10. “สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมาร.ี ................ในสมุดเย่ยี ม”
คาในขอ้ ใดเหมาะสมท่ีจะนาไปเตมิ ในชอ่ งว่าง
ก. ทรงพระราชดาริ ข. ทรงพระสาราญ ค. ทรงลงพระนามาภิไธย
ง. ทรงพระประชวร จ. ทรงพระสรวล
เฉลย
1. ข 2. จ 3. ค 4. ก 5. ก 6. ค 7. ง 8. ค 9. ก 10. ค
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการท้างานรายบคุ คล
คา้ ช้ีแจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงใน
ช่องทตี่ รงกบั ระดับคะแนน
ลา้ ดั ชือ่ - ความต้ังใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลส้าเร็จ รวม
บ ท่ี สกุล ในการท้างาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บรอ้ ย ของงาน 20
ของ คะแน
ผู้รบั น
การ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1
ประเมิ
น
ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่้าเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กว่า 10 ปรับปรงุ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 วิชาภาษาไทย 4
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
เวลา 8 ช่ัวโมง
รหสั ท32102 เวลา 2 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 เรอื่ ง ลิลติ ตะเลงพา่ ย
เรื่อง ความเปน็ มาและประวัตผแู้ ตง่
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
ท 3.1 ม. 4-6/1 สรปุ แนวคดิ และแสดงความคดิ เห็นจากเร่อื งทีฟ่ ังและดู
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายความเปน็ มาของเร่ือง ลลิ ิตตะเลงพ่าย
2) บอกประวตั ิผแู้ ต่งเร่ือง ลิลิตตะเลงพา่ ย
3) เขยี นบนั ทึกจากการอ่านความเป็นมาและประวัติผู้แต่งเร่อื ง ลิลิตตะเลงพ่าย
4) เหน็ ความสาคัญของการศึกษาลิลติ ตะเลงพา่ ย
3. สาระสาคัญ
การศกึ ษาเรอื่ ง ลิลิตตะเลงพา่ ย จะต้องเขยี นบันทึกจากเรื่องทอ่ี า่ น และต้องร้จู กั ความเปน็ มา
ประวัติผู้แต่ง และแสดงความเห็นจากเรือ่ งทีฟ่ ังและดู
4. สาระการเรยี นรู้
1. สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. ทม่ี าของลิลิตตะเลงพา่ ย
2. ลกั ษณะคาประพันธ์ประเภทลลิ ิต
3. เนอ้ื เร่ืองย่อของลิลิตตะเลงพา่ ย
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน 2) ทักษะการสร้างความรู้
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เคราะห์
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. มวี ินัย
3. ใฝ่เรยี นรู้
4. มุ่งมั่นการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นาเข้าสู่บทเรยี น ชั่วโมงที่ 1
1. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5
2. ครสู นทนากับนักเรยี นเกย่ี วกบั สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แลว้ ถามนักเรยี นวา่ เกีย่ วข้อง
กับเร่ือง ลลิ ิตตะเลงพ่าย อยา่ งไร
3. ครูให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นอยา่ งอสิ ระ จากนั้นครอู ธบิ ายเพ่มิ เติม
4. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคิด
“นกั เรียนคดิ ว่า วรรณคดเี ฉลิมพระเกียรติ เปน็ งานเขียนเพอื่ ยกย่องสถาบนั กษัตรยิ ใ์ ช่
หรือไม่ เพราะเหตุใด”
ขน้ั สอน
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกันตามความ สามารถ คอื เก่ง ปานกลาง
ค่อนข้างเกง่ ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน
2. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง ลลิ ิตตะเลงพา่ ย จากหนงั สอื เรยี น ในประเด็น
ตอ่ ไปน้ี
1) ความเปน็ มา 2) ประวตั ผิ ้แู ต่ง 3) ลกั ษณะคาประพนั ธ์ 4) เรอื่ งยอ่
จากน้นั ใหน้ ักเรียนบนั ทึกความรู้ลงในสมุด
ชวั่ โมงท่ี 2
3. นกั เรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันอภิปรายและสรปุ ความรทู้ ไ่ี ด้จากการศกึ ษาเป็นองค์ความรูข้ อง
กล่มุ ตามประเด็นที่กาหนด ดงั น้ี
1) ความเปน็ มา 2) ประวัติผู้แตง่ 3) ลักษณะคาประพันธ์ 4) เรอ่ื งย่อ
แล้วบันทึกความรู้ทีไ่ ด้จากการศกึ ษาลงในสมดุ ของแต่ละคน เสรจ็ แลว้ ตรวจสอบ
ความเรยี บรอ้ ยกอ่ นนาสง่ ครตู รวจ
ขั้นสรปุ
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ความเป็นมาและประวัติผู้แต่งเร่ือง ลิลิตตะเลง
พ่าย
8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.5
2) ภาพประกอบจากภาพยนตร์ เรือ่ ง ก้านกล้วย
9. การวัดและประเมินผล วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจสมดุ สมดุ
ประเด็นทีต่ ้องการวดั นกั เรยี นไมต่ า่ กวา่ ร้อย
ตรวจสมุด ละ 80 เขียนบันทกึ
- อธบิ ายความเปน็ มา ข้อมูลไดถ้ กู ต้อง
ของเร่ือง ลลิ ติ ตะเลง
พ่าย นกั เรยี นไมต่ ่ากว่าร้อย
สมดุ ละ 80 เขยี นบนั ทึก
- บอกประวตั ิผู้แต่ง
เร่ือง ลิลติ ตะเลงพ่าย ขอ้ มลู ไดถ้ กู ตอ้ ง
- เขยี นบันทกึ จากการ
อ่านความเปน็ มาและ
ประวตั ิผ้แู ต่งเร่ือง
ลิลติ ตะเลงพา่ ย
- เหน็ ความสาคญั ของ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การศึกษาลิลิตตะเลง สังเกตพฤติกรรมการ
พ่าย ทางานกลมุ่ ทางานกลมุ่ เกณฑ์
- ทดสอบความรู้ ตรวจแบบทดสอบกอ่ น แบบทดสอบกอ่ นเรียน ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
พนื้ ฐานก่อนเรยี น เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5
5
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ
ช่อื กล่มุ ชนั้
คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การแบง่ หน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กันทางาน ลงช่ือ.................................................... ผ้ปู ระเมนิ
3 การแสดงความคิดเห็น (นางสาวธัญญา ดาทอง)
4 การรับฟังความคิดเหน็
5 ความมนี า้ ใจชว่ ยเหลือกัน
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรงุ
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 54
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. วรรณคดีเฉลมิ พระเกยี รตมิ จี ุดประสงค์อยา่ งไรใน 6. โทไทท้ รงสดับถ้อย ทูลถวาย
การแตง่ ถูกหฤทัยทา่ นผาย โอษฐ์พร้อง
ก. เป็นการสดุดีวรี กรรมของวีรบุรุษของชาติ
ข. เป็นราชบรรณาการถวายพระมหากษตั รยิ ์ สตู ริกต็ รงหมาย เหมอื นตริ ตนู า
ค. เปน็ ราชสดุดใี นพระบารมีแห่งองคเ์ หนอื หัว ตรบิ ต่ า่ งกันต้อง ต่อน้าใจตู
ง. เปน็ การยกย่องสรรเสรญิ พระเกยี รติคณุ พระ
บทประพันธน์ แี้ สดงใหเ้ ห็นคณุ ธรรมใดของพระ
ประมขุ แหง่ ชาติ
2. ลลิ ติ สุภาพประกอบด้วยคาประพนั ธ์ชนดิ ใด นเรศวรมหาราช
ก. รา่ ยสุภาพและโคลง ก. กล้าหาญ
ข. ร่ายยาวและโคลงสุภาพ ข. มขี ตั ติยะมานะ
ค. รา่ ยสภุ าพและโคลงสภุ าพ
ค. มีพระปรีชาญาณ
ง. รา่ ยสุภาพและโคลงส่ีสภุ าพ
3. “ฝ่ายชีพอ่ ทวชิ าชาติ ราชปรุ ิโสดม พรหม ง. ทรงรับฟงั ความเห็นของผอู้ ่ืน
พิทยาจารย์ เบิกโขลนทวารโดยกระทรวง 7. พระพ่พี ระผ้ผู า่ น ภพอตุ ดมเอย
ปวงละว้าเซน่ ไก่ ไขวส่ รวงพลผี ีสาง” ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยดุ รม่ ไม้
ทวชิ าชาติ หมายถงึ ใคร
เชญิ ราชรว่ มคชยุทธ์ เผยอเกียรติ ไวแ้ ฮ
ก. ปโุ รหิต
ข. พระสงฆ์ สืบกวา่ สองเราไสร้ สุดส้ินฤๅมี
ค. พราหมณ์
บทประพันธ์น้ีเป็นการใช้คาพดู ลกั ษณะใด
ง. โหรหลวง
4. บคุ คลในขอ้ 3 ทาพิธใี ด ก. ยกยอ่ งใหเ้ กียรติ
ก. สบื ชะตา ข. ทา้ ทายแตใ่ ห้เกียรติ
ข. ตอ่ ชะตา
ค. สะเดาะเคราะห์ ค. ใชค้ าสุภาพอ่อนโยน
ง. บวงสรวงกอ่ นยกทัพ ง. มีความเคารพนับถอื
5. บทประพนั ธท์ มี่ ีลักษณะนริ าศปรากฏอยใู่ นตอน
8. เหตนุ ้ีผิวเชา้ ชวั่ ฉุกเข็ญ
ใดของเรื่อง
ก. ตอน 2 เหตกุ ารณ์ทางเมอื งมอญ เกิดเมือ่ ยามเยน็ ดี ดอกไท้
ข. ตอน 6 พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทพั
อยา่ ขุ่นอยา่ ลาเคญ็ ใจเจบ็ พระเอย
ค. ตอน 3 พระมหาอปุ ราชยกทพั เข้าเมอื ง
กาญจนบรุ ี พระจกั ลลุ าภได้ เผดจ็ เสยี้ นศึกสยาม
ง. ตอน 11 สมเด็จพระนเรศวรทรงสร้างสถูป บทประพันธ์น้ีแสดงให้เหน็ ความเช่อื ในเรอ่ื งใด
และปูนบาเหน็จทหาร
ก. โชคลาง
ข. ฤกษย์ าม
ค. บาปเวร
ง. กฎแหง่ กรรม
9. บดั ดลดารสั ให้ ปูนยศ
ทรพั ย์สง่ิ ศรีสารด ทวั่ ทงั้
บุตรทารท่านแทนทด ความชอบ เขานา
สมท่ภี ักดตี ้งั ตอ่ เหง้าเผา่ เฉลิม
บทประพนั ธ์นี้แสดงใหเ้ ห็นถึงคุณธรรมขอ้ ใดของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ก. สังคหวัตถุ
ข. จกั รวรรดิวัตร
ค. ทศพธิ ราชธรรม
ง. ทิฏฐธมั มิกัตถประโยชน์
10. โคลงในขอ้ 9 เป็นเรือ่ งเก่ียวกับอะไร
ก. ความจงรักภกั ดี
ข. ความดคี วามชอบ
ค. การรบิ ทรัพย์ผู้ทาความผดิ
ง. การตอบแทนผเู้ สียชีวติ ในการทาสงคราม
เฉลย
1. ก 2. ค 3. ค 4. ง 5. ค 6. ง 7. ก 8. ก 9. ข 10. ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 วิชาภาษาไทย 4
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
รหัส ท32102 เวลา 8
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง ลิลติ ตะเลงพา่ ย
เวลา 2 ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
เรื่อง การวิเคราะห์เนือ้ หา
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด
ท 5.1 ม. 4-6/1 วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบ้ืองตน้
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) วิเคราะหว์ ิจารณ์เรอ่ื ง ลลิ ติ ตะเลงพา่ ย ตามหลักการวิจารณเ์ บ้อื งตน้
2) อธิบายความหมายของคาศพั ท์ต่าง ๆ ในเรือ่ ง ลิลิตตะเลงพา่ ย
3) เห็นความสาคัญของการอ่านวรรณคดี
3. สาระสาคญั
การศึกษาเร่อื ง ลลิ ิตตะเลงพา่ ย จะตอ้ งวิเคราะห์วิจารณ์เรอ่ื งตามหลักการวจิ ารณเ์ บ้อื งตน้ และ
จาเปน็ ตอ้ งรู้คาศพั ท์ท่ีปรากฏอยู่ในเรอื่ ง เพอื่ ความเขา้ ใจในเนือ้ หา
4. สาระการเรยี นรู้
1. สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
หลกั การวิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีเบือ้ งตน้
- จุดมุง่ หมายการแต่งวรรณคดี
- การพิจารณารูปแบบของวรรณคดี
- การพิจารณาเนือ้ หาและกลวิธีในวรรณคดี
- การวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดี
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน 2) ทกั ษะกระบวนการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการตคี วาม
3) ทักษะการวิเคราะห์
5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 2. มีวนิ ยั 3. ใฝ่เรยี นรู้ 4. มุ่งมัน่ การทางาน
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น ชัว่ โมงท่ี 1
1. ครเู ปดิ วิดโี อจากภาพยนตร์ เรอ่ื ง ก้านกลว้ ย ตอนท่พี ระมหาอุปราชาทายุตหตั ถกี บั
พระนเรศาวร
2.ครสู นทนากับนักเรียนเรื่อง ความสมั พันธร์ ะหวา่ งไทยกบั พม่าตง้ั แตส่ มัยอยุธยาจนถงึ
ปจั จบุ นั
3. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นอยา่ งอสิ ระ จากนัน้ ครูอธิบายเกีย่ วกบั ลกั ษณะของ
วรรณคดีเฉลิมพระเกยี รติ
ข้นั สอน
1. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม (กล่มุ เดมิ จากแผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 1) กาหนดหมายเลข
ประจาตัวให้สมาชิก ต้งั แต่หมายเลข 1 - 4 เรยี กว่า กล่มุ บา้ น แลว้ ให้สมาชิกแต่ละคนแยกยา้ ยไปรวมกลุ่มใหม่
ท่ีมีหมายเลขตรงกนั ซงึ่ เรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
2. ครูกาหนดหัวเร่ืองทีจ่ ะใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ศึกษาเปน็ หวั ขอ้ ย่อยๆ ดังนี้
- หมายเลข 1 ศึกษาเนื้อหาตอนท่ี 1 - 3
- หมายเลข 2 ศึกษาเน้ือหาตอนท่ี 4 - 6
- หมายเลข 3 ศึกษาเนือ้ หาตอนที่ 7 - 9
- หมายเลข 4 ศึกษาเน้ือหาตอนท่ี 10 - 12
3. ครูแจง้ กติกาให้นกั เรยี นทราบวา่ หา้ มสมาชิกออกจากกลมุ่ จนกวา่ จะทางานทีไ่ ดร้ บั
มอบหมายจนแล้วเสรจ็ ถ้าสมาชกิ คนใดไมเ่ ข้าใจเรอื่ งใดใหข้ อความชว่ ยเหลือจากเพือ่ นในกลุ่ม
4. นักเรียนกลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญร่วมกันศกึ ษาความรู้ตามหวั ขอ้ ที่กาหนด จากหนังสอื เรียน และ
รว่ มกันวเิ คราะหว์ จิ ารณ์ตามหลกั การวิจารณ์เบือ้ งต้น แล้วอภปิ รายจนเกิดความเขา้ ใจกระจ่างชดั ในหัวขอ้ ทีไ่ ด้
ศกึ ษาเป็นอยา่ งดี
ชว่ั โมงท่ี 2
5. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลับไปกลุ่มเดิมท่ีเรียกว่า กลุ่มบ้าน แล้วผลัดกันอธิบายตาม
ประเด็นทก่ี าหนด เพอื่ ถ่ายทอดความร้ทู ีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษา โดยเริม่ จากหมายเลข 1 - 4 ตามลาดบั
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสรุปความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาเป็นองคค์ วามรขู้ องกลุ่ม แล้วบันทกึ ลงใน
สมดุ ของแตล่ ะคน
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอความรหู้ น้าชัน้ เรยี น
ตัวอย่าง
พระเจ้ากรงุ หงสาวดีรบั สงั่ ใหพ้ ระมหาอุปราชาไปตกี รุงศรีอยุธยา
พระมหาอุปราชาราพันถงึ นางอันเปน็ ทร่ี ักขณะเดินทาง
ศุภนิมติ ของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเดจ็ พระเอกาทศรถ
ตกมนั ว่งิ เข้าไปในกองทัพของขา้ ศึก
ยุทธหตั ถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระมหาอปุ ราชา
ราชา
สมเดจ็ พระวนั รัตสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
และขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่เหล่าทหาร
ขัน้ สรปุ
1. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
ลลิ ิตตะเลงพา่ ย เป็นวีรกรรมการส้รู บเพอ่ื ปกป้องเอกราชชาติไทยของสมเดจ็
พระนเรศวรมหาราชมเี น้อื เร่อื งแสดงถงึ ความกล้าหาญ ความเสยี สละ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของทหารเพ่อื
ประโยชน์ของส่วนรวม เป็นวรรณคดีที่ควรศกึ ษาในฐานะของคนไทย การศกึ ษาวรรณคดตี ้องเข้าใจ
ความหมายของคาศพั ท์ จึงจะสามารถจับใจความและไดร้ ับอรรถรสในการอ่าน
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.5
2) เพาเวอรพ์ อยนต์ เรื่อง ลิลติ ตะเลงพา่ ย
3) วิดโี อบางส่วนจากภาพยนตร์ เรื่อง ก้านกล้วย
9. การวัดและประเมินผล
ประเด็นทต่ี อ้ งการวัด วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
- วเิ คราะห์วจิ ารณ์เรอ่ื ง ประเมินการอภปิ ราย การอภปิ ราย การประเมินตาม
ลลิ ิตตะเลงพ่าย ตาม สภาพจริง
หลกั การวิจารณ์ การอภปิ ราย
แบบสังเกตพฤติกรรมการ การประเมนิ ตาม
เบ้ืองตน้ ทางานกล่มุ สภาพจริง
- อธิบายความหมาย ประเมินการอภปิ ราย ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
ของคาศัพท์ต่าง ๆ ใน เกณฑ์
เรอื่ ง ลิลติ ตะเลงพา่ ย สังเกตพฤตกิ รรมการ
ทางานกลมุ่
- เหน็ ความสาคัญของ
การอา่ นวรรณคดี
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ
ช่อื กล่มุ ชัน้
คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การแบง่ หน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กันทางาน ลงช่ือ.................................................... ผปู้ ระเมนิ
3 การแสดงความคิดเห็น (นางสาวธญั ญา ดาทอง)
4 การรับฟังความคิดเหน็
5 ความมนี า้ ใจชว่ ยเหลือกัน
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 วิชาภาษาไทย 4
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
เวลา 8 ช่วั โมง
รหัส ท32102 เวลา 1 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 เรือ่ ง ลิลิตตะเลงพา่ ย
เรื่อง การวเิ คราะหล์ กั ษณะเดน่
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชวี้ ัด
ท 5.1 ม. 4-6/2 วเิ คราะหล์ กั ษณะเดน่ ของวรรณคดเี ชื่อมโยงกับการเรยี นรูท้ าง
ประวัตศิ าสตรแ์ ละ
วถิ ีชีวติ ของสงั คมในอดตี
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายลกั ษณะของลลิ ิต
2) แตง่ ลิลิต
3) เห็นคุณคา่ ของวรรณคดไี ทย
3. สาระสาคัญ
คาประพันธ์ประเภทลิลิตประกอบดว้ ย โคลงกับรา่ ย ซง่ึ คาประพนั ธ์ประเภทโคลงและร่ายเปน็
คาประพันธช์ นิดหนงึ่ ที่เก่าแก่ ปรากฏในวรรณคดีสาคญั ของไทยหลายเร่อื ง ถอื เปน็ คาประพันธ์ทม่ี ผี ู้นยิ ม
แต่งอย่างแพรห่ ลายต้งั แต่สมัยโบราณจนถงึ ปัจจุบัน การศกึ ษาหลกั เกณฑ์และวิธกี ารแต่งโคลงและร่ายจะชว่ ย
ใหส้ ามารถอ่านคาประพนั ธป์ ระเภทโคลงและร่ายไดอ้ ย่างเขา้ ใจและมีอรรถรสยิง่ ข้นึ ทาให้สามารถแต่ง
คาประพันธป์ ระเภทโคลงและรา่ ยได้ไพเราะและถกู ต้อง ทงั้ ยงั เปน็ การอนรุ ักษม์ รดกและวฒั นธรรมทางภาษา
ไดอ้ ีกทางหนง่ึ ดว้ ย
4. สาระการเรียนรู้
1. สาระการเรียนรู้แกนกลาง
คาประพนั ธป์ ระเภทลลิ ติ
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 2) ทักษะการวเิ คราะห์
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการเช่ือมโยง
5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 2. มวี นิ ยั 3. ใฝเ่ รยี นรู้ 4. มุ่งมั่นการทางาน
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสนทนา โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้
การแตง่ ลิลิตต่างจากการแต่งโคลงสี่สุภาพและร่ายสุภาพอย่างไร
2. ให้นกั เรียนทบทวนความรู้เรอื่ ง ลักษณะของโคลงส่ีสภุ าพ และรา่ ยสุภาพ แล้วร่วมกนั
สรปุ ความเข้าใจ ครูเป็นผู้อธิบายเพิ่มเตมิ
ขนั้ สอน
1. ครูใหน้ กั เรยี นกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1) วิเคราะห์ลักษณะคาประพนั ธใ์ น
ลลิ ิตตะเลงพ่าย ดงั น้ี
กลุ่มที่ 1 การเล่นเสียงสมั ผัสพยัญชนะ/สระ
กลุ่มที่ 2 การเลน่ คา
กลุม่ ที่ 3 การหลากคา
กลมุ่ ท่ี 4 การใช้โวหารภาพพจน์
2. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มทากิจกรรมแข่งขนั ประชนั กานท์ โดยใหก้ ลุ่มที่ 1 แต่งโคลงบาทท่ี 1
แลว้ ใหก้ ลมุ่ ที่ 3 - 4 ตอ่ โคลงทลี ะบาทจนจบบท
3. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกนั แตง่ รา่ ยสุภาพ โดยนาชอ่ื ของนกั เรียนแต่ละคนมาแตง่ ให้คล้อง
จอง เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น
4. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ แตง่ ลิลิต โดยมีเน้ือหาบรรยายประสบการณข์ องตนเอง ออกมา
นาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและประเมินผลงาน
ข้นั สรุป
1. ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
คาประพันธ์ประเภทลิลติ ประกอบด้วย โคลงกบั รา่ ย ซงึ่ คาประพนั ธป์ ระเภทโคลง
และรา่ ย เป็นคาประพันธช์ นดิ หนึง่ ทเ่ี ก่าแก่ ปรากฏในวรรณคดสี าคญั ของไทยหลายเร่ือง ถือเป็น
คาประพันธท์ ่มี ีผ้นู ิยมแตง่ อยา่ งแพรห่ ลายตั้งแต่สมัยโบราณจนถงึ ปจั จุบนั การศกึ ษาหลกั เกณฑ์
และวิธีการแต่งโคลงและร่ายจะช่วยใหส้ ามารถอา่ นคาประพันธ์ประเภทโคลงและรา่ ยได้อย่างเข้าใจ
และมอี รรถรสยงิ่ ข้นึ ทาให้สามารถแต่งคาประพนั ธป์ ระเภทโคลงและรา่ ยได้ไพเราะและถกู ตอ้ ง
ทั้งยงั เป็นการอนรุ ักษม์ รดกและวัฒนธรรมทางภาษาไดอ้ ีกทางหนึง่ ด้วย
8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
- หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.5
- เพาเวอรพ์ อยนต์ เรอ่ื ง การแตง่ คาประพนั ธ์ ลลิ ิต
9. การวัดและประเมนิ ผล
ประเด็นท่ีต้องการวดั วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
ตรวจผลงาน ผลงาน
- อธิบายลกั ษณะของ การประเมินตาม
ลิลิต ตรวจผลงาน ผลงาน สภาพจริง
- แตง่ ลลิ ติ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ การประเมนิ ตาม
ทางานกลุ่ม สภาพจริง
- เหน็ คุณคา่ ของ สังเกตพฤติกรรมการ
วรรณคดีไทย ทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ
ช่อื กล่มุ ชัน้
คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การแบง่ หน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กันทางาน ลงช่ือ.................................................... ผปู้ ระเมนิ
3 การแสดงความคิดเห็น (นางสาวธญั ญา ดาทอง)
4 การรับฟังความคิดเหน็
5 ความมนี า้ ใจชว่ ยเหลือกัน
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 วชิ าภาษาไทย 4
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
เวลา 8 ชัว่ โมง
รหัส ท32102 เวลา 2 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 เรอ่ื ง ลลิ ิตตะเลงพา่ ย
เรอื่ ง การประเมนิ คณุ คา่ และสังเคราะห์ข้อคิด
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชว้ี ัด
ท 5.1 ม. 4-6/3 วิเคราะหแ์ ละประเมนิ คุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะ
ที่เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ม. 4-6/4 สงั เคราะหข์ ้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่อื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จริง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธิบายคุณค่าของลิลติ ตะเลงพ่าย
2) สังเคราะห์ขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านเร่อื ง ลลิ ิตตะเลงพ่าย
3) เห็นคณุ คา่ ของวรรณคดีไทย
3. สาระสาคัญ
การศึกษาเรือ่ ง ลลิ ิตตะเลงพ่าย จะต้องวิเคราะห์และประเมนิ คุณค่าด้านวรรณศิลปข์ องเร่ือง ในฐานะ
ทเี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และสังเคราะหข์ ้อคดิ จากเรอื่ ง เพอ่ื นาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จริง
4. สาระการเรียนรู้
1. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1) การวิเคราะห์และประเมนิ คณุ ค่าวรรณคดี
- ด้านวรรณศิลป์ - ด้านสังคมและวัฒนธรรม
2) การสังเคราะหว์ รรณคดี
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวิเคราะห์ 2) ทกั ษะการสงั เคราะห์
3) ทักษะการประเมิน 4) ทักษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. มีวินัย 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. มุ่งมัน่ การทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น ช่ัวโมงท่ี 1
1. ครูจดั บรรยากาศในห้องเรยี นให้เงยี บสงบ จากนน้ั ครทู บทวนเร่ือง การทาสงคราม
ยทุ ธหตั ถี แล้วให้นกั เรียนเขียนบรรยายความรสู้ ึกที่ได้รับหลงั จากศึกษาเร่อื ง สงครามยทุ ธหตั ถี
2. ครสู ่มุ นักเรยี น 2-3 คน ออกมาอธบิ ายความรู้สึกของตนเอง หนา้ ชัน้ เรียน
ข้นั สอน
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) ร่วมกันอ่านและศกึ ษาบท
วเิ คราะหเ์ รอื่ ง ลิลติ ตะเลงพา่ ย จากหนงั สือเรียน แลว้ ประเมนิ คุณค่าและสังเคราะหข์ อ้ คดิ ตามประเดน็ ทค่ี รู
กาหนด ดังนี้
1) คุณค่าด้านเนือ้ หา
2) คณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์
3) คุณค่าด้านสงั คม
4) ข้อคดิ และแนวทางในการนาขอ้ คดิ ไปปรบั ใช้ในชีวติ จริง
2. สมาชิกในแตล่ ะกลุม่ อ่านและศกึ ษาตามหวั ขอ้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ เมอื่ อ่านจบแลว้ ให้นกั เรียนปิด
เรอื่ งทีอ่ า่ น แลว้ คิดทบทวนในใจว่าอ่านแล้วเขา้ ใจอะไรบ้าง แล้วจงึ เปิดเรื่องท่ีอ่านดูอีกรอบวา่ ลืมอะไรไปบ้าง
จากนน้ั ก็ปิด แล้วพยายามทบทวนส่งิ ทอ่ี า่ นอกี ครั้งวา่ มีความเข้าใจเนอ้ื หาเพิ่มเตมิ หรอื ไม่ และเรือ่ งนั้นมี
รายละเอียดอย่างไรบ้าง
ช่ัวโมงท่ี 2
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันอภิปรายและสรปุ ความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาในแต่ละประเดน็
เปน็ องคค์ วามรขู้ องกลุ่ม แลว้ บันทกึ ลงในสมดุ ของแตล่ ะคน
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอองคค์ วามรทู้ ี่ไดจ้ ากการศึกษาหน้าชนั้ เรยี น
5. นกั เรยี นทุกคนทาใบงานเรอ่ื ง คณุ ค่าและข้อคิดเร่ือง ลลิ ติ ตะเลงพ่าย เสร็จแลว้ ตรวจสอบ
ความเรียบรอ้ ย
ขนั้ สรปุ
1. ครูสุ่มนกั เรียน 2 - 3 คน นาเสนอคาตอบในใบงานเรือ่ ง คุณค่าและขอ้ คดิ เรือ่ ง ลิลติ
ตะเลงพ่าย หนา้ ชั้นเรียน จากนนั้ ตัวแทนเก็บรวบรวมใบงานส่งครตู รวจ
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
- หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.5
- ใบงานเร่ือง คุณคา่ และขอ้ คิดเรือ่ ง ลิลติ ตะเลงพ่าย
9. การวัดและประเมินผล
ประเด็นทีต่ ้องการวัด วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
- อธบิ ายคณุ คา่ ของลลิ ิต
ตะเลงพา่ ย
- สังเคราะห์ข้อคดิ ที่ได้ ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
จากการอา่ นเรอ่ื ง ลลิ ิต
ตะเลงพา่ ย
- เห็นคณุ คา่ ของวรรณคดี สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
ไทย ทางานกลมุ่ ทางานกลุ่ม เกณฑ์
ใบงานเร่อื ง คณุ คา่ และขอ้ คดิ เร่อื ง ลลิ ิตตะเลงพา่ ย
คาช้แี จง ใหน้ ักเรยี นศึกษาเรอื่ ง ลิลติ ตะเลงพ่าย แล้วทากิจกรรมตอ่ ไปน้ี
1. ยกตวั อยา่ งขอ้ ความทกี่ วีเลือกสรรคาทแ่ี สดงถึงฐานะของบคุ คล
2. ยกตวั อยา่ งข้อความทมี่ ีการเล่นคาเพ่อื ให้มีความลึกซึง้ เกิดอารมณ์กระทบใจผอู้ า่ น
3. ยกตวั อยา่ งขอ้ ความทีใ่ ช้คาใหเ้ กิดจนิ ตภาพ
4. ยกตวั อย่างข้อความทใ่ี ช้โวหารเปรยี บเทียบ
5. ยกตวั อยา่ งข้อความทีใ่ ชถ้ อ้ ยคาแสดงอารมณโ์ ศกเศร้า
6. บอกขอ้ คดิ จากเร่อื งที่นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ
เฉลย
ใบงานเร่ือง คณุ คา่ และขอ้ คดิ เรอ่ื ง ลลิ ิตตะเลงพ่าย
คาชี้แจง ให้นกั เรียนศกึ ษาเรือ่ ง ลลิ ติ ตะเลงพ่าย แลว้ ทากจิ กรรมต่อไปน้ี
1. ยกตวั อย่างข้อความท่กี วเี ลอื กสรรคาท่แี สดงถงึ ฐานะของบุคคล
2. ยกตวั อย่างขอ้ ความทมี่ ีการเลน่ คาเพ่ือใหม้ ีความลึกซง้ึ เกิดอารมณ์กระทบใจผอู้ า่ น
3. ยกตัวอยา่ งขอ้ ความทใ่ี ช้คาใหเ้ กิดจนิ ตภาพ
4. ยกตวั อยา่ งขอ้ ความท่ีใช้โวหารเปรียบเทียบ
5. ยกตัวอย่างขอ้ ความที่ใช้ถ้อยคาแสดงอารมณ์โศกเศร้า
6. บอกข้อคิดจากเรอื่ งท่ีนาไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดุลยพนิ ิจของครูผ้สู อน)
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
ชื่อกลมุ่ ชน้ั
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ ง
ท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การแบง่ หนา้ ทกี่ นั อยา่ งเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน ลงช่ือ.................................................... ผปู้ ระเมนิ
3 การแสดงความคิดเหน็ ................ /................ /................
4 การรับฟงั ความคิดเหน็
5 ความมนี า้ ใจช่วยเหลือกนั
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 5 วชิ าภาษาไทย 4
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5
เวลา 8 ชั่วโมง
รหสั ท32102 เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 เร่ือง ลลิ ติ ตะเลงพา่ ย
เร่ือง อ่านออกเสียงทานองเสนาะ
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชีว้ ัด
ท 5.1 ม. 4-6/6 ทอ่ งจาและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามทก่ี าหนด และบทร้อยกรองที่มี
คณุ ค่าตามความสนใจและนาไปใชอ้ ้างองิ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายหลกั การอา่ นทานองเสนาะประเภทลลิ ิต
2) ท่องจาบทอาขยานเร่อื ง ลิลิตตะเลงพ่าย
3) เห็นคณุ ค่าบทอาขยานจากเร่ือง ลลิ ิตตะเลงพา่ ย
3. สาระสาคัญ
การอ่านทานองเสนาะและท่องจาเรอ่ื งลลิ ิตตะเลงพ่าย ได้อย่างถูกตอ้ ง ทาให้ไดร้ บั อรรถรสจากการ
อา่ น สามารถนาวรรณคดไี ปใช้อ้างอิง เป็นการธารงอนุรักษแ์ ละสบื ทอดความเปน็ ไทยให้เป็นมรดกของชาติสืบ
ตอ่ ไป
4. สาระการเรยี นรู้
1. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองท่ีมีคุณค่า
- บทอาขยานตามทก่ี าหนด
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวิเคราะห์ 2) ทักษะการประเมนิ
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. มวี นิ ัย 3. ใฝเ่ รียนรู้ 4. มุ่งมั่นการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั น้ี
อ่านทานองเสนาะอย่างไรใหไ้ พเราะนา่ ฟัง
ข้นั สอน
1. ครอู ่านบทอาขยานเร่ือง ลิลติ ตะเลงพา่ ย จากหนงั สอื เรยี น เป็นทานองเสนาะ แลว้ ให้
นักเรยี นอ่านตามทีละวรรคจนคล่อง
2. นักเรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1) รว่ มกันฝกึ อ่านและท่องจาบทอาขยาน
เร่ือง ลิลิตตะเลงพ่าย จนสามารถท่องจาได้ถกู ต้องไมม่ ีข้อผิดพลาด
3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
คาประพันธ์ในบทอาขยานเรอ่ื ง ลลิ ิตตะเลงพา่ ย ให้อารมณ์ ความรู้สึกอยา่ งไร
ขั้นสรุป
1. นกั เรยี นทอ่ งจาบทอาขยานเรอ่ื ง ลลิ ิตตะเลงพา่ ย กับครเู ปน็ รายกลุม่
2. ครปู ระเมนิ ผลการท่องและสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม
3. ทาแบบทดสอบหลังเรยี น โดยใช้ Plicker หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5
8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.5
2) แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 5 โดย Plicker
9. การวัดและประเมินผล
ประเด็นทตี่ ้องการวดั วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
- อธิบายหลกั การอา่ น
ทานองเสนาะประเภท ประเมนิ การทอ่ งบท แบบประเมนิ การทอ่ งบท ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
ลิลิต อาขยาน
อาขยาน เกณฑ์
- ทอ่ งจาบทอาขยาน
เร่ือง ลลิ ติ ตะเลงพา่ ย
- เห็นคุณคา่ บท ตรวจแบบทดสอบหลงั แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5
อาขยานจากเร่อื ง ลิลิต เรียน
ตะเลงพ่าย หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5
แบบประเมนิ การท่องบทอาขยาน
คาชี้แจง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมการท่องบทอาขยานของนกั เรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ีตรงกับระดับ
คะแนน
ลาดบั ชื่อ-สกุล ถกู ต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง ความถกู ตอ้ ง รวม
ท่ี ของผูร้ ับการประเมนิ ลกั ษณะ วรรคตอน ชดั เจน ของบทอาขยาน 16
คาประพนั ธ์ คะแนน
4321432143214321
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ปฏิบัติได้ถกู ต้อง ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิมขี ้อบกพร่องเล็กนอ้ ย ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิมขี ้อบกพรอ่ งปานกลาง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิมีข้อบกพรอ่ งมาก 14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 3
คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. บดั ดลดารัสให้ ปูนยศ 5. เหตนุ ีผ้ วิ เช้าชวั่ ฉกุ เข็ญ
ทรัพยส์ ่ิงศรสี ารด ท่วั ท้ัง เกดิ เม่อื ยามเยน็ ดี ดอกไท้
บุตรทารท่านแทนทด ความชอบ เขา อยา่ ขุ่นอยา่ ลาเคญ็ ใจเจบ็ พระเอย
นา พระจักลุลาภได้ เผด็จเส้ยี นศึก
สมที่ภักดีตั้ง ต่อเหงา้ เผ่าเฉลมิ สยาม
บทประพนั ธ์นแี้ สดงให้เหน็ ถงึ คณุ ธรรมขอ้ ใดของ บทประพันธ์นแี้ สดงให้เห็นความเช่อื ในเร่อื งใด
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ก. กฎแห่งกรรม ข. ฤกษย์ าม
ก. ทิฏฐธัมมิกตั ถประโยชน์ ค. บาปเวร ง. โชคลาง
ข. ทศพิธราชธรรม 6. วรรณคดเี ฉลิมพระเกียรตมิ ีจุดประสงค์อยา่ งไรใน
ค. จกั รวรรดวิ ตั ร การแต่ง
ง. สงั คหวัตถุ ก. เป็นการยกย่องสรรเสริญพระเกยี รตคิ ุณพระ
2. โคลงในข้อ 1 เปน็ เร่อื งเกยี่ วกบั อะไร ประมขุ แหง่ ชาติ
ก. การตอบแทนผเู้ สยี ชวี ิตในการทาสงคราม ข. เป็นราชสดุดใี นพระบารมีแหง่ องคเ์ หนือหวั
ข. การริบทรพั ยผ์ ู้ทาความผดิ ค. เป็นราชบรรณาการถวายพระมหากษัตรยิ ์
ค. ความดีความชอบ ง. เปน็ การสดุดีวรี กรรมของวรี บรุ ุษของชาติ
ง. ความจงรกั ภักดี 7. “ฝา่ ยชีพ่อทวิชาชาติ ราชปรุ โิ สดม พรหม
3. บทประพนั ธ์ที่มีลกั ษณะนิราศปรากฏอยใู่ นตอน พิทยาจารย์ เบิกโขลนทวารโดยกระทรวง
ใด ของเร่อื ง ปวงละว้าเซ่นไก่ ไขว่สรวงพลีผสี าง”
ก. ตอน 11 สมเด็จพระนเรศวรทรงสรา้ งสถปู ทวชิ าชาติ หมายถึงใคร
และปนู บาเหน็จทหาร ก. โหรหลวง ข. พราหมณ์
ข. ตอน 3 พระมหาอุปราชยกทัพเขา้ เมือง ค. พระสงฆ์ ง. ปุโรหติ
กาญจนบรุ ี 8. บคุ คลในข้อ 7 ทาพธิ ีใด
ค. ตอน 6 พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทพั ก. บวงสรวงกอ่ นยกทพั ข. สะเดาะ
ง. ตอน 2 เหตกุ ารณ์ทางเมืองมอญ เคราะห์
4. ลลิ ติ สภุ าพประกอบดว้ ยคาประพนั ธช์ นดิ ใด ค. ต่อชะตา ง. สบื ชะตา
ก. รา่ ยสุภาพและโคลงสีส่ ภุ าพ
ข. ร่ายสุภาพและโคลงสภุ าพ
ค. รา่ ยยาวและโคลงสุภาพ
ง. ร่ายสุภาพและโคลง
9. โทไทท้ รงสดบั ถ้อย ทลู ถวาย
ถูกหฤทยั ท่านผาย โอษฐพ์ รอ้ ง
สตู รกิ ต็ รงหมาย เหมอื นตริ ตูนา
ตริบ่ตา่ งกนั ต้อง ต่อน้าใจตู
บทประพนั ธ์น้ีแสดงใหเ้ หน็ คุณธรรมใดของพระนเรศวรมหาราช
ก. ทรงรบั ฟังความเห็นของผู้อื่น
ข. มีพระปรีชาญาณ
ค. มขี ัตตยิ ะมานะ
ง. กลา้ หาญ
10. พระพ่ีพระผูผ้ า่ น ภพอตุ ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐย์ ืนหยดุ รม่ ไม้
เชญิ ราชรว่ มคชยุทธ์ เผยอเกียรติ ไวแ้ ฮ
สืบกว่าสองเราไสร้ สดุ สิน้ ฤๅมี
บทประพันธ์น้เี ป็นการใช้คาพูดลักษณะใด
ก. มคี วามเคารพนับถอื
ข. ท้าทายแตใ่ ห้เกยี รติ
ค. ใชค้ าสภุ าพออ่ นโยน
ง. ยกยอ่ งใหเ้ กยี รติ
เฉลย
เฉลย
1. ค 2. ก 3. ข 4. ข 5. ง 6. ง 7. ข 8. ก 9. ก 10. ง