The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดกิจกรรมฐานวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อานนท์ ดิษฐ์จาด, 2021-12-29 01:16:03

คู่มือการจัดกิจกรรมฐานวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

คู่มือการจัดกิจกรรมฐานวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 38

สูตรคำนวณหาดชั นีมวลกาย

ค่าดัชนมี วลกาย (BMI) = นำ้ หนักตัว (กโิ ลกรัม)
สว่ นสงู (เมตร)2

3.2 การคำนวณค่าอัตราการเผาผลาญพลังาน (Basal Metabolic Rate : BMR) คือ
อัตราการความต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรี่ข้ันต่ำท่ีต้องการใช้
ในชีวติ แตล่ ะวนั

สูตรการคำนวณค่าอตั ราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวนั คอื
สำหรบั ผชู้ าย

BMR = 66 + (13.7 x นำ้ หนักตัวเป็นกิโลกรัม) + (5 x ส่วนสูงเป็นเซนติเมตร) - (6.8 x อาย)ุ
สำหรบั ผู้หญิง

BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนกั ตัวเปน็ กโิ ลกรมั ) + (1.8 x สว่ นสูงเปน็ เซนตเิ มตร) - (4.7 x อายุ)

คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 39

แบบทดสอบหลงั เรียน

เรื่อง อาหารและโภชนาการ

คำชแี้ จง แบบทดสอบหลังเรียน เป็นแบบปรนัย จำนวนทั้งหมด 10 ข้อ
คำส่ัง จงทำเครอื่ งหมายกากบาท (X) หน้าข้อท่ีถกู ต้องที่สดุ เพียงข้อเดยี ว

1. โภชนาการ หมายถงึ อะไร
ก. การถนอมอาหาร

ข. การย่อยอาหารของรา่ งกาย

ค. การได้อาหารทีเ่ พยี งพอและถูกสัดส่วน

ง. การไดร้ บั ประทานอาหารเป็นจำนวนมาก

2. โภชนาการ มีความสำคัญอย่างไร

ก. ชะลอความชราไดด้ ี
ข. สามารถช่วยให้วง่ิ ไดเ้ ร็วมาก
ค. ป้องกันและต้านทานโรคโควิด 2019
ง. ให้พลังงานและสรา้ งความอบอนุ่ ให้แกร่ ่างกาย
3. การคำนวณหาคา่ (BMR) คือ อะไร
ก. การคำนวนอตั ราค่าโดยสารรถไฟ

ข. การคำนวนอตั ราการเผาผลาญอาหาร

ค. การคำนวนอตั ราการเจริญเติบโตของร่างกาย

ง. การคำนวณอตั ราการเจริญเติบโตของเศษฐกจิ

4. นายณเดช. มสี ว่ นสงู 172 เซนติเมตร มีน้ำหนักตวั 65 กิโลกรมั จงหาคา่ BMI จะได้คา่ เทา่ ไร

สูตรการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนกั ตวั (กิโลกรมั )

ส่วนสูง (เมตร)2

ก. 21.97
ข. 21.98
ค. 21.99
ง. 22.65
5. Body Mass Index ตรงกับขอ้ ใด
ก. การวัดความกว้างเอว
ข. การวดั ระดบั ความสูง
ค. การคำนวนคา่ ดัชนีมวลกาย
ง. การคำนวนค่าอตั ราการตาย

คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 40

6. ขอ้ ปฏบิ ัติการกินอาหาร เพ่ือสขุ ภาพทีด่ ี ควรเป็นอยา่ งไร
ก. กินจุ
ข. กินเรว็
ค. กนิ ชา้ ๆ เคี้ยวให้ละเอียด

ง. กนิ อาหารทะเลทกุ ๆ วนั

7. ขอ้ ใดกลา่ วถึงความสำคัญของอาหาร ได้ถูกต้อง

ก. อาหารทด่ี ที ำให้เกดิ โรคร้าย

ข. อาหารท่ีดีทำให้ภมู ิคุม้ กันลดลง

ค. อาหารทำใหไ้ มม่ ีความต้านทานโรค

ง. อาหาร 5 หมู่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง
8. สารอาหารที่สำคญั ต่อร่างกาย แบ่งออกเป็นกห่ี มู่

ก. 4 หมู่
ข. 5 หมู่
ค. 6 หมู่

ง. 7 หมู่

9. ข้อใด ไม่ถกู ต้อง

ก. อาหาร หมทู่ ่ี 1 ให้สารอาหารประเภทโปรตีน
ข. อาหาร หมูท่ ี่ 2 ใหส้ ารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
ค. อาหาร หมู่ท่ี 3 และ 4 ใหส้ ารอาหารประเภทเกลอื แร่
ง. อาหาร หมทู่ ี่ 4 ให้สารอาหารประเภทไขมนั และคารโ์ บไฮเดรต
10. สารอาหาร กลุม่ โปรตนี ได้จากอาหารใด

ก. ผกั ใบเขียว
ข. น้ำมนั มะพรา้ ว
ค. ข้าวเหนียว ขา้ วเจา้
ง. เนอ้ื วัว เน้ือหมู เนอื้ แกะ

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน

1. ง 2. ง 3. ข 4. ง 5. ค 6. ค 7. ง 8. ข 9. ง 10. ง

คูม่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 41

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ ารในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ฐานการเรียนรู้ วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ เร่ือง อาหารและโภชนาการ

คำช้ีแจง กรุณาตอบแบบสอบถามโดยทำเคร่ืองหมายถูก () หรือเติมข้อความ ในช่องว่าง

ตามความเปน็ จริงเพอื่ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรงุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทั่วไป

1. เพศ  ชาย  หญิง

2. อายุ  ต่ำกวา่ 11 ปี  11 – 20 ปี  21 - 30 ปี

 31 – 40 ปี  41 – 50 ปี  51 ปี ขนึ้ ไป

3. ประเภทผูร้ ับบริการ

 นกั เรยี น/นกั ศึกษาในระบบ  นักเรียน/นกั ศกึ ษานอกระบบ

 ประชาชนท่ัวไป  อืน่ ๆ ระบุ.............................

4. ระดับการศึกษา

 ประถมศึกษา  มธั ยมศึกษาตอนตน้

 มัธยมศกึ ษาตอนปลาย  อาชีวศึกษา

 ปริญญาตรี  สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี

ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจตอ่ กิจกรรมการเรยี นร้แู ละการใหบ้ รกิ าร

ระดบั ความพงึ พอใจ

รายการ มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทส่ี ุด

(5) (4) (3) (2) (1)

ด้านความรูค้ วามเขา้ ใจ

1. ความรูค้ วามเข้าใจในเรื่องนี้ กอ่ น การจัดกจิ กรรม

2. ความรคู้ วามเข้าใจในเรื่องน้ี หลงั การจัดกจิ กรรม

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. รูปแบบ/กระบวนการจดั กิจกรรม

2. กจิ กรรมท่จี ัดเหมาะสมกบั ผรู้ ับบรกิ าร

3. สาระความรูท้ ่ีไดร้ บั

4. สื่อการเรยี นร/ู้ แหล่งเรยี นรู้

5. การมสี ว่ นรว่ มของผรู้ ับบรกิ าร

6. ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรม

7. สามารถนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

8. การจดั บรรยากาศเอ้อื ต่อการเรยี นรู้

ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม………..…………………………………………………………………………….………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอขอบคุณสำหรบั ความร่วมมือในการตอบแบบประเมินความพงึ พอใจ ฯ
ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอื่ การศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา

คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 42

วิธกี ารวดั ผลประเมนิ ผล/เครอื่ งมอื /เกณฑ์การประเมนิ

วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
สังเกตพฤตกิ รรมรายกล่มุ
แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านการประเมินระดบั ดขี ้ึนไป
ทดสอบหลังเรียน
ประเมนิ ผลงาน/ชน้ิ งาน รายกลมุ่

สอบถามความพึงพอใจ แบบทดสอบหลังเรยี น ผ่านการประเมนิ ร้อยละ 70 ข้ึนไป

แบ บ ป ระ เมิ น ผ ล งาน / ผ่านการประเมนิ รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป

ชน้ิ งาน

แบบสอบถามความ ผ่านการประเมนิ ระดับดขี ้นึ ไป

พึงพอใจ

เกณฑก์ ารประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน

ระดบั คะแนน

รายการ 4 3 2 1
ประเมิน

1. ความถกู ต้อง มี ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง ผลงานส่วนใหญ่ ผลงาน ผลงาน

ชัดเจน สมบู รณ์ ถูกตอ้ งครบถว้ น มคี วามถูกต้องเป็น มคี วามถกู ต้อง

ครบถว้ น บางสว่ น เป็นส่วนใหญ่

2. ความสะอาด ผ ล ง า น ส ะ อ า ด ผ ล ง า น ส ะ อ า ด ผลงาน ผลงาน

เ รี ย บ ร้ อ ย เรียบร้อย สวยงาม เรียบร้อย บางส่วน ส่วนใหญ่

สวยงาม ไม่มีรอยขดี ลบ มรี อยขดี ลบน้อย ไมส่ ะอาด ไม่สะอาด

ไม่เรียบรอ้ ย ไม่เรียบรอ้ ย

3.ตรงตอ่ เวลา ส่งงานตรงเวลา ส่ ง ง า น ช้ า ก่ อ น ส่ ง ง า น ช้ า ก่ อ น สง่ งานช้า

ท่กี ำหนด ห ม ด เว ล า 1 0 หมดเวลา 5 นาที ตอ้ งมกี าร

นาที เรง่ และทวง

4.การเช่ือมโยง คิ ด แ ป ล ก ให ม่ คิ ด แ ป ล ก ให ม่ คดิ แปลกใหม่ คิ ด แ ป ล ก ใ ห ม่

แ ล ะ ค ว าม คิ ด เชือ่ มโยงสัมพนั ธ์ เชอื่ มโยงสมั พนั ธ์ เชื่อมโยงสัมพันธ์ เช่อื มโยงสัมพันธ์

สร้างสรรค์ สิ่งต่าง ๆ ได้ สิ่งตา่ ง ๆ ได้ สงิ่ ตา่ ง ๆ ได้ ส่ิงต่าง ๆ ได้

อยา่ งถูกตอ้ ง อยา่ งถูกตอ้ ง อย่างถูกต้อง อย่างถกู ตอ้ ง

เป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางสว่ น เป็นส่วนนอ้ ย

ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 43

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูข้ องผู้รับบรกิ าร

ชือ่ โครงการ/กจิ กรรม........................................................................................................................
ชอื่ โรงเรยี น/สถานศกึ ษา ……………………………………………………………………………………………………..
ชื่อหัวหนา้ โครงการ/กิจกรรม.............................................................................................................

คำช้ีแจง ให้ผู้ประเมินทำเคร่ืองหมาย ( √ ) ลงในช่องระดับพฤติกรรมของผู้รับบริการ โดยมีเกณฑ์

ระดับคุณภาพการประเมนิ ดงั นี้
5 มพี ฤตกิ รรมการเรยี นรู้ มากทส่ี ุด
4 มีพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ มาก
3 มีพฤติกรรมการเรยี นรู้ ปานกลาง
2 มีพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ น้อย
1 มีพฤติกรรมการเรียนรู้ น้อยท่สี ุด

เกณฑ์การพจิ ารณาระดับคุณภาพ

คะแนนเฉลี่ยรอ้ ยละ 0 - 50 ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง

คะแนนเฉล่ียรอ้ ยละ 51 - 69 ระดับคณุ ภาพ พอใช้

คะแนนเฉล่ยี รอ้ ยละ 70 - 79 ระดับคณุ ภาพ ดี

คะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ 80 - 89 ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก

คะแนนเฉล่ยี ร้อยละ 90 - 100 ระดบั คุณภาพ ดีเยี่ยม

พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดบั พฤตกิ รรม
54321
1. ความตัง้ ใจในการทำงาน
2. ความรับผดิ ชอบ
3. ความกระตอื รอื รน้
4. การตรงต่อเวลา
5. ผลสำเร็จของงาน
6. การทำงานร่วมกับผู้อน่ื
7. มคี วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์
8. มีการวางแผนในการทำงาน
9. การมสี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในกลุม่
10. การมีส่วนรว่ มในการแกไ้ ขปัญหาในกลุ่ม

ลงชอื่ ......................................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.............................../.....................

คูม่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 44

แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ี 2
เรอ่ื ง ระบบกล้ามเน้ือ

เวลา 2 ชั่วโมง

แนวคิด

ระบบกล้ามเนื้อ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการเคล่ือนไหวของร่างกายมนุษย์ ท่ีสามารถ
เคล่ือนไหวในอิริยาบทต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำแนกประเภทของกล้ามเน้ือ ได้ 3 ประเภท คือ กล้ามเน้ือเรียบ
กล้ามเนื้อลาย และกล้ามเน้ือหัวใจ ซึ่งกล้ามเน้ือแต่ละประเภทมีหน้าที่ และการทำงานที่แตกต่างกัน
นอกจากน้ี ผู้รับบริการได้ปฏิบัติการการบริหารกล้ามเน้ือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในชีวิตประจำวัน
อย่างถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา ดังนั้น กิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ระบบกล้ามเน้ือ
ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เพื่อให้มีแนวทางในการออกกำลังกาย
และเป็นประโยชน์ต่อรา่ งกาย และสง่ ผลให้เกดิ สุขภาพที่ดีต่อไป

วตั ถปุ ระสงค์

1. อธบิ ายความหมาย และความสำคญั ของระบบกล้ามเนอ้ื
2. อธบิ ายประเภท หน้าท่ี และการทำงานของระบบกล้ามเน้ือ
3. ปฏบิ ตั กิ ารการบริหารกลา้ มเนอื้ สว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย

เน้ือหา

1. ความหมาย และความสำคัญของระบบกล้ามเน้อื
1.1 ความหมายของระบบกลา้ มเนอ้ื
1.2 ความสำคัญของระบบกล้ามเนือ้

2. ประเภท หน้าที่ และการทำงานของกล้ามเนอ้ื
2.1 ประเภทของกล้ามเน้ือ
2.2 หน้าที่ของกลา้ มเนอ้ื
2.3 การทำงานของกลา้ มเน้อื

3. การปฏิบัตกิ ารการบริหารกล้ามเนื้อส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย

คูม่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 45

ขัน้ ตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั ตอนที่ 1 จดุ ประกายการเรยี นรู้ (Inspiration : I)

1. ผู้จัดกิจกรรมทักทายผู้รับบริการ พร้อมท้ังแนะนำตนเองและฐานการเรียนรู้
เรอ่ื ง “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” ซ่ึงกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีผู้รับบรกิ ารจะต้องเรียนรูร้ ว่ มกันในครั้งนี้
คือ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง “ระบบกล้ามเนอ้ื ”

2. ผู้จัดกิจกรรมชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง“ระบบกล้ามเนื้อ”
ซ่ึงมีจำนวน 3 ขอ้ ดงั นี้

(1) อธบิ ายความหมาย และความสำคัญของระบบกล้ามเนื้อ
(2) อธบิ ายประเภท หนา้ ท่ี และการทำงานของระบบกลา้ มเน้อื
(3) ปฏิบัตกิ ารการบรหิ ารกลา้ มเน้อื สว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย
3. ให้ผู้รับบริการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง “ระบบกล้ามเนื้อ” จำนวน 10 ข้อ โดยใช้
เวลา 10 นาที
4. ผู้จัดกิจกรรมแจกใบความรู้สำหรับผู้รับบริการ เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ” เพ่ือใช้สำหรับ
ประกอบการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง “ระบบกล้ามเนอื้ ”
5. ผจู้ ัดกิจกรรมชวนคดิ ชวนคุยเกย่ี วกับประสบการณ์เดิมของผู้รับบริการในเร่ืองท่ีจะเรยี นรู้
ตามกิจกรรมการเรียนรู้นี้ โดยผู้จัดกิจกรรมสุ่มผู้รับบริการตามความสมัครใจ จำนวน 2 – 3 คน
ใหต้ อบคำถาม จำนวน 2 ประเด็น ดงั นี้
ประเดน็ ที่ 1 “ทา่ นทราบหรือไมว่ ่า ระบบกลา้ มเน้ือ คืออะไร และมีความสำคญั อย่างไร”
แนวคำตอบ ระบบกลา้ มเน้ือ คอื กล้ามเนื้อต่าง ๆ มปี ระมาณ 600 มัด ที่เป็นส่วนประกอบ
ที่สำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ยืดและหดตัว ซ่ึงมีการทำงานประสานกัน กล้ามเน้ือหน่ึงมัดมีการยืดตัว
ในขณะกล้ามเน้ือด้านตรงกันข้ามอีกหนึ่งมัดมีการหดตัว เพื่อการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ กล้ามเน้ือ
ของร่างกาย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท เป็นระบบหน่ึงในร่างกาย และมีความสำคัญ “ระบ[กล้ามเน้ือ”
ทำให้เกิดการเคล่ือนไหว นอกจากนั้นกล้ามเน้ือยังผลิตความร้อน เป็นที่ยึดเกาะและรักษาท่าทาง
และยังป้องกันอวัยวะบางส่วนจากแรงต้านภายนอก ทำให้มนุษย์ทรงรูปร่างอยู่ได้ และช่วยให้เกิด
การเคล่อื นไหวได้
ประเด็นที่ 2 “ท่านทราบหรือไม่ว่า ระบบกล้ามเน้ือ มีก่ีประเภท มีหน้าที่และการทำงาน
อยา่ งไร”
แนวคำตอบ กล้ามเนื้อ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท มีหน้าท่ีและการทำงาน ดังนี้

(1) กล้ามเน้ือเรียบ (Smooth muscle) เป็นกล้ามเนื้อท่ีทำงานภายใต้
ระบบประสาทอัตโนมัติ ไม่อยู่ในการควบคุมโดยตรงของสมองและอำนาจจิตใจ เราจึงไม่สามารถส่ัง
การทำงานของกล้ามเน้ือเหล่าน้ีได้ โดยกล้ามเนื้อเหล่าน้ี เป็นกล้ามเนื้อของอวัยวะภายในทั้งหมด
เชน่ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไสใ้ หญ่ กระเพาะปสั สาวะ และ หัวใจ เปน็ ต้น

(2) กล้ามเนื้อลาย (Striated muscle) คือ กล้ามเนื้อซ่ึงเมื่อตรวจด้วย
กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นเซลล์มีลักษณะเป็นเส้นลาย จึงได้ชื่อว่า กล้ามเนื้อลาย ซ่ึงได้แก่กล้ามเนื้อ
ภายนอกร่างกายท้ังหมด เป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานร่วมกับกระดูกและข้อ จึงเรียกได้อีกชื่อว่า Skeletal
muscle

คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 46

เปน็ กล้ามเนื้อที่ทำงานภายใต้คำส่ังของสมอง เราจึงสามารถควบคุมการทำงานของกลา้ มเน้ือชนิดน้ีได้
เช่น การสั่งให้ยกแขน ยกขา เป็นต้น กล้ามเน้ือแต่ละมัดมีความโดดเด่นและมีหน้าที่แตกต่างกัน
ออกไป เช่น กล้ามเน้ือไบเซป (Biceps) บริเวณแขนท่อนบน ทำหน้าท่ีชว่ ยในการยกของหนัก ๆ หรือ
กล้ามเน้ือบนใบหน้าที่ช่วยให้เราสามารถแสดงสีหน้าต่าง ๆ ออกมาได้หลากหลาย ขณะที่กล้ามเน้ือ
บางมดั กม็ คี วามโดดเด่นในบางเรอื่ งมากกวา่ กลา้ มเน้อื อืน่ ๆ

(3) กล้ามเน้ือหัวใจ (Cardiac Muscle) เป็นกล้ามเนื้อของหัวใจ
โดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นแถบลาย เช่นเดียวกับกล้ามเน้ือยึดกระดูก เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจมีรูปร่าง
ลักษณะเป็นทรงกระบอกโดยส่วนปลายของ เซลล์จะแตกแขนงเช่ือมโยงกับเซลล์ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
เนื่องจากเซลล์กล้ามเน้ือหัวใจต้องการพลังงานปริมาณ มากภายในเซลล์จึงมีไมโทคอนเดรียจำนวน
มาก การทำงานของกล้ามเน้ือหัวใจอยู่ภายนอกเหนืออำนาจจิตใจ ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้การ
หดและคลายตวั

หลังจากนั้น ผู้จัดกิจกรรมเปิดคลิปวีดีโอให้ผู้รับบริการชม เร่ือง ระบบกล้ามเนื้อ จาก
https://www.youtube.com/watch?v=fIcAI8RhgAs เวลา 13.21 นาที จากน้ันให้ผู้รับบริการ
ตอบคำถามจำนวน 2 ประเดน็ ดังนี้

ประเด็นท่ี 1 “ทา่ นได้เรียนรู้อะไรบ้าง จากคลปิ วิดโี อน้ี”
แนวคำตอบ ไดเ้ รียนรู้เกย่ี วกบั ประเภทม หนา้ ที่และการทำงานของระบบกลา้ มเนอื้ ดังนี้

(1) กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth muscle) เป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานภายใต้ระบบ
ประสาทอัตโนมัติ ไม่อยู่ในการควบคุมโดยตรงของสมองและอำนาจจิตใจ เราจึงไม่สามารถส่ังการ
ทำงานของกล้ามเน้ือเหล่าน้ีได้ โดยกล้ามเน้ือเหล่านี้ เป็นกล้ามเนื้อของอวัยวะภายในทั้งหมด เช่น
กระเพาะอาหาร ลำไส้เลก็ ลำไส้ใหญ่ กระเพาะปสั สาวะ และ หัวใจ เป็นต้น

(2) กล้ามเน้ือลาย (Striated muscle) คือ กล้ามเน้ือภายนอกร่างกาย
ท้ังหมด เป็นกล้ามเน้ือท่ีทำงานร่วมกับกระดกู และข้อ เราจึงสามารถควบคมุ การทำงานของกล้ามเน้ือ
ชนิดนี้ได้ เช่น การสัง่ ใหย้ กแขน ยกขา เป็นตน้

(3) กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Muscle) เป็นกล้ามเน้ือของหัวใจโดยเฉพาะ
มีลักษณะเป็นแถบลาย เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อยึดกระดูก เซลล์กล้ามเน้ือหัวใจมีรูปร่างลักษณะเป็น
ทรงกระบอกโดยส่วนปลายของ เซลล์จะแตกแขนงเช่ือมโยงกับเซลล์ที่อยู่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากเซลล์
กล้ามเน้ือหัวใจต้องการพลงั งานปรมิ าณ การทำงานของกล้ามเนอ้ื หัวใจอยภู่ ายนอกเหนอื อำนาจจิตใจ
รา่ งกายไม่สามารถควบคมุ ได้การหดและคลายตัว

ประเด็นที่ 2 “ทา่ นคดิ วา่ ระบบกล้ามเนอื้ มปี ระโยชน์กับมนษุ ยอ์ ยา่ งไร”
แนวคำตอบ ระบบกล้ามเน้ือ มีประโยชน์กับมนุษย์ คือ เป็นระบบเกี่ยวกับการเคล่ือนไหว
ของร่างกายมนุษย์สามารถเคล่ือนไหวในอิริยาบถต่าง ๆ ทั้งเดิน วิ่ง เหยียด ยืดแขน และอ่ืน ๆ ได้น้ัน
ต้องอาศัยการทำงานของระบบกล้ามเน้ือ และระบบกระดูกให้ทำหน้าที่ร่วมกันเสมอ กล้ามเน้ือ
จึงเปรียบได้กับเครื่องยนต์ซ่ึงเป็นแหล่งของพลังงานกล ใช้ในการเคลื่อนไหว เพราะมนุษย์เป็น
ส่ิงมีชีวิต ต้องอาศัย “ระบบกล้ามเนื้อ” ประกอบเป็นโครงสร้างร่างกาย และเป็นส่วนสำคัญในการ
เคล่ือนไหวของร่างกาย ซึ่งทุกระบบในร่างกายมีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ เพื่อให้ชีวิต
ดำเนินอย่ไู ด้

คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 47

ข้นั ตอนท่ี 2 การปฏบิ ัตแิ ละประยุกต์ใช้ (Implementation : I)

1. ผู้จัดกิจกรรมเช่ือมโยงส่ิงท่ีได้เรียนรู้ตามขั้นตอนที่ 1 ในการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ
และประยกุ ตใ์ ช้ผ่านคลิปวดิ โี อ โดยผู้จดั กจิ กรรมเปิดคลิปวิดโี อ เรื่อง “รวมฮิตท่ายดื เหยยี ดแกป้ วดไหล่
หลัง เอว ขา : Smart 60 สูงวยั อย่างสง่า [by Mahidol]” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=gXY5PVZquPs เวลา 5.33 นาที

หลงั จากน้ัน ผู้จดั กิจกรรมดำเนนิ การ ดงั น้ี
(1) ผู้จัดกิจกรรมบรรยายเนื้อหาตามใบความรู้ สำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง

“ระบบกลา้ มเนอ้ื ” เพื่อใชส้ ำหรบั ประกอบกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง “ระบบกลา้ มเนอื้
ในส่วนของผู้รับบริการ ให้ศึกษาใบความรู้สำหรับผู้รับบริการ ประกอบการบรรยาย

ของผ้จู ดั กจิ กรรม ตามใบความร้สู ำหรบั ผรู้ ับบรกิ าร เรอ่ื ง “ระบบกลา้ มเนื้อ”
(2) ผู้จัดกจิ กรรมอธิบายและสาธิตการปฏิบัติการการบริหารกล้ามเน้ือส่วนต่าง ๆ

ของร่างกาย เรื่อง “ระบบกล้ามเนื้อ” ตามใบกิจกรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง “ระบบกล้ามเน้ือ”
พร้อมท้ังให้ผู้รับบริการร่วมปฏิบัติในการสาธิตของผู้จัดกิจกรรมด้วย ท้ังนี้เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการ
ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยให้ผู้รับบริการตั้งประเด็นข้อสงสัย หรือส่ิงท่ีต้องการเรียนรู้ในกระบวนการ
ของการสาธติ และเชอ่ื มโยงสู่การนำไปใช้ในชีวิตจรงิ ของผู้รบั บรกิ ารตอ่ ไป

2. แบ่งผู้รับบรกิ ารออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 - 6 คน ให้ผู้รบั บริการแต่ละกลุ่มลงมือปฏบิ ัติจริง
โดยผู้รับ บริการแต่ละกลุ่มวางแผนและดำเนิ นการเกี่ยวกับ การป ฏิบั ติการการบ ริหารกล้ามเนื้ อ
ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เร่ือง “ระบบกล้ามเนื้อ” ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เรื่อง “ระบบ
กล้ามเนอ้ื ”

ท้ังน้ี ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการปฏิบัติการการยืดเหยียด
กล้ามเนื้อ เรอ่ื ง “ระบบกล้ามเนอื้ ” ตามใบกจิ กรรมสำหรับผูจ้ ดั กิจกรรม เรื่อง “ระบบกลา้ มเน้อื ”

3. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เร่ือง“ระบบ
กลา้ มเน้อื ”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรมแล้วเสร็จ
ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผู้จดั กจิ กรรม เรื่อง “ระบบกลา้ มเนือ้ ”

4. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจัดกิจกรรม เร่ือง การปฏิบัติการการยืดเหยียด
กล้ามเนอ้ื ตามใบกจิ กรรมของผู้รบั บรกิ าร เร่อื ง “การนำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ ารยดื เหยียดกล้ามเน้ือ”

5. ผู้จดั กจิ กรรมและผรู้ ับบริการอภิปรายและสรปุ ผลการเรยี นรรู้ ่วมกัน

ข้ันตอนที่ 3 การสรุปผลกิจกรรมการเรยี นรู้ (Conclusions : C)

1. ผู้จัดกิจกรรมสนทนากับผู้รับบริการเกี่ยวกับเร่ืองท่ีได้เรียนรู้ตามกิจกรรมการเรียนรู้น้ี
โดยผจู้ ดั กจิ กรรมสมุ่ ผรู้ บั บรกิ ารตามความสมัครใจจำนวน 2 – 3 คน ใหต้ อบคำถามในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

ประเด็น “ท่านจะนำความรู้ เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ” ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาหรือ
ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตจรงิ ได้อยา่ งไร”

แนวคำตอบ ผู้รับบรกิ ารสามารถนำความรู้ ที่ได้รบั ไปใช้ในชีวิตจริงในการประกอบกจิ กรรม
การออกกำลังกาย การบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้องและเหมาะสมและการดูแล

คมู่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 48

บำรุงรักษากล้ามเนื้อ วิธีการรักษากล้ามเน้ือ ตระหนักถึงคุณประโยชน์ จากการประกอบกิจกรรม
การออกกำลังกายในชีวติ จริง

2. ผู้จัดกิจกรรมและผู้รับบริการอภิปรายและสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน ตาม PowerPoint
สำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ” เพื่อเป็นการสรุปภาพรวมของกิจกรรมการเรียนรู้
ซ่ึงจะทำใหผ้ ู้รับบริการเกิดความเข้าใจในกิจกรรมการเรียนรมู้ ากย่งิ ขึ้น

3. ให้ผู้รับบริการทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง “ระบบกล้ามเนื้อ” จำนวน 10 ข้อ
โดยใช้เวลา 10 นาที

4. ให้ผู้รับบริการทำแบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้รับบริการในการเข้าร่วมกิจกรรม
การเรยี นรู้ เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ”

ส่ือ วัสดุอปุ กรณ์ และแหลง่ เรียนรู้

1. แบบทดสอบก่อนเรยี น เรอื่ ง “ระบบกล้ามเนื้อ”
2. ใบความร้สู ำหรับผรู้ ับบริการ เรือ่ ง “ระบบกล้ามเนื้อ”
3. คลิปวิดีโอให้ผ้รู บั บริการชม เรอื่ ง “ระบบกล้ามเนื้อ”
จาก เรอื่ ง ระบบกลา้ มเนื้อ จาก https://www.youtube.com/watch?v=fIcAI8RhgAs
เวลา 13.21 นาที
4. คลปิ วิดโี อใหผ้ รู้ บั บรกิ ารชม เรอ่ื ง “รวมฮติ ทา่ ยดื เหยียดแกป้ วดไหล่ หลัง เอว ขา :
Smart 60 สูงวัยอย่างสง่า [by Mahidol]” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=gXY5PVZquPs เวลา 5.33 นาที
5. ใบความรแู้ ละนทิ รรศการถาวร สำหรับผู้จัดกจิ กรรม เรอื่ ง “ระบบกลา้ มเน้อื ”
6. ใบความรู้สำหรบั ผ้รู ับบริการ เร่ือง “ระบบกล้ามเน้อื ”
7. ใบความรสู้ ำหรับผจู้ ัดกิจกรรม เร่ือง “ระบบกลา้ มเนอื้ ”
8. ใบกจิ กรรมของผรู้ ับบรกิ าร เร่ือง “ระบบกลา้ มเน้อื ”
9. ใบกิจกรรมสำหรับผจู้ ัดกจิ กรรม เรื่อง “ระบบกล้ามเนื้อ”
10. PowerPoint เรื่อง การสรปุ ผลการเรยี นรู้ “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”
11. บทสรุปประกอบ PowerPoint สำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง การสรุปผลการเรียนรู้
“ระบบกลา้ มเน้อื ”
12. เครื่องออกกำลงั กายทเ่ี กี่ยวข้อง เรอื่ ง “ระบบกลา้ มเนือ้ ”
13. แบบทดสอบหลงั เรียน เรอื่ ง “ระบบกล้ามเนอ้ื ”
14. แบบประเมนิ ความพึงพอใจในสำหรับผ้รู บั บริการในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
เรือ่ ง “ระบบกลา้ มเนื้อ”

การวัดและประเมนิ ผล

1. สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ ม ความตั้งใจ ความสนใจของผู้รับบรกิ าร
2. ผลการทดสอบก่อนและหลงั เรยี น
3. ผลการออกแบบและสรา้ งสรรค์นวตั กรรมและส่ิงท่ตี อ้ งการพฒั นา/ชิน้ งาน/ผลงาน
4. ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้รับบริการ

คูม่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 49

บนั ทกึ ผลหลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ผลการใชแ้ ผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. จำนวนเนื้อหากับจำนวนเวลา
 เหมาะสม
 ไม่เหมาะสม

ระบุเหตุผล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. การเรียงลำดับเน้ือหากับความเข้าใจของผ้รู บั บริการ
 เหมาะสม
 ไมเ่ หมาะสม

ระบุเหตผุ ล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. การนำเข้าสูบ่ ทเรียนกับเนื้อหาแต่ละหวั ขอ้
 เหมาะสม
 ไม่เหมาะสม

ระบุเหตผุ ล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. วิธีการจดั กจิ กรรมการเรียนรกู้ ับเนอื้ หาในแตล่ ะขอ้
 เหมาะสม
 ไมเ่ หมาะสม

ระบุเหตุผล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คูม่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 50

5. การประเมนิ ผลกบั วตั ถปุ ระสงค์ในแต่ละเนอ้ื หา
 เหมาะสม
 ไมเ่ หมาะสม

ระบเุ หตุผล………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลการเรยี นร้ขู องผู้รบั บรกิ าร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผูจ้ ดั กิจกรรม

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คูม่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 51

รายละเอยี ดสอ่ื วัสดอุ ปุ กรณ์ และแหลง่ เรียนรู้

1. แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”
2. ใบความรสู้ ำหรบั ผูร้ ับบริการ เร่อื ง “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”
3. คลปิ วดิ ีโอให้ผู้รบั บรกิ ารชม เรื่อง “ระบบกลา้ มเน้ือ”
จาก เรื่อง ระบบกลา้ มเนื้อ จาก https://www.youtube.com/watch?v=fIcAI8RhgAs
เวลา 13.21 นาที
4. คลิปวิดีโอให้ผู้รับบริการชม เรอื่ ง “รวมฮติ ท่ายืดเหยยี ดแก้ปวดไหล่ หลงั เอว ขา :
Smart 60 สูงวัยอยา่ งสง่า [by Mahidol]” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=gXY5PVZquPs เวลา 5.33 นาที
5. ใบความรู้และนิทรรศการถาวร สำหรับผูจ้ ัดกจิ กรรม เรอื่ ง “ระบบกล้ามเน้อื ”
6. ใบความร้สู ำหรับผูร้ บั บริการ เรือ่ ง “ระบบกล้ามเนอ้ื ”
7. ใบความรสู้ ำหรับผู้จดั กิจกรรม เร่อื ง “ระบบกล้ามเน้อื ”
8. ใบกิจกรรมของผ้รู บั บรกิ าร เรือ่ ง “ระบบกล้ามเนือ้ ”
9. ใบกิจกรรมสำหรบั ผู้จัดกิจกรรม เรอื่ ง “ระบบกล้ามเนื้อ”
10. PowerPoint เรื่อง การสรปุ ผลการเรียนรู้ “ระบบกล้ามเนื้อ”
11. บทสรุปประกอบ PowerPoint สำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง การสรุปผลการเรียนรู้
“ระบบกลา้ มเนอื้ ”
12. เคร่ืองออกกำลงั กายที่เก่ียวข้อง เรอ่ื ง “ระบบกล้ามเนือ้ ”
13. แบบทดสอบหลงั เรยี น เรือ่ ง “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”
14. แบบประเมนิ ความพงึ พอใจในสำหรบั ผูร้ ับบรกิ ารในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
เรอื่ ง “ระบบกลา้ มเนื้อ”

คูม่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 52

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เร่ือง ระบบกล้ามเนอื้

คำช้แี จง แบบทดสอบก่อนเรียน เป็นแบบปรนยั จำนวนทัง้ หมด 10 ข้อ เวลา 10 นาที

คำสง่ั ใหผ้ ู้รับบรกิ าร จงทำเคร่อื งหมายกากบาท (X) หน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด เพยี งข้อเดียว

1. กล้ามเนื้อมีความหมายอย่างไร
ก. กล้ามเนอ้ื เป็นส่วนหนึง่ ของรา่ งกายท่ชี ว่ ยในการขับถา่ ย
ข. กล้ามเนอื้ เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ช่วยในการหายใจ
ค. กล้ามเนือ้ เป็นส่วนหนง่ึ ของร่างกายท่ชี ว่ ยในการย่อยอาหาร
ง. กลา้ มเนื้อเป็นสว่ นหนง่ึ ของร่างกายทช่ี ่วยในการเคลือ่ นไหว

2. กลา้ มเนือ้ มีความสำคัญอย่างไร
ก. ช่วยในการขับถา่ ย
ข. ชว่ ยระบบหายใจ
ค. ช่วยระบบประสาท
ง. ชว่ ยให้เกิดการเคลื่อนไหว

3. ขอ้ ใดคือกล้ามเนื้อท่ีแขง็ แรงท่ีสุด
ก. กล้ามเนอ้ื ก้น
ข. กลา้ มเน้ือเรียบ
ค. กลา้ มเนือ้ หวั ใจ
ง. กลา้ มเน้อื ขากรรไกร

4. กลา้ มเนือ้ ท่ีทำงานหนักท่ีสุด คอื ข้อใด
ก. กล้ามเน้ือตา
ข. กลา้ มเน้ือหวั ใจ
ค. กลา้ มเนื้อหลอดเลือด
ง. กล้ามเน้ือกระเพาะอาหาร

5. ประเภทของกล้ามเน้ือข้อใดถกู ต้อง
ก. กลา้ มเนอ้ื เรยี บ กล้ามเนื้อลาย กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ
ข. กลา้ มเนอื้ ขาว กลา้ มเนื้อลาย กล้ามเน้อื หวั ใจ
ค. กล้ามเนื้อแดง กล้ามเน้ือลาย กล้ามเนื้อหัวใจ
ง. กล้ามเนอ้ื เรยี บ ผนงั หลอดเลอื ด กลา้ มเนื้อหวั ใจ

คมู่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 53

6. หวั ใจ จัดอย่ใู นกล้ามเน้ือประเภทใด ในระบบรา่ งกายใด
ก. กลา้ มเน้อื เรยี บ ระบบขบั ถ่าย
ข. กลา้ มเน้อื ลาย ระบบประสาท
ค. กลา้ มเน้ือหวั ใจ ระบบกลา้ มเน้อื
ง. กลา้ มเนอ้ื หลอดเลือด ระบบไหลเวยี นโลหติ

7. กล้ามเนอื้ ท่ีมีขนาดใหญ่ท่สี ุด กล้ามเนือ้ ใด
ก. กลา้ มเน้ือตา
ข. กล้ามเนอื้ ก้น
ค. กล้ามเนือ้ หัวใจ
ง. กล้ามเนื้อต้นขาดา้ นหลัง

8. กล้ามเน้อื ทยี่ าวทสี่ ดุ เป็นกล้ามเนือ้ สว่ นใดในร่างกาย
ก. กล้ามเน้อื ตา
ข. กล้ามเนื้อก้น
ค. กลา้ มเนอ้ื หัวใจ
ง. กลา้ มเนื้อขาดา้ นใน

9. กล้ามเนอื้ ท่ีได้รบั บาดเจ็บบ่อยท่สี ุด คือข้อใด
ก. กลา้ มเน้ือลาย
ข. กลา้ มเนือ้ เรยี บ
ค. กลา้ มเนอ้ื หัวใจ
ง. กล้ามเนอ้ื ตน้ ขาด้านหลัง

10. “ระบบกลา้ มเน้อื ” คืออะไร มคี วามสำคญั อย่างไร
ก. กล้ามเน้อื มากกวา่ 600 มัด ทำงานเป็นระบบ ช่วยในด้านการเคลื่อนไหว
ข. กลา้ มเนื้อมากกว่า 500 มดั ทำงานกันเปน็ ระบบ ช่วยในด้านการเคลอ่ื นไหวสบื พนั ธ์ุ
ค. กล้ามเน้ือมากกว่า 300 มดั ทำงานกนั เป็นระบบ ชว่ ยในด้านการเคลื่อนไหว การขับถ่าย
ง. กลา้ มเนอ้ื มากกวา่ 100 มัด ทำงานกันเป็นระบบ ช่วยในด้านการเคลื่อนไหว การทรงตัว

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1. ง 2. ง 3. ง 4. ข 5. ก 6. ค 7. ข 8. ง 9. ง 10. ก

คูม่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 54

ใบความร้สู ำหรบั ผ้รู ับบริการ
เรอื่ ง ระบบกล้ามเนอื้

การเรียนรู้ เรื่อง “ระบบกล้ามเนื้อ” เป็นการเรียนรู้เก่ียวกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย
มนุษย์ ที่สามารถเคลื่อนไหวในอิริยาบทต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำแนกประเภทของกล้ามเน้ือ ได้ 3 ประเภท คือ
กล้ามเน้ือเรียบ กล้ามเน้ือลาย และกล้ามเน้ือหัวใจ ซ่ึงกล้ามเนือ้ แตล่ ะประเภทมหี น้าที่ และการทำงาน
ที่แตกต่างกัน นอกจากน้ี ผู้รับบริการได้ปฏิบัติการการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ในชีวิตประจำวัน อย่างถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ความหมาย และความสำคญั ของระบบกล้ามเน้ือ
1.1 ความหมายของระบบกลา้ มเน้อื
1.2 ความสำคัญของระบบกล้ามเนื้อ

2. ประเภท หนา้ ท่ี และการทำงานของกลา้ มเนือ้
2.1 ประเภทของกลา้ มเนอ้ื
2.2 หนา้ ทขี่ องกลา้ มเนือ้
2.3 การทำงานของกลา้ มเน้อื

1. ความหมาย และความสำคัญของระบบกล้ามเนอื้

1.1 ความหมายของระบบกล้ามเนอ้ื
ระบบกล้ามเนื้อ คือ กล้ามเน้ือต่าง ๆ มีประมาณ 600 มัด ที่เป็นส่วนประกอบ

ที่สำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ยืดและหดตัว ซึ่งมีการทำงานประสานกัน กล้ามเน้ือหนึ่งมัดมีการยืดตัว
ในขณะกล้ามเนื้อด้านตรงกันข้ามอีกหน่ึงมัดมีการหดตัว เพื่อการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ กล้ามเน้ือ
ของร่างกาย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท เป็นระบบหนึ่งในร่างกาย และมีความสำคัญ “ระบ[กลา้ มเน้ือ”
ทำให้เกิดการเคล่ือนไหว นอกจากนั้นกล้ามเน้ือยังผลิตความร้อน เป็นท่ียึดเกาะและรักษาท่าทาง
และยังป้องกันอวัยวะบางส่วนจากแรงต้านภายนอก ทำให้มนุษย์ทรงรูปร่างอยู่ได้ และช่วยให้เกิด
การเคลือ่ นไหวได้

รปู ภาพ ระบบกลา้ มเน้ือ
แหล่งท่ีมา : https://www.trueplookpanya.com

คมู่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 55

1.2 ความสำคัญของระบบกล้ามเนือ้
ความสำคัญของระบบกล้ามเน้ือ คือ ทำให้ร่างกายเกิดการเคล่ือนไหว นอกจากน้ัน

กล้ามเน้ือยังผลิตความร้อนออกมาตามร่างกาย และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย เป็นท่ียึดข้อต่อ
ไวด้ ้วยกนั และคงรปู รา่ ง และทา่ ทางของรา่ งกาย และยังป้องกันอวยั วะบางสว่ นจากแรงต้านภายนอก

2. ประเภท หนา้ ท่ี และการทำงานของกล้ามเนื้อ

2.1 ประเภทของกล้ามเน้อื แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ดงั น้ี
2.1.1 กล้ามเน้ือโครงสร้างร่างกายหรือกล้ามเน้ือลาย (Skeletal Muscle)

เป็นกล้ามเน้ือเดียวท่ียึดติดกับกระดูก บางคร้ังจึงเรียกว่า “ กล้ามเนื้อกระดูก ” ถ้าดูด้วยกล้อง
จุลทรรศน์จะมองเห็นเป็นแถบลายขาวดำสลับกัน ในหน่ึงเซลล์จะมีหลายนิวเคลียส กล้ามเน้ือลาย
มีความแข็งแรง และสามารถหดตัวได้เร็วมาก ควบคุมการทำงานโดยระบบประสาทส่วนกลาง
เช่น กล้ามเน้ือแขน กล้ามเนื้อขากล้ามเนื้อลำตัว เป็นต้น โดยลักษณะเฉพาะของกล้ามเน้ือโครงสร้าง
ร่างกายหรือกลา้ มเนือ้ ลาย เช่น

(1) กล้ามเน้ือที่มีขนาดใหญ่ท่ีสุด ในร่างกายของมนุษย์ เรียกว่า กลูเตียส
แม็กซิมัส (Gluteus Maximus) หรือกล้ามเน้ือซึ่งอยู่บริเวณก้นน่ันเอง กล้ามเน้ือมัดใหญ่มัดทำหน้าท่ี
ช่วยในการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกและต้นขา ช่วยให้แผ่นหลังตรง และยังทำงานต้านแรงโน้มถ่วง
ยามที่เราเดนิ ขนึ้ บนั ได

รปู ภาพ กล้ามเน้ือก้น กลูเตียส แมก็ ซิมสั (Gluteus Maximus)
แหล่งทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com

(2) กล้ามเนื้อท่ีมีขนาดเล็กที่สุด ในร่างกายของมนุษย์เป็นกล้ามเนื้อท่ีอยู่ในหู
เรียกว่า สเตพีเดียส (Stapedius) โดยมีขนาดไม่ถึง 2 มิลลิเมตร ช่วยในการทำงานของกระดูกโกลน
(Stapes) ซ่ึงเป็นกระดูกชิ้นท่ีเล็กที่สุด อยู่ในหูช้ันกลาง เพ่ือส่งสัญญาณการส่ันสะเทือนต่อไปยังหู
ช้ันใน

รูปภาพ กล้ามเน้ือในหู สเตพีเดยี ส (Stapedius)
แหลง่ ทีม่ า : https://www.trueplookpanya.com

ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 56

(3) กล้ามเน้ือท่ีแข็งแรงที่สุด เป็นกล้ามเนื้อขากรรไกร หรือท่ีเรียกว่า
แมสซีเตอร์ (Masseter) เพราะมันสามารถออกแรงกดได้ถงึ 200 ปอนด์ หรือ 890 นวิ ตัน แนน่ อนว่า
แรงกดของมันเห็นได้ชัดจากการท่ีเราสามารถเคี้ยวอาหารแข็ง ๆ บางประเภท หรือแม้แต่การแสดง
กายกรรมท่ใี ช้ปากและฟันในการยดึ สงิ่ ของหนกั ๆ แลว้ ยกข้ึนมา

รูปภาพ กล้ามเนื้อขากรรไกร แมสซเี ตอร์ (Masseter)
แหลง่ ท่ีมา : https://www.trueplookpanya.com

(4) กล้ามเนื้อทย่ี าวทส่ี ุด อยบู่ ริเวณขา มีช่อื ว่า ซาร์ทอเรียส (Sartorius) โดยมี
จุดเกาะต้นอยู่ท่ีด้านนอกของกระดูกสะโพกแล้วพาดผ่านต้นขามายังที่จุดเกาะปลายบริเวณด้านใน
ของกระดูกหัวเขา่ มคี วามยาว 23 นว้ิ หรอื ประมาณ 60 เซนติเมตร ทำงานเก่ยี วขอ้ งกับการเคลื่อนไหว
ของข้อสะโพกและเขา่

รูปภาพ กลา้ มเนื้อขาด้านใน ซาร์ทอเรียส (Sartorius)
แหลง่ ทมี่ า : https://www.trueplookpanya.com

2.2.2 กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle) เป็นกล้ามเนื้อท่ีมีลักษณะเรียบไม่มีลาย
เซลล์มีลักษณะแบนยาว ปลายแหลมเรียวรูปร่างคล้ายกระสวย ภายในมีนิวเคลียสอันเดียว หดตัวได้
ใช้พลังงานน้อย ควบคุมการทำงานโดยระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ผนังลำไส้ ปอด ผนังกระเพาะ
อาหาร เปน็ ต้น โดยลักษณะเฉพาะของกลา้ มเน้ือเรยี บ เช่น

กล้ามเน้ือที่ทำงานยุ่งท่ีสุด กล้ามเนื้อที่ทำงานซับซ้อนท่ีสุด เป็นกลุ่มของ
กล้ามเนื้อตา ซ่ึงประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 6 มัด ได้แก่ Superior Rectus, Inferior Rectus, Superior
Oblique, Inferior Oblique, Lateral Rectus, And Medial Rectus ห รื อ เรี ย ก ร ว ม กั น ว่ า
Extraocular Muscles ท่ีบอกว่ากล้ามเนื้อกลุ่มน้ีเป็นกลุ่มท่ีทำงานยุ่งท่ีสุด เพราะในขณะที่อ่าน

คูม่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 57

หนังสือ หรือดูโทรทัศน์ กล้ามเน้ือตาอาจจะต้องมีการทำงานท่ีประสานกันมากถึง 10,000
การเคลื่อนไหว ท้ังนก้ี เ็ พอ่ื ให้เราสามารถมองเหน็ ภาพท่ชี ัดเจนได้อยา่ งต่อเนื่องน่ันเอง

รปู ภาพ กลา้ มเนื้อตา extraocular muscles
แหลง่ ทมี่ า : https://www.trueplookpanya.com

2.2.3. กล้ามเน้ือหัวใจ (Cardiac Muscle) เป็นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโยเฉพาะ
เซลล์จะมีลายพาดขวาง มีนิวเคลียสหลายอันเหมือนกล้ามเน้ือลาย ควบคุมการทำงานของระบบ
ประสาทอตั โนมัตเิ ชน่ เดยี วกบั กล้ามเนื้อเรียบ โดยลักษณะเฉพาะของกลา้ มเน้ือหวั ใจ คือ

กลา้ มเนื้อท่ีทำงานหนักท่ีสุด ตลอดเวลา 24 ชว่ั โมง ใน 1 วนั หรอื ตลอด 7 วัน
ใน 1 สัปดาห์ อวัยวะที่ไม่เคยหยุดทำงานเลยก็คือ หัวใจ ดังน้ัน กล้ามเน้ือหัวใจจึงดูเหมือนจะเป็น
กล้ามเน้ือท่ีทำงานหนักที่สุด แต่นอกจากไม่ได้พักแล้ว สิ่งที่ทำให้กล้ามเน้ือส่วนนี้ถูกยกให้เป็น
กล้ามเนื้อที่ทำงานหนักที่สุด ก็เพราะมันต้องหดตัวและสูบฉีดเลือดอย่างน้อย 9,450 ลิตรในแต่ละวัน
เพื่อส่งเลือดจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และยังต้องเต้นมากกว่า 3 พันล้านคร้ังตลอด
อายุขยั เฉลยี่ ของมนุษยด์ ้วย

รปู ภาพ กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ
แหล่งท่ีมา : https://www.trueplookpanya.com

2.2 หนา้ ที่ของกล้ามเน้อื
หน้าที่สำคัญของระบบกล้ามเน้ือ คือ ทำให้เกิดการเคล่ือนไหว นอกจากน้ันกล้ามเนื้อ

ยงั ผลิตความรอ้ น เปน็ ที่ยึดเกาะและรักษาคงรปู รา่ งท่าทางของร่างกาย และยังป้องกันอวัยวะบางสว่ น
จากแรงตา้ นภายนอก ยึดข้อต่อไว้ด้วยกัน ทำใหร้ า่ งกายเคล่ือนไหว

คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 58

2.3 การทำงานของกล้ามเน้ือ
ร่างกายของมนุษย์เราประกอบไปด้วยกล้ามเน้ือมากกว่า 600 มัด ซ่ึงทำงานกันอย่าง

เป็นระบบ “ระบบกล้ามเน้อื ” ช่วยให้เราทำกจิ กรรมต่าง ๆ สามารถเคล่ือนไหวและเคลื่อนที่ได้ ตั้งแต่
การเคลอ่ื นไหวเพยี งเล็กน้อยอย่างการย้ิม ไปจนถงึ การวง่ิ หรือกระโดด

รปู ภาพ ประเภทของกลา้ มเนื้อ
แหล่งทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com

คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 59

ใบความรู้สำหรับผู้จัดกจิ กรรม
เรอ่ื ง ระบบกล้ามเนอ้ื

การเรียนรู้ เร่ือง “ระบบกล้ามเนื้อ” เป็นการเรียนรู้เก่ียวกับการเคล่ือนไหวของร่างกาย
มนุษย์ ที่สามารถเคล่ือนไหวในอิริยาบทต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำแนกประเภทของกล้ามเนื้อ ได้ 3 ประเภท คือ
กล้ามเน้ือเรียบ กล้ามเนื้อลาย และกล้ามเนื้อหัวใจ ซ่ึงกล้ามเน้ือแต่ละประเภทมหี น้าท่ี และการทำงาน
ท่ีแตกต่างกัน นอกจากนี้ ผู้รับบริการได้ปฏิบัติการการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ในชีวิตประจำวัน อย่างถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ความหมาย และความสำคัญของระบบกล้ามเนือ้
1.1 ความหมายของระบบกลา้ มเนอื้
1.2 ความสำคัญของระบบกล้ามเนือ้

2. ประเภท หนา้ ท่ี และการทำงานของกลา้ มเนอื้
2.1 ประเภทของกลา้ มเน้ือ
2.2 หน้าทขี่ องกลา้ มเนอื้
2.3 การทำงานของกล้ามเน้ือ

1. ความหมาย และความสำคญั ของระบบกลา้ มเน้ือ

1.1 ความหมายของระบบกลา้ มเนือ้
ระบบกล้ามเน้ือ คือ กล้ามเนื้อต่าง ๆ มีประมาณ 600 มัด ท่ีเป็นส่วนประกอบ

ท่ีสำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ยืดและหดตัว ซ่ึงมีการทำงานประสานกัน กล้ามเน้ือหน่ึงมัดมีการยืดตัว
ในขณะกล้ามเนื้อด้านตรงกันข้ามอีกหน่ึงมัดมีการหดตัว เพ่ือการเคล่ือนไหวส่วนต่าง ๆ กล้ามเน้ือ
ของร่างกาย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท เป็นระบบหนึ่งในร่างกาย และมีความสำคัญ “ระบ[กลา้ มเนื้อ”
ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว นอกจากน้ันกล้ามเนื้อยังผลิตความร้อน เป็นท่ียึดเกาะและรักษาท่าทาง
และยังป้องกันอวัยวะบางส่วนจากแรงต้านภายนอก ทำให้มนุษย์ทรงรูปร่างอยู่ได้ และช่วยให้เกิด
การเคล่ือนไหวได้

รูปภาพ ระบบกล้ามเนื้อ
แหลง่ ทมี่ า : https://www.trueplookpanya.com

คมู่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 60

1.2 ความสำคัญของระบบกล้ามเนือ้
ความสำคัญของระบบกล้ามเน้ือ คือ ทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว นอกจากน้ัน

กล้ามเน้ือยังผลิตความร้อนออกมาตามร่างกาย และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย เป็นท่ียึดข้อต่อ
ไวด้ ้วยกนั และคงรปู รา่ ง และทา่ ทางของรา่ งกาย และยังป้องกนั อวยั วะบางส่วนจากแรงต้านภายนอก

2. ประเภท หนา้ ท่ี และการทำงานของกล้ามเนื้อ

2.1 ประเภทของกลา้ มเน้อื แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท ดังนี้
2.1.1 กล้ามเน้ือโครงสร้างร่างกายหรือกล้ามเน้ือลาย (Skeletal Muscle)

เป็นกล้ามเน้ือเดียวท่ียึดติดกับกระดูก บางคร้ังจึงเรียกว่า “ กล้ามเนื้อกระดูก ” ถ้าดูด้วยกล้อง
จุลทรรศน์จะมองเห็นเป็นแถบลายขาวดำสลับกัน ในหน่ึงเซลล์จะมีหลายนิวเคลียส กล้ามเน้ือลาย
มีความแข็งแรง และสามารถหดตัวได้เร็วมาก ควบคุมการทำงานโดยระบบประสาทส่วนกลาง
เช่น กล้ามเน้ือแขน กล้ามเนื้อขากล้ามเนื้อลำตัว เป็นต้น โดยลักษณะเฉพาะของกล้ามเน้ือโครงสร้าง
ร่างกายหรือกลา้ มเนือ้ ลาย เชน่

(1) กล้ามเน้ือที่มีขนาดใหญ่ท่ีสุด ในร่างกายของมนุษย์ เรียกว่า กลูเตียส
แม็กซิมัส (Gluteus Maximus) หรือกล้ามเน้ือซึ่งอยู่บริเวณก้นน่ันเอง กล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดทำหน้าท่ี
ช่วยในการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกและต้นขา ช่วยให้แผ่นหลังตรง และยังทำงานต้านแรงโน้มถ่วง
ยามที่เราเดนิ ขนึ้ บนั ได

รปู ภาพ กล้ามเน้ือก้น กลเู ตียส แมก็ ซิมสั (Gluteus Maximus)
แหลง่ ทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com

(2) กล้ามเนื้อท่ีมีขนาดเล็กที่สุด ในร่างกายของมนุษย์เป็นกล้ามเนื้อท่ีอยู่ในหู
เรียกว่า สเตพีเดียส (Stapedius) โดยมีขนาดไม่ถึง 2 มิลลิเมตร ช่วยในการทำงานของกระดูกโกลน
(Stapes) ซ่ึงเป็นกระดูกชิ้นที่เล็กที่สุด อยู่ในหูช้ันกลาง เพ่ือส่งสัญญาณการส่ันสะเทือนต่อไปยังหู
ช้ันใน

รปู ภาพ กล้ามเนื้อในหู สเตพีเดยี ส (Stapedius)
แหล่งทีม่ า : https://www.trueplookpanya.com

ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 61

(3) กล้ามเน้ือที่แข็งแรงที่สุด เป็นกล้ามเนื้อขากรรไกร หรือที่เรียกว่า
แมสซีเตอร์ (Masseter) เพราะมันสามารถออกแรงกดได้ถงึ 200 ปอนด์ หรือ 890 นวิ ตนั แนน่ อนว่า
แรงกดของมันเห็นได้ชัดจากการท่ีเราสามารถเคี้ยวอาหารแข็ง ๆ บางประเภท หรือแม้แต่การแสดง
กายกรรมท่ใี ช้ปากและฟันในการยดึ สิ่งของหนัก ๆ แลว้ ยกขน้ึ มา

รูปภาพ กล้ามเนื้อขากรรไกร แมสซีเตอร์ (Masseter)
แหลง่ ท่ีมา : https://www.trueplookpanya.com

(4) กล้ามเน้อื ท่ียาวท่ีสุด อยบู่ ริเวณขา มีช่อื ว่า ซาร์ทอเรียส (Sartorius) โดยมี
จุดเกาะต้นอยู่ท่ีด้านนอกของกระดูกสะโพกแล้วพาดผ่านต้นขามายังที่จุดเกาะปลา ยบริเวณด้านใน
ของกระดูกหัวเขา่ มคี วามยาว 23 นิ้วหรือประมาณ 60 เซนติเมตร ทำงานเก่ยี วขอ้ งกับการเคลอื่ นไหว
ของข้อสะโพกและเขา่

รูปภาพ กลา้ มเนื้อขาด้านใน ซาร์ทอเรียส (Sartorius)
แหลง่ ทมี่ า : https://www.trueplookpanya.com

2.2.2 กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle) เป็นกล้ามเนื้อท่ีมีลักษณะเรียบไม่มีลาย
เซลล์มีลักษณะแบนยาว ปลายแหลมเรียวรูปร่างคล้ายกระสวย ภายในมีนิวเคลียสอันเดียว หดตัวได้
ใช้พลังงานน้อย ควบคุมการทำงานโดยระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ผนังลำไส้ ปอด ผนังกระเพาะ
อาหาร เปน็ ต้น โดยลักษณะเฉพาะของกลา้ มเนอื้ เรยี บ เช่น

กล้ามเน้ือที่ทำงานยุ่งท่ีสุด กล้ามเน้ือที่ทำงานซับซ้อนท่ีสุด เป็นกลุ่มของ
กล้ามเนื้อตา ซ่ึงประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 6 มัด ได้แก่ Superior Rectus, Inferior Rectus, Superior
Oblique, Inferior Oblique, Lateral Rectus, And Medial Rectus ห รื อ เรี ย ก ร ว ม กั น ว่ า
Extraocular Muscles ท่ีบอกว่ากล้ามเนื้อกลุ่มน้ีเป็นกลุ่มท่ีทำงานยุ่งที่สุด เพราะในขณะท่ีอ่าน

คูม่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 62

หนังสือ หรือดูโทรทัศน์ กล้ามเนื้อตาอาจจะต้องมีการทำงานที่ประสานกันมากถึง 10,000
การเคลื่อนไหว ทั้งนก้ี ็เพ่อื ให้เราสามารถมองเหน็ ภาพทช่ี ัดเจนได้อยา่ งต่อเนือ่ งน่ันเอง

รปู ภาพ กลา้ มเนื้อตา extraocular muscles
แหล่งทีม่ า : https://www.trueplookpanya.com

2.2.3. กล้ามเน้ือหัวใจ (Cardiac Muscle) เป็นเซลล์กล้ามเน้ือหัวใจโยเฉพาะ
เซลล์จะมีลายพาดขวาง มีนิวเคลียสหลายอันเหมือนกล้ามเน้ือลาย ควบคุมการทำงานของระบบ
ประสาทอัตโนมัตเิ ช่นเดียวกับกล้ามเน้ือเรียบ โดยลักษณะเฉพาะของกลา้ มเน้ือหัวใจ คอื

กล้ามเนื้อท่ีทำงานหนักท่ีสุด ตลอดเวลา 24 ชัว่ โมง ใน 1 วัน หรอื ตลอด 7 วัน
ใน 1 สัปดาห์ อวัยวะที่ไม่เคยหยุดทำงานเลยก็คือ หัวใจ ดังน้ัน กล้ามเนื้อหัวใจจึงดูเหมือนจะเป็น
กล้ามเน้ือที่ทำงานหนักท่ีสุด แต่นอกจากไม่ได้พักแล้ว สิ่งท่ีทำให้กล้ามเน้ือส่วนนี้ถูกยกให้เป็น
กล้ามเนื้อที่ทำงานหนักที่สุด ก็เพราะมันต้องหดตัวและสูบฉีดเลือดอย่างน้อย 9,450 ลิตรในแต่ละวัน
เพื่อส่งเลือดจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และยังต้องเต้นมากกว่า 3 พันล้านคร้ังตลอด
อายุขยั เฉลย่ี ของมนษุ ย์ดว้ ย

รูปภาพ กล้ามเนือ้ หัวใจ
แหล่งทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com

2.2 หนา้ ที่ของกลา้ มเน้อื
หน้าท่ีสำคัญของระบบกล้ามเน้ือ คือ ทำให้เกิดการเคล่ือนไหว นอกจากน้ันกล้ามเน้ือ

ยงั ผลิตความร้อน เปน็ ทย่ี ึดเกาะและรักษาคงรปู ร่างท่าทางของร่างกาย และยงั ป้องกนั อวยั วะบางส่วน
จากแรงต้านภายนอก ยึดขอ้ ต่อไว้ด้วยกัน ทำใหร้ า่ งกายเคลอ่ื นไหว

คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 63

2.3 การทำงานของกล้ามเน้ือ
ร่างกายของมนุษย์เราประกอบไปด้วยกล้ามเน้ือมากกว่า 600 มัด ซ่ึงทำงานกันอย่าง

เป็นระบบ “ระบบกล้ามเน้อื ” ช่วยให้เราทำกจิ กรรมต่าง ๆ สามารถเคล่ือนไหวและเคลื่อนที่ได้ ตั้งแต่
การเคลอ่ื นไหวเพยี งเล็กน้อยอย่างการย้ิม ไปจนถงึ การวง่ิ หรือกระโดด

รปู ภาพ ประเภทของกลา้ มเนื้อ
แหล่งทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com

คมู่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 64

ใบกจิ กรรมสำหรบั ผู้จดั กจิ กรรม
เรื่อง ระบบกล้ามเนือ้

คำช้ีแจง ใหผ้ จู้ ัดกิจกรรมดำเนินการ ดงั นี้

1. ผู้จัดกิจกรรมอธิบายและสาธิตการปฏิบัติการการบริหารกล้ามเน้ือส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ” ตามใบกิจกรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ”
พร้อมทั้งให้ผู้รับบริการร่วมปฏิบัติในการสาธิตของผู้จัดกิจกรรมด้วย ทั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการ
ได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ โดยให้ผู้รับบริการต้ังประเด็นข้อสงสัย หรือสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ในกระบวน
การของการสาธิต และเช่ือมโยงสูก่ ารนำไปใชใ้ นชีวติ จรงิ ของผู้รบั บริการตอ่ ไป

2. แบ่งผู้รับบริการออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 - 6 คน ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มลงมือ
ปฏิบัติจริง โดยผู้รับบริการแต่ละกลุ่มวางแผนและดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการการบริหาร
กล้ามเน้ือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ” ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เรื่อง
“ระบบกล้ามเนอ้ื ”

ท้ังน้ี ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการปฏิบัติการการยืด
เหยียดกล้ามเนื้อ เร่ือง “ระบบกล้ามเนื้อ” ตามใบกิจกรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง “ระบบ
กล้ามเน้อื ”

3. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เร่ือง
“ระบบกล้ามเนื้อ”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรม
แล้วเสรจ็ ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผจู้ ัดกิจกรรม เรอ่ื ง “ระบบกล้ามเนื้อ”

4. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจัดกิจกรรม เร่ือง การปฏิบัติการการ
ยืดเหยียดกล้ามเน้ือ ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เร่ือง “การนำเสนอผลการปฏิบัติการยืดเหยียด
กล้ามเนอ้ื ”

5. ผู้จดั กจิ กรรมและผ้รู ับบรกิ ารอภปิ รายและสรปุ ผลการเรยี นร้รู ่วมกนั

คู่มอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 65

อธิบายและสาธิตการปฏบิ ัติการ
เร่ือง ระบบกลา้ มเน้อื

คำช้ีแจง

ให้ผ้รู ับบริการปฏิบัติการกจิ กรรม และสรปุ ผลการปฏิบตั ิกิจกรรม

1. วัสดุ อปุ กรณ์

(1) เครื่องออกกำลงั กายแบบสถานีรวม
(2) เครื่องออกกำลังกายแบบดรมั เบล
(3) เคร่ืองออกกำลงั กายแบบยกน้ำหนกั
(4) เคร่ืองออกกำลังกายลวู่ ิง่ ไฟฟา้

2. ข้ันตอนการปฏบิ ัตกิ ารการออกกำลงั กาย
(1) ให้ผู้รับบริการทำการวอมอัพ (Warm up) หรืออบอุ่นร่างกาย โดยการยืดเหยียด

กล้ามเน้ือ โดยบริหารข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก่อนการออกกำลังกายกล้ามเน้ือ เป็นเวลา
15 – 20 นาที

(2) ให้ผู้รับบริการออกกำลังกายกล้ามเนื้อ ตามสถานีต่าง ๆ สถานีละ 10 นาที จำนวน
4 สถานี ดังนี้

(2.1) เครอ่ื งออกกำลงั กายแบบสถานรี วม
(2.2) เครอ่ื งออกกำลังกายแบบดรัมเบล
(2.3) เครอ่ื งออกกำลังกายแบบยกนำ้ หนกั
(2.4) เครอื่ งออกกำลงั กายล่วู ่ิงไฟฟา้
(3) ออกกำลังกายกล้ามเนื้อ ตามสถานีต่าง ๆ ให้ผู้รับบริการ ยึดเหยียดกล้ามเน้ือ
โดยบริหารข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกคร้ัง เป็นเวลา 15 - 20 นาที เป็นการคูลดาวน์
(Cool Down)
(4) ให้ผู้รับบริการบันทึกข้อมูลหลังการออกกำลังกายกล้ามเน้ือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรม

คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 66

3. จากรูปต่อไปนี้ จงบอกชอื่ และลักษณะเฉพาะของกล้ามเนอื้

1

2
3

หมายเลข ช่อื กลา้ มเน้อื ลกั ษณะเฉพาะของกลา้ ม
เปน็ กล้ามเนือ้ ทีแ่ ข็งแรงทสี่ ุด
1 กล้ามเนอ้ื ขากรรไกร เป็นกล้ามเน้อื ท่ีใหญ่ที่สดุ
เป็นกล้ามเน้อื ท่ียาวท่ีสดุ
2 กลา้ มเนื้อกน้
ผลการออกกำลังกาย
3 กล้ามเน้ือขาดา้ นใน ได้ยดื เหยยี ดกล้ามไหล่ หลัง แขน ขา

4. สรุปผลการออกกำลังกาย

สถานี เครอ่ื งออกกำลงั กาย
1 แบบสถานรี วม

2 แบบดรมั เบล ได้ยดื เหยียดกลา้ มเนื้อแขน

3 แบบยกนำ้ หนัก ไดย้ ดื เหยียดกลา้ มเน้อื หน้าอก

4 แบบลวู่ ิง่ ไฟฟา้ ไดอ้ อกกำลังกายกลา้ มเน้ือขา

คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 67

ใบกิจกรรมสำหรบั ผรู้ บั บริการ
เรื่อง ระบบกลา้ มเนอ้ื

คำชแี้ จง ใหผ้ ูจ้ ัดกิจกรรมดำเนนิ การ ดงั น้ี

1. ผู้จัดกิจกรรมอธิบายและสาธิตการปฏิบัติการการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย เรื่อง “ระบบกล้ามเนื้อ” ตามใบกิจกรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง “ระบบกล้ามเนื้อ”
พร้อมท้ังให้ผู้รับบริการร่วมปฏิบัติในการสาธิตของผู้จัดกิจกรรมด้วย ทั้งน้ีเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการ
ได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ โดยให้ผู้รับบริการตั้งประเด็นข้อสงสัย หรือสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ในกระบวน
การของการสาธติ และเชื่อมโยงสกู่ ารนำไปใช้ในชวี ติ จรงิ ของผูร้ ับบรกิ ารต่อไป

2. แบ่งผู้รับบริการออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 - 6 คน ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มลงมือ
ปฏิบัติจริง โดยผู้รับบริการแต่ละกลุ่มวางแผนและดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการการบริหาร
กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เร่ือง “ระบบกล้ามเน้ือ” ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เร่ือง
“ระบบกล้ามเน้อื ”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการปฏิบัติการการยืด
เหยียดกล้ามเนื้อ เรื่อง “ระบบกล้ามเน้ือ” ตามใบกิจกรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เร่ือง “ระบบ
กล้ามเนอ้ื ”

3. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เร่ือง
“ระบบกล้ามเนือ้ ”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรม
แล้วเสรจ็ ตามใบกจิ กรรมสำหรบั ผ้จู ัดกิจกรรม เร่อื ง “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”

4. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจัดกิจกรรม เร่ือง การปฏิบัติการการ
ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เรื่อง “การนำเสนอผลการปฏิบัติการยืดเหยียด
กลา้ มเนื้อ”

5. ผู้จัดกิจกรรมและผรู้ บั บริการอภิปรายและสรุปผลการเรียนร้รู ว่ มกัน

ค่มู อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 68

อธิบายและสาธติ การปฏิบัติการ
เรือ่ ง ระบบกลา้ มเนอื้

ชอ่ื กลุ่ม...............................................................

โรงเรยี น/สถานศกึ ษา/หนว่ ยงาน...........................................................จงั หวัด................................ .....

1. ช่ือ - นามสกลุ …………………………………………………………………………………………………………………….
2. ชื่อ - นามสกลุ …………………………………………………………………………………………………………………….
3. ช่อื - นามสกลุ …………………………………………………………………………………………………………………….
4. ชือ่ - นามสกุล…………………………………………………………………………………………………………………….
5. ชอ่ื - นามสกลุ …………………………………………………………………………………………………………………….
6. ชือ่ - นามสกุล…………………………………………………………………………………………………………………….

คำชีแ้ จง

ใหผ้ ูร้ ับบรกิ ารปฏบิ ตั ิการกจิ กรรม และสรุปผลการปฏบิ ัติกิจกรรม

1. วสั ดุ อปุ กรณ์

(1) เครื่องออกกำลงั กายแบบสถานรี วม
(2) เครื่องออกกำลังกายแบบดรัมเบล
(3) เครื่องออกกำลงั กายแบบยกนำ้ หนกั
(4) เครื่องออกกำลังกายลูว่ ิ่งไฟฟ้า

2. ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั กิ ารการออกกำลังกาย
(1) ให้ผู้รับบริการทำการวอมอัพ (Warm up) หรืออบอุ่นร่างกาย โดยการยืดเหยียด

กล้ามเนื้อ โดยบริหารข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก่อนการออกกำลังกายกล้ามเน้ือ เป็นเวลา
15 – 20 นาที

(2) ให้ผู้รับบริการออกกำลังกายกล้ามเนื้อ ตามสถานีต่าง ๆ สถานีละ 10 นาที จำนวน
4 สถานี ดังนี้

(2.1) เครือ่ งออกกำลังกายแบบสถานีรวม
(2.2) เครอ่ื งออกกำลงั กายแบบดรมั เบล
(2.3) เคร่อื งออกกำลังกายแบบยกนำ้ หนัก
(2.4) เครอื่ งออกกำลังกายลู่ว่งิ ไฟฟ้า

คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 69

(3) ออกกำลังกายกล้ามเนื้อ ตามสถานีต่าง ๆ ให้ผู้รับบริการ ยึดเหยียดกล้ามเนื้อ
โดยบริหารข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกคร้ัง เป็นเวลา 15 - 20 นาที เป็นการคูลดาวน์
(Cool Down)

(4) ให้ผู้รับบริการบันทึกข้อมูลหลังการออกกำลังกายกล้ามเน้ือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ลงในแบบบนั ทึกกิจกรรม

3. จากรูปตอ่ ไปนี้ จงบอกช่อื และลกั ษณะเฉพาะของกลา้ มเนอื้

1

2
3

หมายเลข ช่อื กล้ามเนื้อ ลกั ษณะเฉพาะของกลา้ ม
1 ผลการออกกำลงั กาย
2
3

4. สรุปผลการออกกำลังกาย

สถานี เครือ่ งออกกำลงั กาย
1 แบบสถานรี วม

2 แบบดรัมเบล

3 แบบยกนำ้ หนกั

4 แบบลวู่ งิ่ ไฟฟา้

ค่มู ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 70

PowerPoint สำหรับผู้จดั กิจกรรม
เรอื่ ง การสรุปผลการเรยี นรู้ “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”

ค่มู ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 71

PowerPoint สำหรับผู้จดั กิจกรรม
เรอื่ ง การสรุปผลการเรยี นรู้ “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”

ค่มู ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 72

PowerPoint สำหรับผู้จดั กิจกรรม
เรอื่ ง การสรุปผลการเรยี นรู้ “ระบบกลา้ มเนอ้ื ”

คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 73

บทสรุปผล PowerPoint สำหรบั ผู้จดั กจิ กรรม
เรือ่ ง การสรปุ ผลการเรยี นรู้ “ระบบกล้ามเนอ้ื ”

จากวัตถปุ ระสงค์ที่กำหนดตามแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ จำนวน 3 ข้อ สรุปได้ดังน้ี

1. ความหมาย และความสำคญั ของระบบกล้ามเน้อื

1.1 ความหมายของระบบกล้ามเนอื้
ระบบกล้ามเน้ือ คือ กล้ามเน้ือต่าง ๆ มีประมาณ 600 มัด ท่ีเป็นส่วนประกอบ

ท่ีสำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ยืดและหดตัว ซ่ึงมีการทำงานประสานกัน กล้ามเนื้อหนึ่งมัดมีการยืดตัว
ในขณะกล้ามเนื้อด้านตรงกันข้ามอีกหนึ่งมัดมีการหดตัว เพ่ือการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ กล้ามเน้ือ
ของร่างกาย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท เป็นระบบหนึ่งในร่างกาย และมีความสำคัญ “ระบ[กล้ามเนื้อ”
ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว นอกจากนั้นกล้ามเนื้อยังผลิตความร้อน เป็นท่ียึดเกาะและรักษาท่าทาง
และยังป้องกันอวัยวะบางส่วนจากแรงต้านภายนอก ทำให้มนุษย์ทรงรูปร่างอยู่ได้ และช่วยให้เกิด
การเคล่ือนไหวได้

1.2 ความสำคญั ของระบบกล้ามเนอ้ื
ความสำคัญของระบบกล้ามเน้ือ คือ ทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว นอกจากน้ัน

กล้ามเน้ือยังผลิตความร้อนออกมาตามร่างกาย และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย เป็นท่ียึดข้อต่อ
ไวด้ ้วยกัน และคงรูปร่าง และท่าทางของรา่ งกาย และยงั ปอ้ งกันอวัยวะบางสว่ นจากแรงต้านภายนอก

2. ประเภท หนา้ ท่ี และการทำงานของกล้ามเน้ือ

2.1 ประเภทของกล้ามเน้ือ แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท ดงั นี้
2.1.1 กล้ามเนื้อโครงสร้างร่างกายหรือกล้ามเน้ือลาย (Skeletal Muscle)

เป็นกล้ามเน้ือเดียวท่ียึดติดกับกระดูก บางครั้งจึงเรียกว่า “ กล้ามเนื้อกระดูก ” ถ้าดูด้วยกล้อง
จุลทรรศน์จะมองเห็นเป็นแถบลายขาวดำสลับกัน ในหนึ่งเซลล์จะมีหลายนิวเคลียส กล้ามเนื้อลาย
มีความแข็งแรง และสามารถหดตัวได้เร็วมาก ควบคุมการทำงานโดยระบบประสาทส่วนกลาง
เช่น กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขากล้ามเน้ือลำตัว เป็นต้น โดยลักษณะเฉพาะของกล้ามเน้ือโครงสร้าง
ร่างกายหรือกล้ามเน้อื ลาย เช่น

(1) กล้ามเนื้อท่ีมีขนาดใหญ่ท่ีสุด ในร่างกายของมนุษย์ เรียกว่า กลูเตียส
แม็กซิมัส (Gluteus Maximus) หรือกล้ามเนื้อซึ่งอยู่บริเวณก้นน่ันเอง กล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดทำหน้าที่
ช่วยในการเคล่ือนไหวของข้อสะโพกและต้นขา ช่วยให้แผ่นหลังตรง และยังทำงานต้านแรงโน้มถ่วง
ยามท่ีเราเดนิ ขน้ึ บันได

(2) กล้ามเนื้อที่มีขนาดเล็กที่สุด ในร่างกายของมนุษย์เป็นกล้ามเน้ือท่ีอยู่ในหู
เรียกว่า สเตพีเดียส (Stapedius) โดยมีขนาดไม่ถึง 2 มิลลิเมตร ช่วยในการทำงานของกระดูกโกลน
(Stapes) ซึ่งเป็นกระดูกชิ้นท่ีเล็กท่ีสุด อยู่ในหูช้ันกลาง เพื่อส่งสัญญาณการส่ันสะเทือนต่อไปยังหู
ชั้นใน

คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 74

(3) กล้ามเน้ือท่ีแข็งแรงที่สุด เป็นกล้ามเนื้อขากรรไกร หรือที่เรียกว่า
แมสซีเตอร์ (Masseter) เพราะมันสามารถออกแรงกดได้ถึง 200 ปอนด์ หรือ 890 นวิ ตัน แน่นอนว่า
แรงกดของมันเห็นได้ชัดจากการท่ีเราสามารถเค้ียวอาหารแข็ง ๆ บางประเภท หรือแม้แต่การแสดง
กายกรรมทีใ่ ช้ปากและฟันในการยดึ สงิ่ ของหนกั ๆ แลว้ ยกข้ึนมา

(4) กลา้ มเนื้อทย่ี าวท่สี ุด อยู่บริเวณขา มีชื่อว่า ซาร์ทอเรียส (Sartorius) โดยมี
จุดเกาะต้นอยู่ที่ด้านนอกของกระดูกสะโพกแล้วพาดผ่านต้นขามายังที่จุดเกาะปลายบริเวณด้านใน
ของกระดกู หวั เข่า มคี วามยาว 23 นวิ้ หรอื ประมาณ 60 เซนตเิ มตร ทำงานเก่ียวขอ้ งกับการเคลือ่ นไหว
ของขอ้ สะโพกและเขา่

2.2.2 กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle) เป็นกล้ามเน้ือท่ีมีลักษณะเรียบไม่มีลาย
เซลล์มีลักษณะแบนยาว ปลายแหลมเรียวรูปร่างคล้ายกระสวย ภายในมีนิวเคลียสอันเดียว หดตัวได้
ใช้พลังงานน้อย ควบคุมการทำงานโดยระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ผนังลำไส้ ปอด ผนังกระเพาะ
อาหาร เป็นต้น โดยลักษณะเฉพาะของกล้ามเนื้อเรียบ เช่น กล้ามเนื้อที่ทำงานยุ่งที่สุด กล้ามเน้ือท่ี
ทำงานซบั ซ้อนที่สุด เป็นกลุม่ ของกล้ามเน้อื ตา

2.2.3. กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Muscle) เป็นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโยเฉพาะ
เซลล์จะมีลายพาดขวาง มีนิวเคลียสหลายอันเหมือนกล้ามเนื้อลาย ควบคุมการทำงานของระบบ
ประสาทอัตโนมัติเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อเรียบ โดยลักษณะเฉพาะของกล้ามเน้ือหัวใจ คือ กล้ามเนื้อ
ท่ีทำงานหนักที่สุด ตลอดเวลา 24 ช่ัวโมง ใน 1 วัน หรือตลอด 7 วัน ใน 1 สัปดาห์ อวัยวะท่ีไม่เคย
หยุดทำงานเลย

2.2 หน้าทข่ี องกลา้ มเนอื้
หน้าที่สำคัญของระบบกล้ามเน้ือ คือ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว นอกจากน้ันกล้ามเนื้อ

ยงั ผลติ ความรอ้ น เปน็ ทีย่ ึดเกาะและรักษาคงรปู รา่ งท่าทางของรา่ งกาย และยังป้องกันอวัยวะบางส่วน
จากแรงตา้ นภายนอก ยดึ ข้อต่อไวด้ ว้ ยกนั ทำให้รา่ งกายเคลื่อนไหว

2.3 การทำงานของกลา้ มเน้อื
ร่างกายของมนุษย์เราประกอบไปด้วยกล้ามเน้ือมากกว่า 600 มัด ซ่ึงทำงานกันอย่าง

เป็นระบบ “ระบบกล้ามเน้อื ” ช่วยให้เราทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ สามารถเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ได้ ต้ังแต่
การเคลื่อนไหวเพียงเลก็ น้อยอย่างการยิ้ม ไปจนถงึ การว่งิ หรือกระโดด

คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 75

แบบทดสอบหลังเรยี น
เรือ่ ง ระบบกลา้ มเนอ้ื

คำชแ้ี จง แบบทดสอบหลงั เรียน เป็นแบบปรนยั จำนวนท้ังหมด 10 ข้อ เวลา 10 นาที

คำส่ัง จงทำเคร่ืองหมายกากบาท (X) หนา้ ข้อท่ีถกู ต้องท่สี ดุ เพยี งข้อเดียว

ใหผ้ รู้ บั บรกิ ารทำเคร่อื งหมาย × ในคำตอบทค่ี ดิ ว่าถูกต้องที่สุด
1. “ระบบกลา้ มเน้อื ” คืออะไร มคี วามสำคญั อย่างไร

ก. กล้ามเน้ือมากกวา่ 600 มัด ทำงานเปน็ ระบบ ชว่ ยในดา้ นการเคล่ือนไหว
ข. กล้ามเนื้อมากกวา่ 500 มัด ทำงานกันเปน็ ระบบ ช่วยในดา้ นการเคล่ือนไหวสืบพันธ์
ค. กลา้ มเนื้อมากกว่า 300 มัด ทำงานกนั เปน็ ระบบ ชว่ ยในด้านการเคลื่อนไหว การขับถา่ ย
ง. กลา้ มเนื้อมากกวา่ 100 มัด ทำงานกนั เป็นระบบ ชว่ ยในด้านการเคลื่อนไหว การทรงตัว
2. หวั ใจ จัดอยูใ่ นกล้ามเน้ือประเภทใด ในระบบรา่ งกายใด
ก. กล้ามเนือ้ เรยี บ ระบบขับถ่าย
ข. กล้ามเนื้อลาย ระบบประสาท
ค. กลา้ มเนื้อหวั ใจ ระบบกล้ามเน้ือ
ง. กล้ามเน้ือหลอดเลือด ระบบไหลเวียนโลหติ
3. กลา้ มเน้ือท่ีมขี นาดใหญ่ทสี่ ุด กลา้ มเน้อื ใด
ก. กลา้ มเนอื้ ตา
ข. กลา้ มเนอื้ กน้
ค. กล้ามเนือ้ หวั ใจ
ง. กลา้ มเนอ้ื ต้นขาดา้ นหลงั
4. กล้ามเนื้อทยี่ าวทส่ี ดุ เป็นกลา้ มเนอ้ื ส่วนใดในรา่ งกาย
ก. กลา้ มเนื้อตา
ข. กล้ามเน้อื ก้น
ค. กลา้ มเนอื้ หัวใจ
ง. กลา้ มเนอ้ื ขาดา้ นใน
5. กลา้ มเนือ้ ที่ไดร้ ับบาดเจบ็ บ่อยทส่ี ุด คือข้อใด
ก. กลา้ มเนื้อลาย
ข. กล้ามเน้ือเรยี บ
ค. กลา้ มเนอ้ื หัวใจ
ง. กล้ามเนอ้ื ต้นขาดา้ นหลงั

คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 76

6. กลา้ มเนอ้ื มีความหมายอยา่ งไร
ก. กล้ามเนือ้ เป็นส่วนหนง่ึ ของร่างกายทีช่ ว่ ยในการขบั ถา่ ย
ข. กลา้ มเนื้อเป็นส่วนหนึง่ ของรา่ งกายที่ชว่ ยในการหายใจ
ค. กลา้ มเน้ือเป็นส่วนหนง่ึ ของรา่ งกายท่ชี ว่ ยในการย่อยอาหาร
ง. กล้ามเนือ้ เป็นสว่ นหนงึ่ ของร่างกายท่ีช่วยในการเคลือ่ นไหว

7. กลา้ มเนือ้ ที่ทำงานหนักท่สี ุด คือข้อใด
ก. กลา้ มเนอ้ื ตา
ข. กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ
ค. กลา้ มเนือ้ หลอดเลอื ด
ง. กลา้ มเนอ้ื กระเพาะอาหาร

8. ข้อใดคือกล้ามเนื้อทีแ่ ขง็ แรงทีส่ ดุ
ก. กล้ามเนอ้ื ก้น
ข. กล้ามเนอื้ เรยี บ
ค. กลา้ มเนอ้ื หัวใจ
ง. กล้ามเนอ้ื ขากรรไกร

9. กลา้ มเน้อื มีความสำคัญ อย่างไร
ก. ชว่ ยในการขบั ถ่าย
ข. ชว่ ยระบบหายใจ
ค. ช่วยระบบประสาท
ง. ช่วยยึดโครงสรา้ งรา่ งกาย

10. กลา้ มเน้ือมี 3 ประเภท คือข้อใด
ก. กลา้ มเนื้อเรียบ กลา้ มเนื้อลาย กลา้ มเน้ือหัวใจ
ข. กล้ามเนื้อขาว กล้ามเน้อื ลาย กลา้ มเนือ้ หวั ใจ
ค. กล้ามเนื้อแดง กล้ามเน้ือลาย กล้ามเนอ้ื หวั ใจ
ง. กล้ามเนื้อเรยี บ ผนงั หลอดเลอื ด กล้ามเน้ือหวั ใจ

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
1. ข 2. ก 3. ข 4. ง 5. ง 6. ง 7. ข 8. ง 9. ง 10. ก

คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หนา้ | 77

วิธกี ารวดั ผลประเมนิ ผล/เครอื่ งมอื /เกณฑ์การประเมนิ

วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
สังเกตพฤตกิ รรมรายกล่มุ
แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านการประเมินระดบั ดขี ้ึนไป
ทดสอบหลังเรียน
ประเมนิ ผลงาน/ชน้ิ งาน รายกลมุ่

สอบถามความพึงพอใจ แบบทดสอบหลังเรยี น ผ่านการประเมนิ ร้อยละ 70 ข้ึนไป

แบ บ ป ระ เมิ น ผ ล งาน / ผ่านการประเมนิ รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป

ชน้ิ งาน

แบบสอบถามความ ผ่านการประเมนิ ระดับดขี ้นึ ไป

พึงพอใจ

เกณฑก์ ารประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน

ระดบั คะแนน

รายการ 4 3 2 1
ประเมิน

1. ความถกู ต้อง มี ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง ผลงานส่วนใหญ่ ผลงาน ผลงาน

ชัดเจน สมบู รณ์ ถูกตอ้ งครบถว้ น มคี วามถูกต้องเป็น มคี วามถกู ต้อง

ครบถว้ น บางสว่ น เป็นส่วนใหญ่

2. ความสะอาด ผ ล ง า น ส ะ อ า ด ผ ล ง า น ส ะ อ า ด ผลงาน ผลงาน

เ รี ย บ ร้ อ ย เรียบร้อย สวยงาม เรียบร้อย บางส่วน ส่วนใหญ่

สวยงาม ไม่มีรอยขดี ลบ มรี อยขดี ลบน้อย ไมส่ ะอาด ไม่สะอาด

ไม่เรียบรอ้ ย ไม่เรียบรอ้ ย

3.ตรงตอ่ เวลา ส่งงานตรงเวลา ส่ ง ง า น ช้ า ก่ อ น ส่ ง ง า น ช้ า ก่ อ น สง่ งานช้า

ท่กี ำหนด ห ม ด เว ล า 1 0 หมดเวลา 5 นาที ตอ้ งมกี าร

นาที เรง่ และทวง

4.การเช่ือมโยง คิ ด แ ป ล ก ให ม่ คิ ด แ ป ล ก ให ม่ คดิ แปลกใหม่ คิ ด แ ป ล ก ใ ห ม่

แ ล ะ ค ว าม คิ ด เชือ่ มโยงสัมพนั ธ์ เชอื่ มโยงสมั พนั ธ์ เชื่อมโยงสัมพันธ์ เช่อื มโยงสัมพันธ์

สร้างสรรค์ สิ่งต่าง ๆ ได้ สิ่งตา่ ง ๆ ได้ สงิ่ ตา่ ง ๆ ได้ ส่ิงต่าง ๆ ได้

อยา่ งถูกตอ้ ง อยา่ งถูกตอ้ ง อย่างถูกต้อง อย่างถกู ตอ้ ง

เป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางสว่ น เป็นส่วนนอ้ ย

ค่มู ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หน้า | 78

แบบประเมินความพึงพอใจของผ้รู ับบรกิ ารในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ฐานการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์สขุ ภาพ เรือ่ ง ระบบกล้ามเนือ้

คำช้ีแจง กรุณาตอบแบบสอบถามโดยทำเครื่องหมายถูก () หรือเติมข้อความ ในช่องว่างตาม

ความเปน็ จรงิ เพ่อื ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ตอนท่ี 1 ข้อมลู ท่ัวไป

1. เพศ  ชาย  หญิง

2. อายุ  ตำ่ กวา่ 11 ปี  11 – 20 ปี  21 - 30 ปี

 31 – 40 ปี  41 – 50 ปี  51 ปี ขน้ึ ไป

3. ประเภทผ้รู บั บรกิ าร

 นกั เรยี น/นกั ศกึ ษาในระบบ  นักเรยี น/นกั ศึกษานอกระบบ

 ประชาชนท่วั ไป  อื่น ๆ ระบุ.............................

4. ระดับการศึกษา

 ประถมศึกษา  มัธยมศึกษาตอนตน้

 มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย  อาชวี ศึกษา

 ปริญญาตรี  สงู กวา่ ปริญญาตรี

ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจตอ่ กิจกรรมการเรียนรแู้ ละการใหบ้ ริการ

ระดบั ความพึงพอใจ

รายการ มากท่สี ุด มาก ปานกลาง น้อย นอ้ ยทีส่ ดุ

(5) (4) (3) (2) (1)

ดา้ นความร้คู วามเขา้ ใจ

1. ความรคู้ วามเขา้ ใจในเรื่องนี้ ก่อน การจัดกจิ กรรม

2. ความร้คู วามเขา้ ใจในเรื่องนี้ หลงั การจดั กิจกรรม

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. รปู แบบ/กระบวนการจดั กิจกรรม

2. กจิ กรรมทีจ่ ดั เหมาะสมกับผรู้ ับบริการ

3. สาระความรทู้ ี่ไดร้ ับ

4. สอ่ื การเรยี นร/ู้ แหล่งเรยี นรู้

5. การมสี ว่ นรว่ มของผรู้ บั บริการ

6. ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรม

7. สามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

8. การจดั บรรยากาศเอื้อต่อการเรยี นรู้

ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………..…………………………………………………………………………….………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอขอบคุณสำหรบั ความรว่ มมือในการตอบแบบประเมินความพงึ พอใจ ฯ

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา

คูม่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 79

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ของผู้รบั บริการ

ชอื่ โครงการ/กจิ กรรม........................................................................................................................
ชื่อโรงเรยี น/สถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………..
ชื่อหวั หนา้ โครงการ/กิจกรรม.............................................................................................................

คำชี้แจง ให้ผู้ประเมินทำเครื่องหมายถูก (√) ลงในช่องระดับพฤติกรรมของผู้รับบริการ โดยมี

เกณฑ์ระดบั คุณภาพการประเมินดังน้ี
5 มีพฤตกิ รรมการเรียนรู้ มากท่สี ดุ
4 มพี ฤตกิ รรมการเรียนรู้ มาก
3 มพี ฤติกรรมการเรียนรู้ ปานกลาง
2 มีพฤติกรรมการเรยี นรู้ นอ้ ย
1 มพี ฤติกรรมการเรียนรู้ นอ้ ยท่สี ดุ

เกณฑ์การพิจารณาระดับคุณภาพ

คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละ 0 - 50 ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรงุ

คะแนนเฉล่ยี รอ้ ยละ 50 - 69 ระดับคณุ ภาพ พอใช้

คะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ 70 - 79 ระดบั คณุ ภาพ ดี

คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละ 80 - 89 ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก

คะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ 90 - 100 ระดบั คุณภาพ ดีเยี่ยม

พฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดับพฤตกิ รรม
54321
1. ความต้ังใจในการทำงาน
2. ความรับผิดชอบ
3. ความกระตอื รือรน้
4. การตรงตอ่ เวลา
5. ผลสำเร็จของงาน
6. การทำงานรว่ มกับผอู้ น่ื
7. มีความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์
8. มกี ารวางแผนในการทำงาน
9. การมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็นในกลุม่
10. การมีสว่ นรว่ มในการแก้ไขปัญหาในกลุ่ม

ลงชือ่ ......................................................................ผ้ปู ระเมิน
............../.............................../.....................

คูม่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 80

บรรณานกุ รม

คนตดิ จมิ , (2563). มารคู้ ่า BMR & TDEE กันเถอะ. คน้ เมื่อ วันท่ี 4 สงิ หาคม 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=edm5_-QBXVQ.

เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด สำนักงานใหญ่ นนทบุรี, (2560). อาหารหลัก 5 หมู่ ประโยชน์ท่ีควรรู้
ต่อสุขภาพ. ค้นเมื่อ วนั ที่ 3 สงิ หาคม 2564
จาก https://www.hongthongrice.com.

พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั , หนงั สือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 8 เร่ืองที่ 2 ลขิ สทิ ธิ์
เป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว (2559). ระบบกลา้ มเนอ้ื . คน้ เม่ือ 20 สงิ หาคม 2564
จาก https://www.trueplookpanya.com

โรงพยาบาลคามลิ เลยี น, (2564). ท่ายดื เหยียดกลา้ มเนื้อ. ค้นเมอ่ื 11 สงิ หาคม 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=CnFhgl8AFuI.

วรี ศกั ดิ์ หนนู าค, (2564). ระบบกลา้ มเน้ือ. คน้ เม่ือ 5 สิงหาคม 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=fIcAI8RhgAs.

สำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ การสร้างเสรมิ สุขภาพ, คู่มอื การใช้งานชดุ ส่ือความรู้ FOOD & FIT
สร้างชวี ิตให้ STRONG. ค้นเม่ือ 23 กรกฎาคม 2564
จาก สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การสร้างเสริมสุขภาพ.

B Kind Story, (2564). อาหารหลกั 5 หมู่ สรุปย่อเขา้ ใจง่ายใน 2 นาที.
ค้นเม่ือ 27 กรกฎาคม 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=A2kwriTV7ec&t=30.

Khelang channel, (2561). อ้วนไป หรือผอมไป วดั ไดด้ ว้ ย BMI. คน้ เมื่อ วนั ที่ 4 สิงหาคม 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=2IcInMeZhog.

Sunflowers, (2559). หลกั โภชนาการ. ค้นเมอื่ 27 กรกฎาคม 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=sG7x4lP1Sx0.

คูม่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” หน้า | 81

คณะผจู้ ดั ทำ

ท่ปี รึกษา รกั ษาการในตำแหนง่
ผเู้ ชี่ยวชาญเฉพาะดา้ นส่งเสริมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน
นางรงุ่ อรณุ ไสยโสภณ ครู รักษาการในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
นางอญั ชรา หวงั วรี ะ
ครชู ำนาญการพเิ ศษ
ผู้จดั ทำ ครูชำนาญการพเิ ศษ
ครู
นางอัญชรา หวงั วรี ะ ครู
นางสาวขวญั กมล แกว้ คง ครูผ้ชู ว่ ย
นางสาวขวัญอิสรา ทองโคตร พนักงานนำชมระดบั ส2/หวั หน้า
นางเสาวนีย์ เสระพล นักวิชาการเงินและบัญชี
นางสาวทพิ วรรณ ผา่ นเมอื ง นกั วิชาการพสั ดุ
นายสมชาย แกว้ เขียว นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน
นางสาวศริ ิวรรณ ศริ ทิ รัพย์ เจา้ พนกั งานธรุ การ
นางประพฒั สร พันธ์ุธนโสภณ นกั วชิ าการวิทยาศาสตร์ศึกษา
นายอานนท์ ดิษฐ์จาด นกั วิชาการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา
นางสาวกมลชนก ตะสารกิ า นกั วชิ าการวทิ ยาศาสตร์ศึกษา
นายอนกุ ูล เมฆสุทัศน์ นักวชิ าการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา
นางสาวปรางคแ์ ก้ว แหลมสุข นักวิชาการวิทยาศาสตร์ศึกษา
นายเดชา พลู สวัสด์ิ นกั วิชาการวทิ ยาศาสตร์ศึกษา
นายณฐั วฒุ ิ รอตเกษม
นายฐาปนิก ผาสกุ ะกุล ครู
นายวัฒนา สุรยิ ะ นักวิชาการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา

ผูส้ รุปและผู้เขยี นรายงาน รกั ษาการในตำแหน่ง
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะดา้ นส่งเสริมมาตรฐานการศกึ ษานอกโรงเรียน
นางสาวขวญั อิสรา ทองโคตร ครชู ำนาญการพเิ ศษ
นายอนุกูล เมฆสุทัศน์ ครู

บรรณาธกิ ารกจิ ครู
นกั วิชาการวิทยาศาสตร์ศึกษา
นางรงุ่ อรุณ ไสยโสภณ

นางอญั ชรา หวงั วีระ
นางสาวขวัญอิสรา ทองโคตร

ออกแบบปกและรูปเลม่

นางสาวขวัญอสิ รรา ทองโคตร
นายอนกุ ลู เมฆสุทศั น์

คู่มือการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ” หนา้ | 81

เอกสารลำดบั ที่ 7/2564 จดั พิมพ์โดยศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอ่ื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา
อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา โทร 035 – 352558 โทรสาร 035 - 352559




Click to View FlipBook Version