The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารอาหารและยา ปีที่ 29 ฉบับที่ 1
มกราคม-เมษายน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sarksit.j, 2022-03-15 05:29:36

วารสารอาหารและยา ปีที่ 29 ฉบับที่ 1

วารสารอาหารและยา ปีที่ 29 ฉบับที่ 1
มกราคม-เมษายน

Keywords: วารสารอาหารและยา ปีที่ 29 ฉบับที่ 1

eISSN 2730-3179

วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL ปีที่ 29 ฉบบั ที่ 1 (2565): มกราคม – เมษายน
Vol. 29 No. 1 (2022): January - April

วารสาร

อาหารและยา

THAI FOOD AND DRUG

JOURNAL

ปที ่ี 29 ฉบบั ท่ี 1 (2565): มกราคม – เมษายน สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration

Vol. 29 No. 1 (2022): January - April บทความวช� าการ ระบบรายงานการเฝา‡ ระวงั ความปลอดภยั ดาŒ นเครอ่ื งมอื แพทยข องประเทศไทย

บทความวจ� ยั ความคิดเห็นของบุคลากรดŒานสาธารณสุข การใชกŒ ญั ชาทางการแพทยข องผมŒู ปี ญ˜ หา รูปแบบการจัดการอาหาร
และประชาชนตอ‹ การใหบŒ รก� ารขายยาออนไลน สุขภาพเพ�่อการรักษาโรคกรณีศึกษา: ปลอดภัยในโรงพยาบาล
ของรŒานขายยาไทยในยุควถ� ใี หม‹ จงั หวัดชุมพร มหาสารคามแบบมสี ว‹ นรว‹ ม

การพจ� ารณาอนญุ าตผลติ ภณั ฑอ าหารผา‹ นระบบ สถานการณและสภาพป˜ญหาของสถานที่ผลิต การจัดการความเสี่ยงดŒานคุณภาพของ
e-Submission และ Auto e-Permission เคร�่องสำอางรายเก‹าในจังหวัดตรังหลังประกาศ เครอ่� งสำอางทม่ี สี ว‹ นผสมของแอลกอฮอล
ในจงั หวัดนครปฐมป‚ 2562-2563 หลักเกณฑ ว�ธีการ และเง�่อนไขในการผลิต หร�อ เพอ่� สขุ อนามยั สำหรบั มอื
นำเขŒาเคร�่องสำอาง พ.ศ. 2561

วารสารอาหารและยา

นโยบายของวารสารอาหารและยา

วารสารอาหารและยา เปšนวารสารดŒานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โดยมีบทความวิจัย
และบทความวิชาการ ฉบับละ 6-10 เร่อื ง กาํ หนดตพี ิมพวารสารป‚ละ 3 ฉบับ ไดแŒ ก‹

ฉบบั เดอื นมกราคม – เมษายน
ฉบับ เดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม
ฉบบั เดือนกนั ยายน – ธนั วาคม

วัตถุประสงค์

เพ่ือเปšนส่ือกลางในการเผยแพร‹ผลงานวิจัย และบทความวิชาการ ดŒานผลิตภัณฑ
สขุ ภาพ ไดŒแก‹ อาหาร ยา เคร่ืองสําอาง เครื่องมือแพทย วัตถุอันตราย และวัตถุเสพติด

ขอบเขตการรบั ตพี ิมพ์

รับตีพิมพบทความคณุ ภาพในดาŒ นการคุŒมครองผบŒู รโิ ภคดาŒ นผลติ ภัณฑส ขุ ภาพ โดยมี
กล‹มุ เปา‡ หมายคือ นักวิชาการ นักวจิ ัย และนกั ศกึ ษา

การส่งประเมนิ บทความ (peer review)

บทความตนŒ ฉบบั กองบรรณาธกิ ารจะพจิ ารณาบทความเบอ้ื งตนŒ เกย่ี วกบั ประเดน็ เนอื้ หา
และความถกู ตอŒ งของรปู แบบทวั่ ไป ถาŒ ไมผ‹ า‹ นการพจิ ารณาจะสง‹ ใหผŒ นŒู พิ นธก ลบั ไปแกไŒ ข ถาŒ ผา‹ นจะเขาŒ ส‹ู
การพจิ ารณาของผทŒู รงคณุ วฒุ ผิ พŒู จิ ารณาบทความ ในสาขาทเี่ กยี่ วขอŒ งจาํ นวน 2-3 ทา‹ น และการสง‹
จะทําการปดบังช่ือ (double-blinded) และหน‹วยงานของเจŒาของบทความไวŒ ซึ่งไม‹มีส‹วนไดŒส‹วนเสีย
กับผูŒนิพนธ

ลขิ สิทธิ์และกรรมสิทธ์ขิ องบทความ

ลขิ สทิ ธข์ิ องบทความเปนš ของเจาŒ ของบทความ ทงั้ นบี้ ทความทไ่ี ดรŒ บั การตพี มิ พถ อื เปนš ทศั นะ
ของผเูŒ ขยี นโดยทกี่ องบรรณาธิการไมจ‹ ําเปšนตŒองเห็นดวŒ ย และไมร‹ ับผิดชอบต‹อบทความนัน้

การส่งบทความลงตีพิมพ์

1. ผูŒนิพนธสามารถส‹งตŒนฉบับ โดยผ‹านระบบ online-submission ของระบบ ThaiJo
ไดŒที่ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index

2. ผูŒนิพนธลงทะเบียนในระบบ (โดยศึกษาขั้นตอนจากคู‹มือการใชŒงานระบบวารสาร
อิเล็กทรอนิกส) พรŒอมส‹งแบบฟอรมส‹งตีพิมพมายัง Email: [email protected]

พิมพ์/ออกแบบโดย

บริษัท บอรน ทู บี พับลิชช่ิง จํากัด

คณะบรรณาธิการ eISSN 2730-3179
ปท ี่ 29 ฉบับท่ี 1 (2565): มกราคม - เมษายน
วารสารอาหารและยา I THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
Vol. 29 No. 1 (2022): January - April

ที่ปรึกษา  ดร.ภญ.อรนิภา วงศสีลโชติ
 นพ.ไพศาล ดั่นคุม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
 นพ.สุรโชค ตางวิวัฒน
 นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล  ดร.นภชา สิงหวีรธรรม
 ภก.วีระชัย นลวชัย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ที่ปรึกษาดานวิชาการ
 ภก.มรกต จรูญวรรธนะ  ดร.ภก.ปรีชา หนูทิม
 ภญ.สุภัทรา บุญเสริม กรมการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก
 ดร.ภญ.ธารกมล จันทรประภาพ
 ภญ.นุชนาฏ กิติวรนนท ผูทรงคุณวุฒิประจำฉบับ
 น.ส.อรสุรางค ธีระวัฒน  ผศ.ดร.ภญ.สุนทรี วัชรดำรงกุล
 ดร.ภญ.ณธิป วิมุตติโกศล
 ภญ.อัมพร พุฒิอังกุล จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
 ภญ.กรพินธุ ณ ระนอง  ดร.ภก.วิโรจน สุมใหญ
 ภญ.สุนันทา พันธุวรรณ
 ดร.ภญ.พรทิพย เจียมสุชน United Nations International Narcotics Control Board,
 ภญ.สุชัญญา วิภูมิรพี Austria
 ภญ.อรัญญา เทพพิทักษ  ดร.ภญ.อาจารี รายะนาคร
 น.ส.นฤมล ฉัตรสงา มหาวิทยาลัยเชียงใหม
บรรณาธิการบริหาร  ดร.ศิริพร ทองประกายแสง
 ภก.วราวุธ เสริมสินสิริ กรมวิทยาศาสตรการแพทย
บรรณาธิการ  ภญ.พรพรรณ สุนทรธรรม
 นายธนศักดิ์ ประเสริฐสาร วิทยาลัยการคุม ครองผบู ริโภคดานยาและสุขภาพแหง ประเทศไทย
ผูชวยบรรณาธิการ สภาเภสัชกรรม
 ดร.ภญ.รัศพรรณ พฤกษะริตานนท  ผศ.ดร.กฤษณ รักชาติเจริญ
กองบรรณาธิการ มหาวิทยาลัยมหิดล
 ผศ.ดร.ภญ.สุนทรี วัชรดำรงกุล  ผศ.ดร.ภญ.กรรณิกา เทียรฆนิธิกูล
มหาวิทยาลัยเชียงใหม
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  ดร.ภญ.รัชดา โตอนันต
 ผศ.ดร.ภญ.สมหญิง พุมทอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
 ดร.วรวลัญช พูลสวัสดิ์
มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
 ผศ.ดร.ภญ.นิภาพรรณ มะลิซอน  ภญ.สุฮวง ฐิติสัตยาทร นักวิชาการอิสระ กทม.
 ภก.ชาพล รัตนพันธุ นักวิชาการอิสระ นนทบุรี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร  ภญ.ศรีนวล กรกชกร นักวิชาการอิสระ นนทบุรี
 ดร.ภญ.เบญจพร ศิลารักษ  น.ส.ดารณี เพ็ญเจริญ นักวิชาการอิสระ นนทบุรี
เลขานุการ
โรงพยาบาลขอนแกน  ดร.ภก.อดุลย โมฮารา
 ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ผูชวยเลขานุการ
 ภญ.เจตสุภา ลลิตอนันตพงศ
กรมการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก ผูจัดการวารสาร
 ดร.ภญ.วรัญญา อรุโณทยานันท  น.ส.ณัฐฐานันท ปนสุวรรณ
ติดตอกองบรรณาธิการ
วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทยและสาธารณสุข กลุมวิจัยและวิทยบริการ กองยุทธศาสตรและแผนงาน
กาญจนาภิเษก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถนนติวานนท
 ดร.จุฬาพร กระเทศ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
สำนักวิชาการสาธารณสุข โทร. 02-590-7256
 ดร.ภญ.อาจารี รายะนาคร email: [email protected]
มหาวิทยาลัยเชียงใหม website: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
 ร.ต.ดร.เรวัต รักเกื้อ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่

วารสารอาหารและยา เปน วารสารเพอ่ื สนบั สนนุ พฒั นาวชิ าการ และองคค วามรดู า นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ ดำเนนิ การโดยไมม งุ หวงั ผลกำไรทางดา นการคา
บทความทีล่ งในวารสารยินดใี หนำไปเผยแพรเ ปน วิทยาทานโดยไมต อ งขออนญุ าต แตไ มอ นุญาตใหนำไปเผยแพรใ นลักษณะธุรกิจ

สารบญั eISSN 2730-3179
ปท่ี 29 ฉบับท่ี 1 (2565): มกราคม - เมษายน
วารสารอาหารและยา I THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
Vol. 29 No. 1 (2022): January - April

บทบรรณาธกิ าร 3

บทความว�ชาการ 4

ระบบรายงานการเฝาระวังความปลอดภัยดานเครื่องมอื แพทยของประเทศไทย
ศรนิ ยา หนูทิม วิมล สวุ รรณเกษาวงษ วารณี บุญชวยเหลือ ณฏั ฐญิ า คาผล

บทความว�จัย 17

ความคิดเห็นของบคุ ลากรดานสาธารณสขุ และประชาชนตอการใหบ ริการขายยาออนไลน
ของรานขายยาไทยในยุควิถีใหม
อรญั ญา เทพพทิ กั ษ

การใชกญั ชาทางการแพทยข องผูมปี ญหาสุขภาพเพื่อการรักษาโรค: กรณีศกึ ษา จังหวัดชุมพร 31
เอกพงษ อุไรวงศ

รูปแบบการจดั การอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลมหาสารคามแบบมีสวนรวม 42
ปรญิ า ถมอุดทา อดศิ กั ด์ิ ถมอุดทา

การพจิ ารณาอนุญาตผลติ ภัณฑอ าหารผา นระบบ e-Submission และ Auto e-Permission 59
ในจังหวดั นครปฐมป 2562-2563
คุม ขวญั ภมรศลิ ปธรรม

สถานการณแ ละสภาพปญ หาของสถานท่ีผลติ เครื่องสำอางรายเกาในจงั หวดั ตรังหลังประกาศ 71
หลกั เกณฑ วิธีการ และเง่อื นไขในการผลติ หรอื นำเขา เคร่อื งสำอาง พ.ศ. 2561
วาสฏิ ฐี มเี สน วราณี โกวานชิ ย สริ ินาถ ภมรวสิ ิฐ

การจดั การความเส่ยี งดานคณุ ภาพของเคร่ืองสำอางทีม่ ีสวนผสมของแอลกอฮอล 85
เพอ่ื สขุ อนามยั สำหรับมือ
เอกชยั เยาวเฉื้อง

คำแนะนำสำหรับผูŒนิพนธ 96

2 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

บทบรรณาธิการ

ไดร บั รายงานวา Omicron ถกู คน พบจาก Botswana และ South Africa
เม่ือเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผานมา จากนั้นสองสามสัปดาหตอมา COVID-19
สายพนั ธดุ งั กลา วแพรร ะบาดกระจายไปกวา 110 ประเทศทวั่ โลก อบุ ตั กิ ารณค รงั้ ใหม
ของมวลมนุษยชาติ ซงึ่ WHO แสดงความกงั วลและออกเตอื นเน่ืองจากมนั สามารถ
แพรร ะบาดไดเ รว็ กวา สายพนั ธ Delta 2 ถงึ 3 เทา เมอื่ ดตู วั เลขการตดิ เชอ้ื COVID-19
สะสมทั่วโลก ณ 21 มกราคม 2565 มีผูติดเช้ือยืนยันแลว 340,543,962 คน
รวมเสียชีวิต 5,570,163 คน ไดรับวัคซีน 9,571,502,663 โดส อยางไรก็ตาม
ยังมีขาวดีท่ีเช้ือนี้ไมลงปอด และหลายผลการศึกษาช้ีวาการกระตุนวัคซีนเข็ม 3
สามารถปอ งกนั การตดิ เชอ้ื ได และยงั มยี า Paxlovid และ Molnupiravia ในการรกั ษา

วารสารอาหารและยาฉบับน้ี เดินทางเขาสูปท่ี 29 ฉบับที่ 1 มีบทความ
ที่เกี่ยวของกับ COVID-19 ท่ีนาสนใจอยางย่ิงในเร่ืองของความคิดเห็นของบุคลากร
ดานสาธารณสุขและประชาชนตอการใหบริการขายยาออนไลนของรานขายยา
ซ่ึงกฎหมายไทยไมอนุญาต อาจเปนขอขบคิดของสังคมวาอาจถึงเวลาแลวหรือไม
ที่ตองปรับตัวเขากับยุค New normal บทความเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยง
ดานคุณภาพของเครอ่ื งสาํ อางท่ีมีสว นผสมของแอลกอฮอลเพ่ือสขุ อนามัยสําหรับมอื
และบทความอ่ืน ๆ อาทิ การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหาสุขภาพเพ่ือ
การรักษาท่ีศึกษาในพื้นที่จังหวัดชุมพร รวมถึงบทความรูปแบบการจัดการอาหาร
ปลอดภยั ในโรงพยาบาลมหาสารคามแบบมีสว นรว ม เปน ตน

ทายน้ี ขอใหผูอานสังเกตตัวเองเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงในการติดเช้ือ
Omicron ไดแ ก เรม่ิ มนี า้ํ มกู จาม ปวดหวั ตอ มาออ นเพลยี ปวดเมอ่ื ยกลา มเนอ้ื เจบ็ คอ
หรือบางรายมีเหงื่อออกตอนกลางคืน ทั้งน้ี การปองกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
สามารถทําไดโดยการรับการฉีดวัคซีน และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข
เชน เวนระยะหาง และการสวมหนากากอนามัย โปรดรักษาสุขภาพนะครับ
สวัสดีปใหม 2565

ธนศกั ดิ์ ประเสริฐสาร
บรรณาธกิ ารวารสารอาหารและยา

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 3

บทความวชิ าการ Reviewed Article

วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration

ระบบรายงานการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นเครอื่ งมอื แพทยข องประเทศไทย

ศรินยา หนูทิม1 วิมล สุวรรณเกษาวงษ2 วารณี บุญชวยเหลือ3 ณัฏฐิญา คาผล3
1กองยุทธศาสตรและแผนงาน สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา นนทบุรี 2วิทยาลัยการคุมครองผูบริโภคดานยาและสุขภาพ
แหงประเทศไทย (วคบท.) นนทบุรี 3คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร นครปฐม
ท่ีอยูติดตอ: ณัฏฐิญา คาผล ภาควิชาเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร ตําบล
พระปฐมเจดีย อําเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000 [email protected]

Thailand Medical Device Vigilance Reporting System

Sarinya Nootim1, Wimon Suwankaesawong2, Waranee Bunchuailua3, Nattiya Kapol3
1Strategy and Planning Division, Food and Drug Administration, Nonthaburi, Thailand. 2The College of
Pharmaceutical and Health Consumer Protection of Thailand Nonthaburi, Thailand. 3Faculty of Pharmacy,
Silpakorn University, Sanamchandra Palace, Nakhon Pathom, Thailand
Contact address: Nattiya Kapol, Department of Community Pharmacy, Faculty of Pharmacy, Silpakorn University,
Sanamchandra Palace, Phra Pathom Chedi Sub-district, Mueang Nakhon Pathom District, Nakhon Pathom,
Thailand, 73000, [email protected]
Received: 21 April 2021, Revised: 10 June 2021, Accepted: 15 June 2021

เครื่องมือแพทยเปนผลิตภัณฑที่จําเปน ตอปสาเหตุจากการเขาสูส งั คมสูงวยั ประชากรมีอายุ
ทางดานการแพทยและการสาธารณสุขของมนุษย ยืนยาวข้ึน มีการเพ่ิมข้ึนของผูปวยโดยเฉพาะผูปวย
ภายใตค วามรบั ผดิ ชอบของสาํ นกั งานคณะกรรมการ โรคไมติดตอเร้ือรัง ประกอบกับนโยบายของภาครัฐ
อาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ตองการสงเสริมอุตสาหกรรมการแพทยครบวงจร
เครอ่ื งมอื แพทย พ.ศ. 2551 และแกไ ขเพมิ่ เตมิ พ.ร.บ. (medical hub) รวมทงั้ ความกา วหนา ทางเทคโนโลย2ี
เครื่องมือแพทย (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 25621 โดยดําเนิน
การควบคุม กํากับ ดูแล การผลิต นําเขา และใช อยางไรก็ตามผูบริโภคมีโอกาสเสี่ยงของ
เคร่ืองมือแพทย รวมท้ังการเฝาระวังความปลอดภัย การเกดิ เหตุการณไ มพงึ ประสงคจากการใชผลิตภณั ฑ
เม่ือจําหนายในทองตลาด เพ่ือใหไดผลิตภัณฑที่มี สุขภาพได อย. โดยศูนยเฝา ระวังความปลอดภยั ดาน
คุณภาพ ปลอดภัย ไดมาตรฐาน และเปนไปตาม ผลิตภัณฑสุขภาพ (Health Product Vigilance
กฎหมาย ในชวงระยะเวลาทผ่ี า นมามแี นวโนม ความ Center; HPVC) เปนหนวยงานในการรับรายงาน
ตองการใชเครื่องมือแพทยท่ีสูงข้ึน คาดการณวาในป เฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพโดย
พ.ศ. 2563-2564 จะมีอัตราการเติบโตเฉล่ียตอป การรับรายงานเคร่ืองมือแพทยจากบุคลากรทาง
ประมาณรอยละ 6.71 สูงกวาการเติบโตของตลาด การแพทยโดยสมัครใจแบบเดียวกับยา แตสําหรับ
เครอื่ งมอื แพทยโ ลกทค่ี าดวา จะเตบิ โตรอ ยละ 4.1-5.1 การรบั รายงานจากผปู ระกอบการเปน ไปตามมาตรา
41(4) ตาม พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย พ.ศ. 25513

4 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

บทความนจ้ี งึ นําเสนอระบบเฝาระวังความปลอดภัย หยุดการผลิต6 นอกจากน้ี ขอมูลจากฐานขอมูลของ
ดานเครื่องมือแพทยในระดับนานาชาติและของ องคก รภาครฐั 40 ประเทศทว่ั โลกพบวา 37 ประเทศ
ประเทศไทย เปรยี บเทยี บการรบั รายงานจากบคุ ลากร มีรายงานการฝงเตานมเทียมท่ีสัมพันธกับการเกิด
ทางการแพทยแ ละผปู ระกอบการโดยมงุ เนน แนวทาง มะเร็งตอมนํ้าเหลืองชนิด anaplastic large cell
การตดิ ตาม รวบรวมขอ มลู ความปลอดภยั ซงึ่ ครอบคลมุ (Breast Implant associated Anaplastic Large
ขอ มลู รายงานเหตกุ ารณอ นั ไมพ งึ ประสงคแ ละขอ มลู Cell lymphoma: BI-ALCL) จํานวน 136 ฉบับ
ที่เกี่ยวของเปนหลัก เพ่ือสงเสริมใหมีการรายงาน เปน เหตนุ าํ ไปสกู ารตดั เตา นม รอ ยละ 91.9 ตอ งรกั ษา
เม่ือพบปญหาจากการใชเครื่องมือแพทยที่นํามาใช ดวยเคมีบําบัด รอยละ 30.8 ฉายรังสี รอยละ 18.4
ดําเนินการจัดการความเส่ียงเพื่อคุมครองผูบริโภค ปลูกถายสเต็มเซลล รอยละ 6.6 และมีรายงาน
ผเู สยี ชวี ติ 5 ฉบบั 7
เเ1คฝ. รค า่ือวงรามะมือวสแัํางพคคทัญวยขาปอมรงะขปเอทลมศอูลไรทดายภยังยาดนก าานร
จากขอ มลู ขา งตน แสดงใหเ หน็ วา ภายหลงั
เคร่ืองมือแพทยแมจะมีบทบาทในการ เครอื่ งมอื แพทยอ อกสตู ลาด ผบู รโิ ภคอาจเกดิ อนั ตราย
วนิ จิ ฉยั และรกั ษาโรค แตม โี อกาสทาํ ใหเ กดิ เหตกุ ารณ จากการใชง าน ดงั นน้ั ระบบการเฝา ระวงั ความปลอดภยั
ไมพึงประสงคที่รายแรงตอผูปวยหรือผูใชงานได ดา นเครอ่ื งมอื แพทยจ งึ เปนหนึง่ ในกลไกสําคญั ที่ชว ย
ซ่ึงนําไปสูการเรียกคืนผลิตภัณฑ เพิกถอน หรือ สง เสรมิ ใหเ กดิ ความปลอดภยั จากการใชเ ครอื่ งมอื แพทย
แจง เตอื นเรอื่ งความปลอดภยั ตวั อยา งเชน U.S. FDA โดยการควบคุม ปองกัน และลดโอกาสการเกิด
มกี ารเรยี กคนื เครอ่ื งมอื แพทยใ นป พ.ศ. 2556-2559 เหตุการณดังกลาว การประสบความสําเร็จตาม
รวม 196 ฉบบั เกดิ จากผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกตขิ อง จุดมุงหมายน้ัน ในเบื้องตนจําเปนตองไดรับขอมูล
เคร่ืองมือแพทย 172 ฉบับ และเปนเหตุการณอัน รายงานเกย่ี วกับเหตกุ ารณไ มพงึ ประสงคและขอมูล
ไมพ งึ ประสงค 24 ฉบบั 4 และระหวา งป พ.ศ. 2534- ที่เกี่ยวของ เพ่ือใหไดขอมูลประกอบการเฝาระวัง
2557 ยังพบวาอันตรายที่เกิดขึ้นมีสาเหตุเกิดจาก และจดั การความเสย่ี งดา นเครอ่ื งมอื แพทยแ ละปอ งกนั
ทง้ั ตวั อปุ กรณเ ครอื่ งมอื แพทยแ ละจากผใู ชง านไดเ ชน กนั การเกิดเหตกุ ารณไมพึงประสงคซ ํา้
กลาวคือ พบรายงานเหตุการณเก่ียวกับเครื่องมือ
ฉายรงั สเี พอ่ื การรกั ษา (Radiation Oncology Medical 2. ความหมายของเคร่อื งมือแพทย
Device: ROD) จํานวน 4,234 ฉบับ นอกจากพบวา
มสี าเหตจุ ากระบบซอฟตแ วร รอ ยละ 30.4 และกลไก เคร่ืองมือแพทยตามมาตรา 4 แหง พ.ร.บ.
ของเครือ่ งมือแพทย รอ ยละ 20.9 ยังพบวา เกิดจาก เครื่องมือแพทย พ.ศ. 2551 และท่ีแกไขเพิ่มเติม
ความผิดพลาดของผูใชงาน รอยละ 20.45 ในขณะที่ โดย พ.ร.บ. เครือ่ งมือแพทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
เยอรมนั พบรายงานอนั ตรายจากการทาํ งานอนั ผดิ ปกติ ใหหมายความวา1
ของเครอื่ งมอื แพทย คอื ลน้ิ หวั ใจเทยี มทาํ งานผดิ ปกติ
ทาํ ใหเ กดิ อนั ตรายรา ยแรง เชน ทาํ ใหเ กดิ การผา ตดั ซา้ํ (1) เครอ่ื งมือ เครอ่ื งใช เครื่องกล วัตถุทีใ่ ช
ระยะเวลาในการผาตัดนานขึ้น ผูปวยเสียชีวิต ใสเขาไปในรางกาย น้ํายาที่ใชตรวจในหรือนอกหอง
จนเปนเหตุใหเรียกคืนผลิตภัณฑออกจากทองตลาด ปฏิบัติการ ผลิตภัณฑ ซอฟตแวร หรือวัตถุอื่นใด
พรอมท้ังประกาศแจงเตือนความปลอดภัย และ ทผี่ ผู ลติ หรอื เจา ของผลติ ภณั ฑม งุ หมายเฉพาะสาํ หรบั
ใชอยางหนึ่งอยางใดกับมนุษยหรือสัตวดังตอไปนี้
ไมวาจะใชโดยลําพัง ใชรวมกัน หรือใชประกอบกับ
ส่ิงอน่ื ใด

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 5

(ก) วินิจฉัย ปองกัน ติดตาม บําบัด ความเสย่ี ง พ.ศ. 2562 กาํ หนดใหจ ดั เครอ่ื งมอื แพทย
บรรเทา หรือรักษาโรค เปน 2 กลมุ โดยมรี ายละเอยี ดดังน8ี้

(ข) วินิจฉัย ติดตาม บําบัด บรรเทา 1. เคร่ืองมือแพทยสําหรับการวินิจฉัย
หรือรักษาการบาดเจ็บ ภายนอกรางกาย (In vitro diagnostic medical
device) สามารถจดั เปน เครอื่ งมอื แพทยป ระเภทที่ 1
(ค) ตรวจสอบ ทดแทน แกไ ข ดดั แปลง ถึง ประเภทท่ี 4 ตามระดับความเสย่ี งตอ บคุ คลและ
พยุง คํ้า หรือจุนดานกายวิภาคหรือกระบวนการ การสาธารณสขุ จากตา่ํ ไปสงู ตวั อยา งเครอ่ื งมอื แพทย
ทางสรรี ะของรา งกาย ในกลุมน้ี เชน ชุดตรวจและนํ้ายาที่เกี่ยวของกับ
การวินิจฉัยการติดเช้ือ SARS-CoV-2 (เช้ือกอโรค
(ง) ประคบั ประคองหรอื ชวยชวี ติ COVID-19) ชุดตรวจ HIV ชุดตรวจติดตามระดับ
(จ) คมุ กําเนดิ หรอื ชวยการเจรญิ พนั ธุ กลูโคสในเลอื ด ชุดทดสอบการต้งั ครรภ เปนตน
(ฉ) ชวยเหลือหรือชวยชดเชยความ
ทุพพลภาพหรือพกิ าร 2. เคร่ืองมือแพทยท่ีไมใชเคร่ืองมือแพทย
(ช) ใหขอมูลจากการตรวจส่ิงสงตรวจ สาํ หรบั การวินิจฉัยภายนอกรางกาย (Non-in vitro
จากรางกาย เพ่ือวัตถุประสงคทางการแพทยหรือ diagnostic medical device) สามารถจัดเปน
การวินจิ ฉัย เคร่ืองมือแพทยประเภทที่ 1 ถึงประเภทท่ี 4 ตาม
(ซ) ทํ า ล า ย ห รื อ ฆ  า เ ช้ื อ สํ า ห รั บ ระดับความเส่ียงที่อาจเกิดข้ึนจากต่ําไปสูง ตัวอยาง
เคร่ืองมือแพทย เครื่องมือแพทยในกลุมน้ี เชน เคร่ืองกระตุนหัวใจ
(2) อุปกรณเสริมสําหรับใชรวมกับ เตา นมเทยี มทฝ่ี ง ในรา งกาย เลนสส มั ผสั ถงุ บรรจโุ ลหติ
เคร่ืองมือแพทยตาม (1) เปนตน
(3) เครอื่ งมอื เครอื่ งใช เครอ่ื งกล ผลติ ภณั ฑ
หรือวัตถุอื่นท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนดวาเปน เ4ค.รรื่อะงบมบือเแฝพารทะยว ังความปลอดภัยดาน
เคร่ืองมือแพทย
ผลสมั ฤทธต์ิ ามความมงุ หมายของสงิ่ ทกี่ ลา วถงึ การเฝา ระวงั ความปลอดภยั เครอ่ื งมอื แพทย
ตาม (1) ซึ่งเกิดขึ้นในรางกายมนุษยหรือสัตวตอง เปน กจิ กรรมทหี่ นว ยงานกาํ กบั ดแู ลของประเทศตา ง ๆ
ไมเ กดิ จากกระบวนการทางเภสชั วทิ ยา วทิ ยาภมู คิ มุ กนั ใชเปนเครื่องมือในการคุมครองผูบริโภค ภาพรวม
หรือปฏิกิรยิ าเผาผลาญใหเกิดพลังงานเปนหลัก ระบบการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นเครอื่ งมอื แพทย
มีท้ังในระดับนานาชาติและประเทศไทย โดยมี
ต3.ามกราะรดจบััดปควระาเมภเทสี่ยขงองเครื่องมือแพทย รายละเอียดดังนี้

ข  อ ต ก ล ง อ า เ ซี ย น ด  ว ย บ ท บั ญ ญั ติ 4.1 ระบบเฝาระวังความปลอดภัยดาน
เครอ่ื งมอื แพทยไ ดจ ดั ประเภทเครอื่ งมอื แพทยต ามระดบั เครื่องมือแพทยในระดับนานาชาติ
ความเสี่ยงในสวน Annex 2: risk classification
rules for medical devices other than IVD medical ก า ร เ ฝ  า ร ะ วั ง ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ด  า น
devices และ Annex 3: risk classification rules เครอ่ื งมอื แพทยร ะดบั สากลเรม่ิ ขน้ึ จากการรวมกลมุ ของ
for IVD medical devices ดงั นนั้ เพอ่ื ใหส อดคลอ ง กลมุ ผผู ลติ เครอื่ งมอื แพทย Global Harmonization
กับหลักเกณฑดังกลาวกระทรวงสาธารณสุขไดออก Task Force (GHTF) ตัวแทนสมาชิกผูกอตั้ง ไดแก
ประกาศฯ เรื่อง การจัดเครื่องมือแพทยตามระดับ ออสเตรเลีย แคนาดา ญ่ีปุน สหรัฐอเมริกา และ
สหภาพยุโรป9 จัดใหมีกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแพร

6 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

และแลกเปลย่ี นขอ มลู เหตกุ ารณไ มพ งึ ประสงคต า ง ๆ “ระบบการเตอื นภยั และเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา น
ของเครอื่ งมอื แพทยท มี่ กี ารรายงานจากประเทศสมาชกิ เครอ่ื งมอื แพทยภ ายหลงั ออกสตู ลาด (Post Marketing
ผาน National Competent Authority Report Alert System: PMAS)” โดยกําหนดมาตรการ
(NCAR) Exchange Program โดยไทยเปนสมาชิก สําคัญท่ีตองดําเนินการอยางเหมาะสมเพ่ือใหแนใจ
ชนิดเต็มรูปแบบ10 ตอมาป พ.ศ. 2554 มีการจัดต้ัง ถึงขอมูลเกี่ยวกับอุบัติการณที่เกิดจากเหตุการณอัน
กลมุ International Medical Device Regulatory ไมพ งึ ประสงคท เี่ กดิ ขน้ึ กบั ผบู รโิ ภคนาํ ไปสกู ารเสยี ชวี ติ
Forum (IMDRF) เปน ความรว มมอื กนั ของหนว ยงาน หรือการบาดเจ็บรายแรงตอสุขภาพของผูปวยหรือ
กํากับดูแลของประเทศตาง ๆ ท่ัวโลกเพื่อสราง ผใู ชง าน และการดาํ เนนิ การแกไ ขเพอ่ื ความปลอดภยั
ความเขมแข็งของงานท่ี GHTF ดําเนินการแลว ในการใชเคร่ืองมือแพทย รวมถึงหากมีการออก
ปจ จบุ นั มสี มาชกิ ไดแ ก ออสเตรเลยี บราซลิ แคนาดา มาตรการตาง ๆ ใหแจงตอสมาชิกทราบท่ัวกัน ซ่ึง
สาธารณรฐั ประชาชนจนี สหภาพยโุ รป ญปี่ นุ รัสเซยี กาํ หนดรายละเอยี ดแนวทางดาํ เนนิ งานในภาคผนวกที่ 5
สิงคโปร เกาหลีใต และสหรัฐอเมริกา โดยมี WHO ของขอกําหนดระบบการเตือนภัยและเฝาระวัง
เปนผูสังเกตการณอยางเปนทางการ วัตถุประสงค ความปลอดภยั ดา นเครอื่ งมอื แพทยภ ายหลงั ออกสตู ลาด
เพื่อเรงการประสานการกํากับดูแลเครื่องมือแพทย (PMAS requirements)13 เพอื่ บูรณาการการกํากับ
ระดับนานาชาติใหมีความสอดคลอง โดยรวมกัน ดูแลเครื่องมือแพทยกอนและหลังออกสูตลาดของ
พัฒนาเอกสารทางเทคนิคตาง ๆ ไดแก เอกสาร ประเทศสมาชิกใหสอดคลองกัน ไมเปนอุปสรรค
กอ นออกสตู ลาดและหลงั สตู ลาด และการแลกเปลยี่ น ทางการคา และสงเสริมการลงทุนในตลาดอาเซียน
ขอมูลที่เก่ียวของกับรายงานเหตุการณไมพึงประสงค รวมทั้งใหเกิดความมั่นใจในการคุมครองผูบริโภค
ท่ีไดรับหรือแนวโนมท่ีอาจมีการเรียกคืนหรือแกไข ดานเครื่องมือแพทยตลอดอายุการใชงาน ทําให
เพ่ือความปลอดภัย (Field Safety Corrective เกิดความปลอดภัยแกผูปวย ผูใช และผูอื่น รวมทั้ง
Actions: FSCAs) ผานระบบ NCAR เชนเดียวกับ ส่ิงแวดลอม14 ไทยจึงตองมีระบบการเฝาระวังความ
กลุม GHTF ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ ปลอดภัยดานเคร่ืองมือแพทยเพื่อจัดการความเส่ียง
ขอ กาํ หนด และแบบรายงานทใ่ี ชร ว มกนั เพอื่ เฝา ระวงั และคุมครองผูบริโภคใหมีความปลอดภัยจาก
เคร่ืองมือแพทยใหม คี วามปลอดภัย11-12 เคร่อื งมือแพทย

สําหรับประเทศสมาชิกในกลุมอาเซียน จากการเปรียบเทียบระบบเฝาระวังปญ หา
ประกอบดว ย 10 ประเทศ คอื บรไู น กมั พชู า อนิ โดนเี ซยี จากการใชเ ครอ่ื งมอื แพทยข องประเทศตา ง ๆ พบวา
ลาว มาเลเซีย ฟลิปปนส เมียนมา สิงคโปร ไทย มรี ปู แบบแตกตา งกนั ดว ยกฎระเบยี บ องคก รรบั ผดิ ชอบ
และเวียดนาม ระบบการเฝาระวังความปลอดภัย และรปู แบบการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ซง่ึ ขอจาํ แนก
ดา นเครอ่ื งมอื แพทยเ ปน หนงึ่ ในภารกจิ ทสี่ าํ คญั ภายใต หัวขอออกเปน การบังคับใช/ผูมีหนาที่รายงาน
กรอบความตกลงอาเซียนวาดวยการควบคุมกํากับ บทบาทของผอู าํ นาจทางรฐั และขอบเขตการรายงาน
เครอื่ งมอื แพทย (ASEAN Medical Device Directive: สาํ หรบั การรายงานทเ่ี ปน บคุ ลากรทางการแพทยแ ละ
AMDD) มีผลผูกพันที่ตองนําไปปฏิบัติใหสอดคลอง ผูบริโภคของแตละประเทศเปนรายงานโดยสมัครใจ
ในทิศทางเดียวกันภายใตก ฎหมายของแตล ะประเทศ ดังตารางท่ี 1
โดยใหเปนมาตรการหนึ่งใน AMDD article 12

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 7

8 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022 ตารางท่ี 1 ระบบรายงานการเฝา ระวังความปลอดภัยดานเคร่อื งมอื แพทยของสหรัฐอเมรกิ า ญป่ี นุ สิงคโปร และไทย

หัวขอ สหรัฐอเมรกิ า9,15-16 ญ่ีปุน9,17-19 สิงคโปร2 0-21 ไทย22-23
การบงั คบั ใช/ ผมู หี นา ทรี่ ายงาน รายงานภาคบังคับ รายงานภาคบังคบั รายงานภาคบังคับ รายงานภาคบังคบั
1. ผูผลิต 1. ผผู ลิต 1. ผูผลิต 1. ผจู ดทะเบยี นสถานประกอบการผลติ และนาํ เขา
2. ผนู ําเขา 2. ผูนําเขา 2. ผูนาํ เขา 2. ผูร บั อนุญาต
3. สถานทท่ี ีม่ กี ารใชเ ครอ่ื งมือแพทย 3. ตวั แทนจาํ หนายในประเทศ 3. ตวั แทนจาํ หนาย/หรอื ผขู ้ึน 3. ผแู จง รายการละเอียด
(Device User Facilities) ของผูผลิตตา งประเทศ ทะเบียน 4. ผูจดแจง
หากไมร ายงานจะมบี ทลงโทษ หากไมรายงานจะมีบทลงโทษ หากไมร ายงานจะมีบทลงโทษ หากไมรายงานจะมีบทลงโทษ

บทบาทของผูม ีอํานาจทางรัฐ ทุกรายงานจะเขาฐานขอมูลของ อย. Pharmaceuticals and Medical Health Sciences Authority อย.รับรายงาน นําขอ มูลเขา คณะกรรมการ
“หนวยงานผูม ีอาํ นาจตาม และ อย.จะดาํ เนนิ การสอบถามขอ มลู / Devices Agency (PMDA) รบั รายงาน (HSA) ทําหนา ที่ประเมนิ และ เพือ่ ประเมนิ และสง ใหกองควบคุมเครอื่ งมือแพทย
กฎหมาย (Regulatory ตรวจสอบผผู ลติ ผูน ําเขา ผูใชง าน จากผรู บั อนุญาตผลติ นาํ เขา ตดิ ตามการสวบสวนเก่ียวกบั ดําเนินการตามมาตรการตาง ๆ
Authority) Marketing Authorization Holder รายงานเหตุการณไ มพงึ ประสงค
(MAH) เก่ียวกับประสิทธิภาพและ (adverse event; AE) ของผผู ลิต
ความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย นําเขา ผูจัดจําหนา ย/หรือ
ประเมินและสงขอมูลไปใหกระทรวง ผูขนึ้ ทะเบียนท่ีรายงาน
สาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการ
(MHLW) เพือ่ ออกมาตรการตา ง ๆ

ขอบเขตการรายงาน ท้งั ในและตางประเทศ ท้งั ในและตางประเทศ 1. ในประเทศ ทั้งในและตา งประเทศ
- AE - AE malfunction, AE health - AE - AE
- FSCA damage, adverse infection - device defect - device defect
- FSCA - FSCA - FSCA
- Study report 2. ตางประเทศ
- AE เฉพาะเครอื่ งมอื แพทยท สี่ นใจ
หรอื ตอ งการควบคมุ พเิ ศษเทา นนั้
- FSCA

4.2 ระบบการเฝาระวังความปลอดภัย รายงานเหตุการณไมพึงประสงคท่ีเกิดขึ้นกับผูปวย
ดานเครื่องมือแพทยของไทย เฉพาะราย โดยสมัครใจดวยวิธีการ spontaneous
reporting25 ตามแบบฟอรม HPVC Form-1
การเฝาระวังความปลอดภัย (vigilance) มีเภสัชกรในโรงพยาบาลเปนผูประสานงานหลัก
ดา นเครอื่ งมอื แพทยน น้ั เปน สว นหนงึ่ ของการเฝา ระวงั ในการรวบรวมรายงานสง อย.
เครอื่ งมอื แพทยภ ายหลงั ออกสตู ลาด (post-marketing
surveillance) ครอบคลุมกิจกรรมการเฝาระวัง ทั้งน้ี ในกรณีพบปญหาผลการทํางาน
ปจจัยเสี่ยงตาง ๆ เชน ดานการผลิต การจําหนาย อันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทย (device defect)
การขนสง ท่ีอาจสงผลตอคุณภาพมาตรฐานของ ใหสัมภาษณผูปวยเพ่ิมเติม และคนหาสาเหตุวา
เคร่ืองมือแพทย รวมถึงการเฝาระวังความปลอดภัย เกิดจากปญ หาดานผลิตภณั ฑห รือปญหาที่เก่ียวของ
ทอ่ี าจเกดิ ข้ึนจากการใชเ ครือ่ งมือแพทย2 4 กบั ผปู ว ย หากพบผปู ว ยทเี่ กดิ เหตกุ ารณไ มพ งึ ประสงค
ตง้ั แต 3 รายขน้ึ ไปในชอื่ การคา และรนุ การผลติ เดยี วกนั
อย. จะรบั รายงานผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกติ ในลักษณะเปนกลุม (cluster) ใหแจง อย. และ
ของเคร่ืองมือแพทยหรือเหตุการณไมพึงประสงค ในบางกรณีอาจตองมีการสอบสวนคนหาสาเหตุ22
ที่เกิดขึ้นกับผูบริโภค และรายงานการดําเนินการ ดงั ตวั อยา งเชน เมอื่ ป พ.ศ. 2543 อย. ไดร บั รายงาน
แกไขเพื่อความปลอดภัยในการใชเครื่องมือแพทย จากโรงพยาบาลแหง หนง่ึ ในจงั หวดั พษิ ณโุ ลก พบผปู ว ย
เพ่อื รวบรวมมาประเมินระดบั ความเส่ยี งและกําหนด 5 รายเกิดอาการเสนเลือดดําอักเสบ (phlebitis)
มาตรการจดั การความเสย่ี ง การเฝา ระวงั ขอ มลู ขา วสาร ภายหลังใชผลิตภัณฑ injection site adaptor
ความปลอดภัยเปนขอมูลท่ีเก่ียวของกับมาตรการ ผลการสอบสวนพบวา เหตกุ ารณด งั กลา วอาจเกดิ ได
จัดการความเส่ียงตาง ๆ จากประเทศตาง ๆ รวมถึง หลายสาเหตุ แมอ าจมสี าเหตจุ ากการตดิ เชอื้ แบคทเี รยี
ขอ มลู ความปลอดภยั ใหม ๆ ทศี่ กึ ษาวจิ ยั แลว โดยได จากบรรจภุ ณั ฑท ม่ี รี ู รอยรวั่ ปรขิ าดตามขอบ แตก ย็ งั
พัฒนาระบบการรายงานขอมูลการเฝาระวังความ ไมมีขอสรุปท่ีชัดเจน อยางไรก็ตามผลการสอบสวน
ปลอดภัยดานเคร่ืองมือแพทยขึ้นเพื่อเปนเครื่องมือ นําไปสูมาตรการเรียกคืนผลิตภัณฑโดยสมัครใจของ
ในการรวบรวม วิเคราะห และประเมินสาเหตปุ ญ หา บรษิ ทั 25 ในอกี ทางหนงึ่ การเฝา ระวงั ปญ หาจากการใช
เพอื่ ใชป ระเมนิ และจดั การความเสยี่ งของเครอื่ งมอื แพทย เครอ่ื งมอื แพทย บคุ ลากรทางการแพทยส ามารถแจง
ชวยเสริมสรางความปลอดภัยของผูบริโภค และลด ผูประกอบการเพ่ือใหจัดทํารายงานสง อย. ตาม
โอกาสการเกิดเหตุการณท่ีคลา ยกันซาํ้ อีก กฎหมายไดเ ชนกนั

การรายงานขอ มลู การเฝา ระวงั ความปลอดภยั 2. การรายงานโดยผูประกอบการ
จําแนกตามประเภทของผูสงรายงานได 2 กลุมคือ เครอ่ื งมอื แพทยท เ่ี ปน ผจู ดทะเบยี นสถานประกอบการ
การรายงานโดยบุคลากรทางการแพทย และการ ผรู บั อนญุ าต ผแู จง รายการละเอยี ด และผจู ดแจง ตอ ง
รายงานโดยผปู ระกอบการเครอื่ งมอื แพทย ดังนี้ รายงานผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกตขิ องเครอื่ งมอื แพทย
หรือเหตุการณไมพึงประสงคที่เกิดข้ึนกับผูบริโภค
1. การรายงานโดยบุคลากรทางการแพทย และรายงานการดาํ เนนิ การแกไขเพ่อื ความปลอดภยั
ในป พ.ศ. 2540 อย. ไดข ยายขอบเขตการเฝา ระวงั ในการใชเครื่องมือแพทยทั้งที่ใชกับมนุษยและสัตว
ความปลอดภยั ดา นยาใหค รอบคลมุ ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ ตามประกาศฯ มาตรา 41(4) แหง พ.ร.บ.เครอื่ งมอื แพทย
ทุกประเภทภายใตการกํากับดูแลของ อย. รวมถึง พ.ศ. 255126 ตอมาในป พ.ศ. 2563 ไดยกเลิกและ
เครอ่ื งมอื แพทย โดยใชร ะบบรายงานแบบเดยี วกบั ยา ใชประกาศกระทรวงสาธารณสุขเร่ือง หลักเกณฑ
(pharmacovigilance) ที่บุคลากรทางการแพทย วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการจดั ทาํ รายงานผลการทาํ งาน
จากสถานพยาบาลตาง ๆ ทั่วประเทศ เชน แพทย
ทนั ตแพทย เภสชั กร พยาบาล นักเทคนิคการแพทย

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 9

ตารางที่ 2 คํานยิ ามศัพทต ามประกาศฯ27 ความหมาย
การทาํ งานอนั ผดิ ปกติ (malfunction) หรอื การเสอื่ มสภาพ (deterioration)
ขอความ ในคุณลักษณะหรือประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องมือแพทย หรือ
ผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกตขิ องเครื่องมือแพทย การอานผลผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนไปจากขอกําหนด หรือเกิดความ
(device defect) ผิดพลาดในการออกแบบเครื่องมือหรือขอความที่ฉลาก/เอกสารกํากับ/
คูมือการใชงานไมถูกตองหรือไมครบถวนสมบูรณหรือขอผิดพลาดจาก
เหตุการณอ ันไมพึงประสงคท่ีเกิดขนึ้ กบั ผูบริโภค การใชงาน (use error)
(adverse event) ผลอยางใดอยางหน่ึงอันเกิดจากการทาํ งานผดิ ปกติ หรอื การเสอ่ื มสภาพ
การดําเนนิ การแกไ ขเพื่อความปลอดภยั ในการใช ในคุณลักษณะหรือประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องมือแพทย หรือ
เครื่องมอื แพทย (Field Safety Corrective มีปญหาขอผิดพลาดจากการใชงาน ซึ่งกอใหเกิดหรืออาจเปนสาเหตุหรือ
Action; FSCA) มีสว นทาํ ใหเ กิดการเสยี ชวี ิตหรอื บาดเจบ็ ของผบู ริโภค
ภาวะคุกคามทางสาธารณสขุ อยางรา ยแรง การดําเนินการใด ๆ ที่กําหนดโดยเจาของผลิตภัณฑ เพ่ือลดความเสี่ยง
จากภาวะคุกคามทางสาธารณสขุ อยางรา ยแรงหรอื ความเส่ียงของผบู รโิ ภค
ภาวะอันตรายรายแรง จากการเสยี ชวี ิตหรอื เกิดอนั ตรายรายแรงจากการใชเ คร่อื งมอื แพทย
เหตุการณท่ีสงผลใหเกิดความเสี่ยงตอการเสียชีวิตหรืออันตรายรายแรง
เจา ของผลติ ภณั ฑ หรือความเจ็บปวยอยางรายแรง ซ่ึงจําเปนตองไดรับการแกไขโดยทันที
และใหหมายความถึงเหตุการณ ดงั ตอไปนี้
(1) เหตุการณท่ีกอใหเกิดอันตรายรายแรงและไมอาจคาดเดาได ท่ีอาจ
สง ผลใหเ กดิ ความเสยี่ งตอ สาธารณชน เชน Human Immunodeficiency
Virus (HIV), Creutzfeldt-Jacob Disease (CJD) เปนตน หรือ
(2) เหตกุ ารณเ สยี ชวี ติ หลายรายท่ีเกิดในเวลาใกลเคยี งกัน

ภาวะของผูบรโิ ภค ขอหนึง่ ขอใด ดังตอไปนี้
(1) บาดเจบ็ สาหสั หรอื เจบ็ ปวยทีอ่ าจเปน อันตรายถึงแกชวี ติ
(2) สูญเสียสมรรถภาพการทํางานของรางกาย หรือโครงสรางของรางกาย
เสยี หายอยา งถาวร
(3) ภาวะท่ีจําเปนตองไดรับการรักษาหรือผาตัด เพื่อปองกันมิใหเกิด
ความพกิ ารหรอื การบาดเจบ็ ทางรางกายอยา งถาวร

บคุ คลธรรมดาหรอื นิตบิ ุคคลผทู ี่
(1) ขายเครอื่ งมอื แพทยภ ายใตช อื่ ของตนเองหรอื ภายใตเ ครอ่ื งหมายการคา
การออกแบบ ชอ่ื การคา หรอื ชอ่ื อน่ื หรอื เครอ่ื งหมายอน่ื ทต่ี นเองเปน เจา ของ
หรอื ควบคุม และ
(2) รับผิดชอบเร่ืองการออกแบบ การผลิต การประกอบ การดําเนินการ
การแสดงฉลาก การบรรจุ ไมว า จะกระทาํ โดยตนเอง หรอื มอบหมายใหผ อู นื่
กระทําการแทน

10 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

อันผิดปกติของเครื่องมือแพทยหรือเหตุการณอัน ผูแจงรายการละเอียดตองระวางโทษทั้งจําและปรับ
ไมพึงประสงคท่ีเกิดข้ึนกับผูบริโภค และรายงาน ตามมาตรา 100 แหง พ.ร.บ. เคร่ืองมือแพทย พ.ศ.
การดําเนินการแกไขเพื่อความปลอดภัยในการใช 2551 ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. เคร่ืองมือแพทย
เคร่ืองมือแพทย พ.ศ. 2563 โดยมีผลบังคับใชต้ังแต (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 กลา วคอื ตอ งระวางโทษจาํ คกุ
วนั ที่ 4 กมุ ภาพนั ธ 2564 เปน ตน ไป สาระสาํ คญั ของ ไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหน่ึงแสนบาท หรือ
ประกาศฯ นั้นไดมีคํานิยามศัพท ผูมีหนาท่ีรายงาน ท้ังจําทั้งปรับ และมาตรา 100/1 ที่กําหนดให
ขอบเขตการรายงาน กรอบระยะเวลาการรายงาน27 ผูจดทะเบียนสถานประกอบการหรือผูจดแจงตอง
ดงั ตารางที่ 2 และ 3 ระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน
หนึ่งหาหม่ืนบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ หากไมปฏิบัติ
ในกรณีท่ีไมปฏิบัติตามประกาศดังกลาว ตามประกาศดงั กลา วหรอื จดั ทาํ รายงานอนั เปน เทจ็ 1
หรือจัดทํารายงานอันเปนเท็จ ผูรับอนุญาตหรือ

ตารางท่ี 3 ขอบเขตการรายงาน และกรอบระยะเวลาตามประกาศฯ27

หวั ขอ รายละเอียด

1. รายงาน device defect/adverse event สง รายงานทนั ทหี รอื อยา งชา สดุ ภายใน 48 ชว่ั โมง นบั จากวนั ทรี่ บั ทราบ
กรณเี กดิ ข้ึนในประเทศ
1.1 การรายงานเบ้อื งตน
- ภาวะคุกคามสาธารณสุขรา ยแรง
- เสียชีวิตหรอื เกิดภาวะอันตรายรา ยแรง สง รายงานทันทีหรอื อยา งชาสดุ ภายใน 10 วัน นับจากวันท่ีรับทราบ
- กรณีท่ีมขี อมลู หรอื หลักฐานทางวิชาการบงชี้วา สงรายงานภายใน 30 วนั นับจากวนั ทร่ี ับทราบ
หากเกดิ เหตกุ ารณซ าํ้ ขน้ึ อกี อาจนาํ ไปสกู ารเสยี ชวี ติ
หรืออันตรายรายแรงตอผบู รโิ ภค
1.2 รายงานติดตามผล ใหสง ภายใน 30 วันภายหลังสง รายงานเบ้อื งตน
กรณีเกิดข้ึนนอกประเทศ ใหสงเปนสรุปรายงานตามรอบรายงานปละ 2 ครั้ง โดยเหตุการณ
ท่ีเกิดขึ้นเดือนมกราคม-มิถุนายน ใหรายงานภายในเดือนสิงหาคม
และเหตุการณที่เกิดข้ึนในเดือนกรกฎาคม- ธันวาคม ใหรายงาน
ภายในเดือนกุมภาพันธข องปถ ดั ไป

2. FSCA รายงานฉบบั แรกใหจ ัดสง ภายใน 48 ชวั่ โมง นับจากวันท่ไี ดรับทราบ
วาจะมีการดําเนินการแกไข และสงรายงานติดตามผล/ฉบับสุดทาย
ภายใน 21 วันจากวนั ท่รี ายงานฉบับกอ นหนา

การประเมินวามีความเกี่ยวของกับ ซ้ําขึ้นอีกอาจนําไปสูการเสียชีวิตหรือภาวะอันตราย
เครอ่ื งมอื แพทย โดยบคุ ลากรทางการแพทยส งสยั วา รา ยแรง ใหจ ดั สง รายงานดงั รปู ท่ี 1 สว นกรณที เ่ี จา ของ
เหตุการณท่ีเกิดข้ึนเก่ียวของกับเคร่ืองมือแพทย ผลิตภัณฑมีการดําเนินการแกไขเพ่ือความปลอดภัย
และเหตุการณทเ่ี กดิ ขนึ้ นําไปสกู รณหี น่งึ กรณีใด เชน ใหพิจารณาวาเคร่ืองมือแพทยดังกลาวมีการผลิต
ภาวะคุกคามทางสาธารณสุขอยางรายแรง เสียชีวิต นาํ เขา หรอื ขายหรอื ไม หากมกี ารขน้ึ ทะเบยี นในไทย
หรือภาวะอันตรายรายแรง หรือกรณีที่มีขอมูล หรือยังมีการใชผลิตภัณฑน้ันอยูท้ังท่ียกเลิกทะเบียน
หลักฐานทางวิชาการบงชี้วาหากเกิดเหตุการณ ไปแลวใหจัดสง รายงาน23 ดังรูปท่ี 2

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 11

รูปที่ 1 กระบวนการตัดสนิ ใจเพอื่ จดั ทํารายงาน device รปู ที่ 2 กระบวนการตัดสนิ ใจเพอื่ จดั ทํารายงาน
defect/adverse event23 FSCA23

4.3 เปรยี บเทยี บการรายงานโดยบคุ ลากร ในประเด็นผูมีหนาที่รายงาน รูปแบบการรายงาน
ทางการแพทยและผูประกอบการเครื่องมือแพทย แบบรายงาน สิ่งที่ตองรายงานเกณฑพิจารณา
ในไทย รายงาน ระยะเวลารายงาน และชอ งทางการรายงาน
ดังตารางท่ี 4
การรายงานโดยบคุ ลากรทางการแพทยแ ละ
ผูประกอบการมีความเหมือนและความแตกตาง

ตารางท่ี 4 การเปรียบเทียบการรายงานโดยบคุ ลากรทางการแพทยและผปู ระกอบการเครอื่ งมอื แพทย

วิธีการเฝา ระวังฯ บุคลากรทางการแพทย2 2,25 ผปู ระกอบการเครอื่ งมือแพทย2 7-28
เปน การเฝาระวงั ดว ยวธิ กี าร spontaneous เปนการเฝา ระวังดวยวิธกี าร spontaneous report และ
reporting และรายงานขอมูลโดยสมัครใจ รายงานตามขอ บงั คับของกฎหมาย (mandatory)
(voluntary)

แบบรายงาน แบบรายงานเหตุการณไ มพ ึงประสงคจาก แบบ ร.ม.พ.1 (รายงาน device defect/adverse event)
การใชผลิตภัณฑ (HPVC Form 1) แบบ ร.ม.พ.2 (รายงาน summary report)
แบบ ร.ม.พ.3 ( รายงาน FSCA)

12 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

ตารางที่ 4 (ตอ )

สง่ิ ทตี่ องรายงาน บุคลากรทางการแพทย2 2,25 ผปู ระกอบการเครอ่ื งมือแพทย2 7-28
device defect และ adverse event ท่ีเกิดใน 1. device defect และ adverse event
ประเทศไทยทุกประเภท ท้ังท่ีเปนชนิดรายแรงและ เฉพาะกรณรี า ยแรง ท้งั ที่เกิดขนึ้ ในประเทศไทย
ไมรายแรง และนอกประเทศ
2. FSCA

ระยะเวลาการรายงาน กรณีรายแรง (serious) รายละเอยี ดขอบเขตการรายงานและระยะเวลา
1. เสยี ชีวติ ใหส ง รายงานภายใน 24 ชั่วโมง ดงั ตารางท่ี 3
2. อ่ืน ๆ ท่ีไมใชการเสียชีวิตใหสงรายงานเบื้องตน
ภายใน 15 วัน และสงรายงานขอมูลการติดตามผล
เม่ือไดร บั ขอ มลู เพิ่มเตมิ ภายใน 30 วัน
กรณไี มร า ยแรง (non-serious)
ใหส ง รายงานภายใน 2 เดอื นและสง รายงานตดิ ตามผล
เมอ่ื ไดรบั ขอมลู เพ่ิมเติมภายใน 2 เดือน

ชองทางการรายงาน 1. ผานระบบออนไลนท หี่ วั ขอ AE online reporting ชอ งทางเดยี วกันกับบคุ ลากรทางการแพทย
ระบบใหมที่ http://thaihpvc.fda.moph.go.th/ แตใ หเ ลือกรายงาน ร.ม.พ.1 หรอื ร.ม.พ.2
thaihvc/index.jsf หรอื ร.ม.พ.3
2. แบบเอกสาร มาสงดวยตนเอง ไปรษณีย โทรสาร
ไปรษณยี  จดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส (e-mail)

5ค.วารามยปงลาอนดทภี่ไัยดดรับานจเาคกรกื่อางรมเฝือาแรพะทวยัง เปนรายงานเหตุการณไมพึงประสงคในประเทศไทย
จาํ นวน 4 ฉบบั ซงึ่ มปี รมิ าณนอ ยเมอื่ เทยี บกบั รายงาน
ขอ มลู การรายงาน adverse event, device ท่ีไดรับจากผูประกอบการเน่ืองจากเปนรายงาน
defect และ FSCA ทเี่ ขา มาและรวบรวมในฐาน Thai โดยสมัครใจ
Vigibase ระหวางป พ.ศ. 2559-2563 มีท้ังสิ้น
101,005 ฉบบั แบง ประเภทผสู ง รายงานไดเ ปน 2 กลมุ 2. รายงานโดยผปู ระกอบการเครอื่ งมอื แพทย
คือ29 มรี ายงานจาํ นวนทง้ั สนิ้ 101,001 ฉบบั โดยเปน รายงาน
ในประเทศไทยจาํ นวน 2,312 ฉบบั และเปน รายงาน
1. รายงานโดยบุคลากรทางการแพทย ในตา งประเทศจาํ นวน 98,246 ฉบบั ดงั ตารางที่ 5

ตารางที่ 5 จํานวนรายงานที่ไดรับระหวางป พ.ศ. 2559-2563 จําแนกตามผูสงรายงานและประเภทรายงาน

ป บุคลากรทางการแพทย Device Defect ผปู ระกอบการ
AE (ฉบบั ) ในประเทศ* Adverse Event FSCA
ไทย ตา งประเทศ ไทย ตางประเทศ ไทย ตา งประเทศ

2559 2 5 737 11 1,250 84 30
2560 0 145 11,919 102 8,099 198 120
2561 1 109 12,660 80 9,976 316 129
2562 0 142 9,707 100 13,319 342 164
2563 1 203 8,271 113 22,178 362 130
รวม 4 604 43,294 406 54,822 1,302 573

หมายเหตุ: *ขอ กาํ หนดรายงานของบุคลากรทางการแพทยใ หร ายงานเฉพาะในประเทศไทยเทาน้นั
**ผลิตภณั ฑมีการข้นึ ทะเบยี นกับ อย. แตไมม ผี ลิตภณั ฑใ นประเทศไทย

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 13

6. การจดั การความเสยี่ ง ท่ีพบปญหาเกิดจากรายงานคาไมเปนไปตามชวงท่ี
มาตรฐานกาํ หนด และยงั มมี าตรการจดั การความเสย่ี ง
ขอมูลการเฝาระวังความปลอดภัยดาน เกยี่ วกบั เตา นมเทยี มซลิ โิ คนชนดิ ผวิ ขรขุ ระในประเทศ
เคร่ืองมือแพทยทั้งการติดตามขาวผลิตภัณฑสุขภาพ ไทย โดยกาํ หนดใหม ขี อ ความคาํ เตอื นเกย่ี วกบั การเกดิ
และการรับรายงานระหวางป พ.ศ. 2559-2563 breast implant-associated anaplastic large cell
จะพิจารณาโดยในคณะทํางานประเมินความเส่ียง lymphoma (BIA-ALCL) ที่อาจนําไปสูการเสียชีวิต
ดานเครื่องมือแพทยหรือคณะอนุกรรมการเฝาระวัง ที่นําไปสูการสรางระบบการลงทะเบียนผูปวยเพื่อ
ความปลอดภัยและจัดการความเส่ียงดาน ติดตามการใช3 0
เครอื่ งมอื แพทยเ พอ่ื นาํ ไปสกู ารจดั การความเสย่ี ง โดยผลลพั ธ
ท่ีนาํ ไปสกู ารสื่อสารความเสย่ี งในชว งดังกลาว คอื บทสรปุ

1. จดหมายขา วเกยี่ วกบั ความปลอดภยั ของ ประเทศไทยมรี ะบบรายงานเฝา ระวงั ความ
เคร่ืองมือแพทย (HPVC Safety News) โดยมีเร่ือง ปลอดภัยดานเครื่องมือแพทยซึ่งเปนสวนหนึ่งของ
แจงเตือนเกี่ยวกับเหตุการณไมพึงประสงค ไดแก การเฝาระวังความปลอดภัยดานเคร่ืองมือแพทย
(1) การกรอ นของตาขา ยพยงุ ชอ งคลอด (vaginal mesh ในทอ งตลาดทเ่ี ทยี บเทา นานาประเทศ เพอ่ื ใหผ บู รโิ ภค
erosion) และอาการปวด (pain) ซง่ึ เปน ผลไมพ งึ ประสงค ปลอดภัยจากการใชเคร่ืองมือแพทย โดยไดรับ
ทพ่ี บบอ ยจากการใชผ ลิตภณั ฑ urogynaecological รายงานจากบุคลากรทางการแพทยแบบสมัครใจ
surgical mesh implants ในการรักษาอวัยวะ และผูประกอบการเคร่ืองมือแพทยท่ีเปนภาคบังคับ
ภายในองุ เชงิ กรานหยอ น (pelvicorgan prolapse) ตามกฎหมาย ซ่ึงมีความแตกตางกันในประเด็นของ
และรักษาภาวะกล้ันปสสาวะไมไดหลังมีการเพ่ิม กรอบระยะเวลา แบบรายงานบทลงโทษและขอบเขต
แรงดนั ในชอ งทอ ง (stress urinary incontinence) การรายงาน ผูประกอบการตองสงรายงาน device
(2) แบตเตอรล่ี ดลงกอ นกาํ หนดในเครอ่ื งกระตกุ ไฟฟา defect/adverse event ที่เกิดข้ึนในตางประเทศ
หัวใจ (3) การใช biotin (Vitamin B7; Vitamin H) และรายงาน FSCA เพมิ่ เตมิ จากขอ มลู รายงานทไ่ี ดร บั
ในขนาดสงู กวา 0.03 mg/day อาจรบกวนผลการตรวจ ที่นําไปสูการจัดการความเสี่ยงโดยเรียกคืนสินคา
ทางหองปฏิบัติการดวยวิธีการทดสอบทางอิมมูน และแจง เตอื นความปลอดภยั อยา งไรกต็ าม เนอื่ งจาก
(immunoassays) รายงานที่ไดรับจากบุคลากรทางการแพทยนอย
อาจสง ผลการจดั การความเสยี่ งในประเทศไทย ดงั นนั้
2. การสอื่ สารความเสยี่ งเกยี่ วกบั การเรยี กคนื บคุ ลากรทางการแพทยต อ งตระหนกั และใหค วามรว มมอื
เครอื่ งมอื แพทยจ าํ นวน 85 ฉบบั ซงึ่ เปน การดาํ เนนิ การ รายงานการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นเครอ่ื งมอื แพทย
ดวยความสมัครใจโดยผูผลิต การเรียกคืนสวนใหญ โดยเฉพาะอยา งย่ิงตอรายงานเสยี ชีวิตหรือเกดิ ภาวะ
เปนเคร่ืองมือแพทยที่ไมใชเคร่ืองมือแพทยสําหรับ อนั ตรายรา ยแรงให อย. โดยตรงหรอื แจง ผปู ระกอบการ
การวินิจฉัยภายนอกรางกาย (non-IVD) จํานวน เคร่ืองมือแพทยเมื่อพบปญหา เพ่ือปองกันปญหา
67 เรือ่ ง เชน กลมุ เคร่ืองมอื แพทยสาํ หรบั การผา ตัด ท่ีเกิดข้ึนซํ้า ตลอดจนวิเคราะหปญหา ประเมิน
กระดกู และขอ ดวงตา เปน ตน ในจาํ นวนนเ้ี ปน ปญ หา จัดลําดับความเสี่ยงในการบริหารจัดการความเส่ียง
ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั device defect 72 ฉบบั โดยพบสาเหตุ ดา นเครอ่ื งมอื แพทย ทน่ี าํ ไปสกู ารปรบั ปรงุ กฎระเบยี บ
จากภาชนะบรรจปุ ด ไมส นทิ หรอื พบรอยรวั่ ทาํ อาจสง ผล เพ่ือใชคุมครองผูบริโภคใหปลอดภัยจากการใช
ทําใหเครื่องมือแพทยไมปราศจากเช้ือไดการแตก เครื่องมอื แพทย
หลดุ หกั ระหวา งการใชง าน และเปน เครอ่ื งมอื แพทยส าํ หรบั
การวนิ จิ ฉัยภายนอกรางกาย (IVD) จํานวน 12 ฉบบั

14 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

เอกสารอา งองิ 9. European Commission DG Health and Consumers
(SANCO). Guidelines on a medical devices
1. พระราชบญั ญตั เิ ครอื่ งมอื แพทย (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562. vigilance system [Internet]. Brussels: SANCO; 2013
ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 136, ตอนที่ 56 ก (ลงวันท่ี [cited 2021 Apr 27]. Available from: https://
30 เมษายน 2562). ec.europa.eu/docsroom/documents/32305/
attachments/1/translations
2. ศนู ยค วามเปน เลศิ ดา นชวี วทิ ยาศาสตร (องคก ารมหาชน).
แนวโนม และสภาวะตลาดอตุ สาหกรรมเครื่องมอื แพทย 10. สฮุ วง ฐติ สิ ตั ยากร. ระบบแจง เตอื นผลติ ภณั ฑเ ครอื่ งมอื
2563-2564 [อนิ เทอรเ นต็ ]. กรงุ เทพฯ: ศนู ยค วามเปน เลศิ แพทยภ ายหลงั ออกสทู อ งตลาด. วารสารขา วสารดา นยา
ดา นชวี วทิ ยาศาสตร; 2563 [เขา ถงึ เมอื่ 20 ม.ค. 2564]. และผลติ ภณั ฑสุขภาพ 2553;13(2):42-44.
เขา ถงึ ไดจ าก: http://www.tcels.or.th/Resources/
Technology-Trends/2268?k=3F34FAR8TRF1STD4 11. International Medical Device Regulators Forum.
About IMDRF [Internet]. IMDRF; 2021 [cited
3. พระราชบญั ญตั เิ ครอื่ งมอื แพทย พ.ศ. 2551. ราชกจิ จา 2021 Jan 15]. Available from: http://www.
นุเบกษา เลมที่ 125, ตอนท่ี 43 ก (ลงวันท่ี 5 มีนาคม imdrf.org/about/about.asp
2551).
12. International Medical Device Regulators Forum.
4. U.S. Food and Drug Administration. List of Medical devices: post-market surveillance:
device recall [Internet]. Maryland: U.S. FDA; national competent authority report exchange
2017 [cited 2017 Feb 10]. Available from: criteria and report form [Internet]. IMDRF; 2017
http://www.fda.gov/MedicalDevices/Safety/ [cited 2021 Jan 15]. Available from: http://
ListofRecalls/default.htm www.imdrf.org/docs/imdrf/final/technical/
imdrf-tech-170921-pms-ncar-n14-r2.pdf
5. Connor MJ, Marshall DC, Moiseenko V. Adverse
events involving radiation oncology medical 13. ASEAN Medical Device Directive. ASEAN
devices: comprehensive analysis of US Food agreement on medical device directive [Internet].
and Drug Administration data, 1991 to 2015. Jakarta: ASEAN; 2015 [cited 2021 Jan 15].
Int J Radiat Oncol Biol Phys 2017;97(1):18-26. Available from: https://asean.org/wp-content/
doi: 10.1016/j.ijrobp.2016.08.050 uploads/2016/06/22.-September-2015-ASEAN-
Medical-Device-Directive.pdf
6. Von MD, Heinz BC, Lofler BG, Mellert F. Incidents
of malfunction of mechanical heart valves as 14. สฮุ วง ฐติ สิ ตั ยากร. ระบบเฝา ระวงั ดา นเครอ่ื งมอื เเพทย:
reported to the German medical devices vigilance กรณีศึกษาการดําเนินการแกไขเพื่อความปลอดภัย
system. Dtsch Med Wochenschr 2008;133(40): จากการใช. นนทบรุ :ี สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหาร
2008-13. doi: 10.1055/s-0028-1085609. PMID: และยา; 2560.
18819043.
15. U.S. Food and Drug Administration. Medical
7. Srinivasa DR, Mitranda RN, Kaura A, Francis AM, device reporting (MDR): how to report medical
Campanale A, et al. Global adverse event reports device problems [Internet]. Maryland: U.S. FDA;
of breast implant-associated ALCL: an inter 2020 [cited 2021 Apr 27]. Available from:
national review of 40 government authority https://www.fda.gov/medical-devices/medical-
databases. Plast Reconstr Surg 2017;139(5):1029- device-safety/medical-device-reporting-mdr-
1039. doi: 10.1097/PRS.0000000000003233. how-report-medical-device-problems
PMID: 28157770.
16. U.S. Food and Drug Administration. Medical
8. กองควบคมุ เครอื่ งมอื แพทย. หลกั เกณฑก ารจดั ประเภท device reporting for manufacturers: guidance
เครื่องมือแพทยตามความเส่ียง. กรุงเทพฯ: อักษร
กราฟฟคแอนดด ีไซน; 2558.

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 15

for industry and Food and Drug Administration [เขาถึงเมื่อ 11 ม.ค. 2564]. เขาถึงไดจาก: http://
staff [Internet]. Maryland: U.S. FDA; 2016 [cited thaihpvc.fda.moph.go.th/thaihvc/index.js
2021 Apr 27]. Available from: https://www. 24. Shukla S. Medical devices regulatory harmonisation
fda.gov/regulatory-information/search-fda- training program: post market programs; Manila,
guidance-documents/medical-device-reporting- Philippines 2019 August 4-5. 2019.
manufacturers 25. ปฐม สวรรคป ญ ญาเลศิ , วมิ ล สวุ รรณเกษาวงษ. ระบบ
17. ยวุ ดี พฒั นวงศ. การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพของระบบเฝา ระวงั เฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพประเทศไทย.
จากการใชเ ครอ่ื งมอื แพทยห ลงั ออกสตู ลาดในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สํานกั งานพระพทุ ธศาสนาแหงชาติ; 2559.
วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 2561; 26. กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
14(1):76. เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการจดั ทาํ รายงาน
18. Medical Device Safety Division, Office of Safety. ผลการทํางานอันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทยหรือผล
Post-market safety measures for medical devices อันไมพึงประสงคท่ีเกิดข้ึนกับผูบริโภค และรายงาน
in Japan. AHC pharmacovigilance workshop on การดําเนินการแกไข. ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 133,
2016 September 5, 2016; Soul South Korea; 2016. ตอนพิเศษ 102 ง (ลงวนั ที่ 4 พฤษภาคม 2559).
19. Takako NIWA. Post Market Safety Measures for 27. กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
Medical Devices in Japan. 3rd Thailand-Japan เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการจดั ทาํ รายงาน
symposium. 2016 March 24; Bangkok; 2016. ผลการทํางานอันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทยหรือ
20. Health Sciences Authority. Adverse events เหตกุ ารณอ นั ไมพ งึ ประสงคท เ่ี กดิ ขนึ้ กบั ผบู รโิ ภค และ
reporting of medical devices [Internet]. HAS: รายงานการดาํ เนนิ การแกไ ขเพอื่ ความปลอดภยั ในการใช
Singapore; 2019 [cited 2021 Apr 27]. Available เครอ่ื งมอื แพทย พ.ศ. 2563. ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ท่ี
from: https://www.hsa.gov.sg/medical-devices/ 137, ตอนพิเศษ 286 ง (ลงวันท่ี 7 ธันวาคม 2563).
adverse-events 28. กระทรวงสาธารณสขุ . ประกาศสาํ นกั งานคณะกรรมการ
21. Health Sciences Authority. Field safety corrective อาหารและยา เรอ่ื ง กาํ หนดแบบรายงานตามประกาศ
action reporting [Internet]. HAS: Singapore; 2021 กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และ
[cited 2021 Apr 27]. Available from: https:// เงอื่ นไขในการจดั ทาํ รายงานผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกติ
www.hsa.gov.sg/medical-devices/field-safety- ของเครื่องมือแพทยหรือเหตุการณอันไมพึงประสงค
corrective-action ทเี่ กดิ ขนึ้ กบั ผบู รโิ ภค และรายงานการดาํ เนนิ การแกไ ข
22. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ. เพอ่ื ความปลอดภยั ในการใชเ ครอื่ งมอื แพทย พ.ศ. 2563.
แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการเฝา ระวงั เหตกุ ารณไ มพ งึ ประสงค ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 138, ตอนพิเศษ 27 ง
จากการใชผ ลติ ภณั ฑส ขุ ภาพสาํ หรบั บคุ ลากรทางดา น (ลงวนั ที่ 4 กมุ ภาพันธ 2564).
สาธารณสุข [อินเทอรเน็ต]. นนทบุรี: ศูนยเฝาระวัง 29. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ.
ความปลอดภยั ดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ; 2559 [เขา ถงึ เมอื่ AE online reporting (ระบบใหม) [อินเทอรเน็ต].
11 ม.ค. 2564]. เขา ถงึ ไดจ าก: http://hpvc.fda.moph. นนทบุร:ี ศูนยเฝาระวงั ความปลอดภัยดานผลติ ภณั ฑ
go.th/AEINFO/NewsPublishView.aspx?ID=11543 สขุ ภาพ; 2564 [เขา ถงึ เมอื่ 10 ม.ค. 2564]. เขา ถงึ ไดจ าก:
23. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ. http://thaihpvc.fda.moph.go.th/thaihvc/index.jsf
แนวทางสําหรับผูประกอบการในการรายงานผลการ 30. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ.
ทํางานอันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทยหรือเหตุการณ ขาวเก่ียวกับความปลอดภัย [อินเทอรเน็ต]. นนทบุรี:
ไมพึงประสงคท่ีเกิดขึ้นกับผูบริโภค และรายงาน ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ;
การดําเนินการแกไขเพ่ือความปลอดภัยในการใช 2564 [เขาถึงเมื่อ 11 ม.ค. 2564]. เขาถึงไดจาก:
เคร่อื งมือแพทย 2564 [อนิ เทอรเ น็ต]. นนทบุร:ี ศนู ย http://hpvc.fda.moph.go.th/AEINFO/News
เฝาระวังความปลอดภยั ดานผลิตภัณฑสุขภาพ; 2564 PublishIndex.aspx

16 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

บทความวจิ ัย Research Article

วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration

ความคิดเห็นของบุคลากรดานสาธารณสุขและประชาชนตอการใหบริการ
ขายยาออนไลนข องรานขายยาไทยในยคุ วถิ ีใหม

อรัญญา เทพพิทักษ1
1กองยา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา นนทบุรี
ที่อยูติดตอ: อรัญญา เทพพิทักษ กองยา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถนนติวานนท อําเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
[email protected]

Perceptions of Healthcare Professionals and People on Online
Pharmacy Services of Thai Community Pharmacies in New
Normal Lifestyle

Aranya Theppithuk1
1Bureau of Drug, Food and Drug Administration, Nonthaburi, Thailand
Contact address: Aranya Theppithuk, Bureau of Drug, Food and Drug Administration, Tiwanon Road, Mueang District,
Nonthaburi, Thailand, 11000, [email protected]
Received: 19 Septembe 2021, Revised: 12 November 2021, Accepted: 12 November 2021

Abstract

Background: The behaviour of consumers seems to be changed as a result of the pandemic
of the COVID-19 that has spread across Thailand since the beginning of 2020, it was found
that the number of consumers who bought products including pharmaceutical products
through online platforms increasingly. However, the Thai law do not allow online medicine
sale while some countries such as the United States, United Kingdom, and Canada permit
online pharmacies as under certain conditions or has specific laws and regulation for medicine
distribution. Therefore, whether the Thai law and regulation is to be revised in accordance
with the new normal lifestyle era, both positive and negative impacts must be study to establish
preventive measures to solve the problems.
Objective: To explore the opinions and perspectives of healthcare professionals and people
on the health services of pharmacies in the form of providing online medicine sale services.
Research Method: This study was a survey research by using Google Form questionnaire via
a target group of healthcare professionals and people. The survey period was 8 days, used
convenient randomised sampling of 400 samples with a confidence level of 95%, of which
711 samples were collected.

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 17

Results: The results were summarised as follows: the first part, general information, there were
711 survey respondents, 27.43% male, 69.76% female, 2.81% unspecified, mostly in the age
range of 30-50 years, 61.32%. at the bachelor's degree level, 60.76%. The second part was
general knowledge survey about drug sales laws, of which 84.39% knew that selling drugs
must be licensed. There was a pharmacist on duty to control the selling drugs. The online
pharmacies were not allowed. The third part was a survey to study the general behaviour of
shopping via online platforms. It was found that 75.53% of people used to buy products and
22.22% used to buy medicines. The age range of 30-40 years was the most buyers, which was
80.45%. When sorting out the popularity of the platform, it was found that Shopee was the most
at 63.99%. The factor which most people considered before making a decision to purchase
a product/service was the price factor accounted for 81.15%. The last part was a study of
opinions on the amendment of the law, it found that 68.35% agreed with. The most chosen
positive impact was the cost savings and travel time. Most selective negative impact was to
increase the risk of drug abuse. The most necessary measures of laws and regulations on online
pharmacies was to prepare the list of medicines that were prohibited selling.
Conclusion: Most respondents as a pharmacist and people, two third of survey respondents
agreed to allow the sale of pharmaceutical products through online platforms. This study
suggests such as organising an audit system, also verifying the identity and duties of a pharmacist.
Classification of drugs that could be sale or the platform used should be specifically designed.
Keywords: pharmacy, online pharmacy, pharmacist, impact, control the selling drugs

บทคดั ยอ

ความสําคัญ: ดวยพฤติกรรมของผูบริโภคท่ีเปล่ียนไป อันเปนผลสืบเน่ืองจากการแพรระบาดของเช้ือไวรัส
โควดิ -19 ทเี่ ขา มาประเทศไทยตงั้ แตต น ป 2563 พบผบู รโิ ภคนยิ มซอื้ สนิ คา รวมไปถงึ ผลติ ภณั ฑย าผา นแพลตฟอรม
ออนไลนม ากขนึ้ แตก ฎหมายไทยไมอ นญุ าตใหข ายยาออนไลน ขณะทกี่ ฎหมายบางประเทศเชน สหรฐั อเมรกิ า
สหราชอาณาจักร แคนาดา อนุญาตรานขายยาออนไลนได ภายใตเง่ือนไขหรือมีกฎหมายเฉพาะควบคุม กํากับ
การกระจายยา ดงั นนั้ หากจะปรบั แกก ฎหมายใหส อดคลอ งกบั ยคุ วถิ ชี วี ติ ใหม จงึ ตอ งศกึ ษาผลกระทบทงั้ ดา นบวก
และลบ เพื่อจัดทํามาตรการปอ งกันแกไ ขปญ หา
วัตถุประสงค: เพื่อสํารวจความคิดเห็นและมุมมองของบุคลากรทางดานสาธารณสุขและประชาชนท่ัวไป
ทมี่ ตี อ การใหบ รกิ ารดา นสขุ ภาพของรา นขายยาในรปู แบบการใหบ รกิ ารและขายยาผา นแพลตฟอรม สอื่ ออนไลน
วธิ กี ารวิจัย: เปนการวิจยั เชงิ สาํ รวจ (survey research) โดยใชแ บบสอบถาม Google Form กลมุ เปาหมาย
บคุ ลากรดา นสาธารณสขุ และประชาชน เวลาสาํ รวจ 8 วนั ใชส มุ ตวั อยา งแบบตามสะดวก จาํ นวน 400 ตวั อยา ง
ทร่ี ะดับความเช่ือม่ันที่ 95% โดยเกบ็ ตัวอยา งได 711 ตัวอยา ง
ผลการศึกษา: สรุปดังนี้ สวนท่ี 1 ขอมูลทั่วไป มีผูตอบแบบสํารวจ 711 คน เปนเพศชาย รอยละ 27.43
เพศหญงิ รอ ยละ 69.76 ไมร ะบเุ พศ รอ ยละ 2.81 อยใู นชว งอายุ 30-50 ป รอ ยละ 61.32 ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี
รอยละ 60.76 สวนที่ 2 การสํารวจความรูท่ัวไปเก่ียวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบัน ซึ่งรอยละ 84.39
ทราบวาการขายยาแผนปจจุบันตองไดรับใบอนุญาตฯ มีเภสัชกรอยูปฏิบัติหนาท่ี และปจจุบันไมอนุญาตให

18 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

ขายยาผานแพลตฟอรมออนไลน สวนท่ี 3 พฤติกรรมท่ัวไปในการเลือกซ้ือสินคาผานแพลตฟอรมออนไลน
พบมผี เู คยซอื้ สนิ คา รอ ยละ 75.53 และเคยซอื้ ยารอ ยละ 22.22 โดยชว งอายุ 30-40 ปซ อ้ื มากทสี่ ดุ รอ ยละ 80.45
เมื่อเรียงลําดับความนิยมแพลตฟอรมพบวาเปน Shopee มากท่ีสุด รอยละ 63.99 ซ่ึงปจจัยที่คนสวนใหญ
คํานึงถึงกอนการตัดสินใจเลือกซ้ือสินคา/บริการ คือ ปจจัยดานราคา รอยละ 81.15 สวนที่ 4 ความคิดเห็น
ในการปรบั แกไ ขกฎหมาย พบวา รอ ยละ 68.35 เหน็ ดว ย โดยผลกระทบดา นบวกทเ่ี ลอื กมากทส่ี ดุ คอื การประหยดั
คา ใชจา ยและเวลาในการเดนิ ทาง สวนผลกระทบดานลบทีเ่ ลือกมากที่สดุ คอื การเพ่มิ ความเส่ยี งตอการนาํ ยา
ไปใชใ นทางทผ่ี ดิ สว นเงอ่ื นไขทจ่ี าํ เปน มากทสี่ ดุ ในการควบคมุ กาํ กบั คอื การกาํ หนดกรอบรายการยาทไี่ มอ นญุ าต
ใหขาย
สรุป: ผูตอบแบบสํารวจสวนใหญเปนเภสัชกรและประชาชน โดยกลุมตัวอยาง 2 ใน 3 เห็นดวยกับการ
อนุญาตใหขายยาผานแพลตฟอรมสื่อออนไลน โดยมีขอเสนอแนะ เชน การจัดระบบตรวจสอบ ยืนยันตัวตน
และการปฏิบัติหนาที่ของเภสัชกร การจัดประเภทรายการยาท่ีขายได หรือแพลตฟอรมท่ีใชควรออกแบบ
เฉพาะเจาะจง
คําสําคัญ: รานขายยา ขายยาออนไลน เภสัชกร ผลกระทบ การควบคุมกาํ กับ

บทนาํ ตามความตอ งการของผบู รโิ ภค ซง่ึ รวมไปถงึ ผลติ ภณั ฑ
ยาดว ย
ดว ยพฤตกิ รรมของผบู รโิ ภคทเี่ ปลย่ี นไปใน
ปจ จบุ นั อนั เปน ผลสบื เนอ่ื งจากสถานการณก ารแพร การที่ผูบริโภคส่ังซ้ือยามาใชเองจาก
ระบาดของเชอื้ ไวรสั โควดิ -19 ทเ่ี ขา มาสปู ระเทศไทย แหลงขายในสื่อออนไลนที่ไมสามารถทราบที่ต้ัง
ตงั้ แตช ว งตน ป พ.ศ. 2563 จนถงึ ปจ จบุ นั 1 การสงั่ ซอื้ เปนหลักแหลงของสถานที่ขายยาและไมนาเชื่อถือ
สินคาและบริการผานระบบพาณิชยอิเล็กทรอนิกส ที่แฝงอยูตามแพลตฟอรมตาง ๆ เชน เฟซบุก กลุม
หรืออีคอมเมิรช ซึ่งเปนระบบบริการที่ตอบโจทย ตลาดออนไลนห รอื อ-ี มารเ กต็ เพลส หรอื แอปพลเิ คชนั
พฤติกรรมการบริโภค เน่ืองดวยความสะดวกสบาย ตา ง ๆ นน้ั จากงานศกึ ษาวจิ ยั ของประกาย หมายมน่ั
ไมต อ งเดนิ ทาง ลดการพบปะกนั ระหวา งผคู น หลกี เลย่ี ง พบวาในเว็ปไซตขายสินคามีการโฆษณาขายยาเปน
การใกลชิดกับบุคคลอ่ืนซ่ึงไมสามารถคาดเดาไดวา สินคาเพอื่ จําหนา ย ถึงแมวา เวบ็ ไซตจ ะมีการกําหนด
เปนผูท่ีกระจายเช้ือไวรัสโควิด-19 ใหกับเราหรือไม นโยบายและขอกําหนดในการแสดงรายการสินคา
จากผลสํารวจของสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง ทห่ี า มขายยาหรอื สนิ คา ทผี่ ดิ กฎหมาย โดยการศกึ ษา
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส กระทรวงดจิ ทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คม พบท้ังการขายยาที่ไมไดขึ้นทะเบียนตํารับ การขาย
ที่ไดจัดทําการสํารวจมูลคาพาณิชยอิเล็กทรอนิกส ยาแผนปจจุบัน ทั้งยาควบคุมพิเศษ ยาอันตราย
ในประเทศไทยป 2562 พบวาเพ่ิมขึ้นอยางตอเนื่อง ยาทไ่ี มใ ชย าอนั ตรายและยาควบคมุ พเิ ศษ โดยรายการ
สะทอนปจจัยหลายอยาง โดยเฉพาะอยางยิ่งในชวง ยาท่ีขายท่ีมีผลกระทบตอระบบสุขภาพอยางมาก
วกิ ฤตโควดิ -19 ทวี่ ถิ คี วามปรกตใิ หมห รอื new normal คือ กลุมยาปฏิชีวนะ เนื่องจากทําใหเกิดการใชยา
ที่ผลกั ดันใหคนตอ งพึ่งเทคโนโลยีมากกวา เดมิ เพื่อลด ไมส มเหตผุ ลและปญ หาเชอื้ ดอื้ ยา จดั เปน ความเสยี่ ง
การพบปะกนั สง ผลใหเ กดิ การทาํ ธรุ กรรมทางออนไลน ตอการเกิดอันตรายตอสุขภาพของประชาชนเปน
มากขน้ึ 2 การซอื้ ขายออนไลนจ งึ เปน การลดโอกาสเสยี่ ง อยา งยง่ิ เพราะอาจไดร บั ยาทไ่ี มถ กู ตอ งกบั โรค กบั คน
ของการติดเช้ือไวรัสโควิด-19 ไดท้ังผูซื้อและผูขาย ทําใหเสียโอกาสในการรับการรักษาท่ีถูกตองตาม
โดยสนิ คา และบรกิ ารมใี หเ ลอื กมากมายและหลากหลาย

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 19

หลกั วชิ าการ หรอื อาจไดรับอนั ตรายจากการบรโิ ภค ของรานขายยาออนไลน โดยรานขายยาออนไลน
ยาปลอมหรือยาทไี่ มไดค ุณภาพมาตรฐาน3 ท่ีผานการรับรองโดยหนวยงานรัฐจะมีการแสดง
สัญลักษณหรือโลโกรับรอง (regulatory logos)
จากขอ มลู ของศนู ยจ ดั การเรอ่ื งรอ งเรยี นและ บนหนาเว็ปไซตปรากฏใหประชาชนทราบ ทั้งนี้
ปราบปรามการกระทาํ ผดิ กฎหมายเกยี่ วกบั ผลติ ภณั ฑ บนหนา เวบ็ ไซตท ผี่ า นการรบั รองรา นขายยาออนไลน
สขุ ภาพ (ศรป.) สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา จะถกู กาํ หนดใหต อ งแสดง ชอื่ เจา ของหรอื ผรู บั อนญุ าต
(อย.) ระหวา งวนั ท่ี 1 กมุ ภาพนั ธ 2563 - 30 เมษายน ชื่อผูจัดการ สถานที่ต้ังของราน ท่ีอยู และชองทาง
2564 อย. ไดส่ังระงับโฆษณาขายยาและดําเนินคดี การตดิ ตอ รวมถงึ หมายเลขโทรศพั ททตี่ ดิ ตอได และ
กบั ผูทกี่ ระทําการโฆษณาขายยาฝา ฝนมาตรา 88 (6) ยังกําหนดไปถึงการควบคุมเก่ียวกับยา การระบุถึง
และมาตรา 88 ทวิ แหง พระราชบญั ญตั ยิ า พ.ศ. 2510 ขอ มลู ทเ่ี ปน คาํ เตอื นของยา (caution) ขอ หา มในการ
จาํ นวน 226 คดี เฉลย่ี เดอื นละ 15.07 เรอื่ ง ซงึ่ เพม่ิ ขนึ้ ใชย า (contraindication) คาํ เตอื นเกย่ี วกบั อนั ตรกริ ยิ า
รอ ยละ 101.89 เมอื่ เทยี บกบั ชว งกอ นการแพรร ะบาด (interactions) การระบุไดถึงตัวตนกับการควบคุม
ของเชอื้ ไวรสั โควดิ -19 ระหวา งวนั ที่ 1 ตลุ าคม 2562- จาํ นวนทีส่ ามารถส่ังซอ้ื ได7 -8
31 มกราคม 2563 ทมี่ ี 30 คดี เฉลยี่ เดอื นละ 7.5 เรอื่ ง
ชองทางที่พบการโฆษณาขายยาทางส่ือออนไลน ถงึ แมว า การอนญุ าตขายยาออนไลน จะทาํ ให
และแพลตฟอรมอีมารเก็ตเพลสท่ีผิดกฎหมายสูงสุด ผูบริโภคไดเพิ่มทางเลือกในการเขาถึงบริการจาก
5 อันดับแรกคือ Shopee 70 รายการ LAZADA แหลง ขายยาท่ีม่นั ใจไดถงึ ความปลอดภัยในการใชยา
68 รายการ เฟซบุก 46 รายการ เว็บไซตทั่วไป การไดรบั คําแนะนาํ ในการรกั ษา ทถี่ ูกตองเหมาะสม
18 รายการ และ Instagram 5 รายการ4 ยาท่ไี ดร ับ จากเภสัชกรผูมีหนาท่ีปฏิบัติการในรานขายยา
เรื่องรอ งเรียนสว นใหญเปนกลุมประเภทยาอันตราย ลดความเสี่ยงตอการเกิดอันตรายตอสุขภาพของ
ซง่ึ การควบคมุ ตามกฎหมายวา ดว ยยาของประเทศไทย ประชาชน ลดความเสย่ี งจากการไดร บั ยาทไี่ มไ ดค ณุ ภาพ
ในปจจุบันน้ัน สถานท่ีขายยาตองไดรับใบอนุญาต หรอื ไมป ลอดภยั จากแหลง ขายออนไลนท ผ่ี ดิ กฎหมาย
ขายยาแผนปจจุบัน และตองควบคุมการสงมอบ และเปนการสงเสริมภาคธุรกิจท่ีสอดคลองกับสภาพ
ยาอนั ตราย ยาควบคุมพิเศษ โดยเภสชั กรผูม ีหนาท่ี ตลาดหรอื ความตอ งการของผบู รโิ ภคทเี่ ปลย่ี นแปลงไป
ปฏิบัติการ ณ สถานท่ีขายยาแผนปจจุบันเทาน้ัน กต็ าม แตใ นขณะเดยี วกนั หากมาตรการควบคมุ กาํ กบั
ไมอ นญุ าตใหข ายยาทางสอื่ ออนไลนห รอื แพลตฟอรม เพอื่ ปองกันและแกไขปญ หาในเชงิ ระบบไมเหมาะสม
อีมารเก็ตเพลส เวนแตยาสามัญประจําบานท่ีไดรับ กบั สภาวะการณท พ่ี บ อาจสง ผลกระทบตอ ประชาชน
อนญุ าตโฆษณาขายยาทางสอ่ื อนิ เทอรเ นต็ เทา นน้ั จงึ จะ ในวงกวา ง ทง้ั เรอื่ งความปลอดภยั ดา นสขุ ภาพอนามยั
สามารถขายออนไลนได5-6 ในขณะที่ในตางประเทศ และความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส นิ ของประชาชนได
บางประเทศ เชน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ดงั นน้ั สง่ิ ทห่ี นว ยงานภาครฐั ควรดาํ เนนิ การควบคกู นั คอื
แคนาดา มีการออกกฎหมายอนุญาตรานขายยา การทาํ หนา ทคี่ มุ ครองผบู รโิ ภคใหไ ดร บั ความปลอดภยั
ออนไลน (online pharmacy) ได ทําใหประชาชน จากการบริโภคผลิตภัณฑที่มีการซื้อขายทางตลาด
สามารถซื้อยาออนไลนจากแหลงท่ีถูกกฎหมาย ออนไลนดวย ดังน้ันการศึกษาวิจัยในเชิงการสํารวจ
ภายใตเ งอ่ื นไขทกี่ ฎหมายกาํ หนด หรอื ภายใตก ฎหมาย ความคิดเห็นของบุคลากรทางดานสาธารณสุขและ
เฉพาะเพ่ือควบคุม กํากับ การกระจายยาท่ีเปนกลุม ประชาชนทว่ั ไปทมี่ ตี อ การอนญุ าตใหร า นขายยาสามารถ
สารควบคมุ (controlled substance) โดยมสี มาคม ใหบรกิ ารขายยาออนไลนได จงึ มีความจาํ เปนเพราะ
วิชาชีพเภสัชกรรมแหงชาติ รวบรวมขอมูลเก่ียวกับ จะชว ยใหมีขอมลู ในการควบคุม กํากบั ดูแล การขาย
รา นขายยา เภสชั กร ทาํ หนา ทต่ี รวจสอบความถกู ตอ ง ยาแผนปจ จุบันใหสอดรับกับยุควถิ ีชวี ิตใหมตอ ไป

20 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

วตั ถปุ ระสงค มคี วามจาํ เปน มากนอ ยเพยี งใด รวมไปถงึ การเหน็ ดว ย
หรือไมเห็นดวยตอการปรับแกไขกฎหมายใหราน
เพื่อสํารวจความคิดเห็นและมุมมองของ ขายยาสามารถใหบ รกิ ารขายยาออนไลนไ ด มคี าํ ตอบ
บุคลากรทางดานสาธารณสุขและประชาชนท่ัวไป เปนแบบมาตรวัดประมาณคาของลิเคิรท (Likert
ที่มีตอการใหบริการดานสุขภาพของรานขายยา rating scale) 5 ระดบั คอื ระดบั 1 นอ ยทสี่ ดุ ระดบั 2
แผนปจ จบุ นั ในรูปแบบการใหบ รกิ ารและขายยาผาน นอ ย ระดบั 3 ปานกลาง ระดบั 4 มาก และระดบั 5
แพลตฟอรมสอ่ื ออนไลน มากทส่ี ดุ 10 และสว นท่ี 5 ขอ คดิ เหน็ และขอ เสนอแนะ
ของผูตอบแบบสอบถาม ซ่ึงไดใหผูเช่ียวชาญจํานวน
ระเบยี บวิธกี ารวจิ ัย 3 คน ใหคําแนะนําและพิจารณาความครอบคลุม
ประเด็นขอคําถาม และไดปรับแกไขใหสมบูรณกอน
วิธกี ารวจิ ัย การสาํ รวจ
เปนการศึกษาวิจัยเชิงสํารวจ (survey การรวบรวมขอมูล

research) สงแบบสอบถามความคิดเห็นซึ่งเปนแบบ
กลมุ ตัวอยาง สอบถามทสี่ รา งขนึ้ เองเปน google form สง ผา นไลน
ทเี่ ปน เครอื ขา ยในการทาํ งาน กลมุ เครอื ขา ยคมุ ครอง
ใชวิธีสุมตัวอยางแบบตามสะดวก (con ผบู ริโภค กลมุ ชมรมเภสัชสาธารณสุข กลมุ เครอื ขาย
venience sampling) โดยสง แบบสอบถามในรปู แบบ จัดการโฆษณาท่ีมีบุคลากรหลากหลายอาชีพทั้งทาง
Google Form ไปยังกลุมตัวอยางท่ีเปนผูประกอบ ดา นสาธารณสขุ และกลมุ ประชาชนทว่ั ไป ใชร ะยะเวลา
วิชาชีพดานสาธารณสุข ไดแก แพทย เภสัชกร ดาํ เนนิ การสํารวจความคดิ เหน็ ระหวา งวันที่ 17- 24
ทันตแพทย พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข กรกฎาคม 2564 รวม 8 วนั
และกลมุ ประชาชนทวั่ ไป โดยกาํ หนดขนาดกลมุ ตวั อยา ง การวเิ คราะหขอ มลู
จาํ นวน 400 ตัวอยาง จากการใชต ารางสูตรสําเร็จรปู
ของ Yamane ท่ีระดับความคลาดเคลื่อน 5%9 วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณรายงานโดยใช
เก็บตัวอยางไดท้งั สิน้ 711 ตัวอยา ง สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) ไดแก
เครื่องมอื ที่ใช คา ความถ่ี และรอ ยละ สว นขอ มลู เชงิ คณุ ภาพรายงาน
โดยใชวิเคราะหแกนสาระ (thematic analysis)
ใชแ บบสอบถามในรปู แบบ Google Form โดยผวู จิ ัย
โดยแบง ออกเปน 5 สว น ดงั นี้ สวนท่ี 1 ขอ มลู ทว่ั ไป
ของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ ชวงอายุ ระดับ ผลการศึกษา
การศึกษาสุงสุด ตําแหนง/อาชีพ สวนที่ 2 ความรู
ท่ัวไปของผูตอบในเร่ืองเกี่ยวกับกฎหมายการขาย 1. ขอ มูลท่วั ไป
ยาแผนปจจุบัน มีคําตอบใหเลือก 2 ทางเลือกคือ คุณลักษณะทัว่ ไปของกลุม ตวั อยางจํานวน
ใช และไมใ ช สว นท่ี 3 พฤติกรรมทว่ั ไปในการเลือก
ซ้ือสินคาผานระบบบริการแพลตฟอรมออนไลน 711 คน พบวาสวนใหญเปนเพศหญิง รอยละ 69.76
สวนที่ 4 ความคิดเห็นตอการใหบริการรานขายยา เม่ือแบงตามชวงอายุของผูตอบแบบเรียงลําดับจาก
ผานแพลตฟอรมออนไลนหากรานขายยาสามารถ มากไปนอยคือ ชวงอายุ 30-40 ป รอยละ 30.94
ใหบริการขายยาออนไลนไ ด จะสงผลกระทบในดาน ชว งอายุ 41-50 ป รอ ยละ 30.38 ชว งอายุ 51-60 ป
บวกและดานลบตอระบบสุขภาพของประเทศไทย รอ ยละ 19.27 ชว งอายุตํ่ากวา 30 ป รอ ยละ 13.92
และการกําหนดหลกั เกณฑ หรอื เง่ือนไขเพอื่ ปอ งกัน
การเกิดผลกระทบเชิงลบตอระบบสุขภาพของไทย

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 21

และชวงอายุ 60 ปข้ึนไป รอยละ 5.49 สวนใหญมี 2. ความรูทั่วไปเก่ียวกับกฎหมายการขายยาแผน
ระดับการศึกษาสูงสุดคือปริญญาตรี รอยละ 60.76 ปจจุบัน
รองลงมาปรญิ ญาโท รอ ยละ 28.69 ตา่ํ กวา ปรญิ ญาตรี
รอยละ 6.05 และปริญญาเอก รอยละ 4.50 โดย จากการสอบถามความรูทั่วไปของกลุม
บคุ คลทต่ี อบสว นใหญเ ปน บคุ ลากรทางดา นสาธารณสขุ ตัวอยาง 3 ประเด็น พบวา กลุมตัวอยางมีความรู
รอยละ 69.06 และประชาชนท่ัวไป รอยละ 30.94 เกี่ยวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบันท่ีถูกตอง
ซ่ึงในกลุมตําแหนง/อาชีพในกลุมบุคลากรดาน โดยสามารถเลือกคําตอบท่ีถูกตองท้ังสามคําถาม
สาธารณสขุ เปน เภสชั กร รอยละ 60.90 นักวชิ าการ จํานวน 600 คน คิดเปนรอยละ 84.39 เมื่อจําแนก
สาธารณสุข รอยละ 2.81 ทันตแพทย รอยละ 2.11 ประเดน็ ความรพู บวา สว นใหญร อ ยละ 98.72 มคี วามรู
พยาบาลวชิ าชพี รอ ยละ 1.83 และแพทย รอ ยละ 1.41 ทถี่ กู ตอ งมากทส่ี ดุ ในประเดน็ การขายยาอนั ตรายและ
ดังตารางท่ี 1 ยาควบคมุ พเิ ศษของรา นขายยาแผนปจ จบุ นั ทกี่ ฎหมาย
กําหนดใหเ ภสชั กรตอ งมหี นา ที่ปฏิบัติในการควบคมุ
ตารางท่ี 1 ขอมลู ทั่วไปของกลมุ ตวั อยาง (n=711) การสง มอบยาอนั ตราย ยาควบคมุ พเิ ศษ หรอื ยาตาม
ใบสั่งยาของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบ
ขอมลู ท่ัวไป จํานวน (คน) รอยละ โรคศิลปะแผนปจจุบัน หรือผูประกอบการบําบัด
เพศ 195 27.43 โรคสัตว รองลงมาไดแก การขายยาแผนปจจุบัน
496 69.76 ที่ไมใชยาสามัญประจําบาน จะตอ งไดรบั ใบอนญุ าต
ชาย 20 2.81 ขายยาแผนปจ จบุ นั โดยมสี ถานทข่ี ายยาและมเี ภสชั กร
หญงิ 99 13.92 อยปู ฏิบตั หิ นาท่ีตามที่กฎหมายกําหนด และปจจบุ ัน
ไมร ะบุ 220 30.94 ยังไมมกี ฎหมายท่อี นญุ าตใหรานขายยาสามารถขาย
อายุ 216 30.38 ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษผานแพลตฟอรม
ตาํ่ กวา 30 ป 137 19.27 ออนไลนได
31 - 40 ป 39 5.49
41 - 50 ป 43 6.05 และเม่ือจําแนกกลุมตัวอยางเฉพาะที่เปน
51 - 60 ป 432 60.76 ประชาชนทว่ั ไปพบวา มคี วามรทู ว่ั ไปทถี่ กู ตอ งเกย่ี วกบั
60 ปข้ึนไป 204 28.69 กฎหมายการขายยาแผนปจจุบันโดยตอบคําถาม
ระดบั การศึกษา 32 ถูกตองท้ังสามคําถามมีจํานวน 175 คน คิดเปน
ต่ํากวาปรญิ ญาตรี 433 4.5 รอยละ 79.55 ท้ังน้ีเม่ือจําแนกรายขอคําถามพบวา
ปริญญาตรี 20 60.90 มีความรูท่ัวไปนอยที่สุดในประเด็นเร่ืองปจจุบัน
ปริญญาโท 15 2.81 ไมมีกฎหมายที่อนุญาตใหรานขายยาสามารถขาย
ปรญิ ญาเอก 13 2.11 ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษผานแพลตฟอรม
กลมุ บุคคล 10 1.83 ออนไลนไ ด โดยมคี วามรู รอ ยละ 84.09 ดงั ตารางท่ี 2
เภสชั กร 220 1.41
นักวชิ าการสาธารณสขุ 711 30.94
ทันตแพทย 100.00
พยาบาลวชิ าชีพ
แพทย
ประชาชน
รวม

22 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

ตารางท่ี 2 จํานวนและรอยละของกลุมตัวอยางทั้งหมดและกลุมตัวอยางเฉพาะประชาชนท่ีมีความรูทั่วไป
ที่ถูกตองเกี่ยวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบันจําแนกตามประเด็นความรู (n=711 และ 220)

ประเดน็ ความรู กลุมตัวอยา งภาพท้งั หมด กลมุ ตัวอยางเฉพาะประชาชน
ใช ไมใ ช สรปุ ถูกตอง ใช ไมใช สรปุ ถกู ตอ ง

1. การขายยาแผนปจจุบันที่ไมใชยาสามัญประจําบาน จะตอง 681 40 681 213 7 213
ไดรับใบอนุญาตขายยาแผนปจจุบัน โดยมีสถานท่ีขายยาและ (95.78) (4.22) (95.78) (96.82) (3.18) (96.82)
มเี ภสชั กรอยูป ฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามทก่ี ฎหมายกําหนด
2. การขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษของรานขายยา 702 9 702 214 6 214
แผนปจจุบันที่กฎหมายกําหนดใหเภสัชกรตองมีหนาท่ีปฏิบัติ (98.72) (1.27) (98.72) (97.27) (2.73) (97.27)
ในการควบคมุ การสง มอบยาอนั ตราย ยาควบคมุ พิเศษ หรือยา
ตามใบสงั่ ยาของผปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผปู ระกอบโรคศลิ ปะ
แผนปจ จุบนั หรือผูประกอบการบําบดั โรคสัตว
3. ปจ จบุ นั ตามกฎหมายวา ดว ยยา อนญุ าตใหร า นขายยาสามารถ 76 635 635 35 185 185
ขายยาอนั ตรายหรอื ยาควบคมุ พเิ ศษผา นแพลตฟอรม ออนไลนไ ด (10.69) (89.31) (89.31) (15.91) (84.09) (84.09)
รวม 2,018
(94.61) 612
(92.72)

3. พฤตกิ รรมทวั่ ไปในการเลอื กซอ้ื สนิ คา ผา นระบบ สถานการณการสั่งซื้อยาผานระบบ
บริการแพลตฟอรม ออนไลน แพลตฟอรมออนไลน หรือทางแอปพลิเคชันตาง ๆ
พบวา ผตู อบแบบสาํ รวจฯ ไมเ คยซอ้ื ยาผา นแพลตฟอรม
ผลสํารวจพฤติกรรมท่ัวไปของผูตอบ ออนไลน รอ ยละ 77.78 และเคยสง่ั ซอื้ รอ ยละ 22.22
แบบสอบถามในเรอื่ งเกยี่ วกบั การเลอื กซอื้ สนิ คา ตา ง ๆ ซงึ่ ในกลมุ ทเี่ คยซอ้ื ยาเมอื่ วดั จากคา รอ ยละของแตล ะ
ผา นระบบบรกิ ารแพลตฟอรม ออนไลน พบวา สว นใหญ กลุมบุคคลท่ีตอบแบบสํารวจ พบวาสวนใหญเปน
รอ ยละ 75.53 เคยซอ้ื โดยซอื้ จาก Shopee รอ ยละ กลุมทันตแพทย รองลงมาคือนักวิชาการสาธารณสุข
84.73 Lazada รอยละ 77.65 Facebook รอยละ ประชาชน เภสชั กร พยาบาล โดยแพทยไ มเ คยซอื้ ยา
62.94 Line รอ ยละ 50.47 และ Application อนื่ ๆ ดังตารางท่ี 3
รอยละ 37.99 โดยเคยซ้ือสินคาหรือบริการผาน
2 แพลตฟอรม ขน้ึ ไป รอ ยละ 87.34 แพลตฟอรม เดยี ว ตารางที่ 3 จํานวนและรอ ยละของกลุมตวั อยา งตาม
รอยละ 10.05 และไมระบุ รอ ยละ 2.61 กลมุ ตาํ แหนง หรอื อาชพี ทเี่ คยสงั่ ซอ้ื ยาผา นระบบบรกิ าร
แพลตฟอรมออนไลน
ปจจัยท่ีกลุมตัวอยางคํานึงถึงกอน
การตดั สนิ ใจเลอื กซอ้ื สนิ คา /บรกิ ารผา นแพลตฟอรม กลุมบุคคล จํานวน เคยซ้ือ รอยละ
ออนไลนเรียงลําดับจากมากไปนอย คือ คํานึงถึง (คน) (คน)
ปจจัยดานราคาสินคา/บริการ รอยละ 81.15
ความนา เชอื่ ถอื ของรา นคา ออนไลน หรอื แพลตฟอรม เภสัชกร 433 89 20.55
ออนไลน รอยละ 69.20 ความสะดวกสบายในการ นักวิชาการสาธารณสุข 20 6 30.00
เลอื กซอ้ื รอ ยละ 66.38 คณุ ภาพและความปลอดภยั พยาบาล 13 1 7.69
ของสินคา/บริการ รอยละ 63.85 ระยะเวลาจัดสง ทันตแพทย 15 7 46.67
สินคารวดเร็ว ทันความตองการใช รอยละ 49.37 แพทย 10 0 0.00
และการโฆษณาและประชาสัมพันธ รอยละ 24.75 ประชาชน 220 55 25.00
รวม 711 158 22.22

หมายเหตุ: คาํ นวณรอยละโดยใชจ ํานวนฐานของแตละกลมุ บุคคล

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 23

4. ความคิดเห็นตอการใหบริการรานขายยาผาน สวนระดับความจําเปนของหลักเกณฑ
แพลตฟอรมออนไลน หรอื เงอื่ นไข เพอื่ ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบเชงิ ลบตอ
ระบบสุขภาพของไทย พบวา ระดับที่มากท่ีสุดคือ
การสํารวจผลกระทบดานบวกที่มีผูเลือก การกําหนดกรอบรายการยาที่ไมอนุญาตใหบริการ
มากที่สุด คือการประหยัดคาใชจายและเวลาในการ ขายยาออนไลนไ ด รองลงมาคอื การกาํ หนดใหม รี ะบบ
เดินทาง รองลงมาคือการทําใหประชาชนเขาถึงยา เทคโนโลยที เ่ี ภสชั กรสามารถใชส อ่ื สารหรอื ใหค าํ แนะนาํ
ไดง า ยและสะดวกมากขนึ้ ผลตอ การลดความเสยี่ งตอ ในการใชยาผานแพลตฟอรมออนไลนได การเพ่ิม
การแพรร ะบาดของเชอื้ ไวรสั โควดิ -19 เพม่ิ ทางเลอื ก บรกิ ารขายยาออนไลน ตอ งไดร บั อนมุ ตั หิ รอื อนญุ าต
ของประชาชนในการดูแลสุขภาพ ลดความเส่ียงตอ จาก อย. หรอื สสจ. การกาํ หนดใหม รี ะบบตรวจสอบ
การไดรับยาปลอม/ ยาไมมีคุณภาพ จากแหลงท่ี การปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเภสชั กรไดต ลอดเวลาทใี่ หบ รกิ าร
ไมปลอดภัย ไมนาเช่ือถือ โดยผลกระทบดานบวก ขายออนไลน เปนรานขายยาท่ีมีเภสัชกรอยูปฏิบัติ
ที่ผูตอบแบบสํารวจความคิดเห็นฯ สวนใหญเลือก หนาท่ีเต็มเวลาและผานการรับรองรานยาคุณภาพ
นอยที่สุด คือการที่ผูลักลอบขายยาออนไลนท่ี เปนรานขายยาท่ีไดรับอนุญาตขายยาแผนปจจุบัน
ผิดกฎหมายลดจํานวนลง และผา นเกณฑม าตรฐาน GPP เปน รา นขายยาทไี่ มเ คย
มีประวัติเปนผูกระทําผิดตามกฎหมายวาดวยยา
ผลกระทบดานลบที่กลุมตัวอยางเลือก การกําหนดเวลาใหบริการขายยาออนไลนไดเฉพาะ
มากที่สุด คือ การเพ่ิมความเสี่ยงตอการนํายาไปใช ชวงเวลาทําการตามใบอนุญาตขายยาแผนปจจุบัน
ในทางที่ผิด รองลงมาคือเกิดการใชยาท่ีพรํ่าเพรื่อ โดยหลกั เกณฑ เงอื่ นไข เพอื่ ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบ
เกินความจําเปน เกิดปญหาการใชยาท่ีไมสมเหตุผล เชิงลบตอระบบสุขภาพของไทยท่ีนอยที่สุด คือ
ผูปว ยเลือกซ้ือยารับประทานเองโดยไมไ ปพบแพทย การกาํ หนดขอบเขตพนื้ ทก่ี ารใหบ รกิ ารขายยาออนไลน
ทาํ ใหโ รคลกุ ลาม ผบู รโิ ภคไดร บั อนั ตรายจากการใชย า เฉพาะพ้ืนท่ีท่ีอยูในรัศมีการเดินทางไมเกิน 10
โดยผลกระทบดา นลบทผี่ ตู อบแบบสาํ รวจความคดิ เหน็ ฯ กโิ ลเมตร เพอื่ รกั ษาคณุ ภาพของยาในระหวา งการขนสง
เลือกนอ ยทสี่ ดุ คอื การเกิดผลกระทบตอ การเกิดเชอ้ื ดังตารางที่ 4
ดอื้ ยา

ตารางที่ 4 ระดับความคิดเห็นของกลุมตัวอยางตอผลกระทบตอระบบสุขภาพ และหลักเกณฑและเง่ือนไขเพื่อ
ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบเชงิ ลบตอ ระบบสขุ ภาพของประเทศไทย กรณใี หร า นขายยาบรกิ ารขายยาออนไลนไ ด

ประเดน็ มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอ ยทส่ี ดุ คาเฉล่ีย
(5) (4) (3) (2) (1)

ผลกระทบตอระบบสขุ ภาพดานบวก
1. ผลตอ การลดความเสยี่ งตอ การแพรร ะบาดของเชือ้ ไวรสั โควดิ -19 240 253 143 56 19 3.899
2. ทําใหประชาชนเขา ถงึ ยาไดง า ยและสะดวกมากข้ึน 255 319 96 26 15 4.087
3. ลดความเสี่ยงตอการไดร ับยาปลอม/ ยาไมมคี ุณภาพ จากแหลง ท่ี 170 161 139 145 96 3.231
ไมป ลอดภยั ไมน า เชอ่ื ถอื 4.086
4. ประหยดั คา ใชจายและเวลาในการเดินทาง 280 267 119 35 10 3.968
5. เพม่ิ ทางเลือกของประชาชนในการดูแลสขุ ภาพ 233 295 125 43 15 2.958
6. ผูล กั ลอบขายยาออนไลนท ีผ่ ิดกฎหมายลดจํานวนลง 136 136 143 154 142

24 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

ตารางท่ี 4 (ตอ )

ประเดน็ มากทสี่ ดุ มาก ปานกลาง นอย นอ ยท่ีสุด คาเฉลยี่
(5) (4) (3) (2) (1)

ผลกระทบตอ ระบบสุขภาพดานลบ
1. เกิดผลกระทบตอการเกดิ เช้อื ดอื้ ยา 252 229 171 48 11 3.932
2. เกดิ ปญหาการใชยาท่ีไมส มเหตผุ ล 321 226 122 36 6 4.153
3. เกดิ การใชย าท่ีพรํา่ เพรือ่ เกินความจาํ เปน 322 238 111 35 5 4.177
4. เพิม่ ความเส่ยี งตอ การนํายาไปใชในทางทผี่ ดิ 357 221 92 34 7 4.248
5. ผูบริโภคไดร บั อนั ตรายจากการใชย า 267 230 150 56 8 3.973
6. ผปู ว ยเลอื กซอื้ ยารบั ประทานเองโดยไมไ ปพบแพทย ทาํ ใหโ รคลกุ ลาม 318 228 110 47 8 4.127
หลักเกณฑหรือเงื่อนไขเพื่อปองกันการเกิดผลกระทบเชิงลบตอ
ระบบสุขภาพ
1. เปนรานขายยาที่ไดรับอนุญาตขายยาแผน ปจจุบันและผาน 440 193 54 9 15 4.454
เกณฑม าตรฐาน GPP
2. เปนรานขายยาที่มีเภสัชกรอยูปฏิบัติหนาที่เต็มเวลาและผาน 445 163 73 13 17 4.415
การรบั รองรา นยาคุณภาพ
3. เปนรานขายยาท่ีไมเคยมีประวัติเปนผูกระทําผิดตามกฎหมาย 432 184 70 9 16 4.416
วาดว ยยา
4. การเพิ่มบริการขายยาออนไลน ตองไดรับอนุมัติหรืออนุญาต 478 155 42 17 19 4.485
จาก อย. หรอื สสจ.
5. การกําหนดเวลาใหบริการขายยาออนไลนไดเฉพาะชวงเวลา 343 162 97 55 54 3.963
ทําการตามใบอนญุ าตขายยาแผนปจจบุ ัน
6. การกําหนดขอบเขตพ้นื ทก่ี ารใหบรกิ ารขายยาออนไลน เฉพาะ 275 185 141 52 58 3.797
พน้ื ทที่ อ่ี ยใู นรศั มกี ารเดนิ ทางไมเ กนิ 10 กโิ ลเมตร เพอื่ รกั ษาคณุ ภาพ
ของยาในระหวา งการขนสง
7. การกําหนดกรอบรายการยาท่ีไมอนุญาตใหบริการขายยา 513 136 35 8 19 4.570
ออนไลนได เชน กลุมวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท ยาเสพติด
ใหโ ทษ ยาควบคมุ พิเศษ หรอื ยาอันตรายบางประเภท
8. การกําหนดใหมีระบบตรวจสอบการปฏิบัติหนาที่ของเภสัชกร 459 182 45 8 17 4.488
ไดตลอดเวลาท่ีใหบรกิ ารขายออนไลน
9. การกําหนดใหมีระบบเทคโนโลยี ที่เภสัชกรสามารถใชสื่อสาร 500 157 35 5 14 4.581
หรือใหค ําแนะนาํ ในการใชย าผา นแพลตฟอรม ออนไลนได

หากมกี ารปรบั แกไ ขกฎหมายใหร า นขายยา ท่ีประชาชนจะไดร บั รอ ยละ 31.65 และเมอื่ จาํ แนก
สามารถใหบริการขายยาออนไลนได ผูตอบแบบ ตามกลุมตําแหนงหรืออาชีพ พบวาสวนใหญกลุมท่ี
สอบถามสวนใหญรอยละ 68.35 เลือกคําตอบวา เห็นชอบคือ ทันตแพทย รอยละ 80 รองลงมาคือ
เห็นชอบ แตตองจัดใหมีระบบตรวจสอบ ควบคุม ประชาชนทั่วไป รอยละ 74.09 เภสัชกร รอยละ
กาํ กบั เพอ่ื ปอ งกนั ผลกระทบเชงิ ลบตอ ระบบสขุ ภาพ 66.05 นักวิชาการสาธารณสุข รอยละ 65 แพทย
และมีผูเลือกคําตอบวา ไมเห็นชอบ เพราะโอกาส รอ ยละ 60 และพยาบาล รอ ยละ 46.15 ดงั ตารางที่ 5
ทเี่ กดิ ผลกระทบเชงิ ลบตอ สขุ ภาพมมี ากกวา ประโยชน

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 25

ตารางท่ี 5 จาํ นวนและรอ ยละกลมุ ตวั อยา งตอ การปรบั สถานการณปจจุบันท้ังการระบาดของ COVID-19
แกไขกฎหมายใหรานขายยาสามารถบริการขายยา และการซอ้ื ขายออนไลน เปน ตน
ออนไลน จาํ แนกตามกลมุ ตําแหนงหรืออาชีพ
อภปิ รายผล
กลุม บุคคล จํานวน เห็นดวย ไมเ หน็ ดว ย
กลมุ ตวั อยางในการศึกษาคร้ังนพี้ บวาขอมูล
เภสชั กร 433 286 (66.05) 147 (33.95) มีความเบไปในกลุมตัวอยางท่ีเปนเภสัชกร รอยละ
60.90 ซง่ึ เกย่ี วขอ งโดยตรงกบั การขายยาหรอื มอี าชพี
นกั วิชาการสาธารณสุข 20 13 (65.00) 7 (35.00) เกี่ยวกับยา ในขณะที่เปนประชาชนทั่วไป รอยละ
30.94 สวนทีเ่ หลือเปนกลมุ บคุ ลากรทางการแพทย
พยาบาล 13 6 (46.15) 7 (53.85) ซึ่งเกิดจากที่มาของการประชาสัมพันธในการสง
google form เรม่ิ ตน ผา นกลมุ ไลนผ ปู ระกอบวชิ าชพี
ทันตแพทย 15 12 (80.00) 3 (20.00) พบวา ในการตั้งคําถามการวิจัยไมไดทวนสอบความ
เขาใจของประชาชนวาทราบหรือไมวาผลิตภัณฑใด
แพทย 10 6 (60.00) 4 (40.00) เปนยา จงึ อาจสงผลตอการแปลผลเร่อื งความรทู วั่ ไป
ท่ีถูกตองเก่ียวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบัน
ประชาชน 220 163 (74.09) 57 (25.91) ของกลมุ ประชาชนได

รวม 711 486 (68.35) 225 (31.65) เม่ือสํารวจความรูท่ัวไปเก่ียวกับกฎหมาย
การขายยาแผนปจ จบุ นั โดยการศกึ ษานพ้ี บวา รอ ยละ
5. ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะของผูตอบแบบ 84.39 เปน ผมู คี วามรโู ดยทราบในขอ กฎหมายเกย่ี วกบั
สอบถาม การขายยาแผนปจจุบันท่ีไมใชยาสามัญประจําบาน
จะตอ งไดร บั ใบอนญุ าตขายยาแผนปจ จบุ นั โดยมสี ถานที่
จากการรวบรวมขอ คดิ เหน็ และขอ เสนอแนะ ขายยาและมเี ภสชั กรอยปู ฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามทกี่ ฎหมาย
ของผตู อบแบบสอบถามเกย่ี วกบั การขายยาออนไลน กําหนด การขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ
สวนใหญเห็นวาเปนเร่ืองท่ีหลีกเล่ียงไดยากใน ของรา นขายยาแผนปจ จบุ นั ทกี่ าํ หนดใหเ ภสชั กรตอ งมี
สถานการณปจจุบัน แตหากจะปรับแกกฎหมาย หนาท่ีปฏิบัติในการควบคุมการสงมอบยาอันตราย
ใหข ายไดต อ งคาํ นงึ ถงึ ประเดน็ ตา ง ๆ ยกตวั อยา งเชน ยาควบคุมพิเศษ หรือยาตามใบสั่งยาของผูประกอบ
การปฏิบัติหนาที่ของเภสัชกร โดยเห็นวาตองคงไว วิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบโรคศิลปะแผนปจจุบัน
ซึ่งมาตรฐานวิชาชีพของเภสัชกร โดยมีระบบการ หรือผูประกอบการบําบัดโรคสัตว และในปจจุบัน
ตรวจสอบการปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเภสชั กรไดต ลอดเวลา ยงั ไมม กี ฎหมายทอ่ี นญุ าตใหรานขายยาสามารถขาย
ระหวางการขายยาออนไลนท่ีงาย สะดวก สามารถ ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษผานแพลตฟอรม
ยนื ยนั ตวั ตนไดต ลอดเวลาทปี่ ฏบิ ตั หิ นา ท่ี (realtime) ออนไลนได สวนหน่ึงอาจเกิดจากการท่ี อย. จัดทํา
เพื่อใหการบริบาลดานเภสัชกรรม ลดความเสี่ยง ขา วประชาสมั พนั ธเ ตอื นประชาชนใหเ ลอื กซอื้ ยาจาก
ในการลกั ลอบขายยาออนไลนท ผ่ี ดิ กฎหมาย การจดั รา นขายยาทมี่ หี ลกั แหลง นา เชอ่ื ถอื อยา เสย่ี งซอื้ ยาจาก
ประเภทรายการยาบางชนิดท่ีสามารถใหบริการ สอ่ื ออนไลน เพราะอาจไดย าปลอมหรอื ไมไ ดค ณุ ภาพ
ขายออนไลนไ ด และควบคมุ รายการยาทมี่ คี วามเสย่ี ง รวมไปถงึ การจดั งานแถลงขา วจบั กมุ ผขู ายยาออนไลน
ทอ่ี าจนาํ ไปใชผ ดิ ประเภทหรอื ผดิ วตั ถปุ ระสงคใ นการ
ใชยา การใชเทคโนโลยีใหเหมาะสมกับสถานการณ
แพรร ะบาดโควดิ -19 แพลตฟอรม ทใี่ ชข ายยาควรเปน
ระบบทใี่ หป รกึ ษาเภสชั กร หรอื แพทยก อ นจงึ จะซอื้ ยา
ผานแพลตฟอรมได อาจมีใบสั่งยา หรือรหัสใหไป
ซ้ือยาได และควรมีแพลตฟอรมที่เฉพาะเจาะจง
สาํ หรบั การขายยาออนไลน และจดั ระบบการใหบ รกิ าร
ขายยาออนไลน ใหส ามารถดาํ เนนิ การสอดคลอ งกบั

26 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

รว มกบั ตาํ รวจกองบงั คบั การปราบปรามการกระทาํ ผดิ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส กระทรวงดิจิทัลเพื่อ
กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค (บก.ปคบ.) เศรษฐกิจและสงั คม11
อยางตอเนื่อง รวมไปถึงมียังการรณรงคประชาชน
เมอื่ เขา รา นยาใหถ ามหาเภสชั กรอกี ดว ย อยา งไรกต็ าม ซ่ึงปจจัยสําคัญในการพิจารณาเลือกซื้อ
เมอื่ วเิ คราะหจ ากกลมุ ตวั อยา งเฉพาะทเ่ี ปน ประชาชน สินคาหรือการบริการผานระบบบริการแพลตฟอรม
ทวั่ ไป พบวา ประชาชนมคี วามรทู ว่ั ไปทถ่ี กู ตอ งเกยี่ วกบั ออนไลนท ผี่ ซู อ้ื สนิ คา ออนไลนใ หค วามสาํ คญั มากทส่ี ดุ
กฎหมายการขายยาแผนปจจุบันในภาพรวมโดย กอนการตัดสินใจคือ ปจจัยดานราคาสินคา/บริการ
ตอบคําถามถูกตองท้ัง 3 ขอ เพียงรอยละ 70.00 ทพ่ี บมากถงึ รอ ยละ 81.15 รองลงมาคอื ความนา เชอ่ื ถอื
โดยประเด็นท่ีปจจุบันไมมีกฎหมายที่อนุญาตให ของรานคาออนไลนหรือแพลตฟอรมออนไลน
รา นขายยาสามารถขายยาอนั ตรายหรอื ยาควบคมุ พเิ ศษ สว นปจ จยั ทมี่ ผี ตู อบนอ ยทส่ี ดุ คอื ปจ จยั ดา นการโฆษณา
ผานแพลตฟอรมออนไลนไดนั้น มีผูตอบถูกตอง และประชาสัมพันธ ท่ีพบเพียงรอยละ 24.75 ซ่ึง
รอยละ 84.09 ซ่ึงอาจมีสาเหตุมาจากการท่ีพบเห็น ประเด็นนี้อาจเปน เพราะผูต อบแบบสํารวจสวนใหญ
บางแอปพลเิ คชนั ทข่ี ายยาออนไลนน น้ั เปน รา นขายยา เปนกลุมท่ีมีความรูและเคยซ้ือสินคาในแพลตฟอรม
ที่ไดรับอนุญาตมีที่อยูเปนหลักแหลง และมีเภสัชกร ออนไลนอ ยแู ลว ดงั นน้ั จงึ ใหค วามสาํ คญั กบั เรอ่ื งราคา
ใหค าํ แนะนาํ กอ นการขายยาผา นแพลตฟอรม ออนไลน สนิ คา /บรกิ าร มากทสี่ ดุ ซงึ่ แตกตา งจากงานวจิ ยั ของ
หรือการท่ีมีประกาศของสภาเภสัชกรรมในเรื่อง จุฑารัตน เกียรติรัศมี12 ที่พบวาปจจัยดานความ
Telepharmacy จึงอาจทําใหเขาใจไดวากฎหมาย ปลอดภัยและความนาเช่ือถือ มีผลตอการตัดสินใจ
ในปจจบุ ันสามารถกระทาํ ได ซอื้ สนิ คา ผา นทางแอปพลเิ คชนั ออนไลนม ากกวา ปจ จยั
ดานราคา
เม่ือศึกษาถึงพฤติกรรมทั่วไปในการเลือก
ซ้ือสินคาผานระบบบริการแพลตฟอรมออนไลน สถานการณการส่ังซื้อยาผานระบบแพลต
พบวารอยละ 75.53 เคยซื้อ โดยกลุมชวงอายุที่มี ฟอรม ออนไลน หรอื ทางแอปพลเิ คชนั ตา ง ๆ ประมาณ
การซอื้ สนิ คา ออนไลนม ากทส่ี ดุ คอื ชว งอายุ 30-40 ป 3 ใน 4 ของผูตอบแบบสอบถามไมเคยซ้ือยาผาน
แตชวงอายุ 60 ปข้ึนไปซ้ือนอยท่ีสุด และจากการ แพลตฟอรมออนไลน สําหรับมุมมองความคิดเห็น
สาํ รวจความนยิ มในแพลตฟอรม ออนไลนท ม่ี กี ารขาย ผลกระทบในดา นบวกหากรา นขายยาใหบ รกิ ารขายยา
สินคา พบวาแพลตฟอรม Shopee เปนที่นิยม ออนไลนไ ด พบวา เปน การประหยดั คา ใชจ า ยและเวลา
มากท่ีสุด รองลงมาคือ Lazada และเลือกซ้ือผาน ในการเดินทาง และทําใหประชาชนเขาถึงยาไดงาย
Application ตามลาํ ดบั สว นใหญจ ะเลอื กใชบ รกิ าร และสะดวกมากขึ้น แตประเด็นผลกระทบดานบวก
ของแพลตฟอรม ออนไลน ตงั้ แต 2 แพลตฟอรม ขน้ึ ไป ที่นอยที่สุด คือ ทําใหผูลักลอบขายยาออนไลนที่ผิด
เนอื่ งจากแตล ะแพลตฟอรม มนี โยบายในการขายสนิ คา กฎหมายลดจํานวนลง สําหรับมุมมองตอผลกระทบ
ที่คลายคลึงกัน เชน รูปแบบการส่ังซ้ือ การชําระ ในดา นลบหากรา นขายยาใหบ รกิ ารขายยาออนไลนไ ด
คาสนิ คา การรบั ประกันไมพ อใจยนิ ดคี นื เงิน การจัด พบวา การเพม่ิ ความเสย่ี งตอ การนาํ ยาไปใชใ นทางทผี่ ดิ
สว นลด โปรโมชน่ั ทาํ ใหผ ซู อ้ื สนิ คา จงึ ไมย ดึ ตดิ ในการ สงผลกระทบดานลบมากท่ีสุด รองลงมาคือเกิดการ
ซื้อสินคากับแพลตฟอรมเดียว ซ่ึงผลการสํารวจนี้ ใชยาที่พร่ําเพรื่อเกินความจําเปน และเกิดปญหา
สอดคลองกับรายงานผลการสํารวจพฤติกรรมผูใช การใชย าทไ่ี มส มเหตผุ ล โดยผลกระทบดา นลบทนี่ อ ย
อนิ เทอรเ นต็ ประเทศไทยป 2563 Thailand Internet ท่ีสุด คือการเกิดผลกระทบตอการเกิดเชื้อดื้อยา
User Behavior 2020 จัดทําโดยสํานักงานพัฒนา ซ่งึ สอดคลอ งกบั บทความของ Deepika และคณะ13
เก่ียวกับสถานการณของ E-pharmacies ในอินเดีย

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 27

ป 2020 ทกี่ ลา วถงึ ผลกระทบดา นบวกทช่ี ว ยประหยดั คุณภาพของยาในระหวางการขนสง ซึ่งประเด็นนี้
เวลาและคาใชจาย แตขณะเดียวกันยังคงพบปญหา มีผูตอบแบบสอบถามใหความเห็นวาในพ้ืนที่ที่
ซึ่งเปนผลกระทบดานลบในเรื่องของการเขาถึงยา การจราจรไมติดขัด ใชเวลาเดินทางไมนาน ดังน้ัน
ทง่ี า ยเกนิ ไป ทาํ ใหเ กดิ การใชย าไมเ หมาะสม ไมส มเหตุ ระยะทางจงึ ไมเปน อปุ สรรคตอ การจัดสงยา
สมผล หรือใชยาผิดวัตถปุ ระสงค
สรุปผล
ท้ังน้ีจากการศึกษาพบวาในสถานการณ
ปจจุบันท่ีเปนยุคการแพรระบาดของไวรัสโควิด-19 ความคิดเห็นและมุมมองของบุคลากรทาง
และสอดรับกับยุควิถีชีวิตใหม ผูคนมีพฤติกรรม ดานสาธารณสุขและประชาชนทั่วไปที่มีตอการให
การเลือกซื้อสินคาผานชองทางที่เปล่ียนไปจากเดิม บริการดานสุขภาพของรานขายยาแผนปจจุบันใน
โดยเพิ่มความนิยมในการซื้อสินคาผานแพลตฟอรม รูปแบบการใหบริการและขายยาผานแพลตฟอรม
ออนไลนม ากขนึ้ เรอ่ื ย ๆ โดยกลมุ ตวั อยา งมากกวา ครง่ึ สื่อออนไลน ประมาณ 2 ใน 3 โดยเฉพาะอยางย่ิง
มคี วามเหน็ ชอบตอ การปรบั แกไ ขกฎหมายใหร า นขายยา กลุมประชาชนทั่วไปที่เห็นดวยถึง 3 ใน 4 ตอการที่
สามารถใหบริการขายยาออนไลนได แตตองจัดใหมี จะใหขายยาผานแพลตฟอรมออนไลน โดยตองมี
ระบบตรวจสอบ ควบคมุ กาํ กบั เพอ่ื ปอ งกนั ผลกระทบ การอนุญาตและการควบคุม กํากับ และจัดทํา
เชงิ ลบตอ ระบบสขุ ภาพ เนอ่ื งจากเหน็ วา การทอี่ นญุ าต หลกั เกณฑ เงอื่ นไขเพอ่ื การปอ งกนั ผลกระทบเชงิ ลบ
ใหขายยาออนไลนไ ด ภายใตก ารควบคุมกํากบั ดแู ล ท่ีอาจเกิดข้ึน รวมไปถึงการจัดระบบตรวจสอบ
อยา งเปน ระบบ สามารถตรวจสอบหรอื ยนื ยนั ตวั ตนได การยืนยันตัวตนและการปฏิบัติหนาท่ีของเภสัชกร
จะชว ยประชาชนไดม ที างเลอื กทป่ี ลอดภยั กวา การซอ้ื หรือแพลตฟอรมท่ีใช ควรออกแบบเฉพาะเจาะจง
จากแหลงขายทางออนไลนท่ีผิดกฎหมายเฉกเชน เพื่อใหมั่นใจวาผูบริโภคจะไดรับความปลอดภัยจาก
ท่เี ปนอยใู นปจจุบนั การใชยา

เมอ่ื ศกึ ษาระดบั ความจาํ เปน ของการกาํ หนด ขอ เสนอแนะ
หลกั เกณฑ หรอื เงอื่ นไข เพอื่ ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบ
เชิงลบตอระบบสุขภาพของไทย วามีความจําเปน เพอื่ เปน การคมุ ครองผบู รโิ ภคใหไ ดร บั ความ
มากนอยเพียงใด หากอนุญาตใหรานขายยาบริการ ปลอดภยั หากมกี ารปรบั แกไ ขกฎหมายใหร า นขายยา
ขายยาออนไลนได พบวาหลักเกณฑหรือเง่ือนไข ที่ไดรับอนุญาตสามารถบริการขายยาออนไลนได
ท่ีผูตอบแบบสอบถามคิดวาจําเปนมากที่สุดคือ เพื่อใหสอดรับกับยุควิถีชีวิตใหม มีขอเสนอแนะดังน้ี
การกําหนดกรอบรายการยาท่ีไมอนุญาตใหบริการ
ขายยาออนไลน เชน กลุมวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและ 1. ดา นกฎหมาย ปจ จบุ นั กฎหมายทคี่ วบคมุ
ประสาท ยาเสพติดใหโทษ ยาควบคุมพิเศษ หรือ กาํ กบั การขายยาของรา นขายยาในประเทศไทย ไดแ ก
ยาอนั ตรายบางประเภท ซงึ่ สอดคลอ งกบั การควบคมุ (1) พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และฉบับแกไขเพิ่มเติม5
ของตา งประเทศเชน กนั เนอ่ื งจากเปน กลมุ ยาทกี่ อ ให ที่บัญญัติใหการขายยาตองมีใบอนุญาต และดําเนิน
เกดิ ปญหาการนาํ ไปใชใ นทางทผี่ ิด หรอื อาจนําไปใช การขายตามท่ีกฎหมายกําหนด (2) พ.ร.บ.วิชาชีพ
ในการกอ อาชญากรรมได สว นหลกั เกณฑแ ละเงอ่ื นไข เภสัชกรรม พ.ศ. 2537 และฉบับแกไขเพิ่มเติม14
ทม่ี คี วามจาํ เปน ใหน อ ยทสี่ ดุ คอื การกาํ หนดขอบเขต ไดว างกรอบของจรรยาบรรณเภสชั กร และมาตรฐาน
พนื้ ทก่ี ารใหบ รกิ ารขายยาออนไลน เฉพาะพนื้ ทท่ี อี่ ยู ของการประกอบวิชาชีพไว ซ่ึงท้ัง 2 องคประกอบนี้
ในรัศมีการเดินทางไมเกิน 10 กิโลเมตร เพ่ือรักษา เปนส่ิงที่ตองนํามาพิจารณาดําเนินการควบคูกัน
เพ่ือใหการควบคุมกํากับการขายยาออนไลนเปนไป

28 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

อยางมปี ระสิทธภิ าพ และนํามาใชประกอบการออก โทษทางอาญาแลว ตองไดรับโทษทางปกครองทั้ง
หลกั เกณฑ เงอ่ื นไขในการขยายขอบเขตการอนญุ าต การพกั ใชใ บอนญุ าตขายยาแผนปจ จบุ นั และการพกั ใช
ชองทางการขายออนไลนเพ่ิมเติมจากการอนุญาต ใบประกอบวชิ าชพี ของเภสชั กรผมู หี นา ทปี่ ฏบิ ตั กิ ารดว ย
ขายยาแผนปจจุบันเดิมที่ไดรับอนุญาตซึ่งมีสถานท่ี
ขายยาเปน หลกั แหลง มเี ภสชั กรเปน ผมู หี นา ทปี่ ฏบิ ตั กิ าร เอกสารอา งองิ
ตลอดระยะเวลาเปด ทาํ การ ซงึ่ ตอ งดาํ เนนิ การควบคู
กับการไดรบั อนุญาตโฆษณาขายยาทางแพลตฟอรม 1. รัชดา โตอนันต, ธนศักด์ิ ประเสริฐสาร. โควิด-19
ออนไลนด ว ย โคโรนาไวรัส สงครามท่ีมองไมเห็น. วารสารอาหาร
และยา 2563;27(2):4-12
2. ดานการปฏิบัติของรานยาและระบบ
สขุ ภาพ ตอ งจดั ใหม รี ะบบการลงทะเบยี นทงั้ ผซู อื้ ยาและ 2. สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส. ขาว
ผรู บั อนญุ าตขายยา ควรใชแ พลตฟอรม ทเ่ี ฉพาะเจาะจง ประชาสมั พนั ธ: ETDA เผยมลู คา e-Commerce ไทย
หรอื ไดร บั การรบั รองความนา เชอ่ื ถอื โดยหนว ยงานรฐั ป 62 คาดพุง 4.02 ลานลานบาท [อินเทอรเน็ต].
มีระบบท่ีงายตอการการติดตาม ตรวจสอบการขาย กรงุ เทพฯ: สาํ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส;
และการปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเภสชั กรไดท กุ ชว งเวลาเปด 2563 [เขาถึงเมื่อ 16 ก.ย. 2564]. เขาถึงไดจาก:
ทาํ การตามใบอนญุ าต สว นนอกเวลาทาํ การแพลตฟอรม https://www.etda.or.th/th/https/www-etda-
ที่ใชเปนชองทางขายออนไลน ตองขึ้นสถานะให or-th/th/newsevents/pr/Value-of-e-Commerce-
ประชาชนทราบชว งเวลาทร่ี า นขายยาปด ทาํ การดว ย Survey-in-Thailand-2019.aspx
ท้ังนี้เพ่ือลดผลกระทบเชิงลบตอระบบสุขภาพ
จาํ เปน ตอ งวางหลกั เกณฑ และเงอื่ นไขในการพจิ ารณา 3. ประกาย หมายมนั่ . การสาํ รวจการขายยาผา นเวป็ ไซต
อนุญาตขายยาออนไลน และกําหนดใหสภาวิชาชีพ ขายสินคาซ่ึงเปนท่ีนิยมในประเทศไทย. วารสาร
เภสชั กรรม หรอื สาํ นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ เภสชั กรรมไทย 2561;11(2):368-377.
(สปสช.) เขามามีบทบาทและรวมตรวจสอบ หรือ
ใหการรับรองดวยการใหโลโกหรือสัญลักษณรับรอง 4. สรปุ ผลการดาํ เนนิ คดกี ารโฆษณาขายยาทางสอ่ื ออนไลน
(ขอมูลต้ังแตวันที่ 1 กุมภาพันธ 2563 จนถึง 30
3. ดานผูบริโภค จะตองไดรับการบริบาล เมษายน 2564). นนทบรุ :ี ศนู ยจ ดั การเรอื่ งรอ งเรยี น
ดานเภสัชกรรมท่ีไดมาตรฐานเปนไปตามประกาศ และปราบปรามการกระทําผิดกฎหมายเกี่ยวกับ
สภาเภสัชกรรมท่ี 56/2563 เร่ือง การกําหนด ผลิตภัณฑสุขภาพ (ศรป.) สํานักงานคณะกรรมการ
มาตรฐานและขนั้ ตอนการใหบ รกิ ารเภสชั กรรมทางไกล อาหารและยา; 2564.
(Telepharmacy)15 ซ่ึงมีการวางมาตรฐานการให
บริการเภสัชกรรมทางไกลไว เพื่อใหผูบริโภคไดรับ 5. กองสงเสริมงานคุมครองผูบริโภคในสวนภูมิภาคและ
ความปลอดภยั จากการใชย า โดยใชก ลไกจากเครอื ขา ย ทองถ่ิน. รวมพระราชบัญญัติท่ีอยูในความรับผิดชอบ
คุมครองผูบริโภค ในการรวมตรวจสอบ และแจง ของสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. กรงุ เทพฯ:
เบาะแสใหหนวยงานที่ทําหนาท่ีบังคับใชกฎหมาย หกหน่งึ เจด็ ; 2562.
ทั้งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ
สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั เพอื่ ดาํ เนนิ การปราบปราม 6. พนิตนาฏ คํานุย. การโฆษณาขายยาออนไลนที่ผิด
ผกู ระทาํ ผดิ ซง่ึ หากพบผรู บั อนญุ าตขายยาแผนปจ จบุ นั กฎหมายและมาตรการดาํ เนนิ การ. วารสารอาหารและยา
กระทําผิดจากท่ีกฎหมายกําหนด นอกจากไดรับ 2562;26(3):41-52.

7. Schultz B. Online pharmacy regulation: how
the Ryan Haight online pharmacy consumer
protection act can help solve an international
problem. San Diego International Law Journal
[Internet]. 2015 [cited 2021 Apr 13]; 16(2):

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 29

381- 415. Available from: https://digital. เขาถึงไดจาก: https://www.etda.or.th/th/
sandiego.edu/cgi/viewcontent.cgi?article= newsevents/pr-news/ETDA-released-IUB-
1033&context=ilj 2020.aspx
8. Alwon BM. A detailed analysis of online 12. จุฑารัตน เกียรติรัศมี. ปจจัยที่มีผลตอการซื้อสินคา
pharmacy characteristics to inform safe usage ผานทางแอพพลิเคชั่นออนไลนของผูบริโภค ในเขต
by patients. International Journal of Clinical กรุงเทพมหานครและปริมณฑล [ปริญญาโท].
Pharmacy [internet].2015 [cited 2021 April 13]; กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร; 2558.
37 (1): 148-158. Available from: https:// 13. Deepika, et al. Status of e-pharmacy in India:
ueaeprints.uea.ac.uk/id/eprint/51755/ a review. Plant Archives [Internet]. 2020
1 On_line_pharmacy_research._10.1007_s11096 [cited 2021, Apr 13]; 20(1):3763-3767.
_014_0056_1.pdf Available from: http://www.plantarchives.org/
9. Yamane T. Statistics: an Introductory analysis. SPECIAL%20ISSUE%2020-1/231__3763-
2nd ed. New York: Harper and Row; 1967. 3767_.pdf[]
10. Likert RA. New patterns of management. 14. พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537.
New York: McGraw-Hill Book; 1961. ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ท่ี 111, ตอนท่ี 28 ก (ลงวนั ท่ี
11. สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส. 30 มถิ นุ ายน 2537).
ขาวประชาสัมพันธ: ETDA เผยผลสํารวจ IUB 63 15. สภาเภสชั กรรม. ประกาศสภาเภสชั กรรม ท่ี 56/2563
คนไทยใชเน็ตปงไมไหวเกินครึ่งวัน โควิด-19 มีสวน เรอื่ ง การกาํ หนดมาตรฐานและขนั้ ตอนการใหบ รกิ าร
[อนิ เทอรเนต็ ]. กรงุ เทพฯ: สํานักงานพฒั นาธรุ กรรม เภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy). (ลงวันที่ 2
ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส; 2564 [เขา ถงึ เมอื่ 16 ก.ย. 2564]. มิถุนายน 2563).

30 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

บทความวิจยั Research Article

วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration

การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหาสุขภาพเพื่อการรักษาโรค:
กรณีศึกษา จังหวัดชุมพร

เอกพงษ อุไรวงศ1
1กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพร
ที่อยูติดตอ: เอกพงษ อุไรวงศ กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร ถนนปรมินทรมรรคา
อาํ เภอเมอื งชุมพร จงั หวดั ชมุ พร 86000 [email protected]

Medical Use of Cannabis among People with Health Problems
for the Treatment of Disease: Case Study in Chumphon Province

Ekapong Uraiwong1
1Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Chumphon Provincial Public Health Office, Chumphon
Province, Thailand
Contact address: Ekapong Uraiwong, Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Chumphon
Provincial Public Health Office, Poraminmunka Road, Mueang Chumphon District, Chumphon, Thailand, 86000,
[email protected]
Received: 22 June 2021, Revised: 13 December 2021, Accepted: 22 December 2021

Abstract

Background: Recently, Thailand has allowed cannabis for medical purposes. Regarding this,
the Narcotic Act (No.7) has been amended since 18 Feb 2019 when it was announced in
the Government Gazette. This give an opportunity for cannabis and mitragyna plant to be
under research and development for medical uses under the supervision of physicians.
Chumphon is one of the provinces where medicinal cannabis is used for therapeutic purposes.
Objectives: To study on the use of medical cannabis in people with health problems for
medical purposes in Chumphon, as well as to explore the relationship between age range,
occupation, and experience the uses of medical cannabis with the medical use of cannabis
in the samples
Methods: This study was a descriptive research by using a questionnaire through a target group
of people who faced health problems and use medical cannabis for disease treatment in
Chumphon. It used convenient randomised sampling of 796 people with a confidence level
of 95%, of which 266 samples were collected. The statistics for data analysis was percentage,
mean, standard deviation, and Pearson correlation coefficient.

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 31

Results: The results found that most samples who used medical cannabis were male 78.94%,
age range 26-40 years 52.25%, married 65.03%, graduated from high school or high vocational
certificate 38.34%, and agriculturist 42.10%. These samples suffered from physical health
problems 87.96% and mental health problems 12.04%. A top three diseases and symptoms
included cancers, allergies, and migraine, respectively. In term of medical cannabis use
experience found that the first reason that use tem was to treatment, used them around one
to five years, and found as other people in same workplace used at 60.90, 36.84, and 33.08%,
respectively. According to regulations and access to medical cannabis opinions of the samples,
they agreed on strongly level with overall average 4.549, total of five score. Issue that reached
the top three average included: it was appropriate to have legal enforce ability of medical
cannabis use was suitable 4.643, followed by modern physicians who can prescribe medical
cannabis products on average 4.630, and access to medical cannabis products should be
liberalized, like other medicinal products, on average 4.609. When studying the relationship
of variables, age range, occupation, and experience of cannabis use and cannabis use among
people with health problems, it was found that there was a positive correlation with cannabis
use among people with level fair, good, and very good health problems, respectively at
statistically significant p-value less than 0.1. In addition, there was a major obstacle that the
sample group commented on: access was a difficulty for patients to find cannabis because
it was classified as a drug for safety reason.
Conclusions: Most surveyed medical cannabis users were farmers. Three-quarters of the sample
had physical problems. The reason for the first use was for treatment. Opinion to law
enforcement was appropriate, but it should be open to the public as freely as medicinal
products. The age range, occupation and experience of cannabis use among people with health
problems were statistically positively correlated with medical cannabis use.
Keywords: medical use of cannabis, age range, occupation, cannabis use experience

บทคดั ยอ

ความสําคญั : ประเทศไทยเพ่งิ ใหม กี ารนํากญั ชามาใชในทางการแพทยโ ดยการแกไ ขกฎหมายพระราชบญั ญตั ิ
ยาเสพตดิ ใหโ ทษ ฉบบั ที่ 7 มผี ลบงั คบั ใชห ลงั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเมอ่ื วนั ท่ี 18 ก.พ. 2562 ใหส ามารถ
นํากัญชาและพืชกระทอมไปศึกษาวิจัยและพัฒนาเพ่ือประโยชนทางการแพทยและนําไปใชในการรักษาโรค
ภายใตการดูแลและควบคุมของแพทย ซึ่งชุมพรเปนจังหวัดหน่ึงที่มีการใชกัญชาทางการแพทยในการรักษา
บําบดั โรค
วัตถปุ ระสงค: เพ่ือศึกษาการใชกัญชาทางการแพทยข องผูมีปญหาสขุ ภาพ และความสมั พันธร ะหวา งชว งอายุ
อาชพี และประสบการณก ับการใชกญั ชาของผูมีปญ หาสขุ ภาพ
วิธีการศึกษา: เปนการศึกษาเชิงพรรณนา โดยใชแบบสอบถามกลุมเปาหมายผูที่มีปญหาสุขภาพท่ีใชกัญชา
เพ่ือการรักษาโรคของผูปวยในจังหวัดชุมพร ใชสุมตัวอยางแบบตามสะดวกที่ระดับความเช่ือม่ันที่ 95% จาก
ประชากร 796 คน โดยเก็บตัวอยางได 266 ตัวอยาง ใชสถิติเปนรอยละ คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
และคา สัมประสทิ ธส์ิ หสมั พนั ธของเพยี รส ัน

32 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

ผลการวิจัย: พบวา การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหาสุขภาพในจังหวัดชุมพรสวนใหญเปนเพศชาย
รอยละ 78.94 อายุระหวาง 26 - 40 ป รอยละ 52.25 สถานภาพสมรส รอยละ 65.03 และมีระดับการศึกษา
มธั ยม/ปวช. รอ ยละ 38.34 ประกอบอาชพี เกษตรกร รอ ยละ 42.10 กลมุ ตวั อยา งมปี ญ หาทางรา งกาย รอ ยละ
87.96 ปญ หาทางจติ ใจ รอ ยละ 12.04 สว นโรคและอาการ 3 อนั ดบั แรกทเี่ จบ็ ปว ย ไดแ ก โรคมะเรง็ โรคภมู แิ พ
และโรคไมเกรน ตามลําดับ ในดานประสบการณการใชกัญชา พบวา เหตุผลของการใชกัญชาคร้ังแรก คือ
การรกั ษา ระยะเวลาทใ่ี ชก ญั ชา 1-5 ป และบคุ คลอน่ื ทใี่ ชก ญั ชาทพ่ี บเจอจากคนทที่ าํ งานเดยี วกนั รอ ยละ 60.90,
36.84 และ 33.08 ตามลําดับ ประเด็นกฎระเบยี บและการเขาถึงกญั ชาทางการแพทย พบวา มีคาเฉล่ียโดยรวม
4.549 อยูในระดับมากที่สุด จากคะแนนเต็ม 5 หัวขอที่มีคาเฉล่ียสูงสุดคือ การมีกฎหมายบังคับใชกัญชาเพ่ือ
การรกั ษาเปน เรอ่ื งเหมาะสม 4.643 รองลงมา คอื แพทยแ ผนปจ จบุ นั สามารถสง่ั ผลติ ภณั ฑก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาได
เฉลี่ย 4.630 และการเขาถึงผลิตภัณฑกัญชาเพ่ือการรักษาควรเปดเสรีเหมือนผลิตภัณฑยาอื่น ๆ เฉลี่ย 4.609
เมอื่ ศกึ ษาความสมั พนั ธข องตวั แปรชว งอายุ อาชพี และประสบการณก ารใชก ญั ชา กบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา
สขุ ภาพในจงั หวดั ชมุ พร พบวา มคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในระดบั ปานกลาง
ดี ดมี าก ตามลาํ ดบั อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ี่ p-value นอ ยกวา 0.1 นอกจากนนั้ พบปญ หาอปุ สรรคสาํ คญั
ทก่ี ลมุ ตวั อยา งใหค วามคดิ เหน็ คอื การเขา ถงึ เปน ความยากลาํ บากของผปู ว ยทจ่ี ะหากญั ชา เพราะจดั เปน ยาเสพตดิ
ท่ีตอ งควบคุมเพอ่ื ความปลอดภัย
สรุป: ผูใชกัญชาทางการแพทยที่ตอบแบบสํารวจสวนใหญเปนเกษตรกร โดยกลุมตัวอยาง 3 ใน 4 มีปญหา
ทางรา งกาย ซง่ึ เหตผุ ลการใชค รง้ั แรกคอื เพอื่ การรกั ษา มคี วามเหน็ ตอ การบงั คบั ใชก ฎหมายวา เปน เรอื่ งเหมาะสม
แตควรเปดใหประชาชนเขาถึงไดเสรีเชนเดียวกับผลิตภัณฑยา สวนชวงอายุ อาชีพ และประสบการณการใช
กัญชาของผูมีปญหาสุขภาพมีความสัมพันธทางบวกกับการใชกัญชาทางการแพทยอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ
คําสาํ คัญ: การใชกญั ชาทางการแพทย ชว งอายุ อาชพี ประสบการณการใชกัญชา

บทนาํ มากขน้ึ ภาวะตดิ ยา ผลขา งเคยี งจากการใชย า เปน ตน
ซ่ึงยังไมมีขอสรุปที่เดนชัดวานโยบายกัญชา (ท้ังทาง
สถานการณการใชกัญชาในตางประเทศ การแพทยแ ละนนั ทนาการ) จะมผี ลกระทบดา นบวก
มที ง้ั ทใี่ ชเ พอื่ ประโยชนท างการแพทยแ ละนนั ทนาการ หรือลบมากกกวากัน จากบทเรียนในตางประเทศ
โดยมีการใชในรูปแบบผลิตภัณฑสําเร็จรูป และ พบประเดน็ สาํ คญั ทคี่ วรนาํ มาเพอ่ื พจิ ารณาการกาํ หนด
รปู แบบของสว นตา ง ๆ ของพชื กญั ชาทงั้ สดและแหง นโยบายกญั ชา คือ ในประเทศท่ีมกี ารเปดกวา งเร่อื ง
และในบางประเทศมีการอนุญาตใหปลูกได ซ่ึงขอ การใชกญั ชาจะใชเวลาเตรียมการคอ นขางนาน และ
กาํ หนดในทางกฎหมายในตา งประเทศจะแตกตา งกนั การแกไขกฎหมายก็กระทําอยางคอยเปนคอยไป
ออกไป มกี ารศกึ ษาผลกระทบตอ สขุ ภาพ สงั คมและ โดยมักคงกฎหมายหลักเร่ืองการควบคุมกัญชาไว
เศรษฐกิจอยูบางพอสมควร ซ่ึงผลการศึกษาพบวา (เชน Federal law ของสหรัฐอเมริกา) แตปรับ
มีผลกระทบทั้งทางดานบวก เชน ลดการใชยาบาง กฎหมายเฉพาะพื้นท่ี หรือกฎหมายช้ันรองลงมา
ประเภท เชน opioids หรือใชเ สริมการรกั ษาในโรคที่ เพอ่ื ใหม กี ารนาํ กญั ชามาใชป ระโยชนท างการแพทยไ ด
ยาแผนปจ จบุ นั ยงั ไมม คี าํ ตอบ และอาจชว ยเสรมิ สรา ง ซึ่งการแกไขกฎหมายไมใชมาตรการเดียวเทานั้น
เศรษฐกจิ จากภาษีทเี่ กย่ี วขอ งกบั ธรุ กจิ กัญชา สว นใน
ดา นผลลบ เชน มอี ตั ราการเขา รกั ษาตวั ทหี่ อ งฉกุ เฉนิ

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 33

แตต อ งรวมถงึ การบงั คบั ใชก ฎหมายใหม คี วามเขม งวด ในปจ จุบันยังมีจํานวนจํากดั จงึ ยงั ไมส ามารถสรปุ ได
และตอ งใหค วามใสใ จในรายละเอยี ดมาก ทงั้ การควบคมุ แนนอนวา กัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งไดจริง
ผูประกอบการและผูซ้อื รวมถึงการบําบัดผเู สพยา จาํ เปน ตองรอผลการศกึ ษาทางคลินิกเพิม่ เติม1

สาํ หรบั สถานการณก ารใชก ญั ชาในประเทศ สําหรับประเทศไทยมีความเคลื่อนไหว
ไทย มบี ันทึกตํารบั ยาไทยในตําราการแพทยแ ผนไทย จากหนวยงานภาครัฐและเอกชนใหทบทวนแกไข
มากมาย เชน ตาํ ราพระโอสถพระนารายณ ซง่ึ รวบรวม พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 เพื่อ
ข้ึนภายหลังรัชสมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช ถอดกญั ชาออกจากรายการยาเสพติด กัญชาเปนพชื
เมอื่ กวา สามรอ ยปม าแลว ตาํ ราแพทยศ าสตรส งเคราะห มปี ระโยชนแ ละโทษ ประเทศไทยมนี โยบายใชก ญั ชา
ตํารายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพ่ือประโยชนทางการแพทยเกิดขึ้น กฎหมายจึงมี
มีขอบงใช สรรพคุณเปนยารักษาโรคตาง ๆ เชน ความสําคัญเพื่อควบคุมการใชกัญชาทางการแพทย
โรคลม โรคริดสีดวงทวาร และโรคหอบหืด เปนตน ทเ่ี หมาะสม ซงึ่ มงี านวจิ ยั ของขอ กาํ หนดและหลกั เกณฑ
แสดงใหเห็นวากัญชาถูกใชเปนยารักษาโรคในอดีต มาตรฐานการควบคุมพ้ืนท่ีใชกัญชาทางการแพทย
มาอยางยาวนาน เปนพืชที่รูจักทั้งในประเทศและ ของไทย ประกอบดวย ดานสถานที่เปนการกําหนด
ตา งประเทศ โดยในแตล ะประเทศ ไดส ง เสรมิ การวจิ ยั ตัวอาคาร ตึก หรือโรงเรือน รวมทั้งประตูเขาพื้นที่
กญั ชาในรปู แบบทหี่ ลากหลายเพอ่ื ใชใ นทางการแพทย เพาะปลูกกัญชา ดานการรักษาความปลอดภัย
ตัวอยางเชน สหรฐั อเมรกิ า แคนาดา อสิ ราเอล และ เปนการมีระบบดูแลและแจงเตือนภัยฉุกเฉิน กรณี
ออสเตรเลีย ซึ่งออกกฎหมายใหใชกัญชาเพื่อรักษา มกี ารลกั ลอบเขา ในพนื้ ทปี่ ลกู กญั ชาจากบคุ คลภายนอก
โรคไดภ ายใตก ารดแู ลของแพทย การวจิ ยั และพฒั นา ดานการเก็บรักษา เปนการกําหนดผูรับผิดชอบและ
สารสกัดกญั ชาสาํ หรบั ใชท างการแพทยถ อื วาประสบ ควบคุมหองท่ีมีการเก็บรักษากัญชา และดานการ
ความสําเร็จในระดับหนึ่ง และสามารถข้ึนทะเบียน ควบคมุ การใชเ ปน การมขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน (SOP)
เปนยาไดในบางประเทศ มีการใชเพื่อปองกันการ ในการควบคมุ การปลกู กญั ชา2 นอกจากนย้ี งั มรี ายงาน
คลน่ื ไสอ าเจยี นทเ่ี กดิ จากการยาเคมบี าํ บดั และรกั ษา ขอเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการนํากัญชามาใช
ภาวะกลา มเนอ้ื เกรง็ จากปลอกประสาทอกั เสบ เปน ตน ประโยชนท างการแพทย 3 ดา น ไดแ ก ดา นโครงสรา ง
แตในประเทศไทยน้ันเน่ืองจากตามพระราชบัญญัติ และระบบนิเวศนที่เก่ียวของ โดยมีวัตถุประสงค
ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 กําหนดการควบคุม เพ่ือการประสานขอมูลแบบบูรณาการทุกภาคสวน
กัญชาเปนยาเสพติดใหโทษประเภท 5 ซ่ึงหามผลิต ท้ังในกระทรวงและนอกกระทรวงสาธารณสุข
จําหนาย นําเขา สงออก หรือมีไวในครอบครอง ดานการพัฒนาบุคลากรและการสรางความรอบรู
เวน แตร ฐั มนตรจี ะไดอนุญาตโดยความเหน็ ชอบของ แกประชาชน ท้ังนี้เพื่อมีบุคลากรทางการแพทย
คณะกรรมการควบคมุ ยาเสพตดิ ใหโ ทษเปน ราย ๆ ไป ทกุ วชิ าชพี ทมี่ คี ณุ ภาพ รวมถงึ การมสี ว นรว มของชมุ ชน
และยงั หา มมใิ หผ ใู ดเสพกญั ชาอกี ดว ย การทก่ี ฎหมาย จากขอความขางตน ผูวิจัยจึงศึกษาการใชกัญชา
ของไทยมีบทบัญญัติหามการเสพกัญชา จึงทําให ทางการแพทยของผูมีปญ หาสขุ ภาพในจงั หวดั ชุมพร
การมีขอจํากัดในการศึกษาวิจัยทางคลินิก ในหวงที่ และความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ และ
ผานมาไมมีการศึกษาเพ่ือเพ่ิมพูนองคความรูการใช ประสบการณกับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพ
กัญชาในทางการแพทยในประเทศไทย มีบทความ เพ่ือบําบัดและการรักษาผูมีปญหาสุขภาพ เปนการ
รวบรวมการใชกัญชาทางการแพทย กลาววา สรางความเขาใจระหวางหนวยงานภาครัฐและ
ผลการวจิ ยั ทางคลนิ กิ ในการใชก ญั ชาเพอ่ื รกั ษาโรคมะเรง็ ประชาชน

34 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

วัตถปุ ระสงค (content validity) จากผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 คน
พจิ ารณาความสอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงคข องการวจิ ยั
1. เพ่ือศึกษาการใชกัญชาทางการแพทย และหาคา IOC (Index of Item-Objective
ของผมู ปี ญหาสขุ ภาพในจงั หวัดชุมพร Congruence) และคาความเช่ือม่ัน (reliability)
ของแบบสอบถามกับกลุมตัวอยางท่ีใกลเคียงกับ
2. เพอื่ ศกึ ษาความสมั พนั ธร ะหวา งชว งอายุ กลุมตัวอยางที่เก็บจริงจํานวน 30 คน โดยหาคา
อาชพี และประสบการณก บั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา สัมประสิทธ์ิแอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s
สขุ ภาพในจังหวดั ชมุ พร alpha) ไดคา ความเชอ่ื มั่น เทา กับ 0.85

ระเบยี บวธิ กี ารวิจัย 2. เครอ่ื งบนั ทกึ เสยี งเพอ่ื ชว ยในการสมั ภาษณ
การรวบรวมขอ มลู
วธิ ีวิจัย
การศึกษาวิจยั นเี้ ปน การศกึ ษาเชิงพรรณนา 1. เกบ็ ขอ มลู โดยผชู ว ยนกั วจิ ยั เปน ผรู วบรวม
แบบสอบถาม โดยผวู จิ ยั รวบรวมดว ยตนเอง จากกลมุ
(descriptive study) ระหวา งมนี าคม-ธนั วาคม 2562 ตัวอยาง ในจังหวัดชุมพร จากนั้นนําแบบสอบถาม
กลุมตวั อยาง ใหก ลุมตวั อยางอานและตอบดวยตวั เอง

ใชว ธิ สี มุ ตวั อยา งแบบงา ย (Simple random 2. เกบ็ ขอ มลู เชงิ ลกึ โดยสมั ภาษณด ว ยตวั เอง
sampling) จากประชากรผูที่มีปญหาสุขภาพท่ีใช จากกลมุ ตวั อยา งตามแบบสมั ภาษณท เ่ี ตรยี มไว โดยใช
กัญชาเพ่ือการรักษาโรคและไดข้ึนทะเบียนเปนผูที่ เคร่ืองบนั ทกึ เสยี งเพอื่ ชว ยในการสมั ภาษณ
มีปญหาสุขภาพที่ใชกัญชาเพ่ือการรักษาโรคของ การวิเคราะหข อ มลู
ผูปวยในจังหวัดชุมพร 796 คน โดยกําหนดขนาด
กลุม ตัวอยา งจากจํานวนประชากร 796 ราย โดยใช วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณโดยใชสถิติ
ตารางสูตรสําเร็จรูปของ Yamane ที่ระดับความ เชิงพรรณนา (descriptive statistics) ไดแก
คลาดเคลอ่ื น 5%3 เกบ็ ตวั อยา งไดท ง้ั สน้ิ 266 ตวั อยา ง คาความถี่ รอยละ คาเฉลี่ย คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน
และการสัมภาษณเชิงลึกแบบเจาะจง (purposive และวิเคราะหความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ
sampling) จํานวน 4 ตัวอยา ง และประสบการณก บั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ
เครอ่ื งมือทใ่ี ช ในจังหวัดชุมพร ดวยสมั ประสทิ ธ์ิสหสัมพนั ธเ พยี รสนั
(Pearson’s correlation coefficients) กําหนดคา
1. ใชแ บบสอบถามการใชก ญั ชาทางการแพทย นยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ่ี p-value เทา กบั .05 สว นขอ มลู
ของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในจงั หวดั ชมุ พร โดยแบง ออกเปน เชิงคุณภาพใชการวิเคราะหแกนสาระ (thematic
3 สวน ไดแก สวนท่ี 1 เปนคําถามเกี่ยวกับขอมูล analysis) โดยผวู จิ ยั
พื้นฐานของผูมีปญหาสุขภาพ เปนคําถามปลายปด นยิ ามศพั ท
ทม่ี คี าํ ตอบแบบเลอื กตอบ สว นท่ี 2 เปน คาํ ถามเกย่ี วกบั
การใชกญั ชาทางการแพทย ประกอบดว ยคาํ ถามท่ีมี 1. ประสบการณการใชกัญชา หมายถึง
คาํ ตอบเปน มาตรวดั แบบ Likert’s scale 5 ระดบั คอื เหตุผลของการใชกัญชาคร้ังแรก ระยะเวลาของ
ระดับ 1 นอยท่ีสุด ระดบั 2 นอ ย ระดับ 3 ปานกลาง ผมู ีปญหาสุขภาพใชก ญั ชา และบคุ คลอื่นทใ่ี ชกัญชา
ระดบั 4 มาก และระดบั 5 มากทสี่ ดุ 4 และสวนท่ี 3 ทพ่ี บเจอ
เปนคําถามปลายเปดของปญหา/อุปสรรค และ
ขอเสนอแนะเกี่ยวกับการใชกัญชาทางการแพทย 2. ผูที่มีปญหาสุขภาพ หมายถึง ผูท่ีได
ซึ่งแบบสอบถามน้ีไดตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา ข้ึนทะเบียนการใชกัญชาในจังหวัดชุมพร

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 35

ผลการศึกษา 2. การใชก ญั ชาทางการแพทยข องผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ
ในจงั หวดั ชุมพร
1. ขอ มูลทว่ั ไป
คุณลกั ษณะท่ัวไปของกลุม ตัวอยางจาํ นวน จากผลการศกึ ษาการใชก ญั ชาทางการแพทย
ของผมู ีปญ หาสุขภาพในจังหวดั ชุมพร พบวา สาเหตุ
266 คน พบวา สวนใหญเปนเพศชาย รอยละ 79 การใชกัญชาเปนเพราะปญหาทางรางกาย รอยละ
อายรุ ะหวา ง 26 - 40 ป รอ ยละ 52 สถานภาพสมรส 87.96 และปญหาทางจิตใจ รอยละ 12.03 โดยโรค
รอ ยละ 65 มรี ะดบั การศกึ ษามธั ยม/ปวช. รอ ยละ 38 และอาการท่ีพบใน 3 อันดับแรก ไดแก โรคมะเร็ง
ประกอบอาชพี เกษตรกร รอยละ 42 ดังตารางท่ี 1 ภมู แิ พ และไมเกรน รอ ยละ 22.18, 13.16 และ 10.15
ตามลาํ ดับ ประสบการณก ารใชก ัญชา พบวา เหตุผล
ตารางท่ี 1 ขอ มลู ทวั่ ไปของกลมุ ตวั อยา ง (n = 266 คน) ของการใชกัญชาครั้งแรก คือ การรักษา รอยละ 44
ระยะเวลาท่ีใชกัญชา 1-5 ป รอยละ 36 บุคคลอ่ืน
ขอ มลู ท่ัวไป จํานวน (คน) รอ ยละ ที่ใชกญั ชาที่พบเจอพบวา เปนคนท่ีในทํางานเดยี วกนั
รอยละ 33 ดงั ตารางท่ี 2 และรูปที่ 1
เพศ 78.94
ชาย 210 21.05

หญงิ 56 3.00
52.25
อายุ 8 30.82
19- 25 ป 13.90
ตารางท่ี 2 การใชก ญั ชาทางการแพทยข องกลมุ ตวั อยา ง
26- 40 ป 139 22.55 (n = 266 คน)
65.03
41- 60 ป 82 12.40 การใชก ญั ชา จํานวน (คน) รอยละ

61 ปขนึ้ ไป 37 4.88 87.96
38.34 12.04
สถานภาพ 34.21 ปญ หาสุขภาพและใชกญั ชา
16.91 39.10
โสด 60 5.63 ปญ หาทางรางกาย 234 60.90

สมรส 173 24.43 ปญ หาทางจิตใจ 32 36.84
39.09 28.19
หมา ย/หยาราง/แยกกนั อยู 33 34.21 ประสบการณก ารใชกญั ชา 21.05
2.25 8.27
ระดบั การศกึ ษา เหตุผลการใชกัญชาครง้ั แรก 5.63
42.10
ประถมศึกษา 13 31.95 บาํ บดั ความเจ็บปวย 104 24.81
11.27 29.32
มัธยม/ปวช. 102 14.66 รักษาโรค 162 33.08
12.78
อนปุ ริญญา 91 ระยะเวลาทใี่ ชกญั ชา

ปรญิ ญาตรี 45 1 - 5 ป 98

ปรญิ ญาโท 15 6 - 10 ป 75

รายไดต อ เดอื น 11 - 15 ป 56

ต่ํากวา 15,000 บาท 65 16 - 20 ป 22

15,001- 30,000 บาท 104 มากกวา 20 ป 15

30,001- 60,000 บาท 91 บุคคลอ่ืนท่ีใชก ัญชาท่พี บเจอ

60,001 บาทขึน้ ไป 6 ครอบครัว 66

อาชีพ ญาติพนี่ อ ง 78

เกษตรกร 112 คนทท่ี ํางานเดยี วกนั 88

คา ขาย 85 อ่นื ๆ 34

ขา ราชการ 30

ธุรกิจสว นตวั 39

36 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

รูปที่ 1 โรคและอาการผูป ว ยทีจ่ ดแจงการใชก ญั ชาเพ่ือรักษาโรคเฉพาะตวั ในจังหวัดชมุ พร

3. ทัศคตติ อ กฎหมายและการเขา ถงึ กญั ชาทางการแพทย
เมื่อพิจารณาถึงความคิดเห็นของกลุม การมกี ฎหมายบงั คบั ใชก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาเปน เรอ่ื ง

ตวั อยา งตอการใชก ัญชาทางการแพทยข องผูมีปญหา เหมาะสม 4.64 รองลงมา คือ แพทยแผนปจจุบัน
สุขภาพในจงั หวัดชมุ พร ในประเดน็ ของกฎระเบียบ สามารถสั่งผลิตภัณฑกัญชาเพื่อการรักษาได 4.63
และการเขาถึง โดยพบวามีคาเฉล่ียโดยรวมอยูใน การเขา ถงึ ผลติ ภณั ฑก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาควรเปด เสรี
ระดับมากที่สดุ 4.54 หัวขอ ที่มีคา เฉลย่ี มากทีส่ ดุ คือ เหมอื นผลติ ภณั ฑย าอน่ื ๆ 4.61 ตามลาํ ดบั ดงั ตารางที่ 3

ตารางที่ 3 ระดับความคิดเหน็ ของกลุมตวั อยา งตอ การใชก ัญชาทางการแพทยใ นการศึกษาโรคเฉพาะตน

ขอ คําถาม Mean S.D. ระดับ

1. การมีกฎหมายบังคบั ใชกัญชาเพ่อื การรกั ษาเปนเรอื่ งเหมาะสม 4.64 0.711 มากที่สดุ

2. การเขา ถึงผลติ ภณั ฑก ัญชาเพ่อื การรักษาควรเปด เสรเี หมือนผลติ ภัณฑย าอน่ื ๆ 4.61 0.731 มากที่สดุ

3. หากไมมกี ฎหมายรบั รองกญั ชา เพื่อการรกั ษาโรคแลว กัญชาจะถกู นาํ ไปใช 4.31 1.113 มาก

เปน สารเสพติดเทา นั้น

4. แพทยแ ผนปจจุบนั สามารถสัง่ ผลติ ภณั ฑกัญชาเพอื่ การรักษาได 4.63 0.691 มากที่สุด

5. แพทยแผนไทยสามารถสง่ั ผลติ ภัณฑกญั ชาเพ่ือการรกั ษาได 4.48 0.842 มาก

6. หมอพื้นบา นสามารถส่งั ผลิตภณั ฑกญั ชาเพือ่ การรักษาได 4.42 0.933 มาก

7. ควรเปด โอกาสใหทกุ สถานพยาบาลสามารถใชก ญั ชาเพอื่ การรักษาได 4.60 0.663 มากที่สดุ

8. ควรมีการติดตามการใชกัญชาทางการแพทยต ามกฎหมาย 4.53 0.764 มากทส่ี ุด

9. กฎหมายบงั คบั ใชก ัญชาเพอ่ื การรกั ษาควรเหมือนกันทว่ั ประเทศ 4.59 0.754 มากทส่ี ุด

10. ไมควรใชก ฎหมายบงั คับใชกญั ชาเพ่ือประโยชนข องบคุ คลใด 4.58 0.733 มากที่สุด

รวม 4.54 0.793 มากที่สดุ

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 37

4. ความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ และ อยา งมนี ยั สาํ คญั ที่ p-value นอ ยกวา 0.1 หมายความวา
ประสบการณก ารใชก ญั ชาครง้ั แรก กบั การใชก ญั ชา อาชีพของผูมีปญหาสุขภาพ เปนอาชีพที่ใชแรงงาน
ของผูม ปี ญหาสขุ ภาพในจังหวดั ชุมพร ทาํ ใหเ กดิ การบาดเจบ็ จากการทาํ งานไดม ากกวา อาชพี
ทใ่ี ชแ รงงานนอ ย โดยอาชพี เกษตรกร มคี วามสมั พนั ธ
ผลการศกึ ษาความสมั พนั ธร ะหวา งชว งอายุ กบั การใชกญั ชามากท่ีสุด
กบั การใชก ญั ชา พบวา ชว งอายมุ คี วามสมั พนั ธท างบวก
กบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ อยา งมนี ยั สาํ คญั นอกจากนนั้ พบวา ประสบการณก ารใชก ญั ชา
ที่ p-value นอยกวา 0.1 หมายความวา ชวงอายุ มคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา
ของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ มอี าการบาดเจบ็ จากการทาํ งาน สุขภาพในระดับดีมาก อยางมีนัยสําคัญท่ี p-value
โดยชว งอายุ 41-60 เปน ชว งอายทุ พ่ี บอาการบาดเจบ็ นอยกวา 0.1 หมายความวา ผูมีปญหาสุขภาพจะใช
ไดมากกวา ชวงอายุ 26- 40 ป และ 19-25 ป กัญชาในการรักษา เน่ืองมาจากอาการเจ็บปวย
จึงจาํ เปน ตองใชก ญั ชาในการรักษาเพื่อบาํ บดั อาการ ที่รกั ษาไมหาย จึงตอ งใชร ะยะเวลาในการบาํ บัดดวย
กัญชา จากการที่พบเจอบุคคลอื่นท่ีใชและไดผลดี
สวนอาชีพพบวา มีความสัมพันธทางบวก ดังตารางท่ี 4
กับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพในระดับดี

ตารางท่ี 4 ความสัมพันธร ะหวางชวงอายุ อาชพี และประสบการณ กบั การใชก ัญชาของผมู ปี ญหาสขุ ภาพ

ตวั แปร การใชกัญชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ

ชวงอายุ Pearson Correlation P-value ระดบั ความสัมพันธ
19 - 25 ป
26 - 40 ป .64 0.00 ปานกลาง
41 - 60 ป
60 ปข้ึนไป .66 0.00 ปานกลาง

อาชีพ .70 0.00 ดี
เกษตรกร
คาขาย .55 0.00 ปานกลาง
ขาราชการ
ธุรกิจสวนตัว .86 0.00 ดีมาก

ประสบการณ .70 0.00 ดี
เหตุผลของการใชกัญชาครั้งแรก
ระยะเวลาท่ีใชกัญชา .62 0.00 ดี
บุคคลอื่นที่ใชกัญชาที่พบเจอ
.55 0.00 ปานกลาง

.88 0.00 ดีมาก
.80 0.00 ดีมาก
.76 0.00 ดีมาก

38 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

5. ขอคิดเห็นตอปญหาอุปสรรคและขอเสนอแนะ ที่ศึกษาเร่ือง กัญชา: ประโยชนทางการแพทยและ
ของผูต อบแบบสอบถาม ความเปนพิษ พบวา มะเร็งบางชนิดไมตอบสนอง
กบั ยาทมี่ อี ยใู นปจ จบุ นั 5 ดงั นน้ั จงึ ควรมที างเลอื กใหก บั
ผูตอบแบบสอบถามไดมีขอคิดเห็นสําคัญ ผูปวยบางรายท่ีตองการการรักษาแบบผสมผสาน
จากการสัมภาษณเชิงลึก 4 ตัวอยาง จํานวน 5 ขอ แนวใหม และยังสอดคลองกับวีรยา ถาอุปชิต และ
พบวา นุศราพร เกษสมบูรณ ท่ีศึกษาเรื่องการใชกัญชา
ทางการแพทย พบวา กัญชาเปนพืชสมุนไพรท่ีมี
1. การเขาถึง เปนความยากลําบากของ ประโยชนทางการแพทย ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการ
ผูปวยที่จะหากัญชา เพราะจัดเปนยาเสพติดที่ตอง สนับสนุนทั้งแพทยแผนไทยและแผนปจจุบัน สรุป
ควบคมุ เพอ่ื ความปลอดภยั แมว า จะใชเ พอื่ ประโยชน ขอบงใชหลักคือ อาการปวดเร้ือรังและโรคปลอก
ทางการแพทยก ต็ าม ตวั อยา งผใู หข อ มลู ชายรายหนง่ึ ประสาทเสื่อมแข็ง ดานผลขางเคียงของกัญชาใน
ทม่ี ปี ญ หานอนไมห ลบั อายุ 28 ป กลา ววา “การเขา ถงึ ระยะส้ันพบวา มีผลขางเคียงท่ีไมรุนแรง สวนผล
กัญชาเม่ือมีอาการนอนไมหลับ ยังไมสามารถหาซื้อ ขางเคยี งในระยะยาวยังไมมขี อ มลู ท่แี นชดั 5
ตามรา นขายยาหรอื คลนิ กิ หรอื โรงพยาบาลทวั่ ๆ ไป”
การศึกษาความคิดเห็นเก่ียวกับกฎหมาย
2. การประสานงานและการใชกฎหมาย และการเขาถึงกญั ชาทางการแพทยพ บวา มีทศั นคติ
แมว า ปจ จบุ นั ประเทศไทยมพี ระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ เปน ไปในทางเดยี วกนั ในแตล ะหัวขอ ยกตัวอยา งเชน
ใหโทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 ซ่ึงอนุญาตใหนํา เหน็ วา การมกี ฎหมายบงั คบั ใชก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาเปน
กัญชามาใชประโยชนทางการแพทยแลวก็ตาม เรื่องเหมาะสม แพทยแผนปจจุบัน-แพทยแผนไทย-
แตในทางปฏบิ ัตยิ ังพบวา ขาดการประสานงานของ หมอพนื้ บา นสามารถสงั่ ผลติ ภณั ฑก ญั ชาเพอ่ื การรกั ษาได
ผูเก่ียวของและหนวยงานตาง ๆ เชน กระทรวง รวมท้ังการเขาถงึ ผลิตภณั ฑกัญชาเพอ่ื การรักษาควร
สาธารณสุขกระทรวงมหาดไทย และสํานักงาน เปด เสรี เหมอื นผลติ ภณั ฑย าอน่ื ๆ เปน ตน ซงึ่ สอดคลอ ง
คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด กับผลการศึกษาของพีรพจน ปนทองดี ท่ีวา กัญชา:
(ป.ป.ส.) กฎหมายยาเสพตดิ อนั เปน อปุ สรรคตอ การพฒั นากญั ชา
การแพทย พบวา กัญชามีวัตถุประสงคทั้งใชรักษา
อภิปรายผล ในทางการแพทยแ ละใชเ พอื่ สนั ทนาการ (recreational
purpose) ดังตัวอยางของประเทศแคนาดา แตใน
จากผลการศึกษาขอมูลทั่วไปของมีผูตอบ บางประเทศใชรักษาในทางการแพทยและใชเพ่ือ
แบบสอบถามการใชก ญั ชาทางการแพทยข องผมู ปี ญ หา สนั ทนาการเฉพาะบางพน้ื ทท่ี ก่ี าํ หนดไวเ ทา นน้ั เชน
สุขภาพในจังหวัดชุมพร จํานวน 266 คน พบวา ประเทศเนเธอรแ ลนด สว นในบางประเทศใชเ พอื่ รกั ษา
สว นใหญเ ปน เพศชาย อายุ 26- 40 ป สถานภาพสมรส ทางการแพทยเทาน้ัน เชน ประเทศออสเตรเลีย
ระดับการศึกษามัธยม/ปวช. และประกอบอาชีพ รวมทั้งประเทศไทย6 และสอดคลองกับบัณฑิต
เกษตรกร สําหรับประสบการณการใชกัญชา พบวา ศรไพศาล และคณะ4 คิดใหชัดกับนโยบายกัญชา
เหตุผลหลกั ของการใชก ญั ชาคร้งั แรก คอื การรักษา ทางการแพทยของประเทศไทย พบวา ประเทศไทย
ซงึ่ ระยะเวลาทใ่ี ชก ญั ชาสว นใหญค อื 1-5 ป บคุ คลอนื่ มกี ฎหมายอนญุ าตใหใ ชก ญั ชาทางการแพทยค รงั้ แรก
ทใี่ ชก ญั ชาทพี่ บเจอคอื เปน คนทที่ าํ งานเดยี วกนั ตอ มา ขึ้นในประวัติศาสตรชาติวันที่ 18 กุมภาพันธ 2562
พบวาการเจ็บปวยสวนใหญเปนปญหาทางรางกาย อาจขาดความพรอมในทุก ๆ ดาน ต้ังแตการเขาถึง
โดย 3 อันดับแรกของการโรคที่ปวยและอาการ ซึ่งไมสามารถหาไดตามโรงพยาบาลหรือรานขายยา
ท่ีตองใชกัญชาทางการแพทย ไดแก โรคมะเร็ง
โรคภมู แิ พ และโรคไมเกรน ตามลาํ ดบั ซงึ่ สอดคลอ ง
กับผลการศึกษาของปทมา พลอยสวาง และคณะ

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 39

ทั่ว ๆ ไป บุคลากรที่มีความรูความสามารถในการ มีความสัมพันธกับระดับพฤติกรรมการใชกัญชา
ใชกัญชาทางการแพทยมีจํากัด กระบวนการหรือ เพอื่ ประโยชนท างการแพทยอ ยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ
กิจกรรมต้ังแตการปลูก (ตนนํ้า) จนถึงการผลิต ที่ระดับ 0.05 และสอดคลองกับการศึกษาของชนิดา
ผลิตภัณฑจากกัญชา (ปลายนํ้า) ยังตองใชเวลา มทั ทวางกรู เรอ่ื งปจ จยั ทม่ี คี วามสมั พนั ธก บั พฤตกิ รรม
พอสมควรเพื่อสรางเปนระบบท่ีมีคุณภาพและ การใชส มนุ ไพรของประชาชนในเขตภาษเี จรญิ พบวา
ประสทิ ธภิ าพ รวมทง้ั การมสี ว นรว มจากทกุ ภาคสว น พฤติกรรมการใชสมุนไพรในการดูแลสุขภาพมีความ
ในการใชก ัญชาทางการแพทย สัมพันธเชิงบวกกับปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได
และโรคประจําตัว อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
ชวงอายุ อาชีพ และประสบการณการใช ความเชอ่ื มน่ั 0.058 ผลการศกึ ษาครงั้ นส้ี ามารถนาํ ไป
กญั ชามคี วามสมั พันธก บั การใชก ัญชาของผูมปี ญหา ใชสงเสริมการใชสมุนไพรท่ีถูกตองใหกับประชาชน
สุขภาพ เนื่องจากกัญชานั้นสามารถบําบัดและรักษา พฒั นานโยบายการสง เสรมิ การใชส มนุ ไพร ทเี่ หมาะสม
เบ้ืองตน เมื่อใชรักษาไดผลก็จะทําใหเกิดการเรียนรู กับบรบิ ทของชุมชนในกรงุ เทพมหานคร
ถงึ ประโยชน และรบั รไู ดว า กญั ชานนั้ ใชร กั ษาอาการได
เมอ่ื มอี าการนน้ั อกี ครงั้ ตามประสบการณท พี่ บเจอมา สรปุ ผล
กลาวคือ ชวงอายุของผูมีปญหาสุขภาพ มีอาการ
บาดเจ็บจากการทํางาน โดยชวงอายุ 41- 60 เปน การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหา
ชวงอายุที่พบอาการบาดเจ็บ และมีความสัมพันธ สุขภาพในจังหวัดชุมพรสวนใหญเปนเพศชาย อายุ
ทางบวกกับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพใน 26 - 40 ป อาชีพเกษตรกร โดยมีปญหาทางรางกาย
ระดบั ดี โดยภาพรวมของชว งอายทุ ี่มีความสมั พันธ และจิตใจ มีการใชเพ่ือบําบัดอาการเจ็บปวยดวย
กับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพอยูในระดับ โรคมะเร็ง โรคภมู แิ พ และโรคไมเกรน เปน 3 ลาํ ดบั
ปานกลาง อาชีพของผูมีปญหาสุขภาพ เปนอาชีพ สูดสุดของโรค เหตุผลของการใชกัญชาครั้งแรกคือ
ทใี่ ชแ รงงาน ทาํ ใหเ กดิ การบาดเจบ็ จากการทาํ งานได การรักษา สวนความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายและ
มากกวา อาชีพท่ีใชแ รงงานนอย โดยอาชพี เกษตรกร การเขาถึงกัญชาทางการแพทยสวนใหญเห็นวา
มคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา การมกี ฎหมายบังคบั ใชก ญั ชาเพ่ือการรักษาเปนเรื่อง
สุขภาพในระดับดีมาก โดยภาพรวมของอาชีพที่มี เหมาะสม
ความสัมพันธกับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพ
อยใู นระดบั ดี ประสบการณก ารใชก ญั ชา เนอื่ งมาจาก ความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ และ
อาการเจ็บปวยที่รักษาไมหาย จึงตองใชระยะเวลา ประสบการณก ารใชก ญั ชามคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั
ในการบําบัดดวยกัญชามีความสัมพันธทางบวกกับ การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในระดบั ปานกลาง
การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในระดบั ดมี ากทกุ ดา น ดี และดีมาก ตามลําดับ อยางมีนัยสําคัญท่ีระดับ
คือเหตุผลของการใชกัญชาครั้งแรก ระยะเวลาทใี่ ช p-value 0.1 โดยการใชกญั ชาสวนใหญเปนชว งอายุ
กัญชา และบุคคลอน่ื ท่ใี ชก ัญชาทีพ่ บเจอ ตามลําดับ 41- 60 เพอ่ื รกั ษาอาการบาดเจบ็ และมคี วามสมั พนั ธ
เชนเดียวกับการศึกษาของกรพินทุ ปานวิเชียร7 ทางบวกกับการใชกัญชาในระดับดี อาชีพเกษตรกร
ทศ่ี กึ ษาเรอื่ งปจ จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธก บั ระดบั พฤตกิ รรม มคี วามสมั พนั ธทางบวกกับการใชก ัญชาระดับดมี าก
การใชกัญชาเพ่ือประโยชนทางการแพทย พบวา ประสบการณก ารใชก ญั ชาเนอื่ งมาจากอาการเจบ็ ปว ย
ขอ มลู สวนบคุ คล ไดแ ก เพศ อายุ การศึกษา รายได ที่รักษาไมหายตองใชระยะเวลาในการบําบัดดวย
เฉลย่ี อาชพี และโรคประจาํ ตวั ลกั ษณะการใชก ญั ชา กัญชามีความสัมพันธทางบวกกับการใชกัญชาของ
การรับรูขอดีขอเสียของกัญชาในทางการแพทย ผูมีปญหาสุขภาพในระดับดีมากทุกดาน

40 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

ขอ เสนอแนะ เอกสารอา งองิ

1. กญั ชาเปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษ ดงั นนั้ ผปู ว ย 1. ปท มา พลอยสวา ง, วรี วฒุ ิ อมิ่ สาํ ราญ, ศลุ พี ร แสงกระจา ง.
ที่มีปญหาทั้งทางรางกายและจิตใจ ควรใชบริการ กัญชา: ประโยชนทางการแพทยและความเปนพิษ.
คลนิ กิ กญั ชาทางการแพทยในสถานพยาบาลท่ไี ดรบั วารสารการแพทยไ ทยและการแพทยท างเลอื ก 2559;
อนุญาต โดยมีแพทยแผนปจจุบันและ/หรือแพทย 14:115-123.
แผนไทยทผ่ี า นการอบรมและรบั รองหลกั สตู รการใช
กญั ชาทางการแพทยท ถ่ี กู ตอ งตามกฎหมายแลว เทา นนั้ 2. สนุ ทร พุทธศรีจาร.ุ การพฒั นามาตรการทางกฎหมาย
ควบคุมการใชกัญชาทางการแพทยและการนําไปสู
2. ควรนาํ ผลการศกึ ษานใ้ี ชประโยชน การปฏบิ ตั .ิ วารสารอาหารและยา 2562;26(2):10-19.
ในการเปนขอ มูลพนื้ ฐานดา นความสัมพันธข อง อายุ
อาชีพ และประสบการณก ารใชก ัญชาของผมู ีปญหา 3. Yamane T. Statistics: an Introductory Analysis.
สขุ ภาพ เพอื่ เปน แนวทางในการวางแผนการจดั บรกิ าร 2nd Ed., New York: Harper and Row; 1967.
คลินิกกญั ชาทางการแพทยตอ ไป
4. บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องตน (พิมพคร้ังท่ี 7).
3. ควรศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกับกัญชามีผล กรงุ เทพฯ: สวุ ีริยสาสน ; 2543.
ขา งเคยี งระยะยาว การควบคมุ กฎหมายหรอื การรวั่ ไหล
หรอื ผตู ิดยาเพิ่มท่อี าจเกิดขน้ึ ความสมั พันธท างบวก 5. บัณฑิต ศรไพศาล. คิดใหชัดกับนโยบายกัญชาทาง
ท่ีช้ีผลการรักษาท่ีไดผลจะมีขอเสนอการสงเสริม การแพทยข องประเทศไทย. วารสารวชิ าการสาธารณสขุ
การใชกัญชาทางการแพทย 2562;28(4):755-766.

4. ขอเสนอแนะตอการวิจัยครั้งตอไปเพ่ือ 6. พรี พจน ปน ทองด.ี กญั ชา: กฎหมายยาเสพตดิ อนั เปน
ใหไดผลที่ครอบคลุม ควรศึกษาการบริหารจัดการ อปุ สรรคตอ การพฒั นากญั ชาการแพทย. วารสารสนั ติ
ในทุกมิติของกัญชาทางการแพทย ตลอดจนปญหา ศกึ ษาปรทิ รรศน มจร 2561;6(3):1182-1198.
อปุ สรรค และขอ เสนอแนวทางในมมุ มองของบคุ ลากร
ทางสาธารณสุข เชน แพทย ทันตแพทย เภสัชกร 7. วีรยา ถาอุปชิต, นุศราพร เกษสมบูรณ. การใชกัญชา
แพทยแ ผนไทย และพยาบาล ทงั้ นเ้ี พอ่ื ขอ มลู ทไ่ี ดร บั ทางการแพทย. วารสารเภสัชศาสตรอีสาน 2560;
จะเปน ประโยชนต อ การสรา งระบบการตดิ ตามและดแู ล 13(1):228-240.
การใชกญั ชาทางการแพทยอยางเหมาะสม และวจิ ยั
ทใี่ ชว ธิ ที ดสอบทางสถติ ิ เชน การวเิ คราะหอ งคป ระกอบ 8. กรพินทุ ปานวิเชยี ร. ปจ จยั ท่ีมีความสัมพนั ธกับระดับ
เชงิ สาํ รวจ (statistics analysis) (exploratory factor พฤติกรรมการใชกัญชาเพ่ือประโยชนทางการแพทย.
analysis หรือ EFA) การวิเคราะหองคประกอบเชิง วารสารบรมราชชนนสี พุ รรณบุรี 2562;3(1):31-42.
ยนื ยัน (confirmatory factor analysis หรอื CFA)
9. ชนดิ า มทั ทวางกรู . ปจ จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธก บั พฤตกิ รรม
การใชส มนุ ไพรของประชาชนในเขตภาษเี จรญิ . วารสาร
แพทยแ ผนไทย 2561;20(39):99-109.

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 41

บทความวิจยั Research Article

วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration

รปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั ในโรงพยาบาลมหาสารคามแบบมสี ว นรว ม

ปริญา ถมอุดทา1 อดิศักด์ิ ถมอุดทา2
1กลุมงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 2กลุมงานการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก
โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
ที่อยูติดตอ: ปริญา ถมอุดทา งานคุมครองผูบริโภค กลุมงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลมหาสารคาม 168 ถนนผดุงวิถี อําเภอเมือง
จังหวัดมหาสารคาม 44000 [email protected]

Food Safety Management Model by Participation in Mahasarakham
Hospital

Pariya Thomudtha.1, Adisak Thomudtha.2
1Social Medicine Division, Mahasarakham Hospital, Mahasarakham, Thailand. 2Thai Traditional and Alternative
Medicine Division, Mahasarakham Hospital, Mahasarakham, Thailand
Contact address: Pariya Thomudtha, Health Consumer Protection Sub-Division, Social Medicine Division,
Mahasarakham Hospital, 168 Phadungvithee Road, Talad District, Mueang, Mahasarakham Province, Thailand, 44000,
[email protected]
Received: 16 March 2021, Revised: 8 November 2021, Accepted: 10 November 2021

Abstract

Background: Hospitals need to produce safe food for patients and their relatives, also visitors
so as not to get exposure contaminated toxins or pathogens which will cause harm or effecting
an increased illness. Hench, food in hospitals must be controlled the safety of food through
a participation of networks throughout a food chain.
Objectives: This study aimed to create the food safety management model in Mahasarakham
Hospital and explore the impacts after food safety management.
Methods: This study was a participatory action research approach (PAR) that workout between
October 2017 and September 2020. The research areas included: the nutrition department
in the hospital, the canteen, Cooperative shops, pesticide-free agricultural product sale area
at the hospital, and organic farming plots in Mahasarakham province. Specific samples were
selected from 43 farmers, 120 patients, and 70 food handlers. The descriptive data included
frequency, percentage, mean and standard deviation, Paired-t-test, Wilcoxon signed rank test,
and thematic analysis for qualitative data.
Results: The food safety management model by participation of organic farmers, communities
and government agencies as named “MSKH food safety model” was managed through the
food chain that from upstream (raw material handling in production), midstream (raw material

42 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

testing; food safety surveillance; and sanitation standard inspection), and downstream (healthy
and safe menu; the identity menu of the hospital; creating health literacy knowledge for
samples; also providing spaces for consumers to access safe food to create a culture of safe
food consumption). This model yielded to use of raw material for food preparation for patients
in the category of organic vegetables to enter the hospital nutrition by up to 75.24% and organic
rice 100.00%. It created a safe menu that used organic vegetables recipes 32.00%. Organic rice,
fruits, and vegetables from local farmers was purchased at 4,393,762 baht (after 2018-2020,
before 2017 was valued at zero baht). All food contaminant inspections conducted in all areas
showed contaminants declined steadily in 2017-2020 from 15.36 to 1.19%. It is found that
the literacy score on safety food and food sanitation standards before and after of sample
group was a statistically significant increase in all aspects of average scores at excellence level
by p=0.001 (before 12.27 and after 17.67 of 20 points). Furthermore, the farmers had improved
the enzyme cholinesterase in their blood at a statistically significant normal level of p=0.05.
Conclusions: The development of safe food management model in Mahasarakham Hospital
had created a form of participation in safe food management that impact changed in food
management in the food chain comprehensive hospital. It can improve food safety and food
sanitation literacy, as well as health literacy. This management model creates a holistic wellness
of people including health, socioeconomic status, and health literacy in self-care in a stable,
prosperous, and sustainable manner.
Keywords: food safety participation hospital management

บทคัดยอ

ความสาํ คญั : โรงพยาบาล (รพ.) จาํ เปน ตอ งผลติ อาหารทป่ี ลอดภยั สาํ หรบั ผปู ว ย ญาตผิ ปู ว ย และผมู ารบั บรกิ าร
เพื่อไมใหไดรับสารพิษหรือเช้ือโรคท่ีปนเปอนซ่ึงจะกอใหเกิดโทษหรือกระทบตออาการปวยที่เพ่ิมขึ้น จึงตองมี
การควบคุมกํากับเพื่อความปลอดภัยของอาหารใน รพ. โดยใชการมีสวนรวมของเครือขายท่ีเก่ียวของตลอด
หวงโซอ าหาร
วตั ถปุ ระสงค: เพอ่ื สรา งรปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั ใน รพ. มหาสารคาม และศกึ ษาผลกระทบหลงั การ
จัดการอาหารปลอดภยั
วิธีการวิจัย: เปนการศึกษาเชิงปฏิบัติการแบบมีสวนรวม ตั้งแตตุลาคม พ.ศ. 2560 - กันยายน พ.ศ. 2563
ในโรงครัว ศูนยจําหนายอาหาร สหกรณรานคา พื้นที่ขายสินคาเกษตรปลอดสารใน รพ. มหาสารคาม และ
พน้ื ทแี่ ปลงเกษตรอนิ ทรยี ใ นจงั หวดั มหาสารคาม คดั เลอื กกลมุ ตวั อยา งแบบเจาะจงจากเกษตรกร 43 คน ผปู ว ย
120 คน และผสู มั ผสั อาหาร 70 คน วเิ คราะหข อ มลู เชงิ พรรณนา ไดแ ก จาํ นวน รอ ยละ คา เฉลย่ี สว นเบยี่ งเบน
มาตรฐาน Paired-t-test และ Wilcoxon signed rank test และขอ มลู เชงิ คณุ ภาพดว ยการวเิ คราะหแ กน สาระ
(thematic analysis)
ผลการศึกษา: พบวารูปแบบในการพัฒนาการจัดการอาหารปลอดภัยใน รพ. คือ “MSKH Food safety
model” มีการจัดการตลอดหวงโซอาหาร ตั้งแตตนทาง (การจัดการวัตถุดิบปลอดภัยในการผลิต) กลางทาง
(การตรวจสอบวัตถุดิบ การเฝาระวังความปลอดภัยของอาหาร การตรวจสอบมาตรฐานสุขาภิบาล) ปลายทาง

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 43

(เมนชู สู ขุ ภาพปลอดภยั เมนอู ตั ลกั ษณข อง รพ. การสรา งความรอบรใู หผ บู รโิ ภค การจดั พนื้ ทใ่ี หผ บู รโิ ภคเขา ถงึ
อาหารปลอดภัยเพ่ือสรางวัฒนธรรมการบริโภคอาหารปลอดภัย) ทําใหมีการใชวัตถุดิบปรุงประกอบอาหาร
ใหผูป วยประเภทผกั ปลอดสารพิษอินทรียเ ขาโภชนาการ รพ. สูงถงึ รอยละ 75.24 ขาวอินทรยี ร อ ยละ 100.00
เกดิ เมนอู าหารปลอดภยั ทใ่ี ชว ตั ถดุ บิ จากผกั ปลอดสารถงึ รอ ยละ 32.00 มกี ารจดั ซอื้ วตั ถดุ บิ ผกั ผลไม ขา วอนิ ทรยี 
จากเกษตรกรในพน้ื ท่ี คดิ เปน มลู คา 4,393,762.00 บาท (หลงั ดาํ เนนิ การป พ.ศ. 2561-2563 สว นกอ นดาํ เนนิ การ
ป พ.ศ. 2560 มมี ลู คา 0 บาท) ทาํ ใหเ กดิ การขบั เคลอื่ นเศรษฐกจิ ใหก บั พนื้ ท่ี การตรวจสอบสารปนเปอ นในอาหาร
ทุกพื้นท่ีดําเนินการพบสารปนเปอนลดลงอยางตอเน่ืองในป พ.ศ. 2560-2563 จากรอยละ 15.36 เปน 1.19
คะแนนความรอบรูอาหารปลอดภัยและมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารกอนและหลังพัฒนาศักยภาพกลุมตัวอยาง
พบวามีคะแนนเฉลย่ี เพม่ิ ขึ้นทุกดา นในระดบั “ดมี าก” อยา งมีนยั สาํ คญั ทางสถติ ิ (กอ น 12.27 และหลัง 17.67
จาก 20 คะแนน, p=0.0001) และพบวาเกษตรกรมีเอนไซมโคลีนเอสเตอเรสในเลือดดีข้ึนอยูในระดับปกติ
อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถิติที่ p=0.05
สรปุ : การพัฒนา รพ. มหาสารคามอาหารปลอดภัยไดสรางรูปแบบการมีสวนรวมการจัดการอาหารปลอดภัย
สงผลตอการเปล่ียนแปลงการจัดการอาหารใน รพ. ครบวงจรหวงโซอาหาร สามารถพัฒนาความปลอดภัย
ดา นอาหารและสขุ าภบิ าลอาหาร รวมถงึ ความรอบรดู า นสขุ ภาพ รปู แบบการจดั การนที้ าํ ใหเ กดิ สขุ ภาวะประชาชน
แบบองครวมท้ังดานสุขภาพ เศรษฐานะ และความรอบรูดานสุขภาพในการดูแลตนเองไดอยางมั่นคง มั่งค่ัง
และยั่งยืน
คําสําคญั : อาหารปลอดภัย การมสี ว นรวม โรงพยาบาล การจัดการ

บทนํา ผปู ว ยใหมท ม่ี ารบั บรกิ ารในป พ.ศ. 2562 โดยพบมาก
3 อนั ดบั แรกในเพศชาย ไดแ ก ตบั และทอ นา้ํ ดี ลาํ ไส
การรบั ประทานอาหารไมป ลอดภยั อาจสง ผล และหลอดลมและปอด รอยละ 19.50, 17.60 และ
กระทบตอ ความเสยี่ งดานสขุ ภาพหากมีการปนเปอ น 11.60 สวนเพศหญิง ไดแก เตานม รังไข และลําไส
ในหวงโซอาหาร ปจจัยที่อาจทําใหเกิดการปนเปอน รอ ยละ 40.00, 15.30 และ 9.50 ตามลาํ ดบั 3 ซง่ึ อาจมี
ทางกายภาพ เชน สารเคมีกําจัดศัตรูพืชที่ตกคางอยู สารเคมเี ปน ปจ จัยกระตนุ ใหเกดิ โรคมะเร็งดงั กลา ว
ในอาหารเปนหน่ึงในปจจัยเสี่ยงสําคัญที่กอใหเกิด
โรคมะเรง็ และปญ หาทางสขุ ภาพทนี่ าํ ไปสกู ารเสยี ชวี ติ นอกเหนือจากการรับประทานอาหารใน
จากการศึกษาของ Sanborn M และคณะพบวา ครัวเรือน และรานอาหารทั่วไปแลว โรงพยาบาล
สารเคมีกําจัดแมลงกลุม carbamate และสารเคมี นบั เปน สถานทที่ มี่ กี ารบรโิ ภคอาหารแหลง ใหญส าํ คญั
กําจัดวัชพืชในกลุม phenoxy สามารถกอใหเกิด อีกแหลงหนึ่งเนื่องจากมีประชาชนใชบริการเปน
มะเรง็ ปอด และกลุม organophosphates สามารถ จาํ นวนมาก ทงั้ ผปู ว ย ญาตผิ ปู ว ย และเจา หนา ทที่ ตี่ อ ง
กอ มะเรง็ สมองและมะเรง็ เมด็ เลอื ดได1 จากการฉดี พน ไดรบั อาหารจากโรงพยาบาล และซื้ออาหารจากรา น
สารเคมกี าํ จดั ศตั รพู ชื ในแตล ะครงั้ พบวา สารเคมจี ะถงึ อาหารภายในโรงพยาบาล จากสถติ ขิ องโรงพยาบาล
ตัวแมลงเพียงรอยละ 0.20 ที่เหลือรอยละ 99.80 สังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ (รพ.ศูนย
จะตกคางอยูในส่ิงแวดลอม2 สถาบันมะเร็งแหงชาติ รพ.ทว่ั ไป และ รพ.ชมุ ชน) รวม 896 แหง มผี ปู ว ยนอก
ไดรายงานไววา อัตราการปวยดวยโรคมะเร็งของ เขารับบริการ 45.50 ลานคน/184.1 ลานคร้ัง และ
ประชากรไทย พบผูปวยรายใหมรอ ยละ 22.30 ของ

44 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

ผปู ว ยใน 9.90 ลา นคน/38.50 ลา นวนั นอนโรงพยาบาล วงจรคุณภาพอาหารปลอดภัย โปรงใส ตรวจสอบได
ญาตแิ ละบคุ คลทว่ั ไปประมาณ 2 เทา ของจาํ นวนครง้ั ทั้งคุณภาพวัตถุดิบและการจัดซื้อ สงเสริมเครือขาย
ผปู ว ยนอกตอ ป มจี าํ นวนครง้ั ผปู ว ยนอกและบคุ ลากร เกษตรอินทรียใหเกิดความเขมแข็งดานการผลิต
ทางการแพทยมากกวา 5 แสนคนตอป4 และเม่ือ การตรวจสอบตามมาตรฐาน และบูรณาการกับ
พิจารณาถึงผูใชบริการเฉพาะใน รพ. มหาสารคาม ทกุ ภาคสว น สรา งอตั ลกั ษณด า นอาหารในโรงพยาบาล
ซง่ึ เปน รพ.ท่วั ไปขนาด 580 เตียง ในปงบประมาณ เพื่อใหเกิดกระบวนการเรียนรูของทีมสหสาขาและ
พ.ศ. 2563 มีผูปวยนอกใหมจํานวน 138,701 ราย เครอื ขาย และเกดิ องคความรูกบั ประชาชน
มารับบริการ 547,225 คร้ัง ผูรับบริการอ่ืน ๆ ที่มา
รับบริการครั้งแรก 72,903 ราย 159,769 คร้ัง วัตถุประสงค
มผี ปู วยในจาํ นวน 47,406 ราย และจาํ นวนวันอยูใน
โรงพยาบาลของผูปวยในทั้งหมด 183,386 วัน เม่ือ 1. เพอื่ สรา งรปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั
พจิ ารณาขอ มลู ผลการเฝา ระวงั อาหารสดและอาหาร ในโรงพยาบาลมหาสารคาม
ปรุงสุกในโรงพยาบาลเม่ือป พ.ศ. 2560 ตรวจพบ
สารปนเปอนในอาหาร ไดแก สารเคมีกําจัดศัตรูพืช 2. เพื่อศึกษาผลกระทบหลังการจัดระบบ
ในโรงครัว รอยละ 37.50 และศูนยจําหนา ยอาหาร อาหารปลอดภยั ในโรงพยาบาลมหาสารคาม
รอยละ 42.60 สารปนเปอนท่ีพบเฉพาะในศูนย
จาํ หนา ยอาหาร คอื สารกนั รา สารฟอกขาว ฟอรม าลนี ระเบียบวธิ ีการวจิ ัย
และนาํ้ มนั ทอดซาํ้ พบมคี า โพลารเ กนิ มาตรฐาน รอ ยละ
35.00, 15.38, 9.80 และ 60.00 จึงมีโอกาสเกิด รปู แบบการวจิ ยั
ความเส่ียงดานสุขภาพจากการบริโภคอาหารใน เปนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีสวนรวม
โรงพยาบาล
(participatory action research) เก็บขอมูลเชิง
ดังน้ัน เพ่ือใหผใู ชบ รกิ าร รพ.มหาสารคาม ปริมาณและคุณภาพ ซ่ึงผานการรับรองจริยธรรม
ไดบริโภคอาหารท่ีปลอดภัยไมใหไดรับสารพิษหรือ การวจิ ยั ในมนษุ ยจ าก รพ. มหาสารคาม เลขที่ MSKH_
เช้ือโรคที่ปนเปอนที่กอใหเกิดโทษตอสุขภาพของ REC 64-01-011 เลขท่ใี บรบั รอง COA 64/008
ผูใชบริการหรือผูปวยท่ีเพิ่มมากขึ้น จึงตองมีการ พนื้ ทด่ี าํ เนนิ การวจิ ัย
ควบคมุ กาํ กบั ทกุ ขนั้ ตอนอยา งเขม งวดใหเ ปน ไปตาม
เกณฑมาตรฐานอาหารปลอดภัยและมีคุณคาทาง โรงครัว ศูนยจําหนายอาหาร สหกรณ
ดานโภชนาการ ผูวิจัยจึงพัฒนาโรงพยาบาลอาหาร รา นคา สวสั ดกิ าร และพนื้ ทข่ี ายสนิ คา เกษตรปลอดภยั
ปลอดภยั ใน รพ.มหาสารคามแบบมสี ว นรว มเนอื่ งจาก ทกุ วนั ศกุ ร ของ รพ. มหาสารคาม และแปลงอนิ ทรีย
มีผลการศึกษาของกฤษฎา หาญบรรเจิด ท่ีพบวา ในจังหวดั มหาสารคาม
การดาํ เนนิ โครงการใหส าํ เรจ็ ตอ งอาศยั ภาคเี ครอื ขา ย ประชากรและกลุมตัวอยาง
ในการขับเคลื่อน5 และไดออกแบบกิจกรรมใหเกิด
ความสําเร็จเพื่อสรางความม่ันคง ม่ังค่ัง และย่ังยืน คดั เลอื กกลมุ ตวั อยา งแบบเจาะจง (purposive
เนน การสรา งความตระหนกั ถงึ พษิ ภยั และการปนเปอ น sampling) ในแตล ะกลุม ตัวอยา ง ดังน้ี
สารพิษแกบุคลากร ผูปวย และญาติ มุงเนนใหเกิด
1. คณะกรรมการโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั
รพ. มหาสารคาม โดยประชมุ กลมุ ระดมสมอง 4 ครง้ั
จํานวน 52 คน ประกอบดวย ผูบรหิ าร รพ. หัวหนา
กลุมงาน เภสัชกรงานคุมครองผูบริโภค พยาบาล
หัวหนาตึก นักโภชนาการ เจาหนาท่ีพัสดุ เจาหนาท่ี
การเงิน งานสุขศึกษา งานการแพทยแผนไทยและ

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 45

การแพทยทางเลือก งานประชาสัมพันธ และงาน 3. แบบเก็บรวบรวมขอมูลปริมาณวัตถุดิบ
เวชนิทัศน เพื่อสรางรูปแบบการจัดการโรงพยาบาล ทใ่ี ช/ ป ประกอบดว ย รายการผกั ทใ่ี ช ปรมิ าณทใี่ ช/ ป
อาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลดวยกระบวนการ ราคา/หนวย ระยะเวลาทีส่ ามารถสง ผลผลติ ได
เชิงปฏิบัตกิ ารแบบมีสวนรวม 4 ข้นั ตอน (PAOR)
4. แบบประเมินความพึงพอใจอยางงาย
2. เกษตรกรผปู ลกู ขา ว ผกั ผลไม ทที่ าํ เกษตร เปน แบบเลอื กตอบพงึ พอใจ/ไมพ อใจของผรู บั บรกิ าร
ปลอดสารในพน้ื ทีจ่ งั หวัดมหาสารคาม 33 กลมุ ตอการรับรูเมื่อไดบริโภคผักอินทรียระหวางการพัก
รกั ษาตวั ในโรงพยาบาล และความพงึ พอใจของผปู ว ย
3. ผปู ว ยทรี่ บั การรกั ษาตวั ใน รพ. มหาสารคาม ที่ไดรับประทานเมนูชูสุขภาพอาหารปลอดภัยที่เปน
120 คน เพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจการรบั รเู มอ่ื ไดบ รโิ ภค อัตลักษณของโรงพยาบาล ใชเวลาตอบประมาณ
ผักอินทรียระหวางการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 ชวั่ โมง (รวมระยะเวลาการรบั ประทานอาหาร)
และความพึงพอใจท่ีไดรับประทานเมนูชูสุขภาพ
อาหารปลอดภยั ท่ีเปน อตั ลักษณข องโรงพยาบาล 5. แบบประเมนิ มาตรฐานสนิ คา เพอื่ บนั ทกึ
การตรวจฉลากอาหารทส่ี รา งขน้ึ เอง เพอ่ื ใชพ จิ ารณา
4. ผสู มั ผสั อาหาร และผปู ระกอบการรา นคา อาหารท่ีจําหนายในสหกรณ ประกอบดวย เลข อย.
ใน รพ. มหาสารคามรวม 70 คน เพอ่ื พฒั นาและศกึ ษา ชอ่ื ทต่ี ง้ั ผผู ลติ /ผจู ดั จาํ หนา ย/ผนู าํ เขา ว.ด.ป. ทผ่ี ลติ /
ความรอบรูอาหารปลอดภัยและมาตรฐานสุขาภิบาล ว.ด.ป. ท่ีหมดอายุ สวนประกอบ ปริมาณ ขอมูล
สาํ หรบั ผแู พอ าหาร
5. เกษตรกรคูคากับโรงพยาบาล และ
เกษตรกรทเี่ ขา มาขายสนิ คา ณ พน้ื ทข่ี ายสนิ คา เกษตร 6. แบบทดสอบความรอบรูเร่ืองอาหาร
ปลอดภัยในโรงพยาบาล 43 คน เพื่อเจาะเลือดหา ปลอดภยั ของผสู มั ผสั อาหารและผปู รงุ ประกอบอาหาร
ความเสีย่ งระดับเอนไซมโคลนี เอสเตอเรส โดยสรางและทดสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหาดวย
วิธี face validity รวมท้ังทดสอบความเช่ือมั่นโดย
6. ตัวอยา งพืช ผัก ผลไม เนอ้ื สัตว อาหาร วธิ ี Kuder Richardson 20 ไดค า KR-20 เทา กบั 0.87
แปรรปู เกลือ น้าํ มนั ทอดซ้ํา เพือ่ ตรวจสารปนเปอน โดยใหผ เู ชย่ี วชาญผมู ปี ระสบการณก ารทาํ งานคมุ ครอง
ทางเคมี 1,928 ตัวอยาง และตัวอยางอาหารคาว ผูบริโภคมากกวา 5 ปตรวจแนะนาํ ในประเด็นความ
อาหารสายยาง และอาหารหวาน เพ่ือทดสอบ เหมาะสมของคาํ ถามแตล ะขอ ความสามารถในการ
สารปนเปอนจุลินทรีย 192 ตัวอยาง และสุมเก็บ ใชไ ดจ รงิ ความชดั เจนของคาํ ถาม จากนนั้ ทดสอบกบั
ตวั อยา งทแ่ี ปลงเกษตรอนิ ทรยี ท จ่ี าํ หนา ยผกั ปลอดสาร กลุมตัวอยาง 3 ตัวอยาง (ที่มิใชผูท่ีเขารับการอบรม
ใหก บั โรงพยาบาล 70 ตวั อยาง ความรอบรู แตมีคุณสมบัติเดียวกับกลุมตัวอยาง)
เครื่องมอื แบบทดสอบนป้ี ระกอบดวย 3 สวน คอื ขอ มลู ท่ัวไป
ของกลมุ ตวั อยา ง ความรอบรอู าหารปลอดภยั 10 ขอ
1. แบบบันทึกการสนทนากลมุ ระดมสมอง และความรอบรดู า นมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหาร 10 ขอ
2. แบบประเมินแปลงเกษตรเพื่อพิจารณา เปนแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก มีคําตอบท่ีถูกตอง
แหลงผลิตวัตถุดิบ (ขาว ผัก ผลไม) เขาโรงครัว 1 ขอ ใชเวลาตอบประมาณ 10 นาที
โรงพยาบาล ประกอบดว ย การไดใ บรบั รองแหลง ผลติ
จากกรมวชิ าการเกษตร ชนดิ ของพชื ผกั ผลไมท แี่ หลง 7. ชดุ ทดสอบการปนเปอ นอาหารอยา งงาย
ผลิตเพาะปลูก ความสามารถในการขนสงผลผลิต (test kits) ไดแก ชุดทดสอบฟอรมาลีน บอแรกซ
สโู รงครวั โรงพยาบาล ความสามารถในการผลติ วตั ถดุ บิ
ราคาจําหนาย/หนวย

46 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022

กันรา สารฟอกขาว ไอโอดีนในเกลือ น้ํามันทอดซ้ํา การพัฒนาความรอบรโู ดยใชเ วลา 3 ชวั่ โมง เร่มิ จาก
และแบบเกบ็ ขอ มูลการตรวจเฝา ระวงั อาหาร กระบวนการละลายพฤติกรรมสันทนาการ 15 นาที
จากนนั้ บรรยายประมาณ 30 นาทใี หแ กผ สู มั ผสั อาหาร
8. อุปกรณเจาะเลือด และหองปฏิบัติการ และผูประกอบการเพ่ือใหปฏิบัติตามมาตรฐาน
ทดลอง สุขาภิบาล และความรูเรื่องอาหารปลอดภัยดวย
ข้ันตอนการดําเนินงานตามแนวทางของการวิจัย การแสดงภาพประกอบ หลังจากนั้นฝกอบรมเชิง
เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร ปฏบิ ตั กิ าร ไดแ ก การทดสอบวดั ความเคม็ ฝก ดฉู ลาก
ดูเคร่ืองหมาย อย. ดูฉลากโภชนาการ ทดสอบ
ดาํ เนนิ การศกึ ษา 4 ขน้ั ตอน ตามกระบวนการ สารอาหารปนเปอนในอาหาร การลางมือ โดยมี
ของการวิจยั เชงิ ปฏิบัตกิ ารแบบมสี วนรว ม ดังน้ี การประเมินความรูกอนอบรม (11) จัดพ้ืนที่ขาย
สนิ คา เกษตรในโรงพยาบาลเพอ่ื สรา งความยง่ั ยนื ใหก บั
วางแผน (Plan): 6 กิจกรรม ไดแก (1) กลมุ เกษตรกรในพน้ื ท่ี อกี ทงั้ เปน ทางเลอื กการบรโิ ภค
จดั ประชมุ ชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงคก ารศกึ ษาใหผ ทู เี่ กยี่ วขอ ง สนิ คา ปลอดภยั ใหผ บู รโิ ภคทม่ี ารบั บรกิ ารและเจา หนา ที่
ทราบ และดาํ เนนิ งานในทศิ ทางเดยี วกนั (2) กาํ หนด และสรางวัฒนธรรมการบริโภคพืชผักปลอดภัยจาก
นโยบาย (3) แตง ตง้ั คณะทาํ งาน (4) ประกาศสอื่ สาร วถิ ชี มุ ชน (12) การสรา งสรรคเ มนชู สู ขุ ภาพเพอื่ สรา ง
นโยบายเพื่อสรางบรรยากาศและการรับรูการเปน ความเปน อตั ลกั ษณใ หก บั รพ. มหาสารคาม ดาํ เนนิ การ
โรงพยาบาลอาหารปลอดภยั ประกอบดว ย การตฆี อ ง ในชว งเมษายน -ธนั วาคม พ.ศ. 2561
รองปาว การประชาสัมพันธหนาหองตรวจ การให
สุขศึกษาเร่ืองอาหารปลอดภัย (5) คณะกรรมการ การสังเกต (Observe): เพื่อตรวจสอบผล
โรงพยาบาลอาหารปลอดภยั และโรงครวั โรงพยาบาล จากการปฏิบัติตามการพัฒนา 5 กิจกรรม ไดแก
รว มกนั กาํ หนดเมนอู าหารลว งหนา 2 เดอื น เพอื่ ทราบ (13) การเจาะเลือดเกษตรกรท่ีมาขายสินคาเกษตร
ปริมาณวัตถุดิบแตละประเภท และแยกรายการ ปลอดภัยท่ีโรงพยาบาลเพื่อประเมินความเส่ียงระดับ
เพอื่ ประมาณการใชต อ ปใ นการจดั หาวตั ถดุ บิ ปลอดภยั เอนไซมโคลีนเอสเตอเรสในเลือด (14) การประเมิน
(6) ประชมุ สรปุ กําหนดแผนงาน และจดั ทําระเบียบ ความรอบรอู าหารปลอดภยั และมาตรฐานสขุ าภบิ าล
ปฏบิ ตั ทิ ดี่ ี (Standard Operating Procedure: SOP) อาหารกับผูสัมผัสอาหาร ผูประกอบการรานคา
เพื่อใหดําเนินงานเปนไปตามระบบแนวทางที่วางไว โดยเปนคนเดิมทไ่ี ดร ับการประเมินกอนอบรม (15)
ไดแก ระเบียบปฏิบัติการจัดซื้อ ระเบียบปฏิบัติ การประเมินมาตรฐานสุขาภิบาลโรงครัวและศูนย
การเฝาระวังสารปนเปอนในอาหาร ระเบียบปฏิบัติ จําหนา ยอาหาร และการประเมนิ มาตรฐานสินคา ใน
มาตรฐานอาหาร ดาํ เนนิ การในชว งเดอื นตลุ าคม 2560 - สหกรณร า นคา สวสั ดกิ าร (16) การตรวจสอบคณุ ภาพ
มนี าคม 2561 ประกอบดวย ตรวจรับวัตถุดิบ การตรวจสอบสาร
ปนเปอนทางเคมีและจุลินทรียในอาหารทุกพ้ืนที่ที่
การปฏบิ ตั ิ (Action): ผเู กย่ี วขอ งปฏบิ ตั ติ าม ดําเนินการศึกษา การสุมเก็บตัวอยางที่แปลงเกษตร
แผนทไ่ี ดต กลงกนั ไว 6 กจิ กรรม ไดแ ก (7) ออกพน้ื ที่ อินทรียที่จําหนายผักปลอดสารใหโรงพยาบาล (17)
แปลงเกษตรอินทรียหรือแปลงเกษตรปลอดภัย การประเมนิ การจดั ซอ้ื จดั จา งของโครงการโรงพยาบาล
เพื่อหาวัตถุดิบและประเมินมาตรฐาน (8) ประชุม อาหารปลอดภยั (18) การประเมนิ ความพงึ พอใจของ
กลมุ เกษตรปลอดสารเพอ่ื วางแผนคคู า กบั โรงพยาบาล
(demand–supply matching) (9) การจดั ซอื้ จดั จา ง
ทโี่ ปรง ใสเพอ่ื จดั หาวตั ถดุ บิ ปลอดภยั เขา โรงครวั (10)

วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 47

ผปู ว ยทม่ี ารบั การรกั ษาตวั ในโรงพยาบาลตอ การรบั รู การสะทอนผล (Reflection): เพือ่ ใหเ กดิ
การเปน โรงพยาบาลอาหารปลอดภยั ความพงึ พอใจ การทบทวนกระบวนการทํางานและแลกเปลี่ยน
ตอ การใชว ตั ถดุ บิ ปลอดภยั และความพงึ พอใจในเรอื่ ง เรียนรูกันระหวางเครือขาย ไดแก (19) การประชุม
รสชาติจากเมนูชูสุขภาพที่เปนอัตลักษณของ รพ. เครือขายเพ่ือถอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนเรียนรู
มหาสารคาม ดาํ เนนิ การเดือนมกราคม พ.ศ. 2561- เพอ่ื ใหเ กดิ การจดั การความรู (Knowledge Manage
ธนั วาคม พ.ศ. 2562 ment: KM) ในเดอื นธนั วาคม 2562 ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 Mahasarakham Hospital (MSKH) food safety framework

การรวบรวมขอ มลู 4. ความพึงพอใจ และความรอบรู ระหวาง
เก็บขอมูลตั้งแตเดือนตุลาคม 2560 - เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2561

กนั ยายน 2563 โดยมเี จา หนา ทแ่ี ตล ะพน้ื ทท่ี ไี่ ดเ ขา 5. การทดสอบเลือดหาความเสี่ยงระดับ
รวมประชุมชี้แจงวิธีการเก็บขอมูลชวยเก็บขอมูล เอนไซมโ คลนี เอสเตอเรส เดือนมิถุนายน 2561
จากนนั้ เกบ็ รวบรวมขอมลู ดงั นี้
6. เกบ็ ตวั อยา งและวเิ คราะหอ าหารปนเปอ น
1. การสนทนากลุมของคณะกรรมการ ทางเคมีและจุลินทรียปงบประมาณ พ.ศ. 2560 -
โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย เดอื นตุลาคม 2560 2563
การวิเคราะหข อ มลู
2. แปลงปลกู เกษตรอนิ ทรยี ใ นพนื้ ทร่ี ะหวา ง
เดอื นเมษายน - กรกฎาคม 2561 จากฐานขอ มลู เกษตร ขอ มลู คณุ ภาพ เปน การวเิ คราะหแ กน สาระ
และสหกรณจ งั หวดั มหาสารคาม รวมทง้ั การใหข อ มลู (thematic analysis) จากการประชุมเพื่อกําหนด
ของภาคีเครือขายถึงแหลงเกษตรปลอดสารในพ้ืนท่ี รปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั และการแลกเปลยี่ น
เรยี นรกู ารทาํ งานในชมุ ชนโดยถอดบทเรยี นการทาํ งาน
3. ปริมาณวัตถุดิบท่ีใช/ป ระหวางเดือน
ธันวาคม พ.ศ. 2560 - มกราคม 2561

48 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022


Click to View FlipBook Version