แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยบรู ณาการการเรียนรู้ท่ี ๘ สนุ ทรียศิลป์ หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ จนิ ตนาการหรรษา
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๒ จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นทาเครอื่ งหมาย ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ถี กู ต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดยี ว
๑. จากภาพ เปน็ รูปร่าง รูปทรงท่ีเหน็
ก.
ข.
ค.
๒. อุปกรณ์ใดเหมาะสมสาหรบั การร่างภาพ
ก. ดินสอ HB (ดนิ สอใชเ้ ขยี น)
ข. ดินสอ EE (ดนิ สอแรเงา)
ค. ปากกา
๓. การสร้างภาพปะติด ขัน้ ตอนแรกควรทาอะไร
ก. ออกแบบภาพ
ข. เตรียมวสั ดุ
ค. ฉีกกระดาษเป็นรูป
๔. ข้อใดเป็นวสั ดุ อุปกรณ์ สาหรับงานปนั้ ท้ังหมด
ก. ดนิ สอ กาว น้า
ข. ดินน้ามนั ปากกา ไม้บรรทัด
ค. ดนิ เหนียว น้ามนั ดนิ น้ามนั
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลุม บูรณาการ ๑๓๙
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๘ สุนทรียศิลป ชั้นประถมศึกษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
๕. การขับร้องเพลงในขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
ก. เปลง่ เสียงตามระดบั เสียงของทานอง
ข. เปลง่ เสียงตามระดบั เสียงของเครื่องดนตรี
ค. เปล่งเสียงตามระดบั เสียงของตวั เอง
๖. การรอ้ งเพลงตรงตามจังหวะและทานองจะเปน็ อยา่ งไร
ก. ทาให้ความหมายของบทเพลงดขี น้ึ
ข. ทาใหบ้ ทเพลงไพเราะน่าฟัง
ค. ทาให้บทเพลงมจี งั หวะและทานองแปลกใหม่
๗. ขอ้ ใดไมใ่ ช่นาฏยศัพท์
ก. ทา่ อาย
ข. ล่อแกว้
ค. จรดเทา้
๘. จากภาพเป็นภาษาท่านาฏศิลปต์ ามขอ้ ใด
ก. เธอ
ข. ฉัน
ค. ท่าน
๙. การฝกึ เคลือ่ นไหวประกอบเพลงมปี ระโยชนอ์ ย่างไร
ก. ทาใหม้ สี มาธิดีขึน้
ข. ทาให้ร่างกายแข็งแรง
ค. ทาให้จิตใจเงยี บสงบ
๑๐. การแสดงนาฏศลิ ปข์ ้อใด ตอ้ งใชภ้ าษาทา่
ก. ระบา
ข. รา
ค. โขน
๑๔๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
หนว ยยอ ยท่ี ๓
ลีลาศิลปไ ทย
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ ๑๔๑
หนว ยการเรยี นรูที่ ๘ สนุ ทรียศิลป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๑-๐๑
ใบงานท่ี ๐๑ บ ๘.๓/ผ๑-๐๑
เร่อื ง ศิลปะพ้นื บา้ น
คาช้ีแจง ให้นกั เรียนในกลมุ่ ชว่ ยกันโยงภาพ กบั ชือ่ งานศลิ ปะพนื้ บา้ นประจาท้องถน่ิ ตา่ ง ๆ
ภาพ ช่อื งานศลิ ปะพืน้ บ้านประจาท้องถิ่น
ลายร่มบ่อสร้าง จังหวัดเชยี งใหม่
ภาคเหนอื
ลายแกะรูปหนงั ตะลุง ภาคใต้
ลายผ้ามัดหมี่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
ลายโอง่ มังกร จังหวัดราชบุรี ภาคกลาง
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ บูรณาการ ๑๔๓
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๑-๐๒
บ ๘.๓/ผ๑-๐๒
ใบงาน ๐๒
เร่อื ง งานปั้นในท้องถนิ่
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนวาดภาพงานปัน้ ทเ่ี ป็นเอกลักษณ์ของทอ้ งถ่นิ ต่าง ๆ พรอ้ มบอกช่ือ
ชอื่ ............................................................................ ชัน้ .............................. เลขท่ี .....................
โรงเรียน ................................................................... จงั หวัด .........................................................
๑๔๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุม บรู ณาการ
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๒-๐๑
บ ๘.๓/ผ๒-๐๑
ใบงานท่ี ๐๑
เรื่อง ศิลปะพ้นื บ้านในทอ้ งถิ่น
คาช้ีแจง
๑. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุม่ ๆ ละ ๓ คน
๒. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันวาดภาพวัสดใุ นทอ้ งถิ่นของนักเรยี นทน่ี ามาสร้างงาน
ศลิ ปะด้านทัศนศิลป์ จานวนอย่างน้อย ๓ ชิ้น
๓. สง่ ตัวแทนนาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน
สมาชิกในกลมุ่
๑. ชื่อ ................................................................................. ชนั้ ...........................................
๒. ช่ือ .................................................................................. ชน้ั ...........................................
๓. ช่ือ ................................................................................... ชัน้ ...........................................
โรงเรยี น ......................................................................... จงั หวัด ............................................
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุม บรู ณาการ ๑๔๕
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๘ สุนทรยี ศิลป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๒-๐๒
ใบงานท่ี ๐๒ บ ๘.๓/ผ๒-๐๒
เร่ือง วถิ ชี ีวิตในชมุ ชน
คาช้แี จง ให้นักเรยี นวาดภาพวิถีชีวติ คนในชมุ ชนของนักเรยี น ทแี่ สดงใหเ้ หน็ งานศิลปะใน
ทอ้ งถิ่น(คนทอผา้ , คนหวิ้ ตะกร้าทสี่ านดว้ ยไมไ้ ผ่, คนกาลังตักน้าจากโอง่ , ฯลฯ)
ชือ่ .................................................................................. ชน้ั ............................. เลขท่ี...............
โรงเรียน........................................................................... จังหวดั ................................................
๑๔๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุม บรู ณาการ
หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ สนุ ทรยี ศิลป ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ใบความรสู้ าหรับครูและนักเรยี นที่ ๑
เรื่อง ที่มาและวัสดุสรา้ งงานศิลปะท้องถ่ิน
.............................................................................................
ที่มาของงานศิลปะในท้องถิน่
งานศลิ ปะท้องถ่นิ เกดิ จากภมู ปิ ญั ญาของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ทส่ี ร้างสรรค์งานในลักษณะตา่ ง ๆ
เพ่ือใช้ในชวี ิตประจาวนั เพ่ือเป็นเคร่ืองทามาหากนิ หรอื เพอื่ ประกอบพิธกี รรมความเช่อื ทางศาสนา
จากวสั ดุทมี่ ีอยู่ในทอ้ งถ่นิ ซึ่งมกี ารพฒั นาฝีมือเร่ือยมาและมีลักษณะเฉพาะตวั ของท้องถนิ่ น้นั ๆ
วสั ดุสร้างงานศลิ ปะในท้องถ่ิน
วสั ดทุ น่ี ามาสร้างงานศิลปะในท้องถิน่ แตล่ ะทอ้ งถ่นิ มีวัสดแุ ตกตา่ งกนั ไปตามลกั ษณะ
ภูมิประเทศ, ภูมิอากาศ, และปจั จัยด้านอื่น ๆ ซงึ่ เปน็ วสั ดุทม่ี ีอย่ใู นธรรมชาติรอบตัว เช่น ไมไ้ ผ่, ปอ,
ย่านลเิ ภา, ดินเหนียว, ใบจาก, ฟาง, ใบตาล, กก ฯลฯ ซง่ึ บางท้องถน่ิ ท่ีมีวัสดุท่ีเหมือนกันแต่กอ็ าจ
สร้างงานศิลปะทอ้ งถน่ิ ท่ีเปน็ เอกลักษณ์ท่แี ตกต่างกัน
ศกึ ษาเพ่มิ เติม ศลิ ปะทอ้ งถิ่นภาคเหนือ ทามาจากวัสดุใด
ศิลปะท้องถิน่ ภาคใต้ ทามาจากวัสดุใด
ศลิ ปะท้องถ่ินภาคอีสาน ทามาจากวัสดใุ ด
ศิลปะท้องถนิ่ ภาคกลาง ทามาจากวัสดใุ ด
เพื่อจะได้เห็นภาพที่สมบูรณ์ยงิ่ ข้ึน
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุม บูรณาการ ๑๔๗
หนวยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรียศิลป ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๓-๐๑
ใบงานท่ี ๐๑ บ ๘.๓/ผ ๓-๐๑
เร่อื ง เพลงพ้ืนบ้าน ๔ ภาค
คาชแี้ จง ให้นักเรียนนาอกั ษร ก ข ค ง ใส่หน้าขอ้ ความ
ก) ภาคเหนือ ข) ภาคกลาง ค) ภาคใต้ ง) ภาคอสี าน
................................. ๑. เพลงโนราห์
................................. ๒. หมอลา
................................. ๓. เพลงเรอื
................................. ๔. เพลงอีแซว
................................. ๕. เพลงซอ
ชือ่ .................................................................................. ชั้น ............................. เลขที.่ ..............
โรงเรียน........................................................................... จังหวัด ................................................
๑๔๘ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สนุ ทรยี ศิลป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๓-๐๒
บ ๘.๓/ผ ๓-๐๒
ใบงานที่ ๐๒
เรอ่ื ง เพลงพ้ืนบ้าน ๔ ภาค
คาช้แี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกฟังเพลงพน้ื บา้ น ๑ เพลง
๑. ครเู ปิดแถบบนั ทกึ เสยี งใหน้ ักเรยี นฟงั
๒. เลือกฟังเพลงจากรายการโทรทศั น์ วิทยุ หรอื ซดี เี พลง จากนั้นใหว้ เิ คราะหเ์ พลงโดย
เขียนเคร่ืองหมาย ลงใน หน้าข้อความ
๑. ชื่อเพลง ................................................................................
๒. เปน็ เพลงพ้ืนเมอื งของภาค
ภาคเหนอื ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้
๓. ทานอง ช้า ปานกลาง เร็ว
๔. เน้อื ร้องมีความหมายเกีย่ วกับเร่ืองใด ............................................................................
๕. เครือ่ งดนตรที ่ีใช้บรรเลงไดแ้ ก่ ...................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ชอื่ .................................................................................. ชั้น ............................. เลขท่ี...............
โรงเรยี น........................................................................... จังหวดั ................................................
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ บูรณาการ ๑๔๙
หนว ยการเรยี นรูที่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
ใบความรสู ําหรับนักเรยี นท่ี ๑
เรื่อง เพลงพน้ื บา น
ความหมายของเพลงพ้ืนบาน คือบทเพลงที่เกิดจากคนในทองถิ่นตาง ๆ ใชภาษาเรียบงาย
ไมซบั ซอนมงุ ความสนุกสนานรื่นเริง ใชเ ลน กนั ในโอกาสตาง ๆ เชน งานสงกรานต งานลอยกระทง
เปน ตน
ลักษณะของเพลงพนื้ บาน สว นใหญเปนการเก้ียวพาราสี หรือการซักถามโตตอบกัน ความเดน
ของเพลงพน้ื บา นอยทู คี่ วามไพเราะ คารมหรอื ถอ ยคาํ งา ย ๆ กนิ ใจ ใชไ หวพรบิ ปฏภิ าณในการรอ งโตต อบกนั
เพลงพื้นบานสวนใหญจะมีเนื้อรองและทํานองงาย ๆ รองเลนไดไมยาก ฟงไมนานก็สามารถรองเลน
ตามได
ประเภทของเพลงพ้นื บาน อาจแบงไดตามภมู ิภาคตาง ๆ ดังน้ี
๑. เพลงพื้นบานภาคเหนอื เชน เพลงคา ว ซ่งึ เปนบทขบั รองท่ีมีทาํ นองสูง แตไ พเราะ
เพลงซอ เปน การขบั รอ งโตต อบเก่ียวพาราสกี ัน จอ ยหรอื การขับลาํ นําในโอกาสตา งๆ และทาํ ฮ่าํ หรอื คาํ ฮ่ํา
ซ่ึงเปนการขบั รองหมู
๒. เพลงพ้ืนบานในภาคอีสาน เชนหมอลํา ซ่งึ อาจแบง ไดเ ปน ลาํ กลอนคอื การลาํ
โดยทัว่ ไป ลําโจทก – แก เปนการถาม –ตอบ โตตอบกนั ในเรอื่ งตา ง ๆ ลําหมู เปนการลาํ เลานิทาน
เร่ืองราว โดยมผี ูแสดงประกอบ ลาํ เตย ลําเพลนิ เพลงโคราช เพลงเซิ้ง เชน เซิง้ บั้งไฟ เซิ้งผตี าโขน
เซิง้ นางแมว เปนตน
๓. เพลงพน้ื บานในภาคกลาง ในภาคกลางมีเพลงพ้ืนบา นเปนจาํ นวนมาก ซงึ่ มักใชรอง
ในโอกาสตา ง ๆ เชน รองเพ่อื ความบันเทิง ไดแ ก เพลงเรือ เพลงอีแซว ลาํ ตัด เพลงฉอย รอ งประกอบ
การทาํ งาน ไดแก เพลงเกี่ยวขาว เพลงเตน กําราํ เคยี ว ฯลฯ
๔. เพลงพื้นบา นในภาคใต เชน เพลงเรอื ซ่งึ เปนเพลงทางน้ําเหมอื นกับเพลงเรือของ
ภาคกลาง แตท ํานองที่รอ งและการแตง เน้อื เพลงตา งกนั นอกจากนย้ี ังมีเพลงบอก ซึง่ เปนเพลงทีเ่ ลน ได
ท้ังรอ งคนเดยี วและรอ งโตตอบ เพลงนา ใชร องเลนเก้ียวพาราสใี นงานเทศกาลตาง ๆ มีลกั ษณะหวน ๆ
ตามภาษาทอ งถิน่ ในบางเพลงอาจใชภ าษามลายู เชน เพลงโนราห ลเิ กฮลู ู เปนตน
๑๕๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุมบรู ณาการ
หนวยการเรยี นรูท่ี ๘ สุนทรียศิลป ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๔-๐๒
บ ๘.๓/ผ๔-๐๒
ใบงานท่ี ๐๒
เรือ่ ง ความสาคัญและประโยชนข์ องดนตรใี นท้องถน่ิ
คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนสารวจเกีย่ วกบั ดนตรีในทอ้ งถ่ินของนักเรียนว่ามีกิจกรรมใดบา้ ง
ทม่ี ีการนาดนตรีเขา้ มามสี ว่ นร่วม แล้วตอบคาถามต่อไปนี้
๑. เทศกาลท่ีใช้ดนตรใี นท้องถน่ิ คือ ...................................................................
๒. ดนตรมี ีส่วนเกีย่ วข้องกับกจิ กรรมนอี้ ย่างไร ..................................................
๓. นกั เรียนคิดว่า ถ้ากิจกรรมน้ไี ม่มดี นตรีเขา้ มามีส่วนร่วมจะเปน็ อย่างไร
...................................................................................................................................
๔. นกั เรียนรูส้ กึ อย่างไรกับกิจกรรมน้ี เฉยๆ
สนกุ สนาน เบือ่ หนา่ ย
๕. นักเรียนคิดว่า ดนตรีมีความสาคัญตอ่ คนในท้องถ่นิ หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
สาคญั เพราะทาให้คนในท้องถ่ินมคี วามสนกุ สนาน รกั ใครส่ ามคั คกี ัน
ไมส่ าคญั เพราะจะทาให้คนในท้องถิ่นเบ่อื หน่ายและลา้ สมัย
๖. ประโยชน์ของดนตรตี อ่ คนในท้องถน่ิ ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง (ตอบได้มากกว่า ๑ ข้อ)
คนในท้องถน่ิ จะเกิดความผอ่ นคลาย
เปน็ การใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์
คนในทอ้ งถน่ิ จะเหน่ือยยากลาบากขน้ึ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ บูรณาการ ๑๕๑
หนวยการเรยี นรูท่ี ๘ สนุ ทรยี ศิลป ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๔-๐๕
บ ๘.๓/ผ๔-๐๕
ใบงานท่ี ๐๕
เร่อื ง ลักษณะเด่นและเอกลกั ษณ์ของดนตรีพนื้ บ้าน
คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนสารวจดนตรีในท้องถ่ินของนกั เรยี นพร้อมท้ังระบุลักษณะเด่น
และเอกลกั ษณ์ของดนตรีในทอ้ งถิ่นของตนเอง แลว้ ตอบคาถาม
๑ เคร่อื งดนตรีท้องถนิ่
๑.๑ เคร่อื งดนตรที ่ีสาคญั ในท้องถิน่ ของนกั เรยี นมีอะไรบา้ ง ให้นกั เรียนยกตวั อย่างมา ๑
ชนดิ …………………………………………………………………………………………………………………...…
๑.๒ ลักษณะเสียงของเครอื่ งดนตรีเปน็ อย่างไรบ้าง
………………………………………………………………………………..........................…………………………………
๒. เพลงทอ้ งถิ่นทนี่ กั เรียนชอบฟังมเี น้อื หาเก่ยี วกบั อะไร (ตอบไดม้ ากกว่า ๑ ข้อ)
บรรยายธรรมชาติ เกย้ี วพาราสีกัน
บรรยายการทางาน
๓. นักเรียนคิดว่าเอกลักษณข์ องวงดนตรใี นทอ้ งถ่นิ ของนักเรียนคอื อะไร
ตัวอยา่ ง ความออ่ นหวาน นมุ่ นวลของเสียงเพลง
..........................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………..........................…………………………………
๑๕๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรูที่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
ใบความรู้ที่ ๑ สาหรับครู และนกั เรยี น
เรื่อง ดนตรพี ้ืนบ้าน
ดนตรีท้องถิ่นภาคกลาง
เครือ่ งดนตรี ไดแ้ ก่ จะเข้ ระนาดเอก ฆอ้ ง โหม่ง ฉ่ิง ฉาบ
กลองยาว
ลกั ษณะเด่น สว่ นมากเป็นวงปี่พาทยพ์ น้ื บา้ น วงปี่พาทย์นางหงสใ์ ช้
บรรเลงในงานศพ วงกลองยาวใช้บรรเลงในงานมงคลตา่ งๆ เป็นต้น
การขบั รอ้ ง สนกุ สนาน ร่าเริง เน้ือเพลงจะกลา่ วถึงวถิ ชี วี ติ ของคน
ภาคกลางและการเกย้ี วพาราสี
ดนตรีทอ้ งถนิ่ ภาคเหนอื เครอ่ื งดนตรี ไดแ้ ก่ ซึง พณิ เป๊ยี ะ สะล้อ ฆอ้ ง ฉ่ิง ฉาบ กลองมองเซงิ
ลกั ษณะเดน่ แบ่งตามลกั ษณะการแสดง วงสะลอ้ ซอใชแ้ สดงใน
งานท่ัวไป วงกลองมองเชงิ ใช้ประกอบการฟ้อน
การขับร้อง เนือ้ เพลงใช้ภาษาท้องถิน่ สาเนียงเสียงออ่ นหวาน
เช่อื งช้าและการเก้ยี วพาราสี
ดนตรที ้องถ่นิ ภาคอสี าน เครอื่ งดนตรี ไดแ้ ก่ พิณ โปงลาง แคน กรบั เกราะ กลอง โปง
โหวด ป่ี เป็นต้น
จะน ลกั ษณะเดน่ วงโปงลาง วงกนั ตรมึ มี 2 กลุม่ คือกลมุ่ อสี านเหนอื
ดนตรที ้องถ่ินภาคใต้ ดนตรี หมอลา แคน พณิ กลุ่มอีสานใตจ้ ะนยิ มดนตรี กนั ตรึม
การขับรอ้ ง เน้อื เพลงใช้ภาษาถ่ินอีสาน สนุกสนานรา่ เริงแจม่ ใส
เนื้อเพลงจะกลา่ วถึงวิถชี วี ติ คาสอนของศาสนา และบชู าสง่ิ ศักดิ์สิทธิ์
เครือ่ งดนตรี ไดแ้ ก่ กลองชาตรี รามะนา ปนี่ อก ซอดว้ ง ซออู้ กรบั
ลกั ษณะเดน่ การแสดงโนรา หนังตะลุง วงรองเง็ง วงกาหลอ
ใช้แสดงในโอกาสต่าง ๆ
การขบั รอ้ ง เน้อื เพลงมกั กลา่ วถึงเร่อื งธรรมชาติ เกยี้ วพาราสี ภาษาที่
ใชภ้ าษาทอ้ งถน่ิ ใต้ ใช้ถ้อยเสยี งห้วนสน้ั ๆ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมบูรณาการ ๑๕๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ สนุ ทรยี ศิลป ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๕-๐๑
บ.๘.๓/ผ.๕.๐๑
ใบงานท่ี ๐๑
การแสดงท่าทางประกอบเพลงราวง
คาชแ้ี จง
๑. ใหแ๎ ตลํ ะกลมุํ ฝึกร๎องเพลงตามองตา เพลงใกล๎เขา๎ ไปอีกนดิ
๒. ให๎แตํละกลุํมฝึกทาทาํ ประกอบเพลงประกอบเพลงใกล๎เข๎าไปอีกนดิ
จากการสาธติ ของครู
๓. ใหน๎ ักเรยี นแบํงเปน็ กลํุม จับคชูํ าย-หญิง จัดแถวเป็นรูปวงกลม
ปฏิบตั ทิ ํารา เพลงใกล๎เข๎าไปอีกนดิ
๑๕๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุม บรู ณาการ
หนวยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศิลป ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
อธิบายทา่ รา ใบความรู้สาหรับครแู ละนกั เรียนท่ี ๑
ท่าราเพลงในน้ามปี ลาในนามขี ้าว
“ดนตรที า่ ออก”เดนิ ยา่ เท้าตามจงั หวะดนตรี
เน้ือเพลง“ในนา้ มีปลา”ทามือเหมอื นปลา สอยเท้า ย่อลง “ในนามีข้าว”หนั มาด้านหน้าโบกมือไปดา้ นซ้าย
เอียงซา้ ย
“ในนามขี ้าว”หันมาด้านหน้าโบกมอื ไปด้านขวา เอยี งขวา “แผน่ ดินของเรา”มือขวาชต้ี ามจังหวะ ๓ ครง้ั
แตะเทา้ ขวา
“นี่แสนอดุ มสมบรู ณ์” มืออยู่ในทา่ ขอ กา้ วเท้าขวา “ราบคาบ”มือประสานท่อี ก ถอนเทา้ แตะขวา
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ บรู ณาการ ๑๕๕
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรียศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
“ราบคาบ” ฟนั มือลงที่พื้น “ด้วยอานภุ าพพ่อขนุ ” ไหวด้ ้านขวา เท้าซา้ ยแตะ
“รามคาแหงคา้ จนุ ” ไวม้ อื ขวา เอียงซ้าย แตะเท้าซ้าย “ให้ชาติไทยไพศาล” ผายมือออกข้างหวั แตะเทา้ ขวา
“สร้างบา้ น”ตัวนางนง่ั ลง ตวั พระยนื มือปลายน้วิ มือชนกนั “แปลงเมือง”ผายมอื ขวาออกข้างลาตัว กา้ วเทา้ ขวา
๑๕๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
“ใหเ้ กยี รติไทยลอื เลอ่ื ง” ทา่ ขอ กา้ วเทา้ หน้า “ไปทวั่ ทุกถน่ิ ฐาน” มอื ขวาชี้ ๓ คร้ังตามจงั หวะ
แตะเท้าขวา เอียงขวา
“จงู วัวไปคา้ ”กามือหลวมๆ ระดับเอวก้าวเท้าขวา “ข่ีม้าไปขาย” มือซ้ายจบี หกั ข้อมือขึน้ มือขวาการะดบั
เอว เทา้ เขย่งสอยเทา้ หลวมๆ
“ปวงราษฎรท์ ั้งหลาย” ผายมือไปดา้ นขา้ ง ก้าวเทา้ ขวา “อยู่เปน็ สขุ ” มือทัง้ สองจบี หงายทอ่ี ก ถอนเท้า
“สาราญ” ม้วนมือจบี เป็นต้ังวงเหยียดแขนตงึ แตะเท้าขวา“สร้างทา” กามือขวาตีลงฝ่ามอื ซ้าย แตะเท้าขวา
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมบรู ณาการ ๑๕๗
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ สนุ ทรียศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
“นาไร”่ ผายมือไปดา้ นขวา ก้าวเทา้ ขวา เอยี งซ้าย “ทว่ั แควน้ แดนไทย” มือขวาช้ี ๓ คร้งั ตามจงั หวะ แตะเท้าขวา
“เราไถ” กามือหลวมๆระดบั เอว สะดดุ เท้าไปดา้ นขา้ ง เอยี งขวา “เราหวา่ น” กามือขวาทาทา่ หวา่ นข้าว
แตะเทา้ ซา้ ย
“หมากมว่ งหมากขาม” มอื ขวาชี้ ๓ ครัง้ ตามจังหวะ “หมากพร้าวหมากลาง”มอื ซา้ ยชี้ ๓ คร้งั ตามจังหวะ
“พืชผลต่างๆ” มือขวาชี้ ๓ ครงั้ ตามจงั หวะ “ลว้ นงามตระการ”ขอ กา้ วเท้าหน้าด้านขวา
๑๕๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
แผนภูมเิ พลงที่ ๐๑
เพลงราวงชาวบ้าน
ราวงชาวบา้ น ทา่ ราที่ใชจ้ ะไม่มีแบบแผนตายตัว แตจ่ ะนาทา่ จากราวงมาตรฐานมาประกอบ
การรา เชน่ เพลงใกล้เขา้ ไปอีกนิด หลอ่ จริงนะดารา ตามองตา เธอราช่างนา่ ดู เชิญชวน
ยวนย่าเหล ช่อมาลี และเพลงลา
ตามองตา เพลงตามองตา
รู้สึกเสียวซา่ นหวั ใจ สายตาก็จ้องมองกัน
หากว่าหลงฉันกว็ ่าหลง หากวา่ รักฉนั ก็วา่ รกั
เธอชา่ งงามวิไล (ซา้ ) ฉนั คงอดโคง้ เธอไม่ได้
เหมือนดอกไม้ท่เี ธอถอื มา
เพลงใกล้เข้าไปอีกนดิ
ใกลเ้ ขา้ ไปอกี นิด ชิดชิดเขา้ ไปอกี หนอ่ ย
สวรรค์น้อย ๆ อยู่ในวงฟอ้ นรา รปู หล่อเขาเชิญมาเล่น
เนื้อเย็นเขาเชญิ มารา มองมานยั นต์ าหวานฉา่
มองมานัยน์ตาหวานฉ่า มะ มารากบั พน่ี ี่เอย
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ บรู ณาการ ๑๕๙
หนวยการเรยี นรูที่ ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
แผนภมู เิ พลงที่ ๐๒
เพลงในนํา้ มีปลาในนามขี า ว
(สรอ ย) ในน้ํามปี ลา ในนามีขาว แผน ดินของเรา นีแ่ สนอุดมสมบูรณ
บา นเมืองราบคาบ ดวยอานภุ าพพอ ขุน- รามคาํ แหงคาํ้ จุน ใหชาตไิ ทยไพศาล
สรา งทาํ นาไร ทว่ั แควนแดนไทย เราไถเราหวา น หมากมวงหมากขาม หมากพรา ว
หมากลาง พชื ผลตาง ๆ ลวนงามตระการ
(สรอ ย) ในนํ้ามปี ลา ในนามขี า ว แผน ดนิ ของเรา นีแ่ สนอุดมสมบรู ณ
บา นเมอื งราบคาบ ดวยอานุภาพพอ ขุน- รามคําแหงคํา้ จนุ ใหช าตไิ ทยไพศาล
สรางบานแปลงเมือง ใหเกียรติไทยลอื เล่อื ง ไปทว่ั ทกุ ถ่ินฐาน
จูงวัวไปคา ขีม่ า ไปขาย ปวงราษฎรท ง้ั หลาย ไดอ ยูเปนสขุ สาํ ราญ
(สรอ ย) ในนํา้ มปี ลา ในนามีขา ว แผนดินของเรา น่ีแสนอุดมสมบูรณ
บานเมอื งราบคาบ ดวยอานุภาพพอขุน- รามคําแหงคา้ํ จนุ ใหช าตไิ ทยไพศาล
สรา งทาํ นาไร ทั่วแควนแดนไทย เราไถเราหวา น หมากมว งหมากขาม
หมากพราวหมากลาง พืชผลตา ง ๆ ลวนงามตระการ
(สรอย) ในนํา้ มีปลา ในนามขี าว แผนดินของเรา น่แี สนอดุ มสมบูรณ
บา นเมืองราบคาบ ดว ยอานุภาพพอขนุ - รามคาํ แหงคํา้ จุน ใหชาตไิ ทยไพศาล
สรา งบา นแปลงเมือง ใหเกยี รติไทยลอื เลือ่ ง ไปทัว่ ทุกถิ่นฐาน
จงู วัวไปคา ขี่มา ไปขาย ปวงราษฎรท ัง้ หลาย ไดอ ยเู ปนสุขสาํ ราญ
๑๖๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมบูรณาการ
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๘ สุนทรยี ศิลป ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
★ ★ บ ๘.๓/ผ ๖-๐๑
ใบงานที่ ๐๑ บ.๘.๓/ผ๖.๐๑
การฝึกปฏบิ ัตินาฏศิลป์ไทย
คาชีแ้ จง
๑. นกั เรยี นจับคํู ชาย หญงิ
๒. ใหน๎ กั เรียนแตลํ ะกลมุํ ฝกึ ซอ๎ มทาํ ราเพลงงามแสงเดือน
เพลงคนื เดือนหงาย
๓. นักเรียนปฏิบัติทาํ รา เพลงงามแสงเดือน เพลงคืนเดือนหงาย
จากการสาธติ ของครู
๔. นกั เรียนฝึกแสดงทําทางจนคลอํ งแล๎วปรับปรงุ แกไ๎ ขให๎ดีขึ้น
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุมบูรณาการ ๑๖๑
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรียศิลป ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
ใใบบคคววาามมรรสูู้สําาหหรรับับคครรูแทู ลแ่ี ะลนะกันเักรยีเรนยี ทน่ี ๑๑
ประวัตคิ วามเปน็ มารําวงมาตรฐาน
ประวัตคิ วามเปน็ มาของราํ วงมาตรฐาน
ราํ วง (Rเaปmน กwาoรnลgะ)เลเปน น็ขกอางรชลาะวเบลา น่ นขทอร่ีงวชมาเวลบน ้ากนนั ทเ่ีรพว่ อื่ มคเลวา่นมกสนั นเพกุ ส่อื คนวาานมแสลนะกุคสวนามานสแามละคั ควี ามแสตาเมดัคมิ คเรี ยแี กตว่ า
“เดริมาํ เโรทยี นกว”่า “เรนา่อืโทงจนา”กเในชือ่โทงจนาตกปีใชร้โะทกนอตบีปจระังหกอวบะจในงั หกวาะรใรนาํ การตรอ ามตา่อเพมาิม่ เกพร่ิมับกแรบัลแะละฉฉ่งิ ง่ิ แแตต่ยยังไังมไม่ กีม าีกราขรับขรบั อ้ รงอง
ประกออบบใในนกการาราราํ คงครงาไรปาํ ตไปามตจาังมหจวังะหโทวะนโอทยน่างอเยดาียงวเดลยีกั วษณละกั กษาณรระาโกทานรราํ เโปท็นนครู่ าํๆเปเดน นิ คเปู ๆน็ วเงดกนิลมเปใชน ้ทวา่งรกาลงมา่ ยใๆช
ทสุดา รแําทงแ้ าตยใ่ คๆรจสะุดรแาทหแรือตทใคาทรจ่าะใดรําไมห่มรอืีกทาหํานทดา กใดฎเไกมณมฑีก์ําขหอนเพดยี กงฎแตเกย่ ณา่ เฑทา้ ขใหอ้ลเพงตยี างมแจตังยห่ําวเะทโาทในหล งตามจงั หวะโทน
ต่อมาการเลน่ “ราโทน” ได้พฒั นามาเปน็ “ราวง” ลักษณะการราวง คอื มีโตะ๊ ตั้งกลางวง ชาย –
หญิงราเปน็ คู่ ๆ เดินเปน็ วงกลมอย่างมรี ะเบียบ แต่ยังคงยดึ จังหวะโทนเปน็ หลัก มีการ ขบั รอ้ งเพลง
ประกอบในการรา เรียกว่า “ราวงพืน้ บ้าน” การราวงนี้นิยมเลน่ ในงานเทศกาล หรอื เล่นกนั เองดว้ ยความ
สนกุ สนาน เนื้อหาสาระของเพลงราวงพืน้ เมือง นอกจากให้ความบันเทิงแลว้ ยังสอดแทรกอารมณ์ ความรู้
ขนบธรรมเนียมประเพณี เชน่ เพลงชอ่ มาลี เธอราชา่ งนา่ ดู หล่อจริงนะดารา ตามองตา ยวนยาเหล ใกล้
เข้าไปอกี นดิ ฯลฯ
ตอ่ มาในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบลู สงคราม พ.ศ. ๒๔๘๗ ไดม้ อบหมายใหก้ รมศิลปากร
ปรบั ปรุงการเล่นราวงพ้ืนบ้าน ให้มรี ะเบยี บเรยี บร้อย เป็นแบบฉบับอนั ดงี ามของนาฏศลิ ปไ์ ทยและเพ่อื
เป็นการอนุรักษศ์ ลิ ปะการละเล่นพ้นื เมือง กรมศลิ ปากรจงึ แต่งบทรอ้ งและทานองเพลงข้นึ ใหม่ ๔ เพลง
คอื งามแสงเดอื น ชาวไทย คืนเดือนหงาย และรามาซมิ ารา พร้อมทัง้ ปรบั ปรุงเครอ่ื งดนตรีที่ใช้บรรเลง
ประกอบการเล่นราวงมาเป็นวงป่พี าทย์หรือวงดนตรสี ากล
บทเพลงราวงมาตรฐานนี้ ทา่ นผ้หู ญิงละเอยี ด พิบลู สงคราม ได้แต่งบทรอ้ งอกี ๖ เพลง คอื ดวง
จนั ทร์วนั เพญ็ ดอกไมข้ องชาติ หญงิ ไทยใจงาม ดวงจันทรข์ วัญฟา้ ยอดชายใจหาญ และ บชู านกั รบ
ผ้คู ิดประดษิ ฐท์ า่ ราประกอบเพลงราวงท้ัง ๑๐ เพลงนนั้ คือ คณะอาจารย์ด้านนาฏศิลปข์ อง
กรมศลิ ปากร ได้ชว่ ยกันคดิ ประดษิ ฐ์ทา่ ราให้งดงามถูกต้องตามหลักนาฏศิลป์ กาหนดใหเ้ ปน็ แบบ
มาตรฐานผู้คดิ ประดิษฐท์ ่าราของราวงมาตรฐาน คอื หมอ่ มต่วน (นางศภุ ลกั ษณ์ ภัทรนาวกิ )
ครมู ลั ลี คงประภัทร์ ครลู มุล ยมะคุปต์ และครผู นั โมรากุล ต่อมาได้มกี ารนาราวงน้ีไปสลบั กับวงลีลาศ ทา
ใหช้ าวตา่ งประเทศรู้จักราวง เพือ่ ใหป้ ระชาชนชาวไทยไดเ้ ลน่ กนั แพรห่ ลาย และมแี บบแผนอันเดียวกนั
กรมศลิ ปากรจงึ เรยี กว่า “ราวงมาตรฐาน”
วิธเี ลน่ ราวงมาตรฐาน
๑. แสดงเปน็ คู่ ชาย – หญิง จะใชก้ ่คี กู่ ็ได้ข้นึ อยกู่ ับสถานท่ี
๒. ก่อนเริ่มรา หญิง – ชาย ทาความเคารพกนั ดว้ ยการไหว้ หรือ หญิงพนมมอื ไหว้ ชายโคง้
๓. กอ่ นราแตล่ ะเพลง ดนตรนี า ๑ วรรค เพ่ือใหก้ ารเดนิ เท้าในจงั หวะแรกพร้อมเพรียงกนั
๔ มคี วามพรอ้ มเพรยี งในการรา ระยะคไู่ มห่ า่ งหรอื ชิดกันเกินไป
๕. ใชท้ ่าราตามที่กาหนดไว้ในแต่ละเพลง พนมมอื ไหวซ้ ง่ึ กันและกัน กอ่ นท่ีจะออกจากวงรา
๑๖๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุม บูรณาการ
หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ สนุ ทรยี ศลิ ป ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
การแตง่ กายราวงมาตรฐาน
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลุม บรู ณาการ ๑๖๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ใบความรูส้ าหรับครูและนักเรียนที่ ๒
ราวงมาตรฐาน เพลงงามแสงเดือน
ความหมาย คอื ยามทีแ่ สงจันทร์สอ่ งมายังโลกทาให้โลกนีด้ สู วยงาม ผ้คู นมาเลน่ ราวงยามแสงจันทร์สอ่ ง
มีความงดงามดว้ ย
ทา่ ราสอดสรอ้ ยมาลา
ผู้หญิงจบี มือซา้ ยท่ีระดับหวั เขม็ ขัด (สะดอื ) มือขวาต้ัง
วงสงู ระดบั หางคว้ิ ผชู้ ายทาท่าเดยี วกัน แตม่ อื ท่ีตง้ั วงสงู ระดับ
แงศ่ ีรษะ ตงั้ แถวเป็นวงกลม แลว้ เดนิ ตามวง วิธีการสอด
มือ เรมิ่ ต้นจากมือซา้ ยทอ่ี ยู่หนา้ ท้อง เลอ่ื นมือจบี ให้ห่างออก
จากตัวเลก็ นอ้ ย แล้วแบมือออกหงายลง พลิกข้อมือขน้ึ ต้งั วง
มอื ขวาที่ตั้งวงอยู่เลื่อนกลับลงมาจบี ท่รี ะดับหนา้ ทอ้ ง
เหมือนเดิม ฝกึ ปฏบิ ัตทิ ้ังมอื ซา้ ยและขวาสลบั กนั จนชานาญ
เป็นท่าสอดสรอ้ ยมาลา ศรี ษะเอียงข้างมอื จีบเสมอ โดยนบั การก้าวเทา้ ๘ คร้งั จึงเปล่ียนมอื
๑ คร้ัง นับจังหวะท่ี ๑ – ๔ เปลีย่ นทา่ ทีหนง่ึ เปลี่ยนมอื อย่ใู นลกั ษณะเดิม ทาเชน่ นี้สลบั กันไปจนจบ
เพลงรวมแลว้ จะเปล่ยี นมอื ได้ ๔ คร้งั เมื่อมาถงึ เพลงตอนทวี่ า่ เราเล่นเพือ่ สนุก ใหผ้ ู้หญงิ ซา้ ยหันแล้ว
เปล่ียนมอื เดินไปในครึ่งวงกลมใน ๔ จงั หวะ แล้วเปลยี่ นมอื อกี ครง้ั ในเนื้อเพลงตอนทว่ี า่ ขอให้เลน่
ฟ้อนรา แล้วกลบั มาเดินในท่าวงกลมตามเดมิ
หมายเหตุ เท้าทีก่ ้าวกับมอื จีบตอ้ งเป็นข้างเดยี วกัน
๑๖๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรียนรูท ี่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ใบความรสู้ าหรับครแู ละนักเรยี นท่ี ๓
ราวงมาตรฐาน เพลงคืนเดือนหงาย
ความหมาย หมายถึงเวลากลางคืนเปน็ คนื เดอื นหงาย มีลมพดั มาเย็นสบายใจ แต่ยังไม่สบายใจเทา่ ไดผ้ กู
มติ รกับคนอน่ื และร่มเย็นไปทัว่ ทุกแหง่ ยง่ิ กวา่ นนั้ ฝนที่โปรยลงมากค็ อื การที่ประเทศไทยเปน็ ประเทศ
เอกราช มธี งชาตเิ ปน็ เอกลกั ษณ์ ทาให้รม่ เย็นท่ัวไป
ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง
แปลงมาจากท่าสอดสรอ้ ยมาลาในเพลงงามแสงเดอื น
ทา่ เตรียม โดยยืนเท้าชดิ กันมอื ซา้ ยต้งั วงบนมอื ขวาจีบหงายที่
ชายพกศีรษะเอียงขวา พอเรม่ิ เพลงมือขวาที่จบี หงายทีช่ าย
พกโบกข้นึ ไปตง้ั วงบนโดยไม่ต้องสอดหรอื มว้ นมอื มอื ซ้ายลดวง
ลงแล้วพลิกข้อมือเป็นจบี หงายท่ชี ายพก เปลีย่ นมาเอียงซา้ ย
มือซ้ายลดวงลง แลว้ พลกิ ขอ้ มือเปน็ จบี หงายท่ชี ายพก เปลย่ี นมาเอียงซ้าย มือซ้ายยกข้ึนไปตง้ั วง
บน มอื ขวาลดวงลงแลว้ พลิกขอ้ มอื เปน็ จบี หงายท่ีชายพก เอยี งขวาทาเช่นน้สี ลับกนั จนจบเพลง การก้าว
เท้าเริ่มก้าวเท้าขวาตรงคาว่า"คนื " กา้ วซ้ายตรงคาว่า"เดือน"เท้าขวาวางหลังดว้ ยจมูกเท้าตรงคาวา่ "หงาย"
เท้าขวาเหยียบหนกั ลงไปตรงคาวา่ "เยน็ "แล้วกา้ วซ้ายตรงคาว่า"พระพาย" กา้ วขวาตรงคาว่า"พลว้ิ "แลว้ เทา้
ซา้ ยวางหลังตรงคาวา่ "มา"เอียงศรี ษะข้างมอื จีบ และเท้าท่วี างหลงั ก็ขา้ งเดียวกับมือจีบเสมอ
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมบรู ณาการ ๑๖๕
หนวยการเรียนรูท ่ี ๘ สุนทรยี ศิลป ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
แผนภูมเิ พลงท่ี ๐๑
เพลงคนื เดือนหงาย
คาร้อง จหมนื่ มานิตยน์ เรศ (นายเฉลมิ เศวตนนั ท)์
ทานอง อาจารย์มนตรี ตราโมท
ยามกลางคนื เดอื นหงาย เย็นพระพายโบกพร้ิวปลวิ มา
เยน็ อะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเยน็ ผูกมติ รไม่เบ่ือระอา
เยน็ รม่ ธงไทยปกไปทวั่ หลา้ เย็นย่งิ นา้ ฟา้ มาประพรมเอย
เพลงคนื หงาย-ท่าราท่ีใช้ ทา่ สอดสร้อยมาลาแปลง
๑๖๖ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลุมบรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการเรียนรูบ้ ูรณาการที่ ๘ สนุ ทรียศลิ ป์ หน่วยยอ่ ยท่ี ๓ ลีลาศลิ ป์ไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ จานวน ๑๐ ข้อ ๑๐ คะแนน
คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนทาเครื่องหมาย ทับตัวอกั ษรหน้าคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ุดเพียงคาตอบเดียว
๑. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะงานศลิ ปะพืน้ บา้ น ค.
ก. ข.
๒. ถ้านักเรียนได้มีโอกาสไปทศั นศกึ ษาภาคเหนือ นักเรียนจะซื้องานศิลปะพนื้ บ้านใดมาฝากคุณแมท่ ่เี ปน็
งานงศาิลนปศะิลพปน้ืะพบา้ืนนบขา อนงขภอางคภเาหคนเือหนอื
ก. ร่มบ่อสรา้ ง
ข. ผ้าไหมมัดหม่ี
ค. โมบายปลาตะเพียน
๓. ขอ้ ใดไม่ใช่เหตผุ ลท่ีทาให้เกิดงานศลิ ปะในท้องถน่ิ
ก. เพ่อื ผลติ ของใช้ในครัวเรือน
ข. เพ่อื ผลิตอาหารบรโิ ภคในครอบครวั
ค. เพ่อื ผลติ สิ่งของที่ใช้ในกจิ กรรมทางศาสนา
๔. ถ้าชุมชนของนักเรียนมไี ม้ไผ่จานวนมาก นักเรียนควรจะเรยี นรู้การสรา้ งงานศิลปะทอ้ งถิ่น
ในข้อใด
ก. การป้นั ตุ๊กตาชาววัง
ข. การทอผ้า
ค. การสานกระตบิ ขา้ ว
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุมบูรณาการ ๑๖๗
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรียศิลป ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
๕. โนต้ ตัวใดมเี สียงต่าสุด
ก. เร
ข. โด
ค. ฟา
๖. สญั ลักษณ์โนต้ ตัวใดมีระดับเสียงสงู สุด
ก. เร
ข. โด
ค. ที
๗. ข้อใดเป็นตวั กาหนดวา่ แตล่ ะบทเพลงมลี กั ษณะที่แตกตา่ งกัน
ก. โน้ตเพลง
ข. ผู้ฟังดนตรี
ค. ผู้เลน่ ดนตรี
๘. ท่าราเพลงคนื เดือนหงายกับเพลงงามแสงเดือนตา่ งกนั อยา่ งไร
ก. การตัง้ วง
ข. การย่าเทา้
ค. การจีบมอื
๙. ขอ้ ใดไม่ใช่ท่าราของราวงมาตรฐาน
ก. ราหย่อย
ข. ราส่าย
ค. สอดสร้อยมาลา
๑๐. ข้อใดเป็นเพลงราวงมาตรฐาน
ก. เพลงนกนอ้ ย
ข. เพลงตะลุ่มโปง
ค. เพลงคนื เดอื นหงาย
๑๖๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ บูรณาการ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ สุนทรียศิลป ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
หนว ยยอ ยท่ี ๔
ภมู ใิ จในงานศลิ ป
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรียน) กลุมบรู ณาการ ๑๖๙
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยบรู ณาการการเรยี นรู้ที่ ๘ สุนทรียศิลป์ หน่วยยอ่ ยท่ี ๔ ภมู ิใจในงานศิลป์
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒ จานวน ๑๐ ข้อ ๑๐ คะแนน
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นทาเครอ่ื งหมาย ทบั ตัวอกั ษรหนา้ คาตอบทถ่ี ูกตอ้ งท่สี ุดเพียงคาตอบ
เดยี ว
๑. นักเรียนควรเลอื กเครื่องใชใ้ นชวี ิตประจาวันทีม่ ใี นทอ้ งถิ่น เพราะเหตใุ ด
ก. หาซอื้ ง่าย ราคาไม่แพง
ข. แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร
ค. ทนั สมัย มีบรกิ ารส่งสินคา้
๒. ถ้านกั เรียนไปเท่ียวชมงานเทศการแห่เทียนพรรษาทีจ่ ังหวัดอบุ ลราชธานี ควรปฏบิ ัติตัวอยา่ งไร
ก. นาชิน้ สว่ นเทียนพรรษาไปไว้ทบี่ ้าน
ข. วิ่งเล่นขวางทางขบวนแห่
ค. ไมท่ าใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ เทียนพรรษา
๓. ขอ้ ใดไม่ใช่ศิลปะทอ้ งถ่ินของประเทศไทย
ก. ข. ค.
.
๔. ภาษาท่ีใช้ในบทเพลงพนื้ บา้ นภาคใตค้ ือภาษาใด
ก. ภาษาโบราณลาว
ข. ภาษาไทย
ค. ภาษายาวี
๕. ดนตรมี คี วามสาคัญตอ่ คนในทอ้ งถิน่ อยา่ งไร
ก. ทาใหม้ คี วามเจริญก้าวหนา้ ดา้ นเทคโนโลยี
ข. ทาใหก้ ารจัดกิจกรรมมีความสนุกสนาน
ค. ทาให้มนุษย์มีสขุ ภาพกายทแ่ี ข็งแรง
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลุม บูรณาการ ๑๗๑
หนว ยการเรยี นรูที่ ๘ สนุ ทรียศิลป ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
๖. ดนตรพี น้ื บ้านภาคกลางแสดงให้เหน็ ถึงสิง่ ใด
ก. ความแข็งแรงของคนในทอ้ งถิ่น
ข. ความสวยงามของเคร่ืองดนตรี
ค. ความมีนา้ ใจและรกั สนุก
๗. ข้อใดไมใ่ ช่ ปัจจัยที่ทาใหก้ ารละเลน่ พ้ืนเมืองแต่ละท้องถ่นิ แตกตา่ งกนั
ก. ประเพณี
ข. ศาสนา
ค. เศรษฐกิจ
๘. การแสดงบทบาทสมมุตไิ มเ่ กี่ยวข้องกบั ข้อใด
ก. ความพร้อมทางอารมณ์
ข. ความพร้อมทางร่างกาย
ค. ความพรอ้ มทางฐานะ
๙. การแสดงความสงสยั วา่ ได้กลน่ิ แปลกๆ ต้องทาอยา่ งไร
ก. เอามอื พดั ท่ปี าก
ข. ทาจมกู ฟุดๆ ฟิดๆ
ค. ทาตาขยับๆ ขยิบ
๑๐. ระบามาตรฐาน หมายถึงขอ้ ใด
ก. ระบาแบบดัง้ เดิม
ข. ระบาเบด็ เตล็ด
ค. ระบาทีป่ รบั ปรงุ ขน้ึ มาใหม่
๑๗๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุม บรู ณาการ
หนวยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศิลป ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรงุ )
★ ★ บ ๘.๔/ผ ๑-๐๑
ใบงานที่ ๐๑ ๘.๑/ผ๑-๐๑ บ ๘.๔/ผ๑-๐๑
บ บบ
วาดภาพงานศิลปะที่พบเห็นในชมุ ขน
คาชแี้ จง
๑. แบ่งนกั เรียนเปน็ กลมุ่ ละ ๓ คน
๒. ใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ ระดมความคิดเห็นว่างานศลิ ปะทม่ี อี ยู่ในชมุ ชนของ
นักเรียนมอี ะไรบา้ ง แลว้ วาดภาพระบายสีใหส้ วยงาม
๓. เขยี นชอื่ ภาพพร้อมบอกวิธกี ารอนรุ กั ษง์ านศลิ ปะ
๔. สง่ ตวั แทนนาเสนอผลงาน
ชอื่ กล่มุ ....................................................................... สมาชกิ ในกลมุ่
๑. ชื่อ ................................................................................. ชั้น .................................................
๒. ชื่อ ................................................................................. ช้ัน .................................................
๓. ช่ือ ................................................................................. ชัน้ .................................................
โรงเรยี น .............................................................................. จงั หวัด ............................................
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมบูรณาการ ๑๗๓
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
ใบความรูส าํ หรบั ครูและนกั เรียนที่ ๑
เร่อื ง การอนุรกั ษศ ลิ ปะทอ งถนิ่
ผลงานศิลปะในทองถิ่นของไทยถือเปนของที่มีคุณคา เปนมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรหวงแหน
รักษาไว เราควรชว ยกันอนรุ ักษศ ิลปะทองถิน่ ไว โดยอาจใชวิธีตา ง ๆ ดงั น้ี
๑. ถามีโอกาสทจ่ี ะเรียนรูการทาํ ผลงานศิลปะทอ งถิ่น ควรศึกษาและเรียนรจู นสามารถสรางสรรค
ผลงานศิลปะได เพ่อื จะไดสืบสานผลงานศิลปะของทองถ่นิ ตอไป
๒. สนับสนุนผลงานศิลปะโดยการอุดหนุนผลิตภัณฑท่ีเปนผลงานศิลปะในทองถิ่นตามความ
เหมาะสม
๓. บันทกึ เก่ียวกับผลงานศลิ ปะช้ินตาง ๆ ในทอ งถน่ิ เพอื่ ไวเ ปน ขอ มลู ในการศกึ ษาคน ควา ตอไป
๔. ไมทําลายผลงานศลิ ปะตา ง ๆ ในทอ งถน่ิ
๕. เขารว มกจิ กรรมแสดงผลงานศิลปะหรือกิจกรรมอนรุ ักษผลงานศลิ ปะ
๖. หากพบรอยชาํ รดุ ของผลงานศิลปะใหแ จง หนวยงานหรอื บุคคลท่ีเกยี่ วขอ งรบั ทราบ
เพ่อื ดําเนินการแกไ ขตอ ไป
๗. เผยแพรผ ลงานศลิ ปะใหเ ปน ท่รี ูจกั แกค นทองถ่นิ อ่นื ๆ
๘. เห็นคุณคาของผลงานศิลปะในทองถน่ิ ซ่งึ ถอื เปนภูมปิ ญ ญาของคนในทองถิ่น
๑๗๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรียนรูท ่ี ๘ สนุ ทรียศิลป ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
★ ★ บ ๘.๔/ผ ๒-๐๑
บ ๘.๔/ผ๒ -๐๑
ใบงานท่ี ๐๑
เรอื่ ง เครอื่ งดนตรพี นื้ บ้านของภาคต่าง ๆ
คาช้ีแจง ให้ดภู าพแลว้ แล้วนาคาตอบลงในตารางใหส้ ัมพันธ์กนั
ทับโนรา กลองชาตรี ฆ้องวงเลก็
ซงึ พิณ สะล้อ กลองโนรา
โปงลาง กลองแอว แคน
เคร่ืองดนตรพี ้นื บา้ น เคร่ืองดนตรีพ้นื บ้าน เครอ่ื งดนตรพี นื้ บ้าน เครอื่ งดนตรพี ้นื บ้าน
ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคใต้ ภาคอีสาน
..................................... ..................................... ..................................... .....................................
....................................... ....................................... ....................................... .......................................
...................................... ...................................... ...................................... ......................................
...................................... ...................................... ...................................... ......................................
ชื่อ ..................................................................................ชัน้ ........................ เลขท่ี ......................
โรงเรียน ....................................................................... จังหวดั ....................................................
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมบูรณาการ ๑๗๕
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศิลป ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรงุ )
★ ★ บ ๘.๔/ผ ๒-๐๓
ใบงานท่ี ๐๒ บ ๘.๔/ผ ๒-๐๓
เรื่อง ดนตรพี ้ืนบ้าน และการอนุรักษ์
คาชแ้ี จง ใหว้ าดภาพระบายสีเคร่อื งดนตรพี ื้นบา้ นทีต่ นเองรู้จกั
๑. เคร่ืองดนตรีพ้นื บ้านภาค ....................................................................
๒. เคร่ืองดนตรีประเภท............................................................................
๓. ใช้บรรเลงเนือ่ งในโอกาส .....................................................................
ช่ือ ..................................................................................ช้นั ........................ เลขที่ ......................
โรงเรยี น ....................................................................... จังหวัด ....................................................
๑๗๖ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมบรู ณาการ
หนว ยการเรียนรูท ่ี ๘ สนุ ทรียศลิ ป ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
๑.๑๑. . ภภาาภคคตาตคะะวตใวนับะันอวคอเอันรวอกออ่ื ากเองฉใมเกฉียบใรใใเียงดบฉู้คบบใเเงสนหบียครวคเเคาตเนเงหรือ่วครราววเเหือ่รอืนางรหอื่วื่อมาีพางรอื่ือมงนางมมรับื้นงรดอืมรู้ดรบคู้ดสนดรู้สนู้ด้าสนรู้สนาตาตนสูาตหราตแหรขาตหรีพหีพรรลรหรอีพรีพับื้นรับีพื้นะงรับ้ืนับื้นนภบบับ้ืคนคบคาบักค้า้าบรรค้ารคนนเู้ารู้านรูแตแนขนแูขูขยี่ลาแแอลขลขออนงะลลงอะอะงงนภๆะะนงนงภภทาักนภนภาาักัก่ีคเาคกัา๑กัคเรเตครคตรเตเยี่ารียตรต่าีย่านงยี่ียานง่านงนงๆนงๆททๆๆทๆี่ทที่๑่ี๑่ี ี่๑๑๑
๑. ภาค๑๑ต. .ะวันอภอภากคาเคตฉตะียวะงวนั เหันอนออืกกเฉเฉยี ยีงเงหเหนนอื ือ
โปโงปปลงงาลลงาางง พพิณพิณิณ
โปงลาง โปโปงลงลางาง พิณ พพิณิณ
๒. ภาค๒เห. ๒น๒ภ๒อื..๒า. ภคภ.แภาเาคภหาคคนคานเเคเหหอืหเนนหนืออืแนอื คอื แแนแคคคแนนคนน โหวด โโหโหหโวโหวหดวดววดดด
ซึง ซงึซซซึงซงึงึ งึ กลองแอว กกกลกลกลออลลองององแแงแงอแอแอวอวอววว
สะล้อ กลองสะบดั ชยั
สะล้อ สะสละสอ้ ละอ้ล้อ กลองสะบดั ชกกยั กลลอลอองงสงสะสสะบะะบบดับดั ดัชัดชยัชชยั ยั ยั
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุม บูรณาการ ๑๗๗
หนวยการเรียนรูท ่ี ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรุง)
๓. ภ๓าค. ใภตา คใต้
กลองโนรา กลองโทนหรอื ทบั หรอื ทับโนรา
๔. ภาคกลาง ฉง่ิ กรับ
จะเข้ พิณน้าเต้า
ขลยุ่ เพียงออ
ปีน่ อก ป่ีไฉน
๑๗๘ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ บรู ณาการ
หนวยการเรียนรทู ี่ ๘ สุนทรยี ศลิ ป ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
ระนาดเอก ระนาดทมุ้
ฆอ้ งวงใหญ่มโหรี ฆอ้ งวงเลก็ มโหรี
กลองชาตรี ตะโพน
ฆ้องเหม่ง ฆอ้ งโหม่ง
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมบรู ณาการ ๑๗๙
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๘ สนุ ทรียศิลป ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
★ ★ บ ๘.๔/ผ ๓-๐๒
ใใบบงงานที่ ๐๒ บบ.๘.๘.๔./๔ผ/.ผ๓.-๓๐-๒๐๒
แแบบบบบบันันททึกึกกกาารรเข้าร่วมงานปปรระะเเพพณณี ี
คำคชำแีช้ จแี้ งจ ง ใ หให้น้นกั กัเรเีรยียนนกกาาเเคครร่ือ่ืองงหหมาย ลงในนรรูปูปดดาาววใในนปปรระะเพเพณณี ี่ ่ี
ทเคเ่ี คยยมมาารร่ว่ว มมแแลละะกกิจิจกกรรมทางนาฏฏศศลิ ลิ ปป์ ์ทที่พ่ีพบบเหเหน็ น็
สสสงงกงกกรรำรำนานนตต์ ต์
ลลออยยกกรระะททงง
งางนาปนรปะรเเะพพเพณณณีทที ีท่เเ่คี ่ีเคคยยมมาารร่รว่ววมมม
แแหห่เ่เททยี ยี นนเขเข้ำ้ำพพรรษรษำ ำ
แแตต่ง่งงำำนน
งานบวช
กกิจกจิกิจกรกรรรมรทมาททงาานงงนานฏาาฏศฏศลิ ศลิปลิ์ปท์ ปที่ ี่ท ่ี รรำำววงงมมำำตตรรฐฐำำนน
พพบพบเบหเเห็นหน็มีอมะีออี ไะะรไไบรรบ้าบ้งาา งง กกำำรรเซเซงิ้ งิ ้
กกำำรรฟฟ้อ้อนน
กกำำรรรรำำกกลลอองงยยำวำว
๑๘๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมบูรณาการ
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ สนุ ทรยี ศิลป ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )
ใบความรสู้ าหรับนักเรียนที่ ๑
เร่อื ง ประโยชนแ์ ละการเปน็ ผู้ชมท่ีดี
ประโยชนข์ องการเป็นผชู้ มที่ดี
เมอ่ื เราได้ชมนาฏศิลป์ไทย เช่นระบา รา ฟอ้ น เราจะร้สู กึ สนุกสนานรนื่ รมย์ เพราะความ
งดงามของทา่ รา เคร่อื งแต่งกายดนตรีที่บรรเลง การแสดงนาฏศิลป์ไทยนนั้ จะเปน็ เรอื่ งราวที่ทาให้เรา
ไดร้ ับประโยชน์จากการชม ดงั น้ี
๑. ได้รบั ความรูเ้ ก่ยี วกับนาฏศิลปไ์ ทย
๒. ไดร้ ับคตสิ อนใจ เช่นความอดทน ความซื่อสตั ย์ ความขยนั หมั่นเพียร และนาคตสิ อนใจมา
ปรบั ใช้ในชีวติ ของเราได้
๓. ไดร้ บั ความสนุกสนานเพลิดเพลนิ
๔. สามารถนาเร่อื งราวทไ่ี ดช้ มไปเลา่ ใหผ้ อู้ ื่นฟังได้
การเป็นผู้ชมทดี่ ี
การแสดงนาฏศลิ ป์จะมีทั้งผูแ้ สดงและผชู้ ม ซึ่งผ้ชู มมคี วามสาคญั ตอ่ การแสดงนาฏศลิ ป์ เพราะมี
สว่ นชว่ ยในการอนุรกั ษน์ าฏศลิ ป์ไทย ดงั นนั้ การชมการแสดงเพอ่ื ให้เกิดความสนกุ สนานเพลดิ เพลิน
และมอี ารมณร์ ่วมกับผ้แู สดงนนั้ ผ้ชู มจาเปน็ จะต้องรกั ษามารยาทในขณะชมการแสดง การปฏิบัติตนใน
การเป็นผชู้ มท่ีดมี ดี งั น้ี
๑. ไม่ควรส่งเสียงรบกวนผ้อู นื่ ท่ีกาลงั ชมการแสดง
๒. ควรแตง่ กายสภุ าพเรียบร้อย ให้เหมาะสมกบั สถานท่ี
๓. ควรไปถึงก่อนการแสดงเริม่ อย่างนอ้ ย ๑๕ นาที
๔. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บของสถานท่ี เชน่ นั่งประจาทก่ี อ่ นทกี่ ารแสดงจะเริ่มปรบมอื ให้เกียรตผิ ู้
แสดง ผแู สดง
๕. ให้ความสนใจและมอี ารมณร์ ่วมกบั ผแู้ สดง เชน่ สนุกสนานเฮฮาไปด้วย
๖. ไมค่ วรลุกไปมาบอ่ ย ๆ เพราะจะทาความวุน่ วาย และเป็นการทาลายสมาธิ
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ บูรณาการ ๑๘๑
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๘ สุนทรียศลิ ป ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบับปรับปรุง)
ใบความรสู้ าหรับนักเรยี นท่ี ๒
องค์ประกอบของการชมนาฏศิลป์ไทย
นาฏศิลปจ์ ะหมายรรววมมไไปปถถงึ ึงกกาารรรอ อ้ งงรราํ ทาทาํ เาพเพลงลดงงัดนงั น้ั อ้ันงอคงป คร์ปะรกะอกบอขบอขงอนงานฏาศฏลิ ศปิล ปก์ จ็ กะป็จะระปกรอะบกอไปบดไวปย
ดกว้ายรรกอางรกร้อารงบการรบเลรงรเลดงนดตนรตีแรลีแะลกะากราฟรอฟน้อรนาํ รา ท้ังน้เี พราะการแสดงออกทางนาฏศลิ ปไ์ ทย จจะะตต้ออ งงออาาศศยั ัย
บทรอ้ งทาํ นองเพลงปรระะกกออบบกกาารรแแสสดดงง เเพพรราะฉะน้นั กอ่ นทจ่ี ะมาเปปน น็ นนาาฏฏศศลิ ลิ ปปไ ์ไททยยไดไดจ ้จะะตตอ อ้งปงประรกะกอบอบไปไปดวดยว้ ย
องค์ป ระกอบสาํ คญั ๆดงั ต่อ ไปนี้
๑. ลลี าทา่ รา เป็นทา่ ทางเย้อื งกรายฟ้อนราทีอ่ ่อนชอ้ ยสวยงาม แสดงออกของอารมณ์
ส่ือความหมายชดั เจน
๒. ดนตรปี ระกอบ ดนตรเี ปน็ ส่วนประกอบสาคญั ทช่ี ่วยเสรมิ ให้การแสดงสมบูรณ์และ
สรา้ งบรรยากาศ ในการแสดงใหส้ มจรงิ อกี ดว้ ย
๓. บทรอ้ ง ส่วนใหญจ่ ะเปน็ คาประพนั ธ์ประเภทกลอนแปด มคี วามไพเราะสละสลวย คารม คม
คารยมแคลมะมคคีายตแิสลอะนมใคีจตสิ อนใจ
๔. การแต่งกาย มีแบบอยา่ งเฉพาะตัว งดงามประณีต และถูกต้องตามลกั ษณะการแสดง
องคป์ ระกอบของการชมนาฏศิลปไ์ ทย
ทราบกระบวนทา่ ราใน กำรชม ทราบเครื่องดนตรีไทย
การแสดงนาฏศลิ ป์ นำฏศิลป์ ท่ีใช้ประกอบการแสดง
นาฏศลิ ป์
ไทย
ทราบองคป์ ระกอบในการแสดง
เช่น ฉาก แสง เสียง
๑๘๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ บรู ณาการ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๘ สุนทรยี ศิลป ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยบูรณาการการเรยี นรู้ที่ ๘ สุนทรยี ศิลป์ หน่วยยอ่ ยท่ี ๔ ภมู ิใจในงานศลิ ป์
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ จานวน ๑๐ ข้อ ๑๐ คะแนน
คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นทาเครื่องหมาย ทับตัวอักษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
๑. นกั เรียนควรเลือกเครอ่ื งใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ทม่ี ีในท้องถน่ิ เพราะเหตุใด
ก. หาซือ้ ง่าย ราคาไมแ่ พง
ข. แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร
ค. ทนั สมัย มบี ริการสง่ สินคา้
๒. ถ้านักเรียนไปเท่ียวชมงานเทศการแห่เทียนพรรษาทจี่ งั หวดั อบุ ลราชธานี ควรปฏิบตั ิตวั อย่างไร
ก. นาชนิ้ สว่ นเทียนพรรษาไปไวท้ บี่ ้าน
ข. วงิ่ เลน่ ขวางทางขบวนแห่
ค. ไม่ทาให้เกิดความเสียหายต่อเทียนพรรษา
๓. ขอ้ ใดไม่ใช่ศลิ ปะทอ้ งถ่ินของไทย
ก. ข. ค.
.
๔. ภาษาท่ีใชใ้ นบทเพลงพนื้ บ้านภาคใตค้ อื ภาษาใด
ก. ภาษาโบราณลาว
ข. ภาษาไทย
ค. ภาษายาวี
๕. ดนตรีมคี วามสาคญั ตอ่ คนในท้องถิน่ อยา่ งไร
ก. ทาให้มคี วามเจริญก้าวหนา้ ดา้ นเทคโนโลยี
ข. ทาให้การจดั กจิ กรรมมีความสนุกสนาน
ค. ทาใหม้ นุษย์มสี ุขภาพกายที่แข็งแรง
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุม บรู ณาการ ๑๘๓
หนวยการเรียนรูที่ ๘ สุนทรียศลิ ป ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๒ เลม ๒ (ฉบบั ปรับปรุง)
๖. ดนตรีพน้ื บ้านภาคกลางแสดงให้เหน็ ถึงสิง่ ใด
ก. ความแข็งแรงของคนในทอ้ งถนิ่
ข. ความสวยงามของเคร่ืองดนตรี
ค. ความมนี า้ ใจและรกั สนุก
๗. ขอ้ ใดไม่ใช่ ปจั จัยที่ทาใหก้ ารละเลน่ พน้ื เมืองแต่ละท้องถ่นิ แตกตา่ งกนั
ก. ประเพณี
ข. ศาสนา
ค. เศรษฐกิจ
๘. การแสดงบทบาทสมมุตไิ มเ่ กี่ยวข้องกบั ขอ้ ใด
ก. ความพร้อมทางอารมณ์
ข. ความพร้อมทางร่างกาย
ค. ความพรอ้ มทางฐานะ
๙. การแสดงความสงสยั วา่ ได้กลน่ิ แปลกๆ ตอ้ งทาอยา่ งไร
ก. เอามอื พดั ท่ปี าก
ข. ทาจมกู ฟุดๆ ฟิดๆ
ค. ทาตาขยับๆ ขยิบ
๑๐. ระบามาตรฐาน หมายถึงขอ้ ใด
ก. ระบาแบบด้งั เดิม
ข. ระบาเบด็ เตลด็
ค. ระบาที่ปรบั ปรงุ ขน้ึ มาใหม่
๑๘๔ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุม บรู ณาการ
หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ สุนทรยี ศิลป ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ เลม ๒ (ฉบับปรบั ปรงุ )