98 ตารางให้คะแนนสถานการณ์ Simulation scenario: cardiac arrest กลุ่มที่ ............ วันที่ ....................................................................... อ. ประจำฐาน............................................ รายการประเมิน น้ำหนัก หน่วย คะแนน คะแนนการปฏิบัติ หมายเหตุ 3 2 1 0 การประเมินสภาพผู้ป่วย 1. การประเมินสภาพผู้ป่วยได้ถูกต้องครบถ้วนโดยใช้หลัก A B C D E 2 2. รายงานแพทย์โดยใช้ SBAR S = รายงานตัวเป็นพยาบาลเวรผู้รายงาน บอกชื่อผู้ป่วย ชื่อหอผู้ป่วย หมายเลขเตียง ปัญหาผู้ป่วย B = บอกประวัติการเจ็บป่วย และการรักษาที่เคยได้รับ A = รายงานผลการตรวจร่างกาย การประเมินความรู้สึกตัว Vital signs R = เสนอความคิดเห็นเพื่อรับคำสั่งการรักษา เช่น การเตรียม CPR , การเตรียม Defibrillation, การให้สารน้ำ 2 การปฏิบัติการพยาบาล 1. ช่วยแพทย์ในการทำ ACLS และสามารถทำ CPR cycle ได้อย่าง ถูกต้องตามหลักการ 4 2. ประเมิน EKG อย่างต่อเนื่อง 2 3. Adrenaline 1 mg Vein push q 3 นาที 4 4. 0.9% NSS Vein Rate 120 cc/hr 2 ทักษะการท างานเป็นทีม 1. leader ทีม ท าหน้าที่มอบหมายงานสมาชิกทีม ประเมินผู้ป่ วย และวิเคราะห์ปัญหาร่วมกับสมาชิกทีม 2 2. สมาชิกทีมรับฟังและปฏิบัติตามค าสั่งหัวหน้าทีม ร่วมแสดงความ คิดเห็น แบ่งหน้าที่ท าหัตถการ 2 Total (คะแนนเต็ม 81 คะแนน) ได้คะแนนเท่ากับ ………………………………….. คะแนน 3 หมายถึง นักศึกษาสามารถปฏิบัติตามรายการที่ประเมินได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ในระดับดีมาก 2 หมายถึง นักศึกษาสามารถปฏิบัติตามรายการที่ประเมินได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ในระดับปานกลาง 1 หมายถึง นักศึกษาสามารถปฏิบัติตามรายการที่ประเมินได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ในระดับพอใช้ 0 หมายถึง นักศึกษาไม่สามารถปฏิบัติตามรายการที่ประเมินนั้น ๆ ได้เลย
99 สถานการณ์ที่ 5 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ข้อมูลทั่วไป ชื่อเรื่อง การพยาบาลผู้ป่วย Acute Ischemic Stroke กลุ่มวิชา การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ผู้เรียน นักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 3 ผู้พัฒนาบท อาจารย์อัญชิสา รัตนคุณประการ และอาจารย์อ้อฤทัย ธนะคำมา เบอร์โทรศัพท์และ e-mail ของผู้พัฒนาบทหลัก 095-4491195, [email protected] เป้าหมายการเรียนรู้และวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ นักศึกษาสามารถดูแลผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบตัน ได้อย่างถูกต้อง 1. สามารถซักประวัติและตรวจรร่างกายผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ชนิด ตีบตันได้ 2. สามารถปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบตันได้ 3. สามารถบริหารยาที่มีความเสี่ยงสูง (High Alert Drugs) ได้ 4. สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ 5. สามารถสื่อสารระหว่างสหสาขาวิชาชีพได้ 6. แสดงออกถึงท่าทางที่เป็นมิตร อ่อนโยนในการดูแลผู้ป่วยได้ ระยะเวลา Brief Scenario Debrief Spare Time 5 นาที 10 นาที 15 นาที 5 นาที บทบาทของผู้เรียนในสถานการณ์จำลอง นักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2 จำนวน 4 คน ในบทบาทของ In-charge 1 คน Team lead 1 คน และ member 2 คน บทบาทของผู้ช่วยในสถานการณ์จำลอง (confederate) (เช่น ญาติ แพทย์ เป็นต้น) ผู้ช่วยมี 2 ราย ได้แก่ บุตรชาย และแพทย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน
100 รายละเอียดสถานการณ์และประวัติผู้ป่วย ข้อมูลทั่วไป ผู้ป่วยเพศชาย อายุ 50 ปี บุตรชายนำส่งโรงพยาบาลด้วย หลังรับประทานอาหารเวลา 08.00 น. มี อาการปากเบี้ยว แขนขาซีกขวาอ่อนแรงทันทีทันใด มาถึงโรงพยาบาล 08.10 น. CC ปากเบี้ยว แขนขาซีกขวาอ่อนแรงทันทีทันใด 10 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล PI 10 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล ปากเบี้ยว แขนขาซีกขวาอ่อนแรงทันที่ทันใด ญาติจึงพามารพ. น้ำหนัก 80 กิโลกรัม การวินิจฉัยโรค Acute ischemic stroke with stroke fast track ประวัติแพ้ ยาและอาหาร ปฏิเสธการแพ้ยาและอาหาร ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง 1 ปีรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง ประวัติการสูบบุหรี่ สูบบุหรี่วันละ 1 ซอง เป็นเวลา 30 ปี ประวัติการดื่มสุรา ปฏิเสธ V/S แรกรับที่ ER; Temp. 36.8 °C, PR 80 bpm, RR 20 bpm, BP 150/90 mmHg, Oz Saturation 97% ผลตรวจ CT scan of the brain Impression: Acute infarction at the left frontotemporal lobe, in the distribution of the left ACA's territory. Hypodense thrombus in the left proximal ACA ผลตรวจ Electrocardiogram Normal sinus rhythm แผนการรักษา Order for one day Order for continue -blood for DTX, PT, PTT, INR, Electrolyte, CBC, BS, BUN, Cr, Trop 1 - EKG 12 lead -On NSS 1,000 ml iv 80 ml/hr -admit ICU stroke -NPO Medication - ให้rt-PA 10% bolus = 7.20 mg/ml IV in 1 min - ให้ rt-PA 90% infusion = 64.80 mg/ml IV drip in 1 hr
101 เอกสารอ้างอิง (APA7th) 1. วรางคณา สายสิทธิ์(2566). การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีความผิดปกติของระบบหายใจ: The pocket guide book. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร. 2. วรางคณา สายสิทธิ์(บรรณาธิการ), (2565), คู่มือสถานการณ์จำลองเสมือนจริง (Simulation-Based Learning: SBL) สำหรับการฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร. 3. วรางคณา สายสิทธิ์(บรรณาธิการ), (2564). การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยวิกฤตจากภาวะ ติด เชื้อในกระแสเลือดภายใต้หลักฐานเชิงประจักษ์สู่การปฏิบัติทางคลินิก โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ศิลปากร. 4. วรางคณา สายสิทธิ์, อ้อฤทัย ธนะคำมา, จุฑาทิพย์ เทพสุวรรณ์, นงนุช เซาวน์ศิลป์, อนัญญา โสภณนาค และ อังคณา จงเจริญ. (2566). ผลของการใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงฝึกปฏิบัติการพยาบาล ผู้ใหญ่และ ผู้สูงอายุต่อทักษะการปฏิบัติพยาบาลของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิต. วารสารศูนย์ การแพทย์ศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า, 40(2), 222-231 การเตรียม Simulator (อุปกรณ์/จำนวน) Equipment Supplies Medications EKG 12 leads IPD Chart ขวดยา rt-PA (1 vial) Infusion pump Nurse's note EKG monitor ป้ายติดขวดยา อุปกรณ์เจาะ DTX ป้าย stroke fast track (lu EMR) Overbed alcohol ball/pad × 10 เครื่องวัดความดัน sterile water × 2 ปรอทวัดไข้ Syringe 1 cc, 10 cc, 20 cc หูฟัง Needle no. 18, 21 เครื่องวัด 02 sat Tube ใส่เลือด CBC, BUN, Cr, Electrolyte, LFT, Coag ไฟฉาย เสาน้ำเกลือ x 2 ป้ายติดน้ำเกลือ x 2 Infusion pump x 2 สายออกซิเจน cannular 0.9% NSS 50 ml, 1,000 ml IV set Three-way
102 Extension tube Medicut no. 20 NSS Lock x 2 Transpore tape Tegaderm เสื้อผ้าผู้ป่วย ป้ายข้อมือ การดำเนินสถานการณ์จำลองเสมือนจริง State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน หมายเหตุ State 1 - รู้สึกตัวดี - E3V5M6 pupil 3 mm RTL BE motor power right side grade 2 left side grade 5 - Right facial palsy V/S monitoring: State 1 at ER T = 36.7°C PR = 70 bpm RR = 20 bpm BP = 145/93 mmHg Sp02 = 96 % DTX =105 mg% * จะแสดงค่าต่าง ๆ เมื่อผู้เรียน ร้องขอ Leader 1. แนะนำตัวกับผู้ป่วยและญาติ ก่อนประเมินภาวะสุขภาพ 2.ซักประวัติและประเมินอาการ (ผู้ป่วยและญาติ) โดยใช้ประเมิน โดยใช้ BEFAST เน้นระบุ Last well seen Member 1 3. Check: V/S Leader 4. ประเมิน N/S, NIHSS Incharge 5. รายงานแพทย์แบบ SBAR และ activate stroke fast track แพทย์ ER และ Leader 6. ร่วมประเมิน LOC, N/S, NIHSS Leader - Last well seen = 10 นาที - ผล CT-brain with non contrast มี occlusion ที่ ACA บทบาทของผู้ช่วยใน สถานการณ์ - บุตรชายทำหน้าที่ตอบ คำถาม ในขณะที่พยาบาล ซักประวัติ - แพทย์อุบัติเหตุและ ฉุกเฉินทำหน้าที่ตรวจซัก ประวัติและตรวจร่างกาย สิ่งที่ขับเคลื่อนสู่ สถานการณ์ต่อไป State 2 - ซักประวัติ last well seen ได้ - ประเมิน LOC - ประเมิน vital signs neuro signs และ ประเมิน NIHSS 15 คะแนน
103 1. แนะนำตัวกับผู้ป่วยและญาติ ก่อนประเมินภาวะสุขภาพ 2.ซักประวัติและประเมินอาการ ผู้ป่วยและญาติ) โดยใช้ประเมิน โดยใช้ BEFAST เน้นระบุ Last well seen Member 1 3. Check: V/S Leader 4. ประเมิน N/S, NIHSS Incharge 5. รายงานแพทย์แบบ SBAR และ activate stroke fast track แพทย์ ER และ Leader 6. ร่วมประเมิน LOC, N/S, NIHSS 7. แพทย์ order - Lab DTX, PT, PTT, INR, Electrolyte, CBC, BS, BUN, Cr, Trop I - EKG 12 lead - 0.9% NSS 1,000 ml vein drip 80 cc/hr - Admit ICU stroke Member 1 8. ดูแลให้ 0.9% NSS 1,000 ml vein drip 80 cc/hr Member 1 กับ leader 1 9. ทำ EKG 12 lead - Activate stroke fast track - เจาะ LAB - ดูแลให้สารน้ำ - ส่งผู้ป่วยทำ CT brain with non-contrast
104 Incharge 10. ประสานทีมต่างแผนก activate stroke fast track - ประสานแผนก CT brain noncontrast - ประสาน ICU stroke - ประสานห้อง LAB เพื่อ activate stroke fast track (side tube ขอผลด่วน) Member 2 11. เตรียมส่งผู้ป่วยทำ CT brain with non-contrast State 2 - ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี - E3V5M6 pupil 3 mm RTL BE motor power right side grade 2 left side grade 5 - Right facial palsy V/S monitoring: ผู้ป่วยกลับ จากแผนก CT T = 37.0 °C PR = 78 bpm RR = 22 bpm BP = 150/96 mmHg Sp02 = 93% NIHSS = 15 คะแนน ncharge 1. รายงานผล CT, LAB จากนั้น ประสานแผนกเอกซเรย์ chest X-ray portable ที่ ER Leader barwne 2. ประเมิน LOC, NS, NIHSS รวมทั้ง inclusion และ exclusion criteria ในการให้ยา rt-PA Member 1 1. monitor vital signs และ ABC Member 1 2. ดูแลให้ออกซิเจน cannula 3 LPM Leader 1 3. แจ้งแนวทางการรักษาและ เหตุผลการให้ยา rt-PA และให้ญาติเซ็นชื่อใบ consent form ก่อนให้ ยา It-PA แพทย์ ER Note - ผู้ป่วยน้ำหนัก 80 kg. - ให้ rt-PA 10% bolus = 7.20 mg/ml - ให้ rt-PA 90% infusion = 64.80 mg/ml บทบาทของผู้ช่วยใน สถานการณ์ - แพทย์ ER ประเมิน NIHSS รวมทั้ง inclusion และ exclusion criteria ใน การให้ยา rt-PA double-check กับ แพทย์ ER บุตรชาย เซ็นใบconsent form ก่อนให้ยา rt-PA - แพทย์เป็นพยานในการ เซ็นใบ consent form ร่วมกับ leader nurse
105 4. 6wnd Order - ให้ It-PA 10% bolus = 7.20 mg/ml IV in 1 min - ให้ It-PA 90% infusion = 64.80 mg/ml IV drip in 1 hr Member 1 5. จัดท่าผู้ป่วยนอนศีรษะสูง 30 องศา 6. Check vital signs ก่อนให้ยา Member 2 7. บริหารยา It-PA ตามหลัก 10 R (double check กับ Member 2) แล้ว จึงให้ It-PA 10% bolus = 7.20 mg/ml IV in 1 min และให้ rtPA 90% infusion = 64.80 mg/ml IV drip in 1 hr Leader 1 8. ประเมิน LOC, vital signs และ N/S หลังให้ ยา rt-PA ตาม guideline Incharge 9. ประสานงานจองห้อง และ รายงานความก้าวหน้า เพื่อ admit stroke unit สิ่งที่ขับเคลื่อนสู่ สถานการณ์ต่อไป - ประสานแพทย์เพื่อ ประเมิน NIHSS รวมทั้ง inclusion และ exclusion criteria ใน การให้ยา rt-PA - บริหารยา rt-PA ตามหลัก 10 R - ประเมิน vital signs และ neuro signs ก่อนและหลังให้ยา rt-PA ตาม guideline - จบสถานการณ์ -
106 สรุปสถานการณ์ และ ความรู้ที่ตอบวัตถุประสงค์ จากสถานการณ์จะเห็นว่าผู้เรียนจะต้องทราบถึงวิธีการซักประวัติของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดย สิ่งที่สำคัญคือ last seen normal และการตรวจร่างกายที่สำคัญเพื่อประเมินเบื้องต้นว่ามีโอกาสได้รับยา ละลายลิ่มเลือดหรือไม่ หากการซักประวัติและอาการที่ผู้ป่วยมีเข้าข่ายที่จะต้องให้ยาละลายลิ่มเลือดต้องมีการ ตรวจสอบเพิ่มเติมคือการทำ CT brain หรือต้องตรวจเลือดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นและเป็นสิ่ง ช่วยให้ตัดสิ้นใจในการให้ยาละลายลิ่มเลือด และนักศึกษาต้องปฏิบัติการพยาบาลตามทักษะที่มีตากระบวนการ พยาบาลการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หากพบว่าสามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ต้องสามารถบริหารยา ที่มีความเสี่ยงสูงได้โดยต้องตรวจสอบยาตามหลัก 10R และให้ยา rt-PA ด้วยความระมัดระวัง และประเมิน ผู้ป่วยก่อนให้ยาพร้อมทั้งต้องสามารถให้คำแนะนำ และอธิบายข้อดีข้อเสียของการได้รับยา It-PA และ ภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมาได้เพื่อให้ญาติผู้ป่วยเข้าใจและเลือกแผนการรักษาพร้อมเตรียมใจถึงผลที่จะเกิดขึ้น ได้ โดยการทำงานต้องรวดเร็วและถูกต้องแข่งกับเวลาที่มีช่วงเวลานาทีทองที่ 4.30 ชั่วโมงในช่วงเวลาให้ r-PA ดังนั้น การทำงานต้องช่วยกันเป็นทีมและต้องมีทักษะในการสื่อสารเพื่อเพราะต้องใช้ประสานสหสาขาวิชาชีพ เพื่อการเตรียมการที่รวดเร็วและความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย ซึ่งการจะให้ญาติและ ทีมสหสาขาต่าง ๆเข้าใจ และทำงานร่วมกันต้องมีการสื่อสาร พูดคุยด้วยท่าทางเป็นมิตร และอ่อนโดยนจนผู้ป่วยและญาติให้ความ ไว้วางใจและพร้อมจะก้าวผ่านปัญหาและร่วมดูแลผู้ป่วยไปพร้อมกับทีมทำงานเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษา อย่างทันถ่วงที่และปลอดภัยต่อไป
107 แบบประเมินการฝึกปฏิบัติโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ชื่อนักศึกษา..................................................รหัสนักศึกษา....................................บทบาท.......... ...................... ชื่อนักศึกษา..................................................รหัสนักศึกษา....................................บทบาท.......... ...................... สถานการณ์ การพยาบาลผู้ป่วย Acute Ischemic Stroke เป้าหมายการเรียนรู้และวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ นักศึกษาสามารถดูแลผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบ ตันได้อย่างถูกต้อง 1. สามารถซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิด ตีบ ตันได้ 2. สามารถปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบตันได้ 3. สามารถบริหารยาที่มีความเสี่ยงสูง (High Alert Drugs) ได้ 4. สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ 5. สามารถสื่อสารระหว่างสหสาขาวิชาชีพได้ 6. แสดงออกถึงท่าทางที่เป็นมิตร อ่อนโยนในการดูแลผู้ป่วยได้ คำชี้แจง จงใส่เครื่องหมาย / ในช่องของการประเมินตามเกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน State 1 และ 2 4 หมายถึง ปฏิบัติได้ถูกต้องและครบถ้วน 3 หมายถึง ปฏิบัติได้ถูกต้องและครบถ้วน และ / มีการการกระตุ้นเพิ่ม 1-2 ครั้ง 2 หมายถึง ปฏิบัติได้ถูกต้องและครบถ้วน และ / มีการการกระตุ้นเพิ่ม 3-4 ครั้ง 1 หมายถึง ปฏิบัติได้ถูกต้องแต่ยังไม่ครบถ้วน และ มีการการกระตุ้นเพิ่มมากกว่า 4 ครั้ง หรือ ปฏิบัติไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน
108 ลำดับ หัวข้อการประเมิน 4 3 2 1 หมายเหตุ State 1 1. at ER 1.1 แนะนำตัวกับผู้ป่วยและญาติก่อนประเมินภาวะสุขภาพ 1.2 ซักประวัติและประเมินอาการ (ผู้ป่วยและญาติ)โดยใช้ FAST stroke assessment เน้นระบุ lastwell seen 1.3 Check vital signs 1.4 ประเมิน neuro signs, NIHSS 1.5 รายงานแพทย์แบบ SBAR และ activate stroke fast track 1.6 ทำ EKG 12 lead 1.7 ให้ 0.9% NSS 1,000 ml IV drip 80 ml/hr 1.8 ประสานทีมต่างแผนก activate stroke fast track - ประสานแผนก CT brain - ประสาน stroke unit 1.9 ส่งผู้ป่วยทำ CT brain with non-contrast รวมคะแนน state 1 = (4 x 9) = 36 คะแนน State 2 2. ผู้ป่วยกลับจากแผนก CT 2.1 รายงานผล CT, LAB 2.2 ประสานแผนกเอกซเรย์ Chest X-ray portable ที่ ER 2.3 ประเมิน LOC, neuro signs, NIHSS 2.4 Check vital signs 2.5 ดูแลให้ออกซิเจน Cannula 3 LPM 2.6 แจ้งแนวทางการรักษาและเหตุผลการให้ยา It-PA ที่คุยกับบุตรชาย 2.7 จัดท่าศีรษะสูง 30 องศา 2.8 ประเมิน vital signs ก่อนให้ยา It-PA 2.9 บริหารยา It-PA ตามหลัก 10 R 2.10 ประเมิน neuro signs หลังให้ยา rt-PA ตามguideline 2.11 ประสานงานจองห้อง และรายงานความก้าวหน้า เพื่อ admit ICU stroke
109 รวมคะแนน state 2 = (4 x 11) = 44 คะแนน รายการประเมินอื่น ๆ 1. การทำงานร่วมกันเป็นทีม 2. สามารถสื่อสารระหว่างสหสาขาวิชาชีพได้ 3. แสดงออกถึงท่าทางที่เป็นมิตร อ่อนโยนในการดูแล ผู้ป่วย รวมคะแนนอื่น ๆ = (4 x 3) = 12 คะแนน สรุปคะแนนทั้งสิ้น state 1 + state 2 + อื่นๆ = (36+44+12) = 92 คะแนน การแปลผลคุณภาพ คะแนน 76-92 ดีมาก 58-75 ดี 41-57 พอใช้ 23-40 ปรับปรุง หมายเหตุ เกณฑ์ผ่าน คือ คะแนน > 58 คะแนน หรือตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาของนักศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ผู้ประเมิน…………………………………………. วันเดือนปี…………………………………….
110 สถานการณ์ที่ 6 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ข้อมูลทั่วไป ชื่อเรื่อง การรักษาโรคเบื้องต้นในผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานหัก (Pelvic fracture) กลุ่มวิชา การพยาบาลชุมชน ผู้เรียน นักศึกษาพยาบาล ผู้พัฒนาบท อาจารย์พุทธพร อ่อนคำสี* เบอร์โทรศัพท์และ e-mail ของผู้พัฒนาบทหลัก 084-5214803, [email protected]. เป้าหมายการเรียนรู้และวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ นักศึกษามีความรู้ความ เข้าใจในกะบวนการ วินิจฉัยแยกโรคในระบบ กระดูกและกล้ามเนื้อได้ 1. นักศึกษาสามารถซักประวัติและตรวจร่างกายในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ 2. นักศึกษาสามารถวินิจฉัยแยกโรคได้ 3. นักศึกษาสามารถให้การรักษาโรคเบื้องต้นในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อได้ ระยะเวลา Brief Scenario Debrief Spare Time 5 นาที 15 นาที 30 นาที 5 นาที บทบาทของผู้เรียนในสถานการณ์จำลอง นักศึกษาพยาบาล จำนวน 4 คน - Med nurse 2 คน - ซักประวัติและตรวจร่างกาย 1 คน - In charge 1 คน บทบาทของผู้ช่วยในสถานการณ์จำลอง (confederate) (เช่น ญาติ แพทย์ เป็นต้น) อาจารย์ในบทบาทญาติ 1 คน อาจารย์ในบทบาทแพทย์ 1 คน
111 รายละเอียดสถานการณ์และประวัติผู้ป่วย ข้อมูลทั่วไป : ผู้ป่วยชายไทย อายุ 27 ปี สถานภาพ โสด ระดับการศึกษา ปริญญาตรีอาการสำคัญที่มา โรงพยาบาล : ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ชนกับรถกระบะ ปวดสะโพกข้างขวาและต้นขาขวามาก 30 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล เอกสารอ้างอิง (APA7th) วิลาวัณย์ เตือนราษฎร์ และวราภรณ์ บุญเชียง. (2563), การรักษาพยาบาลโรคเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 6. เชียงใหม่ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สุภาพ สุวรรณเวโช, จุฬารักษ์ กวีววิวิธชัย และจิราพร ไลนิงเกอร์. (2563). Health Assessment: Physical Examination. พิมพ์ครั้งที่ 5. สาขาวิชาสุขภาพชุมชน โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. ไสว นรสาร. (2564). การพยาบาลผู้บาดเจ็บ. กรุงเทพฯ: โครงการตำรารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. พงศธร ฉันท์พลากร, ชนิกา อังสนันท์กุล, นรเทพ กุลโชติ, ปพน สง่าสูงส่ง และเทพรัตน์ กาญจนเทพศักดิ์. (2562). ตำราการบาดเจ็บทางออร์โธปิดิกส์. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. ภาสกร เนตรทิพย์วัลย์, พรพรรณ ภูสาหัส, สมสุข ภาณุรัตน์, สุขฤดี ธัชศฤงคารสกุล, พัชรี กระจ่างโพธิ์ และวิถี ธุระธรรม. (2565). การประเมินภาวะสุขภาพสำหรับพยาบาล: การตรวจร่างกาย. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี การพิมพ์. การเตรียม Simulator Equipment Supplies Medications ปรอท จำนวน 1 อัน ถุงมือ 4 Acetar 1,000 ml เครื่องวัดความดันโลหิต 1 เครื่อง EB 2 หุ่นผู้ป่วยผู้ใหญ่ 1 ตัว อุปกรณ์ตามขา 1 Pelvic binder 1 อัน oxygen mask with bag EKG 1 เครื่อง foley's Cath 16 Fr. CPR board 1 แผ่น Syringe 3, 5, 10 Sterile water 10 ml. Needle 18, 20, 24, 25 IV cath Medicut no. 18, 20 T-way
112 การดำเนินสถานการณ์จำลองเสมือนจริง State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน หมายเหตุ State 1 1. ซักประวัติ 2. ตรวจร่างกายเพื่อค้นหาความ ผิดปกติ GE : ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุรถ มอเตอร์ไซด์ชนกับรถกระบะปวด สะโพกข้างขวาและต้นขาขวามาก 30 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล สัญญาณชีพ อุณหภูมิ 36.9 C ความดันโลหิต 127/100 mmHg ชีพจร 126 ครั้ง/นาที การหายใจ 22 ครั้ง/นาที ค่าความอิ่มตัวของ ออกซิเจน (SpO2) 97 เปอร์เซ็นต์ (Room Air) 1. ซักประวัติจากผู้ป่วยและญาติ 2. ประเมินสัญญาณชีพ 3. ตรวจร่างกาย 1. ซักประวัติและตรวจ ร่างกายเพื่อค้นหาความ ผิดปกติ เมื่อพบปัญหา สิ่งที่ขับเคลื่อนสู่ สถานการณ์ต่อไป State 2 ต้องซักประวัติ แบบ SAMPLE และ ตรวจร่างกายในระบบ กระดูกและกล้ามเนื้อได้ - ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที State 2 3. ประเมินภาวะช็อก 4. ให้การพยาบาลในภาวะช็อก ขณะซักประวัติและตรวจ ร่างกายพบว่า ผู้ป่วยมีความ รู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงไป ประเมิน Glasgow coma scale (GCS) เท่ากับ 14 คะแนน (E4V5M5) สัญญาณชีพ อุณหภูมิ 35.5 c ความดันโลหิต 80/50 mmHg ชีพจรเบา 135 ครั้ง/นาที การ หายใจ 26 ครั้ง/นาที ค่าความ อิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) 94 เปอร์เซ็นต์ (Room Air) 4. ประเมินภาวะช็อก 5. In charge: รายงานประวัติ การเจ็บป่วยของผู้ป่วยในปัจจุบัน 6. ประเมินสัญญาณชีพทุก 15 นาที 7. ให้ Acetar 1,000 ml IV load 500 ml. then 80 mV/hr. 8. On oxygen mask with bag 10 ลิตรต่อนาที 9. On foley's Cath 1. ซักประวัติและตรวจ ร่างกายเพื่อค้นหาความ ผิดปกติ เมื่อพบปัญหา สิ่งที่ขับเคลื่อนสู่ สถานการณ์ต่อไป State 3 -ประเมินภาวะช็อก -ประเมินสัญญาณชีพ ทุก 15 นาที -ให้Acetar 1,000 ml IV load 500 ml. then 80 mVhr. - On oxygen mask with bag 10 ลิตรต่อ นาที - On foley's Cath State 3 4.สรุปการวินิจฉัยโรค Pelvic Fracture with internal 6. ประเมินสัญญาณชีพทุก 15 นาที สรุปปัญหาและให้การ พยาบาล
113 bleeding 5. ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพิ่มเติม 6. ให้การพยาบาลเตรียมผู้ป่วย ก่อนผ่าตัด 7. ให้คำแนะนำก่อนการผ่าตัด -ให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหาร - เตรียม pre op ส่ง OR Emergency - ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที State 1 บทสนทนาที่ 1 ผู้เรียน : ซักประวัติจากผู้ป่วยและญาติ (ตามหลัก SAMPLE) ญาติ : อาการแรกรับ : ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ชนกับรถกระบะ ปวดสะโพกข้างขวาและต้นขา ขวามาก สัญญาณชีพ อุณหภูมิ 36.9 °c ความดันโลหิต 127/100 mmHg ชีพจร 126 ครั้ง/นาที การหายใจ 22 ครั้ง/นาที ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) 97 เปอร์เซ็นต์ (Room Air) S = Signs and symptoms อาการและอาการแสดงที่ผู้ป่วย บอกกล่าว : ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุรถ มอเตอร์ไซด์ชนกับรถกระบะ ปวดสะโพกข้างขวาและต้นขาขวามาก 30 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล A = Allergies แพ้ยา และสิ่งอื่น: ไม่แพ้ยา ไม่แพ้อาหาร M = Medications การใช้ยา: ยารักษาความดันโลหิตสูง P = Pertinent past history ประวัติการเจ็บป่วยและบาดเจ็บในอดีต: มีประวัติเป็นโรคความดัน โลหิตสูง 20 ปี เป็นเวลา 10 ปี รับยาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน L= Last oral intake การรับประทานครั้งสุดท้าย: รับประทานอาหารกลางวัน เวลา 11.00 น. (6 ชั่วโมงที่ผ่านมา) หลังจากนั้นไม่ได้รับประทานอะไรอีก E = Event ลำดับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ : ผู้เรียน : ประเมินสัญญาณชีพ ประเมินระดับความรู้สึกตัวด้วย Glasgow coma scale (GCS) และประเมินการ ตรวจร่างกาย การตรวจร่างกาย ศีรษะ หน้า : ศีรษะปกติ ไม่พบบาดแผลและก้อนที่ศีรษะ ใบหน้าไม่บวม ตา : เปลือกตาล่างซีด ไม่เหลือง มองเห็นชัด ไม่มีอาการพร่ามัว ขนาดรูม่านตา (pupil) 3 มิลลิเมตร หู คอ จมูก : หูรับฟังเสียงได้ดีพอควร จมูกปกติ ไม่มีก้อนเนื้องอก ต่อมน้ำเหลืองที่คอและต่อม ไทรอยด์ไม่โต ผิวหนัง : ผิวขาว เรียบเนียน ริมฝีปากแห้ง
114 กล้ามเนื้อและกระดูก : สะโพกด้านขวาบวม กดเจ็บ deformity มี external rcation ความยาวของ ขาทั้ง 2 ข้าไม่เท่ากัน , motor power แขน 2 ข้าง และขาซ้าย grade 5 ขาขวา grade 1 ระบบทางเดินหายใจ : รูปร่างและการเคลื่อนไหวของทรวงอกเท่ากันทั้ง 2 ข้าง ระบบหัวใจและหลอดเลือด : ไม่มีเส้นเลือดโป่งพองที่คอและขา, capillary refill time (CRT) 2วินาที ระบบประสาท : รู้สึกตัวดี ถามตอบได้ pupil 3 mm react to light both eyes, Glasgow coma scale (GCS) เท่ากับ 15 คะแนน (E4V5M6) ระบบทางเดินอาหาร : bowl sound 8 ครั้ง/นาที, guarding, tenderness at pubic symphysis, liver and spleen not palpable, Cullen's sign positive สภาพจิตใจ : สีหน้าไม่สุขสบาย กังวล และอ่อนเพลีย State 2 บทสนทนาที่ 2 ขณะซักประวัติและตรวจร่างกายพบว่า ผู้ป่วยมีความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงไป ประเมิน Glasgow coma scale (GCS) เท่ากับ 14 คะแนน (E4V5M5) สัญญาณชีพ อุณหภูมิ 35.5 ° ความดันโลหิต 80/50 mmHg ชีพจรเบา 135 ครั้ง/นาที การหายใจ 26 ครั้ง/ นาที ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) 94 เปอร์เซ็นต์ In charge : รายงานประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยในปัจจุบัน แพทย์ : รับทราบ - ประเมินสัญญาณชีพทุก 15 นาที - ให้ Acetar 1,000 ml IV load 500 ml. then 80 mV/hr. - On oxygen mask with bag 10 ลิตรต่อนาที - On foley's Cath เมื่อผู้ป่วย V/S stable ให้เตรียมตรวจด้วยคลื่นความถี่สูงบริเวณช่องท้องในผู้ป่วยที่ได้รับ อุบัติเหตุ (FAST) และ film pelvic AP State 3 ประเมินสัญญาณชีพซ้ำ อุณหภูมิ 36.0°( ความดันโลหิต 110/70 mmHg ชีพจร 90 ครั้ง/นาที การหายใจ 20 ครั้ง/นาที ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) 96 เปอร์เซ็นต์ (Mask with bag) บทสนทนาที่ 3 In charge: รายงานประวัติการเจ็บป่วย การตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม แพทย์: รับทราบ - ประเมินสัญญาณชีพทุก 15 นาที - เจาะ Lab: CBC, E'lyte, Blood group - ให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหาร
115 -เตรียม pre op ส่ง OR Emergency การวินิจฉัยแรกรับ : Pelvic Fracture with internal bleeding สรุปสถานการณ์จำลองเสมือนจริงการรักษาโรคเบื้องต้นในเหตุการณ์กระดูกหัก ข้อมูลทั่วไป : ผู้ป่วยชายไทย อายุ 27 ปี สถานภาพ โสด ระดับการศึกษา ปริญญาตรี อาการสำคัญที่มาโรงพยาบาล : ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ชนกับรถกระบะ ปวดสะโพกข้างขวา และต้นขาขวามาก 30 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล ประวัติการเจ็บป่วยในปัจจุบัน : 30 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ชนกับรถ กระบะ ปวดสะโพกข้างขวาและต้นขาขวามาก ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต/โรคประจำตัว : มีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง เป็นเวลา 10 ปี รับยาต่อเนื่อง ที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน อาการแรกรับ : ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ชนกับรถกระบะ ปวดสะโพกข้างขวาและต้นขา ขวามาก สัญญาณชีพ อุณหภูมิ 36.9 °c ความดันโลหิต 127/100 mmHg ชีพจร 126 ครั้ง/นาที การหายใจ 22 ครั้ง/นาที ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน (Spo2) 97 เปอร์เซ็นต์ (Room Air) S = Signs and symptoms อาการและอาการแสดงที่ผู้ป่วย บอกกล่าว: ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุรถ มอเตอร์ไซด์ชนกับรถกระบะ ปวดสะโพกข้างขวาและต้นขาขวามาก 30 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล A = Allergies แพ้ยา และสิ่งอื่น: ไม่แพ้ยา ไม่แพ้อาหาร M = Medications การใช้ยา: ยารักษาความดันโลหิตสูง P = Pertinent past history ประวัติการเจ็บป่วยและบาดเจ็บในอดีต: มีประวัติเป็นโรคความดัน โลหิตสูง 20 ปี เป็นเวลา 10 ปี รับยาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน L = Last oral intake การรับประทานครั้งสุดท้าย: รับประทานอาหารกลางวัน เวลา 11.00 น. (6 ชั่วโมงที่ผ่านมา) หลังจากนั้นไม่ได้รับประทานอะไรอีก E = Event ลำดับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ : หลังจากซักประวัติตามหลัก SAMPLE ผู้เรียนต้องสามารถประเมินการตรวจร่างกายให้ครอบคุลมเพื่อ ค้นหาความผิดปกติ ศีรษะ หน้า : ศีรษะปกติ ไม่พบบาดแผลและก้อนที่ศีรษะ ใบหน้าไม่บวม ตา : เปลือกตาล่างซีด ไม่เหลือง มองเห็นชัด ไม่มีอาการพร่ามัว ขนาดรูม่านตา (pupil) 3 มิลลิเมตร หู คอ จมูก : หูรับฟังเสียงได้ดีพอควร จมูกปกติ ไม่มีก้อนเนื้องอก ต่อมน้ำเหลืองที่คอและต่อม ไทรอยด์ไม่โต ผิวหนัง : ผิวขาว เรียบเนียน ริมฝีปากแห้ง
116 กล้ามเนื้อและกระดูก : สะโพกด้านขวาบวม กดเจ็บ deformity มี external rotation ความยาวของขาทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน ,motor power แขน 2 ข้าง และขาซ้าย grade 5 ขาขวา grade 1 ระบบทางเดินหายใจ : รูปร่างและการเคลื่อนไหวของทรวงอกเท่ากันทั้ง 2 ข้าง ระบบหัวใจและหลอดเลือด : ไม่มีเส้นเลือดโป่งพองที่คอและขา, capillary refill time (CRT) 2วินาที ระบบประสาท : รู้สึกตัวดี ถามตอบได้ pupil 3 mm react to light both eyes, Glasgow coma scale (GCS) เท่ากับ 15 คะแนน (E4V5M6) ระบบทางเดินอาหาร : bowl sound 8 ครั้ง/นาที, guarding, tenderness at pubic symphysis, liver and spleen not palpable, Cullen's sign positive สภาพจิตใจ : สีหน้าไม่สุขสบาย กังวล และอ่อนเพลีย การส่งตรวจ - film pelvic AP พบ fracture right pelvic ชนิด open book - ตรวจด้วยคลื่นความถี่สูงบริเวณช่องท้องในผู้ป่วยที่ได้รับ อุบัติเหตุ (FAST) ผล Positive การวินิจฉัยแรกรับ : Pelvic Fracture with internal bleeding
117 สถานการณ์ที่ 7 วิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 1 (รหัสวิชา 2006104) I. ข้อมูลทั่วไป ชื่อเรื่อง การพยาบาลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และได้รับการ สวนหลอดเลือดหัวใจ (Congestive Heart failure with Percutaneous Coronary Intervention) วิชา ปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 1 ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์และ ศัลยศาสตร์ ผู้เรียน นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 กลุ่มละ 4-5 คน ผู้พัฒนาบท อ.กาญจนา กิริยางาม และ อ.วิทย์กวินท์ วรกิตติจรูญ เบอร์โทรศัพท์และ e-mail ของผู้พัฒนาบทหลัก 097-131-0558 e-mail [email protected] II. เป้าหมายการเรียนรู้และวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เป้าหมายการเรียนรู้ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการพยาบาล การผดุงครรภ์ และศาสตร์ที่เกี่ยวกับ การพยาบาลผู้ป่วยภาวะหัวใจ ล้มเหลวร่วมกับโรคหัวใจขาดเลือด เฉียบพลันในเขตเมือง (PLO2) 1. สามารถประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมกับโรคหัวใจขาดเลือด เฉียบพลันได้ (Sub PLO2.5 CLO3, Sub PLO3.4 CLO4) 2. สามารถปฏิบัติแผนการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมกับ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ถูกต้อง (Sub PLO2.5 CLO3, Sub PLO3.4 CLO4) 3. สามารถสื่อสารระหว่างสหวิชาชีพ รวมถึงผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับการให้ คำแนะนำก่อน-หลังผ่าตัดได้ (Sub PLO9.1, 9.2 CLO9) ระยะเวลา ระยะเวลา Briefing 5 นาที ระยะเวลาในการดำเนินสถานการณ์จำลอง (Scenario running) 25 นาที ระยะเวลา Debriefing 30 นาที รวม 60 นาที บทบาทของผู้เรียนในสถานการณ์จำลอง พยาบาลประจำหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย บทบาทของผู้ช่วยในสถานการณ์จำลอง (Confederate) อาจารย์คนที่ 2 ผู้ป่วย ภรรยาผู้ป่วยและแพทย์
118 กิจกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติก่อนสถานการณ์จำลอง (Pre-session activities) ผู้เรียนต้องทบทวนความรู้ เนื้อหา และบทเรียนในหัวข้อ การพยาบาลผู้ใหญ่ที่มีความผิดปกติของการ ได้รับออกซิเจน เนื่องจากระบบหัวใจและหลอดเลือดทางอายุรกรรม และทางศัลยกรรม วีดีโอการตรวจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 leads อย่างน้อย 1 อาทิตย์ และในวันที่ 1 ก่อนการฝึกปฏิบัติในรายวิชานักศึกษาต้องฝึก ทักษะการพยาบาลผู้ป่วยที่ต้องได้รับการสวนหัวใจทั้งในระยะก่อน-ระหว่าง-หลังการทำหัตถการ (Percutaneous Coronary Intervention: PCI) ชื่อผู้ป่วย นายเอ นามสมมติ อายุ 55 ปี รายละเอียดสถานการณ์และประวัติผู้ป่วย (Scenario prologue) ผู้ป่วยชายไทย อายุ 55 ปี วินิจฉัยโรค Asthma attack เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย รพ. ระดับตติยภูมิ อาการดีขึ้น แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านวันนี้ ระหว่างรอญาติมารับ ผู้ป่วยอาการเจ็บแน่น กลางหน้าอก ร้าวไปแขนซ้าย 15 นาที PS 10/10 คะแนน PH: HT, DLP ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562 รักษาสม่ำเสมอและมาตรวจตามนัด เวลา 09.00 น. ผู้ป่วยรับการรักษา ณ หอผู้ป่วยอายุกรรมชาย สวมชุดไปรเวทนอนบนเตียง รอ จำหน่ายกลับบ้าน III. การเตรียม Simulator/Simulation set-up อุปกรณ์ จำนวน 1. อุปกรณ์สำหรับช่วยหารหายใจ Oxygen canula, Oxygen mask with bag 1 2. อุปกรณ์วัดสัญญานชีพ ประกอบด้วย ปรอท เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดค่า ความอิ่มตัวของออกซิเจนปลายนิ้ว (Oxygen saturation), เครื่องตรวจ EKG 12 leads , ใบ EKG 12 Leads และ Stethoscope Monitor 1 3. อุปกรณ์สำหรับให้สารน้ำและยา 0.9 % NSS 100 ml, 1000ml, Syringe 5,10 ml, Needle no.20, IV catheter NO. 22, Infusion set, Extension tube, Tway, สำลีแอลกอฮอล์, Tegaderm, พลาสเตอร์ (Transpore), Infusion pump - Norepinephrine 4 mg + 5%DW 250 ml 1 1 4. อุปกรณ์สำหรับเจาะเลือด Syringe 5,10 ml, needle no. 21, สำลีแอลกอฮอล์, สำลีแห้ง, พลาสเตอร์, Tube เลือดชนิดต่าง ๆ สำหรับส่ง Lab ตามแผนการรักษา, Tourniquet 1 5. อุปกรณ์สำหรับการใส่ Foley’s catheter 1 6. ใบเซ็นยินยอมการผ่าตัด ป้ายงดอาหาร น้ำ แลยาทุกชนิดทางปาก (NPO) 1
119 7. ใบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (LAB) และ คำสั่งการรักษาในแต่ละ Scene 8. อุปกรณ์ป้องกันตัว ได้แก่ หน้ากาก (Mask), ถุงมือปราศจากเชื้อ (Sterile Gloves) 1 9. หุ่น Simulation เต็มตัว หรือครึ่งตัวท่อนบน 1 10. ป้ายชื่อผู้ป่วย, แฟ้มข้อมูลผู้ป่วย, Medication Sheets (เตรียมเป็นชุด) 1
IV. การดำเนินสถานการณ์จำลองเสมือนจริง (Scenario running) Baseline state ณ ณ หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ผู้ป่วยชาย อายุ 55 ปี สวมชState สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของState 1 ผู้ป่วย: ผู้ป่วยรู้ตัวดี มีอาการเจ็บแน่นกลางหน้าอก ร้าวไปแขนซ้าย 15 นาที pain score = 10 คะแนน อาจารย์ (Facilitator ): - V/S: BT= 36.7 c, HR = 88 bpm, RR = 26 bpm, BP= 108/68 mmHg O2 sat. 90% - ผล EKG 12 leads ST elevation - PS 10/10 คะแนน แพทย์: มีคำสั่งการรักษา - ASA 325 mg 1 tabs PO เคี้ยว stat - Clopidogrel 75 mg 4 tabs PO stat - Isosorbide dinitrate 5 mg SL stat - on oxygen canula 5 LPM - เจาะ Lab Trop-T CK-MB, CBC, Coagulogram, Electrolyte - plan ทำ PCI พยาบาล: - ซักประวัติ ประเมินอาการผู้ป่, SpO2 - ประเมิน pain score - ทำ EKG 12 leads ภายในไม- เมื่อได้ผล EKG 12 leads ให้พยาบาล: ดูแลเจาะ Lab เพื่อสแผนการรักษา ดังนี้ - เจาะ Lab Trop-T CK-MB, CElectrolyte - ASA 325 mg 1 tabs PO เคี้- Clopidogrel 75 mg 4 tabs- Isosorbide dinitrate 5 mg- on oxygen canula 5 LPM- จัดท่านอนศีรษะสูง 30-45 อ
120 ชุดไปรเวทนอนบนเตียงรอจำหน่าย งผู้เรียน หมายเหตุ ระยะเวลา ปวย และวัดสัญญาณชีพ ม่เกิน 10 นาที ้รายงานแพทย์ ส่งตรวจ และให้ยาตาม CBC, Coagulogram, คี้ยว stat s PO stat g SL stat งศา ผู้ช่วยในสถานการณ์จำลอง - ผมเขียน order ไว้แล้วสำหรับเคสนี้นะครับ - พยาบาลจะซักถามประวัติหรือตรวจอะไรเพิ่มเติมไหมค่ะ สิ่งที่ขับเคลื่อนสู่สถานการณ์ต่อไป State 2 - ซักประวัติ ประเมินอาการผู้ป่วย และวัดสัญญาณชีพ, SpO2 - ประเมิน pain score - EKG 12 leads - เมื่อได้ผล EKG 12 leads ให้รายงานแพทย์ - รับแผนการรักษา - อธิบายผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับเหตุจำเป็นการผ่าตัด การ เตรียมตัวก่อนผ่าตัด -ให้ผู้ป่วยหรือญาติเซ็นต์ใบยินยอม *กรณีไม่ทำ EKG 12 leads ให้อาจารย์ Trigger - โทรศัพท์มา คุณพยาบาลประเมินคนไข้รึยังค่ะ ตรวจ ร่างกายมีอะไรไหม V/S เป็นอย่างไรบ้าง 5 นาที
State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน State 2 เวลา 09.30 น. ระหว่างรอทำ PCI ผู้ป่วยมีหายใจ หอบเหนื่อยมากขึ้น นอนราบไม่ได้ ไอมีเสมหะเป็น ฟองสีชมพู ร่วมกับปัสสาวะ ออก 10 ml/hr พยาบาล: - ประเมินอาการและอาการแส- ประเมิน breath sound - ประเมินอาการบวมตามร่างกengorgement, pitting edem- วัดสัญญาณชีพ แพทย์: โทรมาสอบถามอาการพยาบาล: - รายงานแพทย์ผู้ป่วมากขึ้น นอนราบไม่ได้ ไอ ร่วมml/hr (ผู้ป่วยมีอาการหัวใจด้านพยาบาล: “ญาติคะตอนนี้คนไขเฉียบพลันค่ะจะต้องเข้ารับการอนุญาตให้ข้อมูลเบื้องต้นดังนี้ค่หมายเหตุ) ” แพทย์: มีคำสั่งการรักษาดังนี้ - On oxygen mask with ba- Retained foley’s cathete- Furosemide 40 mg vein s- Norepinephrine 4 mg + 5ml/hr.
121 หมายเหตุ ระยะเวลา สดง CHF ายและ neck vein ma ผู้ป่วย วย มีหายใจหอบเหนื่อย กับ Urine ออก 10 นซ้ายและขวาวาย) ข้น่าจะมีภาวะหัวใจวาย สวนหัวใจ พยาบาลขอ ะ (รายละเอียดตามช่อง ag 10 LPM r stat 5%DW 250 ml IV 5 ผู้ช่วยในสถานการณ์จำลอง “พยาบาลคะตอนนี้สามีดิฉันเป็นอะไรคะทำไมอยู่ดีๆถึงเป็น แบบนี้ได้” 1.การประเมินภาวะหัวใจวาย (Heart failure) โดยการดู คลำ เคาะ ฟัง ดังนี้ - ภาวะหัวใจด้านซ้ายวาย อาการหอบเหนื่อย นอน ราบไม่ได้ ไอมีเสมหะเหลวใส มีลักษณะเป็นฟองสี ชมพู ฟังเสียงปอดพบCrepitation ทั้ง 2 ข้าง - ภาวะหัวใจด้านขวาวาย อาการปลายเท้าบวมถึง บริเวณหน้าแข้ง กดบุ๋ม +2 มีอาการ Neck vein engorgement 2. การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide และให้การ พยาบาล CHF (Bed rest, จัดท่า high fowler, I/O) - สังเกตอาการข้างเคียงหลังได้รับยา ได้แก่ ภาวะ Hypokalemia ผู้ป่วยจะแสดงอาการอ่อนเพลีย, กล้ามเนื้อ อ่อนแรง ท้องผูก ตะคริว หัวใจเต้นผิดจังหวะ - monitor BP, MAP เนื่องจากยาขับปัสสาวะ อาจทำให้ BP drop ได้ 3. การให้ยา Norepinephrine วิธีการผสมยา การ คำนวณยา 5%DW เท่านั้น การ Monitor ดังนี้ 1. BP, HR (MAP) keep MAP ≥65 mmHg 10
State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน พยาบาล: ดูแลให้การพยาบาลศีรษะสูง 60-90 องศา Bed reแผนการรักษาของแพทย์ - Furosemide: วัด BP ก่อนแพยาบาล: - วัดสัญญาณชีพ, SpO2 - เตรียมผู้ป่วยเพื่อไปทำ PCI ไดผิวหนังหลอดเลือดที่จะ ทำการสอดใส่ท่อนำและสายสว- งดน้ำ งดอาหารหลังเที่ยงคืน ถอดฟันปลอม ของมีค่าต่าง ๆ - ตรวจสอบการเซ็นใบยินยอมห
122 หมายเหตุ ระยะเวลา ลโดยการจัดท่านอน st และให้ยาตาม ละหลังให้ยา ด้แก่ โกนขนบริเวณ วนหัวใจ หัตถการ 2. Signs ของ extravasation และ vasoconstriction (บริเวณที่ให้ยาจะมีลักษณะซีด, ขาวและเย็น) ระวัง tissue necrosis 3. Electrolytes, plasma volume, urine output 4. ผลข้างเคียงความดันโลหิตสูงซึ่งขึ้นกับขนาดยา เช่น อาการปวดศีรษะ หัวใจเต้นช้า หรือเต้นผิดจังหวะ คลื่นไส้อาเจียน และปัสสาวะคั่ง 4. การเตรียมความพร้อมด้านร่างกายเพื่อทำ PCI - การโกนขนบริเวณผิวหนังหลอดเลือดที่จะ ทำการสอดใส่ท่อนำและสายสวนหัวใจด้วยการใช้คลิปเปอร์ (clipper) แทนการใช้ใบมีดโกนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควร โกนขนบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งบริเวณหัวเหน่าและขา หนีบไว้ด้วยเสมอเพื่อสำรองตำแหน่งไว้ในกรณีที่ไม่สามารถ แทงเพื่อเปิดหลอดเลือดบริเวณข้อมือได้สำเร็จ - การงดน้ำและอาหาร แนะนำการถอด เครื่องประดับ นาฬิกา แว่นตา ฟันปลอมและห้าม นำของมีค่าใด ๆ ติดตัวไปขณะทำหัตถการ สิ่งที่ขับเคลื่อนสู่สถานการณ์ต่อไป State 3 - วัด V/S, SpO2 - ตรวจร่างกายประเมินภาวะหัวใจวาย - ให้ยาขับปัสสาวะตามแผนการรักษา 10
State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน State 3 ผู้ป่วย: ผู้ป่วย post PCI แรกรับผู้ป่วยรู้ตัวรู้ เรื่องดี หายใจ room air ไม่มีหอบเหนื่อย ไม่ มี chest pain, แผลที่ข้อมือ กดด้วย TR-Band ไม่มี bleed ซึม Echo official พบ LV thrombus, LVEF 35% แพทย์: แพทย์ตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วย Plan ให้ผู้ป่วยกลับบ้าน ในอีก 3 วัน และมียา H/M ดังนี พยาบาล: “ที่ข้อมือเรียกว่าใส่ไว้ก่อนประมาณ 2-4 ชั่วโเอาไว้เพื่อกดหลอดเลือดแดชั่วโมงดิฉันจะปล่อยลมออกไม่มีเลือดซึม จะทยอยปล่อหมดค่ะ หลักจากนั้นจะปิดเอาไว้ 1 คืนนะคะ” - ให้คำแนะนำผู้ป่วยและญ
123 หมายเหตุ ระยะเวลา - เตรียมและให้ยา Norepinephrine ตามแผนการรักษา - ให้คำแนะนำและเตรียมผู้ป่วยเพื่อทำ PCI - ตรวจสอบป้ายข้อมือ ฟันปลอม สร้อยพระ เครื่องประดับ สีเล็บ - ขอแฟ้มประวัติ และอุปกรณ์ที่ต้องนำไปห้องผ่าตัด กรณีไม่ปฏิบัติ ให้ผู้ป่วย Trigger แพทย์ : “สวัสดีครับพี่ ผมหมอ (ชื่ออาจารย์) นะครับ สรุป ตอนนี้เตรียมคนไข้ไป PCI หรือยังครับ ทำอะไรไปแล้วบ้าง และคุยกับญาติแล้วใช่ไหมครับ” า TR-Band ค่ะ ต้อง โมงค่ะ ตอนนี้ใส่ลม ดงค่ะ หลังจากนี้ 2 กครั้งละ 3 CC. หาก ยลมทุก 15 นาทีจน ด้วยผ้าก๊อสหนากด าติได้ ผู้ช่วยในสถานการณ์จำลอง “พยาบาลครับ ที่ข้อมือผมนี้คืออะไรครับ ต้องใส่ไว้ นานไหมครับ” 1. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลัง การสวนหัวใจ PCI ดังนี้ - หลีกเลี่ยงการบิด งอ ข้อมือและการ เกร็งหรือใช้ข้อมือนาน ๆ ห้ามใช้แขนข้างที่ทำ หัตถการสวนหัวใจ ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากกว่า 5 ปอนด์ หรือ 2.27 กิโลกรัม เป็นระยะเวลา 5 วัน 10 นาที
State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน - Warfarin 3 mg 1 x1 po hs - ASA (81) 1*1 po pc - Omeprazole (20) 1*2 po ac - Bisoprolol (2.5) ½ *1 po pc - Enalapril (5) 1*1po pc - Furosemide (40 mg) 1*1 po pc เช้า - Atorvastatin (40) 1*1 po pc เย็น - ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสวนหัวใจ PCI (ทั้งระยะ Acu- ให้คำแนะนำสำหรับการรัWarfarin - เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถา
124 หมายเหตุ ระยะเวลา รปฏิบัติตัวหลังการ ute และ Chronic) รับประทานยา ามเพิ่มเติม - ให้ความรู้ในการบริโภคอาหาร ได้แก่ อาหารลดเค็ม ลดมัน ลดหวาน เน้นการรับประทาน ผักและผลไม้ที่รสไม่หวานจัด 2. อาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำหัตถการสวนหัวใจ ดังนี้ - Hematoma - ภาวะช็อคจากหัวใจ - โรคหลอดเลือดสมอง - ภาวะหัวใจบีบรัด - หัวใจเต้นผิดจังหวะ 3. คำแนะนำสำหรับการรับประทานยา Warfarin ดังนี้ - หลีกเลี่ยง อาหารจำพวกผักใบเขียวอาจ เกิดปฏิกิริยากับยา warfarin เนื่องจากอาหารดังกล่าว มีวิตามินเคสูงซึ่งมีผลต้านฤทธิ์ของยา แต่ไม่ได้เป็นข้อ ห้ามในการกินผัก ควรกินปริมาณเท่าเดิมในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงการใช้ยาสมุนไพร หรืออาหารเสริม
State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน
125 หมายเหตุ ระยะเวลา -ยาที่เพิ่มฤทธิ์ของวาร์ฟาริน เช่น ยาแก้ปวด (Piroxicam, Indomethacin) ยาฆ่าเชื้อ เช่น Co-trimoxazole, Ciprofloxacin - ยาที่ลดฤทธิ์ของวาร์ฟาริน เช่น ยากันชัก เช่น Carbamazepine, Phenytoin ยาฆ่าเชื้อ เช่น Rifampicin, Dicloxacillin - หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ระดับwarfarin ในเลือด เปลี่ยนแปลงได้ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสม ของแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหาร เสริม หรือสมุนไพรชนิดต่าง ๆ - หลีกเลี่ยงกีฬาหรือกิจกรรมที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ เลือดออกง่าย ควรใช้แปรงสีฟันที่อ่อนนุ่ม ควรใช้ แผ่นกันลื่นบริเวณห้องน้ำ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ - ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดบาดแผลเลือดอาจ ออกไม่หยุด หากบาดแผลมีขนาดเล็กและไม่ลึก วิธีแก้ไขไม่ให้เลือดออกมาก คือ ใช้มือสะอาดกดไว้ให้ แน่นตรงบาดแผล เลือดจะหยุดหรือออกน้อยลง หาก เลือดยังไม่หยุดไหล ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
State สภาวะผู้ป่วย การปฏิบัติของผู้เรียน
126 หมายเหตุ ระยะเวลา และแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบว่ารับประทาน ยา warfarin อยู่ - หากลืมรับประทานยามีข้อปฏิบัติ คือ ห้ามเพิ่ม ขนาดยาที่รับประทานเป็น 2 เท่าโดยเด็ดขาดและ ปฏิบัติดังต่อไปนี้ ● กรณีลืมรับประทานยาและยังไม่ถึง 12 ชั่วโมงให้ รับประทานยาทันทีในขนาดเท่าเดิม ● กรณีลืมรับประทานยาและเลย12 ชั่วโมงไปแล้ว ให้ข้ามยาในมื้อนั้นไป แล้วรับประทานยามื้อต่อไปใน ขนาดเท่าเดิม - ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจ INR โดย Keep INR = 2.0-3.0 - ให้สังเกตอาการและอาการแสดง internal & external bleeding - การพกบัตรรับประทายา Warfarin *เน้นเพิ่มเติม LVEF 35% ถือเป็น HFrEF โอกาส มารพ. ด้วย ADHF มากขึ้น -END Scene-
127 V. Debriefing Debriefing overview (GAS model) Gathering G1 สอบถามผู้เรียนเกี่ยวกับความรู้สึกหลังจากเสร็จสิ้นฝึกปฏิบัติการสถานการณ์จำลองเสมือนจริง G2 ให้ผู้เรียนเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์จำลองว่ามีเกิดอะไรขึ้นบ้าง Analysis A1 ประเมินผู้ป่วยแล้วพบอะไรบ้าง มีอาการอะไรบ้างที่ซักประวัติได้ A2 สอบถามว่า ครูสังเกตเห็น..........................เพราะอะไรถึงทำเช่นนั้น A3 อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ ตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจ ในการทำ EKG 12 leads A4 อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ แนะนำญาติ ผู้ป่วย เกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น A5 เหตุผลที่ตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจ ประเมินภาวะ Bleeding ในผู้ป่วย A6 อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ ตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจ ประเมินภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในผู้ป่วย Summarize S1 สอบถามว่าขั้นตอนใดที่นักศึกษาสามารถปฏิบัติได้ดี S2 นักศึกษาลองสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติสถานการณ์จำลองเสมือนจริง S3 หากได้เข้าสถานการณ์อีกครั้ง นักศึกษาอยากทำอะไรที่แตกต่างจากเดิมบ้าง S4 สิ่งที่นักศึกษาอยากพัฒนาให้ดีขึ้น หากมีโอกาสได้เข้าสถานการณ์อีกครั้ง
128 VI. บรรณานุกรม พรทิพย์ สารีโส. (2566). การพยาบาลผู้สูงอายุ ระบบหัวใจและหลอดเลือด (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วันดี โตสุขศรี และคณะ. (2561). การพยาบาลอายุรศาสตร์ เล่ม 2 (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โครงการตำรา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ศุภเกต แสนทวีสุข และคณะ. (2563). ระบบหัวใจและหลอดเลือด = Cardiovascular system. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สมาคมแพทย์โรคหัวใจแหงประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2563). แนวทางการปฏิบัติมาตรฐานเพื่อการ วินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: เนคสเตป. สมาคมแพทย์โรคหัวใจแหงประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2563). แนวเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยภาวะ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน พ.ศ. 2563.กรุงเทพฯ: เนคสเตป. Adrianne, D.L., et al. (2012). Introductory Nursing care of adult. (2 nd ed.). Philadelphia: W.B. Saunders company. Hinkle, J., Cheever, K., & Overbaugh, K. (2022). Textbook of medical- surgical nursing (15thed). Wolters Kluwer. Linton, A., and Matteson, M. (2023). Medical surgical nursing (8thed.). Elsevier.
129 VII. Evaluation แบบประเมินการฝึกปฏิบัติสถานการณ์จำลองเสมือนจริง วิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 1 เรื่อง การพยาบาลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และได้รับการสวนหลอด เลือดหัวใจ (Congestive Heart failure with Percutaneous Coronary Intervention) ชื่อ-นามสกุล………................................……………………………………เลขที่………………………………………………. หัวข้อการประเมิน ปฏิบัติครบถ้วน ถูกต้อง (2) ปฏิบัติเมื่อ ระตุ้น (1) ไม่ปฏิบัติ (0) State 1 1. สามารถประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ - รับผู้ป่วยใหม่ และแนะนำตนเอง - ซักประวัติ ประเมินอาการผู้ป่วย pain score - วัดสัญญาณชีพ, EKG 12 leads และ SpO2 - รายงานแพทย์เวรเพื่อรับใหม่ผู้ป่วย - พูดคุยอธิบายผู้ป่วยเกี่ยวกับการทำหัตถการสวนหัวใจ (Percutaneous Coronary Intervention: PCI) - เจาะเลือดเพื่อส่ง Lab ตามแผนการรักษา - ให้ผู้ป่วยเซ็นใบยินยอมการผ่าตัด State 2 2. สามารถปฏิบัติแผนการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ถูกต้อง - วัด V/S และ SpO2 - ตรวจร่างกายประเมินภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน - ให้ยาขับปัสสาวะตามแผนการรักษา - เตรียมและให้ยา Norepinephrine ตามแผนการรักษา - เตรียมผู้ป่วยเพื่อทำหัตถการสวนหัวใจ (Percutaneous Coronary Intervention: PCI) - ตรวจสอบป้ายข้อมือ ฟันปลอม สร้อยพระ เครื่องประดับ สีเล็บ - ขอแฟ้มประวัติ และอุปกรณ์ที่ต้องนำไปห้องผ่าตัด
130 หัวข้อการประเมิน ปฏิบัติครบถ้วน ถูกต้อง (2) ปฏิบัติเมื่อ กระตุ้น (1) ไม่ปฏิบัติ (0) State 3 3. สามารถสื่อสารระหว่างสหวิชาชีพ รวมถึงผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับการให้คำแนะนำก่อน-หลังผ่าตัดได้ - วัด V/S และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการสวนหัวใจ PCI (ทั้ง ระยะ Acute และ Chronic) - ประเมินภาวะเลือดออกหลังทำหัตถการ (Hematoma) - ประเมินและแจ้งอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหลังทำหัตถการสวนหลอด เลือดหัวใจ (Percutaneous Coronary Intervention: PCI) - ให้คำแนะนำสำหรับการรับประทานยา Warfarin ผู้ประเมิน…………………………………..วันที่ประเมิน………………………………….
131 การประชุมวิชาการระดับชาติ สาขาพยาบาลศาสตร์ หัวข้อ ดิจิทัลทางการพยาบาลและสุขภาพ วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 แบบประเมินการแข่งขันการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ Simulation กลุ่มวิชา □ การพยาบาลสูติศาสตร์ □ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น □ การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ชื่อสถานการณ์……………………………………………………………………………………………………………….. สถาบัน ………………………………………………………………………………………………………………………….. เกณฑ์การให้คะแนน หัวข้อประเมิน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 1. ชื่อสถานการณ์ และวัตถุประสงค์ สอดคล้องกัน สถานการณ์และ วัตถุประสงค์ สอดคล้องกัน สถานการณ์และ วัตถุประสงค์ สอดคล้องกัน พอควร สถานการณ์และ วัตถุประสงค์ สอดคล้องกัน เล็กน้อย สถานการณ์และ วัตถุประสงค์ สอดคล้องกัน ไม่ สอดคล้องกัน 2. วัตถุประสงค์ สามารถประเมินได้ จริง เป็นไปตามหลัก SMART วัตถุประสงค์ เป็นไป ตามหลัก SMART ทั้งหมด และสามารถ วัดได้จริง วัตถุประสงค์ เป็นไป ตามหลัก SMART 3- 4 ส่วน และสามารถ วัดได้จริง วัตถุประสงค์ เป็นไป ตามหลัก SMART น้อยกว่า 2 ส่วน และ สามารถวัดได้จริง วัตถุประสงค์ ไม่เป็นไปตามหลัก SMART และหรือ ไม่สามารถวัดได้จริง 3. รายละเอียดการ ดำเนินสถานการณ์ สอดคล้องและ เชื่อมโยง รายละเอียดการ ดำเนินสถานการณ์ สอดคล้องและ เชื่อมโยงทุก state รายละเอียดการ ดำเนินสถานการณ์แต่ ละ state ไม่ สอดคล้องกันบาง state หรือข้อมูล ผู้ป่วยจำลอง ไม่ครอบคลุมอาการ รายละเอียดการ ดำเนินสถานการณ์แต่ ละ state ไม่ สอดคล้องกันบาง state และข้อมูล ผู้ป่วยจำลอง ไม่ครอบคลุมอาการ รายละเอียดการ ดำเนินสถานการณ์แต่ ละ state ไม่ สอดคล้องกันทั้งหมด และข้อมูลผู้ป่วย จำลอง ไม่ครอบคลุมอาการ 4. แบบประเมิน สำหรับการเรียนการ สอนโดยการใช้ simulation แบบประเมินเป็นไป ตามหลักการ และมี item ประเมินครบ ตามสถานการณ์ และ สามารถประเมินได้ จริง แบบประเมินเป็นไป ตามหลักการ และมี item ประเมินไม่ครบ ตามสถานการณ์ และ สามารถประเมินได้ จริง แบบประเมินเป็นไป ตามหลักการ และมี item ประเมินไม่ครบ ตามสถานการณ์ หรือไม่สามารถ ประเมินได้จริง แบบประเมิน ไม่เป็นไปตาม หลักการ และมี item ประเมินไม่ครบตาม สถานการณ์ และไม่ สามารถประเมินได้ จริง
132 หัวข้อการประเมิน คะแนน 4 3 2 1 1. ชื่อสถานการณ์และวัตถุประสงค์สอดคล้องกัน 2. วัตถุประสงค์สามารถประเมินได้จริง เป็นไปตามหลัก SMART 3. รายละเอียดการด าเนินสถานการณ์สอดคล้องและเชื่อมโยง 4. แบบประเมินส าหรับการเรียนการสอนโดยการใช้ simulation รวมคะแนน (16 คะแนน) การแปลผล 13-16 หมายถึง ดีมาก 10-12 หมายถึง ดี 7-9 หมายถึง พอใช้ 4-6 หมายถึง ต้องปรับปรุงมาก สรุปผล □ ผ่านการคัดเลือก □ ไม่ผ่านการคัดเลือก ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงงาน ......................................................................................................................... ......................................................... (………………………………………) กรรมการ
133 ภาคผนวก ประวัติวิทยากร พว. วิศวชิต จันทร์อ่ำ โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี จังหวัดราชบุรี ตำแหน่งทางวิชาการ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เกียรตินิยม อันดับ 2 สถานที่ปฏิบัติงาน : โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี จังหวัดราชบุรี ความเชี่ยวชาญ - ดูแลให้การพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ณ.ห้องผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน - กรรมการตัดสิน simulation ของคณะพยาบาลศาสตร์ พ.ศ.2565
134 ประวัติวิทยากร พว. ปิยวะดี ลีฬหะบำรุง ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมประสาทและสมอง โรงพยาบาลนครปฐม ตำแหน่งทางวิชาการ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ วุฒิการศึกษา วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่สำเร็จการศึกษา 2547 ความเชี่ยวชาญ การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและสมอง ประสบการณ์ทำงาน พ.ศ. 2553-ปัจจุบัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมประสาทและสมอง ประวัติการอบรม ปี พ.ศ. หลักสูตร / การอบรม (ระยะเวลา วัน/ชั่วโมง) สถานที่ 2548 ประกาศนียบัตรอบรมเฉพาะทางสาขาการพยาบาล ผู้ป่วยวิกฤต(ผู้ใหญ่) วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย 2560 การพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการจัดการทางการ พยาบาล รุ่นที่ 29 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2562 ประกาศนียบัตรอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับต้น วิทยาลัยพยาบาล พระจอมเกล้า จ. เพชรบุรี 2564 ประกาศนียบัตรอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับกลาง วิทยาลัยพยาบาลสุพรรณบุรี ผลงานทางวิชาการ วรางคณา สายสิทธิ์, สำลี คิมนารักษ์ และปิยวะดี ลีฬหะบำรุง. (2564). กรอบแนวคิดการประเมินผู้ป่วยวิกฤต กับกระบวนการพยาบาล. ในวรางคณา สายสิทธิ์(บรรณาธิการ), (2564). การพยาบาลผู้ใหญ่และ ผู้สูงอายุทีเจ็บป่วยวิกฤตจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดภายใต้หลักฐานเชิงประจักษ์สู่การปฏิบัติทาง คลินิก.โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร: นครปฐม.
135 ประวัติวิทยากร อาจารย์นิศากร เยาวรัตน์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อํานวยการด้านกิจการนักศึกษา ด้านกิจการนักศึกษา วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์และผดุงครรภ์ชั้นสูง (ป.พ.ส.) การพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ , 2526 ปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (วท.ม.) อนามัยครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล , 2534 ความเชี่ยวชาญ การพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ ประสบการณ์พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2557 พยาบาลวิชาชีพ ชํานาญการพิเศษ กลุ่มวิชาการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี พ.ศ. 2557 - พ.ศ. 2558 พยาบาลวิชาชีพ(ด้านการสอน) รองผู้อํานวยการวิทยาลัย พ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2563 ประธานสาขาวิชาการพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2564 - พ.ศ. 2565 รองผู้อํานวยการวิทยาลัยด้านกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ พ.ศ. 2565 - ปัจจุบัน รองผู้อํานวยการด้านกิจการนักศึกษา
136 ประวัติวิทยากร ผศ. ณัฐธยาน์ อังคประเสริฐกุล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิการศึกษา พยาบาลศาสตร์บัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ความเชี่ยวชาญ การพยาบาลเด็ก ประสบการณ์ -พยาบาลประจำการ หอผู้ป่วยไอซียูทารกแรกเกิด 20 ปี -อาจารย์พยาบาลสอนนักศึกษาพยาบาลเกี่ยวกับการดูแลทารกและเด็ก 12 ปี -อาจารย์ประจำหอผู้ป่วยห้องเด็ก และทารกแรกเกิดที่มีภาวะเสี่ยง 12 ปี
137 ประวัติวิทยากร พว. ราตรี สุขหงส์ หอผู้ป่วยหนักหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลนครปฐม ตำแหน่งทางวิชาการ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ วุฒิการศึกษา - พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การพยาบาลผู้ใหญ่) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2551 - การพยาบาลเฉพาะทางหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลราชวิถีร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนีกรุงเทพ พ.ศ.2556 ประสบการณ์ พ.ศ. 2536-2558 พยาบาลวิชาชีพ หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมทั่วไป โรงพยาบาลนครปฐม พ.ศ. 2559-ปัจจุบัน พยาบาลวิชาชีพ หอผู้ป่วยหนักหอผู้ป่วยหนักหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลนครปฐม
138 ประวัติวิทยากร ผศ.ดร. เรียม นมรักษ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วุฒิการศึกษา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สาขาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่สําเร็จการศึกษา 2565 ประสบการณ์ ประสบการสอน 12 ปี วิชาที่สอน 1. การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 2. การพยาบาลฉุกเฉินและสาธารณภัย 3. การพยาบาลชุมชน 4. ปฏิบัติการพยาบาลการพยาบาลชุมชน 1 5. ปฏิบัติการพยาบาลการพยาบาลชุมชน 6. ปฏิบัติการพยาบาลฉุกเฉินและสาธารณภัย 7. ปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 1 8. ปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 2
139 ประวัติวิทยากร อาจารย์ อ้อฤทัย ธนะคำมา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม วุฒิการศึกษา -พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การพยาบาลผู้ใหญ่ขั้นสูง), มหาวิทยาลัยคริสเตียน 2546 -หลักสูตรประกาศนียบัตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาศาสตร์และศิลปด้านการสอนทางการพยาบาล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2553 -หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 2565 ความเชี่ยวชาญ การพยาบาลผู้ใหญ่ การพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินและเรื้อรัง การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต ประสบการณ์ในการทํางาน พ.ศ.2558-2560 รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย พ.ศ.2564-2566 อาจารย์สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ.2565-2566 -ประธานกรรมการหลักสูตรประกาศนียบัตรการดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั้วโมง มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครปฐม -ประธานกรรมการสถาบันวิชชาจารย์สุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม -ผู้รับผิดชอบ หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม