101
ปีศาจเตรยี มจดั งานววิ าหบ์ งั คบั จะข่มขืนพระถงั ซมั จ๋งั เหง้ เจียหวนกลบั ลงไปในรูลกึ ถงึ บาดาลนน้ั ใหม่ แปลง
ฝ่ายเหง้ เจียพอตีซากปีศาจลม้ ลง รูส้ กึ วา่ ถกู กลลวง ว่งิ ไป กายเป็นแมลงหว่ีไปกระซิบความใหพ้ ระถงั ซมั จ๋งั ชวนปีศาจลงไป
ชมสวน แลว้ เหง้ เจียแปลงเป็นผลชมพสู่ กุ พระถงั ซมั จ๋งั แสรง้ ทา
ดอู าจารยใ์ นหอ้ งเห็นหายไปก็รูไ้ ดว้ ่า โปย้ ก่าย ซวั เจง๋ ไมท่ า เป็นรกั นางปีศาจเดด็ ชมพปู่ อ้ นใหก้ นั และกนั เหง้ เจียตกถงึ ทอ้ ง
หนา้ ท่ีรกั ษาพระอาจารยจ์ งึ โกรธจดั รอ้ งดา่ ซวั เจ๋งจงึ ทว้ งเหง้ เจีย ปีศาจเรม่ิ กระทงุ้ ดีตีมา้ มจนนางปีศาจยอมแพ้ เหง้ เจียบงั คบั ให้
วา่ “พ่อี ยา่ ด่าเราทง้ั สองเลย หากขาดโปย้ ก่ายและฉนั แลว้ แม้ มนั แบกพระถงั ซมั จ๋งั ขึน้ บ่าเหาะขนึ้ มาตามปล่องถา้ จนขนึ้ สู่
เพียงจะสนเข็มปักลายสกั เสน้ เดียว ก็หาทาไดไ้ ม่ และขาดเราทง้ั พนื้ ดิน พอเหง้ เจียกระโดดออกจากปาก นางปีศาจกลบั หกั หลงั
สองแลว้ ใครจะจงู มา้ หาบของใหเ้ ลา่ ” เหง้ เจียนึกไดจ้ งึ ขอโทษ หอบรวบพระถงั ซมั จ๋งั มดุ ลงบาดาลไปอีก
ขอโพย แลว้ สามพ่ีนอ้ งพรอ้ มทง้ั มา้ ขาวก็ออกตดิ ตามพระถงั ซมั
จ๋งั เหง้ เจีย แผลงฤทธิ์เรยี กพระภมู ิ เจา้ ท่ีมาสอบถามถงึ ถา้ ปีศาจ เหง้ เจียกระโดดไลล่ งไปตามปลอ่ งเท่ียวคน้ หาตวั พระถงั
แลว้ ออกติดตามไปจนพบปากถา้ พจิ ารณาดแู ลว้ เห็นผิดปกติ ไม่ ซมั จ๋งั ใตบ้ าดาลโกลาหลจนหลงเขา้ ไปในหอ้ งบชู าของนาง
เคยพบปากถา้ เช่นนีม้ าก่อน กลา่ วคือปากทางแคบ และลกึ สดุ ปีศาจๆ แอบบชู าถกั ทะลีทีออ๋ งว่าเป็นบดิ าของตน เพราะมีรูป
หย่งั จงึ ใหโ้ ปย้ ก่าย ซวั เจง๋ ซมุ่ เฝา้ ท่ีปากทาง เหง้ เจียก็แปลงเป็น สลกั ไวก้ ราบไหว้ เหง้ เจียดีใจนกั หนา ขนึ้ จากปล่องบาดาลเหาะ
แมลงวนั หวั เขียวบนิ ลงไปจนถงึ หอ้ งฉลองวิวาหข์ องนางปีศาจ ทะยานขนึ้ ไปหาถกั ทะลีทีอ๋องและโลเฉีย สองพอ่ ลกู ยกกองทพั
เหง้ เจียบินเขา้ ไปจบั ท่ีใบหู แลว้ บินซกุ เขา้ ไปในฟองสรุ าของนาง เทพบตุ รลงมายงั ปากปลอ่ งถา้ เพ่อื ปราบนางปีศาจตวั ฉกาจ
ปีศาจหวงั จะเขา้ ไปบิดพงุ กระทงุ้ ปอด ฝ่ายนางปีศาจตาไวเหน็
แมลงวนั หวั เขียวเอานวิ้ เข่ียทงิ้ เสีย เหง้ เจียเดือดดาลท่ีทาการไม่ เหง้ เจียกบั โลเฉียกระโจนลงไปในปลอ่ งถา้ จนถึงบาดาล
สาเรจ็ แปลงรา่ งกลบั คืน แลว้ กระชากตะบองวิเศษออกมาสรู้ บ ทนั ทว่ งทีในขณะท่ีนางปีศาจตีย้ ง้ ฮหู ยินกาลงั จะขม่ ขืนพระถงั ซมั
กบั ปีศาจ ถกู ปีศาจรุกไลพ่ า่ ยหนี ว่งิ กลบั ขนึ้ มาทางเก่า จ๋งั อยู่
เม่ือนางปีศาจเหลือบเห็นหนา้ โลเฉียใหห้ มดเรย่ี วแรง
102
สิน้ ฤทธิ์กลบั รา่ งกลายเป็นหนเู ผือก เหง้ เจียจงึ แบกพระถงั ซมั จ๋งั มีใจทกี่ เิ ลสตอ้ งการ กเ็ ป็ น สัมมาอาชโี ว อาชพี ชอบ
๖. ตาเฒา่ แซต่ ๊นั ๒ คนกบั ลูก ๒ คนแหง่ หมู่บา้ นต๊ัน
หนี โลเฉียลากนางหนเู ผือกขนึ้ จากปลอ่ งถา้ ถกั ทะลีทีอ๋อง
แกจงึ รมิ แม่นา้ ทงทฮี ้อ มิจฉาวายามะ เป็ น
กบั โลเฉียและกองทพั ก็คมุ ตวั นางหนเู ผือกกลบั ไปสวรรค์ พระ
สัมมาวายามะ ความเพยี รชอบ
ถงั ซมั จ๋งั และ ศิษยพ์ รอ้ มหนา้ กนั แลว้ ออกเดนิ ทางม่งุ ทิศปราจีน
๗. ปี ศาจแป๊ ะงนั้ หม้อกุน (ทา้ วพันตา) มจิ ฉาสติ เป็ น
ตอ่ ไป สัมมาสติ สตชิ อบ
เมื่อมมี รรคทงั้ ๗ องค์ เป็ นสัมมาทฏิ ฐิครบแล้ว
[เมอ่ื ได้ผ่านโลกยี ะ เขา้ สู่เขตโลกตุ ระ มรรคทงั้ ๗ ในทาง
สัมมาทฏิ ฐิ กเ็ กดิ ขึน้ คอื มรรคองคท์ ่ี ๘ กจ็ ะมมี าเอง คือ สัมมาสมาธิ สมาธิชอบ
เมือ่ มีสมาธิชอบ ความสงบรางับกเ็ กดิ ขนึ้ ร่มร่ืนดจุ ดงสนก็
๑. ซงึ หงอคงทเี่ ป็ นมิจฉาทฏิ ฐิ คือ มจิ ฉาปัญญา เกดิ ขึน้ แตก่ จ็ ะมคี วามสุขทแ่ี ฝงดว้ ยกเิ ลสเกดิ ขนึ้ มี เมตตา
ของอวชิ ชา ดังเช่นแมร่ ักลูก ลูกรักแม่ ศิษยร์ ักอาจารย์
กลายเป็ นเหง้ เจยี ทดใช้ในทางสัมมาทฏิ ฐิ คือ สัมมา เป็ นเมตตา ทย่ี งั จมอยู่ในสังสารวัฏ ไม่ใช่เมตตาอยา่ งผู้มี
ปัญญา ทส่ี งเคราะหก์ นั และกันใหอ้ อกจาก วัฏฏะสงสาร
ปัญญา ความเหน็ ชอบ จงึ ควรมีมโนกรรมทถี่ กู ตอ้ ง คอื โยนิโส มนสกิ าร ดว้ ยการ
เพ่งดเู ข้าไปข้างในจติ ซงึ่ มีดว้ ยกัน ๔ ชั้น
๒. อัง้ ฮัย้ ยสี้ มัยเป็ นมจิ ฉาสังกปั ปะ เป็ นเสียน
๑. ปรฺวรฺตกกฺ มนสฺการ เฝ้าดกู ารกระตุ้นในใจ มโน
ใช้ทงจอื้ ทดใช้ในทางสัมมาทฏิ ฐิ คอื สัมมาสังกัปปะ นิเวศน์
ดารชิ อบ ๒. วจิ ฉฺ ินฺนปรฺวรฺตกกฺ มนสกฺ าร เฝ้าดูการกระต้นุ ใน
ขณะทย่ี ังมี วติ ก วิจาร อันเป็ นวจสี ังขาร
๓. องึ้ ฮองไต้อ๋อง ปี ศาจหนูปากพน่ ไฟ มจิ ฉาวาจาทด
ใช้ในทางสัมมาทฏิ ฐิ เป็ นสัมมาวาจา วาจาชอบ
๔. เอ็กฮองไต้อ๋อง ปี ศาจหมีดา มจิ ฉากัมมันตะ
กลับมารับใช้ผู้อน่ื ในลกั ษณะปิ ดทองหลังพระ เป็ น
สัมมากัมมันโต การงานชอบ
๕. ปี ศาจเฒา่ เชียงกก๊ (กวางขาว) มจิ ฉาอาชีโว เม่ือไม่
103
๓. อวิจฉฺ ินฺน ปรฺวรฺตกกฺ มนสกฺ าร เฝ้าดูการกระตุ้น เหง้ เจียทราบความจากกวนอมิ โพธิสตั ว(์ เมตตา) และ
ในขณะ วติ ก วจิ าร ระงับสิน้ แล้ว เสียนไจ๊ทง่ จือ้ (สัมมาสังกัปปะ - ดาริชอบ) แลว้ ออกอบุ าย
นาหนา้ พาคณะหลบออกจากทางใหญ่แวะพกั ขา้ งทางใหโ้ ปย้
๔. อายตนปรฺวรฺตกกฺ มนสฺการ เฝ้าดกู ารกระตุ้นของ ก่าย(ศีล)และ ซวั เจง๋ (สมาธิ)อยเู่ ฝา้ รกั ษาอาจารย์ ส่วน
อายตนะ คอื ชั้นประณีตทสี่ ุด เพอื่ การเกดิ ดบั ของ เหง้ เจีย(ปัญญา)แปลงกายเป็นแมลงเมา่ บินเขา้ ไปในเมือง แลว้
มนายตนะ] แปลงเป็นหนเู ขา้ ไปคาบผา้ โพกศีรษะและเสือ้ จากโรงเตีย๊ มแห่ง
หน่งึ แลว้ รบี กลบั มาหาพระถงั ซมั จ๋งั อาจารยแ์ ละศษิ ยเ์ อาผา้
เหน็ ผู้อ่นื เป็ นพระแล้วจะได้เป็ นพระ (เมอื งฆา่ พระ) โพกหวั ใส่เสือ้ เพ่อื ปลอมกายกลายเป็นฆราวาส ทาทีเป็นพ่อคา้
๔ พ่นี อ้ งหาใชพ่ ระไม่ เหง้ เจียปลอบใจพระถงั ซมั จ๋งั ว่า “แม้
พระถงั ซมั จ๋งั และสานศุ ษิ ยจ์ ารกิ มากลางลม และ ฝน เมืองนีเ้ ป็นเมืองฆ่าพระก็จรงิ แตพ่ จิ ารณาดีดีแลว้ จะเห็นรศั มี
สองขา้ งทางตน้ ไมม้ ีผลดอกงดงามย่งิ กวนอมิ โพธิสตั วเ์ สดจ็ รุง่ เรอื ง”
พรอ้ มกบั เสียนไจ๊ท่งจือ๊ ( สัมมาสังกปั ปะ - อดตี คอื ปี ศาจ อั้ง
ฮัย้ ยี้ มจิ ฉาสังกัปปะ) มาแจง้ เหตสุ าคญั ในการท่ีจะผา่ นเมือง พอ่ คา้ มา้ ปลอม ๔ พ่นี อ้ ง จงู มา้ ขาวเขา้ เมืองในตอนหวั ค่า
เบีย๊ ดฮวยก๊ก (เมอื งทาลายธรรม) ดว้ ยเหตวุ า่ พระราชาเมือง เพ่อื ใชค้ วามมืดพรางตาเขา้ ไปขอเช่าโรงพกั แรมคนเดนิ ทาง
นนั้ ไดต้ งั้ จติ อธิษฐานวา่ จะ ฆ่าพระใหค้ รบหม่ืนรูป บดั นีไ้ ดฆ้ ่า เหง้ เจียกลวั ความจะแตกจงึ แจง้ กบั เจา้ ของวา่ พ่ชี ายคนโต(พระ
พระท่ีไมม่ ีช่ือเสียงไปแลว้ ๙,๙๙๖ รูป ขาดอีก ๔ รูป ถงั ซัมจ๋ัง) นนั้ เป็นโรคอายแสงไฟ นอ้ งท่ีสาม(โป้ยกา่ ย) นน้ั
เป็นโรคเหนบ็ ชา นอ้ งคนเล็ก(ซัวเจง๋ ) เป็นโรคกระษัยไตพกิ าร
จงึ ขอหอ้ งพเิ ศษท่ีไมม่ ีแสงเล็ดลอดเขา้ ไปได้ เจา้ ของโรงเตีย๊ มจงึ
104
ใหเ้ ขา้ ไปนอนในตใู้ บใหญ่ทงั้ ๔ คน แลว้ ล่นั กญุ แจปิดเสียดว้ ย ขา้ ราชบรพิ ารในขณะหลบั ใหลใหห้ วั โลน้ ทกุ คน
ครนั้ ตกดกึ ยงั มีโจรกลมุ่ หน่งึ แอบฟังเรอ่ื งราวท่ีเหง้ เจีย ฝ่ายเหง้ เจียส่งั การเสรจ็ แปลงเป็นมดตะนอยไต่เขา้ รู
คยุ โวอวดรวยอย่ใู นตจู้ งึ กรูเขา้ มาปลน้ โรงเตีย๊ มแลว้ หามตใู้ บนน้ั สว่านเขา้ ในตตู้ ามเดิมเหล่าทหารปราบโจรแบกตใู้ บใหญ่เขา้ ส่วู งั
ไป เหง้ เจียกาหนดรูอ้ ย่แู ต่แรกว่าโจรจะช่วยหามตไู้ ปทางทิศไซที หลวง
แตโ่ จรกลบั หามไปทางทศิ ตะวนั ออก แต่ขณะนนั้ กองทหารหลวง
ซง่ึ ไดร้ บั แจง้ เหตโุ จรกรรมตามมาทนั เขา้ สรู้ บแยง่ ชิงตใู้ บใหญ่ได้ กลา่ วฝ่ายพระราชาและนางสนมกานลั พรอ้ มทง้ั ขา้ ราช
และรอ้ งกนั ขนึ้ ว่าจะนาขนึ้ ทลู เกลา้ ถวายพระราชาใหเ้ ป็นสมบตั ิ บรพิ ารต่ืนขนึ้ มาพบวา่ ตนเองมีศีรษะโลน้ เกลีย้ ง สลดสงั เวชใน
หลวง พระถงั ซมั จ๋งั อย่ใู นตไู้ ดฟ้ ังดงั นนั้ ก็รอ้ นใจกระวนกระวาย พระทยั ย่งิ นกั หวนนกึ ถึงบาปลามกท่ีเคยฆ่าพระแลว้ สะดงุ้ ใจ
เพราะกลวั ถกู ฆ่า เหง้ เจียเฝา้ ปลอบใจอาจารยต์ ่างๆนานา ให้ ต่อผลกรรมท่ีเหน็ ทนั ตานี้ จงึ ตง้ั พระทยั เดด็ ขาดในการเลิกฆ่า
เช่ือในความสามารถของตน แลว้ ชกั ตะบองออกจากรูหู เสก พระและจะทาแต่การบญุ ต่อไป
คาถาใหม้ นั กลายเป็นสว่านแลว้ หมนุ ไชตรู้ ูเล็กๆ แลว้ ตนเอง
แปลงเป็นมดตะนอยไต่รอดรูออกไปขา้ งนอกตู้ แลว้ ถอนขนเสก ครนั้ พวกทหารเปิดตใู้ บใหญ่ พระถงั ซมั จ๋งั เหง้ เจีย โปย้
เป็นหนอนหาวนอนหลายพนั ตวั เหง้ เจียรา่ ยมนตเ์ รยี กพระภมู ิ ก่าย ซวั เจง๋ ผเู้ ป็นสงฆท์ งั้ ๔ รูปเดินออกมาอยา่ งสงา่ พระราชา
เจา้ ท่ีผีปีศาจมาแจกหนอนหาวนอนให้ แลว้ ส่งั ใหไ้ ปใส่ปากใสต่ า เหน็ เช่นนนั้ ก็ถวายสกั การะใหญ่ทรงตืน้ ตนั พระทยั และศรทั ธาใน
แก่พระราชา และทหารรกั ษาพระองคท์ ง้ั วงั หลวง เม่ือพระภมู ิ พระถงั ซมั จ๋งั ย่งิ นกั เม่ือทราบความประสงคข์ องพระถงั ซมั จ๋งั ใน
เจา้ ท่ีและสมนุ ผีไปตามคาส่งั แลว้ เหง้ เจียถอนขนเป่ามนตเ์ สกให้ การไปไซที เพ่อื อาราธนาพระไตรปิฎกกลบั ไปยงั เมืองจีน
เป็นเหง้ เจียอีกนบั จานวนพนั ตวั แต่ละตวั ถือมีดโกนตวั ละเลม่
เหง้ เจียส่งั ใหท้ กุ ๆตวั เขา้ ไปในวงั หลวงแลว้ โกนหวั พระราชาและ พระถงั ซมั จ๋งั ไดเ้ ปล่ียนช่ือเมือง ฆ่าพระ นี้ เสียใหม่เป็น
เมือง รกั ษาธรรม ครน้ั ไดร้ บั ประทบั ตราหนงั สือผา่ นเมืองแลว้
พระถงั ซมั จ๋งั และศษิ ยถ์ วายบงั คมลาพระราชา ม่งุ หนา้ ส่ปู ระเทศ
ไซที
105
[พระทส่ี าคัญตนว่าเป็ นพระ แตข่ าดเมตตา จะมจี ติ ใจที่ จงึ ส่งั ใหโ้ ปย้ ก่ายไปลองกาลงั ปีศาจ โปย้ ก่าย เขา้ สรู้ บกบั ปีศาจ
ขาดจากความเป็ นพระมากเทา่ นั้น การด่าผู้อนื่ ตาหนิผู้อ่ืน ปีศาจสไู้ มไ่ หวหนีไป มนั ช่ือปีศาจน่าซวั ไตอ้ ๋อง(กตัญญูของ
นินทาผู้อื่น กล่าวหาฆราวาสว่าต่าช้า อยา่ งขาดเมตตา อวชิ ชา) มีสากเหลก็ เป็นอาวธุ (ทม่ิ ตาใจ) พานกั อยู่ ณ ถา้ จขิ๊ ี้
ธรรม ต่อเมอ่ื ยามใดเหน็ ฆราวาสเป็ นพระ เหน็ ผู้อนื่ เลียนอว่ นตอ๋ ง ภเู ขาอมิ๊ บซู้ วั
บรสิ ุทธิ์ ใจกจ็ ะบรสิ ุทธิ์ ผู้ทไี่ ม่มวี ินัยจะคอยแต่จบั ผิดผู้อน่ื
เพราะคิดว่าตวั เองดี นานเวลาเข้าจะยง่ิ หา่ งไกลจากการ ฝ่ายปีศาจน่าซวั ก็คดิ วางอบุ ายใหม่ ใหส้ มนุ ๓ คนแปลง
เป็ นพระมากยงิ่ ขนึ้ พงึ รักษาธรรมอยู่เสมอจะเข้าใกล้ความ กายเป็นน่าซวั ไตอ้ ๋อง มือถือสากเหล็ก เขา้ รุมรบกบั เหง้ เจีย โปย้
เป็ นพระ (พุทธภาวะ) มากเทา่ นั้น] ก่าย ซวั เจ๋ง ปีศาจสมนุ ทง้ั สามเขา้ รบลอ่ ใหซ้ วั เจ๋งถอยออกหา่ ง
พระถงั ซมั จ๋งั เรอ่ื ย จนปีศาจน่าซวั ใตอ้ ๋องไดโ้ อกาส ย่ืนมือลงมา
ระดม ปัญญา ศลี สมาธิ ในการละอุปกเิ ลส จากอากาศตะครุบรวบตวั พระถงั ซมั จ๋งั พาไปมดั ไวก้ บั โคนไมใ้ น
(กตญั ญูของอวิชชา) สวนหลงั ถา้ ของตน สมทบกบั ชายตดั ฟืนหาเลีย้ งแมท่ ่ีปีศาจจบั
มามดั ไวท้ ่ีเดียวกนั พระถงั ซมั จ๋งั ก็ครา่ ครวญรอ้ งไห้ ดว้ ยกลวั ว่า
อาจารย์ และ ศษิ ย์ ออกจากเมืองรกั ษาธรรมแลว้ รูส้ กึ มี การเดนิ ทางไปพบพระยไู ลไม่สาเรจ็ ชายตดั ฟืนก็ครา่ ครวญถงึ
จติ ใจเบกิ บาน ตง้ั หนา้ เดินทางไปทิศปราจีน วนั หน่งึ ขณะท่ีกาลงั มารดากลวั จะพรากจากกนั ตลอดชีวติ ตา่ งมริ ูจ้ ะทาประการใดดี
ไต่ไปตามทางลาดขนึ้ ภเู ขาตา่ งไดย้ นิ เสียงลมพดั อู้ มองไปบน
ยอดเขาเห็นหมอกคลงุ้ อยเู่ หง้ เจียหย่งั รูไ้ ดว้ ่าปีศาจกาลงั เป่ามนต์ เหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจ๋ง รูว้ ่าเสียกลปีศาจใหเ้ ป็นทกุ ขร์ อ้ น
ใหเ้ ป็นหมอก เพ่อื สกดั คนเดินทางท่ีจะขา้ มแดนไปไซที เหง้ เจีย ใจเท่ียวจงู มา้ เดินหาถา้ ปีศาจ ครนั้ มาถงึ ปากถา้ จขิ๊ ีเ้ ลียนฮว่ นต๋อง
สามพ่นี อ้ งระดมกาลงั เขา้ รบปีศาจ ฝ่ายน่าซวั ใตอ้ อ๋ งใหส้ มนุ ปิด
ประตถู า้ เสียแข็งแรง แลว้ แกลง้ โยนหวั พระถงั ซมั จ๋งั สลกั ดว้ ยไม้
สนออกมาใหด้ ู หมายจะลวงเหง้ เจียใหห้ ลงวา่ พระถงั ซมั จ๋งั ถกู
106
ตดั คอเสียแลว้ โปย้ ก่าย ซวั เจง๋ ก็รอ้ งไหค้ รา่ ครวญ แตเ่ หง้ เจียจบั เอาสมุ เขา้ แลว้ เผาถา้ ของปีศาจพรอ้ มทงั้ ครอกสมนุ ปีศาจนอ้ ยๆ
เทจ็ ปีศาจได้ หายอมเลกิ รบไม่ น่าซวั ใตอ้ อ๋ งจงึ ใหส้ มนุ ตดั ศีรษะ เสียหมดสนิ้
คนท่ีขงั ไวส้ ดๆโยนออกจากถา้ ใหเ้ หง้ เจียดรู อ้ งบอกว่าเป็นศีรษะ
พระถงั ซมั จ๋งั ฝ่ายชายตดั ฟืนมีความยินดีย่งิ นกั ท่ีจะไดพ้ บมารดาของ
ตน จงึ นิมนตพ์ ระถงั ซมั จ๋งั และสานศุ ษิ ยผ์ มู้ ีพระคณุ ไปท่ีบา้ น ซง่ึ
เหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจง๋ เห็นเช่นนน้ั หลงเช่ือว่า พระถงั ซมั อย่ตู ่อแดนระหวา่ งเมืองไตถ้ งั กบั เขตไซที ฝ่ายมารดาผชู้ ราของ
จ๋งั ตายจรงิ ต่างรอ้ งไหค้ รา่ ครวญ สามพ่นี อ้ งรูส้ กึ เดือดดาลขนึ้ มา คนตดั ฟืนก็กาลงั ครา่ ครวญ ถึงบตุ รชายของตวั อยู่ คิดว่าตาย
ระดมกนั พงั ทลายประตถู า้ แตป่ ีศาจน่าซวั ไดส้ ่งั ใหส้ มนุ เอาศลิ า เสียแลว้ ครน้ั เห็นรอดกลบั มาดีใจเป็นอย่างย่งิ สวมกอดลกู
ถม อดุ ทางเขา้ เสียแน่นหนาจนสามพ่ีนอ้ งไม่อาจเขา้ ไปไดเ้ ลย รอ้ งไหอ้ ย่ไู ปมา คนตดั ฟืนก็ราพนั ดว้ ยความยนิ ดีว่า “ตอ่ แต่นีบ้ น
ภเู ขาท่ีเคยมีปีศาจรา้ ย บดั นีแ้ มก้ ลางคืนลกู ก็อาจออกเดนิ เล่น
เหง้ เจียเห็นเช่นนนั้ เท่ียวเดนิ สารวจรอบถา้ จงึ ไดไ้ ปพบ หาฟืนมาเลีย้ งแม่ได”้
สวนท่ีมีประตปู ิดตาย เหง้ เจียถอนขนเสกเป็นหนอนหาวนอนไชรู
จมกู สมนุ ปีศาจรวมทงั้ นาย แลว้ ใชต้ ะบองพงั ทลายประตสู วน หญิงชรากบั บตุ รชายไดถ้ วายภตั ตาหารแก่อาจารยแ์ ละ
เสียสิน้ แลว้ แกม้ ดั พระถงั ซมั จ๋งั กบั ชายคนตดั ฟืนกตญั ญู ออกมา สานศุ ิษย์ แลว้ จงึ ออกมาส่งและชีท้ างใหแ้ ละกล่าววา่ “ตอ่ นีไ้ ป
ได้ เหง้ เจียเอาเชือกท่ีเคยมดั พระถงั ซมั จ๋งั น่นั เองมดั ปีศาจน่าซวั ไมต่ อ้ งเป็นทกุ ขก์ งั วลแลว้ เพราะอีกไมถ่ ึงพนั โยชนก์ ็เขา้ เขตโซ
ไตอ้ ๋องท่ีกาลงั หลบั แลว้ เอาตะบองวเิ ศษสอดแบกคอนปีศาจ จอ๋ ก แหง่ ไซที” พระถงั ซมั จ๋งั กลา่ วขอบใจและอาลาชายตดั ฟืนผู้
ออกมา กตญั ญนู น้ั มงุ่ หนา้ ส่เู ขตไซทีดว้ ยความยนิ ดีย่งิ
[ความตอนนีก้ ่อนทจี่ ะพ้นเขตโลกยี ะ กตัญญูถอื เป็ นบรม
ฝ่ายโปย้ ก่ายเหน็ ดงั นน้ั เอาคราดเกา้ ซ่ี(สังฆคุณ ๙) สบั ธรรม ทต่ี ้องทาความเข้าใจว่า เป็ น อทิ ปั ปัจจฺ ยตา ทกุ สิ่ง
ปีศาจน่าซวั (อวิชชา)เสียแหลก รา่ งมนั กลบั กลายเป็นเสือลาย เป็ นไปตามเหตขุ องปัจจัย ไม่มีแม่ทไ่ี หนทไี่ ม่เคยเป็ นลูก
สลบั (อทิ ปั ปัจจยตา) ชายตดั ฟืนก็ชว่ ยหาฟืนใหเ้ หง้ เจียเพ่อื
107
ไม่มีลูกคนไหนทไ่ี ม่ไดเ้ ป็ นแม่ มีแต่กระแสของสรรพชวี ติ ที่ ย่ี(สุญญตา)หลายหน
ทยอยกันเกดิ มาและดบั ไป ดังนั้นกตัญญูของอวิชชาจะทา ในเวลานนั้ เมืองฮ่องเซยี นกนุ กาลงั ประสพความกนั ดาร
ใหเ้ กดิ ความลังเลระหว่างเสยี งครวญหา ใคร่พบพระพกั ตร์
ของพระยูไลของ พระถงั ซมั จ๋ัง กับ เสยี งคร่าครวญหา เน่ืองจากฝนแลง้ มาหลายปี ขนุ นางผคู้ รองเมืองออกหมาย
มารดาของชายตัดฟื น ตอ้ งใช้ศลี ปัญญา สมาธิ ใหม้ าก ประกาศใหร้ างวลั เป็นทองคาพนั ตาลงึ แก่ผทู้ ่ีสามารถทาใหฝ้ น
เพอ่ื กาหนดรู้เข้าใจใน อทิ ปั ปัจจยตา อวิชชากห็ มดไป พงึ ตกได้ เหง้ เจียอ่านหมายประกาศแลว้ ขอขนั อาสาแกไ้ ข ให้
เข้าใจว่า กตัญญู คอื การคารวะผู้ประเสรฐิ ] ผสู้ าเรจ็ ราชการจดั หอพเิ ศษอนั บรสิ ทุ ธิ์ให้ แลว้ เชิญพระถงั ซมั จ๋งั
ขนึ้ น่งั ลงในหอ สว่ นสามพ่นี อ้ ง เหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจ๋ง เขา้ ราย
เขตโลกตุ ระ การละสังโยชน์ การฟื้ นจากความตาย ลอ้ มพระถงั ซมั จ๋งั ตา่ งสวดพระพทุ ธมนต์ กนุ้ เฮา้ ผสู้ าเรจ็ ราชการ
ศิษย์ และ อาจารย์ ม่งุ หนา้ เขา้ เขตไซที สองขา้ งทาง จดุ ธปู บชู า
รม่ รน่ื ย่งิ นกั ตราบจนบรรลถุ ึงเมืองฮอ่ งเซียนกนุ (เขตโสดา ฝ่ายเหง้ เจียเห็นครบพธิ ีแลว้ รา่ ยมนตเ์ รยี กพญาเง่าก๊วง
ปัตตมิ รรค) อนั มีขนุ นางเป็นผสู้ าเรจ็ ราชการ เพราะเมืองนีเ้ ป็น เล่งอ๋องมาใหท้ านา้ ฝน พญาเลง่ อ๋องกลบั ขอรอ้ งใหเ้ หง้ เจียขนึ้ ไป
เมืองขนึ้ ของเมืองเทียนเต๊กก๊ก (เขตโลกตุ รธรรม) ความงาม รบั คาส่งั มาจากเงก็ เซยี นฮอ่ งเตเ้ จา้ แหง่ สวรรคก์ ่อน เพราะการท่ี
รม่ รน่ื ของสถานท่ีทาใหพ้ ระถงั ซมั จ๋งั เขา้ ใจผดิ วา่ เป็นวดั ลยุ อมิ ย่ี ฝนฟา้ แลง้ นีเ้ ป็นโทษจากสวรรค์ เน่ืองจากประชาชนและกนุ้ เฮา้
แห่งภเู ขาเลง่ ซวั ท่ีพระยไู ลประทบั (อรหตั ตผล) สว่ นเหง้ เจียนนั้ (เจตสกิ ธรรม-คุณสมบตั ทิ ปี่ ระกอบกับจติ ) ดถู กู ฟา้ ดนิ
ทราบดีว่าไม่ใช่ เพราะตนเคยตีลงั กาหกคะเมนไปท่ีวดั ลยุ อมิ
(ธรรมชาต)ิ
108
เหง้ เจียทราบดงั นนั้ แลว้ เหาะล่ิวขนึ้ สสู่ วรรค์ เขา้ ถวาย รายงานใหก้ นุ เฮา้ ทราบ กนุ เฮา้ (ศรัทธา) เกณฑร์ ะดม
บงั คมเง็กเซียนฮอ่ งเต้ เจา้ แหง่ สวรรคช์ ีใ้ หด้ หู มายกาหนดพน้ โทษ ประชาชน ทงั้ เมือง (เจตสิกธรรม) สวดมนตภ์ าวนาบชู าคณุ
ของเมืองฮอ่ งเซียนกนุ ๓ ประการ (สังโยชน์ ๓) ซง่ึ มี กอง พระรตั นตรยั ดว้ ยศรทั ธาม่นั คงไมห่ ว่นั ไหว พระถงั ซมั จ๋งั รวมทงั้
ขา้ วสารสงู เท่าภเู ขาลกู หน่งึ แลว้ ใหไ้ ก่ตะเภาจกิ กินทีละเม็ด พระสงฆท์ ง้ั เมืองสวดพระพทุ ธมนตใ์ นไมช่ า้ โทษ ๓ ประการใน
(สักกายทฐิ ิ-ความเหน็ ว่าตวั เป็ นของตน) และ มีภเู ขาแปง้ สวรรค์ คือ ภเู ขาขา้ วสาร ภเู ขาแปง้ โซเ่ หลก็ ก็หายไป ฝนตกลง
สงู ใหญ่ใหส้ นุ ขั เลียกินชา้ ๆ(วิจกิ จิ ฉา-ความลังเลสงสัย) มาชมุ่ ช่ืนกนั ทงั้ เมือง
กาหนดสดุ ทา้ ยคือ มีโซเ่ หลก็ ท่ีใช้ เปลวไฟตะเกียงเล็กๆลนจน ประชาชนก็ผาสกุ ช่ืนบาน ดจุ
หลอมละลาย(สลี ัพพตั ตปรามาส - ความสาคัญผดิ ในการ วา่ “กระดกู แหง้ กลับฟื้ น
ถอื ม่ันต่อการประพฤตใิ นศีล) หากวา่ เม่ือใดไก่กินขา้ วสาร คืนชีวิต” หรอื วา่ ดจุ “ตอ
หมดกอง หมาเลียแปง้ จนหมด และ โซเ่ หล็กหลอมละลายแลว้ ไม้ตายซาก กลับผลดิ อก
เม่ือนน้ั เมืองฮ่องเซียนกนุ ก็พน้ โทษ ฝนก็จะตกตอ้ งตามฤดกู าล ออกช่อ” (ธรรมจกั ษุ)
เอง
ฝ่ายกนุ เฮา้ ผสู้ าเรจ็ ราชการสานกึ ในบญุ คณุ ของพระถงั ซมั
ฝ่ายเหง้ เจียทราบโทษนนั้ แลว้ ใหค้ อตก หมดหนทาง จ๋งั จงึ เกณฑท์ หารใหส้ รา้ งพระอาราม เพ่อื เป็นท่ีระลกึ สกั การะ
จะชว่ ยชาวเมืองฮอ่ งเซยี นกนุ ขณะนนั้ ซีไตเ้ ซียนซอื กระซบิ คณุ แดพ่ ระถงั ซมั จ๋งั เรง่ ทาทงั้ กลางวนั กลางคืนช่วั ระยะเวลา
ความลบั กบั เหง้ เจียวา่ อย่าหมดกาลงั ใจ จงใหป้ ระชาชนตง้ั ใจทา เลก็ นอ้ ยก็สาเรจ็ แลว้ นมิ นตพ์ ระถงั ซมั จ๋งั ไปพกั เป็นสริ มิ งคล พระ
กศุ ลโดยศรทั ธาแทจ้ รงิ ตอ่ พระรตั นตรยั ใหแ้ รงขนึ้ ๆ และรกั ษาศีล ถงั ซมั จ๋งั ตงั้ ช่ือวดั แรกนีว้ ่าวดั กามโพเ้ จีย้ (โสดาปัตตผิ ล)
ใหม้ ่นั คงเถิด ไม่เท่าไรโทษมหนั ต์ ๓ ประการจะหายไปเอง
ครน้ั รุง่ เชา้ พระถงั ซมั จ๋งั และสานศุ ิษยบ์ อกลากนุ เฮา้
เหง้ เจียไดฟ้ ังใหด้ ีใจนกั เหาะลงจากสวรรคม์ า ชาวเมืองทงั้ หมดไดจ้ ดั ขบวนดนตรี แหแ่ หนประโคมสงั คีต
109
ออกไปส่งคณะไปไซทีต่อไป ตา่ งเดินพลางสนทนากนั ไปพลาง อนิจจัง ทกุ ขัง อนัตตา แล้ว จงึ จะสามารถพงึ ละสังโยชน์
ทงั้ ๓ คือ
เป็นท่ีเพลดิ เพลิน อาจารยม์ ีความบนั เทิงปราโมทยป์ ากกล่าวชม
๑. สักกายทฏิ ฐิ – ยดึ ม่ันว่า ร่างกายนีเ้ ป็ นของตน ซงึ่
และขอบคณุ เหง้ เจียตา่ งๆนานา เหง้ เจียท่ีเคยหย่งิ ยะโสบดั นี้ การละสังโยชนช์ นิดนีย้ าก ดุจไก่ตะเภาจกิ กนิ ภเู ขา
ข้าวสาร
กลบั กล่าวถ่อมตนว่างานสาเรจ็ เท่านี้ หาใชเ่ พราะตนผเู้ ดียวไม่
๒. วจิ กิ จิ ฉา – ลังเลในพระรัตนตรัย ทางประเสรฐิ
หาก เพราะว่าทกุ ฝ่ายพรอ้ มเพรยี งกนั หมด โดยเฉพาะประชาชน แหง่ พทุ ธธรรม การตัดความลังเล หรือ ละสงั โยชน์
ชนิดนีใ้ หห้ มดสนิ้ ใช้เวลาดจุ หมาเลียภเู ขาแป้ง
ในเมืองฮ่องเซียนกนุ ต่างหากปรารถนาความชอบธรรม การจงึ
๓. สลี ัพพัตตปรามาส – การละความงมงาย หลง
สาเรจ็ สาคัญผดิ ยดึ ม่ันตอ่ ธรรมเนียมจารีตทปี่ ระพฤติ ศีล
และ วตั ร จนเชื่อว่าเกดิ มคี วามขลัง การละสังโยชน์
[ การทบี่ า้ นเมืองมีความกันดาร เพราะประชาชนและ นีใ้ ช้เวลานานดุจด่ัง เปลวไฟเทยี นลาเล็กลนโซ่
กุนเฮา้ ดถู ูกฟ้าดนิ เช่น การไม่ศรัทธาในสัจจธรรมของไตร เหล็กจนหลอมละลาย
ลักษณ์ ยากนักทจ่ี ะสัมผัสรู้ถงึ ความสุขสงบ จงึ ตอ้ งใหม้ ี
ศรัทธากอ่ น เม่อื ศรัทธาทางธรรมมีมาเมื่อไร จะรู้สกึ รู้ได้ เมือ่ ละสังโยชนท์ งั้ ๓ ไดจ้ ะบังเกดิ ธรรมจักษุ – ดวงตาเหน็
ถงึ ความรื่นรมย์ ดุจ กระดกู แหง้ กลับฟื้ นคืนชีวิต
ธรรม การบรรลุถงึ โสดาปัตตผิ ล – กระแสแหง่ ธรรมทจี่ ะ
เมือ่ เริม่ เข้าเขตโลกุตรธรรม มีความสงบร่มรนื่ อย่าง
ยงิ่ ทาใหเ้ พลิดเพลิน จนเข้าใจผิดไปว่าบรรลุถงึ อรหตั ผล นาพาไปสู่นิพพาน]
แตป่ ัญญาไดว้ นเวยี นมาหลายครั้งแล้วรู้ว่าไม่ใช่ แตป่ ัญญา
ไม่สามารถอยไู่ ด้นาน จาตอ้ งมาถงึ พร้อมดว้ ย ศีล และ
สมาธิ ดังนั้นหากเม่ือมีศรัทธา ทจ่ี ะมุ่งม่ันใหบ้ รรลุถงึ
อรหตั ผล ตอ้ งระดม เจตสิกธรรม ในพระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์ ใหเ้ ข้าใจในกฎของฟ้าดนิ คือ ไตรลักษณ์ –
110
กเิ ลสแหง่ ความเป็ นอาจารย์ คอื มานะ ๙ (สกทาคามี) ทรงมีพระโอรส ๓ พระองค์ พระองคโ์ ตมีอาวธุ วิเศษคือตะบอง
พระองคก์ ลางมีคราด ๙ ซ่ี และพระองคเ์ ล็กมีแผ่นปา้ ยดาเป็น
พระถงั ซมั จ๋งั และสานศุ ษิ ยอ์ อกเดนิ ทางไปตามทาง อนั รม่ รน่ื อาวธุ
สวยงาม ก็บรรลถุ ึงเมือง เงก็ ฮวั จวิ้ ซง่ึ พระเจา้ แผ่นดนิ ทรงเป็น
พระญาติกบั กนุ้ เฮา ผสู้ าเรจ็ ราชการเมืองฮ่องเซยี นกนุ พระราชา พระถงั ซมั จ๋งั และศษิ ยเ์ ขา้ เฝา้ พระราชา แลว้ ไดร้ บั การ
ตอ้ นรบั ความสะดวกในการประทบั ตราผ่านแดนเป็นอยา่ งดี
หากแตว่ า่ พระราชโอรสทง้ั ๓ เกิดระแวงเหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจง๋
วา่ เป็นปีศาจปลอมแปลงมา และ อาจจะทาอนั ตรายแก่พระราช
บดิ า จงึ ไดร้ อ้ งทา้ ทายและสรู้ บกนั ตวั ต่อตวั ตามลาดบั อาวโุ ส
เหง้ เจียรบกบั พระราชโอรสองคโ์ ต ต่างมีตะบองวเิ ศษดว้ ยกนั ทง้ั
คู่ โปย้ ก่ายรบกบั องคก์ ลางต่างมีคราด ๙ ซ่ี และ ซวั เจ๋งรบกบั
องคเ์ ลก็ ต่างมีปา้ ยดาดว้ ยกนั ทงั้ หกเหาะขึน้ รบกนั กลางอากาศ
เกิดแสงสวา่ งรศั มีอยวู่ บู วาบ
เหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจง๋ ตา่ งสาแดงฤทธิ์ของอาวธุ
วิเศษใหพ้ ระราชโอรสทง้ั ๓ ถงึ กบั พา่ ยแพ้ และ ยอมคกุ เขา่ ลง
คานบั ฝากตวั เป็นศษิ ย์ เหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจง๋ เลยวาด
ลวดลายรา่ ยราเพลงอาวธุ อวดศิษยท์ งั้ ๓ จนสดุ ฝีมือ เป็นเหตุ
ใหพ้ ระราชโอรสทง้ั ๓ ใครจ่ ะไดอ้ าวธุ วิเศษไวเ้ ป็นคมู่ ือ แตท่ งั้
สามไมอ่ าจยกอาวธุ เหล่านนั้ ได้ เพราะนา้ หนกั มาก เหง้ เจีย โปย้
111
ก่าย ซวั เจง๋ จงึ คิดจะใหช้ ่างจาลองอาวธุ วิเศษทงั้ ๓ ไวใ้ หแ้ ก่พระ ภเู ขาเต๊กเจีย๊ ดซวั ถา้ เคก้ ป้ัวฮ่วนต๋องอนั เป็นท่ีอยขู่ องป่เู จา้
ราชโอรส ซง่ึ พระราชาทรงรบั ส่งั ขอยืมอาวธุ วเิ ศษทง้ั ๓ เพ่อื ให้ เก๊าเลง่ ง่วนเซยี้ (มงั กร ๙ หวั ) แลว้ รายงานใหท้ ราบว่าพา่ ยแพ้
เป็นตวั อยา่ งแก่ช่าง ทาให้ เหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจง๋ ก็อยโู่ ดย แก่สามพ่นี อ้ งมา
ปราศจากอาวธุ ในชว่ งเวลาหน่งึ
ป่เู จา้ เก๊าเล่ง
กล่าวถึง ซงึ องึ๊ ไซปีศาจสิงหข์ นสีทองแหง่ สานกั ถา้ เฮา้ ง่วนเซยี้ (มานะ ๙) รูเ้ รอ่ื ง
เถา้ ต๋อง ภเู ขาเป๊ าเถา้ ซวั มองดมู าในเมืองจากปากถา้ ของตนใน แลว้ จงึ หวั เราะแลว้ กล่าว
เวลากลางคืน แลเหน็ รศั มีเรอื งประหลาด อนั เกิดจากอานาจ ขนึ้ กบั ปีศาจซงึ องึ๊ ไซว่า
อาวธุ วเิ ศษทงั้ ๓ ของสามพ่นี อ้ งศิษยพ์ ระถงั ซมั จ๋งั ท่ีวางอยใู่ น “เหง้ เจียโปย้ ก่ายซวั เจง๋ นนั้
โรงงานของช่างอาวธุ ปีศาจซงึ้ องึ๊ ไซจงึ เหาะไปขโมยอาวธุ วิเศษ หาใช่ใครอ่ืนไม่ ท่ีแทท้ ง้ั สาม
ทงั้ ๓ มาเก็บไวใ้ นถา้ แลว้ เขียนจดหมายไปเชญิ เกาเล่งงว่ นเซยี้ คือหลานของป่เู อง และเป็นญาตกิ นั กบั ซงึ องึ๊ ไซดว้ ย” กล่าว
ผเู้ ป็นป่มู าเลีย้ งฉลองอาวธุ วิเศษท่ีตนขโมยมา ดงั นน้ั แลว้ ป่เู จา้ เก๊าเลง่ งว่ นเซยี้ (มงั กร ๙ หวั ) ใหร้ ะดม
กองทพั ปีศาจสิงหท์ ง้ั หมด ยกขบวนไปเมืองเง็กฮวั จวิ้ เพ่อื ปราบ
ฝ่ายเหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจ๋ง ครน้ั ทราบวา่ อาวธุ เหง้ เจียโปย้ ก่ายและซวั เจ๋ง
วิเศษของตนหายไปจากโรงหลอ่ อาวธุ เท่ียวคน้ หาอยโู่ กลาหล
เหง้ เจียกาหนดรูว้ ่าเป็นปีศาจท่ีอยถู่ า้ ใกลเ้ มืองนีเ้ องเป็นผขู้ โมย กองทพั สิงหน์ าโดยป่เู จา้ เก๊าเล่งงว่ นเซยี้ ปะทะกนั
จงึ ชวนโปย้ ก่ายและซวั เจ๋งแปลงกายเป็นสมนุ ปีศาจ แอบเขา้ ไป กบั สามพ่นี อ้ งกลางอากาศ สรู้ บกนั โกลาหลอลหม่าน โปย้ ก่าย
ในถา้ เฮา้ เถา้ ตอ๋ ง เขา้ คน้ หาอาวธุ จนพบ แลว้ โดดเขา้ ฆ่าสมนุ เสียทีแก่ปีศาจสิงหถ์ กู จบั ตวั ไวไ้ ด้ ฝ่ายเหง้ เจียจบั ปีศาจไดเ้ ช่นกนั
ปีศาจใหญ่นอ้ ยตายสิน้ ทงั้ เอาไฟเผาครอกเสียทง้ั ถา้ แตป่ ีศาจ ผลดั กนั รุกผลดั กนั รบั จนในท่ีสดุ ป่เู จา้ เก๊าเลง่ ง่วนเซยี้ อา้ ปาก
ซงึ องึ๊ ไซ หรอื องึ๊ มอ้ กิมไซหนีออกจากถา้ ทนั มนั จึงเหาะล่วิ ไปยงั มหมึ าขนึ้ คาบองคพ์ ระถงั ซมั จ๋งั พระราชา ราชบตุ รทง้ั ๓ และ
112
โปย้ ก่ายได้ แลว้ พาไปขงั ไวท้ ่ีถา้ สานกั ของตน จากนนั้ กลบั มาสู้ พระราชโอรสทงั้ ๓ จนเช่ียวชาญ อาวธุ จาลองนน้ั ไดส้ ดั ส่วน
รบกบั เหง้ เจียใหม่ ระหว่างนนั้ เหง้ เจียฆา่ ปีศาจซงึ องึ๊ ไซตาย ป่ ู
เจา้ เก๊าเล่งงว่ นเซยี้ จงึ คาบเอาเหง้ เจียและซวั เจ๋ง พากลบั ไปยงั ถา้ และ นา้ หนกั แก่พระราชบตุ รทง้ั ๓ สามารถใชเ้ พ่อื ท่ีจะรกั ษา
สานกั
เมืองต่อไป
ครนั้ แลว้ ป่เู จา้ เก๊าเล่งงว่ นเซยี้ ส่งั สมนุ ปีศาจเอาก่ิงสน
มาเฆ่ียนเหง้ เจียใหเ้ ข็ดหลาบ เฆ่ียนตีเท่าใดเหง้ เจียหาระคายผวิ พระถงั ซมั จ๋งั ไดห้ นงั สือเดนิ ทางแลว้ ชวนสานศุ ษิ ย์
ไม่ ตกกลางคืนเหง้ เจียหนีเล็ดลอดออกมาจากถา้ ได้ เม่ือออกมา
ไดเ้ ห็นวา่ ตนคงสมู้ ังกร ๙เศยี ร (มานะ ๙) ไม่ได้ เพราะมีฤทธิ์ ถวายบงั คมพระราชาและพระราชบตุ ร ออกเดนิ ทางไปสวู่ ดั
รา้ ยกาจมาก คดิ ไดด้ งั นน้ั เหน็ วา่ จาตอ้ งเหาะขนึ้ สสู่ วรรคช์ น้ั
พรหม ไปหาทา่ นอกิ๊ กิว๊ เคา้ ทีจนุ ผเู้ ป็นเจา้ ของมงั กร ๙ เศียร ลยุ อิมย่ีสานกั พระยไู ล ในท่ามกลางเสียงประโคมมโหรี แซซ่ อ้ ง
ท่านพรหมอกิ๊ กิว๊ ทีจนุ เหาะลงมายงั โลกมนษุ ยแ์ ลว้ จบั มงั กร ๙
เศียรท่ีแปลงเป็นปีศาจป่เู จา้ เก๊าเล่งขนึ้ ส่พู รหมโลก ก่อนขนึ้ ไป สรรเสรญิ จากประชาชนเมืองเงก็ ฮวั จวิ้
บอกกบั เหง้ เจียวา่ “เพราะอุตรเิ ป็ นอาจารยส์ อนเขา มังกร
จงึ โผล่ออกมาจากกลางฝ่ ามือแล้วกลายเป็ นปี ศาจ” [เมอื่ เรมิ่ เข้าเขตสกทาคามี แม้ปัญญา ศลี สมาธิ ตดั ราคะ
โทสะ โมหะ เบาบางลงแล้ว แตก่ ย็ ังไม่พน้ กเิ ลสทน่ี ับว่า
เหง้ เจียเขา้ แกไ้ ขพระถงั ซมั จ๋งั รวมทง้ั พระราชาและพระ เป็ นกเิ ลสชั้นพรหมและกเิ ลสทมี่ ีมาตัง้ แตด่ กึ ดาบรรพโ์ น่น
ราชโอรสไดแ้ ลว้ จดุ ไฟเผาถา้ ปีศาจเสียสนิ้ จากนน้ั เหง้ เจียพาทกุ การละสังโยชนใ์ นระดบั นี้ คอื กเิ ลสของความเป็ นอาจารย์
คนกลบั เมืองทางอากาศ ส่วนอาวธุ ทงั้ ๓ ของเหง้ เจีย โปย้ ก่าย เป็ นกเิ ลสทอ่ี วดตน ในการสอนผู้อน่ื จะไดเ้ ป็ นอาจารย์
ซวั เจ๋ง ถกู จาลองแบบเสรจ็ แลว้ ทง้ั ๓ ชว่ ยฝึกสอนเพลงอาวธุ แก่ เพอื่ ใหม้ ีคนนับถอื มานะทงั้ ๙ได้แก่
๑. ตวั ดกี ว่าเขา แล้วสาคญั ม่ันหมายว่า “กูดกี ว่ามงึ ”
๒. ตวั ดกี ว่าเขา แล้วสาคญั ม่ันหมายว่า “กเู สมอมงึ ”
๓. ตัวดกี ว่าเขา แล้วสาคญั ม่ันหมายว่า “กแู ยก่ ว่ามึง”
๔. ตวั เสมอเขา แล้วสาคัญม่ันหมายว่า “กูดกี ว่ามงึ ”
๕. ตวั เสมอเขา แล้วสาคญั ม่ันหมายว่า “กูเสมอมึง”
113 ตา่ งออกมาสกั การะพระถงั ซมั จ๋งั เป็นการใหญ่ ครนั้ พระถงั
ซมั จ๋งั จะจากไปไดถ้ กู ขอรอ้ งใหร้ ออย่ดู งู านมาฆะบชู าท่ีจะมี
๖. ตัวเสมอเขา แล้วสาคญั ม่ันหมายว่า “กูแย่กว่ามึง” ขนึ้ ในระยะนน้ั ตามประเพณีโบราณ พระถงั ซมั จ๋งั รบั นิมนต์
๗. ตวั ด้อยกว่าเขา แล้วสาคัญม่ันหมายว่า “กูดกี ว่า แลว้ ครน้ั ถึงวนั เพ็ญมาฆะฤกษเ์ ดินเท่ียวเดินดโู คมประทีปท่ี
ชาวบา้ นจดุ ขนึ้ ตกแตง่ ในงานเป็นท่ีเพลิดเพลิน
มงึ ”
๘. ตวั ด้อยกว่าเขา แล้วสาคัญม่ันหมายว่า “กูเสมอ พระถงั ซมั จ๋งั เพลดิ เพลนิ ชมประทีปนา้ มนั
เหล่านน้ั แลว้ จงึ ไดส้ งั เกต เห็นว่าชาวบา้ นยงั มีทกุ ขห์ มน่ หมอง
มงึ ” ซอ่ นเรน้ อยจู่ งึ สอบถามขนึ้ จงึ ทราบวา่ ยงั มีปีศาจควายดา ๓
๙. ตัวด้อยกว่าเขา แล้วสาคัญม่ันหมายว่า “กแู ย่กว่า ตน(ราคะ โทสะ โมหะ) ท่ีชอบกินนา้ มนั จนั ทน์ จงึ แปลง
กายเป็นพระพทุ ธเจา้ เสด็จมาหลอกลวงชาวบา้ นทกุ ปี ทง้ั นี้
มงึ ” เพ่อื ใหช้ าวบา้ นกระทามาฆะบชู าดว้ ยจดุ ประทีปนา้ มนั จนั ทน์
มานะทงั้ ๙ เป็ นกเิ ลสชนั้ พรหม การละกเิ ลสลักษณะนี้ ราคาแพงถึง ๕,๐๐๐ ตาลงึ ปีศาจทงั้ ๓ ก็ไดก้ ินนา้ มนั จนั ทน์
ได้ต้องตดั ขาดจากการยดึ ม่ันถอื ม่ันในตัวกูของกู ถอื อ่มิ เอมมาทกุ ปี
ม่ันในตัวตนว่าเหนือกว่าผู้อื่น การทาลายมานะเช่นนี้
ตอ้ งอาศัย ปัญญา ศลี สมาธิ ร่วมแรงกันทาใหร้ าคะ กล่าวถงึ ปีศาจควายดาทงั้ ๓ คือ ซติ ิน๊ ไตอ้ ๋อง
โทสะ โมหะ เบาบางลงไม่ถอื เขา ถอื เรา หากทาได้แล้ว (ราคะ) ซซิ ไู้ ต๋ออ๋ ง(โทสะ) และ ซฮิ นั้ ไตอ้ ๋อง(โมหะ) อยู่
นับเป็ นการยา่ งเข้าสู่เขต แหง่ ความเป็ นพระอรยิ ะเจ้า สานกั เขา แชเล่งซวั ถา้ เหีย้ นเองตอ๋ ง ครนั้ ไดเ้ วลาก็ปลอม
ในระดับ สกคาทาม]ี เป็นพระพทุ ธเจา้ เสดจ็ มาในคืนมาฆะบชู านนั้ ครน้ั มนั เห็น
พระถงั ซมั จ๋งั กาลงั เพลิดเพลนิ ชมประทีปอยไู่ ดโ้ อกาส รวบ
สกทาคามิผล
พระถงั ซมั จ๋งั และศิษยอ์ อกจากเมืองเง็กฮงั้ จิว
แลว้ ไม่นานบรรลถุ งึ เมืองกิมเพง่ ฮู้ อาจารยแ์ ละศิษยไ์ ดแ้ วะ
เขา้ คา้ งแรมท่ีพระอารามใหญ่ช่ือหนุ้ ย่ี พระสงฆใ์ นอาราม
114 พระพทุ ธเจา้ ซติ ิน๊ ไตอ้ ๋อง(ราคะ-สะอาด) ซซิ ไู้ ตอ้ อ๋ ง(โทสะ-
สว่าง) ซฮิ นั้ ไตอ้ ๋อง (โมหะ-สงบ) เหลือบไปเหน็ หนา้ ค่ปู รบั
หอบเอาพระถงั ซมั จ๋งั เหาะมาขงั ไวใ้ นถา้ หวงั จะตม้ กินเป็น คือดาวทง้ั ๔ (สตปิ ัฏฐาน ๔ - ธรรมอันเป็ นทตี่ ัง้ แหง่
อาหาร สต)ิ แลว้ ว่งิ เตลดิ หนีไปคนละทศิ ละทาง เหง้ เจียใหโ้ ปย้ ก่าย
ซวั เจ๋งเขา้ แกไ้ ขพระถงั ซมั จ๋งั พรอ้ มทงั้ เผาถา้ ปีศาจ แลว้ ชวน
ฝ่ายเหง้ เจียทราบความท่ีอาจารยถ์ กู ปีศาจหอบ ดาวทงั้ ๔ เหาะไล่ปีศาจควายดา ปีศาจทง้ั ๓ เห็นจวนตวั ว่งิ
ไป เท่ียวออกคน้ หา จนไดพ้ บกบั เทพเจา้ แหง่ เวลาจงึ บอก แหวกนา้ ดว้ ยกาลงั ฤทธิ์ลงสสู่ ะดือทะเล ลงไปกบดานอยู่
เหง้ เจียว่า “เพราะพระถงั ซมั จ๋งั มวั เพลดิ เพลนิ ชมประทีปอยู่ เหง้ เจียกระชากตะบองวิเศษออกมารา่ ยมนตแ์ กว่งตะบอง
จงึ ตอ้ งเดือดรอ้ น” ครน้ั เหง้ เจีย รูท้ ่ีอย่ขู องปีศาจแลว้ จงึ เขา้ เบิกนา้ ตามลงไป
ไปรอ้ งทา้ รบ ในท่ีสดุ ก็พา่ ยแพต้ อ้ งเหาะกลบั ไปอารามชวน
โปย้ ก่ายและซวั เจ๋งมาสมทบ ต่างเขา้ รุมรบกบั ปีศาจแต่กลบั กล่าวถงึ พญาเล่งอ๋องจา้ วบาดาล รูข้ ่าวท่ี
ถกู ปีศาจจบั ตวั เอาไปขงั ไวใ้ นถา้ ทงั้ ๓ คน เหง้ เจียไล่จบั ปีศาจควายดา จงึ เกณฑส์ มนุ สตั วน์ า้ ใหญ่
ออกมาชว่ ยสกดั จบั ปีศาจควายดา เหง้ เจียรอ้ งตะโกนใหจ้ บั
เหง้ เจียรอดหนีออกมาจากถา้ ผีได้ เหาะขนึ้ สู่ เป็น แตด่ าวแจบ๊กั กนั (ดาวท่ี ๔ – ธมั มานปุ ัสสนา) ยงั้ มือ
สวรรคเ์ ขา้ เฝา้ เงก็ เซียนฮอ่ งเต้ ขออนญุ าตนาญาติของตวั ท่ี ไม่อย่จู งึ อา้ ปากงบั คอปีศาจควายซฮิ นั้ ไตอ้ อ๋ ง (โมหะ) ขาด
เป็นดาวอย่บู นทอ้ งฟา้ ๔ ดวง คือ ดาวก๊กั บ๊กั เกา (กายา ปีศาจควายอีก ๒ ตนก็ถกู จบั ได้ เหง้ เจียใหร้ อ้ ยจมกู จงู ขนึ้ มา
นุปัสสนา - การพจิ ารณาเหน็ แจ้งในกาย) เต๊าบ๊กั เล่ย ยงั พนื้ โลกตรงไปยงั พระอารามหนุ้ ย่ี
(เวทนานุปัสสนา - การพจิ ารณาเหน็ แจง้ ในเวทนา)
โดยบ๊กั ลง้ั (จติ ตานุปัสสนา - การพจิ ารณาเหน็ แจง้ ใน ครน้ั โปย้ ก่ายเห็นหนา้ ปีศาจควาย ๒ ตนแลว้ ให้
จติ ) และ แจบ๊กั กนั (ธรรมานุปัสสนา - การพจิ ารณา เกลียดชงั หามีดโกนไดพ้ ลนั เชือดคอควายทง้ั ๒ ขาด ปีศาจ
เหน็ แจ้งในธรรม) ลงมาชว่ ยปราบปีศาจควายดาทง้ั ๓
ขณะนนั้ ปีศาจควายดาแปลงรา่ งเป็น
115 วจิ กิ จิ ฉา สสี ัพพตปรามาส และยงั เป็ นเหตุทาให้ ราคะ
โทสะ โมหะ มคี วามเบาบางลง นับว่าได้บรรลุผลตรัสรู้
ตายสนิ้ ชาวเมืองกิมเพง่ ฮเู้ ม่ือรูค้ วามจรงิ เร่อื งท่ีปีศาจควาย ในระดับสกทาคามี ทาใหเ้ กดิ ความเพลดิ เพลนิ เพราะ
ดาทงั้ ๓ แปลงมาเป็นพระพทุ ธเจา้ เพ่อื หลอกตม้ ชาวบา้ นกิน มีความคล้ายคลงึ กบั ความสะอาด ความสวา่ ง ความ
นา้ มนั จนั ทนร์ าคาแพง ชาวเมืองสานกึ ในบญุ คณุ ของพระถงั สงบ
ซมั จ๋งั และศษิ ยจ์ งึ ไดส้ รา้ งศาลาขนึ้ บชู าดาวทงั้ ๔ และจารกึ ในการละสังโยชนพ์ งึ ใช้สตปิ ัฏฐาน ๔ อันไดแ้ ก่
ช่ือพระถงั ซมั จ๋งั เหง้ เจียโปย้ ก่ายซวั เจง๋ ไวเ้ ป็นท่ีระลกึ กายานุปัสสนา - การพจิ ารณาเหน็ แจง้ ในกาย
เวทนานุปัสสนา – การพจิ ารณาเหน็ แจ้งในเวทนา
เหง้ เจียไดเ้ อาเพชรนิลจนิ ดา (วิมุตสิ ุข - จติ ตานุปัสสนา – การพจิ ารณาเหน็ แจ้งในจติ และ
ความสุขทเ่ี กดิ ขึน้ จากการหลุดพ้น)ท่ีไดม้ าจากถา้ ผี ธัมมานุปัสสนา - การพจิ ารณาเหน็ แจง้ ในธรรม
มากมายนน้ั ออกแจกจ่ายประชาชน แจกเท่าไรก็ไมห่ มดสนิ้ ทาสตใิ หเ้ กดิ การเหน็ แจง้ ใน กาย, เวทนา, จติ และ
จงึ ไดถ้ วายท่ีเหลือทงั้ หมดไวแ้ ก่พระอารามหนุ้ ย่ี ครน้ั ตกเท่ียง ธรรม กจ็ ะทาให้ ราคะ โทสะ โมหะเบาบางลง เกดิ วมิ ุติ
คืนพระถงั ซมั จ๋งั และศษิ ยล์ กุ ขนึ้ ลา้ งหนา้ ปรกึ ษากนั แลว้ แอบ สุข - สุขทเี่ กดิ จากการหลุดพ้นจากกเิ ลสและอาสวะทงั้
เลด็ ลอดหนีตอนเชา้ ยามสาม ทงั้ นีเ้ พราะกลวั วา่ ประชาชนจะ ปวง บังเกดิ โชตชิ ่วงดว้ ยปัญญา]
ไม่ยอมใหเ้ ดินทางต่อไปยงั วดั ลยุ อมิ ย่ี รุง่ เชา้ ประชาชนต่าง
ลือกนั วา่ อาจารยแ์ ละศษิ ยเ์ หาะไปยงั ไซทีเสียแลว้ อนาคามมิ รรค – อนาคามิผล
[ตอนนีก้ ารเดนิ ทางได้มาบรรลุถงึ โสดาปัตตผิ ล เข้าถงึ
การรู้แจง้ และหลุดพ้นจากเขตโลกยี ะเข้าสู่เขตโลกุตระ พระถงั ซมั จ๋งั กบั สานศุ ษิ ยเ์ ดนิ ทางมาสกั ก่งึ เดือน
(เขตหลุดพ้นจากความสุขในทางโลก) ในระดบั บรรลถุ ึงภเู ขาสงู ขวางหนา้ อยู่ พระถงั ซมั จ๋งั ใหน้ ึกคร่นั ครา้ ม
สกทาคามี – คอื เป็ นพระผู้ทบี่ รรลุสกทาคามิผล คอื รู้ เหง้ เจียเหน็ เช่นนนั้ จงึ ปลอบอาจารย์ แลว้ ลอ้ วา่ อาจารยด์ ีแต่
และปฏบิ ตั ใิ นการละสังโยชนท์ งั้ ๓ ไดแ้ กส่ ักกายทฏิ ฐิ
116 ในวดั ท่านสมภารเล่าใหพ้ ระถงั ซมั จ๋งั ฟัง แลว้ ขอรอ้ งให้
เหง้ เจียช่วยปราบปีศาจใหด้ ว้ ย เล่าเรอ่ื งจบเวลาก็จวนสว่าง
ทอ่ งคาถา ปัญญาซมิ เกงของพระโอเซา้ แตห่ าเขา้ ใจอรรถ
ของคาถานนั้ ไม่ พระถงั ซมั จ๋งั จงึ ขอใหเ้ หง้ เจียแสดงหวั ใจ ครน้ั ไดย้ นิ เสียงไก่ขนั พระถงั ซมั จ๋งั และ สานศุ ษิ ย์
ธรรม เหง้ เจียหวั เราะงอไปงอมาอยพู่ กั ใหญ่ โดยไมไ่ ดพ้ ดู สกั ออกเดนิ ทางม่งุ ส่เู มืองเทียนเตก็ พระราชาเมืองนีท้ รงพระ
คาเดียว (นิพพาน เป็ นปัจจตั ตงั รู้เฉพาะตนพูดไม่ได้ นามวา่ จีจ้ งฮ่องเตท้ รงโปรดปรานการเล่นตน้ ไม้ ไมด้ อก ตน้
อธิบายไม่ได้) บอน โกศลต่างๆ ฝ่ายนางปีศาจกระต่ายในพระจนั ทร์ ผกู
อาฆาตพระราชบตุ รไี ปทงิ้ ในวดั เป๊ ากิมเสียนย่ี แลว้ ตนเอง
ศษิ ย์ และ อาจารยเ์ ดินทางโดยแสงเดือนส่องทาง แปลง เป็นนางกงจรู๋ าชบตุ รแี ทน น่งั ซมุ่ เส่ียงมาลยั เลือกค่อู ยู่
มาถึงวดั เป๊ ากิมเสียนย่ี ตาบลแป๊ ะคีซวั เศรษฐีช่ือกิม๊ รอพระถงั ซมั จ๋งั เพ่อื จะไดน้ า้ สมั ภวะของพระถงั ซมั จ๋งั ไปทา
โกเซียงผอู้ ยใู่ นเมืองอ๋องเฉีย (เขตอนาคามมิ รรค) สรา้ ง กระสายยา
ณ วดั แหง่ นีเ้ ม่ือถึงฤดฝู น ฝนจะตกลงมาเป็นเพชรนิลจนิ ดา
และทองคา เสน้ ทางท่ีจะออกจากวดั นีไ้ ปสเู่ มืองเทียนเต๊กนน้ั พระถงั ซมั จ๋งั กบั
ถา้ ไปก่อนไก่ขนั (สต)ิ จะถกู ปีศาจตะขาบ(ทกุ ข)์ ทารา้ ย สานศุ ิษยเ์ ดิน ชมเมืองเพลิน
ต่อเม่ือไก่ขนั แลว้ จงึ ไปไดอ้ ยา่ งปลอดภยั ไปถึงหอเส่ียงทายนางปีศาจ
จาแลงขวา้ งตะกรอ้ แพรมา
พระถงั ซมั จ๋งั และศษิ ยต์ อ้ งรอจนกวา่ ไก่ขนั (สต)ิ ตอ้ งพระถงั ซมั จ๋งั พระถงั ซมั
จงึ ออกเดนิ ชมสวนกลางแสงเดือนท่ีสวา่ งดจุ กลางวนั ไดพ้ บ จ๋งั มิรูจ้ ะทาประการใด
กบั ท่านสมภารวดั ซง่ึ เป็นผเู้ ลา่ ใหพ้ ระถงั ซมั จ๋งั ฟังวา่ ท่ีวดั นีม้ ี เพราะนางเป็นพระราชบตุ รี หากขดั ขืนไม่ยอมเป็นพระราช
พระราชบตุ รขี องพระราชาเมืองเทียนเตก็ ไดถ้ กู ปีศาจหอบ บตุ รเขยก็ห่วงวา่ คงไม่ไดร้ บั ประทบั ตราหนงั สือผา่ นเมือง
มาทงิ้ ไว้ พระราชบตุ รีแสรง้ ทาเป็นบา้ ใบส้ กปรกมอมแมม
และขอใหท้ า่ นสมภารขงั ไวใ้ หพ้ น้ จากการถกู ขม่ ขืนจากพระ
117 เหาะไปเอาครกบด (กามราคะ - การตดิ ใจในกาม) หนิ
วิเศษรูปรา่ งคลา้ ยสาก (ปฏฆิ ะ - ความขัดเคอื งใจ)
ฝ่ายเหง้ เจียคดิ อบุ ายไดแ้ ลว้ กระซบิ ความบอกใหพ้ ระถงั ซมั ออกมาสกู้ บั เหง้ เจีย ตา่ งไม่แพไ้ มช่ นะรบกนั เอกิ เกรกิ รุกไล่
จ๋งั ทาทีเป็นยนิ ดี โอนอ่อนผอ่ นตามเป็นพระราชสวามีของ กนั จนถงึ ประตสู วรรค์
นางกงจู๊ เม่ือเป็นดงั นน้ั พระราชารบั ส่งั ใหจ้ ดั งานเลีย้ งฉลอง
พระราชบตุ รเขยกลางสวนหลวง ตา่ งคนตา่ งร่นื เรงิ สาราญ ฝ่ ายนางปี ศาจเห็นสบโอกาสเหาะหนีไปทางทศิ
จนพระถงั ซมั จ๋งั เผลอลกุ ขนึ้ รอ้ งเพลงเล่นโศลกคลอเสียง อาคเนยไ์ ปยงั ภเู ขามอ้ เถา้ ซวั เหง้ เจียตีลงั กาตามไปเขา้ สรู้ บ
ดรุ ยิ างค์ (ความประมาทของพระอรยิ ะเจา้ ) ส่วนโปย้ ก่าย มทิ นั แพช้ นะแก่กนั เจา้ แม่ทา้ ยอมิ แชกนุ (พระจนั ทร)์ มาทนั
เผลอตวั สาแดงสนั ดานเก่าออกมา พระถงั ซมั จ๋งั เหน็ เขา้ จงึ ดุ ทรงขอชีวติ นางปีศาจไวจ้ ากเหง้ เจีย เพราะว่าท่ีแทเ้ ป็น
ด่าเฆ่ียนตี กระตา่ ยในดวงจนั ทรผ์ กู อาฆาตพระราชบตุ รที ่ีเคยตบหนา้
นางกระต่าย สมยั เป็นนางฟา้ อย่บู นสวรรค์ มีนจงึ แอบแปลง
ฝ่ายกงจ๊พู ระราชบตุ รแี ปลง เห็นสบโอกาสจงึ กราบ เป็นปีศาจมาทาการรงั ควาน
ทลู ใหพ้ ระราชาออกหนงั สือเดนิ ทาง ใหส้ ามพ่นี อ้ งออกจาก
เมืองโดยเรว็ จะไดร้ ว่ มรกั กบั พระถงั ซมั จ๋งั เหง้ เจียกระซบิ เหง้ เจียทราบความแลว้ เหาะกลบั เมืองเทียน
ความกบั พระถงั ซมั จ๋งั แลว้ แสรง้ ชวนโปย้ ก่ายซวั เจง๋ จงู มา้ ขาว เต็ก แลว้ นาพระราชบตุ รที ่ีถกู คมุ ขงั เป็นบา้ ใบอ้ ยทู่ ่ีวดั เป๊ ากิ
หาบของ ออกเดินทางไปพกั หนง่ึ แลว้ แปลงเป็นผงึ้ บนิ มเสียนย่ี มาขดั สีฉวีวรรณนางกงจ๊จู นงามเปล่งปล่งั ย่ิง
กลบั มาเกาะไหลพ่ ระถงั ซมั จ๋งั ทนั การ ในขณะท่ีพระถงั ซมั จ๋งั เหง้ เจียทลู ขอใหพ้ ระราชาปลอ่ ยไก่สกั ๑,๐๐๐ ตวั ใน
กาลงั ทาพธิ ีววิ าหก์ บั นางปีศาจกงจู๊ เหง้ เจียพจิ ารณานางกงจู๊ ตอนกลางคืนเพ่อื ใหจ้ ิกกินตะขาบ บนเสน้ ทางระหวา่ งวดั กบั
ใกลช้ ิดแลว้ รูช้ ดั ว่าเป็นปีศาจปลอมแปลงมา จงึ กลายรา่ ง เมือง เพ่อื ใหผ้ สู้ ญั จรไปมาปลอดภยั พระราชาทรงทา
กลบั ตามเดมิ ชกั ตะบองออกจากหเู ขา้ ตีปีศาจ นางปีศาจ ตามนน้ั แลว้ ใหช้ า่ งวาดรูปพระถงั ซมั จ๋งั และศิษย์ ไว้
เห็นเชน่ นน้ั รบี ถอดรา่ งเหลือแตเ่ ครอ่ื งแต่งกายทงิ้ ไว้ แลว้
118 ๗. ภวราคะ – การตดิ ใจในความมี ความเป็ น
๘. อิสสา – ความริษยา ความรู้สกึ ไม่พอใจเมอื่ เหน็
สกั การบชู า ราลกึ ถึงบญุ คณุ เหง้ เจียเปล่ียนช่ือวดั ช่ือภเู ขา
และช่ือสมภารเสียใหมแ่ ลว้ เสรจ็ การพรอ้ มดว้ ยพระถงั ซมั จ๋งั เขาได้ดี
ทลู ลาออกจากเมืองเทียนเต็ก มงุ่ ส่วู ดั ลยุ อิมย่ี ๙. มัจฉรยิ ะ - ความตระหนี่
[ถงึ ตรงนีก้ ารรู้แจ้ง กเ็ ข้าสู่ระดบั อนาคามี – พระ ๑๐. อวชิ ชา - ความไม่รู้]
อริยบุคคล ทไี่ ดป้ ฏบิ ัตแิ ละไดร้ ับอนาคามิผล - ผลจาก
การละสังโยชน์ ไดอ้ ีก ๒ อย่างคอื กามราคะ และ อรูปราคะ อุทธัจจะ
ปฏฆิ ะ อันเป็ นสังโยชนอ์ กี ๒ อย่าง ในระดับอัน
ประณีตทรี่ ะดบั อนาคามีพงึ ตอ้ งละอกี ภายหลังบรรลุ พระถงั ซมั จ๋งั และสานศุ ิษย์ ออกจากเมืองเทียนเตก็ แลว้
เข้าเขตโสดาปัตตผิ ลในระดบั สกทาคามแี ล้ว ความ ตา่ งรอนแรมเร่อื ยไปจนเวลาผา่ นไปครง่ึ เดือน มองเหน็
เพลิดเพลินทาใหเ้ กดิ ความประมาทของอรยิ ะเจ้า และ กาแพงตงั้ ทา่ ยฮู้ พระถงั ซมั จ๋งั และศษิ ยผ์ ่านเขา้ เมืองจนถงึ
หลงตดิ อยูไ่ ม่เดนิ ทางตอ่ จาต้องอาศัยสติ กจ็ ะขจัดสิน้ อาเภอตีเ้ ลง่ กยุ้
มลทนิ ส่องสว่างขาวนวลดุจแสงจนั ทร์ ดูผุดผ่องงามตา
การละสังโยชน์ ๑๐ ไดแ้ ก่ ยงั มีเศรษฐีใจบญุ แหง่ อาเภอตีเ้ ลง่ กยุ้ ผหู้ น่งึ ช่ือ
๑. กามราคะ - การตดิ ใจในกาม เข่าญ่วนหลาย(อรูปราคะ - ความตดิ ใจในอรูป) ไดต้ ง้ั
๒. ปฏฆิ ะ - ความขัดเคืองใจ
๓. มานะ - การถอื ตน ความสาคัญตน
๔. ทฏิ ฐิ - ความเหน็ ผดิ
๕. วจิ กิ จิ ฉา - ความลังเล
๖. สีสลัพพตปรามาส - ความงมงาย
119
ปณิธานไวว้ า่ จะทาบญุ เลีย้ งพระสงฆใ์ หค้ รบหม่ืนรูป ไดเ้ ลีย้ ง ฝ่ายเหง้ เจียเห็นพวกโจร ทราบความทนั ทีว่า โจร
เหลา่ นีป้ ลน้ เข่าญ่วนหลายเชน่ นนั้ แลว้ จงึ แผลงฤทธิ์เขา้ จบั
มาแลว้ ๙,๙๙๖ รูปยงั ขาดอีก ๔ รูป ครน้ั มีคนไปรายงาน โจร รวบรวมเงนิ ของกลางไวส้ นิ้ แลว้ ปล่อยตวั ไป พระถงั ซมั
จ๋งั กบั ศษิ ยจ์ งึ ยอ้ นกลบั ไปอาเภอตีเ้ ล่งกยุ้ เพ่อื นาเงนิ ทองของ
ทา่ นเศรษฐีว่ามีคณะพระถงั ซมั จ๋งั กบั ศิษยท์ งั้ ๓ มาจากแดน กลางไปคืนแก่เข่าญ่วนหลายโดยไมท่ ราบว่าทา่ นเศรษฐีได้
ตายไปแลว้
ไกล เศรษฐีก็ใหย้ นิ ดียง่ิ นกั เรยี กลกู ๆและภรรยาออกมา
ทางดา้ นยายช่วนจา กบั เข่าเหลียง-เขา่ ต๊วั
คานบั พระถงั ซมั จ๋งั และสานศุ ษิ ย์ แลว้ นมิ นตใ์ หพ้ ระถงั ซมั จ๋งั บตุ รทงั้ สองมีความเคียดแคน้ พระถงั ซมั จ๋งั อย่กู ่อน ครน้ั โจร
ปลน้ ฆา่ สามีตายจงึ ใสค่ วามแก่พระถงั ซมั จ๋งั และศิษย์ วา่
พกั คา้ งอยทู่ ่ีบา้ น เพ่อื ไดท้ าบญุ เลีย้ งพระใหค้ รบตาม ปลอมเป็นโจรยอ้ นมาปลน้ ในคืนฝนตก ดงั นน้ั พอพระถงั ซมั
จ๋งั กบั ศิษยแ์ บกเงนิ ทองของกลางมาคืน จงึ ถกู เจา้ หนา้ ท่ีๆรบั
ปรารถนา พระถงั ซมั จ๋งั ขดั ศรทั ธาของเขา่ ญ่วนหลายไมไ่ ด้ แจง้ ความไว้ จบั ตวั ไปคมุ ขงั และ เจา้ หนา้ ท่ีก็เตรยี มท่ีจะ
ทรมานโดยการบีบขมบั ใหส้ ารภาพ
จงึ ตกลงพกั อยู่ ๑๕ วนั แลว้ ลาจาก ฝ่ายยายช่วนจาภรรยา
เหง้ เจียเขา้ ไปรบั หนา้ แทนพระถงั ซมั จ๋งั นกั การ
และบตุ รของเศรษฐีทงั้ ๒ (อุทธัจจะ – ความฟ้งุ ซา่ น) ขอ ลงโทษบีบขมบั เทา่ ใดๆ เหง้ เจีย แต่หาสะเทือนไม่ นกั การจงึ
จองจาอาจารย์ และศิษยไ์ วใ้ นคกุ มืดรอเวลาประหาร ใหต้ าย
นมิ นตใ์ หพ้ ระถงั ซมั จ๋งั อย่ตู ่อเพ่อื การบญุ ของตวั เองบา้ ง แต่ ตกตามเจา้ ทรพั ยไ์ ป ครนั้ ตกดกึ เหง้ เจียสะเดาะโซ่ตรวนออก
แลว้ แปลงเป็นแมลงหว่ีลอดออกทางรูกระเบือ้ งบินไปท่ีศพ
พระถงั ซมั จ๋งั ปฏเิ สธจงึ ผกู ใจเจบ็ อาฆาตไว้ พระถงั ซมั จ๋งั และ
ศิษยค์ รนั้ ออกเดินทางไปครูใ่ หญ่ ฝนก็ตกกระหน่าลงมา จงึ
ชวนกนั หลบฝน ณ สถานท่ีปรกั หกั พงั แหง่ หน่งึ
กลา่ วถงึ ฝ่ายพวกโจร ๓๐ คน ครน้ั เห็นฝนตกมืด
ฟา้ มวั ดิน เชน่ นน้ั เห็นเป็นไดโ้ อกาสเขา้ ปลน้ เศรษฐี แลว้ ทบุ ตี
เข่าญ่วนหลายจนถงึ แก่ความตาย จากนน้ั พวกโจรรวบรวม
เงนิ ทองขา้ วของไดห้ นีไปทศิ ทางเดียวกบั ท่ีพระถงั ซมั จ๋งั กับ
ศิษยห์ ลบฝนอยู่
120 ธรรมย่อมไม่กาหนัดยินดี ในสง่ิ ทไี่ ม่มีรูปแตจ่ ะทากุศล
ของเขา่ ญ่วนหลาย จากนน้ั พดู ขนึ้ ราวกบั ว่า เข่าญ่วน ด้วยปัญญา ในขัน้ ตน้ จงึ ต้องฆา่ เศรษฐีทางนามธรรมให้
หลายเป็นผพู้ ดู เอง ถึงเหตทุ ่ีตายตามเป็นจรงิ ใหผ้ เู้ ฝา้ ศพ
ทราบ แลว้ เหง้ เจียก็บินไปทาเป็นเสียงลงุ ผทู้ ่ีตายไปแลว้ ให้ ตายก่อน เมอ่ื รู้และละซง่ึ รูปราคะ อรูปราคะ และ
คณะลกู ขนุ ท่ีจะทาการพพิ ากษา ข่ใู หป้ ล่อยตวั พระถงั
ซมั จ๋งั และศษิ ย์ เสรจ็ แลว้ เหง้ เจียแปลงเป็นเง็กเซียนฮอ่ งเต้ อุทธัจจะไดแ้ ล้ว กก็ ลายเป็ นเศรษฐีฟื้นชีพขึน้ มา
รา่ งกายมหมึ า ลกุ ขนึ้ กระทืบบาทสะเทือนเมือง ขวู่ า่ หาก
ลงโทษพระถงั ซมั จ๋งั แลว้ จะถล่มเมืองนีเ้ สีย หนทางทจ่ี ะบรรลุอรหตั ตผลกบ็ ังเกดิ ขนึ้
รุง่ เชา้ คณะลกู ขนุ ไดเ้ ห็นจีวรครองของพระถงั ซมั จ๋งั ส่วนพระถงั ซัมจ๋ัง และ ศิษย์ ถูกกล่าวหาว่าเป็ นโจร
แลว้ รบี ปล่อยตวั ทนั ที หลงั จากนนั้ เหง้ เจียเหาะลงไปในนรก
นาวญิ ญาณของเข่าญ่วนหลายมาใสใ่ นรา่ งเดมิ เศรษฐีใจ เพราะเป็ นคนอกตญั ญู กนิ บุญแล้วไม่ตอบแทน คือผู้ท่ี
บญุ ก็ฟื้นชีพขนึ้ พวกประชาชนรู้ กิติศพั ทค์ วามสามารถ
ของพระถงั ซมั จ๋งั และศษิ ย์ แลว้ ตา่ งแห่แหนสกั การะเป็นการ กาลังเดนิ ทางไปสู่ความหลุดพ้น จะกลายเป็ นผู้
เอิกเกรกิ
อกตัญญูตอ่ พอ่ และ แม่ เพราะไม่เลีย้ งดตู อบแทน
ศษิ ยแ์ ละอาจารยอ์ าลาประชาชนแลว้ บา่ ยหนา้ ไปวดั
ลยุ อิมย่ี ทา่ น
[เศรษฐีเข่าญ่วนหลาย – อรูปราคะ เป็ นผู้ยนิ ดใี นสง่ิ ท่ี
ไม่มรี ูป เช่น เกยี รตยิ ศ บญุ ความสงบ ความดี เป็ นตน้ ดว้ ยรูปราคะไม่มี อรูปราคะไม่มี อุทธัจจะไมม่ ี แลดไู ป
ซง่ึ ถอื ว่าเป็ นความกาหนัดยนิ ดี เป็ นตณั หา ราคะ แตผ่ ู้รู้
เหมอื นเป็ นคนไม่ยนิ ดยี นิ ร้ายในส่ิงใด ดคู ล้ายๆเหมอื น
คนร้ายฉันนั้น]
121
ประตูธรรม – สุญญตา เรอื ทอ้ งโหว่ ประณมไหว้
พระถงั ซมั จ๋งั และสานศุ ิษยร์ อนแรมมาจนบรรลถุ งึ ภมู ิ พลนั เทพบตุ รกิมเต็งไตเ้ ซยี น (กระหม่อมทอง)
ประเทศอนั รม่ รน่ื มีไมด้ อกเป็นพมุ่ พวง สง่ กล่นิ หอมระรน่ื หม่บู า้ น
ทกุ หม่บู า้ นท่ีผ่านไปลว้ นแต่มีคนถือศีลกินเจ(นิรามสิ สุข – สุข ไดร้ บั คาส่งั ของพระกวนอมิ โพธิสตั ว์ ใหม้ ารอพระถงั ซมั จ๋งั อยู่
ทไี่ ม่ตอ้ งอาศัย กามคุณเป็ นเคร่ืองล่อ) และ อีกครูเ่ ดียว นานนบั สิบปี เม่ือเหน็ พระถงั ซมั จ๋งั กบั ศษิ ยเ์ ดนิ มาแต่ไกลก็
เหง้ เจียก็ยกมือชีไ้ ปท่ียอดภเู ขาท่ีมีปราสาทสลบั ซบั ซอ้ น พรอ้ ม ลกุ ออกมารอ้ งเชือ้ เชญิ จงู มือไปสรงนา้ ประพรมสหุ รา่ ยของ
ทงั้ บอกพระถงั ซมั จ๋งั ว่าท่ีน่นั คือสานกั วดั ลยุ อิมย่ี เขาเล่งซวั ท่ี หอม แลว้ ใหเ้ ปล่ียนสบงจีวร พรอ้ มทง้ั เลีย้ งนา้ ชาอย่างดีกิม
ประทบั ของพระยไู ล ศษิ ยแ์ ละอาจารยต์ า่ งปลืม้ ปิตยิ กมือ เต็งไตเ้ ซียน ชมพระถงั ซมั จ๋งั วา่ “เม่อื กอ่ นนีท้ า่ นดูโสมม
เปรอะเปื้ อน วันนีส้ ะอาดเอี่ยม น่าภาคภมู ิใจนัก สม
เป็ นบุตรพระตถาคตแท้” ครนั้ สนทนากนั แลว้ กิมเต็งไต้
เซียนก็จงู มือพระถงั ซมั
จ๋งั ออกมา ชีป้ ระตธู รรม
ให้ โดยกาหนดหมาย
ภเู ขาสงู เทียมฟา้ ท่ีมีรศั มี
โชตชิ ว่ งสวา่ งไสว เหน็
เป็นชนั้ ลดหล่นั นบั เป็น
พนั ๆชนั้ ท่ีน่นั คือ เขาเล่งซวั
อาจารยแ์ ละสานศุ ษิ ย์ หมายตาปราสาทของพระยไู ล
บนเขาเล่งซวั ไวเ้ ป็นสาคญั ม่งุ ตรงไปทางประตธู รรม จน
122 แจวเรอื จา้ งคา้ เรอื ไม่มีทอ้ งออกสกู่ ลางลานา้ ฝ่าคล่นื ไปอยา่ ง
รวดเรว็
บรรลถุ ึงลานา้ ลงิ้ หนุ้ โต้ ซง่ึ กระแสนา้ เช่ียวกราก แตด่ เู งียบ
สงดั ไรผ้ คู้ น ขณะนน้ั มีคนแจวเรอื อย่รู มิ นา้ และรอ้ งตะโกนให้ ครน้ั มาถึงกลางลานา้ พระถงั ซมั จ๋งั ไดเ้ หน็ ซากศพ
พระถงั ซมั จ๋งั ลงเรอื เหง้ เจียเห็นก็จาไดว้ ่าเป็นพระโพธิสตั ว์ ลอยอย่กู ลางนา้ พระถงั ซมั จ๋งั ใหย้ ่งิ นกึ กลวั ย่งิ นกั เหง้ เจีย
เตีย๊ บจนิ้ โจ๊ซือจาแลงมาช่วยส่งขา้ มฟาก เม่ือพระถงั ซมั จ๋งั เห็นดงั นนั้ จงึ รอ้ งขนึ้ ว่า “น่นั คือทา่ น น่นั คือทา่ น (ตตฺตร ตว
เห็นเรือท่ีไมม่ ีทอ้ ง(สุญญตา) ใหบ้ งั เกิดความสงสยั วา่ จะ อาสิ)”
ขา้ มไปไดอ้ ย่างไร คนแจวเรอื จงึ ตะโกนว่า “เรือของ
ข้าพเจ้ามีอยู่ตัง้ แตเ่ รม่ิ มฟี ้าดนิ จนบดั นีก้ ย็ ังใช้ข้ามฟาก โปย้ ก่าย ซวั เจง๋ ไดย้ ินลกุ ขนึ้ ตบมือ แลว้ ตา่ งรอ้ ง
อยู่ แม้มคี ลนื่ ลมแรง เรอื กห็ าโคลงเคลงไม่ ไม่มีหน้า ตะโกนวา่ “น่นั คือท่าน น่นั คือทา่ น”
ไม่มีหลัง (ไม่มีหวั ไม่มีทา้ ย) สม่าเสมอดี ไม่เสพดว้ ย
อายตนะภายนอก ประสานกลมกลนื กันมานับหมนื่ กปั คนแจวเรอื จา้ ง รอ้ งตะโกนขนึ้ วา่
แสนกปั สะดวกสบายดี เรือไม่มีทอ้ งเทา่ นั้นทอ่ี าจพา “ควรรน่ื เรงิ บนั เทงิ ใจ เพราะ น่นั คือทา่ น”
ข้ามมหาสมุทรส่งสู่ฟากตรงกนั ข้ามมามากแล้วตงั้ แต่
โบราณกาล ตราบปัจจบุ ันกเ็ ช่นนั้น” ทกุ คนในเรอื ต่างรอ้ งสรรเสรญิ กนั ขึน้ “น่นั คือทา่ น
น่นั คือทา่ น” จนกระท่งั เรอื ถึงฝ่ัง ครน้ั แลว้ พระถงั ซมั จ๋งั
ถงึ แมว้ ่าคนแจวเรอื จา้ งจะบอกเช่นนนั้ พระถงั ประจกั ษว์ า่ ว่างจากขนั ธท์ ง้ั หลาย ตณั หาจะดบั สิน้ เชงิ และ
ซมั จ๋งั ยงั ไม่กลา้ น่งั เหง้ เจียเห็นเช่นนนั้ เขา้ กระโดดผลกั พระ เรอื กบั คนแจวหายวบั ไปทนั ที
ถงั ซมั จ๋งั หล่นลงไปในนา้ คนแจวเรอื จา้ งเขา้ ฉดุ แขนพระถงั
ซมั จ๋งั ขนึ้ เรอื แลว้ ใหน้ ่งั ลงกลางลาเรอื เหง้ เจีย โปย้ ก่าย พระถงั ซมั จ๋งั เอย่ ปากชมเชยเหง้ เจีย เหง้ เจียหา้ ม
ซวั เจ๋ง มา้ ขาว และบรรดาห่อของถกู ฉดุ ลงเรอื หมด ฝ่ายคน เสีย แลว้ กลา่ วว่าทกุ คนตา่ งอาศยั กนั และกนั มาโดยตลอด
จงึ สาเรจ็ การได้ ท่านอาจารยก์ บั ศษิ ยร์ ูส้ กึ บนั เทิงใจเป็นท่ีสดุ
ต่างเดนิ ชมนกชมไมท้ ่ีออกดอกออกชอ่ งดงาม ทกุ คนเห็น
123 พระไตรปิ ฎกฉบบั แท้
แลว้ สรรเสรญิ ในความงาม ส่วนบรรดาผทู้ ่ีอยู่ ณ สานกั เขา พระถงั ซมั จ๋งั กบั สานศุ ิษยม์ ่งุ หนา้ เดนิ ขึน้ ส่เู ขาเลง่ ซวั
เลง่ ซวั รอ้ งทกั ทายพระถงั ซมั จ๋งั กนั ท่วั หนา้ ดจุ ญาติสนิท ผ่านประตทู ่ีมีเทพเจา้ เฝา้ รกั ษาอยเู่ ป็นชน้ั ๆ ในท่ีสดุ ไดม้ า
หมอบเฝา้ อย่หู นา้ พระพกั ตรข์ องพระยไู ล ซง่ึ แวดลอ้ มดว้ ย
[ลานา้ ทเี่ ชี่ยวกรากแต่เรือทใ่ี ช้ข้ามกลับเป็ นเรือทอ้ ง ปวงเทพบตุ ร และหม่พู ระอรหนั ตส์ าวกทง้ั หลาย พระยไู ล
โหว่ ความจรงิ แล้วหมายความว่า การอยู่ทา่ มกลาง ทรงทกั ทายทง้ั พระถงั ซมั จ๋งั และศษิ ย์ พระถงั ซมั จ๋งั ทลู ถวาย
กระแสเชย่ี วกรากของกเิ ลสและตณั หานั้น หากเรามี หนงั สือเดินทางพรอ้ มทง้ั แจง้ ความประสงคข์ องพระเจา้ ถงั ไท
ความสงบน่ิงว่างเปล่าจากความยดึ ม่ันถอื ม่ัน - สุญญ จงฮ่องเตท้ ่ีจะอาราธนาเชิญพระไตรปิฎกไปประกาศ ณ
ตา เขา้ ใจในความเป็ นไปของธรรมชาติ จะสามารถ
ผ่านอุปสรรคปัญหาจากกเิ ลสและตัณหาทงั้ ปวงนั้นได้
การได้เหน็ ซากศพลอยนา้ มาตา่ งร้องว่า น่ันคือทา่ น น่ัน
คอื ทา่ น น่ันคือ ทกุ คนต้องเป็ นไปตามธรรมชาติ การ
เกดิ แก่ เจบ็ ตาย ความเป็ นธรรมชาตใิ นเอกภพกบั ตวั
ของทา่ นเป็ นหนึ่งเดยี วกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้
หากสามารถกระทาไดด้ ่ังนี้ กบ็ รรลุอรหตั ผล – ความ
เป็ นพระอรหันต์ คือ ผู้ทสี่ ามารถละสังโยชนไ์ ดท้ งั้ หมด
นับว่าเป็ นผู้สาเร็จธรรมสูงสุด หรือ อกี นัยหน่ึง เป็ นผู้
ไกลหา่ งจากกเิ ลสไม่อยู่ในกระแสแหง่ กเิ ลสอีกแล้ว -
กเิ ลสหมดสิน้ ]
124 ทง้ั สิน้ พระถงั ซมั จ๋งั ถงึ กบั ถอนใจใหญ่ เหง้ เจียใหค้ วามเห็น
วา่ เห็นทีพระอานนทก์ บั พระมหากสั สปะจะกล่นั แกลง้ เป็น
ประเทศจีน แน่แท้ ดงั นนั้ ทง้ั ศษิ ยแ์ ละอาจารยจ์ งึ แบกคมั ภีรย์ อ้ นกลบั ขนึ้
พระยไู ลจงึ รบั ส่งั พระออ (พระอานนท)์ กบั ไปหมอบเฝา้ แทบพระ
บาทของพระยไู ล
มหากสั สปะ นาพระถงั ซมั จ๋งั ไปชมหอไตรปิฎก อนั มีพระ ทนั ใดไดย้ ินเสียงของ
คมั ภีรศ์ กั ดสิ์ ิทธิ์ถึง ๕,๐๐๐ กวา่ เลม่ พระอานนท์ และ พระยไู ลตรสั ว่า
มหากสั สปะชว่ ยขนคมั ภีรอ์ อกมามอบใหพ้ ระถงั ซมั จ๋งั ทง้ั “พระไตรปิ ฎกไม่มี
เหง้ เจีย โปย้ ก่าย ซวั เจ๋ง ตา่ งชว่ ยกนั หอ่ มดั บนหลงั มา้ แลว้ ตัวอักษรน่ันแหละ
บรรทกุ บนหลงั มา้ ขาว ท่ีเหลือจากนน้ั โปย้ ก่าย กบั ซวั เจ๋ง ถงึ จะเป็ นฉบับทแี่ ทจ้ รงิ และวเิ ศษสุด” พระถงั ซมั จ๋งั
ยกใส่หาบ ตา่ งแบกหามแลว้ เขา้ นมสั การลาพระยไู ล แลว้ ทง้ั เขา้ ใจความหมายในบดั ดล พระยไู ลเหน็ ว่าพระถงั ซมั จ๋งั
ศิษยแ์ ละอาจารยล์ งจากเขาเลง่ ซวั หมายตาทศิ บรู พาอนั เป็น เขา้ ใจดีแลว้ จงึ ส่งั ใหพ้ ระอานนทก์ บั พระมหากสั สปะ ไป
ท่ีตงั้ เมืองไตถ้ งั แผน่ ดินจีน จดั หาพระไตรปิฎกฉบบั ท่ีมีอกั ษรมามอบใหพ้ ระถงั ซมั จ๋งั
ดว้ ยทรงเห็นว่าเม่ือถงึ เมืองจีนแลว้ จะหาคนเขา้ ใจพระคมั ภีร์
เดนิ ทางมาไดร้ ะยะหน่งึ พระพทุ ธเจา้ เยียนเตง (ที ท่ีวา่ งตวั อกั ษรไดบ้ า้ งหรอื ไม่
ปังกร) อนั เป็นพระพทุ ธเจา้ ในอดีตกาลนานไกลโพน้ ไดร้ บั
ส่งั ใหพ้ ระเถระช่ือแปะฮยุ บนั ดาลพายใุ หเ้ กิดขนึ้ และ แกลง้ พระถงั ซมั จ๋งั รบั พระไตรปิฎกฉบบั มีอกั ษรแลว้ มอบ
ใหพ้ ดั แรงจนกระท่งั พระไตรปิฎก ท่ีพระถงั ซมั จ๋งั กาลงั นาลง บาตรใหแ้ ก่พระมหากสั สปะ เป็นของกานลั ในธรรม แลว้
จากเขาเล่งซวั นน้ั กระจดั กระจายออก พระถงั ซมั จ๋งั และ กลบั มาทลู ลาพระยไู ล พระยไู ลกาชบั ว่า “หากผใู้ ดไม่กินเจ
ศิษยต์ า่ งวางหาบช่วยกนั เก็บพระไตรปิฎกอนั ทรงคา่ เม่ือเก็บ
รวบรวมไดแ้ ลว้ เหง้ เจียลองเปิดพระไตรปิฎกดจู งึ เห็นวา่ พระ
คมั ภีรท์ งั้ หมดนี้ ไม่มีตวั หนงั สือเลย เป็นกระดาษเปลา่ ๆ
125
และไม่มีศีลบรสิ ทุ ธิ์แลว้ อยา่ ใหผ้ นู้ น้ั เปิดคมั ภีรข์ องตถาคต มาถึงลานา้ ทงทีฮอ้ ก็ปล่อยวางพระถงั ซมั จ๋งั และศิษยล์ งยงั
พนื้ ดิน ส่วนเหง้ เจียกาหนดรูว้ ่าพระถงั ซมั จ๋งั ยงั ตอ้ งประสพ
ทีเดียวเชียว” ภยั อีก จงึ ไม่ยอมอมุ้ พระถงั ซมั จ๋งั เหาะขา้ มลานา้ ทงทีฮอ้
พระโพธิสตั วก์ วนอมิ เห็นการสาเรจ็ ตามหวงั ขณะท่ียงั รรี อท่ีรมิ ฝ่ังดว้ ยไม่รูว้ า่ จะทาประการ
ใดดี เต่าขาวตวั เดิมไดโ้ ผลข่ นึ้ มารอ้ งเชิญใหท้ กุ คนขนึ้ ข่ีหลงั
เชน่ นน้ั เขา้ กราบรายงานพระเซก็ เกียมองน่ีฮดุ โจ๊ (ศากยมุนี ศษิ ยแ์ ละอาจารยต์ า่ งยินดีย่งิ ตา่ งลงไปยืนบนกลางหลงั เต่า
จากนน้ั เตา่ ขาวว่ายนา้ ตดั กระแสนา้ ตรงไปยงั ฟากตรงขา้ ม
พทุ โธ) วา่ การไดบ้ รรลแุ ลว้ รวมเวลาทงั้ สิน้ ๑๔ ปี พระยไู ล ครนั้ มาใกลถ้ ึงฝ่ัง เตา่ ขาวเอย่ ถามพระถงั ซมั จ๋งั ขนึ้ วา่ ท่ีฝาก
ไปถามพระยไู ลวา่ เม่ือไรหนอเตา่ นีจ้ ะไดเ้ ป็นมนษุ ย์ นน้ั เป็น
เจา้ จงึ รบั ส่งั ใหท้ า้ วกิมกงั ทง้ั อยา่ งไร ดว้ ยพระถงั ซมั จ๋งั นน้ั ความท่ีใจจดใจจอ่ แต่เรอ่ื ง
พระไตรปิฎก จงึ ลืมคาฝากถามของเตา่ เสียสนทิ เม่ือถกู ถาม
๘ (เทพเจา้ ผู้รักษาทศิ ) ทาใหน้ ่งิ อน้ั ไป
นาพระถงั ซมั จ๋งั ไปส่งยงั เตา่ ขาวเห็นเชน่ นนั้ รูว้ า่ พระถงั ซมั จ๋งั ไมเ่ อือ้ เฟื้อ
จงึ ดาวบู ลงไปในแมน่ า้ ทงั้ อาจารยแ์ ละศษิ ยจ์ งึ หลดุ จากหลงั
เมืองไตถ้ งั ทา้ วกิมกงั ทง้ั ๘ เตา่ ขาว ตกลงไปในนา้ แต่หาจมนา้ ไม่ เพราะตอนนี้ กายเบา
ผิดคนสามญั แตท่ วา่ เหง้ เจียรวบพระคมั ภีร์ อานมา้ และ
รบั คาส่งั แลว้ ก็แผลงฤทธิ์ ขา้ วของไวไ้ ดท้ นั ก่อนท่ีมนั จะจมลงไปใตน้ า้
อมุ้ พระถงั ซมั จ๋งั และ อาจารยแ์ ละศษิ ยล์ อยมาขนึ้ ฝ่ังตรงขา้ ม แตเ่ นือ้ ตวั
สานศุ ษิ ยร์ วมทงั้ มา้ ขาวบรรทกุ พระไตรปิฎก เหาะขนึ้ ฟา้ ละ
ล่ิวมงุ่ ส่แู ผน่ ดินไตถ้ งั
แลว้ พระโพธิสตั วก์ วนอมิ ทรงรบั ส่งั ให้
เทพารกั ษร์ กั ษาทศิ ทง้ั ๕ ไปแจง้ ใหท้ า้ วกิมกงั ทง้ั ๘ ท่ีกาลงั
อมุ้ พระถงั ซมั จ๋งั และคณะกลบั เมืองจีนนนั้ ใหไ้ ดร้ บั เคราะห์
รา้ ยอีกครง้ั เป็นครงั้ สดุ ทา้ ย
ทา้ วกิมกงั รบั ทราบคาส่งั ของกวนอมิ แลว้ เม่ือเหาะ
126 หายไปไหนไม่ เพยี งพระธรรมอันลา้ ลึกนั้น เกนิ วสิ ัยที่
จะบนั ทกึ ไว้ในคัมภรี ไ์ ด้”
เปียกปอน พระถงั ซมั จ๋งั นน้ั หนาวส่นั มือทง้ั สองขา้ งโอบกอด
พระไตรปิฎกไวแ้ น่น ทอ้ งฟา้ มืดมิด ลมพดั กลา้ มีพายจุ ดั ตาเฒ่าแซต่ ๊นั นิมนตพ์ ระถงั ซมั จ๋งั กบั สานศุ ษิ ยไ์ ป
ท่ีบา้ นแลว้ ถวายภตั ตาหารทาบญุ เอกิ เกรกิ แตอ่ าจารยแ์ ละ
รุง่ เชา้ เม่ือพายสุ งบลงแลว้ อาจารย์ และ ศิษยต์ า่ ง ศษิ ยข์ ณะนีเ้ บ่ือหนา่ ยอาหารของปถุ ชุ นแลว้ จงึ ไม่มีผใู้ ดกิน
ก็ชว่ ยกนั ผง่ึ พระคมั ภีรใ์ หแ้ หง้ บนเนินหิน พระถงั ซมั จ๋งั น่งั ภตั ตาหารเลย เสรจ็ งานบญุ แลว้ ตาเฒา่ และ ชาวบา้ นต่าง
ชว่ ยกนั สรา้ งอารามช่ือ เซงย่ี(ช่วยชีวติ ) เพ่อื ระลกึ ถึงพระถงั
เฝา้ ดพู ระคมั ภีรอ์ ยู่ ซมั จ๋งั และศิษย์ แลว้ นิมนตใ์ หไ้ ปคา้ งอย่ทู ่ีอารามแหง่ นน้ั
ในขณะนนั้ ตาเฒา่ ต๊นั พรอ้ มกบั ลอบใส่กญุ แจขงั พระถงั ซมั จ๋งั ไวเ้ พ่อื จะไดอ้ ยใู่ หพ้ วก
เท่ง ต๊นั เซง้ และ ชาว ขา้ ไดท้ าบญุ กนั อีก พระถงั ซมั จ๋งั รูว้ ่าชาวบา้ นไมอ่ ยากใหล้ า
บา้ นต๊นั แกจงึ ออกมา จาก จงึ ใหเ้ หง้ เจียสะเดาะกญุ แจ หนีลาภสกั การะ ไป
เย่ียมคารวะพระถงั ซมั กลางดกึ
จ๋งั ต๊นั เท่งถามพระถงั
ซมั จ๋งั ถงึ เหตรุ า้ ยท่ีเกิดกลางนา้ เม่ือคืนท่ีมีพายใุ หญ่ พระถงั สว่ นทา้ วกิมกงั ทง้ั ๘ ไดเ้ ฝา้ ดอู ยเู่ หน็ ว่าพระถงั ซมั จ๋งั
ซมั จ๋งั จงึ เล่าใหฟ้ ังว่า “เหตเุ พราะลืมคาถามของเตา่ ที่ ไดห้ มดสนิ้ ภยั ตามอานาจฟา้ ดนิ ทกุ ประการแลว้ ก็เหาะลงมา
ฝากไปถามพระยไู ล ทาใหค้ ัมภรี ต์ อ้ งเปี ยกแฉะหมด” อมุ้ พระถงั ซมั จ๋งั และศิษยม์ งุ่ ตรงไปยงั เมืองเชียงอาน แผน่ ดิน
เม่ือพระคมั ภีรเ์ หล่านน้ั แหง้ สนทิ ดีแลว้ ต่างช่วยกนั ไตถ้ งั
รวบรวมเก็บ จงึ ไดพ้ บวา่ เนือ้ ความพระคมั ภีรป์ นุ เหง้ เกงสอง
สามเลม่ แหง้ ตดิ กบั หนิ อยู่ เม่ือแกะออกมา อกั ขระท่ีสาคญั พระเจา้ ถงั ไทจงฮ่องเตท้ ราบขา่ ว ท่ีพระนอ้ งยา
จงึ ไดข้ าดหายไป พระถงั ซมั จ๋งั ตาหนิกลา่ วโทษเหง้ เจียว่าไม่ เธอถงั ซมั จ๋งั กลบั ถงึ เมืองเชียงอานพรอ้ มทง้ั พระไตรปิฎก
ดแู ลใหด้ ี เหง้ เจียจงึ อธิบายวา่ “อันอักขระหาได้ขาด
127
ครบถว้ น ใหท้ รงปิติโสมนสั เสด็จออกมารบั พระถงั ซมั จ๋งั พา บนั ทกึ ลงในไตรปิฎกฉบบั ท่ีไมม่ ีตวั อกั ษรเทา่ นน้ั
ขนึ้ ส่ทู อ้ งพระโรง พระถงั ซมั จ๋งั ทรงกราบบงั คมทลู รายงาน ทกุ ส่ิงยอ่ มเป็นอนิจจัง มีความไมเ่ ท่ียงตอ้ งแปรเปล่ียน
การเดนิ ทางโดยยอ่ ทกุ ส่ิงยอ่ มเป็นทกุ ขัง ไม่สามารถคงทนอย่ใู นสภาวะเดมิ ได้
ทกุ ส่ิงย่อมเป็นอนัตตา ไมม่ ีตวั ตน
พระเจา้ ถงั ไทจงฮอ่ งเตท้ รงมีพระราชศรทั ธาเป็น
อนั มาก ยกยอ่ งเกียรตคิ ณุ พระถงั ซมั จ๋งั ใหล้ ือเล่ือง แลว้ ให้ หนงั สอื อา้ งองิ
คดั ลอกพระธรรมคาสอนเผยแพรธ่ รรมไปท่วั เมืองจีน เรอ่ื ง เดนิ ทางไกลกบั ไซอ๋วิ โดย ฉบั โผง
พจนานกุ รมพทุ ธศาสน์ ฉบบั ประมวลศพั ท์ โดยพระธรรมปิฎก
[ถงึ ที่นี่ ไม่มคี าใดต้องบรรยายขยายความ เพราะการเดนิ ทางไดส้ นิ้ สุด พจนานกุ รมพทุ ธศาสน์ ฉบบั ประมวลธรรม โดย พระธรรมปิฎก
ลงแล้ว] พระไตรปิฎก ฉบบั สาหรบั ประชาชน มหามกฏุ ราชวิทยาลยั ในพระบรมราชปู ถมั ภ์
บทสรุป
เรา ท่าน กบั ธรรมชาติ เป็นหน่งึ เดียว
ธรรม(ชาติ)ทง้ั มวลย่อมไมส่ ามารถขีดเขียนออกมาไดห้ มด
ความรูแ้ จง้ ในธรรม(ชาติ)รูไ้ ดด้ ว้ ยตวั เองไม่สามารถถ่ายทอด
เป็นตวั อกั ษรได้ หรอื
เม่ือทา่ นคน้ พบธรรม(ชาติ) ดว้ ยตวั ของท่านเองแลว้ จะพบวา่
ธรรม(ชาติ)ทง้ั มวลสามารถรวบรวมเอาไวไ้ ดท้ ง้ั หมด และ