The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ. 2566 - 2570) ทบทวน ปี 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pongpun.nualsri, 2021-10-23 03:25:11

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ. 2566 - 2570) ทบทวน ปี 2564

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ. 2566 - 2570) ทบทวน ปี 2564

Keywords: แผนพัฒนาการเกษตรจังหวัดระนอง รายได้เกษตรกรเพิ่ม,ขึ้น

91

11) หมาก
จังหวัดระนอง มีเกษตรกรผู้ปลูกหมาก จานวน 2,342 ครัวเรือน พ้ืนที่ปลูกหมากท้ังหมด

6,202 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 5,316 ไร่ พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอาเภอเมืองระนอง จานวน 2,027 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
33 ของพ้ืนที่ปลูกทั้งหมดในปี 2563 มีผลผลิตรวม 3,233 ตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 608 กิโลกรัมต่อไร่ มูลค่ารวม
28.67 ล้านบาท โดยจงั หวดั ระนองมตี ้นทุนการผลติ เฉล่ยี 404 บาทต่อไร่

ตารางท่ี 55 แสดงข้อมูลการปลูกหมากจงั หวัดระนอง

อาเภอ เกษตรกร พ้ืนทป่ี ลูก พนื้ ท่ี ผลผลติ เฉลี่ย ราคาเฉล่ยี มูลคา่ รวม
(ครัวเรอื น) (ไร่) เกบ็ เกยี่ ว(ไร)่ (กก./ไร)่ (บาท/กก.) (ล้านบาท)

เมอื งระนอง 922 2,027 1,677 506 7.80 6.62

กระบรุ ี 817 1,947 1,648 484 8.00 6.38

กะเปอร์ 237 790.79 732.55 646 12.00 5.68

ละอุน่ 280 1,190 1,080 873 11.57 10.91

สขุ สาราญ 86 247.8 178.04 533 5.00 0.47

รวม 2,342 6,202 5,316 608 8.87 28.67

ทม่ี า : สานกั งานเกษตรจังหวัด, กรกฎาคม 2564

12) จาปาดะ

จังหวัดระนอง มีพ้ืนท่ีปลูกจาปาดะทั้งหมด 196 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 151 ไร่ พ้ืนท่ีปลูกส่วน

ใหญ่อยู่ในอาเภอเมืองระนอง จานวน 80 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 40.82 ของพื้นที่ปลูกท้ังหมด ในปี 2563

มีผลผลิตรวม 143 ตัน ผลผลิตเฉล่ียต่อไร่ 956 กิโลกรัมต่อไร่ มูลค่ารวม 2.26 ล้านบาท โดยจังหวัดระนอง

มตี ้นทุนการผลิตเฉลยี่ 413 บาทต่อไร่

ตารางท่ี 56 แสดงข้อมูลการปลูกจาปาดะจงั หวดั ระนอง

อาเภอ เกษตรกร พนื้ ท่ปี ลูก พน้ื ที่ ผลผลติ เฉลยี่ ราคาเฉลย่ี มูลคา่ รวม
(ครัวเรอื น) (ไร)่ เกบ็ เกีย่ ว(ไร่) (กก./ไร)่ (บาท/กก.) (ล้านบาท)
เมืองระนอง
กระบุรี 66 80 74 207.00 20.00 0.31
กะเปอร์ 24 51 43 800.00 18.08 0.62
ละอุน่ 6 14 14 1,500.00 25.00 0.53
สุขสาราญ 10 46 15 1,820.00 20.66 0.56
3 5 5 540.00 20.00 0.05
รวม 109 196 151 956.00 15.69 2.26

ท่ีมา : สานกั งานเกษตรจังหวัด, กรกฎาคม 2564

92

13) มะพร้าว
จังหวัดระนอง มีพื้นท่ีปลูกมะพร้าวทั้งหมด 4,396 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 3,968 ไร่ ลักษณะการ

ปลูกเป็นการปลูกแซมไม้ผล และปลูกผสมผสานกับพืชอื่นๆ พ้ืนที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอาเภอเมืองระนอง จานวน
3,374 ไร่ คดิ เป็นร้อยละ 76.75 ของพนื้ ที่ปลูกท้ังหมด ในปี 2563 มีผลผลิตรวม 2,957.82 ตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่
745.42 กิโลกรัม มูลค่ารวม 29.28 ล้านบาท โดยภาคใต้มีต้นทุนการผลิตเฉล่ีย 4,757.28 บาทต่อไร่ ท้ังน้ี
จังหวัดระนองมีพื้นท่ีท่ีมีระดับความเหมาะสมสาหรับปลูกมะพร้าวมากที่สุด ซึ่งอยู่ในอาเภอกระบุรี จานวน
9,446 ไร่ และพ้ืนที่ท่ีเหมาะสมระดับปานกลางอยู่ในอาเภอเมือง จานวน 4,346.38 ไร่ รองลงมาเป็นอาเภอ
กระบุรจี านวน 503.33 ไร่

ตารางท่ี 57 แสดงข้อมลู การปลกู มะพรา้ วจังหวัดระนอง

อาเภอ เกษตรกร พื้นท่ปี ลกู พน้ื ที่ ผลผลติ เฉลยี่ ราคาเฉลยี่ มูลค่ารวม
(ครวั เรือน) (ไร)่ เก็บเกี่ยว(ไร่) (กก./ไร)่ (บาท/กก.) (ล้านบาท)
เมืองระนอง 3,374 748.75
กระบรุ ี 929 344 3,163 733.75 10.5 24.87
กะเปอร์ 148 388 302 735 12.49 2.77
ละอุ่น 105 128 263 730 1.55
สขุ สาราญ 64 162 88 726.25 8 0.56
60 4,396 152 745.42 8.78 1.1
รวม 1,306 3,968 9.96 29.28
9.9

ทม่ี า: สานักงานเกษตรจงั หวัดระนอง, กรกฎาคม 2564

2. การปศุสัตว์

ตารางท่ี 58 แสดงการเคลื่อนยา้ ยสินคา้ ปศสุ ตั ว์ ณ ปี 2562

ลาดบั ที่ ประเภทผลติ ภณั ฑ์ ปรมิ าณสนิ คา้ ท่สี ง่ ออก (ตัว) มลู คา่ (บาท)

1 ไก่เนือ้ ลกู ผสม 3,100 111,300
2
3 ลูกไกไ่ ข่ 24,918 887,958
4
ไกไ่ ข่ 36,610 1,721,025

ไกเ่ นื้อ 100,010 3,522,395

รวม 164,638 6,242,678

ที่มา: ดา่ นกักกันสัตวร์ ะนอง ตดั ยอดข้อมูล ณ กันยายน 2562

93

ตารางท่ี 59 แสดงการส่งซากสัตว์มีชีวติ ออกนอกราชอาณาจกั ร (ร.9) ด่านกักกันสัตวร์ ะนอง

ปี 2562 ซากสุกร ซากไก่ ซากเป็ด รวม

(กิโลกรัม) (กิโลกรัม) (กิโลกรัม)

ปรมิ าณ 285,141 4,160,582 17,070 4,462,793

มูลคา่ (บาท) 32,763,540 177,561,255 981,302 211,306,097

ทีม่ า: ดา่ นกักกันสัตวร์ ะนอง ณ กนั ยายน 2562

1) ไก่เนื้อ ปี 2562 มีปริมาณสัตว์เฉล่ียทั้งปี 1,575,085 ตัว โดยมีปริมาณเฉลี่ยเพิ่มข้ึนจาก

ปี 2561 จานวน 3,167 ตัว โดยมีราคาเฉลี่ยท่ีเกษตรกรขายได้กิโลกรัมละ 33 บาท ซ่ึงมีราคาเพิ่มขึ้นจากปี 2561

และมีมูลคา่ 9.67 ลา้ นบาท

ตารางที่ 60 แสดงปรมิ าณ ราคา มูลคา่ ไกเ่ นอื้

ปี ปริมาณสตั ว์เฉล่ียทั้งปี (ตัว) ราคาเฉลยี่ (บาท/กก.) รวมมลู คา่ (ลา้ นบาท)

2558 2,092,467 38.90 6.78

2559 2,132,071 38.83 6.89

2560 1,703,125 39.33 5.58

2561 1,571,918 32.00 8.56

2562 1,575,085 33.00 9.67

ท่ีมา: สานกั งานปศุสตั ว์จังหวดั ระนอง, สานักงานคลงั จังหวดั ระนอง ณ พฤษภาคม 2563

2) สุกร ปี 2562 มีปริมาณสัตว์เฉล่ียทั้งปี 169,180 ตัว โดยปริมาณเฉล่ียลดลงจากปี 2561 จานวน
16,330 ตัว โดยมีราคาเฉล่ียท่ีเกษตรกรขายได้กิโลกรัมละ 75 บาท ซึ่งมีราคาเพ่ิมขึ้นจากปี 2561 และมีมูลค่า
11.28 ลา้ นบาท

ตารางท่ี 61 แสดงปริมาณ ราคา มลู ค่าสุกร

ปี ปรมิ าณสัตวเ์ ฉลีย่ ทั้งปี (ตวั ) ราคาเฉล่ยี (บาท/กก.) รวมมูลคา่ (ล้านบาท)
13.91
2558 209,853 66.10 14.97
13.21
2559 221,111 68.00 11.33
11.28
2560 214,550 61.58

2561 185,510 61.25

2562 169,180 75.00

ที่มา: สานกั งานปศุสตั ว์จงั หวัดระนอง, สานกั งานคลังจงั หวัดระนอง ณ พฤษภาคม 2563

3) โคเนื้อ ปี 2562 มีปริมาณสัตว์เฉลี่ยทั้งปี 45,885 ตัว โดยปริมาณผลผลิตเฉล่ียได้เพิ่มข้ึนจาก
ปี 2561 จานวน 847 ตัว โดยปี 2562 เกษตรกรขายโคเน้ือได้เฉล่ียตัวละ 28,200 บาท และมีมูลค่าเฉลี่ย 124
ลา้ นบาท

94

ตารางที่ 62 แสดงปริมาณ ราคา มูลคา่ โคเนื้อ

ปี ปรมิ าณสัตวเ์ ฉลยี่ ทง้ั ปี (ตัว) ราคาเฉลีย่ (บาท/ตัว) รวมมูลค่า (ล้านบาท)
84.67
2558 37,806 26,880 86.42
90.91
2559 39,705 26,126 97.62
124.00
2560 40,024 24,000

2561 45,038 26,000

2562 45,885 28,200

ที่มา: สานักงานปศุสัตวจ์ งั หวัดระนอง, สานกั งานคลงั จงั หวัดระนอง ณ พฤษภาคม 2563

4) แพะ ปี 2562 มีปริมาณทั้งหมด 58,000 ตัว มีปริมาณผลผลิตเพ่ิมขึ้นจากปี 2561 จานวน 1,064

ตวั โดยปี 2562 เกษตรกรขายแพะไดร้ าคาเฉลย่ี ตัวละ 3,660 บาท มมี ลู ค่าเฉลย่ี 20.88 ล้านบาท

ตารางท่ี 63 แสดงปริมาณ ราคา มูลคา่ แพะ

ปี ปรมิ าณสตั วเ์ ฉล่ยี ทั้งปี (ตัว) ราคาเฉลย่ี (บาท/ตวั ) รวมมูลคา่ (ล้านบาท)

2558 50,639 4,680 19.74

2559 53,003 3,512 15.50

2560 57,771 3,300 14.95

2561 56,833 3,622 17.14

2562 57,897 3,660 20.88

ที่มา: สานักงานปศสุ ตั วจ์ งั หวดั ระนอง, สานักงานคลังจังหวดั ระนอง ณ พฤษภาคม 2563

3. การประมง
1) ประมงพาณิชย์ (นา้ ลึก)
ปี 2562 ปริมาณปลาขึ้นท่า ทั้งสิ้น 12,733.25 ตัน ปี 2561 มีปริมาณ 14,235.31 ตัน ลดลง

1,502.06 ตัน สาหรับราคาปลาข้นึ ท่าปี 2562 เฉลี่ยกิโลกรมั ละ 74.28 บาท ปี 2561 กิโลกรัมละ 47.61 บาท
เพ่ิมขึ้น 26.67 บาท มีมูลคา่ ปลาขนึ้ ทา่ คิดเป็น 954.74 ลา้ นบาท

ตารางท่ี 64 แสดงปรมิ าณ ราคา มูลคา่ ประมงพาณิชย์ (นา้ ลกึ )

ลาดับ รายการขอ้ มูล หนว่ ย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
- - -
1 จานวนครัวเรอื นประมง ครัวเรอื น -
2 จานวนเรือประมง ลา 2,720.00 2,074.00 1,268.00 1,835.00
ปริมาณปลาขนึ้ ท่า ตัน 21,169.12 20,497.84 14,235.31 12,733.25
(ปลาทะเล) รายการที่สาคัญ
1 ปลาทู ตัน 2,596.20 2,319.45 1,520.64 1,815.29
2 ปลาเลย ตัน 10,384.81 9,277.79 5,581.90 5,682.17
3 ปลาลงั ตนั -
- - -
4 ปลาเปด็ ตนั 7,647.28 8,376.20 6,477.60 3,323.70
5 ปลาอื่นๆ ตัน -
6 หมึก ตนั 397.40 - - -
427.00 452.69 1,169.18

95

ลาดับ รายการขอ้ มูล หน่วย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
7 ปู ตนั - - 68.81 223.15
8 กั้ง ตนั - -
9 กุ้ง ตัน - -
10 อ่ืนๆ ตัน 143.43 97.40 133.67 519.76
- -
ราคาผลผลิตสัตว์นา้ ท่ีสาคญั รายการทีส่ าคัญ - -

1 ปลาทู บาท/กก. 28.65 30.64 35.53 38.55

2 ปลาเลย บาท/กก. 82.94 80.88 80.77 89.30
3 ปลาลงั บาท/กก. 45.30 - - 95.26
4 ปลาเป็ด บาท/กก. 7.16 7.10
5 ปลาอนื่ ๆ บาท/กก. 7.39 7.13
6 หมึก บาท/กก. - - - -
7 ก้งุ บาท/กก. 136.04 246.19
8 กงุ้ กุลาดา บาท/กก. 197.76 165.44 156.97 282.27
247.80 235.91
9 ปู บาท/กก. - -
10 อื่นๆ บาท/กก. - -
เฉลยี่ ราคาปลาขึ้นทา่ บาท/กก. 35.79 325.55
มูลคา่ ปลาข้นึ ทา่ รายการที่สาคัญ - - 309.50 -
บาท - -
47.81 47.72 74.28
1,073,946,509 978,174,634.64 47.41 954,739,020.67
674,913,239.55

1 ปลาทู บาท 74,372,385 71,069,661.91 54,021,323.00 58,513,565.81

2 ปลาเลย บาท 862,779,597 750,400,494.67 46,172,600.00 473,947,119.64

3 ปลาลงั บาท - - - -
4 ปลาเปด็
บาท 54,774,038 61,926,188 46,172,600.00 23,449,090.00

5 ปลาอนื่ ๆ บาท - - - -
6 หมึก
บาท 54,300,254 70,642,183 71,059,458.00 207,528,833.36

7 กงุ้ บาท 27,720,235 24,136,107 31,532,565.40 62,429,999.07

8 กุ้งกุลาดา บาท - ---
9 ปู บาท - - 21,297,346.59 128,870,412.

10 อน่ื ๆ บาท - 79
---

ที่มา: สานกั งานประมงจังหวัดระนอง, สานักงานคลงั จงั หวดั ระนอง ขอ้ มูล ณ พฤษภาคม 2562

2) เพาะเล้ียงสัตว์น้าชายฝ่ัง ปี 2562 มีปริมาณสัตว์น้าชายฝั่งทั้งสิ้น 9,261.72 ตัน เปรียบเทียบกับ
ปี 2561 ปริมาณ 9,739.25 ตัน ลดลง 467.53 ตัน สาหรับราคา ปี 2562 กิโลกรัมละ 174.91 บาท
เปรียบเทียบกับปี 2561 กิโลกรัมละ 175.91 บาท ลดลง 1.00 บาท ในปี 2562 โดยมีมูลค่าคิดเป็น
1,6009.08 ล้านบาท

96

ตารางที่ 65 แสดงปริมาณ ราคา มูลค่าประมงชายฝ่ัง

ลาดบั รายการขอ้ มลู หนว่ ย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
9,261.72
ผลผลิตเพาะเลีย้ งชายฝัง่ ตัน 9,690.16 10,934.96 9,739.25
(รายการทสี่ าคญั ) 13.80
ตัน 20.90 16.55 17.40
1 ปลากระพงขาว 2.10
ในกระชงั ตัน - - -
-
2 ปลากระพงขาว ตัน - - - 11.40
ในบอ่ ดิน ตนั 19.10 14.45 14.20
484.47
3 ปลาชอ่ นทะเล ตัน 700.15 747.50 927.66 8,160.21
4 ปลากะรัง ตัน 8,058.29 9,613.18 8,344.11
ตนั 0.94
ในกระชงั ตนั 3.40 2.15 0.68 14.10
5 ก้งุ กุลาดา ตนั 81.20 420.70 8.00 574.50
6 กุง้ ขาว ตัน 804.04 559.04 427.10
7 หอยแครง ตัน -
8 หอยแมลงภู่ บาท/กก. - - - 0.20
9 ปนู ิ่ม 3.08 1.10 0.10 174.91
10 ปขู นุ 219.51 173.76 175.91
11 อน่ื ๆ 1,800.00
ราคาผลผลิตเพาะเลยี้ ง บาท/กก. 168.33 164.44 150.52
ชายฝั่ง (รายการที่สาคัญ) 1,245.00
1 ปลากระพงขาว บาท/กก. - - -
-
ในกระชงั บาท/กก. - - - 3,190.00
2 ปลากระพงขาว บาท/กก. 266.25 263.63 260.00
3,089.00
ในบอ่ ดนิ บาท/กก. 335.42 333.79 270.10 1,897.00
3 ปลาช่อนทะเล 550.00
4 ปลากะรังใน บาท/กก. 170.42 161.72 160.73 205.00
บาท/กก. 50.83 51.16 61.18 3,900.00
กระชัง
5 กงุ้ กลุ าดา บาท/กก. 19.17 35.00 38.13 -
บาท/กก. 269.58 270.00 268.73 170.00
6 กงุ้ ขาว บาท/กก. 1,609,086,438.90
7 หอยแครง บาท/กก. - - -
37.08 40.00 40.00 2,068,000.00
8 หอยแมลงภู่ บาท 1,827,182,460.00 1,976,481,015.00 1,713,185,930.00
9 ปูนม่ิ 289,250.00
10 ปขู ุน บาท 3,519,000.00 2,721,500.00 2,619,000.00
11 อืน่ ๆ -
มลู ค่าผลผลิตเพาะเลย้ี ง บาท - - -
ชายฝั่ง(รายการท่สี าคญั ) 3,031,000.00
1 ปลากระพงขาว บาท - - -

ในกระชงั บาท 5,089,500.00 3,809,500.00 3,692,000.00
2 ปลากระพงขาว

ในบอ่ ดิน
3 ปลากระพงขาว

ในบอ่ ดิน
4 ปลากะรงั ใน

กระชัง

97

ลำดับ รำยกำรขอ้ มลู หนว่ ย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562

5 กงุ้ กุลาดา บาท 233,888,760.00 249,507,000.00 250,560,670.00 124,805,550.00
6 กงุ้ ขาว
7 หอยแครง บาท 1,364,843,430.00 1,554,617,795.00 1,341,187,645.00 1,291,240,799.00
8 หอยแมลงภู่
9 ปนู ิม่ บาท 166,000.00 110,000.00 41,600.00 58,800.00
10 ปขู นุ
11 อ่ืนๆ บาท 2,836,000.00 14,731,500.00 305,000.00 403,500.00

บาท 216,715,570.00 150,939,720.00 114,776,015.00 187,180,539.90

บาท - - - -

บาท 124,200.00 44,000.00 4,000.00 9,000.00

ที่มา: สานักงานประมงจงั หวัดระนอง, สานักงานคลังจังหวดั ระนอง ขอ้ มูล ณ พฤษภาคม 2562

3) เพำะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ปี 2562 มีปริมาณสัตว์น้าจืดทั้งส้ิน 43.35 ตัน เปรียบเทียบปี 2561
ปริมาณ 26.80 ตัน เพ่ิมข้ึน 16.55 ตัน เป็นผลมาจากหน่วยงานภาคส่วนราชการได้เข้าไปสนับสนุนให้
เกษตรกรมีการเพาะเล้ียงสัตว์น้าจืดเพิ่มข้ึน และผู้บริโภคเริ่มหันมาบริโภคสัตว์น้าจืดเพ่ิมข้ึน สาหรับราคา
ปี 2562 เฉลย่ี กิโลกรมั ละ 60 บาท เทยี บกับปี 2561 กิโลกรัมละ 90.13 บาท ลดลง 30.13 บาท และมีมูลค่า
คดิ เป็น 2.59 ลา้ นบาท

ตำรำงที่ 66 แสดงปรมิ ำณ รำคำ มูลค่ำเพำะเลี้ยงสัตวน์ ำ้ จดื

ลำดบั รำยกำรขอ้ มูล หนว่ ย ปี 2558 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
ตนั 30.65 24.25 26.80 43.35
ผลผลิตเพำะเล้ยี งนำ้ จืด
(รำยกำรทสี่ ำคัญ) ตนั 13.55 10.65 14.70 25.25
ตัน 17.10 13.60 12.10 18.10
1 ปลาชนิดกินพืช ตนั -
2 ปลาชนิดกนิ เนอื้ ตนั - - - -
3 กุง้ ตนั - 10.38 6.20 -
บำท 53.17 -
4 ตะพาบนา้ - - 60.00
5 อ่ืนๆ บาท 50.00 50.98 90.13
รำคำผลผลติ เพำะเลีย้ งนำ้ จืด บาท 56.33 60.00
(รำยกำรท่สี ำคญั ) 50.05 59.46 60.00
1 ปลาชนิดกินพืช 51.91 58.76

2 ปลาชนิดกินเน้อื

3 กงุ้ บาท - - - -

4 ตะพาบน้า บาท - 230.00 152.00 -

5 อ่นื ๆ บาท - - - -

มลู ค่ำผลผลิตเพำะเล้ยี งน้ำจืด บำท 1,629,000.00 3,599,800.00 2,974,200.00 2,591,000.00
(รำยกำรทส่ี ำคัญ)
บาท 677,500.00 533,000.00 874,000.00 1,515,000.00
1 ปลาชนดิ กนิ พชื บาท 951,500.00 706,000.00 711,000.00 1,076,000.00

2 ปลาชนิดกินเน้ือ

98

ลาดับ รายการข้อมูล หนว่ ย ปี 2558 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562

3 กงุ้ บาท - - - -

4 ตะพาบน้า บาท - 2,360,800.00 1,389,200.00 -

5 อ่นื ๆ บาท - - - -

ทม่ี า: สานกั งานประมงจงั หวดั ระนอง, สานักงานคลงั จงั หวดั ระนอง ขอ้ มูล ณ พฤษภาคม 2562

2.4 การบรหิ ารจัดการพ้นื ท่เี กษตรกรรมตามเขตความเหมาะสมสาหรบั สนิ คา้ เกษตรจงั หวดั ระนอง
รัฐบาลมีนโยบายกาหนดให้จัดทาเขตเกษตรเศรษฐกิจ เพ่ือให้เกิดความสมดุลระหว่างอุปสงค์

(Demand) และอุปทาน (Supply) รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบการประมาณการผลผลิตสินค้าเกษตรที่จะ
ออกสูต่ ลาดตามช่วงฤดูกาลตา่ งๆ และเฝ้าระวังเพอื่ หามาตรการการรองรับได้ทันท่วงที ตลอดจนสนับสนุนการ
ผลิตทางการเกษตรท่ีสอดคล้องกับสภาพพ้ืนท่ี ในการน้ี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศเขต
เหมาะสมสาหรับการผลิตสินค้าเกษตรท่ีมีความสาคัญทางเศรษฐกิจ จานวน 5 ฉบับ 20 ชนิด ได้แก่ พืช จานวน
13 ชนิด (ข้าว มันสาปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ามัน อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ สับปะรดโรงงาน ลาไย
มังคุด ทุเรียน เงาะ มะพร้าว และกาแฟ) ประมง จานวน 2 ชนิด (กุ้งทะเล และสัตว์น้าจืด) และปศุสัตว์
จานวน 5 ชนดิ (โคเน้อื โคนม สุกร ไกเ่ น้ือ และไก่ไข่)

สาหรับจังหวัดระนอง มีสินค้าเกษตรที่มีความสาคัญทางเศรษฐกิจและอยู่ในพื้นที่
เหมาะสมตามประกาศฯ จานวน 10 ชนิด ได้แก่ พืช 8 ชนิด (ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ามัน กาแฟ และไม้ผล-
ทเุ รยี น มังคดุ เงาะ มะพร้าว) และประมง 2 ชนดิ (กงุ้ ทะเล, สัตวน์ า้ จืด)

นอกจากน้ี จังหวัดระนอง เป็นแหล่งผลิตกาแฟ อันดับ 1 ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่ง
อันดามัน และเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของประเทศ (ชุมพร ระนอง เชียงราย เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี) โดยมี
แหล่งผลิตสาคัญ ได้แก่ ตาบลในวงเหนือ อาเภอละอุ่น, ตาบลจปร. และตาบลลาเลียง อาเภอกระบุรี และ
ตาบลบ้านนา อาเภอกะเปอร์ และถึงแม้ว่า จังหวัดระนองจะมีเนื้อที่ยืนต้นและเน้ือที่ให้ผลลดลง ประมาณ
ร้อยละ 19 และผลผลิตต่อไร่ คาดว่าลดลงประมาณร้อยละ 15 จาก 118 กิโลกรัม/ไร่ ในปี 2557 เหลือ 94
กิโลกรัม/ไร่ ในปี 2559 แต่เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันแล้ว พบว่า จังหวัด
ระนองยงั เป็นแหลง่ ผลติ กาแฟ อนั ดบั 1 ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอันดามัน เน่ืองจากในปี 2559 คาดว่ายังคง
มีพ้ืนท่ีปลูกและพ้ืนที่ให้ผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 95.35 ของพื้นที่ปลูกอันดามัน และให้ผลผลิตคิดเป็นร้อยละ
75.19 ของผลผลติ อนั ดามนั

อย่างไรก็ตาม สวนกาแฟโรบัสตา มีแนวโน้มลดลงและหายไปจากระบบค่อนข้างมาก และไม่
เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งในแต่ละปี ประเทศไทยมีความต้องการใช้ประมาณ 60,000-70,000 ตัน แต่
สามารถผลิตไดเ้ พียง 40,000-50,000 ตัน ทาใหต้ ้องนาเข้าจากตา่ งประเทศเพือ่ ทดแทนสว่ นทีข่ าด

ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตร ได้เร่งจัดทาสวนกาแฟต้นแบบในพ้ืนท่ีจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย
น่าน ชุมพร ระนอง รวมกว่า 20-25 แปลง เพ่ือให้เกษตรกรชาวสวนกาแฟในพื้นที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้พัฒนา
ศักยภาพการผลิตกาแฟของตนเอง พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตกาแฟท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ

99

ดา้ นปศสุ ตั ว์
กระทรวงเกษตรฯ ได้ออกประกาศเขตพื้นที่เหมาะสมสาหรับการปศุสัตว์ เมื่อวันท่ี 7 มีนาคม
2556 จานวน 5 ชนิด ได้แก่ โคเนื้อ โคนม สุกร ไก่เน้ือ และไก่ไข่ สาหรับจังหวัดระนอง ไม่มีพื้นท่ีเหมาะสม
สาหรับการปศุสัตว์ ทั้ง 5 ชนิด อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด เห็นชอบให้แพะเป็นสินค้าท่ีมี
ความเหมาะสมกบั ศักยภาพพืน้ ทข่ี องจังหวดั ระนอง
ด้านประมง
สาหรบั เขตความเหมาะสมของพ้ืนทเ่ี ล้ยี งสัตวน์ า้ แบง่ เป็น
1) พนื้ ทเ่ี ล้ียงกุ้งทะเล มีความเหมาะสมสงู ประมาณ 40 ไร่ และเหมาะสมปานกลาง ประมาณ 9,519 ไร่
2) พ้นื ท่เี ล้ียงสัตว์นา้ จืด (กงุ้ ก้ามกราม ปลานลิ และสตั วน์ ้าจืดเศรษฐกิจอ่ืนๆ) มีความเหมาะสมสูง
ประมาณ 42 ไร่ และเหมาะสมปานกลาง ประมาณ 37,223 ไร่

2.5 สถานประกอบการเกี่ยวเนอื่ งกับภาคการเกษตร
2.5.1) จงั หวัดระนองมีสถานประกอบการท่ีเกย่ี วเน่อื งกบั ภาคการเกษตร ดงั น้ี
- มังคุด ทุเรียน กาแฟ และมะม่วงหิมพานต์ มีสถานประกอบการท่ีเก่ียวข้องกับมังคุด

17 แหง่ ทเุ รยี น 30 แหง่ กาแฟ 6 แหง่ และมะม่วงหมิ พานต์ 15 แหง่
- ปาล์มน้ามนั โรงงานสกดั น้ามันปาล์มดิบ จานวน 3 แห่ง อาเภอเมือง 2 แห่ง และอาเภอ

กระบรุ ี 1 แหง่ แหล่งรับซือ้ ผลผลิตประเภทลานเทกระจายอยู่ทุกอาเภอในพ้ืนที่จังหวัดระนอง ส่วนใหญ่อยู่ใน
พ้ืนที่อาเภอกระบุรี จานวน 25 แห่ง อาเภอกะเปอร์ จานวน 20 แห่ง อาเภอละอุ่น จานวน 19 แห่ง อาเภอเมือง
จานวน 11 แหง่ และอาเภอสขุ สาราญ จานวน 7 แห่ง

ตารางที่ 67 แสดงจานวนสถานประกอบการทเ่ี กี่ยวเนอื่ งกบั ภาคการเกษตร

สนิ ค้า

อาเภอ มงั คุด ทุเรยี น กาแฟ มะมว่ งหิมพานต์ ปาล์มน้ามนั (แหง่ )

เมอื ง (แห่ง) (แห่ง) (แหง่ ) (แหง่ ) โรงสกดั ลานเท
กะเปอร์
สขุ สาราญ -- 2 14 2 11
ละอุ่น
กระบุรี 1- 1 - - 20

รวม 3- - 1 -7

-7 - - - 19

7 23 3 - 1 25

11 30 6 15 3 82

ทีม่ า: สานกั งานพาณิชยจ์ งั หวัดระนอง ขอ้ มลู ณ กุมภาพนั ธ์ 2563

2.5.2) จังหวัดระนองมีโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องจากปาล์มน้ามัน จานวน 4 โรงงาน
(บจก. พรีเมยี มปาลม์ ออยล์, บจก.เจรญิ ปาล์มราชกรูด, บจก.พ.ี เจ.ปาลม์ ออยล์ และ บจก.ทีแอนด์บี) ซึ่งขณะนี้
หยุดดาเนินการผลติ จานวน 3 โรงงาน และยังไมม่ แี ผนผลิตเพอ่ื จาหนา่ ย จานวน 1 โรงงาน

100

ตารางที่ 68 แสดงจานวนโรงงานอตุ สาหกรรมทเี่ กี่ยวเน่ืองจากปาล์มนา้ มัน

ชอ่ื โรงงาน กาลัง กาลังการ ผลผลิตหลกั ต้องการวตั ถุดบิ หมายเหตุ

เครื่องจกั ร ผลิตรวม ชอ่ื ปรมิ าณ ชื่อ ปริมาณ

รวม (ตัน/ปี) (ตัน) (ตนั )

(แรงม้า)

บ.เจริญปาล์ม 4,751.40 72,000 น้ามัน 12,000 ปาล์มทะลาย 100,000 หยุด

ราชกรดู ปาลม์ ดบิ ดาเนินการผลติ

บ.พรีเม่ยี ม 4,875.20 81,000 นา้ มนั 13,770 ปาลม์ ทะลาย 100,000 หยุด

ปาล์มออยล์ ปาลม์ ดบิ ดาเนนิ การผลิต

บ.ทแี อนด์บี 487.20 9,000 นา้ มนั 9,000 ปาลม์ ทะลาย 1,620 หยุด

ปาลม์ จากดั ปาล์มดบิ ดาเนนิ การผลิต

บ.พ.ี เจ.ปาล์ม 58,052 230,000 น้ามนั 42,000 ปาลม์ ทะลาย 230,000 ไม่มีแผนผลิต

ออยล์ จากดั ปาล์มดบิ และจาหนา่ ย

ทม่ี า: สานกั งานอตุ สาหกรรมจงั หวดั ระนอง ข้อมูล ณ ธันวาคม 2563

2.6 การขบั เคลื่อนอาหารปลอดภยั ของจังหวัดระนอง
2.6.1 การรบั รองมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรของจังหวัด
(1) พื้นที่ทาการเกษตรอินทรีย์ท่ีได้รับการรับรอง รวม 367.39 ไร่ เกษตรกร 8 ราย /8 แปลง

โรงคัดบรรจุ/แปรรปู 5 โรง และโรงงานปลาป่น 2 โรงงาน

ตารางท่ี 69 แสดงข้อมูลสนิ คา้ เกษตรท่ไี ดร้ ับการรับรองมาตรฐานอนิ ทรยี ์

ชนิดสนิ ค้า จานวนราย/แปลง จานวนไร่
1) ข้าว - -
2) พืช
8 ราย/8 แปลง 367.39
- พชื ผสมผสาน มะพรา้ ว มังคดุ พชื ผัก
- โรงคดั บรรจุ/แปรรูป 5 โรง -
3) ประมง - -
4) ปศุสัตว์ (โรงงานปลาป่น) -
2 โรงงาน

(2) การรบั รอง GAP ดา้ นพชื เกษตรกรรวม 1,035 ราย/1,693 แปลง พื้นท่ี 9,533.53 ไร่
ด้านประมง เกษตรกร 169 ราย พ้ืนท่ีรวม 5,994.73 ไร่ และด้านปศุสัตว์ จานวน 17 ราย/17 ฟาร์ม พ้ืนที่
222.5 ไร่ รวมพ้นื ทีท่ ี่ไดร้ บั การรับรองมาตรฐาน GAP ทั้งหมด 15,750.76 ไร่

ตารางท่ี 70 แสดงข้อมูลสนิ คา้ เกษตรทไ่ี ดร้ บั การรับรองมาตรฐาน GAP

ชนิดสินคา้ จานวนราย/แปลง/ฟารม์ จานวนไร่
1) ขา้ ว GAP - -
2) พชื
1,035 ราย/1,693 แปลง 9,533.53 ไร่

101

ชนดิ สินค้า จานวนราย/แปลง/ฟารม์ จานวนไร่

3) ประมง 169 ราย/169 ฟารม์ 5,994.73 ไร่

4) ปศุสตั ว์ (ไก่เน้อื สกุ ร ไก่ไข่) 17 ราย/17 ฟาร์ม 222.5 ไร่

ท่ีมา: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระนอง, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเล้ียงสัตว์น้า

ชายฝัง่ ระนอง, สานักงานปศุสตั ว์จังหวัดระนอง ข้อมูล ณ เดอื นกรกฎาคม 2563

โดยจาแนกสินค้า (พชื ประมง และปศุสัตว์) ท่ีได้รับการรับรองมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร ดงั น้ี

ตารางที่ 71 แสดงข้อมลู สนิ ค้าเกษตรดา้ นพชื ทีไ่ ด้รบั การรบั รองมาตรฐาน GAP จงั หวัดระนอง

ประเภท/ชนดิ สินค้า จานวน (แปลง) พืน้ ที่ (ไร่)

พชื ผัก (49) ไผ่ (1) สะตอ (7) 57 152.54

กล้วย (4) กลว้ ยไข่ (1) กลว้ ยเลบ็ มือนาง (1) กลว้ ยหอม (6) 12 41.65

กาแฟ (53) กาแฟโรบัสตา้ (19) 72 445.50

แก้วมงั กร 1 1.8

เงาะ 5 6.3

จาปาดะ 3 7.5

ทุเรยี น (784) ทเุ รยี นหมอนทอง (3) 787 5,578.95

ปาล์มนา้ มนั 39 347.8

มะพร้าว 6 51.8

มะม่วงหิมพานต์ 15 196.0

มงั คุด 649 2,571.25

เมลอ่ น 2 0.19

ลองกอง (31) ลางสาด (2) 33 113.85

ส้มโชกุน (2) ส้มโอ (1) 3 4.5

สบั ปะรด 2 6.2

หมาก 7 7.7

รวมทง้ั สิน้ 1,693 แปลง 9,533.53 ไร่

ทมี่ า: ศนู ย์วจิ ยั และพัฒนาการเกษตรระนอง, 2563

ตารางที่ 72 แสดงข้อมูลสนิ ค้าเกษตรดา้ นประมงทไี่ ด้รับการรบั รองมาตรฐานจงั หวัดระนอง

ลาดับท่ี ชนิดสนิ คา้ จานวน (ฟาร์ม) มาตรฐาน พ้ืนท่ี (ไร)่
1 กุง้ ทะเล 90 GAP 5,619.79
2 ปลากะพงขาว 16 GAP
3 ปลากะพงแดง 9 GAP 1.33
4 ปลากะรัง 10 GAP 0.31
5 ปลาทะเล 12 GAP 0.57
6 ปูทะเล 32 GAP 0.73
7 ปลาดกุ 108 372
Safety level 35.30

102

ลาดบั ที่ ชนิดสินค้า จานวน (ฟาร์ม) มาตรฐาน พ้ืนท่ี (ไร)่

8 ปลาตะเพียน 8 Safety level 2.01

9 ปลานิล 90 Safety level 16.23

10 ปลาสวาย 22 Safety level 8.80

รวมทงั้ สน้ิ 397 6,057.07

ท่มี า: ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ า้ ชายฝัง่ ระนอง, 2563

สัตว์นา้ ดา้ นประมงท่ีไดร้ ับการรับรองมาตรฐาน รวม 397 ฟารม์ แบ่งเป็น

- มาตรฐาน GAP รวม 169 ฟารม์ ไดแ้ ก่ ก้งุ ทะเล ปลากะพะขาว ปลากะพงแดง ปลากะรัง ปลา

ทะเล และปทู ะเล พ้นื ท่ีจานวน 5,994.73 ไร่

- มาตรฐาน Safety level รวม 228 ฟาร์ม ได้แก่ ปลาดุก ปลาตะเพียน ปลานิล และปลาสวาย

พ้นื ที่จานวน 62.34 ไร่

ตารางท่ี 73 แสดงข้อมลู สนิ ค้าเกษตรด้านปศสุ ัตวท์ ีไ่ ดร้ ับการรับรองมาตรฐาน GAP จังหวดั ระนอง

ลาดบั ท่ี ชนิดสนิ คา้ จานวน (ฟาร์ม) จานวนสัตว์ (ตัว) พ้นื ที่ (ไร่)

1 ไก่เน้ือ 4 54,500 20.5

2 ไก่ไข่ 1 80,000 60

3 สุกร 12 17,378 142

รวมทง้ั ส้ิน 17 151,878 222.5

ท่ีมา: สานักงานปศุสัตว์จงั หวดั ระนอง ,2563

2.6.2 โครงการทเ่ี กี่ยวข้องกับการส่งเสริมอาหารปลอดภัยของจังหวัด

(1) ร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัยเลือกใช้สินค้า Q และสถานท่ีจาหน่ายสินค้า Q (แผงร้านค้า/

ร้านค้าหน้าฟาร์ม) จังหวัดระนอง ร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัยเลือกใช้สินค้า Q (Q Restaurant) ภายใต้การ

ดาเนนิ งานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง คณะกรรมการ/

คณะทางานโครงการฯ ร่วมกับสานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มีจานวน 34 ร้าน

(อาเภอเมืองระนอง 27 ร้าน อาเภอกระบุรี 2 ร้าน อาเภอกะเปอร์ 2 ร้าน อาเภอละอุ่น 1 ร้าน และอาเภอ

สุขสาราญ 2 ร้าน)

ตารางท่ี 74 แสดงจานวนร้านอาหารวตั ถุดบิ ปลอดภัยเลือกใช้สินคา้ Q รายอาเภอ

อาเภอ จานวน (รา้ น) หมายเหตุ

เมอื งระนอง 27 1) ร้านครัว ป.ต.ท. 2) เฮอรเิ ทจ แกรนด์ คอนเวนชัน่

3) ร้าน เจ แอนด์ ที 4) ร้านปากนา้ ซฟี ู้ด

5) ร้านสมยศปากนา้ ซฟี ู้ด 6) รา้ นเคยี งเล

7) ร้านคุน้ ลิ้น 8) รา้ นครัวกนิ งา่ ย

9) รา้ น Farm House 10) ร้านครัวแมงโก้

11) ร้านบงั กโี รตอี าหรบั 12) รา้ นไก่ยา่ งจริ าพนั ธ์

13) รา้ นจ่าจา้ คอฟฟี่ 14) ห้องอาหารพรรณีภรณ์

15) ร้านตน้ หนุน 16)ร้านครัวภธู ารา

103

อาเภอ จานวน (ร้าน) หมายเหตุ
เ มื อ ง ร ะ น อ ง
(ตอ่ ) 2 17) บลสู กายเกาะพยามรีสอรท์ 18) นิธิพรรีสอรท์
2
กระบุรี 1 19) ร้านรชั ชาฟาร์ม 20) รา้ นสมบรู ณ์โภชนา
กะเปอร์ 2
ละอนุ่ 34 21) รา้ นครวั เจริญ 22) รา้ น The Alis Café
สุขสาราญ
23) ร้าน GALLA KITCHEN 24)ร้านระนองเบเกอรี่
รวม
25) รา้ น 168 Café Ranong 26) ร้านตากัน 168

27) ร้าน ชิลล์ ชลิ ล์

1) รา้ นอาหารรมิ คลอง 2) ร้านขา้ วมันไกท่ บั หลี

1) ร้านอาหารน้องเมย์ 2) ร้านใบกล้วย

1) รา้ นเจแ้ อ้บางแกะ

1) รา้ นอัยอินทรร์ สี อรท์ 2) ร้าน Aris@Suksamram

ทีม่ า: สานกั งานเกษตรและสหกรณ์จงั หวัดระนอง, 2564

(2) สถานท่ีจาหน่ายสินค้า Q (แผงร้านค้าในตลาดสด/ร้านค้าหน้าฟาร์ม) ภายใต้การ

ดาเนนิ งานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง คณะกรรมการ/

คณะทางานโครงการฯ ร่วมกับสานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดาเนินการให้

การรับรองสถานท่ีจาหนา่ ยสนิ คา้ Q ดงั น้ี

2.1) ประเภทแผงร้านคา้ ในตลาดสด/รา้ นค้า มีจานวน 23 แผงร้านค้า /7 ตลาด (อาเภอกระ

บุรี 5 แผงร้านค้า อาเภอเมืองระนอง 14 แผงร้านค้า อาเภอกะเปอร์ 3 แผงร้านค้า และอาเภอสุขสาราญ 1 แผง

รา้ นคา้ )

ตารางที่ 75 แสดงจานวนสถานทจ่ี าหน่ายสนิ ค้า Q ประเภทแผงร้านค้าในตลาดสด

อาเภอ ชอ่ื ตลาด จานวนแผง/ร้านค้า

กระบรุ ี ตลาดสด บ.ข.ส. กระบรุ ี 4 แผงร้านค้า

ตลาดหมู่ 5 ตาบล จ.ป.ร. 1 รา้ นคา้ (ร้านนางสิรธิ ร อุ่ยสวุ รรณ)

รวมอาเภอกระบรุ ี 5 แผงร้านคา้

เมืองระนอง ตลาดสดเทศบาลเมอื งระนอง 2 แผงร้านค้า

ตลาดภัคดี สิริ 8 แผงร้านคา้

ตลาดระนองธานี 2 แผงร้านค้า

ตลาดสดเทศบาลตาบลหงาว 2 แผงร้านค้า

รวมอาเภอเมอื งระนอง 14 แผงรา้ นค้า

กะเปอร์ ตลาดสดเทศบาลกะเปอร์ 3 แผงร้านค้า

สุขสาราญ ตลาดสดทรัพย์เพมิ่ พูน 1 แผงรา้ นคา้

ละอ่นุ - -

รวม 23 แผงรา้ นค้า

ที่มา: สานกั งานเกษตรและสหกรณ์จงั หวัดระนอง, 2564

104

2.2) ประเภทร้านค้าหน้าฟาร์ม จานวน 11 แห่ง (อาเภอเมืองระนอง 5 แห่ง อาเภอละ
อนุ่ 2 แห่ง และอาเภอกระบรุ ี 3 แห่ง อาเภอกะเปอร์ 1 แหง่ )

ตารางท่ี 76 แสดงจานวนสถานทจี่ าหนา่ ยสนิ ค้า Q ประเภทร้านคา้ หน้าฟารม์

อาเภอ ชือ่ -สกุล ทอี่ ยู่ สนิ คา้ ท่ไี ดร้ บั การรบั รอง GAP
เมอื งระนอง 1.นางศริ ลิ ักษณ์ มณวี รรณ
2.นายธนารัตน์ รตั นน์ ราทร /เกษตรอินทรยี *์
ละอนุ่ 3.นายสมปอง ปกครอง
กระบุรี 3/4 หมู่ท่ี 2 ต.บางนอน ไฮโดรโปรนกิ ส์
4.นายประดษิ ฐ์ ตรีอาทิตยโ์ ยธนิ
กะเปอร์ 5.นางวรนิ ธร เหมเรอื งกลุ 76/6 หมทู่ ี่ 1 ต.หงาว ผักบงุ้

6.นายเอกวฒั น์ เย้อื นหนวู งค์ 123/18 หมู่ท่ี 3 ต.บางนอน เมลอ่ น โฮโดรโปรนกิ ส์ .
7.นายพัทธพล จลุ แสน
8.นายอามรินทร์ อยุ่ สวุ รรณ ขา้ วโพดรบั ประทานฝกั สด
9.นายวาฤทธ์ิ คงเดมิ
มนั เทศญี่ปุน่ ผกั เคล
10.นายสมศกั ด์ิ ดนมาก
11.นางสาวสาอางค์ คงหาญ มะเขอื เทศ แตงโม

ผักเหลยี ง* ผกั หวานป่า*

20/6 ถ.ชลละอุ ต.เขานิเวศน์ ไฮโดรโปรนิกส์

95/5 หมทู่ ี่ 1 ต.ปากน้า กวางตุง้ กวางต้งุ ฮอ่ งเต้

ผกั กาดเขยี วปลี โหระพา

กะเพรา แกว้ มังกร สม้ โชกุน

23/9หม่ทู ี่ 5 ต.บางพระเหนอื ไฮโดรโปรนิกส์

25 หมู่ที่ 4 ต.บางพระเหนือ แตงกวา บวบ

92 หมู่ที่ 3 ต.ปากจน่ั มังคุด* ผักเหลียง กล้วย

ทเุ รยี น สบั ปะรด

26 หมทู่ ี่ 7 ต.ปากจั่น ผกั กาดขาว* ผักเคล*

กวางตุ้ง* เรดโอ๊ค* ผักกาด*

ฮ่องเต้* ผกั กาดหอม*

ฟลิ เลย์ไอซ์เบริ ก์ * คะนา้ *

68/6 หมู่ที่ 6 ต.จ.ป.ร. มงั คุด ทุเรยี น

14/3 หมทู่ ่ี 7 ต.กะเปอร์ ผกั เหลียง

(3) ร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good
Taste) ภายใต้การดาเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข โดยสานักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง
ปงี บประมาณ 2563

ตารางท่ี 77 แสดงรา้ นอาหารทผ่ี ่านเกณฑ์มาตรฐาน (Clean Food Good Taste) จังหวัดระนอง

อาเภอ รา้ นอาหาร ร้อยละ
จานวน ได้มาตรฐาน 70.00
เมอื งระนอง 260 182 83.72
กระบรุ ี 87.50
กะเปอร์ 43 36
87

105

อำเภอ รำ้ นอำหำร

จำนวน ได้มำตรฐำน ร้อยละ

ละอ่นุ 2 2 100.00
สุขสาราญ
10 10 100.00

รวม 323 237 73.37

หมายเหตุ : ข้อมูลจากสานักงานสาธารณสขุ จังหวัดระนอง, 2563

จากการตรวจแนะนาร้านอาหาร จำนวนทั้งหมด 323 แห่ง ปรากฏ ได้มำตรฐำน Clean

Food Good Taste จำนวน 237 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 73.37 และมีอาเภอท่ีมีผลการดาเนินงานครบ

100 % จานวน 2 อาเภอ คอื อาเภอละอ่นุ และอาเภอสุขสาราญ

(4) สถานทจ่ี าหนา่ ยเนอื้ สัตว์ (ปศสุ ัตว์ OK.)

ตำรำงท่ี 78 แสดงข้อมลู สถำนที่จำหน่ำยเนอื้ สัตว์ (ปศสุ ัตว์ OK.)

ท่ี ชือ่ สถำนประกอบกำร ชื่อเจำ้ ของสถำนที่จำหน่ำย ตลำดท่จี ำหน่ำย ชนดิ เนื้อสัตว์
โค สกุ ร ไก่ เป็ด

1 เบทาโกรชอ็ ป สาขาระนอง - 

2 แม็คโคร สาขาระนอง - 

3 เทสโก้ โลตสั สาขาระนอง - 

4 เทสโก้ โลตสั เอ็กเพรส สาขาตลาดเทศบาล ระนอง - 

5 รา้ นแพรไหม หมูสด นายชยั ชนะ คงหาญ - 

6 ร้านพสี่ นุ ี หมูสด นางสุวรรณี มณีรตั น์ - 

7 รา้ นน้องเฟส หมสู ด นางอรสา เตี่ยวหู -

8 ร้านน๋แู หวน หมูสด นางอริษา เซง่ ลั่น -

9 ร้านแกว้ ตา หมูสด นางแกว้ ตา อาภาศิลป์ - 

10 ร้านนอ้ งเวียร์ หมสู ด นางวลิ าวลั ย์ ภูผา - 

11 ร้านโกสทิ ธ์ิ หมสู ด นายประสทิ ธ์ิ ปันธโป - 

12 ร้านเจต๊ มุ้ ไก่สด นางวิภา ศรีประสทิ ธ์ิ ตลาดสด บ.ข.ส.กระบุรี 

13 ร้านน้องแฟร์ หมสู ด นายสมพงษ์ ดารง ตลาดสด บ.ข.ส.กระบรุ ี 

14 ร้านเจ๊หยีด หมูสด น.ส.บญุ ชว่ ย วเิ ชียรรตั น์ ตลาดสด บ.ข.ส.กระบุรี 

15 ร้านหมสู ด เจ๊ต๋มิ นางอาไพ ถนอมนวล ตลาดสด บ.ข.ส.กระบรุ ี 

16 ซีพเี ฟรสมาร์ท สาขากระบรุ -ี น้าจดื - 

17 ซพี เี ฟรสมาร์ท สาขาเมืองระนอง-ท่าเมอื ง - 

18 บ๊ิกซี ซูเปอร์รเ์ ซน็ เตอร์ สาขาระนอง - 
จากดั ทมี่ า: สานกั งานปศสุ ตั ว์จงั หวดั ระนอง, 2562

106

(5) การสง่ เสริมการใชส้ ารอินทรีย์ ลดการใชส้ ารเคมีทางการเกษตร

ตารางที่ 79 แสดงจานวนกลุ่มส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ลดการใชส้ ารเคมที างการเกษตร

อาเภอ จานวนกลุ่ม จานวนเกษตรกร (ราย)
เมอื งระนอง 10 100
กระบรุ ี 13 130
ละอนุ่ 7 70
กะเปอร์ 7 70
สขุ สาราญ 3 30
40 400
รวม
ทม่ี า: สถานีพัฒนาท่ดี ินระนอง, 2563

ส่วนท่ี 3
การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวดั

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจงั หวดั เป็นการวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายใน
และภายนอก ท่ีจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ซึ่งข้อมูลได้มาจากแผนพัฒนา
อำเภอ 5 ปี และการลงพ้ืนท่ีเก็บข้อมูลจากเกษตรและเครือข่ายภาคเกษตรในพ้ืนที่ 5 อำเภอ โดยจะนำข้อมูลจุดแข็ง
จุดอ่อน สภาพปญั หา/อุปสรรค เป็นพื้นฐานในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์

การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายใน โดยใช้กลยุทธ์ Mc Kinsey’s 7S + 1 ประกอบดว้ ย
1) กลยทุ ธ์ (Strategy)
2) โครงสรา้ งขององคก์ ร (Structure)
3) ระบบการปฏบิ ตั ิงาน (System)
4) บุคลากร (Staff)
5) ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (Skill)
6) รปู แบบการบริหารจดั การ (Style)
7) ค่านยิ มรว่ ม (Shared Values)
8) การบูรณาการ (Synergy)

1. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในทเี่ กย่ี วข้องกับการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวดั
1.1 จุดแข็ง (Strengths: S)

1.1.1 จงั หวัดระนองมที รัพยากรธรรมชาติท่ีอุดมสมบูรณล์ ักษณะภมู ิอากาศเหมาะสมต่อการทำเกษตร
1.1.2 จังหวัดระนองเป็นจังหวัดชายแดนท่ีมีพ้ืนท่ีชายฝั่งเป็นแนวยาว และมีโครงสร้างพื้นฐานทั้ง

ทางบกและทางน้ำ (ท่าเรือน้ำลึก) รองรับการเชื่อมโยงเส้นทางการค้ากับท้ังในและ
ตา่ งประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มอาเซียนและประเทศคู่ค้าอ่ืนๆ ที่ช่วยลดระยะเวลาและ
ต้นทนุ ในการขนส่งสนิ ค้า
1.1.3 กิจกรรมของภาคเกษตรที่เป็นสาขาด้านประมงสามารถสร้างรายได้ระดับต้นๆ ของจังหวัด
โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตวน์ ้ำชายฝั่งซ่ึงมีมลู ค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีท่าเทียบเรือสะพาน
ปลาซึ่งเปน็ โครงสร้างพ้นื ฐานทส่ี ำคัญในการรองรับการกระจาย/ขนถา่ ยสนิ คา้ ประมง
1.1.4 เกษตรกรมีทักษะความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านในอาชีพของตนซึ่งเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น
ประกอบกับมีปราชญเ์ กษตร อาสาสมัครเกษตรในพื้นทีท่ ี่เป็นเพ่อื นคู่คิดใหก้ บั เกษตรกร
1.1.5 จังหวัดระนองมีพ้ืนที่ผลิตกาแฟโรบัสต้าเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอันดามัน
และเป็นอนั ดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดชุมพร สารกาแฟมีคุณภาพดี
1.1.6 มสี นิ ค้าเกษตรท่ีเป็นเอกลักษณ์ของจงั หวดั ได้แก่ กาแฟ, กะป,ิ กงุ้ แหง้ , และมะม่วงหิมพานต์
ซึ่งมีลู่ทางในการพัฒนาและสามารถเป็นสินค้าสร้างรายได้ให้กับจังหวัดได้ โดยเฉพาะเม็ด
มะมว่ งหิมพานตเ์ ม็ดโต มีคณุ ภาพ เปน็ ทีต่ อ้ งการของตลาด
1.1.7 สินค้าเกษตรท่ีมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ประมงและสินค้าประมง
แปรรปู ) ได้รบั การกำหนดใหเ้ ปน็ จุดยืนตามตำแหนง่ ทางยทุ ธศาสตรข์ องจงั หวดั /กลุ่มจงั หวดั

108

1.1.8 มพี นื้ ที่ท่มี ีศักยภาพสงู ในการผลิตผลไม้ (มงั คดุ , ทเุ รียน) เพือ่ การส่งออก
1.1.9 มีศูนย์เรียนรู้ต่างๆ เช่น ศูนย์เรียนรู้การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ศูนย์จัดการ

ศัตรูพืชชุมชนตำบล ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ในพ้ืนที่ท่ี
สามารถใช้เป็นต้นแบบ/สถานท่ีในการแลกเปลยี่ นเรียนรู้
1.1.10 เกษตรกรมีความตื่นตัวในการลดการใช้สารเคมี และมีการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย
ตอ่ ผูบ้ ริโภค โดยมีหนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้องขับเคลอื่ นการดำเนนิ งานอยา่ งจรงิ จัง
1.1.11 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มีภาคี
เครอื ขา่ ยและแหลง่ งบประมาณทีพ่ ร้อมให้การสนับสนนุ การดำเนินงานในพ้นื ท่ี
1.1.12 มีการดำเนินงานโครงการพระราชดำริด้านต่างๆ ในพ้ืนท่ีของจังหวัด ส่งผลให้การประกอบ
อาชพี ของเกษตรกรได้รบั การพัฒนา

1.2 จุดอ่อน (Weakness: W)
1.2.1 แหลง่ นำ้ ชลประทานไม่ครอบคลุมพ้ืนท่ที ำการเกษตร เน่ืองจากลักษณะภูมปิ ระเทศส่วนใหญ่
เปน็ ภเู ขา (86% ของพ้ืนท่)ี ท่ีมีความลาดชัน (ลักษณะภูมิประเทศลาดเอียงจากฝ่ังตะวนั ออก
ไปตะวันตก-ทะเลอันดามัน) ถึงแม้ฝนตกชุก แต่ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ในดินได้และไม่
สามารถสรา้ งอา่ งเกบ็ นำ้ ได้เพราะอยู่ในพน้ื ทป่ี ่าสงวน
1.2.2 ดินบางพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก และเสื่อมสภาพเพราะการใช้สารเคมี ทำให้ผล
ผลิตต่อไร่ต่ำ รวมท้ังสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นท่ีลาดเอียง เม่ือมีฝนตกชุกทำให้สูญเสียหน้า
ดนิ ไดง้ ่ายและบางพื้นท่ีมีความเส่ียงตอ่ ภัยธรรมชาติ เป็นอปุ สรรคในการทำการเกษตร
1.2.3 ทรัพยากรสัตว์น้ำมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมต่อเน่ือง
ด้านประมงตอ้ งอาศยั การนำเขา้ จากประเทศเพื่อนบ้าน
1.2.4 เกษตรกรสว่ นใหญ่ (ร้อยละ 80) ไม่มเี อกสารสิทธ์ิในที่ดนิ ทำให้ขาดโอกาสในการเข้าสรู่ ะบบรับรอง
มาตรฐานความปลอดภยั ดา้ นการผลติ และการใหค้ วามช่วยเหลอื ต่างๆ ตามนโยบายของภาครฐั
1.2.5 เกษตรกรส่วนใหญม่ ีระบบการผลิตแบบพืชเชงิ เด่ียว (ปลกู ยางพารา และปาล์มนำ้ มนั ) ทำให้
มีความเส่ยี งด้านราคา และยังส่งผลใหก้ ารผลิตสินค้าเกษตรเพื่อความมั่นคงด้านอาหารลดลง
(ข้าว, พืชผัก)
1.2.6 เกษตรกรยังขาดทักษะด้านการวางแผน ในการบริหารจัดการผลผลิตสินค้าเกษตรท่ีมี
ประสิทธิภาพ (การผลิต การเชื่อมโยงตลาด) อีกท้ังการผลิตสินค้าเกษตรยังไม่มีคุณภาพ
ส่วนใหญ่ยังผลิตแบบปฐมภมู ิ ขาดการนำเทคโนโลยีไปปรับใชใ้ นการแปรรปู และพัฒนาบรรจุ
ภัณฑเ์ พ่ือเพมิ่ มูลค่าใหก้ บั สนิ คา้ เกษตร
1.2.7 เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยขาดการรวมกลุ่ม และ/หรือขาดการบริหารจัดการ
กล่มุ ท่ีเข้มแขง็ (สถาบนั เกษตรกร) ทำให้ไม่มีอำนาจในการตอ่ รองทางการตลาด
1.2.8 เกษตรกรมีต้นทุนในการทำการเกษตรสูง เนื่องจากทำการเกษตรในพื้นที่ไม่เหมาะสมและ
ขาดการบริหารจัดการทด่ี ี

109

1.2.9 สังคมเกษตรขาดการสืบทอดทายาททางการเกษตร เน่ืองจากวัยหนุ่มสาวไปประกอบอาชีพอ่ืน
และแรงงานด้านการเกษตรเขา้ ส่สู ังคมผู้สูงอายุ

1.2.10 ขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรที่มีคุณภาพ เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวท่ีมี
ผลิตภาพต่ำ และมีการเคล่ือนย้ายไปภาคการผลิตอื่น เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการที่ให้
ผลตอบแทนสูงกว่า

1.2.11 เกษตรกรยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศของหนว่ ยงานท่เี ป็นประโยชน์ในการทำ
การเกษตร (การประชาสมั พนั ธ์, สญั ญาณอินเตอรเ์ น็ต)

1.2.12 ถนนที่ใชใ้ นการขนส่งสินค้าเกษตรจากแหลง่ ผลติ ไม่สะดวก สภาพไมเ่ หมาะสม
1.2.13 ผลผลิตทางการเกษตร (ปาล์มน้ำมัน) ไม่เพียงพอ ทำให้โรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในพ้ืนท่ีท่ีมี

อยู่ไม่สามารถดำเนินการได้
1.2.14 จุดรับซ้ือหรือจุดรวบรวมผลผลิตภาคการเกษตรในพื้นท่ีมีไม่เพียงพอ ประกอบกับจุดรับซื้อ

หรือจุดรวบรวมผลผลิตบางส่วนที่มีอยู่ขาดการบริหารจัดการท่ีดี ส่งผลให้ขาดการเชื่อมโยง
ด้านการตลาด
1.2.15 หน่วยงานในระดับพ้ืนที่ (อำเภอ/ตำบล) ยังขาดอุปกรณ์และเทคโนโลยสี ารสนเทศที่ทันสมัย
สง่ ผลใหก้ ารบรกิ ารภาครฐั ยงั ทำไดไ้ ม่เต็มทแี่ ละไม่ทัว่ ถึง

การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกโดยใช้ PESTEL Analysis ประกอบดว้ ย
1) ด้านการเมือง (Political Factors)
2) ดา้ นเศรษฐกจิ (Economic Factors)
3) ดา้ นสงั คม (Social Cultural Factors)
4) ดา้ นเทคโนโลยี (Technological Factors)
5) ด้านกฎหมาย (Law/Legal Factors)
6) ด้านสง่ิ แวดลอ้ ม (Environment Factors)

2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกทเ่ี กยี่ วข้องกับการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวดั
2.1 โอกาส (Opportunity: O)
2.1.1 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7)
พ.ศ. 2550 ให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดยื่นคำขอตั้งงบประมาณได้ (แผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่ม
จงั หวัด) ทำให้มโี อกาสในการเช่อื มโยงแหลง่ งบประมาณเพื่อผลกั ดนั การพัฒนาภาคเกษตร
2.1.2 การมีนโยบายและแผนพัฒนาในระดับต่างๆ ส่งผลให้เอื้อต่อการส่งเสริมและสนับสนุนการ
ขบั เคล่ือนการดำเนินงานด้านเกษตรและสหกรณ์ (ยุทธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี, แผน 12 คน
เป็นศูนย์กลางการพัฒนา-เศรษฐกิจพอเพียง, นโยบายรัฐบาล-โครงสร้างพ้ืนฐาน/การปรับ
โครงสร้างการผลิตภาคเกษตร/ทรัพยากรธรรมชาติ, นโยบายกระทรวงกระเกษตรและ
สหกรณ์ 8 ประเด็นหลัก อาทิ การบริหารจัดการแหล่งน้ำทั้งระบบ, ส่งเสริมเกษตรกรรม
ย่ังยืน, ใช้ระบบตลาดนำการผลิต, ลดต้นทุนการผลิต, การบริหารจัดการประมงอย่างย่ังยืน,

110

การแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร, จดั ทำข้อมูลสารสนเทศดา้ นการเกษตร, พฒั นาศูนย์
เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และ Smart Farmer, Young
Smart, Farmer, Smart Officer, ศูนย์ AIC, Zoning, Big Data ฯลฯ)
2.1.3 การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจการผลิตสินค้าเกษตรต้องมี
การปรับตัวให้มีการพัฒนาขีดความสามารถท่ีสูงขึ้น โดยเฉพาะมาตรฐานการผลิต ความ
เขา้ ใจในกฎหมาย/กติการะหว่างประเทศ และทกั ษะดา้ นภาษาตา่ งประเทศ
2.1.4 IUU Fishing เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการประมงทะเลได้เข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตเพื่อ
เพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน (ไม่ติดมาตรการการกีดกันทางการค้าท่ีมิใช่ภาษีของ
สหภาพยุโรป-EU)
2.1.5 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558 ประกาศใช้ด้วยเหตุผลในการปรับปรุงการบริหารจัดการ
ทรัพยากรสัตว์น้ำและการประมงของประเทศ ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและ
มาตรฐานสากล รวมท้ังความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการประมง สภาพของสังคม และ
สถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน เปน็ โอกาสในการเพ่ิมขดี ความสามารถในการแข่งขัน
2.1.6 การกำหนดและให้การรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตร ตามระบบ GAP, GMP และ
HACCP เป็นตน้ เป็นการเพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน
2.1.7 กระแสนิยมการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ กระแสการบริโภคอาหารปลอดภัย และกระแสการ
บริโภคอาหารที่เปล่ียนไป ทำให้มีโอกาสในการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งผลิต/ผลผลิตด้าน
การเกษตร ให้เป็นแหล่งวัตถุดิบรองรบั การทอ่ งเท่ียวเชิงสขุ ภาพ ประกอบกับยทุ ธศาสตร์ท่ี 9
การพัฒนาภาค เมือง และพื้นท่ีเศรษฐกิจ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 12 ยกระดับจังหวัดระนองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสปา(เนื่องจากมี
นำ้ แร่ที่ดที ่สี ดุ ในประเทศและตดิ 1 ใน 3 ของโลก ท่ปี ราศจากการปนเป้อื นของธาตกุ ำมะถัน)
2.1.8 การมีมหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านวิชาการร่วมขับเคล่ือนการพัฒนาด้านการเกษตรในพ้ืนท่ี ช่วย
สร้างโอกาสในการพัฒนาสินคา้ เกษตรและการเชอื่ มโยงตลาด
2.1.9 กรอบความร่วมมือ IMT-GT (อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย) (from farm to table ส่ง
อาหารฮาลาลไปมาเลเซีย ---> เป็นโอกาสให้ระนองสร้างความเช่ือมโยงสินค้าเกษตรใน
กรอบของอาหารฮาลาล)
2.1.10 กรอบความร่วมมือ BIMSTEC (ยางพารา, ระยะทางและระยะเวลาในการขนสง่ )
2.1.11 การพัฒนาพ้ืนที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) เชื่อมโยง 4
จังหวัด (ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช) ส่งผลให้เกิดการพัฒนาในหลาย
โครงการ เช่น การก่อสร้างทางรถไฟ ชุมพร-ระนอง พัฒนาท่าเรือน้ำลึก ปรับปรุงสนามบิน และ
การพัฒนาเมืองระนอง เป็น Smart city ซ่ึงเป็นโอกาสให้จังหวัดสามารถยกระดับการผลิตและ
สร้างมูลคา่ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

111

2.2 ภัยคกุ คาม (Threat: T)
2.2.1 ภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคและในประเทศชะลอตัว รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ส่งผลกระทบต่อราคา
ผลผลติ ทางการเกษตร
2.2.2 การที่ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องเปิดตลาดเสรีการค้าและบริการระหว่างกัน ทำให้สินค้า
เกษตรอาเซียนที่มีคุณภาพดีกว่าหรือราคาถูกกว่าจะเข้ามาแข่งขันและแย่งตลาด อีกทั้ง
กฎ กติกาการกีดกันทางการค้า (มาตรการท่ีมิใช่ภาษี) และมาตรการด้านสิทธิมนุษย์ชน
ทำให้สูญเสียความสามารถในการแขง่ ขันในตลาดโลก
2.2.3 การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก (ภาวะโลกร้อน) ส่งผลให้เกิดความผันผวนของสภาพอากาศ
และฤดูกาล ทำให้ผลิตผลด้านการเกษตรได้รับผลกระทบท้ังเชิงปริมาณและคุณภาพ
(พชื ปศสุ ตั ว์ ประมง)
2.2.4 กฎหมาย/ระเบียบ ของภาครัฐที่เก่ียวเน่ืองกับการควบคุมเขตพ้ืนท่ีเชิงอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลต่อการพัฒนาเชิงพ้ืนท่ี ทำให้การขับเคลื่อนโครงการบางโครงการ
ไมส่ ามารถดำเนินการได้ (เช่นการพัฒนาเสน้ ทางคมนาคม การเขา้ ถึงแหลง่ เงินทนุ การขอรับ
การรบั รองมาตรฐานสินคา้ เกษตร)
2.2.5 มาตรการ IUU Fishing ส่งผลกระทบตอ่ การสบื ทอดองคค์ วามรูใ้ นอาชีพประมงจากรุ่นส่รู ุ่น

3. การจัดทำ TOWS Matrix
3.1 กลยทุ ธเ์ ชงิ รุก (SO)
S1O1,2 จัดทำแผนงาน/โครงการเช่ือมโยงแหลง่ งบประมาณเพื่อผลักดันการพฒั นาภาคเกษตรอยา่ ง
เป็นระบบครบวงจร
S2,3O4,5 เพิ่มศักยภาพการทำประมงทะเลเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตเพ่ือเพ่ิมขีด
ความสามารถในการแข่งขัน
S4,9O2 เพ่ิมศักยภาพ ทักษะ หลักสูตรการเรียนรู้ให้กับบุคลากรด้านการเกษตร (ปราชญ์เกษตร
อาสาสมัครเกษตร) และสร้างเครือข่ายการทำงาน เพ่ือขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน
การเกษตรและสหกรณ์ใหม้ ีประสทิ ธิภาพ
S5O2,3 พัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปกาแฟอย่างครบวงจร ส่งเสริมการผลิตกาแฟคุณภาพ
พิเศษ เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน ของการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟ ในการเพิ่มช่องทางตลาด
ออนไลน์
S6O1,2,9 อนุรักษ์และพัฒนาสินค้าเกษตรที่เปน็ เอกลักษณ์ของจังหวัด (กาแฟ, กะปิ, กุ้งแห้ง, มะม่วง
หิมพานต)์ เพ่อื สร้างโอกาสเชอ่ื มโยงสนิ คา้ เกษตรในกรอบของอาหารฮาลาล
S7O1,2,3,10 จัดทำแผนงาน/โครงการเช่ือมโยงแหล่งงบประมาณ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า
เกษตรที่สำคัญทางเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ประมงและสินค้าแปรรูป) ให้มีขีด

112

ความสามารถในการแขง่ ขัน รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการเช่ือมโยง
กลมุ่ ประเทศ BIMSTEC
S8O6,7,8 สง่ เสริมระบบการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นท่ีที่มีศักยภาพสูง (มังคุด, ทุเรียน) ใหไ้ ด้มาตรฐาน
รวมถงึ การแปรรปู และพฒั นาบรรจุภณั ฑ์เพ่ือรองรับการท่องเทีย่ ว
S9O1,2 เพิ่มประสิทธิภาพศูนย์เรียนรู้ต่างๆ ให้มีความพร้อมในการเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ภายใต้
นโยบาย ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) และ
สง่ เสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตร (Big data)
S10O6,7 ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป ตามระบบการผลิตมาตรฐานสินค้า
เกษตร (GAP, GMP, HACCP, ฮาลาล) เพือ่ รองรับการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของจงั หวัด
S11O1,2,8 บูรณาการหน่วยงานท้ังในและนอกพ้ืนที่ (รวมมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิชาการ) ในการ
ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์บรรจุในแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ และเชื่อมโยงไปสู่แหล่งงบประมาณในพื้นที่
อย่างมเี อกภาพ
S12O1,2 จดั ทำแผนงาน/โครงการพระราชการดำริด้านต่างๆ และเกษตรกรรมยั่งยืน เชื่อมโยงแหล่ง
งบประมาณเพื่อพัฒนาเกษตรกรในพ้นื ท่ีของจังหวัด
S2O11 สง่ เสริมการเช่ือมโยงเส้นทางการค้ากับท้ังในและต่างประเทศภายใต้กรอบการพัฒนาพ้ืนที่
ระเบยี งเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC)

3.2 กลยทุ ธเ์ ชิงปอ้ งกัน (ST)
S1,4,7,11,T1 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการจัดทำแผนงาน/โครงการส่งเสริมการทำ
การเกษตรที่หลากหลายลดพื้นที่เชิงเดี่ยว (ปาล์ม,ยางพารา) ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เกษตรกรรมยั่งยืน ลดต้นทุนการผลิต เพ่ิมผลผลิตต่อไร่ โดยเน้นประสิทธิภาพการผลิตใน
พน้ื ทีท่ มี่ ีศักยภาพตาม Zoning
S3T4,5 เพ่ิมประสิทธิภาพการทำประมงชายฝ่ัง เพ่ือลดความเส่ียงการเข้มงวดในการให้สัมปทาน
การทำประมงนอกน่านน้ำ
S8T3 ส่งเสริมงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีให้กับสินค้าผลไม้ (มังคุด, ทุเรียน) เพ่ือเพ่ิม
มูลคา่ สนิ ค้า รองรบั การเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศ
S10T2 สง่ เสรมิ กระบวนการผลติ สินค้าเกษตรทปี่ ลอดภัยและได้มาตรฐานตามระบบสากล เพอ่ื เพ่ิม
ขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน ลดความเส่ียงเกย่ี วกับมาตรการท่ีมิใช่ภาษี
S11T4 ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการควบคุมเขตพื้นท่ีเชิงอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติในการแก้ปัญหาเชิงนโยบายท่ีสามารถผลักดันไปสู่การปฏิบัติเพื่อการ
วางแผนพัฒนาเชิงพ้ืนที่และร่วมกันกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานในรูปแบบของ
การบรู ณาการเชงิ พน้ื ที่

3.3 กลยทุ ธเ์ ชงิ แก้ไข (WO)
W1O1,2 พฒั นาแหล่งนำ้ และเพมิ่ ประสิทธิภาพระบบบริหารจดั การน้ำเพ่ือการเกษตร

113

W2O1,2 อนรุ ักษ์ ฟ้นื ฟู ปรับปรงุ บำรงุ ดิน และพฒั นาทรัพยากรดิน
W3O4,5 อนุรกั ษท์ รพั ยากรสัตว์น้ำ และเพมิ่ ปริมาณสตั ว์นำ้ ในแหล่งนำ้ ธรรมชาติ
W4O1,2 การบรหิ ารจัดการท่ีดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อการเข้าถึงแหล่งเงนิ ทุน การเข้าสูร่ ะบบรับรอง

มาตรฐานความปลอดภัยด้านการผลิต และการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ตามนโยบายของ
ภาครัฐ
W5O2 ส่งเสริมการทำการเกษตรในรูปแบบเกษตรกรรมย่ังยืน และเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้า
ปศุสัตว์ที่ไม่สร้างภาระด้านต้นทุนในการเล้ียงให้กับเกษตรกร (อาทิ ไก่บ้าน ไก่พื้นเมือง
ไกไ่ ข่ เป็ด โค แพะ ฯลฯ)
W6O8 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม รวมถึงองค์ความรู้ในการวางแผนการผลิต
และการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพ่ือการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร อย่างเป็น
ระบบครบวงจร (การผลิต การแปรรปู และการเชอ่ื มโยงตลาด)
W7O2 เพมิ่ ประสิทธภิ าพการบริหารจัดการองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง
W6,8O1,2 ส่งเสรมิ องค์ความรู้ในการทำการเกษตรให้กับเกษตรกรด้วยเทคโนโลยสี มัยใหม่ การนำ
นวตั กรรมมาปรบั ใชใ้ นภาคการเกษตร เพื่อก้าวสูย่ คุ Thailand 4.0 ในการเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพ
การแปรรปู การพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์ ใหส้ อดคล้องกับความตอ้ งการของตลาด
W9,10O2 สร้างแรงจูงใจและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่สู่ Smart Farmer เพ่ือทดแทนแรงงานท่ีเข้าสู่
สงั คมผู้สงู อายุ และพัฒนาแรงงานใหม้ คี ณุ ภาพ
W11O1,2 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเกษตรและสหกรณ์ และสร้างเครือข่ายการ
ทำงาน (การประชาสัมพันธ์ และให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาสัญญาณ
อนิ เตอร์เนต็ )
W12O10 พัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งสินค้า (Logistic) และโครงสร้างพ้ืนฐานทางการเกษตร
เพ่อื เพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการกระจายสนิ ค้าเกษตรสตู่ ลาด
W13,14O1,2,7,10 เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตปาล์มน้ำมันในพ้ืนท่ี และจัดหาช่องทางตลาดสินค้าเกษตร
รวมถงึ บริหารจดั การจุดรบั ซื้อที่มอี ยใู่ ห้มปี ระสทิ ธิภาพ
W11,15O2 พัฒนาระบบสารสนเทศการเกษตรด้วยเทคโนโลยีท่ีมีประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลด้านการเกษตร และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุก
ภาคส่วนในการขับเคล่ือนด้านการเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากร
ด้านการเกษตรและสหกรณ์สู่ Smart Officer รวมท้ังเพ่ิมประสิทธิภาพเครื่องไม้เคร่ืองมือ
วัสดอุ ปุ กรณ์ เทคโนโลยสี ารสนเทศที่ทันสมยั เพือ่ ให้บรกิ ารแกป่ ระชาชนไดอ้ ยา่ งทั่วถงึ
W9,10O2 ปลูกฝังความภูมิใจในอาชีพเกษตรกร สร้างแรงจูงใจ พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young
Smart Farmer) และเพ่ิมสวัสดิการให้แรงงานภาคการเกษตร เพ่ือป้องกันการเคล่ือนย้าย
แรงงานออกจากภาคการเกษตรไปส่ภู าคการผลติ อ่ืน

114

3.4 กลยทุ ธ์เชงิ รับ (WT)
W1T3 เพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำชลประทาน และส่งเสริมการสร้างแหล่งน้ำนอก
พื้นที่ชลประทาน ให้ครอบคลุมพื้นท่ีทำการเกษตรอย่างเป็นระบบครบวงจร เพ่ือรองรับ
การเปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
W3T2,4,5 รณรงค์การใช้เครื่องมือท่ีเหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมายในการจับสัตว์น้ำ อบรมให้
ความรู้วิถีประมงพ้ืนบ้านให้กับเกษตรกร (Young Smart farmer) เพื่อรักษาภูมิปัญญา
ท้องถ่ินดา้ นประมง ซงึ่ จะส่งผลให้มีปรมิ าณทรัพยากรสัตวน์ ้ำชายฝัง่ /สตั วน์ ้ำจดื เพิม่ ข้นึ
W4,5T1 ส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการผลิตพืชผัก
สวนครัวร้ัวกินได้ การปลูกพืชแซม ลดพ้ืนที่พืชเชิงเดี่ยว สร้างโอกาสให้กับแรงงานเกษตร
คืนถ่ิน ในช่วงวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19 ซ่ึงส่งผลกระทบ
ดา้ นเศรษฐกจิ ชะลอตวั เปน็ วงกว้าง
W6T2 ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับเทคโนโลยีท่ีทันสมัยต่อการผลิตสินค้าเกษตร
เพอ่ื ให้ได้คุณภาพท่ีสามารถแข่งขนั ได้ในตลาดอาเซียน

สรุปในรูปแบบตาราง Tow Matrix เพือ่ กำหนดกลยุทธ์

ตารางท่ี 80 Tow Matrix เพอื่ กำหนดกลยุทธ์

ปจั จยั ภายใน จดุ แขง็ (S) จุดอ่อน (W)
ปัจจัยภายนอก
S1 จงั หวัดระนองมี W1 ลกั ษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่

ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบรู ณ์ เป็นภูเขา (86% ของพืน้ ท)่ี ที่มี

ลกั ษณะภมู ิอากาศเหมาะสมต่อการ ความลาดชนั ถึงแมฝ้ นตกชกุ แต่ไม่

ทำเกษตร สามารถกักเก็บนำ้ ไว้ในดนิ ได้

S2 จังหวัดระนองเปน็ จังหวดั เนือ่ งจากภมู ปิ ระเทศลาดเอยี งจาก

ชายแดนที่มพี ้ืนทีช่ ายฝั่งเปน็ แนวยาว ฝ่ังตะวนั ออกไปตะวนั ตก-ทะเลอนั

และมีโครงสร้างพื้นฐานท้งั ทางบก ดามนั และไมส่ ามารถสรา้ งอ่างเก็บ

และทางนำ้ (ทา่ เรือน้ำลกึ ) รองรบั น้ำได้เพราะอยู่ในพนื้ ที่ปา่ สงวน

การเชือ่ มโยงเสน้ ทางการค้ากับทั้งใน ทำใหแ้ หลง่ นำ้ ชลประทานไม่

และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศ ครอบคลุมพน้ื ท่ีทำการเกษตร

กลุ่มอาเซียนและประเทศคู่คา้ อ่นื ๆ ที่ W2 สภาพภมู ิประเทศที่เปน็ พ้ืนที่

ชว่ ยลดระยะเวลาและต้นทนุ ในการ ลาดเอียง เม่ือมฝี นตกชุกทำให้

ขนสง่ สินค้า สญู เสยี หน้าดนิ ได้งา่ ยและบางพน้ื ที่

S3 กิจกรรมของภาคเกษตรที่เป็น มคี วามเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เป็น

สาขาด้านประมงสามารถสร้างรายได้ อุปสรรคในการทำการเกษตร

ระดบั ตน้ ๆ ของจังหวดั โดยเฉพาะ W3 ดนิ บางพนื้ ที่ไมเ่ หมาะสมกบั

การเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้ ชายฝ่งั ซึ่งมี การเพาะปลกู และเสอื่ มสภาพ

115

มูลค่าทางเศรษฐกจิ เพราะการใชส้ ารเคมี ทำให้ผลผลิต

S4 มที า่ เทียบเรือสะพานปลาซ่งึ เปน็ ตอ่ ไร่ตำ่

โครงสร้างพนื้ ฐานที่สำคัญในการ W4 ทรพั ยากรสตั ว์น้ำมจี ำนวนนอ้ ย

รองรบั การกระจาย/ขนถา่ ยสินคา้ ไมเ่ พยี งพอต่อความต้องการของ

ประมง ภาคอตุ สาหกรรมต่อเน่ืองด้าน

S5 เกษตรกรมีทักษะความรคู้ วาม ประมงต้องอาศยั การนำเข้าจาก

ชำนาญเฉพาะดา้ นในอาชพี ของตน ประเทศเพื่อนบ้าน

ซ่ึงเรยี นรจู้ ากรุน่ สรู่ ุ่น ประกอบกบั มี W5 เกษตรกรสว่ นใหญ่ (ร้อยละ 80)

ปราชญ์เกษตร อาสาสมคั รเกษตรใน ไม่มีเอกสารสทิ ธิใ์ นท่ดี ิน ทำใหข้ าด

พื้นท่ที ่เี ปน็ เพ่ือนคู่คิดให้กบั เกษตรกร โอกาสในการเขา้ สู่ระบบรบั รอง

S6 จงั หวัดระนองมีพ้ืนที่ผลิตกาแฟ มาตรฐานความปลอดภัยด้านการผลิต

โรบัสต้าเปน็ อนั ดับ 1 ของกลุ่ม และการให้ความช่วยเหลือตา่ งๆ

จังหวัดภาคใตฝ้ ง่ั อนั ดามนั และเป็น ตามนโยบายของภาครัฐ

อันดับ 2 ของประเทศ รองจาก W6 เกษตรกรส่วนใหญ่มรี ะบบ

จงั หวัดชมุ พร สารกาแฟมีคุณภาพดี การผลิตแบบพชื เชิงเดย่ี ว (ปลูก

S7 มสี ินคา้ เกษตรท่เี ปน็ เอกลักษณ์ ยางพารา และปาล์มนำ้ มัน) ทำใหม้ ี

ของจังหวัด ได้แก่ กาแฟ, กะปิ, ความเสี่ยงด้านราคา และยงั ส่งผล

กุ้งแหง้ , และมะม่วงหิมพานต์ ซึง่ มี ใหก้ ารผลติ สินค้าเกษตรเพอื่ ความ

ลทู่ างในการพัฒนาและสามารถเปน็ มั่นคงดา้ นอาหารลดลง (ข้าว,

สินคา้ สรา้ งรายได้ให้กบั จงั หวัดได้ พืชผัก)

โดยเฉพาะเม็ดมะมว่ งหิมพานตเ์ ม็ดโต W7 เกษตรกรยังขาดทักษะด้าน

มีคุณภาพ เป็นทต่ี ้องการของตลาด การวางแผน ในการบริหารจัดการ

S8 สนิ คา้ เกษตรที่มคี วามสำคัญทาง ผลผลิตสินคา้ เกษตรท่มี ี

เศรษฐกิจ (ปาลม์ น้ำมนั ยางพารา ประสิทธิภาพ (การผลติ

ประมงและสนิ คา้ ประมงแปรรูป) การเชอื่ มโยงตลาด)

ไดร้ บั การกำหนดให้เปน็ จุดยืนตาม W8 เกษตรกรส่วนใหญเ่ ป็น

ตำแหนง่ ทางยุทธศาสตรข์ องจังหวดั / เกษตรกรรายย่อยขาดการรวมกลุม่

กลุ่มจังหวัด และ/หรอื ขาดการบรหิ ารจดั การท่ี

S9 มีพ้นื ท่ีที่มีศักยภาพสงู ในการผลิต เข้มแข็ง (สถาบันเกษตรกร) ทำให้

ผลไม้ (มงั คดุ , ทุเรียน) เพื่อการ ไมม่ ีอำนาจในการต่อรองทาง

ส่งออก การตลาด

ปจั จยั ภายนอก S10 มศี นู ย์เรยี นรูต้ า่ งๆ เชน่ ศนู ย์ W9 เกษตรกรมีตน้ ทนุ ในการทำ

เรยี นรูก้ ารเพมิ่ ประสทิ ธิภาพการผลิต การเกษตรสูง เน่อื งจากทำ

สนิ คา้ เกษตร ศูนย์จัดการศตั รูพืช การเกษตรในพน้ื ทไี่ มเ่ หมาะสม

116

ชมุ ชนตำบล ศูนยจ์ ัดการดนิ ปุ๋ยชมุ ชน และขาดการบรหิ ารจดั การทีด่ ี

ศนู ย์เรยี นร้เู ศรษฐกิจพอเพยี ง W10 การผลิตสนิ คา้ เกษตรยังไม่มี

ในพ้นื ท่ีทส่ี ามารถใช้เป็นตน้ แบบ/ คุณภาพ สว่ นใหญย่ งั ผลติ แบบ

สถานทีใ่ นการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ ปฐมภมู ิ ขาดการนำเทคโนโลยไี ป

S11 เกษตรกรมคี วามตนื่ ตวั ในการ ปรบั ใช้ในการแปรรปู และพฒั นา

ลดการใช้สารเคมี และมีการผลติ บรรจภุ ณั ฑ์ เพ่ือเพ่ิมมูลคา่ ให้กบั

สนิ ค้าเกษตรทป่ี ลอดภัย ต่อผ้บู ริโภค สินคา้ เกษตร

โดยมีหนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้องขับเคลอ่ื น W11 สังคมเกษตรขาดการสืบทอด

การดำเนนิ งานอย่างจริงจัง ทายาททางการเกษตร เนื่องจากวยั

S12 หน่วยงานในสังกัดกระทรวง หนุม่ สาวไปประกอบอาชีพอืน่ และ

เกษตรฯ บรู ณาการการทำงาน แรงงานด้านการเกษตรเข้าสู่สงั คม

รว่ มกันอย่างเขม้ แข็ง มีภาคเี ครือขา่ ย ผู้สูงอายุ

และแหล่งงบประมาณท่ีพร้อมให้การ W12 ขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร

สนบั สนนุ การดำเนนิ งานในพ้ืนท่ี ที่มีคุณภาพ เนื่องจากแรงงานสว่ น

S13 มีการดำเนินงานโครงการ ใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวท่ีมีผลิต

พระราชดำรดิ า้ นต่างๆ ในพน้ื ที่ของ ภาพต่ำ

จงั หวัด ส่งผลให้การประกอบอาชพี W13 เกษตรกรยงั ไม่สามารถเข้าถงึ

ของเกษตรกรไดร้ บั การพฒั นา แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศของ

หน่วยงานท่ีเป็นประโยชนใ์ นการทำ

การเกษตร (การประชาสมั พนั ธ์,

สญั ญาณอนิ เตอร์เนต็ )

W14 ถนนที่ใช้ในการขนส่งสินค้า

เกษตรจากแหลง่ ผลิต ไม่สะดวก

สภาพไม่เหมาะสม

W15 ผลผลิตทางการเกษตร

(ปาล์มน้ำมัน) ไมเ่ พยี งพอ ทำให้

โรงงานสกัดปาล์มน้ำมนั ในพื้นท่ี

ทีม่ อี ยู่ไมส่ ามารถดำเนนิ การได้

W16 จุดรับซ้ือ หรอื จุดรวบรวม

ผลผลิตภาคการเกษตรในพื้นที่มี

ไมเ่ พียงพอ ประกอบกับจดุ รับซ้ือ

หรอื จุดรวบรวมผลผลิตบางสว่ นที่มี

ปจั จัยภายนอก อยูข่ าดการบริหารจดั การทด่ี ี ส่งผล

ใหข้ าดการเชื่อมโยงดา้ นการตลาด

117

โอกาส (O) SO WO

O1 พระราชบัญญตั ิระเบียบ กลยทุ ธ์เชิงรกุ กลยทุ ธเ์ ชงิ แก้ไข

บรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. S1O1,2 จัดทำแผนงาน/โครงการ W1O1,2 พัฒนาแหล่งนำ้ และเพิม่
2534 แก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 7) เช่ือมโยงแหลง่ งบประมาณเพ่ือ ประสทิ ธิภาพระบบบริหารจัดการ

พ.ศ. 2550 ใหจ้ ังหวัดและกลุ่ม ผลกั ดนั การพัฒนาภาคเกษตรอย่าง นำ้ เพ่อื การเกษตร

จังหวัดยน่ื คำขอตัง้ งบประมาณ เปน็ ระบบครบวงจร W2O1,2 อนุรกั ษ์ ฟ้นื ฟู ปรับปรุง
ได้ (แผนพัฒนาจังหวดั /กล่มุ S2,3O4,5 เพ่มิ ศกั ยภาพการทำประมง บำรงุ ดนิ และพฒั นาทรัพยากรดิน
จงั หวัด) ทำใหม้ ีโอกาสในการ ทะเลเชิงพาณิชยเ์ ขา้ สู่ระบบ W3O4,5 อนรุ ักษท์ รัพยากรสตั วน์ ้ำ
เชอื่ มโยงแหลง่ งบประมาณเพื่อ มาตรฐานการผลิตเพื่อเพ่ิมขีด และเพ่ิมปริมาณสตั ว์น้ำในแหลง่ น้ำ

ผลกั ดนั การพัฒนาภาคเกษตร ความสามารถในการแข่งขัน ธรรมชาติ

O2 การมีนโยบายและ S4,9O2 เพมิ่ ศักยภาพ ทักษะ W4O1,2 การบริหารจัดการทด่ี ิน

แผนพฒั นาในระดบั ตา่ งๆ ส่งผล หลักสตู รการเรียนรู้ให้กบั บุคลากร เพ่ือเกษตรกรรม เพื่อการเขา้ ถงึ

ใหเ้ อ้ือตอ่ การส่งเสริมและ ดา้ นการเกษตร (ปราชญเ์ กษตร แหล่งเงินทุน การเขา้ สูร่ ะบบรับรอง

สนับสนนุ การขบั เคลื่อนการ อาสาสมคั รเกษตร) และสร้าง มาตรฐานความปลอดภัยด้านการ

ดำเนนิ งานดา้ นเกษตรและ เครือข่ายการทำงาน เพ่ือขบั เคลือ่ น ผลติ และการใหค้ วามช่วยเหลอื

สหกรณ์ (ยุทธศาสตรช์ าตริ ะยะ การดำเนินงานด้านการเกษตรและ ตา่ งๆ ตามนโยบายของภาครัฐ

20 ปี, แผน 12 คนเปน็ สหกรณ์ใหม้ ปี ระสิทธิภาพ W5O2 สง่ เสริมการทำการเกษตรใน

ศนู ย์กลางการพัฒนา-เศรษฐกิจ S5O2,3 พฒั นากระบวนการผลิตและ รูปแบบเกษตรกรรมยง่ั ยนื และเพิ่ม

พอเพียง, นโยบายรัฐบาล- แ ป รรู ป ก า แ ฟ อ ย่ างค ร บ ว งจ ร ศกั ยภาพการผลิตสินคา้ ปศุสตั ว์ทไ่ี ม่

โครงสรา้ งพื้นฐาน/การปรับ ส่งเสริมการผลติ กาแฟคุณภาพพิเศษ สร้างภาระดา้ นต้นทนุ ในการเลี้ยง

โครงสรา้ งการผลติ ภาคเกษตร/ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ ให้กบั เกษตรกร (อาทิ ไก่บ้าน ไก่

ทรัพยากรธรรมชาติ, นโยบาย แข่งขัน ของการเป็นประชาคม พ้นื เมือง ไก่ไข่ เปด็ โค แพะ ฯลฯ)

กระทรวงกระเกษตรและ เศรษฐกิจอาเซียน ตลอดจนสร้าง W6O8 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี

สหกรณ์ 8 ประเดน็ หลกั อาทิ ความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกร เกษตรและนวัตกรรม รวมถึงองค์

การบรหิ ารจดั การแหลง่ น้ำทง้ั ผู้ผลิตกาแฟ ในการเพ่ิมช่องทาง ความรู้ในการวางแผนการผลติ และ

ระบบ, ส่งเสริมเกษตรกรรม ตลาดออนไลน์ การบริหารจัดการสินค้าเกษตร

ยัง่ ยนื , ใช้ระบบตลาดนำการ S6O1,2,9 อนุรกั ษแ์ ละพฒั นาสินค้า เพื่ อการป ระกอบอาชีพ ให้ กับ
ผลิต, ลดต้นทนุ การผลติ , การ เกษตรท่ีเปน็ เอกลักษณ์ของจังหวดั เกษตรกร อย่างเป็นระบบครบ

บรหิ ารจดั การประมงอย่าง (กาแฟ, กะปิ, กงุ้ แหง้ , มะม่วงหมิ วงจร (การผลิต การแปรรูป และ

ยงั่ ยืน, การแกไ้ ขปญั หาเฉพาะ พานต)์ เพื่อสรา้ งโอกาสเช่อื มโยง การเชือ่ มโยงตลาด)

หน้าใหเ้ กษตรกร, จดั ทำข้อมูล สนิ คา้ เกษตรในกรอบของอาหาร W7O2 เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการ
สารสนเทศด้านการเกษตร, ฮาลาล บรหิ ารจัดการองค์กรเกษตรกร

พฒั นาศนู ย์เรียนรู้การเพิ่ม S7O1,2,3,10 จัดทำแผนงาน/โครงการ ให้มีความเข้มแข็ง
ประสทิ ธิภาพการผลิตสินค้า เชอื่ มโยงแหล่งงบประมาณ เพือ่ เพิม่

118

เกษตร, ศนู ย์ AIC ฯลฯ) ประสิทธิภาพการผลติ สินคา้ เกษตร W6,8O1,2 ส่งเสรมิ องค์ความรใู้ นการ
O3 การเขา้ ส่ปู ระชาคม ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน ทำการเกษตรให้กับเกษตรกรด้วย

เศรษฐกจิ อาเซยี น สง่ ผลให้ผู้ ยางพารา ประมงและสินค้าแปรรูป) เท ค โน โล ยี ส มั ย ให ม่ ก า ร น ำ

ประกอบธุรกจิ การผลิตสินคา้ ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน น วั ต ก ร ร ม ม าป รับ ใช้ ใน ภ า ค

เกษตรต้องมีการปรบั ตัวใหม้ ี รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ ก า ร เก ษ ต ร เพ่ื อ ก้ า ว สู่ ยุ ค

การพฒั นาขีดความสามารถที่ อาเซียน และการเชื่อมโยงกลุ่ม Thailand 4.0 ใ น ก า ร เ พ่ิ ม

สงู ขึน้ โดยเฉพาะมาตรฐานการ ประเทศ BIMSTEC ประสิทธิภาพการแปรรูป การพัฒนา

ผลติ ความเขา้ ใจในกฎหมาย/ S8O6,7,8 ส่งเสริมระบบการผลติ สินคา้ บรรจุภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับความ
กตกิ าระหวา่ งประเทศ และ เกษตรในพื้นท่ีที่มีศักยภาพสงู (มงั คดุ ต้องการของตลาด

ทกั ษะด้านภาษาตา่ งประเทศ , ทุเรียน) ใหไ้ ด้มาตรฐาน รวมถงึ การ W9,10O2ปลกู ฝงั ความภมู ใิ จใน
O4 IUU Fishing เปน็ โอกาสให้ แปรรูป และพฒั นาบรรจุภัณฑเ์ พ่ือ อาชพี เกษตรกร สรา้ งแรงจงู ใจ

ผูป้ ระกอบการประมงทะเลได้ รองรบั การท่องเที่ยว พัฒนาเกษตรกรรนุ่ ใหม่ (Young

เขา้ สูร่ ะบบมาตรฐานการผลิต S9O1,2 เพ่ิมประสทิ ธิภาพศูนยเ์ รยี นรู้ Smart Farmer) และเพิ่ม
เพอ่ื เพม่ิ ขดี ความสามารถในการ ต่างๆ ให้มคี วามพร้อมในการเป็น สวสั ดกิ ารใหแ้ รงงานภาค

แขง่ ขัน (ไม่ติดมาตรการการกีด แหล่งเรียนรู้ของชมุ ชน ภายใต้ การเกษตร เพื่อปอ้ งกนั การ

กนั ทางการคา้ ทีม่ ใิ ชภ่ าษีของ นโยบาย ศนู ย์เทคโนโลยีเกษตรและ เคล่อื นยา้ ยแรงงานออกจากภาค

สหภาพยโุ รป-EU) นวัตกรรม (Agritech and การเกษตรไปสู่ภาคการผลติ อื่น

O5 พระราชบัญญัติการประมง Innovation Center : AIC) และ W11O1,2 เพ่ิมประสิทธิภาพการ
พ.ศ. 2558 ประกาศใชด้ ว้ ย สง่ เสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ การ บริหารจัดการด้านการเกษตรและ

เหตุผลในการปรับปรุงการบรหิ าร พฒั นาฐานข้อมูลดา้ นการเกษตร สหกรณ์ และสร้างเครือข่ายการ

จดั การทรัพยากรสตั ว์น้ำและการ (Big data) ทำงาน (การประชาสัมพันธ์ และ

ประมงของประเทศ ให้สอดคล้อง S10O6,7 ส่ งเส ริม ก ารผ ลิ ต สิ น ค้ า ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการ
กบั กฎหมายระหวา่ งประเทศและ เกษตรสินค้าเกษตรแปรรูป ตาม แก้ปญั หาสัญญาอินเตอรเ์ นต็ )

มาตรฐานสากล รวมท้ังความ ระบบการผลิตมาตรฐานสินค้า W12O10 พัฒนาระบบการคมนาคม
เจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้าน เก ษ ต ร (GAP, GMP, HACCP, ฮ า ขนส่งสินค้า (Logistic) และ

การประมง สภาพของสังคม และ ลาล) เพ่ือรองรับการท่องเท่ียวเชิง โครงสร้างพนื้ ฐานทางการเกษตร

สถานการณ์ต่างๆ ในปจั จบุ ัน สขุ ภาพของจังหวัด เพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการ

เป็นโอกาสในการเพ่ิมขีด S11O1,2,8 บูรณาการหน่วยงานทั้งใน กระจายสินคา้ เกษตรสตู่ ลาด
ความสามารถในการแขง่ ขนั แ ล ะ น อ ก พื้ น ท่ี (ร ว ม พ ลั งแ ล ะ W13,14O1,2,7,10 เพม่ิ ประสิทธภิ าพ
O6 การกำหนดและให้การ ประสานงานวิชาการ) ในการส่งเสริม ผลผลติ ปาล์มน้ำมนั ในพนื้ ท่ี และ

รับรองมาตรฐานการผลติ สินค้า การใช้เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จัดหาช่องทางตลาดสนิ ค้าเกษตร

เกษตร ตามระบบ GAP, GMP ที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง รวมถงึ บรหิ ารจัดการจุดรับซื้อที่มี

และ HACCP เปน็ ตน้ เปน็ การ เก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์ บ ร ร จุ ใน อยใู่ ห้มปี ระสทิ ธภิ าพ

เพ่มิ ขีดความสามารถในการ แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ W11,15O2 พัฒนาระบบ

119

แขง่ ขนั และเช่ือมโยงไปสู่แหล่งงบประมาณใน สารสนเทศการเกษตรด้วย

O7 กระแสนิยมการท่องเทยี่ ว พ้นื ท่อี ย่างมเี อกภาพ เทคโนโลยที มี่ ปี ระสทิ ธิภาพสงู

เชิงสุขภาพ กระแสการบรโิ ภค S12O1,2 จดั ทำแผนงาน/โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธภิ าพในการเข้าถึง

อาหารปลอดภัย และกระแส พระราชการดำรดิ ้านต่างๆ และ ขอ้ มลู ด้านการเกษตร และสร้าง

การบรโิ ภคอาหารทเ่ี ปล่ียนไป เกษตรกรรมย่ังยืน เชอื่ มโยงแหล่ง กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาค

ทำใหม้ โี อกาสในการส่งเสรมิ งบประมาณเพ่ือพฒั นาเกษตรกร สว่ นในการขบั เคลื่อนด้าน

และพัฒนาแหล่งผลิต/ผลผลติ ในพ้ืนที่ของจังหวดั การเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจน

ด้านการเกษตร ให้เป็นแหล่ง S2O11 ส่ ง เส ริ ม ก า ร เชื่ อ ม โย ง พัฒนาศักยภาพบคุ ลากรด้าน

วัตถดุ บิ รองรับการท่องเที่ยวเชงิ เส้ น ท า ง ก า ร ค้ า กั บ ท้ั ง ใน แ ล ะ การเกษตรและสหกรณ์สู่ Smart

สุขภาพ ประกอบกบั ต่างประเทศภายใต้กรอบการพัฒนา Officer รวมทัง้ เพ่ิมประสทิ ธิภาพ

ยทุ ธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาค พ้ืนที่ระเบียงเศรษฐกจิ ภาคใต้ (SEC) เคร่ืองไมเ้ คร่ืองมือ วัสดอุ ุปกรณ์

เมือง และพ้นื ทเ่ี ศรษฐกจิ เทคโนโลยีสารสนเทศท่ที ันสมัย

ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกจิ เพื่อใหบ้ รกิ ารแกป่ ระชาชนได้อย่าง

และสังคมแหง่ ชาตฉิ บบั ท่ี 12 ทว่ั ถึง

ยกระดับจงั หวดั ระนองให้เป็น

เมอื งทอ่ งเท่ยี วเชิงสุขภาพ

และสปา (เน่ืองจากมีน้ำแร่ท่ีดี

ท่ีสดุ ในประเทศและตดิ 1 ใน 3

ของโลก ทีป่ ราศจากการ

ปนเป้อื นของธาตกุ ำมะถัน)

O8 การมมี หาวิทยาลยั

(มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ศนู ย์การศกึ ษาจงั หวดั ระนอง) ท่ี

ขับเคลอื่ นดา้ นการเกษตรในพ้นื ท่ี

ชว่ ยสรา้ งโอกาสในการพัฒนา

สินคา้ เกษตรและเชอื่ มโยงสตู่ ลาด

O9 กรอบความร่วมมือ IMT-

GT (อินโดนเี ซีย มาเลเซยี และ

ไทย) (from farm to table สง่

อาหารฮาลาลไปมาเลเซยี --->

เปน็ โอกาสให้ระนองสร้างความ

เชือ่ มโยงสนิ ค้าเกษตรในกรอบ

ของอาหารฮาลาล)

O10 กรอบความร่วมมือ

120

BIMSTEC (ยางพารา, ระยะทาง

และระยะเวลาในการขนส่ง)

O11 การพฒั นาพนื้ ทรี่ ะเบยี ง

เศรษฐกิจภาคใต้ (Southern

Economic Corridor : SEC)

เชอื่ มโยง 4จังหวัด ชุมพร ระนอง

สรุ าษฎร์ธานี และ

นครศรธี รรมราช ส่งผลใหเ้ กิดการ

พัฒนาในหลายโครงการ เช่น การ

ก่อสรา้ งรถไฟ ชุมพร-ระนอง

ท่าเรือนำ้ ลึก สนามบนิ และเมือง

ระนอง เป็น Smart city ซึ่งเป็น

โอกาสใหจ้ งั หวัดสามารถ

ยกระดับการผลติ และสร้าง

มูลค่าเพิ่มผลผลติ ทางการเกษตร

อปุ สรรค (T) ST WT

T1 ภาวะเศรษฐกจิ ในภมู ิภาค กลยุทธ์เชงิ ปอ้ งกนั กลยทุ ธ์เชิงรับ

และในประเทศชะลอตวั รวมถงึ S1,4,7,11,T1 ห น่ ว ย งา น ใน สั ง กั ด W1T3 เพิม่ ประสิทธิภาพการบรหิ าร

การแพร่ระบาดของเชอื้ ไวรสั โค กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการจัดทำ จดั การนำ้ ชลประทาน และส่งเสรมิ

โรนา (Coronavirus Disease แผนงาน/โครงการส่งเสริมการทำ การสร้างแหล่งนำ้ นอกพน้ื ที่

2019 (Covid-19)) ส่งผล การเกษตรท่ีหลากหลายลดพื้นท่ี ชลประทาน ให้ครอบคลุมพน้ื ทท่ี ำ

กระทบต่อราคาผลผลิตทาง เชิงเด่ียว (ปาล์ม,ยางพารา) ยึด การเกษตรอยา่ งเปน็ ระบบครบ

การเกษตร ป รั ช ญ า เศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เพี ย ง วงจร เพื่อรองรับการเปลีย่ นแปลง

T2 แรงงานต่างดา้ วย้ายออก เกษตรกรรมย่ังยืน ลดต้นทุนการ สภาพภูมิอากาศ

จากภาคเกษตรไปในภาคการ ผลิต เพ่ิมผลผลิตต่อไร่ โดยเน้น W3T2,4,5 รณรงคก์ ารใช้เครอื่ งมือท่ี

ผลิตอ่ืน เช่น ภาคอตุ สาหกรรม ประสิทธิภาพการผลิตในพ้ืนที่ท่ีมี เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย

และภาคบรกิ ารท่ใี ห้ ศกั ยภาพตาม Zoning ในการจบั สัตวน์ ำ้ อบรมให้ความรู้

ผลตอบแทนสงู กว่า หรอื ยา้ ยไป S3T4,5 เพ่มิ ประสทิ ธิภาพการทำ วิถปี ระมงพ้นื บา้ นให้กับเกษตรกร

ประเทศอ่นื ในกล่มุ อาเซียนท่ีมี ประมงชายฝงั่ เพ่ือลดความเส่ยี งการ (Young Smart farmer) เพื่อ

ค่าแรงสงู กว่า เข้มงวดในการให้สัมปทานการทำ รกั ษาภูมปิ ัญญา ทอ้ งถ่นิ ดา้ น

T3 การที่ประเทศสมาชิก ประมงนอกนา่ นน้ำ ประมง ซงึ่ จะส่งผลใหม้ ปี รมิ าณ

อาเซียนต้องเปิดตลาดเสรี S8T3 สง่ เสรมิ งานวจิ ัย นวตั กรรม ทรพั ยากรสัตว์นำ้ ชายฝั่ง/สัตว์นำ้ จืด

การค้าและบรกิ ารระหว่างกนั และเทคโนโลยใี หก้ ับสินค้าผลไม้ เพิ่มขึ้น

ทำใหส้ ินค้าเกษตรอาเซยี นที่มี (มังคดุ , ทเุ รยี น) เพื่อเพิ่มมลู ค่าสนิ ค้า

121

คุณภาพดีกวา่ หรือราคาถูกกว่า รองรับการเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศ W4,5T1 สง่ เสริมการทำ

จะเขา้ มาแข่งขนั และแยง่ ตลาด S10T2 สง่ เสรมิ กระบวนการผลิต เกษตรกรรมย่งั ยนื ตามหลกั ปรชั ญา

อีกท้ัง กฎ กตกิ าการกีดกันทาง สินค้าเกษตรทปี่ ลอดภยั และได้ เศรษฐกจิ พอเพยี ง เน้นการผลิต

การค้า (มาตรการที่มิใช่ภาษ)ี มาตรฐานตามระบบสากล เพ่ือเพิ่ม พชื ผกั สวนครวั รั้วกนิ ได้ การปลูก

และมาตรการดา้ นสทิ ธมิ นุษย์ ขดี ความสามารถในการแข่งขัน ลด พชื แซม ลดพ้ืนทพี่ ชื เชิงเด่ยี ว สรา้ ง

ชน ทำใหส้ ูญเสียความสามารถ ความเส่ยี งเกย่ี วกับมาตรการท่มี ิใช่ โอกาสใหก้ ับแรงงานเกษตรคืนถ่ิน

ในการแข่งขันในตลาดโลก ภาษี ในช่วงวกิ ฤตของการแพรร่ ะบาด

T4 การเปล่ยี นแปลงภูมิอากาศ S11T4 ประสานความร่วมมือกับ ของเชื้อไวรสั โคโรนา Covid-19

โลก (ภาวะโลกรอ้ น) สง่ ผลให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม ซึง่ สง่ ผลกระทบดา้ นเศรษฐกจิ

เกดิ ความผนั ผวนของสภาพ เ ข ต พื้ น ที่ เ ชิ ง อ นุ รั ก ษ์ ชะลอตวั เป็นวงกวา้ ง

อากาศและฤดูกาล ทำให้ ทรัพยากรธรรมชาติในการแก้ปัญหา W6T2 ส่งเสริมการใช้ภมู ปิ ญั ญา

ผลติ ผลดา้ นการเกษตรไดร้ บั เชิงนโยบายท่ีสามารถผลักดันเพ่ือ ทอ้ งถนิ่ ร่วมกบั เทคโนโลยที ี่ทันสมัย

ผลกระทบทั้งเชงิ ปริมาณและ การไปสู่การปฏิบัติ วางแผนพัฒนา ต่อการผลติ สนิ ค้าเกษตร เพือ่ ให้ได้

คุณภาพ (พืช ปศสุ ัตว์ ประมง) เชิงพ้ืนท่ีและร่วมกันกำหนดกรอบ คุณภาพทส่ี ามารถแข่งขันได้ใน

T5 กฎหมาย/ระเบยี บ ของ แนวทางการดำเนินงานในรูปแบบ ตลาดอาเซยี น

ภาครฐั ท่เี กยี่ วเนือ่ งกับการ ของการบูรณาการเชงิ พื้นท่ี

ควบคมุ เขตพ้นื ท่ีเชิงอนุรักษ์

ทรพั ยากรธรรมชาติ ส่งผลตอ่

การพัฒนาเชงิ พน้ื ที่ ทำให้การ

ขบั เคลื่อนโครงการบางโครงการ

ไม่สามารถดำเนินการได้ (เช่น

การพัฒนาเสน้ ทางคมนาคม

การเขา้ ถงึ แหล่งเงินทนุ การ

ขอรับการรบั รองมาตรฐาน

สนิ ค้าเกษตร)

T6 หน่วยงานในระดบั พ้นื ท่ี

(อำเภอ/ตำบล) ยงั ขาดอุปกรณ์

และเทคโนโลยีสารสนเทศที่

ทันสมยั สง่ ผลใหก้ ารบรกิ าร

ภาครฐั ยงั ทำได้ไม่เต็มท่ีและไม่

ทวั่ ถงึ

T7 มาตรการ IUU Fishing ส่งผล

กระทบต่อการสืบทอดองค์ความรู้

ในอาชีพประมงจากรุน่ สรู่ ุ่น

122

บริบทการเปลีย่ นแปลงของสภาวะแวดลอ้ ม
ระดับโลก/ประเทศ
1. นโยบายและแผนในระดับตา่ งๆ

1.1 ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ (แผน 12)
1.2 นโยบายรฐั บาล (ขณะทำแผน)
1.3 นโยบายกระทรวงเกษตรฯ (ขณะทำแผน)
1.4 แผนพัฒนารายสาขา อาทิ แผนพฒั นาการเกษตรในชว่ งแผน 12 (สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตร)
1.5 แผนพัฒนารายพ้ืนที่ อาทิ แผนพัฒนาภาคใต้, แผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาองค์การ
บริหารสว่ นจงั หวัด
1.6 แผนพัฒนารายประเด็น อาทิ กรอบการพัฒนาการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ฉบับที่ 2
(พ.ศ.2561-2579) แผนแมบ่ ทการดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานในภาคประมง และไทยแลนด์ 4.0

2. ดา้ นเศรษฐกิจ
2.1 เศรษฐกจิ โลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ออกรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ฉบับ

เดือนเมษายน 2020 (World Economic Outlook, April 2020: Chapter 1 The Great Lockdown) ระบุว่าการ
แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้สร้างต้นทุนให้กับประชาชนไปทั่วโลก การปกป้องชีวิตและ
ทำให้ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับการระบาดได้ ทำให้จำเป็นต้องท้ังการแยกตัว การปิดเมือง หรือการส่ังปิด
กิจการชั่วคราวในวงกว้าง เพ่ือลดการกระจายของไวรัส “วิกฤติทางสาธารณสุขได้สร้างผลกระทบอย่างมากต่อ
ระบบเศรษฐกิจ และจากผลของการระบาดคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัวประมาณ -3% ในปี 2563 จากเดิมที่
คาดว่าจะเติบโต 3.3% และย่ำแย่กว่าวิกฤติการเงินโลกในปี 2551 โดยการคาดการณ์ดังกล่าวมีสมมติฐานสำคัญใน
กรณีว่าการระบาดจะต้องดีข้ึนในคร่ึงหลังของปี และมาตรการปิดเมืองต่างๆ จะทยอยยกเลิกไปได้ และคาดว่าในปี
2564 เศรษฐกจิ จะกลบั มาเติบโตได้ 5.8%

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนในระดับสูงของการคาดการณ์ยังคงมีอยู่ เศรษฐกิจในอนาคตตอนนี้
ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ยากจะคาดการณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรค ความมีประสิทธิภาพของมาตรการ
ต่างๆ ผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต สภาพของตลาดการเงินโลก รูปแบบของการใช้จ่ายท่ีเปลี่ยนแปลงไป
พฤติกรรมท่ีเปล่ียนไป ผลกระทบต่อความเช่ือม่ันของประชาชน และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
หลายประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติที่ทับซ้อนกันในหลายมิติ ต้ังแต่วิกฤติทางสาธารณสุขความป่ันป่วนของ
เศรษฐกิจภายในประเทศ อุปสงค์ของต่างประเทศท่ีลดลง การเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ย้อนกลับ และราคาสินค้า
โภคภัณฑท์ ่ีตกตำ่ โดยตอนน้ีความเสยี่ งวา่ เศรษฐกิจจะยำ่ แยล่ งไปกวา่ เดิมยังมีค่อนขา้ งสงู กวา่ วา่ จะดีข้ึน

นโยบายท่ีมปี ระสทิ ธิภาพเป็นสิ่งจำเปน็ ท่ีจะรบั มือกับผลกระทบ มาตรการที่จำเปน็ ในการลดการ
ระบาดและรักษาชีวิตของผู้คนเป็นมาตรการท่ีจำเป็น แม้ว่าจะต้องแลกกับความเสียหายทางเศรษฐกิจใน
ระยะสั้น แต่ถือว่าเป็นการลงทุนในระยะยาวสำหรับเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญอย่างแรกคือต้องเพ่ิมงบประมาณ
ทางด้านสาธารณสุข แต่ขณะเดียวกันต้องมีนโยบายทางเศรษฐกิจทเี่ ปน็ กนั ชนสำหรับผลกระทบจากมาตรการ

123

ทางสาธารณสุข เพ่ือลดความเสียหายในระยะยาว และสร้างความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้รวดเร็ว
ภายหลังการระบาดผ่านพน้ ไป

สำหรับการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในแต่ละภูมิภาค ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วจะหดตัว
-6.1% จากเดิมท่ีคาดว่าจะเติบโตได้ 1.6% โดยสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่าจะหดตัว -5.9% ลดลงจากเดิมที่
คาดว่าจะเติบโต 2% ส่วนกลุ่มประเทศยุโรปคาดว่าจะหดตัว -7.5% จากเดิมท่ีคาดว่าจะเติบโตได้ 1.3% และ
ญ่ีปุ่นท่ีคาดว่าจะหดตัว -5.2% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 0.7% ขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาคาดว่าจะหดตัว
-1% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 4.4% โดยจีนคาดว่าจะเติบโตได้ 1.2% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 5.8%
ส่วนประเทศกลุ่มอาเซียนคาดว่าจะหดตัว -0.6% จากเดิมท่ีคาดว่าจะเติบโตได้ 4.8% และสำหรับประเทศไทย
คาดวา่ จะหดตัว -6.7% จากเดมิ ท่ีคาดว่าจะเติบโตได้ 3%

2.2 กติกาใหม่ของโลก/การรวมกลุ่มเศรษฐกิจ (ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสงั คมแหง่ ชาติ เรื่อง “วสิ ัยทศั น์ประเทศไทย” สู่ปี 2570)

- สินค้าเกษตรส่งออก จะไดร้ ับผลกระทบจากการกำหนดกติกาทางการค้าใหม่ของโลก โดยเฉพาะ
การกำหนดมาตรการการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non Tariff Barrier: NTBs) เช่น มาตรการด้าน
สง่ิ แวดล้อม มาตรการด้านแรงงาน มาตรการสุขอนามัย การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน รวมทง้ั การ
กำหนดมาตรฐานการผลิตตามระบบ GAP, GMP, HACCP เป็นต้น ซ่ึงมาตรการต่างๆ ดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อ
การผลิตสินค้าเกษตรส่งออกของภาคใต้ โดยเฉพาะสินค้าผลิตผลการประมง และผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเล
ฯลฯ ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และความต้องการของประเทศคู่ค้า
อย่างไรก็ตาม การปรับกระบวนการผลิตดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน
รวมทง้ั ทำใหส้ นิ ค้าอปุ โภคบรโิ ภคภายในประเทศเข้าสู่มาตรฐานสนิ ค้าปลอดภยั มากข้ึน

- อุตสาหกรรมยางพารา ปาล์มน้ำมันและประมงต้องปรับเปล่ียนกระบวนการผลิตเพื่อลดการ
ปล่อยก๊าซเรือนกระจก กฎกติกาใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซ
เรือนกระจก การติดฉลากคาร์บอน การติดฉลาก Eco-Labeled Sustainable Seafood Product และ
การเรียกเก็บภาษีคารบ์ อนจากสินค้านำเขา้ ในประเทศสหรัฐอเมรกิ า เป็นตน้ ทำใหผ้ ู้ประกอบการด้านการผลิต
ผลิตภัณฑ์ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และประมง ต้องมีการลงทุนพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซ
เรือนกระจก รวมทง้ั การทำประมงที่เปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม การเปลยี่ นแปลงกฎ กติกาขา้ งตน้ ทำให้ต้องมกี าร
ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาการผลิต
ตามเงือ่ นไข เพอื่ เพิ่มขดี ความสามารถในการแข่งขนั กบั ประเทศคู่คา้ อน่ื ได้

- อุตสาหกรรมหลัก/กิจกรรมทางการเกษตรท่ีใช้แรงงานต่างด้าว ต้องปฏิบัติตามมาตรการ
ด้านสิทธมิ นุษยชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการประมงทีจ่ ะตอ้ งปฏิบัตเิ กีย่ วกับการให้ความค้มุ ครองและไมเ่ อา
รดั เอาเปรียบแรงงานต่างด้าว ซง่ึ จะส่งผลกระทบทำให้ผู้ประกอบการต้องใหค้ วามสำคญั กับการกำหนดค่าจ้าง
แรงงาน และสวัสดิการท่ีเป็นธรรมมากข้ึน และอาจมีผลทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการของ
สถานประกอบการเพ่ิมสงู ขึ้น

2.3 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การเกิดขั้วอำนาจของเศรษฐกิจใหม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ และการเปิดเสรที างการคา้

124

- การผลิตยางพารา ผลไม้ และอาหารทะเล จะได้รับโอกาสจากการท่ีประเทศจีน และอนิ เดียเป็น
ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ของโลก ประกอบกับการมีประชากรจำนวนมากและมีท่ีตั้งไม่ไกลจากประเทศไทย
จงึ เป็นโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือและขยายตลาดการส่งออกสินค้ายางพารา ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศจีน
เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลกจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการ
ขยายตลาดการส่งออกผลไม้ท่ีสำคัญของภาค ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูป
อาหารทะเล รวมทง้ั ตลาดการท่องเท่ยี ว

- ปาล์มนำ้ มนั จะไดร้ บั ผลกระทบจากการเปดิ เสรที างการค้า และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
* ต้นทุนการผลิต: การผลิตของประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ต่ำกว่าประเทศไทย (ในขณะเดียวกัน
กม็ ีผลผลิตต่อไรส่ ูงกว่าประเทศไทยเกือบ 2 เทา่ ) และมรี ูปแบบการผลิตที่มรี ะบบการบริหารจัดการต้นทุนการ
ผลติ ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
* การส่งออก: ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย สามารถระบายผลผลิตได้เร็วกว่า เน่ืองจาก
คณุ ภาพของผลผลิตและการผลิตเป็นนำ้ มันปาล์มมคี วามบรสิ ทุ ธิก์ วา่ ของประเทศไทย
* กำลังการผลิต: ประเทศไทยมีโรงงานเป็นจำนวนมาก แต่กำลังการผลิตน้อยประมาณวันละ
400 ตัน/1 โรงงาน ในขณะที่ประเทศมาเลเซียผลติ ได้วนั ละประมาณ 8,000 ตนั /1 โรงงาน
* สินค้าถ่ายลำประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ไม่ต้องเสียภาษี ในขณะที่ประเทศไทย
เกษตรกรต้องลำเลียงสินค้ามาท่ีจุดรับซื้อและจากจุดรับซ้ือไปยังโรงงาน เป็นการสิ้นเปลืองในเรื่องการขนส่ง
และยังต้องเสยี ภาษอี ีกตา่ งหาก
* มาเลเซียขายน้ำมันปาล์มให้กับประเทศไทย ได้กำไรมากกว่าขายให้กับประเทศอ่ืนๆ เน่ืองจาก
ขายให้กบั ไทยไมม่ ีภาษี (แตอ่ าจมกี ลไกอน่ื ๆ ซึง่ ทางรฐั บาลนา่ จะเตรียมการไวแ้ ลว้ ) และสะดวกตอ่ การขนสง่
* ราคาน้ำมันปาล์มในประเทศไทยมีราคาสูง จนมีค่าความแตกต่างของราคามากกว่าค่าขนส่ง
และคุ้มค่าต่อการนำเขา้
- การท่องเท่ยี วและบริการจะมีโอกาสขยายตัวจากจำนวนนกั ท่องเท่ียวท่ีเพ่ิมสูงข้ึน และมรี ูปแบบ
การท่องเที่ยวท่ีหลากหลายมากข้ึน โดยเฉพาะนักท่องเท่ียวกลุ่มใหม่ๆ จากประเทศจีน และอินเดีย รวมท้ัง
นักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มอาเซียนท่ีสามารถเดินทางมาท่องเท่ียวได้อย่างสะดวกมากข้ึน ซ่ึงในช่วง 2-3
ปที ผี่ า่ นมา มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเขา้ มาท่องเทีย่ วในภาคใต้เพม่ิ ขน้ึ ในอัตราทส่ี ูงอยา่ งตอ่ เน่ือง
- ผู้ประกอบธุรกิจการผลิต การค้าและการบริการภายในภาคจะได้รับแรงกดดันให้มีการพัฒนา
ขีดความสามารถท่ีสูงข้ึน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะความเข้าใจเร่ือง กฎ
กติการะหว่างประเทศ ทั้งทางด้านการเงิน การค้า การลงทุน มาตรฐานการผลิตสินค้าและบริการตลอดจน
ความรู้และทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ฯลฯ แต่ขณะเดียวกันผู้ประกอบการท่ีไม่สามารถปรับตัวได้ก็อาจ
มีผลกระทบรนุ แรงถงึ ขนั้ ต้องเลิกกิจการ จะมีผลตอ่ เนื่องต่อการลดลงของแหล่งจ้างงานภายในภาค
- ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่
ระบบเศรษฐกิจของภาค การมีข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบข้อตกลง JDS ระหว่างไทย-
มาเลเซีย กรอบความร่วมมือตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย IMT-GT ระหว่างอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย

125

ทำให้มีโอกาสการขยายการค้า การลงทุนจากการเช่ือมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพ่ือนบ้านที่จะช่วยเพิ่มขีด
ความสามารถ และความเขม้ แขง็ ของระบบเศรษฐกิจของภาคใต้ได้มากขน้ึ ดว้ ย

อยา่ งไรก็ตามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ท่ีส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ทั่วโลก (รุนแรงที่สุดต้งั แต่ภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำรุนแรงเม่ือปี 1930s) ท้ังประเทศอุตสาหกรรมและประเทศ
กำลังพัฒนา ทำให้เศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก ความม่ังคั่งของเศรษฐกิจโลกถูกทำลาย ทั้งน้ีเหตุผลหลักที่ทำให้
วิกฤตคราวนี้ มคี วามแตกตา่ งและรุนแรงกว่าวกิ ฤตครง้ั ก่อนๆ เพราะเป็นวิกฤตด้านสาธารณสขุ และเศรษฐกิจที่
เกิดขึ้นพร้อมกัน การแก้ไขและป้องกันการระบาดมีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจทำให้ความเสียหายทางเศรฐกิจ
ยิ่งรุนแรงมากข้ึน ที่สำคัญความไม่แนน่ อนของปัญหา ทำให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ต้องทุ่มทรัพยากรอยา่ งสุดตัว
ในการแก้ไขปัญหา ทั้งการรักษาผู้ป่วย ดูแลความปลอดภัยของหมอและพยาบาลท่ีอยู่แนวหน้า ระงับการ
ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วยมาตรการต่างๆ เยียวยาผู้ท่ีได้รับผลกระทบ และ
ประคับประคองระบบเศรษฐกิจ และระบบการเงินของประเทศให้สามารถทำงานได้ต่อไป เพ่ือช่วยให้ระบบ
การผลิตของประเทศกลับมาฟ้ืนตัวได้เร็ว เมื่อการระบาดจบลง (ดร.บัณฑิต นิจถาวร, เม่ือ “เศรษฐกิจโลก
พลกิ จากหน้ามือเป็นหลังมือ”, กรงุ เทพธุรกิจ 14 เมษายน 63.)

2.4 ประเทศคคู่ ้าทสี่ ำคญั ของไทย
- ประเทศคู่ค้า 5 อันดับแรกในโลก ได้แก่ ประเทศจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และ

สหรัฐอาหรบั เอมเิ รตส์
- ประเทศคู่ค้า 3 อันดบั แรกในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซยี สิงคโปร์ และอินโดนเี ซีย

* โอกาสสำหรับประเทศไทยในมาเลเซีย (ความเช่ือมโยง IMT-GT)
- ไทยเป็นคู่ค้าอันดับท่ี 5 ของมาเลเซีย ส่วนมาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในโลก และเป็น
อันดับ 1 ของไทยในกลุ่มอาเซยี น
- การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ทำให้โอกาสสำหรับการค้า การลงทุนระหว่างไทยกับมาเลเซีย
มีมากขึ้น ท้ังนี้ อุตสาหกรรมไทยท่ีมีศักยภาพในการเข้าไปลงทุนในมาเลเซีย หรืออุตสาหกรรมท่ีควรส่งเสริม
ให้มีการร่วมลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ ประกอบด้วย 3 อุตสาหกรรมที่น่าสนใจ คือ อุตสาหกรรมอาหารและ
การแปรรปู สินคา้ เกษตร อุตสาหกรรมท่ีเก่ยี วข้องกับการใช้เทคโนโลยีขน้ั สูงในการผลิต และธุรกิจการบริการ
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเข้าไปลงทุนในมาเลเซีย ได้แก่ การแปรรูปสินค้า
เกษตรและอาหาร โดยเฉพาะสินค้าฮาลาล เน่ืองจากมาเลเซียเป็นตลาดอาหารฮาลาลขนาดใหญ่ (มากกว่า
ร้อยละ 60 ของประชากร นับถือศาสนาอิสลาม) และกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม
(Organization of Islamic Cooperation: OIC) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 57 ประเทศให้การยอมรับ อีกท้ัง
ประเทศไทยมคี วามสามารถในการผลติ อาหาร มวี ัตถุดิบทม่ี คี วามหลากหลายและมคี ุณภาพ
นอกจากนี้ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานดูแลกิจการ
ฮาลาลมาเลเซีย (JAKIM) เพ่ือพัฒนาความร่วมมือด้านการรับรองฮาลาลตามแนวทาง “ศาสนารับรอง
วิทยาศาสตร์รองรับ” ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันท่ัวไปว่าประเทศไทยเป็นผู้นำในด้านนี้ และสามารถสร้างความ
ร่วมมือทางวิชาการที่แน่นแฟ้น รวมท้ังการแลกเปล่ียนนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ฮาลาลระหว่างกัน
ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล โดยท้ังสองฝ่ายตกลงร่วมกันที่จะยกระดับ

126

คุณภาพการรับรองฮาลาลของสองประเทศให้เป็นผู้นำในตลาดฮาลาลโลกที่เน้นการพัฒนามาตรฐานฮาลาล
ท่ีหลากหลายและคุณภาพ และเม่ือวันที่ 10 กรกฎาคม 2556 ดร.กิตติ เจิดรังสี รองผู้อำนวยการสถาบัน
ฮาลาล และบุคลากรสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เข้าร่วมประชุมเตรียมการฝ่ายไทย
ณ ศูนย์วิจัยฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเข้าร่วมประชุมเพ่ือร่วมเสนอโครงงานของทางสถาบันเพื่อ
ขอรับพิจารณาและผลักดันให้เป็นโครงงานระดับประเทศ ในงานประชุมสามเหล่ียมเศรษฐกิจ อินโดนีเซีย -
มาเลเซีย-ไทย ครั้งท่ี 6 (The Sixth IMT-GT Post Summit Planning Meeting, IMT-GT Working Group
Meeting and Related Meeting) ณ เมอื งปนี ัง ประเทศมาเลเซีย

ดังนั้น จึงอาจเป็นโอกาสของจังหวัดระนอง ในการเช่ือมโยง/สร้างความร่วมมือด้านอาหารฮาลาล
ในภมู ภิ าคภาคใตต้ อ่ ไป

- ด้านเทคโนโลยี: มาเลเซียมีเทคโนโลยีท่ีสูงกว่าไทย มีแรงงานที่มีทักษะสูง แต่ไทยมีข้อได้เปรียบ
ด้านวัตถุดบิ แรงงานก่ึงทักษะทม่ี จี ำนวนมากกว่ามาเลเซยี และทำเลทต่ี ง้ั ทอี่ ยใู่ กลต้ ลาดใหญ่อยา่ งประเทศจนี

*** ข้อมูลเพ่ิมเติม ความเช่ือมโยงด้านเศรษฐกิจกับอินโดนีเซีย (อีก 1 ประเทศในกลุ่ม IMT-GT)
---> อินโดนีเซีย เป็นคู่ค้าท่ีใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทยในอาเซียน (และเป็นอันดับ 9 ของไทยในตลาดโลก)
ปี 2556 ไทยเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนท่ีลงทุนในอินโดนีเซียมากเป็นอันดับท่ี 3 (รองจากสิงคโปร์ และ
มาเลเซยี ) สว่ นใหญเ่ ป็นการลงทนุ ด้านอตุ สาหกรรมประมง ปิโตรเคมี เหมอื งแร่ และถา่ นหิน

ด้านการประมง อินโดนีเซียเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของการประมงไทย โดยกว่า 50% ของ
สินค้าประมงไทยมาจากอินโดนีเซีย ปัจจุบัน อินโดนีเซียและไทยกำลังจัดทำบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ เพื่อ
แกไ้ ขปัญหาประมง ***

2.5 โอกาสและความเปน็ ไปไดข้ องไทยในการพฒั นาเป็น Logistics Hub of ASEAN
ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater

Mekong Subregion: GMS) ซ่ึงประกอบด้วย ไทย กัมพชู า สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมยี นมา ลาว เวียดนาม และ
จีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน และกวางสี) ได้อย่างไม่ยากนัก ท้ังนี้ เพราะมีความได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์
(Geopolitics Location) กล่าวคือ ประเทศไทยต้ังอยู่ตรงกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียในส่วนของทะเลอัน
ดามัน (มคี วามยาวพนื้ ท่ี 467 ไมล์ทะเล) และมหาสมุทรแปซิฟิก ในส่วนของทะเลอา่ วไทยมีความยาวพื้นท่ีติด
ทะเล 994 ไมล์ทะเล อีกทั้งยังมีพรหมแดนติดกับประเทศสมาชิกในกลุ่ม ASEAN ได้แก่ ประเทศ สปป.ลาว,
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, กัมพูชา โดยทุกประเทศสามารถใช้ไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมตอ่ ไปยังมาเลเซีย
และสงิ คโปร์ และในทางกลับกันสามารถเช่ือมสิงคโปร์และมาเลเซียผ่านไทยขึน้ ไปจนถงึ จนี ตอนใตไ้ ดด้ ว้ ย

ประเทศไทยไม่เพียงมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมและการขนส่งของภูมิภาค
แต่ยังเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐอินเดีย กับ
ตลาดการค้าท่ีสำคัญของโลก เช่น ญ่ีปุ่น สหรัฐ และยุโรป ซึ่งหากมีการขนส่งทางบกผ่านทางประเทศไทยจะ
สามารถประหยัดต้นทนุ และยน่ ระยะเวลาในการขนส่งได้

127

2.6 การวิเคราะห์ความพร้อมของประเทศ: สินค้าและบริการ (ข้อมูลบางส่วนจากการประชุม
เสาเศรษฐกจิ ของสำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ: สศช.)

ไดเ้ ปรยี บและพร้อม ไดเ้ ปรียบแต่ไม่พรอ้ ม เสยี เปรยี บและไม่พรอ้ ม

- อาหารแชแ่ ขง็ - ขา้ วมีศักยภาพในการสง่ ออก - บริการโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการไทยขาด

- เนือ้ สัตวแ์ ปรรูป แตผ่ ลผลติ ตอ่ ไร่ตำ่ กว่าเวียดนาม การรวมกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ ขาดเงินทุน

- ทุเรียน - ยางพาราและผลติ ภณั ฑ์ยาง และการพัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการ

มศี ักยภาพในการส่งออก ขาดความรู้ความเข้าใจและการเตรียมความ

มีวัตถุดิบพร้อม แต่ขาด R&D พร้อมสำหรับ AEC ขาดแคลนแรงงานท่ีมี

สำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้า ทักษะฝีมือ และขาดระบบการบริหารจัดการ

เพ่ือเพม่ิ มลู คา่ ทม่ี ีมาตรฐานและคุณภาพ โดยเฉพาะ SMEs

หมายเหตุ - ความได้เปรียบ/เสียเปรียบ วัดจากความสามารถของอุตสาหกรรมที่สามารถส่งออกสินค้าและ

บริการได้ และมศี ักยภาพในการแขง่ ขนั บนเวทีโลก

- ความพร้อม/ไม่พร้อม วัดจากปัจจัยสนับสนุน (Enabling Factors) ภายในประเทศที่ส่งเสริม

อุตสาหกรรม/สินคา้ และบรกิ าร

2.7 โอกาสสินค้าเกษตรไทยสู่ประชาคมอาเซียน (คณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมภาคการเกษตร
สู่ประชาคมอาเซยี น และกองเกษตรอาเซียน)

ศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในประชาคมอาเซียน ยังมีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากสินค้า
เกษตรไทยเป็นท่ียอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะผลไม้ ในขณะที่มีบางสินค้าพัฒนาไปสู่การ
แข่งขนั ในระดบั โลกแล้ว คือไก่เน้ือและผลติ ภัณฑ์

ปัญหา/อปุ สรรค
ปัจจัยการผลิตยังคงมีราคาสูงโดยเฉพาะพันธส์ุ ัตว์ ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืช นอกจากน้ี ยังประสบ
ปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ ค่าจ้างแรงงานท่ีสูง เกษตรและผู้ผลิตส่วนใหญ่ต้องการเพ่ิมประสิทธิภาพ การผลิตให้สูงขึ้น
ด้วยการลดต้นทุนการผลิต การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เช่น การใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดิน และการ
ใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ทดแทนแรงงาน นอกจากยังให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและพัฒนาของภาครัฐ
ไปใช้ประโยชน์รวมท้งั ต้องการใหภ้ าครัฐช่วยเหลือเรื่องการลดภาษนี ำเข้าปัจจัยการผลติ
แนวทางการพฒั นา
- รักษาระดับความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ ได้แก่
อ้อยโรงงาน มงั คดุ ลำไย สกุ ร โคนม และโคเนือ้
- พัฒนาศักยภาพโดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าท่ีไม่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้นำ
ตลาด ให้อยู่ในตำแหน่งท่ีดีข้ึน ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กาแฟ กุ้ง ปลานิล
ไกเ่ นอื้ ไกไ่ ข่ มะมว่ ง และทุเรียน
- รักษาฐานตลาดเดมิ และขยายตลาดใหม่ โดยเฉพาะสนิ ค้าปศสุ ตั ว์

128

2.8 แนวโน้มเศรษฐกจิ การเกษตรปี 2563
แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ (-0.2)-0.8

เมื่อเทียบกับปี 2562 โดยสาขาปศุสัตว์ สาขาประมง สาขาบริการทางการเกษตร และสาขาป่าไม้ มีแนวโน้ม
ขยายตัวได้ จากการที่มีการบริหารจัดการทั้งในด้านการผลิตและการตลาดที่ดี มีการใช้เทคโนโลยีในการผลิต
และยกระดับคุณภาพสนิ ค้าใหไ้ ด้มาตรฐาน สำหรบั สาขาพชื มีแนวโนม้ ปรับตัวดีข้นึ ในช่วงครึ่งปีหลงั โดยคาดว่า
จะสามารถทำการเพาะปลูกได้ตามฤดูกาลปกติ อย่างไรก็ตาม จากการหดตัวลงมากในช่วงไตรมาส 1 ทำให้
สาขาพืชในภาพรวมยงั มแี นวโน้มหดตวั

ท้ังนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้าเกษตรที่โอกาสเพิ่มขึ้น หลังจากสถานการณ์การ
ระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) คล่ีคลาย โดยเฉพาะข้าว อาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อม
รบั ประทาน (READY TO EAT) อาหารสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ความต้องการมันสำปะหลัง เพ่ือนำไป
เป็นวตั ถดุ ิบผลิตแอลกอฮอล์ 75% และใช้ผสมเจลล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อโรค รวมถงึ ถุงมือทางการแพทย์และถุงมือ
ยาง ทำให้การส่งออกมีแนวโน้มดีข้ึน รวมท้ังมีการส่งเสริมการบริโภคและการใช้สินค้าเกษตรในประเทศ
การจัดระบบการขนส่งและการกระจายผลผลติ ไปยงั ตลาดในภมู ภิ าคต่างๆ อย่างรวดเร็ว และสนับสนุนการซื้อ
ขายผ่านตลาดออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเส่ียงจากภาวะแล้งและความแปรปรวนของสภาพอากาศ
สถานการณ์การระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่อาจยืดเยื้อยาวนาน และค่าเงินบาทและ
ราคานำ้ มนั ทย่ี งั มคี วามผนั ผวน ท่มี า: กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตร

2.9 การพฒั นาพนื้ ทรี่ ะเบยี งเศรษฐกจิ ภาคใต้อยา่ งย่ังยนื (Southern Economic Corridor: SEC)
คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุม ณ จังหวัดชุมพร เม่ือวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ได้เล็งเห็นถึง

ศักยภาพของพ้ืนที่และกำหนดให้มีการพัฒนา 4 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร จังหวัด
ระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้
อย่างยง่ั ยืน (Southern Economic Corridor: SEC) โดยมีรูปแบบการพฒั นา ดงั นี้

1) วัตถุประสงค์ เพ่ือพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจใหม่ และทางออกทางทะเลของภาคใตต้ อนบน
2) แนวคิดในการพัฒนา ใช้ประโยชน์จากทรพั ยากรในพ้ืนท่ีผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม
และความได้เปรียบทางกายภาพและที่ต้ังของพื้นที่ รวมทั้งอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ ม และพัฒนาเมอื งให้น่าอยู่
3) กรอบการพัฒนา

3.1) การพัฒนาประตูการค้าฝ่ังตะวันตก (Western Gateway) พ้ืนที่เป้าหมาย: จังหวัด
ระนอง มแี นวทางการพัฒนา คอื

- เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ท่ีมีในปัจจุบัน และ
พฒั นาเพมิ่ ใหม่เพอื่ เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทย-ฝัง่ อนั ดามัน-ประเทศแถบเอเชยี (ถนน/รถไฟ/ทา่ เรือระนอง/สนามบินระนอง)

- ส่งเสรมิ ระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ให้ไดม้ าตรฐานสากล
- ศึกษาความเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจท้ังด้านการผลิต การค้า และการลงทุน รวมทั้ง
ความเชื่อมโยงของหว่ งโซ่อปุ ทานระหว่างประเทศไทยและกลมุ่ ประเทศ BIMSTEC

129

3.2) การพัฒนาประตูสู่การท่องเท่ียวอ่าวไทยและอันดามัน (Royal Coat and
Andaman Route) พื้นทเี่ ปา้ หมาย: จงั หวัดชุมพร และจังหวัดระนอง มแี นวทางการพัฒนา คือ

- พฒั นาการทอ่ งเทยี่ วเช่อื มโยงฝงั่ อา่ วไทย-ฝง่ั อันดามนั
- เชือ่ มโยงการท่องเที่ยวทางทะเลกบั พน้ื ท่ตี อนใน
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทอ่ งเท่ียวทางทะเล รองรับเรือทอ่ งเท่ยี วขนาดใหญ่
- พฒั นาบุคลากรดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว
3.3) การพฒั นาอตุ สาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรปู การเกษตรมูลค่าสงู
(Bio-Based and Processed Agricultural Products) พ้ืนท่ีเป้าหมาย: จังหวัดสุราษฎรธ์ านี และจังหวัด
นครศรธี รรมราช มีแนวทางการพฒั นา คอื
- สนบั สนนุ การนำเทคโนโลยีสมัยใหมม่ าใช้ในการผลิต
- สนับสนนุ การผลติ ดา้ นการเกษตรครบวงจร
- บรหิ ารจดั การนำ้ ให้สอดคลอ้ งระหว่างอปุ สงค์กบั อุปทาน
- พัฒนาบุคลากรดา้ นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
- สนับสนุนทางการเงนิ และมาตรการทางภาษี
3.4) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมวัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองน่าอยู่
(Green, Culture, Smart and Livable Cities) พ้ืนท่ีเป้าหมาย: จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัด
สรุ าษฎรธ์ านี และจังหวัดนครศรธี รรมราช มีแนวทางการพฒั นา คอื
- อนุรักษแ์ ละฟ้นื ฟูทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มทง้ั ทางบกและทางทะเล
- พัฒนาให้เป็นเมอื งน่าอยู่
- อนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งการเรียนรู้ และการ
ทอ่ งเท่ียววถิ ชี มุ ชน
4) กลไกการพัฒนา เพ่ือให้การบริหารจัดการการดำเนินงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้
อย่างย่ังยืนเป็นไปตามแผน เกิดความต่อเน่ืองและเกิดผลเป็นรูปธรรม และมีกลไกการบริหารจัดการรองรับ
การพัฒนาพ้ืนที่พัฒนาพิเศษแห่งอ่ืนท่ีอาจจะเกิดข้ึนในอนาคต จึงควรศึกษากฎหมายและกฎระเบียบที่
เก่ียวข้องกับการพัฒนาเชิงพ้ืนที่ โดยมีกรอบกฎหมายซ่ึงมีความเฉพาะเพ่ือกำหนดกรอบนโยบายและแนว
ทางการปฏบิ ตั ิใหบ้ รรลุเปา้ หมายตามแผนพฒั นาพื้นท่พี เิ ศษต่อไป

3. ดา้ นสงั คม
การเปล่ียนแปลงโครงสรา้ งประชากรของโลก และประเทศเขา้ สู่สังคมผสู้ ูงอายุ
- กระแสความนิยมสนิ ค้าสุขภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สงู อายุเปน็ โอกาสในการพัฒนา

ธรุ กิจทอ่ งเท่ียว รวมทงั้ สินค้าและบริการสขุ ภาพ จากการทโ่ี ครงสรา้ งประชากรของโลกและประเทศมีแนวโน้ม
การเข้าสสู่ ังคมผู้สูงอายุ ทำให้มตี ลาดสำหรับสินค้าและบริการท่เี กี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสขุ ภาพที่กวา้ งขวาง
มากขึ้น จึงเป็นโอกาสของภาคใต้ในการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการเชิงสุขภาพในภาคใต้เพื่อ
ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายดังกลา่ ว เช่น การทอ่ งเทยี่ วเชิงนิเวศน์ในรปู แบบ Green Tourism

130

บริการท่ีพักแบบ Long Stay Home Stay บริการ Spa การดูแลผู้สูงอายุ บริการสุขภาพ การนวดแผนไทย
สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ซึ่งเปน็ สนิ คา้ และบริการท่มี ศี ักยภาพของภาคใต้

- ภาคการเกษตรมีความต้องการใช้แรงงานจากภายนอก และเทคโนโลยีการผลิตเพ่ือทดแทน
แรงงานมากข้ึน การเปล่ียนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของภาคใต้ พบว่า ปัจจุบันแรงงานภาคการเกษตร
ส่วนใหญ่ในระดบั ชมุ ชนจะเปน็ แรงงานผู้สงู อายุ เนือ่ งจากประชากรวัยหนุ่มสาวจะนิยมเขา้ ไปเรียนหนังสอื และ
ทำงานในเมืองใหญ่และกรุงเทพฯ มากขึ้น ทำให้ภาคการเกษตรโดยเฉพะการทำสวนยางพารา สวนปาล์ม
น้ำมัน และประมงตอ้ งจ้างแรงงานจากภาคอีสาน และแรงงานต่างด้าว เช่น สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
และกัมพูชา รวมท้ังมกี ารปรับเปลี่ยนวถิ ีการเพาะปลกู ข้าวจากการทำนาดำเป็นนาหว่าน และจ้างรถไถ และรถ
เก็บเกยี่ วแทนการใชแ้ รงงานคนมากข้นึ

- ชุมชนมีความต่ืนตัวต่อการพ่ึงตนเอง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
มากขึ้น โดยหลายชุมชนมีการเตรียมความพร้อมในการจัดสวัสดิการและดูแลผู้สูงอายุมากข้ึน รวมท้ังมีการ
รวมกลุ่มเพื่อสร้างอาชีพเสริมให้ผู้สูงอายุ และการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น
ศิลปวัฒนธรรม นวดแผนไทย สมุนไพร เป็นต้น ให้กับเยาวชนรุ่นหลังในชุมชนเพื่อพัฒนาต่อยอดสินค้า และ
บรกิ ารของชมุ ชนให้มีมูลคา่ เพ่ิมมากขึน้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

4. ด้านเทคโนโลยี
ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีและนวตั กรรม
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถภาคการผลิตของภาค

เกษตร เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ ฯลฯ จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาท้ังในภาค
การเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ท้ังการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการจำหน่าย เช่น ภาค
การเกษตร สามารถใช้เทคโนโลยีการพัฒนาพันธุ์พืชและพันธ์ุสัตว์เพื่อเพิ่มผลผลิต และการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศในการเพ่ิมประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายผลผลิต รวมท้ังภาคอุตสาหกรรมและบริการสามารถใช้
เทคโนโลยีเพือ่ ยกระดบั คณุ ภาพสินคา้ และบรกิ าร ประกอบด้วย

- อตุ สาหกรรมตน้ น้ำ เชน่ กลุ่มธุรกิจและผูผ้ ลติ พืช ผกั ผลไม้ และสมนุ ไพร
- อุตสาหกรรมกลางนำ้ เชน่ กลุ่มธรุ กจิ สกัดสารอาหาร และกลุ่มธุรกจิ เม็ดยาและแคปซลู
- อุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น กลุ่มธรุ กจิ จัดจำหนา่ ย กล่มุ ธุรกจิ ร้านอาหาร กลุ่มธุรกิจร้านขายยา
- ธรุ กจิ บริการ เช่น การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์

131

ปฏริ ปู ภาคการเกษตร : เกษตรกรรม 4.0

พัฒนาคน พฒั นาพื้นที/่ ทรัพยากร พฒั นาสินคา้ R&D เทคโนโลยี
และโครงสร้างพน้ื ฐาน และนวัตกรรม
พฒั นาคณุ ภาพ/ มาตรฐาน พัฒนาและถา่ ยทอด
เสรมิ สร้างทกั ษะและ พฒั นาโครงสรา้ งพื้นฐาน สนิ ค้าเกษตร และเพมิ่ เทคโนโลยีและ
มูลคา่ ดว้ ย ผลงานวิจัยและ นวัตกรรม ดา้ น
ศักยภาพเกษตรกร/ และบริหารจัดการ นวตั กรรม ให้สามารถ การเกษตรใหส้ ามารถ
แขง่ ขันได้ รวมทง้ั เนน้ นำไปใช้ประโยชน์มาก
สถาบนั เกษตรกรใหท้ นั ทรพั ยากรธรรมชาติด้าน การทำเกษตรแบบมุ่งเปา้ ขึ้น ปฏริ ปู ภาคเกษตร :
เกษตรกรรม 4.0
กับการเปลย่ี นแปลงท้งั การเกษตรให้สอดคลอ้ ง

ภายในและภายนอก และเพยี งพอกับพนื้ ท่ี

เกษตร

5. ด้านกฎหมาย
5.1 พระราชบญั ญัตกิ ารประมง พ.ศ. 2558
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558 ประกาศใชด้ ้วยเหตผุ ลในการปรับปรุงการบรหิ ารจัดการ

ทรัพยากรสัตว์น้ำและการประมงของประเทศ ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและมาตรฐานสากล
รวมท้ังความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการประมง สภาพของสังคม และสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน
โดยกำหนดให้มีมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการการบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรสัตว์น้ำ และการดำเนินการอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้อง และส่งเสริมให้ประชาชนหรือชุมชนประมงท้องถ่ิน
เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรกั ษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสตั ว์น้ำอย่างสมดุล เพ่ือให้
สามารถนำทรัพยากรสัตว์น้ำท่ีมีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน และกำหนดมาตรการในการส่งเสริม
ให้สัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ท่ีได้จากการทำการประมงหรือจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีคุณภาพได้
มาตรฐานด้านสุขอนามัย มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และมิให้เกิดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม รวมทั้งกำหนด
มาตรการควบคมุ และจัดระเบยี บการใช้เรอื ประมงไทยในการทำการประมงทง้ั ในน่านนำ้ และนอกน่านนำ้ ไทย

5.2 พระราชบญั ญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551
นับต้ังแต่ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก หรอื WTO และได้มีการบังคับใช้ความ

ตกลงด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Agreement on the Application of Sanitary and
Phytosanitary Measures: SPS) พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551จะช่วยให้ประเทศไทย
มีการกำหนดมาตรฐาน และความปลอดภัยอาหาร ควบคุมการส่งออก นำเข้าสินค้าเกษตรและอาหาร โดย
การกำหนดมาตรฐานสำหรับสนิ ค้าเกษตร เพอ่ื ควบคุมสนิ คา้ เกษตรใหไ้ ดค้ ุณภาพ มคี วามปลอดภัยตอ่ ผู้บริโภค
เป็นที่เชื่อถือต่อการประกอบกิจการการค้าสินค้าเกษตรท้ังภายในและต่างประเทศ และเพื่อให้สอดคล้องกับ
พนั ธกรณีระหวา่ งประเทศ

132

6. ด้านสิง่ แวดลอ้ ม
6.1 การเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศโลก สง่ ผลกระทบทัง้ ทางบวกและทางลบ
- ผลิตผลจากพืชเศรษฐกจิ หลักของภาคใต้ได้รับผลกระทบทง้ั เชงิ ปริมาณ และคุณภาพ เน่ืองจาก

แนวโน้มของระดับอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุให้เกิดความผันผวนของสภาพอากาศ และฤดูกาล ส่งผล
ต่อเนื่องถึงความมน่ั คงในรายได้ของเกษตรกร นอกจากน้ี ยังทำให้เกดิ โรคระบาดในพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น โรค
ใบรว่ งชนดิ ใหมย่ างพารา เปน็ ตน้

- การกัดเซาะชายฝ่ังมีความรุนแรงมากขึ้น ลมมรสุมและคลื่นลมที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้เกิด
ปญั หาการกัดเซาะชายฝ่ังท่คี ่อนขา้ งรุนแรงตลอดแนว ท้ังฝั่งอนั ดามันและฝั่งอา่ วไทย ซึง่ หลายชุมชนในภาคใต้
ได้มีการร่วมกันจัดทำเข่ือนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง รวมทั้งการรวมกลุ่มเพ่ืออนุรักษ์และฟ้ืนฟูป่าชุมชน
โดยเฉพาะป่าชายเลนในชุมชนมากขึ้น เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน การกัดเซาะชายฝั่ง และเพ่ือเป็นแหล่ง
อาหารและสรา้ งรายได้ท่ียั่งยืนให้กับคนในชมุ ชน

- ผลผลิตการประมงลดลง ทั้งท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลงระดับอณุ หภูมิของนำ้ ซ่ึงมีผลกระทบต่อ
ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ และแหล่งท่ีอยู่อาศัยของสัตว์น้ำในทะเล รวมทั้งคล่ืนลมมรสุม
ที่รุนแรงส่งผลให้ระยะเวลาทำประมงลดลง และกระทบต่อทรัพยากรชายฝ่ังทะเล โดยเฉพาะป่าชายเลนที่เป็น
แหลง่ เพาะฟักและอนบุ าลสัตว์นำ้ วัยออ่ น ตลอดจนภาวะภยั แล้งทีย่ าวนานขึ้นสง่ ผลใหท้ รัพยากรประมงลดลง

6.2 แผนแม่บทบูรณาการจัดการความหลากหลายทางชวี ภาพ พ.ศ.2558-2564
แผนแม่บทบูรณาการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ.2558-2564 ได้น้อมนำหลัก

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือให้ทุก
ภาคส่วนที่เก่ียวข้องเกิดความตระหนักต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างรอบคอบ เพื่อสร้าง
ภูมิคุ้มกันให้แก่ฐานทรัพยากรธรรมชาติและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมท้ังยังใช้เป็นแนวทางในการสร้าง
สมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ประกอบการตัดสินใจ และมีการบรู ณาการการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมทผ่ี สมผสานกับการ
พฒั นาด้านเศรษฐกิจ และสงั คม ซง่ึ จะนำไปสู่การสรา้ งสมดลุ และการพัฒนาท่ยี ง่ั ยนื ของประเทศ

133

สว่ นท่ี 4
แผนพฒั นาการเกษตรและสหกรณ์จงั หวดั ระนอง (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวนปี พ.ศ. 2564

พ้ืนฐานแนวคดิ

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ.2566-2570) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
มีพื้นฐานความคิดมาจากกลยุทธ์ “น่านน้าสีขาว (White Ocean Strategy)” และแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว
(Green Economy)”

กลยทุ ธน์ ่านนา้ สีขาว เป็นกลยุทธ์ทีม่ กี ารกาหนดพื้นฐานการบริหารองคก์ รแบบองค์รวม ครอบคลุม
ตัง้ แต่วสิ ยั ทัศน์ นโยบาย พันธกิจ กลยุทธ์การดาเนินงานไปจนถึงแนวทางในการปฏบิ ัติทุกภาคส่วนขององค์กร
ต้ังแต่การบริหารงานบุคคล การตลาดและการขาย การปฏิบัติการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ท้ังน้ี องค์กร
น่านน้าสีขาว ไม่ได้มองว่า“ตัวเอง”เป็นศูนย์กลาง ผลกาไรที่ผู้ถือหุ้นได้รับไม่ใช่ส่ิงสาคัญสูงสุด แต่จะให้
ความสาคญั กบั สังคมในทุกภาคสว่ น รวมท้ังสงิ่ แวดล้อมที่อยู่รอบตวั ไปพรอ้ มๆ กัน

หลักสาคัญของกลยุทธ์น่านน้าสีขาว คือ ความเชื่อม่ันและศรัทธาในคุณงามความดี การกระทา
อยา่ งโปร่งใสตรงไปตรงมา ท่ีลว้ นมาจากแรงผลกั “ภายใน” โดยไม่ได้คานงึ ถงึ แรงกดดันจาก “ภายนอก” หรือ
การกระทาตามกระแสสังคมว่าจะต้องปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล ซ่ึงถือเป็นความต่างที่สาคัญและยิ่งใหญ่
เนอ่ื งจากการทาสิง่ ใดจากความสมัครใจและมน่ั คงจาก “ภายใน” กับการทาเพราะกระแสการกดดันหรือความ
คาดหวังจาก “ภายนอก” ยอ่ มส่งผลต่างกันลิบลับ ท้ังในเบ้ืองต้น ท่ามกลาง และบ้ันปลาย ด้วยเหตุน้ีการคิด
เชือ่ และกระทาจากแรงผลักภายในจึงกลายเป็นเสน้ ตรงแห่งความสม่าเสมอ (Integrity) ก่อให้เกิดความยั่งยืน
ต่อเน่อื ง และเปน็ เนอ้ื แท้แหง่ บรรษทั ภบิ าล มไิ ด้เกิดจากสังคมจบั ตามองแต่อย่างใด

กลยุทธ์น่านน้าสีขาวมีต้นรากความคิดมาจากปรัชญาของเศรษฐกิ จพอเพียงของพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดช จากแก่นแท้ของ “เศรษฐกิจพอเพียง” ท่ีมุ่งสร้างการเติบโตอย่างย่ังยืน เติบโตอย่างมี
คุณธรรม ไมเ่ อารดั เอาเปรยี บ ไม่ละโมบ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายถึงการปิดประเทศ ไม่ได้
ขัดขวางการดาเนินการของภาคธุรกิจ ไม่ได้ขัดขวางการซื้อหาจับจ่ายสินค้า ไม่ได้ช้ีแนะให้ภาคอุตสาหกรรม
หยุดการลงทุน หรือหวนกลับไปสู่สังคมการเกษตรเหมือนในอดีต (หมายถึง ไม่ได้ให้หยุดการพัฒนา) แต่แนว
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เราใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ ร่ารวยได้ ประสบความสาเร็จได้
แต่ขอใหเ้ ป็นไปอย่างยงั่ ยืน มองรอบดา้ น และมองไกล ที่สาคัญ สอนให้ทุกคนมีสติ ไม่หวังผลเลิศจนลืมนึก
ถึงผลกระทบท่จี ะตามมา (ดนัย จันทรเ์ จ้าฉาย, 2555)

สาหรับแนวคิดเศรษฐกจิ สีเขียว เป็นแนวคิดที่อยู่บนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างความต้องการ
ของมนุษย์กับทรัพยากรท่ีมีอยู่บนโลกใบน้ี โดยให้ความสาคัญต่อมูลค่าของการใช้ประโยชน์ (use-value)
ไมใ่ ชม่ ูลค่าการแลกเปล่ยี นหรือเงนิ (exchange-value or money) และคานึงถึงคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ โดยมี
การดาเนนิ การในรปู ของระบบการเกษตรท่ีย่งั ยืน (เกษตรแบบผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ วนเกษตร เกษตร
อนิ ทรีย์ เกษตรธรรมชาติ) อตุ สาหกรรมท่ีเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม และพลังงานทดแทน (กรมส่งเสริมคุณภาพ
ส่ิงแวดลอ้ ม กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม)

134

การประยุกต์ใช้ “กลยุทธ์น่านน้าสีขาว” และ “เศรษฐกิจสีเขียว” กับการพัฒนาภาคเกษตรของจังหวัด
ระนอง

การประยุกต์ใช้กลยุทธ์น่านน้าสีขาวกับการพัฒนาภาคเกษตรของจังหวัดระนอง เป็นการเปิด
มุมมองเชิงเปรียบเทียบท่ีให้ภาคเกษตรจังหวัดระนองคือองค์กร ที่มีบุคลากรขององค์กรเป็นส่วนราชการใน
สงั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณจ์ งั หวัดระนอง โดยมีภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงเกษตรกรและประชาชนท่ัวไป
เป็นลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้เสีย และมีการขับเคลื่อนการพัฒนาแบบองค์รวม ที่ไม่ได้มองเพียงตัวเอง
(ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ) เป็นศูนย์กลาง แต่ให้ความสาคัญกับผู้มีส่วนเก่ียวข้องและภาคี
เครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกร และไม่ได้มุ่งการพัฒนาเฉพาะด้านเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ามัน
ยางพารา) เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสาคัญกับความปลอดภัยและความมั่นคงด้านอาหาร สังคมเกษตร
(การสง่ เสริมการทาเกษตรกรรมย่งั ยนื ในชมุ ชน) รวมท้งั การคานึงถงึ ผลกระทบต่อสง่ิ แวดล้อม และที่สาคัญ คือ
การพัฒนาคน (ทั้งเกษตรกร และบุคลากร) ซ่ึงถือเป็นศูนย์กลางสาคัญของการพัฒนา ให้เป็นผู้มีความรอบรู้
ควบคูก่ บั การมคี ณุ ธรรม ท่ีไม่ไดม้ ุ่งหวงั ผลกาไรหรอื รายไดจ้ ากการประกอบอาชีพเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้อง
เผ่ือแผแ่ บง่ ปนั และพงึ่ พาตนเองได้อย่างยั่งยืน

กรอบแนวคดิ
แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง (พ.ศ.2566-2570) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.
2564 มีกรอบแนวคิดในการขับเคลื่อนการพัฒนาแบบคู่ขนานระหว่างเกษตรกระแสหลัก (สินค้าเกษตร
เศรษฐกิจที่สาคัญ) และเกษตรทางเลือก (เศรษฐกิจชุมชน/เกษตรกรรายย่อย) ด้วยการบริหารจัดการสินค้า
เกษตรและพ้ืนท่ีเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการพัฒนาเกษตรกรให้ก้าวไปสู่การเป็นเกษตร 4.0
ผ่านกระบวนการส่งเสริมการรวมกลุ่ม การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อ
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รวมถึงการเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงด้านอาหาร
หลกั การของแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณจ์ งั หวดั ระนอง
1. สร้างความเชื่อมโยงของการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ ให้มีความสอดคล้องกับ
ทิศทางการพัฒนาประเทศ ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รวมถึงแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับ
ตา่ งๆ ที่มคี วามเก่ยี วข้องกบั ภาคเกษตร เพอื่ สรา้ งโอกาสการพัฒนาให้สอดรับกับบริบทการเปล่ียนแปลงต่างๆ
ตอ่ ศกั ยภาพและภมู สิ ังคมของพ้นื ท่ี
2. ตอบสนองตอ่ ความต้องการในการพฒั นาและ/หรือการแกป้ ญั หาของประชาชนในพืน้ ที่
3. บูรณาการการพัฒนาด้วยหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน
และประชาชน ซึ่งยังคงเป็นแนวทางสาคัญทีจ่ ะชว่ ยสนับสนนุ และขับเคลื่อนการพัฒนาให้บรรลุผลสาเร็จตาม
เป้าหมายท่ีกาหนด

1. วสิ ัยทศั น์ (Vision)
“เกษตรกรมีคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ี มคี วามม่นั คง มง่ั ค่ัง อยา่ งย่ังยืน บนพ้นื ฐานเศรษฐกจิ พอเพยี ง”

2. พนั ธกจิ (Mission)
2.1 พัฒนาสถาบันเกษตรกรและองคก์ รเกษตรกรให้มคี วามเข้มแขง็ พัฒนาศักยภาพของเกษตรกร ตาม
ความถนัด ความต้องการ และสนบั สนนุ ใหม้ กี ารประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

135

2.2 เพม่ิ ประสิทธภิ าพการผลิต พฒั นาคุณภาพสนิ คา้ เกษตรให้มมี าตรฐานปลอดภัย และสร้างมลู ค่าเพิ่ม
2.3 พฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานเพ่ือการผลิตทางการเกษตร และส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรการเกษตร

อย่างมีประสทิ ธภิ าพยง่ั ยนื
2.4 เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการบริหารจดั การดา้ นเกษตรและสหกรณ์

3. เปา้ ประสงคห์ ลกั (Goals)
3.1 สถาบันเกษตรกรมคี วามเข้มแขง็ เกษตรกรมคี ุณภาพชวี ิตที่ดี
3.2 ผลผลติ สนิ ค้าเกษตรทส่ี าคัญของจังหวัดเพม่ิ ขนึ้ มคี ณุ ภาพไดม้ าตรฐาน มีความปลอดภัย และมีมูลค่าเพิม่ ขนึ้
3.3 ทรพั ยากรการเกษตรและโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร ได้รับการพัฒนาให้มีความเหมาะสมใน
การผลติ สินค้าเกษตร
3.4 การบรหิ ารจัดการดา้ นเกษตรและสหกรณม์ ปี ระสทิ ธภิ าพเพ่ิมขนึ้ มีการบรู ณาการการทางานเชิงรกุ

4. ประเด็นการพัฒนา
ประเด็นการพฒั นาที่ 1 พัฒนาคุณภาพชวี ิตเกษตรกรและส่งเสริมองคก์ รเกษตรกรให้เขม้ แขง็
เป้าประสงค์
1. เพอื่ ใหเ้ กษตรกรสามารถพ่งึ พาตนเองได้ และกา้ วสกู่ ารเป็นเกษตรกรมืออาชีพ
(Smart Farmer)
2. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้องค์กรเกษตรกรมีการดาเนนิ งานอย่างมีประสทิ ธภิ าพและยง่ั ยืน
ตวั ชว้ี ัด 1. รอ้ ยละของเกษตรกรเปา้ หมายสามารถลดรายจ่ายและ/หรือเพิ่มรายได้ (ร้อยละ 70)
2. รอ้ ยละขององค์กรเกษตรกรเป้าหมายทีม่ กี ารดาเนนิ งานตามมาตรฐาน (ร้อยละ 70)
3. ร้อยละของจานวนสมาชิกสหกรณแ์ ละกล่มุ เกษตรกรเปา้ หมาย ท่ีมีส่วนร่วมในการดาเนิน
กจิ กรรมกับสหกรณแ์ ละกล่มุ เกษตรกร (รอ้ ยละ 80)
แนวทางการพฒั นา
1. สรา้ งองคค์ วามรแู้ ละถ่ายทอดเทคโนโลยีเพอื่ การประกอบอาชพี ให้กับเกษตรกร
2. สง่ เสรมิ การทาเกษตรกรรมยัง่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. เพ่มิ ประสทิ ธิภาพการบริหารจดั การองค์กรเกษตรกรใหม้ ีความเขม้ แขง็

ประเด็นการพฒั นาท่ี 2 พัฒนาขีดความสามารถในการผลติ และการจัดการสนิ ค้าเกษตร และความ
มนั่ คงปลอดภยั ด้านอาหาร

เป้าประสงค์
1. เพ่ือเพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลติ และการบรหิ ารจดั การสินคา้ เกษตรที่สาคัญของจงั หวัดตาม
ความเหมาะสมของพ้ืนที่
2. เพ่ือสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับสินค้าเกษตรและ/หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปด้านการเกษตร และ
เช่อื มโยงเครอื ข่ายการผลติ และการตลาด

136

ตัวชว้ี ดั 1. จานวนครงั้ ที่มีการส่งเสริมการผลิตตามความเหมาะสมของพืน้ ท่ี (ไม่น้อยกวา่ 5 ครั้ง)
2. ร้อยละของสินค้าเกษตรที่มีการตรวจติดตามเฝ้าระวังและ/หรือรับรองความปลอดภัย
เม่ือเทียบกบั ปที ่ีผา่ นมา (รอ้ ยละ 70)
3. จานวนชนดิ สินคา้ เกษตรท่ไี ด้รบั การเพิ่มมูลค่าและ/หรือพัฒนาการเชื่อมโยงตลาด และ/
หรอื พฒั นาขีดความสามารถในการแข่งขนั (ไม่นอ้ ยกวา่ 2 ชนิด)

แนวทางการพฒั นา
1. ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสตั วน์ ้าชายฝั่ง/สัตวน์ า้ จดื และการทาประมงพน้ื บ้าน
2. สง่ เสรมิ การผลิตสินคา้ เกษตรให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นทต่ี ามระบบโซนนง่ิ
3. ส่งเสริมการผลติ ไม้ผลคุณภาพปลอดภยั อยา่ งเปน็ ระบบครบวงจร
4. พัฒนาสนิ ค้าเกษตรทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์ของจังหวดั (กาแฟ, กะป,ิ กุง้ แห้ง, มะม่วงหิมพานต์)
5. ส่งเสริมและพฒั นาศกั ยภาพการผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่ไม่สร้างภาระด้านต้นทุนในการเลี้ยง
ให้เกษตรกร (อาทิ ไกบ่ า้ น เป็ดเทศ โค กระบอื แพะพนั ธ์ุพ้นื เมือง)
6. ส่งเสริมการผลิตและการตรวจรับรองสินค้าเกษตรให้ได้ตามระบบมาตรฐานและมีความ
ปลอดภัย
7. ส่งเสรมิ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพอ่ื เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการผลิตสินค้าเกษตร
8. สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรและพัฒนาระบบตลาดสินค้าเกษตรอย่างเป็นระบบ
ครบวงจร

ประเด็นการพัฒนาที่ 3 เพิ่มศักยภาพทรพั ยากรการผลติ และโครงสรา้ งพน้ื ฐานทางการเกษตร
เป้าประสงค์ ทรัพยากรการเกษตรและโครงสร้างพื้นฐานการเกษตร ได้รับการฟื้นฟู อนุรักษ์ และ

พฒั นาเพ่อื เพิ่มประสทิ ธภิ าพในการผลติ สนิ คา้ เกษตร
ตวั ชวี้ ัด 1. ร้อยละของแหล่งน้าชลประทานเป้าหมายท่ีได้รับการพัฒนาเพ่ือสนับสนุนการดาเนิน

กิจกรรมทางการเกษตร (รอ้ ยละ 80)
2. จานวนแหล่งน้าในไร่นาที่เพ่มิ ข้นึ ในแตล่ ะปี (ไม่น้อยกว่า 15 แหลง่ )
3. รอ้ ยละของพ้นื ทเี่ ปา้ หมายท่ีได้รับการอนุรักษ์/ปรับปรุงบารุงดินให้เหมาะสมสาหรับการ

ทาการเกษตร (ร้อยละ 80)
แนวทางการพฒั นา

1. สง่ เสรมิ การอนรุ ักษด์ นิ เพอ่ื ป้องกันการชะลา้ งพังทลาย
2. สง่ เสรมิ การใช้อนิ ทรยี วตั ถุและสารปรบั ปรงุ บารุงดนิ เพือ่ เพม่ิ ความอุดมสมบรู ณ์ของดิน
3. พัฒนาแหลง่ นา้ และเพม่ิ ประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การน้าชลประทานให้ครอบคลุมพ้ืนท่ี

ทาการเกษตรอยา่ งเปน็ ระบบครบวงจร
4. ส่งเสริมการสรา้ งแหลง่ นา้ นอกพืน้ ท่ชี ลประทาน
5. ส่งเสริมการเพ่มิ ปริมาณสตั วน์ ้าในแหลง่ นา้ ธรรมชาติ
6. สง่ เสรมิ การบรหิ ารจัดการท่ดี ินเพือ่ เกษตรกรรม
7. พฒั นาระบบการคมนาคมขนสง่ สนิ คา้ และโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร

137

ประเด็นการพฒั นาที่ 4 เพ่มิ ประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การดา้ นการเกษตรและสหกรณ์ของจงั หวดั
เป้าประสงค์ การบริหารจัดการด้านเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดมีประสิทธิภาพ และมีแผนการ

ดาเนนิ งานแบบบรู ณาการ
ตัวชีว้ ดั 1. จานวนแผนงานดา้ นเกษตรและสหกรณท์ จ่ี ัดทาดว้ ยกระบวนการมีส่วนร่วม (1 แผน)

2. จานวนหน่วยงานและภาคีเครือข่ายท่ีร่วมบูรณาการภายใต้แผนฯ (ไม่น้อยกว่า 10
หนว่ ยงาน/ภาคีเครอื ข่าย)

3. จานวนฐานข้อมูลทไี่ ด้รบั การปรับปรุงให้เปน็ ปจั จุบัน (ไม่นอ้ ยกวา่ 5 ฐานข้อมูล)
4. ร้อยละของผลการดาเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการด้าน

การเกษตรและสหกรณข์ องจังหวัด ประจาปี (ไมร่ ้อยกวา่ ร้อยละ 95)
แนวทางการพฒั นา

1. เพม่ิ ประสทิ ธิภาพข้อมลู สารสนเทศการเกษตร เพ่ือให้บรกิ ารแกเ่ กษตรกร
2. พฒั นาบุคลากรใหม้ ศี กั ยภาพในการปฏิบัติงานเพ่มิ ขน้ึ /สร้างเครอื ข่ายการทางาน
3. สง่ เสรมิ กระบวนการมสี ว่ นร่วมในการจัดทาแผนพฒั นาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด

และขบั เคลือ่ นแผนไปสกู่ ารปฏิบัติ






Click to View FlipBook Version