The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือบรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์-เดชาธร ประทีป ณ ถลาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ntanew2021, 2026-04-28 03:06:22

หนังสือบรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์-เดชาธร ประทีป ณ ถลาง

หนังสือบรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์-เดชาธร ประทีป ณ ถลาง

Keywords: ท้าวเทพกระษัตรี,ท้าวศรีสุนทร,ย่าจัน,ย่ามุก,ประทีปณถลาง,บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์,เดชาธร,ประทีปณ,ถลาง,ภูเก็ต,นามสกุลพระราชทาน,ประวัติศาสตร์,ถลางชนะศึก,วีรสตรีไทย,ศึกถลาง,พระยาถลาง,บุ๋นติ้น,นามสกุล,เจ้าเมือง,พญาถลางเทียน,สภาสกุลวงศานุสรณ์

บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๒5 การแตกสาแหรกสายใยสัมพันธ์แห่งลูกหลานจากรากฐานอันมั่นคงนี้ ได้ก่อก าเนิดลูกหลานผู้สืบสายโลหิต อันมีบทบาทส าคัญต่อครอบครัวและสังคม หนึ่งในนั้นคือ “นางสอติ๋ว ประทีป ณ ถลาง”ธิดาคนโตของนายบุ๋นติ้น ประทีป ณ ถลาง กับนางกรอบ ผู้ด ารงตนเป็นผู้อาวุโสสูงสุดแห่งครอบครัวในปัจจุบัน เป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพรักของลูกหลานทั้งหลายท่านได้สมรสกับ “คุณประจวบ ทองภิบาล” ผู้เป็นคู่ชีวิตที่ร่วมกันสร้างครอบครัวด้วยความเพียรพยายาม และยึดมั่นในคุณธรรม ทั้งยังมีบทบาทในการธ ารงเกียรติยศแห่งวงศ์ตระกูลบรรพบุรุษฝ่ายคุณประจวบยังเป็นผู้มีจิตศรัทธาแรงกล้าในพระพุทธศาสนา และมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณกุศล อันเป็นแบบอย่างแห่ง “การให้” และ “การเสียสละ” แก่สังคม5 สายสัมพันธ์แห่งตระกูล “ช่วยชู”อนึ่ง ยังมีอีกสายสกุลหนึ่งซึ่งหลอมรวมเข้ากับสายสกุลนี้อย่างวิจิตรบรรจง คือสายตระกูล ‘ช่วยชู’ อันปรากฏเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบ่มเพาะคุณธรรมและสั่งสมภูมิปัญญาอันล ้าค่า‘คุณพ่อสหัส ช่วยชู’ นับเป็นปูชนียบุคคลผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมประดุจร่มโพธ์ิร่มไทรอนัใหค้วามร่มเย็นแก่สรรพชีวติท่านทรงภูมริูล้กึซ้งึในศาสตร์แห่งคติชนวิทยา และแตกฉานในภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นถิ่นแห่งเมืองพังงา อีกทั้งยังเป็นที่พึ่งพิงของมหาชนในยามทุกข์เข็ญ เปรียบดั่งประทีปส่องทางในห้วงแห่งความมืดมน ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังด ารงฐานะเป็นผู้น าทางจิตวิญญาณแห่งท้องถิ่น ผู้ธ ารงรักษาและสืบทอดจารีตประเพณีอันวิจิตรดีงามให้คงอยู่มิรู้เสื่อมคลาย และเป็นผู้เชี่ยวชาญใน


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๓พิธีกรรมราชครูมโนราห์โรงครู ตาพราน อันเป็นมรดกแห่งคติชนที่หยั่งรากลึกในผืนแผ่นดินภาคใต้ สะท้อนคุณค่าทางวัฒนศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง ซึ่งได้สั่งสมและสืบทอดต่อเนื่องมาแต่กาลบรรพ์พิธีกรรมและความเชื่อดังกล่าว มิได้เป็นเพียงเครื่องยึดเหนี่ยวแห่งศรัทธาเท่านั้น หากยังเป็นสายใยที่หล่อหลอมวิถีชีวิตของผู้คนให้เปี่ยมด้วยศีลธรรม ความกตัญญูกตเวที และความสมัครสมานสามัคคี ก่อให้เกิดความผาสุกในหมู่บุตรหลานและชุมชน ทั้งยังเป็นเวทีแห่งการร่วมแรงร่วมใจ อันบังเกิดเป็นความรัก ความอบอุ่น และความผูกพันอันแน่นแฟ้นในครอบครัวและท้องถิ่นเคียงข้างท่าน คือ ‘คุณแม่พยอม ช่วยชู’ สตรีผู้ทรงคุณค่าอันประเสริฐ ผู้เป็นเสาหลักแห่งเรือนชาน คอยอภิบาลดูแลครอบครัวด้วยความวิริยะอุตสาหะ และอบรมบ่มเพาะบุตรหลานให้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม ด ารงตนด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม อันเป็นรากฐานแห่งชีวิตอันมั่นคง ด้วยเหตุนี้ สายสัมพันธ์แห่งสองตระกูล จึงเปรียบประหนึ่งการหลอมรวมระหว่าง ‘เกียรติยศแห่งบรรพชน’ กับ ‘คุณธรรมแห่งวิถีชีวิต’ เข้าด้วยกันอย่างงดงาม ก่อก าเนิดเป็นมรดกทางจิตวิญญาณอันทรงคุณค่า ที่จะสืบทอดรุ่งเรืองสืบไปตราบนานเท่านาน


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๔


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๕๕เกียรติยศที่จำรึกด้วยโลหิตและควำมภักดีท่ามกลางกระแสแห่งประวัติศาสตร์อันผันแปร เมืองถลาง—นครอันตั้งมั่นอยู่ ณ คาบสมุทรภาคใต้ของสยามประเทศ—ได้ถือก าเนิดขึ้นเป็นดั่งป้อมปราการแห่งความมั่นคง ทั้งในทางการค้า การปกครอง และยุทธศาสตร์การศึก นครแห่งนี้มิได้เป็นเพียงชุมชนแห่งการตั้งถิ่นฐาน หากแต่เป็น “เวทีแห่งวีรกรรม” ที่บรรพชนผู้กล้าหาญได้แสดงออกซึ่งความเสียสละ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินให้คงอยู่สืบไป5ถลางนคร : ศูนย์กลางแห่งอารยธรรมและการปกครองเมืองถลางในอดีต เป็นหัวเมืองส าคัญที่มีบทบาททั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะแร่ดีบุก อันเป็นสินค้าส าคัญที่เชื่อมโยงสยามกับโลกภายนอกภายใต้การปกครองของเหล่าเจ้าเมืองผู้ซึ่งปรีชาสามารถ หนึ่งในนั้นคือ “พญาเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามค าแหง (พระยาถลางเทียน)”ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานแห่งความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นระเบียบแห่งนครถลาง นาม “ภูเก็จ” อันปรากฏในราชทินนามนั้น มีความหมายว่า “ภูเขาแก้ว” อันสะท้อนถึงความงดงามและคุณค่าแห่งแผ่นดินนี้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น “ภูเก็ต” ในปัจจุบัน


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๖รัชกาลที่ ๑5 ปริทัศน์สังเขปศึกถลาง : สงครามเก้าทัพ พ.ศ. ๒๓๒๘ วีรกรรมแห่งการปกป้องแผ่นดินวีรกรรมแห่งศึกถลาง ได้กลายเป็นต านานที่เล่าขานสืบต่อกันมาชั่วลูกชั่วหลาน มิใช่เพียงเพื่อยกย่องผู้กระท า หากแต่เพื่อปลูกฝัง “จิตส านึกรักแผ่นดิน” และ “ความเสียสละเพื่อส่วนรวม” แก่อนุชนทั้งหลาย สายโลหิตแห่งผู้เกี่ยวเนื่องกับวีรสตรีทั้งสอง จึงมิได้เป็นเพียงสายเลือดธรรมดา หากแต่เป็นสายเลือดที่แบกรับ “เกียรติภูมิ” และ “ภาระหน้าที่” ในการด ารงคุณงามความดีให้สมกับบรรพชนเมื่อครั้งปลายสมัยกรุงธนบุรีต่อเนื่องสู่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แผ่นดินสยามได้ก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งประวัติศาสตร์อันส าคัญยิ่ง ในปีพุทธศักราช ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และทรงสถาปนา กรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นเป็นราชธานีใหม่ได้ทรงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งภายในพระนครและหัวเมืองต่างๆ อันเป็นการเริ่มต้นยุคสมัยแห่งการฟื้ นฟูและสร้างระเบียบของบ้านเมืองขึ้นอีกครั้งหลังจากความผันผวนในช่วงปลายแผ่นดินเดิมในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ ได้เกิดศึกใหญ่ครั้งส าคัญในประวัติศาสตร์สยาม คือ สงครามเก้าทัพ อันมีต้นเหตุจากพระราชด าริของ พระเจ้าปดุง กษัตริย์แห่งพม่า ซึ่งทรงเห็นว่าสยามก าลังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านแผ่นดินใหม่ ภายหลังการสถาปนา


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๗สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ จึงทรงจัดกองทัพขนาดใหญ่แบ่งออกเป็น ๙ ทัพ เพื่อเข้าตีสยามจากหลายทิศทาง ในบรรดากองทัพเหล่านั้น ทัพที่ ๑ ซึ่งมีเกงหวุ่นแมงยีเป็นแม่ทัพ ได้ยกก าลังลงมาตีหัวเมืองฝ่ายปักษ์ใต้ อันเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ส าคัญของสยามในขณะเดียวกัน ฝ่ายสยามเองก็เผชิญกับปัญหาภายใน กล่าวคือ หัวเมืองฝ่ายใต้ โดยเฉพาะเมืองนครศรีธรรมราชและหัวเมืองบริวารบางแห่ง ยังมิได้แสดงความจงรักภักดีต่อราชส านักใหม่อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุแห่งความผันผวนทางการเมืองในช่วงผลัดแผ่นดินด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนนางผู้ใหญ่ ได้แก่ พระยาธรรมไตรโลก และ พระยาพิพิธโภคัย เดินทางลงมายังเมืองตะกั่วทุ่ง เพื่อด าเนินการถอดถอนเจ้าพระยาอินทวงศา ออกจากต าแหน่งผู้ส าเร็จราชการหัวเมืองฝั่งตะวันตกทั้งนี้ เจ้าพระยาอินทวงศา รวมถึงขุนนางส าคัญอย่างพระยาสุรินทราชา และพระยาพิมลขัน ต่างเป็นข้าราชการที่มีความจงรักภักดีอย่างยิ่งต่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อดีตกษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี เช่นเดียวกับพระยาพิชัยดาบหัก ด้วยเหตุนี้ การจะเปลี่ยนความจงรักภักดีจากพระมหากษัตริย์พระองค์เดิม มาสู่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในช่วงเวลาอันสั้น จึงมิใช่สิ่งที่กระท าได้โดยง่าย ทั้งในด้านจิตส านึก ความผูกพัน และเกียรติยศของขุนนางในยุคนั้นสถานการณ์ดังกล่าวจึงยิ่งท าให้หัวเมืองฝ่ายใต้ตกอยู่ในภาวะเปราะบาง ทั้งจากแรงกดดันภายนอกของกองทัพพม่า และความไม่มั่นคง


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๘เมืองภูเก็จ หรือพญาถลางเทียนภายในของอ านาจการปกครอง อันเป็นฉากหลังส าคัญที่น าไปสู่เหตุการณ์การต่อสู้ของวีรสตรีเมืองถลางในเวลาต่อมา2 จุดแตกหักก่อนศึกถลางฉะนั้น เมื่อถึงคราวจ าเป็นที่ต้องตัดสินใจระหว่างการยินยอมให้พระยาธรรมไตรโลก ผูม้อีา นาจอาญาสิทธ์ิเด็ดขาด จบักุมตวัไปตามพระบรมราชโองการ กับการลุกขึ้นต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง อันเสี่ยงต่อการถูก “จับตาย”เจ้าพระยาอินทวงศา จึงตัดสินใจกระท าอัตนิวิบาตกรรม เพื่อรักษาเกียรติยศและหลีกเลี่ยงการถูกประหารในท านองเดียวกัน พระยาสุรินทราชา และ พระยาพิมลขัน เจ้าเมืองถลางผู้เป็นสามีของท่านผู้หญิงจัน ต่างเลือกจบชีวิตลงด้วยตนเอง เพื่อมิให้ตกอยู่ในฐานะ “ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย” อันเป็นสิ่งที่ผู้มีเกียรติในสมัยนั้นถือว่าไม่อาจยอมรับได้ ทั้งสามท่านถึงแก่อนิจกรรม ณ เมืองถลาง ก่อนหน้าการรุกรานของพม่าเพียงประมาณหนึ่งเดือนภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว จึงคงเหลือเพียงท้าวเทพกระษัตรีพร้อมด้วยบุตรชายคือ “เมืองภูเก็จ” (เทียน ประทีป ณ ถลาง) และเครือญาติบางส่วน ที่ยอมอยู่ในบังคับบัญชาของพระยาธรรมไตรโลก2 บทบาทของพ่อค้าตะวันตกในวิกฤตการณ์ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น กัปตัน ฟรานซิส ไลท์หรือที่ปรากฏในเอกสารไทยว่า “พระยาราชกปิตัน” ได้น ากองเรือสินค้าของอังกฤษเข้ามาค้าขาย ณ เมืองถลาง ตั้งแต่ราว พ.ศ. ๒๓๑๕ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๔๙พระยาราชกปิตัน (กัปตัน ฟรานซิส ไลท์) ·www.asiaexplorers.comครอบครัวเจ้าเมืองถลาง โดยเฉพาะพระยาสุรินทราชา พระยาพิมลขัน และท่านผู้หญิงจัน ครั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในเมืองถลาง ประกอบกับความตึงเครียดกับพระยาธรรมไตรโลกในเรื่องผลประโยชน์จากแร่ดีบุก พระยาราชกปิตันจึงเห็นว่าไม่สมควรพ านักอยู่ต่อไปข้อพิพาทส าคัญประการหนึ่ง คือกรณีดีบุกจ านวนหนึ่งร้อยภารา ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยพระราชทานไว้เป็นทุนส ารอง เพื่อใช้จัดซื้ออาวุธปืนจากยุโรป ภารกิจดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่พระยาธรรมไตรโลกยังคงกล่าวหาว่าพระยาราชกปิตันค้างช าระเงินค่าดีบุกดังกล่าวยิ่งไปกว่านั้น พระยาราชกปิตันยังได้รับข่าวกรองที่แน่ชัดว่าพระเจ้าปดุง ก าลังเตรียมก าลังพลและเสบียงเพื่อยกทัพมาตีเมืองถลางในเวลาอันใกล้ หากยังคงอยู่ในเมืองต่อไป ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกขอความร่วมมือให้เข้าช่วยรบกับพม่าอย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงก าลังฝ่ายไทยซึ่งมีจ านวนน้อย และสถานการณ์โดยรวมที่เสียเปรียบ โอกาสแห่งชัยชนะจึงดูเลือนราง พระยาราชกปิตันจึงตัดสินใจถอนกองเรือสินค้าออกจากเมืองถลางโดยเร่งด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสงครามที่ก าลังจะปะทุขึ้น


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๐2 ปฐมบทแห่งการต่อสู้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนส าคัญของเมืองถลาง เพราะการสูญเสียผู้น าฝ่ายชายเกือบทั้งหมดในเวลาใกล้เคียงกัน ท าให้ภาระในการปกป้องบ้านเมืองต้องตกอยู่กับท่านผู้หญิงจันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้และจากจุดนี้เอง ประวัติศาสตร์ก าลังจะจารึกบทบาทของสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้น าในการต่อสู้กับมหาอ านาจแห่งภูมิภาค และสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ให้เป็นที่กล่าวขานตราบจนปัจจุบันครั้นถึงปีพุทธศักราช ๒๓๒๘ อันเป็นห้วงเวลาแห่งศึกใหญ่ในสงครามเก้าทัพ กองทัพพม่าภายใต้การบัญชาการของแม่ทัพเกงหวุ่นแมงยี ได้ยกก าลังลงมาตีหัวเมืองฝ่ายปักษ์ใต้โดยมุ่งหมายจะเข้ายึดครองเมืองส าคัญทั้งปวง หัวเมืองตะกั่วป่าและตะกั่วทุ่งนั้น มิอาจตั้งรับต้านทานได้ ด้วยก าลังพลน้อยและขาดความพร้อม เจ้าเมืองจึงจ าต้องอพยพผู้คนหลบหนีเข้าป่า ปล่อยให้บ้านเมืองร้างไร้ผู้คน ข้าศึกเข้ากวาดเอาทรัพย์สิน เสบียงอาหาร และอาวุธไปเป็นประโยชน์แก่กองทัพ แล้วจุดไฟเผาท าลายบ้านเรือนเสียสิ้น ก่อนจะเคลื่อนก าลังลงสู่ค่ายปากพระเพื่อเตรียมเข้าตีเมืองถลาง ณ ค่ายปากพระ ขณะนั้นมีเจ้าพระยาฦาราชนิกูล พระยาธรรมไตรโลก และพระยาพิพิธโภไคย ตั้งก าลังพลรักษาอยู่ประมาณหนึ่งพันคน โดยพระยาธรรมไตรโลกในฐานะผู้ส าเร็จราชการหัวเมืองฝั่งตะวันตก ได้ควบคุมตัว ท่านผู้หญิงจัน ไว้ด้วย ด้วยเหตุว่าท่านเป็นภริยาเจ้าเมืองถลางซึ่งถูกกล่าวหาว่าคั่งค้างภาษีอากรและมิได้แสดงความจงรักภักดีโดยสมควร เพื่อจะส่งตัวไปยังกรุงเทพมหานครพิจารณาโทษตามราชการ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๑ฝ่ายพม่าได้ส่ง “ยี่หวุ่น” แม่ทัพเรือ คุมก าลังประมาณสามพันคน พร้อมเรือรบสิบห้าล า เข้าตีหัวเมืองชายฝั่งและยกเข้าล้อมค่ายปากพระอย่างกระชั้นชิด เมื่อพระยาธรรมไตรโลกพิจารณาเห็นว่าก าลังฝ่ายตนมิอาจต้านทานได้ และการควบคุมตัวท่านผู้หญิงจันไว้ย่อมกลายเป็นภาระ จึงได้ถามท่านว่า “ท่านจะหนีไปกับพวกเราหรือไม่” ท่านผู้หญิงจันได้ตอบด้วยความเด็ดเดี่ยวว่า “ข้าพเจ้าขอกลับไปตายที่บ้านเกิด” ค าตอบนั้นสะท้อนถึงจิตใจอันแน่วแน่และความรักแผ่นดินยิ่งกว่าสิ่งใด พระยาธรรมไตรโลกจึงตัดสินใจปล่อยตัวท่าน และน าก าลังฝ่าวงล้อมข้าศึกออกไปทางด่านพังงา2 การกลับคืนสู่เมืองถลางท่านผู้หญิงจันพร้อมบริวารได้ตีฝ่าวงล้อมพม่ากลับมายังเมืองถลาง แต่เมื่อมาถึงก็พบเพียงบ้านเรือนร้าง ผู้คนแตกหนีเข้าป่า เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในสภาพว่างเปล่า ท่านได้ออกติดตามรวบรวมผู้คนด้วยตนเอง และส่งบริวารกระจายกันออกไปเกลี้ยกล่อม ชาวบ้านทั้งหลายเมื่อทราบข่าวการกลับมาของท่าน ต่างเกิดความยินดีและมีความศรัทธาในปรีชาสามารถ จึงพากันออกจากป่ากลับมารวมตัวในที่สุด ชาวเมืองได้ยกให้ท่านผู้หญิงจันและคุณมุก เป็นผู้น าสูงสุดในการป้องกันบ้านเมือง พร้อมทั้งปฏิญาณตนว่าจะยอมสละชีวิตเพื่อรักษาแผ่นดินให้คงอยู่จนกว่าชีวิตจะหาไม่2 ยุทธการป้ องกันเมืองด้วยเวลาจ ากัด มิอาจสร้างค่ายใหม่ได้ทัน จึงใช้“ป้ อมค่ายเรเนอ แชร์บอนโน”ซึ่งเป็นป้อมเก่าที่สร้างขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นที่มั่นชัยภูมิเมืองถลางนั้นตั้งอยู่กลางเกาะ ซึ่งห่างจากค่ายปากพระประมาณ ๒๒กิโลเมตรเศษ ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองมีท่าเรือใหญ่ริมฝั่งทะเลอันดามัน


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๒ ภาพโดย: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง ส านักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๓เรียกว่า “ท่าตะเภา” ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองถลางประมาณ ๗ กิโลเมตร ตามเส้นทางคลองบางใหญ่ซึ่งเป็นจุดขึ้นบกของข้าศึก ท่านผู้หญิงจันจึงสั่งซ่อมป้อมและจัดก าลังสกัดกั้นบริเวณดังกล่าว พร้อมกันนั้น ได้สร้างท านบ “นบนางดัก” กั้นคลองบางใหญ่ เพื่อผันน ้าให้แห้ง ท าให้ข้าศึกไม่สามารถใช้เส้นทางน ้าเข้ามาได้เมื่อกองทัพพม่าล่องเรือเข้ามา ท่านได้สั่งระดมยิงด้วยปืนใหญ่ประจ าเมือง “แม่นางกลางเมือง” และอาวุธปืนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยยุทธวิธีปูพรม ดังที่เรียกขานกันในสมัยนั้น ว่า “พระพิรุณสังหาร” เปรียบประดุจสายฝนแห่งอสนีบาต จนข้าศึกล้มตาย แตกตื่นเสียขวัญอย่างยิ่งอีกทั้งยังใช้กลอุบายให้สตรีแต่งกายเป็นบุรุษ เดินตรวจเวรยามเพื่อหลอกลวงให้ข้าศึกเข้าใจว่ามีก าลังเสริมจ านวนมาก ท าให้พม่าไม่กล้าเข้าตีโดยตรง ได้แต่ล้อมเมืองไว้2 ชัยชนะเหนือข้าศึกเมื่อได้เวลาอันเหมาะสมท่านผู้หญิงจันและคุณมุก ตัดสินใจน าทหาร เข้าโจมตีพม่าด้วยความกล้าหาญ การรบยืดเยื้ออยู่ประมาณหนึ่งเดือนเศษ กองทัพพม่าประสบความสูญเสียอย่างหนัก ทั้งก าลังพลและเสบียงอาหาร จนไม่อาจด ารงการรบต่อไปได้ในที่สุดพม่าจึงถอยทัพกลับไปชัยชนะเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๘ นับเป็นชัยชนะที่เกิดจากสติปัญญา ความกล้าหาญ และความสามัคคีของชาวเมืองโดยแท้


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๔2 เกียรติยศภายหลังศึกถลางเสร็จศึกพม่าลงเมื่อวันจันทร์ เดือน ๔ ขึ้น ๔ ค ่า ปีมะเส็ง สัพศก จุลศักราช๑๑๔๗ (ตามเอกสารจดหมายเหตุเจ้าพระยาสุรินทราชามีไปถึงพระยาราชกปิตัน) ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๘ แล้วกรมการเมืองถลางก็มีใบบอกเพื่อกราบทูลพระกรุณาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ให้ทรงทราบ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ท่านผู้หญิงจันเป็นท้าวเทพกระษัตรีและ คุณมุกน้องสาวเป็นท้าวศรีสุนทร และพระราชทานเครื่องยศตามสมควรฐานานุศกัด์ิแก่ความชอบในสงครามนนั้


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๕


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๖ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๗ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๘ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๕๙ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๐ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๑ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๒ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๓ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๔อนุสาวรีย์พญาถลางเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามค าแหง (เทียน ประทีป ณ ถลาง)ภาพโดย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๕-๑๖๐๓5 ปริทัศน์สังเขป : ปูมประวัติศาสตร์แห่งเมืองถลางพ.ศ. ๗๐๐ คลอดิอุส ปโตเลมี (Claudius Ptolemy) นักภูมิศาสตร์กรีซ บันทึกชื่อ เกาะถลางในแผนที่เดินเรือว่า “ยังซีลอน” (Junk Ceylon ) นับเป็นโอกาสแรกที่ปรากฏชื่อเกาะนี้เป็นลายลักษณ์อักษรพ.ศ. ๙๓๕ คัมภีร์มหานิเทศ กล่าวถึงแผ่นดินใหญ่ส่วนที่เป็นเมืองตะกั่วป่าและเมือง พังงาว่า ชื่อ “เมืองตักโกลา “ และ “เมืองวังกะ” ตามล าดับ ซึ่งแผ่นดินดังกล่าวนี้มีอาณาเขตเชื่อมโยงเอาเกาะถลางไว้ด้วยพ.ศ. ๑๕๖๘ พระเจ้าราเชนทร โจฬะที่ ๑ แห่งเมืองตันโจ อาณาจักรทมิฬ ได้ยกกองทัพเข้ายึดอาณาจักรไศเลนทรบนแหลมสุวรรณภูมิกองทัพหน้าของทมิฬ ได้ขึ้นยึดครองแผ่นดินที่เป็นเกาะถลางไว้ ตั้งเมือง “มนิกคราม” ขึ้นเป็นศูนย์ บริหาร และตั้งเมือง “สลาปํ า” ขึ้นเป็นเมืองค้าขาย (เมืองมนิกคราม คือ บ้านมานิก, และเมืองสลาป า คือ บ้านสะป า)พ.ศ. ๑๖๐๓ พระเจ้าจันทรภาณุ แห่งปัทมโคตร (ปัทมวงศ์ ,ปทุมวงศ์) ท าการขับไล่พวกทมิฬออกไปจากแหลมสุวรรณภูมิ แล้วสถาปนาอาณาจักรศิริธรรมนคร หรือ ตามพรลิงค์ขึ้น เกาะถลางซึ่งอุดมด้วยแร่ดีบุก ถูกผนวกไว้เป็นเมืองบริวารหมายเลข 11 ชื่อ “เมืองสุนัขนาม” มีรูปสุนัขเป็นตราประจ าเมือง มีศูนย์บริหารอยู่ที่เมือง “กราหมา”


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๖-๒๒๒๘-๒๒๓๑พ.ศ. ๑๘๒๓ กรุงสุโขทัยรวมเอาศิริธรรมนครเข้าเป็นอาณาจักรเดียวกัน เกาะถลางจึงขึ้นต่ออาณาจักรสุโขทัยพ.ศ. ๑๙๒๑ กรุงศรีอยุธยารวมเอากรุงสุโขทัยเข้าไว้ในพระราชอาณาเขต เกาะถลางจึงขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยาด้วยพ.ศ. ๒๒๙๙ สนธิสัญญาการค้าระหว่างสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับพระเจ้าหลุยส์ที่๑๔ บันทึกชื่อเมืองถลางไว้ว่า “เมืองถลางบางคลี”พ.ศ.๒๒๒๔ ชาวฝรั่งเศสชื่อ เรอเน่ ชาร์บอนโน (Rene Charbonneau) ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองถลางบางคลี สันนิษฐานว่าน่าจะมีราชทินนามว่าออกญาสุรินทราชาตามท าเนียบขุนนางสมัยนั้น ฝรั่งเศสผู้นี้ช านาญการสร้างป้อมปราการ ได้สร้างป้อมด้วยไม้เนื้อแข็งรอบตัวเมืองถลาง(บ้านดอน) มีหอคอยสูงสี่ด้านเพื่อป้องกันข้าศึก ป้อมนี้ยังมีสภาพที่ใช้การได้อยู่จนถึง พ.ศ. ๒๓๒๘ และ ท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร ได้ใช้เป็นค่ายต่อสู้พม่าจนได้รับชัยชนะพ.ศ. ๒๒๒๘ ชาวฝรั่งเศส คนสนิทของราชทูต เดอ โชมองต์ (De Chaumont) ชื่อซัวร์ เดอ บิลลี่ (Sieur De Billy) ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองถลาง ชาร์บอนโน ซึ่งลาออกกลับไปกรุงศรีอยุธยาพ.ศ.๒๒๓๑ แม่ทัพเรือฝรั่งเศสชื่อ นายพล เดซฟาสต์ (General Desfarges) ได้น ากองทัพเรือมายึดเมืองถลาง โดยขึ้นตั้งมั่นอยู่บนเกาะรังหน้าอ่าวสะป๋า แต่แล้วก็เปลี่ยนใจถอยกลับไป


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๗-๒๒๖๐พ.ศ. ๒๒๓๑ พระยาสุรินทราชา (บิลลี่) เจ้าเมืองถลาง ถูกปลดและเอาตัวไปลงโทษประหารชีวิตที่กรุงศรีอยุธยา โทษฐานกบฏด้วยการให้ความช่วยเหลือนายพลเคซฟาสตร์พ.ศ. ๒๒๓๑ คนจีนฮกเกี้ยน ชื่อคางเสง ได้รับแต่งตั้งเป็น ออกญาสุรินทราชาเจ้าเมืองถลาง ท าการปกครองบ้านเมืองสืบทอดสายตระกูลนานถึง ๓๐ ปี(พงศาวดารเขียน ชื่อเพี้ยนเป็นพระยาถลางคางเซ้ง)พ.ศ. ๒๒๖๑ ชาวเมืองถลาง เชื้อสายแห่งนครศรีธรรมราช ๒ พี่น้อง ได้รับแต่งตั้งจาก พระเจ้านครศรีธรรมราช ซึ่งมีอ านาจเหนือเมืองถลางอยู่ขณะนั้นให้เป็นเจ้าเมือง คือ ผู้พี่(ซึ่งต่อมาชาวเมืองเรียกชื่อ จอมเฒ่า หรือ จอมทองค า) เป็นเจ้าเมืองที่บ้านดอน ส่วนผู้น้อง(ซึ่งชาวเมืองเรียกชื่อว่า จอมร้าง) เป็นเจ้าเมืองที่บ้านตะเคียนพ.ศ. ๒๒๗๘ จอมร้าง ให้ก าเนิดบุตรีคนแรก ชื่อจัน (ต่อมาได้เป็น ท้าวเทพกระษัตรี)พ.ศ. ๒๒๙๕ ท้าวเทพกระษัตรี เข้าพิธีสมรสกับ หม่อมศรีภักดี บุตรชายจอมนายกอง เมืองตะกั่วทุ่ง ชาวเมืองนครศรีธรรมราช (ต่อมาได้เป็น จอมภักดีภูธร หรือพญาถลางภักดีภูธร)พ.ศ. ๒๒๙๖ ท้าวเทพกระษัตรี – หม่อมศรีภักดี ให้ก าเนิด แม่ปราง บุตรีคนแรก


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๘พ.ศ. ๒๒๙๘ ท้าวเทพกระษัตรี - หม่อมศรีภักดี ให้ก าเนิด คุณเทียน บุตรชายคนแรก (ต่อมาได้เป็น “เมืองภูเก็จ”, พระยาทุกกรราช, และพระยา(พญา)เพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามค าแหง ตามล าดับ)พ.ศ. ๒๓๐๘ หม่อมศรีภักดี ถึงแก่อนิจกรรม พระกระบุรี เจ้าเมืองกระบุรีหนีกองทัพพม่าที่ปราบปรามชาวมอญรุกล ้าเข้ามาทางชายแดนไทย ได้รับแต่งตั้งให้มาช่วยราชการเมืองถลางแทนหม่อมศรีภักดี สันนิษฐานว่ามีราชทินนาม พระยาทุกราช ตามประเพณีการปกครองหัวเมืองปักษ์ใต้สมัยนั้น เพราะเป็นการแต่งตั้งจากนครศรีธรรมราช มิใช่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯจากกรุงศรีอยุธยาพ.ศ. ๒๓๐๙ จอมร้างเจ้าเมืองถลางถึงอนิจกรรม พระยาทุกราช(ขัน) ถูกคุณอาดบุตรชายจอมร้างขัดขวางไม่ให้สมรสกับท้าวเทพกระษัตรี ผู้พี่สาว มีความขัดแย้ง เรื่องต าแหน่งเจ้าเมืองถลางใหม่ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(หนู) จึงแต่งตั้ง คุณอาดขึ้นเป็นเจ้าเมืองถลาง มีนามว่า “พระถลางอาด” และ แต่งตั้ง พระยาทุกราช(ขัน) ไปเป็นเจ้าเมืองพัทลุง มีนามว่า พระยาพัทลุงขันพ.ศ. ๒๓๑๐ แม่ทัพเรือไทรบุรียึดเมืองถลาง และสังหารพระอาดเจ้าเมืองถลางถึงแก่อนิจกรรม แล้วตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้าเมือง ชาวถลางซึ่งมี ท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร และ พระยายกบัตรชูเป็นผู้น าได้ชักชวนกันส้องสุมผู้คนฝึกฝนวิชาการรบ อยู่ที่บ้านไม้ขาว และบ้านสาคู เมื่อมีโอกาสเหมาะจึงยกเข้าปล้น


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๖๙เอาเมืองถลางคืน แม่ทัพเรือไทรบุรีหนีเอาตัวรอดไปได้ ท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรี สุนทร และชาวถลาง จึงพร้อมกันขอให้พระยายกบัตรชูได้เป็นเจ้าเมืองถลาง เจ้าพระยานครศรีธรรมราช มีพระประสาทการให้เป็นไปตามที่ขอ (เนื่องจากท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เป็นสตรีเพศ ไม่อาจเป็นเจ้าเมืองได้ตามกฏมณเฑียรบาลของบ้านเมืองสมัยนั้น)พ.ศ. ๒๓๑๒ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงรวบรวมเอกราชของนครศรีธรรมราช เข้าไว้ในพระราชอาณาจักรธนบุรี เกาะเอาตัวเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) อุปราชจัน และพระยาพัทลุงขัน ไปไว้ ณ กรุงธนบุรี ทรงแต่งตั้งเจ้านราสุริยวงศ์ ต าแหน่งพระเจ้านครศรีธรรมราช แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้เปลี่ยนแปลงตัวเจ้าเมืองถลางแต่อย่างใดพ.ศ. ๒๓๑๔ กัปตัน ฟรานซิส ไล้ท์ (ต่อมาได้เป็นพระยาราชกปิตัน) ขอเข้ามาท าการรับซื้อแร่ดีบุกเมืองถลาง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดใหต้ง้ับริษัทซ้ือขายแร่ข้ึนที่บา้นท่าเรือ แขวงเมืองถลาง และทรงโปรดให้พระยาพัทลุงขัน เป็ นพระยาพิมลอัยา ออกมาเป็นข้าหลวงพิเศษดูแลการขายแร่ดีบุกเมืองถลาง พระยาพิมลอัยา ได้สมรสกับ ท้าวเทพกระษัตรี(ซึ่งขณะนั้นยังเป็นคุณหญิงม่ายอยู่) ตามที่ได้ตั้งความหวังไว้แต่ครั้งก่อนพ.ศ. ๒๓๑๕ ท้าวเทพกษัตรี - พระยาพิมลอัยา (ขัน) มีบุตรีเป็นคนแรกด้วยกันชื่อแม่ทอง (ต่อมาได้เป็นเจ้าจอมมารดาทอง ใน


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๐รัชกาลที่ ๑ประสูติพระราชธิดา พระนามว่าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอุบล เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๔)พ.ศ. ๒๓๑๘ คุณเทียน บุตรท้าวเทพกระษัตรี พบแหล่งแร่ส าคัญที่บ้านสะป า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดตั้งให้เป็นเจ้าเมืองภูเก็จ มีราชทินนามว่า “เมืองภูเก็จ” ศักดินา ๑,๐๐๐ มีอ านาจจัดหาบ่าวไพร่เพื่อบุกเบิกสร้างเมืองใหม่ได้ตามกฎมณเฑียรบาลพร้อมกันนั้นได้ทรงโปรดให้เลื่อนยศ คุณหญิงจัน ผู้เป็นบุพการี ขึ้นเป็นท่านผู้หญิง ด้วย ตามขนบธรรมเนียม ประเพณีโบราณ และเป็นโอกาสแรกที่ชื่อภูเก็จ เกิดขึ้นบนเกาะถลางพ.ศ. ๒๓๑๙ เจ้านราสุริยวงศ์ พิราลัย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(หนู) ออกมาเป็น พระเจ้านครศรีธรรมราช ยกฐานะเมือง นครศรีธรรมราช ขึ้นเป็นเมืองประเทศราช และโปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าพระยา อินทวงศา อัครมหาเสนาบดี ออกมาเป็นผู้ส าเร็จราชการหัวเมืองตะวันตก ๘ หัวเมือง พระเจ้านครศรีธรรมราช มีพระประสาทให้ พระยาพิมลอัยา (ขัน) เป็น พระยาสุรินทราชา เจ้าเมืองถลาง และมีประประสาทให้ คุณทองพูน บุตรจอมเฒ่า(จอมทองค า) บ้านดอน เป็นพระยาทุกกรราช ช่วยราชการเมืองถลางพ.ศ. ๒๓๒๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้เจ้าพระยาฦๅ ราชนิกูล (เดิมเป็นพระยาธัมโตรโลก) พระยาพิพิธโภคัย น าก าลังออกมายัง เมืองตะกั่วทุ่ง เพื่อ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๑เกาะเอาตัวเจ้าพระยาอินทวงศา เข้าไปกรุงเทพมหานคร ฐานกระด้างกระเดื่องต่อพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ เจ้าพระยาอินทวงศา กระท าอัตน์วิบาตกรรม โดยใช้ดาบเชือดคอตนเองถึงแก่อสัญกรรมที่ค่ายปากพระ เจ้าพระยาฦาราชนิกูล ในต าแหน่งข้าหลวงใหญ่หัวเมืองฝ่ายตะวันตก จึงถอดพระยาสุรินทราชา(ขัน) ออกจากต าแหน่งเจ้าเมืองถลาง แล้วแต่งตั้งพระยาทุกรราช (ทองพูน) ปลัดเมือง ขึ้นรั้งต าแหน่งผู้ว่าราชการเมืองถลาง พระยาสุรินทราชา(ขัน) ได้รับความโทมนัสมาก จึงท าอัตนวิบาตกรรม โดยใช้ดาบคู่มือเชือดคอเช่นเดียวกับเจ้าพระยาอินทวงศา แต่บ่าวไพร่บริวารเข้าไปขัดขวางไว้ ไม่ถึงอสัญกรรมในทันที กลับได้รับความ ทุกข์ทรมานเพราะบาดแผลอยู่หลายเดือนพ.ศ. ๒๓๒๘ เดือน ธันวาคม พระยาราชกปิตัน(ฟรานซิส ไล้ท์) ทราบข่าวพม่าเตรียมทัพจะยกมาตีเมืองถลาง จึงเตรียมการที่จะหนีละทิ้งเมืองถลาง ไปเมืองเบงกอล พระยาสุรินทราชา(ขัน) ถึงแก่อนิจกรรม เจ้าพระยาฦาราชนิกูล ให้ทหารมาเกาะเอาตัวท้าวเทพกระษัตรี และครอบครัวไปไว้ที่ค่ายปากพระเดือน มกราคม พม่ายกเข้าตีค่ายปากพระ เจ้าพระยาฦาราชนิกูล และพระยาพิพิธโภคัย แตกหนีไปทางด่านพระยาพิพิธ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๒แขวงเมืองกราภูงา ท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร หลบหนีกองทัพพม่ามายังเมืองถลาง ชาวถลางตื่นศึกพม่า พากันละทิ้งบ้านเมืองหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในป่า ที่คาดว่าพม่าจะไม่อาจตามไปถึง พระยาทุกรราช (ทองพูน) ผู้ว่าราชการเมืองถลาง ขณะนั้น ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมชาวเมืองไว้ได้ ท้าวเทพกระษัตรี - ท้าวศรีสุนทร สั่งให้บ่าวไพร่ออกป่าวร้องเกลี้ยกล่อมให้ชาวถลางกลับเข้ามารวมก าลังต่อสู้พม่า ได้ก าลังพลฉกรรจ์มาประมาณ ๕๐๐ เศษ จึงน าเข้าตั้งมั่นในป้อมไม้แก่นที่ ชาร์บอนโน สร้างไว้ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๔– พ.ศ. ๒๒๒๘ แล้วใช้กลศึกด้วยความชาญฉลาดท าลายกองทัพพม่าล้มตายเสียหายอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน พม่าต้องถอยทัพแตกกลับไป เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๘ ตรงกับวันจันทร์ เดือน ๔ ขึ้น ๑๑ ค ่า ปีมะเส็ง จุลศักราช ๑๑๔๗พ.ศ. ๒๓๒๙ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช และสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ทรงโปรดให้ เจ้าพระยาสุรินทราชา(จัน จันทโรจวงศ์) เป็นผู้ส าเร็จราชการหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ๘ หัวเมือง อัญเชิญสารตราตั้งมามอบแก่ท่านผู้หญิงจัน และคุณมุก พระราชทานยศให้เป็น ท้า ว เ ท พ ก ร ะ ษัต รี - ท้า ว ศ รี สุ น ท ร กับ แ ต่ ง ตั้ง พระยาทุกรราช (ทองพูน) ผู้ว่าราชการเมืองถลาง ที่ได้ช่วย


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๓ราชการสงครามมาโดยตลอด ให้เป็นเจ้าเมืองถลางใหม่ มีราชทินนามว่า พระยารณรงค์เรืองฤทธิศรีสิทธิสงคราม(ทองพูน) มีเครื่องยศ ประกอบด้วย เครื่องเจียดทองค าครบถ้วน จึงได้ชื่อว่า พระยาถลางเจียดทอง เป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูลสืบต่อมา เหตุผลที่ท้าวเทพกระษัตรี ไม่ได้ต าแหน่งเจ้าเมืองถลาง ก็เนื่องจากเป็นสตรีเพศขัดด้วยกฎมณเฑียรบาล และเหตุที่ “เมืองภูเก็จ” ไม่ได้ต าแหน่งเจ้าเมืองถลาง ก็เนื่องจากไม่สมบูรณ์ด้วยวุฒิภาวะ คือ อายุเพิ่งย่างเข้า ๓๑ ปี และมีศกัด์ิเป็นหลานลุงของพระยาทุกรราช (ทองพูน) ซ่ึงเป็นผู้ใหญ่อยู่ในสายตระกูลเดียวกัน ทั้งได้ท าสงครามมาด้วยความเสียสละเช่นเดียวกัน การแต่งตั้งผู้อาวุโสน้อยขึ้นเป็นใหญ่ในบ้านเมือง ย่อมเป็นการไม่เหมาะด้วยกาลเทศะ จึงปูนบ าเหน็ดเลื่อนยศขึ้นเป็น“พระยาทุกรราช (เทียน)” เจ้าเมืองภูเก็จ แถมด้วยต าแหน่งปลัดเมืองถลางอีกต าแหน่งหนึ่งด้วยพ.ศ. ๒๓๒๙ ท้าวเทพกระษัตรี - ท้าวศรีสุนทร และพระยาทุกรราช (เทียน) โยกย้ายครอบครัวออกจากเมืองถลาง มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านสะป า ท าการขุดหาแร่ขายตรงต่อพระยาราชกปิตัน (ฟรานซิส ไล้ท์) โดยไม่ผ่านเจ้าเมืองถลาง แสดงถึงการแยกตัวเองจากเขตปกครองของเมืองถลางเด็ดขาด สร้างความบาดหมางให้เกิดขึ้นแก่สายตระกูลซึ่งเคยสมานสามัคคีมาแต่เดิมอย่างรุนแรง


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๔อนุสาวรีย์ ๙ วีรชนเมืองถลาง พ.ศ. ๒๓๓๐ ท้าวเทพกระษัตรี น าแม่ทอง บุตรีซึ่งมีอายุ ๑๕ ปี เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พร้อมกับคุณเนียม บุตรชายอีกคนหนึ่ง เพื่อถวายตัวเป็นมหาดเล็กด้วยพ.ศ. ๒๓๓๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระยาทุกรราช (เทียน) ขึ้นเป็นเจ้าเมืองถลาง มีราชทินนามว่า พญาเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามคําแหง ส่วน พระยาณรงค์เรืองฤทธ์ิศรีสิทธิสงคราม(ทองพูน) โปรดเกล้าฯ ให้เข้าไปอยู่เสียที่กรุงเทพมหานคร เป็นการระงับกรณีพิพาทบาดหมางระหว่างสายเลือดเดียวกันลงด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ลึกซึ้ง


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๕2 แผนที่แสดงการปรากฏชื่อโบราณของ “ถลาง” ในชื่อต่างๆตามบันทึกสำคัญภาพจาก : https://www.oldmapsonline.org


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๖ภาพจาก : https://www.oldmapsonline.orgภาพจาก : https://historytactic.blogspot.com


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๗ภาพจาก : www.wangdermpalace.org


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๘5 จิตรกรรมศึกถลาง : วรรณศิลป์วีรกรรมแห่งการปกป้องแผ่นดินถลาง พ.ศ. ๒๓๒๘จิตรกรรมศึกถลางมิได้เป็นเพียงงานศิลปะที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ในอดีต หากแต่เป็น “ภาษาของความทรงจ า” ที่บันทึกจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ความเสียสละ และภูมิปัญญาของบรรพชนแห่งเมืองถลางไว้อย่างลึกซึ้ง ภาพเหล่านั้นเปรียบเสมือนพงศาวดารที่มีชีวิต ซึ่งมิได้ใช้ถ้อยค า หากใช้เส้น สี และองค์ประกอบทางศิลป์เป็นสื่อในการเล่าเรื่องราวของแผ่นดินที่เคยลุกเป็นไฟจากศึกสงครามในเชิงวรรณศิลป์ จิตรกรรมศึกถลางสามารถตีความได้ดุจ “มหากาพย์แห่งท้องถิ่น” ที่บรรเลงผ่านสีสันและแสงเงา ทุกองค์ประกอบล้วนท าหน้าที่เป็นถ้อยค าแห่งความหมาย—สีแดงแห่งเพลิงสงครามคือความสูญเสีย สีทองแห่งเครื่องยศคือเกียรติยศอันยั่งยืน และสีหม่นแห่งผืนดินคือความอดทนของประชาชนผู้ยืนหยัดเมื่อพิจารณาในบริบทของวัฒนธรรมร่วมสมัย จิตรกรรมศึกถลางยังคงมีบทบาทในการปลุกเร้า “จิตส านึกรักแผ่นดิน” และ “ความเสียสละเพื่อส่วนรวม” ให้ด ารงอยู่ในสังคมไทยสืบไป มิใช่เพียงในฐานะเรื่องเล่าแห่งอดีต แต่ในฐานะ “แรงบันดาลใจ” ส าหรับอนุชนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าของความสามัคคี ความกล้าหาญ และการปกป้ องแผ่นดินดังนั้น จิตรกรรมศึกถลางจึงมิใช่เพียงศิลปกรรม หากคือ “วรรณศิลป์แห่งชาติ” ที่จารึกด้วยหัวใจของผู้คน ถ่ายทอดเรื่องราวของ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๗๙แผ่นดินถลางในห้วงเวลาแห่งการทดสอบ และยืนหยัดเป็นอนุสรณ์แห่งเกียรติภูมิที่ไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาภาพที่ ๑ อธิษฐาน เมื่อเมืองตะกั่วทุ่งแตกและค่ายปากพระเสียแก่พม่าในปลายปี ๒๓๒๘ ท่านผู้หญิงจันก็ตีฝ่าวงล้อมพม่ากลับค่ายบ้านเคียน บ้านเรือนถูกรื้อ คนเฝ้าบ้านหลบหนีภัย ไปหมดสิ้น ไม่มีผู้ใดรักษา ท่านผู้หญิงจันกับมุกน้องสาว จึงเข้าไปสักการะพระประธาน ในวัดพระนางสร้างตั้งจิตอธิษฐานยึดเอาคุณพระศรีรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเสริมสร้าง สติปัญญาบารมีเพื่อให้สามารถรักษาเมืองรอดพ้นภัยพม่าให้จงได้


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๐ภาพที่ ๒ ระดมพล เมื่อด้วยความรู้เท่าทันในเชิงศึกว่า เมื่อพม่าได้เมืองตะกั่วทุ่งและค่ายปากพระแล้ว ย่อมจะต้องหมายที่เอาเมืองถลางให้ได้ด้วย ท่านผู้หญิงจันกับคุณมุกจึงเร่งรีบชักชวนชาวเมืองถลางทั้งชายหญิงให้พร้อมใจกันต่อสู้ป้องกันแผ่นดินเมืองถลางไว้ด้วยชีวิต ชาวถลางผู้รักแผ่นดินยิ่งกว่าชีวิตตนจึงมาร่วมชุมนุมกันที่ลานวัดพระนางสร้าง ยกให้ ท่านผู้หญิงจันเป็นผู้น าทัพเพื่อต่อสู้กับพม่าด้วยความเต็มใจ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๑ภาพที่ ๓ ออกศึก พม่ายกทัพเรือเข้ามาทางอู่ตะเภา เดินทัพเข้าคลองบางใหญ่ตั้งค่ายรายล้อม เมืองถลางอยู่ที่ทุ่งนาโคกชนะพม่า ท่านผู้หญิงจันกับคุณมุกน าทแกล้วทหารและชาวเมืองถลางเข้ารบพุ่งต้านต่อสู้กับพม่าอยู่ได้ประมาณเดือนเศษพม่าล้มตายลงราว ๓๐๐-๔๐๐ คน แล้วถอยทัพกลับไปเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๓๒๘ (วันจันทร์เดือน ๔ ขึ้น ๔ ค ่า ปีมะเส็ง สัพศก จุลศักราช ๑๑๔๗) นับเป็นวันถลางชนะศึกที่ชาวไทยภาคภูมิใจ สืบมาจนทุกวันนี้


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๒ ภาพที่ ๔ รับพระบรมราชโองการ ความทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปูนบ าเหน็จให้ท่านผู้หญิงจันเป็นทา้วเทพกระษตัรีและคุณมกุเป็นทา้วศรีสุนทร ดา รงยศอนัมศีกัด์ิสมควรแก่ฐานานุรูปเป็นศรีแก่เมืองถลางและวงศ์ตระกูลสืบมาจิตรกร : แนบ ทิชินพงศ์ คําบรรยาย : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ ปรับปรุงคุณภาพไฟล์ภาพใหม่ : เดชาธร ประทีป ณ ถลาง


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๓๖“สภำสกุลวงศำนุสรณ์”ประทีป ณ ถลำง(ตันบุ๋นติ้น)เอกภาพแห่งสายโลหิต แม้กาลเวลาจะท าให้สายสกุลแตกแขนงออกไปมากมาย แต่ความเป็น “ประทีป ณ ถลาง” ยังคงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ ที่เชื่อมโยงลูกหลานทุกคนเข้าด้วยกัน จากรากเหง้าแห่งอดีต สู่พลังแห่งปัจจุบัน และความยั่งยืนในอนาคต“ครั้นกาลผันผ่าน ใบไม้ผลัดสู่รุ่นปัจจุบันสายเลือดในกายมิได้ไหลเวียนเพียงเพื่อคงอยู่หากหลั่งไหลเพื่อธำรง สืบสาน และส่งต่อ”เมื่อกล่าวถึงความยั่งยืนแห่งสกุลวงศ์ สิ่งที่ธ ารงไว้ซึ่งความมั่นคงมิใช่เพียงสายโลหิต หากแต่คือ “ธรรมเนียม จารีต และคุณธรรม” อันบรรพชนได้วางรากฐานไว้เป็นแบบแผนแห่งการด ารงชีวิต สกุล “ประทีป ณ ถลาง” อันสืบสายจากบรรพชนผู้ทรงเกียรติ จึงมิได้ยึดถือเพียงเกียรติยศภายนอก หากแต่ยึดมั่นใน “หลักแห่งความดีงาม” ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เปรียบประหนึ่งแสงประทีปที่มิรู้ดับ


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๔เมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่านจากอดีตอันทรงเกียรติสู่ปัจจุบัน สายสกุล “ประทีป ณ ถลาง” มิได้หยุดอยู่เพียงการระลึกถึงบรรพชน หากแต่ได้ก้าวสู่การรวมพลังแห่งเครือญาติ เพื่อสืบสานคุณค่าและสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้ จึงได้ถือก าเนิดองค์กรส าคัญอันเป็นศูนย์รวมแห่งความสามัคคีและอุดมการณ์ คือ“สภาสกลุวงศานุสรณ์ประทีป ณ ถลาง (ตนับนุ๋ต้ิน)”(The Council of Pradip Na Thalang in TANBUNTIN Family Members: CPTFM)องค์กรนี้ด ารงสถานะเป็น “องค์กรอิสระภาคเอกชนไม่แสวงหาผลก าไร” (Non-Profit Organization: NPO) อันมีวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการด าเนินกิจการอันเกิดประโยชน์ต่อเครือญาติ สมาชิก และสังคมในด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นท างานเพื่อสังคมส่วนรวมและการกุศลเป็นหลัก2 หลักการและสถานะทางสังคมสภาสกุลวงศานุสรณ์ด าเนินงานภายใต้หลักแห่งเสรีภาพในการรวมกลุ่มของประชาชน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยโดยที่มาตรา ๔๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ก าหนดให้บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชนหรือหมู่คณะอื่น อันเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถรวมตัวกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม องค์กรนี้จึงเป็นแบบอย่างของ “การรวมพลังโดยสันติ” และ “การบริหารจัดการด้วยจิตสาธารณะ” อันสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและคุณธรรม


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๕2 คติพจน์หัวใจแห่งองค์กรเพื่อเป็ นแนวทางในการด าเนินงานและการด ารงตน สภาสกุลวงศานุสรณ์ได้ยึดถือคติพจน์ว่า2 คําขวัญ“สบืศกัด์ิเช้ือสายเทพกระษตัรีเทิดทูนบรรพชนไวศ้กัด์ิศรีสร้างคุณค่าสู่สังคมภิวัฒน์งาม ธํารงตามพระศาสนาอย่างมั่นคง”ถ้อยค าเหล่านี้ มิใช่เพียงวาทศิลป์ หากแต่เป็น “หลักแห่งการด าเนินชีวิต” ที่สมาชิกพึงยึดถือ2 ภารกิจและบทบาทสภาสกุลวงศานุสรณ์ได้ก าหนดยุทธศาสตร์ในการด าเนินงานไว้อย่างรอบด้าน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมร่วมสมัย และความต้องการของสมาชิก


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๖๑. ด้านการบริหารองค์กรส่งเสริมการจัดระบบ การบริหารจัดการ และการวางโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้๒. ด้านคุณภาพชีวิตสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก ทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ และความเป็นอยู่๓. ด้านจิตสํานึกรักแผ่นดินปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และค่านิยมเชิงบวกอันดีงามของสังคมไทย๔. ด้านสาธารณประโยชน์และการกุศลด าเนินกิจกรรมส่งเสริม เสริมสร้าง ด้านสาธารณะประโยชน์ สังคม และการกุศล เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส สนับสนุนงานสาธารณะ และส่งเสริมการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน๕. ด้านศาสนาและวัฒนธรรมส่งเสริม เสริมสร้าง อนุรักษ์ ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม จารีต ประเพณี คติชนวิทยา และภูมิปัญญาท้องถิ่น


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๗


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๘


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๘๙


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๐2 พลังแห่งเครือญาติสู่สังคมในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง สภาสกุลวงศานุสรณ์ได้แสดงให้เห็นว่า “เครือญาติ” มิได้จ ากัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ทางสายเลือด หากแต่สามารถเป็น “พลังทางสังคม” ที่สร้างประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางการรวมตัวของสมาชิกจึงก่อให้เกิด• เครือข่ายแห่งความช่วยเหลือ• การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์• การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอันเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์แห่งบรรพชนในรูปแบบที่สอดคล้องกับยุคสมัย2 สู่อนาคตแห่งความยั่งยืนสภาสกุลวงศานุสรณ์มิได้มุ่งเพียงรักษาอดีต หากแต่ยังมุ่งสร้างอนาคต โดยการปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักถึงรากเหง้าแห่งตน ส่งเสริมการศึกษา และพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถด ารงตนได้อย่างมีคุณค่าในสังคม อนาคตของสกุลวงศ์ จึงมิได้ขึ้นอยู่กับอดีตเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ “การกระท าของคนรุ่นปัจจุบัน”สภาสกุลวงศานุสรณ์ประทีป ณ ถลาง (ตันบุ๋นติ้น) จึงเปรียบเสมือน “สะพานแห่งกาลเวลา” ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน


บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๑จากบรรพชนผู้กล้าหาญ สู่ลูกหลานผู้มีคุณธรรมจากเกียรติยศแห่งอดีต สู่การสร้างคุณค่าในปัจจุบันเพื่อให้ “แสงแห่งประทีป” ยังคงส่องสว่าง มิใช่เพียงในครอบครัว หากแต่แผ่ไพศาลไปสู่สังคมโดยรวม


Click to View FlipBook Version