The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2 <br>จิตรวดี คำพันธุ์ 63040111109

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kjitwadee18, 2024-01-31 07:43:48

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2 <br>จิตรวดี คำพันธุ์ 63040111109

46 - ให้นักเรียนทายว่าภาพปริศนาคือภัยธรรมชาติใดและส่งผลกระทบอย่างไร 1.2 ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับภัยธรรมชาติว่าเป็นภัยที่เราไม่สามารถควบคุมความรุนแรงหรือ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการเฝ้าระวังและป้องกันภัยของตนเองอยู่เสมอเพื่อ ป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อตนเองและทรัพย์สินผลงาน 1.3 ครูชี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรียนทราบ 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Explanation) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมจำแนกวิธีการเฝ้าระวังและป้องกันภัยธรรมชาติ 2.2 ครูเปิดสไลด์วิธีการเฝ้าระวังและป้องกันภัยธรรมชาติ โดยให้นักเรียนจำแนกแต่ละวิธีการให้ สอดคล้องกับภัยธรรมชาติ 2.3 ครูคอยแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม และกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันระดมความคิดเห็น โดยกลุ่มที่ จำแนกเรียบร้อยแล้วให้พูดคำว่า “เฮ” พร้อมกัน 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาเขียนผลการจำแนกวิธีการเฝ้าระวัง และป้องกันภัยธรรมชาติของ กลุ่มตัวเองหน้ากระดาน โดยให้สมาชิกกลุ่มอื่นๆ ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพิ่มเติม 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรมในข้างต้น 3.3 ครูยกตัวอย่างสถานการณ์เพื่ออธิบายความรู้แก่นักเรียน “ปีใหม่สังเกตเห็นระดับน้ำทะเล ลดลง อย่างรวดเร็วคาดการณ์จะเกิดสึนามิ แต่พบว่าสัญญาณเตือนภัยไม่ทำงาน” จากข้อความข้างต้นหากนักเรียน เป็นปีใหม่จะทำอย่างไร (แนวคำตอบ อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น ตรวจสอบข้อมูลให้ แน่ใจก่อน หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบว่ามีการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลบริเวณใดบ้าง) 3.4 ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาวิธีการป้องกันการเกิดภัยธรรมชาติที่ดีและยั่งยืนมากที่สุดก็คือการ ปลูกต้นไม้ โดยให้นักเรียนร่วมกันบอกข้อดีของการปลูกต้นไม้ว่าช่วยป้องกันการเกิดภัยธรรมชาติแต่ละประเภท ได้อย่างไรบ้าง 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิดเห็นว่าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้อง กับ ปรากฏการณ์เรือนกระจกของโลกหรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน โดย นักเรียนแต่ละคนสามารถแสดงความคิดเห็นอื่นๆ เพิ่มเติมได้) 4.2 ครูให้นักเรียนร่วมกันบอกช่องทางในการรับฟังติดตามความข่าวเตือนภัยธรรมชาติจากประเทศ ไทย (แนวคำตอบ จากโทรทัศน์ แอพพลิเคชั่น อินเตอร์เน็ต เป็นต้น) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบท้ายบท เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและภัยธรรมชาติ เพื่อประเมิน และสรุปความรู้จากการเรียน


47 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 2 6.2 สไลด์วิธีการเฝ้าระวังและป้องกันภัยธรรมชาติ 6.3 แบบทดสอบท้ายบท เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและภัยธรรมชาติ 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายแนวทางการ ปฏิบัติตนใหปลอดภัย จากภัยธรรมชาติได้(K) - สังเกตการนำเสนอและ ตอบคำถาม - ตรวจแบบทดสอบท้ายบท - ข้อคำถาม - แบบทดสอบท้ายบท เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและ ภัยธรรมชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. จำแนกวิธีการที่ เหมาะสมในการปฏิบัติ ตนเฝ้าระวังการเกิดภัย ธรรมชาติได้ (P) - สังเกตการนำเสนอและ ตอบคำถาม - ข้อคำถาม และผลการ จำแนกวิธีการเฝ้าระวัง และ ป้องกันภัยธรรมชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


48


49


50 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ


51 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ บทที่ 1 เงาและอุปราคา เรื่อง การเกิดเงามืด เงามัว เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป. 6/7 บายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ป. 6/8 เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว 2. สาระสำคัญ เมื่อนำวัตถุทึบแสงมากั้นแสงจะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่อยู่ด้านหลังวัตถุ โดยเงามีรูปร่างคล้ายวัตถุที่ทำ ให้เกิดเงา โดยเงาที่เกิดขึ้นมี 2 ลักษณะ ได้แก่ เงามัว คือ เงาของวัตถุในบริเวณที่มีแสงบางส่วนตกลงบนฉาก จึงทำให้บริเวณนั้นมืดไม่สนิท และเงามืด คือ เงาของวัตถุในบริเวณที่ไม่มีแสงตกลงบนฉากเลยจึงทำให้บริเวณ นั้นมืดสนิท ซึ่งการเกิดเงาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ใช้แสดงละครเงาหรือเล่นหนังตะลุง ใช้หาวิธี ป้องกันแสงแดด 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวได้(K) 3.2 เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัวได้ (P) 3.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การเกิดเงามืด เงามัว 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model


52 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูนำไฟฉายมาวางบนโต๊ะ โดยหันไฟฉายเข้าหาผนัง แล้วปิดประตู หน้าต่าง และ หลอดไฟฟ้าทุก หลอด เปิดไฟฉาย จากนั้นครูให้นักเรียนทำมือเป็นรูปต่างๆ ระหว่างไฟฉายกับผนัง แล้วให้นักเรียนร่วมกัน อภิปราย ดังนี้ - เกิดสิ่งใดขึ้นบนผนัง (เกิดเงารูปต่างๆ บนผนัง) - สิ่งใดเป็นแหล่งกำเนิดแสง วัตถุทึบแสง และฉาก (แหล่งกำเนิดแสง คือ ไฟฉาย วัตถุทึบแสง คือ มือ และฉาก คือ ผนัง) - แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดแสงอย่างไร (แสงเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเป็น แนวตรง ในทุกทิศทาง) - เราสามารถเขียนเส้นรังสีของแสงแสดงการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงได้ อย่างไร (วาดเส้นรังสีของแสงเป็นลูกศรเส้นตรง พุ่งออกจากแหล่งกำเนิดแสงทุก ทิศทาง) - สิ่งที่นำมากั้นทางเดินของแสงแบ่งได้เป็นประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกัน อย่างไร (แบ่ง ได้ 3 ประเภท คือ ตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง) 1.2 ครูชี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรียนทราบ 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Explanation) 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่มโดยใช้กลุ่มเดิมในขั้นกระตุ้นความสนใจ แล้วศึกษาขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ 1 เงา เกิดขึ้นได้อย่างไรและมีลักษณะอย่างไร ตามขั้นตอนจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 80 และ 81 2.2 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 การเกิดเงามืดและเงามัว โดยปฏิบัติดังนี้ 1) นักเรียนเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมที่1 การเกิดเงามืดและเงามัว ดังนี้ - ไม้เสียบลูกชิ้น 1 อัน - ไฟฉาย 1 กระบอก -ดินน้ำมัน 1 ก้อน - กระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ 1 แผ่น 2) ปั้นดินน้ำมันให้เป็นทรงกลมขนาดเท่าลูกปิงปอง และเสียบเข้ากับปลายไม้เสียบลูกชิ้นด้าน หนึ่ง จากนั้นปั้นดินน้ำมันเป็นฐาน เพื่อเสียบเข้ากับไม้เสียบลูกชิ้นอีกด้านหนึ่งติดไว้กับพื้นโต๊ะ 3) ให้สมาชิก 2 คน ช่วยกันถือกระดาษขาวแผ่นใหญ่เป็นฉากรับแสงไว้ด้านหลังดินน้ำมันลูกทรง กลมที่อยู่บนโต๊ะ 4) ทำให้ห้องมืด แล้วให้สมาชิก 1 คน ถือและเปิดไฟฉายส่องไปที่ดินน้ำมันที่เสียบกับไม้เสียบ ลูกชิ้น สังเกตเงามืดและเงามัวที่เกิดขึ้น แล้วบันทึกผลการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เงาเกิดขึ้นได้ อย่างไรและมีลักษณะอย่างไร 5) เลื่อนแผ่นกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่เข้าใกล้หรือออกห่างจากดินน้ำมัน สังเกตและบันทึกผล


53 6) เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดและเงามัว จากนั้นร่วมกันอภิปรายและสรุป ความแตกต่างระหว่างการเกิดเงามืดและเงามัว 2.3 ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการ ทำกิจกรรม จากข้อมูลในตารางโดยใช้คำถามดังนี้ - เมื่อเลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ไฟฉาย และเลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ฉาก ลักษณะเงาของดินน้ำมัน แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แตกต่างกัน โดยเมื่อเลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ไฟฉาย เงาที่เกิดขึ้นจะมีวงสีดำอยู่ตรง กลางแล้วมีเงาวงสีเทาขนาดใหญ่ล้อมรอบ แต่ถ้าเลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ฉาก ทั้งเงาวงสีดำตรงกลางและเงาวงสี เทาที่ล้อมรอบจะมีขนาดเล็กลง) - เมื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงลักษณะของเงาของกระป๋องแต่ละด้าน เมื่อเลื่อนกระป๋อง เข้าใกล้ไฟฉาย และเลื่อนเข้าใกล้ฉากเหมือน หรือแตกต่างกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะของเงาของดินน้ำมัน เมื่อเลื่อนดินน้ำมันหรือไม่ อย่างไร (การเปลี่ยนแปลงลักษณะเงาของ กระป๋องเมื่อเลื่อนกระป๋องเข้าใกล้ไฟฉาย และเมื่อเลื่อนกระป๋องเข้า ใกล้ฉากจะเหมือนกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะของเงาของดินน้ำมัน โดยเมื่อเลื่อน กระป๋องเข้าใกล้ไฟฉาย เงาที่เกิดขึ้นจะมีวงสีดำอยู่ตรงกลาง แล้วมีเงาวงสีเทาขนาดใหญ่ล้อมรอบ แต่ถ้าเลื่อน กระป๋องเข้าใกล้ฉาก ทั้งเงาวงสีดำตรงกลางและเงาวงสีเทาที่ล้อมรอบจะมีขนาดเล็กลง) - จากใบความรู้ เงามีกี่ประเภท อะไรบ้าง และเงาแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร (เงามี 2 ประเภท คือ เงามืด และเงามัว โดยเงามืดที่ปรากฏบนฉากเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงตกกระทบเลย เงามืดจะมีสีดำ ส่วนเงามัวที่ปรากฏบนฉากเป็นบริเวณที่มีแสงบางส่วนตกกระทบทำให้เงามัวมีสีเทา) - การเขียนแผนภาพรังสีของแสงอย่างง่ายที่แสดงการเกิดเงาทำได้โดย วาดเส้นรังสีของแสง ออกจากแหล่งกำเนิดแสงกี่จุด และจุดละกี่เส้น (วาดเส้นรังสีของแสงออกจากแหล่งกำเนิดแสง 2 จุด คือ วาด ออกจาก จุดบนสุด และจุดล่างสุดของแหล่งกำเนิดแสง จุดละ 2 เส้น รวมเป็นวาดเส้นรังสีของแสงทั้งหมด 4 เส้น) - เพราะเหตุใดในการเขียนแผนภาพแสดงการเกิดเงาจึงใช้การวาดเส้น รังสีของแสงเพียง 4 เส้น (เพื่อทำให้สะดวกและรวดเร็วขึ้นโดยละเส้นรังสีอื่นไว้ไม่ต้องเขียน) 3.2 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเกิดเงาและลักษณะของเงา จากนั้นร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปว่าเงาเกิดจาก วัตถุทึบแสงกั้นทางเดินของแสง เงามีลักษณะคล้ายกับ วัตถุส่วนที่มากั้นแสง เงาแบ่งเป็นเงามืดและเงามัว เราสามารถวาดตำแหน่งเงาของวัตถุบน ฉากได้โดยการ เขียนแผนภาพรังสีของแสง 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)


54 4.1 นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากการเกิดเงามืด เงามัวในกิจกรรม ต่างๆ เช่น การแสดงหนังใหญ่และหนังตะลุง การออกแบบบ้านเพื่อให้บ้านได้รับแสงน้อยที่สุด และการบอก เวลาโดยใช้นาฬิกาแดด 4.2 นักเรียนชมคลิปวิดีโอการใช้ประโยชน์จากเงา 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ให้นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 85 เพื่อประเมินความรู้และความเข้าใจของนักเรียนที่ได้จากกิจกรรมในข้างต้น 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 2 6.2 คลิปวิดีโอการใช้ประโยชน์จากเงา 6.3 อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมที่1 การเกิดเงามืดและเงามัว - ไม้เสียบลูกชิ้น 1 อัน - ไฟฉาย 1 กระบอก -ดินน้ำมัน 1 ก้อน - กระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ 1 แผ่น 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายการเกิดเงามืด เงามัวได้(K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ -ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม - ข้อคำถาม - แบบบันทึกกิจกรรมที่ กิจกรรมที่ 1 เงาเกิดขึ้นได้ อย่างไรและมีลักษณะ อย่างไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. เขียนแผนภาพรังสี ของแสงแสดงการเกิด เงามืดเงามัวได้ (P) - ตรวจแผนภาพ - แผนภาพรังสีของแสงแสดง การเกิดเงามืดเงามัว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


55


56


57 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ บทที่ 1 เงาและอุปราคา เรื่อง การมองเห็นของดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิดและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ป. 6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ จันทรุปราคา 2. สาระสำคัญ ดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์มาก แต่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้ เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ใกล้ โลกมากกว่า และเมื่อดวงจันทร์อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับดวงอาทิตย์ในระยะที่เหมาะสมดวงจันทร์จะบัง ดวงอาทิตย์ได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการมองเห็นของดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้ (K) 3.2 สร้างแบบจำลองการมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้ (P) 3.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับการเกิดสุริยุปราคา โดยครูแจกบัตรภาพจากนิทานราหูจากนั้นให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเรียงลำดับเหตุการณ์ตามบัตรภาพ 1.2 ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในบัตรภาพ ดังนี้


58 - จากบัตรภาพ นักเรียนคิดว่าเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องอะไร เพราะเหตุใดจึงคิดว่าเป็น เหตุการณ์นี้(นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง) - นักเรียนตรวจสอบการเรียงลำดับเหตุการณ์ที่ถูกต้อง จากการอ่านเรื่องที่ 2 การเกิด สุริยุปราคาและจันทรุปราคา จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 90 และ 91 1.3 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา และแจ้งจุดประสงค์บทเรียน 2. ขั้นสำรวจค้นหา (Exploration) 2.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 2.1 การมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้อย่างไร จากหนังสือ เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6เล่ม 2 หน้า 92และ 93 ดังนี้ 1) นักเรียนเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมที่2.1 การมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้ อย่างไร ดังนี้ - ไม้เมตร - ดินน้ำมันคละสี - กระดาษกาวย่น 2) ติดกระดาษกาวย่นบนโต๊ะให้เป็นแนวยาว 100 เซนติเมตร จำนวน 2 เส้น แล้ววางดิน น้ำมันไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของกระดาษกาว 3) สังเกตขนาดของดินน้ำมันก้อนใหญ่เปรียบเทียบกับดินน้ำมันก้อนเล็กเมื่อเลื่อนดินน้ำมัน ก้อนเล็กเข้าใกล้ผู้สังเกตอีก 4 ระยะ ทั้งที่อยู่คนละแนวและอยู่ในแนวเดียวกันคําถามท้ายการทดลองเมื่อเลื่อน ดินน้ำมันก้อนเล็กเข้าใกล้ผู้สังเกตมากขึ้น ผลการสังเกตและการเปรียบเทียบดินน้ำมันทั้งสองก้อนเป็นอย่างไร 4) การมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของขนาดของวัตถุขึ้นอยู่กับอะไรเมื่อวางดินน้ำมันทั้ง 2 ก้อนให้อยู่คนละแนวและอยู่ในแนวเดียวกันผลการสังเกตและ เปรียบเทียบดินน้ำมันทั้งสองครั้งเป็นอย่างไรถ้า ดินน้ำมันก้อนเล็กแทนดวงจันทร์ ดินน้ำมันก้อนใหญ่แทนดวงอาทิตย์ แบบจำลองนี้สามารถอธิบายการที่ดวง จันทร์บังดวงอาทิตย์ได้อย่างไร แล้วบันทึกผลการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2.1 การมองเห็นดวง จันทร์บังดวงอาทิตย์ได้อย่างไร 2.2 ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิด โอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการ ทำกิจกรรม จากข้อมูลในตารางโดยใช้คำถามดังนี้


59 - เมื่อเลื่อนดินน้ำมันก้อนเล็กเข้าใกล้ผู้สังเกตมากขึ้น ผลการสังเกตและการเปรียบเทียบดิน น้ำมันทั้งสองก้อนเป็นอย่างไร (เมื่อเลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ผู้สังเกต ผู้สังเกตจะสังเกตเห็นดินน้ำมันก้อนเล็กมี ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระยะหนึ่งขนาดของดินน้ำมันก้อนเล็กจะมีขนาดใกล้เคียงกับดินน้ำมันก้อนใหญ่) -การมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของขนาดของวัตถุขึ้นอยู่กับอะไร (ขึ้นอยู่กับระยะทางของวัตถุกับ ผู้สังเกต) - เมื่อวางดินน้ำมันทั้ง 2 ก้อนให้อยู่คนละแนวและอยู่ในแนวเดียวกันผลการสังเกตและ เปรียบเทียบดินน้ำมันทั้งสองครั้งเป็นอย่างไร (เมื่อวางดินน้ำมันทั้ง 2 ก้อนให้อยู่คนละแนวแล้วเลื่อนดินน้ำมัน ก้อนเล็กเข้าหาตัวผู้สังเกตจะสังเกตเห็นดินน้ำมันก้อนเล็กมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับดินน้ำมันก้อน ใหญ่และทุก ๆ ตำแหน่ง ของดินน้ำมันก้อนเล็กที่เลื่อนเข้าหาผู้สังเกตไม่สามารถบังดินน้ำมันก้อนใหญ่ได้ แต่ เมื่อวางดินน้ำมันทั้ง 2 ก้อนให้อยู่ในแนวเดียวกันแล้วเลื่อนดินน้ำมันก้อนเล็กเข้าหาตัวผู้สังเกตจะสังเกตเห็นดิน น้ำมันก้อนเล็กมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยดินน้ำมันก้อนเล็กจะบังดินน้ำมันก้อนใหญ่ในทุก ๆ ตำแหน่ง ยิ่งดิน น้ำมันก้อนเล็กเข้าใกล้ผู้สังเกตมากเท่าไรก็จะบังดินน้ำมันก้อนใหญ่ได้มากขึ้น ตามลำดับ) - เมื่อวางดินน้ำมันทั้ง 2 ก้อนให้อยู่คนละแนวและอยู่ในแนวเดียวกันผลการสังเกตและ เปรียบเทียบดินน้ำมันทั้งสองครั้งเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร (เหมือนกันคือเมื่อเลื่อนดินน้ำมันก้อนเล็กเข้า ใกล้ผู้สังเกตดินน้ำมันก้อนเล็กจะดูเหมือนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนที่แตกต่างกัน คือ ถ้าวางดินน้ำมันก้อน เล็กและก้อนใหญ่ในแนวเดียวกัน เมื่อเลื่อนดินน้ำมันก้อนเล็กเข้าใกล้ผู้สังเกตที่ระยะหนึ่ง ดินน้ำมันก้อนเล็กจะ สามารถบังดินน้ำมันก้อนใหญ่ได้ซึ่งจะต่างจากการวางดินน้ำมันทั้ง 2 ก้อน ให้อยู่คนละแนวดินน้ำมันก้อนเล็ก จะไม่สามารถบังดินน้ำมันก้อนใหญ่ได้) - ถ้าต้องการให้วัตถุก้อนเล็กบังวัตถุก้อนใหญ่ได้ ต้องทำอย่างไร (ต้องให้วัตถุก้อนเล็กอยู่ใกล้ ตาของผู้สังเกตมากกว่าวัตถุก้อนใหญ่ และวัตถุทั้งสองก้อนต้องอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับผู้สังเกต) - ถ้าดินน้ำมันก้อนเล็กแทนดวงจันทร์ ดินน้ำมันก้อนใหญ่แทนดวงอาทิตย์แบบจำลองนี้ สามารถอธิบายการที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้อย่างไร (ถ้าดินน้ำมันก้อนเล็กแทนดวงจันทร์ ดินน้ำมันก้อน ใหญ่แทนดวงอาทิตย์ เมื่อวางดินน้ำมันทั้ง 2 ก้อนให้อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน โดยดินน้ำมันก้อนเล็กอยู่ใกล้ตา ผู้สังเกต มากกว่าดินน้ำมันก้อนใหญ่ ดังนั้นดวงจันทร์สามารถบังดวงอาทิตย์ได้เพราะดวงจันทร์อยู่ใกล้ผู้สังเกต มากกว่าดวงอาทิตย์ ทำให้คนบนโลกมองเห็นขนาดของดวงจันทร์ (ขนาดปรากฏของดวงจันทร์)ใกล้เคียงกับ ดวงอาทิตย์ และเมื่อดวงจันทร์และดวงอาทิตย์อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับผู้สังเกตดวงจันทร์จะสามารถบัง ดวงอาทิตย์ได้) 4. ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนทำใบงาน เรื่อง การมองเห็นดาวจันทร์บังดวงอาทิตย์ 4.2 ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงาน นักเรียนรับชมคลิปวิดีโอเกี่ยวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา


60 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ให้นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 94 เพื่อประเมินความรู้และความเข้าใจของนักเรียนที่ได้จากกิจกรรมในข้างต้น 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วัสดุ/อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมที่2.1 การมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้อย่างไร - ไม้เมตร - ดินน้ำมันคละสี - กระดาษกาวย่น 6.3 คลิปวิดีโอเกี่ยวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา 6.4 บัตรภาพจากนิทานราหู 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายการมองเห็น ของดวงจันทร์บังดวง อาทิตย์ได้ (K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม - ข้อคำถาม - ใบงาน เรื่อง การมองเห็น ดาวจันทร์บังดวงอาทิตย์ -แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2.1 การมองเห็นดวงจันทร์บังดวง อาทิตย์ได้อย่างไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. สร้างแบบจำลองการ มองเห็นดวงจันทร์บัง ดวงอาทิตย์ได้ (P) - ตรวจแบบจำลอง -แบบจำลองการมองเห็นดวง จันทร์บังดวงอาทิตย์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


61


62


63 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ บทที่ 1 เงาและอุปราคา เรื่อง การเกิดสุริยุปราคา เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิดและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ป. 6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ จันทรุปราคา 2. สาระสำคัญ สุริยุปราคาเกิดจากดวงจันทร์โคจรมาอยู่ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ในแนวเส้นตรงเดียวกันถ้า ระยะทางระหว่างดาวแต่ละดวงเหมาะสม จะทำให้เงาของดวงจันทร์ทอดมายังโลก ทำให้คนบนโลกที่อยู่ บริเวณเงามองเห็นดวงอาทิตย์มืดไป เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า สุริยุปราคา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้ (K) 3.2 สร้างแบบจำลองการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้ (P) 3.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การเกิดสุริยุปราคา 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเงาและการบังกันของดาว โดยใช้คำถาม ดังนี้ - องค์ประกอบที่ทำให้เกิดเงามีอะไรบ้าง (แหล่งกำเนิดแสง วัตถุที่มากั้นแสงและฉาก) - เงามีกี่แบบ อะไรบ้าง (เงามี 2 แบบ คือ เงามืดและเงามัว)


64 - เงามืดและเงามัวเกิดขึ้นได้อย่างไร (เงามืดเกิดจากมีวัตถุทึบแสงมากั้นแสงไม่สามารถผ่าน ส่วนของวัตถุนั้นได้ ส่วนเงามัวเกิดจากแสงผ่านวัตถุที่ทำให้เกิดเงานั้นได้บางส่วน ส่วนมากจะเกิดบริเวณขอบ หรือผิวของวัตถุ) - โลกและดวงจันทร์มีเงาหรือไม่ เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ตอบว่าไม่มีเงาเพราะในอวกาศไม่มีฉาก หรือตอบว่ามีเงาเพราะการที่โลกหรือดวงจันทร์เคลื่อนที่มากั้นทางเดิน ของแสงจากดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงจะเกิดเงาทอดไปในอวกาศและอาจตกบนดาวที่อยู่ในแนว เดียวกันซึ่งทำหน้าที่เป็นฉาก) 1.2 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา และแจ้งจุดประสงค์บทเรียน 2. ขั้นสำรวจค้นหา (Exploration) 2.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม สร้างแบบจำลองสุริยุปราคา จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6เล่ม 2 หน้า 96และ 97 ตามขั้นตอนดังนี้ - นำดินน้ำมันก้อนหนึ่งมาปั้นเป็นก้อนกลม แล้วเสียบปลายด้านหนึ่งของไม้เสียบเข้ากับดิน น้ำมันที่ปั้นไว้ จากนั้นปั้นดินน้ำมันอีกก้อนหนึ่งเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อทำเป็นฐาน แล้วเสียบปลายไม้เสียบอีกด้าน หนึ่งเข้ากับฐานที่เตรียมไว้ - ให้นักเรียน 1 คนถือไฟฉาย และนำลูกโลกจำลองและดินน้ำมันมาวางไว้บนโต๊ะ โดยจัดเรียง ให้ไฟฉาย ดินน้ำมัน และลูกโลกจำลอง อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ตามลำดับ - ปิดหน้าต่าง ประตู และหลอดไฟฟ้าทุกหลอดแล้วเปิดไฟฉาย จากนั้นเลื่อนดินน้ำมันไปมา ระหว่างไฟฉายกับลูกโลกจำลองจนเกิดเงามืด เงามัวของดินน้ำมันชัดเจนขึ้นบนลูกโลกจําลอง - ร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และลงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปร่างของดวงอาทิตย์เมื่อผู้สังเกต อยู่ในบริเวณเงามืด บริเวณเงามัว และบริเวณที่ไม่เกิดเงา โดยใช้ศึกษาความรู้จากใบความรู้ เรื่องสุริยุปราคา แบบต่างๆ จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 98 และบันทึกผลการ ทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2.2 สุริยุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร 2.2 ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการ ทำกิจกรรม จากข้อมูลในตารางโดยใช้คำถามดังนี้ - ในการสร้างแบบจำลองอธิบายการเกิดสุริยุปราคา นักเรียนใช้ไฟฉาย ดินน้ำมัน และลูกโลก แทนสิ่งใด เพราะเหตุใด (ใช้ไฟฉาย แทนดวงอาทิตย์เพราะเป็นแหล่งกำเนิดแสง ดินน้ำมันแทนดวงจันทร์เพราะ ดินน้ำมันเป็นรูปทรงกลมไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง เช่นเดียวกับดวงจันทร์ ลูกโลกแทนโลกเพราะลูกโลกเป็น รูปทรงกลมและไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสงเช่นเดียวกับโลก)


65 - นักเรียนคิดว่า เงาของดวงจันทร์เกิดขึ้นอย่างไร (เงาของดวงจันทร์เกิดจากการที่ดวงจันทร์ โคจรไปอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์ และโลกโดยอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน และดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งที่ขวางกั้น ทางเดินของแสงจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดเงาทอดไปยังโลก ซึ่งเงาของดวงจันทร์จะทอดไปยังทิศตรงข้ามกับ ดวงอาทิตย์เสมอ) - การที่เงาของดวงจันทร์ทอดไปยังโลกตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์ควรเป็น อย่างไร (ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลกอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันโดยมีดวงจันทร์อยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์ และโลก) - เมื่อเคลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ลูกโลกและเคลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ไฟฉายการเกิดเงาของดิน น้ำมันบนลูกโลกเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แตกต่างกัน โดยเมื่อเลื่อนดินน้ำมันเข้าไปใกล้ลูกโลกจะไม่เกิด เงามัว แต่เมื่อเลื่อนดินน้ำมันเข้าใกล้ไฟฉายที่ระยะหนึ่งจะเริ่มเห็นเงามัวชัดเจน) - เงาที่ปรากฏบนโลก มีกี่แบบและแตกต่างกันอย่างไร (เงาที่ปรากฏบนโลกมี ๒ แบบ คือ เงา มืดและเงามัว เงามืดจะปรากฏในบริเวณที่ไม่มีแสงตกกระทบบนผิวโลกเลย ส่วนเงามัวจะปรากฏในบริเวณที่มี แสงตกกระทบบางส่วน) - ถ้ากำหนดให้ไฟฉายแทนดวงอาทิตย์ เมื่อผู้สังเกต สังเกตดวงอาทิตย์จากบริเวณเงามืด เงา มัว และบริเวณที่ไม่เกิดเงาจะมองเห็นลักษณะของดวงอาทิตย์แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แตกต่างกันโดยถ้าผู้ สังเกตอยู่ในบริเวณเงามืดจะมองไม่เห็นดวงอาทิตย์เนื่องจากมีดวงจันทร์บังอยู่ แต่ถ้ามองดวงอาทิตย์จาก บริเวณเงามัวจะมองเห็นดวงอาทิตย์บางส่วนหรือมองเห็นดวงอาทิตย์เป็นเสี้ยว เนื่องจากมีดวงจันทร์บังดวง อาทิตย์เพียงบางส่วนและถ้ามองดวงอาทิตย์จากบริเวณที่ไม่เกิดเงาหรือเงาทอดไปไม่ถึง จะมองเห็นดวงอาทิตย์ ทั้งดวง หรือมองเห็นดวงอาทิตย์เป็นวงกลม) 4. ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการดูสุริยุปราคาอย่างปลอดภัย (แนวคำตอบ การดูสุริยุปราคา อย่างปลอดภัย มี 2 วิธี คือ การดูสุริยุปราคาโดยทางตรงเป็นการดูสุริยุปราคาผ่านแว่นตาสุริยะและการดู สุริยุปราคาโดยทางอ้อมเป็นการดูสุริยุปราคาผ่านกล้องชนิดต่าง ๆ เช่น กล้องรูเข็มและกล้องโทรทรรศน์ 4.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเรื่อง การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทยให้นักเรียนเข้าใจว่าการเกิด สุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณและพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์จริงถึง 2 ปี ว่าจะเกิดสุริยุปราคาขึ้นใน วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 6 นาที 45 วินาที ซึ่งแม่นยำไม่ คลาดเคลื่อนแม้แต่วินาทีเดียว จึงเป็นที่เลื่องลือกันมากในวงการดาราศาสตร์ทั่วโลก และเพื่อเป็นการน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติอนุมัติให้เทิดทูนพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปีเป็นวัน วิทยาศาสตร์แห่งชาติ


66 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ให้นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 2 หน้า 99 เพื่อประเมินความรู้และความเข้าใจของนักเรียนที่ได้จากกิจกรรมในข้างต้น 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วัสดุอุปกรณ์ในกิจกรรมที่ 2.2 สุริยุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร - ดินน้ำมัน - คลิปหูขาว - ลูกโลก - ไฟฉาย - กระดาษแข็งเทาขาว - ไม้เสียบ 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายการเกิด ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ได้ (K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม - ข้อคำถาม - แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2.2 สุริยุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. สร้างแบบจำลองการ เกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคาได้ (P) - ตรวจแบบจำลอง - แบบจำลองการเกิด ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


67


68


69 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ บทที่ 1 เงาและอุปราคา เรื่อง การเกิดจันทรุปราคา เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิดและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ป. 6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ จันทรุปราคา 2. สาระสำคัญ จันทรุปราคาเกิดจากโลกโคจรมาอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ทำให้ โลกบังแสงจากดวงอาทิตย์ เงาของโลกทอดไปบนดวงจันทร์ทำให้คนบนโลกมองเห็นดวงจันทร์มืดลงและ เปลี่ยนสีเป็นสีแดงอิฐ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า จันทรุปราคา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้(K) 3.2 สร้างแบบจำลองการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้ (P) 3.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การเกิดจันทรุปราคา 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาและตรวจสอบ ความรู้เดิมเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์จันทรุปราคา โดยใช้คำถามดังนี้


70 - ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร (สุริยุปราคาเกิดจากการที่โลกและดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับดวงอาทิตย์ โดยดวงจันทร์อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก เมื่อดวงจันทร์ บังแสงจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดเงาของดวงจันทร์ทอดไปยังโลก คนบนโลกที่อยู่บริเวณเงามองเห็น ปรากฏการณ์สุริยุปราคา) - ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร (นักเรียนตอบได้ตามความคิดของตนเอง) 1.2 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา และแจ้งจุดประสงค์บทเรียน 2. ขั้นสำรวจค้นหา (Exploration) 2.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 2.3 จันทรุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร จากหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 101 และ 102 ตามขั้นตอน ดังนี้ - นำดินน้ำมันก้อนหนึ่งมาปั้นเป็นก้อนกลม แล้วเสียบปลายด้านหนึ่งของไม้เสียบเข้ากับดิน น้ำมันที่ปั้นไว้ จากนั้นปั้นดินน้ำมันอีกก้อนหนึ่งเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อทำเป็นฐาน แล้วเสียบปลายไม้เสียบอีกด้าน หนึ่งเข้ากับฐานที่เตรียมไว้ - ให้นักเรียน 1 คนถือไฟฉาย และนำลูกโลกจำลองและดินน้ำมันมาวางไว้บนโต๊ะ โดยจัดเรียง ให้ไฟฉายและลูกโลกจำลองอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน - ปิดหน้าต่าง ประตู และหลอดไฟฟ้าทุกหลอด แล้วเปิดไฟฉายจากนั้นเลื่อนดินน้ำมันให้ ค่อยๆ เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของลูกโลกจำลอง สังเกตเงาที่ปรากฏบนดินน้ำมัน บันทึกผลการทำกิจกรรมลง ในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2.3 จันทรุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร 2.2 ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียน และเปิด โอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม ดังนี้ - จากแบบจำลอง ไฟฉาย ดินน้ำมันก้อนใหญ่ และดินน้ำมันก้อนเล็กแทนสิ่งใดในการเกิด ปรากฏการณ์จันทรุปราคา (ไฟฉายแทนดวงอาทิตย์ ดินน้ำมันก้อนใหญ่แทนโลกและดินน้ำมันก้อนเล็กแทน ดวงจันทร์) - จากแบบจำลอง นักเรียนคิดว่ากระดาษเทาขาวมีประโยชน์อย่างไร (ช่วยให้การมองเห็นเงา มืดและเงามัวชัดเจนขึ้น) - เมื่อเลื่อนดินน้ำมันก้อนเล็กเข้าไปในเงามืดและเงามัวของดินน้ำมันก้อนใหญ่ ดินน้ำมันก้อน เล็กได้รับแสงแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (การได้รับแสงแตกต่างกันโดยเมื่อดินน้ำมันก้อนเล็กค่อย ๆ เคลื่อน เข้าไปในเงามัวของดินน้ำมันก้อนใหญ่โดยดินน้ำมันก้อนเล็กจะยังได้รับแสงบางส่วนแต่ความสว่างจะลดลงจาก


71 ตอนที่อยู่นอกบริเวณเงาและเมื่อค่อย ๆ เลื่อนดินน้ำมันเข้าไปในเงามืดจะเห็นดินน้ำมันเป็นเสี้ยวโดยบริเวณ ส่วนมืดจะค่อยๆ มากขึ้นๆ จนมืดหมดทั้งก้อน และเมื่อเลื่อนดินน้ำมันต่อไป ดินน้ำมันบางส่วนเริ่มออกจาก บริเวณเงามืดเข้าสู่บริเวณเงามัวก็จะเห็นแสงตกบนดินน้ำมันอีกครั้ง และความสว่างจะมากขึ้นเมื่อดินน้ำมัน ออกนอก บริเวณเงาทั้งก้อน) - จากแบบจำลอง เมื่อดวงจันทร์โคจรเข้าไปในบริเวณเงามัวและเงามืดของโลก คนที่อยู่บน โลกจะมองเห็นดวงจันทร์แตกต่างกันหรือไม่ เพราะเหตุใด (คนบนโลกจะเห็นแตกต่างกัน โดยขณะที่ดวงจันทร์ อยู่ในเงามัว คนบนโลกจะยังมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวง แต่สว่างน้อยลงคล้ายมีเมฆบาง ๆ บังดวงจันทร์ เมื่อ ดวงจันทร์เริ่มเข้าไปในเงามืด คนบนโลกจะเริ่มมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งหรือเป็นเสี้ยว และมืดไปทั้งดวงเมื่อ ดวงจันทร์เข้าไปในเงามืดทั้งดวง) - ขณะที่ดวงจันทร์อยู่ในบริเวณเงามัวเริ่มเข้าสู่เงามืดและอยู่ในเงามืดทั้งดวงเราเรียกชื่อ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาดังกล่าวว่าอย่างไร (เมื่อดวงจันทร์อยู่ในบริเวณเงามัว เรียกว่า จันทรุปราคาในเงามัว ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามืด เรียกว่า จันทรุปราคาบางส่วน และเมื่อดวงจันทร์อยู่ในเงามืดทั้งดวง เรียกว่า จันทรุปราคาเต็ม ดวง) - การเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนและจันทรุปราคาในเงามัวแตกต่างกันอย่างไร (แตกต่างกัน คือ ขณะเกิดจันทรุปราคาใน เงามัวซึ่งเป็นช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ภายใต้เงามัวของโลก คนบนโลก จะ ยังคงมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงอยู่เพียงแต่ความสว่างจะลดลงแต่ขณะเกิดจันทรุปราคาบางส่วน ซึ่งเป็น ตำแหน่งที่ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามืด คนบนโลกจะมองเห็นดวงจันทร์เป็นเสี้ยว) - ขณะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์จะต้องเป็น อย่างไร (โลกและดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับดวงอาทิตย์ โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์) - การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาและปรากฏการณ์จันทรุปราคา เหมือนและแตกต่างกัน อย่างไร 4. ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่าคนต่างทวีปจะสังเกตเห็นจันทรุปราคาเป็นอย่างไร 4.2 นักเรียนร่วมกันสรุปความแตกต่างของปรากฏการณ์สุริยุปราคาและปรากฏการณ์จันทรุปราคา


72 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ให้นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 2 หน้า 103 เพื่อประเมินความรู้และความเข้าใจของนักเรียนที่ได้จากกิจกรรมในข้างต้น 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 2 6.2 วัสดุอุปกรณ์ - ดินน้ำมัน - คลิปหูขาว - ลูกโลก - ไฟฉาย - กระดาษแข็งเทาขาว - ไม้เสียบ 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายการเกิด ปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้ - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม - ข้อคำถาม - แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2.3 จันทรุปราคาเกิดขึ้นได้ อย่างไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. สร้างแบบจำลองการ เกิดปรากฏการณ์ จันทรุปราคาได้ - ตรวจแบบจำลอง -แบบจำลองการเกิด ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


73


74


75 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ บทที่ 2 เทคโนโลยีอวกาศ เรื่อง พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ เวลา 2 ชั่วโมง ภาค เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิดและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ป. 6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศและยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมา ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. สาระสำคัญ เทคโนโลยีอวกาศมีพัฒนาการมาจากการสังเกตท้องฟ้าด้วยตาเปล่าของมนุษย์ ต่อมามีการใช้กล้อง โทรทรรศน์แบบต่าง ๆ ทั้งที่อยู่บนโลกและในอวกาศจนกระทั่งการใช้ยานอวกาศแบบต่าง ๆ ในการสำรวจ อวกาศเพื่อปฏิบัติภารกิจมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยีอวกาศยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยี ต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ทั้งนี้เพื่อให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศได้(K) 3.2 เขียนแผนภาพพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศได้(P) 3.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ให้นักเรียนชมวีดิทัศน์ที่แสดงมุมมองของโลกจากพื้นผิวโลก จนออกสู่อวกาศ รวมทั้งแสดงวัตถุ ท้องฟ้าต่าง ๆ ในอวกาศ เช่น วีดิทัศน์ เรื่อง Earth zoom out (Amazing) จากนั้นครูใช้คำถามดังนี้


76 - จากวีดิทัศน์ นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง (นักเรียนตอบสิ่งที่เห็นในวีดิทัศน์ เช่น พื้นโลก เมฆ โลก ทั้งใบ อวกาศ ดาวต่าง ๆ) - เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีอาวกาศ นักเรียนนึกถึงสิ่งใด (แนวคำตอบ อวากาศ ดาวเทียม วัตถุท้องฟ้า) - ยกตัวอย่างเทคโนโลยีอวกาศที่นักเรียนรู้จักมา 3 อย่าง (แนวคำตอบ กล้องโทรทรรศน์ ดาวเทียม และยานอวากาศ) - นักเรียนคิดว่า ภาพวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ในอวกาศที่นักเรียนเห็นในวีดิทัศน์นี้ได้มาอย่างไร (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจ เช่น ถ่ายจากกล้องโดยการถ่ายไปจากพื้นโลกหรือถ่ายโดยกล้องที่อยู่ในอวกาศ) - ถ้าเราต้องการสำรวจลักษณะของวัตถุท้องฟ้านักเรียนคิดว่าเราจะมี วิธีการสำรวจอย่างไร (นักเรียน ตอบตามความเข้าใจ เช่น ใช้กล้องส่องไปจากพื้นโลกเพื่อสำรวจอวกาศ หรือส่งยานอวกาศขึ้นไปสำรวจอวกาศ) - นักเรียนคิดว่าการสำรวจอวกาศมีประโยชน์อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น ช่วยให้เกิด การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสำรวจอวกาศ ศึกษาลักษณะของดาวต่าง ๆ และนำเทคโนโลยีอวกาศมา ประยุกต์ใช้บนโลก) 1.2 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา และแจ้งจุดประสงค์บทเรียน 2. ขั้นสำรวจค้นหา (Exploration) 2.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ เรื่อง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศจากอดีตสู่ปัจจุบัน จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 124 และ 125 2.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนแผนภาพพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแผนภาพพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ พร้อมทั้งอธิบายเขียน แผนภาพพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศแต่ละช่วงเวลา 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรมในข้างต้น 4. ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ให้นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศ จาก หนังสือเรียนภาษาต่างประเทศหรืออินเตอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน เพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน โดยปฏิบัติดังนี้ 1) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศมาตั้งคำถาม แล้วทำเป็นบัตร คำถามเกี่ยวกับ เรื่อง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ โดยสร้างบัตรคำถามกลุ่มละ 4-5 ค าถาม 2) ให้นักเรียนนำคำถามไปหย่อนลงในกล่องที่ครูเตรียมไว้ที่หน้าชั้นเรียน 3) ครูเขียนบันได 10 ขั้นไว้หน้ากระดาน


77 4) ครูสุ่มหยิบบัตรคำถามมาทีละ 1 ใบ ถ้ากลุ่มใดตอบถูกจะได้ขึ้นบันได 1 ขั้น ถ้าตอบผิด จะต้องเดินลงบันได 1 ขั้น 5) ครูตั้งคำถามไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีกลุ่มที่ชนะ คือกลุ่มที่เดินถึงบันไดขั้นที่ 10 กรณีที่ไม่มี ใครสามารถเดินไปถึงขั้นที่ 10 ได้ กลุ่มที่อยู่ขั้นสูงสุดถือเป็นผู้ชนะ 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วีดิทัศน์ เรื่อง Earth zoom out (Amazing) 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายพัฒนาการของ เทคโนโลยีอวกาศได้ - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ข้อคำถาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. เขียนแผนภาพพัฒนา การของเทคโนโลยี อวกาศได้ - ตรวจแผนภาพ -แผนภาพพัฒนาการของ เทคโนโลยีอวกาศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


78


79


80 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ บทที่ 2 เทคโนโลยีอวกาศ เรื่อง ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ เวลา 2 ชั่วโมง ภาค เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิดและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ป. 6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศและยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมา ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. สาระสำคัญ เทคโนโลยีอวกาศมีประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เราสามารถประยุกตเทคโนโลยีอวกาศ มาใชประโยชนในชีวิตประจำวันบนโลกได้เชน อาจผลิตอาหารคล้ายๆ กับอาหารของนักบินอวกาศสำหรับใช ในสถานการณต่างๆ หรือนักเรียนอาจตอบวาเทคโนโลยีอวกาศไม่มีประโยชนตอการใชชีวิตประจำวันบนโลก เพราะเทคโนโลยีอวกาศเป็นการใชประโยชนสำหรับการสํารวจอวกาศเทานั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายและยกตัวอย่างประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศได้(K) 3.2 เขียน Mind map สรุปประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศได้(P) 3.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศ และตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับประโยชน์ ของเทคโนโลยีอวกาศ โดยใช้คำถาม ดังนี้


81 - เพราะเหตุใดจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ (เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นเรื่อง อวกาศของมนุษย์) - เทคโนโลยีอวกาศที่เรียนมาแล้วมีอะไรบ้าง (สิ่งที่เป็นเทคโนโลยีอวกาศที่เรียนมาแล้วมี หลายอย่าง เช่น อาหารของนักบินอวกาศ กล้องโทรทรรศน์ จรวด ยานอวกาศ ยานขนส่งอวกาศ) - เทคโนโลยีอวกาศแต่ละอย่างมีประโยชน์อย่างไร (นักเรียนตอบตามข้อมูลที่ได้เรียนมาและ จากความเข้าใจของตนเอง เช่น กล้อง โทรทรรศน์ใช้สำหรับถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้าต่าง ๆ จรวดใช้สำหรับส่งสิ่ง ต่างๆ ออกสู่อวกาศ อาหารของนักบินอวกาศเป็นอาหารที่จัดทำขึ้นสำหรับให้นักบินอวกาศสามารถรับประทาน ได้สะดวกและมีประโยชน์ครบถ้วน) - นักเรียนคิดว่าเราสามารถนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์บนโลกได้หรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น เราสามารถประยุกต์เทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์บนโลกได้ เช่น อาจผลิตอาหารคล้ายๆ กับอาหารของนักบินอวกาศสำหรับใช้ในยามขาดแคลน หรือนักเรียนอาจตอบว่า ไม่สามารถนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้บนโลกได้ เพราะเทคโนโลยีอวกาศเป็นการใช้ประโยชน์ สำหรับการสำรวจ อวกาศเท่านั้น) 1.2 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา และแจ้งจุดประสงค์บทเรียน 2. ขั้นสำรวจค้นหา (Exploration) 2.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ เรื่อง ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 130 – 134 2.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียน Mind map สรุปประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอ Mind map สรุปประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ พร้อมทั้ง ยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรมในข้างต้น 4. ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า ปัจจุบันมีการนำประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศมา ประยุกต์ใช้กับมนุษย์ที่อยู่บนโลก เช่น การออกแบบเครื่องวัดอุณหภูมิทางหูที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีที่ใช้วัด อุณหภูมิของดาวฤกษ์ต่างๆ ถูกนำมาใช้วัดอุณหภูมิร่างกายของมนุษย์ และการผลิตแอโรเจลที่เป็นวัสดุที่มี น้ำหนักเบา แข็งแรง และมีสภาพยืดหยุ่นสูง เป็นวัสดุชนิดเดียวกับวัสดุที่ใช้ทำชุดของนักบินอวกาศและ ส่วนประกอบของยานอวกาศ ถูกนำมาทำเป็นสิ่งของต่างๆ เช่น ทำชุดนักแข่ง ผลิตพื้นรองเท้าที่สามารถลดการ สูญเสีย ความร้อนสำหรับนักปีนภูเขาน้ำแข็ง และทำผ้าห่มที่ช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิอาหารแบบผงหรือแห้ง แบบแช่เยือกแข็ง (freeze drying) ซึ่งน้ำหนักเบาแต่มีสารอาหารครบถ้วน สำหรับนักบินอาวกาศ ถูกนำมาทำ เป็นอาหารแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (freeze drying) สำหรับคนบนโลกที่กำลังฮิต


82 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 เทคโนโลยีอวกาศ อะไร ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 140 เพื่อประเมินความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวากาศที่เรียนไป 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วัสดุ/อุปกรณ์ - กระดาษปรู๊ฟ - ปากกาเมจิก 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายและยกตัวอย่าง ประโยชน์ของเทคโนโลยี อวกาศได้ - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ข้อคำถาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. เขียน Mind map สรุป ประโยชน์ของเทคโนโลยี อวกาศได้ - ตรวจ Mind map - Mind map สรุปประโยชน์ ของเทคโนโลยีอวกาศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


83


84


85 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แรงไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า


86 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า บทที่ 1 แรงไฟฟ้า เรื่อง การเกิดและผลของแรงไฟฟ้า เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ เคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป. 6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู โดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์ 2. สาระสำคัญ แรงไฟฟ้าเป็นแรงระหว่างประจุไฟฟ้า เกิดขึ้นจากการถูวัตถุบางชนิดโดยแรงไฟฟ้าเป็นแรงไม่สัมผัสซึ่ง มีทั้งแรงดึงดูดและแรงผลัก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าได้ (K) 3.2 เขียนแผนผังสรุปการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าได้(P) 3.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การเกิดและผลของแรงไฟฟ้า 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 นักเรียนตอบคำถามว่า นักเรียนรู้จักแรงไฟฟ้าหรือไม่ แล้วแรงไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนว คำตอบ ตอบตามความคิดเห็นนักเรียน) 1.2 นักเรียนรับลูกโป่งเล็กคนละ 1 ใบ จากนั้นให้นักเรียนเป่าลูกโป่งแล้วนำลูกโป่งถูกับเสื้อหรือถูกับ กระดาษแล้วนำไปติดกับกระดานไวต์บอร์ดหรือกระจก ถ้าใครติดได้ถือว่าทำภารกิจสำเร็จ 1.2 นักเรียนทำากิจกรรม เกมรวมกลุ่ม ปฏิบัติดังนี้


87 - นักเรียนนำลูกโป่งมาถูกับผมตัวเอง จากนั้นให้นักเรียนนำไปต่อกับเพื่อน โดยครูจะเป็นคน กำหนดว่าให้ต่อลูกโป่งกี่ใบ - รอบที่ 1 ให้ต่อลูกโป่ง 2-3 ใบ - รอบที่ 2 ให้ต่อลูกโป่ง 4-5 ใบ 1.4 นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ - ทำไมลูกโป่งจึงสามารถต่อกันได้(แนวคำตอบ เพราะเมื่อน าลูกโป่งไปถูกับเสื้อผ้าหรือ กระดาษ จะทำให้เกิดแรงไฟฟ้า ลูกโป่งจึงเกาะติดกับกระดาน) - ในชีวิตประจำวันของนักเรียนมีเหตุการณ์ใดบ้างที่เกิดจากแรงไฟฟ้า (แนวคำตอบ ตามความ คิดเห็นของนักเรียน) 1.3 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา และแจ้งจุดประสงค์บทเรียน 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Explanation) 2.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 1.1 แรงไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 148-149 และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 1.2 ผลของ แรงไฟฟ้าเป็นอย่างไร จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 152 – 153 บันทึกผลการทดลองในใบบันทึกกิจกรรม 2.2 อ่านใบความรู้ เรื่อง แรงไฟฟ้าระหว่างประจุไฟฟ้า และร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเกิดแรงไฟฟ้า และผลของแรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุชนิดเดียวกัน 2 ชิ้น และต่างชนิดกัน 2 ชิ้น จากการทำกิจกรรม พร้อมระบุเหตุผล 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเกิดแรงไฟฟ้าและผลของแรงไฟฟ้า ของกลุ่มตนเอง 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผล และเขียนแผนผังสรุปความรู้การเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับประโยชน์ของแรงไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ดังนี้ - ยกตัวอย่างแรงไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน (แนวคำตอบ จับลูกบิดประตูแล้วเหมือนถูก ไฟฟ้า ดูด สวมเสื้อบางชนิดแล้วเสื้อแนบติดลำตัว และหวีผมแล้วหวีดึงดูดเส้นผม) - นักเรียนมีวิธีป้องกันตนเองจากแรงไฟฟ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างไร (แนวคำตอบ ทาครีม บำรุงผิวและใช้ครีมนวดบำรุงผมเพื่อไม่ให้ผิวและผมแห้ง) - ยกตัวอย่างแรงไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดอันตรายในชีวิตประจำวัน (แนวคำตอบ ฟ้าผ่า)


88 - นักเรียนมีวิธีป้องกันตนเองจากแรงไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดอันตรายในชีวิตประจำวันได้ อย่างไร (แนวคำตอบ ไม่อยู่ในที่โล่งแจ้งหรือไม่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง) 4.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า การเกิดแรงไฟฟ้าจะเกิดได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง เช่น ในช่วงฤดูหนาวหรือในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ ปรากฏการณ์จากแรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น เมื่อสวม เสื้อที่ทำจากผ้าบางชนิด เสื้อจะแนบติดลำตัว และ ได้ยินเสียงระหว่างสวมเสื้อ หรือเมื่อแตะวัตถุที่ทำจากโลหะ จะรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าดูด 4.3 นักเรียนร่วมกันสืบค้นการเกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง (ฟ้าแลบ ฟ้าร้องเป็นปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวกับการ ถ่ายเทประจุไฟฟ้า ระหว่างก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดิน) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 149 และ 158 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วัสดุ/อุปกรณ์ กิจกรรมที่ 1.1 แรงไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร 1. กระดาษ 6. ไม้บรรทัดเหล็ก 2. กรรไกร 7. ปากกาเมจิกและดินสอไม้ 3. เทปใส 8. ลูกโป่งที่เป่าให้พอง 4. กระดาษเยื่อ 9. แท่งแก้วคน 5. ไม้บรรทัดพลาสติก 10. ท่อพีวีซี กิจกรรมที่ 1.2 ผลของแรงไฟฟ้าเป็นอย่างไร 1. ฝาขวดพลาสติก 2. แท่งแก้วคน 3. ท่อพีวีซี 4. ลูกโป่งที่เป่าให้พอง 5. กระดาษเยื่อ 6. ปากกาเมจิก 7. เศษกระดาษ


89 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายการเกิดและ ผลของแรงไฟฟ้าระหว่าง วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าได้ (K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ตรวจผลกิจกรรม - ข้อคำถาม - ใบบันทึกผลกิจกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. เขียนแผนผังสรุปการ เกิดและผลของแรง ไฟฟ้าระหว่างวัตถุที่มี ประจุไฟฟ้าได้(P) - ตรวจแผนผัง - แผนผังสรุปการเกิดและผล ของแรงไฟฟ้าระหว่างวัตถุที่มี ประจุไฟฟ้า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


90


91


92 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แรงไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า บทที่ 2 วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เรื่อง วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป. 6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ 2. สาระสำคัญ วงจรไฟฟ้าเป็นเส้นทางที่กระแสไฟฟ้าผ่านได้ครบรอบ วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายมีส่วนประกอบที่มีหน้าที่ แตกต่างกัน เราสามารถเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าโดยใช้สัญลักษณ์เพื่ออธิบาย ลักษณะการต่อวงจรไฟฟ้า 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายได้ (K) 3.2 อธิบายลักษณะของวงจรปิดและวงจรเปิดได้ (K) 3.3 จำแนกส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายได้(P) 3.4 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย โดยชักชวนนักเรียนให้ร่วมกัน สังเกตรูปนำบทในหนังสือเรียนหน้า 168-169 จากนั้นครูใช้คำถามดังนี้


93 - ในรูปมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามสิ่งที่สังเกตเห็น เช่น หลอดไฟฟ้า สายไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย) - นักเรียนคิดว่าการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ทำได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจของตนเอง เช่น ต่อถ่านไฟฉายกับหลอดไฟฟ้า) 1.2 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา และแจ้งจุดประสงค์บทเรียน 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Explanation) 2.1 ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน เพื่อทำกิจกรรมจิ๊กซอร์ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่าง ง่ายซึ่งมีขั้นตอนการทำกิจกรรมดังนี้ - แต่ละกลุ่มจะได้จับจิ๊กซอร์ 1 ชุด ภายในจะแสดงส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า - เมื่อนักเรียนต่อจิ๊กซอร์จนครบถ้วนและทราบส่วนประกอบแล้ว ให้ร่วมกันสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบ ร่วมไปถึงยกตัวอย่างสิ่งของแต่ละส่วนประกอบอย่างน้อย 2 ชนิด - บันทึกข้อมูลที่สืบค้นได้ลงสมุด ในรูปของแผนผังความคิด 2.2 ในระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมครูคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน เนื่องจากนักเรียน อาจจะต่อสลับทำให้ได้ใจความที่ไม่ถูกต้อง ครูจึงต้องคอยให้คำแนะนำให้นักเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้ นักเรียนทำ กิจกรรมสำเร็จตามเวลาที่กำหนด 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมโดยอาจใช้คำถามดังนี้ - ไส้หลอดไฟฟ้าทำมาจากวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ใช่หรือไม่ เพราะเหตุใด (ไส้หลอดไฟฟ้าทำจาก วัสดุที่นำไฟฟ้าได้เพราะมีกระแสไฟฟ้าผ่านหลอดไฟฟ้า และทำให้หลอดไฟฟ้าสว่าง) - เราต้องต่อหลอดไฟฟ้าเข้ากับอะไร หลอดไฟฟ้าจึงจะสว่าง (เราต้องต่อหลอดไฟฟ้าเข้ากับ ถ่านไฟฉายและสายไฟฟ้า จึงจะทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างได้) - ขั้วของถ่านไฟฉายอยู่บริเวณใด (ขั้วของถ่านไฟฉายอยู่บริเวณปลายทั้งสองด้านของ ถ่านไฟฉาย) 3.2 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของหลอดไฟฟ้า ครูอาจวาดรูปบนกระดาน ประกอบการอธิบาย โดยแสดงส่วนประกอบภายในของหลอดไฟฟ้า ซึ่งได้แก่ ไส้หลอด ที่ปลายไส้หลอดด้าน หนึ่งต่อกับด้านล่างของหลอด ส่วนปลายไส้หลอดอีกด้านหนึ่งต่อกับด้านข้างของหลอดที่เป็นแถบโลหะ 3.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผล และเขียนแผนภาพส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดจำแนกส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายลงในสมุด ดังนี้ แบตเตอรี่ หลอดไฟ ทองแดง หม้อหุงข้าว ถ่านไฟฉาย สวิตซ์ พัดลม ตู้เย็น ไดนาโม เงิน ตะกั่ว เตารีด เหล็ก ลวดหนีบกระดาษ กระติกน้ำร้อน ตัวอย่าง ตารางจำแนกส่วนประกอบในวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย


94 แหล่งกำเนิดแสง สายไฟหรือตัวนำไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า 4.2 ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบคำตอบ โดยให้สุ่มนักเรียนในการเฉลยคำตอบ ซึ่งในระหว่างที่ ตรวจสอบคำตอบนักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ 4.3 ครูให้นักเรียนตั้งคำถามที่สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ส่วนประกอบใน วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (แนวคำตอบ : อิสระ เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวสามารถเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าได้หรือไม่ อย่างไร) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คนในการสรุปความรู้จากการทำกิจกรรม ( แนวคำตอบ ส่วนประกอบไฟฟ้ามี 3 ส่วน ได้แก่ 1) แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ทำหน้าที่ให้กระแสไฟฟ้าหรือพลังงานไฟฟ้า 2) สายไฟ หรือ ตัวนำไฟฟ้า 3) เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น พลังงานอื่น) 5.2 ครูตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนแสดงความคิดอย่างอิสระว่า นักเรียนคิดว่าส่วนประกอบในวงจรไฟฟ้า ส่วนใดที่สำคัญมากที่สุด เพราะเหตุใด 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 2 6.2 คลิปวิดีโอการใช้ประโยชน์จากเงา 6.3 อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมที่1 การเกิดเงามืดและเงามัว - ไม้เสียบลูกชิ้น 1 อัน - ไฟฉาย 1 กระบอก -ดินน้ำมัน 1 ก้อน - กระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ 1 แผ่น


95 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายหน้าที่ของ ส่วนประกอบของ วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายได้ (K) 2. อธิบายลักษณะของ วงจรปิดและวงจรเปิดได้ (K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ตรวจผลการปฏิบัติ กิจกรรม - ข้อคำถาม - ผลการปฏิบัติกิจกรรม ในสมุด กิจกรรมจิ๊กซอร์ ส่วนประกอบของ วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายซึ่ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. จำแนกส่วนประกอบ ของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ได้(P) - ตรวจตารางจำแนก - ตารางจำแนก ส่วนประกอบในวงจรไฟฟ้า อย่างง่าย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


Click to View FlipBook Version