1
แผนการจัดการเรยี นรู้
แบบฐานสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหัส 20000-1401 วชิ า คณิตศาสตร์พื้นฐานอาชีพ
หลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ปวช.)
ประเภทวิชา ชา่ งอตุ สาหกรรม /พาณิชยกรรม
จัดทาํ โดย
นายธนวิน สายนาค
แผนกวิชาสามัญสมั พนั ธ์
วทิ ยาลัยการอาชีพขุนหาญ
สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากระทรวงศกึ ษาธิการ
2
คาํ นาํ
พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทไ่ี ดป้ ระกาศใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2542 เปน็ ต้นมา
ได้เนน้ ให้ครู-อาจารยแ์ ละผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายจดั การเรียนการสอนโดยเนน้ ผู้เรียนสําคญั ท่ีสดุ ซึง่ กจิ กรรมการ
เรียนการสอนที่จดั ควรมลี ักษณะสําคญั ดังนี้
1. ผูเ้ รียนได้เรียนร้จู ากการปฏบิ ัตจิ ริง
2. ผู้เรยี นมโี อกาสเลอื กเรียนรู้ในส่งิ ทีต่ นถนดั และสนใจ
3. ผู้เรยี นไดม้ โี อกาสแสวงหาความรูแ้ ละสรา้ งองค์ความรู้ด้วยตัวเอง
4. ผูเ้ รียนไดม้ ีโอกาสที่จะนาํ ความรูไ้ ปปฏบิ ตั ิใช้จริงในชีวติ ประจาํ วนั
5. ผู้เรียนมสี ว่ นร่วมในการประเมินผลการเรียนร้ขู องตนเอง
บริษทั สํานกั พิมพ์เอมพนั ธ์ จํากดั ไดต้ ระหนกั ถึงภารกจิ ของครูอาจารย์ ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ให้สอดคล้องกับพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ ดว้ ยการบรู ณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ไวใ้ นรายวิชา และในการคดิ กิจกรรมที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ของนกั เรยี นตาม
พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาตใิ ห้เป็นรปู ธรรมจึงได้จัดทําสิ่งอํานวยความสะดวกให้แก่ครูอาจารย์เป็น คมู่ อื
ครเู พอ่ื ประกอบหนงั สือเรียนวิชา
คณติ ศาสตร์พน้ื ฐานอาชพี รหสั 20000-1401 (2-0-2) ซึ่งประกอบด้วย
1.จดุ ประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคาํ อธิบายรายวชิ า
2.ลักษณะรายวิชา
3.ตารางวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร
4.กําหนดการสอนท่ีบรู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
5.แผนการจัดการเรยี นรทู้ ีบ่ ูรณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
บริษัท สาํ นักพิมพ์เอมพันธ์ จาํ กดั หวังว่าคูม่ ือครูเลม่ น้ีคงเปน็ ประโยชนแ์ กค่ รู-อาจารย์ไดใ้ ชเ้ ป็นแนวทาง
ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ต่อไป
(นายธนวนิ สายนาค)
ผูจ้ ัดทํา
3
สารบัญ
จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคําอธบิ ายรายวิชา
ลักษณะรายวชิ า
ตารางวเิ คราะหห์ ลักสตู ร
กาํ หนดการสอนทบี่ ูรณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่บี ูรณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 14
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 15
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 17
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 18
รายการตรวจสอบและอนญุ าตให้ใช้
ภาคผนวก
ก ตัวอยา่ งแบบประเมนิ ด้วยแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
ข ตวั อย่างแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ านรายบคุ คล
ค ตัวอยา่ งแบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
ง ตวั อย่างแบบประเมินการนาํ เสนอผลงานรายบุคคล
จ ตัวอย่างแบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ฉ ตัวอย่างแบบรวมคะแนนการประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ช ตวั อย่างแบบสรุปผลการประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ซ วธิ กี ารใช้แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
4
รหสั 20000-1401 2-0-2 ตารางวเิ คราะหห์ ลกั สูตร
ช้นั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ
วชิ า คณติ ศาสตร์พืน้ ฐานอาชีพ
พฤติกรรม หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง กลุม่ วิชาคณิตศาสตร์
พทุ ธพิ ิสยั (50%)
ความรู้
ชืÉอหน่วย ความเ ้ขาใจ
การนําไปใ ้ช
การ ิวเคราะ ์ห
การ ัสงเคราะ ์ห
การประเ ิมน
ัทกษะ ิพ ัสย (25%)
จิต ิพ ัสย (25%)
รวม
ํลาดับความ ํสาคัญ
จํานวน ั่ชวโมง
1. สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 1112 22 9 4
6
2.ระบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปร 1111 3 3 10 6
4
3.ความรู้เบื้องต้นทางสถติ ิ 1112 22 9 4
4
4.การแจกแจงความถ่ีของข้อมลู 1111 3 3 10 4
2
5.การวดั แนวโนม้ เข้าสู่ สว่ นกลาง 1111 3 3 10 2
6. การวดั ตําแหนง่ ของข้อมูล 1 1 1 1 1 1 3 3 12 36
7.การวดั การกระจายของข้อมูล 11111 2 2 9
สอบกลางภาค
สอบปลายภาค
รวม 1 1 1 1 4 3 25 25 10
0 0 0 3 0
ลําดบั ความสาํ คญั
หมายเหตุ การสอบกลางภาคเรียน/ ปลายภาคเรียนน้ันขนึ้ อยู่กับวิทยาลยั หรอื อาจารยผ์ ้สู อน
40
9.ผู้เรยี นทําแบบฝกึ หดั ระหว่างเรยี น
10.ครเู น้นให้ผ้เู รยี นนอ้ มนําหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการฝึกปฏิบัตใิ นเร่ืองของความรบั ผิดชอบ ความ
อดทน ความเพยี รพยายาม ความมสี ติ ความมีปัญญาในการนาํ ไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั เพอ่ื ให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ นอกจากน้ียงั
สามารถนําความรูท้ ่ีไดร้ บั กลับไปประกอบอาชพี ไดอ้ ย่างพอเพียงอีกดว้ ย
ข้ันสรุปและการประยุกต์
11.ผู้เรยี นสรุปการแกร้ ะบบสมการเชงิ เส้นสองตวั แปรโดยวิธีขจัดตัวแปร และโจทยร์ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร
โดยการคํานวณหาคาํ ตอบในลักษณะตา่ งๆ ท่กี าํ หนดให้ โดยการแกร้ ะบบสมการเชงิ เส้นสองตัวแปร 11.1 วาด
กราฟ
11.2 วิธีการแทนคา่
11.3 วิธกี ารขจัดตัวแปร
12.ทํากจิ กรรม แบบฝกึ หดั ระหว่างเรยี น และทาํ แบบประเมินผลการเรยี นรู้
สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนังสือเรียน วชิ าคณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐานอาชพี
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ , Power Point
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตัวอยา่ งการคํานวณ
หลักฐาน
1.บันทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอื่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน
41
การวัดผลและการประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
3 ตรวจกิจกรรม และแบบฝกึ หดั ระหว่างเรยี น
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
5. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
3. แบบประเมนิ กิจกรรม และแบบฝกึ หัดระหวา่ งเรียน
4. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผเู้ รยี นรว่ มกันประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. ตอบคาํ ถามในกิจกรรม และแบบฝึกหัดระหว่างเรียนจงึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑ์การประเมนิ มีเกณฑ์ 4 ระดับ คอื 4= ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ มีเกณฑ์ผ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู บั การประเมนิ ตาม
สภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทบทวน และฝึกทกั ษะ
1.การแกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปรโดยวิธขี จัดตวั แปร
2.โจทยร์ ะบบสมการเชิงเส้นสองตวั แปร
42
บนั ทกึ หลังการสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาทพ่ี บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
43
แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 6 หน่วยที่ 3
รหัสวิชา 20000-1401 คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐานอาชพี 2-0-2 สอนครง้ั ท่ี 6 (11-2)
ช่ือหน่วย/เรือ่ ง ความร้เู บอื้ งต้นทางสถิติ จาํ นวน 2 ช.ม.
แนวคดิ
สถิติ หมายถงึ ศาสตรท์ เ่ี ป็นทั้งวิทยาศาสตร์และศลิ ป์ทวี่ ่าด้วยการศกึ ษาเกย่ี วกบั ขอ้ มูล
ขอ้ มูลสถติ ิ หมายถึง ขอ้ มลู ทีต่ อ้ งมีจํานวนมากพอทจ่ี ะแสดงถึงลกั ษณะของกลุม่ หรอื สว่ นรวม สามารถนําไปใชใ้ นการ
เปรยี บเทยี บหรือตคี วามหมายได้
ระเบียบวธิ ีทางสถิติ ไดแ้ ก่ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การนาํ เสนอขอ้ มลู การวเิ คราะห์ขอ้ มลู และการแปลความหมาย
ข้อมูล การเกบ็ รวบรวมข้อมลู โดยทัว่ ไปแบ่งตามลกั ษณะของวธิ ีการทีต่ ้องปฏบิ ัต เชน่ ทะเบียนประวตั กิ ารสาํ รวจ การทดลอง
และการสังเกต
การนาํ เสนอขอ้ มลู เปน็ การนําขอ้ มลู ทีได้รับจากการเก็บรวบรวมข้อมูลมาเผยแพร่ แสดงใหผ้ ู้สนใจทราบเพือ่ ให้
ผู้เก่ยี วขอ้ งสามารถทําความเขา้ ใจเกีย่ วกับขอ้ มลู หรอื นําไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้สะดวกและรวดเร็วยง่ิ ขนึ้ การนําเสนอข้อมลู แบ่ง
ออกเปน็ 2 แบบ คอื การนาํ เสนอข้อมูลอยา่ งไมเ่ ปน็ แบบแผนและการนําเสนอขอ้ มลู อย่างเปน็ แบบแผน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.บอกความหมายของสถติ ไิ ด้
2.บอกความหมายของขอ้ มลู และขอ้ มูลสถติ ไิ ด้
3.อธิบายประเภทและแหลง่ ของข้อมูลทางสถิตไิ ด้
4.อธบิ ายความหมายระเบยี บวิธีทางสถิตไิ ด้
5.มีการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผสู้ าํ เรจ็ การศกึ ษาสาํ นกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเร่อื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 5.7 ความสนใจใฝร่ ู้
5.2 ความมวี ินัย 5.8 การละเว้นสงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.3 ความรบั ผิดชอบ 5.9 ความรักสามคั คี
5.4 ความซือ่ สัตยส์ ุจรติ 5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
5.5 ความเชอื่ มนั่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
สมรรถนะรายวิชา
1.ประยุกตค์ วามรเู้ กีย่ วกบั สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปร ไปใชใ้ นสถานการณ์หรือปัญหา
ทก่ี าํ หนด
2.สร้างตารางแจกแจงความถ่ี กราฟหรอื แผนภมู ิ และตีความหมาย หรือวิเคราะห์ขอ้ มลู จากตาราง กราฟ หรือแผนภมู ิ
3.เลือกใชค้ ่าเฉลย่ี เลขคณติ มัธยฐาน และฐานนยิ มให้เหมาะสม กบั ข้อมลู
4.วดั ตําแหนง่ ทข่ี องข้อมลู โดยใชเ้ ปอร์เซ็นไทล์
5.วดั การกระจายของข้อมลู โดยใชพ้ ิสัย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน สมั ประสิทธข์ิ องพสิ ยั และสมั ประสิทธ์ิของการแปรผัน
44
สมรรถนะรายหนว่ ย
จดั หมวดหมขู่ อ้ มลู ตามประเภทของขอ้ มลู
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของสถิติ
2. ขอ้ มูลและขอ้ มลู สถติ ิ
3.ระเบียบวธิ ที างสถติ ิ
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาํ เขา้ สูบ่ ทเรียน
1.ครสู นทนากับกบั ผู้เรยี นว่าสถติ ไิ ดเ้ ข้ามาเกยี่ วขอ้ งและมบี ทบาทในชวี ติ ประจาํ วนั ของเรามากยิง่ ข้นึ ปรากฏใหท้ ราบ
ตัวเลขสถติ ิอยูเ่ สมอ เชน่ กฬี าโอลมิ ปกิ 2016 คร้งั ท่ี 31 สถิติการเขา้ ศึกษาตอ่ ในระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ยอดขายบรษิ ัท
รถยนตใ์ นช่วง 2555 - 2560 จํานวนบณั ฑิตที่ว่างงานปี 2561 เปน็ ตน้
2.ครูและผ้เู รียนยกตัวอยา่ งโดยแสดงรูปภาพสถติ การจาํ หน่ายรถยนตข์ องบริษัทแหง่ หนงึ่
ขนั้ สอน
3.ครใู ช้เทคนิควธิ สี อนแบบใช้โสตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวิธสี อนทน่ี าํ
อปุ กรณ์โสตทัศน์วสั ดมุ าชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอน โสตทศั นว์ สั ดุดงั กลา่ ว ได้แก่ Power Point เพื่ออธบิ าย และ
สาธติ ความหมายของสถติ ิ
สถิติ ตามความหมายท่เี ป็นระเบยี บวธิ ที างสถติ ิสามารถแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ สถติ ิเชิงพรรณนา (Descriptive
Statistics) และสถิตเิ ชิงอนมุ าน (Inferential Statistics ซ่งึ การนาํ สถติ ิไปใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งเป็นสง่ิ จําเปน็ และมปี ระโยชนอ์ ยา่ งยิ่ง
4.ผเู้ รยี นศึกษาคน้ ควา้ หาตวั อยา่ งสถิติท้งั 2 ประเภท ไดแ้ ก่ สถิตเิ ชงิ พรรณนา และสถติ ิเชงิ อนมุ าน
5.ครูใช้เทคนคิ การจดั การเรยี นรู้แบบสาธติ (Demonstration Method) คือ กระบวนการทผ่ี สู้ อน หรอื บุคคลใด
บุคคลหน่งึ ใช้ในการช่วยใหผ้ ู้เรียนได้เกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงค์ โดยการแสดงหรือกระทําใหด้ ูเป็นตวั อย่างพรอ้ ม ๆ กบั การ
บอก อธบิ าย ใหผ้ เู้ รยี นได้เรียนรู้ ผเู้ รยี นจะเกิดการเรยี นร้จู ากการสังเกต กระบวนการขนั้ ตอนการสาธิตนนั้ แล้วให้ผ้เู รียน
ซักถาม อภิปราย และสรปุ การเรยี นรู้ที่ได้จากการสาธติ ข้อมลู และข้อมลู สถติ ิ
ขอ้ มลู (Data) หมายถึง ขอ้ เท็จจรงิ หรือข่าวสารตา่ งๆ ทีเ่ กบ็ รวบรวมเพอ่ื ศึกษาเรื่องใด เรอ่ื งหนึง่ ซง่ึ ขอ้ มูลอาจจะเปน็
ตวั เลขหรอื ไมเ่ ป็นตวั เลขก็ได้
ขอ้ มลู สถิติ (Statistical data) หมายถึง ข้อมลู ท่ีตอ้ งมีจํานวนมากทจ่ี ะแสดงถงึ ลักษณะของกล่มุ หรอื สว่ นรวมสามารถ
นําไปใช้เปรยี บเทยี บหรือตีความหมายได้ ข้อมลู เพยี งหนว่ ยเดยี ว ไมถ่ อื ว่าเป็นข้อมลู สถติ ิ เช่น
6.ผ้เู รยี นหาขอ้ มูลเรือ่ งใดเรอื่ งหนึง่ ท่ีได้รับมอบหมาย เพ่อื นาํ มาเปน็ ขอ้ มลู ทางสถิตติ ามท่ไี ด้ศึกษามาดังกล่าวขา้ งต้น
7.ครูใช้เทคนิควธิ ีสอนแบบใชโ้ สตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เปน็ วิธีสอนทนี่ ํา
อปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอน โสตทศั น์วัสดดุ งั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point โดยแสดงรูปภาพ
จากสอื่ Power Point เพือ่ อธิบายประเภทของขอ้ มูลทางสถิติ โดยทัว่ ไปข้อมลู ในทางสถติ แิ บง่ เปน็ 2 ประเภท คือ ข้อมลู เชงิ
ปรมิ าณ (Quantitative data) และขอ้ มลู เชิงคุณภาพ (Qualitative data)
สว่ นข้อมลู ในทางสถติ ิ แบ่งตามแหล่งทมี่ าของขอ้ มูลเป็น 2 ชนดิ คอื ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ และขอ้ มูลทตุ ยิ ภมู ิ
45
8.ผ้เู รียนหาข้อมูลเชิงคณุ ภาพ และขอ้ มูลเชิงปรมิ าณ และข้อมลู ปฐมภูม และขอ้ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ
9.ครใู ช้เทคนคิ การจัดการเรยี นรูแ้ บบสาธติ (Demonstration Method) คือ กระบวนการทผ่ี สู้ อน หรือบุคคลใด
บคุ คลหนึ่งใชใ้ นการชว่ ยให้ผูเ้ รยี นไดเ้ กิดการเรยี นรู้ตามวตั ถุประสงค์ โดยการแสดงหรอื กระทาํ ใหด้ ูเป็นตวั อยา่ งพร้อม ๆ กบั การ
บอก อธบิ าย ใหผ้ เู้ รยี นได้เรียนรู้ ผเู้ รยี นจะเกดิ การเรยี นรจู้ ากการสังเกต กระบวนการขนั้ ตอนการสาธิตนัน้ ๆ แลว้ ให้ผเู้ รยี น
ซกั ถาม อภิปราย และสรปุ การเรยี นร้ทู ี่ได้จากการสาธติ ในเรอื่ งระเบยี บวธิ ีทางสถิติ โดยสถติ มิ คี วามหมายที่เปน็ ทง้ั วทิ ยาศาสตร์
หรอื ศลิ ปที่วา่ ดว้ ยการดาํ เนนิ การทางสถติ ิท่ีเกยี่ วขอ้ งกับ ระเบยี บวธิ ีทางสถิติ โดยมขี ้ันตอนในการปฏบิ ตั ิ 4 ข้นั ตอน ดังน้ี
ขน้ั ที่ การเกบร็ วบรวมขอ้ มลู (Collection of data)
ข้นั ที่ การนาํ เสนอขอ้ มลู (Presentation of data)
ขนั้ ท่ี การวเิ คราะหข์ อ้ มลู (Analysis of data)
ข้นั ที่ การแปลความหมายข้อมลู (Interpretation of data)
10.ผเู้ รยี นดาํ เนนิ ตามระเบยี บวธิ ีทางสถิติ โดยกาํ หนดกรณศี กึ ษามาคนละ 1 เร่ืองแลว้ ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวิธที างสถิต
ทัง้ หมด 4 ขนั้ ตอน ดงั กลา่ วข้างตน้
11.ครูให้ความร้แู นวทางในการนําความรู้ไปประกอบอาชีพ เพอื่ สร้างงานใหเ้ กดิ กับตนเอง และสามารถช่วยพฒั นา
ความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบทได้ โดยนาํ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง อนั เปน็ ปรัชญาทช่ี ถี้ งึ แนวทางการปฏิบัตติ นของ
ประชาชนในทกุ ระดับ ตัง้ แตร่ ะดับครอบครัว ระดบั ชุมชน จนถึงระดบั รฐั ทง้ั ในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศใหด้ าํ เนนิ ไป
ในทางสายกลาง ไมฟ่ งุ้ เฟ้อ มเี หตผุ ลในการใชจ้ า่ ยเพ่ือการดาํ รงชีวิตอยา่ งมีสติ
12.ผู้เรียนยกตัวอย่างบคุ คลทป่ี ระสบความสําเร็จในด้านการประกอบอาชพี งานตา่ ง ๆ ท่ีมีชอ่ื เสยี ง
สามารถนํามาเปน็ ตัวอย่างที่ดไี ด้ โดยมีความพอเพียงคอื ร้จู ักพอประมาณ พออยู่ พอมี พอกนิ พอใช้ ประหยดั และไม่
เบียดเบยี นผูอ้ ื่น มาคนละ 1 ตัวอย่าง และเขยี นบรรยายส่งิ ทท่ี ําให้ไดเ้ รยี นรถู้ งึ ความรู้และคณุ ธรรมท่จี ะไดร้ บั จากการเรยี นและ
นาํ ไปประกอบอาชีพ รวมถึงการปฏิบตั ติ นอยา่ งพอเพียงของบุคคลนนั้
ข้ันสรปุ และการประยุกต์
13.ผเู้ รยี นสรุปความรูท้ ี่เรยี นมาทง้ั หมดในสปั ดาห์นี้ โดยการถามตอบเป็นรายบคุ คล
14.ผู้เรยี นทํากจิ กรรม และผเู้ รยี นทําแบบประเมินผลการเรียนรู้
สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1.หนังสอื เรียน วิชาคณติ ศาสตร์พนื้ ฐานอาชพี
2.รปู ภาพ
3.กิจกรรมการเรยี นการสอน
4.สือ่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจัดการเรยี นรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
3 ตรวจกิจกรรม และแบบฝกึ หัดระหวา่ งเรยี น
4. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
46
5. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. แบบประเมินกิจกรรม และแบบฝกึ หดั ระหวา่ งเรยี น
4. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผ้เู รียนร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรับปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. ตอบคําถามในกจิ กรรม และแบบฝกึ หดั ระหว่างเรียนจึงจะถือว่าผ่าน
เกณฑ์การประเมนิ มีเกณฑ์ 4 ระดับ คือ 4= ดมี าก, 3 = ดี, 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การประเมนิ ตาม
สภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
ทบทวนเนอ้ื หาตอ่ ไปน้
1. ความหมายของสถติ ิ
2. ขอ้ มูลและข้อมลู สถติ ิ
3.ระเบียบวิธที างสถติ ิ
47
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาทพี่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
48
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 7 หนว่ ยที่ 3
รหัสวชิ า 20000-1401 คณิตศาสตร์พื้นฐานอาชีพ 2-0-2 สอนครั้งที่ 7 (13-14)
ช่อื หน่วย/เรื่อง ความรู้เบ้ืองตน้ ทางสถิติ จํานวน 2 ช.ม.
แนวคดิ
สถติ ิ หมายถึง ศาสตรท์ เ่ี ป็นท้งั วทิ ยาศาสตร์และศลิ ปท์ ีว่ า่ ดว้ ยการศกึ ษาเกย่ี วกบั ข้อมูล
ขอ้ มูลสถติ ิ หมายถงึ ข้อมลู ทตี่ ้องมจี าํ นวนมากพอทจี่ ะแสดงถงึ ลกั ษณะของกล่มุ หรือส่วนรวม สามารถนาํ ไปใชใ้ นการ
เปรยี บเทยี บหรอื ตคี วามหมายได้
ระเบียบวิธที างสถติ ิ ไดแ้ ก่ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู การนําเสนอข้อมลู การวิเคราะห์ข้อมลู และการแปลความหมาย
ข้อมูล การเกบ็ รวบรวมข้อมลู โดยทัว่ ไปแบ่งตามลกั ษณะของวิธีการทีต่ อ้ งปฏิบตั เชน่ ทะเบยี นประวัตกิ ารสํารวจ การทดลอง
และการสังเกต
การนําเสนอข้อมลู เปน็ การนําข้อมลู ทีไดร้ ับจากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลมาเผยแพร่ แสดงใหผ้ สู้ นใจทราบเพื่อให้
ผู้เกยี่ วข้องสามารถทําความเข้าใจเกีย่ วกับข้อมลู หรอื นาํ ไปใช้ประโยชนไ์ ดส้ ะดวกและรวดเรว็ ยิ่งข้ึน การนําเสนอข้อมลู แบ่ง
ออกเปน็ 2 แบบ คือ การนําเสนอข้อมูลอยา่ งไมเ่ ปน็ แบบแผนและการนําเสนอขอ้ มลู อยา่ งเปน็ แบบแผน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
5.อธิบายวธิ ที ี่ใช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลได้
6.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผสู้ ําเรจ็ การศึกษาสํานกั งาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่ีครูสามารถสังเกตไดข้ ณะทําการสอนในเรอ่ื ง
6.1 ความมมี นษุ ยสมั พันธ์ 6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.2 ความมีวนิ ยั 6.8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนนั
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ 6.9 ความรกั สามคั คี
6.4 ความซือ่ สตั ยส์ ุจรติ 6.10 ความกตญั ญกู ตเวที
6.5 ความเชื่อม่ันในตนเอง
6.6 การประหยดั
สมรรถนะรายวชิ า
1.ประยกุ ตค์ วามรเู้ ก่ียวกับสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร ไปใชใ้ นสถานการณ์หรือปญั หา
ที่กาํ หนด
2.สรา้ งตารางแจกแจงความถ่ี กราฟหรือแผนภมู ิ และตีความหมาย หรอื วิเคราะหข์ ้อมลู จากตาราง กราฟ หรือแผนภมู ิ
3.เลือกใชค้ ่าเฉลย่ี เลขคณติ มธั ยฐาน และฐานนยิ มใหเ้ หมาะสม กับขอ้ มลู
4.วดั ตาํ แหนง่ ท่ีของขอ้ มลู โดยใช้เปอร์เซน็ ไทล์
5.วดั การกระจายของข้อมูลโดยใชพ้ สิ ยั ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน สมั ประสทิ ธิ์ของพิสัย และสมั ประสิทธข์ิ องการแปรผนั
สมรรถนะรายหน่วย
จัดหมวดหมขู่ อ้ มลู ตามประเภทของข้อมลู
สาระการเรียนรู้
4.การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
49
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นําเข้าสูบ่ ทเรียน
1.ครแู ละผเู้ รียนสนทนาวา่ สถิตมิ ีประโยชน์อยา่ งกว้างขวางในดา้ นตา่ งๆ เช่น เศรษฐกจิ ธุรกิจ การศึกษา การเกษตร
อตุ สาหกรรม เปน็ ตน้ โดยทว่ั ไปจําเป็นตอ้ งใช้ขอ้ มูลสถิติและระเบียบวธิ ที างสถิตชิ ่วยในการวางแผน การตดั สนิ ใจและกาํ หนด
นโยบายตา่ งๆ ใหเ้ ปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ดงั น้นั สถติ ิจึงจัดเป็นวิชาทีเ่ ข้าไปมสี ่วนสาํ คญั ในความสําเรจ็ ของงานด้านต่างๆ
อย่างยิ่ง
2.ครแู ละผ้เู รยี นอภิปรายรว่ มกนั วา่ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู นัน้ ก่อนทจี่ ะลงมือเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เราตอ้ งพิจารณา
ประเภทและ ลักษณะของข้อมูลทจ่ี ะใชเ้ สียก่อนว่า ขอ้ มูลทจ่ี ะใชน้ ้นั จะตอ้ งเก็บจากหนว่ ยทเี่ ราต้องการศึกษา ซึ่งเรียกวา่ ข้อมลู
ปฐมภมู ิ หรือข้อมลู ประเภททีเ่ ราไมจ่ ําเปน็ ตอ้ งไปเก็บรวบรวมด้วยตนเองเพราะมีข้อมลู รวบรวมอยู่แลว้ เปน็ ขอ้ มลู ทุติยภูมิ เชน่
ถา้ เราตอ้ งการทราบรายไดเ้ ฉลย่ี ของคนงานในโรงงาน แปรรปูอาหารทะเลของบรษทิ ั มหาชยั จาํ กดั อาจจะได้ขอ้ มูลโดยการ
สอบถามจากคนงานโรงงานนน้ั โดยตรงเลย ข้อมูลทไ่ี ดน้ ั้นคอื ขอ้ มลู ปฐมภูมิ แต่บางครง้ั อาจจะขอข้อมลู รายไดน้ ้ีจากแผนก
การเงนิ ของโรงงาน เราก็อาจจะทราบไดเ้ ช่นกนั ข้อมลู ทไี่ ดน้ ้ีเรยี กวา่ ขอ้ มูลทุติยภมู ิ ทาํ ให้เราประหยดั เวลา ค่าใช้จา่ ย และใช้
ขอ้ มูลไดท้ นั เวลา
ข้ันสอน
3.ครใู ช้เทคนิควธิ สี อนแบบใช้โสตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวิธสี อนท่ีนํา
อุปกรณโ์ สตทัศน์วสั ดุมาชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วัสดดุ งั กลา่ ว ได้แก่ Power Point และ VDO เพื่อ
อธบิ ายมวลอะตอม เพอ่ื ส่อื ให้ผเู้ รยี นเขา้ ใจได้ง่ายข้นึ เกี่ยวกบั การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
วธิ กี ารเก็บรวบรวมข้อมลู โดยทัว่ ไปแบง่ ตามลกั ษณะของวิธีการ ท่ตี อ้ งปฏิบัติ ดงั นี้
3.1 ทะเบยี นประวตั ิ(Registration)
3.2 การสํารวจ (Survey)
3.3 การทดลอง (Experiment)
3.4 การสังเกต (Observation)
4.ผูเ้ รยี นเขยี นร่างแบบฟอรม์ ดังตอ่ ไปน้ี
3.1 ทะเบยี นประวัติ(Registration)
3.2 การสํารวจ (Survey)
3.3 การทดลอง (Experiment)
3.4 การสงั เกต (Observation)
5.ผู้เรยี นกาํ หนดกรณศี ึกษาขึน้ มาคนละ 1 เร่ือง แลว้ ให้เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ทง้ั 4 แบบดังกล่าวข้างต้น
6.ผเู้ รียนทาํ แบบฝึกหดั ระหว่างเรยี น
7.ครูเน้นปฏิบตั ิงานด้วยความระมดั ระวังในเรอื่ งความปลอดภยั ระหวา่ งการทาํ งานและการนําไปใช้ เพ่ือสร้าง
ภูมคิ มุ้ กนั ในตวั เอง และเสนอแนะการนําความรู้ไปประกอบอาชีพเพอ่ื สร้างรายไดใ้ ห้แกต่ นเองและครอบครวั ต่อไป
ขัน้ สรปุ และการประยกุ ต์
8.ผู้เรยี นสรุปเนอ้ื หา โดยครใู ชว้ ิธีสมุ่ ผ้เู รยี นทุกคนตอบคําถามและอธบิ ายให้เพื่อนฟงั ทั้งชนั้ เรยี น พรอ้ มสรปุ เน้ือหาอีก
คร้ัง
9.ผู้เรยี นทาํ แบบฝกึ หดั ระหว่างเรียน และแบบประเมินผลการเรียนรู้
10.ประเมนิ ผ้เู รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปนี้
ช่ือผเู้ รียน ธรรมชาติของผเู้ รียน วิธีการเรียนรู้
ความสนใจ สตปิ ญั ญา วุฒิภาวะ
1.
2.
50
3.
แบบประเมินประสบการณพ์ น้ื ฐานการเรยี นรู้
ชอ่ื ผ้เู รยี น ประสบการณพ์ ้นื ฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1.หนังสอื เรยี น วิชาคณติ ศาสตร์พน้ื ฐานอาชพี
2.รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอื่ อิเล็กทรอนิกส์ , Power Point
5.แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6.กิจกรรมฝกึ ปฏบิ ัติ
หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเชค็ รายชื่อ
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจแบบฝึกหดั ระหวา่ งเรียน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
3. แบบประเมินกจิ กรรม และแบบฝกึ หดั ระหวา่ งเรยี น
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)