ชุดเอกสารสื่อ ๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ลิขสิทธิ์ของ สํานักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พิมพครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๑ จํานวน ๒๒,๐๐๐ ชุด
จัดพิมพโดย องคการคาของ สกสค.
ก หน๎า
สารบญั ก
๑
สารบญั ๓๒
เรื่อง ๑๑๙
๒๗๐
สารบัญ ๓๗๘
หนํวยการเรียนรบ๎ู ูรณาการหนวํ ยท่ี ๔ คนดศี รแี ผํนดนิ ๓๙
หนวํ ยยอํ ยที่ ๑ ต๎นกล๎าคนดี ๕๗
หนํวยยอํ ยที่ ๒ สงัิทคธมิเดนก็ า อยู ๘๙๙๔
หนวํ ยยอํ ยที่ ๓ วถิ ีประชาธปิ ไตย ๙๑๕
หนวํ ยการเรียนรูบ๎ รู ณาการหนํวยที่ ๖ เด็กไทยหวั ใจสร๎างสรรค์ ๑๑๑๐
หนวํ ยยํอยท่ี ๑ ทํองไปในโลกกว๎าง ๑๔๐๑
๑๖๘๙
หนํวยยํอยท่ี ๒ สํูเส๎นทางเศรษฐี
หนวํ ยการเรียนรบู๎ ูรณาการหนวํ ยท่ี ๘๔ สนุ ทรยี ศ์ ิลป์
หนํวยยํอยท่ี ๑ กาเนิดงานศิลป์
หนวํ ยยอํ ยท่ี ๒ จนิ ตนาการหรรษา
หนวํ ยยอํ ยท่ี ๓ ลลี าศวฒัิลปนไธทรยรม
หนํวยยํอยท่ี ๔ ภนูมาภใิ จมู ใิปนัญงาญนาศสลิ ูํสปา กล
ชดุ การเรียนรูหนวยบรู ณาการ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒
หนวยท่ี ๘ : สุนทรยี ศลิ ป
หนวยยอยที่ ๑
กําเนิดงานศลิ ป
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หน่วยบูรณาการการเรยี นรู้ท่ี ๘ สนุ ทรียศิลป์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑ กาเนิดงานศลิ ป์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน
คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นทาเครอื่ งหมาย ทับตวั อกั ษรหน้าคาตอบทถี่ ูกต้องท่ีสดุ เพยี ง
คาตอบเดยี ว
๑. ข้อใดมรี ูปร่างใกล้เคียงกนั มากท่สี ุด
ก. มะนาว แตงกวา
ข. มะม่วง สม้ เขียวหวาน
ค. สม้ เขียวหวาน มะนาว
๒. ภาพในข้อใดใชเ้ สน้ ตรงอยา่ งเดยี ว
ก. กระทอ่ ม ตน้ ไม้
ข. กระท่อม ทุง่ นา
ค. ต้นไม้ แม่นา้
๓. รูปทรงในข้อใดทตี่ า่ งจากพวก
ก. ไข่ แตงโม
ข. ไข่ แตงกวา
ค. สม้ โอ ส้มเขียวหวาน
๔. เสยี งในข้อใดมแี หล่งกาเนิดจากเคร่ืองดนตรี
ก. น้าตก ตีกลอง
ข. ตฉี ่งิ นกรอ้ ง
ค. ตกี ลอง ตฉี ิง่
๕. ข้อใดไม่ใช่เสยี งทีเ่ กดิ จากมนุษย์สรา้ งขึน้
ก. กร๊งิ ! กริ๊ง !
ข. ปัง ! ปัง !
ค. ซ่า ! ซา่ !
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมบรู ณาการ ๙๓
หนวยการเรียนรูที่ ๘ สุนทรยี ศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
๖. การทาเสียงเลยี นแบบลิง ตอ๎ งเปลํงเสียงอยํางไร
ก. อูด๏ ๆ
ข. โฮงํ ๆ
ค. เจี๊ยกๆ
๗. จากภาพเป็นเครือ่ งดนตรีประเภทใด
ก. เคร่ืองดดี
ข. เครอ่ื งตี
ค เคร่อื งสี
๘. คุณคําทีไ่ ดร๎ ับจากการละเลนํ พ้ืนบ๎าน คือข๎อใด
ก. คณุ คําดา๎ นสงั คม
ข. คณุ คําดา๎ นวฒั นธรรม
ค. ถูกทกุ ขอ๎
๙. การละเลํนพ้ืนบา๎ นมีลักษณะการเลํนเป็นแบบใด
ก. การละเลํนเป็นกลุมํ
ข. การละเลนํ เดี่ยว
ค. การละเลนํ เปน็ คูํ
๑๐. ประโยชน์ทีน่ กั เรียนไดร๎ บั จากการเลนํ ของเด็กไทยคือขอ๎ ใด
ก. ทาให๎รํางกายแขง็ แรงและมีทักษะในการเคล่อื นไหวท่ดี ี
ข. ทาให๎เกิดพฒั นาการด๎านอารมณแ์ ละสังคม
ค. ถูกทกุ ข๎อ
๙๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ สนุ ทรียศิลป ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
เรื่อง ใบงานที่ ๐๑ ★ ★ บ บ๘.๑๘/.๑ผ/๑ผ-๐๑๑-๐๑
รูปใบทรงงาเนรขทาี่ ๐คณ๑ิตงําย ๆ บ ๘.๑/ผ๑-๐๑
คาช้ีแจง ใหน๎ กั เรียนวาดรปู ทรงเเรรือ่ขางคณรติ ูปททีน่ รกั งเรเียรนขราู๎จคกั มณาติ ๕งําภยาพๆ
คาช้ีแจง ให๎นกั เรียนวาดรูปทรงเรขาคณิตทน่ี ักเรียนร๎จู ักมา ๕ ภาพ
ชื่อ ..................................................................................ช้นั ........................ เลขที่ ......................
ชโรื่องเ.ร..ยี ..น.............................................................................ชจ้นั งห.ว..ัด..................... ...เ.ล..ข...ท..่ี .......................
โรงเรยี น ....................................................................... จังหวัด ....................................................
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ ๙๕
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๘ สนุ ทรียศลิ ป ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
ใบงานท่ี ๐๑ ★ ★ บบ๘๘.๑.๑/ผ/๒ผ-๒๐-๑๐๑
เร่ือง ธรรมชาตแิ สนสวย
คาชี้แจง ใหน๎ ักเรียนวาดภาพลายเส๎นธรรมชาตสิ ่ิงแวดล๎อมที่นกั เรียนชอบให๎สวยงาม
ช่อื .......................................................................... ช้ัน......................... เลขที่ .............................
โรงเรยี น .................................................................. จังหวัด .........................................................
๙๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลุมบรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
ใบงานท่ี ๐๑ ★ ★ บ ๘.๑/ผ ๓-๐๑
บ.๘.๑/ผ.๓-๐๑
เรือ่ ง กาเนิดเสียงดนตรี
คาชแ้ี จง ใหน๎ กั เรยี นดภู าพตํอไปนี้ แลว๎ บอกวํามเี สียงร๎องอยํางไร (๑๐ คะแนน)
……………………………… …………………………........ ………………………….……………
๑.…………………………… ๒.…………………………… ๓.……………………………………
…………………………………… …………………....………….… ………………..……………………
๔.………………………………… ๕.………………………………… ๖.……………………………………
……………………………………….. …………………………… ……………………………………
๗.……………………………………… ๘…………………………… ๙.………………………………
................................................ …………………………………… ………………………………….
๑๐.…………………………………… ๑๑……………………………... ๑๒......................................
ชื่อ ......................................................................... ชั้น......................... เลขท่ี .............................
โรงเรยี น ................................................................. จงั หวดั .........................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุม บรู ณาการ ๙๗
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๘ สุนทรียศิลป ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
คาชี้แจง ใบงานที่ ๐๒ ★ ★บ.๘.๑บ/ผ๘.๓๑-/๐ผ๒๓-๐๒
เรื่อง ลักษณะและคุณสมบัติของเสยี ง
ใหน้ กั เรียนนาคุณลกั ษณะของเสียงท่กี าหนดให้ เติมลงใหต้ รงกับภาพให้ถูกตอ้ ง
เสยี งสงู เสียงตา่ เสยี งดัง เสยี งเบา
…………………………. ………………………...… ………………………..
…………………………. ………………………….. …………………………
………………………. ……………………….. ……………………….
…………………….. ………………………. ………………………
………………………. ……………………….. ……………………….
…………………….. ………………………. ………………………
…………………........……. ……………...............………….. ………………………................
…………….........……….. ……..............…………………. ………...............………………
๙๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมบรู ณาการ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
ใบงานท่ี ๐๓ ★ ★ บบ.๘๘..๑๑/ผ.๓--๐๐๓๓
เรอ่ื ง รูปรํางลักษณะของเครื่องดนตรไี ทย
คาชแี้ จง ให๎นักเรียนวาดภาพเครือ่ งดนตรไี ทย และสากล ท่ีนกั เรยี นชน่ื ชอบมา อยาํ งละ
๑ ชนิด แล๎วเตมิ ข๎อความลงในชอํ งวาํ งให๎ถูกตอ๎ งพร๎อมระบายสใี ห๎สวยงาม
เครื่องดนตรีไทย เคร่ืองดนตรสี ากล
๑. เคร่อื งดนตรชี นิดนี้ คือ .............................. ๑. เครือ่ งดนตรีชนดิ นี้ คอื ............................
๒. มลี ักษณะคล๎าย........................................... ๒. มีลักษณะคลา๎ ย.........................................
๓. นกั เรยี นชอบเสยี งเพราะ ............................ ๓. นักเรยี นชอบเสยี งเพราะ .........................
……………………………………………………………… ………………………………………………………..……
ช่อื ......................................................................... ช้ัน......................... เลขที่ .............................
โรงเรียน ................................................................. จังหวดั .........................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลุมบูรณาการ ๙๙
หนวยการเรยี นรูที่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
ใบความรู๎สาหรับครแู ละนักเรียนท่ี ๑
เรือ่ ง กาเนดิ เสยี งดนตรี
การกาเนิดของเสียง
เสียงตําง ๆ ที่เราได๎ยินมาจากแหลํงกาเนิดท่ีแตกตํางกัน จึงมีลักษณะที่แตกตํางกันแหลํงกาเนิด
เสียงมาจากแหลํงกาเนดิ ๒ ทางไดแ๎ กํ
๑. เสียงจากธรรมชาติ เปน็ เสียงทม่ี าจากแหลงํ ธรรมชาติตําง ๆ ที่อยูํรอบตวั เรา เชํน เสียงนกร๎อง
เสยี งสนุ ัขเหาํ เสียงนา้ ตก เสียงฟ้าร๎อง เสียงฝนตก เป็นต๎น
๒. เสียงจากส่ิงประดิษฐ์และการกระทาของมนุษย์ นอกจากเสยี งธรรมชาติแลว๎ ยังมีเสียงอน่ื
ทีเ่ ป็นแหลํงกาเนดิ เสียงอกี คอื เสียงจากสิ่งประดษิ ฐต์ าํ ง ๆ และเสียงทีเ่ กดิ จากการกระทาของมนุษย์
๒.๑ เสียงจากสง่ิ ประดษิ ฐ์ตําง ๆ ทม่ี นษุ ยส์ รา๎ งขึ้นมาบางสิ่ง สามารถเปลงํ เสียงออกมาได๎ เชํน
รถยนต์ นกหวีด โทรศพั ท์ เป็นตน๎
๒.๒ เสียงจากการกระทาของมนุษย์ การกระทาบางอยํางของมนุษย์ก็ทาใหเ๎ กิดเสยี งดว๎ ย
เหมอื นกัน เชนํ การดีด การสี การตี การเปา่ ซ่ึงการกระทาเหลาํ น้ีเปน็ ตน๎ กาเนิด
เสียงดนตรี อีกด๎วย
สสี ันของเสยี ง
สสี ันของเสียง หมายถึง คุณลกั ษณะของเสียงที่แตกตํางกนั ซ่งึ คุณลักษณะดงั กลาํ ว
ทาให๎เกดิ ความรู๎สกึ แตกตํางกนั ดว๎ ยกัน เสียงนกมคี วามไพเราะมคี วามรส๎ู ึกเพลดิ เพลนิ เสียงฟ้ารอ๎ งเสยี ง
ดงั มาก มีความรส๎ู ึกตกใจ หวาดกลวั มนุษย์ได๎นาความรูเ๎ รอื่ งสสี นั ของเสยี งมาใช๎เลนํ ดนตรีแตํละชนดิ
มาบรรเลงผสมผสานกนั จนเกิดเป็นเสียงทีไ่ พเราะ และกลมกลนื กัน
๑๐๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุม บูรณาการ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๘ สุนทรียศิลป ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
ใบความรส๎ู าหรบั ครูและนักเรยี นท่ี ๒
เร่ือง กาเนดิ เสยี งดนตรี
คณุ สมบตั ขิ องเสียงดนตรี
เสยี งดนตรีเกิดจากการบรรเลงเครอื่ งดนตรี การขับร๎องของคนเรา หรือการดีด สี ตี
เปา่ สิง่ ใดส่ิงหน่ึง แลว๎ ทาให๎เกดิ เสียงสูง – ต่า อยาํ งเปน็ ระบบ เปน็ จังหวะทานองตํอเน่อื งกัน
๑. เสียงดังหรือเบา เสียงดนตรีจะมีลกั ษณะดังหรอื เบา ขึ้นยกูํ บั การบรรเลงและลักษณะ
ของเครือ่ งดนตรชี นดิ นัน้
๒. เสียงสัน้ หรอื ยาว
เสยี งส้ัน คอื เสียงทเี่ กิดข้ึนในระยะเวลาไมํนาน
เสียงยาว คอื เสียงทีเ่ กดิ ข้ึนในระยะเวลานาน ๆ
เสยี งดนตรีจะมคี วามส้ันหรอื ยาวข้ึนอยูํกบั วธิ กี ารบรรเลงและลกั ษณะของเสยี งดนตรี รวมถึง
องค์ประกอบของเพลง
๓. เสียงสูงหรอื ต่า
เสียงสูง คือ เสียงทมี่ คี วามถใี่ นการส่ันมาก
เสยี งต่า คือ เสียงที่มีความถใี่ นการส่นั นอ๎ ย
เสยี งดนตรีจะสงู หรือต่าขนึ้ อยกํู บั ทานองดนตรี วธิ ีการบรรเลง และลักษณะของเสยี งดนตรี
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมบูรณาการ ๑๐๑
หนวยการเรียนรทู ี่ ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ใบความรูส๎ าหรับครู และนักเรยี นที่ ๓
เรอ่ื ง กาเนิดเสียงดนตรี
เคร่ืองดนตรไี ทย
เครือ่ งดนตรีไทย เปน็ เครอ่ื งดนตรที ีส่ รา้ งสรรคข์ น้ึ ตามศิลปวัฒนธรรมดนตรขี องไทยท่ีมรี ปู แบบ
เอกลกั ษณ์ของความเปน็ ไทย ซ่งึ สมั พนั ธ์กบั ชีวติ ความเป็นอยู่และถอื ว่าเปน็ ส่วนหนง่ึ ของชวี ิตของคนไทย
โดยนยิ มแบ่งตามอากปั กิริยา ของการบรรเลง เคร่อื งดีด เคร่ืองสี เครื่องตี เครื่องเปา่ เคร่อื งดนตรแี ต่ละ
ชนิด มักถกู ออกแบบสรา้ งสรรค์ให้มีรูปร่าง ลักษณะแตกต่างกนั ตามจดุ ประสงค์การใชง้ าน ทาใหเ้ ครื่อง
ดนตรีแตล่ ะชนดิ มีเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั และมีเสียงแตกตา่ งกนั ไป
๑. รปู ร่าง ลักษณะเครอื่ งดนตรีไทย
เคร่อื งดนตรีไทย แต่ละชนิดมรี ปู รา่ ง ลักษณะแตกตา่ งกันไปตามลกั ษณะการใช้งาน
ประเภทของเครื่องดนตรีไทยแบ่งออกไดเ้ ป็น ๔ ประเภท ดงั นี้
ประเภทเคร่อื งดดี เปน็ เครอื่ งสายที่มกี ะโหลก เสยี ง และใชน้ ้วิ มือ หรือไมด้ ีดสายให้สั่นสะเทือน
จนเกิดเป็นเสียงเช่น พิณ กระจบั ปี่ จะเข้ ซงึ เป็นตน้
กระจับปห่ี รอื พิณ จะเข๎
๑๐๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ บูรณาการ
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
ดปว้รยะกเดปภะว้รทลยะเากคภมะรทะลือ่ พเางคมรสร้าะีื่อวพเงปรสทา้น็ ี ว่มี เเคปีปรท่มุ็น่ือีม่นเงคปีูนสรุม่เา่ือปนยงน็ ทนูสรี่เทาปู ยาน็ ทใหร๓ี่ทูป้เากใเิดสหซป๓เา้อ้เสรกทะียเิดมเสงำภเดีคดา้สทว้ันว้ียเยยมชงคกกดีคักราะว้ันออื่ รลยิสชงใำกสชรกั มาะค้ีอระทนัสิเใพปาชรรด็นะ้คักำ้้วทเนัสวคยาีเชรไขดกัมื่อท้า้วส้เงกี่มยนสีเับีปไข้อืำมสุม่า้ยแ้เกานทนขยบั นูง็ื้อ่ีทมสแเแำปีาลใขยน็ห๓ะง็ มเร้เแหกปูีลสิดน๓ะาเียเย๓สหวกียสนะงาเยีดสโยใหวน้้วำกลยดะกกมนโใหซำคีนตรอลนัดรใทกีไชนชทซาัก้คตยออันรทไีสิชทารักยะสทีเขำำ้ดก้วับยไสมำ้เยนม
เรยี กเวร่าียกซวอ่าซซึ่งอมีอซยึ่งู่ม๓ีอยชู่น๓ิดชนคิดอื ซคอือสาซมอสาใยมนสซดาอนยอตู้ซรแีไอลทอะยู้ ซแเรอลียดะกว้ซวงอ่ำดซว้ อง ซ่ึงมีอยู่ ๓ ชนิด คือ ซอสำมสำย ซออู้ และซอดว้ ง
ซอดว้ซงอด้วง ซซอออู้ซูออดู้วง ซซอสอำสมาสมำสยาย ู้
(ม(มเี สีเส(ียมยี งีเงแสแหียหลงลแมมหสสูงลงู ม)สูง ) (มีเส(ียม(งมีเทสเี ส่ไียพียงเงทรท่ีไาพ่ีไะพเรนเรามุ่าะนะนวนลุม่ มุ )นนววลล())มีเส(ียมงีเทสุ้มียง(ทนม้มุ่เี สนียนวงลุ่มทนกุม วงั ลนวามุ กนนงั )วาลนก)งั วาน) ุ้
ประเปภทระเคเภรทอ่ื เงคตรี ื่องเตปี ็นเเคปรน็ ่ือเงคดรนอ่ื ตงดรทีน่ีทตราทีให่ีท้เากใปิดหรเ้เสะกเยี ภดิ งทเดสเนคียรตงือ่ดรงดีนต้วตี ยรกเีดปาว้ ็นรยเใคกชราข้ ื่อรองใดงชสน้ขอตอรงงทีสส่ทีิง่ อกำงใรสหะงิ่เ้ ทกกิดบรเะกสทนัียบงดดกว้นันยตกดรดีา้วร้วยตยกกี าำรรตใชี ข้ องสองส่งิ กระทบกัน
ฆในห้อบั ้มงวีคมฆใน่าหวโเอ้ับปหา้มงวมน็รคีม่าีหเวโเคปหกลารมล็นารื่อกีอหเงคหงกลดรทลลานอ่ื ดักาอตงยหงดรอทแลปีนอัดลารตกยะะรไอฉแเีปปภองิ่ลร,ทกะฉทะเไฉาเั้งกปภบิง่รา่ ,ทปู ฉทแเแากั้งบบรท่าปูบแ่สี แกุดบลท่ กหนบะีส่มลับลวแุดนอำัสวลทุษกงำ่ดะที่มเหยุทปวัดลน์ร็นสัใี่ ำจูุ้ษชเดยแคักส้ยอทุลรใา์รอะื่อี่ใชหู้จชกฉง้ ักดรไิ่งส้ ไป,บันใาฉดชตหเำทม้ค้บรรงัีวรปีไรับวิดอื่รูปเัฒะ้มงคแเดวีบนรภนิวื่อบาทัฒตกแงเกดรลานำ่ไีะนราแทวจตกกัสยารา่ทดกทีไร่ีสุททอีเ่จดุป่ใี ุปยาชท็นกทส้่ีมปอำรเี่นปหณรุปุษรน็ะกยง์บั เป่าร์รภเู้จคยณรทกัระๆ์งเื่อใเค่าชภงย้รดทือ่ๆนไเดงคตม้ตรรวีีไี อ่ื ิวทคงฒัยือตทนี เี่ำคปกือ็นำปรจรำะกเภอทปุ เกครรณื่องง์ ต่ำ
ฆ้องมโหรี กลองทัด
ไปดรแ๎ ะกเไปภํดรทแ๎หะกเลคภํอรทหดอื่ เไลงคมอเรปต๎ ด่อื ํา่าฆไงงม๎อเป๎ตๆงํา่ามฆแงโเอ๎ ลหปๆงะร็นมจีแเโเคาลหปกระร็นสอื่จี เัตงคาดวกรน์ส่อื ไตัตงดดรว๎แทีน์กไ่ีทตํดไปทเราแ๎ขดำรทีใกาแ้หละี่ทสํกเิน๎เเัตภากข่ ใวดิทเาหหพต์สเเล๎เสค่ือาํตักอยีงใรวดิ ดหๆงอื่์ตเจไ้เสงาํตมกาเยีงปอํดิก้ตๆงมรล่ำำ่จะงตมาากดไอํกเๆดลปบัมล๎มอา่แเมาเสวีงกลไปอเทวิียดลปะ็นปุัฒงดัม๎อจ่าเไกีวงคำนดอรทกิวรา้มณุปัฒส่อืดักำกด์ัตงากนรดรั่วงาณดเเน์ กดคไ๎วตด์ดามิรยรรั่ง้แื่อไกีทดเดกงดาว๎ี่ทดจ๎่ ิมรเยนำาขเไกจใกตดำหาพสร๎จร้เะีเตัืชากเหรจกวิดูแลาต์พเล่ำะสำ่ืชะนรยีงทูแๆีงไจลาดตลำะแ้ อ่ก้นิทกมลา่ ำมขลไเลิน้ ดปุ่ยม้ำ่ ีวอแวิ ปุลฒั ะกนแรำณคกน์ดำรั่งช
เพือ่ ใเหพ๎เื่อกใิดหร๎เะกดิ ับระเสดียับงเไสดียม๎ งาไกดม๎ เคากรอ่ื เงคดรนอ่ื ตงดรเีนหตลรําีเนห้ีลไําดน๎แ้ีกไํดข๎แลกยํุ ํ ขลแุํยละแคลนะแชคนนิดชตนํางิดตๆาํ เงปๆน็ ตเปน๎ น็ ตน๎
ขลยุ่ เพยี งออ ปี่นอก
ปนี่ อปกน่ี อก
ขลยุํ เขพลยี ํยุ งเอพอยี งออ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลมุ บูรณาการ ๑๐๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
เครอ่ื งดนตรีสากล
๑. เครอ่ื งสาย
เครอ่ื งดนตรปี ระเภทน้ี ทาใหเ้ กดิ เสียงโดยการทาให้สายสั่นสะเทือนสายทใ่ี ช้เปน็ สายโลหะ
หรือสายเอน็ เครอื่ งดนตรปี ระเภทเคร่ืองสาย แบ่งตามวธิ กี ารเล่นเป็น ๒ จาพวก คือ
๑.๑ เครือ่ งดีด ไดแ้ ก่ กีตาร์ แบนโจ ฮาร์ป ๒.๒ เครือ่ งสี ไดแ้ ก่ ไวโอลนิ วโิ อลา
๒. เคร่ืองเปา่ ลมไม้
เคร่ืองดนตรีประเภทน้ีแบ่งตามวธิ ีทาให้เกิดเสยี งเปน็ ๒ ประเภท คอื
๒.๑ จาพวกเปา่ ลมผ่านชอ่ งลม ไดแ้ ก่ เรคอร์เดอร์ ปิคโคโล ฟลูต
๒.๒ จาพวกเป่าลมผ่านลิ้น ไดแ้ ก่ คลาริเน็ต แซกโซโฟน
๓. เครือ่ งเป่าโลหะ
เคร่อื งดนตรปี ระเภทนี้ ทาใหเ้ กิดเสยี งโดยการเป่าลมให้ผ่านรมิ ฝีปากไปปะทะกบั ช่องท่ีเปา่
ได้แก่ ทรมั เป็ต ทรอมโบน เป็นตน้
๔. เคร่ืองดนตรีประเภทเคร่อื งตี
เครอื่ งดนตรปี ระเภทตี คอื
๔.๑ เคร่อื งตีท่ีทาทานอง ไดแ้ ก่ ไซโลไฟน
เบลไลรา ระฆังรา
๔.๒ เครอ่ื งตีท่ีทาจังหวะ ไดแ้ ก่ ทิมปานี
กลองใหญ่ กลองแตรก็ ทอมบา กลองชดุ
๑๐๔ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรยี นรูที่ ๘ สนุ ทรยี ศิลป ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
ใบงานที่ ๐๑ ★ ★ บบ.๘๘.๑.๑//ผผ.๔๔-๐-๐๑๑
เรอื่ ง การเลยี นแบบทาํ ทางสัตว์
คาช้แี จง ให๎นกั เรยี นแสดงทาํ เลียนแบบทาํ กบ ไกํ และเปด็
๑. นกั เรียนทกุ คนแสดงทําทางเลยี นแบบกบกระโดด พรอ๎ มสงํ เสียงรอ๎ ง อ๏อบ ออ๏ บๆ ๆ
๒. นกั เรยี นทกุ คนทาทําทางให๎คล๎ายไกํ และแสดงกริ ิยา การค๎ุยดนิ การจิกอาหาร การตปี กี
๓. ให๎นักเรียนทาทําทางเลยี นแบบการเดนิ ของเปด็ พรอ๎ มรอ๎ งเพลงประกอบ
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ บูรณาการ ๑๐๕
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ใบความร๎ูสาหรับครูและนักเรียนที่ ๑
หนํวยการเรียนรบ๎ู ใูรบณคาวกาามรรทสู ี่ ๘าํ หสรนุ บั ทครรยี ูแศลิ ะปน์ กั หเนรํวียยนยทํอี่ ย๑ท่ี ๑ กาเนดิ งานศลิ ป์
หนแวผยนกกาารรเเรรยี ียนนรรูบู๎ทรู ่ี ณ๔ากเราอ่ื รงท่ี ๘กาสรนุกาทเรนียิดศนลิ าปฏ ศหิลนปว์แยลยะอสยง่ิ เทค่ี า๑รพกาํในเนนิดางฏาศนิลศปิล์ ป
แผนนกาาฏรศเลิ รปีย์ น(นราทู ด่ี ๔- ตเะร่อื -งสินกา) รTกhaาํ iเนDดิanนcาeฏศคือลิ ปกแารลฟะอ้ สน่ิงรเาคขาองรมพนใุษนยนท์ ี่ดาแูฏลศ๎วิลป
มทจปปเทปังคีารอรหนใะวะงหววากถว๎ผะมัตาิน่ัตขช๎ูอริคคิแอมฟํอวตวงเนาอลากเนมชคนมะิดนาอ๎เรชเรคปฏาปอ่ืยําาวฏศน็งนโงตาศดดลิดมิมมิลนยปงาเภาาปพกตขขามไ์ารลอ(ษอทนรใีดิงงานเยแานเนคแพแดลาเลลาตะปลฏ-ฏะ่ือํลเิน็นศตปตศนะศิลา็นะิลไทลิมหปปก๎อ-ปขว์ไาไงสทนะขทรถินแฟบยอยิ่นห้องธแ)อํงรนตกรวครลํ มาัยาอืะรเวโนชฟดะกายียอ้ทตามกนุกริปารฟสภรราวอเะาคนทนษเลพขมี่ราื่อณอําสีแนขงมลวี ไอรมะฒัหางตตวงมนาิฐกขนธมาาอรษุนขยงรยนมอตมทบาวาจด่ียัธมซาูแรวจงึ่กระลัทงธมทวหํารเมกุใวนรหีคสะมยี ผวํวขชมานชูอาปมมขตงรอเเอิะกคแองเดิรตนรพ่ือคาํํไชณดงงวอ กด๎รีวายาบัมัฒนงยเกตดนพตารงธลาราีใรมติดนมรกเแมพแตแลตลลซินํงะะึ่ง
และปรบั ปรนงุ าใหฏ๎งศดิลงปาไมทยย่ิงขเึน้ ปนจนศิลกปอํ ใะหแ๎เหกงดิ กอาารรฟมอ ณน์สระาํ เททอื ีม่ นีสใมจมแกตผํฐิ าดู๎ นูผมู๎ชามจโาดกยธแรทรมจ๎ ชราิงแตลิ ๎วแตไ ดร ับการตกแตง
กแาลระฟป้อรนับรปารกงุ ค็ ใหือง ศดลิงาปมะยขิ่งอขง้ึนการจเนคลกื่ออ นใหไหเ กวิดออวายั รวมะณตําสงะเๆทอืขนอใงจมแนกุษผยดู ์ ูผเชูชํนมแขโดนยขแาทจเอรวงิ แไลหว ลกํ ารฟอนรําก็คอื
หศนลิ ๎าปตะาขอฯงลกฯารดเ๎วคยลเอื่หนตไุนห้ีธวรอรวมัยชวาะตติทา ่เี งปๆ็นพข้ืนองฐมานนเุษบย้อื เงชตน ๎นแขขอนงกขาารฟเอ้อวนไรหาลจึงหมนาาจตาากอฯิรลยิ ฯาบดวทยตเาํหงตๆนุ ้ธี ขรอรงมชาติ
มทน่เี ปษุ นยพ์ ไืน้ดฐ๎แากนํ ยเบืนือ้ เงดตนิ น ขนอง่ั งนกอารนฟอ เปนน็ราํตจ๎นึงมาจากอริ ยิ าบทตา ง ๆ ของมนุษย ไดแก ยนื เดนิ น่ัง นอน เปน ตน
สงิ่ เคารพในนาฏศลิ ป์
๑. รปู พระพฆิ เนศวร
๑
พระพิฆเนศวร เปน็ เทพแหงํ ความรู๎ สตปิ ัญญา ศลิ ปศาสตร์ เปน็ ใหญํเหนอื อุปสรรคพระ
พิฆเนศวรเป็นเทพแหํงปราชญ์และความรอบรูต๎ าํ ง ๆ เป็นเทพแหํงขจัดอปุ สรรคความขัดข๎อง เฉลียว
ฉลาดมีคณุ ธรรม
๑๐๖ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ บูรณาการ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
๒. รปู พระภรตฤาษี (พํอแกํ)
พระภรตฤาษี เป็นฤาษีตนหน่งึ ที่วงการนาฏศิลป์เคารพบูชา ทํานพระภรตฤษี เป็นผู๎จดบนั ทกึ
ทําราตามตานานพระพรหมผ๎เู ป็นเจ๎าจนเกดิ ตาราทาํ ราที่เรยี กวํา “ภรตศาสตร”์ หรอื “นาฏยศาสตร์”
เกิดขึ้น ซ่งึ ตานานเกย่ี วข๎องกบั การฟอ้ นรามีหลายตานานทก่ี ลําวแตกตาํ งกนั ออกไปเชนํ กัน พระฤาษีครู
และเครื่องหมายแหํงความกตัญญรู ค๎ู ณุ อาจารยพ์ ํอแกเํ ปน็ คาสามัญใช๎ในวงการโขนละคร
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ บรู ณาการ ๑๐๗
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
ใบความรู้สาหรับครูและนกั เรยี นท่ี ๒
หน่วยการเรยี นรบู้ รู ณาการท่ี ๘ สนุ ทรียศิลป์ หน่วยย่อยท่ี ๑ กาเนดิ งานศลิ ป์
แผนการเรยี นรูท้ ี่ ๔ เรอื่ ง การเลียนแบบท่าทางสตั ว์
การเลยี นแบบท่าทางของสัตว์ในเชิงนาฏศลิ ปไ์ ทย คอื การนาท่าทางการเคลื่อนไหวที่เป็น
ลกั ษณะเด่นของสัตวท์ ี่เลียนแบบได้สอดแทรกลีลาการยักเย้อื งทางนาฏศลิ ปเ์ ขา้ ไป เพ่อื ใหเ้ กิดความออ่ น
ช้อย งดงาม เช่น
๑. การแสดงทา่ ทางเลียนแบบกบ
กบเปน็ สตั วค์ รึง่ บกคร่งึ น้า ท่ีมีความเป็นอยู่ใกล้ชิดชีวิตไทย โดยเฉพาะในชนบทเวลาฝนตกเรา
มกั จะได้ยนิ เสยี งกบร้อง อ๊อบ อ๊อบ ออ๊ บ กบเป็นสัตวท์ ่มี ีรูปร่างและอากัปกิรยิ าเคลื่อนไหวน่ารัก มขี า
๒ คู่ ขาหนา้ เล็ก มีนว้ิ ที่มองเหน็ ชัดเพยี ง ๔ น้ิว นิ้วหวั แมม่ ือ เป็นตุ่มเลก็ ๆ สว่ นขาหลงั แข็งแรงมาก
ขอ้ เท้ายาว โคนขาใหญ่ ระหวา่ งนิ้วมือมีหนงั บาง ๆ ยึดติดกนั สาหรบั ว่ายนา้ มรี จู มกู ๒ รู ใช้สาหรบั
ดมกล่ิน กบเปน็ สตั ว์มีผิวหนังเรยี บ ไมม่ ีปมเหมือนคางคก กบมีตาสองตา
๒. การแสดงทา่ ทางเลียนแบบไก่
ในการแสดงท่าทางเลยี นแบบไก่ น่ังยอง ๆ เขยง่ ส้นเท้า กาหมดั ทั้งสองแลว้ กระพือรักแร้เขา้
ออก (ตปี กี ) พรอ้ มทง้ั กระโดดและตีปีกไปด้วย เดินย่างเทา้ เหยาะ ๆ มอื ขวาจีบปลายนิว้ ช้ีออกวาง
ระดบั ปาก (เป็นจะงอย) มอื ซา้ ยจบี ปลายมอื ชีอ้ อกวางระดับกน้ (หาง) ขยบั เท้าปัดออกด้านข้างสลบั กนั
(ทา่ คุ้ยเขี่ยดิน) ย่อเขา่ ลงมาก ๆ โนม้ ตวั ไปข้างหนา้ ส่งมือจกิ ไปขา้ งหนา้ (จิกอาหาร)เปน็ ต้น
๓. การแสดงทา่ ทางเลยี นแบบเปด็
เปด็ เปน็ สตั วป์ กี มหี ลายพนั ธุ์ ลกั ษณะของเป็ด มีปีก ๒ ปกี ขา ๒ ขา แขง็ มเี กลด็
คอยาว ปากแขง็ แรงจงึ ไม่ต้องมฟี ัน
เพลงเปด็
ยามเมอ่ื เป็ดมนั เดนิ ไป มองแลว้ ไม่น่าดเู ลย
จาไวเ้ ถิดเพ่อื นเอย๋ เอ๋ย จงอยา่ เดนิ ให้เหมือนเปด็
๔. การแสดงทา่ ทางเลียนแบบกระตา่ ย
กระต่ายเป็นสัตว์ ๔ เท้า หูยาว มีขนสีต่าง ๆ เช่น สีดา สีน้าตาล สีเทา และสีขาว
สะอาด ดวงตาสีแดง หางเป็นพวงกลม เล้ียงลูกด้วยน้านม กินหญ้าและผักเป็นอาหาร ว่ิงด้วยการ
กระโดดและเปน็ สตั ว์ทข่ี ตี้ ืน่ ตกใจ
๑๐๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมบรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๘ สนุ ทรียศิลป ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยบรู ณาการท่ี ๘ สุนทรียศลิ ป์ หน่วยย่อยท่ี ๑ กาเนิดงานศิลป์
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน
คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนทาเครือ่ งหมาย ทบั ตวั อักษรหน้าคาตอบที่ถูกตอ้ งท่สี ุดเพียงคาตอบเดียว
๑. ข้อใดมรี ปู รา่ งใกล้เคียงกนั มากท่ีสดุ
ก. มะนาว แตงกวา
ข. มะมว่ ง ส้มเขยี วหวาน
ค. ส้มเขียวหวาน มะนาว
๒. ภาพในข้อใดใช้เส้นตรงอย่างเดียว
ก. กระทอ่ ม ตน้ ไม้
ข. กระทอ่ ม ทงุ่ นา
ค. ตน้ ไม้ แมน่ า้
๓. รปู ทรงในขอ้ ใดที่ตา่ งจากพวก
ก. ไข่ แตงโม
ข. ไข่ แตงกวา
ค. สม้ โอ ส้มเขียวหวาน
๔. เสยี งในขอ้ ใดมแี หล่งกาเนิดจากเครอื่ งดนตรี
ก. น้าตก ตกี ลอง
ข. ตฉี ่งิ นกร้อง
ค. ตกี ลอง ตฉี ิง่
๕. ขอ้ ใดไม่ใช่เสียงท่ีเกดิ จากมนุษย์สรา้ งขน้ึ
ก. กริง๊ ! กรงิ๊ !
ข. ปัง ! ปงั !
ค. ซ่า ! ซา่ !
๖. การทาเสียงเลยี นแบบลิง ต้องเปล่งเสียงอยา่ งไร
ก. อดู๊ ๆ
ข. โฮ่งๆ
ค. เจย๊ี กๆ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ บรู ณาการ ๑๐๙
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๘ สนุ ทรียศิลป ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
๗ จากภาพเป็นเครอ่ื งดนตรีประเภทใด
ก. เคร่ืองดีด
ข. เครอ่ื งตี
ค. เครือ่ งสี
๘. คุณคา่ ทีไ่ ดร้ ับจากการละเล่นพน้ื บา้ น คือขอ้ ใด
ก. คุณค่าดา้ นสังคม
ข. คุณค่าด้านวฒั นธรรม
ค. ถกู ทุกข้อ
๙. การละเลน่ พน้ื บา้ นมลี ักษณะการเลน่ เป็นแบบใด
ก. การละเลน่ เปน็ กล่มุ
ข. การละเลน่ เดย่ี ว
ค. การละเลน่ เปน็ คู่
๑๐. ประโยชน์ทน่ี กั เรียนไดร้ บั จากการเล่นของเด็กไทยคอื ขอ้ ใด
ก. ทาให้ร่างกายแข็งแรงและมีทักษะในการเคล่ือนไหวทด่ี ี
ข. ทาให้เกดิ พฒั นาการดา้ นอารมณ์และสังคม
ค. ถูกทกุ ขอ้
๑๑๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมบูรณาการ
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
หนวยยอยที่ ๒
จินตนาการหรรษา
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมบรู ณาการ ๑๑๑
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๘ สุนทรยี ศิลป ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
แบบทดสอบ หน่วยการเรียนรบู้ ูรณาการท่ี ๘ สนุ ทรียศิลป์
หน่วยย่อยท่ี ๒ จินตนาการหรรษา
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนทาเครอ่ื งหมาย ทบั ตวั อักษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่สี ุดเพยี งคาตอบเดยี ว
๑. จากภาพ ข้อใดเป็นรูปร่าง รูปทรงท่ีนกั เรยี นเหน็
ก.
ข.
ค.
๒. อปุ กรณ์ใดเหมาะสมสาหรบั การร่างภาพ
ก. ดนิ สอ HB (ดนิ สอทใ่ี ช้เขยี น)
ข. ดนิ สอ EE (ดนิ สอแรเงา)
ค. ปากกา
๓. การสร้างภาพปะตดิ ขน้ั ตอนแรกควรทาอะไร
ก. ออกแบบภาพ
ข. เตรียมวสั ดุ
ค. ฉีกกระดาษเปน็ รูป
๔. ขอ้ ใดเป็นวัสดุ อุปกรณ์ สาหรับงานป้ันทง้ั หมด
ก. ดินสอ กาว นา้
ข. ดนิ น้ามัน ปากกา ไม้บรรทดั
ค. ดินเหนยี ว น้ามนั ดนิ น้ามัน
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมบูรณาการ ๑๑๓
หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ สุนทรียศลิ ป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
๕. การขับร้องเพลงในข้อใดถกู ตอ้ ง
ก. เปลง่ เสียงตามระดับเสียงของทานอง
ข. เปล่งเสียงตามระดับเสียงของเครือ่ งดนตรี
ค. เปลง่ เสียงตามระดับเสียงของตวั เอง
๖. การรอ้ งเพลงตรงตามจังหวะและทานองจะเปน็ อยา่ งไร
ก. ทาใหค้ วามหมายของบทเพลงดขี ึ้น
ข. ทาให้บทเพลงไพเราะน่าฟัง
ค. ทาให้บทเพลงมีจงั หวะและทานองแปลกใหม่
๗. ขอ้ ใดไม่ใช่นาฏยศัพท์
ก. ท่าอาย
ข. ล่อแก้ว
ค. จรดเทา้
๘. จากภาพเปน็ ภาษาทา่ นาฏศิลป์ตามขอ้ ใด
ก. เธอ
ข. ฉนั
ค. ท่าน
๙. การฝึกเคลอื่ นไหวประกอบเพลงมปี ระโยชน์อย่างไร
ก. ทาใหม้ ีสมาธดิ ขี ้นึ
ข. ทาให้รา่ งกายแขง็ แรง
ค. ทาให้จติ ใจเงียบสงบ
๑๐. การแสดงนาฏศลิ ป์ขอ้ ใด ต้องใชภ้ าษาท่า
ก. ระบา
ข. รา
ค. โขน
๑๑๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรียนรูท่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
★ ★ บ ๘.๒/ผ ๑-๐๑
ใบงานที่ ๐๑ บ ๘.๒/ผ๑-๐๑
เรอื่ ง วาดภาพตามจินตนาการ
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นต่อเตมิ ภาพตามจนิ ตนาการใหส้ มบูรณ์
ชื่อ ................................................................................. ชน้ั .......................... เลขท่ี .................................
โรงเรียน ......................................................................... จงั หวัด ................................................................
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลุมบรู ณาการ ๑๑๕
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
★ ★ บ ๘.๒/ผ ๒-๐๑
ใบงานท่ี ๐๑ บ ๘.๒/ผ๒-๐๑
เรอ่ื ง ศิลปหัตถกรรมในท้องถน่ิ ท่ีฉันรู้จัก
คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นดูภาพแล้ว เขยี นชอ่ื ภาคต่าง ๆ ของไทย(ภาคเหนือ, ภาคกลาง,
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื , ภาคใต)้ ท่ีมีงานศิลปหตั ถกรรมทอ้ งถ่ินนัน้ ๆ ลงใต้ภาพ
๑. ...................................................................... ๒. ....................................................................
๓. ............................................................................ ๔. ..................................................................
๕. ....................................................................... ๖. ...................................................................
๑๑๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรยี นรูที่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
๗. ...................................................................... ๘. .....................................................................
๙. ................................................................... ๑๐. ..................................................................
ทมี่ า รวม Website ๒. www.suttinai.wordpress.com
๔. www.board.postjung.
๑. www.museum.socanth.tu.ac.th ๖. www.2.tat.or.th
๓. www.moohin.com ๘. www.openbase.in.th
๕. www.gotoshew.com ๑๐. www.phasook.com
๗. www.thaiticketmajor. com
๙. www.dooasia.com
ช่อื .................................................................................. ชัน้ ............................. เลขท.่ี ..............
โรงเรียน........................................................................... จังหวดั ................................................
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมบูรณาการ ๑๑๗
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
★ ★ บบ๘๘.๒.๒/ผ/ผ๒-๒๐-๑๐๑
ใบงานที่ ๐๑
เร่อื ง สัตว์ท่ีฉันชอบ
คาส่งั ๑. ใหน้ กั เรียนปั้นดินน้ามันเป็นรปู สตั ว์ที่นักเรยี นชอบให้สวยงาม และให้ปฏิบัติ
ตามข้นั ตอนการป้นั ท่ถี กู ต้อง
๒. นาเสนอผลงาน
ชื่อ .................................................................................. ชนั้ ............................. เลขที่...............
โรงเรยี น........................................................................... จงั หวัด ................................................
๑๑๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมบูรณาการ
หนวยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศิลป ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
★ ★ บ.๘บ.๒๘./๒ผ/.ผ๓-๓๐-๒๐๒
ใบงานท่ี ๐๑ ๑/2
เร่อื ง ท่องกลอน ร้องเพลง
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนอ่านคากลอนพรอ้ มทั้งรอ้ งเพลงให้ถกู ต้อง
รักษาป่า
นกเอยนกน้อยน้อย บินลอ่ งลอยเป็นสขุ ศรี
ขนขาวราวสาลี อากาศดีไม่มีภัย
ฟ้าสที องอนั สดใส
ทกุ ทิศเจ้าเท่ียวทอ่ ง มีต้นไม้มีลาธาร
มีป่าพาสุขใจ นบั วา่ เป็นโชคสขุ สาราญ
สัตว์ช่ืนบานดนิ ช่ืนใจ
ผู้คนไม่มีโรค มารกั ษาป่าไม้ไทย
อากาศไรพ้ ิษสาร ช่วยปลกู ใหม่ไวท้ ดแทน
คนสตั ว์ไดพ้ ่ึงป่า
ส้นิ ปา่ เหมอื นสนิ้ ใจ
นภาลัย สวุ รรณธาดา ผูแ้ ต่ง
ชอ่ื .................................................................................. ชน้ั ............................. เลขที่...............
โรงเรียน........................................................................... จงั หวดั ................................................
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมบรู ณาการ ๑๑๙
หนวยการเรยี นรูท่ี ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
★ ★ บบ.๘๘.๒.๒//ผผ.๓๓-๐-๐๔๔
ใบงานที่ ๐๒
เรอื่ ง รอ้ งราทาเพลง
ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นฝึกอา่ นเพลงชาตไิ ทย ให้คลอ่ งและถกู ตอ้ ง
เพลงชาติไทย
เนื้อร้อง พ.อ.หลวงสารานุประพันธ์
ทานอง พระเจนดุริยางค์
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเช้อื ไทย เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทกุ ส่วน
อยูด่ ารงคงไว้ไดท้ ้ังมวล ด้วยไทยลว้ นหมาย รกั สามคั คี
ไทยนร้ี กั สงบ แต่ถงึ รบไมข่ ลาด เอกราชจะไมใ่ หใ้ ครข่มข่ี
สละเลอื ดทกุ หยาดเป็นชาตพิ ลี เถลงิ ประเทศ ชาตไิ ทยทวี มชี ัย ชโย
๑๒๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศิลป ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
★ ★ บ.บ๘.๘๒./๒ผ/.ผ๓-๓๐-๓๐๓
ใบงานที่ ๐๓
เรื่อง รอ้ งราทาเพลง
คาช้ีแจง ให้นกั เรียนสรุปเน้ือหาสาระของเพลง
๑. ชือ่ เพลง.....................................................................................................................
๒. เพลงน้ีมคี วามหมายอย่างไร ......................................................................................
....................................................................................................................................
๓. เพลงนีม้ คี ณุ ค่า ประโยชนอ์ ยา่ งไร...............................................................................
......................................................................................................................................
๔. เพลงนใี้ ห้ความร้สู กึ อย่างไร..........................................................................................
.....................................................................................................................................
ช่ือ .................................................................................. ช้นั ............................. เลขที.่ ..............
โรงเรยี น........................................................................... จงั หวัด ................................................
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุม บรู ณาการ ๑๒๑
หนวยการเรยี นรูที่ ๘ สนุ ทรียศิลป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
แผนภูมิท่ี ๑ บทกลอนน่ีของฉัน
เร่ือง ร้องราทาเพลง
แผนภมู ิบทกลอนน่ขี องฉนั
นีข่ องของเธอ นข่ี องของฉนั
++ ++
ฉันคืนให้เธอ
มนั สบั เปลีย่ นกนั ++
++ ทท่ี าตกไว้
++
นี่ของของเธอ นามาให้เธอ
++ ++
ฉนั นเ้ี ก็บได้
++
๑๒๒ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรียศิลป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
แผนภูมิที่ ๒ เพลงและจังหวะในการร้องเพลง
เรอ่ื ง ร้องรา ทาเพลง
เพลงแมงมมุ ลาย
แมงมมุ ลายตวั นั้น ฉันเห็นมันซมซานเหลอื ทน วนั หนึง่ มนั ถูกฝน ไหลหล่นจากบนหลงั คา
พระอาทิตยส์ อ่ งแสง น้าแหง้ เหอื ดไปลับตา มนั รีบไตข่ น้ึ ฝา หนั หลังมาทาตาลกุ วาว
เนอ้ื ร้อง คุณหญิงช้ิน ศิลปบรรเลง เพลงชาง ทานอง พม่าเฃว
ชา้ ง ช้าง ชา้ ง หนูรู้จักชา้ งหรอื เปล่า
ชา้ งมนั ตวั โตไม่เบา จมกู มันยาวเรียกว่า งวง
สองเขีย้ วข้างงวงเรียกว่า งา มหี มู ีตาหางยาว
เนื้อรอ้ ง-ทานอง สุกรี ไกรเลศิ เพลงจบั ปูดํา
จะจบั ปูดา ขยาปูนา จะจบั ปูม้าเลยไปคว้าเอาปูทะเล
สนกุ จรงิ เอยแล้วเลยนอนเปล ชะโอละเห่ นอนในเปลให้หลบั ไป
เนื้อร้อง-ทานอง สุกรี ไกรเลิศ เพลงเปด็ อาบนา้
กา้ บ ก้าบ กา้ บ กา้ บ เป็ด อาบน้าในคลอง
ตากจ็ ้องแลมอง เพราะในคลองมหี อยปลาปู
ก้าบ ก้าบ ก้าบ กา้ บ เป็ด อาบน้าในคู
ตากจ็ ้องแลดู เพราะในคูมหี อยปูปลา
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ บูรณาการ ๑๒๓
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๘ สุนทรียศิลป ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
★ ★ บ ๘.๒/ผ ๔-๐๒
ใบงานที่ ๐๒ บ ๘.๒/ผ.๔-๐๒
เรอื่ ง ความหมายและระดับเสียงดนตรี
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นสัญลกั ษณแ์ ทนเสยี งตัวโนต้ ดนตรีไทย
จากระดับเสียงต่าไประดบั เสยี งสงู จากระดับเสยี งสูงไประดับเสยี งตา่
ช่อื ....................................................................................... ชน้ั .......................... เลขที่ .............
โรงเรียน ............................................................................... จังหวดั ...........................................
๑๒๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุม บรู ณาการ
หนวยการเรียนรูที่ ๘ สุนทรียศิลป ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
★ ★ บ ๘.๒/ผ ๔-๐๕
บ ๘.๒/ผ.๔-๐๕
ใบงานที่ ๐๕
เร่อื ง สัญลักษณ์แทนเสยี งดนตรี
คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเขียนแผนภาพความคิดเกยี่ วกับสัญลกั ษณ์ดนตรีไทยและ
ดนตรสี ากล
สัญลักษณ์แทนเสียง
ดนตรีไทยและดนตรีสากล
ชือ่ ....................................................................................... ชั้น .......................... เลขที่ .............
โรงเรยี น ............................................................................... จงั หวดั ...........................................
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ บูรณาการ ๑๒๕
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
ใบความรสู้ าหรับครแู ละนกั เรียนท่ี ๑
เรอื่ ง เสยี งดนตรี
แผนภาพขนั้ บนั ไดระดบั เสยี งดนตรี
จากระดับเสยี งตา่ ไประดบั เสยี งสูง จากระดับเสียงสูงไประดบั เสยี งต่า
สญั ลกั ษณ์แทนระดบั เสียงดนตรไี ทย ไดแ้ ก่ ดรมฟซ ลท
สัญลักษณ์แทนระดับเสียงดนตรไี ทย ไดแ้ ก่ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที
สญั ลักษณ์แทนระดับเสียงดนตรีสากล ไดแ้ ก่ CDEFG AB
๑๒๖ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
ใบความรู้สาหรับครแู ละนกั เรียนที่ ๒
เใรบือ่ คง วตาัวมโรนสู้ ้ตาดหนรตับรคีไทรยูแลแะลนะักดเนรียตนรสี ทาี่ กล๒
เรแอ่ื ผงนภตมูัวติโนวั โ้ตนดต้ นดตนรตีไรทไี ทยย แแลละะดดนนตตรรสี ีสาากกลล
แผนภมู ิตวั โนต้ ดนตรไี ทย และดนตรสี ากล
ฟฟ ซซ ลล ทท ๔ จงั หวะ ๒ จังหวะ
มม ๔ จงั หวะ ๒ จังหวะ
ตัวโนต้๎ ไทย ลักษณะ
รร ขลอักงษตณวั โะน้ต ตตัววั โโนนต้๎ตสสาากกลล
ขอดงดนตนวัตตโรรนี ี ๎ต
ดด
คครรึง่ึง่ จจงัังหหววะะ ๑๑จจงั งัหหววะะ
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ บูรณาการ ๑๒๗
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
ใบความรสู้ าหรับนักเรยี นที่ ๑
การแสดงนาฏยศัพท์ในนาฏศลิ ป์
การแสดงทา่ ของนาฏศลิ ปไ์ ทยใชน้ าฏยศพั ทแ์ ละภาษาท่าในการส่ือความหมายแสดงอารมณค์ วามรสู้ ึก
นาฏยศพั ท์ คือ ศัพท์ท่ใี ช้เกยี่ วกบั ทา่ รา เปน็ คาที่ใชใ้ นวงการนาฏศลิ ปไ์ ทย ทสี่ ามารถส่อื ความหมายกันได้
เช่น ตั้งวง จีบ กระทุง้ กระดก สะบดั มือ
ตัง้ วง เป็นลกั ษณะของลาแขนท่ที อดโค้ง น้วิ ทัง้ สช่ี ิดกัน นว้ิ หวั แม่มือหกั เข้าหาฝา่ มือเล็กนอ้ ย
หกั ข้อมอื เข้าหาลาแขน วงแบ่งออกเป็น
๑. วงบน
ตวั นาง - ปลายน้วิ สูงระดบั หางคิว้
ตวั พระ - ปลายนิว้ สูงระดับแงศ่ ีรษะ
๒. วงกลาง
ตัวนาง - ปลายน้ิวระดับไหล่
ตวั พระ – ปลายนว้ิ ระดับไหล่
๓. วงลา่ ง
ตวั นาง - ตัง้ มือระดับหัวเข็มขดั
ตวั พระ - ตั้งมอื ระดับหวั เข็มขดั
๑๒๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมบูรณาการ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๘ สุนทรยี ศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ใบความรสู้ าหรบั นักเรยี นท่ี ๒
การแสดงภาษาทา่ ทางนาฏศลิ ป์
การแสดงทา่ ของนาฏศิลป์ไทย ใช้นาฏยศัพท์และภาษาท่าในการสอื่ ความหมายแสดงอารมณ์ความรสู้ ึก
นาฏยศัพท์ คือ ศพั ท์ที่ใชเ้ กย่ี วกับทา่ รา เป็นคาทใี่ ชใ้ นวงการนาฏศลิ ป์ไทย ท่สี ามารถส่อื ความหมายกันได้
เชน่ ตัง้ วง จบี กระทงุ้ กระดก สะบดั มอื
สะดดุ เท้า
เป็นอาการของเทา้ ทวี่ างขา้ งใดขา้ งหนงึ่ ไว้ขา้ งหลงั เปดิ ส้นเท้าขึ้น เทา้ หน้าวางราบลงกับพืน้ เพอื่ รับน้าหนกั
จากนน้ั วางเทา้ หลงั ใหร้ าบลง เทา้ หน้าใช้จมูกเท้าแตะพ้ืนเตรยี มสะดดุ แลว้ เลื่อนเทา้ หนา้ โดยเสอื กจมูกเทา้ ไปข้างหนา้
แล้ววางเทา้ ท่สี ะดุดราบลงกบั พื้นใหเ้ ตม็ ฝา่ เท้า เท้าหลังเปิดสน้ สงู ข้ึน
กระทุง้
คอื การวางเทา้ ใดเท้าหนึ่งไว้ขา้ งหลังด้วยจมกู เท้าเปิดสน้ เทา้ การกระทุ้ง คอื การกระแทกจมูกเท้ากบั พ้ืน
เบา ๆ แล้วยกขน้ึ
กระดก
เป็นทา่ สบื เน่ืองมาจากการกระท้งุ โดยยกเท้าขึน้ ขา้ งหลงั แล้วหนีบน่องดนั เขา่ ไปข้างหลังมากๆ
หักปลายเท้าลง
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ บรู ณาการ ๑๒๙
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๘ สนุ ทรยี ศิลป ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
สะบัดมือ คอื การสะบัดมือจากทา่ จีบ โดยการหมุนข้อมือที่หงายให้ควา่ ลงไปปล่อยจบี แล้วสะบดั มือต้ังข้ึน
เป็นวง ทาเชน่ น้ีเรอ่ื ย ๆ
ท่าที่ ๑
ท่าท่ี ๒
ทา่ ที่ ๓
๑๓๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ บูรณาการ
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
ใบความรู้สาหรับนกั เรยี นท่ี ๓
การแสดงภาษาท่าทางของนาฏศิลป์
ฉนั เธอ
จีบมือซา้ ยแบบจีบหงายไว้ระดับอก ยน่ื มือออกไป พร้อมกับกระดกขน้ึ
และกระดกลงเบา ๆ
ทาํ น ทํานที่เคารพ
แบมือยกขน้ึ ระดบั ศีรษะ กดขอ้ มอื ยกมือท้งั สองขา้ งข้ึนระดบั ศีรษะฝ่ามือ
ใหฝ้ า่ มือโนม้ ลงทา่ ไหว้
รกั ชมเชย
วางมอื ท้ังสองไขว้ทบั กันแนบอก
หงายมอื ทั้งสองขา้ งชูขึน้ สงู กวา่ ระดับไหลเ่ ล็กน้อย
ให้มอื ข้างหน่งึ สูงกว่าอกี ข้างเล็กน้อย
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมบรู ณาการ ๑๓๑
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๘ สนุ ทรยี ศิลป ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
ดีใจ เกอ๎ เขนิ
มือซ้ายจบี นว้ิ ยกขน้ึ ใกล้ ๆ มุมปาก ถูฝ่ามอื แล้วทงิ้ แขนขา้ งหน่ึง
หา๎ มหรอื ปฏเิ สธ ดม หอม
ต้งั วงล่างส่ายปลายนวิ้ ไปมา มือซา้ ยจีบน้ิวยกขึ้นใกลจ้ มูกมอื ขวา
ร๎องไห๎ เจริญรํุงเรอื ง
ฝ่ามอื ซา้ ยแตะหน้าผากมือขวา แบมือตั้งสูงระดับศรี ษะท้ังสองมือ
จบี หงายเหนือเอว
๑๓๒ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ บูรณาการ
หนวยการเรยี นรูท่ี ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
บัตรภาพที่ ๑
บัตรภาพการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย
บัตรภาพท่ี ๒
นาฏศิลป์ไทยอนุรักษ์ ชุดระบากรบั
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุม บรู ณาการ ๑๓๓
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
บัตรคาที่ ๑
บัตรคานาฏยศัพท์
นาฏยศัพท์ส่วนมือ
ตัง้ วง
- ตัง้ วงบน
- ตั้งวงกลาง
- ตัง้ วงล่าง
นาฏยศพั ทส์ ว่ นเทา้
- กระทุ้ง
- กระดกเท้า
ภาษาท่าทาง
- เศรา้ โศก
- ฉัน
๑๓๔ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุม บรู ณาการ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ สนุ ทรียศิลป ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
แบบประเมินตนเอง
การปฏบิ ตั ิท่านาฏยศัพท์
ชอื่ ................................................................................................... เลขท่ี ..................... ชัน้ .............
๑. ใหน้ กั เรียนประเมินตนเองวา่ สามารถปฏิบตั ภิ าษาท่ารานาฏศลิ ปต์ อ่ ไปนีไ้ ด้ระดับใด
รายการ ผลการปฏิบตั ิการ ๑
๑.๑ ตงั้ วงบน ๔๓ ๒
๑.๒ ตงั้ วงกลาง
๑.๓ ตง้ั วงลา่ ง
๑.๔ กระทุ้ง / กระดกเทา้
๒. นาฏยศัพทค์ อื
...........................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๓. ท่านาฏยศพั ท์ที่ไมส่ ามารถปฏิบัติไดม้ ีท่าอะไรบ้าง
...........................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ บกพร่องที่ไม่สามารถปฏบิ ัติได้คืออะไร
............................................................................................................................. .................................................
……………………………………………………………………………….....................................................................................
๕ นกั เรยี นมีวธิ ีการปรบั ปรุงแกไ้ ขข้อบกพร่องอยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
……………………………………………………………………………….....................................................................................
๖. หลงั จากปรับปรงุ แก้ไขข้อบกพร่องแล้วเกดิ ผลอย่างไร นกั เรียนมคี วามร้สู ึกอยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………….....................................................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมบูรณาการ ๑๓๕
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๘ สนุ ทรียศิลป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
การปฏบิ ตั ทิ ่ารานาฏศิลป์
ชือ่ ................................................................................................... เลขที่ ..................... ช้นั .............
๑. ให้นักเรียนประเมินตนเองว่าสามารถปฏบิ ตั ภิ าษาท่ารานาฏศิลปต์ อ่ ไปน้ีได้ระดบั ใด
รายการ ผลการปฏิบัติการ
๑. เศรา้ โศก ๔๓ ๒ ๑
๒. ตวั ฉนั
๒. ภาษาท่ารานาฏศิลป์ที่ไม่สามารถปฏบิ ัติได้มีอะไรบ้าง
...........................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๓. ปัญหาอุปสรรคทไ่ี มส่ ามารถปฏิบตั ิได้คืออะไร
...........................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…......................................................…...…...…...…...….....................................
๔. นกั เรียนมวี ิธีการปรับปรุงแกไ้ ขและอุปสรรคอยา่ งไร
............................................................................................................................. ................................................
……………………………………………………………………….....................................................………................................
…………………………………………………………………...................................................……………..................................
๕. หลังจากแกป้ ัญหาแล้วเกิดผลอย่างไร นักเรยี นมีความรู้สึกอยา่ งไร
…………………………………………....................................................…………………………………….................................
…………………………………………………………………...................................................……………..................................
…………………………………………………………………...................................................……………..................................
ลงชอื่ ........................................................ผูป้ ระเมิน
๑๓๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
ใบงานท่ี ๐๒ ★ ★ บ ๘.๒/ผ ๖-๐๒
บ.๘.๒/ผ.๖-๐๒
เพลงแว่วเสียงแคน
คาชี้แจง ให้นกั เรียนฟังเพลงแว่วเสยี งแคนแล้วตอบคาถาม โดยทาเครือ่ งหมาย × ลงไปหนา้ ข้อที่
ถกู ต้อง
๑. เพลงแว่วเสียงแคน เป็นเพลงของภาคใด
ก. ภาคอสี าน
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคใต้
๒. “ยามสนธยา” หมายถึงเวลาใด
ก. เวลาเชา้
ข. เวลากลางคืน
ค. เวลาเยน็
๓. “แสงเดือนมาเยือนขอบฟ้า” แสงเดือนหมายถึงขอ้ ใด
ก. พระอาทติ ย์
ข. พระจนั ทร์
ค. ดวงดาว
๔. จากเพลงแวว่ เสยี งแคน อย่ใู นอารมณใ์ ด
ก. โศกเศรา้
ข. เหงาหงอย
ค. สนกุ สนาน
๕. จากเพลง “แลน แลน แต แต่ แล แลน” กล่าวถงึ เคร่ืองดนตรชี นดิ ใด
ก. พิณ
ข. แคน
ค. โปงลาง
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ บูรณาการ ๑๓๗
หนวยการเรียนรูท่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
แผนภูมเิ พลงท่ี ๐๒
เพลงแวว่ เสยี งแคน
ยามสนธยา เหล่านกกาบนิ กลบั รงั
เสยี งแคนแว่วดงั ชวนให้ฉันฟังนะเจา้ เอย
โอน้ วลเอยช่างเพลินอุรา
แลน แลน แต แต่ แล แลน แลน แลน แต แต่ แล แลน
มาฟงั เสยี งแคนกนั เถดิ หนา แสงเดอื นเยอื นขอบฟา้
ส่องแสงมาดงั เชน่ เคย อยา่ ทาเฉยมาซิมารา
เจา้ งามลา้ ของเรียมเอย
แลน แลน แต แต่ แล แลน แลน แลน แต แต่ แล แลน
๑๓๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุม บูรณาการ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ชั้นประถมศึกษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )