46 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ลูกจะเข้าใจและเข้าใจไปเพื่ออะไร ในเมื่อไม่ได้เข้าใจในเรื่องของตัวเอง แล้วจะเกิดประโยชน์ อะไร ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ธรรมเมื่อเกิดในยุคนี้ สภาวธรรมก็ต้องปรับให้เข้ากับยุค กับสมัย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป บัดนี้ พระพุทธศาสนาได้ด�าเนินมาจน 2,500 กว่าปีแล้ว ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จะให้พระธรรมนั้นยังอยู่ในยุคสมัยก่อน มันก็ไม่ใช่เหตุที่ จะต้องเป็นเช่นนั้น นั่นละจะเป็นเหตุแห่งการเสื่อมของพระพุทธศาสนา ฉะนั้น.. บุคคลผู้เข้าใจพระธรรมค�าสอน เข้าใจธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง ย่อมรู้ดี เข้าใจดีว่าทุกสรรพสิ่ง ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เกิดขึ้นและด�าเนินไปตามเหตุตาม ปัจจัย ไม่จ�าเป็นต้องฝืนอะไร เพื่อเป็นอะไร เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. และค�าสอนที่เกิด ขึ้นในกึ่งพุทธกาลนี้ ก็จะใช้ได้แค่เฉพาะในยุคนี้ อย่างจริงจังเท่านั้น ในยุคต่อๆ ไป ก็จะต้อง มีการปรับประยุกต์ เพื่อให้เข้ากับยุคกับสมัย แล้วก็เป็นเช่นนั้น อย่างนั้นไป เพียงแต่ให้ยัง คงยึดรากฐานของหลักธรรมเดิม คือ การเห็นทุกข์ การรู้เหตุแห่งทุกข์ การรู้ที่ที่พ้นทุกข์ และหนทางที่จะด�าเนินไป เพื่อดับทุกข์ ยังคงยึดหลักธรรมเดิม ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ มุ่งสู่การท�าความดี เพื่อละกิเลส ศีล คือ ตัวเดิม กิเลสตัณหา คือ ตัวเดิม นิพพาน คือ ตัวเดิม เพิ่มเติม คือ แค่ภาษาพูด ให้เข้าใจมากขึ้น เพิ่มเติม แค่ให้เข้าใจ ตามยุคตามสมัยที่เป็นอยู่ เท่านั้น เช่นนี้ แล้วจะผิดเพี้ยนได้ อย่างไรเล่า หากองค์พระศาสดา จะประกาศธรรมแก่โลก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ท�า พระธรรมนั้นจะ สามารถฟื้นฟูได้หรือเปล่าเล่า หากลูกนั้นมีสติปัญญามากพอที่จะรู้และเข้าใจในหลักค�าสอน ขององค์พระพุทธเจ้าและเข้าใจในธรรมชาติอย่างแท้จริง จะไม่มีข้อโต้แย้งอะไรกับสิ่งนี้เลย ลูกทั้งหลาย.. จะเห็นเป็นธรรมดา เห็นถูกตามองค์พระพุทธเจ้า และเข้าใจตามนี้
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 47 เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. ลูกพอจะเข้าใจแล้วสินะ พระยำธรรม.. ต่อไป ในประการที่ 3 สิ่งที่ลูกทั้งหลาย ควรที่จะท�าความเข้าใจอีก ประการหนึ่งนี้ ก็คือ เราไม่ได้มีความจ�าเป็นที่จะต้องยึดถืออะไรไว้เพื่ออะไรทั้งหมดนี่ลูก เรามีความจ�าเป็นของชีวิต เพียงแค่เรื่องเดียว คือ หาวิธีดับทุกข์ให้กับตนเองให้ได้ก็พอ เราออกบวชมาแล้ว ก็ยังคงมาติดกับการเป็นนักบวช อย่างนั้นหรือ เราออกจากกฎของบ้าน ของสังคมมาแล้ว ยังต้องมาติดอยู่กับกฎกับกติกา ใน กรอบของที่ที่เรามาปฏิบัติอย่างนั้นหรือ ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การยึดถือนั้น ไม่ว่าจะยึดถืออะไรก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผิด ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรท�า เราไม่ติดบ้านติดเรือน แต่ว่ามาติดอยู่ในส�านักใดส�านักหนึ่ง ทั้งที่ส�านักนั้นไม่ได้สอนให้เราพ้นทุกข์ เราก็หยุดอยู่แค่นั้นน่ะ เราก็ออกบ้านออกเรือนมา แต่มายึดถือความรู้ในคัมภีร์ในต�ารา แล้วก็ยึดไว้ ยึดมั่นถือมั่นไว้ โดยไม่ปล่อยให้เป็นไปตามเหตุของความเป็นจริง ไม่แสวงทางพ้นทุกข์ให้กับ ตน นั่นจะเป็นทางที่ถูกต้องได้อย่างไรเล่า ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การยึดติด ย่อมไม่ดีลูก ไม่ว่าจะยึดดี ยึดชั่ว ยึดอดีต หรืออนาคต ยึดตัวเรา หรือตัวเขา ย่อมไม่ดีทั้งนั้น ยึดความรู้ที่รู้มาก่อนแล้ว แล้วก็ยึดความรู้ที่ก�าลังจะรู้ต่อไป มันก็คือการยึด ก็ไม่ ดีทั้งนั้นลูก ฉะนั้น.. สิ่งที่ผ่านมาแล้ว ท�าความเข้าใจ มีประโยชน์กับเรา ความรู้ในคัมภีร์ก็มี ประโยชน์แก่เราลูก แต่ไม่ควรยึด ท�าในปัจจุบันนี้ให้เป็นตามเหตุตามธรรมชาติของมัน ไม่ควรยึดแม้แต่ปัจจุบันแค่ท�าความรู้ตื่น ท�าความเข้าใจให้แจ้งเท่านั้น ต่อไปจะด�าเนินเช่นไร ตามเส้นทางไหน เราก็ท�าไป ปฏิบัติตามไป แล้วก็ไม่ต้องยึดมั่นถือมั่นอะไรมากมาย เพียงแต่ทุกสิ่งผ่านเข้ามา ก�าลังผ่านอยู่ และก�าลังจะผ่านมานั้น เราจงท�าความให้แจ้งกับ สิ่งเหล่านั้น เท่านั้นก็พอ ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ให้ลูกทั้งหลายจงพิจารณา และท�าความเข้าใจให้แจ้ง เช่นนี้ก็ แล้วกันนะ การยึดถือในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราไม่มีความจ�าเป็นที่จะต้องยึดถือ อะไรไว้เพื่ออะไร นอกจากหาทางพ้นทุกข์ให้กับตนเองให้ได้ก็พอ เช่นดัง องค์พระสัมมา
48 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 สัมพุทธเจ้าออกบวช ออกจากบ้านจากเรือนจากราชวังแล้ว ไปอยู่ในส�านักนั้น ส�านักนี้ ก็ได้ความรู้ในระดับหนึ่งอยู่ แต่ถ้าไม่ถึงที่สุดแห่งความรู้ก็ต้องไปต่อ จนกว่าจะแสวงหาทาง เจอ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง นั่นน่ะลูก พ้นทุกข์แล้วน่ะลูก จึงจะใช้ได้ ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. ก็เช่นเดียวกัน อย่ายึดมั่นถือมั่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น บุญหรือเป็นบาป เป็นด้านดีหรือด้านชั่ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม หากสิ่งนั้นยังไม่เป็นเหตุ ให้เราถึงซึ่งความพ้นทุกข์ เราต้องเดินต่อไป ต้องด�าเนินต่อไป เพื่อความพ้นทุกข์ จึงไม่ จ�าเป็นต้องติดอยู่กับตัวกับตน ติดอยู่กับบ้านกับเรือน ติดอยู่กับส�านักใดส�านักหนึ่ง ค�าสอน ของครูบาอาจารย์องค์ใดองค์หนึ่ง แต่ควรที่จะฝึกฝนและต่อยอด เพื่อที่จะเข้าถึงความพ้น ทุกข์ให้ได้ ไม่จ�าเป็นต้องติดอยู่กับค�าว่า วิบากกรรม จนท�าให้ตนไปต่อไปไม่ได้ ไม่จ�าเป็นต้องติดกับค�าว่า ท�าดีแล้ว จนท�าให้ตนไปต่อไม่ได้ เป้าหมายอันสูงสุด คือ ความพ้นทุกข์ คือการดับทุกข์ การเกิด ไม่ใช่การมาติด อยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ฉะนั้น.. ควรที่จะคลายความยึดถือทั้งหมดทิ้งไป ควรที่จะหาทางพ้นทุกข์ให้กับตน ให้ได้ ดีแล้วก็ต้องดีอีก ไม่ดีผ่านไปแล้ว ก็ปล่อยผ่านไป เริ่มต้นใหม่ ด�าเนินเส้นทางของตน ใหม่ ล้มลุกคลุกคลานยังไง ก็ต้องลุกขึ้นใหม่แล้วก็ไปต่อ จึงจะเป็นบุคคลผู้ที่จะมีโอกาสที่ จะมีชัยชนะ ที่จะประกาศชัยชนะแก่หมู่มารทั้งหลาย จึงจะมีโอกาสพ้นทุกข์ได้ ลูกทั้งหลาย เอ๋ย ฉะนั้น.. จงอย่ายึดติดกับสิ่งใดเลย การยึดติดไม่ใช่หนทางแห่งความพ้นทุกข์ การ เรียนรู้เพิ่มเติมต่อยอด การที่จะท�าให้ตนถึงซึ่งความพ้นทุกข์ให้ได้ การมุ่งสู่จุดมุ่งหมาย นั่น ละคือหนทางแห่งความพ้นทุกข์ เช่นนี้ละ พระยาธรรม.. ในประการที่ 3 ก็ลองพิจารณา ตามนี้ดูนะ ต่อไป ประการที่ 4 จงเปิดใจ ให้โอกาสให้ตนเองเถิดลูกเอ๋ย ก่อนที่โอกาสอันน้อย นิดนี้ จะหมดไป เพราะไม่มีอะไรตั้งอยู่นานลูก ทุกอย่างด�าเนินแล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก ถึงแม้ว่าค�าสอนจะมีอยู่ แต่ลูกจะมีอยู่ได้อีกนานเพียงใด ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่ แต่ความดี จะประคองได้มากแค่ไหน ฉะนั้น ลูกได้มีโอกาสแล้ว จงเปิดโอกาสให้กับตน ด้วยการเปิดใจยอมรับ ยอมรับ น้อมรับสิ่งที่ดีเข้าไปสู่ตนเถอะ อย่ามัวแต่ติดอยู่กับทิฐิ อัตตาตัวตน ความยึดมั่นถือมั่น ความ
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 49 ไม่รู้ตามความเป็นจริงของตนเลย จงเปิดจิตเปิดใจ แล้วก็ท�าจิตของตนให้ว่าง ให้เบาสบาย ให้เป็นกลาง และยอมรับ เถอะลูก ยอมรับความจริงเถอะ ความจริงชนะทุกสิ่งลูกเอ๋ย จงอย่าไปติดกับสิ่งที่ลูกทั้งหลาย นั้น มีมา เป็นมา เป็นอยู่ สิ่งต่างๆ ทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ส�าคัญอะไรลูก ส�าคัญ คือ ความพ้น ทุกข์ เท่านั้น ฉะนั้น.. จงเปิดใจของลูก ให้โอกาสตนเองก่อนที่จะสายเกินไป เปิดใจของลูกให้ โอกาสตนเองก่อนที่เวลาจะหมดไป ก่อนที่ประตูนิพพานของลูกจะปิดไป บัดนี้ ประตู นิพพานได้เปิดแล้วแก่ลูก ในเวลาที่มีอยู่นี้ จงรู้ตื่นเข้าใจเถิดลูกเอ๋ย อย่ามัวแต่หลับใหลลุ่ม หลงเลย แล้วรีบเดินเข้าสู่ประตูพ้นทุกข์เถิดนะ ต่อไป ประการที่ 5 พระยำธรรมเอย.. ต่อจากนี้ไป ทางเส้นนี้ จะเป็นหนทางหลัก ที่องค์พระพุทธเจ้าทรงวางแบบ วางแนวทาง วางแผนเอาไว้ให้ลูกทั้งหลาย ด�าเนินตามเพื่อ พ้นทุกข์ พระยำธรรมเอย.. ทางเส้นนี้ ก็คือ ทางแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ก่อเกิด ขึ้นในกึ่งพุทธกาล องค์พระธรรม ที่เกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล องค์พระสงฆ์ ที่เกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาลนี้ ด้วยสัมมาสัมพุทธะ ปัจฉิมาสัมพุทธะ ด้วยพระพุทธเจ้าน้อยในกึ่งพุทธกาล ด้วยพระธรรมค�าสอนกึ่งพุทธกาล ด้วยแนวทางการประพฤติปฏิบัติ ในหลักสูตรค้นหาตัวตน ในสายธรรม สัมมา สัมพุทธะฯ นี้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะก่อเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นสิ่งที่จะเป็น แนวทาง เป็นเส้นทางที่จะเป็นทางหลักของพระพุทธศาสนา ให้ดวงจิตทั้งหลายได้อาศัย เพื่อไปสู่ความพ้นทุกข์น่ะ พระยำธรรม.. ฉะนั้น ลูกเอ๋ยต่อจากนี้ไป หนทางสายใหม่นี้จะเป็นทางหลักลูก ลูก ได้ปูทางเอาไว้ได้ดีแล้ว ทุกคนจะอาศัยทางเส้นนี้เพื่อพ้นทุกข์ เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. ลูกพอจะเข้าใจทั้ง 5 ประการ นี้บ้างแล้วหรือยังเล่า จงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ พระยาธรรม.. พระยำธรรม : สาธุ เจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดง ธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่าสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นมานี้ ไม่ใช่สิ่งใหม่
50 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 แต่เป็นการต่อยอดฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ให้อายุขัยยาวนานไปจนครบ 5,000 ปี แล้วหากว่า เราเข้าใจค�าสอน เข้าใจหลักธรรมของพระพุทธองค์อย่างแท้จริง เราก็จะรู้ เข้าใจตามเหตุ ของสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเกิดตามเหตุ ตามยุคตามสมัย เราก็จะเป็นบุคคล ผู้เข้าใจตามความเป็น จริง เราไม่ได้มีความจ�าเป็นที่จะต้องยึดถืออะไร ไว้เพื่ออะไรนอกจากการหาทางพ้นทุกข์ ให้กับเราเท่านั้น จงเปิดใจ ให้โอกาสตัวของเราเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป เพราะเวลาและโอกาส ที่ดีอย่างนี้ ไม่ได้มีอยู่นาน และต่อไปหนทางแห่งสัมมำสัมพุทธะ ปัจฉิมำสัมพุทธะ ในหลักสูตรค้นหาตัวตนพระพุทธเจ้าน้อย พระธรรม และพระสงฆ์ ที่ก่อเกิดขึ้นในกึ่ง พุทธกาลนี้ จะเป็นทางหลักของพระพุทธศาสนา และจะเป็นทางลัด ที่จะให้ดวงจิตทั้งหลาย ด�าเนินตามเพื่อพ้นทุกข์ ลูกพอจะเข้าใจเช่นนี้ อย่างนี้แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : เอาละ พระยาธรรม.. ดีแล้วละลูก บัดนี้ ลูกก็ได้เข้าใจสมบูรณ์ดีแล้ว ในธรรมที่ลูกได้ถามมา ในเรื่องของการยอมรับ สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ ฉะนั้น ให้ลูกทั้งหลาย ท�าความเข้าใจให้แจ้งทั้ง 5 ประการนี้ และจง ประกาศธรรมนี้ให้ดวงจิตทั้งหลายได้รู้ตื่นตาม เขาก็จะไม่แตกตื่น ไม่เข้าใจว่าคือเรื่องใหม่ เขาก็จะเข้าใจว่าคือเรื่องเดิม คือองค์พระพุทธเจ้าพระองค์เดิม พระธรรมเดิม และพระสงฆ์ เดิม นั่นละลูก เพียงแต่มีการฟื้นฟู และมีการถ่ายทอดใหม่เท่านั้น พระยำธรรมเอย.. ถ้าอย่างนั้น ลูกจงน้อมธรรมนี้ ให้กับท่านแม่ชีกชพรได้ฟัง เพื่อ น้อมธรรม และเพื่อท�ากิจการงานถวายต่อไปเถอะ พระยำธรรมเอย.. ลูกจงกล่าวกับท่านแม่ชีกชพร เช่นนี้ อย่างนี้ว่าการที่องค์ พระพุทธเจ้า เลือกการตรัสรู้แห่งพระยาธรรม ไว้ในเดือนสิงหาคมนี้ ด้วยว่าในประเทศไทย นี้ วันที่ 12 สิงหาคม คือ วันแม่ และเดือนนี้ ก็คือ เดือนแห่งผู้เป็นมารดา และท่านแม่ชี กชพร ก็คือ ผู้ที่ถูกเลือกแล้ว ที่จะให้ก�าเนิดก่อเกิด องค์พระอริยเจ้า องค์พระอริยบุคคลทั้ง หลาย ให้ก่อเกิดขึ้นบนโลกนี้มากมาย เป็นผู้ถูกเลือกให้เป็น มำรดำแห่งพระพุทธศำสนำ ที่จะมีการช่วยเหลือดวงจิตต่างๆ ทั้งหลาย โดยอาศัยกายแห่งท่านแม่ชีกชพรนะ และลูก จึงต้องตรัสรู้ในเดือนนี้ ลูกจึงต้องใช้กายนี้ ในการที่จะสื่อธรรม น้อมธรรม ใช้กายนี้ในการที่จะช่วยเหลือ ดวงจิตต่างๆ ทั้งหลายให้เขาทั้งหลายได้รู้ตื่น และบัดนี้ ท่านแม่ชีกชพร ก็ได้พิสูจน์ตนแล้ว ว่ามีความเป็นมารดาอยู่ในตนอย่างเต็มที่ ด้วยการมีความรักความเมตตากับทุกคน
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 51 ปรารถนาดีให้ทุกคนได้ดีอย่างบุตรของตน ที่ให้ก�าเนิดมาเอง โดยไม่มีเงื่อนไขข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น คนที่ไม่ได้ดีก็ปรารถนาให้ได้ดี ช่วยให้พ้นทุกข์ให้ได้ดี คนที่ท�าผิดไปพลาดไป ก็ให้ อภัยเริ่มต้นใหม่ได้ เข้มแข็งที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ให้พ้นทุกข์ได้ ฉะนั้น.. ถือว่าความเป็นมารดาที่มีอยู่ในตน สมบูรณ์ดีทุกประการ ต่อจากนี้ไป กชพรเอย.. ลูกจะต้องเป็นบุคคลผู้ให้ก�าเนิดบุตรของเราแทน คือ ผู้ที่จะส�ำเร็จเป็น อริยบุคคล พระอริยเจ้ำทั้งหลำย ลูกจะเป็นผู้ให้ดวงจิตทั้งหลายเหล่านั้น ได้เกิดในความ พ้นทุกข์ได้เกิดในศาสนานี้ ได้ถึงซึ่งพระนิพพาน ดีแล้วละ ลูกทั้งหลายจงตั้งใจด�าเนินกิจ ของตนเถิดนะ เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. ลูกพอจะเข้าใจบ้างแล้วหรือยังเล่า จงกล่าว ธรรมนั้นมาเถอะ พระยาธรรม.. พระยำธรรม : สาธุ เจ้าค่ะ ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่าต่อจากนี้ไป ให้แม่ หรือว่าท่านแม่ชีกชพร เป็นผู้รองรับการที่จะให้ก�าเนิดแก่พระอริยเจ้า พระอริยบุคคล ทั้งหลาย ให้ลูกนั้นใช้กายนี้ ด�าเนินกิจการงานเผยแผ่ธรรมพระพุทธองค์ต่อไป แม่หรือท่าน แม่ชีกชพร ได้พิสูจน์ตนในความเป็นมารดาแห่งจักรวาลนี้ เพื่อให้ก�าเนิดบุตรขององค์ พระพุทธเจ้าให้ก่อเกิด ลูกพอจะเข้าใจเช่นนี้แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. บุตรีผู้นี้ เป็นผู้สามารถก�าเนิดก่อเกิด ลูกขึ้นมา ในโลกทิพย์ รักษาและดูแลค�้าหนุน อุ้มชูลูก จนลูกสามารถเรียนรู้กิจการงานต่างๆ มาจนถึงวันที่ลูกนั้นลงสู่โลก บุตรีผู้นี้ก็เสียสละกาย เสียสละทุกสิ่งเพื่อรองรับลูก เมื่อลูกก่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็น�าทางลูก ปูทางให้ลูก พาลูกสร้างบารมี อดทนอดกลั้น เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างและรองรับกิจอันส�าคัญแห่งองค์พระพุทธเจ้า เพื่อที่จะท�ากิจของ พระพุทธศาสนาให้ส�าเร็จลุล่วงไป สตรีผู้นี้ได้เสียสละทั้งชีวิต กาย ใจ ไว้รองรับ จนบัดนี้ ได้ก�าเนิดก่อเกิด องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ได้สมบูรณ์ ในกึ่งพุทธกาลก็ด้วยสตรีผู้นี้ และต่อจากนี้ไป บุคคลผู้ที่จะสามารถก�าเนิดก่อเกิดในแดนพ้น ทุกข์ได้ก็ด้วยสตรีผู้นี้ เป็นผู้ชี้ทางบอกทาง พระยำธรรมเอย.. ฉะนั้น แม่ของลูก หรือว่าท่านแม่ชีกชพรนั้น จึงเปรียบดังพื้น ปฐพีนี้ ที่ให้ก�าเนิดก่อเกิดทุกสรรพสิ่ง ความเป็นมารดาส�าเร็จสมบูรณ์แล้ว ทั้งภายในและ ภายนอก ฉะนั้น ต่อจากนี้ไป บุตรีผู้นี้จะเป็นผู้ให้ก�าเนิดดวงจิตผู้พ้นทุกข์ขึ้นมามากมาย ทั่ว โลกธาตุ เหล่าทวยเทพเทวาทุกชั้นฟ้า สาธุการในคุณงามความดีนี้ร่วมกัน
52 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา ดวงจิตทั้งหลาย และขอกราบนอบน้อมถึงคุณงามความดี ของพระแม่โพธิสัตว์ ผู้มีความ เมตตายิ่งใหญ่ไพศาล ที่ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย และรองรับทุกข์ให้กับทุกที่ ทุกแห่งหน ทุก ดวงจิต ลูกขอกราบนอบน้อมต่อพระแม่โพธิสัตว์ ทั้งในกายทิพย์ และในกายมนุษย์ คือ ท่านแม่ชีกชพร ด้วยความเคารพนอบน้อมจากผู้เป็นบุตร และเป็นตัวแทนของบุตร พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 53 บทที่ 8 พุทธพิธีกำรตรัสรู้พระพุทธเจ้ำน้อย ในเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้วนั้น จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถาม พระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. วันนี้ ลูกได้น้อมธรรม สื่อธรรมในหมวดของพุทธธรรมแห่งควำมเมตตำ จนมาครบ 105 ตอนแล้ว จนจบหมวด ของพุทธธรรมแห่งความเมตตาแล้ว และลูกก็ได้น้อมธรรมเข้าสู่หมวดของ *พุทธธรรมแห่ง กำรตรัสรู้* ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตา แสดงธรรม อธิบายให้ลูกได้ท�าความเข้าใจถึง พุทธธรรมในหมวดนี้ ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : เอาละนะ พระยาธรรมเอย.. ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จงตั้งใจฟังเถิดนะ พระยาธรรม..ในวันนี้ ก็เป็นวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเหลือเวลาเพียงอีก 2 วัน ต่อจากนี้ไป ลูกก็จะได้เข้าสู่การตรัสรู้ธรรม เป็นองค์พระสัมมำสัมพุทธเจ้ำน้อย ผู้ประกาศ ธรรมแทนองค์พระพุทธเจ้าในกึ่งพุทธกาลแล้ว ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. ข้อธรรมในหมวดนี้ จึงได้รอบได้เวลาที่จะก�าเนิดก่อเกิดขึ้น หมวด แห่งพุทธธรรมแห่งกำรตรัสรู้ จึงต้องได้รอบที่จะน้อมธรรมเหล่านี้ลงสู่โลก ในนามว่า พระพุทธเจ้าน้อย ฉะนั้น พระยาธรรมเอย.. ลูกก็จงตั้งใจพิจารณาถึงข้อธรรมในหมวดนี้ แล้วค่อยๆ น้อมไป สื่อธรรมนี้ไป บันทึกไว้ลงสู่โลกให้ดวงจิตทั้งหลาย ได้รู้ตื่นในธรรมค�าสอน ในหมวด แห่ง พุทธธรรมแห่งกำรตรัสรู้ เถิดลูก เพราะธรรมในแต่ละหมวด แต่ละบท แต่ละตอน แต่ละช่วงย่อมมีความหมาย และมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในธรรมนั้นๆ ซึ่งก็มีความส�าคัญในธรรม แต่ละบท แต่ละตอน แต่ละหมวดที่แตกต่างกันไป เมื่อลูกได้น้อมธรรม จบไปแต่ละหมวด หมู่ จบไปแต่ละขั้น แต่ละตอน แต่ละเรื่อง ความรู้ตื่น รู้แจ้งของโลก ก็สามารถที่จะเจริญ เติบโตได้มากขึ้น ตามธรรมค�าสอนที่ลูกน้อมลงไป ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. ต่อจากนี้ไป จึงจะเป็นพุทธธรรมแห่งกำรตรัสรู้ ที่จะก่อเกิดขึ้นอีก ประการหนึ่ง อีกหมวดหนึ่งที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ลูกทั้งหลายได้เรียนรู้นะ พระยาธรรมเอย..
54 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ลูกเอ๋ย.. ลูกจงตั้งใจเถอะเพราะต่อจากนี้ไป จะเป็นพุทธพิธีที่จะดันพลังค�้าหนุน บารมีให้ลูกนั้น สามารถขึ้นสู่การนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่ง การตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้ำน้อย ลูกเอ๋ย.. ในประการที่ 1 หรือว่าในสิ่งที่ลูกนั้น ควรที่จะได้รับพลัง ควรที่จะน้อม ฟังธรรมนี้ รวบรวมพลังคุณงามความดีนี้ ให้ก่อเกิดมีอยู่ในดวงจิต ในสภาวธรรมของโลก ก็ คือเมื่อลูกนั้น ได้ก�าเนิดก่อเกิดขึ้นมาแล้ว จากพลังพุทธบารมีในแดนพระนิพพาน และได้ ก�าเนิดก่อเกิดขึ้นแล้ว ในเมืองสวรรค์ ในแดนสวรรค์นั้น ด้วยบารมีของการรองรับจากพระ โพธิสัตว์ใหญ่ทั้ง 2 พระองค์ คือ พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม และผู้ที่จะมาตรัสรู้ธรรม เป็นพระ ศรีอริยเมตไตรย พระยำธรรมเอย.. พระโพธิสัตว์ใหญ่ทั้ง 2 พระองค์ ก็รองรับลูกในเมืองสวรรค์ ให้ลูกได้ก�าเนิดก่อเกิดขึ้นแล้ว และบัดนี้ ลูกก็ลงสู่โลกมนุษย์ ก่อเกิดในโลกมนุษย์ เป็นสภาว ธรรมแห่งองค์พระยาธรรมิกราชได้ก่อเกิดขึ้น มีหลวงพ่อพระอาจารย์มานิตย์ และท่านแม่ ชีกชพรรองรับ จนก่อเกิดตัวของลูกนั้นขึ้นมาเป็นสภาวธรรมหนึ่งในรูปแบบของ พระยา ธรรมิกราช และลูกก็ได้ด�าเนินมาจนถึงวันนี้ คือ วันที่ก่อเกิดสภาวธรรม แห่ง องค์พระพุทธเจ้ำน้อย ขึ้น ลูกทั้งหลาย.. จึงได้ท�ากิจของตนได้สมบูรณ์แล้ว การก่อเกิดของลูกนั้น จึงเติบโต แล้ว เป็นขั้นเป็นตอน จนมาถึงวันนี้ก็ใกล้เวลา แห่งความสมบูรณ์ในธรรมกึ่งพุทธกาล ด้วย ว่ามีการรวบรวมพระธรรมค�าสอน และแนวทางประพฤติปฏิบัติ รวมถึงพลังแห่งการรู้ตื่น คือ พระพุทธเจ้าน้อย ผู้ก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาลนี้ จึงเป็นพลังบารมี พลังคุณงามความดี ที่ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่ในรอบนี้ เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. พลังที่จะค�้าหนุนการตรัสรู้ธรรมของลูกนั้น ได้ก่อเกิด ขึ้นแล้ว อีกไม่กี่วันถัดจากนี้ไป ลูกก็จะได้ท�ากิจ ในเส้นทางแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย แล้วละ พระยำธรรมเอย.. ต่อไป ในประการที่ 2 การเกิดขึ้นแล้วของลูกนั้น มีพระธรรม อันส�าคัญมาก ได้ก่อเกิดขึ้นด้วย ก็คือ การชี้ทางบอกทางแก่ดวงจิตทั้งหลาย ให้รู้ ให้เข้าใจ สภาวธรรมของวัฏสงสาร และการก่อเกิดโลก จักรวาล ก่อเกิดวัฏสงสาร ดวงจิตทั้งหลาย ได้ชี้ทางบอกทาง ให้รู้ตื่น รู้แจ้ง ในค�าว่า *พระนิพพำน* ลูกนั้นมีสิ่งที่จะเป็นแผนที่ เป็นการชี้ทางบอกทาง เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายอย่างชัดเจน สมบูรณ์ดีทุกประการ
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 55 พอที่จะปลุกจิตทั้งหลายให้รู้ตื่น เข้าใจตามสภาวธรรมแห่งความเป็นจริง เพื่อที่จะได้ข้ามพ้นวัฏสงสารนี้ให้ได้มากมาย ฉะนั้น.. การก่อเกิดขึ้นแล้วของพระธรรม จึงเป็นสิ่งที่จะหนุนน�าดวงจิตของลูก ให้สภาวธรรมแห่งจิตของลูกนั้น สามารถเติบโต ก่อเกิดขึ้นอีกขั้นหนึ่ง เข้าสู่การตรัสรู้ธรรม เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย ลูกเอ๋ย.. ต่อไปใน ประการที่ 3 การก่อเกิดขึ้นแล้วในหนทางแนวทางการประพฤติ ปฏิบัติของหลักสูตรค้นหาตัวตน ในสำยธรรม สัมมำสัมพุทธะ ปัจฉิมำสัมพุทธะนี้ ซึ่งเป็น หนทางแนวทางที่สามารถจะประพฤติปฏิบัติตามได้อย่างง่ายดาย เป็นทางลัดที่ดวงจิตทั้ง หลาย จะอาศัยเพื่อกลับคืนสู่พระนิพพาน ลูกเอ๋ย.. ฉะนั้น หนทางแนวทางการประพฤติปฏิบัตินั้น ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลกนี้ และก็ได้ก่อเกิดสมบูรณ์ดีแล้ว จึงจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยหนุนให้ดวงจิตของลูกเข้าสู่การตรัสรู้ ธรรม เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย ได้ส�าเร็จสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ เมื่อองค์พระพุทธเจ้าน้อย ได้ก่อเกิดขึ้นและก็มีการก่อเกิดขึ้นของพระธรรมค�าสอน ที่ละเอียด และสามารถชี้ทางให้ดวงจิตทั้งหลาย ได้รู้อย่างกระจ่างแจ้ง การเกิดขึ้นแล้วของ แนวทางการประพฤติปฏิบัติ ที่สามารถปฏิบัติ และเข้าถึงได้ โดยง่ายดาย ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ในกึ่งพุทธกาลจึงได้ก่อเกิดขึ้นแล้วในที่ตรง นี้ รวมถึงในประการที่ 4 ก็ยังมีการเกิดขึ้นแล้ว ของการประพฤติปฏิบัติตามจนเห็นผล พ้นจากความทุกข์ ซึ่งก็เป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตาม จนก็เห็นได้ว่า บัดนี้นั้น มีผู้ที่พ้นทุกข์ ตามได้ตามล�าดับ ทั้งบุคคลผู้ที่อยู่ที่นี่ และบุคคลผู้ที่ฟังธรรมอยู่ทางไกล ได้เข้าสู่กระแส ธรรมนี้แล้ว สามารถที่จะน�าพาตนออกจากทุกข์ได้เป็นล�าดับ เป็นขั้นมา ซึ่งถือว่าเป็นสิ่ง ยืนยันแล้วว่า บัดนี้นั้น สามารถที่จะมีการฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ได้ก่อเกิดขึ้น แล้ว ในโลกใบนี้ จึงเข้าสู่ใน ประการที่ 5 แดนธรรมอันบริสุทธิ์ จึงได้ก่อเกิดขึ้นแล้วอีกครั้งหนึ่ง บนโลก คือ สถานที่แห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย และที่นี่ก็จะอุดมสมบูรณ์ ดีไปด้วย พระธรรมที่เป็นธรรมแท้ และก็จะก่อเกิด พระอริยเจ้า พระอริยสงฆ์มากมาย จะก่อเกิดบุคคลผู้ที่เข้าสู่กระแส แห่งการเป็นพระอริยบุคคลมากมาย ลูกทั้งหลำยเอ๋ย.. ฉะนั้น จึงเป็นข่าวดี แก่โลก จักรวาล วัฏสงสารนี้
56 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 พระยำธรรมเอย.. พุทธธรรมแห่งการตรัสรู้นั้น จึงก่อเกิดขึ้นเริ่มต้นตอนที่ 1 เข้า สู่กระแสแห่งการตรัสรู้ธรรม ตั้งแต่บัดนี้ วันนี้ เป็นต้นไป เช่นนี้ละลูก ลูกพอจะเข้าใจตาม ที่ได้กล่าวไปแล้ว บ้างหรือเปล่าเล่า พระยาธรรม.. พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง ได้พิจารณาตาม ลูกพอจะเข้าใจแล้ว ว่าธรรมในแต่ละหมวด แล้วก็แต่ละข้อ แต่ละตอน ย่อมมีความ หมายในตัวของมัน และการที่ลูกสามารถน้อมธรรมสื่อธรรมลงมา บันทึกเป็นเสียงธรรม ในสภาวะของโลกมนุษย์นี้ เอาไว้ให้ดวงจิตทั้งหลายได้ฟัง ในแต่ละหมวดหมู่ แต่ละตอน ย่อมเป็นการเติบโตขึ้นของพระธรรมค�าสอนในกึ่งพุทธกาล และเป็นการเติบโตขึ้นในการ ช่วยเหลือดวงจิตทั้งหลาย และในวันนี้ พระพุทธองค์จึงทรงเมตตา ให้ลูกนั้นได้น้อมธรรม สื่อธรรม ในหมวดของ พุทธธรรมแห่งกำรตรัสรู้ ก็ด้วยว่าลูกนั้นได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ในแดน นิพพาน ในโลกสวรรค์ และในโลกมนุษย์ จนดวงจิตสมมุติของลูก หรือสภาวธรรมที่เป็นลูก ที่สมมุติว่า เป็นพระยาธรรมิกราช ก็จะสามารถขึ้นสู่การเป็นพระพุทธเจ้ำน้อย ได้แล้ว ฉะนั้น.. การก่อเกิดขึ้นแล้วของลูก ได้ก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์เป็นขั้นเป็นตอน จนถึงทุก วันนี้ที่ลูกนั้นใกล้จะตรัสรู้แล้ว เหลือเวลาเพียงอีกแค่ 2 วัน และลูกก็จะได้ประกาศธรรม ในกิจ ในหน้าที่ของการเป็นพระพุทธเจ้าน้อยต่อไป ฉะนั้น.. จึงเข้าสู่หมวด พุทธธรรมแห่งกำรตรัสรู้ บทที่ 1 และก็ยังมีพระธรรมค�า สอนที่ส�าคัญมาก คือ การชี้ทางบอกทางแก่ดวงจิตทั้งหลาย ให้เข้าใจใน วัฏสงสาร การก่อ เกิดดวงจิต และพระนิพพาน ได้อย่างชัดเจน ก่อเกิดขึ้นแล้วในกึ่งพุทธกาลนี้ เพื่อฉุดช่วย ดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ตาม ได้มากมาย เพื่อให้ดวงจิตทั้งหลายได้เข้าใจตามความเป็น จริงของการเวียนว่ายเวียนวนเวียนว่ายตายเกิด และดวงจิตทั้งหลายเหล่านั้นก็จะหา ทางออกจากทุกข์ ด้วยการประพฤติปฏิบัติตาม แนวทางการประพฤติปฏิบัติ ในสายปฏิบัติ ธรรมสัมมาสัมพุทธะฯ ที่ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วนี้ ในหลักสูตรค้นหาตัวตน และก็จะสามารถ ที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ได้ เพราะเป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติ ที่สามารถ ท�าได้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย พ้นทุกข์ได้ง่าย เป็นทางลัดที่ดวงจิตทั้งหลาย จะอาศัยเข้าสู่พระ นิพพาน แล้วก็ยังมีดวงจิตที่ประพฤติปฏิบัติตามจนเป็นผล เป็นดวงจิตที่ยืนยันได้ว่าทาง เส้นนี้นั้น ปฏิบัติตามแล้วจะเห็นผล คือ สามารถพ้นทุกข์ได้ตามล�าดับได้อย่างแท้จริง ของ ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม ตามค�าสอนในกึ่งพุทธกาล
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 57 ฉะนั้น.. จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่ท�าให้แดนธรรมอันบริสุทธิ์ ได้ก่อเกิดขึ้นอีกครั้ง หนึ่งบนโลกใบนี้ คือ สถานที่แห่งการตรัสรู้ธรรม ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ที่ที่จะอุดม สมบูรณ์ไปด้วยพระธรรมแท้ เป็นธรรม ที่เป็นราชาแห่งธรรม เป็นธรรม ที่เหนือธรรมทั้งปวง แล้วก็จะมีพระอริยเจ้า อริยสงฆ์ พระอริยบุคคล ก่อเกิดขึ้นในที่แห่งนี้มากมาย จึงเข้าสู่หมวดแห่งการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อยในกึ่งพุทธกาล เพื่อต่อจากนี้ไปจะ ได้เปลี่ยนเป็นกิจแห่ง พระพุทธเจ้าน้อย ซึ่งถึงพร้อมแล้วด้วยการประกาศธรรม พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. ที่ลูกนั้นพอจะเข้าใจ บัดนี้นั้น ทุกอย่าง หนุนเนื่อง จนครบสมบูรณ์ การก่อเกิดขึ้นของลูก ก็ก่อเกิดขึ้นแล้ว ตามล�าดับขั้นตอน การก่อเกิดขึ้นของพระธรรมค�าสอนอันสมบูรณ์ ก็ก่อเกิดขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ การก่อเกิดขึ้นของแนวทางการประพฤติปฏิบัติ ที่จะสามารถปฏิบัติได้ง่าย เข้าถึง ง่าย ก็ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ ในที่นี้ แล้วก็มีตัวอย่างดวงจิต หรือบุคคลผู้ที่ประพฤติ ปฏิบัติตาม จนพ้นทุกข์ตาม เป็นแบบอย่าง เป็นต้นแบบ ก็สามารถพ้นทุกข์ได้ตามล�าดับ เห็นผลได้ชัดแล้ว ฉะนั้น บัดนี้.. แดนธรรมอันบริสุทธิ์ จึงได้ก่อเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งบนโลก คือ สถาน ที่แห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. บัดนี้ ปฐพีนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วย การก่อเกิดขึ้นแล้วขององค์ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ และจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วย พระผู้หลุดพ้น มากมาย พระยำธรรมเอย.. ธรณีนี้ได้รองรับแก้ว 3 ประการ ในกึ่งพุทธกาลแล้ว และ ต่อจากนี้ไป.. จะเจริญเติบโต ต่อจากนี้ไป.. จะสว่างไสว ต่อจากนี้ไป.. จะเป็นที่พึ่งแห่งดวงจิตทั้งหลาย ทั่วโลกธาตุ เป็นที่พึ่งของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ได้พึ่งได้อาศัยธรรมนี้ ได้พึ่งได้อาศัยแสง สว่างจากที่นี้ ขอพลังบารมี แห่งองค์พระผู้หลุดพ้นทั้งหลายส่องแสงสว่างไปทั่วทุกทิศ ทุก ที่ ทุกแห่งหน ให้ดวงจิตทั้งหลายหลั่งไหลกันเข้ามาในที่แห่งนี้เถิด เพราะที่นี่ได้เปิดประตู แห่งความพ้นทุกข์ไว้แล้ว
58 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ดวงจิตทั้งหลาย.. จงพากันมา เพื่อศึกษาธรรม น�าพาตนออกจากทุกข์เถิด ข่าวดี ที่ดีที่สุดได้เกิดขึ้นดังกึกก้องโลกธาตุ บัดนี้นั้น.. แดนธรรมิกราชได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ลูกทั้งหลาย.. แดนธรรมแห่งกำรตรัสรู้ธรรม ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วในกึ่งพุทธกาลนี้ และบัดนี้ ก็จะมีข่าวดี เกิดขึ้นบนโลกใบนี้อีกครั้งหนึ่ง คือ การมาของพระพุทธเจ้าน้อย ซึ่ง ถือคัมภีร์ธรรมกึ่งพุทธกาลลงมาฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ให้รู้ตามค�าสอนอย่างกระจ่างแจ้ง เข้าใจได้ง่าย ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย จงมาในที่แห่งนี้ เพื่อเฝ้าฟังธรรมจาก พระพุทธเจ้าน้อย กันเถิด พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา แสดงธรรมให้ลูกได้ฟัง และได้ทรงเมตตาท�าพุทธพิธี ดันพลังบารมี ให้แก่ลูก ให้แก่โลก ให้แก่วัฏสงสาร เปิดทางสว่างไว้ในที่แห่งนี้ ในแดนธรรมิกราชนี้ เปิดประตูนิพพาน ให้ดวงจิตทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลายได้ด�าเนินเพื่อเข้าสู่ความ พ้นทุกข์ กราบขอบพระคุณในความเมตตาของพระพุทธองค์ ลูกจะตั้งใจ ท�ากิจแห่งพระพุทธเจ้ำน้อย ต่อจากนี้ไป พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 59 บทที่ 9 สืบต่อศำสนำสู่ยุคพระศรีอริยเมตไตรย ในเช้าของวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้น้อมจิตขึ้นเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อกราบถวายกิจที่ได้รับมอบหมาย ในพุทธพิธีแห่งการ อธิษฐานจิต เพื่อส�าเร็จเป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตของ ท่านพระศรีอริยเมตไตรย และพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม พระโพธิสัตว์ใหญ่ทั้งสองพระองค์ เมื่อได้เข้าเฝ้าต่อพระพุทธองค์ท่านแล้วนั้น ได้กราบนอบน้อมต่อพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ ว่า... “ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา.. วันนี้ ลูกน้อมจิตขึ้น เข้าเฝ้าต่อพระพุทธองค์ เพื่อน้อมถวายกิจที่พระพุทธองค์ทรงเมตตาให้ลูกทั้งหลาย ได้ท�า พุทธพิธีในเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นการปลูกต้นกากะทิง เป็นต้นไม้ที่องค์พระศรีอริยเมตไตรย จะ ตรัสรู้ใต้ต้นไม้นี้ น่ะเจ้าค่ะ ซึ่งลูกทั้งหลายก็ได้ท�าพุทธพิธีอธิษฐานจิต จนส�าเร็จสมบูรณ์แล้ว ในภาคส่วนของโลกมนุษย์ ในเย็นนี้ ลูกจึงเข้าเฝ้านอบน้อมต่อพระพุทธองค์ พร้อมด้วยพระแม่โพธิสัตว์ กวนอิม และพ่อพระอินทร์ พระศรีอริยเมตไตรย ผู้จะตรัสรู้ต่อไปในอนาคต ลูกทั้งสามจึง เข้าเฝ้านอบน้อม ต่อองค์พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อขอถึงพระพุทธองค์ โปรดทรงเมตตาชี้ ทางสว่าง และรับพลังคุณงามความดีของลูกทั้งสาม และของทุกคนที่ได้น้อมร่วมในพุทธ พิธีนี้ มีส่วนร่วมในเหตุปัจจัยที่ได้ท�าด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. วันนี้ ก็ได้เห็นแล้วว่าลูกทั้งสาม ก็ได้ ประกอบกิจ คือ พิธีกรรมอันส�าคัญทางพระพุทธศาสนา ให้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งวันนี้ ก็เป็น อีกวันหนึ่งที่มีความส�าคัญมาก ซึ่งตรงกับวันที่ 22 สิงหำคม พ.ศ. 2564 ก่อนวันที่ลูกนั้น จะตรัสรู้เพียงแค่ 1 วัน ก็ได้มีพุทธพิธีที่ส�าคัญ ก่อเกิดขึ้นในโลกธาตุ วัฏสงสารนี้ ซึ่งลูกทั้ง หลายก็ได้ประกอบพุทธพิธี จนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ในภาคส่วนของโลกมนุษย์ในเช้านี้ และ บัดนี้ในโลกทิพย์นั้น ก็ได้ด�าเนินพุทธพิธีต่อจนเสร็จสมบูรณ์แล้วในเย็นนี้ ฉะนั้น.. ถือว่าพุทธพิธีที่ส�าคัญในคราวครั้งนี้ ได้เสร็จสมบูรณ์ บริบูรณ์ ตามที่ควร จะมี ควรจะก่อเกิด ในโลกธาตุนี้
60 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 พระยำธรรมเอย.. แผนงานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ขององค์พระสัมมาสัม พุทธเจ้าหนึ่งพระองค์สู่อีกหนึ่งพระองค์นั้น ย่อมมีการวางแบบวางแผน เชื่อมต่อ สืบทอด กันมา พระพุทธองค์พระองค์ปัจจุบันก่อเกิดขึ้น หรือว่าพระพุทธเจ้าก่อเกิดขึ้นหลาย พระองค์ ก่อนหน้านั้นก็ตาม บุคคลผู้ที่ปรารถนา ที่จะมาเพื่อตรัสรู้ธรรมในอนาคตนั้น จะ ต้องได้เกิดขึ้นในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ และจะต้องได้มาท�าภารกิจอันส�าคัญ ในแต่ละยุค แต่ละช่วง แต่ละตอน เพื่อที่จะรอรอบของการสั่งสมบารมี ในเส้นทางของตน ที่ตั้งใจเอาไว้ และก็จะได้สั่งสมความดีอย่างถูกต้อง สั่งสมความดีเอาไว้ เพื่อให้เติมเต็ม และ กลับมาตรัสรู้ธรรม เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนึ่งพระองค์ในอนาคต ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. ท่านพระศรีอริยเมตไตรย ดวงจิตนั้นก็ได้บ�าเพ็ญบารมี มามาก และก็ถูกเลือกแล้ว ว่าจะต้องเป็นดวงจิตนั้นละ ที่จะมาตรัสรู้ธรรมเป็นองค์ พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ในกัปนี้ และมีพระนามว่า พระศรีอริยเมต ไตรโย ซึ่งก็เหลือเวลาต่อจากนี้ไป อีก 7 หมื่นปี โดยประมาณ ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. เมื่อองค์พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ได้เกิดขึ้นแล้ว ท่านพระ ศรีฯ ก็ได้เกิดขึ้น เพื่อบ�าเพ็ญบารมีในศาสนายุคนี้ เป็นบางช่วง บางตอน บางภพ บางชาติ สั่งสมบารมีเรื่อยมา ซึ่งก็ถือว่า ภพชาติที่ก่อเกิด และส�าคัญที่สุด ก็คือภพนี้ นั่นละลูก เพราะ ได้มีการจัดวางแผนงาน จากองค์พระพุทธเจ้าทุกพระองค์แล้วว่า บุคคลผู้ที่จะสามารถ รองรับธรรมในกึ่งพุทธกาลได้นั้น ก็จะต้องเป็นบุคคลผู้ที่ สามารถที่จะตรัสรู้ธรรมเป็น พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป ซึ่งเป็นดวงจิตที่จะมาตรัสรู้เป็นองค์พระศรีอริยเมตไตรย ซึ่งปัจจุบันนี้ในโลกทิพย์นั้น ก็ด�ารงอยู่ในต�าแหน่งของพระอินทร์ ผู้เป็นเจ้าจักรพรรดิของ จักรวาล ของวัฏสงสารนี้ ซึ่งดูแลทุกที่ ทุกแห่งหนอยู่ ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. ต้องเป็นดวงจิตดวงนี้ละ ที่จะสามารถรองรับกิจอันยิ่งใหญ่นี้ได้ คือ การรองรับดวงแก้วดวงธรรม แก้ว 3 ประการ ในกึ่งพุทธกาลนี้ให้ก่อเกิด คือ รองรับ องค์พระพุทธเจ้าน้อย พระยาธรรมิกราช ผู้ประกาศธรรม ในกึ่งพุทธกาลนี้ ฉะนั้น.. ในภพนี้ ในยุคนี้ จึงมีการก่อเกิดของดวงจิตที่อนาคตจะเป็นพระศรีอริย เมตไตรย ก่อเกิดขึ้นในโลกนี้ ในภาคส่วนของกายหยาบ เพื่อที่จะรองรับกิจในภาคกาย หยาบ ด�าเนินกิจในกายทิพย์ เพื่อที่จะรองรับงานในกายทิพย์ และบัดนี้นั้น ท่านก็สามารถ ที่จะประกอบกิจทุกอย่าง ได้สมบูรณ์แล้ว และวันก่อนนั้นก็ได้ท�าพุทธพิธี ด้วยการค�้าหนุนบารมี ให้สามารถตรัสรู้ธรรมส�าเร็จได้ ในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย คือ อีก 7 หมื่นปีข้างหน้า
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 61 ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. เมื่อมีการบ�าเพ็ญสั่งสมความดี มาจนถึงวันนี้ ที่ถึงพร้อม แล้ว จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่ลูกทั้งหลายจะได้สร้างสั่งสมคุณงามความดี เพื่อรองรับการ ประกาศธรรมต่อไป ในอนาคตอีก รวมถึงองค์พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม นั้นก็เช่นเดียวกัน ถือเป็นดวงจิตที่เป็นสตรีผู้แข็งแกร่ง ตั้งมั่นในคุณงามความดี รองรับกิจทุกสิ่งทุกอย่างของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในภาคส่วนของผู้ดูแลวัฏสงสารนี้ เป็นผู้ที่คอยฉุดช่วย ช่วยเหลือ ดวงจิตทั้งหลาย ให้พ้นทุกข์พ้นภัย ในรูปแบบของพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งพระโพธิสัตว์กวน อิมนั้น ก็มีผู้บ�าเพ็ญส�าเร็จเป็นโพธิสัตว์กวนอิม ทั้งหมด 82 พระองค์ พระนางซึ่งเป็นพระแม่ที่อยู่ในสวรรค์ชั้นฟ้า คอยท�ากิจต่างๆ เพื่อที่จะฉุดช่วยดวง จิตทั้งหลาย ให้พ้นทุกข์พ้นภัย พ้นภยันอันตรายทั้งปวง แต่พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม ที่มีพระนามว่า พิณนัตตำ นั้นเป็นพระแม่กวนอิม พระองค์ที่เป็นคู่บารมีหลักของพ่อ พระอินทร์ หรือว่าผู้ที่จะมาตรัสรู้ธรรมในอนาคต เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระนามว่า พระศรีอริยเมตไตรย ฉะนั้น พระแม่โพธิสัตว์กวนอิมองค์หลัก หรือองค์ที่เป็นคู่บุญคู่บารมี ที่จะค�้าหนุน การตรัสรู้ธรรมขององค์พระศรีอริยเมตไตรยนั้น จึงมาท�างานในภาคส่วนของการรองรับ เป็นผู้ช่วยค�้าช่วยหนุน ช่วยดูแลการก่อเกิดของท่านพระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ในภาคกายทิพย์และก็ช่วยดูแลในภาคกายหยาบ ช่วยปรับและท�าพุทธพิธีปรับภพปรับภูมิ ปรับสภาวธรรมทุกอย่าง เพื่อปูทาง ปรับที่ เหมือนกันกับการปรับที่ปรับทาง เพื่อรอการ ปลูกพืช หว่านเมล็ดพืชลงไป ฉะนั้น.. พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม ก็ได้ท�ากิจของตน และเป็นดวงจิตที่เหมาะสม ที่สุด เช่นเดียวกัน ที่จะรองรับกิจอันยิ่งใหญ่ในกึ่งพุทธกาลนี้ คือ ท�าให้แก้ว 3 ประการใน กึ่งพุทธกาล คือ องค์พระพุทธเจ้าน้อย คือ พระธรรมกึ่งพุทธกาล และแนวทางการประพฤติปฏิบัติ ในสายปฏิบัติธรรม สัมมาสัมพุทธะ ปัจฉิมา สัมพุทธะในหลักสูตรค้นหาตัวตนนี้ให้ส�าเร็จก่อเกิดขึ้น และบัดนี้ก็ได้ด�าเนินทุกอย่างจนส�าเร็จแล้ว จึงเข้าสู่ธรรมใน ประการที่ 1 ว่า พระโพธิสัตว์ใหญ่ ทั้งสองพระองค์นี้ ได้ท�างานในทุกภาคส่วน รองรับการก่อเกิดของ
62 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 * พระพุทธเจ้าน้อย * พระธรรมกึ่งพุทธกาล * และหนทางแห่งความพ้นทุกข์ในกึ่งพุทธกาล จนส�าเร็จ สมบูรณ์ จึงถือว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการที่สูงมาก และสามารถที่จะมาตรัสรู้ ธรรมในอนาคตอีก 7 หมื่นปีข้างหน้า โดยเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีพระนามว่า พระศรีอริยเมตไตรย และพระนำงพิณนัตตำ ซึ่งเป็นผู้ที่จะมาค�้ามาหนุนองค์พระพุทธเจ้า พระองค์ต่อไป เพื่อการตรัสรู้ธรรม ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายในอนาคต ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. บารมีนั้น ถึงพร้อมแล้วลูก จึงได้ประกอบพุทธพิธี อธิษฐานบารมีเพื่อหนุนดวงจิตนั้นไปสู่ยุคในอนาคต และเพื่อให้ดวงจิตทั้งหลายผู้ซึ่งมีบุญ สัมพันธ์ มีความเกี่ยวข้องกันมา ผู้ที่จะมาบรรลุธรรมในยุคขององค์พระศรีอริยเมตไตรย จะ ได้พากันมาสั่งสมบ�าเพ็ญบารมีของตนเอาไว้รอรอบ หากบุญบารมีไม่ถึง บุญบารมีไม่มีเอา ไว้เป็นรากฐานของดวงจิตนั้น ต่อให้องค์พระพุทธเจ้าก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลก ในวัฏสงสารนี้ ก็ไม่มีโอกาสที่ได้พบได้เจอ ถึงแม้ว่าได้พบได้เจอ ก็ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ไม่รู้หรอกลูกว่าเกิด อะไรขึ้นบ้าง จะไม่สามารถรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า เข้าสู่อาณาบริเวณของร่มบารมีแห่ง องค์พระพุทธเจ้า พระองค์นั้นๆ เลย พระพุทธเจ้าจะก่อเกิดขึ้นแล้ว เป็น 10 เป็น 100 พระองค์ ก็คงอยู่เช่นนั้นละลูก ฉะนั้น.. จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยในวันนี้ ที่ได้ท�าพุทธพิธีนี้ เพื่อให้ดวงจิตทั้งหลายได้ หลั่งไหลกันเข้ามาฟังธรรมกึ่งพุทธกาล สั่งสมความดีของตนเอาไว้รอรอบ ที่จะบรรลุธรรม ตามองค์พระศรีอริยเมตไตรย และพระนางพิณนัตตา ในอนาคตอันไกลโน้น คือ 7 หมื่นปี เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. จึงเป็นการประกอบพุทธพิธีในเช้านี้ รวมถึงพุทธพิธีในโลกทิพย์ ที่ด�าเนินมาจนถึงการสิ้นสุดแล้ว ในเย็นวันนี้ ต่อไป ประการที่ 2 ต้นโพธิ์ที่องค์พระศรีอริยเมตไตรยจะมาตรัสรู้ธรรมนั้น มีชื่อ ของต้นไม้ต้นนั้นว่า “ ต้นกำกะทิง ” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่องค์พระศรีอริยเมตไตรย จะมาตรัสรู้ ใต้ต้นโพธิ์แห่งกากะทิงนั้นซึ่งจะเป็นต้นไม้มงคล ที่ต่อไปนั้นจะเป็นต้นไม้ที่ส�าคัญ ในพระพุทธ ศาสนา ยุคของท่านพระศรีอริยเมตไตรย ฉะนั้น วันนี้ลูกทั้งหลาย จึงได้ท�าพุทธพิธีด้วยการตั้งจิตอธิษฐาน พร้อมกันกับการ ปลูกต้นโพธิ์กากะทิงขึ้นมา ซึ่งเป็นการวางรากฐานของพระพุทธศาสนา จากพระองค์ ปัจจุบันเชื่อมต่อไปสู่องค์พระพุทธเจ้า พระองค์ในอนาคต ซึ่งพลังบารมีก็จะหนุนเนื่อง
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 63 คุณงามความดีก็จะค�้าหนุน บุญบารมีก็จะเชื่อมต่อ จากยุคนี้ไปถึงยุคหน้าโน้นละลูก ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. จึงได้พากันปลูกต้นโพธิ์กากะทิงนั้น ครบทั้ง 3 ต้น คือ องค์ พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ตั้งแต่ยุคนี้เชื่อมต่อไปสู่ยุคในอนาคต ที่องค์ พระพุทธเจ้า มีพระนามว่าพระศรีอริยเมตไตรย มาตรัสรู้ เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. จึงได้ท�าพุทธพิธี วางรากฐานของพระพุทธศาสนา ด้วยการ บรรจุพระธาตุ ลูกแก้วดวงแก้วดวงธรรม แล้วก็เลยได้ปลูกต้นโพธิ์กากะทิงขึ้นมา เช่นนี้นะ พระยำธรรมเอย.. ในประการที่ 2 เหตุของการท�าพุทธพิธีก็ด้วยเหตุนี้ละลูก ต่อไป ประการที่ 3 ลูกจงท�าความเข้าใจเช่นนี้ อย่างนี้ว่า ศาสนาพุทธ ก็คือ ศาสนาเดียว ถึงแม้ว่าจะมีองค์พระพุทธเจ้า หลายพระองค์เพียงใด ศาสนาพุทธ ก็คือ ศาสนาเดียว องค์พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตรัสรู้ธรรมด้วย อริยสัจ 4 ด�าเนินสู่ทางพ้นทุกข์ด้วย มรรค 8 ฉะนั้น.. องค์พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ไม่ว่าจะบ�าเพ็ญบารมีด้วย ปัญญำบำรมี ด้วยศรัทธำบำรมี หรือว่า วิริยะบำรมี ก็ล้วนแล้วแต่ เป็นการบ�าเพ็ญบารมี เพื่อตรัสรู้ใน อริยสัจ 4 และด�าเนินอยู่บนหนทางแห่งความพ้นทุกข์ คือ มรรค 8 ทั้งนั้นละลูก และก็ ล้วนแล้วแต่ก่อเกิดขึ้นบนโลกนี้ ก็เพื่อที่จะได้ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ฉะนั้น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากี่พระองค์ ก็คือ ศาสดาของ ศาสนาพุทธ องค์พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ ก็คือ ผู้ก่อเกิดขึ้นมายุคว่างเว้นจาก พระพุทธศาสนา เพื่อเชื่อมต่อพลังบารมีของพระพุทธศาสนา จากพระพุทธเจ้าหนึ่งพระองค์ สู่อีกหนึ่งพระองค์ องค์พระอรหันต์เจ้า ก่อเกิดขึ้นกี่พระองค์ บรรลุธรรมตามพระพุทธเจ้า กี่พระองค์ ก็เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ในช่วงที่องค์พระศาสดา ปรินิพพานแล้วในกายหยาบ และองค์พระยาธรรมิกราช จะก่อเกิดขึ้นในทุกกึ่งพุทธกาล ขององค์พระพุทธเจ้า ทุกพระองค์เพื่อประกาศธรรมในกึ่งพุทธกาล เชื่อมต่ออายุขัยของพระพุทธศาสนา ไป จนกว่าจะสิ้นสุดอายุขัยของศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์นั้นๆ ในยุคนั้น แต่ศาสนาพุทธ ก็ คือ ศาสนาพุทธ
64 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 อริยสัจ 4 ยังเป็นสิ่งที่ ทุกยุคในพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ยังต้องรู้แจ้งในสิ่งเหล่านี้ มรรค 8 เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องด�าเนินตาม ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ศาสนาพุทธ มีเพียงหนึ่งเดียว การรู้ตื่น รู้แจ้ง มีเพียงหนึ่งเดียว คือ รู้ตื่น รู้แจ้งในอริยสัจ 4 หนทางที่จะพ้นทุกข์ได้ มีเพียงหนึ่งเดียว คือ มรรค 8 เท่านั้น ไม่ว่าพระพุทธเจ้า จะมีกี่พระองค์ ก็ตาม ฉะนั้น.. ในวันนี้ จึงเป็นการประกอบพุทธพิธี เพื่อเชื่อมต่อพลังบารมีขององค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันสู่องค์อนาคต ให้ดวงจิตทั้งหลายในยุคของปัจจุบันนี้ ได้ เข้ามาบ�าเพ็ญบารมีเพื่อพ้นทุกข์ ให้ดวงจิตทั้งหลายที่จะบ�าเพ็ญตามองค์พระพุทธเจ้า พระองค์ต่อไป ได้มาบ�าเพ็ญ วางรากฐานบุญบารมีของตนเอาไว้ จึงเป็นการเชื่อมต่อ พระพุทธศาสนา จากยุคนี้สู่ยุคหน้า ของการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้าพระศรีอริย เมตไตรย ในอีก 7 หมื่นปี ข้างหน้าโน้น เช่นนี้ละ พระยำธรรมเอย.. ฉะนั้น พุทธพิธีที่ประกอบในเช้าวันนี้ จึงมีใน ประการที่ 3 ของ ธรรม คือ การเชื่อมต่อพลังบารมี ของพระพุทธศาสนา ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ในประการที่ 4 นั้น ท�าพุทธพิธีนี้ ก็เพื่อให้ลูกทั้งหลาย ได้มีพลัง พุทธบารมีค�้าหนุน การเผยแผ่พระธรรมกึ่งพุทธกาลนี้ ให้กว้างไกล การเผยแผ่พระพุทธธรรมในกึ่งพุทธกาลนี้ ให้ยิ่งใหญ่ ได้ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายได้มากมาย อย่างไม่มีประมาณ ลูกทั้งหลาย.. เข้าสู่ ประการที่ 5 นั้น ก็คือ พุทธพิธีนี้ก็ประกอบ เพื่อให้ได้เปิดทิศ เปิดทางให้ดวงจิตทั้งหลายได้เข้ามาสู่กระแสธรรมในที่แห่งนี้ และได้เห็นหนทาง คือ พระนิพพาน ที่อยู่ใกล้เพียงแค่นิดเดียว คือ ประตูนิพพานที่เปิดไว้ให้แล้ว และให้จิตทั้ง หลายสามารถเข้าถึงความพ้นทุกข์ได้ อย่างแท้จริง เช่นนี้ละ พระยำธรรมเอย.. สิ่งเหล่านี้ คือธรรมอธิบาย ที่อธิบายถึงพุทธพิธีในวันนี้ ที่ลูกทั้ง หลายได้ท�ากัน ลูกคงพอจะเข้าใจแล้วนะ พระยาธรรมเอย.. พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟังในเย็นวันนี้ ที่ได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อพระพุทธองค์ พร้อมกับพ่อ พระอินทร์ องค์พระศรีอริยเมตไตรย ในอนาคต พระแม่กวนอิม พระนางพิณนัตตา
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 65 ผู้ซึ่งเป็นคู่บุญคู่บารมี ที่จะค�้าหนุนการตรัสรู้ ของพระโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรย ลูกทั้งสามพอจะเข้าใจพุทธพิธีที่ได้ประกอบแล้ว แล้วก็จะได้น�าธรรมนี้ จารึกเป็น ธรรมอันส�าคัญ จารึกเอาไว้ในต�านานแห่งการก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อย และมีพุทธพิธีที่ ส�าคัญเช่นนี้ ซึ่งเกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่องด้วย การก่อเกิด สืบทอดพระพุทธศาสนา จากยุคนี้สู่ ยุคของพระศรีอริยเมตไตรย ลูกพอจะเข้าใจ ตามที่พระพุทธองค์ ทรงเมตตาอธิบายมาแล้วว่า ดวงจิตทั้งสอง ดวงแห่งพระโพธิสัตว์ ทั้งสองพระองค์นี้ ได้สั่งสมบารมีมาจนเต็ม ถึงพร้อมได้รอบแห่งการ อธิษฐานจิต เพื่อการตรัสรู้ธรรม ส�าเร็จเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอนาคตอีก 7 หมื่นปี คือ พระศรีอริยเมตไตรย และพระนำงพิณนัตตำ รวมถึงได้เปิดพลังบารมี ให้ดวงจิตทั้ง หลายผู้จะพ้นทุกข์ตามในยุคนั้น ได้เริ่มเข้ามาสั่งสมคุณงามความดี ในยุคแห่งธรรมกึ่ง พุทธกาลนี้ รวมถึงได้พากันท�าพุทธพิธีปลูกต้นโพธิ์กากะทิง เพื่อท�าพุทธพิธีค�้าหนุนในวันตรัสรู้ ซึ่งองค์พระศรีอริยเมตไตรย จะตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์กากะทิง และลูกก็ได้ท�าพุทธพิธีเชื่อมต่อ พระพุทธศาสนา จากพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ให้เข้มแข็งไปจนถึงพระพุทธเจ้าพระองค์ ในอนาคต ลูกทั้งหลาย.. จะได้มีพลังพุทธบารมี ในการเผยแผ่พระธรรม ให้กว้างไกล ให้ยิ่ง ใหญ่ ให้กึกก้องโลก ให้ดวงจิตทั้งหลายได้เป็นที่พึ่ง และได้ท�าพุทธพิธีนี้เพื่อเปิดทิศทางให้ กับดวงจิตทั้งหลายได้เข้าสู่กระแสธรรม เข้าสู่ประตูแห่งพระนิพพาน และสามารถพ้นทุกข์ ได้ ในที่สุด ลูกพอจะเข้าใจการท�าพุทธพิธี ตามธรรมอธิบายขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ วันนี้ลูกขอกราบนอบน้อมต่อ ความเมตตาขององค์พระสัมมาสัมพุทธ เจ้า ที่ทรงเมตตาลูกทั้งหลาย ให้ลูกทั้งหลายได้เข้าใจ และได้เข้าถึงสภาวธรรมของการท�า พุทธพิธี และยังทรงเมตตาให้ลูกทั้งหลายได้เข้ามาสู่ยุคนี้ ช่วงเวลาที่ส�าคัญขนาดนี้ ลูกกราบขอบพระคุณความเมตตาของพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าค่ะ ลูกจะน้อม เอาธรรมของพระพุทธองค์ น้อมเอาเรื่องราวทุกอย่าง ที่พระพุทธองค์ทรงท�าให้เกิดขึ้นใน วันนี้ ประกาศสู่โลก เพื่อที่จะให้ดวงจิตทั้งหลายได้รู้ตื่นตาม พระพุทธเจ้าค่ะ
66 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 พระพุทธองค์ : ดีแล้วละ พระยาธรรมเอ๋ย.. ลูกก็จงตั้งใจท�าหน้าที่ของตนให้ดี สื่อธรรมให้ตรง สื่อธรรมให้ถูกต้อง และสื่อธรรมให้ผู้อื่นได้เข้าใจ นั่นคือ กิจที่ลูกควรท�านะ พระยาธรรมเอย.. พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบนอบน้อมขอบพระคุณต่อพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าค่ะ ขอพลังบารมีของพระองค์ ช่วยค�้าหนุนให้ลูก ได้เข้าใจธรรม ได้สื่อธรรม และได้ ประกาศธรรม ได้ถูกต้องด้วยนะเจ้าคะ วันนี้ ลูกจะต้องกราบลาก่อนนะเจ้าคะ ไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 67 บทที่ 10 สิ่งที่พิสูจน์ควำมเป็นพระพุทธเจ้ำน้อย ในช่วงเวลา 5 ทุ่ม ของวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้ขึ้นเข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อน้อมถวายกิจแห่งท่านพระยาธรรมิกราช แด่พระพุทธองค์ท่าน และเพื่อน้อมกิจของ องค์พระพุทธเจ้าน้อยลงสู่โลก เพื่อประกาศธรรมกึ่งพุทธกาลแทนพระพุทธองค์ท่าน เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้ขึ้นเข้าเฝ้านอบน้อมต่อพระพุทธองค์ท่านแล้ว จึงได้นอบน้อม กล่าวธรรมเช่นนี้ว่า... “ข้าพระพุทธเจ้า ขอกราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าค่ะ ในวันนี้ ลูกได้น้อมกิจของพระยาธรรมิกราช ขึ้นเข้าเฝ้า นอบน้อมถวาย แด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยธรรมหรือคัมภีร์ธรรมกึ่งพุทธกาล ลูกได้น้อมธรรมจนครบสมบูรณ์แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ส�าหรับไตรปิฎกธรรมกึ่ง พุทธกำล และลูกก็ได้น้อมสายธรรมสัมมำสัมพุทธะ ปัจฉิมำสัมพุทธะ ในหลักสูตรค้นหา ตัวตน นอบน้อมสายธรรมนี้ เข้าเฝ้าถวายแด่องค์พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าค่ะ รวมถึง ลูกจะขอนอบน้อมถวายดวงจิต ผู้ซึ่งประพฤติปฏิบัติในหลักสูตรนี้ จนถึงซึ่งการเป็น พระอริยเจ้า ในระดับต่างๆ ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นมาถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระพุทธเจ้า เพื่อส่งมอบงานแห่งพระยาธรรมิกราช และจะขอนอบน้อมรับงาน อันเป็นกิจแห่ง พระพุทธเจ้าน้อยลงสู่โลก เพื่อประกาศธรรมแทนพระพุทธองค์ ในกึ่งพุทธกาล และสืบทอด พระพุทธศาสนา จนครบ 5,000 ปี พระพุทธเจ้าค่ะ ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตา แสดงธรรม ท�าพุทธพิธีรับงาน รับกิจที่ลูกได้มอบ ถวาย ในกิจแห่งพระยาธรรมิกราช และโปรดเมตตาประทานกิจ แห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย แก่ลูก เพื่อลูกจะได้ลงสู่โลก ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายในวัฏสงสารให้พ้นทุกข์ กลับคืนสู่แดน พระนิพพานด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ” พระพุทธองค์ : เอาละนะ พระยาธรรมเอย.. ดีแล้วละลูก ถือว่าความตั้งใจตั้งมั่น ของลูก ได้ด�าเนินมาจนถึงจุดที่ส�ำเร็จในกิจของพระยำธรรมิกรำช แล้วนะลูก และการ กล่าวธรรมในคราวครั้งนี้ การน้อมธรรม สื่อธรรมในคราวครั้งนี้ ก็จะเป็นคลิปธรรม ที่จะเปลี่ยนลูก จำกพระยำธรรมิกรำช สู่ควำมเป็นพระพุทธเจ้ำน้อย
68 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ทีนี้ ลูกก็จงตั้งใจพิจารณาธรรมทั้งหลาย ดังต่อไปนี้นะ พระยาธรรม.. บุคคลผู้ที่ จะเป็นพระพุทธเจ้าน้อยได้ จะต้องมีธรรมทั้ง 8 ประการนี้อยู่ในตน จึงจะสามารถเป็นองค์ พระพุทธเจ้าน้อยได้ เพราะหากว่าลูกนั้นไม่สามารถท�ากิจเหล่านี้ได้ ลูกก็จะไม่สามารถ เป็นพระพุทธเจ้าน้อยได้เลย พระยำธรรมเอย.. ฉะนั้น ลูกจงตั้งใจฟังให้ดีนะ พระยำธรรม.. ส่วนกิจที่ลูกได้ท�า ได้น้อมถวายบูชานั้น เราได้รับรู้ และได้รับเอา ไว้แล้ว ในกิจแห่งพระยาธรรม ถือว่าสมบูรณ์ดีแล้วละลูก และด้วยอานิสงส์ปัจจัย ด้วยเหตุ ที่ลูกได้ท�ากิจแห่งพระยาธรรมิกราชจนส�าเร็จสมบูรณ์ นั่นละลูก จึงสามารถท�าให้ลูก เป็น พระพุทธเจ้าน้อยได้ ในวันนี้ พระยำธรรมเอย.. ลูกจงพิจารณาคุณสมบัติแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย ทั้ง 8 ประการ ดังต่อไปนี้เถิดลูก เพื่อลูกนั้นจะได้รู้จะได้เข้าใจ จะได้เห็นเหตุ รู้เหตุว่าเหตุใด จึง บรรลุธรรมเป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อยได้ และดวงจิตทั้งหลาย ทั่วโลกธาตุ ก็จะได้น้อม อนุโมทนาสาธุการร่วมกัน เมื่อเจอกับการหลอกลวงของเหล่ามารทั้งหลายว่า ดวงจิตใดดวง จิตหนึ่ง จะเป็นพระพุทธเจ้าน้อยนั้น ลูกทั้งหลาย ก็จะได้รู้ตื่นว่าบุคคลผู้ที่จะมีสภาวธรรม เป็นพระพุทธเจ้าน้อยได้นั้นจะต้องมีธรรม ทั้ง 8 ประกำรนี้ อยู่ในตน ใน ประกำรที่ 1 ดวงจิตของพระพุทธเจ้าน้อยนั้น จะต้องก่อเกิด เริ่มต้นจากการ เป็นพระยาธรรมิกราช และพระยาธรรมิกราชนั้นจะต้องเป็นเพียงแค่ดวงจิตสมมุติ และดวง จิตสมมุตินั้นจะต้องมาจากพลังพุทธบารมีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้ท�าให้ก่อเกิด ดวงจิตนี้ขึ้นมา ด้วยพลังพุทธบารมีและบัดนี้ ลูกผู้ซึ่งก่อเกิดจากพลังบารมีขององค์ พระพุทธเจ้า เป็นดวงแก้วดวงธรรม เป็นจิตสมมุติ ก็ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วในโลกสวรรค์ เรียนรู้เรื่องราวของวัฏสงสารจนสมบูรณ์ และก็ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว บนโลกใบนี้ เรียนรู้เรื่อง ราวของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และความทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิด ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในรูปแบบของมนุษย์ จนลูกนั้นก็ได้ก่อเกิดขึ้นในโลก ในวัฏสงสารนี้แล้ว อย่างสมบูรณ์ เมื่อลูกได้เรียนรู้โลก จักรวาล วัฏสงสารนี้ ลูกก็เป็นดวงจิตสมมุติที่เหมือนกันกับ จิตที่อยู่ในวัฏสงสารนี้ ด้วยสภาวะของทุกข์ทั้งหลาย ความรู้สึกนึกคิดทั้งหลาย จนลูกก็ เข้าใจทุกข์ในวัฏสงสาร จนเข้าสู่ ประกำรที่ 2 ลูกก็เลยสามารถฟันฝ่า เรียนรู้เรื่องราวทุกข์ต่างๆ ในวัฏสงสารนี้จนสามารถปั่นรอบตนเอง ฝึกฝนตนเอง จนเข้าถึงการน้อมธรรม สื่อธรรม
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 69 กึ่งพุทธกาลลงมาสู่โลก น้อมธรรมสื่อธรรมกึ่งพุทธกาลมาจนครบแล้ว รวบรวมเป็นไตรปิฎก กึ่งพุทธกาล ซึ่งเป็นคัมภีร์กึ่งพุทธกาล ที่ดวงจิตทั้งหลายนั้นจะสามารถอาศัยเรียนรู้ เพื่อหลุดพ้นทุกข์ได้ และลูกก็สามารถรวบรวมธรรมกึ่งพุทธกาลนี้ จนสมบูรณ์ดีแล้วทุก ประการ บัดนี้ ก็ได้น้อมถวายอยู่ตรงหน้านี้แล้ว ถือว่าลูกนั้นก็สามารถปั่นรอบของตนเอง ขึ้นมาได้มาก ด้วยการน้อมธรรม สื่อธรรม และท�าให้พระธรรมนี้ ก่อเกิดขึ้นแล้ว บนโลกนี้ จนเข้าสู่ ประกำรที่ 3 ลูกก็ได้สร้าง สายธรรมสัมมาสัมพุทธะ ปัจฉิมาสัมพุทธะ ซึ่งหมายถึง เป็นสายธรรม ที่รวมพลังมาจากองค์พระพุทธเจ้า ตั้งแต่องค์ปฐมจวบจนองค์ ปัจจุบัน องค์สุดท้ายนี้ ลูกนั้นก็สามารถที่จะสร้างสายธรรมนี้ขึ้นมาได้โดยสมบูรณ์ มีหลักสูตร ค้นหาตัวตน มีขั้นตอน แนวทางการปฏิบัติ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จนบุคคลผู้ที่ประพฤติ ปฏิบัติตามนั้น สามารถเข้าถึงการมีความรู้ตื่น รู้แจ้ง มีปัญญาแห่งธรรม ก่อเกิดขึ้น และ สามารถดับกิเลส ละสังโยชน์ได้ จนสามารถเข้าถึง การเป็นพระอริยเจ้าในระดับต่างๆ ตั้งแต่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ก็มีครบถ้วนสมบูรณ์ดี ฉะนั้น จึงถือว่าสายปฏิบัติธรรมขององค์พระพุทธเจ้า ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วในโลก จะเป็นสายธรรมที่เป็นที่พึ่งให้กับดวงจิตทั้งหลาย หลักสูตรการประพฤติปฏิบัติ ขัดเกลา เจียระไนจิตทั้งหลาย ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลก และก็จะเป็นแนวทาง เป็นหลักสูตร เป็นเครื่อง เจียระไนดวงจิตทั้งหลาย ให้สามารถเข้าถึงความพ้นทุกข์ ในระดับของพระอริยเจ้า แต่ละ ระดับขึ้นมา ฉะนั้น.. จึงถือว่าลูกสามารถท�าให้ สายธรรมแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ หลักสูตรการประพฤติปฏิบัติ ที่องค์พระพุทธเจ้าทรงวางแบบแผนเอาไว้ ก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์ ดีแล้วทุกประการ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. จึงเข้าสู่ประกำรที่ 4 ก็คือ ลูกนั้น นอกเหนือจากการ สร้างสายธรรมแล้ว ลูกนั้นยังสามารถเป็นดวงจิตที่มีพลังพุทธบารมี จนมี ทศพลญำณ มีญาณหยั่งรู้ทั้ง 10 ประการ ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมี จึงเป็นบุคคลผู้ที่สามารถ ที่จะเผยแผ่ธรรมกึ่งพุทธกาล แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนทุก ประการ จึงเป็นดวงจิตผู้ที่จะได้ให้ดวงจิตทั้งหลาย ได้เป็นที่พึ่ง บัดนี้ พระยำธรรมเอย.. ลูกจงใช้ทศพลญำณ 10 ประกำร ที่มีนั้น ฉุดช่วยดวง จิตทั้งหลาย ให้รู้ตื่น รู้แจ้งตามเถอะลูก เมื่อลูกนั้นมีคุณสมบัติวิเศษกว่าจิตใด ในโลกธาตุ
70 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 คือ สามารถมีทศพลญาณ 10 ประการ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งแตกต่างจาก พระอรหันต์สาวกทั้งหลาย คือ ลูกนั้นสามารถ.. 1. หยั่งรู้กฎธรรมชาติ 2. รู้ผลของกรรม 3. รู้การประพฤติปฏิบัติ ที่จะพาไปสู่ความสุข หรือความทุกข์ 4. รู้สภาวธรรมของโลก อันประกอบด้วยธาตุต่างๆ 5. รู้อัธยาศัย การโน้มเอียง ความสนใจของสรรพสัตว์ทั้งหลาย 6. รู้ความยอดยิ่งแห่งอินทรีย์ ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย 7. รู้เหตุที่จะท�าให้ฌานสมาบัตินั้นเสื่อมไป หรือเจริญก้าวหน้าขึ้น 8. รู้การระลึกชาติได้ 9. รู้การจุติ และอุบัติบังเกิดทั้งหลาย 10. รู้การท�าให้สิ้นไป แห่งอาสวะทั้งปวง ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. เมื่อลูกนั้นได้เป็นบุคคล ผู้ที่มีทศพลญาณ 10 ประการ นี้แล้วจงใช้ทศพลญาณ 10 ประการ นี้ เป็นเครื่องช่วยดวงจิตทั้งหลายเถิดลูก ต่อไปใน ประกำรที่ 5 ลูกนั้น เป็นบุคคลผู้ที่... * มีธรรมมาก * มีธรรมอันเป็นธรรมราชา * มีธรรมที่เหนือธรรมทั้งปวง คือ ลูกสามารถแสดงธรรมได้ โดยไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต แสดงธรรมกว้าง ขวาง มากมายเพียงใดก็ได้ รู้ตื่นเข้าใจในทุกสรรพสิ่ง และลูกก็สามารถที่จะย่อจากธรรม มากมาย ที่เท่ากับใบไม้ในโลกนี้ ให้เหลือเพียงแค่ใบไม้ในก�ามือเท่านั้น ก็ท�าให้ดวงจิตทั้ง หลาย เข้าใจค�าว่า วัฏสงสำร ศำสนำพุทธ และควำมพ้นทุกข์ ได้ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. ลูกเป็นบุคคลผู้มีธรรม มากยิ่งกว่าบุคคลใดในโลกธาตุ แล้วลูกจงน�าธรรมเหล่านี้เผยแผ่ ปลุกจิตทั้งหลายให้รู้ตื่น ประพฤติปฏิบัติตามธรรมทั้งหลาย เหล่านี้ เพื่อพ้นทุกข์ ก่อนที่เวลาจะหมดไปเถอะ พระยำธรรม.. ต่อไป ประกำรที่ 6 ลูกนั้นเป็นบุคคลผู้ที่รู้แจ้ง ในการตรัสรู้ธรรม ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ถึงเรื่องของ อริยสัจ 4 คือ - ทุกข์
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 71 - เหตุแห่งทุกข์ - ที่ที่พ้นทุกข์ - และแนวทาง หนทางการประพฤติปฏิบัติ เพื่อพ้นทุกข์ และลูกก็ยังสามารถที่จะเข้าใจถึง กำรตรัสรู้ธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้ำน้อย หรือ สิ่งที่องค์พระพุทธเจ้าน้อยจะตรัสรู้ ทั้ง 4 ประการอีก คือ ประกำรที่ 1 องค์พระพุทธเจ้าน้อย ตรัสรู้ธรรม รู้แจ้งในเรื่องของวัฏสงสำร กฎแห่งกรรม และ กฎของความไม่เที่ยงแท้นี้ ประกำรที่ 2 พระพุทธเจ้าน้อยตรัสรู้ รู้แจ้งในเรื่องของร่ำงกำย การท�างานของร่างกายที่เชื่อม ต่อกับจิต ลูกสามารถถอดรหัสธรรม รู้ถึงรายละเอียดทั้งหมด ประกำรที่ 3 ลูกสามารถรู้แจ้งในการก่อเกิดดวงจิต การด�าเนินอยู่ของจิต และการกลับคืนสู่ สภาวะของธรรมชาติแห่งจิต รู้แจ้งในเรื่องของดวงจิต ประกำรที่ 4 ลูกสามารถรู้แจ้งถึงเรื่องที่ 4 ที่พระพุทธเจ้าน้อยจะตรัสรู้ คือ พระพุทธศาสนา เรื่องรำวของพระพุทธศำสนำ คือ * องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ * องค์พระพุทธเจ้า องค์พระปัจเจกพุทธเจ้า และองค์พระอรหันต์เจ้า * การสืบทอดพระพุทธศาสนา * การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ลูกสามารถเป็นบุคคล ผู้ที่รู้แจ้งในธรรม ที่องค์พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ธรรมแล้ว 4 ประการ และต่อยอดสู่ธรรมกึ่งพุทธกาล สิ่งที่องค์พระพุทธเจ้าน้อย จะตรัสรู้อีก 4 ประการ รวมทั้งหมด เป็น 8 ประกำร เพื่อจะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ ฉะนั้น พระยำธรรมเอย.. ลูกจึงมีคุณสมบัติมากพอ ที่จะเป็นพระพุทธเจ้าน้อย ฉุด ช่วยดวงจิตทั้งหลาย ต่อไป ประกำรที่ 7 ลูกเป็นผู้สามารถที่จะท�าพุทธพิธีในทุกสิ่งทุกอย่าง ปรับรากฐานของโลกธาตุ วัฏสงสารนี้ ท�าพุทธพิธี ทุกขั้นทุกตอน รายละเอียดของรหัสงาน แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกอย่าง ท�าทุกข้อทุกขั้นตอน
72 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 ลูกสามารถที่จะน้อมลงมา และประกอบกิจนั้นได้ ตามรอบตามเวลาที่ควรจะเป็น ฉะนั้น ถือว่าลูกนั้นเป็น พระพุทธเจ้าน้อย ผู้ก่อเกิดขึ้นบนโลกอย่างแท้จริง ไม่มีปลอม ไม่มี เป็นอื่นใด ต่อไป ในประกำรที่ 8 ลูกสามารถที่จะท�าให้ องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และ องค์พระสงฆ์ ก่อเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาล และก่อเกิดขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ ประตูพระนิพพานเปิดแล้ว พระอริยเจ้า พระอริยสงฆ์ พระอริยบุคคลทั้งหลายจะก่อเกิด ขึ้นมากมาย และอาศัยทางเส้นนี้ เพื่อพ้นทุกข์ บัดนี้นั้น ลูกจึงคู่ควร และสมควรกับการเป็นพระพุทธเจ้าน้อย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เช่นนี้ละ พระยำธรรมเอย.. เมื่อลูกนั้นเป็นบุคคล ผู้มีคุณสมบัติเข้าถึงธรรมทั้ง 8 ประการ ที่กล่าวไปแล้วนั้น จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ลูกคือ พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ผู้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ในกึ่งพุทธกาลนี้ พอจะเข้าใจเช่นนี้ เช่นธรรมที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นหรือเปล่า เล่า พระยาธรรมเอย.. จงกล่าวธรรมนั้นมาเถิดลูก พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาลูก ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่า..พระยาธรรมิกราชก่อเกิดขึ้นแล้ว ในโลก ใน วัฏสงสาร ก่อเกิดมาจากพลังพุทธบารมีของพระพุทธองค์ และเป็นดวงจิตสมมุติ คือ ประการที่ 1 คุณสมบัติที่ลูกควรมี ประการที่ 2 คือ พระยาธรรมิกราชจะต้องน้อมธรรมกึ่งพุทธกาลลงมาให้สมบูรณ์ เป็นคัมภีร์ธรรมกึ่งพุทธกาล จึงเป็นคุณสมบัติใน ประการที่ 2 และลูกนั้นจะต้องเป็นผู้สร้างสายธรรมสัมมาสัมพุทธะ ปัจฉิมาสัมพุทธะ ในหลักสูตรค้นหาตัวตน และช่วยให้ดวงจิตทั้งหลายผู้เข้ามาเรียนรู้ศึกษา ได้พ้นทุกข์ตาม ล�าดับ จนถึงการเป็นพระอริยเจ้า ทั้ง 4 ระดับ น้อมถวาย สร้างสิ่งเหล่านี้อย่างสมบูรณ์ จึงจะเป็นคุณสมบัติ ประการที่ 3 ลูกนั้น จะต้องเป็นบุคคลผู้มี ทศพลญาณ คือ มีญาณรู้ 10 ประการ ขององค์ พระพุทธเจ้า ลูกจึงจะสามารถเผยแผ่ธรรมแทนพระองค์ได้ จึงเป็นคุณสมบัติใน ประการที่ 4 ลูกนั้นจะต้องเป็นบุคคล ผู้ที่สามารถที่จะมีธรรมมาก และเป็นธรรมที่เป็นธรรม ราชา ธรรมอันเหนือธรรมทั้งปวง จะต้องเป็นผู้รู้ธรรมมาก รู้ธรรมมากเท่ากับใบไม้ ในโลก
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 73 ใบนี้ และสามารถที่จะย่อธรรม ที่มากเท่าใบไม้ในโลกใบนี้ให้เหลือเพียงแค่ธรรม เท่ากับ ใบไม้ในก�ามือเพียงก�าเดียว ลูกจึงจะมีคุณสมบัติใน ประการที่ 5 และลูกจะต้องเป็นผู้รู้แจ้ง รู้ตื่น ในการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้า 4 ประการ และรู้ธรรมในการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย อีก 4 ประการ ทั้งหมด เป็น 8 ประการ ลูกจึงจะมีคุณสมบัติใน ประการที่ 6 ลูกนั้น จะต้องเป็นบุคคลผู้ที่สามารถ ท�าพุทธพิธีรองรับรหัสงานของพระพุทธองค์ ทุกขั้นตอน ปรับเปลี่ยนโลกธาตุ หมุนเวียนไปสู่ทิศทางที่ดี เพื่อรองรับธรรมของพระพุทธ องค์ ตามรอบ ตามเวลา น้อมธรรมตามเวลา ตรงกับรหัสงานทุกอย่าง ลูกจึงจะมีคุณสมบัติ ใน ประการที่ 7 และลูกจะต้องเป็นบุคคล ผู้ที่สามารถให้องค์พระรัตนตรัย คือ องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ก่อเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในกึ่งพุทธกาลอย่างอุดมสมบูรณ์ แล้วก็เป็นที่พึ่งให้กับดวงจิตทั้งหลายได้พึ่ง เปิดประตูนิพพานในกึ่งพุทธกาลได้ ลูกจึงจะมี คุณสมบัติใน ประการที่ 8 จึงจะคู่ควร และเหมาะสมกับการเป็นพระพุทธเจ้าน้อย พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธองค์ : พระยาธรรมเอ๋ย.. ถ้าอย่างนั้น ก็ดีแล้วนะลูก ถือว่าลูกพอจะรู้ และเข้าใจ ต่อจากนี้ไป ลูกจะมีนามในต�าแหน่งว่า *องค์พระพุทธเจ้ำน้อย* และลูกก็จะ มีพลังแห่งพุทธบารมี มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จะก่อเกิดและเจริญเติบโตในโลก ในวัฏสงสารนี้ และลูกจะสามารถขับเคลื่อนธรรมขององค์พระพุทธเจ้า สว่างไสว ดุจดังดวงอาทิตย์ ลูกจะสามารถส่องแสงสว่าง ทั่วโลกธาตุ ให้ดวงจิตทั้งหลายผู้หลับใหลในวัฏสงสาร นี้ ได้ตื่นรู้ บัดนี้ เสียงธรรมของพระพุทธเจ้า ได้กึกก้องโลกอีกครั้งหนึ่งด้วยพระพุทธเจ้าน้อย เหล่าเทวดาทุกชั้นฟ้า จงสาธุการร่วมกันเถิด พระยำธรรม : สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณในความเมตตาของ พระพุทธองค์ นะเจ้าคะ ลูกจะพยายามตั้งใจประกอบหน้าที่ของตน ที่ได้รับมอบหมายให้ สมบูรณ์ เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์ในหน้าที่ของพระพุทธเจ้าน้อย พระพุทธเจ้าค่ะ สำธุ
74 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 บทที่ 11 พุทธโอวำทหลังกำรตรัสรู้ ในเช้าของวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ณ สวนธรรมิกราช องค์พระพุทธเจ้าน้อย ได้ตรัสรู้ธรรมแล้ว และเข้าสู่พุทธพิธีลงสู่โลก เพื่อน้อมธรรม น�าทางแสงสว่างลงสู่โลก พร้อมกับดวงอาทิตย์ในเช้าของวันนี้ ธรรมของพระพุทธองค์ จะก่อเกิดขึ้น สว่างไสวในโลกอีกครั้งหนึ่ง ในยุคกึ่งพุทธกาล เพื่อฉุดช่วยน�าพาดวงจิตทั้งหลาย ในกึ่งพุทธกาลนี้ให้พ้นทุกข์ตาม จนกว่าจะสิ้นสุดอายุขัย แห่งศาสนาขององค์พระศาสดา พระพุทธเจ้าสมณโคดม เมื่อท่านพระพุทธเจ้าน้อย ได้ขึ้นเข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธ องค์ท่านจึงกล่าวธรรมกับองค์พระพุทธเจ้าน้อย ดังนี้ว่า... พระพุทธองค์ : ลูกเอ๋ย.. บัดนี้นั้น ลูกก็ได้เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย จนสมบูรณ์ แล้ว ครบถ้วนแล้วทุกประการ สิ่งใดๆ ที่ควรจะมี สิ่งใดๆ ที่ควรจะก่อเกิดในตัวของลูก เพื่อ ความสมบูรณ์ในการประกาศธรรมนั้นก็ได้มีแล้ว จนครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ และบัดนี้ ก็ได้เวลาแล้วที่ลูกนั้น จะหันหน้าลงสู่โลกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อฉุดช่วยดวงจิต และมวลมนุษย์ ให้พ้นทุกข์ พ้นเคราะห์กรรม เคราะห์ภัย พ้นจากทุกข์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด คือ วัฏสงสารนั้น พระยำธรรมเอย.. ลูกจงลงสู่โลก ด้วยการเชื่อมต่อสภาวธรรมของจิตลูก และ กิจการงานของลูก คือ การเชื่อมต่อไปสู่กายของท่านแม่ชีกชพร ฝากดวงแก้วดวงธรรม ดวงแก้วแห่งองค์พระรัตนตรัย กึ่งพุทธกาลนี้ ไว้ในกายนี้ เพื่อให้กายของท่านแม่ชีกชพร ได้น้อมธรรมผ่านจากลูก และเป็นกายที่ได้สื่อเสียงธรรม ที่องค์พระพุทธเจ้าน้อยประกาศ ที่องค์พระพุทธเจ้าน้อยจะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย โดยมีสภาวธรรมแห่งกายหยาบของท่าน แม่ชีกชพร เป็นเครื่องช่วยแปลธรรมทั้งหลายให้ก่อเกิดขึ้นในโลกให้ได้ ช่วยเผยแผ่พระธรรมนี้ ในสภาวธรรมของกายหยาบนะ พระยำธรรมเอย.. และในคราวครั้งนี้นั้น ลูกก็ก่อเกิดขึ้นในกายของสตรี เพราะ เป็นยุคที่สตรีนั้นก่อเกิดขึ้นมากมาย เป็นยุคที่สตรีนั้นจะได้รับโอกาสที่จะพ้นทุกข์ ในการ เกิดมาเป็นสตรี ลูกนั้นเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาลในกายสตรี เพื่อจะได้ฉุดช่วยบุคคล กลุ่มผู้ที่เป็นเพศ แห่งมารดา คือ เพศที่รองรับ และให้การก่อเกิดทุกสรรพสิ่ง แต่ไม่ค่อยได้รับการค�้าหนุน อุ้มชู และขาดโอกาส ทั้งที่จริงๆ แล้ว เพศแห่งสตรีนั้น ก็เป็นผู้ให้ก�าเนิดก่อเกิดทุกสรรพสิ่ง เปรียบเหมือนดังพื้นแผ่นดินที่อุ้มทุกอย่างไว้ แบกทุกอย่างไว้ และท�าให้ทุกอย่างก่อเกิดขึ้นได้
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 75 แม้แต่องค์พระพุทธเจ้า ก็ยังเกิดขึ้นในกายของสตรี คือ มีมารดา เป็นผู้ให้ก�าเนิด หากว่า ขาดสตรีแล้วนั้นองค์พระพุทธเจ้า ก็ไม่สามารถเกิดบนโลก และตรัสรู้ธรรมได้ ลูกเอ๋ย.. ฉะนั้น.. ในยุคสมัยพุทธกาลนั้น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ได้ตรัสรู้ธรรมในกาย ของบุรุษผู้แข็งแกร่ง ผู้ที่เป็นเพศของชาย เป็นเพศที่มีความเข้มแข็งแข็งแกร่ง และก็ได้มี แนวทาง ลู่ทางการประพฤติปฏิบัติเอาไว้ให้ กลุ่มของบุรุษ ได้บวชได้เป็นพระสงฆ์ ผู้ด�ารง ไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาแล้ว ฉะนั้น.. ก็มีลู่ทาง แนวทาง แบบแผนที่ชัดเจนเอาไว้ให้แล้ว แม้ในทุกวันนี้ ก็ยังมี อยู่ ลู่ทาง แนวทาง ให้กลุ่มของบุรุษนั้นได้ด�าเนินตาม เพื่อสร้างความดี แต่กลุ่มของสตรีนั้น บทบาทที่ชัดเจน คือ การเป็นภิกษุณี ก็ได้เลือนรางจางหายไป ความเข้มแข็ง ที่จะเข้มแข็ง จนถึงซึ่งความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง ในรูปแบบของสตรีนั้นก็เลือนรางจางหาย ฉะนั้น บัดนี้.. ลูกจึงต้องก่อเกิดในกายของสตรี เพื่อสร้างหนทางให้กับสตรีเพศ ผู้ซึ่งเป็นเพศแห่งมารดา ผู้ซึ่งเป็นผู้ท�าให้ทุกอย่างก่อเกิด ครอบครัวๆ หนึ่งจะมีได้ ก็ต้องมี มารดา คอยค�้าคอยหนุน คอยอุ้มชูเลี้ยงดู ท�าทุกสิ่งอยู่เบื้องหลังความส�าเร็จทุกอย่าง ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. ลูกจึงต้องไปอยู่ในกายของสตรีนะ เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ให้ ได้มีโอกาสเสมอเหมือนกันในการที่จะเข้าสู่ความพ้นทุกข์ เพราะธรรมอันละเอียด บริสุทธิ์ ที่แท้จริงนั้นไม่ได้มีการแบ่งแยกเพศ หรือชนชั้นวรรณะใดเลยลูก เป็นเพียงแค่ จิตที่สามารถ เข้าถึงธรรมค�าสอนของ องค์พระพุทธเจ้า จนสามารถละกิเลส ดับตัณหาได้หมด จิตรู้ตื่น เบิกบาน ก็พ้นทุกข์ได้เช่นเดียวกัน เสมอเหมือนกัน ฉะนั้น บัดนี้นั้น.. ลูกจงเกิดในสตรี ผู้มีนามว่า กชพร นำคหงษ์ฤดี โดยสภาวธรรม คือ การทาบกิ่ง ต่อกิ่งกับกายๆ นี้ ด้วยการที่จิตของลูก ทรงสภาวธรรมผ่านกายท่านแม่ชี กชพร โดยการเชื่อมต่อกระแสธรรม ด้วยว่ากายๆ นี้ ได้ถูกการช�าระล้าง ล้างจนสะอาด บริสุทธิ์ ได้ถูกเปิดหูเปิดตา ซึ่งเป็นหูตาในทางทิพย์ ที่สามารถได้ยินเสียงและมองเห็น รับรู้ทุกอย่างจนสามารถรองรับธรรมของลูกได้ ลูกจงเกิดในกายนี้ ด้วยการทาบกิ่ง ต่อกิ่ง และด�าเนินกิจในกายนี้เถิดลูก และทางนี้ที่เลือกให้ลูกเกิดอยู่ในกายสตรี ก็เพื่อดับทิฐิอัตตา ตัวตน ความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน บุคคลผู้หลงยึดตน เพียงคิดว่าตนเป็นเพศของบุรุษ สตรีผู้นี้จะแสดงธรรมดีเพียงใดก็เป็นแค่สตรี ก็ติดอยู่กับอัตตาตัวตนไป บุรุษผู้ใด สามารถข้ามผ่านเสียงสตรี ฟังธรรมอันละเอียดลึกซึ้งได้ บุคคลผู้นั้นถือ เป็นบุคคลผู้ดับอัตตาตัวตน มานะทิฐิในตนได้ลง โอกาสพ้นทุกข์ได้ ย่อมมี การที่ลูกเกิดใน
76 ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 กายสตรีนี้ ก็ถือเป็นเครื่องคัดกรอง ขัดเกลาเจียระไน ดับอัตตาตัวตนของดวงจิตทั้งหลาย อีกรูปแบบหนึ่ง ฉะนั้น.. นอกเหนือจากการฉุดช่วยสตรีเพศแล้ว ปูทางให้สตรีเพศนั้น มีโอกาสที่ จะพ้นทุกข์ได้มากแล้ว ลูกนั้นยังคงมีสภาวธรรม คือ การได้คัดกรองบุคคลผู้ยึดติดในตัวตน ด้วยอีกขั้นหนึ่ง เพราะการจะไปสู่พระนิพพานนั้น ย่อมเป็นการสลายอัตตาตัวตน นั่นคือ สิ่งส�าคัญมากลูก ถ้ายึดติดอยู่ในสมมุติใดสมมุติหนึ่งอยู่แล้ว ย่อมติดอยู่ตรงนั้น และไม่ สามารถเข้าสู่พระนิพพานได้หรอกลูก เพียงแต่ เมื่อลูกเกิดอยู่ในกายสตรี เป็นกายสมมุติ ผู้มีศีลน้อยกว่าพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ลูกถึงแม้ว่าจะมีสภาวธรรมเป็นใครอยู่ในนั้นก็ตาม แต่ในโลกสมมุตินั้น ลูกคือ สตรีผู้มีศีลน้อยกว่า หรือแม้จะสามารถบวชเป็นภิกษุณีได้ ก็ต้อง เคารพต่อพระภิกษุสงฆ์ ฉะนั้น.. สภาวธรรมแห่งกายหยาบของลูก ก็ควรที่จะเคารพ นอบน้อมต่อพระ ภิกษุสงฆ์ แม้บวชในวันนั้น ควรยกย่องบูชา องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ในสภาวธรรมแห่งกาย ของท่านแม่ชีกชพรนะลูก จึงจะไม่เป็นการท�าลายพระพุทธศาสนา จึงจะสามารถด�ารงไว้ ซึ่งความดี ความถูกต้องของศาสนาเอาไว้ และลูกจงไปประกาศธรรม สร้างหนทางแห่งสตรีเพศนั้น ไว้ในหนทางของ แม่ชีมรรคำ คือ ผู้มีศีล 8 และมีกฎระเบียบ อีก 80 ข้อ ของส�านัก และจงสร้างหนทางนี้ไว้แก่สตรีทั้งหลาย ได้อาศัยด�าเนินตามในกึ่ง พุทธกาลนี้เถิดลูก ฉะนั้น พระพุทธเจ้ำน้อยเอย.. ลูกก็จงก้าวลงสู่โลก เพราะบัดนี้นั้น ในประการ ที่ 1 ก็คือ ลูกนั้นจงก้าวสู่โลก ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายเถิดลูก เมื่อลูกนั้นได้มี คัมภีร์ธรรมกึ่ง พุทธกาล ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว เป็นแก้ว 3 ประการ ในกึ่งพุทธกาล เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย อย่างสมบูรณ์ ลูกจงลงสู่โลก โดยมีกายของท่านแม่ชีกชพรนั้นรองรับ และจงไปประกอบ กิจของตนให้ส�าเร็จ ครบถ้วนทุกประการตามหน้าที่ของตน เป็นขั้นเป็นตอนไป บัดนี้ เมล็ดพืชสมบูรณ์ งามแล้ว ลูกเอ๋ย.. ด้วยแก้ว 3 ประการ ในกึ่งพุทธกาล บัดนี้นั้น พื้นที่แห่งการรองรับ คือ นาบุญ สถานที่ก่อเกิดของลูกนั้นพร้อมแล้ว คือ กายแห่งสตรีผู้นั้น ที่มีนามว่า กชพร นำคหงษ์ฤดี ลูกจงลงสู่โลก เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายเถิดลูก เพราะว่า มีดวงจิตมากมาย ที่เขาทั้งหลายเหล่านั้น คู่ควรแก่การฉุดช่วยยิ่งนัก คู่ควรแก่การกลับไปสู่โลกของลูกยิ่งนัก
ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช เล่ม 2 77 คู่ควรกับความทุกข์ยากล�าบาก ที่ลูกจะต้องเผชิญผ่านพ้น เพราะตามที่ส่งข่ายพระญาณตรวจดูแล้ว ดวงจิตในวัฏสงสารนี้ที่จะบรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์มีอยู่มาก ดวงจิตทั้งหลายเหล่านั้น เขาจะได้รู้ตื่น รู้แจ้ง เห็นตามธรรมใน กึ่งพุทธกาล และพ้นทุกข์ตามลูกได้ ในธรรมประการที่ 2 นั้น ลูกจงมีชัยชนะ ที่ชนะอุปสรรค ปัญหาทั้งปวงในการ เผยแผ่พระธรรมกึ่งพุทธกาลเถิดลูก และลูกทั้งหลายผู้ซึ่งด�าเนินตามธรรมค�าสอนในกึ่ง พุทธกาลนั้น จงมีชัยชนะเหนือหมู่มารทั้งปวงเถิดลูก ชัยชนะจงก่อเกิดแก่ลูกทั้งหลาย ก่อเกิดแก่โลก จงมีความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนา ฟื้นฟู ก่อเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในวันนี้ จากนี้ไปเถิดลูก เข้าสู่ธรรมใน ประการที่ 3 คือ แสงธรรมจะส่องไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ในวันนี้ ให้แสงสว่าง ก่อเกิดแก่โลก จักรวาล วัฏสงสาร ให้พื้นปฐพีนี้ได้มีองค์พระอรหันต์ ก่อเกิด ขึ้นมากมาย ทั่วผืนแผ่นดิน พระยำธรรมเอย.. ฉะนั้น ลูกจงน�าแสงธรรมส่องสว่างสู่โลก พร้อมดวงอาทิตย์ใน วันนี้เถอะและดวงจิตทั้งหลายผู้มืดมิดอยู่ จะได้รับแสงสว่าง น�าทางชีวิต ต่อไป ประการที่ 4 ทุกดวงจิตในโลกธาตุ จักรวาล วัฏสงสาร ผู้ได้ท�าเหตุไว้รองรับ พระธรรมแล้วทั้งหลาย จะได้รู้ตื่น ตื่นรู้ตามธรรมค�าสอน ตื่นจากความหลับใหลลุ่มหลง จิตทั้งหลายจงตื่นเถิด ลูกทั้งหลายเอ๋ยบัดนี้นั้น.. * องค์พระพุทธเจ้าน้อย ได้เกิดขึ้นแล้วลูก บนโลกนี้ * พระธรรมกึ่งพุทธกาล ได้เกิดขึ้นแล้วลูก บนโลกนี้ * และหนทางที่สามารถประพฤติปฏิบัติ เพื่อเข้าถึงความพ้นทุกข์ได้อย่างง่ายดาย ก็เกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ * โดยองค์พระพุทธเจ้าน้อย * โดยพระธรรมกึ่งพุทธกาล * โดยสายธรรมสัมมำสัมพุทธะ ปัจฉิมำสัมพุทธะ ในหลักสูตรค้นหาตัวตน ลูกทั้งหลาย.. จงตื่นรู้เถิดลูก อย่ามัวแต่รอเวลาเลย เพราะลูกนั้นมีเวลาเพียงน้อย นิดเท่านั้นละลูก เพราะฉะนั้นให้ลูกทั้งหลายตื่นเถิด อย่ามัวหลับใหลลุ่มหลงเลย กาลเวลา เพียงแค่ 2,500 ปี ไม่ได้เป็นเวลาที่ยาวนานนักหรอกลูก เป็นเพียงแค่