48
10. เพราะเหตุใดทอ้ งฟา้ ในเวลาเย็นมักเปน็ สีแดงกวา่
ในเวลาเช้า
1. ตอนเยน็ มีฝุ่นละอองมากกวา่ ในตอนเช้าจงึ ทำ
ให้มกี ารกระเจงิ ของแสงสีแดงมากกวา่ ตอนเช้า
2. แสงอาทติ ยท์ ำมมุ ชันกับพื้นโลก ทำใหม้ อี นุภาค
ทมี่ าขวางทางเดินของแสงมาก
3. ตอนเย็นมีฝุ่นละอองนอ้ ยกวา่ ในตอนเชา้ จึงทำ
ใหม้ กี ารกระเจิงของแสงสแี ดงมากกวา่ ตอนเชา้
4. แสงอาทิตย์ทำมมุ ลาดกับพื้นโลก ทำให้มี
อนุภาคทมี่ าขวางทางเดินของแสงมาก
5. แสงสมี ่วงและแสงสีน้ำเงินกระเจิงได้ดีกวา่ แต่
ประสาทตาของมนุษยต์ อบสนองต่อแสงสนี ีไ้ มไ่ ด้
49
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. เพราะเหตุใดทอ้ งฟ้าในเวลาเย็นมักเปน็ สีแดงกว่าในเวลาเช้า 5. สมบตั เิ ชิงเรขาคณิตของแสงเป็นการศกึ ษาสมบัตใิ ด
1. ตอนเย็นมฝี ุ่นละอองนอ้ ยกว่าในตอนเชา้ จงึ ทำใหม้ ีการ ของแสง
กระเจงิ ของแสงสีแดงมากกวา่ ตอนเชา้ 1. การสะทอ้ นและการเล้ยี วเบน
2. แสงสมี ่วงและแสงสนี ำ้ เงนิ กระเจิงไดด้ ีกว่า แต่ประสาทตา 2. การสะท้อนและการหักเห
ของมนษุ ย์ตอบสนองต่อแสงสนี ้ีไม่ได้ 3. การหกั เหและการเล้ยี วเบน
3. แสงอาทติ ย์ทำมุมชันกับพ้ืนโลก ทำให้มีอนุภาคที่มา 4. การแทรกสอดและการหักเห
ขวางทางเดินของแสงมาก 5. การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน
4. ตอนเย็นมฝี นุ่ ละอองมากกว่าในตอนเชา้ จงึ ทำใหม้ ี 6. การศกึ ษาแสงเชิงกายภาพเปน็ การศึกษาสมบตั ิใด
การกระเจิงของแสงสีแดงมากกว่าตอนเช้า ของแสง
5. แสงอาทติ ย์ทำมุมลาดกบั พ้ืนโลก ทำใหม้ อี นภุ าคท่ีมา 1. การกระเจงิ และการหักเห
ขวางทางเดินของแสงมาก 2. การหักเหและการเลย้ี วเบน
2. เมือ่ แสงขาวผา่ นชอ่ งเปดิ หรือเกรตตงิ จะเกดิ การเล้ียวเบน 3. การสะท้อนและการเลย้ี วเบน
แสงสใี ดในชว่ งทม่ี องเหน็ เลย้ี วเบนได้ภาพปรากฏบนฉากห่าง 4. การแทรกสอดและการหกั เห
จากจุดกง่ึ กลางของแถบสว่างมากทส่ี ุด 5. การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน
1. ม่วง 2. แดง 7. ส่องแสงสีขาวทผ่ี ่านเกรตติงมีจำนวนช่องเท่ากบั 100
3. เขียว 4. เหลอื ง ชอ่ งตอ่ ความยาว 1 เซนติเมตร ถ้าต้องการใหแ้ สงสีเขยี ว
5. น้ำเงิน ซึ่งมีความยาวคล่นื 500 นาโนเมตร เลีย้ วเบนห่างจาก
3. ช่องเปิดคทู่ ม่ี ีระยะห่างระหวา่ งชอ่ งเปิด 0.5 มลิ ลเิ มตร อยหู่ ่าง แกนกลาง 0.5 เซนติเมตร จะตอ้ งวางฉากรบั ใหห้ า่ งจาก
จากฉากเป็นระยะ 1 เมตร ถ้าระยะระหวา่ งแถบมืดที่อยู่ เกรตติงอยา่ งนอ้ ยเป็นระยะทางเทา่ ใด
ติดกันเป็น 1 มิลลเิ มตร จงหาความยาวคลนื่ แสง 1. 1 เมตร 2. 2 เมตร
1. 300 นาโนเมตร 2. 500 นาโนเมตร 3. 3 เมตร 4. 4 เมตร
3. 700 นาโนเมตร 4. 1,000 นาโนเมตร 5. 5 เมตร
5. 1,500 นาโนเมตร 8. ถ้าต้องการใหร้ ว้ิ มดื ที่ 2 ของชอ่ งเปิดเดี่ยวตรงกับ
4. แสงความยาวคลน่ื 500 นาโนเมตร ตกตั้งฉากผา่ นช่องเปิด ตำแหน่งมืดท่ี 3 ของการแทรกสอดของแสงผ่านช่อง
เดีย่ วทีม่ คี วามกว้าง a ปรากฏแถบมดื แถบแรกตกท่มี ุม 30 เปิดคู่ ระยะห่างของช่องเปดิ คู่ต้องเป็นกเ่ี ทา่ ของ
องศากบั แนวกลาง จงหาความกว้างของช่อง a ความกว้างของชอ่ งเปดิ เดย่ี ว
1. 300 นาโนเมตร 2. 500 นาโนเมตร 1. 1/2 2. 2/3
3. 700 นาโนเมตร 4. 1,000 นาโนเมตร 3. 3/2 4. 4/5
5. 1,500 นาโนเมตร 5. 5/4
เฉลย 1. 4 2. 2 3. 2 4. 4 5. 2 6. 5 7. 1 8. 5 9. 3 10. 2
50
9. แสงสีเดยี วท่มี ีความยาวคล่นื 600 นาโนเมตร เคล่ือนท่ี
ผ่านช่องเปดิ คู่ท่ีมรี ะยะหา่ งระหว่างช่องเปดิ 0.2 มิลลิเมตร
ถ้าช่องเปิดค่อู ย่หู า่ งจากฉาก 1 เมตร จงหาระยะหา่ ง
ระหวา่ งแถบสว่างจากการแทรกสอดทเ่ี กิดขึน้ บนฉาก
1. 1 มิลลเิ มตร
2. 2 มลิ ลเิ มตร
3. 3 มิลลเิ มตร
4. 4 มลิ ลิเมตร
5. 5 มิลลเิ มตร
10. ข้อใดไม่ใชป่ จั จัยการกระเจิงของแสงในบรรยากาศ
1. ปริมาณสารแขวนลอยในอากาศ
2. อุณหภูมใิ นชัน้ บรรยากาศแตล่ ะช้นั
3. มุมที่แสงอาทติ ยส์ ่องผ่านบรรยากาศ
4. ความยาวคลน่ื แสงในบรรยากาศโลก
5. ขนาดของอนภุ าคที่มาขวางทางเดนิ ของแสง
51
แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินผลงาน PowerPoint
คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ผลงาน/ชนิ้ งานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี ำหนด แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ตี รงกับ
ระดบั คะแนน
ลำดับ รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
ท่ี 4 3 21
1 ความสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคท์ ี่
กำหนด
2 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
3 ความคดิ สร้างสรรค์
4 ความเปน็ ระเบยี บ
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
............../................./................
52
เกณฑ์ประเมนิ แผนผงั มโนทศั น์
ประเด็นทีป่ ระเมิน ระดบั คะแนน
1. ผลงานตรงกบั 4 321
จดุ ประสงค์ท่ี ผลงานสอดคลอ้ งกบั
กำหนด จุดประสงค์ทุก ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานไม่สอดคลอ้ ง
ประเด็น
2. ผลงานมคี วาม เนือ้ หาสาระของ จุดประสงคเ์ ปน็ ส่วน จดุ ประสงค์บาง กับจดุ ประสงค์
ถกู ต้องของ ผลงานถูกต้อง
เนือ้ หา ครบถว้ น ใหญ่ ประเดน็
ผลงานแสดงออกถงึ
3. ผลงานมีความคิด ความคดิ สรา้ งสรรค์ เนือ้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้ือหาสาระของ
สร้างสรรค์ แปลกใหม่และเป็น
ระบบ ผลงานถกู ต้องเป็น ผลงานถูกตอ้ งเปน็ ผลงานไมถ่ ูกต้องเป็น
สว่ นใหญ่ บางประเดน็ สว่ นใหญ่
ผลงานมีแนวคดิ ผลงานมีความ ผลงานไมแ่ สดง
แปลกใหม่แต่ยงั ไม่ น่าสนใจ แตย่ งั ไมม่ ี แนวคดิ ใหม่
เป็นระบบ แนวคิดแปลกใหม่
4. ผลงานมีความ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานสว่ นใหญม่ ี ผลงานมีความเปน็ ผลงานส่วนใหญไ่ ม่
เปน็ ระเบียบ ระเบยี บแสดงออกถงึ ความเป็นระเบียบแต่ ระเบยี บแตม่ ี เปน็ ระเบยี บและมีข้อ
ความประณีต ยงั มี ขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน บกพร่องมาก
ขอ้ บกพรอ่ งเล็กนอ้ ย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14-16 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 7 ปรับปรงุ
53
แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมินการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมของนักเรยี นตามรายการท่ีกำหนด แล้วขดี ✓ ลงในช่องท่ตี รง
กบั ระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
1 การปฏิบตั กิ ารทำกิจกรรม
2 ความคลอ่ งแคล่วในขณะปฏิบัตกิ จิ กรรม
3 การบันทึก สรุปและนำเสนอผลการทำกิจกรรม
รวม
ลงชอื่ ................................................... ผปู้ ระเมิน
................./................../..................
54
เกณฑก์ ารประเมินการปฏิบัตกิ จิ กรรม
ประเด็นที่ ระดับคะแนน
ประเมนิ
7. การปฏิบัติ 4 321
กิจกรรม ทำกิจกรรมตาม
ขนั้ ตอน และใช้ ทำกจิ กรรมตาม ตอ้ งใหค้ วาม ตอ้ งให้ความ
8. ความ อปุ กรณ์ได้อยา่ ง
คล่องแคลว่ ถูกตอ้ ง ขน้ั ตอน และใช้ ช่วยเหลือบ้างในการ ช่วยเหลืออย่างมาก
ในขณะ
ปฏิบัติ มคี วามคลอ่ งแคล่ว อปุ กรณไ์ ดอ้ ยา่ ง ทำกจิ กรรม และการ ในการทำกิจกรรม
กจิ กรรม ในขณะทำกจิ กรรม
โดยไม่ต้องได้รบั คำ ถกู ตอ้ ง แตอ่ าจต้อง ใชอ้ ปุ กรณ์ และการใช้อปุ กรณ์
9. การบนั ทึก ชี้แนะ และทำ
สรุปและ กิจกรรมเสร็จ ไดร้ บั คำแนะนำบา้ ง
นำเสนอผล ทันเวลา
การปฏิบตั ิ บันทึกและสรุปผล มคี วามคลอ่ งแคลว่ ขาดความ ทำกิจกรรมเสรจ็ ไม่
กิจกรรม การทำกิจกรรมได้
ถกู ต้อง รัดกมุ ในขณะทำกิจกรรม คล่องแคลว่ ในขณะ ทนั เวลา และทำ
นำเสนอผลการทำ
กิจกรรมเป็นขนั้ ตอน แตต่ อ้ งไดร้ ับ ทำกจิ กรรมจึงทำ อุปกรณ์เสียหาย
ชัดเจน
คำแนะนำบ้าง และ กจิ กรรมเสร็จไม่
ทำกิจกรรมเสร็จ ทันเวลา
ทนั เวลา
บันทึกและสรปุ ผล ตอ้ งใหค้ ำแนะนำใน ตอ้ งให้ความ
การทำกจิ กรรมได้ การบันทกึ สรุป และ ช่วยเหลืออยา่ งมาก
ถกู ต้อง แต่การ นำเสนอผลการทำ ในการบันทึก สรปุ
นำเสนอผลการทำ กจิ กรรม และนำเสนอผลการ
กจิ กรรมยังไมเ่ ป็น ทำกิจกรรม
ขน้ั ตอน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรบั ปรุง
55
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเนือ้ หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอื่ ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
56
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อืน่
3 การทำงานตามหนา้ ทท่ี ่ไี ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีน้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ............/.................../................
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
57
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
การมี
ลำดับที่ ช่อื –สกุล การแสดง การ การทำงาน ความมี สว่ นรว่ ม รวม
ของนกั เรยี น ความ ยอมรับฟัง ตามท่ี น้ำใจ ในการ 15
คดิ เห็น ได้รับ ปรับปรงุ คะแนน
คนอน่ื ผลงาน
มอบหมาย กลุม่
321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
58
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
59
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษัตรยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมทสี่ ร้างความสามคั คปี รองดอง และเป็น
ประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏิบัติตามหลกั
ศาสนา
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมที่เกย่ี วกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามที่
โรงเรียนจดั ข้ึน
2. ซ่ือสัตย์ สุจริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ที่ถูกต้องและเปน็ จริง
2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งที่ถกู ตอ้ ง
3. มวี นิ ยั 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของ
รับผิดชอบ ครอบครวั มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง
ๆ ในชวี ิตประจำวนั
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้
4.2 ร้จู กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชื่อฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ตัง้ ใจเรียน
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรียนอย่างประหยดั
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรคู้ ณุ ค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มุ่งมั่นในการ 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ บั
ทำงาน มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน
60
8.2 รู้จกั การดแู ลรกั ษาทรัพยส์ มบัติและสง่ิ แวดล้อมของ
ห้องเรียนและโรงเรียน
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ลงช่ือ .................................................. ผูป้ ระเมิน
พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตชิ ัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิบางครง้ั ............/.................../................
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
51–60 ดีมาก
41–50 ดี
30–40 พอใช้
ตำ่ กวา่ 30 ปรบั ปรุง
61
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 11
แสงเชงิ รังสี
เวลา 26 ชว่ั โมง
1. ผลการเรยี นรู้
เข้าใจการเคลือ่ นทีแ่ บบฮารม์ อนิกอย่างง่าย ธรรมชาตขิ องคล่ืน เสยี งและการไดย้ ิน ปรากฏการณ์
ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั เสยี ง แสงและการเห็น ปรากฏการณท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั แสง รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
1) ทดลอง และอธิบายการสะทอ้ นของแสงท่ีผิววัตถุตามกฎการสะทอ้ น เขยี นรงั สขี องแสงและคำนวณ
ตำแหน่งและขนาดภาพของวัตถุ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทั้ง
อธิบายการนำความรู้เรื่องการสะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใช้
ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน
2) ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดรรชนหี ักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเห รวมท้ังอธิบาย
ความสัมพันธ์ระหว่างความลึกจริง และความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับหมดของ
แสง และคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3) ทดลอง และเขียนรังสขี องแสงเพ่ือแสดงภาพที่เกิดจากเลนส์บาง หาตำแหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ
และความสัมพันธร์ ะหว่างระยะวัตถุ ระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมทั้งคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ
ท่ีเกี่ยวข้อง และอธิบายการนำความรู้เรื่องการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจำวนั
4) อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เก่ียวกบั แสง เช่น รงุ้ การทรงกลด มริ าจ และการเห็นท้องฟ้าเป็น
สีต่าง ๆ ในช่วงเวลาต่างกนั
5) สงั เกต และอธิบายการมองเหน็ แสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทั้งอธบิ าย
สาเหตุของการบอดสี
2. สาระการเรียนรู้
2.1 สาระการเรยี นรู้เพม่ิ เตมิ
1) เมือ่ แสงตกกระทบผวิ วัตถุ จะเกิดการสะทอ้ นซ่ึงเปน็ ไปตามกฎการสะท้อน
2) วัตถทุ อี่ ยหู่ น้ากระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม จะเกดิ ภาพที่สามารถหาตำแหนง่ ขนาดและ
ชนดิ ของภาพทเี่ กดิ ข้นึ ไดจ้ ากการเขยี นภาพของรังสแี สงหรือการคำนวณจากสมการ
กรณีกระจกเงาราบ
s = − s
62
กรณกี ระจกเงาทรงกลม
1 = 1 + 1
f s s
M = y
y
3) เม่ือแสงเคลอ่ื นทผ่ี า่ นผิวรอยตอ่ ของตวั กลางสองตัวกลางจะเกิดการหกั เห โดยอตั ราสว่ นระหวา่ ง
ไซน์ของมุมตกกระทบกบั ไซน์ของมุมหักเหของตัวกลางค่หู นงึ่ มีค่าคงตวั เรยี กความสมั พันธ์นี้วา่
กฎของสเนลล์ เขียนแทนได้ด้วยสมการ
n1 sin 1 = n2 sin 2
4) การหกั เหของแสงทำใหม้ องเห็นภาพของวัตถทุ อ่ี ยู่ในตัวกลางตา่ งชนิดกันมีตำแหนง่ เปลี่ยนไป
จากเดมิ ซง่ึ คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้องได้ จากสมการ
s = n2
s n1
5) มุมตกกระทบทท่ี ำให้มุมหกั เหมคี ่า 90 องศา เรียกวา่ มุมวกิ ฤต ซง่ึ เกดิ ขึ้นในกรณที แ่ี สงเดนิ ทางจาก
ตัวกลางท่มี ดี รรชนหี กั เหมากไปตวั กลางทมี่ ดี รรชนหี ักเหน้อย คำนวณได้จากสมการ
sinc = n2
n1
6) การสะทอ้ นกลบั หมดเกดิ ขึ้นเมอื่ มมุ ตกกระทบมากกวา่ มมุ วิกฤต
7) เม่ือวางวตั ถุหน้าเลนสบ์ างจะเกิดภาพของวตั ถุโดยตำแหนง่ ขนาด และชนิดของภาพท่ีเกดิ ขึ้น
หาได้จากการเขยี นภาพของรงั สีแสง หรอื คำนวณไดจ้ ากสมการ
1 = 1 + 1
f s s
y
M = y
8) ความร้เู รอ่ื งเลนสน์ ำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นดา้ นต่าง ๆ เชน่ แว่นขยาย กลอ้ งจุลทรรศน์ เปน็ ต้น
9) กฎการสะทอ้ นและการหกั เหของแสงใช้อธิบายปรากฏการณ์ทเ่ี ก่ียวกับแสง เชน่ รุง้ การทรงกลด
และมิราจ
10) เมือ่ แสงตกกระทบอนุภาคหรอื โมเลกุลของอากาศแสงจะเกดิ การกระเจิง ใช้อธิบายการเหน็ ท้องฟา้
เป็นสีต่าง ๆ ในช่วงเวลาต่างกนั
11) การมองเห็นสจี ะข้ึนกบั แสงสที ี่ตกกระทบกับวตั ถแุ ละสารสีบนวัตถุ โดยสารสจี ะดดู กลืนบางแสงสี
และสะท้อนบางแสงสี
12) การผสมสารสที ำใหไ้ ด้สารสที ่ีมสี เี ปลีย่ นไปจากเดิม ถา้ นำแสงสปี ฐมภมู ิในสดั ส่วนที่เหมาะสม
63
มาผสมกันจะไดแ้ สงขาว
13) แผน่ กรองแสงสียอมใหบ้ างแสงสีผา่ นไปได้ และดูดกลืนบางแสงสี
14) การผสมสีและการผสมสารสามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ในดา้ นตา่ ง ๆ เชน่ ดา้ นศลิ ปะ ด้านการแสดง
15) ความผิดปกตใิ นการมองเห็นสหี รือการบอดสี เกดิ จากความบกพร่องของเซลลร์ ปู กรวย ซึง่ เป็น
เซลล์รับแสงชนดิ หน่ึงบนจอตา
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
แสงเปน็ คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าในสุญญากาศ แสงจะเคล่อื นท่ีด้วยอัตราเร็ว 299,792,458 เมตรต่อวนิ าที
หรอื ประมาณ 3.0×108 เมตรต่อวนิ าที ในการศกึ ษาเกย่ี วกบั แสง กำหนดใหเ้ สน้ ตรงทตี่ ั้งฉากกบั หนา้ คลืน่
มีลูกศรแสดงทิศทางของคล่ืนแสง เรียกว่า รังสีของแสง หรือเรียกส้ัน ๆ ว่า รังสี การเคล่ือนที่ของแสง
ถ้าแสงเดนิ ทางผ่านตัวกลางเดยี ว แนวการเคลื่อนท่ีของแสงจะมีลักษณะเปน็ แนวเสน้ ตรง
การสะท้อนแสงเป็นปรากฏการณ์ที่แสงตกกระทบกับตัวกลาง แล้วสะท้อนกลับสู่ตัวกลางเดิม
ซึ่งปริมาณ และทศิ ทางของการสะท้อนของแสงข้ึนอยกู่ บั พืน้ ผิวของตวั กลางที่ตกกระทบ
การหักเหของแสงเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางการเคลื่อนทข่ี องแสง ซ่ึงเป็นผลมาจากการเปล่ียนแปลง
ความเร็ว เมื่อแสงเคล่ือนที่ผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน กระจกและเลนส์มีการนำการหักเหของ
แสงไปใชป้ ระโยชน์ตา่ ง ๆ มากมายในชวี ติ ประจำวนั
เลนส์ คือ ตัวกลางโปรง่ ใสทม่ี ผี ิวหนา้ เป็นผิวโคง้ ผวิ โคง้ ของเลนสอ์ าจจะมรี ปู ร่างเป็นพืน้ ผิวโคง้ ทรงกลม
ทรงกระบอก หรือพาราโบลาก็ได้ เลนส์แบบง่ายสุดเป็นเลนส์บางท่ีมีผิวโค้งทรงกลม โดยส่วนหนาสุดของ
เลนส์จะมีค่าน้อยเมื่อเทียบกับรัศมีความโค้ง เลนส์แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ เลนส์นูน (convex lens) กับ
เลนสเ์ วา้ (concave lens)
กฎการสะท้อนและการหักเหของแสงใช้อธิบายปรากฏการณ์ท่ีเกี่ยวกับแสง เช่น รุ้ง พระอาทิตย์
ทรงกลด ภาพลวงตา หรอื มิราจ
ทัศนอุปกรณ์ หมายถึง อุปกรณ์เคร่ืองมือท่ีเกี่ยวกับการมองเห็นหรือทำให้การมองเห็นดีข้ึน ได้แก่
แวน่ ขยาย กลอ้ งถา่ ยภาพ เครื่องฉายภาพนงิ่ กล้องจลุ ทรรศน์ และกลอ้ งโทรทรรศน์
แหลง่ กำเนิดแสงปล่อยพลงั งานออกมารอบตัว พลังงานแสงท่อี อกจากแหลง่ กำเนิดแสงตอ่ หนง่ึ หน่วย
เวลา หรืออัตราการให้พลังงานแสงของแหล่งกำเนิดแสง เรยี กว่า ฟลักซ์ส่องสว่าง มีหน่วยเป็น ลูเมน (lm)
ความสว่างบนพื้นที่รับแสงใด ๆ เป็นอัตราสว่ นระหว่างฟลักซส์ ่องสว่างต่อพื้นที่ต้ังฉากที่รับแสง ความสว่าง
มีหน่วย ลักซ์ (lx) ความสวา่ งมีความสำคัญต่อการมองเห็น และการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการ
ทำงาน
การมองเหน็ สีของสิง่ ของ เกิดจากการที่แสงจากแหลง่ กำเนิดตกกระทบกับวัตถุก่อนที่จะสะท้อนมายัง
ตาของเรา จากน้ันตาและสมองของเราจะทำงานร่วมกันเพื่อแปลงข้อมูลของแสงท่ีได้รับให้กลายเป็นสี
ตา่ ง ๆ ท่รี ับรู้
64
สารสี คือ สีตามธรรมชาติของเน้ือวัตถุ โดยสีของวัตถุจะเป็นสีใดนั้นขึ้นอยู่กับว่าวัตถุสะท้อนสีอะไร
ออกมา วัตถจุ ะดูดกลนื ทกุ สี แต่จะสะท้อนสขี องตัวเอง สารสีทไี่ มส่ ามารถสรา้ งข้นึ จาการผสมสารสไี ด้
แสงสี คือ แสงสีตามความถ่ีแสงท่ีเป็นสเปกตรัม แต่สามารถให้แสงสีขาวผ่านแผ่นกรองแสง ซึ่งแผ่น
กรองแสงสีใดกจ็ ะยอมให้แสงสีน้นั ผา่ นเทา่ นน้ั แสงสที ไี่ มส่ ามารถสรา้ งจากการผสมแสงสีได้
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 3. ซอื่ สัตย์ สุจรติ
2) ทักษะการสังเกต 4. ม่งุ มั่นในการทำงาน
3) ทักษะการส่ือสาร
4) ทักษะการทดลอง
5) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
6) ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
7) ทกั ษะการตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- PowerPoint เรื่อง การสะท้อนและการหักเหของแสง, การมองเหน็ และการเกิดภาพ, ภาพจากเลนสบ์ าง
และกระจกเงาทรงกลม, แสงสีและการมองเห็นแสงสี
6. การวดั และการประเมินผล
รายการวดั วิธีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
- แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดับคณุ ภาพ 2
6.1 การประเมินช้นิ งาน/ - ตรวจ PowerPoint
ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) เรือ่ ง การสะท้อน
และการหกั เหของ
แสง, การมองเหน็
และการเกดิ ภาพ,
ภาพจากเลนส์บาง
และกระจกเงาทรง
65
รายการวดั วธิ วี ดั เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
กลม, แสงสแี ละการ
มองเหน็ แสงสี
6.2 การประเมนิ กอ่ นเรียน
- แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจริง
ก่อนเรียน หนว่ ยการ ก่อนเรยี น หนว่ ยการ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 11
, เรยี นรู้ที่ 11 เรยี นรทู้ ่ี 11 แสงเชงิ รงั สี
แสงเชิงรงั สี แสงเชงิ รังสี
6.3 การประเมินระหวา่ ง
การจัดกิจกรรม
1) การเคล่ือนท่ีและ - ตรวจใบงานที่ 4.1.1 - ใบงานท่ี 1.1.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
อัตราเรว็ ของแสง - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) การสะท้อน - ตรวจใบงานที่ 4.2.1 - ใบงานท่ี 4.2.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ของแสง - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
3) การหกั เหของแสง - ตรวจใบงานท่ี 4.3.1 - ใบงานท่ี 4.3.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ประเมินการปฏิบัติ - แบบประเมินการปฏิบัติ - ระดบั คุณภาพ 2
กจิ กรรม กิจกรรม ผ่านเกณฑ์
4) เลนส์บาง - ตรวจใบงานท่ี 4.4.1 - ใบงานท่ี 4.4.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ประเมินการปฏิบตั ิ - แบบประเมนิ การปฏิบตั ิ - ระดับคณุ ภาพ 2
กจิ กรรม กจิ กรรม ผา่ นเกณฑ์
5) ปรากฏการณ์ - ตรวจใบงานท่ี 4.5.1 - ใบงานที่ 4.5.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ท่เี กีย่ วกับแสง - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
6) ทัศนอุปกรณ์ - ตรวจใบงานที่ 4.6.1 - ใบงานที่ 4.6.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ประเมินการปฏบิ ัติ - แบบประเมินการปฏบิ ัติ - ระดับคุณภาพ 2
กิจกรรม กจิ กรรม ผ่านเกณฑ์
7) ความสวา่ ง - ตรวจใบงานที่ 4.7.1 - ใบงานที่ 4.7.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
8) ตาและการมองเห็น - ตรวจใบงานท่ี 4.8.1 - ใบงานที่ 4.8.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สี - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
66
รายการวัด วธิ ีวดั เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน
9) สี - ตรวจใบงานที่ 4.9.1 - ใบงานท่ี 4.9.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ประเมนิ การปฏิบัติ - แบบประเมนิ การปฏิบตั ิ - ระดับคณุ ภาพ 2
กจิ กรรม กิจกรรม ผา่ นเกณฑ์
10) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานท่ีนำเสนอ - ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
11) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
ทำงานรายบุคคล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
12) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุม่ ผ่านเกณฑ์
13) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมีวินัย - แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝเ่ รียนรู้ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
และมงุ่ ม่ันในการ อันพงึ ประสงค์
ทำงาน
6.4 การประเมินหลงั เรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบทดสอบ หลังเรยี น หนว่ ยการ หน่วยการเรียนรู้ที่ 11
หลงั เรียน หนว่ ยการ เรยี นรู้ที่ 11
แสงเชงิ รังสี
เรียนรู้ท่ี 11 แสงเชิงรังสี
แสงเชงิ รังสี
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ เวลา 1 ช่ัวโมง
เวลา 4 ชัว่ โมง
• แผนท่ี 1 : การเคลอื่ นทแี่ ละอัตราเร็วของแสง เวลา 5 ชว่ั โมง
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
เว ล า 4
• แผนท่ี 2 : การสะทอ้ นของแสง
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
• แผนท่ี 3 : การหักเหของแสง
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
• แผนท่ี 4 : เลนสบ์ าง
ช่ัวโมง
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
67
• แผนท่ี 5 : ปรากฏการณท์ ีเ่ กยี่ วกับแสง เวลา 2 ชว่ั โมง
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 5 ชัว่ โมง
เวลา 2 ชว่ั โมง
• แผนท่ี 6 : ทัศนอปุ กรณ์ เวลา 1 ชว่ั โมง
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 2 ชัว่ โมง
(รวมเวลา 26 ชั่วโมง)
• แผนท่ี 7 : ความสว่าง
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
• แผนท่ี 8 : ตาและการมองเหน็ สี
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
• แผนท่ี 9 : สี
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน รายวิชาเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ ฟิสกิ ส์ ม.5 เลม่ 3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 11
แสงเชงิ รงั สี
2) แบบฝกึ หดั รายวชิ าเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 3 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 11
แสงเชงิ รังสี
3) ใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การเคลอื่ นที่และอตั ราเรว็ ของแสง
4) ใบงานท่ี 4.2.1 เรอ่ื ง การสะท้อนของแสง
5) ใบงานท่ี 4.3.1 เรื่อง การหักเหของแสง
6) ใบงานท่ี 4.3.1 เร่อื ง การหักเหของแสงผา่ นเลนส์นูน
7) ใบงานท่ี 4.4.1 เรอ่ื ง การหักเหของแสงผ่านเลนส์นนู
8) ใบงานท่ี 4.5.1 เรื่อง ปรากฏการณท์ ี่เก่ยี วกบั แสง
9) ใบงานที่ 4.6.1 เร่ือง ทศั นอปุ กรณ์
10) ใบงานที่ 4.7.1 เรอ่ื ง ความสว่าง
11) ใบงานที่ 4.8.1 เรอ่ื ง ตาและการมองเห็นสี
12) ใบงานท่ี 4.9.1 เรื่อง สี
13) วัสดุ-อปุ กรณท์ ใ่ี ช้ในการทำกิจกรรมการหักเหของแสง
14) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการทำกิจกรรมการหักเหของแสงผ่านเลนสน์ ูน
15) วสั ดุ-อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการทำกจิ กรรมกลอ้ งจุลทรรศน์
16) วัสดุ-อุปกรณท์ ใ่ี ชใ้ นการทำกิจกรรมกลอ้ งโทรทรรศนอ์ ยา่ งง่าย
68
17) วัสดุ-อปุ กรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมการผสมแสงสบี นฉากขาว
18) อุปกรณส์ าธติ การทดลอง เช่น กระดาษ 2 แผ่น และกลอ่ งแสง
19) อุปกรณส์ าธติ การทดลอง เชน่ เลเซอร์ กระจกราบ วตั ถุผิวโค้งเวา้ และวัตถผุ ิวโคง้ นูน
20) อปุ กรณ์สาธติ การทดลอง เช่น กระจกเงาราบขนาดเล็ก
21) อุปกรณส์ าธติ การทดลอง เชน่ นำ้ แกว้ ใส และปากกา
22) อปุ กรณ์สาธติ การทดลอง เชน่ หนงั สือเรียน และแท่งพลาสติกใส
23) อปุ กรณ์สาธติ การทดลอง เชน่ ปริซึมสามเหลยี่ ม เลเซอร์แสงสีขาว และกระดาษขาว
24) PowerPoint เรอ่ื ง การเคลื่อนท่ีและอัตราเร็วของแสง
25) PowerPoint เรอ่ื ง การสะท้อนของแสง
26) PowerPoint เรื่อง การหักเหของแสง
27) PowerPoint เรอ่ื ง เลนสบ์ าง
28) PowerPoint เรอื่ ง ปรากฏการณ์ท่เี กย่ี วกับแสง
29) PowerPoint เรอื่ ง ทศั นอปุ กรณ์
30) PowerPoint เรือ่ ง ความสวา่ ง
31) PowerPoint เรอ่ื ง ตาและการมองเห็นสี
32) PowerPoint เรอ่ื ง สี
33) QR code เร่อื ง จดุ โฟกัสของกระจกเวา้ และกระจกนนู
34) QR code เรื่อง การหักเหของแสงผา่ นเลนสน์ นู
35) QR code เรอื่ ง การหกั เหและการสะทอ้ นกลบั หมดของแสงในการเกิดรุง้
36) QR code เรอ่ื ง การผสมสี
37) กล่องหลอดไฟแบบไส้ หรือหลอดฟลอู อเรสเซนต์
38) ภาพส่วนประกอบของเลนส์
39) ภาพการเกิดรุ้ง พระอาทติ ยท์ รงกลด
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) อนิ เทอร์เนต็
69
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4
คำชแี้ จง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. แสงสีขอ้ ใดเรยี งลำดบั ความยาวคลืน่ มากไปสู่ความ 4. จงพิจารณาขอ้ ความต่อไปน้ี
ยาว A. แสงเคล่อื นทเ่ี ปน็ เส้นตรง
คล่นื น้อยไดถ้ ูกต้อง B. แสงประพฤติตวั เป็นไดท้ ้ังคล่นื และอนุภาค
1. ม่วง เขียว เหลอื ง C. แสงอาศัยตัวกลางในการเคล่อื นทีด่ ังน้ันจึงจดั ว่าแสงเป็น
2. เขยี ว แสด แดง คลืน่ กล
3. แดง เขียว นำ้ เงิน ข้อใดความใดกลา่ วถูกต้อง
4. เหลือง แสด เขยี ง 1. A และ B 2. A และ C
5. แสด แดง เขียว 3. B และ C 4. A, B และ C
2. วัตถุชน้ิ หนึ่งวางไวห้ น้าเลนสเ์ วา้ ท่มี ีความยาวโฟกสั 5. ข้อ B ถูกเพียงขอ้ เดียว
เท่ากับ 20 เซนตเิ มตร ระยะห่าง 10 เซนตเิ มตร 5. การแสดงในข้อใดท่ีใชป้ ระโยชนโ์ ดยตรงจากการเกิดเงาของ
จงหาชนดิ ของภาพ และระยะภาพมคี า่ เทา่ ใด วตั ถุ
1. ภาพจรงิ ระยะภาพ 6.6 เซนติเมตร 1. โขน 2. ลเิ ก
2. ภาพเสมือน ระยะภาพ 6.6 เซนติเมตร 3. หนงั ตะลุง 4. ละครเวที
3. ภาพจรงิ ระยะภาพ 8.0 เซนติเมตร 5. หุน่ กระบอก
4. ภาพเสมอื น ระยะภาพ 8.0 เซนตเิ มตร 6. นกั วทิ ยาศาสตร์ทา่ นใด ได้เสนอทฤษฎอี นภุ าคของแสง
5. ภาพจริงและภาพเสมือน ระยะภาพ 8.0 1. นิวตนั 2. ฮอยเกนส์
เซนตเิ มตร 3. เฟรสเนล 4. ทอมัส ยงั
3. อัตราเร็วของแสงในสุญญากาศ มคี ่าตรงกบั ขอ้ ใด 5. รัทเทอร์ฟอร์ด
1. 3 x 108 เมตรต่อวินาที 7. เม่ือส่องกระจกดตู ัวเองในกระจกเงาราบภาพท่ีเห็นคอื ขอ้ ใด
2. 3 x 108 เมตรตอ่ นาที 1. ภาพจรงิ หลงั กระจก 2. ภาพจรงิ หน้ากระจก
3. 3 x 108 เมตรต่อช่ัวโมง 3. ภาพเสมอื นหลงั กระจก 4. ภาพเสมอื นหนา้ กระจก
4. 3 x 108 กิโลเมตรต่อนาที 5. ภาพจริงหน้ากระจกและหลงั กระจก
5. 3 x 108 กโิ ลเมตรต่อช่ัวโมง 8. ถา้ แสงตกกระทบผิวของวัตถุขรขุ ระจะเป็นอยา่ งไร
3. B และ C 4. A, B และ C 1. มุมตกกระทบโตกว่ามมุ สะท้อน
5. ข้อ B ถูกเพยี งขอ้ เด 2. มุมตกกระทบเทา่ กบั มุมสะท้อน
3. มมุ สะทอ้ นโตกว่ามมุ ตกกระทบ
4. รงั สีตกกระทบเทา่ กับรงั สสี ะท้อน
5. รังสตี กกระทบโตกว่ารังสีสะท้อน
70
9. 1 ปีแสง มคี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใดมากที่สุด
1. อตั ราท่ีแสงเคลือ่ นทีไ่ ดใ้ นเวลา 1 ปี
2. ระยะทางทีแ่ สงเคล่ือนท่ดี ว้ ยอัตราเร็วแสงในเวลา 1 ปี
3. ระยะเวลาท่ีแสงเคลอ่ื นท่ีด้วยอตั ราเรว็ ของแสงในเวลา 1
ปี
4. ช่วงเวลาใด ๆ ในการเคลือ่ นที่ของแสงตลอดเวลา 1 ปี
5. คลน่ื แสงที่เคลอ่ื นทไ่ี ดใ้ นเวลา 1 ปี
10. คล่ืนแสงจัดเป็นคล่ืนชนิดใด
1. คลืน่ กล 2. คลนื่ ดล
3. คลื่นตามยาว 4. คลน่ื ตามขวาง
5. คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้
เฉลย 1. 3 2. 2 3. 1 4. 1 5. 3 6. 1 7. 3 8. 2 9. 2 10. 5
71
แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ใครคอื ผูท้ ่ีพยายามวัดอัตราเร็วแสงเปน็ คนแรก 5. ความสมั พนั ธใ์ นข้อใดผิด
1. ฟิโซ 1. เครอ่ื งฉายภาพ-เลนส์นูน
2. โรเมอร์ 2. กล้องจลุ ทรรศน์-เลนส์นนู
3. นวิ ตัน 3. กระจกสอ่ งฟันของทนั ตแพทย์-เลนส์เวา้
4. กาลิเลโอ 4. กลอ้ งโทรทรรศนป์ ระเภทหกั เหแสง-เลนส์นนู
5. ไอนส์ ไตน์ 5. กล้องโทรทรรศนป์ ระเภทสะทอ้ นแสง-กระจกนูน
2. อตั ราเรว็ ของแสงในสญุ ญากาศ มคี า่ ตรงกับขอ้ 6. สว่ นประกอบของตาท่ีทำหน้าที่ปรับความสวา่ งของแสง
ใด คอื อะไร
1. 3 x 108 เมตรตอ่ วนิ าที 1. มา่ นตา 2. เลนสต์ า
2. 3 x 108 เมตรตอ่ นาที 3. กระจกตา 4. กล้ามเนือ้ ตา
3. 3 x 108 เมตรตอ่ ชัว่ โมง 5. จอประสาทตา
4. 3 x 108 กโิ ลเมตรตอ่ นาที 7. มุมหกั เหจะมขี นาดใหญห่ รอื เลก็ กว่ามุมตกกระทบขึน้ อยู่
5. 3 x 108 กโิ ลเมตรตอ่ ช่วั โมง กับอะไร
3. ระยะทาง 1 ปแี สง มคี า่ เท่าใด 1. สถานะของตวั กลาง
1. 9.46 x 108 เมตร 2. ตำแหนง่ ของตวั กลาง
2. 9.46 x 1010 เมตร 3. ดชั นหี ักเหของตัวกลาง
3. 9.46 x 1012 เมตร 4. ความหนาแน่นของตัวกลาง
4. 9.46 x 1015 เมตร 5. สถานะและความหนาแน่นของตัวกลางทเทอร์ฟอรด์
5. 9.46 x 1020 เมตร 8. สาเหตุท่ที ำให้เรามองเหน็ วตั ถุตา่ ง ๆ ไดค้ อื อะไร
4. ลักษณะในข้อใดเปน็ การผสมสี 1. แสงสะทอ้ นเขา้ สู่นยั น์ตา
1. ปรมิ าณแสงเขา้ ตามาก สีเขม้ ข้ึน 2. แสงสะทอ้ นออกจากนัยนต์ า
2. ปริมาณแสงเข้าตามาก สอี ่อนลง 3. แสงทะลผุ ่านวตั ถุเข้านยั น์ตา
3. ปริมาณแสงเขา้ ตาน้อย สีอ่อนลง 4. แสงจากวตั ถทุ ะลุผ่านนัยน์ตา
4. ปรมิ าณความเขม้ แสงมากขน้ึ สเี ขม้ ขนึ้ 5. แสงสะท้อนหรือทะลุผา่ นวัตถุเข้านัยน์ตา
5. ปรมิ าณความเขม้ แสงนอ้ ยลงสจี างลง
เฉลย 1. 4 2. 1 3. 4 4. 2 5. 5 6. 1 7. 3 8. 5 9. 2 10. 5
72
9. ภาพท่เี กดิ จากกลอ้ งถ่ายรปู มีลักษณะใด
1. ภาพจรงิ หวั ต้งั ขนาดเล็กลง
2. ภาพจริง หวั กลบั ขนาดเล็กลง
3. ภาพจรงิ หวั กลับ ขนาดใหญจ่ รงิ
4. ภาพเสมอื น หวั ตง้ั ขนาดใหญ่ขนึ้
5. ภาพเสมือน หวั กลับ ขนาดใหญ่ขนึ้
10. ถ้านักเรียนเข้าไปในร้านขายผ้าแห่งหน่ึงท่ีเปิดไฟสี
เหลืองท้ังร้าน นักเรียนซื้อผ้ามาช้ินหนึ่ง มีสีม่วงเข้ม เม่ือ
นำออกมาดูกลางแจ้ง ผ้าช้ินน้ีจะเป็นสีอะไร
1. ดำ
2. แดง
3. เขยี ว
4. เหลือง
5. น้ำเงนิ
73
แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินผลงาน PowerPoint
คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ผลงาน/ชิ้นงานของนักเรียนตามรายการทีก่ ำหนด แลว้ ขดี ✓ลงในช่องท่ตี รงกับ
ระดับคะแนน
ลำดับ รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
ท่ี 4 3 21
1 ความสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์ท่ี
กำหนด
2 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
3 ความคิดสร้างสรรค์
4 ความเป็นระเบียบ
รวม
ลงชอ่ื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
............../................./................
74
เกณฑ์ประเมินแผนผังมโนทัศน์
ประเด็นท่ปี ระเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1. ผลงานตรงกบั ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานไมส่ อดคลอ้ ง
จดุ ประสงคท์ ี่ จุดประสงคท์ กุ จุดประสงค์เปน็ สว่ น จุดประสงคบ์ าง กบั จดุ ประสงค์
กำหนด ประเด็น ใหญ่ ประเด็น
2. ผลงานมีความ เนือ้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ
ถูกต้องของ ผลงานถูกต้อง ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานไมถ่ กู ต้องเป็น
เน้ือหา ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น ส่วนใหญ่
3. ผลงานมคี วามคิด ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีแนวคิด ผลงานมีความ ผลงานไม่แสดง
สรา้ งสรรค์ ความคดิ สร้างสรรค์ แปลกใหมแ่ ตย่ ังไม่ นา่ สนใจ แตย่ ังไมม่ ี แนวคิดใหม่
แปลกใหม่และเป็น เป็นระบบ แนวคดิ แปลกใหม่
ระบบ
4. ผลงานมีความ ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมีความเปน็ ผลงานส่วนใหญไ่ ม่
เป็น ระเบียบ ระเบียบแสดงออกถงึ ความเปน็ ระเบยี บแต่ ระเบียบแตม่ ี เปน็ ระเบยี บและมีข้อ
ความประณีต ยงั มี ขอ้ บกพร่องบางสว่ น บกพรอ่ งมาก
ข้อบกพรอ่ งเล็กน้อย
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดีมาก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ต่ำกวา่ 30 ปรบั ปรงุ
75
แบบประเมินการปฏิบตั ิกิจกรรม
คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมินการปฏิบตั ิกจิ กรรมของนักเรียนตามรายการทกี่ ำหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ตี รง
กบั ระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
1 การปฏิบตั กิ ารทำกิจกรรม
2 ความคลอ่ งแคลว่ ในขณะปฏบิ ัติกิจกรรม
3 การบันทึก สรุปและนำเสนอผลการทำกจิ กรรม
รวม
ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมิน
................./................../..................
76
เกณฑก์ ารประเมินการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
ประเด็นที่ ระดบั คะแนน
ประเมิน
10. การปฏิบตั ิ 4 32 1
กิจกรรม ทำกจิ กรรมตาม ตอ้ งให้ความ
ข้ันตอน และใช้ ทำกิจกรรมตาม ตอ้ งใหค้ วาม ช่วยเหลืออย่างมาก
11. คว อุปกรณไ์ ด้อยา่ ง ในการทำกิจกรรม
าม ถูกต้อง ขั้นตอน และใช้ ชว่ ยเหลือบ้างในการ และการใช้อปุ กรณ์
คลอ่ งแคล่ว
ในขณะ มคี วามคล่องแคลว่ อุปกรณ์ได้อย่าง ทำกจิ กรรม และการ ทำกิจกรรมเสรจ็ ไม่
ปฏิบัติ ในขณะทำกจิ กรรม ทนั เวลา และทำ
กจิ กรรม โดยไม่ต้องได้รับคำ ถูกตอ้ ง แตอ่ าจต้อง ใชอ้ ปุ กรณ์ อุปกรณ์เสียหาย
ชแ้ี นะ และทำ
12. การ กจิ กรรมเสร็จ ไดร้ บั คำแนะนำบา้ ง ตอ้ งให้ความ
บันทึก สรปุ ทันเวลา ช่วยเหลืออยา่ งมาก
และนำเสนอ บันทึกและสรปุ ผล มคี วามคล่องแคล่ว ขาดความ ในการบันทึก สรปุ
ผลการปฏิบัติ การทำกิจกรรมได้ และนำเสนอผลการ
กจิ กรรม ถูกตอ้ ง รดั กมุ ในขณะทำกจิ กรรม คล่องแคลว่ ในขณะ ทำกิจกรรม
นำเสนอผลการทำ
กจิ กรรมเป็นขนั้ ตอน แต่ตอ้ งไดร้ บั ทำกจิ กรรมจึงทำ
ชัดเจน
คำแนะนำบ้าง และ กิจกรรมเสร็จไม่
ทำกิจกรรมเสรจ็ ทันเวลา
ทนั เวลา
บันทึกและสรุปผล ตอ้ งใหค้ ำแนะนำใน
การทำกิจกรรมได้ การบันทกึ สรปุ และ
ถูกตอ้ ง แต่การ นำเสนอผลการทำ
นำเสนอผลการทำ กจิ กรรม
กจิ กรรมยังไม่เป็น
ขน้ั ตอน
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรบั ปรุง
77
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สร้างสรรค์
3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินบางสว่ น
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง
78
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อืน่
3 การทำงานตามหนา้ ทท่ี ่ไี ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีน้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ............/.................../................
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
79
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
การมี
ลำดับที่ ช่อื –สกลุ การแสดง การ การทำงาน ความมี สว่ นรว่ ม รวม
ของนกั เรียน ความ ยอมรับฟัง ตามท่ี น้ำใจ ในการ 15
คดิ เห็น ได้รับ ปรับปรงุ คะแนน
คนอน่ื ผลงาน
มอบหมาย กลุม่
321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
80
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
81
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษัตรยิ ์ 1.2 เขา้ รว่ มกิจกรรมทส่ี ร้างความสามัคคปี รองดอง และเป็น
ประโยชนต์ ่อโรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถอื ปฏิบัติตามหลกั
ศาสนา
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ กีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามที่
โรงเรยี นจดั ขน้ึ
2. ซอ่ื สัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกตอ้ งและเป็นจริง
2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกตอ้ ง
3. มวี นิ ยั 3.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของ
รับผดิ ชอบ ครอบครวั มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง
ๆ ในชีวิตประจำวนั
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้
4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชื่อฟงั คำส่ังสอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง
4.4 ตัง้ ใจเรียน
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า
5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงิน
6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ บั
ทำงาน มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
82
8.2 รูจ้ ักการดแู ลรกั ษาทรัพยส์ มบัติและสง่ิ แวดล้อมของ
หอ้ งเรยี นและโรงเรียน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ลงช่ือ .................................................. ผูป้ ระเมิน
พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตชิ ัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั บิ างคร้งั ............/.................../................
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
51–60 ดีมาก
41–50 ดี
30–40 พอใช้
ตำ่ กวา่ 30 ปรับปรงุ
83
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 12
แสงเชงิ กายภาพ
เวลา 15 ช่วั โมง
1. ผลการเรียนรู้
เขา้ ใจการเคล่ือนทีแ่ บบฮารม์ อนกิ อยา่ งง่าย ธรรมชาตขิ องคล่นื เสยี งและการไดย้ นิ ปรากฏการณ์
ทีเ่ กีย่ วข้องกบั เสียง แสงและการเหน็ ปรากฏการณท์ ีเ่ กย่ี วข้องกับแสง รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
1) ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผา่ นสลติ คู่และเกรตติง การเล้ียวเบนและการแทรกสอด
ของแสงผา่ นสลติ เด่ยี ว รวมทงั้ คำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง
2) อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติทีเ่ กยี่ วกับแสง เชน่ รุ้ง การทรงกลด มริ าจ และการเห็นท้องฟา้
เปน็ สีต่าง ๆ ในช่วงเวลาตา่ งกัน
2. สาระการเรยี นรู้
2.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. เมื่อแสงผา่ นช่องเล็กยาวเดี่ยว (สลติ เดี่ยว) และชอ่ งเล็กยาวคู่ (สลิตคู่) จะเกิดการเลย้ี วเบน
และการแทรกสอด ทำใหเ้ กิดแถบมดื และแถบสวา่ งบนฉาก โดยปรมิ าณต่าง ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง
มคี วามสมั พันธต์ ามสมการ
แถบมดื สำหรับสลติ เดีย่ ว
d sin = n เมื่อ n = 1, 2, 3, …
แถบสว่าง สำหรับสลิตคู่
d sin = n เมื่อ n = 0, 1, 2, …
แถบมดื สำหรับสลติ คู่
d sin = n − 1 เมอื่ n = 1, 2, 3, …
2
2. เกรตติง เปน็ อปุ กรณ์ที่ประกอบด้วยช่องเล็กยาวท่ีมีจำนวนช่องต่อหนึ่งหนว่ ยความยาวเป็นจำนวน
มาก และระยะห่างระหว่างช่องมคี ่าน้อย โดยแต่ละช่องห่างเท่า ๆ กนั ใช้สำหรับหาความยาวคล่ืน
ของแสงและศึกษาสมบัติการเล้ียวเบน และการแทรกสอดของแสง โดยปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง
มีความสมั พันธ์ตามสมการ
d sin = n เม่อื n = 0, 1, 2, …
3. กฎการสะทอ้ นและการหักเหของแสงใช้อธบิ ายปรากฏการณ์ท่ีเกยี่ วกับแสง เชน่ รงุ้ การทรงกลด
และมริ าจ
84
4. เมื่อแสงตกกระทบอนภุ าคหรือโมเลกุลของอากาศแสงจะเกิดการกระเจงิ ใช้อธิบายการเห็นทอ้ งฟ้า
เป็นสีต่าง ๆ ในช่วงเวลาตา่ งกัน
2.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การศึกษาแสงเชิงกายภาพเป็นการศึกษาสมบัติการแทรกสอดและการเล้ียวเบนของแสงและศึกษา
การกระเจิงของแสงโดยอนภุ าคขนาดเล็ก โดยใชอ้ ุปกรณ์การศึกษาแสงเชิงกายภาพเบอ้ื งต้น ได้แก่ ช่องเปิด
เดยี่ ว ชอ่ งเปิดคู่ และเกรตตงิ โดยเมอ่ื แสงอาพันธ์เคลอ่ื นท่ีผ่านช่องเปิดคู่ แสงจะเกดิ การแทรกสอดกันทำให้
เกิดแถบสว่างและแถบมดื สลบั กนั บนฉาก โดยแถบสวา่ งแถบหนึ่งจะอยู่บนแนวปฏบิ พั แนวหน่ึง และแถบมืด
แถบหน่ึง ๆ จะอยบู่ นแนวบพั แนวหนงึ่
แสงทเ่ี ลย้ี วเบนผ่านส่ิงกดี ขวางหรือช่องเปิดเล็ก ๆ ไปจะแทรกสอดกนั เกิดเป็นริ้วการเล้ียวเบนรอบ ๆ
ขอบของสง่ิ กีดขวางหรือบนฉากรบั แสงทางด้านหลงั ของชอ่ งเปิดเล็ก ๆ
เม่ือให้แสงอาพันธ์สีหนึ่งผ่านเกรตติงในแนวต้ังฉากกับเกรตติง แสงจะเล้ียวเบนผ่านเกรตติงไป
แทรกสอดกนั เกดิ เป็นจดุ สว่างบนฉาก ซงึ่ สขี องจดุ สวา่ งจะเปน็ สเี ดียวกับแสงอาพนั ธ์ที่สอ่ งผ่านเกรตติง
ปรากฏการณ์ที่แสงตกกระทบอนุภาคต่าง ๆ หรือโมเลกุลของอากาศ แล้วแสงกระจัดกระจายไป
โดยรอบ เรียกวา่ การกระเจงิ ของแสง
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวนิ ัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทกั ษะการวดั 3. ซอ่ื สตั ย์ สุจริต
2) ทกั ษะการสังเกต 4. ม่งุ มั่นในการทำงาน
3) ทักษะการทดลอง
4) ทักษะการใช้จำนวน
5) ทกั ษะการส่ือสาร
6) ทักษะการวเิ คราะห์
7) ทกั ษะการคำนวณ
8) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
9) ทกั ษะการนำความรูไ้ ปใช้
10) ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป
85
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- แผนผงั มโนทัศน์ เร่อื ง แสงเชงิ กายภาพ
6. การวดั และการประเมนิ ผล
รายการวัด วิธีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
6.1 การประเมินชิน้ งาน/
ภาระงาน (รวบยอด)
- แผนผังมโนทัศน์ - ตรวจแผนผัง - แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดับคณุ ภาพ 2
เรอื่ ง แสงเชิงกายภาพ มโนทัศน์ เร่อื ง ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์
แสงเชงิ กายภาพ
6.2 การประเมนิ กอ่ นเรียน
- แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมินตามสภาพจรงิ
ก่อนเรียน หน่วยการ กอ่ นเรียน หนว่ ยการ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5
เรยี นรู้ท่ี 5 แสงเชิง เรียนร้ทู ่ี 5 แสงเชงิ แสงเชงิ กายภาพ
กายภาพ กายภาพ
6.3 การประเมนิ ระหว่าง
การจดั กจิ กรรม
1) การแทรกสอด - ตรวจใบงานท่ี 5.1.1 - ใบงานท่ี 5.1.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) ผลบันทกึ การปฏบิ ตั ิ - ประเมินการปฏิบตั ิ - แบบประเมนิ การปฏิบัติ - ระดบั คุณภาพ 2
กจิ กรรมการแทรก- กจิ กรรม กิจกรรม ผ่านเกณฑ์
สอดของแสงผ่าน
ช่องเปดิ คู่
3) การเลย้ี วเบน - ตรวจใบงานที่ 5.2.1 - ใบงานท่ี 5.2.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ของแสง - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
86
รายการวดั วธิ ีวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
4) ผลบันทกึ การปฏบิ ตั ิ - ประเมินการปฏิบตั ิ - แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิ - ระดบั คุณภาพ 2
กจิ กรรมการ กจิ กรรม กจิ กรรม ผ่านเกณฑ์
เลี้ยวเบนของแสง
ผ่านช่องเปดิ เด่ียว
5) เกรตติง - ตรวจใบงานที่ 5.3.1 - ใบงานที่ 5.3.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
6) ผลบันทึกการปฏบิ ัติ - ประเมนิ การปฏบิ ัติ - แบบประเมินการปฏบิ ัติ - ระดบั คณุ ภาพ 2
กิจกรรมการ กจิ กรรม กิจกรรม ผา่ นเกณฑ์
เลย้ี วเบนของแสง
ผ่านเกรตตงิ
7) การกระเจงิ ของแสง - ตรวจใบงานท่ี 5.4.1 - ใบงานท่ี 5.4.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
8) ผลบันทึกการปฏิบตั ิ - ประเมินการปฏิบัติ - แบบประเมินการปฏบิ ัติ - ระดบั คุณภาพ 2
กิจกรรมการกระเจงิ กิจกรรม กจิ กรรม ผ่านเกณฑ์
ของแสง
9) การนำเสนอผลงาน/ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2
ผลการปฏิบัติ ผลงาน/ผลการ นำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
กิจกรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
10) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
11) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุม่ การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
12) คุณลักษณะอันพึง - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมิน - ระดับคณุ ภาพ 2
ประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์
ซื่อสัตย์ สุจริต อันพงึ ประสงค์
และม่งุ มั่นในการ
ทำงาน
6.4 การประเมินหลงั เรยี น
- แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หลงั เรียน หนว่ ยการ หลังเรียน หนว่ ยการ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5
เรียนรู้ที่ 5 แสงเชิง เรยี นรทู้ ่ี 5 แสงเชิง แสงเชิงกายภาพ
กายภาพ กายภาพ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ 87
• แผนท่ี 1 : การแทรกสอด เวลา 4 ชั่วโมง
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 3 ชั่วโมง
เวลา 4 ชั่วโมง
• แผนท่ี 2 : การเลี้ยวเบนของแสง เวลา 4 ชวั่ โมง
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) (รวมเวลา 15 ช่ัวโมง)
• แผนท่ี 3 : เกรตตงิ
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
• แผนท่ี 4 : การกระเจิงของแสง
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 แสงเชิงกายภาพ
2) แบบฝึกหดั รายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 แสงเชงิ กายภาพ
3) ใบงานที่ 5.1.1 เรอ่ื ง การแทรกสอด
4) ใบงานท่ี 5.2.1 เร่อื ง การเลีย้ วเบนของแสง
5) ใบงานที่ 5.3.1 เรือ่ ง เกรตติง
6) ใบงานที่ 5.4.1 เรือ่ ง การกระเจิงของแสง
7) วัสดุอุปกรณท์ ่ใี ช้ในการปฏิบัติกจิ กรรมการแทรกสอดของแสงผ่านช่องเปดิ คู่
8) วัสดุอปุ กรณ์ทใี่ ช้ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเลีย้ วเบนของแสงผ่านช่องเปิดเดีย่ ว
9) วัสดุอปุ กรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมการเล้ยี วเบนของแสงผ่านเกรตติง
10) วสั ดุอปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฏิบตั กิ ิจกรรมการกระเจิงของแสง
11) PowerPoint เร่ือง การแทรกสอด
12) PowerPoint เรอ่ื ง การเล้ยี วเบนของแสง
13) PowerPoint เรื่อง เกรตติง
14) PowerPoint เรอื่ ง การกระเจิงของแสง
15) อปุ กรณ์สาธิตการทดลอง เช่น เลเซอร์ และเกรตติง
16) สลากหมายเลข 1-3
17) สมุดประจำตวั นักเรยี น
88
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมดุ
3) อินเทอรเ์ นต็
89
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5
คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. การศึกษาแสงเชิงกายภาพเปน็ การศกึ ษาสมบัตใิ ดของแสง 6. แสงความยาวคล่ืน 500 นาโนเมตร ตกต้งั ฉากผา่ น
1. การกระเจงิ และการหักเห ช่องเปดิ เด่ียวทม่ี คี วามกว้าง a ปรากฏแถบมืดแถบ
2. การหักเหและการเลย้ี วเบน แรกตกทมี่ ุม 30 องศากับแนวกลาง จงหาความกวา้ ง
3. การสะทอ้ นและการเลี้ยวเบน ของช่อง a
4. การแทรกสอดและการหักเห 1. 300 นาโนเมตร 2. 500 นาโนเมตร
5. การแทรกสอดและการเล้ียวเบน 3. 700 นาโนเมตร 4. 1,000 นาโนเมตร
2. สมบัตเิ ชิงเรขาคณิตของแสงเปน็ การศกึ ษาสมบัตใิ ดของแสง 5. 1,500 นาโนเมตร
1. การสะทอ้ นและการหกั เห 7. เมอื่ แสงขาวผ่านช่องเปดิ หรือเกรตติงจะเกิดการ
2. การหักเหและการเลี้ยวเบน เล้ียวเบน แสงสใี ดในช่วงทีม่ องเหน็ เลี้ยวเบนไดภ้ าพ
3. การสะทอ้ นและการเลยี้ วเบน ปรากฏบนฉากห่างจากจดุ กงึ่ กลางของแถบสวา่ ง
4. การแทรกสอดและการหกั เห มากที่สดุ
5. การแทรกสอดและการเลีย้ วเบน 1. ม่วง 2. แดง
3. แสงสเี ดียวที่มีความยาวคลน่ื 600 นาโนเมตร เคลื่อนทผ่ี า่ นชอ่ ง 3. เขียว 4. เหลือง
เปดิ คู่ทมี่ รี ะยะห่างระหวา่ งชอ่ งเปิด 0.2 มลิ ลิเมตร ถ้าช่องเปดิ คู่ 5. น้ำเงนิ
อยหู่ า่ งจากฉาก 1 เมตร จงหาระยะห่างระหวา่ งแถบสวา่ งจาก 8. ส่องแสงสีขาวท่ีผ่านเกรตติงมจี ำนวนชอ่ งเท่ากับ
การแทรกสอดที่เกดิ ขึ้นบนฉาก 100 ช่องตอ่ ความยาว 1 เซนตเิ มตร ถา้ ต้องการให้
1. 1 มลิ ลเิ มตร 2. 2 มิลลิเมตร แสงสีเขียวซึ่งมคี วามยาวคล่นื 500 นาโนเมตร
3. 3 มิลลิเมตร 4. 4 มลิ ลเิ มตร เล้ยี วเบนหา่ งจากแกนกลาง 0.5 เซนติเมตร
5. 5 มลิ ลเิ มตร จะต้องวางฉากรบั ใหห้ ่างจากเกรตตงิ อย่างนอ้ ย
4. ชอ่ งเปดิ คู่ทีม่ รี ะยะหา่ งระหวา่ งชอ่ งเปิด 0.5 มิลลิเมตร อย่หู ่าง เปน็ ระยะทางเท่าใด
จากฉากเปน็ ระยะ 1 เมตร ถา้ ระยะระหวา่ งแถบมืดท่ีอยตู่ ิดกัน 1. 1 เมตร
เปน็ 1 มิลลิเมตร จงหาความยาวคลน่ื แสง 2. 2 เมตร
1. 300 นาโนเมตร 2. 500 นาโนเมตร 3. 3 เมตร
3. 700 นาโนเมตร 4. 1,000 นาโนเมตร 4. 4 เมตร
5. 1,500 นาโนเมตร 5. 5 เมตร
5. ถ้าตอ้ งการให้รวิ้ มดื ท่ี 2 ของชอ่ งเปดิ เด่ียวตรงกับตำแหน่งมืดท่ี 3 9. ขอ้ ใดไม่ใชป่ จั จยั การกระเจิงของแสงในบรรยากาศ
ของการแทรกสอดของแสงผ่านชอ่ งเปิดคู่ ระยะห่างของชอ่ ง 1. ปรมิ าณสารแขวนลอยในอากาศ
เปิดคตู่ ้องเป็นกี่เท่าของความกว้างของชอ่ งเปิดเด่ียว 2. อุณหภูมใิ นชนั้ บรรยากาศแตล่ ะชน้ั
1. 1/2 2. 2/3 3. มมุ ท่ีแสงอาทิตย์ส่องผา่ นบรรยากาศ
3. 3/2 4. 4/5 4. ความยาวคล่ืนแสงในบรรยากาศโลก
5. 5/4 5. ขนาดของอนุภาคทม่ี าขวางทางเดินของแสง
90
10. เพราะเหตุใดทอ้ งฟา้ ในเวลาเย็นมกั เป็นสีแดงกว่าในเวลาเชา้
1. ตอนเย็นมฝี ุ่นละอองมากกวา่ ในตอนเช้าจึงทำให้มกี ารกระเจิง
ของแสงสแี ดงมากกวา่ ตอนเช้า
2. แสงอาทิตย์ทำมมุ ชันกบั พ้ืนโลก ทำใหม้ ีอนุภาคทม่ี าขวาง
ทางเดินของแสงมาก
3. ตอนเย็นมฝี ุน่ ละอองน้อยกว่าในตอนเช้าจงึ ทำให้มีการกระเจงิ
ของแสงสีแดงมากกว่าตอนเช้า
4. แสงอาทิตย์ทำมุมลาดกบั พื้นโลก ทำใหม้ ีอนุภาคท่มี า
ขวางทางเดินของแสงมาก
5. แสงสมี ว่ งและแสงสนี ้ำเงนิ กระเจิงไดด้ ีกว่า แตป่ ระสาทตา
ของมนุษย์ตอบสนองต่อแสงสนี ี้ไม่ได้
เฉลย 1. 5 2. 1 3. 3 4. 2 5. 5 6. 4 7. 2 8. 1 9. 2 10. 1
91
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5
คำช้ีแจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. เพราะเหตุใดท้องฟา้ ในเวลาเย็นมกั เป็นสแี ดงกวา่ ในเวลาเชา้ 5. สมบตั ิเชงิ เรขาคณติ ของแสงเป็นการศกึ ษาสมบัติใด
1. ตอนเย็นมีฝ่นุ ละอองน้อยกวา่ ในตอนเชา้ จึงทำให้มกี าร ของแสง
กระเจิงของแสงสีแดงมากกว่าตอนเช้า 1. การสะท้อนและการเลีย้ วเบน
2. แสงสีม่วงและแสงสนี ำ้ เงินกระเจิงไดด้ กี วา่ แตป่ ระสาทตา 2. การสะทอ้ นและการหกั เห
ของมนุษยต์ อบสนองตอ่ แสงสีนีไ้ ม่ได้ 3. การหักเหและการเลย้ี วเบน
3. แสงอาทติ ย์ทำมมุ ชันกบั พื้นโลก ทำให้มอี นุภาคที่มา 4. การแทรกสอดและการหักเห
ขวางทางเดินของแสงมาก 5. การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน
4. ตอนเย็นมีฝนุ่ ละอองมากกว่าในตอนเช้าจงึ ทำให้มี 6. การศกึ ษาแสงเชิงกายภาพเปน็ การศึกษาสมบตั ใิ ด
การกระเจงิ ของแสงสีแดงมากกวา่ ตอนเชา้ ของแสง
5. แสงอาทติ ยท์ ำมุมลาดกบั พื้นโลก ทำให้มอี นุภาคทมี่ า 1. การกระเจิงและการหกั เห
ขวางทางเดินของแสงมาก 2. การหกั เหและการเล้ยี วเบน
2. เมอ่ื แสงขาวผ่านช่องเปดิ หรือเกรตติงจะเกดิ การเลี้ยวเบน 3. การสะทอ้ นและการเล้ยี วเบน
แสงสีใดในช่วงทม่ี องเห็นเล้ยี วเบนได้ภาพปรากฏบนฉากห่าง 4. การแทรกสอดและการหกั เห
จากจดุ ก่ึงกลางของแถบสวา่ งมากที่สดุ 5. การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน
1. ม่วง 2. แดง 7. สอ่ งแสงสขี าวทผ่ี ่านเกรตติงมจี ำนวนช่องเทา่ กบั 100
3. เขียว 4. เหลือง ชอ่ งต่อความยาว 1 เซนติเมตร ถา้ ตอ้ งการใหแ้ สงสีเขยี ว
5. นำ้ เงนิ ซ่ึงมคี วามยาวคลนื่ 500 นาโนเมตร เลีย้ วเบนหา่ งจาก
3. ชอ่ งเปิดคทู่ มี่ ีระยะหา่ งระหว่างช่องเปิด 0.5 มิลลเิ มตร อย่หู า่ ง แกนกลาง 0.5 เซนตเิ มตร จะต้องวางฉากรับใหห้ ่างจาก
จากฉากเปน็ ระยะ 1 เมตร ถ้าระยะระหว่างแถบมดื ท่ีอยู่ เกรตติงอยา่ งน้อยเป็นระยะทางเท่าใด
ตดิ กันเปน็ 1 มิลลิเมตร จงหาความยาวคลืน่ แสง 1. 1 เมตร 2. 2 เมตร
1. 300 นาโนเมตร 2. 500 นาโนเมตร 3. 3 เมตร 4. 4 เมตร
3. 700 นาโนเมตร 4. 1,000 นาโนเมตร 5. 5 เมตร
5. 1,500 นาโนเมตร 8. ถ้าต้องการให้ร้ิวมดื ที่ 2 ของช่องเปิดเดีย่ วตรงกับ
4. แสงความยาวคลื่น 500 นาโนเมตร ตกตัง้ ฉากผ่านชอ่ งเปิด ตำแหนง่ มืดท่ี 3 ของการแทรกสอดของแสงผ่านช่อง
เดยี่ วท่ีมีความกว้าง a ปรากฏแถบมืดแถบแรกตกท่ีมมุ 30 เปิดคู่ ระยะหา่ งของช่องเปิดคู่ตอ้ งเปน็ กเ่ี ทา่ ของ
องศากบั แนวกลาง จงหาความกว้างของชอ่ ง a ความกวา้ งของช่องเปดิ เดย่ี ว
1. 300 นาโนเมตร 1. 1/2
2. 500 นาโนเมตร 2. 2/3
3. 700 นาโนเมตร 3. 3/2
4. 1,000 นาโนเมตร 4. 4/5
5. 1,500 นาโนเมตร 5. 5/4
92
9. แสงสเี ดยี วทีม่ คี วามยาวคล่นื 600 นาโนเมตร เคล่ือนท่ผี ่าน
ชอ่ งเปดิ คู่ที่มีระยะหา่ งระหวา่ งชอ่ งเปดิ 0.2 มลิ ลเิ มตร
ถ้าชอ่ งเปดิ คู่อยู่หา่ งจากฉาก 1 เมตร จงหาระยะหา่ งระหว่าง
แถบสว่างจากการแทรกสอดท่เี กิดขน้ึ บนฉาก
1. 1 มิลลิเมตร
2. 2 มิลลเิ มตร
3. 3 มลิ ลเิ มตร
4. 4 มลิ ลเิ มตร
5. 5 มิลลิเมตร
10. ขอ้ ใดไม่ใช่ปจั จัยการกระเจิงของแสงในบรรยากาศ
1. ปรมิ าณสารแขวนลอยในอากาศ
2. อุณหภูมใิ นชั้นบรรยากาศแต่ละชนั้
3. มมุ ท่ีแสงอาทิตย์สอ่ งผ่านบรรยากาศ
4. ความยาวคลนื่ แสงในบรรยากาศโลก
5. ขนาดของอนุภาคทม่ี าขวางทางเดนิ ของแสง
เฉลย 1. 4 2. 2 3. 2 4. 4 5. 2 6. 5 7. 1 8. 5 9. 3 10. 2
93
แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ ผลงานแผนผังมโนทัศน์
คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนประเมินผลงาน/ชนิ้ งานของนกั เรยี นตามรายการท่ีกำหนด แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งทต่ี รงกับ
ระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
4 3 21
1 ความสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคท์ กี่ ำหนด
2 ความถกู ต้องของเนือ้ หา
3 ความคดิ สร้างสรรค์
4 ความเป็นระเบียบ
รวม
ลงช่อื ................................................... ผูป้ ระเมิน
............../................./................
เกณฑ์ประเมินแผนผงั มโนทศั น์
ประเดน็ ท่ีประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1. ผลงานตรงกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผ ล งานไม่ส อดค ล้อ ง
จดุ ประสงค์ทก่ี ำหนด จดุ ประสงคท์ ุกประเด็น จุดประสงค์เปน็ ส่วนใหญ่ จดุ ประสงค์บางประเดน็ กับจดุ ประสงค์
2. ผลงานมคี วาม เน้ือหาสาระของผลงาน เนื้อหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน
ถูกตอ้ งของเน้ือหา ถูกตอ้ งครบถ้วน ถกู ต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ถกู ตอ้ งเปน็ บางประเดน็ ไมถ่ ูกตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่
3. ผลงานมีความคดิ ผ ล งานแส ดงออกถึง ผลงานมีแนวคิดแปลก ผลงานมีความน่าสนใจ ผลงานไม่แสดงแนวคิด
สรา้ งสรรค์ ค วามคิด ส ร้างส รรค์ ใหม่แต่ยังไม่เป็นระบบ แต่ยังไม่มีแนวคิดแปลก ใหม่
แ ป ล ก ให ม่ แ ล ะ เป็ น ใหม่
ระบบ
4. ผลงานมีความเป็น ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่มีความ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่ไม่เป็น
ระเบยี บ ระเบียบแสดงออกถึง เป็ น ระเบี ยบ แต่ ยังมี ระเบียบแต่มีขอ้ บกพร่อง ร ะ เบี ย บ แ ล ะ มี ข้ อ
ความประณีต ข้อบกพรอ่ งเลก็ นอ้ ย บางสว่ น บกพรอ่ งมาก
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-16 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 7 ปรับปรุง
94
แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม
คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ การปฏิบตั ิกิจกรรมของนักเรยี นตามรายการทกี่ ำหนด แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รง
กบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
1 การปฏิบตั กิ ารทำกิจกรรม
2 ความคล่องแคล่วในขณะปฏิบัตกิ จิ กรรม
3 การบันทึก สรปุ และนำเสนอผลการทำกิจกรรม
รวม
ลงชือ่ ................................................... ผู้ประเมนิ
................./................../..................
เกณฑ์การประเมนิ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม
ประเดน็ ทปี่ ระเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
ต้องให้ความช่วยเหลือ
13. การปฏบิ ตั ิ ทำกจิ กรรมตามขนั้ ตอน ทำกิจกรรมตามข้ันตอน ต้องใหค้ วามช่วยเหลอื อย่างมากในการทำ
กจิ กรรม และใช้อุปกรณ์ได้อย่าง และใชอ้ ปุ กรณ์ได้อย่าง บา้ งในการทำกจิ กรรม กิจกรรม และการใช้
ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ ง แตอ่ าจตอ้ ง และการใช้อปุ กรณ์ อปุ กรณ์
ได้รับคำแนะนำบา้ ง ทำกจิ กรรมเสร็จไม่
ทันเวลา และทำ
14. ควา มคี วามคลอ่ งแคลว่ มคี วามคล่องแคล่ว ขาดความคลอ่ งแคลว่ อุปกรณเ์ สียหาย
มคล่องแคลว่ ในขณะทำกจิ กรรมโดย ในขณะทำกิจกรรมแต่ ในขณะทำกจิ กรรมจงึ
ในขณะปฏิบตั ิ ไมต่ ้องได้รบั คำช้ีแนะ ต้องได้รบั คำแนะนำบ้าง ทำกจิ กรรมเสรจ็ ไม่
กิจกรรม และทำกจิ กรรมเสรจ็ และทำกิจกรรมเสร็จ ทันเวลา
ทันเวลา ทนั เวลา
15. การ บนั ทกึ และสรุปผลการ บนั ทกึ และสรุปผลการ ต้องใหค้ ำแนะนำในการ ต้องใหค้ วามช่วยเหลือ
ทำกจิ กรรมไดถ้ ูกตอ้ ง บนั ทึก สรปุ และ อย่างมากในการบนั ทึก
บันทกึ สรปุ ทำกิจกรรมไดถ้ ูกตอ้ ง แต่การนำเสนอผลการ นำเสนอผลการทำ สรปุ และนำเสนอผล
ทำกิจกรรมยงั ไมเ่ ปน็ กิจกรรม การทำกิจกรรม
และนำเสนอผล รดั กมุ นำเสนอผลการ ขน้ั ตอน
การปฏบิ ัติ ทำกิจกรรมเปน็ ขั้นตอน
กจิ กรรม ชัดเจน
95
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรบั ปรุง
96
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
2 ความคิดสรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ สมบูรณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางสว่ น
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
97
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผอู้ ืน่
3 การทำงานตามหนา้ ทที่ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ............/.................../................
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง