร่งครัด

3) การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต โดยต่อยอดอุตสาหกรรม
เป้าหมายและวางรากฐานการพัฒนาภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจ
สีเขียว ดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเขตเศรษฐกิจพิเศษ เมืองอัจฉริยะ
และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย รวมทั้งวางรากฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายในระบบ
5G ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมและชุมชน ในการเข้าถึงตลาด
ในประเทศและตลาดโลกผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีสื่อสาร
สมัยใหม่ในการให้บริการสาธารณสุขและการศึกษาทางไกล การสร้างผู้ประกอบการอัจฉริยะทั้งในส่วน
ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เกษตรกร รวมถึงผู้ประกอบการยุคใหม่ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้
ปญั ญาประดษิ ฐเ์ พือ่ เป็นฐานในการขบั เคลื่อนประเทศด้วยปญั ญาประดิษฐ์ในอนาคต

4) การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย ตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดภัย
การให้ความช่วยเหลือระหว่างเกิดภัย และการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยจัดระบบติดตามสถานการณ์อย่าง
ต่อเน่อื งและกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เพ่อื ให้สามารถบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด
และทนั ทว่ งที รวมทงั้ พฒั นาการปฏิบัตกิ ารฝนหลวงให้มีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน

10

2.4 แผนการพัฒนาเกษตรและสหกรณร์ ะยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำแผนเกษตรและสหกรณ์ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)

เพอื่ เปน็ กรอบแนวทางในการพัฒนาภาคเกษตรใหส้ ามารถดำเนนิ การได้อย่างต่อเนื่องและมปี ระสิทธิภาพ โดย
มุ่งในการแก้ไขจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เอื้อต่อการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์
“เกษตรกรมนั่ คง ภาคการเกษตรมง่ั คงั่ ทรพั ยากรการเกษตรยง่ั ยนื ” โดยมปี ระเด็นการพัฒนาทส่ี ำคัญ ดังน้ี

ประเดน็ การพฒั นาที่ 1 สร้างความเขม้ แข็งใหก้ บั เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร
แนวทางการพัฒนา

1) สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร Smart Farmer, Smart Group,
Smart Enterprise

2) เสริมสรา้ งความภูมใิ จและความม่นั คงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
3) บริหารจัดการแรงงานภาคเกษตรและเทคโนโลยีเพื่อทดแทนแรงงานอย่างเป็นระบบรองรบั
สงั คมเกษตรผสู้ ูงอายุ
ประเด็นการพฒั นาที่ 2 เพมิ่ ประสิทธิภาพการผลติ และยกระดับมาตรฐานสนิ ค้า
แนวทางการพฒั นา
1) พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพมาตรฐานสินค้าสู่มาตรฐานระดับสากล โดยใช้
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยีและความรู้แบบองคร์ วม
2) ส่งเสริมการเกษตรตลอดโซ่อุปทานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและมูลค่าสูง มุ่งสู่
การเป็นฟารม์ อัจฉริยะ
ประเด็นการพัฒนาท่ี 3 เพิ่มความสามารถในการแขง่ ขนั ภาคการเกษตรดว้ ยเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม
แนวทางการพัฒนา
1) พัฒนาเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพื่อการขบั เคล่อื นเกษตร 4.0 ภายใต้ Thailand 4.0
2) บรหิ ารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการเกษตรให้เกษตรกรเขา้ ถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้อยา่ งทว่ั ถงึ
3) พัฒนางานวิจัยและสารสนเทศให้ไปสู่เชิงพาณิชย์ ประชาสัมพันธ์และเชื่อมโยงเครือข่าย
ขอ้ มลู ในระดบั โลก
ประเด็นการพฒั นาที่ 4 บรหิ ารจัดการทรัพยากรการเกษตรและส่ิงแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
แนวทางการพัฒนา
1) บริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับ SDGs (Sustainable
Development Goals)
2) ฟืน้ ฟูและอนรุ ักษท์ รัพยากรการเกษตรให้มีความสมดุลและยงั่ ยนื
ประเด็นการพัฒนาท่ี 5 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครฐั
แนวทางการพฒั นา
1) พฒั นาบุคลากรและนักวจิ ัย ให้เป็น Smart Officer และ Smart Researchers
2) เชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานของหน่วยงานทุกภาคส่วนโดยกลไกประชารัฐ และปรับ
ระบบบรหิ ารงานใหท้ นั สมัย
3) ปรบั ปรุงและพฒั นากฎหมายด้านการเกษตรเพือ่ รองรบั บริบทการเปล่ยี นแปลง

11

2.5 การพฒั นาการเกษตรในช่วงแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564)
2.5.1 กรอบแนวคิดการพฒั นา
1) เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาการเกษตร โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ใน

การดำรงชีวติ ประจำวนั เพอ่ื ใหเ้ กษตรกรพฒั นาระบบการผลิตให้สามารถเลยี้ งตัวเองได้ตามหลกั ความพอประมาณ
2) แรงงานภาคการเกษตรมีแนวโน้มลดลงและการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริม

การใช้เครื่องจักรกลทดแทนแรงงานเกษตร การพัฒนาฝีมือแรงงานภาคการเกษตร การคุ้มครองและการสร้าง
หลักประกนั ทางสังคมให้กบั แรงงานเกษตร

3) การปรับตวั ของเกษตรกรสู่เกษตรกรมืออาชีพ (Smart Farmer) โดยให้ความสำคัญกับการ
พฒั นาเกษตรกรเปน็ Smart Farmer ทมี่ คี วามพรอ้ มท้ังแง่องค์ความรดู้ ้านการผลิต การตลาด มีการนำเทคโนโลยี
ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิธีการปฏิบัติที่ดีมาใช้ผสมผสานกับองค์ความรู้สมัยใหม่ที่เหมาะสมในการพัฒนาการ
เกษตร โดยคำนึงถึงคุณภาพมาตรฐานและปริมาณความต้องการของตลาด รวมถงึ ความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและ
สิง่ แวดลอ้ มเปน็ สำคัญ

4) การสง่ เสรมิ การทำเกษตรในรูปแบบของการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกร องคก์ รเกษตรกร
และสถาบันเกษตรกร โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร โดยการรวมกลุ่มเกษตรกร และพัฒนา
เครอื ขา่ ยเกษตรกร องคก์ รเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเกษตรกรสามารถพึ่งพา
ตนเองได้อยา่ งยัง่ ยืน

5) การบรหิ ารจดั การสนิ ค้าเกษตร โดยเน้นในเร่ืองการวางแผนความต้องการและการผลิตสินค้า
เกษตร (Demand & Supply) การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การจัดทำข้อมูลการผลิตและการตลาด ส่งเสริมการ
แปรรปู สินค้าเกษตรเพื่อเพมิ่ มูลค่า

6) มาตรฐานสินค้าเกษตร การพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง
ภาครัฐกับเอกชนที่จะช่วยบริหารจัดการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นสากลทั้งในและนอกประเทศ สนับสนุนให้ประเทศ
ไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร รวมทั้งผลักดันให้ประเทศผู้ผลิตอื่นตระหนักถึง
ความสำคญั ของระบบการผลิตท่ีดีตลอดโซ่อปุ ทาน

7) โลจิสติกส์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตร โดยยกระดับบุคลากรภาครัฐ
เกษตรกร/สถาบันเกษตรกร เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาทักษะการบริหารจัดการโลจิสติกส์
ระดบั ฟารม์ ให้ความสำคัญกับกิจกรรมโลจิสติกสต์ ้ังแต่วางแผนการปลูก จดั หาปจั จยั การผลิต การรวบรวม การ
แปรรปู การเก็บสต็อก การขนส่ง การส่งออก และการตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและ
นวตั กรรมมาประยุกต์ใช้

8) ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน การใช้พลังงานของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้
หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยหันมาพึ่งพาการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความ
ต้องการพืชพลังงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากทั้งปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการส่งออกที่มาก
ขึ้นความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการเกษตร ที่ผ่านมามีการนำพืช
อาหารไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานทดแทน ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหากรณีที่พืชอาหารล้นตลาดและราคาน้ำมนั
สูงได้ส่วนหนึ่ง คาดว่าในอนาคตความต้องการ พลังงานทดแทนจะเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลควรวางแผนและ
คาดการณ์ปริมาณการผลิตและความต้องการใช้พืชอาหารและพลังงานอย่างสมดุลในระยะสั้น ปานกลาง

12

และระยะยาว โดยกำหนดเป้าหมายรว่ มระหวา่ งภาคเกษตร อตุ สาหกรรม และพลังงาน โดยมงุ่ ให้ความสำคัญ
กับการสรา้ งความม่ันคงทางอาหารเปน็ ลำดับแรก

9) การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาภาคเกษตรต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ
และสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก ซง่ึ การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำใหม้ ีการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้
ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างสิ้นเปลือง ขาดความระมัดระวัง และไม่คำนึงถึงข้อจำกัด และ
ความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว
ดังนน้ั การวางมาตรการและแนวทางเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือและสนบั สนุนการผลติ ท่ีเป็นมติ รกับส่ิงแวดล้อม
จึงมีความสำคัญอย่างมากในการพฒั นาภาคการเกษตรของไทย

10) การวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร การวิจัย
และพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า
ต้องมีงานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมต่อยอดจากสินค้าเกษตร รวมทั้งการสร้างเครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการเกษตร
สง่ิ ทีท่ ำให้การวจิ ัยและพัฒนาดา้ นการเกษตรไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรเนื่องจากการขาดแคลนนักวิจัย ภาคราชการยัง
ไม่มีแรงจูงใจสำหรับนักวิจัย ข้าราชการในเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพ งบประมาณด้านการวิจัยมีน้อยเมื่อเทียบ
กับประเทศอื่นๆ การกำหนดโจทย์วิจัยขาดการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนในท้องถิ่น ทำให้ไม่สามารถ
นำไปใชป้ ระโยชน์ได้อย่างแท้จริง งานวจิ ัยเชิงนวตั กรรมและความคิดสรา้ งสรรค์เพ่ือเพิ่มมลู ค่าสินค้าเกษตรมีน้อย
และเป็นข้อจำกัดของภาคราชการที่ไม่สามารถนำผลงานวิจยั ไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โครงการวิจยั
ท่ที ำไม่มีความต่อเน่ือง เนอื่ งจากงบประมาณสนับสนุนไม่เพยี งพอ งานวิจัยดา้ นการเกษตรกระจายอยู่ในทุกสาขา
ท้ังด้านวิทยาศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และไม่มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ปัญหาเหล่าน้ี
จำเป็นต้องไดร้ ับการแก้ไขอย่างเปน็ ระบบและต่อเนอื่ ง

11) กฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเกษตร จากกระแสโลกาภิวัตน์
ที่การสื่อสารไร้พรมแดน ทำให้โลกเชื่อมโยงถึงกันอย่างรวดเร็ว เกิดบริบทใหม่ๆ ด้านการเกษตร ส่งผลให้
กฎระเบียบและกฎหมายที่ใช้อยู่ในประเทศบางส่วนไม่ทันสมัย และบางประเด็นยังไม่มีกฎระเบียบและกฎหมาย
รองรับ อาทิ เรื่องของการรับมือกับปัญหาโลกร้อน และการลงทนุ ภาคการเกษตรอย่างรับผดิ ชอบ

ดังนั้น จึงเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกำกับ ดูแล
ตรวจสอบ และประมวลผลกระทบเชิงนโยบายเพื่อเสนอกฎหมายใหม่ หรือระเบียบปฏิบัติรองรับการทำงาน
ในอนาคตให้สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึง
ปรบั แกไ้ ขกฎหมายเดมิ ให้ทันสมยั และปรับปรงุ เพื่อสนับสนนุ การทำงานของเจา้ หน้าท่ีในการปฏบิ ตั ิงาน

12) ความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างประเทศ การพัฒนาการเกษตรที่ผ่านมามีการรวมกลุ่ม
ทางเศรษฐกิจ กรอบความรว่ มมือข้อตกลงระหว่างประเทศและพนั ธกรณีต่างๆ ดา้ นการเกษตรท้ังในระดบั ภูมิภาค
พหุภาคี อนุภูมิภาค ทวิภาคี และกรอบความร่วมมือกับกลุ่มประเทศ ประเด็นสำคัญที่ควรพัฒนา คือ การศึกษา
กฎระเบยี บและกฎหมายของประเทศคู่ค้าทีจ่ ะมีผลกระทบต่อการค้าสนิ คา้ เกษตร มาตรการนำเข้า-ส่งออก สินค้า
เพอื่ การปรับตัวและเตรยี มมาตรการรองรับอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทงั้ การมีมาตรการเชิงรุก เพอ่ื ใหป้ ระเทศไทย
ไดร้ ับประโยชน์จากการเข้าร่วมเปน็ สมาชิกกลุ่ม และการจดั ทำข้อตกลงระหว่างประเทศภายใต้กรอบตา่ งๆ

13) การบริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อรองรับการค้าชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ การค้า
ชายแดนระหวา่ งประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบา้ น มีส่วนสำคญั ตอ่ เศรษฐกจิ ไทยเป็นอยา่ งมาก สามารถสร้างรายได้

13

เข้าประเทศไทยได้ปีละเป็นแสนล้านบาท ซึ่งการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน มีแนวโน้มเพิ่มข้ึน
มาโดยตลอด ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของ การค้าชายแดน โดยมุ่งหวัง
จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่สำหรับธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น บริเวณชายแดนหรือประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อ
สร้างโอกาสใหค้ นในชมุ ชนมีรายได้ มีงานทำ ยกระดับคุณภาพชีวิต ภายในพ้ืนที่

2.5.2 ทิศทางการพัฒนา
1) วสิ ยั ทศั น์
“ภาคเกษตรก้าวไกลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลาดนำการผลิต ชีวิตเกษตรกร

มีคุณภาพ ทรัพยากรการเกษตรมีความสมดลุ และยัง่ ยืน”
2) พันธกิจ
(1) พฒั นาคุณภาพชีวติ เกษตรกรให้มคี วามมนั่ คง
(2) พฒั นาเศรษฐกิจการเกษตรให้เตบิ โตอย่างมีเสถยี รภาพ
(3) ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตลอดโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับความ

ตอ้ งการของตลาดและส่งเสริมงานวิจยั เทคโนโลยี และนวตั กรรมเพ่ือนำมาใชป้ ระโยชน์
(4) ส่งเสรมิ ให้มกี ารบริหารจัดการทรพั ยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

3) วตั ถปุ ระสงค์ เปา้ หมาย และตัวช้วี ัด
(1) วตั ถุประสงค์
- เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรม สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีการ

ถา่ ยทอดความรู้อย่างต่อเนื่อง เกดิ การรวมกลุ่มเกษตรกรและเชื่อมโยงเครือข่ายกบั ภายนอกอย่างเข้มแข็ง และลด
ความเหลือ่ มล้ำทางรายได้

- เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรยกระดับผลิตภาพ ประสิทธิภาพ
คุณภาพ มาตรฐาน รวมทัง้ สร้างมูลค่าเพ่มิ สินค้าเกษตร ใหต้ อบสนองความต้องการของตลาด

- เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร รวมทั้งพัฒนางานวิจัย
เทคโนโลยี และนวตั กรรมมาใชป้ ระโยชน์

- เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถ
ปรบั ตวั และสรา้ งภูมิคมุ้ กันรองรับต่อการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมิอากาศได้

(2) เปา้ หมาย
- ความผาสกุ ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 85 ในปี 2564
-เกษตรกรมีรายไดเ้ งินสดสทุ ธทิ างการเกษตรเพ่ิมข้นึ เปน็ 59,460บาทตอ่ ครัวเรือนในปี 2564
- เศรษฐกิจภาคเกษตรเตบิ โตเฉล่ียร้อยละ 3 ต่อปี
- จำนวนงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตรถูกนำไปใช้ประโยชน์

เพ่มิ ข้นึ อย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี
- ทรัพยากรการเกษตรไดร้ บั การฟ้ืนฟูและใชป้ ระโยชน์อย่างสมดลุ และยั่งยืนเพิม่ ขึ้น

(3) ตวั ชีว้ ดั
- ดัชนชี ีว้ ดั ความผาสกุ ของเกษตรกร
- รายได้เงนิ สดสุทธิทางการเกษตร

14

- GDP ภาคเกษตร
- จำนวนงานวจิ ยั เทคโนโลยี และนวัตกรรมทีน่ ำไปใช้ประโยชน์
- ทรัพยากรการเกษตรท่ีมีการบริหารจัดการอย่างมปี ระสิทธิภาพ
4) ประเดน็ การพัฒนาการเกษตร
ประเด็นการพัฒนาที่ 1 สร้างความเข้มแข็งใหก้ ับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อให้
เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ มีความมั่นคงและภาคภูมิใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งพัฒนาศักยภาพ
ของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตร บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ต่อเนื่องมาตั้งแต่แผนพัฒนาการเกษตร ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 – 10 โดยเน้นการขยายผลทางการเกษตร
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เสริมสร้างความภาคภูมิใจและความมั่นคงในการประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมด้วยการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร สร้างระบบสวัสดิการและดำเนินการ
ปรับโครงสร้างหนี้สินให้กับเกษตรกร ส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนให้เห็นผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการ
ทำเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ และเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร รวมทั้ง
ส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ของเกษตรกรสู่เกษตรกรมืออาชีพให้สามารถบริหาร จัดการฟาร์มแบบครบวงจร
ตั้งแต่การผลิต แปรรูป และการตลาด ตลอดจนสร้างการรวมกลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็งและสามารถเชื่อมโยง
เครือขา่ ยของเกษตรกร และสถาบนั เกษตรกรได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ประเด็นการพัฒนาที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดโซ่
อุปทาน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างโอกาสในการแข่งขันของสินค้าเกษตร ใช้การตลาดนำการผลิตด้วยการ
ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ มีการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เกษตรกร กับ
ภาคเอกชน เพื่อให้สินค้าเกษตรได้มาตรฐานรองรับความต้องการของตลาด ส่งเสริมการบริหารจัดการโซ่อุปทาน
สินค้าเกษตร สนับสนุนการจัดการองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์สินค้าเกษตรและโซ่อุปทานให้กับเกษตรกร สถาบัน
เกษตรกร และผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรโดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้าง
เรื่องราว (Story) ให้กับสินค้าเกษตรและชุมชนเพื่อเป็นจุดขาย สร้างความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของสินค้า
เกษตร สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์กลางและพัฒนาระบบตลาดสินค้าเกษตร เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่าง
ยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการจัดการความเสี่ยงที่จะกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร การดำเนินงานดังกล่าว
ควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน กับเกษตรกร รวมถึงส่งเสริมการค้า
ชายแดน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนและสร้าง
ผลประโยชน์รว่ มกันในการพัฒนาระดับภมู ภิ าค
ประเด็นการพัฒนาที่ 3 เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยี
และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาการเกษตรของประเทศให้มีศักยภาพ ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยส่งเสริม
และสนับสนุนการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นความร่วมมือระหว่าง
ภาครัฐกับภาคเอกชนในการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา โดยกำหนดกรอบงานวิจัยและสร้างนวัตกรรมให้
สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศการเกษตร และสร้างการเชื่อมโยงของข้อมูล
อย่างเป็นระบบ รวมถึงส่งเสริมการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ เน้นการเข้าถึง
เทคโนโลยีการเกษตรของเกษตรกรรายย่อยและกลุ่มเกษตรกร เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรให้
สอดคลอ้ งกับการพฒั นาประเทศอยา่ งยง่ั ยืน

15

ประเด็นการพัฒนาที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่าง
สมดุลและย่ังยืน เป็นประเด็นสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตรบนพ้ืนฐานการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร
ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรการเกษตรให้คงความหลากหลายทางชีวภาพ
สนับสนุนกิจกรรมเกษตรเชิงอนุรักษ์เพื่อคงความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม บริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพื้นที่ทำกินทางการเกษตรและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเกษตรต่อการ
เปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ

ประเด็นการพัฒนาที่ 5 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ เป็นการปรับกระบวนการ
ทำงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน พัฒนาบุคลากรภาครัฐ และ
กระบวนการทำงานอย่างต่อเน่ืองให้เปน็ องค์กรที่มีความโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล รวมท้งั พัฒนา
กฎหมายใหม่และปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่เดิมให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม
ท่เี ปลี่ยนแปลงไป ซึง่ การพฒั นาระบบบริหารจัดการภาครัฐจะชว่ ยให้เกิดความคล่องตวั ในการปฏิบัติงาน และเป็น
การเตรียมความพร้อมขององค์กรให้สามารถปรับตัวและทำงานในลักษณะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายนอก
ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

2.6 นโยบายสำคญั ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปี 2563 รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายเฉลมิ ชยั ศรีออ่ น) ได้มอบนโยบาย

8 ประเดน็ สำคัญเพื่อการขบั เคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปญั หาภาคเกษตร ดงั นี้
ประเด็นที่ 1 การบรหิ ารจัดการนำ้ ท้งั ระบบ
แนวทางการพัฒนา
1) เพมิ่ พน้ื ที่ชลประทาน
2) ผันน้ำจากลมุ่ น้ำแมก่ ลอง
3) วางแผนจดั สรรน้ำ
4) การปฏิบตั ิการฝนหลวงเติมน้ำในเขอ่ื น
5) ขุดสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน
ประเดน็ ท่ี 2 ส่งเสรมิ เกษตรกรรมยั่งยืน
แนวทางการพฒั นา
1) สง่ เสริมเกษตรผสมผสาน
2) ส่งเสรมิ เกษตรทฤษฎีใหม่
3) ส่งเสรมิ วนเกษตร
4) สง่ เสริมเกษตรอินทรยี ์
5) สง่ เสรมิ เกษตรปลอดภยั
6) มาตรการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ผ่านการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับรู้เกี่ยวกับการใช้

สารเคมี
7) การพฒั นาสารชีวภณั ฑ์และฮอร์โมนพืชด้านควบคุมพชื ด้านรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม

16

ประเดน็ ที่ 3 ใชร้ ะบบตลาดนำการผลิต
แนวทางการพัฒนา

1) ขยายช่องทางตลาดเกษตรกร/จัดหาตลาดใหม่เพม่ิ
2) สรา้ งตลาดออนไลน์ โดยรว่ มมอื กบั LAZADA Thailand
3) พัฒนาเกษตรกรปราดเปร่ือง Smart Farmer และ Young Smart Farmer สผู่ ู้ประกอบการ
4) เสริมสรา้ งความเข้มแข็งวสิ าหกิจชุมชน/สหกรณ์
5) ส่งเสริมการแปรรปู เพื่อเพิ่มมลู ค่าใหก้ ับสนิ ค้าเกษตร
6) แผนการผลิตการตลาดขา้ วครบวงจร
ประเด็นท่ี 4 การลดต้นทนุ การผลติ
แนวทางการพฒั นา
1) ใชป้ ัจจัยการผลิตท่เี หมาะสม

- การใช้พันธุด์ เี พอื่ เพม่ิ ผลผลติ
- สง่ เสรมิ การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน (ปุ๋ยสั่งตดั )
- ส่งเสริมใหค้ วามรู้เกษตรกรในการผลิตป๋ยุ ใช้เอง (ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยชีวภาพ)
2) ใช้เทคโนโลยกี ารผลติ และการใช้เครื่องจกั รกลทางการเกษตร
3) พฒั นาระบบและเพ่มิ ประสิทธิภาพระบบสนับสนุนโลจิสติกสก์ ารเกษตร
4) สง่ เสรมิ ระบบการผลติ แบบแปลงใหญ่
5) จัดต้ังศนู ยเ์ ทคโนโลยเี กษตรและนวัตกรรม (Agri-Tecnology and Innovation Center : AIC)
ประเดน็ ที่ 5 การบรหิ ารจดั การประมงอย่างยั่งยืน
แผนงานการขับเคลื่อน
1) การแกไ้ ขปัญหา IUU
2) การจดั ตง้ั กองทนุ ประมงแห่งชาติ
3) การส่งเสรมิ อาชพี และจัดหาตลาด
ประเด็นท่ี 6 การแก้ปญั หาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
แนวทางการพฒั นา
1) มาตรการจา้ งแรงงานชลประทานเพ่ือช่วยเหลือเกษตรกร
2) การปฏบิ ตั ิการฝนหลวง
3) การจัดสรรท่ดี ินทำกิน
4) การส่งเสรมิ การเลี้ยงปศสุ ัตว์ท่มี ีความต้องการของตลาดเพ่ือสร้างรายได้ (โค/กระบอื /แพะ)
5) การควบคุมและป้องกนั การแพรร่ ะบาดของศัตรูพืช (ข้าว ข้าวโพด ยาง และมนั สำปะหลงั )
6) การควบคมุ และป้องกันโรคสัตว์
7) การส่งเสรมิ การปลูกพืชใช้น้ำน้อยในชว่ งฤดแู ลง้
8) เรื่องร้องเรียนที่ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ปัญหาด้านการเกษตรหรือเรื่องอื่นๆ
ท่เี กี่ยวข้อง

17

ประเด็นท่ี 7 จดั ทำขอ้ มูลสารสนเทศดา้ นการเกษตร
แนวทางการพฒั นา

1) จดั ต้ังศนู ย์ Big Data ดา้ นการเกษตร (Nation Agriculture Big Data Center: NABC)
2) โครงการปรับปรงุ ทะเบยี นเกษตรกร
3) ตรวจสอบศกั ยภาพพื้นทโี่ ดยใช้ Agri-Map เพ่อื จัดทำ Zoning
ประเดน็ ท่ี 8 การพฒั นาศูนย์เรยี นร้กู ารเพิม่ ประสิทธิภาพการผลิตสนิ ค้าเกษตร (ศพก.)
แนวทางการพฒั นา
1) พฒั นาเกษตรกรผ้นู ำด้วยโรงเรียนเกษตรกร
2) พฒั นาเกษตรกรด้านการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
3) พฒั นาดา้ นครบู ญั ชี/หม่อนไหม/ปศุสตั ว์
4) พัฒนาศนู ยเ์ ครอื ข่าย
ปี 2564 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ชูธงยุทธศาสตร์
“ตลาดนำการผลิต”ปฏิรูปภาคเกษตรรับมือปี 2564 โดยจะขับเคลื่อนการทำงานด้วย 5 ยุทธศาสตร์และ
15 แนวทางนโยบายหลัก
1. การขบั เคล่ือนการทำงาน 5 ยุทธศาสตร์
1.1 ยทุ ธศาสตรต์ ลาดนำการผลติ
เป็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อปฏิรูปภาคเกษตรทั้งในรูปแบบตลาดออนไลน์ (แพลตฟอร์มราย
สนิ คา้ เพือ่ รองรบั New Normal) ตลาดออฟไลน์ Modern Trade รถโมบาย ตลาดสด คาราวานสินค้า เกษตร
พนั ธสัญญาและเคาน์เตอร์เทรด จดั กจิ กรรมจบั คู่ธุรกิจผ้ซู ้อื กับผูข้ าย เพื่อสรา้ งเครือข่ายธุรกิจ
1.2 ยุทธศาสตรเ์ ทคโนโลยเี กษตร 4.0
เพ่อื การบริหารราชการแผน่ ดนิ การบริการประชาชนและการพัฒนาภาคเกษตรกรรมโดยการ
ใช้เทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่อุปทานและมูลค่า(Supply-Value Chain) ตั้งแต่การผลิต การแปรรูปจนถึง
การตลาด
1.3 ยุทธศาสตร์ “3’s”(Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย เกษตร
มั่นคงและเกษตรย่ังยนื )
1.4 ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะโมเดล
“เกษตร-พาณชิ ยท์ นั สมยั ”
1.5 ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมย่ังยนื ตามแนวทางศาสตรพ์ ระราชา

2. แนวนโยบายเพื่อการดำเนินงาน 15 ด้าน
2.1 นโยบาย “ตลาดนำการผลิต”เป็นนโยบายหลักโดยเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลาย

ทั้งในรปู แบบ ตลาดออนไลน์ (แพลตฟอร์มรายสินค้าเพื่อรองรบั New Normal) ตลาดออฟไลน์ โมเดิร์นเทรด
(Modern Trade) รถโมบาย ตลาดสด ตลาดชุมชน คาราวานสินค้า เกษตรพันธสัญญา และเคาน์เตอร์เทรด
จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับผู้ขาย เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ โดยร่วมมืออย่างเข้มข้นกับกระทรวงพาณิชย์
ภายใต้โมเดล“เกษตร-พาณชิ ยท์ ันสมยั ”

18

2.2 การสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก โดยส่งเสริมให้
เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สามารถเชื่อมโยง เครือข่ายเกษตรกรและสถาบัน
เกษตรกรไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ทําใหม้ ีอาํ นาจต่อรอง ในการซื้อขายผลผลติ ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร
เพ่ือเป็นผลติ ภณั ฑเ์ กษตรชุมชน เชอ่ื มโยงกบั ตลาดชุมชน/ตลาดเกษตรกร ตลาดสเี ขยี ว (Green Market) และ
การท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในชุมชน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ สามารถ
ช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกร เอื้อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ ทั้งสังคม ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากรธรรมชาติให้เข้มแข็งและยง่ั ยนื

2.3 การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ Start up เป็นหน่วยธุรกิจ ให้บริการ
ทางการเกษตร (Agricultural Service Providers: ASP) เพื่อยกระดับสู่การ ให้บริการทางการเกษตร เช่น
เทคโนโลยีในการดูแลรักษารถจักรกลในการเตรียมดินและ การเก็บเกี่ยว สำหรับให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรแบบ
ครบวงจร

2.4 การส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อสร้างความไว้วางใจและความ
ร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืน ระหว่างเกษตรกรกับ ผู้ประกอบการ และร่วมกันยกระดับ
คณุ ภาพผลผลติ และแก้ปญั หาผลผลติ ล้นตลาด

2.5 การพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้าน
เทคโนโลยีทางการเกษตร สนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์ นวัตกรรม รวมทั้งเครื่องจักรกล
เกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยเชื่อมโยงการทํางานกับ ศพก. เพื่อยกระดับสู่การทําเกษตร
สมยั ใหม่ และเกษตรแบบแมน่ ยํา (Precision Agriculture)

2.6 การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร เพื่อตอบสนองต่อโซ่อุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรออนไลน์ท่ีขยายตวั ต่อเนื่อง เพ่อื รักษา คุณภาพสินค้าเกษตรให้มีความสดใหม่ และถึง
มือผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว รวมถึงพัฒนาระบบเชื่อมโยงทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออํานวยความสะดวกในการส่งออก
และนําเข้าสินค้าเกษตร

2.7 การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีการกระจายน้ำอย่างเหมาะสมและทั่วถึง รวมทั้ง
พัฒนาแหล่งน้ำในไร่นาของเกษตรกรและชุมชน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอ สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคและ
ทำการเกษตร ตลอดจนปอ้ งกันและบรรเทาปัญหาอุทกภยั

2.8 การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้ตรง
ตามศกั ยภาพของทีด่ ิน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากทีส่ ุด โดยกำหนดเขตความเหมาะสมในการทำ
การเกษตรในแตล่ ะพื้นท่ีให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตสูงสดุ ผ่านข้อมลู Agri-Map

2.9 การส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อบ่มเพาะ
เกษตรกรให้เป็น Smart Farmer ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาดแก่
เกษตรกร รวมทั้งให้บริการทางวิชาการและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ โดยมีเกษตรกรต้นแบบเป็นผู้ถ่ายทอด
ความรู้ และเป็นกลไกในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาการเกษตรใน
ระดบั พน้ื ที่

2.10 การประกันภัยพืชผลให้ความคุ้มครองความเสียหายหรือความสูญเสียต่อพืชผลที่เอา
ประกันภัย ซึ่งเกิดจากภัยต่าง ๆ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ลมพายุ ลูกเห็บตก เป็นต้น ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพทาง

19

รายไดแ้ ละความมั่นคงในอาชีพใหแ้ ก่เกษตรกร รวมถงึ การให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรทปี่ ระสบภัยพิบัติทาง
ธรรมชาตอิ ยา่ งทันท่วงที

2.11 การสง่ เสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เพอ่ื เป็นภูมคิ ้มุ กัน และสรา้ งความมั่นคงแก่เกษตรกร ได้แก่
เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ และวนเกษตร ด้วยการลด ละ เลิก การใช้
สารเคมี ประชาสมั พันธใ์ หเ้ กษตรกรรบั รู้เกี่ยวกับการใชส้ ารเคมีอย่างถูกต้อง และมกี ารพัฒนาอาหารของไทยให้เป็น
รูปแบบอาหารที่ปลอดภัยและมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการสินค้า
เกษตรปลอดภัยใน 5ร อันได้แก่ โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล เรอื นจำ และรา้ นอาหาร

2.12 การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์
เฉพาะถิ่น สร้างแบรนด์ให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ส่งเสริมการแปรรูปสินค้า จากความหลากหลายทางชีวภาพ
เช่น สมุนไพร แมลงเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพทางด้านการตลาดในอนาคต ทั้งสินค้าอาหาร
อนาคต (Future Food) และสินค้าเกษตรที่ตอบสนองผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม (Functional Food) รวมทั้งสินค้า
เกษตรเพื่อพลงั งานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

2.13 การวิจัยและพัฒนา เพ่ือตอบสนองการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทยบนพื้นฐานด้าน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวตั กรรม เพอ่ื นาํ มาประยุกต์ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ต่อเกษตรกรและผู้บรโิ ภค

2.14 การพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ในการใช้ประโยชน์และเชื่อมโยงแลกเปล่ยี นกับหน่วยงาน
ตา่ ง ๆ เพ่อื การบริหารและช่วยให้เกษตรกรมีข้อมูลท่ีดีและเพียงพอต่อการตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสมเพ่ือการ
ผลิตและการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

2.15 การประกนั รายได้ของเกษตรกร

แนวทางการขับเคลื่อนแผนแม่บทการเกษตรเพื่อการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2564
โดยปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร.ทองเปลว กองจันทร์) เม่ือวันที่ 1 ธนั วาคม 2563 ประกอบดว้ ย

1. เกษตรอตั ลักษณ์พ้ืนถ่ิน
ตัวช้ีวัด คือ อัตราการขยายตวั ของมลู ค่าของสนิ คา้ เกษตรอัตลกั ษณพ์ น้ื ถ่ิน (ร้อยละ 3)
แผนการดำเนินงาน

• สง่ เสรมิ และพฒั นาผลติ ภัณฑ์ ประยกุ ตใ์ ช้ภูมปิ ัญญานวตั กรรมและเทคโนโลยี

• ยกระดบั ความสามารถของเกษตรกรและชมุ ชนในการพฒั นาสินค้า

• สรา้ งอตั ลกั ษณ์/นำเสนอเร่ืองราวแหล่งกำเนิดให้สินคา้ ในแตล่ ะท้องถ่ิน
2. เกษตรปลอดภัย

ตวั ชีว้ ดั คือ 2.1 อัตราการขยายตัวของมูลค่าของสินค้าเกษตรปลอดภยั (รอ้ ยละ 3)
2.2 ดัชนคี วามเชอื่ มน่ั ผบู้ รโิ ภคดา้ นคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร

แผนการดำเนนิ งาน

• ลด ละ เลกิ การใชส้ ารเคมี สง่ เสริมการผลติ ในระบบเกษตรกรรมย่ังยืน

• พฒั นาระบบคุณภาพมาตรฐาน/ระบบการตรวจรับรอง/ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ
ใหเ้ ปน็ ท่ียอมรับ

20

• สง่ เสริมใหผ้ ลิตสนิ ค้าเกษตรและอาหารท่ีมีคุณภาพมาตรฐาน

• สรา้ งความตระหนักรูแ้ ละขยายตลาดการบริโภคสินคา้ เกษตรและอาหารปลอดภัย

• สนับสนุนทำเกษตรอินทรีย์วิถชี าวบ้าน ตอ่ ยอดเชงิ พาณิชย์
3. เกษตรชีวภาพ
ตัวชี้วัด 3.1 อัตราการขยายตัวของมูลค่าของสินค้าเกษตรชีวภาพ (ร้อยละ 3) (มูลค่าการส่งออก

เคร่ืองเทศ/สมนุ ไพร)
3.2 จำนวนวสิ าหกจิ การเกษตรขนาดกลางและขนาดเล็ก และผลิตภัณฑ์จากฐานชีวภาพ 1

ตำบล 1 วสิ ากจิ
แผนการดำเนนิ งาน

• ใช้ประโยชนจ์ ากการอนรุ ักษ์ทรัพยากรชวี ภาพ พันธ์พุ ืช พันธุส์ ัตวแ์ ละเชอ้ื จุลนิ ทรีย์

• สง่ เสรมิ การผลิต แปรรปู และพัฒนาสินค้าเกษตร และผลติ ภัณฑ์จากฐานเกษตรกรรม
และฐานทรพั ยากร

• ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรให้เป็นพืชเศรษฐกิจ มุ่งแปรรูปเพื่อป้อนในตลาด
อตุ สาหกรรม

• สง่ เสรมิ การทำการตลาดผ่านการสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับผลิตภัณฑจ์ ากเกษตร
ชีวภาพ
4. เกษตรแปรรูป
ตวั ชวี้ ัด อตั ราการขยายตัวของมูลค่าสินคา้ เกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ (ร้อยละ 3)
แผนการดำเนนิ งาน

• พัฒนาและใช้วัตถุดิบและผลิตผลทางการเกษตรที่เชื่อมโยงไปสู่กระบวนการแปรรูปใน
อตุ สาหกรรมต่อเน่ือง

• ส่งเสริมการแปรรูปโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมองค์ความรู้และภูมิปัญญาที่
ทันสมยั

• สนับสนุนการนำเทคโนโลยี นวตั กรรมสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิตหลงั การเก็บเก่ียว
และการแปรรปู

• สง่ เสริมการสร้างตราสินคา้ และขยายชอ่ งทางการตลาดดว้ ยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5. เกษตรอจั ฉริยะ
ตัวชี้วดั 5.1 มลู ค่าสินคา้ ทมี่ ีการใชเ้ ทคโนโลยีสมัยใหม่/อจั ฉริยะเพมิ่ ข้นึ (รอ้ ยละ 3)

5.2 ผลผลิตต่อหน่วยของฟาร์มหรือแปลงที่มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่/อัจฉริยะเพิ่มขึ้น
(รอ้ ยละ 10)
แผนการดำเนนิ งาน

• สง่ เสรมิ การพัฒนาพันธ์ุพืช พันธสุ์ ตั ว์ ปจั จัยการผลิตเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตร
รวมทั้งเทคโนโลยีและนวตั กรรมการเกษตรแหง่ อนาคต

21

• พัฒนาเกษตรกรให้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร
การจดั การภาคเกษตรที่เป็นมติ รกบั ส่ิงแวดล้อม

• ส่งเสริมการทำระบบฟาร์มอัจฉริยะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและประโยชน์จากข้อมูลในการ
ปรับเปลีย่ นกระบวนการผลิตสนิ ค้าทสี่ อดคล้องกับความต้องการของตลาด

6. การพฒั นาระบบนิเวศการเกษตร
ตวั ชวี้ ดั 6.1 มลู ค่าผลผลิตสินค้าเกษตรต่อหน่วยเพ่ิมขึ้น (รอ้ ยละ 10 )

6.2 สถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเข้มแข็งใน
ระดับมาตรฐานเพิม่ ขนึ้
แผนการดำเนนิ งาน
• เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการจัดการ อนุรกั ษ์และรกั ษาฐานทรัพยากรทางการเกษตร
• ส่งเสริมการทำเกษตรตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

• พัฒนาระบบขอ้ มูลสารสนเทศ (ดา้ นเกษตร)
• ส่งเสรมิ การรวมกล่มุ สรา้ งความเขม้ แข็ง พฒั นาเครือขา่ ยให้เกษตรกร

• วิจัยพฒั นาเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมสนบั สนนุ ภาคเกษตร
• พฒั นามาตรฐานสินคา้ และผลิตภัณฑ์ ยกระดบั การผลติ
• ส่งเสริมด้านตลาดสินคา้ และผลติ ภัณฑ์การเกษตร

• อำนวยความสะดวกทางการค้าและพัฒนาระบบโลจิสติกส์
ตวั ช้วี ดั ตามแผนปฏิบตั ริ าชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2563 – 2565 คอื

1. ผลิตภณั ฑ์มวลรวมในประเทศ สาขาเกษตรเพ่ิมขึ้นเฉล่ียร้อยละ 3.8
2. ผลิตภาพการผลติ ภาคเกษตรเพ่ิมขึ้นเฉล่ียร้อยละ 1.2
3. เกษตรกรท่มี รี ายได้ต่ำกวา่ เส้นความยากจนลดลงไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี
4. พื้นท่ชี ลประทานเพิ่มข้ึนไม่ต่ำกวา่ ปีละ 350,000 ไร่
มุมมองต่อภาคเกษตรในปัจจุบนั
จดุ อ่อน
• เกษตรกร ส่วนใหญ่สูงวัย ขาดเทคโนโลยี นวัตกรรมประสิทธิภาพการผลิตต่ำ รายได้น้อย

เช่าท่ีดินทำกนิ
• สถาบันเกษตรกร ประสิทธิภาพในการจัดการองค์กรยังไม่ดีพอ กระบวนการทำงานไม่

ทันสมยั ไมเ่ ขม้ แขง็
• กระบวนการผลิต (ตน้ นำ้ กลางนำ้ ปลายนำ้ ) แยกสว่ นทำผลผลิตไม่ตรงตามความต้องการ

ผลผลิตส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน
• การทำงานของกระทรวง การสื่อสารนโยบายไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความมุ่งมั่น และไม่

บรู ณาการ

22

จุดแขง็
• ภูมิศาสตร์เหมาะสมในการทำการเกษตร มีแหล่งน้ำ สภาพอากาศที่เหมาะสม มีน้ำฝน
แหล่งกกั เก็บนำ้ ดนิ ดี พนั ธุพ์ ืชดี
• หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำทางการพัฒนา ด้วยหลักความพอประมาณ มีเหตุผล
มีภูมคิ มุ้ กนั ความรู้และคณุ ธรรม (3 หว่ ง 2 เงื่อนไข) และมโี ครงการพระราชดำริ
• ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และเกษตรอัตลกั ษณ์พน้ื ถน่ิ ต้องอนุรักษ์ตอ่ ยอดสรา้ งมูลค่าได้อกี มาก
• สินค้าเกษตรไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ทำรายได้มหาศาลเป็นฐานสำคัญของภาค
การผลติ อื่นๆ
• มงุ่ สเู่ กษตรกรรมยั่งยืน สินคา้ เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ ตอบโจทย์ BCG และ SDG

หลกั การและเป้าหมายการขับเคล่ือนภาคเกษตรภายในปี 2565
หลกั การ

มุ่งขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย การแก้ไข
ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกรวางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่ (New Normal)
และสร้างเอกภาพในการขับเคลือ่ นภารกจิ ของกระทรวง
แนวทางการดำเนินงานหลัก 3 ด้าน
1. ภารกจิ เร่งดว่ นเพอ่ื ขบั เคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย

1.1 เร่งรัดงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกระทรวง
1.2 ขยายพน้ื ท่ีเกษตรทฤษฎีใหม่ สรา้ งความเขม้ แข็งให้เกษตรกรฐานราก
1.3 ยกระดับศักยภาพ แปลงใหญ่ ดว้ ยเกษตรสมัยใหม่
1.4 ผลักดันการสรร้างเกษตรมูลคา่ สูง
1.5 พฒั นาช่องทางเชื่อมโยงตลาดสนิ ค้าเกษตรท้ังในและต่างประเทศ
1.6 ผลักดันการพฒั นา Big Data อย่างเปน็ รูปธรรม
1.7 ยกระดบั ศพก. สูศ่ ูนย์พฒั นา Smart Farmer ครบวงจร
1.8 ปรับปรุงกลไกและคณะทำงานขบั เคลื่อนระดบั พื้นที่
1.9 มอบหมายรองปลัดกระทรวงดูแลการขับเคลื่อนระดับพ้ืนที่
1.10 ปรับปรุงระบบประชาสัมพันธ์ทุกรปู แบบให้ทันสมัยเข้าถึงเกษตรกร
2. ขับเคล่อื นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
2.1 การแก้ไขปญั หาให้เกษตรกรท่ีได้รับผลกระทบจากโควิด – 19
2.2 เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การและแก้ไขปัญหาภัยพิบตั ดิ า้ นการเกษตร
2.3 การรบั เร่อื งราวร้องทุกขแ์ ละการเยย่ี มเยียนพ่นี ้องเกษตรกร
2.4 การแก้ไขปัญหาหนี้สินใหเ้ กษตรกร

23

3. วางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกตใิ หม่ (New Normal)
3.1 สร้างเส้นทางความก้าวหน้าที่ชัดเจนและพัฒนา Smart Officer ให้พร้อมรับการ

เปลย่ี นแปลง
3.2 สร้างความตระหนักในวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมร่วม และสร้างอัตลักษณ์ของกระทรวง

รวมทั้งยกระดับสวสั ดิการเพ่ือคนกระทรวง
3.3 กำหนดตวั ชว้ี ดั ร่วมเพื่อสร้างพลงั การขับเคลื่อนบรู ณาการท้ังส่วนกลางและสว่ นภูมิภาค
3.4 ปรับปรุงโครงสรา้ ง อำนาจหน้าทีแ่ ละบทบาทของหนว่ ยงานในสังกดั กระทรวงให้สอดรับกับ

เป้าหมายระยะยาวและแนวทางการพัฒนาด้านการเกษตรของประเทศ
3.5 สรา้ งเอกภาพในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวง
3.6 สร้างหอบังคับการ (Control.Tower) เพื่อตรวจสอบ ติดตาม การบริหารแผนงานและ

งบประมาณของกระทรวง
3.7 ทบทวนแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัดให้เป็นแผนหลักด้านการเกษตร

ของกระทรวงในจังหวัดเพือ่ บรู ณาการงบประมาณและสรา้ งแนวรว่ มการพัฒนา
3.8 ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและผู้ตรวจราชการกรมเป็นผู้นำการเพิ่มประสิทธิภาพ

การปฏิบัตริ าชการในพ้นื ที่
3.9 ผลักดนั การศึกษาวจิ ัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรทุกดา้ น

เพื่อเปา้ หมาย
1. ผลิตภัณฑม์ วลรวมในประเทศสาขาเกษตร เพ่ิมขน้ึ เฉล่ยี ร้อยละ 3.8
2. ผลติ ภาพการผลติ ของภาคเกษตรเพิ่มขึน้ เฉลีย่ ร้อยละ 1.2
3. เกษตรกรทมี่ ีรายได้ต่ำกวา่ เส้นความยากจนลดลงไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 10 ตอ่ ปี
4. พ้นื ทช่ี ลประทานเพ่ิมขึ้น ไม่ตำ่ กว่าปีละ 350,000 ไร่

2.7 แผนพัฒนาภาคในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-
2564) ฉบับทบทวน

ภาคใต้
ภาคใต้มีแหล่งท่องเทีย่ วทางทะเลท่มี ีชื่อเสียงระดับโลก และแหล่งท่องเทย่ี วท่มี ศี ักยภาพสามารถ
สร้างรายได้ให้กับภาคทั้งพื้นที่ตอนในและชายฝั่งทะเลทั้งสองด้าน รวมทั้งมีระบบนิเวศชายฝั่งที่เป็นแหล่ง
เพาะพนั ธุส์ ัตวน์ ้ำตามธรรมชาตแิ ละเหมาะกับการเพาะเลยี้ งสตั วน์ ำ้ ชายฝง่ั ในขณะทกี่ ารผลิตภาคเกษตร ได้แก่
ยางพาราและปาล์มนำ้ มันซงึ่ เปน็ แหลง่ ผลิตและแปรรปู ทีส่ ำคญั ของประเทศยังเปน็ แบบด้ังเดิม
นอกจากนี้ ภาคใต้มีความได้เปรียบด้านสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้เส้นทางการค้าโลก
สามารถเชื่อมโยงการพัฒนากับพื้นที่ภาคอื่นๆ ของประเทศ รวมทั้งภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก
ดั้งน้ัน การพัฒนาภาคใต้ควรพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นมาตรฐานสากลเพื่อรักษาความมีชื่อเสียงของแหล่ง
ท่องเทีย่ วระดบั โลก พรอ้ มกบั พัฒนาแหล่งท่องเท่ียวท่ีมศี ักยภาพให้เป็นท่ีรู้จกั ในระดับนานาชาติ ใช้เทคโนโลยี
และนวัตกรรมในการผลิตและแปรรูปภาคการเกษตรควบคู่กบั การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
รวมทงั้ พฒั นาการเช่อื มโยงการคา้ การลงทุน กับภมู ิภาคต่างๆ ของโลก

24

2.7.1 เป้าหมาย “ภาคใต้เป็นเมืองท่องเที่ยวผักผ่อนตากอากาศระดับโลก เป็นศูนย์กลาง
ผลิตภัณฑ์ยางพาราและปาล์มนำ้ มันของประเทศ และเมืองเศรษฐกิจเชื่อมโยงการคา้ การลงทุนกับภูมิภาคอื่น
ของโลก”

2.7.2 ประเด็นการพฒั นา
1) พฒั นาการทอ่ งเที่ยวของภาคใหเ้ ป็นแหล่งท่องเท่ียวคุณภาพชน้ั นำของโลก
จังหวัดระนอง อยู่ในแนวทางการพัฒนาที่ 5 พัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวให้มีความ

หลากหลายเพอื่ สรา้ งมลู คา่ เพิม่ ให้กับการทอ่ งเทยี่ วทสี่ ำคญั ของภาค อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสปา
2) พัฒนาอตุ สาหกรรมการแปรรปู ยางพาราและปาลม์ นำ้ มนั แห่งใหมข่ องประเทศ
3) พัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรหลกั ของภาคและสร้างความเขม้ แข็งสถาบนั เกษตรกร
4) พัฒนาโครงสรา้ งพื้นฐานสนบั สนนุ การท่องเทย่ี ว การพัฒนาเขตอุตสาหกรรม และการ

เช่ือมโยงการคา้ โลก
5) อนรุ กั ษ์ ฟ้นื ฟูและบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมอยา่ งเป็นระบบ
6) พฒั นาพน้ื ท่ีระเบยี งเศรษฐกจิ ภาคใตอ้ ยา่ งยงั่ ยืน

2.8 แผนพัฒนากล่มุ จังหวดั ภาคใตฝ้ งั่ อันดามัน (ระนอง พงั งา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล)
1. วิสัยทัศน์ : (Vision) “การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับโลก บนฐานความเข้มแข็งของภาค

เกษตรและชุมชนอยา่ งยงั่ ยืน”
2. จดุ เน้นตามประเดน็ การพัฒนา
1) การท่องเทยี่ วทม่ี มี าตรฐานและคณุ ภาพระดับโลก
2) การเพิ่มมูลค่าภาคการผลิตเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและ

เป็นมิตรตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม
3) การบรหิ ารจัดการที่ยั่งยืน โดยเนน้ ภมู ิสังคม ประวตั ิศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม และความ

ตอ้ งการของท้องถนิ่
3. ประเด็นการพฒั นา
ประเดน็ การพฒั นาท่ี 1 : พฒั นาคุณภาพดา้ นการท่องเทยี่ วใหม้ ีมาตรฐานอยา่ งยงั่ ยนื
แนวทางการพฒั นา
1.1 ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพพื้นที่ให้สามารถรองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวให้

เพียงพอและเหมาะสม
1.2 การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้

มาตรฐานเพอ่ื สร้างความเชอื่ มัน่ แกน่ ักท่องเที่ยว
1.3 บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้อุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนโดย

กระบวนการมสี ่วนร่วมของทุกภาคสว่ นในพืน้ ที่
1.4 บริหารจดั การการตลาดและประชาสัมพันธ์
ประเด็นการพัฒนาที่ 2 : การพัฒนาระบบและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าภาคเกษตร ประมง

และปศุสัตว์ ทมี่ ีศกั ยภาพในพน้ื ที่เพ่อื ใหช้ ุมชนเกิดความต้องการเข้มแขง็ อยา่ งย่งั ยนื

25

แนวทางการพัฒนา

2.1 การพัฒนาประสิทธิภาพทางการเกษตร (พืช ประมง ปศุสัตว์) เพื่อเพิ่มผลผลิตและลด

ต้นทนุ การผลิต และสรา้ งฐานรายไดใ้ หก้ บั เกษตรกร

2.2 การพฒั นาอตุ สาหกรรมเกษตรแปรรูปไปสผู่ ลิตภณั ฑท์ ี่มมี ูลค่าสงู

2.3 การส่งเสริมศกั ยภาพดา้ นการตลาด

2.4 ส่งเสรมิ การรวมกลุ่มของเกษตรกร และผูป้ ระกอบการเพือ่ สรา้ งความเข้มแข็ง

ประเดน็ การพัฒนาที่ 3 : การเสรมิ สร้างและพฒั นาศักยภาพต้นทุนมนุษย์เพื่อนำไปสู่การพฒั นาที่ย่ังยืน

แนวทางการพฒั นา

3.1 การพัฒนาบุคลากรให้มคี วามรู้ ความสามารถ มีศักยภาพ รองรบั ตอ่ การเปล่ียนแปลง

3.2 การพฒั นาคณุ ภาพบุคลากรด้านท่องเทยี่ วใหไ้ ด้มาตรฐาน

3.3 การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานชมุ ชน

จดุ ยนื ตามตำแหน่งทางยุทธศาสตร์

จงั หวัด รกั ษาฐานรายไดเ้ ดมิ สร้างฐานรายไดใ้ หม่

กลุม่ - การทอ่ งเทย่ี ว รกั ษาชื่อเสยี ง “ศนู ยก์ ลางการท่องเท่ยี วทาง - การท่องเที่ยว สง่ เสริมการเป็น

จงั หวัด ทะเลระดับโลก” สง่ เสริมการท่องเท่ียวเชงิ นเิ วศ เชิงสขุ ภาพ Medical Hub และการท่องเท่ยี ว

อนั ดามัน เชิงวฒั นธรรม ให้เช่ือมโยงกบั แหลง่ ท่องเทีย่ วหลักในภาคใต้ กลุ่ม Mice และ Marina

- ยางพารา/ปาล์มน้ำมัน/อตุ สาหกรรมแปรรปู เพม่ิ

ประสทิ ธิภาพการผลิต ส่งเสริมการรวมกลุม่ เพ่ือการแปรรปู

และการตลาด และสรา้ งมูลค่าเพม่ิ ตามหว่ งโซก่ ารผลิต

- ประมงทะเล อนุรักษ์ปา่ ชายเลนเพอ่ื เปน็ แหล่งขยายพนั ธุส์ ตั ว์

นำ้ และแหลง่ อาหารชุมชน สง่ เสรมิ ประมงนอกน่านน้ำ โดยใช้

โอกาสจาก AEC สง่ เสรมิ การแปรรูปสตั ว์น้ำใหไ้ ดม้ าตรฐาน

ระนอง - ยางพารา/ปาลม์ นำ้ มนั /อตุ สาหกรรมแปรรูป เพ่มิ - อาหารทะเลแปรรูประดับชุมชน

ประสทิ ธภิ าพการผลิต ส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อการแปรรูป ส่งเสริมการยกระดบั คุณภาพเพอ่ื

และการตลาด การส่งออก

- ประมงทะเล สง่ เสริมการเพาะเล้ียงสัตวน์ ้ำชายฝัง่ - การทอ่ งเทีย่ ว สง่ เสรมิ การ

อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลให้ได้มาตรฐาน ท่องเทยี่ วเชงิ สุขภาพและ

ท่องเทยี่ วเชิงนิเวศให้มีคุณภาพ

และมาตรฐาน

พงั งา - ยางพารา/อุตสาหกรรมแปรรูป เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต - อาหารทะเลแปรรูประดับชุมชน

สง่ เสรมิ การรวมกลุ่มเพอ่ื การแปรรูปและการตลาด สง่ เสริมการยกระดบั คุณภาพเพื่อ

- ประมงทะเล ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง การสง่ ออก

อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลให้ได้มาตรฐาน

26

จังหวดั รกั ษาฐานรายได้เดมิ สร้างฐานรายไดใ้ หม่

พงั งา(ตอ่ ) - การท่องเที่ยว พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมการ - ไมผ้ ล ส่งเสริมการพัฒนา

ท่องเที่ยวทางทะเลและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้หลากหลาย คณุ ภาพเพ่ือการสง่ ออกและการ

และสร้างความปลอดภัยใหแ้ กน่ กั ท่องเทยี่ ว ท่องเที่ยวเชงิ เกษตร

ภเู กต็ - ประมงทะเล สง่ เสรมิ การเพาะเลย้ี งสตั ว์นำ้ ชายฝ่ังที่มีมูลค่าสูง - การทอ่ งเท่ยี ว พัฒนา Medical

มีมาตรฐานการผลิตและสง่ิ แวดล้อม Hub และการทอ่ งเที่ยวกลุ่ม

- ยางพารา เพ่มิ ประสิทธิภาพการผลติ สง่ เสริมการรวมกล่มุ เพ่ือ Mice และ Marina

การแปรรูปและการตลาด

กระบ่ี - ปาล์มนำ้ มนั /ยางพารา/อุตสาหกรรมแปรรปู เพ่มิ - อาหารทะเลแปรรูประดับชุมชน

ประสทิ ธิภาพการผลติ ส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อการแปรรปู และ ส่งเสริมการยกระดับคุณภาพเพ่ือ

การตลาด และสรา้ งมลู ค่าเพ่ิมตามหว่ งโซก่ ารผลติ การส่งออก

- การท่องเทีย่ ว พัฒนาส่ิงอำนวยความสะดวกและกจิ กรรมการ

ท่องเทยี่ วทางทะเลและการท่องเท่ียวเชิงนเิ วศให้หลากหลาย

ตรัง - ยางพารา/ปาลม์ น้ำมัน/อตุ สาหกรรมแปรรูป เพม่ิ - อาหารทะเลแปรรูประดบั ชมุ ชน

ประสิทธภิ าพการผลติ ส่งเสริมการรวมกลมุ่ เพ่ือการแปรรปู และ ส่งเสริมการยกระดับคุณภาพเพื่อ

การตลาด และสรา้ งมลู ค่าเพิ่มตามหว่ งโซก่ ารผลิต การสง่ ออก

- ประมงทะเล ฟื้นฟูทรพั ยากรประมง ส่งเสริมการเพาะเลี้ยง

สัตวน์ ้ำชายฝ่งั การแปรรปู อาหารทะเลให้ได้มาตรฐาน

- การท่องเทย่ี ว พฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐานและส่งิ อำนวยความ

สะดวกทางการท่องเท่ียวและแหล่งทอ่ งเทยี่ วให้ได้มาตรฐาน

และเชื่อมโยงกบั จังหวดั ต่างๆ ภายในกลมุ่ ฯ

สตูล - ยางพารา/อุตสาหกรรมภาคประมง เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการ - เน้นภาคเกษตรปลอดภยั ภาค

ผลิต สง่ เสรมิ การรวมกลมุ่ การแปรรูปมูลค่าสูง ประมงท่ีเพิ่มมูลคา่ สงู

- การคา้ ชายแดน เน่ืองจากมีพน้ื ทแ่ี ละทา่ เรือสำคัญเช่ือมต่อกับ - การขนสง่ และการค้าชายแดน

ประเทศเพ่ือนบา้ น (สิงคโปร์ มาเลเซยี และอนิ โดนเี ซยี ) - เป็นแหล่งท่องเทีย่ วในระดบั โลก

ด้วยการรักษามนตเ์ สนห่ ข์ อง

ศูนย์กลางทางทะเล

2.9 แผนพัฒนาจังหวดั ระนอง
1. เปา้ หมายการพฒั นาจังหวดั
“เมืองท่องเที่ยวเชงิ สขุ ภาพระดับช้ันนำในภูมิภาคเอเชีย”
2. ตวั ช้วี ดั ความสำเรจ็ ตามเป้าหมายการพฒั นาจังหวัด
1) ร้อยละท่ีเพ่ิมข้นึ ของรายไดจ้ ากการจับสตั ว์น้ำของชาวประมงพืน้ บา้ น เทยี บกับปที ผ่ี า่ นมา
2) ร้อยละทลี่ ดลงของตน้ ทุนการผลิตพชื ตามระบบส่งเสรมิ การเกษตรแบบแปลงใหญ่ เทยี บกับปที ่ีผา่ นมา

27

3) ร้อยละทีเ่ พ่ิมข้ึนของผลผลติ เฉลยี่ ตอ่ ไร่ (ระบบสง่ เสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ)่ เทียบกับปีทผ่ี ่านมา
4) อตั ราการขยายตัวของมูลค่าสนิ คา้ เกษตรแปรรูปและ/หรือผลติ ภัณฑ์ ชุมชน
5) ร้อยละท่ีเพมิ่ ขึ้นของรายไดจ้ ากการจำหนา่ ยผลิตภัณฑช์ ุมชน/ผลติ ภณั ฑ์ OTOP เทยี บกับปที ผ่ี า่ นมา
6) มลู คา่ ของสนิ ค้าเกษตรอตั ลักษณ์พ้ืนถน่ิ ท่ีเพิ่มขึ้น (เทียบกับปที ่ผี า่ นมา)
7) อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานลดลง
8) อัตราปว่ ยรายใหมข่ องโรคความดันโลหิตสูงลดลง
9) อตั ราป่วยของโรคหวั ใจและหลอดเลือด
10) อัตราปว่ ยของโรคหลอดเลอื ดสมองจากปที ผี่ า่ นมา
11) เด็กเกดิ อย่างมีคุณภาพและมพี ัฒนาการอยา่ งสมวยั สามารถเข้าถึงบริการทีม่ ีคณุ ภาพ
12) พ้นื ทที่ ่มี กี ารดำเนนิ การสงวนรักษา อนรุ ักษ์ฟน้ื ฟูและพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาติ อย่างนอ้ ย 1 แหง่
13) ระดับความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาและความม่ันคงดีขึ้นอย่างตอ่ เนื่องจนไม่สง่ ผลกระทบ
ต่อการบรหิ ารงานจังหวดั
14) รอ้ ยละทีเ่ พมิ่ ขนึ้ ของพ้นื ท่ีป่าจงั หวัดระนอง
15) จำนวนแมน่ ำ้ ลำคลอง ลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาตไิ ด้รับการฟ้นื ฟู
16) รอ้ ยละของขยะมลู ฝอยไดร้ บั การจดั การอย่างถูกหลักวิชาการ
17) มลู คา่ การคา้ ชายแดนไทย-เมยี นมา ไม่น้อยกวา่ 16,000 ล้านบาท/ปี

3. ประเด็นการพฒั นาของจงั หวัด/ แนวทางการพัฒนา
1) ส่งเสรมิ และพัฒนาการท่องเท่ียวและบรกิ ารสุขภาพเชื่อมโยงในอาเซียน
1.1) พัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกแหล่งท่องเทีย่ ว
1.2) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการทอ่ งเที่ยว เชงิ สุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย
1.3) ยกระดบั มาตรฐานการให้บริการดา้ นการทอ่ งเทีย่ ว
1.4) สง่ เสริมการประชาสมั พันธ์และการตลาดดา้ นการท่องเทยี่ ว
2) ส่งเสริมภาคการเกษตรแบบครบวงจร
2.1) พัฒนาคุณภาพชวี ติ เกษตรและสง่ เสริมองคก์ รเกษตรกรให้เข้มแขง็
2.2) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สนับสนุนภาคการเกษตรที่สอดคล้อง

ความต้องการและสามารถนำไปประยุกต์ใชใ้ นเชิงพาณิชย์
2.3) พฒั นาคณุ ภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ทีส่ อดคลอ้ งกบั ความต้องการของตลาดหรือกลมุ่ ผูบ้ ริโภค
2.4) พัฒนาขดี ความสามารถในการผลิต การตลาด (Offline และ Online) การจดั การสนิ ค้าเกษตร

และความมัน่ คงปลอดภัยดา้ นอาหาร
2.5) เพมิ่ ศักยภาพทรพั ยากรการผลิตและโครงสรา้ งพื้นฐานทางการเกษตร
2.6) สนบั สนุนการวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยีและนวตั กรรมการแปรรปู สินคา้ เกษตร
2.7) พัฒนาผลิตภัณฑก์ ารเกษตรคุณภาพสูง/ผลติ ภัณฑช์ ุมชนท่ีสอดคล้องกบั ความต้องการของตลาด
2.8) สง่ เสริมการใชว้ ัตถดุ ิบในท้องถ่นิ และ/หรือผลิตผลทางการเกษตรเพ่ือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
2.9) การพฒั นาโครงสรา้ งพ้ืนฐานเพือ่ การขนส่งสินคา้
2.10) สง่ เสริมและพฒั นาผลิตภัณฑ์ทมี่ เี อกลกั ษณ์เฉพาะถ่นิ ดว้ ยการประยกุ ตใ์ ช้ภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ

28

2.11) พัฒนาคณุ ภาพมาตรฐานของผลติ ภัณฑแ์ ละสถานท่ผี ลิต
2.12) สร้างความเข้มแข็งให้กบั เกษตรกรและชมุ ชน
2.13) สร้างแบรนด์ให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น และส่งเสริมการตลาด/การบริโภคสินค้า
เกษตรอตั ลกั ษณพ์ ื้นถ่นิ
3) เสรมิ สร้างความมัน่ คง ปลอดภัย และยกระดับคณุ ภาพชีวิตของประชาชน
3.1) สรา้ งเสรมิ ความรู้เพ่อื เพ่ิมศักยภาพในการจดั การสขุ ภาวะของคนทุกกลุ่มวยั
3.2) พฒั นาระบบการเฝ้าระวังและกำหนดมาตรการ ปอ้ งกนั ควบคุม ปจั จยั เสีย่ งทค่ี กุ คามสุขภาวะ
3.3) พัฒนาระบบริการสขุ ภาพทที่ นั สมัยได้มาตรฐาน ลดความเหลอื่ มล้ำและมีประสิทธิภาพ
3.4) จัดใหม้ ีการเตรียมความพร้อมทั้งสุขภาวะ เจตคติ ความร้แู ละทักษะใหแ้ ก่พ่อแม่ก่อนการตง้ั ครรภ์
3.5) จดั ให้มกี ารพฒั นาเดก็ ปฐมวัยให้มสี ขุ ภาวะและบริการดา้ นสุขภาพที่ดีและสมวัย
3.6) จัดให้มกี ารพฒั นาเดก็ ปฐมวัยใหม้ ีการพัฒนาสมรรถนะและคุณลกั ษณะทด่ี ีทส่ี มวัยทุกด้าน
3.7) สังคมมีความเขม้ แขง็ สามัคคีปรองดองประชาชนอยู่ดี กนิ ดี และมคี วามสุข
3.8) สรา้ งความมนั่ คงปลอดภยั ในชีวิตและทรัพย์สนิ
3.9) ประชาชนวัยแรงงาน มงี านทำสอดคล้องกบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน
3.10) การพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐาน
3.11) การจัดการสง่ิ แวดล้อม
3.12) การกำหนดเขตพนื้ ท่แี นวกนั ชน พรอ้ มทัง้ การจัดทำผงั เมอื งและชนบท
3.13) พัฒนากลไกเฝ้าระวัง แจ้งเตือน ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความมั่นคง ที่อาจเกิดขึ้นใหม่
อย่างเปน็ รูปธรรม
3.14) พิทกั ษ์รกั ษาไว้ซึ่งพระมหากษัตริย์ ผลประโยชนข์ องชาติ ความสงบเรยี บร้อยของประชาชน
4) การจัดการอนรุ กั ษ์ ฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งย่ังยนื
4.1) อนรุ ักษแ์ ละฟืน้ ฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
4.2) ฟ้ืนฟูทรัพยากรป่าไมใ้ ห้กลับมีสภาพท่สี มบรู ณ์
4.3) สง่ เสริมการปลูกปา่ และไมเ้ ศรษฐกิจและอตุ สาหกรรมจากป่าปลูกแบบครบวงจร
4.4) สร้างและพัฒนาพื้นที่สีเขียวเพือ่ การพักผ่อนหย่อนใจและการเรียนรู้ทางธรรมชาติในเขตชุมชน
เมืองและชนบท
4.5) อนุรักษ์และฟื้นฟแู ม่นำ้ ลำคลอง ลำน้ำและแหลง่ นำ้ ธรรมชาตแิ ละการป้องกนั ตล่งิ และฝายชะลอนำ้
4.6) สง่ เสรมิ กลไกการมสี ่วนรว่ มในการบริหารจัดการอนุรักษ์และพฒั นาแม่น้ำ คู คลองและแหล่ง
น้ำธรรมชาติ
4.7) ขจดั มลพษิ และฟื้นฟสู ง่ิ แวดล้อม
4.8) สง่ เสรมิ การจดั การขยะต้ังแต่ต้นทางถึงปลายทาง
4.9) จัดการขยะทะเลอย่างด้วยการมสี ว่ นร่วมของทุกภาคสว่ น
4.10) จัดให้มรี ะบบบำบดั น้ำเสยี ชุมชน
4.11) เพิ่มศักยภาพการจัดการน้ำเสียแก่แหล่งกำเนิดมลพิษ สถานประกอบการ บ้านเรือน

29

5) ส่งเสรมิ และพฒั นาการค้า การลงทนุ และการค้าชายแดน
5.1) สง่ เสริมการค้า การลงทนุ และการค้าชายแดน

2.10 แผนพัฒนาขององค์การบริหารสว่ นจังหวัดระนอง
แผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจงั หวัดระนอง มีความสอดคล้องกับแผนการพัฒนาท้องถิน่

(พ.ศ.2561-2565) ต้องแสดงถึงแผนงานโครงการที่มีความชัดเจน เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 แก้ไขเพิ่มเติมถึง
(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือของผู้บริหารท้องถิ่น ประสานงาน บูรณาการ
ทำงานของหน่วยงานตา่ งๆ ท้งั ภายในและภายนอกพืน้ ท่ี และใช้เป็นเครือ่ งมือในการตดิ ตามการดำเนินงาน

1. วสิ ัยทศั น์
“โครงสรา้ งพนื้ ฐานทว่ั ถงึ ธรรมชาติสมบรู ณ์ ประชาอยเู่ ย็นเป็นสุข”

2. ประเด็นการพัฒนา
1) การพฒั นาประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจดั การ
2) การพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐาน สาธารณูปโภค และสาธารณปู การ
3) การพัฒนาสงั คมและส่งเสริมคณุ ภาพชวี ิต
4) การจัดระเบยี บชมุ ชน และการรักษาความสงบเรียบร้อย
5) การสง่ เสรมิ การคา้ การลงทุน และการทอ่ งเที่ยว
6) การอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
7) การอนรุ กั ษ์ศลิ ปวัฒนธรรม จารีตประเพณี ศาสนา และภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น

2.11 กรอบการพฒั นาการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ.2561-2579)
กรอบแนวทางการจัดการด้านอาหารฉบับนี้ มุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคงด้าน

อาหารและโภชนาการ เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อชาวไทยและ
ชาวโลกอยา่ งยัง่ ยืน” ประกอบดว้ ย 4 ประเดน็ การพัฒนา ดงั นี้

1) ด้านความมนั่ คงอาหาร
1.1) เร่งรัดปฏิรูปการถอื ครองที่ดินและการคุ้มครองพืน้ ที่การเกษตร
1.2) จดั การทรพั ยากรนำ้ และดินเพ่อื การเกษตร และปา่ ชมุ ชน
1.3) สรา้ งความสมดลุ ระหวา่ งพชื อาหารกับพืชพลังงาน
1.4) พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอาหาร
1.5) สร้างแรงจงู ใจในการทำการเกษตร และเพิ่มจำนวนเกษตรกรรุ่นใหม่
1.6) ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารในระดับชมุ ชนและครวั เรอื น
1.7) ปรับปรงุ และพฒั นาระบบโลจิสติกส์ด้านสนิ คา้ เกษตรและอาหาร
1.8) สรา้ งความรว่ มมือระหว่างภาครฐั เอกชน และภาคประชาชนในการรักษาความม่ันคง

ด้านอาหาร
1.9) วจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมตลอดห่วงโซอ่ าหาร
1.10) จดั ระบบเพอื่ รองรบั ความมน่ั คงดา้ นอาหารในภาวะวกิ ฤติ

30

2) ดา้ นคณุ ภาพและความปลอดภัยอาหาร
2.1) สรา้ งมาตรฐานดา้ นความปลอดภัยอาหารให้เป็นมาตรฐานเดียวและส่งเสริมการบังคับใช้
2.2) พัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรขั้นต้น (Primary.product) ให้มีคุณภาพและความ

ปลอดภัยตามมาตรฐานและคณุ ค่าทางโภชนาการเพ่ิมขนึ้
2.3) เสริมสร้างความเข้มแข็งภาคการผลิตในระดับชุมชน (Community.based) เพ่ือ

ปอ้ งกนั การสูญเสยี และเพ่ิมมูลคา่ เบอ้ื งต้นให้กบั ผลผลิต
2.4) เสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งภาคการผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Industrial based) ทกุ ระดับ
2.5) ส่งเสริมการค้าและการตลาดผลิตภัณฑ์มาตรฐานทั้งที่มาจากการผลิตในระดับชุมชน

และอตุ สาหกรรม
2.6) เสริมสร้างความเข้มแข็งในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารของประเทศ

3) ด้านอาหารศกึ ษา
3.1) ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ และบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนใน

เรื่องอาหารศึกษา
3.2) สนับสนุนใหม้ ีการวิจยั ท่ีสามารถนำไปประยุกต์ใชด้ ้านอาหารได้
3.3) ใหม้ กี ารจดั การองคค์ วามร้ใู นเร่ืองอาหารศกึ ษา และเผยแพรค่ วามรทู้ กุ รปู แบบอยา่ งตอ่ เน่อื ง
3.4) สง่ เสรมิ ใหเ้ กษตรกร และชมุ ชนมีความร้ดู ้านอาหารศึกษาอยา่ งเหมาะสม
3.5) สง่ เสริมพฤตกิ รรมการบรโิ ภคท่เี หมาะสมของบุคคลและชมุ ชน

4) ดา้ นการบรหิ ารจัดการ
4.1) ปรบั ปรุงและเสรมิ ความเขม้ แขง็ โครงสรา้ งองคก์ รในหว่ งโซ่อาหาร
4.2) พัฒนาและปรับปรงุ กฎหมายในห่วงโซอ่ าหาร
4.3) การพัฒนาฐานขอ้ มูลและการจัดการ

2.12 แผนแม่บทการดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานในภาคประมง (ตามมติคณะกรรมการนโยบาย
การจดั การปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ หรือ กนร.)

คณะอนุกรรมการ กนร. ได้มีมติเปิดให้ผู้ใช้แรงงานด้านการประมงเข้ามาลงทะเบียนผู้ใช้แรงงาน
พร้อมกับการจัดให้มีการขึ้นทะเบียนเรือ โดยมูลค่าการส่งออกด้านประมงมีมากถึงปีละกว่า 270,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้มีการเชิญภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือเพื่อกำหนดแผนแม่บทและแนวทางปฏิบัติด้าน
แรงงานที่ดี (GLP) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และให้
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปน็ ผู้ตรวจสอบและตดิ ตาม

อยา่ งไรกต็ าม แผนแมบ่ ทการดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานในภาคประมง ประกอบดว้ ย
1) การขยายผลการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี หรือ GLP แบบเต็มรูปแบบให้
ครอบคลุมทั้งสายการผลิต ตั้งแต่สถานแปรรูปเบื้องต้น โรงงานแปรรูป ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล และ
เรือประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือประมงนอกน่านน้ำ เรือประมงพาณิชย์ในน่านน้ำและเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ
ท่คี วรมกี ารสอดสอ่ งดแู ลอยา่ งเข้มงวด เนอื่ งจากเป็นกลุ่มทีเ่ สีย่ งตอ่ การกระทำผดิ ดา้ นแรงงาน
2) การจัดทำ GLP Platform ร่วมกันกับกระทรวงแรงงานภายใต้ความร่วมมือกับองค์การ
แรงงานตา่ งประเทศหรือ ILO เพือ่ ให้เปน็ ศนู ยก์ ลางของการขยายผล GLP ในภาคประมงอย่างยง่ั ยืน

31

3) จัดระเบียบเรือประมงไทยเพื่อป้องกันการประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) และการค้ามนุษย์
ในภาคการประมง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการออกหน่วยเคลื่อนที่ หรือ Mobile Unit ร่วมกับกรมเจ้าท่าในการจด
ทะเบยี นเรอื เพอ่ื เรง่ รัดใหผ้ ู้ประกอบการเรือประมงมาขอจดอาชญาบตั รทำการประมงให้ถูกต้องกบั กรมประมง

4) สนับสนนุ การบูรณาการตรวจรว่ มเรอื ประมงและแรงงานประมง
5) การตรวจตราเรือประมงพาณิชย์ในนา่ นนำ้ ทีเ่ ขา้ – ออกจากท่า
6) การสนับสนุนจากกองทัพเรือ ช่วยตรวจตราเรือประมงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านใน
ลักษณะ Joint Patrol เพื่อสอดส่องดูแล เพื่อป้องกันและปราบปรามการทำประมงทีผ่ ิดกฎหมาย (IUU) และปัญหา
การคา้ มนุษย์บนเรือประมงนอกน่านน้ำ
7) จัดการฝึกอบรมใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจแกเ่ จา้ หน้าท่ีรัฐและผู้ประกอบการเรือประมงในเรื่อง
ทเี่ ก่ียวกับการปอ้ งกนั และปราบปรามการคา้ มนุษยค์ วบคไู่ ปดว้ ย
8) การส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าประมงของไทยในต่างประเทศผ่าน
การประชุมหรือแสดงสินค้าและอาหารทะเลต่าง ๆ รวมถึงกรมประมงได้มีการจัดทำเว็บไซต์ Good Fisheries
Labour Practices (GLP)

2.13 ไทยแลนด์ 4.0
การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่แบ่งออกเป็น 4 ยุค คือ Thailand 1.0 ยุคแรกจะเน้น

ภาคเกษตร Thailand 2.0 เน้นภาคอุตสาหกรรมเบา และ Thailand 3.0 เน้นภาคอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก
ทั้ง 3 โมเดลที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “รายได้ปานกลางขั้นสูง” แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้น “หยุด
นานจนเกินไป” ทำให้มีแนวคดิ Thailand 4.0 คอื เศรษฐกิจที่ขับเคลอ่ื นด้วยนวัตกรรมอันหมายความว่าเราจะเปลย่ี น
จากการผลักดนั สนิ ค้าโภคภณั ฑ์ไปสู่สนิ ค้าเชงิ นวัตกรรม ทุกอย่างจะตอ้ งมเี ร่อื งราวมีคุณค่าและมลู ค่า จะต้องผูกโยง
กับเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากข้ึน
โดยเฉพาะภาคเกษตร “เราจะเปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรสมัยใหม่ เน้นบริหารจัดการและเทคโนโลยี
เตรยี มป้ันเกษตรกรเปน็ ผู้ประกอบการ ท้ังยงั เป็นเกษตรกรทีม่ ีฐานะรำ่ รวย”

โดยรัฐบาลจะใช้นโยบาย “ประชารัฐ” คือการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน
“เป้าหมายที่ได้จากโมเดลนี้คือเปลี่ยนประเทศไทยที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “รายได้ปานกลางขั้นสูง” ให้กลายเป็น
กลุ่ม “ประเทศที่มีรายได้สูง” ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพของเศรษฐกิจ จากกลไกต่างๆ เน้นการนำ
เทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ ผสมกับภูมิปัญญาต่างๆ” รัฐบาลหวังจะใช้ภาคเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะ
“เกษตรคอื ประเทศไทย” เปน็ จดุ เรม่ิ ต้นของเศรษฐกิจตา่ งๆ มากมาย เช่น อาหาร พลงั งาน ฯลฯ “ประเทศไทยจะต้อง
ขับเคล่ือนดว้ ยภาคเกษตร” ประเทศไทย 4.0 จึงเป็นการเปลยี่ นผ่านท้งั ระบบใน 4 องค์ประกอบสำคญั คอื

1) เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมดั้งเดิม (Traditional Farming) ในปัจจุบัน ไปสู่การเกษตร
สมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี (Smart Faming) โดยเกษตรกรต้องร่ำรวยขึ้น และเป็น
เกษตรกรแบบเป็นผูป้ ระกอบการ (Entrepreneur)

2) เปลี่ยนจาก Traditional SMEs หรือ SMEs ที่มีอยู่ที่รัฐต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา
ไปสู่การเปน็ Smart Enterprises และ Startups ทมี่ ีศกั ยภาพสูง

3) เปลยี่ นจาก Traditional Servicers ซ่งึ มีการสรา้ งมลู คา่ ค่อนขา้ งต่ำ ไปสู่ High Value Servicers
4) เปลีย่ นจากแรงงานทักษะต่ำไปสแู่ รงงานทมี่ ีความรู้ ความเชยี่ วชาญ และทักษะสงู

32

3. วตั ถปุ ระสงค์ในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณจ์ งั หวดั ระนอง
3.1 เพอ่ื เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด
3.2 เพื่อเปน็ กรอบในการจัดทำคำของบประมาณของสว่ นราชการท่ีเกี่ยวขอ้ ง
3.3 เพื่อเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงไปสู่แหล่งงบประมาณ และการติดตามแผนงาน/โครงการใน

การพัฒนาการเกษตรและสหกรณข์ องจังหวัด

4. คำนยิ าม
แผนพัฒนาจังหวัด หมายความว่า รายการเกี่ยวกับโครงการ แผนงานต่างๆ ของจังหวัดที่จำเป็นต้อง

จดั ทำ เพื่อให้เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละทิศทางการพัฒนาของจังหวดั ในอนาคต
แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด หมายความว่า แผนซึ่งแสดงถึงทิศทาง แนวทาง และ

เป้าหมายการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดในอนาคต ที่มีความสอดคล้องกับกรอบ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ประเด็นการเกษตร) การพัฒนาเกษตรและ
สหกรณ์ ระยะ 20 ปี แผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล
นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแผนพัฒนาจังหวัด โดยแสดงถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์
ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา และโครงการในการพัฒนาการเกษตรและสหกรณข์ องจงั หวัด

5. แนวทางการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวดั
การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ในระดับจังหวัด เป็นการกำหนดภาพรวม ทิศทาง

แนวทางการพฒั นาการเกษตรและสหกรณใ์ นจงั หวัด ดงั นัน้ ในการจดั ทำจะตอ้ งคำนงึ ถงึ สิง่ ดงั ตอ่ ไปน้ี
5.1 การสอดคล้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ฉบับที่ 12 นโยบายรัฐบาล แผนการพัฒนาเกษตรและสหกรณ์ระยะ 20 ปี แผนพัฒนาการเกษตรในช่วง
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แผนพัฒนา
จังหวัด/กล่มุ จังหวดั รวมท้งั สอดคลอ้ งกบั ศักยภาพ โอกาส สภาพปัญหาความตอ้ งการของเกษตรกรและภาค
สว่ นต่างๆ ในจงั หวัด

5.2 การจดั ทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณข์ องจังหวัด จะต้องผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม
ของทุกภาคส่วน มีการรับฟังข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ที่มีต่อแผน จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ผู้แทน
หน่วยงานใน-นอกสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน สถาบัน
เกษตรกร สภาเกษตรกรจังหวัด ผูแ้ ทนเกษตรกร ฯลฯ

5.3 การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ต้องมีการทบทวนและปรับปรุง
ใหส้ อดคล้องกับสภาพการเปลยี่ นแปลงของทุกบรบิ ทเป็นประจำทกุ ปี

ส่วนที่ 2
ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลด้านเกษตรท่ีสาคญั ของจังหวดั ระนอง
1. ข้อมูลทว่ั ไปของจังหวดั
1.1 ด้านกายภาพ
1.1.1 ลกั ษณะทางภูมศิ าสตร์
1) ท่ตี ัง้ ขนาดพื้นท่ี
จังหวัดระนองเป็นจังหวัดภาคใต้ตอนบน ต้ังอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน และมีชายแดนติดกับ
สาธารณรัฐแหง่ สหภาพเมียนมา ตง้ั อยู่ระหวา่ งเสน้ รงุ้ ท่ี 10 องศา 47 ลิปดา ถงึ 9 องศา 18 ลิปดาเหนือ และเส้นแวง
ที่ 97 องศา 49 ลิปดา ถึง 95 องศา 58 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางหลวงหมายเลข 4
(ถนนเพชรเกษม) ประมาณ 568 กโิ ลเมตร มเี นื้อที่ประมาณ 3,298.045 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,061,278 ไร่ คิดเป็น
รอ้ ยละ 0.63 ของเนื้อที่ทั้งประเทศ เปน็ จังหวดั ท่ีมพี ้ืนท่มี ากเปน็ อันดบั ที่ 60 ของประเทศ
1.1 อาณาเขต
ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ กบั อาเภอท่าแซะ จงั หวดั ชมุ พร
ทิศตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กับ อาเภอเมือง อาเภอสวี อาเภอพะโต๊ะ จังหวัดชมุ พรและอาเภอ

ไชยา อาเภอท่าฉาง อาเภอบ้านตาขนุ อาเภอวิภาวดี
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทิศใต้ ตดิ ต่อกบั อาเภอคุระบุรี จังหวดั พังงา และอาเภอคีรรี ฐั นคิ ม จังหวดั สุราษฎรธ์ านี
ทิศตะวันตก ติดตอ่ กับ จงั หวดั เกาะสองสาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมียนมาและทะเลอันดามนั

3) สภาพพนื้ ท่ี
จังหวัดระนองมีลักษณะรูปร่างเรียวยาวและแคบ จากทิศเหนือสุดจดใต้สุดยาว

169 กิโลเมตร มีส่วนท่ีกว้างท่ีสุดที่เป็นพื้นดิน ประมาณ 25 กิโลเมตร และมีส่วนแคบท่ีสุดอยู่ท่ีคอคอดกระ
อาเภอกระบรุ ี กวา้ ง 9 กิโลเมตร ลักษณะภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญ่เปน็ ภูเขาสลับซับซอ้ น ประมาณ 86% ของพื้นท่ี
เป็นพ้นื ท่ีราบ 14% และเปน็ ป่าปกคลุมทางทิศตะวันออกของจังหวัด พื้นที่ลาดเอียงลงสู่ทะเลอันดามันทางทิศ

34

ตะวันตก ซง่ึ มสี ภาพเปน็ ป่าชายเลน ภูเขาท่ีสูงท่ีสุดของจังหวัด คือภูเขาพ่อตาโชงโดง สูง 1,700 ฟุต และยังมีหมู่
เกาะต่างๆ กระจายอยู่ในทะเลอันดามัน จานวน 62 เกาะ และมีแม่น้ากระบุรีกั้นพรมแดนระหว่างประเทศ
ไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นอกจากนี้ ยังมีลาน้าต่างๆ ท่ีสาคัญ ได้แก่ คลองจ่ัน คลองลาเลียง
และคลองละอนุ่ ทาให้พ้ืนทีบ่ ริเวณดงั กล่าวเหมาะสมกบั การทาการเกษตร

ตารางที่ 1 แสดงลักษณะภูมิประเทศของพนื้ ท่ี จานวน (ไร่)
ลกั ษณะภูมิประเทศของพน้ื ท่ี 288,580
พื้นทร่ี าบ เกอื บราบ มคี วามลาดชัน 0-2% 756,170
พนื้ ทร่ี าบลกู คลนื่ ลอนลาด มีความลาดชันเล็กนอ้ ย (2-8%) 590,590
พ้ืนที่ลูกคล่ืนลอนชัน ไดแ้ ก่ พนื้ ท่ซี ่ึงมคี วามลาดชันปานกลาง (8-16%) 380,722
พน้ื ทท่ี ่เี ป็นเขา เป็นพื้นท่มี คี วามลาดชนั มาก คือ 16-35% 42,050
พืน้ ทสี่ ูงชัน ได้แก่ พน้ื ทีม่ คี วามลาดชัน 35-50% 1,954
พ้นื ท่ีสูงชนั มาก ได้แก่ พืน้ ทีม่ ีความลาดชัน 50-70% 1,212
พื้นที่สูงชันมากทสี่ ดุ ไดแ้ ก่ พ้ืนท่มี ีความลาดชนั มากกวา่ 75% 2,061,278

รวม

1.1.2 ลกั ษณะภูมิอากาศ
จังหวัดระนองเปน็ จังหวัดทไี่ ด้ช่ือว่า “ฝนแปดแดดส่ี” เนื่องจากอยู่ทางด้านตะวันตก และติด

กับทะเลอันดามัน จึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซ่ึงพัดปกคลุมประเทศไทยระหว่างกลางเดือน
พฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม ทาให้มีเมฆมากและฝนตกทั่วไป โดยเฉพาะอย่างย่ิงตามบริเวณชายฝ่ังทะเล
จังหวดั ระนอง และเทอื กเขาด้านรับลมจะมีฝนมากกว่าบริเวณอ่ืน โดยปริมาณน้าฝนเฉล่ีย 4,068.4 มิลลิเมตร
ต่อปี มีฝนตกประมาณ 196 วัน เดือนท่ีมีฝนตกมากที่สุดคือเดือนสิงหาคมซึ่งมีฝนรวมเฉล่ีย 789.1 มิลลิเมตร
และมีฝนตกเฉล่ีย 28 วัน ฝนตกในแต่ละปีประมาณ 8 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน – พฤศจิกายน หรือบางปี
มากกวา่ และตกมากท่สี ุดในชว่ งเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม เฉล่ยี ชว่ งนเ้ี ดอื นละ 25.02 วัน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย
32.2 องศาเซลเซียส อุณหภูมสิ ูงสดุ ทเ่ี คยวัดได้ 39.6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่าสุดเฉลี่ย 23.6 องศาเซลเซียส
อุณหภมู ติ ่าสดุ ทเ่ี คยวัดได้ 16.1 องศาเซลเซยี ส อุณหภมู เิ ฉลย่ี ตลอดปีประมาณ 27.1 องศาเซลเซยี ส

1) ฤดูกาล
ฤดกู าลของจงั หวัดระนอง แบ่งตามลกั ษณะลมฟ้าอากาศของประเทศไทยออกได้เป็น 3 ฤดู คอื
ฤดูร้อน เร่ิมตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะน้ีเป็นช่องว่าง

ของฤดูมรสมุ จะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงใตพ้ ัดปกคลุม ทาให้อากาศร้อนท่ัวไป อากาศจะร้อนที่สุดในเดือน
เมษายน แต่ไมร่ ้อนมากนัก เน่ืองจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรอยู่ใกล้ทะเล กระแสลมและไอน้าจากทะเลทา
ใหอ้ ากาศคลายความร้อนลงไปมาก

ฤดฝู น เรม่ิ ตัง้ แตก่ ลางเดือนพฤษภาคม ถงึ กลางเดือนตุลาคม จะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกดอากาศต่าจะพาดผ่านภาคใต้เป็นระยะๆ ทาให้มีฝนตกมากตลอดฤดู
และมีฝนตกชกุ ทสี่ ุดในรอบปีในเดอื นกรกฎาคม - สิงหาคม

35

ฤดหู นาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะน้ีจะมีลมมรสุม
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซึ่งเยน็ และแหง้ จากประเทศจีนพดั ปกคลุมประเทศไทย ทาให้อุณหภูมิลดลงท่ัวไป และมี
อากาศหนาวเย็น แต่เนื่องจากจังหวัดระนองอยู่ใกล้ทะเล อุณหภูมิจึงลดลงเล็กน้อยเป็นครั้งคราว อากาศ
จะไมห่ นาวเยน็ มากนกั และมฝี นจากฝง่ั อา่ วไทยขา้ มมาตกไดบ้ า้ งแต่มปี ริมาณและการกระจายไมม่ าก

2) ปริมาณน้าฝน
ตารางท่ี 2 แสดงปรมิ าณนา้ ฝน ปี พ.ศ. 2552-2563 (เฉล่ยี ตอ่ เดอื น)

ปี พ.ศ. ปรมิ าณน้าฝน (มม.)
2552 367.08
2553 276.27
2554 345.96
2555 463.73
2556 377.90
2557 400.13
2558 299.66
2559 445.60
2560 392.04
2561 405.79
2562 319.06
2563 253.48

ท่ีมา: สถานอี ตุ ุนยิ มวิทยาระนอง, 2564

3) อุณหภมู แิ ละความช้นื สัมพัทธ์ (ข้อมลู 12 ปี)
ตารางที่ 3 แสดงอณุ หภูมิและความชื้นสัมพัทธส์ ูงสดุ -ต่าสดุ ปี พ.ศ. 2552-2563

ปี พ.ศ. อุณหภูมิเฉล่ยี (oC) ความชน้ื สัมพทั ธ์ (%)
สูงสุด ตา่ สดุ เฉลีย่ ทงั้ ปี สูงสุด ต่าสุด เฉล่ยี ทัง้ ปี

2552 34.00 21.70 27.18 95.00 47.83 78.43

2553 33.26 23.21 27.60 95.67 45.83 78.81

2554 33.58 21.63 29.48 97.08 48.17 79.83

2555 33.65 21.31 27.16 96.58 50.75 81.51

2556 31.95 23.45 27.35 95.92 50.67 80.67

2557 32.19 23.92 28.08 94.92 79.50 89.32

2558 34.54 22.35 28.25 95.5 80.75 90.03

2559 34.79 22.60 28.25 94.66 80.83 91.78

2560 33.93 21.41 27.19 80.42 49.25 81.38

2561 36.00 19.50 27.31 97.00 37.00 80.34

2562 34.48 22.67 27.66 95.08 48.67 78.44

36

ปี พ.ศ. อุณหภมู เิ ฉลย่ี (oC) ความชน้ื สัมพทั ธ์ (%)

สูงสดุ ต่าสุด เฉลี่ยทั้งปี สูงสุด ตา่ สุด เฉลี่ยทง้ั ปี

2563 34.89 22.42 27.80 95.58 45.33 77.08

ที่มา: สถานีอตุ นุ ยิ มวิทยาระนอง, 2564

1.1.3 แหล่งน้าธรรมชาติ
จังหวัดระนองมีแม่น้าลาคลองท่ีเกิดจากเทือกเขาทางด้านทิศตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ มี

ลักษณะเป็นทางน้าสายสั้นๆ ไหลลงสู่ทะเลอันดามันทางด้านทิศตะวันตก มีแม่น้า ห้วย ลาธาร คลอง 272 สาย
ซ่งึ ในจานวนน้ีมีทีใ่ ช้งานในฤดแู ลง้ 261 สาย มีหนองบึง 21 แห่ง ที่มีสภาพใช้งานได้ในฤดูแล้ง 20 แห่ง มีน้าพุ
นา้ ซบั 2 แห่ง ทมี่ สี ภาพใช้งานได้ในฤดูแลง้ 2 แหง่ และแหล่งน้าอน่ื ๆ ท่มี ีสภาพใชง้ านได้ในฤดูแล้ง 2 แหง่

แหลง่ น้าธรรมชาตทิ ี่สาคญั 1. แมน่ า้ กระบุรี
2. คลองกระบุรี
3. คลองปากจน่ั
4. คลองวัน
5. คลองลาเลียง
6. คลองละอุน่
7. คลองหาดสม้ แป้น
8. คลองบางร้นิ
9. คลองละออง
10. คลองราชกรดู
11. คลองกะเปอร์
12. คลองบางหิน
13. คลองนาคา
14. คลองกาพวน

1) แมน่ า้ กระบรุ ี เป็นแม่นา้ สายสาคญั กน้ั พรมแดนระหวา่ งประเทศไทย และประเทศสหภาพ
เมียนมาร์ ต้นน้าเกิดจากเขาตุ่น และเขาจอมแหทางทิศเหนือ ไหลลงสู่ทะเลอันดามันที่บริเวณตาบลปากน้า

จังหวดั ระนอง ความยาวประมาณ 95 กโิ ลเมตร

2) คลองกระบุรี ต้นน้าเกิดจากเขาผักแว่น เขตจังหวัดชุมพร - จังหวัดระนอง ไหลผ่าน

อาเภอกระบรุ ลี งส่แู ม่นา้ กระบรุ ที ีบ่ า้ นน้าจดื อาเภอกระบรุ ี ความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร

3) คลองจั่น ต้นน้าเกิดจากเขาปลายคลองบางนาทางทิศเหนือ ไหลลงสู่แม่น้ากระบุรี
ทบี่ ้านนานอ้ ย ความยาวประมาณ 20 กโิ ลเมตร

4) คลองวัน ต้นน้าเกิดจากเขาหินลุทางทิศเหนือของจังหวัด ไหลลงสู่แม่น้ากระบุรี
ทบ่ี า้ นทบั หลี ความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร

5) คลองลาเลยี ง ต้นน้าเกิดจากเทือกเขาบางใหญ่ และเขาแดนทางทิศเหนือ ไหลลงสู่แม่น้า

กระบุรที ี่บา้ นลาเลยี ง ความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร

37

6) คลองละอ่นุ ต้นนา้ เกดิ จากเขาหว้ ยเสียด และเขาหินด่างทางทิศตะวันออก ไหลลงสู่แม่น้า
กระบรุ ีท่ีบา้ นเขาฝาชี ความยาวประมาณ 50 กิโลเมตร

7) คลองหาดส้มแป้น ต้นน้าเกิดจากเทือกเขาจอมแหลม และเขานมสาว ไหลลงสู่แม่น้า
กระบุรที บ่ี า้ นเกาะกลาง ความยาวประมาณ 19 กิโลเมตร

8) คลองบางริ้น ต้นน้าเกิดจากเขานมสาว และเขาพ่อตาเขาสูง ไหลลงสู่แม่น้ากระบุรี
ทบ่ี ้านบางรนิ้ ความยาวประมาณ 25 กโิ ลเมตร

9) คลองละออง ต้นน้าเกิดจากเขานมสาว ไหลลงสู่ทะเลอันดามันท่ีบ้านละออง ความยาว
ประมาณ 12 กิโลเมตร

10) คลองราชกรูด ต้นน้าเกิดจากเขาพ่อตาโชงโดง ไหลลงสู่ทะเลอันดามันที่บ้านราชกรูด
ความยาวประมาณ 12 กโิ ลเมตร

11) คลองกะเปอร์ ต้นน้าเกิดจากเขายายหม่อน ไหลลงสู่ทะเลอันดามันท่ีบ้านบางลาพู ความ
ยาวประมาณ 32 กิโลเมตร

12) คลองบางหิน ตน้ น้าเกิดจากคลองเคียนงาม ไหลลงสู่คลองกะเปอร์ ความยาวประมาณ 6.6 กิโลเมตร
13) คลองนาคา ต้นน้าเกิดจากเขานาคา และเขาพระหมี ไหลลงสู่ทะเลอันดามันท่ีบ้านนาพรุ
ความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร
14) คลองกาพวน ตน้ น้าเกิดจากเขาพระหมี ไหลลงสทู่ ะเลอันดามันที่บ้านกาพวน ความยาว
ประมาณ 19 กิโลเมตร

1.1.4 ทรัพยากรธรรมชาติที่สาคัญ

- ทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดระนอง มีพ้ืนที่ป่าบก ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการดูแลรักษา

ออกเป็น พ้นื ทปี่ ่าสงวนแหง่ ชาติ จานวน 13 แหง่ เขตรกั ษาพนั ธ์ุสัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จานวน 5 แห่ง

และอทุ ยานแหง่ ชาติ จานวน 4 แห่ง

1) ป่าสงวนแห่งชาติ จานวน 13 แห่ง รวมเนื้อท่ีท้ังส้ิน 1,393,095.00 ไร่ ประกอบด้วย

1.1) ป่านา้ ขาว อาเภอกระบุรี เนอ้ื ท่ี 164,521.00 ไร่

1.2) ป่าน้าจดื -ป่ามะม-ุ ป่าปากจนั่ เนอ้ื ท่ี 76,513.00 ไร่

1.3) ป่าลาเลยี ง เนื้อที่ 143,406.00 ไร่

1.4) ปา่ คลองลาเลยี งละอุ่น เนื้อท่ี 27,643.00 ไร่

1.5) ปา่ ละอุ่น-ป่าราชกรูด เน้อื ท่ี 492,922.00 ไร่

1.6) ปา่ คลองเสร็จกวด-ปา่ เขาหินช้าง- เนอ้ื ท่ี 19,412.50 ไร่

ป่าเขาสามแหลม

1.7) ป่าคลองหวั เขียว-ปา่ คลองเกาะสุย เนอ้ื ที่ 77,825.00 ไร่

1.8) ปา่ เกาะชา้ ง เนื้อที่ 12,434.00 ไร่

1.9) ป่าเกาะพยาม เน้อื ที่ 10,875.00 ไร่

1.10) ป่าเขานา้ ตกหงาว เนอ้ื ท่ี 1,831.25 ไร่

1.11) ปา่ คลองหนิ กอง-ป่าคลองม่วงกลวง เนือ้ ท่ี 72,712.25 ไร่

38

1.12) ป่าเลนคลองมว่ งกลวง-แหลมหนา้ ทุ่ง เนอ้ื ท่ี 100,000.00 ไร่

1.13) ป่ากะเปอร์ เน้อื ที่ 256,000.00 ไร่

2) อทุ ยานแหง่ ชาติ จานวน 4 แหง่ รวมเน้อื ที่ท้ังส้นิ 1,378,250 ไร่ ประกอบดว้ ย

2.1) อุทยานแหง่ ชาติน้าตกหงาว เนอ้ื ที่ 417,500 ไร่

2.2) อทุ ยานแห่งชาติลานา้ กระบุรี เน้ือที่ 100,000 ไร่

2.3) อุทยานแห่งชาติหมเู่ กาะพยาม เนอ้ื ท่ี 183,125 ไร่

2.4) อทุ ยานแหง่ ชาติแหลมสน เน้อื ท่ี 677,625 ไร่

3) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จานวน 5 แห่ง รวมเนื้อท่ีท้ังสิ้น

1,029,641 ไร่ ประกอบด้วย

3.1) เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ ่าคลองนาคา เนื้อท่ี 331,456 ไร่

ตาบลนาคา อาเภอสุขสาราญ

3.2) เขตรกั ษาพนั ธุส์ ตั ว์ป่าควนแม่ยายหม่อน เนอ้ื ท่ี 297,760 ไร่

3.3) เขตรกั ษาพนั ธ์ุสัตวป์ ่าท่งุ ระยะนาสัก เนอ้ื ท่ี 211,650 ไร่

ตาบลน้าจืด อาเภอกระบุรี

3.4) เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ปา่ อทุ ยานเสด็จในกรม เนอ้ื ท่ี 106,875 ไร่

กรมหลวงชมุ พร-จปร. ทศิ ใต้

3.5) เขตหา้ มล่าสัตวป์ ่าคลองม่วงกลวง เน้อื ท่ี 81,900 ไร่

4) ป่าชมุ ชน

ตารางที่ 4 แสดงชอ่ื ป่าชมุ ชนและที่ต้งั ในจังหวัดระนอง

ท่ี ชอื่ โครงการ ทต่ี ้งั เนื้อทตี่ ามประเภทป่า ปีงบ

บ้าน หมู่ ตาบล อาเภอ ป่าสงวนฯ ป่า พ.ร.บ.ฯ ประ

ไร่ งาน ตร.วา ไร่ งาน ตร.วา มาณ

1 ปา่ ชมุ ชนบ้านตรอกปรือ ตรอกปรือ 4 น้าจืดนอ้ ย กระบรุ ี 11 0 0 43

2 ป่าชมุ ชนหว้ ยไทร หว้ ยไทร 2 ลาเลียง กระบรุ ี 57 0 0 43,56

3 ป่าชุมชนบ้านทองหลาง ทองหลาง 3 บ้านนา กะเปอร์ 10 0 0 43

4 ปา่ ชุมชนบา้ นบางแก้วใหญ่ บางแก้วใหญ่ 2 บางแกว้ ละอนุ่ 27 0 0 43

5 ป่าชมุ ชนบา้ นผาพงิ ผาพิง 1 ในวงเหนือ ละอุ่น 40 0 0 43

6 ปา่ ชมุ ชนบ้านคอกช้าง คอกช้าง 2 ในวงเหนือ ละอนุ่ 20 0 0 43

7 ป่าชุมชนบ้านหินใหญ่ หนิ ใหญ่ 9 น้าจดื กระบุรี 16 0 0 44

8 ป่าชุมชนบ้านบางแกว้ บางแกว้ 1 บางแก้ว ละอ่นุ 6 0 0 44

9 ป่าชมุ ชนบ้านบางใหญ่ บางพระเหนือ ละอนุ่ 4 0 0 44

10 ปา่ ชมุ ชนบ้านบางแกะ บางแกะ 4 ละอุ่นใต้ ละอ่นุ 4 0 0 44

11 ปา่ ชมุ ชนบา้ นพรขุ ่า พรุขา่ 5 ละอุ่นใต้ ละอนุ่ 5 0 0 44

12 ปา่ ชมุ ชนบา้ นวังลมุ่ วังลุ่ม 4 ละอนุ่ เหนือ ละอ่นุ 4 0 0 44

13 ป่าชุมชนบา้ นนคิ มผัง4 นิคมผงั 4 4 จปร. กระบรุ ี 5 0 0 45

14 ปา่ ชุมชนบ้านปลายคลอง ปลายคลอง 1 น้าจดื กระบุรี 10 0 0 45

15 ป่าชมุ ชนบา้ นบางหมีเหนือ บางหมเี หนอื 7 นา้ จดื กระบรุ ี 5 0 0 45

16 ป่าชุมชนบ้านบางใหญ่เหนือ บางใหญ่เหนอื 3 บางใหญ่ กระบุรี 43 0 0 45,57

39

ท่ี ชอ่ื โครงการ ทต่ี งั้ เนอ้ื ทต่ี ามประเภทป่า ปีงบ
หมู่ ตาบล ประ
บา้ น อาเภอ ป่าสงวนฯ ปา่ พ.ร.บ.ฯ มาณ
7 ปากจน่ั 45
8 ปากจนั่ กระบรุ ี ไร่ งาน ตร.วา ไร่ งาน ตร.วา 45
9 ปากจน่ั กระบรุ ี 45
17 ป่าชมุ ชนบ้านคลองเงิน คลองเงนิ กระบรุ ี 40 0
18 ปา่ ชุมชนบา้ นหาดตุ่น หาดตุ่น 4 มะมุ
19 ปา่ ชมุ ชนบ้านปลายคลองวนั ปลายคลอง 8 ลาเลียง กระบุรี 15 0 0
วนั 10 ลาเลียง กระบุรี
20 ปา่ ชมุ ชนบ้านทับหลี ทับหลี กระบรุ ี 50 0
21 ป่าชุมชนบ้านแพรกขวา แพรกขวา 9 กะเปอร์
22 ป่าชมุ ชนบา้ นห้วยไทรงาม หว้ ยไทย 2 เช่ียว กะเปอร์ 12 0 11 0 0 45,57
งาม กะเปอร์ 48 0 0 45,56
23 ปา่ ชุมชนบา้ นหนิ ขาว หินขาว เหลียง 0 45,56
24 ป่าชมุ ชนบ้านยา่ นยาว ยา่ วยาว 5 บา้ นนา กะเปอร์
63 บ้านนา กะเปอร์ 53 0 0 46,54
ละอนุ่ 50 0 46
ในวงเหนอื กระบุรี
25 ป่าชมุ ชนบ้านแพรกขวา แพรกขวา 7 จปร. 50 0 46
กระบรุ ี 50 0 46
26 ปา่ ชมุ ชนบา้ นนาเดิม นาเดมิ 1 จปร. 13 0 60 46
กระบรุ ี 0 47
27 ปา่ ชุมชนบ้านคอกช้าง 2 บางใหญ่
กระบรุ ี
28 ป่าพ้ืนบ้านอาหารชุมชนบ้าน นา้ ขาว 4 บางใหญ่ 50 0

นา้ ขาว

29 ป่าพ้ืนบ้านอาหารชุมชนบ้าน รงั แตน 78 0 0 47

รังแตน

30 ป่าพื้นบ้านอาหารชุมชนบ้าน บางสองรา 250 0 0 47

บางสองรา

31 ป่าพ้ืนบ้านอาหารชุมชนบ้าน บางสอง 8 0 41 47

บางสองราใต้ ราใต้

32 ป่าพื้นบ้านอาหารชุมชนบ้าน ทบั จาก 5 บางใหญ่ กระบรุ ี 200 0 0 47
0
ทับจาก กระบรุ ี 154 0 47,57
0
33 ปา่ ชุมชนบ้านบางใหญ่ล่าง บางใหญ่ 5 บางใหญ่ กระบุรี 50 0 47
0
ลา่ ง กระบุรี 200 0 0 47
2
34 ป่าพ้ืนบ้านอาหารชุมชนบา้ น วังเข้ 6 ลาเลียง กะเปอร์ 240 0 0 47,54
กะเปอร์ 100 0 0 47
วังเข้
เมอื ง 28 0 47,53
35 ปา่ พ้ืนบา้ นอาหารชุมชนบา้ น บางนา 9 ลาเลยี ง เมอื ง 50 0 47

บางนา เมือง 84 46 47,53

36 ปา่ ชมุ ชนบา้ นบางลาภู บางลาพู 3 กะเปอร์

37 ป่าพ้ืนบา้ นอาหารชุมชนบ้าน ม่วงกลวง 1 ม่วงกลวง

มว่ งกลวง

38 ปา่ ชมุ ชนบา้ นบางนอน บางนอนใน 1 บางนอน

39 ป่าพ้ืนบา้ นอาหารชุมชนบ้าน บางนอน 2 บางนอน

บางนอน

40 ป่าชุมชนบ้านหาดส้มแปน้ หาดส้มแป้น 3 หาดส้ม

แป้น

40

ท่ี ชื่อโครงการ ท่ีตงั้ เนอื้ ทีต่ ามประเภทป่า ปงี บ
หมู่ ตาบล ประ
บ้าน อาเภอ ปา่ สงวนฯ ป่า พ.ร.บ.ฯ มาณ
48
ไร่ งาน ตร.วา ไร่ งาน ตร.วา

41 ป่าพ้ืนบ้านอาหารชุมชนบ้าน บางนอน 3 บางนอน เมอื ง 75 0 0 75 0 0

บางนอนนอก นอก

42 ป่าชมุ ชนบ้านบรุ รี ัมย์ บรุ ีรมั ย์ 1 ในวงใต้ ละอุ่น 150 0 0 49
2 ในวงใต้ ละอุ่น 400 0 0 49
43 ป่าชุมชนบ้านเนินทอง เนินทอง 3 ในวงใต้ ละอุ่น 300 0 0 49
3 ในวง ละอนุ่ 200 0 0 49
44 ปา่ ชมุ ชนบา้ นทบั เหนอื ทับเหนือ
เหนือ
45 ปา่ ชุมชนบา้ นหมอลา หมอลา 3 หงาว เมือง
5 บางพระ ละอุ่น
46 ป่าชมุ ชนบา้ นท่าฉาง ทา่ ฉาง 60 0 0 50
47 ป่าชมุ ชนบา้ นระวิ ระวิ เหนือ 130 0 0 50
5 บางแก้ว ละอุ่น
48 ปา่ ชุมชนบา้ นพรุตาโรย พรุตาโรย 11 จปร. กระบุรี 200 0 0 50
49 ป่าชมุ ชนบ้านรงั แตนใต้ รงั แตนใต้ 1 ราชกรูด เมอื ง 300 0 0 50
50 ปา่ ชมุ ชนบ้านละออง ละออง 3 ราชกรดู เมอื ง 51
51 ป่าชุมชนบา้ นราชกรดู ราชกรูด 4 ราชกรูด เมอื ง 350 0 150 0 0 51
52 ป่าชมุ ชนบา้ นห้วยนา้ ใส หว้ ยนา้ ใส 1 หาดส้ม เมือง 200 0 0 51
53 ป่าชมุ ชนบ้านทงุ่ คา ท่งุ คา 35 0 0 52
แปน้ 0
3 บางริ้น เมือง
54 ปา่ ชุมชนบ้านพรรงั้ พรร้ัง 2 บางรนิ้ เมอื ง 59 0 250 0 0 52
55 ปา่ ชมุ ชนบา้ นบางริน้ บางร้ิน 4 หงาว เมอื ง 0 54
56 ป่าชุมชนบา้ นล่าง ล่าง 1 ทรายแดง เมอื ง 3,7 3 0 54
57 ป่าชุมชนบา้ นทรายแดง ทรายแดง 26 429 0 0 58
รวม 100 0 166
141 1,637 3

ที่มา: สานักจดั การทรพั ยากรป่าไม้ท่ี 11 (สุราษฎรธ์ านี), 2561

- ทรัพยากรป่าชายเลนจังหวัดระนอง อยู่ติดกับทะเลอันดามัน ชายฝั่งมีน้าทะเลท่วมถึง
ทาให้เกิดสภาพป่าอีกชนิดหน่ึง เรียกว่า ป่าชายเลน เป็นป่าที่มีสภาพทางนิเวศวิทยาท่ีสาคัญมาก เป็นท่ีอยู่
อาศัยของสัตว์น้าวัยอ่อน จากข้อมูลการแปลภาพถ่ายดาวเทียมกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช
พ.ศ. 2547 พบว่าพื้นท่ีป่าชายเลนจังหวัดระนอง 250.9 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.076 ของพ้ืนท่ี
ท้ังหมดของจังหวัด ป่าชายเลนของจังหวัดระนองได้รับการรับรองให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้าที่มีความสาคัญระหว่าง
ประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ ได้ข้ึนทะเบียนเป็นลาดับท่ี 1183 เม่ือวันที่ 14 สิงหาคม 2545 ประกอบด้วยระบบ
นเิ วศพนื้ ทช่ี ่มุ น้าหลายแบบที่ผสมผสานกันเป็นพ้ืนท่ีชุ่มน้าผืนใหญ่ ได้แก่ หาดเลน หาดทราย แหล่งปะการัง
แหล่งหญ้าทะเล และป่าชายเลนดึกดาบรรพ์ที่สุด มีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย พบต้น
โกงกางขนาดใหญท่ ่มี ีอายุมากกว่า 300 ปี เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหลบภัยและขยายพันธ์ุของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด
ความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ซ่ึงระบบนิเวศดังกล่าวล้วนมีความสาคัญต่อส่ิงมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพ้ืนท่ี
ชายฝ่งั เพราะเปน็ แหลง่ ทอี่ ยอู่ าศัย แหลง่ อาหาร แหล่งขยายพนั ธ์ุและอนุบาลสัตวว์ ยั อ่อน สงิ่ มีชีวิตทุกขนาด
ต้ังแต่ขนาดเล็กขนาดใหญ่จนถึงมนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติจากป่าชายเลน ป่าชายหาด


Click to View FlipBook Version