96
97
98 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แรงไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า บทที่ 2 วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เรื่อง การต่อเซลล์ไฟฟ้า เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป. 6/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ป. 6/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอก ประโยชน์และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 2. สาระสำคัญ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมทำให้แหล่งกำเนิดไฟฟ้า มีพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น สำหรับการต่อหลอด ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายมีทั้งการต่อแบบอนุกรมและแบบขนาน ซึ่งนำไปใช้ต่อวงจรไฟฟ้าภายในบ้านได้ แตกต่างกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้ามากกว่า 1 เซลล์ได้(K) 3.2 อธิบายประโยชน์ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าได้(K) 3.3 ออกแบบและทดลองการต่อเซลล์ไฟฟ้าได้(P) 3.4 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การต่อเซลล์ไฟฟ้า
99 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย และตรวจสอบความรู้ เดิมเกี่ยวกับการต่อแหล่งกำเนิดไฟฟ้า โดยใช้คำถาม ดังนี้ - การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยอะไรบ้าง (แหล่งกำเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า) - เครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานได้เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าอย่างไร (ต่อวงจรไฟฟ้าแบบวงจรปิด โดยให้แหล่งกำเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าเชื่อมต่อกัน เพื่อทำให้มีกระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่าน อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ครบรอบ) - หลอดไฟฟ้าจะสว่างได้ต้องอาศัยพลังงานจากที่ใด (แหล่งกำเนิดไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย) - การต่อแหล่งกำเนิดไฟฟ้าให้มีพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นทำได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจ เช่น เพิ่มจำนวนถ่านไฟฉาย) - เซลล์ไฟฟ้าคืออะไร มีหน้าที่อย่างไรในวงจรไฟฟ้า (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น เซลล์ไฟฟ้าคือถ่านไฟฉาย เซลล์ไฟฟ้าคือแหล่งกำเนิดไฟฟ้ามีหน้าที่ให้พลังงานไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า) 1.2 ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่การเรียนเรื่องการต่อเซลล์ไฟฟ้าโดยใช้คำถามดังนี้ - การต่อเซลล์ไฟฟ้าทำได้อย่างไรและทำให้เกิดผลอย่างไรบ้าง 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Explanation) 2.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 2.1 เซลล์ไฟฟ้าต่อกันได้อย่างไร โดยศึกษาขั้นตอนจาก หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 183 - 184 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยใช้คำถามดังนี้ - เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ถ่านไฟฉายมากกว่า 1 ก้อน มีการต่อถ่านไฟฉายอย่างไร เพราะเหตุใดจึง เป็นเช่นนั้น (การต่อไฟฉายใน เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อโดยวางให้ขั้วลบของถ่านไฟฉายก้อนหนึ่งต่อกับขั้วบวกของ ถ่านไฟฉายอีกก้อนหนึ่งเรียงกันไปเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงทำงานได้) - จากการสืบค้นข้อมูล การต่อถ่านไฟฉายให้ขั้วลบของถ่านไฟฉาย ก้อนหนึ่งต่อกับขั้วบวก ของถ่านไฟฉายอีกก้อนหนึ่งเรียงกันไป เรียกว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบใด (เรียกว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ อนุกรม) - การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมทำให้เกิดผลอย่างไรต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า (ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นจนสามารถทำงานได้) 3.2 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อเซลล์ไฟฟ้า จากนั้นร่วมกัน อภิปรายและลงข้อสรุปว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้ามากกว่า 1 เซลล์แบบอนุกรมทำได้โดยต่อขั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้า
100 เซลล์หนึ่งเข้ากับขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้าอีกเซลล์หนึ่งเรียงกันไป ทำให้มีพลังงานไฟฟ้าผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น จึงนำการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมนี้ไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 นักเรียนอ่านเกร็ดน่ารู้จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 186 เกี่ยวกับการกำจัดเซลล์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพอย่างถูกวิธี จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้ คำถามดังนี้ - สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อต้องการกำจัดเซลล์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพคืออะไร เพราะเหตุใด (นำไปทิ้งรวมกับขยะ อื่น เผา หรือทิ้งลงแม่น้ำเพราะสารเคมีอันตรายจากเซลล์ไฟฟ้าอาจรั่วไหลออกมาและปนเปื้อนอยู่ในธรรมชาติ) - การกำจัดเซลล์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพควรทำอย่างไร (แยกเซลล์ไฟฟ้าบรรจุในถุงขยะแล้วนำไปทิ้งในถัง ขยะอันตราย เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 184 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วัสดุ/อุปกรณ์ 1. ถ่านไฟฉาย 2. ฐานหลอดไฟฟ้าพร้อมหลอด 3. สายไฟฟ้า 4. กระบะใส่ถ่านไฟฉาย 5. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ถ่านไฟฉายมากกว่า 1 ก้อน
101 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายผลของการต่อ เซลล์ไฟฟ้ามากกว่า 1 เซลล์ได้(K) 2. อธิบายประโยชน์ของ การต่อเซลล์ไฟฟ้าได้(K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ข้อคำถาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. ออกแบบและทดลอง การต่อเซลล์ไฟฟ้าได้(P) - ตรวจผลการปฏิบัติ กิจกรรมและแบบบันทึก กิจกรรม - ผลการปฏิบัติกิจกกรม และแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2.2 การทดลองการต่อเซลล์ ไฟฟ้า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
102
103
104 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แรงไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า บทที่ 2 วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เรื่อง การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้า เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป. 6/2 เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 2. สาระสำคัญ วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยแหล่งกำเนิดไฟฟ้าสายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า แหล่งกำเนิดไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย หรือแบตเตอรี่ ทำหน้าที่ให้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวนำไฟฟ้า ทำ หน้าที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยนพลังงาน ไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายแผนภาพวงจรไฟฟ้าได้ (K) 3.2 เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าได้(P) 3.4 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้า 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย โดยการ ต่อเซลล์ไฟฟ้า 2 ก้อนแบบ อนุกรม ครูอาจเลือกตัวแทนนักเรียน 2-3 คน มาแข่งขันวาดรูปวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายบนกระดานซึ่งประกอบ ด้วยถ่านไฟฉาย 2 ก้อน สายไฟฟ้า 2 เส้น และหลอดไฟฟ้า 1 ดวง
105 1.2 ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่การเรียนเรื่องการต่อเซลล์ไฟฟ้าโดยใช้คำถามดังนี้ - ถ้าต่อถ่านไฟฉายอีกหลายก้อนเพิ่มเข้าไปในวงจรไฟฟ้าจะทำให้ใช้เวลาวาดรูปการต่อ วงจรไฟฟ้ามากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น ใช้เวลาวาดมากกว่าเดิม) - เราจะมีวิธีสื่อสารเกี่ยวกับต่อวงจรไฟฟ้าได้ง่ายกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจ) ครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง แต่ให้นักเรียนร่วมกันค้นพบคำตอบจากการทำกิจกรรมที่ 2.2 เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าได้อย่างไร 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Explanation) 2.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 2.2 เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าได้อย่างไร โดยศึกษาขั้นตอน จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 187 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการ ทำกิจกรรม โดยใช้คำถามดังนี้ - สวิตช์ทำหน้าที่อะไรในวงจรไฟฟ้า (ทำหน้าที่ควบคุมให้วงจรไฟฟ้าเป็นวงจรเปิดหรือวงจร ปิด โดยถ้ายกสวิตช์ขึ้นจะทำให้เป็นวงจรเปิด แต่ถ้ากดสวิตช์ลงจะทำให้เป็นวงจรปิด) - นักเรียนต้องใช้เวลาวาดรูปการต่อวงจรไฟฟ้าของวงจร 3 แบบ นานหรือไม่ เพราะเหตุใด (ใช้เวลานาน เพราะมีอุปกรณ์หลายอย่างที่ต้องวาดให้เหมือนของจริง) - การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เราเขียนสิ่งใดแทนรูปอุปกรณ์ไฟฟ้า (ใช้สัญลักษณ์ แทน) - วิธีการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าทำได้อย่างไร (ใช้สัญลักษณ์แทนอุปกรณ์ไฟฟ้าใน วงจรไฟฟ้า โดยเขียนสัญลักษณ์แต่ละอย่างให้ตรงกับตำแหน่งของอุปกรณ์จริง และเขียนให้สัญลักษณ์เชื่อมกัน ทั้งหมด) - การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้ามีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร (มีประโยชน์นอกจากจะช่วยลด ระยะเวลาการวาดรูปวงจรไฟฟ้าแล้วการใช้สัญลักษณ์ที่เป็นสากลยังทำให้เราสามารถเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสาร ได้ตรงกัน)
106 - ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนแผนภาพ วงจรไฟฟ้า จากนั้นร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปว่า การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าทำได้โดยการเขียน สัญลักษณ์แทนรูป อุปกรณ์ต่าง ๆ ในวงจรไฟฟ้าเพื่อสื่อสารให้เข้าใจตรงกันได้ง่ายและสะดวก 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 ครูกระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถามในช่วงท้ายของเนื้อเรื่องดังนี้ - การต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นในวงจรไฟฟ้าจะสามารถต่อได้กี่แบบ แต่ละแบบมีลักษณะแตกต่างกัน อย่างไร (นักเรียนร่วมกันอภิปรายและตอบคำถามซึ่งครูควรเน้นให้นักเรียนตอบคำถามพร้อมอธิบาย เหตุผล ประกอบและชักชวนให้นักเรียนไปหาคำตอบร่วมกันจากการเรียนเรื่องต่อไป) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 191 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วัสดุ/อุปกรณ์ 1. ถ่านไฟฉาย 2. ฐานหลอดไฟฟ้าพร้อมหลอด 3. สายไฟฟ้า 4. กระบะใส่ถ่านไฟฉาย 5. มอเตอร์ติดใบพัด 6. ออดไฟฟ้า 7. สวิตช์ 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายแผนภาพ วงจรไฟฟ้าได้ (K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ข้อคำถาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. เขียนแผนภาพ วงจรไฟฟ้าได้(P) - ตรวจแผนภาพวงจรไฟฟ้า -แผนภาพวงจรไฟฟ้า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
107
108
109 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า บทที่ 2 วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เรื่อง การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน นางสาวจิตรวดี คำพันธุ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป. 6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบ อนุกรมและแบบขนาน ป. 6/6 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอก ประโยชน์ข้อจำกัด และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 2. สาระสำคัญ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออกทำให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับ ทั้งหมด ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าที่เหลือก็ยัง สว่างได้การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอดไฟฟ้าหลายดวงในบ้านจึง ต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เพื่อเลือกใช้หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งได้ตามต้องการ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบต่าง ๆ รวมทั้งบอกประโยชน์และข้อจำกัดในการใช้งานได้(K) 3.2 ออกแบบและทดลองการต่อหลอดไฟฟ้าแบบต่าง ๆ ได้ (P) 3.4 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน
110 5. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน : 5Es Instructional Model 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม โดยใช้คำถามดังนี้ - การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมทำได้อย่างไร (ต่อให้ขั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้าเซลล์หนึ่งต่อเข้ากับขั้วลบ ของเซลล์ไฟฟ้าอีกเซลล์หนึ่ง) - การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมทำให้เกิดผลอย่างไร (มีพลังงานไฟฟ้าผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Explanation) 2.1 ให้นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 194-195 และให้นักเรียนสังเกตรูปประกอบเนื้อเรื่อง จากนั้นครูตรวจสอบความเข้าใจจากการอ่าน โดย ใช้คำถามดังนี้ - เต้ารับกับเต้าเสียบแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แตกต่างกัน เต้ารับมีลักษณะเป็นรู ซึ่ง อาจจะมี 2 รู หรือ ๓ รูก็ได้ ส่วนเต้าเสียบเป็นหัวเสียบที่มีขั้วโลหะต่อมาจากสายไฟฟ้าที่ติดกับเครื่องใช้ไฟฟ้า) - เต้ารับมีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร (เต้ารับมี 2 แบบ คือ แบบที่ติดผนังอาคารซึ่ง ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และแบบเคลื่อนย้ายได้) - เต้ารับและเต้าเสียบมีหน้าที่อย่างไร (เต้ารับใช้สำหรับเป็นตัวเชื่อมวงจรไฟฟ้าในบ้านกับ เต้าเสียบซึ่งต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อเป็นเส้นทางให้กระแสไฟฟ้าจากเต้ารับผ่านไปยังเต้าเสียบไปจนถึง เครื่องใช้ไฟฟ้าทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถทำงานได้) 2.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 3 หลอดไฟฟ้าต่อกันอย่างไร โดยศึกษาขั้นตอนจากหนังสือ เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 196 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแผนภาพวงจรไฟฟ้าพร้อมกับวงจรไฟฟ้าที่ต่อตามแผนภาพเสร็จ แล้วจากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมจากข้อมูลโดยใช้คำถามดังนี้ - การต่อหลอดไฟฟ้าที่ทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างทั้งสองดวงสามารถต่อได้กี่แบบ (นักเรียนตอบ ตามที่ได้ทำ เช่น 2 แบบ) - การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร (นักเรียนตอบตามที่ได้ทำ เช่น แบบแรก ต่อหลอดไฟฟ้าแบบเรียงกัน และแบบที่สองต่อหลอดไฟฟ้าแบบวางขนานกันหรือต่อให้ขั้วหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่ง คร่อมกับขั้วหลอดไฟฟ้าอีกดวงหนึ่ง) ถ้านักเรียนต่อหลอดไฟฟ้าได้เพียงแบบเดียว คือ ต่อแบบเรียงกัน ครูอาจ ช่วยเหลือให้นักเรียนรู้จักการต่อหลอดไฟฟ้าอีกแบบ คือ ต่อให้ขั้วหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งคร่อมกับขั้วหลอดไฟฟ้า อีกดวงหนึ่ง - จากการทดลอง เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออกจากวงจรไฟฟ้าที่มีการต่อหลอด ไฟฟ้าแต่ละแบบ หลอดไฟฟ้าที่เหลือในวงจรไฟฟ้าแต่ละแบบจะทำงานแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แตกต่างกัน
111 เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าที่ต่อแบบเรียงกันออก 1 ดวง หลอดไฟฟ้าที่เหลือจะดับ แต่เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าที่ต่อให้ขั้ว หลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งคร่อมกับขั้วหลอดไฟฟ้าอีกดวงหนึ่งหลอดไฟฟ้าที่เหลือยังสว่างอยู่) - จากผลการทดลอง เพราะเหตุใดเมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออกจากวงจรไฟฟ้าที่มี การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบผลที่ได้จึงแตกต่างกัน (เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออกจากวงจรไฟฟ้า ที่ มีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบเรียงกันจะทำให้วงจรไฟฟ้าเปิด จึงไม่มีกระแสไฟฟ้าในวงจร หลอดไฟฟ้าที่เหลือจึงดับ แต่สำหรับวงจรไฟฟ้าที่มีการต่อหลอดไฟฟ้าให้ขั้วหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งคร่อมกับขั้วหลอดไฟฟ้าอีกดวงหนึ่งถึงแม้ จะถอดหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งออกซึ่งมีผลทำให้เส้นทางส่วนนั้นเป็นวงจรเปิด แต่ยังมีเส้นทางอื่นที่ยังเป็นวงจรปิด ทำให้มีกระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ในวงจรผ่านหลอดไฟฟ้าที่เหลือ ดังนั้นหลอดไฟฟ้าที่เหลือยังคงสว่างอยู่) - จากการสืบค้นข้อมูลวงจรไฟฟ้าที่มีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบเรียงกันและการต่อแบบหลอด ไฟฟ้าแบบวางหลอดไฟฟ้าขนานกัน เราเรียกการต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบว่าอะไร (การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ เรียงกัน เรียกว่าการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบให้ขั้วหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งคร่อม กับขั้วหลอดไฟฟ้าอีกดวงหนึ่ง เรียกว่าการต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน) - การต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเป็นการต่อแบบใด รู้ได้อย่างไร (การต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมี 2 แบบ โดยมีทั้งการต่อวงจรไฟฟ้าที่ทำให้สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ อย่างพร้อมกันได้ และสามารถเปิด ปิดการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างได้ โดยไม่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นหยุดการทำงานไปด้วย การต่อ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านลักษณะนี้จึงเป็นการต่อแบบขนาน รู้ได้จากเมื่อปิดหรือถอดเครื่องใช้ไฟฟ้าอันใดอันหนึ่ง เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นยังคงทำงานได้ นอกจากนี้การต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างในบ้านจะมีสวิตช์หลัก (หรือคัทเอ้าท์) เพื่อใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้าน ซึ่งเมื่อยกสวิตช์นี้ขึ้น จะทำให้ วงจรไฟฟ้าในบ้านเป็นวงจรเปิด เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างจะไม่ทำงานจึงถือว่าการต่อวงจรไฟฟ้า ลักษณะนี้เป็น การต่อแบบอนุกรม รู้ได้จากเมื่อยกสวิตช์นี้ขึ้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหลือไม่สามารถทำงานได้) 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเต้าเสียบของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่บางชิ้นจะมี 2 ขา บางชิ้นจะมี 3 ขา ขาที่ 3 ของเต้าเสียบเป็นขาที่ต่อกับสายดิน มีประโยชน์เพื่อใช้สำหรับป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วจาก เครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าจะผ่านลงดินทางสายดินโดยไม่ ผ่านร่างกายของผู้สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ทำให้ผู้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ถูกไฟฟ้าดูด ภายในบ้านหรืออาคารควร ติดตั้งเต้ารับที่ต่อสายดินเพื่อรองรับเต้าเสียบแบบ 3 ขา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 หน้า 197
112 6. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป. 6 เล่ม 2 6.2 วัสดุ/อุปกรณ์ 1. สวิตช์ 2. ฐานหลอดไฟฟ้าพร้อมหลอด 3. สายไฟฟ้า 4. กระบะใส่ถ่านไฟฉาย 5. ถ่านไฟฉาย 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสำเร็จ 1. อธิบายการต่อหลอด ไฟฟ้าแบบต่าง ๆ รวมทั้ง บ อ ก ป ร ะ โ ย ช น ์ แ ล ะ ข้อจำกัดในการใช้งานได้ (K) - สังเกตการตอบคำถาม และการนำเสนอ - ข้อคำถาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. ออกแบบและทดลอง การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ ต่าง ๆ ได้ (P) - ตรวจผลการปฏิบัติ กิจกรรมและแบบบันทึก กิจกรรม - ผลการปฏิบัติกิจกกรม และแบบบันทึกกิจกรรมที่ 3 หลอดไฟฟ้าต่อกันอย่างไร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
113
114
115 ภาคผนวก
116 ตัวอย่างแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/….. ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน รวม 9 คะแนน 1 2 3 1 2 3 1 2 3 พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 7-9 ดี 4-6 พอใช้ 3 ปรับปรุง
117