The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supaporn Manuyo, 2023-02-05 09:07:13

วิจัยเชิงปฏิบัติการ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

42 ตารางที่ 4.5 แสดงคะแนนที่ได้จากแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย 1.ครูมีการเตรียมการสอน (พิจารณาจากสื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ มีความพร้อม) 4.31 2.บรรยากาศในห้องเรียนกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ 3.44 3.กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4.31 4.กิจกรรมการเรียนสนุกและน่าสนใจ 4.28 5.ครูส่งเสริมให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม 4.09 6.ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามปัญหา เมื่อเกิดความสงสัย 4.31 7.ครูให้ความสนใจแก่นักเรียนอย่างทั่วถึงขณะสอน 4.28 8.ครูมีเทคนิคการสอนที่หลากหลายและน่าสนใจ 4.19 9.ครูส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง 4.00 10.ครูมอบหมายงานได้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน 3.97 11.ครูมีความเป็นกันเองให้คำแนะนำและรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน 4.09 12.ครูมีความรอบรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาการ 3.88 13.ครูส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการคิด อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็น 3.94 14.ครูให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ได้คิดวิเคราะห์และปฏิบัติ 3.94 ค่าเฉลี่ย 4.07 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.23 จากตารางที่ 4.5 ผลของคะแนนจากแบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผลของคะแนนจากแบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้ใน คิด เป็นค่าเฉลี่ย 4.07 ระดับคุณภาพดีมาก โดยกำหนดระดับคุณภาพผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพดีขึ้นไป จากการวิเคราะห์ผล พบว่า ผลของคะแนนจากแบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มี รายการประเมินที่มี ค่าเฉลี่ยสูงที่สุด 4.31 ระดับคุณภาพดีมาก ได้แก่ ครูมีการเตรียมการสอน (พิจารณาจากสื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ มีความพร้อม), กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมทักษะกระบวนการทาง


43 วิทยาศาสตร์และครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามปัญหา เมื่อเกิดความสงสัย ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 3.4 ระดับคุณภาพดี คือ บรรยากาศในห้องเรียนกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ จากผลการปฏิบัติการดังกล่าวผู้วิจัยดำเนินการสะท้อนจากการรวบรวมข้อมูลในแต่ละหัวข้อ ดังนี้ 1) พฤติกรรมของครู พบว่า ครูมีความมั่นใจการจัดการเรียนรู้เป็นธรรมชาติไม่กังวลเรื่อง เวลาสอบ สามารถบริหารเวลาได้อย่างเหมาะสม 2) พฤติกรรมของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีความสนใจในเนื้อหาและการทดลองที่เรียนตลอด การจัดการเรียนการสอน มีเล่นกันไม่บ่อยนักในระหว่างทำการทดลอง นักเรียนบันทึกผลการทดลอง ได้ละเอียดและถูกต้อง เมื่อถึงขั้นตอนสรุปผลการทดลองนักเรียนเข้าใจและสามารถสรุปผลการ ทดลองได้ถูกต้อง นักเรียนสามารถเขียนแผนผังความคิด (mind map) โดยใช้ทักษะการลงความเห็น จากข้อมูลได้อย่างถูกต้อง 3) กิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า การทดลองเหมาะสมกับเนื้อหาและวัยของนักเรียนใน ปฏิบัติการที่ 2 ประเมินจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สรุปได้ว่าผลการปฏิบัติ กิจกรรมเป็นที่น่าพอใจ การดำเนินการหลังปฏิบัติการ เมื่อผู้วิจัยได้จัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ถึงแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 ในวงจรปฏิบัติการครบทั้ง 2 วงจรแล้ว ได้ทำการทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล เพื่อ ประเมินผลการวิจัยว่านักเรียนมีทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ โดยใช้ แบบทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ใช้เกณฑ์ผ่านคือนักเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของ จำนวนนักเรียนทั้งหมด ที่มีคะแนนการทดสอบผ่านเกณฑ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม การ ทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลหลังการปฏิบัติการ ปรากฏผลดังตารางที่ 4.6 ตารางที่ 4.6 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลการทดสอบทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียนหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการ ทดสอบ จำนวน นักเรียน ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน T P ก่อนเรียน 32 1.38 27.5 0.66 18.08 .00 หลังเรียน 32 4.16 83.13 0.51


44 จากตารางที่ 4.6 พบว่าผลการทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลหลังเรียน นักเรียน มีคะแนนทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับ การเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มีคะแนนทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลสูงกว่า การ สอบวัดผลทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นั่นคือ นักเรียนมีทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลที่ดีขึ้น


บทที่ 5 สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ การดำเนินงานวิจัย เรื่อง การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล โดย ใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านท่าบ่อ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ผู้วิจัยได้นำหลักการวิจัยปฏิบัติการมาดำเนินงาน ในงานวิจัยปฏิบัติตามขั้นตอนของการวิจัยปฏิบัติการ 4 ขั้นตอน 1) ชั้นวางแผน 2 ชั้นปฏิบัติการ 3) ชั้นสังเกตการณ์ 4) ชั้นสะท้อนการปฏิบัติการหลังการปฏิบัติการสามารถสรุปผลการวิจัยอภิปรายและ มีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผัง ความคิด (Mind Map) ในการพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ในการพัฒนาทักษะการลง ความเห็นจากข้อมูล 2. วิธีดำเนินการวิจัย 2.1 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านท่าบ่อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุบลราชธานี เขต 1 จำนวน 32 คน 2.2 ตัวแปรในการวิจัย 2.1 ตัวแปรต้น รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผัง ความคิด (Mind Map) 2.2 ตัวแปรตาม ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล


46 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.1 เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติการ คือ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องแรงและแรงเสียดทาน สำหรับการวิจัยในครั้งนี้มีแผนการจัดการเรียนรู้ ทั้งหมด 5 แผน 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการปฏิบัติการ ได้แก่ 1) แบบสังเกตพฤติกรรมทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 2) แบบทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน-หลังเรียน 3) แบบวัดความพึงพอใจนักเรียนชั้นปะถมศึกษาปีที่ 5 4. ลำดับขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยโดยใช้การวิจัยปฏิบัติการมีการดำเนินงานปฏิบัติการ ซึ่งในแต่ละขั้นตอน ประกอบด้วย การวางแผน การปฏิบัติการการสังเกตและรวบรวมข้อมูลและการสะท้อนผลการ ปฏิบัติงาน โดยแบ่งเป็น 2 ปฏิบัติการ คือ ปฏิบัติการที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-3 จำนวน 5 คาบ ปฏิบัติการที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4-5 จำนวน 5 คาบ 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล โดยใช้รูปแบบการจัดการ เรียนรู้ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการ ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผู้วิจัยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยใช้แผนการจัดการ เรียนรู้ที่สร้างขึ้นจำนวน 5 แผน 2 เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติการในและวงจรปฏิบัติการจะทำการประเมินผลการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยการทำแบบทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน-หลังเรียน แล้วนำข้อมูล มาสะท้อนผลการปฏิบัติการ 3. ระยะเวลาในการปฏิบัติการเริ่มปฏิบัติการในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2564


47 6. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้ 1. ข้อมูลเชิงปริมาณ ผู้วิจัยได้นำคะแนนนักเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดทักษะการลง ความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน-หลังเรียน การเรียนรู้ในแต่ละปฏิบัติการ เพื่อประเมินผลสรุป ในการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยนำคะแนนที่ได้มาคำนวณหาค่าเฉลี่ยค่าร้อยละส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test Independent เพื่อเปรียบเทียบทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ของกลุ่มทดลองและทักษะการลง ความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน-หลังเรียน กลุ่มเป้าหมาย ก่อนการทดลองและหลังการทดลอง วิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน-หลังเรียน ของ กลุ่มเป้าหมาย ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Akita Action ร่วมกับ การเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) 2. ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้นำข้อมูลจากการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้ข้อมูลจากการ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน การสังเกตพฤติกรรมสอนของครูและสรุปสภาพการณ์ที่ เกิดขึ้นโดยสรุปในลักษณะบรรยาย 7. สรุปผลการวิจัย จากการนำรูปแบบการวิจัยปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการลง ความเห็นจากข้อมูล เรื่อง แรงและแรงเสียดทาน โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยขอนำเสนอการ สรุปผลการวิจัยตามหัวข้อ ดังนี้ 1. ปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล เรื่อง แรงและแรงเสียดทาน โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ ผังความคิด (Mind Map) ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ได้แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 5 แผน แล้วปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เก็บ รวบรวมข้อมูล แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อดีและข้อบกพร่อง เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงการ ปฏิบัติการ โดยผู้วิจัยจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) จากการปฏิบัติการ พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผัง ความคิด (Mind Map) สามารถส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลได้ และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผัง


48 ความคิด (Mind Map) ในระดับมกที่สุด ผลปรากฏว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับ การเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) สามารถพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลได้ 2. การเปรียบเทียบผลการทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน-หลังเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงและแรงเสียดทาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ตั้งเกณฑ์วัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียน คือ นักเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่มีคะแนนการทองชอบผ่านเกณฑ์ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ60 ของคะแนนเต็ม เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติการผู้วิจัยได้ประเมินผลการปฏิบัติการ โดยใช้ แบบทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ผลปรากฏว่ามีนักเรียนร้อยละ 100 ของจำนวน นักเรียนทั้งหมดที่มีคะแนนของการทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลหลังเรียนสูงกว่า คะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 8. อภิปรายผลการวิจัย จากการนำรูปแบบการวิจัยปฏิบัติการมาพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ ผังความคิด (Mind Map) ผู้วิจัยขอนำเสนอการอภิปรายผลการวิจัย ดังนี้ 1. การพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การ จัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้1) ขั้นตั้งข้อสังเกต 2) ขั้นมีความคิดของตัวเอง 3) ขั้นอภิปรายกันเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม 4) ขั้นทบทวนเนื้อหา โดยใช้ผังความคิด (Mind Map) โดยใช้วิจัยปฏิบัติการตามขั้นตอนของการวิจัย ปฏิบัติการ 4 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นวางแผน ผู้วิจัยได้สำรวจปัญหาการเรียนการสอนสร้างเครื่องมือ และ วางแผนการจัดการเรียนรู้ 2) ขั้นตอนปฏิบัติตามแผน ผู้วิจัยดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ ที่สร้างขึ้น 3) ขั้นสังเกตการณ์ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตการ ตรวจใบงาน การทำ แบบทดสอบ การสัมภาษณ์โ ดยใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น แบบสังเกตพฤติกรรม แบบทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล แบบสัมภาษณ์ 4) ขั้นสะท้อนผล ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้ จากขั้นปฏิบัติการและขั้นสังเกตมาวิเคราะห์สรุปผล อภิปรายการปฏิบัติการและหาแนวทางแก้ไขใน วงจรถัดไป จากผลการปฏิบัติการก่อนเริ่มวงจรที่ 1 พบว่า นักเรียนทุกคนไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม ผู้วิจัยจึงสอนเพื่อพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลให้กับนักเรียน หลังจากการ สอน ผู้วิจัยนำข้อมูลจากการสะท้อนผลในวงจรที่ 1 มาพัฒนาและปรับปรุงแล้วนำไปปฏิบัติในวงจรที่ 2 ผลการปฏิบัติ การ พบว่า นักเรียนทุกคนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม


49 การพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบแบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มีการสอนประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้1) ขั้นตั้ง ข้อสังเกต 2) ขั้นมีความคิดของตัวเอง 3) ขั้นอภิปรายกันเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม 4) ขั้นทบทวนเนื้อหา โดย ใช้ผังความคิด (Mind Map)ผู้วิจัยประเมินผการจัดการเรียนรู้โดยการสังเกต สัมภาษณ์และใช้การ ทดสอบ ผลการปฏิบัติการพบว่าการสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการ เรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มีผลการพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลที่ดีขึ้น 2. การเปรียบเทียบผลการทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนเรียนและหลัง เรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ก่อนปฏิบัติการนักเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.37 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.64 หลังปฏิบัติการ นักเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.15 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 แสดงว่าคะแนนเฉลี่ยหลัง ปฏิบัติการสูงกว่าก่อนปฏิบัติการอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเปรียบเทียบผลการ ทดสอบทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลก่อนปฏิบัติการ นักเรียนทั้งหมด มีคะแนนก่อนปฏิบัติการ ต่ำกว่าเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 100 หลังวงจรปฏิบัติการ นักเรียน ทั้งหมดมีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ผ่านร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งบรรลุ วัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ตั้งไว้ 3. การจัดการเรียนการสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้ แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มี ต่อการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) จากผล การปฏิบัติงานในวงจรที่ 1 และ 2 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มีค่าเฉลี่ย 4.07 ระดับคุณภาพ คือ ระดับ มากที่สุด ซึ่งบรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ตั้งไว้ 9. ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ ผู้วิจัยขอเสนอแนะดังต่อไปนี้ 9.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ 1) ระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละขั้นตอนครูต้องคอยกระตุ้นแนะนำและสนับสนุนให้ นักเรียนที่เก่งช่วยเหลือนักเรียนที่อ่อนภายในกลุ่มของตนเอง


50 2) เมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ครูควรแจ้งคะแนนการตรวจใบงาน แบบทดสอบ เพื่อให้ นักเรียนทราบคะแนน จะทำให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น และนักเรียนที่ได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ ครูควรจัดให้นักเรียนได้เรียนซ่อมเสริมต่อไป 9.2 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1) ควรมีการนำรูปแบบการวิจัยปฏิบัติการโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มาใช้ในการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ ด้านอื่นๆ และระดับอื่นๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 2) ควรมีการนำรูปแบบการวิจัยปฏิบัติการโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มาพัฒนาทักษะสำคัญอื่นๆในกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นๆ และระดับชั้นอื่นๆ


บรรณานุกรม


บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง2560)ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : ชุมชนสหกรณ์และการเกษตรแห่งประเทศไทยจํากัด. กวิสรา สุนทรโอวาท. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการใช้ผังความคิดรวบยอด รายวิชากระบวนการจัดทำบัญชี ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ. การพัฒนาการศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ กัลยา วานิชย์บัญชา. การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย SPSS for Windows. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. กาญจนา วัฒายุ. (2548). การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาผู้บริหาร การศึกษา. กาญจนา วัฒนา. รูปแบบของวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน : กรณีศึกษาสำหรับครู ประถมศึกษาเชียงใหม่. คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2540. กิตติชัย สุธาสิโนบล. (2541). ผลการใช้เทคนิคการตั้งค าถามของครูที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร์ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และพฤติกรรมกลุ่มของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปี ที่ 5.ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครรินทรวิโรฒ ประสานมิตร.คณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ, สำนักงาน. (2546). ชุดฝึกอบรมด้วย ตนเองการพัฒนาการเรียนรู้สู่ครูมืออาชีพ. กรุงเทพฯ : สำนักพัฒนาระบบบริหาร. กิตติพร ปัญญาภิญโญผล. (2549). วิจัยเชิงปฏิบัติการ : แนวทางสำหรับครู = Action research : a guide for teachers. เชียงใหม่ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. คณะกรรมการการศึกษาจังหวัดอะคิตะ. (2559). แผนปรับปรุงการสอนโดยประยุกต์ใช้วิธีการสอน เชิงรุกของจังหวัดอะคิตะ (Akita Action). กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ชนะดา วีระพันธ์. (2555). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี. ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา ชลันดา แสนอุบล. (2562). การพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาในทางวิทยาศาสตร์ ด้วย การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับ Akita action model ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


53 ชวลิต ชูกำแพง. (2561). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิด (AKITA Action). วารสารคณะ ศึกษาศาสตร์, 1(3). ชวลิต ชูกำแพง. (2560). ถอดบทเรียนการศึกษาดูงานการศึกษา จังหวัดอคิตะ. มหาสารคาม. ธราเทพ แสงทับทิม. เพิ่มพลังการจดและจำของสมอง MAGIC MIND MAP. พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ : บริษัท ด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด, 2556. ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2552). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยSPSS. (พิมพ์ครั้งที่10) กรุงเทพ ฯ : บิสซิเนสอาร์แอนด์ด. ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี: สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี. นภารักษ์ รุ่งสุวรรณ. (2556). การวิเคราะห์ปัจจัยการบริหารจัดการที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของ สถานศึกษาในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เขตกรุงเทพมหานครปัจจัยการบริหารจัดการประสิทธิผลของสถานศึกษา : ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม. บุญชม ศรีสะอาด. (2542). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สุวิริยาสาส์น. บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวิริยาสาส์น. ปกรณ์ประจันบาน. (2552). สถิติขั้นสูงสำหรับการวิจัยและประเมิน (Advanced Statistics for Research and Evauation). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร. ปกรณ์ประจัญบานและอนุชา กอนพ่วง. (2559). การวิจัยและพัฒนาแบบวัดทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้านการรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัย นเรศวร. ปภิญญาภัชร์ ตรีชะวะนันท์. (2557). การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาวินัยสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเขาช่อง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรีเขต 2. ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ประวิต เอราวรรณ์. การวิจัยปฏิบัติการ. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้าวิชาการ, 2545. ประสาท เนืองเฉลิม. (2557). การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21. มหาสารคาม : อภิชาต การ พิมพ์ ปราณีโตยะบุตร. (2557). การพัฒนาแบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรีเขต 1. ครุศา สตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี


54 พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. พิมพ์พันธ์เดชะคุปต์. วิจัยในชั้นเรียน : หลักการสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : เดอะมาสเตอร์กรุ๊ปแมน เนจเม้นท์, 2544. เพ็ญนภา จรัสพันธ์. (2557). ความพึงพอใจของลูกค้าต่อคุณภาพการให้บริการของศูนย์บริการ ลูกค้า จีเนท โมบายเซอร์วิส เซ็นเตอร์ จันทบุรี. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา เพ็ญสิริ ซื่อสัตย์ และคณะ. (2563). การพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความและรู้ทันสื่อ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยประยุกต์ใช้แนวการสอนของจังหวัดอะคิตะ. สังคมศาสตร์วิจัย. ปีที่ 11. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://so02.tcithaijo.org/ ไพฑูรย์สินลารัตน์. (2561). สกศ. ถอดโมเดล “อะคิตะ” ประยุกต์วิธีสอนเด็กไทย. ค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://mgronline.com/go/detail ภพ เลาหไพบูลย์. แนวการสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2537. รุจิรา คุ้มทรัพย์. (2557). การพัฒนาความสามารถการเรียนรู้โดยใช้แผนผังมโนทัศน์ของนักศึกษา สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ รายวิชา การวิเคราะห์น้า เรื่อง คุณภาพ น้ำ. งานวิจัยการเรียนการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. วรชัย เยาวปราณี. โปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติ สำหรับไมโครคอมพิวเตอร์ SPSS/PC+ ขั้น ก้าวหน้า.กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2533. วรชัย เยาวปราณี. โปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติ สำหรับไมโครคอมพิวเตอร์ SPSS/PC+ ขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2532. วราภรณ์ สีดำนิล. (2550). การพัฒนาทักษะกระบวกการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิซึม. ปริญญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร. วรินทร บุญยิ่ง. (2557). Thinking school. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร, ปีที่ 16. สํานักพิมพ์ : ภาพพิมพ์, 2554 วาโร เพ็งสวัสดิ์. การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: สุวิริยาสาส์น, 2546. วิชาการ, กรมกระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพ ฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว), 2544.


55 วิเชียร เกตุสิงห์. การแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากโปรแกรมสําเร็จรูป SPSS/PC+. กรุงเทพฯ : ชมรมผู้สนใจงานวิจัยทางการศึกษา, 2534. ศรีพระจันทร์ แสงเขตต์. (2557). การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๖ ที่จัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนที่ความคิดร่วมกับแบบฝึกทักษะภาพ การ์ตูน. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิริชัย กาญจนวาสี. (2552). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์. (2549). Mind Mapping กับคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนา พานิช. สิริกร เลิศลัคธนาธาร. (2550). การวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวทางน้ำอย่าง ยั่งยืน กรณีศึกษา แม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สุณี รักษาเกียรติศักดิ์. การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. กรุงเทพฯ : สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2539. สุภาพร พิมพ์บุษผา. (2552). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยประยุกต์ใช้วิธีการสอนเชิงของจังหวัดอะคิตะ (Akita Action). ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง. สุรศักดิ์ นาถวิล. ความพึงพอใจของผู้ใช้ยานพาหนะต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สถานีตำรวจอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันราชภัฏมหาสารคาม, 2544. สุวิมล ว่องวาณิช. การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: อักษรไทย, 2546. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). การจัดการเรียนรู้รูปแบบอะคิตะMODEL” โดย ประยุกต์ใช้วิธีการสอนเชิงรุกของจังหวัดอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น (AkitaAction). กรุงเทพ ฯ : สภาการศึกษา. Kemmis, S & McTaggart, R. (1988). The Action Research Planer (3rd ed.). Victoria : Deakin University.


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ


58 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญประเมินเครื่องมือวิจัย ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้Akita Action ร่วมกับการ เรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map)m, การพัฒนากรอบแนวคิดต้นแบบชิ้นงาน, แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, แบบทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล, แบบสังเกตการปฏิบัติการ ทดลอง, แบบสังเกตการการลงความเห็น, แบบทดสอบวัดคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ และแบบวัด ความพึงพอใจ ได้แก่ 1. อาจารย์วรรณภา โคตรพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราช ภัฏอุบลราชธานี (ฝ่ายมัธยมศึกษา) และอาจารย์ สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 2. ครูปรมา เยาวบุตร ครูผู้ช่วยกลุ่มสาระ ฯ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี โรงเรียนบ้านท่าบ่อ สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, แบบทดสอบวัด ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล, แบบสังเกตการปฏิบัติการทดลอง และแบบสังเกตการการลง ความเห็น ได้แก่ 1. ผศ.ดร.รักชาติ ท่าโพธิ์ อาจารย์พิเศษสาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุ ศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 2. ผศ.ดร.วัชรินกร เมฆลา ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปมรภ.), และอาจารย์ สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 3. ผศ.ดร.ฐิติพงษ์ อุ่นใจ อาจารย์สาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี


59 ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ Akita Action ร่วมกับการ เรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map), การพัฒนากรอบแนวคิดต้นแบบชิ้นงาน, และแบบวัดความ พึงพอใจ และแบบทดสอบวัดคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ได้แก่ 1. ผศ.ดร.ณัฐกิตติ์ สวัสดิ์ไธสง ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานีและอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ ทั่วไป คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี 2. อาจารย์ณัฐฐิตาพร ชาตรี อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 3. อาจารย์ชนารักษ์ เวชสวัสดิ์ อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี


ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย


61 ตารางที่ ข.1 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ข้อ คนที่ ผลรว ม ค่าเฉลี่ ย แปล 1 2 3 4 5 ผล 1.แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วน 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.ชื่อเรื่องมีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดที่กำหนด 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจนถูกต้อง สอดคล้องกับตัวชี้วัดและเนื้อหา 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ครอบคลุมพฤติกรรมการ เรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 5.จุดประสงค์การเรียนรู้สามารถดำเนินการวัดและ ประเมินผลได้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 6.เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย มีความเหมาะสม 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 7.สาระสำคัญถูกต้อง ชัดเจน ครอบคลุมเนื้อหา 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 8.สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับสาระสำคัญ มีความ กะทัดรัดและใช้ภาษาที่สื่อความหมายชัดเจน 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 9.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนมีความสอดคล้องกับ สาระการเรียบนรู้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 10.คุณลักษณะอังพึงประสงค์มีความสอดคล้องกับ ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ในการจัดทำชิ้นงาน 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 11.กระบวนการเรียนรู้มีขั้นตอนตามขั้นตอนของ การจัดการเรียนรู้ตาม Akita Action ร่วมกับการ เรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) มีความ เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาและจุดประสงค์การ เรียนรู้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 12. เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้


62 เหมาะสมกับตัวชี้และเนื้อหา 13.สื่อ/อุปกรณ์และแหล่งการเรียนรู้มีความ หลากหลายช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้บรรลุตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 14.มีการใช้สื่อ/อุปกรณ์แหล่งการเรียนรู้ที่ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนและเนื้อหาสาระ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 15.การวัดและประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 75 1 ใช้ไ ด้


63 ตารางที่ ข.2 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ข้อ คนที่ ผลรวม ค่าเฉลี่ย แปล 1 2 3 4 5 ผล 1.ความเหมาะสมของชื่อนวัตกรรมในศตวรรษที่ ๒๑ 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 2.ความเหมาะสมของหลักการและเหตุผลของ นวัตกรรม 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.ความเหมาะสมของจุดประสงค์ของนวัตกรรม 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 4.ความเหมาะสมในการจัดลำดับวิธีการจัดการ เรียนรู้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 5.ความเหมาะสมของ Akita Action ร่วมกับ การเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 6.ความเหมาะสมของบทบาทของครู 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 7.ความเหมาะสมของบทบาทของนักเรียน 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 8.ความเหมาะสมของวงจรนวัตกรรม 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 9.ความเหมาะสมของเวลาในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 10.ความเหมาะสมของทรัพยากรด้านบุคลากร 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 11.ความเหมาะสมของทรัพยากรด้านสื่อและ อุปกรณ์ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 12.ความเหมาะสมของทรัพยากรด้านเครื่องมือ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 13.ความเหมาะสมของประโยชน์ที่คาดว่าจะ ได้รับ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 64 0.98 ใช้ได้


64 ตารางที่ ข.3 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ข้อ ประเด็น คนที่ รวม ค่าเฉลี่ย แปล 1 2 3 4 5 ผล 1 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ -1 1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ รวม 0.73 ใช้ได้ 2 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 3 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 4 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้


65 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 5 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้


66 ตารางที่ ข.4 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ข้อ ประเด็น คนที่ รวม ค่าเฉลี่ย แปล 1 2 3 4 5 ผล 1 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1.00 ใช้ได้ 2 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 3 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 4 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้


67 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 5 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้


68 ตารางที่ ข.5 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ข้อ ประเด็น คนที่ รวม ค่าเฉลี่ย แปล 1 2 3 4 5 ผล 1 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 0 1 4 0.8 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 -1 3 0.6 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบหรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 0.80 ใช้ได้ 2 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 -1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 -1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบหรือไม่ 1 -1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 3 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบหรือไม่ 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 4 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 -1 3 0.6 ใช้ได้


69 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบหรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 5 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 - 1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 - 1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบหรือไม่ 1 - 1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้


70 ตารางที่ ข.6 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 ข้อ ประเด็น คนที่ รวม ค่าเฉลี่ย แปล 1 2 3 4 5 ผล 1 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 0 1 4 0.8 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 0 1 4 0.8 ใช้ได้ รวม 0.87 ใช้ได้ 2 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 3 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 0 1 4 0.8 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 0 1 4 0.8 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 4 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้


71 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 0 1 0 1 3 0.6 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 0 1 0 1 3 0.6 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้


72 ตารางที่ ข.7 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 ข้อ ประเด็น คนที่ รวม ค่าเฉลี่ย แปล 1 2 3 4 5 ผล 1 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1.00 ใช้ได้ 2 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 1 1 1 -1 1 3 0.6 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 3 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม หรือไม่ 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 0 1 1 1 0 3 0.6 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้ 4 1.คำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 2.แนวคำตอบเหมาะสมกับคำถาม 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้


73 หรือไม่ 3.เกณฑ์การตรวจให้คะแนนมีความ ถูกต้องเหมาะสมกับแนวคำตอบ หรือไม่ 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ รวม 1 ใช้ได้


74 ตารางที่ ข.8 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการทดลอง แผนการ จัดการเรียนรู้ที่ 1-5 ทักษะการทดลอง คนที่ ผลรวม ค่าเฉลี่ย แปล ข้อ ระดับคุณภาพ 1 2 3 4 5 ผล 1. ความสามารถ ในการ ออกแบบ 4 คือ กำหนดวิธีการ อุปกรณ์ อย่างถูกต้อง เหมาะสมและใช้อย่างถูก วิธีทุกครั้ง 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3 คือ กำหนดวิธีการ อุปกรณ์อย่างถูกต้อง เหมาะสมและใช้อย่างถูก วิธีบ่อยครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 2 คือ กำหนดวิธีการ อุปกรณ์อย่างถูกต้อง เหมาะสมและใช้อย่างถูก วิธีบางครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 1 คือ กำหนดวิธีการ อุปกรณ์ไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสมและใช้ไม่ถูกวิธี 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 18 0.9 ใช้ได้ 2.การ ปฏิบัติการ ทดลอง 4 คือ ทดลองตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ ทันเวลา ใช้ อุปกรณ์อย่างถูกต้อง คล่องแคล่วและเหมาะสม ทุกครั้ง 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3 คือ ทดลองตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ ทันเวลา ใช้ อุปกรณ์อย่างถูกต้อง คล่องแคล่วและเหมาะสม บ่อยครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้


75 2 คือ ทดลองตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ทันเวลา ใช้ อุปกรณ์อย่างถูกต้อง คล่องแคล่วและเหมาะสม บางครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 1 คือ การทดลองไม่เป็นไป ตามขั้นตอน ไม่ทันเวลา ใช้ อุปกรณ์ไม่ถูกต้อง ไม่คล่อง และไม่เหมาะสม 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 4.5 0.9 ใช้ได้ 3.การบันทึก ผล 4 คือ บันทึกผล คล่องแคล่ว ถูกต้อง และ ออกแบบตารางบันทึกผลที่ เหมาะสมกับข้อมูลทุกครั้ง 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3 คือ บันทึกผล คล่องแคล่ว ถูกต้อง และ ออกแบบตารางบันทึกผลที่ เหมาะสมกับข้อมูล บ่อยครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 2 คือ บันทึกผล คล่องแคล่ว ถูกต้อง และ ออกแบบตารางบันทึกผลที่ เหมาะสมกับข้อมูลบางครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 1 คือ บันทึกผลไม่ คล่องแคล่ว ไม่ถูกต้องและ ออกแบบตารางบันทึกผล ไม่เหมาะสมกับข้อมูล 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 18 0.9 ใช้ได้


76 ตารางที่ ข.9 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการลงความเห็นจาก ข้อมูล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-5 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล คนที่ ผลรวม ค่าเฉลี่ย แปล ข้อ ระดับคุณภาพ 1 2 3 4 5 ผล 1.การ อธิบาย 4 คือ อธิบายผลและข้อมูล ได้อย่างชัดเจน และตรง ประเด็นทุกครั้ง 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3 คือ อธิบายผลและข้อมูล ได้อย่างชัดเจน และตรง ประเด็นบ่อยครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 2 คือ อธิบายผลและข้อมูล ได้อย่างชัดเจน และตรง ประเด็นบางครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 1 คือ อธิบายผลและข้อมูล ได้ไม่ชัดเจน และไม่ตรง ประเด็น 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 18 0.9 ใช้ได้ 2.การเพิ่ม ความเห็น 4 คือ เพิ่มความเห็นข้อมูล อย่างมีเหตุผลทุกครั้ง 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3 คือ เพิ่มความเห็นข้อมูล อย่างมีเหตุผลบ่อยครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 2 คือ เพิ่มความเห็นข้อมูล อย่างมีเหตุผลบางครั้ง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 1 คือ ไม่เพิ่มความเห็น ข้อมูล หรือมักเพิ่ม ความเห็นข้อมูลอย่างไม่มี เหตุผล 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ รวม 18 0.9 ใช้ได้


77 ตารางที่ ข.10 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมความมุ่นมั่นในการ ทำงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-5 รายการ คนที่ ผลรวม ค่าเฉลี่ย แปล ข้อ คะแนน 1 2 3 4 5 ผล 1.ตั้งใจ และ รับผิดชอบ ในหน้าที่ การงาน 4 คือ ตั้งใจและรับผิดชอบหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ มีการ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้ดี ขึ้น 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3 คือ ตั้งใจและรับผิดชอบหน้าที่ที่ รับมอบหมายให้สำเร็จ มีการ ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 2 คือ ตั้งใจและรับผิดชอบหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 1 คือ ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่การงาน 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ รวม 17 0.85 ใช้ได้ 2.ทำงาน ด้วยความ เพียร พยายาม และอดทน เพื่อให้งาน สำเร็จตาม เป้าหมาย 4 คือ ทำงานด้วยความขยันและ พยายามเพื่อให้งานเสร็จตาม เป้าหมาย ไม่ย่อท้อต่อปัญหาในการ ทำงานและชื่นชมผลงานด้วยความ ภาคภูมิใจ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 3 คือ ทำงานด้วยความขยันและ พยายามเพื่อให้งานเสร็จตาม เป้าหมายและชื่นชมผลงานด้วย ความภาคถูมิใจ 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 2 คือ ทำงานด้วยความขยันและ พยายามเพื่อให้งานเสร็จตาม เป้าหมาย 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 1 คือ ไม่ขยัน ไม่อดทนในการ ทำงาน 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ รวม 17 0.85 ใช้ได้


78 ตารางที่ ข.11 สรุปผลแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบทดสอบการลงความเห็นจากข้อมูล ก่อนเรียน-หลังเรียน จุด ประสงค์ เชิง พฤติกรร ม ข้อสอบ คนที่ ผล รว ม ค่า เฉลี่ ย แปร 1 2 3 4 5 ผล การลง ความเห็น จากข้อมูล 1.ข้อใดเป็นการลงความเห็น 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ ได้ ก.แก้วใบนี้มีสีขาว ข.มะนาวมีรสเปรี้ยว ค. ดอกมะลิมีกลิ่นหอม ง. วิชุดาสูงเพรียว ผิวขาว สวยเหมือนแม่ เฉลย ง.วิชุดาสูงเพรียว ผิวขาว สวยเหมือน แม่ 2.จากภาพ A นายแดงออกแรงผลักตู้ด้วย แรง 100 นิวตัน จึงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ และ ภาพ B นายแดงออกแรงผลักตู้ใบเดิมด้วย แรง 200 นิวตัน จึงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ ข้อใด เป็นการลงความเห็นจากข้อมูลที่ได้ 1 1 1 1 1 3 0.6 ใช้ ได้


79 ก. ตู้ในภาพ A มีขนาดเท่ากับตู้ในภาพ B ข. ภาพ B นายแดงออกแรงผลักตู้เป็น 2 เท่า ของภาพ A ค. ตู้ในภาพ A เคลื่อนที่ไปทิศทางเดียวกับตู้ ในภาพ B ง. แรงเสียดทานระหว่างพื้นกับตู้ในภาพ A มีน้อยกว่าแรงเสียดทานระหว่างพื้นกับตู้ใน ภาพ B เฉลย ง. แรงเสียดทานระหว่างพื้นกับตู้ใน ภาพ A มีน้อยกว่าแรงเสียดทานระหว่างพื้น กับตู้ในภาพ B 3. จากภาพ ถ้าฝั่ง B เป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน ชักเย่อ ข้อใดเป็นการลงความเห็นจากข้อมูล 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ ได้ ก. แรงลัพธ์มีค่าเท่ากับ 0 ข. ขนาดของแรงฝั่ง B มีค่ามากกว่าฝั่ง A และมีทิศของแรงลัพธ์ไปทางขวา ค. ไม่มีแรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างพื้นกับ เท้าของผู้แข่งขัน ง. ทุกคนในภาพออกแรงเท่ากัน เฉลย ข. ขนาดของแรงฝั่ง B มีค่ามากกว่าฝั่ง A และมีทิศของแรงลัพธ์ไปทางขวา


80 4. นงคราญขี่จักยานที่ล้อมีดอกยางบนพื้น กระเบื้องที่เปียกน้ำ ปรากฏว่าไม่ลื่นไถล เขา จึงลงความเห็นว่า ดอกยางช่วยไม่ให้ รถจักรยานไถล ข้อใดสนับสนุนการลง ความเห็นของนงคราญ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ ได้ ก. ดอกยางช่วยให้นงคราญขับจักรยานได้ เก่งขึ้น ข. ขับจักรยานบนพื้นกระเบื้องที่เปียกน้ำ ไม่ ก่อให้เกิดการไถล ค. ดอกยางช่วยเพิ่มแรงเสียดทานระหว่าง ล้อจักรยานกับพื้นกระเบื้อง ง. แรงเสียดทานทำให้ดอกยางศึก เฉลย ค. ดอกยางช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน ระหว่างล้อจักรยานกับพื้นกระเบื้อง 5. ข้อใดเป็นการลงความเห็นจากข้อมูล เมื่อ สมชายลากวัตถุด้วยแรง 100 นิวตัน และ สมศักดิ์ช่วยสมชายดันวัตถุชิ้นเดียวกันด้วย แรง 150 นิวตัน ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไป ทางซ้าย 0 1 1 1 1 4 0.8 ใช้ ได้ ก. สมชายและสมศักดิ์ออกแรงกระทำต่อ วัตถุในทิศเดียวกัน ข. วัตถุเคลื่อนที่ไปทางซ้าย ค. สมศักดิ์ออกแรงมากกว่าสมชาย 50 นิว ตัน ง. วัตถุไม่เกิดการเคลื่อนที่ เฉลย ก. สมชายและสมศักดิ์ออกแรงกระทำ ต่อวัตถุในทิศเดียวกัน รวม 22 0.8 8 ใช้ ได้


81 ตารางที่ ข.12 ค่าอำนาจจำแนกและค่าความยากง่ายของแบบทดสอบวัดทักษะการลงความเห็นจาก ข้อมูล ข้อที่ ตัวเลือก กลุ่ม สูง (H) กลุ่ม ต่ำ (L) ความ ยากง่าย (p) การแปล ความหมาย อำนาจ จำแนก (r) การแปล ความหมาย 1 ก 1 0 0.02 ยากมาก -0.05 ไม่ดี ข 0 7 0.13 ยากมาก 0.35 พอใช้ ค 0 4 0.07 ยากมาก 0.2 พอใช้ ง 13 3 0.29 ค่อนข้างยาก -0.5 ไม่ดี 2 ก 0 2 0.04 ยากมาก 0.1 ควรปรับปรุง ข 6 8 0.25 ค่อนข้างยาก 0.1 ควรปรับปรุง ค 4 4 0.14 ยากมาก 0 ต่ำมาก ง 4 0 0.07 ยากมาก -0.2 ไม่ดี 3 ก 2 7 0.16 ยากมาก 0.25 พอใช้ ข 7 3 0.18 ยากมาก -0.2 ไม่ดี ค 3 3 0.11 ยากมาก 0 ต่ำมาก ง 0 1 0.02 ยากมาก 0.05 ต่ำมาก 4 ก 1 3 0.07 ยากมาก 0.1 ควรปรับปรุง ข 4 6 0.18 ยากมาก 0.1 ควรปรับปรุง ค 8 4 0.21 ค่อนข้างยาก -0.2 ไม่ดี ง 1 1 0.04 ยากมาก 0 ต่ำมาก 5 ก 8 2 0.18 ยากมาก -0.3 ไม่ดี ข 1 2 0.05 ยากมาก 0.05 ต่ำมาก ค 3 1 0.07 ยากมาก -0.1 ต่ำมาก ง 2 7 0.16 ยากมาก 0.25 พอใช้


ภาคผนวก ค ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


(ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง แรงเสียดทาน วิชา วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2/2563 เ ว ล า 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวสุภาพร มะนุโย และนายศุภวัตน์ ศุภษร โรงเรียนบ้านท่าบ่อ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่ 4 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้(KPA) 1. เมื่อกำหนดให้ผู้เรียนทำการทดลองเรื่องแรงเสียดทาน นักเรียนสามารถระบุผลของแรง เสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ได้(K) 2. เมื่อกำหนดให้ผู้เรียนทำการทดลองทดลองเรื่องแรงเสียดทาน ผู้เรียนสามารถลงความเห็น จากข้อมูลที่ได้จากการทดลองได้ (P) 3. เมื่อกำหนดให้ผู้เรียนทำการทดลองทดลองเรื่องแรงเสียดทาน ผู้เรียนสามารถแสดงออกถึง พฤติกรรมมุ่งมั่นในการทำงานได้(A)


84 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สิ่งที่ต้องการวัด/จุดประสงค์ เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1. เมื่อกำหนดให้ผู้เรียนทำการ ทดลองเรื่องแรงเสียดท าน ผู้เรียนสามารถอธิบายการเกิด แรงเสียดทานที่มีเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรง ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้นได้ 1. แ บ บ ท ด ส อ บ วั ด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แรงเสียดทาน ตรวจสอบความถูกต้อง ของแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องแรงเสียดทาน 60 % 2. เมื่อกำหนดให้ผู้เรียนทำการ ทดลองทดลองเรื่องแรงเสียด ท า น ผู้ เรี ย น ส า ม า ร ถ ล ง ความเห็นจากข้อมูลที่ได้จาก การทดลองได้ 2. แ บ บ สั ง เก ต ก า ร ปฏิบัติการทดลองเรื่อง แรงเสียดทาน ตรวจสอบความถูกต้อง ของการป ฏิบั ติการ ทดลอง เรื่องแรงเสียด ทาน คะแนนอยู่ ในระดับดี ขึ้นไป 3. เมื่อกำหนดให้ผู้เรียนทำการ ทดลองทดลองเรื่องแรงเสียด ทาน ผู้เรียนสามารถแสดงออก ถึงพ ฤติกรรมมุ่ งมั่น ใน การ ทำงานได้ 1.แบบสังเกตพฤติกรรม มุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตพฤติกรรมการ ทำกิจกรรมของผู้เรียน คะแนนอยู่ ในระดับดี ขึ้นไป 5. สาระสำคัญ แรงเสียดทาน (Friction) คือแรงต้านการเคลื่อนที่บนผิวสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุ หรือแรง ที่ต้านทานการเคลื่อนที่ของวัตถุไปบนพื้นผิวสัมผัส ซึ่งส่งผลให้วัตถุดังกล่าวเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง ไปในท้ายที่สุด ดังนั้น แรงเสียดทานจึงมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ และมีขนาด ขึ้นอยู่กับ ลักษณะของพื้นผิวสัมผัส และ แรงหรือน้ำหนัก ที่กระทำในลักษณะตั้งฉากต่อพื้นผิว ดังกล่าว หากแรงกดตั้งฉากกับผิวสัมผัสมีขนาดมากเท่าใดย่อมส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานมากขึ้น เท่านั้น 6. สาระการเรียนรู้ แรงเสียดทาน


85 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มุ่งมั่นในการทำงาน 9. ภาระงาน/ชิ้นงาน ภาระงาน ได้แก่ 1. แบบบันทึกการทดลอง เรื่องแรงเสียดทาน 2. ใบงาน เรื่องแรงเสียดทาน 3. แบบทดสอบ เรื่องแรงเสียดทาน 4. แบบบันทึกการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) 10. กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1. ขั้นเตรียมความพร้อม ครูมีการเตรียมความพร้อมนักเรียนก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอนโดยการทำ Brain Gym ท่านับ 1-10 ดังนี้ 1. ยกมือขวาให้อยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางซ้าย และมือซ้ายทำท่าชู 1 นิ้ว (นิ้วชี้) (นับ 1) 2. สลับให้มือซ้ายอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางขวา และมือขวาทำท่าชู 2 นิ้ว (นิ้วชี้/นิ้วกลาง) (นับ 2) 3. สลับให้มือชวาอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางซ้าย และมือซ้ายทำท่าชู 3 นิ้ว (นิ้วชี้/นิ้วกลาง/นิ้วนาง) (นับ 3) 4. สลับให้มือซ้ายอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางขวา และมือขวาทำท่าชู 4 นิ้ว (นิ้วชี้/นิ้วกลาง/นิ้วนาง/นิ้วก้อย) (นับ 4) 5. สลับให้มือชวาอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางซ้าย และมือซ้ายทำท่าชู 5 นิ้ว (นิ้วชี้/นิ้วกลาง/นิ้วนาง/นิ้วก้อย/นิ้วโป้ง) (นับ 5) 6. สลับให้มือซ้ายอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางขวา และมือขวาทำท่าชู 3 นิ้ว (นิ้วชี้/นิ้วกลาง/นิ้วนาง) และนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยชนกัน (นับ 6)


86 7. สลับให้มือชวาอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางซ้าย และมือซ้ายทำท่าชู 3 นิ้ว (นิ้วชี้/นิ้วกลาง/ นิ้วก้อย) และนิ้วโป้งกับนิ้วนางชนกัน (นับ 7) 8. สลับให้มือซ้ายอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางขวา และมือขวาทำท่าชู 3 นิ้ว (นิ้วชี้/นิ้วนาง/นิ้วก้อย) และนิ้วโป้งกับนิ้วกลางชนกัน (นับ 8) 9. สลับให้มือชวาอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางซ้าย และมือซ้ายทำท่าชู 3 นิ้ว (นิ้วกลาง/นิ้วนาง/ นิ้วก้อย) และนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ชนกัน (นับ 9) 10. สลับให้มือซ้ายอยู่ในระดับสายตาแล้วทำท่าชี้นิ้วไปทางขวา และมือขวาทำท่ากำมือ (นับ 10) เมื่อทำกิจกรรม Brain Gym เสร็จแล้ว ครูกล่าวชื่นชมนักเรียน พร้อมกับขอบคุณนักเรียนที่ ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 2.ขั้นการจัดการเรียนรู้โดยใช้ Akita Action ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) ขั้นที่ 1. ขั้นตั้งข้อสังเกตในการเรียนรู้ 1. ให้นักเรียนชมวิดีทัศเรื่องแรงเสียดทานในชีวิตประจำวัน (ข่าวเชียงใหม่ – ฝนตกถนนลื่น กระบะเสียหลักพุ่งชนรถจยย. จอดหลบฝน เจ็บระนาว https://www.youtube.com/watch?v=9Znk3PCLb_Q) 2. ถามคำถามกระตุ้นความคิด เพื่อให้นักเรียนเกิดข้อสงสัย (คำถาม : นักเรียนนักเรียน สังเกตเห็นอะไรในวิดีโอบ้าง) (คาดเดาคำตอบ : รถลื่น/รถเสียหลัก/ถนนมีน้ำ) 3. ให้นักเรียนจับกลุ่มโดยนับเลข 1-8 และคนที่นับได้เลขเดียวกันเข้ากลุ่มด้วยกัน (กลุ่มละ 4 คน) 4. ให้นักเรียนทำการทดลองเรื่องแรงเสียดทาน จำนวน 2 การทดลอง โดยมีรายละเดียดการ ทดลอง ดังนี้ ชื่อการทดลองที่ 1 ชนิดของพื้นผิวที่มีผลต่อแรงเสียดทาน อุปกรณ์ 1. ตะขอ 1 อัน 2. ถุงทราย 3 ถุง 3. เครื่องชั่งสปริงแบบแขวน 1 อัน 4. ค้อน 1 อัน 5. แผ่นไม้ 1 แผ่น 6. กระดาษ 1 แผ่น 7. ถุงพลาสติก 1 ถุง 8. กระดาษทราย 1 แผ่น 9. ผ้าขนหนู 1 ผืน


87 ขั้นตอนทำการทดลอง 1. วางถุงทรายไว้บนแผ่นไม้ จากนั้นนำตะขอมาเกี่ยวถุงทรายติดกับเครื่องชั่งสปริง แล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงดึงมากขึ้นเรื่อย ๆ บันทึกขนาดของแรงที่ทำให้แผ่นไม้เริ่มเครื่องที่ โดยอ่านค่าตัวเลขที่ เครื่องชั่งสปริง ทำซ้ำ 5 ครั้ง 2. เปลี่ยน แผ่นไม้ จากข้อ 1. เป็น กระดาษ ถุงพลาสติก กระดาษทราย และผ้าขนหนู ตามลำดับ จากนั้นทำการทดลองแล้วบันทึกผลเช่นเดียวกัน ชื่อการทดลองที่ 2 การหาน้ำหนักของวัตถุ อุปกรณ์ 1. ตะขอ 1 อัน 2. ถุงทราย 3 ถุง 3. เครื่องชั่งสปริงแบบแขวน 1 อัน 4. ค้อน 1 อัน 5. แผ่นไม้ 1 แผ่น ขั้นตอนทำการทดลอง 1. นำตะขอติดเข้ากับแผ่นไม้ด้านข้างในตำแหน่งกึ่งกลางสำหรับเกี่ยวกับเครื่องชั่งสปริง 2. วางถุงทราย 1 ถุง ลงบนแผ่นไม้ จากนั้นออกแรงดึงเครื่องชั่งสปริง แล้วอ่านค่าที่ได้เมื่อ แผ่นไม้เริ่มเคลื่อนที่ แล้วบันทึกผลการทดลอง ทำซ้ำ 5 ครั้ง 3. ทำการทดลองแบบข้อ 2. แต่ให้เพิ่มจำนวนถุงทรายจาก 1 ถุง เป็น 2 และ 3 ถุง ตามลำดับ อ่านค่าแล้วบันทึกผลการทดลอง


88 ขั้นที่ 2. ขั้นมีความคิดของตัวเอง 1. ให้นักเรียนสรุปผลการทดลองลงในแบบบันทึกการทดลอง รายละเอียดการทดลอง ขั้นที่ 3. ขั้นอภิปรายกันเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มจากการเรียนรู้แบบให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน 1. ให้นักเรียนผลัดกันนำเสนอสรุปผลการทดลองร่วมกันในกลุ่มของตัวเอง 2. นำเสนอหน้าชั้นเรียนและร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง ขั้นที่ 4.ขั้นทบทวนเนื้อหาและวิธีการเรียนรู้กิจกรรมการทบทวน โดยใช้การเรียนรู้แบบใช้ ผังความคิด (Mind Map) 1. ให้นักเรียนนำสรุปผลที่ได้จากการทดลองของกลุ่มตัวเองไปติดบนกระดาน 2. ให้นักเรียนบันทึกการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) 3. ให้นักเรียนทุกคนทำใบงานเรื่องแรงเสียดทาน 4. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องแรงเสียดทาน แล้วเฉลย ร่วมกัน 5. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเนื้อหาทั้งหมดที่เรียนในคาบเรียน 11.สื่อ/อุปกรณ์และแหล่งการเรียนรู้ 11.1.สื่อ/อุปกรณ์ สื่อ ได้แก่ 1. แบบบันทึกการทดลอง เรื่องแรงเสียดทาน 2. ใบงาน เรื่องแรงเสียดทาน 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องแรงเสียดทาน 4. แบบบันทึกการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบใช้ผังความคิด (Mind Map) อุปกรณ์ได้แก่ 1. อุปกรณ์ในการทำการทดลอง ได้แก่ ถุงทราย 16 ถุง เครื่องชั่งสปริงแบบแขวน 8 อัน แผ่น ไม้กระดาษ ถุงพลาสติก กระดาษทรายและผ้าขนหนู 2. อุปกรณ์ที่ใช้ติดกระดาน ได้แก่ บัตรคำ บัตรภาพ 11.2.แหล่งเรียนรู้ ห้องเรียน


89 12. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนรู้ ด้านความรู้…………………………………………………………………… ด้านทักษะกระบวนการ…………………………………………………... ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์................................................ 2. ปัญหา 3. วิธีการแก้ปัญหา


90 แบบประเมินวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แรงเสียดทาน เกณฑ์การให้คะแนน ข้อที่ 1. แรงเสียดทานจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอะไร เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคะแนน ตอบ น้ำหนักของวัตถุ และ ชนิดของพื้นผิวสัมผัส 2.50 ตอบ กรณีที่ 1 น้ำหนักของวัตถุ กรณีที่ 2 ชนิดของพื้นผิวสัมผัส 1.25 ตอบ กรณีที่ 1 ไม่ตอบ กรณีที่ 2 ตอบไม่นอกเนื่องจากตอบข้างต้น 0 ข้อที่ 2. ถ้าผลักวัตถุให้เคลื่อนที่ไปทางซ้ายแรงเสียดทานจะเกิดขึ้นในทิศทางใด เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคะแนน ตอบ ไปทางขวา เนื่องจาก แรงเสียดทานมีทิศ ตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ 2.50 ตอบ ไปทางขวา แต่ไม่ให้เหตุผลประกอบหรือให้ เหตุผลผิด 1.25 ตอบ กรณีที่ 1 ไม่ตอบ กรณีที่ 2 ตอบไม่นอกเนื่องจากตอบข้างต้น 0


91 ข้อที่ 3. พื้นผิวของกระดานลื่น มีลักษณะอย่างไร ส่งผลกับแรงเสียดทานอย่างไร เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคะแนน ตอบ เรียบ ลื่น ช่วยลดแรงเสียดทาน 2.50 ตอบ กรณีที่ 1 เรียบ ลื่น กรณีที่ 2 ช่วยลดแรงเสียดทาน 1.25 ตอบ กรณีที่ 1 ไม่ตอบ กรณีที่ 2 ตอบไม่นอกเนื่องจากตอบข้างต้น 0 ข้อที่ 4. วัตถุหยุดนิ่งมีแรงเสียดทานหรือไม่ อย่างไร เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคะแนน ตอบ มีแรงเสียดทาน เพราะ มีแรงเกิดขึ้น ระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ 2.50 ตอบ มีแรงเสียดทาน แต่ไม่ให้เหตุผลประกอบ หรือให้เหตุผลผิด 1.25 ตอบ กรณีที่ 1 ไม่ตอบ กรณีที่ 2 ตอบไม่นอกเนื่องจากตอบข้างต้น 0 การแปลผลคะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 6-10 คะแนน ผ่าน 0-5 คะแนน ไม่ผ่าน


Click to View FlipBook Version