ขอ มลู เชงิ ปรมิ าณ ใชส ถติ เิ ชงิ พรรณนา ไดแ ก ผลการศึกษา
จํานวน รอยละ คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ใช Wilcoxon signed rank test เปรยี บเทยี บระดบั 1. รปู แบบการจดั การอาหารปลอดภยั ในโรงพยาบาล
ความแตกตา งของเอน็ ไซมโ คลนี เอสเตอเรสในเกษตรกร มหาสารคาม
กอนและหลังดําเนินการ และ Paired-t-test
เปรียบเทียบคะแนนความรอบรูอาหารปลอดภัยและ การศึกษานี้ดําเนินการศึกษาตามกระบวน
มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร กําหนดระดับนัยสําคัญ การวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารแบบมสี ว นรว ม 4 ขนั้ ตอน และ
ทางสถิติ = 0.05 มีกิจกรรมยอย 19 กิจกรรม กระบวนการที่ทาทาย
การพฒั นาและใชเ วลาดาํ เนนิ การ คอื การจดั ทาํ เมนู
แปลผลระดับความพึงพอใจเปน 2 ระดับ ลวงหนาเพื่อใหทราบปริมาณความตองการใน 1 ป
โดยทม่ี ากทสี่ ดุ มคี ะแนนเฉลยี่ = 1 และไมพ อใจ = 0 โดยเฉล่ยี ของโรงครัวโรงพยาบาล และการหาวตั ถดุ ิบ
ปลอดสารเขา โรงครวั คณะผวู จิ ยั ตอ งคน หาแปลงเกษตร
แปลผลระดบั ความรอบรดู า นอาหารปลอดภยั ปลอดสารในพน้ื ทีท่ ีม่ ีกําลงั ผลติ เพียงพอและสามารถ
และมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร โดยความรูระดับ สง เขา โรงครวั พบวา มี 3 แหลง ทม่ี ศี กั ยภาพ แตม เี พยี ง
ดีมากมีคะแนนต้ังแต 16 คะแนนขึ้นไป ระดับดี แหลงเดียวที่ตั้งอยูท่ี อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
14-15 คะแนน ระดับพอใช 11-13 คะแนน และ สามารถสง วตั ถดุ บิ เขา โรงครวั ได ซง่ึ เปน แปลงทไ่ี ดร บั
คะแนนนอยกวา 11 ถือวาไมผ าน อางอิงเกณฑข อง การรบั รองระดบั อนิ ทรยี (organic) จากกรมวชิ าการ
Bloom6 โดยผูวจิ ัยกาํ หนดใหร ะดับดขี ึน้ ไปเปน กลมุ เกษตร และพบวา มเี กษตรกรมกี ารรวมกลมุ กนั 74 ราย
ทีม่ ีความรอบรู ในการนาํ สงวัตถดุ บิ ประเภท พืช ผกั ผลไม และขา ว
เขา โรงครวั โรงพยาบาล จากนน้ั จงึ เขา สกู ระบวนการ
การแปลผลความเส่ยี งระดบั เอ็นไซมโคลนี จดั ซอ้ื จดั จา ง ทงั้ สามขนั้ ตอนนถ้ี อื เปน ขนั้ ตอนกาํ หนด
เอสเตอเรสในเลอื ด ตามเกณฑก ารประเมนิ ความเสย่ี ง การดําเนินงาน (rate limiting step)
ในการทํางานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมี
กําจัดศัตรูพืชใชแบบฟอรม นบก 1-56 ของกรม ปจ จยั ความสาํ เรจ็ ในการพฒั นาโรงพยาบาล
ควบคุมโรค7 แบงเปน 4 ระดับ ไดแก ระดับปกติ อาหารปลอดภัยของ รพ. มหาสารคาม มาจาก
ปลอดภัย เส่ียง และอันตราย กระบวนการที่ใชในการดําเนินการ 4 ขั้นตอน 19
นยิ ามศพั ท กิจกรรม โดยใหภาคีเครือขายท่ีเก่ียวของ ไดแก
คณะกรรมการโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั ศนู ยว จิ ยั
อาหารปลอดภัย หมายถึง อาหารที่ไมมี และพัฒนาการเกษตร กลุมเกษตรอินทรีย เขามา
สิ่งปนเปอนทั้งดานเคมีและจุลินทรียที่จะทําใหเกิด มีสวนรวมในทุกขั้นตอน จึงเกิดรูปแบบที่ดี ผูวิจัย
อันตราย ตั้งชื่อรูปแบบทําใหเกิดความสําเร็จในการพัฒนานี้
เพื่อใหงายตอการจํา คือ “MSKH Food Safety
ผูสัมผัสอาหาร หมายถึง ผูปรุง ผูเสิรฟ Model” (เอ็ม-เอ็ช-เค-เฮช) งายตอการออกเสียง
ผูเตรียมอาหาร ผูลางภาชนะ และผูทํางานเก่ียวของ และการจาํ ได อกี ทงั้ คาํ วา MSKH คอื ตวั ยอ ของ รพ.
กับอาหาร (Mahasarakham Hospital) ดังตารางท่ี 1
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 49
50 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022 ตารางท่ี 1 รูปแบบการจดั การการมสี ว นรว ม และผลการจดั การระบบอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลมหาสารคาม
2. ผลกระทบภายหลังการจัดการระบบอาหาร 2.2 การจดั ซอ้ื วตั ถดุ บิ ในโรงครวั โรงพยาบาล
ปลอดภยั ในโรงพยาบาล การดําเนินการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย
เร่ิมดําเนินการส่ังซ้ือวัตถุดิบปลอดภัยระดับอินทรีย
2.1 ระบบการจดั การ จากกลมุ เกษตรอนิ ทรยี ว สิ าหกจิ ชมุ ชนบา นหนองหอย
การจัดระบบการจัดการอาหารปลอดภัย เชียงสง ต.เลิงใต อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
ใน รพ. มหาสารคามทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลง ปง บประมาณ พ.ศ. 2561 ชว งเดอื นมกราคม มกี ารใช
การจดั การอาหารปลอดภยั ใน 4 พน้ื ท่ี ไดแ ก โรงครวั วตั ถดุ บิ ทป่ี ลอดภยั ในการปรงุ ประกอบอาหารใหผ ปู ว ย
โรงพยาบาล ศูนยจําหนายอาหาร สหกรณรานคา ประเภทผักปลอดสารพิษ (organic) เขาโภชนาการ
สวัสดิการ และตลาดขายสินคาเกษตรปลอดสาร รพ. มหาสารคามสูงถึงรอยละ 75.24 ขาวอินทรีย
มีการคัดสรรและเลือกใชวัตถุดิบปลอดสารเขาสู รอ ยละ 100.00 โรงพยาบาลใชว ตั ถดุ บิ ปลอดภยั ระดบั
ระบบการผลติ มรี ะบบการเฝา ระวงั อาหารปลอดภยั อนิ ทรยี ป ระเภท ผกั ผลไม จากพน้ื ทใี่ นจงั หวดั มมี ลู คา
และตรวจสอบอยา งเปน ระบบในพนื้ ทข่ี องโรงพยาบาล จดั ซอ้ื ในปง บประมาณ พ.ศ. 2561-2563 รวมเปน เงนิ
นําไปสูการบริโภคอาหารปลอดภัยของผูปวย และ 4,238,805.30 บาท วัตถุดิบประเภทเน้ือสัตวท่ี
บคุ ลากร ผลประเมินความพงึ พอใจผูรบั บริการทพ่ี กั จัดหาไดแบบปลอดภัย คือเนื้อหมู คิดเปนมูลคา
รักษาตัวในโรงพยาบาล พบวาเม่ือผูปวยรับรูวาได 4,393,762.00 บาท มลู คา การซอ้ื จากตลาดสด ไดแ ก
บริโภคผักอินทรียระหวางการพักรักษาตัวใน รพ. ผกั ผลไม (ไมส ามารถระบแุ หลง ทม่ี คี วามปลอดภยั ได)
มีความพึงพอใจรอยละ 97.00 และความพึงพอใจ เนอ้ื หมู ไก ปลา ชว งปง บประมาณ พ.ศ. 2561-2563
ตอ เมนชู สู ขุ ภาพอาหารปลอดภยั ทเี่ ปน อตั ลกั ษณข อง รวมเปน เงิน 11,857,914.00 บาท ดังตารางท่ี 2
รพ. รอยละ 95.00 ดงั ตารางท่ี 1
ตารางที่ 2 มลู คา การจดั ซอื้ วตั ถดุ บิ ใชใ นโรงครวั ของโรงพยาบาลมหาสารคามปง บประมาณ พ.ศ. 2560-2563
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 51
2.3 ความรอบรูอาหารปลอดภัยและ หลัง 17.67, p=0.0001) ประเด็นที่นาสนใจ คือ
มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร กอนการพัฒนากลุมตัวอยางมีความรอบรูในระดับ
“พอใช” เมื่อพัฒนาศักยภาพแลวเพิ่มข้ึนในระดับ
การพัฒนาศักยภาพเพื่อสรางความรอบรู “ดีมาก” ดังตารางที่ 3
อาหารปลอดภัยและมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร
ใหแกกลุมเปาหมายผูปรุงประกอบอาหารหรือ 2.4 ระดบั เอนไซมโ คลนี เอสเตอเรสในเลอื ด
ผูสัมผัสอาหาร 3 กลุม จากโรงครัวโรงพยาบาล เกษตรกรคคู า โรงพยาบาล
ศูนยจําหนายอาหาร และกลุมเกษตรกรปลอดสาร
ที่เขามาจําหนายใน รพ. มหาสารคามทุกวันศุกร การคดั กรองระดบั เอนไซมโ คลนี เอสเตอเรส
จํานวน 70 คน ลักษณะทั่วไปพบวาผูเขารวมเปน ในเลอื ดของกลมุ เกษตรกรทเ่ี ขา มาขายสนิ คา ปลอดภยั /
เพศหญิง อายุระหวาง 41-50 ป และจบการศึกษา อินทรียในพ้ืนท่ีโรงพยาบาล พบวาเกือบท้ังหมดเปน
ระดับมัธยมปลาย ผลการเปรียบเทียบความแตกตาง เพศหญิง รอยละ 93.02 มีอายุระหวาง 51-60 ป
ของคะแนนความรอบรอู าหารปลอดภยั และมาตรฐาน ผลการตรวจหาระดับเอ็นไซมโคลีนเอสเตอเรส
สขุ าภบิ าลอาหารกอ นและหลงั พฒั นาศกั ยภาพ 20 ขอ กอ นและหลังการพัฒนา พบวา กลุมตัวอยา งมรี ะดับ
พบวา กลมุ ตวั อยา งมคี ะแนนเฉลย่ี ความรเู พม่ิ มากขนึ้ โคลีนเอสเตอเรสอยูในระดับ “ปกติ” เพ่ิมขึ้นจาก
ทกุ ดานอยางมนี ัยสําคญั ทางสถิติ (กอน 12.27 และ รอ ยละ 65.12 เปน 81.40 อยา งมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ิ
(p=0.05) ดังตารางท่ี 4
ตารางที่ 3 ลกั ษณะทว่ั ไปของกลมุ ตวั อยา ง และคะแนนเฉลย่ี ความรอบรอู าหารปลอดภยั และมาตรฐานสขุ าภบิ าล
อาหารกอ นและหลังการพัฒนาศักยภาพ (n=70)
ลักษณะทั่วไป จาํ นวน รอยละ p valuea
เพศ 0.0001
18 25.71
ชาย 52 74.29
หญิง
อายุ 8 11.43
31 – 40 ป 34 48.57
40 – 50 ป 20 28.57
51 – 60 ป 8 11.43
> 60 ป
การศึกษา 20 28.57
ประถมศึกษา 20 28.57
มัธยมตน 30 42.86
มัธยมปลาย กอ น หลงั
(mean ± SD) (mean ± SD)
ความรอบรูอาหารปลอดภัยและ 12.27 ± 0.23 17.67 ± 0.18
มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร (พอใช) (ดีมาก)
aPaired-t-test
52 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ตารางท่ี 4 ลักษณะท่ัวไป และระดับเอนไซมโคลีนเอสเตอเรสในเลือดกลุมเกษตรกรคูคาโรงพยาบาล (n=43)
ลักษณะทวั่ ไป จํานวน รอ ยละ p valuea
เพศ
6 6.98 0.05
ชาย 40 93.02
หญิง
อายุ 2 4.65
31 – 40 ป 8 18.60
40 – 50 ป 26 60.47
51 – 60 ป 7 16.28
> 60 ป
การศึกษา 29 67.44
ประถมศึกษา 8 18.60
มัธยมตน 6 13.95
มัธยมปลาย กอน หลัง
ระดับความเส่ียง
(mean ± SD) (mean ± SD)
ปกติ
ปลอดภัย 28 (65.12) 35 (81.40)
เส่ียง 15 (34.88) 8 (18.60)
อันตราย
0 (0) 0 (0)
bWilcoxon signed rank test 0 (0) 0 (0)
2.5 สารปนเปอ นในอาหารในพน้ื ทโ่ี รงพยาบาล การพบสารปนเปอ นของ 3 ปล ดลงเหลอื เพยี งรอ ยละ
กอนศึกษาในปงบประมาณ พ.ศ. 2560 5.32, 2.78 และ 1.49 ตามลําดับ
มกี ารเฝา ระวงั ความปลอดภยั ในอาหารเฉพาะโรงครวั
โรงพยาบาล และศนู ยจ าํ หนา ยอาหาร พบสารปนเปอ น ในดานการปนเปอ นเคมีภาพรวม (สารเคมี
ในตัวอยางอาหาร รอยละ 15.36 โดยพบสารเคมี กําจัดศัตรูพืช สารกันรา ฟอรมาลีน นํ้ามันทอดซํ้า
ปราบศัตรูพืช รอยละ 40.22 ซ่ึงเปนจากวัตถุดิบ ไอโอดนี ในเกลอื และสารฟอกขาว) พบวา ตกมาตรฐาน
ท่มี าจากตลาดสด รอยละ 37.50 และศนู ยจ าํ หนาย รอยละ 18.33 (109 จาก 2,000 ตัวอยาง) โดยพบ
อาหาร รอยละ 42.55 นอกจากน้ัน ยังพบสารกันรา การปนเปอนสารเคมีกําจัดศัตรูพืชจากผักตลาด
ฟอรมาลีน สารฟอกขาว และไอโอดีนในเกลือตก ป 2561-2563 เกนิ มาตรฐานรอ ยละ 17.86, 20.45
มาตรฐาน พบคาโพลารในนํ้ามันทอดซ้ําสูงกวา และ 17.02 ตามลาํ ดบั ซงึ่ พบวา มแี นวลดลง โดยเฉพาะ
มาตรฐาน ไมพบการปนเปอนบอแรกซ สวนการ อยา งยงิ่ พชื ผกั จากแหลง ปลกู ออรแ กนคิ ทสี่ ง เขา โรงครวั
ทดสอบการปนเปอ นทางจลุ นิ ทรยี พ บผา นมาตรฐาน โรงพยาบาล และผักปลอดภัยท่ีปลูกโดยเกษตรกร
ทง้ั โรงครัว รพ.และศนู ยจาํ หนายอาหาร ในพน้ื ทมี่ าวางจาํ หนา ยในโรงพยาบาลไมพ บการปนเปอ น
สว นในชว งดาํ เนนิ การศกึ ษาป 2561-2563 สารเคมีกาํ จดั ศตั รพู ืช
ที่เก็บตัวอยางพืช ผัก ผลไม เน้ือสัตว อาหารแปรรูป
เกลือ นํ้ามันทอดซํ้า เพ่ือตรวจสารปนเปอนทางเคมี สําหรับสารปนเปอนทางเคมีประเภทอ่ืน
1,928 ตวั อยา ง และตวั อยา งอาหารคาว อาหารสายยาง ไดแก สารกันรา ฟอรมาลีน สารฟอกขาว ไอโอดีน
อาหารหวาน จากทุกพ้ืนที่การศึกษาเพื่อทดสอบ ในเกลือ น้ํามันทอดซ้ํา สวนใหญตรวจสารปนเปอน
สารปนเปอนจุลินทรีย 192 ตัวอยาง และสุมเก็บ พบที่ศนู ยจ ําหนา ยอาหารและมีแนวโนม ลดลง ไมพ บ
ตวั อยา งทแ่ี ปลงเกษตรอนิ ทรยี ท จี่ าํ หนา ยผกั ปลอดสาร การปนเปอ นบอแรกซใ นอาหารทง้ั 3 ป สว นการทดสอบ
ใหกับโรงพยาบาล 70 ตัวอยาง พบวาภาพรวมของ การปนเปอนทางจุลินทรียพบผานอยูในชวงรอยละ
95.00-98.00 ในทกุ พน้ื ทศี่ กึ ษา (เกณฑผ า นมาตรฐาน
คือ ≥ รอ ยละ 90) ดงั ตารางท่ี 5
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 53
54 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022 ตารางท่ี 5 การตรวจเฝา ระวังสารปนเปอ นในอาหารปง บประมาณ พ.ศ. 2560 -2563
สารปนเปอ น ป 2560 (กอ นเรม่ิ ดาํ เนนิ การ) ป 2561 (เรม่ิ ดาํ เนนิ การ รพ. อาหารปลอดภยั ) ป 2562 ป 2563
โรงครัว รพ.
ูศน ยอาหาร
สหกร ณ ราน คา
พื้นที่ขายน คา
โรงค ัรว รพ.
ูศน ยอาหาร
สหกร ณ ราน คา
พื้นท่ีขายน คา
โรงครัว รพ.
ศูน ยจําอาหาร
สหกร ณ ราน คา
ืพ้น ่ทีขายน คา
โรงครัว รพ.
ูศน ยอาหาร
สหกร ณ ราน คา
้ืพน ่ีทขายน คา
เคม:ี จาํ นวนตวั อยา งไมผ า นมาตรฐาน/จาํ นวนตวั อยา งทงั้ หมด (รอ ยละตวั อยา งไมผ า นมาตรฐาน)
สารเคมกี าํ จดั ศตั รพู ชื
- ตลาดสด 15/40 20/47 - - 3/26 7/30 - - 5/24 4/20 - - 5/26 3/21 - -
- (20.83) (20.00)
(37.50) (42.55) (11.54) (23.33) 0/26 0/30 0/50 0/30 (19.23) (14.29)
(0.00) (0.00) (0.00) -- (0.00)
- ออรแ กนคิ - - - - 0/70 - 0/45 0/65 - - 0/30
- - (0.00) -
(0.00) - 0/36 (0.00) (0.00)
0/2 5/26 (0.00) 2/29
บอรแ รกซ 0/27 0/36 - - 0/30 0/52 (0.00) (19.23) 0/15 0/65 0/38 (6.90) 0/49 0/72 0/39 -
- (0.00) (0.00) (0.00)
(0.00) (0.00) (0.00) (0.00) - 0/12 1/17 - (0.00) (0.00) (0.00)
96.00 (0.00) (5.88) -
สารกนั รา 0/23 5/20 - - 0/30 2/16 0/30 0/5 1/20 0/39 0/38 0/38 0/41
(0.00) (0.00) (5.00) - (0.00)
(0.00) (25.00) (0.00) (12.50) 0/7 0/35 (0.00) (0.00) (0.00)
- (0.00) (0.00) - -
ฟอรม าลนี 0/42 5/51 - - 0/20 6/30 0/5 0/20 0/36 -
- (0.00) 0/2 -
(0.00) (9.80) (0.00) (20.00) 1/10 (0.00) (0.00) (0.00)
5.32 (10.00) 2.78
สารฟอกขาว 0/28 6/39 - - 0/16 0/42 - 0/20 0/42 0/35
(0.00) (15.38) (0.00) (0.00) (0.00) (0.00 (0.00)
ไอโอดนี ในเกลอื 0/5 2/13 - - 0/5 1/11 0/5 0/10 0/2 -
(0.00) (15.38) (0.00) (9.09) (0.00) (0.00) (0.00)
นา้ํ มนั ทอดซา้ํ 0/3 6/10 - - 0/5 3/10 0/6 1/10 - -
(0.00) (60.00) (0.00) (30.00) (0.00) (10.00)
สรปุ พบสารปนเปอ น 15.36 1.49
จลุ นิ ทรยี : รอ ยละตวั อยา งผา นมาตรฐาน
SI2 (จาน, มอ้ื , 96.00 93.00 - - 98.00 96.00 96.00 97.00 95.50 96.00 95.50 98.00 96.00 95.00 96.00
อาหาร)
3. บทเรียนจากการดาํ เนินงาน ทช่ี ดั เจน ภายหลงั มกี ารเปลย่ี นแปลงการจดั การอาหาร
จากการประชุมสรุปผลเพ่ือถอดบทเรียน ตงั้ แตต น ทาง (การจดั การวตั ถดุ บิ ปลอดภยั ในการผลติ )
กลางทาง (การตรวจสอบวัตถดุ ิบ การเฝา ระวังความ
มผี ทู เี่ กย่ี วขอ งกบั การพฒั นาการจดั การอาหารปลอดภยั ปลอดภยั ของอาหาร การตรวจสอบมาตรฐานสขุ าภบิ าล)
ในโรงพยาบาล ไดแก คณะกรรมการโรงพยาบาล ปลายทาง (เมนชู สู ขุ ภาพปลอดภยั เมนอู ตั ลกั ษณข อง
อาหารปลอดภัยจํานวน 52 คน เสียงสะทอนจาก รพ. การสรางความรอบรใู หก บั ผบู รโิ ภค การจดั พื้นที่
ผูปฏิบัติงาน คนในโรงพยาบาล เพื่อทราบปญหา ใหผ บู รโิ ภคเขา ถงึ อาหารปลอดภยั เพอื่ สรา งวฒั นธรรม
อุปสรรค และกาวสูความสําเร็จ พบวาความสําเร็จ การบริโภคอาหารปลอดภยั ) ครบวงจรหวงโซอาหาร
ของการดาํ เนนิ งานพฒั นาการจดั การอาหารปลอดภยั การจดั การอาหารปลอดภยั ใน รพ. โดยใชก ารมสี ว นรว ม
ในโรงพยาบาล มี 2 มิติ ไดแ ก ทําใหเกิดรูปแบบในการพัฒนาการจัดการอาหาร
ปลอดภัยใน รพ. มหาสารคาม คือ “MSKH Food
1. มิติเชิงพ้ืนที่ คือ การสรางใหเกิดพื้นที่ Safety Model” มาจากกระบวนการทใ่ี ชใ น 4 ขน้ั ตอน
นํารองโรงพยาบาลอาหารปลอดภัยในระดับเขต 19 กิจกรรม โดยภาคีเครือขายท่ีเก่ียวของเขามามี
สุขภาพท่ี 7 จะชวยเปนการกระตุนใหพื้นที่อ่ืน ๆ สว นรว มในทกุ ขน้ั ตอน จงึ เกดิ ความสาํ เรจ็ ในการพฒั นา
อยากทําตาม สอดคลองกับงานวิจัยของกฤษฎา หาญบรรเจิด
ทศี่ กึ ษาผลการประเมนิ โครงการ รพ. อาหารปลอดภยั
2. มิติการทํางานแบบเครือขาย คือ มีการ พบวา ปจ จยั ความสาํ เรจ็ ของกระบวนการบรหิ ารจดั การ
บูรณาการการทํางานจากหนวยงานภายนอก ไดแก คือ นโยบายสนับสนุนอยางชัดเจน และผูบริหาร
ภาคการเกษตร กลมุ เกษตรอนิ ทรยี กรมวชิ าการเกษตร ใหค วามสาํ คญั ดา นปจ จยั นาํ เขา พบวา การดาํ เนนิ งาน
และภายในโรงพยาบาล ไดแ ก ฝา ยพสั ดุ จดั ซอ้ื จดั จา ง ที่มีคณะกรรมการครอบคลุมและกําหนดบทบาท
งานคุมครองผูบริโภค งานโภชนาการ งานสุขศึกษา หนาท่ีอยางชัดเจนจะทําใหการดําเนินโครงการ
งานการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก ประสบผลสาํ เรจ็ ดา นงบประมาณจะตอ งมกี ารจดั สรร
งบประมาณสาํ หรบั การดําเนินโครงการ รพ. อาหาร
นอกจากน้ีความสําเร็จในการพัฒนา ปลอดภัยใหเหมาะสม ดานกระบวนการการดําเนิน
โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ไดมีการขยายผลลงสู โครงการตอ งอาศยั ภาคเี ครอื ขา ยในการดาํ เนนิ โครงการ
เครอื ขา ยปฐมภมู ใิ หเ กดิ การขบั เคลอ่ื นอาหารปลอดภยั จึงจะทาํ ใหขับเคลอื่ นโครงการใหป ระสบผลสาํ เรจ็ 5
ลงสูชุมชนเกิดมีคณะกรรมการระดับตําบลในการ
แกไ ขปญ หาในพน้ื ทร่ี ว มกนั (พจิ ารณาจากการแตง ตงั้ ผลกระทบหลงั การพฒั นาการจดั การระบบ
คณะทํางาน “คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาหารปลอดภัยในโรงพยาบาล
ระดบั อาํ เภอ” “คณะกรรมการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต
ระดับตําบล” ท่ีใชประเด็นอาหารปลอดภัยในการ 1. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพืน้ ท่ี
ขบั เคล่อื นการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต) ส่งิ เหลา นที้ าํ ให จังหวัดมหาสารคาม กอนดําเนินการ (2560) รพ.
มีภาคีเครือขายมาทํางานรวมกัน ทําใหการจัดการ มีการซื้อผัก ผลไมทั้งหมดจากตลาดสด (ไมใชผัก
ปญหาเปน แบบเชงิ บูรณาการมากขนึ้ ปลอดสาร/ผักจากกลุมเกษตรอินทรียในพื้นท่ี)
เม่ือดําเนนิ การศึกษาฯ ทาํ ใหม กี ารจัดหาวตั ถดุ ิบจาก
อภปิ รายผล กลุมเกษตรกรปลอดสารประเภทอินทรียในพ้ืนที่
ในการนําสงวัตถุดิบประเภท พืช ผัก และขาว เขา
รูปแบบการจัดการอาหารปลอดภัยใน โรงครวั รพ. กลมุ เกษตรกรมกี ารรวมกลมุ กนั 74 ราย
โรงพยาบาลมหาสารคาม
กอ นดาํ เนนิ การการจดั การอาหารปลอดภยั
ใน รพ. มหาสารคาม พบวา ไมมรี ูปแบบและแผนงาน
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 55
สะทอ นผลลพั ธม ติ เิ ชงิ สงั คมทาํ ใหเ กดิ การขบั เคลอื่ นงาน เปน วธิ ที ท่ี าํ ใหก ลมุ ตวั อยา งทเี่ ขา รบั การพฒั นาศกั ยภาพ
และรายไดใหกับกลุมคนในพื้นที่จังหวัดได มูลคา เกดิ ความตระหนกั และเหน็ ความสาํ คญั ของการลา งมอื
จดั ซอ้ื ผกั ผลไม และขา วอนิ ทรยี ต งั้ แตป ง บประมาณ จงึ เปนแรงจงู ใจในการลา งมือท่ถี ูกวธิ ี
พ.ศ. 2561-2563 เปนมูลคา 4,238,805.30 บาท
สดั สว นงบประมาณทใี่ ชจ ดั ซอ้ื วตั ถดุ บิ ในโรงครวั รพ. 3. การตรวจสอบคณุ ภาพดา นความปลอดภยั
ประเภทขา ว ผกั ผลไม อนิ ทรยี คดิ เปน รอ ยละ 31.08 ของอาหาร ประเด็นท่ีนาสนใจ คือ กอนการศึกษา
เม่อื เทยี บกับมลู คาจดั ซอื้ รวมประเภทขาว ผกั ผลไม ไดตรวจพบสารปนเปอนในอาหาร ไดแก สารเคมี
และเมอื่ เปรยี บเทยี บมลู คา วตั ถดุ บิ ประเภทปลอดภยั กําจัดศัตรูพืชสูงถึงรอยละ 37.50 และ 42.56 จาก
หรืออินทรียตอมูลคารวมคิดเปนสัดสวน รอยละ พ้ืนท่ีโรงครัว ของ รพ. และศูนยจําหนายอาหาร
42.12 มลู คา วงเงนิ เหลา นเี้ กดิ จากการบรหิ ารจดั การ ซึง่ มีแหลงซ้ือผักตามทอ งตลาด เมอื่ มกี ารดําเนินงาน
การวางแผนปริมาณความตองการและจัดซื้อจัดจาง รพ. อาหารปลอดภยั ทาํ ใหพ น้ื ทโี่ รงครวั พบสารปนเปอ น
อยา งเปน ระบบทาํ ใหเ กดิ การขบั เคลอ่ื นใหก บั เกษตรกร สารเคมกี าํ จดั ศตั รพู ชื ลดลง เนอื่ งจากผกั อนิ ทรยี ท นี่ าํ มา
ในพน้ื ท่ี แตย งั มมี ลู คา สว นหนง่ึ ทน่ี าํ ไปจดั ซอ้ื จากตลาด เปนวัตถุดิบโรงครัวปลอดสาร แตยังพบไดในผักท่ีซ้ือ
เนื่องจากพื้นท่ี รพ. อยูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาจากตลาด และในศูนยจําหนายอาหารแมพบ
ผกั และผลไมบางประเภท ไมส ามารถปลูกไดในพน้ื ที่ การปนเปอนสารเคมีกําจัดศัตรูพืชเชนเดียวกัน
จังหวดั แตอ ยใู นระดบั ทปี่ ลอดภัย ในสวนพื้นทศี่ นู ยจาํ หนา ย
อาหารน้นั การที่จะใชวตั ถดุ ิบปลอดสารมาผลิตใหก บั
2. ความรอบรอู าหารปลอดภยั และมาตรฐาน ผบู รโิ ภคยงั เปน ความทา ทายในการดาํ เนนิ การเนอ่ื งจาก
สุขาภิบาลอาหารผูปรุง ผูสัมผัส ผูประกอบอาหาร ผูประกอบการตองแบกรับคาใชจาย ดังน้ันผูวิจัย
พบวากอนการพัฒนากลุมตัวอยางมีความรอบรู จึงแกไขโดยการจัดทําวิธีปฏิบัติการลางผักท่ีถูกวิธี
ในระดับพอใช และเม่ือพัฒนามีระดับความรอบรู กอ นนาํ มาปรงุ ประกอบอาหาร นอกจากนย้ี งั ตรวจพบ
เพ่ิมสูงข้ึนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติในระดับดีมาก สารปนเปอ นประเภทฟอรม าลนี ในศนู ยจ าํ หนา ยอาหาร
ซ่ึงการศึกษาน้ีไดออกแบบไวถามีคะแนนเฉล่ียใน ในตวั อยา งอาหารทะเล และปลาหมกึ กรอบ สอดคลอ ง
ระดับดีข้ึนไปจึงจะจัดวามีความรอบรูดานอาหาร กับการศึกษาของกนกพร ธัญมณีสิน9 ศึกษาระบาด
ปลอดภัยและมาตรฐานสุขาภิบาล สอดคลองกับ วทิ ยาของการปนเปอ นฟอรม าลนิ ในอาหารสดในบาง
การศกึ ษาของศริ พิ ล ภปู ยุ ทพ่ี ฒั นางานอาหารปลอดภยั จงั หวดั ของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื พบวา อาหารสด
ในตลาดชุมชนมีการวัดผลความรูกลุมอาสาสมัคร 1,436 ตัวอยางที่ทดสอบมีการปนเปอนฟอรมาลิน
หลังการพัฒนาคะแนนเฉล่ียความรูอยูในระดับที่สูง รอ ยละ 6.10 โดยพบความชกุ มากทส่ี ดุ ในปลาหมกึ กรอบ
(29.95 ± 3.45) เพ่ิมมากข้ึนกวากอนการพัฒนา รอยละ 22.70 ปลาหมึกสด รอยละ 4.40 ซ่ึงพ้ืนท่ี
(19.13 ± 5.50) (ระดบั ตาํ่ ) อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ 8ิ จังหวัดมหาสารคามอยูหางไกลทะเลจึงมีความเสี่ยง
ปจจัยที่ทําใหคะแนนความรอบรูสูงขึ้นมาจาก ท่ีผูจําหนายจะใสสารฟอรมาลีน วิธีการที่ผูวิจัย
กระบวนการท่ีใชในการพัฒนาความรอบรูกับกลุม ดําเนินการคือใหผูประกอบการหลีกเล่ียงการซื้อ
ตัวอยางมีหลายวิธี ไดแก การอบรมใหความรู จากรานที่ตรวจพบสารปนเปอน และแนะนําวิธีการ
การสอนลางมือ การทดลองนํามือของกลุมตัวอยาง เลอื กวตั ถดุ บิ เพอื่ เลยี่ งฟอรม าลนี ในอาหาร และใหซ อื้
สองในเคร่ือง UV เพ่ือดูความสะอาดของมือที่ลาง จากแหลง ที่นา เชอ่ื ถือ
56 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
4. การคัดกรองความเสี่ยงตอการสัมผัส ทิศทางท่ีดีข้ึน โดยมีการใชวัตถุดิบท่ีปลอดภัยปรุง
สารเคมีฆาแมลงของเกษตรคูคาโรงพยาบาล โดย ประกอบอาหารใหผูปวยประเภทผักปลอดสารพิษ
คัดกรองระดับเอนไซมโคลีนเอสเตอเรสในเลือด อนิ ทรยี เขา โภชนาการ รพ. เกิดเมนอู าหารปลอดภยั
กลมุ เกษตรกรทพี่ บวา กลมุ ตวั อยา งทงั้ หมดมผี ลเลอื ด มีการขับเคล่ือนเศรษฐกิจในพื้นท่ี และอาหารใน
อยูใ นระดบั ปรกติ และหลงั การพัฒนาศกั ยภาพกลมุ โรงพยาบาลมีความปลอดภัยและลดความเส่ียงตอ
ตวั อยา งในการปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมทส่ี งู ขน้ึ จากรอ ยละ สารปนเปอ นทงั้ เคมแี ละจลุ นิ ทรยี รวมทง้ั กลมุ ตวั อยา ง
65.12 เปน 81.40 สอดคลองกับผลการเฝาระวัง ที่ไดรับการพัฒนาศักยภาพพบวามีคะแนนเฉล่ีย
ตัวอยางการปนเปอนสารเคมีกําจัดศัตรูพืชในพื้นที่ ความรอู าหารปลอดภยั และมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหาร
เกษตรปลอดสารท่ตี รวจไมพบสารเคมกี าํ จดั ศตั รพู ืช เพ่ิมมากขนึ้ ทกุ ดา นในระดับดมี าก ซง่ึ การดําเนินการ
ในผักท่ีเก็บมาทดสอบ การคัดกรองความเสี่ยงตอ ดวยรูปแบบที่ดีอยางเปนระบบ จนเกิดเปน รพ.
การสัมผัสสารเคมีฆาแมลงน้ีไมเคยมีการเฝาระวัง อาหารปลอดภยั ไดส รา งความยงั่ ยนื ตอ กลมุ เกษตรกร
มากอน แตการดําเนินการศึกษาพัฒนาการจัดการ ในพ้ืนที่ และผูมารับบริการใน รพ. มหาสารคาม
รพ.อาหารปลอดภัย ทําใหมีการคํานึงถึงความเสี่ยง ทําใหประชาชนไดรับการคุมครองดานสุขภาพ และ
เหลาน้ี ทําใหเกิดการเฝาระวังในเกษตรกรคูคาและ สนบั สนนุ เกษตรกรซึง่ เปนรากฐานของสงั คมไทย
เปนการเพิ่มความเชื่อมั่นตอผูบริโภค
ขอเสนอแนะ
จดุ เดน ของการศกึ ษานี้ คอื เปน การดาํ เนนิ
การพัฒนาที่มองมิติอ่ืนนอกจากดานสุขภาพ คือ โรงพยาบาลอนื่ ควรนาํ รปู แบบและขนั้ ตอน
การขับเคล่ือนเศรษฐกิจฐานรากในพ้ืนที่ และมีการ การดําเนินการจากการศึกษาน้ี ไปใชในการพัฒนา
บูรณาการรวมกับหนวยงานอื่น ๆ ท้ังภายในและ ระบบใหเกิดการจัดการอาหารปลอดภัยภายใน
ภายนอกโรงพยาบาลกระทบตอ ภาคสว นอน่ื ๆ ไดแ ก โรงพยาบาล เพื่อใหเกิดการบริหารจัดการอาหาร
การเกษตร ศนู ยว จิ ยั และพฒั นาการเกษตร เครอื ขา ย ปลอดภัยตลอดหวงโซอาหารในระดับมหภาค
เกษตรอินทรีย และรูปแบบที่ทําใหเกิดความสําเร็จ ลดความเส่ียงจากสารปนเปอนอาหารในพืชผักผลไม
ในการพัฒนาของโรงพยาบาลมหาสารคามสามารถ และสรางความยั่งยืนใหเกษตรกรในพ้ืนที่ ตลอดจน
นําไปใชในการพัฒนายังโรงพยาบาลอื่น ๆ ได และ สรา งสขุ ภาพท่ดี ใี หกับประชาชน
เปน การศกึ ษาทไ่ี ดผ ลลพั ธท ง้ั เชงิ ปรมิ าณและชงิ คณุ ภาพ
ทาํ ใหไดขอมูลท่ีครบถวนและมีความหมาย กติ ติกรรมประกาศ
สรปุ ผล ขอขอบคณุ ผอู าํ นวยการและรองผอู าํ นวยการ
ดานบริการปฐมภูมิ รพ. มหาสารคาม หัวหนากลุม
กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบ งานเวชกรรมสังคม ฝายโภชนาการ งานพัสดุและ
มสี ว นรว มนที้ าํ ใหเ กดิ รปู แบบการจดั การโรงพยาบาล จัดซื้อ รพ. มหาสารคาม และ ภญ.ผศ.ดร.กฤษณี
อาหารปลอดภยั คอื MSKH Food Safety model สระมณุ ี คณะเภสชั ศาสตร มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
เกิดผลกระทบหลังการพัฒนาการจัดการระบบ ที่ใหคําปรึกษา รวมทั้งผูใหขอมูลทุกทานท่ีทําให
อาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลเปลี่ยนแปลงไปใน งานวจิ ัยเสร็จสมบูรณ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 57
เอกสารอางอิง 6. Bloom BS. Handbook on formation and
Summative Evaluation of Student Learning.
1. Sanborn M, Cole D, Kerr K, Vakil C, Sanin LH, New York: McGraw-Hill Book; 1971.
Bassil K. Systematic review of pesticide human
health effects. OCFP [Internet]. 2004;1-177. 7. กรมควบคมุ โรค. แบบประเมนิ ความเสยี่ งในการทาํ งาน
Available from: https://www.researchgate.net/ ของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกําจัดศัตรูพืช.
publication/277291279_Systematic_Review_ [อินเทอรเน็ต]. 2556 [เขาถึงเมื่อ 16 ก.พ. 2564].
of_Pesticide_Human_Health_Effects เขาถึงไดจาก http://envocc.ddc.moph.go.th/
uploads/31858/1-56.pdf
2. National Research Council. Toxicity testing:
strategies to determine needs and priorities. 8. ศิริพล ภูปุย, มนตกานต อินทรกําแหง. การพัฒนา
Washington DC: National Academy; 1984. การดําเนินงานอาหารปลอดภยั ในตลาดชุมชน ตาํ บล
โพน อําเภอคํามว ง จงั หวัดกาฬสินธ.ุ วารสารวจิ ยั ทาง
3. สถาบนั มะเรง็ แหง ชาต.ิ ทะเบยี นมะเรง็ ระดบั โรงพยาบาล วิทยาศาสตรส ขุ ภาพ 2559;10(2):50-9.
พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: นวิ ธรรมดา; 2563.
9. กนกพร ธัญมณีสิน. ระบาดวิทยาของการปนเปอน
4. กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. ฟอรม าลนิ ในอาหารสดในบางจงั หวดั ของภาคตะวนั ออก
มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั . พมิ พค รง้ั ท่ี 2. เฉยี งเหนอื ปง บประมาณ 2557. วารสารเภสชั กรรมไทย
สมทุ รสาคร: บอรน ทู บี พับลิชชง่ิ ; 2560. 2558;7(1):31-7.
5. กฤษฎา หาญบรรเจิด, เกียรติศักดิ์ แหลมจริง.
ผลการประเมนิ โครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภยั .
วารสารสถาบนั บาํ ราศนราดูร. 2563;14(1):45-55.
58 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
บทความวิจยั Research Article
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
การพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑอาหารผานระบบ e-Submission และ
Auto e-Permission ในจังหวัดนครปฐมป 2562-2563
คุมขวัญ ภมรศิลปธรรม1
1กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม นครปฐม
ท่ีอยูติดตอ: คุมขวัญ ภมรศิลปธรรม กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ถนนเทศา
อําเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 73000 [email protected]
Approval of Food Products via e-Submission and Auto e-Permission
Systems in Nakhon Pathom Province 2019-2020
Koomkwan Pamonsinlapatham1
1Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Nakhon-Pathom Provincial Public Health Office,
Nakhon-Pathom Province.
Contact address: Koomkwan Pamonsinlapatham, Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group,
Nakhon-Pathom Provincial Public Health Office, Tambon Phra-Pathom Chedi, Muang District, Nakhon-Pathom
Province, Thailand, 73000, [email protected]
Received: 15 February 2021, Revised: 3 November 2021, Accepted: 5 November 2021
Abstract
Background: Approval of food products via the e-Submission and Auto e-Permission systems
in Nakhon Pathom province has not been evaluated and studied.
Objectives: To explore the results of food product approval and information on the operation
of the e-Submission in 2019 and the auto e-Permission system in 2020 in Nakhon Pathom
Province, also to study the correlation of permission with food product complaints.
Methods: This research was a descriptive study by studying retrospective from the e-Submission
system that permission in Nakhon Pathom Province during the month of May – December:
period 1st in 2019 that using e-Submission and 2nd in 2020 that using e-Submission and Auto
e-Permission, as well as finding the correlation with food product complaints prosecuted by
using Chi-square.
Results: Considering the request for food production in the first period of 2019, there was 157
entrepreneurs registered on 1,657 items through the e-Submission system. These applications
grouped into approved license 87.02%, returned by authorities 6.16%, automatic returned
6.34%, rejected and rejected by entrepreneur 0.18% and 0.30%, respectively. An average
approval processing time was 8.10 days. As for the results of the second phase of the study
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 59
2020, there were 172 entrepreneurs applicants, 1,475 items. These items divided approved
license 96% (1,416 items) that approved by the authorities 28.20% and auto permission 67.80%,
returned by authorities 2.1%, automatic returned 1.42%, and rejected by entrepreneur 0.48%.
It took an average of 3.06 days for approval. It found that the duration was statistically
significantly reduced at p<0.05. A major common reason for returning request was a register
did not match with a food type – need to request additional food type. Besides, most product
that registered in two year was ready to cook food and ready to eat food, and drinking water
in sealed containers. Problem of product complaints prosecuted in 2020 found only drinking
water in sealed containers. Finally, the study compared the e-Submission and Auto e-Permission
method with the complaints before 2019-2020 by Chi-Square test, it was no correlation by
statistics significantly at p>0.05.
Conclusions: Consideration of food product requests in 2019 and 2020 was similar, but the
approval period was statistics significantly reduced. The relationship between product complaints
and permission with e-Submission and auto e-Permission was not statistical correlation.
However, to sure a guarantee of food product quality and safety, after-market products should
be monitored a surveillance to determine the source of production that may not match
the approved food category, the Thai FDA should revise the criteria for permission by submitting
labels or photos of products to support approval and be a databased for inspection after
the product is released to the markets.
Keywords: e-Submission, auto e-Permission, food products, compliant
บทคดั ยอ
ความสําคัญ: การพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑอาหารผานระบบ e-Submission และ Auto e-Permission
ในจงั หวัดนครปฐมยงั ไมเคยมกี ารศกึ ษาประเมินและศึกษา
วัตถุประสงค: เพื่อศึกษาผลการพิจารณาคําขออนุญาตผลิตภัณฑอาหารและขอมูลการดําเนินการผานระบบ
e-submission ป 2562 และระบบ Auto e-Permission ป 2563 และศึกษาความสัมพันธของการอนุญาต
กบั เรอื่ งรอ งเรยี นผลติ ภณั ฑอ าหาร
วธิ กี ารวจิ ยั : เปน การศกึ ษาเชงิ พรรณนา โดยศกึ ษาขอ มลู ยอ นหลงั จากการดาํ เนนิ การผา นระบบ e-Submission
ทยี่ นื่ ขออนญุ าตในจงั หวดั นครปฐม ระหวา งเดอื น พ.ค.-ธ.ค. ใน 2 ชว งคอื ชว งที่ 1 ป 2562 ทใี่ ช e-Submission
และชวงที่ 2 ป 2563 ท่ีใช e-Submission และการอนุญาตอัตโนมัติ (Auto e-Permission) รวมทั้งหาความ
สมั พนั ธกบั เรื่องรองเรยี นดานผลิตภัณฑอ าหารท่ีดําเนินคดี โดยใช Chi-square
ผลการศกึ ษา: การพจิ ารณาคาํ ขอผลติ ผลติ ภณั ฑอ าหารชว งที่ 1 ป 2562 มผี ปู ระกอบการยนื่ คาํ ขอผา นระบบ
e-Submission จํานวน 157 แหง 1,657 รายการ แบงเปนคําขออนุญาตท่ีไดรับการอนุมัติ รอยละ 87.02
คนื คาํ ขอโดยเจาหนาท่ี รอยละ 6.16 และคนื คาํ ขออตั โนมัติ รอยละ 6.34 มีการยกเลกิ คาํ ขอ และยกเลิกโดย
ผปู ระกอบการ รอ ยละ 0.18 และ 0.30 ตามลาํ ดบั ใชร ะยะเวลาการอนมุ ตั โิ ดยเฉลยี่ 8.10 วนั สว นผลการศกึ ษา
ชวงท่ี 2 ป 2563 มีผูย่ืนคําขอจํานวน 172 แหง 1,475 รายการ แบงเปนคําขออนุญาตที่ไดรับการอนุมัติ
รอ ยละ 96 ในจาํ นวนนอี้ นญุ าตโดยเจา หนา ที่ รอ ยละ 28.20 และระบบอตั โนมตั ิ รอ ยละ 67.80 มกี ารคนื คาํ ขอ
60 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
โดยเจาหนาที่ รอยละ 2.1 คืนคําขออัตโนมัติ รอยละ 1.42 และยกเลิกคําขอโดยผูประกอบการ รอยละ 0.48
ใชร ะยะเวลาอนมุ ตั ิ โดยเฉลย่ี 3.06 วนั พบระยะเวลาลดลงอยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ่ี p<0.05 สาเหตกุ ารคนื
คําขอมากที่สุด ไดแก การย่ืนไมตรงประเภทที่ไดรับอนุญาต ตองขอเพ่ิมประเภทอาหาร และพบวาอาหาร
พรอมปรุงและอาหารสําเร็จรูปที่พรอมบริโภคทันที และนํ้าบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปดสนิทมีปริมาณการย่ืน
ขออนญุ าตมากทส่ี ดุ ทง้ั 2 ป ปญ หาขอ รอ งเรยี นผลติ ภณั ฑท ดี่ าํ เนนิ คดใี นป 2563 พบเฉพาะนา้ํ บรโิ ภคในภาชนะ
บรรจทุ ี่ปด สนิท และเมอ่ื ศึกษาถึงการอนุญาตดว ยระบบ e-Submission และ Auto e-Permission เทียบกับ
ผลติ ภณั ฑท ไ่ี ดร บั การอนญุ าตดว ยระบบเดมิ (กอ นป 2562) และเรอื่ งรอ งเรยี นทด่ี าํ เนนิ คดปี 2563 ดว ยไคสแควร
พบวา ไมม คี วามสมั พนั ธก ัน
สรุป: การพิจารณาคําขอผลิตภัณฑอาหารในป 2562 และ 2563 มีปริมาณใกลเคียงกัน แตระยะเวลาในการ
อนุมัติลดลงอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ความสัมพันธระหวางเรื่องรองเรียนผลิตภัณฑกับการอนุญาตดวยระบบ
e-submission และ Auto e-Permission พบวายังไมมีความสัมพันธกัน อยางไรก็ตามควรมีการติดตาม
เฝาระวังผลิตภัณฑหลังออกสูตลาดเพื่อตรวจสอบแหลงผลิตที่อาจย่ืนไมตรงประเภทอาหารท่ีไดรับอนุญาต
และควรปรบั หลกั เกณฑข ออนญุ าตโดยใหย น่ื ฉลากหรอื ภาพถา ยผลติ ภณั ฑป ระกอบการอนมุ ตั แิ ละเปน ฐานขอ มลู
สําหรบั ตรวจสอบหลังผลิตภณั ฑออกสตู ลาด
คําสําคัญ: e-Submission อนญุ าตอัตโนมัติ ผลติ ภัณฑอ าหาร รองเรยี น
บทนํา (คําขอแจงรายละเอียดอาหาร) โดยเจาหนาที่ สสจ.
พจิ ารณาอนมุ ตั แิ ละออกเลขสารบบอาหารใน 2 กรณี
เมอ่ื รฐั บาลไทยประกาศนโยบาย “Thailand คอื กรณผี ลติ อาหาร และกรณนี าํ เขา อาหาร โดยเปน
4.0” (ป 2561-2580) โดยใหความสาํ คัญกับการนาํ ประเภทท่ีไมตองแจงสูตรสวนประกอบ 3 กลุมคือ
เทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกตใชในภาครัฐบาล (1) อาหารกาํ หนดคณุ ภาพหรอื มาตรฐานทน่ี อกเหนอื
เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการใหบริการที่รวดเร็วข้ึน จากรอยลั เยลลี และผลติ ภณั ฑร อยลั เยลลี ผลติ ภณั ฑ
รองรับการเติบโตและความตองการของภาคธุรกิจ1 เสริมอาหาร เคร่ืองด่ืมในภาชนะบรรจุท่ีปดสนิท
สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไดป รบั ปรงุ อาหารในภาชนะบรรจุท่ีปดสนิท นมโค นมเปร้ียว
ระบบสารสนเทศการดําเนินงานดานการพิจารณา ไอศกรีม นมปรุงแตง ผลิตภัณฑของนม กาแฟผสม
อนุญาตผลิตภัณฑสุขภาพโดยเพ่ิมชองทางการยื่น หรือกาแฟปรุงสาํ เรจ็ ผสม เคร่ืองดม่ื เกลือแร เปน ตน
คําขออนญุ าตผา นระบบ e-Submission ทเี่ ขา ถึงได (2) อาหารที่ตองมีฉลาก และ (3) อาหารทั่วไป
จาก https://privus.fda.moph.go.th/ โดยแบง
กลุมผูเขาใชงานเปน ผูประกอบการ ประชาชน ตอมาตั้งแต 3 กุมภาพันธ 2563 อย.
ผูประกอบวิชาชีพ เจาหนาที่ อย. และเจาหนาท่ี ประกาศใหผลิตภัณฑอาหารเสี่ยงตํ่าไมตองแจงสูตร
สํานักงานสาธารณสุข (สสจ.) แตละจังหวัด2 เพื่อ สวนประกอบ ผูประกอบการย่ืนคําขอและประเมิน
อํานวยความสะดวกในการขออนุญาตมากย่ิงขึ้น ผลติ ภณั ฑดว ยตนเอง ซงึ่ แบง เปน 2 ประเภทคอื (1)
และเพมิ่ ความโปรง ใสในการปฏบิ ตั งิ านของเจา หนา ที่ ระบบการอนุญาตอัตโนมัติ (Auto e-Permission)
ในกลุมอาหาร 29 ประเภท ไดแก กาแฟ 100%
การพจิ ารณาอนญุ าตผลติ ภณั ฑอ าหารดว ย นํ้านมถ่ัวเหลืองในภาชนะบรรจุท่ีปดสนิท อาหาร
e-Submission ในสวนภูมิภาคเริ่มดําเนินการต้ังแต พรอมปรุง เกลือบริโภค น้าํ ปลา น้าํ เกลือปรงุ อาหาร
วนั ที่ 1 กมุ ภาพนั ธ 2561 ใหผ ปู ระกอบการยนื่ คาํ ขอ
ผานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส ตามแบบ สบ.7
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 61
ผลติ ภณั ฑป รงุ รสทไี่ ดจ ากการยอ ยโปรตนี ของถว่ั เหลอื ง หมากฝรั่ง อาหารทั่วไปประเภทพืชและผลิตภัณฑ
ซอสบางชนิด ผลิตภัณฑจากเน้ือสัตว ไขเยี่ยวมา ท่ีผานการตรวจประเมิน อาหารท่ัวไปประเภท
นา้ํ สม สายชู นา้ํ แขง็ นาํ้ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ป่ี ด สนทิ เคร่ืองปรุงรสที่ผานการตรวจประเมิน อาหารทั่วไป
นํ้าแรธรรมชาติ ขนมปง น้ํามันถั่วลิสง น้ํามันปาลม ประเภทผลติ ภณั ฑส าํ หรบั ทาํ อาหารชนดิ ตา ง ๆ ทยี่ งั
นา้ํ มนั มะพรา ว แยม/เยลล/ี มารม าเลดในภาชนะบรรจุ ไมพ รอ มบรโิ ภคทผ่ี า นการตรวจประเมนิ ชา ชาสมนุ ไพร
ที่ปดสนิท นํ้าผ้ึง แปงขาวกลอง น้ํามันเนย เนยใส ครีม เนย เนยแข็ง เนยเทียม/เนยผสม/ผลิตภัณฑ
หรอื กี อาหารสําเร็จรปู ทพ่ี รอมบริโภคทนั ที (อาหาร เนยเทยี ม/ผลติ ภณั ฑเ นยผสม และอาหารทวั่ ไป ไดแ ก
ขบเค้ียว ผลิตภัณฑขนมอบ อาหารม้ือหลักท่ีเปน เคร่ืองเทศท่ีผานการตรวจประเมิน ดังรูปที่ 1 ทั้งน้ี
อาหารจานเดยี ว ซง่ึ เกบ็ รกั ษาไวใ นตเู ยน็ หรอื ตแู ชแ ขง็ ตองมีรายละเอียดขอมูลท่ีเก่ียวของกับผลิตภัณฑ
หรืออุณหภูมิปกติ) อาหารท่ัวไป ประเภทสัตวและ เกบ็ ไว ณ สถานประกอบการ เชน สตู รสว นประกอบ
ผลิตภัณฑท่ีผานการตรวจประเมิน อาหารท่ัวไป รวม 100% กรรมวิธีการผลิต รายงานผลการตรวจ
ประเภทแปงและผลิตภัณฑท ผี่ า นการตรวจประเมิน วิเคราะหผลิตภัณฑอาหารตามประกาศกระทรวง
อาหารทว่ั ไปประเภทนา้ํ ตาลทผ่ี า นการตรวจประเมนิ สาธารณสุขสําหรับประเภทอาหารที่จัดอยูในกลุม
อาหารท่ัวไปประเภท ผักหรือผลไมสดบางชนิด อาหารกําหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน คุณภาพหรือ
(การคัดและบรรจุ) และขาวในภาชนะบรรจุพรอม มาตรฐานของวัตถุดิบ เปนตน
จําหนายที่ผานการตรวจประเมิน ซ่ึงระบบสามารถ
ออกเลขทอ่ี นญุ าตไดท นั ทเี มอ่ื ขอ มลู คาํ ขอเปน ไปตาม กลมุ งานคมุ ครองผบู รโิ ภคและเภสชั สาธารณสขุ
ขอ กําหนด และ (2) ระบบการอนุญาตโดยเจา หนา ที่ สสจ. นครปฐม ไดใชงานระบบการยื่นและพิจารณา
พิจารณาอนุญาต 20 ประเภท ไดแก ช็อกโกแลต เอกสารผา นทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สต งั้ แตป 25613 แตย งั
นํ้ามันและไขมัน อาหารก่ึงสําเร็จรูป ซอสในภาชนะ ไมม กี ารรวบรวมขอ มลู การดาํ เนนิ งานระบบดังกลา ว
บรรจทุ ป่ี ด สนทิ อาหารสาํ เรจ็ รปู ทพ่ี รอ มบรโิ ภคทนั ที เพ่ือวิเคราะห และสรุปผลในการพัฒนาระบบการ
นอกเหนือจากอาหารขบเคี้ยว/ผลิตภัณฑขนมอบ/ ดาํ เนนิ งาน จงึ ไดด าํ เนนิ การวจิ ยั ในครง้ั นเ้ี พอื่ สรปุ และ
อาหารมื้อหลักท่ีเปนอาหารจานเดียว (นิยามตาม วเิ คราะหผ ลการดาํ เนนิ งานของระบบ e-Submission
ป.394 (พ.ศ. 2561) ขอ 2 (1)(3)(5)) ขา วเตมิ วติ ามนิ และ Auto e-Permission ในจังหวัดนครปฐม
วัตถุแตงกล่ินรส วุนสําเร็จรูปและขนมเยลลี ลูกอม พรอ มทง้ั ตดิ ตามการดาํ เนนิ คดเี รอ่ื งรอ งเรยี นทเี่ กย่ี วกบั
ผลิตภัณฑอาหารทไ่ี ดรบั อนุญาต
รปู ท่ี 1 ขั้นตอนการอนมุ ตั ิผลิตอาหาร สบ.7 ผา นระบบอเิ ล็กทรอนิกสป 2562 และ 2563
62 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
วตั ถปุ ระสงค การรวบรวมขอ มูล
1. นําขอมูลการพิจารณาคําขออนุญาตผลิต
1. เพ่ือศึกษาผลการพิจารณาคําขออนุญาต
ผา นระบบ e-submission ป 2562 และระบบ Auto ผลติ ภณั ฑอ าหารจากฐานขอ มลู ในระบบ e-Submission
e-Permission ป 2563 เฉพาะจงั หวดั นครปฐมระหวา งป 2562-2563 มาจดั
กลุมและประเภทของกลุมผลิตภัณฑอาหาร และ
2. เพื่อศึกษาขอมูลการดําเนินการในระบบ แหลง ผลติ หรอื สถานทผี่ ลติ รวมทงั้ ระยะเวลาทอี่ นมุ ตั ิ
e-Submission และ Auto e-Permission
2. นาํ ขอมูลเร่ืองรองเรยี นผลิตภณั ฑป ระเภท
3. เพื่อศึกษาความสัมพันธของการอนุญาต อาหารทมี่ กี ารดาํ เนนิ คดใี นจงั หวดั นครปฐม ในป 2563
ดว ยระบบ e-Submission และ Auto e-Permission มาจดั กลุม ประเภทผลติ ภัณฑท ไี่ ดรับอนญุ าต สบื คน
กบั เรื่องรองเรียนผลติ ภณั ฑอ าหาร เลขทะเบียนปท ่ีอนมุ ัติ และหาความสมั พันธระหวา ง
การอนุมัติในระบบ e-Submission และ Auto
ระเบียบวธิ กี ารวิจยั e-Permission กับเรอ่ื งรองเรยี น
การวิเคราะหข อ มูล
เปนการศึกษาเชิงพรรณนา โดยศึกษา
ขอมูลยอนหลัง (retrospective study) จากระบบ วเิ คราะหข อ มลู เชงิ ปรมิ าณใชส ถติ เิ ชงิ พรรณนา
e-Submission ทมี่ กี ารยนื่ ขออนญุ าตอาหารในจงั หวดั (descriptive statistics) เชน จาํ นวนคาํ ขอผลติ ภณั ฑ
นครปฐม ตง้ั แตป 2562-2563 วเิ คราะห เปรยี บเทยี บ อาหาร จํานวนแหลงผลิต จํานวนรายการ แสดงคา
ขอ มลู การดาํ เนนิ งานทเ่ี กดิ ขน้ึ ทง้ั ประเภทของผลติ ภณั ฑ เปนจํานวนความถ่ี รอยละ และใชสถิติเชิงวิเคราะห
อาหารทขี่ ออนญุ าต แหลง ผลติ ระยะเวลาทดี่ าํ เนนิ การ เพื่อทดสอบคาเฉลี่ยของระยะเวลาการอนุมัติคําขอ
และผลการดําเนินการที่เกิดขึ้น และทดสอบความ ผลิตภัณฑอาหารในป 2562 และ 2563 โดยใชการ
สัมพันธระหวางเร่ืองรองเรียนผลิตภัณฑอาหารกับ ทดสอบที (T-test) และวิเคราะหความสัมพันธของ
ประเภทของรายการทไ่ี ดร บั อนุญาต ตวั แปรวธิ กี ารอนมุ ตั กิ บั เรอื่ งรอ งเรยี นดว ย Chi-square
กลุมตวั อยาง ท่ีระดับนยั สําคัญ p<0.05
นยิ ามศพั ท
1. ขอมูลการพิจารณาคําขออนุญาตผลิต
ผลติ ภณั ฑอ าหารจากฐานขอ มลู ในระบบ e-Submission อนมุ ตั ิ หมายถงึ คาํ ขอนน้ั ไดร บั การอนมุ ตั แิ ละ
ทมี่ กี ารยนื่ คาํ ขอในพนื้ ทจ่ี งั หวดั นครปฐม ระหวา งเดอื น ไดเ ลขสารบบอาหาร
พ.ค.-ธ.ค. ชว งป 2562 (ชว งท่ี 1) และระหวา งเดอื น
พ.ค.-ธ.ค. 2563 (ชวงท่ี 2) รวม 3,132 คาํ ขอ คนื คาํ ขอ หมายถงึ คาํ ขอนนั้ ไมไ ดร บั การอนมุ ตั ิ
คําขอท่ีย่ืนไมถูกตอง รายละเอียดขอมูลไมครบถวน
2. ขอมูลเร่ืองรองเรียนผลิตภัณฑประเภท สมบูรณ ซึ่งเจาหนาท่ีสามารถทําได 2 กรณี คือ
อาหารท่ีมีการดําเนินคดีในจังหวัดนครปฐมต้ังแต คืนคําขอทันที หรือพิจารณาใหผูประกอบการแกไข
ม.ค.- ธ.ค. ป 2563 จํานวน 35 เรื่อง โดยสงไฟลคาํ ขอท่แี กไ ขแลวเขามาพิจารณาใหม
เครอ่ื งมือทใี่ ชใ นการวจิ ัย
คนื คาํ ขออตั โนมตั ิ หมายถงึ การพจิ ารณาคาํ ขอ
1. ระบบฐานขอ มลู ในระบบ e-Submission อย. ของเจา หนา ท่ี หากผูประกอบการย่นื ประเภทอาหาร
2. แบบเก็บบันทึกปญหาการคืนคําขอ ชนดิ อาหาร กรรมวธิ กี ารผลติ ไมส อดคลอ งกบั ผลติ ภณั ฑ
หรือยกเลิกคําขอของจังหวัดนครปฐมผานระบบ หรือช่ืออาหาร คํารับรองไมสอดคลองกับผลิตภัณฑ
e-Submission เจาหนาทจ่ี ะพจิ ารณาใหผ ปู ระกอบการแกไ ข โดยให
3. แบบเก็บขอมูลเรื่องรองเรียนผลิตภัณฑ สง ไฟลค าํ ขอทแ่ี กไ ขแลว เขา มาพจิ ารณาภายในกาํ หนด
อาหารของกลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัช 10 วันหากยังไมในระยะเวลาที่กําหนด ระบบจะคืน
สาธารณสุข สสจ.จังหวัดนครปฐม คาํ ขออตั โนมตั ิ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 63
ยกเลิกคําขอ หมายถึง เจาหนา ท่ียกเลกิ สาํ หรบั ผลการศกึ ษาการพจิ ารณาคาํ ขอผลติ
คาํ ขอ เนอื่ งจากเปน คาํ ขอทไี่ มส ามารถยน่ื ผา นระบบ ผลติ ภณั ฑอ าหารชว งที่ 2 ตง้ั แตเ ดอื น พ.ค.-ธ.ค. 2563
e-Submission ได เปน อาหารประเภททตี่ อ งยน่ื สตู ร ระยะเวลาเวลา 8 เดือน มจี าํ นวนผูประกอบการท่ีย่ืน
สวนประกอบ ผลวิเคราะห และฉลาก คําขอผานระบบ e-Submission จํานวน 172 แหง
มจี าํ นวนเลขรบั คาํ ขออนญุ าตทง้ั หมด 1,475 รายการ
ยกเลิกโดยผูประกอบการ หมายถึง แบง เปน คาํ ขออนญุ าตทไ่ี ดร บั อนมุ ตั เิ ลขสารบบอาหาร
ผปู ระกอบการประสงคย กเลิกคาํ ขอเอง (สบ.7/1) รอยละ 96 ในจํานวนน้ีมีรายการอนุญาต
e-Submission รอยละ 28.20 และการอนุญาต
ผลการศึกษา อัตโนมัติ (Auto e-Permission) รอยละ 67.80
คนื คาํ ขออตั โนมตั ิ รอ ยละ 1.42 และคนื คาํ ขอรอ ยละ
1. ผลการดําเนินงานผานระบบ e-Submission 2.1 ยกเลิกคําขอจํานวนรอยละ 0.48 ใชระยะเวลา
และ Auto e-Permission การดาํ เนนิ การอนมุ ตั ิ โดยเฉลย่ี 3.06 วนั ดงั ตารางที่ 1
ผลการศึกษาการพิจารณาคําขอผลิต เมื่อพิจารณาถึงความแตกตางของการใช
ผลิตภัณฑอาหารในชวงที่ 1 ต้ังแตเดือน พ.ค.-ธ.ค. ระยะเวลาการอนุมัติคําขอผลิตผลิตภัณฑอาหาร
2562 ระยะเวลา 8 เดือน มีจํานวนผูประกอบการ ในป 2562 และ 2563 พบวา การอนมุ ตั ชิ ว งป 2563
ยนื่ คาํ ขอผา นระบบ e-Submission จาํ นวน 157 แหง ใชระยะเวลานอยกวาโดยมีความแตกตางกันอยาง
มจี าํ นวนเลขรบั คาํ ขออนญุ าตทง้ั หมด 1,657 รายการ มีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เม่ือจําแนกประเภท
แบงเปน คาํ ขออนญุ าตทีไ่ ดร บั การอนุมตั ิเลขสารบบ การอนุญาตเฉพาะที่มีการดําเนินการพิจารณาโดย
อาหาร (สบ.7/1) รอยละ 87.02 คืนคําขอ รอยละ เจาหนาที่ พบขอมูลวา ในป 2562 มีจํานวน 1,442
6.16 และคนื คาํ ขออตั โนมตั ิ รอ ยละ 6.34 ยกเลกิ คาํ ขอ รายการ ใชเวลาโดยเฉล่ีย 8.10 วัน สวนในป 2563
และยกเลกิ โดยผปู ระกอบการ รอ ยละ 0.18 และ 0.30 มจี าํ นวนรายการ 416 รายการ ใชเ วลาเฉลย่ี 10.43 วนั
ตามลาํ ดบั สว นระยะเวลาทเี่ จา หนา ทพ่ี จิ ารณาอนมุ ตั ิ ดังรูปที่ 2
กาํ หนดระยะเวลาไวไ มเ กนิ 15 วนั พบวา ใชร ะยะเวลา
ดาํ เนนิ การอนุมัติ โดยเฉลย่ี 8.10 วนั
ตารางท่ี 1 การพิจารณาคาํ ขอผลติ ภณั ฑอ าหารจงั หวดั นครปฐมผานระบบ e-Submission ป 2562-2563
2562 (พ.ค.- ธ.ค.) 2562 (พ.ค.- ธ.ค.)
ประเภท จํานวน รอ ยละ เวลาดําเนนิ การเฉล่ีย จํานวน รอยละ เวลาดําเนินการเฉล่ยี
(วัน) (วัน)
รับคําขอ
อนุมัติ 1,657 1,475
เจาหนาท่ี 1,442 87.02 8.10 1,416 96.00 3.06*
Auto
คืนคําขอ 1,442 100 416 28.20
คืนคําขออัตโนมัติ
ยกเลิกคําขอ -- 1,000 67.80
ยกเลิกโดยผูประกอบการ
102 6.16 7.54 31 2.10 14.29
105 6.34 12.88 21 1.42 ระบบไมแสดง
3 0.18 1.67 7 0.48 ระบบไมแสดง
5 0.30 2.00 -- -
หมายเหตุ * ขอมูลความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อเทียบกับป 2562
64 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
รูปท่ี 2 ระยะเวลาการอนุมัติคําขอโดยเจาหนาท่ี และนาํ้ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ป่ี ด สนทิ จาํ นวน 369
ในป 2562 และ 2563 รายการ (รอยละ 25.58) ในป 2563 ดังตารางที่ 2
พบอาหารพรอ มปรงุ และอาหารสาํ เรจ็ รปู พรอ มบรโิ ภค
ผลการจําแนกประเภทของอาหารทขี่ อขน้ึ ทันที มีจํานวนรายการท่ีขอข้ึนเทะเบียนมากท่ีสุด
ทะเบยี น ในป 2562 ดงั ตารางที่ 2 พบประเภทอาหาร ใกลเ คยี งกบั ป 2562 คอื 581 รายการ (รอ ยละ 41.03)
พรอมปรุงและอาหารสําเร็จรูปพรอมบริโภคทันที เปนชนิดอาหารสําเร็จรูปท่ีพรอมบริโภคทันที 453
มจี าํ นวนรายการผลติ ภณั ฑอ าหารยนื่ ขอขนึ้ ทะเบยี น รายการ (รอยละ 31.99) โดยเปนอาหารสําเร็จรูป
อนญุ าตเปน จาํ นวนมากกวา ประเภทอนื่ จาํ นวน 576 ที่พรอมบริโภคทันทีนอกเหนือจาก อาหารขบเค้ียว
รายการ (รอยละ 39.94) เปนชนิดอาหารสําเร็จรูป ผลติ ภณั ฑข นมอบ อาหารมอื้ หลกั ทเ่ี ปน อาหารจานเดยี ว
ท่ีพรอมบริโภคทันที 492 รายการ (รอยละ 34.11) ทพ่ี จิ ารณาโดยเจา หนา ท่ี 189 รายการ (รอ ยละ 13.34)
และอนญุ าตอตั โนมัติ 264 รายการ (รอยละ 18.64)
นา้ํ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ปี่ ด สนทิ อนญุ าตอตั โนมตั ิ
จาํ นวน 319 รายการ (รอ ยละ 22.52) ซึ่งสมั พันธกบั
จาํ นวนแหลง ผลติ หรอื สถานทผ่ี ลติ ทย่ี นื่ ขอขน้ึ ทะเบยี น
ผลติ ภณั ฑอ าหาร พบวา ประเภทอาหารพรอ มปรงุ และ
อาหารสาํ เรจ็ รปู พรอ มบรโิ ภคทนั ที มจี าํ นวนแหลง ผลติ
หรอื สถานทผ่ี ลติ ยื่นขอเปนจาํ นวน 67 แหง (รอ ยละ
34.18) 89 แหง (รอ ยละ 36.17) ตามลาํ ดบั และประเภท
นา้ํ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ปี่ ด สนทิ มจี าํ นวนแหลง ผลติ
หรอื สถานท่ีผลิตยน่ื ขอเปนจาํ นวน 30 แหง (รอยละ
15.30) และ 35 แหง (รอยละ 14.22) ตามลําดบั
ตารางท่ี 2 ประเภทของอาหารท่อี นมุ ตั ิขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐมป 2562 และ 2563
ประเภทอาหารที่ขอขึน้ ทะเบยี น ป 2562 ป 2563
จํานวน รายการที่ จาํ นวน รายการที่
1. ชอ็ กโกแลต แหลง ผลติ ท่ีย่ืน อนมุ ตั ิ แหลง ผลติ ทีย่ นื่ อนมุ ัติ
2. น้ํามันและไขมนั
3. อาหารก่ึงสาํ เรจ็ รูป -- 33
4. ซอสในภาชนะบรรจุท่ีปดสนิท 23 34
5. อาหารสําเร็จรูปท่พี รอมบรโิ ภคทนั ที 4 16 8 21
7. วัตถุแตงกลิ่นรส 13 37* 8 14
8. วนุ สําเร็จรปู และขนมเยลลี -- 39 189*
9. ลกู อม 7 68* 8 35*
11. อาหารทวั่ ไปประเภทพืชและผลิตภณั ฑ 5 11 6 15
12. อาหารทั่วไปประเภทเครอื่ งปรงุ รส 4 10 2 10
13. อาหารท่ัวไปประเภทเครือ่ งเทศ 11 19 11 87*
14. อาหารทว่ั ไปประเภทผลติ ภณั ฑสาํ หรับทําอาหาร 24 23
12 5 17
-- 22
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 65
ตารางที่ 2 (ตอ)
ป 2562 ป 2563
ประเภทอาหารทข่ี อขนึ้ ทะเบียน จํานวน รายการที่ จํานวน รายการท่ี
แหลงผลติ ทยี่ ื่น อนมุ ตั ิ แหลง ผลติ ทยี่ นื่ อนุมตั ิ
15. ชา 59 27
16. ชาสมนุ ไพร 14
17. ครมี 23 11
19. เนยแข็ง -- 13
20. เนยเทยี ม/เนยผสม/ผลติ ภัณฑเนยเทยี ม/ผลติ ภัณฑเ นยผสม - - 35
21. กาแฟ 100% 12
22. นา้ํ นมถ่ัวเหลืองในภาชนะบรรจทุ ปี่ ด สนทิ 24 2 10
24. เกลอื บรโิ ภค -- 36
25. นํ้าปลา 12 --
28. ซอสบางชนดิ 37 22
29. ผลิตภัณฑจากเน้อื สัตว 25 11 81*
30. ไขเยยี่ วมา -- 14
31. นํา้ สมสายชู 12 --
32. นํ้าแข็ง 23 24
33. นํ้าบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปด สนิท 30 369* 35 319*
35. ขนมปง 1 10 26
38. นํ้ามนั มะพราว 11 --
39. แยม เยลลี และมารมาเลดในภาชนะบรรจุท่ีปดสนิท - - 11
40. น้าํ ผ้งึ -- 12
44. อาหารสําเร็จรูปที่พรอมบริโภคทันที (อาหารขบเคี้ยว, 67 576* 50 392*
ผลติ ภณั ฑขนมอบ, อาหารมอื้ หลักท่ีเปนอาหารจานเดยี ว)
45. อาหารทวั่ ไปประเภทสตั วแ ละผลิตภัณฑ 15 197* 10 107*
46. อาหารทัว่ ไปประเภทแปง และผลิตภัณฑ 8 60* 11 37*
47. อาหารทว่ั ไปประเภทนํ้าตาล 36 55
48. อาหารทว่ั ไปประเภทผักหรือผลไมส ดบางชนดิ (คดั บรรจ)ุ - - 11
49. ขาวในภาชนะบรรจพุ รอ มจําหนา ย 2 12 5 23
รวม 196** 1,442 246 1,416
หมายเหต:ุ - ป 2563 ลาํ ดับท่ี 1-20 อนมุ ัตโิ ดยเจา หนา ที่ ลาํ ดบั ท่ี 21-49 อนมุ ตั โิ ดย Auto e-Permission
- ไมมีคําขออนุญาตในลําดับท่ี 6 ขาวเติมวิตามิน, 10 หมากฝร่ัง, 18 เนย, 23 อาหารพรอมปรุง, 26 นํ้าเกลือปรุงอาหาร, 27 ผลิตภัณฑปรุงรสท่ีได
จากการยอ ยโปรตีนของถวั่ เหลอื ง, 34 นํา้ แรธรรมชาต,ิ 36 นํา้ มนั ถ่วั ลสิ ง, 37 นาํ้ มันปาลม , 41-43 แปง ขา วกลอง, น้ํามนั เนย และเนยใสหรือกี ตามลําดบั
* จํานวนรายการท่ียื่นขอมปี ริมาณสงู กวาประเภทอนื่ ๆ
** จาํ นวนแหลง ผลติ หนึ่งแหลง สามารถยืน่ ขออนุญาตข้ึนทะเบยี นอาหารไดหลายประเภท ท้ังน้ีขนึ้ กบั ประเภทอาหารทีแ่ หลงผลิตขออนุญาตไว
66 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
2. สภาพขอมูลและการดําเนินการในระบบ ท่ีลดลง (เฉลี่ย 3.06 วัน) ขอมูลรายละเอียดของ
e-Submission และ Auto e-Permission การย่ืนขออนุญาตอัตโนมัติ ยังไมมีการศึกษาถึง
รายละเอยี ดในกลมุ ผลติ ภณั ฑท ไ่ี ดร บั อนญุ าตดงั กลา ว
ในระบบฐานขอมูลของการดําเนินการ นอกจากน้ีในป 2563 มีการคืนคําขอ ลดลงเหลือ
e-Submission ในสวนของสสจ.จังหวัดนครปฐม รอยละ 2.10 และคืนคําขออัตโนมัติ รอยละ 1.42
มขี นั้ ตอนการทาํ งานในระบบ ทก่ี าํ หนดใหม เี จา หนา ที่ สว นขนั้ ตอนการดาํ เนนิ การผา นเครอื ขา ยอนิ เทอรเ นต็
พิจารณาอนุญาตและอนุมัติ ซึ่งแตละรายการที่ เพ่อื เขา ใชง านในระบบไมพ บปญ หา
พจิ ารณาตองใชเจา หนาที่จาํ นวน 2 คนขึ้นไป ทาํ ให
การพิจารณามีผลตอเวลาที่ใชตั้งแตผูประกอบการ จากการจดั กลมุ ประเภทของปญ หาในป 2562
ย่ืนขอจนกระท่ังไดรับใบอนุญาต ขั้นตอนสําคัญคือ ชวงที่ 1 (พ.ค.- ธ.ค.) พบวามีการคืนคําขออัตโนมัติ
การพจิ ารณาดว ยเจา หนา ที่ ตอ งใชค วามรคู วามชาํ นาญ เน่อื งจากครบกาํ หนดเวลาในการแกไ ข จาํ นวน 105
ในการพิจารณาผลิตภัณฑอาหารท่ีขออนุญาต รายการ และมกี ารยกเลกิ โดยผปู ระกอบการ 5 รายการ
ใหถูกตอง ตรงตามประเภท และมีเอกสารหลักฐาน และมี 3 รายการทเ่ี จาหนา ท่ียกเลิกคาํ ขอเพราะเปน
ประกอบการพิจารณาครบถวน ในกรณีท่ีมีการแจง อาหารทไี่ มส ามารถยน่ื ผา นระบบ e-Submission ได
ใหผูประกอบการแกไขยื่นไฟลคําขอใหม และรอ สว นรายการท่ีเหลอื 102 รายการ เปนการคนื คาํ ขอ
การแกไ ขจากผปู ระกอบการ ทาํ ใหร ะยะเวลามคี วาม และในป 2563 ชว งท่ี 2 (พ.ค.- ธ.ค.) ที่ทําการศึกษา
ลา ชา ดังจะเห็นวา มกี ารคืนคําขอ รอยละ 6.16 และ พบวามีการคืนคําขออัตโนมัติเนื่องจากครบกําหนด
คนื คาํ ขออตั โนมตั ิ รอ ยละ 6.34 ในป 2562 สว นขนั้ ตอน เวลาในการแกไข จํานวน 21 รายการ และมีการ
การดาํ เนนิ การผา นเครอื ขา ยอนิ เทอรเ นต็ เพอื่ เขา ใชง าน ยกเลกิ คาํ ขอ 7 รายการ และมี 31 รายการทคี่ นื คาํ ขอ
ในระบบไมพบปญหาดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ เม่ือนํามาจัดกลุมและแยกประเภทดังตารางท่ี 3
พบสาเหตกุ ารคนื คาํ ขอ ทยี่ นื่ คาํ ขอไมต รงตามประเภท
ระบบ Auto e-Permission ที่เพิ่มเติม ทไี่ ดร บั อนญุ าต ตอ งขอเพม่ิ ประเภทอาหาร มจี าํ นวน
ในป 2563 ทําใหมีการอนุญาตอัตโนมัติ ใชพิจารณา ท้ังหมด 62 รายการ (รอยละ 60.78) และจํานวน
อนุญาตผลิตภัณฑอาหารเส่ียงต่ํา ท่ีไมตองแจงสูตร 29 รายการ (รอยละ 93.54) ในป 2562 และ 2563
สว นประกอบ การยน่ื และพจิ ารณาขออนญุ าตจะสะดวก ตามลําดับ
รวดเรว็ ไดร บั อนมุ ัตทิ นั ที เห็นไดช ดั เจนในระยะเวลา
ตารางที่ 3 สรุปสาเหตุการคนื คาํ ขอผลติ ภณั ฑอ าหารในระบบ e-Submission ป 2562-2563 (พ.ค.- ธ.ค.)
สาเหตุการคนื คาํ ขอ ป 2562 ป 2563
อาหารทีย่ ่นื ไมตรงตามประเภททไี่ ดร ับอนญุ าต 57 23
1 3
- ตองขอเพิ่มประเภทอาหาร 2 2
- ตอ งขอเพ่มิ ประเภทอาหาร แนบเอกสารไมถูกตอง ทาํ ใหขอ มลู ไมเพยี งพอท่ีจะพิจารณา 1 1
- ตองขอเพิม่ ประเภทอาหาร กรรมวธิ ีผลติ ไมถ ูกตอ ง 1 -
- ตองขอเพม่ิ ประเภทอาหาร ไมถกู ตอ งตามหลกั เกณฑก ารตงั้ ชื่อ อาจทาํ ใหเขา ใจผดิ ในสาระสาํ คัญ 10 -
ของอาหาร 9 2
- ตอ งขอเพม่ิ ประเภทอาหาร การเก็บรักษาไมช ัดเจน 3 -
เอกสารชี้แจงไมถ กู ตอ ง
ไมยน่ื ขอ มลู ประกอบการพิจารณาใหครบถว นตามเวลาที่กาํ หนด
มีสารสว นประกอบท่ีไมอนญุ าตตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบบั 389
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 67
ตารางท่ี 3 (ตอ ) ป 2562 ป 2563
3 -
สาเหตกุ ารคืนคําขอ 6 -
ไมถ ูกตองตามหลักเกณฑการต้ังชอ่ื เขา ขายอวดอา งสรรพคณุ 2 -
ไมถ กู ตองตามเกณฑการต้ังชอ่ื ดา นสวนประกอบ 1 -
ชื่ออาหารส่อื ใหความหมายของอาหารผิดไป อาจทาํ ใหเ ขาใจในผิดในสาระสาํ คญั ของอาหาร 5
ช่ืออาหารและกรรมวธิ ผี ลิต ไมส อดคลอ งกัน 1 -
ตอ งขอยืน่ จัดประเภทอาหารที่ อย. หรือ ขออนมุ ัติสูตรอาหารจาก อย. 102 31
ย่นื คําขอผดิ ประเภท
รวม
3. ขอ มลู การดาํ เนนิ คดเี รอ่ื งรอ งเรยี นผลติ ภณั ฑอ าหาร พิจารณาอนุญาตผานระบบ e-Submission โดย
ในจังหวัดนครปฐมป 2563 และความสัมพันธกับ ผลิตภัณฑอาหารดังกลาวเปนประเภท น้ําบริโภค
ผลติ ภณั ฑอาหารทไ่ี ดรบั อนุมัติในจังหวัดนครปฐม ในภาชนะบรรจุที่ปดสนิท และโดยไดรับอนุญาต
ป 2562 -2563 ข้นึ ทะเบียนแบบอตั โนมัตใิ นป 2563
จากการดําเนินคดีเรื่องรองเรียนเฉพาะ จากตารางที่ 4 ประเภทผลิตภัณฑอาหาร
ผลติ ภณั ฑอ าหารในหวดั นครปฐม ในป 2563 จาํ นวน ที่ดําเนินคดีในป 2563 ทั้งหมด 35 เรื่อง พบเรื่อง
35 เรอ่ื ง ทาํ การศกึ ษาขอ มลู ยอ นหลงั พบเปน ผลติ ภณั ฑ ประเภทนา้ํ บรโิ ภคในภาชนะบรรจุท่ีปดสนิทมากทีส่ ุด
อาหารทไ่ี ดร บั อนญุ าตขน้ึ ทะเบยี นในป 2562 จาํ นวน รอ ยละ 45.71 และเครอื่ งดมื่ ในภาชนะบรรจทุ ปี่ ด สนทิ
2 เร่ือง และป 2563 จํานวน 1 เรื่อง ซ่ึงเปนระบบ รอยละ 17.41 ในลาํ ดับรองลงมา
ตารางที่ 4 ประเภทและจาํ นวนเรอ่ื งรอ งเรยี นผลติ ภณั ฑอ าหารทด่ี าํ เนนิ คดใี นจงั หวดั นครปฐม ม.ค.-ธ.ค. 2563
ประเภทเร่ืองรอ งเรยี น จาํ นวนผลติ ภัณฑที่ดําเนินคดี
ขึน้ ทะเบยี นกอ นป 2562 ขึ้นทะเบียนป 2562 ขึ้นทะเบียนป 2563
ไมพ บเลขสารบบอาหารท่ขี ้ึนทะเบยี นในจงั หวดั 6 --
นา้ํ บริโภคในภาชนะบรรจุที่ปด สนทิ 13 2 1*
เครื่องดม่ื ในภาชนะบรรจุที่ปดสนทิ 6 --
ผลิตภัณฑเสริมอาหาร/รอยลั เยลลีและผลติ ภณั ฑร อยลั เยลลี 1 --
วตั ถเุ จือปนอาหาร 1 --
อาหารท่ัวไป ไดแ ก แปงและผลติ ภณั ฑทผี่ านการตรวจประเมนิ 2 --
อาหารสําเร็จรปู ที่พรอมบริโภคทันที 2 --
เกลือบริโภค 1 --
32 21
รวม
4. ความสมั พนั ธข องการอนญุ าตกบั เรอื่ งรอ งเรยี นทพ่ี บ (Chi-square test) พบวาไมมีความสัมพันธกัน
เมอ่ื ทดสอบความสมั พนั ธร ะหวา งประเภทเรอ่ื ง (ดวยคาทดสอบเทากับ 0.792) อยางไรก็ตาม
การตดิ ตามเรอ่ื งรอ งเรยี นอาจมขี อ จาํ กดั ดว ยผลติ ภณั ฑ
รอ งเรยี นกบั วธิ กี ารอนญุ าตดว ยระบบ e-Submission ที่ไดรับอนุญาตยังไมพบปญหาท่ีเกิดการรองเรียน
และ Auto e-Permission และการอนุญาตดวย จึงควรมีการติดตามไปขางหนาโดยเฉพาะอยางย่ิง
ระบบเดิม (กอนป 2562) โดยการทดสอบไคสแควร
68 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
การเฝา ระวงั ผลติ ภัณฑป ระเภทนา้ํ บรโิ ภคในภาชนะ ที่ปดสนิท มีจํานวนรายการผลิตภัณฑอาหารท่ี
บรรจุที่ปดสนิท และเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ ขอขึ้นทะเบียนมากท่ีสุดท้ัง 2 ป สําหรับป 2563
ปด สนทิ เปนพเิ ศษ มผี ลติ ภณั ฑอ าหารจาํ นวน 416 รายการทตี่ อ งพจิ ารณา
อนุญาตโดยเจาหนาท่ีผานระบบ e-Submission
อภิปรายผล ซ่ึงใชเวลาเฉลี่ย 10.43 วันนั้น เปนชวงเวลาที่มี
การปรบั โครงสรา งการทาํ งานของเจา หนา ทพี่ จิ ารณา
การดําเนินงานผานระบบ e-Submission และมีสถานการณการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19
ในชวงเวลาท่ีไดทําการวิจัยชวงท่ี 1 และ 2 พบวา ในชว ง ม.ี ค.-ธ.ค. 2563 ทาํ ใหเ จา หนา ทต่ี อ งปฏบิ ตั งิ าน
รายการผลิตภณั ฑอาหารทีไ่ ดรบั การอนุมัตมิ ีจํานวน ดานสนับสนุนสถานการณน้ี สงผลใหเวลาเฉลี่ยสูง
ใกลเ คยี งกนั แตร ะยะเวลาทอี่ นมุ ตั แิ ตกตา งกนั อยา งมาก มากกวาป 2562 ซ่ึงไมเกินเวลา 15 วันที่กําหนดไว
เปนผลโดยตรงจากการอนุญาตแบบอัตโนมัติในป ในการพิจารณาอนุมัติ
2563 ทาํ ใหร ะยะเวลาการดาํ เนนิ การโดยรวมลดลงจาก
8.10 เหลอื 3.06 วนั จากการวเิ คราะหป ญ หาสาเหตุ ป 2563 มีการจัดประเภทอาหารท่ีอนุญาต
ของการดําเนินงานในชวงที่ 1 และ 2 มีการคืนคาํ ขอ อตั โนมตั ิ จาํ นวน 29 ประเภท ทาํ ใหป ญ หาความลา ชา
ทพี่ บสาเหตจุ ากการยน่ื ขออนญุ าตไมต รงประเภททไ่ี ด ในการอนญุ าตโดยรวมลดลง (เพราะยงั มกี ารอนญุ าต
รบั อนญุ าต ตอ งขอเพมิ่ ประเภทอาหาร พบเปน จาํ นวน โดยเจา หนา ทที่ ตี่ อ งใชเ วลาในการพจิ ารณา) อยา งไรกต็ าม
มากทสี่ ดุ 62 รายการ ในชว งที่ 1 (รอ ยละ 60.78) และ ยังไมไดมีการตรวจสอบถึงขอมูลในกลุมผลิตภัณฑ
ในชว งท่ี 2 มจี าํ นวน 29 รายการจากการคนื คาํ ขอ 31 อาหารประเภทอนุญาตอัตโนมัติวามีความถูกตอง
รายการ (รอ ยละ 93.54) แสดงใหเ หน็ วา ผปู ระกอบการ หรือมีการปฏิบัติไดตามกฎหมายที่กําหนดหรือไม
ยังขาดความเขาใจในกระบวนการย่ืนขออนุญาต ตัวอยางเชน ชื่ออาหารบางอยางระบบไมสามารถ
ผลติ ภณั ฑอ าหาร โดยเฉพาะเรอ่ื งการยนื่ เพม่ิ ประเภท ตรวจสอบได และไมต รงความเปน จรงิ โดยใชช อื่ อาหาร
อาหาร หากใบอนญุ าตผลติ อาหารไมไ ดร ะบใุ หส ามารถ ท่ีขอมาคือ “เคกอินเดีย” (อาหารสําเร็จรูปที่พรอม
ผลิตอาหารประเภทน้ัน ๆ ไดการขอเลขอนุญาต บริโภคทันที ชนิด ผลิตภัณฑขนมอบ) แตประเภท
ผลิตภัณฑ จะถูกพิจารณาคืนคําขอ เจาหนาที่จะ ของอาหารจริงคือ ขนมแปงทอด (อาหารสําเร็จรูป
ตรวจสอบประเภทอาหารท่ีระบุในใบอนุญาตผลิต ท่ีพรอมบริโภคทันที ชนิด อาหารขบเค้ียว) หรือ
อาหาร โดยใหแ นบไฟลป ระกอบการยน่ื ดงั นนั้ ในการ ผูประกอบการใชการเรียกชื่ออาหารที่มีคําแปลก
ย่ืนขออนุญาตผูประกอบการตองศึกษาขอมูลและ ภาษาพูดหรือเปนคําไมเหมาะสม หรือการอวดอาง
มคี วามรู ซง่ึ หลกั เกณฑ/ แนวทางในการจดั ประเภทอาหาร เกนิ จรงิ หรอื การใชค าํ ทไ่ี มส อื่ ถงึ ตวั ผลติ ภณั ฑอ าหารจรงิ
ประกอบดวย 4 เง่ือนไข ไดแก องคประกอบหลัก/ หรือผูประกอบการจงใจเลือกประเภทอาหารไมถูก
พนื้ ฐานของผลติ ภณั ฑอ าหาร กระบวนการผลติ อาหาร หรอื มกั จะเขา ใจผดิ วา อาหารทท่ี านไดเ ลย คอื อาหาร
วตั ถปุ ระสงคก ารบรโิ ภค และคณุ ลกั ษณะของผลติ ภณั ฑ สําเร็จรูปที่พรอมบริโภคทันที โดยเคยพบประเภท
อาหาร และสําหรับการขอเพิ่มประเภทอาหารใน เคร่ืองด่ืมในภาชนะบรรจุที่ปดสนิท แตขออนุญาต
ใบอนุญาตผลิตอาหาร ผูประกอบการตองยื่นขอให เปนอาหารสําเร็จรูปพรอมบริโภคทันทีเพื่อใหได
ตรวจสถานทผี่ ลติ เพม่ิ สาํ หรบั การคนื คาํ ขอในป 2563 เลขทะเบียนอาหาร
มีปริมาณตางจากป 2562 เนื่องจากเกิดขึ้นเฉพาะ
การพจิ ารณาโดยเจา หนา ท่ีเทานน้ั เรอื่ งรอ งเรยี นผลติ ภณั ฑอ าหารทดี่ าํ เนนิ คดี
ป 2563 ทพี่ บผลติ ภณั ฑท ไี่ ดร บั อนมุ ตั ดิ ว ยวธิ อี นญุ าต
ประเภทอาหารพรอ มปรงุ และอาหารสาํ เรจ็ รปู อัตโนมัติ เพียง 1 เลขผลิตภัณฑ เปนน้ําบริโภค
ท่ีพรอมบริโภคทันที และน้ําบริโภคในภาชนะบรรจุ ในภาชนะบรรจุท่ีปดสนิท โดยพบวาใชช่ือโออวด
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 69
เกินจริงและไมระบุขอความตามกฎหมายที่ฉลาก รอ งเรยี นกบั วธิ กี ารอนญุ าตดว ยระบบ e-Submission
ผลติ ภณั ฑ นอกจากนเี้ มอื่ ศกึ ษาถงึ ความสมั พนั ธเ รอื่ ง และ Auto e-Permission พบวา ยงั ไมม คี วามสมั พนั ธก นั
รองเรียนผลิตภัณฑอาหารกับวิธีการย่ืนขออนุญาต
ผลิตภัณฑอาหารทางระบบ e-Submission และ ขอ เสนอแนะ
ระบบเดมิ พบวา ไมม คี วามสมั พนั ธก นั อยา งมนี ยั สาํ คญั
ทางสถิติ p<0.05 อยางไรก็ตาม มีผลการวิจัย การวางแผนเฝาระวังในผลิตภัณฑอาหาร
สถานการณเ กยี่ วกบั การคมุ ครองผบู รโิ ภคดา นอาหาร ที่ไดรับอนุญาตโดยวิธีอนุญาตอัตโนมัติ ควรมีการ
ในประเทศไทย ในกลมุ ผบู รโิ ภคอาหารทมี่ อี ายตุ ง้ั แต ติดตามผลการดําเนินการ ดังนน้ั เพ่ือเปนการปอ งกนั
18 ปขึ้นไปในยานชุมชนเมือง ผูประกอบการ และ และควบคุมมาตรฐานการดําเนินงานใหประชาชน
เจาหนาท่ีผูปฏิบัติงานดานการคุมครองผูบริโภค หรือผูบรโิ ภคไดร ับความปลอดภยั จากอาหารที่ไดรบั
และนักกฎหมายจากหนวยงานท่ีเกี่ยวของ จํานวน อนญุ าตผลติ แลว อย. ควรเนน ใหม กี ระบวนการตรวจสอบ
789 คน จาก 6 ภมู ภิ าค พบวา มอี าหารทไี่ มป ลอดภยั ผลิตภัณฑที่ขออนุญาตผานระบบอิเล็กทรอนิกส
ตอ ผบู รโิ ภคอยใู นระดบั มาก ผปู ระกอบการไมค าํ นงึ ถงึ เพื่อประกอบการพจิ ารณาอนุญาต
ความปลอดภัยและคุณภาพของวัตถุดิบในการผลิต
อาหารอยูในระดับมาก อาหารไดรับการควบคุม เอกสารอา งองิ
คุณภาพจากหนวยงานที่รับผิดชอบอยูในระดับนอย
มีการรองเรียนจากผูบริโภคพอสมควร4 ทําใหตอง 1. ชนนิ ทร เพญ็ สตู ร. ประเทศไทย 4.0 บรบิ ททางเศรษฐกจิ
ตระหนักวาผลิตภัณฑอาหารท่ีไดรับอนุญาตแลว และการเมอื ง. วารสารรฐั ศาสตรแ ละรฐั ประศาสนศาสตร
ผบู รโิ ภคอาจจะเขา ใจวา ผลติ ภณั ฑถ กู ตอ งตามกฎหมาย 2560;1(8):67–99.
และมคี วามปลอดภัยแลว
2. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวง
สรุปผล สาธารณสุข. SKYNET [อินเทอรเน็ต]. [เขาถึงเม่ือ
11 ก.พ. 2564]. เขาถึงไดจาก: https://privus.fda.
การขออนุญาตผลติ ภัณฑอาหารผา นระบบ moph.go.th/
e-Submission และ e-Permission มผี ลตอ การลด
ระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตอยางมีนัยสําคัญ 3. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวง
ทางสถติ ิ เหมาะกบั ผลติ ภณั ฑอ าหารเสยี่ งตาํ่ ทไี่ มต อ ง สาธารณสุข. คูมือ: การใชงานสําหรับเจาหนาท่ีระบบ
แจงสูตรสวนประกอบ เชน อาหารพรอมปรุงและ e-Submission ผลิตภัณฑอาหาร “การย่ืนคําขอ
อาหารสําเร็จรูปท่ีพรอมบริโภคทันที และน้ําบริโภค จดทะเบยี นอาหาร/แจง รายละเอยี ดอาหารคาํ ขอใหม
ในภาชนะบรรจทุ ปี่ ด สนทิ ซง่ึ เปน กลมุ ประเภทอาหาร (สบ.7) และคําขอแกไข (สบ.8)” [อินเทอรเน็ต].
ทมี่ คี วามตอ งการของผบู รโิ ภค เปน การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ [เขาถึงเม่ือ 11 ก.พ. 2564]. เขาถึงไดจาก: http://
การใหบ รกิ ารทรี่ วดเรว็ ขนึ้ รองรบั การเตบิ โตและความ food.fda.moph.go.th/ESub/document/manual/
ตอ งการของภาคธรุ กจิ ตามนโยบาย “Thailand 4.0” dsoneday.pdf
อยางไรก็ตาม ความสัมพันธระหวางประเภทเรื่อง
4. เมธาคณุ พฤกษา, สวุ นนั ท ไมส งู ด.ี สถานการณเ กย่ี วกบั
การบังคับใชกฎหมายคุมครองผูบริโภคดานอาหาร.
วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
2018;13(45):1–11.
70 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
บทความวิจยั Research Article
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
สถานการณแ ละสภาพปญ หาของสถานทผี่ ลติ เครอื่ งสาํ อางรายเกา ในจงั หวดั ตรงั
หลงั ประกาศ หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอื่ งสาํ อาง
พ.ศ. 2561
วาสิฏฐี มีเสน1 วราณี โกวานิชย1 สิรินาถ ภมรวิสิฐ1
1กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง
ที่อยูติดตอ: วาสิฏฐี มีเสน กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ตําบลบานควน
อําเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง 92000 [email protected]
Situation and Impacts on Previously Established Cosmetic
Manufactures in Trang Province after Promulgation of the
Notification on Criteria, Procedures, and Conditions for the
Production or Import of Cosmetics B.E. 2561
Wasitthee Meesen1, Waranee Govanit1, Sirinart Pamornvisit1
1Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Trang Provincial Public Health Office, Trang Province,
Thailand
Contact address: Wasitthee Meesen, Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Trang Provincial
Public Health Office Ban Khuan Subdistrict, Mueang Trang District, Trang, Thailand 92000, [email protected]
Received: 12 February 2020, Revised: 15 November 2021, Accepted: 17 November 2021
Abstract
Background: The Ministry of Public Health promulgated the notification on criteria, procedures,
and conditions for the productions and import of cosmetics B.E. 2561 (A.D. 2018) which effective
since 24 May 2020. It affects cosmetic entrepreneurs who have been notified prior to the
effective date of this notice who must comply with the notice within two years from the date.
Objectives: The study aimed to explore situation and impacts on previously established
cosmetic manufacturers after promulgation of the notification.
Methods: This was a cross-sectional descriptive study between August 2019 and September
2020. It used the population of all cosmetic manufacturers in Trang province who applied for
the notification on e-Submission system of the Thai Food and Drug Administration (FDA)
by developed a cosmetic manufacturing database, evaluated production site standards and
provided recommendation for improvement, and re-evaluated. Then, this research presented
a frequency and percentage.
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 71
Results: The results found that there were a total of 33 cosmetic manufacturers in Trang
province (data on 10 September 2019). It classified into 3 groups include: 12 manufacturers
whose wish to continue their business at 12 places (36.37%) which later it remained 10 places
because of close down two places, the group of 14 manufacturers that required going out of
business (42.42%), and the group of seven non-contact manufacturing sites (21.21%). Then,
when examining the manufactures in the group that need continue to operate 10 locations,
it was discovered that the 6th regulation category, the production operation, was a category
where the cosmetics production facility had the highest failed evaluation results, such as no
inspection of raw materials before and after taking, no labels showing raw material names
and expiration dates, no method of assigning a number or letter at the time of manufacture,
and no operation procedure in the packing process. Besides, when classifying the details of
all reviewed topic by type of problem, it found that most of them had problems in preparing
documents used in the production process, as well as recording details according to certain
criteria due to lack of knowledge and awareness of quality control. Furthermore, the reasons
for the cancellation of the business were found to be caused by (1) having hired of another
entrepreneur to produce and notify cosmetics instead, (2) having impersonated address
information by another person to apply for the notification numbers, (3) currently not producing
but not applying for termination of the business, and (4) budget constraints.
Conclusions: One third cosmetic manufacturers was able to continue their business. During
the audit period, there were the most problems in the manufacturing operation category.
Therefore, we had a suggestion to promote the production of cosmetics as follows: (1)
a government should issue stimulus policies and encourage manufacturers to earn more,
(2) conduct practical training in quality control, preparation of documents and records in the
production process, and study visit at manufacturers sites in other provinces that have better
standards, and (3) improve consulting systems for new entrepreneurs through various com
munication channels.
Keywords: scenarios, problem of manufacture, cosmetic notification, cosmetic manufacturer,
evaluation of manufacturing standard, e-Submission
บทคัดยอ
ความสําคัญ: ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต หรือนําเขา
เครอ่ื งสาํ อาง พ.ศ. 2561 มผี ลบงั คบั ใชต ง้ั แตว นั ท่ี 24 พฤษภาคม 2561 ทาํ ใหส ง ผลกระทบตอ ผผู ลติ เครอ่ื งสาํ อาง
ท่ีไดรับการจดแจงกอนวันท่ีประกาศนี้ใชบังคับ ตองปฏิบัติตามประกาศภายในสองปนับต้ังแตวันท่ีประกาศน้ี
ใชบังคับ
วตั ถปุ ระสงค: เพือ่ ศึกษาสถานการณ และปญ หาของสถานท่ีผลิตเครื่องสาํ อางรายเกา ในจังหวดั ตรัง
วธิ กี ารวจิ ยั : เปน การศกึ ษาเชงิ พรรณนาภาคตดั ขวาง ในชว งเดอื นกนั ยายน 2562 - สงิ หาคม 2563 ใชป ระชากร
ผูประกอบการผลิตเคร่ืองสําอางท้ังหมดในจังหวัดตรังท่ีย่ืนขอจดแจงในระบบ e-Submission ของสํานักงาน
72 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
คณะกรรมการอาหารและยา โดยจัดทําฐานขอมูลสถานท่ีผลิต ตรวจประเมินมาตรฐานสถานท่ีผลิตพรอมให
คําแนะนําในการปรับปรงุ และประเมินซํ้า อธิบายขอมูลดว ยการแจกแจงความถ่ีและรอ ยละ
ผลการศึกษา: มีผูประกอบการผลิตเคร่ืองสําอางในจังหวัดตรังท้ังหมดจํานวน 33 แหง (ขอมูล 10 กันยายน
2562) จําแนกเปนกลุมสถานท่ีผลิตที่ผูประกอบการประสงคจะดําเนินกิจการตอ 12 แหง (รอยละ 36.37)
ตอมาขอยกเลิก 2 แหง คงเหลือ 10 แหง กลุมสถานที่ผลิตที่ขอยกเลิกกิจการ 14 แหง (รอยละ 42.42) และ
กลมุ สถานทผี่ ลติ ทไ่ี มส ามารถตดิ ตอ ได 7 แหง (รอ ยละ 21.21) เมอื่ ตรวจประเมนิ สถานทผี่ ลติ ในกลมุ ทจ่ี ะดาํ เนนิ
กิจการตอ 10 แหง พบวา หมวดขอบังคับที่ 6 การดําเนินการผลิต เปนหมวดท่ีสถานท่ีผลิตเคร่ืองสําอางมีผล
การประเมินไมผานสูงสุด เชน ไมพบการตรวจสอบวัตถุดิบกอนและหลังนําไปใชในกระบวนการผลิต ไมมีปาย
แสดงช่ือวัตถุดิบและวันหมดอายุ ไมมีวิธีการกําหนดเลขท่ีหรืออักษรคร้ังท่ีผลิต และไมมีขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ในกระบวนการบรรจุ และเมอ่ื จาํ แนกรายละเอยี ดของหวั ขอ ทตี่ รวจสอบทงั้ หมดตามประเภทของปญ หา พบวา
สวนใหญมีปญหาในดานการจัดเตรียมเอกสารที่ใชในกระบวนการผลิต ตลอดจนการบันทึกรายละเอียดตาง ๆ
ตามเกณฑท่ีกําหนด เน่ืองจากขาดความรูและการตระหนักถึงการควบคุมคุณภาพ นอกจากน้ี ยังพบสาเหตุ
การขอยกเลกิ กจิ การทพ่ี บวา เกดิ จาก (1) มกี ารวา จา งผผู ลติ รายอนื่ เพอื่ ทาํ การผลติ และจดแจง เครอ่ื งสาํ อางแทน
(2) มีการแอบอางขอมูลที่อยูโดยบุคคลอ่ืนเพ่ือยื่นขอเลขที่ใบรับจดแจง (3) ปจจุบันไมผลิตแตไมย่ืนขอยกเลิก
กิจการ และ (4) ขอ จํากัดงบประมาณ
สรปุ : ผผู ลติ 1 ใน 3 สามารถดาํ เนนิ กจิ การตอ โดยทชี่ ว งระหวา งการตรวจประเมนิ พบปญ หาในหมวดการดาํ เนนิ
การผลติ มากทส่ี ดุ ดงั นนั้ ผวู จิ ยั จงึ มขี อ เสนอเพอ่ื สง เสรมิ การผลติ เครอื่ งสาํ อาง ดงั นี้ (1) ภาครฐั ควรออกนโยบาย
กระตุนเศรษฐกิจและสงเสริมใหผูผลิตมีรายไดเพิ่มข้ึน (2) จัดอบรมภาคปฏิบัติในดานการควบคุมคุณภาพ
การจดั เตรยี มเอกสารและบนั ทกึ ในกระบวนการผลติ และศกึ ษาดงู าน ณ สถานทผี่ ลติ ในจงั หวดั อนื่ ทมี่ มี าตรฐาน
(3) พัฒนาระบบการใหคําปรึกษาสําหรับผปู ระกอบการรายใหมผานชอ งทางการติดตอ ส่ือสารตาง ๆ
คาํ สาํ คญั : สถานการณ ปญ หาสถานทผี่ ลติ จดแจง เครอื่ งสาํ อาง สถานทผ่ี ลติ เครอ่ื งสาํ อาง ระบบ e-Submission
บทนาํ ชอื่ เครอื่ งสาํ อาง ชอื่ การคา รูปแบบการใชผ ลติ ภณั ฑ
ประเภทของผลิตภัณฑ วิธีใช ลักษณะทางกายภาพ
ตามทก่ี ระทรวงสาธารณสขุ โดยสาํ นกั งาน ของผลติ ภณั ฑ เงอื่ นไขการใชผ ลติ ภณั ฑ สว นประกอบ
คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีนโยบายให ช่ือและท่ีต้ังของผูผลิตหรือ ผูนําเขา พรอมทั้งแนบ
ระบบจดแจงเครื่องสําอางเปนระบบอัตโนมัติ โดย เอกสารตา ง ๆ ในระบบ e-Submission เพอ่ื ประกอบ
พัฒนาระบบรับจดแจงเคร่ืองสําอางอัตโนมัติผาน การพจิ ารณาของเจา หนา ทก่ี อ นทจ่ี ะดาํ เนนิ การชาํ ระ
อินเทอรเน็ตดวยตนเอง (e-Submission) ซ่ึงเปน คา ธรรมเนยี มเพอื่ รบั เลขทใี่ บรบั แจง ตอ ไป1 โดยไมจ าํ เปน
กระบวนการประมวลผลการพิจารณาคําขอจดแจง ตองยื่นขอตรวจประเมินมาตรฐานสถานท่ีผลิตหรือ
โดยใชโ ปรแกรมคอมพิวเตอรต ้งั แต 9 กนั ยายน พ.ศ. สถานทนี่ าํ เขา เครอื่ งสาํ อางกอ นแตอ ยา งใด เปน ผลให
2558 เปน ตน มา เพื่อใหการรับจดแจงเครอ่ื งสาํ อาง จงั หวดั ตรงั มสี ถานทผี่ ลติ เครอ่ื งสาํ อางเพม่ิ ขน้ึ จากเดมิ
มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถใหบริการรับ มากถงึ 3 เทา (ขอ มลู ตง้ั แตก นั ยายน 2558-ธนั วาคม
จดแจง ไดโ ดยไมจ าํ กดั จํานวนคําขอ เพียงระบขุ อมูล
รายละเอียดของผลิตภัณฑเครื่องสําอาง อันไดแก
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 73
2560) รวมทั้งส้ิน 86 แหง และเม่ือทําการตรวจ หัวขอที่ตรวจสอบรวมจํานวนท้ังส้ิน 56 ขอ โดยมี
เฝา ระวงั สถานทผี่ ลติ เครอื่ งสาํ อางดงั กลา วตามบนั ทกึ 33 ขอ ทเ่ี ปน ขอ บงั คบั ทมี่ คี วามสาํ คญั และจาํ เปน ตอ งมี
การตรวจสถานท่ีผลิตเคร่ืองสําอาง ผลปรากฏวา และกําหนดระดับคาคะแนนในการตรวจประเมิน
พบมีการผลติ เคร่อื งสําอาง ณ สถานทีผ่ ลติ จรงิ เพียง แบงออกเปน 3 ระดับดังนี้ คาคะแนน 2, 1 และ 0
รอ ยละ 17.44 (15 จาก 86 แหง ) และไมพ บการผลติ และผลการตรวจประเมนิ ตอ งไดค ะแนนรวมทงั้ 10 หมวด
เครื่องสําอาง ณ สถานที่ตามท่ีระบุในใบรับจดแจง ตั้งแตรอยละ 60 ข้ึนไป และทุกขอบังคับตองไมมี
มากถงึ รอ ยละ 86.56 (71 จาก 86 แหง ) เนอื่ งจากเปน ขอใดที่มคี ะแนนเปน 07
การจา งทอ่ี นื่ ผลติ ไมพ บสถานท่ี และผทู อ่ี ยอู าศยั ของ
สถานทนี่ น้ั ไมท ราบเรอ่ื งหรอื ไมเ คยมกี ารผลติ มากอ น ตอมา อย. ไดมีการปรับปรุงแบบตรวจ
ประกอบกับขอมูลเรื่องรองเรียนและการดําเนินคดี ประเมินดังกลาว โดยกําหนดใหมีหัวขอที่ตรวจสอบ
ดานเครื่องสําอางของ อย. ระหวางปงบประมาณ จํานวน 56 ขอ ท่ีประกอบดวยขอบกพรองสําคัญ
พ.ศ. 2558-2560 พบวา มเี รอื่ งรอ งเรยี นเครอื่ งสาํ อาง จาํ นวน 46 ขอ และขอ บกพรอ งวกิ ฤตจาํ นวน 10 ขอ
ผิดกฎหมายถูกรองเรียนจํานวนมาก2-4 ซึ่งจากการ ซงึ่ ผลการตรวจประเมนิ ตอ งไดร ะดบั คะแนนในทกุ หวั ขอ
ศึกษาการประเมินความคลาดเคลื่อนภายหลังออก ที่ตรวจสอบ 2 คะแนน8 และเกณฑการประเมิน
สตู ลาดของผลติ ภณั ฑเ ครอื่ งสาํ อางทไี่ ดร บั การจดแจง ดังกลาวยังไมมีการศึกษาวิจัยมากอน ดังนั้น ผูวิจัย
โดยระบบการจดแจง อตั โนมตั ชิ ใี้ หเ หน็ วา สาเหตหุ นง่ึ จงึ รวบรวมขอ มลู การตรวจประเมนิ มาตรฐานสถานท่ี
ที่ทําใหเกิดปญหาและความคลาดเคล่ือนน้ันเกิดจาก ผลติ เครอ่ื งสาํ อางโดยใชแ บบตรวจประเมนิ สถานทผี่ ลติ
การที่ผูประกอบการจํานวนหน่ึงขาดความซื่อสัตย เคร่ืองสําอางตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื ง
และความรบั ผิดชอบในผลิตภณั ฑข องตนเอง5 หลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขในการผลิต หรือ
นาํ เขา เครอื่ งสาํ อาง พ.ศ. 2561 ของ อย. ตามเกณฑ
ดังน้ัน เพื่อเปนการควบคุม กํากับ ดูแล การตรวจประเมนิ ทมี่ กี ารปรบั ปรงุ เพอ่ื ใชใ นการศกึ ษา
และแกไ ขปญ หาการผลติ เครอื่ งสาํ อางทไี่ มถ กู ตอ งใน สถานการณและสภาพปญ หาของผูผลิตเครอื่ งสาํ อาง
กระบวนการกาํ กบั ดแู ลเครอ่ื งสาํ อางกอ นและหลงั ออก รายเกา ในเขตพนื้ ทจ่ี งั หวดั ตรงั หลงั ปฏบิ ตั ติ ามประกาศฯ
สตู ลาด อย. จงึ ไดออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเปนขอมูลสนับสนุนประกอบการพิจารณา
เรอื่ ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการผลติ หรอื กาํ หนดแผนและเปา หมายของการดาํ เนนิ งานคมุ ครอง
นาํ เขา เครอื่ งสาํ อาง พ.ศ. 2561 ซง่ึ มผี ลบงั คบั ใชต ง้ั แต ผบู ริโภคระดบั จงั หวัดตอ ไป
วันท่ี 24 พฤษภาคม 2561 เปน ผลใหผ ผู ลิตเพอ่ื ขาย
ผนู าํ เขา เพอ่ื ขาย หรอื ผรู บั จา งผลติ เครอ่ื งสาํ อางทไ่ี ดร บั วตั ถปุ ระสงค
จดแจง การผลติ หรอื นาํ เขา เพอื่ ขายเครอื่ งสาํ อางกอ น
วันที่ประกาศน้ีใชบังคับ ตองปฏิบัติใหเปนไปตาม 1. เพื่อศึกษาสถานการณของสถานท่ีผลิต
ประกาศนภ้ี ายในสองปน บั ตงั้ แตว นั ทปี่ ระกาศนใี้ ชบ งั คบั เคร่ืองสําอางในเขตพ้ืนท่ีจังหวัดตรังหลังมีประกาศ
(ภายในวันที่ 23 พฤษภาคม 2563)6 โดยใชแบบ กระทรวงสาธารณสุขเร่ือง หลักเกณฑ วิธีการ และ
ตรวจประเมนิ สถานทผี่ ลติ เครอื่ งสาํ อาง ตามประกาศ เงอ่ื นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอ่ื งสาํ อาง พ.ศ. 2561
กระทรวงสาธารณสุขเรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และ
เงอื่ นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอื่ งสาํ อาง พ.ศ. 2561 2. เพอื่ ศกึ ษาผลกระทบของผผู ลติ เครอ่ื งสาํ อาง
ที่มีหมวดขอบังคับจํานวน 10 หมวด ประกอบดวย ในเขตพื้นท่ีจังหวัดตรังในการปฏิบัติตามประกาศ
กระทรวงสาธารณสุขเร่ือง หลักเกณฑ วิธีการ และ
เงอ่ื นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอ่ื งสาํ อาง พ.ศ. 2561
74 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ระเบยี บวธิ ีการวจิ ัย การรวบรวมขอมูล
สว นที่ 1 การศึกษาสถานการณของสถานท่ี
วิธกี ารวจิ ยั
การศกึ ษานเ้ี ปน การศกึ ษาเชงิ พรรณนาภาค ผลติ เครอ่ื งสาํ อาง ดาํ เนนิ การในเดอื นกนั ยายน 2562–
กุมภาพันธ 2563 โดยจัดทําฐานขอมูลของสถานที่
ตดั ขวาง (cross-sectional descriptive research) ผลติ เครอื่ งสําอางในจังหวัดตรงั ทีร่ วบรวมขอ มูลจาก
เกย่ี วกบั สถานการณแ ละผลการตรวจประเมนิ มาตรฐาน ระบบรบั จดแจง เครอื่ งสาํ อางอตั โนมตั ิ (e-Submission)
สถานที่ผลิตเครื่องสําอาง ตามประกาศกระทรวง และขอ มลู จากกลมุ ควบคมุ เครอื่ งสาํ อาง กองควบคมุ
สาธารณสุขเร่ือง หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เครอื่ งสาํ อางและวตั ถอุ นั ตราย อย. จากนนั้ สง หนงั สอื
ในการผลิต หรือนําเขาเคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561 ถงึ ผูประกอบการเพือ่ แจง แนวทางการปฏิบตั ิสาํ หรบั
ในเขตพื้นที่จังหวดั ตรงั การตรวจประเมนิ มาตรฐานสถานทผ่ี ลติ เครอื่ งสาํ อาง
ประชากรและกลมุ ตวั อยาง และใหยื่นความประสงคขอใหตรวจสถานที่หรือแจง
ขอยกเลิกกิจการ เพ่ือวิเคราะหขอมูลสถานการณ
สว นที่ 1 สถานท่ผี ลติ เครอ่ื งสําอางทุกแหง ท้ังนกี้ ลมุ ที่ไมส ามารถติดตอไดจ ะสง่ั เพกิ ถอนสถานะ
ในเขตพนื้ ทจี่ งั หวดั ตรงั ทมี่ กี ารยน่ื ขอจดแจง ในระบบ การผลติ
e-Submission ของ อย. กอนวันที่ 24 พฤษภาคม
2561 รวม 33 แหง กรณีที่พบวาสถานที่ผลิตใดไมเปนไปตาม
ประกาศฯ ใหป รบั ปรงุ แกไ ขขอ บกพรอ งภายใน 30 วนั
สวนท่ี 2 สถานที่ผลิตเครื่องสําอางในเขต แลว ตรวจประเมนิ ซา้ํ จนกวา สถานทผ่ี ลติ เครอ่ื งสาํ อาง
พ้ืนท่ีจังหวัดตรังท่ีไดรับการตรวจประเมินมาตรฐาน เปนไปตามประกาศฯ ซ่ึงไดรวบรวมผลตรวจประเมนิ
สถานที่ตามประกาศฯ จํานวน 12 แหง 4 ครงั้ ไดแ ก ครง้ั ที่ 1 เดอื นมกราคม-กมุ ภาพนั ธ 2563
เครื่องมือ คร้ังที่ 2 เดือนกุมภาพันธ-มีนาคม 2563 คร้ังที่ 3
เดือนมีนาคม-เมษายน 2563 และครั้งท่ี 4 เดือน
1. ฐานขอ มลู ของสถานทผี่ ลติ เครอื่ งสาํ อาง เมษายน-พฤษภาคม 2563
ในจงั หวดั ตรงั ทมี่ กี ารยนื่ ขอจดแจง ในระบบ e-Submis
sion และขอ มลู ทไี่ ดร บั จากกลมุ ควบคมุ เครอ่ื งสาํ อาง สวนท่ี 2 การวิเคราะหปญหาของสถานที่
กองควบคุมเคร่อื งสําอางและวตั ถอุ ันตราย อย. ผลิตเครื่องสําอาง ดําเนินการตั้งแตเดือนมกราคม-
สงิ หาคม 2563 โดยรวบรวมขอ มลู จากผลตรวจประเมนิ
2. แบบตรวจประเมนิ สถานทผ่ี ลติ เครอ่ื งสาํ อาง มาตรฐานสถานท่ีผลิตเครอ่ื งสําอาง
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเร่ือง หลักเกณฑ การวิเคราะหขอ มลู
วธิ กี าร และเงอื่ นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอ่ื งสาํ อาง
พ.ศ. 2561 ของ อย. ที่มีหมวดขอบังคับ 10 หมวด วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณโดยใชสถิติเชิง
ประกอบดว ย หวั ขอ ทต่ี รวจสอบ 56 ขอ ไดแ ก หมวดที่ 1 พรรณนา (descriptive statistics) เปนความถ่ี
ขอ มลู ทว่ั ไป 1 ขอ หมวดท่ี 2 บคุ ลากร 3 ขอ หมวดท่ี 3 และรอยละ
สถานทผี่ ลติ 7 ขอ หมวดท่ี 4 เครอ่ื งมอื เครอื่ งใชแ ละ
อุปกรณการผลิต 3 ขอ หมวดที่ 5 สุขลักษณะและ ผลการตรวจประเมินท่ีผาน ตองไดระดับ
สุขอนามัย 13 ขอ หมวดที่ 6 การดําเนินการผลิต คะแนนในทุกหัวขอท่ีตรวจสอบ 2 คะแนน ซ่ึงการ
18 ขอ หมวดท่ี 7 การควบคมุ คณุ ภาพ 2 ขอ หมวดท่ี 8 วเิ คราะหส ภาพปญ หา จะพจิ ารณาตามหมวดขอ บงั คบั
เอกสารการผลติ 2 ขอ หมวดท่ี 9 การเกบ็ รกั ษา 1 ขอ ในแบบตรวจประเมนิ 10 หมวด 56 ขอ ทงั้ น้ี เนอื่ งจาก
และหมวดที่ 10 ขอรองเรยี น 2 ขอ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 75
ไมมีขอรองเรียน จึงตัดฐานออกจากการประเมิน (รอยละ 15.15) ปะเหลียน 3 แหง (รอยละ 9.09)
จํานวน 2 ขอ นาโยง 2 แหง (รอ ยละ 6.06) กนั ตัง 2 แหง (รอยละ
6.06) วงั วเิ ศษ 2 แหง (รอ ยละ 6.06) หว ยยอด 1 แหง
การวิเคราะหปญหา วิเคราะหจากผล (รอยละ 3.03) รัษฎา 1 แหง (รอยละ 3.03) และ
การตรวจประเมนิ ในหมวดหวั ขอ และประเดน็ ทไ่ี มผ า น สิเกา 1 แหง (รอยละ 3.03) ไมมีสถานที่ผลิตใน
และจัดกลมุ ประเดน็ ปญ หาทพ่ี บ อําเภอหาดสําราญ
ผลการศกึ ษา เมอื่ จดั กลมุ สถานะของการผลติ เครอื่ งสาํ อาง
ภายหลังจากผูประกอบการแจงความประสงคขอให
1. สถานการณและผลกระทบของสถานท่ีผลิต ตรวจสถานท่ีหรือแจงขอยกเลิกกิจการ สามารถ
เคร่ืองสําอางหลังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข จาํ แนกเปน 3 กลมุ ไดแ ก กลมุ ที่ 1 กลมุ สถานทผี่ ลติ
เร่ือง หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต เครอื่ งสาํ อางทผี่ ปู ระกอบการประสงคจ ะดาํ เนนิ กจิ การ
หรือนําเขาเครื่องสําอาง พ.ศ. 2561 ผลติ ตอ 12 แหง (รอ ยละ 36.37) กลมุ ที่ 2 สถานทผ่ี ลติ
เครอ่ื งสาํ อางทผ่ี ปู ระกอบการประสงคจ ะยกเลกิ กจิ การ
จากขอ มลู สถานทผี่ ลติ เครอ่ื งสาํ อางในเขต 14 แหง (รอยละ 42.42) และกลุมท่ี 3 เปนสถานที่
พื้นท่ีจังหวัดตรังท่ีไดรับจาก อย. ท่ียื่นขอรับเลขท่ี ผลติ เครอ่ื งสาํ อางทไี่ มส ามารถตดิ ตอ ผปู ระกอบการได
ใบรับแจงผานระบบ e-Submission ณ วันที่ 10 7 แหง (รอยละ 21.21) ดังรปู ที่ 1
กันยายน 2562 พบวา มีสถานท่ีผลิตเคร่ืองสําอาง
ทั้งส้ิน 33 แหง ต้ังอยูในพื้นท่ี 9 อําเภอ ไดแก
เมอื งตรงั 16 แหง (รอ ยละ 48.49) ยา นตาขาว 5 แหง
รูปที่ 1 รอ ยละสถานะของแหลงผลติ เครือ่ งสาํ อางในจงั หวัดตรังชวงกอ นและหลังดาํ เนินการ
76 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
หลังจากดําเนินการตรวจประเมินและ ของกลมุ วสิ าหกจิ ชมุ ชน ผผู ลติ สว นใหญจ บการศกึ ษา
ใหค ําแนะนํา ผลปรากฏวามีการย่ืนขอยกเลิกกจิ การ ระดบั ปรญิ ญาตรี มกี ารผลติ และจาํ หนา ยเครอ่ื งสาํ อาง
ทัง้ ส้นิ 17 แหง (รอยละ 51.52) โดยเพ่มิ จากสถานที่ เปน อาชพี เสรมิ เทา นน้ั และพบวา มอี ายุ 51 ปขนึ้ ไป
ผลติ ในกลุมดําเนินการกจิ การตอ (กลมุ ท่ี 1) จํานวน มากถึงรอยละ 40 ดังตารางที่ 1
2 แหง และกลุมที่ติดตอไมได (กลุมท่ี 3) จํานวน
1 แหง นอกจากน้ัน ยังมีการยกเลิกสถานที่ท่ีไมมี สําหรับกลุมสถานที่ผลิตเคร่ืองสําอางที่
สภาพพรอ มสาํ หรบั การผลติ เครอื่ งสาํ อางและเพกิ ถอน ผูประกอบการประสงคขอยกเลิกกิจการ และกลุม
ใบรับจดแจง จํานวน 6 แหง (รอยละ 18.18) ทําให สถานทผ่ี ลติ เครอื่ งสาํ อางทไ่ี มส ามารถตดิ ตอ ได พบวา
คงเหลือสถานท่ผี ลิตเครือ่ งสาํ อางทตี่ องปฏบิ ตั ใิ หเปน
ไปตามประกาศฯ จํานวน 10 แหง (รอยละ 30.30) 1. กรณีขอยกเลกิ กจิ การ 17 แหง ในภาพ
ดังรูปที่ 1 ซึ่งมีจํานวนคงเหลือของผลิตภัณฑเคร่ือง รวมพบสาเหตุ ดังน้ี
สําอางที่ไดรับการจดแจงในระบบ e-Submission
รวมทง้ั สนิ้ 75 ผลติ ภณั ฑ ไดแ ก ผลติ ภณั ฑต กแตง หนา / 1.1 มีการวาจางผูผลิตรายอ่ืนเพ่ือทํา
บํารุงผิว/ทากนั แดด/แตงเล็บ จาํ นวน 36 ผลิตภณั ฑ การผลิตและจดแจงเครือ่ งสาํ อางแทน
(รอยละ 48.00) ผลติ ภณั ฑทําความสะอาดผวิ หนา/
ผิวกาย จํานวน 31 ผลิตภัณฑ (รอยละ 41.33) 1.2 มกี ารแอบอา งขอ มลู ทอี่ ยโู ดยบคุ คลอนื่
ผลิตภัณฑเกี่ยวกับเสนผม จํานวน 6 ผลิตภัณฑ เพ่ือยื่นขอเลขที่ใบรบั จดแจง
(รอยละ 8.00) และผลิตภัณฑเก่ียวกับชองปาก
จํานวน 2 ผลิตภัณฑ (รอยละ 2.67) ดังตารางที่ 1 1.3 ปจ จบุ นั ไมไ ดท าํ การผลติ เครอ่ื งสาํ อาง
และไมไ ดย ่นื ขอยกเลกิ กจิ การกับ สสจ. หรือ อย.
เมื่อศึกษาถึงขอมูลทั่วไปของสถานที่ผลิต
เคร่ืองสําอางท่ีตองปฏิบัติใหเปนไปตามประกาศฯ 1.4 ไมประสงคจะผลิต เนื่องจากมีขอ
ทั้ง 10 แหง พบวา สถานท่ีผลิตทุกแหงใชพื้นท่ีเดียว จาํ กัดดานงบประมาณที่ใชใ นการปรับปรุงสถานที่
กับท่ีพกั อาศยั แตมกี ารแบงพ้ืนทเี่ ปน สัดสว นชดั เจน
ไมปะปนกับท่ีพักอาศัย โดยเปนประเภทบานเดี่ยว 2. กรณีเพิกถอนใบรับจดแจงและยกเลิก
รอ ยละ 80.00 และบา นแถว รอ ยละ 20.00 เปน บคุ คล สถานที่ในระบบ e-Submission พบวา สสจ. ตรัง
ธรรมดา รอ ยละ 90 และมสี ถานทผ่ี ลติ เพยี งแหง เดยี ว ไดดําเนินการออกคําส่ังเพิกถอนใบรับจดแจง
(รอ ยละ 10) ทมี่ จี าํ นวนพนกั งานในกระบวนการผลติ เคร่ืองสําอาง พรอมทั้งสงเร่ืองยกเลิกสถานที่ผลิต
มากกวา 2 คน เนอ่ื งจากเปน สถานท่ผี ลิตในรูปแบบ เครื่องสําอางท่ีไมมีสภาพพรอมสําหรับการผลิต
เคร่ืองสําอาง และไมมีเครื่องมือ อุปกรณที่ใชในการ
ผลิตเคร่ืองสําอางอยูภายในสถานที่ ไปยัง อย.
จํานวนทั้งส้ิน 6 แหง ประกอบดวย สถานที่ผลิต
เคร่ืองสําอางที่มีใบรับจดแจงเคร่ืองสําอางในระบบ
จํานวน 4 แหง และสถานที่ที่ไมมีใบรับจดแจง
เคร่ืองสําอางในระบบ จํานวน 2 แหง
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 77
78 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022 ตารางที่ 1 ขอมูลท่ัวไปของสถานท่ีผลิตเคร่ืองสําอางท่ีตองปฏิบัติใหไปตามประกาศฯ จํานวน 10 แหง
แหงที่ ชวงอายุ ระดับ อาชีพหลัก ประเภท จํานวน ลักษณะอาคารผลิต ผลิตภัณฑเครื่องสําอาง
ผูผลิต (ป) การศึกษา การยื่นขอ พนักงาน (คน) ประเภท/ชนิดผลิตภัณฑ จํานวนใบจดแจง
1 51-60 ปริญญาตรี ขาราชการบาํ นาญ บุคคลธรรมดา นอยกวา 2 อาคารอยอู าศยั (บานเด่ยี ว) เก่ียวกบั เสน ผม 3
2 31-40 ปรญิ ญาตรี 1
3 20-30 ปรญิ ญาตรี เกษตรกร บคุ คลธรรมดา นอยกวา 2 อาคารอยูอาศัย (บา นเดี่ยว) ตกแตง หนา /บํารุงผวิ /ทากนั แดด/แตงเล็บ 33
ผลติ และจาํ หนายเครื่องสาํ อาง บุคคลธรรมดา นอยกวา 2 อาคารอยูอ าศัย (บา นเดี่ยว) ตกแตงหนา /บาํ รุงผวิ /ทากนั แดด/แตงเลบ็
ทําความสะอาดผิวหนา/ผวิ กาย 10
4 31-40 ปริญญาตรี เกี่ยวกบั เสนผม 1
1
5 41-50 ปริญญาตรี ผลติ และจาํ หนา ยเครอ่ื งสําอาง บุคคลธรรมดา นอ ยกวา 2 อาคารอยูอาศยั (บานแถว) ตกแตงหนา /บาํ รงุ ผวิ /ทากันแดด/แตงเลบ็ 1
1
ผลิตและจําหนายเครื่องสาํ อาง บุคคลธรรมดา นอยกวา 2 อาคารอยอู าศัย (บา นเดี่ยว) เกีย่ วกบั ชองปาก
6 61 ข้ึนไป ตํ่ากวา ปรญิ ญาตรี ผลติ และจาํ หนา ยเคร่อื งสําอาง บุคคลธรรมดา นอ ยกวา 2 อาคารอยอู าศัย (บา นแถว) เกย่ี วกบั ชอ งปาก
7 31-40 ปริญญาตรี ธุรกจิ ทัว่ ไป เกี่ยวกับเสนผม 1
8 51-60 บุคคลธรรมดา นอ ยกวา 2 อาคารอยูอาศัย (บา นเดย่ี ว) ทาํ ความสะอาดผิวหนา/ผิวกาย 3
9 31-40 ตํ่ากวา ปรญิ ญาตรี รับจางท่ัวไป วิสาหกจิ ชมุ ชน 5-7 อาคารอยูอาศัย (บานเดย่ี ว) ทาํ ความสะอาดผวิ หนา/ผิวกาย 2
บคุ คลธรรมดา นอยกวา 2 อาคารอยอู าศยั (บา นเดยี่ ว) ทาํ ความสะอาดผิวหนา /ผวิ กาย 16
ปริญญาตรี ขาราชการ
10 61 ปขึ้นไป ตา่ํ กวาปริญญาตรี เกษตรกร ตกแตง หนา /บํารุงผวิ /ทากนั แดด/แตงเลบ็ 1
บุคคลธรรมดา นอยกวา 2 อาคารอยอู าศัย (บานเดี่ยว) เกี่ยวกบั เสน ผม 1
หมายเหตุ * หลงั จากการตรวจประเมนิ มาตรฐานสถานทผี่ ลติ เครอื่ งสาํ อางครงั้ ที่ 1 มผี ผู ลติ เครอื่ งสาํ อางจาํ นวน 2 ราย ยน่ื ขอยกเลกิ กจิ การกอ นการตรวจประเมนิ ครงั้ ที่ 2 ทาํ ใหค งเหลอื สถานทใ่ี นการตรวจครง้ั ตอ ไปเพยี งจาํ นวน 10 แหง
2. สภาพปญหาของสถานท่ีผลิตเครื่องสําอางที่ ประเมนิ มาตรฐานสถานทมี่ ากทส่ี ดุ ถงึ 4 ครงั้ โดยเฉพาะ
ดําเนินกิจการตอ อยางย่ิงหมวดที่ 6 การดําเนินการผลิต เปนหมวดท่ี
สถานทผี่ ลติ เปน ไปตามประกาศฯ นอ ยกวา หมวดที่ 5
จากผลการพัฒนาและตรวจประเมิน สขุ ลกั ษณะและอนามยั หมวดท่ี 7 การควบคมุ คณุ ภาพ
มาตรฐานสถานท่ีผลิตเครื่องสําอางที่ตองปฏิบัติให และหมวดที่ 9 การเก็บรักษา ในแตละครั้งของการ
เปนไปตามประกาศฯ ในกลุมผูดําเนินกิจการผลิต ตรวจประเมนิ เน่ืองจากไมพ บการตรวจสอบวัตถดุ ิบ
เคร่ืองสําอางตอ จํานวน 10 แหง ในคร้ังที่ 2 – 4 กอนและหลังนําไปใชในกระบวนการผลิต ภาชนะ
ผลปรากฏวา มีสถานท่ีผลิตเปนไปตามประกาศฯ บรรจุวัตถุดิบไมสามารถปองกันการปนเปอนได
ในการตรวจประเมินมาตรฐานสถานท่ีคร้ังที่ 2 ไมม ปี า ยแสดงชอ่ื วตั ถดุ บิ และวนั หมดอายุ ไมม วี ธิ กี าร
รอ ยละ 60 ครง้ั ท่ี 3 รอ ยละ 30 และครงั้ ท่ี 4 รอ ยละ กําหนดเลขที่หรืออักษรครั้งท่ีผลิต และไมมีขั้นตอน
10 โดยหมวดท่ี 5 สขุ ลกั ษณะและอนามยั หมวดที่ 6 การปฏบิ ตั ิงานในกระบวนการบรรจุ ดงั ตารางที่ 2
การดาํ เนินการผลิต หมวดที่ 7 การควบคุมคุณภาพ
และหมวดท่ี 9 การเก็บรักษา มีความถ่ีการตรวจ
ตารางท่ี 2 รอ ยละของสถานท่ผี ลิตเครือ่ งสาํ อางทีเ่ ปนไปตามประกาศฯ จําแนกตามหมวดขอบังคบั
หมวดที่ หมวดขอบงั คับ จาํ นวนขอ รอ ยละ (จาํ นวนผา น/จาํ นวนทัง้ หมด)
คร้งั ท่ี 1 คร้งั ท่ี 2 ครัง้ ท่ี 3 คร้งั ที่ 4
1 ขอมลู ท่วั ไป 1 75.00 (9/12 แหง ) 90.00 (9/10 แหง ) 100 (10/10 แหง ) 100 (10/10 แหง)
100 (10/10 แหง)
2 บคุ ลากร 3 91.67 (11/12 แหง ) 100 (10/10 แหง) 100 (10/10 แหง)
100 (10/10 แหง )
3 สถานที่ผลติ 7 16.67 (2/12 แหง) 90 (9/10 แหง) 100 (10/10 แหง)
4 เครือ่ งมือ เครอื่ งใชแ ละ 3 83.33 (10/12 แหง ) 90 (9/10 แหง) 100 (10/10 แหง )
อปุ กรณการผลติ
5 สขุ ลักษณะและสุขอนามยั 13 16.67 (2/12 แหง) 60.00 (6/10 แหง) 90 (9/10 แหง )
0 (0/12 แหง) 60.00 (6/10 แหง ) 90 (9/10 แหง)
6 การดาํ เนินการผลติ 18 58.33 (7/12 แหง) 80.00 (8/10 แหง ) 90 (9/10 แหง )
33.33 (4/12 แหง ) 90.00 (1/10 แหง) 100 (10/10 แหง )
7 การควบคุมคณุ ภาพ 2 50.00 (6/12 แหง) 80.00 (8/10 แหง) 90 (9/10 แหง)
66.67 (8/12 แหง) 100 (10/10 แหง )
8 เอกสารการผลิต 2
9 การเกบ็ รักษา 1
10 ขอรองเรียน** 2
หมายเหตุ: *หลังการตรวจประเมินครง้ั ท่ี 1 มผี ผู ลิต 2 ราย ขอยกเลกิ กจิ การกอ นการตรวจประเมินครั้งที่ 2 ทําใหคงเหลือสถานที่ตรวจ 10 แหง
**ตัดฐาน 2 ขอ เนอ่ื งจากไมมีขอ รอ งเรียน
เมอื่ จาํ แนกรายละเอยี ดของหวั ขอ ทตี่ รวจสอบ นอยท่ีสุดในแตละคร้ังของการตรวจประเมิน ซึ่งเปน
ในหมวดขอ บงั คบั 10 หมวด จาํ นวน 54 ขอ (ตดั ฐาน ปญ หาทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การจดั ทาํ เอกสารทใ่ี ชใ นกระบวน
จาํ นวน 2 ขอ ) สามารถแบง สภาพปญ หาได 4 ประเภท การผลติ และบรรจุ สตู รแมบ ท และการบนั ทกึ เอกสาร
คอื (1) ปญหาดา นโครงสรางและสถานท่ี (2) ปญ หา ท่ีถูกตอง ครบถวน เปนปจจุบัน เชน ขอกําหนด
ดา นเครอื่ งมอื และอปุ กรณ (3) ปญ หาดา นเอกสารและ ตาง ๆ บันทึกการผลิตและการบรรจุ บันทึกการทํา
การบนั ทกึ และ (4) ปญ หาในดา นอน่ื ๆ ผลปรากฏวา ความสะอาด วธิ กี ารปฏบิ ตั งิ าน (SOP/WI) ทเ่ี กย่ี วขอ ง
ผผู ลติ เครอื่ งสาํ อางในจงั หวดั ตรงั มปี ญ หาดา นเอกสาร และผลวเิ คราะหท างหอ งปฏบิ ตั กิ าร ตลอดจนการจดั
และการบันทึกสูงสุด เน่ืองจากผานเกณฑที่กําหนด เตรียมฉลากของผลิตภัณฑตามท่ีกฎหมายกําหนด
ดังตารางท่ี 3
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 79
ตารางท่ี 3 รอยละของสถานท่ีผลติ เคร่ืองสาํ อางที่เปน ไปตามประกาศฯ จาํ แนกตามประเภทของปญหา
ประเภทที่ ปญ หา รอ ยละ (จํานวนผา น/จํานวนท้งั หมด) ของสถานทีท่ ่เี ปนไปตามประกาศฯ
ครั้งที่ 1* ครั้งท่ี 2 ครง้ั ที่ 3 ครั้งท่ี 4
1 โครงสรา งและสถานที่ 25.00 (3/12 แหง ) 100 (10/10 แหง )
2 เคร่ืองมอื และอปุ กรณ 16.67 (2/12 แหง) 80 (8/10 แหง ) 90 (9/10 แหง ) 100 (10/10 แหง)
3 เอกสารและการบนั ทึก 0 (0/12 แหง ) 60 (6/ 10 แหง ) 90 (9/10 แหง) 100 (10/10 แหง )
4 อนื่ ๆ 41.67 (5/12 แหง ) 90 (9/10 แหง ) 100 (10/10 แหง)
หมายเหตุ * หลงั ตรวจประเมินมาตรฐานสถานทผ่ี ลิตเครอื่ งสําอางครง้ั ที่ 1 ผูผลิตเคร่ืองสาํ อางขอยกเลิกกจิ การจาํ นวน 2 ราย
เมอื่ พจิ ารณาผลการตรวจประเมนิ มาตรฐาน เคร่ืองสําอาง มีจํานวนหัวขอที่ตรวจสอบที่ไมผาน
สถานที่ผลิตเครื่องสําอางกับคุณลักษณะของผูผลิต ตามประกาศฯ นอยที่สุด (นอยกวา 5 ขอ) ในการ
จาํ แนกตามชว งอายุ ระดบั การศกึ ษา และอาชพี หลกั ตรวจประเมนิ มาตรฐานสถานทค่ี รงั้ ท่ี 1 และสถานท่ี
ของผูผลิตเครื่องสําอาง พบวา สถานที่ผลิตเคร่ือง ผลิตเคร่ืองสําอางของกลุมผูผลิตเคร่ืองสําอางท่ีมี
สําอางของกลุมผูผลติ เคร่อื งสาํ อางทีม่ ีชว งอายุต้งั แต ชวงอายุตั้งแต 51 ปข้ึนไป เปนไปตามประกาศฯ
20-50 ป เปน ไปตามประกาศฯ ในการตรวจประเมนิ ในการตรวจประเมนิ มาตรฐานสถานทค่ี รงั้ ท่ี 3 และ 4
มาตรฐานสถานทค่ี รง้ั ที่ 2 โดยเฉพาะอยา งยง่ิ กลมุ ของ เนื่องจากมีจํานวนหัวขอท่ีตรวจสอบท่ีไมผานตาม
ผูผลิตเครื่องสําอางที่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกาศฯ สูงสุดถงึ 39 ขอ ดังตารางที่ 4
และประกอบอาชีพหลักเปนผูผลิตและจําหนาย
ตารางท่ี 4 รอ ยละของสถานทผี่ ลติ เคร่อื งสาํ อางท่เี ปนไปตามประกาศฯ จําแนกตามประเภทของปญหา
แหง ที่ ชวงอายุของ ระดบั การศกึ ษา อาชีพหลัก จาํ นวนขอที่ไมผ านตามประกาศฯ
ผูประกอบการ (ป)
ปรญิ ญาตรี ขา ราชการบาํ นาญ ครั้งท่ี 1* ครั้งท่ี 2 คร้ังท่ี 3 ครัง้ ท่ี 4
ปรญิ ญาตรี เกษตรกร
1 51-60 ปริญญาตรี ผลิตและจําหนายเครือ่ งสําอาง 33 3 ผา น
ปรญิ ญาตรี ผลติ และจําหนายเครื่องสาํ อาง
2 31-40 ปรญิ ญาตรี ผลิตและจาํ หนายเคร่อื งสาํ อาง 9 ผา น
ปริญญาตรี ผลิตและจาํ หนายเครือ่ งสาํ อาง
3 20-30 ปรญิ ญาตรี ธุรกิจท่ัวไป 3 ผาน
ตํ่ากวาปริญญาตรี รับจา งทวั่ ไป
4 31-40 ปรญิ ญาตรี ขา ราชการ 4 ผาน
ต่ํากวาปริญญาตรี เกษตรกร
5 41-50 ปรญิ ญาตรี ธุรกจิ ทั่วไป 2 ผา น
6 61 ขึ้นไป 39 17 ผา น
7 31-40 9 ผา น
8 51-60 30 19 8 ผา น
9 31-40 6 ผา น
10 61 ปข ้ึนไป 21 10 ผา น
11 51-60 34 แจง ยกเลกิ
(5 ก.พ. 63)
12 41-50 ปริญญาตรี ขา ราชการ 11 แจงยกเลกิ
(24 พ.ค. 63)
หมายเหตุ * หลงั ตรวจประเมนิ มาตรฐานสถานทผ่ี ลติ เครือ่ งสาํ อางครั้งท่ี 1 ผูผลติ เครอ่ื งสําอางขอยกเลกิ กิจการจํานวน 2 ราย
80 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
อภปิ รายผล เครือ่ งสําอาง และหองสําหรับเก็บวัตถุดิบ วสั ดุบรรจุ
เครื่องสําอางรอการบรรจุ เครื่องสําอางสําเร็จรูป
การศึกษาน้ีเปนการศึกษาที่ใชแบบตรวจ หัวขอที่ 6.2.1.6 ตองมีการกําหนดเลขท่ีหรืออักษร
ประเมินสถานท่ีผลิตเคร่ืองสําอาง ตามประกาศ คร้ังที่ผลิตในการผลิตเครื่องสําอางแตละคร้ัง และ
กระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และ หัวขอที่ 6.2.2.1 การบรรจุตองเปนไปตามขั้นตอน
เงอ่ื นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอื่ งสาํ อาง พ.ศ. 2561 ที่ระบุไวในสูตรแมบท สอดคลองกับการศึกษาของ
ที่มีหมวดขอบังคับ 10 หมวด 56 ขอ จําแนกเปน สมศรี ปรีชาทวีกิจ ที่พบวาหัวขอที่ 5.1.4 และ 8.2
ขอบกพรองสําคัญ 46 ขอ และขอบกพรองวิกฤต เปน 2 ใน 6 ของหัวขอที่มีจํานวนสถานท่ีผลิตได
10 ขอ กําหนดคาคะแนนเปน 2, 1 และ 0 โดยผล ระดับคาคะแนนเปน 0 สูงสุด9 ซึ่งเห็นไดวา หัวขอ
การตรวจประเมินตองได 2 คะแนนในทุกหัวขอ ท่ีมีสถานท่ีผลิตของจังหวัดตรังไดคาคะแนนเปน 0
โดยที่การศึกษาคร้ังนี้แตกตางจากการศึกษาของ สูงสุด 6 อันดับแรก ประกอบดวย หัวขอท่ีจัดอยูใน
สมศรี ปรีชาทวีกิจ ท่ีใชเกณฑของผลการตรวจ ปญ หาประเภทท่ี 3 ปญ หาดา นเอกสารและการบนั ทกึ
ประเมินท่ีตองไดคะแนนรวมท้ัง 10 หมวด ต้ังแต จํานวน 5 หัวขอ ไดแก หัวขอท่ี 5.1.4, 6.2.1.1,
รอยละ 60 ข้ึนไป และทุกขอบังคับที่มีความสําคัญ 6.2.1.6, 6.2.2.1 และ 8.2 และปญหาประเภทที่ 1
33 ขอตอ งไมม ขี อใดที่มีคะแนนเปน 09 ปญหาดานโครงสรางและสถานที่ 1 หัวขอ คือ
หวั ขอ ที่ 3.4
อยา งไรก็ตาม เมื่อทาํ การเปรยี บเทียบจาก
ระดับคาคะแนนของผลการตรวจประเมินสถานท่ี เมื่อพิจารณาผลตรวจประเมินสถานท่ีผลิต
ผลติ เครอ่ื งสาํ อางโดยพจิ ารณาจาก 6 อนั ดบั แรกของ ประกอบกับขอมูลคุณลักษณะพ้ืนฐานของผูผลิต
หวั ขอ ทต่ี รวจสอบทมี่ จี าํ นวนสถานทผ่ี ลติ เครอื่ งสาํ อาง พบวา อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพหลักของ
ไดค า คะแนนเปน 0 สงู สดุ เรยี งลาํ ดบั จากมากไปนอ ย ผูประกอบการ มีผลตอการปฏิบัติตามหลักเกณฑ
ไดแก หัวขอท่ี 5.1.4 บุคลากรตองมีสุขภาพอนามัย วธิ กี าร และเงอื่ นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอ่ื งสาํ อาง
ทส่ี มบรู ณแ ขง็ แรง ไมเ ปน โรคตดิ ตอ โรคผวิ หนงั หรอื พ.ศ. 2561 โดยสามารถใชเปน ขอ มูลสาํ หรับกาํ หนด
มีบาดแผลตามรางกาย ตองไดรับการตรวจสุขภาพ แนวทางการดาํ เนนิ งานดา นเครอื่ งสาํ อางทส่ี อดคลอ ง
อยา งนอ ยปล ะหนงึ่ ครงั้ โดยมเี อกสารการตรวจสขุ ภาพ กบั บริบทของจงั หวดั ตรงั ดงั น้ี
เก็บไวเปนหลักฐาน หัวขอที่ 6.2.1.1 กอนและหลัง
นําวัตถุดิบไปใชในกระบวนการผลิต ตองม่ันใจวา 1. กลมุ ผผู ลติ ทมี่ ชี ว งอายุ 20-50 ป จบศกึ ษา
วัตถุดิบบรรจุในภาชนะบรรจุท่ีสามารถปองกันการ ระดับปริญญาตรี และมีอาชีพหลักเปนผูผลิตและ
ปนเปอนได มีปายแสดงช่ือวัตถุดิบและวันหมดอายุ จําหนายเคร่ืองสําอาง เปนกลุมท่ีมีความเหมาะสม
กอ นนาํ ไปใชผ ลติ เครอื่ งสาํ อางวตั ถดุ บิ ตอ งไมห มดอายุ สําหรับการพัฒนาและผลักดันใหเปนสถานท่ีผลิต
หัวขอท่ี 8.2 ตองจัดทําบันทึกการผลิตเคร่ืองสําอาง เครอื่ งสาํ อางตน แบบประจาํ จงั หวดั เนอ่ื งจากมคี วาม
ทกุ ครงั้ ทผี่ ลติ โดยตอ งบนั ทกึ ทกุ ขนั้ ตอนของการดาํ เนนิ พรอมในการพัฒนาและสามารถยกระดับมาตรฐาน
การผลิต ตั้งแตการชั่งวัตถุดิบ การผสม การบรรจุ สถานท่ผี ลิตเคร่อื งสําอางได
เคร่ืองสําอางรอการบรรจุ เครื่องสําอางสําเร็จรูป
ซ่ึงตองสอดคลองกับสูตรแมบท หัวขอท่ี 3.4 จัดให 2. กลมุ ผผู ลติ ทมี่ อี ายุ 51 ปข น้ึ ไป สว นใหญ
มีหองที่เปนสัดสวน แยกออกจากกันอยางนอย ทําการผลิตดวยตนเองและใชแรงงานคนเปนหลัก
สองหอ ง โดยมกี ารจดั แบง เปน หอ งสาํ หรบั ผลติ บรรจุ ซ่ึงเปนการผลิตในระดับครัวเรือนที่ใชองคความรู
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 81
ดา นสมนุ ไพรสบื ทอดจากบรรพบรุ ษุ มาทาํ การแปรรปู 2. การศกึ ษาครง้ั น้ี ไมค รอบคลมุ ขอ มลู พน้ื ฐาน
เปนผลิตภัณฑเปนอาชีพเสริม ทําใหมีผลิตภัณฑ ดานเศรษฐกิจของผูประกอบการที่อาจสงผลตอ
เคร่ืองสําอางที่ยื่นขอจดแจงเพียง 1-3 ผลิตภัณฑ การพัฒนาสถานที่ผลิตเครื่องสําอาง เชน รายได
ไมม กี ารจดแจง เพม่ิ เตมิ แตก ลบั พบปญ หาดา นเอกสาร หรือกําไรตอเดือน กําลังการผลิต การกระจายสินคา
และการบันทึก ถึงแมวา สสจ. ตรัง จะสนับสนุน เปาหมาย/กลุมลกู คา และการตลาด เปนตน
องคค วามรใู หแ กผ ผู ลติ กอ นการตรวจประเมนิ สถานท่ี
มาอยา งตอ เนอื่ ง แตเ ปน เพยี งการอบรมในภาคทฤษฎี สรปุ ผล
อกี ทง้ั ในสว นของการจดั ทาํ เอกสารมคี วามซบั ซอ นสงู
อาจเปนผลใหผูประกอบการไมสามารถประยุกตใช ผูผลิตเคร่ืองสําอาง 1 ใน 3 ของจังหวัดตรัง
และปฏบิ ัติไดจรงิ รวมถึงผูประกอบการยงั ไมเ ห็นถงึ สามารถปรับปรงุ มาตรฐานสถานทีผ่ ลติ เครอ่ื งสําอาง
ความสําคัญของการควบคุมคุณภาพในกระบวน ใหเปนไปตามประกาศฯ และดําเนินกิจการตอ
การผลิต โดยที่ชวงระหวางการตรวจประเมินพบปญหา
ในหมวดการดาํ เนนิ การผลติ มากทส่ี ดุ เนอ่ื งจากไมพ บ
3. ผูผลิตทุกรายสามารถปรับปรุงแกไขขอ การตรวจสอบวตั ถดุ บิ กอ นและหลงั นาํ ไปใชใ นกระบวน
บกพรอ งใหเ ปน ไปตามประกาศฯ ไดห ลงั รบั คาํ ปรกึ ษา การผลิต ไมมีปายแสดงช่ือวัตถุดิบและวันหมดอายุ
อยางใกลชิดขณะตรวจประเมินในแตละคร้ัง และ ไมมีวิธีการกําหนดเลขท่ีหรืออักษรครั้งท่ีผลิต และ
รว มกันกาํ หนดรูปแบบการจัดทําเอกสารท่เี กย่ี วของ ไมม ขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ านในกระบวนการบรรจุ เปน ตน
กบั การผลติ และการควบคมุ คณุ ภาพ ตลอดจนบนั ทกึ และเมื่อจําแนกรายละเอียดของหัวขอที่ตรวจสอบ
ขอมูลตาง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด ดังนั้น การให ทั้งหมดตามประเภทของปญหา พบวา สวนใหญ
คําปรึกษาแกผูผลิตเคร่ืองสําอางในรูปแบบของ มีปญหาในดานการจดั เตรยี มเอกสารทใี่ ชใ นกระบวน
การปฏิบัติจริง พรอมท้ังอธิบายวัตถุประสงคและ การผลิต ตลอดจนการบันทึกรายละเอียดตาง ๆ
ความสาํ คญั ของเกณฑป ระเมนิ เปน สงิ่ สาํ คญั ในการ ตามเกณฑท่ีกําหนด เนื่องจากขาดความรูและ
สรางความรู ความเขาใจ ใหแกผูผลิต ซึ่งสามารถ การตระหนักถึงการควบคุมคุณภาพ นอกจากน้ี
นําไปพัฒนาวิธีการจัดอบรมใหแกผูประกอบการ ยงั พบสาเหตุการขอยกเลิกกจิ การที่พบวา เกิดจาก
รายใหมตอไป โดยเฉพาะอยางย่ิง กลุมของผูผลิต (1) มีการวาจางผูผลิตรายอื่นเพ่ือทําการผลิตและ
เคร่ืองสําอางที่มีอายุ 51 ปขึ้นไป เปนกลุมท่ีจะตอง จดแจงเครื่องสําอางแทน (2) มีการแอบอางขอมูล
ใหค าํ ปรึกษาอยางใกลช ิดเปนอันดับแรก ท่อี ยโู ดยบคุ คลอน่ื เพอ่ื ยนื่ ขอเลขทใ่ี บรับจดแจง (3)
ปจจุบันไมผลิตแตไมยื่นขอยกเลิกกิจการ และ (4)
ขอ จาํ กัดของงานวจิ ยั มีดงั นี้ ขอจํากดั งบประมาณ
1. การเขา ถงึ ขอ มลู เชงิ ลกึ มขี อ จาํ กดั เรอ่ื งเวลา
และการเดินทาง และการตรวจประเมินสถานที่ผลติ ขอ เสนอแนะ
บางแหงไดใ หเจา หนาที่สาํ นกั งานสาธารณสขุ อําเภอ
และเภสัชกรโรงพยาบาลชุมชนดําเนินการแทน 1. ขอเสนอเชงิ นโยบาย
ซงึ่ อาจสง ผลตอ การเขา ถงึ ขอ มลู เชงิ ลกึ ไดไ มค รบถว น 1.1 จงั หวดั ตรงั ควรออกนโยบายสง เสรมิ ให
เชน ปญหาท่ีแทจริงของการยกเลิกกิจการ และ
อุปสรรคในการปรับปรุงมาตรฐานสถานท่ี เปนตน หนว ยงานราชการและภาคเอกชน เชน หา งสรรพสนิ คา
รานอาหาร โรงแรม โรงเรียน สถานประกอบการ
82 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
เพอ่ื สขุ ภาพ และสถานบรกิ ารตา ง ๆ รวมทงั้ ผบู รโิ ภค 2.2 สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ควรพฒั นา
รวมกันสนับสนุนและรณรงคการใชผลิตภัณฑ รูปแบบการใหคําปรึกษาสําหรับผูประกอบการ
เครื่องสําอางท่ีผลิตจากสถานที่ผลิตในจังหวัด เครอ่ื งสาํ อางรายใหม โดยการทํางานรว มกนั ระหวา ง
เพ่ือกระตุนเศรษฐกิจและการสงเสริมรายไดเพิ่มข้ึน เจาหนาที่และผูประกอบการ หรือผูประกอบการ
ตลอดจนสรางความเขมแข็งและเพิ่มความสามารถ รายเกา เปนพี่เล้ียงหรือ coaching รายใหม ตาม
ใหผูผลิตไดพัฒนาและยกระดับมาตรฐานสถานที่ ความเหมาะสมกบั บรบิ ทของแตล ะจงั หวดั เชน จงั หวดั
และผลติ ภณั ฑเ ครอ่ื งสําอางยิง่ ข้ึน ทมี่ ีจาํ นวนผูประกอบการนอ ย ควรมีชอ งทางอาํ นวย
ความสะดวกในการตดิ ตอ สอื่ สารเพอ่ื ขอรบั คาํ ปรกึ ษา
1.2 อย. ควรมมี าตรการยกเลกิ สถานทผ่ี ลติ ทรี่ วดเรว็ เชน กลมุ ไลนส าํ หรบั การแลกเปลยี่ นขอ มลู
เคร่ืองสําอางแบบอัตโนมัติ หากไมพบการจดแจง เปนตน
หรือไมมีใบรับจดแจง หรือใบรับจดแจงสิ้นสภาพ
ตามระยะเวลาที่กาํ หนด เพอื่ ใหไดข อมลู ทเี่ ปน จริง เอกสารอางอิง
1.3 อย. ควรปรบั ปรงุ แกไ ขแบบตรวจสถานที่ 1. ปุณณวีย หวังศุภกิจโกศล, ปริณดา เตชะศิรินุกูล,
ผลติ เครอ่ื งสาํ อางตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ พิชญานิน อรรธนิศาสุข. คูมือจดแจงเคร่ืองสําอาง
เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอื่ นไขในการผลติ หรอื ระบบอตั โนมตั .ิ นนทบรุ :ี อกั ษรกราฟฟค แอนดด ไี ซน;
นําเขาเคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561 โดยการใหระดับ 2559.
คะแนน 0, 1 และ 2 เปน ผา น/ไมผ า น เนอ่ื งจากผผู ลติ
ตองปฏิบัติตามขอกําหนดในภาคผนวก ก แนบทาย 2. กองสง เสรมิ งานคมุ ครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร ในสวนภูมิภาคและทองถิ่น. สรุปผลการดําเนินงาน
และเง่ือนไขในการผลิต หรือนําเขาเครื่องสําอาง คมุ ครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพในสว นภมู ภิ าค
พ.ศ. 2561 ทุกขอ จึงอาจไมจําเปนตองพิจารณา ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2558 [อินเทอรเน็ต].
ในรูปแบบของการใหคะแนน เพื่อลดปญหาความ นนทบรุ :ี สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา; 2558
สับสนในการพิจารณาระดับคะแนนของแตละหัวขอ [เขาถึงเมื่อ 13 เม.ย 2562]. เขาถึงไดจาก http://
ท่ีตรวจสอบของเจาหนาท่ใี นระบบภูมิภาค www.fda.moph.go.th/sites/kbs/Shared%20
Documents/Report_KBS/Report3.pdf
2. ขอเสนอสาํ หรับผูปฏิบตั งิ าน
2.1 สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ควรพฒั นา 3. กองสง เสรมิ งานคมุ ครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ
ในสวนภูมิภาคและทองถิ่น. สรุปผลการดําเนินงาน
รูปแบบการอบรมใหครอบคลุมและเหมาะสมกับ คมุ ครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพในสว นภมู ภิ าค
ผูประกอบการ โดยเพ่ิมการจัดอบรมในรูปแบบ ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2559 [อินเทอรเน็ต].
ภาคปฏบิ ตั ิ พรอ มทงั้ ศกึ ษาดงู านสถานทผ่ี ลติ ทเี่ ปน ไป นนทบรุ :ี สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. 2559
ตามประกาศฯ ในพ้ืนท่ีอ่ืน ๆ นอกเหนือจากจังหวัด [เขาถึงเม่ือ 13 เม.ย. 2562]. เขาถึงไดจาก http://
ในพนื้ ที่ เพอ่ื ใหเ กดิ การพฒั นาอยา งตอ เนอ่ื ง นอกจากนี้ www.fda.moph.go.th/sites/kbs/Shared%20
การผลกั ดันใหเกิดสถานที่ผลิตเครอื่ งสาํ อางตน แบบ Documents/Report_KBS/Report4. pdf
ประจาํ จงั หวดั ยงั เปน การสรา งแรงจงู ใจในการพฒั นา
มาตรฐานสถานท่ีผลิตอยางยั่งยืนและยกระดับ 4. กองสง เสรมิ งานคมุ ครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ
มาตรฐานการผลิตเครื่องสําอางของจังหวัดอีกดวย ในสวนภูมิภาคและทองถิ่น. สรุปผลการดําเนินงาน
คมุ ครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพในสว นภมู ภิ าค
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 83
ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2560 [อินเทอรเน็ต]. หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอื่ นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา
นนทบรุ :ี สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา; 2560 เคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561 [อินเทอรเน็ต]. [เขาถึงเมื่อ
[เขาถึงเมื่อ 13 เม.ย 2562]. เขาถึงไดจาก http:// 13 เม.ย. 2562]. เขาถึงไดจาก: https://www.ylo.
www.fda.moph.go.th/sites/kbs/Shared%20 moph.go.th/webssjold/file2018/kbs180661-2.pdf
Documents/KBS_Report_2560_Web.pdf 8. กลมุ ควบคมุ เครอ่ื งสาํ อาง สาํ นกั ควบคมุ เครอื่ งสาํ อางและ
5. อภิษฐา ทรัพยประเสริฐ, จันทรรัตน สิทธิวรนันท. วตั ถอุ นั ตราย. คมู อื สาํ หรบั พนกั งานเจา หนา ท่ี (เลม 2)
การประเมนิ ความคลาดเคลอ่ื นภายหลงั ออกสตู ลาดของ เรื่องแนวทางการตรวจสอบสถานท่ีตามประกาศ
ผลิตภัณฑเครื่องสําอางท่ีไดรับการจดแจงโดยระบบ กระทรวงสาธารณสุขเรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และ
การจดแจงอัตโนมัติ. วารสารอาหารและยา 2562; เงอื่ นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอ่ื งสาํ อาง พ.ศ. 2561.
26(1):23-35. การประชมุ เชงิ ปฏิบัตกิ ารตามโครงการสงเสรมิ พฒั นา
6. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ประกาศ สถานประกอบการสมู าตรฐานตามประกาศกระทรวง
กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และ สาธารณสุขวาดวยการผลิตหรือนําเขาเครื่องสําอาง
เงอ่ื นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอื่ งสาํ อาง พ.ศ. 2561. ประจาํ ป 2563; 17 ธันวาคม 2562; โรงแรมมิราเคลิ
ราชกิจจานุเบกษา เลมท่ี 135 ตอนพิเศษ 117 ง แกรนด คอนเวนชนั่ . นนทบรุ ;ี 2562. หนา 150-158.
(ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2561). 9. สมศรี ปรชี าทวกี จิ . การประเมนิ สถานทผ่ี ลติ เครอ่ื งสาํ อาง
7. กลมุ ควบคุมเครื่องสาํ อาง สาํ นกั ควบคุมเคร่อื งสาํ อาง ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขในการผลิต
และวัตถุอันตราย. แบบตรวจประเมินสถานท่ีผลิต เคร่ืองสําอาง. วารสารอาหารและยา 2562;26(3):
เครื่องสําอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรอื่ ง 68-78.
84 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
บทความวจิ ยั Research Article
วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL
ปที่ 29 ฉบับที่ 1 (2565): มกราคม - เมษายน Vol. 29 No. 1 (2022): January - April
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/index
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
Food and Drug Administration
การจัดการความเส่ียงดานคุณภาพของเครื่องสําอางที่มีสวนผสมของ
แอลกอฮอลเพ่ือสุขอนามัยสําหรับมือ
เอกชัย เยาวเฉื้อง1
1กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี
ที่อยูติดตอ: เอกชัย เยาวเฉื้อง กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ถนนเทศบาล
ตําบลปากเพรียว อําเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี 18000 [email protected]
Quality Risk Management of Alcohol-Based Cosmetics for
Hand Sanitizer
Eakchai Yaochuang1
1Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Provincial Public Health Center, Saraburi province, Thailand
Contact address: Eakchai Yaochuang, Consumer Protection and Public Health Pharmacy Group, Provincial
Public Health Center, Thesaban Rd, Pakpreaw Sub-district, Mueang Saraburi, Saraburi, Thailand, 18000,
[email protected]
Received: 11 March 2021, Revised: 30 August 2021, Accepted: 5 November 2021
Abstract
Background: Alcohol-based hand sanitizer cosmetic products play an important role in
the COVID-19 pandemic control. However, approximately a haft of the products that available
in Thailand markets did not meet standard because of having the contained alcohol less than
70% according to the requirements of the Cosmetic Act B.E. 2558.
Objectives: To track down the risks which alcohol-based hand sanitizer cosmetic products
did not meet standards and to suggest recommendations for improving product quality to
meet standards.
Methods: This research was a qualitative research. The total population of nine alcohol-
based hand sanitizer cosmetic entrepreneurs in Saraburi province were used by assessing
the production site with experts and interviewing with a questionnaire. Two samples were
randomly selected by conducting in-depth interviews to identify problems, causes, and
review production processes that effected on product quality risks with a fish-bone diagram
and causal analysis from 4M (Man, Machine, Method, and Material) with a proposed risk
management approach.
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 85
Results: The results revealed that most of the production sites had 1-5 employees, 66.7%
of which had alcohol raw materials stored in the building, the cosmetic mixing container had
an average size of 113 litre. The average alcohol mixing was 21 minutes. There were three
types of mixing methods: mix all the ingredients and leave it for about 12 hours, then bring
the mixture to the gel; mixing other substances together and adding alcohol to mix and
the gel-forming type soaked for about 12 hours and then mixed with alcohol. In the mixing-
to-packing process, it took around 0.25–16 hours. The Carbomer 940 was used as a gelling
agent that accounted for 66.7%. Besides, when looking for risks from manufacturers, it is found
that the risk of 4M was the same for three main reasons: (1) Man: lack of correct technique
and forgetting to add/incomplete alcohol according to the formula, because there was no
record of production process, but the control can be modified by following the notification
of the Ministry of Public Health in the part of production recording and in accordance with
the master formula; (2) Method: lack of checking the alcohol content due to lack of proper
tools/methods, however it can be corrected by using a suitable test kit; and (3) Material:
the initial alcohol content was not in accordance with the analysis certificate and the finished
product container was not suitable due to non-compliance with the notification of the Ministry
of Public Health as for the details of the specifications of raw materials, as well as components
including purchasing raw materials from reliable sources.
Conclusions: Risk of the quality of cosmetics containing alcohol for hand sanitizer caused by
cosmetic manufacturers who were not strictly at every stage of production, competent staff
lack of inspection, and lack of appropriate tools to measure alcohol content in the production
process. Therefore, the Thai Food and Drug Administration should develop and communicate
risk management knowledge to manufacturers, strictly apply the law, and coordinate the
relevant academic units to develop an alcohol measurement kit.
Keywords: risk, cosmetics, alcohol-based hand sanitizer
บทคัดยอ
ความสําคญั : เคร่ืองสาํ อางท่ีมีสวนผสมของแอลกอฮอลเพอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื มคี วามสาํ คัญในการควบคมุ
การแพรระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แตพบผลิตภัณฑไมไดมาตรฐาน มีความเขมขนของแอลกอฮอล
ไมถงึ รอยละ 70 ตามขอ กําหนดของพระราชบญั ญตั เิ ครอื่ งสาํ อาง พ.ศ. 2558
วตั ถุประสงค: เพื่อคนหาความเสีย่ งท่ีทําใหเ ครื่องสาํ อางท่ีมสี ว นผสมของแอลกอฮอลเพ่อื สขุ อนามัยสําหรบั มือ
ไมไ ดมาตรฐาน และเสนอขอแนะนําในการพัฒนาคณุ ภาพผลิตภัณฑใ หไ ดมาตรฐาน
วิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เปนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใชประชากรท้ังหมดจากผูประกอบการผลิตเครื่องสําอาง
ท่ีมีสวนผสมของแอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือในจังหวัดสระบุรี จํานวน 9 ราย โดยตรวจประเมิน
สถานทผี่ ลติ รว มกบั ผเู ชยี่ วชาญและสมั ภาษณด ว ยแบบสอบถาม และสมุ ตวั อยา งแบบเจาะจงจาํ นวน 2 ตวั อยา ง
โดยการสมั ภาษณเ ชงิ ลกึ เพอ่ื คน หาปญ หา สาเหตุ และทบทวนขนั้ ตอนการผลติ ทสี่ ง ผลตอ ความเสย่ี งดา นคณุ ภาพ
ผลิตภัณฑดวยแผนผังกางปลา (Fish-bone diagram) และวิเคราะหหาสาเหตุจาก 4M (Man, Machine,
Method, Material) พรอ มกบั เสนอแนวทางการจดั การความเสยี่ ง
86 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ผลการศกึ ษา: พบวา สถานทผี่ ลติ สว นใหญม พี นกั งาน 1-5 คน รอ ยละ 66.7 มกี ารจดั เกบ็ วตั ถดุ บิ แอลกอฮอลไ ว
ในอาคาร รอยละ 66.7 ภาชนะผสมเคร่ืองสําอางมีขนาดเฉล่ีย 113 ลิตร การผสมแอลกอฮอลเฉล่ีย 21 นาที
มีวิธีการผสม 3 แบบ ไดแก แบบผสมสารทั้งหมดทิ้งไวประมาณ 12 ช่ัวโมงจากนั้นนํามาตีผสมข้ึนสารเจล
แบบผสมสารอื่นใหเขากันแลวใสแอลกอฮอลผสม และแบบแชสารกอเจลทิ้งไวประมาณ 12 ช่ัวโมงแลวใส
แอลกอฮอลผสม ในขั้นตอนการผสมจนบรรจุใชเวลาตั้งแต 0.25–16 ชั่วโมง มีการใช carbomer 940
เปนสารกอเจล คิดเปนรอยละ 66.7 และเมื่อคนหาความเสี่ยงจากผูผลิต พบวามีความเส่ียง 4M ท่ีเหมือนกัน
3 สาเหตุหลักคือ (1) Man : ขาดเทคนิคที่ถูกตองและการลืมใส/ใสแอลกอฮอลไมครบตามสูตร เน่ืองจากไมมี
บนั ทกึ การควบคมุ กระบวนการผลติ สามารถแกไ ขโดยการปฏบิ ตั ติ ามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ในสว นของ
การบันทึกการผลิตและตรงตามสูตรแมบท (2) Method : ขาดการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล เน่ืองจาก
ขาดเครอื่ งมอื /วธิ ที เี่ หมาะสม สามารถแกไ ขโดยการใชช ดุ ทดสอบทเ่ี หมาะสม (3) Material : ปรมิ าณแอลกอฮอล
ตง้ั ตน ไมเ ปน ไปตามใบตรวจวเิ คราะห และภาชนะบรรจผุ ลติ ภณั ฑส าํ เรจ็ รปู ไมเ หมาะสม เนอ่ื งจากการไมป ฏบิ ตั ิ
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ในสว นของการจดั ทาํ รายละเอยี ดคณุ ลกั ษณะเฉพาะของวตั ถดุ บิ สว นประกอบ
รวมถงึ จัดซื้อวัตถุดบิ จากแหลงทน่ี า เชอ่ื ถือ
สรุป: ความเส่ียงท่ีทําใหคุณภาพของเครื่องสําอางที่มีสวนผสมของแอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือ
ไมไ ดค ณุ ภาพ เกดิ จากผผู ลติ เครอื่ งสาํ อางไมเ ครง ครดั ทกุ ขนั้ ตอนการผลติ พนกั งานเจา หนา ทขี่ าดการตรวจสอบ
และขาดเครื่องเครื่องมอื ทเี่ หมาะสมในการตรวจวัดปรมิ าณแอลกอฮอลใ นกระบวนการผลิต ดังนั้น สาํ นกั งาน
คณะกรรมการอาหารและยาควรพฒั นาและสอื่ สารองคค วามรดู า นการจดั การความเสย่ี งใหก บั ผผู ลติ ใชก ฎหมาย
อยางเขม งวด และประสานหนว ยวชิ าการที่เกยี่ วของเพื่อพัฒนาชดุ ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล
คําสาํ คัญ: ความเส่ียง เครอ่ื งสําอาง แอลกอฮอลสาํ หรับมือ
บทนํา ความสะดวกในการใชงาน จึงพบการใชงานเปน
เครอ่ื งมอื พนื้ ฐานในการควบคมุ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019
การกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซง่ึ เปน มาตรการหนงึ่ ในคาํ แนะนาํ ของกรมควบคมุ โรค
ทส่ี ามารถแพรก ระจายผา นทางสารคดั หลงั่ เชน นา้ํ มกู เพอื่ ปอ งกนั การแพรร ะบาด รว มกบั การรกั ษาระยะหา ง
นาํ้ ลาย โดยการสมั ผสั กบั มอื นบั วนั ยงิ่ ทวคี วามรนุ แรง และการสวมใสห นา กากอนามยั
ในการกระจายเปน วงกวา ง โดยมสี ถานการณก ารแพร
ระบาดผปู ว ยทว่ั โลกตดิ เชอ้ื สะสม 102,083,337 ราย ผลิตภัณฑท่ีมีสวนผสมของแอลกอฮอล
เปนผูปวยรายใหม 501,930 ราย และพบผูปวย สามารถพบไดในผลิตภัณฑหลายชนิดที่อยูในความ
ติดเชื้อสะสมในประเทศไทย 19,618 ราย เปน ผปู ว ย รบั ผดิ ชอบของสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
รายใหม 836 ราย1 (ขอ มลู ณ วนั ท่ี 31 มกราคม 2564) (อย.) เชน อาหาร ยา เครอื่ งสาํ อาง เคร่อื งมอื แพทย
และดวยวัตถุประสงคของผลิตภัณฑที่ใชในการทํา วัตถุอันตราย ท้ังนี้เปนไปตามขอกําหนดของแตละ
ความสะอาดมอื ของผใู ช โดยคณุ สมบตั ขิ องแอลกอฮอล ผลิตภัณฑและวัตถุประสงคของการใชผลิตภัณฑ
ที่เปนสารสําคัญของผลิตภัณฑที่มีฤทธ์ิในการยับย้ัง กระทรวงสาธารณสุข ไดเคยมีการออกประกาศ
เชื้อไวรัส แบคทีเรีย โดยอาศัยกลไกละลายไขมัน กระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง ผลติ ภณั ฑท ม่ี แี อลกอฮอล
ทาํ ใหเ ยอื่ หมุ เซลลเ ปลยี่ นสภาพ (protein denaturant) เปน สว นประกอบเพอื่ สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื พ.ศ. 25622
และเขาไปรบกวนระบบ metabolism ของเช้ือ ผลิตภัณฑที่มีแอลกอฮอลเปนสวนประกอบมากกวา
อีกท้ังผลิตภัณฑในรูปแบบไมตองลางออกทําใหเพ่ิม
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 87
รอยละ 70 โดยปริมาตร (volume by volume) ผลติ ภณั ฑแ อลกอฮอลส าํ หรบั ลา งมอื จาํ นวน 91 ตวั อยา ง
จัดเปนเครื่องมือแพทย แตเนื่องดวยสถานการณ จากหนว ยงานราชการและผปู ระกอบการไดส ง ตวั อยา ง
โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 อาจสง ผลใหเ กดิ ภาวะ ผลิตภัณฑแ อลกอฮอลสาํ หรับลางมือมาใหก รมวิทยา
ขาดแคลน จึงยกเลิกประกาศฯ ฉบับดังกลาว และ ศาสตรการแพทยตรวจวิเคราะห พบวา มีปริมาณ
กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑท่ีมีแอลกอฮอลเปน แอลกอฮอลตํ่ากวาที่กําหนดหรือไมพบแอลกอฮอล
สวนประกอบรวมกันตั้งแตหรือมากกวารอยละ 70 จํานวน รอยละ 49.4 สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด
โดยปริมาตร ใหดําเนินการตามกฎหมายวาดวย สระบุรีรวมกับแผนงานพัฒนาวิชาการและสราง
เครื่องสําอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ความเขมแข็ง กลไกคุมครองผูบริโภคดานสุขภาพ
เร่ือง กําหนดลักษณะของเคร่ืองสําอางที่มีสวนผสม ศูนยวิชาการคุมครองผูบริโภคดานสุขภาพ สุมเก็บ
ของแอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื ทห่ี า มผลติ ตัวอยางผลิตภัณฑ เดือนกันยายน–ตุลาคม 2563
นําเขา หรือขาย พ.ศ. 2563 มผี ลบังคบั ใชต ้ังแตวนั ที่ จาํ นวน 7 ตวั อยา ง พบวา มปี รมิ าณแอลกอฮอลต าํ่ กวา
10 มนี าคม 25633 เพอื่ เพม่ิ การเขา ถงึ ผลติ ภณั ฑท มี่ ี รอ ยละ 70 โดยปรมิ าตรทุกตวั อยาง
ความจาํ เปน ตอการบรรเทาและปอ งกนั สภาวการณ
การติดเช้ือ อย. ไดออกประกาศฯ จํานวน 3 ฉบับ เนอ่ื งดว ยปญ หาดา นคณุ ภาพของเครอ่ื งสาํ อาง
กลาวคือ ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม 2563 ใหสถานที่ ทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื
ผลิตยาแผนปจจุบันที่ไดรับการรับรองมาตรฐาน มคี วามสาํ คญั ตอ การควบคมุ การแพรก ระจายของเชอื้
วธิ กี ารในการผลติ ยา (GMP) จาก อย.4 ซง่ึ สอดคลอ ง ไวรสั โคโรนา 2019 เพอ่ื แกไ ขปญ หาโดยเรง ดว น ผวู จิ ยั
ตามมาตรฐาน PIC/S ฉบับลงวันท่ี 27 สิงหาคม ไดด าํ เนนิ การคน หาความเสย่ี งและจดั การความเสย่ี ง
2563 อนุญาตใหผ ลติ ผลติ ภัณฑที่มแี อลกอฮอลเ ปน ดานคุณภาพของเคร่ืองสําอางที่มีสวนผสมของ
สว นประกอบเพอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื ในสถานทผ่ี ลติ แอลกอฮอล เพอื่ สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื โดยอาศยั ความ
ยาแผนปจ จบุ นั เปน การชว่ั คราว เปน เวลา 1 ป5 และ รว มมอื จากภาคสว นทเี่ กย่ี วขอ ง ไดแ ก ผปู ระกอบการ
ฉบับลงวันท่ี 19 มีนาคม 2563 ใหสถานท่ีผลิตยา ผลิตเครื่องสําอางที่มีสวนผสมของแอลกอฮอล
แผนโบราณที่ไดรับหนังสือรับรองมาตรฐานวิธีการ เพ่ือสุขอนามัยสําหรับมือ คณะผูเชี่ยวชาญดาน
ผลิตท่ีดีในการผลิต หรือไดรับเกียรติบัตรรับรอง กระบวนการผลิต ประเมินความเส่ียงผลิตภัณฑ
หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารพนื้ ฐานในการผลติ ยาแผนโบราณ จากคณะเภสัชศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
จาก อย. โดยตองดําเนินการตามหลักเกณฑและ ผูเชี่ยวชาญผลิตภัณฑเคร่ืองสําอางจากกองควบคุม
เงือ่ นไขที่กาํ หนด6 เคร่ืองสําอางและวัตถุอันตราย อย. เพื่อรวมคนหา
ประเมินความเสี่ยงเพ่ือแกไขปญหาดังกลาว
ผลการสาํ รวจของนติ ยสารฉลาดซอ้ื 7 และ
โครงการสนับสนุนระบบเฝาระวังสินคาและบริการ วตั ถุประสงค
เพื่อการคุมครองผูบริโภคดานสุขภาพ เก็บตัวอยาง
ผลิตภัณฑแอลกอฮอลลางมือจํานวน 39 ตัวอยาง 1. เพอ่ื คน หาความเสยี่ งทที่ าํ ใหค ณุ ภาพของ
ระหวางวันที่ 10 มีนาคม - 17 เมษายน 2563 เพื่อ เครอ่ื งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั
ตรวจหาปรมิ าณรอ ยละของแอลกอฮอลใ นผลติ ภณั ฑ สําหรบั มือไมไดต ามมาตรฐานกาํ หนด
พบวาผลิตภัณฑรอยละ 67 มีปริมาณแอลกอฮอล
ต่ํากวารอยละ 70 โดยปริมาตรสอดคลองกับขาว 2. เพ่ือเสนอขอแนะนําในการพัฒนาให
ประชาสัมพันธก รมวิทยาศาสตรก ารแพทย8 ประจํา คณุ ภาพของผลติ ภณั ฑเ ครอื่ งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของ
วันท่ี 18 มิถุนายน 2563 ไดต รวจวเิ คราะหตัวอยาง แอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือเปนไปตาม
ขอกําหนด
88 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
ระเบียบวธิ ีวิจัย 2. เกบ็ รวบรวมขอ มลู การตรวจสถานทผี่ ลติ
เครอ่ื งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั
รปู แบบการวจิ ยั สําหรับมือ โดยการสัมภาษณผูประกอบการและ
การวิจัยนี้เปนการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมี ลงตรวจเย่ียมสถานที่ผลิต สอบถาม ตรวจประเมิน
เอกสาร ชว งเดือนมกราคม 2564 จํานวน 2 ราย
กลุมประชากรในการศึกษาน้ีคือสถานที่ผลิตเครื่อง การวิเคราะหข อมูล
สําอางท่ีมีสวนผสมของแอลกอฮอลเพ่ือสุขอนามัย
สําหรับมือท้ังหมดในจังหวัดสระบุรี จํานวน 9 ราย 1. วิเคราะหขอมูลท่ัวไปของสถานที่ผลิต
เลือกกลุมตัวอยางจากสถานที่ผลิตแบบเจาะจง เครอ่ื งสาํ อางทมี่ สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั
(purposive sampling) และความสมัครใจของ สําหรับมือ โดยใชสถิติเชิงพรรณนา (descriptive
ผูประกอบการ จํานวน 2 ราย เพ่ือเปนตัวแทนของ statistic) ไดแก จํานวนความถ่ี คาเฉล่ยี รอยละ
สถานที่ผลิตในการสัมภาษณเชิงลึก
เครอื่ งมอื 2. วเิ คราะหข อ มลู เชงิ คณุ ภาพเพอ่ื สงั เคราะห
ขอ มลู กระบวนการในการผลติ ทที่ าํ ใหเ กดิ ความเสย่ี ง
1. แบบสอบถาม ประกอบดว ยขอ มลู ทว่ั ไป ดานคุณภาพของผลิตภัณฑ โดยท่ีการศึกษาน้ีเปน
ของสถานที่ที่มีการจดแจงผลิตเคร่ืองสําอางที่มี การทบทวนในขนั้ ตอนการผลติ มาตรฐานทส่ี ง ผลตอ
สวนผสมของแอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือ ความเสี่ยงที่จะทําใหคุณภาพของเครื่องสําอางที่มี
สวนผสมของแอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือ
2. แบบตรวจประเมินสถานที่ผลิตเคร่ือง ไมไดคุณภาพ ปญหาหลักท่ีเกิดจากตัวผลิตภัณฑ
สาํ อาง9 ในกระบวนการผลติ เครอื่ งสาํ อางทมี่ สี ว นผสม ผานกระบวนการผลิตตามสูตรในแตละสถานท่ีผลิต
ของแอลกอฮอล เพื่อสุขอนามัยสําหรับมือ ตั้งแต เครื่องสําอาง จนสําเร็จเปน ผลิตภณั ฑส ําเร็จรปู และ
ขนั้ ตอนการนาํ เขา วตั ถดุ บิ กระบวนการ และการเกบ็ เสนอแนวทางการจดั การความเสย่ี ง เลอื กสถานทผ่ี ลติ
ผลิตภณั ฑสาํ เร็จรปู รายที่ 5 และ 6 โดยกาํ หนดชอื่ เปน A และ B ตามลาํ ดบั
ผูวิจัยจึงกําหนดประเด็นปญหาของการ ผลการศึกษา
จัดการความเสี่ยง10 จากแบบประเมินสถานที่ผลิต
เครื่องสาํ อางดวย content analysis ทอ่ี าจเกิดขน้ึ 1. ขอมูลทัว่ ไป
ในสถานทผ่ี ลติ เครอื่ งสาํ อางทม่ี กี ารจดแจง เครอ่ื งสาํ อาง ขอมูลทวั่ ไปจากการสมั ภาษณผผู ลติ เครื่อง
ทมี่ สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื
สําอางที่มีสวนผสมของแอลกอฮอลเพ่ือสุขอนามัย
3. แผนผงั กา งปลา (Fish-bone diagram)11 สําหรับมือ จํานวน 9 รายท่ีไดจดแจงไว พบวา
ในการวิเคราะหหาสาเหตุหลักและสาเหตุยอยของ ภาพรวมมพี นกั งานในกระบวนการผลติ ตง้ั แต 1-5 คน
ปญ หา โดยพจิ ารณาสาเหตจุ าก 4M (Man, Machine, โดยสถานที่ผลิตสวนใหญมีพนักงานจํานวน 2 คน
Method, Material) มี 3 แหง คิดเปนรอยละ 33.3 มีการจัดเก็บวัตถุดิบ
การรวบรวมขอ มูล แอลกอฮอลภายในอาคาร จํานวน 6 แหง คิดเปน
รอยละ 66.7 มีการจัดเก็บวัตถุดิบแอลกอฮอล
ดําเนินการศึกษาระหวางเดือนสิงหาคม ทง้ั ภายใน/นอกอาคาร จาํ นวน 2 แหง และมี 1 แหง
2563 – กุมภาพันธ 2564 โดยเก็บรวบรวมขอมูล ทจี่ ดั เกบ็ ภายนอกอาคาร ขนาดภาชนะทใ่ี ชใ นการผสม
ดงั นี้ เครอ่ื งสาํ อาง มขี นาดตงั้ แต 4-500 ลติ ร เฉลยี่ มขี นาด
113 ลิตร เวลาท่ีใชในการผสมแอลกอฮอลตั้งแต
1. เก็บรวบรวมขอมูลท่ัวไปของสถานที่
ท่ีมีการจดแจงผลิตเคร่ืองสําอางที่มีสวนผสมของ
แอลกอฮอล เพ่ือสุขอนามัยสําหรับมือ ดวยการ
สมั ภาษณผ ปู ระกอบการ พนกั งาน ในเดอื นกนั ยายน -
ธนั วาคม 2563 จํานวน 9 ราย
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 89
5 - 45 นาที เฉล่ียใชเวลา 21 นาที มีวิธีการผสม สถานทผ่ี ลติ สว นใหญไ มม กี ารวดั % alcohol จาํ นวน
แบงเปน 3 แบบ แบบที่ 1 : ผสมสารทั้งหมดท้ิงไว 6 แหงคิดเปนรอยละ 66.7 สวนสถานท่ีผลิต 3 แหง
ประมาณ 12 ชวั่ โมง จากนัน้ นํามาตีผสมขึ้นสารเจล ท่ีเหลือใชการวัด% alcohol แตกตางกัน ไดแก
มสี ถานท่ผี ลติ จํานวน 1 แหงใชว ธิ ีการนี้ แบบท่ี 2 : ใชก ารวดั คา ความถว งจาํ เพาะ, ใชก ารตรวจ density
ผสมสารอื่นใหเขากัน ใสแอลกอฮอลลงแลวผสม meter ทผี่ านการ validate เทียบกบั วธิ ี GC, ตรวจ
ใหเขากัน และ แบบท่ี 3 : แชสารกอเจลทิ้งไว Refractometer เทียบกับเจลมาตรฐาน วัดความ
ประมาณ 12 ชวั่ โมง แลว ใสแ อลกอฮอลผ สมใหเ ขา กนั เขมขนของสารละลาย สําหรับชนิดของสารกอเจล
มีสถานท่ีผลิต จํานวน 4 แหงเทากันที่ใชวิธีการนี้ สว นใหญใ ช carbomer 940 เปน สารกอ เจล จาํ นวน
ระยะเวลาทใ่ี ชใ นขน้ั ตอนผสมจนบรรจุ ตง้ั แต 0.25- 6 แหง คิดเปนรอยละ 66.7 ไมมีการใชสารกอเจล
16 ชวั่ โมง มสี ถานทผ่ี ลติ จาํ นวน 4 แหง ใชร ะยะเวลา จํานวน 2 แหง มีเพียง 1 แหงที่ใช carbopol เปน
ทใ่ี ชใ นขนั้ ตอนผสมจนบรรจุ 30 นาที คดิ เปน รอ ยละ สารกอเจล (รายท่ี 5, 6 คือตัวอยางที่ทําการศึกษา)
44.4 การวัด% alcohol ระหวางการผลิตพบวา ดงั ตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของสถานที่ผลิตเคร่ืองสําอางท่ีมีสวนผสมของแอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือ
ทั้งหมดในจังหวัดสระบุรี
ขอมูลท่วั ไป รายที่ 7 8 9
123456 2
ใน 5 3
พนกั งานผลติ (คน) 411242 อาคาร ใน/นอก ใน/นอก
5 อาคาร อาคาร
การจัดเก็บวตั ถดุ บิ ใน ใน ใน ใน นอก ใน 15
250 30
แอลกอฮอล อาคาร อาคาร อาคาร อาคาร อาคาร อาคาร แบบ 2 45 5
0.25
ขนาดภาชนะผสม (L) 6 4 45 150 500 30
ไมมี
เวลาทใ่ี ชในการผสม 10 20 5 20 40 30
-
แอลกอฮอล (นาที)
วธิ ีการผสม แบบ 1 แบบ 2 แบบ 3 แบบ 3 แบบ 2 แบบ 3 แบบ 2 แบบ 3
2 0.5
ระยะเวลาทใี่ ชในขนั้ ตอน 0.5 1.5 0.5 2 16 0.5
ผสมจนบรรจุ (ชว่ั โมง)
การวัด %alcohol ไมมี ไมมี ไมม ี ไมมี ไมม ี มี* ม*ี * มี***
ระหวางการผลิต
ชนดิ ของสารกอ เจล carbomer carbomer carbomer carbomer carbomer carbomer - carbomer
940
940 940 940 940 940
หมายเหตุ: มี* : วดั คาความถว งจาํ เพาะกอนผสมเจล
ม*ี * : ตรวจ density meter ที่ผานการ validate เทียบกับวิธี GC
ม*ี ** : ตรวจ Refractometer เทยี บกบั เจลมาตรฐาน วดั ความเขม ขนของสารละลาย
2. การวเิ คราะหปญหาและการดําเนินการ
จากการคนหาประเด็นท่ีอาจทําใหเกดิ ความเส่ยี งตอคณุ ภาพผลิตภัณฑเ คร่ืองสําอางทมี่ ีสวนผสมของ
แอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื ณ สถานทผ่ี ลติ จาํ นวน 2 แหง ไดแ ก สถานทผี่ ลติ รายที่ 5 และ 6 โดยใช
การวเิ คราะหแบบใชแผนภมู กิ า งปลา ดงั รปู ท่ี 1
90 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
รูปท่ี 1 แผนภูมิกางปลาแสดงความเส่ียงทั้งหมดของผลิตภัณฑเครื่องสําอางท่ีมีสวนผสมของแอลกอฮอล
เพ่ือสุขอนามัยสําหรับมือ
3. สาเหตุของปญหาและแนวทางแกไ ข แนวทางการแกไ ข : ควบคุมใหมกี ารปฏิบตั ิ
จากข้ันตอนการวิเคราะหขอมูลหาสาเหตุ ตามประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข
ในการผลิต หรือนําเขาเคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561
ปญ หาเบอื้ งตน ของสถานทผี่ ลติ เครอ่ื งสาํ อาง A และ หมวดท่ี 8 เอกสารการผลติ ขอ บกพรอ งวกิ ฤติ ขอ 8.2
B สามารถหาแนวทางแกไขปญหาแยกตามสาเหตุ มบี นั ทกึ การผลิตและตรงตามสตู รแมบท
การเกดิ ได ดังน้ี
3.2 Method
3.1 Man ขั้นตอนการผลิตไมเหมาะสม : พบสาเหตุ
ขาดเทคนิคที่ถูกตอง : พบสาเหตุจาก วาใชระยะเวลานานในกระบวนการผลิตทําใหเกิด
เจา หนา ทผี่ ปู ฏบิ ตั งิ านขาดความรแู ละเทคนคิ ในขนั้ ตอน โอกาสทแี่ อลกอฮอลร ะเหยในขนั้ ตอนการผลติ ไดแ ก
การเตรียมผลิตภัณฑ ไดแ ก ลาํ ดับการใสส ารทมี่ สี าร การพกั สารใหเ จลขน้ึ รปู ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการทาํ ไมส อดคลอ ง
ประกอบตามสูตร การเท/ผสมสารที่มีองคประกอบ กับสูตร ใชเวลาที่ใสแอลกอฮอลจนถึงผสมเสร็จ
ของแอลกอฮอล ทําใหเพ่ิมโอกาสการเปนไอของ เวลาทใ่ี ชใ นการบรรจุ และวิธบี รรจนุ านเกินไป (A)
แอลกอฮอล (A และ B) แนวทางการแกไ ข : กาํ หนดขน้ั ตอนการผลติ
แนวทางการแกไข : ตองมีการใหความรู โดยคาํ นงึ ถงึ คณุ ลกั ษณะของแอลกอฮอลก บั สารกอ เจล
แกผูปฏิบัติงานในการผลิตรวมถึงกําหนดขั้นตอน เปน สาํ คญั เชน ในขน้ั ตอนการผสมใหก าํ หนดขน้ั ตอน
ในการผลิตใหชัดเจนและมีการสอบทวนความรู ขนึ้ รปู เจลกอ นคอ ยใสแ อลกอฮอล ใชเ ทคนคิ การละลาย
ผูปฏิบัติงานอยางสม่ําเสมอ หรือกอเจลโดยการผสมอัตราสวนทีละนอย ศึกษา
การลมื ใส/ ใสแ อลกอฮอลไ มค รบตามสตู ร : คณุ สมบตั ขิ องสารกอ เจล เลอื กสารกอ เจลทเี่ หมาะสม
พบสาเหตจุ ากไมม บี นั ทกึ การควบคมุ กระบวนการผลติ และกําหนดขั้นตอนการกอเจลโดยลดการสัมผัสกับ
ทําใหพนักงานเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการใส แอลกอฮอลในสตู ร เพื่อลดชวงเวลาที่ใสแอลกอฮอล
แอลกอฮอลในสูตรทําใหมีปริมาณแอลกอฮอลไมได ในระหวา งกระบวนการผสม และควรกาํ หนดชว งเวลา
ตามสูตร (A และ B)
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 91
ในการบรรจุผลิตภัณฑในภาชนะสําเร็จรูป (finish ไมปดภาชนะในระหวางกระบวนการกวนผสมเพ่ิม
product) ไมใหน านเพอ่ื ลดโอกาสการระเหยเปน ไอ การระเหยของแอลกอฮอล รูปทรงของภาชนะ
ของแอลกอฮอลใ นสูตร กวนผสมหรือผิวที่อาจทําใหเกิดการตกคางของ
แอลกอฮอล (B)
ขาดการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล :
พบวา ผปู ระกอบการขาดเครอ่ื งมอื ใชต รวจสอบปรมิ าณ แนวทางการแกไข : แนะนําใหใชภาชนะ
แอลกอฮอลในระหวางกระบวนการผลิตที่แมนยํา ทมี่ ชี นดิ เหมาะสมและไมเ กดิ ปฏกิ ริ ยิ ากบั สาร ภาชนะ
มกี ารตรวจวดั คณุ สมบตั อิ น่ื ในผลติ ภณั ฑส าํ เรจ็ รปู ซง่ึ ทใี่ ชใ นการกวนผสมตอ งมฝี าปด ตลอดเวลาทก่ี วนผสม
ไมไ ดใ ชก ารวดั ปรมิ าณแอลกอฮอลโ ดยตรงมาเทยี บเคยี ง รปู ทรงของภาชนะตอ งไมม เี หลย่ี มมมุ หรอื มใี หน อ ยทส่ี ดุ
ไดแก การหาอัตราการไหล density meter ที่ผาน เพอ่ื ลดการตกคา งของสาร และควบคมุ ใหม กี ารปฏบิ ตั ิ
การ validate เทยี บกับวธิ ี GC (A และ B) ตามประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไข
ในการผลิต หรือนําเขาเคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561
แนวทางการแกไ ข : แนะนาํ ใหผ ปู ระกอบการ หมวดท่ี 4 เครอ่ื งมือ เครอ่ื งใช และอปุ กรณการผลติ
ใชเ คร่อื งมอื ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลที่นาเชือ่ ถอื ขอที่ 4.2 เหมาะสม ทนทาน ไมทําปฏิกิริยากับ
เพื่อทวนสอบปริมาณแอลกอฮอลในทุกขั้นตอน เคร่ืองสําอาง
การผลติ เชน การหาคา ถว งจาํ เพาะ (ใชไ ดก อ นมกี าร
ผสมสารกอ เจล) และมกี ารกาํ หนดใหส ง ตรวจปรมิ าณ Head Space : พบวามีชองวางดานบน
แอลกอฮอลจ ากหนว ยงานภายนอกทนี่ า เชอื่ ถอื เปน ระยะ ของภาชนะในกระบวนการผลติ ตง้ั แตก ารเกบ็ วตั ถดุ บิ
ภาชนะในกระบวนการกวนผสม ภาชนะทใ่ี ชข นยา ยสาร
การควบคุมอุณหภูมิ : พบสาเหตุจากการ (แอลกอฮอล) ภาชนะกอนการบรรจุเปนผลิตภัณฑ
ขาดการควบคมุ อณุ หภมู ิในกระบวนการผลิต ต้ังแต สาํ เรจ็ รปู มพี น้ื ทว่ี า งใหแ อลกอฮอลร ะเหยเปน ไอทาํ ให
ขนั้ ตอนการเกบ็ รกั ษาวตั ถดุ บิ ระหวา งการผสม จนถงึ ความเขม ขน ลดลงได (B)
การเก็บรักษาผลิตภัณฑสําเร็จรูป เชน การจัดเก็บ
วัตถุดิบในบริเวณท่ีแสงแดดสองถึงโดยตรง (A) แนวทางการแกไข : เปลี่ยนภาชนะใน
การไมควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผสม (B) กระบวนการผลติ ใหม ชี อ งวา งดา นบนนอ ยทส่ี ดุ เพอ่ื ลด
การจดั เกบ็ ผลติ ภณั ฑส าํ เรจ็ รปู ในหอ งทไ่ี มม กี ารระบาย การระเหยเปน ไอของแอลกอฮอล
อากาศท่ดี ีพอ (A และ B)
3.4 Material
แนวทางการแกไข : กําหนดมาตรฐาน ปริมาณแอลกอฮอลต้ังตนไมเปนไปตาม
ในการเก็บรักษาแอลกอฮอลที่ลดโอกาสการระเหย ใบตรวจวิเคราะห : พบวาปริมาณแอลกอฮอลตั้งตน
ระมัดระวังเร่ืองการเปนวัตถุไวไฟและการระเบิด ไมเปนไปตามใบตรวจวิเคราะหสงผลใหเม่ือคํานวณ
อนั เนอื่ งจากคณุ สมบตั ขิ องแอลกอฮอล จดั ใหม อี ปุ กรณ ปรมิ าณทใ่ี ชจ รงิ ไมต รงกบั ความเขม ขน ของแอลกอฮอล
การตรวจวัดอุณหภูมิ และควบคุมใหมีการปฏิบัติ ทต่ี อ งการ ไมมีการตรวจวดั ปริมาณแอลกอฮอลกอน
ตามประกาศฯ เร่ืองหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข ทําการผลิต ขาดการตรวจสอบใบรับรองวัตถุดิบ
ในการผลิต หรือนําเขาเคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561 (COA) (A และ B)
หมวดที่ 6 การดําเนินการผลิต ขอท่ี 6.1.2 จัดเก็บ แนวทางการแกไข : ควบคมุ ใหม กี ารปฏบิ ตั ิ
สัดสวน ปองกันการสับสนปนเป ตามประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข
ในการผลิต หรือนําเขาเคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561
3.3 Machine หมวดที่ 2 ขอ มลู ของวตั ถดุ บิ 2.1 ผผู ลติ และผรู บั จา ง
ภาชนะในการผลิตไมเหมาะสม : พบวา ผลติ เครอื่ งสาํ อาง ตอ งจดั ทาํ รายละเอยี ดคณุ ลกั ษณะ
ชนิดของภาชนะในกระบวนการผลิตทําปฏิกิริยา/ เฉพาะของวัตถุดิบสวนประกอบ โดยตองจัดทําขอ
ดูดซบั สารในสูตรผลิตทาํ ใหป รมิ าณเขมขน ลดลง (A)
92 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
กําหนดวัตถุดิบ สวนประกอบแตละชนิด รวมท้ังน้ํา ของแอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือ ประเด็น
ท่ีใชในการผลิต จัดซ้ือวัตถุดิบจากแหลงที่นาเช่ือถือ ขอ ผิดพลาดที่พบบอ ยของเครือ่ งสาํ อางท่มี ีสว นผสม
ของแอลกอฮอลเพื่อสุขอนามัยสําหรับมือและมีการ
ภาชนะบรรจผุ ลติ ภณั ฑส าํ เรจ็ รปู ไมเ หมาะสม : ประชาสัมพันธการปองกันความเสี่ยงของคุณภาพ
พบสาเหตุเกิดจากการใชชนิดของภาชนะบรรจุท่ี เครอ่ื งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอื่ สขุ อนามยั
ไมเ หมาะสม มกี ารดดู ซับ/ทําปฏกิ ริ ยิ ากบั สารในสูตร สําหรับมือในรูปแบบสื่อดิจิตอลเพ่ือสื่อสารใหกับ
ของผลติ ภณั ฑ ขนาดความหนาของภาชนะทใ่ี ชบ รรจุ ประชาชน รวมถึงกําหนดใหมีการติดตามและสุม
ไมไดมาตรฐาน (A และ B) เฝา ระวงั ผลิตภณั ฑต ามแผนเกบ็ ตัวอยาง
แนวทางการแกไ ข : กาํ หนดชนดิ ของภาชนะ อภปิ รายผล
บรรจผุ ลติ ภณั ฑส าํ เรจ็ รปู ทเ่ี หมาะสมจากการทดลอง
สุมวิเคราะหตามสูตรของแตละสถานที่ผลิต มีการ จากการวิเคราะหความเสี่ยงท่ีอาจทําให
กาํ หนดคณุ สมบตั เิ รอื่ งชนดิ และความหนาของภาชนะ เครอ่ื งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอ่ื สขุ อนามยั
บรรจผุ ลติ ภัณฑส ําเรจ็ รปู สําหรับมือไมไดคุณภาพ ในขั้นตอนการผลิตโดย
วิเคราะหแ บบใชแผนภูมิกางปลา พบวา ผูผลติ เคร่อื ง
ภาพรวมพบวา ผผู ลติ เครอื่ งสาํ อางทงั้ 2 ราย สาํ อางสามารถลดความเสยี่ งในการผลติ เครอ่ื งสาํ อาง
มคี วามเสยี่ งจาํ แนกตามกระบวนการ 4M ทเ่ี หมอื นกนั ใหไดค ณุ ภาพโดยการปฏิบัตติ ามกฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ ง
มี 3 สาเหตหุ ลกั คอื (1) Man : ขาดเทคนคิ ทถี่ กู ตอ ง เพอื่ ปอ งกนั ปญ หา หากผผู ลติ เครอ่ื งสาํ อางปฏบิ ตั ติ าม
และการลืมใส/ใสแอลกอฮอลไมครบตามสูตร (2) ประกาศฯ เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไขในการผลติ
Method : ขาดการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล หรอื นาํ เขา เครอื่ งสาํ อาง พ.ศ. 2561 ครบทง้ั 10 หมวด
(3) Material : ปริมาณแอลกอฮอลต้ังตนไมเปนไป โดยเฉพาะหมวดท่ี 6 การดาํ เนนิ การผลติ กบั หมวดท่ี 8
ตามใบตรวจวิเคราะห และภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ เอกสารการผลติ ซง่ึ พบความเสย่ี งของผผู ลติ ทต่ี รงกนั
สําเร็จรูปไมเหมาะสม และมีสาเหตุความเสี่ยงท่ี จะสามารถแกไขความเส่ียงเร่ืองการขาดเทคนิคท่ี
แตกตา งกนั เชน ผผู ลติ เครอ่ื งสาํ อางรายที่ 5 มขี นั้ ตอน ถูกตอง การลืมใส/ใสแอลกอฮอลไมครบตามสูตร
การผลติ ไมเ หมาะสมใชร ะยะเวลาในการผสมจนถงึ การขาดการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอลได และ
การบรรจุนาน 16 ช่ัวโมง หรือผูผลิตเครื่องสําอาง ในหมวดที่ 2 ขอมูลของวัตถุดิบ 2.1 ผูผลิตและ
รายท่ี 6 ไมม กี ารควบคมุ อณุ หภมู ใิ นกระบวนการผสม ผูรับจางผลิตเครื่องสําอาง ตองจัดทํารายละเอียด
เปน ตน คณุ ลกั ษณะเฉพาะของวตั ถดุ บิ สว นประกอบ โดยตอ ง
จัดทําขอกําหนดวัตถุดิบ สวนประกอบแตละชนิด
จากนนั้ นาํ ขอ มลู ทไี่ ดส อื่ สารความเสย่ี งกลบั รวมทง้ั นาํ้ ทใี่ ชใ นการผลติ สามารถลดความเสยี่ งเรอ่ื ง
ไปใหก บั ผผู ลติ เครอ่ื งสาํ อางทง้ั 9 ราย โดยจดั ประชมุ วตั ถดุ ิบ (แอลกอฮอล) ทเ่ี ปน องคประกอบสําคัญของ
ผูผลิตเคร่ืองสําอางที่มีการจดแจงผลิตเครื่องสําอาง เครอ่ื งสาํ อางทมี่ สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอื่ สขุ อนามยั
ทมี่ สี ว นผสมของแอลกอฮอลเ พอื่ สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื สําหรบั มือ
ท้งั หมดในสระบุรี ชวงเดือนมกราคม 2564 ซง่ึ ไดร ับ
ความอนุเคราะหวิทยากรจากคณะเภสัชศาสตร จากคุณลกั ษณะของแอลกอฮอลทีเ่ ปนสาร
จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั กองควบคมุ เครอ่ื งสาํ อางและ สาํ คญั ของผลิตภณั ฑพบวา ปจ จยั ทีส่ ําคญั ท่ีทาํ ใหเ กดิ
วตั ถอุ นั ตราย อย. โดยมเี นอื้ หาในหวั ขอ ความเขม ขน ความเส่ยี งของคุณภาพผลิตภณั ฑค ือเครือ่ งมือในการ
ของผลติ ภณั ฑเ ครอ่ื งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอล ตรวจวดั ปรมิ าณแอลกอฮอลใ นขน้ั ตอนการผลติ ตงั้ แต
เพ่ือสุขอนามัยสําหรับมือ ฉลาก สถานท่ีผลิต และ กระบวนการนําเขาวัตถุดิบเพ่ือยืนยันความเขมขน
การโฆษณาของเครอ่ื งสาํ อางทมี่ สี ว นผสมของแอลกอฮอล
เพอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื สถานการณแ ละประสทิ ธภิ าพ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 93
ของแอลกอฮอลเ ปน ไปตามใบวเิ คราะห การตรวจสอบ สรุปผล
ระหวางกระบวนการผสมกอน-หลังใสสารกอเจล
รวมถงึ การตรวจสอบเมอื่ บรรจเุ ปน ผลติ ภณั ฑส าํ เรจ็ รปู งานวจิ ยั นพ้ี บวา ความเสย่ี งทท่ี าํ ใหค ณุ ภาพ
พบวา เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ นการตรวจสอบทม่ี คี วามแมน ยาํ ของเครื่องสําอางที่มีสวนผสมของแอลกอฮอลเพ่ือ
คือการตรวจสอบโดยการใชวิธีการ Gas Chroma สุขอนามัยสําหรับมือไมไดคุณภาพ เกิดจากเหตุผล
tography (GC) เปน วธิ ที ไ่ี ดร บั ความเชอ่ื ถอื มากทส่ี ดุ 3 ประการ ไดแ ก (1) ผผู ลติ เครอ่ื งสาํ อางไมไ ดป ฏบิ ตั ิ
แตก็มีขอจํากัดหลายประการ ท้ังในการวิเคราะห ตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง หลักเกณฑ
ตองใชเครื่องมือราคาแพงหากตองสงใหหนวยงาน วธิ กี ารและเงอ่ื นไขในการผลติ หรอื นาํ เขา เครอ่ื งสาํ อาง
ภายนอกตรวจสอบจะใชระยะเวลารอประมาณ พ.ศ. 2561 อยางเครงครัดทุกขั้นตอน (2) พนักงาน
1- 2 เดือน ไมสอดคลองกับกระบวนการผลิตและ เจาหนาที่ขาดการตรวจสอบ ควบคุม สถานที่ผลิต
มคี า ใชจ า ยสงู เมอ่ื เทยี บกบั กาํ ลงั การผลติ ในแตล ะครง้ั เครื่องสําอาง เพ่ือสงเสริมใหเกิดการปฏิบัติตามขอ
ผปู ระกอบจงึ เลอื กวิธีการหาคาพารามิเตอรอ ่ืนมาใช กฎหมาย รวมถึงอาจพิจารณากาํ หนดใหผ ปู ฏบิ ัตงิ าน
แทนการวดั หาปรมิ าณแอลกอฮอล เชน หา density ตองผานการฝกอบรมเปนพิเศษ (3) ขาดเครื่อง
meter ท่ีผานการ validate เทยี บกับวธิ ี GC, ตรวจ เครอ่ื งมอื ทเี่ หมาะสมในการตรวจวดั ปรมิ าณแอลกอฮอล
refractometer และพบผปู ระกอบการ 1 ราย หาคา ในกระบวนการผลติ ตงั้ แตข น้ั ตอนการตรวจรบั วตั ถดุ บิ
ความถว งจาํ เพาะกอ นผสมสารกอ เจล แตว ธิ ดี งั กลา ว ไปจนถงึ ข้นั ตอนการเกบ็ รักษาผลิตภัณฑสาํ เร็จรปู
กไ็ มสามารถตรวจสอบความเขมขน ของแอลกอฮอล
ในทุกข้ันตอนกระบวนการผลิต ดังน้ันควรสงเสริม ขอ เสนอแนะ
ใหน กั วจิ ยั ผลติ ชดุ ทดสอบความเขม ขน ของแอลกอฮอล
โดยมกี ารลดขอ จาํ กดั ของสารกอ เจลทพ่ี บการใชไ ดบ อ ย จากการดําเนินงานวิจัยพบวาปญหาดาน
ในสูตรเครื่องสําอาง ไดแก CARBOMER 940, คณุ ภาพของเครอ่ื งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอล
ACRYLATES/C10-30 ALKYL ACRYLATE CROSS เพอ่ื สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื เปน ปจ จยั สาํ คญั ในภาวการณ
POLYMER, CARBOPOL เปนตน รวมถึงสามารถ ปจ จุบันท่ีเกดิ การแพรร ะบาดของโควิด-19 ดงั นนั้
ทดสอบคา ความเขม ขน ของแอลกอฮอลใ นปรมิ าณสงู
รอยละ 95-97 เพื่อใชในการทวนสอบวัตถุดิบโดย 1. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ผูป ระกอบการผลติ เคร่ืองสาํ อางดวยตนเอง ควรพฒั นาชุดความรูในการจดั การความเส่ียงท่ีสงผล
ตอคุณภาพ และสื่อสารใหกับผูผลิตเคร่ืองสําอาง
เพื่อการควบคุมเคร่ืองสําอางท่ีมีสวนผสม รวมถึงดําเนินการเฝาระวังและบังคับใชกฎหมาย
ของแอลกอฮอลเ พอื่ สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื ใหเ หมาะสม โดยพนกั งานเจา หนาที่ทกุ ระดบั
และเพยี งพอมากกวา ผลติ ภณั ฑเ ครอ่ื งสาํ อางประเภทอน่ื
โดย อย. สามารถออกประกาศใหผ ผู ลติ เครอ่ื งสาํ อาง 2. ประสานหนว ยงานวชิ าการผลติ เครอ่ื งมอื /
ท่ีจดแจงเคร่ืองสําอางท่ีมีสวนผสมของแอลกอฮอล ชุดทดสอบ ในการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล
เพ่ือสุขอนามัยสําหรับมือ ตองกําหนดเคร่ืองมือ โดยลดขอจํากัดของสารกอเจลที่พบการใชไดบอย
วธิ กี ารผลติ และตอ งมคี วามรผู า นการฝก อบรมเปน พเิ ศษ และสามารถทดสอบคาความเขมขนของแอลกอฮอล
ทั้งนี้การเพ่ิมมาตรการน้ียังสามารถนําไปปรับใชกับ ในปริมาณสูงรอยละ 95-97 เพื่อใชในการทวนสอบ
ผลิตภัณฑที่มีความเสี่ยงในอนาคต เชน ผลิตภัณฑ วตั ถดุ ิบดว ยตนเอง
เครอ่ื งสาํ อางที่มีสวนผสมของสารสกัดกัญชง
3. ในการศึกษาคร้ังตอไปควรศึกษาปจจัย
ดานวิธีการผลิต เคร่ืองมือเครื่องใช วิธีเก็บรักษา
รวมถึงความรูของผูควบคุมการผลิตที่สงผลตอ
คณุ ภาพของเครอ่ื งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของแอลกอฮอล
94 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
เพื่อสุขอนามัยสําหรับมือ เพื่อใชกําหนดแนวทาง ผลติ ภณั ฑท ม่ี แี อลกอฮอลเ ปน สว นประกอบเพอ่ื สขุ อนามยั
นโยบายการออกขอกําหนดใหกับผูประกอบผลิต สําหรับมือในสถานที่ผลิตยาแผนปจจุบัน (ฉบับท่ี 2)
เครื่องสําอางใหผูบริโภคไดรับความปลอดภัยยิ่งข้ึน [อนิ เทอรเ นต็ ]. [เขา ถงึ เมอ่ื 2 ส.ค. 2564] เขา ถงึ ไดจ าก
https://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%
กิตติกรรมประกาศ 20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-
20200827.pdf
ขอขอบคุณ ภญ.ดวงกมล นุตราวงศ ที่ให 6. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ประกาศ
คําแนะนําและชี้แนะในฐานะที่ปรึกษา ภญ.เพลิน สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา เรอื่ ง การผลติ
จําแนกพล อย. ผศ. ภญ. ดร.นฤพร สุตัณฑวิบูลย ผลติ ภณั ฑท ม่ี แี อลกอฮอลเ ปน สว นประกอบเพอื่ สขุ อนามยั
และอาจารยจากคณะเภสัชศาสตร จุฬาลงกรณ สาํ หรบั มอื ในสถานทผี่ ลติ ยาแผนโบราณ [อนิ เทอรเ นต็ ].
มหาวิทยาลัย ภก.ฉัตรชัย พานิชศุภภรณ อย. ที่ให [เขาถึงเม่ือ 9 ก.พ. 2564] เขาถึงไดจาก: https://
ความกรุณาเขารวมคนหาเสนอแนวทางการจัดการ www.fda.moph.go.th/Pages/Document/law/
ความเสยี่ ง รวมทงั้ เจา หนา ทกี่ ลมุ งานคมุ ครองผบู รโิ ภค FDA-20200323.pdf
และเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด 7. ฉลาดซื้อ. ฉบับท่ี 230 ผลทดสอบเจลแอลกอฮอล
สระบรุ ี ทุกทา น [อินเทอรเน็ต]. กรุงเทพฯ: นิตยสารฉลาดซื้อ. 2563
[เขาถึงเม่ือ 9 ก.พ. 2564]. เขาถึงไดจาก https://
เอกสารอา งองิ chaladsue.com/article/3420
8. กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย. กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
1. Google Inc. Google news: ไวรสั โคโรนา (โควดิ -19) แนะผูปกครองเลือกผลติ ภัณฑเ จลลางมอื ใหปลอดภัย
[อนิ เทอรเ นต็ ]. Google Inc; 2021 [เขา ถงึ เมอ่ื 9 ก.พ. สาํ หรบั เดก็ ชว งเปด เทอม [อนิ เทอรเ นต็ ]. 2563 [เขา ถงึ
2564]. เขาถึงไดจาก https://news.google.com/ เมื่อ 9 ก.พ. 2564] เขาถึงไดจาก: https://www3.
covid19/map?hl=th&gl=TH&ceid=TH%3Ath dmsc.moph.go.th/post-view/810
9. กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
2. กระทรวงสาธารณสขุ . ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2561 เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอื่ นไขในการ
เรอื่ ง ผลติ ภณั ฑท มี่ แี อลกอฮอลเ ปน สว นประกอบเพอ่ื ผลิตหรือนําเขาเคร่ืองสําอาง พ.ศ. 2561. ราชกิจจา
สุขอนามยั สําหรับมอื พ.ศ. 2562. ราชกจิ จานุเบกษา นุเบกษา เลม 135 ตอนพิเศษ 117 ง (ลงวันท่ี 23
เลม 136 ตอนพเิ ศษ 230 ง (ลงวนั ท่ี 13 กนั ยายน 2562). พฤษภาคม 2561).
10. นันทิกา สุนทรไชยกุล, เพ็ญศรี วัจฉละญาณ, สิริมา
3. กระทรวงสาธารณสขุ . ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ มงคลสัมฤทธ์ิ. การวิเคราะหความเส่ียงทางสุขภาพ
เรอ่ื ง กาํ หนดลกั ษณะของเครอื่ งสาํ อางทม่ี สี ว นผสมของ สาํ หรบั เจา หนา ทสี่ าธารณสขุ . นนทบรุ :ี กรมควบคมุ โรค;
แอลกอฮอลเ พอื่ สขุ อนามยั สาํ หรบั มอื ทหี่ า มผลติ นาํ เขา 2552. หนา 43-98.
หรือขาย พ.ศ. 2563. ราชกิจจานุเบกษา เลม 137 11. อภิชาต ชยานุภัทรกุล. แผนผังแสดงสาเหตุและผล
ตอนพิเศษ 54 ง (ลงวนั ที่ 9 มนี าคม 2563). หรือแผนผังกางปลา [อินเทอรเน็ต]. สมุทรปราการ:
เพื่อนสเตนเลส. 2551 [เขาถึงเมื่อ 9 ก.พ. 2564]
4. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ประกาศ เขา ถงึ ไดจ าก http://www.psstainlessthailand.com/
สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา เรอื่ ง การผลติ index.php?lay=show&ac=article&Id=538729
ผลติ ภณั ฑท ม่ี แี อลกอฮอลเ ปน สว นประกอบเพอ่ื สขุ อนามยั 227&Ntype=2
สาํ หรบั มอื ในสถานทผ่ี ลติ ยาแผนปจ จบุ นั [อนิ เทอรเ นต็ ].
[เขาถึงเม่ือ 9 ก.พ. 2564] เขาถึงไดจาก: https://
www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20
Documents/New/N20200306.pdf
5. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ประกาศ
สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา เรอื่ ง การผลติ
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 95
คำแนะนำสำหรบั ผูนพิ นธบ ทความวิจยั และบทความวิชาการ
วารสารอาหารและยา เปนวารสารดานวิทยาศาสตรและ ยกข้ึน (superscript) แสดงหนวยงานตนสังกัดไวทายชื่อผูนิพนธ
เทคโนโลยีมีวัตถุประสงคเพื่อใชเปนส่ือกลางและเปนเวทีทาง ท้ังนี้ สาํ หรบั ชือ่ ภาษาองั กฤษใหใ สเ ครอื่ งหมายจุลภาค (,) ดานหลงั
วิชาการในการเผยแพรผลงานวิจัย และบทความวิชาการดาน ชอ่ื ผนู ิพนธแ ตละคน
ผลิตภัณฑสุขภาพของนักวิชาการ ภาครัฐ มหาวิทยาลัย องคกร
เอกชน และประชาชน มกี าํ หนดพมิ พเ ผยแพรว ารสารปล ะ 3 ฉบบั 2.2 หนว ยงานตน สงั กดั ใหใ สต วั เลขยกขน้ึ หนา ชอ่ื หนว ยงาน
คอื ฉบบั ที่ 1 เดอื นมกราคม–เมษายน ฉบบั ที่ 2 เดอื นพฤษภาคม– เรียงลําดับเร่ิมจากเลข 1 โดยแสดงชื่อหนวยงานระดับรอง และ
สงิ หาคม และฉบบั ท่ี 3 เดอื นกนั ยายน–ธนั วาคม โดยมขี อ กาํ หนด หนว ยงานหลกั ตามดว ยจงั หวดั สว นภาษาองั กฤษ ใหม เี ครอื่ งหมาย
การพิจารณารับและเผยแพรบทความวิจัย และบทความวิชาการ จุลภาค (,) ค่ันในแตละขอความ และมี Thailand ตอทายจังหวัด
ดงั นี้ และใสเครื่องหมาย full stop (.) ดานทายของแตละคน ยกเวน
ชอ่ื ผนู พิ นธล ําดับสุดทายไมตองใสเครอื่ งหมาย full stop
1. เปนบทความที่ไมเคยตีพิมพ เปดเผย หรือเผยแพรดวย
สื่อหรือวิธีการใด ๆ และท่ีใดมากอน 2.3 ทอี่ ยตู ดิ ตอ และ Contact address: ใหแ สดงชอื่ ผตู ดิ ตอ หลกั
ตามดวยหนวยงาน ถนน อําเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย และอีเมล
2. เปนผลงานที่มีระยะเวลาดําเนินการแลวเสร็จนับถึง สว นภาษาองั กฤษ ใหเพมิ่ Thailand หลังรหสั ไปรษณีย
วันท่ีสงเรื่องไวพิจารณาไมเกิน 5 ป
การเขียนบทความวิจัย
3. กรณีที่ผูนิพนธตองการยกเลิกหรือไมประสงคลงตีพิมพ
ตองแจงพรอมกับสงแบบฟอรมยกเลิกการตีพิมพสงมาท่ีกอง เปน งานวจิ ยั ทเ่ี ปน องคค วามรู โดยมเี นอ้ื หาความยาวไมค วรเกนิ
บรรณาธิการ 10-13 หนา ประกอบดวย
1. Abstract ภาษาอังกฤษ และบทคัดยอ ภาษาไทย
4. กองบรรณาธิการ ขอสงวนสทิ ธ์ใิ นการเปล่ยี นแปลงและ
ตดั สนิ ใจในการรบั เรอ่ื งไวพ จิ ารณา ตรวจทาน ตพี มิ พ หรอื ลาํ ดบั ความยาวของแตล ะภาษาไมค วรเกนิ 350-450 คาํ เปน การยอ
การตพี ิมพตามความสาํ คญั กอ นหลงั ตามความเหมาะสม สาระสําคัญเฉพาะท่ีจําเปน ระบุตัวเลขทางสถิติที่สําคัญ ไมตองมี
เชิงอรรถอางอิง ใชภาษาท่ีรัดกุมดวยประโยคสมบูรณ มีการเขียน
การสง ตนฉบบั tense ไวยากรณภาษาอังกฤษเปนแบบ past tense (ยกเวน
ขอเสนอแนะ) บทคัดยอภาษาไทยและภาษาอังกฤษตองมีเน้ือหา
สง บทความผา น Online ที่ https://he01.tci-thaijo.org/ ที่ถกู ตอ งตรงกนั (ตัวอยางบทความวิจยั หนาเวบ็ ไซต)
index.php/fdajournal/index หรือ QR Code โดยทําการ
สมัครสมาชิก และสงตนฉบับบทความผานระบบ Tips:
Online Submission และสง แบบฟอรม ลงตพี มิ พ 1. ตวั อยา งวตั ถปุ ระสงค เชน The purposes of this study were
วารสารอาหารและยาที่ Email: academic7259 to examine/ investigate/explore/find out/compare …, …., and ….
@hotmail.com กําหนดรูปแบบตัวอักษรตนฉบับ จัดพิมพดวย 2. วธิ กี ารวจิ ยั เปน การนาํ เสนอขอ มลู เกยี่ วกบั รปู แบบการวจิ ยั
โปรแกรม Microsoft Word ขนาดกระดาษ A4 แบบแนวต้ังใช ประชากร กลุมตัวอยาง เครื่องมือวิจัย และการรวบรวมขอมูล
ตวั อกั ษร TH SarabunPSK ขนาด 16 point (ยกเวน หวั ขอ ใหญ ตัวอยางการเขียน เชน The study was a quantitative/
ใช 18 point) และใสเลขหนาดานขวาลาง qualitative/documentary/survey/experimental research….
3. ผลการวิจัย เพื่อนําเสนอขอคนพบหรือผลวิจัยหลัก ๆ
การจดั ทาํ ชอื่ บทความและขอ มูลผูน พิ นธ ท่ีเปนคําตอบของงานวิจัย โดยนําเสนอเปนขอ ๆ ใหสอดคลองกับ
วตั ถปุ ระสงค ไมต อ งนาํ เสนอเกยี่ วกบั ขอ มลู ทวั่ ไปของประชากรหรอื
1. ชอื่ บทความ กลมุ ตวั อยา ง ยกเวน เปน งานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วกบั คณุ ลกั ษณะของประชากร
ใหใชภาษาเปนทางการ ความยาวไมเกิน 125 ตัวอักษร หรอื กลุม ตัวอยา งโดยตรง
ตัวอยา ง The result (s) was/were as follow: ..., …, and ....
ขนาด 18 point ดวยตัวอักษรหนา ชิดขอบดานซาย โดยท่ีช่ือ
บทความควรใหกระชับ ไมใชคําฟุมเฟอย สอดคลองกับเนื้อหาที่ The study revealed that ..., ..., and ...
ชดั เจน ตรงไปตรงมา ครอบคลมุ ประเดน็ ของเรอ่ื ง สอื่ สารถงึ เนอ้ื หา 4. สรุป เปนการสรุปผลการศึกษาท่ีเปนขอคนพบสําคัญ
ของเรอ่ื งทเ่ี จาะลกึ ไมก วา งเกนิ ไป มคี วามใหม นา สนใจ และควร พรอ มทงั้ อาจมขี อ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ เพอ่ื การนาํ งานวจิ ยั ไปใชป ระโยชน
สอดคลอ งกบั เวลาและสถานการณ เรยี งลําดบั ชอ่ื เรอ่ื งดังน้ี นาํ เสนอเฉพาะท่ีเห็นวาสาํ คัญเปนขอ ๆ
ตวั อยา ง The study suggested that …
1.1 ชือ่ ภาษาไทย
1.2 ชอื่ ภาษาองั กฤษ ขน้ึ ตน คาํ แรกดว ยตวั อกั ษรพมิ พใ หญ It was recommended that …
ในแตล ะคาํ ยกเวน preposition และ article 5. คําสาํ คัญ หรือ key words 3- 5 คํา หมายถึง คาํ หรือวลี
2. ขอมลู ผนู ิพนธ ท่แี สดงประเด็นหรอื สาระในระดับกวา งท่ีผูนิพนธกําหนดขนึ้ เพ่อื ใช
ใชตัวอกั ษรขนาด 14 point ประกอบดวย แทนเน้ือหาใจความสําคัญของงานวิจัย ใหงายตอการสืบคน ทําให
2.1 ชอ่ื และนามสกลุ จรงิ (first name and family name) ผูอานสามารถคัดเลือกบทความวิจัย หรือจัดกลุมเอกสารวิจัยตาม
โดยไมใสคํานําหนาช่ือ ใหเรียงลําดับความสําคัญช่ือแรกเปน ประเภทหรอื ใจความสาํ คญั ไดรวดเรว็ มีประสทิ ธภิ าพ
ผนู พิ นธห ลกั ตามดว ยชอ่ื ผนู พิ นธล าํ ดบั รองจนครบ และใสต วั เลข
96 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022
2. บทนํา 7. สรุปผล
ความยาวประมาณ 1 หนา ครงึ่ เปน การเสนอปญ หา เหตผุ ล การสรปุ ผลวจิ ยั ตอ งไดอ งคค วามรใู หม โดยทผี่ เู ขยี นตอ งสรปุ
หรือท่ีมาของงานวิจัย มีขอมูลทุติยภูมิท่ีช้ีใหเห็นปญหา โดยอาจ เน้ือหาประเด็นและสาระสําคัญหรือขอคนของงานวิจัยส้ัน ๆ ดวย
ยกสถานการณม าประกอบเหตผุ ลของการนาํ มาแกไ ขปญ หานน้ั ๆ ภาษาที่ชัดเจนและรัดกุม วาตอบโจทยวัตถุประสงค หรือท่ีมาของ
และเนน เหตผุ ลทศี่ กึ ษาเพอ่ื นาํ เขา สกู ารศกึ ษาใหไ ดผ ลเพอ่ื แกป ญ หา ปญ หา หรอื สมมุตฐิ าน หรือคาํ ถามการวิจยั หรอื ไมอ ยา งไร
การวจิ ัยหรอื ตอบคาํ ถามท่ตี ้งั ไว 8. ขอเสนอแนะ
3. วัตถปุ ระสงค
ความยาวประมาณครง่ึ หนา เปน การเขยี นเพอื่ ใหข อ มลู คาํ แนะนาํ
ระบเุ ปน ขอ แนวทาง หรือวิธีการใด ๆ แกผูเก่ียวของ เพื่อนําไปใชประโยชน
4. ระเบยี บวธิ ีการวจิ ัย ในดานตาง ๆ อาทิ การพัฒนา การปรับปรุง การเปล่ียนแปลง หรือ
เพิม่ ประสทิ ธิภาพการดาํ เนินการ ซง่ึ มหี ลักการเขยี น 2 ประการคอื
ความยาวประมาณ 1 หนา ครงึ่ อธบิ ายวธิ กี ารวจิ ยั ระยะเวลา (1) ขอเสนอแนะจากผลการวิจัย โดยอาจเสนอแนะในเชิงนโยบาย
การศกึ ษา พน้ื ที่ แหลง ทมี่ าของขอ มลู ประชากรและกลมุ ตวั อยา ง หรอื ในเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารกไ็ ด (2) ขอ เสนอแนะสาํ หรบั การวจิ ยั ครงั้ ตอ ไป
เคร่ืองมือในการวิจัย การรวบรวมขอมูล การวิเคราะหขอมูล เพื่อใหผูอื่นที่สนใจในหัวขอใกลเคียงกันสามารถนําไปศึกษาวิจัย
การใชสถิติ และนิยาม (กรณจี าํ เปน ตองมี) เพม่ิ เตมิ ในอนาคต เชน ขยายขอบเขตกรวจิ ยั เพมิ่ ตวั แปร หรอื ศกึ ษา
5. ผลการศกึ ษา ประชากรในกลมุ อนื่ หรือการศึกษาเปรียบเทียบ เปนตน
9. เอกสารอางองิ แบบ Vancouver
ความยาวประมาณ 5 หนา ครงึ่ อธบิ ายสง่ิ ทไี่ ดจ ากการวจิ ยั
โดยเสนอหลกั ฐาน และขอ มลู อยา งเปน ระเบยี บ ไมซ บั ซอ น บรรยาย การอางอิงไมควรเกิน 20 อางอิง ผูนิพนธตองมีการคนควา
เปนรอยแกว มลี ําดบั การนําเสนอผลการศึกษาตามวตั ถุประสงค รวบรวมสารสนเทศจากแหลงตาง ๆ โดยเฉพาะวารสาร เอกสาร
ที่ต้งั ไวดวยภาษาท่เี ขาใจงาย หากมตี ัวเลขและตวั แปรมากควรใช ที่มีความสําคัญจริง ๆ เปนการนํารายการอางอิงจากทายบทความ
ตารางหรือรูป โดยใหอธิบายความหมายของผลท่ีคนพบหรือ ใสเชิงอรรถอางอิงท้ังหมดตามที่ปรากฏในเนื้อเร่ือง มารวบรวม
วิเคราะหขอมูลสําคัญท่ีตองการนําเสนอ อาจมีการอภิปรายผล เขยี นไวท่ีทายบทความโดยเรียงลาํ ดับและตอ งสอดคลองกบั ลําดบั ท่ี
ไปพรอมกันได โดยท่ีชื่อตาราง ใหอยูบนตาราง และชื่อรูปใหอยู ในรายการอา งอิงทายบทความ
ใตรปู ทัง้ น้ี จาํ นวนตารางและรูปรวมกนั ไมควรเกิน 5 ภาพ
6. อภปิ รายผล การเขียนบทความวิชาการ
ความยาวประมาณ 1 หนาคร่ึง เปนการแปรผลขอคนพบ เปน ขอ เขยี นเชงิ สาระทผ่ี เู ขยี นตงั้ ใจหยบิ ยกประเดน็ ใดประเดน็ หนง่ึ
จากผลการศึกษาในลักษณะการตีความและประเมินผลการวิจัย หรือปรากฏการณทีเ่ กดิ ขึ้นในแวดวงวิชาการ วชิ าชพี เพือ่ วิเคราะห
เพ่ือยืนยันผลท่ีไดวานาเช่ือถือ ถูกตอง เปนจริงหรือไม อยางไร หรือวิพากษหรือมีทัศนะหรือใหแนวคิดใหม ใหผูอานทราบหรือ
ทาํ ไมผลจงึ เปน อยา งน้ี และเขยี นอภปิ รายโดยอาศยั แนวคดิ ทฤษฎี ปรบั เปลยี่ นแนวคดิ ความเชอ่ื มาสแู นวคดิ ของผเู ขยี น โดยเนน การให
และผลการวิจัยคนอ่ืนเพ่ือชี้ใหเห็นวาผลวิจัยไปสอดคลองหรือ ขอ มลู ความรเู ปน สาํ คญั และตอ งมขี อ มลู ทางวชิ าการ เอกสารอา งองิ
ขัดแยงกับผลการวิจัยของผูอ่ืนอยางไร สอดคลองในประเด็นใด และเหตผุ ลทพี่ สิ จู นไ ด เพอ่ื สรา งความนา เชอื่ ถอื ใหแ กผ อู า น ประกอบดว ย
ขัดแยงประเด็นใดซ่ึงตองหาสาเหตุหรือเหตุผลมาอธิบาย ทําไม 1. บทนาํ
จึงเปนเชนน้ัน ซ่ึงหลักการเขียนที่สําคัญมี 4 - 5 ประการคือ
(1) ศึกษาอะไร เพ่ือบอกวัตถุประสงคหรือสมมุติฐานใหทราบ เปน สว นทจ่ี งู ใจผอู า นใหเ กดิ ความสนใจ อาจกลา วถงึ วตั ถปุ ระสงค
(2) ผลท่ีไดรับเปนอยางไร เพ่ือบอกขอคนพบวาเจออะไรบาง ของการเขียน หรือบอกท่ีมาของการเขียน และระบุขอบเขตของ
(3) เปนเพราะอะไร เพ่ือใหเหตุผลวาเกิดขึ้นไดอยางไร ทําไมจึง บทความนั้น ๆ เพื่อใหผูอานไมคาดหวังเกินขอบเขตท่ีกําหนดไว
เปนเชนนั้น (4) สอดคลองกับใคร เพ่ือบอกวาขอคนพบน้ีมีใคร ซงึ่ จะชว ยในการปพู น้ื ฐานหรอื กรอบแนวคดิ ใหผ อู า นเขา ใจเนอื้ หาสาระ
ท่ีทําวิจัยแลวพบในลักษณะเดียวกันบางหรือขัดแยงกับใครบาง ของบทความที่จะนาํ เสนอ (ไมตอ งเขียน “บทนํา”)
(5) มขี อ จาํ กดั หรอื ไม (ถา ม)ี เพอ่ื ใหผ อู า นตดั สนิ ใจเรอ่ื งความเทยี่ งตรง 2. เนื้อเร่อื ง
(validity) ของผลวจิ ยั และขอ จาํ กดั ทจี่ ะนาํ ไปสกู ารใหข อ เสนอแนะ
เพื่อการวิจัยครั้งตอ ไปและการนําผลวจิ ัยไปใช เปนการนําเสนอขอมูลเนื้อหาสาระที่เขาใจงายและรวดเร็ว
การนาํ เสนอเนอื้ เรอ่ื งอาจแบง เปน ประเดน็ หรอื หวั ขอ ยอ ย หรอื ลาํ ดบั
Tips: การเขียนใหนาอาน ควรเขียนเปนลําดับขั้นตอน เหตกุ ารณต ามความเหมาะสมของบทความนนั้ ๆ อาจมกี ารวเิ คราะห
เพ่อื ใหผ อู านเขาใจงาย ดังน้ี วพิ ากษ วจิ ารณด วยขอมูลอางอิงท่นี าเชือ่ ถอื
3. บทสรปุ
1. ไมค วรอภปิ รายผลจากการวจิ ยั ทง้ั หมด แตค วรเลอื กเฉพาะ
ประเดน็ สาํ คญั หรอื สงิ่ ทเี่ ราสนใจในแตล ะประเดน็ เพอ่ื อภปิ รายผล ใหเ ขยี นหวั ขอ “บทสรปุ ” โดยเปน การสรปุ ประเดน็ สาํ คญั ของ
เชิงลกึ ในแตละดาน บทความอยา งสน้ั ๆ ทา ยบท ซง่ึ อาจบอกถงึ ผลลพั ธว า สงิ่ ทก่ี ลา วมา
มคี วามสาํ คญั อยา งไร จะนาํ ไปใชอ ะไรไดบ า ง จะทาํ ใหเ กดิ อะไรตอ ไป
2. ควรเรมิ่ ตน อภปิ รายดว ยผลการวจิ ยั เชงิ ปรมิ าณ ตามดว ย หรอื อาจตงั้ ประเดน็ คาํ ถามหรอื ประเดน็ ทง้ิ ทา ยเพอื่ กระตนุ ใหผ อู า น
เชิงคณุ ภาพ ไดแสวงหาความรู หรือคดิ คน พฒั นาเร่ืองน้นั ตอ ไป
4. เอกสารอางอิงแบบ Vancouver
3. ควรใหเหตุผลรอยเรียงกันไปและอางอิงงานวิจัยของ
คนอนื่ อยางนอย 3 คน ในแตล ะประเด็น
วารสารอาหารและยา ปที่ 29 ฉบับที่ 1: มกราคม - เมษายน 2565 97
คำแนะนำการเขียนเอกสารอางองิ แบบ Vancouver
การเขียนอางอิงเอกสาร เปนสิ่งที่แสดงถึงหลักฐานความ 2. การอางองิ ทา ยเลม หรือบรรณานกุ รม
นาเช่ือถือของผลงาน และแหลงความรูที่สามารถสืบคนเพ่ือ เปน การนาํ รายการทอ่ี า งองิ ในเนอื้ หา มารวบรวมไวใ นสว นทา ย
ตรวจสอบความถูกตองและคนควาเพิ่มเติม เพื่อเพ่ิมพูนความรู
ความเขาใจ และการศึกษาตอยอดในเร่ืองที่อางอิงน้ัน ๆ ซึ่ง ของบทความภายใตหัวขอเอกสารอางอิง เรียงตัวเลขเปนลําดับ
บทความในวารสารอาหารและยา เปน วารสารทางการแพทยแ ละ 1, 2, 3, .... ชิดขอบซาย โดยที่ตัวเลขตองตรงตามลําดับการอางอิง
วทิ ยาศาสตรก ารแพทย จงึ กาํ หนดใหใ ชก ารอา งองิ แบบ Vancouver ในเน้ือหา ซ่ึงการเขียนเอกสารอางอิงจะมีความแตกตางกันตาม
เน่ืองจากเปนท่ียอมรับจากคณะกรรมการบรรณาธิการวารสาร ประเภทของเอกสารท่ีนํามาอางอิง เชน หนังสือ บทความวารสาร
ทางการแพทยนานาชาติ (International Committee of เอกสารจากอนิ เตอรเ น็ต
Medical Journal Editors: ICMJE) โดยมีรูปแบบการเขียน
เอกสารอางอิง 2 สวน คือ การอางอิงในเน้ือหาหรือเชิงอรรถ หลักการทวั่ ไปของการเขียนเอกสารอา งอิง
และการอางอิงทายเลม
1. อางองิ ในเนื้อหาหรือเชิงอรรถ (in-text citation) 1. ช่อื ผูเขียน (authors)
ชอื่ ผเู ขยี นคนไทย ใหใ ชช อื่ ตามดว ยนามสกลุ สว นภาษาองั กฤษ
เม่ือนําขอมูลผลงานของบุคคลอ่ืนมาอางอิงในผลงานวิจัย
หรอื ผลงานวชิ าการ การเขยี นใหใ สต วั เลขตามลาํ ดบั ของการอา งองิ ใหใ ชน ามสกลุ ขน้ึ ตน (family name) ตามดว ยอกั ษรยอ ชอื่ ตน ตวั แรก
ยกข้ึน (superscript) หลังขอความหรือชื่อผูเขียน และใชเลข (first name) และอกั ษรยอ ชอ่ื กลาง (ถา ม)ี กรณผี เู ขยี นเปน นติ บิ คุ คล
ลําดับเดิมเม่ืออางองิ ซ้าํ ทุกครง้ั โดยมวี ิธีอางองิ ไดแก เชน หนว ยงาน องคก ร สถาบนั ใหใ สช อื่ หนว ยงาน ตามดว ยหนว ยงาน
รองตามลําดับ (ถามี) โดยมีเครื่องหมายมหภาคภาคคั่น (.) เชน
1.1 การอา งองิ เนน ผเู ขยี น ใหใ สห มายเลขลาํ ดบั การอา งองิ สํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. กองยา.
หลังชอื่ ผเู ขียนเจา ของผลงาน 2. ช่ือเรือ่ ง (title)
ตัวอยาง จากการศึกษาของ Mitsu และ Appavu1 2.1 ชอื่ เรอ่ื งภาษาองั กฤษ อกั ษรตวั แรกใหใ ชต วั อกั ษรพมิ พใ หญ
และ AHSP2 กลา ววา การขาดความรแู ละการฝก ทกั ษะอาจนาํ ไปสู นอกนั้นใชตวั พมิ พเ ลก็ ยกเวนเปน ชอื่ เฉพาะ เชน ชือ่ คน ชอ่ื ประเทศ
การเกดิ ความคลาดเคลือ่ นทางยาได ชือ่ เมือง ช่ือสารเคมี
1.2 การอา งองิ เนน เนอื้ หา ใหใ สห มายเลขลาํ ดบั การอา งองิ 2.2 กรณมี ชี อ่ื เรอื่ งยอ ย ใหใ ชเ ครอ่ื งหมายทวภิ าค (:) หลงั ชอื่ หลกั
หลังขอ ความ และเวน 1 ตัวอักษร
3. ครัง้ ที่พมิ พ (edition) ของหนังสือ
1) อางองิ รายการเดียว
ตวั อยาง เชอื้ P. aeruginosa เปน แบคทเี รยี แกรมลบ ใสเ ฉพาะการจดั พมิ พต งั้ แตค รง้ั ท่ี 2 เปน ตน ไป โดยใสต อ จาก
รูปแทง ไมสรางสปอร และเคล่ือนที่ได พบทั่วไปในส่ิงแวดลอม ชอื่ เรอื่ ง ตามดว ยเครอ่ื งหมายมหภาค (.) และเวน 1 ตวั อกั ษร ตวั อยา ง
ดิน นา้ํ อจุ จาระ และบนพื้นผวิ วสั ดุอนิ ทรียท่สี มั ผัสนํ้า1 พมิ พค รัง้ ท่ี 2. หรือ 2nd ed.
2) อางอิงหลายรายการพรอมกัน กรณีที่เลขลําดับ 4. สถานทพ่ี มิ พ หรอื สาํ นกั พมิ พข องหนงั สอื (place or publisher)
การอางอิงเปนลําดับที่ตอเน่ืองกันใหใชเคร่ืองหมายยติภังค (-)
คั่นระหวางตัวเลข แตหากลําดับไมตอเนื่องกันใหใชเครื่องหมาย 4.1 มีรูปแบบคือ ชื่อจังหวัดหรือช่ือเมือง: สถานท่ีพิมพ;
จลุ ภาค (,) คั่นระหวา งตัวเลขโดยไมต อ งเวน ชองวาง ปท พี่ มิ พ ตวั อยา ง กรงุ เทพฯ: บอรน ทู บ;ี 2563. ทงั้ นี้ กรณหี นงั สอื
ตัวอยา ง องคการอนามัยโลกไดเล็งเห็นถึงวิกฤตของ ภาษาองั กฤษทม่ี ชี อ่ื เมอื งไมเ ปน ทรี่ จู กั แพรห ลายใหร ะบชุ อื่ รฐั กาํ กบั ไว
ปญ หาของคณุ ภาพยาเพราะพบวา ยาทมี่ คี ณุ ภาพตาํ่ กวา มาตรฐาน ในวงเลบ็ ดวย เชน St Louis (MO) Mosby; 2020.
พบไดท่ัวโลก แมในประเทศที่พัฒนาแลว โดยผลสํารวจของ
องคการอนามัยโลกพบปญหาคุณภาพยาทั่วโลกรอยละ 10 โดย 4.2 ใหต ดั คาํ ประกอบอนื่ ในชอื่ สาํ นกั พมิ พอ อก เชน หา งหนุ สว น
รอ ยละ 50 พบในทวีปเอเชยี และทวปี แอฟริกา1-2 จาํ กดั บรษิ ทั จาํ กดั Publisher, Limited (Ltd.), Co., Incorporated
ตวั อยาง สาเหตุของการใชไ นเตรทท่ีพบจากตวั อยาง (Inc.), and company, and sons ออก
สถานทใ่ี นการสมุ เกบ็ ตวั อยา งเนอื่ งจากเปน สถานทท่ี มี่ กี ารจาํ หนา ย
อยูเปนประจํา ผูจัดจําหนายผลิตภัณฑจะรับผลิตภัณฑเน้ือสัตว 4.3 กรณีเปนหนวยงานหรือสถาบันเปนผูจัดพิมพ ใหใชช่ือ
แปรรูปมาจากพอ คาคนกลางอีกที ดังนน้ั เพื่อเปน การลดคา ขนสง หนวยงานรอง ตามดวยหนวยงานใหญ โดยเวน 1 ตัวอักษร เชน
และสามารถเก็บไวไดนาน จึงตองมีการใสในไตรทยืดอายุของ นนทบุรี: กองยุทธศาสตรและแผนงาน สํานักงานคณะกรรมการ
ผลติ ภณั ฑ โดยไนเตรทจะเขา ไปชะลอการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั่ อาหารและยา; 2563.
ของไขมันและยังมีสวนชวยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของ
เชอื้ โรคตา ง ๆ อกี ทง้ั ยงั ชว ยในการตรงึ สหี รอื ทาํ ใหส เี กดิ ความเสถยี ร 4.4 หากไมปรากฏสถานท่ีพิมพ ใหใช [place unknown
เพ่ือใหผลิตภัณฑมีความนารับประทานอีกดวย โดยจะเติมลงใน หรือไมปรากฏสถานท่ีพิมพ]
ผลติ ภณั ฑเ นอื้ สตั วแ ปรรปู ประเภทกลมุ เนอื้ หมกั ตา ง ๆ เชน แฮม 5. ปท่ีพมิ พ (year)
และแหนม เปนตน2,9
ใหใ สต วั เลขป พ.ศ. หรอื ป ค.ศ. ตามดว ยเครอื่ งหมายมหพั ภาค (.)
6. เลขหนา (page)
เลขหนาของบทความวารสาร บทใดบทหน่ึงในหนังสือ หรือ
เอกสารประกอบการประชุม ใหใสตัวเลขหนาแรก-หนาสุดทาย
โดยใชตัวเต็มสําหรับหนาแรก และตัดตัวเลขซํ้าออกสําหรับหนา
สุดทาย เชน หนา 2536-49
98 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Vol. 29 No. 1: JANUARY - APRIL 2022