The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม ๒ พุทธธรรมกึ่งพุทธกาล มหาวิชชาลัยธรรมิกราช ๙๙ ม.๙ ต./อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ๓๒๑๙๐

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อยเป็นใคร

ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม ๒ พุทธธรรมกึ่งพุทธกาล มหาวิชชาลัยธรรมิกราช ๙๙ ม.๙ ต./อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ๓๒๑๙๐

Keywords: พระพุทธเจ้าน้อย,พระยาธรรม,ิ

ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ก ค�ำน�ำ พระยาธรรมิกราช เป็นใคร พระพุทธเจ้าน้อยเป็นผู้ใด ท่านจะพบค�าตอบในค�าถาม จากธรรมะที่บันทึกในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งก่อนที่จะอ่านหน้าต่อไป ขอให้ท่านวางใจเป็นกลาง เข้าสู่ความว่าง ไม่มีความยึดติดความรู้เก่าความรู้ใหม่ที่เคยรู้มา และค่อยอ่านพิจารณาไป บทที่หนึ่ง อาจจะยังไม่เข้าใจ อ่านบทที่สองบทที่สามตามไป จนจบเล่ม ถ้ายังไม่เข้าใจ ต้องยอมรับความเป็นจริง บางสิ่งบางอย่าง อาจจะไม่สามารถที่จะเรียนรู้เข้าใจ หรือยอมรับได้ ในภพชาติปัจจุบัน ต้องมาต่อยอดศึกษาใหม่ ข้ามภพข้ามชาติไป จึงจะรู้เข้าใจตามความเป็นจริง บางสิ่งก็เรียนรู้ จบได้ในภพชาติปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับบุญบารมีที่สร้างสรรสั่งสมมา ส่วนเรื่องราวของพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องราวที่สืบทอดกันยาวนาน ไม่ใช่แค่ สองพันห้าร้อยกว่าปี แต่เป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่บรรพกาล ตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระองค์ปฐม สืบทอด กันมาจนถึงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และยังสืบต่อพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปและต่อไป ยังไม่รู้จบ เมื่อใด เป็นพุทธประเพณีของพุทธศาสนา หมุนรอบไปตามยุคสมัยของพระพุทธเจ้า แต่ละพระองค์ บัดนี้ ถึงกาลเวลากึ่งกลางพระศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ที่พระองค์ท่านได้ ส่งให้ดวงแก้วดวงธรรม ลงมาฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ที่ยังเวียนว่ายตายเกิด ให้ได้รู้ทางเห็นทาง ได้มีแสงสว่างที่จะออกจากทะเลทุกข์ หนังสือเล่มนี้จึงมีคุณค่าดั่งทองค�า เป็นแผนที่บอกทาง ดวงจิตทั้งหลาย น�าไปสู่พระนิพพานอย่างง่ายดาย เพียงท่านรู้ว่าพระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้า น้อยเป็นใคร แค่นั้นเอง


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ข สำรบัญ หน้ำ ค�ำน�ำ ก บทที่ 1 กลุ่มดวงจิตพระยาธรรมิกราช 1 บทที่ 2 หลงว่าเป็นพระยาธรรมิกราช 8 บทที่ 3 พระยาธรรมิกราชจริงปลอม 15 บทที่ 4 การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าน้อย 22 บทที่ 5 แสดงธรรมโปรดเหล่าเทวดา 30 บทที่ 6 เหตุปัจจัยที่เกิดพระพุทธเจ้าน้อย 35 บทที่ 7 การยอมรับสิ่งใหม่ในศาสนา 41 บทที่ 8 พุทธพิธีการตรัสรู้พระพุทธเจ้าน้อย 53 บทที่ 9 สืบต่อศาสนาสู่ยุคพระศรีอริยเมตไตรย 59 บทที่ 10 สิ่งที่พิสูจน์ความเป็นพระพุทธเจ้าน้อย 67 บทที่ 11 พุทธโอวาทหลังการตรัสรู้ 74 รายนามผู้ร่วมพิมพ์หนังสือ


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 1 บทที่ 1 กลุ่มดวงจิตพระยำธรรมิกรำช ในเช้าของวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้ว จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถาม พระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา การจัดเตรียมองค์ พระยาธรรมิกราชจะต้องมีการจัดเตรียมในช่วงเวลาใดบ้างหรือเจ้าคะ และจะมีการ จัดเตรียมองค์พระยาธรรมิกราชก่อนที่องค์พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ จะมาตรัสรู้หรือเปล่า เจ้าคะ ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง เพื่อลูกจะได้เข้าใจใน องค์พระยาธรรมิกราชและการก่อเกิด เพราะโดยปรกติแล้ว ลูกก็พอจะเข้าใจว่า.. องค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ จะมีการสั่งสมบารมี เตรียมรอรอบก่อนจะมาตรัสรู้เป็นเวลา ยาวนาน แล้วก็องค์พระปัจเจกพุทธเจ้าก็เช่นเดียวกัน จะต้องมีการจัดเตรียมการสั่งสม บารมีเอาไว้ก่อน จึงจะมาตรัสรู้ในช่วงว่างเว้นพระพุทธศาสนา และองค์พระอรหันต์ก็เช่น เดียวกัน จะต้องมีการสั่งสมบารมีมาจนพบองค์พระพุทธเจ้า จึงสามารถฟังธรรมเข้าใจ และเข้าถึงธรรมนั้น จนบรรลุเป็นองค์พระอรหันต์ ในแต่ละยุคของพระพุทธศาสนาที่ยัง เผยแผ่อยู่ แต่องค์พระยาธรรมิกราชล่ะเจ้าคะ องค์พระยาธรรมิกราชนั้นจะก่อเกิดขึ้นใน ยุคกึ่งพุทธกาลของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ แต่องค์พระยาธรรมิกราชนั้นจะมีการก่อ เกิดเช่นไร ในแต่ละพระองค์ มีการสั่งสมบารมี หรือจะต้องก�าเนิดก่อเกิดจากองค์ พระพุทธเจ้าเท่านั้น ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ท�าความเข้าใจ ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : ก็ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จงพิจารณาถึง การก�าเนิดก่อเกิดของลูกว่าตัวของลูกนั้นก�าเนิดก่อเกิดมาเช่นไรเล่า พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตา ให้ลูกได้แสดงถึงความคิดความเห็น หรือการก่อเกิดของลูก พระพุทธเจ้าค่ะ ลูกนั้น ก�าเนิดก่อเกิดมาจาก พลังพุทธบารมีของพระพุทธองค์ ไม่มีการเวียนว่าย ตายเกิดในโลกสมมุตินี้มาก่อน ไม่มีการสั่งสมบารมีในกาลก่อนเอาไว้ ลูกก�าเนิดก่อเกิดมา


2 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ตามที่พระพุทธองค์ทรงวางแบบแผน การเผยแผ่พระธรรมในกึ่งพุทธกาลของพระพุทธองค์ ลูกก่อเกิดขึ้นมา.. หลังจากที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ และปรินิพพานไปแล้ว ลูก นั้นก่อเกิดขึ้นด้วยพลังพระธรรม พลังบารมีของพระพุทธเจ้า เป็นดวงจิตสมมุติขึ้นมา การ เรียนรู้วัฏสงสารนี้ก็เป็นไปด้วยพลังพุทธบารมีของพระพุทธองค์ และการแสดงธรรม น้อม ธรรมลงสู่โลกก็มาจากพระพุทธองค์ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ จึงล้วนแล้วแต่มาจากพระองค์ ทั้งหมดทั้งสิ้น รวมถึงตัวของลูกด้วย พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : ก็ดีแล้วละ พระยาธรรม.. ก็ถ้าเป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุด้วยผลใด จึง เป็นเช่นนั้นเล่า จงทบทวนดูเถอะ พระยาธรรม.. พระยำธรรม : กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตา พระพุทธเจ้าค่ะ ลูกคิดว่า.. ถ้าหากว่า มีการจัดตั้งดวงจิตใดดวงจิตหนึ่งขึ้นมา เพื่อเป็นพระยา ธรรมิกราชดวงจิตดวงนั้นจะต้องมีการสั่งสมบารมีที่มาก มากแทบจะเท่าพระพุทธเจ้า พระองค์หนึ่งเลยทีเดียว แม้แต่พระอรหันต์สาวก ที่มีความเก่งกล้าสามารถ เช่นดังองค์พระ อรหันต์สาวกหลายๆ พระองค์ ก็ยังคงเกิดอยู่ในยุคที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ และสร้าง ต�านานของตน ในแบบของพระอรหันต์เท่านั้น และแม้ในยุคกึ่งพุทธกาลนี้ จะมีองค์ พระอรหันต์มากมายหลายพระองค์ ที่เขาเหล่านั้นก็มีความเก่งกล้าสามารถมากมาย สอนสั่งน�าพาดวงจิตให้หลุดพ้นได้ในประมาณหนึ่ง แต่เขาทั้งหลายเหล่านั้นก็เป็นเพียง พระอรหันต์สาวกเท่านั้น ฉะนั้น.. การที่จะก่อเกิดพระยาธรรมิกราชขึ้นมา จะต้องเป็นดวงจิตที่สั่งสมบารมี มาก ที่ถ้าหากว่าดวงจิตที่สั่งสมบารมีมากขนาดนั้น เขาก็จะต้องบ�าเพ็ญไปเป็นพระพุทธเจ้า อีกหนึ่งพระองค์ ซึ่งการที่พระยาธรรมิกราชก่อเกิดขึ้น ก็จะต้องเป็นผู้ส�าเร็จ ผู้อยู่ในยุคของ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ ปัจจุบันนั้นที่เผยแผ่ธรรมอยู่ ฉะนั้น.. จึงเป็นไปได้ยากว่า ถ้าหากว่าจะมีดวงจิตใดดวงจิตหนึ่ง จะสั่งสมบารมี มาเป็นพระยาธรรมิกราช นอกจากพระพุทธองค์จะทรงพุทธาภิเษกขึ้น หรือให้มาเผยแผ่ พระธรรมของพระพุทธองค์ ในรูปแบบใด โดยบารมีของพระพุทธองค์ทรงควบคุมดูแล แล้ว ก็มีแนวทางในการเผยแผ่พระธรรมของพระพุทธองค์ ตามที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้ เป็นไปเช่นนั้น อย่างนั้น พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : ก็ดีแล้วละ พระยาธรรม.. ก็ในเมื่อลูกก็เข้าใจในเหตุในผล เข้าใจ ในประมาณหนึ่งแล้ว ลูกก็ลองท�าจิตใจให้สงบนะ นั่งให้สบาย ท�าจิตท�าใจให้สงบ ปล่อยจิต


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 3 ให้ว่างๆ แล้วจึงค่อยๆพิจารณาตามนี้นะ พระยาธรรมเอย.. การจัดเตรียมองค์พระยาธรรมิก ราชนั้น เป็นการจัดเตรียมวางแผนการเผยแผ่ธรรมของพระพุทธเจ้า พระองค์ปัจจุบันนั้นๆ เพื่อจะมีการเผยแผ่ธรรมในกึ่งพุทธกาล ฉะนั้น.. จึงมีการจัดเตรียม เกิดขึ้นหลังจากที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหล่า พระอรหันต์สาวกทั้งหลาย เข้าสู่พระนิพพานแล้ว ราวประมาณ 400 - 600 ปี จึงจะมีการ จัดเตรียมพุทธพิธีในการ ให้พระยาธรรมิกราชก�าเนิดก่อเกิด เพื่อเตรียมองค์แทนในกึ่ง พุทธกาล เมื่อมีการจัดเตรียมองค์แทนในกึ่งพุทธกาลแล้ว จึงมีการวางแผนการลงมาสืบทอด ธรรม เผยแผ่ธรรมของเหล่าพระอรหันต์สาวก ในยุคนั้นๆ ต่อๆ กันมาจนถึงกึ่งพุทธกาล จึง จะมีองค์พระยาธรรมิกราช ก�าเนิดก่อเกิดขึ้นบนโลก และองค์พระยาธรรมิกราชนั้น จะต้อง เป็นดวงจิตที่มาจากการพุทธาภิเษกขององค์พระพุทธเจ้า องค์พระปัจเจกพุทธเจ้า และ องค์พระอรหันต์เจ้า ในยุคนั้นๆ เพื่อเป็นการรวบรวมพลังของการเผยแผ่ธรรมลงมาในยุค กึ่งพุทธกาล รวมถึงจะมีการควบคุมดูแลจากองค์พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ด้วย จิตดวงนั้นจะก�าเนิดก่อเกิดขึ้นมาตามพลังพุทธบารมี พลังแห่งความรู้ตื่นของจิต ทั้งหลายผู้หลุดพ้นแล้ว จิตดวงนั้นก็จะก�าเนิดก่อเกิดขึ้น อาจเป็นรูปร่าง รูปแบบหญิงหรือ ชายก็ได้ทั้งหมด แต่จะมีวิธีในการจัดเตรียม และเผยแผ่ธรรมที่แตกต่างกันไปของแต่ละ พระองค์ บางพระองค์.. ก็ปล่อยลงมาเกิด 1 ภพชาติ เพื่อเรียนรู้ศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ ทั้งหลาย แล้วจึงค่อยกลับมาต่อยอดการประกาศธรรมอีกครั้งหนึ่ง บางพระองค์.. ก็ให้ก�าเนิดก่อเกิดขึ้นมา แล้วก็มีองค์ความรู้ครบถ้วน เหมือนดัง ว่าไม่ได้ถูกปิดสภาวธรรมอะไรไว้ในโลกทิพย์ บางพระองค์.. ก็มีการสื่อธรรมลงมา เช่นดังที่ลูกได้เสริม คือ การเชื่อมต่อกับ กระแสของผู้มีบุญบารมีมากที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว และองค์พระยาธรรมิกราชจึงเชื่อม ต่อลงมา ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. การจัดเตรียมพระยาธรรมิกราช จึงมีการจัดเตรียมหลัง จากองค์พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ไปแล้ว 4- 600 ปี พระยำธรรมเอย.. องค์พระยาธรรมิกราชนั้น จึงเป็นผู้ก�าเนิดก่อเกิดจากองค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า ผู้หลุดพ้นแล้วทั้งหลาย รวบรวม พลังแห่งความรู้ตื่นมาเป็นพลังธรรม พลังของการก่อเกิดเป็นดวงจิตสมมุตินี้ขึ้นมาด้วย


4 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ความรู้ตื่นรู้แจ้งเท่านั้น เพราะพระยาธรรมิกราช จะต้องประกอบกิจอย่างไร้ตัวตน พระยา ธรรมิกราชจะด�าเนินตามเส้นทางที่ถูกขีดเขียนเอาไว้ให้โดยพระพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้า ทุกพระองค์ก็จะทรงดูแล เพราะเป็นการเผยแผ่พระธรรม ในยุคส�าคัญ คือ กึ่งพุทธกาลของ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเป็นไปด้วยพระองค์เองเช่นนี้ละ พระยาธรรม.. ฉะนั้น.. ดวงจิตที่ก่อเกิดเป็นพระยาธรรมิกราชนั้น จึงเป็นดวงจิตที่ก่อเกิด ท่ามกลาง พลังธรรม พลังความรู้ตื่นแห่งองค์พระพุทธเจ้าเท่านั้น เกิดจากแดนนิพพาน เพื่อสร้างพลัง ความรู้ตื่น อยู่ในดวงจิตนั้นอย่างเต็มก�าลัง เพื่อประกอบกิจแทนองค์พระพุทธเจ้าได้ เช่น นี้ละ พระยาธรรม.. ฉะนั้น.. การจัดเตรียมพระยาธรรมิกราช จึงจัดเตรียมหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรง ตรัสรู้แล้ว แล้วก็ไม่มีการสั่งสมบารมีใดของดวงจิตใด ที่จะมาเป็นพระยาธรรมิกราช เพราะ พระยาธรรมิกราชจะมาจากการวางแบบแผนงานขององค์พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ ที่ทรง ตรัสรู้ไปแล้วเท่านั้น พระยาธรรม ...เช่นนี้ล่ะ ลูก.. ต่อไป ประการที่ 2 พระยาธรรมิกราชจะไม่เป็นผู้ที่เป็นดวงจิตก�าเนิดก่อเกิด เพื่อ ที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปแน่นอนลูก เพราะองค์พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป เช่นดังองค์พระศรีอริยเมตไตรยนั้น คือ พระโพธิสัตว์ผู้บ�าเพ็ญบารมีมา เพื่อตรัสรู้ธรรม บรรลุธรรม และน�าทางดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ในยุคที่พระองค์เองจะตรัสรู้ ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. พระยาธรรมิกราช คือ ผู้ที่เป็นดวงจิตที่มาจากองค์พระพุทธเจ้า เพื่อมาเผยแผ่ธรรมในกึ่งพุทธกาลของพระองค์นั้นๆ ฉะนั้น.. ดวงจิตทั้ง 2 กลุ่มนั้น จึงไม่สามารถเป็นกลุ่มเดียวกันได้ เพราะบุคคลผู้จะ เป็นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ในอนาคตนั้น เป็นดวงจิตที่แข็งแกร่ง และสร้างสั่งสมบารมีมา มีลักษณะนิสัย รูปแบบของตนเอง อย่างชัดเจน ฉะนั้น.. การที่องค์พระพุทธเจ้าพระองค์ใด จะให้พระพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่ง มา ประกาศธรรมแทนในกึ่งพุทธกาล ย่อมไม่ใช่เหตุ แต่ย่อมแน่นอนละ พระยาธรรม.. ว่าบุคคล ผู้จะเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป จะต้องเรียนรู้ศึกษา และท�าความเข้าใจจาก พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ที่สั่งสมบารมีไปแล้ว ที่ตรัสรู้ไปแล้ว แต่ต้องไม่ใช่การเผยแผ่ พระธรรมแทน เช่นนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป จึงไม่ใช่พระยาธรรมแน่นอน ท่านก็คือ ผู้จะมาตรัสรู้


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 5 ส่วนพระยาธรรมิกราช คือ บุคคลผู้ที่องค์พระพุทธเจ้าทรงสร้างขึ้นมา เพื่อเฉพาะ กิจและก่อเกิดจากพลังบารมีของพระพุทธองค์โดยตรง เพื่อจะมาประกอบกิจในกึ่งพุทธกาล นั้นให้ส�าเร็จ ด้วยพลังพุทธบารมีจากพระพุทธเจ้าเท่านั้น ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. ประการที่ 2 นั้น พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป จึงไม่ใช่ พระยาธรรม พระยาธรรมิกราชจึงไม่ใช่พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปแน่นอน ซึ่งก็จะเป็น คนละดวงจิต เพื่อที่จะท�างานในคนละรูปแบบ คนละช่วง คนละยุค คนละตอน ฉะนั้น.. จึงไม่เกี่ยวข้องกันแต่หากเป็นการท�างานร่วมกัน หรือมาเพื่อที่จะสร้าง สั่งสมบารมี ร่วมกับพระยาธรรมิกราชในกึ่งพุทธกาล นั่นก็เป็นไปได้ และเป็นสิ่งที่ควรที่จะ เป็นไป เพราะองค์พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป จะเป็นบุคคลผู้ตรัสรู้ จึงควรมาเพื่อรองรับ พระธรรมค�าสอนขององค์พระพุทธเจ้าในกึ่งศาสนา และสั่งสมความดีด้วยการรองรับ และ ช่วยเผยแผ่ แต่ต้องไม่ใช่ดวงจิตของพระยาธรรมิกราช เช่นนี้ละ พระยาธรรม.. ฉะนั้น.. พระศรีอริยเมตไตรย คือ พระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ในอนาคต องค์พระยา ธรรมิกราช คือ ผู้ก�าเนิดก่อเกิดขึ้นมา เพื่อที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ในกึ่งพุทธกาลให้ พ้นทุกข์ตามค�าสอนขององค์พระพุทธเจ้า ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จึงเป็นคนละดวงจิต และไม่เกี่ยวข้องกันลูก บางคนอาจ มีความเข้าใจว่า พระยาธรรมิกราช ก็คือ พระศรีอริยเมตไตรย พระศรีอริยเมตไตรย จะเป็นพระยาธรรมิกราชจะไม่เป็นเช่นนั้นลูก เพราะแต่ละพระองค์ ก็จะมีกิจของตนที่เกิดมาเพื่อสิ่งนั้น และสั่งสมบารมีไว้ เพื่อสิ่งนั้น เช่นนี้ละ พระยาธรรม.. ต่อไป ประการที่ 3 ดวงจิตของพระยาธรรมิกราช จะต้องเป็นดวงจิต ที่ก่อเกิดขึ้น จากองค์พระพุทธเจ้าเท่านั้น เป็นดวงจิตที่มาจากพระนิพพานเท่านั้น จึงมีความเป็นทิพย์ มีคุณสมบัติพิเศษ จึงมีการรู้แจ้งรู้ตื่น และเชื่อมต่อสภาวะทางทิพย์กับองค์พระพุทธเจ้าได้ อย่างชัดเจน พระยาธรรมิกราชจึงไม่ใช่ดวงจิตใดที่สั่งสมบารมีมา เพื่อจะเป็น และจะไม่มีการ สั่งสมบารมี เพื่อที่จะไปเป็นพระยาธรรมิกราช จะไม่มีการสั่งสมความดีเช่นนั้น เพราะต่อ ให้ใครก็ตาม จะสั่งสมบารมีมากเพียงใดก็ตาม จะไม่สามารถรองรับงานที่ใหญ่เช่นนี้ เพราะ เทียบเท่ากับการเป็นองค์แทนของพระพุทธเจ้าเลยทีเดียว ฉะนั้น.. จึงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากองค์พระพุทธเจ้าจะทรงพุทธาภิเษกจิตสมมุติ ขึ้นมา เพื่อที่จะรองรับงาน รองรับการเป็นองค์แทนของพระองค์เท่านั้น จึงไม่มีจิตใดที่


6 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 สั่งสมบารมี เพื่อไปเป็นพระยาธรรมิกราชหรอกลูก แต่ก็เป็นธรรมดาที่อาจจะมีดวงจิต ที่มี ความปรารถนาที่จะเป็น แต่ก็ไม่อาจเป็นได้ เพราะพระยาธรรมิกราช มาจากการสร้างของ องค์พระพุทธเจ้า พระผู้หลุดพ้นทั้งหลายรวมพลังบารมีลงมา เพื่อสร้างดวงจิตนั้นให้ก่อเกิด ขึ้นมา และสร้างหลังจากที่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงตรัสรู้แล้ว พระยำธรรมเอย.. ฉะนั้น จึงไม่มีการจัดเตรียมองค์พระพุทธเจ้าน้อย พระยา ธรรมิกราชก่อน หรือการสั่งสมบารมีก่อน นี่คือเหตุและผล ต่อไป ประการที่ 4 พระยาธรรมิกราชไม่สามารถก่อเกิดขึ้นได้ จากการสั่งสมบารมี ของดวงจิตใดในวัฏสงสารนี้หรอกลูก เพราะองค์พระยาธรรมิกราช คือ องค์แทน พระพุทธเจ้า จึงจ�าเป็นที่จะต้องเป็นดวงจิตที่มาจากพระพุทธเจ้าเท่านั้น จึงเป็นองค์แทน ได้ แม้องค์พระอรหันต์สาวกทั้งหลาย จะเก่งเพียงใด ก็ยังเป็นองค์พระอรหันต์สาวกอยู่ ยังไม่สามารถเป็นองค์แทนพระพุทธเจ้าได้ ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ค�าถามที่วันนี้ ท่านพระยาธรรมิกราชได้เฝ้าทูลถาม คือ จะมีการจัดเตรียมองค์พระยาธรรมิกราช ก่อนที่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ จะตรัสรู้หรือ เปล่า ค�าตอบก็คือ ไม่มีการจัดเตรียมก่อนลูก เพราะองค์พระยาธรรมิกราชไม่ได้เกิดขึ้น จากการสั่งสมบารมีของดวงจิตทั้งหลายในวัฏสงสาร และไม่อาจเกิดขึ้นก่อนที่พระพุทธเจ้า พระองค์นั้นๆ จะตรัสรู้ด้วย เพราะองค์พระพุทธเจ้านั้นต้องตรัสรู้ไปแล้ว องค์พระอรหันต์ สาวกทั้งหลายต้องกลับคืนสู่นิพพานแล้ว ราว 4-600 ปี จึงจะมีพุทธพิธีในการจัดเตรียม องค์พระยาธรรมิกราชเกิดขึ้น และดวงจิตนั้นก็จะมาจากการพุทธาภิเษกจากองค์ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น และมีการดูแลจากพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ รวมถึงรวมพลังจาก พระผู้หลุดพ้นทั้งหมด เพียงแต่การวางแผนการลงมาเผยแผ่ธรรมของแต่ละองค์ คือ องค์พระยาธรรมิกราชนั้น แตกต่างกันเท่านั้น ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. พระยาธรรมิกราชก่อเกิดขึ้น หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ และก่อเกิดขึ้น จากการสร้างของพระพุทธเจ้า พระองค์ที่ตรัสรู้แล้วเท่านั้น ไม่มีการก่อเกิด จากการสั่งสมบารมี ของดวงจิตใดดวงจิตหนึ่งในวัฏสงสาร และองค์พระยาธรรมิกราชก็ ไม่ใช่พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป แน่นอน ไม่ได้เกิดจากพระโพธิสัตว์ที่จะตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้าองค์อนาคต แต่เป็นดวงจิตสมมุติ ที่เกิดขึ้นจากพลังพุทธบารมี เพื่อมาประกอบ กิจนั้นๆ คือ การเผยแผ่ธรรมในกึ่งพุทธกาลโดยเฉพาะ เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. ลูกคงพอจะเข้าใจแล้วสินะ พระยาธรรม..


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 7 พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง ลูกพอจะเข้าใจแล้วพระพุทธเจ้าค่ะ ว่าการจัดเตรียมองค์พระยา ธรรมิกราช ไม่ได้มีการจัดเตรียมก่อนที่พระพุทธองค์จะทรงตรัสรู้ แล้วก็ไม่ใช่เกิดขึ้นจาก การสั่งสมบารมีของดวงจิตใดดวงจิตหนึ่งในวัฏสงสาร แต่เป็นการก่อเกิดขึ้นหลังจากที่ พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ประมาณ 4-600 ปี จึงมีการพุทธาภิเษกดวงจิตนั้นๆ ขึ้นมา ซึ่ง แตกต่างจากองค์พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และองค์พระอรหันต์ ที่จะต้องมีการ สั่งสมบารมี เพื่อไปบรรลุธรรมเป็นองค์พระอรหันต์ หรือพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือตรัสรู้ ธรรมเป็นพระพุทธเจ้า มีความแตกต่างเพราะพระยาธรรมิกราชต้องมาประกอบกิจแทน พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ จึงต้องเป็นดวงจิตที่ก่อเกิดจากพระองค์ ซึ่งเป็นจิตสมมุติและ พระองค์ก็จะสร้างขึ้นมา เพื่อประกอบกิจของพระองค์ตามพระประสงค์ ซึ่งเป็นองค์แทน ของพระองค์นั้น ในยุคนั้นๆ เพื่อที่จะเป็นผู้ประกาศธรรมแทนพระองค์ให้ส�าเร็จในกึ่ง พุทธกาลเท่านั้น จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการสั่งสมบารมี ลูกพอจะเข้าใจเช่นนี้แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ เพราะว่า ตอนนี้อาจมีดวงจิตที่เขาก็มี ความปรารถนาว่า จะสั่งสมบารมีเพื่อมาเป็นพระยาธรรมิกราชองค์ต่อไป บางดวงจิตก็คิด ว่าตนก็เป็นพระยาธรรมิกราชเกิดจากการสั่งสมบารมี แต่ทีนี้ลูกพอจะเข้าใจแล้ว ในเรื่อง ราวของพระยาธรรมิกราช และการก�าเนิดก่อเกิด ด้วยเหตุด้วยผล พอจะเข้าใจกระจ่าง ตามพระพุทธองค์ ที่ทรงแสดงมาแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตาลูก นะเจ้าคะ สำธุ


8 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 บทที่ 2 หลงว่ำเป็นพระยำธรรมิกรำช ในเช้าของวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้ว จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถาม พระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. คือ ลูกยังคงปรารถนา ที่จะไขข้อข้องใจถึงเรื่องของ พระยำธรรมิกรำช องค์ปลอม – องค์จริง เพราะว่าในเวลา ที่ผ่านมา ก็มีดวงจิตที่เขาก็คิดว่าเขาจะสั่งสมบารมีมา เพื่อที่จะเป็นพระยาธรรมิกราช แต่เมื่อลูกก�าเนิดก่อเกิดขึ้นมาแล้ว ดวงจิตดวงนั้นก็กลายเป็นผิดหวัง เขาก็เลยรู้สึกว่าท�าไม จึงไม่ใช่เขา จึงกลายเป็นว่าเขาก็มีจิตที่กลายเป็นฝ่ายมารไป แบบนี้น่ะเจ้าค่ะ ขอพระพุทธ องค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมเรื่องนี้ ให้ลูกได้ท�าความเข้าใจด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระยำธรรมเอ๋ย.. ดวงจิตทั้งหลาย เมื่อรู้ว่ามีการก�าเนิดก่อเกิดสิ่งที่ดี ย่อมเป็น ธรรมดา เป็นปรกติลูก ที่จะมีความต้องการ มีความตั้งใจ มีความเพียรพยายามที่จะสั่งสม บารมี เพื่อที่จะเป็นสิ่งนั้น บางคน บางดวงจิต ปรารถนาที่จะเป็นองค์พระพุทธเจ้า แล้วก็ สั่งสมคุณงามความดีจนเต็ม และสามารถเป็นองค์พระพุทธเจ้าได้ตามที่ปรารถนา แต่เมื่อ จิตทั้งหลาย สามารถสั่งสมจนเป็นองค์พระพุทธเจ้าและตรัสรู้แล้ว ย่อมไม่เป็นปัญหา เพราะ ย่อมถึงซึ่งความรู้ตื่น รู้แจ้ง อย่างแท้จริง แต่ก็ยังมีดวงจิตอีกมากมาย ที่มีความปรารถนาที่ จะเป็นพระพุทธเจ้า แต่เขาทั้งหลายเหล่านั้น ก็สั่งสมความดีมาไม่มากพอ จนมาติดอยู่แค่ ถือดี ยึดดี หลงดี ก็เลยคิดว่าตนนั้นเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ยกตนขึ้นเทียบองค์พระพุทธเจ้า แล้วก็เลยคิดว่าตนนั้น ก็เป็นพระพุทธเจ้าเหมือนกัน เช่นเดียวกัน ทีนี้ ก็เลยกลายเป็น พระพุทธเจ้าองค์ปลอม กลายเป็นผู้หลงดี ยึดดี ยกตนเทียบ เท่าองค์พระพุทธเจ้าไป ก็เลยหลงทางไปก็มีอยู่มาก ในวัฏสงสารนี้ ดวงจิตที่หลงทาง นึกว่าตนเป็นพระพุทธเจ้า มีอยู่มากลูก ดวงจิตที่หลงทาง นึกว่าตนนั้นเป็นองค์พระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ก็มีอยู่มากลูก ดวงจิตมากมายที่หลงทาง นึกว่าตนเป็นองค์พระอรหันต์แล้ว ก็มีอยู่มากลูก ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. ความจริง ก็คือความจริงน่ะลูก ความจริงไม่อาจเป็น ปลอมได้ สิ่งที่มันเป็นของจอมปลอมไม่อาจเป็นจริงได้ เพราะความจริงดวงจิตที่ถึงต้องหลุด


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 9 พ้นแล้วเท่านั้น ดวงจิตที่คิดว่าถึงแล้ว ย่อมไม่หลุดพ้นหรอกลูก ถ้าเป็นแค่ความคิด ความ เห็น ความเข้าใจของตน ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. จึงเป็นปรกติธรรมดาละลูก เมื่อรู้ว่าความดีอันสูงสุด คือ การบ�าเพ็ญเป็นองค์พระพุทธเจ้า เมื่อรู้ว่าความดีอันสูงสุด คือ การมีองค์แทนองค์ พระพุทธเจ้า เกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล คือ พระยาธรรมิกราชความจริง คือ สิ่งที่เป็นเหล่านั้น ได้เป็นอย่างแท้จริง ได้ถึงแล้วอย่างแท้จริง เช่น องค์พระพุทธเจ้า ก็จะต้องตรัสรู้ได้อย่าง แท้จริง จึงเป็นองค์พระพุทธเจ้าได้ องค์พระยาธรรมิกราช ก็จะต้องเป็นผู้ก�าเนิดก่อเกิดจากองค์พระพุทธเจ้า และลง มาเพื่อประกาศธรรมแทนในกึ่งพุทธกาล และก็สามารถที่จะท�ากิจทุกอย่าง ตามที่ควรที่จะ ท�าและด�าเนินไป เป็นเหตุเป็นผล เป็นขั้นเป็นตอน จนสามารถที่จะค้นหาวิธีต่างๆ ได้ส�าเร็จ พิสูจน์ตนจึงจะเป็นจริงได้ลูก และจะต้องไม่มีความหลงในตน ยกย่องตน ไม่มีความหลง คือ การพาให้ผู้อื่นหลงทางตามอยู่นี้ ความจริงต้องกระจ่างแจ้งเช่นนี้ จึงจะเป็นพระองค์ จริงได้ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. การที่จะมีความดีสูงสุดเกิดขึ้น คือ องค์พระพุทธเจ้า องค์พระยาธรรมิกราช ก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล องค์พระอรหันต์ผู้หลุดพ้นแล้ว ห่างไกล จากกิเลส สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งสูงสุด สิ่งที่ควรกราบไหว้บูชา ดวงจิตทั้งหลายก็ย่อมมีความ ปรารถนาที่จะเป็นสิ่งเหล่านี้ แต่บุคคลผู้เป็น ย่อมอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ บุคคลผู้ปรารถนาจะเป็นและก็ยังไม่เป็น ย่อมมีความปรารถนาและอยากจะเป็น และย่อมมีความหลงในความเป็นเป็นธรรมดา ฉะนั้น พระยำธรรมเอ๋ย.. จึงมีกลุ่มดวงจิตมากมาย ที่เขาเหล่านั้นก็จะมีความ ปรารถนาที่จะมาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดทั้งหมด ด้วยการปรารถนาเป็นองค์พระพุทธเจ้าบ้าง องค์พระยาธรรมิกราชบ้างองค์พระปัจเจกพุทธเจ้า องค์พระอรหันต์เจ้า ปรารถนามากมาย ละลูก แต่ใครจะท�าถึง ท�าได้หรือไม่ เท่านั้นเอง จึงเป็นธรรมดาละ พระยาธรรมเอย.. ที่ถ้าหากว่าจะมีดวงจิตใดสักดวงจิตหนึ่ง ปรารถนาจะเป็นพระยาธรรมิกราชองค์ต่อไป ปรารถนาจะเป็นพระยาธรรมิกราชจึงสั่งสมคุณงามความดีมา เพื่อจะเป็น แต่ลูกเอ๋ย.. องค์ พระยาธรรมิกราชนั้น กลับแตกต่างจากองค์พระพุทธเจ้า และองค์พระอรหันต์สาวก รวม ถึงองค์พระปัจเจกพุทธเจ้า ตรงที่ว่าองค์พระยาธรรมิกราชนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสั่งสม บารมี ของดวงจิตใดดวงจิตหนึ่งในวัฏสงสารนี้ลูก แต่ก่อเกิดขึ้นจากการที่พุทธาภิเษกจาก


10 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 องค์พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ พระอรหันต์และผู้หลุดพ้นทั้งหลาย ฉะนั้น พระยาธรรมเอย.. และต้องก่อเกิดหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วด้วย ฉะนั้น จึงไม่ได้ก�าเนิดก่อเกิดจากการสั่งสมบารมี จึงแสดงว่าต่อให้จะสั่งสมบารมี สั่งสมมากเพียงใดก็ไม่อาจะเป็นพระยาธรรมิกราชได้ บุคคลผู้ที่มีความใฝ่ฝันเช่นนี้ จึงเป็น บุคคลผู้หลงทาง บุคคลผู้ที่มีความตั้งใจจะเป็นพระยาธรรมิกราช จึงเป็นผู้ที่หลงไปแล้ว เท่านั้นเอง ขอให้ลูกทั้งหลาย.. จงรักษาความดีเอาไว้ และคลายความอยากเป็นพระยาธรรมิก ราชออกเพราะพระยาธรรมิกราชจะก่อเกิดขึ้นจากดวงจิต ที่เกิดจากพระพุทธเจ้าเท่านั้น และต้องเป็นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ไปแล้ว พระองค์นั้นๆ เท่านั้น ฉะนั้น.. ขอให้ลูกทั้งหลาย จงคลายออก จะได้ไม่ฝึกจิตของตน จนกลายเป็นมานะ ทิฐิ อัตตาตัวตน การหลงตน ยึดตน ยกตนให้เป็นใหญ่ และสุดท้ายเมื่อไม่เป็นไปตามที่ใจ ปรารถนา เกิดความผิดหวัง ก็เลยกลายเป็นฝ่ายมารไปซะอีก เช่นนี้ละลูกเอ๋ย พระยำธรรมเอย.. ฉะนั้น จึงเป็นธรรมดาละลูก ที่จะมีดวงจิตทั้งหลาย ที่ปรารถนา จะสั่งสมคุณงามความดี บ�าเพ็ญมา เพื่อเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่จะเป็นได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ ความจริง คือ ตนนั้นท�าส�าเร็จหรือเปล่า ถ้าไม่อย่างนั้น ก็จะกลายเป็นพระพุทธเจ้าหัวแดง หัวเขียว คือ พระพุทธเจ้าองค์ปลอม - กลายเป็นมาร มิจฉาทิฐิ - กลายเป็นมาร ที่มีอัตตาตัวตนที่ใหญ่มาก และจะเสียเวลาอยู่ในวัฏสงสารนี้ ยาวนาน - กลายเป็นผู้ปรามาสต่อองค์พระพุทธเจ้าไปโดยไม่รู้ตัว - จะกลายเป็น พระอรหันต์องค์ปลอมขึ้นมา - จะกลายเป็น พระยาธรรมิกราชองค์ปลอมขึ้นมา - จะกลายเป็น เจ้ามานะทิฐิต่างๆ ทั้งหลาย และก็จะติดอยู่ในจุดใดจุดหนึ่งของ วัฏสงสาร ไม่หลุดพ้นไปได้ ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. จงท�าความเข้าใจตามนี้เถิดว่า การปรารถนา ย่อมปรารถนา ได้ แต่ต้องท�าให้ถึงจริงๆ เมื่อถึงแล้วย่อมอยู่เหนือการถึง ย่อมหลุดพ้นและถึงนิพพาน ไม่ใช่ เป็นตามแค่ความคิด หรือความเห็นของตน และองค์พระยาธรรมิกราชไม่ได้เกิดขึ้นจากการ สั่งสมบารมีของใคร แต่เกิดขึ้นจากองค์พระพุทธเจ้า เช่นนั้นดวงจิตใดก็ตาม ที่ปรารถนาจะ


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 11 สั่งสมบารมีเป็นพระยาธรรมิกราช ถือว่าหลงทางผิดทางละลูก ต้องปรับใหม่ แก้ไขสิ่งใหม่ แล้วสั่งสมความดีไป เพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน ท�าเช่นนี้ อย่างนี้ ย่อมจะดีกว่า นั่นก็เพราะ ว่าบุคคลผู้จะเป็นพระยาธรรมิกราชได้ จ�าเป็นที่จะต้องเป็นบุคคลผู้มีพลังบารมี เทียบเท่ากับ องค์พระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ซึ่งตรัสรู้ไปแล้วด้วย ฉะนั้น องค์พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ย่อมไม่อาจมีพระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่ เกิด ขึ้นซ�้ากันถึง 2 พระองค์ในยุคนั้นๆ ฉะนั้น องค์พระพุทธเจ้าจึงทรงสร้างดวงจิตสมมุติขึ้นมา แล้วพระองค์ทรงดูแลทุก กิจการงาน ขับเคลื่อน รวมถึงพระธรรมที่มาจากองค์พระพุทธเจ้าทั้งหมด จึงไม่มีจิตอื่นมา แทนได้ นอกจากจิตที่มาจากพระพุทธเจ้าโดยตรงเท่านั้น จงท�าความเข้าใจเช่นนี้ลูก แล้ว ลูกก็จะไม่เป็น ผู้หลงทาง ผู้สั่งสมบารมีแบบลุ่มหลง ผู้ยกย่องตัวเองแบบลุ่มหลง และพา ให้ผู้อื่นหลงทางไปด้วย จะหลงทางกันไปใหญ่ลูกเอ๋ย ต่อไป ประการที่ 2 ลูกทั้งหลาย.. สามารถที่จะสั่งสมความดีให้เหมือนแต่ละ พระองค์ได้ ก็คือ สั่งสมบารมี แบบองค์พระพุทธเจ้า สั่งสมบารมี แบบองค์พระอรหันต์เจ้า สั่งสมบารมี แบบองค์พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือแบบพระยาธรรมิกราช สามารถที่จะท�าความดี เหมือนแบบที่ท่านทั้งหลายนั้นท�า แต่ไม่ควรเปรียบเทียบ ว่า เราก็เป็นเช่นนั้น เราก็เหมือนเช่นนั้น เราก็คือสิ่งนั้น เป็นต้นลูก คือ เราท�าความดีเหมือน องค์พระพุทธเจ้า พระองค์ท่านทรงสอนสั่งให้ท�าอะไร แบบไหน ยังไง เราท�าตาม ท�าเหมือน ได้ แต่จงอย่ายกตนเปรียบเทียบว่า เราคือพระพุทธเจ้าแล้ว เพราะเราก็ท�าความดีเหมือน ท่าน จงเรียนรู้ที่จะท�าความดีเหมือน แต่อย่ายกตนเปรียบเทียบลูก จะเป็นวิบากกรรมที่ ท�าให้ตนนั้นเกิดการปรามาส และจะท�าให้ตนหลงทางไปสู่ การหลงดี ยึดดี มีทิฐิอัตตาตัว ตนไป จงท�าความดีเหมือนองค์พระอรหันต์ แต่จงอย่าเปรียบเทียบตนกับพระอรหันต์ เมื่อตนส�าเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ตนก็จะเป็นพระอรหันต์ในแบบของตน เมื่อตนนั้นสั่งสม ความดีเต็มแล้ว ตนก็จะไม่เปรียบเทียบเขา ไม่เปรียบเทียบเราอีก ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. ท�าดีให้เหมือนได้ แต่อย่าเปรียบเทียบลูก จงท�าความดีตามพระ ยาธรรมิกราชได้ ที่พาลูกทั้งหลายท�า ท�าเหมือนได้ ท�าตามได้ แต่อย่ายกตนขึ้นเทียบพระยา ธรรมิกราช และอย่ายกตนว่าตนก็เป็นเหมือนกันกับพระยาธรรมิกราช มันจะเป็นกรรมที่


12 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ส่งผลมา ท�าให้ตนนั้นหลงทาง พาให้คนอื่นหลงทาง แล้วก็จมกันไปสู่ทิศทางที่ผิด จะไปไม่ ถึงความหลุดพ้น จะเสียเวลาอยู่ในวัฏสงสารนี้ ฉะนั้น ประการที่ 2 นั้น ให้ลูกทั้งหลายท�าเหมือนได้ แต่อย่าเปรียบเทียบ ท�า เหมือนแต่ไม่ใช่ท�าเท่า ท�าอาจจะไม่เท่าหรอกลูกแค่ท�าเหมือนเท่านั้น ไม่มีทางที่จะท�าได้ เท่ากัน ท�าเหมือนได้เส้นทางที่ท่านชี้ทาง และท�าตามไปจนกว่าตนจะหลุดพ้นจากความ ทุกข์เท่านั้น อย่าไปเปรียบเทียบเขา เปรียบเทียบเรา ถ้าไปเทียบกับที่ท่านนั้นสั่งสมบารมี ไว้มากแล้ว ก็จะเป็นโทษเป็นกรรม กลับมาหาตนและจะก่อให้เกิดความหลง นึกว่าตนนั้น ก็เป็นเสมอเหมือนกันกับองค์พระพุทธเจ้า กับพระอรหันต์ กับพระยาธรรมิกราช โดยที่ตน นั้นไม่ได้เป็นถึง แต่ก็คิดว่าตนถึง ก็จะหลงไปเป็นพระพุทธเจ้าหัวแดงหัวเขียว พระยาธรรม องค์ปลอม จะกลายเป็นพระอรหันต์ปลอมๆ แล้วก็ติดกันอยู่ในสมมุตินี้ แล้วก็หลงเวียนว่าย ตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร หาที่หลุดพ้นไม่ได้ ลูกทั้งหลาย.. จงพิจารณาให้ละเอียดอ่อนเถอะ ธรรมเหล่านี้นั้น ละเอียดอ่อนยิ่งนัก ลูกทั้งหลาย.. จงพิจารณาให้เห็น ให้กระจ่างแจ้ง แล้วลูกก็จะเป็น ผู้ไม่หลงทาง ต่อไป ประการที่ 3 ความยิ่งใหญ่ ย่อมต้องไม่มีความหลง ไม่มีความปรารถนาที่จะเป็นอะไร ทั้งหมดแล้ว บุคคลเมื่อประพฤติปฏิบัติ และฝึกฝนตนจนถึงซึ่งความที่เป็น ผู้ที่ในสมมุติ ยกย่องว่าใหญ่นั้น เช่น การเป็นองค์พระพุทธเจ้าก็ดี การเป็นองค์พระปัจเจกพุทธเจ้า องค์ พระอรหันต์เจ้า หรือเป็นพระยาธรรมิกราช การเป็นอะไรก็ตามที่โลกสมมุติ เขาสมมุติให้ ยิ่งใหญ่ บุคคลทั้งหลาย ผู้ถึงแล้วนั้นย่อมไม่เห็นว่าสิ่งนั้นยิ่งใหญ่ ย่อมเห็นเป็นเพียงเรื่อง ปรกติธรรมดาของโลก ย่อมเห็นเป็นที่หลุดพ้นเกิดขึ้นแล้วอยู่กับตน และไม่เห็นว่าเป็นอื่น นอกเหนือจากความพ้นทุกข์แล้วเท่านั้น ย่อมไม่เห็นว่าอะไรใหญ่ อะไรเล็ก อะไรดี ไม่ดี ใน วัฏสงสารนี้ เพราะตนเห็นความหลุดพ้นอยู่กับตนแล้วเท่านั้น ฉะนั้น.. จิตที่ยังหลงอยู่ว่าตนเป็นเช่นนั้น เป็นเช่นนี้ ใหญ่อย่างนั้น ใหญ่อย่างนี้ จิตเหล่านี้ย่อมหลงทาง และตกเป็นทาสของมาร ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ต่อไป ประการที่ 4 ความหลงจะพาให้ลูกทั้งหลายนั้นเสียเวลาลูกเอ๋ย การหลงชั่ว ท�าให้ตนนั้นเสียเวลา แต่ตนก็ยังรู้ว่ามันคือการหลงไปในทางที่ไม่ดี บุคคลผู้หลงทางและ รู้ตัวว่าหลงทาง ก็อาจมีการแก้ไข และเปลี่ยนแปลงตนเอง สู่เส้นทางที่ถูกต้องได้อย่าง รวดเร็ว


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 13 บุคคลผู้หลงทาง แต่ไม่รู้ว่าตนหลงทาง ย่อมมีความมั่นใจในตัวเอง แล้วก็ไปเรื่อยๆ ตามทางเส้นนั้น โดยไม่รู้เลยว่าหลงทาง ย่อมเสียเวลามากกว่าบุคคลผู้รู้ตัวว่าหลงทาง ฉะนั้น หากลูกทั้งหลาย หลงไปเป็นพระยาธรรมิกราชองค์ปลอม หลงไปเป็น พระพุทธเจ้าองค์ปลอม พระอรหันต์องค์ปลอม หลงไปเช่นนั้น อย่างนั้น ย่อมเป็นผู้เสียเวลา ฉะนั้น.. ให้ลูกทั้งหลาย จงพิจารณาให้ดีถึงข้อธรรมเหล่านี้ การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งในสมมุตินี้ สมมุติว่าเป็นสิ่งที่ดี ยกย่องเชิดชู ย่อมเป็นธรรมดา ที่ดวงจิตทั้งหลายปรารถนาที่จะเป็นหรือท�าตาม แต่ให้ลูกทั้งหลาย.. ฝึกฝนให้ส�าเร็จตาม ให้เป็นตามให้ได้อย่างแท้จริง เช่น องค์พระพุทธเจ้า องค์พระอรหันต์ องค์พระปัจเจกพุทธ เจ้า สามารถบ�าเพ็ญบารมี เพื่อเป็น และให้เป็น ให้ถึง ให้ได้อย่างแท้จริงนะลูก ไม่ใช่เพียง แค่ปรารถนา ท�าดีนิดหน่อยก็ยกตนขึ้นเทียบ แล้วก็คิดว่าตนเป็นก็หลงทางไป ส่วนพระยาธรรมิกราช ไม่อาจเป็นจากการสั่งสมบารมีของใคร จงล้มเลิกความคิด นี้เสีย เพราะไม่อาจเป็นเช่นนั้นได้ลูก องค์พระยาธรรมิกราช เป็นขึ้นมาจากองค์พระพุทธเจ้า พระองค์นั้นๆ ที่ตรัสรู้แล้วพุทธาภิเษกขึ้น เพื่อการวางแผนการเผยแผ่ธรรมเท่านั้น และให้ ลูกทั้งหลาย..จงปลุกตนให้ตื่นจากความลุ่มหลงเหล่านี้ ท�าความดีเหมือนที่ท่านท�า แต่อย่า เปรียบว่าตนก็เป็นเช่นนั้น เช่นเดียวกัน จะหลงทางลูกเอ๋ย บุคคลผู้ยิ่งใหญ่แล้ว ย่อมไม่หลง ไม่ยึดในสิ่งที่เป็น ในสิ่งที่คิดว่ายิ่งใหญ่เหล่านั้น ในสมมุตินั้นทั้งหมด เพราะเห็นแต่ความพ้นทุกข์เท่านั้นที่ส�าคัญ ลูกทั้งหลาย.. รู้ตัวว่าหลงทาง รีบกลับ รีบแก้ไข ก็ดีกว่าคนที่หลงทางแล้ว ก็ยังไม่รู้จักปรับ รู้จักแก้ไข ก็ยังไม่รู้จักปรับเปลี่ยนตนเอง ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ฉะนั้น วันนี้พระยาธรรมิกราชได้เฝ้าทูลถามถึงธรรมละเอียด เหล่านี้ เพื่อที่ให้ลูกทั้งหลาย.. จะได้รู้จักพระยาธรรมิกราช รู้การหลงทาง หลงยึด นึกว่า เป็นพระยาธรรมกันอีก เป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ หรือว่าเป็นอะไรก็ตาม ที่คิดว่าดีด้วย ความคิด จะได้ท�าความเข้าใจ และคลายความหลงซะ จุดมุ่งหมำยที่ส�ำคัญที่สุด ก็คือ ควำมพ้นทุกข์ เท่ำนั้นละลูก องค์พระพุทธเจ้าเกิดขึ้นแล้วพระองค์หนึ่งบนโลกนี้ จะไม่มีพระองค์ต่อไปเกิดขึ้นซ�้า องค์พระยาธรรมิกราช ก่อเกิดขึ้นจากองค์พระพุทธเจ้า จะไม่เกิดขึ้นจากการสั่งสมบารมี ของอะไร


14 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 องค์พระพุทธเจ้า เกิดขึ้น องค์พระยาธรรมิกราช เกิดขึ้น ก็เพื่อฉุดช่วยลูกทั้งหลาย.. ให้พ้นทุกข์ ไม่ได้มาเพื่อยิ่งใหญ่กว่าใคร ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. จงท�าความเข้าใจแค่นี้ และปฏิบัติตามให้พ้นทุกข์ นั่นน่ะลูก คือ สิ่งที่ง่ายที่สุด และคือหนทางที่ไม่หลงทาง ไม่เสียเวลา ลูกจงด�าเนินตามเถิดนะ เพราะ องค์พระพุทธเจ้าหรือพระยาธรรมก็ไม่ปรารถนาที่จะใหญ่กว่าใคร แค่ปรารถนาให้ลูกทั้ง หลายพ้นทุกข์เท่านั้น พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่าการสั่งสมบารมี เพื่อเป็น พระยาธรรมิกราชนั้น ไม่มี การสั่งสมบารมี เป็นพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระ อรหันต์ก็ย่อมสามารถเป็นไปได้ แต่ต้องท�าให้ได้จริงๆ ไม่ใช่แค่คิดหรือเปรียบเทียบ ก็จะ กลายเป็นโทษกรรมไปอีก ลูกพอจะเข้าใจว่าความดี ใครก็ปรารถนา แต่ทุกคนต้องท�าให้ได้ ให้ถึงอย่างแท้จริง ลูกกราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตานะเจ้าคะ ลูกคงต้องกราบขอลา ก่อน เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ ลูกจะน้อมเอาธรรมนี้ ไปเผยแผ่ให้ทุกคนได้ท�าความ เข้าใจ พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 15 บทที่ 3 พระยำธรรมิกรำชจริงปลอม ในเช้าของวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้ว จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถาม พระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. ในช่วงนี้มีผู้คนที่มี สภาวธรรม การเป็นพระยาธรรมิกราช การเป็นผู้ประกาศความยิ่งใหญ่หลายคน หลายส�านัก หลายที่ หลายสายธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายให้แก่บุคคล ผู้ที่จะประพฤติปฏิบัติ หรือหาพระยาธรรมิกราชองค์จริง และสภาวธรรมที่เป็น พระยาธรรมิกราชจริง ในสายธรรมจริง ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ ให้ลูกได้น�าไปเผยแผ่ให้กับดวงจิต ทั้งหลาย ได้เข้าใจและแยกแยะออก ระหว่างพระยาธรรมิกราชองค์จริง และสภาวธรรมที่ เป็นธรรม ผู้ประกาศธรรมอย่างแท้จริง กับสภาวธรรมที่เป็นปลอมๆ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อหลอก ทุกคนให้เกิดความสับสนวุ่นวายด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ เพราะในบางส�านักก็มีการ กล่าวอ้างว่าเป็นพระยาธรรมิกราช แล้วก็มีการสวด คล้ายคลึงกันกับการสวดฟอกช�าระจิต ด้วย บางส�านักก็มีการแอบอ้าง กล่าวอ้าง แต่ก็ไปท�าในสิ่งที่ผิดกฎหมาย หรือว่าผิดศีลผิด ธรรม มีรูปแบบต่างๆ มากมายเลย พระพุทธเจ้าค่ะ ซึ่งอาจท�าให้บุคคลผู้ที่ศรัทธาในธรรม ของพระพุทธองค์ที่ลูกน�ามาเผยแผ่ เกิดความลังเลสงสัย เมื่อสติปัญญาและความเข้าใจของ เขาไม่มากพอ น่ะเจ้าค่ะ ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูก ได้น�าไป เผยแผ่ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรม.. ถ้าอย่างนั้น ลูกก็ลองพิจารณาตามนี้ ดูเถอะนะ พระยำธรรมเอย.. ประการที่ 1 นั้น ลูกควรที่จะท�าความเข้าใจกันเสียก่อนลูก ว่าธรรมดา มนุษย์โลก ดวงจิตที่ยังวนอยู่ หลงอยู่ จมอยู่ ใต้อ�านาจของกิเลสตัณหา จิตทั้ง หลายเหล่านั้น ย่อมมีความมืดมิด มืดบอด เขาทั้งหลายเหล่านั้นย่อมอาจ เห็นของจริง เป็นของปลอม เห็นของปลอมเป็นของจริงย่อมอาจเห็นทั้งของจริง ของปลอม ว่าเป็นของ ปลอม เพราะเขาอยู่ในที่ที่ปลอมยิ่งกว่านั้นอีก เพราะเขาอยู่กับโลก อยู่กับวัฏสงสาร


16 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ที่ถูกครอบง�าไปในรูปแบบของโลก ชาวโลกกับชาวธรรม จึงเป็นอะไรที่สวนกระแสกัน ชาว โลกไม่มีทางที่จะมาเข้าใจสภาวธรรมของชาวธรรมเป็นเรื่องปรกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรม ที่ละเอียด สิ่งที่ซับซ้อนนั้นก็ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ ยากที่จะเข้าใจ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. จึงเป็นปรกติธรรมดาละลูก ที่ชาวโลก มนุษย์โลกผู้จม อยู่กับกิเลสตัณหา ผู้ไม่ได้เข้าใจถึงธรรมอย่างแท้จริงนั้นอาจจะไม่เชื่อ แม้องค์พระพุทธเจ้า เกิดขึ้นแล้ว ในครั้งนั้น ในสมัยพุทธกาล ก็ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อว่าเป็นองค์พระพุทธเจ้า แม้องค์พระอรหันต์ ได้เกิดขึ้นแล้วสมัยพุทธกาลในครั้งนั้น ที่องค์พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ และมีพระอรหันต์ผู้บรรลุธรรมตาม แต่ก็ใช่ว่า มนุษย์ผู้จมอยู่กับกิเลสตัณหา ผู้ลุ่มหลงไป กับโลก หลับใหล พัวพันมัวเมาไปกับวัฏสงสารนี้ จะรู้ตื่น รู้ตามว่าองค์พระอรหันต์ได้เกิด ขึ้นแล้ว และเป็นองค์พระอรหันต์อย่างแท้จริง มนุษย์ทั้งหลายผู้จมอยู่กับกิเลส ผู้หมุนไป ตามโลก จึงเป็นบุคคลผู้เห็นไปตามกระแสของโลก กระแสของธรรมเป็นสิ่งที่สวนกระแส กับโลก ชาวโลกจึงไม่เข้าใจสภาวธรรมของทางธรรม ย่อมเป็นเรื่องปรกติลูกเอ๋ย ฉะนั้น.. ลูกก็จงตั้งใจท�าหน้าที่ของตนไปให้ดี ก็แล้วกัน เราก็ท�าหน้าที่ของเราให้ สมบูรณ์ไป ใครเชื่อก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็เป็นเรื่องปรกติธรรมดา ยากที่จะท�าให้บุคคล ผู้จมอยู่ ใต้อ�านาจกิเลสนั้นเข้าใจ ยอมรับ และรู้ว่าองค์พระพุทธเจ้าน้อยได้เกิดขึ้นแล้ว เป็นเรื่อง ปรกติธรรมดาละ พระยาธรรมเอย.. โดยเฉพาะในยุคนี้ ก็เป็นยุคที่มีสื่อออนไลน์ต่างๆ สามารถรู้เห็นได้ โดยที่ยังไม่รู้ไม่ เห็น คือ รู้โดยที่ไม่ได้รู้จักกัน รู้โดยที่ไม่ได้เห็นกัน รู้และตัดสินไปแล้ว เพียงแค่เห็นข่าวว่า เช่นนั้น ว่าเช่นนี้ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. ลูกทั้งหลายจงท�าความเข้าใจก่อน ประการแรกเช่นนี้ เข้าใจความเป็นธรรมชาติของชาวโลก ผู้จมอยู่กับกิเลสตัณหาทั้งหลายว่า เขาทั้งหลายเหล่า นั้น ก็ย่อมเป็นเช่นนั้น อย่างนั้น คือ การไม่รับรู้ ไม่เข้าใจหรอกลูกว่า.. องค์พระพุทธเจ้าน้อยเกิดขึ้น เป็นเช่นไร องค์พระยาธรรมิกราชเกิดขึ้น เป็นเช่นไร ท�าความเข้าใจเช่นนี้ วางจิตวางใจให้เป็นกลาง ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ทีนี้ ลูกก็ค่อยท�าความเข้าใจสู่ ประการที่ 2 นี้ ว่า ลูกทั้งหลาย นั้นต้องเรียนรู้ถึงของจริงกับของปลอมว่าเป็นเช่นไร


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 17 พระยำธรรมเอย.. ของปลอมนั้นยังไงก็ปลอม ปลอม คือ ไม่ถึงซึ่งความหลุดพ้น ถึงแม้จะกล่าวอ้างว่าเป็นพระยาธรรมิกราช เป็นผู้ที่ใหญ่โตขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าหากว่า.. - ไม่มีการรู้ตื่น รู้แจ้ง - ไม่มีการขัดเกลากิเลสตัณหา - ไม่มีการบ�าเพ็ญ จนเข้าถึงความรู้อย่างแท้จริง - ไม่มีการขัดเกลาเจียระไนกิเลสตัณหาในตน ให้ดับไป ก็ยังเป็นของปลอมอยู่นั่น ละลูก และยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจอะไรเลย เกี่ยวกับเรื่องของธรรมที่แท้จริง จึงเป็นเพียง แค่บุคคลผู้กล่าวอ้างไป หลงไป ตนก็หลง บุคคลผู้เชื่อตนก็หลง แล้วก็กลายเป็นของปลอมๆ ไปอย่างนั้น ลูกเอ๋ย.. ส่วนบุคคลผู้ที่เป็นของจริงนั้น เป็นเช่นไร บุคคลผู้ที่เป็นของจริง ก็คือ บุคคล ผู้รู้ตื่น รู้แจ้ง เข้ำใจสภำวธรรมทั้งหลำยตำม ควำมเป็นจริง สามารถขัดเกลากิเลสตัณหาในตน จนหมดสิ้น เข้าถึงการเป็นบุคคลผู้หมด กิเลสแล้ว เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อยอย่างแท้จริง เป็นองค์พระอรหันต์อย่างแท้จริง ของจริงย่อมจริงไม่มีปลอมลูก แต่ของปลอมก็ย่อมเป็นจริงไม่ได้ลูก ฉะนั้น.. ของจะจริง หรือไม่จริง ก็วัดกันตรงที่ประพฤติปฏิบัติ สอนสั่งเพื่อดับกิเลส หรือเปล่า อยู่ในกรอบแห่งการด�าเนินตามรอยขององค์พระพุทธเจ้าหรือเปล่า และสามารถ ที่จะขัดเกลาเจียระไนจิตของตนจนถึงซึ่งความพ้นทุกข์ เป็นล�าดับๆ ตามระดับของพระอริย เจ้าในแต่ละขั้น ตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ ผู้ตื่นรู้โลกแล้วหรือเปล่า หมดกิเลส แล้วหรือเปล่า ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ฉะนั้น ของจริง ก็คือ.. บุคคล ผู้บรรลุอย่างแท้จริง บุคคล ผู้หมดกิเลสอย่างแท้จริง บุคคล ผู้ที่ท�าแล้วสามารถท�าให้ตนพ้นทุกข์ พาผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. ของจริงก็มีเกิดขึ้น ของปลอมก็มีเกิดขึ้น เรานั้นก็จงฝึกฝนสติ ปัญญาของตนให้รู้เท่าทัน และสามารถที่จะแยกแยะได้ ระหว่างของจริงกับของปลอมนะ พระพุทธเจ้าปลอม ก็มี พระพุทธเจ้าองค์จริงก็มี ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ค�าสอนปลอมๆ ก็มี ค�าสอนจริงก็มี ลูกทั้งหลาย.. ลูกก็จงพิจารณาฝึกฝนสติปัญญาของตน ให้แยกให้ออก แยกให้ได้ว่า


18 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 อันไหนเป็นของจริง อันไหนเป็นของปลอม เพราะยุคนี้องค์พระพุทธเจ้า พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ได้เกิดขึ้นเพื่อประกาศธรรมอย่างแท้จริง แต่ย่อมแน่นอนละลูกเอ๋ย.. ว่า จะมีของปลอมๆ องค์ปลอมๆ ที่เกิดขึ้นตามกันมามากมาย เพราะองค์พระพุทธเจ้าน้อย พระยาธรรมิกราช คือ ผู้ประกาศธรรมในกึ่งพุทธกาล กิเลสนั้นจึงคิดว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด บุคคลผู้ใดได้เป็น ก็คือ ผู้ยิ่งใหญ่ ฉะนั้น.. กิเลสจึงแอบอ้างที่จะเป็นอยู่มากมายเช่นเดียวกัน ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. ก็จงค้นหาด้วยสติปัญญาเถอะลูก ลูกก็จะแยกได้ว่า อะไรของจริง อะไรของปลอม ของปลอม ก็คือ ของที่ไม่หมดกิเลส ด�าเนินไปอยู่บนเส้นทางแห่งความลุ่มหลง ของจริง ก็คือ ของที่หมดกิเลส ด�าเนินอยู่บนเส้นทางแห่งความรู้ตื่น ลูกทั้งหลาย.. ของปลอมย่อมเป็นของจริงไม่ได้ ของจริงก็ไม่อาจเป็นปลอมหรอกลูก ฉะนั้น ให้ลูกทั้งหลาย.. ก็ลองพิจารณาหาดูโดยใช้สติ ใช้ปัญญา อย่าเคลิ้มตามชาว โลก ผู้ลุ่มหลงอยู่ในกิเลสตัณหา หลงอยู่ในโลก เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีทางรู้ตามความเป็น จริงหรอกลูก เราจงค้นหาด้วยตัวของเราเอง แล้วก็ใช้สติใช้ปัญญาค้นหา อย่าหลงไปกับ ของปลอมที่ไม่ใช่ของจริง และอย่าเอาของปลอม มาท�าลายศรัทธาที่มีต่อ ผู้ที่เป็นของจริง แล้วลูกทั้งหลายนั้นจึงจะสามารถข้ามบททดสอบ สิ่งทดสอบต่างๆ จนเข้าถึงธรรมที่แท้จริง ความพ้นทุกข์ที่แท้จริง ที่จะท�าให้ลูกได้หลุดพ้นอย่างแท้จริง พระยำธรรมเอย.. เพียงเท่านี้ก็ท�าให้ลูกทั้งหลาย ได้เห็นแล้วว่าอุปสรรคปัญหา ในการคัดกรอง ขัดเกลาเจียระไนจิตของลูก จิตของลูกทั้งหลายนั้นก็ยังมีอยู่มาก ถ้าลูกไม่ แน่จริง ไม่แข็งแกร่ง ไม่ศรัทธาตั้งมั่นจริง ลูกก็อาจเข้าไม่ถึงของจริง พระยำธรรมเอย.. บ่วงแห่งมารกับดักแห่งมาร ย่อมมีเอาไว้ให้ลูกทั้งหลายข้าม ผ่าน บุคคลผู้มีศรัทธาตั้งมั่น มีสติและปัญญาเท่านั้นละลูก ที่จะข้ามผ่านไปได้ ต่อไป ประการที่ 3 ลูกทั้งหลาย.. ควรที่จะท�าความเข้าใจ ดังนี้ว่า การประพฤติปฏิบัติใน ส�านักนั้น ในองค์พระยาธรรมิกราชองค์นั้น ได้ประพฤติปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่การดับการเกิดหรือ ไม่ ลูกประพฤติปฏิบัติตามแล้ว - จมอยู่ หลงอยู่ - ยิ่งท�า ยิ่งทุกข์ - ยิ่งท�า ยิ่งโง่เขลาเบาปัญญา


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 19 หรือว่าสิ่งที่ลูกประพฤติปฏิบัติตามนั้น ท�าให้ลูกนั้น มีจิตที่รู้ตื่นเบิกบาน มีสติมี ปัญญา ท�าให้ลูกสามารถเอาตนออกจากทุกข์ได้ ลูกก็ลองพิจารณาดูนะ ในส�านักที่เป็นของปลอม ย่อมประพฤติปฏิบัติ เพื่อหวังผลสิ่งอื่น เช่น ลาภสักการะ ต่างๆ ในส�านักปฏิบัติที่เป็นของจริง ย่อมประพฤติปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่มรรคผลนิพพาน ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ความจริง ของจริงกับของปลอมนั้น มันมีสภาวะซับซ้อนกันอยู่ เช่นนี้ละลูก แต่ลูกจะแบ่งแยกได้ ก็คือ ระหว่างกิเลสตัณหาดับลงกับมีเพิ่มขึ้น สภาวธรรม ของการท�าความดีก็มีความซับซ้อนเช่นนี้ละลูก การท�าความดีที่ถูกต้องกับการท�าความดี ที่ไม่ถูกต้อง การท�าในสิ่งต่างๆทั้งหลาย ย่อมมีทั้งของจริงและของปลอม ลูกทั้งหลาย.. จงพิจารณาเพียงแค่ให้รู้ ให้เข้าใจตาม ตามความเป็นจริง คือ การดับกิเลส หมดกิเลส การรู้ตื่นรู้แจ้ง เท่านั้นละลูกเอ๋ย แล้วลูกก็จะเข้าใจว่าของจริงเป็น เช่นไร ของปลอมเป็นเช่นไร ในส�านักที่เป็นของปลอม ในส�านักที่เป็นของจริงนั้นเป็นเช่นไร ต่อไป ประการที่ 4 ลูกจงพิจารณาเถิดว่าการประพฤติปฏิบัติของพระยาธรรม องค์นั้น สายธรรมนั้น ประพฤติปฏิบัติเพื่อปลุกจิตให้รู้ตื่นหรือเปล่า เพื่อที่จะน�าพาจิตทั้งหลาย ให้ตื่นรู้ ตามความเป็นจริงหรือไม่ มีธรรมอันเป็นธรรมราชา ที่จะมาสอนและชี้ทางให้ลูกทั้งหลาย.. รู้ตื่นอย่างแท้จริง มีเหตุมีผลตามสภาวะความเป็นจริง ตามหลักธรรมขององค์พระพุทธเจ้าหรือเปล่า หรือว่ามีความลุ่มหลง มีกิเลสตัณหา มีสิ่งที่เจือปนด้วยอยู่ในนั้น จงพิจารณาเช่นนี้นะ พระยา ธรรม..ความรู้ตื่น รู้แจ้ง มีหรือไม่ หรือว่าปฏิบัติไป แล้วก็มีความลุ่มหลง จมอยู่ ลูกทั้งหลาย เอ๋ย..ค่อยๆ พิจารณาตาม เช่นนี้ก็แล้วกันนะ ต่อไป ประการที่ 5 ลูกทั้งหลาย.. ได้ประพฤติปฏิบัติ และเข้าถึงความพ้นทุกข์ อย่างแท้จริงหรือเปล่า หรือว่ายิ่งท�าไปแล้ว มันก็ยิ่งทุกข์ไปมากกว่าเดิม ลูกค่อยๆ พิจารณา หาตัวหาตน ในตัวตนให้ได้ ว่า ความสุขภายในได้เกิดขึ้นแก่ลูก ความทุกข์ได้หมดไปหรือ เปล่า ลูกเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติเอง เป็นผู้เห็นตามเอง รู้แจ้งตามเอง ลูกนั้นเป็นเช่นไรจง พิจารณาเช่นนี้เถิดนะ เพราะบัดนี้ของจริงก็มี ของปลอมก็มี ลูกนั้นจ�าเป็นต้องหาให้เจอ ของจริง เพื่อไม่ถูกของปลอมหลอกลวงไป แล้วก็ไม่จ�าเป็นต้องเชื่อกระแสของโลก ชาวโลก ทั้งหลาย ผู้ไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึงธรรม เพราะว่า ไม่ได้มีประโยชน์อะไร


20 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ฉะนั้น.. จึงแบ่งเป็น 3 ทีม ทีมที่ 1 คือ กระแสของโลก ที่ท�าให้เกิดความไม่มั่นใจ เกิดความลังเลสงสัย แต่ก็ ดีที่ช่วยกันคัดกรอง ขัดเกลา ทีมที่ 2 ก็คือ กลุ่มที่เป็นพระยาธรรมปลอม เป็นส�านักปลอมๆ ลูกทั้งหลาย..ก็ลอง หาดู หาให้เจอของปลอม แยกให้ออก ทีมที่ 3 ก็คือ พระยาธรรมิกราชองค์จริงได้เกิดขึ้นแล้ว ธรรมที่แท้จริงได้เกิดขึ้นแล้ว ลูกทั้งหลาย.. ก็ต้องหาของจริงให้เจอเพื่อเรา.. จะได้เป็นกลุ่มที่เป็นของจริง จะได้ไม่หลงกับชาวโลก แล้วเวียนว่าย เวียนวนต่อไป จะได้ไม่หลงอยู่กับของปลอม ที่คิดว่าจะท�าดีแล้ว แต่ยังหลงทางไปอีก จะได้พบกับพระยาธรรมิกราชพระองค์จริง พบกับพระธรรมค�าสอนของจริง จะได้พ้นทุกข์ อย่างแท้จริง ลูกทั้งหลาย.. สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นข้อทดสอบ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะขัดเกลา เจียระไน คัดกรองจิตทั้งหลายผู้เป็นเพชรแท้ เมื่อลูกเป็นของจริง ลูกย่อมต้องเข้าถึงได้ใน ที่สุด เช่นนี้ละ พระยาธรรม.. ธรรมเหล่านี้ คือ สิ่งที่ลูกควรน�าไปประกาศ เพื่อชี้ทางบอก ทางให้จิตทั้งหลายได้รู้ตื่น รู้แจ้ง ตามความเป็นจริง พระยาธรรมเอย..ลูกคงพอจะเข้าใจ แล้วสินะ พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ เมื่อมีพระยำธรรมิกรำช พระพุทธเจ้ำน้อย ได้เกิดขึ้น สำยปฏิบัติธรรม สัมมำสัมพุทธะ ได้เกิดขึ้น ธรรมที่แท้จริงของพระพุทธองค์ ได้เกิดขึ้นแล้วบนโลก ย่อมเป็นธรรมดาที่ก็จะมีทั้งองค์จริง และองค์ปลอมเกิดขึ้นพร้อมกัน ย่อมเป็นธรรมดาที่กิเลสตัณหา อาจจะน�ามาด้วยการแอบอ้าง ว่าเป็นพระยาธรรมิกราช ในรูปแบบต่างๆ ส�านักต่างๆ ก็เป็นธรรมดาเช่นนั้น แต่ของจริงก็ไม่อาจเป็นปลอม ของปลอมก็ไม่อาจเป็นจริง เรามุ่งเน้นดูตรงที่สามารถประพฤติปฏิบัติให้พ้นทุกข์ และเป็นผู้เข้าใจในธรรมที่แท้ จริงของพระพุทธองค์ เป็นผู้ทรงธรรมจริงหรือเปล่า ประพฤติปฏิบัติจริงหรือเปล่า และเป็น


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 21 ธรรมดาที่ชาวโลก ผู้หมุนวนไปกับคลื่นกระแสแห่งโลก ย่อมไม่เข้าใจกระแสแห่งธรรมเป็น ธรรมดา เราก็อย่าไปเคลิ้มตามเขาเหล่านั้น จงหาของจริงและของปลอม ให้รู้จักทั้งจริงและปลอม และเราจงเลือกที่จะด�าเนิน ตามของจริง เพราะของจริงต้องเป็นส�านักที่มุ่งประพฤติปฏิบัติ เพื่อมรรคผลนิพพาน เพื่อ ละกิเลสตัณหา ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์อื่น ย่อมเป็นสายปฏิบัติที่ประพฤติปฏิบัติ มุ่งเน้น ความรู้ตื่น ตื่นรู้ ให้ตนนั้นรู้แจ้งตามความเป็นจริง ย่อมเข้าถึงความพ้นทุกข์ เมื่อได้ประพฤติ ปฏิบัติตาม สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นเรื่องปรกติ ที่จะต้องเกิดขึ้นในโลกใบนี้อยู่แล้ว เพื่อ ทดสอบจิตทั้งหลายว่าตนนั้น จะสามารถเข้าถึงประตูนิพพานอย่างแท้จริงหรือเปล่า หรือ ยังติดกับดักของโลก กับดักของความรู้ปลอมๆ ถ้าเราติดกับดัก ทั้ง 2 กับดักนี้ เราย่อมไป ไม่ถึงประตูพระนิพพาน ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่าทุกสิ่งเป็นเพียงสถานการณ์ของการคัด กรอง ขัดเกลาเจียระไนของจริงเท่านั้น ลูกจะตั้งใจประพฤติปฏิบัติ และท�าหน้าที่ของตน ให้ดี เพื่อเปิดสภาวธรรมแห่งพระนิพพาน เปิดประตูพระนิพพานเอาไว้รองรับ ส�าหรับดวง จิตผู้ที่เป็นเพชรแท้ จะด�าเนินตามมา เพื่อถึงนิพพานอย่างแท้จริง โดยที่ไม่สนใจกระแสโลก กระแสของความจอมปลอม หรือสิ่งที่จะพาให้ลุ่มหลง แต่จะท�าหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อสว่างไสวดุจดวงอาทิตย์ ส่อง แสงสว่างให้จิตทั้งหลายรู้ทิศทางที่แท้จริง และเข้าถึงความพ้นทุกข์ ตามรอบกาลเวลา แห่ง การประกาศธรรมในกึ่งพุทธกาล พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้เข้าใจ ลูกจะ น้อมไปประกาศธรรมนี้ เพื่อปลุกจิตทั้งหลายให้รู้ตื่น และสามารถหาความเป็นจริงได้ พระพุทธเจ้าค่ะ วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ


22 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 บทที่ 4 กำรตรัสรู้ของพระพุทธเจ้ำน้อย ในเช้าของวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้วนั้น จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถาม พระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. หลังจากที่ลูกได้ท�า พุทธพิธีอัญเชิญพระธรรมจักรที่ใหญ่ที่สุด พลังแห่งพระธรรมจักร มาสู่แดนธรรมิกราช และ ได้รับพระธรรมจักรจากพระพุทธองค์ เป็นผู้หมุนธรรมจักรในกึ่งพุทธกาลแล้ว ลูกก็ได้เดิน ทางไปทางภาคเหนือ และก็ไปยังสถานก่อเกิด สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้าน้อยที่บ้านแสง ธรรม รวมถึงคณะหลวงพ่อ ก็ได้อัญเชิญองค์พระพุทธชินราช ซึ่งเป็นพระวรกายที่เป็นองค์ แทนพระพุทธเจ้า พลังของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ พระผู้หลุด พ้นทุกๆ พระองค์ ไปประดิษฐานไว้ที่บ้านแสงธรรม และก็ได้ท�าพุทธพิธี เดินทางไปยังสถาน ที่ส�าคัญต่างๆ ทางภาคเหนือ เพื่อแผ่พลังบารมี แผ่พลังแห่งจักรพรรดิ ซึ่งเป็นจักรพรรดิ ทางธรรม คือ การหมุนรอบพระธรรมจักรไปในทิศเหนือแล้ว แล้วก็ได้เดินทางกลับมายัง สถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นฐานทัพของธรรม สวนธรรมิกราช ลูกก็ยังเห็นว่าในโลกทิพย์นั้น ยังคงมีพุทธพิธีติดต่อกันหลายอย่าง และยังคงเชื่อม ต่อกันหลายพิธีเลย ลูกจึงจะขอถึงพระพุทธองค์ โปรดทรงเมตตาแสดงธรรม อธิบายสภาว ธรรมพุทธพิธีต่างๆ ที่ลูกทั้งหลายจะต้องท�า เพื่อรองรับงานของพระพุทธองค์ต่อจากนี้ไป ในแต่ละสิ่งแต่ละอย่างด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ เพราะวันก่อน ลูกก็เห็นว่ามีพุทธพิธีที่ใต้ ต้นศรีมหาโพธิ์ ณ พุทธคยา ดินแดนแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และก็ส่งพลังสว่างไสว มายังสถานที่แห่งนี้ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าน้อยจะตรัสรู้ในกึ่งพุทธกาล และยังคง มีการจัดเตรียมสถานที่ และมีพุทธพิธีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ก่อเกิดขึ้นในโลกทิพย์ แต่ลูกก็ยังไม่ค่อยเข้าใจถึงสภาวธรรมของสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นเท่าที่ควร ขอพระพุทธองค์โปรด ทรงเมตตา อธิบายสภาวธรรมเหล่านี้ เพื่อให้ลูกทั้งหลายได้รู้ ได้เข้าใจในเหตุที่ตนนั้นได้ท�า เข้าใจในผลที่จะก่อเกิดด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : เอาละนะ พระยาธรรมเอย.. ถ้าอย่างนั้น ก็ดีแล้วละนะ ลูกทุก คนท�าจิตให้สบาย ท�าใจให้สงบ ฟังธรรม ก็ฟังเฉยๆ ฟังอย่างสบายๆ ไม่ต้องกดข่ม ตึงเครียด


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 23 เกินไปลูก ท�าใจเบาสบาย ให้จิตทุกๆ ดวงของลูกนั้น สามารถรับกระแสบารมีจากองค์ พระพุทธเจ้า ความชุ่มเย็น ความรู้ตื่น สว่างไสวเข้าสู่จิตของตน เปรียบดังว่าลูกทุกคนนั้น ได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธเจ้า ทุกดวงจิตนะ ช่วงนี้ ก็ใกล้เวลาที่องค์พระยาธรรมิกราช จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าน้อย ซึ่งองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้หลุดพ้นทุกพระองค์ ก็เสด็จลงยังสถานที่แห่งนี้ในสภาวะทิพย์ นั้น จึงมีองค์พระพุทธเจ้า องค์พระปัจเจกพุทธเจ้า และเหล่าพระอรหันต์ทั้งหลายทุกๆ พระองค์ ผลัดเปลี่ยนกันดันพลังเสด็จลงมาคลุม และประทับอยู่ในแดนธรรมแห่งนี้ ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ ลูกทั้งหลายก็อยู่ในคลื่นสภาวะขององค์ พระพุทธเจ้า พระผู้หลุดพ้นทั้งหลาย อยู่ในคลื่นแห่งความรู้ตื่น รู้แจ้งของพระองค์ทุกๆ พระองค์ ลูกทั้งหลาย.. จึงเปรียบดังผู้ที่ได้เข้าเฝ้าอยู่ใกล้ชิด และต่างก็ท�าหน้าที่ของตนไป ตามที่ตนพอจะรู้ พอจะเข้าใจ รองรับบารมีต่างๆ ไปตามเหตุของแต่ละคน และก็ควรที่จะ ปรับฐานจิตให้รู้ ให้เข้าใจสภาวธรรม ที่เป็นอยู่ ที่ด�าเนินอยู่ด้วย ลูกทั้งหลาย.. จงท�าความเข้าใจ ถึงสภาวธรรมโดยรวมเช่นนี้ แล้วก็ค่อยท�าความ เข้าใจถึงพุทธพิธีต่างๆ ก็แล้วกันนะ พระยำธรรมเอย.. ซึ่งตั้งแต่ที่ลูกนั้นได้ท�าพุทธพิธีเดินทางอัญเชิญบารมีขององค์ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เสด็จลง เดินทางอัญเชิญพระธรรมจักรเสด็จลง ลูกนั้นก็ได้ท�าพุทธ พิธีเชื่อมต่อกันมา จนก็ได้รอบได้เวลา ที่จะต้องท�าพุทธพิธีเพื่อที่จะอัญเชิญพลังบารมี จาก สถานที่แห่งการตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้า ให้ดันพลังมาในสถานที่แห่งนี้ เพื่อการประกาศ ธรรมในกึ่งพุทธกาล ที่จะเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป และเพื่อการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้า น้อย จึงต้องมีพุทธพิธีต่างๆ มากมาย ฉะนั้น ให้ลูกทั้งหลาย..ค่อยๆ ท�าความเข้าใจตาม ทีละขั้น ทีละอย่าง ตามธรรม ทั้ง 5 ประการดังต่อไปนี้ แล้วลูกก็จะสามารถที่จะแบ่งแยก เข้าใจตามเหตุ ตามสิ่งที่ลูกทั้ง หลายด�าเนินอยู่ พระยำธรรมเอย.. ในประการที่ 1 นั้น ให้ลูกทั้งหลาย.. ท�าความเข้าใจถึงเรื่องของ การจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับบารมีแห่งการตรัสรู้ ขององค์พระพุทธเจ้าน้อยในกึ่ง พุทธกาล และการจัดเตรียมสถานที่นั้น ก็เพื่อแสดงถึงความมีจิตตั้งมั่น ที่จะสร้างสั่งสม ความดีของดวงจิตทั้งหลาย ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถที่จะรองรับพระธรรมที่ก่อเกิดขึ้นแล้ว


24 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ในกึ่งพุทธกาลนี้ได้ บุญบารมีในโลกทิพย์ก่อเกิด ก็มีผู้ที่มีบุญบารมีในโลกมนุษย์รองรับ สามารถที่จะ ท�าให้ต้นธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้า ก่อเกิดขึ้นได้ในกึ่งพุทธกาลนี้ และจะสามารถเจริญ รุ่งเรืองต่อไปได้ ซึ่งลูกทั้งหลายก็ได้เป็นตัวแทนในการจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับและเป็น สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า.. บัดนี้ ควรแก่การที่องค์พระพุทธเจ้าน้อย จะก่อเกิดขึ้นแล้วในโลก บัดนี้ ควรแก่การที่พระธรรม จะประกาศขึ้นอีกครั้งหนึ่งในโลก เพราะถึงพร้อมแล้ว ด้วยจิตทั้งหลายที่บ�าเพ็ญบารมีรอรอบ บารมีของมนุษย์ทั้ง หลายในยุคนี้รองรับคุณงามความดีนี้ได้อย่างแท้จริง ฉะนั้น จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่บางกลุ่ม แสดงความตั้งใจดีที่จะรองรับ ด้วยการถวายปัจจัยสร้างสถานที่ให้สมบูรณ์ เพื่อรองรับ บางกลุ่ม ถวายปัจจัยโยกย้ายองค์พระ และบูรณะองค์พระ เพื่อหมุนรอบเตรียม การตรัสรู้ รองรับไว้ในสถานที่ บางกลุ่ม ก็ทุ่มด้วยแรงกายแรงใจจัดเตรียมสถานที่ และรองรับด้วยก�าลังแรงกาย บางกลุ่ม ก็เตรียมรองรับด้วยการปรับฐานจิต ด้วยพลังการประพฤติปฏิบัติ น้อมถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งก็ถือว่าเป็นการรองรับที่เพียบพร้อม ทั้งปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยภายใน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นได้แล้วว่า มนุษย์ในยุคนี้ ควรแก่การที่จะมี ต้นศรีมหาโพธิ์ แห่งการตรัสรู้อีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาลนี้ คือ ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่จะ ก่อเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาลนี้ ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จึงได้รอบได้เวลาที่ลูกทุกคน ทุ่มแรงกาย แรงใจ ทุ่มทั้ง ปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายใน เพื่อรองรับความดีอันประเสริฐสุด ที่จะเกิดขึ้นแล้วในอีก ไม่กี่วัน ถัดจากนี้ไป เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ลูกทั้งหลายมีกิจที่ ต้องท�ามากมายหลายอย่าง ทั้งภายนอกและภายใน จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่ลูกทั้งหลาย นั้นจะต้องช่วยกันจัดเตรียมรองรับพุทธพิธีในโลกทิพย์หลายสิ่ง หลายประการ และลูกทั้ง หลายก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถึงพร้อมแล้ว คู่ควรแล้ว ที่จะได้รับการประกาศธรรม การ ก่อเกิดขึ้นของธรรมขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดีแล้วละ พระยาธรรม.. ให้ลูกทั้งหลายจงตั้งใจท�าหน้าที่ ของแต่ละคน ต่อไปนะ ต่อไป ในประการที่ 2 คือ สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. ควรจะรู้ และท�าความเข้าใจ ในประการที่ 2 นั้นคือ ต้นศรีมหาโพธิ์ การท�าพุทธพิธีที่ลูกนั้นได้เห็นว่า มีแสงสว่าง สว่าง


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 25 เจิดจ้า สว่างไสว ที่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ ณ เมืองพุทธคยา ดินแดนแห่งการตรัสรู้ขององค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ส่องแสงสว่าง สว่างไสวมายังสถานที่แห่งนี้ และท�าพุทธพิธีที่ใต้ต้น ศรีมหาโพธิ์ ที่ลูกนั้นจะใช้ในการตรัสรู้ ในกึ่งพุทธกาลซึ่งเป็นสถานที่ ที่ก่อเกิดขึ้นของธรรม กึ่งพุทธกาล เพื่อต่อยอดค�าสอน ต่อยอดแนวทางการปฏิบัติให้จิตทั้งหลาย ได้เห็นหนทาง แนวทางเพื่อพ้นทุกข์ พระยำธรรมเอย.. ฉะนั้น จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่จะต้องมีการจัดเตรียมสถาน ที่ที่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ในที่นี้ และมีการท�าพุทธพิธี เพื่อให้ก่อเกิดต้นธรรมขึ้นมาในกึ่งพุทธกาล เพื่อต่ออายุขัยของศาสนาพุทธให้ด�าเนินต่อไป สืบทอดต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุด 5,000 ปี ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระผู้หลุดพ้นทั้งหลาย จึงเสด็จลงเพื่อท�าพุทธพิธีเชื่อมต่อพลังบารมีที่ต้นศรีมหาโพธิ์ในที่นี้ เจริญเติบโตขึ้นมา การบรรลุธรรม รู้แจ้งในธรรมของลูก สว่างไสวขึ้นมา เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. จึงมีการ ท�าพุทธพิธี ณ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อถ่ายทอดการก่อเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งไว้ในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นต้นศรีมหาโพธิ์ในกึ่งพุทธกาลต่อไป สิ่งที่ลูกทั้งหลายควรที่จะพิจารณา เพื่อรู้เพื่อ เข้าใจถึงเหตุที่ได้ท�า และได้ด�าเนินอยู่ ณ ตอนนี้ ต่อไป ประการที่ 3 ก็คือ สภาวธรรมของการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ลูก สภาวธรรมการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อยนั้น ลูกทั้งหลายควรที่จะท�าความ เข้าใจ อย่างนี้ว่า ดวงจิตขององค์พระพุทธเจ้าน้อยนั้น ก่อเกิดขึ้นจากพลังพุทธบารมี ก่อเกิดขึ้นจากพลังของธรรม คือ ดวงแก้วดวงธรรม จากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แท้ที่ จริงแล้วดวงจิตแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อยนั้นไม่ได้มีอยู่จริง เพียงแต่เป็นพลังพุทธบารมีจาก องค์พระพุทธเจ้าเท่านั้น ซึ่งรวบรวมกันมาเป็นสภาวธรรมหนึ่งที่ก่อเกิดขึ้น สมมุติว่าเป็น ดวงจิตหนึ่ง ซึ่งก็เป็นดวงจิตสมมุติเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตน ไม่ใช่ตัวตนของท่านแม่ชีกชพร ไม่ได้มีเป็นดวงจิตใด ดวงจิตหนึ่ง อย่างแท้จริง เพียงแต่เป็นสภาวธรรมขององค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้า ที่ดันพลังบารมีเพื่อให้ก่อเกิดขึ้นมา สมมุติว่า เป็นพระพุทธเจ้าน้อยเท่านั้น ฉะนั้น.. พระพุทธเจ้าน้อยก็คือ สภาวธรรมหนึ่ง ที่ก่อเกิดขึ้นได้ด้วยพลังบารมี และ ก่อเกิดปรากฏชัดเจนขึ้นในโลกได้ ด้วยพระธรรมค�าสอน และสภาวธรรมที่เป็นอยู่ก็เป็น เพียงแค่สภาวธรรมของการเรียนรู้ เพื่อที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายในกึ่งพุทธกาลนี้ได้ ใน แบบยุคนี้ สมัยนี้


26 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ฉะนั้น.. จึงเป็นสภาวธรรมแห่งพระยาธรรมิกราช จึงเป็นสภาวธรรมของ พระพุทธเจ้าน้อย ที่ดูเหมือนว่า มีอยู่ แต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่ได้มีอยู่ และในวันนี้การ ตรัสรู้ธรรม ก็ใช่ว่ามีดวงจิตใหม่อีกดวงหนึ่งจะตรัสรู้ธรรมขึ้นมาไม่ใช่เป็นเช่นนั้นลูก แต่เป็นการที่ว่าสภาวธรรมแห่งพลังขององค์พระพุทธเจ้าที่ส่งลงมาค่อยๆ หล่อหลอม ก่อ ตัวขึ้นมาด้วยพระธรรมที่สมบูรณ์ขึ้นๆ จนสามารถก่อเกิดขึ้นแล้วในโลกได้ต่างหากเล่า นั่น จึงเป็นสภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อยที่ตรัสรู้ ฉะนั้น.. การตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ก็คือ การสมบูรณ์แล้วในธรรมที่ก่อ เกิดขึ้นบนโลกนี้ เมื่อธรรมทั้งหลายได้ก่อเกิดขึ้นในโลกนี้อย่างสมบูรณ์เมื่อไหร่ ถือว่าการ ตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลกนี้ เช่นนั้นละ พระยาธรรมเอย.. พระยาธรรม ก็คือ สภาวธรรม การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าน้อย ก็คือ สภาวธรรม แต่สิ่งที่ส�าคัญ ก็คือ พระธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า แนวทางการประพฤติปฏิบัติ ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วในโลกอย่างสมบูรณ์ นั่นแหละลูก ฉะนั้น.. สภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย จึงเปรียบเสมือน เป็นแค่สิ่งที่สมมุติ ขึ้นมาและสิ่งสมมุติขึ้นมานั้นก็ก่อเกิดขึ้น สมมุติขึ้นได้ ด้วยพลังแห่งองค์พระพุทธเจ้า ด้วยพระธรรมที่น้อมลงมาสู่โลก ด้วยแนวทางค�าสอน การประพฤติปฏิบัติต่างๆ หนทางที่จะน�าพาจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ เมื่อสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุ องค์พระพุทธเจ้าน้อยจึงก่อเกิดขึ้น สมมุติว่าเป็นผล เป็น เช่นนั้นเอง องค์พระพุทธเจ้าน้อยจึงไม่ได้มีอยู่ในความเป็นจริง เป็นเพียงแค่สภาวธรรม ฉะนั้น.. การจะเข้าใจผิดว่า จะมีดวงจิตอีกดวงหนึ่ง ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าน้อย นั่นก็คือ การเข้าใจผิด การจะเข้าใจว่าองค์พระพุทธเจ้าน้อย คือ ดวงจิตหนึ่ง นั่นก็คือ การเข้าใจผิด องค์พระพุทธเจ้าน้อย.. เป็นเพียง สภาวธรรม จากองค์พระพุทธเจ้า เป็นเพียง ดวงแก้วดวงธรรม เป็นเพียง การน้อมธรรม สื่อธรรมลงมา


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 27 เป็นเพียง พระธรรมที่ก่อเกิดขึ้น จึงรวมกันมาเป็น สภาวธรรมหนึ่ง หนุนเนื่องกันขึ้นมา เป็นพระพุทธเจ้าน้อย เท่านั้นละลูก ฉะนั้น.. การตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย จึงหมายถึง ธรรมที่ก่อเกิดขึ้น บนโลกนี้แล้ว อย่างสมบูรณ์ รู้ตื่น แจ่มแจ้ง ธรรมขององค์พระศาสดา ได้สว่างไสว เกิดขึ้น ในโลกนี้อย่างสมบูรณ์ ท�าให้พระธรรมจักรในกึ่งพุทธกาล หมุนรอบได้อีกครั้ง ไม่ใช่ตัวตน ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ดวงจิตใดดวงจิตหนึ่ง เช่นนี้นะ ให้ลูกทั้งหลาย.. ท�าความเข้าใจ ถึงสภาวธรรมของการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย เช่นนี้ อย่างนี้ก็แล้วกัน ต่อไป ประการที่ 4 สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. ควรที่จะพิจารณา ท�าความเข้าใจเพิ่มเติม ก็คือ การที่มีสภาวธรรมของธรรมทั้งหลายรวมกันมาเป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย เป็นการ ตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อยนั้น ก็เพื่อจะได้ประกอบกิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ส�าเร็จ ด้วยการประกาศธรรมในกึ่งพุทธกาล เพื่อให้พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ องค์พระรัตนตรัยก่อเกิด เจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาล พระธรรมค�าสอน แนวทาง การประพฤติปฏิบัติกลับมาชัดเจน ต่อยอดเข้าสู่นิพพานอีกครั้งหนึ่งในกึ่งพุทธกาล ให้องค์ พระอรหันต์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ได้ก่อเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในกึ่งพุทธกาลอย่างมากมาย และต่อยอดอายุขัยของพระพุทธศาสนา จนสิ้นสุดศาสนา คือ 5,000 ปีเท่านั้น ฉะนั้น.. การตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อยนั้น ก็คือ พระธรรมอันสมบูรณ์ดีแล้ว ขององค์พระพุทธเจ้า ที่ได้ก่อเกิดขึ้นบนโลก และการที่พระธรรมที่สมบูรณ์ดีแล้ว ก่อเกิด ขึ้นบนโลกก็เพื่อประกอบกิจ ก็คือ การเผยแผ่พระธรรม ต่อยอดอายุศาสนา ให้อายุของ ศาสนายืนยาว ถึง 2,500 ปี ให้ดวงจิตทั้งหลายได้ประพฤติปฏิบัติตามได้เท่านั้น และการ ที่จะท�ากิจขององค์พระพุทธเจ้า คือ การประกาศธรรมจนครบ 5,000 ปีนั้น ก็เพียงเพื่อแค่ ให้ ได้ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ นั่นคือ ประการที่ 5 ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. กิจขององค์พระพุทธเจ้า ก็แค่เพื่อให้ฉุดช่วย ดวงจิตทั้ง หลายให้พ้นทุกข์เท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากนี้ ฉะนั้น ให้ลูกทั้งหลาย.. ท�าความเข้าใจกันเช่นนี้ อย่างนี้ ก็แล้วกันนะ ว่าพุทธพิธี ต่างๆ ที่ท�าเชื่อมต่อกันมามากมาย ก็เพียงเพื่อให้กิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ด�าเนิน ต่อไป และกิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะด�าเนินต่อไปก็เพียงเพื่อแค่ให้ดวงจิตทั้ง หลายได้พ้นทุกข์เท่านั้น นั่นคือ เป้าหมายที่ส�าคัญที่สุด ไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากนี้ เช่นนี้ละ


28 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 พระยำธรรมเอย.. การท�าพุทธพิธีต่างๆ การจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับการ ตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย การที่จะต้องท�าพุทธพิธี โยกย้ายพลังบารมี ส่งพลังบารมี จากต้นศรีมหาโพธิ์ สมัยพุทธกาลมาสู่ต้นศรีมหาโพธิ์ในกึ่งพุทธกาล การที่องค์พระพุทธเจ้า น้อย จะต้องก่อเกิดขึ้น และตรัสรู้ สิ่งเหล่านี้ก็เพียงเพื่อให้ กิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าส�าเร็จ ตามที่มีความประสงค์ ที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย และทั้งนี้ ก็เพื่อการฉุดช่วย ที่ส�าเร็จเท่านั้น เพื่อความพ้นทุกข์ เท่านั้นละลูก ลูกพอจะเข้าใจเช่นนี้แล้วหรือยังเล่า จงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ พระยาธรรม.. พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง นะเจ้าคะ ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่าการท�าพุทธพิธีต่างๆ นั้น คือ กิจของ พระพุทธองค์ที่จะทรงเมตตาหมุนรอบรหัสงาน เพื่อที่จะหมุนพระธรรมของพระพุทธองค์ ลงมาก่อเกิดบนโลกใบนี้ การจัดเตรียมสถานที่ต่างๆ ก็เพื่อรองรับการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าน้อย การเชื่อมต่ออายุขัยของพระพุทธศาสนา ก็เพื่อที่จะให้ทุกคนนั้น ได้เขามาเรียนรู้ ศึกษาธรรม จนครบอายุขัย 5,000 ปี จึงมีการโยกย้ายพลังของต้นศรีมหาโพธิ์ในสมัย พุทธกาล มาสู่ต้นศรีมหาโพธิ์ในกึ่งพุทธกาล และองค์พระพุทธเจ้าน้อย ก็คือ พลังบารมีจาก พระพุทธองค์ และเป็นสภาวธรรมของธรรมทั้งหลายเท่านั้น ไม่ได้มีตัวมีตน เป็นเพียงสภาว ธรรมหนึ่ง ไม่ได้มีดวงจิตใดดวงจิตหนึ่ง ที่จะต้องมาก่อเกิด และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าน้อย ทุกอย่างเป็นเพียงสภาวธรรมของพระพุทธองค์เท่านั้น และพระองค์ก็เพียงแค่ มีแค่จุด ประสงค์ คือ การเผยแผ่พระธรรมนี้ ให้เจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง และการท�าให้ธรรมนี้เจริญ รุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง ก็เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์เท่านั้น ลูกพอจะเข้าใจสภาวธรรมรวมๆ ทั้งเรื่องของการท�าพุทธพิธี การจัดเตรียมสถานที่ และเรื่องของการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าน้อย เรื่องของการประกาศธรรม เรื่องของ เป้าหมายในการที่จะต้องท�าทุกสิ่งทุกอย่างว่าแค่เพื่อพ้นทุกข์เท่านั้น ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตาลูก นะเจ้าคะ วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อน เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จงตั้งใจที่จะท�าหน้าที่


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 29 ของตนต่อไปให้ดีนะ เพราะในความเป็นจริงนั้น ลูกก็เป็นเพียงแค่คาแรคเตอร์หนึ่ง หรือ บุคลิกหนึ่ง เป็นเพียงแค่สภาวธรรมหนึ่ง ที่ก่อเกิดสมมุติขึ้นมาเท่านั้น จงท�าหน้าที่ของตน ไปเถอะ พระยาธรรมเอย.. พระยำธรรม : สาธุ เจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณที่ทรงเมตตาลูก ลูกเข้าใจตัวตนของลูกชัดเจนแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่า.. ลูกเป็นเพียงแค่สภาวธรรม ไม่มีดวงจิตและตัวตน ลูกเป็นเพียงแค่ สิ่งที่ก่อเกิดขึ้นจากพลังธรรม พลังบารมีของพระพุทธองค์เท่านั้น จนกลายเป็นบุคลิก กลายเป็นรูปลักษะที่เป็นเช่นนี้ อย่างนี้ ก็เพื่อสื่อธรรม น้อมธรรม และ ในที่สุดลูกก็จะหายกลับคืนสู่ความไม่มี กราบขอบพระคุณ พระพุทธเจ้าค่ะ วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ


30 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 บทที่ 5 แสดงธรรมโปรดเหล่ำเทวดำ ในบ่ายของวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้ว จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถาม พระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. ลูกได้เดินทางจาริก แผ่เมตตา แผ่เสียงธรรมของพระพุทธองค์ ไปในทุกที่ทุกแห่งหน เปิดภพเปิดภูมิ ปรับภพ ภูมิจนครบสมบูรณ์แล้ว ด้วยพระธรรมค�าสอน หรือหลักสูตรค้นหาตัวตน แนวทางการ ปฏิบัติ รวมถึงการได้พิสูจน์ถึงการช่วยเหลือดวงจิตต่างๆ ให้พ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง และ การปรับภพภูมิ ในโลกทิพย์ กายทิพย์ รวมถึงการปรับสภาวธรรมของมนุษย์ทั้งหลาย แล้วก็ปรับรากฐานของพระพุทธศาสนา ได้เดินทางมาเป็นระยะเวลา 9 ปีกว่าๆ มานี้ จนวันนี้ลูกได้น้อมถวายกิจการงานที่พระองค์ทรงให้พระยาธรรมิกราช และพระ แม่โพธิสัตว์กวนอิม รวมถึงพระโพธิสัตว์ใหญ่ พระศรีอริยเมตไตรย ได้ท�ากิจการงานอัน ส�าคัญนี้ เพื่อเป็นรากฐาน รองรับพระธรรมของพระพุทธองค์ และลูกก็ได้พากันสร้างและ ท�า จนส�าเร็จสมบูรณ์แล้ว น้อมถวายเป็นพุทธบูชาไว้ในวันนี้ เพื่อก่อเกิดอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะให้ดวงจิตทั้งหลายได้น้อมโมทนาสาธุการ ในความส�าเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ มีเหล่าทวย เทพเทวา และกายทิพย์ตามมา เพื่อที่จะเฝ้าขอฟังธรรมจากพระพุทธองค์มากมาย เนื่อง ในโอกาสในวาระพิเศษเช่นนี้ ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตา แสดงธรรมโปรดดวงจิตทั้งหลายในทุกภพภูมิ ที่ต่างเสด็จมาในวันนี้ เพื่อที่จะให้ดวงจิตต่างๆ ทั้งหลายที่มาเฝ้าพระพุทธองค์ ได้พิจารณา และฟังธรรมจากพระพุทธองค์ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : ก็ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. กาลเวลานั้นผ่านไป ราวประมาณ 9 ปีเศษๆ หรือถ้านับตั้งแต่ที่ลูกลงมาสู่โลกมนุษย์ก็ได้ 10 ปี พอดี เวลาผ่านไปนับเป็น 10 ปี ที่ลูกนี้ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว บนโลกมนุษย์นี้ และก็ได้มาเชื่อมกับกายของท่านแม่ชีกชพร ดวงจิตของพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม ที่ลงมาเพื่อที่จะเตรียมปรับรากฐานพร้อมกัน ก็ถือว่า ได้เชื่อมต่องาน และวางรากฐานเอาไว้ได้สมบูรณ์ดีรวมถึง เมื่อมาเชื่อมต่อกับหลวงพ่อพระ อาจารย์ของลูก ซึ่งเป็นดวงจิตของพระโพธิสัตว์ใหญ่ ผู้จะตรัสรู้ในอนาคตอันใกล้นี้


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 31 เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป ซึ่งก็ได้รวบรวมพลัง ทั้งกายหยาบ กายทิพย์ พลังบารมีจากจิตทั้ง 3 ดวงนี้ รวมมาเป็นหนึ่งเดียว ค�้าหนุนให้ก่อเกิดซึ่งหลักสูตรค้นหาตัวตน และพระธรรมค�าสอน แนวทางการช่วยเหลือ ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ปรับภพปรับภูมิต่างๆ ปรับรากฐานทั้งกายทิพย์ และโลกมนุษย์ ปรับรากฐานของพระพุทธศาสนา จนบัดนี้ ก็ได้รอบได้เวลาแล้ว ที่จะสมบูรณ์แล้วในการประกาศธรรม จนสภาว ธรรมแห่งพระยาธรรมิกราช ก็จะเปลี่ยนเป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย ผู้ตรัสรู้ธรรมแล้วในกึ่ง พุทธกาล ซึ่งหมายถึงองค์พระธรรม ที่ลงมาเป็นองค์แทนองค์พระพุทธเจ้า ได้สมบูรณ์แล้ว พร้อมแล้วที่จะประกาศธรรมอันอุดมสมบูรณ์ไว้กับโลกใบนี้ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. วันนี้ ในโลกทิพย์นั้น จึงมีการถวายกิจที่ลูกได้รับมอบ หมาย และลงมาท�ากันเป็นเวลา 10 ปี ถือว่าทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ถือว่ามีข่าวดีที่ดีที่สุด อีกครั้งหนึ่งในจักรวาล ฉะนั้น.. เทวดาทั้งหลาย จึงร่วมกันโมทนาสาธุการ ทั่วโลกธาตุ และต่างก็มาเฝ้า ฟังธรรมกันในวันนี้ ฉะนั้น.. ธรรมในวันนี้ ที่จะแสดงก็มีทั้งหมด 5 ประการ ให้ลูกทั้งหลายจงค่อยๆ พิจารณาธรรม ทีละประการ ดังต่อไปนี้นะ พระยำธรรมเอย.. ในประการที่ 1 นั้น ให้ลูกทั้งหลายพิจารณาธรรมตามนี้ว่า.. ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. กาลเวลานั้นได้ผ่านไปแล้ว ยาวนานถึง 2,600 ปี โดยประมาณ ที่พระพุทธศาสนานั้น ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลก และก็ได้ฉุดช่วยดวงจิตต่างๆ มากมาย ที่มี ความเห็นตาม เข้าใจตาม ประพฤติปฏิบัติตามนั้นได้พ้นทุกข์แล้ว และก็ยังคงฉุดช่วยดวง จิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ ตามล�าดับ ตามขั้นของตน สืบทอดพระพุทธศาสนา ตั้งแต่สมัยก่อน 2,000 กว่าปี จนถึงทุกวันนี้ กาลเวลาหมุนรอบมาจนถึงกึ่งพุทธกาลแล้ว และบัดนี้ ก็ถือว่า เป็นวันที่ดีที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาล ที่จะมีพระธรรมอันแจ่มแจ้งสว่างไสว ก่อเกิดขึ้น ชี้ทางบอกทาง ที่มีหนทาง มีแนวทางการประพฤติปฏิบัติมาให้ลูกทั้งหลาย ได้ฝึกฝนตนตาม เพื่อพ้นทุกข์ และลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ความอุดมสมบูรณ์แห่งพระพุทธศาสนา ก็จะก่อเกิดขึ้น อีกครั้งหนึ่งในกึ่งพุทธกาลนี้ ฉะนั้น.. กาลเวลายาวนาน ได้ผ่านไป ถึง 2,000 กว่าปี บัดนี้หมุนรอบ มีข่าวดีก่อ เกิดขึ้นใหม่ ลูกทั้งหลาย.. จงตื่นรู้ จงรู้ตาม เข้าใจตามเถิดนะ


32 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ลูกทั้งหลาย.. จะได้น้อมเอาความดีที่ก่อเกิดขึ้นแล้ว เข้าสู่ตนได้ และสามารถที่จะ ประพฤติปฏิบัติ จนพ้นทุกข์ได้ ต่อไป ประการที่ 2 ลูกทั้งหลาย.. ควรพิจารณาธรรม เช่นนี้ว่าแนวทางการประพฤติ ปฏิบัติ ได้วางแบบแผนเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วในกึ่งพุทธกาลนี้ ด้วยความเมตตาจากองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระผู้หลุดพ้นทั้งหลาย จึงได้วางงานด้วยสายธรรมสัมมา สัมพุทธะ ปัจฉิมาสัมพุทธะ ในหลักสูตรค้นหาตัวตน มีพระธรรมค�าสอน มีครูบาอาจารย์ คอยชี้ทางบอกทาง เส้นทางแห่งความเมตตาปรารถนาให้ลูกทั้งหลาย ได้พ้นทุกข์นั้น ได้ วางเอาไว้ให้แล้วลูก ลูกทั้งหลาย.. จงตั้งใจฝึกฝน ประพฤติปฏิบัติตน ตามกันเถิดนะ แล้วลูกก็จะ สามารถที่จะพ้นทุกข์ ถึงซึ่งความพ้นทุกข์อย่างแท้จริงละ ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. อย่ามัวรออยู่ เลย จงตั้งใจด�าเนินตามทางเส้นนี้เถอะ ความพ้นทุกข์รอลูกอยู่ตรงหน้าแล้วละลูกทั้งหลาย ต่อไป ประการที่ 3 ให้ลูกทั้งหลายจงรู้ตื่น รู้แจ้ง เข้าใจตามความเป็นจริงเช่นนี้ว่า บัดนี้นั้น องค์พระพุทธเจ้ำน้อย ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว เป็นผู้แทนการประกาศธรรมในกึ่ง พุทธกาล เป็นสภาวธรรมรวมกันอย่างสมบูรณ์ ในองค์พระรัตนตรัย คือ องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว เสียงธรรมจากองค์พระพุทธเจ้า ได้น้อมลงมา ด้วยสภาวธรรมแห่งพระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ได้ท�าให้เสียงทิพย์ อันละเอียดนั้น เป็นเสียงที่ลูกทั้งหลายสามารถได้ยินได้ฟัง ด้วยเสียงในกายหยาบของท่าน แม่ชีกชพร ด้วยการถ่ายทอด พระยาธรรมิกราช ส่งตรงลงมา และก็เป็นธรรมในเสียงทิพย์ ในแดนพระนิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ถ่ายทอดลงมา ชี้ทางบอกทาง วางแนวทางให้ลูกทั้งหลายได้ด�าเนินตามแล้ว จงตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ตามองค์พระพุทธเจ้า น้อยเถิดลูก องค์พระพุทธเจ้าน้อยได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ด้วยสภาวธรรมแห่งพลังขององค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าพระผู้รู้ตื่น พระผู้ตื่นรู้ดีแล้ว ฉะนั้น.. เมื่อองค์พระพุทธเจ้าน้อยก่อเกิดขึ้นแล้ว ความสมบูรณ์ใน องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ก็จะสมบูรณ์ ก่อเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง มั่นคง ลูกทั้งหลาย จงตื่นรู้ รู้ถึงข่าวดีนี้เถอะลูก และจงตั้งใจท�าการสาธุการ น้อมยินดีกับสิ่งที่ดี ที่ก่อเกิดขึ้น และตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ตามค�าสอนที่องค์พระพุทธเจ้าน้อยน้อมน�ามาเผยแผ่ ตามแนวทางเหล่านั้นเถอะ พระยาธรรมเอย.. ลูกจงเผยแผ่ธรรมนี้ไปนะ


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 33 พระยำธรรม.. ต่อไปใน ประการที่ 4 พระธรรมกึ่งพุทธกาล ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ให้ ลูกทั้งหลายจงตื่นรู้ จงรู้ และเข้าใจในสภาวธรรมของสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นนี้ จงเข้าใจถึงธรรมกึ่ง พุทธกาล เพราะธรรมกึ่งพุทธกาล * เป็นธรรมที่เข้าใจง่าย * เป็นธรรมที่ละเอียดลึกซึ้ง * เป็นธรรมที่เป็นธรรมราชา * เป็นราชาแห่งธรรมทั้งปวง * เป็นธรรมที่ลูกนั้น.. จะสามารถที่จะอาศัยเพื่อพ้นทุกข์ได้ ฉะนั้น ลูกเอ๋ย ลูกทั้งหลาย.. จงตื่นรู้ รู้ตามความเป็นจริง ตามธรรมที่ได้ก่อเกิด ขึ้นแล้ว และต่อไป ในประการที่ 5 ลูกทั้งหลาย.. จงตื่นรู้ รู้ตามความเป็นจริง เช่นนี้ว่า บัดนี้นั้น ความอุดมสมบูรณ์ ของพระพุทธศาสนา จะก่อเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้ว อุดมสมบูรณ์ในโลกนี้ ลูกจงน้อม เอาธรรมอันอุดมสมบูรณ์แล้วนั้นเข้าสู่จิตใจของลูก ให้ธรรมเหล่านั้น ก่อเกิดอุดมสมบูรณ์ แก่จิตของลูก เพื่อให้ลูกทั้งหลายนั้น จะได้เอาธรรมอันอุดมสมบูรณ์นั้น ไปเผยแผ่ ประกาศ ต่อไป และให้ความอุดมสมบูรณ์ของพระธรรมที่ก่อเกิดขึ้นในโลก และธรรมอันอุดมสมบูรณ์ ที่ก่อเกิดขึ้นในตัวของลูก ได้ก่อเกิด เจริญรุ่งเรือง และช่วยกันสืบทอดพระพุทธศาสนา ค�้าหนุนพระพุทธศาสนา ให้สืบทอดยาวนานไป จนกว่าจะสิ้นสุดอายุ ของพระพุทธศาสนา แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ปัจจุบันนี้ เพื่อได้เป็นที่พึ่ง ให้กับดวงจิตทั้งหลาย เอาละนะ เทวดา นาค กายทิพย์ และกายหยาบ ดวงจิตทั้งหลายที่มาเฝ้าฟังธรรมในวันนี้ ก็คงพอจะรู้และเข้าใจแล้วว่า เหตุใดจึงมีรอบที่ทุกดวงจิต ต้องหมุนรอบเข้ามา เพื่อน้อม สาธุการร่วมกันในคราวครั้งนี้ ก็ด้วยว่าถึงเวลากึ่งพุทธกาลแล้ว และองค์พระยาธรรมิกราช นั้น ก็ได้สร้าง ได้ท�ากิจอันได้รับมอบหมาย ในช่วงของพระยาธรรมิกราชจนสมบูรณ์แล้ว และได้น้อมถวายเป็นพุทธบูชาในวันนี้ ลูกทั้งหลาย.. จึงได้มาร่วมกัน เพื่อน้อมสาธุการในความดีที่ก่อเกิดขึ้น และลูกทุก คนก็คงจะรู้แล้วว่า บัดนี้ กาลเวลานั้นหมุนรอบเปลี่ยนไป ผ่านมาจน 2,600 กว่าปี โดยประมาณ ก็ถึงแล้วกึ่งพุทธกาล บัดนี้นั้น มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อย ก่อเกิดขึ้น เป็นองค์แทนองค์พระพุทธเจ้า ในกึ่งพุทธกาล ซึ่งก่อเกิดจากพลังบารมีขององค์พระพุทธเจ้า เพื่อประกาศธรรม และก็ได้


34 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 มีการวางแนวทาง ให้กับลูกทั้งหลาย ได้ด�าเนินตามแล้ว พระธรรมกึ่งพุทธกาล ได้ก่อเกิด ขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ ความอุดมสมบูรณ์ เจริญของพระพุทธศาสนาจะก่อเกิดขึ้น ลูกทั้งหลาย.. จงน้อมความอุดมสมบูรณ์แห่งพระธรรมให้ก่อเกิดในจิตใจ และช่วย กันค�้าหนุน เผยแผ่พระธรรมนี้ให้สืบทอดยาวนานต่อไป จนกว่าจะสิ้นอายุขัยแห่งพระพุทธ ศาสนา ขององค์พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันนี้ คือ ครบ 5,000 ปี นี่ละ พระยาธรรมเอย.. คือ ธรรมในวันนี้ ที่ลูกทั้งหลายผู้เข้ามาร่วมในพุทธพิธี ที่เข้ามาร่วมยินดี น้อมสาธุการ ควร ท�าความเข้าใจกัน ลูกคงพอจะเข้าใจกันบ้างแล้วสินะ พระยาธรรมเอย.. พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ ลูกพอจะเข้าใจกันบ้างแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ลูกได้ก่อเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์นี้ เป็นเวลาราว 10 ปี และได้ท�ากิจต่างๆ ที่เป็นกิจแห่งพระยา ธรรมรวบรวมมาถวายเป็นพุทธบูชา จนสมบูรณ์แล้วในวันนี้ ทั้งกิจที่ลูกได้ท�า หลวงพ่อพระ อาจารย์ หรือว่าท่านแม่ชีกชพรได้ท�า รวบรวมกันมาสมบูรณ์ดีแล้วในวันนี้ น้อมถวายเป็น พุทธบูชา เหล่าทวยเทพเทวาทุกชั้นฟ้า ต่างก็มาชุมนุมยินดีสาธุการร่วมกันในวันนี้ พระพุทธ องค์จึงทรงเมตตา แสดงธรรมโปรดทุกดวงจิตว่า.. กาลเวลาผ่านไปถึงกึ่งพุทธกาลแล้ว จึงมีการก่อเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าน้อย และ ทรงได้วางแนวทางเอาไว้ให้ทุกดวงจิต ได้เป็นที่พึ่งเพื่อพ้นทุกข์ คือ หลักสูตรในการปฏิบัติ ธรรมกึ่งพุทธกาล ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ความอุดมสมบูรณ์ของพระพุทธศาสนา จะก่อเกิดขึ้น สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง ให้ทุกคน ทุกดวงจิต น้อมความอุดมสมบูรณ์ในธรรมเข้าสู่ตน เพื่อที่ จะได้มีธรรมอันอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้นในตน และช่วยกันเผยแผ่ ค�้าหนุนพระพุทธศาสนาเอา ไว้ ให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุดพระพุทธศาสนา คือ ครบ 5,000 ปี น่ะเจ้าค่ะ ลูกพอจะเข้าใจเช่นนี้ อย่างนี้แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. ถ้าอย่างนั้น ก็จงตั้งใจท�าหน้าที่ ท�า กิจของแต่ละคนต่อไปนะ เอาละ พระยาธรรมเอย.. กิจการงานที่ได้น้อมถวาย ก็สมบูรณ์ ดีแล้ว ต่อจากนี้ไปก็จะเปลี่ยนกิจให้เป็นรหัสใหม่ คือ เป็นกิจแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย ที่จะด�าเนินและเดินงานต่อไปจงตั้งใจท�าต่อไปเถิดลูก พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา ลูกนะเจ้าคะ วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อน เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 35 บทที่ 6 เหตุปัจจัยที่เกิดพระพุทธเจ้ำน้อย ในเช้าของวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. สิ่งใดหรือเจ้าคะ ที่รวมกันมาเป็นสภาวธรรม ของการตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย น่ะเจ้าค่ะ ขอพระพุทธ องค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ ให้ลูกได้ท�าความเข้าใจถึงสิ่งที่รวมกันมาเป็นสภาวธรรม ของการตรัสรู้ แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาลนี้ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : เอาละนะ พระยาธรรมเอย.. ถ้าอย่างนั้นก็จงตั้งใจฟังธรรมนี้ให้ดีนะ พระยำธรรมเอย.. สิ่งที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่รวบรวมกันมา ค�้าหนุนกันมาจนเป็น สภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธน้อย ก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์ รวบรวมกันมาจนถึงวันที่ตรัสรู้ธรรม เป็น องค์พระสัมมำสัมพุทธเจ้ำน้อย ก่อเกิดสภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธ องค์พระธรรม องค์พระสงฆ์ ในกึ่งพุทธกาล ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ต่อยอดศาสนาให้อายุขัยยืนยาวไป จนสิ้นสุดอายุขัยแห่งศาสนา คือ ครบ 5,000 ปี สิ่งเหล่านั้นได้จ�าแนกแบ่งเอาไว้แล้ว ในธรรมทั้ง 5 ประการนี้ ลูกก็จงค่อยๆ พิจารณาธรรมทั้ง 5 ประการนี้ให้เข้าใจ แล้วลูกก็ จะได้รู้ ได้เข้าใจตามความเป็นจริง ว่าสิ่งใดเล่า ที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยหนุนเนื่องกันมา รวมกันมาจนก่อเกิดสภาวธรรม คือ กำรตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้ำน้อย ในกึ่งพุทธกำล จนท�าให้ธรรมนั้นก่อเกิด แล้วก็ส่องแสงสว่างทั่วโลกธาตุ ส่องไปสู่ดวงจิต ทั้งหลายให้รู้ตื่น ดุจดังดวงอาทิตย์ เป็น 100 ดวง พระยำธรรมเอย.. ลูกจงตั้งใจพิจารณาธรรม ดังต่อไปนี้นะ พระยำธรรม.. ในประการที่ 1 นั้น ลูกจงท�าความเข้าใจเช่นนี้ อย่างนี้ว่า เป็นกิจ แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อดวงจิตดวงหนึ่ง มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะตรัสรู้เป็นองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนึ่งพระองค์ จึงได้บ�าเพ็ญบารมี สั่งสมคุณงามความดี จนความดีนั้น เต็ม จนพลังบารมีนั้นถึงพร้อม จนได้รอบ ได้เวลา จึงก�าเนิดก่อเกิดเพื่อตรัสรู้ธรรม เป็นองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเมื่อได้ก�าเนิดก่อเกิดแล้ว และตรัสรู้ธรรมเป็นองค์พระสัมมาสัม พุทธเจ้าแล้ว


36 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 กิจของพระองค์ ก็คือ การเผยแผ่พระธรรมให้กว้างไกล ให้เจริญเติบโตในวัฏสงสารนี้ ด้วยต้นธรรมนั้น เพื่อชี้ทางบอกทาง ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย แต่อายุขัยในกายหยาบนั้นก็ มีเพียงแค่ 80 ปี กายสังขารก็ต้องแตกดับสลาย ตามธรรมชาติของกายมนุษย์นั้น ลูกเอ๋ย.. แต่อายุขัยของพระพุทธศาสนานั้น จะยืนยาวถึง 5,000 ปี มีรอบที่จะต้อง ท�าให้อายุขัยแห่งพระพุทธศาสนายาวนานถึง 5,000 ปี ฉะนั้น.. กิจขององค์พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น จึงยังไม่จบ จึงยังไม่สมบูรณ์ เมื่อ ศาสนายังไม่ครบอายุ 5,000 ปี อายุในกายหยาบ แตกดับ จิตนั้นขึ้นสู่พระนิพพาน พ้นจากความทุกข์แล้ว แต่คุณงามความดี ที่ได้สร้างสั่งสมท�ามา และความตั้งใจดีที่จะฉุด ช่วยดวงจิตทั้งหลาย ยังไม่จบสิ้น ฉะนั้น.. องค์พระพุทธเจ้าจึงยังต้องมีกิจ คือ การวางแผนงาน ด้วยการท�ากิจต่างๆ เพื่อให้วางรากฐานการเผยแผ่พระธรรม ให้พระธรรมนั้นอยู่ยาวนานจนครบ 5,000 ปี ฉะนั้น พระยาธรรมเอย.. องค์พระพุทธเจ้าจึงมีกิจ คือ การท�าให้พระพุทธศาสนา อยู่กับโลกใบนี้ อยู่กับวัฏสงสารนี้จนครบ 5,000 ปี เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย เหตุเช่นนี้ ละ พระยาธรรม.. ใน ประการที่ 1 นั้น จึงเป็นกิจขององค์พระพุทธเจ้าอย่างไรเล่า และเมื่อ องค์พระพุทธเจ้าจะต้องท�ากิจ คือ การประกาศธรรมให้ครบ 5,000 ปี เมื่อเป็นเช่นนั้น องค์ พระพุทธเจ้าก็จะต้องมีการวางแผนงาน จึงได้เข้าสู่ประการที่ 2 เช่นนี้ว่า จึงได้มีเหตุในการ สร้างดวงจิตสมมุติ ขึ้นมาจากพลังพุทธบารมี จากพลังธรรม พลังแห่งความรู้ตื่น รวบรวม มาเป็นดวงจิตสมมุติ เป็นองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อยผู้ซึ่งก�าเนิดก่อเกิดจาก สภาวธรรม แห่งพลังพุทธบารมีขององค์พระพุทธเจ้าให้ก่อเกิดขึ้นมา และเมื่อองค์ พระพุทธเจ้าน้อย หรือดวงจิตที่เป็นสภาวธรรมที่ก่อเกิดขึ้นจากพลังพุทธบารมี ก่อเกิดขึ้น จากความตั้งใจในการวางแผนงานขององค์พระพุทธเจ้านั้น ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ก็จึงเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ในประการที่ 2 ที่ท�าให้เป็นเหตุของการรวบรวม หรือว่ารวมเป็นอีก 1 ประการ ที่จะรวมกันมาค�้าหนุน จนก่อเกิดค�าว่า *ตรัสรู้ธรรม เป็นพระพุทธเจ้ำน้อย* ขึ้นมา เช่น นี้ละ พระยำธรรมเอย.. ต่อไป ประการที่ 2 เมื่อดวงจิตแห่งองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ได้ก�าเนิดก่อเกิดขึ้นมาแล้ว ถึงแม้ว่า จะเป็นจิตสมมุติก็ตาม แต่ก็จะมีเส้น ทางชีวิต ในแบบชีวิตสมมุติของตนเอง องค์พระยาธรรม พระพุทธเจ้าน้อยนั้น จึงต้องเรียน รู้ตามสภาวธรรมในเส้นทางชีวิตของตน ด้วยการเรียนรู้วัฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 37 เรียนรู้กฎแห่งกรรม กฎเกณฑ์ในนี้ เพื่อท�าตนให้แจ้ง ท�าความเข้าใจในวัฏสงสารนี้ เพื่อจะท�ากิจ ท�าหน้าที่ของตนให้ได้ ให้สมบูรณ์ ทีนี้ ในประการที่ 3 นั้น จึงเป็นการเรียนรู้ตามสภาวธรรม บนเส้นทางชีวิตในแบบ ของตน คือ ของพระยาธรรมิกราช น่ะลูก จึงได้มีเส้นทางชีวิตของพระยาธรรมิกราช เกิดขึ้นมาด้วยว่านั่น ก็คือ กิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่นนี้ละ พระยำธรรมเอย.. ต่อไป ประการที่ 4 เมื่อมีองค์พระยาธรรมิกราชก่อเกิดขึ้น และ มีเส้นทาง หนทางชีวิตที่จะต้องด�าเนินไป เพื่อให้กิจขององค์พระพุทธเจ้าส�าเร็จนั้น ย่อมแน่นอนว่ากิจที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ ก็จะต้องเกี่ยวข้องด้วยดวงจิตเยอะแยะมากมาย คือ ดวงจิตของเหล่าพระอริยสงฆ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ก็จะต้องมีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา วางแบบแผนรากฐาน การสอนธรรม การประพฤติปฏิบัติสืบทอดกันมา จนก่อเกิดหนทาง แนวทางปฏิบัติ และปูทางให้ดวงจิตต่างๆ ทั้งหลาย รู้จักรักษาศีล ท�าทานเอาไว้ ฝึกฝนปัญญาในระดับขั้นต้นเอาไว้ เพื่อรองรับการก่อเกิด ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ฉะนั้น.. เหล่าพระอริยเจ้า อริยสงฆ์ทั้งหลาย ในโลกทิพย์ก็ดี ในโลกมนุษย์ก็ดี จึงได้มีการเตรียมการเอาไว้ เพื่อรอรอบการก่อเกิดขึ้น ขององค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย จึงมีเหตุของบุคคลผู้ที่เป็นรอบ มีรอบในการที่จะเตรียมรับงาน ตามบารมี ของแต่ละดวงจิต ในภาคส่วนต่างๆ แล้วก็จึงมีองค์พระโพธิสัตว์ใหญ่ คือ พระศรีอริยเมต ไตรยผู้จะตรัสรู้ธรรม เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป และพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม เป็นผู้ ดูแลค�้าหนุน รองรับงานในภาคส่วนของโลกสวรรค์ และวางแบบแผนงาน รองรับการด�าเนิน กิจขององค์พระพุทธเจ้าด้วยพระยาธรรมิกราช เพื่อให้ธรรมในกึ่งพุทธกาลนั้น ได้ก่อเกิด ขึ้น เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. และในภาคพื้นของมนุษย์นั้น ก็จึงมีดวงจิตที่ก่อเกิดขึ้นมา เพื่อรองรับงานในกายหยาบอีก คือ หลวงพ่อมานิตย์ และท่านแม่ชีกชพร รวมถึงดวงจิต ทุกดวง ที่ได้อธิษฐานจิตมารองรับหน้าที่ แต่ละหน้าที่ จึงเข้าสู่ประการที่ 4 คือ การรองรับ งานในภาคส่วนต่างๆ เช่นนี้ละ พระยำธรรมเอย.. ต่อไป ประการที่ 5 เมื่อลูกทั้งหลายนั้น สามารถที่จะรองรับ หน้าที่ของตน เพื่อที่จะท�าให้ องค์พระพุทธเจ้าน้อยสามารถก่อเกิดแก่โลก ตั้งแต่โลกสวรรค์


38 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 จนสู่โลกมนุษย์นี้ ก็เลยสามารถรวบรวมมาเป็น องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระ สงฆ์ ที่ก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล และสิ่งเหล่านี้ละ พระยาธรรม.. คือ สิ่งที่รวบรวมกันมา เป็นการการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาล พระยำธรรมเอย.. ลูกก็ลองท�าความเข้าใจตามนี้ดูนะ ว่า.. ในประการที่ 1 คือ กิจแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ วางแผนงานเอาไว้เพื่อ เผยแผ่พระธรรม ในประการที่ 2 จึงได้สร้างดวงจิตองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ขึ้นมา ในประการที่ 3 จึงได้เรียนรู้ตามสภาวธรรม บนเส้นทางชีวิตของตนเอง และในประการที่ 4 คือ การรองรับงานในภาคส่วนต่างๆ ของดวงจิตทั้งหลาย จนสามารถรวมกันมา เป็นการก่อเกิดองค์พระพุทธเจ้าน้อย องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ คือ พระพุทธเจ้าน้อย ผู้ก่อเกิดขึ้นบนโลก สามารถท�าให้องค์พระพุทธเจ้า ได้แสดงธรรมลงสู่โลกอีกครั้งหนึ่ง คือ องค์พระพุทธ ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว พระธรรมขององค์ พระพุทธเจ้า ได้น้อมลงสู่โลกแล้ว คือ พระธรรมได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว หนทางการประพฤติ ปฏิบัติ ที่มุ่งสู่ความพ้นทุกข์อย่างง่ายดาย ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ในหลักสูตรค้นหาตัวตน ในสายธรรม สัมมำสัมพุทธะ ปัจฉิมำสัมพุทธะ ทีนี้ก็เลยเป็นการก่อเกิดขึ้นแล้ว แห่งองค์พระรัตนตรัยในกึ่งพุทธกาล และสิ่งทั้ง หลายเหล่านี้ ทั้ง 5 ประการ นี้ละ จึงเป็นสิ่งที่รวมกันมาค�้าหนุน รวมกันมาเป็นเหตุเป็น ปัจจัยค�้าหนุน ท�าให้ก่อเกิดการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย หรือท�าให้มีเหตุมี ปัจจัย ก่อเกิดสภาวธรรมของการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อยขึ้น เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. พอจะเข้าใจบ้างแล้วหรือยังเล่า จงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ พระยาธรรมเอย.. พระยำธรรม : สาธุ เจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาลูก ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ สิ่งที่รวมกันมาค�้าหนุน เป็นสภาวธรรมของการตรัสรู้ ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาล และท�าให้มีการก่อเกิด องค์พระพุทธเจ้า น้อยขึ้นนั้นก็ด้วยว่า.. ในประการที่ 1 นั้น เพราะว่าเป็นกิจแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ตรัสรู้ เป็นองค์พระพุทธเจ้าแล้ว แต่มีอายุขัยเพียงแค่ 80 ปี และพระองค์ก็จะต้องมีการประกาศ


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 39 ธรรมถึง 5,000 ปี จึงมีการวางแบบแผนงาน ที่จะกลับมาฟื้นฟูพระศาสนาในช่วงกึ่งพุทธกาล ให้เจริญกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อต่อยอดอายุขัยพระพุทธศาสนาให้ครบ 5,000 ปี พระองค์จึงได้ทรงสร้างดวงจิตของลูกขึ้นมา จากพลังบารมีของพระพุทธองค์ เพื่อที่จะได้ประกอบกิจนั้นให้ส�าเร็จ แล้วก็เลยมีดวงจิตของลูกก่อเกิดขึ้น เมื่อได้มีดวงจิตได้ ก่อเกิดขึ้นแล้ว จึงต้องมีเรื่องราวชีวิต ตามสภาวธรรมชีวิตของดวงจิตของลูก ที่จะต้องท�า ที่จะต้องด�าเนินไป และเรียนรู้ไป และเมื่อลูกก่อเกิดขึ้น มีเส้นทางชีวิต ก็แสดงว่า มีกิจที่ ต้องด�าเนินต่อไป จึงมีองค์พระโพธิสัตว์น้อยใหญ่ทุกพระองค์ และองค์พระอริยสงฆ์เจ้าทั้ง หลาย รวมถึงดวงจิตทั้งหลายผู้มีบุญบารมี อธิษฐานจิตมารองรับการก่อเกิดขึ้นของลูก แล้วก็ได้ปรับฐานของพระพุทธศาสนาไว้รองรับ รวมถึงสภาวธรรมโลกทิพย์ ก็มีองค์พระ โพธิสัตว์ใหญ่ พระศรีอริยเมตไตรย และพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม คอยรองรับดูแล ในสภาว ธรรมของมนุษย์โลก ก็มีหลวงพ่อพระอาจารย์มานิตย์ และท่านแม่ชีกชพร รวมถึงคณะญาติ ธรรมทั้งหลาย ผู้เข้ามาพบกับธรรมในกึ่งพุทธกาลแล้วนี้ ได้รองรับงานเพื่อให้กิจขององค์ พระพุทธเจ้าได้ด�าเนินไป ให้ก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อยขึ้นได้ จนสามารถรวบรวมมา จนบัดนี้ วันนี้ที่มีองค์พระพุทธเจ้าน้อยก่อเกิดขึ้น คือ สภาวธรรมแห่ง องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ในกึ่งพุทธกาล ได้ก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้จึงรวมกันมา เป็นการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ลูกพอจะ เข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่าทั้ง 5 ประการนี้ รวบรวมกันมาเป็นเหตุเป็นปัจจัยค�้าหนุน หนุนเนื่องกันมา จนค�าว่า ตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย และกิจขององค์พระศาสดา จึงสามารถส�าเร็จได้แล้วในกึ่งพุทธกาลนี้ ส�าหรับการวางแบบแผน ในการเผยแผ่พระธรรม พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. ลูกก็พอจะเข้าใจแล้วว่า อะไรคือเหตุ หนุนเนื่อง ค�้าหนุนกันมา อะไร คือ สภาวธรรมที่ท�าให้มีการตรัสรู้ธรรม ขององค์พระพุทธเจ้า น้อยในกึ่งพุทธกาลก่อเกิดขึ้น ลูกก็พอจะเข้าใจแล้ว ก็จงตั้งใจท�าหน้าที่ของตน คือ การเป็น ดุจดังดวงอาทิตย์ คอยให้แสงสว่างน�าทางดวงจิตทั้งหลาย เป็นที่พึ่งให้กับทุกดวงจิต ได้อาศัยและได้น้อมธรรมจากลูก น�าธรรมนั้นเข้าสู่จิตของตน ประพฤติปฏิบัติฝึกฝน จนถึง ซึ่งความพ้นทุกข์เถอะ พระยาธรรม..


40 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 พระยำธรรม : สาธุ เจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตาลูก นะเจ้าคะ วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อน เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 41 บทที่ 7 กำรยอมรับสิ่งใหม่ในศำสนำ ในเช้าของวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้วนั้น จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถาม พระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. คือว่า ลูกเกิดความ สงสัยเช่นนี้ อย่างนี้ว่า บัดนี้ องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ได้ก่อเกิดขึ้น แล้วในกึ่งพุทธกาล พระพุทธ ก็ก่อเกิดขึ้นในนามองค์แทนองค์พระพุทธเจ้า คือ องค์พระพุทธเจ้ำน้อย พระยาธรรมิกราช พระธรรม ก็ก่อเกิดขึ้น ด้วยการสื่อธรรมตรงจาก แดนพระนิพพาน จากองค์พระพุทธเจ้า โดยผ่านลงมาที่กายของท่านแม่ชีกชพร ซึ่งก็เป็น กายของสตรี และองค์พระสงฆ์ ก่อเกิดขึ้นด้วยหนทางการประพฤติปฏิบัติ ในหลักสูตร ค้นหาตัวตน แนวทางการปฏิบัติในสายปฏิบัติธรรมสัมมำสัมพุทธะ ปัจฉิมำสัมพุทธะ ทีนี้ ลูกจึงเกิดความสงสัยอย่างนี้ว่า จะท�ายังไงหรือเจ้าคะ ให้ผู้คนและดวงจิต ทั้งหลายสามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นี้เข้าสู่ตนและพ้นทุกข์ได้ น่ะเจ้าค่ะ เพราะลูกเห็น ว่าการที่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นใหม่นั้น เป็นเรื่องยากมากที่จะท�าให้ดวงจิต และผู้คนยอมรับ กันได้ น่ะเจ้าค่ะ ลูกจึงจะขอถึงพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาเป็นที่พึ่ง แสดงธรรมการ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ ให้ลูกได้ฟัง ได้พิจารณา ท�าความเข้าใจ เพื่อน้อมไปประพฤติปฏิบัติ ตาม และเผยแผ่ให้ทุกคนได้ท�าความเข้าใจด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอ๋ย.. ถ้าอย่างนั้น ให้ลูกทั้งหลาย จงท�า จิตของตนให้นิ่งเฉย วางเฉย ให้เกิดความเป็นกลางขึ้นมาเสียก่อนนะ วางความเป็นตัวเป็น ตน วางความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เรารู้ ในสิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ ทิ้งไปให้หมด ให้เหลือ เพียงแค่ดวงจิต ที่เบาสบาย ว่างโล่ง โปร่ง สว่างไสว ดุจดังดวงแก้วดวงธรรม ให้ปัญญาอัน รู้ตื่น รู้แจ้ง ก่อเกิดขึ้นเสียก่อน ลูกทั้งหลายเอ๋ยแล้วจึงค่อยใช้ปัญญาอันรู้ตื่นจากภายในของ ลูก ค่อยๆ พิจารณาธรรมดังต่อไปนี้ ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ในประการที่ 1 นั้น ให้ลูกทั้งหลายท�าความเข้าใจ เช่นนี้ อย่าง นี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่สิ่งใหม่ ไม่ใช่อะไรที่เป็นเรื่องใหม่เลยลูก แต่เป็นการฟื้นฟู และ ต่อยอดพระพุทธศาสนาให้เจริญขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะต่ออายุขัยแห่งพระพุทธศาสนา ให้อยู่ยาวนานไป จนถึง 5,000 ปีเท่านั้น


42 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 พระยำธรรมเอย.. หากลูกได้เข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วนี้ คือ สิ่งใหม่ ลูกก็จะ คิดว่ามันเป็นเรื่องใหม่ เป็นสิ่งใหม่ แล้วก็จะพากันปฏิเสธบ้าง ยอมรับบ้าง ทั้งที่การคิดเช่น นั้น เข้าใจเช่นนั้น ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกต้องเลย เพียงแต่ว่าลูกทั้งหลายไม่รู้ตามความเป็น จริงเท่านั้น พระยำธรรมเอย.. สิ่งที่ก่อเกิดขึ้นมาแล้วในวันนี้ ที่นี่คือ การตรัสรู้ธรรม ขององค์ พระพุทธเจ้าน้อย การก่อเกิดองค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ องค์พระ รัตนตรัยที่ก่อเกิดขึ้นนี้ ก็ไม่ใช่การก่อเกิดศาสนา ขึ้นมาใหม่นี่ลูก แต่เป็นการฟื้นฟู ต่อยอด ให้พระพุทธศาสนานั้น กลับมาเจริญรุ่งเรือง เป็นกิจอันส�าคัญแห่งองค์พระศาสดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงเมตตาแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ผู้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ ได้วางแบบแผน แผนงานที่จะส่งธรรมของพระพุทธองค์ ลงสู่โลก กลับมาฟื้นฟูอีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาลนี้เท่านั้น ฉะนั้น.. องค์พระพุทธ ก็คือ พระองค์เดิม องค์พระธรรม ก็คือ พระธรรมเดิม องค์พระสงฆ์ ก็คือ พระสงฆ์เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเป็นสิ่งใหม่ เพียงแต่ฟื้นฟูขึ้นมา เพื่อต่อยอด พระพุทธศาสนา ให้สามารถสืบทอด จนกว่าจะสิ้นสุดอายุขัยของศาสนา คือ ครบ 5,000 ปี เท่านั้น พระยำธรรมเอย.. องค์พระพุทธเจ้า ที่บังเกิดขึ้นบนโลกนี้ ในนาม พระพุทธเจ้า น้อย ก็มาจากองค์พระพุทธเจ้าหลวง องค์พระพุทธเจ้าสมณโคดม บรมครูเจ้านั่นละ เพียง แต่ก่อเกิดด้วยพลังบารมีจากพระองค์ แล้วก็ก่อเกิดขึ้นมา เป็นสภาวธรรมแทนพระองค์ คือ เป็นพระพุทธเจ้าน้อย คือเป็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นแทนองค์พระพุทธเท่านั้น แต่เบื้องหลัง องค์พระพุทธเจ้าน้อย ก็คือ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขับเคลื่อนอยู่แล้วจะมีอะไรใหม่เล่า ลูก พระศาสดา ก็คือ พระองค์เดิม ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. ไม่มีอะไรเป็นสิ่งใหม่ ก็คือ องค์พระพุทธ องค์พระพุทธเจ้า พระสมณโคดม บรมครูเจ้าพระองค์เดิมนั่นละ และองค์พระธรรม ก็แสดงธรรมมาจากองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เดิม ไม่ได้มีพระศาสดาองค์ใหม่มาแสดงธรรม ธรรมไม่ได้ผิด เพี้ยนไปจากหลักธรรม จากธรรมที่องค์พระพุทธเจ้าได้แสดง องค์พระพุทธเจ้าเป็นผู้แสดง ธรรมเหล่านี้ ส่งลงมาสู่โลกด้วยพระองค์เอง เพียงแต่พระธรรมก็จะมีการฟื้นฟูต่อยอด


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 43 ฟื้นฟู ก็คือ ธรรมบางส่วนที่ละเอียด ที่หายไป ก็มีการฟื้นฟูให้ชัดเจนขึ้น กาลเวลา ผ่านไป 2,000 กว่าปี แล้วนี่ลูก ฉะนั้น อาจมีธรรมที่ละเอียด ที่ส�าคัญตกหล่นไปบ้าง อาจมีความเข้าใจจากบุคคลผู้บันทึก ที่เป็นคัมภีร์ให้ทุกคนได้ศึกษา อาจมีการเข้าใจผิดไป จากประเด็นของความเป็นจริงอยู่บ้าง เช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่เลือนรางจางหายไปของพระธรรม และยุคสู่ยุค แปลจากหนึ่งภาษา มาเป็นอีกหนึ่งภาษา ซึ่งก็สามารถรักษาไว้ได้เป็นอย่าง ดีละลูก เพียงแต่ก็มีธรรมที่ละเอียด ราวประมาณ 30-40% ที่หายไป ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การฟื้นฟู ก็คือ การฟื้นฟูค�าสอน ให้ชัดเจนขึ้น ให้เข้าใจ ตรงตามเป้าหมายหลักให้มากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ศึกษาธรรมให้เข้าใจ และสามารถ น�าไปประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝนตามได้อย่างแท้จริง ให้เกิดผลอย่างแท้จริงเท่านั้น ฉะนั้น.. จึงเป็นการฟื้นฟูพระธรรมค�าสอนเท่านั้น ไม่ได้มาแต่งพระธรรมค�าสอน ให้เกิดขึ้นใหม่นี่ลูก ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. การก่อเกิดขึ้นของพระธรรม ก็คือ การก่อเกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟู และ การก่อเกิดขึ้น เพื่อต่อยอด การต่อยอดพระธรรม ก็คือ ได้มาต่อยอด แสดงธรรมบางส่วนที่หายไป ได้ต่อยอด แสดงธรรมบางส่วนที่ละเอียดลึกซึ้งมากเพิ่มขึ้น เปิดเผยความจริงของจักรวาล วัฏสงสาร นี้ ให้ชัดเจนขึ้นถึงเรื่องของการก่อเกิดดวงจิต และสภาวธรรมความละเอียดอ่อนของ วัฏสงสารนี้ เปิดสภาวธรรมเหล่านี้ให้ชัดเจนขึ้น ต่อยอดให้ทุกคน ได้เข้าใจดวงจิต เข้าใจ ดวงจิตวัฏสงสารมากเพิ่มขึ้น เพื่อง่ายต่อการเรียนรู้ศึกษา เพื่อไขข้อข้องใจและไม่มีความ ลังเลสงสัย ท�าความรู้ให้แจ้งแก่ทุกคนเท่านั้น ไม่มีอะไรที่จะผิดเพี้ยน หรือเปลี่ยนไปจาก ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าเลย ฉะนั้น.. พระธรรมที่เกิดขึ้นแล้วในกึ่งพุทธกาลนี้ จึงก่อเกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟู และ ต่อยอดพระพุทธศาสนาเท่านั้น ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. รายละเอียดของพระธรรม จะปรากฏชัดเจนขึ้น ยอดที่ จะหายไป ก็จะต่อยอดให้สมบูรณ์ขึ้น ทั้งนี้ ก็เพื่อท�าให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง กลับ คืนมาอีกครั้งหนึ่งในโลก เท่านั้น เช่นนี้ละ พระยาธรรม.. แล้วจะเป็นสิ่งใหม่ได้อย่างไรเล่า ก็ในเมื่อ องค์พระพุทธ ก็คือ พระองค์เดิม องค์พระธรรม ก็คือ พระธรรมเดิม


44 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 เพิ่มเติม คือ ละเอียดรอบคอบมากกว่า เท่านั้นเอง ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ส่วนเส้นทาง หนทาง แนวทางการประพฤติปฏิบัติ ก็ไม่ได้เปลี่ยน ให้ผิดเพี้ยนไปนี่ลูก แนวทางการประพฤติปฏิบัติ ในหลักสูตรค้นหาตัวตนนั้น การค้นหาตัว ตนก็ชัดเจนอยู่แล้วลูก ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เกิดมาเพื่อท�าอะไร ตายแล้วจะไปที่ไหน ทุกคนเกิดมาบนโลกนี้ ก็เพื่อรู้จักตัวตน ที่ไปที่มาของตนเองนั่นละลูก แล้วก็การที่ลูกทั้ง หลาย มาฝึกฝนอยู่ในแนวทาง เส้นทางนี้ลูกก็รักษาศีลยังคงเดิมนี่ลูก มีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม คือ การอธิบายให้เข้าใจในค�าว่า ศีล มากเพิ่มขึ้น ให้ลูกทั้งหลายรู้เหตุรู้ผลของการรักษาศีลเท่านั้น ธรรม ก็เป็น ธรรมเดิม สมาธิ ก็คือ สมาธิเดิม ก็คือการท�าจิตใจให้สงบ แล้วก็ให้ลูกทั้งหลายนั้น ก่อเกิด ปัญญา รู้ตื่น รู้แจ้งในความสงบนั้น ก็คือสมาธิเดิมๆ นั่นละลูก แล้วก็ฝึกฝนปัญญา ปัญญา ก็คือการฝึกฝนปัญญาท�าให้ก่อเกิด และบนเส้นทางแห่งการประพฤติปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่ความพ้นทุกข์นั้น เป็นเส้นทางใหม่อยู่ตรงไหนเล่า มันก็คือเส้นทางเดิมนั่นละลูก เพียงแต่เพิ่มเติม ต่อยอดให้สมบูรณ์ขึ้น ให้เข้าใจเหตุเข้าใจผล ท�าได้อย่างง่ายดายในทาง สายกลาง เพื่อลูกทั้งหลายได้ฝึกฝน ศีล ธรรม สมำธิ และปัญญำ ให้แตกฉานจริงๆ และ ให้ลูกได้พ้นทุกข์จริงๆ ไม่ใช่การรู้ตามต�ารา ไม่ใช่การรู้ตามเรื่องราว ที่เล่าต่อกันมา ไม่ใช่การท�าไป แบบที่สักแต่ว่ารู้ เพียงเรื่องเปลือกภายนอก แต่คือ การหยิบยื่นองค์ความรู้ที่ชัดเจนแก่ลูกทั้งหลาย ไม่ใช่การเข้าถึง องค์ พระพุทธ และองค์พระธรรม องค์พระสงฆ์ เพียงแค่ว่าเข้าถึงแล้ว รู้แล้ว ไปอย่างนั้น แต่ให้ ลูกทั้งหลายเข้าถึงความจริงของ องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ด้วยการ ประพฤติปฏิบัติตาม เช่นนี้ อย่างนี้ ไม่ดีหรืออย่างไรเล่า ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. ลูกทั้งหลายจงคิดใหม่ เข้าใจใหม่ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งใหม่เลย แต่เป็นการฟื้นฟูและต่อยอด ศีล ธรรม สมำธิ ปัญญำ ฟื้นฟูต่อยอด องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ให้แข็งแกร่ง มั่นคง ต่อยอด พระรัตนตรัย ต่อยอด พระพุทธศำสนำ ให้ฟื้นฟู เจริญขึ้นใหม่อีกครั้ง แข็งแกร่ง สว่างไสว


ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 45 เพื่อที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย จนกว่าจะสิ้นสุดอายุขัยแห่งพระพุทธศาสนา คือ ครบ 5,000 ปี เช่นนั้นอย่างนั้น แล้วจะเป็นของใหม่ได้อย่างไรเล่า เช่นนี้ละ พระยำธรรมเอย.. ในประการที่ 1 ในสิ่งที่ 1 ลูกทั้งหลายควรท�าความเข้าใจ เพื่อ ให้ค�าตอบแก่บุคคลผู้มาใหม่ บุคคลผู้ไม่รู้ ไม่เข้าใจทั้งหลายเหล่านั้นนะ พระยำธรรม.. ฉะนั้น ต่อจากนี้ไป จงท�าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่สิ่งใหม่ เพียงแต่ เป็นการต่อยอด ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้เจริญขึ้น เพื่ออายุขัยแห่งพระพุทธศาสนา จะได้ อยู่ยาวนานไป จนครบ 5,000 ปีเท่านั้น เอาละนะ พระยำธรรมเอย.. ต่อไปในประการที่ 2 หากลูกทั้งหลาย เข้าใจในค�าว่า ธรรมชาติ เข้าใจในธรรมค�าสอนขององค์พระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ลูกก็จะเข้าใจว่าทุกอย่าง เป็นไป ตามเหตุตามปัจจัย ตามยุค ตามสมัย ก็ในเมื่อพระพุทธศาสนาก่อเกิดขึ้นในวัฏสงสารนี้ ก็ เลยมีเกิดขึ้น แล้วก็เลยมีตั้งอยู่ แล้วก็มีดับไป ฉะนั้น.. พระพุทธศาสนาได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว เมื่อ 2,000 กว่าปี ที่ผ่านมา กาลเวลา ผ่านไป ย่อมมีเลือนรางจางหายบ้างเป็นธรรมดา และถึงเวลามีเหตุให้ต่อยอด ฟื้นฟูขึ้นมา ใหม่ ก็ย่อมต้องมีเกิดขึ้นมาใหม่เป็นธรรมดา และย่อมแน่นอนว่า ธรรมชาติในยุคนั้น ก็ต้อง เป็นเช่นนั้น ธรรมชาติในยุคนี้ก็ต้องเป็นเช่นนี้ เพราะว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ เพราะว่า พระธรรม คือ การสอนให้เข้าใจในธรรมชาติ ฉะนั้น.. ประกาศธรรมในยุคนี้ ก็ต้องสอนธรรมให้เข้ากับสมัยในยุคนี้ จะไปสอน ให้เข้ากับยุคสมัยก่อน แล้วจะตรงกับธรรมชาติได้อย่างไรเล่า ลูกจะต้องเรียนรู้ธรรมชาติ ในยุคปัจจุบัน ค�าสอนก็ต้องชี้ทางบอกทางให้เข้าใจ ถึงกิเลสตัณหา ถึงสภาวธรรม สิ่งที่มัน สับสนวุ่นวาย หลายเรื่องราว ณ ปัจจุบัน ให้ลูกทั้งหลายได้เข้าใจธรรมชาติของปัจจุบัน เข้าใจตรงตามความเป็นจริงของตนเอง และเพื่อฉุดช่วยตนเอง ให้พ้นจากความทุกข์นั้นได้ จึงจะไม่ผิดไปจากหลักธรรม ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ฉะนั้น การที่พระธรรมได้ก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาลนี้ และก็สอน ให้รู้ ให้เข้าใจสภาวธรรมของเรื่องราวในปัจจุบัน โดยอยู่ในหลักค�าสอนขององค์พระพุทธเจ้า คือ คิดดี พูดดี ท�าดี ประพฤติปฏิบัติ อยู่ในกรอบแห่ง ศีล ธรรม สมำธิ และปัญญำ เพื่อล้างกิเลสตัณหา และหาวิธีที่จะท�าให้ตนนั้น หลุดพ้นจากการเกิด การเวียนว่าย ในวัฏสงสารนี้ เช่นนี้ก็ดีแล้วนี่ลูก หรือว่าลูกจะเอาธรรมชาติของสมัย 2,000 กว่าปี ที่ผ่านมา


Click to View FlipBook Version