คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | ก
การอนุมัติค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม
ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์เพ่ือการศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา
เพ่ือให้การจัดการศึกษาบรรลุประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาได้จัดทำคู่มือ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์
สุขภาพประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1) อาหารและโภชนาการ 2) ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งคณะกรรมการสถานศึกษา
ได้พิจารณาคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้
“วิทยาศาสตร์สุขภาพ”ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษา
พระนครศรีอยุธยาแล้ว เห็นชอบคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 ดงั กลา่ ว
ลงช่ือ ผเู้ ห็นชอบ
(นายธนา คล่องณรงค์)
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษา
ลงช่ือ ผู้อนุมัติ
(นางอัญชรา หวงั วรี ะ)
ครู รกั ษาการในตำแหน่ง
ผอู้ ำนวยการศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | ข
คำนำ
คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้
“วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” ฉบบั นี้ จัดทำขึน้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์สุขภาพ” ของศูนย์วิทยาศาสตร์
เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ซึ่งประกอบด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 2 เร่ือง ได้แก่
1) อาหารและโภชนาการ 2) ระบบกล้ามเนื้อ รายละเอียดของคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์สุขภาพ” นั้น ประกอบด้วย
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 2 แผน ซ่ึงแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาข้ึนโดยใช้
รูปแบบการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กศน. (ONIE 2IC ACTIVITY MODEL) ที่เน้นการเรียนรู้อย่างมี
ส่วนรว่ ม ความรบั ผิดชอบ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และคำนงึ ถงึ ผู้รับบริการเปน็ สำคัญ
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องในการ
จัดทำคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้
“วิทยาศาสตร์สุขภาพ” และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นอกจากประโยชน์ ของผู้ปฏิบัติงาน
ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยาโดยตรงแล้ว จะเป็นประโยขน์ ต่อผู้ที่สนใจ
ให้เกิดความรู้ความเข้าใจกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้
“วิทยาศาสตร์สขุ ภาพ” และศาสตร์ทีเ่ กีย่ วขอ้ งเปน็ อย่างดี
(นางอัญชรา หวังวีระ)
ครู รักษาการในตำแหน่ง
ผอู้ ำนวยการศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
สงิ หาคม 2564
คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | ค
สารบัญ
เรอื่ ง หนา้
การอนุมัติคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ก
ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์สุขภาพ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ การศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา
คำนำ ข
สารบญั ค
คำชี้แจงการใช้คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียน รู้วิท ยาศ าสตร์ เท คโน โลยี จ
และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ”
โครงสรา้ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ช
ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ”
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ่ี 1 เรอ่ื ง อาหารและโภชนาการ 1
- แบบทดสอบก่อนเรียน เรอื่ ง อาหารและโภชนาการ 10
- ใบความร้สู ำหรบั ผรู้ ับบริการ เรื่อง อาหารและโภชนาการ 12
- ใบความรสู้ ำหรับผู้จดั กิจกรรม เร่ือง อาหารและโภชนาการ 18
- ใบกจิ กรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เรอ่ื ง อาหารและโภชนาการ 24
- ใบกิจกรรมสำหรบั ผู้รับบรกิ าร เรื่อง อาหารและโภชนาการ 29
- PowerPoint สำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง การสรุปผลการเรียนรู้ อาหาร 34
และโภชนาการ
- บทสรุปประกอบ PowerPoint สำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง อาห าร 37
และโภชนาการ
- แบบทดสอบหลงั เรียน เรอื่ ง อาหารและโภชนาการ 39
- แบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้รับบริการในการเข้าร่วมกิจกรรม 41
การเรยี นรู้ เรอ่ื ง อาหารและโภชนาการ
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ ี่ 2 เรอ่ื ง ระบบกลา้ มเนอื้ 48
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรอ่ื ง ระบบกล้ามเนือ้ 57
- ใบความรูส้ ำหรับผรู้ บั บริการ เรอ่ื ง ระบบกล้ามเนื้อ 59
- ใบความรูส้ ำหรับผู้จดั กิจกรรม เร่อื ง ระบบกลา้ มเนื้อ 66
- ใบกิจกรรมของผู้จดั กิจกรรม เรื่อง ปรากฎการณส์ ุริยุปราคา 73
- ใบกจิ กรรมสำหรับผู้รบั บริการ เรอ่ื ง ระบบกล้ามเนื้อ 75
- PowerPoint สำหรบั ผูจ้ ัดกจิ กรรม เรือ่ ง ระบบกลา้ มเนือ้ 77
- บทสรปุ ประกอบ PowerPoint สำหรับผจู้ ัดกิจกรรม 79
เรอ่ื ง ระบบกล้ามเน้ือ 82
คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | ง
สารบัญ
เรื่อง หน้า
- แบบทดสอบหลงั เรียน เรอื่ ง ปรากฎการณ์สุรยิ ปุ ราคา 84
- แบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
86
เร่อื ง ปรากฎการณ์สรุ ยิ ุปราคา 87
บรรณานกุ รม
คณะผูจ้ ัดทำ
ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | จ
คำชี้แจง
การใช้คมู่ ือการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม
ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ”
คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้
“วิทยาศาสตร์สุขภาพ” ฉบบั น้ีจัดทำข้ึนเพอ่ื ใช้เป็นแนวทางในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์สุขภาพ” ของศูนย์วิทยาศาสตร์
เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ 1) อาหารและ
โภชนาการ 2) ระบบกลา้ มเนื้อ
รายละเอียดของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม
ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์สุขภาพ” ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 2 แผน
ไดแ้ ก่
1) อาหารและโภชนาการ
2) ระบบกล้ามเนื้อ
ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กศน. (ONIE 2IC ACTIVITY MODEL)
ซึ่งประกอบดว้ ย 3 ข้นั ตอน ไดแ้ ก่
ขนั้ ตอนที่ 1 จุดประกายการเรยี นรู้ (I : Inspiration)
ขน้ั ตอนที่ 2 การปฏิบตั ิและประยุกต์ใช้ (I : Implementation)
ข้นั ตอนที่ 3 การสรุปผลการเรยี นรู้ (Conclusion : C)
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้เู ป็นส่วนที่กำหนดส่ิงต่อไปนี้
1. แนวคิด
2. วัตถุประสงค์
3. เนอ้ื หา
4. ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
5. สอื่ วสั ดุอปุ กรณ์ และแหลง่ การเรยี นรู้
6. การวดั และประเมินผล
7. บนั ทึกผลหลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ค่มู ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | ฉ
บทบาทของผูจ้ ดั กิจกรรมตามรูปแบบการกิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ กศน. (ONIE
2IC ACTIVITY MODEL)
ผู้จัดกิจกรรมจะต้องดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเป็นผู้อำนวยความสะดวก
กระตุ้น ชี้แนะ และให้คำปรึกษากับผู้รับบริการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีส่วนร่วม
สร้างสรรค์ และเนน้ ความรับผิดชอบของผู้รับบริการ
เมื่อผู้จัดกิจกรรมได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ กศน. (ONIE 2IC ACTIVITY MODEL) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้จัดกิจกรรมต้องบันทึกผล
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้หลังเสร็จกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีแนบมาท้าย
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนร้ขู องทกุ ๆ แผน
การวดั และประเมินผล
ในการวัดและประเมินผล กำหนดให้มีการทำข้อสอบก่อนและหลังเรียนของแต่ละแผนการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่ือเป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ของผู้รับบริการที่สอดคล้องกับ
วตั ถุประสงค์ทีก่ ำหนด
คำจำกัดความ
ผจู้ ดั กจิ กรรม หมายถงึ คร/ู ผสู้ อน ของศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา
ผรู้ ับบรกิ าร หมายถึง นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทัว่ ไป
ฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สุขภาพ หมายถึง ฐานการเรียนรู้ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อ
การศึกษาพระนครศรีอยุธยา ใช้เป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมเก่ียวกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
สขุ ภาพ และวิทยาศาสตรก์ ารกฬี าทน่ี ำมาบูรณาการกนั
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สุขภาพ หมายถึง กิจกรรมการเรียนรู้
ภายในฐานการเรยี นรู้ จำนวน 2 เร่อื ง ไดแ้ ก่ 1) อาหารและโภชนาการ 2) ระบบกล้ามเนื้อ
สิง่ ทีผ่ ู้จดั กิจกรรมต้องเตรียมกอ่ นการจดั กจิ กรรม
1. ศึกษาเนือ้ หาและแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้อยา่ งละเอียด
2. จดั เตรยี ม สือ่ วสั ดุอุปกรณ์ และแหล่งการเรยี นร้ทู เ่ี กีย่ วข้อง
รูปแบบการจัดกิจกรรมของศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พ่ือการศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา
รปู แบบที่ 1 การเรียนรผู้ า่ นนทิ รรศการ
รปู แบบที่ 2 คา่ ยวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละสิง่ แวดลอ้ ม ซึง่ มีแบบ 1 วนั (ไป-กลบั ),
2 วนั (ไป-กลับ), 2 วนั 1 คนื และ 3 วนั 2 คืน
รูปแบบที่ 3 กิจกรรมการศึกษา ได้แก่ การอบรมใหค้ วามรู้ มีท้ังแบบเคลือ่ นที่ และภายใน
ศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พ่ือการศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา
รูปแบบที่ 4 การเรียนรู้ผ่านบริการวิชาการ ได้แก่ เอกสาร วารสาร เฟซบุ๊ค เว็บไซต์
ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา
ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | ช
โครงสร้างการจัดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม
ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ”
บทนำ
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้ให้ความสำคัญ
ในเรื่องของการพัฒนา การเผยแพร่ และการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แก่นักเรียน นิสิต
นกั ศึกษา และประชาชนอย่างมาก ด้วยการจัดตั้งศูนยว์ ิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาข้ึน เพ่ือให้เป็นแหล่ง
ความรู้ที่ส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดให้เป็นแหล่งบริการความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยแี ละสิง่ แวดล้อม ซ่ึงเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทวั่ ไป ได้เข้าไป
ศกึ ษาหาความรู้ จัดบรกิ ารหลากหลายรูปแบบ เพอ่ื ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำ
ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษา
พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานศึกษาขึ้นตรง สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ
ในการพัฒนาการศึกษา คุณภาพทรัพยากรมนุษย์ และรับผิดชอบในการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการ
เรียนการสอน ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ท่ีอยู่ทั้งใน
และนอกระบบโรงเรียน ซ่ึงถือเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาทรัพยากรมนุษยใ์ ห้เป็น
ศูนย์กลางของการพัฒนา รวมท้ังยังเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษาของคนไทยท้ังชาติอีกด้วย
นอกจากนี้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา มีหน้าท่ีในการจัดกิจกรรม เพ่ือส่งเสริม
ให้เกิดกระบวนการ เรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ทั้งในส่วนของการเรียน
การสอนตามหลักสูตร และการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยจัดกิจกรรม 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่
การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ค่ายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการศึกษา
และการบริการวิชาการ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ท่ีมีคุณค่าย่ิง
การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ เป็นการจัดแสดงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
ผ่านนิทรรศการส่ือประสม ท่ีทันสมัย น่าสนใจ ท้ังส่ือ แสง สี เสียง ของเล่น เกม ฯลฯ ที่ผู้ชมสามารถ
เข้าไปมีส่วนร่วมในการลองเล่น ลองฝึกปฏิบัติลองหาคำตอบจากการเล่นเกมต่าง ๆ ค่ายวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและส่ิงแวดล้อม เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกรูปแบบ
หน่ึงท่ีมีคุณค่ายิ่งเป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้รับบริการ มาพักแรมอยู่ร่วมกัน ได้ทั้งความรู้และความ
สนุกสนาน พร้อมกับปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีถูกจัดไว้อย่างผสมผสานกลมกลืนตลอดระยะเวลา
การอยู่ค่าย กิจกรรมการศึกษาเป็นกิจกรรมท่ีจัดข้ึนเพื่อให้บริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม และอน่ื ๆ แก่นกั เรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปในเขตพื้นท่ี
รับผิดชอบและกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ทั่วประเทศ สอดคล้องตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช 2542 ท่ียึดผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งเสริมสร้างทักษะกระบวนการและกระตุ้นให้ผู้เรียน
มีความสนใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ซ่ึงจัดลักษณะการเรียนรู้ท้ังลักษณะการเรียน รู้นอกระบบ
และการเรียนรู้ตามอัธยาศัย บริการวิชาการ เป็นการให้ความรู้เชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ในลักษณะการบริการข้อมูลข่าวสาร ท้ังในส่วนของข่าวสารข้อมูลการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้และข้อมูลด้านวิชาการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่โลกของการศึกษาได้มีการ
คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | ซ
เปล่ียนแปลงไปอย่างมาก ในศตวรรษท่ี 21 เครือ่ งมือเพื่อแสวงหาความรู้มีความสำคญั มากกว่าเนอ้ื หา
ความรู้ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารทำให้ผู้เรียนสามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตนเอง
จากแหล่งต่าง ๆ มากมายและตลอดเวลาที่ต้องการ ส่งผลให้กระบวนทัศน์ทางการศึกษาเปลี่ยนแปลง
ไปการจัดการศึกษาทุกระดับเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะการคิดข้ันสูง เน้นการคิดสร้างสรรค์
การคิดแก้ปญั หา การคิดแบบวจิ ารณญาณ ฯลฯ รวมท้งั การพัฒนาทักษะการส่ือสาร การใชเ้ ทคโนโลยี
เป็นเครื่องมือแสวงหาความรู้และการมีทักษะทางสังคม แนวโน้มการจัดการศึกษาจึงจำเป็นต้อง
บูรณาการท้ังด้านศาสตร์ต่าง ๆ และบูรณาการการเรียนในห้องเรียนและชีวิตจริง ทำให้การเรียนนั้น
มคี วามหมายต่อผเู้ รียน ซ่งึ ผู้เรียนจะเห็นประโยชนค์ ุณค่าของการเรียน และสามารถนำไปใชป้ ระโยชน์
ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเป็นการเตรียมผู้เรียนในการเรียนต่อไปในช้ันสูงข้ึน เกิดการเพิ่มโอกาส
การทำงานในอนาคต การเพ่ิมมูลค่า และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศด้านเศรษฐกิจ
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) กำหนดเป้าหมายการพัฒนาประเทศ
เพ่ือให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน เป็นประเทศท่ีพัฒนาแล้ว
ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ท่ีมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนา
ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม โดยการมีสว่ นรว่ มของทุกภาคส่วนในรูปแบบ “ประชารัฐ”
โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ 1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความม่ันคง 2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการ
สร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ
ทรพั ยากรมนษุ ย์ 4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม 5) ยทุ ธศาสตร์
ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 6) ยุทธศาสตร์ชาติ
ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์ที่ 3 เรื่อง
การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์น้ัน มีเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาคนในทุกมิติ
และในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ คนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา
มีพัฒนาการท่ีดีรอบด้าน มีสุขภาวะท่ีดี ในทุกช่วงวัย แนวทางการจัดการเรียนรู้ท่ีได้รับความสนใจ
อย่างมากในปัจจุบันเป็นแนวคิดการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เป็นวิชาที่ส่งเสริมให้
ผู้เรียนได้รับความรู้ความสามารถท่ีจะดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 ท่ีมีการ
เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความเป็นโลกาภิวัตน์ท่ีสังคมต้ังอยู่บนฐานของความรู้และเต็มไปด้วย
เทคโนโลยีท่ีจะมีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเน่ือง ไปใช้ในการเชื่อมโยงและแก้ปัญหาในชีวิตจริง
รวมทั้งพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ควบค่ไู ปกับการพัฒนาแห่งศตวรรษที่ 21 ร่วมกันเพื่อส่งเสริม
ให้ผู้รับบริการเกิดกระบวนการคิดและพัฒนาอย่างย่ังยืน ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพเก่ียวข้อง
และเชอ่ื มโยงกับการดำเนินชีวิต มีจุดประสงค์สำคัญ คือ ส่งเสรมิ ให้ผู้รบั บริการเกิดความรู้ความเข้าใจ
ด้านสุขภาพพลานามัย ผู้รับบริการเกิดความใส่ใจ ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวสามารถนำมาใช้ได้ การจัดการ
เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนากระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์
เป็นภาระหน้าท่ีหลักท่ีสำคัญตามบทบาท หน้าที่ ของกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ดังนั้น
เพ่ือให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาศักยภาพ สำนักงาน กศน. ได้มอบหมายให้กลุ่ม
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาดำเนินการเก่ียวกับการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ดังนั้น
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการจัดทำคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อใช้เป็นแนวทาง
ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | ฌ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแน วของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่ อการศึกษ า
พระนครศรีอยุธยา ให้มีความสอดคล้องกับบริบทและสภาพของผู้รับบริการ กระบวนการเรียนรู้
ของ กศน. ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพัฒนากิจกรรม การเรียนรู้ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
พระนครศรอี ยุธยาให้มีประสทิ ธภิ าพมากยิ่งขน้ึ
วัตถปุ ระสงค์
เพอ่ื ใหผ้ ูจ้ ดั กจิ กรรมมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ มีทกั ษะ และเจตคติทด่ี ี และสามารถจัดกิจกรรม
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” จำนวน
2 เร่อื ง ไดแ้ ก่
1. อาหารและโภชนาการ
2. ระบบกลา้ มเนอ้ื
ขอบข่ายเน้ือหา
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้
“วทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ” ประกอบด้วยกิจกรรมการเรยี นรู้ จำนวน 2 เร่อื ง ไดแ้ ก่
1. อาหารและโภชนาการ
2. ระบบกลา้ มเนอื้
ข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ใช้รูปแบบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ กศน. (ONIE 2IC ACTIVITY MODEL)
ซึง่ ประกอบดว้ ย 3 ข้นั ตอน ไดแ้ ก่
ขนั้ ตอนที่ 1 จดุ ประกายการเรียนรู้ (I : Inspiration)
1. ผู้จดั กจิ กรรมทักทายและแนะนำตนเองแก่ผู้รบั บรกิ าร รวมท้งั แนะนำฐานการเรยี นรู้
ชแี้ จงวตั ถปุ ระสงค์ของฐานการเรยี นรูก้ ิจกรรมวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ฐานการ
เรียนรู้ “วทิ ยาศาสตร์สุขภาพ” และการสร้างความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกับเนื้อหาท่จี ะเรยี นรู้จาก
ประสบการณเ์ ดมิ สู่ประสบการณ์เดมิ ส่ปู ระสบการเรียนรใู้ หม่
2. ผจู้ ดั กจิ กรรมใหผ้ รู้ ับบรกิ ารทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. ผ้จู ัดกิจกรรมซกั ถามประสบการณ์เดิมของผ้รู บั บริการเกยี่ วกับเรื่องท่ีจะเรียนรู้
4. ผู้จดั กิจกรรมและผูร้ บั บริการแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นและสรปุ ผลการเรียนร้รู ว่ มกนั
5. ผู้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมของผู้รับบริการกับเน้ือหาการเรียนรู้ โดยการบรรยาย
หรืออภิปราย หรือใช้วิธีการต่าง ๆ ที่กระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน หลังจากน้ันผู้จัดกิจกรรมเช่ือมโยง
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ที่สอดคล้องกับเน้อื หาท่ีจะเรยี นรู้
6. ผู้จัดกิจกรรมแจกใบความรู้สำหรับผู้รับบริการ ให้ผู้รับบริการได้รวบรวมและศึกษา
เป็นข้อมูล รวมท้ังแนวคิดเก่ียวกับส่ิงที่จะเรียนรู้ ประกอบการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยเชื่อมโยง
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม หลงั จากน้ัน ผูจ้ ัดกจิ กรรมและผรู้ ับบรกิ ารแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
และสรุปผลการเรียนรูร้ ว่ มกนั
คมู่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | ญ
ข้ันตอนท่ี 2 การปฏิบัติและการประยุกต์ใช้ (I : Implementation Conclusion
Activity)
1. ผู้จัดกิจกรรมเช่ือมโยงเน้ือหาในขั้นตอนท่ี 1 โดยใช้ส่ือต่าง ๆ อาทิ คลิปวิดีโอ หลังจากน้ัน
ผู้จัดกิจกรรมเสนอสถานการณ์ในชีวิตจริงท่ีเก่ียวข้อง โดยให้ผู้รับบริการได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
หลังจากนั้นผู้จัดกิจกรรมอธิบายและสาธิต พร้อมทั้งให้ผู้รับบริการร่วมปฏิบัติในการสาธิตของผู้จัด
กิจกรรมด้วย
2. ให้ผู้รับบริการต้ังประเด็นข้อสงสัยหรือส่ิงท่ีอยากรู้ในกระบวนการหรือหลักการ
ทีเ่ กย่ี วขอ้ งจากการสาธติ ของผ้จู ัดกิจกรรม รวมไปถึงการนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
3. ผจู้ ัดกิจกรรมและผรู้ บั บริการแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ และสรปุ ผลการเรยี นรรู้ ว่ มกัน
ข้นั ตอนท่ี 3 การสรุปผลการเรยี นรู้ (C : Challenge Learning Activity)
1. แบ่งผู้รับบริการออกเป็นกลุ่ม ๆ ให้ออกแบบและปฏิบัติการ โดยการวางแผน
และดำเนินการเก่ียวกับการออกแบบและปฏิบัติการ ทดลอง ลงมือปฏิบัติ กิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์สุขภาพ” ท้ังน้ี ผู้จัดกิจกรรม
เตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ให้กับผรู้ ับบริการในการออกแบบและปฏบิ ตั กิ าร ทดลอง ลงมือปฏิบัติ
2. ผู้รบั บริการนำเสนอผลงานการออกแบบและปฏบิ ตั ิการทดลอง
3. ใหผ้ ู้รับบรกิ ารตอบคำถามจากประสบการณท์ ีไ่ ดเ้ รยี นรู้ผา่ นกจิ กรรมครง้ั น้ี
ประเด็นท่ี 1 ในการปฏิบัติการ ทดลอง ลงมอื ปฏิบตั ิ สิ่งท่ศี ึกษามีการเปล่ยี นแปลงอยา่ งไร
ประเดน็ ท่ี 2 สิ่งท่ีศึกษามีลักษณะอยา่ งไร
ประเด็นท่ี 3 ได้รับความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ในกิจกรรมบ้าง
หรอื ไม่ อย่างไร
4. ให้ผู้รับบริการตอบคำถาม ตามความสมัครใจของผู้รับบริการ ให้ตอบคำถามในประเด็น
“ทา่ นจะนำความรู้ เรอื่ ง ท่ีศึกษา ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการแกป้ ัญหาหรือใช้ประโยชน์ในชวี ิตจริงไดอ้ ย่างไร”
5. ผู้จัดกิจกรรมและผู้รับบริการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน
โดยใชส้ ื่อ อาทิ คลิปวดิ โี อ ส่อื ของจรงิ PowerPoint
6. ใหผ้ ู้รบั บริการทำแบบทดสอบหลังเรียน
7. ให้ผู้รับบริการทำแบบประเมินความพงึ พอใจท่มี ีต่อกิจกรรมการเรยี นรู้
สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ใบความรูส้ ำหรบั ผ้รู ับบริการ
3. คลปิ วดี โี อ
4. ตวั อยา่ งสอื่ ของจรงิ
5. ใบความรสู้ ำหรับผ้จู ัดกิจกรรม
6. ใบกจิ กรรมสำหรบั ผู้จัดกจิ กรรม
7. ใบกจิ กรรมของผู้รบั บรกิ าร
คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | ฎ
8. วัสดุ อุปกรณ์ในการทดลอง
9. PowerPoint
10. แบบทดสอบหลังเรยี น
11. แบบประเมินความพงึ พอใจทีม่ ีต่อกิจกรรมการเรียนรู้
การวัดและประเมนิ ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ ม ความตง้ั ใจ และความสนใจของผรู้ ับบริการ
2. ผลการทดสอบกอ่ นและหลังเรยี น
3. ผลการออกแบบและสรา้ งสรรค์นวตั กรรมและสิง่ ท่ตี ้องการพัฒนา/ช้ินงาน/ผลงาน
4. ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
รปู แบบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” ในรูปแบบ ดังน้ี
รปู แบบที่ 1 ฐานการการเรียนรู้นิทรรศการ
รูปแบบท่ี 2 คา่ ย ซ่ึงมีแบบ 1 วัน (ไป - กลบั ), 2 วนั 1 คนื , 3 วัน 2 คนื
รูปแบบที่ 3 กิจกรรมการศึกษา ได้แก่การอบรมให้ความรู้ มีท้ังแบบเคลื่อนท่ี และภายใน
ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื การศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา
รูปแบบที่ 4 การเรียนรู้ผ่านบริการวิชาการ ได้แก่เอกสาร วารสาร เฟสบุ๊ค เว็บไซต์
ศนู ย์วทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
กลุ่มเปา้ หมาย
ผ้รู ับบรกิ าร ไดแ้ ก่ นักเรยี น นกั ศกึ ษา เยาวชน และประชาชนทวั่ ไป
ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรม
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้
“วทิ ยาศาสตร์สุขภาพ” จำนวน 6 ชัว่ โมง ไดแ้ ก่
1. อาหารและโภชนาการ จำนวน 2 ช่ัวโมง
2. ระบบกลา้ มเนือ้ จำนวน 2 ชว่ั โมง
คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 1
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ี 1
เรอื่ ง อาหารและโภชนาการ
เวลา 2 ชว่ั โมง
แนวคิด
อาหารและโภชนาการ เป็นการเรียนรู้เก่ียวกับอาหารและโภชนาการที่มีผลต่อสุขภาพ
ซึง่ สามารถจำแนกประเภทของสารอาหารได้เปน็ 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน
และไขมัน นอกจากน้ีผู้รับบริการได้ฝึกปฏิบัติคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย และคำนวณค่าอัตรา
การเผาผลาญพลังงาน เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกบริโภคอาหารท่ีถูกหลักโภชนาการ อันส่งผลให้
เกดิ สุขภาพทีด่ ีตอ่ รา่ งกาย ดังนัน้ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่อื ง อาหารและโภชนาการ ผู้รับบริการสามารถ
นำความรู้ท่ีได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับการเลือกอาหารต่าง ๆ ในการบริโภค
ได้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
วตั ถปุ ระสงค์
1. อธิบายความหมาย และความสำคญั ของอาหารและโภชนาการ
2. ประเภทคณุ ค่าของสารอาหาร
3. ปฏบิ ตั ิการคำนวณคา่ ดชั นีมวลกาย และคำนวณคา่ อัตราการเผาผลาญพลงั งาน
เน้ือหา
1. ความหมาย และความสำคัญของอาหารและโภชนาการ
1.1 ความหมายของอาหารและโภชนาการ
1.2 ความสำคัญของอาหารและโภชนาการ
2. ประเภทคุณค่าของสารอาหาร
2.1 โปรตีน
2.2 คารโ์ บไฮเดรต
2.3 เกลอื แร่
2.4 วติ ามิน
2.5 ไขมัน
3. ปฏบิ ัตกิ ารคำนวณคา่ ดชั นีมวลกาย และการคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลงั งาน
3.1 การคำนวณคา่ ดชั นมี วลกาย (Body Mass Index : BMI)
3.2 การคำนวณคา่ อัตราการเผาผลาญพลงั าน (Basal Metabolic Rate : BMR)
คูม่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 2
ขัน้ ตอนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ตอนที่ 1 จุดประกายการเรียนรู้ (Inspiration : I)
1. ผู้จัดกิจกรรมทักทายผู้รับบริการ พร้อมทั้งแนะนำตนเองและฐานการเรียนรู้
เร่ือง “วิทยาศาสตร์สุขภาพ ” ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้รับบริการจะต้องเรียนรู้ร่วมกัน
ในครง้ั นี้ คอื กจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง “อาหารและโภชนาการ”
2. ผู้จัดกิจกรรมช้ีแจงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง “อาหาร
และโภชนาการ” ซ่งึ มีจำนวน 3 ข้อ ดงั น้ี
(1) อธิบายความหมาย และความสำคญั ของอาหารและโภชนาการ
(2) ประเภทคณุ ค่าของสารอาหาร
(3) ปฏิบัติการคำนวณคา่ ดชั นีมวลกาย และคำนวณคา่ อัตราการเผาผลาญ
พลังงาน
3. ใหผ้ ้รู ับบริการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เรื่อง “อาหารและโภชนาการ” จำนวน 10 ขอ้
โดยใช้เวลา 10 นาที
4. ผู้จัดกิจกรรมแจกใบความรู้สำหรับผู้รับบริการ เร่ือง “อาหารและโภชนาการ”
เพ่อื ใช้สำหรับประกอบการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง “อาหารและโภชนาการ”
5. ผู้จัดกิจกรรมชวนคดิ ชวนคุยเก่ยี วกับประสบการณ์เดิมของผู้รับบริการในเรื่องทจี่ ะเรยี นรู้
ตามกิจกรรมการเรียนรู้นี้ โดยผู้จัดกิจกรรมสุ่มผู้รับบริการตามความสมัครใจ จำนวน 2 – 3 คน
ใหต้ อบคำถาม จำนวน 2 ประเด็น ดงั นี้
ประเด็นท่ี 1 “ท่านทราบหรือไมว่ า่ อาหารคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร”
แนวคำตอบ อาหาร คือ สิ่งท่ีบริโภคเข้าไปแล้ว ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น ทำให้ร่างกาย
เจริญเติบโต และเป็นมีสารอาหารที่จำเป็นในการทำงานของร่างกาย และสามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ของร่างกายในสว่ นทีส่ ึกหรอ
อาหารมีความสำคัญ ดังนี้ อาหารและโภชนาการ เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่ให้ความรู้
เกี่ยวกับสารอาหารต่าง ๆ เม่ือรับประทานจะเกิดการเปล่ียนแปลงตามลำดับ คือ ถูกย่อยจากปาก
ผ่านหลอดอาหาร สู่กระเพาะอาหาร และลำไส้ มีการเผาผลาญอาหาร และดูดซึมสารอาหาร
ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เก็บสารอาหารไว้ใช้เม่ือขาดแคลนเป็นไขมัน และเม่ือเหลือใช้แล้ว
จะปลดปล่อยส่วนที่ใช้ไม่ได้ออกมาเป็นกากอาหารต่อไป โภชนาการที่ดีและถูกต้อง ประกอบไปด้วย
อาหาร หมู่ต่าง ๆ ท้ัง 5 หมู่ ซ่ึงประกอบไปด้วยสารอาหาร 5 กลุ่ม โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน
เกลอื แร่ และไขมนั ซ่งึ เปน็ ประโยชน์ต่อร่างกายเมอ่ื เราบรโิ ภคครบท้ัง 5 หมู่ ตามหลักโภชนาการ
ประเดน็ ท่ี 2 “ท่านทราบหรอื ไม่ว่า โภชนาการคอื อะไร และมีความสำคัญอย่างไร”
แนวคำตอบ โภชนาการ คือ การบริโภคอาหารเพ่ือให้ได้ปริมาณและคุณภาพคุณค่าอาหาร
อย่างพอเพียงโดยท่ีสารอาหารต่าง ๆ และพลังงานท่ีได้รับควรจะสมดุลกันไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
เพ่ือที่ร่างกายมีภาวะโภชนาการท่ีดี ไม่เป็นโรคขาดสารอาหารหรือเป็นโรครับสารอาหารเกิน
มีความสำคัญ ดงั นี้
ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 3
1) เสรมิ สรา้ งอวยั วะตา่ ง ๆ ของร่างกายให้เจรญิ เตบิ โต
2) ซอ่ มแซม่ อวัยวะของรา่ งกายท่สี ึกหรอ ทรุดโทรมใหก้ ลบั มาคงสภาพดี
3) ชว่ ยควบคมุ การกระต้นุ อวัยวะตา่ ง ๆ ของรา่ งกายใหท้ ำหน้าท่ีปกติ
4) ชว่ ยป้องกนั และต้านทานโรค
หลงั จากนน้ั ผู้จัดกิจกรรมเปิดคลิปวดิ ีโอใหผ้ ู้รบั บรกิ ารชม เร่ือง “อาหารหลกั 5 หมู่”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=A2kwriTV7ec&t=30s เวลา 2.00 นาที จากนั้นให้
ผูร้ บั บริการตอบคำถามจำนวน 2 ประเดน็ ดังนี้
ประเดน็ ท่ี 1 “ทา่ นได้เรยี นรู้อะไร จากคลปิ วีดโี อนี้”
แนวคำตอบ ไดเ้ รียนรู้เกย่ี วกบั อาหารหลกั 5 หมู่ และประโยชนข์ องอาหารหลัก 5 หมู่ ดังนี้
อาหารหมทู่ ี่ 1 โปรตีน เชน่ เนอื้ สัตว์ นม ไข่ ถวั่ ชว่ ยให้ร่างกายเจรญิ เตบิ โตและ
ซอ่ มแซมส่วนทส่ี กึ หรอ
อาหารหมู่ท่ี 2 คาโบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือกมัน ช่วยให้พลังงาน
และความอบรมแกร่ า่ งกาย
อาหารหมู่ที่ 3 เกลือแร่ หรือแร่ธาตุ เช่น พืชผักต่าง ๆ (กินผักหลายหลายสี)
ชว่ ยให้อวยั วะทกุ ส่วนทำงานไดอ้ ย่างปกติ สร้างภูมติ า้ นทานโรค ระบบขับถ่ายเป็นปกติ
อาหารหมู่ท่ี 4 วิตามิน เช่น ผลไม้ต่าง ๆ ช่วยให้อวัยวะทุกส่วนทำงานได้อย่าง
ปกติ สร้างภมู ติ ้านทานโรคผวิ พรรณสดใส สุขภาพปากและฟันดี
อาหารหลักหมู่ที่ 5 ไขมัน เช่น น้ำมัน ไขมันจากพืช และจากสัตว์ ช่วยให้
พลงั งานและให้ความอบอนุ่ แก่รา่ งกาย
ประเด็นท่ี 2 “ทา่ นคิดวา่ โภชนาการ มคี วามสำคัญกบั มนษุ ย์หรอื ไม่ อยา่ งไร”
แนวคำตอบ โภชนาการ มีความสำคัญกับมนุษย์ คือ โภชนาการที่ดีเป็นรากฐานของสุขภาพ
หากบริโภคได้ถูกต้องตามหลักโภชนาการจะส่งผลให้ร่างกายเจริญเติมโตเต็มที่ และเป็นกิจกรรม
ของมนุษย์ในแต่ละวันจำเป็นต้องใช้พลังงาน และสารอาหารท่ีร่างกายได้รับจากการรับประทาน
อาหารในแต่ละม้ือ การรู้จักเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย
จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตอย่างเต็มท่ีสมบูรณ์ และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โภชนาการ
เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับกระบวนการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้ องกับสุขภาพ
และการเจริญเติบโตของส่ิงมีชีวิต หากสภาพร่างกายได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบ และเพียงพอ
ต่อความต้องการ รา่ งกายสามารถนำสารอาหารเหล่าน้ันไปใช้ไดอ้ ย่างเต็มท่ี เรียกว่า ภาวะโภชนาการ
ท่ีดี
ข้นั ตอนท่ี 2 การปฏิบัติและประยกุ ตใ์ ช้ (Implementation : I)
1. ผ้จู ดั กจิ กรรมเช่อื มโยงสงิ่ ที่ได้เรยี นรู้ในขนั้ ตอนที่ 1 ในการนำความรไู้ ปสกู่ ารปฏิบัติ
และประยุกต์ใช้ ผา่ นคลปิ วดิ โี อ โดยผจู้ ัดกจิ กรรมเปิดคลปิ วิดีโอ จำนวน 2 เร่ือง ได้แก่
คลิปที่ 1 เรือ่ ง “อาหารหลัก 5 หมู่”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=A2kwriTV7ec&t=30s เวลา 2.00 นาที
คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 4
คลปิ ที่ 2 เรอ่ื ง “หลกั โภชนาการ”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=sG7x4lP1Sx0 เวลา 4.08 นาที
หลงั จากนน้ั ผ้จู ัดกิจกรรมดำเนินการดงั น้ี
(1) ผ้จู ัดกจิ กรรมบรรยายเนอื้ หาตามใบความรู้ สำหรับ ผู้จดั กจิ กรรม เรื่อง “อาหารหลกั
5 หมู่ และหลกั โภชนาการ” ทั้งนี้ ผจู้ ดั กิจกรรมบรรยายโดยใช้สอื่ คือ นิทรรศการถาวรประกอบคำ
บรรยายในส่วนของผ้รู บั บรกิ ารให้ศึกษาใบความรูส้ ำหรบั ผ้รู ับบรกิ าร ประกอบการบรรยาย
ของผู้จัดกิจกรรม ตามใบความรู้สำหรับผรู้ ับบรกิ าร เรอื่ ง “อาหารและโภชนาการ”
(2) ผู้จัดกิจกรรมอธิบายและสาธิตการปฏิบัติการ “การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย และ
คำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน” ตามใบกิจกรรม สำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง “การคำนวณ
ค่าดัชนีมวลกาย และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน” พร้อมทั้งให้ผู้รับบริการร่วมปฏิบัติ
ในการสาธิตของผู้จัดกิจกรรมด้วย ท้ังนี้เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้แลกเปล่ียนเรียนรู้
โดยให้ผู้รับบริการต้ังประเด็นข้อสงสัย หรือสิ่งท่ีต้องการเรียนรู้ในกระบวนการของการสาธิต
และเช่ือมโยงสกู่ ารนำไปใช้ในชวี ติ จรงิ ของผรู้ ับบรกิ ารตอ่ ไป
2. แบ่งผู้รบั บริการออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 5 - 6 คน ให้ผู้รบั บรกิ าร ในการแตล่ ะกลุ่มลงมือ
ปฏบิ ัติจรงิ โดยผ้รู บั บรกิ ารแตล่ ะกลมุ่ วางแผน และดำเนินการเกีย่ วกับการปฏบิ ตั ิการ การคำนวณค่า
ดัชนมี วลกาย และคำนวณคา่ อัตราการเผาผลาญพลงั งาน เรื่อง “อาหารและโภชนาการ” ตามใบ
กจิ กรรมของผ้รู บั บริการ เร่อื ง “อาหารและโภชนาการ”
ทั้งน้ี ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย
และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน การเลือกอาหารในชีวิตประจำวัน เร่ือง “อาหารและ
โภชนาการ” ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผู้จดั กจิ กรรม เร่ือง “อาหารและโภชนาการ”
3. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เรื่อง “อาหารและ
โภชนาการ”
ท้ังน้ี ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรมแล้วเสร็จ
ตามใบกจิ กรรมสำหรบั ผจู้ ดั กจิ กรรม เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
4. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจัดกิจกรรม เร่ือง “อาหารและโภชนาการ”
ตามใบกจิ กรรมของผรู้ บั บริการ เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
5. ผจู้ ดั กจิ กรรมและผูร้ ับบรกิ ารอภปิ รายและสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกนั
ข้ันตอนที่ 3 การสรุปผลกจิ กรรมการเรยี นรู้ (Conclusions : C)
1. ผู้จัดกิจกรรมสนทนากับผู้รับบริการเก่ียวกับเร่ืองท่ีได้เรียนรู้ตามกิจกรรมการเรียนรู้น้ี
โดยผู้จัดกิจกรรมสุ่มผู้รับ บริการตามความสมัครใจ จำนวน 2 – 3 คน ให้ตอบคำถาม
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
ประเด็น “ท่านจะนำความรู้เรื่อง “อาหารและโภชนาการ” ไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในชีวิต
จริงได้อยา่ งไร”
คูม่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 5
แนวคำตอบ ผรู้ บั บริการสามารถนำความรู้ ท่ีได้รับไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในชีวติ จริง
คอื ผู้รบั บรกิ ารใช้เป็นแนวทางในการเลอื กอาหารท่มี ีประโยชนต์ ่อสุขภาพ และใหพ้ ลังงานและ
ความอบอุ่นแกร่ ่างกาย เพ่ือเสรมิ สรา้ งอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายใหเ้ จรญิ เติบโต ซ่อมแซ่มอวัยวะ
ของร่างกายทสี่ ึกหรอทรุดโทรม ให้กลบั มาคงสภาพดี การรบั ประทานอาหารท่ีดี ยังช่วยควบคุม
การกระตนุ้ อวยั วะ ต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหนา้ ทป่ี กติ ชว่ ยป้องกันและต้านทานโรค
2. ผู้จัดกิจกรรมและผู้รับบริการอภิปรายและสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกันตาม PowerPoint
สำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง “อาหารและโภชนาการ” เพื่อเป็นการสรุปภาพรวมของกิจกรรม
การเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจในกจิ กรรมการเรียนรมู้ ากยง่ิ ขึน้
3. ให้ผู้รับบริการทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง “อาหารและโภชนาการ” จำนวน 10 ข้อ
โดยใชเ้ วลา 10 นาที
4. ให้ผู้รับบริการทำแบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้รับบริการในการเข้าร่วมกิจกรรม
การเรียนรู้ เรื่อง “อาหารและโภชนาการ”
ส่อื วัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง “อาหารและโภชนาการ”
2. ใบความร้สู ำหรับผ้รู ับบริการ เรื่อง “อาหารและโภชนาการ”
3. คลิปวิดโี อใหผ้ รู้ บั บรกิ ารชม เรอ่ื ง “อาหารหลกั 5 หมู่”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=A2kwriTV7ec&t=30s เวลา 2.00 นาที
4. คลปิ วิดีโอ เรื่อง “หลกั โภชนาการ”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=sG7x4lP1Sx0 เวลา 4.08 นาที
5. ใบความรู้และนทิ รรศการถาวร สำหรับผูจ้ ดั กจิ กรรม เรอื่ ง “อาหารและโภชนาการ”
6. ใบความรู้สำหรบั ผ้รู ับบริการ เรื่อง “อาหารและโภชนาการ”
7. ใบความรู้สำหรับผู้จัดกจิ กรรม เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
8. ใบกจิ กรรมของผรู้ บั บรกิ าร เร่ือง “อาหารและโภชนาการ”
9. ใบกจิ กรรมสำหรบั ผ้จู ดั กจิ กรรม เร่อื ง “อาหารและโภชนาการ”
10. PowerPoint เร่ือง การสรุปผลการเรยี นรู้ “อาหารและโภชนาการ”
11. บทสรุปประกอบ PowerPoint สำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง การสรุปผลการเรียนรู้
“อาหารและโภชนาการ”
12. ใบกจิ กรรมของผูร้ ับบริการ เร่อื ง “อาหารและโภชนาการ”
13. แบบทดสอบหลงั เรียน เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
14. แบบประเมนิ ความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ เร่อื ง “อาหาร
และโภชนาการ”
คูม่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 6
การวัดและประเมินผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม ความตั้งใจ ความสนใจของผู้รบั บริการ
2. ผลการทดสอบก่อนและหลังเรยี น
3. ผลการออกแบบและสรา้ งสรรค์นวตั กรรมและสิง่ ท่ตี ้องการพฒั นา/ช้ินงาน/ผลงาน
4. ผลการประเมินความพึงพอใจของผ้รู ับบรกิ าร
ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 7
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ผลการใช้แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. จำนวนเนื้อหากบั จำนวนเวลา
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม
ระบุเหตุผล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเรยี งลำดบั เนื้อหากบั ความเข้าใจของผรู้ บั บรกิ าร
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม
ระบุเหตุผล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การนำเข้าส่บู ทเรยี นกบั เนอ้ื หาแต่ละหัวขอ้
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม
ระบุเหตุผล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. วธิ ีการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้กับเนอ้ื หาในแตล่ ะขอ้
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม
ระบุเหตผุ ล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 8
5. การประเมินผลกับวัตถุประสงคใ์ นแต่ละเนอ้ื หา
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม
ระบุเหตุผล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลการเรยี นรู้ของผูร้ บั บรกิ าร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ของผจู้ ัดกิจกรรม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คูม่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 9
รายละเอยี ดสอ่ื วสั ดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ ง “อาหารและโภชนาการ”
2. ใบความร้สู ำหรบั ผู้รบั บรกิ าร เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
3. คลปิ วิดโี อใหผ้ ู้รับบริการชม เร่อื ง “อาหารหลัก 5 หมู่” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=A2kwriTV7ec&t=30s เวลา 2.00 นาที
4. คลิปวดิ โี อ เรอื่ ง “หลักโภชนาการ” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=sG7x4lP1Sx0 เวลา 4.08 นาที
5. ใบความรู้และนทิ รรศการถาวร สำหรับผจู้ ดั กิจกรรม เรอ่ื ง “อาหารและโภชนาการ”
6. ใบความร้สู ำหรับผู้รบั บริการ เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
7. ใบความรสู้ ำหรบั ผูจ้ ดั กจิ กรรม เรื่อง “อาหารและโภชนาการ”
8. ใบกิจกรรมของผู้รับบรกิ าร เร่อื ง “อาหารและโภชนาการ”
9. ใบกิจกรรมสำหรบั ผูจ้ ัดกจิ กรรม เร่ือง “อาหารและโภชนาการ”
10. PowerPoint เร่ือง การสรปุ ผลการเรยี นรู้ “อาหารและโภชนาการ”
11. บทสรุปประกอบ PowerPoint สำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง การสรุปผลการเรียนรู้
“อาหารและโภชนาการ”
12. ใบกิจกรรมของผรู้ บั บรกิ าร เรื่อง “อาหารและโภชนาการ”
13. แบบทดสอบหลงั เรียน เร่อื ง “อาหารและโภชนาการ”
14. แบบประเมินความพึงพอใจในการเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง “อาหาร
และโภชนาการ”
คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 10
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เร่ือง อาหารและโภชนาการ
คำช้แี จง แบบทดสอบก่อนเรยี น เปน็ แบบปรนัย จำนวนทง้ั หมด 10 ข้อ เวลา 10 นาที
คำสง่ั จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) หน้าข้อท่ีถกู ต้องทสี่ ุด เพียงข้อเดยี ว
1. ขอ้ ใดกลา่ วถึงความสำคญั ของอาหาร ได้ถกู ต้อง
ก. อาหารท่ีดีทำให้เกิดโรครา้ ย
ข. อาหารทดี่ ีทำให้ภูมิค้มุ กนั ลดลง
ค. อาหารทำให้ไมม่ ีความตา้ นทานโรค
ง. อาหาร 5 หมู่ทำใหร้ ่างกายเจริญเตบิ โต แข็งแรง
2. สารอาหารทส่ี ำคัญตอ่ รา่ งกาย แบง่ ออกเป็นกหี่ มู่
ก. 4 หมู่
ข. 5 หมู่
ค. 6 หมู่
ง. 7 หมู่
3. โภชนาการ หมายถึง อะไร
ก. การถนอมอาหาร
ข. การยอ่ ยอาหารของร่างกาย
ค. การได้อาหารท่เี พียงพอและถูกสัดสว่ น
ง. การไดร้ บั ประทานอาหารเปน็ จำนวนมาก
4. โภชนาการ มีความสำคัญอยา่ งไร
ก. ชะลอความชราได้ดี
ข. ปอ้ งกนั และต้านทานโรคโควดิ 2019
ค. สามารถช่วยให้วิ่งไดเ้ รว็ มาก
ง. ใหพ้ ลงั งานและสรา้ งความอบอนุ่ ให้แก่ร่างกาย
5. ประเภทของอาหาร ข้อใดไมส่ มั พันธ์กัน
ก. อาหาร หมู่ท่ี 1 ใหส้ ารอาหารประเภทโปรตนี
ข. อาหาร หมู่ท่ี 2 ใหส้ ารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
ค. อาหาร หมู่ที่ 3 และ 4 ใหส้ ารอาหารประเภทเกลือแร่
ง. อาหาร หมทู่ ่ี 4 ให้สารอาหารประเภทไขมันและคารโ์ บไฮเดรต
คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 11
6. สารอาหาร กลุม่ โปรตีน ได้จากอาหารใด
ก. ผักใบเขียว
ข. นำ้ มนั มะพร้าว
ค. ข้าวเหนยี ว ขา้ วเจ้า
ง. เนอื้ วัว เน้อื หมู เนอื้ แกะ
7. ขอ้ ปฏบิ ตั กิ ารกนิ อาหารเพ่ือสุขภาพทดี่ ี ควรเป็นอย่างไร
ก. กนิ จุ
ข. กนิ เรว็
ค. กินช้า ๆ เคีย้ วใหล้ ะเอยี ด
ง. กินอาหารทะเลทกุ ๆ วัน
8. นายณเดช มีส่วนสูง 172 เซนติเมตร มนี ำ้ หนักตัว 65 กโิ ลกรมั จงคำนวนหาค่า BMI จะได้คา่ เทา่ ไร
สตู รการคำนวณหาคา่ ดัชนีมวลกาย (BMI) = นำ้ หนกั ตวั (กิโลกรมั )
สว่ นสงู (เมตร)2
ก. 21.97
ข. 21.98
ค. 21.99
ง. 22.00
9. Body Mass Index ตรงกับขอ้ ใด
ก. การวดั ความกว้างเอว
ข. การวดั ระดับความสงู
ค. การคำนวนคา่ ดชั นมี วลกาย
ง. การคำนวนคา่ อัตราการตาย
10. การคำนวณหาคา่ (BMR) คอื อะไร
ก. การคำนวนอัตราค่าโดยสารรถไฟ
ข. การคำนวนอตั ราการเผาผลาญอาหาร
ค. การคำนวนอตั ราการเจรญิ เติบโตของร่างกาย
ง. การคำนวนอตั ราการเจริญเติบโตของเศษฐกิจ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1. ง 2. ข 3. ค 4. ง 5. ง 6. ง 7. ค 8. ค 9. ค 10. ข
คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 12
ใบความรสู้ ำหรบั ผ้รู บั บริการ
เรือ่ ง อาหารและโภชนาการ
การเรียนรู้ เรื่อง “อาหารและโภชนาการ” เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ
ท่ีมีผลต่อสุขภาพ ซ่ึงสามารถจำแนกประเภทของสารอาหารได้เป็น 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน
คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วติ ามนิ และไขมัน โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้
1. ความหมาย และความสำคัญของอาหารและโภชนาการ
1.1 ความหมายของอาหารและโภชนาการ
1.2 ความสำคญั ของอาหารและโภชนาการ
2. ประเภทคณุ ค่าของสารอาหาร
2.1 โปรตีน
2.2 คาร์โบไฮเดรต
2.3 เกลอื แร่
2.4 วติ ามนิ
2.5 ไขมัน
3. การคำนวณคา่ ดัชนมี วลกาย และการคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลงั งาน
3.1 การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI)
3.2 การคำนวณคา่ อตั ราการเผาผลาญพลงั าน (Basal Metabolic Rate : BMR)
1. ความหมาย ความสำคญั ของอาหารและโภชนาการ
1.1 ความหมายของอาหารและโภชนาการ
อาหาร (Food) หมายถึง ส่ิงต่าง ๆ ที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นพิษ
และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เกิดพลังงานท่ีช่วยในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
และใหค้ วามอบอ่นุ แกร่ ่างกาย ตลอดจนชว่ ยให้รา่ งกายเจรญิ เติบโตและช่วยซอ่ มแซมส่วนท่สี ึกหรอ
โภชนาการ (Nutrition) หมายถึง อาหาร (Food) ท่ีเข้าสู่ร่างกายคนแล้วร่างกาย
สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในด้านการเจริญเติบโต การค้ำจุน และการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย โภชนาการมีความหมายกว้างกว่า และต่างจากคำว่า อาหาร เพราะอาหารที่กินกัน
อยู่ทุกวันนม้ี ีผลตา่ งกนั อาหารหลายชนิดทก่ี ินแลว้ รูส้ กึ อิม่ แตไ่ ม่มีประโยชนห์ รือกอ่ โทษต่อรา่ งกาย
1.2 ความสำคัญของอาหารและโภชนาการ มีดงั น้ี
1.2.1 ใหพ้ ลงั งานและความอบอ่นุ แก่ร่างกาย
1.2.2 เสริมสร้างอวยั วะตา่ งๆ ของรา่ งกายให้เจริญเติบโต
1.2.3 ซ่อมแซม่ อวยั วะของร่างกายทีส่ ึกหรอ ทรดุ โทรมใหก้ ลบั มาคงสภาพดี
1.2.4 ช่วยควบคุมการกระตนุ้ อวยั วะต่างๆ ของร่างกายใหท้ ำหนา้ ทป่ี กติ
1.2.5 ช่วยปอ้ งกันและต้านทานโรค
คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 13
2. ประเภทคุณคา่ ของสารอาหาร มีดังนี้
2.1. โปรตีน เป็นธาตุอาหารท่ีสำคัญท่สี ุด ให้พลังงานซึ่งจำเปน็ ต่อการทำงาน ช่วยซอ่ มแซม
ส่วนท่ีสึกหรอ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต เป็นอันดับสองรองจากน้ำ แหล่งอาหารที่ให้โปรตีน ได้แก่
เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถัว่ เชน่ ถ่วั เหลือง เมล็ดธัญพืช นอกจากน้ี จุลนิ ทรยี ์ เชน่ ยีสต์ สาหร่าย เหด็ หนอน
แมลงท่ีกินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตนี ทดี่ ี
ประโยชน์ของโปรตีน คือ มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในร่างกายให้ผิว
มีความยืดหยุ่นปกป้องร้ิวรอยก่อนวัย ช่วยประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดเป็นเนื้อเดียวกัน และยังช่วย
เพ่ิมความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บ สร้างกล้ามเนื้อเนื้อให้แข็งแรง ช่วยลดการแข็งตัวของเลือด
ต่อการฟ้ืนตัวของร่างกาย รวมท้ังเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายระบบย่อยอาหาร
สารคัดหลั่งจากกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็กช่วยย่อย และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
รปู ภาพ อาหารกลมุ่ โปรตีน
แหลง่ ทมี่ า : https://www.hongthongrice.com
2.2 คาร์โบไฮเดรต สารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานท่ีสำคัญ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน
และคาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานเท่ากับ 4 แคลอรี แหล่งอาหารท่ีให้
คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด พืชหัว เช่น มันฝร่ัง มันเทศ
มนั สำปะหลงั ถวั่ เมล็ดแหง้ เชน่ ถั่วเขยี ว น้ำตาลขา้ ว ขนมปัง
ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต คือ ให้พลังงานและความร้อน (1 กรัม ให้พลังงาน
4 แคลอรี่) ช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์มากท่ีสุด ส่วนที่เหลือใช้จะเปล่ียนเป็นไขมันสะสม
ในร่างกาย
รปู ภาพ อาหารกลมุ่ คาร์โบไฮเดรต
แหลง่ ท่ีมา : https://www.hongthongrice.com
คมู่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 14
2.3 เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารท่ีร่างกายต้องการ และขาดไม่ได้ เพราะเป็น
ส่วนประกอบของอวัยวะ และกล้ามเน้ือ เช่น กระดูก ฟนั เลือด บางชนิดเปน็ สว่ นของการเจริญเติบโต
ในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงาน
ของอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำหน้าที่ปกติ เช่น การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท การแข็งตัว
ของเลือด การควบคุมความสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย แหล่งอาหารท่ีให้
เกลือแรห่ รือแรธ่ าตุ ได้แก่ พชื ผกั ชนิดตา่ ง ๆ
ประโยชน์ของเกลือแร่หรือแร่ธาตุ คือ ช่วยให้ความแข็งแรงของกล้ามเน้ือ ฟัน
ผิวพรรณสดใส ระบบการยอ่ ย และการขบั ถ่ายเปน็ ปกติ
รูปภาพ อาหารกลมุ่ เกลือแร่
แหลง่ ทม่ี า : https://www.hongthongrice.com
2.4 วิตามิน สารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้
ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งเป็น 2 จำพวก ได้แก่
วติ ามินทีล่ ะลายในน้ำ ไดแ้ ก่ วิตามนิ ซี และวิตามินบีรวม วิตามินที่ละลายในไขมัน ไดแ้ ก่ วิตามนิ เอ ดี
อี เค แหล่งอาหารท่ใี ห้วติ ามิน ได้แก่ ผลไม้ ชนิดตา่ ง ๆ
ประโยชน์ของวิตามิน คือ บำรุงสุขภาพเหงือก และฟัน สุขภาพปาก ผิวหนัง
ให้สดชืน่ ช่วยใหร้ ะบบการยอ่ ยและการขับถา่ ยเปน็ ปกติ
รูปภาพ อาหารกลุ่มวิตามนิ
แหลง่ ทีม่ า : https://www.hongthongrice.com
คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 15
2.5 ไขมัน ให้พลังงาน ส่วนประกอบหลักคือ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ไขมัน 1 กรัม
ให้พลังงานเท่ากับ 9 แคลอรี ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงาน 4 แคลอรี แหล่งอาหาร
ที่ให้ไขมัน ได้จากพืชผัก และเน้ือสัตว์ ท่ีประกอบไปด้วยไขมันอ่ิมตัว และไขมันไม่อิ่มตัว ในสัดส่วนท่ี
ต่างกัน แต่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ดังน้ันจึงแนะนำว่าการจำกัดไขมันท้ัง 2 ชนิดรวมกัน ในการ
บริโภคอาหารไม่ให้เกิน 30% ของพลังงานที่ร่างกายได้รับท้ังหมดต่อวัน ไขมันอิ่มตัว เรียกง่าย ๆ
ว่า ไขมนั ไม่ดี เป็นไขมันจากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไขมันสัตว์ ไขมันที่แทรกในเนื้อสัตว์ นม
เนย ไขมันกลุ่มน้ีรวม ไขมันคอเลสเตอรอล และไขมันไตรกลีเซรายด์ไขมันไม่อิ่มตัว เรียกง่าย ๆ
ว่า ไขมันดี เปน็ ไขมันท่ีไดจ้ ากพืช ยกเว้น พชื บางชนิด เช่น กะทิ และน้ำมันปาลม์ ประโยชน์ของไขมัน
ช่วยในการดูดซึมของวิตามินท่ีละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี และวิตามินเค
ให้ความอบอ่นุ แก่ร่างกาย นอกจากนย้ี งั ชว่ ยปอ้ งกนั การกระทบกระเทือนของอวยั วะภายในอีกด้วย
รูปภาพ อาหารกลุ่มไขมัน
แหล่งที่มา : https://www.hongthongrice.com
3. การคำนวณค่าดชั นีมวลกาย และการคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลงั งาน
3.1 การคำนวณคา่ ดัชนมี วลกาย (Body Mass Index : BMI)
ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) คือ ค่าความหนาของร่างกาย ใช้เป็น
มาตรฐานในการประเมินภาวะอ้วนหรือผอมในผู้ใหญ่ต้ังแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งคำนวณได้จาก การใช้
น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม และหารด้วยส่วนสูงที่วัดเป็นเมตรยกกำลังสอง ซ่ึงใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
ดังสูตรต่อไปนี้
สตู รคำนวณหาดชั นมี วลกาย
ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) = นำ้ หนกั ตัว (กโิ ลกรมั )
ส่วนสูง (เมตร)2
ยกตัวอย่าง เชน่ ถา้ คุณมนี ้ำหนกั 60 กโิ ลกรัม และสงู 155 เซนติเมตร คำนวณหาค่า
ดชั นีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) ได้ดังน้ี
ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 16
คา่ ดชั นีมวลกาย (BMI) = นำ้ หนักตวั (กิโลกรัม)
ส่วนสงู (เมตร)2
แทนคา่ ในสตู ร ดงั นี้
ค่าดัชนมี วลกาย (BMI) = 60 (กิโลกรัม)
(1.55) 2
ดงั นน้ั คา่ ดชั นีมวลกาย (BMI) = 25.39
ตารางเกณฑ์มาตรฐานคา่ ดชั นมี วลกาย (BMI) สำหรับคนทวีปเอเชีย
เกณฑม์ าตรฐานคา่ ดัชนมี วลกาย (BMI) สำหรับคนทวีปเอเชีย
Body Mass Index ภาวะนำ้ หนกั ตัว
18.50 นำ้ หนกั ต่ำกว่าเกณฑ์
18.50 – 22.90 สมสว่ น
23.00 – 24.90 น้ำหนักเกิน
25.00 – 29.90 โรคอ้วน
มากวา่ 30 โรคอว้ นอนั ตราย
จากตัวอย่างข้างต้น BMI 25.39 สำหรับคนไทย (ชาวเอเชีย) จะอยู่ในช่วงของ
25.00 - 29.99 ซ่ึงจัดได้วา่ เข้าข่ายอว้ น สำหรับตารางดัชนมี วลกายนส้ี าเหตุท่ีจำเปน็ ต้องแยกระหวา่ ง
ชาวอเมรกิ นั ยโุ รป แอฟรกิ ัน และชาวเอเชีย เนื่องจากคนเอเชียจะมีรูปร่างสรีระทเ่ี ล็กกวา่ ชาวอเมรกิ ัน
ยุโรป และแอฟริกันมาก จึงจำเป็นต้องปรับช่วงของดัชนีมวลกายให้ตรงกับโครงสร้างร่างกายของคน
เอเชียเพอื่ ความถกู ต้อง
จากข้อมูลดัชนีมวลกายองค์การอนามัยโลกทำการศึกษาพบว่าคนเอเชียท่ีมีค่าดัชนี
มวลกายมากกว่า 23 เป็นต้นไป จะมีความเส่ียงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มข้ึนหรือแปลได้ว่าถ้าคุณ
นำ้ หนักเกินก็มโี อกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลอื ดหัวใจได้งา่ ยขน้ึ น่ันเอง
การได้อาหารท่ีเพียงพอ และถูกสัดส่วนเป็นสิ่งจำเป็นท่ีสุดสำหรับมนุษย์ เพ่ือให้มี
สขุ ภาพที่แข็งแรง ประเทศใดก็ตามที่ประชาชนท่ีกินดีย่อมมีภาวะโภชนาการที่สมบูรณ์ และได้เปรียบ
มีขุมพลังในการพัฒนาประเทศ ถ้าหากประชาชนสนใจและเข้าใจในเร่ืองโภชนาการ สามารถนำ
ความรู้ทไ่ี ด้รบั ไปประยกุ ตใ์ ช้ เป็นประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวันของตนเอง
คมู่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 17
3.2 การคำนวณคา่ อัตราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR)
อัตราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR) คือ อัตราการความ
ต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวนั หรอื จำนวนแคลอรข่ี ั้นตำ่ ทต่ี อ้ งการใช้ในชีวิตแตล่ ะวนั
ดังน้ัน การคำนวณ BMR จะช่วยให้เราคำนวณปริมาณแคลอร่ีที่ใช้ต่อวันเพ่ือรักษา
น้ำหนักปัจจุบันได้ และเมื่ออายุมากขึ้นเราจะควบคุมน้ำหนักได้ยากข้ึน เพราะ BMR เราลดลง
การอดอาหารก็เป็นสาเหตุหนึ่งท่ีทำให้ BMR ลดลง วิธีป้องกันคือ “หมั่นออกกำลังกาย” เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพของการเผาผลาญ ซึ่งจะทำให้ BMR ไมล่ ดลงเร็วเกินไป
สูตรการคำนวณคา่ อตั ราการเผาผลาญของรา่ งกายในชีวิตประจำวนั คอื
สำหรบั ผ้ชู าย
BMR = 66 + (13.7 x นำ้ หนักตวั เปน็ กโิ ลกรัม) + (5 x ส่วนสงู เปน็ เซนติเมตร) - (6.8 x อาย)ุ
สำหรบั ผหู้ ญิง
BMR = 665 + (9.6 x นำ้ หนักตัวเป็นกโิ ลกรมั ) + (1.8 x สว่ นสงู เปน็ เซนติเมตร) - (4.7 x อายุ)
ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าคุณสมหญิงมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม และสูง 155 เซนติเมตร มีอายุ 30 ปี
ให้คำนวณหาคา่ อตั ราการเผาผลาญพลงั าน (Basal Metabolic Rate : BMR) ไดด้ ังน้ี
สูตรการคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน สำหรับผหู้ ญิง คอื
BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนักตวั เป็นกโิ ลกรมั ) + (1.8 x ส่วนสูงเปน็ เซนตเิ มตร) - (4.7 x อาย)ุ
แทนคา่ ในสตู ร ดังน้ี
BMR = 665 + (9.6 x 60 กโิ ลกรมั ) + (1.8 x 155 เซนติเมตร) - (4.7 x 30 ปี)
= 1379
ดังน้ัน คา่ อัตราการเผาผลาญพลงั าน (BMR) = 1379 กโิ ลแคลอรี่
สังเกตได้ว่าน้ำหนัก ส่วนสูง และอายุมีผลต่อการเผาผลาญพลังงาน เม่ือหาค่า BMR (Basal
Metabolic Rate) มาแล้วเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าเรามีการการเผาผลาญพลังงานโดยไม่ทำกิจกรรม
อะไรเลยเท่าไร แต่หากเรามีกิจกรรมอย่างออกกำลังกายจะมีการเผาผลาญพลังงานโดยคำนวณได้
ดังนี้
การเผาผลาญพลังงานโดยปกติ = BMR x ตวั แปร
โดยตัวแปรของเราจะขึ้นอยกู่ บั การออกกำลงั ของเราดังนี้
1. นัง่ ทำงานอยกู่ บั ที่ และไม่ได้ออกกำลงั กายเลย = BMR x 1.2
2. ออกกำลังกายหรอื เล่นกฬี าเล็กนอ้ ย ประมาณอาทิตย์ละ 1-3 วัน = BMR x 1.375
3. ออกกำลงั กายหรือเลน่ กีฬาปานกลาง ประมาณอาทิตยล์ ะ 3-5 วัน = BMR x 1.55
4. ออกกำลังกายหรอื เล่นกฬี าอย่างหนกั ประมาณอาทิตย์ละ 6-7 วนั = BMR x 1.725
5. ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอยา่ งหนกั ทุกวันเชา้ เยน็ = BMR x 1.9
คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 18
ใบความรู้สำหรับผจู้ ัดกจิ กรรม
เรอ่ื ง อาหารและโภชนาการ
การเรียนรู้ เรื่อง “อาหารและโภชนาการ” เป็นการเรียนรู้เก่ียวกับอาหารและโภชนาการ
ท่ีมีผลต่อสุขภาพ ซึ่งสามารถจำแนกประเภทของสารอาหารได้เป็น 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน
คาร์โบไฮเดรต เกลอื แร่ วิตามนิ และไขมัน โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี
1. ความหมาย และความสำคัญของอาหารและโภชนาการ
1.1 ความหมายของอาหารและโภชนาการ
1.2 ความสำคญั ของอาหารและโภชนาการ
2. ประเภทคณุ คา่ ของสารอาหาร
2.1 โปรตนี
2.2 คาร์โบไฮเดรต
2.3 เกลือแร่
2.4 วติ ามนิ
2.5 ไขมนั
3. การคำนวณคา่ ดชั นีมวลกาย และการคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลงั งาน
3.1 การคำนวณคา่ ดชั นีมวลกาย (Body Mass Index : BMI)
3.2 การคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR)
1. ความหมาย ความสำคญั ของอาหารและโภชนาการ
1.1 ความหมายของอาหารและโภชนาการ
อาหาร (Food) หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นพิษ
และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เกิดพลังงานที่ช่วยในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
และใหค้ วามอบอุน่ แก่ร่างกาย ตลอดจนชว่ ยใหร้ า่ งกายเจรญิ เตบิ โตและชว่ ยซอ่ มแซมส่วนท่สี กึ หรอ
โภชนาการ (Nutrition) หมายถึง อาหาร (Food) ท่ีเข้าสู่ร่างกายคนแล้วร่างกาย
สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในด้านการเจริญเติบโต การค้ำจุน และการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย โภชนาการมีความหมายกว้างกว่า และต่างจากคำว่า อาหาร เพราะอาหารที่กินกัน
อยู่ทุกวนั นีม้ ีผลต่างกัน อาหารหลายชนิดที่กินแลว้ รู้สึกอ่ิม แต่ไม่มปี ระโยชน์หรือกอ่ โทษตอ่ ร่างกาย
1.2 ความสำคัญของอาหารและโภชนาการ มีดังน้ี
1.2.1 ให้พลังงานและความอบอุ่นแกร่ า่ งกาย
1.2.2 เสริมสรา้ งอวัยวะต่างๆ ของร่างกายใหเ้ จรญิ เตบิ โต
1.2.3 ซ่อมแซ่มอวัยวะของร่างกายที่สกึ หรอ ทรดุ โทรมใหก้ ลบั มาคงสภาพดี
1.2.4 ช่วยควบคุมการกระตนุ้ อวยั วะตา่ งๆ ของร่างกายใหท้ ำหนา้ ท่ปี กติ
1.2.5 ช่วยปอ้ งกนั และตา้ นทานโรค
ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 19
2. ประเภทคณุ ค่าของสารอาหาร มดี งั นี้
2.1. โปรตีน เป็นธาตุอาหารที่สำคญั ทีส่ ดุ ให้พลังงานซึ่งจำเปน็ ต่อการทำงาน ช่วยซ่อมแซม
ส่วนที่สึกหรอ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต เป็นอันดับสองรองจากน้ำ แหล่งอาหารท่ีให้โปรตีน ได้แก่
เน้อื สัตว์ นม ไข่ ถวั่ เช่น ถว่ั เหลือง เมลด็ ธัญพืช นอกจากนี้ จลุ ินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ด หนอน
แมลงทีก่ ินไดก้ ็เป็นแหลง่ ของโปรตีนทด่ี ี
ประโยชน์ของโปรตีน คือ มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ช้ันผิวหนังในร่างกายให้ผิว
มีความยืดหยุ่นปกป้องร้ิวรอยก่อนวัย ช่วยประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดเป็นเนื้อเดียวกัน และยังช่วย
เพ่ิมความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บ สร้างกล้ามเน้ือเนื้อให้แข็งแรง ช่วยลดการแข็งตัวของเลือด
ต่อการฟื้นตัวของร่างกาย รวมท้ังเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายระบบย่อยอาหาร
สารคัดหล่ังจากกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็กช่วยย่อย และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ
รูปภาพ อาหารกลุ่มโปรตีน
แหล่งท่มี า : https://www.hongthongrice.com
2.2 คาร์โบไฮเดรต สารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานท่ีสำคัญ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน
และคาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานเท่ากับ 4 แคลอรี แหล่งอาหารที่ให้
คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด พืชหัว เช่น มันฝรั่ง มันเทศ
มันสำปะหลัง ถ่วั เมลด็ แห้ง เช่น ถว่ั เขยี ว น้ำตาลขา้ ว ขนมปงั
ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต คือ ให้พลังงานและความร้อน (1 กรัม ให้พลังงาน
4 แคลอรี่) ช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์มากที่สุด ส่วนที่เหลือใช้จะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม
ในรา่ งกาย
รปู ภาพ อาหารกลุม่ คารโ์ บไฮเดรต
แหล่งท่ีมา : https://www.hongthongrice.com
คมู่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 20
2.3 เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ และขาดไม่ได้ เพราะเป็น
ส่วนประกอบของอวัยวะ และกล้ามเนือ้ เช่น กระดกู ฟัน เลือด บางชนิดเปน็ สว่ นของการเจริญเติบโต
ในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงาน
ของอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำหน้าท่ีปกติ เช่น การทำงานของกล้ามเน้ือและระบบประสาท การแข็งตัว
ของเลือด การควบคุมความสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย แหล่งอาหารท่ีให้
เกลือแรห่ รือแรธ่ าตุ ได้แก่ พชื ผกั ชนดิ ตา่ ง ๆ
ประโยชน์ของเกลือแร่หรือแร่ธาตุ คือ ช่วยให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน
ผิวพรรณสดใส ระบบการย่อย และการขบั ถา่ ยเปน็ ปกติ
รปู ภาพ อาหารกล่มุ เกลือแร่
แหลง่ ทีม่ า : https://www.hongthongrice.com
2.4 วิตามิน สารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้
ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งเป็น 2 จำพวก ได้แก่
วติ ามินทีล่ ะลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวติ ามนิ บีรวม วิตามินท่ีละลายในไขมัน ไดแ้ ก่ วิตามิน เอ ดี
อี เค แหล่งอาหารที่ให้วติ ามิน ไดแ้ ก่ ผลไม้ ชนดิ ต่าง ๆ
ประโยชน์ของวิตามิน คือ บำรุงสุขภาพเหงือก และฟัน สุขภาพปาก ผิวหนัง
ให้สดชืน่ ช่วยให้ระบบการยอ่ ยและการขับถา่ ยเป็นปกติ
รูปภาพ อาหารกล่มุ วิตามิน
แหล่งท่ีมา : https://www.hongthongrice.com
คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 21
2.5 ไขมัน ให้พลังงาน ส่วนประกอบหลักคือ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ไขมัน 1 กรัม
ให้พลังงานเท่ากับ 9 แคลอรี ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงาน 4 แคลอรี แหล่งอาหาร
ที่ให้ไขมัน ได้จากพืชผัก และเน้ือสัตว์ ท่ีประกอบไปด้วยไขมันอ่ิมตัว และไขมันไม่อิ่มตัว ในสัดส่วนที่
ต่างกัน แต่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ดังน้ันจึงแนะนำว่าการจำกัดไขมันท้ัง 2 ชนิดรวมกัน ในการ
บริโภคอาหารไม่ให้เกิน 30% ของพลังงานที่ร่างกายได้รับทั้งหมดต่อวัน ไขมันอิ่มตัว เรียกง่าย ๆ
ว่า ไขมันไม่ดี เป็นไขมันจากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไขมันสัตว์ ไขมันท่ีแทรกในเนื้อสัตว์ นม
เนย ไขมันกลุ่มน้ีรวม ไขมันคอเลสเตอรอล และไขมันไตรกลีเซรายด์ไขมันไม่อิ่มตัว เรียกง่าย ๆ
ว่า ไขมันดี เปน็ ไขมันท่ีไดจ้ ากพืช ยกเว้น พืชบางชนิด เช่น กะทิ และน้ำมันปาล์มประโยชน์ของไขมัน
ช่วยในการดูดซึมของวิตามินท่ีละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี และวิตามินเค
ให้ความอบอ่นุ แก่ร่างกาย นอกจากน้ียงั ชว่ ยปอ้ งกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายในอีกดว้ ย
รูปภาพ อาหารกลุ่มไขมัน
แหล่งที่มา : https://www.hongthongrice.com
3. การคำนวณค่าดชั นีมวลกาย และการคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน
3.1 การคำนวณคา่ ดัชนมี วลกาย (Body Mass Index : BMI)
ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) คือ ค่าความหนาของร่างกาย ใช้เป็น
มาตรฐานในการประเมินภาวะอ้วนหรือผอมในผู้ใหญ่ต้ังแต่อายุ 20 ปีข้ึนไป ซ่ึงคำนวณได้จาก การใช้
น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม และหารด้วยส่วนสูงท่ีวัดเป็นเมตรยกกำลังสอง ซึ่งใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
ดังสูตรต่อไปนี้
สูตรคำนวณหาดชั นมี วลกาย
ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตวั (กโิ ลกรมั )
สว่ นสงู (เมตร)2
ยกตัวอย่าง เชน่ ถา้ คณุ มนี ้ำหนกั 60 กิโลกรัม และสูง 155 เซนตเิ มตร คำนวณหาคา่
ดชั นีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) ไดด้ ังน้ี
ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 22
คา่ ดัชนีมวลกาย (BMI) = นำ้ หนักตวั (กิโลกรัม)
ส่วนสงู (เมตร)2
แทนคา่ ในสตู ร ดงั น้ี
ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) = 60 (กิโลกรมั )
(1.55)2
ดังน้นั คา่ ดชั นีมวลกาย (BMI) = 25.39
ตารางเกณฑม์ าตรฐานค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สำหรับคนทวีปเอเชีย
เกณฑม์ าตรฐานค่าดชั นมี วลกาย (BMI) สำหรับคนทวปี เอเชีย
Body Mass Index ภาวะนำ้ หนักตวั
18.50 นำ้ หนกั ต่ำกว่าเกณฑ์
18.50 – 22.90 สมส่วน
23.00 – 24.90 นำ้ หนักเกนิ
25.00 – 29.90 โรคอ้วน
มากว่า 30 โรคอว้ นอันตราย
จากตัวอย่างข้างต้น BMI 25.39 สำหรับคนไทย (ชาวเอเชีย) จะอยู่ในช่วงของ
25.00 - 29.99 ซ่ึงจัดได้วา่ เข้าข่ายอ้วน สำหรบั ตารางดชั นมี วลกายนี้สาเหตทุ ่ีจำเปน็ ต้องแยกระหวา่ ง
ชาวอเมรกิ นั ยโุ รป แอฟรกิ นั และชาวเอเชยี เนื่องจากคนเอเชียจะมีรปู รา่ งสรีระท่เี ลก็ กว่าชาวอเมริกัน
ยุโรป และแอฟริกันมาก จึงจำเป็นต้องปรับช่วงของดัชนีมวลกายให้ตรงกับโครงสร้างร่างกายของคน
เอเชียเพอื่ ความถกู ตอ้ ง
จากข้อมูลดัชนีมวลกายองค์การอนามัยโลกทำการศึกษาพบว่าคนเอเชียท่ีมีค่าดัชนี
มวลกายมากกว่า 23 เป็นต้นไป จะมีความเส่ียงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นหรือแปลได้ว่าถ้าคุณ
นำ้ หนักเกินก็มโี อกาสทจี่ ะเปน็ โรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่ายขน้ึ นัน่ เอง
การได้อาหารท่ีเพียงพอ และถูกสัดส่วนเป็นส่ิงจำเป็นท่ีสุดสำหรับมนุษย์ เพื่อให้มี
สขุ ภาพที่แข็งแรง ประเทศใดก็ตามที่ประชาชนท่ีกินดีย่อมมีภาวะโภชนาการท่ีสมบูรณ์ และได้เปรียบ
มีขุมพลังในการพัฒนาประเทศ ถ้าหากประชาชนสนใจและเข้าใจในเร่ืองโภชนาการ สามารถนำ
ความรู้ทไ่ี ด้รบั ไปประยุกตใ์ ช้ เป็นประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวันของตนเอง
คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 23
3.2 การคำนวณคา่ อตั ราการเผาผลาญพลงั าน (Basal Metabolic Rate : BMR)
อัตราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR) คือ อัตราการความ
ต้องการเผาผลาญของรา่ งกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรข่ี ้นั ต่ำทตี่ ้องการใช้ในชวี ิตแต่ละวัน
ดังนั้น การคำนวณ BMR จะช่วยให้เราคำนวณปริมาณแคลอร่ีท่ีใช้ต่อวันเพื่อรักษา
น้ำหนักปัจจุบันได้ และเมื่ออายุมากขึ้นเราจะควบคุมน้ำหนักได้ยากข้ึน เพราะ BMR เราลดลง
การอดอาหารก็เป็นสาเหตุหน่ึงที่ทำให้ BMR ลดลง วิธีป้องกันคือ “หม่ันออกกำลังกาย” เพ่ือเพ่ิม
ประสิทธภิ าพของการเผาผลาญ ซึง่ จะทำให้ BMR ไม่ลดลงเร็วเกนิ ไป
สตู รการคำนวณค่าอตั ราการเผาผลาญของรา่ งกายในชีวิตประจำวัน คือ
สำหรบั ผู้ชาย
BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนกั ตวั เปน็ กโิ ลกรมั ) + (5 x ส่วนสงู เป็นเซนติเมตร) - (6.8 x อายุ)
สำหรบั ผหู้ ญิง
BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนกั ตวั เป็นกโิ ลกรมั ) + (1.8 x ส่วนสูงเป็นเซนตเิ มตร) - (4.7 x อายุ)
ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าคุณสมหญิงมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม และสูง 155 เซนติเมตร มีอายุ 30 ปี
ให้คำนวณหาค่าอตั ราการเผาผลาญพลงั าน (Basal Metabolic Rate : BMR) ไดด้ งั นี้
สตู รการคำนวณค่าอตั ราการเผาผลาญของรา่ งกายในชีวติ ประจำวัน สำหรับผู้หญิง คอื
BMR = 665 + (9.6 x นำ้ หนกั ตวั เปน็ กโิ ลกรัม) + (1.8 x ส่วนสูงเปน็ เซนตเิ มตร) - (4.7 x อายุ)
แทนค่าในสูตร ดังนี้
BMR = 665 + (9.6 x 60 กโิ ลกรัม) + (1.8 x 155 เซนติเมตร) - (4.7 x 30 ปี)
= 1,379
ดงั นนั้ ค่าอัตราการเผาผลาญพลงั าน (BMR) = 1,379 กโิ ลแคลอรี่
สังเกตได้ว่าน้ำหนัก ส่วนสูง และอายุมีผลต่อการเผาผลาญพลังงาน เม่ือหาค่า BMR (Basal
Metabolic Rate) มาแล้วเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าเรามีการการเผาผลาญพลังงานโดยไม่ทำกิจกรรม
อะไรเลยเท่าไร แต่หากเรามีกิจกรรมอย่างออกกำลังกายจะมีการเผาผลาญพลังงานโดยคำนวณได้
ดงั นี้
การเผาผลาญพลังงานโดยปกติ = BMR x ตัวแปร
โดยตวั แปรของเราจะขน้ึ อยูก่ ับการออกกำลังของเราดังน้ี
1. น่ังทำงานอยู่กบั ที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย = BMR x 1.2
2. ออกกำลังกายหรือเลน่ กฬี าเลก็ นอ้ ย ประมาณอาทติ ยล์ ะ 1-3 วนั = BMR x 1.375
3. ออกกำลังกายหรอื เล่นกฬี าปานกลาง ประมาณอาทิตย์ละ 3-5 วัน = BMR x 1.55
4. ออกกำลงั กายหรือเลน่ กฬี าอยา่ งหนกั ประมาณอาทติ ย์ละ 6-7 วนั = BMR x 1.725
5. ออกกำลงั กายหรือเลน่ กฬี าอย่างหนกั ทกุ วันเชา้ เยน็ = BMR x 1.9
คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 24
ใบกจิ กรรมสำหรับผู้จดั กจิ กรรม
เรอ่ื ง อาหารและโภชนาการ
คำช้ีแจง ให้ผู้จดั กิจกรรมดำเนนิ การ ดงั น้ี
1. ผู้จัดกิจกรรมอธิบายและสาธิตการปฏิบัติการ “การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย
และคำนวณคา่ อัตราการเผาผลาญพลงั งาน” ตามใบกจิ กรรม สำหรับผจู้ ัดกิจกรรม เรื่อง “การคำนวณ
ค่าดัชนีมวลกาย และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน” พร้อมท้ังให้ผู้รับบริการร่วมปฏิบัติ
ในการสาธิตของผู้จัดกิจกรรมด้วย ทั้งน้ีเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้แลกเปล่ียนเรียนรู้
โดยให้ผู้รับบริการต้ังประเด็นข้อสงสัย หรือสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ในกระบวนการของการสาธิต
และเชอ่ื มโยงสกู่ ารนำไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ ของผูร้ ับบริการตอ่ ไป
2. แบ่งผู้รับบริการออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 - 6 คน ใหผ้ ู้รับบริการ ในการแต่ละกลมุ่ ลง
มือปฏิบัติจริง โดยผู้รับบริการแต่ละกลุ่มวางแผน และดำเนินการเก่ียวกับการปฏิบัติการ การคำนวณ
ค่าดัชนีมวลกาย และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน เรื่อง “อาหารและโภชนาการ” ตามใบ
กิจกรรมของผรู้ บั บรกิ าร เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
ท้ังน้ี ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการคำนวณค่าดัชนี
มวลกาย และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน การเลอื กอาหารในชีวิตประจำวนั เร่ือง “อาหาร
และโภชนาการ” ตามใบกิจกรรมสำหรับผจู้ ดั กิจกรรม เร่ือง “อาหารและโภชนาการ”
3. ให้ผู้รบั บริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เร่อื ง “อาหาร
และโภชนาการ”
ทั้งน้ี ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรม
แล้วเสรจ็ ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผู้จัดกจิ กรรม เรอื่ ง “อาหารและโภชนาการ”
4. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจัดกิจกรรม เรื่อง “อาหารและ
โภชนาการ” ตามใบกิจกรรมของผ้รู ับบรกิ าร เรื่อง “อาหารและโภชนาการ”
5. ผจู้ ดั กิจกรรมและผู้รบั บรกิ ารอภปิ รายและสรุปผลการเรยี นรรู้ ่วมกนั
คมู่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 25
อธบิ ายและสาธติ การปฏิบตั กิ าร
เร่ือง อาหารและโภชนาการ
คำชแ้ี จง
1. ให้ผรู้ ับบริการกรอกข้อมูลใน “แบบสำรวจพฤตกิ รรมการกินใน 1 วนั ”
2. ให้ผู้รับบริการเลือกการ์ด Food & calorie ที่มักรับประทาน 3 ม้ือ โดยแต่ละม้ือ
จะประกอบด้วย การ์ดอาหารหลัก การ์ดอาหารว่าง และการ์ดเคร่ืองดื่ม อย่างละ 1 รายการ/ม้ือ
รวมท้ังหมด 9 รายการ หลังจากน้ันกรอกชื่ออาหารและพลังงานที่ได้รับลงในแบบ “แบบสำรวจ
พฤติกรรมการกนิ ใน 1 วนั ” ทั้ง 9 รายการ
3. ให้ผู้รับบริการคำนวณค่าพลังงานจากอาหารที่ได้รับประทานใน 1 วัน โดยรวมผลรวม
ในช่องพลงั งาน
4. ให้ผู้รับบริการเตรียมข้อมูลโดยการช่ังน้ำหนัก วัดส่วนสูง และอายุของตนเอง จากนั้น
บนั ทึกลงใน “แบบสำรวจพฤติกรรมการกินใน 1 วนั ”
5. ให้ผู้รับบริการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) และคำนวณค่าอัตรา
การเผาผลาญพลงั าน (Basal Metabolic Rate : BMR)
วัสดุ อุปกรณ์ จำนวน 1 แผน่
จำนวน 1 ชุด
(1) แบบสำรวจพฤติกรรมการกนิ ใน 1 วัน จำนวน 1 เครือ่ ง
(2) ชดุ การ์ด Food & calorie จำนวน 1 ตวั
(3) เครอื่ งชั่งน้ำหนกั จำนวน 1 ก้อน
(4) เครือ่ งวดั ส่วนสูง จำนวน 1 แทง่
(5) ยางลบ
(6) ดนิ สอ
คมู่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 26
ข้าวเหนียวหมูปง้ิ 285
ไอศกรมี 215
นมจืด 110
ข้าวขาหมู 690
วนุ้ กะทิ 215
นมแดงเยน็ 150
485
ข้าวแกงเผด็ ไก่ 120
แอปเปิ้ล 90
นำ้ สม้
2,360
58 175 18.93
ปกตสิ ุขภาพดี
รูปภาพ แบบสำรวจพฤตกิ รรมการกินใน 1 วัน
แหล่งทีม่ า : http://www.thaihealthcenter.org/exhibitions/foodfit/assets/download/3.pdf
คมู่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 27
การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) และการคำนวณค่าอัตรา
การเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR)
ตารางเกณฑม์ าตรฐานค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สำหรับคนทวีปเอเชีย
เกณฑม์ าตรฐานคา่ ดชั นีมวลกาย (BMI) สำหรับคนทวปี เอเชีย
Body Mass Index ภาวะน้ำหนักตวั
18.50 น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
18.50 – 22.90 สมสว่ น
23.00 – 24.90 น้ำหนกั เกิน
25.00 – 29.90 โรคอว้ น
มากวา่ 30 โรคอว้ นอนั ตราย
สตู รคำนวณคา่ ดชั นมี วลกาย คา่ ดชั นมี วลกายของเรา
(Body Mass Index : BMI) (Body Mass Index : BMI)
คา่ ดชั นีมวลกาย (BMI) = นำ้ หนกั ตัว (กโิ ลกรมั ) ค่าดัชนมี วลกาย (BMI) = 60 (กิโลกรมั )
ส่วนสงู (เมตร)2 (1.55)2
ค่าดชั นีมวลกาย (BMI) = 25.39
ภาวะน้ำหนักตัว โรคอ้วน
สูตรการคำนวณค่าอตั ราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน
(Basal Metabolic Rate : BMR)
สำหรบั ผูช้ าย
BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนกั ตัวเป็นกโิ ลกรัม) + (5 x สว่ นสูงเป็นเซนตเิ มตร) - (6.8 x อายุ)
สำหรบั ผหู้ ญงิ
BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนกั ตัวเป็นกิโลกรัม) + (1.8 x สว่ นสูงเปน็ เซนติเมตร) - (4.7 x อายุ)
คา่ อัตราการเผาผลาญของร่างกายในชวี ิตประจำวนั ของเรา
(Basal Metabolic Rate : BMR)
BMR = 665 + (9.6 x 65 กิโลกรัม) + (1.8 x 155 เซนตเิ มตร) - (4.7 x 30 ป)ี
= 1,427
ดงั นนั้ ค่าอตั ราการเผาผลาญพลงั าน (BMR) = 1,427 กิโลแคลอร่ี
คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 28
ทา่ นคดิ วา่ การคำนวณค่าดัชนมี วลกาย (Body Mass Index : BMI) และการคำนวณ
คา่ อัตราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR) มีประโยชน์อยา่ งไร
แนวคำตอบ การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) ทำให้เราทราบว่า
เรามีร่างกายทเ่ี หมาะสมหรือไม่ เราอ้วนไป เราผอมไป หุ่นพอดี
การคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR)
ทำให้เราทราบว่า อัตราการความต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวันหรือจำนวนแคลอรี่
ข้ันต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวันของเรา เป็นอย่างไร เพื่อเราจะได้มีข้อมูลในการวางแผนกำหนด
ปริมาณอาหาร และการออกกำลงั กาย ใหเ้ หมาะสมกับตัวของเรา
คูม่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 29
ใบกิจกรรมสำหรบั ผูร้ บั บริการ
เร่อื ง อาหารและโภชนาการ
คำชแ้ี จง ให้ผจู้ ัดกจิ กรรมดำเนินการ ดงั น้ี
1. ผู้จัดกิจกรรมอธิบายและสาธิตการปฏิบัติการ “การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย
และคำนวณคา่ อตั ราการเผาผลาญพลงั งาน” ตามใบกิจกรรม สำหรับผ้จู ัดกิจกรรม เรื่อง “การคำนวณ
ค่าดัชนีมวลกาย และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน” พร้อมทั้งให้ผู้รับบริการร่วมปฏิบัติ
ในการสาธิตของผู้จัด กิจกรรมด้วย ท้ังนี้เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้
โดยให้ผู้รับบริการตั้งประเด็นข้อสงสัย หรือสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ในกระบวนการของการสาธิต
และเชือ่ มโยงสกู่ ารนำไปใชใ้ นชีวติ จริงของผรู้ บั บรกิ ารต่อไป
2. แบ่งผู้รับบริการออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 - 6 คน ให้ผู้รับบริการ ในการแต่ละกลุ่มลง
มือปฏิบัตจิ ริง โดยผู้รับบรกิ ารแต่ละกลุ่มวางแผน และดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการ การคำนวณ
ค่าดัชนีมวลกาย และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังงาน เร่ือง “อาหารและโภชนาการ” ตามใบ
กิจกรรมของผรู้ บั บริการ เรือ่ ง “อาหารและโภชนาการ”
ทั้งน้ี ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการคำนวณค่าดัชนี
มวลกาย และคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลงั งาน การเลือกอาหารในชีวติ ประจำวัน เรื่อง “อาหาร
และโภชนาการ” ตามใบกิจกรรมสำหรับผูจ้ ดั กิจกรรม เรื่อง “อาหารและโภชนาการ”
3. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เร่ือง “อาหาร
และโภชนาการ”
ท้ังน้ี ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรม
แล้วเสร็จ ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผ้จู ดั กิจกรรม เร่ือง “อาหารและโภชนาการ”
4. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจัดกิจกรรม เร่ือง “อาหารและ
โภชนาการ” ตามใบกิจกรรมของผู้รบั บรกิ าร เร่อื ง “อาหารและโภชนาการ”
5. ผูจ้ ัดกิจกรรมและผรู้ ับบริการอภปิ รายและสรุปผลการเรยี นรรู้ ว่ มกัน
คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 30
อธบิ ายและสาธติ การปฏิบตั ิการ
เรอื่ ง อาหารและโภชนาการ
ช่ือกลุ่ม...............................................................
โรงเรยี น/สถานศึกษา/หน่วยงาน...........................................................จังหวัด................................ .....
1. ช่ือ - นามสกลุ …………………………………………………………………………………………………………………….
2. ชอ่ื - นามสกุล…………………………………………………………………………………………………………………….
3. ชื่อ - นามสกลุ …………………………………………………………………………………………………………………….
4. ชื่อ - นามสกลุ …………………………………………………………………………………………………………………….
5. ชอ่ื - นามสกุล…………………………………………………………………………………………………………………….
6. ชอ่ื - นามสกุล…………………………………………………………………………………………………………………….
คำชแี้ จง
1. ให้ผู้รบั บรกิ ารกรอกขอ้ มูลใน “แบบสำรวจพฤตกิ รรมการกินใน 1 วนั ”
2. ให้ผู้รับบริการเลือกการ์ด Food & calorie ท่ีมักรับประทาน 3 มื้อ โดยแต่ละมื้อ
จะประกอบด้วย การ์ดอาหารหลัก การ์ดอาหารว่าง และการ์ดเครื่องด่ืม อย่างละ 1 รายการ/ม้ือ
รวมท้ังหมด 9 รายการ หลังจากนั้นกรอกช่ืออาหารและพลังงานที่ได้รับลงในแบบ “แบบสำรวจ
พฤตกิ รรมการกนิ ใน 1 วัน” ทงั้ 9 รายการ
3. ให้ผู้รับบริการคำนวณค่าพลังงานจากอาหารที่ได้รับประทานใน 1 วัน โดยรวมผลรวม
ในช่องพลังงาน
4. ให้ผู้รับบริการเตรียมข้อมูลโดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และอายุของตนเอง จากนั้น
บนั ทกึ ลงใน “แบบสำรวจพฤติกรรมการกนิ ใน 1 วนั ”
5. ให้ผู้รับบริการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) และคำนวณค่าอัตรา
การเผาผลาญพลงั าน (Basal Metabolic Rate : BMR)
วสั ดุ อุปกรณ์ จำนวน 1 แผ่น
จำนวน 1 ชุด
(1) แบบสำรวจพฤตกิ รรมการกินใน 1 วนั จำนวน 1 เครอื่ ง
(2) ชุดการด์ Food & calorie จำนวน 1 ตวั
(3) เครื่องช่ังน้ำหนัก จำนวน 1 ก้อน
(4) เครื่องวัดสว่ นสงู จำนวน 1 แท่ง
(5) ยางลบ
(6) ดนิ สอ
คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 31
รูปภาพ แบบสำรวจพฤติกรรมการกินใน 1 วัน
แหลง่ ที่มา : http://www.thaihealthcenter.org/exhibitions/foodfit/assets/download/3.pdf
คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 32
การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) และการคำนวณค่าอัตรา
การเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR)
ตารางเกณฑ์มาตรฐานค่าดัชนมี วลกาย (BMI) สำหรับคนทวีปเอเชยี
เกณฑ์มาตรฐานคา่ ดัชนมี วลกาย (BMI) สำหรบั คนทวีปเอเชีย
Body Mass Index ภาวะนำ้ หนักตัว
18.50 นำ้ หนักต่ำกว่าเกณฑ์
18.50 – 22.90 สมสว่ น
23.00 – 24.90 น้ำหนักเกนิ
25.00 – 29.90 โรคอ้วน
มากวา่ 30 โรคอว้ นอันตราย
สตู รคำนวณค่าดัชนีมวลกาย ค่าดัชนมี วลกายของเรา
(Body Mass Index : BMI) (Body Mass Index : BMI)
ค่าดชั นมี วลกาย (BMI) = นำ้ หนักตัว (กโิ ลกรมั ) คา่ ดชั นีมวลกาย (BMI) = (กโิ ลกรมั )
สว่ นสูง (เมตร)2 ( )2
ค่าดัชนมี วลกาย (BMI) =
ภาวะน้ำหนกั ตวั
สูตรการคำนวณคา่ อตั ราการเผาผลาญของรา่ งกายในชีวิตประจำวัน
(Basal Metabolic Rate : BMR)
สำหรบั ผู้ชาย
BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัวเปน็ กิโลกรัม) + (5 x ส่วนสงู เปน็ เซนตเิ มตร) - (6.8 x อาย)ุ
สำหรับผหู้ ญิง
BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนกั ตวั เป็นกิโลกรัม) + (1.8 x ส่วนสูงเปน็ เซนติเมตร) - (4.7 x อายุ)
ค่าอตั ราการเผาผลาญของร่างกายในชวี ติ ประจำวนั ของเรา
(Basal Metabolic Rate : BMR)
BMR = 665 + (9.6 x กโิ ลกรัม) + (1.8 x เซนติเมตร) - (4.7 x ปี)
=
ดังนน้ั ค่าอตั ราการเผาผลาญพลังาน (BMR) = กโิ ลแคลอรี่
คมู่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 33
ท่านคิดว่าการคำนวณค่าดชั นีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) และการคำนวณ
ค่าอตั ราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR) มีประโยชนอ์ ย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 34
PowerPoint สำหรบั ผจู้ ัดกิจกรรม
เรื่อง การสรปุ ผลการเรยี นรู้ “อาหารและโภชนาการ”
ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 35
PowerPoint สำหรบั ผจู้ ัดกิจกรรม
เรื่อง การสรปุ ผลการเรยี นรู้ “อาหารและโภชนาการ”
ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 36
PowerPoint สำหรบั ผจู้ ัดกิจกรรม
เรื่อง การสรปุ ผลการเรยี นรู้ “อาหารและโภชนาการ”
คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 37
บทสรุปประกอบ PowerPoint สำหรับผู้จดั กจิ กรรม
เรื่อง บทสรุปผลการเรยี นรู้ “อาหารและโภชนาการ”
จากวตั ถปุ ระสงค์ที่กำหนดตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 3 ขอ้ สรปุ ได้ ดงั นี้
1. ความหมาย ความสำคัญของอาหารและโภชนาการ
1.1 ความหมายของอาหารและโภชนาการ
อาหาร (Food) หมายถึง ส่ิงต่าง ๆ ท่ีรับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นพิษ
และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เกิดพลังงานท่ีช่วยในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
และใหค้ วามอบอุ่นแก่รา่ งกาย ตลอดจนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและชว่ ยซอ่ มแซมสว่ นท่ีสกึ หรอ
โภชนาการ (Nutrition) หมายถึง อาหาร (Food) ที่เข้าสู่ร่างกายคนแล้วร่างกาย
สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในด้านการเจริญเติบโต การค้ำจุน และการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ
ของรา่ งกาย
1.2 ความสำคัญของอาหารและโภชนาการ มดี งั น้ี
1.2.1 ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่รา่ งกาย
1.2.2 เสรมิ สร้างอวยั วะต่างๆ ของร่างกายให้เจริญเติบโต
1.2.3 ซอ่ มแซม่ อวัยวะของรา่ งกายทสี่ กึ หรอ ทรดุ โทรมใหก้ ลับมาคงสภาพดี
1.2.4 ช่วยควบคมุ การกระตุน้ อวยั วะตา่ งๆ ของร่างกายใหท้ ำหนา้ ท่ปี กติ
1.2.5 ชว่ ยปอ้ งกันและต้านทานโรค
2. ประเภทคุณคา่ ของสารอาหาร มดี งั นี้
2.1 โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถ่ัว ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วน
ที่สกึ หรอ
2.2 คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือกมัน ช่วยให้พลังงานและความอบรม
แกร่ ่างกาย
2.3 เกลือแร่ หรือแร่ธาตุ เช่น พืชผักต่าง ๆ (กินผักหลายหลายสี) ช่วยให้อวัยวะ
ทุกส่วนทำงานได้อย่างปกติ สรา้ งภมู ิต้านทานโรค ระบบขบั ถา่ ยเป็นปกติ
2.4 วิตามิน เช่น ผลไม้ต่าง ๆ ช่วยให้อวัยวะทุกส่วนทำงานได้อย่างปกติ สร้างภูมิ
ตา้ นทานโรคผิวพรรณสดใส สุขภาพปากและฟันดี
2.5 ไขมัน เช่น น้ำมัน ไขมันจากพืช และจากสัตว์ ช่วยให้พลังงานและให้ความอบอุ่น
แก่รา่ งกาย
3. การคำนวณค่าดชั นมี วลกาย และการคำนวณคา่ อตั ราการเผาผลาญพลงั งาน
3.1 การคำนวณคา่ ดชั นมี วลกาย (Body Mass Index : BMI) คือ ค่าความหนาของ
รา่ งกาย ใชเ้ ปน็ มาตรฐานในการประเมนิ ภาวะอ้วนหรอื ผอมในผูใ้ หญต่ ้งั แต่อายุ 20 ปีขนึ้ ไป ซงึ่ คำนวณ
ได้จาก การใชน้ ำ้ หนักตวั เปน็ กโิ ลกรัม และหารด้วยส่วนสงู ท่วี ัดเป็นเมตรยกกำลังสอง ซ่ึงใชไ้ ด้ทงั้ ผ้หู ญิง
และผชู้ าย ดังสูตรตอ่ ไปน้ี