84
รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานวิจยั ้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจ้าปี้2563
63/สถาบันวิจยั พชื ไรแ่ ละพืชทดแทนพลังงาน/ศูนยว์ ิจยั พืชไร่สพุ รรณบรุ ี
1. ช่อื แผนงานวจิ ัย 1. วิจยั และพัฒนาการปรับปรุงพันธอุ์ ้อยเพื่ออตุ สาหกรรมน้าตาล
2. ช่ือโครงการวจิ ัย 3. วจิ ัยการปรับปรงุ พันธอ์ุ ้อยสาหรบั สภาพชลประทานและมนี า้ เสริม
3. ชื่อกิจกรรม 1. การปรบั ปรงุ พนั ธ์ุอ้อย
4. ช่อื การทดลอง 1.34 การเปรยี บเทียบมาตรฐานโคลนออ้ ยชุดปี 2558
5. ผดู ้าเนินงาน
หวั หนา ปิยธิดา อินทร์สขุ
ผูรว่ มงาน วลั ลยี ์ อมรพล มนตรี ปานตู
กาญจนา หนแู กว้ ศรณั ย์รตั น์ สวุ รรณพงษ์
6. ระยะเวลา เรมิ่ ตน ตุลาคม 2563 สนิ สุด กันยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
การเปรียบเทียบมาตรฐานโคลนอ้อยชุดปี 2558 มีวัตถุประสงค์เพื่อการประเมินผลผลิตและ
คัดเลือกโคลนอ้อยที่ให้ผลผลิตอ้อยสูง ผลผลิตน้าตาลสูง และสามารถไว้ตอได้ดีในสภาพชลประทานและมี
น้าเสรมิ วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block จานวน 4 ซ้า ปลูกอ้อยด้วยท่อนพันธุ์ 2 ตา
ต่อท่อน 2 ท่อนต่อหลุม ปลูกอ้อยโคลนละ 4 แถว แถวยาว 8 เมตร ระยะระหว่างแถว 1.5 เมตร ระยะ
ระหว่างหลุม 50 เซนติเมตร ทาการทดลองใน 3 สถานที่ ได้แก่ ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง
และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี มีอ้อยโคลนดีเด่นชุดปี 2558 จานวน 7 โคลน อ้อยโคลนดีเด่น
ชดุ ปี 2553 จานวน 1 โคลน และพันธ์ุเปรียบเทียบ 2 พันธุ์ ได้แก่ ขอนแก่น 3 และ LK92-11 ดาเนินการในเดือน
พฤศจกิ ายน 2562–มกราคม 2564
จากการประเมินมาตรฐานพันธอุ์ ้อยท้งั 10 โคลน ในอ้อยปลกู พบวา่ แปลงที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี
โคลน UT10-023 ใหผ้ ลผลติ สูงสดุ เทา่ กับ 27.2 ตันต่อไร่ ส่วนค่าซีซีเอส พบว่า พันธ์ุขอนแก่น 3 ให้ค่าซีซีเอส
สงู สุดเท่ากับ 15.2 ซง่ึ ไมแ่ ตกตา่ งจากพันธ์ุ LK92-11 ซงึ่ มคี ่าซีซีเอสเท่ากับ 14.3 ส่วนผลผลิตน้าตาล พบว่า โคลน
UT10-023 ให้ผลผลิตน้าตาลสูงสุดเท่ากับ 3.48 ตันซีซีเอสต่อไร่ ซ่ึงไม่แตกต่างจากพันธุ์ขอนแก่น 3 UT15-060
UT15-034 LK92-11 และ UT15-337 ที่ให้ผลผลิตน้าตาลเท่ากับ 3.43 3.29 3.09 2.90 และ 2.83 ตันซีซีเอส
ตอ่ ไร่ ตามลาดบั
85
แปลงท่ีศูนย์วิจยั พชื ไรร่ ะยอง พบวา่ โคลน UT15-299 ใหผ้ ลผลิตสูงสุดเทา่ กับ 17.5 ตนั ตอ่ ไร่ ซ่ึง
ไม่แตกต่างจากโคลน UT15-337 พนั ธุ์ขอนแกน่ 3 โคลน UT15-060 UT15-094 UT15-147 และ UT15-267
ท่ใี ห้ผลผลิตเทา่ กบั 16.4 15.6 15.0 15.0 14.5 และ 14.4 ตนั ตอ่ ไร่ ตามลาดบั ส่วนค่าซีซีเอส พบวา่ พันธ์ุ
LK92-11 ให้คา่ ซซี ีเอสสูงสดุ เท่ากับ 12.3 ซง่ึ ไม่แตกตา่ งจากพันธ์ุขอนแก่น 3 โคลน UT15-060 UT10-023
UT15-094 และ UT15-034 ทใ่ี ห้คา่ ซีซเี อสเท่ากับ 12.1 11.4 11.4 11.1 และ 10.7 ตามลาดับ ส่วนผลผลติ
น้าตาล พบว่า พนั ธ์ุขอนแกน่ 3 ให้ผลผลติ น้าตาลสงู ท่ีสุดเทา่ กับ 1.90 ตนั ซีซเี อสต่อไร่ ซึ่งไม่แตกต่างจากโคลน
UT15-060 UT15-094 UT15-337 UT10-023 และ UT15-147 ที่ใหผ้ ลผลติ นา้ ตาลเทา่ กับ 1.71 1.68 1.66
1.55 และ 1.51 ตันซีซีเอสต่อไร่ ตามลาดับ
แปลงที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี พบว่า ค่าซีซีเอสไม่มีความแตกต่างทางสถิติ แต่
ผลผลิตและผลิตน้าตาลมีความแตกต่างทางสถิติ โดยโคลน UT10-023 และ UT15-337 ให้ผลผลิตสูงสุด
เท่ากับ 26.3 และ 25.6 ตันต่อไร่ ตามลาดับ ส่วนผลผลิตน้าตาล พบว่า โคลน UT10-023 ให้ผลผลิตน้าตาล
สูงสุดเท่ากับ 3.41 ตันซีซีเอสต่อไร่ ซึ่งไม่แตกต่างจากโคลน UT15-337 และพันธ์ุขอนแก่น 3 ซ่ึงให้ผลผลิต
นา้ ตาลเท่ากับ 3.00 ตนั ซีซีเอสตอ่ ไร่ เทา่ กัน
8. ค้าหลกั ้: เปรยี บเทยี บเบ้ืองต้น ผลผลิต
9. ประเภทผลวิจัย้: กา้ วหน้า
10. ค้าแนะน้าผลวจิ ัย้: พัฒนาต่อ
11. งบประมาณท่ไี ดรับทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สุพรรณบุรี 73,800 บาท
86
Table้1 Yield components, yield, CCS and sugar yield of standard trial sugarcane clones
series 2015: plant cane at Suphan Buri Field Crops Research Center.
No. Clones/ Height Diameter No.of No. of Yield CCS Sugar yield
Varieties (ton/rai) (tonCCS/rai)
(cm) (cm) internode stalk/rai 27.2 a 12.8 cd
22.4 b 13.8 bc 3.48 a
1 UT10-023 331 2.55 bc 29.3 14,167 bc 23.5 b 13.8 bc 3.09 a-d
21.9 b 11.7 de 3.29 abc
2 UT15-034 310 2.68 abc 29.8 15,350 ab 21.5 b 12.1 de 2.55 d
21.9 b 12.6 cde 2.60 d
3 UT15-060 330 2.43 c 30.2 16,417 a 23.7 b 11.3 e 2.77 bcd
21.7 b 12.9 bcd 2.68 cd
4 UT15-094 335 2.71 abc 29.4 12,283 c 22.6 b 15.2 a 2.83 a-d
20.2 b 14.3 ab 3.43 ab
5 UT15-147 355 2.50 bc 30.6 15,650 ab 2.90 a-d
* **
6 UT15-267 342 2.53 bc 30.8 15,550 ab 10.22 6.71 *
13.88
7 UT15-299 348 2.77 ab 30.6 14,133 bc
8 UT15-337 302 2.58 bc 28.5 15,317 ab
9 KK3 313 2.75 ab 29.8 12,417 c
10 LK92-11 302 2.95 a 29.8 12,933 c
F-test ns ** ns **
CV (%) 11.44 6.43 8.04 9.12
ns, *, ** = non significant, significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% and 1% level by DMRT.
Table้2 Yield components, yield CCS and sugar yield of standard trial sugarcane clones
series 2015: plant cane at Rayong Field Crops Research Center.
No. Clones/ Height Diameter No.of No.of Yield CCS Sugar yield
Varieties (ton/rai) (tonCCS/rai)
(cm) (cm) internode stalk/rai
1 UT10-023 287 a 2.66 ab 28 10,483 bc 13.6 bcd 11.4 abc 1.55 abc
2 UT15-034 276 ab 2.65 ab 29 10,217 bc 11.5 cd 10.7 a-d 1.21 c
3 UT15-060 311 a 2.56 ab 30 12,800 a 15.0 ab 11.4 abc 1.71 ab
4 UT15-094 326 a 2.69 a 31 7,900 d 15.0 ab 11.1 abc 1.68 abc
5 UT15-147 283 a 2.58 ab 31 10,017 bc 14.5 abc 10.4 bcd 1.51 abc
6 UT15-267 300 a 2.47 b 29 11,117 abc 14.4 abc 9.2 d 1.32 bc
7 UT15-299 311 a 2.65 ab 31 11,667 ab 17.5 a 6.9 e 1.22 c
8 UT15-337 289 a 2.66 ab 30 10,850 bc 16.4 ab 10.0 cd 1.66 abc
9 KK3 270 ab 2.95 a 30 9,967 bc 15.6 ab 12.1 ab 1.90 a
10 LK92-11 229 b 2.65 ab 29 9,450 cd 10.9 d 12.3 a 1.35 bc
F-test * ** ns ** ** ** *
CV (%) 11.85 4.81 7.15 11.27 14.72 9.95 18.76
ns, *, ** = non significant, significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% and 1% level by DMRT.
87
Table้3 Yield components, yield, CCS and yugar yield of standard trial sugarcane clones
series 2015: plant cane at Phetchaburi Agricultural Research and Development
Center.
No. Clones/ Height Diameter No. of No.of Yield CCS Sugar yield
Varieties (ton/rai) (tonCCS/rai)
(cm) (cm) internode stalk/rai
1 UT10-023 312 ab 2.78 abc 24.5 14,400 26.3 a 13.0 3.41 a
2 UT15-034 274 bcd 2.72 bc 22.3 12,917 18.4 b 13.8 2.54 bc
3 UT15-060 285 a-d 2.57 c 24.5 13,000 18.9 b 13.0 2.44 c
4 UT15-094 296 a-d 2.81 abc 24.2 11,417 21.7 b 12.0 2.63 bc
5 UT15-147 285 a-d 2.61 c 24.6 13,167 22.2 b 12.2 2.71 bc
6 UT15-267 324 a 2.74 bc 25.2 12,750 18.9 b 12.3 2.32 c
7 UT15-299 302 abc 2.70 bc 25.8 13,017 19.0 b 12.2 2.30 c
8 UT15-337 290 a-d 2.75 bc 23.6 13,267 25.6 a 11.6 3.00 ab
9 KK3 257 d 3.04 a 23.6 10,692 21.2 b 14.1 3.00 ab
10 LK92-11 269 ccd 2.89 ab 25.4 12,583 18.9 b 12.5 2.37 c
F-test ** ns ns ** ns **
CV (%) 8.97 5.81 8.30 11.84 10.63 9.56 12.29
ns, *, ** = non significant, significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% and 1% level by DMRT.
88
รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านวิจยั ้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจ้าปี้2563
63/สถาบันวจิ ัยพชื ไร่และพืชทดแทนพลังงาน/ศนู ย์วิจัยพชื ไร่สพุ รรณบรุ ี
1. ชอ่ื แผนงานวจิ ยั 1. วจิ ยั และพัฒนาการปรับปรุงพนั ธอุ์ ้อยเพื่ออุตสาหกรรมน้าตาล
2. ชื่อโครงการวจิ ยั 3. วิจยั การปรับปรุงพันธ์ุอ้อย สาหรับสภาพชลประทานและมนี ้าเสริม
3. ชอ่ื กจิ กรรม 1. การปรับปรุงพันธุ์อ้อย
4. ชอื่ การทดลอง 1.36 ศึกษาปฏกิ ิริยาต่อโรคเห่ียวเนา่ แดงของโคลนอ้อยชุดปี 2559
5. ผูด้าเนนิ งาน
หัวหนา อุไรวรรณ พงษ์พยัคเลศิ
ผูรว่ มงาน ปยิ ธิดา อนิ ทรส์ ขุ สวุ ฒั น์ พูลพาน
นพษิ ฐา กลดั เงิน ศรัณยร์ ตั น์ สวุ รรณพงษ์
อาภาพร หนแู ดง
6. ระยะเวลา เร่มิ ตน ตลุ าคม 2563 สินสุด กนั ยายน 2564
7. บทคดั ย่อ
โรคเหี่ยวเน่าแดง เกิดจากเช้ือราสองชนิดคือ Collectotrichum falcatum F.A. Went และ
Fusarium moniliforme var.subglutinans เคยระบาดทาความเสียหายให้กับอ้อยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์
ของพ้ืนท่ีปลูกอ้อยและมักพบการระบาดรุนแรงในพ้ืนท่ีที่มีความช้ืนสูง จึงเป็นโรคที่มีความสาคัญและ
จาเป็นต้องทาการทดสอบปฏิกิริยาในอ้อยโคลนดีเด่น เพื่อให้ได้อ้อยพันธ์ุใหม่ที่มีศักยภาพและต้านทานต่อ
โรคเหีย่ วเนา่ แดง ใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการรับรองพันธุ์และแนะนาเกษตรกร การศึกษาปฏิกิริยาต่อโรคเห่ียวเน่าแดงของ
โคลนอ้อยชุดปี 2559 ทาการทดสอบปฏิกิริยากับอ้อยโคลนดีเด่นชุดปี 2559 จานวน 34 โคลน โดยมีพันธุ์
LK92-11 เปน็ พนั ธ์ุเปรยี บเทยี บความตา้ นทาน (resistance check) พันธุ์อทู่ อง 8 และโคลน UT15-189 เป็นพันธ์ุ
เปรียบเทียบความอ่อนแอ (susceptible check) รวมทั้งหมด 37 โคลน/พันธุ์ ทดสอบปฏิกิริยาโดยการปลูกเชื้อ
ดว้ ยวธิ ี plug method ใช้เชื้อ isolate สพุ รรณบรุ ี ประเมินผลการทดสอบที่ 45 วนั หลังการปลกู เชื้อ ดาเนนิ การท่ี
ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี พบว่า มี 12 โคลนท่ีมีปฏิกิริยาค่อนข้างต้านทาน (MR) ได้แก่ โคลน UT16-034
UT16-042 UT16-089 UT16-099 UT16-104 UT16-114 UT16-116 UT16-138 UT16-139 UT16-149
UT16-151 UT16-233 โดยมีระดับความรุนแรงอยู่ระหว่าง 1.30–2.00 และพบว่า โคลน UT16-034 UT16-099
UT16-104 และ UT16-116 มอี าการของโรคจากอาการลามของเช้ือในลานอ้ ยกว่าพนั ธ์ุเปรียบเทยี บความต้านทาน
LK92-11 และปฏิกิรยิ าทอ่ี ยใู่ นระดับค่อนข้างอ่อนแอ (MS) จานวน 19 โคลน และปฏิกิริยาอยู่ในระดับอ่อนแอ
(S) 3 โคลน
8. ค้าหลัก้: ออ้ ย โรคอ้อย โรคเหีย่ วเน่าแดง
9. ประเภทผลวจิ ัย้: สน้ิ สดุ
10. คา้ แนะนา้ ผลวิจัย้: ถา่ ยทอดได้
11. งบประมาณทไ่ี ดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สพุ รรณบุรี 65,600 บาท
89
Table้1 Reaction of sugarcane clones series 2016 to red rot wilt disease.
No. Clones/Varieties Rating (Internal) Reaction
1 UT16-002 2.7 MS
2 UT16-024 2.3 MS
3 UT16-034 1.6 MR
4 UT16-042 1.8 MR
5 UT16-052 2.8 MS
6 UT16-053 2.4 MS
7 UT16-060 3.1 S
8 UT16-063 2.6 MS
9 UT16-066 2.4 MS
10 UT16-068 2.7 MS
11 UT16-076 2.9 MS
12 UT16-080 2.6 MS
13 UT16-081 3.4 S
14 UT16-083 2.3 MS
15 UT16-089 1.9 MR
16 UT16-091 2.1 MS
17 UT16-099 1.7 MR
18 UT16-104 1.3 MR
19 UT16-114 1.9 MR
20 UT16-116 1.7 MR
21 UT16-122 2.2 MS
22 UT16-133 3.0 MS
23 UT16-138 1.9 MR
24 UT16-139 2.0 MR
25 UT16-143 3.0 MS
26 UT16-145 2.2 MS
27 UT16-149 1.8 MR
28 UT16-151 1.8 MR
29 UT16-166 2.2 MS
30 UT16-183 2.4 MS
31 UT16-185 2.6 MS
32 UT16-195 3.5 S
33 UT16-212 2.6 MS
34 UT16-233 2.0 MR
35 อูท่ อง 8 (S check) 2.7 MS
36 UT15-189 (S check) 3.3 S
37 LK92-11 (R check) 1.7 MR
Remark: R = Resistant MR = Moderately resistant
MS = Moderately susceptible S = Susceptible
90
รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านวจิ ัย้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจา้ ปี้2563
63/สถาบันวจิ ัยพืชไรแ่ ละพืชทดแทนพลังงาน/ศนู ย์วจิ ยั พืชไรส่ ุพรรณบรุ ี
1. ชื่อแผนงานวจิ ยั 1. วจิ ยั และพัฒนาการปรับปรุงพนั ธ์อุ ้อยเพ่ืออุตสาหกรรมน้าตาล
2. ชือ่ โครงการวิจัย 3. วิจยั การปรบั ปรุงพนั ธ์อุ ้อย สาหรบั สภาพชลประทานและมนี ้าเสริม
3. ชอ่ื กิจกรรม 1. การปรบั ปรงุ พันธุ์ออ้ ย
4. ชอื่ การทดลอง 1.37 ศกึ ษาปฏกิ ริ ยิ าต่อโรคแส้ดาของโคลนอ้อยชดุ ปี 2558
5. ผดู า้ เนินงาน
หัวหนา อุไรวรรณ พงษ์พยัคเลิศ
ผรู ่วมงาน ปิยธดิ า อนิ ทร์สขุ สุวัฒน์ พูลพาน
นพษิ ฐา กลดั เงนิ ศรัณยร์ ตั น์ สุวรรณพงษ์
อาภาพร หนแู ดง
6. ระยะเวลา เริ่มตน ตุลาคม 2563 สนิ สุด กนั ยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
การทดสอบปฏกิ ิรยิ าต่อโรคแสด้ าในโคลนอ้อยชุดปี 2558 ทาการทดสอบกับอ้อยโคลนดีเด่นชุดปี
2558 จานวน 7 โคลน ได้แก่ UT15-034 UT15-060 UT15-094 UT15-147 UT15-267 UT15-299 และ
UT15-337 โคลนอ้อยชดุ ปี 2557 จานวน 1 โคลน คือ UT14-023 และโคลนอ้อยชุดปี 2553 จานวน 1 โคลนคือ
UT10-175 โดยมีพันธุ์ขอนแก่น 3 LK92-11 และโคลน UT10-227 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบความต้านทาน
(resistance check) และมพี นั ธ์ุ Marcos และโคลน UT03-625 เปน็ พนั ธ์เุ ปรยี บเทยี บความอ่อนแอ (susceptible
check) รวมทั้งหมด 14 โคลน ได้ทาการปลูกเช้ือ (Inoculate) โดยแช่ท่อนพันธุ์ที่จะทดสอบในสารละลาย
สปอร์ของเช้ือรา U. Scitaminea ที่ความเข้มข้นเท่ากับ 5 x 106 นาน 30 นาที และบ่มไว้ 1 คืน จากน้ันปลูกลง
แปลงทีศ่ นู ย์วจิ ยั พืชไร่สพุ รรณบุรี เกบ็ ข้อมลู ความงอกที่ 45 วันหลังปลูก และเก็บข้อมูลการเกิดโรคทุกๆ 1 เดือน
เป็นเวลา 10 เดือน ผลการทดสอบในอ้อยปลูก พบว่า มีเปอร์เซ็นต์ความงอกอยู่ระหว่าง 97.2–100 เปอร์เซ็นต์
เปอร์เซน็ ต์การเกดิ โรคอย่รู ะหวา่ ง 36.8–94.3 โดยทโ่ี คลน UT10-227 มเี ปอร์เซ็นต์การเกิดโรคน้อยท่ีสุด มีปฏิกิริยา
อยู่ในระดบั ค่อนข้างอ่อนแอ (MS) ระดับความรนุ แรงเทา่ กบั 2 รองลงมา ได้แก่ พันธ์ุ LK 92-11 โคลน UT15-060
และ UT15-094 มเี ปอร์เซน็ ต์การเกิดโรคเท่ากับ 45.4 46.3 และ 50.0 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ ระดับความรุนแรง
เท่ากับ 3 ซ่ึงทั้ง 3 โคลน มีปฏิกิริยาอยู่ในระดับ MS ส่วนโคลนพันธุ์อื่นๆ อยู่ในระดับอ่อนแอ (S) จากผลการ
ทดลองจะพบว่า ทุกโคลนมีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคที่ค่อนข้างรุนแรง อาจเน่ืองมาจากแปลงท่ีทาการปลูกทดสอบ
เป็นพ้ืนท่ีที่เคยปลูกทดสอบโรคแส้ดาหลายครั้ง จึงเกิดการสะสมของเชื้อสาเหตุโรคแส้ดาในดินจานวนมาก
และสภาพอากาศท่ีแห้งแล้ง ทาให้การเกิดโรครุนแรง และทาให้พันธุ์ที่เป็นพันธุ์ต้านทาน มีปฏิกิริยาของโรค
อยูใ่ นระดบั ค่อนข้างอ่อนแอ สว่ นผลผลติ พบวา่ UT14-023 ให้ผลผลติ มากทส่ี ุดเท่ากับ 28.8 ตันตอ่ ไร่ (Table 1)
91
8. ค้าหลกั ้: อ้อย โรคอ้อย โรคแสด้ า
9. ประเภทผลวิจัย้: กา้ วหนา้
10. ค้าแนะน้าผลวิจยั ้: พัฒนาต่อ
11. งบประมาณทไี่ ดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สุพรรณบรุ ี 65,600 บาท
92
Table้1 Reaction of smut disease in sugarcane series 2015: plant cane.
No. Clones/Varieties Yield % Disease No. of % Reaction Severity
(ton/rai) stool smut/stool Germination score
1 UT10-175 14.2 c-f 74.8 a-d 3.7 bc 99.1 S4
2 UT14-023 28.8 a 63.2 b-e 3.5 bc 98.1 S4
3 UT15-034 21.6 ab 71.3 bcd 3.9 bc 100 S4
4 UT15-060 19.8 a-d 46.3 ef 1.8 cd 100 MS 3
5 UT15-094 21.7 ab 50.0 ef 1.8 cd 98.1 MS 3
6 UT15-147 19.2 a-e 82.4 ab 5.0 b 100 S4
7 UT15-267 20.1 a-d 92.6 a 7.9 a 100 S4
8 UT15-299 22.5 a 78.7 abc 3.7 bc 100 S4
9 UT15-337 13.6 def 94.3 a 10.2 a 97.2 S 4
10 Marcos (Check S) 14.8 b-f 61.1 cde 3.8 bc 100 S4
11 UT03-625 (Check S) 12.3 ef 62.9 b-e 3.3 bcd 97.2 S4
12 UT10-227 (Check R) 20.8 abc 36.8 f 1.0 d 98.1 MS 2
13 LK92-11 (Check R) 19.1 a-e 45.4 ef 1.7 cd 100 MS 3
14 KK3 (Check R) 19.1 a-e 55.1 def 2.5 cd 100 S4
F-test ** ** ** - - -
CV (%) 18.77 16.40 30.81 - --
** = significant at P 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 1% level by DMRT.
Remark: R = Resistant MR = Moderately resistant
MS = Moderately susceptible S = Susceptible
93
รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านวิจัย้้กรมวิชาการเกษตร้้ประจา้ ปี้2563
63/สถาบันวจิ ัยพืชไรแ่ ละพืชทดแทนพลงั งาน/ศูนย์วิจยั พืชไรส่ ุพรรณบรุ ี
1. ชอื่ แผนงานวิจยั 1. วิจัยและพฒั นาการปรบั ปรุงพันธอ์ุ ้อยเพื่ออตุ สาหกรรมน้าตาล
2. ชือ่ โครงการวจิ ัย 3. วิจยั การปรบั ปรงุ พนั ธอ์ุ ้อย สาหรบั สภาพชลประทานและมนี า้ เสรมิ
3. ช่อื กจิ กรรม 2. การตอบสนองของโคลนดเี ดน่ ตอ่ ปัจจัยการผลติ และการจดั การ
4. ช่อื การทดลอง 2.4 ศึกษาประสิทธิภาพการใชไ้ นโตรเจนของโคลนอ้อยดเี ด่นชดุ ปี 2555
5. ผดู ้าเนนิ งาน
หัวหนา วาสนา วันดี
ผูรว่ มงาน ปิยธดิ า อินทร์สุข สมบูรณ์ วันดี
สุจิตรา พกิ ลุ ทอง กนกวรรณ ฟักอ่อน
6. ระยะเวลา เริ่มตน ตลุ าคม 2561 สินสุด กนั ยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
ดาเนินการทดลอง ในปี 2561-2564 ณ แปลงทดลอง ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี วางแผนการ
ทดลองแบบ Split plot จานวน 4 ซ้า ปัจจัยหลัก (Main plot) คือ โคลนอ้อยดีเด่นชุดปี 2555 จานวน 3 โคลน
ได้แก่ UT12-046 UT12-237 UT12-238 โคลนออ้ ยดเี ดน่ ชดุ ปี 2553 จานวน 1 โคลน ด้าน UT10-227 และพันธุ์
เปรียบเทียบ 2 พันธ์ุ ได้แก่ พันธ์ุขอนแก่น 3 และ LK92-11 ปัจจัยรอง (Sub plot) คือ ปุ๋ยไนโตรเจน 4 อัตรา
รว่ มกบั ปุ๋ย P และ K อัตราตามคา่ วิเคราะห์ดิน (0-3-6 7.5-3-6 15-3-6 และ 22.5-3-6 กิโลกรัม N-P2O5-K2O
ต่อไร่ สาหรับอ้อยปลูก และ 0-3-6 9-3-6 18-3-6 และ 27-3-6 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ สาหรับอ้อยตอ)
ผลการทดลองในอ้อยปลูก พบว่า ด้านผลผลิต ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและอัตราปุ๋ย ด้านพันธุ์ ไม่มี
ความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างโคลนดีเด่นและพันธุ์เปรียบเทียบ โดยให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 9.39-14.46
ตันต่อไร่ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอัตราต่างๆ มีผลทาให้ผลผลิตมีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยการใส่ปุ๋ย
ไนโตรเจนอัตรา 22.5 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตสูงสุด 13.48 ตันต่อไร่ ไม่แตกต่างกับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน
อัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งให้ผลผลิต 12.89 ตันต่อไร่ แต่มากกว่าการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอัตรา 7.5 กิโลกรัม
ต่อไร่และการไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ค่าซีซีเอส ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ มีความ
แตกต่างกันทางสถิติ โดยพันธ์ุขอนแก่น 3 ให้ค่าซีซีเอสสูงสุด 15.16 ไม่แตกต่างกับพันธ์ุ LK92-11 และโคลน
UT12-237 ซ่ึงให้ค่าซีซีเอส 14.74 และ 14.51 ตามลาดับ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทุกอัตราให้ค่าซีซีเอสไม่
แตกตา่ งกนั ทางสถิตกิ ับการไมใ่ สป่ ยุ๋ ไนโตรเจน โดยให้ค่าซีซีเอสอยู่ระหว่าง 13.34-13.89 ผลผลิตน้าตาล ไม่พบ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างโคลนดีเด่นและพันธุ์
เปรียบเทียบ โดยให้ผลผลิตน้าตาลอยู่ระหว่าง 1.46-1.95 ตันซีซีเอสต่อไร่ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทุกอัตราให้
ผลผลิตน้าตาลไม่แตกต่างทางสถิติกับการไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจน โดยให้ผลผลิตน้าตาลอยู่ระหว่าง 1.61-1.85
ตันซีซีเอสต่อไร่ จานวนลาเก็บเก่ียว ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ โคลนดีเด่นทุก
โคลนใหจ้ านวนลาเกบ็ เก่ยี วไม่แตกต่างทางสถติ ิกบั พนั ธุข์ อนแก่น 3 และพันธุ์ LK92-11 การใส่ปุ๋ยไนโตรเจน
94
ทกุ อตั ราให้จานวนลาเก็บเกี่ยวไม่แตกต่างกันทางสถิติกับการไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ความสูง ไม่พบปฏิสัมพันธ์
ระหว่างพันธุแ์ ละอัตราปุย๋ ดา้ นพนั ธ์ุ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างโคลนดีเด่นและพันธุ์เปรียบเทียบ
ทั้ง 2 พันธ์ุ เช่นเดียวกับอัตราปุ๋ย โดยการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทุกอัตราให้ความสูงไม่แตกต่างกับการไม่ใส่ปุ๋ย
ไนโตรเจน เส้นผ่านศนู ยก์ ลางลา ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ โคลน UT12-046 มี
เสน้ ผ่านศนู ย์กลางลามากสดุ 3.05 เซนติเมตร ไม่แตกต่างกับพันธ์ุขอนแก่น 3 โคลน UT12-238 และ UT12-237
แต่มากกว่าพันธุ์ LK92-11 และโคลน UT12-227 อย่างมีนัยสาคัญยิ่งทางสถิติ ด้านอัตราปุ๋ย ไม่มีความแตกต่าง
ทางสถิติ จานวนปล้อง ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และอัตราปุ๋ย ทั้งด้านพันธุ์และอัตราปุ๋ยไม่มีความ
แตกต่างทางสถติ ิ
ผลการทดลองในอ้อยตอ 1 พบว่า ด้านผลผลิต ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและอัตราปุ๋ย ด้านพันธุ์
ไมม่ คี วามแตกต่างกันทางสถิติระหว่างโคลนดีเด่นและพันธ์ุเปรียบเทียบ โดยให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 5.34-10.60
ตันต่อไร่ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอัตราต่างๆ ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันทางสถิติ โดยให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 8.01-8.84
ตนั ตอ่ ไร่ ค่าซีซีเอส ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ มีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยพันธ์ุ
ขอนแก่น 3 ให้ค่าซีซีเอสสูงสุด 15.94 ไม่แตกต่างกับพันธุ์ LK92-11 และโคลน UT12-237 ซ่ึงให้ค่าซีซีเอส
15.03 และ 14.92 ตามลาดับ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทุกอัตราให้ค่าซีซีเอสไม่แตกต่างกันทางสถิติกับการไม่ใส่ปุ๋ย
ไนโตรเจน โดยให้ค่าซีซีเอสอยู่ระหว่าง 13.93-14.37 ผลผลิตน้าตาล ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและ
อัตราปุ๋ย ด้านพันธุ์ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างโคลนดีเด่นและพันธ์ุเปรียบเทียบ โดยให้ผลผลิต
นา้ ตาลอยูร่ ะหว่าง 0.75-1.50 ตนั ซซี ีเอสต่อไร่ การใสป่ ุ๋ยไนโตรเจนทกุ อัตราใหผ้ ลผลิตน้าตาลไม่แตกต่างทาง
สถติ กิ บั การไมใ่ ส่ปยุ๋ ไนโตรเจน โดยใหผ้ ลผลติ นา้ ตาลอยรู่ ะหวา่ ง 1.13-1.25 ตันซีซีเอสต่อไร่ จานวนลาเก็บเก่ียว
ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และอัตราปุ๋ย ด้านพันธุ์ โคลนดีเด่นทุกโคลนให้จานวนลาเก็บเกี่ยวไม่แตกต่าง
ทางสถิติกับพันธุ์ขอนแก่น 3 และ LK92-11 การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทุกอัตราให้จานวนลาเก็บเก่ียวไม่แตกต่างกัน
ทางสถติ กิ บั การไม่ใส่ปยุ๋ ไนโตรเจน ความสูง ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ ไม่มีความ
แตกตา่ งกันทางสถติ ริ ะหวา่ งโคลนดีเด่นและพันธ์ุเปรียบเทียบทั้ง 2 พันธ์ุ เช่นเดียวกับอัตราปุ๋ย โดยการใส่ปุ๋ย
ไนโตรเจนทกุ อตั ราใหค้ วามสงู ไม่แตกต่างกับการไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจน เส้นผ่านศูนย์กลางลา ไม่พบปฏิสัมพันธ์
ระหวา่ งพนั ธุ์และอัตราปุ๋ย ด้านพันธุ์ โคลน UT12-046 มีเส้นผ่านศูนย์กลางลามากสุด 3.07 เซนติเมตร ไม่แตกต่าง
กับพันธ์ุขอนแก่น 3 และโคลน UT12-237 แต่มากกว่าพันธุ์ LK92-11 และโคลน UT12-227 อย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถิติ ดา้ นอตั ราปุ๋ย ไมม่ คี วามแตกต่างทางสถิติ จานวนปล้อง ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุและอัตราปุ๋ย
ท้ังด้านพนั ธแ์ุ ละอัตราปยุ๋ ไม่มีความแตกตา่ งทางสถติ ิ
8. คา้ หลกั ้: ไนโตรเจน โคลนดเี ด่น ชดุ ปี 2555
9. ประเภทผลวิจัย้: กา้ วหน้า
10. คา้ แนะน้าผลวิจยั ้: พฒั นาต่อ
11. งบประมาณทไ่ี ดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สุพรรณบรุ ี 57,400 บาท
95
Table 1 Yield of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in Suphan Buri
Field Crops Research Center: plant cane in 2019/20.
unit: ton/rai
Clones/Varieties (A) UT10-227 UT12-046 UT12-237 UT12-238 KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B) 14.08 9.81 8.27 11.51 11.94 12.06 11.28 c
0-3-6
7.5-3-6 13.49 12.10 8.00 13.31 11.54 11.85 11.71 bc
15-3-6 15.55 13.00 9.38 12.74 13.53 13.13 12.89 ab
22.5-3-6 14.71 12.45 11.92 12.73 14.30 14.79 13.48 a
Mean (A) 14.46 11.84 9.39 12.57 12.83 12.96
CV (A) % 21.59 CV (B) % 19.82
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% level by DMRT.
Table 2 CCS of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in Suphan Buri
Field Crops Research Center: plant cane in 2019/20.
Clones/Varieties (A) UT10-227 UT12-046 UT12-237 UT12-238 KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B)
13.88
0-3-6 13.93 12.14 14.70 12.74 15.12 14.70 13.71
13.89
7.5-3-6 12.93 12.68 14.24 11.99 15.19 15.26 13.34
15-3-6 13.73 13.03 15.01 11.90 15.14 14.52
22.5-3-6 12.70 11.44 14.08 12.15 15.21 14.48
Mean (A) 13.32 b 12.32 c 14.51 a 12.19 c 15.16 a 14.74 a
CV (A) % 6.96 CV (B) % 5.94
Means followed by the same letter in the same row are not significantly different at the 5% level by DMRT.
Table 3 Sugar Yield of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in Suphan
Buri Field Crops Research Center: plant cane in 2019/20.
unit: tonCCS/rai
Clones/Varieties (A) UT10-227 UT12-046 UT12-237 UT12-238 KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B) 1.93 1.27 1.38 1.51 1.81 1.78 1.61
0-3-6
7.5-3-6 1.76 1.58 1.18 1.60 1.75 1.81 1.61
15-3-6 2.10 1.64 1.48 1.62 2.05 1.90 1.80
22.5-3-6 1.88 1.50 1.79 1.63 2.18 2.15 1.85
Mean (A) 1.92 1.50 1.46 1.59 1.95 1.91
CV (A) % 22.41 CV (B) % 21.89
96
Table 4 Yield components of sugarcane clones at different fertilizer rates planted in
Suphan Buri Field Crops Research Center: plant cane in 2019/20.
Treatments No. of stalks Height Diameter No. of internodes
(stalk/rai) (cm) (cm) (node/stalk)
UT10-227 10,113 287 2.79 c 26.8
UT12-046 9,012 242 3.05 a 25.5
UT12-237 7,304 224 2.95 ab 23.7
UT12-238 7,492 302 3.01 ab 26.9
KK3 8,733 264 3.01 ab 28.4
LK92-11 10,308 244 2.88 bc 27.9
CV (A) % 14.61 12.58 3.89 7.66
F-test ns ns ** ns
0-3-6 8,622 255 2.90 26.4
7.5-3-6 8,428 256 2.97 26.2
15-3-6 9,031 268 2.94 26.8
22.5-3-6 9,228 263 2.99 26.7
CV (B) % 12.68 11.42 2.78 5.68
F-test ns ns ns ns
ns, ** = non significant, significant at P 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 1% level by DMRT.
Table 5 Yield of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in Suphan Buri
Field Crops Research Center: 1st ratoon cane in 2020/21.
unit: ton/rai
Clones/Varieties (A) UT10-227 UT12-046 UT12-237 UT12-238 KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B)
6.42 8.64 7.26 9.59 9.03 8.11 8.17
0-3-6 3.99 7.51 5.73 11.52 8.78 10.56 8.01
9-3-6 6.04 6.94 7.10 9.23 10.05 10.97 8.38
18-3-6 4.92 6.91 9.97 12.06 8.80 10.41 8.84
27-3-6 5.34 7.50 7.51 10.60 9.16 10.01
Mean (A) 17.49 CV (B) % 15.38
CV (A) %
97
Table 6 CCS of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in Suphan Buri
Field Crops Research Center: 1st ratoon cane in 2020/21.
Clones/Varieties (A) UT10-227 UT12-046 UT12-237 UT12-238 KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B) 13.19 12.32 15.92 13.01 16.49 15.31
14.37
0-3-6 13.93
14.15
9-3-6 14.73 12.15 13.34 13.17 15.86 14.37 14.11
18-3-6 14.19 12.55 15.16 12.34 15.48 15.21
27-3-6 13.60 12.26 15.26 12.35 15.95 15.25
Mean (A) 13.93 b 12.32 c 14.92 ab 12.72 c 15.94 a 15.03 ab
CV (A) % 7.21 CV (B) % 6.45
Means followed by the same letter in the same row are not significantly different at the 5% level by DMRT.
Table 7 Sugar Yield of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in Suphan
Buri Field Crops Research Center: 1st ratoon cane in 2020/21.
unit: tonCCS/rai
Clones/Varieties (A) UT10-227 UT12-046 UT12-237 UT12-238 KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B)
0.84 1.08 1.16 1.25 1.49 1.25 1.18
0-3-6 0.62 0.92 0.78 1.52 1.43 1.50 1.13
9-3-6 0.87 0.89 1.06 1.15 1.56 1.67 1.20
18-3-6 0.67 0.85 1.51 1.49 1.41 1.59 1.25
27-3-6 0.75 0.93 1.13 1.35 1.47 1.50
Mean (A) 20.38 CV (B) % 19.58
CV (A) %
98
Table 8 Yield components of sugarcane clones at different fertilizer rates planted in
Suphan Buri Field Crops Research Center: 1st ratoon cane in 2020/21.
Treatments No. of stalks Height Diameter No. of internodes
(stalk/rai) (cm) (cm) (node/stalk)
UT10-227 7,358 203 2.75 d 24.4
UT12-046 7,383 195 3.07 a 23.4
UT12-237 8,650 207 2.99 ab 24.3
UT12-238 9,492 253 2.92 bc 24.5
KK3 8,583 209 3.05 ab 25.4
LK92-11 11,283 204 2.81 cd 26.3
CV (A) % 15.70 13.67 4.19 7.62
F-test ns ns * ns
0-3-6 8,833 211 2.89 24.8
7.5-3-6 8,361 213 2.93 25.3
15-3-6 8,744 209 3.00 23.9
22.5-3-6 9,228 214 2.90 24.5
CV (B) % 13.75 10.56 4.06 5.96
F-test ns ns ns ns
ns, * = non significant, significant at P 0.05.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% level by DMRT.
99
รายงานผลการปฏิบตั ิงานวจิ ยั ้้กรมวิชาการเกษตร้้ประจ้าปี้2563
63/สถาบนั วจิ ยั พืชไรแ่ ละพืชทดแทนพลงั งาน/ศนู ย์วิจยั พชื ไร่สพุ รรณบุรี
1. ชอ่ื แผนงานวจิ ยั 1. วจิ ัยและพฒั นาการปรบั ปรุงพันธุ์อ้อยเพื่ออตุ สาหกรรมน้าตาล
2. ชือ่ โครงการวจิ ยั 3. วิจัยการปรับปรุงพันธอ์ุ ้อย สาหรบั สภาพชลประทานและมนี ้าเสริม
3. ชื่อกิจกรรม 2. การตอบสนองของโคลนดีเด่นตอ่ ปจั จยั การผลติ และการจัดการ
4. ชื่อการทดลอง 2.7 การตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีของโคลนออ้ ยดเี ดน่ ชุดปี 2556
5. ผูดา้ เนินงาน
หัวหนา วาสนา วันดี
ผูรว่ มงาน ปิยธิดา อินทร์สขุ สมบูรณ์ วนั ดี
สุจติ รา พกิ ุลทอง กนกวรรณ ฟักอ่อน
6. ระยะเวลา เร่มิ ตน ตลุ าคม 2562 สนิ สุด กนั ยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
ดาเนินการทดลอง ในปี 2562-2564 ณ แปลงเกษตรกร อาเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี วางแผนการ
ทดลองแบบ Split plot จานวน 4 ซ้า ปัจจัยหลัก (Main plot) คือ โคลนอ้อยดีเด่นชุดปี 2556 จานวน 2 โคลน
ได้แก่ UT13-011 UT13-189 โคลนอ้อยดีเด่นชุดปี 2555 จานวน 2 โคลน ได้แก่ UT12-237 UT12-238 และ
พันธ์ุเปรยี บเทียบ 2 พนั ธ์ุ ได้แก่ พันธขุ์ อนแก่น 3 และ LK92-11 ปัจจัยรอง (Sub plot) คอื ปุย๋ ไนโตรเจน 4 อัตรา
ร่วมกับปุ๋ย P และ K อัตราตามค่าวิเคราะห์ดิน (0-3-6 7.5-3-6 15-3-6 และ 22.5-3-6 กิโลกรัม N-P2O5-K2O
ต่อไร่ สาหรับอ้อยปลูก และ 0-3-6 9-3-6 18-3-6 และ 27-3-6 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ สาหรับอ้อยตอ)
ผลการทดลองในออ้ ยปลกู พบว่า ด้านผลผลิต ไมพ่ บปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างพนั ธุแ์ ละอตั ราปยุ๋ ดา้ นพันธุ์ มีความ
แตกต่างกันทางสถิติระหว่างโคลนดีเด่นและพันธ์ุเปรียบเทียบ โดยโคลน UT10-009R ให้ผลผลิตสูงสุด
13.73 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ UT13-011 และ UT12-238 (13.15 และ 13.03 ตันต่อไร่) ซ่ึงไม่แตกต่างกับ
พันธุ์ขอนแก่น 3 (13.45 ตันต่อไร่) แต่มากกว่าพันธ์ุ LK92-11 (9.48 ตันต่อไร่) อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ การ
ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอัตราต่างๆ ไม่ทาให้ผลผลิตมีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 11.00-12.67
ตนั ต่อไร่ คา่ ซซี เี อส ไมพ่ บปฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ งพันธุ์และอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ มีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยโคลน
UT12-237 ให้ค่าซีซีเอสสูงสุด 13.77 รองลงมาคือ UT10-009R และ UT13-189 (13.15 และ 12.94) ซ่ึง
ไมแ่ ตกต่างกบั พันธุข์ อนแก่น 3 (13.51) แต่มากกว่าพนั ธ์ุ LK92-11 (11.13) อยา่ งมีนยั สาคญั ยงิ่ ทางสถติ ิ การใสป่ ุ๋ย
ไนโตรเจนทุกอัตราให้ค่าซีซีเอสไม่แตกต่างทางสถิติกับการไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจน โดยให้ค่าซีซีเอสอยู่ระหว่าง
11.73-12.27 ผลผลิตน้าตาล ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และอัตราปุ๋ย ด้านพันธ์ุ มีความแตกต่างกันทางสถิติ
โดยโคลน UT10-009R ให้ผลผลิตน้าตาล 1.78 ตันซีซีเอสต่อไร่ ซ่ึงไม่แตกต่างกับพันธ์ุขอนแก่น 3 (1.80 ตันซีซีเอส
ต่อไร่) แตม่ ากกวา่ พันธ์ุ LK92-11 (1.10 ตันซีซเี อสต่อไร่) อย่างมนี ัยสาคญั ยิ่งทางสถิติ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทุก
อัตราให้ผลผลิตนา้ ตาลไม่แตกตา่ งทางสถิติกับการไมใ่ สป่ ุ๋ยไนโตรเจน โดยให้ผลผลิตน้าตาลอยู่ระหว่าง 1.37-1.49
ตันซซี ีเอสตอ่ ไร่ จานวนลาเก็บเกย่ี ว ไม่พบปฏิสมั พันธร์ ะหว่างพนั ธุแ์ ละอัตราปุ๋ย ดา้ นพันธ์ุ มคี วามแตกต่างกนั ทาง
100
สถิติ โดยโคลน UT10-009R ให้จานวนลาเก็บเกี่ยว 11,445 ลาต่อไร่ ซ่ึงมากกว่าพันธุ์ขอนแก่น 3 (8,624
ลาต่อไร่) และพันธ์ุ LK92-11 (9,095 ลาตอ่ ไร่) อย่างมนี ยั สาคัญยิ่งทางสถิติ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนทุกอัตราให้
จานวนลาเก็บเกี่ยวไมแ่ ตกต่างกนั ทางสถิติกับการไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ความสูง ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธ์ุ
และอัตราปุ๋ย ด้านพันธุ์ มีความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างโคลนดีเด่นและพันธ์ุเปรียบเทียบ โดยโคลน
UT12-238 และ UT10-009R ให้ความสูงมากสุด 271 และ 267 เซนติเมตร ซ่ึงไม่แตกต่างกับพันธ์ุขอนแก่น 3
(265 เซนติเมตร) รองลงมาคือ โคลน UT13-189 และ UT13-011 (256 และ 252 เซนติเมตร) โคลนดีเด่นท้ัง 4
โคลน ใหค้ วามสูงมากกวา่ พนั ธุ์ LK92-11 (199 เซนตเิ มตร) อยา่ งมีนยั สาคญั ยิ่งทางสถิติ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอัตรา
ต่างๆ ไม่ทาให้ความสูงมีความแตกต่างกันทางสถิติ เส้นผ่านศูนย์กลางลา พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และ
อัตราปุ๋ย โดยโคลน UT12-238 และ UT10-009R จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางลาเพ่ิมขึ้น เม่ือมีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน
ในอัตราท่เี พ่มิ ขึ้น ขณะท่ีโคลน UT13-189 จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางลาลดลง เม่ือมีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราที่
เพ่ิมขึ้น ส่วนโคลน UT10-011 UT12-237 และพันธุ์ขอนแก่น 3 จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางลาใกล้เคียงกัน เม่ือมี
การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราที่เพิ่มข้ึน จานวนปล้อง ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และอัตราปุ๋ย ด้านพันธุ์
มีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยโคลน UT10-009R ให้จานวนปล้อง 26.1 ปล้องต่อลา ไม่แตกต่างกับพันธ์ุ
ขอนแก่น 3 (26.9 ปล้องตอ่ ลา) แต่มากกว่าพันธ์ุ LK92-11 (21.4 ปล้องต่อลา) อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ การใส่ปุ๋ย
ไนโตรเจนทุกอตั ราให้จานวนปลอ้ งไม่แตกตา่ งกนั ทางสถิติกับการไมใ่ ส่ปุย๋ ไนโตรเจน
8. ค้าหลัก้: ไนโตรเจน โคลนดเี ด่น ชุดปี 2556
9. ประเภทผลวจิ ัย้: ก้าวหนา้
10. ค้าแนะน้าผลวิจยั ้: พฒั นาต่อ
11. งบประมาณทไ่ี ดรับทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สพุ รรณบุรี 73,800 บาท
101
Table 1 Yield of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in farmer field:
plant cane in 2020/21.
unit: ton/rai
Clones/Varieties (A) UT13-011 UT13-189 UT12-237 UT12-238 UT10-009R KK3 LK92-11 Mean
N-P2O5-K2O kg/rai (B) (B)
0-3-6 12.59 9.11 9.46 11.96 12.22 13.04 8.64 11.00
7.5-3-6 14.93 8.15 13.28 15.50 12.15 11.06 5.28 11.48
15-3-6 13.03 9.39 9.81 12.21 13.91 13.75 12.61 12.10
22.5-3-6 12.05 10.31 9.89 12.46 16.63 15.95 11.38 12.67
Mean (A) 13.15 a 9.24 b 10.61 ab 13.03 a 13.73 a 13.45 a 9.48 b
CV (A) % 27.56 CV (B) % 20.28
Means followed by the same letter in the same row are not significantly different at the 5% level by DMRT.
Table 2 CCS of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in farmer field:
plant cane in 2020/21.
Clones/Varieties (A) UT13-011 UT13-189 UT12-237 UT12-238 UT10-009R KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B) 11.73
11.77 13.16 12.79 8.79 14.00 13.76 12.24
0-3-6 12.27
11.91
7.5-3-6 11.36 13.19 14.51 9.74 13.25 13.88 9.98 11.73
15-3-6 10.43 13.08 13.81 8.59 13.05 12.88 11.51
22.5-3-6 10.40 12.36 13.99 8.21 12.30 13.53 11.29
Mean (A) 10.99 b 12.94 a 13.77 a 8.76 c 13.15 a 13.51 a 11.13 b
CV (A) % 10.18 CV (B) % 8.50
Means followed by the same letter in the same row are not significantly different at the 5% level by DMRT.
Table 3 Sugar Yield of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in farmer
field: plant cane in 2020/21.
unit: tonCCS/rai
Clones/Varieties (A) UT13-011 UT13-189 UT12-237 UT12-238 UT10-009R KK3 LK92-11 Mean (B)
N-P2O5-K2O kg/rai (B) 1.48 1.19 1.25 1.13 1.98 1.78 1.08 1.37
0-3-6
7.5-3-6 1.69 1.07 1.91 1.52 1.59 1.53 0.55 1.41
15-3-6 1.35 1.23 1.39 1.12 1.82 1.74 1.46 1.44
22.5-3-6 1.25 1.19 1.40 1.04 2.04 2.16 1.33 1.49
Mean (A) 1.44 ab 1.17 b 1.47 ab 1.20 b 1.78 a 1.80 a 1.10 b
CV (A) % 30.03 CV (B) % 28.96
Means followed by the same letter in the same row are not significantly different at the 5% level by DMRT.
102
Table 4 Yield components of sugarcane clones at different fertilizer rates planted in
farmer field: plant cane in 2020/21.
Treatments No. of stalks Height No. of internodes
(stalk/rai) (cm) (node/stalk)
UT13-011 7,743 d 252 ab 24.4 ab
UT13-189 9,857 b 256 ab 22.3 b
UT12-237 8,643 cd 225 bc 22.7 b
UT12-238 8,110 cd 271 a 23.9 ab
UT10-009R 11,445 a 267 a 26.1 a
KK3 8,624 cd 265 a 26.9 a
LK92-11 9,095 bc 199 c 21.4 b
CV (A) % 17.05 11.46 10.43
F-test ** ** *
0-3-6 8,663 249 24.3
7.5-3-6 8,866 244 23.9
15-3-6 9,179 250 23.9
22.5-3-6 9,587 248 23.8
CV (B) % 15.06 8.69 8.79
F-test ns ns ns
ns, *, ** = non significant, significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% and 1% level by DMRT.
Table 5 Diameter of sugarcane clones at different nitrogen fertilizer rates planted in farmer
field: plant cane in 2020/21.
unit: cm
Clones/Varieties (A) UT13-011 UT13-189 UT12-237 UT12-238 UT10-009R KK3 LK92-11 Mean
N-P2O5-K2O kg/rai (B) (B)
3.16 ab 2.77 fg 3.10 a-d 2.82 ef 2.46 h 3.08 abc 3.04 a-d 2.92
0-3-6 3.10 a-d 2.60 gh 3.10 a-d 2.92 c-f 2.51 h 3.18 a 2.90 def 2.90
7.5-3-6 3.16 ab 2.51 h 3.09 a-d 3.03 a-d 2.56 h 3.11 abc 2.97 b-e 2.62
15-3-6 3.11 abc 2.50 h 3.13 ab 3.07 a-d 2.61 gh 3.00 a-d 3.14 ab 2.94
22.5-3-6 3.13 a 2.59 d 3.10 ab 2.96 c 2.53 d 3.09 ab 3.01 bc
Mean (A)
CV (A) % 4.08 CV (B) % 3.56
Means followed by the same letter in the same column and row are not significantly different at the 5% level by DMRT.
103
รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานวจิ ัย้้กรมวิชาการเกษตร้้ประจา้ ป้ี 2563
63/สถาบันวจิ ยั พชื ไรแ่ ละพืชทดแทนพลังงาน/ศูนยว์ ิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี
1. ช่อื แผนงานวจิ ัย 1. วิจัยและพัฒนาการปรับปรุงพนั ธอุ์ ้อยเพื่ออตุ สาหกรรมน้าตาล
2. ชื่อโครงการวิจยั 3. วิจัยการปรับปรุงพันธอ์ุ ้อย สาหรบั สภาพชลประทานและมนี ้าเสริม
3. ชอ่ื กจิ กรรม 2. การตอบสนองของโคลนดเี ด่นต่อปัจจัยการผลติ และการจดั การ
4. ช่ือการทดลอง 2.9 การตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีของโคลนออ้ ยดเี ดน่ ชุดปี 2557
5. ผดู า้ เนนิ งาน
หวั หนา วาสนา วนั ดี
ผรู ว่ มงาน อุไรวรรณ พงษพ์ ยัคเลศิ สมบูรณ์ วนั ดี
สุจิตรา พิกลุ ทอง กนกวรรณ ฟักอ่อน
6. ระยะเวลา เร่มิ ตน ตุลาคม 2563 สนิ สดุ กันยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
ดาเนินการทดลอง ในปี 2563-2564 ณ แปลงทดลอง ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี วางแผนการ
ทดลองแบบ Split plot จานวน 4 ซ้า ปัจจัยหลัก (Main plot) คือ โคลนอ้อยดีเด่นชุดปี 2557 จานวน 3 โคลน
ไดแ้ ก่ UT14-025 UT14-017 UT14-030 และพนั ธุ์เปรยี บเทียบ 2 พันธ์ุ ได้แก่ พันธุ์ขอนแก่น 3 และ LK92-11
ปัจจัยรอง (Sub plot) คือ ปุ๋ยไนโตรเจน 4 อัตรา ร่วมกับปุ๋ย P และ K อัตราตามค่าวิเคราะห์ดิน (0-3-6
7.5-3-6 15-3-6 และ 22.5-3-6 กโิ ลกรัม N-P2O5-K2O ตอ่ ไร่ สาหรบั อ้อยปลูก และ 0-3-6 9-3-6 18-3-6
และ 27-3-6 กโิ ลกรัม N-P2O5-K2O ตอ่ ไร่ สาหรับอ้อยตอ) ปลูกอ้อยในเดือนมกราคม 2564 บันทึกข้อมูลความงอก
พบว่า มคี วามงอกนอ้ ยกวา่ 80 เปอร์เซน็ ต์ จึงได้ดาเนนิ การซ่อมอ้อยจนมีความงอก 100% ทกุ แปลงยอ่ ยแลว้
8. คา้ หลกั ้: ปุ๋ยเคมี โคลนดีเดน่ ชดุ ปี 2557
9. ประเภทผลวิจัย้: ก้าวหน้า
10. ค้าแนะน้าผลวจิ ัย้: พัฒนาต่อ
11. งบประมาณที่ไดรับทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สพุ รรณบุรี 45,100 บาท
104
รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านวิจัย้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจา้ ปี้2563
63/สถาบนั วจิ ยั พชื ไร่และพืชทดแทนพลังงาน/ศนู ย์วิจยั พชื ไรส่ ุพรรณบุรี
1. ช่ือแผนงานวิจยั 1. วจิ ัยและพฒั นาการปรบั ปรุงพนั ธุ์อ้อยเพื่ออุตสาหกรรมน้าตาล
2. ชื่อโครงการวจิ ัย 1. วิจัยการปรบั ปรงุ พันธุ์อ้อยสาหรบั เขตดนิ ทราย ทรายร่วน และร่วนทราย
สภาพน้าฝน
3. ชือ่ กิจกรรม 1. การปรบั ปรงุ พันธ์ุอ้อยสาหรับเขตดนิ ทราย ทรายรว่ น และรว่ นทราย
สภาพน้าฝน
4. ช่อื การทดลอง 1.13 การเปรียบเทียบในไร่เกษตรกร : โคลนออ้ ยชุด 2553 (ออ้ ยตอ 1)
5. ผูดา้ เนินงาน
หวั หนา ช่อออ้ ย กาฬภกั ดี
ผูรว่ มงาน ปิยะรัตน์ จงั พล อุไรวรรณ พงษพ์ ยัคเลิศ
ระพีพร ต้องใจ สายสมร เกียรติกุล
6. ระยะเวลา เร่มิ ตน ตุลาคม 2561 สนิ สดุ กนั ยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
การเปรียบเทียบในไร่เกษตรกร : โคลนอ้อยชุด 2553 ดาเนินการทดสอบในแปลงเกษตรกร
อาเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 4 ซ้า อ้อยจานวน 10 พันธ์ุ/โคลน
คือ โคลนพันธุ์อ้อยที่ผ่านการคัดเลือกจากการเปรียบเทียบมาตรฐานชุดปี 2553 จานวน 7 โคลน ได้แก่
KK09-0844 KK09-1155 KK09-0358 KK10-226 KK10-308 KK07-599 และ KK07-250 และพันธ์ุตรวจสอบ
3 พันธุ์ ได้แก่ K88-92 LK92-11 และขอนแก่น 3 ผลการทดลองในปีท่ี 2 (อ้อยตอ 1) เก็บเก่ียวเมื่ออ้อยอายุ
12 เดือน มีดังนี้ ความสูงมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญยิ่ง โคลน KK10-308 พันธ์ุ K88-92
โคลน KK09-0358 KK10-226 และ KK09-1155 มีความสูงมากท่ีสุดเท่ากับ 258 257 238 233 และ 214
เซนติเมตร ตามลาดับ โคลนท่ีมีความสูงน้อยท่ีสุดคือ KK07-250 สูง 133 เซนติเมตร (Table 1) เส้นผ่าน
ศูนย์กลางลามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญยิ่ง พันธุ์ K88-92 มีเส้นผ่านศูนย์กลางลามากท่ีสุด
เทา่ กบั 3.07 เซนตเิ มตร โคลน KK09-1155 มีเส้นผ่านศูนย์กลางลาน้อยท่ีสุดเท่ากับ 1.84 เซนติเมตร (Table 1)
น้าหนักต่อลามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญยิ่ง พันธ์ุ KK88-92 ขอนแก่น 3 โคลน KK07-599
พนั ธุ์ LK92-11 โคลน KK09-0358 KK10-226 KK10-308 มีน้าหนักต่อลาสูงท่ีสุดเท่ากับ 1.74 1.18 1.06
0.92 0.85 0.85 และ 0.82 กโิ ลกรัมตอ่ ลา ตามลาดับ (Table 1) จานวนปล้องต่อลามีความแตกต่างกันทาง
สถิติอย่างมีนัยสาคัญย่ิง โคลน KK09-1155 มีจานวนปล้องต่อลามากที่สุดเท่ากับ 33.0 ปล้องต่อลา โคลน
KK09-0844 KK07-599 และ KK07-250 มีจานวนปล้องต่อลาน้อยท่ีสุดเท่ากับ 25.0 24.3 และ 23.8
ปล้องต่อลา ตามลาดับ (Table 1) จานวนลาต่อไร่มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญย่ิง โคลน
KK10-308 มจี านวนลาต่อไรส่ งู ท่สี ดุ เทา่ กับ 12,250 ลาตอ่ ไร่ โคลน KK07-250 มจี านวนลาตอ่ ไร่นอ้ ยที่สุดเท่ากับ
4,541 ลาต่อไร่ (Table 1) ผลผลิตต่อไร่มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัย สาคัญยิ่ง พันธ์ุ K88-92 และ
105
โคลน KK10-308 ให้ผลผลติ ต่อไร่สูงที่สุดเท่ากับ 18.7 และ 15.5 ตันต่อไร่ ตามลาดับ โคลน KK07-250 ให้
ผลผลิตต่อไรต่ า่ ทส่ี ดุ เท่ากบั 5.13 ตนั ตอ่ ไร่ แต่กไ็ มม่ คี วามแตกต่างทางสถติ ิกับอีก 7 โคลน/พันธุ์ (Table 1)
ค่าซีซีเอสมคี วามแตกตา่ งกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญยิ่ง พันธุ์ LK92-11 ขอนแก่น 3 และโคลน KK07-599
มีค่าซีซีเอสสูงที่สุดเท่ากับ 12.9 12.5 และ 11.3 ตามลาดับ โคลน KK09-0844 KK09-1155 KK10-308
และ KK09-0358 มีค่าซีซีเอสต่าท่ีสุดเท่ากับ 8.16 8.08 7.26 และ 6.68 ตามลาดับ (Table 1) ผลผลิต
น้าตาลต่อไร่มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญยิ่ง พันธุ์ K88-92 ขอนแก่น 3 LK92-11 ให้ผลผลิต
น้าตาลสูงที่สุดเท่ากับ 1.70 1.26 และ 1.24 ตันซีซีเอสต่อไร่ ตามลาดับ โคลน KK10-226 KK09-0358
KK07-250 และ K09-1155 ให้ผลผลิตน้าตาลต่าท่ีสุดเท่ากับ 0.70 0.57 0.55 และ 0.54 ตันซีซีเอสต่อไร่
ตามลาดับ (Table 1) จะเห็นว่า พันธ์ุ KK88-92 แม้จะมีจานวนลาต่อไร่น้อย แต่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง เพราะมี
นา้ หนกั ตอ่ ลามาก ลาสงู และมีขนาดใหญ่ ด้านโคลน KK10-308 ให้ผลผลิตต่อไร่สูง แม้ว่าเส้นผ่านศูนย์กลางลา
จะเลก็ แตม่ จี านวนลาตอ่ ไรม่ าก ลาสงู และมนี า้ หนักต่อลามาก
เมอ่ื เปรียบเทียบระหวา่ งอ้อยปลูก กับอ้อยตอ 1 พบว่า ผลผลิตเฉลี่ย 2 ปี มีความแตกต่างกันทาง
สถติ อิ ยา่ งมนี ยั สาคัญยิง่ พนั ธุ์ K88-92 และโคลน KK10-308 ใหผ้ ลผลิตเฉล่ีย 2 ปี สูงท่ีสุดเท่ากับ 16.1 และ
14.4 ตันต่อไร่ ตามลาดับ โคลนที่ให้ผลผลิตเฉล่ีย 2 ปี ต่าที่สุดคือ KK07-250 ให้ผลผลิต 4.86 ตันต่อไร่ แต่
ท้ังน้ีก็ไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับอีก 7 โคลน/พันธุ์ (Table 2) ค่าซีซีเอสเฉลี่ย 2 ปี มีความแตกต่างกัน
ทางสถติ อิ ยา่ งมีนยั สาคญั ยิ่ง พันธุ์ LK92-11 และขอนแก่น 3 มีค่าซีซีเอสสูงที่สุดเท่ากับ 12.4 และ 11.6 ตามลาดับ
โคลน KK09-0358 มคี า่ ซซี ีเอสต่าท่ีสุดเท่ากับ 5.99 (Table 2) ผลผลิตน้าตาลเฉล่ีย 2 ปี มีความแตกต่างกัน
ทางสถติ อิ ยา่ งมนี ยั สาคัญย่ิง พันธุ์ K88-92 LK92-11 และขอนแก่น 3 ให้ผลผลิตน้าตาลสูงที่สุดเท่ากับ 1.38
1.15 และ 1.08 ตันซีซีเอสต่อไร่ ตามลาดับ โคลน KK09-1155 ให้ผลผลิตน้าตาลต่าที่สุดเท่ากับ 0.49 ตันซีซีเอส
ตอ่ ไร่ (Table 2)
8. คา้ หลัก้: ออ้ ย ไรเ่ กษตรกร Cane, Farm trial
9. ประเภทผลวิจัย้: ้ก้าวหนา้
10. ค้าแนะนา้ ผลวิจยั ้: ้พฒั นาต่อ
11. งบประมาณทไ่ี ดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สพุ รรณบรุ ี 73,800 บาท
106
Table 1 Yield and yield components of 1st ratoon cane from farm yield
province.
Clones/Varieties Height Stalk diameter Weight of stalk Internode
(cm) (cm) (kg) (node/
1 KK09-0844 187 bc 2.12 d 0.69 d 25.0
2 KK09-1155 214 ab 1.84 e 0.68 b 33.0
3 KK09-0358 238 ab 2.12 d 0.85 ab 25.5
4 KK10-226 233 ab 2.14 d 0.85 ab 28.5
5 KK10-308 258 a 1.97 de 0.82 ab 26.3
6 KK07-599 179 bc 2.83 b 1.06 ab 24.3
7 KK07-250 133 c 2.70 bc 0.64 b 23.8
8 K88-92 257 a 3.07 a 1.74 a 29.5
9 LK92-11 178 bc 2.61 c 0.92 ab 26.7
10 KK3 193 bc 2.82 b 1.18 a 25.7
Average 207 2.42 0.94 26
F-test ** ** ** *
CV (%) 19.05 5.44 28.82 7.7
** = significant at P 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 1% l
6
trial: sugarcane clone series 2010 at Lao Khwan district, Kanchanaburi
e number Stalk number Yield CCS Sugar yield 106
/stalk ) (stalk/rai) (ton/rai) (tonCCS/rai)
8.16 c
0d 8,490 b 9.15 b 8.08 c 0.75 bc
0a 7,042 bc 6.48 b 6.68 c 0.54 c
5 cd 7,260 bc 9.13 b 8.94 bc 0.57 c
5 bc 6,167 bcd 8.05 b 7.26 c 0.70 c
3 bcd 12,250 a 15.5 a 11.3 a 1.04 bc
3d 5,312 cd 9.10 b 10.8 bc 0.97 bc
8d 4,541 d 5.13 b 8.98 bc 0.55 c
5b 7,604 bc 18.7 a 12.9 a 1.70 a
7 bcd 6,563 bcd 9.70 b 12.5 a 1.24 ab
7 cd 5,656 cd 10.0 b 9.57 1.26 ab
**
6.8 7,088 10.1 15.17 0.93
** ** ** **
78 20.53 37.13 36.32
level by DMRT.
107
Table 2 Yield CCS and sugar yield of plant cane and 1st ratoon cane f
Kanchanaburi province.
Clones/Varieties Yield (ton/rai) Mean Plant cane 1st
Plant cane 1st Ratoon cane
1 KK09-0844 7.22 9.15 b 8.19 b 7.3 bc
2 KK09-1155 9.80 6.48 b 8.14 b 4.7 d
3 KK09-0358 9.21 9.13 b 9.17 b 5.3 d
4 KK10-226 4.63 8.05 b 6.34 b 5.9 cd
5 KK10-308 13.33 15.53 a 14.40 a 5.5 d
6 KK07-599 7.13 9.10 b 8.12 b 10.3 a
7 KK07-250 4.59 5.13 b 4.86 b 10.9 a
8 K88-92 13.49 18.70 a 16.10 a 8.0 b
9 LK92-11 9.06 9.70 b 9.38 b 11.8 a
10 KK 3 7.95 10.00 b 9.98 b 10.7 a
Average 8.64 10.1 9.37 8.0
F-test ns ** ** **
CV (%) 53.40 37.13 44.87 13.42
ns, *, ** = non significant, significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5%
7
from farm yield trial: sugarcane clone series 2010 at Lao Khwan district,
CCS Sugar yield (tonCCS/rai)
Plant cane 1st Ratoon cane
Ratoon cane Mean Mean
8.16 c 7.73 cd 0.56 abc 0.75 bc 0.66 cd
8.08 c 6.39 de
6.68 c 5.99 e 0.43 bc 0.54 c 0.49 d
8.94 bc 7.42 cd
7.26 c 6.38 de 0.48 bc 0.57 c 0.53 cd
11.30 a 10.80 b
10.80 bc 10.90 b 0.31 c 0.70 c 0.51 d
8.98 bc 8.49 c
12.90 a 12.40 a 0.72 abc 1.04 bc 0.88 bc 107
12.50 a 11.60 ab
0.74 abc 0.97 bc 0.86 bcd
9.57 8.80
0.50 bc 0.55 c 0.53 cd
** **
15.17 14.53 1.06 a 1.70 a 1.38 a
1.06 a 1.24 ab 1.15 ab
0.89 ab 1.26 ab 1.08 ab
0.68 0.93 0.81
* ** **
49.87 36.32 41.97
% and 1% level by DMRT.
108
รายงานผลการปฏบิ ัติงานวิจัย้้กรมวิชาการเกษตร้้ประจา้ ป้ี 2563
63/สถาบนั วิจัยพชื ไรแ่ ละพืชทดแทนพลงั งาน/ศูนย์วจิ ยั พชื ไร่สุพรรณบุรี
1. ชือ่ แผนงานวิจยั 1. วจิ ยั และพัฒนาการปรบั ปรุงพันธุ์อ้อยเพื่ออตุ สาหกรรมน้าตาล
2. ชือ่ โครงการวิจยั 1. วิจยั การปรับปรงุ พนั ธุ์อ้อยสาหรับเขตดินทราย ทรายร่วน และร่วนทราย
สภาพน้าฝน
3. ชอ่ื กิจกรรม 1. การปรับปรงุ พันธ์ุอ้อยสาหรับเขตดนิ ทราย ทรายรว่ น และรว่ นทราย
สภาพนา้ ฝน
4. ชอื่ การทดลอง 1.16 การเปรียบเทยี บในไรเ่ กษตรกร : โคลนอ้อยชดุ 2554 (อ้อยตอ1)
5. ผดู ้าเนนิ งาน
หวั หนา ช่ออ้อย กาฬภักดี
ผูรว่ มงาน ปยิ ะรัตน์ จงั พล อไุ รวรรณ พงษ์พยคั เลิศ
ระพีพร ต้องใจ สายสมร เกียรตกิ ลุ
6. ระยะเวลา เริม่ ตน ตุลาคม 2561 สินสดุ กันยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา้
การเปรียบเทียบในไร่เกษตรกร : โคลนอ้อยชุด 2554 ดาเนินการทดลองในแปลงเกษตรกร ตาบล
หนองหญ้า อาเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 4 ซ้า อ้อย
จานวน 10 พันธ์ุ/โคลน คือ โคลนพันธุ์อ้อยที่ผ่านการคัดเลือกจากการเปรียบเทียบมาตรฐานชุดปี 2554
จานวน 7 โคลน ได้แก่ KK08-051 KK08-053 KK11-1031 KK11-1009 KK11-443 KK11-211 KK11-158
และพันธ์ุตรวจสอบ 3 พันธ์ุ ได้แก่ K88-92 LK92-11 และขอนแก่น 3 ผลการทดลองในปีท่ี 2 (อ้อยตอ 1)
เก็บเก่ียวเม่ืออ้อยอายุ 12 เดือน มีดังนี้ ความสูงระหว่างโคลน/พันธุ์ มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัย
สาคญั ยิ่ง โดยโคลน KK08-051 KK11-443 และ KK08-053 มีความสูงมากท่ีสุดเท่ากับ 221 207 และ 194
เซนติเมตร ตามลาดับ พันธ์ุ LK88-92 โคลน KK11-158 และพันธ์ุ K92-11 มีความสูงน้อยที่สุดเท่ากับ 145
142 และ 139 เซนติเมตร ตามลาดับ (Table 1) เส้นผ่านศูนย์กลางลามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัย
สาคัญยง่ิ พันธ์ุ K88-92 LK92-11 และขอนแก่น 3 มีเส้นผ่านศูนย์กลางลามากที่สุดเท่ากับ 2.79 2.75 และ
2.75 เซนตเิ มตร ตามลาดับ โคลนท่ีมีเสน้ ผ่านศนู ย์กลางลานอ้ ยทีส่ ุด คอื KK11-443 เท่ากับ 2.03 เซนติเมตร
(Table 1) น้าหนักต่อลามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญ โดยพันธ์ุขอนแก่น 3 โคลน KK08-051
KK11-1009 พันธ์ุ KK88-92 โคลน KK08-053 KK11-211 และพันธุ์ LK92-11 มีน้าหนักต่อลาสูงท่ีสุดเท่ากับ
0.96 0.91 0.86 0.85 0.76 0.76 และ 0.75 กิโลกรัมต่อลา ตามลาดับ โคลน KK11-443 มีน้าหนักต่อลา
น้อยที่สุดเท่ากับ 0.60 กิโลกรัมต่อลา (Table 1) จานวนปล้องต่อลามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัย
สาคัญยิ่ง โคลน KK11-211 KK11-1009 KK08-051 และ KK11-443 มีจานวนปล้องต่อลาสูงที่สุดเท่ากับ
24.5 24.2 22.5 และ 22.0 ปล้องต่อลา ตามลาดับ โคลนที่มีจานวนปล้องต่อลาน้อยที่สุดคือ KK11-1031
มีจานวนปล้องเท่ากับ 17.0 ปล้องต่อลา (Table 1) จานวนลาต่อไร่มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมี
109
นัยสาคัญยิ่ง โคลน KK11-443 KK08-051 และ KK11-211 มีจานวนลาต่อไร่มากที่สุดเท่ากับ 7,177 6,396
และ 5,698 ลาต่อไร่ ตามลาดับ พันธุ์ K88-92 มีจานวนลาต่อไร่น้อยท่ีสุดเท่ากับ 2,458 ลาต่อไร่ (Table 1)
ผลผลิตต่อไร่มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญย่ิง โคลน KK08-051 พันธุ์ LK92-11 และโคลน
KK11-443 ให้ผลผลติ ต่อไร่สงู ที่สุดเทา่ กบั 8.97 6.27 และ 6.13 ตนั /ไร่ ตามลาดับ พันธุ์ K88-92 ให้ผลผลิต
ต่อไร่ต่าท่ีสุดเท่ากับ 2.73 ตันต่อไร่ (Table 1) ค่าซีซีเอส มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญย่ิง
พันธุ์ LK92-11 ขอนแก่น 3 โคลน KK11-443 และพันธุ์ K88-92 มีค่าซีซีเอสสูงท่ีสุดเท่ากับ 15.4 15.4 15.2
และ 14.4 ตามลาดับ โคลน KK08-051 มีค่าซีซีเอสต่าที่สุดเท่ากับ 11.8 (Table 1) ผลผลิตน้าตาลต่อไร่ มี
ความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญ โคลน KK08-051 พันธุ์ LK92-11 โคลน KK11-443 พันธ์ุ
ขอนแก่น 3 และโคลน KK11-1009 ให้ผลผลิตน้าตาลสูงที่สุดเท่ากับ 1.04 0.96 0.92 0.71 และ 0.63
ตันซีซีเอสต่อไร่ ตามลาดับ โคลน KK11-211 KK11-158 KK11-1031 และพันธ์ุ K88-92 ให้ผลผลิตน้าตาล
ต่าที่สุดเท่ากับ 0.48 0.46 0.39 และ 0.39 ตันซีซีเอสต่อไร่ ตามลาดับ (Table 1) จากองค์ประกอบด้านความสูง
น้าหนักต่อลา และจานวนลาต่อไร่ท่ีมาก ส่งผลให้โคลน KK08-051 มีผลผลิตต่อไร่สูง แม้ว่าจะมีเส้นผ่าน
ศูนยก์ ลางลาไม่ใหญ่ และโคลน KK11-443 ถึงแม้จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางลาไม่ใหญ่ น้าหนักต่อลาไม่มาก แต่ให้
ผลผลิตตอ่ ไร่สูง เนอ่ื งจากมีลาสงู และมีจานวนลาต่อไร่ท่ีมาก ในขณะที่พันธ์ุ LK92-11 ก็ให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง
แมว้ ่าจะมจี านวนลาต่อไรน่ ้อย ความสงู ตน้ นอ้ ย แต่มเี ส้นผา่ นศูนยก์ ลางลาท่ใี หญ่และมนี า้ หนกั ต่อลาที่มาก
เมอ่ื เปรยี บเทียบระหว่างอ้อยปลกู และออ้ ยตอ 1 พบว่า ผลผลติ เฉล่ีย 2 ปี มีความแตกต่างกันทาง
สถิติอย่างมีนัยสาคัญ โคลน KK08-051 ให้ผลผลิตในปีท่ี 1 (อ้อยปลูก) ปีท่ี 2 (อ้อยตอ 1) และผลผลิตเฉลี่ย
2 ปี สงู ทสี่ ุดเทา่ กับ 10.92 8.97 และ 9.95 ตันต่อไร่ ตามลาดับ โคลน KK11-158 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 2 ปี ต่าท่ีสุด
เท่ากับ 5.66 ตันต่อไร่ ตามลาดับ เม่ือเปรียบเทียบระหว่างอ้อยปลูกและอ้อยตอ 1 พบว่า พันธุ์ K88-92 ให้
ผลผลติ ตอ 1 ลดลงจากออ้ ยปลูกมากทสี่ ุด (Table 2) คา่ ซซี เี อสเฉลี่ย 2 ปี มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่าง
มีนัยสาคัญยิ่ง พันธุ์ LK92-11 ขอนแก่น 3 โคลน KK11-443 พันธุ์ K88-92 และโคลน KK11-211 มีค่าซีซีเอส
สูงที่สุดเท่ากับ 14.7 14.6 14.5 13.7 และ 12.6 ตามลาดับ โคลน KK08-053 และ KK08-051 มีค่าซีซีเอส
ตา่ ทส่ี ุดเท่ากับ 10.4 และ 10.3 ตามลาดบั (Table 2) ผลผลติ นา้ ตาลเฉลีย่ 2 ปี มีความแตกต่างกันทางสถิติ
อย่างมีนัยสาคัญยิ่ง พันธ์ุ LK 92-11 โคลน KK08-051 พันธ์ุขอนแก่น 3 โคลน KK11-443 และพันธ์ุ K88-92
ให้ผลผลิตน้าตาลสูงท่ีสุดเท่ากับ 1.03 0.99 0.99 0.97 และ 0.80 ตันซีซีเอสต่อไร่ ตามลาดับ โคลน KK11-158
ให้ผลผลิตนา้ ตาลตา่ ทีส่ ุดเท่ากบั 0.57 ตนั ซซี ีเอสตอ่ ไร่
8. ค้าหลัก้: อ้อย ไรเ่ กษตรกร Cane, Farm trial
9. ประเภทผลวจิ ัย้: ้กา้ วหนา้
10. คา้ แนะน้าผลวจิ ัย้: ้พัฒนาต่อ
11. งบประมาณท่ไี ดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สุพรรณบรุ ี 73,800 บาท
110
Table 1 Yield and yield components of 1st ratoon cane from farm yie
Kanchanaburi province.
Clones/Varieties Height Stalk diameter Weight of stalk Internode nu
(cm) (cm) (kg) (node/sta
1 KK08-051 221 a 2.30 c 0.91 ab 22.5 ab
2 KK08-053 194 abc 2.43 bc 0.76 a-d 20.2 bc
3 KK11-1031 169 cde 2.26 c 0.63 cd 17.0 e
4 KK11-1009 182 bcd 2.42 bc 0.86 abc 24.2 a
5 KK11-443 207 ab 2.03 d 0.60 d 22.0 ab
24.5 a
6 KK11-211 174 b-e 2.35 c 0.76 a-d
7 KK11-158 142 e 2.56 b 0.67 bcd 19.2 de
8 K88-92 145 e 2.79 a 0.85 abc 20.0 bc
9 LK92-11 139 e 2.75 a 0.75 a-d 20.7 bc
10 KK3 149 de 2.75 a 0.96 a 19.5 cd
Average 172 2.47 0.77 21.0
F-test ** ** * **
CV (%) 13.14 4.77 18.52 7.72
*, ** = significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% a
0
eld trial: sugarcane clone 2011 at Muang Kanchanaburi district,
umber Stalk number Yield CCS Sugar yield 110
alk ) (stalk/rai) (ton/rai) (tonCCS/rai)
b 11.8 e
cd 6,396 ab 8.97 a 12.2 de 1.04 a
4,635 bc 4.56 bc 13.2 cd 0.56 bc
bc 4,583 bc 4.10 bc 13.3 c 0.39 c
4,563 bc 4.78 bc 15.2 a 0.63 abc
e 7,177 a 6.13 ab 13.2 cd 0.92 ab
cd 5,698 abc 3.65 bc 13.5 bc 0.48 c
cd 3,729 cd 3.36 bc 14.4 ab 0.46 c
d 2,458 d 2.73 c 15.4 a 0.39 c
4,240 cd 6.27 ab 15.4 a 0.96 ab
4,021 cd 4.57 bc 13.8 0.71 abc
4,750 4.91 ** 0.65
4.77
** ** *
27.26 39.80 39.69
and 1% level by DMRT.
111
Table 2 Yield, CCS and sugar yield of plant cane and 1st ratoon cane
district, Kanchanaburi province.
Clones/Varieties Yield (ton/rai) Mean Plant cane 1st
Plant cane 1st Ratoon cane
1 KK08-051 10.92 a 8.97 a 9.95 a 8.7 e
2 KK08-053 11.01 a 4.56 bc 7.79 b 8.5 e
3 KK11-1031 9.95 ab 4.10 bc 7.01 b 11.1 cd
4 KK11-1009 7.48 b 4.78 bc 6.13 b 10.7 d
5 KK11-443 7.99 b 6.13 ab 7.06 b 12.9 abc
6 KK11-211 8.28 ab 3.65 bc 5.97 b 11.9 bcd
7 KK11-158 7.96 b 3.36 bc 5.66 b 8.6 e
8 K88-92 9.39 ab 2.73 c 6.06 b 12.9 abc
9 LK92-11 7.74 b 6.27 ab 7.00 b 14.0 a
10 KK3 9.42 ab 4.57 bc 6.96 b 13.8 ab
Average 9.01 4.91 6.97 11.3
F-test * ** * **
CV (%) 18.62 39.80 26.19 11.09
*, ** = significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5%
1
from farm yield trial: sugarcane clone 2011 at Muang Kanchanaburi
CCS Sugar yield (tonCCS/rai)
Plant cane 1st Ratoon cane
Ratoon cane Mean Mean
11.8 e 10.3 d 0.93 abc 1.04 a 0.99 ab
12.2 de 10.4 d
13.2 cd 12.2 b 0.93 abc 0.56 bc 0.75 bc
13.3 c 12.1 bc
15.2 a 14.5 a 1.10 ab 0.39 c 0.75 bc
13.2 cd 12.6 a
13.5 bc 11.1 cd 0.81 bc 0.63 abc 0.72 bc
14.4 ab 13.7 a
15.4 a 14.7 a 1.01 abc 0.92 ab 0.97 ab 111
15.4 a 14.6 a
0.99 abc 0.48 c 0.74 bc
13.8 12.6
0.68 c 0.46 c 0.57 c
** **
4.77 8.00 1.21 a 0.39 c 0.80 abc
1.09 ab 0.96 ab 1.03 a
1.27 a 0.71 abc 0.99 ab
1.00 0.65 0.83
** **
20.36 39.69 28.17
% and 1% level by DMRT.
112
รายงานผลการปฏบิ ัติงานวิจัย้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจา้ ป้ี 2563
63/สถาบนั วจิ ยั พืชไร่และพืชทดแทนพลงั งาน/ศนู ย์วจิ ัยพืชไรส่ ุพรรณบุรี
1. ช่อื แผนงานวจิ ยั 1. วจิ ยั และพัฒนาการปรบั ปรุงพนั ธอ์ุ ้อยเพ่ืออตุ สาหกรรมน้าตาล
2. ชอ่ื โครงการวิจยั 2. วิจยั การปรบั ปรุงพนั ธุ์อ้อยสาหรบั เขตดินรว่ น รว่ นเหนยี ว และดนิ เหนียว
สภาพนา้ ฝน
3. ชอ่ื กิจกรรม 1. การปรบั ปรงุ พนั ธุอ์ ้อยในดินร่วน รว่ นเหนยี วและดินเหนียวสภาพนา้ ฝน
4. ช่อื การทดลอง 1.6 การเปรยี บเทียบมาตรฐานโคลนออ้ ยชุดปี 2556 เขตน้าฝน
5. ผดู ้าเนินงาน
หัวหนา ปยิ ธดิ า อนิ ทรส์ ุข
ผูรว่ มงาน นฐั ภัทร์ คาหล้า กาญจนา หนูแก้ว
ศรัณย์รัตน์ สุวรรณพงษ์
6. ระยะเวลา เรมิ่ ตน ตุลาคม 2563 สินสุด กนั ยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
การเปรียบเทียบมาตรฐานโคลนอ้อยชุดปี 2556 เขตน้าฝน มีวัตถุประสงค์เพื่อหาพันธ์ุอ้อยที่ให้
ผลผลิตน้าตาลสูงกว่าพันธุ์ขอนแก่น 3 หรือ LK92-11 ร้อยละ 5 ในสภาพการปลูกแบบอาศัยน้าฝน วางแผน
การทดลองแบบ Randomized Complete Block จานวน 4 ซ้า ปลูกอ้อยด้วยท่อนพันธุ์ 2 ตาต่อท่อน 2
ทอ่ นตอ่ หลุม ปลกู ออ้ ยโคลนละ 4 แถว แถวยาว 8 เมตร ระยะระหว่างแถว 1.5 เมตร ระยะระหวา่ งหลุม 50
เซนติเมตร ทาการทดลองท่ีศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี มีอ้อยโคลนดีเด่นชุดปี 2556 เขตน้าฝน จานวน 8 โคลน
และพันธ์ุเปรียบเทียบ 2 พันธุ์ ได้แก่ ขอนแก่น 3 และ LK92-11 ปลูกอ้อยเม่ือวันท่ี 14 พฤศจิกายน 2562
และเกบ็ เกีย่ วออ้ ยปลูกเมือ่ วันที่ 7 ธนั วาคม 2563 จากการประเมนิ มาตรฐานพันธอ์ุ อ้ ยท้ัง 10 โคลน พบว่า มี
ความแตกต่างทางสถิติในค่าผลผลิต ซีซีเอส และผลผลิตน้าตาล โดยโคลน NSUT13-313 ให้ผลผลิตสูงสุด
22.0 ตันต่อไร่ ซ่ึงไม่แตกต่างจาก โคลน NSUT13-289 NSUT13-154 และพันธุ์ขอนแก่น 3 ท่ีให้ผลผลิต
เทา่ กบั 19.5 18.5 และ 16.2 ตันต่อไร่ ตามลาดับ ส่วนค่าซีซีเอส พบว่า โคลน NSUT13-313 ให้ค่าซีซีเอสสูงสุด
14.1 ซง่ึ ไม่แตกตา่ งจากโคลน NSUT13-179 NSUT13-154 พันธ์ุขอนแก่น 3 แล่ะโคลน NSUT13-289 ที่ให้ค่า
ซีซีเอสเท่ากับ 13.6 13.3 12.9 และ 12.3 ตามลาดับ ด้านผลผลติ นา้ ตาล พบวา่ โคลน NSUT13-313 ให้ผลผลิต
น้าตาลสูงสุด 3.11 ตันซีซีเอสต่อไร่ ซ่ึงไม่แตกต่างจากโคลน NSUT13-154 NSUT13-289 และพันธ์ุขอนแก่น 3
ท่ใี หผ้ ลผลิตน้าตาลเทา่ กับ 2.49 2.45 และ 2.10 ตนั ซซี ีเอสตอ่ ไร่ ตามลาดับ ขณะน้ีอยรู่ ะหว่างการดูแลรักษา
อ้อยตอ 1
8. ค้าหลกั ้: ออ้ ย้เปรยี บเทยี บมาตรฐาน ผลผลิต
9. ประเภทผลวิจัย้: ก้าวหนา้
10. คา้ แนะนา้ ผลวจิ ยั ้: พฒั นาต่อ
11. งบประมาณท่ไี ดรับทังหมด้(งบ้ตชว.)้:้ศวร.สพุ รรณบรุ ี 100,800 บาท
113
Table้1 Yield components, yield, CCS and sugar yield of standard trial sugarcane clones
series 2013 (rainfed area): plant cane at Suphan Buri Field Crops Research Center.
No. Clones/Varieties Height Diameter No. of No. of Yield CCS Sugar yield
(cm) (cm) internode stalks/rai (ton/rai) (tonCCS/rai)
1 NSUT13-014 259 ab 2.80 bc 26.3 b 11,983 bc 15.0 bcd 10.2 cd 1.57 bc
2 NSUT13-106 271 ab 3.14 a 25.8 b 9,733 c 14.2 bcd 11.7 bcd 1.66 bc
3 NSUT13-153 235 b 3.05 ab 31.9 a 12,417 ab 14.5 bcd 11.6 bcd 1.74 bc
4 NSUT13-154 251 ab 2.78 cd 29.6 ab 16,700 a 18.5 abc 13.3 ab 2.49 ab
5 NSUT13-179 227 bc 3.06 ab 29.6 ab 11,017 bc 12.9 cd 13.6 ab 1.74 bc
6 NSUT13-187 190 c 3.11 a 28.8 ab 10,067 c 11.4 d 9.9 d 1.18 c
7 NSUT13-289 293 a 2.60 d 29.1 ab 14,533 a 19.5 ab 12.3 abc 2.45 ab
8 NSUT13-313 293 a 3.15 a 31.6 a 12,783 ab 22.0 a 14.1 a 3.11 a
9 KK3 289 a 3.08 a 31.2 a 9,850 c 16.2 a-d 12.9 ab 2.10 abc
10 LK92-11 226 bc 3.01 abc 28.3 ab 9,833 c 11.6 d 12.2 abc 1.43 bc
F-test ** ** * ** * ** *
CV (%) 10.97 4.85 9.01 11.73 25.32 11.16 34.03
*, ** = significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5% and 1% level by DMRT.
114
รายงานผลการปฏิบัติงานวิจยั ้้กรมวิชาการเกษตร้้ประจ้าป้ี 2563
63/สถาบนั วจิ ัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน/ศนู ยว์ ิจัยพืชไรส่ พุ รรณบุรี
1. ชือ่ แผนงานวิจัย 1. วจิ ัยและพฒั นาการปรับปรุงพนั ธอ์ุ ้อยเพื่ออตุ สาหกรรมน้าตาล
2. ชอ่ื โครงการวิจัย 2. วิจัยการปรบั ปรงุ พันธอุ์ ้อย สาหรับเขตดินร่วน ร่วนเหนยี ว และดนิ เหนียว
สภาพน้าฝน
3. ชื่อกิจกรรม 1. การปรับปรุงพันธ์ุอ้อยในดินร่วน ร่วนเหนยี ว และดินเหนยี วสภาพนา้ ฝน
4. ชอื่ การทดลอง 1.12 การเปรียบเทยี บในไร่เกษตรกรเพอ่ื เพิม่ คุณภาพและผลผลติ พนั ธุอ์ อ้ ย
ชุดปี 2553 เขตน้าฝน : อ้อยปลูก ตอ 1 ตอ 2
5. ผดู า้ เนนิ งาน
หวั หนา อจั ฉราภรณ์ วงศ์สขุ ศรี
ผูร่วมงาน นัฐภัทร์ คาหล้า อุดมศักดิ์ ดวนมีสุข
เสมอนาถ บัวแจ่ม ณชิ นนั ท์ พเิ ชียรสดใส
6. ระยะเวลา เริ่มตน ตลุ าคม 2559 สินสดุ กันยายน 2563
7. บทคัดยอ่
การเปรียบเทยี บในไรเ่ กษตรกรเพ่ือเพ่ิมคุณภาพและผลผลิตพันธ์ุอ้อยชุดปี 2553 เขตน้าฝน: อ้อยปลูก
ตอ 1 ตอ 2 ดาเนินการทดลองทแี่ ปลงเกษตรกร จานวน 6 แปลง ได้แก่ อาเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
จานวน 2 แปลง อาเภอบา้ นไร่ จังหวัดอุทัยธานี จานวน 1 แปลง อาเภอด่านมะขามเต้ีย จังหวัดกาญจนบุรี
จานวน 1 แปลง และอาเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จานวน 2 แปลง ระหว่างเดือนตุลาคม 2559–กันยายน 2563
โดยคดั เลือกพนั ธุอ์ อ้ ยท่ไี ดจ้ ากแปลงเปรยี บเทียบมาตรฐานจานวน 4 โคลน ปลูกเปรียบเทียบกับพันธุ์เปรียบเทียบ
LK92-11 และขอนแกน่ 3 วางแผนการทดลองแบบ RCB 4 ซ้า ผลการทดลอง พบว่า ผลผลิตน้าหนักเฉล่ียของ
ทงั้ 6 สถานทใ่ี นออ้ ยปลูก ออ้ ยตอ 1 และอ้อยตอ 2 มีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญย่ิง โดยโคลนอ้อย
UT10-015R มีผลผลิตน้าหนักเฉล่ียสูงที่สุด 11.57 ตัน/ไร่ รองลงมาคือ โคลนอ้อย UT10-009R ท่ีมีผลผลิต
น้าหนักเฉลี่ย 10.54 ตัน/ไร่ ซึ่งไม่แตกต่างทางสถิติกับพันธุ์เปรียบเทียบขอนแก่น 3 ท่ีให้ผลผลิตน้าหนักเฉลี่ย
10.10 ตัน/ไร่ สาหรับคา่ ซีซเี อสเฉลี่ย พบว่า มีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญยิ่ง โดยพันธ์ุเปรียบเทียบ
ขอนแก่น 3 และ LK92-11 มีค่าซีซีเอสเฉล่ียสูงท่ีสุด คือ 13.73 และ 13.47 ตามลาดับ รองลงมาคือ โคลนอ้อย
UT10-009R มคี ่าซีซีเอสเฉลยี่ 12.79 และผลผลติ น้าตาลเฉลย่ี พบว่า มคี วามแตกต่างทางสถิตอิ ย่างมีนัยสาคัญย่ิง
โดยพันธ์ุเปรียบเทียบขอนแก่น 3 และ LK92-11 มีผลผลิตน้าตาลเฉล่ียสูงสุด 1.39 และ 1.30 ตันซีซีเอสต่อไร่
ตามลาดับ ส่วนโคลนอ้อย UT10-015R และ UT10-009R มีผลผลิตน้าตาลเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับพันธุ์
เปรียบเทียบ LK92-11 คือ 1.27 และ 1.26 ตันซีซีเอสต่อไร่ ตามลาดับ จึงคัดเลือกโคลนอ้อย UT10-015R และ
UT10-009R เพื่อแนะนาและเป็นทางเลอื กสาหรบั เกษตรกรท่ีปลกู พันธุ์ LK92-11 ต่อไป
115
8. ค้าหลัก้: อ้อย พนั ธ์ุ การเปรียบเทยี บเทยี บในไร่เกษตรกร
9. ประเภทผลวิจัย้: ส้ินสดุ
10. คา้ แนะน้าผลวจิ ัย้: ถา่ ยทอดได้
11. งบประมาณที่ไดรับทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สุพรรณบรุ ี 250,200 บาท
116
Table 1 Combine average of cane yields, CCS and sugar yield from farm trial of sugarcane
for yield and quality in rainfed area series 2010: plant cane, 1st ratoon and 2nd ratoon
: 6 locations.
No. Clones/Varieties Cane yield CCS Sugar yield
(ton/rai) (tonCCS/rai)
1 UT10-009R 10.54 ab 12.79 b 1.26 b
2 UT10-015R 11.57 a 12.16 bc 1.27 b
3 UT10-057R 9.32 c 10.10 c 0.99 d
4 UT10-113R 10.16 ab 12.17 bc 1.17 c
5 LK92-11 9.90 bc 13.47 a 1.30 ab
6 KK3 10.10 ab 13.73 a 1.39 a
F-test ** ** **
CV (%) 19.91 11.70 22.75
** = significant at P 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 1% level by DMRT.
117
รายงานผลการปฏิบัตงิ านวิจัย้้กรมวิชาการเกษตร้้ประจา้ ป้ี 2563
63/สถาบนั วิจยั พืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน/ศนู ย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบรุ ี
1. ชื่อแผนงานวจิ ัย 1. วิจัยและพฒั นาเทคโนโลยกี ารเพ่ิมประสทิ ธิภาพการผลิตออ้ ย
2. ชอ่ื โครงการวิจัย 6. วิจยั เทคโนโลยกี ารจดั การศตั รูพืชเพื่อเพิม่ ประสิทธภิ าพการผลิตอ้อย
3. ช่ือกจิ กรรม -
4. ชอื่ การทดลอง 1. การศึกษาวธิ ีการปอ้ งกันกาจดั จกั จัน่ ในไร่ออ้ ยอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
5. ผูดา้ เนนิ งาน
หวั หนา สวุ ัฒน์ พูลพาน
ผรู ่วมงาน อไุ รวรรณ พงษ์พยัคเลศิ อาภาพร หนแู ดง
ศนั สนยี ์ หลิมย่านกวย
6. ระยะเวลา เร่ิมตน ตุลาคม 2563 สินสดุ กนั ยายน 2564
7. รายงานความกาวหนา
ขนั ตอนที่้1 การทดสอบประสทิ ธภิ าพของชีวภณั ฑ์ในการกาจดั จักจ่ัน
จบั จักจัน่ ตวั ออ่ นทอ่ี ยใู่ นดนิ โดยการขุดจากดินบริเวณใตก้ ออ้อยให้ได้มากกว่า 250 ตัว ในช่วงประมาณ
ปลายเดือนมีนาคม 2563 นามาเลี้ยงไว้ประมาณ 1-2 วัน โดยใส่กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ท่ีมีดินและมีรากอ้อย
เป็นอาหารเพื่อให้จักจั่นปรับสภาพ จากน้ันนามาแยกใส่กล่องพลาสติกกล่องละ 10 ตัว โดยกล่องพลาสติกมี
ขนาดประมาณ 6.5x6.5x4 น้ิว (กxยxส) ใส่ดินสูงขึ้นมาประมาณ 3 น้ิว จานวน 20 กล่อง พร้อมท้ังใส่รากอ้อย
เป็นอาหาร เพื่อทาการทดสอบกับชีวภัณฑ์จานวน 4 ชนิด ได้แก่ Metarhizium anisopliae (M8) ท่ีระดับ
ความเข้มข้น 1 x 108 สปอร์ต่อมิลลิลิตร Beauveria bassiana (B11) ที่ระดับความเข้มข้น 1 x 108 สปอร์ต่อ
มิลลิลิตร Cordyceps niponnica ท่ีระดับความเข้มข้น 1 x 108 สปอร์ต่อมิลลิลิตร Steinernema sp.
Thai isolate อัตรา 90 ลา้ นตัวตอ่ น้า 20 ลิตร ทีท่ าการเตรยี มและขยายปริมาณไว้ และน้าเปล่า (Control)
รวมท้ังหมดเป็น 5 กรรมวิธี 4 ซ้า วางแผนการทดลองแบบ CRD ทาการตรวจสอบการตายของจักจั่นทุกๆ
3-4 วนั หลังการปลูกเชื้อ (DAI) เป็นระยะเวลา 21 วัน ผลการทดสอบจากการตรวจสอบการตายของจักจ่ัน
คร้ังแรกท่ี 4 DAI พบว่า M. anisopliae (M8) มีเปอร์เซ็นต์การตายมากท่ีสุดคือ 36.8 เปอร์เซ็นต์ และจากการ
เก็บข้อมูลไปจนถึง 21 วัน พบว่า เปอร์เซ็นต์การตายสะสมจากการทดสอบด้วย M. anisopliae (M8)
มีเปอร์เซ็นต์การตายสูงท่ีสุด คือ 100 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ B. bassiana (B11) เท่ากับ 62.5 เปอร์เซ็นต์
Steinernema sp. Thai isolate 60 เปอร์เซ็นต์ control 32.5 เปอร์เซ็นต์ และ Cordyceps niponnica
12.5 เปอร์เซ็นต์ และพบว่า เริ่มมีเส้นใยของเช้ือรา M. anisopliae (M8) ขึ้นบนตัวอ่อนจักจั่นในวันท่ี 10
หลังการทดสอบ (10 DAI) และ เปลี่ยนเป็นสีเขียวท่ี 14 DAI และพบว่า มีเส้นใยสีขาวของ B. bassiana (B11)
ข้ึนบนตัวอ่อนจักจั่นในวันที่ 17 หลังการทดสอบ (17 DAI) และจากการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า B11
มีเปอร์เซ็นต์การตายสูงสดุ 90 เปอร์เซ็นต์ ท่ี 45 DAI้
118
ขันตอนที่้2 การทดสอบประสิทธภิ าพของสารเคมใี นการกาจัดจักจ่นั
จับตัวอ่อนจักจั่นท่ีใช้ในการทดสอบท่ีอยู่ในดินโดยการขุดจากดินบริเวณใต้กออ้อย นามาเลี้ยงไว้
ประมาณ 1-2 วัน โดยใส่กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ที่มีดินและมีรากอ้อยเป็นอาหารเพ่ือให้จักจ่ันปรับสภาพ
จากนั้นนามาแยกใส่กล่องพลาสติกกล่องละ 10 ตัว พร้อมท้ังใส่รากอ้อยเป็นอาหาร ทาการทดสอบฉีดพ่น
สารเคมใี นสภาพห้องปฏิบตั ิการตามกรรมวิธี 9 กรรมวิธี 4 ซ้า ซ้าละ 10 ตัว วางแผนการทดลองแบบ CRD
ทาการตรวจสอบการตายของจักจั่นทุกๆ 3-4 วัน เป็นระยะเวลา 22 วัน ผลการทดสอบจากการตรวจสอบ
การตายของจักจั่น พบว่า กรรมวิธีที่ฉีดพ่นด้วยสารเคมี Imidacloprid มีผลทาให้ตัวอ่อนของจักจั่นตาย
100 เปอร์เซ็นต์ ภายในครั้งที่ 1 ท่ีตรวจสอบการตาย (4 วันหลังฉีดพ่น) รองลงมาคือ กรรมวิธีท่ีฉีดพ่นด้วย
chlorpyrifos+Cypermethrin ทาให้ตัวออ่ นของจักจั่นตาย 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในครั้งที่ 2 ท่ีตรวจสอบการตาย
(8 วันหลังฉีดพ่น) กรรมวิธีท่ีฉีดพ่นด้วย Acetamiprid และ Cypermethrin ทาให้ตัวอ่อนของจักจั่นตาย
ภายในคร้ังท่ี 4 ที่ตรวจสอบการตาย (15 วันหลังฉีดพ่น) ส่วนกรรมวิธีท่ีฉีดพ่นด้วยสารเคมี Chlorpyrifos,
Dinotefuran, Abamectin และ Cartap มีผลทาให้ตัวอ่อนของจักจ่ันตาย 95 90 65 และ 63 เปอร์เซ็นต์
ตามลาดับ ในขณะทกี่ รรมวิธที ฉ่ี ดี พ่นดว้ ยน้าเปลา่ (Control) ตวั อ่อนของจกั จ่นั ตาย 40 เปอรเ์ ซน็ ต์
8. คา้ หลกั ้: อ้อย จกั จั่น ชีวภัณฑ์ Metarhizium anisopliae Beauveria bassiana สารเคมีกาจัดจักจ่นั
9. ประเภทผลวิจัย้: กา้ วหน้า
10. ค้าแนะน้าผลวจิ ัย้: พัฒนาต่อ
11. งบประมาณทไ่ี ดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สุพรรณบุรี 144,000 บาท
119
Table้1 Percent mortality of P. cespiticola Boulard larvae after sprayed with Metarhizium
anisopliae, Beauveria bassiana, Cordyceps niponnica and Steinernema sp. at
Suphan Buri Field Crops Research Center: 2020.
Treatments Mortality of P. cespiticola Boulard larvae (%)
Days after inoculated (DAI)
4 7 10 14 17 21
1. Metarhizium anisopliae (M8) 40.0 a 57.9 a 68.4 a 86.8 a 100.0 a 100.0 a
2. Beauveria bassiana (B11) 17.5 b 25.0 bc 35.0 bc 55.0 ab 60.0 b 2.5 b
3. Cordyceps niponnica 5.0 b 5.0 c 7.5 c 7.5 c 7.5 d 12.5 c
4. Steinernema sp. 17.5 b 42.5 ab 55.0 ab 55.0 ab 57.5 bc 60.0 b
5. Control 20.0 ab 25.0 bc 27.5 bc 27.5 bc 27.5 cd 32.5 bc
F-test ** ** ** ** ** **
CV (%) 52.44 39.95 37.16 34.34 29.04 32.1
** = significant at P 0.01.
Means followed by the same letters in the same column are not significantly different at the 1% level by DMRT.
M8 (10 DAI) M8 (14 DAI)
M8 (17 DAI) M8 (21 DAI)
Figure้1 10 14 17 and 21 Day after inoculation (DAI) of Metarhizium anisopliae (M8)
120
Figure้2 17 and 21 Day after inoculation (DAI) of Beauveria bassiana (B11)
Table 2 Percent mortality of P. cespiticola Boulard larvae after sprayed with chemical at
Suphan Buri Field Crops Research Center: 2020.
Mortality of P. cespiticola Boulard larvae (%)
Treatments Day after sprayed
4 8 12 15 19 22
100.0 a
1. Imidacloprid (Confidor 35% SL) 100.0 a 100.0 a 100.0 a 100.0 a 100.0 a 100.0 a
62.5 b
2. Acetamiprid (Molan 20% SP) 22.5 d 47.5 b 60.0 b 100.0 a 100.0 a 65.0 b
95.0 a
3. Cartap (Cartap hydrochloride 50% SP) 22.5 d 32.5 b 40.0 bc 47.5 de 52.5 c 100.0 a
100.0 a
4. Abamectin (1.8% EC) 20.0 d 42.5 b 50.0 bc 55.0 cd 62.5 bc 90.0 a
40.0 c
5.Chlorpyrifos (40% W/V EC) 22.5 d 35.0 b 47.5 bc 67.5 bc 70.0 b
**
6. Cypermethrin (35% W/V EC) 47.5 c 85.0 a 95.0 a 100.0 a 100.0 a 11.26
7. Chlorpyrifos + Cypermethrin 75.0 b 100.0 a 100.0 a 100.0 a 100.0 a
8. Dinotefuran (Starkle 10% WP) 35.0 cd 45.0 b 47.5 bc 85.0 ab 87.5 a
9. Water (Control) 22.5 d 27.5 b 30.0 c 32.5 e 32.5 d
F-test ** ** ** ** **
CV (%) 34.11 22.4 21.77 15.82 12.65
** = significant at P 0.01.
Means followed by the same letters in the same column are not significantly different at the 1% level by DMRT.
121
รายงานผลการปฏิบตั งิ านวิจยั ้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจา้ ปี้2563
63/สถาบันวจิ ัยพืชไรแ่ ละพืชทดแทนพลงั งาน/ศนู ยว์ ิจัยพชื ไร่สุพรรณบรุ ี
1. ชอื่ แผนงานวจิ ยั 1. วิจยั และพัฒนาอ้อยสาหรับธรุ กิจน้าออ้ ยสดและผลิตภณั ฑ์ทอ้ งถิน่
จากอ้อย
2. ช่อื โครงการวิจยั 7. วิจัยและพัฒนาพันธอุ์ ้อยคั้นน้า
3. ชือ่ กจิ กรรม 1. การปรบั ปรงุ พันธอ์ุ ้อยค้ันน้า
4. ชื่อการทดลอง 1.13 ปฏกิ ริ ยิ าการเกิดโรคแส้ดาของพนั ธุ์อ้อยคั้นน้า
5. ผูดา้ เนินงาน
หัวหนา สวุ ฒั น์ พลู พาน
ผรู ่วมงาน อัมราวรรณ ทพิ ยวฒั น์ ทพิ วรรณ สทิ ธสิ มบตั ิ
นพิษฐา กลัดเงิน
6. ระยะเวลา เริม่ ตน ตุลาคม 2561 สินสุด กันยายน 2563
7. บทคดั ยอ่
โรคแสด้ าเปน็ โรคที่สาคัญของอ้อย ทาให้ผลผลิตลดลง การใช้พันธ์ุต้านทานเป็นวิธีที่ดีในการป้องกัน
กาจัด ในการปรับปรุงพันธุ์จึงมีความจาเป็นต้องทราบปฏิกิริยาต่อโรค ศึกษาความต้านทานในอ้อยค้ันน้า
โคลนดีเด่นตอ่ โรคแสด้ าบนอ้อยลูกผสมของศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น จานวน 10 โคลน เปรียบเทียบกับพันธ์ุ
LK92-11 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบความต้านทาน และมีพันธุ์มาร์กอสเป็นพันธ์ุเปรียบเทียบความอ่อนแอต่อโรค
ทาการปลูกทดสอบ ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี ปลูกเชื้อด้วยวิธีแช่ในน้าผสมสปอร์เชื้อรา Ustilago
scitaminea สาเหตุโรคแสด้ า บ่มเชื้อ 1 คนื กอ่ นปลูกอ้อย ตรวจเช็คการเกิดโรคทุกเดือนจนอ้อยอายุ 12 เดือน
ท้ังในอ้อยปลกู และอ้อยตอ 1 แต่เน่ืองจากท่อนพันธ์ุท่ีใช้สาหรับการทดลองมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้ไม่
สามารถปฏิบัตงิ านตามแผนการทดลองทกี่ าหนดไวไ้ ด้
8. คา้ หลัก้: ออ้ ย โรคแสด้ า Ustilago scitaminea
9. ประเภทผลวิจัย้: กา้ วหนา้
10. ค้าแนะนา้ ผลวิจยั ้: พัฒนาต่อ
11. งบประมาณท่ีไดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สุพรรณบุรี 84,240 บาท
122
รายงานผลการปฏิบัตงิ านวจิ ยั ้้กรมวิชาการเกษตร้้ประจ้าปี้2563
63/สถาบันวิจัยพชื ไร่และพืชทดแทนพลังงาน/ศูนยว์ ิจัยพืชไรส่ พุ รรณบรุ ี
1. ช่ือแผนงานวิจัย 1. วิจยั และพัฒนาอ้อยสาหรับธุรกิจนา้ ออ้ ยสดและผลิตภณั ฑท์ อ้ งถิน่
จากอ้อย
2. ชื่อโครงการวจิ ยั 7. วิจยั และพัฒนาพันธ์ุออ้ ยคั้นน้า
3. ชื่อกจิ กรรม 1. การปรับปรงุ พันธอุ์ ้อยคัน้ น้า
4. ชอื่ การทดลอง 1.14 ปฏกิ ิรยิ าการเกดิ โรคเหี่ยวเน่าแดงของพันธ์ุอ้อยคน้ั น้า
5. ผดู ้าเนนิ งาน
หวั หนา สวุ ฒั น์ พลู พาน
ผรู ว่ มงาน อัมราวรรณ ทิพยวัฒน์ ทพิ วรรณ สิทธสิ มบตั ิ
นพษิ ฐา กลัดเงนิ
6. ระยะเวลา เริ่มตน ตุลาคม 2561 สนิ สดุ กนั ยายน 2563
7. บทคัดยอ่
ศกึ ษาการเกิดโรคในอ้อยคั้นน้าโคลนดีเด่นต่อโรคเหี่ยวเน่าแดงอ้อยชุดปี 2559 ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่
สุพรรณบุรี ตัดอ้อยอายุ 8 เดือน (ท้ังลา) โคลนละจานวน 20 ลามาทาการปลูกเชื้อสาเหตุโรคเห่ียวเน่าแดง
Colletotrichum falcatum และ Fusarium moniliforme จานวน 14 โคลน โดยมีพันธ์ุ LK92-11 และ
ขอนแก่น 3 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบต้านทาน พันธ์ุอู่ทอง 8 เป็นพันธ์ุเปรียบเทียบอ่อนแอ ทาการปลูกเช้ือในเดือน
ธันวาคม 2562 หลังจากปลูกเชือ้ ประมาณ 2 เดือนและเกบ็ ในสภาพที่มีความช้ืนสูง พบว่า อ้อยจานวน 8 โคลน
แสดงปฏิกิริยาต้านทานปานกลาง ได้แก่ KKj16-1-006 KKj16-0001 KKj16-0007 KKj16-3-014 KKj16-4-018
KKj16-4-029 KKj16-1-003 และ KKj16-2-011 โคลนท่ีแสดงปฏิกิริยาค่อนข้างอ่อนแอ จานวน 4 โคลน ได้แก่
KKj16-4-030 KKj16-4-024 KKj16-4-019 และ KKj16-1-005 โคลนที่อ่อนแอ จานวน 2 โคลน คือ
KKj16-5-033 และ KKj16-5-056 ข้อมูลที่ได้จะได้นาไปเป็นข้อมูลประกอบการคัดเลือกของขั้นตอนการปรับปรุง
พันธุ์อ้อยตอ่ ไป
8. คา้ หลัก้: อ้อย โรคเห่ียวเนา่ แดง Colletotrichum falcatum Fusarium moniliforme
9. ประเภทผลวจิ ัย้: กา้ วหน้า
10. คา้ แนะน้าผลวิจัย้: พัฒนาต่อ
11. งบประมาณท่ีไดรับทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สพุ รรณบุรี 84,240 บาท
123
Table 1 Reaction of sugarcane series 2016 inoculated with red rot wilt disease in
December 2019 at Suphan Buri Field Crops Research Center.
No. Clones External symptoms No. of red internodes Reaction
sugarcane topping stalk
MR
1 KKj16-0001 green green 1-4 MR
MR
2 KKj16-0007 green green 1-4 MS
MR
3 KKj16-1-003 green green 1-4 MR
MR
4 KKj16-1-005 yellow/wilt red 2-9 MR
MS
5 KKj16-1-006 green/dry green 1-3 MS
MR
6 KKj16-2-011 wilt/dry red 1-all MS
S
7 KKj16-3-014 green/wilt green 1-3 S
MR
8 KKj16-4-018 green/wilt green 1-4 MS
MR
9 KKj16-4-019 green red 1-all MR
10 KKj16-4-024 yellow/wilt green 1-all
11 KKj16-4-029 green green 1-5
12 KKj16-4-030 green/wilt red 2-7
13 KKj16-5-033 dry red 2-10
14 KKj16-5-056 green/wilt red 3-9
15 Suphanburi50 green green 1-3
16 UT8 green/yellow green 2-5
17 LK92-11 green green 1-4
18 KK3 green green 1-4
MR = moderately resistant, MS = moderately susceptible, S = susceptible
124
รายงานผลการปฏิบัติงานวจิ ยั ้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจา้ ป้ี 2563
63/สถาบนั วิจยั พชื ไร่และพืชทดแทนพลังงาน/ศูนยว์ จิ ยั พชื ไร่สพุ รรณบุรี
1. ช่อื แผนงานวิจัย 4. วจิ ยั ปรับปรงุ พันธขุ์ ้าวโพดฝกั สด (โครงการวิจยั เดีย่ ว)
2. ช่อื โครงการวจิ ัย 30. วจิ ัยปรับปรุงพันธข์ุ า้ วโพดฝกั สด
3. ช่อื กจิ กรรม 1. การวิจยั และพัฒนาพันธุข์ า้ วโพดหวาน
4. ชอ่ื การทดลอง 1.6 การเปรียบเทียบในไรเ่ กษตรกร พนั ธข์ุ ้าวโพดหวาน
5. ผูด้าเนนิ งาน
หวั หนา สมบูรณ์ วันดี
ผูร่วมงาน ฉลอง เกดิ ศรี กาญจนา หนูแก้ว
ราพัน จงใจรกั ษ์ สุจติ รา พิกุลทอง
ณรงค์ ยอ้ นใจทัน
6. ระยะเวลา เริ่มตน ตุลาคม 2559 สนิ สดุ กนั ยายน 2564
7. บทคัดยอ่
เปรยี บเทยี บศักยภาพการให้ผลผลิตของข้าวโพดหวานลูกผสมดีเด่น จานวน 3 ลูกผสม เปรียบเทียบ
กบั ขา้ วโพดหวานลูกผสมที่เป็นการค้า จานวน 7 พันธ์ุ โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ (RCB)
จานวน 3 ซา้ ปลูกทดสอบในตน้ ฤดูฝนท่ีศูนย์วจิ ัยพชื ไร่สุพรรณบุรี ผลการทดลอง พบว่า ข้าวโพดหวานลูกผสมดีเด่น
S1216 S171231 และ S17293 ใหผ้ ลผลิตฝกั ทัง้ เปลือกเท่ากับ 2,580 2,628 และ 2,072 กิโลกรัมต่อไร่ และ
ใหผ้ ลผลติ ฝักปอกเปลอื กเท่ากบั 1,715 1,762 และ 1,452 กิโลกรัมต่อไร่ มีค่าความหวาน 16.1 16.4 และ 15.8
องศาบริกซ์ ตามลาดับ ในขณะท่ีข้าวโพดหวานลูกผสมที่เป็นพันธุ์การค้าให้ผลผลิตฝักทั้งเปลือกอยู่ระหว่าง
2,140-2,912 กิโลกรัมต่อไร่ และให้ผลผลิตฝักปอกเปลือกอยู่ระหว่าง 1,525-2,062 กิโลกรัมต่อไร่ มีค่า
ความหวานอยู่ระหว่าง 15.8-16.9 องศาบริกซ์ ข้าวโพดหวานลูกผสมดีเด่น S17216 และ S17231 ซึ่ง
ข้าวโพดหวานลกู ผสมดีเด่นมศี ักยภาพในการให้ผลผลติ ดอ้ ยกวา่ ข้าวโพดหวานลูกผสมท่ีเป็นการค้าท่ีผลิตเพ่ือ
อตุ สาหกรรมแปรรปู แตม่ ีความเปน็ ไปไดส้ าหรับตลาดบริโภคฝักสด
8. คา้ หลัก้: ข้าวโพดหวาน ปรับปรงุ พนั ธ์ุ ลกู ผสม เปรียบเทียบพนั ธ์ุ ประเมนิ พนั ธ์ุ
9. ประเภทผลวจิ ยั : สนิ้ สดุ
10. ค้าแนะนา้ ผลวิจัย้: ถา่ ยทอดได้
11. งบประมาณทไ่ี ดรบั ทังหมด้(งบ้ตชว.)้: ศวร.สพุ รรณบรุ ี 63,796 บาท
1
Table 1 Mean yield and agronomic characters of sweet corn hybrids a
No. Hybrid Day to harvest Yield (kg.rai-1)
With husk Without husk
1 S17216 68 ab 2,580 a 1,715 cde
2 S17231 65 de 2,628 a 1,762 bcd
3 S17293 69 a 2,072 b 1,452 e
4 Songkhla 84-1 66 cde 2,140 b 1,525 de
5 Chainat 2 68 ab 2,539 a 1,811 a-d
6 WAN54 68 abc 2,912 a 2,039 ab
7 SM1351 67 a-d 2,560 a 1,744 cd
8 Jumbo Sweet 66 b-e 2,817 a 1,947 abc
9 HiBrix3 65 e 2,817 a 1,849 abc
10 HiBrix59 69 a 2,763 a 2,062 a
Mean 67 2,583 1,790
F-test ** ** **
CV (%) 1.63 8.74 8.54
ns, *, ** = non significant, significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5%
125
at Supan Buri province in rainy season, 2020.
Ear size (cm) Sweetness (%Brix)
Diameter Length 16.1
16.4
4.50 e 17.8 ab 15.8
16.4
4.77 cd 16.1 abc 15.8
16.2
4.40 e 15.4 c 16.9
16.8
4.73 d 15.9 bc 15.9
15.8
4.87 bcd 17.2 abc 16.2 125
ns
4.90 bc 17.4 ab 3.48
5.00 ab 17.3 ab
4.80 cd 17.4 ab
5.10 a 16.2 bc
4.97 ab 18.3 a
4.80 16.9
* **
1.74 5.86
% and 1% level by DMRT.
126
รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานวิจัย้้กรมวชิ าการเกษตร้้ประจ้าปี้2563
62/สถาบนั วิจยั พืชไรแ่ ละพืชทดแทนพลังงาน/ศนู ยว์ ิจยั พืชไรส่ พุ รรณบุรี
1. ชื่อแผนงานวิจัย 4. วจิ ยั ปรับปรุงพันธ์ขุ า้ วโพดฝกั สด (โครงการวจิ ยั เดยี่ ว)
2. ช่อื โครงการวิจยั 30. วจิ ยั ปรับปรงุ พันธ์ขุ ้าวโพดฝกั สด
3. ช่ือกจิ กรรม 2. การวจิ ัยและพัฒนาพนั ธุ์ข้าวโพดขา้ วเหนยี ว
4. ช่อื การทดลอง 2.5 การเปรียบเทียบในไร่เกษตรกร พนั ธุ์ข้าวโพดข้าวเหนยี ว
5. ผูด้าเนนิ งาน
หัวหนา สมบูรณ์ วันดี
ผรู ่วมงาน วรรษมน มงคล ฉลอง เกดิ ศรี
กาญจนา พูลเจริญ ราพนั จงใจรักษ์
สจุ ิตรา พิกลุ ทอง ณรงค์ ย้อนใจทนั
6. ระยะเวลา เรม่ิ ตน ตุลาคม 2559 สนิ สุด กนั ยายน 2564
7. บทคัดย่อ
การเปรียบเทียบในไร่เกษตรกร (farm trial) เป็นขั้นตอนการเปรียบเทียบ ทดสอบ หรือประเมิน
พันธ์ุพืช เพื่อประเมินสายพันธ์ุท่ีพัฒนาข้ึนมาใหม่ ที่มีความดีเด่นกว่าพันธุ์มาตรฐาน หรือพันธุ์ท่ีเกษตรกร
นิยมปลูกอยู่ในขณะนั้น ในด้านผลผลิต และลักษณะที่ต้องการ เหมาะสมท่ีจะขยายผลจากแปลงทดลอง
ไปสู่แปลงของเกษตรกร (อาวุธ, 2529; พิเชษฐ์, 2558) งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์ เพ่ือคัดเลือกพันธ์ุข้าวโพด
ข้าวเหนียวลูกผสมดีเด่นที่ให้ผลผลิตสูง และมีลักษณะทางการเกษตรดี ดาเนินการในฤดูฝน โดยใช้พันธ์ุข้าวโพด
ขา้ วเหนียวลกู ผสมจานวน 3 พันธุ์ ไดแ้ ก่ CNW1708 CNW1723 CNW1713 และพนั ธ์ุขา้ วโพดข้าวเหนียวลูกผสม
พันธ์ุการค้า 5 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ชัยนาท 84-1 ชัยนาท 2 สวีทแว็กซ์ 254 สวีทไวโอเล็ท และไวโอเล็ทไวท์ 926
วางแผนการทดลองแบบสุม่ ในบลอ็ กสมบูรณ์ (RCB) จานวน 3 ซ้า พบว่า ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมท้ัง 3 พันธุ์
ให้ผลผลิตฝักสดท้ังเปลือกและปอกเปลือกเฉล่ีย 1,932 และ 1,238 กิโลกรัมต่อไร่ และพันธุ์เปรียบเทียบ
ทั้ง 5 พันธุ์ ให้ผลผลิตฝักสดทั้งเปลือกและปอกเปลือกเฉลี่ย 1,869 และ 1,296 กิโลกรัมต่อไร่ พันธ์ุ
ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมที่ให้ผลผลิตสูงสุดคือ CNW1723 ให้ผลผลิตฝักสดท้ังเปลือกและปอกเปลือก
2,099 และ 1,260 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตมากกว่าพันธ์ุชัยนาท 84-1 ชัยนาท 2 ท่ีให้ผลผลิตทั้งเปลือก
1,747 และ 1,551 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตปอกเปลือก 1,177 และ 1,098 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ให้ผลผลิต
ไม่แตกต่างจากพันธ์ุสวีทแว็กซ์ 254 สวีทไวโอเล็ท และไวโอเล็ทไวท์ 926 ที่ให้ผลผลิตฝักสดทั้งเปลือก
2,113 1,930 และ 2,005 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลาดับ และฝักสดปอกเปลือก 1,493 1,285 และ 1,426 กิโลกรัม
ต่อไร่ ตามลาดับ (Table 1) ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมพันธ์ุ CNW1723 มีจานวนวันออกดอกและออกไหม 50
เปอร์เซ็นต์ 38.7 วัน และ 42.3 วัน จานวนวันเก็บเกี่ยว 61 วัน ความสูงต้นและความสูงฝัก 218 และ
113 เซนติเมตร น้าหนกั 10 ฝักทงั้ เปลือกและปอกเปลอื กที่ดที ่ีสุด 2.89 และ 1.74 กิโลกรมั ความกว้างและ
127
ความยาวฝัก 4.2 และ 17.1 เซนติเมตร จานวนแถวเฉล่ีย 14 แถว และมีคะแนนคุณภาพการบริโภคดีมาก
(4 คะแนน) (Table 1)
8. ค้าหลัก : ข้าวโพดข้าวเหนยี วลกู ผสม การประเมนิ ผลผลติ การเปรยี บเทียบในไร่เกษตรกร
9. ประเภทผลวิจัย : สิน้ สดุ
10. ค้าแนะน้าผลวจิ ัย : ถ่ายทอดได้
11. งบประมาณที่ไดรบั ทังหมด้(งบ ตชว.) ศวร.สุพรรณบรุ ี 63,796 บาท
1
Table 1 Yield and agronomic characteristics of waxy corn hybrids on farm t
rainy season, 2020.
Entry Hybrid Days to 50% Height (cm) Days to Husk w
Tassel Silk Plant Ear harvest h
cover
(1-5)1
1 CNW1708 38.0 43.7 217 129 63 1 1,92
2 CNW1723 38.7 42.3 218 113 61 1 2,09
3 CNW1713 39.3 42.3 205 118 61 1 1,77
Mean 38.6 42.7 213 120 62 1 1,93
196 107 61 1 1,74
4 Chai Nat 84-1 38.0 42.0 203 106 61 1 1,55
5 Chai Nat 2 38.3 42.0 221 122 64 1 2,11
202 109 65 1 1,93
6 Sweet Wax 254 44.3 45.3 189 105 60 1 2,00
202 110 62 1 1,86
7 Sweet Violet 44.6 46.0 ns ** ** -*
6.21 6.12 0.81 - 9.86
8 Violet White 926 37.0 41.3
Mean 40.4 43.3
F-test ** **
CV (%) 1.30 1.17
ns, *, ** = non significant, significant at P 0.05 and 0.01.
Means followed by the same letter in the same column are not significantly different at the 5%
1 Husk cover score = 1-5 (poorest-best)
2 Ear characters: Ear diameter (D), Ear length (L1) and Tip length (L2)