ก ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่3สารและสมบัติของสาร ชุดที่ 1 เรื่อง ธาตุและ สารประกอบ ฉบับนี้ จัดท าขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อนวัตกรรมประกอบการเรียนการสอนรายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ว22101) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้จัดท าได้เรียบเรียงเนื้อหาความรู้โดยยึดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งมีเนื้อหาที่เหมาะสมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อให้นักเรียน ได้ใช้ประกอบการเรียนในห้องเรียนและศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ฉบับนี้ ประกอบด้วย ชุดที่ 1 เรื่อง ธาตุและสารประกอบ จ านวน 5 ชั่วโมง ชุดที่ 2 เรื่อง การแยกสาร จ านวน 5 ชั่วโมง ชุดที่ 3 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีและสมการเคมี จ านวน 3 ชั่วโมง ชุดที่ 4 เรื่อง มวล พลังงาน กับการเกิดปฏิกิริยาเคมี จ านวน 3 ชั่วโมง ชุดที่ 5 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี จ านวน 3 ชั่วโมง ชุดที่ 6 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จ านวน 3 ชั่วโมง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุดที่ 1 เรื่อง ธาตุและสารประกอบ ได้เน้นให้นักเรียน ได้ความรู้ ได้ฝึกปฏิบัติและสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองได้ เมื่อผู้เรียนฝึกปฏิบัติกิจกรรมตาม ขั้นตอนที่ผู้สอนก าหนดไว้ จะท าให้ผู้เรียนมีการพัฒนาด้านความรู้ ทักษะด้านการสืบเสาะหาความรู้ ทักษะด้านการคิด ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สามารถน าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ผู้จัดท าขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้ค าแนะน า ให้ค าปรึกษา ตรวจสอบความ ถูกต้องของเนื้อหา รูปแบบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จนท าให้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ฉบับนี้ส าเร็จลุล่วงได้ด้วยดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ แก่นักเรียนและครูผู้สอนท่านอื่น ๆ ที่น าไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพต่อไป อรวรรณ สระทองอยู่
ข หน้า ค ำน ำ ก สำรบัญ ข ผังมโนทัศน์ชุดกิจกรรม 1 ค ำแนะน ำกำรใช้ชุดกิจกรรมส ำหรับครู 2 ค ำแนะน ำกำรใช้ชุดกิจกรรมส ำหรับนักเรียน 3 ผังมโนทัศน์ขั้นตอนกำรจัดกิจกรรม 4 ขั้นตอนกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 5 สำระส ำคัญ มำตรฐำนกำรเรียนรู้ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ 6 แบบทดสอบก่อนเรียน 9 กระดำษค ำตอบ แบบทดสอบก่อนเรียน 12 บัตรกิจกรรมที่ 1.1 เรื่อง กำรทดสอบสมบัติบำงประกำรของธำตุบำงชนิด 17 บัตรควำมรู้ที่ 1.1 เรื่อง ธำตุและสมบัติของธำตุ 22 กิจกรรมตรวจสอบควำมเข้ำใจที่ 1.1 30 บัตรกิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง สำรกัมมันตรังสีในชีวิตประจ ำวัน 36 บัตรควำมรู้ที่ 1.2 เรื่อง ธำตุกัมมันตรังสี 42 กิจกรรมตรวจสอบควำมเข้ำใจที่ 1.2 46 บัตรกิจกรรมที่ 1.3 เรื่อง สมบัติบำงประกำรของสำรประกอบ 49 บัตรควำมรู้ที่ 1.3 เรื่อง สำรประกอบและประโยชน์ของธำตุ และสำรประกอบในชีวิตประจ ำวัน 53 กิจกรรมตรวจสอบควำมเข้ำใจที่ 1.3 58 กิจกรรมน ำควำมรู้สู่ชีวิต 61 แบบทดสอบหลังเรียน 63 กระดำษค ำตอบ แบบทดสอบหลังเรียน 66 แบบประเมินแสดงควำมก้ำวหน้ำทำงกำรเรียน 67 บรรณำนุกรม 68
ค หน้า ภำคผนวก 70 เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน 71 เฉลย แบบทดสอบหลังเรียน 71 แนวค ำตอบ บัตรกิจกรรมที่ 1.1 เรื่อง กำรทดสอบสมบัติบำงประกำร ของธำตุบำงชนิด 72 แนวค ำตอบ บัตรกิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง สำรกัมมันตรังสีในชีวิตประจ ำวัน 75 แนวค ำตอบ บัตรกิจกรรมที่ 1.3 เรื่อง สมบัติบำงประกำรของสำรประกอบ 78 แนวค ำตอบ กิจกรรมตรวจสอบควำมเข้ำใจที่ 1.1 81 แนวค ำตอบ กิจกรรมตรวจสอบควำมเข้ำใจที่ 1.2 86 แนวค ำตอบ กิจกรรมตรวจสอบควำมเข้ำใจที่ 1.3 88 แนวค ำตอบ กิจกรรมน ำควำมรู้สู่ชีวิต 91
1 ธาตุและ สารประกอบ การแยกสาร ปฏิกิริยาเคมี และสมการเคมี มวล พลังงาน กับการเกิด ปฏิกิริยาเคมี ปัจจัยที่มีผลต่อ การเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมี ต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม
2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร ชุดที่ 1 เรื่อง ธาตุ และสารประกอบ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ว22101) ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มี จุดมุ่งหมายเพื่อให้การด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บรรลุวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนควรเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามค าแนะน า ดังนี้ 1. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจัดการเรียนรู้ เนื้อหาที่สอน รายละเอียดของ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และค าชี้แจงต่าง ๆ ให้เข้าใจก่อนด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2. เตรียมสื่อ อุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้พร้อม และครบตามจ านวนนักเรียนใน ชั้นเรียนแต่ละกลุ่ม 3. เมื่อมีกิจกรรมให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน (จ านวนกลุ่มขึ้นอยู่กับจ านวนนักเรียนในชั้นเรียน) 4. ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูควรชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเอง แนะน า ขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แนวปฏิบัติ จุดประสงค์การเรียนรู้ แล้วให้นักเรียน ท าแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre – test) 5. ขณะที่นักเรียนท ากิจกรรม ครูคอยให้ความช่วยเหลือแนะน า กระตุ้นให้นักเรียนท ากิจกรรม อย่างกระตือรือร้น และตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ระหว่างเรียน พร้อมทั้งสังเกตและประเมินพฤติกรรม การท างานของนักเรียน 6. เมื่อนักเรียนท ากิจกรรมครบถ้วนให้นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน (Post – test) แล้วน า ผลการทดสอบแจ้งให้นักเรียนทราบความก้าวหน้าทางการเรียน 7. การวัดและประเมินผล จากแบบทดสอบหลังเรียนซึ่งใช้เป็นความก้าวหน้าเทียบกับ คะแนนมาตรฐานพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ประเมินผลการปฏิบัติงาน 8. เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มมีส่วนร่วมตรวจสอบ ความเรียบร้อย เก็บวัสดุอุปกรณ์ และสิ่งที่เกี่ยวข้องให้เป็นระเบียบเพื่อสะดวกในการใช้งานครั้งต่อไป
3 การศึกษาการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่ 3 สารและสมบัติ ของสาร ชุดที่ 1 เรื่อง ธาตุและสารประกอบ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ว22101) ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอนที่ก าหนด ดังนี้ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน และให้ก าหนดหน้าที่ ของสมาชิกแต่ละคนให้ชัดเจน 2. นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ธาตุและสารประกอบ จ านวน 10 ข้อ เพื่อประเมิน ความรู้ของนักเรียน ท าตามความเข้าใจของนักเรียนโดยไม่ต้องกังวลกับผลคะแนนที่ได้รับ 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติกิจกรรมจากชุดกิจกรรม การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ธาตุและสารประกอบ ดังนี้ ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement) ประกอบด้วย กิจกรรมกระตุ้นการคิด ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา (Exploration) ประกอบด้วย กิจกรรมค้นคว้าหาค าตอบ ขั้นที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) ประกอบด้วย กิจกรรมทดสอบตอบปัญหา ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration) ประกอบด้วยกิจกรรมตรวจสอบเชื่อมโยง ความรู้ ขั้นที่ 5 ประเมินผล (Evaluation) ประกอบด้วย กิจกรรมน าความรู้สู่ชีวิต 4. เมื่อนักเรียนท ากิจกรรมครบทั้ง 5 ขั้นตอนแล้ว ให้ท าแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ธาตุ และสารประกอบ จ านวน 10 ข้อ 5. ตรวจค าตอบจากเฉลย และบันทึกผลคะแนนที่ท าได้ในแบบบันทึกแสดงความก้าวหน้า ทางการเรียน 6. นักเรียนต้องท าแบบทดสอบหลังเรียนได้ร้อยละ 80 ขึ้นไป จึงจะผ่าน หากผ่านเกณฑ์ให้ ศึกษาชุดกิจกรรมชุดต่อไป 7. นักเรียนควรศึกษาด้วยความเอาใจใส่ มีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่ควร ดูเฉลยก่อน
4 ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
5
6 ธาตุ (element) เป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกันที่พบทั้งในธรรมชาติ และเกิดจากการสังเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เนื่องจากธาตุมีหลายชนิด จึงมีการเสนอใช้สัญลักษณ์ ของธาตุ เพื่อให้สื่อความหมายได้ตรงกัน ซึ่งเราสามารถจ าแนกธาตุตามสมบัติของธาตุได้เป็น โลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ นอกจากนี้ยังมีธาตุบางตัวที่สามารถแผ่รังสีเองได้ เรียกธาตุเหล่านี้ว่า ธาตุกัมมันตรังสี สารประกอบ (compound) เป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป รวมกันด้วยอัตราส่วนโดยมวลคงที่ และมีสมบัติเดิมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ ดังนั้น สารประกอบ จึงเป็นสารที่มีอะตอมต่างชนิดกันเรียกว่า โมเลกุลของสารประกอบ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ น าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 3.1 ม.2/1 ส ารวจและอธิบายองค์ประกอบ สมบัติของธาตุและสารประกอบ ว 3.1 ม.2/2 สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะ และธาตุกัมมันตรังสี และน าความรู้ไปใช้ประโยชน์
7 มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะ หาความรู้ การแก้ไขปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด ว 8.1 ม.2/1 ตั้งค าถามที่ก าหนดประเด็นหรือตัวแปรที่ส าคัญในการส ารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้า เรื่องที่สนใจได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้ ว 8.1 ม.2/2 สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการส ารวจตรวจสอบ หลาย ๆ วิธี ว 8.1 ม.2/3 เลือกเทคนิควิธีการส ารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม ว 8.1 ม.2/4 รวบรวมข้อมูล จัดกระท าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ ว 8.1 ม.2/5 วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับสมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูล จากการส ารวจตรวจสอบ ว 8.1 ม.2/6 สร้างแบบจ าลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการส ารวจ ตรวจสอบ ว 8.1 ม.2/7 สร้างค าถามที่น าไปสู่การส ารวจตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และน า ความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ ว 8.1 ม.2/8 บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การส ารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติม จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขึ้น หรือโต้แย้งจากเดิม ว 8.1 ม.2/9 จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายสมบัติของธาตุและสมบัติบางประการของสารประกอบได้ 2. อธิบายสมบัติการใช้ประโยชน์ และวิธีป้องกันอันตรายจากธาตุกัมมันตรังสีได้ 3. อธิบายและเปรียบเทียบความแตกต่างของธาตุและสารประกอบได้ 4. เขียนสัญลักษณ์ของธาตุบางชนิดได้ 5. อธิบายและยกตัวอย่างการน าธาตุและสารประกอบไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้
8 ด้านทักษะกระบวนการ (Process) 1. ก าหนดปัญหาของการทดลองได้ 2. ตั้งสมมติฐานจากปัญหาที่ก าหนดได้ 3. วางแผนและทดลองเกี่ยวกับสมบัติบางประการของธาตุ และสารประกอบได้ 4. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของธาตุกัมมันตรังสีได้ 5. มีทักษะในการทดลองแปลความหมายของข้อมูลต่าง ๆ ได้ ด้านเจตคติ/ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) 1. มีความซื่อสัตย์ ได้แก่ บันทึกข้อมูลตามความเป็นจริง น าเสนอผลการทดลอง ตามความจริงไม่แอบอ้างผลงานของผู้อื่นว่าเป็นของตนเอง 2. มีระเบียบวินัย ได้แก่ มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติงานตามข้อตกลงของกฎระเบียบเสมอ 3. ใฝ่เรียนรู้ ได้แก่ ชอบศึกษาค้นคว้า ชอบทดลอง ชอบสนทนาซักถาม ฟัง อ่าน เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ถูกต้อง กระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมและงานต่าง ๆ 4. มุ่งมั่นในการท างาน ได้แก่ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและรับผิดชอบในการท างานให้ส าเร็จ ใจกว้าง และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 5. มีจิตสาธารณะ ได้แก่ มีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิด ประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน 1. ธาตุและสมบัติของธาตุ 2. ธาตุกัมมันตรังสี 3. สารประกอบและประโยชน์ของธาตุ และสารประกอบในชีวิตประจ าวัน
9 แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดที่ 1 เรื่อง ธาตุและสารประกอบ แบบทดสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จ านวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใช้เวลา 10 นาที เลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียว ท าเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษค าตอบ 1. ข้อแตกต่างระหว่างธาตุและสารประกอบคือข้อใด ก. ธาตุเป็นสารเนื้อเดียว แต่สารประกอบเป็นสารเนื้อผสม ข. ธาตุเป็นสารบริสุทธิ์ แต่สารประกอบไม่เป็นสารบริสุทธิ์ ค. ธาตุมีสถานะเป็นของแข็งและแก๊สเท่านั้น แต่สารประกอบเป็นได้ทั้งสามสถานะ ง. ธาตุเป็นสารที่ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียว แต่สารประกอบประกอบ ด้วยธาตุ 2 ชนิดขึ้นไป 2. กลุ่มใดต่อไปนี้จัดเป็นสารบริสุทธิ์ทุกสาร ก. เหล็ก น้ ามันพืช น้ าหมึก ข. น้ ามันก๊าด นาก แก๊สหุงต้ม ค. ฮีเลียม ไฮโดรเจน เกลือแกง ง. ลูกเหม็น ทองค าขาว น้ าตาลทราย 3. ข้อใดจัดเป็นธาตุทั้งหมด ก. ออกซิเจน น้ า ปรอท ข. ก ามะถัน เหล็ก พลวง ค. เหล็ก ไฮโดรเจน เกลือ ง. ซูโครส ไอโอดีน ไฮโดรเจน
10 4. อักษรต่อไปนี้เป็นสัญลักษณ์ของธาตุใดบ้าง ตามล าดับ Cl, Al, S, F ก. คลอรีน อาร์กอน ก ามะถัน ฟลูออรีน ข. คลอรีน อาร์กอน สังกะสี ฟอสฟอรัส ค. คลอรีน อะลูมิเนียม ก ามะถัน ฟลูออรีน ง. คลอรีน อะลูมิเนียม สังกะสี ฟอสฟอรัส 5. สารประกอบในข้อใดมีธาตุที่เป็นองค์ประกอบมากกว่า 3 ธาตุ ก. NH4OH ข. Na2SO4 ค. (NH4)2SO4 ง. CH3COOH 6. สารประกอบในข้อใด ไม่มีธาตุโลหะเป็นองค์ประกอบ ก. NaCl ข. CaCO3 ค. CuSO4 ง. CH3OH 7. การใช้ประโยชน์จากธาตุ ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ใช้ทองแดงท าสายไฟ ข. ใช้ปรอทท าเทอร์มอมิเตอร์ ค. ใช้แกรไฟต์ท าเครื่องประดับ ง. ใช้อะลูมิเนียมท าแผ่นห่ออาหาร
11 8. ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ก. โลหะทุกชนิดน าไฟฟ้าได้ ข. โลหะทุกชนิดมีจุดหลอมเหลวสูง ค. ธาตุที่มีความหนาแน่นสูง ส่วนมากเป็นพวกโลหะ ง. ธาตุที่มีจุดหลอมเหลวต่ า ส่วนมากเป็นพวกอโลหะ 9. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแผ่รังสีของธาตุกันมันตรังสี ก. รังสีที่ธาตุกัมมันตรังสีแผ่ออกมาคือรังสีแอลฟาเสมอ ข. ธาตุกัมมันตรังสีแผ่รังสีเนื่องจากอิเล็กตรอนในอะตอมไม่เสถียร ค. ธาตุกัมมันตรังสีแผ่รังสีเนื่องจากนิวเคลียสของอะตอมไม่เสถียร ง. รังสีที่ธาตุกัมมันตรังสีแผ่ออกมาเป็นโทษต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต 10. รังสีที่เกิดจากธาตุกัมมันตรังสีที่ทะลุผ่านได้สูงสูด คือข้อใด ก. รังสีบีตา ข. รังสีเอกซ์ ค. รังสีแอลฟา ง. รังสีแกมมา
12 กระดาษค าตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ชุดที่ 1 เรื่อง ธาตุและสารประกอบ ชื่อ – สกุล.................................................................เลขที่..................ชั้น................ ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเต็ม 10 คะแนนที่ได้ ผลการประเมิน ลงชื่อผู้ตรวจ เกณฑ์การให้คะแนน : ตอบถูกต้องได้1 คะแนน ตอบผิดหรือไม่ตอบได้0 คะแนน เกณฑ์การประเมิน : ได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์การประเมิน
13 ชื่อกลุ่ม___________________________________________ รายชื่อสมาชิกในกลุ่ม ที่ ชื่อ – สกุล เลขที่ ชั้น หน้าที่ในกลุ่ม 1 2 3 4 5 “เตรียมความพร้อมกันก่อนนะคะ” ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
14 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย วิเคราะห์ภาพ แล้วตอบค าถาม ใช้เวลา 5 นาที ภาพที่1.1 ผงก ามะถัน ที่มา : https://sc02.alicdn.com/kf/UT8djVaXt XXXXagOFbX8/600672/UT8djVaXtXXXXagOFbX8.jpg (สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559) ภาพที่1.2 ทองค า ที่มา : http://www.thaigold.info/Board/ index.php?/topic/1531 (สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559) ภาพที่1.3 เกลือแกง ที่มา : http://www.nctfoodshop.com (สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559) ภาพที่1.4 น้ าตาลทราย ที่มา : http://www.buriramsugar.com/ about /overview (สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559)
15 จากภาพให้แต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์แล้วตอบค าถาม ได้ค าตอบแล้วกลุ่มอาสาสมัครน าเสนอได้เลยคะ สิ่งใดที่มีส่วน ประกอบของสาร ชนิดเดียว สิ่งใดที่มีส่วน ประกอบของสาร ตั่งแต่สองชนิดขึ้นไป นักเรียนคิดว่าสาร ชนิดใดบ้าง ที่ไม่สามารถน ามาแยก ด้วยวิธีการทางเคมีได้ เพราะอะไร
16 พร้อมท าบัตรกิจกรรมกันแล้วใช่ไหมคะ แล้วอย่าลืมตอบค าถามหลังท าการทดลอง ด้วยนะคะ ให้นักเรียนยกตัวอย่าง ธาตุที่รู้จักใน ชีวิตประจ าวัน มาอย่างน้อย 5 ชนิด ธาตุต่างชนิดกัน จะมีสมบัติเหมือนกันหรือไม่ ?
17 ทดสอบสมบัติและการจ าแนกประเภทของธาตุโดยใช้สมบัติบางประการของ ธาตุเป็นเกณฑ์ได้ บัตรกิจกรรมที่1.1 เรื่อง การทดสอบสมบัติบางประการ ของธาตุบางชนิด การทดลองกลุ่มที่............................................... ชื่อกลุ่ม.............................................................. เลขที่สมาชิก.......................................................
18 1. ลวดทองแดง (ขนาด 0.5 x 8 ซม.) จ านวน 1 อัน 2. แมกนีเซียม (ขนาด 0.5 x 8 ซม.) จ านวน 1 อัน 3. แผ่นสังกะสี (ขนาด 0.5 x 8 ซม.) จ านวน 1 อัน 4. ก ามะถัน จ านวน 1 อัน 5. ไส้ดินสอ (แกรไฟต์) (ขนาดยาว 5 ซม.)จ านวน 1 อัน 6. ตะปู จ านวน 1 อัน 7. ค้อน จ านวน 1 อัน 8. ชุดตรวจสอบการน าไฟฟ้า จ านวน 1 ชุด 9. กระดาษทราย จ านวน 1 แผ่น ปัญหา .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ก าหนดสมมติฐาน ...................................................................................................................................... ....................................................................................................................................
19 วิธีด าเนินการทดลอง 1. สังเกตสีของลวดทองแดงแผ่นสังกะสี ก ามะถัน ไส้ดินสอ (แกรไฟต์) และตะปู เมื่อขัดด้วยกระดาษทราย บันทึกผลการทดลอง 2. ทดสอบความวาวของลวดทองแดง แผ่นสังกะสี ก ามะถัน ไส้ดินสอ (แกรไฟต์) และตะปู เมื่อขัดด้วยกระดาษทราย บันทึกผลการทดลอง 3. ทดสอบการน าไฟฟ้าของลวดทองแดง แผ่นสังกะสี ก ามะถัน ไส้ดินสอ (แกรไฟต์) และตะปู โดยใช้ชุดตรวจสอบการน าไฟฟ้า สังเกตความสว่าง ของหลอดไฟ บันทึกผลการทดลอง 4. ทดสอบความเหนียวของลวดทองแดง แผ่นสังกะสี ก ามะถัน ไส้ดินสอ (แกรไฟต์) และตะปู โดยการทุบด้วยค้อน บันทึกผลการทดลอง ธาตุ ผลการทดลอง สี ความวาว การน าไฟฟ้า ความเหนียว/ เปราะ 1. ลวดทองแดง 2. แมกนีเซียม 3. แผ่นสังกะสี 4. ก ามะถัน 5. ไส้ดินสอ (แกรไฟต์) 6. ตะปู
20 สรุปผลการทดลอง .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... 1. ธาตุที่น ามาใช้ในการทดลองมีสมบัติใดบ้างที่เหมือนกัน และแตกต่างกัน ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 2. ถ้าจะจัดกลุ่มธาตุที่ตรวจสอบควรใช้สมบัติใดเป็นเกณฑ์ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................
21 คะแนนจากการปฏิบัติกิจกรรม คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 20 3. จากการทดลองนักเรียนสามารถแบ่งกลุ่มธาตุได้เป็นกี่กลุ่ม อะไรบ้าง และใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... เรามาศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับธาตุและสมบัติของธาตุ ในบัตรความรู้ที่ 1.1 กันต่อเลยนะคะ
22 ธาตุ (Element) หมายถึง สารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่มีองค์ประกอบอะตอมของ ธาตุเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ธาตุไม่สามารถจะน ามาแยกสลายให้กลายเป็นสารอื่นโดย วิธีการทางเคมี แต่อาจแยกออกโดยวิธีนิวเคลียร์ ปัจจุบันธาตุมีทั้งหมดมากกว่า 119 ธาตุ เป็นธาตุที่พบตามธรรมชาติ91 ธาตุ นอกนั้นเป็นธาตุที่นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์ขึ้น ธาตุที่พบในธรรมชาติส่วนใหญ่พบใน ปริมาณที่แตกต่างกัน ธาตุที่มีมากที่สุดในธรรมชาติ ได้แก่ ออกซิเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบ ของสารส่วนใหญ่ เช่น น้ า ประกอบด้วยไฮโดรเจนและออกซิเจน ในร่างกายมนุษย์เรามี ธาตุหลายชนิดที่มีความส าคัญต่อการท างานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นไป ตามปกติ ถ้าขาดธาตุบางชนิดอาจท าให้เกิดความผิดปกติกับร่างกาย เช่น ขาดธาตุเหล็ก จะเป็นโรคโลหิตจาง เป็นต้น ภาพที่1.5 แสดงมวลร้อยละของปริมาณธาตุที่มีอยู่ในธรรมชาติ และในร่างกายมนุษย์ ที่มา : http://118.174.134.188/resource_center9/Admin/acrobat/v_3_sc_sc_541.pdf (สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559)
23 สัญลักษณ์ธาตุ สัญลักษณ์ธาตุ คือสัญลักษณ์ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุ 1 อะตอม แต่ เนื่องจากธาตุมีอยู่หลายชนิด จอห์น ดอลตัน (John Dalton ค.ศ. 1766 - 1844) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ จึงเสนอให้มีการใช้รูปภาพเป็นสัญลักษณ์แทนชื่อธาตุ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ภาพที่1.6 สัญลักษณ์ของธาตุตามแนวคิดของ จอห์น ดอลตัน ที่มา : http://thaisci.blogspot.com/2011/08/blog-post.html (สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559) ต่อมา จาคอบ แบร์เซลิอุส (Jacob Berzelius ค.ศ. 1779 - 1848) นักเคมี ชาวสวีเดนได้เสนอใช้สัญลักษณ์ธาตุแบบตัวอักษรขึ้น เมื่อปีค.ศ.1814 และยังใช้ถึง ปัจจุบันเพราะเห็นว่าได้มีการค้นพบธาตุใหม่ ๆ เป็นจ านวนมากขึ้น การใช้รูปภาพอาจจะ ไม่สะดวก จึงเสนอให้ใช้ตัวอักษรแทนชื่อธาตุ เพื่อให้สะดวกและมีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งการเขียนสัญลักษณ์ธาตุ มีหลักเกณฑ์ ดังนี้ 1. ใช้อักษรตัวแรกของชื่อธาตุในภาษาอังกฤษหรือภาษาลาติน เขียนด้วย ตัวพิมพ์ใหญ่ 2. ถ้าตัวอักษรตัวแรกของชื่อธาตุซ้ ากัน ให้เขียนอักษรตัวถัดไปด้วยตัวพิมพ์ เล็ก
24 ตารางที่1.1 ตัวอย่างชื่อและสัญลักษณ์ธาตุ ชื่อธาตุ ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อภาษาละติน สัญลักษณ์ เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง เงิน ดีบุก ปรอท อะลูมิเนียม ทองค า สังกะสี สารหนู แมงกานีส โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน ไฮโดรเจน คลอรีน Iron Lead Copper Silver Tin Mercury Aluminium Gold Zinc Aresnic Manganese Sodium Potassium Calcium Carbon Nitrogen Oxygen Hydrogen Chlorine Ferrum Plumbum Cuprum Argentum Stannum Hydragyrum - Aurum - - - Natrium Kalium - - - - - - Fe Pb Cu Ag Sn Hg Al Au Zn As Mn Na K Ca C N O H Cl
25 ตารางธาตุ เมนเดเลเยฟ (Mendelejev) นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้จัดธาตุเป็น หมวดหมู่โดยใช้สมบัติของธาตุเป็นเกณฑ์ โดยจัดธาตุที่มีสมบัติคล้ายกันไว้ในกลุ่มเดียวกัน ตามแนวตั้ง แล้วบรรจุลงในตารางธาตุที่เรียกว่า ตารางพีริออดิก (Periodic table) ซึ่งมี รายละเอียดดังต่อไปนี้ รหัสสีของธาตุกลุ่มต่างๆ หมู่โลหะอัลคาไล (Alkali Metal) อโลหะ (Non-Metal) หมู่โลหะอัลคาไลเอิร์ธ (Alkali Earth Metal) ก๊าซมีตระกูล (Noble Gas) หมู่โลหะแทรนซิชัน (Transition) แลนทาไนด์ (Lanthanide) โลหะอ่อน แอกทิไนด์(Actinide) กึ่งโลหะ (Metalloid) ภาพที่1.7 ตารางธาตุในปัจจุบัน ที่มา : http://nakhamwit.ac.th/pingpong_web/m&c_web/Content_04.html (สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2559)
26 จากตารางธาตุ พบว่านักวิทยาศาสตร์ได้รวบรวมธาตุต่าง ๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ ตามลักษณะ และคุณสมบัติที่เหมือนกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาในแต่ละส่วนของ ตารางธาตุ โดยคาบ (Period) เป็นการจัดแถวของธาตุแนวราบ ส่วนหมู่ (Group) เป็น การจัดแถวของธาตุในแนวดิ่ง การจัดหมวดหมู่ในตารางธาตุ 1. ธาตุหมู่หลัก หรือธาตุหมู่ A มีทั้งหมด 8 หมู่ (ตั้งแต่ I A-VIII A) 7 คาบ โดยธาตุที่อยู่ด้านซ้ายของเส้นขั้นบันได จะเป็นโลหะ (Metal) ส่วนทางด้านขวาเป็น อโลหะ (Non metal) ส่วนธาตุที่อยู่ติดกับเส้นขั้นบันไดนั้น จะเป็นกึ่งโลหะ (Metalloid) 2. ธาตุทรานซิชัน หรือธาตุหมู่ B มีทั้งหมด 8 หมู่ (ตั้งแต่ I B-VIII B) แต่หมู่ 8 มีทั้งหมด 3 หมู่ย่อย จึงมีธาตุต่าง ๆ รวม 10 หมู่ และมีทั้งหมด 4 คาบ 3. ธาตุอินเนอร์ทรานซิชัน มี 2 คาบ โดยมีชื่อเฉพาะเรียกคาบแรกว่า คาบแลนทาไนด์(Lanthanide series) และเรียกคาบที่สองว่า คาบแอกทิไนด์ (Actinide series) เพราะเป็นคาบที่อยู่ต่อมาจาก 57La (Lanthanum) และ 89Ac (Actinium) ตามล าดับ คาบละ 14 ตัวรวมเป็น 28 ตัว สมบัติของธาตุ สมบัติของธาตุเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ท าให้ธาตุแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน เช่น สถานะ สี การละลาย การน าไฟฟ้า ความหนาแน่น จุดเดือดจุดหลอมเหลว ความแข็ง การเผาไหม้การระเหิด การระเหย การเป็นกรด – เบส เป็นต้น จากสมบัติของธาตุ เราสามารถแบ่งธาตุออกตามสมบัติต่าง ๆ ของธาตุได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. ธาตุโลหะ (metal) เป็นธาตุที่เกิดจากอะตอมชนิดเดียวกันรวมกันเป็น โครงผลึก ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นของแข็ง ยกเว้น ปรอท (Hg) ที่มีสถานะเป็นของเหลว ธาตุโลหะจะมีผิวเป็นมันวาว เหนียวดึงเป็นเส้นและทุบเป็นแผ่นบาง ๆ ได้ น าไฟฟ้า น าความร้อน ส่วนใหญ่มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง ตัวอย่างธาตุโลหะ เช่น เหล็ก (Fe) ทองแดง (Cu) สังกะสี (Zn) เป็นต้น
27 ภาพที่1.8 ตัวอย่างธาตุโลหะ ที่มา : https://en.wikipedia.org (สืบค้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559) 2. อโลหะ (non-metal) อโลหะประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกันที่มี สถานะทั้งของแข็ง ของเหลว และแก๊ส อโลหะที่มีสถานะเป็นของแข็งจะเปราะ ผิวไม่เป็น มันวาว ส่วนใหญ่มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่ า ยกเว้นธาตุคาร์บอน มีจุดหลอมเหลว และจุดเดือดสูง ตัวอย่างของธาตุอโลหะ เช่น คาร์บอน (C) ก ามะถัน (S) ออกซิเจน (O) ไฮโดรเจน (H) เป็นต้น ภาพที่1.9 ตัวอย่างธาตุอโลหะ ที่มา : https://en.wikipedia.org (สืบค้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559)
28 3. กึ่งโลหะ (metalloid) เป็นธาตุที่มีสมบัติเป็นทั้งโลหะและอโลหะ เช่น ธาตุซิลิคอน (Si) เป็นของแข็งสีเงิน มันวาวเหมือนโลหะ แต่เปราะเหมือนอโลหะ และ น าไฟฟ้าได้เล็กน้อย ธาตุโบรอน (B) เป็นของแข็งสีด าและเปราะเหมือนอโลหะแต่ จุดหลอมเหลวสูงเหมือนโลหะ เป็นต้น ดังนั้นธาตุกึ่งโลหะจะน าไฟฟ้าได้ดีเมื่อมีอุณหภูมิ สูงขึ้น เนื่องจากมีสมบัติเป็นสารกึ่งตัวน า ตัวอย่างธาตุกึ่งโลหะ เช่น โบรอน (B) ซิลิกอน (Si) พลวง (Sb) เทลลูเรียม (Te) อาร์เซนิก (As) เป็นต้น ภาพที่1.10 ตัวอย่างธาตุกึ่งโลหะ ที่มา : https://en.wikipedia.org (สืบค้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559) อยากรู้จัง...ธาตุแต่ละ ชนิดมีสมบัติแตกต่างกัน อย่างไรบ้าง
29 ตารางที่1.2 การเปรียบเทียบสมบัติของธาตุที่เป็นธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ สมบัติ โลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ 1. สถานะ เป็นของแข็ง ยกเว้น ปรอทมีสถานะ เป็นของเหลว มีทั้งเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ของแข็ง 2. การน าไฟฟ้า น าไฟฟ้าได้ ไม่น าไฟฟ้า ยกเว้น แกรไฟต์น าไฟฟ้าได้ดี บางชนิดน าไฟฟ้า เช่นโบรอน บางชนิดไม่น าไฟฟ้า 3. การน าความร้อน น าความร้อนได้ดี ไม่น าความร้อน หรือ น าความร้อนได้น้อย บางชนิดน าความร้อน บางชนิดไม่น า ความร้อน 4. จุดเดือด และจุดหลอมเหลว จุดเดือด จุดหลอมเหลวสูง ยกเว้นปรอท จุดเดือด จุดหลอมเหลวต่ า ยกเว้นคาร์บอน บางชนิดสูง บางชนิดค่อนข้าง สูงมาก 5. ความเหนียว แข็ง เหนียว ทุบ เป็นแผ่นหรือเส้นได้ เปราะ เปราะ 6. ลักษณะผิว เป็นผิวมันวาว ผิวด้าน ยกเว้น แกรไฟต์ ไอโอดีน บางชนิดผิวมันวาว บางชนิดผิวด้าน 7. การเกิดเสียง เมื่อเคาะหรือทุบ ดังกังวาน ไม่กังวาน ไม่กังวาน 8. ความหนาแน่น บางชนิดความ หนาแน่นมาก บางชนิด ความหนาแน่นน้อย ความหนาแน่นน้อย บางชนิดความ หนาแน่นมาก บางชนิด ความหนาแน่น ค่อนข้างมาก หลังจากที่เราได้ศึกษาเรียนรู้ บัตรความรู้ที่ 1.1 เรื่อง ธาตุและสมบัติของธาตุ จบแล้ว เรามาท ากิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจที่ 1.1 กันต่อเลยคะ
30 ตารางที่1.3 แสดงสมบัติบางประการของธาตุบางชนิด ธาตุ ลักษณะที่ อุณหภูมิห้อง ความแข็งหรือ ความเหนียว การน าไฟฟ้า จุดหลอมเหลว ( ๐C) จุดเดือด ( ๐C) โบรอน ของแข็งสีด า เปราะ ไม่น า 2,030 3,900 คาร์บอน (แกรไฟต์) ของแข็งสีด า เปราะ น า 3,730 4,830 โซเดียม ของแข็งสีเงินวาว เปราะ น า 98 892 ซิลิคอน ของแข็งสีเงินวาว เปราะ น าเล็กน้อย 1,410 2,680 ฟอสฟอรัส (ขาว) ของแข็งสีขาว เปราะ ไม่น า 44 280 เหล็ก ของแข็งสีเทาด า เหนียว น า 1,535 2,750 แคลเซียม ของแข็งสีเงินวาว เหนียว น า 838 1,490 ก ามะถัน (รอมบิค) ของแข็งสีเหลือง เปราะ ไม่น า 113 445 ปรอท ของเหลวสีน้ าเงิน - น า -8.9 356.6 โบรมีน ของเหลวสีแดง - ไม่น า -7.2 58.8 ออกซิเจน ไม่มีสี - ไม่น า -219 -183 ไฮโดรเจน ไม่มีสี - ไม่น า -259 -253 คลอรีน สีเขียวอ่อน - ไม่น า -101 -35 ฟลูออรีน สีเหลืองอ่อน - ไม่น า -220 -188 1. จากตารางที่ก าหนดให้ จงตอบค าถามข้อ 1 – 10 (10 คะแนน) กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจที่1.1
31 ธาตุที่มีความเหนียว ธาตุที่มีความเปราะ ธาตุที่ไม่เหนียวไม่เปราะ 1. ถ้านักเรียนดูที่ความเปราะ และความเหนียวของธาตุ นักเรียนจะแบ่งธาตุ ออกเป็นกลุ่มเปราะ กลุ่มเหนียว และกลุ่มไม่เหนียวไม่เปราะ นักเรียนจะแบ่งธาตุใหม่ได้อย่างไร 2. ถ้านักเรียนใช้เกณฑ์การน าไฟฟ้ามาแบ่งกลุ่มของธาตุ นักเรียนจะแบ่งกลุ่ม ธาตุได้กี่กลุ่ม แล้วนักเรียนจะตั้งชื่อกลุ่มธาตุว่าอะไรบ้าง ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 3. ให้นักเรียนอธิบายความสัมพันธ์ของกลุ่มธาตุที่มีความเหนียวกับกลุ่มธาตุ ที่น าไฟฟ้า ............................................................................................................................ 4. ถ้าขณะนี้อุณหภูมิห้องเป็น 25๐ C ให้นักเรียนลองวิเคราะห์ว่าธาตุใดบ้างที่มี สถานะเป็นแก๊ส ............................................................................................................................
32 5. ถ้าขณะนี้อุณหภูมิห้องเป็น 25 ๐ C ให้นักเรียนลองวิเคราะห์ว่าธาตุใดบ้าง ที่มีสถานะเป็นของแข็งและสังเกตได้จากอะไร ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 6. โดยทั่วไปธาตุกลุ่มโลหะ ณ อุณหภูมิห้องจะมีสถานะเป็นของแข็ง ยกเว้นธาตุใด ............................................................................................................................ 7. ถ้านักเรียนสงสัยวัตถุก้อนหนึ่งว่ามีสมบัติของธาตุอยู่กลุ่มโลหะ อโลหะ หรือกึ่งโลหะ นักเรียนจะทดสอบสมบัติใดบ้างของธาตุ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 8. ธาตุกุล่มใดที่สามารถน าไฟฟ้าได้เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ............................................................................................................................ 9. ธาตุหมู่ใดในตะรางธาตุที่แสดงสมบัติความเป็นโลหะ อโลหะ หรือกึ่งโลหะ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 10. ธาตุที่มีสมบัติความเป็นโลหะ ส่วนใหญ่จะมีสถานะใด และธาตุที่มีสมบัติ เป็นอโลหะส่วนใหญ่จะมีสถานะใด ............................................................................................................................ ............................................................................................................................
33 3. จงเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่ก าหนดให้ต่อไปนี้ (10 คะแนน) ธาตุ สัญลักษณ์ สัญลักษณ์ ไฮโดรเจน คาร์บอน เงิน เหล็ก ดีบุก ธาตุ ออกซิเจน ก ามะถัน โพแทสเซียม คลอรีน ทองแดง สัญลักษณ์ธาตุคืออะไร และจงอธิบายการเขียนสัญลักษณ์ธาตุมาพอสังเขป ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 2. จงตอบค าถามต่อไปนี้ต่อไปนี้ (5 คะแนน)
34 คะแนนจากการตอบค าถาม คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 25 ธาตุ สังกะสี โซเดียม ฟอสฟอรัส ไนโตรเจน แคลเซียม ธาตุ อะลูมิเนียม ทองค า แมกนีเซียม ตะกั่ว ปรอท สัญลักษณ์ สัญลักษณ์
35 นักเรียนเคยอ่านบทความหรือได้ยินข่าว ที่เกี่ยวข้องกับธาตุกัมมันตรังสีหรือไม่ ธาตุกัมมันตรังสีถูกน าไปใช้ประโยชน์ ในด้านใดบ้าง ภาพที่1.11 ตรวจหาสารกัมมันตรังสี ที่มา : http://www.manager.co.th/aspbin/Image.aspx?ID=1849226 (สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559) ภาพที่1.12 สารกัมมันตรังสีในอาหารญี่ปุ่น ที่มา : https://www.thairath.co.th/media/ NjpUs24nCQKx5e1GFDTqTCSLddIsvd5yeiRX7xsENdt.jpg (สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2559) ภาพที่1.13 ภาวะโลกร้อน ที่มา : http://www.flowtechworld.com/wpcontent/uploads/2017/09/807.jpg (สืบค้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559) ภาพที่1.14 รังสีจากมือถือ ที่มา : https://www.piah.com/wpcontent/uploads/2018/03/maxresdefault-7.jpg (สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559)
36 1. บอกประโยชน์และอันตรายที่เกิดจากธาตุกัมมันตรังสีได้ 2. สืบค้นข้อมูลประโยชน์และโทษของธาตุกัมมันตรังสีจากแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ ได้ 1. หนังสือเรียน หนังสืออ้างอิง หนังสืออ่านประกอบ และวารสารที่เกี่ยวข้อง 2. เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องทางอินเทอร์เน็ต บัตรกิจกรรมที่1.2 เรื่อง สารกัมมันตรังสีในชีวิตประจ าวัน
37 ขั้นตอน 1. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาบทความเรื่อง “มหันตภัยจากกัมมันตภาพรังสี” ที่ก าหนดให้ อภิปรายภายในกลุ่ม และช่วยกันตอบค าถาม 2. จากนั้นให้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ธาตุกัมมันตรังสีในด้านต่าง ๆ เช่น การแพทย์ อาหารอุตสาหกรรม และอันตรายจากกัมมันตรังสี 3. น าข้อมูลที่ได้มาอภิปรายร่วมกัน แล้วน าเสนอผลการท ากิจกรรม ภาพที่1.15 มหันตภัยจากกัมมันตภาพรังสี ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/160823 (สืบค้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559) "สิ่งใดมีคุณอนันต์ สิ่งนั้นอาจมีโทษมหันต์" น่าจะเป็นค าพูดที่อธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับการน าสารรังสีมาใช้ ในปัจจุบันนี้โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ภายหลังพสุธาพิโรธเขย่าพื้นแผ่นดินด้วยความรุนแรงขนาด 9 ริกเตอร์ จนติดอันดับ แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของสาร กัมมันตรังสีจากโรงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น และการระเบิดของเตา ปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุกุชิมา เป็นภัยพิบัติรุนแรงระดับที่ 5 จากหายนะจาก กัมมันตภาพรังสี มหันตภัยจากกัมมันตภาพรังสี
38 เราอาจสัมผัสกับสารกัมมันตรังสีจนมีอันตรายกับสุขภาพจาก 3 สาเหตุ โดยสาเหตุ แรกคือ การก่อการร้ายหรือสงครามนิวเคลียร์ เคยมีรายงานว่าสายลับคนหนึ่งถูกวางยาพิษที่ เป็นสารกัมมันตรังสีและเสียชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานที่ประเทศอังกฤษ สาเหตุที่สองอาจเกิด จากสารกัมมันตรังสีที่ใช้ทางการแพทย์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ การฉายรังสีแบบโบราณ ที่มีผลข้างเคียงมากแม้แต่ แมรี่ คูรี ผู้ค้นพบและน าแร่โคบอลล์มาใช้รักษาโรคมะเร็งก็เสียชีวิต โดยโรคไขกระดูกฝ่อจากพิษของรังสี อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้นวัตกรรมใหม่ของรังสีรักษา เช่น การฉายแสงสี่มิติ การฉายรังสีแบบพุ่งเป้ าได้ท าให้การรักษ าด้วยรังสีรักษ ามี ความปลอดภัย สาเหตุที่สามคือ การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ผลของรังสีต่อร่างกายขึ้นกับชนิดของรังสีที่ได้รับ เช่น ถ้าเป็นรังสีแอลฟา รังสีเบต้า มีอ านาจ ทะลุทะลวงต ่า แต่ถ้าเป็นรังสีแกมม่า จะมีอ านาจเจาะลึกได้มาก จึงมีอันตรายต่อเนื้อเยื่อ ภายในร่างกายได้มากกว่า และยังขึ้นกับปริมาณรังสีที่ได้รับ ระยะห่างจากบริเวณที่รังสีรั่วไหล ระยะเวลาที่สัมผัสกับกัมมันตภาพรังสี ถ้าอยู่ใกล้กับการระเบิดของสารกัมมันตรังสี อาจเสียชีวิตจากความร้อน เปลวไฟ และแรงระเบิด ความร้อนท าลายผิวหนัง เนื้อเยื่อ และอวัยวะภายในได้ เช่น รังสีขนาด 100 เกรย์ ท าให้ผิวหนังเน่าเป็นตุ่มน ้าใน 1 – 2 สัปดาห์ รังสีมีผลต่อเนื้อเยื่อที่แบ่งตัวเร็ว เช่น เส้นผม ทางเดินอาหาร ไขกระดูกที่ท าหน้าที่สร้างเม็ดเลือด และระบบสืบพันธุ์ ดังนั้น อาการ เฉียบพลันอาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นเลือด ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มักเกิดอาการเมื่อได้รับรังสีขนาดตั้งแต่ 1 เกรย์ขึ้นไป โดยอาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ร้อยละ 10 ของผู้ที่สัมผัสกับสารรังสี และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากหากได้รับรังสีขนาด มากกว่า 30 เกรย์ทั้งร่างกาย จากภาวะหัวใจล้มเหลวและระบบประสาทส่วนกลางถูกท าลาย โดยเสียชีวิตภายใน 24 – 72 ชั่วโมง ถ้าได้รับรังสีขนาดสูงอาจเกิดอาการเป็นพิษเฉียบพลัน (acute radiation syndrome) ซึ่งวินิจฉัยไม่ยาก จากประวัติทางสัมผัสอาการ และอาการแสดง แต่ที่วินิจฉัยยากคือ อาการ แบบเรื้อรังค่อยเป็นค่อยไป คือได้รับรังสีในปริมาณไม่มาก แต่สามารถท าลายดีเอ็นเอของ มนุษย์ เกิดจากกลายพันธุ์ของยีน และตายผ่อนส่ง จากการติดตามผู้ที่รอดชีวิตจากรังสีจากระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น พบว่าเกิดโรคมะเร็งที่ได้แทบทุกอวัยวะ และหลายคนเป็นหมันหลังการสัมผัส กับรังสี ซึ่งการเกิดโรคมะเร็งหรือไม่นั้น ไม่ได้เกิดจากดวงหรือชะตาฟ้าลิขิต แต่เกิดขึ้นจาก ไตรภาคีคือความรุนแรงของยีนที่ถูกท าลาย โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ของยีนก่อมะเร็งและ การยับยั้งยีนต้านมะเร็งการที่ยีนซ่อมแซมดีเอ็นเอไม่ท างาน และความล้มเหลวของระบบ ภูมิคุ้มกันของร่างกายในการท าลายเซลล์แปลกปลอม
39 บันทึกผลการอภิปรายและสืบค้นข้อมูล รายการบันทึกผลการอภิปรายจากบทความ และการสืบค้นข้อมูล วันที่..................เดือน..............................พ.ศ. ................ ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ส าหรับเครื่องมือตรวจสารกัมมันตรังสีมีหลายวิธี ที่นิยมใช้คือ ตรวจด้วยเครื่อง ไกเกอร์ เคาน์เตอร์ ซึ่งเป็นกล่องมีเข็มวัด และมีกระบอกจี้ไปใกล้บริเวณที่สงสัยเพื่อตรวจสอบ ถ้ามีรังสีเข็มจะกระดิกขึ้นและเสียงเตือนภัยดังถี่ขึ้น อาจใช้แผ่นฟิล์มตรวจ ถ้ามีรังสีฟิล์มจะ เปลี่ยนเป็นสีด า และเครื่องมือที่เปลี่ยนสีหรือเรืองแสงเวลามีรังสี เป็นต้น โดย รศ.นพ.นรินทร์ วรวุฒิ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/160820
40 1. ใครคือผู้ค้นพบและน าแร่โคบอลต์มาใช้รักษาโรคมะเร็ง ............................................................................................................................ 2. ธาตุที่สามารถปล่อยกัมมันตภาพรังสีได้เป็นธาตุกลุ่มใด และรังสีที่ปล่อยออกมามีอะไรบ้าง ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 3. เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบการรั่วของสารกัมมันตรังสีคืออะไร ............................................................................................................................ 5. ธาตุกัมมันตรังสีเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่ จงอธิบาย ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 4. มนุษย์มีการน าธาตุกัมมันตรังสีไปใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง ............................................................................................................................ ............................................................................................................................
41 คะแนนจากการปฏิบัติกิจกรรม คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 20 6. เราใช้ประโยชน์จากกัมมันตรังสีในด้านใดบ้าง อธิบายพอสังเขป ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................
42 ในปี ค.ศ. 1896 นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ อองตวน อองรี แบ็กเกอแรล (Antoine Henri Becquerel, 1852 - 1908) ได้ค้นพบการแผ่รังสีของนิวเคลียสขึ้นจาก การศึกษาเกี่ยวกับการแผ่รังสีฟิสิกส์นิวเคลียร์ ต่อมาท าให้ทราบถึงธรรมชาติของธาตุและ สามารถน าเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้มาก เช่น น าไปใช้เพื่อการบ าบัดรักษามะเร็ง การท า CT SCANNERS เป็นต้น ธาตุกัมมันตรังสี(Radioactive Elements) หมายถึง ธาตุที่แผ่รังสีได้ เนื่องจากนิวเคลียสของอะตอมไม่เสถียร เป็นธาตุที่มีเลขอะตอมสูงกว่า 82 กัมมันตภาพรังสีหมายถึง ปรากฏการณ์ที่ธาตุแผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนื่อง รังสี ที่ได้จากการสลายตัว มี3 ชนิด คือ รังสีแอลฟา รังสีบีตา และรังสีแกมมา ตารางที่ 1.4 ชนิดและสมบัติของรังสีบางชนิด ชนิดของรังสี สัญลักษณ์ สมบัติ รังสีแอลฟา หรืออนุภาคแอลฟา α หรือ 4 2 เป็นนิวเคลียสของอะตอมฮีเลียม มีโปรตอน และนิวตรอนอย่างละ 2 อนุภาค มีประจุ ไฟฟ้า +2 มีเลขมวล 4 มีอ านาจทะลุทะลวง ต่ า เพียงแค่กระดาษอากาศที่หนาประมาณ 2 – 3 cm น้ าที่หนาขนาดมิลลิเมตรหรือโลหะ บาง ๆ ก็สามารถกั้นอนุภาคแอลฟาได้
43 ตารางที่ 1.4 ชนิดและสมบัติของรังสีบางชนิด (ต่อ) ชนิดของรังสี สัญลักษณ์ สมบัติ รังสีบีตา หรืออนุภาคบีตา หรือ 0 −1 มีสมบัติเหมือนอิเล็กตรอน มีประจุไฟฟ้า -1 มีมวลเท่ากับอิเล็กตรอน (น้อยมาก) มีอ านาจ ทะลุทะลวงสูงกว่ารังสีแอลฟาประมาณ 100 เท่า สามารถผ่านแผ่นโลหะบาง ๆ ได้ และมี ความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วแสง รังสีแกมมา เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้น มาก ไม่มีป ระจุ ไม่มีมวล เป็นรังสีที่มี พลังงานสูง มีความเร็วเท่ากับความเร็วแสง และมีอ านาจทะลุทะลวงสูง สามารถผ่าน แผ่นตะกั่วหนา 8 mm หรือแผ่นคอนกรีต หนา ๆ ได้ ประโยชน์และโทษของธาตุกัมมันตรังสี เนื่องจากธาตุกัมมันตรังสี มีการสลายตัวที่แน่นอนตลอดเวลาและการสลายตัว ไม่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม จึงสามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง ประโยชน์จากการใช้ธาตุกัมมันตรังสี 1. ด้านธรณีวิทยา การใช้คาร์บอน -14 (C-14) ค านวณหาอายุของวัตถุ โบราณ 2. ด้านการแพทย์ ใช้ไอโอดีน -131 (I-131) ในการติดตามเพื่อศึกษาความ ผิดปกติของต่อมไธรอยด์ โคบอลต์-60 (Co-60) และเรเดียม -226 (Ra-226) ใช้รักษา โรคมะเร็ง 3. ด้านเกษตรกรรม ใช้ฟอสฟอรัส 32 (P-32) ศึกษาความต้องการปุ๋ยของพืช ปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการ และใช้โพแทสเซียม -32 (K–32) ในการหาอัตราการดูดซึม ของต้นไม้ 4. ด้านอุตสาหกรรม ใช้ธาตุกัมมันตรังสีตรวจหารอยต าหนิ เช่น รอยร้าวของ โลหะหรือท่อขนส่งของเหลว ใช้ธาตุกัมมันตรังสีในการ ตรวจสอบและควบคุมความหนา ของวัตถุ ใช้รังสีฉายบนอัญมณีเพื่อให้มีสีสันสวยงาม
44 5. ด้านการถนอมอาหาร ใช้รังสีแกมมาของธาตุโคบอลต์ -60 (Co–60) ปริมาณที่พอเหมาะใช้ท าลายแบคทีเรียในอาหาร จึงช่วยให้เก็บรักษาอาหารไว้ได้นานขึ้น 6. ด้านพลังงาน มีการใช้พลังงานความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเตา ปฏิกรณ์ปรมาณูของยูเรเนียม -238 (U-238) ต้มน้ าให้กลายเป็นไอ แล้วผ่านไอน้ าไปหมุน กังหัน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในด้านการเกษตร ภาพที่1.16 การใช้ประโยชน์จากธาตุกัมมันตรังสี ที่มา : http://nakhamwit.ac.th/pingpong_web/m&c_web/Content_10.html (สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559) โทษของธาตุกัมมันตรังสี 1. ถ้าร่างกายได้รับจะท าให้โมเลกุลภายในเซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถท างานตามปกติได้ ถ้าเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม ก็จะเกิดการผ่าเหล่า โดยเฉพาะเซลล์สืบพันธุ์เมื่อเข้าไปในร่างกายจะไปสะสมในกระดูก 2. ส่วนผลที่ท าให้เกิดความป่วยไข้จากรังสี เมื่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของ ร่างกายได้รับรังสี โมเลกุลของธาตุต่าง ๆ ที่ประกอบเป็นเซลล์จะแตกตัว ท าให้เกิด อาการป่วยไข้และเกิดมะเร็งได้ การป้องกันอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี อันตรายจากกัมมันตภาพรังสีนั้นขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณพลังงานของ กัมมันตภาพรังสีต่อมวลที่ถูกรังสี และความส าคัญของอวัยวะส่วนที่ถูกกัมมันตภาพรังสี อย่างไรก็ตามถึงแม้กัมมันตภาพรังสีจะมีอันตราย แต่ถ้าถูกน าไปใช้อย่างถูกวิธีก็จะมี ประโยชน์มากมาย ดังนั้นผู้ที่จะน ากัมมันตภาพรังสีไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางการแพทย์ ทางเกษตร หรือทางอุตสาหกรรม ตลอดจนการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ จะต้องมี ความรู้
45 เรื่องกัมมันตรังสีเป็นอย่างดีคือ รู้จักวิธีใช้อย่างปลอดภัยและวิธีป้องกันอันตรายจาก กัมมันตภาพรังสีเหล่านั้นด้วย หลักการป้องกันอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี 1. เนื่องจากปริมาณกัมมันตภาพรังสีที่ร่างกายได้รับขึ้นกับเวลา เช่น ถ้าเดิน เข้าไปในบริเวณที่มีกัมมันตภาพรังสีนาน 20 นาทีจะได้รับกัมมันตภาพรังสีประมาณ 2 เท่า ของผู้ที่เข้าไปในบริเวณนั้นนานเพียง 10 นาทีดังนั้นถ้าจ าเป็นต้องเข้าใกล้บริเวณที่มีธาตุ กัมมันตรังสีควรใช้เวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะท าได้ 2. เนื่องจากปริมาณกัมมันตภาพรังสีจะลดลงถ้าบริเวณนั้นอยู่ไกลจาก แหล่งก าเนิดกัมมันตภาพรังสีมากขึ้น ดังนั้นจึงควรอยู่ห่างบริเวณที่มีธาตุกัมมันตรังสี ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 3. เนื่องจากกัมมันตภาพรังสีต่างชนิด มีอ านาจในการทะลุผ่านวัตถุได้ดี ต่างกัน ดังนั้นจึงควรใช้วัตถุที่กันสารกัมมันตภาพรังสีทะลุผ่านได้ยากมาเป็นเครื่องก าบัง เช่น ตะกั่ว หรือคอนกรีต สามารถเป็นเครื่องก าบังรังสีแกมมาและรังสีบีตาได้และนิยมใช้ น้ าเป็นเครื่องก าบังนิวตรอน เป็นต้น ภาพที่1.17 สัญลักษณ์เครื่องหมายเตือนภัยเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสี ที่มา : http://www.krusarawut.net/wp/?p=12293 (สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559) หลังจากที่เราได้ศึกษาเรียนรู้ บัตรความรู้ที่ 1.2 เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสีจบแล้ว เรามาท ากิจกรรม ตรวจสอบความเข้าใจที่ 1.2 กันต่อเลยคะ
46 ................................................................. ................................................................. ................................................................. กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจที่1.2 1. ธาตุกัมมันตรังสี คืออะไร ............................................................................................................................ 2. จากรูป จงระบุว่ารูปใดเป็นแนวการเคลื่อนที่ของรังสีแอลฟา รังสีบีตา และรังสีแกมมาในสนามไฟฟ้า 3. ให้นักเรียนเรียงล าดับความสามารถในการเลี้ยวเบนในสนามไฟฟ้า จากการเลี้ยวเบนน้อยไปหาความสามารถในการเลี้ยงเบนมากของรังสี ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ +++++++++++++++ A B C นักเรียนร่วมกันอภิปรายภายในกลุ่ม และตอบค าถาม (5 คะแนน)