แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว21103
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 เรื่อง กระบวนการทางเทคโนโลยี เวลา 4 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรือ่ ง กระบวนการทางเทคโนโลยี เวลา 4 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นายธรี วงศ์ จดุ พมิ าย
สอนวันที่ เดือน พ.ศ.
1. มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ว 4.1 ม.1/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวคิดท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั ปัญหา
ว 4.1 ม.1/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น
นำเสนอแนวทางแกป้ ัญหาให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจ วางแผนและดำเนนิ การแก้ปัญหา
ว 4.1 ม.1/4 ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพรอ่ งที่เกิดขึ้น พร้อมท้ังหาแนวทางการปรับปรุง แก้ไข
และนำเสนอผลการแก้ปญั หา
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายของกระบวนการเทคโนโลยี (K)
2. บอกองค์ประกอบและความสำคญั ของกระบวนการเทคโนโลยี (K)
3. อธิบายเกี่ยวกบั ข้ันตอนการแกป้ ัญหาผ่านกระบวนการเทคโนโลยี (P)
4. วิเคราะหส์ าเหตุ หรือปจั จัยท่ีส่งผลตอ่ การแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการเทคโนโลยี (P)
5. เห็นคุณประโยชน์ของการเรยี นวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนกั ในคณุ ค่าของความรู้
ไปแกป้ ัญหาใชใ้ นชีวิตประจำวัน (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
- ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันพบได้จากหลายบริบท พิจารณาตามหลกั สูตรของ
ข้นึ กบั สถานการณท์ ีป่ ระสบ เชน่ การเกษตร อาหาร สถานศึกษา
- การแก้ปัญหาจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูลความรู้จากศาสตร์
ตา่ งๆ ที่เก่ียวข้อง เพอ่ื นำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา
- การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดย
คำนึงถึงเงื่อนไขและทรัพยากรท่ีมีอยู่ ช่วยให้ได้แนวทางการ
แก้ปญั หาทีเ่ หมาะสม
- การออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การ
42
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถ่นิ
ร่างภาพ การเขยี นแผน การเขยี นฝังงาน
- การกำหนดข้ันตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการ
แกป้ ัญหาจะช่วยใหท้ ำงานสำเร็จไดต้ ามเปา้ หมาย
- การทดสอบและประเมนิ ผลเป็นการตรวจสอบชน้ิ งานหรอื วธิ ีการวา่
สามารถแก้ปัญหาไดต้ ามวัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ หาข้อบกพร่อง และ
ดำเนนิ การปรับปรงุ ใหส้ ามารถแกไ้ ขปัญหาได้
- การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพ่ือให้ผู้อ่ืนเข้าใจ
เกี่ยวกับกระบวนการทำงานและช้ินงานหรือวิธีการที่ได้ ซ่ึงสามารถ
ทำได้หลายวิธี เช่น การเขียนรายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันพบได้จากหลายบริบทข้ึนกับสถานการณ์ที่ประสบ เช่น
การเกษตร อาหารดังนั้นการแก้ปัญหาผา่ นกระบวนการเทคโนโลยีจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูลความรู้จาก
ศาสตรต์ ่างๆ ท่เี กี่ยวข้อง เพื่อนำไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาโดยเรม่ิ จากการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ
และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น โดยคำนึงถึงเง่ือนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ ช่วยให้ได้แนวทางการแก้ปัญหาที่
เหมาะสมแล้วดำเนินการออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียน
แผน การเขียนฝังงาน พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานกอ่ นดำเนินการแก้ปญั หาจะชว่ ยให้
ทำงานสำเร็จได้ตามเป้าหมาย
ก า ร ท ด ส อ บ แ ล ะ ป ร ะ เมิ น ผ ล เป็ น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ชิ้ น งา น ห รื อ วิ ธี ก าร ว่ า ส า ม า ร ถ แ ก้ ปั ญ ห า ได้ ต า ม
วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือหาข้อบกพร่อง และดำเนินการปรบั ปรุงให้สามารถแก้ไขปญั หาได้ และจะสมบูรณเ์ มือ่ นำเสนอ
ผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ผู้อ่ืนเข้าใจเก่ียวกับกระบวนการทำงานและชิ้นงานหรือวิธีการท่ีได้ ซึ่ง
สามารถทำไดห้ ลายวิธี เช่น การเขียนรายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะการคิดอย่างสรา้ งสรรค์
3) ทักษะการคดิ อย่างเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
43
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ :ใชป้ ญั หาเป็นฐาน (Problem based Learning)
ชัว่ โมงที่ 1
ขั้นนำ
1. ครูพูดคุยซกั ถามนกั เรียนเกยี่ วกบั การใชช้ ีวิตประจำวัน “นักเรียนติดเล่นโทรศัพท์มือถือกันมากแค่
ไหน อย่างไร”ครูอธิบายเพิ่มเติมใหน้ ักเรียนเข้าใจว่า ปัญหาการใชเ้ ทคโนโลยไี ม่เหมาะสมในปัจจุบัน
คอื ปัญหาทต่ี ้องการแก้ไข
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่าง การใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งบอกว่าปัญหาท่ี
จำเป็นตอ้ งแกค้ ืออะไร สาเหตุ และผลกระทบต่อการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั อยา่ งไร
3. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่าส่ิงอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของมนุษย์ล้วนเป็น
เทคโนโลยี ซึ่งเกิดจากกระบวนการคิดที่เปน็ ระบบเพ่ือแกป้ ญั หาและทำให้คุณภาพชีวติ ดีขึ้นแต่ถ้าเรา
ใช้เทคโนโลยอี ยา่ งไม่เหมาะสมก็อาจเป็นโทษได้
4. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
5. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและ
เทคโนโลยี) ม.1 หน้า 19 ว่าเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการดำรงชีวิตอย่างไรแล้วให้นักเรียนร่วมกัน
แสดงความคิดเหน็ และตอบคำถาม
(แนวตอบ : เทคโนโลยีเป็นส่ิงที่อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ ช่วยในการแก้ปัญหาผ่าน
กระบวนการเทคโนโลยี ซงึ่ เป็นขัน้ เปน็ ตอนที่มสี ่วนช่วยในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีท่ีมีประสิทธิภาพ
ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา จนได้ออกมาเป็นสิ่งที่ตอบสนองความ
จำเป็นหรือความต้องการของมนุษย์ซ่ึงกระบวนการเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ช่วยตอบสนองคว ามจำเป็น
และความต้องการของมนุษย์)
ข้ันสอน
ขน้ั กำหนดปัญหา
1. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกับนักเรียน ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 ว่า กระบวนการเทคโนโลยีช่วยตอบสนองความจำเป็นและความ
ต้องการของมนุษยอ์ ยา่ งไร
(แนวตอบ : กระบวนการเทคโนโลยีช่วยตอบสนองความต้องการของชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน ด้าน
เทคโนโลยีเพื่อสามารถพัฒนาทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวก เพ่ือให้การใช้ชีวิตประจำวันได้
สะดวกสบายยง่ิ ขึ้น)
44
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน แล้วให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาและสืบค้นข้อมูล
เก่ียวกับความหมายและองค์ประกอบของกระบวนการเทคโนโลยี
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายข้อมูลท่ีสืบค้นได้ภายในกลุ่ม แล้วร่วมกันสรุปลงในกระดาษ A4
แลว้ นำมาส่งครูเพือ่ ให้ครูตรวจสอบความถูกต้อง
4. ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับความหมายและองค์ประกอบของกระบวนการเทคโนโลยี ช่วย
ตอบสนองความจำเป็นและความต้องการของมนุษย์อย่างไรจากนั้นร่วมกันสรุปว่า กระบวนการ
เทคโนโลยีช่วยตอบสนองความจำเป็นและความต้องการของมนุษย์ เพราะเป็นกระบวนการที่เป็น
ระบบทช่ี ่วยในการแก้ปัญหาและตอบสนองความตอ้ งการของมนุษย์ซึ่งประกอบด้วย การระบปุ ัญหา
การรวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหา การเลือกวิธีการแก้ปัญหา การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
การทดสอบ การปรบั ปรุงแกไ้ ข และการนำเสนอผลงาน
5. ครูตงั้ คำถาม แลว้ สุม่ ตัวแทนแตล่ ะกลุม่ ตอบคำถาม ดงั นี้
กระบวนการเทคโนโลยีมคี วามสำคัญอย่างไร
(แนวตอบ :ช่วยแก้ปัญหาและสนองความจำเปน็ และความตอ้ งการของมนุษย์ได้)
องคป์ ระกอบของกระบวนการเทคโนโลยีมีก่ีขน้ั ตอน อะไรบ้าง
(แนวตอบ : 7 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การระบุปัญหาหรือความต้องการ 2.การรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวข้อง
กับปัญหา 3.การเลือกวิธีการแก้ปัญหา 4.การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 5.การทดสอบ 6.การ
ปรับปรงุ แก้ไขและประเมินผล 7.การนำเสนอผลงาน)
6. นักเรียนรว่ มกันอภิปรายสรปุ เก่ียวกับความหมายและองคป์ ระกอบของกระบวนการเทคโนโลยี
7. ครูนำป้ายกระดาษท่ีเขียนคำว่า “ปัญหาการใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน” ไปติดไว้
บรเิ วณหน้า
8. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่าง การระบุปัญหา จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 20 และอภิปรายหัวข้อท่ีครูติดไว้บริเวณหน้า ครูกำหนดเวลาใน
การร่วมอภปิ ราย 5 นาทีจากนั้นนกั เรยี นรว่ มกนั เสนอปัญหาทหี่ ลากหลาย และเลอื กปัญหาทส่ี นใจ
9. นักเรียนแบ่งกลุ่มเลือกปัญหาตามความสนใจ แต่ละกลุ่มสรุปปัญหาและความต้องการท่ีกลุ่มสนใจ โดย
ระบุปญั หาทจ่ี ำเป็นหรือความต้องการคืออะไร
ชว่ั โมงที่ 2
ข้ันส่อน (ตอ่ )
ขั้นทำความเขา้ ใจปัญหา
1. ครตู ้ังคำถามให้นักเรียนชว่ ยกันตอบ ดงั นี้
องค์ประกอบของการระบุปัญหา ได้แก่องคป์ ระกอบใดบ้าง
(แนวตอบ : 1. ปัญหา คือ ส่ิงท่ีจำเป็นต้องแก้ไข 2. ใคร คอื ผ้ทู เี่ ผชญิ ปญั หาทีเ่ ราจำเปน็ ต้องแก้
45
3. เหตผุ ล คือ เหตใุ ดปัญหาน้ีจงึ จำเปน็ ต้องแก้)
นวัตกรรมและส่งิ ประดิษฐม์ คี วามแตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ : นวตั กรรม (innovation) คือ การนำเอาวิทยาการต่างๆ มาออกแบบเพื่อตอบสนอง
ความจำเป็นหรือความต้องการ สามารถนำมาใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้
สามารถนำมาทำการค้าได้ สามารถสรา้ งผลกำไรใหก้ บั ธุรกิจ เช่นหนุ่ ยนต์ คอมพิวเตอร์ เป็นตน้
ส่ิงประดิษฐ์ (invention)คือ ส่ิงที่เป็นการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น พิมพ์ดีด
วทิ ยุ โทรทศั น์ เปน็ ตน้ )
2. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรม Design Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 22 จากนั้นครูสุ่มถามคำตอบของนักเรียนเป็นรายบุคคลทีละ
สถานการณ์ จนครบ โดยระหว่างท่ีนักเรียนตอบ ให้เพื่อนนักเรียนคนอ่ืนๆและครูร่วมกันพิจารณา
คำตอบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และร่วมกันอภิปรายเพ่ือหาข้อสรุปร่วมกัน
3. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันอภิปราย ตั้งคำถามในประเด็นที่อยากรู้ ระดมสมองหาความหมาย
คำนิยาม และอธิบายสถานการณ์ของปัญหา จัดทำสรุปลงในกระดาษ A4 ตามประเด็น ดังนี้
ปัญหาทจี่ ำเปน็ ตอ้ งแกค้ ืออะไร
ใครคือผทู้ ี่เผชิญปัญหาทเ่ี ราจำเป็นต้องแก้
เหตุใดปญั หานจ้ี ึงจำเปน็ ต้องแก้
แลว้ รว่ มกนั ออกแบบวิธกี ารนำเสนอผลงานท่นี า่ สนใจ
4. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานตามท่ีได้ออกแบบเอาไว้ทลี ะกลมุ่ จนครบทกุ กลมุ่
เม่ือแต่ละกลุ่มเสนอผลงานจบแล้วใหน้ ำผลงานไปติดไวต้ ามบรเิ วณรอบๆห้องเรียน
5. ครูให้เวลานักเรียน 3 นาทีในการเดินชมผลงานของกลุ่มอ่ืนๆ เพื่อเปรียบเทียบกับผลงานของกลุ่ม
ตนเอง จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ของปัญหาการใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสมใน
ชีวิตประจำวัน
6. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากปัญหาท่ีเป็นสถานการณ์ศึกษาแล้ว ยังมีปัญหาอ่ืนๆ อีกมากมาย
ดังน้ันเราสามารถใช้กระบวนการเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาเพ่ือการตอบสนองความจำเป็ นหรือ
ความตอ้ งการได้
ช่ัวโมงที่ 3
ขนั้ สอน (ตอ่ )
ข้นั การดำเนินการศึกษาค้นควา้
1. ครูต้ังคำถามให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบว่า การรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับปัญหามีอะไรบ้าง
(แนวตอบ : การรวบรวมข้อมูล การรวบรวมข้อมูลมีหลายแบบ เช่น การพูดคุยหรือการสัมภาษณ์
การสังเกต การร่วมประสบการณ์ การศึกษาจากหนงั สือ วารสาร สบื คน้ จากอนิ เทอร์เนต็ เป็นตน้ )
46
2. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่าง การรวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหา จากหนังสอื เรียน รายวิชา
พ้นื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 23
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม ตามประเด็นปัญหาของแต่ละ
กลุ่ม แล้วแบ่งหน้าที่กัน จัดเรียงลำดับการทำงาน กำหนดเป้าหมายของงาน ระยะเวลา
ค้นคว้าและบันทึกข้อมูล
4. ครูอธิบายเรื่องการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหา โดยการรวบรวมข้อมูลทำได้ 2 วิธีการหลัก
ดังน้ี การรวบรวมข้อมูลข้ันปฐมภูมิ การรวบรวมข้อมูลข้ันทุติยภูมิ ในหนังสือหน้า 23-24
5. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรม Design Activity จากหนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 25 จากนั้นครูสุ่มถามคำตอบของนักเรียนเป็นรายบุคคลทีละ
ภาพจนครบ โดยระหว่างที่นักเรียนตอบ ให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ และครูร่วมกันพิจารณาคำตอบ
เพ่ือตรวจสอบความถูกต้อง และร่วมกันอภิปรายเพ่ือหาข้อสรุปร่วมกัน
ขนั้ สงั เคราะห์ความรู้
1. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น โดยผู้เรียนแต่ละคนนำความรู้มานำเสนอภายใน
กลมุ่ ครแู ละนกั เรียนคนอื่นๆ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม และหาความรเู้ พ่ิมเติม
2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบว่า การสร้างสรรค์เทคโนโลยีช่วยในการแก้ปัญหาได้
อย่างไร และควรพิจารณาจากส่ิงใดบ้าง
(แนวตอบ : การสร้างสรรค์เทคโนโลยี คือ การเลือกวิธีแก้ปัญหาซ่ึงทำให้เทคโนโลยีที่จะถูกสร้างขึ้น
สามารถตอบโจทย์กับปัญหา โดยการเลือกวิธีการแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ พิจารณาจากการ
ทำงานทีด่ ีข้นึ เร็วขนึ้ ประหยัดข้นึ สะดวกขึน้ ความเปน็ ไปได้ เปน็ ตน้ )
3. ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมว่า เหตุผลที่กระบวนการเทคโนโลยีมีขั้นตอนการเลือกวิธีการเพราะต้องการหา
วิธีการแก้ปญั หาทดี่ ที ่สี ดุ
4. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่าง การเลือกวิธีการแก้ปัญหา และการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา จาก
หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หนา้ 26-27
5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันอภิปรายเลือกวิธีการแก้ปัญหา ตามปัญหาของแต่ละกลุ่ม
พร้อมท้ังออกแบบวิธีการแก้ปัญหา สรุป แล้วให้เขียนในรูปแบบแผนผังมโนทัศน์
6. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ต้นแบบ คือ การสร้างแบบจำลองของเทคโนโลยีเพ่ือตรวจสอบว่าตรงกับ
ความต้องการหรือไม่ การออกแบบวิธีการแก้ปัญหาจึงสามารถทดสอบสมมติฐานได้เมื่อเรา
ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาแล้ว ขั้นต่อไปคือการทดสอบเพื่อการตรวจสอบชิ้นงานหรือวิธีการว่า
สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์เพื่อหาข้อบกพร่อง และดำเนินการปรับปรุงให้สามารถ
แก้ไขปัญหาได้ หลังจากการทดสอบก็เป็นข้ันปรับปรุง แก้ไข และประเมินผล
7. ครูอธิบายเรื่องการทดสอบ เป็นข้ันตอนการทดสอบว่าแนวคิดของเทคโนโลยีนั้นตอบโจทย์ของ
ผู้ใช้งานหรือไม่ มีส่วนใดที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขบ้าง การปรับปรุง แก้ไข และประเมินผล
หลังจากการทดสอบแล้วพบว่าเทคโนโลยีที่เราต้องออกแบบนั้นมีข้อบกพร่อง ขั้นตอนต่อไปของ
47
กระบวนการเทคโนโลยีก็จะเป็นการปรับปรุง แก้ไข โดยอาจปรับปรุงแก้ไขจากต้นแบบเดิม
นำเสนอผลงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญของกระบวนการเทคโนโลยี เป็นการนำเสนอ
แนวคิด หรือช้ินงาน
ชั่วโมงท่ี 4
ขัน้ สรปุ
ขน้ั สรุปและประเมนิ คา่ ของคำตอบ
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันเพ่ือหาข้อสรุปองค์ความรู้ท่ีได้ แล้วจัดทำเป็น PowerPoint
โดยครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งชื่อเร่ืองที่นำเสนอได้อย่างอิสระ ซ่ึงช่ือเร่ืองจะต้องสอดคล้องกับ
เน้อื หาท่นี ำเสนอ เชน่ ปญั หาการใชส้ อื่ ออนไลนไ์ มเ่ หมาะสม เปน็ ต้น
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอปัญหาทสี่ นใจ โดยใช้ PowerPoint ประกอบการนำเสนอ ขณะที่
นักเรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอให้ครคู อยแนะนำและเสรมิ ข้อมลู ท่ีถูกต้องให้นักเรียน
3. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและ
เทคโนโลยี) ม.1 หน้า 30 ว่า วิศวกรเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ผ่านกระบวนการ
เทคโนโลยีอย่างไร
(แนวตอบ :วิศวกรจะประยุกต์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ผ่านคณิตศาสตร์ และใช้เทคโนโลยีสร้าง
นวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซ่ึงมีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือส่วนที่นำเอา
วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มาใชใ้ ห้เปน็ ประโยชน์และสว่ นที่ออกแบบให้ไดผ้ ลงานท่ีตอ้ งการ)
4. ครูและนักเรียนดูตัวอย่าง จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและ
เทคโนโลยี) ม.1 หน้า 30 แลว้ ร่วมกนั วเิ คราะห์ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
5. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของกระบวนการเทคโนโลยีกับกระบวนการออกแบบเชิง
วศิ วกรรมโดยอธบิ ายในเรื่องกระบวนการเทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
6. นักเรยี นทำกิจกรรม Design Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและ
เทคโนโลยี ม.1 หน้า 32 เสร็จแล้วนำสง่ ครูตรวจสอบความถกู ต้อง
7. ครูเปิด PowerPointเร่ืองกระบวนการเทคโนโลยี ใหน้ กั เรยี นดู แล้วให้นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายและ
สรปุ ตามประเดน็ ดงั นี้
กระบวนการเทคโนโลยีคอื อะไร อธบิ ายความหมาย ความสำคญั
กระบวนการเทคโนโลยีความสำคัญต่อการดำรงชีวติ อยา่ งไร บอกองค์ประกอบหลักกระบวนการ
เทคโนโลยี อธิบายลักษณะเฉพาะขององคป์ ระกอบหลกั แตล่ ะสว่ น
8. ครูให้นกั เรยี นสอบถามเพ่ิมเติมเกย่ี วกับเนื้อหาใน PowerPoint ทีย่ ังไมเ่ ข้าใจ แล้วใหค้ วามรู้เพ่ิมเติม
ในสว่ นน้ัน
48
9. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง กระบวนการเทคโนโลยี เมื่อทำเสร็จแล้ว ครูและนักเรียน
ร่วมกันเฉลยคำตอบ
10.ครูมอบหมายให้นักเรียนสรปุ ความรู้เรอื่ ง กระบวนการเทคโนโลยี เป็นผงั มโนทศั น์ ลงในกระดาษ A4
เสรจ็ แล้วนำส่งครู
ขัน้ นำเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครตู รวจแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ครตู รวจและประเมินผลใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง กระบวนการทางเทคโนโลยี
3. ครตู รวจและประเมินผล PowerPointเร่ือง การแก้ปัญหาผ่านกระบวนการเทคโนโลยี
4. ครูตรวจและประเมินผลผังมโนทศั นเ์ รือ่ ง กระบวนการเทคโนโลยี
5. ครูตรวจและประเมนิ ผลผังมโนทัศน์ เร่อื ง ปัญหาการใชเ้ ทคโนโลยีไมเ่ หมาะสมในชวี ิตประจำวัน
6. ครปู ระเมินผล โดยสังเกตการตอบคำถาม การรว่ มกันทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธีวัด เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
7.1 การประเมินก่อนเรียน ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ประเมินตามสภาพจรงิ
- แบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนเรียน
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1
เร่อื ง กระบวนการ
เทคโนโลยี
7.2 การประเมินระหวา่ งการ
จดั กจิ กรรม
1) กระบวนการเทคโนโลยี - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ใบงานท่ี 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานทีน่ ำเสนอ ระดับคุณภาพ 2
3) พฤติกรรมการทำงาน ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล
- สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2
การทำงารายบุคคล พฤติกรรมการทำงาน ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล
4) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
กลุ่ม การทำงานกลุ่ม
พฤติกรรมการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
กล่มุ
49
5) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ รับผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
และมงุ่ มั่นในการ อันพึงประสงค์
ทำงาน
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน่วย
การเรียนรู้ท่ี 2 กระบวนการเทคโนโลยี
2) ใบงานที่ 1.1 เรอ่ื งกระบวนการเทคโนโลยี
3) PowerPoint เร่ือง การแก้ปัญหาผา่ นกระบวนการเทคโนโลยี
8.1 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
50
ใบงานท่ี 1.1
เร่อื ง กระบวนการเทคโนโลยี
คำชี้แจง : เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
1. กระบวนการเทคโนโลยี คือ
2. กระบวนการเทคโนโลยีประกอบดว้ ย 7 ข้ันตอน
1)
2)
3)
4)
5)
6)
7)
3. กระบวนการเทคโนโลยี และ กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม แตกต่างกันอย่างไร
…………………...................................................... …………………......................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
. .
51
ใบงานท่ี 1.1 เฉลย
เรื่อง กระบวนการเทคโนโลยี
คำชีแ้ จง : เติมขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
1. กระบวนการเทคโนโลยี คือ วธิ กี ารหรือกระบวนการทำงานในการแกป้ ัญหาหรอื สนองความตอ้ งการอยา่ ง
เป็นขน้ั ตอนทช่ี ดั เจน มสี ่วนช่วยในการสรา้ งสรรคเ์ ทคโนโลยีที่มีประสิทธภิ าพและตอบโจทยส์ งั คม และเปน็
กระบวนการที่วิศวกรนำไปใช้รว่ มกับความรูด้ า้ นวิทยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์ในการแก้ปัญหา
2. กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบด้วย 7 ขน้ั ตอน ดงั นี้
1. กำหนดปญั หาหรือความต้องการ คือ การทำความเข้าใจหรือวเิ คราะหป์ ัญหาหรือความต้องการหรือ
สถานการณ์เทคโนโลยอี ย่างละเอยี ด เพือ่ กำหนดกรอบของปญั หาหรอื ความตอ้ งการใหช้ ัดเจนมากขึน้
2. รวบรวมข้อมูล คือ การรวบรวมข้อมูลตา่ งๆ ทเี่ กี่ยวข้องกบั ปัญหาหรือความต้องการท่ีกำหนดไว้ใน
ขน้ั กำหนดปัญหาหรือความต้องการจากแหล่งขอ้ มลู ทีเ่ ชอ่ื ถือได้ เชน่ ศึกษาจากตำรา วารสาร บทความ เปน็ ตน้
3. เลือกวิธกี าร คอื การพจิ ารณาและเลือกวิธกี ารแกป้ ัญหาหรือสนองความต้องการท่ีเหมาะสมและ
สอดคลอ้ งกบั ปัญหาหรือความตอ้ งการมากทสี่ ุด โดยใชก้ ระบวนการตดั สนิ ใจเลือกจากวิธีการที่สรุปไดใ้ นข้ัน
รวบรวมขอ้ มลู
4. ออกแบบและปฏบิ ตั กิ าร คือ การถา่ ยทอดความคดิ หรอื ลำดับความคดิ หรือจนิ ตนาการให้เป็นขน้ั ตอน
เกยี่ วกับวิธีการแก้ปัญหาหรอื สนองความต้องการ โดยใช้การรา่ งภาพ 3 มิติ ร่างภาพฉาย แบบจำลอง และ
วางแผนการปฏิบตั งิ านอยา่ งเป็นขัน้ ตอน
5. ทดสอบ คือ การตรวจช้ินงานหรือแบบจำลองวิธีการท่ีสร้างขึ้นว่าสอดคล้องตามแบบที่ได้ถ่ายทอด
ความคิดไวห้ รอื ไม่ สามารถทำงานหอื ใชง้ านไดห้ รือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร เป็นต้น
6. ปรบั ปรุง แก้ไข และประเมินผล คอื การวเิ คราะห์ข้อมลู ทไ่ี ด้จากขนั้ ทดสอบวา่ ควรปรับปรงุ ชนิ้ งาน
หรือแบบจำลองวธิ ีการในสว่ นใด ควรปรับปรงุ แก้ไขอย่างไร แล้วจงึ ดำเนินการปรบั ปรงุ แก้ไข แล้วประเมนิ ผล
7. นำเสนอผลงาน คือ การสื่อสารวิธีการแก้ไขปัญหาใหผ้ ใู้ ช้และสังคมเข้าใจ
3.กระบวนการเทคโนโลยี และ กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม แตกตา่ งกนั อย่างไร
ข้ันตอนกระบวนการเทคโนโลยี ขนั้ ตอนกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
ระบปุ ญั หาหรือความตอ้ งการ
รวบรวมข้อมลู ทเี่ กีย่ วขอ้ งกับ ระบุปัญหาหรอื ความต้องการ
ปัญหา ระดมสมองหาคำตอบท่ีเปน็ ไปได้
เลือกวธิ กี ารแก้ปญั หา หาขอ้ มูลและสำรวจแนวทางแก้ปญั หา
ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา ระบขุ อ้ จำกัดและกำหนดเกณฑ์
ทดสอบ เลอื กวิธกี ารแกป้ ัญหา
ปรับปรุง แกไ้ ข และประเมนิ ผล การเขียนร่างการแกป้ ญั หา
นำเสนอผลงาน ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหา
ทดสอบ
ปรบั ปรุง แก้ไข และประเมินผล
สรา้ งชิน้ งาน
นำเสนอผลงาน
52
9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื
(นางสุจิรา รุ่งรัตน์ตระกูล)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นโนจาน(เนตรขนั ธร์ าษฎร์บำรงุ )
10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)
ปญั หา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
53
แผนการจัดการเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว21103
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 เร่อื ง กระบวนการทางเทคโนโลยี เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง วิวฒั นาการของเทคโนโลยี เวลา 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นายธรี วงศ์ จดุ พิมาย
สอนวนั ท่ี เดือน พ.ศ.
1. มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด
ว 4.1 ม.1/2 ระบุปัญหาหรอื ความต้องการในชวี ติ ประจำวัน รวบรวมวิเคราะหข์ ้อมลู และแนวคิดท่ี
เกย่ี วข้องกับปัญหา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายและสรปุ วิวฒั นาการของเทคโนโลยไี ด้และการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีในชวี ิตประจำวันได้ (K)
2. รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมูลวิวัฒนาการของเทคโนโลยแี ละการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยใี นชวี ติ ประจำวันได(้ P)
3. เหน็ ประโยชนข์ องการเรียนวชิ าออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนกั ในคุณค่าของความรวู้ ิวฒั นาการ
ของเทคโนโลยี (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่
- ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันพบได้จากหลายบริบท พิจารณาตามหลกั สูตรของ
ขึ้นอยกู่ บั สถานการณท์ ่ปี ระสบ เช่น การเกษตร อาหาร สถานศกึ ษา
- การแก้ปัญหาจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูลความรู้จากศาสตร์
ตา่ งๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง เพ่ือนำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปญั หา
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันของมนุษย์พบได้จากหลายสาเหตุขน้ึ อยู่กบั สถานการณ์ท่ี
มนุษยแ์ ตล่ ะคนจะประสบเช่นปัญหาทางดา้ นการเกษตรปัญหาจากการขาดแคลนอาหารเปน็ ต้นดังนัน้
การแกป้ ัญหาผทู้ ่ที ำหนา้ ท่ใี นการแกป้ ญั หาจำเป็นต้องสืบคน้ รวบรวมขอ้ มูลความรูจ้ ากศาสตร์ตา่ งๆ ท่ี
เกย่ี วข้องเพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาท่ีมีประสิทธภิ าพและส่งผลกระทบในด้านลบต่อ
สงิ่ ตา่ งๆ เชน่ สภาพแวดลอ้ ม ทรพั ยากรวิถีชวี ติ ของมนษุ ย์เป็นตน้
54
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี นิ ยั รับผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการคิดอย่างสรา้ งสรรค์
3) ทกั ษะการคดิ อย่างเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es(5Es Instructional Model)
ชัว่ โมงที่ 1
ข้ันนำ
กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูต้ังคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า “นักเรียนคิดว่ามนุษย์ยุคหินเก่ามีการดำรงชีวิตอย่างไรบ้าง
จากนั้นครูถามนักเรียนต่อว่า “ถ้านักเรียนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคหินจะมีวิวัฒนาการในการดำรงชีวิต
อย่างไร
(แนวตอบ : มนุษย์ยุคนี้จะเร่ร่อนเคล่ือนย้ายตามแหล่งอาหาร มีท่ีอยู่อาศัยช่ัวคราว เป็นต้น
เลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรกรรม ประดิษฐ์อุปกรณ์ในการลา่ สตั ว์ และมกี ารสร้างท่ีอยู่อาศัย
เปน็ หลกั แหล่ง เป็นต้น)
2. ครูเปดิ ภาพเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ ขวานหนิ เขม็ ที่ทำจากกระดูก เตาไฟ ทใ่ี ช้ในการดำรงชีวิตในยุคหิน มา
ให้นักเรียนดู แล้วสอบถามนักเรียนว่าเคยเห็นสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้หรือไม่และส่ิงประดิษฐ์นี้ใช้ทำอะไร
จากนั้นจึงนำภาพสิ่งประดิษฐ์ตั้งแต่อดีตในปัจจุบันมาให้นักเรียนดู แล้วบอกว่าสิ่งท่ีนักเรียนเห็นนี้คือ
วิวฒั นาการของเทคโนโลยี
55
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูให้นักเรียนจับคู่กัน แล้วร่วมกันสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับเครื่องมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการ
ของมนุษย์และสังคมอย่างไรและเขียนเคร่ืองมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการของมนุษย์และ
สังคมลงในกระดาษกระดาษ จากน้ันครูสุ่มเรียกนักเรียนทีละกลุ่ม ออกมาบอกถึงผลกระทบต่อ
ววิ ฒั นาการ
2. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกับนักเรียนว่า เครื่องมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการของ
มนษุ ย์ และสงั คมอยา่ งไร
(แนวตอบ : เคร่ืองมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการของมนุษย์โดยการที่มนุษย์สามารถนำ
ความคิดมาพัฒนาเคร่ืองมือและวัตถุให้มีความก้าวหน้า และสามารถใช้งานในการอำนวยความ
สะดวกในชวี ิตประจำวัน)
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายและสรปุ วิวฒั นาการของมนุษย์และเทคโนโลยพี รอ้ มกบั เขยี นเป็นผังมโนทัศน์
3. ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาค้นคว้าและเปรยี บเทียบสิ่งประดิษฐ์ยุคเก่ากับ
ส่งิ ประดิษฐย์ ุคปัจจุบัน จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ม.1 หน้า 33
โดยประวัตศิ าสตรข์ องเทคโนโลยี แบง่ ออกเปน็ 9 ยุค ดังนี้
- ยคุ พาลิโอลธิ คิ - ยุคเหล็ก - ยคุ เมโซลธิ คิ - ยุคกลาง
- ยคุ นิโอลิธิค - ยุคเรอเนสซองส์ - ยคุ สำรดิ
4. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอภปิ รายและสรปุ ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
5. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า วิวัฒนาการท่ีเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีมีมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของ
มนุษยแ์ ละช่วยในหารอำนวยความสะดวก
6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจำแนกยุคของการประวัติศาสตร์เทคโนโลยี โดยสรุปเป็นผังมโนทัศน์
ลงในกระดาษ A4 เสรจ็ แล้วให้แตล่ ะกลุ่มออกแบบวธิ ีการนำเสนอผลงานที่หน้าช้ันเรยี น
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียนทีละกล่มุ จนครบทุกกลุ่ม โดย
กำหนดเวลาในการนำเสนอกลุ่มละ 3 นาที
2. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายและสรุปเกีย่ วกับยคุ ประวตั ศิ าสตรเ์ ทคโนโลยี
3. ครูตั้งคำถามว่า จากประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีสามารถบ่งบอกวิวัฒนาการของเทคโนโลยี
นกั เรยี นมแี นวทางในการพัฒนาเทคโนโลยอี ยา่ งไรบา้ ง
4. ครูให้นกั เรียนทำใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
56
ขน้ั สรปุ
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปววิ ฒั นาการของเทคโนโลยีร่วมกนั
2. ครูนำนักเรียนอภปิ รายและสรุปเร่ือง วิวัฒนาการของเทคโนโลยี ตามประเด็นดงั น้ี
เครอ่ื งมือและวัตถมุ ผี ลกระทบตอ่ ววิ ฒั นาการของมนุษยแ์ ละสงั คมอย่างไรบ้าง
ประวัตศิ าสตร์ของเทคโนโลยมี ีอะไรบา้ งอธบิ ายลกั ษณะเฉพาะของแตล่ ะสว่ นยคุ
แนวทางการพัฒนาววิ ัฒนาการของเทคโนโลยีท่ีนกั เรียนสามารถปฏิบัตไิ ด้มีอะไรบ้าง
ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยมี ีความสำคัญตอ่ การดำรงชีวิตอย่างไร
3. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น
4. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ Unit Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 37 แล้วส่งครูตรวจในชัว่ โมงถัดไป
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. ครูตรวจและประเมินผลใบงานที่ 1.2 เรือ่ ง วิวฒั นาการของเทคโนโลยี
3. ครูตรวจและประเมินผลผังมโนทศั น์ เรื่อง ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
4. ครูประเมินผล โดยสงั เกตการตอบคำถาม การรว่ มกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7. การวัดและประเมินผล
รายการวดั วิธวี ัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
7.1 การประเมินระหว่างการ
- ตรวจใบงานท่ี 1.2 - ใบงานที่ 1.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
จดั กิจกรรม
1) วิวฒั นาการของ - ประเมนิ การ - ผลงานท่นี ำเสนอ ระดับคุณภาพ 2
นำเสนอ ผลงาน ผ่านเกณฑ์
เทคโนโลยี - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
2) การนำเสนอผลงาน การทำงานรายบคุ คล พฤติกรรมการทำงาน ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล การทำงานกลุ่ม การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรมการทำงาน
กลุ่ม
57
5) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
อนั พึงประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝ่ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
เรียนรู้ และมุ่งม่นั อันพงึ ประสงค์
7.2 การประเมนิ หลังเรียน ในการทำงาน
- แบบทดสอบหลังเรียน แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ตรวจแบบทดสอบ
เรือ่ ง กระบวนการ หลังเรียน
เทคโนโลยี
8. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน่วย
การเรยี นรู้ท่ี 2 กระบวนการเทคโนโลยี
2) ใบงานท่ี 1.2 เร่อื งววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมดุ
3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
58
ใบงานท่ี 1.2
เรอื่ ง วิวฒั นาการของเทคโนโลยี
คำช้ีแจง : จงอธบิ ายลักษณะเด่นและวิเคราะหก์ ารเปล่ียนแปลงวิวฒั นาการของเทคโนโลยี ในแตล่ ะยคุ
ยคุ พาลโิ อลิธิค ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยคุ เมโซลธิ คิ ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยคุ นโี อลธิ คิ ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยคุ สำริด ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยคุ เหลก็ ……………………………………………………………………………………………………………..………………
ยคุ กลาง ……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยุคเรอเนสซองส์
……………………………………………………………………………………………………………..………………
ยุคอตุ สาหกรรม ……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยุคขอ้ มูลขา่ วสาร
……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
59
ใบงานท่ี 1.2 เฉลย
เร่อื ง วิวัฒนาการของเทคโนโลยี
คำชี้แจง : จงอธบิ ายลกั ษณะเด่นและวเิ คราะห์การเปล่ียนแปลงวิวฒั นาการของเทคโนโลยี ในแต่ละยคุ
ยคุ พาลิโอลธิ คิ ลกั ษณะเด่น : เป็นยคุ หนิ เกา่
มีความต้องการทางด้านอาหาร จึงมกี ารเคล่ือนยา้ ยถ่ินฐานตามแหลง่ อาหาร
ยคุ เมโซลธิ ิค ลกั ษณะเดน่ : เป็นยคุ หนิ กลาง
มีการเลีย้ งสตั ว์ ทำเกษตรกรรม และตง้ั ท่ีอยูอ่ าศยั
ยุคนโี อลธิ ิค ลกั ษณะเดน่ : เป็นยคุ หินใหม่
มีการแบ่งงานตามความเชี่ยวชาญ เรม่ิ สรา้ งสงิ่ ประดษิ ฐ์ต่างๆ เชน่ พรี ะมิด เป็นตน้
ยคุ สำรดิ ลกั ษณะเด่น : เปน็ ยคุ แห่งสถาปตั ยกรรมโดยเฉพาะการผลิตสำรดิ
ยคุ เหล็ก มกี ารใช้สำรดิ ที่ผสมจากทองแดงและดบี กุ แทนเครื่องมือต่างๆทเี่ ป็นหิน ประดษิ ฐเ์ คร่ืองมือ
ยคุ กลาง อาวธุ ทท่ี นทานแขง็ แรง
ยุคเรอเนสซองส์ ลกั ษณะเดน่ : สถาปตั ยกรรมถกู สรา้ งจากเหลก็
เริ่มมีการปกครองทางทหาร มวี ฒั นธรรม ผลิตอาวุธหรอื เครอื่ งมือการเกษตรทีท่ ำจาก
ยุคอตุ สาหกรรม เหล็ก เชน่ ธนู เปน็ ต้น
ยุคขอ้ มูลขา่ วสาร ลกั ษณะเด่น : เป็นยคุ หลงั จากอาณาจกั รโรมันลม่ สลาย
ยคุ กลางตอนตน้ ประชากรลดลง ยุคกลางสงู สดุ มเี รม่ิ ระบบศกั ดินา ประชากรเพ่มิ ข้ึน มี
นวตั กรรมดา้ นการเกษตร ยุคกลางตอนปลาย เกดิ สงคราม
ลกั ษณะเดน่ : เป็นยคุ การฟื้นฟอู ิทธพิ ลของสถาปตั ยกรรมคลาสสกิ มีการแบ่งปันความคดิ
การสร้างเคร่อื งมือและอปุ กรณต์ ่างๆ เกดิ จากการสังเกตปรากฏการณท์ างธรรมชาติ เช่น
กล้องโทรทรรศน์ กลอ้ งจลุ ทรรศน์ เทอรม์ อมิเตอร์ เปน็ ตน้
ลกั ษณะเด่น : เปน็ ยคุ ท่มี กี ารเรมิ่ ใชเ้ ครือ่ งจักร มีโรงงาน และสังคมเมือง
การปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรมเกิดศูนย์กลางของเมือง เกดิ ระบบเศรษฐกิจ มีการพฒั นาคณุ ภาพ
ชีวิตของมนุษย์ มเี ครอ่ื งใช้ไฟฟา้ รถยนต์ เครื่องบิน เปน็ ต้น
ลักษณะเด่น :เป็นยุคแห่งการรวบรวม จัดการ แกไ้ ข และการแบง่ ปนั ขอ้ มลู ขา่ วสาร
ข้อมลู ขา่ วสารมกี ารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีการเพม่ิ ของประชากรอยา่ งรวดเรว็
มีคอมพวิ เตอร์ พลังงานนิวเคลยี ร์ เปน็ ต้น
60
9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื
(นางสุจิรา รุ่งรัตน์ตระกูล)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นโนจาน(เนตรขันธร์ าษฎร์บำรงุ )
10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ดา้ นอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)
ปญั หา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
61
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว21103
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 1 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพ่ือแก้ปัญหา หรือ พัฒนา
งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสมโดยคำนงึ ผลกระทบตอ่ ชีวติ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม
ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้ และทักษะที่เก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และ
อิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ
ปลอดภัย
2. สาระการเรยี นรู้
2.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติ เพ่ือ
เลือกใช้ให้เหมาะสมกับลกั ษณะของงาน
2) การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED บัซเซอร์ มอเตอร์
วงจรไฟฟ้า
3) อุปกรณ์และเครื่องมือในการสรา้ งชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมหี ลายประเภท ต้องเลอื กใช้ให้ถูกต้อง
เหมาะสม และปลอดภยั รวมทัง้ รู้จกั เกบ็ รกั ษา
2.2 สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การสร้างผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ควรคำนึงถึงวัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้
โลหะ พลาสตกิ จึงตอ้ งมกี ารวเิ คราะห์สมบัติ เพ่ือเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน และการสรา้ งชิ้นงาน
อาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า ดังน้ัน อุปกรณ์และ
เครื่องมือในการสร้างชิน้ งาน หรอื พฒั นาวธิ ีการมีหลายประเภท ตอ้ งเลือกใช้ให้ถูกตอ้ งเหมาะสม และปลอดภัย
รวมทั้งรู้จักเก็บรักษา สามารถศึกษากรณีตัวอย่าง เพ่ือพัฒนาโครงงาน ประดิษฐ์อุปกรณ์ท่ีช่วยอำนวยความ
สะดวก แก้ไขปัญหาทเ่ี กดิ ขึ้นในการดำรงชีวิต
62
4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินยั รบั ผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ซอื่ สตั ย์ สุจริต
3. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 4. มงุ่ มั่นในการทำงาน
2) ทักษะการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์
3) ทกั ษะการคดิ อย่างเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
1. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การเลอื กใช้วสั ดุอุปกรณ์ และเคร่อื งมือ
2. ใบงานท่ี 1.2 เรอื่ ง ศึกษากรณีตัวอยา่ ง หมวกจักรยานอัจฉริยะ และหุ่นยนตป์ ากกา
3. ใบงานท่ี 1.3 เร่ือง พัฒนาโครงงาน
4. ผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง การเลือกใชว้ ัสดอุ ปุ กรณ์ และเครื่องมือ
5. ผงั ความคดิ เรือ่ ง ศึกษากรณตี ัวอย่าง หมวกจักรยานอจั ฉริยะ และหุ่นยนต์ปากกา
6. รายงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง โครงงานส่ิงประดษิ ฐ์
7. PowerPoint เรื่อง โครงงานส่งิ ประดิษฐ์
6. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการวัด วิธวี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
6.1 การประเมินชนิ้ งาน/ - ตรวจผังมโนทศั น์ เรือ่ ง แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ ระดับคุณภาพ 2
ภาระงาน (รวบยอด) การเลือกใชว้ ัสดุ ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
อปุ กรณ์และเคร่อื งมือ
- ตรวจผงั ความคดิ เร่อื ง
ศึกษากรณีตวั อย่าง
หมวกจกั รยานอจั ฉรยิ ะ
และหุ่นยนตป์ ากกา
- ตรวจ PowerPoint
เร่อื ง พฒั นาโครงงาน
- รายงานโครงงาน
วิทยาศาสตร์
63
รายการวัด วธิ วี ัด เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
6.2 การประเมินก่อนเรียน ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ประเมินตามสภาพ
- แบบทดสอบกอ่ น ก่อนเรยี น จรงิ
เรียนหนว่ ยการ
เรยี นรทู้ ี่ 3
เร่อื ง ผลงาน
ออกแบบและ
เทคโนโลยี
6.3 การประเมินระหว่าง
การจดั กจิ กรรม
1) การเลือกใชว้ สั ดุ - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ใบงานท่ี 1.1 ร้อยละ 60 ผา่ น
- ใบงานท่ี 1.2 เกณฑ์
อุปกรณ์และเครอ่ื งมือ ร้อยละ 60 ผา่ น
เกณฑ์
2) การศกึ ษากรณี - ตรวจใบงานที่ 1.2
ตัวอยา่ ง หมวก
จักรยานอจั ฉริยะ
และหนุ่ ยนตป์ ากกา
3) การพัฒนาโครงงาน - ตรวจใบงานที่ 1.3 - ใบงานท่ี 1.3 ร้อยละ 60 ผา่ น
เกณฑ์
3) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - ผลงานทน่ี ำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน ผ่านเกณฑ์
4) พฤติกรรมการ - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
ทำงานรายบุคคล - สงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรม การ ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบุคคล ทำงานรายบคุ คล
5) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2
ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
ทำงานกลมุ่ พฤติกรรมการ
6) คณุ ลกั ษณะ ระดับคุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- สังเกตความมีวนิ ยั - แบบประเมิน
รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ คณุ ลักษณะ
และม่งุ มน่ั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
64
รายการวัด วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
6.4 การประเมินหลงั เรยี น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น รอ้ ยละ 60 ผ่าน
- แบบทดสอบหลังเรียน หลังเรียน เกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
เรื่อง ผลงานออกแบบ
และเทคโนโลยี
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ เวลา 2 ชั่วโมง
เวลา 4 ชั่วโมง
เรื่องท่ี 1 : การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือ เวลา 5 ช่ัวโมง
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
เร่อื งท่ี 2 : ศึกษากรณีตวั อย่าง หมวกจักรยานอจั ฉริยะ และหุ่นยนตป์ ากกา
วิธสี อนแบบใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem based Learning)
เรอื่ งท่ี 3 : พัฒนาโครงงาน
วธิ สี อนแบบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project based Learning)
(รวมเวลา 11 ชว่ั โมง)
8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน่วย
การเรียนร้ทู ี่ 3
2) ใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง การเลือกใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์ และเครือ่ งมือ
3) ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง ศกึ ษากรณีตัวอย่าง หมวกจักรยานอัจฉริยะ และหนุ่ ยนตป์ ากกา
4) ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง พฒั นาโครงงาน
8.2 แหล่งเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมดุ
3) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
65
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ถ้าต้องการผลิตเก้าอี้ที่มีสมบัติแข็งแรง ทนทาน 6. ในการเลือกใช้วัสดเุ ซรามิก ควรคำนงึ ถงึ สมบัติต่าง ๆ
ขอ้ ใดเปน็ ข้อจำกดั วัสดเุ ซรามิก
ไม่นำไฟฟ้า เราควรเลือกใช้วัสดุใดจึงจะเหมาะสม 1. นำ้ หนกั เบา , มคี วามแขง็ แรง
ท่สี ุด
1. ไม้ 2. เทอร์มอพลาสตกิ 2. แขง็ แรงไมเ่ ปราะ , รับนำ้ หนักได้มาก
3. โลหะ 4. พลาสติกเทอรม์ อเซต 3. ทนความร้อน , ทนต่อการขดั สี
2. วสั ดใุ นขอ้ ใด แตกตา่ งไปจากพวก 4. ลดแรงเสยี ดทาน , เป็นฉนวน
1. เหล็กกล้า 2. ทองแดง 7. การใชค้ วามรู้ ทักษะ การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ กลไกใน
3. อะลูมเิ นียม 4. สังกะสี การสร้างต้นแบบใหเ้ หมาะสม คอื ขนั้ ตอนใด
3. ข้อใดเป็นการเลือกใช้วัสดทุ ่ี ไม่เหมาะสม 1. รวบรวมข้อมลู 2. เลอื กวธิ แี ก้ปญั หา
1. รถถงั : เหลก็ กลา้ 3. ออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหา 4. ปรับปรุง แก้ไข
2. กระป๋องนำ้ อัดลม : อะลมู เิ นียม 8. การนำเสนอผลงาน “หมวกอัจฉรยิ ะ” เหมาะสมที่สุด
3. สายไฟฟา้ : ทองแดง ทำใหเ้ หน็ ลำดบั ขัน้ ตอนการสรา้ งสรรคช์ ิ้นงานคืออะไร
4. สะพาน : สังกะสี 1. ผังมโนทศั น์ 2. แผนผงั ความเขา้ ใจ
4. การผลติ ช้นิ ส่วนรถแขง่ ใชเ้ ส้นใยแกว้ เสรมิ แรงมี 3. บรรยาย 4. เขยี นสตอรี่บอร์ด
สมบตั ิ แข็งแรง ทนแรงดึงได้สูง จดั เป็นวัสดุประเภท
ใด 9. แนวทางการออกแบบ พฒั นาต่อยอดช้ินงาน“ห่นุ ยนต์
1. โลหะ 2. วสั ดผุ สม
ปากกา” ใหใ้ ช้ประโยชนไ์ ดม้ ากยิ่งขึ้น คือขนั้ ตอนใด
1. รวบรวมข้อมูล 2. เลือกวิธแี กป้ ญั หา
3. โลหะผสม 4. พอลิเมอร์
5. การเลือกใช้วัสดทุ ต่ี ้องคำนึงถึง การยืดและหดตวั 3. ออกแบบวิธกี ารแกป้ ัญหา 4. ปรบั ปรงุ แกไ้ ข
ความแข็ง ความสามารถในการรับนำ้ หนัก
ความสึกหรอ ต้องพิจารณาจากสมบัติของวสั ดใุ ด 10. จดุ ประสงค์หลักของการสรา้ ง “หนุ่ ยนตป์ ากกา”ทีเ่ น้น
1. สมบตั ทิ างเคมี การแก้ปัญหา คอื ข้อใด
1. ผู้พกิ ารทางสายตาสามารถเขียนโดยฟังจากเสียงพูด
2. สมบัติทางกายภาพ 2. สร้างนวตั กรรมแทนปากกาลูกลน่ื
3. สมบัตเิ ชงิ กล 3. สรา้ งอุปกรณช์ ่วยในการผ่อนแรง
4. สมบตั เิ ชิงมิติ 4. สร้างความสนใจในการเขยี นหนังสือ
เฉลย
1. 1 2. 1 3. 4 4. 2 5. 3 6. 2 7. 3 8. 4 9. 4 10. 1
แบบทดสอบหลังเรยี น
66
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3
คำชแี้ จง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ในการเลือกใช้วัสดุเซรามกิ ควรคำนึงถงึ สมบัตติ ่าง ๆ 6. จุดประสงคห์ ลกั ของการสร้าง “หุ่นยนต์ปากกา”ท่ีเน้น
ข้อใดเปน็ ข้อจำกัดวสั ดุเซรามกิ การแกป้ ัญหา คือข้อใด
1. น้ำหนักเบา , มีความแข็งแรง 1. ผูพ้ กิ ารทางสายตาสามารถเขียนโดยฟงั จากเสียงพูด
2. แข็งแรงไมเ่ ปราะ , รับนำ้ หนักได้มาก 2. สร้างนวตั กรรมแทนปากกาลกู ลน่ื
3. ทนความรอ้ น , ทนต่อการขัดสี 3. สรา้ งอปุ กรณ์ช่วยในการผ่อนแรง
4. ลดแรงเสยี ดทาน , เป็นฉนวน 4. สร้างความสนใจในการเขียนหนงั สือ
2. การใชค้ วามรู้ ทักษะ การเลอื กวสั ดุ อุปกรณ์ กลไก 7. ถา้ ต้องการผลิตเก้าอท้ี มี่ ีสมบตั แิ ข็งแรง ทนทาน
ในการสร้างตน้ แบบให้เหมาะสม คือขน้ั ตอนใด ไมน่ ำไฟฟ้า เราควรเลือกใช้วสั ดใุ ดจึงจะเหมาะสมทส่ี ดุ
1. รวบรวมขอ้ มูล 2. เลือกวธิ แี ก้ปัญหา 1. ไม้ 2. เทอรม์ อพลาสตกิ
3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา 4. ปรับปรุง แกไ้ ข 3. โลหะ 4. พลาสติกเทอรม์ อเซต
3. การผลติ ชิน้ สว่ นรถแขง่ ใช้เส้นใยแกว้ เสรมิ แรงมี 8. วัสดุในขอ้ ใด แตกต่างไปจากพวก
สมบัติ แขง็ แรง ทนแรงดึงไดส้ ูง จดั เป็นวสั ดุประเภท 1. เหลก็ กล้า 2. ทองแดง
ใด 3. อะลูมเิ นียม 4. สังกะสี
1. โลหะ 2. วสั ดผุ สม 9. การเลอื กใช้วสั ดทุ ีต่ ้องคำนึงถึง การยืดและหดตวั
3. โลหะผสม 4. พอลเิ มอร์ ความแข็ง ความสามารถในการรับนำ้ หนัก ความ
4. การนำเสนอผลงาน “หมวกอัจฉริยะ” เหมาะสม สึกหรอ ตอ้ งพิจารณาจากสมบตั ิของวสั ดุใด
1. สมบตั ทิ างเคมี
ท่ีสุดทำให้เห็นลำดบั ข้ันตอนการสรา้ งสรรคช์ ิ้นงาน
2. สมบัตทิ างกายภาพ
คอื อะไร
1. ผังมโนทัศน์ 2. แผนผงั ความเขา้ ใจ 3. สมบัติเชงิ กล
3. บรรยาย 4. เขียนสตอร่ีบอรด์ 4. สมบตั ิเชงิ มิติ
10.ข้อใดเป็นการเลือกใชว้ สั ดทุ ่ี ไม่เหมาะสม
5.แนวทางการออกแบบ พฒั นาต่อยอดชิ้นงาน“หนุ่ ยนต์
1. รถถัง : เหลก็ กลา้
ปากกา” ใหใ้ ช้ประโยชนไ์ ด้มากยิ่งขึ้น คือขน้ั ตอนใด 2. กระปอ๋ งนำ้ อัดลม : อะลูมเิ นยี ม
1. รวบรวมข้อมลู 2. เลือกวิธีแกป้ ัญหา 3. สายไฟฟ้า : ทองแดง
4. สะพาน : สังกะสี
3. ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา 4. ปรับปรุง แกไ้ ข
เฉลย
1. 2 2. 3 3. 2 4. 4 5. 4 6. 1 7. 1 8. 1 9. 3 10. 4
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
67
คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเน้ือหา
2 ความคดิ สร้างสรรค์
3 วิธีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ................................................... ผปู้ ระเมิน
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบประเมินโครงงานประเภทสิง่ ประดิษฐ์
68
คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
321
1. การออกแบบส่งิ ประดิษฐ์
2. คุณภาพการใชง้ านได้จริง
3. มคี วามคิดริเริ่มสร้างสรรค์
4. ประหยัดและคุม้ ค่า
5. การนำไปใช้ประโยชน์ไดจ้ ริง
6. การตอบขอ้ ซกั ถาม/การนำเสนอผลงาน
7. ความเปน็ ไปได้ในการต่อยอด
8. รปู แบบการเขียนรายงาน
ลงช่ือ .................................................. ผู้ประเมิน
............/.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
21–24 ดีมาก
16–20 ดี
12–15 พอใช้
ตำ่ กว่า 12 ปรับปรงุ
69
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื
3 การทำงานตามหน้าท่ีทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีนำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอื่ ................................................... ผปู้ ระเมิน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ............/.................../................
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง
70
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
การมี
ลำดบั ที่ ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมี สว่ นรว่ มใน รวม
ของนกั เรียน ความ ฟงั คนอ่นื ตามทไี่ ดร้ ับ น้ำใจ การ 15
คดิ เห็น มอบหมาย คะแนน
ปรับปรงุ
ผลงานกลมุ่
111
32132132 32 32
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ................................................... ผูป้ ระเมิน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง
71
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คำชแ้ี จง : ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 32 1
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมท่ีสร้างความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์
ต่อโรงเรียน
1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมท่เี กยี่ วกับสถาบนั พระมหากษตั ริยต์ ามที่โรงเรยี นจดั ข้ึน
2. ซอื่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมลู ที่ถูกต้องและเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ัติในส่งิ ที่ถกู ต้อง
3. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั
มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้
4.2 รู้จกั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เช่อื ฟงั คำสงั่ สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ตัง้ ใจเรียน
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใช้ทรพั ย์สินและส่งิ ของของโรงเรียนอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยัดและรคู้ ุณค่า
5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพ่อื ให้งานสำเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รูจ้ ักชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน
8.2 รู้จกั การดแู ลรักษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรียนและโรงเรียน
ลงชอ่ื .................................................. ผ้ปู ระเมนิ
............/.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน 51–60 ดมี าก
พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบอ่ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครั้ง 30–40 พอใช้
ต่ำกวา่ 30 ปรบั ปรุง
72
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว21103
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 2 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรอ่ื ง การเลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ เวลา 2 ชั่วโมง
สอนวันที่ เดอื น พ.ศ. ผู้สอน นายธรี วงศ์ จุดพิมาย
1. มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ว 4.1 ม.1/5 ใช้ความรู้ และทักษะที่เก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
เพ่อื แก้ปัญหาหรือพฒั นางานได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายและสรุปการเลอื กใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือ และการประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (K)
2. รวบรวม วิเคราะหข์ ้อมลู การเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือ และการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีใน
ชีวิตประจำวันได้ (P)
3. เห็นประโยชนข์ องการเรียนวิชาออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนกั ในคุณคา่ ของความรวู้ ิวฒั นาการ
ของเทคโนโลยี (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
- วสั ดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมี พจิ ารณาตามหลกั สูตรของ
การวิเคราะหส์ มบตั ิ เพอื่ เลอื กใช้ใหเ้ หมาะสมกบั ลักษณะของงาน สถานศึกษา
- การสร้างช้ินงานอาจใช้ความรู้ เร่ือง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น
LED บซั เซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า
- อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลาย
ประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และปลอดภัย รวมท้ังรจู้ ักเก็บ
รกั ษา
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การสร้างผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ควรคำนึงถึงวัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้
โลหะ พลาสตกิ จงึ ตอ้ งมีการวเิ คราะห์สมบัติ เพ่ือเลือกใช้ใหเ้ หมาะสมกับลักษณะของงาน และการสร้างช้ินงาน
อาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า ดังน้ัน อุปกรณ์และ
เครื่องมอื ในการสร้างช้ินงาน หรอื พัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ตอ้ งเลือกใช้ให้ถกู ต้องเหมาะสม และปลอดภัย
รวมทง้ั รูจ้ ักการเกบ็ รักษาใหถ้ กู ตอ้ ง
73
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินยั รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ซือ่ สัตย์ สุจรติ
3. ใฝ่เรียนรู้
1) ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 4. มุ่งมั่นในการทำงาน
2) ทกั ษะการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์
3) ทักษะการคิดอยา่ งเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชวั่ โมงท่ี 1
ข้นั นำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูเปิดคลิปวีดิโอ นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สมัยใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แล้วตั้งคำถามให้นักเรียน
ช่วยกันตอบว่า “การสรา้ งสรรคเ์ ทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า มีวิธกี ารเลอื กใช้วัสดุ อปุ กรณ์ อย่างไร”
(แนวตอบ : การสร้างสรรค์เทคโนโลยี ควรมีการวิเคราะห์สมบัติของวัสดุท่ีเลือกใช้ เพื่อให้
เหมาะสมกับลักษณะชิ้นงาน เพื่อให้ช้ินงานมีคุณภาพและเกิดประโยชน์กับผู้ใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า
โครงสร้างควรเป็นโลหะเพราะมีความแข็งแรงทนทาน ส่วนเครื่องยนต์ทำจากเซรามิก เพราะ
น้ำหนักเบา ทนความร้อน ทนต่อการขัดสี ลดการเสียดทาน)
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่าง การสร้างสรรค์นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ พร้อมทั้งบอกการเลือก
วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่อื งมือ และใช้เทคโนโลยีมาชว่ ยอำนวยความสะดวกในการสร้างชนิ้ งาน
3. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรือ่ ง ผลงานการออกแบบและ
เทคโนโลยี
74
4. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกับนักเรียนจากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 39 ว่า วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือมีความสำคัญในการสร้าง
ชน้ิ งานอยา่ งไร
(แนวตอบ : วัสดุ อปุ กรณ์ มีความสำคัญกับชน้ิ งานตรงท่ี เม่อื เราเลือกใช้งานของใหถ้ ูกวิธี มีความ
เหมาะสม กับชน้ิ งานท่จี ะทำ ซึ่งจะช่วยให้ช้นิ งานทที่ ำออกมามีความคงทน และใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ย่าง
ถูกวธิ ี)
5. ครูเปิดคลิปวีดิโอ เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ “ปล๊ักไฟต่อได้แบบเลโก้ หมุนได้ 360 องศา” พร้อมทั้งถาม
คำถามกระตุ้นความคิดให้นักเรียนว่า เคยเห็นสิ่งประดิษฐ์เหล่าน้ีหรือไม่ จากนั้นจึงนำภาพปล๊ักไฟ
ต้ังแต่อดีตถึงปัจจุบันมาให้นักเรียนดู แล้วบอกว่าส่ิงที่นักเรียนเห็นนี้คือผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
ที่อาศยั หลกั การในการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ใหเ้ หมาะสม
ข้ันสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครจู ัดนักเรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง กลาง อ่อน) กลุ่มละ 4 คน พร้อมต้ังช่ือกลุ่ม โดยสมาชิก
ภายในกลมุ่ จะไดร้ ับมอบหมายใหศ้ ึกษาเน้ือหาคนละ 1 ส่วน และหาคำตอบในประเดน็ การเลือกใชว้ ัสดุ
อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ
2. ครูนำประเด็นที่ต้องการให้นักเรียนศึกษา เรื่อง ประเภทของวัสดุ ไปวางไว้เป็นฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน
ได้แก่ วัสดุประเภทโลหะ วัสดุพอลิเมอร์ วัสดุเซรามิก และวัสดุผสม โดยสมาชิกของแต่ละกลุ่ม แยก
ย้ายไปรวมกับสมาชิกกลุ่มอื่นตามฐานต่าง ๆ ต้ังเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (expert group) ขึ้นมา และ
ร่วมกันทำความเข้าใจในเน้ือหาอย่างละเอียด และร่วมกันอภิปรายหาคำตอบประเด็นต่างๆ ที่ได้รับ
มอบหมาย
3. สมาชิกกลุ่มผู้เช่ียวชาญ กลับไปสู่กลุ่มของตนเอง จากน้ันอธิบายให้ความรู้ และช่วยสอนเพ่ือนสมาชิก
ในกลุ่มให้เข้าใจสาระท่ีตนได้ศึกษามา แล้วอภิปรายร่วมกัน พร้อมท้ังเปิดโอกาศให้ซักถามข้อสงสัย
ตอบปญั หา ทบทวน ใหเ้ กิดความเขา้ ใจอย่างชดั เจน
4. สมาชิกทุกคนได้เรยี นร้ภู าพรวมของสาระทั้งหมด
75
ชว่ั โมงที่ 2
ขัน้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูนำประเด็น เร่ือง สมบัติและการเลือกใช้วัสดุ ไปวางไว้เป็นฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน คือ สมบัติทางเคมี
สมบัติทางกายภาพ สมบัติเชิงกล และสมบัติเชิงมิติ โดยสมาชิกของแต่ละกลุ่ม แยกย้ายไปรวมกับ
สมาชิกกลุ่มอ่ืนตามฐานต่าง ๆ ต้ังเป็นกลุ่มผู้เช่ียวชาญ (expert group) เช่นเดิม ร่วมกันทำความเข้าใจ
ในเนอื้ หาอย่างละเอยี ด และร่วมกนั อภปิ รายหาคำตอบประเดน็ ต่าง ๆ ที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. สมาชิกกลุ่มผู้เชยี่ วชาญ กลับไปสกู่ ลุ่มของตนเอง และอธิบายใหค้ วามรู้ รวมทั้งช่วยสอนเพื่อนสมาชิกใน
กลุ่ม ให้เข้าใจสาระท่ีตนได้ศึกษามา และร่วมกันอภิปราย ซักถามข้อสงสัย ตอบปัญหา ทบทวนให้เกิด
ความเข้าใจอยา่ งชัดเจน
3. สมาชิกทุกคนไดเ้ รยี นรู้ภาพรวมของสาระท้ังหมด
ข้นั สอน
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ มีความสำคัญในการสร้างชิ้นงาน ควร
วเิ คราะหส์ มบัติของวัสดุใหเ้ หมาะสมกบั ช้ินงาน
2. ครูสุ่มนกั เรยี น 3-4 คน ให้ยกตัวอยา่ ง ส่ิงประดิษฐ์ การเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์และเคร่อื งมอื
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภิปราย เรื่อง การเลือกวสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ เป็นผังมโนทัศน์ ลง
ในกระดาษ A4 เสร็จแลว้ ให้แต่ละกลุ่มออกแบบวธิ ีการนำเสนอผลงาน
4. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน โดยกำหนดเวลาในการนำเสนอ
กลุ่มละ 3 นาที
5. นักเรยี นทำใบงานที่ 1.1 เร่อื ง การเลือกใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ
ขน้ั สรปุ
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นักเรยี นอภปิ รายและสรุป การเลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือ ตามประเด็น ดังน้ี
หลักการเลือกใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครอื่ งมอื
ตัวอยา่ ง วสั ดปุ ระเภทพลาสติกและไม้
ประเภทของวสั ดุ
สมบตั ิและการเลอื กใช้วสั ดุ
2. นักเรียนทำ Design Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและ
เทคโนโลย)ี ม.1 หน้า 43 แล้วส่งครูตรวจในช่วั โมงถัดไป
ตรวจสอบผล (Evaluate)
76
1. ครตู รวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เร่ือง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
2. ครตู รวจใบงานท่ี 1.1 เร่ือง การเลือกใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ
3. ครตู รวจผังมโนทศั น์ เรอื่ ง การเลือกใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมอื
4. ครูประเมนิ ผล โดยสงั เกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ วี ดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 การประเมินก่อนเรียน ตรวจแบบทดสอบก่อน
เรยี น แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตามสภาพ
- แบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 - ตรวจใบงานท่ี 1.1 จริง
เร่อื ง ผลงานออกแบบ
และเทคโนโลยี - ประเมนิ การนำเสนอ - ใบงานท่ี 1.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ น
ผลงาน - ผลงานที่นำเสนอ เกณฑ์
7.2 การประเมินระหว่างการ ระดบั คุณภาพ 2
จัดกิจกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์
1) การเลอื กวัสดุ อุปกรณ์ การทำงานรายบุคคล
และเครื่องมือ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
2) การนำเสนอผลงาน การทำงานกลุ่ม
เกี่ยวกบั การเลือกวัสดุ - สงั เกตความมีวนิ ยั การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
อุปกรณ์ และเครื่องมือ รับผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้
3) พฤติกรรมการทำงาน และม่งุ ม่นั ในการ - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
รายบุคคล ทำงาน
4) พฤติกรรมการทำงาน การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
กลมุ่
5) คุณลักษณะ - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์
คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
อันพึงประสงค์
77
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน่วย
การเรียนร้ทู ่ี 3
2) ใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง การเลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
78
ใบงานท่ี 1.1
เรื่อง การเลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื
คำชแ้ี จง : เตมิ ขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
1. แนวคิดหลักของการเลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือ คือ
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
2. วัสดุ จำแนกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท ดงั นี้ จงอธบิ ายความหมาย ลักษณะ พร้อมทั้งยกตัวอยา่ งการนำไปใช้
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เชน่ ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เช่น ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เช่น ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เชน่ ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
3. สมบตั ิของวสั ดุ แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท จงอธบิ ายลักษณะของแตล่ ะสมบตั ิ
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
สมบัตขิ องวัสดุ
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
ใบงานที่ 1.1 เฉลย
79
เร่ือง การเลือกใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือ
คำชแี้ จง : เติมข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถกู ต้อง
1. แนวคิดหลกั ของการเลือกใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ คือ การสร้างชิ้นงาน ควรมีการวิเคราะห์สมบัติ
ของวสั ดุทเี่ ลือกใช้ เพอื่ ให้เหมาะสม เชน่ ความแข็งแรง ทนความรอ้ น น้ำหนกั เบา เปน็ ต้น…………..…………..……
2. วัสดุ จำแนกได้เป็น 4 ประเภท ดังน้ี จงอธิบายความหมาย ลกั ษณะ พร้อมท้ังยกตวั อย่างการนำไปใช้
โลหะ คือ สารอนนิ ทรยี ท์ ป่ี ระกอบด้วยธาตทุ ่ีเป็นโลหะ มี การนำไปใช้ เชน่ ตัวถังรถ สะพาน
โครงสรา้ งเปน็ ผลกึ นำความรอ้ นและไฟฟา้ ทดี่ ี ค่อนข้างแขง็ แรง กระป๋องเคร่ืองดมื่ เครื่องประดับ
วสั ดพุ อลิเมอร์ คอื สารอนิ ทรีย์มคี ารบ์ อนเป็นองค์ประกอบ การนำไปใช้ เช่น กล่องพลาสตกิ
ความแข็งแรงหลากหลาย ความหนาแนน่ ต่ำ นำไฟฟา้ ไม่ดี ขวดน้ำพลาสติก ซลิ โิ คน เมลามนี
วสั ดเุ ซรามกิ คอื สารอนนิ ทรีย์ มคี วามแขง็ แรงสูง นำ้ หนักเบา การนำไปใช้ เชน่ จาน ถว้ ย
ทนความรอ้ น ทนตอ่ การเสียดสี ลดการเสียดทาน เป็นฉนวน กระเบอ้ื งบผุ นังกระสวยอวกาศ
วัสดุผสม คอื ของผสมท่ีไดจ้ ากวสั ดุ 2 ชนิด สว่ นมาก การนำไปใช้ เชน่ เส้นใยแก้ว
ประกอบด้วยสารเติมหรอื วสั ดุเสรมิ แรง มสี มบัติตามตอ้ งการ เสรมิ แรง เส้นใยคารบ์ อนเสรมิ แรง
3. สมบตั ขิ องวัสดุ แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท จงอธิบายลักษณะของแต่ละสมบตั ิ
สมบตั ิทางเคมี เปน็ สมบัตเิ ฉพาะตวั ทเี่ กย่ี วกับ สมบตั ทิ างกายภาพ เป็นสมบตั ทิ เี่ ก่ยี วกบั อัตรา
โครงสร้างและองค์ประกอบของธาตุ ท่เี ป็น การเกิดปฏิกิรยิ ากบั พลงั งาน เช่น สี ความ
วสั ดุนน้ั ทราบได้จากการทดลอง วเิ คราะห์ หนาแน่น การหลอมเหลว สนามไฟฟา้
สมบตั ขิ องวสั ดุ
สมบัตเิ ชงิ กล เป็นสมบัติเฉพาะตัวของวสั ดทุ ่ี สมบัตเิ ชิงมิติ เปน็ สมบตั ทิ ่ีจะตอ้ งพิจารณาใน
ถกู กระทำด้วยแรง เช่น การยดื และหดตวั ของ การเลอื กใช้วัสดุ เช่น ขนาด รปู รา่ ง ความ
วัสดุ ความแข็ง การรบั น้ำหนกั ความสึกหรอ คงทน ลกั ษณะของผวิ หยาบ ละเอยี ด เรยี บ
80
9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื
(นางสุจิรา รุ่งรัตน์ตระกูล)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นโนจาน(เนตรขันธร์ าษฎร์บำรงุ )
10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)
ปญั หา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
81
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี วิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว21103
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรือ่ ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง ศกึ ษากรณีตวั อย่าง เวลา 4 ชว่ั โมง
ผ้สู อน นายธรี วงศ์ จดุ พมิ าย
สอนวนั ท่ี เดือน พ.ศ.
1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ว 4.1 ม.1/5 ใช้ความรู้ และทักษะท่ีเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
เพือ่ แก้ปญั หาหรือพฒั นางานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายการประยุกต์ใช้กระบวนการเทคโนโลยจี ากกรณีตวั อย่าง (K)
2. อธิบายเก่ียวกับการแกป้ ัญหาจากกรณีตวั อย่างผ่านกระบวนการเทคโนโลยีได้ (P)
3. วเิ คราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยท่ีส่งผลตอ่ การแก้ปญั หาจากกรณีตวั อยา่ งโดยใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีได้ (P)
4. เหน็ คณุ ประโยชนข์ องการเรียนวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนกั ในคุณค่าของความรู้ไป
แก้ปัญหาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
- วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึง พิจารณาตามหลกั สูตรของ
ตอ้ งมีการวิเคราะหส์ มบัติ เพือ่ เลอื กใช้ใหเ้ หมาะสมกับลกั ษณะของงาน สถานศึกษา
- การสร้างช้ินงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น
LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟา้
- อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการสร้างช้ินงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลาย
ประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถกู ต้องเหมาะสม และปลอดภยั รวมท้ังรู้จักเก็บ
รกั ษา
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
เทคโนโลยีในปัจจุบันมีส่วนช่วยอำนวยประโยชน์ให้การดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์มีความ
สะดวกสบายมากยิ่งข้ึน และมีการพัฒนาผ่านกระบวนการเทคโนโลยีท่ีเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง เพ่ือให้
นำมาใช้งานได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ โดยการนำกระบวนการเทคโนโลยีมาใช้ในการสรา้ งสรรค์ชิ้นงาน
82
การนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาหรือความต้องการผ่านกระบวนการเทคโนโลยี เพ่ือสร้างสรรค์ช้ินงาน
สามารถศึกษากรณตี วั อยา่ ง หมวกจกั รยานอัจฉริยะ และหนุ่ ยนต์ปากกา
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
1) ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
2) ทักษะการคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์
3) ทักษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : ใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน (Problem based Learning)
ชั่วโมงท่ี 1
ข้ันนำ
1. ครถู ามคำถามสำคัญประจำหวั ขอ้ กบั นกั เรยี นจากหนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี
(การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 44 ว่า การประยุกต์ใชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ามารถทำได้
อย่างไรบ้าง
(แนวตอบ : การประยุกตใ์ ชก้ ระบวนการเทคโนโลยีสามารถดำเนินการไดต้ ามขัน้ ตอน ดังนี้
ข้นั ตอนที่ 1 ระบปุ ัญหา หรือความตอ้ งการ
ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมขอ้ มูลทเ่ี ก่ยี วข้องกับปัญหา
ขน้ั ตอนที่ 3 เลอื กวธิ กี ารแกป้ ัญหา
ขน้ั ตอนที่ 4 ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หา
ข้ันตอนท่ี 5 ทดสอบ
ขั้นตอนที่ 6 ปรับปรุง แก้ไข และประเมินผล
ขน้ั ตอนที่ 7 นำเสนอผลงาน)
2. ครูยกตัวอย่างข่าวสถานการณ์ “รถกระบะชนนักปั่นจักรยานรอบโลกเสียชีวิต” แล้วกระตุ้นความ
สนใจของนกั เรยี นโดยการตั้งคำถามวา่ จากเหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ข้นึ เกิดขึ้นเพราะเหตใุ ด อย่างไร
83
3. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด จากข่าวสถานการณ์ตัวอย่าง ปัญหาที่จำเป็นต้องแก้คืออะไร มี
วธิ ีการแก้ปัญหานัน้ อย่างไร และผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร แล้วให้นักเรียนร่วมกัน
แสดงความคดิ เหน็ และตอบคำถาม
(แนวตอบ : ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจากการป่ันจักรยาน นอกจากความประมาทของผู้ขับข่ี
รถยนตแ์ ล้ว อีกเหตุผลหนง่ึ คอื จกั ยานไม่มสี ญั ญาณไฟท่ชี ดั เจน ถา้ ปั่นในเวลากลางคืน อาจจะทำให้
คนขับรถมองไม่เห็น และไม่มีสัญญาณไฟเล้ียวต้องใช้ภาษามือในการส่งสัญญาณ วิธีการในการ
แก้ปัญหา จะต้องอุปกรณ์ท่ีให้ความสว่างติดกับตัวจักรยานและนักปั่นมากย่ิงข้ึน หรือประดิษฐ์
อุปกรณ์ที่ช่วยส่งสัญญาณแทนการใช้มือ ถ้าเราสามารถป้องกันอันตรายได้ จะทำให้นักปั่นม่ันใจใน
การปั่นจกั รยานมากข้ึน)
ขน้ั สอน
ข้ันกำหนดปญั หา
1. ครูกระต้นุ ความสนใจโดยการพานักเรียนไปสนามฟุตบอล ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 3 – 4 คน
2. ครูให้นักเรียนแข่งขันป่ันจักรยานรอบสนามฟุตบอล โดยสร้างด่านวิบาก 2 ด่าน ซ่ึงครูเป็นผู้เตรียม
จกั รยาน และอปุ กรณป์ อ้ งกันอนั ตรายให้นักเรยี น
3. ครูบอกวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งบอกกติกาการแข่งขนั ปั่นจักรยานให้นักเรียนเข้าใจตรงกันว่า ให้นักเรียน
แสดงสัญญาณการเลี้ยวประกอบด้วยทุกครั้ง ครูแนะนำการใส่อุปกรณ์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และให้
นักเรียนป่ันจักรยานด้วยความไม่ประมาท โดยแต่ละจุดจะมีกรรมการและผู้สังเกตการณ์อยู่เพ่ือ
ตรวจสอบความถูกต้อง
4. สมาชิกในแตล่ ะกลุ่มแบ่งหน้าทก่ี ันรบั ผดิ ชอบ คือ ผเู้ ขา้ รว่ มแข่งขนั ผู้สงั เกตการณ์ กรรมการตดั สนิ
5. ครูผ้สู อนติดตามการแข่งขัน สงั เกตพฤติกรรมการเลน่ ของนักเรยี น พร้อมทงั้ ให้คำปรึกษา
6. ครใู ห้รางวัลกับกลุม่ ท่ชี นะการแข่งขัน พรอ้ มทัง้ ช่วยนักเรยี นเกบ็ อปุ กรณแ์ ลว้ ข้ึนห้องเรียน
ชัว่ โมงที่ 2
ข้ันสอน
ข้ันทำความเขา้ ใจปัญหา
1. ครูตง้ั คำถามใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบ ดังน้ี
ประโยชนข์ องการแขง่ ขันปั่นจกั รยาน
(แนวตอบ : สนุกสนาน ออกกำลงั กาย รา่ งกายแขง็ แรง)
84
ปญั หาและอปุ สรรคทเี่ กดิ ขึ้นระหวา่ งการแขง่ ขนั ป่นั จักรยาน
(แนวตอบ : ตอนเล้ียวรถจกั รยานกติกาต้องให้ใช้สญั ญาณทุกครัง้ โดยผู้แขง่ ขนั ใช้สัญญาณ
มอื ในการส่งสญั ญาณเพ่ือขอทางก็ต้องปล่อยมือออกจากที่จบั จักรยานซ่ึงอาจจะทำให้เสียหลักใน
การทรงตวั และล้มลงได้ ด่านวิบากกเ็ ปน็ อปุ สรรคในการทรงตัวของผู้ปั่นจกั รยาน เป็นสาเหตขุ อง
การเกดิ อบุ ตั เิ หตุได)้
2. ครูนำป้ายคำว่า “หมวกจักรยานอัจฉริยะแก้ปัญหาอุบัติเหตใุ นการป่ันจักรยาน” ไปติดไว้ด้านหน้า
หอ้ ง ใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ ช่วยกนั ศกึ ษาค้นควา้ โดยประยกุ ตใ์ ช้ผ่านกระบวนการเทคโนโลยี
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่ม ระบุปญั หาหรอื ความต้องการท่ีจะสร้างชนิ้ งาน “หมวกจกั รยานอจั ฉริยะ” พรอ้ ม
ทั้งร่วมกันอภิปราย ตั้งคำถามในประเด็นที่อยากรู้ ระดมสมองอธิบายสถานการณ์ของปัญหา สรุป
ลงในกระดาษ A4 ตามประเด็น ดังนี้
ปญั หาท่จี ำเปน็ ต้องแกค้ อื อะไร
ใครคือผทู้ เ่ี ผชิญปัญหาท่เี ราจำเปน็ ตอ้ งแก้
เหตใุ ดปัญหานีจ้ ึงจำเปน็ ตอ้ งแก้
แล้วรว่ มกนั ออกแบบวิธกี ารนำเสนอผลงานทีน่ า่ สนใจ
4. ครูถามคำถามให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า จากการทดลองปั่นจักรยานด้วยตนเองแล้ว เรา
สามารถเข้าใจถึงปัญหาของการส่งสัญญาณขณะปั่นจักรยาน ด้วยวิธีการใดบ้าง อย่างไร
(แนวตอบ : 1. การสมั ภาษณจ์ ากนกั ปน่ั จักรยานผู้มปี ระสบการณ์ในการปั่นจกั ยานสูง
2. สงั เกตวิธกี ารสง่ สญั ญาณ ประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัย
3. ทดลองป่นั จักรยานจะไดท้ ราบปญั หาจากประสบการณต์ รง)
ดำเนนิ การศกึ ษาค้นคว้า
1. นักเรียนศึกษา แผนผังความเข้าใจ ซึ่งเป็นการสรุปความเข้าใจของปัญหาและการเลือกวิธีการ
แก้ปัญหา จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1
หน้า 45-46
2. ครูนำวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือวางไว้บนโต๊ะในแต่ละฐานของห้องเรียน ให้นักเรียนแต่ละ
กลุ่มแยกย้ายไปศึกษาวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น หมวกจักรยาน ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน
สายไฟ หลอดLED แผงวงจรไฟฟ้า ไม้ โลหะ พลาสติก เป็นต้น
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีตัวอย่าง จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 47-48 แล้วสรุปลงในกระดาษ A4
4. นักเรียนแต่ละคนกลับเข้ากลุ่ม ระดมสมอง ประดิษฐ์หมวกจักรยานอัจฉริยะ ครูกระตุ้นให้
นักเรียนแต่ละกลุ่ม ใช้ทักษะการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ ให้เกิดประโยชน์
85
ชั่วโมงที่ 3
ข้นั สอน
ขั้นสงั เคราะห์ความรู้
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน อภิปรายร่วมกัน พรอ้ มทงั้ ตั้งคำถามเพอ่ื สร้างความคิดรวบ
ยอดในการศึกษากรณีตัวอย่างการออกแบบสร้างช้ินงาน “หุ่นยนต์ปากกา” จากหนังสือเรียน
รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 49-56
2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ แยกย้ายไปแลกเปลี่ยนขอ้ มูล ความคิดเห็นกับกลุ่มอื่น ๆ โดยแต่ละคนนำความรู้
ที่ได้จากการอภิปรายกับกลุ่มอ่ืน ๆ มานำเสนอภายในกลุ่มตนเอง พร้อมทั้งช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง เหมาะสม และหาความรูเ้ พ่ิมเติม
3. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ อภปิ รายรว่ มกัน หาวิธีการพฒั นาออกแบบการสรา้ งชิ้นงาน หนุ่ ยนตป์ ากกา จาก
กรณีศึกษาตัวอย่าง ให้เพิ่มประโยชน์มากยิ่งขึ้น และลดข้อจำกัดให้น้อยลง พร้อมทั้งสรุปลงใน
กระดาษ A4 แล้วร่วมกันออกแบบวธิ ีการนำเสนอทน่ี า่ สนใจ
4. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานตามท่ีได้ออกแบบไว้
ช่วั โมงท่ี 4
ข้ันสรปุ
ขนั้ สรปุ และประเมนิ ค่าของคำตอบ
1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้ จากการศึกษากรณีตัวอย่าง
“หมวกจักรยานอัจฉริยะ” และ “หุ่นยนต์ปากกา” แล้วจัดทำเป็นแผนผังความคิด แล้วร่วมกัน
ออกแบบวิธีการนำเสนอทน่ี ่าสนใจ
2. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ทีละกลุ่ม จนครบทุก
กลมุ่ ขณะท่ีนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอใหค้ รคู อยแนะนำและเสรมิ ขอ้ มูลที่ถกู ตอ้ งใหน้ ักเรียน เมอ่ื แต่
ละกลมุ่ เสนอผลงานแลว้ ให้นำผลงานไปตดิ ไว้บริเวณรอบ ๆ ห้องเรียน
3. ครูให้เวลานักเรียน 3 นาที ในการเดินชมผลงานของกลุ่มอื่น ๆ เพ่ือเปรียบเทียบกับผลงานของกลุ่ม
ตนเอง
4. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.2 เรื่อง ศึกษากรณตี ัวอย่าง หมวกจักรยานอัจฉริยะ และหุ่นยนต์ปากกา
จากน้ันครูและนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบ
ขนั้ นำเสนอและประเมินผลงาน
1. ครตู รวจใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ศกึ ษากรณตี ัวอย่าง หมวกจักรยานอจั ฉริยะ และหุน่ ยนต์ปากกา
2. ครตู รวจแผนผงั ความคดิ เรอื่ ง ศกึ ษากรณตี วั อยา่ ง หมวกจกั รยานอัจฉรยิ ะ และหนุ่ ยนตป์ ากกา
3. ครปู ระเมนิ ผล โดยสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
86
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
7.1 การประเมินระหวา่ งการ
จดั กจิ กรรม
1) ศึกษากรณตี วั อย่าง - ตรวจใบงานท่ี 1.2 - ใบงานท่ี 1.2 ร้อยละ 60 ผา่ น
หมวกจักรยาน เกณฑ์
อจั ฉรยิ ะ และ
หนุ่ ยนตป์ ากกา
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - ผลงานทน่ี ำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
รายบุคคล การทำงาน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล การทำงาน
รายบุคคล
4) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2
กลมุ่ การทำงานกลุ่ม พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
การทำงานกลุ่ม
5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
และมุ่งมัน่ ในการ อนั พึงประสงค์
ทำงาน
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน่วย
การเรียนรทู้ ่ี 3
2) ใบงานที่ 1.2 เรื่อง ศกึ ษากรณีตัวอย่าง หมวกจักรยานอจั ฉรยิ ะ และหุน่ ยนตป์ ากกา
8.1 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
87
ใบงานท่ี 1.2
เรือ่ ง ศึกษากรณีตัวอยา่ ง หมวกจกั รยานอจั ฉรยิ ะ และหุน่ ยนต์ปากกา
คำช้แี จง : เติมข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
1. เทคโนโลยใี นปจั จุบนั มคี วามสำคญั อย่างไรในการออกแบบผลงาน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จากศกึ ษากรณตี ัวอย่าง หมวกจักรยานอจั ฉรยิ ะ และห่นุ ยนต์ปากกา ให้นักเรียนออกแบบพัฒนา ตอ่ ยอด
ช้ินงานใหม้ ีประโยชน์มากขึ้น
ศึกษากรณีตวั อย่าง การพฒั นาต่อยอดสิง่ ประดษิ ฐ์
การออกแบบแนวทางการพัฒนาต่อยอดส่งิ ประดิษฐ์
……………………………………………………………………………………………………………………………..
หมวกจักรยานอจั ฉริยะ …………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
หนุ่ ยนต์ปากกา การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดส่ิงประดษิ ฐ์
……………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
88
ใบงานที่ 1.2 เฉลย
เร่ือง ศึกษากรณตี วั อยา่ ง หมวกจักรยานอจั ฉริยะ และหนุ่ ยนต์ปากกา
คำช้ีแจง : เตมิ ขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง
1. เทคโนโลยีในปจั จุบนั มีความสำคญั อย่างไรในการออกแบบผลงาน
เทคโนโลยมี สี ่วนสำคัญที่ช่วยอำนวยประโยชนใ์ หก้ ารดำเนินชวี ติ ประจำวันของมนุษยม์ ีความสะดวกสบาย
มากยิง่ ข้ึน และมีการพัฒนาผ่านกระบวนการเทคโนโลยที ี่เปน็ ระบบมาอย่างต่อเน่ืองเพ่ือใหน้ ำมาใชง้ านได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ โดยการนำกระบวนการเทคโนโลยีมาใชใ้ นการสรา้ งสรรคช์ ิ้นงาน
2. จากศกึ ษากรณีตัวอยา่ ง หมวกจักรยานอัจฉรยิ ะ และหนุ่ ยนตป์ ากกา ใหน้ ักเรยี นออกแบบพัฒนา ต่อยอด
ช้นิ งานใหม้ ปี ระโยชนม์ ากขึน้
ศึกษากรณตี ัวอย่าง การพัฒนาต่อยอดสง่ิ ประดษิ ฐ์
หมวกจักรยานอัจฉริยะ การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดสิง่ ประดษิ ฐ์
1. หมวกจกั รยานที่สามารถส่งสัญญาณไฟเลย้ี วได้ จะติดตง้ั อุปกรณ์ท่ี
เปลีย่ นจากพลงั งานกลจากการปน่ั จักรยานเปน็ พลังงานไฟฟ้าทส่ี ามารถ
ชารต์ แบตเตอร่ีไปในตวั ในขณะทเ่ี ราข่จี ักรยาน
2. หมวกจักรยานทส่ี ามารถส่งสัญญาณไฟเลีย้ วได้ จะติดตงั้ อุปกรณ์สายไฟ
ตอ่ กบั หูฟัง เวลาปนั่ จกั รยานเราสามารถฟังเพลงไปในตวั ได้อกี ด้วย
หนุ่ ยนตป์ ากกา การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดสง่ิ ประดิษฐ์
1. ปากกาทีส่ ามารถเขียนได้เองตามคำส่งั เสียง จะปรับปรงุ พฒั นาซอฟแวร์
ใหส้ ามารถเขียนตวั อักษรได้หลากหลายภาษามากยงิ่ ขึน้
2 ปากกาท่ีสามารถเขยี นไดเ้ องตามคำสง่ั เสยี ง จะปรับปรงุ ใหม้ ีขนาดเล็กลง
เพือ่ การพกพาทีง่ ่ายขน้ึ
3. ปากกาที่สามารถเขียนได้เองตามคำสัง่ เสียง จะพฒั นาซอฟแวร์ให้มีการ
ติดตัง้ ที่ลบคำผดิ ไว้ในตัวดว้ ย
89
9. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื
(นางสุจิรา รุ่งรัตน์ตระกูล)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นโนจาน(เนตรขันธร์ าษฎร์บำรงุ )
10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ด้านอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)
ปญั หา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
90
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว21103
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 5 ชัว่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรือ่ ง พฒั นาโครงงาน เวลา 5 ชวั่ โมง
สอนวนั ที่ เดือน พ.ศ. ผู้สอน นายธรี วงศ์ จดุ พิมาย
1. มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ว 4.1 ม.1/5 ใชค้ วามรู้ และทกั ษะทีเ่ กย่ี วกบั วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์
เพื่อแกป้ ญั หาหรือพัฒนางานไดอ้ ย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายการออกแบบพฒั นาโครงงาน ระบปุ ญั หาที่ต้องการแกห้ รือตอบสนองความต้องการได้ (K)
3. วเิ คราะห์ปัญหา ออกแบบการแก้ปญั หาผ่านการพัฒนาโครงงานได้ (P)
4. ลงมอื ปฏบิ ตั พิ ฒั นาโครงงานแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการเทคโนโลยไี ด้ (P)
5. เห็นประโยชน์ของการเรยี นวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนักในคุณค่าของความรู้ไปใช้แก้ปญั หา
ในชีวติ ประจำวัน (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
- วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึง พจิ ารณาตามหลักสูตรของ
ต้องมกี ารวเิ คราะห์สมบัติ เพ่อื เลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกับลักษณะของงาน สถานศึกษา
- การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น
LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า
- อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลาย
ประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และปลอดภยั รวมท้ังรูจ้ ักเก็บ
รักษา
91