eISSN 2730-3179
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL ปีที่ 29 ฉบบั ที่ 1 (2565): มกราคม – เมษายน
Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
วารสาร
อาหารและยา
THAI FOOD AND DRUG
JOURNAL
ปที ่ี 29 ฉบบั ท่ี 1 (2565): มกราคม – เมษายน สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
Vol. 29 No. 1 (2022): January - April บทความวช� าการ ระบบรายงานการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นเครอ่ื งมอื แพทยข องประเทศไทย
บทความวจ� ยั ความคิดเห็นของบุคลากรดานสาธารณสุข การใชก ญั ชาทางการแพทยข องผมู ปี ญ หา รูปแบบการจัดการอาหาร
และประชาชนตอ การใหบ รก� ารขายยาออนไลน สุขภาพเพ�่อการรักษาโรคกรณีศึกษา: ปลอดภัยในโรงพยาบาล
ของรานขายยาไทยในยุควถ� ใี หม จงั หวัดชุมพร มหาสารคามแบบมสี ว นรว ม
การพจ� ารณาอนญุ าตผลติ ภณั ฑอ าหารผา นระบบ สถานการณและสภาพปญหาของสถานที่ผลิต การจัดการความเสี่ยงดานคุณภาพของ
e-Submission และ Auto e-Permission เคร�่องสำอางรายเกาในจังหวัดตรังหลังประกาศ เครอ่� งสำอางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอล
ในจงั หวัดนครปฐมป 2562-2563 หลักเกณฑ ว�ธีการ และเง�่อนไขในการผลิต หร�อ เพอ่� สขุ อนามยั สำหรบั มอื
นำเขาเคร�่องสำอาง พ.ศ. 2561
วารสารอาหารและยา
นโยบายของวารสารอาหารและยา
วารสารอาหารและยา เปนวารสารดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โดยมีบทความวิจัย
และบทความวิชาการ ฉบับละ 6-10 เร่อื ง กาํ หนดตพี ิมพวารสารปละ 3 ฉบับ ไดแ ก
ฉบบั เดอื นมกราคม – เมษายน
ฉบับ เดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม
ฉบบั เดือนกนั ยายน – ธนั วาคม
วัตถุประสงค์
เพ่ือเปนส่ือกลางในการเผยแพรผลงานวิจัย และบทความวิชาการ ดานผลิตภัณฑ
สขุ ภาพ ไดแก อาหาร ยา เคร่ืองสําอาง เครื่องมือแพทย วัตถุอันตราย และวัตถุเสพติด
ขอบเขตการรบั ตพี ิมพ์
รับตีพิมพบทความคณุ ภาพในดา นการคุมครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภัณฑส ขุ ภาพ โดยมี
กลมุ เปา หมายคือ นักวิชาการ นักวจิ ัย และนกั ศกึ ษา
การส่งประเมนิ บทความ (peer review)
บทความตน ฉบบั กองบรรณาธกิ ารจะพจิ ารณาบทความเบอ้ื งตน เกย่ี วกบั ประเดน็ เนอื้ หา
และความถกู ตอ งของรปู แบบทวั่ ไป ถา ไมผ า นการพจิ ารณาจะสง ใหผ นู พิ นธก ลบั ไปแกไ ข ถา ผา นจะเขา สู
การพจิ ารณาของผทู รงคณุ วฒุ ผิ พู จิ ารณาบทความ ในสาขาทเี่ กยี่ วขอ งจาํ นวน 2-3 ทา น และการสง
จะทําการปดบังช่ือ (double-blinded) และหนวยงานของเจาของบทความไว ซึ่งไมมีสวนไดสวนเสีย
กับผูนิพนธ
ลขิ สิทธิ์และกรรมสิทธ์ขิ องบทความ
ลขิ สทิ ธข์ิ องบทความเปน ของเจา ของบทความ ทงั้ นบี้ ทความทไ่ี ดร บั การตพี มิ พถ อื เปน ทศั นะ
ของผเู ขยี นโดยทกี่ องบรรณาธิการไมจ ําเปนตองเห็นดว ย และไมร ับผิดชอบตอบทความนัน้
การส่งบทความลงตีพิมพ์
1. ผูนิพนธสามารถสงตนฉบับ โดยผานระบบ online-submission ของระบบ ThaiJo
ไดที่ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
2. ผูนิพนธลงทะเบียนในระบบ (โดยศึกษาขั้นตอนจากคูมือการใชงานระบบวารสาร
อิเล็กทรอนิกส) พรอมสงแบบฟอรมสงตีพิมพมายัง Email: [email protected]
พิมพ์/ออกแบบโดย
บริษัท บอรน ทู บี พับลิชช่ิง จํากัด
คณะบรรณาธิการ eISSN 2730-3179
ปท ี่ 29 ฉบับท่ี 1 (2565): มกราคม - เมษายน
วารสารอาหารและยา I THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
ที่ปรึกษา ดร.ภญ.อรนิภา วงศสีลโชติ
นพ.ไพศาล ดั่นคุม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
นพ.สุรโชค ตางวิวัฒน
นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล ดร.นภชา สิงหวีรธรรม
ภก.วีระชัย นลวชัย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ที่ปรึกษาดานวิชาการ
ภก.มรกต จรูญวรรธนะ ดร.ภก.ปรีชา หนูทิม
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม กรมการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก
ดร.ภญ.ธารกมล จันทรประภาพ
ภญ.นุชนาฏ กิติวรนนท ผูทรงคุณวุฒิประจำฉบับ
น.ส.อรสุรางค ธีระวัฒน ผศ.ดร.ภญ.สุนทรี วัชรดำรงกุล
ดร.ภญ.ณธิป วิมุตติโกศล
ภญ.อัมพร พุฒิอังกุล จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ภญ.กรพินธุ ณ ระนอง ดร.ภก.วิโรจน สุมใหญ
ภญ.สุนันทา พันธุวรรณ
ดร.ภญ.พรทิพย เจียมสุชน United Nations International Narcotics Control Board,
ภญ.สุชัญญา วิภูมิรพี Austria
ภญ.อรัญญา เทพพิทักษ ดร.ภญ.อาจารี รายะนาคร
น.ส.นฤมล ฉัตรสงา มหาวิทยาลัยเชียงใหม
บรรณาธิการบริหาร ดร.ศิริพร ทองประกายแสง
ภก.วราวุธ เสริมสินสิริ กรมวิทยาศาสตรการแพทย
บรรณาธิการ ภญ.พรพรรณ สุนทรธรรม
นายธนศักดิ์ ประเสริฐสาร วิทยาลัยการคุม ครองผบู ริโภคดานยาและสุขภาพแหง ประเทศไทย
ผูชวยบรรณาธิการ สภาเภสัชกรรม
ดร.ภญ.รัศพรรณ พฤกษะริตานนท ผศ.ดร.กฤษณ รักชาติเจริญ
กองบรรณาธิการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผศ.ดร.ภญ.สุนทรี วัชรดำรงกุล ผศ.ดร.ภญ.กรรณิกา เทียรฆนิธิกูล
มหาวิทยาลัยเชียงใหม
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ดร.ภญ.รัชดา โตอนันต
ผศ.ดร.ภญ.สมหญิง พุมทอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ดร.วรวลัญช พูลสวัสดิ์
มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ผศ.ดร.ภญ.นิภาพรรณ มะลิซอน ภญ.สุฮวง ฐิติสัตยาทร นักวิชาการอิสระ กทม.
ภก.ชาพล รัตนพันธุ นักวิชาการอิสระ นนทบุรี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ภญ.ศรีนวล กรกชกร นักวิชาการอิสระ นนทบุรี
ดร.ภญ.เบญจพร ศิลารักษ น.ส.ดารณี เพ็ญเจริญ นักวิชาการอิสระ นนทบุรี
เลขานุการ
โรงพยาบาลขอนแกน ดร.ภก.อดุลย โมฮารา
ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ผูชวยเลขานุการ
ภญ.เจตสุภา ลลิตอนันตพงศ
กรมการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก ผูจัดการวารสาร
ดร.ภญ.วรัญญา อรุโณทยานันท น.ส.ณัฐฐานันท ปนสุวรรณ
ติดตอกองบรรณาธิการ
วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทยและสาธารณสุข กลุมวิจัยและวิทยบริการ กองยุทธศาสตรและแผนงาน
กาญจนาภิเษก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถนนติวานนท
ดร.จุฬาพร กระเทศ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
สำนักวิชาการสาธารณสุข โทร. 02-590-7256
ดร.ภญ.อาจารี รายะนาคร email: [email protected]
มหาวิทยาลัยเชียงใหม website: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
ร.ต.ดร.เรวัต รักเกื้อ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่
วารสารอาหารและยา เปน วารสารเพอ่ื สนบั สนนุ พฒั นาวชิ าการ และองคค วามรดู า นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ ดำเนนิ การโดยไมม งุ หวงั ผลกำไรทางดา นการคา
บทความทีล่ งในวารสารยินดใี หนำไปเผยแพรเ ปน วิทยาทานโดยไมต อ งขออนญุ าต แตไ มอ นุญาตใหนำไปเผยแพรใ นลักษณะธุรกิจ
สารบญั eISSN 2730-3179
ปท่ี 29 ฉบับท่ี 1 (2565): มกราคม - เมษายน
วารสารอาหารและยา I THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
บทบรรณาธกิ าร 3
บทความว�ชาการ 4
ระบบรายงานการเฝาระวังความปลอดภัยดานเครื่องมอื แพทยของประเทศไทย
ศรนิ ยา หนูทิม วิมล สวุ รรณเกษาวงษ วารณี บุญชวยเหลือ ณฏั ฐญิ า คาผล
บทความว�จัย 17
ความคิดเห็นของบคุ ลากรดานสาธารณสขุ และประชาชนตอการใหบ ริการขายยาออนไลน
ของรานขายยาไทยในยุควิถีใหม
อรญั ญา เทพพทิ กั ษ
การใชกญั ชาทางการแพทยข องผูมปี ญหาสุขภาพเพื่อการรักษาโรค: กรณีศกึ ษา จังหวัดชุมพร 31
เอกพงษ อุไรวงศ
รูปแบบการจดั การอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลมหาสารคามแบบมีสวนรวม 42
ปรญิ า ถมอุดทา อดศิ กั ด์ิ ถมอุดทา
การพจิ ารณาอนุญาตผลติ ภัณฑอ าหารผา นระบบ e-Submission และ Auto e-Permission 59
ในจังหวดั นครปฐมป 2562-2563
คุม ขวญั ภมรศลิ ปธรรม
สถานการณแ ละสภาพปญ หาของสถานท่ีผลติ เครื่องสำอางรายเกาในจงั หวดั ตรังหลังประกาศ 71
หลกั เกณฑ วิธีการ และเง่อื นไขในการผลติ หรอื นำเขา เคร่อื งสำอาง พ.ศ. 2561
วาสฏิ ฐี มเี สน วราณี โกวานชิ ย สริ ินาถ ภมรวสิ ิฐ
การจดั การความเส่ยี งดานคณุ ภาพของเคร่ืองสำอางทีม่ ีสวนผสมของแอลกอฮอล 85
เพอ่ื สขุ อนามยั สำหรับมือ
เอกชยั เยาวเฉื้อง
คำแนะนำสำหรับผูนิพนธ 96
2 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
บทบรรณาธิการ
ไดร บั รายงานวา Omicron ถกู คน พบจาก Botswana และ South Africa
เม่ือเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผานมา จากนั้นสองสามสัปดาหตอมา COVID-19
สายพนั ธดุ งั กลา วแพรร ะบาดกระจายไปกวา 110 ประเทศทวั่ โลก อบุ ตั กิ ารณค รงั้ ใหม
ของมวลมนุษยชาติ ซงึ่ WHO แสดงความกงั วลและออกเตอื นเน่ืองจากมนั สามารถ
แพรร ะบาดไดเ รว็ กวา สายพนั ธ Delta 2 ถงึ 3 เทา เมอื่ ดตู วั เลขการตดิ เชอ้ื COVID-19
สะสมทั่วโลก ณ 21 มกราคม 2565 มีผูติดเช้ือยืนยันแลว 340,543,962 คน
รวมเสียชีวิต 5,570,163 คน ไดรับวัคซีน 9,571,502,663 โดส อยางไรก็ตาม
ยังมีขาวดีท่ีเช้ือนี้ไมลงปอด และหลายผลการศึกษาช้ีวาการกระตุนวัคซีนเข็ม 3
สามารถปอ งกนั การตดิ เชอ้ื ได และยงั มยี า Paxlovid และ Molnupiravia ในการรกั ษา
วารสารอาหารและยาฉบับน้ี เดินทางเขาสูปท่ี 29 ฉบับที่ 1 มีบทความ
ที่เกี่ยวของกับ COVID-19 ท่ีนาสนใจอยางย่ิงในเร่ืองของความคิดเห็นของบุคลากร
ดานสาธารณสุขและประชาชนตอการใหบริการขายยาออนไลนของรานขายยา
ซ่ึงกฎหมายไทยไมอนุญาต อาจเปนขอขบคิดของสังคมวาอาจถึงเวลาแลวหรือไม
ที่ตองปรับตัวเขากับยุค New normal บทความเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยง
ดานคุณภาพของเครอ่ื งสาํ อางท่ีมีสว นผสมของแอลกอฮอลเพ่ือสขุ อนามัยสําหรับมอื
และบทความอ่ืน ๆ อาทิ การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหาสุขภาพเพ่ือ
การรักษาท่ีศึกษาในพื้นที่จังหวัดชุมพร รวมถึงบทความรูปแบบการจัดการอาหาร
ปลอดภยั ในโรงพยาบาลมหาสารคามแบบมีสว นรว ม เปน ตน
ทายน้ี ขอใหผูอานสังเกตตัวเองเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงในการติดเช้ือ
Omicron ไดแ ก เรม่ิ มนี า้ํ มกู จาม ปวดหวั ตอ มาออ นเพลยี ปวดเมอ่ื ยกลา มเนอ้ื เจบ็ คอ
หรือบางรายมีเหงื่อออกตอนกลางคืน ทั้งน้ี การปองกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
สามารถทําไดโดยการรับการฉีดวัคซีน และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข
เชน เวนระยะหาง และการสวมหนากากอนามัย โปรดรักษาสุขภาพนะครับ
สวัสดีปใหม 2565
ธนศกั ดิ์ ประเสริฐสาร
บรรณาธกิ ารวารสารอาหารและยา
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 3
บทความวชิ าการ Reviewed Article
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
ระบบรายงานการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นเครอื่ งมอื แพทยข องประเทศไทย
ศรินยา หนูทิม1 วิมล สุวรรณเกษาวงษ2 วารณี บุญชวยเหลือ3 ณัฏฐิญา คาผล3
1กองยุทธศาสตรและแผนงาน สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา นนทบุรี 2วิทยาลัยการคุมครองผูบริโภคดานยาและสุขภาพ
แหงประเทศไทย (วคบท.) นนทบุรี 3คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร นครปฐม
ท่ีอยูติดตอ: ณัฏฐิญา คาผล ภาควิชาเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร ตําบล
พระปฐมเจดีย อําเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000 [email protected]
Thailand Medical Device Vigilance Reporting System
Sarinya Nootim1, Wimon Suwankaesawong2, Waranee Bunchuailua3, Nattiya Kapol3
1Strategy and Planning Division, Food and Drug Administration, Nonthaburi, Thailand. 2The College of
Pharmaceutical and Health Consumer Protection of Thailand Nonthaburi, Thailand. 3Faculty of Pharmacy,
Silpakorn University, Sanamchandra Palace, Nakhon Pathom, Thailand
Contact address: Nattiya Kapol, Department of Community Pharmacy, Faculty of Pharmacy, Silpakorn University,
Sanamchandra Palace, Phra Pathom Chedi Sub-district, Mueang Nakhon Pathom District, Nakhon Pathom,
Thailand, 73000, [email protected]
Received: 21 April 2021, Revised: 10 June 2021, Accepted: 15 June 2021
เครื่องมือแพทยเปนผลิตภัณฑที่จําเปน ตอปสาเหตุจากการเขาสูส งั คมสูงวยั ประชากรมีอายุ
ทางดานการแพทยและการสาธารณสุขของมนุษย ยืนยาวข้ึน มีการเพ่ิมข้ึนของผูปวยโดยเฉพาะผูปวย
ภายใตค วามรบั ผดิ ชอบของสาํ นกั งานคณะกรรมการ โรคไมติดตอเร้ือรัง ประกอบกับนโยบายของภาครัฐ
อาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ตองการสงเสริมอุตสาหกรรมการแพทยครบวงจร
เครอ่ื งมอื แพทย พ.ศ. 2551 และแกไ ขเพมิ่ เตมิ พ.ร.บ. (medical hub) รวมทงั้ ความกา วหนา ทางเทคโนโลย2ี
เครื่องมือแพทย (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 25621 โดยดําเนิน
การควบคุม กํากับ ดูแล การผลิต นําเขา และใช อยางไรก็ตามผูบริโภคมีโอกาสเสี่ยงของ
เคร่ืองมือแพทย รวมท้ังการเฝาระวังความปลอดภัย การเกดิ เหตุการณไ มพงึ ประสงคจากการใชผลิตภณั ฑ
เม่ือจําหนายในทองตลาด เพ่ือใหไดผลิตภัณฑที่มี สุขภาพได อย. โดยศูนยเฝา ระวังความปลอดภยั ดาน
คุณภาพ ปลอดภัย ไดมาตรฐาน และเปนไปตาม ผลิตภัณฑสุขภาพ (Health Product Vigilance
กฎหมาย ในชวงระยะเวลาทผ่ี า นมามแี นวโนม ความ Center; HPVC) เปนหนวยงานในการรับรายงาน
ตองการใชเครื่องมือแพทยท่ีสูงข้ึน คาดการณวาในป เฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพโดย
พ.ศ. 2563-2564 จะมีอัตราการเติบโตเฉล่ียตอป การรับรายงานเคร่ืองมือแพทยจากบุคลากรทาง
ประมาณรอยละ 6.71 สูงกวาการเติบโตของตลาด การแพทยโดยสมัครใจแบบเดียวกับยา แตสําหรับ
เครอื่ งมอื แพทยโ ลกทค่ี าดวา จะเตบิ โตรอ ยละ 4.1-5.1 การรบั รายงานจากผปู ระกอบการเปน ไปตามมาตรา
41(4) ตาม พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย พ.ศ. 25513
4 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
บทความนจ้ี งึ นําเสนอระบบเฝาระวังความปลอดภัย หยุดการผลิต6 นอกจากน้ี ขอมูลจากฐานขอมูลของ
ดานเครื่องมือแพทยในระดับนานาชาติและของ องคก รภาครฐั 40 ประเทศทว่ั โลกพบวา 37 ประเทศ
ประเทศไทย เปรยี บเทยี บการรบั รายงานจากบคุ ลากร มีรายงานการฝงเตานมเทียมท่ีสัมพันธกับการเกิด
ทางการแพทยแ ละผปู ระกอบการโดยมงุ เนน แนวทาง มะเร็งตอมนํ้าเหลืองชนิด anaplastic large cell
การตดิ ตาม รวบรวมขอ มลู ความปลอดภยั ซงึ่ ครอบคลมุ (Breast Implant associated Anaplastic Large
ขอ มลู รายงานเหตกุ ารณอ นั ไมพ งึ ประสงคแ ละขอ มลู Cell lymphoma: BI-ALCL) จํานวน 136 ฉบับ
ที่เกี่ยวของเปนหลัก เพ่ือสงเสริมใหมีการรายงาน เปน เหตนุ าํ ไปสกู ารตดั เตา นม รอ ยละ 91.9 ตอ งรกั ษา
เม่ือพบปญหาจากการใชเครื่องมือแพทยที่นํามาใช ดวยเคมีบําบัด รอยละ 30.8 ฉายรังสี รอยละ 18.4
ดําเนินการจัดการความเส่ียงเพื่อคุมครองผูบริโภค ปลูกถายสเต็มเซลล รอยละ 6.6 และมีรายงาน
ผเู สยี ชวี ติ 5 ฉบบั 7
เเ1คฝ. รค า่ือวงรามะมือวสแัํางพคคทัญวยขาปอมรงะขปเอทลมศอูลไรทดายภยังยาดนก าานร
จากขอ มลู ขา งตน แสดงใหเ หน็ วา ภายหลงั
เคร่ืองมือแพทยแมจะมีบทบาทในการ เครอื่ งมอื แพทยอ อกสตู ลาด ผบู รโิ ภคอาจเกดิ อนั ตราย
วนิ จิ ฉยั และรกั ษาโรค แตม โี อกาสทาํ ใหเ กดิ เหตกุ ารณ จากการใชง าน ดงั นน้ั ระบบการเฝา ระวงั ความปลอดภยั
ไมพึงประสงคที่รายแรงตอผูปวยหรือผูใชงานได ดา นเครอ่ื งมอื แพทยจ งึ เปนหนึง่ ในกลไกสําคญั ที่ชว ย
ซ่ึงนําไปสูการเรียกคืนผลิตภัณฑ เพิกถอน หรือ สง เสรมิ ใหเ กดิ ความปลอดภยั จากการใชเ ครอื่ งมอื แพทย
แจง เตอื นเรอื่ งความปลอดภยั ตวั อยา งเชน U.S. FDA โดยการควบคุม ปองกัน และลดโอกาสการเกิด
มกี ารเรยี กคนื เครอ่ื งมอื แพทยใ นป พ.ศ. 2556-2559 เหตุการณดังกลาว การประสบความสําเร็จตาม
รวม 196 ฉบบั เกดิ จากผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกตขิ อง จุดมุงหมายน้ัน ในเบื้องตนจําเปนตองไดรับขอมูล
เคร่ืองมือแพทย 172 ฉบับ และเปนเหตุการณอัน รายงานเกย่ี วกับเหตกุ ารณไ มพงึ ประสงคและขอมูล
ไมพ งึ ประสงค 24 ฉบบั 4 และระหวา งป พ.ศ. 2534- ที่เกี่ยวของ เพ่ือใหไดขอมูลประกอบการเฝาระวัง
2557 ยังพบวาอันตรายที่เกิดขึ้นมีสาเหตุเกิดจาก และจดั การความเสย่ี งดา นเครอ่ื งมอื แพทยแ ละปอ งกนั
ทง้ั ตวั อปุ กรณเ ครอื่ งมอื แพทยแ ละจากผใู ชง านไดเ ชน กนั การเกิดเหตกุ ารณไมพึงประสงคซ ํา้
กลาวคือ พบรายงานเหตุการณเก่ียวกับเครื่องมือ
ฉายรงั สเี พอ่ื การรกั ษา (Radiation Oncology Medical 2. ความหมายของเคร่อื งมือแพทย
Device: ROD) จํานวน 4,234 ฉบับ นอกจากพบวา
มสี าเหตจุ ากระบบซอฟตแ วร รอ ยละ 30.4 และกลไก เคร่ืองมือแพทยตามมาตรา 4 แหง พ.ร.บ.
ของเครือ่ งมือแพทย รอ ยละ 20.9 ยังพบวา เกิดจาก เครื่องมือแพทย พ.ศ. 2551 และท่ีแกไขเพิ่มเติม
ความผิดพลาดของผูใชงาน รอยละ 20.45 ในขณะที่ โดย พ.ร.บ. เครือ่ งมือแพทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
เยอรมนั พบรายงานอนั ตรายจากการทาํ งานอนั ผดิ ปกติ ใหหมายความวา1
ของเครอื่ งมอื แพทย คอื ลน้ิ หวั ใจเทยี มทาํ งานผดิ ปกติ
ทาํ ใหเ กดิ อนั ตรายรา ยแรง เชน ทาํ ใหเ กดิ การผา ตดั ซา้ํ (1) เครอ่ื งมือ เครอ่ื งใช เครื่องกล วัตถุทีใ่ ช
ระยะเวลาในการผาตัดนานขึ้น ผูปวยเสียชีวิต ใสเขาไปในรางกาย น้ํายาที่ใชตรวจในหรือนอกหอง
จนเปนเหตุใหเรียกคืนผลิตภัณฑออกจากทองตลาด ปฏิบัติการ ผลิตภัณฑ ซอฟตแวร หรือวัตถุอื่นใด
พรอมท้ังประกาศแจงเตือนความปลอดภัย และ ทผี่ ผู ลติ หรอื เจา ของผลติ ภณั ฑม งุ หมายเฉพาะสาํ หรบั
ใชอยางหนึ่งอยางใดกับมนุษยหรือสัตวดังตอไปนี้
ไมวาจะใชโดยลําพัง ใชรวมกัน หรือใชประกอบกับ
ส่ิงอน่ื ใด
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 5
(ก) วินิจฉัย ปองกัน ติดตาม บําบัด ความเสย่ี ง พ.ศ. 2562 กาํ หนดใหจ ดั เครอ่ื งมอื แพทย
บรรเทา หรือรักษาโรค เปน 2 กลมุ โดยมรี ายละเอยี ดดังน8ี้
(ข) วินิจฉัย ติดตาม บําบัด บรรเทา 1. เคร่ืองมือแพทยสําหรับการวินิจฉัย
หรือรักษาการบาดเจ็บ ภายนอกรางกาย (In vitro diagnostic medical
device) สามารถจดั เปน เครอื่ งมอื แพทยป ระเภทที่ 1
(ค) ตรวจสอบ ทดแทน แกไ ข ดดั แปลง ถึง ประเภทท่ี 4 ตามระดับความเสย่ี งตอ บคุ คลและ
พยุง คํ้า หรือจุนดานกายวิภาคหรือกระบวนการ การสาธารณสขุ จากตา่ํ ไปสงู ตวั อยา งเครอ่ื งมอื แพทย
ทางสรรี ะของรา งกาย ในกลุมน้ี เชน ชุดตรวจและนํ้ายาที่เกี่ยวของกับ
การวินิจฉัยการติดเช้ือ SARS-CoV-2 (เช้ือกอโรค
(ง) ประคบั ประคองหรอื ชวยชวี ติ COVID-19) ชุดตรวจ HIV ชุดตรวจติดตามระดับ
(จ) คมุ กําเนดิ หรอื ชวยการเจรญิ พนั ธุ กลูโคสในเลอื ด ชุดทดสอบการต้งั ครรภ เปนตน
(ฉ) ชวยเหลือหรือชวยชดเชยความ
ทุพพลภาพหรือพกิ าร 2. เคร่ืองมือแพทยท่ีไมใชเคร่ืองมือแพทย
(ช) ใหขอมูลจากการตรวจส่ิงสงตรวจ สาํ หรบั การวินิจฉัยภายนอกรางกาย (Non-in vitro
จากรางกาย เพ่ือวัตถุประสงคทางการแพทยหรือ diagnostic medical device) สามารถจัดเปน
การวินจิ ฉัย เคร่ืองมือแพทยประเภทที่ 1 ถึงประเภทท่ี 4 ตาม
(ซ) ทํ า ล า ย ห รื อ ฆ า เ ช้ื อ สํ า ห รั บ ระดับความเส่ียงที่อาจเกิดข้ึนจากต่ําไปสูง ตัวอยาง
เคร่ืองมือแพทย เครื่องมือแพทยในกลุมน้ี เชน เคร่ืองกระตุนหัวใจ
(2) อุปกรณเสริมสําหรับใชรวมกับ เตา นมเทยี มทฝ่ี ง ในรา งกาย เลนสส มั ผสั ถงุ บรรจโุ ลหติ
เคร่ืองมือแพทยตาม (1) เปนตน
(3) เครอื่ งมอื เครอื่ งใช เครอ่ื งกล ผลติ ภณั ฑ
หรือวัตถุอื่นท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนดวาเปน เ4ค.รรื่อะงบมบือเแฝพารทะยว ังความปลอดภัยดาน
เคร่ืองมือแพทย
ผลสมั ฤทธต์ิ ามความมงุ หมายของสงิ่ ทกี่ ลา วถงึ การเฝา ระวงั ความปลอดภยั เครอ่ื งมอื แพทย
ตาม (1) ซึ่งเกิดขึ้นในรางกายมนุษยหรือสัตวตอง เปน กจิ กรรมทหี่ นว ยงานกาํ กบั ดแู ลของประเทศตา ง ๆ
ไมเ กดิ จากกระบวนการทางเภสชั วทิ ยา วทิ ยาภมู คิ มุ กนั ใชเปนเครื่องมือในการคุมครองผูบริโภค ภาพรวม
หรือปฏิกิรยิ าเผาผลาญใหเกิดพลังงานเปนหลัก ระบบการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นเครอื่ งมอื แพทย
มีท้ังในระดับนานาชาติและประเทศไทย โดยมี
ต3.ามกราะรดจบััดปควระาเมภเทสี่ยขงองเครื่องมือแพทย รายละเอียดดังนี้
ข อ ต ก ล ง อ า เ ซี ย น ด ว ย บ ท บั ญ ญั ติ 4.1 ระบบเฝาระวังความปลอดภัยดาน
เครอ่ื งมอื แพทยไ ดจ ดั ประเภทเครอื่ งมอื แพทยต ามระดบั เครื่องมือแพทยในระดับนานาชาติ
ความเสี่ยงในสวน Annex 2: risk classification
rules for medical devices other than IVD medical ก า ร เ ฝ า ร ะ วั ง ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ด า น
devices และ Annex 3: risk classification rules เครอ่ื งมอื แพทยร ะดบั สากลเรม่ิ ขน้ึ จากการรวมกลมุ ของ
for IVD medical devices ดงั นนั้ เพอ่ื ใหส อดคลอ ง กลมุ ผผู ลติ เครอื่ งมอื แพทย Global Harmonization
กับหลักเกณฑดังกลาวกระทรวงสาธารณสุขไดออก Task Force (GHTF) ตัวแทนสมาชิกผูกอตั้ง ไดแก
ประกาศฯ เรื่อง การจัดเครื่องมือแพทยตามระดับ ออสเตรเลีย แคนาดา ญ่ีปุน สหรัฐอเมริกา และ
สหภาพยุโรป9 จัดใหมีกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแพร
6 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
และแลกเปลย่ี นขอ มลู เหตกุ ารณไ มพ งึ ประสงคต า ง ๆ “ระบบการเตอื นภยั และเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา น
ของเครอื่ งมอื แพทยท มี่ กี ารรายงานจากประเทศสมาชกิ เครอ่ื งมอื แพทยภ ายหลงั ออกสตู ลาด (Post Marketing
ผาน National Competent Authority Report Alert System: PMAS)” โดยกําหนดมาตรการ
(NCAR) Exchange Program โดยไทยเปนสมาชิก สําคัญท่ีตองดําเนินการอยางเหมาะสมเพ่ือใหแนใจ
ชนิดเต็มรูปแบบ10 ตอมาป พ.ศ. 2554 มีการจัดต้ัง ถึงขอมูลเกี่ยวกับอุบัติการณที่เกิดจากเหตุการณอัน
กลมุ International Medical Device Regulatory ไมพ งึ ประสงคท เี่ กดิ ขน้ึ กบั ผบู รโิ ภคนาํ ไปสกู ารเสยี ชวี ติ
Forum (IMDRF) เปน ความรว มมอื กนั ของหนว ยงาน หรือการบาดเจ็บรายแรงตอสุขภาพของผูปวยหรือ
กํากับดูแลของประเทศตาง ๆ ท่ัวโลกเพื่อสราง ผใู ชง าน และการดาํ เนนิ การแกไ ขเพอ่ื ความปลอดภยั
ความเขมแข็งของงานท่ี GHTF ดําเนินการแลว ในการใชเคร่ืองมือแพทย รวมถึงหากมีการออก
ปจ จบุ นั มสี มาชกิ ไดแ ก ออสเตรเลยี บราซลิ แคนาดา มาตรการตาง ๆ ใหแจงตอสมาชิกทราบท่ัวกัน ซ่ึง
สาธารณรฐั ประชาชนจนี สหภาพยโุ รป ญปี่ นุ รัสเซยี กาํ หนดรายละเอยี ดแนวทางดาํ เนนิ งานในภาคผนวกที่ 5
สิงคโปร เกาหลีใต และสหรัฐอเมริกา โดยมี WHO ของขอกําหนดระบบการเตือนภัยและเฝาระวัง
เปนผูสังเกตการณอยางเปนทางการ วัตถุประสงค ความปลอดภยั ดา นเครอื่ งมอื แพทยภ ายหลงั ออกสตู ลาด
เพื่อเรงการประสานการกํากับดูแลเครื่องมือแพทย (PMAS requirements)13 เพอื่ บูรณาการการกํากับ
ระดับนานาชาติใหมีความสอดคลอง โดยรวมกัน ดูแลเครื่องมือแพทยกอนและหลังออกสูตลาดของ
พัฒนาเอกสารทางเทคนิคตาง ๆ ไดแก เอกสาร ประเทศสมาชิกใหสอดคลองกัน ไมเปนอุปสรรค
กอ นออกสตู ลาดและหลงั สตู ลาด และการแลกเปลยี่ น ทางการคา และสงเสริมการลงทุนในตลาดอาเซียน
ขอมูลที่เก่ียวของกับรายงานเหตุการณไมพึงประสงค รวมทั้งใหเกิดความมั่นใจในการคุมครองผูบริโภค
ท่ีไดรับหรือแนวโนมท่ีอาจมีการเรียกคืนหรือแกไข ดานเครื่องมือแพทยตลอดอายุการใชงาน ทําให
เพ่ือความปลอดภัย (Field Safety Corrective เกิดความปลอดภัยแกผูปวย ผูใช และผูอื่น รวมทั้ง
Actions: FSCAs) ผานระบบ NCAR เชนเดียวกับ ส่ิงแวดลอม14 ไทยจึงตองมีระบบการเฝาระวังความ
กลุม GHTF ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ ปลอดภัยดานเคร่ืองมือแพทยเพื่อจัดการความเส่ียง
ขอ กาํ หนด และแบบรายงานทใ่ี ชร ว มกนั เพอื่ เฝา ระวงั และคุมครองผูบริโภคใหมีความปลอดภัยจาก
เคร่ืองมือแพทยใหม คี วามปลอดภัย11-12 เคร่อื งมือแพทย
สําหรับประเทศสมาชิกในกลุมอาเซียน จากการเปรียบเทียบระบบเฝาระวังปญ หา
ประกอบดว ย 10 ประเทศ คอื บรไู น กมั พชู า อนิ โดนเี ซยี จากการใชเ ครอ่ื งมอื แพทยข องประเทศตา ง ๆ พบวา
ลาว มาเลเซีย ฟลิปปนส เมียนมา สิงคโปร ไทย มรี ปู แบบแตกตา งกนั ดว ยกฎระเบยี บ องคก รรบั ผดิ ชอบ
และเวียดนาม ระบบการเฝาระวังความปลอดภัย และรปู แบบการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ซง่ึ ขอจาํ แนก
ดา นเครอ่ื งมอื แพทยเ ปน หนงึ่ ในภารกจิ ทสี่ าํ คญั ภายใต หัวขอออกเปน การบังคับใช/ผูมีหนาที่รายงาน
กรอบความตกลงอาเซียนวาดวยการควบคุมกํากับ บทบาทของผอู าํ นาจทางรฐั และขอบเขตการรายงาน
เครอื่ งมอื แพทย (ASEAN Medical Device Directive: สาํ หรบั การรายงานทเ่ี ปน บคุ ลากรทางการแพทยแ ละ
AMDD) มีผลผูกพันที่ตองนําไปปฏิบัติใหสอดคลอง ผูบริโภคของแตละประเทศเปนรายงานโดยสมัครใจ
ในทิศทางเดียวกันภายใตก ฎหมายของแตล ะประเทศ ดังตารางท่ี 1
โดยใหเปนมาตรการหนึ่งใน AMDD article 12
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 7
8 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022 ตารางท่ี 1 ระบบรายงานการเฝา ระวังความปลอดภัยดานเคร่อื งมอื แพทยของสหรัฐอเมรกิ า ญป่ี นุ สิงคโปร และไทย
หัวขอ สหรัฐอเมรกิ า9,15-16 ญ่ีปุน9,17-19 สิงคโปร2 0-21 ไทย22-23
การบงั คบั ใช/ ผมู หี นา ทรี่ ายงาน รายงานภาคบังคับ รายงานภาคบังคบั รายงานภาคบังคับ รายงานภาคบังคบั
1. ผูผลิต 1. ผผู ลิต 1. ผูผลิต 1. ผจู ดทะเบยี นสถานประกอบการผลติ และนาํ เขา
2. ผนู ําเขา 2. ผูนําเขา 2. ผูนาํ เขา 2. ผูร บั อนุญาต
3. สถานทท่ี ีม่ กี ารใชเ ครอ่ื งมือแพทย 3. ตวั แทนจาํ หนายในประเทศ 3. ตวั แทนจาํ หนาย/หรอื ผขู ้ึน 3. ผแู จง รายการละเอียด
(Device User Facilities) ของผูผลิตตา งประเทศ ทะเบียน 4. ผูจดแจง
หากไมร ายงานจะมบี ทลงโทษ หากไมรายงานจะมีบทลงโทษ หากไมร ายงานจะมีบทลงโทษ หากไมรายงานจะมีบทลงโทษ
บทบาทของผูม ีอํานาจทางรัฐ ทุกรายงานจะเขาฐานขอมูลของ อย. Pharmaceuticals and Medical Health Sciences Authority อย.รับรายงาน นําขอ มูลเขา คณะกรรมการ
“หนวยงานผูม ีอาํ นาจตาม และ อย.จะดาํ เนนิ การสอบถามขอ มลู / Devices Agency (PMDA) รบั รายงาน (HSA) ทําหนา ที่ประเมนิ และ เพือ่ ประเมนิ และสง ใหกองควบคุมเครอื่ งมือแพทย
กฎหมาย (Regulatory ตรวจสอบผผู ลติ ผูน ําเขา ผูใชง าน จากผรู บั อนุญาตผลติ นาํ เขา ตดิ ตามการสวบสวนเก่ียวกบั ดําเนินการตามมาตรการตาง ๆ
Authority) Marketing Authorization Holder รายงานเหตุการณไ มพงึ ประสงค
(MAH) เก่ียวกับประสิทธิภาพและ (adverse event; AE) ของผผู ลิต
ความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย นําเขา ผูจัดจําหนา ย/หรือ
ประเมินและสงขอมูลไปใหกระทรวง ผูขนึ้ ทะเบียนท่ีรายงาน
สาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการ
(MHLW) เพือ่ ออกมาตรการตา ง ๆ
ขอบเขตการรายงาน ท้งั ในและตางประเทศ ท้งั ในและตางประเทศ 1. ในประเทศ ทั้งในและตา งประเทศ
- AE - AE malfunction, AE health - AE - AE
- FSCA damage, adverse infection - device defect - device defect
- FSCA - FSCA - FSCA
- Study report 2. ตางประเทศ
- AE เฉพาะเครอื่ งมอื แพทยท สี่ นใจ
หรอื ตอ งการควบคมุ พเิ ศษเทา นนั้
- FSCA
4.2 ระบบการเฝาระวังความปลอดภัย รายงานเหตุการณไมพึงประสงคท่ีเกิดขึ้นกับผูปวย
ดานเครื่องมือแพทยของไทย เฉพาะราย โดยสมัครใจดวยวิธีการ spontaneous
reporting25 ตามแบบฟอรม HPVC Form-1
การเฝาระวังความปลอดภัย (vigilance) มีเภสัชกรในโรงพยาบาลเปนผูประสานงานหลัก
ดา นเครอื่ งมอื แพทยน น้ั เปน สว นหนงึ่ ของการเฝา ระวงั ในการรวบรวมรายงานสง อย.
เครอื่ งมอื แพทยภ ายหลงั ออกสตู ลาด (post-marketing
surveillance) ครอบคลุมกิจกรรมการเฝาระวัง ทั้งน้ี ในกรณีพบปญหาผลการทํางาน
ปจจัยเสี่ยงตาง ๆ เชน ดานการผลิต การจําหนาย อันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทย (device defect)
การขนสง ท่ีอาจสงผลตอคุณภาพมาตรฐานของ ใหสัมภาษณผูปวยเพ่ิมเติม และคนหาสาเหตุวา
เคร่ืองมือแพทย รวมถึงการเฝาระวังความปลอดภัย เกิดจากปญ หาดานผลิตภณั ฑห รือปญหาที่เก่ียวของ
ทอ่ี าจเกดิ ข้ึนจากการใชเ ครือ่ งมือแพทย2 4 กบั ผปู ว ย หากพบผปู ว ยทเี่ กดิ เหตกุ ารณไ มพ งึ ประสงค
ตง้ั แต 3 รายขน้ึ ไปในชอื่ การคา และรนุ การผลติ เดยี วกนั
อย. จะรบั รายงานผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกติ ในลักษณะเปนกลุม (cluster) ใหแจง อย. และ
ของเคร่ืองมือแพทยหรือเหตุการณไมพึงประสงค ในบางกรณีอาจตองมีการสอบสวนคนหาสาเหตุ22
ที่เกิดขึ้นกับผูบริโภค และรายงานการดําเนินการ ดงั ตวั อยา งเชน เมอื่ ป พ.ศ. 2543 อย. ไดร บั รายงาน
แกไขเพื่อความปลอดภัยในการใชเครื่องมือแพทย จากโรงพยาบาลแหง หนง่ึ ในจงั หวดั พษิ ณโุ ลก พบผปู ว ย
เพ่อื รวบรวมมาประเมินระดบั ความเส่ยี งและกําหนด 5 รายเกิดอาการเสนเลือดดําอักเสบ (phlebitis)
มาตรการจดั การความเสย่ี ง การเฝา ระวงั ขอ มลู ขา วสาร ภายหลังใชผลิตภัณฑ injection site adaptor
ความปลอดภัยเปนขอมูลท่ีเก่ียวของกับมาตรการ ผลการสอบสวนพบวา เหตกุ ารณด งั กลา วอาจเกดิ ได
จัดการความเส่ียงตาง ๆ จากประเทศตาง ๆ รวมถึง หลายสาเหตุ แมอ าจมสี าเหตจุ ากการตดิ เชอื้ แบคทเี รยี
ขอ มลู ความปลอดภยั ใหม ๆ ทศี่ กึ ษาวจิ ยั แลว โดยได จากบรรจภุ ณั ฑท ม่ี รี ู รอยรวั่ ปรขิ าดตามขอบ แตก ย็ งั
พัฒนาระบบการรายงานขอมูลการเฝาระวังความ ไมมีขอสรุปท่ีชัดเจน อยางไรก็ตามผลการสอบสวน
ปลอดภัยดานเคร่ืองมือแพทยขึ้นเพื่อเปนเครื่องมือ นําไปสูมาตรการเรียกคืนผลิตภัณฑโดยสมัครใจของ
ในการรวบรวม วิเคราะห และประเมินสาเหตปุ ญ หา บรษิ ทั 25 ในอกี ทางหนงึ่ การเฝา ระวงั ปญ หาจากการใช
เพอื่ ใชป ระเมนิ และจดั การความเสยี่ งของเครอื่ งมอื แพทย เครอ่ื งมอื แพทย บคุ ลากรทางการแพทยส ามารถแจง
ชวยเสริมสรางความปลอดภัยของผูบริโภค และลด ผูประกอบการเพ่ือใหจัดทํารายงานสง อย. ตาม
โอกาสการเกิดเหตุการณท่ีคลา ยกันซาํ้ อีก กฎหมายไดเ ชนกนั
การรายงานขอ มลู การเฝา ระวงั ความปลอดภยั 2. การรายงานโดยผูประกอบการ
จําแนกตามประเภทของผูสงรายงานได 2 กลุมคือ เครอ่ื งมอื แพทยท เ่ี ปน ผจู ดทะเบยี นสถานประกอบการ
การรายงานโดยบุคลากรทางการแพทย และการ ผรู บั อนญุ าต ผแู จง รายการละเอยี ด และผจู ดแจง ตอ ง
รายงานโดยผปู ระกอบการเครอื่ งมอื แพทย ดังนี้ รายงานผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกตขิ องเครอื่ งมอื แพทย
หรือเหตุการณไมพึงประสงคที่เกิดข้ึนกับผูบริโภค
1. การรายงานโดยบุคลากรทางการแพทย และรายงานการดาํ เนนิ การแกไขเพ่อื ความปลอดภยั
ในป พ.ศ. 2540 อย. ไดข ยายขอบเขตการเฝา ระวงั ในการใชเครื่องมือแพทยทั้งที่ใชกับมนุษยและสัตว
ความปลอดภยั ดา นยาใหค รอบคลมุ ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ ตามประกาศฯ มาตรา 41(4) แหง พ.ร.บ.เครอื่ งมอื แพทย
ทุกประเภทภายใตการกํากับดูแลของ อย. รวมถึง พ.ศ. 255126 ตอมาในป พ.ศ. 2563 ไดยกเลิกและ
เครอ่ื งมอื แพทย โดยใชร ะบบรายงานแบบเดยี วกบั ยา ใชประกาศกระทรวงสาธารณสุขเร่ือง หลักเกณฑ
(pharmacovigilance) ที่บุคลากรทางการแพทย วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการจดั ทาํ รายงานผลการทาํ งาน
จากสถานพยาบาลตาง ๆ ทั่วประเทศ เชน แพทย
ทนั ตแพทย เภสชั กร พยาบาล นักเทคนิคการแพทย
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 9
ตารางที่ 2 คํานยิ ามศัพทต ามประกาศฯ27 ความหมาย
การทาํ งานอนั ผดิ ปกติ (malfunction) หรอื การเสอื่ มสภาพ (deterioration)
ขอความ ในคุณลักษณะหรือประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องมือแพทย หรือ
ผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกตขิ องเครื่องมือแพทย การอานผลผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนไปจากขอกําหนด หรือเกิดความ
(device defect) ผิดพลาดในการออกแบบเครื่องมือหรือขอความที่ฉลาก/เอกสารกํากับ/
คูมือการใชงานไมถูกตองหรือไมครบถวนสมบูรณหรือขอผิดพลาดจาก
เหตุการณอ ันไมพึงประสงคท่ีเกิดขนึ้ กบั ผูบริโภค การใชงาน (use error)
(adverse event) ผลอยางใดอยางหน่ึงอันเกิดจากการทาํ งานผดิ ปกติ หรอื การเสอ่ื มสภาพ
การดําเนนิ การแกไ ขเพื่อความปลอดภยั ในการใช ในคุณลักษณะหรือประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องมือแพทย หรือ
เครื่องมอื แพทย (Field Safety Corrective มีปญหาขอผิดพลาดจากการใชงาน ซึ่งกอใหเกิดหรืออาจเปนสาเหตุหรือ
Action; FSCA) มีสว นทาํ ใหเ กิดการเสยี ชวี ิตหรอื บาดเจบ็ ของผบู ริโภค
ภาวะคุกคามทางสาธารณสขุ อยางรา ยแรง การดําเนินการใด ๆ ที่กําหนดโดยเจาของผลิตภัณฑ เพ่ือลดความเสี่ยง
จากภาวะคุกคามทางสาธารณสขุ อยางรา ยแรงหรอื ความเส่ียงของผบู รโิ ภค
ภาวะอันตรายรายแรง จากการเสยี ชวี ิตหรอื เกิดอนั ตรายรายแรงจากการใชเ คร่อื งมอื แพทย
เหตุการณท่ีสงผลใหเกิดความเสี่ยงตอการเสียชีวิตหรืออันตรายรายแรง
เจา ของผลติ ภณั ฑ หรือความเจ็บปวยอยางรายแรง ซ่ึงจําเปนตองไดรับการแกไขโดยทันที
และใหหมายความถึงเหตุการณ ดงั ตอไปนี้
(1) เหตุการณท่ีกอใหเกิดอันตรายรายแรงและไมอาจคาดเดาได ท่ีอาจ
สง ผลใหเ กดิ ความเสยี่ งตอ สาธารณชน เชน Human Immunodeficiency
Virus (HIV), Creutzfeldt-Jacob Disease (CJD) เปนตน หรือ
(2) เหตกุ ารณเ สยี ชวี ติ หลายรายท่ีเกิดในเวลาใกลเคยี งกัน
ภาวะของผูบรโิ ภค ขอหนึง่ ขอใด ดังตอไปนี้
(1) บาดเจบ็ สาหสั หรอื เจบ็ ปวยทีอ่ าจเปน อันตรายถึงแกชวี ติ
(2) สูญเสียสมรรถภาพการทํางานของรางกาย หรือโครงสรางของรางกาย
เสยี หายอยา งถาวร
(3) ภาวะท่ีจําเปนตองไดรับการรักษาหรือผาตัด เพื่อปองกันมิใหเกิด
ความพกิ ารหรอื การบาดเจบ็ ทางรางกายอยา งถาวร
บคุ คลธรรมดาหรอื นิตบิ ุคคลผทู ี่
(1) ขายเครอื่ งมอื แพทยภ ายใตช อื่ ของตนเองหรอื ภายใตเ ครอ่ื งหมายการคา
การออกแบบ ชอ่ื การคา หรอื ชอ่ื อน่ื หรอื เครอ่ื งหมายอน่ื ทต่ี นเองเปน เจา ของ
หรอื ควบคุม และ
(2) รับผิดชอบเร่ืองการออกแบบ การผลิต การประกอบ การดําเนินการ
การแสดงฉลาก การบรรจุ ไมว า จะกระทาํ โดยตนเอง หรอื มอบหมายใหผ อู นื่
กระทําการแทน
10 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
อันผิดปกติของเครื่องมือแพทยหรือเหตุการณอัน ผูแจงรายการละเอียดตองระวางโทษทั้งจําและปรับ
ไมพึงประสงคท่ีเกิดข้ึนกับผูบริโภค และรายงาน ตามมาตรา 100 แหง พ.ร.บ. เคร่ืองมือแพทย พ.ศ.
การดําเนินการแกไขเพื่อความปลอดภัยในการใช 2551 ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. เคร่ืองมือแพทย
เคร่ืองมือแพทย พ.ศ. 2563 โดยมีผลบังคับใชต้ังแต (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 กลา วคอื ตอ งระวางโทษจาํ คกุ
วนั ที่ 4 กมุ ภาพนั ธ 2564 เปน ตน ไป สาระสาํ คญั ของ ไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหน่ึงแสนบาท หรือ
ประกาศฯ นั้นไดมีคํานิยามศัพท ผูมีหนาท่ีรายงาน ท้ังจําทั้งปรับ และมาตรา 100/1 ที่กําหนดให
ขอบเขตการรายงาน กรอบระยะเวลาการรายงาน27 ผูจดทะเบียนสถานประกอบการหรือผูจดแจงตอง
ดงั ตารางที่ 2 และ 3 ระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน
หนึ่งหาหม่ืนบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ หากไมปฏิบัติ
ในกรณีท่ีไมปฏิบัติตามประกาศดังกลาว ตามประกาศดงั กลา วหรอื จดั ทาํ รายงานอนั เปน เทจ็ 1
หรือจัดทํารายงานอันเปนเท็จ ผูรับอนุญาตหรือ
ตารางท่ี 3 ขอบเขตการรายงาน และกรอบระยะเวลาตามประกาศฯ27
หวั ขอ รายละเอียด
1. รายงาน device defect/adverse event สง รายงานทนั ทหี รอื อยา งชา สดุ ภายใน 48 ชว่ั โมง นบั จากวนั ทรี่ บั ทราบ
กรณเี กดิ ข้ึนในประเทศ
1.1 การรายงานเบ้อื งตน
- ภาวะคุกคามสาธารณสุขรา ยแรง
- เสียชีวิตหรอื เกิดภาวะอันตรายรา ยแรง สง รายงานทันทีหรอื อยา งชาสดุ ภายใน 10 วัน นับจากวันท่ีรับทราบ
- กรณีท่ีมขี อมลู หรอื หลักฐานทางวิชาการบงชี้วา สงรายงานภายใน 30 วนั นับจากวนั ทร่ี ับทราบ
หากเกดิ เหตกุ ารณซ าํ้ ขน้ึ อกี อาจนาํ ไปสกู ารเสยี ชวี ติ
หรืออันตรายรายแรงตอผบู รโิ ภค
1.2 รายงานติดตามผล ใหสง ภายใน 30 วันภายหลังสง รายงานเบ้อื งตน
กรณีเกิดข้ึนนอกประเทศ ใหสงเปนสรุปรายงานตามรอบรายงานปละ 2 ครั้ง โดยเหตุการณ
ท่ีเกิดขึ้นเดือนมกราคม-มิถุนายน ใหรายงานภายในเดือนสิงหาคม
และเหตุการณที่เกิดข้ึนในเดือนกรกฎาคม- ธันวาคม ใหรายงาน
ภายในเดือนกุมภาพันธข องปถ ดั ไป
2. FSCA รายงานฉบบั แรกใหจ ัดสง ภายใน 48 ชวั่ โมง นับจากวันท่ไี ดรับทราบ
วาจะมีการดําเนินการแกไข และสงรายงานติดตามผล/ฉบับสุดทาย
ภายใน 21 วันจากวนั ท่รี ายงานฉบับกอ นหนา
การประเมินวามีความเกี่ยวของกับ ซ้ําขึ้นอีกอาจนําไปสูการเสียชีวิตหรือภาวะอันตราย
เครอ่ื งมอื แพทย โดยบคุ ลากรทางการแพทยส งสยั วา รา ยแรง ใหจ ดั สง รายงานดงั รปู ท่ี 1 สว นกรณที เ่ี จา ของ
เหตุการณท่ีเกิดข้ึนเก่ียวของกับเคร่ืองมือแพทย ผลิตภัณฑมีการดําเนินการแกไขเพ่ือความปลอดภัย
และเหตุการณทเ่ี กดิ ขนึ้ นําไปสกู รณหี น่งึ กรณีใด เชน ใหพิจารณาวาเคร่ืองมือแพทยดังกลาวมีการผลิต
ภาวะคุกคามทางสาธารณสุขอยางรายแรง เสียชีวิต นาํ เขา หรอื ขายหรอื ไม หากมกี ารขน้ึ ทะเบยี นในไทย
หรือภาวะอันตรายรายแรง หรือกรณีที่มีขอมูล หรือยังมีการใชผลิตภัณฑน้ันอยูท้ังท่ียกเลิกทะเบียน
หลักฐานทางวิชาการบงชี้วาหากเกิดเหตุการณ ไปแลวใหจัดสง รายงาน23 ดังรูปท่ี 2
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 11
รูปที่ 1 กระบวนการตัดสนิ ใจเพอื่ จดั ทํารายงาน device รปู ที่ 2 กระบวนการตัดสนิ ใจเพอื่ จดั ทํารายงาน
defect/adverse event23 FSCA23
4.3 เปรยี บเทยี บการรายงานโดยบคุ ลากร ในประเด็นผูมีหนาที่รายงาน รูปแบบการรายงาน
ทางการแพทยและผูประกอบการเครื่องมือแพทย แบบรายงาน สิ่งที่ตองรายงานเกณฑพิจารณา
ในไทย รายงาน ระยะเวลารายงาน และชอ งทางการรายงาน
ดังตารางท่ี 4
การรายงานโดยบคุ ลากรทางการแพทยแ ละ
ผูประกอบการมีความเหมือนและความแตกตาง
ตารางท่ี 4 การเปรียบเทียบการรายงานโดยบคุ ลากรทางการแพทยและผปู ระกอบการเครอื่ งมอื แพทย
วิธีการเฝา ระวังฯ บุคลากรทางการแพทย2 2,25 ผปู ระกอบการเครอื่ งมือแพทย2 7-28
เปน การเฝาระวงั ดว ยวธิ กี าร spontaneous เปนการเฝา ระวังดวยวิธกี าร spontaneous report และ
reporting และรายงานขอมูลโดยสมัครใจ รายงานตามขอ บงั คับของกฎหมาย (mandatory)
(voluntary)
แบบรายงาน แบบรายงานเหตุการณไ มพ ึงประสงคจาก แบบ ร.ม.พ.1 (รายงาน device defect/adverse event)
การใชผลิตภัณฑ (HPVC Form 1) แบบ ร.ม.พ.2 (รายงาน summary report)
แบบ ร.ม.พ.3 ( รายงาน FSCA)
12 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ตารางที่ 4 (ตอ )
สง่ิ ทตี่ องรายงาน บุคลากรทางการแพทย2 2,25 ผปู ระกอบการเครอ่ื งมือแพทย2 7-28
device defect และ adverse event ท่ีเกิดใน 1. device defect และ adverse event
ประเทศไทยทุกประเภท ท้ังท่ีเปนชนิดรายแรงและ เฉพาะกรณรี า ยแรง ท้งั ที่เกิดขนึ้ ในประเทศไทย
ไมรายแรง และนอกประเทศ
2. FSCA
ระยะเวลาการรายงาน กรณีรายแรง (serious) รายละเอยี ดขอบเขตการรายงานและระยะเวลา
1. เสยี ชีวติ ใหส ง รายงานภายใน 24 ชั่วโมง ดงั ตารางท่ี 3
2. อ่ืน ๆ ท่ีไมใชการเสียชีวิตใหสงรายงานเบื้องตน
ภายใน 15 วัน และสงรายงานขอมูลการติดตามผล
เม่ือไดร บั ขอ มลู เพิ่มเตมิ ภายใน 30 วัน
กรณไี มร า ยแรง (non-serious)
ใหส ง รายงานภายใน 2 เดอื นและสง รายงานตดิ ตามผล
เมอ่ื ไดรบั ขอมลู เพ่ิมเติมภายใน 2 เดือน
ชองทางการรายงาน 1. ผานระบบออนไลนท หี่ วั ขอ AE online reporting ชอ งทางเดยี วกันกับบคุ ลากรทางการแพทย
ระบบใหมที่ http://thaihpvc.fda.moph.go.th/ แตใ หเ ลือกรายงาน ร.ม.พ.1 หรอื ร.ม.พ.2
thaihvc/index.jsf หรอื ร.ม.พ.3
2. แบบเอกสาร มาสงดวยตนเอง ไปรษณีย โทรสาร
ไปรษณยี จดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส (e-mail)
5ค.วารามยปงลาอนดทภี่ไัยดดรับานจเาคกรกื่อางรมเฝือาแรพะทวยัง เปนรายงานเหตุการณไมพึงประสงคในประเทศไทย
จาํ นวน 4 ฉบบั ซงึ่ มปี รมิ าณนอ ยเมอื่ เทยี บกบั รายงาน
ขอ มลู การรายงาน adverse event, device ท่ีไดรับจากผูประกอบการเน่ืองจากเปนรายงาน
defect และ FSCA ทเี่ ขา มาและรวบรวมในฐาน Thai โดยสมัครใจ
Vigibase ระหวางป พ.ศ. 2559-2563 มีท้ังสิ้น
101,005 ฉบบั แบง ประเภทผสู ง รายงานไดเ ปน 2 กลมุ 2. รายงานโดยผปู ระกอบการเครอื่ งมอื แพทย
คือ29 มรี ายงานจาํ นวนทง้ั สนิ้ 101,001 ฉบบั โดยเปน รายงาน
ในประเทศไทยจาํ นวน 2,312 ฉบบั และเปน รายงาน
1. รายงานโดยบุคลากรทางการแพทย ในตา งประเทศจาํ นวน 98,246 ฉบบั ดงั ตารางที่ 5
ตารางที่ 5 จํานวนรายงานที่ไดรับระหวางป พ.ศ. 2559-2563 จําแนกตามผูสงรายงานและประเภทรายงาน
ป บุคลากรทางการแพทย Device Defect ผปู ระกอบการ
AE (ฉบบั ) ในประเทศ* Adverse Event FSCA
ไทย ตา งประเทศ ไทย ตางประเทศ ไทย ตา งประเทศ
2559 2 5 737 11 1,250 84 30
2560 0 145 11,919 102 8,099 198 120
2561 1 109 12,660 80 9,976 316 129
2562 0 142 9,707 100 13,319 342 164
2563 1 203 8,271 113 22,178 362 130
รวม 4 604 43,294 406 54,822 1,302 573
หมายเหตุ: *ขอ กาํ หนดรายงานของบุคลากรทางการแพทยใ หร ายงานเฉพาะในประเทศไทยเทาน้นั
**ผลิตภณั ฑมีการข้นึ ทะเบยี นกับ อย. แตไมม ผี ลิตภณั ฑใ นประเทศไทย
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 13
6. การจดั การความเสยี่ ง ท่ีพบปญหาเกิดจากรายงานคาไมเปนไปตามชวงท่ี
มาตรฐานกาํ หนด และยงั มมี าตรการจดั การความเสย่ี ง
ขอมูลการเฝาระวังความปลอดภัยดาน เกยี่ วกบั เตา นมเทยี มซลิ โิ คนชนดิ ผวิ ขรขุ ระในประเทศ
เคร่ืองมือแพทยทั้งการติดตามขาวผลิตภัณฑสุขภาพ ไทย โดยกาํ หนดใหม ขี อ ความคาํ เตอื นเกย่ี วกบั การเกดิ
และการรับรายงานระหวางป พ.ศ. 2559-2563 breast implant-associated anaplastic large cell
จะพิจารณาโดยในคณะทํางานประเมินความเส่ียง lymphoma (BIA-ALCL) ที่อาจนําไปสูการเสียชีวิต
ดานเครื่องมือแพทยหรือคณะอนุกรรมการเฝาระวัง ที่นําไปสูการสรางระบบการลงทะเบียนผูปวยเพื่อ
ความปลอดภัยและจัดการความเส่ียงดาน ติดตามการใช3 0
เครอื่ งมอื แพทยเ พอ่ื นาํ ไปสกู ารจดั การความเสย่ี ง โดยผลลพั ธ
ท่ีนาํ ไปสกู ารสื่อสารความเสย่ี งในชว งดังกลาว คอื บทสรปุ
1. จดหมายขา วเกยี่ วกบั ความปลอดภยั ของ ประเทศไทยมรี ะบบรายงานเฝา ระวงั ความ
เคร่ืองมือแพทย (HPVC Safety News) โดยมีเร่ือง ปลอดภัยดานเครื่องมือแพทยซึ่งเปนสวนหนึ่งของ
แจงเตือนเกี่ยวกับเหตุการณไมพึงประสงค ไดแก การเฝาระวังความปลอดภัยดานเคร่ืองมือแพทย
(1) การกรอ นของตาขา ยพยงุ ชอ งคลอด (vaginal mesh ในทอ งตลาดทเ่ี ทยี บเทา นานาประเทศ เพอ่ื ใหผ บู รโิ ภค
erosion) และอาการปวด (pain) ซง่ึ เปน ผลไมพ งึ ประสงค ปลอดภัยจากการใชเคร่ืองมือแพทย โดยไดรับ
ทพ่ี บบอ ยจากการใชผ ลิตภณั ฑ urogynaecological รายงานจากบุคลากรทางการแพทยแบบสมัครใจ
surgical mesh implants ในการรักษาอวัยวะ และผูประกอบการเคร่ืองมือแพทยท่ีเปนภาคบังคับ
ภายในองุ เชงิ กรานหยอ น (pelvicorgan prolapse) ตามกฎหมาย ซ่ึงมีความแตกตางกันในประเด็นของ
และรักษาภาวะกล้ันปสสาวะไมไดหลังมีการเพ่ิม กรอบระยะเวลา แบบรายงานบทลงโทษและขอบเขต
แรงดนั ในชอ งทอ ง (stress urinary incontinence) การรายงาน ผูประกอบการตองสงรายงาน device
(2) แบตเตอรล่ี ดลงกอ นกาํ หนดในเครอ่ื งกระตกุ ไฟฟา defect/adverse event ที่เกิดข้ึนในตางประเทศ
หัวใจ (3) การใช biotin (Vitamin B7; Vitamin H) และรายงาน FSCA เพมิ่ เตมิ จากขอ มลู รายงานทไ่ี ดร บั
ในขนาดสงู กวา 0.03 mg/day อาจรบกวนผลการตรวจ ที่นําไปสูการจัดการความเสี่ยงโดยเรียกคืนสินคา
ทางหองปฏิบัติการดวยวิธีการทดสอบทางอิมมูน และแจง เตอื นความปลอดภยั อยา งไรกต็ าม เนอื่ งจาก
(immunoassays) รายงานที่ไดรับจากบุคลากรทางการแพทยนอย
อาจสง ผลการจดั การความเสยี่ งในประเทศไทย ดงั นนั้
2. การสอื่ สารความเสยี่ งเกยี่ วกบั การเรยี กคนื บคุ ลากรทางการแพทยต อ งตระหนกั และใหค วามรว มมอื
เครอื่ งมอื แพทยจ าํ นวน 85 ฉบบั ซงึ่ เปน การดาํ เนนิ การ รายงานการเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นเครอ่ื งมอื แพทย
ดวยความสมัครใจโดยผูผลิต การเรียกคืนสวนใหญ โดยเฉพาะอยา งย่ิงตอรายงานเสยี ชีวิตหรือเกดิ ภาวะ
เปนเคร่ืองมือแพทยที่ไมใชเคร่ืองมือแพทยสําหรับ อนั ตรายรา ยแรงให อย. โดยตรงหรอื แจง ผปู ระกอบการ
การวินิจฉัยภายนอกรางกาย (non-IVD) จํานวน เคร่ืองมือแพทยเมื่อพบปญหา เพ่ือปองกันปญหา
67 เรือ่ ง เชน กลมุ เคร่ืองมอื แพทยสาํ หรบั การผา ตัด ท่ีเกิดข้ึนซํ้า ตลอดจนวิเคราะหปญหา ประเมิน
กระดกู และขอ ดวงตา เปน ตน ในจาํ นวนนเ้ี ปน ปญ หา จัดลําดับความเสี่ยงในการบริหารจัดการความเส่ียง
ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั device defect 72 ฉบบั โดยพบสาเหตุ ดา นเครอ่ื งมอื แพทย ทน่ี าํ ไปสกู ารปรบั ปรงุ กฎระเบยี บ
จากภาชนะบรรจปุ ด ไมส นทิ หรอื พบรอยรวั่ ทาํ อาจสง ผล เพ่ือใชคุมครองผูบริโภคใหปลอดภัยจากการใช
ทําใหเครื่องมือแพทยไมปราศจากเช้ือไดการแตก เครื่องมอื แพทย
หลดุ หกั ระหวา งการใชง าน และเปน เครอ่ื งมอื แพทยส าํ หรบั
การวนิ จิ ฉัยภายนอกรางกาย (IVD) จํานวน 12 ฉบบั
14 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
เอกสารอา งองิ 9. European Commission DG Health and Consumers
(SANCO). Guidelines on a medical devices
1. พระราชบญั ญตั เิ ครอื่ งมอื แพทย (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562. vigilance system [Internet]. Brussels: SANCO; 2013
ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 136, ตอนที่ 56 ก (ลงวันท่ี [cited 2021 Apr 27]. Available from: https://
30 เมษายน 2562). ec.europa.eu/docsroom/documents/32305/
attachments/1/translations
2. ศนู ยค วามเปน เลศิ ดา นชวี วทิ ยาศาสตร (องคก ารมหาชน).
แนวโนม และสภาวะตลาดอตุ สาหกรรมเครื่องมอื แพทย 10. สฮุ วง ฐติ สิ ตั ยากร. ระบบแจง เตอื นผลติ ภณั ฑเ ครอื่ งมอื
2563-2564 [อนิ เทอรเ นต็ ]. กรงุ เทพฯ: ศนู ยค วามเปน เลศิ แพทยภ ายหลงั ออกสทู อ งตลาด. วารสารขา วสารดา นยา
ดา นชวี วทิ ยาศาสตร; 2563 [เขา ถงึ เมอื่ 20 ม.ค. 2564]. และผลติ ภณั ฑสุขภาพ 2553;13(2):42-44.
เขา ถงึ ไดจ าก: http://www.tcels.or.th/Resources/
Technology-Trends/2268?k=3F34FAR8TRF1STD4 11. International Medical Device Regulators Forum.
About IMDRF [Internet]. IMDRF; 2021 [cited
3. พระราชบญั ญตั เิ ครอื่ งมอื แพทย พ.ศ. 2551. ราชกจิ จา 2021 Jan 15]. Available from: http://www.
นุเบกษา เลมที่ 125, ตอนท่ี 43 ก (ลงวันท่ี 5 มีนาคม imdrf.org/about/about.asp
2551).
12. International Medical Device Regulators Forum.
4. U.S. Food and Drug Administration. List of Medical devices: post-market surveillance:
device recall [Internet]. Maryland: U.S. FDA; national competent authority report exchange
2017 [cited 2017 Feb 10]. Available from: criteria and report form [Internet]. IMDRF; 2017
http://www.fda.gov/MedicalDevices/Safety/ [cited 2021 Jan 15]. Available from: http://
ListofRecalls/default.htm www.imdrf.org/docs/imdrf/final/technical/
imdrf-tech-170921-pms-ncar-n14-r2.pdf
5. Connor MJ, Marshall DC, Moiseenko V. Adverse
events involving radiation oncology medical 13. ASEAN Medical Device Directive. ASEAN
devices: comprehensive analysis of US Food agreement on medical device directive [Internet].
and Drug Administration data, 1991 to 2015. Jakarta: ASEAN; 2015 [cited 2021 Jan 15].
Int J Radiat Oncol Biol Phys 2017;97(1):18-26. Available from: https://asean.org/wp-content/
doi: 10.1016/j.ijrobp.2016.08.050 uploads/2016/06/22.-September-2015-ASEAN-
Medical-Device-Directive.pdf
6. Von MD, Heinz BC, Lofler BG, Mellert F. Incidents
of malfunction of mechanical heart valves as 14. สฮุ วง ฐติ สิ ตั ยากร. ระบบเฝา ระวงั ดา นเครอ่ื งมอื เเพทย:
reported to the German medical devices vigilance กรณีศึกษาการดําเนินการแกไขเพื่อความปลอดภัย
system. Dtsch Med Wochenschr 2008;133(40): จากการใช. นนทบรุ :ี สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหาร
2008-13. doi: 10.1055/s-0028-1085609. PMID: และยา; 2560.
18819043.
15. U.S. Food and Drug Administration. Medical
7. Srinivasa DR, Mitranda RN, Kaura A, Francis AM, device reporting (MDR): how to report medical
Campanale A, et al. Global adverse event reports device problems [Internet]. Maryland: U.S. FDA;
of breast implant-associated ALCL: an inter 2020 [cited 2021 Apr 27]. Available from:
national review of 40 government authority https://www.fda.gov/medical-devices/medical-
databases. Plast Reconstr Surg 2017;139(5):1029- device-safety/medical-device-reporting-mdr-
1039. doi: 10.1097/PRS.0000000000003233. how-report-medical-device-problems
PMID: 28157770.
16. U.S. Food and Drug Administration. Medical
8. กองควบคมุ เครอื่ งมอื แพทย. หลกั เกณฑก ารจดั ประเภท device reporting for manufacturers: guidance
เครื่องมือแพทยตามความเส่ียง. กรุงเทพฯ: อักษร
กราฟฟคแอนดด ีไซน; 2558.
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 15
for industry and Food and Drug Administration [เขาถึงเมื่อ 11 ม.ค. 2564]. เขาถึงไดจาก: http://
staff [Internet]. Maryland: U.S. FDA; 2016 [cited thaihpvc.fda.moph.go.th/thaihvc/index.js
2021 Apr 27]. Available from: https://www. 24. Shukla S. Medical devices regulatory harmonisation
fda.gov/regulatory-information/search-fda- training program: post market programs; Manila,
guidance-documents/medical-device-reporting- Philippines 2019 August 4-5. 2019.
manufacturers 25. ปฐม สวรรคป ญ ญาเลศิ , วมิ ล สวุ รรณเกษาวงษ. ระบบ
17. ยวุ ดี พฒั นวงศ. การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพของระบบเฝา ระวงั เฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพประเทศไทย.
จากการใชเ ครอ่ื งมอื แพทยห ลงั ออกสตู ลาดในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สํานกั งานพระพทุ ธศาสนาแหงชาติ; 2559.
วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 2561; 26. กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
14(1):76. เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการจดั ทาํ รายงาน
18. Medical Device Safety Division, Office of Safety. ผลการทํางานอันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทยหรือผล
Post-market safety measures for medical devices อันไมพึงประสงคท่ีเกิดข้ึนกับผูบริโภค และรายงาน
in Japan. AHC pharmacovigilance workshop on การดําเนินการแกไข. ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 133,
2016 September 5, 2016; Soul South Korea; 2016. ตอนพิเศษ 102 ง (ลงวนั ที่ 4 พฤษภาคม 2559).
19. Takako NIWA. Post Market Safety Measures for 27. กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
Medical Devices in Japan. 3rd Thailand-Japan เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการจดั ทาํ รายงาน
symposium. 2016 March 24; Bangkok; 2016. ผลการทํางานอันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทยหรือ
20. Health Sciences Authority. Adverse events เหตกุ ารณอ นั ไมพ งึ ประสงคท เ่ี กดิ ขนึ้ กบั ผบู รโิ ภค และ
reporting of medical devices [Internet]. HAS: รายงานการดาํ เนนิ การแกไ ขเพอื่ ความปลอดภยั ในการใช
Singapore; 2019 [cited 2021 Apr 27]. Available เครอ่ื งมอื แพทย พ.ศ. 2563. ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ท่ี
from: https://www.hsa.gov.sg/medical-devices/ 137, ตอนพิเศษ 286 ง (ลงวันท่ี 7 ธันวาคม 2563).
adverse-events 28. กระทรวงสาธารณสขุ . ประกาศสาํ นกั งานคณะกรรมการ
21. Health Sciences Authority. Field safety corrective อาหารและยา เรอ่ื ง กาํ หนดแบบรายงานตามประกาศ
action reporting [Internet]. HAS: Singapore; 2021 กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และ
[cited 2021 Apr 27]. Available from: https:// เงอื่ นไขในการจดั ทาํ รายงานผลการทาํ งานอนั ผดิ ปกติ
www.hsa.gov.sg/medical-devices/field-safety- ของเครื่องมือแพทยหรือเหตุการณอันไมพึงประสงค
corrective-action ทเี่ กดิ ขนึ้ กบั ผบู รโิ ภค และรายงานการดาํ เนนิ การแกไ ข
22. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ. เพอ่ื ความปลอดภยั ในการใชเ ครอื่ งมอื แพทย พ.ศ. 2563.
แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการเฝา ระวงั เหตกุ ารณไ มพ งึ ประสงค ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 138, ตอนพิเศษ 27 ง
จากการใชผ ลติ ภณั ฑส ขุ ภาพสาํ หรบั บคุ ลากรทางดา น (ลงวนั ที่ 4 กมุ ภาพันธ 2564).
สาธารณสุข [อินเทอรเน็ต]. นนทบุรี: ศูนยเฝาระวัง 29. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ.
ความปลอดภยั ดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ; 2559 [เขา ถงึ เมอื่ AE online reporting (ระบบใหม) [อินเทอรเน็ต].
11 ม.ค. 2564]. เขา ถงึ ไดจ าก: http://hpvc.fda.moph. นนทบุร:ี ศูนยเฝาระวงั ความปลอดภัยดานผลติ ภณั ฑ
go.th/AEINFO/NewsPublishView.aspx?ID=11543 สขุ ภาพ; 2564 [เขา ถงึ เมอื่ 10 ม.ค. 2564]. เขา ถงึ ไดจ าก:
23. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ. http://thaihpvc.fda.moph.go.th/thaihvc/index.jsf
แนวทางสําหรับผูประกอบการในการรายงานผลการ 30. ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ.
ทํางานอันผิดปกติของเคร่ืองมือแพทยหรือเหตุการณ ขาวเก่ียวกับความปลอดภัย [อินเทอรเน็ต]. นนทบุรี:
ไมพึงประสงคท่ีเกิดขึ้นกับผูบริโภค และรายงาน ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ;
การดําเนินการแกไขเพ่ือความปลอดภัยในการใช 2564 [เขาถึงเมื่อ 11 ม.ค. 2564]. เขาถึงไดจาก:
เคร่อื งมือแพทย 2564 [อนิ เทอรเ น็ต]. นนทบุร:ี ศนู ย http://hpvc.fda.moph.go.th/AEINFO/News
เฝาระวังความปลอดภยั ดานผลิตภัณฑสุขภาพ; 2564 PublishIndex.aspx
16 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
บทความวจิ ัย Research Article
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
ความคิดเห็นของบุคลากรดานสาธารณสุขและประชาชนตอการใหบริการ
ขายยาออนไลนข องรานขายยาไทยในยคุ วถิ ีใหม
อรัญญา เทพพิทักษ1
1กองยา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา นนทบุรี
ที่อยูติดตอ: อรัญญา เทพพิทักษ กองยา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถนนติวานนท อําเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
[email protected]
Perceptions of Healthcare Professionals and People on Online
Pharmacy Services of Thai Community Pharmacies in New
Normal Lifestyle
Aranya Theppithuk1
1Bureau of Drug, Food and Drug Administration, Nonthaburi, Thailand
Contact address: Aranya Theppithuk, Bureau of Drug, Food and Drug Administration, Tiwanon Road, Mueang District,
Nonthaburi, Thailand, 11000, [email protected]
Received: 19 Septembe 2021, Revised: 12 November 2021, Accepted: 12 November 2021
Abstract
Background: The behaviour of consumers seems to be changed as a result of the pandemic
of the COVID-19 that has spread across Thailand since the beginning of 2020, it was found
that the number of consumers who bought products including pharmaceutical products
through online platforms increasingly. However, the Thai law do not allow online medicine
sale while some countries such as the United States, United Kingdom, and Canada permit
online pharmacies as under certain conditions or has specific laws and regulation for medicine
distribution. Therefore, whether the Thai law and regulation is to be revised in accordance
with the new normal lifestyle era, both positive and negative impacts must be study to establish
preventive measures to solve the problems.
Objective: To explore the opinions and perspectives of healthcare professionals and people
on the health services of pharmacies in the form of providing online medicine sale services.
Research Method: This study was a survey research by using Google Form questionnaire via
a target group of healthcare professionals and people. The survey period was 8 days, used
convenient randomised sampling of 400 samples with a confidence level of 95%, of which
711 samples were collected.
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 17
Results: The results were summarised as follows: the first part, general information, there were
711 survey respondents, 27.43% male, 69.76% female, 2.81% unspecified, mostly in the age
range of 30-50 years, 61.32%. at the bachelor's degree level, 60.76%. The second part was
general knowledge survey about drug sales laws, of which 84.39% knew that selling drugs
must be licensed. There was a pharmacist on duty to control the selling drugs. The online
pharmacies were not allowed. The third part was a survey to study the general behaviour of
shopping via online platforms. It was found that 75.53% of people used to buy products and
22.22% used to buy medicines. The age range of 30-40 years was the most buyers, which was
80.45%. When sorting out the popularity of the platform, it was found that Shopee was the most
at 63.99%. The factor which most people considered before making a decision to purchase
a product/service was the price factor accounted for 81.15%. The last part was a study of
opinions on the amendment of the law, it found that 68.35% agreed with. The most chosen
positive impact was the cost savings and travel time. Most selective negative impact was to
increase the risk of drug abuse. The most necessary measures of laws and regulations on online
pharmacies was to prepare the list of medicines that were prohibited selling.
Conclusion: Most respondents as a pharmacist and people, two third of survey respondents
agreed to allow the sale of pharmaceutical products through online platforms. This study
suggests such as organising an audit system, also verifying the identity and duties of a pharmacist.
Classification of drugs that could be sale or the platform used should be specifically designed.
Keywords: pharmacy, online pharmacy, pharmacist, impact, control the selling drugs
บทคดั ยอ
ความสําคัญ: ดวยพฤติกรรมของผูบริโภคท่ีเปล่ียนไป อันเปนผลสืบเน่ืองจากการแพรระบาดของเช้ือไวรัส
โควดิ -19 ทเี่ ขา มาประเทศไทยตงั้ แตต น ป 2563 พบผบู รโิ ภคนยิ มซอื้ สนิ คา รวมไปถงึ ผลติ ภณั ฑย าผา นแพลตฟอรม
ออนไลนม ากขนึ้ แตก ฎหมายไทยไมอ นญุ าตใหข ายยาออนไลน ขณะทกี่ ฎหมายบางประเทศเชน สหรฐั อเมรกิ า
สหราชอาณาจักร แคนาดา อนุญาตรานขายยาออนไลนได ภายใตเง่ือนไขหรือมีกฎหมายเฉพาะควบคุม กํากับ
การกระจายยา ดงั นนั้ หากจะปรบั แกก ฎหมายใหส อดคลอ งกบั ยคุ วถิ ชี วี ติ ใหม จงึ ตอ งศกึ ษาผลกระทบทงั้ ดา นบวก
และลบ เพื่อจัดทํามาตรการปอ งกันแกไ ขปญ หา
วัตถุประสงค: เพื่อสํารวจความคิดเห็นและมุมมองของบุคลากรทางดานสาธารณสุขและประชาชนท่ัวไป
ทมี่ ตี อ การใหบ รกิ ารดา นสขุ ภาพของรา นขายยาในรปู แบบการใหบ รกิ ารและขายยาผา นแพลตฟอรม สอื่ ออนไลน
วธิ กี ารวิจัย: เปนการวิจยั เชงิ สาํ รวจ (survey research) โดยใชแ บบสอบถาม Google Form กลมุ เปาหมาย
บคุ ลากรดา นสาธารณสขุ และประชาชน เวลาสาํ รวจ 8 วนั ใชส มุ ตวั อยา งแบบตามสะดวก จาํ นวน 400 ตวั อยา ง
ทร่ี ะดับความเช่ือม่ันที่ 95% โดยเกบ็ ตัวอยา งได 711 ตัวอยา ง
ผลการศึกษา: สรุปดังนี้ สวนท่ี 1 ขอมูลทั่วไป มีผูตอบแบบสํารวจ 711 คน เปนเพศชาย รอยละ 27.43
เพศหญงิ รอ ยละ 69.76 ไมร ะบเุ พศ รอ ยละ 2.81 อยใู นชว งอายุ 30-50 ป รอ ยละ 61.32 ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี
รอยละ 60.76 สวนที่ 2 การสํารวจความรูท่ัวไปเก่ียวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบัน ซึ่งรอยละ 84.39
ทราบวาการขายยาแผนปจจุบันตองไดรับใบอนุญาตฯ มีเภสัชกรอยูปฏิบัติหนาท่ี และปจจุบันไมอนุญาตให
18 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ขายยาผานแพลตฟอรมออนไลน สวนท่ี 3 พฤติกรรมท่ัวไปในการเลือกซ้ือสินคาผานแพลตฟอรมออนไลน
พบมผี เู คยซอื้ สนิ คา รอ ยละ 75.53 และเคยซอื้ ยารอ ยละ 22.22 โดยชว งอายุ 30-40 ปซ อ้ื มากทสี่ ดุ รอ ยละ 80.45
เมื่อเรียงลําดับความนิยมแพลตฟอรมพบวาเปน Shopee มากท่ีสุด รอยละ 63.99 ซ่ึงปจจัยที่คนสวนใหญ
คํานึงถึงกอนการตัดสินใจเลือกซ้ือสินคา/บริการ คือ ปจจัยดานราคา รอยละ 81.15 สวนที่ 4 ความคิดเห็น
ในการปรบั แกไ ขกฎหมาย พบวา รอ ยละ 68.35 เหน็ ดว ย โดยผลกระทบดา นบวกทเ่ี ลอื กมากทส่ี ดุ คอื การประหยดั
คา ใชจา ยและเวลาในการเดนิ ทาง สวนผลกระทบดานลบทีเ่ ลือกมากที่สดุ คอื การเพ่มิ ความเส่ยี งตอการนาํ ยา
ไปใชใ นทางทผ่ี ดิ สว นเงอ่ื นไขทจ่ี าํ เปน มากทสี่ ดุ ในการควบคมุ กาํ กบั คอื การกาํ หนดกรอบรายการยาทไี่ มอ นญุ าต
ใหขาย
สรุป: ผูตอบแบบสํารวจสวนใหญเปนเภสัชกรและประชาชน โดยกลุมตัวอยาง 2 ใน 3 เห็นดวยกับการ
อนุญาตใหขายยาผานแพลตฟอรมสื่อออนไลน โดยมีขอเสนอแนะ เชน การจัดระบบตรวจสอบ ยืนยันตัวตน
และการปฏิบัติหนาที่ของเภสัชกร การจัดประเภทรายการยาท่ีขายได หรือแพลตฟอรมท่ีใชควรออกแบบ
เฉพาะเจาะจง
คําสําคัญ: รานขายยา ขายยาออนไลน เภสัชกร ผลกระทบ การควบคุมกาํ กับ
บทนาํ ตามความตอ งการของผบู รโิ ภค ซง่ึ รวมไปถงึ ผลติ ภณั ฑ
ยาดว ย
ดว ยพฤตกิ รรมของผบู รโิ ภคทเี่ ปลย่ี นไปใน
ปจ จบุ นั อนั เปน ผลสบื เนอ่ื งจากสถานการณก ารแพร การที่ผูบริโภคส่ังซ้ือยามาใชเองจาก
ระบาดของเชอื้ ไวรสั โควดิ -19 ทเ่ี ขา มาสปู ระเทศไทย แหลงขายในสื่อออนไลนที่ไมสามารถทราบที่ต้ัง
ตงั้ แตช ว งตน ป พ.ศ. 2563 จนถงึ ปจ จบุ นั 1 การสงั่ ซอื้ เปนหลักแหลงของสถานที่ขายยาและไมนาเชื่อถือ
สินคาและบริการผานระบบพาณิชยอิเล็กทรอนิกส ที่แฝงอยูตามแพลตฟอรมตาง ๆ เชน เฟซบุก กลุม
หรืออีคอมเมิรช ซึ่งเปนระบบบริการที่ตอบโจทย ตลาดออนไลนห รอื อ-ี มารเ กต็ เพลส หรอื แอปพลเิ คชนั
พฤติกรรมการบริโภค เน่ืองดวยความสะดวกสบาย ตา ง ๆ นน้ั จากงานศกึ ษาวจิ ยั ของประกาย หมายมน่ั
ไมต อ งเดนิ ทาง ลดการพบปะกนั ระหวา งผคู น หลกี เลย่ี ง พบวาในเว็ปไซตขายสินคามีการโฆษณาขายยาเปน
การใกลชิดกับบุคคลอ่ืนซ่ึงไมสามารถคาดเดาไดวา สินคาเพอื่ จําหนา ย ถึงแมวา เวบ็ ไซตจ ะมีการกําหนด
เปนผูท่ีกระจายเช้ือไวรัสโควิด-19 ใหกับเราหรือไม นโยบายและขอกําหนดในการแสดงรายการสินคา
จากผลสํารวจของสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง ทห่ี า มขายยาหรอื สนิ คา ทผี่ ดิ กฎหมาย โดยการศกึ ษา
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส กระทรวงดจิ ทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คม พบท้ังการขายยาที่ไมไดขึ้นทะเบียนตํารับ การขาย
ที่ไดจัดทําการสํารวจมูลคาพาณิชยอิเล็กทรอนิกส ยาแผนปจจุบัน ทั้งยาควบคุมพิเศษ ยาอันตราย
ในประเทศไทยป 2562 พบวาเพ่ิมขึ้นอยางตอเนื่อง ยาทไ่ี มใ ชย าอนั ตรายและยาควบคมุ พเิ ศษ โดยรายการ
สะทอนปจจัยหลายอยาง โดยเฉพาะอยางยิ่งในชวง ยาท่ีขายท่ีมีผลกระทบตอระบบสุขภาพอยางมาก
วกิ ฤตโควดิ -19 ทวี่ ถิ คี วามปรกตใิ หมห รอื new normal คือ กลุมยาปฏิชีวนะ เนื่องจากทําใหเกิดการใชยา
ที่ผลกั ดันใหคนตอ งพึ่งเทคโนโลยีมากกวา เดมิ เพื่อลด ไมส มเหตผุ ลและปญ หาเชอื้ ดอื้ ยา จดั เปน ความเสยี่ ง
การพบปะกนั สง ผลใหเ กดิ การทาํ ธรุ กรรมทางออนไลน ตอการเกิดอันตรายตอสุขภาพของประชาชนเปน
มากขน้ึ 2 การซอื้ ขายออนไลนจ งึ เปน การลดโอกาสเสยี่ ง อยา งยง่ิ เพราะอาจไดร บั ยาทไ่ี มถ กู ตอ งกบั โรค กบั คน
ของการติดเช้ือไวรัสโควิด-19 ไดท้ังผูซื้อและผูขาย ทําใหเสียโอกาสในการรับการรักษาท่ีถูกตองตาม
โดยสนิ คา และบรกิ ารมใี หเ ลอื กมากมายและหลากหลาย
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 19
หลกั วชิ าการ หรอื อาจไดรับอนั ตรายจากการบรโิ ภค ของรานขายยาออนไลน โดยรานขายยาออนไลน
ยาปลอมหรือยาทไี่ มไดค ุณภาพมาตรฐาน3 ท่ีผานการรับรองโดยหนวยงานรัฐจะมีการแสดง
สัญลักษณหรือโลโกรับรอง (regulatory logos)
จากขอ มลู ของศนู ยจ ดั การเรอ่ื งรอ งเรยี นและ บนหนาเว็ปไซตปรากฏใหประชาชนทราบ ทั้งนี้
ปราบปรามการกระทาํ ผดิ กฎหมายเกยี่ วกบั ผลติ ภณั ฑ บนหนา เวบ็ ไซตท ผี่ า นการรบั รองรา นขายยาออนไลน
สขุ ภาพ (ศรป.) สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา จะถกู กาํ หนดใหต อ งแสดง ชอื่ เจา ของหรอื ผรู บั อนญุ าต
(อย.) ระหวา งวนั ท่ี 1 กมุ ภาพนั ธ 2563 - 30 เมษายน ชื่อผูจัดการ สถานที่ต้ังของราน ท่ีอยู และชองทาง
2564 อย. ไดส่ังระงับโฆษณาขายยาและดําเนินคดี การตดิ ตอ รวมถงึ หมายเลขโทรศพั ททตี่ ดิ ตอได และ
กบั ผูทกี่ ระทําการโฆษณาขายยาฝา ฝนมาตรา 88 (6) ยังกําหนดไปถึงการควบคุมเก่ียวกับยา การระบุถึง
และมาตรา 88 ทวิ แหง พระราชบญั ญตั ยิ า พ.ศ. 2510 ขอ มลู ทเ่ี ปน คาํ เตอื นของยา (caution) ขอ หา มในการ
จาํ นวน 226 คดี เฉลย่ี เดอื นละ 15.07 เรอื่ ง ซงึ่ เพม่ิ ขนึ้ ใชย า (contraindication) คาํ เตอื นเกย่ี วกบั อนั ตรกริ ยิ า
รอ ยละ 101.89 เมอื่ เทยี บกบั ชว งกอ นการแพรร ะบาด (interactions) การระบุไดถึงตัวตนกับการควบคุม
ของเชอื้ ไวรสั โควดิ -19 ระหวา งวนั ที่ 1 ตลุ าคม 2562- จาํ นวนทีส่ ามารถส่ังซอ้ื ได7 -8
31 มกราคม 2563 ทมี่ ี 30 คดี เฉลยี่ เดอื นละ 7.5 เรอื่ ง
ชองทางที่พบการโฆษณาขายยาทางส่ือออนไลน ถงึ แมว า การอนญุ าตขายยาออนไลน จะทาํ ให
และแพลตฟอรมอีมารเก็ตเพลสท่ีผิดกฎหมายสูงสุด ผูบริโภคไดเพิ่มทางเลือกในการเขาถึงบริการจาก
5 อันดับแรกคือ Shopee 70 รายการ LAZADA แหลง ขายยาท่ีม่นั ใจไดถงึ ความปลอดภัยในการใชยา
68 รายการ เฟซบุก 46 รายการ เว็บไซตทั่วไป การไดรบั คําแนะนาํ ในการรกั ษา ทถี่ ูกตองเหมาะสม
18 รายการ และ Instagram 5 รายการ4 ยาท่ไี ดร ับ จากเภสัชกรผูมีหนาท่ีปฏิบัติการในรานขายยา
เรื่องรอ งเรียนสว นใหญเปนกลุมประเภทยาอันตราย ลดความเสี่ยงตอการเกิดอันตรายตอสุขภาพของ
ซง่ึ การควบคมุ ตามกฎหมายวา ดว ยยาของประเทศไทย ประชาชน ลดความเสย่ี งจากการไดร บั ยาทไี่ มไ ดค ณุ ภาพ
ในปจจุบันน้ัน สถานท่ีขายยาตองไดรับใบอนุญาต หรอื ไมป ลอดภยั จากแหลง ขายออนไลนท ผ่ี ดิ กฎหมาย
ขายยาแผนปจจุบัน และตองควบคุมการสงมอบ และเปนการสงเสริมภาคธุรกิจท่ีสอดคลองกับสภาพ
ยาอนั ตราย ยาควบคุมพิเศษ โดยเภสชั กรผูม ีหนาท่ี ตลาดหรอื ความตอ งการของผบู รโิ ภคทเี่ ปลย่ี นแปลงไป
ปฏิบัติการ ณ สถานท่ีขายยาแผนปจจุบันเทาน้ัน กต็ าม แตใ นขณะเดยี วกนั หากมาตรการควบคมุ กาํ กบั
ไมอ นญุ าตใหข ายยาทางสอื่ ออนไลนห รอื แพลตฟอรม เพอื่ ปองกันและแกไขปญ หาในเชงิ ระบบไมเหมาะสม
อีมารเก็ตเพลส เวนแตยาสามัญประจําบานท่ีไดรับ กบั สภาวะการณท พ่ี บ อาจสง ผลกระทบตอ ประชาชน
อนญุ าตโฆษณาขายยาทางสอ่ื อนิ เทอรเ นต็ เทา นน้ั จงึ จะ ในวงกวา ง ทง้ั เรอื่ งความปลอดภยั ดา นสขุ ภาพอนามยั
สามารถขายออนไลนได5-6 ในขณะที่ในตางประเทศ และความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส นิ ของประชาชนได
บางประเทศ เชน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ดงั นน้ั สง่ิ ทห่ี นว ยงานภาครฐั ควรดาํ เนนิ การควบคกู นั คอื
แคนาดา มีการออกกฎหมายอนุญาตรานขายยา การทาํ หนา ทคี่ มุ ครองผบู รโิ ภคใหไ ดร บั ความปลอดภยั
ออนไลน (online pharmacy) ได ทําใหประชาชน จากการบริโภคผลิตภัณฑที่มีการซื้อขายทางตลาด
สามารถซื้อยาออนไลนจากแหลงท่ีถูกกฎหมาย ออนไลนดวย ดังน้ันการศึกษาวิจัยในเชิงการสํารวจ
ภายใตเ งอ่ื นไขทกี่ ฎหมายกาํ หนด หรอื ภายใตก ฎหมาย ความคิดเห็นของบุคลากรทางดานสาธารณสุขและ
เฉพาะเพ่ือควบคุม กํากับ การกระจายยาท่ีเปนกลุม ประชาชนทว่ั ไปทมี่ ตี อ การอนญุ าตใหร า นขายยาสามารถ
สารควบคมุ (controlled substance) โดยมสี มาคม ใหบรกิ ารขายยาออนไลนได จงึ มีความจาํ เปนเพราะ
วิชาชีพเภสัชกรรมแหงชาติ รวบรวมขอมูลเก่ียวกับ จะชว ยใหมีขอมลู ในการควบคุม กํากบั ดูแล การขาย
รา นขายยา เภสชั กร ทาํ หนา ทต่ี รวจสอบความถกู ตอ ง ยาแผนปจ จุบันใหสอดรับกับยุควถิ ีชวี ิตใหมตอ ไป
20 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
วตั ถปุ ระสงค มคี วามจาํ เปน มากนอ ยเพยี งใด รวมไปถงึ การเหน็ ดว ย
หรือไมเห็นดวยตอการปรับแกไขกฎหมายใหราน
เพื่อสํารวจความคิดเห็นและมุมมองของ ขายยาสามารถใหบ รกิ ารขายยาออนไลนไ ด มคี าํ ตอบ
บุคลากรทางดานสาธารณสุขและประชาชนท่ัวไป เปนแบบมาตรวัดประมาณคาของลิเคิรท (Likert
ที่มีตอการใหบริการดานสุขภาพของรานขายยา rating scale) 5 ระดบั คอื ระดบั 1 นอ ยทสี่ ดุ ระดบั 2
แผนปจ จบุ นั ในรูปแบบการใหบ รกิ ารและขายยาผาน นอ ย ระดบั 3 ปานกลาง ระดบั 4 มาก และระดบั 5
แพลตฟอรมสอ่ื ออนไลน มากทส่ี ดุ 10 และสว นท่ี 5 ขอ คดิ เหน็ และขอ เสนอแนะ
ของผูตอบแบบสอบถาม ซ่ึงไดใหผูเช่ียวชาญจํานวน
ระเบยี บวิธกี ารวจิ ัย 3 คน ใหคําแนะนําและพิจารณาความครอบคลุม
ประเด็นขอคําถาม และไดปรับแกไขใหสมบูรณกอน
วิธกี ารวจิ ัย การสาํ รวจ
เปนการศึกษาวิจัยเชิงสํารวจ (survey การรวบรวมขอมูล
research) สงแบบสอบถามความคิดเห็นซึ่งเปนแบบ
กลมุ ตัวอยาง สอบถามทสี่ รา งขนึ้ เองเปน google form สง ผา นไลน
ทเี่ ปน เครอื ขา ยในการทาํ งาน กลมุ เครอื ขา ยคมุ ครอง
ใชวิธีสุมตัวอยางแบบตามสะดวก (con ผบู ริโภค กลมุ ชมรมเภสัชสาธารณสุข กลมุ เครอื ขาย
venience sampling) โดยสง แบบสอบถามในรปู แบบ จัดการโฆษณาท่ีมีบุคลากรหลากหลายอาชีพทั้งทาง
Google Form ไปยังกลุมตัวอยางท่ีเปนผูประกอบ ดา นสาธารณสขุ และกลมุ ประชาชนทว่ั ไป ใชร ะยะเวลา
วิชาชีพดานสาธารณสุข ไดแก แพทย เภสัชกร ดาํ เนนิ การสํารวจความคดิ เหน็ ระหวา งวันที่ 17- 24
ทันตแพทย พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข กรกฎาคม 2564 รวม 8 วนั
และกลมุ ประชาชนทวั่ ไป โดยกาํ หนดขนาดกลมุ ตวั อยา ง การวเิ คราะหขอ มลู
จาํ นวน 400 ตัวอยาง จากการใชต ารางสูตรสําเร็จรปู
ของ Yamane ท่ีระดับความคลาดเคลื่อน 5%9 วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณรายงานโดยใช
เก็บตัวอยางไดท้งั สิน้ 711 ตัวอยา ง สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) ไดแก
เครื่องมอื ที่ใช คา ความถ่ี และรอ ยละ สว นขอ มลู เชงิ คณุ ภาพรายงาน
โดยใชวิเคราะหแกนสาระ (thematic analysis)
ใชแ บบสอบถามในรปู แบบ Google Form โดยผวู จิ ัย
โดยแบง ออกเปน 5 สว น ดงั นี้ สวนท่ี 1 ขอ มลู ทว่ั ไป
ของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ ชวงอายุ ระดับ ผลการศึกษา
การศึกษาสุงสุด ตําแหนง/อาชีพ สวนที่ 2 ความรู
ท่ัวไปของผูตอบในเร่ืองเกี่ยวกับกฎหมายการขาย 1. ขอ มูลท่วั ไป
ยาแผนปจจุบัน มีคําตอบใหเลือก 2 ทางเลือกคือ คุณลักษณะทัว่ ไปของกลุม ตวั อยางจํานวน
ใช และไมใ ช สว นท่ี 3 พฤติกรรมทว่ั ไปในการเลือก
ซ้ือสินคาผานระบบบริการแพลตฟอรมออนไลน 711 คน พบวาสวนใหญเปนเพศหญิง รอยละ 69.76
สวนที่ 4 ความคิดเห็นตอการใหบริการรานขายยา เม่ือแบงตามชวงอายุของผูตอบแบบเรียงลําดับจาก
ผานแพลตฟอรมออนไลนหากรานขายยาสามารถ มากไปนอยคือ ชวงอายุ 30-40 ป รอยละ 30.94
ใหบริการขายยาออนไลนไ ด จะสงผลกระทบในดาน ชว งอายุ 41-50 ป รอ ยละ 30.38 ชว งอายุ 51-60 ป
บวกและดานลบตอระบบสุขภาพของประเทศไทย รอ ยละ 19.27 ชว งอายุตํ่ากวา 30 ป รอ ยละ 13.92
และการกําหนดหลกั เกณฑ หรอื เง่ือนไขเพอื่ ปอ งกัน
การเกิดผลกระทบเชิงลบตอระบบสุขภาพของไทย
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 21
และชวงอายุ 60 ปข้ึนไป รอยละ 5.49 สวนใหญมี 2. ความรูทั่วไปเก่ียวกับกฎหมายการขายยาแผน
ระดับการศึกษาสูงสุดคือปริญญาตรี รอยละ 60.76 ปจจุบัน
รองลงมาปรญิ ญาโท รอ ยละ 28.69 ตา่ํ กวา ปรญิ ญาตรี
รอยละ 6.05 และปริญญาเอก รอยละ 4.50 โดย จากการสอบถามความรูทั่วไปของกลุม
บคุ คลทต่ี อบสว นใหญเ ปน บคุ ลากรทางดา นสาธารณสขุ ตัวอยาง 3 ประเด็น พบวา กลุมตัวอยางมีความรู
รอยละ 69.06 และประชาชนท่ัวไป รอยละ 30.94 เกี่ยวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบันท่ีถูกตอง
ซ่ึงในกลุมตําแหนง/อาชีพในกลุมบุคลากรดาน โดยสามารถเลือกคําตอบท่ีถูกตองท้ังสามคําถาม
สาธารณสขุ เปน เภสชั กร รอยละ 60.90 นักวชิ าการ จํานวน 600 คน คิดเปนรอยละ 84.39 เมื่อจําแนก
สาธารณสุข รอยละ 2.81 ทันตแพทย รอยละ 2.11 ประเดน็ ความรพู บวา สว นใหญร อ ยละ 98.72 มคี วามรู
พยาบาลวชิ าชพี รอ ยละ 1.83 และแพทย รอ ยละ 1.41 ทถี่ กู ตอ งมากทส่ี ดุ ในประเดน็ การขายยาอนั ตรายและ
ดังตารางท่ี 1 ยาควบคมุ พเิ ศษของรา นขายยาแผนปจ จบุ นั ทกี่ ฎหมาย
กําหนดใหเ ภสชั กรตอ งมหี นา ที่ปฏิบัติในการควบคมุ
ตารางท่ี 1 ขอมลู ทั่วไปของกลมุ ตวั อยาง (n=711) การสง มอบยาอนั ตราย ยาควบคมุ พเิ ศษ หรอื ยาตาม
ใบสั่งยาของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบ
ขอมลู ท่ัวไป จํานวน (คน) รอยละ โรคศิลปะแผนปจจุบัน หรือผูประกอบการบําบัด
เพศ 195 27.43 โรคสัตว รองลงมาไดแก การขายยาแผนปจจุบัน
496 69.76 ที่ไมใชยาสามัญประจําบาน จะตอ งไดรบั ใบอนญุ าต
ชาย 20 2.81 ขายยาแผนปจ จบุ นั โดยมสี ถานทข่ี ายยาและมเี ภสชั กร
หญงิ 99 13.92 อยปู ฏิบตั หิ นาท่ีตามที่กฎหมายกําหนด และปจจบุ ัน
ไมร ะบุ 220 30.94 ยังไมมกี ฎหมายท่อี นญุ าตใหรานขายยาสามารถขาย
อายุ 216 30.38 ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษผานแพลตฟอรม
ตาํ่ กวา 30 ป 137 19.27 ออนไลนได
31 - 40 ป 39 5.49
41 - 50 ป 43 6.05 และเม่ือจําแนกกลุมตัวอยางเฉพาะที่เปน
51 - 60 ป 432 60.76 ประชาชนทว่ั ไปพบวา มคี วามรทู ว่ั ไปทถี่ กู ตอ งเกย่ี วกบั
60 ปข้ึนไป 204 28.69 กฎหมายการขายยาแผนปจจุบันโดยตอบคําถาม
ระดบั การศึกษา 32 ถูกตองท้ังสามคําถามมีจํานวน 175 คน คิดเปน
ต่ํากวาปรญิ ญาตรี 433 4.5 รอยละ 79.55 ท้ังน้ีเม่ือจําแนกรายขอคําถามพบวา
ปริญญาตรี 20 60.90 มีความรูท่ัวไปนอยที่สุดในประเด็นเร่ืองปจจุบัน
ปริญญาโท 15 2.81 ไมมีกฎหมายที่อนุญาตใหรานขายยาสามารถขาย
ปรญิ ญาเอก 13 2.11 ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษผานแพลตฟอรม
กลมุ บุคคล 10 1.83 ออนไลนไ ด โดยมคี วามรู รอ ยละ 84.09 ดงั ตารางท่ี 2
เภสชั กร 220 1.41
นักวชิ าการสาธารณสขุ 711 30.94
ทันตแพทย 100.00
พยาบาลวชิ าชีพ
แพทย
ประชาชน
รวม
22 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ตารางท่ี 2 จํานวนและรอยละของกลุมตัวอยางทั้งหมดและกลุมตัวอยางเฉพาะประชาชนท่ีมีความรูทั่วไป
ที่ถูกตองเกี่ยวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบันจําแนกตามประเด็นความรู (n=711 และ 220)
ประเดน็ ความรู กลุมตัวอยา งภาพท้งั หมด กลมุ ตัวอยางเฉพาะประชาชน
ใช ไมใ ช สรปุ ถูกตอง ใช ไมใช สรปุ ถกู ตอ ง
1. การขายยาแผนปจจุบันที่ไมใชยาสามัญประจําบาน จะตอง 681 40 681 213 7 213
ไดรับใบอนุญาตขายยาแผนปจจุบัน โดยมีสถานท่ีขายยาและ (95.78) (4.22) (95.78) (96.82) (3.18) (96.82)
มเี ภสชั กรอยูป ฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามทก่ี ฎหมายกําหนด
2. การขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษของรานขายยา 702 9 702 214 6 214
แผนปจจุบันที่กฎหมายกําหนดใหเภสัชกรตองมีหนาท่ีปฏิบัติ (98.72) (1.27) (98.72) (97.27) (2.73) (97.27)
ในการควบคมุ การสง มอบยาอนั ตราย ยาควบคมุ พิเศษ หรือยา
ตามใบสงั่ ยาของผปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผปู ระกอบโรคศลิ ปะ
แผนปจ จุบนั หรือผูประกอบการบําบดั โรคสัตว
3. ปจ จบุ นั ตามกฎหมายวา ดว ยยา อนญุ าตใหร า นขายยาสามารถ 76 635 635 35 185 185
ขายยาอนั ตรายหรอื ยาควบคมุ พเิ ศษผา นแพลตฟอรม ออนไลนไ ด (10.69) (89.31) (89.31) (15.91) (84.09) (84.09)
รวม 2,018
(94.61) 612
(92.72)
3. พฤตกิ รรมทวั่ ไปในการเลอื กซอ้ื สนิ คา ผา นระบบ สถานการณการสั่งซื้อยาผานระบบ
บริการแพลตฟอรม ออนไลน แพลตฟอรมออนไลน หรือทางแอปพลิเคชันตาง ๆ
พบวา ผตู อบแบบสาํ รวจฯ ไมเ คยซอ้ื ยาผา นแพลตฟอรม
ผลสํารวจพฤติกรรมท่ัวไปของผูตอบ ออนไลน รอ ยละ 77.78 และเคยสง่ั ซอื้ รอ ยละ 22.22
แบบสอบถามในเรอื่ งเกยี่ วกบั การเลอื กซอื้ สนิ คา ตา ง ๆ ซงึ่ ในกลมุ ทเี่ คยซอ้ื ยาเมอื่ วดั จากคา รอ ยละของแตล ะ
ผา นระบบบรกิ ารแพลตฟอรม ออนไลน พบวา สว นใหญ กลุมบุคคลท่ีตอบแบบสํารวจ พบวาสวนใหญเปน
รอ ยละ 75.53 เคยซอ้ื โดยซอื้ จาก Shopee รอ ยละ กลุมทันตแพทย รองลงมาคือนักวิชาการสาธารณสุข
84.73 Lazada รอยละ 77.65 Facebook รอยละ ประชาชน เภสชั กร พยาบาล โดยแพทยไ มเ คยซอื้ ยา
62.94 Line รอ ยละ 50.47 และ Application อนื่ ๆ ดังตารางท่ี 3
รอยละ 37.99 โดยเคยซ้ือสินคาหรือบริการผาน
2 แพลตฟอรม ขน้ึ ไป รอ ยละ 87.34 แพลตฟอรม เดยี ว ตารางที่ 3 จํานวนและรอ ยละของกลุมตวั อยา งตาม
รอยละ 10.05 และไมระบุ รอ ยละ 2.61 กลมุ ตาํ แหนง หรอื อาชพี ทเี่ คยสงั่ ซอ้ื ยาผา นระบบบรกิ าร
แพลตฟอรมออนไลน
ปจจัยท่ีกลุมตัวอยางคํานึงถึงกอน
การตดั สนิ ใจเลอื กซอ้ื สนิ คา /บรกิ ารผา นแพลตฟอรม กลุมบุคคล จํานวน เคยซ้ือ รอยละ
ออนไลนเรียงลําดับจากมากไปนอย คือ คํานึงถึง (คน) (คน)
ปจจัยดานราคาสินคา/บริการ รอยละ 81.15
ความนา เชอื่ ถอื ของรา นคา ออนไลน หรอื แพลตฟอรม เภสัชกร 433 89 20.55
ออนไลน รอยละ 69.20 ความสะดวกสบายในการ นักวิชาการสาธารณสุข 20 6 30.00
เลอื กซอ้ื รอ ยละ 66.38 คณุ ภาพและความปลอดภยั พยาบาล 13 1 7.69
ของสินคา/บริการ รอยละ 63.85 ระยะเวลาจัดสง ทันตแพทย 15 7 46.67
สินคารวดเร็ว ทันความตองการใช รอยละ 49.37 แพทย 10 0 0.00
และการโฆษณาและประชาสัมพันธ รอยละ 24.75 ประชาชน 220 55 25.00
รวม 711 158 22.22
หมายเหตุ: คาํ นวณรอยละโดยใชจ ํานวนฐานของแตละกลมุ บุคคล
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 23
4. ความคิดเห็นตอการใหบริการรานขายยาผาน สวนระดับความจําเปนของหลักเกณฑ
แพลตฟอรมออนไลน หรอื เงอื่ นไข เพอื่ ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบเชงิ ลบตอ
ระบบสุขภาพของไทย พบวา ระดับที่มากท่ีสุดคือ
การสํารวจผลกระทบดานบวกที่มีผูเลือก การกําหนดกรอบรายการยาที่ไมอนุญาตใหบริการ
มากที่สุด คือการประหยัดคาใชจายและเวลาในการ ขายยาออนไลนไ ด รองลงมาคอื การกาํ หนดใหม รี ะบบ
เดินทาง รองลงมาคือการทําใหประชาชนเขาถึงยา เทคโนโลยที เ่ี ภสชั กรสามารถใชส อ่ื สารหรอื ใหค าํ แนะนาํ
ไดง า ยและสะดวกมากขนึ้ ผลตอ การลดความเสยี่ งตอ ในการใชยาผานแพลตฟอรมออนไลนได การเพ่ิม
การแพรร ะบาดของเชอื้ ไวรสั โควดิ -19 เพม่ิ ทางเลอื ก บรกิ ารขายยาออนไลน ตอ งไดร บั อนมุ ตั หิ รอื อนญุ าต
ของประชาชนในการดูแลสุขภาพ ลดความเส่ียงตอ จาก อย. หรอื สสจ. การกาํ หนดใหม รี ะบบตรวจสอบ
การไดรับยาปลอม/ ยาไมมีคุณภาพ จากแหลงท่ี การปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเภสชั กรไดต ลอดเวลาทใี่ หบ รกิ าร
ไมปลอดภัย ไมนาเช่ือถือ โดยผลกระทบดานบวก ขายออนไลน เปนรานขายยาท่ีมีเภสัชกรอยูปฏิบัติ
ที่ผูตอบแบบสํารวจความคิดเห็นฯ สวนใหญเลือก หนาท่ีเต็มเวลาและผานการรับรองรานยาคุณภาพ
นอยที่สุด คือการที่ผูลักลอบขายยาออนไลนท่ี เปนรานขายยาท่ีไดรับอนุญาตขายยาแผนปจจุบัน
ผิดกฎหมายลดจํานวนลง และผา นเกณฑม าตรฐาน GPP เปน รา นขายยาทไี่ มเ คย
มีประวัติเปนผูกระทําผิดตามกฎหมายวาดวยยา
ผลกระทบดานลบที่กลุมตัวอยางเลือก การกําหนดเวลาใหบริการขายยาออนไลนไดเฉพาะ
มากที่สุด คือ การเพ่ิมความเสี่ยงตอการนํายาไปใช ชวงเวลาทําการตามใบอนุญาตขายยาแผนปจจุบัน
ในทางที่ผิด รองลงมาคือเกิดการใชยาท่ีพรํ่าเพรื่อ โดยหลกั เกณฑ เงอื่ นไข เพอื่ ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบ
เกินความจําเปน เกิดปญหาการใชยาท่ีไมสมเหตุผล เชิงลบตอระบบสุขภาพของไทยท่ีนอยที่สุด คือ
ผูปว ยเลือกซ้ือยารับประทานเองโดยไมไ ปพบแพทย การกาํ หนดขอบเขตพนื้ ทก่ี ารใหบ รกิ ารขายยาออนไลน
ทาํ ใหโ รคลกุ ลาม ผบู รโิ ภคไดร บั อนั ตรายจากการใชย า เฉพาะพ้ืนท่ีท่ีอยูในรัศมีการเดินทางไมเกิน 10
โดยผลกระทบดา นลบทผี่ ตู อบแบบสาํ รวจความคดิ เหน็ ฯ กโิ ลเมตร เพอื่ รกั ษาคณุ ภาพของยาในระหวา งการขนสง
เลือกนอ ยทสี่ ดุ คอื การเกิดผลกระทบตอ การเกิดเชอ้ื ดังตารางที่ 4
ดอื้ ยา
ตารางที่ 4 ระดับความคิดเห็นของกลุมตัวอยางตอผลกระทบตอระบบสุขภาพ และหลักเกณฑและเง่ือนไขเพื่อ
ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบเชงิ ลบตอ ระบบสขุ ภาพของประเทศไทย กรณใี หร า นขายยาบรกิ ารขายยาออนไลนไ ด
ประเดน็ มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอ ยทส่ี ดุ คาเฉล่ีย
(5) (4) (3) (2) (1)
ผลกระทบตอระบบสขุ ภาพดานบวก
1. ผลตอ การลดความเสยี่ งตอ การแพรร ะบาดของเชือ้ ไวรสั โควดิ -19 240 253 143 56 19 3.899
2. ทําใหประชาชนเขา ถงึ ยาไดง า ยและสะดวกมากข้ึน 255 319 96 26 15 4.087
3. ลดความเสี่ยงตอการไดร ับยาปลอม/ ยาไมมคี ุณภาพ จากแหลง ท่ี 170 161 139 145 96 3.231
ไมป ลอดภยั ไมน า เชอ่ื ถอื 4.086
4. ประหยดั คา ใชจายและเวลาในการเดินทาง 280 267 119 35 10 3.968
5. เพม่ิ ทางเลือกของประชาชนในการดูแลสขุ ภาพ 233 295 125 43 15 2.958
6. ผูล กั ลอบขายยาออนไลนท ีผ่ ิดกฎหมายลดจํานวนลง 136 136 143 154 142
24 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ตารางท่ี 4 (ตอ )
ประเดน็ มากทสี่ ดุ มาก ปานกลาง นอย นอ ยท่ีสุด คาเฉลยี่
(5) (4) (3) (2) (1)
ผลกระทบตอ ระบบสุขภาพดานลบ
1. เกิดผลกระทบตอการเกดิ เช้อื ดอื้ ยา 252 229 171 48 11 3.932
2. เกดิ ปญหาการใชยาท่ีไมส มเหตผุ ล 321 226 122 36 6 4.153
3. เกดิ การใชย าท่ีพรํา่ เพรือ่ เกินความจาํ เปน 322 238 111 35 5 4.177
4. เพิม่ ความเส่ยี งตอ การนํายาไปใชในทางทผี่ ดิ 357 221 92 34 7 4.248
5. ผูบริโภคไดร บั อนั ตรายจากการใชย า 267 230 150 56 8 3.973
6. ผปู ว ยเลอื กซอื้ ยารบั ประทานเองโดยไมไ ปพบแพทย ทาํ ใหโ รคลกุ ลาม 318 228 110 47 8 4.127
หลักเกณฑหรือเงื่อนไขเพื่อปองกันการเกิดผลกระทบเชิงลบตอ
ระบบสุขภาพ
1. เปนรานขายยาที่ไดรับอนุญาตขายยาแผน ปจจุบันและผาน 440 193 54 9 15 4.454
เกณฑม าตรฐาน GPP
2. เปนรานขายยาที่มีเภสัชกรอยูปฏิบัติหนาที่เต็มเวลาและผาน 445 163 73 13 17 4.415
การรบั รองรา นยาคุณภาพ
3. เปนรานขายยาท่ีไมเคยมีประวัติเปนผูกระทําผิดตามกฎหมาย 432 184 70 9 16 4.416
วาดว ยยา
4. การเพิ่มบริการขายยาออนไลน ตองไดรับอนุมัติหรืออนุญาต 478 155 42 17 19 4.485
จาก อย. หรอื สสจ.
5. การกําหนดเวลาใหบริการขายยาออนไลนไดเฉพาะชวงเวลา 343 162 97 55 54 3.963
ทําการตามใบอนญุ าตขายยาแผนปจจบุ ัน
6. การกําหนดขอบเขตพ้นื ทก่ี ารใหบรกิ ารขายยาออนไลน เฉพาะ 275 185 141 52 58 3.797
พน้ื ทที่ อ่ี ยใู นรศั มกี ารเดนิ ทางไมเ กนิ 10 กโิ ลเมตร เพอื่ รกั ษาคณุ ภาพ
ของยาในระหวา งการขนสง
7. การกําหนดกรอบรายการยาท่ีไมอนุญาตใหบริการขายยา 513 136 35 8 19 4.570
ออนไลนได เชน กลุมวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท ยาเสพติด
ใหโ ทษ ยาควบคมุ พิเศษ หรอื ยาอันตรายบางประเภท
8. การกําหนดใหมีระบบตรวจสอบการปฏิบัติหนาที่ของเภสัชกร 459 182 45 8 17 4.488
ไดตลอดเวลาท่ีใหบรกิ ารขายออนไลน
9. การกําหนดใหมีระบบเทคโนโลยี ที่เภสัชกรสามารถใชสื่อสาร 500 157 35 5 14 4.581
หรือใหค ําแนะนาํ ในการใชย าผา นแพลตฟอรม ออนไลนได
หากมกี ารปรบั แกไ ขกฎหมายใหร า นขายยา ท่ีประชาชนจะไดร บั รอ ยละ 31.65 และเมอื่ จาํ แนก
สามารถใหบริการขายยาออนไลนได ผูตอบแบบ ตามกลุมตําแหนงหรืออาชีพ พบวาสวนใหญกลุมท่ี
สอบถามสวนใหญรอยละ 68.35 เลือกคําตอบวา เห็นชอบคือ ทันตแพทย รอยละ 80 รองลงมาคือ
เห็นชอบ แตตองจัดใหมีระบบตรวจสอบ ควบคุม ประชาชนทั่วไป รอยละ 74.09 เภสัชกร รอยละ
กาํ กบั เพอ่ื ปอ งกนั ผลกระทบเชงิ ลบตอ ระบบสขุ ภาพ 66.05 นักวิชาการสาธารณสุข รอยละ 65 แพทย
และมีผูเลือกคําตอบวา ไมเห็นชอบ เพราะโอกาส รอ ยละ 60 และพยาบาล รอ ยละ 46.15 ดงั ตารางที่ 5
ทเี่ กดิ ผลกระทบเชงิ ลบตอ สขุ ภาพมมี ากกวา ประโยชน
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 25
ตารางท่ี 5 จาํ นวนและรอ ยละกลมุ ตวั อยา งตอ การปรบั สถานการณปจจุบันท้ังการระบาดของ COVID-19
แกไขกฎหมายใหรานขายยาสามารถบริการขายยา และการซอ้ื ขายออนไลน เปน ตน
ออนไลน จาํ แนกตามกลมุ ตําแหนงหรืออาชีพ
อภปิ รายผล
กลุม บุคคล จํานวน เห็นดวย ไมเ หน็ ดว ย
กลมุ ตวั อยางในการศึกษาคร้ังนพี้ บวาขอมูล
เภสชั กร 433 286 (66.05) 147 (33.95) มีความเบไปในกลุมตัวอยางท่ีเปนเภสัชกร รอยละ
60.90 ซง่ึ เกย่ี วขอ งโดยตรงกบั การขายยาหรอื มอี าชพี
นกั วิชาการสาธารณสุข 20 13 (65.00) 7 (35.00) เกี่ยวกับยา ในขณะที่เปนประชาชนทั่วไป รอยละ
30.94 สวนทีเ่ หลือเปนกลมุ บคุ ลากรทางการแพทย
พยาบาล 13 6 (46.15) 7 (53.85) ซึ่งเกิดจากที่มาของการประชาสัมพันธในการสง
google form เรม่ิ ตน ผา นกลมุ ไลนผ ปู ระกอบวชิ าชพี
ทันตแพทย 15 12 (80.00) 3 (20.00) พบวา ในการตั้งคําถามการวิจัยไมไดทวนสอบความ
เขาใจของประชาชนวาทราบหรือไมวาผลิตภัณฑใด
แพทย 10 6 (60.00) 4 (40.00) เปนยา จงึ อาจสงผลตอการแปลผลเร่อื งความรทู วั่ ไป
ท่ีถูกตองเก่ียวกับกฎหมายการขายยาแผนปจจุบัน
ประชาชน 220 163 (74.09) 57 (25.91) ของกลมุ ประชาชนได
รวม 711 486 (68.35) 225 (31.65) เม่ือสํารวจความรูท่ัวไปเก่ียวกับกฎหมาย
การขายยาแผนปจ จบุ นั โดยการศกึ ษานพ้ี บวา รอ ยละ
5. ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะของผูตอบแบบ 84.39 เปน ผมู คี วามรโู ดยทราบในขอ กฎหมายเกย่ี วกบั
สอบถาม การขายยาแผนปจจุบันท่ีไมใชยาสามัญประจําบาน
จะตอ งไดร บั ใบอนญุ าตขายยาแผนปจ จบุ นั โดยมสี ถานที่
จากการรวบรวมขอ คดิ เหน็ และขอ เสนอแนะ ขายยาและมเี ภสชั กรอยปู ฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามทกี่ ฎหมาย
ของผตู อบแบบสอบถามเกย่ี วกบั การขายยาออนไลน กําหนด การขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ
สวนใหญเห็นวาเปนเร่ืองท่ีหลีกเล่ียงไดยากใน ของรา นขายยาแผนปจ จบุ นั ทกี่ าํ หนดใหเ ภสชั กรตอ งมี
สถานการณปจจุบัน แตหากจะปรับแกกฎหมาย หนาท่ีปฏิบัติในการควบคุมการสงมอบยาอันตราย
ใหข ายไดต อ งคาํ นงึ ถงึ ประเดน็ ตา ง ๆ ยกตวั อยา งเชน ยาควบคุมพิเศษ หรือยาตามใบสั่งยาของผูประกอบ
การปฏิบัติหนาที่ของเภสัชกร โดยเห็นวาตองคงไว วิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบโรคศิลปะแผนปจจุบัน
ซึ่งมาตรฐานวิชาชีพของเภสัชกร โดยมีระบบการ หรือผูประกอบการบําบัดโรคสัตว และในปจจุบัน
ตรวจสอบการปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเภสชั กรไดต ลอดเวลา ยงั ไมม กี ฎหมายทอ่ี นญุ าตใหรานขายยาสามารถขาย
ระหวางการขายยาออนไลนท่ีงาย สะดวก สามารถ ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษผานแพลตฟอรม
ยนื ยนั ตวั ตนไดต ลอดเวลาทปี่ ฏบิ ตั หิ นา ท่ี (realtime) ออนไลนได สวนหน่ึงอาจเกิดจากการท่ี อย. จัดทํา
เพื่อใหการบริบาลดานเภสัชกรรม ลดความเสี่ยง ขา วประชาสมั พนั ธเ ตอื นประชาชนใหเ ลอื กซอื้ ยาจาก
ในการลกั ลอบขายยาออนไลนท ผ่ี ดิ กฎหมาย การจดั รา นขายยาทมี่ หี ลกั แหลง นา เชอ่ื ถอื อยา เสย่ี งซอื้ ยาจาก
ประเภทรายการยาบางชนิดท่ีสามารถใหบริการ สอ่ื ออนไลน เพราะอาจไดย าปลอมหรอื ไมไ ดค ณุ ภาพ
ขายออนไลนไ ด และควบคมุ รายการยาทมี่ คี วามเสย่ี ง รวมไปถงึ การจดั งานแถลงขา วจบั กมุ ผขู ายยาออนไลน
ทอ่ี าจนาํ ไปใชผ ดิ ประเภทหรอื ผดิ วตั ถปุ ระสงคใ นการ
ใชยา การใชเทคโนโลยีใหเหมาะสมกับสถานการณ
แพรร ะบาดโควดิ -19 แพลตฟอรม ทใี่ ชข ายยาควรเปน
ระบบทใี่ หป รกึ ษาเภสชั กร หรอื แพทยก อ นจงึ จะซอื้ ยา
ผานแพลตฟอรมได อาจมีใบสั่งยา หรือรหัสใหไป
ซ้ือยาได และควรมีแพลตฟอรมที่เฉพาะเจาะจง
สาํ หรบั การขายยาออนไลน และจดั ระบบการใหบ รกิ าร
ขายยาออนไลน ใหส ามารถดาํ เนนิ การสอดคลอ งกบั
26 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
รว มกบั ตาํ รวจกองบงั คบั การปราบปรามการกระทาํ ผดิ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส กระทรวงดิจิทัลเพื่อ
กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค (บก.ปคบ.) เศรษฐกิจและสงั คม11
อยางตอเนื่อง รวมไปถึงมียังการรณรงคประชาชน
เมอื่ เขา รา นยาใหถ ามหาเภสชั กรอกี ดว ย อยา งไรกต็ าม ซ่ึงปจจัยสําคัญในการพิจารณาเลือกซื้อ
เมอื่ วเิ คราะหจ ากกลมุ ตวั อยา งเฉพาะทเ่ี ปน ประชาชน สินคาหรือการบริการผานระบบบริการแพลตฟอรม
ทวั่ ไป พบวา ประชาชนมคี วามรทู ว่ั ไปทถ่ี กู ตอ งเกยี่ วกบั ออนไลนท ผี่ ซู อ้ื สนิ คา ออนไลนใ หค วามสาํ คญั มากทส่ี ดุ
กฎหมายการขายยาแผนปจจุบันในภาพรวมโดย กอนการตัดสินใจคือ ปจจัยดานราคาสินคา/บริการ
ตอบคําถามถูกตองท้ัง 3 ขอ เพียงรอยละ 70.00 ทพ่ี บมากถงึ รอ ยละ 81.15 รองลงมาคอื ความนา เชอ่ื ถอื
โดยประเด็นท่ีปจจุบันไมมีกฎหมายที่อนุญาตให ของรานคาออนไลนหรือแพลตฟอรมออนไลน
รา นขายยาสามารถขายยาอนั ตรายหรอื ยาควบคมุ พเิ ศษ สว นปจ จยั ทมี่ ผี ตู อบนอ ยทส่ี ดุ คอื ปจ จยั ดา นการโฆษณา
ผานแพลตฟอรมออนไลนไดนั้น มีผูตอบถูกตอง และประชาสัมพันธ ท่ีพบเพียงรอยละ 24.75 ซ่ึง
รอยละ 84.09 ซ่ึงอาจมีสาเหตุมาจากการท่ีพบเห็น ประเด็นนี้อาจเปน เพราะผูต อบแบบสํารวจสวนใหญ
บางแอปพลเิ คชนั ทข่ี ายยาออนไลนน น้ั เปน รา นขายยา เปนกลุมท่ีมีความรูและเคยซ้ือสินคาในแพลตฟอรม
ที่ไดรับอนุญาตมีที่อยูเปนหลักแหลง และมีเภสัชกร ออนไลนอ ยแู ลว ดงั นน้ั จงึ ใหค วามสาํ คญั กบั เรอ่ื งราคา
ใหค าํ แนะนาํ กอ นการขายยาผา นแพลตฟอรม ออนไลน สนิ คา /บรกิ าร มากทสี่ ดุ ซงึ่ แตกตา งจากงานวจิ ยั ของ
หรือการท่ีมีประกาศของสภาเภสัชกรรมในเรื่อง จุฑารัตน เกียรติรัศมี12 ที่พบวาปจจัยดานความ
Telepharmacy จึงอาจทําใหเขาใจไดวากฎหมาย ปลอดภัยและความนาเช่ือถือ มีผลตอการตัดสินใจ
ในปจจบุ ันสามารถกระทาํ ได ซอื้ สนิ คา ผา นทางแอปพลเิ คชนั ออนไลนม ากกวา ปจ จยั
ดานราคา
เม่ือศึกษาถึงพฤติกรรมทั่วไปในการเลือก
ซ้ือสินคาผานระบบบริการแพลตฟอรมออนไลน สถานการณการส่ังซื้อยาผานระบบแพลต
พบวารอยละ 75.53 เคยซื้อ โดยกลุมชวงอายุที่มี ฟอรม ออนไลน หรอื ทางแอปพลเิ คชนั ตา ง ๆ ประมาณ
การซอื้ สนิ คา ออนไลนม ากทส่ี ดุ คอื ชว งอายุ 30-40 ป 3 ใน 4 ของผูตอบแบบสอบถามไมเคยซ้ือยาผาน
แตชวงอายุ 60 ปข้ึนไปซ้ือนอยท่ีสุด และจากการ แพลตฟอรมออนไลน สําหรับมุมมองความคิดเห็น
สาํ รวจความนยิ มในแพลตฟอรม ออนไลนท ม่ี กี ารขาย ผลกระทบในดา นบวกหากรา นขายยาใหบ รกิ ารขายยา
สินคา พบวาแพลตฟอรม Shopee เปนที่นิยม ออนไลนไ ด พบวา เปน การประหยดั คา ใชจ า ยและเวลา
มากท่ีสุด รองลงมาคือ Lazada และเลือกซ้ือผาน ในการเดินทาง และทําใหประชาชนเขาถึงยาไดงาย
Application ตามลาํ ดบั สว นใหญจ ะเลอื กใชบ รกิ าร และสะดวกมากขึ้น แตประเด็นผลกระทบดานบวก
ของแพลตฟอรม ออนไลน ตงั้ แต 2 แพลตฟอรม ขน้ึ ไป ที่นอยที่สุด คือ ทําใหผูลักลอบขายยาออนไลนที่ผิด
เนอื่ งจากแตล ะแพลตฟอรม มนี โยบายในการขายสนิ คา กฎหมายลดจํานวนลง สําหรับมุมมองตอผลกระทบ
ที่คลายคลึงกัน เชน รูปแบบการส่ังซ้ือ การชําระ ในดา นลบหากรา นขายยาใหบ รกิ ารขายยาออนไลนไ ด
คาสนิ คา การรบั ประกันไมพ อใจยนิ ดคี นื เงิน การจัด พบวา การเพม่ิ ความเสย่ี งตอ การนาํ ยาไปใชใ นทางทผี่ ดิ
สว นลด โปรโมชน่ั ทาํ ใหผ ซู อ้ื สนิ คา จงึ ไมย ดึ ตดิ ในการ สงผลกระทบดานลบมากท่ีสุด รองลงมาคือเกิดการ
ซื้อสินคากับแพลตฟอรมเดียว ซ่ึงผลการสํารวจนี้ ใชยาที่พร่ําเพรื่อเกินความจําเปน และเกิดปญหา
สอดคลองกับรายงานผลการสํารวจพฤติกรรมผูใช การใชย าทไ่ี มส มเหตผุ ล โดยผลกระทบดา นลบทนี่ อ ย
อนิ เทอรเ นต็ ประเทศไทยป 2563 Thailand Internet ท่ีสุด คือการเกิดผลกระทบตอการเกิดเชื้อดื้อยา
User Behavior 2020 จัดทําโดยสํานักงานพัฒนา ซ่งึ สอดคลอ งกบั บทความของ Deepika และคณะ13
เก่ียวกับสถานการณของ E-pharmacies ในอินเดีย
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 27
ป 2020 ทกี่ ลา วถงึ ผลกระทบดา นบวกทช่ี ว ยประหยดั คุณภาพของยาในระหวางการขนสง ซึ่งประเด็นนี้
เวลาและคาใชจาย แตขณะเดียวกันยังคงพบปญหา มีผูตอบแบบสอบถามใหความเห็นวาในพ้ืนที่ที่
ซึ่งเปนผลกระทบดานลบในเรื่องของการเขาถึงยา การจราจรไมติดขัด ใชเวลาเดินทางไมนาน ดังน้ัน
ทง่ี า ยเกนิ ไป ทาํ ใหเ กดิ การใชย าไมเ หมาะสม ไมส มเหตุ ระยะทางจงึ ไมเปน อปุ สรรคตอ การจัดสงยา
สมผล หรือใชยาผิดวัตถปุ ระสงค
สรุปผล
ท้ังน้ีจากการศึกษาพบวาในสถานการณ
ปจจุบันท่ีเปนยุคการแพรระบาดของไวรัสโควิด-19 ความคิดเห็นและมุมมองของบุคลากรทาง
และสอดรับกับยุควิถีชีวิตใหม ผูคนมีพฤติกรรม ดานสาธารณสุขและประชาชนทั่วไปที่มีตอการให
การเลือกซื้อสินคาผานชองทางที่เปล่ียนไปจากเดิม บริการดานสุขภาพของรานขายยาแผนปจจุบันใน
โดยเพิ่มความนิยมในการซื้อสินคาผานแพลตฟอรม รูปแบบการใหบริการและขายยาผานแพลตฟอรม
ออนไลนม ากขนึ้ เรอ่ื ย ๆ โดยกลมุ ตวั อยา งมากกวา ครง่ึ สื่อออนไลน ประมาณ 2 ใน 3 โดยเฉพาะอยางย่ิง
มคี วามเหน็ ชอบตอ การปรบั แกไ ขกฎหมายใหร า นขายยา กลุมประชาชนทั่วไปที่เห็นดวยถึง 3 ใน 4 ตอการที่
สามารถใหบริการขายยาออนไลนได แตตองจัดใหมี จะใหขายยาผานแพลตฟอรมออนไลน โดยตองมี
ระบบตรวจสอบ ควบคมุ กาํ กบั เพอ่ื ปอ งกนั ผลกระทบ การอนุญาตและการควบคุม กํากับ และจัดทํา
เชงิ ลบตอ ระบบสขุ ภาพ เนอ่ื งจากเหน็ วา การทอี่ นญุ าต หลกั เกณฑ เงอื่ นไขเพอ่ื การปอ งกนั ผลกระทบเชงิ ลบ
ใหขายยาออนไลนไ ด ภายใตก ารควบคุมกํากบั ดแู ล ท่ีอาจเกิดข้ึน รวมไปถึงการจัดระบบตรวจสอบ
อยา งเปน ระบบ สามารถตรวจสอบหรอื ยนื ยนั ตวั ตนได การยืนยันตัวตนและการปฏิบัติหนาท่ีของเภสัชกร
จะชว ยประชาชนไดม ที างเลอื กทป่ี ลอดภยั กวา การซอ้ื หรือแพลตฟอรมท่ีใช ควรออกแบบเฉพาะเจาะจง
จากแหลงขายทางออนไลนท่ีผิดกฎหมายเฉกเชน เพื่อใหมั่นใจวาผูบริโภคจะไดรับความปลอดภัยจาก
ท่เี ปนอยใู นปจจุบนั การใชยา
เมอ่ื ศกึ ษาระดบั ความจาํ เปน ของการกาํ หนด ขอ เสนอแนะ
หลกั เกณฑ หรอื เงอื่ นไข เพอื่ ปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบ
เชิงลบตอระบบสุขภาพของไทย วามีความจําเปน เพอื่ เปน การคมุ ครองผบู รโิ ภคใหไ ดร บั ความ
มากนอยเพียงใด หากอนุญาตใหรานขายยาบริการ ปลอดภยั หากมกี ารปรบั แกไ ขกฎหมายใหร า นขายยา
ขายยาออนไลนได พบวาหลักเกณฑหรือเง่ือนไข ที่ไดรับอนุญาตสามารถบริการขายยาออนไลนได
ท่ีผูตอบแบบสอบถามคิดวาจําเปนมากที่สุดคือ เพื่อใหสอดรับกับยุควิถีชีวิตใหม มีขอเสนอแนะดังน้ี
การกําหนดกรอบรายการยาท่ีไมอนุญาตใหบริการ
ขายยาออนไลน เชน กลุมวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและ 1. ดา นกฎหมาย ปจ จบุ นั กฎหมายทคี่ วบคมุ
ประสาท ยาเสพติดใหโทษ ยาควบคุมพิเศษ หรือ กาํ กบั การขายยาของรา นขายยาในประเทศไทย ไดแ ก
ยาอนั ตรายบางประเภท ซงึ่ สอดคลอ งกบั การควบคมุ (1) พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และฉบับแกไขเพิ่มเติม5
ของตา งประเทศเชน กนั เนอ่ื งจากเปน กลมุ ยาทกี่ อ ให ที่บัญญัติใหการขายยาตองมีใบอนุญาต และดําเนิน
เกดิ ปญหาการนาํ ไปใชใ นทางทผี่ ิด หรอื อาจนําไปใช การขายตามท่ีกฎหมายกําหนด (2) พ.ร.บ.วิชาชีพ
ในการกอ อาชญากรรมได สว นหลกั เกณฑแ ละเงอ่ื นไข เภสัชกรรม พ.ศ. 2537 และฉบับแกไขเพิ่มเติม14
ทม่ี คี วามจาํ เปน ใหน อ ยทสี่ ดุ คอื การกาํ หนดขอบเขต ไดว างกรอบของจรรยาบรรณเภสชั กร และมาตรฐาน
พนื้ ทก่ี ารใหบ รกิ ารขายยาออนไลน เฉพาะพนื้ ทท่ี อี่ ยู ของการประกอบวิชาชีพไว ซ่ึงท้ัง 2 องคประกอบนี้
ในรัศมีการเดินทางไมเกิน 10 กิโลเมตร เพ่ือรักษา เปนส่ิงที่ตองนํามาพิจารณาดําเนินการควบคูกัน
เพ่ือใหการควบคุมกํากับการขายยาออนไลนเปนไป
28 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
อยางมปี ระสิทธภิ าพ และนํามาใชประกอบการออก โทษทางอาญาแลว ตองไดรับโทษทางปกครองทั้ง
หลกั เกณฑ เงอ่ื นไขในการขยายขอบเขตการอนญุ าต การพกั ใชใ บอนญุ าตขายยาแผนปจ จบุ นั และการพกั ใช
ชองทางการขายออนไลนเพ่ิมเติมจากการอนุญาต ใบประกอบวชิ าชพี ของเภสชั กรผมู หี นา ทปี่ ฏบิ ตั กิ ารดว ย
ขายยาแผนปจจุบันเดิมที่ไดรับอนุญาตซึ่งมีสถานท่ี
ขายยาเปน หลกั แหลง มเี ภสชั กรเปน ผมู หี นา ทปี่ ฏบิ ตั กิ าร เอกสารอา งองิ
ตลอดระยะเวลาเปด ทาํ การ ซงึ่ ตอ งดาํ เนนิ การควบคู
กับการไดรบั อนุญาตโฆษณาขายยาทางแพลตฟอรม 1. รัชดา โตอนันต, ธนศักด์ิ ประเสริฐสาร. โควิด-19
ออนไลนด ว ย โคโรนาไวรัส สงครามท่ีมองไมเห็น. วารสารอาหาร
และยา 2563;27(2):4-12
2. ดานการปฏิบัติของรานยาและระบบ
สขุ ภาพ ตอ งจดั ใหม รี ะบบการลงทะเบยี นทงั้ ผซู อื้ ยาและ 2. สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส. ขาว
ผรู บั อนญุ าตขายยา ควรใชแ พลตฟอรม ทเ่ี ฉพาะเจาะจง ประชาสมั พนั ธ: ETDA เผยมลู คา e-Commerce ไทย
หรอื ไดร บั การรบั รองความนา เชอ่ื ถอื โดยหนว ยงานรฐั ป 62 คาดพุง 4.02 ลานลานบาท [อินเทอรเน็ต].
มีระบบท่ีงายตอการการติดตาม ตรวจสอบการขาย กรงุ เทพฯ: สาํ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส;
และการปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเภสชั กรไดท กุ ชว งเวลาเปด 2563 [เขาถึงเมื่อ 16 ก.ย. 2564]. เขาถึงไดจาก:
ทาํ การตามใบอนญุ าต สว นนอกเวลาทาํ การแพลตฟอรม https://www.etda.or.th/th/https/www-etda-
ที่ใชเปนชองทางขายออนไลน ตองขึ้นสถานะให or-th/th/newsevents/pr/Value-of-e-Commerce-
ประชาชนทราบชว งเวลาทร่ี า นขายยาปด ทาํ การดว ย Survey-in-Thailand-2019.aspx
ท้ังนี้เพ่ือลดผลกระทบเชิงลบตอระบบสุขภาพ
จาํ เปน ตอ งวางหลกั เกณฑ และเงอื่ นไขในการพจิ ารณา 3. ประกาย หมายมนั่ . การสาํ รวจการขายยาผา นเวป็ ไซต
อนุญาตขายยาออนไลน และกําหนดใหสภาวิชาชีพ ขายสินคาซ่ึงเปนท่ีนิยมในประเทศไทย. วารสาร
เภสชั กรรม หรอื สาํ นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ เภสชั กรรมไทย 2561;11(2):368-377.
(สปสช.) เขามามีบทบาทและรวมตรวจสอบ หรือ
ใหการรับรองดวยการใหโลโกหรือสัญลักษณรับรอง 4. สรปุ ผลการดาํ เนนิ คดกี ารโฆษณาขายยาทางสอ่ื ออนไลน
(ขอมูลต้ังแตวันที่ 1 กุมภาพันธ 2563 จนถึง 30
3. ดานผูบริโภค จะตองไดรับการบริบาล เมษายน 2564). นนทบรุ :ี ศนู ยจ ดั การเรอื่ งรอ งเรยี น
ดานเภสัชกรรมท่ีไดมาตรฐานเปนไปตามประกาศ และปราบปรามการกระทําผิดกฎหมายเกี่ยวกับ
สภาเภสัชกรรมท่ี 56/2563 เร่ือง การกําหนด ผลิตภัณฑสุขภาพ (ศรป.) สํานักงานคณะกรรมการ
มาตรฐานและขนั้ ตอนการใหบ รกิ ารเภสชั กรรมทางไกล อาหารและยา; 2564.
(Telepharmacy)15 ซ่ึงมีการวางมาตรฐานการให
บริการเภสัชกรรมทางไกลไว เพื่อใหผูบริโภคไดรับ 5. กองสงเสริมงานคุมครองผูบริโภคในสวนภูมิภาคและ
ความปลอดภยั จากการใชย า โดยใชก ลไกจากเครอื ขา ย ทองถ่ิน. รวมพระราชบัญญัติท่ีอยูในความรับผิดชอบ
คุมครองผูบริโภค ในการรวมตรวจสอบ และแจง ของสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. กรงุ เทพฯ:
เบาะแสใหหนวยงานที่ทําหนาท่ีบังคับใชกฎหมาย หกหน่งึ เจด็ ; 2562.
ทั้งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ
สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั เพอื่ ดาํ เนนิ การปราบปราม 6. พนิตนาฏ คํานุย. การโฆษณาขายยาออนไลนที่ผิด
ผกู ระทาํ ผดิ ซง่ึ หากพบผรู บั อนญุ าตขายยาแผนปจ จบุ นั กฎหมายและมาตรการดาํ เนนิ การ. วารสารอาหารและยา
กระทําผิดจากท่ีกฎหมายกําหนด นอกจากไดรับ 2562;26(3):41-52.
7. Schultz B. Online pharmacy regulation: how
the Ryan Haight online pharmacy consumer
protection act can help solve an international
problem. San Diego International Law Journal
[Internet]. 2015 [cited 2021 Apr 13]; 16(2):
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 29
381- 415. Available from: https://digital. เขาถึงไดจาก: https://www.etda.or.th/th/
sandiego.edu/cgi/viewcontent.cgi?article= newsevents/pr-news/ETDA-released-IUB-
1033&context=ilj 2020.aspx
8. Alwon BM. A detailed analysis of online 12. จุฑารัตน เกียรติรัศมี. ปจจัยที่มีผลตอการซื้อสินคา
pharmacy characteristics to inform safe usage ผานทางแอพพลิเคชั่นออนไลนของผูบริโภค ในเขต
by patients. International Journal of Clinical กรุงเทพมหานครและปริมณฑล [ปริญญาโท].
Pharmacy [internet].2015 [cited 2021 April 13]; กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร; 2558.
37 (1): 148-158. Available from: https:// 13. Deepika, et al. Status of e-pharmacy in India:
ueaeprints.uea.ac.uk/id/eprint/51755/ a review. Plant Archives [Internet]. 2020
1 On_line_pharmacy_research._10.1007_s11096 [cited 2021, Apr 13]; 20(1):3763-3767.
_014_0056_1.pdf Available from: http://www.plantarchives.org/
9. Yamane T. Statistics: an Introductory analysis. SPECIAL%20ISSUE%2020-1/231__3763-
2nd ed. New York: Harper and Row; 1967. 3767_.pdf[]
10. Likert RA. New patterns of management. 14. พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537.
New York: McGraw-Hill Book; 1961. ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ท่ี 111, ตอนท่ี 28 ก (ลงวนั ท่ี
11. สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส. 30 มถิ นุ ายน 2537).
ขาวประชาสัมพันธ: ETDA เผยผลสํารวจ IUB 63 15. สภาเภสชั กรรม. ประกาศสภาเภสชั กรรม ท่ี 56/2563
คนไทยใชเน็ตปงไมไหวเกินครึ่งวัน โควิด-19 มีสวน เรอื่ ง การกาํ หนดมาตรฐานและขนั้ ตอนการใหบ รกิ าร
[อนิ เทอรเนต็ ]. กรงุ เทพฯ: สํานักงานพฒั นาธรุ กรรม เภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy). (ลงวันที่ 2
ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส; 2564 [เขา ถงึ เมอื่ 16 ก.ย. 2564]. มิถุนายน 2563).
30 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
บทความวิจยั Research Article
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหาสุขภาพเพื่อการรักษาโรค:
กรณีศึกษา จังหวัดชุมพร
เอกพงษ อุไรวงศ1
1กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพร
ที่อยูติดตอ: เอกพงษ อุไรวงศ กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร ถนนปรมินทรมรรคา
อาํ เภอเมอื งชุมพร จงั หวดั ชมุ พร 86000 [email protected]
Medical Use of Cannabis among People with Health Problems
for the Treatment of Disease: Case Study in Chumphon Province
Ekapong Uraiwong1
1Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Chumphon Provincial Public Health Office, Chumphon
Province, Thailand
Contact address: Ekapong Uraiwong, Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Chumphon
Provincial Public Health Office, Poraminmunka Road, Mueang Chumphon District, Chumphon, Thailand, 86000,
[email protected]
Received: 22 June 2021, Revised: 13 December 2021, Accepted: 22 December 2021
Abstract
Background: Recently, Thailand has allowed cannabis for medical purposes. Regarding this,
the Narcotic Act (No.7) has been amended since 18 Feb 2019 when it was announced in
the Government Gazette. This give an opportunity for cannabis and mitragyna plant to be
under research and development for medical uses under the supervision of physicians.
Chumphon is one of the provinces where medicinal cannabis is used for therapeutic purposes.
Objectives: To study on the use of medical cannabis in people with health problems for
medical purposes in Chumphon, as well as to explore the relationship between age range,
occupation, and experience the uses of medical cannabis with the medical use of cannabis
in the samples
Methods: This study was a descriptive research by using a questionnaire through a target group
of people who faced health problems and use medical cannabis for disease treatment in
Chumphon. It used convenient randomised sampling of 796 people with a confidence level
of 95%, of which 266 samples were collected. The statistics for data analysis was percentage,
mean, standard deviation, and Pearson correlation coefficient.
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 31
Results: The results found that most samples who used medical cannabis were male 78.94%,
age range 26-40 years 52.25%, married 65.03%, graduated from high school or high vocational
certificate 38.34%, and agriculturist 42.10%. These samples suffered from physical health
problems 87.96% and mental health problems 12.04%. A top three diseases and symptoms
included cancers, allergies, and migraine, respectively. In term of medical cannabis use
experience found that the first reason that use tem was to treatment, used them around one
to five years, and found as other people in same workplace used at 60.90, 36.84, and 33.08%,
respectively. According to regulations and access to medical cannabis opinions of the samples,
they agreed on strongly level with overall average 4.549, total of five score. Issue that reached
the top three average included: it was appropriate to have legal enforce ability of medical
cannabis use was suitable 4.643, followed by modern physicians who can prescribe medical
cannabis products on average 4.630, and access to medical cannabis products should be
liberalized, like other medicinal products, on average 4.609. When studying the relationship
of variables, age range, occupation, and experience of cannabis use and cannabis use among
people with health problems, it was found that there was a positive correlation with cannabis
use among people with level fair, good, and very good health problems, respectively at
statistically significant p-value less than 0.1. In addition, there was a major obstacle that the
sample group commented on: access was a difficulty for patients to find cannabis because
it was classified as a drug for safety reason.
Conclusions: Most surveyed medical cannabis users were farmers. Three-quarters of the sample
had physical problems. The reason for the first use was for treatment. Opinion to law
enforcement was appropriate, but it should be open to the public as freely as medicinal
products. The age range, occupation and experience of cannabis use among people with health
problems were statistically positively correlated with medical cannabis use.
Keywords: medical use of cannabis, age range, occupation, cannabis use experience
บทคดั ยอ
ความสําคญั : ประเทศไทยเพ่งิ ใหม กี ารนํากญั ชามาใชในทางการแพทยโ ดยการแกไ ขกฎหมายพระราชบญั ญตั ิ
ยาเสพตดิ ใหโ ทษ ฉบบั ที่ 7 มผี ลบงั คบั ใชห ลงั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเมอ่ื วนั ท่ี 18 ก.พ. 2562 ใหส ามารถ
นํากัญชาและพืชกระทอมไปศึกษาวิจัยและพัฒนาเพ่ือประโยชนทางการแพทยและนําไปใชในการรักษาโรค
ภายใตการดูแลและควบคุมของแพทย ซึ่งชุมพรเปนจังหวัดหน่ึงที่มีการใชกัญชาทางการแพทยในการรักษา
บําบดั โรค
วัตถปุ ระสงค: เพ่ือศึกษาการใชกัญชาทางการแพทยข องผูมีปญหาสขุ ภาพ และความสมั พันธร ะหวา งชว งอายุ
อาชพี และประสบการณก ับการใชกญั ชาของผูมีปญ หาสขุ ภาพ
วิธีการศึกษา: เปนการศึกษาเชิงพรรณนา โดยใชแบบสอบถามกลุมเปาหมายผูที่มีปญหาสุขภาพท่ีใชกัญชา
เพ่ือการรักษาโรคของผูปวยในจังหวัดชุมพร ใชสุมตัวอยางแบบตามสะดวกที่ระดับความเช่ือม่ันที่ 95% จาก
ประชากร 796 คน โดยเก็บตัวอยางได 266 ตัวอยาง ใชสถิติเปนรอยละ คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
และคา สัมประสทิ ธส์ิ หสมั พนั ธของเพยี รส ัน
32 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ผลการวิจัย: พบวา การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหาสุขภาพในจังหวัดชุมพรสวนใหญเปนเพศชาย
รอยละ 78.94 อายุระหวาง 26 - 40 ป รอยละ 52.25 สถานภาพสมรส รอยละ 65.03 และมีระดับการศึกษา
มธั ยม/ปวช. รอ ยละ 38.34 ประกอบอาชพี เกษตรกร รอ ยละ 42.10 กลมุ ตวั อยา งมปี ญ หาทางรา งกาย รอ ยละ
87.96 ปญ หาทางจติ ใจ รอ ยละ 12.04 สว นโรคและอาการ 3 อนั ดบั แรกทเี่ จบ็ ปว ย ไดแ ก โรคมะเรง็ โรคภมู แิ พ
และโรคไมเกรน ตามลําดับ ในดานประสบการณการใชกัญชา พบวา เหตุผลของการใชกัญชาคร้ังแรก คือ
การรกั ษา ระยะเวลาทใ่ี ชก ญั ชา 1-5 ป และบคุ คลอน่ื ทใี่ ชก ญั ชาทพ่ี บเจอจากคนทที่ าํ งานเดยี วกนั รอ ยละ 60.90,
36.84 และ 33.08 ตามลําดับ ประเด็นกฎระเบยี บและการเขาถึงกญั ชาทางการแพทย พบวา มีคาเฉล่ียโดยรวม
4.549 อยูในระดับมากที่สุด จากคะแนนเต็ม 5 หัวขอที่มีคาเฉล่ียสูงสุดคือ การมีกฎหมายบังคับใชกัญชาเพ่ือ
การรกั ษาเปน เรอ่ื งเหมาะสม 4.643 รองลงมา คอื แพทยแ ผนปจ จบุ นั สามารถสง่ั ผลติ ภณั ฑก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาได
เฉลี่ย 4.630 และการเขาถึงผลิตภัณฑกัญชาเพ่ือการรักษาควรเปดเสรีเหมือนผลิตภัณฑยาอื่น ๆ เฉลี่ย 4.609
เมอื่ ศกึ ษาความสมั พนั ธข องตวั แปรชว งอายุ อาชพี และประสบการณก ารใชก ญั ชา กบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา
สขุ ภาพในจงั หวดั ชมุ พร พบวา มคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในระดบั ปานกลาง
ดี ดมี าก ตามลาํ ดบั อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ี่ p-value นอ ยกวา 0.1 นอกจากนนั้ พบปญ หาอปุ สรรคสาํ คญั
ทก่ี ลมุ ตวั อยา งใหค วามคดิ เหน็ คอื การเขา ถงึ เปน ความยากลาํ บากของผปู ว ยทจ่ี ะหากญั ชา เพราะจดั เปน ยาเสพตดิ
ท่ีตอ งควบคุมเพอ่ื ความปลอดภัย
สรุป: ผูใชกัญชาทางการแพทยที่ตอบแบบสํารวจสวนใหญเปนเกษตรกร โดยกลุมตัวอยาง 3 ใน 4 มีปญหา
ทางรา งกาย ซง่ึ เหตผุ ลการใชค รง้ั แรกคอื เพอื่ การรกั ษา มคี วามเหน็ ตอ การบงั คบั ใชก ฎหมายวา เปน เรอื่ งเหมาะสม
แตควรเปดใหประชาชนเขาถึงไดเสรีเชนเดียวกับผลิตภัณฑยา สวนชวงอายุ อาชีพ และประสบการณการใช
กัญชาของผูมีปญหาสุขภาพมีความสัมพันธทางบวกกับการใชกัญชาทางการแพทยอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ
คําสาํ คัญ: การใชกญั ชาทางการแพทย ชว งอายุ อาชพี ประสบการณการใชกัญชา
บทนาํ มากขน้ึ ภาวะตดิ ยา ผลขา งเคยี งจากการใชย า เปน ตน
ซ่ึงยังไมมีขอสรุปที่เดนชัดวานโยบายกัญชา (ท้ังทาง
สถานการณการใชกัญชาในตางประเทศ การแพทยแ ละนนั ทนาการ) จะมผี ลกระทบดา นบวก
มที ง้ั ทใี่ ชเ พอื่ ประโยชนท างการแพทยแ ละนนั ทนาการ หรือลบมากกกวากัน จากบทเรียนในตางประเทศ
โดยมีการใชในรูปแบบผลิตภัณฑสําเร็จรูป และ พบประเดน็ สาํ คญั ทคี่ วรนาํ มาเพอ่ื พจิ ารณาการกาํ หนด
รปู แบบของสว นตา ง ๆ ของพชื กญั ชาทงั้ สดและแหง นโยบายกญั ชา คือ ในประเทศท่ีมกี ารเปดกวา งเร่อื ง
และในบางประเทศมีการอนุญาตใหปลูกได ซ่ึงขอ การใชกญั ชาจะใชเวลาเตรียมการคอ นขางนาน และ
กาํ หนดในทางกฎหมายในตา งประเทศจะแตกตา งกนั การแกไขกฎหมายก็กระทําอยางคอยเปนคอยไป
ออกไป มกี ารศกึ ษาผลกระทบตอ สขุ ภาพ สงั คมและ โดยมักคงกฎหมายหลักเร่ืองการควบคุมกัญชาไว
เศรษฐกิจอยูบางพอสมควร ซ่ึงผลการศึกษาพบวา (เชน Federal law ของสหรัฐอเมริกา) แตปรับ
มีผลกระทบทั้งทางดานบวก เชน ลดการใชยาบาง กฎหมายเฉพาะพื้นท่ี หรือกฎหมายช้ันรองลงมา
ประเภท เชน opioids หรือใชเ สริมการรกั ษาในโรคที่ เพอ่ื ใหม กี ารนาํ กญั ชามาใชป ระโยชนท างการแพทยไ ด
ยาแผนปจ จบุ นั ยงั ไมม คี าํ ตอบ และอาจชว ยเสรมิ สรา ง ซึ่งการแกไขกฎหมายไมใชมาตรการเดียวเทานั้น
เศรษฐกจิ จากภาษีทเี่ กย่ี วขอ งกบั ธรุ กจิ กัญชา สว นใน
ดา นผลลบ เชน มอี ตั ราการเขา รกั ษาตวั ทหี่ อ งฉกุ เฉนิ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 33
แตต อ งรวมถงึ การบงั คบั ใชก ฎหมายใหม คี วามเขม งวด ในปจ จุบันยังมีจํานวนจํากดั จงึ ยงั ไมส ามารถสรปุ ได
และตอ งใหค วามใสใ จในรายละเอยี ดมาก ทงั้ การควบคมุ แนนอนวา กัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งไดจริง
ผูประกอบการและผูซ้อื รวมถึงการบําบัดผเู สพยา จาํ เปน ตองรอผลการศกึ ษาทางคลินิกเพิม่ เติม1
สาํ หรบั สถานการณก ารใชก ญั ชาในประเทศ สําหรับประเทศไทยมีความเคลื่อนไหว
ไทย มบี ันทึกตํารบั ยาไทยในตําราการแพทยแ ผนไทย จากหนวยงานภาครัฐและเอกชนใหทบทวนแกไข
มากมาย เชน ตาํ ราพระโอสถพระนารายณ ซง่ึ รวบรวม พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 เพื่อ
ข้ึนภายหลังรัชสมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช ถอดกญั ชาออกจากรายการยาเสพติด กัญชาเปนพชื
เมอื่ กวา สามรอ ยปม าแลว ตาํ ราแพทยศ าสตรส งเคราะห มปี ระโยชนแ ละโทษ ประเทศไทยมนี โยบายใชก ญั ชา
ตํารายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพ่ือประโยชนทางการแพทยเกิดขึ้น กฎหมายจึงมี
มีขอบงใช สรรพคุณเปนยารักษาโรคตาง ๆ เชน ความสําคัญเพื่อควบคุมการใชกัญชาทางการแพทย
โรคลม โรคริดสีดวงทวาร และโรคหอบหืด เปนตน ทเ่ี หมาะสม ซงึ่ มงี านวจิ ยั ของขอ กาํ หนดและหลกั เกณฑ
แสดงใหเห็นวากัญชาถูกใชเปนยารักษาโรคในอดีต มาตรฐานการควบคุมพ้ืนท่ีใชกัญชาทางการแพทย
มาอยางยาวนาน เปนพืชที่รูจักทั้งในประเทศและ ของไทย ประกอบดวย ดานสถานที่เปนการกําหนด
ตา งประเทศ โดยในแตล ะประเทศ ไดส ง เสรมิ การวจิ ยั ตัวอาคาร ตึก หรือโรงเรือน รวมทั้งประตูเขาพื้นที่
กญั ชาในรปู แบบทหี่ ลากหลายเพอ่ื ใชใ นทางการแพทย เพาะปลูกกัญชา ดานการรักษาความปลอดภัย
ตัวอยางเชน สหรฐั อเมรกิ า แคนาดา อสิ ราเอล และ เปนการมีระบบดูแลและแจงเตือนภัยฉุกเฉิน กรณี
ออสเตรเลีย ซึ่งออกกฎหมายใหใชกัญชาเพื่อรักษา มกี ารลกั ลอบเขา ในพนื้ ทปี่ ลกู กญั ชาจากบคุ คลภายนอก
โรคไดภ ายใตก ารดแู ลของแพทย การวจิ ยั และพฒั นา ดานการเก็บรักษา เปนการกําหนดผูรับผิดชอบและ
สารสกัดกญั ชาสาํ หรบั ใชท างการแพทยถ อื วาประสบ ควบคุมหองท่ีมีการเก็บรักษากัญชา และดานการ
ความสําเร็จในระดับหนึ่ง และสามารถข้ึนทะเบียน ควบคมุ การใชเ ปน การมขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน (SOP)
เปนยาไดในบางประเทศ มีการใชเพื่อปองกันการ ในการควบคมุ การปลกู กญั ชา2 นอกจากนย้ี งั มรี ายงาน
คลน่ื ไสอ าเจยี นทเ่ี กดิ จากการยาเคมบี าํ บดั และรกั ษา ขอเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการนํากัญชามาใช
ภาวะกลา มเนอ้ื เกรง็ จากปลอกประสาทอกั เสบ เปน ตน ประโยชนท างการแพทย 3 ดา น ไดแ ก ดา นโครงสรา ง
แตในประเทศไทยน้ันเน่ืองจากตามพระราชบัญญัติ และระบบนิเวศนที่เก่ียวของ โดยมีวัตถุประสงค
ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 กําหนดการควบคุม เพ่ือการประสานขอมูลแบบบูรณาการทุกภาคสวน
กัญชาเปนยาเสพติดใหโทษประเภท 5 ซ่ึงหามผลิต ท้ังในกระทรวงและนอกกระทรวงสาธารณสุข
จําหนาย นําเขา สงออก หรือมีไวในครอบครอง ดานการพัฒนาบุคลากรและการสรางความรอบรู
เวน แตร ฐั มนตรจี ะไดอนุญาตโดยความเหน็ ชอบของ แกประชาชน ท้ังนี้เพื่อมีบุคลากรทางการแพทย
คณะกรรมการควบคมุ ยาเสพตดิ ใหโ ทษเปน ราย ๆ ไป ทกุ วชิ าชพี ทมี่ คี ณุ ภาพ รวมถงึ การมสี ว นรว มของชมุ ชน
และยงั หา มมใิ หผ ใู ดเสพกญั ชาอกี ดว ย การทก่ี ฎหมาย จากขอความขางตน ผูวิจัยจึงศึกษาการใชกัญชา
ของไทยมีบทบัญญัติหามการเสพกัญชา จึงทําให ทางการแพทยของผูมีปญ หาสขุ ภาพในจงั หวดั ชุมพร
การมีขอจํากัดในการศึกษาวิจัยทางคลินิก ในหวงที่ และความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ และ
ผานมาไมมีการศึกษาเพ่ือเพ่ิมพูนองคความรูการใช ประสบการณกับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพ
กัญชาในทางการแพทยในประเทศไทย มีบทความ เพ่ือบําบัดและการรักษาผูมีปญหาสุขภาพ เปนการ
รวบรวมการใชกัญชาทางการแพทย กลาววา สรางความเขาใจระหวางหนวยงานภาครัฐและ
ผลการวจิ ยั ทางคลนิ กิ ในการใชก ญั ชาเพอ่ื รกั ษาโรคมะเรง็ ประชาชน
34 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
วัตถปุ ระสงค (content validity) จากผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 คน
พจิ ารณาความสอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงคข องการวจิ ยั
1. เพ่ือศึกษาการใชกัญชาทางการแพทย และหาคา IOC (Index of Item-Objective
ของผมู ปี ญหาสขุ ภาพในจงั หวัดชุมพร Congruence) และคาความเช่ือม่ัน (reliability)
ของแบบสอบถามกับกลุมตัวอยางท่ีใกลเคียงกับ
2. เพอื่ ศกึ ษาความสมั พนั ธร ะหวา งชว งอายุ กลุมตัวอยางที่เก็บจริงจํานวน 30 คน โดยหาคา
อาชพี และประสบการณก บั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา สัมประสิทธ์ิแอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s
สขุ ภาพในจังหวดั ชมุ พร alpha) ไดคา ความเชอ่ื มั่น เทา กับ 0.85
ระเบยี บวธิ กี ารวิจัย 2. เครอ่ื งบนั ทกึ เสยี งเพอ่ื ชว ยในการสมั ภาษณ
การรวบรวมขอ มลู
วธิ ีวิจัย
การศึกษาวิจยั นเี้ ปน การศกึ ษาเชิงพรรณนา 1. เกบ็ ขอ มลู โดยผชู ว ยนกั วจิ ยั เปน ผรู วบรวม
แบบสอบถาม โดยผวู จิ ยั รวบรวมดว ยตนเอง จากกลมุ
(descriptive study) ระหวา งมนี าคม-ธนั วาคม 2562 ตัวอยาง ในจังหวัดชุมพร จากนั้นนําแบบสอบถาม
กลุมตวั อยาง ใหก ลุมตวั อยางอานและตอบดวยตวั เอง
ใชว ธิ สี มุ ตวั อยา งแบบงา ย (Simple random 2. เกบ็ ขอ มลู เชงิ ลกึ โดยสมั ภาษณด ว ยตวั เอง
sampling) จากประชากรผูที่มีปญหาสุขภาพท่ีใช จากกลมุ ตวั อยา งตามแบบสมั ภาษณท เ่ี ตรยี มไว โดยใช
กัญชาเพ่ือการรักษาโรคและไดข้ึนทะเบียนเปนผูที่ เคร่ืองบนั ทกึ เสยี งเพอื่ ชว ยในการสมั ภาษณ
มีปญหาสุขภาพที่ใชกัญชาเพ่ือการรักษาโรคของ การวิเคราะหข อ มลู
ผูปวยในจังหวัดชุมพร 796 คน โดยกําหนดขนาด
กลุม ตัวอยา งจากจํานวนประชากร 796 ราย โดยใช วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณโดยใชสถิติ
ตารางสูตรสําเร็จรูปของ Yamane ที่ระดับความ เชิงพรรณนา (descriptive statistics) ไดแก
คลาดเคลอ่ื น 5%3 เกบ็ ตวั อยา งไดท ง้ั สน้ิ 266 ตวั อยา ง คาความถี่ รอยละ คาเฉลี่ย คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน
และการสัมภาษณเชิงลึกแบบเจาะจง (purposive และวิเคราะหความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ
sampling) จํานวน 4 ตัวอยา ง และประสบการณก บั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ
เครอ่ื งมือทใ่ี ช ในจังหวัดชุมพร ดวยสมั ประสทิ ธ์ิสหสัมพนั ธเ พยี รสนั
(Pearson’s correlation coefficients) กําหนดคา
1. ใชแ บบสอบถามการใชก ญั ชาทางการแพทย นยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ่ี p-value เทา กบั .05 สว นขอ มลู
ของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในจงั หวดั ชมุ พร โดยแบง ออกเปน เชิงคุณภาพใชการวิเคราะหแกนสาระ (thematic
3 สวน ไดแก สวนท่ี 1 เปนคําถามเกี่ยวกับขอมูล analysis) โดยผวู จิ ยั
พื้นฐานของผูมีปญหาสุขภาพ เปนคําถามปลายปด นยิ ามศพั ท
ทม่ี คี าํ ตอบแบบเลอื กตอบ สว นท่ี 2 เปน คาํ ถามเกย่ี วกบั
การใชกญั ชาทางการแพทย ประกอบดว ยคาํ ถามท่ีมี 1. ประสบการณการใชกัญชา หมายถึง
คาํ ตอบเปน มาตรวดั แบบ Likert’s scale 5 ระดบั คอื เหตุผลของการใชกัญชาคร้ังแรก ระยะเวลาของ
ระดับ 1 นอยท่ีสุด ระดบั 2 นอ ย ระดับ 3 ปานกลาง ผมู ีปญหาสุขภาพใชก ญั ชา และบคุ คลอื่นทใ่ี ชกัญชา
ระดบั 4 มาก และระดบั 5 มากทสี่ ดุ 4 และสวนท่ี 3 ทพ่ี บเจอ
เปนคําถามปลายเปดของปญหา/อุปสรรค และ
ขอเสนอแนะเกี่ยวกับการใชกัญชาทางการแพทย 2. ผูที่มีปญหาสุขภาพ หมายถึง ผูท่ีได
ซึ่งแบบสอบถามน้ีไดตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา ข้ึนทะเบียนการใชกัญชาในจังหวัดชุมพร
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 35
ผลการศึกษา 2. การใชก ญั ชาทางการแพทยข องผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ
ในจงั หวดั ชุมพร
1. ขอ มูลทว่ั ไป
คุณลกั ษณะท่ัวไปของกลุม ตัวอยางจาํ นวน จากผลการศกึ ษาการใชก ญั ชาทางการแพทย
ของผมู ีปญ หาสุขภาพในจังหวดั ชุมพร พบวา สาเหตุ
266 คน พบวา สวนใหญเปนเพศชาย รอยละ 79 การใชกัญชาเปนเพราะปญหาทางรางกาย รอยละ
อายรุ ะหวา ง 26 - 40 ป รอ ยละ 52 สถานภาพสมรส 87.96 และปญหาทางจิตใจ รอยละ 12.03 โดยโรค
รอ ยละ 65 มรี ะดบั การศกึ ษามธั ยม/ปวช. รอ ยละ 38 และอาการท่ีพบใน 3 อันดับแรก ไดแก โรคมะเร็ง
ประกอบอาชพี เกษตรกร รอยละ 42 ดังตารางท่ี 1 ภมู แิ พ และไมเกรน รอ ยละ 22.18, 13.16 และ 10.15
ตามลาํ ดับ ประสบการณก ารใชก ัญชา พบวา เหตุผล
ตารางท่ี 1 ขอ มลู ทวั่ ไปของกลมุ ตวั อยา ง (n = 266 คน) ของการใชกัญชาครั้งแรก คือ การรักษา รอยละ 44
ระยะเวลาท่ีใชกัญชา 1-5 ป รอยละ 36 บุคคลอ่ืน
ขอ มลู ท่ัวไป จํานวน (คน) รอ ยละ ที่ใชกญั ชาที่พบเจอพบวา เปนคนท่ีในทํางานเดยี วกนั
รอยละ 33 ดงั ตารางท่ี 2 และรูปที่ 1
เพศ 78.94
ชาย 210 21.05
หญงิ 56 3.00
52.25
อายุ 8 30.82
19- 25 ป 13.90
ตารางท่ี 2 การใชก ญั ชาทางการแพทยข องกลมุ ตวั อยา ง
26- 40 ป 139 22.55 (n = 266 คน)
65.03
41- 60 ป 82 12.40 การใชก ญั ชา จํานวน (คน) รอยละ
61 ปขนึ้ ไป 37 4.88 87.96
38.34 12.04
สถานภาพ 34.21 ปญ หาสุขภาพและใชกญั ชา
16.91 39.10
โสด 60 5.63 ปญ หาทางรางกาย 234 60.90
สมรส 173 24.43 ปญ หาทางจิตใจ 32 36.84
39.09 28.19
หมา ย/หยาราง/แยกกนั อยู 33 34.21 ประสบการณก ารใชกญั ชา 21.05
2.25 8.27
ระดบั การศกึ ษา เหตุผลการใชกัญชาครง้ั แรก 5.63
42.10
ประถมศึกษา 13 31.95 บาํ บดั ความเจ็บปวย 104 24.81
11.27 29.32
มัธยม/ปวช. 102 14.66 รักษาโรค 162 33.08
12.78
อนปุ ริญญา 91 ระยะเวลาทใี่ ชกญั ชา
ปรญิ ญาตรี 45 1 - 5 ป 98
ปรญิ ญาโท 15 6 - 10 ป 75
รายไดต อ เดอื น 11 - 15 ป 56
ต่ํากวา 15,000 บาท 65 16 - 20 ป 22
15,001- 30,000 บาท 104 มากกวา 20 ป 15
30,001- 60,000 บาท 91 บุคคลอ่ืนท่ีใชก ัญชาท่พี บเจอ
60,001 บาทขึน้ ไป 6 ครอบครัว 66
อาชีพ ญาติพนี่ อ ง 78
เกษตรกร 112 คนทท่ี ํางานเดยี วกนั 88
คา ขาย 85 อ่นื ๆ 34
ขา ราชการ 30
ธุรกิจสว นตวั 39
36 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
รูปที่ 1 โรคและอาการผูป ว ยทีจ่ ดแจงการใชก ญั ชาเพ่ือรักษาโรคเฉพาะตวั ในจังหวัดชมุ พร
3. ทัศคตติ อ กฎหมายและการเขา ถงึ กญั ชาทางการแพทย
เมื่อพิจารณาถึงความคิดเห็นของกลุม การมกี ฎหมายบงั คบั ใชก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาเปน เรอ่ื ง
ตวั อยา งตอการใชก ัญชาทางการแพทยข องผูมีปญหา เหมาะสม 4.64 รองลงมา คือ แพทยแผนปจจุบัน
สุขภาพในจงั หวัดชมุ พร ในประเดน็ ของกฎระเบียบ สามารถสั่งผลิตภัณฑกัญชาเพื่อการรักษาได 4.63
และการเขาถึง โดยพบวามีคาเฉล่ียโดยรวมอยูใน การเขา ถงึ ผลติ ภณั ฑก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาควรเปด เสรี
ระดับมากที่สดุ 4.54 หัวขอ ที่มีคา เฉลย่ี มากทีส่ ดุ คือ เหมอื นผลติ ภณั ฑย าอน่ื ๆ 4.61 ตามลาํ ดบั ดงั ตารางที่ 3
ตารางที่ 3 ระดับความคิดเหน็ ของกลุมตวั อยา งตอ การใชก ัญชาทางการแพทยใ นการศึกษาโรคเฉพาะตน
ขอ คําถาม Mean S.D. ระดับ
1. การมีกฎหมายบังคบั ใชกัญชาเพ่อื การรกั ษาเปนเรอื่ งเหมาะสม 4.64 0.711 มากที่สดุ
2. การเขา ถึงผลติ ภณั ฑก ัญชาเพ่อื การรักษาควรเปด เสรเี หมือนผลติ ภัณฑย าอน่ื ๆ 4.61 0.731 มากที่สดุ
3. หากไมมกี ฎหมายรบั รองกญั ชา เพื่อการรกั ษาโรคแลว กัญชาจะถกู นาํ ไปใช 4.31 1.113 มาก
เปน สารเสพติดเทา นั้น
4. แพทยแ ผนปจจุบนั สามารถสัง่ ผลติ ภณั ฑกัญชาเพอื่ การรักษาได 4.63 0.691 มากที่สุด
5. แพทยแผนไทยสามารถสง่ั ผลติ ภัณฑกญั ชาเพ่ือการรกั ษาได 4.48 0.842 มาก
6. หมอพื้นบา นสามารถส่งั ผลิตภณั ฑกญั ชาเพือ่ การรักษาได 4.42 0.933 มาก
7. ควรเปด โอกาสใหทกุ สถานพยาบาลสามารถใชก ญั ชาเพอื่ การรักษาได 4.60 0.663 มากที่สดุ
8. ควรมีการติดตามการใชกัญชาทางการแพทยต ามกฎหมาย 4.53 0.764 มากทส่ี ุด
9. กฎหมายบงั คบั ใชก ัญชาเพอ่ื การรกั ษาควรเหมือนกันทว่ั ประเทศ 4.59 0.754 มากทส่ี ุด
10. ไมควรใชก ฎหมายบงั คับใชกญั ชาเพ่ือประโยชนข องบคุ คลใด 4.58 0.733 มากที่สุด
รวม 4.54 0.793 มากที่สดุ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 37
4. ความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ และ อยา งมนี ยั สาํ คญั ที่ p-value นอ ยกวา 0.1 หมายความวา
ประสบการณก ารใชก ญั ชาครง้ั แรก กบั การใชก ญั ชา อาชีพของผูมีปญหาสุขภาพ เปนอาชีพที่ใชแรงงาน
ของผูม ปี ญหาสขุ ภาพในจังหวดั ชุมพร ทาํ ใหเ กดิ การบาดเจบ็ จากการทาํ งานไดม ากกวา อาชพี
ทใ่ี ชแ รงงานนอ ย โดยอาชพี เกษตรกร มคี วามสมั พนั ธ
ผลการศกึ ษาความสมั พนั ธร ะหวา งชว งอายุ กบั การใชกญั ชามากท่ีสุด
กบั การใชก ญั ชา พบวา ชว งอายมุ คี วามสมั พนั ธท างบวก
กบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ อยา งมนี ยั สาํ คญั นอกจากนนั้ พบวา ประสบการณก ารใชก ญั ชา
ที่ p-value นอยกวา 0.1 หมายความวา ชวงอายุ มคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา
ของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ มอี าการบาดเจบ็ จากการทาํ งาน สุขภาพในระดับดีมาก อยางมีนัยสําคัญท่ี p-value
โดยชว งอายุ 41-60 เปน ชว งอายทุ พ่ี บอาการบาดเจบ็ นอยกวา 0.1 หมายความวา ผูมีปญหาสุขภาพจะใช
ไดมากกวา ชวงอายุ 26- 40 ป และ 19-25 ป กัญชาในการรักษา เน่ืองมาจากอาการเจ็บปวย
จึงจาํ เปน ตองใชก ญั ชาในการรักษาเพื่อบาํ บดั อาการ ที่รกั ษาไมหาย จึงตอ งใชร ะยะเวลาในการบาํ บัดดวย
กัญชา จากการที่พบเจอบุคคลอื่นท่ีใชและไดผลดี
สวนอาชีพพบวา มีความสัมพันธทางบวก ดังตารางท่ี 4
กับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพในระดับดี
ตารางท่ี 4 ความสัมพันธร ะหวางชวงอายุ อาชพี และประสบการณ กบั การใชก ัญชาของผมู ปี ญหาสขุ ภาพ
ตวั แปร การใชกัญชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพ
ชวงอายุ Pearson Correlation P-value ระดบั ความสัมพันธ
19 - 25 ป
26 - 40 ป .64 0.00 ปานกลาง
41 - 60 ป
60 ปข้ึนไป .66 0.00 ปานกลาง
อาชีพ .70 0.00 ดี
เกษตรกร
คาขาย .55 0.00 ปานกลาง
ขาราชการ
ธุรกิจสวนตัว .86 0.00 ดีมาก
ประสบการณ .70 0.00 ดี
เหตุผลของการใชกัญชาครั้งแรก
ระยะเวลาท่ีใชกัญชา .62 0.00 ดี
บุคคลอื่นที่ใชกัญชาที่พบเจอ
.55 0.00 ปานกลาง
.88 0.00 ดีมาก
.80 0.00 ดีมาก
.76 0.00 ดีมาก
38 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
5. ขอคิดเห็นตอปญหาอุปสรรคและขอเสนอแนะ ที่ศึกษาเร่ือง กัญชา: ประโยชนทางการแพทยและ
ของผูต อบแบบสอบถาม ความเปนพิษ พบวา มะเร็งบางชนิดไมตอบสนอง
กบั ยาทมี่ อี ยใู นปจ จบุ นั 5 ดงั นน้ั จงึ ควรมที างเลอื กใหก บั
ผูตอบแบบสอบถามไดมีขอคิดเห็นสําคัญ ผูปวยบางรายท่ีตองการการรักษาแบบผสมผสาน
จากการสัมภาษณเชิงลึก 4 ตัวอยาง จํานวน 5 ขอ แนวใหม และยังสอดคลองกับวีรยา ถาอุปชิต และ
พบวา นุศราพร เกษสมบูรณ ท่ีศึกษาเรื่องการใชกัญชา
ทางการแพทย พบวา กัญชาเปนพืชสมุนไพรท่ีมี
1. การเขาถึง เปนความยากลําบากของ ประโยชนทางการแพทย ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการ
ผูปวยที่จะหากัญชา เพราะจัดเปนยาเสพติดที่ตอง สนับสนุนทั้งแพทยแผนไทยและแผนปจจุบัน สรุป
ควบคมุ เพอ่ื ความปลอดภยั แมว า จะใชเ พอื่ ประโยชน ขอบงใชหลักคือ อาการปวดเร้ือรังและโรคปลอก
ทางการแพทยก ต็ าม ตวั อยา งผใู หข อ มลู ชายรายหนง่ึ ประสาทเสื่อมแข็ง ดานผลขางเคียงของกัญชาใน
ทม่ี ปี ญ หานอนไมห ลบั อายุ 28 ป กลา ววา “การเขา ถงึ ระยะส้ันพบวา มีผลขางเคียงท่ีไมรุนแรง สวนผล
กัญชาเม่ือมีอาการนอนไมหลับ ยังไมสามารถหาซื้อ ขางเคยี งในระยะยาวยังไมมขี อ มลู ท่แี นชดั 5
ตามรา นขายยาหรอื คลนิ กิ หรอื โรงพยาบาลทวั่ ๆ ไป”
การศึกษาความคิดเห็นเก่ียวกับกฎหมาย
2. การประสานงานและการใชกฎหมาย และการเขาถึงกญั ชาทางการแพทยพ บวา มีทศั นคติ
แมว า ปจ จบุ นั ประเทศไทยมพี ระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ เปน ไปในทางเดยี วกนั ในแตล ะหัวขอ ยกตัวอยา งเชน
ใหโทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 ซ่ึงอนุญาตใหนํา เหน็ วา การมกี ฎหมายบงั คบั ใชก ญั ชาเพอื่ การรกั ษาเปน
กัญชามาใชประโยชนทางการแพทยแลวก็ตาม เรื่องเหมาะสม แพทยแผนปจจุบัน-แพทยแผนไทย-
แตในทางปฏบิ ัตยิ ังพบวา ขาดการประสานงานของ หมอพนื้ บา นสามารถสงั่ ผลติ ภณั ฑก ญั ชาเพอ่ื การรกั ษาได
ผูเก่ียวของและหนวยงานตาง ๆ เชน กระทรวง รวมท้ังการเขาถงึ ผลิตภณั ฑกัญชาเพอ่ื การรักษาควร
สาธารณสุขกระทรวงมหาดไทย และสํานักงาน เปด เสรี เหมอื นผลติ ภณั ฑย าอน่ื ๆ เปน ตน ซงึ่ สอดคลอ ง
คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด กับผลการศึกษาของพีรพจน ปนทองดี ท่ีวา กัญชา:
(ป.ป.ส.) กฎหมายยาเสพตดิ อนั เปน อปุ สรรคตอ การพฒั นากญั ชา
การแพทย พบวา กัญชามีวัตถุประสงคทั้งใชรักษา
อภิปรายผล ในทางการแพทยแ ละใชเ พอื่ สนั ทนาการ (recreational
purpose) ดังตัวอยางของประเทศแคนาดา แตใน
จากผลการศึกษาขอมูลทั่วไปของมีผูตอบ บางประเทศใชรักษาในทางการแพทยและใชเพ่ือ
แบบสอบถามการใชก ญั ชาทางการแพทยข องผมู ปี ญ หา สนั ทนาการเฉพาะบางพน้ื ทท่ี ก่ี าํ หนดไวเ ทา นน้ั เชน
สุขภาพในจังหวัดชุมพร จํานวน 266 คน พบวา ประเทศเนเธอรแ ลนด สว นในบางประเทศใชเ พอื่ รกั ษา
สว นใหญเ ปน เพศชาย อายุ 26- 40 ป สถานภาพสมรส ทางการแพทยเทาน้ัน เชน ประเทศออสเตรเลีย
ระดับการศึกษามัธยม/ปวช. และประกอบอาชีพ รวมทั้งประเทศไทย6 และสอดคลองกับบัณฑิต
เกษตรกร สําหรับประสบการณการใชกัญชา พบวา ศรไพศาล และคณะ4 คิดใหชัดกับนโยบายกัญชา
เหตุผลหลกั ของการใชก ญั ชาคร้งั แรก คอื การรักษา ทางการแพทยของประเทศไทย พบวา ประเทศไทย
ซงึ่ ระยะเวลาทใ่ี ชก ญั ชาสว นใหญค อื 1-5 ป บคุ คลอนื่ มกี ฎหมายอนญุ าตใหใ ชก ญั ชาทางการแพทยค รงั้ แรก
ทใี่ ชก ญั ชาทพี่ บเจอคอื เปน คนทที่ าํ งานเดยี วกนั ตอ มา ขึ้นในประวัติศาสตรชาติวันที่ 18 กุมภาพันธ 2562
พบวาการเจ็บปวยสวนใหญเปนปญหาทางรางกาย อาจขาดความพรอมในทุก ๆ ดาน ต้ังแตการเขาถึง
โดย 3 อันดับแรกของการโรคที่ปวยและอาการ ซึ่งไมสามารถหาไดตามโรงพยาบาลหรือรานขายยา
ท่ีตองใชกัญชาทางการแพทย ไดแก โรคมะเร็ง
โรคภมู แิ พ และโรคไมเกรน ตามลาํ ดบั ซงึ่ สอดคลอ ง
กับผลการศึกษาของปทมา พลอยสวาง และคณะ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 39
ทั่ว ๆ ไป บุคลากรที่มีความรูความสามารถในการ มีความสัมพันธกับระดับพฤติกรรมการใชกัญชา
ใชกัญชาทางการแพทยมีจํากัด กระบวนการหรือ เพอื่ ประโยชนท างการแพทยอ ยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ
กิจกรรมต้ังแตการปลูก (ตนนํ้า) จนถึงการผลิต ที่ระดับ 0.05 และสอดคลองกับการศึกษาของชนิดา
ผลิตภัณฑจากกัญชา (ปลายนํ้า) ยังตองใชเวลา มทั ทวางกรู เรอ่ื งปจ จยั ทม่ี คี วามสมั พนั ธก บั พฤตกิ รรม
พอสมควรเพื่อสรางเปนระบบท่ีมีคุณภาพและ การใชส มนุ ไพรของประชาชนในเขตภาษเี จรญิ พบวา
ประสทิ ธภิ าพ รวมทง้ั การมสี ว นรว มจากทกุ ภาคสว น พฤติกรรมการใชสมุนไพรในการดูแลสุขภาพมีความ
ในการใชก ัญชาทางการแพทย สัมพันธเชิงบวกกับปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได
และโรคประจําตัว อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
ชวงอายุ อาชีพ และประสบการณการใช ความเชอ่ื มน่ั 0.058 ผลการศกึ ษาครงั้ นส้ี ามารถนาํ ไป
กญั ชามคี วามสมั พันธก บั การใชก ัญชาของผูมปี ญหา ใชสงเสริมการใชสมุนไพรท่ีถูกตองใหกับประชาชน
สุขภาพ เนื่องจากกัญชานั้นสามารถบําบัดและรักษา พฒั นานโยบายการสง เสรมิ การใชส มนุ ไพร ทเี่ หมาะสม
เบ้ืองตน เมื่อใชรักษาไดผลก็จะทําใหเกิดการเรียนรู กับบรบิ ทของชุมชนในกรงุ เทพมหานคร
ถงึ ประโยชน และรบั รไู ดว า กญั ชานนั้ ใชร กั ษาอาการได
เมอ่ื มอี าการนน้ั อกี ครงั้ ตามประสบการณท พี่ บเจอมา สรปุ ผล
กลาวคือ ชวงอายุของผูมีปญหาสุขภาพ มีอาการ
บาดเจ็บจากการทํางาน โดยชวงอายุ 41- 60 เปน การใชกัญชาทางการแพทยของผูมีปญหา
ชวงอายุที่พบอาการบาดเจ็บ และมีความสัมพันธ สุขภาพในจังหวัดชุมพรสวนใหญเปนเพศชาย อายุ
ทางบวกกับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพใน 26 - 40 ป อาชีพเกษตรกร โดยมีปญหาทางรางกาย
ระดบั ดี โดยภาพรวมของชว งอายทุ ี่มีความสมั พันธ และจิตใจ มีการใชเพ่ือบําบัดอาการเจ็บปวยดวย
กับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพอยูในระดับ โรคมะเร็ง โรคภมู แิ พ และโรคไมเกรน เปน 3 ลาํ ดบั
ปานกลาง อาชีพของผูมีปญหาสุขภาพ เปนอาชีพ สูดสุดของโรค เหตุผลของการใชกัญชาครั้งแรกคือ
ทใี่ ชแ รงงาน ทาํ ใหเ กดิ การบาดเจบ็ จากการทาํ งานได การรักษา สวนความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายและ
มากกวา อาชีพท่ีใชแ รงงานนอย โดยอาชพี เกษตรกร การเขาถึงกัญชาทางการแพทยสวนใหญเห็นวา
มคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หา การมกี ฎหมายบังคบั ใชก ญั ชาเพ่ือการรักษาเปนเรื่อง
สุขภาพในระดับดีมาก โดยภาพรวมของอาชีพที่มี เหมาะสม
ความสัมพันธกับการใชกัญชาของผูมีปญหาสุขภาพ
อยใู นระดบั ดี ประสบการณก ารใชก ญั ชา เนอื่ งมาจาก ความสัมพันธระหวางชวงอายุ อาชีพ และ
อาการเจ็บปวยที่รักษาไมหาย จึงตองใชระยะเวลา ประสบการณก ารใชก ญั ชามคี วามสมั พนั ธท างบวกกบั
ในการบําบัดดวยกัญชามีความสัมพันธทางบวกกับ การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในระดบั ปานกลาง
การใชก ญั ชาของผมู ปี ญ หาสขุ ภาพในระดบั ดมี ากทกุ ดา น ดี และดีมาก ตามลําดับ อยางมีนัยสําคัญท่ีระดับ
คือเหตุผลของการใชกัญชาครั้งแรก ระยะเวลาทใี่ ช p-value 0.1 โดยการใชกญั ชาสวนใหญเปนชว งอายุ
กัญชา และบุคคลอน่ื ท่ใี ชก ัญชาทีพ่ บเจอ ตามลําดับ 41- 60 เพอ่ื รกั ษาอาการบาดเจบ็ และมคี วามสมั พนั ธ
เชนเดียวกับการศึกษาของกรพินทุ ปานวิเชียร7 ทางบวกกับการใชกัญชาในระดับดี อาชีพเกษตรกร
ทศ่ี กึ ษาเรอื่ งปจ จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธก บั ระดบั พฤตกิ รรม มคี วามสมั พนั ธทางบวกกับการใชก ัญชาระดับดมี าก
การใชกัญชาเพ่ือประโยชนทางการแพทย พบวา ประสบการณก ารใชก ญั ชาเนอื่ งมาจากอาการเจบ็ ปว ย
ขอ มลู สวนบคุ คล ไดแ ก เพศ อายุ การศึกษา รายได ที่รักษาไมหายตองใชระยะเวลาในการบําบัดดวย
เฉลย่ี อาชพี และโรคประจาํ ตวั ลกั ษณะการใชก ญั ชา กัญชามีความสัมพันธทางบวกกับการใชกัญชาของ
การรับรูขอดีขอเสียของกัญชาในทางการแพทย ผูมีปญหาสุขภาพในระดับดีมากทุกดาน
40 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ขอ เสนอแนะ เอกสารอา งองิ
1. กญั ชาเปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษ ดงั นนั้ ผปู ว ย 1. ปท มา พลอยสวา ง, วรี วฒุ ิ อมิ่ สาํ ราญ, ศลุ พี ร แสงกระจา ง.
ที่มีปญหาทั้งทางรางกายและจิตใจ ควรใชบริการ กัญชา: ประโยชนทางการแพทยและความเปนพิษ.
คลนิ กิ กญั ชาทางการแพทยในสถานพยาบาลท่ไี ดรบั วารสารการแพทยไ ทยและการแพทยท างเลอื ก 2559;
อนุญาต โดยมีแพทยแผนปจจุบันและ/หรือแพทย 14:115-123.
แผนไทยทผ่ี า นการอบรมและรบั รองหลกั สตู รการใช
กญั ชาทางการแพทยท ถ่ี กู ตอ งตามกฎหมายแลว เทา นนั้ 2. สนุ ทร พุทธศรีจาร.ุ การพฒั นามาตรการทางกฎหมาย
ควบคุมการใชกัญชาทางการแพทยและการนําไปสู
2. ควรนาํ ผลการศกึ ษานใ้ี ชประโยชน การปฏบิ ตั .ิ วารสารอาหารและยา 2562;26(2):10-19.
ในการเปนขอ มูลพนื้ ฐานดา นความสัมพันธข อง อายุ
อาชีพ และประสบการณก ารใชก ัญชาของผมู ีปญหา 3. Yamane T. Statistics: an Introductory Analysis.
สขุ ภาพ เพอื่ เปน แนวทางในการวางแผนการจดั บรกิ าร 2nd Ed., New York: Harper and Row; 1967.
คลินิกกญั ชาทางการแพทยตอ ไป
4. บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องตน (พิมพคร้ังท่ี 7).
3. ควรศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกับกัญชามีผล กรงุ เทพฯ: สวุ ีริยสาสน ; 2543.
ขา งเคยี งระยะยาว การควบคมุ กฎหมายหรอื การรวั่ ไหล
หรอื ผตู ิดยาเพิ่มท่อี าจเกิดขน้ึ ความสมั พันธท างบวก 5. บัณฑิต ศรไพศาล. คิดใหชัดกับนโยบายกัญชาทาง
ท่ีช้ีผลการรักษาท่ีไดผลจะมีขอเสนอการสงเสริม การแพทยข องประเทศไทย. วารสารวชิ าการสาธารณสขุ
การใชกัญชาทางการแพทย 2562;28(4):755-766.
4. ขอเสนอแนะตอการวิจัยครั้งตอไปเพ่ือ 6. พรี พจน ปน ทองด.ี กญั ชา: กฎหมายยาเสพตดิ อนั เปน
ใหไดผลที่ครอบคลุม ควรศึกษาการบริหารจัดการ อปุ สรรคตอ การพฒั นากญั ชาการแพทย. วารสารสนั ติ
ในทุกมิติของกัญชาทางการแพทย ตลอดจนปญหา ศกึ ษาปรทิ รรศน มจร 2561;6(3):1182-1198.
อปุ สรรค และขอ เสนอแนวทางในมมุ มองของบคุ ลากร
ทางสาธารณสุข เชน แพทย ทันตแพทย เภสัชกร 7. วีรยา ถาอุปชิต, นุศราพร เกษสมบูรณ. การใชกัญชา
แพทยแ ผนไทย และพยาบาล ทงั้ นเ้ี พอ่ื ขอ มลู ทไ่ี ดร บั ทางการแพทย. วารสารเภสัชศาสตรอีสาน 2560;
จะเปน ประโยชนต อ การสรา งระบบการตดิ ตามและดแู ล 13(1):228-240.
การใชกญั ชาทางการแพทยอยางเหมาะสม และวจิ ยั
ทใี่ ชว ธิ ที ดสอบทางสถติ ิ เชน การวเิ คราะหอ งคป ระกอบ 8. กรพินทุ ปานวิเชยี ร. ปจ จยั ท่ีมีความสัมพนั ธกับระดับ
เชงิ สาํ รวจ (statistics analysis) (exploratory factor พฤติกรรมการใชกัญชาเพ่ือประโยชนทางการแพทย.
analysis หรือ EFA) การวิเคราะหองคประกอบเชิง วารสารบรมราชชนนสี พุ รรณบุรี 2562;3(1):31-42.
ยนื ยัน (confirmatory factor analysis หรอื CFA)
9. ชนดิ า มทั ทวางกรู . ปจ จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธก บั พฤตกิ รรม
การใชส มนุ ไพรของประชาชนในเขตภาษเี จรญิ . วารสาร
แพทยแ ผนไทย 2561;20(39):99-109.
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 41
บทความวิจยั Research Article
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
รปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั ในโรงพยาบาลมหาสารคามแบบมสี ว นรว ม
ปริญา ถมอุดทา1 อดิศักด์ิ ถมอุดทา2
1กลุมงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 2กลุมงานการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก
โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
ที่อยูติดตอ: ปริญา ถมอุดทา งานคุมครองผูบริโภค กลุมงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลมหาสารคาม 168 ถนนผดุงวิถี อําเภอเมือง
จังหวัดมหาสารคาม 44000 [email protected]
Food Safety Management Model by Participation in Mahasarakham
Hospital
Pariya Thomudtha.1, Adisak Thomudtha.2
1Social Medicine Division, Mahasarakham Hospital, Mahasarakham, Thailand. 2Thai Traditional and Alternative
Medicine Division, Mahasarakham Hospital, Mahasarakham, Thailand
Contact address: Pariya Thomudtha, Health Consumer Protection Sub-Division, Social Medicine Division,
Mahasarakham Hospital, 168 Phadungvithee Road, Talad District, Mueang, Mahasarakham Province, Thailand, 44000,
[email protected]
Received: 16 March 2021, Revised: 8 November 2021, Accepted: 10 November 2021
Abstract
Background: Hospitals need to produce safe food for patients and their relatives, also visitors
so as not to get exposure contaminated toxins or pathogens which will cause harm or effecting
an increased illness. Hench, food in hospitals must be controlled the safety of food through
a participation of networks throughout a food chain.
Objectives: This study aimed to create the food safety management model in Mahasarakham
Hospital and explore the impacts after food safety management.
Methods: This study was a participatory action research approach (PAR) that workout between
October 2017 and September 2020. The research areas included: the nutrition department
in the hospital, the canteen, Cooperative shops, pesticide-free agricultural product sale area
at the hospital, and organic farming plots in Mahasarakham province. Specific samples were
selected from 43 farmers, 120 patients, and 70 food handlers. The descriptive data included
frequency, percentage, mean and standard deviation, Paired-t-test, Wilcoxon signed rank test,
and thematic analysis for qualitative data.
Results: The food safety management model by participation of organic farmers, communities
and government agencies as named “MSKH food safety model” was managed through the
food chain that from upstream (raw material handling in production), midstream (raw material
42 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
testing; food safety surveillance; and sanitation standard inspection), and downstream (healthy
and safe menu; the identity menu of the hospital; creating health literacy knowledge for
samples; also providing spaces for consumers to access safe food to create a culture of safe
food consumption). This model yielded to use of raw material for food preparation for patients
in the category of organic vegetables to enter the hospital nutrition by up to 75.24% and organic
rice 100.00%. It created a safe menu that used organic vegetables recipes 32.00%. Organic rice,
fruits, and vegetables from local farmers was purchased at 4,393,762 baht (after 2018-2020,
before 2017 was valued at zero baht). All food contaminant inspections conducted in all areas
showed contaminants declined steadily in 2017-2020 from 15.36 to 1.19%. It is found that
the literacy score on safety food and food sanitation standards before and after of sample
group was a statistically significant increase in all aspects of average scores at excellence level
by p=0.001 (before 12.27 and after 17.67 of 20 points). Furthermore, the farmers had improved
the enzyme cholinesterase in their blood at a statistically significant normal level of p=0.05.
Conclusions: The development of safe food management model in Mahasarakham Hospital
had created a form of participation in safe food management that impact changed in food
management in the food chain comprehensive hospital. It can improve food safety and food
sanitation literacy, as well as health literacy. This management model creates a holistic wellness
of people including health, socioeconomic status, and health literacy in self-care in a stable,
prosperous, and sustainable manner.
Keywords: food safety participation hospital management
บทคัดยอ
ความสาํ คญั : โรงพยาบาล (รพ.) จาํ เปน ตอ งผลติ อาหารทป่ี ลอดภยั สาํ หรบั ผปู ว ย ญาตผิ ปู ว ย และผมู ารบั บรกิ าร
เพื่อไมใหไดรับสารพิษหรือเช้ือโรคท่ีปนเปอนซ่ึงจะกอใหเกิดโทษหรือกระทบตออาการปวยที่เพ่ิมขึ้น จึงตองมี
การควบคุมกํากับเพื่อความปลอดภัยของอาหารใน รพ. โดยใชการมีสวนรวมของเครือขายท่ีเก่ียวของตลอด
หวงโซอ าหาร
วตั ถปุ ระสงค: เพอ่ื สรา งรปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั ใน รพ. มหาสารคาม และศกึ ษาผลกระทบหลงั การ
จัดการอาหารปลอดภยั
วิธีการวิจัย: เปนการศึกษาเชิงปฏิบัติการแบบมีสวนรวม ตั้งแตตุลาคม พ.ศ. 2560 - กันยายน พ.ศ. 2563
ในโรงครัว ศูนยจําหนายอาหาร สหกรณรานคา พื้นที่ขายสินคาเกษตรปลอดสารใน รพ. มหาสารคาม และ
พน้ื ทแี่ ปลงเกษตรอนิ ทรยี ใ นจงั หวดั มหาสารคาม คดั เลอื กกลมุ ตวั อยา งแบบเจาะจงจากเกษตรกร 43 คน ผปู ว ย
120 คน และผสู มั ผสั อาหาร 70 คน วเิ คราะหข อ มลู เชงิ พรรณนา ไดแ ก จาํ นวน รอ ยละ คา เฉลย่ี สว นเบยี่ งเบน
มาตรฐาน Paired-t-test และ Wilcoxon signed rank test และขอ มลู เชงิ คณุ ภาพดว ยการวเิ คราะหแ กน สาระ
(thematic analysis)
ผลการศึกษา: พบวารูปแบบในการพัฒนาการจัดการอาหารปลอดภัยใน รพ. คือ “MSKH Food safety
model” มีการจัดการตลอดหวงโซอาหาร ตั้งแตตนทาง (การจัดการวัตถุดิบปลอดภัยในการผลิต) กลางทาง
(การตรวจสอบวัตถุดิบ การเฝาระวังความปลอดภัยของอาหาร การตรวจสอบมาตรฐานสุขาภิบาล) ปลายทาง
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 43
(เมนชู สู ขุ ภาพปลอดภยั เมนอู ตั ลกั ษณข อง รพ. การสรา งความรอบรใู หผ บู รโิ ภค การจดั พนื้ ทใ่ี หผ บู รโิ ภคเขา ถงึ
อาหารปลอดภัยเพ่ือสรางวัฒนธรรมการบริโภคอาหารปลอดภัย) ทําใหมีการใชวัตถุดิบปรุงประกอบอาหาร
ใหผูป วยประเภทผกั ปลอดสารพิษอินทรียเ ขาโภชนาการ รพ. สูงถงึ รอยละ 75.24 ขาวอินทรยี ร อ ยละ 100.00
เกดิ เมนอู าหารปลอดภยั ทใ่ี ชว ตั ถดุ บิ จากผกั ปลอดสารถงึ รอ ยละ 32.00 มกี ารจดั ซอื้ วตั ถดุ บิ ผกั ผลไม ขา วอนิ ทรยี
จากเกษตรกรในพน้ื ท่ี คดิ เปน มลู คา 4,393,762.00 บาท (หลงั ดาํ เนนิ การป พ.ศ. 2561-2563 สว นกอ นดาํ เนนิ การ
ป พ.ศ. 2560 มมี ลู คา 0 บาท) ทาํ ใหเ กดิ การขบั เคลอื่ นเศรษฐกจิ ใหก บั พนื้ ท่ี การตรวจสอบสารปนเปอ นในอาหาร
ทุกพื้นท่ีดําเนินการพบสารปนเปอนลดลงอยางตอเน่ืองในป พ.ศ. 2560-2563 จากรอยละ 15.36 เปน 1.19
คะแนนความรอบรูอาหารปลอดภัยและมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารกอนและหลังพัฒนาศักยภาพกลุมตัวอยาง
พบวามีคะแนนเฉลย่ี เพม่ิ ขึ้นทุกดา นในระดบั “ดมี าก” อยา งมีนยั สาํ คญั ทางสถติ ิ (กอ น 12.27 และหลัง 17.67
จาก 20 คะแนน, p=0.0001) และพบวาเกษตรกรมีเอนไซมโคลีนเอสเตอเรสในเลือดดีข้ึนอยูในระดับปกติ
อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถิติที่ p=0.05
สรปุ : การพัฒนา รพ. มหาสารคามอาหารปลอดภัยไดสรางรูปแบบการมีสวนรวมการจัดการอาหารปลอดภัย
สงผลตอการเปล่ียนแปลงการจัดการอาหารใน รพ. ครบวงจรหวงโซอาหาร สามารถพัฒนาความปลอดภัย
ดา นอาหารและสขุ าภบิ าลอาหาร รวมถงึ ความรอบรดู า นสขุ ภาพ รปู แบบการจดั การนที้ าํ ใหเ กดิ สขุ ภาวะประชาชน
แบบองครวมท้ังดานสุขภาพ เศรษฐานะ และความรอบรูดานสุขภาพในการดูแลตนเองไดอยางมั่นคง มั่งค่ัง
และยั่งยืน
คําสําคญั : อาหารปลอดภัย การมสี ว นรวม โรงพยาบาล การจัดการ
บทนํา ผปู ว ยใหมท ม่ี ารบั บรกิ ารในป พ.ศ. 2562 โดยพบมาก
3 อนั ดบั แรกในเพศชาย ไดแ ก ตบั และทอ นา้ํ ดี ลาํ ไส
การรบั ประทานอาหารไมป ลอดภยั อาจสง ผล และหลอดลมและปอด รอยละ 19.50, 17.60 และ
กระทบตอ ความเสยี่ งดานสขุ ภาพหากมีการปนเปอ น 11.60 สวนเพศหญิง ไดแก เตานม รังไข และลําไส
ในหวงโซอาหาร ปจจัยที่อาจทําใหเกิดการปนเปอน รอ ยละ 40.00, 15.30 และ 9.50 ตามลาํ ดบั 3 ซง่ึ อาจมี
ทางกายภาพ เชน สารเคมีกําจัดศัตรูพืชที่ตกคางอยู สารเคมเี ปน ปจ จัยกระตนุ ใหเกดิ โรคมะเร็งดงั กลา ว
ในอาหารเปนหน่ึงในปจจัยเสี่ยงสําคัญที่กอใหเกิด
โรคมะเรง็ และปญ หาทางสขุ ภาพทนี่ าํ ไปสกู ารเสยี ชวี ติ นอกเหนือจากการรับประทานอาหารใน
จากการศึกษาของ Sanborn M และคณะพบวา ครัวเรือน และรานอาหารทั่วไปแลว โรงพยาบาล
สารเคมีกําจัดแมลงกลุม carbamate และสารเคมี นบั เปน สถานทที่ มี่ กี ารบรโิ ภคอาหารแหลง ใหญส าํ คญั
กําจัดวัชพืชในกลุม phenoxy สามารถกอใหเกิด อีกแหลงหนึ่งเนื่องจากมีประชาชนใชบริการเปน
มะเรง็ ปอด และกลุม organophosphates สามารถ จาํ นวนมาก ทงั้ ผปู ว ย ญาตผิ ปู ว ย และเจา หนา ทที่ ตี่ อ ง
กอ มะเรง็ สมองและมะเรง็ เมด็ เลอื ดได1 จากการฉดี พน ไดรบั อาหารจากโรงพยาบาล และซื้ออาหารจากรา น
สารเคมกี าํ จดั ศตั รพู ชื ในแตล ะครงั้ พบวา สารเคมจี ะถงึ อาหารภายในโรงพยาบาล จากสถติ ขิ องโรงพยาบาล
ตัวแมลงเพียงรอยละ 0.20 ที่เหลือรอยละ 99.80 สังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ (รพ.ศูนย
จะตกคางอยูในส่ิงแวดลอม2 สถาบันมะเร็งแหงชาติ รพ.ทว่ั ไป และ รพ.ชมุ ชน) รวม 896 แหง มผี ปู ว ยนอก
ไดรายงานไววา อัตราการปวยดวยโรคมะเร็งของ เขารับบริการ 45.50 ลานคน/184.1 ลานคร้ัง และ
ประชากรไทย พบผูปวยรายใหมรอ ยละ 22.30 ของ
44 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ผปู ว ยใน 9.90 ลา นคน/38.50 ลา นวนั นอนโรงพยาบาล วงจรคุณภาพอาหารปลอดภัย โปรงใส ตรวจสอบได
ญาตแิ ละบคุ คลทว่ั ไปประมาณ 2 เทา ของจาํ นวนครง้ั ทั้งคุณภาพวัตถุดิบและการจัดซื้อ สงเสริมเครือขาย
ผปู ว ยนอกตอ ป มจี าํ นวนครง้ั ผปู ว ยนอกและบคุ ลากร เกษตรอินทรียใหเกิดความเขมแข็งดานการผลิต
ทางการแพทยมากกวา 5 แสนคนตอป4 และเม่ือ การตรวจสอบตามมาตรฐาน และบูรณาการกับ
พิจารณาถึงผูใชบริการเฉพาะใน รพ. มหาสารคาม ทกุ ภาคสว น สรา งอตั ลกั ษณด า นอาหารในโรงพยาบาล
ซง่ึ เปน รพ.ท่วั ไปขนาด 580 เตียง ในปงบประมาณ เพื่อใหเกิดกระบวนการเรียนรูของทีมสหสาขาและ
พ.ศ. 2563 มีผูปวยนอกใหมจํานวน 138,701 ราย เครอื ขาย และเกดิ องคความรูกบั ประชาชน
มารับบริการ 547,225 คร้ัง ผูรับบริการอ่ืน ๆ ที่มา
รับบริการครั้งแรก 72,903 ราย 159,769 คร้ัง วัตถุประสงค
มผี ปู วยในจาํ นวน 47,406 ราย และจาํ นวนวันอยูใน
โรงพยาบาลของผูปวยในทั้งหมด 183,386 วัน เม่ือ 1. เพอื่ สรา งรปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั
พจิ ารณาขอ มลู ผลการเฝา ระวงั อาหารสดและอาหาร ในโรงพยาบาลมหาสารคาม
ปรุงสุกในโรงพยาบาลเม่ือป พ.ศ. 2560 ตรวจพบ
สารปนเปอนในอาหาร ไดแก สารเคมีกําจัดศัตรูพืช 2. เพื่อศึกษาผลกระทบหลังการจัดระบบ
ในโรงครัว รอยละ 37.50 และศูนยจําหนา ยอาหาร อาหารปลอดภยั ในโรงพยาบาลมหาสารคาม
รอยละ 42.60 สารปนเปอนท่ีพบเฉพาะในศูนย
จาํ หนา ยอาหาร คอื สารกนั รา สารฟอกขาว ฟอรม าลนี ระเบียบวธิ ีการวจิ ัย
และนาํ้ มนั ทอดซาํ้ พบมคี า โพลารเ กนิ มาตรฐาน รอ ยละ
35.00, 15.38, 9.80 และ 60.00 จึงมีโอกาสเกิด รปู แบบการวจิ ยั
ความเส่ียงดานสุขภาพจากการบริโภคอาหารใน เปนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีสวนรวม
โรงพยาบาล
(participatory action research) เก็บขอมูลเชิง
ดังน้ัน เพ่ือใหผใู ชบ รกิ าร รพ.มหาสารคาม ปริมาณและคุณภาพ ซ่ึงผานการรับรองจริยธรรม
ไดบริโภคอาหารท่ีปลอดภัยไมใหไดรับสารพิษหรือ การวจิ ยั ในมนษุ ยจ าก รพ. มหาสารคาม เลขที่ MSKH_
เช้ือโรคที่ปนเปอนที่กอใหเกิดโทษตอสุขภาพของ REC 64-01-011 เลขท่ใี บรบั รอง COA 64/008
ผูใชบริการหรือผูปวยท่ีเพิ่มมากขึ้น จึงตองมีการ พนื้ ทด่ี าํ เนนิ การวจิ ัย
ควบคมุ กาํ กบั ทกุ ขนั้ ตอนอยา งเขม งวดใหเ ปน ไปตาม
เกณฑมาตรฐานอาหารปลอดภัยและมีคุณคาทาง โรงครัว ศูนยจําหนายอาหาร สหกรณ
ดานโภชนาการ ผูวิจัยจึงพัฒนาโรงพยาบาลอาหาร รา นคา สวสั ดกิ าร และพนื้ ทข่ี ายสนิ คา เกษตรปลอดภยั
ปลอดภยั ใน รพ.มหาสารคามแบบมสี ว นรว มเนอื่ งจาก ทกุ วนั ศกุ ร ของ รพ. มหาสารคาม และแปลงอนิ ทรีย
มีผลการศึกษาของกฤษฎา หาญบรรเจิด ท่ีพบวา ในจังหวดั มหาสารคาม
การดาํ เนนิ โครงการใหส าํ เรจ็ ตอ งอาศยั ภาคเี ครอื ขา ย ประชากรและกลุมตัวอยาง
ในการขับเคลื่อน5 และไดออกแบบกิจกรรมใหเกิด
ความสําเร็จเพื่อสรางความม่ันคง ม่ังค่ัง และย่ังยืน คดั เลอื กกลมุ ตวั อยา งแบบเจาะจง (purposive
เนน การสรา งความตระหนกั ถงึ พษิ ภยั และการปนเปอ น sampling) ในแตล ะกลุม ตัวอยา ง ดังน้ี
สารพิษแกบุคลากร ผูปวย และญาติ มุงเนนใหเกิด
1. คณะกรรมการโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั
รพ. มหาสารคาม โดยประชมุ กลมุ ระดมสมอง 4 ครง้ั
จํานวน 52 คน ประกอบดวย ผูบรหิ าร รพ. หัวหนา
กลุมงาน เภสัชกรงานคุมครองผูบริโภค พยาบาล
หัวหนาตึก นักโภชนาการ เจาหนาท่ีพัสดุ เจาหนาท่ี
การเงิน งานสุขศึกษา งานการแพทยแผนไทยและ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 45
การแพทยทางเลือก งานประชาสัมพันธ และงาน 3. แบบเก็บรวบรวมขอมูลปริมาณวัตถุดิบ
เวชนิทัศน เพื่อสรางรูปแบบการจัดการโรงพยาบาล ทใ่ี ช/ ป ประกอบดว ย รายการผกั ทใ่ี ช ปรมิ าณทใี่ ช/ ป
อาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลดวยกระบวนการ ราคา/หนวย ระยะเวลาทีส่ ามารถสง ผลผลติ ได
เชิงปฏิบัตกิ ารแบบมีสวนรวม 4 ข้นั ตอน (PAOR)
4. แบบประเมินความพึงพอใจอยางงาย
2. เกษตรกรผปู ลกู ขา ว ผกั ผลไม ทที่ าํ เกษตร เปน แบบเลอื กตอบพงึ พอใจ/ไมพ อใจของผรู บั บรกิ าร
ปลอดสารในพน้ื ทีจ่ งั หวัดมหาสารคาม 33 กลมุ ตอการรับรูเมื่อไดบริโภคผักอินทรียระหวางการพัก
รกั ษาตวั ในโรงพยาบาล และความพงึ พอใจของผปู ว ย
3. ผปู ว ยทรี่ บั การรกั ษาตวั ใน รพ. มหาสารคาม ที่ไดรับประทานเมนูชูสุขภาพอาหารปลอดภัยที่เปน
120 คน เพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจการรบั รเู มอ่ื ไดบ รโิ ภค อัตลักษณของโรงพยาบาล ใชเวลาตอบประมาณ
ผักอินทรียระหวางการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 ชวั่ โมง (รวมระยะเวลาการรบั ประทานอาหาร)
และความพึงพอใจท่ีไดรับประทานเมนูชูสุขภาพ
อาหารปลอดภยั ท่ีเปน อตั ลักษณข องโรงพยาบาล 5. แบบประเมนิ มาตรฐานสนิ คา เพอื่ บนั ทกึ
การตรวจฉลากอาหารทส่ี รา งขน้ึ เอง เพอ่ื ใชพ จิ ารณา
4. ผสู มั ผสั อาหาร และผปู ระกอบการรา นคา อาหารท่ีจําหนายในสหกรณ ประกอบดวย เลข อย.
ใน รพ. มหาสารคามรวม 70 คน เพอ่ื พฒั นาและศกึ ษา ชอ่ื ทต่ี ง้ั ผผู ลติ /ผจู ดั จาํ หนา ย/ผนู าํ เขา ว.ด.ป. ทผ่ี ลติ /
ความรอบรูอาหารปลอดภัยและมาตรฐานสุขาภิบาล ว.ด.ป. ท่ีหมดอายุ สวนประกอบ ปริมาณ ขอมูล
สาํ หรบั ผแู พอ าหาร
5. เกษตรกรคูคากับโรงพยาบาล และ
เกษตรกรทเี่ ขา มาขายสนิ คา ณ พน้ื ทข่ี ายสนิ คา เกษตร 6. แบบทดสอบความรอบรูเร่ืองอาหาร
ปลอดภัยในโรงพยาบาล 43 คน เพื่อเจาะเลือดหา ปลอดภยั ของผสู มั ผสั อาหารและผปู รงุ ประกอบอาหาร
ความเสีย่ งระดับเอนไซมโคลนี เอสเตอเรส โดยสรางและทดสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหาดวย
วิธี face validity รวมท้ังทดสอบความเช่ือมั่นโดย
6. ตัวอยา งพืช ผัก ผลไม เนอ้ื สัตว อาหาร วธิ ี Kuder Richardson 20 ไดค า KR-20 เทา กบั 0.87
แปรรปู เกลือ น้าํ มนั ทอดซ้ํา เพือ่ ตรวจสารปนเปอน โดยใหผ เู ชย่ี วชาญผมู ปี ระสบการณก ารทาํ งานคมุ ครอง
ทางเคมี 1,928 ตัวอยาง และตัวอยางอาหารคาว ผูบริโภคมากกวา 5 ปตรวจแนะนาํ ในประเด็นความ
อาหารสายยาง และอาหารหวาน เพ่ือทดสอบ เหมาะสมของคาํ ถามแตล ะขอ ความสามารถในการ
สารปนเปอนจุลินทรีย 192 ตัวอยาง และสุมเก็บ ใชไ ดจ รงิ ความชดั เจนของคาํ ถาม จากนนั้ ทดสอบกบั
ตวั อยา งทแ่ี ปลงเกษตรอนิ ทรยี ท จ่ี าํ หนา ยผกั ปลอดสาร กลุมตัวอยาง 3 ตัวอยาง (ที่มิใชผูท่ีเขารับการอบรม
ใหก บั โรงพยาบาล 70 ตวั อยาง ความรอบรู แตมีคุณสมบัติเดียวกับกลุมตัวอยาง)
เครื่องมอื แบบทดสอบนป้ี ระกอบดวย 3 สวน คอื ขอ มลู ท่ัวไป
ของกลมุ ตวั อยา ง ความรอบรอู าหารปลอดภยั 10 ขอ
1. แบบบันทึกการสนทนากลมุ ระดมสมอง และความรอบรดู า นมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหาร 10 ขอ
2. แบบประเมินแปลงเกษตรเพื่อพิจารณา เปนแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก มีคําตอบท่ีถูกตอง
แหลงผลิตวัตถุดิบ (ขาว ผัก ผลไม) เขาโรงครัว 1 ขอ ใชเวลาตอบประมาณ 10 นาที
โรงพยาบาล ประกอบดว ย การไดใ บรบั รองแหลง ผลติ
จากกรมวชิ าการเกษตร ชนดิ ของพชื ผกั ผลไมท แี่ หลง 7. ชดุ ทดสอบการปนเปอ นอาหารอยา งงาย
ผลิตเพาะปลูก ความสามารถในการขนสงผลผลิต (test kits) ไดแก ชุดทดสอบฟอรมาลีน บอแรกซ
สโู รงครวั โรงพยาบาล ความสามารถในการผลติ วตั ถดุ บิ
ราคาจําหนาย/หนวย
46 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
กันรา สารฟอกขาว ไอโอดีนในเกลือ น้ํามันทอดซ้ํา การพัฒนาความรอบรโู ดยใชเ วลา 3 ชวั่ โมง เร่มิ จาก
และแบบเกบ็ ขอ มูลการตรวจเฝา ระวงั อาหาร กระบวนการละลายพฤติกรรมสันทนาการ 15 นาที
จากนนั้ บรรยายประมาณ 30 นาทใี หแ กผ สู มั ผสั อาหาร
8. อุปกรณเจาะเลือด และหองปฏิบัติการ และผูประกอบการเพ่ือใหปฏิบัติตามมาตรฐาน
ทดลอง สุขาภิบาล และความรูเรื่องอาหารปลอดภัยดวย
ข้ันตอนการดําเนินงานตามแนวทางของการวิจัย การแสดงภาพประกอบ หลังจากนั้นฝกอบรมเชิง
เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร ปฏบิ ตั กิ าร ไดแ ก การทดสอบวดั ความเคม็ ฝก ดฉู ลาก
ดูเคร่ืองหมาย อย. ดูฉลากโภชนาการ ทดสอบ
ดาํ เนนิ การศกึ ษา 4 ขน้ั ตอน ตามกระบวนการ สารอาหารปนเปอนในอาหาร การลางมือ โดยมี
ของการวิจยั เชงิ ปฏิบัตกิ ารแบบมสี วนรว ม ดังน้ี การประเมินความรูกอนอบรม (11) จัดพ้ืนที่ขาย
สนิ คา เกษตรในโรงพยาบาลเพอ่ื สรา งความยง่ั ยนื ใหก บั
วางแผน (Plan): 6 กิจกรรม ไดแก (1) กลมุ เกษตรกรในพน้ื ท่ี อกี ทงั้ เปน ทางเลอื กการบรโิ ภค
จดั ประชมุ ชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงคก ารศกึ ษาใหผ ทู เี่ กยี่ วขอ ง สนิ คา ปลอดภยั ใหผ บู รโิ ภคทม่ี ารบั บรกิ ารและเจา หนา ที่
ทราบ และดาํ เนนิ งานในทศิ ทางเดยี วกนั (2) กาํ หนด และสรางวัฒนธรรมการบริโภคพืชผักปลอดภัยจาก
นโยบาย (3) แตง ตง้ั คณะทาํ งาน (4) ประกาศสอื่ สาร วถิ ชี มุ ชน (12) การสรา งสรรคเ มนชู สู ขุ ภาพเพอื่ สรา ง
นโยบายเพื่อสรางบรรยากาศและการรับรูการเปน ความเปน อตั ลกั ษณใ หก บั รพ. มหาสารคาม ดาํ เนนิ การ
โรงพยาบาลอาหารปลอดภยั ประกอบดว ย การตฆี อ ง ในชว งเมษายน -ธนั วาคม พ.ศ. 2561
รองปาว การประชาสัมพันธหนาหองตรวจ การให
สุขศึกษาเร่ืองอาหารปลอดภัย (5) คณะกรรมการ การสังเกต (Observe): เพื่อตรวจสอบผล
โรงพยาบาลอาหารปลอดภยั และโรงครวั โรงพยาบาล จากการปฏิบัติตามการพัฒนา 5 กิจกรรม ไดแก
รว มกนั กาํ หนดเมนอู าหารลว งหนา 2 เดอื น เพอื่ ทราบ (13) การเจาะเลือดเกษตรกรท่ีมาขายสินคาเกษตร
ปริมาณวัตถุดิบแตละประเภท และแยกรายการ ปลอดภัยท่ีโรงพยาบาลเพื่อประเมินความเส่ียงระดับ
เพอื่ ประมาณการใชต อ ปใ นการจดั หาวตั ถดุ บิ ปลอดภยั เอนไซมโคลีนเอสเตอเรสในเลือด (14) การประเมิน
(6) ประชมุ สรปุ กําหนดแผนงาน และจดั ทําระเบียบ ความรอบรอู าหารปลอดภยั และมาตรฐานสขุ าภบิ าล
ปฏบิ ตั ทิ ดี่ ี (Standard Operating Procedure: SOP) อาหารกับผูสัมผัสอาหาร ผูประกอบการรานคา
เพื่อใหดําเนินงานเปนไปตามระบบแนวทางที่วางไว โดยเปนคนเดิมทไ่ี ดร ับการประเมินกอนอบรม (15)
ไดแก ระเบียบปฏิบัติการจัดซื้อ ระเบียบปฏิบัติ การประเมินมาตรฐานสุขาภิบาลโรงครัวและศูนย
การเฝาระวังสารปนเปอนในอาหาร ระเบียบปฏิบัติ จําหนา ยอาหาร และการประเมนิ มาตรฐานสินคา ใน
มาตรฐานอาหาร ดาํ เนนิ การในชว งเดอื นตลุ าคม 2560 - สหกรณร า นคา สวสั ดกิ าร (16) การตรวจสอบคณุ ภาพ
มนี าคม 2561 ประกอบดวย ตรวจรับวัตถุดิบ การตรวจสอบสาร
ปนเปอนทางเคมีและจุลินทรียในอาหารทุกพ้ืนที่ที่
การปฏบิ ตั ิ (Action): ผเู กย่ี วขอ งปฏบิ ตั ติ าม ดําเนินการศึกษา การสุมเก็บตัวอยางที่แปลงเกษตร
แผนทไ่ี ดต กลงกนั ไว 6 กจิ กรรม ไดแ ก (7) ออกพน้ื ที่ อินทรียที่จําหนายผักปลอดสารใหโรงพยาบาล (17)
แปลงเกษตรอินทรียหรือแปลงเกษตรปลอดภัย การประเมนิ การจดั ซอ้ื จดั จา งของโครงการโรงพยาบาล
เพื่อหาวัตถุดิบและประเมินมาตรฐาน (8) ประชุม อาหารปลอดภยั (18) การประเมนิ ความพงึ พอใจของ
กลมุ เกษตรปลอดสารเพอ่ื วางแผนคคู า กบั โรงพยาบาล
(demand–supply matching) (9) การจดั ซอื้ จดั จา ง
ทโี่ ปรง ใสเพอ่ื จดั หาวตั ถดุ บิ ปลอดภยั เขา โรงครวั (10)
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 47
ผปู ว ยทม่ี ารบั การรกั ษาตวั ในโรงพยาบาลตอ การรบั รู การสะทอนผล (Reflection): เพือ่ ใหเ กดิ
การเปน โรงพยาบาลอาหารปลอดภยั ความพงึ พอใจ การทบทวนกระบวนการทํางานและแลกเปลี่ยน
ตอ การใชว ตั ถดุ บิ ปลอดภยั และความพงึ พอใจในเรอื่ ง เรียนรูกันระหวางเครือขาย ไดแก (19) การประชุม
รสชาติจากเมนูชูสุขภาพที่เปนอัตลักษณของ รพ. เครือขายเพ่ือถอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนเรียนรู
มหาสารคาม ดาํ เนนิ การเดือนมกราคม พ.ศ. 2561- เพอ่ื ใหเ กดิ การจดั การความรู (Knowledge Manage
ธนั วาคม พ.ศ. 2562 ment: KM) ในเดอื นธนั วาคม 2562 ดังรูปที่ 1
รูปที่ 1 Mahasarakham Hospital (MSKH) food safety framework
การรวบรวมขอ มลู 4. ความพึงพอใจ และความรอบรู ระหวาง
เก็บขอมูลตั้งแตเดือนตุลาคม 2560 - เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2561
กนั ยายน 2563 โดยมเี จา หนา ทแ่ี ตล ะพน้ื ทท่ี ไี่ ดเ ขา 5. การทดสอบเลือดหาความเสี่ยงระดับ
รวมประชุมชี้แจงวิธีการเก็บขอมูลชวยเก็บขอมูล เอนไซมโ คลนี เอสเตอเรส เดือนมิถุนายน 2561
จากนนั้ เกบ็ รวบรวมขอมลู ดงั นี้
6. เกบ็ ตวั อยา งและวเิ คราะหอ าหารปนเปอ น
1. การสนทนากลุมของคณะกรรมการ ทางเคมีและจุลินทรียปงบประมาณ พ.ศ. 2560 -
โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย เดอื นตุลาคม 2560 2563
การวิเคราะหข อ มลู
2. แปลงปลกู เกษตรอนิ ทรยี ใ นพนื้ ทร่ี ะหวา ง
เดอื นเมษายน - กรกฎาคม 2561 จากฐานขอ มลู เกษตร ขอ มลู คณุ ภาพ เปน การวเิ คราะหแ กน สาระ
และสหกรณจ งั หวดั มหาสารคาม รวมทง้ั การใหข อ มลู (thematic analysis) จากการประชุมเพื่อกําหนด
ของภาคีเครือขายถึงแหลงเกษตรปลอดสารในพ้ืนท่ี รปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั และการแลกเปลยี่ น
เรยี นรกู ารทาํ งานในชมุ ชนโดยถอดบทเรยี นการทาํ งาน
3. ปริมาณวัตถุดิบท่ีใช/ป ระหวางเดือน
ธันวาคม พ.ศ. 2560 - มกราคม 2561
48 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022