ปีท่ปี รบั ปรุงข้อมลู : พ.ศ. 2560
ข้อมลู และ : ศูนย์วิจยั และพฒั นาพนั ธกุ รรมสตั วน์ ้�ำชมุ พร
ภาพประกอบ กองวจิ ยั และพัฒนาพนั ธกุ รรมสัตวน์ �้ำ
เรยี บเรยี งข้อมูล/ : นันทนัช โสมนรนิ ทร์ และนฤชยา ไกรเนตร
ออกแบบรูปเล่ม
จัดพิมพ/์ เผยแพร่ : กลุ่มเทคโนโลยโี สตทัศนูปกรณแ์ ละส่อื สิ่งพมิ พ์
ส�ำนกั งานเลขานุการกรม กรมประมง
พมิ พ์ท่ี : โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำ� กดั
การเพาะเลี้ยงปลาหมอ
สารบัญ หน้า
1
การเพาะเลยี้ งปลาหมอ 3
แหลง่ ทอี่ ยอู่ าศยั และการแพรก่ ระจาย 4
ลักษณะรปู รา่ ง 8
ลกั ษณะความแตกต่างระหว่างเพศ 9
การเตรียมบ่อ 11
การเพาะพนั ธ ุ์ 14
การอนบุ าลลกู ปลา 16
การเลีย้ งปลาหมอในบอ่ ดนิ 20
การจดั การในระหวา่ งการเล้ยี งปลา 23
การป้องกันและกำ� จัดโรคปลา 31
ระยะเวลาเล้ียงและวธิ ีการจับปลาจ�ำหนา่ ย 34
การตลาดและระดบั ราคา 35
แนวโนม้ การเลี้ยงปลาหมอในอนาคต 36
เมนอู าหารจากปลาหมอ
ภาคผนวก
การเพาะเล้ยี งปลาหมอ
การเพาะเลยี้ งปลาหมอ
ปลาหมอเป็นปลาน้�ำจืดพ้ืนบ้านของไทย ที่มีความส�ำคัญทางเศรษฐกิจ
อีกชนิดหนึ่งมีชื่อสามัญว่า Climbing Perch และช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Anabas
testudineus (Bloch, 1792) ซึ่งเป็นปลาท่ีประชาชนชาวไทยนิยมบริโภคกัน
อย่างแพร่หลาย เพราะสามารถประกอบอาหารได้หลากหลาย ท้ังแกง ต้ม
ทอด ย่าง หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อีกท้ังเป็นปลาท่ีมีความทนทานสูง
เพราะมีอวัยวะพิเศษช่วยหายใจ (labyrinth organ) จึงอาศัยอยู่ได้ในบริเวณ
ที่มีน�้ำน้อย ๆ หรือที่ชุ่มชื้นได้เป็นเวลานาน ข้อมูลกรมประมง พบว่า ปี 2557
ผลผลิตปลาหมอทั้งประเทศ มีจ�ำนวน 8,300 ตันคิดเป็นมูลค่า 451.5 ล้านบาท
โดยบริโภคในรปู ปลาสด 72.05 % ปลาร้า 19.21 % นอกนนั้ อกี 8.74 % ทาํ เปน็
ปลานึง่ ยา่ ง เค็มตากแหง้ นำ้� ปลา และอนื่ ๆ
ปัจจุบันปลาหมอเป็นที่สนใจของผู้เพาะเลี้ยงปลาน้�ำจืดจํานวนมาก
เพราะจัดเป็นปลาที่มีศักยภาพ ท้ังการผลิตและการตลาดเพื่อส่งออกสูง กล่าวคือ
(1) สามารถเพาะเล้ยี งในอตั ราความหนาแน่นสงู และเจรญิ เตบิ โตในภาวะคณุ สมบัติ
ของดินและน้�ำที่แปรปรวนสูงได้ ทั้งน้�ำจืด น้�ำกร่อย และน�้ำค่อนข้างเป็นกรดหรือ
พ้ืนที่ดินพรุ ดินเปรี้ยวตลอดจนนาข้าว นากุ้งท้ิงร้างได้ สามารถขนส่งและจ�ำหน่าย
ในรูปปลาสดมีชีวิตระยะทางไกล ๆ อันสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
ที่นิยมใช้ปลาสดมีชีวิตประกอบอาหาร (2) ความต้องการของตลาดมีสูงมาก
โดยเฉพาะปลาขนาดใหญ่ (3-5 ตัวต่อกิโลกรัม) ทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ
เช่น ตลาดตะวันออกกลาง จีน ไต้หวัน เกาหลี และมาเลเซีย มีความต้องการ
ไม่ต่�ำกว่า 100 เมตริกตันต่อปี ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ของทุกปี
ขณะท่ผี ลผลิตไม่เพียงพอและปรมิ าณไม่แน่นอน
ประเทศไทยมกี ารศกึ ษาวจิ ยั เกย่ี วกบั ปลาหมอมาตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2512 ซงึ่ งาน
วจิ ยั ส่วนใหญ่จะศึกษาเกี่ยวกบั ชีววิทยา เทคนคิ การเพาะพนั ธ์ุ การอนบุ าล และการ
1 การเพาะเลยี้ งปลาหมอ
เลย้ี งปลาหมอ สว่ นการศกึ ษาดา้ นการปรบั ปรงุ และการควบคมุ เพศพบเพยี งเลก็ นอ้ ย
ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาพนั ธกุ รรมสตั ว์นำ�้ ชุมพร ซึ่งเปน็ หน่วยงานในสงั กดั ของกองวิจยั
และพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้�ำ กรมประมง จึงได้ดําเนินการปรับปรุงพันธุ์ปลาหมอ
มาตั้งแต่ปี 2546 โดยเริ่มต้นจากการรวบรวมพันธุ์ปลาหมอมาจากแหล่งต่าง ๆ
ท่ัวทุกภาคของประเทศ มาทดลองเลี้ยงที่ศูนย์ฯ เพื่อหาสายพันธุ์ที่มีอัตราการ
เจรญิ เตบิ โตทดี่ ที สี่ ดุ สาํ หรบั ใชเ้ ปน็ พนั ธพ์ุ น้ื ฐานในการเขา้ สกู่ ระบวนการปรบั ปรงุ พนั ธ์ุ
โดยใชว้ ธิ กี ารคดั เลอื กแบบหมู่ (mass selection) ซงึ่ เปน็ การคดั เอาปลาตวั ทมี่ อี ตั รา
การเจริญเติบโตสูงสุดในแต่ละรุ่น เป็นพ่อแม่พันธุ์ในการผลิตลูกพันธุ์รุ่นต่อไป
โดยมีชุดควบคุม (control) หรือชุดท่ีไม่มีการคัดเลือกเป็นตัวเลี้ยงเปรียบเทียบ
ในแตล่ ะรนุ่ เพอ่ื ใหเ้ หน็ ความแตกตา่ งระหวา่ งชดุ ทม่ี กี ารคดั พนั ธก์ุ บั ชดุ ทไ่ี มไ่ ดค้ ดั พนั ธ์ุ
จนไดพ้ นั ธป์ุ ลาทม่ี กี ารเจรญิ เตบิ โตดกี วา่ เดมิ จากนน้ั กอ่ นทจ่ี ะนาํ ไปเผยแพรส่ เู่ กษตรกร
ศูนยฯ์ ไดด้ าํ เนินการทดสอบสายพนั ธ์ุ ทงั้ ไดด้ ําเนนิ การท่ีศนู ย์ฯ เอง (on station)
และดาํ เนนิ การในฟารม์ ของเกษตรกร (on farm) ซง่ึ ผลออกมาในทศิ ทางเดยี วกนั คอื
ปลาหมอทผ่ี า่ นการปรบั ปรงุ พนั ธ์ุ หรอื ทรี่ จู้ กั กนั ในนามของปลาหมอสายพนั ธ์ุ “ชมุ พร 1”
มอี ตั ราการเจรญิ เติบโต และใหผ้ ลผลิตสงู กว่าปลาหมอพันธุท์ ไ่ี มไ่ ดป้ รับปรงุ พันธ์ุ
การเพาะเลยี้ งปลาหมอ 2
แหล่งท่ีอยูอ่ าศัยและการแพรก่ ระจาย
ปลาหมออาศัยอยู่ในแหล่งน้�ำจืด
ทวั่ ๆ ไป ทัง้ แหล่งนำ�้ นงิ่ และน�ำ้ ไหล พบใน
แถบจนี ตอนใต้ อินโดจีน ไทย มลายู พม่า
อินเดีย ศรีลังกา เกาะฟิลิปปินส์ และ
ออสเตรเลีย สามารถปรับตัวเจริญเติบโต
เข้ากับสภาพแวดล้อมท่ีเป็นน�้ำกร่อย
ป่าจากหรือที่ลุ่มดินเค็มชายฝั่งทะเลท่ีมี
ความเค็มไม่เกิน 10 ส่วนในพัน และน�้ำท่ี
ค่อนข้างเป็นกรดจดั เช่น ป่าพรุ ตลอดจน
มักฝังหรือหมกตัวในโคลนตมได้เป็นระยะ
เวลานาน ๆ จึงเป็นปลาท่มี คี วามทนทานต่อสภาพแวดลอ้ ม เน่ืองจากมอี วยั วะพเิ ศษ
ชว่ ยหายใจและเกลด็ ท่ีหนา แขง็ ปกคลมุ ทั่วตวั
ปลาหมอเปน็ ปลากนิ เนอ้ื (carnivorous fish) จึงเป็นปลาผู้ล่า (predator)
กินสัตว์น�้ำที่มีขนาดเล็กกว่าและชอบกินอาหารบริเวณผิวน้�ำและกลางน�้ำ อย่างไร
ก็ตาม สามารถกินเมล็ดข้าว ธัญพืช ปลวก ตัวอ่อน แมลงน�้ำ ต๊ักแตน กุ้งฝอย
หรือลูกปลาเล็กปลาน้อยท่ีมีชีวิต หรือตายแล้วเป็นอาหาร ลูกปลาหมอ
หลงั ฟกั ออกจากไขเ่ ปน็ ตวั ระยะ 3 วนั แรก จะใชถ้ งุ อาหาร (yolk sac) เปน็ อาหารแลว้
จะเริ่มกินอาหารมีชีวิตขนาดเล็กๆ
ไรแดงและลกู นำ�้ หลงั จากฟนั ปลาพฒั นา
สมบูรณ์แล้ว จึงสามารถกินตัวอ่อน
แมลง สัตว์หน้าดิน ลูกกุ้งและลูกปลา
วัยออ่ น ตลอดจนอาหารส�ำเรจ็ รูป
3 การเพาะเลีย้ งปลาหมอ
ลกั ษณะรปู ร่าง
ปลาหมอมลี ำ� ตัวปอ้ มค่อนขา้ งแบน ความยาวประมาณ 3 เท่าของความลกึ
ล�ำตัวมีสีน้�ำตาลเหลืองปนด�ำ ส่วนท้องสีจางกว่าส่วนหลัง เกล็ดแข็ง ครีบหลัง
มกี ้านครบี แข็ง 17–18 กา้ น และกา้ นครบี อ่อน 9-10 กา้ น ครีบก้นมีก้านครบี แขง็
9–10 ก้าน และก้านครีบอ่อน 10–11 ก้าน ครีบท้องมีก้านครีบแข็ง 2 ก้าน
และกา้ นครีบออ่ น 5 กา้ น ครีบอกมีก้านครีบอ่อนทง้ั หมด 15 กา้ น กระดูกสันหลัง
มี 26–28 ข้อ ต�ำแหน่งตั้งต้นของครีบหลัง ครีบอก ครีบท้องอยู่ในแนวเดียวกัน
เส้นข้างล�ำตัวแบ่งขาดเป็น 2 ตอน จ�ำนวนเกล็ดบนเส้นข้างล�ำตัวตอนบน
14–18 เกล็ด ตอนล่าง 10-14 เกล็ด ปลายกระดูกกระพุ้งแก้มมีลักษณะเป็น
หนามหยกั แหลมคมมากและสว่ นลา่ งของกระพงุ้ แกม้ แบง่ แยกอสิ ระ เปน็ กระดกู แขง็
ส�ำหรับปีนป่าย กระดูกกระพุ้งแก้มงอพับได้ หางเป็นแบบมนกลมเล็กน้อย
ตามล�ำตัวมีแถบสีด�ำ 7–8 แถบ และที่โคนหางมีจุดสีด�ำกลม ซึ่งซีดจางหายไปได้
เมอื่ เวลาตกใจ ปากอยตู่ อนปลายสดุ ของหวั และเฉยี งขน้ึ เลก็ นอ้ ย รมิ ฝปี ากยดื หดไมไ่ ด้
มีฟนั แหลมคม เหนือรมิ ฝีปากบนกอ่ นถึงตาท้ังสองขา้ ง เป็นหนามแหลมคม บรเิ วณ
หนามแหลมของปลายกระดูกกระพุ้งแก้มจะมีลักษณะคล้ายเน้ือเยื่อสีด�ำติดอยู่
ท้ังสองข้าง ปลาหมอมีอวัยวะช่วยหายใจ อยู่ในช่องเหงือก ใต้ลูกตา จึงท�ำให้
สามารถอยู่บนบกได้นาน ๆ (นักวิทยาศาสตร์บางท่านให้ข้อสังเกตว่าปลาหมอ
ปลาตีน และปลาปอด อาจเป็นรอยต่อหรือสะพานทางพันธุกรรมของการ
วิวฒั นาการจากปลาซง่ึ เป็นสัตวน์ ้�ำสสู่ ัตวค์ รง่ึ บกครึ่งนำ้� )
การเพาะเล้ยี งปลาหมอ 4
ขนาดล�ำตัวทวั่ ไป
• ความยาวประมาณ
•7–23 เซนติเมตร
ความยาวล�ำตัว
มากกวา่ 3 เท่า ของความลึก
•หรอื ป้อม แบน
ข น า ด ที่ ต ล า ด
ต่างประเทศต้องการ คือ
3–6 ตวั ต่อกโิ ลกรัม โดยท่ัวไป
ท้องตลาดมีจ�ำหน่ายขนาด
7-12 ตัวต่อกโิ ลกรัม
5 การเพาะเลยี้ งปลาหมอ
การเพาะเลีย้ งปลาหมอ 6
ปลาหมอสายพันธ์เุ ดิม
ปลาหมอทผี่ า่ นการปรับปรุงพนั ธ์ุ
7 การเพาะเลี้ยงปลาหมอ
ลักษณะความแตกตา่ งระหว่างเพศ
ปลาหมอเพศเมียจะมีขนาดใหญ่และน�้ำหนักมากกว่าเพศผู้อย่างชัดเจน
เมอ่ื มอี ายเุ ทา่ กนั ปลาตวั ผจู้ ะมลี ำ� ตวั ยาวเรยี ว ตวั เมยี มคี วามลกึ ของลำ� ตวั มากกวา่ ตวั ผู้
ในฤดูวางไข่ปลาเพศเมียจะมีส่วนท้องอูมเป่ง และโคนหางของปลาเพศเมียจะหนา
กว่าเพศผู้ รังไข่และถุงน้�ำเช้ือมีลักษณะยาวเป็นคู่ โดยรังไข่ที่เริ่มพัฒนามีลักษณะ
เป็นสีชมพูแก่ และมีเม็ดไข่เป็นจุดสีขาวนวลเกิดข้ึนเล็กน้อย ต่อมาก็จะเพิ่มจ�ำนวน
มากข้ึน รังไข่ท่ีแก่จะมีไข่สีเหลืองและแยกออกเป็นสองพูอยู่เต็มบริเวณช่องท้อง
รังไข่ที่แก่จัดจะเห็นเส้นโลหิตฝอยถุงน�้ำเชื้อในระยะแรกจะมีสีชมพูใส เมื่อพัฒนา
สมบรู ณ์ จะมลี กั ษณะสขี าวขนุ่ แยกเปน็ 2 สาย ซง่ึ ยดึ ตดิ กบั บรเิ วณเนอื้ เยอื่ ในชอ่ งทอ้ ง
ในธรรมชาติพบอัตราสว่ นเพศ ระหวา่ งเพศเมยี ต่อเพศผู้ เทา่ กบั 1 : 1 อยา่ งไรก็ตาม
เน่ืองจากปลาเพศผู้มักมีความสมบูรณ์เพศต่�ำและน�้ำเชื้อมักมีน้อย ในการเพาะพันธุ์
นักวิชาการประมงจึงมกั ใช้สดั สว่ นปลาเพศเมยี ต่อเพศผู้ ประมาณ 1 : 2
การเพาะเลีย้ งปลาหมอ 8
การเตรียมบ่อ
1. สูบนำ�้ ออกจากบ่อใหแ้ หง้
การสูบบ่อให้แห้ง จะช่วยก�ำจัดศัตรูปลาที่หลบซ่อนอยู่ในบ่อ และขจัด
ของเสียตลอดจนปรับโคลนเลนพื้นบ่อให้เหมาะสม หลังจากสูบบ่อแห้งแล้ว
ควรหว่านปูนขาวในขณะท่ดี ินยังเปยี ก ในอัตรา 100-200 กิโลกรัมตอ่ ไร่ เพ่อื ปรบั
สภาพความเปน็ กรด – ด่างของดนิ และฆ่าพยาธิ
2. ก�ำจัดวชั พชื และพนั ธุ์ไม้น้ำ�
วชั พชื และพนั ธไ์ุ มน้ ำ้� ทมี่ อี ยใู่ นบอ่ จะเปน็ แหลง่ หลบซอ่ นตวั ของศตั รปู ลาหมอ
เชน่ ปลาชอ่ น ปลาดกุ กบ และงู เป็นตน้ และท�ำใหป้ รมิ าณออกซเิ จนท่ีละลายน�ำ้
ลดลง เน่ืองจากพืชน้�ำใช้ออกซิเจนในการหายใจเช่นเดียวกับปลา นอกจากน้ี
หากมีพืชนำ้� อยู่ในบ่อมาก จะเปน็ อุปสรรคต่อการให้อาหารปลา และการจบั ปลา
9 การเพาะเล้ียงปลาหมอ
3. การตากบอ่
การตากบ่อจะท�ำให้แก๊สพิษในดินบางชนิดสลายตัวไป เม่ือถูกความร้อน
และแสงแดด ท้ังยังเป็นการฆ่าเชื้อโรค และศัตรูปลาท่ีฝังตัวอยู่ในดิน ควรใช้เวลา
ในการตากบ่อ 2 – 3 สัปดาห์
4. สูบน�้ำเข้าบ่อ
สูบน�้ำใส่บ่อให้ได้ระดับ 60–80 เซนติเมตร ทิ้งไว้ 2–3 วัน ก่อนปล่อย
ปลาลงอนบุ าลหรอื เลยี้ ง ควรใชอ้ วนไนลอ่ นสฟี า้ กน้ั รอบคนั บอ่ ใหส้ งู จากพนื้ ประมาณ
90 เซนตเิ มตร เพอ่ื ปอ้ งกนั ศตั รปู ลา และปลาหลบหนอี อกจากบอ่ เนอ่ื งจากปลาหมอ
มนี ิสยั ชอบปีนปา่ ยโดยเฉพาะในช่วงท่ีฝนตก
การเพาะเล้ียงปลาหมอ 10
การเพาะพนั ธุ์
การจัดการพ่อแมพ่ ันธป์ุ ลา
หัวใจส�ำคัญของความส�ำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลา คือ การจัดการพ่อแม่
พันธุ์ปลาให้สมบูรณ์เพศพร้อมผสมพันธุ์วางไข่ เร่ิมต้นจากการเรียนรู้ชีวประวัติปลา
ฤดูกาลผสมพันธุ์วางไข่ ความแตกต่างของเพศ ขนาดหรืออายุที่สมบูรณ์เพศตลอด
จนเทคนิคการเหนี่ยวน�ำให้ปลาผสมพันธุ์วางไข่ ในส่วนของปลาหมอนั้น คัดเลือก
พอ่ แม่พันธุ์ น�้ำหนกั 100–200 กรมั หรืออายุ 6 เดือนขนึ้ ไป ถงึ 2.5 ปี ควรเปน็
ปลาที่รวบรวม และคัดเลือกแล้วว่าเจริญเติบโตดีที่สุดของปลาแต่ละรุ่น ในแต่ละ
แหล่งเล้ียง หากเป็นพ่อแม่พันธุ์ปลาจากแหล่งน้�ำธรรมชาติ ควรเลี้ยงให้เชื่อง และ
ฝึกให้กินอาหารเม็ดส�ำเร็จรูปก่อนแล้ว จึงน�ำมาเลี้ยงรวมกันในบ่อดิน
11 การเพาะเลีย้ งปลาหมอ
ขนาด 200–400 ตารางเมตร อตั ราปล่อย 10-20 ตวั ต่อตารางเมตร สามารถปลอ่ ย
แยกเพศหรือรวมเพศก็ได้ ให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการท่ีเพียงพอ กล่าวคือ
อายุ 1-3 เดอื น ให้อาหารโปรตีนไมน่ อ้ ยกวา่ 32 % อายุ 3-5 เดือน ใหอ้ าหารโปรตนี
ไม่นอ้ ยกวา่ 30 % อายุ 5 เดือน ข้ึนไป ใหอ้ าหารโปรตนี ไมน่ อ้ ยกวา่ 30 % พรอ้ มทั้ง
มีการจัดการคณุ ภาพนำ�้ และเปล่ยี นถา่ ยน้ำ� อย่างเหมาะสม
วธิ กี ารเพาะพนั ธุ์ มี 2 วิธี
1. การกระตนุ้ การวางไข่ดว้ ยฮอร์โมนสังเคราะห์
หลังจากคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลาที่มีไข่และน้�ำเช้ือสมบูรณ์พร้อมที่จะ
ผสมพนั ธว์ุ างไขแ่ ล้ว คอื ตัวเมียจะมีส่วนทอ้ งที่อวบอมู ผนังท้องบาง ส่วนปลาตวั ผู้
มีนำ�้ เชือ้ สีขาวคลา้ ยน้�ำนมไหลออกมา ซึง่ ฤดูกาลวางไข่ ตงั้ แต่กลางเดอื นกุมภาพนั ธ์
ถงึ เดือนตุลาคมของทุกปี
เม่ือคัดพ่อแม่พันธุ์ปลาได้แล้ว จัดเตรียมอุปกรณ์และวิธีการผสมพันธุ์แบบ
ชว่ ยธรรมชาติ คอื ฉดี ฮอรโ์ มนเรง่ การวางไขใ่ หก้ บั ตวั เมยี ในอตั ราความเขม้ ขน้ ฮอรโ์ มน
สังเคราะห์ (LHRHa, ชื่อการค้าว่า suprefact) 15 ไมโครกรัม และสารระงับการ
ท�ำงานของระบบการหลั่งฮอร์โมน คือ domperidone (ชื่อการค้าว่า motilium)
5 มิลลกิ รัม ต่อแมป่ ลาน�้ำหนัก 1 กิโลกรมั จำ� นวน 1 ครงั้ และฉดี ฮอร์โมนปลาเพศผู้
อัตรา 5 ไมโครกรัม รว่ มกบั domperidone ท่รี ะดบั 5 มิลลิกรัมตอ่ พอ่ ปลานำ�้ หนัก
1 กิโลกรัม เพื่อความสะดวกในการแยกพ่อแม่ปลา ควรปล่อยให้ผสมพันธุ์วางไข่
ในกระชังตาห่างซึ่งแขวนอยู่ในบ่อ โดยมีกระชังผ้าโอล่อนแก้วรองรับไข่ปลา
อยู่อีกชั้นหนึ่ง อัตราส่วนปลาเพศเมียต่อเพศผู้ เท่ากับ 1 ต่อ 2 ระดับน�้ำในบ่อ
30–50 เซนติเมตร พ่นสเปรย์น�ำ้ และถา่ ยเปล่ยี นน�้ำตลอดเวลา
ท้ังนี้ การเพาะแต่ละคร้ังใช้แม่ปลา 3–5 กิโลกรัม ควรฉีดฮอร์โมน
เวลาประมาณ 15.00 น. หลงั จากนนั้ 8–12 ชวั่ โมง ปลาจะผสมพนั ธว์ุ างไข่ วนั รงุ่ ขน้ึ เมอ่ื
การเพาะเล้ียงปลาหมอ 12
ปลาวางไขห่ มดแลว้ จงึ นำ� กระชงั
ต า ห ่ า ง แ ล ะ พ ่ อ แ ม ่ พั น ธุ ์ อ อ ก
เนอื่ งจากในการผสมพนั ธ์ุ มหี วอด
หรอื ฟองอากาศ หยดไขมนั เมอื ก
และกลิ่นคาวมาก เพื่อป้องกัน
น�้ำเสีย อาจรวบรวมไข่ปลาไป
เพาะฟักในบ่อใหม่ หลังจาก
ลูกพันธุ์ปลาฟักออกเป็นตัวแล้ว
ในช่วงเช้าวันท่ี 4 จึงรวบรวม
ไ ป อ นุ บ า ล ใ น บ ่ อ ดิ น ต ่ อ ไ ป
อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ปลา
สมบูรณ์เพศเต็มที่ การถ่าย
เปลี่ยนน�้ำใหม่ก็สามารถกระตุ้น
ให้ปลาวางไข่ได้ ตรงกันข้าม หากนอกฤดูกาลอาจฉีดฮอร์โมนกระตุ้น ทั้งพ่อและแม่
ปลาในระดบั ความเขม้ ขน้ ของฮอร์โมนทสี่ ูงมากข้ึนกวา่ ปกติ
2. การปล่อยพอ่ แมพ่ ันธุ์ให้วางไข่และอนุบาลในบ่อดนิ
วธิ นี ต้ี อ้ งเตรยี มบอ่ ดนิ เปน็ บอ่ เพาะพนั ธแ์ุ ละบอ่ อนบุ าลลกู ปลาในบอ่ เดยี วกนั
ช่วยลดปัญหาลูกปลาตายระหว่างการล�ำเลียงได้ ท�ำการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลา
ที่สมบูรณ์เพศ ฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์และสารระงับการท�ำงานของระบบ
การหลัง่ ฮอรโ์ มน ตามอัตราดงั ที่ได้กลา่ วแล้วขา้ งตน้ ปลอ่ ยปลาใหผ้ สมพันธุ์วางไขใ่ น
บ่อดิน ระดับน้�ำ 30–50 เซนติเมตร ใช้ทางมะพร้าวปักคลุมท�ำเป็นท่ีหลบซ่อน
และอนุบาลลูกปลาวัยอ่อน อัตราส่วนปลาเพศเมียต่อเพศผู้ เท่ากับ 1 ต่อ 2
ใช้พ่อแม่ปลาน้�ำหนกั 8–10 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ หรือประมาณ 40–60 คูต่ อ่ ไร่ วันรงุ่ ข้นึ
เม่อื ปลาวางไข่หมดแล้ว ปลอ่ ยให้ไขฟ่ ักเป็นตวั และจดั การอนบุ าลลูกปลาต่อไป
13 การเพาะเล้ยี งปลาหมอ
การอนุบาลลูกปลา
การอนุบาลลูกปลาเป็นขั้นตอนที่ส�ำคัญยิ่ง เพื่อให้ได้ลูกปลาท่ีสมบูรณ์
แขง็ แรง และมอี ตั รารอดตายสงู การจดั การอาหารสำ� หรบั ลกู ปลาวยั ออ่ น ปอ้ งกนั ศตั รู
และโรคพยาธปิ ลาใหส้ อดคลอ้ งกบั พฒั นาการของลกู ปลา จงึ เปน็ หวั ใจทน่ี กั เพาะพนั ธ์ุ
ปลาต้องตระหนักและหมน่ั เอาใจใส่ ควบคุม ดูแลอย่างใกล้ชิด
เตรียมบอ่ อนุบาล ดังวิธที ี่กล่าวมาแล้ว จัดท�ำนำ�้ เขยี วและอาหารธรรมชาติ
โดยสูบน้�ำเข้าบ่อและกรองน้�ำด้วยมุ้งเขียวตาถ่ี ระดับน้�ำ 50 เซนติเมตร หว่านปุ๋ย
อินทรีย์ อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ และใช้ปลาป่นผสมร�ำละเอียด อัตรา 1 ต่อ 3
ปรมิ าณ 3 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ หลังจากนนั้ 3 วนั ควรใชโ้ รตเิ ฟอร์ และไรแดงลงในบ่อ
หลงั จากนน้ั อกี 3 วนั จงึ รวบรวมลกู ปลา
ที่เพาะฟักไว้ก่อนนี้แล้วและพัฒนาเป็น
ลูกปลาวยั อ่อนอายุ 4 วนั ปล่อยลงบ่อ
ในช่วงเช้า เริม่ ใหไ้ ขไ่ กต่ ม้ สกุ เอาเฉพาะไขแ่ ดง
บดผ่านผ้าขาวบาง ผสมน้�ำ สาดทั่วบ่อ
อาหารผงสำ� เร็จรูป หรือร�ำละเอียดผสม
ปลาป่น อัตรา 1 ต่อ 1 หลังจากน้ัน
จึงให้อาหารเม็ดจิ๋ว หรืออาหารปลาดุก
การเพาะเลี้ยงปลาหมอ 14
เม็ดเล็กพเิ ศษ หลงั จากอนบุ าล 3 สปั ดาห์ คอ่ ย ๆ เพ่มิ ระดบั นำ้� เป็น 80 เซนตเิ มตร
ตามตาราง ดงั นี้
อายุลกู ปลา (วัน) ประเภทอาหารอนุบาลลูกปลา
1-3 อาหารจากถงุ อาหาร (yolk sac)
3 - 10 โรติเฟอร์ และไขแ่ ดงตม้ สกุ บดละเอยี ดละลายนำ�้
สาดทั่วบ่อ
7 - 20 ไรแดง อาหารผงสำ� เรจ็ รปู หรอื ปลาปน่ ผสมรำ� ละเอยี ด
อัตรา 1 : 1
15 - 25 อาหารเม็ดจ๋ิว หรอื เม็ดเลก็ พิเศษ
20 - 30 อาหารปลาหมอหรอื ปลาดกุ เม็ดเลก็ พเิ ศษ
ลูกปลาหมอ มีนิสัยกินอาหารอย่างว่องไว ดังนั้น จ�ำเป็นต้องสร้างห่วง
โซ่อาหารธรรมชาติ โดยเฉพาะพวกแพลงก์ตอนสตั ว์ ควรทำ� สีนำ้� ใหม้ ีสีนำ้� ตาล หรือ
สเี ขยี วปนเหลอื ง ชว่ งเชา้ ตรู่ จำ� เปน็ ตอ้ งตรวจสอบปรมิ าณความสมบรู ณข์ องโรตเิ ฟอร์
ไรแดง และสุขภาพลูกปลาทุกวัน ควรอนุบาลในบ่อดินเพราะท�ำให้ลูกปลาได้รับ
สารอาหารครบถ้วน (หลีกเลี่ยงการอนุบาลในบ่อคอนกรีต) จะได้ลูกปลาท่ีตัว
อ้วน ป้อม ส่วนหัวค่อนข้างใหญ่คล้ายกระสวยและแข็งแรง การเก็บเก่ียวผลผลิต
ลูกปลาออกจากบ่ออนุบาล ควรด�ำเนินการในช่วงเช้า โดยรวบรวมลูกปลาอย่าง
ทะนุถนอมและพักในกระชังอวนผ้าโอล่อนที่ปักขึงไว้ในบ่อ ท�ำหลังคาใบมะพร้าว
ป้องกันความร้อนจากแสงแดด และใส่ผักบุ้งหรือพันธุ์ไม้น�้ำในกระชัง การบรรจุ
ลูกปลา ควรตักท้ังลูกปลาและน�้ำ ลงในถุงหรือภาชนะล�ำเลียงขนส่งไปยัง
บ่อเลีย้ งปลาตอ่ ไป
15 การเพาะเล้ียงปลาหมอ
การเล้ยี งปลาหมอในบ่อดนิ
การเตรียมบอ่
ขนาดบ่อท่ีนิยมใช้เลี้ยงปลาหมอกันนั้น ส่วนใหญ่ขนาดไม่ใหญ่นัก พ้ืนท่ี
ประมาณ 1–3 งาน หรือบางแห่งนิยมเลีย้ งในบอ่ ขนาด 3–4 ไร่ ความลึกประมาณ
1.5–2.0 เมตร บ่อเก่าต้องสูบน้�ำให้แห้งก�ำจัดศัตรูปลา โดยเฉพาะปลากินเน้ือ
วัชพชื และพนั ธ์ุไมน้ ้�ำออกให้หมด หวา่ นปนู ขาว ประมาณ 150–200 กโิ ลกรัมตอ่ ไร่
ตากบ่อให้แห้งเป็นระยะเวลา 2–3 สัปดาห์ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคและศัตรูปลา
กรณบี อ่ ใหม่ หว่านปูนขาวปรมิ าณ 100 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ อย่างไรก็ตาม ปลาหมอไทย
ไมช่ อบนำ้� ทเี่ ปน็ ดา่ งหรอื กระดา้ งสงู หรอื มี pH สงู นกั pH ของนำ้� ควรอยใู่ นชว่ ง 6.5–8.5
ใชอ้ วนไนลอนสฟี า้ กน้ั รอบบอ่ ใหส้ งู ประมาณ 90 เซนตเิ มตร เพอ่ื ปอ้ งกนั ปลาหลบหนี
สูบน้�ำลงบ่อก่อนปล่อยลูกปลาประมาณ 60–100 เซนติเมตร กรองน�้ำ
ด้วยอวนมุ้งตาถ่ี หรือ อาจฆ่าเชื้อในน�้ำด้วยคลอรีนผง 3 ส่วนในล้านส่วน (ppm)
หรือ 3 กรัมต่อน�้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร และท�ำสีน้�ำสร้างห่วงโซ่อาหารธรรมชาติ
จงึ ปลอ่ ยลกู ปลาหลงั จากนน้ั คอ่ ยๆเตมิ นำ้� เขา้ บอ่ เปน็ ระยะเวลา8สปั ดาหจ์ นมรี ะดบั นำ้�
1.5 เมตร และควบคมุ ระดบั น�้ำท่ีระดับน้ีตลอดไป
การเพาะเลย้ี งปลาหมอ 16
การเลือกลกู พนั ธป์ุ ลา
ขนาดลูกปลาหมอที่เหมาะสมในการปล่อยเล้ียงบ่อดินมี 2 ขนาด คือ
ลูกปลาขนาด 2–3 เซนตเิ มตร หรอื เรียกว่า “ขนาดใบมะขาม” ซ่งึ มีอายุ 25–30 วัน
และขนาด 2–3 นิว้ ซ่ึงเปน็ ลูกปลาอายุ 60–75 วนั เกษตรกรท่ไี มม่ ีความชำ� นาญ
อาจเลอื กลูกปลาขนาด 2–3 น้ิว ซงึ่ ราคาเฉลี่ย 0.60–1.00 บาทต่อตัว จะจดั การดูแล
ได้ง่ายและมีอัตรารอดสูง ส่วนลูกปลาขนาดใบมะขามเป็นที่นิยมกันมาก เน่ืองจาก
จัดหาจัดซ้ือได้ง่าย ล�ำเลียงสะดวกและราคาถูก เฉล่ีย 0.30–0.50 บาทต่อตัว
หากจัดการบ่อเล้ียงที่ดี ก็สามารถท�ำให้อัตรารอดและผลผลิตสูงเช่นกัน ควรติดต่อ
ซ้ือลูกปลาล่วงหน้า 1–2 เดือน จากฟาร์มลูกปลาทมี่ ปี ระวตั ดิ ี รับผดิ ชอบตอ่ ลกู คา้
ไม่ควรซือ้ ลูกปลาจากพ่อค้ารถยนตเ์ ร่ขาย หรือลูกปลาทพี่ กั เล้ยี งไวใ้ นบ่อคอนกรีตนาน ๆ
เพราะลกู ปลา อาจแคระแกรน็ หรือสุขภาพไม่สมบรู ณ์
อตั ราปล่อยลกู ปลาลงเลยี้ ง
โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมลูกปลา ขนาด 2–3 เซนติเมตร อัตราปล่อย
30-50 ตวั ตอ่ ตารางเมตร หรอื 50,000–80,000 ตวั ตอ่ ไร่ หากใชว้ ธิ ปี ลอ่ ยพอ่ แมพ่ นั ธ์ุ
ปลาให้ผสมพันธุ์วางไข่ อนุบาลและเลี้ยงในบ่อเดียวกัน ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
โดยใช้อัตราพ่อแม่ปลา 40–60 คู่ต่อไร่ จะได้ลูกปลาขนาดใบมะขาม ประมาณ
ประมาณ 80,000–150,000 ตวั ต่อไร่ ท้ังนี้ ความหนาแนน่ ในการเล้ียงน้ี ข้ึนอยกู่ บั
17 การเพาะเลี้ยงปลาหมอ
สมรรถนะการจัดการฟาร์ม และงบประมาณเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารจัดการ
ฟาร์มของเกษตรกรแต่ละรายเป็นส�ำคัญ อย่างไรก็ตาม หากมีเป้าหมายต้องการ
ปลาขนาดใหญ่ ต้องปล่อยลูกปลาในความหนาแน่นต่�ำลงมา ประมาณ 20 ตัว
ต่อตารางเมตร หรือ 32,000 ตัวตอ่ ไร่
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปล่อยลูกพันธุ์ปลา คือ ช่วงเช้าหรือเย็น และ
ควรปรับอุณหภูมิของน้�ำในถุงให้ใกล้เคียงกับน้�ำในบ่อก่อน โดยน�ำถุงลูกปลาแช่น้�ำ
ในบ่อเป็นเวลา ประมาณ 10–15 นาที เพื่อป้องกันลูกปลาช็อก แล้วเปิดปากถุง
คอ่ ย ๆ เอาน�้ำในบอ่ ใส่ถุงเพอ่ื ใหล้ กู ปลาปรับตัวใหเ้ ขา้ กบั น้ำ� ใหมไ่ ด้
อาหารและการให้อาหาร
การเล้ียงปลาหมอแบบยังชีพ หรือแบบหัวไร่ปลายนา ไม่ว่าในบ่อปลา
หลังบ้าน ร่องสวน คันคูน้�ำ มุมบ่อในนาข้าวหรือบ่อล่อปลา นอกจากอาหาร
ตามธรรมชาติแล้ว เกษตรกรนยิ มใหอ้ าหารสมทบ จ�ำพวกเศษอาหารจากครวั เรือน
รำ� ละเอยี ด ปลาสดสบั ปลวกและการใชไ้ ฟลอ่ แมลงกลางคนื ตลอดจนอาหารสำ� เรจ็ รปู
บางสว่ น
ส่วนการเล้ียงปลาหมอแบบธุรกิจเชิงพาณิชย์น้ัน เน้นการปล่อยเลี้ยงแบบ
หนาแน่นสูงมาก (super intensive system) ใช้ปัจจัยการผลิต ท้ังอาหารปลา
ยาปอ้ งกนั รกั ษาโรค และการเปล่ยี นถ่ายน้ำ� เตม็ ที่ หวังผลผลติ ทสี่ งู มาก ปลาหมอน้ัน
เปน็ ปลากนิ เนอ้ื ในชว่ งแรก จากลกู ปลาขนาดใบมะขาม เปน็ ปลารนุ่ (อายุ 1-2 เดอื น)
ต้องการอาหารระดับโปรตีน
ตำ่� ลงมา คอื 37–35 % โดย
ให้ในอัตรา 5–3 % ของน�้ำ
หนักตัวต่อวัน โดยแบ่งให้
วันละ 3-4 ม้ือ การให้ต้อง
เดินหว่านอาหารให้รอบบ่อ
ดังน้ันควรมีโปรแกรมการ
ให้อาหารปลาดังนี้
การเพาะเลยี้ งปลาหมอ 18
ตารางแสดงโปรแกรมการใหอ้ าหารปลาหมอในบอ่ ดนิ ระยะเวลา 120 วนั
อายุปลา นำ้� หนักปลา ขนาดปลา ม้อื อาหาร
(วัน) (กรัม) (ตัว/กก.) (ม้ือ/วนั )
1-7 2,000 - 114
8 - 14 0.50 – 8.50 114 - 54 3-4
15 - 20 8.50 – 18.50 54 - 37 3-4
21 - 25 18.50 – 26.50 37 - 29 3-4
26 - 32 26.50 – 35.00 29 - 23 3-4
33 - 37 35.00 – 43.00 23 - 20 3-4
38 - 60 43.00 – 50.00 20 - 12 3-4
61 - 67 50.00 – 81.50 12 - 11 2-3
81.50 – 91.50 2-3
68 - 120 91.50 – 164.50 11 -6 2–3
19 การเพาะเลยี้ งปลาหมอ
การจัดการในระหวา่ งการเลีย้ งปลา
ปลาหมอมีพฤติกรรมกินอาหารที่ผิวน�้ำ จนถึงค่อนกลางบ่อ ชอบอาหาร
ใหม่ สด รสชาติ และมีกลิ่นท่ีดึงดูด โดยจะกินอาหารภายในเวลา 20-30 นาที
หลังการให้อาหาร ช่วงเย็นจะกินมากกว่าช่วงเช้าหรือเท่ียง หากเม็ดอาหาร
พองนำ�้ มากหรอื เป่อื ยยุ่ยตลอดจน ลอยตดิ ขอบบ่อ ปลาหมอมักไมก่ นิ ทำ� ใหส้ ูญเสยี
หรอื อัตราแลกเนอ้ื สูงผดิ ปกติ เกษตรกรจึงตอ้ งให้อาหารปรมิ าณน้อย ๆ แตบ่ ่อยครง้ั
แบง่ มือ้ เย็นใหม้ ากข้ึน และให้อาหารอยา่ งทว่ั ถงึ
การเพาะเล้ยี งปลาหมอ 20
การเปล่ียนขนาดหรือเบอร์อาหาร ควรมีระยะทับซ้อนกัน 2-3 วัน โดย
ค่อย ๆ ลดอาหารขนาดเม็ดเล็กลง แล้วเพ่ิมสัดส่วนอาหารเม็ดใหญ่ให้สูงขึ้น
ปลาจะไดก้ นิ อาหารอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ควรหมน่ั สงั เกตปจั จยั ภาวะสงิ่ แวดลอ้ ม โดยเฉพาะ
สภาพลม ฟา้ อากาศ อณุ หภมู ิ เมฆ (ทอ้ งฟ้าปิด) หมอก แสงแดด (ความเข้มแสง)
และฝนตก ตลอดจนส่ิงเร้าภายนอกท่ีมากระทบต่อปลาในบ่อ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผล
ต่อนิสัยและปริมาณการกินอาหารของปลาในรอบวัน ต้องปรับลดหรือปรับ
เพิ่มปรมิ าณอาหารม้ือตอ่ ม้ือ ตามสถานการณ์
การถา่ ยเทน�้ำ
ปลาหมอ แม้จะเป็นปลาท่ีทรหด อดทน ทนทาน แต่ตื่นตกใจจาก
สภาพแวดล้อมที่เปล่ียนแปลงอย่างฉับพลันได้ง่าย เช่น ฟ้าผ่า กิ่งไม้ใหญ่หักโค่น
ลงในบ่อ เสียงระเบิดหรือประทัด ตลอดจนการถ่ายลดระดับน�้ำลงอย่างฉับพลัน
ปจั จัยเหลา่ น้ี ท�ำใหป้ ลาไมก่ นิ อาหาร 2-3 วนั เกษตรกรจึงควรหาทางปอ้ งกัน
แม้ว่าปลาหมอสามารถอาศัยอยู่ได้ในน้�ำที่มีคุณภาพต่�ำกว่าปกติได้ก็ตาม
แต่ก็จ�ำเป็นต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้�ำ เพราะน้�ำใหม่จะกระตุ้นให้ปลากินอาหารดีขึ้น
สง่ ผลใหเ้ จริญเตบิ โตดี แขง็ แรง และลดของเสียทหี่ มกั หมมพน้ื บ่อ ท้ังน้ี ก่อนเปลีย่ น
ถ่ายน้�ำทุกครั้งต้องแน่ใจว่าคุณภาพน�้ำท่ีสูบเข้ามาใหม่ ไม่แตกต่างจากคุณภาพน้�ำ
ในบ่อมากนัก และสะอาดเพียงพอที่จะไม่ท�ำให้ปลาเป็นโรคได้ ในช่วงเดือนแรก
ไม่จ�ำเป็นต้องเปล่ียนถ่ายน้�ำ แต่จะใช้วิธีเพิ่มระดับน้�ำทุกสัปดาห์ หลังจากเดือน
ที่ 2 แล้ว จึงเปลี่ยนถ่ายน้�ำเดือนละ 2 คร้ัง โดยเปลี่ยนถ่ายน�้ำปริมาณ 1 ใน 3
ของน�้ำในบ่อ หรือขึ้นอยู่กับสภาพคุณภาพน�้ำในบ่อ ไม่ควรถ่ายเปลี่ยนน้�ำออกมาก
อย่างรุนแรง ที่ท�ำให้ระดับน�้ำในบ่อลดลงอย่างฉับพลัน ควรถ่ายน�้ำพื้นบ่อออก
และปลอ่ ยนำ�้ ใหมเ่ ขา้ บอ่ อยา่ งสมดลุ กนั ปลาจะไมต่ น่ื ตกใจ อยา่ งไรกต็ าม การเปลย่ี น
ถ่ายนำ้� หลังเลยี้ งปลาไปแลว้ 3 เดือน จะกระตุ้นให้ปลาสมบรู ณ์เพศ ฟอรม์ ไข่ หรอื
ถงุ นำ�้ เชอ้ื พฒั นาเจริญข้นึ
21 การเพาะเล้ียงปลาหมอ
ปลาหมอท่ีเล้ียงในบ่อ มักเป็นโรคระบาดในต้นฤดูฝน (พฤษภาคม) หรือ
ปลายฝน ต้นหนาว (พฤศจิกายน-ธันวาคม) ที่อากาศ (อุณหภูมิ) แปรปรวน
เปลี่ยนแปลงฉับพลัน เช่น เช้าตรู่อากาศหนาวเย็นมีหมอกลง ช่วงเที่ยงหรือบ่าย
ร้อนอบอ้าว บ่ายแก่ๆ ฟ้าครึ้มฝนหรือฝนตก เป็นต้น ในทางปฏิบัติ เกษตรกรควร
ใช้เกลือเม็ด (เกลือด�ำ) หว่านลงในบ่ออัตรา 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับ
หว่านปูนขาว อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ละลายน�้ำในภาชนะแล้วสาดท่ัวบ่อ หรือ
หากสังเกตเห็นว่าน�้ำหนืดเขียวจัดมากและมุมบ่อที่อับลม มีฟองอากาศ
ผสมซากแพลงก์ตอน หรือเศษอาหารลอยเป็นแพ ชี้ให้เห็นว่าอาหารเหลือมาก
ต้องเปล่ียนถ่ายน้�ำโดยใช้เครื่องสูบน�้ำแบบจุ่ม หรือไดโว (submersible pump)
ดูดออก แล้วหว่านเกลือและปูนขาว หรืออาจใช้สารปรับคุณภาพน้�ำพวก BKC,
สารประกอบ providone Iodine หรือปูนซีโอไลต์ ตลอดจนใช้จุลินทรีย์หรือ
น้�ำสกัดชีวภาพเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพ การย่อยสลายสารอินทรีย์พ้ืนบ่อ หรือเล้ียง
หอยขม หอยเชอร่ใี นบ่อ ช่วยลดของเสียกลุม่ ไนโตรเจนได้ เปน็ ต้น
การเพาะเลย้ี งปลาหมอ 22
การปอ้ งกันและก�ำจัดโรคปลา
ในการเพาะเลยี้ งสตั วน์ ำ�้ ทง้ั สตั วน์ ำ�้ จดื หรอื สตั วน์ ำ้� ชายฝง่ั ปญั หาทเ่ี กษตรกร
มกั ประสบเสมอ คอื การเกดิ โรคพยาธิ ดงั นนั้ การจดั เตรยี มบอ่ ทถ่ี กู ตอ้ ง ปลอ่ ยลกู ปลา
ในอัตราท่ีเหมาะสม ใช้อาหารท่ีมีคุณภาพมีขนาดเม็ดอาหารที่เหมาะสม จะส่งผล
ให้สัตว์น้�ำสุขภาพแข็งแรง ถือเป็นวิธีควบคุมป้องกันโรคท่ีดีที่สุด การละเลย
ขาดความเอาใจใส่ จะสง่ ผลให้เกดิ โรคระบาดในบอ่ และเปน็ การเพิ่มตน้ ทุนการผลิต
ให้สูงขึ้น แต่การตายของปลานั้น ไม่จ�ำเป็นเสมอไปว่าเกิดจากการป่วยเป็นโรค
เพราะบางครั้งอาจเกิดจากปัจจยั สภาพแวดล้อมต่างๆ ในบอ่ เลีย้ งไม่เหมาะสม เชน่
ชนิดและคุณภาพของอาหารท่ีด้อยคุณภาพ ความหนาแน่นท่ีมากเกินสมรรถนะ
ของบ่อทีร่ องรบั ได้ สารพิษปนเปื้อนในน�ำ้ คณุ ภาพน้ำ� อากาศ หรือภาวะแวดลอ้ ม
ที่แปรปรวนเปล่ียนแปลงฉับพลัน เป็นต้น ดังนั้น เกษตรกรต้องใฝ่สังเกตและ
เรยี นรู้ เพ่อื สรา้ งเสริมประสบการณ์ จะสามารถวิเคราะห์สมมติฐานอาการของปลา
ไดว้ ่าเกิดจากสาเหตุใด
โรคปลามักระบาดในต้นฤดูฝน หรือช่วงรอยต่อของฤดูกาล ปลายฝน
ต้นหนาว เน่ืองจากปลาเป็นสัตว์เลือดเย็นกระบวนการชีวเคมีในร่างกายหรือ
เมตาบอลิซึมจะเปล่ียนแปลงตามอุณหภูมิน้�ำ ส่วนใหญ่มักเร่ิมต้นจากปัจจัย
ภาวะแวดล้อมของน�้ำ และสภาพพ้ืนบ่อเส่ือมโทรม เม่ืออุณหภูมิน�้ำต�่ำภูมิต้านทาน
และสขุ ภาพปลาจะออ่ นแอ ปรสติ หรอื พยาธภิ ายนอกจะเจรญิ เตบิ โตขยายตวั สงู มาก
และแพร่เข้าท�ำลายผิวหนัง ซอกเกล็ด เหงือก หรือ ครีบอย่างรุนแรง หลังจากน้ัน
เม่ือมีแผลหรือจุดจ�้ำระคายผิวปลา เชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัส จะเข้าโจมตีหรือ
ฝังตัว แพร่ขยายพันธุ์ จนปลาป่วย แสดงอาการให้พบเห็น โรคปลาหมอ ท่ีพบ
บ่อยๆ มีดงั นี้
23 การเพาะเลย้ี งปลาหมอ
โรคตกเลือดตามซอกเกลด็
อาการ ปลามแี ผลสแี ดงเปน็ จำ�้ ๆ ตามลำ� ตวั โดยเฉพาะทคี่ รบี และซอกเกลด็
ถ้าเป็นแผลเร้อื รงั จะท�ำให้เกล็ดหลุดบรเิ วณรอบ ๆ หรอื ตดิ เชอ้ื รากลายพันธุ์เปน็ โรค
เกล็ดพองได้
สาเหตุ เกดิ จากปรสิตเซลลเ์ ดียวที่อยู่รวมกันเป็นกลมุ่ หรอื กระจกุ รว่ มกับ
เชอื้ แบคทเี รยี
• การปอ้ งกันและรกั ษา
หวา่ นเกลอื เมด็ 200–300
•กิโลกรมั ต่อไร่ ระดับนำ้� 1 เมตร
ใช้ฟอรม์ าลนิ *25–40 ซี
ซีต่อน�้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร หลังจาก
แช่ยาแล้วถ้าปลาอาการไม่ดีข้ึน
เปล่ยี นถ่ายน้ำ� พกั ไว้ 1 วนั จากน้ันจึง
ใส่ยาซ�้ำอีก 1–2 ครัง้
การเพาะเลี้ยงปลาหมอ 24
• หากอาการไม่ดีข้ึนให้ใช้ยา (Enrofloxacin) คลุกผสมอาหารอัตรา
3–5 กรัมต่ออาหาร 1 กโิ ลกรมั ใหก้ นิ ตดิ ตอ่ กัน 7–10 วนั
*หมายเหตุ การใชส้ ารเคมใี ด ๆ กต็ าม เชน่ ฟอรม์ าลนิ ใชส้ ำ� หรบั กำ� จดั ปรสติ
เฉพาะทีอ่ าศัยเปน็ อสิ ระในนำ�้ และอาศัยอยู่ภายนอกตัวปลาเท่าน้ัน
โรคเกล็ดพอง
อาการ มเี กลด็ พอง และมตี กเลอื ดบรเิ วณผวิ หนงั ปลามแี ผลเปน็ ปยุ ขาว ๆ
ปนเทา คล้ายส�ำลีปกคลมุ อยู่
สาเหตุ เกิดจากเชือ้ ราตอ่ เน่ืองจากปรสิตภายนอกและติดเช้อื แบคทีเรยี
• การปอ้ งกนั และรักษา
เกลือเม็ด 200–300 กิโลกรัมต่อไร่ ระดับน้�ำ 1 เมตร ร่วมกับปูนขาว
•60–100 กิโลกรัมตอ่ ไร่ ละลายน้ำ� สาดทั่วบ่อ
ใชย้ ากลุ่ม Itraconasole เชน่ ยา Sporanox 100 มลิ ลิกรมั คลุกผสม
อาหารอตั รา 3–5 กรมั ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ใหก้ นิ ตดิ ตอ่ กัน 7–14 วัน
25 การเพาะเลย้ี งปลาหมอ
โรคแผลตามล�ำตัว
อาการ ในระยะเริ่มแรกจะท�ำให้เกล็ดหลุดและผิวหนังเริ่มเปื่อยลึกลงไป
จนถึงช้ันกล้ามเน้ือ โดยแผลท่ีกระจายท่ัวตัว อีกทั้งอาจเป็นสาเหตุให้ปลาเกิดโรค
จากเชื้อราต่อไป หรือที่เรียกว่า โรคอิพิชูโอติกอัลเซอร์เรทีพ ชินโดรม (Epizootic
Ulcerative Syndrome) ซ่ึงเป็นลกั ษณะอาการของปลาปว่ ยทมี่ แี ผลลึกตามล�ำตวั
และสว่ นหัวโดยทีแ่ ผลมลี ักษณะเปน็ เส้นใยของเชอื้ ราฝงั อยู่ต่อไปได้
สาเหต ุ เกิดจากเช้ือแบคทีเรยี
• การปอ้ งกันและรกั ษา
แช่ปลาท่ีเป็นโรคในสารละลายยาออกซิเตตราไชคลิน อัตราส่วน
•10–20 มลิ ลกิ รัม ต่อนำ้� 1 ลติ ร 1–2 วัน ติดต่อกนั 3–4 ครั้ง
ถ้าปลาเริ่มมีอาการของโรคอาจผสมยาปฏิชีวนะจ�ำพวกออกซิเตตรา
ไชคลนิ ในอาหาร อัตรา 3–5 กรมั ตอ่ อาหาร 1 กิโลกรัม ใหป้ ลากนิ ตดิ ต่อกัน 7 วนั
การเพาะเล้ียงปลาหมอ 26
โรคจุดขาว
อาการ ปลาจะมจี ดุ ขาวขุน่ ขนาดเท่าหัวเข็มหมดุ บรเิ วณล�ำตัวและครีบ
สาเหต ุ เกดิ จากเชือ้ โปรโตซัว ชนดิ ทกี่ นิ เซลล์ผวิ หนังเป็นอาหาร
การป้องกันและรักษา เนื่องจากปรสิตฝังตัวอยู่ใต้ผิวหนังปลา การรักษา
จึงไม่ค่อยได้ผล วิธีที่ดีท่ีสุดคือการท�ำลายตัวอ่อนปรสิตในน้�ำหรือตัวแก่ขณะว่ายน�้ำ
อสิ ระ กรณปี ลาขนาดใหญ่ ใชน้ ำ�้ ยาฟอรม์ าลนิ *150–200 ซซี ี ตอ่ นำ้� 1 ลกู บาศกเ์ มตร
และแยกปลาที่ป่วยเป็นโรคออกจากบ่อ หรือน�ำปลาใส่ภาชนะเพิ่มอุณหภูมิน้�ำ
ช่ัวโมงละ 1°C และคงท่ที ี่ 30 °C เวลา 10 วนั
*หมายเหตุ การใช้สารเคมใี ดๆก็ตาม เช่น ฟอร์มาลนิ ใชส้ ำ� หรบั กำ� จดั ปรสติ
เฉพาะทอ่ี าศัยเปน็ อิสระในน�้ำและอาศัยอยู่ภายนอกตวั ปลาเทา่ นั้น
โรคจากเห็บปลาและเห็บระฆัง
อาการ ปลาเป็นแผลตามผิวหนงั และเหงือก และปลาแสดงอาการรำ� คาญ
อาจถตู วั กับวตั ถุหรือขอบบ่อ
27 การเพาะเลี้ยงปลาหมอ
สาเหตุ เกิดจากเหบ็ ปลา หรือ เหบ็ ระฆงั เขา้ ไปเกาะตามลำ� ตวั และเหงือก
การป้องกันและรักษา ปรสิตชนิดน้ีจะแพร่ได้อย่างรวดเร็ว และท�ำให้
ปลาตายได้ในระยะเวลาส้ัน และมีการติดต่อระหว่างบ่อท่ีใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
การก�ำจดั ทำ� ได้โดยใช้ฟอรม์ าลนิ 150–200 ซีซีตอ่ น้�ำ 1,000 ลติ ร แช่ไว้ 1 ชัว่ โมง
หรือใชเ้ มทลิ นี บลู ในอัตรา 0.4-0.8 ซซี ตี อ่ นำ�้ 1 ลิตร แชไ่ ว้ 24 ชวั่ โมง หรอื แช่น้ำ�
ที่มีเกลอื แกงเข้มข้น 1 % แชน่ าน 12–24 ชั่วโมง
การปอ้ งกนั โรคระบาดปลาในบอ่ เลี้ยง
กองวิจยั และพัฒนาสขุ ภาพสตั วน์ ำ�้ กรมประมง มีคำ� แนะน�ำในการป้องกนั
รักษาโรคปลา ดังน้ี
1. ถ้าพบปลาป่วยเป็นโรคระบาดในธรรมชาติในช่วงปลายฤดูฝนต่อ
ฤดูหนาว ให้รีบปดิ บอ่ หรืองดการเติมน้ำ� เขา้ บ่อโดยทันที
2. ในระหวา่ งทป่ี ดิ นำ�้ จำ� เปน็ ตอ้ งลดปรมิ าณอาหารทใ่ี หป้ ลากนิ เพอื่ ปอ้ งกนั
น�ำ้ เนา่ เสีย
3. ควบคุมคุณภาพน้�ำในบ่อโดยใช้ปูนขาวอัตรา 60–100 กิโลกรัมต่อ
บอ่ ขนาด 1 ไร่ ระดับน้ำ� ลึก 1 เมตร
4. ในกรณีที่น้�ำในบ่อเริ่มเน่าเสียโดยมีแก๊สผุดขึ้นมาจากพื้นบ่อให้
สาดเกลือเม็ดบริเวณท่ีมีแก๊สประมาณ 200-300 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่
ระดับนำ้� ลึก 1 เมตร
5. เมื่อพบว่าปลาในธรรมชาติหายป่วยแล้ว และอุณหภูมิของน้�ำสูงขึ้น
หรือส้ินสุดฤดูหนาวแล้ว จึงเริ่มท�ำการถ่ายเทน้�ำ และเพิ่มปริมาณอาหารของปลา
ไดต้ ามปกติ
การเพาะเล้ียงปลาหมอ 28
ขอ้ ปฏบิ ตั เิ ม่ือปลาในบอ่ เล้ยี งปว่ ยด้วยโรคระบาด
1. หา้ มท�ำการเปลี่ยนน้�ำหรือถา่ ยเทน้�ำ ปิดทางเข้า-ออก ของน�ำ้ ให้สนิท
2. ชอ้ นปลาทต่ี ายหรอื ปว่ ยใกลต้ ายออกเทา่ ทจี่ ะทำ� ได้ และทำ� ลายโดยการ
ฝงั ดนิ หรอื เผาทง้ิ
3. ให้งดอาหารหรอื ลดปริมาณอาหารลง
4. สาดปนู ขาวลงในบ่อเลย้ี งในอตั รา 60–100 กโิ ลกรมั ตอ่ บอ่ ขนาด 1 ไร่
ระดับน้�ำลึก 1 เมตร และอาจจะต้องสาดปูนขาวซ�้ำอีกในอัตราเดียวกันทุก ๆ
3–4 สปั ดาห์
5. ในกรณีทีม่ แี กส๊ ผุดข้ึนมาจากพืน้ บอ่ ใหส้ าดเกลือ 200–300 กิโลกรมั ตอ่
บอ่ ขนาด 1 ไร่ ระดบั น�้ำลึก 1 เมตร
6. เม่ือพบว่าปลาหายป่วยแล้ว จึงท�ำการเปิดถ่ายน�้ำ และให้อาหาร
ตามปกติ
วิธีปฏิบตั ิและขอ้ ควรระวงั ในการใชย้ าและสารเคมี
1. ก่อนใช้ยาและสารเคมีทุกชนิดควรอ่านวิธีใช้ให้ละเอียดเพื่อป้องกัน
ความผดิ พลาดทอ่ี าจเกิดขึน้
2. เปิดภาชนะท่ีบรรจุยาด้วยความระมัดระวงั
3. ควรสวมถุงมอื และใส่หนา้ กากกันฝนุ่ ขณะใช้ยา
4. เมื่อใช้ยาและสารเคมีแล้ว ควรช�ำระร่างกายให้สะอาดด้วยสบู่และ
ลา้ งภาชนะทใี่ ช้ให้สะอาด
5. กรณีที่ใช้ยาผิดขนาดกับสัตว์น�้ำโดยใช้วิธีแช่ ควรถ่ายน�้ำทันที ส่วนวิธี
ผสมอาหารควรตรวจสอบใหร้ อบคอบกอ่ นใช้
6. ควรเลือกใช้ยาท่ีข้ึนทะเบียนถูกกฎหมาย และไม่น�ำปลาในระหว่าง
การรักษามารบั ประทาน
29 การเพาะเลีย้ งปลาหมอ
ข้อควรระวงั ในการใชย้ า
• ฟอรม์ าลนิ ควรใชใ้ นบอ่ ทนี่ ำ�้ ไมเ่ ขยี วจดั และควรใสต่ อนเชา้ แตถ่ า้ จำ� เปน็
ตอ้ งใชฟ้ อรม์ าลนิ ในบอ่ ทม่ี นี ำ�้ สเี ขยี วจดั ควรถา่ ยนำ�้ ออกจากบอ่ ประมาณหนง่ึ ในสาม
แลว้ เตมิ นำ้� ใหมก่ อ่ นใสย่ า เนอ่ื งจากฟอรม์ าลนิ จะทำ� ใหแ้ พลงกต์ อน หรอื พชื นำ�้ สเี ขยี ว
ขนาดเลก็ ตาย สง่ ผลให้เกดิ ภาวะขาดออกซเิ จนในนำ้� อยา่ งฉบั พลัน ทำ� ให้ปลาตายได้
จึงต้องใช้ขณะแดดจัดและใช้ตามปริมาณที่แนะน�ำอย่างเคร่งครัด หรืออาจใช้
•เกลือเมด็ เปน็ การทดแทน
เกลือ การใช้เกลือจะต้องระวังเกี่ยวกับความเค็มท่ีเพ่ิมข้ึนอย่างทันที
ปลาอาจปรับตัวไม่ทัน โดยให้แบ่งเกลือท่ีค�ำนวณได้แล้วออกเป็น 3 ส่วน และใส่
สว่ นแรกลงไป เพอื่ รอดูอาการปลาประมาณ 1 ชว่ั โมง จงึ ใสส่ ว่ นที่ 2 และ 3 ตอ่ ไป
การคำ� นวณยาเพ่อื ใส่ในบอ่
วัดขนาดความกว้าง ความยาว
ของบ่อ และระดับความลึกของน�้ำในบ่อ
(หน่วยเป็นเมตร) แล้วค�ำนวณปริมาณยา
ที่จะใช้ เช่น บ่อมีความกว้าง 40 เมตร
ยาว 40 เมตร ระดับน�ำ้ ลกึ 1.50 เมตร เช่น
ปริมาตรนำ้� = กว้าง X ยาว X ความลกึ ของน�ำ้
= 40 X 40 X 1.50 เมตร
= 2,400 ลกู บาศก์เมตร
ดังนั้น ถ้าต้องการใช้ฟอร์มาลิน
ความเข้มข้น 25 สว่ นในลา้ น (ppm) หรือ
25 ซีซีต่อน�้ำ 1,000 ลิตร ในการรักษา
โรคจะต้องใช้ฟอร์มาลิน 25 X 2,400 =
60,000 ซีซี หรอื ปริมาณ 60 ลิตร
การเพาะเลย้ี งปลาหมอ 30
ระยะเวลาเล้ยี งและวิธีการจบั ปลาจำ� หนา่ ย
ระยะเวลาเลี้ยงข้ึนอยู่กับขนาดปลาที่ตลาดต้องการ สภาวะสิ่งแวดล้อม
ภายในบ่อและสุขภาพปลา โดยท่ัวไปจะใช้เวลาเลี้ยง ประมาณ 90–120 วัน
การจ�ำหน่าย ผู้เล้ียงกับแพปลา (พ่อค้าขายส่ง) มักตกลงราคาขายเหมาบ่อ โดย
ทอดแหสมุ่ ตวั อยา่ งปลาแลว้ ตรี าคา สว่ นการจบั ปลา จะตอ้ งสบู นำ้� ออกจากบอ่ ใหเ้ หลอื
นอ้ ยแลว้ จึงตอี วนลอ้ มจบั ปลา โดยลากอวนจากขอบบ่อด้านหน่งึ ไปยงั อกี ดา้ นหน่งึ
แลว้ จงึ ยกอวนขนึ้ ใชส้ วงิ จบั ปลาใสก่ ระชงั พกั ปลาหรอื ตะกรา้ เพอื่ คดั ขนาดบรรจปุ ลา
ในลังไม้ ใช้น�้ำสะอาดฉีดพ่นท�ำความสะอาดตัวปลา ซึ่งมักติดคราบและกล่ินโคลน
ดินหลาย ๆ คร้ัง แล้วล�ำเลียงผลผลิตสู่ตลาดต่อไป ส่วนปลาที่เหลือจ�ำนวนน้อย
ในบ่อ เจ้าของบ่อสูบน้�ำออกจากบ่อ
จนแห้งและจับปลาท่ีเหลืออยู่ตาม
พ้ืนบ่อไว้บริโภคเองและแจกจ่าย
เพอ่ื นบา้ น หลงั จากนนั้ จงึ ลอกโคลนเลน
ตากบ่อให้แห้งและเตรียมบ่อ เพื่อ
เริม่ ตน้ เล้ยี งปลาในรุ่นต่อไป
31 การเพาะเลย้ี งปลาหมอ
ตารางต้นทนุ การเลยี้ งปลาหมอไทยในบ่อดนิ จังหวัดอุตรดติ ถ์ ปี 2558
วธิ เี ล้ียง บ่อที่
12
ขนาดบ่อ (ตร.ม.) 573 616
จำ� นวนปลอ่ ย (ตัว/บ่อ
อัตราการปล่อย (ตวั /ตร.ม.) 25,000 30,000
ระยะเวลาเลยี้ ง (วัน)
ผลผลิต (กก./บอ่ ) 44 49
ความลกึ ของน�ำ้ (ม.)
อาหารทใ่ี ช้ทงั้ หมด (กก.) 117 137
ราคาอาหารเฉลยี่ (บาท/กก.)
ค่าลกู ปลา (บาท/ตวั ) 1,860 2,117
ต้นทุนการเล้ยี ง (บาท)
อัตรารอดตาย (%) 1 – 1.2 1 – 1.2
อตั ราแลกเนอ้ื
รายได้ (บาท) 3,313 4100
กำ� ไร (บาท)
ต้นทนุ /กก. (บาท) 27.50 27.30
0.85 0.85
112,357 138,250
50.50 48.41
1.78 1.94
143,375 163,030
31,018 24,780
60 65
การเพาะเลย้ี งปลาหมอ 32
การจ�ำหน่ายปลาหมอ จะมีการคัดขนาดปลาหน้าฟาร์มก่อนล�ำเลียง
ขนส่งสู่พ่อค้าปลีก หรือผู้บริโภค ใช้สายตากะประมาณขนาดปลา โดยอาศัย
คนงานที่มีทักษะความช�ำนาญ มักแบ่งปลาออกเป็น 4 ขนาด มีราคาขายส่ง ณ
ปากบอ่ ปลา ดงั นี้
1. ปลาขนาดใหญ่ 4-7 ตัว/กิโลกรมั ราคากิโลกรมั ละ 85 บาท
2. ปลาขนาดกลาง 8–9 ตัว/กโิ ลกรมั ราคากิโลกรัมละ 60 บาท
3. ปลาขนาดเลก็ 10-20 ตวั /กิโลกรัม ราคากโิ ลกรมั ละ 40 บาท
33 การเพาะเล้ียงปลาหมอ
การตลาดและระดบั ราคา
ตลาดที่เป็นแหล่งซื้อขายปลาหมอ หรือปลาน�้ำจืดอ่ืนๆ ขนาดใหญ่ ท่ีมี
การประมลู ราคา หรือซ้ือขายล่วงหน้า เช่น ตลาดกลางสตั ว์น�้ำมหาชัย ตลาดกลาง
หวั เกาะ จงั หวดั สมุทรปราการ ตลาดกลางสัตวน์ ำ้� อา่ งทอง นอกจากนี้ ยังมีตลาดไท
รังสิต ตลาดบางปะกง ตลาดลาดกระบัง และสะพานปลากรุงเทพฯ ในภาคเหนือ
เช่น ตลาดแม่ต�๋ำ จังหวัดพะเยา ตลอดจนตลาดสดประจ�ำต�ำบล อ�ำเภอ และ
จังหวัดต่าง ๆ วางจ�ำหน่ายในลักษณะปลามีชีวิต (แช่น�้ำ) หรือปลาสดที่ขูดเกล็ด
วถิ กี ารตลาดของปลาหมอไทย
นายหน้า ฟารม์ เลย้ี ง
ในท้องท่ี พ่อคา้ คนกลางในท้องถิ่น
และจังหวดั ใกลเ้ คียง
พ่อคา้ ขายส่ง พ่อค้าขายปลกี
รา้ นอาหาร ผู้บรโิ ภค
การเพาะเลยี้ งปลาหมอ 34
ผ่าท้องท�ำความสะอาดพร้อมน�ำไปประกอบอาหารได้เลย วิถีการตลาดปลาหมอ
เม่ือเกษตรกรเล้ียงปลาได้ขนาดตลาดหรือประสงค์จับเพื่อจ�ำหน่าย จะมีนายหน้า
หรือพ่อค้าคนกลางในท้องถ่ินหรือจังหวัดใกล้เคียง เข้ามาติดต่อแนะน�ำพ่อค้าส่ง
(แพปลา) เพ่ือสุ่มตัวอย่างต่อรองตกลงราคาพร้อมนัดหมายวันจับปลา ส่วนใหญ่
ตกลงราคาและซอื้ ขายกนั เปน็ เงนิ สด พอ่ คา้ สง่ จะคดั ปลาแตล่ ะขนาดกระจายผลผลติ
ไปยังพ่อค้าปลีกประจำ� เขยี งปลาในตลาดสดประจ�ำชุมชนตา่ งๆ หรอื จดั สง่ ไปยงั รา้ น
อาหารหรือผู้บริโภค ซ่ึงเป็นลูกค้าประจ�ำในปริมาณและช่วงเวลาที่แน่นอน เช่น
รา้ นขา้ วแกงตามสถานบี รกิ ารนำ้� มนั สถานขี นสง่ หรอื ยา่ นชมุ ชน ซงึ่ เชอื่ ถอื และตดิ ตอ่
ธุรกจิ กนั มานานแลว้ จงึ มักซ้อื ขายเงิน ชำ� ระเงินกนั เปน็ งวดหรอื ส่ังจ่ายลว่ งหนา้
แนวโน้มการเลีย้ งปลาหมอในอนาคต
แม้ปริมาณความต้องการของตลาดมีมาก โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ
เช่น ตลาดตะวันออกกลาง จีน ไต้หวัน เกาหลี และมาเลเซีย มีความต้องการ
ไม่ต่�ำกว่า 100 เมตริกตัน/ปี แต่ต้องการปลาขนาดใหญ่ (3–5 ตัวต่อกิโลกรัม)
ขณะท่ีผลผลิตไม่เพียงพอหรือไม่แน่นอนท่ีจะตอบสนองตลาด ทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศ ผลส�ำรวจด้านการตลาดเบื้องต้น พบว่าส่วนเหล่ือมการตลาดระหว่าง
ผเู้ ลยี้ ง พอ่ คา้ สง่ (แพปลา) พอ่ คา้ ขายปลกี และผบู้ รโิ ภค มสี ว่ นตา่ งสงู มาก ขณะทรี่ ะดบั
ราคาจ�ำหน่ายปลา ณ ปากบ่อค่อนข้างคงท่ีแต่ราคาขายปลีกสู่ผู้บริโภคเคลื่อนไหว
มาก ทำ� ให้เกษตรกรผู้เลยี้ งรับความเสย่ี งสูง ทั้งด้านต้นทุนการผลติ (ค่าอาหารปลา
มสี ดั สว่ น 75% ของต้นทนุ ท้งั หมด) ด้านปรมิ าณและคุณภาพผลผลิต (อัตรารอดต่ำ�
เน่ืองจากการจัดการบ่อท่ีไม่เหมาะสม และโรคพยาธิปลา) ตลอดจนพฤติกรรม
ผบู้ รโิ ภค ท่ีนิยมแบบปลามีชวี ติ ขณะท่ีผลิตภณั ฑแ์ ปรรปู ยงั จ�ำกดั มาก ปญั หาเหลา่ น้ี
ต้องมีกระบวนการบริหารจัดการท่ีเหมาะสมระหว่างผู้เลี้ยงปลาเนื้อ โรงเพาะฟัก
ผผู้ ลติ อาหารปลา ผูร้ บั จับปลา ผู้จัดจำ� หนา่ ยปลา และหนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เขา้ มา
ชว่ ยกนั แกไ้ ขปัญหา คาดว่าในอนาคตปลาหมอจะเปน็ ท่ตี ้องการของตลาดมากขนึ้
35 การเพาะเล้ียงปลาหมอ
เมนูอาหาร
จากปลาหมอ
การเพาะเลยี้ งปลาหมอ 36
แกงส้มปลาหมอ
สว่ นผสม
1. ปลาหมอ ขนาด 5 ตัว
ต่อกิโลกรัม
2. ผักส�ำหรับใช้แกงส้ม
(ตามความชอบ เช่น
มะละกอ)
3. นำ�้ สะอาด 6 ถว้ ยตวง
4. เกลือปน่ 1 ½ ช้อนชา
5. พรกิ แกงส้ม/พรกิ แกงเหลอื ง ประมาณ 150 – 200 กรัม
6. กะปิอยา่ งดี 1 ½ ชอ้ นโต๊ะ
7. น้ำ� มะขามเปียก
8. นำ้� ตาลหรือผงชรู ส
วธิ ีทำ�
1. น้�ำพริกแกงส้ม/แกงเหลือง โขลกผสมกะปิ ให้ละเอียดเข้ากันได้ดี
เตรยี มไว้
2. ขอดเกลด็ ปลา ตดั หวั ควกั ไสแ้ ละพงุ ออก ล้างให้สะอาด พักในตะแกรง
ใหส้ ะเด็ดนำ้�
3. ละลายพริกแกงที่เตรียมไว้ในหม้อน�้ำ ใส่น้�ำมะขามเปียกคนให้ละลาย
ทั่ว ยกขนึ้ ตั้งไฟปานกลางพอเดอื ด ใส่ผกั ลงไป ท้ิงไวส้ กั ครู่ ปรงุ รสให้ไดต้ ามชอบใจ
พอเดือดดี จึงใสป่ ลาหมอรอเดือดจนปลาสุก ปิดไฟ
37 การเพาะเลีย้ งปลาหมอ
ฉฉู่ ีป่ ลาหมอ
ส่วนผสม
1. ปลาหมอไทย (ตวั ละ 1 ขดี )
จำ� นวน 4 ตวั
2. พรกิ ช้ฟี ้าสแี ดงหัน่ ฝอย 2 เมด็
3. นำ้� พรกิ แกงเผ็ด 2 ชอ้ นโตะ๊
4. นำ้� มนั พืช 2 ถว้ ย
5. หวั กะทิ 1 ½ ถว้ ย
6. น้�ำปลา 2 ชอ้ นโต๊ะ
7. น�้ำตาลป๊ีบ 1 ช้อนโตะ๊
8. ใบมะกรดู ซอย 2 ใบ
วิธีท�ำ
1. ขอดเกล็ดปลาหมอ ผ่าท้องควักไส้ออก ล้างน�้ำให้สะอาด กรีดข้างตัว
ปลาท้ังสองดา้ น พักไว้บนกระชอนใหส้ ะเด็ดน�้ำรอก่อน
2. ต้ังกระทะน้�ำมันใช้ไฟกลางๆ พอน�้ำมันเริ่มร้อนใส่ปลาหมอลงทอด
ให้สุกเหลืองท่วั (แต่เนื้อในยังนมุ่ อย)ู่ ตักวางบนตะแกรงพักให้สะเดด็ นำ�้ มนั
3. เค่ียวหัวกะทิ 1 ถ้วย ด้วยไฟกลางๆจนแตกมัน ใส่น้�ำพริกแกงเผ็ด
ผัดให้หอมและแตกมันสีแดงลอยหน้า แล้วค่อยใส่หัวกะทิที่เหลือ ปรุงรสด้วย
นำ้� ปลา นำ�้ ตาล ปรงุ รสใหพ้ อดี จากนนั้ คอ่ ยใสป่ ลาหมอทอด ผดั คลกุ เคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั ดี
โรยใบมะกรดู พรกิ ชฟ้ี ้าสแี ดงหัน่ เฉียง ประดบั ดว้ ยยอดโหระพาสด
การเพาะเลี้ยงปลาหมอ 38
ปลาหมอตม้ ขมิน้
ส่วนผสม
1. ปลาหมอไทย (ตัวละ
1 ขดี ) จำ� นวน 4 ตัว
2. หอมแดง 4 หวั
3. กระเทยี ม 1 หวั
4. ตะไคร้หั่นทอ่ นยาว 3 ชนิ้
5. ขมิ้นหนั่ ทอ่ น 1 ช้นิ
6. เกลือป่น 1 ชอ้ นชา
7. ส้มแขก 6 ชิ้น
8. นำ้� เปลา่ 3 ถว้ ยตวง
9. น�้ำปลา 2 ช้อนโตะ๊
วิธที ำ�
1. ขอดเกล็ดปลาหมอ ตดั หัวท้งิ ควกั ไสท้ ้ิง ลา้ งใหส้ ะอาด
2. ทุบตะไคร้ ขม้ิน แล้วบุบหอมแดง กระเทียม ใส่ในหม้อน้�ำเปล่า
น�ำไปต้ังไฟ
3. พอเดือดใส่ส้มแขก เกลือป่น น้�ำปลา แล้วจึงใส่ปลาหมอ พอปลาสุก
ยกลง
39 การเพาะเล้ยี งปลาหมอ
เอกสารอา้ งอิง
กรมประมง. 2541. การเพาะเล้ียงปลาหมอไทย. เอกสารเผยแพร่, กรมประมง.
14 หนา้
กำ� ธร โพธท์ิ องคำ� . 2514. คพั ภะวทิ ยา และการเปลย่ี นแปลงรปู รา่ งของปลาหมอไทย.
เอกสารวิชาการ ฉบบั ท่ี 10/2514. กองบ�ำรงุ พันธส์ุ ตั ว์น�ำ้ , กรมประมง. 27 หนา้ .
ธวัช ดอนสกุล และ วิเชียร มากตุ่น. 2531. การศึกษาโครโมโซมของปลา
หมอไทยและปลาหมอตาล. หน้า 213–218 ในรายงานผลการวจิ ัย สาขาสตั ว์
สัตวแพทย์และประมง การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ครัง้ ที่ 26, มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ
น�ำชัย เจริญเทศประสิทธิ์ และคณะ, 2537. การเลี้ยงปลาหมอไทยในกระชัง.
รายงานโครงการวิจัย ประจ�ำปีงบประมาณ 2537 ส�ำนักงานคณะกรรมการ
วจิ ัยแห่งชาต,ิ 20 หน้า.
นวลมณี พงศ์ธนา มัลลิกา นิโรธ และครรชิต วัฒนาดิลกกุล. การควบคุมเพศ
ปลาหมอไทย. เอกสารวิชาการฉบับที่ 20/2541. สถาบันวิจัยและพัฒนา
พนั ธุกรรมสัตวน์ ำ้� . กรมประมง. 22 หน้า
ปลาหมอ. เอกสารคำ� แนะนำ� . 2548. สำ� นกั พฒั นาและถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารประมง
วิทย์ ธารชลานุกิจ ประจิตร วงศ์รัตน์ สุขุม เร้าใจ ประทักษ์ ตาบทิพย์วรรณ
และลัดดา วงศ์รัตน์,. 2533. การศึกษาคุณภาพน้�ำและทรัพยากรสัตว์น�้ำ
ในพนื้ ท่ีพรุโตะ๊ แดง จังหวดั นราธิวาส คณะประมง, มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
111 หนา้ .
สง่า สสี งา่ . (2560). ปลาหมอชมุ พร1. สบื คน้ จาก http://www.fisheries.go.th/
genetic-chumphon
การเพาะเลย้ี งปลาหมอ 40
สมพงษ์ ดุลจินดาชบาพร. 2542. การเพาะเลี้ยงปลาหมอไทย. ภาควิชาประมง,
คณะเกษตรศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ . 38 หนา้
สัตว์น้ำ� จืด. 2547. ปลาหมอไซดใ์ หญ่ตลาดยังโต. ว. สัตวน์ �ำ้ , 15 (173), ประจำ� เดือน
มกราคม, 2547, 119–126.
สวุ รรณ โลก้ ูลประกจิ อดุ มชยั อาภากลุ อนุ และสมบัติ สมพงษ.์ 2531. การทดลอง
เลยี้ งปลาหมอไทยในบอ่ ซีเมนต์ ในอัตราการเล้ียงตา่ งๆกัน. รายงานการสมั มนา
วิชาการประจ�ำปี 2531. กรมประมง. 360–368.
ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ และคณะ, 2539, ผลของความเค็มและ pH ของน้�ำต่อการ
เจริญเติบโตและอัตรารอดตายของสัตว์น�้ำจืดท่ีส�ำคัญทางเศรษฐกิจบางชนิด.
เอกสารวิชาการ. ศูนย์พัฒนาประมงน้�ำจืดปัตตานี. กองประมงน้�ำจืด,
กรมประมง. 27 หนา้ .
อนันต์ สี่หิรัญวงศ์ ไชยวัฒน์ รัตนดาดาษ และเจริญไชย ศรีสุวรรณ์. 2541.
ผลความหนาแน่นต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของปลาหมอในกระชังพื้นที่
ดินพรุ จังหวัดนราธิวาส. เอกสารวิชาการฉบับที่ 5/2541. ศูนย์พัฒนาประมง
นำ�้ จืดตรงั . กองประมงน�้ำจืด, กรมประมง. 27 หนา้ .
Bhukaswan, Thiraphan, 1971, Age and Growth Studies of the Climbing
Pearch, Anabas testudineus (Bloch) in Lam Look-Ga Flooded Area
Central Part of Thailand. A Thesis, A Thesis, Master of Science, Dept.
of Fisheries and Wildlife, USA 79 pp.
Smith, H.M. 1945. The Freshwater Fish of Slim, or Thailand. United States
Government Printing Office. Washington D.C. 622 pp.
41 การเพาะเลี้ยงปลาหมอ
คำ� แนะนำ�
การดแู ลและปอ้ งกันสตั วน์ ้ำ� ในฤดูกาลต่าง ๆ
ฤดูฝน
ฤดูฝนจะเป็นฤดูที่ท�ำให้คุณภาพน้�ำมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว เน่ืองจากปริมาณฝนท่ีตกลงมาและ
สภาพอากาศทีแ่ ปรปรวน สง่ ผลใหอ้ ณุ หภูมิของน�ำ้ มีความแตกต่างในรอบวนั ความเปน็ กรดเปน็ ด่าง ความขุ่นของน้ำ�
ซงึ่ มผี ลตอ่ กระทบตอ่ คณุ สมบตั นิ ำ้� ทงั้ ดา้ นชวี ภาพ กายภาพ และเคมภี าพ ลกั ษณะเชน่ นจี้ ะสง่ ผลใหส้ ตั วน์ ำ�้ ปรบั ตวั ไมท่ นั
มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิของร่างกายเปล่ียนแปลงไปตามอุณหภูมิ
ของน้�ำ ซึ่งในการปรับตัวต้องน�ำพลังงานที่ได้จากการเผาผลาญอาหารมาใช้ ท�ำให้พลังงานที่จะน�ำไปใช้ในการ
เจริญเติบโตหรือสร้างระบบภูมิคุ้มกันลดน้อยลง เหตุน้ีส่งผลท�ำให้ปลาอ่อนแอ ป่วยและติดโรคตายได้ง่าย บวกกับ
เมื่อฝนตกหนักจะมีการพัดพาน�้ำท่ีเน่าเสียและสารเคมีต่างๆ ที่อาจเป็นพิษภัยต่อสัตว์น�้ำ อีกท้ัง ด้านน้�ำทะเลอาจ
เกดิ ปรากฏการนำ้� จดื หลากลงทะเลรวมถงึ โรคสตั วน์ ำ�้ ชายฝง่ั ซง่ึ จะเปน็ สาเหตใุ หป้ ลาทเี่ ลยี้ งในกระชงั และหอยทะเลตาย
เป็นจ�ำนวนมาก ดังน้นั เพ่อื ลดความเสียหายท่ีอาจเกดิ ข้นึ ขอแนะนำ� ใหเ้ กษตรกรเตรยี มการปอ้ งกนั ดงั นี้
1. เม่อื อากาศมืดครม้ึ ยาวนาน 2-3 วัน หรือหลงั ฝนหยุดตก ควรเปิดเคร่อื งตนี ำ�้ เพือ่ คลุกเคลา้ น้ำ� ฝนกบั นำ�้
ในบอ่ ให้เขา้ กนั ปอ้ งกันการแบ่งชั้นนำ�้
2. เม่ือฝนตกหนักท�ำให้อุณหภูมิน�้ำเปลี่ยนแปลง ปลาจะลดการกินอาหาร ดังน้ัน ควรลดปริมาณอาหาร
ใหน้ ้อยลง หรอื งดอาหารในวนั ทฝี่ นตกหนัก
3. ควรโรยปูนขาวรอบคันบอ่ ประมาณ 30-50 กโิ ลกรมั ต่อบอ่ ขนาด 1 ไร่ เมอ่ื ฝนตกจะชว่ ยปรับ pH น�ำ้
ไดด้ ขี น้ึ
4. สาดเกลือแกงลงในบ่อ หลงั ฝนตก ประมาณ 60-100 กโิ ลกรัมต่อไร่ จะช่วยลดพษิ ของแอมโมเนีย และ
ช่วยรักษาสมดลุ ภายในร่างกายของปลา
5. หากจ�ำเปน็ ตอ้ งเลย้ี งสตั ว์น�้ำ ควรปลอ่ ยในอตั ราท่ีหนาแนน่ นอ้ ยกว่าปกติ
6. ถ้าพบปลาในบ่อเลี้ยงหรือในกระชังป่วยหรือตายควรตักออกแล้วน�ำไปฝังกลบหรือเผาท�ำลาย ถ้าพบ
ปลาตายเป็นจ�ำนวนมากผิดปกติ ให้รีบแจ้งส�ำนักงานประมงใกล้บ้านท่านให้ทราบโดยด่วน เพื่อจะได้ร่วมกันหา
แนวทางแกไ้ ขหรือความชว่ ยเหลอื ไดท้ ันท่วงที และควรปฏบิ ัติตามคำ� แนะนำ� ของเจา้ หน้าทโี่ ดยเคร่งครดั
ฤดหู นาว
สภาพอากาศท่ีหนาวเย็น จะท�ำให้อุณหภูมิน้�ำลดต�่ำลง เป็นเหตุให้สัตว์น้�ำเกิดความเครียด กินอาหารได้
น้อยลง ความแข็งแรงและภูมิคุ้มกันลดลง ประกอบกับเชื้อโรคหลายชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วง
อุณหภูมิต�่ำ สัตว์น�้ำจึงป่วยได้ง่ายและอาจเกิดโรคระบาดได้ ดังนั้น เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดข้ึนขอแนะน�ำ
ใหเ้ กษตรกรเตรียมการปอ้ งกัน ดงั น้ี
1. ให้เกษตรกรติดตามขา่ วสารการพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
2. ควบคมุ ปริมาณการใหอ้ าหารแกส่ ตั ว์นำ�้ ใหเ้ หมาะสม เพือ่ ไมใ่ หอ้ าหารตกคา้ งท�ำใหน้ �้ำเนา่ เสีย
3. เกษตรกรควรมีบ่อพักน�้ำ เพื่อเก็บกักน้�ำให้เพียงพอตลอดฤดูการเลี้ยงและการเปล่ียนถ่ายน้�ำ ไม่ควร
เปลี่ยนถ่ายน้ำ� ในปริมาณมาก
4. ไม่ควรเคลอ่ื นย้ายสตั วน์ �ำ้ โดยไมจ่ ำ� เป็น แต่ถา้ ต้องเคล่อื นย้ายควรเตมิ เกลือปรมิ าณ 0.1% ลงในนำ้�
การเพาะเลีย้ งปลาหมอ 42
5. ในกรณีท่ีน้�ำในบ่อของเกษตรกรเร่ิมเน่าเสีย และสังเกตมีแก๊สผุดขึ้นมาจากก้นบ่อ ให้สาดเกลือในอัตรา
200 – 300 กโิ ลกรมั ตอ่ บ่อขนาด 1 ไร่ (น้ำ� ลกึ 1 เมตร)
6. หากพบสัตว์น้�ำที่เพาะเลี้ยงมีอาการผิดปกติ เช่น ป่วยหรือตาย ให้น�ำออกไปท�ำลายโดยการกลบหรือฝัง
และนำ้� ในบ่อเกษตรกรไม่ควรปลอ่ ยลงในแหล่งน้ำ� ธรรมชาติ
7. ควบคมุ คุณภาพของน้�ำในบ่อ โดยการใชป้ ูนขาว อตั รา 60-100 ก.ก. ต่อบ่อขนาด 1 ไร่ (นำ้� ลึก 1 เมตร)
8. สำ� หรบั สตั วน์ ำ้� ทเี่ ลยี้ งในกระชงั เกษตรกรควรจบั ปลาทไ่ี ดข้ นาดจำ� หนา่ ย และลดจำ� นวนปลาทเี่ ลยี้ งในกระชงั
ลง เนอื่ งจากการเล้ียงปลาในกระชงั ในแหล่งน�ำ้ ไมส่ ามารถควบคุมปัจจัยภายนอกกระชงั ได้
9. ถ้าพบปลาในบ่อเลี้ยงหรือในกระชังป่วยหรือตายควรตักออกแล้วน�ำไปฝังกลบหรือเผาท�ำลาย ถ้าพบ
ปลาตายเป็นจ�ำนวนมากผิดปกติ ให้รีบแจ้งส�ำนักงานประมงใกล้บ้านท่านให้ทราบโดยด่วน เพื่อจะได้ร่วมกันหา
แนวทางแกไ้ ขหรือความชว่ ยเหลอื ไดท้ ันท่วงที และควรปฏบิ ตั ติ ามคำ� แนะนำ� ของเจา้ หนา้ ทโี่ ดยเคร่งครดั
ฤดรู อ้ น
ในชว่ งฤดรู อ้ น ถอื เปน็ ชว่ งทฝ่ี นทง้ิ ชว่ ง ทำ� ใหป้ รมิ าณนำ้� มนี อ้ ยทงั้ ในแหลง่ นำ�้ ธรรมชาตแิ ละแหลง่ นำ้� ชลประทาน
ซึง่ ถอื เป็นแหล่งน�ำ้ ส�ำคญั ที่ใช้ในการเพาะเล้ยี งสัตว์น�ำ้ ตลอดจนสภาพแวดลอ้ มไม่เหมาะสมตอ่ การแพรข่ ยายพันธแ์ุ ละ
การเจรญิ เตบิ โตของสตั วน์ �้ำ ดงั นัน้ เพอ่ื ลดความเสียหายท่อี าจเกดิ ขนึ้ ขอแนะน�ำใหเ้ กษตรกรเตรียมการป้องกนั ดงั น้ี
1. จดั ท�ำร่มเงาเพือ่ ลดปริมาณความรอ้ นของแสงแดด และป้องกันการระเหยของน้ำ� บางส่วน
2. ควบคุมการใชน้ ำ้� และรักษาปริมาณนำ้� ในบอ่ เลีย้ งสัตว์น้ำ� ให้มกี ารสูญเสยี น้อยท่ีสุด
3. ด�ำเนนิ การปรับปรุงซ่อมแซมคนั บ่อเพอ่ื ปอ้ งกนั การรวั่ ซมึ ของนำ้� และจดั ทำ� ร่มเงาให้กับสัตว์น�ำ้ ในบ่อเล้ยี ง
4. จัดเตรยี มแหล่งน�้ำส�ำรองไว้ใชเ้ พิม่ เติม
5. ลดปรมิ าณให้อาหารสตั วน์ �ำ้ ลง โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งทเี่ ปน็ อาหารสดเพ่อื ป้องกนั ปญั หาน้ำ� เน่าเสยี
6. คัดสตั วน์ ้ำ� ท่ไี ดข้ นาดข้ึนจ�ำหนา่ ยหรอื บริโภค เพือ่ ลดปรมิ าณสตั ว์นำ้� ในบ่อเลี้ยง
7. เพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้�ำโดยใช้เครื่องสูบน�้ำจากก้นบ่อพ่นให้สัมผัสกับอากาศแล้วไหลคืนลงบ่อหรือ
เดินท่อเติมอากาศลงนำ�้ โดยตรงเพือ่ เพ่มิ ออกซิเจนใหก้ ับปลาท่ีเลี้ยงในบ่อ
8. ปรับสภาพดินและคุณสมบัติของน�้ำ เช่น น�้ำลึก 1 เมตร ใส่ปูนขาว 50 กก./ไร่ ถ้าบ่อมีตะไคร่น�้ำหรือ
แกส๊ มากเกินไป ควรใสเ่ กลือ 50 กก./ไร่ เพือ่ ปรับสภาพผวิ ดินให้ดขี ึน้
9. ตรวจสอบคุณสมบัติของน้�ำจากภายนอกที่จะสูบเข้าบ่อเล้ียง เช่น หากพบว่ามีตะกอนและแร่ธาตุต่างๆ
เข้มขน้ ควรงดการสบู น้�ำเข้าบอ่
10. ควรปล่อยสัตว์น�้ำลงเล้ียงในปริมาณที่หนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้�ำที่มีขนาดใหญ่
เพอ่ื ลดระยะเวลาการเลยี้ งให้นอ้ ยลง
11. ควรมีการวางแผนการเลี้ยงสัตว์น�้ำในช่วงฤดูแล้ง หากมีแหล่งน้�ำส�ำรองน้อยให้จ�ำกัดปริมาณการเล้ียง
และเตรียมทำ� การตากบอ่ และตกแตง่ บอ่ เล้ยี งในช่วงฤดูแล้งเพ่ือเตรียมไว้เล้ยี งสตั ว์นำ�้ ในรอบตอ่ ไป
12. ถ้าพบปลาในบ่อเลี้ยงหรือในกระชังป่วยหรือตายควรตักออกแล้วน�ำไปฝังกลบหรือเผาท�ำลาย ถ้าพบ
ปลาตายเป็นจ�ำนวนมากผิดปกติ ให้รีบแจ้งส�ำนักงานประมงใกล้บ้านท่านให้ทราบโดยด่วน เพื่อจะได้ร่วมกันหา
แนวทางแกไ้ ขหรอื ความชว่ ยเหลือไดท้ นั ทว่ งที และควรปฏบิ ัติตามค�ำแนะนำ� ของเจา้ หนา้ ท่ีโดยเครง่ ครัด
43 การเพาะเล้ยี งปลาหมอ
สถานที่ติดตอ่ ของกรมประมง
1. กองวจิ ัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน์ ำ�้ จดื โทร 053 498 428
โทร 053 584 566
ศูนย์วิจัยและพฒั นาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ �้ำจดื เขต 1 (เชยี งใหม่) โทร 053 684 194
ศนู ย์วจิ ยั และพฒั นาการเพาะเลีย้ งสตั ว์น�ำ้ จืดลำ� พนู โทร 053 154 505
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั วน์ ำ้� จดื แมฮ่ อ่ งสอน โทร 054 635 024
ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ �้ำจดื เขต 2 (เชียงราย) โทร 054 793 010
ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสัตวน์ �้ำจืดแพร ่ โทร 056 611 309
ศูนยว์ ิจัยและพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั วน์ ำ้� จืดนา่ น โทร 056 721 815
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลย้ี งสัตว์นำ้� จดื เขต 3 (พิจิตร) โทร 055 671 509
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสตั ว์นำ้� จืดเพชรบูรณ์ โทร 055 713 473
ศนู ย์วจิ ยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้� จืดสุโขทยั โทร 042 221 167
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน์ �้ำจืดก�ำแพงเพชร โทร 042 451 195
ศนู ย์วิจยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั ว์น�้ำจดื เขต 4 (อดุ รธาน)ี โทร 042 821 076
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาการเพาะเล้ียงสัตว์น�้ำจืดหนองคาย โทร 042 513 734
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาการเพาะเลี้ยงสัตวน์ �้ำจืดเลย โทร 045 738 355
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้� จืดนครพนม โทร 045 613 359
ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสตั ว์น�้ำจดื เขต 5 (ยโสธร) โทร 045 540 212
ศูนยว์ ิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ ำ้� จืดศรสี ะเกษ โทร 042 639 234
ศูนยว์ ิจัยและพัฒนาการเพาะเลย้ี งสัตวน์ ำ้� จืดอำ� นาจเจริญ โทร 043 246 654
ศูนย์วิจัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสัตว์นำ้� จืดมกุ ดาหาร โทร 043 840 223
ศูนย์วิจยั และพฒั นาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ ำ้� จดื เขต 6 (ขอนแกน่ ) โทร 043 569 350
ศนู ยว์ จิ ยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสัตวน์ �้ำจืดกาฬสินธ์ุ โทร 043 777 439
ศนู ย์วจิ ยั และพฒั นาการเพาะเลี้ยงสัตวน์ �้ำจืดร้อยเอด็ โทร 038 341 166
ศนู ย์วิจยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ �้ำจดื มหาสารคาม โทร 037 486 748-9
ศูนย์วิจยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำจืดเขต 7 (ชลบุรี) โทร 034 247 967
ศนู ย์วิจยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้� จืดปราจีนบุร ี
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ ้ำ� จืดสระแก้ว
การเพาะเลย้ี งปลาหมอ 44
ศูนย์วิจยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสัตว์น�้ำจืดตราด โทร 039 510 963
ศนู ยว์ จิ ยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั ว์น�้ำจืดเขต 8 โทร 035 704 171
(พระนครศรอี ยุธยา)
ศนู ย์วจิ ัยและพัฒนาการเพาะเลย้ี งสัตวน์ ำ้� จืดอา่ งทอง โทร 035 866 497
ศนู ยว์ จิ ัยและพัฒนาการเพาะเลยี้ งสัตวน์ ำ้� จดื ปทมุ ธานี โทร 0 2546 3186
ศูนยว์ จิ ัยและพฒั นาการเพาะเลยี้ งสตั ว์น�้ำจืดเขต 9 (ชยั นาท) โทร 056 426 523
ศูนย์วิจัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสตั ว์นำ้� จดื อทุ ยั ธานี โทร 056 980 587-8
ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสัตว์น�้ำจืดสระบุร ี โทร 036 202 736-7
ศนู ย์วิจยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสัตว์นำ้� จืดสงิ ห์บุรี โทร 036 551 011
ศูนยว์ ิจัยและพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั ว์น�้ำจืดเขต 10 (กาญจนบรุ ี) โทร 034 611 144
ศูนยว์ ิจยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั วน์ �้ำจดื สมุทรปราการ โทร 0 2707 1655
ศูนยว์ จิ ัยและพฒั นาการเพาะเลี้ยงสตั ว์น�ำ้ จืดราชบุรี โทร 032 228 007-8
ศูนยว์ จิ ัยและพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั วน์ ำ้� จดื เขต 11 (ตรัง) โทร 075 278 164
ศูนยว์ จิ ัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้� จืดนครศรธี รรมราช โทร 075 354 857
ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาการเพาะเลย้ี งสตั ว์น�้ำจืดสตูล โทร 074 775 455
ศนู ยว์ ิจัยและพัฒนาการเพาะเล้ยี งสตั วน์ �้ำจดื เขต 12 (สงขลา) โทร 074 242 422
ศนู ย์วจิ ัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั วน์ ำ้� จืดปัตตานี โทร 073 330 984
ศนู ย์วิจัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสัตวน์ �้ำจืดนราธิวาส โทร 073 535 062
2. กองวจิ ัยและพัฒนาการเพาะเล้ยี งสัตวน์ �้ำชายฝงั่
ศนู ย์ศกึ ษาการพฒั นาอ่าวคุง้ กระเบนอันเนือ่ งมาจากพระราชดำ� ริ โทร 039 433 216-8
ศนู ย์วิจยั และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสตั ว์น้ำ� ชายฝง่ั เขต 1 โทร 035 531 387
(ฉะเชงิ เทรา)
ศนู ย์วจิ ยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสัตวน์ �้ำชายฝั่งจนั ทบรุ ี โทร 039 457 987-8
ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาการเพาะเล้ยี งสตั วน์ �้ำชายฝ่ังระยอง โทร 038 655 191
ศูนยว์ จิ ัยและพฒั นาการเพาะเลี้ยงสตั ว์น�้ำชายฝัง่ เขต 2 โทร 034 857 136
(สมุทรสาคร)
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั ว์นำ้� ชายฝง่ั เพชรบุร ี โทร 032 770 820
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาการเพาะเลย้ี งสตั วน์ ำ้� ชายฝง่ั ประจวบคีรขี นั ธ ์ โทร 032 661 398
ศูนยว์ จิ ัยและพฒั นาการเพาะเลย้ี งสัตวน์ ำ้� ชายฝง่ั เขต 3 โทร 077 255 288
(สุราษฎร์ธานี)
45 การเพาะเล้ยี งปลาหมอ