The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนออกแบบและเทคโนโลยี_ม.1_ปีการศึกษา_2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ict.korn, 2022-07-19 04:36:53

แผนการสอนออกแบบและเทคโนโลยี_ม.1_ปีการศึกษา_2565

แผนการสอนออกแบบและเทคโนโลยี_ม.1_ปีการศึกษา_2565

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาหรอื ความต้องการผ่านการพัฒนาโครงงาน ทำให้เกิดทักษะสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็น
การศกึ ษาเร่อื งราวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านทางโครงงานประเภทประดษิ ฐ์ เป็นการประยุกต์ทฤษฎี หรือ
หลักการทางวิทยาศาสตร์หรอื ด้านอ่ืน ๆ มาประดิษฐ์ของเล่น เคร่ืองมือ เครื่องใช้หรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอย
ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นส่ิงประดิษฐ์ใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน หรือการสร้าง
แบบจำลองเพื่ออธิบายแนวคิดต่าง ๆ

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
1) ทักษะการคิดวิเคราะห์
2) ทกั ษะการคิดอยา่ งสร้างสรรค์
3) ทกั ษะการคิดอย่างเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : ใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project based Learning)

ชว่ั โมงที่ 1

ขัน้ นำ

ข้ันให้ความรู้พน้ื ฐาน

1. ครูเปิดคลิปวิดีโอท่ีนำเสนอส่ิงประดิษฐห์ รือนวัตกรรม เช่น รายการสมรภูมิไอเดีย ตอน ไอเดียไฟฟ้าท่ีช่วย
ให้ชีวิตคุณง่ายข้ึน เสนอส่ิงประดิษฐ์ท่ีมีชื่อว่า “อุปกรณ์เตือนกระแสไฟฟ้าเกินสำหรับปลั๊กพ่วง” แล้ว
กระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการต้ังคำถามว่า เม่ือได้รับชมแล้ว นักเรียนมีความคิดอย่างไรบ้างกับ
ส่งิ ประดษิ ฐ์ชิน้ น้ี

2. ครถู ามคำถามกระต้นุ ความคดิ จากคลิปวดิ โี อ นักเรียนสามารถนำเอาหลักการโครงงานวทิ ยาศาสตร์ มาใช้
ในการสร้างพัฒนาสิง่ ประดิษฐไ์ ด้อย่างไร แล้วให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม
(แนวตอบ : เทคโนโลยีปัจจุบันก้าวไกลไปมาก การสร้างสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมต่าง ๆ สามารถ
เรียนรู้ได้จากโครงงานวิทยาศาสตร์ ซ่ึงเป็นการศึกษาเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์ โดยใช้วิธีการทาง
วิทยาศาสตร์เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา เพ่ือให้ได้ผลงานท่ีมีความสมบูรณ์ โดยโครงงานประเภท

92

ประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่เกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่น ๆ มา
ประดิษฐ์ของเล่น เครื่องมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์
ใหม่ หรือปรับปรุงเปล่ียนแปลงของเดิมให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น หรือการสร้างแบบจำลองเพ่ืออธิบาย
แนวคดิ ต่าง ๆ)

3. ครูให้ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับ จุดมุ่งหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ ในการทำโครงงาน
วิทยาศาสตร์มจี ุดมงุ่ หมาย ดังนี้
• เพื่อฝึกให้นักเรียนสามารถนำเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา ศึกษาค้นคว้า หรือ
ประดิษฐ์คิดคน้
• เพื่อให้นักเรียนใช้ความรู้และประสบการณ์เลือกทำโครงงานตามที่สนใจ โดยการประยุกต์ใช้
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นแต่ละท้องถ่ิน
• เพอ่ื ใหน้ ักเรียนไดศ้ ึกษาค้นคว้าหาความรู้ หาขอ้ มลู จากแหลง่ ความร้ตู ่าง ๆ ด้วยตนเอง
• เพ่อื ใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงออกซ่งึ ความคดิ รเิ ริม่ สร้างสรรค์
• เพื่อให้นักเรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการ
แกป้ ัญหา

4. ครนู ำโปสเตอร์ ตวั อยา่ งโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่าง ๆ ไปติดไว้ตามฐาน ครใู ห้นักเรยี น
แบง่ กล่มุ กล่มุ ละ 4-5 คน โดยสมาชกิ ในกลมุ่ แยกยา้ ยไปศกึ ษาฐานต่าง ๆ

5. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม อภิปรายร่วมกันแล้วสรุปเก่ียวกับรูปแบบและข้ันตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
พร้อมท้ังศึกษา สืบค้นข้อมูลเพ่ิมเติม เร่ือง การจัดทำโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ ตามประเด็นท่ี
กำหนดให้ ดงั นี้
• ความหมายและความสำคญั ของโครงงานประเภทส่ิงประดิษฐ์
• หลกั การออกแบบท่ีดีควรคำนงึ ถึงสิง่ ใด
• ข้นั ตอนการทำโครงงานประเภทสง่ิ ประดษิ ฐ์
• การประเมนิ ผลงานโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์

ข้ันสอน

ขั้นกระต้นุ ความสนใจ
1. ครูให้นักเรียนค้นหาคลิปวิดีโอ เก่ียวกับ การแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์
ระดับประเทศ หรือการแข่งขันการประดิษฐ์หุ่นยนต์ จากน้ันครูถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนว่า จาก
คลปิ วดิ โี อ นกั เรียนมีความคดิ สร้างสรรคอ์ ยากจะสรา้ งสง่ิ ประดษิ ฐใ์ ดบ้าง เพราะเหตุใด
2. ครูจัดเตรียมชิ้นงานโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนที่เคยได้รับรางวัลออกมาให้นักเรียนศึกษา
จากผลงานสิ่งประดิษฐ์จริง พร้อมท้ังเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือต่าง ๆ เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก

93

เทอร์โมมิเตอร์ ไฮกรอมิเตอร์ รอก เชือก สปริง เซนเซอร์วัดค่าความชื้น ตัวต้านทาน สายไฟ มอเตอร์
วงจรไฟฟ้า เป็นตน้

3. ครูถามคำถามนักเรียนวา่ “ ทำไมก่อนฝนตกอากาศจึงรอ้ นอบอ้าว ” แลว้ สุ่มให้นกั เรยี นตอบ 3-4 คน
(แนวตอบ : อากาศร้อนกอ่ นฝนตกเนอื่ งจาก ความชน้ื สูงและลักษณะอากาศร้อนจัด ความช้ืน

ทำให้เราไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหง่ือทางรูขุมขน ทำให้เรารู้สึกร้อนอบอ้าว ถ้าความชื้นใน
อากาศมีมาก การระเหยของน้ำจากแหล่งต่าง ๆ จะน้อย เส้ือผ้าท่ีตากจะแห้งช้า หรือรู้สึกเหนียวตัว
และอึดอดั แต่ถ้าความชนื้ ในอากาศมนี อ้ ยหรอื อากาศแห้ง จะรู้สึกเย็นสบาย เสอ้ื ผา้ แหง้ ง่าย)
4. ครูเตรียมอุปกรณ์ไฮกรอมิเตอร์ ให้แต่ละกลุ่ม ได้ทำการทดลองหา ความช้ืนในอากาศ โดยครูเป็นผู้ให้
คำปรกึ ษาและตรวจสอบความถูกตอ้ งของการใชอ้ ปุ กรณ์

ชว่ั โมงที่ 2

ขนั้ สอน

ข้นั จดั กล่มุ ร่วมมอื

1. นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาคลิปวิดีโอ เกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและ
ต่างประเทศ หรืออากาศโลกแปรปรวน แล้วพลัดกันนำเสนอคลิปของกลุ่มตนเอง พร้อมทั้งอภิปราย
ร่วมกนั

2. ครูเป็นผู้กำหนดปัญหา “เนื่องจากอากาศเปล่ียนแปลงบ่อย เราสามารถเก็บผ้าตอนฝนตกในเวลาที่เราไม่
อยบู่ ้านได้อยา่ งไร” ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกัน หาแนวทางในการแก้ปัญหา

3. ครูนำข้อความ “ราวตากผ้าอัจฉริยะ” ติดไว้หน้าห้องเรียน พร้อมทั้งรูป ราวตากผ้าแบบด้ังเดิม สุ่มถาม
นักเรียน 3-4 คน ให้แสดงคิดเห็น “นักเรยี นมวี ิธีการพฒั นาราวตากผ้าท่ีแก้ปญั หานี้อย่างไร”

4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาหาขอ้ มูลเพ่ิมเติมเกีย่ วกับ โครงงานประเภทส่ิงประดิษฐใ์ นคร้ังนี้ ตามหลักขน้ั ตอน
ของกระบวนการเทคโนโลยี

5. ครูให้ความรู้เพิม่ เตมิ ในการออกแบบส่ิงประดิษฐ์คร้ังนี้ พร้อมท้ังให้คำปรึกษา และตรวจสอบความถูกต้อง
ของเน้อื หาของแตล่ ะกล่มุ

6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานการออกแบบส่งิ ประดษิ ฐ์ ในรูปแบบของ Storyboard แสดง
ขั้นตอนของกระบวนการเทคโนโลยี ตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ หลังจากที่นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอ
ผลงานแล้ว ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนกลุ่มอ่ืนร่วมกันอภิปราย ซักถามข้อสงสัยและข้อเสนอแนะร่วมกัน
เมอ่ื แต่ละกลมุ่ เสนอผลงานแล้วให้นำผลงานไปติดไวร้ อบ ๆ หอ้ งเรียน

7. ครูให้เวลานักเรียน 5 นาที ในการเดนิ ชมผลงานของกลุ่มอื่น ๆ เพ่ือเปรยี บเทียบกับผลงานของกลมุ่ ตนเอง

94

ชว่ั โมงที่ 3
ขน้ั สอน

ข้ันแสวงหาความรู้
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่ม ลงมือปฏบิ ตั จิ ดั ทำโครงงานประเภทส่งิ ประดิษฐ์ “ราวตากผา้ อัจฉริยะ” โดยมคี รเู ปน็ ที่
ปรกึ ษา ใหค้ ำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือ
2. นักเรียนปฏิบัติหน้าที่ของตนตามข้อตกลงของกลุ่ม พร้อมทั้งร่วมมือกันปฏิบัติกิจกรรม โดยขอคำปรึกษา
จากครเู ปน็ ระยะเมอื่ มีขอ้ สงสยั หรอื ปญั หาเกดิ ขึ้น
3. ครูเปน็ ผ้สู ังเกตการณ์ ระหวา่ งทนี่ กั เรียนลงมือปฏิบตั ิโครงงาน ดกู ารเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมอื

ชัว่ โมงที่ 4

ขนั้ สรุป

ขน้ั สรุปสิง่ ที่เรียนรู้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายร่วมกันเพื่อจัดทำรายงานโครงงานของกลุ่มตนเอง ตามหัวข้อ การเขียน
รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทโครงงานประดิษฐ์ ที่มีรายละเอียด ดังนี้
• บทที่ 1 บทนำ
- ที่มาและความสำคัญ
- วัตถุประสงค์
- สมมติฐาน
- ตัวแปรท่ีศึกษา
- ขอบเขตการทดลอง
- ประโยชน์ที่ได้รับ
• บทที่ 2 เอกสารท่ีเก่ียวข้อง
• บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ
• บทท่ี 4 ผลการทดลอง
• บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีการนำเสนอผลงานให้น่าสนใจ เช่น นำเสนอโดยใช้ power
point เป็นต้น หลังจากที่นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานแล้ว ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นกลุ่มอน่ื ร่วมกัน
อภปิ ราย ซกั ถามขอ้ สงสยั และขอ้ เสนอแนะรว่ มกัน

95

ชว่ั โมงท่ี 5

ข้นั สรปุ

ข้ันสรปุ ส่งิ ที่เรียนรู้

1. ครสู รปุ เกย่ี วกบั การพฒั นาโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์วา่ ปัจจุบันความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีสามารถ

ช่วยในการแกป้ ัญหา อำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของมนษุ ย์ โดยผา่ นการเลอื กใช้

วัสดุ อปุ กรณแ์ ละเคร่อื งมือทเ่ี หมาะสม เชน่ การสร้างตึกสูง 40 ชั้น มกี ารใชเ้ ครนซ่งึ เปน็ เคร่อื งมือที่ใช้

เทคโนโลยีช่วยในการก่อสร้าง

2. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำ Unit Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและ

เทคโนโลยี) ม. 1 หนา้ 59 ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สรา้ งเครนจำลองจาก

วสั ดุอปุ กรณ์ทค่ี รจู ัดเตรยี มไว้ให้ โดยมีครูเป็นทปี่ รึกษาและให้คำแนะนำในการใชอ้ ุปกรณ์ เครอ่ื งมอื

3. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เขียนรายงานลงสมุดรายงาน และส่งครูเพ่ือตรวจสอบความถูกตอ้ ง

4. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ของนักเรียนหลังการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เรื่อง ผลงาน

ออกแบบและเทคโนโลยี

ขัน้ นำเสนอและประเมนิ ผลงาน

1. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 3 เรอ่ื ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี

2. ครูตรวจใบงานที่ 1.3 เรอื่ ง พฒั นาโครงงาน

3. ครูตรวจและประเมนิ ผลการนำเสนอชิน้ งาน เรอื่ ง รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์

4. ครตู รวจและประเมนิ ผลการเขียนรายงาน เร่ือง รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์

5. ครปู ระเมนิ ผล โดยสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน

7. การวดั และประเมินผล

รายการวดั วิธีวัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

7.1 การประเมนิ หลังเรียน ตรวจแบบทดสอบหลงั แบบทดสอบหลังเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจริง

- แบบทดสอบหลงั เรียน เรียน

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เร่ือง

ผลงานออกแบบและ

เทคโนโลยี

7.2 การประเมนิ ระหว่างการ

จดั กิจกรรม

1) พัฒนาโครงงาน - ตรวจใบงานที่ 1.3 - ใบงานท่ี 1.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานที่นำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2

เก่ยี วกบั โครงงาน ผลงาน ผา่ นเกณฑ์

สง่ิ ประดิษฐ์

96

รายการวดั วธิ วี ดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

7.1 การประเมินหลงั เรยี น ตรวจแบบทดสอบหลัง แบบทดสอบหลังเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

- แบบทดสอบหลังเรียน เรยี น

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่อื ง

ผลงานออกแบบและ

เทคโนโลยี

3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2

รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์

4) พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2

การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

5) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2

อันพึงประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์

และมุ่งมัน่ ในการ อนั พงึ ประสงค์

ทำงาน

8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.1
2) ใบงานที่ 1.3 พัฒนาโครงงาน

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) ห้องสมดุ
3) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

97

ใบงานที่ 1.3

เรื่อง พัฒนาโครงงาน

คำชีแ้ จง : เตมิ ขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถกู ต้อง
1. โครงงานวทิ ยาศาสตร์ แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท จงอธบิ าย

โครงงานประเภทสำรวจ โครงงานประเภทการทดลอง
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….

โครงงานประเภทสง่ิ ประดษิ ฐ์ โครงงานประเภททฤษฎี
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….

2. ขนั้ ตอนการดำเนินงานของโครงงานวทิ ยาศาสตร์

……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………

……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………

3. จงยกตวั อย่างโครงงานประเภทส่ิงประดิษฐ์
1) ชอ่ื เรอ่ื ง ……………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………….
2) บทคดั ย่อ

………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….
………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….

3) ประโยชนใ์ นการนำไปใช้

………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….
………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….

98

ใบงานที่ 1.3 เฉลย

เร่อื ง พัฒนาโครงงาน

คำชี้แจง : เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง
1. โครงงานวทิ ยาศาสตร์ แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท จงอธบิ าย

โครงงานประเภทสำรวจ โครงงานประเภทการทดลอง
โครงงานประเภทตอ้ งการสำรวจและรวบรวมข้อมลู แลว้ โครงงานประเภทน้ีเปน็ โครงงานทม่ี กี ารออกแบบการ
นำขอ้ มูลเหลา่ น้นั มาจำแนกเป็นหมวดหมู่ และนำเสนอใน ทดลองเพอ่ื ศึกษาผลของตวั แปรหนง่ึ ท่มี ีผลต่อตวั แปรอกี
รูปแบบต่างๆ เพ่ือใหเ้ หน็ ลกั ษณะหรอื ความสัมพันธ์ใน ตัวหนึง่ ท่ตี อ้ งการศึกษา โดยควบคมุ ตัวแปรอื่นๆ ทอี่ าจมี
เรื่องทต่ี ้องการศกึ ษาได้ชดั เจนยิง่ ขนึ้ ผลต่อตวั แปรทตี่ อ้ งการศกึ ษาไว้

โครงงานประเภทสงิ่ ประดษิ ฐ์ โครงงานประเภททฤษฎี
โครงงานนีเ้ ปน็ การประยุกต์หลกั การทางวทิ ยาศาสตร์ มา โครงงานน้เี ปน็ การนำเสนอทฤษฎี หลกั การหรอื แนวคดิ
ประดิษฐข์ องเลน่ เคร่อื งมือ อาจเปน็ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ หรือ ใหมๆ่ อาจจะอยใู่ นรปู ของสูตรสมการ หรอื คำอธิบายกไ็ ด้
ปรับปรุงเปลยี่ นแปลงของเดิมท่ีมอี ยู่ หรือ การสรา้ ง โดยผูเ้ สนอไดต้ ัง้ กตกิ าขึ้นมาเอง แลว้ นำเสนอทฤษฎี ผล
แบบจำลองเพื่ออธิบายแนวคิดต่าง ๆ การอธิบายอาจจะใหม่ยังไมม่ ใี ครคิดมากอ่ น

2. ขัน้ ตอนการดำเนนิ งานของโครงงานวิทยาศาสตร์

กำหนดปัญหำ กำหนด ต้งั สมมติฐาน ออกแบบกำร
วัตถปุ ระสงค์ ทดลอง

สรุปและ วเิ ครำะห์ รวบรวมขอ้ มลู ดำเนินกำร
อภปิ รำย ทดลอง

3. จงยกตวั อยา่ งโครงงานประเภทสง่ิ ประดิษฐ์
1) ชอ่ื เร่ือง สอ้ มตะเกยี บ 2in1
2) บทคัดย่อ
สอ้ ม ตะเกยี บ 2in1 เป็นส่ิงประดิษฐท์ ีต่ อบสนองความต้องการในการใช้ตะเกยี บ และส้อมในเวลาเดยี วกนั
โดยปลายดา้ นหนงึ่ เป็นส้อมปลายอกี ด้านหนง่ึ เป็นตะเกียบ มีการออกแบบดว้ ยความคดิ สรา้ งสรรค์
3) ประโยชน์ในการนำไปใช้
ชว่ ยอำนวยความสะดวก , เหมาะสมในการพกพา , ประหยดั คา่ ใช้จ่าย , สามารถตอ่ ยอดจัดจำหน่าย

99

9. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ไี่ ด้รับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ
ลงชื่อ
(นางสจุ ริ า รุ่งรัตนต์ ระกลู )

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนจาน(เนตรขันธ์ราษฎร์บำรุง)

10. บนั ทึกผลหลงั การสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

 ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

 ด้านอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมปี ัญหาของนักเรียนเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

100


Click to View FlipBook Version